Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Teacher Sophonnawit
65,663 views
คู่มือฝึกระเบียบแถว
คู่มือการฝึกระเบียบแถว
Education
◦
Read more
13
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 299 times
1
/ 28
2
/ 28
3
/ 28
4
/ 28
5
/ 28
6
/ 28
7
/ 28
8
/ 28
9
/ 28
10
/ 28
11
/ 28
12
/ 28
13
/ 28
Most read
14
/ 28
Most read
15
/ 28
Most read
16
/ 28
17
/ 28
18
/ 28
19
/ 28
20
/ 28
21
/ 28
22
/ 28
23
/ 28
24
/ 28
25
/ 28
26
/ 28
27
/ 28
28
/ 28
More Related Content
PDF
พิธีเปิด ปิด กิจกรรมยุวกาชาด-เอกสาร56
by
Jariya Jaiyot
PDF
Formations
by
Tanad Pradithapreecha
PDF
คู่มือฝึกระเบียบแถว (การใช้ไม้ถือของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ)
by
Teacher Sophonnawit
PPT
การชุมนุมรอบกองไฟ
by
นางสาวดาวใจ พิมพ์เสนา
PPTX
ลูกเสือ-เนตรนารี
by
Jirapat Chomvilai
PPT
การบริหารลูกเสือ
by
English for Thai students
PDF
การฝึกลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
by
Teacher Sophonnawit
PPT
สาระสำคัญของการลูกเสือ
by
preecha klamrassamee
พิธีเปิด ปิด กิจกรรมยุวกาชาด-เอกสาร56
by
Jariya Jaiyot
Formations
by
Tanad Pradithapreecha
คู่มือฝึกระเบียบแถว (การใช้ไม้ถือของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ)
by
Teacher Sophonnawit
การชุมนุมรอบกองไฟ
by
นางสาวดาวใจ พิมพ์เสนา
ลูกเสือ-เนตรนารี
by
Jirapat Chomvilai
การบริหารลูกเสือ
by
English for Thai students
การฝึกลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
by
Teacher Sophonnawit
สาระสำคัญของการลูกเสือ
by
preecha klamrassamee
What's hot
PDF
เกณฑ์การประเมินรูบริคส์
by
Lamai Fungcholjitt
DOC
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
by
Kruthai Kidsdee
PDF
ใบงานจำนวนนับ
by
ReungWora
PDF
ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ภาษาไทย (Key)_ม.1
by
Sivagon Soontong
PDF
แบบฝึกเสริมทักษะ ชุด มาตราตัวสะกด ป4
by
Itt Bandhudhara
PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
PDF
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
PDF
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
PDF
ใบงานคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
by
ssuser456899
DOC
หนังสือนำส่ง
by
Mapowzee Dahajee
PDF
แผนจัดการเรียนรู้เรื่องอาหารและโภชนาการ
by
tassanee chaicharoen
PDF
คำวิเศษณ์
by
Nanthida Chattong
PPSX
หน่วยที่ 5 การวางโครงเรื่องของเรียงความ
by
ขนิษฐา ทวีศรี
PDF
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
PDF
ข้อสอบพลศึกษาป.2
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
DOCX
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
PDF
แผนKpa ส่งจริง (ซ่อมแซม)
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
แบบประเมินทักษะกระบวนการ
by
somdetpittayakom school
PDF
การเขียนป.5 ชุด1.
by
พีรณัฐ เฟื่องนคร
PDF
แบบประเมินต่างๆ
by
Naphachol Aon
เกณฑ์การประเมินรูบริคส์
by
Lamai Fungcholjitt
แบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาไอซ์ในโรงเรียน
by
Kruthai Kidsdee
ใบงานจำนวนนับ
by
ReungWora
ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ภาษาไทย (Key)_ม.1
by
Sivagon Soontong
แบบฝึกเสริมทักษะ ชุด มาตราตัวสะกด ป4
by
Itt Bandhudhara
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
ใบงานคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
by
ssuser456899
หนังสือนำส่ง
by
Mapowzee Dahajee
แผนจัดการเรียนรู้เรื่องอาหารและโภชนาการ
by
tassanee chaicharoen
คำวิเศษณ์
by
Nanthida Chattong
หน่วยที่ 5 การวางโครงเรื่องของเรียงความ
by
ขนิษฐา ทวีศรี
สุขฯ ม.2 หน่วย 9
by
supap6259
ข้อสอบพลศึกษาป.2
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
แผนKpa ส่งจริง (ซ่อมแซม)
by
ทับทิม เจริญตา
แบบประเมินทักษะกระบวนการ
by
somdetpittayakom school
การเขียนป.5 ชุด1.
by
พีรณัฐ เฟื่องนคร
แบบประเมินต่างๆ
by
Naphachol Aon
Similar to คู่มือฝึกระเบียบแถว
PDF
ประชุมกอง สามัญ
by
watdang
PDF
E0b983e0b89ae0b884e0b8a7e0b8b2e0b8a1e0b8a3e0b8b9e0b989e0b897e0b8b5e0b988 1
by
Thawatchai Rustanawan
PDF
ลูกเสือ
by
Thawatchai Rustanawan
PPT
การดำเนินงาน ลส.3 d ในสถานศึกษา
by
watdang
PPT
ประวัติลูกเสือ
by
guest64f3d9
PDF
ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ
by
watdang
ประชุมกอง สามัญ
by
watdang
E0b983e0b89ae0b884e0b8a7e0b8b2e0b8a1e0b8a3e0b8b9e0b989e0b897e0b8b5e0b988 1
by
Thawatchai Rustanawan
ลูกเสือ
by
Thawatchai Rustanawan
การดำเนินงาน ลส.3 d ในสถานศึกษา
by
watdang
ประวัติลูกเสือ
by
guest64f3d9
ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ
by
watdang
More from Teacher Sophonnawit
PDF
คู่มือการใช้งาน Logbook
by
Teacher Sophonnawit
PPTX
วิทยฐานะ ว 21 2560 ล่าสุด
by
Teacher Sophonnawit
PPTX
ว21 2560 (ดร.สำเริง)
by
Teacher Sophonnawit
PPT
Lookbook teacher
by
Teacher Sophonnawit
PDF
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปี...
by
Teacher Sophonnawit
PDF
แผน 1 the curious boy and the fish
by
Teacher Sophonnawit
PDF
คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน
by
Teacher Sophonnawit
PDF
คู่มือการใช้สื่อปฏิสัมพันธ์ (Interactive Solfwear) หนังสือ Upstream ม.4
by
Teacher Sophonnawit
PDF
Access m.3 wordlists
by
Teacher Sophonnawit
PDF
ว7 แนวทางและแบบฟอร์มการเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ ก.ค.ศ. พิจารณา
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.3/4 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานนิเทศการศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.3/3 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานบริหารสถานศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.3/2 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานบริหารสถานศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.3/1 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานการสอน)
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.2 แบบรายงานและรับรองด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
by
Teacher Sophonnawit
PDF
PA.1 แบบคำขอ
by
Teacher Sophonnawit
PDF
ว7 กรอบและแนวทางการทดสอบความรู้ความสามารถเชิงทฤษฎีและการประเมินประสบการณ์วิชาชีพ
by
Teacher Sophonnawit
PDF
ว7 ปฏิทินการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์
by
Teacher Sophonnawit
PDF
ว7 คำอธิบายและตัวอย่าง
by
Teacher Sophonnawit
PDF
ว7 หลักเกณฑ์และวิธีการ
by
Teacher Sophonnawit
คู่มือการใช้งาน Logbook
by
Teacher Sophonnawit
วิทยฐานะ ว 21 2560 ล่าสุด
by
Teacher Sophonnawit
ว21 2560 (ดร.สำเริง)
by
Teacher Sophonnawit
Lookbook teacher
by
Teacher Sophonnawit
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปี...
by
Teacher Sophonnawit
แผน 1 the curious boy and the fish
by
Teacher Sophonnawit
คู่มือหนังสือส่งเสริมการอ่าน
by
Teacher Sophonnawit
คู่มือการใช้สื่อปฏิสัมพันธ์ (Interactive Solfwear) หนังสือ Upstream ม.4
by
Teacher Sophonnawit
Access m.3 wordlists
by
Teacher Sophonnawit
ว7 แนวทางและแบบฟอร์มการเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ ก.ค.ศ. พิจารณา
by
Teacher Sophonnawit
PA.3/4 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานนิเทศการศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PA.3/3 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานบริหารสถานศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PA.3/2 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานบริหารสถานศึกษา)
by
Teacher Sophonnawit
PA.3/1 แบบข้อเสนอในการพัฒนางานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (สายงานการสอน)
by
Teacher Sophonnawit
PA.2 แบบรายงานและรับรองด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
by
Teacher Sophonnawit
PA.1 แบบคำขอ
by
Teacher Sophonnawit
ว7 กรอบและแนวทางการทดสอบความรู้ความสามารถเชิงทฤษฎีและการประเมินประสบการณ์วิชาชีพ
by
Teacher Sophonnawit
ว7 ปฏิทินการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์
by
Teacher Sophonnawit
ว7 คำอธิบายและตัวอย่าง
by
Teacher Sophonnawit
ว7 หลักเกณฑ์และวิธีการ
by
Teacher Sophonnawit
คู่มือฝึกระเบียบแถว
1.
สารบัญ การฝกระเบียบแถวของหมู แถวตอนเรียง 1 แถวหนากระดาน การจัดแถว การจัดแถวเปนการฝกลูกเสือเปนหมูและกอง หมูลูกเสือเปนหนวยเล็กที่สุด
ซึ่งเปนสวน หนึ่งของกองและกลุมลูกเสือ ตามกําลังที่กลาวแลวขางตน ฉะนั้นหมูจึงเปนรากฐานของกองและ กลุมตามลําดับ การฝกหมู และกอง มุงหมายที่จะฝกใหลูกเสือรูจักปฏิบัติหนาที่ของตนและหนาที่ที่จะ ตองปฏิบัติรวมกันในเมื่อเขามาอยูรวมกันเปนหมูและกอง กับทั้งสามารถทําการแทนกันไดไมวา หนาที่ใด ๆ การฝกเปนบุคคลเปนการฝกขั้นตนของการฝกหมู และดําเนินไปในระหวางฝกหมูดวย เพราะหมูมีกําลังไมมากพอที่ผูฝกจะตรวจตราแกไขขอบกพรองในการปฏิบัติ และใหคําอธิบายแก ลูกเสือเปนบุคคลไดทั่วถึง เชนเดียวกันการฝกกองก็เปนการฝกใหลูกเสือ และผูบังคับบัญชาลูกเสือประจําหนวย ตาง ๆ ใหปฏิบัติการรวมกันตามลักษณะของการฝกเปนกองไดถูกตอง การฝกระเบียบแถวของหมู การฝกระเบียบแถวของหมูมีความมุงหมาย คือ (1) ใหลูกเสือรูจักทําการเคารพ และเคลื่อนไหวเปนหมูอยางเปนระเบียบเรียบรอย (2) อบรมวินัยของลูกเสือ และความพรอมเพรียงในการปฏิบัติทาตาง ๆ ที่ตองทําดวยกัน ใหถูกตองและแข็งแรง เหตุนี้การฝกแถวชิดจึงตองกระทําอยูเสมอ การฝกแถวชิด รูปขบวน
2.
รูปขบวนของหมู มีแถวตอนและแถวหนากระดาน แถวตอนของหมู
มีแถวตอนเรียง 1 แถวหนากระดานของหมูมีแถวหนากระดานแถวเดี่ยว แถวตอนเรียง 1 รองนายหมูลูกเสือเปนหลักอยูหนานายหมูลูกเสือ 6 กาว ลูกเสืออื่นเขา แถวซอนกันไปขางหลังในแนวลึก ยืนตรงคอคนหนาระยะตอ 1 กาว (ประมาณ 1 ชวงแขน) รูปที่ 50 แถวตอนเรียง 1 แถวหนากระดาน รองนายหมูลูกเสือเปนหลัก อยูหนานายหมูลูกเสือ 6 กาว ลูกเสืออื่น ๆ เขาประจําที่ทางซายของหลัก เรียงตามลําดับตําแหนงจากขวามาซายระยะเคียง 1 กาว (ชวงแขน) หรือนัยหนึ่งรูปแถวกระดานแถวเดียวของหมู จัดรูปขบวนอยางแถวตอนเรียง 1 เมื่อทําซายหัน และมีระยะเคียง 1 กาว รูปที่ 51 แถวหนากระดาน ในการตรวจพลสวนสนามแถวหนากระดานของหมูปดระยะเคียงระหวางบุคคล อาศัยระยะงอศอกซายของลูกเสือทางขวามือเทาสะโพก ปลายนิ้วชี้ลงพื้นเรียกวาแถวหนากระดาน ปดระยะ
3.
ที่อยูของนายหมูลูกเสือและการกําหนดคนหลัก เมื่อนายหมูลูกเสือเปนผูเรียกแถวของหมู รองนายหมูลูกเสือเปนคนหลักในการเขาแถว เวนแตนายหมูลูกเสือจะไมอยูหรือปฏิบัติหนาที่ไมได รองนายหมูลูกเสือจึงเรียกแถวแทนคน หลักก็จะไดแกลูกเสือที่กําหนดให
เมื่อนายหมูลูกเสือเรียกแถว คนหลักตองอยูตรงหนาผูเรียก 6 กาว การเขาแถวและการจัดแถว หมูเขาแถวตามคําบอกของนายหมูลูกเสือ ในเวลาอยูกับที่ใชคําบอก “แถวหนากระดาน, มาหาขาพเจา” ในเวลาเคลื่อนที่ใชคําบอกวา “แถวหนากระดาน, ตามขาพเจา” ในเวลาอยูกับที่ ลูกเสือถือไมพลองหรือไมสามงามมาเขาแถวทาเรียบอาวุธถาเดินใหถือไม พลองหรือไมสามงามในทาคอนอาวุธ เมื่อจะใหเขาแถวตอนเรียง 1 นายหมูลูกเสือใชคําบอกวา “ตอนเรียง 1 มาหาขาพเจา” หรือ “ตามขาพเจา” ลูกเสือวิ่งไปหาผูเรียกโดยเร็ว รองนายหมูเปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว ลูกเสืออื่น ๆ เขาแถวตอคนหลักไปขางหลังเปนแถวเดียวและตรงคงกันระยะตอ 1 กาวหยุดอยูกับที่หรือเดิน ตามผูเรียก ถาเปนการเขาแถวอยูกับที่ เมื่อนายหมูลูกเสือตรวจการจัดแถวลูกเสือทุกคนไมเคลื่อนไหว คอยฟงคําสั่งตอไป เมื่อจะใหเขาแถวหนากระดานฬึ่งมีเฉพาะหนากระดานแถวเดียวอยูกับที่ ใชคําบอกวา “ แถวหนากระดาน,มาหาขาพเจา” ลูกเสือเขาแถวหนาผูเรียกโดยเร็ว รองนายหมูลูกเสือเปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว ลูกเสือ อื่น ๆ เขาแถวตามตําแหนงถัดจากคนหลักไปทางซายระยะเคียง 1 กาว (สุดแขนซายของลูกเสือ ที่อยูทางขวา) และจัดแถวทางขวาโดยสะบัดหนาแลขวาทุกคน เวนแตคนอยูขวาสุดของแถวตรง เปนหลัก ถาจะใหหมูจัดแถวหนากระดานปดระยะใชคําระยะ ใชคําบอกวา “แถวหนากระดานปด ระยะ, มาหาขาพเจา” ลูกเสือเขาแถวหนากระดานดังกลาวมาแลว แตปดระยะเคียงแคศอกซายงอฝามือเทา ตะโพกของลูกเสือที่อยูทางขวา เมื่อนายหมูลูกเสือตรวจการจัดเสร็จแลวสั่ง “นิ่ง” ลูกเสืออยูในทาตรง (สะบัดหนาแลตรง) ไมเคลื่อนไหวตอไป
4.
เมื่อจะใหเลิกแถวใชคําบอกวา “เลิกแถว” ลูกเสือทําวันทยหัตถหรือวันทยาวุธแลวขวาหัน เลิกแถวไป การเคลื่อนที่และการเปลี่ยนรูปแถว และการเปลี่ยนทิศหนาแถว หมูยอมเคลื่อนที่เปนแถวตอนเรียง
1 การเคลื่อนที่ดวยแถวหนากระดานนั้นใชเปนบาง โอกาสและเปนการชั่วคราว สําหรับแถวหนากระดานปดระยะใชในคราวที่มีการเดินสวนสนาม การเปลี่ยนรูปแถวของหมูนั้นโดยปกติใชวิธีเรียกแถวใหม ซึ่งเปนวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว เชน หมูอยูในแถวหนากระดาน ประสงคจะใหเปนแถวตอนเรียง 1 อยูกับที่นายหมูลูกเสือเรียก “ตอนเรียง 1, มาหาขาพเจา” ลูกเสือก็เขาแถวใหมดังกลาวมาแลว เมื่อจะใหเคลื่อนที่สั่ง “ตอนเรียง 1 ตามขาพเจา” นายหมูลูกเสือเคลื่อนที่นําแถวลูกเสือ ซึ่งจัดแถวใหมออกเคลื่อนที่ตามไปทันที การเปลี่ยนทิศหนาแถวของหมูจากทิศทางหนึ่ง ไปสูทิศทางใหมทั้งแถวตอนและแถวหนา กระดาน ดวยคําบอกตอไปนี้ (1) บอกเลี้ยวขวา (ซาย) หรือเลี้ยวขวา (ซาย), กลับหลัง (2) ชี้ทิศทางใหแลวใชคําบอก “หนา (กึ่งขวา กึ่งซาย) ที่หมาย…….” 1. บอกเลี้ยวขวา (ซาย) ในเวลาอยูกับที่บอก “เลี้ยวขวา (ซาย) – หนาเดิน (วิ่ง)” ให ลูกเสือออกเดิน (วิ่ง) เลี้ยวไปปกที่เปนหลักในการเลี้ยว (เลี้ยวขวาไดแกปกขวา, เลี้ยวซายไดแกปก ซาย) ซอยเทา ปกตรงกันขาม เดิน (วิ่ง) เต็มกาวลูกเสืออื่น ๆ ระหวางเดิน (วิ่ง) กาวสั้นลงตามระยะ ใกลชิดกับคนหลัก ขณะเลี้ยวรักษาระยะเคียงใหถูกตองโดยถือแนวหนาแถวของคนหลักเปน สําคัญ เมื่อเลี้ยวไปทางขวา (ซาย) เปนมุม 90 องศาแลว ลูกเสือตับหนาเดิน (วิ่ง) ตรงออกไป ในเวลาเคลื่อนที่บอก “เลี้ยวขวา (ซาย) – ทํา” ปกขวา (ซาย) เปนหลักในการเลี้ยวเหมือน ในเวลาอยูกับที่และเมื่อตับหนาเลี้ยวไปทางขวา (ซาย) เปนมุม 90 องศาแลว ลูกเสือตับหนาเดิน (วิ่ง) ตรงออกไป เลี้ยวขวา (ซาย), กลับหลัง ถาแถวอยูกับที่ใหบอกแถวเคลื่อนที่เสียกอน โดยบอก “หนา – เดิน (วิ่ง)” แลวจึงสั่ง “เลี้ยวขวา (ซาย), กลับหลัง” ลูกเสือปฏิบัติการเลี้ยวตามที่ไดกลาวมาแลว เมื่อหนาแถวเลี้ยวไปสูทิศตรงกันขามแลวลูกเสือเดิน (วิ่ง) ตอไปเอง หมายเหตุ ถาจะใหแถวหยุดขณะเลี้ยว ใชคําบอกรวดวา “หยุด” ถาเลี้ยวและไดเดิน (วิ่ง) ตรงออกไปแลวก็สั่งใหแถวหยุด ตามลักษณะของการเคลื่อนที่ซึ่งสุดแตวาจะเปนเดินหรือวิ่ง
5.
2. ชี้ทิศทางใหแลวใชคําบอก “หนา
(กึ่งขวากึ่งซาย) ที่หมาย….” นายหมูลูกเสือจะใหเปลี่ยนหนาแถวขณะเคลื่อนที่ไปในทางทิศใด แทนที่จะสั่ง เลี้ยวขวา (ซาย) อยางขอ (1) จะกําหนดที่หมายโดยใหชี้ทิศทางแลวบอกถึงตําแหนงที่หมายก็ได เชน เมื่อชี้แลวบอกวา “หนา-ที่หมายตนโพธิ์” คนหลักเลี้ยว ไปตามทิศทางที่นายหมูลูกเสือชี้แลว ลูกเสืออื่นก็เคลื่อนตามไปยังที่หมายขางหนา ถาตองการใหลูกเสือเปลี่ยนทิศทางโดยรวดเร็วก็เติมคําวา “วิ่ง” ตอทายคําบอก เชน “กึ่งขวาที่หมายเนินดิน-วิ่ง” ลูกเสือที่เคลื่อนที่ใหหนาแถวตรงที่หมายทางกึ่งขวาโดยเร็วแลวเดิน ตอไป นอกจากนั้น นายหมูลูกเสือจะสั่งใหหมูเปลี่ยนทิศหนาแถวไปตามเสนทางที่กําหนดใหก็ ได เชนสั่งวา“เคลื่อนที่ตามแนวถนนทางขวา” หมูลูกเสือก็จะเคลื่อนที่ไปตามแนวถนนทางขวา เปนตน การฝกระเบียบแถวของกอง การฝกระเบียบแถวของกองมีความมุงหมายที่จะใหลูกเสือและผูบังคับบัญชาลูกเสือ ใน กําลังของกองอยูในบังคับบัญชาของผูกํากับลูกเสือโดยแนนอนและเพื่อใหหมูตาง ๆ ในสังกัดกอง ไดปฏิบัติหนาที่ในกองกลมกลืนกันยิ่งขึ้น การฝกแถวชิด รูปขบวน กองจัดแถวเปนแถวตอนเรียง 3 และตอนเรียง 2 หรือแถวหนากระดาน 3 แถว และแถว หนากระดาน 2 แถว บางกรณีกองลูกเสืออาจมีเพียง 2 หมู เมื่อเปนเชนนี้กองจะจัดแถวเปนตอนเรียง 2 หรือแถว หนากระดาน 2 แถวก็ได สวนแถวตอนเรียง 1 หรือแถวหนากระดานแถวเดี่ยว ก็คงจัดไดเชนกัน แถวตอนเรียง 3 และแถวตอนเรียง 2 แถวตอนเรียง 3 ของกอง คือใหหมูจัดแถวตอนเรียง 1 เคียงกัน 3 หมู ระยะเคียงระหวางหมู แคศอกซายงอของลูกเสือทางขวา หมู 1 อยูขวาสุด ถัดไปหมู 2 และหมู 3 อยูซาย (ดังรูป) และ ซอนกันอีก 3 หมู หมู 4 ตอทายหมู 1 หมู 5 ตอทายหมู 2 และหมู 6 ตอทายหมู 3 ระยะตอระหวาง บุคคล 1 กาว และระยะตอระหวางหมู 2 กาว
6.
เมื่อกองอยูตามลําพัง ผูกํากับลูกเสืออยูในระยะ 6
กาว ขางหนานายหมูลูกเสือหลักที่ตั้งขึ้น หรือแลวแตผูกํากับลูกเสือจะกําหนด นายหมูลูกเสืออยูขางหนาหมูของตน ลูกเสือนอกนั้นคงเขา แถวในรูปแถวตอนเรียง 1 ในหมูของตน รูปที่ 52 แถวตอนเรียง 3 กองที่มีลูกเสือเพียง 5 หมู ใหกองจัดแถวตอนเรียง 2 โดยแตละหมูจัดแถวตอนเรียง 1 หมู 1 อยูขวาและหมู 2 อยูซายระยะเคียงแคศอกซายงอของลูกเสือทางขวา นายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผู เรียก 6 กาว และนายหมูลูกเสืออยูหนาหมูของตนและซอนกับอีก 2 หมู หมู 3 ตอทายหมู 1 และ หมู 4 ตอทาย หมู 2 ระยะตอ ระหวางหมู 2 กาว รูปที่ 53 แถวตอนเรียง 2 แถวตอนเรียง 1 ของกอง คือทั้งกองจัดเปนแถวตอนเรียง 1 หมู 1 อยูหนาหมู 2, หมู 3, หมู 4 ฯลฯ อยูตอขางหลังใหตรงคอกับหมูหนา ระยะตอระหวางหมู 2 กาว ถาไมไดสั่งเปนอยาง อื่น ใหนายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว
7.
รูปที่ 54 แถวตอนเรียง กองที่มีลูกเสือเพียง
2 หมู ใหกองจัดแถวตอนเรียง 2 โดยใหหมู 1 อยูขวา และหมู 2 ซาย ระยะเคียงแคศอกซายงอของลูกเสือทางขวา รูปแถวหนากระดานของกองคือกองแถวตอนเรียง 2 หรือแถวตอนเรียง 1 เมื่อทั้งกองทําซายหัน หรือขวาหัน ในแถวหนากระดาน 3 แถวของกองทั้ง 6 หมู ตางจัดแถวหนากระดานเรียงซอนกัน หมู 1, หมู 2 อยูหนา ถัดมาหมู 3, หมู 4 และหมู 5, หมู 6 อยูหลังสุด ระยะตอและระยะเคียง 1 กาวเทากัน เวนแตถาเปนแถวหนากระดานปดระยะแลว ระยะเคียงตองชิดเขามาเหลือแคศอกซายงอของผูอยู ทางขวา นายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว รูปที่ 55 แถวหนากระดาน 3 แถว
8.
รูปที่ 56 แถวหนากระดาน
2 แถว แตละหมูจัดแถวหนากระดาน นายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว หมู 2-3 อยูแถว หนา หมู 4-5-6 อยูแถวหลัง ระยะตอระยะเคียง 1 กาวเทากัน เวนแตจะปดระยะใหชิดเขามาเปนแค ศอกซายงอของผูที่อยูทางขวา รูปแถวหนากระดานของกองที่มี 2 หรือ 4 หมู จัดเปนแถวหนากระดาน 2 แถว แตละหมู จัดแถวหนากระดานเรียงซอนกัน หมู 1 อยูหนา หมู 2 อยูหลัง กรณี 4 หมู หมู 1-2 อยูหนา หมู 3-4 อยูหลังระยะตอระยะเคียง 1 กาวเทากัน นอกจากจะเปนแถวปดระยะ ระยะเคียงแคศอกซายงอของ ผูที่อยูทางขวานายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผูเรียก 6 กาว ขบวนเดินทาง ตามปกติกองใชแถวตอนเรียง 3 หรือตอนเรียง 2 เมื่อเดินตามสบายใหรองผูกํากับลูกเสือ อยูขวาตับหลังของกองและออกจากที่ประจําครั้งคราวเพื่อตรวจตราลูกเสือ เมื่อกองเดินเขาระเบียบ รองผูกํากับลูกเสือก็เขาประจําที่หนากองของตน การเขาแถวและจัดแถว กองเขาแถวเปนแถวตอน หรือแถวหนากระดานทั้งการจัดแถวและเลิกแถวอยางเดียวกัน เมื่อกงจัดแถวเปนหนากระดาน 3 แถว หมู 1-2 ตั้งแถวตามที่กลาวไวและนายหมูเขาประจําปกขวา หมู 3-4 เขาแถวขางหลังหมู 1 เปนแถวที่ 2 และหมู 5-6 เปนแถวที่ 3 เปนแถวที่ 3 ตามลําดับ นาย หมูลูกเสือตรวจตราแกไขการจัดแถวเมื่อจําเปนดวยเสียงคอย ๆ จัดแถวเสร็จแลว รองผูกํากับลูก เสือบอก “นิ่ง”
9.
การปฏิบัติของกองแถวตอน กองแถวตอนทําทาหัน เคลื่อนที่และทาไมพลองหรือไมสามงาม เชนเดียวกับการฝกบุคคล เมื่อกองจะออกเดินกาวพรอมกัน
ตามหลัก รองผูกํากับลูกเสือบอกใหลูกเสือแบก อาวุธเสียกอน แลวจึงบอก “หนา-เดิน” ถาไมไดบอกใหแบกอาวุธ เมื่อบอกหนาเดินแลวใหลูกเสือ เคลื่อนที่ในทาคอนอาวุธ ลูกเสือในกองออกเดินกาวเทาพรอมกับลูกเสือที่อยูในหมูนํา รักษาระยะตอของตน ลูกเสือ ในหมูอื่น ๆ รักษาแนวตามหมูนําและตรงคอกันภายในหมูดวย รองผูกํากับลูกเสือเปนผูรักษาทิศทางเดิน คนนํารักษาระยะตอจากรองผูกํากับลูกเสือ 6 กาว หรือตามระยะที่รองผูกํากับลูกเสือจะกําหนดให การเปลี่ยนทิศในการเดิน รองผูกํากับลูกเสือใชทาสัญญาณชี้ทิศทางใหม พรอมกับบอกที่ หมายที่จะเปลี่ยนทิศทางใหมนั้น เชน จอมปลวก หรือตามถนน ตับที่อยูตนขบวนเปลี่ยนทิศตามคําสั่ง คนนําเดินตามเสนทางเดินของรองผูกํากับลูกเสือ ตับที่อยูหลังเปลี่ยนทิศในที่เดียวกับที่อยูหนา รักษาจังหวะการเดินคงเดิมมิใหลูกเสือที่อยูทางปก นอกตองกาวยาวขึ้น การเปลี่ยนทิศจะกระทําในขณะที่เริ่มออกเดินก็ได โดยรองผูกํากับลูกเสือชี้และบอกทิศ ทางที่จะใหเดินไปเสียกอนแลวจึงบอกใหเดิน กองเปลี่ยนจากเดินกาวพรอมกันเปนวิ่งและเปลี่ยนจากวิ่งเปนเดินกาวพรอมกันโดยใชคํา บอก “วิ่ง-หนา-วิ่ง” หรือ “เดินทํา” ลูกเสือเปลี่ยนจากเดินเปนวิ่งหรือจากวิ่งเปนเดินตามที่กลาวไว กองเดินไมพรอมกันหรือตามสบาย ตามคําบอก ถาหยุดอยู “เดิน” ถาเดินอยู “เดินตามสบาย” ขณะที่เดินตามสบายอยู ถาจะใหเดินพรอมกันตามปกติ ใหหยุดเสียกอน แลวออกเดินหรือ ไมอยูจะบอก “ เดินเขาระเบียบ “ แลวใหจังหวะก็ได รวมและขยายอาวุธ
10.
ในแถวหนากระดาน ลูกเสือรวมอาวุธเมื่ออยูในรูปแถวหนากระดานโดยแตละหมูรวม อาวุธไวขางหนาหมูของตน เมื่อมีคําสั่งวา “รวมอาวุธ”
ใหลูกเสือคนที่ 2 กับคนที่ 3 กาวออกมาขางหนา 1 กาว แลว รอยหูไมพลองเจาดวยกันหนาหมูของตน ลูกเสือคนที่ 4 เอาไมพลองสอดลูกเสืออื่น ๆ ในหมูพิง ไมพลองฝาก นายหมูลูกเสือหรือรองนายหมูลูกเสือที่ปฏิบัติหนาที่แทน พิงไมพลองฝากเปนคนสุดทาย กับกระโจมของหมูตน ถาเปนไมงาม ใหปฏิบัติเชนเดียวกันกับไมพลอง เพียงแตใชงามพิงกัน หมายเหตุ ในกรณีที่กองจัดแถวหนากระดานตั้งแต 2 แถวขึ้นไปเมื่อจะสั่งใหรวมอาวุธ ขอใหอยูในดุลยพินิจของผูบังคับบัญชา ถาเห็นวาที่ตั้งกระโจมอาวุธแคบเกินไปอาจสั่งใหขยาย แถวที่ 2, ฯลฯ ไปทางหลังเสียกอนก็ได เมื่อขยายอาวุธแลวก็เขาประจําที่เดิม เมื่อมีคําบอก “ขยายอาวุธ” ลูกเสือแตละหมูตางนําไมพลองหรือไมงามออกจากกระโจม มาประจําที่ อยูในทาเรียบอาวุธตอไป การปฏิบัติของแถวหนากระดาน กองแถวหนากระดานทําทาหันและทําทาอาวุธเปนแถวชิด เชนเดียวกับการฝกเปนบุคคล การเดินเปนแถวหนากระดานตามหลักใชเฉพาะแตการเคลื่อนยายเปนระยะใกล ๆ ลูกเสือ ทุกคน ถืออาวุธในทาเรืออาวุธ แตยกอาวุธใหพนพื้นเล็กนอย เมื่อมีคําบอก “หนา – เดิน “ กองออกเดินกาวเทาพรอมกันถาไมไดกําหนดคนหลักและเสนทางที่ คนหลักจะตองเดินตามไว ใหลูกเสือถือปนขวาเปนหลักรักษาระยะเคียงใหคงที่ ลูกเสือในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 เดินตามลูกเสือที่อยูตับหนา เมื่อมีคําบอก “กอง – หยุด “ ลูกเสือหยุด ถาแบกอาวุธอยูใหสั่งเรียบอาวุธ
11.
การเปลี่ยนรูปแถวและการเปลี่ยนทิศแถวหนา กองแถวตอนจัดเปนแถวหนากระดาน โดยเปลี่ยนทิศแถวหนา (ขอ
1 และขอ 2 ) และไม เปลี่ยน (ขอ 3 ) ไดดังนี้ (1) กองตอนเรียง 3 อยูกับที่จัดเปนแถวหนากระดานดวยการบอก”ซาย (ขวา) - หัน” (2) กองกําลังเดินเปนแถวตอนเรียง 3 จัดเปนแถวหนากระดานโดยบอกให “ซาย (ขวา) – หัน “ ในเวลาเดินถาจะใหหยุดก็บอกเสียกอนบอกหันหรือจะบอกหันเสียกอนแลวบอกหยุดก็ได (3) กองเดินเปนแถวตอนเรียง 3 หยุดเแถวหนากระดานหันหนาไปทางทิศทางเดิมโดย รองผูกํากับลูกเสือบอกเปลี่ยนทิศทางใหเลี้ยงไปทางขวากอนแลวจึงบอกหยุดและหัน กองแถวหนากระดานเปลี่ยนเปนแถวตอนโดยเปลี่ยนทิศแถวหนา(ขอ 1) และไมเปลี่ยน (ขอ 2) (1) กองแถวหนากระดาน 3 แถว จัดเปนแถวตอนเรียง 3 ทางขวา (ทางซาย) โดยสั่ง “ขวา (ซาย) – หัน “ (2) จัดแถวตอนเรียง 3 ไปขางหนา โดยบอกใหหันไปทางขวาแลวใหออกเดินแลวเปลี่ยน ทิศเลี้ยวไปทางซาย การเปลี่ยนรูปแถวจากแถวตอนเรียง 2 เปนแถวหนากระดาน 2 แถว หรือกลับกัน ปฏิบัติอยาง เดียงกับที่ไดกลาวมาแลว
12.
สัญญาณมือในการเรียกแถวของลูกเสือสากล การใชสัญญาณมือเรียกแถวรูปตางๆ ในการฝกอบรมลูกเสือตามแบบสากลของลูกเสือทุก ประเภท ผูบังคับบัญชาที่จะเรียกแถวหนาจะตองเลือกสถานที่ใหเหมาะสมเสียกอน
และยืนตรง แลวจึงเรียกและใหสัญญาณ (ลูกเสือสํารองใชคําวาแพค ลูกเสือสามัญ สามัญรุนใหญ และ วิสามัญ ใชคําวากอง) 1. แถวหนากระดานแถวหนา ผูเรียกเหยียดแขนทั้งสองไปขางเสมอแนวไหล มือแบหันฝามือไปขางหนาใหลูกเสือเขา แถวหนากระดานแถวเดี่ยว ขางหนาผูเรียกใหแนวตรงกึ่ง กลางของแถวอยูหางผูเรียกประมาณ 6 กาว หันหนาเขาหาผูเรียก กรณีหมูเดียว ใหนายหมูยืนแลตรงเปนหลักทางขวา (ทางซายมือของผูเรียก) ลุกแถวเขา แถวตามลําดับทางซายของนายหมู ยืนเรียงเคียงกันเปนแถวหนากระดาน ไปจนถึงลุกแถวคนสุด ทาย และปดหมูดวยรองนายหมู ซึ่งอยูซายสุด ทุกคน (ยกเวนนายหมู ) จัดแถวทางขวา (แลขวา) การจัดระยะเคียง (ถาเปน “ปดระยะ “ ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนากระดาน คือ ชวงแขนซาย ของลูกเสือที่อยูทางขวายกมือซายขึ้นเทาตะโพกใหฝามือพักอยูบนตะโพกนิ้วเหยียดชิดกันอยู ประมาณแนวตะเข็บกางเกงศอกอยูเสมอแนวลําตัว การจัดแถวใชแขวขวาจดปลายศอกซายผูเรียก แถวจัดการตรวจแถวแลวสั่งนิ่งลูกเสือทุกคนลดมือลงพรอมกับสะบัดหนามาอยูในทาตรงและนิ่ง ถาเปน “เปดระยะ” ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนากระดาน คือสุดชวงแขนซายของลูก เสือที่อยูทางขวาใหปลายนิ้วกลางมือซายจดไหลขวานับจากนายหมูเปนตนมาจนถึงลุกแถวคนสุด ทายกอนถึงรองนายหมู กรณีมีหลายหมู ใหแตละหมูเจขาแถวหนากระดานแถวเดี่ยว เหมือนกับที่เปนหมูเดียว ให แนวตรงกึ่งกลางของแถวอยูหางจากผูเรียก 6 กาวโดยประมาณ และระยะเคียงระหวาง หมู (ระหวางนายหมูถัดไปทางซายกับรองนายหมูทางขวา ) เปนไปตามปกติ และระยะเคียง 1 ชวง แขนกรณี “เปดระยะ”เมื่อเขาแถวเรียบรอยแลว ผูเรียกแถวตรวจการจัดแถวแลวสั่งนิ่ง
13.
2. แถวตอนเรียงหนึ่ง ผูเรียกเหยียดแขนทั้งสองไปขางหนา เสมอแนวไหลมือแบ
หันฝามือเขาหากันใหลูกเสือ เขาแถวตอนเรียงหนึ่งขางหนาผูเรียก นายหมูหลักซึ่งอยูหนาผูเรียกประมาณ 6 กาว กรณี หมูเดียว ใหนายหมูวิ่งมายืนในทาตรงเปนหลักขางหนาผูเรียกประมาณ 6 กาว ลุกแถวเจา แถวหลังนายหมูหลัก ยืนใหตรงคอนายหมูางหนาระยะตอสุดชวงแขนของลูกเสือเมื่อยื่นไปจด หลังทอนบนของผูอยูขางหนา ลุกแถวคนอื่น ๆ ก็เขาแถวซอนไปขางหลังของลุกแถวขางหนาตาม ลําดับระยะตอสุดชวงแขนดังเดิม และเขาแถวตอซอนกันไปจนถึงคนสุดทาย และปดทายดวยรอง นายหมูในระยะตอสุดชวงแขนเชนกัน เมื่อผูเรียกแถวตรวจการจัดแถวแลวสั่งนิ่ง ทุกคนลดแขนลงอยูในทาตรงเพื่อฟงคําสั่งตอไป กรณีมีหลายหมู ใหเรียกวา “ แถวตอนหมู” ใหหมูหลักเขาแถวตอนตรงหนาผูเรียกหางจากผูเรียก 6 กาวโดยประมาณโดยมีหมูอื่น ๆ เขาแถวตอนเปนแนวเดียวกานไปทางซายและทางขวาของหมู หลักระยะเคียงระหวางหมูประมาณ 1 ชวงศอก สวนระยะตอ 1 ชวงแขนโดยประมาณ(ไมตอง ยกแขน)
14.
3. แถวหนากระดานหมูปดระยะ ผูเรียกกํามือทั้ง 2
ขาง เหยียดตรงไปขางหนาขนานกับพื้น งอศอกขึ้นเปนมุมฉาก หันหนามือเขา หากัน ใหลูกเสือหมูที่ 1 มาเขาแถวหนาผูเรียก นายหมูอยูขวามือ ลุกหมูอยูซายมือเรียงกันเปนแถวหนา กระดาน โดยใหตรงกึ่งกลาง ของหมูอยูตรงหนาผูเรียกหางจากผูเรียกประมาณ 6 กาว หมูตอ ๆ ไป เขาแถวหนากระดาน โดยใหตรงกึ่งกลางของหมูอยูตรงหนาผูเรียกหางจากผูเรียกประมาณ 6 กาว หมูตอ ๆ ไป เขาแถวหนากระดานเชนเดียวงกันขางหลังหมูแรกตามลําดับระยะหมูตอหมูประ มาร 1 ชวงแขน การเขาแถว ใหลูกเสือทุกคน (เวนคนอยูทางซายสุด) ยกมือขึ้นเทาสะโพก (เหมือนดังที่ กลาวไวในหมูแถวหนากระดาน) ระยะตอระหวางหมูตอหมูประมาณ 1 ชวงแขน (ไมตองยกแขน) สะบัดหนาไปทางขวา เมื่อผูเรียกแถวเรียกการจัดแถวแลวสั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพรอม สะบัดหนามาอยูในทาตรง 4. แถวหนากระดานหมูเปดระยะ ผูเรียกกํามือทั้ง 2 ขาง งอขอศอกเปนมุมฉาก แขนทอนบนแบะออกจนเปนแนวเดียวกับ ไหล หันหนามือไปขางหนา
15.
ใหลูกเสือทุกคนเขาแถวเหมือนแถวหนากระดานหมูปดระยะ แตระยะตอระหวางหมูของ ทุกหมูขยายออกไปทางดานหลัง หางกันประมาณหมูละ
3 ชวงแขน การเขาแถว ใหลูกเสือทุกคน (เวนคนอยูซายสุด) ยกมือซายขึ้นเทาสะโพก) สะบัดหนาไป ทางขวา ระยะตอระหวางหมูประมาณ 3 ชวงแขน เมื่อผูเรียกแถวตรวจการจัดแถวแลวสั่งนิ่ง ลูก เสือทุกคนสะบัดหนาและอยูในทาตรง 5. แถวรูปครึ่งวงกลม ผูเรียกแถว มือแบทั้งสองขาง เหยียดตรงลงขางลางควํ่าฝามือเขาหาตัวโบกผานลําตัว ประสานงานกันดานหนาชา ๆ เปนรูปครึ่งวงกลม ใหลูกเสือหมูแรกยืนดานซายมือของผูเรียก โดยนายหมูหมูแรกยืนอยูเปนแนวเดียวกับผู เรียก หมูที่ 2 และหมูตอ ๆ ไป อยูทางดานซายมือของหมูแรกตามลําดับ จนคนสุดทายของหมูสุด ทายอยูเปนเสนตรงแนวเดียวกับผูเรียก และนายหมูหมูแรกโดยถือวาผูเรียกเปนจุดศูนยกลาง การเขาแถว ใหลูกเสือทุกคน (เวนคนอยูซายสุด) ยกมือซายขึ้นเทาสะโพก) สะบัดหนาไป ทางขวา (ยกเวนนายหมูหมูแรก) เมื่อผูเรียกแถวตรวจการจัดแถวแลว สั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนสะบัด หนาและอยูในทาตรง
16.
6. แถวรูปวงกลม 6.1 แบบผูเรียกแถวยืนอยูที่จุดศูนยกลาง ผูเรียกแถวมือแบทั้งสองขาง
เหยียดตรงขาลาง ควํ่าฝามือเขาหาตัวโบกผานลํ่าตัว ประสาน กันดานหนาจดดานหลังเปนรูปวงกลม ใหลูกเสือหมูแรกยืนดานซายมือของผูเรียก โดยหมูแรกยืนอยูแนวเดียวกับผูเรียกหมูที่ 2 และหมูตอ ๆ ไปอยูทาวดานซายของหมูแรกตามลําดับจนคนสุดทายของหมูสุดทายไปจดกับนาย หมูของหมูแรก ถือผูเรียกเปนจุดศูนยกลาง การเขาแถวใหลุก ทุกคน ยกมือซายขึ้นเทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา (ยกเวนนายหมู หมูแรก) เมื่อผูเรียกแถวตรงการขัดแถวเรียบรอยแลวสั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนงงและสะบัด หนามาอยูในทาตรง (การเขาแถวและการขจัดแถวอนุโลมตามแบบ ก) 6.2 แบบผูเรียกยืนอยูที่เสนรอบวง ผูเรียกแถวมือขวากําเหยียดแขนยกไปขางหนาขึ้นขาวบน และเลยไปหลังใหลูกเสือหมูแรกดาน ซายมือของผูเรียกโดยนายหมูแรกยืนชิดกับผูเรียกหมูที่ 2 และหมูตอ ๆ ไปอยูดานซายมือของผู เรียกตามลําดับ ขนคนสุดทายของหมูสุดทายไปจดกับผูเรัยกดานชงามือถือผูเรียกเปนเสนรอบวง ดวย
17.
7. สี่เหลี่ยมเปดดานหนึ่ง ผูเรียกแถวยืนอยูดานหนึ่ง (ซึ่งเห็นดานเปด)
ศอกงอ ยกแขนทั่งสองขึ้นขางหนา ใหหนา แขนทั้งสองไขวกันตรงฝามือ ฝามือทั้งสองแบเหยียดหันไปขางหนาฝามือขวาไขวทับฝามือซาย ประมาณแนวลุกคาง เปนสัญญาณ ถามีลูกเสือ 3 หมู ใหเขาแถวในอีก 2 ดานที่เหลือ โดยมีนายหมู 1 เขาแถวหนากระดานแถวเดี่ยวทาวดานซายของผูเรียก หันหนาแถวเขาในรูปสี่เหลี่ยม หมู 2 เขา แถวหนากระดานแถวเดียวดานตรงขามกับผูเรียก หันหนาเขาหาผูเรียก และหมู 3 เขาแถวหนา กระดานแถวเดี่ยวตรงขามกับหมู 1 ทางดานขวาของผูเรียก การเขาแถงใหลูกเสือทุกคนปฏิบัติเหมือนกับการเขาแถวหนากระดานเวนระยะตรงมุม ของแตละดานใหเทากันพอควรไมซอนหรือตรงกัน ถามีลูกเสือ มากกวา 3 หมูใหอยูในดุลดินิจของผูเรันกแถวแตควรใฟดานซานมือกับดาน ขวามือมีจํานวนเทากัน เมื่อผูเรียกแถวตรวจแถวเรียบรอยแลวสั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพรอมสะบัดหนาอยู ในทาตรง 8. แถวรัศมีหรือลอเกวียน (cart wheel ) ผูเรียกแถวยืนอยูในทาตรงมือขวาแบควํ่ากางนิ้วออกทุกนิ้วชูแขนไปขางหนาทํามุม ประมาณ 45 องศา ใหมองเห็นไดแลวเรียก “ แพค หรือ “กอง” ใหลูกเสือทุกหมูมาเขาแถวเปนรูปหมูแถวตอนหนาผูเรียก หางจากผูเรียกประมาณ 6 กาว เปนรูปรัศมีโดยใหหมูแรกอยูดานหนาทางซายมือผูเรัยกเปนจุดศูนยกลาง ระยะตอของแตละหมู ระหวางบุคลคลประมาณ 1 ชวงแขน ระยะเคียง ระหวางนายหมูตอนายหมูพอสมควรและนายหมู หมูสุดทายจะอยูดานหนาทาวขวามือของผูเรียกประมาณ 45 องศา การเขาแถว ใหลูกเสือทุกคน (เวนคนอยูหัวแถวของแตละหมู) เหยียดแขนซายไปขาหนา สูงเสมอแนวไหลควํ่าฝามือให
18.
ปลาบนิ้วมือจดหลังของคนหนาพอดี ผูเรียกแถวจัดแถวแลวสั่ง “
นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลง พรอมกันและนิ่ง 9. การฝาใชสัญญาณมือเปนคําสั่งใหแถว “พัก” และ “ตรง” ในการเขาแถวของหมูลูกเสือ จะเปนหนากระดานก็ดี แถวตอนก็ดี หรือแถวหนากระดาน ตอนหมูรูปครึงวงกลม หรือวงกลม ตลอดจนแถวรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเปดดานหนึ่งก็ดี ผูเรียกแถว อาจใหแถว “ พัก “ จากทาตรงและเปนคําสั่งใหแถว “ ตรง “ จากทาพักก็ได โดยผูเรียกแถวทํา 2 จังหวะ ดังนี้ จังหวะ 1 กํามือขวา งอแขนตรงศอกใหมือที่กําอยูประมารตรงหัวเขมขีดหันฝามือที่กําเขา หากัวเข็มขัด จังหวะ 2 สลัดมือที่กําแขนไปทางขวาเปนมุม 180 องศาประมาณแนวเดียวกับแนวเข็มขัด เปนสัญญาณให “พัก “ตามระเบียบ ( ลูกเสือทุกคนปฏิบัติเชนเดียวกับทาพักตามระเบียบ) กรณีที่จะใหสัญญาณมือเปนคําสั่งให “ตรง” ผูเรียกแถว 2 จังหวะดังนี้ จังหวะ 1 กํามือในลักษณะเหมือนกับเมื่อตอนสลัดแขนสั่ง “พัก” จังหวะ 2 จังหวะ 2 กระตุนหนาแขนใหกํามือกลับมาอยูตรงหัวเข็มขัด (จังหวะ 1 ของสัญญาณสั่ง “พัก”) ลูกเสือทุกคนชิดซายลดแขนไขวหลังลงและอยูในทาตรง สัญญาณให “พักตามระเบียบ” สัญญาณให “ตรง”
19.
3.การสวนสนาม การสวนสนามมีความจําเปนอยางยิ่ง ในการจัดงานชุมนถมลูกเสือ เชนการชุมนุมลูกเสือ แหงชาติ
การชุมนุมลูกเสือเขตและการชุมนุมใลูกเสือจังหวัดจะเปนพิธีเปดพิธีถวายบังคม พิธีปด หรือการสวนสนามในกรณีใดก็ตาม จะแสดงถึงสมรรถภาพของลูกเสือในทองถิ่นตาง ๆ วามี ความพรอมเพรียง มีระเบียบ วินัย ควรแกการยกยองสรรเสริญมานอยเพียงใด เปนการแสดงออก ในความสามารถขงแตละกอง จะมองภูมิหลังของการดําเนินงานภายในกองไดอยางดียิ่ง การสวนสนามของลูกเสือ กองลูกเสืออาจจัดแถวสวนสนามไดดังนี้ คือ เปนแถวตอนเรียง 4 หรือ เปนแถวหนากระดานตอนหมูทั้งแลวแตความเหมาะสม ถาลูกเสือทั้งจังหวัดรวมกันสวนสนามใหจัดแถวเดินเปนอําเภอ ๆ ไปเวนระยะตอจากแถวสุด ทายของอําเภอขางหนาถึงแถวของอําเภอขางหลัง 10 กาว ผูอํานวนการลูกเสืออําเภอหรือผูแทนเปนผูบอกแถวสวนสนามของอําเภอและผูอํานวยการลูก เสือจัวหวัดหรือผูแทนเปนผูบอกแถวสวนสนามของจังหวัดในการสวนสนามใหไวระยะตอดังนี้ ระหวางกองลูกเสือ 5 กาว ระหวางลูกเสืออําเภอ 10 กาว ระหวางลูกเสือจังหวัด 15 กาว ทั้งนี้แลวแตความเหมาะสมของพื้นภูมิประเทศ เมื่อพรอมแลว แตรเดี่ยวเปาใหสัญญาณ ผูบังคับขบวนสวนสนามสั่ง “ เตรียมสวน สนาม” แตรเดี่ยวเปาใหสัญญาณ “ หนาเดิน “ ผูบังคับขบวนสวนสนามสั่ง “ ขวา – หัน “ แบก – อาวุธ “ และ “หนาเดิน “ แตรวงบรรเลงแลวเดินขบวนเคลื่อนที่ออกเดินตามลําดับดังรูปขาง ลาง คือ ลูกเสือถือปายยืนอยูตรงกึ่งกลางหนาขบวน หลังลูกเสือถือปาน 5 กาวเปนลูกเสือถือธง หลังลูกเสือถือธง 5 กาวเปนผูกํากับลูกเสือ หลังผูกํากับลูกเสือ 5 กาวเปนรองผูกํากับลูกเสือซึ่ง เปนผูบังคับแถว และหลังรองผูกํากับลูกเสือ 3 กาวเปนลูกเสือ กรณีที่มีการเชิญธง คณะลูกเสือแหงชาติหรือธงลูกเสือประจําจังหวัดเขาอยูในขบวนการสวนสนามดวย ใหจัดเจา หนาที่ประจําธง (ตามบทที่ 6 ) ไวหลังผูถือปาย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ตัวขบวนการใหจัดเปนรูปดัง นี้
20.
แตรเดี่ยวและแตรวง หลังแตรวงประมาณ 20
กาวเปนผูบังคับขบวนสวนสนาม หลังผู บังคับขบวนสวนสนาม 5 กาว เปนผูบังคับบัญชากองบังคับการผสม (ถามี) หลังกองบังคับการ ผสม 10 กาว เปนลูกเสือ นอกนั้นจัดตามลําดับดังรูป หมายเหตุ รูปขบวนและระยะตออาจเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสม การจัดสถานที่ใหใชธงปกเปนเครื่องหมาย 3 ธง ๆ แรกหางจากผูรับการเคารพ 20 กาว ธงที่สองหางจากผูรัยการเคาระ 10 กาวและธงที่สามอยูถัดผูรับการเคาระไปอีก 10 กาว เมื่อ แถวใกลจะถึงธงแรก ใหผูบอกแถวหัน ไปดูลูกเสือทางขวาแลวบอก “ ระวัง” ใหแถวลูกเสือเดิน เขาระเบียบอยางดีที่สุด และเมื่อใกลถึงธงที่ 2 ใหผูบอก “ แลขวา – ทํา “ ขณะเดียวกันผูบอกแถว ทํา วันทยหัตถพรอมกับคํา “ ทํา” หันไปทางขวาพรอมกับลูกเสือนัยนตาจับผูรับการเคารพ เมื่อ แถวผานพนผูรับการเคารพไปก็ยังทําวันทยหัตถทางขวาอยูเพียงนัยนตาไมจับผูรับการเคารพคง แลขวาเรื่อยไปจนกวาจะถึงธงที่ 3 เมื่อผูใดหรือตับใดผานธงที่ 3 ก็สะบัดหนาแลตรงและเลิกทํา ความเคารพเอง ในการเดินผาน ใหผูบังคับขบวนสวนวนามกระทําวันทยหัตถ เมื่อผานผูรับการเคารพไป แลว ใหผูบังคับขบวนสวนสนามแยกออกจากขบวนเลี้ยวขวาไปหยุดอยูทางขวาของผูรับการ เคารพและทําวันทยหัตถอยูจนกวาขบวนลูกเสือจะผานพนไปจึงกลับเขาตอทายขบวน บรรดาผูบังคับบัญชาลูกเสือที่บังคับหนวยตั้งแตผูอํานวยการลูกเสือจังหวัดขึ้นไปเมื่อผาน การเคารพไปแลว ใหแยกออกไปจากขบวนเลี้ยวขวาไปหยุดอยูทาวขวาของผูรับการเคารพเชน เดียวกับผูบังคับขบวนสวนสนาม และยืนอยูจนกวาหนวยของตนจะผานพน แลวจึงเขาตอหนวย ของตน เมื่อธงคณะลูกเสือแหงชาติและธงลูกเสือประจําจังหวัดผานมากับขบวนการลูกเสือสวน สนามใหบรรดาผูบังบัญชาลูกเสือและลูกเสือซึ่งอยู ณ บริเวณที่สวนสนาม แสดงความเคารพโดย ทําวันทยหัตถ หมายเหตุ 1. ถาผูบังคับบัญชาลูกเสือมีไมถือใหแสดงความเคารพดวยทาไมถือ 2. ถาลูกเสือมีอาวุธ เวลาแลขวาใหแกวงแขนตามปกติ 3. เฉพาะลูกเสือที่อยูปกขวาสุด ไมตองบัดหนาแลขวา เพียงรักษาแนวและระดับ ใหเปนหลักอยูเสมอเทานั้น
21.
ขอปฏิบัติสําหรับแตรเดี่ยว แตรวง และเจาหนาที่ประจําธง ในการตรวจพลเมื่อไดยินคําบอกหรือไดเห็นสัญญาณใหกระทําวันทยาวุธใหแตรวง บรรเลงเพลงคพนีบตามขอระเบียบกนเคารพ แตรเดี่ยวไมตองเปา
เวนแตเมื่อไมมีแตรวง จึงให แตรเดี่ยวเปาเดี่ยวเพลงคํานับ เมื่อแตรวงเปาเพลงคํานับจบแลว ใหบรรเลงเดินของลูกเสือจยกวาผูตรวจดลสวนสนามจะ ผานพนแถวลูกเสือไป ในการตรวจพลซึ่งมีลูกเสือหลายจังหวัดรวมกันเมื่อแตรวงบรรเลงเพลงคํานับจบแลว ใหกองแตรวงของลูกเสือที่อยูตนทาวผูตรวนพลสวนสนามเขามานั้นบรรเลงเพลงเดินของลูกเสือ ทันที สวนแตรวงของกองลูกเสืออื่น ๆ (ถามีใหมี) ใหสงบนิ่งอยูกอนตอเมื่อไดรับสํญญาณจึงเริ่ม บรรเลงรับชวงเปนลําดับไป ในการสวนสนาม เมื่อมีคําบอกวา “หนา – เดิน “ ใหแตรเดี่ยวและแตรวงออกเดิน แตร วงเริ่มบรรเลงเพลงเดินของลูกเสือ เมื่อแตรวงเดินไปถึงที่ซึ่งหางจากลูกเสือธงที่ 1 ระยะ 20 กาวแลวใหเลี้ยวซายเดินไปจนทายขบวนพนปกซายของแถวสวนสนาม จึงกลับหันหลังเมื่อไปถึง ที่ตรงหนาผูตรวจถลสวนสนามใหซอยเทาแลวหยุด และบรรเลงเพลงเพลงเดินตอไป ถาหนวยลูกเสือที่จะเดินผานถัดไปไมมีแตรวง ใหแตรวงของหนวยลูกเสือแรกนี้คงอยู บรรเลงเพลงเดินตอไปดวย แตรวงของหนวยลูกเสือถัดไป (ถามี) ใหเริ่มบรรเลงเพลงเดินทันที ในเมื่อแตรวงหนสย ลูกเสือแรกหยุดลงนอกจากนี้ใหปฏิบัติตามที่กกลาวมาแลม ทั้งนี้ ใหปฏิบัติตามสัญญาณของผูกํากับ ฯ แตรวง ในการตรวจพลสวนสนาม ลูกเสือเปนอําเภอ เปนจังหวัดหรือหลายจังหวัดรวมกันใหรวม แตรเดี่ยวของลูกเสืออําเภอ หรือจังหวัดหนึ่ง ๆ เขาดวยกัน จัดเปนหนวยแตรเดี่ยวใหอยูในบังคับ บัญชาของลูกเสือแตรเดี่ยวที่มีอาวุโสสูงสุด ในการตรวจพลสวนสนาม ถาไมมีแตรวงใหหนวยแตรเดี่ยวปฏิบัติเชนเดียวกับ แตรวงที่ กลาวแลสวทถกประการเงนแตในการตรวจพลไมตองเปาเพลงเดินหลังจากที่ไดเปาเพลงคํานับ แลว ในการสวยสนามถามีแตรวง ใหหนวยแตรเดี่ยวเดินผานผูตรวจพลสวนสนามเชนแถวลูกเสือ อื่น ๆ และใหผูบังคับหนวยแตร เดี่ยวบอกแถวแสดงความเคารพเมื่อเดินไปถึงธงที่ 1 ผูบังคับ หนวยแจนเดี่ยวเองแสดงคึวามเคารพดวยวิธีแลขวาไมทําวันทยหัตถ
22.
เจาหนาที่ประจําเสาธงในเวลาสวนสนามใหผูรักษาธวผูอาวุโสสูวเปนผูออกแสดงความ เคารพ การเชิญธงและทาเชิญธง กี่เชิญธงมาและเชิญกลับกับโอกาสที่จะคลี่ธง เมื่อจะเชิญธงมาใหจัดลูกเสือ 1 กองพรอมดวยแตรเดี่ยว
1 คูซึ่งมีอยูในที่นนั้ไปรับกับใหจัดรองผู กํากับลูกเสือที่ออนอาวุโสที่สุด 2 นายเปนผูรักษาธงจัดนายหมูลูกเสือที่เยี่ยม 2 นาย ในเปนผู เชิญธง 1 นาย เปนผูชวยเชิญธง 1 นายรวมกันเรียกวาเจาหนาที่ประจําธง เมื่อผูกํากับลูกเสือนํา กองลูกเสือไปถึงสถานที่ไวธงแลว ใหจัดตั้งแถวหนากระดาน ถาไมติดขัดดวยพื้นที่แลวใหปกขวา ยื่หันหนาตรงชองหมูทางเขาสถานที่นั้น ในระหวางที่จัดแถวนี้ใหเจาหนาที่ประจําธง คือผูรักษาธงที่ออนอาวุโสที่สุดคนหนึ่ง กับผู เชิญธงและผูชวยผูเชิญธงเขาไปยังที่ไวธงและรองกองลูกเสืออยูกอน เมื่อกองลูกเสือจัดแถว เรียบรอยแลว จึงใหเจาหนาที่ประจําธงเชิญธงออกมาผูรักษาธงเดินนําหนา ผูชวยเชิญธงตามไป ขางหลังธง เมื่อเจาหนาที่ประจําธงเชิญธงลงมาใกลพอสมควรแลวใหผูบังคับกองลูกเสือบอก แสดงความเคารพแตรเดี่ยวเปาเพลงคํานับ 3 จบ เจาหนาที่ประจําธงเชิญธงเขาประจําที่ปกขวาผู รักษาธงที่ออนอาวุโสเขาประจําทางขวาธง นายหมูลูกเสือ ผูชวยเชิญะงเนออมปกขวาไปขางหลัง แถวกลับเขาประจําที่ในแถวกองลูกเสือตามเดิม ตอไปนี้ผูกํากับลูกเสือบอกเบิกแสดงความเคารพ และนําแถวออกเดินไปใหเดินตามลําดับดัง นี้ ผูกํากับลูกเสือแตรเดี่ยว ธงประจํากองลูกเสือ พรอมดวยผูรักษาธงในตับเดียวกัน ถัดไปจึงถึง แถวลูกเสือ กองลูกเสือเชิญธงแสดงความเคารพถวายแคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวพระองคเดียวเทา นั้น ( นอกจากนี้ใหผูกํากับลูกเสือแสดงความเคารพตามลําพัง )โอกาสนี้ใหผูเชิญธงถวายเคารพ ถาเปนการเชิญธงไปเขาประจําแถวลูกเสืออีกตอหนึ่งเมื่อกองลูกเสือเชิญธงมาถึงระยะอันจัก ตองแสดงความเคารพใหผูบังคับแถวลูกเสือซึ่งตั้งรออยูนั้นบอกแสดงความเคารพแตรเดี่ยวเปา เพลงคํานับ 3 จบ ถามีแตรวงใหแตรวงบรรเลงเพลงมหาชัยแตรเดี่ยวไมตองเปาคํานับ เมื่อผู กํากับลูกเสือเชิญธงนําแถวไปถึงที่แลวใหบอกหยุด ครั้นแลวใหบอก “ ธงประจําที่ “ ตามคําบอก นี้ใหผูเชิญธงพรอมดวยผูรักษาธงเดินไปเขาเขาประจําที่ ตอนนี้แถวลูกเสือไมตองแสดงความ เคารพ
23.
ถาแถวลูกเสือตั้งอยูขางหนาใกลกับสถานที่ไวธง ไมตองจัดกองลูกเสือเชิญธง เมื่อถึงกําหนด เวลาใหเจาหนาที่เชิญธงออกจากสถานที่ไวธงไปเขาประจําที่ตามตามทางอันสะดวกเร็ว
แถวลูก เสือแสดงความเคารพดังกลาวแลว ถาเปนการเชิญธงไปประดิษฐานในที่แหงอื่นชั่วคราวกองลูกเสือเชิญธงไปถึงที่แลวใหหยุด และจัดแถวหนากระดานธงประปกขวาครั้นแลวผูกํากับลูกเสือเชิยเชิญธงบอกแสวงความเคารพ เมื่อไดยินคําบอกวา “ ระวัง “ ใหผูชวยผูเชิญธงวิ่งไปอยูขาวหลัง ผูรักษาธงที่ออนอาวุโสไปอยู ขางหลังธง สวนผูรักษาธงที่มีอาวุโสสูงถัดขึ้นไปนั้น ใหกลับไปประจําที่ของตนในแถงกองลูก เสือ เมื่อสิ้นคําบอกวา “ วันทยา – วุธ ไ แลวใหผูรักษาธงที่ออนอาวุโสนั้นบอกวา “ ธงหนา – เดิน” แลวนําธงเขาประดิษฐานตามที่ ตอไปนี้กองลูกเสือเชิญธงจะตองประจํารักษาธงอยู ณ ที่ นั้นตอไปหรือจะกลับไดก็แลวแตจะไดรับคําสั่งมาอยางไร การเชิญธงกลับไปไวที่เดิม ถาเปนการเชิญจากสถานที่หนึ่งไปสูที่อีกแหงหนึ่งก็ปฏิบัติตามที่ กลาวมาแลงโดยไมตองรอคอยเขจาหนาที่ประจําธง ธงลูกเสือประจําจังหวัดและธงคณะลูกเสือแหงชาตินั้น ตามปกติยอมมวนเก็บรักษาไวในถุง คลุมธงเสมอ โอกาสที่จะเปดถุงและคลี่ธงออกนั้นมีดังนี้ เมื่อธงประจําอยูกับกองเกียรติยศ ในการตรวจพลสวนสนาม ในงานพิธีของลูกเสือ ในการฝกตามปกติไมตองนําธงลูกเสือประจําจังหวัดไปดวย เวนแตเมื่อมีคํา สั่งเฉพาะจึงใหนําไปดวย ทาเชิญธง ในการทําทาเชิญธง ใหกระทําติดตอกันไปโดยละมอมไมตองเรงรีบ เมื่อลูกเสือถือไมพลองในทาเรียบอาวุธ ใหผูเชิญธงจับคันธงตอนกลางดวยมือขวา แขน ขวาปลอยใหหอยลงมาแนบกับขาอยางในทาตรง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางอยูทางหนา นิ้วกอยอยู ทาวขาง นิ้วหัวแมมืออยูทาวหลัง คันธงอยูทางขวาตนธงอยูประมาณโคนนิ้วกอยเทาขวา เมื่อ ลูกเสือทําทาแบกอาวุธ เพื่อจะออกเดินไปใหใหผูเชิญธงยกธงขึ้นดวยมือขวาเมื่อพาดแลวลดมือ ซายกลับมาอยูที่เดิม ดันธงพาดอยูบนบา ตนคันธงเฉียงลงไปเบื้องลาง ขอศอกขวาทํามุม 90 องศา กับลําตัว
24.
ในการเคลื่อนที่ใหเชิญธงแบกขวา ในการเดินผานเฉพาะพระพักตรพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ในการเชิญรับธง จนถึงขณะที่กองลูกเสือเชิญธงจะเดินออก ตลอดทั้งในการเชิญธงออกจากแถวลูกเสือเพื่อเชิญ กลับไปไวที่เก็บและในการเชิญธงออกไปหนาแถวในกงานพธีก็ดีใหเชิญธงในทา
คือยกคันธงขึ้น ดวยมือขวา ใหตัวตรงแนบกับบาขวา มือซายจับคันธงเสมอแนวบา มือขวาเหยียดจับตนคันธง ในการผานเฉพาะพระพักตพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวใหรักษาธงกระทําวันทย หัตถถวายความเคารพ สวนผูชวยผูเชิญธงใหทําทาแลขวา แขนไมแกวงถวายความเคารพ การลดธงจากทาเคารพไปอยูทางตรงทําดังนี้ คือ ปลอยมือขวาจากตนคันธงและยก ขึ้นไปจับคันธงชิดกับมือซายตรงที่เหมาะสมสําหรับถือในทาตรง แลวมือทั้งสองชวยกันหยอน คันธงลงสูพื้น ใหตนคันธงอยูประมาณโคนนิ้วกอย – เทาขวาและชิดเทาขวา ปลอยมือซายลงไป อยูขางตัวในทาตรง การแสดงความเคารพในเวลาอยูกับที่เมื่อมีคนบอกวา “ วันทยา – วุธ ใหผูเชิญธงยก ขึ้นในทาเคารพ ครั้นแลวใหผูเชิญธงทํากึ่งขวาหันปลดปลายคันธง ลงทางหนาลงอยางชา ๆ จน คันธง อยูในแนวเสนขนานคูกับพื้นมือทั้งสองอยูเสมอแนวบา เมื่อลดธงลงถึงที่เชนนี้ แลวใหเชิญ ธงกลับขึ้นในทาเคารพชา ๆ ไดจังหวะเชนเดียวกับขาลง และใหคนเชิญธงอยูในทานี้จนกวาจะมี คําบอกวา “ เรียบ – อาวุธ “ จึงใหลดธงลงแลวจึงทํากึ่งซายหันอยูในทาตรง ในโอกาสนี้ใหผูรักษาธงกระทําวัยหัตถ เมื่อมีคําบอกวา “ ถอดหมวก” ใหผูเชิญธงทําดังนี้ นํามือซายมาชวยมือขาว ยกคันธงมาทางหนา แลววางตนคันธงลงระหวางเทาทั้งสอง ใหตนคันธงยันกับเทาขวา เอนคันไปดิงกับแขนซายตรงขอศอกซึ่งงออยูนั้นครั้นมือขวาปลอยคัน ธงไปถอหมวก ( ตามวิธีที่กลาวมาแลวสําหรับทาถอดหมวก ) มาวางบนมือซายแลวลดมือขวาไป ไวในทาตรงเมือมีคําบอกวา “ สวมหมวก “ ใหผูเชิญธงสวมหมวกกอนแลวใชมือมือทั่งสองยก คันธงไปไวไนทาตรง
25.
การฝกทดสอบการเปนผูนํา จากคุณสมบัติและคุณลักษณะบุคลิกภาพของการเปนผูนํา สามารถนํามาเปนแนว ทางในการทดสอบการเปนผูนํา การที่ลูกเสือสามารถฝกฝนตนเองใหมีคุณมาบัติของการเปนผูนํา นั้นเปนเรื่องที่ไมเกินขีดความาสามารถของลูกเสือทุกคนที่มีความตังใจมั่นดังคํากลาวของ ศาสตราจารย
ยอหน ดิวอี้ “ สิ่งกระตุนเตือนอยางแรงที่สุดแหงธรรมชาติมนุษยก็คือ ความ ปรารถนาที่จะเปนคนสําคัญ ดังนั้นการฝกการตนเองอยูเสมอโดยอาศัยแนวทางในการฝกกับเรื่องการผจญภัย การ เดินทางไกล การเดินทางสํารวจ การนึกและคิดแกไขเหตุการณจําลองหรือการใหความชวยเหลือ เพี่อนมนุษยอยูเสมอ ยอมมีผลนําไปสูการเปนผูนําที่ดีปละมีคุณภาพ จากคุณสมบัติ ทั้ง 17 ลูกเสือ ทุกคนจะตองหมั่นฝกฝนตนเองเพื่อใหผานเกณฑ ที่ทางผูกํากับไดกําหนดไว แนวทางการทดสอบการเปนผูนํา การฝกทดสอบกําลังใจ การฝกการแกปญหาสถานการณตาง ๆ การฝกการหลบหลีกเลี่ยง 1. การฝกทดสอบกําลังใจ เปนการนําคุณสมบัติของผูนําในดานความรูความสามารถ ความกลาหาญ ความ เด็จขาด ความแนบเนียน ความอดทน ความกระตือรือรน ความตื่นตัว ความชั่งใจหรือดุจพินิจ การบังคับตนเอง มาเปนแนวทดสอยโดยการทดทดสอยโดยอาศัยเนื้อหาพื้นฐานการเรียนลูกเสือ ในเรื่องการผจลภัย การเดินทางสํารวจ การเดินทางไกล ในการทดสอบผูออกคําสั่งหรือมอบ หมายงานใหไป ปฏิบัติ อาจใหฝกปฏิบัติเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม 2. การฝกทดสอบการแกปญหาสถานการณตาง ๆ เปนการฝกทดสอบโดยการสมมุติเหตุการณที่อาจเสี่ยงภัย อาจเปนเหตุการณที่อาศัยไหวพริบหรือ เชาวปยยาเชนการหลบหนีขาศึกโดยการขามลํานํ้า ลําหวยที่มีอันตราย การลอดอุโมงเพื่อหลบภัย การลอดลวดหนามเพื่อการสอดแนมหรือชวยเหลือผูเคราะหราย การปนปายหอยโหน ผูนําที่ดี ยอมชวยใหผูตามมีความปลอดภัย สิ่งตาง ๆ เหลานี้จะตองอาศัยความรู ความชํานานประสบ การณ ความคิดริเริ่ม ความอดทน ความไมเห็นแกตัว ความเห็นอกเห็นใจ ในสมาชิกหมู เปนเครื่อง ชี้นําในการคลี่คลายสถานการณจนกวาคณะกรรมการทดสอบพึงพอใจ
26.
3. การฝกหลบหลีกและหลีกเลี่ยง เปนการฝกทดสอบการเปนผูนําอีกวิธีหหนึ่งที่ฝกใหนําเอาความสามารถเฉพาะตัวของแตละคน ออกมารรวมกันใชแกปญหาอยางมีระบบและหลักเกณจนประสบผลสําเร็จ อาจจะเปนการฝกใหรู จักหลบหลีกภัย
อันตรายตาง ๆ ที่สามารถปองกันมิใหเกิดขคนและรูจักการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ขีดตอ ศีลธรรมซวคงแนวทางตาง ๆ ผูกํากับและาคณะกรรมการจะเปนผูกําหนดใหปฏิบัติเชนเดียวกัน ชื่อเสียงและคุณความดีตาง ๆ ที่ลูกเสือไดปฏิบัติก็เปนสิ่งที่ผูกํากับไดเล็งเห็นแลววาลูกเสือ สามารถจะนําไปใชในชีวิตประจําวันได
27.
ตัวอยาง กิจกรรมทดสอบการเปนผูนํา แนวการทดสอบที่ ชื่อกิจกรรม กําลังใจ
แกปญหา หลบหลีก/หลีก เลียง 1 2 3 4 5 6 7 การขามลําธารสะพานเดี่ยว การลอดอุโมงค, ถํ้า การปนปาย การพลางตัว การขามสะพานเชือก, แกวง การหอยโหน การหนการหนีนํ้าปา, ไฟปา 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 การหนีนํ้าปา,ไฟปา การกระโดดหอ การพํารงชีพบนตนไม การพํารงชีพในปา การชวยเหลือเพื่อนมนุษย การชวยเหลือคนติดอยูบนที่สูง การชวยเหลือคนตกนํ้า การพูด,การแสดงออก การสืบสวน การสอดแนม การหาวขาว การอภิปราย การจัดการคาย หมายเหตุ กิจกรรมอื่น ๆ นอกจากที่กลาวที่ขึ้นอยูกับการเลือกใชของผูกํากับลูกเสือ
28.
แบบประเมินผลการทดสอบการฝกผูนํา ครั้งที่……………(ฐานที่)…………………….. ชื่อ………………………………………………ผูถูกประเมิน ชื่อกิจกรรม…………………. เกณฑคะแนนที่
หัวขอการประเมินความเปนผูนําบุคลิก ภาพและคุณลักษณะของผูนํา เต็ม 10 หมายเหตุ 1 ความเปนผูนํา ความรูความสามารถ ความคิดริเริ่ม การวางแผนงาน การควบคุมหมู ระบบหมู การยอมรับภายในหมู กอง (50) 10 10 10 10 10 เกณฑการ ผาน 80 % 2 3 บุคลิกภาพของผูนํา อุปนิสัย การควบคุมอารมณ ความพรอมรางกาย คุณลักษณะของผูนํา มนุษยสัมพันธ การสรางขวัญและการออกคําสั่ง (30) 10 10 10 (20) 10 10 รวม 100 (ลงชื่อ)…………………………………………..ผูประเมิน (แบบประเมินนี้สามารถปรับปรุงไดตามความเหมาะสม) บทสรุป สิ่งสุดทายที่สิงสถิตยอยูในหัวใจของการลูกเสือ คือการบริการและชวยเหลือผูอื่น บี.พี. ผูใหกําเนิดลูก เสือโลกไดกลาววา “ ระหวางที่ทานมีชีวิติอยูทานไดทําไประโยชนอะไรใหสังคมใหกับบานเมืองทานบาง ขอ ใหลูกเสือทุกคนททบทวนดู ถาเรายังไมไดทําอะไร เรงเสีย ทําเสียเวลาไมคอยเรา วันหนึ่ง ผานไปชีวิตเราก็ นอยลง ๆ จงทําประโยชนชวยเหลือผูอื่นตามอุดมการณของเราใหมากที่สุดเทาที่จะทําได อยาใหสังคมมาวา เราไดวาลูกเสือนั้นไมไดทําประโยชนอะไรเลยเราคณะลูกเสือจะเสียใจ เรงทําเสียเดี๋ยวนี้ จงเสียสละ อยาเห็น แกตัว จงบริการและชวยเหลือผูอื่น จงทําเสียแตวันนี้ พรุงนี้ และจะทํามากขึ้นทุก ๆ วัน “
Download