More Related Content
PDF
ผลกระทบเมื่ออประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน PDF
ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน DOCX
DOCX
PDF
PDF
PPT
PPT
Потери мощности в машинах постоянного тока Viewers also liked
PDF
PDF
PPTX
Монтаж электрических двигателей PPTX
TXT
الرحمـــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــــه PDF
19.no86 臺大雙月刊-幸福經濟觀察站-鄭秀玲 PDF
Session 1 ramstetter&nguyen multinational enterprises and vietnam’s exports PDF
PDF
English兩岸服貿協議重新談判的方針和建議ok PDF
PDF
PPTX
Marketing presentation- sample PPTX
PDF
PPTX
PDF
Southern Voices - CANSA Workshop Brochure PPTX
Универсальные коллекторные двигатели PPTX
PDF
PPTX
Similar to ผลกระทบ
PDF
การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทย PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
DOC
1321861251 เปิดประตูสู่อาเซียน PDF
PPT
02 ไทยกับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน PDF
PDF
PDF
Ed building-asea ncommunity PDF
PPT
PDF
ความท้าทายและโอกาสของการศึกษาไทยใน AEC ผลกระทบ
- 1.
ผลกระทบเมื่อ ประเทศไทยก้า วสู่ประชาคมอาเซีย น
Impact on Thailand towards the ASEAN
Community.
โดย
ตัน
และคณะ
นางสาว รุ้ง ลาวรรณ
ณ
คำา
ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/4
้
โรงเรีย น ส่ว นบญโญปถัม ภ์ ลำา พูน
สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษา เขต 35
รายงานนี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของการศึก ษาค้น คว้า เชิง
รายงานวิช า I 30202
การสื่อ สารและการนำา เสนอ (Communication and
Presentation)
1
- 2.
คำา นำา
การสืบค้นข้อมูล เรื่องผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน เป็นเรื่องที่
น่าศึกษา และเป็นการกระตุ้นให้นักเรียน และบุคคลทั่วไป ได้เห็น
ความสำาคัญของผละกระทบด้านบวกเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน และผลกระทบด้านลบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน ในการทราบถึงผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าว
สู่ประชาคมอาเซียนนั้น ทำาให้ทราบถึงผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อ
สามารถตั้งรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สังคมนั้นสามรถปรับตัว
เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ในโอกาสต่อไป
คณะทำางาน
2
- 3.
กิต ติก รรมประกาศ
รายงานเรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน (Impact on
Thailand towardsthe ASEAN Community.) ฉบับนี้ได้รับ
การสนับสนุนจาก นายเล่ห์ ไทยเที่ยง ผู้อำานวยการโรงเรียนส่วน
บุญโญปถัมภ์ ลำาพูน และ นางอาภรณ์ ชมพูคำา หัวหน้ากลุ่ม
สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผู้จดทำาขอกราบ
ั
ขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้
ขอขอบพระคุณ นางจารุภัทร วงศ์จักร ครูที่ปรึกษาที่ได้
คำาแนะนำา และคอยช่วยเหลือในการจัดทำารายงานจนสำาเร็จลุล่วง
และขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือ และคำาแนะนำา
ที่เป็นประโยชน์
ขอขอบคุณพระคุณบิดามารดาของคณะผู้จัดทำา ที่ให้การ
สนับสนุนในการศึกษาเล่าเรียน และคอยเป็นกำาลังใจที่ให้มา
คณะผู้จัดทำา
3
- 4.
สารบัญ
หน้า
คำานำา
…………………………………………………………………
………………...………… 1 กิตติกรรมประกาศ
…………………………………………………………………
……….......2 สารบัญ
…………………………………………………………………
………………………. 3
- สารบัญตาราง
…………………………………………………………………
……... 4
- สารบัญรูปภาพ
…………………………………………………..
…………………. 5
บทคัดย่อ
…………………………………………………………
….……………………..…...... 6 บทที่ 1 บทนำา
…………………………..
………………………………………………………….
แนวคิด ที่มา และความสำาคัญ
………………………………………………………….. 7
วัตถุประสงค์
บทที่ 2 เอกสารเกี่ยวข้อง ………………………………..
……..…………………………………..
อาเซียน
…………………………………………………………………
…………….... 9
ผลกระทบด้านบวกเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
4
- 5.
ผลกระทบด้านลบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
…..………….……… 17 -23 บทที่ 3 วิธีดำาเนินการ
…………..…………………………………………………..
…… 24 - 26 บทที่ 4 ผลการดำาเนินการ
………………………………...……………………..…..….…
27 - 30 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
……………………………………………………
สรุปผล
…………………………………………………………………
…………… 33
อภิปราย
ผล…………………………………………………………….
.…………… 33
ข้อเสนอแนะ ……………………..
……………………………………….…………..
33 บรรณานุกรม …………
.…………………………………………………………….……
สารบัญ ตาราง
หน้า
ตาราง 1 ข้อมูลเปรียบเทียบด้านการศึกษาของไทยกับประเทศ
อาเซียน ……….……..………. 44
ตาราง 2 โอกาสสำาหรับสาขาการศึกษาไทยภายใต้ประชาคม
อาเซียน ……….……...……….… 47
5
- 6.
- 7.
ภาพประกอบที่ 1 ธงประเทศสมาชิกในอาเซียน
…………………………………..…………..10
ภาพประกอบที่ 2 AEC…เปลี่ย นประเทศไทย ก้า วสู่
ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซีย น 2558 ….. 27 , 38
ภาพประกอบที่ 3 จำานวนนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาใน
สถาบันอุดมศึกษาไทยมากที่สุด ………. 49
ภาพประกอบที่ 4 AEC สำาหรับประเทศไทย
……………………………………………..…... 39
ภาพประกอบที่ 5 สาขาที่นักศึกษาต่างชาติสนใจมากที่สุด
10 อันดับ(จำานวนคน) ……..….…. 50
บทคัด ย่อ
7
- 8.
หัว ข้อ โครงงาน
อาเซียน
คณะผู้จัด ทำา
ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
น.ส. รุ้งลาวรรณ
ณ คำาตัน
น.ส. ประติมาภรณ์
ไชยอุปละ
น.ส. อัญมณี
ศุภกา
น.ส. ธนัชพร
ศรีสุบิน
2555
ช่วงชั้นที่ 4 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4)
นางจารุภัทร วงศ์จักร
ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำาพูน
ปี พ.ศ.
ระดับ
อาจายร์ท ี่ป รึก ษา
โรงเรีย น
บทคัด ย่อ
อาเซียน (ASEAN) หรือ สมาคมประชาชาติแห่ง
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian
Nations) เป็นองค์กรระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ
ด้วยหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยที่จะก้าวเป็นสมาชิกสมาคม
ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยพัฒนา
ให้ก้าวไกลไปอีกขั้นหนึ่ง แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่งของการที่
ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนจะมีผลกระทบที่ตามมามากเช่น
กัน
เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนย่อมมีผลกระทบตาม
มา เช่น ผลกระทบในทางบวกต่อประเทศไทย จะมีตลาดสินค้า
และบริการที่ใหญ่ขึ้น นักธุรกิจไทยจะมีตลาดการค้าที่ใหญ่ขึ้น
เพราะมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 580 ล้านคน เพราะทั้ง 10 ประเทศ
อาเซียนนั้นต่างมีประชากรจำานวนมากพอสมควรโดยเฉพาะ
อินโดนีเซีย เป็นต้น ผลกระทบด้านลบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียนปัญหา และผลกระทบความตกลงการลงทุน
อาเซียน ต่อเกษตรกร ฐานทรัพยากร และภาคเกษตรกรรมไทย
เป็นต้น
สรุป อาเซียน คือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ
ASEAN) โดยการจัดตั้งในครั้งแรกมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริม และ
ร่วมมือในเรื่องสันติภาพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ องค์ความรู้ สังคม
วัฒนธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน
ของประเทศสมาชิก และเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
8
- 9.
ย่อมมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนั้น เราจึงควรวางแผน
และหากลยุทธ์ในการตั้งรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทย
ก้าวสู่ประชาคมอาอาเซียน
บทที่1
บทนำา
แนวคิด ทีม า และหลัก การ
่
อาเซียน (ASEAN) หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian
Nations) เป็นองค์กรระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ
ด้วยหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยที่จะก้าวเป็นสมาชิกสมาคม
ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยพัฒนา
ให้ก้าวไกลไปอีกขั้นหนึ่ง แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่งของการที่
ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน จะมีผลกะทบที่ตามมามาก
เช่นกัน
กลุ่มของข้าพเจ้าจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาว่า “ ผลกระทบ
เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ”ผลกระทบจากการที่
ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนจะส่งผลร้ายแรง และต่อเนื่อง
ให้แก่ประชาชนในประเทศไทยอย่างไร เมือมองในอีกมุมหนึงการก้าวสู่
่
่
ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงด้านลบ
อย่างเดียว แต่มีผลกระทบทางด้านบวกเช่นกัน
คณะผู้ศึกษาจึงได้สืบค้นข้อมูล เพื่อนำาข้อมูลมาศึกษา
ในการพัฒนาตนเอง และบุคคลทัวไปรวมทังองค์กรต่างให้ตระหนักมอง
่
้
เห็นความสำาคัญของผลกระทบเมือประเทศไทยก้าวสูประชาคมอาเซียน
่
่
และสามารถนำาความรู้ไปเผยแพร่แก่ชุมชนต่อไป
จุด มุ่ง หมายในการศึก ษา
1. เพื่อทราบถึงที่มา และความหมายของประชาคม
อาเซียนเพื่อให้นักเรียน และบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับประชาคม
อาเซียนทราบถึงผลกระทบด้านบวกเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน
2. เพื่อให้นักเรียน และบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับ
9
- 10.
- 11.
บทที่ 2
เอกสารที่เ กี่ยวข้อ ง
ผลกระทบเมื่อ ประเทศไทยก้า วสู่ป ระชาคม
อาเซีย น
รายงาน เรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
อาเซียน ผู้จดทำาได้มีการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ั
1. เว็บไซต์ต่าง ๆ
2. เอกสารรายงานของ อาจารย์จารุภัทร วงศ์จักร
Admistrator. 2555 . กล่าวถึงอาเซียน คือ ประชาคม
อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Association of South East Asian Nations : ASEAN) เป็น
องค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจด
ุ
เริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง
สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน
กรกฎาคม พ.ศ. 2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม แต่ดำาเนินการไปได้เพียง 2 ปี ต้องหยุดชะงักลง
เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่างประเทศอินโดนีเซีย
และประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูตระ
หว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีก
ครั้ง
11
- 12.
ผลกระทบด้า นบวกเมื่อ ประเทศไทยก้าวสู่ป ระชาคม
อาเซีย น
ประเทศสมาชิกในอาเซียน
ที่ม า
ภาพประกอบที่ 1 ภาพธง
[Admistrator. 2555 . ]
Admistrator. 2555 . กล่าวถึงหลักการจัดตั้ง
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community
หรือ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า
บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้นต่อมา
ในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำาพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้าน
เศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผน
งานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการ
ดำาเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการ
ให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้า เพื่อ
สร้างพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้กำาหนด
ยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่สำาคัญ
ดังนี้1.) การเป็นตลาด และฐานการผลิตเดียวกัน 2.) การเป็น
ภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง 3.) การเป็นภูมิภาค
ที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน 4.) การเป็นภูมิภาคที่มี
การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
รศ.ดร.จุฑา เทียนไทย . 2555 . กล่าวว่าผลกระทบใน
ด้านต่าง ๆ กันมาพอสมควร จนทำาให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวกันว่า
การจัดตั้งประชาคมอาเซียนจะมีแต่ด้านเศรษฐกิจ หรือ เศรษฐกิจ
เป็นแกนนำาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หรือ องค์ประกอบหลักของ
ประชาคมอาเซียนที่กำาลังจะเกิดขึ้นในอีกสามปี (พ.ศ. 2558) นั้น
จะประกอบไปด้วยแกนหลัก ๆ 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งจะเรียกว่า 3 เสา
12
- 13.
หลักว่าได้ และองค์ประกอบหลัก ๆทั้ง 3 ส่วนนี้ประกอบไปด้วย 1.)
ประชาคมการเมือง และความมันคงอาเซียน
่
( ASEAN Political Security Community (APSC) ) 2.) ประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน ( ASEAN Economic Community (AEC) )
3.) ประชาคมสังคม และวัฒนธรรม ( ASEAN Socio Cultural
Community (ASCC))
ในทัศนะของรศ.ดร.จุฑา เทียนไทย เมื่อประเทศไทย
เข้าสู่ประชาคมอาเซียนประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์ ในทาง
บวก หรือ ผลดีที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียน(AEC) ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยเน้นยำ้ากันเป็นพิเศษจะมีดังนี้คือ
ประการแรก คือ จะมีตลาดสินค้า และบริการที่ใหญ่ขึ้น
นักธุรกิจไทยจะมีตลาดการค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีประชากรเพิ่มขึ้น
เป็น 580 ล้านคน ทั้ง 10 ประเทศนี้ต่างมีจำานวนมหาศาลพอ
สมควร โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 220 ล้าน
คน รวมกับ ฟิลิปปินส์ ประมาณ 87 ล้านคน เวียดนาม 84 ล้าน
คน ไทยประมาณ 63 ล้านคน เหล่านี้เป็นต้น นับว่าจะการเพิ่ม
โอกาสทางการค้าเนื่องจากมีขนาดตลาดที่ใหญ่โตขึ้น และจะเอื้อ
ให้การผลิตในลักษณะที่ผลิตมากขึ้นต้นทุนตำ่าลงย่อมมีโอกาสมาก
ขึนด้วย (Economies of Scale) แต่ทั้งนี้ แต่ละประเทศต้อง
้
ออกแรงขยันหาตลาด และมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการหาลูกค้าต่อ
ไป
กลยุทธ์ในด้านการตลาด การหาลูกค้าจะต้องทบทวนกัน
ใหม่ เพราะลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาในประเทศย่อมนำากลยุทธ์ที่เคย
ประสบความสำาเร็จ หรือ เหนือกว่ามาใช้ และจะมีการนำา
วัฒนธรรมในการบริโภคสินค้าเข้ามาให้นักการตลาดได้เรียนรู้
เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เราต้องเรียนรู้พฤติกรรมการบริโภคสินค้า
และบริการตลอดจนลูกเล่นทางการค้าของเขา รวมทั้งความเชื่อ
ต่าง ๆ การปรับตัวของธุรกิจภายในประเทศจะต้องทันต่อ
เหตุการณ์ และสภาพของตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ใครปรับตัว
หรือ มีการเตรียมการที่ดีย่อมได้ผลในทางบวก แต่ในทางตรงกัน
ข้ามหากพ่อค้าของเราปรับตัวช้าจะสูญเสียโอกาส
ประการที่ส อง ประเทศไทยเป็นเป้าหมายในการ
ดึงดูดการลงทุน เงินลงทุน จาก
13
- 14.
ต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะต่อไปนี้การขยายการลงทุนจากต่าง
ประเทศมาไทยจะกระทำาได้ง่ายขึ้น หากเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้
ตกลงกันไว้และประเทศไทยได้เปรียบประเทศอื่น ๆ หลายประการ
โดยเฉพาะทัศนคติของคนไทยที่มีต่อนักลงทุนชาวต่างชาตินั้นดี
มาก แม้ว่าบางครั้งการลงทุนของต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย
ไม่ได้ก่อให้เกิดราย ได้แก่ ชุมชน การจ้างงาน หรือ การนำา
เทคโนโลยีมาช่วยประเทศไทยเลย แต่คนไทยไม่เคยรังเกียจนัก
ลงทุนเหล่านี้ เหมือนดังประเทศอื่น รวมทั้งระเบียบกฎเกณฑ์ด้าน
การลงทุน ประเทศไทยอาจกล่าวได้ว่าเปิดโอกาสมากกว่าหลาย ๆ
ประเทศในภูมิภาคนี้ แม้กระทั่งหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อน
บ้านอย่างลาว หรือ พม่า เป็นต้น
กลยุทธ์ในด้านการลงทุน และการเงิน ของประเทศไทย
จำาเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ทันกาลการเข้ามาของต่างชาติ การเปิด
เสรีมากเกินไป นอกจากจะทำาให้ฐานะของประเทศไทยเกิดความ
เสี่ยงมากขึ้นแล้ว ไทยจะไม่สามารถหาประโยชน์ได้มากเหมือนแต่
ก่อนที่ยังไม่เปิดเสรีในด้านนี้ กฎหมาย หรือ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของ
ภาครัฐด้านการลงทุน และการเงินจะต้องรื้อปรับระบบกันใหม่
(Reengineering) ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศได้รับผลดีอย่างเต็มที่
และต้องหามาตรการในการลดความเสี่ยงในด้านการลงทุน และ
การเงินทุกรูปแบบ แต่มิใช่เป็นการสกัดกั้นอย่างมีอคติต่อ
นักลงทุนชาวต่างชาติเช่นกัน ทั้งนี้ รวมทั้งกฎหมายที่ว่าด้วยการ
ถือครองอสังหาริมทรัพย์เช่น ทีดินเป็นต้น มิฉะนั้นแล้ววันข้างหน้า
่
คนไทยจะไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ธุรกิจก็เป็นธุรกิจของต่างชาติ
ที่เข้ามามีบทบาททำาให้ธุรกิจท้องถิ่นที่มีมาแต่ช้านานสูญหายไป
หมด โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมของไทย
ประการที่ส าม ประเทศไทยมีอำานาจในการเจรจา
ต่อรองต่อเวทีโลกได้มากขึ้น เพราะต่อไปนี้จะมีฐานประชาคม
อาเซียนสนับสนุนอยู่ และไม่ใช่ไปแบบโดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อน
ซึ่งสามารถทำาให้ประเทศคู่ค้าต้องรับฟังมากขึ้น เพราะอาจจะไป
กระทบกับประชาคมอาเซียนไปด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็น
สมาชิกของประชาคมประเทศหนึ่ง
กลยุทธ์ที่จะช่วยได้อาจเป็นไปในรูปการสร้าง และการ
ขยายเครือข่ายโดยมีพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นนักลงทุนต่างชาติในกลุ่ม
14
- 15.
อาเซียน เพื่อจะเป็นฐาน หรือตัวช่วยในการเจรจาต่อรองมากขึ้น
ทั้งนี้ โดยอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกัน และกันมีผล
ประโยชน์ร่วมกัน และภายใต้ความเป็นธรรม และเสมอภาค รวม
ทั้งการเรียนรู้เทคนิคในการเจรจาต่อรองในรูปแบบต่าง ๆ ที่
สอดคล้องต่อประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
ประการที่ส ี่ นักธุรกิจไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องด้าน
เศรษฐกิจ และการค้ามีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ
และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นจากเดิม เพื่อการรองรับการ
แข่งขัน และสามารถนำามาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่พร้อมจะออกไป
เพื่อการแข่งขันรวมทั้งประเทศไทยสามารถเรียนรู้เทคนิคด้านต่าง
ๆ ของประเทศในกลุ่มนี้มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศไม่
ว่าจะเป็นด้าน การผลิต การตลาด การขนส่ง และโลจิสติกส์ การ
จัดการ การเจรจาต่อรองการเงิน การท่องเที่ยว การเดินอากาศ
และอื่น ๆ
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในประเด็นนี้ คือ ต้องหาเทคโนโลยี
ในการพัฒนาคุณภาพของสินค้า และบริการให้ดำารงความเหนือ
กว่า การลงทุนพัฒนา และการวิจัยในด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ
และอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นสิ่งจำาเป็น และเป็นหนทางในการอยู่
รอด และสร้างความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน ภาครัฐต้องเห็น
ความสำาคัญของการวิจัย และพัฒนาในด้านการผลิต และการ
บริการ และต้องมาช่วยภาคเอกชนในทุกวิถีทาง เพราะหากปล่อย
ให้ภาคเอกชนกระทำาการ แต่เพียงฝ่ายเดียวจะไม่ประสบความ
สำาเร็จในระยะยาว เนื่องจากขาดงบประมาณในด้านความร่วมมือ
ของหน่วยงานราชการ การสร้างนวัตกรรมของประเทศไทยจะ
เป็นตัวจักรสำาคัญในการสร้างความแตกต่าง และความยั่งยืนของ
อุตสาหกรรมไทยในวันข้างหน้า เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ประการที่ห ้า จะมีผลต่อการจ้างแรงงาน เพราะ
สามารถทำางานโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่า
เดิมรวมทั้งการออกไปหารายได้เพิ่มขึ้นจากค่าแรงงานในกลุ่ม
ประเทศอาเซียนส่วนสถานประกอบการสามารถทีจะสร้างรายได้
่
ของสถานประกอบการให้มากขึนจากการขยายตลาด และการเพิม
้
่
ปริมาณลูกค้ามากขึน มีผลต่อรายได้ทจะทำาให้คณภาพชีวตของ
้
ี่
ุ
ิ
15
- 16.
คนในสังคมไทยดีขน รวมทังการได้รบสินค้า และการบริการทีดขน
ึ้
้
ั
่ี ึ้
หรือ มีตวเลือก และทางเลือกมากขึนจากเดิม
ั
้
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในประเด็นนี้ คือ การเพิ่มทักษะใน
ด้านภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ที่เคยมีมาแต่ก่อน แต่จำาเป็นที่จะต้องมีการ
เรียนการสอนด้านภาษามาเลย์ ภาษาเวียดนาม ภาษาเขมร ลาว
และภาษาพม่าให้มากขึ้นกว่า แต่ก่อนในประเด็นนี้ผู้เขียนได้ทราบ
ว่าประเทศมาเลเซียได้มีการเรียนการสอนภาษาไทยกันอย่างแพร่
หลายในปัจจุบัน เพื่อการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนโดย
เฉพาะ ดังนั้นภาครัฐไม่ว่าจะเป็นระดับประถม มัธยม สายวิชาชีพ
หรือ แม้กระทั่งระดับอุดมศึกษาควรที่จะมีการปรับตัว เพราะเรื่อง
ของภาษาเป็นเรื่องของการใช้เวลา และการฝึกหัดที่ต้องกินเวลา
พอสมควรเพื่อให้ได้ผลดี ในส่วนการศึกษาของภาคเอกชน โดย
เฉพาะสถานศึกษาภาคเอกชนควรปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการ
สอน เพื่อเตรียมการผลิตนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มีความพร้อมใน
ด้านนี้
ประการที่ห ก การปรับปรุงแรงงานฝีมือในสาขา
วิชาชีพต่าง ๆ (7 วิชาชีพ) ให้เท่าเทียมนานาประเทศ สาขา
วิชาชีพเหล่านี้ ได้แก่ วิศวกร แพทย์ พยาบาล นักบัญชี นักสำารวจ
ทันตแพทย์ และผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิก เพราะสาขาวิชาชีพ
เหล่านี้เป็นสาขาวิชาชีพหน้าด่านของไทยที่มีความพร้อมสูง มี
สมาคม และการรวมตัวที่มีประสิทธิภาพเป็นที่ประจักษ์ และเป็น
สมาคมที่ประชาคมอาเซียนได้ยกมาเป็นกลุ่มแรกของไทยที่จะมี
การวางกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ หากจะมีคนในประเทศสมาชิก
เข้ามาทำางานในกลุ่มวิชาชีพทั้งเจ็ดนี้ในไทย แต่ในทางกลับกัน
หากคนไทยที่ทำางานในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้ยังไม่พร้อมในการปรับ
ตัว ปัญหาจะตกมาสู่พวกเขา ในประเด็นนี้ข้อสรุป คือ การเปิดให้
ผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประสานงาน
วิชาชีพสาขาต่าง ๆ ทั้ง 7 สาขา (ASEAN Joint Coordinating
Committee) และหน่วยงานที่กำากับดูแลวิชาชีพ หรือ องค์การ
ระดับประเทศสมาชิกต่าง ๆ หรือ สภาวิชาชีพ (Professional
Regulatory Authority) หรือ กระทรวง/องค์การที่เกี่ยวข้อง
ของประเทศสมาชิก ขึ้นทะเบียน หรือ ออกใบอนุญาตให้ผู้
16
- 17.
ประกอบวิชาชีพชาวต่างชาติเข้ามาประกอบวิชาชีพในประเทศ
อาเซียนได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบภายในประเทศนั้น
ๆ ในทางกลับกันหากคนไทยที่ประกอบวิชาชีพเหล่านี้สามารถที่
จะไปทำางานยังประเทศอื่นที่มีค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือแรงงานไทยจะมีโอกาสออก
ไปลงทุน หรือ ทำางานในต่างประเทศมากขึ้น และได้รับค่า
ตอบแทนที่สูงจากเดิม
กลยุทธ์ที่ควรนำามาพิจารณาในประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่
จะทำาอย่างไรให้ความรู้ในด้านภาษาของคนในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้
สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว สามารถสื่อสารได้หลายภาษามาก
ขึนจากแต่เดิม รวมทั้งเทคนิค และวิธีการใหม่ ๆ ในการประกอบ
้
อาชีพในด้านนั้น ๆ ที่จะต้องนำามาเสริมเพิ่มเติมความรู้ให้มากขึ้น
จากเดิม รวมทั้งกลยุทธ์ในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่หา
หนทางจูงใจให้คนดี และคนเก่งอยู่ในองค์การของเราให้นานที่สุด
ศาสตร์ในด้านการรักษาทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าไว้ใน
องค์การ หรือ Talent Management ควรจะถูกหยิบยกมา
พิจารณา และให้ความสำาคัญมากขึ้น มิฉะนั้น จะเกิดเหตุการณ์
สมองไหลไปสู่องค์การของต่างชาติทั้งใน และนอกประเทศไทย
กันหมด
ประการที่เ จ็ด ประเทศไทยสามารถอาศัยความร่วมมือ
ช่วยเหลือกันในภาคเศรษฐกิจ หรือ AEC นี้ เข้าไปเสริมสร้าง
ความสัมพันธ์ในด้านการเมือง การปกครองการป้องกันประเทศให้
ดีขึ้น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และลดข้อขัดแย้งต่าง ๆ กับ
ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ว่าจะเป็น พม่า กัมพูชา หรือ
ประเทศอื่น ๆ โดยผ่านความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนเป็นหัว
หอกเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต และจะช่วยให้ด้านอื่น ๆ มี
สัมพันธภาพอันดีตามมาในที่สุด
กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือ การเรียนรู้ และการปรับตัวโดย
อาศัยการศึกษา และการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการวัฒนธรรมข้าม
ชาติ หรือ ที่เรียกว่า Cross Cultural Management มาเป็น
หลักเพื่อให้เกิดการผนึกความร่วมมือร่วมใจปรองดองกันระหว่าง
คนไทย และประเทศเพื่อนบ้านให้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากข้อขัด
แย้งทางด้านสังคมเศรษฐกิจ และการเมือง
17
- 18.
เรื่อ งราวผลกระทบด้า นบวกเมื่อประเทศไทยก้า วสู่
ประชาคมอาเซีย น
1. ไทยกุม ชะตาข้า วโลกจับ มือ 4 ชาติ
อาเซีย นค้า ข้า ว
ผลกระทบอื่นที่จะเกิดกับไทย 28 กรกฎาคม 2555
ไทยกับเวียดนาม ในฐานะที่ทั้ง 2 ประเทศเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่
ของโลก โดยทั้ง 2 ประเทศได้บรรลุข้อตกลงที่จะร่วมมือกันค้าข้าว
ในตลาดโลก และมีเป้าหมายร่วมกันที่จะเสริมสร้างขีดความ
สามารถในการแข่งขัน และการบริหารจัดการด้านการตลาด เพื่อ
รักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าข้าวในตลาดโลก ความร่วมมือที่
เกิดขึ้น เกิดจากการประสานงานของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี 2553
ได้ร่วมกับนายหวู ฮุยหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
และการค้าของเวียดนาม มีการปรึกษาในประเด็นสำาคัญ ทั้งด้าน
การค้า การลงทุน และที่สำาคัญ คือ ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร
โดยเฉพาะสินค้าข้าว เพื่อการรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้า
ข้าวในตลาดโลก ช่วยให้เกษตรกรทั้งของไทย และเวียดนามมี
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากราคาข้าวที่สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยัง
เป็นการเพิ่มความร่วมมือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ที่ทั้งไทย และเวียดนามต่างเป็น
สมาชิกอยู่ด้วยกัน ไทยยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยัง
สมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ที่ปลูกข้าว ทั้งพม่า กัมพูชา และลาว เจรจา
เพื่อดึงให้เข้าสู่กรอบความร่วมมือเหมือนกับที่ไทยได้ทำากับ
เวียดนามสำาเร็จมาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำาเร็จได้ เพราะ
ปลูกข้าวเหมือนกัน เป็นอาเซียนเหมือนกันหากทำาได้ตามแผนที่
กำาหนด ปริมาณการค้าข้าวโลกเกินกว่าครึ่งจะอยู่ในมือของ
สมาชิกอาเซียนไม่กี่ประเทศ การกำาหนดทิศทางการค้าข้าวโลก
ราคาข้าวโลก เป็นไปด้วยดี ทางด้านประเทศผู้ซื้อข้าว ได้แก่
อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ ปี ๆ หนึ่งซื้อข้าวเป็นจำานวนมากอยู่แล้ว
ซึ่งการขายข้าวให้จะพิจารณาราคาตามความเหมาะสม ในฐานะ
ความเป็นอาเซียน และยึดหลักความสัมพันธ์ที่ดีสำาหรับรายละเอียด
ความร่วมมือในสินค้าข้าวระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน
ข้างต้น ขณะนี้กำาลังอยู่ระหว่างการจัดทำากรอบความร่วมมือ และ
แนวทางความร่วมมือ ซึ่งคาดว่า ในเร็ว ๆ นี้ น่าจะประกาศออกมา
18
- 19.
ได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันราคาข้าวใน
ตลาดโลก กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะปรับปรุงมาตรฐานข้าว
ไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งแต่เดิมเคยกำาหนดมาตรฐาน
บังคับไว้ที่ 92% ถึงจะเรียกว่าเป็นข้าวหอมมะลิ แต่จะเพิ่ม
มาตรฐานสมัครใจ คือ ข้าวหอมมะลิมาตรฐาน 95% ซึ่งเป็นชั้นดี
เลิศ หากทำาได้จะออกใบรับรองให้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า และราคา
ข้าวได้อีกขั้นหนึ่งส่วนข้าวขาวกำาลังอยู่ระหว่างการร่วมกับผู้ส่ง
ออกในการกำาหนดมาตรฐานบังคับ จากเดิมที่เป็นการประกาศ
มาตรฐานแบบไม่บังคับ เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำาในด้านการกำาหนด
มาตรฐานข้าวขาว ซึ่งไม่ได้เพิ่มความยุ่งยากในการส่งออกแต่
อย่างใด เพราะที่ผ่านมา ผูส่งออกก็ปฏิบัติอยู่ภายใต้มาตรฐานที่
้
กำาหนดอยู่แล้ว แต่การมีมาตรฐานจะทำาให้ข้าวไทยเป็นที่ยอมรับ
และกำาหนดราคาที่สูงขึ้นได้ล้วน แต่เป็นประโยชน์กับผู้ส่งออกทั้ง
สิ้น[ข่าวสด. 2555.]
2. ยุท ธศาสตร์ก รมสรรพากรและการพัฒ นาฐานภาษี
ดร.สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ( 2555 ) กล่าว
ถึงผลกระทบอื่นที่จะเกิดกับไทย
14 ตุลาคม 2555 ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่
มีอยู่ตลอดเวลา ความซับซ้อนของธุรกิจที่มีมากขึ้น การจัดเก็บราย
ได้ให้แก่รัฐบาลผ่านกระบวนการบริหารการจัดเก็บภาษีอย่างมี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้ที่เพียงพอในการบริหาร
ประเทศ รวมทั้งสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืน และสร้างความเป็นธรรมแก่
ผู้เสียภาษีทุกคน ทั้งหมดที่กล่าวนี้เป็นโจทย์ที่สำาคัญในการกำาหนด
ยุทธศาสตร์ของกรมสรรพากร ดังนั้น กรมสรรพากรจึงได้กำาหนด
วิสัยทัศน์ (Vision)ว่า “ระบบงานมาตรฐานสากล เพื่อบริการ
ประชาชน และเก็บภาษีทั่วถึงเป็นธรรม” ซึ่งนับได้ว่ามีความหมาย
ที่กินความถึงภารกิจสำาคัญของกรมสรรพากร ทั้งในด้านการ มี
ระบบงานที่มีมาตรฐาน การเป็นองค์กรที่ให้บริการลูกค้า คือ
ประชาชน หรือผู้เสียภาษี รวมถึงการจัดเก็บภาษีนั้น ต้องสร้าง
ความเป็นธรรมในสังคม ปัจจุบันกรมสรรพากรต้องเผชิญกับความ
ท้าทายอยู่ตลอดเวลา ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่
ก้าวไกล เสถียรภาพทางการเมือง ภัยธรรมชาติรวมถึงภารกิจจัด
เก็บภาษีที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี กรมสรรพากรจึงต้องปรับแผนการ
19
- 20.
ทำางานภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ที่ได้กำาหนดไว้ข้างต้น ผ่าน
ยุทธศาสตร์ (Strategy)การทำางานเป็น (1) สร้างฐานภาษีที่
ยั่งยืนและทันต่อการเปลี่ยนแปลง (2) สร้างนวัตกรรมทาง
เทคโนโลยี เพื่อการบริหารและบริการเชิงรุก (3) เป็นองค์กรเชิง
วิทยาการภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการตอบโจทย์สำาคัญ
ในภารกิจหลักของกรมสรรพากร ในการจัดหารายได้ให้แก่
รัฐบาล เพื่อนำาไปใช้จ่ายบริหารประเทศได้อย่างเพียงพอ และ
ยั่งยืน รวมถึงต้องมีการพัฒนารูปแบบการทำางานโดยใช้
เทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และอำานวยความสะดวกต่อผู้
เสียภาษีผ่านช่องทาง การชำาระภาษีที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เสีย
ภาษีทุกคน นอกจากนี้ การวางระบบการบริหารการจัดเก็บภาษีที่ดี
ย่อมเป็นหนทางที่จะดึงผู้เสียภาษีที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาในระบบ
มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
3. “วิศ วกร-สถาปนิก ” ปรับ สู้ส ู่อ าเซีย นวงการมั่น ใจ
แข่ง ขัน ได้
ผลกระทบอื่นที่จะเกิดกับไทย 10 สิงหาคม 2555
“ถนนทุกสายกำาลังมุ่งสู่อาเซียน” โดยเฉพาะพม่าเพิ่งประกาศเปิด
ประเทศ ต้องการการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ
ต่าง ๆ จำานวนมาก งานก่อสร้าง และพัฒนาจะเป็นโอกาสนำาร่อง
เข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการพัฒนาใหม่ วิชาชีพ “ วิศวกร
และสถาปนิก ” ถือเป็น 2 วิชาชีพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หลังการเปิด
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจาก 2 วิชาชีพดังกล่าว ถือเป็น
2 ใน 7 วิชาชีพที่จะเปิดเสรีให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน และ
เริ่มมีการเคลื่อนไหว พัฒนาข้อกำาหนดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
แล้ว ด้วยเหตุนี้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จึงมีการจัดสัมมนาเวที
น้อย-ใหญ่ เนื้อหาว่าด้วยการเตรียมความพร้อมรับมือเปิด AEC
ออกมาในแต่ละแขนงวิชาชีพ จุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียม
รับมือการรุกคืบของกลุ่มวิชาชีพจากประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ผู้อ่านวยการสำานักการค้าบริการ และ
การลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์วิชาชีพ
วิศวกร ว่า ความเปลี่ยนแปลง ของวิชาชีพวิศวกรหลังการ
เปิด AEC มี 2 ประเด็นหลัก คือ ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
20
- 21.
วิศวกร และความเปลี่ยนแปลงของแรงงานวิชาชีพวิศวกร ในส่วน
ความเปลี่ยนแปลงของแรงงานวิชาชีพนั้นยังมีแนวโน้มจะเกิด
ปัญหาอยู่มาก เพราะวิศวกรไทยยังขาดอยู่ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ
ภาษาพูด การสื่อสารให้เข้าใจ เรื่องที่สองคือแรงจูงใจ วิศวกรไทย
จำานวนมากยังขาดแรงจูงใจในการทำางานต่างประเทศ เรื่อง
สุดท้ายคือ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และกฎระเบียบในแต่ละ
ประเทศวิศวกรสิงคโปร์-มาเลย์ การกำาหนดคุณสมบัติผูประกอบวิชาชีพ
้
สถาปนิกข้ามชาติ โดย นายทวีจิตร จันทรสาขา อดีตนายกสมาคม
สถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ล่าสุด ข้อ
กำาหนดที่ชัดเจนของสถาปนิกข้ามชาติ หลังการเปิด AEC นั้น ถูก
กำาหนดว่า ต้องมีคุณสมบัติหลายประการ ได้แก่
ศึกษา
5 ปี
(CDP)
1. จบการศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์หลักสูตร 5 ปี
2. มีใบอนุญาตเป็นสถาปนิก
3. มีประสบการณ์อย่างน้อย 10 ปีนับแต่จบการ
4. เมื่อจบแล้วต้องทำางานโดยมีใบอนุญาตอย่างน้อย
5. มีการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง
6. ทำางานรับผิดชอบสถาปัตยกรรมสำาคัญอย่างน้อย 2 ปี
7. ไม่เคยทำาผิดมาตรฐาน หรือ จรรยาบรรณ
วิชาชีพ
8. ปฏิบัติตามข้อกำาหนดของสภาสถาปนิกอาเซียน
การข้ามชาติมีข้อกำาหนดค่อนข้างละเอียดมาก และ
เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของ
ใบประกอบวิชาชีพสถาปนิก ปัจจุบันไทยมีสถาปนิก 17,000 คน
แบ่งตามใบอนุญาต 3 แบบ คือแบบสามัญ 1,857 คน แบบภาคี
14,159 คน และแบบวุฒิ 560 คน ขณะที่ต่างประเทศมีใบ
ประกอบวิชาชีพเพียงแบบเดียว คือแบบสามัญ หากไทยต้องรวบ
เหลือใบเดียว เท่ากับว่าไทยจะเหลือสถาปนิกเพียง 1,857 คน
[กรุงเทพธุกิจ.(2555).]
21
- 22.
ผลกระทบในด้า นลบต่อ ประเทศไทยเมื่อก้า วเข้า สู่
ประชาคมอาเซีย น
1. ปัญ หา และผลกระทบความตกลงการลงทุน
อาเซีย น ต่อ เกษตรกร ฐานทรัพ ยากรและภาค
เกษตรกรรมไทย
ความเป็นมาความตกลงด้านการลงทุน
อาเซียน(ASEAN Comprehensive Investment
Agreement) เป็นความตกลงเต็มรูปแบบที่เกิดจากการผนวก
ความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) ซึ่งเป็นความตกลงเปิด
เสรีการลงทุน ที่มีผลบังคับใช้ในปีค.ศ. 1998 กับความตกลงส่ง
เสริม และคุ้มครองการลงทุนของอาเซียน (ASEAN IGA) ซึ่งมีผล
บังคับใช้ในปี 1987 ให้เป็นความตกลงเต็มรูปแบบฉบับเดียว ทั้งนี้
โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 ทีหัวหิน
่
ประเทศไทย ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียนครั้งที่ 14
ความตกลงนี้จะให้สิทธินักลงทุนในอาเซียน และนักลงทุนนัก
ลงทุนต่างชาติที่มีกิจการอยู่ในอาเซียน และต้องการขยายการ
ลงทุนในอีกประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้รับสิทธิประโยชน์ในการ
ลงทุนตามหลักปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (Nationa Treatment)กล่าวคือ
นักลงทุนจากต่างชาติได้รับสิทธิเช่นเดียวกับประชาชนเจ้าของ
ประเทศยกเว้นในสาขาที่ได้สงวนเอาไว้ (Temporary
Exclusion List-TEL) และสาขาที่อ่อนไหว (Sensitive List)
สถานะของความตกลง
การยกเลิกข้อสงวนของประเทศไทย 3 รายการคือ
1) การทำาประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์นำ้า 2) การทำาป่าไม้
จากป่าปลูก และ 3) การทำากิจการเพาะขยาย หรือ ปรับปรุงพันธุ์
พืชผล ผลกระทบการเปิดเสรีดังกล่าวเป็นการเปิดรับให้กับต่าง
ประเทศมีขอบเขตที่กว้างขวาง เพราะ เกี่ยวข้องกับ
ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ทรัพยากรพันธุกรรม การเกษตร และ
เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ครอบคลุมถึงการ
เปิดเสรี การอำานวยความสะดวก การส่งเสริม และการคุ้มครองการ
ลงทุน อีกทั้งเชื่อมโยงกับการเปิดเสรีให้กับนักลงทุนนอกอาเซียน
ที่ได้ลงทุนในอาเซียนด้วยผลกระทบของความตกลงนี้จึงสร้าง
ความเสียหายได้ยิ่งกว่าการจัดทำาความตกลงเขตการค้าเสรีที่
22
- 23.
รัฐบาลไทยในอดีตได้ลงนามกับต่างประเทศ เนื่องจากความตกลง
ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับการเปิดเสรีสินค้าเป็นส่วนใหญ่มี
บางส่วนเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
ผลกระทบของการเปิดเสรีการลงทุนต่อเกษตรกร ฐาน
ทรัพยากรและภาคเกษตรกรรมโดยรวม
มีดังต่อไปนี้ 1.)
เร่งให้เกิดกระบวนการกว้านซื้อที่ดิน และเช่าพื้นที่ทำาการเกษตร
โดยกลุ่มทุนจากต่างชาติเช่น การเข้ามาสัมปทานปลูกป่าในพื้น
เขตป่าสงวนเสื่อมโทรม พื้นที่ป่าชายเลน รวมถึงพื้นที่ที่มีเอกสาร
สิทธิ์ เป็นการขยายความขัดแย้งปัญหาที่ดิน และปัญหาการแย่ง
ชิงนำ้าในฤดูแล้งระหว่างกลุ่มทุนกับชาวบ้านในรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
2.) กลุ่มทุนต่างชาติจะเข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
พันธุกรรม เช่น พันธุ์ข้าวพันธุ์ไม้ผลเมืองร้อน พืชสมุนไพร ฯลฯ
รวมถึงการจดทรัพย์สินทางปัญญาจากสายพันธุ์พืช สอดรับกับ
ความพยายามของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติที่ผลักดันให้มีการส่ง
ออกพันธุ์พืชออกนอกประเทศโดยเสรี และผลักดันให้มีการแก้ไข
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 เพื่อให้สามารถ
ผูกขาดสายพันธุ์พืชได้โดยง่าย โดยไม่ต้องขออนุญาตการเข้าถึง
พันธุ์พืช และการแบ่งปันผลประโยชน์ทั้ง ๆที่ได้ใช้ประโยชน์จาก
สายพันธุ์พืชในประเทศ ต่างชาติจะเข้ามาผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์
พืช เช่น ข้าว ซึ่งมีมูลค่าขั้นต้นสูงมากกว่า 25,000 ล้านบาท/ปี
ทั้งนี้ไม่นับการใช้ช่องทางการเข้ามาตั้งกิจการเพาะและขยายพันธุ์
พืชเพื่อเข้าถึงทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งมีมูลค่า
มหาศาประเมินค่ามิได้ 3.) การเปิดเสรีการขยายพันธุ์พืชจะ
เป็นการเปิดโอกาสให้ทุนขนาดใหญ่ข้ามชาติเข้ามายึดครอง
อาชีพ และกิจการที่คนไทยได้พัฒนามาเป็นเวลานานหลาย
ทศวรรษ จนกลายเป็นอาชีพของคนไทยเป็นจำานวนมาก เช่น
ธุรกิจกล้วยไม้ของไทย ทั้งนี้โดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่จะเข้ามาใช้
ประโยชน์จากฐานพันธุกรรม ภาพลักษณ์ และฐานการตลาด
เบียดขับผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้พัฒนามาเป็นลำาดับให้สูญหาย
ไปเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับร้านค้าปลีกรายย่อย เกิดผลกระทบต่อ
กิจการกล้วยไม้ของไทยซึ่งมีมูลค่าการส่งออกหลายพันล้านบาท/
ปี โดยไม่จำาเป็นต้องกล่าวผลกระทบต่อศักยภาพการพัฒนาใน
อนาคต และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น 4.) นัก
ลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน
ของประเทศ เช่น ชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การส่งเสริม
23
- 24.
การเกษตร การอุดหนุนผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการวิจัยใน
สาขาต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากภาษีอากรของประชาชน
แนวทางการเปิดเสรีนี้เปิดทางให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามารังแก
เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่น ยึดครองฐานทรัพยากรพันธุกรรม
สร้างผลกระทบต่อความมันคงทางอาหาร และอธิปไตยของประเทศ อีก
่
ทั้งยังขัดแย้งกับนโยบายของคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้ม
แข็งของชุมชนแห่งชาติ และนโยบายการคุ้มครองพื้นที่
เกษตรกรรมของรัฐบาลเองอีกด้วย [ฝ่ายข้อมูลมูลนิธิชีววิถี. 255]
2. ประชาคมการศึก ษาไทยกับ อาเซีย น
สุรศักดิ์ ปาเฮ. 2555 .กล่าวถึงผลกระทบทางการศึกษา
ของประเทศไทยเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ดังนี้
2.1. ผลกระทบทีจะเกิดกับบัณฑิต
2.1.1 ต้องแข่งขันกับบัณฑิตในภูมิภาค
และจากทั่วโลก
2 . 1. 2 ต้องปรับคุณสมบัติและทักษะให้
เหมาะสมกับการเปลี่
ยนแปลงของภูมิภาค และของโลก
2.1.3 ต้องปรับทัศนคติ
2.1.4 ต้องเก่ง และเป็นพลเมืองโลกที่ดี
2.1.5 ฯลฯ
2.2. คุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์
2.2.1 มีความรูขนลึกในสาขาวิชาสามารถ
้ ั้
สร้างความรูใหม่ และพัฒนานวัตกรรมได้
้
2.2.2 รู้
รอบในศาสตร์ที่ ยวข้อง รวมทั้
เกี่
งความรู้
ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กฎหมาย ของประเทศอาเซียนอื่น และของ
ตน ฯลฯ
2.2.3 สามารถปรับเปลี่ยนเข้าสู่งานใหม่
หรือ สาขาวิชาใหม่ได้ในอนาคต
2.2.4 มีความสนใจพัฒนาตนเอง และรัก
ความก้าวหน้า
2.2.5 ฯลฯ
2.3. บทบาทของอุดมศึกษาไทยต่อบัณฑิต
2.3.1 สร้างบัณฑิตทีมีความรูความสามารถเชิง
่
้
24
- 25.
วิชาการมีความรูเกียวกับอาเซียนเป็นอย่างดี
้ ่
2.3.2 สามารถดำารงชีวิตในสังคมยุคใหม่
ปรับตัวได้ตามการเปลียนแปลงของโลกทังด้าน วิชาการ และทักษะการ
่
้
ดำารงชีวิต
2.3.3 มีทักษะทางภาษาการจัดการ และ
อืน ๆ ที่จำาเป็น
่
2.3.4 เป็นคนดีรักความก้าวหน้า และเป็น
พลเมืองอาเซียน และโลกที่มีคุณค่า
2.3.5 เข้าใจตนเอง และสังคมอาเซียน
2.4. อุดมศึกษาไทยจะทำาอย่างไร
2.4.1 บุคลากรต้องมีความรู้
2.4.2 สือสารความรู้ให้สังคม
่
2.4.3 สร้างความรู้ใหม่เป็นที่พึ่งทางความรู้
แก่สังคม
2.4.4 พัฒนานิสิตนักศึกษาให้“ พร้อม
”ด้วยคุณลักษณะที่พึงประสงค์
2.4.5 มีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม
2.4.6 รู้ และยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของเรา
2.4.7 ตระหนักว่าเราคือ“ หลัก ”สำาคัญที่
ต้องรับผิดชอบสังคม
2.4.8 มี“ ใจ ”ที่จะทำาให้เกิดขึ้นอย่างมี
คุณภาพ
2.4.9 รวมพลังด้วยยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม
กับสถาบันของตน
เ รื่ อ ง ร า ว ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ล บ เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่
ประชาคมอาเซีย น
1. ประชาคมอาเซีย นหนึ่ง เดีย วกับ ปัญ หาไม่ง ่า ย นัก
สำา หรับ ประเทศไทย
ปราณิต ขิระนะ. 2555 . กล่าวถึงผลกระทบด้านลบ
เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ดังนี้ความได้เปรียบเสีย
เปรียบไทยใน AEC 16 พฤษภาคม 2555 หลายคนเฝ้ามองว่าใน
โอกาสที่ประชาคมอาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียวกันนั้น คงเป็นช่วงเวลา
ทีดีหลายอย่างของประเทศไทย ซึ่งก็คงเป็นความเข้าใจที่ไม่คลาด
่
25
- 26.
เคลื่อนนัก แต่ทุกอย่างมีสองหน้าเสมอ ในขณะที่มีโอกาสในการ
พัฒนาร่วมกันของประชาคมอาเซียนแต่ในทางกลับกันปัญหาที่
เกิดจากความไม่พร้อมภายในกลับทำาให้ลดระดับ และบั่นทอน
ศักยภาพที่มีอยู่ให้ลดความนำาเชื่อถือลงไป รวมกับว่าการเริ่มต้น
นั้นจำาต้องใช้พละกำาลังในการลากจูงในประเทศเข้าสู่ร่องรอยใน
กระบวนการพัฒนาที่เพียงพอจะรับมือกับการรวมเป็นประชาคม
อาเซียนได้นี่จึงเป็นสิ่งที่จะต้องตระหนักให้มากสำาหรับท่านผู้นำาที่
ทำาหน้าที่กำาหนดยุทธศาสตร์ และจุดยืนที่แข็งแกร่งเพียงพอ ด้วย
ความพร้อมนั้นกลับมีความน่าวิตกกังวลของปัญหาที่แฝงอยู่
มากมาย มีข้อมูลที่นำาจะบอกได้ว่าเราจะได้รับผลบวกต่อเมื่อ
ประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ และสำาหรับปัญหาที่เป็นด้าน
ลบมีอยู่ไม่น้อย เท่าที่ศึกษามีหัวข้อดังต่อไปนี้ที่น่าสนใจ
1. ปัญ หาเรื่อ งแรงงาน แน่นอนว่าจะมีปัญหาการ
โยกย้ายของแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานราคาถูกจากพม่า และ
กัมพูชา ซึ่งเป็นไปได้สูงที่แรงงานเหล่านี้จะเคลื่อนจาก
ประเทศไทยกลับไปยังประเทศตัวเอง หรือ ไปสู่แหล่งจ้างแรงงาน
ใหม่ทดีกว่า
ี่
2. ศัก ยภาพทางด้า นภาษา มีความเป็นไปได้สูงที่
การว่าจ้างแรงงานอาจต้องเป็นลักษณะการว่าจ้างจากหลากหลาย
ชาติตามความเหมาะสมของศักยภาพในการทำางาน ตัวอย่างเช่น
การว่าจ้างนักบัญชีที่เก่ง ๆ จากสิงคโปร์ พนักงานการตลาดที่ใช้
ภาษาอังกฤษดีจากฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันแรงงานไทยถ้าต้องการ
หาโอกาสที่ดีในตลาดอาเซียนก็คงต้องปรับตัวในเรื่องของภาษา
เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวข้อนี้นับ
เป็นโจทย์ที่ใหญ่โตทีเดียว
3. ประเทศไทยจะเจอคู่แ ข่ง ขัน หลายด้า น เอา
เฉพาะเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเดียว ด้านหนึ่งเราถูก
ขนาบด้วยพม่า ซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร และแหล่ง
ท่องเที่ยวหลายแห่ง ในอีกด้านถูกขนาบด้วยกัมพูชา ซึ่งตั้งเป้า
หลังจาก 5 ปีข้างหน้า จะดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้าสู่ประเทศให้
ได้ปีละ 1 ล้านคน ขณะนี้มีการเตรียมตัววางบุคลากรให้เรียน
ภาษาจีน เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยวจากจีนที่มีแนวโน้มจะเพิ่ม
เข้ามาประเทศกัมพูชาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
26
- 27.
4. การเมือ งไทยยังเป็นเช่นนี้จะกลายเป็นปัจจัยที่
บ่อนทำาลายตัวเอง ทำาลายศักยภาพในการแข่งขัน เรื่อง การเมือง
จึงถือว่าเป็นเรื่องสำาคัญถ้าเราต้องการสร้างโอกาสในเวลาที่
ประชาคมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว การเมืองของประเทศไทยจะต้อง
ก้าวเข้าสู่วิถีของการปรองดองเท่านั้น ทั้งหมดจึงมีคำาตอบว่า
โอกาสที่อาเซียนจะเป็นผลด้านบวกให้กับประเทศไทยในอนาคต
ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เราคงต้องปรับตัวเองเกือบทุกด้าน ทั้งใน
ด้านการเมือง ภาคเอกชน คุณภาพของบุคลากรด้วย
เรื่อ งราวผละกระทบด้า นลบเมื่อ ประเทศไทยก้า วสู่
ประชาคมอาเซีย น
1. SMES ระวัง ! และธุร กิจ หลัก ๆ ที่จ ะได้ร ับ
ผลกระทบมากเมื่อ เปิด AEC
ดร. สาธิต รังคสิริ . 2555. กล่าวถึงผลกระทบด้าน
ลบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
อาเซียน ดังนี้ แผน และยุทธศาสตร์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม พ.ศ.2555 - 2559 ของสำานักงานส่งเสริม
วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) มีแนวทางการดำาเนิน
งาน เพื่อที่คนไทยจะได้รับรู้ทั้งเรื่องโอกาส ผลกระทบ และ
แนวทางการส่งเสริม และเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคธุรกิจ
อุตสาหกรรมที่มีความสำาคัญยิ่งต่อไทย และอาเซียนภาคนี้สาขา
ธุรกิจที่ได้รับความสำาคัญเป็นพิเศษภายใต้แผน และยุทธศาสตร์
ของ สสว. ได้แก่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และนวัตกรรม
อุตสาหกรรมการเกษตร และเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรม
สร้างสรรค์ ธุรกิจการค้าปลีก และค้าส่ง และธุรกิจบริการ และการ
ท่องเที่ยว
โครงการศึกษาผลกระทบของ AEC ต่อผู้ประกอบการ
SMEs ไทยของ สสว. ได้ศึกษาผลกระทบในสาขาที่มีความสำาคัญ
ต่อเศรษฐกิจไทย (high-impact sector) ได้มองผลกระทบใน
ด้านต่าง ๆ เช่น อัตราการจ้างงาน สัดส่วนการส่งออก สัดส่วนการ
ใช้วัตถุดิบในประเทศ และสัดส่วนมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนศักยภาพ
และโอกาสในการเติบโตเป็นอุตสาหกรรมสำาคัญของประเทศใน
อนาคต โดยมีความมุ่งหมายที่จะให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถ
27
- 28.
ปรับตัว เพื่อรองรับผลกระทบทั้งในด้านบวก และด้านลบที่จะเกิด
ขึน
้
สาขาที่มีค วามสำา คัญ ต่อ เศรษฐกิจ ไทย 6 สาขาที่
พิจ ารณาว่า จะได้ร ับ ผลกระทบดัง กล่า วได้แ ก่ เครื่องจักรกล
อาหาร ผลิตภัณฑ์ยาง บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอ และ
เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี และเครื่องประดับ นอกจากนั้น ในส่วนของ
ภาคบริการ สาขาที่คาดว่าจะได้รับผล กระทบสำาคัญ 3 สาขา คือ
ท่องเที่ยว สุขภาพ และโลจิสติกส์ นอกจาก สสว. หน่วยงานอีก
แห่งหนึ่งที่มีหน้าที่ และความรับผิดโดยตรงเกี่ยวกับ SMEs คือ
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่ง
ประเทศไทย (SME Bank) SME Bank ได้จัดทำาโครงการพัฒนา
SMEs สู่มาตรฐานคุณภาพ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ในภาคเอกชน ที่ให้ความสำาคัญต่อการพัฒนา SMEs เป็นอย่าง
มาก โดยมุ่งหมายที่จะให้ SMEs ไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก
โอกาสที่มีอยู่ และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งสามารถ
ปรับตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. เมื่อ เข้า สู่ AEC ประชาคมอาเซีย นต้อ งเปลี่ย น
ทัศ นคติข องคนไทยด้ว ย
ชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำานวยการศักยภาพชุมชนมอง
ว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ทัศนคติ เนื่องจากที่ผ่านมาเราปลูกฝังคนไทย
ผ่านการเรียนประวัติศาสตร์มาตลอดว่า เพื่อนบ้านคือข้าศึกศัตรู
คนไทยยังรู้สึกดูถูกคนลาว พม่า และกัมพูชาว่าด้อยกว่าเรา ส่วน
ใหญ่แล้วความขัดแย้งแถบชายแดนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นปัญหา
ระดับรัฐกับรัฐ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ของ 2 ชาติรักใคร่กันดี
ไปมาหาสู่กัน แต่แผนที่ มาจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับ
สถานการณ์ในพื้นที่ จึงเป็นผลเสียกับชาวบ้านมากกว่าผลดี ควร
ให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย
รศ.ดร.พิภพ อุดร จากคณะพาณิชยศาสตร์ และการ
บัญชี ธรรมศาสตร์ที่ ชี้ว่า ไทยต้องเลิกทำาตัวเป็นพี่ใหญ่ที่คาดหวัง
ให้เพื่อนบ้านยอมอ่อนข้อให้แต่ควรทำาตัวเป็นเพื่อนที่เท่าเทียมกัน
ซึ่งพร้อมร่วมมือพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ จะมีประชากรจากเพื่อนบ้าน
อาเซียนเข้ามาร่วมอยู่ด้วย คนไทยจึงต้องพร้อมเปิดรับค่านิยม
28
- 29.
ขนบธรรมเนียมของชาติอื่นเราต้องเตรียมพร้อมสำาหรับการจัดการ
ข้ามวัฒนธรรม เพราะการมีคนหลายชาติในที่เดียวกันย่อมต้อง
เกิดความแตกต่างของวิถีปฏิบัติ
รศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์กล่าวว่า
ด้านฮาร์ดแวร์ซึ่งหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานนั้นไม่น่าห่วง ที่น่า
กังวลคือซอฟต์แวร์ซึ่งคือทรัพยากรคน โดยเฉพาะคนในระดับราก
หญ้าซึ่งไม่เข้าใจว่าเป็น AEC แล้วตัวเองจะได้อะไร และการเกิด
AEC ในแง่ดีก็เป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ แต่แง่ลบ คือ มีการ
แข่งขันรุนแรงขึ้น เกิดการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ และ
บุคลากร ตรงนี้สถาบันการศึกษามีบทบาทสูง ที่ผ่านมาเราผลิตคน
เพื่อทำางานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ต่อไปต้องผลิตคน เพื่อปู
ตลาดแรงงานระดับอาเซียน และต้องสร้างคนที่พร้อมจะเข้ามา
ช่วยเหลือหรือ อำานวยความสะดวกให้กับคนไทยด้วยกันที่ยังไม่
พร้อมรับ AEC ช่วยหาข้อมูลแนะนำาการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มอำานาจ
ต่อรอง ช่วยหาตลาดในต่างชาติ แนะแนวทางใหม่ ๆ ในการ
แข่งขันกับคู่แข่งจากชาติอื่นทั้งด้านแพ็กเกจจิ้ง และกลยุทธ์การ
ตลาดที่สอดคล้องกับรสนิยมของกลุ่มเป้าหมายในประเทศเพื่อน
บ้านด้านความมั่นคงเองมีปัญหาที่ ทัศนคติเช่นกัน พลตรี สุรสิทธิ์
ถนัดทาง ผู้อำานวยการศูนย์ยุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกัน
ประเทศให้ความเห็นว่า แนวความคิดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อ AEC
คือ 1.) ความคิดด้าน physical security ยังเป็นเช่นเดิม ขณะ
ที่ลาวใช้ตำารวจ พม่า ไทย กัมพูชา และมาเลเซียยังคงใช้ทหาร
ดูแลบริเวณชายแดน ทำาให้ปัญหาการกระทบกระทั่งอยู่เป็นประจำา
2.) ยังมีแนวคิดว่าทหารต้องเป็นพระเอกในการบริหารจัดการ
ชายแดน แต่ตอนนี้เริ่มมีการพูดคุยกับมาเลเซียว่า ทหารจะยืนอยู่
ข้างหลัง เพื่อให้ความมั่นใจว่าพร้อมดูแลความปลอดภัย แต่จะไม่
เข้าไปจัดการโดยตรง ให้ฝ่ายการค้า สังคม และวัฒนธรรมเป็น
ตัวนำา โดยเฉพาะสองประเด็นหลังสุดซึ่งมีความคล้ายคลึงกันอยู่
แล้ว ระหว่างคนไทยในแถบชายแดนกับคนมาเลเซียทั้งด้าน
ศาสนา ภาษาพูด และการแต่งกาย 3.) การแทรกแซงจาก
มหาอำานาจสหรัฐ และจีนยังคงมีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ เพราะ
อาเซียนมีผลประโยชน์ให้ตักตวงมาก เราต้องคิดให้รอบคอบว่าจะ
บริหารจัดการยังไงไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เพราะอาเซียนยังต้อง
พึ่งพาอาศัยมหาอำานาจต่อไป
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่าง
29
- 30.
ประเทศ ชี้ว่า การให้ความรู้ประชาชนยังเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ
หน่วยงานราชการเองก็ทำางานแบบต่างคนต่างทำาขาดการประสาน
งานกันอย่างเช่นเรื่อง 3 เสาหลักอาเซียน ซึ่ง ประกอบด้วย
การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็น
เรื่องนามธรรมคนที่รับข้อมูลก็ไม่ทราบว่าจะต้องทำาอะไรกับข้อมูล
ที่ได้รับ และตัวเองมีบทบาทอะไรใน AEC ต้องหาวิธีถ่ายทอดที่
สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้ฟังนำาไปใช้ประโยชน์ได้จริง พูดให้
เกษตรกรที่ปลูกข้าวก็แบบหนึ่ง ให้ความรู้ผู้ที่ปลูกผลไม้ก็ต้องอีก
อย่างหนึ่ง เพราะคนแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบ และต้องรับมือกับ
การเปิด AEC ในแนวทางที่แตกต่างกัน
บทที่ 3
วิธ ีด ำา เนิน การศึก ษาค้น คว้า
รายงาน เรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน ผู้จดทำาได้ดำาเนินการ ดังนี้ วิธีการดำาเนินการ
ั
1. คิดหัวข้อที่จะศึกษา
2. รวบรวมข้อมูล
3. ค้นคว้าหาข้อมูล
4. วิเคราะห์ข้อมูล
5. สรุป และอภิปรายผลข้อมูล
รายงาน เรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่
ประชาคมอาเซียน มีวธีการดำาเนินการศึกษาดำาเนินการ ดังนี้
ิ
ขันตอนการดำาเนินงาน มี 5 ขันตอน
้
้
1. ขั้นตอนการทำาแผนผังการศึกษาค้นคว้า
คำา ถาม
สมมุต ิฐ าน
วิธ ีศ ึก ษา
30
แหล่ง ศึก ษา
- 31.
1. อาเซียน
คืออะไร
อาเซียน
คือการร่วมตัว
กันเพื่อ
วัฒนธรรม
และธุรกิจ
- ค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
-ค้นคว้าจาก
หนังสือ
1.
อินเตอร์เน็ต
2. หนังสือ
2. ผลกระทบ
ด้ า น บ ว ก เ มื่ อ
ประเทศไทย
ก้ า ว สู่
ประชาคม
อ า เ ซี ย น
ประเทศไ
ท ย จ ะ ก้ า ว สู่
ค ว า ม เ ป็ น
สากลและ
สามารถพัฒนา
ธุ ร กิ จ ให้ เ ป็ น ที่
ยอมรับ ของทั่ ว
โลกได้
- ค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
- ค้นคว้าจาก
หนังสือ
1.
อินเตอร์เน็ต
2. หนังสือ
3. เรื่องราว
ด้านบวก
เ
มื่
อ
ประเทศไทย
ก้ า ว สู่
ประชาคม
อ า เ ซี ย น
ธุรกิจไทย
มี แ น ว โ น้ ม ที่
ส า ม า ร ถ เ ป็ น
ห นึ่ ง ในตล าด
โลกได้
- ค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
- ค้นคว้าจาก
หนังสือ
1.
อินเตอร์เน็ต
2. หนังสือ
4. ผลกระทบ
ด้านลบเมื่อ
ประเทศไทย
ก้าวสู่
ประชาคม
ประเทศไ
ทยอาจเตรี ย ม
ก าร ไม่ ทั น ใ น
ด้ า นธุ ร กิ จ อาจ
ทำา ใ ห้ ธุ ร กิ จ
- ค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
- ค้นคว้าจาก
หนังสือ
1.
อินเตอร์เน็ต
2. หนังสือ
31
- 32.
อาเซียน
ไทยอาจเจอ
ผลกระทบได้
5. เ รื่อ ง ร า ว
ด้ า น ล บ เ มื่ อ
ประเทศไทย
ก้ า ว สู่
ประชาคม
อ า เ ซี ย น
คนไทย
ยั ง อ า จ ยึ ด ติ ด
ความคิ ดเดิม ๆ
ที่ว่าคนไทยลำ้า
ห น้ า ป ร ะ เ ท ศ
อื่ น เ ส ม อ อ า จ
ทำา ใ ห้ ก า ร
พัฒนาประเทศ
พั ฒ น า ไ ป ไ ด้
ช้า
- ค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
- ค้นคว้าจาก
หนังสือ
1.
อินเตอร์เน็ต
2. หนังสือ
1. ขันการแบ่งงาน
้
ขั้นตอนนี้ ทำานอกเวลาเรียน โดยให้สมาชิก ในกลุ่มเลือก
คำาถามที่ตัวเองสนใจ เพื่อที่จะไปค้นคว้าหาข้อมูลตามวิธีการศึกษา
และแหล่งศึกษาที่ตั้งไว้
2. ขันค้นคว้า
้
คนที่ได้รับคำาสั่งจากกลุ่ม บางคนจะทำาการค้นคว้าข้อมูล
หรือ ไปสอบถามผู้ปกครอง
3. ขันรวบรวมข้อมูล
้
นักเรียนทุกคนในกลุ่มนำาข้อมูลที่ตนเองไปสืบค้นมารวมกัน
แล้วนำาข้อมูลมาเรียงลำาดับความสำาคัญ
4. ขันนำาเสนอ และประเมินผลงาน
้
รูปแบบรายงาน และการนำาเสนอ Power Point
32
- 33.
บทที่ 4
ผลการศึก ษาค้นคว้า
รายงาน เรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
อาเซียน มีผลการดำาเนินการ ดังนี้
ผลการดำา เนิน การ
อาเซีย น คือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียง
ใต้ (Association of South East AsianNations หรือ
33
- 34.
ASEAN) โดยการจัดตั้งในครั้งแรกมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมและ
ร่วมมือในเรื่องสันติภาพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ องค์ความรู้ สังคม
วัฒนธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ร่วมกัน
ของประเทศสมาชิก
อาเซียนรวมตัวกัน เพื่อความร่วมมือกันทางการเมือง
ความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และได้มีการพัฒนาการ
เรื่อยมา จนถึงขณะนี้ที่เรามีกฎบัตรอาเซียน (ธรรมนูญ อาเซียน
หรือ ASEAN Charter) ซึ่งเป็นเสมือนแนวทางการดำาเนินงานที่
จะนำาไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น บ ว ก เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่ ป ร ะ ช า ค ม
อาเซีย น
ที่ม า : http://www.prachachat.net
2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งประกอบ
ไปด้วยประเทศไทย
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา สาธารณรัฐ
สังคมนิยมเวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์
และอินโดนีเซีย จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ
ASEAN Economic Community (AEC) อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้ง
ด้านเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกัน
ว่าการเปิดประตูสู่ " ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน " (AEC) จะส่งผล
ให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่มีฐานการ
ผลิตรวมกัน มีการเคลื่อนย้ายปัจจัยทางการผลิตอย่างเสรี เกิด
ความเป็นปึกแผ่น และสร้างอำานาจต่อรองทางด้านการค้า/
เศรษฐกิจ ในเวทีการค้าโลกได้อย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
34
- 35.
เ รื่ อง ร า ว ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น บ ว ก เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่
ประชาคมอาเซีย น
เรื่อ งราวเกี่ย วกับผลกระทบด้ า นบวกเมื่ อ ประเทศไทยก้ าวสู่
ประชาคมอาเซียน เช่น
ไทยกุม ชะตาข้า วโลกจับ มือ 4 ชาติอ าเซีย นค้า ข้า ว
28 กรกฎาคม 2555 ไทยกับเวียดนาม ในฐานะที่ทั้ง 2 ประเทศ
เป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของโลก โดยทั้ง 2 ประเทศได้บรรลุข้อ
ตกลงที่จะร่วมมือกันค้าข้าวในตลาดโลก และมีเป้าหมายร่วมกันที่
จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการบริหาร
จัดการด้านการตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าข้าวใน
ตลาดโลก ความร่วมมือที่เกิดขึ้น เกิดจากการประสานงานของ
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี
2553 ได้ร่วมกับนายหวู ฮุยหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม และการค้า ของเวียดนาม มีการปรึกษาในประเด็น
สำาคัญ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และที่สำาคัญ คือ ความร่วมมือ
ด้านสินค้าเกษตรโดยเฉพาะสินค้าข้าว เพื่อการรักษาเสถียรภาพ
ของราคาสินค้าข้าวในตลาดโลก ช่วยให้เกษตรกรทั้งของไทย
และเวียดนามมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากราคาข้าวที่สูงขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มความร่วมมือ เพื่อเตรียมความพร้อมใน
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ที่ทั้งไทย และ
เวียดนามต่างเป็นสมาชิกอยู่ด้วยกัน ไทยยังมีแผนที่จะขยายความ
ร่วมมือไปยังสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ที่ปลูกข้าว ทั้งพม่า กัมพูชา
และลาว เจรจา เพื่อดึงให้เข้าสู่กรอบความร่วมมือเหมือนกับที่ไทย
ได้ทำากับเวียดนามสำาเร็จมาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำาเร็จ
ได้ เพราะปลูกข้าวเหมือนกัน เป็นอาเซียนเหมือนกันหากทำาได้
ตามแผนที่กำาหนด ปริมาณการค้าข้าวโลกเกินกว่าครึ่ง จะอยู่ใน
มือของสมาชิกอาเซียนไม่กี่ประเทศ การกำาหนดทิศทางการค้าข้าว
โลก ราคาข้าวโลก เป็นไปด้วยดี ทางด้านประเทศผู้ซื้อข้าว ได้แก่
อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ ปี ๆ หนึ่งซื้อข้าวเป็นจำานวนมากอยู่แล้ว
ซึ่งการขายข้าวให้จะพิจารณาราคาตามความเหมาะสม ในฐานะ
ความเป็นอาเซียน และยึดหลักความสัมพันธ์ที่ดีสำาหรับรายละเอียด
ความร่วมมือในสินค้าข้าวระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน
ข้างต้น ขณะนี้กำาลังอยู่ระหว่างการจัดทำากรอบความร่วมมือ และ
35
- 36.
แนวทางความร่วมมือ ซึ่งคาดว่า ในเร็วๆ นี้ น่าจะประกาศออกมา
ได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันราคาข้าวใน
ตลาดโลก กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะปรับปรุงมาตรฐานข้าว
ไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งแต่เดิมเคยกำาหนดมาตรฐาน
บังคับไว้ที่ 92% ถึงจะเรียกว่าเป็นข้าวหอมมะลิ แต่จะเพิ่ม
มาตรฐานสมัครใจ คือ ข้าวหอมมะลิมาตรฐาน 95% ซึ่งเป็นชั้นดี
เลิศ หากทำาได้ก็จะออกใบรับรองให้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า และ
ราคาข้าวได้อีกขั้นหนึ่งส่วนข้าวขาว กำาลังอยู่ระหว่างการร่วมกับผู้
ส่งออกในการกำาหนดมาตรฐานบังคับ จากเดิมที่เป็นการประกาศ
มาตรฐานแบบไม่บังคับ เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำาในด้านการกำาหนด
มาตรฐานข้าวขาว ซึ่งไม่ได้เพิ่มความยุ่งยากในการส่งออกแต่
อย่างใด เพราะที่ผ่านมาผู้ส่งออกปฏิบัติอยู่ภายใต้มาตรฐานที่
กำาหนดอยู่แล้ว แต่การมีมาตรฐานจะทำาให้ข้าวไทยเป็นที่ยอมรับ
และกำาหนดราคาที่สูงขึ้นได้ล้วนแต่เป็นประโยชน์กับผู้ส่งออกทั้ง
สิ้น
ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ล บ เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่ ป ร ะ ช า ค ม
อาเซีย น
เมื่อประเทศไทยพร้อมเปิดประเทศในการเข้าสู่ประชาคม
อาเซียนในปี พ.ศ. 2558
ผลกระทบของการเปิดเสรีการ
ลงทุนต่อเกษตรกร ฐานทรัพยากร และภาคเกษตรกรรมโดยรวม
มีดังต่อไปนี้ 1. เร่งให้เกิดกระบวนการกว้านซื้อที่ดิน และ
เช่าพื้นที่ทำาการเกษตรโดยกลุ่มทุนจากต่างชาติเช่นการเข้ามา
สัมปทานปลูกป่าในพื้นเขตป่าสงวนเสื่อมโทรม พื้นที่ป่าชายเลน
รวมถึงพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นการขยายความขัดแย้งปัญหา
ทีดิน และปัญหาการแย่งชิงนำ้าในฤดูแล้งระหว่างกลุ่มทุนกับชาว
่
บ้านในรุนแรงเพิ่มมากขึ้น 2. กลุ่มทุนต่างชาติจะเข้ามาใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม เช่น พันธุ์ข้าวพันธุ์ไม้ผลเมือง
ร้อน พืชสมุนไพร ฯลฯ รวมถึงการจดทรัพย์สินทางปัญญาจากสาย
พันธุ์พืช สอดรับกับความพยายามของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติที่
ผลักดันให้มีการส่งออกพันธุ์พืชออกนอกประเทศโดยเสรี และผลัก
ดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542
เพื่อให้สามารถผูกขาดสายพันธุ์พืชได้โดยง่าย โดยไม่ต้องขอ
อนุญาตการเข้าถึงพันธุ์พืช และการแบ่งปันผลประโยชน์ทั้ง ๆ ที่
36
- 37.
ได้ใช้ประโยชน์จากสายพันธุ์พืชในประเทศ ต่างชาติจะเข้ามา
ผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์พืช เช่นข้าว ซึ่งมีมูลค่าขั้นต้นสูงมากกว่า
25,000 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ไม่นับการใช้ช่องทางการเข้ามาตั้ง
กิจการเพาะ และขยายพันธุ์พืชเพื่อเข้าถึงทรัพยากรความหลาก
หลายทางชีวภาพซึ่งมีมูลค่ามหาศาประเมินค่ามิได้ 3. การเปิด
เสรีการขยายพันธุ์พืชจะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุนขนาดใหญ่ข้าม
ชาติเข้ามายึดครองอาชีพ และกิจการที่คนไทยได้พัฒนามาเป็น
เวลานานหลายทศวรรษ จนกลายเป็นอาชีพของคนไทยเป็น
จำานวนมาก เช่น ธุรกิจกล้วยไม้ของไทย ทั้งนี้โดยกลุ่มทุนขนาด
ใหญ่จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากฐานพันธุกรรม ภาพลักษณ์ และ
ฐานการตลาด เบียดขับผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้พัฒนามาเป็น
ลำาดับให้สูญหายไปเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับร้านค้าปลีกรายย่อย
เกิดผลกระทบต่อกิจการกล้วยไม้ของไทยซึ่งมีมูลค่าการส่งออก
หลายพันล้านบาท/ปี โดยไม่จำาเป็นต้องกล่าวผลกระทบต่อ
ศักยภาพการพัฒนาในอนาคต และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจใน
ระดับท้องถิ่น 4. กลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์
จากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ชลประทาน การ
พัฒนาที่ดิน การส่งเสริมการเกษตร การอุดหนุนผลผลิตทางการ
เกษตร รวมถึงการวิจัยในสาขาต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจาก
ภาษีอากรของประชาชนแนวทางการเปิดเสรีนี้เปิดทางให้บรรษัท
ข้ามชาติเข้ามารังแกเกษตรกร และชุมชนท้องถิ่น ยึดครองฐาน
ทรัพยากรพันธุกรรม สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร
และอธิปไตยของประเทศ อีกทั้งยังขัดแย้งกับนโยบายของคณะ
กรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ และ
นโยบายการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมของรัฐบาลเองอีกด้วย
เ รื่ อ ง ร า ว ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ล บ เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่
ประชาคมอาเซีย น
สาขาที่มีความสำาคัญต่อเศรษฐกิจไทย 6 สาขาที่พิจารณา
ว่าจะได้รับผลกระทบด้านลบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
อาเซียนดังกล่าวได้แก่ เครื่องจักรกล อาหาร ผลิตภัณฑ์ยาง บรรจุ
ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม อัญมณี และ
เครื่องประดับ นอกจากนั้น ในส่วนของภาคบริการ สาขาที่คาดว่า
จะได้รับผล กระทบสำาคัญ 3 สาขา คือ ท่องเที่ยว สุขภาพ และโล
37
- 38.
จิสติกส์ นอกจาก สสว.หน่วยงานอีกแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่ และความ
รับผิดโดยตรงเกี่ยวกับ SMEs คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด
กลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) SME Bank
ได้จัดทำาโครงการพั
ฒนา SMEs สู่มาตรฐานคุณภาพ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ในภาคเอกชน ที่ให้ความสำาคัญต่อการพัฒนา SMEs เป็นอย่าง
มาก โดยมุ่งหมายที่จะให้ SMEs ไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก
โอกาสที่มีอยู่ และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งสามารถ
ปรับตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 5
สรุป อภิป รายและข้อ เสนอแนะ
รายงาน เรื่อง ผลกระทบเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ป ระชาคม
อาเซียน สามารถสรุป และอภิปรายผลการดำาเนินการ ดังนี้
สรุป
อาเซียน คือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียง
ใต้ (Association of South East AsianNations หรือ
ASEAN) โดยการจัดตั้งในครั้งแรกมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริม และ
38
- 39.
ร่วมมือในเรื่อง สันติภาพ ความมั่นคงเศรษฐกิจ องค์ความรู้ สังคม
วัฒนธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ร่วมกัน
ของประเทศสมาชิก
อาเซียน รวมตัวกัน เพื่อความร่วมมือกันทางการเมือง
ความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และได้มีการพัฒนาการ
เรื่อยมา จนถึงขณะนี้ที่เรามีกฎบัตรอาเซียน (ธรรมนูญ อาเซียน
หรือ ASEAN Charter) ซึ่งเป็นเสมือนแนวทางการดำาเนินงานที่
จะนำาไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
ผลกระทบในด้านต่าง ๆ เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคม
อาเซียนมีมากพอสมควร เมื่อกล่าวถึงผลกระทบที่ประเทศไทยก้าว
สู่ประชาคมอาเซียนนั้นมีทั้งด้านบวก และด้านลบที่ประเทศไทย
ต้องได้พบเจอ เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
ผลกระทบในทางบวกต่อ ประเทศไทย
1. จะมีตลาดสินค้า และบริการที่ใหญ่ขึ้น นักธุรกิจไทยจะ
มีตลาดการค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 580 ล้าน
คน เพราะทั้ง 10 ประเทศอาเซียนนั้นต่างมีประชากรจำานวนมาก
พอสมควรโดยเฉพาะอินโดนีเซีย
2. ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในการที่จะกลายมาเป็นเป้า
หมายในการดึงดูดการลงทุน เงินลงทุน จากต่างประเทศได้มาก
ขึน หากเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ตกลงในประชาคมอาเซียนนั้น
้
ประเทศไทยจึงจะได้เปรียบประเทศอื่น ๆ หลายประการ
3. การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสามารถทำาให้
ประเทศไทยมีอำานาจในการเจรจาต่อรองต่อเวทีโลกได้มากขึ้น
4. การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้นทำาให้นักธุรกิจไทย และ
ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ และการค้ามีโอกาสในการพัฒนา
ศักยภาพของธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นจากเดิม
เพื่อการรองรับการแข่งขัน และสามารถนำามาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ที่พร้อมออกไปสู่การแข่งขัน
ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ล บ เ มื่ อ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก้ า ว สู่ ป ร ะ ช า ค ม
อาเซีย น
39
- 40.
1. ปัญหา และผลกระทบความตกลงการลงทุนอาเซียนต่อ
เกษตรกร ฐานทรัพยากร และภาคเกษตรกรรมไทย การเปิดเสรี
เป็นการสร้างผลกระทบของการเปิดเสรีการลงทุนต่อเกษตรกร
ฐานทรัพยากรและภาคเกษตรโดยรวม เช่น 1. เร่งให้เกิด
กระบวนการกว้านซื้ ดิน และเช่าพื้ ทำาการเกษตรโดยกลุ่
อที่
นที่
มนายทุนจาก
ต่างชาติ 2. กลุ่มทุนต่างชาติจะเข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
พันธุกรรมของประเทศไทย 3. การเปิดเสรีการขยายพันธุ์พืชจะ
เป็นการเปิดโอกาสให้ทุนขนากใหญ่ข้ามชาติเข้ามายึดครอง
อาชีพ และกิจการที่คนไทยได้พัฒนามาเป็นเวลานานหลาย
ทศวรรษ 4. นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จาก
โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
2. ประชาคมการศึกษาไทยกับอาเซียน ผลกระ
ทบที่จะเกิดกับบัณฑิตเมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
บัณฑิตต้องแข่งขันกับบัณฑิตในภูมิภาค และจากทั่วโลก ดังนั้น
อุดมศึกษาไทยต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตร และพัฒนาบัณฑิตให้
พร้อมต่อการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
3. ปัญหาเรื่องแรงงาน ภายในอนาคตจะเกิด
ปัญหาเรื่องโยกย้ายของแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานราคาถูก
จากพม่า และกัมพูชา ซึ่งเป็นไปได้สูงที่แรงงานเหล่านี้จะเคลื่อน
จากประเทศไทยกลับไปยังประเทศตัวเอง หรือ ไปสู่แหล่งจ้าง
แรงงานใหม่ที่ดีกว่า
4. ศักยภาพทางด้านภาษา มีความเป็นไปได้สูงที่การว่า
จ้างแรงงานอาจต้องเป็นลักษณะการว่าจ้างจากหลากหลายชาติ
ตามความเหมาะสมของศักยภาพในการทำางาน ตัวอย่างเช่น การ
ว่าจ้างนักบัญชีที่เก่ง ๆ จากสิงคโปร์ พนักงานการตลาดที่ใช้ภาษา
อังกฤษดีจากฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันแรงงานไทย ถ้าต้องการหา
โอกาสที่ดีในตลาดอาเซียนก็คงต้องปรับตัวใน เรื่องของภาษาเป็น
อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวข้อนี้นับเป็น
โจทย์ที่ใหญ่โตทีเดียว
5. ประเทศไทยจะเจอคู่แข่งขันหลายด้าน เมื่อ
ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนจะเจอคู่แข่งขันหลายด้าน
เช่น เรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเดียว ด้านหนึ่งเราถูก
ขนาบด้วยพม่า ซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร และแหล่ง
ท่องเที่ยวหลายแห่ง ในอีกด้านถูกขนาบด้วยกัมพูชา ซึ่งตั้งเป้า
40
- 41.
หลังจาก 5 ปีข้างหน้าจะดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้าสู่ประเทศให้
ได้ปีละ 1 ล้านคน ขณะนี้มีการเตรียมตัววางบุคลากรให้เรียน
ภาษาจีน เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยวจากจีนที่มีแนวโน้มจะเพิ่ม
เข้ามาประเทศกัมพูชาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
6. ปัญหาด้านการเมืองของประเทศไทย เป็นปัจจัยที่บ่อน
ทำาลายตัวเอง ทำาลายศักยภาพในการแข่งขัน เรื่อง การเมืองจึง
ถือว่าเป็นเรื่องสำาคัญถ้าเราต้องการสร้างโอกาสในเวลาที่
ประชาคมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว การเมืองของประเทศไทยจะต้อง
ก้าวเข้าสู่วิถีของการปรองดองเท่านั้น ทั้งหมดจึงมีคำาตอบว่า
โอกาสที่อาเซียนจะเป็นผลด้านบวกให้กับประเทศไทยในอนาคต
ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เราคงต้องปรับตัวเองเกือบทุกด้าน ทั้งใน
ด้านการเมือง ภาคเอกชน คุณภาพของบุคลากรด้วย
อภิปรายผล
การจัดทำารายงาน เรือง ผลกระทบเมือประเทศไทยก้าวสู่
่
่
ประชาคมอาเซียน สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้
เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนย่อมมีผลกระทบ
ด้านบวกและด้านลบ เมื่อประเทศไทยสามารถพัฒนาศักยภาพได้
ตามมาตรฐานของประชาคมอาเซียน ประเทศไทยจะสามารถตั้ง
รับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ภายในอนาคตได้ และสามารถแก้ไขปัญหา
ได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่สามารถเกิดปัญหาเกิดได้ในภายหลัง
ข้อเสนอแนะ
การจัดทำารายงาน เรือง ผลกระทบเมือประเทศไทย
่
่
ก้าวสูประชาคมอาเซียน มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
่
ประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องใกล้ตัวเราไม่ควรมองข้าม
เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการได้ ดังนั้น อย่ามอง
ข้ามเรื่องเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาภายหลังได้
41
- 42.
บรรณานุก รรม
กรุงเทพธุกิจ.(2555).“วิศวกร-สถาปนิก”ปรับสู้สู่อาเซียน
วงการมั่นใจแข่งขันได้.
[ออนไลน์].เข้าถึงได้:http://www.thaiaec.com/413.(7 พฤศจิกายน2555).
ข่าวสด.(2555).ไทยกลุมชะตาขาวโลกจับมือ 4 อาเซียน
ค้าข้าว.[ออนไลน์].เข้าถึง
ได้:http://www.thai-aec.com/395.
(12 พฤศจิกายน 2555).
จุฑา เทียนไทย รศ.ดร..( 2555 ). ผลกระทบของ
ประชาคมอาเซียน ต่อธุรกิจไทย และกล
ยุทธ์ในการตังรับ.[ออนไลน์].เข้าถึง
้
ได้:http://www.bangkokbiznews.com.
(9 พฤศจิกายน 2555).
ชลิดา ทาเจริญศักดิ์.( 2555 ).เมื่อเข้าสู่ AEC ประชาคม
อาเซียนต้องเปลี่ยนทัศนคติของคน
ไทย.[ออนไลน์].เข้าถึง
ได้:http://www.thai-aec.com/200.
(13 พฤศจิกายน 2555).
ประชาชาติธุรกิจ.( 2555 ).เมื่อเข้าสู่AEC ประชาคม
อาเซียนต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนไทย
ด้วย.[ออนไลน์].เข้าถึง
ได้:http://www.thai-aec.com/101.
(13 พฤศจิกายน 2555).
ปราณิต ขิระนะ.( 2555 ).ประชาคมอาเซียนหนึ่งเดียวกับ
ปัญหาไม่ง่ายนักสำาหรับประเทศ
42
- 43.
ไทย.[ออนไลน์].เข้าถึง
ได้:http://www.thai-aec.com/200.
(13 พฤศจิกายน 2555).
ฝ่ายข้อมูลมูลนิธิชีววิถี.(2555).ปัญหาและผลกระทบความ
ตกลงการลงทุนอาเซียนต่อ
เกษตรกรฐานทรัพยากรและภาค
เกษตรกรรมไทย.[ออนไลน์].เข้าถึงได้
จาก:http://www.biuthai.net/node/900.
(10 พฤศจิกายน 2555).
พิภพ อุดร รศ.ดร..( 2555 ).เมื่อเข้าสู่ AEC ประชาคม
อาเซียนต้องเปลี่ยนทัศนคติของคน
ไทย.[ออนไลน์].เข้าถึง
ได้:http://www.thai-aec.com/200.
(13 พฤศจิกายน 2555).
สาธิต รังคสิริ ดร..( 2555).ยุทธศาสตร์กรมสรรพากรและ
การพัฒนาฐานภาษี.[ออนไลน์].
เข้าถึงได้:http://ww.thaiaec.com/570. (12 พฤศจิกายน 2555).
สุรศักดิ์ ปาเฮ.( 2555 ).การศึกษาไทยกับประชาคม
อาเซียน.[ออนไลน์].เข้าถึงได้
จาก:http://wwwaddkutec3.com/
เอกสารวิชากร/การศึกษาไทยกับประชคมอ.
(13 พฤศจิกายน 2555).
มติชน.( 2555 ).SMES ระวัง!และธุรกิจหลักๆที่จะได้รับ
ผลกระทบมากเมื่อเปิด AEC.
[ออนไลน์].เข้าถึงได้:http://www.thaiaec.com/128.(13 พฤศจิกายน 2555).
Admistrator.( 2555 ).ประชาคมอาเซียนมีผลกระทบกับ
ไทยอย่างไร.[ออนไลน์].เข้าถึง
43
- 44.
- 45.
ภาคผนวก
ประชาคมอาเซีย น หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian
Nations : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย
และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of
South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม แต่ดำาเนินการไปได้เพียง 2 ปี ก็
ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่าง
ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟู
45
- 46.
สัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหา
หนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง
แต่ หากท่ า นหมายถึ ง “AEC ประชาคมเศรษฐกิ จ
อาเซียน” สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงก่อ
ตั้ ง ขึ้ น เมื่ อ วั น ที่ 8 ส.ค.2510 หลั ง จากการลงนามในปฎิ ญ ญา
สมาคมประชาชาติ แห่ ง เอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ (Declaration
of ASEAN Concord) ห รื อ เ ป็ น ที่ รู้ จั ก กั น ใ น อี ก ชื่ อ ห นึ่ ง ว่ า
ปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration)
โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย
ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศที่ร่วมลงนาม
ในปฏิญญากรุงเทพประกอบด้วย
1. นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย
2. ตุนอับดุลราชักบินฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
กลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย
3. นายนาซิโซรามอสรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปิน
4. นายเอสราชารัตนัมรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์
5. พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีวาการกระทรวง
่
การต่างประเทศ จากประเทศไทย
หลังจากจัดตั้ง ประชาคมอาเซียนเมื่อ 8 ส.ค.2510 แล้ว อาเซียน
ได้เปิดรับสมาชิกใหม่จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง
ใต้เพิ่มเติมเป็นระยะ ตามลำาดับได้แก่
- บรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิก เมือ 8 มกราคม 2527
่
- สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกเมือ 28 กรกฏาคม
่
2538 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าเป็นสมาชิก เมือ 23
่
กรกฎาคม 2540
- สหภาพพม่า เข้าเป็นสมาชิก เมือ 23 กรกฏาคม 2540
่
- ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิก เมือ 30 เมษายน 2542
่
วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งประชาคมอาเซียน
46
- 47.
ประชาคมอาเซียน ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรก
เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันนำามาซึ่ง
เสถียรภาพทางการเมืองและความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม และเมื่อการค้าระหว่างประเทศในโลกมีแนว
โน้มกีดกันการค้ารุนแรงขึ้น ทำาให้อาเซียนได้หันมามุ่งเน้นกระชับ
และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกันมากขึ้น
วัตถุประสงค์หลักที่กำาหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน (The ASEAN
Declaration) มี 7 ประการ ดังนี้
1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความ
ก้าวหน้าทางสังคม และวัฒนธรรม
2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพ และความ
มั่นคงของภูมิภาค
3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการบริหาร
4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกัน และกันในการฝึก
อบรมและการวิจัย
5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรม และ
อุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การ
สือสาร และปรับปรุงมาตรฐานการ
่
ดำารงชีวิต
6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้
7. ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาค และ
องค์กรระหว่างประเทศ
ที่ม า[Admistrator.(2555).]
ที่ม า [http://xn--42cle0dg2bid7g0axd4b6k.net/]
AEC…เปลี่ย นประเทศไทย ก้า วสู่ป ระชาคมเศรษฐกิจ
อาเซีย น 2558
47
- 48.
ที่ม า :http://www.prachachat.net ,
2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่ง
ประกอบไปด้วยประเทศไทย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน
ลาว กัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย
สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย จะก้าวเข้าสู่ประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community
(AEC) อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
วัฒนธรรม โดยมีเป้า หมายร่วมกัน ว่าการเปิดประตูสู่ " ประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน " (AEC) จะส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นก
ลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่มฐานการผลิตรวมกัน มีการเคลื่อนย้าย
ี
ปัจจัยทางการผลิตอย่างเสรี เกิดความเป็นปึกแผ่น และสร้าง
อำานาจต่อรองทางด้านการค้า/เศรษฐกิจ ในเวทีการค้าโลกได้
อย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
สำาหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน
จำาเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อรับมือกับการก้าวเข้าสู่การ
เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ด้วยเช่นกัน ซึ่งหาก
นับเวลาต่อจากนี้แล้วเหลือเวลาอีกเพียง 3 ปีเท่านั้น นับว่าไม่นาน
เลย และเมื่อถึงเวลานั้นประเทศไทยจะก้าวไปสู้กับเพื่อนบ้านใน
อาเซียนได้อย่างไรเป็นคำาถามที่อยู่ในใจหลายคน
ในภาครัฐบาลเอง
นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจใน
เชิงรุกยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ชัดเจน
ดังนั้นหากไทยเราจะก้าวเข้าสู่
ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจ
48
- 49.
อาเซียน คนไทยทุกคนควรจะต้องสนใจเรื่องนี้ เพราะการเข้าสู่
การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะส่งผลไปทั่วทุก
ภาคส่วนของประเทศ และก่อให้เกิดพันธกรณีแก่ประเทศไทยที่จะ
ต้องเข้าร่วมเจรจากับสมาชิกอาเซียน เพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการ
รวมทั้งการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการ
เปิดเสรีการค้าบริการอาเซียน โดยมีเป้าหมาย หรือ หลักเกณฑ์
การเปิดตลาดอยู่ที่ " การลด " หรือ
" เลิกกฎระเบียบ " หรือมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการให้
บริการและการลงทุน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการเปิดตลาดใน
10 สาขาบริการหลัก อาทิ บริการด้านธุรกิจ บริการวิชาชีพ
บริการด้านสื่อสาร บริการโทรคมนาคม บริการด้านการท่องเที่ยว
ตัวแทนนำาเที่ยว
ดังนั้น ไม่ว่าเกษตรกร ผู้ประกอบการ หรือหน่วยงาน
ภาครัฐ จะต้องเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะ
จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน การจัดตั้งบริษัท รวมไปถึงการเคลื่อน
ย้ายเงินทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และการออกกฏหมาย
มาตรฐานต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นต้น
ปี 2558 ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ความเป็นประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน จึงเป็นทั้งโอกาส และความท้าทาย
ก่อ นจะเป็น เออีซ ี
สมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ
อาเซียน (ASEAN) ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510
โดยระยะแรกนั้นมีสมาชิกเริ่มแรกแค่ 6 ประเทศ คือ บรูไน
มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ภายหลังมี
สมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 4 ประเทศ ได้แก่กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์
และเวียดนาม หรือ ที่เรียกว่า CLMV มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้าง
สันติภาพในภูมิภาค นำาไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม และมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อขยายความร่วม
มือทางการค้าระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยการจัดทำาเขตเสรีการ
ค้าอาเซียน(AFTA)ในปี 2535
49
- 50.
นับตั้งแต่การ ก่อตั้งอาเซียนเป็นต้นมา ประเทศ
สมาชิกต่างพยายามส่งเสริมการยึดมั่นในบรรทัดฐานร่วมกันโดย
อาเซียนให้ความสำาคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทาง
เศรษฐกิจร่วมกัน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังจากการดำาเนินการไป
สู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า (ASEAN Free
Trade Area: AFTA) ได้บรรลุผลสำาเร็จแล้วนั้น ในการ
ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อ เดือน
พฤศจิกายน 2545 ณ ประเทศกัมพูชา ที่ประชุมได้เห็นชอบให้
อาเซียนกำาหนดทิศทางการดำาเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่การ เป็น
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community
: AEC) อันมีลักษณะคล้ายคลึงกับประชาคมเศรษฐกิจยุโรป
(European Economic Community: EEC) โดยที่เดิมทีเดียว
นั้นกำาหนดการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เกิดขึ้น
ภายในปี 2563 หรือ ค.ศ.2020 แต่ตอมาเมื่อมีการ
่
ประชุมสุดยอดผู้นำาอา เซียนครั้งที่ 12 ณ เมืองเซบู ประเทศ
ฟิลิปปินส์ ผู้นำาอาเซียนได้ลงนามใน " ปฏิญญาเซบู " ว่าด้วยการ
เร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เร็วขึ้นอีก 5 ปี เป็น
ภายในปี 2558 หรือ ค.ศ. 2015 โดยเป้าหมายหลักของการจัด
ตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีวัตถุประสงค์สำาคัญ 4
ประการ ได้แก่
1. การเป็นตลาด และฐานการผลิตเดียวกันโดยการเปิด
เสรีด้านสินค้า บริการ และการลงทุนด้วยการลด หรือ ยกเลิกข้อ
จำากัดอันเป็นอุปสรรคต่อการค้า และการลงทุนในภาคบริการ
ระหว่างกัน
2. การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันโดยส่ง
เสริมให้ประเทศสมาชิกมีกฎหมายด้านการแข่งขัน เพื่อให้เกิดการ
แข่งขันที่เท่าเทียมกัน และสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันของภาค
ธุรกิจที่เป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม
กันโดยเน้นด้านการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม
หรือ SMEs และการลดช่องว่างของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศสมาชิก
50
- 51.
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง10 ประเทศรวมกันเป็นก
ลุ่มประชาคมอาเซียน จึงต้องมีพันธสัญญาที่ต้องดำาเนินการ
ประกอบไปด้วยเสาหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง และความ
มั่นคง ด้านวัฒนธรรม และ ด้านเศรษฐกิจ ในส่วนของ " เสาหลัก
ด้านเศรษฐกิจ " นั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องเป็น
" ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน " อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีการ
กำาหนด " พิมพ์เขียว " หรือ AEC Blueprint ในวันที่ 22
พฤศจิกายน 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศสมาชิก
อาเซียนใช้เป็นพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติร่วมกันตามกรอบ เวลาที่
กำาหนด มีสาระสำาคัญประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำาคัญคือ
1. พันธกรณีที่ผูกพันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้อง "
เปิดตลาด " สินค้าระหว่างกันมากขึ้น ตามความตกลงการค้าสินค้า
อาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA) ที่
กำาหนดให้ประเทศสมาชิกเก่า 6 ประเทศ เร่งทยอยลดอัตราภาษี
สินค้าลงมาตั้งแต่ปี 2535 จนเหลือ 0% ไปแล้วประมาณ 8,000
รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมาส่วนประเทศ
สมาชิกใหม่ของอาเซียน 4 ประเทศ หรือ CLMV ได้แก่ กัมพูชา
สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม มีกำาหนดให้ทยอยลดภาษี
สินค้าต่าง ๆ ลงให้เป็น 0% ภายในปี 2558 พร้อมกันนี้ประเทศ
สมาชิกอาเซียนทังหมดยังมีขอผูกพันทีจะต้องลดมาตรการกีด กัน
้
้
่
ทางการค้าทีมใช่ภาษี (NTBs) ให้หมดไปอีกด้วย
่ ิ
2. พันธกรณีการเปิดเสรีการค้าบริการ มีเป้าหมายให้
ประเทศสมาชิกอาเซียนลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดด้วยการเปิด
กว้างให้นักลงทุนอาเซียนสามารถเข้ามาลงทุน และถือหุ้นได้ใน
ประเทศ สมาชิกอาเซียนในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ใน
สาขาบริการสำาคัญ (Priority Integration Sector) ได้แก่
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาสุขภาพ และสาขาการท่องเที่ยว
ภายในปี 2553 การเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ภายในปี 2556 และ
การเปิดเสรีสาขาบริการอื่น ๆ ที่เหลือทุกสาขาภายในปี
3. พันธกรณีการเปิดเสรีการลงทุน ต้องการให้ประเทศ
สมาชิกอาเซียนได้รับการ
51
- 52.
ประติบัฏเยี่ยงคนชาติ (National Treatment)ตลอดจนสามารถ
เคลื่อนย้ายเงินทุน และแรงงานได้อย่างเสรี รวมไปถึงการพัฒนา
ความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันมาก
ยิ่งขึ้นพันธกรณี เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งด้านบวก
และด้านลบ กล่าวคือ มีสินค้า/บริการหลายรายการที่ประเทศไทย
สามารถแข่งขันได้ แต่ก็มีสินค้า/บริการ อีกจำานวนไม่น้อยที่ไม่
สามารถแข่งขันได้ ประเทศไทยจำาเป็นต้องรีบปรับตัวก่อนที่
อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นตลาดเดียวในที่สุด
(หน้าพิเศษ AEC เปลี่ยนประเทศไทย)
ที่ม า : http://www.prachachat.net ,
การศึก ษาไทย : โอกาสและความท้า ทาย ...ภายหลัง การ
เข้า สู่ป ระชาคมอาเซีย น
การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(ASEAN
Community) ในปี 2558 ซึ่งสมาชิกทั้ง 10 ประเทศจะกลาย
เป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันถึงประมาณเกือบ
600 ล้านคน จะช่วยเกื้อหนุนให้ภาคการค้า การลงทุน รวมถึง
การเคลื่อนย้ายประชากรทั้งในภาคแรงงาน รวมทั้งภาคการท่อง
เที่ยวของประเทศสมาชิกขยายตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก
ทั้ง 10 ประเทศสมาชิก ต่างก็มีเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม
พฤติกรรม และรสนิยมของผู้บริโภค รวมถึงปัจจัยสภาพแวดล้อม
และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้น
การจะใช้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มการค้าได้อย่างเต็มที่ จึงมี
ความจำาเป็นที่จะต้องทำาให้ประชากรของแต่ละประเทศ มีการเพิ่ม
ทักษะความรู้ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การตลาด ภาษา วัฒนธรรม
ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยน และเรียนรู้พฤติกรรมซึ่งกัน และกัน
ฉะนั้น ภาคการศึกษาของไทยเอง จึงเป็นส่วนสำาคัญ
ต่อการพัฒนา และเตรียมความพร้อมของประชากร ทั้งการพัฒนา
ปรับปรุงหลักสูตร เพื่อผลิตบุคลากรของไทยที่มีคุณภาพ รวมทั้ง
การมีทักษะความรู้ที่ตรงความต้องการของตลาดแรงงานทั้งใน
ไทย และการออกไปสู่ตลาดแรงงานในประเทศสมาชิก ที่สำาคัญก็
คือ การพัฒนาทักษะทาง ด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษา
52
- 53.
อังกฤษ ที่เป็นภาษาสากลที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิก
รวมภาษาอื่น ๆของประเทศในอาเซียน ในขณะเดียวกัน ภาคการ
ศึกษาของไทย ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับบุคลากร และ
แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่สนใจหลั่งไหลเข้ามาในไทย เพื่อ
ศึกษาทางด้านภาษา วัฒนธรรม รวมทั้งการศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ
ในประเทศไทย โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะเพิ่มเติม
ความรู้ความเชี่ยวชาญในการติดต่อค้าขายหรือทำางานกับคนไทย
หรือกลับไปทำางานในประเทศของตนเอง
การขับ เคลื่อ นการศึก ษาไทยสู่ป ระชาคมอาเซีย น
การพัฒนาด้านการศึกษา ถือว่ามีบทบาทสำาคัญต่อการ
ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(ASEAN
Community) ซึ่งจะเกิด ขึนในระยะอีกเพียง 2 ปี ข้างหน้า โดย
้
แต่เดิมได้ตั้งเป้าหมายว่า จะมีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนขึ้น
ภายในปี 2563 (ต่อมาได้เร่งรัดให้เกิดขึ้นภายในปี 2558 ) โดย
ประชาคมอาเซียนมีเป้าหมาย 3 เสาหลัก คือ ประชาคมความ
มั่นคงอาเซียน(ASEAN Security Community : ASC)
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน( ASEAN Economic
community : AEC) และสุดท้ายคือประชาคมสังคม และ
วัฒนธรรม(ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)
ซึ่งจะมีความร่วมมือทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม
สาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งเสาหลักสำาคัญที่ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ
ในอาเซียนมีความจำาเป็นต้องพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศ
สมาชิกได้แก่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ซึ่งสนับสนุน
และผลักดันให้ประเทศสมาชิก เพิ่มการติดต่อค้าขาย ไปมาหาสู่
กันมากขึ้น ทั้งทางด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการ
เคลื่อนย้ายบุคลากร และแรงงานวิชาชีพ โดยมีข้อจำากัดน้อยที่สุด
ซึ่งการเกิดขึ้นของ AEC ในด้านหนึ่งนับเป็นโอกาสที่แต่ละประเทศ
จะได้ประโยชน์จากการค้าการลงทุนระหว่างกัน แต่ในอีกด้าน
หนึ่งจะก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างประเทศสมาชิกเช่น
เดียวกัน ซึ่งประเทศที่มีประชากรที่มีคุณภาพ จะมีความได้เปรียบ
และมีศักยภาพในด้านการแข่งขันสูง ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผล
ทำาให้แต่ละประเทศในอาเซียน จำาเป็นต้องพัฒนาด้านการศึกษา
เพื่อทำาให้บุคลากรของแต่ละประเทศ พร้อมที่จะติดต่อ เรียนรู้ ทั้ง
53
- 54.
ทาง ด้านภาษา วัฒนธรรมตลอดจนถึงมีศักยภาพที่จะเผชิญการ
แข่งขันที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น โดยหากจะพิจารณาในส่วน
ของภาคการศึกษาไทย พบว่า งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการ
ศึกษาของ ไทยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ของ
ไทยมีสัดส่วนสูงกว่าประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แต่อยู่
ตำ่ากว่ามาเลเซีย ในขณะที่อัตราส่วนนักเรียนต่อครูของไทย ระดับ
ประถมศึกษาไทย ดีกว่าอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ แต่ตำ่ากว่า
มาเลเซีย ในขณะที่อัตราส่วนนักเรียนต่อครูของไทย ระดับ
มัธยมศึกษาไทยดีกว่าฟิลิปปินส์ แต่ตำ่ากว่าทั้งอินโดนีเซีย สิงคโปร์
และมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาทางด้านความรู้ความ
เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ใช้ติดต่อ
สือสารกันทั่วโลกจะพบว่าไทยยังต้องมีการปรับปรุงคุณภาพด้านนี้
่
ค่อนข้างมาก
ข้อ มูล เปรีย บเทีย บด้า นการศึก ษาของไทยกับ ประเทศอาเซีย น
อิ น โ ด นี สิ ง ค โ ป มาเล เซี ฟิ ลิ ป ปิ
ไทย
เซีย
ร์
ย
นส์
ง บ ป ร ะ ม า ณ ด้ า น ก า ร ศึ ก ษ า
1.5
ต่อ GDP (%)
สั ด ส่ ว นนั ก เรี ย นต่ อ ครู ร ะดั บ
17.48
ประถม 1 คน
สั ด ส่ ว นนั ก เรี ย นต่ อ ครู ร ะดั บ
11.96
มัธยม 1 คน
ก า ร ท ด ส อ บ ป ร ะ เ มิ น
ผล(คะแนน)*
- คณิตศาสตร์
371
- วิทยาศาสตร์
383
คะแนนการทดสอบทางด้ า น
78
ภาษาอังกฤษ (TOEFL)
3.3
7.2
21.40 14.3
2.7
33.67 15.99
17.90 14.50 35.13 21.22
562
542
Na.
Na.
Na.
Na.
419
425
98
88
88
75
ทีม า : IMD World Competitiveness Yearbook
่
2011
54
4.6
- 55.
หมายเหตุ: *โครงการประเมินผลนักเรียนระหว่างชาติ
(PROGRAMME FOR
INTERNATIONALSTUDENT ASSESSMENT-PISA) ที่ อ งค์ ก ร
เพื่อการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้จัดทำา
สำา หรับ มาตรการที่ภ าคการศึก ษาของไทยควร
ดำา เนิน การเพื่อ รองรับ การก้า วเข้า สู่ป ระชาคมอาเซีย น
ได้แ ก่
การพัฒ นาทางด้า นองค์ค วามรู้เ กี่ย วกับ
อาเซีย น ภาคการศึกษาไทยจำาเป็นต้องจัดหลักสูตรการเรียนการ
สอนให้นักเรียน/นักศึกษาของไทย มีความรู้เกี่ยวกับประชาคม
อาเซียน ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง
เศรษฐกิจ ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งรสนิยมความ
ต้องการบริโภคสินค้า ลักษณะ หรือ สภาพตลาด การขนส่ง การก
ระจายสินค้า ตลอดจนถึงช่องทางการจัด จำาหน่ายของประเทศ
เพื่อนบ้าน รวมทั้งต้องสามารถวิเคราะห์ ผลดี ผลเสียของการรวม
ตัวกันของอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการของไทย มี
บุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถรองรับการแข่งขันที่จะเกิดในอนาคต
ได้
การพัฒ นาการศึก ษาสายวิช าชีพ เนื่องจาก
ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีความสลับซับซ้อน
มากขึ้น จึงต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ และทักษะมากขึ้น แทนที่จะ
อาศัยแรงงานที่มีค่าแรงตำ่าในการรักษาขีดความสามารถในการ
แข่งขันปัจจุบันตลาดแรงงานของไทย ที่ผ่านมามีผู้จบการศึกษา
ในระดับอุดมศึกษาเป็นจำานวนมาก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้จบการ
ศึกษาสายอาชีวะยังมีน้อย ส่งผลทำาให้แรงงงานฝีมือในสายอาชีพ
ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ในขณะที่ การเข้าสู่
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะจูงใจให้แรงงานฝีมือ มีการเคลื่อน
ย้าย ไปสู่ตลาดที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย
ซึ่งจะยิ่งทำาให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือมีมากขึ้น ดังนั้น
ภาคการศึกษาไทยจำาเป็นต้องมีการวางแผนการเพิ่มจำานวน
แรงงานในสายอาชีพให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่างฝีมือ ช่าง
55
- 56.
อุตสาหกรรม รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์ ผู้
เชี่ยวชาญทางด้านระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง เป็นต้น
การพัฒ นาทางด้า นภาษา ในยุคที่การค้า การ
ลงทุนของโลกมีเพิ่มมากขึ้น ตามการขยายตัวของจำานวน
ประชากร รวมทั้งการขยายตัวของการเปิดเขตการค้าเสรีต่าง ๆ
ฉะนั้นการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ จึงมีความจำาเป็นสำาหรับการ
ติดต่อสือสารระหว่างกัน สำาหรับในส่วนของอาเซียนเองนั้น ภาษา
่
อังกฤษถือเป็นภาษาสากลที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างประชากรใน
ภูมิภาค ฉะนั้นประเทศที่มีประชากรที่ มีความเชี่ยวชาญการใช้
ภาษาอังกฤษ ย่อมจะช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านการแข่งขันของ
ประเทศ อย่างไรก็ตาม จากรายงานดัชนีความสามารถด้านภาษา
อังกฤษ (EF English Proficiency Index) ปี 2011 ของ
สถาบันสอนภาษา Education First (EF) ซึ่งดัชนีดังกล่าว
รวบรวมข้อมูลจากประชากรในวัยทำางานกว่า 2 ล้านคนใน 44
ประเทศที่ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นภาษาทางการทั่วโลก พบว่า
ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของไทยอยู่ในอันดับที่ 42 จาก
44 ประเทศ และหากเทียบเฉพาะประเทศในทวีปเอเชียที่ทำาการ
วิจัยจำานวน 13 ประเทศ ปรากฏว่าประเทศที่มีความสามารถด้าน
ภาษาอังกฤษสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย รองลงมา คือ ฮ่องกง
เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย รัสเซีย
อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย คาซัคสถาน ตามลำาดับ ทั้งนี้ เป็นที่น่า
สังเกตว่า ประเทศในอาเซียนที่ไม่ได้ปรากฎในการสำารวจทั้งพม่า
กัมพูชา และลาวนั้น ความสามารถด้านกาษาอังกฤษของบาง
ประเทศก็น่าจะอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะพม่า ดังนั้น ภาคการ
ศึกษาไทยจึงควรต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตร การเรียน การสอนให้
ประชากรของไทย มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ในขณะ
เดียวกัน เนื่องจากประเทศสมาชิกในอาเซียนต่างก็มีภาษาที่ใช้
เป็นของตนเอง ดังนั้น อาจจำาเป็นต้องพิจารณาเพิ่มเติมหลักสูตร
ทางด้านภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ให้กับการเรียนการสอนใน
สถาบันการศึกษาไทยด้วย
การพัฒ นาทางด้า นเทคโนโลยี ในโลกของการ
แข่งขันยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับผู้คน
ทั่วโลกในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เครื่อง
56
- 57.
คอมพิวเตอร์
แท็ปเล็ต อินเตอร์เน็ต ฯลฯเทคโนโลยีทั้งหลายเหล่านี้ได้เข้าช่วย
อำานวยความสะดวกรวดเร็ว ช่วยร่นระยะเวลาการทำางาน การทำา
กิจกรรมต่าง ๆ ต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วย ดังนั้น การเข้าถึง
เทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องจำาเป็นสำาหรับยุคนี้ และอนาคตข้างหน้า ใน
ขณะเดียวกัน เครื่องมือ เครื่องจักร ในภาคการผลิตในปัจจุบันมี
การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว
แม่นยำาในกระบวนการผลิต รวมทั้งช่วยลดปัญหาการขาดแคลน
แรงงาน ดังนั้นภาคการศึกษาของไทย จึงต้องมีการพัฒนา
หลักสูตรการเรียนการสอนให้กับนักเรียน/นักศึกษาของไทย ให้
เรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“ก า ร พัฒ น า ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ไ ท ย เ พื่อ เ ต รีย ม พ ร้อ ม รั บ ก า ร
เ ข้ า สู่ ป ร ะ ช า ค ม อ า เ ซี ย น นั บ เ ป็ น สิ่ ง จำา เ ป็ น ต่ อ ไ ท ย ใ น ก า ร ก้ า ว
เข้า สู่ป ระชาคมอาเซีย น ซึ่ง แวดล้อ มไปด้ว ยโอกาสทางด้า นการ
ค้ า ก า ร ล ง ทุ น แ ต่ ก ็ เ พิ่ ม ร ะ ดั บ ก า ร แ ข่ ง ขั น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
สมาชิก ให้ส ูง ขึ้น เช่น เดีย วกัน ในขณ ะเดีย วกัน หากการพัฒ นา
ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ไ ท ย ใ ห้ ม ี ม า ต ร ฐ า น ใ น ร ะ ดั บ น า น า ช า ติ มี
ป ร ะ สิ ท ธิผ ล จ ะ เ ป็น ปั จ จั ย ส นั บ ส นุ น ใ ห้ น ั ก เ รี ย น /นั ก ศึ ก ษ า ข อ ง
ไทย ชะลอการเดิน ทางไปศึก ษาต่อ ยัง ต่า งประเทศได้พ อสมควร
ซึ่ง ช่ว ยลดการสูญ เสีย เงิน ตราต่า งประเทศได้อ ีก ทางหนึ่ง ”
โอกาสทางธุร กิจ ของภาคการศึก ษาไทย ...ภายหลัง
การเข้า สู่ป ระชาคมอาเซีย น
จากข้อตกลงของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
กิจกรรมสาขาบริการด้านการศึกษาที่ประเทศสมาชิกในอาเซียนมี
ข้อผูกพัน ได้แก่ การศึกษาก่อนวัยเรียน ระดับประถม มัธยม รวม
ถึงการศึกษาเทคนิค และวิชาชีพ ระดับอุดมศึกษา การศึกษา
ผู้ใหญ่ และโรงเรียนสอนภาษาต่างประเทศ ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก
ในอาเซียนยอมรับที่จะเป็ดเสรีการศึกษาในรูป แบบที่ 1 คือ
การให้บริการข้ามพรมแดน(การเรียนทางไกล การเรียนผ่านระบบ
ออนไลน์) รูป แบบที่ 2 คือ การเดินทางไปใช้บริการในต่าง
ประเทศ(นักเรียน/นักศึกษาเดินทางไปศึกษายังประเทศสมาชิก)
57
- 58.
ส่วน รูป แบบที่3 คือการจัดตั้งธุรกิจ(การจัดตั้งสถานศึกษาใน
ต่างประเทศ กำาหนดให้จัดตั้งในรูปบริษัทและกำาหนดให้ต่างชาติ
ถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 (ข้อผูกพันชุดที่8 ภายใต้กรอบ ความ
ตกลงด้านบริการ) ส่วนการเปิดเสรีการศึกษาใน รูป แบบที่ 4
คือ การเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพ (อาจารย์ที่เดินทางไปบรรยาย
หรือสอนในต่างประเทศ) ยังไม่มีการผูกพันในส่วนนี้
โ อ ก า ส สำา ห รั บ ส า ข า ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย ภ า ย ใ ต้ ป ร ะ ช า ค ม
อาเซีย น
ประเภท
ของ
การเปิด
ข้อ ผูก พัน *
เสรีภ าค
การศึก ษา
รูป แบบที่1
การให้
บริการข้าม ไม่มีข้อจำากัด
พรมแดน
รูป แบบที่2
การเดิน
ทางไป
ไม่มีข้อจำากัด
บริโภคใน
ต่างประเทศ
รูป แบบที่3 นิติบุคคลถือหุ้น
การจัดตั้ง ได้ไม่เกินร้อยละ
ธุรกิจ
49 และต้องมี
กรรมการ
สัญชาติไทยไม่
น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
โอกาสทางธุร กิจ
ความท้า ทายทาง
ธุร กิจ
การให้บริการเรียน/ ประเทศที่มีการพัฒนา
การสอนผ่านระบบ เทคโนโลยีเช่นสิงคโปร์
ออนไลน์สำาหรับกลุ่มที่ อาจให้บริการ ด้านการ
ไม่สะดวกที่จะเดินทาง
ศึกษาผ่านระบบ
มาเรียนในไทย
ออนไลน์
เปิดหลักสูตรนานาชาติ คู่แข่งที่มีศักยภาพทาง
เพื่อรองรับนักเรียนจาก ด้านการศึกษาเช่น
กลุ่มประเทศ อาเซียน สิงคโปร์ มาเลเซีย แย่ง
ตลาดนักเรียนต่างชาติ
รวมทั้งนักเรียนไทย
การออกไปจัดตั้ง
สถาบันการศึกษาต่าง
สถาบันการศึกษา อาจ ประเทศสนใจเข้ามาให้
จะอยู่ในรูปของ
บริการใน ประเทศไทย
วิทยาเขต หรือการร่วม
มากขึ้น
มือกับสถาบันการศึกษา
ท้องถิ่น
58
- 59.
รูป แบบที่4
การเคลื่อน
ย้าย
แรงงาน/
บุคคล
ทางการ
ศึกษา
ไม่ผูกพัน
Na.
Na.
ทีม า: กรมเจรจาการค้า ระหว่า งประเทศ รวบรวม
่
โดยศูน ย์ว ิจ ัย กสิก รไทย
หมายเหตุ: *ข้อผูกพันชุดที่ 8 ภายใต้กรอบความตกลง
ว่าด้วยบริการอาเซียน
รูปแบบที่ 1 คือ ผูให้บริการอยูในต่างประเทศ ให้บริการ
้
่
แก่ลกค้าในประเทศโดยตรง เช่น ให้บริการทางการศึกษาข้าม
ู
พรมแดนผ่านสืออินเทอร์เน็ต
่
รูปแบบที่ 2 คือ การบริโภค หรือ ใช้บริการในต่าง
ประเทศ การเดินทางไปใช้บริการในต่างประเทศ เช่น การเดิน
ทางศึกษาในต่างประเทศ
รูปแบบที่ 3 การเข้าไปจัดตั้งกิจการในรูปแบบสาขา หรือ
นิติบุคคลในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อให้บริการแก่ประชาชนของ
ประเทศนั้น ๆ
รูปแบบที่ 4 การเคลื่อนย้ายบุคคล คือ บุคคลชาวต่าง
ชาติเดินทางเข้าไปในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อประกอบอาชีพ
และผลจากข้อตกลงการเปิดเสรีทางการศึกษาต่าง ๆ คาดว่าจะ
ทำาให้ตลาดการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน มีความคึกคักมากขึ้น
โดยเฉพาะการเพิ่มทางเลือกของนักเรียน และนักศึกษาทั้งไทย
และอาเซียนอื่น ๆ ในการเข้ารับบริการด้านการศึกษาจากสถาบัน
ภายในกลุ่มประเทศอาเซียน สำาหรับในส่วนของไทยเอง จาก
คุณภาพการศึกษาของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะสถาบัน
อุดมศึกษาที่มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในภูมิภาค โดยเฉพาะ
ประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็น
59
- 60.
อันดับ 2 ในอาเซียนจึงมีกิจกรรมการติดต่อค้าขายภาคสินค้า
และบริการกับประเทศเพื่อนบ้านจำานวนมาก ส่งผลทำาให้ประชากร
รวมทั้งบุคลากรทั้งจากภาครัฐ และเอกชนจากประเทศเพื่อนบ้าน
สนใจเข้ามาเรียนรู้ภาษา รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย เพื่อ
นำาไปใช้ประโยชน์ด้านการติดต่อ ค้าขาย หรือ ทำางานกับองค์กร
ที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้า การลงทุนกับไทย
ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำาให้สถาบันการศึกษาของ
ไทย มีโอกาสทางธุรกิจ โดย การเปิด รับ นัก ศึก ษาต่า ง
ชาติ เข้ามาเรียน ซึ่งที่ผ่านมา มีสถาบันการศึกษาของไทยหลาย
แห่ง ที่เปิดหลักสูตรรองรับนักศึกษาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ
นักศึกษาจากประเทศในอาเซียน ซึ่งเดินทางเข้ามาศึกษาในไทย
เพิ่มขึ้น โดยจากข้อมูลของสำานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ที่สำารวจจากสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐ และเอกชนจำานวน 103
แห่ง มีสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้
จำา นวนนัก ศึก ษาต่า งชาติเ พิ่ม ขึ้น ....โดยมี
นัก ศึก ษาจีน สัด ส่ว นสูง สุด ร้อ ยละ 46.3
ตัวเลขนักศึกษาต่างชาติ ที่สนใจเข้ามาศึกษาต่อใน
สถาบันการศึกษาไทยมีจำานวนเพิ่ม
ขึนเป็นลำาดับ จาก 8,534 คนในปี 2549 เพิ่มขึ้นมาเป็น
้
20,155 คน ในปี 2553 (จาก 133 ประเทศ) อัต ราเติบ โต
ประมาณร้อ ยละ 25 ต่อ ปี(เฉลี่ย ช่ว งปี 2550-2553) โดย
นักศึกษาต่างชาติที่สนใจเข้ามาศึกษาในไทยมากที่สุดได้แก่ จีน
คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อย ละ 46.3 ของจำานวนนักศึกษาต่าง
ชาติทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีนอัน
ได้แก่ ลาว(ร้อยละ 6.5 ) พม่า(ร้อยละ 6.5 ) เวียดนาม(ร้อย
ละ 5.5) และกัมพูชา(ร้อยละ 4.7) แต่ หากรวมนักศึกษาที่มาจาก
กลุ่มประเทศในอาเซียนทั้งหมด พบว่ามีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ
26.1
60
- 61.
ทีม า ศูนย์ว ิจ ัย กสิก รไทย
่
บริห ารธุร กิจ ...สาขาการศึก ษายอดฮิต ของ
นัก ศึก ษาต่า งชาติใ นไทย
เมื่อพิจารณาถึงสาขาที่นักศึกษาต่างชาติ สนใจเข้ามา
เรียนในไทยพบว่าอันดับ 1 ได้แก่ สาขาบริหารธุรกิจ (Business
Administration) ร้อยละ 11.6 รองลง มาได้แก่สาขาภาษาไทย
(Thai Language) สัดส่วนร้อยละ 7.8 สาขาภาษาอังกฤษ
(English Language) ร้อยละ 3.7 สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ
(International Business) ร้อยละ 3.7 และสาขาภาษาไทย
เพื่อการสื่อสาร (Thai for Communication) ร้อยละ 3.1 โดย
เป็นที่น่าสังเกตว่า นักศึกษาจากประเทศจีน จะสนใจเรียนสาขา
ภาษาไทยมากที่สุด สัดส่วนร้อยละ 15.2 ของนักศึกษาจีนทั้งหมด
ส่วนนักศึกษาลาว และกัมพูชา สนใจเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด
ในขณะที่นักศึกษาพม่า และเวียดนามจะสนใจเรียนสาขา
บริหารธุรกิจมากที่สุด
61
- 62.
ทีม า ศูนย์ว ิจ ัย กสิก รไทย
่
เป็นที่น่าสังเกตว่า ภายหลังจากการเกิดขึ้นของ
ประชาคมอาเซียนในปี 2558 คาดว่าจำานวนนักศึกษาต่างชาติ
ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่สนใจเดินทางเข้ามาใช้บริการ ใน
สถาบันการศึกษาของไทยจะมีจำานวนเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวที่
เพิ่มขึ้น ประกอบกับข้อจำากัดของการเดินทางข้ามแดน ระหว่าง
ประเทศสมาชิกที่ลดลง ทำาให้ประชากรของประเทศอาเซียน มี
ความสะดวกในการเดินทางไปมาหาสู่กัน ประการสำาคัญ ด้วย
กำาลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นของประชากรในอาเซียน โดยเฉพาะ
ประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะเป็น
ปัจจัยสนับสนุนให้นักศึกษาต่างชาติ มีศักยภาพเพียงพอที่จะ
รองรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาศึกษาในประเทศไทย ซึ่ง
หาก พิจารณาตามข้อเท็จจริงจะพบว่า ค่าใช้จ่ายของนักศึกษา
ต่างชาติในการเข้ามาศึกษาในประเทศไทย ทั้งค่าเล่าเรียนและค่า
ครองชีพ จะตำ่ากว่าค่าใช้จ่ายในการศึกษาในประเทศที่นิยม ทั้ง
สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศในเอเชียเอง ทั้ง
ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย โดยจากข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินใน
การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ของนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาใน
สถาบันการศึกษาของไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.1 มาจาก
ทุนส่วนตัว ที่เหลือร้อยละ 9.7 มาจากทุนจากหน่วยงานของไทย
ร้อยละ 6.2 มาจากทุนจากหน่วยงานต่างประเทศ และไม่ระบุที่มา
62
- 63.
ของแหล่งเงินทุนร้อยละ 3.9 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกำาลังซื้อและความ
สามารถในการรองรับค่าใช้จ่ายของนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามา
ศึกษาในสถาบันการศึกของของไทยได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากนักศึกษาต่างชาติในอาเซียน มีทางเลือก
เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มที่
มีกำาลังซื้อค่อน ข้างสูง โดยเฉพาะคู่แข่งทางด้านการศึกษาใน
ระดับนานาชาติ ทั้งสถาบันการศึกษาในยุโรป สหรัฐฯ ออสเตรเลีย
หรือประเทศในเอเชียอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น ดัง
นั้น ธุรกิจการศึกษาของไทย ที่มีการจัดการศึกษาแบบนานาชาติ
จึงจำาเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมรองรับ ทั้งการพัฒนา
หลักสูตรที่ตรงตามความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึง
จัดหาบุคลากรที่มีทักษะความรู้ รวมทั้งความเชี่ยวชาญทางด้าน
ภาษาสากล และภาษาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังควรต้องจัดเตรียมสิ่ง
อำานวยความสะดวกให้กับนักศึกษาต่างชาติ อาทิ หอพักที่ใกล้
สถานศึกษา เทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อให้นักศึกษาต่างชาติ
สามารถติดต่อกับบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายตำ่า
บทสรุป
เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีข้างหน้า ประเทศสมาชิกใน
อาเซียน ก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคม
อาเซียน ซึ่งเสาหลักที่มีการดำาเนินการอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด
คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ที่กำาหนดให้ประเทศต่าง ๆ
ลดอุปสรรคของการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ รวมถึง
การเคลื่อนย้ายประชากรได้โดยมีข้อจำากัดน้อยที่สุด ซึ่งปัจจัยดัง
กล่าว ทำาให้ภาคการศึกษาก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างสำาคัญ
เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำาคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มี
ศักยภาพ และความสามารถในการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ
รวมทั้งรองรับการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้ สิ่งที่ภาคการ
ศึกษาของไทยจำาเป็นต้องเร่งดำาเนินการ เพื่อเตรียมความพร้อม
คือ การพัฒนามาตรฐานการศึกษาไทย ทั้งทักษะความเชี่ยวชาญ
ทางด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร
ทักษะทางด้านวิชาชีพเฉพาะ รวมถึงความรอบรู้ทางด้าน
เทคโนโลยี ที่เป็นสิ่งจำาเป็นในโลกการค้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
63
- 64.
นอกจากนี้ การพัฒนาการศึกษาของไทย ยังช่วยให้ไทยก้าวเข้า
มามีบทบาทเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการศึกษาที่สำาคัญของ
ภูมิภาคอาเซียนทั้งนี้คาดว่า นักศึกษาต่างชาติ จะช่วยสร้างราย
ได้ ที่สำาคัญเข้าประเทศเป็นจำานวนมาก(ประมาณ 3,000-4,000
ล้านบาทต่อปี โดยคำานวณจากค่าใช้จ่ายของนักศึกษาต่างชาติ
ประมาณ 1.5-2.0 แสนบาทต่อคนต่อปี) นอกเหนือจากรายได้
จากภาคการท่องเที่ยว ดังเช่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และ
ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักศึกษาจากทั่วโลก
สามารถสร้างรายได้จากนักศึกษาต่างชาติเป็นจำานวนมาก
ที่ม า ศู
น
ย์
วิ
จั
ย
ก
สิ
ก
ร
ไ
ท
ย
ผลกระทบเมื่อ ประเทศไทยก้า วสู่ป ระชาคมอาเซีย น
Impact on Thailand towards the ASEAN
Community.
โดย
ตัน
และคณะ
นางสาว รุ้ง ลาวรรณ
64
ณ
คำา
- 65.
ชัน มัธ ยมศึกษาปีท ี่ 4/4
้
โรงเรีย น ส่ว นบญโญปถัม ภ์ ลำา พูน
สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษา เขต 35
รายงานนี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของการศึก ษาค้น คว้า เชิง
รายงานวิช า I 30202
การสื่อ สารและการนำา เสนอ (Communication and
Presentation)
ผลกระทบเมื่อ ประเทศไทยก้า วสู่ป ระชาคมอาเซีย น
Impact on Thailand towards the ASEAN
Community.
โดย
คำา ตัน
เลขที่ 25
อุป ละ
เลขที่ 26
กา
สุบ ิน
เลขที่ 27
เลขที่ 28
นางสาว รุ้ง ลาวรรณ
นางสาว ประติม าภรณ์
ณ
ไชย
นางสาว อัญ มณี
ศุภ
นางสาว ธนัช พร
ศรี
ชัน มัธ ยมศึก ษาปีท ี่ 4/4
้
65
- 66.
โรงเรีย น ส่วนบญโญปถัม ภ์ ลำา พูน
สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษา เขต 35
ครูท ี่ป รึก ษา
นางจารุภ ัท ร วงศ์จ ัก ร
66