ขั้นตอนของการทาโครงงาน
เลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
ขั้นตอนแรกที่ผู้เรียนจะต้องเลือกเรื่องที่เขาสนใจโดยครูจะต้อง
เป็นผู้แพ้หรือจัดกิจกรรมกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้ว่าจะทาอะไรได้
บ้างด้วยความพึงพอใจหัวข้อของโครงงานอยากรู้อยากเห็นใน
เรื่องต่าง ๆ ของผู้เรียนซึ่งเป็นผลมาจากการอ่านหนังสือการ
ฟังการบรรยายการทัศนศึกษาการได้พบสิ่งต่างๆใน
ชีวิตประจาวันหัวข้อโครงงานควรมีลักษณะเฉพาะและชัดเจน
ว่าทาอะไรควรเน้นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวและเกิดประโยชน์
ศึกษาค้นคว้าเอกสารและแหล่งข้อมูล
ในขั้นตอนนี้ผู้สอนจะต้องจัดเตรียมหรือชี้แนะแหล่งความรู้
ต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะต้องใช้ชิงหาคาตอบจากเรื่องที่เขาสนใจ
และสงสัยอาจเป็นเอกสารประเภทผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญสื่อ
ประเภทโสตทัศน์วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะต้องได้รับรู้ว่า
มีแหล่งความรู้ใดบ้างแนวทางและแนวทางปฏิบัติอย่างกว้าง
ๆ ไม่ว่าจะทาอะไรก็ตาม
จัดทาเค้าโครงข้อเสนอ
เมื่อผู้เรียนได้กาหนดแนวทางกว้างๆแล้ว จะต้องนาแนวทาง
นั้นมาวางแผนในการทางานว่าจะทาอะไรก่อนหล้ง โดยการ
สร้างแผนที่ความคิด แล้วนามาจัดทาเค้าโครงของโครงงาน
กาหนดเป็นหัวข้อต่างๆ ได้แก่ ชื่อโครงงาน ชื่อผู้จัดทา
โครงงาน ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน ระยะเวลาดาเนินงาน เหตุผล
ที่จัดทาโครงานวัตถุประสงค์ของการจัดทา ขั้นตอนการ
ดาเนินงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ และแหล่งความรู้ที่ใช้ใน
การศึกษาค้นคว้า
ลงมือทาโครงงาน
ขั้นตอนนี้ผู้เรียนจะต้องดาเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้ โดยอยู่ในความ
ดูแลและแนะนาของครูผู้สอน โดยผู้เรียนจะต้องปฏิบัติงานด้วยความ
รอบคอบ มีการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้เป็นระยะว่าทาอะไร ทา
อย่างไร ได้ผลอย่างไร เมื่อมีปัญหาหรืออุปสรรคได้แก้ไขอย่างไร ผู้เรียน
ควรฝึกทักษะจากกิจกรรม และแหล่งความรู้ที่หลากหลาย ตามความ
สนใจ เกิดการเรียนรู้ตามลาดับขั้นโดยการปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ได้
สนุกเพลิดเพลินกับการทางาน ได้ทางานอย่างมีความสุข เกิดความ
ภูมิใจในผลงานที่ปรากฎ และสามารถนาความรู้นั้นไปใช้
ได้อย่างเหมาะสม
-การเตรียมการ
การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควร
เตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึกการทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทา
โครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
-การลงมือพัฒนา
1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทาให้ผลงานดีขึ้น
2. จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่่อยทา ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วน
เสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์ มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทา ให้ตกลงรายละเอียดในการต่อเชื่อม
ชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
-การทดสอบผลงานและแก้ไข
การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความจาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทางานได้ถูกต้องตรงกับ
ความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทาด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
-การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจ
ถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนา ไปหา
ความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่น
มาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย
-แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญ หรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็น
ข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้
เขียนรายงาน
การดาเนินการตามขั้นตอนนี้เป็นการสรุปการรายงานผล
จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้อื่นได้ทราบแนวคิด วิธี
ดาเนินงาน ผลที่ได้รับ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ
โครงงานการเขียนรายงานควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ
ชัดเจน และครอบคลุมประเด็นสาคัญ ๆ อาจกาหนดเป็น
หัวข้อต่าง ๆหรือรายบท ได้ดังนี้บทนา เอกสารที่เกี่ยวข้อง
การดาเนินการศึกษา ผลการศึกษา สรุป และข้อเสนอแนะ
รวมทั้งภาคผนวกที่ต้องการนาเสนอในรายละเอียดด้วย
-ส่วนนา
ส่วนนา เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้ทาโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คาขอบคุณ เป็นคากล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทาให้โครงงานสาเร็จ
5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสาคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดาเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ
-บทนา
บทนาเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย
1. ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
2. เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า
3. ขอบเขตของโครงงาน
-หลักการและทฤษฎี
หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนามาใช้ในการ
พัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนามาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย
-วิธีดาเนินการ
วิธีดาเนินการ อธิบายขั้นตอนการดาเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข
พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทางาน
-ผลการศึกษา
ผลการศึกษา นาเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คานึงถึงความเข้าใจของ
ผู้อ่านเป็นหลัก
-สรุปผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทา งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้าน
สมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนา ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทาโครงงาน
หรือข้อสังเกตที่สาคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทา โครงงานนี้รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้
ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทานองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
-ประโยชน์
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนา
ผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
-บรรณานุกรม
บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทา โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและ
รายละเอียดต่างๆ ที่นามาใช้ประโยชน์ในการทา โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
-การจัดทาคู่มือการใช้งาน
หาโครงงานที่นักเรียนจัดทา เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทาคู่มืออธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่ง
ประกอบด้วย
1. ชื่อผลงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทางานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทา หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทางานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
เสนอและแสดงโครงงาน
นับเป็นขั้ตอนสุดท้ายของการจัดทาโครงงาน เป็นการนาผลการ
ดาเนินงานทั้งหมดมาเสนอให้ผู้อื่นได้ทราบ โดยเน้นความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ อาจมีลักษณะเป็นเอกสาร รายงาน
ชิ้นงาน แบบจาลอง ฯลฯ ซึ่งสามารถนาเสนอในรูปแบบที่
หลากหลาย เช่น การจัดนิทรรศการ การแสดง การสาธิต การ
บรรยาย การจัดทาสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดทาสื่อมัลติมีเดีย ฯลฯ
อ้างอิง
• www.acr.ac.th
• www.krui3.com
• www.youtube.com/watch?v=R8OBke0u08M

Com 4