นาย ตรัยพร ภักดีนอก ม.5/7 เลขที่ 5
นางสาว ชนารดี เพ็ชร์กิจ ม.5/7 เลขที่ 10
นาย ชินพัตร พงษ์สุขเวชกุล ม.5/7 เลขที่ 18
นาย วราวุธ ตันติวัฒนสุทธิ ม.5/7 เลขที่ 21
หลักการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการ
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักการแก้ปัญหา
การใช้หลักการในการแก้ปัญหา
 เป็นการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ เพื่อให้การปฎิบัติงานสะดวกรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยา ในการใช้
กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยแก้ปัญหา จาเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการ
ทางาน ให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
 วิธีแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีที่อาจ
คล้ายกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่น ๆ แต่มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบ
คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการแก้ปัญหา แต่ต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความ
เป็นไปได้ให้รอบคอบ ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่
เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการศึกษาถึงความ
คุ้มค่าในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ต้องเลือกวิธีแก้ปัญหาให้
เหมาะสมกับงาน
 เหมาะกับระบบงานที่ต้องทางานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้าซาก และมีปริมาณงานมาก หรืองาน
ที่ต้องการความรวดเร็วในการคานวณเกินกว่าคนธรรมดาจะทาได้ วิธีการโดยทั่วไปก็คือ
ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือระบบการทางานแบบเดิมมาใช้ระบบงานที่มีคอมพิวเตอร์ช่วย
 ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องมีการสร้างระบบงาน
คอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทางานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งโดยทั่วไปเราอาจไม่ต้องสร้าง
ระบบงานทั้งหมดขึ้นใหม่ แต่พัฒนาระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานที่ทางานด้วย
คอมพิวเตอร์ นิยมเรียกกันว่า การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์
(Computerization) นั่นเอง
 ดังนั้น การแก้ปัญหาในการทางานในปัจจุบันที่มีขั้นตอนการทางานที่ซ้าซ้อน ส่วนมากมัก
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยา และ
สามารถทาซ้าได้ง่าย
 การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหลักการสาคัญ คือ ปัญหา
ทุกปัญหาต้องสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือวิธีการให้เหมาะสม โดยคานึงถึง
ความคุ้มค่าในการลงทุน ด้านเวลา ด้านแรงงาน และค่าใช้จ่าย
 การใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
การใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาร่วมกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
สามารถทาได้โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ต่าง ๆ และการเขียนโปรแกรม ดัง
รายละเอียดต่อไปนี้
 1.การใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ในการแก้ปัญหา เช่น ไมโครซอฟต์เวิร์ด ไมโครซอฟต์
เพาเวอร์พอยนต์ ไมโครซอฟต์เอกซ์เซล ไมโครซอฟต์แอกเซส ซอฟต์แวร์โปร
เดสท็อบ เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาในการทางาน
ได้ ดังนี้ ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เวิร์ด(Microsoft Word) ช่วย
แก้ปัญหาในการจัดทางานเอกสารต่าง ๆ เช่น ช่วยให้การพิมพ์งานเอกสารทาได้
รวดเร็วมากกว่าการใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้า มีการตรวจสอบการสะกดไวยากรณ์เพื่อ
ป้องกันการพิมพ์ที่ผิดพลาด สามารถลบคาผิดและปรับปรุงข้อความในเอกสารได้
 ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เอกซ์เซล(Microsoft Excel) ช่วยแก้ปัญหา
เกี่ยวกับการคานวณตัวเลข จัดทาตารางข้อมูล แผนภูมิและกราฟ เช่น การ
คานวณตัวเลขหลายจานวนในตารางข้อมูล การใช้สูตรคานวณแทนการใช้เครื่องคิด
เลข การจัดทาตารางข้อมูลให้สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย การใช้ข้อมูลในตาราง
สร้างแผนภูมิแลกราฟได้อย่างง่ายดาย ถูกต้องและแม่นยา เป็นต้น
 ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์แอกเซส(Microsoft Access) ช่วยแก้ปัญหา
การจัดเก็บข้อมูล โดยจัดเก็บข้อมูลจานวนมากให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวกต่อ
การค้นหาและนามาใช้
 ซอฟต์แวร์ไมโคซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์(Microsoft PowerPoint)
ช่วยแก้ปัญหาการนาเสนองาน โดยทาให้การสร้างงานนาเสนอทาได้ง่าย และ
น่าสนใจกว่าการนาเสนองานตามปกติที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์
 ซอฟต์แวร์โปรเดสท็อป (Pro/DESKTOP) ช่วยแก้ปัญหาในการ
ออกแบบและสร้างชิ้นงานจาลอง โดยอานวยความสะดวกในการออกแบบและสร้าง
ชิ้นงานจาลองด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีในซอฟต์แวร์ซึ่งมีความแม่นยา และทราบผล
ทันที รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์มาเขียนแบบหรือสร้าง
ชิ้นงานจาลอง
 วิธีการแก้ปัญหา
วิธีการแก้ปัญหาเป็นหนึ่งในขั้นตอนการประมวลผลของกระบวนการเทคโนโลยี
สารสนเทศ ซึ่งแบ่งได้ ดังนี้
1.การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหา เป็นขั้นตอนการทาความเข้าใจกับปัญหา
เพื่อแบ่งแยกให้ชัดเจนโดยใช้คาถามต่อไปนี้
ข้อมูลที่กาหนดมาในปัญหาหรือเงื่อนไขของปัญหาคืออะไร เพื่อระบุข้อมูลเข้า
สิ่งที่ต้องการคืออะไร เพื่อระบุข้อมูลออก
วิธีการที่ใช้ประมวลผลคืออะไร เพื่อกาหนดวิธีการ
ประมวลผล
 2.การวางแผนในการแก้ปัญหาและถ่ายทอดความคิดอย่างมีขั้นตอน เป็นขั้นตอนการ
จาลองความคิดในการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา
สามารถเข้าใจและปฎิบัติตามไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งทาได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
 2.1การใช้ข้อความหรือคาบรรยาย เป็นการเขียนเค้าโครงแผนงานด้วยข้อความ
หรือคาบรรยายที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันหรือภาษาคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ทราบขั้นตอนการ
ทางานของการแก้ปัญหาแต่ละขั้นตอน ดังตัวอย่าง
ตัวอย่าง การวางแผนหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยใช้ข้อความหรือคาบรรยาย
1.กาหนดค่าความกว้าง
2.กาหนดค่าความยาว
3.คานวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าจากสูตร กว้าง x ยาว
4.แสดงผลค่าพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
 2.2การใช้สัญลักษณ์ เป็นการใช้สัญลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ มาเรียงต่อกันเป็น
แผนภาพเพื่อสื่อสารให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจตรงกัน ซึ่งสัญลักษณ์ที่กล่าวถึงนี้ได้กาหนด
ขึ้นโดยสถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา
 3.การดาเนินการแก้ปัญหา เป็นขั้นตอนการลงมือแก้ปัญหาตามที่วางแผนไว้ โดยอาศัย
ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือใช้การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมแก้ปัญหา
ซึ่งผู้แก้ปัญหาต้องศึกษาวิธีใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือการเขียนโปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจและเชี่ยวชาญตลอดจนรู้จักปรับเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาที่
ดีกว่าเสมอ
 4.การตรวจสอบและปรับปรุง เป็นขั้นตอนการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการดาเนินการ
แก้ปัญหาว่าถูกต้องสอดคล้องกับข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และวิธีการประมวลผลหรือไม่
ถ้ายังพบข้อบกพร่องต้องปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
 การใช้ขั้นตอนที่ 4 นี้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการเขียนหรือพัฒนาโปรแกรม
คอมพิวเตอร์จะช่วยให้สามารถประสบความสาเร็จได้เป็นอย่างดี
การแก้ปัญหาด้วยระบบสารสนเทศ จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษา
ข้อมูล รวมทั้งค้นคว้าหาวิธีการแก้ปัญหาและทาการตกลงกับผู้ใช้ระบบ
สารสนเทศนั้นด้วยว่า เขาต้องการแก้ปัญหานั้นอย่างไรจากหลาย ๆ วิธีที่อาจ
เป็นไปได้และอีกประการหนึ่งก็คือ เขาต้องการผลหรือคาตอบจากระบบ
สารสนเทศในรูปแบบอย่างไร
ขอจบการนาเสนอเพียงเท่านี้
ขอบคุณค่ะ/ครับ

การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • 2.
    นาย ตรัยพร ภักดีนอกม.5/7 เลขที่ 5 นางสาว ชนารดี เพ็ชร์กิจ ม.5/7 เลขที่ 10 นาย ชินพัตร พงษ์สุขเวชกุล ม.5/7 เลขที่ 18 นาย วราวุธ ตันติวัฒนสุทธิ ม.5/7 เลขที่ 21
  • 3.
  • 4.
     เป็นการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์เพื่อให้การปฎิบัติงานสะดวกรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยา ในการใช้ กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยแก้ปัญหา จาเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการ ทางาน ให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ  วิธีแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีที่อาจ คล้ายกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่น ๆ แต่มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบ คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการแก้ปัญหา แต่ต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความ เป็นไปได้ให้รอบคอบ ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการศึกษาถึงความ คุ้มค่าในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ต้องเลือกวิธีแก้ปัญหาให้ เหมาะสมกับงาน
  • 5.
     เหมาะกับระบบงานที่ต้องทางานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้าซาก และมีปริมาณงานมากหรืองาน ที่ต้องการความรวดเร็วในการคานวณเกินกว่าคนธรรมดาจะทาได้ วิธีการโดยทั่วไปก็คือ ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือระบบการทางานแบบเดิมมาใช้ระบบงานที่มีคอมพิวเตอร์ช่วย  ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องมีการสร้างระบบงาน คอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทางานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งโดยทั่วไปเราอาจไม่ต้องสร้าง ระบบงานทั้งหมดขึ้นใหม่ แต่พัฒนาระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานที่ทางานด้วย คอมพิวเตอร์ นิยมเรียกกันว่า การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ (Computerization) นั่นเอง  ดังนั้น การแก้ปัญหาในการทางานในปัจจุบันที่มีขั้นตอนการทางานที่ซ้าซ้อน ส่วนมากมัก ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยา และ สามารถทาซ้าได้ง่าย
  • 6.
     การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหลักการสาคัญคือ ปัญหา ทุกปัญหาต้องสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือวิธีการให้เหมาะสม โดยคานึงถึง ความคุ้มค่าในการลงทุน ด้านเวลา ด้านแรงงาน และค่าใช้จ่าย  การใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาร่วมกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทาได้โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ต่าง ๆ และการเขียนโปรแกรม ดัง รายละเอียดต่อไปนี้
  • 7.
     1.การใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ในการแก้ปัญหา เช่นไมโครซอฟต์เวิร์ด ไมโครซอฟต์ เพาเวอร์พอยนต์ ไมโครซอฟต์เอกซ์เซล ไมโครซอฟต์แอกเซส ซอฟต์แวร์โปร เดสท็อบ เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาในการทางาน ได้ ดังนี้ ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เวิร์ด(Microsoft Word) ช่วย แก้ปัญหาในการจัดทางานเอกสารต่าง ๆ เช่น ช่วยให้การพิมพ์งานเอกสารทาได้ รวดเร็วมากกว่าการใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้า มีการตรวจสอบการสะกดไวยากรณ์เพื่อ ป้องกันการพิมพ์ที่ผิดพลาด สามารถลบคาผิดและปรับปรุงข้อความในเอกสารได้
  • 8.
     ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เอกซ์เซล(Microsoft Excel)ช่วยแก้ปัญหา เกี่ยวกับการคานวณตัวเลข จัดทาตารางข้อมูล แผนภูมิและกราฟ เช่น การ คานวณตัวเลขหลายจานวนในตารางข้อมูล การใช้สูตรคานวณแทนการใช้เครื่องคิด เลข การจัดทาตารางข้อมูลให้สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย การใช้ข้อมูลในตาราง สร้างแผนภูมิแลกราฟได้อย่างง่ายดาย ถูกต้องและแม่นยา เป็นต้น
  • 9.
     ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์แอกเซส(Microsoft Access)ช่วยแก้ปัญหา การจัดเก็บข้อมูล โดยจัดเก็บข้อมูลจานวนมากให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวกต่อ การค้นหาและนามาใช้
  • 10.
     ซอฟต์แวร์ไมโคซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์(Microsoft PowerPoint) ช่วยแก้ปัญหาการนาเสนองานโดยทาให้การสร้างงานนาเสนอทาได้ง่าย และ น่าสนใจกว่าการนาเสนองานตามปกติที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์
  • 11.
     ซอฟต์แวร์โปรเดสท็อป (Pro/DESKTOP)ช่วยแก้ปัญหาในการ ออกแบบและสร้างชิ้นงานจาลอง โดยอานวยความสะดวกในการออกแบบและสร้าง ชิ้นงานจาลองด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีในซอฟต์แวร์ซึ่งมีความแม่นยา และทราบผล ทันที รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์มาเขียนแบบหรือสร้าง ชิ้นงานจาลอง
  • 14.
     วิธีการแก้ปัญหา วิธีการแก้ปัญหาเป็นหนึ่งในขั้นตอนการประมวลผลของกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ 1.การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหา เป็นขั้นตอนการทาความเข้าใจกับปัญหา เพื่อแบ่งแยกให้ชัดเจนโดยใช้คาถามต่อไปนี้ ข้อมูลที่กาหนดมาในปัญหาหรือเงื่อนไขของปัญหาคืออะไร เพื่อระบุข้อมูลเข้า สิ่งที่ต้องการคืออะไร เพื่อระบุข้อมูลออก วิธีการที่ใช้ประมวลผลคืออะไร เพื่อกาหนดวิธีการ ประมวลผล
  • 15.
     2.การวางแผนในการแก้ปัญหาและถ่ายทอดความคิดอย่างมีขั้นตอน เป็นขั้นตอนการ จาลองความคิดในการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนโดยผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา สามารถเข้าใจและปฎิบัติตามไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งทาได้ 2 รูปแบบ ดังนี้  2.1การใช้ข้อความหรือคาบรรยาย เป็นการเขียนเค้าโครงแผนงานด้วยข้อความ หรือคาบรรยายที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันหรือภาษาคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ทราบขั้นตอนการ ทางานของการแก้ปัญหาแต่ละขั้นตอน ดังตัวอย่าง ตัวอย่าง การวางแผนหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยใช้ข้อความหรือคาบรรยาย 1.กาหนดค่าความกว้าง 2.กาหนดค่าความยาว 3.คานวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าจากสูตร กว้าง x ยาว 4.แสดงผลค่าพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • 16.
     2.2การใช้สัญลักษณ์ เป็นการใช้สัญลักษณ์รูปแบบต่างๆ มาเรียงต่อกันเป็น แผนภาพเพื่อสื่อสารให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจตรงกัน ซึ่งสัญลักษณ์ที่กล่าวถึงนี้ได้กาหนด ขึ้นโดยสถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา
  • 17.
     3.การดาเนินการแก้ปัญหา เป็นขั้นตอนการลงมือแก้ปัญหาตามที่วางแผนไว้โดยอาศัย ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือใช้การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมแก้ปัญหา ซึ่งผู้แก้ปัญหาต้องศึกษาวิธีใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์หรือการเขียนโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจและเชี่ยวชาญตลอดจนรู้จักปรับเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาที่ ดีกว่าเสมอ  4.การตรวจสอบและปรับปรุง เป็นขั้นตอนการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการดาเนินการ แก้ปัญหาว่าถูกต้องสอดคล้องกับข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และวิธีการประมวลผลหรือไม่ ถ้ายังพบข้อบกพร่องต้องปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  การใช้ขั้นตอนที่ 4 นี้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการเขียนหรือพัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์จะช่วยให้สามารถประสบความสาเร็จได้เป็นอย่างดี
  • 18.
    การแก้ปัญหาด้วยระบบสารสนเทศ จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษา ข้อมูลรวมทั้งค้นคว้าหาวิธีการแก้ปัญหาและทาการตกลงกับผู้ใช้ระบบ สารสนเทศนั้นด้วยว่า เขาต้องการแก้ปัญหานั้นอย่างไรจากหลาย ๆ วิธีที่อาจ เป็นไปได้และอีกประการหนึ่งก็คือ เขาต้องการผลหรือคาตอบจากระบบ สารสนเทศในรูปแบบอย่างไร
  • 19.