บทคัดย่อ
โครงงานการสืบค้นข้อมูล
“ ทายังไงให้สอบตดิ”
ผู้จัดทา นางสาวเบญจวรรณ แซ่อึ่ง ชั้น ม.6/1 เลขที่ 14
ข้อมูลอ้างอิง
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบให้ได้ผล ใน 1 เดือน ซึ่งอาจจะมีข้อสา คัญ
สา หรับน้องๆ คือ การเลิกแชท ไปสักระยะ เพราะการแชทมากไปก็ไม่ดี น้องๆ ก็รู้อยู่ แชทพอให้หายเครียด
ก็คงเป็นทางสายกลางและเพื่อ สร้างทักษะให้กับผู้ที่กาลังเตรียมสอบเข้ามหาลัย ซึ่งในเนื้อหาเรื่องนี้กล่าวถึง
วิธีการและเทคนิคในการเตรียมตวัและการ แบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้แก่
ผู้อ่านและผู้ที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยอีกด้วย
มาดกูัน ว่ามีเทคนคิอะไรน่าสนใจบ้าง สิ่งแรกคือต้องเลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกสร้างบรรยากาศที่ไม่ใช่
การเตรียมสอบ เลิกแชท ตอนดึกๆ เลิกเม้าท์โทรศัพท์นานๆ ตัดทุกอย่างออกไปต้องทาให้ได้ถ้าไม่ได้อย่าคิด
เลยว่าจะสอบตดิด ฝันไปเถอะ ข้อที่สองคือตัดสินใจให้เด็ดขาด ว่าต่อไปนี้จะทาเพื่ออนาคตตัวเองซึ่งถ้าทา
ข้อสองไม่ได้ข้อสามไม่ต้องพูดถึงเพราะข้อสาม คือให้เขียนอนาคต ตัวเองไว้เลยว่า จะเรียนต่อคณะอะไร จบ
แล้วจะเป็นอะไร เช่น จะเรียนพยาบาล ก็เขียนป้ายตัวใหญ่ๆติดไว้ข้างห้อง มองเห็นตลอดเลยว่า “เราจะเป็น
พยาบาล” จะเรียนแพทย์ก็ต้องเขียนไว้เลย อะไรทานองนี้ เพื่อสร้างเป้าหมายให้ ชัดเจน มาถึงข้อที่สี่เตรียมตัว
สรรหาหนังสือ หาอาจารย์ติว หาเพื่อนคนเก่งๆ หาหนังสือมาให้ครบทกุเนื้อหาทจี่ะต้องสอบ เตรียมห้องอ่าน
หนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ให้พร้อม ต่อด้วยข้อที่ห้าเริ่มลงมืออ่านหนังสือ เริ่มจากวิชาที่ชอบ เรื่องที่ถนัด
ก่อน ทาข้อสอบไปด้วย ทาแบบฝึกหัดจากง่ายไปยาก ค่อยๆ ทา ถ้าท้อก็ให้ลืมตาดูป้าย ดูรูปอนาคตของติดตัว
ตลอดเวลา มาถึงข้อสุดท้ายข้อนี้สาคัญมาก หากท้อให้มองภาพอนาคตของตัวเองไว้เสมอ ย้ากับตัวเองว่า
“เราต้องกาหนดอนาคตของ ตัวเอง ไม่มีใคร กาหนดให้เรา เราต้องทาได้ เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”
โครงงานการสืบค้นข้อมูลเรื่องนี้ ทางผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่าน
และขอเป็นกาลังใจให้แก่ผู้ที่ตรียมตัวในการสอบเข้ามหาลัยเพื่อให้ไดต้ามที่คาดหวัง

ทำอย่างไรให้สอบติด?

  • 1.
    บทคัดย่อ โครงงานการสืบค้นข้อมูล “ ทายังไงให้สอบตดิ” ผู้จัดทา นางสาวเบญจวรรณแซ่อึ่ง ชั้น ม.6/1 เลขที่ 14 ข้อมูลอ้างอิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบให้ได้ผล ใน 1 เดือน ซึ่งอาจจะมีข้อสา คัญ สา หรับน้องๆ คือ การเลิกแชท ไปสักระยะ เพราะการแชทมากไปก็ไม่ดี น้องๆ ก็รู้อยู่ แชทพอให้หายเครียด ก็คงเป็นทางสายกลางและเพื่อ สร้างทักษะให้กับผู้ที่กาลังเตรียมสอบเข้ามหาลัย ซึ่งในเนื้อหาเรื่องนี้กล่าวถึง วิธีการและเทคนิคในการเตรียมตวัและการ แบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้แก่ ผู้อ่านและผู้ที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยอีกด้วย มาดกูัน ว่ามีเทคนคิอะไรน่าสนใจบ้าง สิ่งแรกคือต้องเลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกสร้างบรรยากาศที่ไม่ใช่ การเตรียมสอบ เลิกแชท ตอนดึกๆ เลิกเม้าท์โทรศัพท์นานๆ ตัดทุกอย่างออกไปต้องทาให้ได้ถ้าไม่ได้อย่าคิด เลยว่าจะสอบตดิด ฝันไปเถอะ ข้อที่สองคือตัดสินใจให้เด็ดขาด ว่าต่อไปนี้จะทาเพื่ออนาคตตัวเองซึ่งถ้าทา ข้อสองไม่ได้ข้อสามไม่ต้องพูดถึงเพราะข้อสาม คือให้เขียนอนาคต ตัวเองไว้เลยว่า จะเรียนต่อคณะอะไร จบ แล้วจะเป็นอะไร เช่น จะเรียนพยาบาล ก็เขียนป้ายตัวใหญ่ๆติดไว้ข้างห้อง มองเห็นตลอดเลยว่า “เราจะเป็น พยาบาล” จะเรียนแพทย์ก็ต้องเขียนไว้เลย อะไรทานองนี้ เพื่อสร้างเป้าหมายให้ ชัดเจน มาถึงข้อที่สี่เตรียมตัว สรรหาหนังสือ หาอาจารย์ติว หาเพื่อนคนเก่งๆ หาหนังสือมาให้ครบทกุเนื้อหาทจี่ะต้องสอบ เตรียมห้องอ่าน หนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ให้พร้อม ต่อด้วยข้อที่ห้าเริ่มลงมืออ่านหนังสือ เริ่มจากวิชาที่ชอบ เรื่องที่ถนัด ก่อน ทาข้อสอบไปด้วย ทาแบบฝึกหัดจากง่ายไปยาก ค่อยๆ ทา ถ้าท้อก็ให้ลืมตาดูป้าย ดูรูปอนาคตของติดตัว ตลอดเวลา มาถึงข้อสุดท้ายข้อนี้สาคัญมาก หากท้อให้มองภาพอนาคตของตัวเองไว้เสมอ ย้ากับตัวเองว่า “เราต้องกาหนดอนาคตของ ตัวเอง ไม่มีใคร กาหนดให้เรา เราต้องทาได้ เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” โครงงานการสืบค้นข้อมูลเรื่องนี้ ทางผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่าน และขอเป็นกาลังใจให้แก่ผู้ที่ตรียมตัวในการสอบเข้ามหาลัยเพื่อให้ไดต้ามที่คาดหวัง