ผู้จัดทำ
นำย วรัญญู ประทิศ ม.5/4 เลขที่1
นำย กองทัพ เอกวิไล ม.5/4 เลขที่2
 หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง ( Secondary Storage Device ) การทางานร่วมกับ
คอมพิวเตอร์นั้น เมื่อต้องการเก็บบันทึกข้อมูล หรือกลุ่มคาสั่งต่าง ๆ ไว้ใช้ในอนาคตจะไม่
สามารถเก็บไว้ในหน่วยความจาหลักได้เนื่องจากไม่มีพื้นที่เพียงพอ อีกทั้งข้อมูลที่เก็บจะ
หายไปเมื่อปิดเครื่อง หากต้องการเก็บข้อมูลที่มากขึ้นและเอาไว้ใช้ประโยชน์ในภายหลัง ก็
จาเป็นต้องหาอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น หน่วยเก็บข้อมูลสารอง หรือที่
เรียกว่า secondary storage
 1. สื่อเก็บข้อมูลแบบจำนแม่เหล็ก ( Magnetic Disk device ) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลประเภทที่ใช้งานเป็น
ลักษณะของจานบันทึก (disk ) ซึ่งมีหลายประเภท ดังนี้
 1.1 ฟล็อปปี้ดิสก์ ( Floppy disks ) สื่อเก็บบันทึกข้อมูลที่ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย สามารถหา
ซื้อใช้ได้ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดิสเก็ตต์( diskette ) หรือแผ่นดิสก์ การเก็บ
ข้อมูลจะมีจานบันทึก ซึ่งเป็นวัสดุอ่อนจาพวกพลาสติกที่เคลือบสารแม่เหล็กอยู่ด้านใน และห่อหุ้มด้วยกรอบพลาสติกแข็งอีก
ชั้นหนึ่ง แผ่นดิสก์ในอดีตจะมีขนาดจานบันทึกที่ใหญ่มากถึง 5.25 นิ้ว ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมและเลิกใช้งานแล้ว จะเห็นได้
เฉพาะขนาด 3.5 นิ้วแทน ซึ่งมีขนาดเล็กและพกพาสะดวกกว่า โครงสร้างการทางานของแผ่นดิสก์จะต้องมีการจัดข้อมูลโดยการ
ฟอร์แมต ( format ) เมื่อใช้ครั้งแรกก่อนทุกครั้ง (ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตมักจะมีการฟอร์แมตแผ่นมาตั้งแต่อยู่ใน
กระบวนการผลิตแล้ว (ผู้ใช้ไม่จาเป็นต้องทาการฟอร์แมตก่อนใช้งานซ้าอีก) การฟอร์แมตเป็นกระบวนการจัดพื้นที่เก็บ
ไฟล์ข้อมูลก่อนใช้งาน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นการเตรียมพื้นที่สาหรับเก็บบันทึกข้อมูลนั่นเอง โครงสร้างของแผ่นจานแม่เหล็ก
เมื่อทาการฟอร์แมตแล้วจะมีลักษณะดังนี้
1.2 ฮำร์ดดิสก์ ( Hard disks ) เป็นอุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลที่มี
โครงสร้างคล้ายกับดิสเก็ตต์ แต่จุข้อมูลมากกว่าและมีความเร็ว
ในการเข้าถึงข้อมูลสูงกว่า ส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งอยู่ภายใน
เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้สาหรับเก็บตัวโปรแกรม
ระบบปฏิบัติการ ( operating system ) รวมถึงโปรแกรม
ประยุกต์อื่น ๆ ฮาร์ดดิสก์ผลิตมาจากวัสดุแบบแข็งจานวนหลาย
แผ่นวางเรียงต่อกันเป็นชั้น จานแม่เหล็กแต่ละจาน เรียกว่า
แพลตเตอร์ ( platter ) ซึ่งอาจจะมีจานวนต่างกันได้ในฮาร์ดดิสก์
แต่ละรุ่น
2.สื่อเก็บข้อมูลแสง ( Optical Storage Device )
เป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองที่ได้รับควำมนิยมมำกใน
ปัจจุบัน ซึ่งใช้หลักกำรทำงำนของแสงเข้ำมำช่วย กำร
จัดเก็บข้อมูลจะคล้ำยกับแผ่นจำนแม่เหล็ก
แต่ต่ำงกันที่กำรแบ่งวงของแทรคจะแบ่งเป็นลักษณะ
คล้ำยรูปก้นหอยและเริ่มเก็บ
บันทึกข้อมูลจำกส่วนด้ำนในออกมำด้ำนนอก และ
แบ่งส่วนย่อยของแทรคออกเป็นเซกเตอร์เช่นเดียวกัน
กับแผ่นจำนแม่เหล็ก
 2.1 CD (Compact Disc) เป็นสื่อเก็บข้อมูลด้วยแสงแบบแรกที่ไดรับความนิยมอย่างแพร่หลายและปัจจุบัน
ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ เนื่องจากมีราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก ซึ่งแยกออกได้ดังนี้
 CD-ROM (Compact disc read only memory) เป็นสื่อเก็บบันทึกข้อมูลที่นิยมใช้สาหรับ
การเก็บบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมประยุกต์เพื่อใช้สาหรับติดตั้งในคอมพิวเตอร์รวมถึง
เก็บผลงานไฟล์มัลติมีเดีย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI – computer assisted instruction
) หรือ CD-Training ผู้ใช้สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลซ้าได้สามารถจุข้อมูล
ได้ถึง 650-750 MB โดยมากแล้วจะเป็นแผ่นที่ปั๊มมาจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตมาแล้ว
 CD-RW (Compact disc rewritable) แผ่นชนิดนี้มีลักษณะหน้าตาเหมือนกับแผ่น CD-R ทุก
ประการแต่มีข้อดีกว่าคือ นอกจากเขียนบันทึกข้อมูลได้หลายครั้งแล้ว ยังสามารถลบข้อมูลและเขียนซ้าใหม่ได้เรื่อย ๆ เหมือนกับ
การบันทึกและเขียนซ้าของดิสเก็ตต์อย่างไรก็ตามแผ่น CD-RW ขณะนี้ยังมีราคาสูงกว่า CD-R อยู่พอสมควร จึงเหมาะ
สาหรับผู้ที่ต้องการบันทึกข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและเก็บข้อมูลไว้ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ถาวร ซึ่งจะช่วยทาให้ประหยัด
ค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพราะสามารถลบทิ้งแล้วเขียนใหม่อีกได้ถึงกว่าพันครั้ง
 3. สื่อเก็บข้อมูลอื่น ๆ ( Other Storage Device )
 อุปกรณ์หน่วนความจาแบบแฟรช ( Flash memory device ) ปัจจุบันนามาใช้บันทึกแทนสื่อเก็บข้อมูลแบบ
ดิสเก็ตต์มากขึ้น เพราะจุข้อมูลได้มากกว่า นิยมใช้กับเครื่องพีซีและคอมพิวเตอร์แบบพกพาทั่วไป มีชื่อเรียกแตกต่างกัน
เช่น flash drive, thumb driveหรือ handy drive โดยสามารถต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์และ
อ่านค่าข้อมูลนั้นได้โดยตรง
 อุปกรณ์หน่วยความจาแบบแฟรชนี้อาจอยู่ในรูปแบบของ memory card ที่ใช้สาหรับจัดเก็บข้อมูลประเภทภาพถ่าย
หรือข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ในอุปกรณ์ดิจิตอลแบบพกพาทั้งหลาย เช่น กล้องถ่ายรูปดิจิตอลหรือพีดีเอ ซึ่งมีหลายฟอร์แมต (ดังรูป)
เช่นอ Compact Flash (CF), SmartMedia ( เลิกผลิตแล้ว), Secure
Digital และ Multimedia Memory Card (SD/MMC ซึ่งมีขนาดเท่ากัน) และ Memory
Stick โดยการอ่านข้อมูลอาจใช้อุปกรณ์ดิจิตอลนั้นต่อพ่วงเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรงหรือใช้อุปกรณ์พิเศษที่
เรียกว่า card reader ช่วยอ่านข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในได้เช่นเดียวกัน
หน่วยเก็บข้อมูล
https://www.youtube.com/watch?v=ekj5ogtQDdE
อ้ำงอิง
http://friendsbcom51.blogspot.com/2012/02/i
nput-device.html

การสำรองข้อมูล

  • 2.
    ผู้จัดทำ นำย วรัญญู ประทิศม.5/4 เลขที่1 นำย กองทัพ เอกวิไล ม.5/4 เลขที่2
  • 3.
     หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage Device ) การทางานร่วมกับ คอมพิวเตอร์นั้น เมื่อต้องการเก็บบันทึกข้อมูล หรือกลุ่มคาสั่งต่าง ๆ ไว้ใช้ในอนาคตจะไม่ สามารถเก็บไว้ในหน่วยความจาหลักได้เนื่องจากไม่มีพื้นที่เพียงพอ อีกทั้งข้อมูลที่เก็บจะ หายไปเมื่อปิดเครื่อง หากต้องการเก็บข้อมูลที่มากขึ้นและเอาไว้ใช้ประโยชน์ในภายหลัง ก็ จาเป็นต้องหาอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น หน่วยเก็บข้อมูลสารอง หรือที่ เรียกว่า secondary storage
  • 4.
     1. สื่อเก็บข้อมูลแบบจำนแม่เหล็ก( Magnetic Disk device ) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลประเภทที่ใช้งานเป็น ลักษณะของจานบันทึก (disk ) ซึ่งมีหลายประเภท ดังนี้  1.1 ฟล็อปปี้ดิสก์ ( Floppy disks ) สื่อเก็บบันทึกข้อมูลที่ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย สามารถหา ซื้อใช้ได้ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดิสเก็ตต์( diskette ) หรือแผ่นดิสก์ การเก็บ ข้อมูลจะมีจานบันทึก ซึ่งเป็นวัสดุอ่อนจาพวกพลาสติกที่เคลือบสารแม่เหล็กอยู่ด้านใน และห่อหุ้มด้วยกรอบพลาสติกแข็งอีก ชั้นหนึ่ง แผ่นดิสก์ในอดีตจะมีขนาดจานบันทึกที่ใหญ่มากถึง 5.25 นิ้ว ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมและเลิกใช้งานแล้ว จะเห็นได้ เฉพาะขนาด 3.5 นิ้วแทน ซึ่งมีขนาดเล็กและพกพาสะดวกกว่า โครงสร้างการทางานของแผ่นดิสก์จะต้องมีการจัดข้อมูลโดยการ ฟอร์แมต ( format ) เมื่อใช้ครั้งแรกก่อนทุกครั้ง (ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตมักจะมีการฟอร์แมตแผ่นมาตั้งแต่อยู่ใน กระบวนการผลิตแล้ว (ผู้ใช้ไม่จาเป็นต้องทาการฟอร์แมตก่อนใช้งานซ้าอีก) การฟอร์แมตเป็นกระบวนการจัดพื้นที่เก็บ ไฟล์ข้อมูลก่อนใช้งาน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นการเตรียมพื้นที่สาหรับเก็บบันทึกข้อมูลนั่นเอง โครงสร้างของแผ่นจานแม่เหล็ก เมื่อทาการฟอร์แมตแล้วจะมีลักษณะดังนี้
  • 5.
    1.2 ฮำร์ดดิสก์ (Hard disks ) เป็นอุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลที่มี โครงสร้างคล้ายกับดิสเก็ตต์ แต่จุข้อมูลมากกว่าและมีความเร็ว ในการเข้าถึงข้อมูลสูงกว่า ส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งอยู่ภายใน เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้สาหรับเก็บตัวโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ ( operating system ) รวมถึงโปรแกรม ประยุกต์อื่น ๆ ฮาร์ดดิสก์ผลิตมาจากวัสดุแบบแข็งจานวนหลาย แผ่นวางเรียงต่อกันเป็นชั้น จานแม่เหล็กแต่ละจาน เรียกว่า แพลตเตอร์ ( platter ) ซึ่งอาจจะมีจานวนต่างกันได้ในฮาร์ดดิสก์ แต่ละรุ่น
  • 6.
    2.สื่อเก็บข้อมูลแสง ( OpticalStorage Device ) เป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองที่ได้รับควำมนิยมมำกใน ปัจจุบัน ซึ่งใช้หลักกำรทำงำนของแสงเข้ำมำช่วย กำร จัดเก็บข้อมูลจะคล้ำยกับแผ่นจำนแม่เหล็ก แต่ต่ำงกันที่กำรแบ่งวงของแทรคจะแบ่งเป็นลักษณะ คล้ำยรูปก้นหอยและเริ่มเก็บ บันทึกข้อมูลจำกส่วนด้ำนในออกมำด้ำนนอก และ แบ่งส่วนย่อยของแทรคออกเป็นเซกเตอร์เช่นเดียวกัน กับแผ่นจำนแม่เหล็ก
  • 7.
     2.1 CD(Compact Disc) เป็นสื่อเก็บข้อมูลด้วยแสงแบบแรกที่ไดรับความนิยมอย่างแพร่หลายและปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ เนื่องจากมีราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก ซึ่งแยกออกได้ดังนี้
  • 8.
     CD-ROM (Compactdisc read only memory) เป็นสื่อเก็บบันทึกข้อมูลที่นิยมใช้สาหรับ การเก็บบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมประยุกต์เพื่อใช้สาหรับติดตั้งในคอมพิวเตอร์รวมถึง เก็บผลงานไฟล์มัลติมีเดีย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI – computer assisted instruction ) หรือ CD-Training ผู้ใช้สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลซ้าได้สามารถจุข้อมูล ได้ถึง 650-750 MB โดยมากแล้วจะเป็นแผ่นที่ปั๊มมาจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตมาแล้ว
  • 9.
     CD-RW (Compactdisc rewritable) แผ่นชนิดนี้มีลักษณะหน้าตาเหมือนกับแผ่น CD-R ทุก ประการแต่มีข้อดีกว่าคือ นอกจากเขียนบันทึกข้อมูลได้หลายครั้งแล้ว ยังสามารถลบข้อมูลและเขียนซ้าใหม่ได้เรื่อย ๆ เหมือนกับ การบันทึกและเขียนซ้าของดิสเก็ตต์อย่างไรก็ตามแผ่น CD-RW ขณะนี้ยังมีราคาสูงกว่า CD-R อยู่พอสมควร จึงเหมาะ สาหรับผู้ที่ต้องการบันทึกข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและเก็บข้อมูลไว้ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ถาวร ซึ่งจะช่วยทาให้ประหยัด ค่าใช้จ่ายไปได้มาก เพราะสามารถลบทิ้งแล้วเขียนใหม่อีกได้ถึงกว่าพันครั้ง
  • 10.
     3. สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ ( Other Storage Device )  อุปกรณ์หน่วนความจาแบบแฟรช ( Flash memory device ) ปัจจุบันนามาใช้บันทึกแทนสื่อเก็บข้อมูลแบบ ดิสเก็ตต์มากขึ้น เพราะจุข้อมูลได้มากกว่า นิยมใช้กับเครื่องพีซีและคอมพิวเตอร์แบบพกพาทั่วไป มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น flash drive, thumb driveหรือ handy drive โดยสามารถต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์และ อ่านค่าข้อมูลนั้นได้โดยตรง
  • 11.
     อุปกรณ์หน่วยความจาแบบแฟรชนี้อาจอยู่ในรูปแบบของ memorycard ที่ใช้สาหรับจัดเก็บข้อมูลประเภทภาพถ่าย หรือข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ในอุปกรณ์ดิจิตอลแบบพกพาทั้งหลาย เช่น กล้องถ่ายรูปดิจิตอลหรือพีดีเอ ซึ่งมีหลายฟอร์แมต (ดังรูป) เช่นอ Compact Flash (CF), SmartMedia ( เลิกผลิตแล้ว), Secure Digital และ Multimedia Memory Card (SD/MMC ซึ่งมีขนาดเท่ากัน) และ Memory Stick โดยการอ่านข้อมูลอาจใช้อุปกรณ์ดิจิตอลนั้นต่อพ่วงเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรงหรือใช้อุปกรณ์พิเศษที่ เรียกว่า card reader ช่วยอ่านข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในได้เช่นเดียวกัน
  • 12.
  • 13.