ชื่อโครงงาน
Solar System ระบบสุริยะ
โดย
นายนนทวัฒน์ วงค์คม เลขที่ 5 ชั้น ม.6 ห้อง 11
นางสาวพิมพ์นารา อินตารักษา เลขที่ 25 ชั้น ม.6 ห้อง 11
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
โครงงานเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี เนื่องจาก
โครงงานเรื่อง ระบบสุริยะ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและการดาเนินการสร้างโครงงาน
ระบบสุริยะเพื่อรู้และเข้าใจในระบบสุริยะของเราเพื่อศึกษาการเกิดของโลกที่มาจากการ
เกิดระบบสุริยะ เพื่ออธิบายในชั้นเรียนได้การจัดทาเรื่องนี้เพราะว่าได้ศึกษาค้นคว้า และ
รวบรวมเนื้อหาจัดทาเป็นสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาโดยทาเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้น
เพราะสมัยนี้เด็กไทยมักจะเคร่งเครียดในวิชาวิทยาศาสตร์นี้มาก โดยเป็นปัญหาในวิชา
วิทยาศาสตร์นั้นไม่น่าเรียน หรือไม่คิดอยากจะเรียนอีกเลยในความคิดของเด็กไทยใน
ปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตามกลุ่มข้าพเจ้าก็ได้จัดทาโครงงานนี้เพื่ออยากให้เด็กสนใจวิชานี้
มากขึ้น ทาให้สื่อการเรียนการสอนน่าสนใจ มากกว่าในตาราเรียน
คานา
Solar System ระบบสุริยะ
เกี่ยวกับโครงงาน
ขอบเขตโครงงาน
หลักการและทฤษฏี
วัตถุประสงค์
ที่มาและความสาคัญของ
โครงงาน
วิธีการดาเนินงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ แหล่งอ้างอิง
เกี่ยวกับโครงงาน
ถัดไป
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) : ระบบสุริยะ
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) : Solar System
ประเภทโครงงาน : พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน :1. นายนนทวัฒน์ วงค์คม เลขที่ 5 ชั้น ม.6 ห้อง 11
2. นางสาวพิมพ์นารา อินตารักษา เลขที่ 25 ชั้น ม.6 ห้อง 11
ชื่อที่ปรึกษา : คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน : ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558
เกี่ยวกับโครงงาน
หน้าหลัก
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ถัดไป
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็นบริวาร
โคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออานวย ต่อการดารงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาว
เคราะห์เหล่านั้น หรือ บริวารของดาวเคราะห์เองที่เรียกว่าดวงจันทร์ (Satellite) นักดารา
ศาสตร์เชื่อว่า ในบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมดกว่าแสนล้านดวงในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ต้องมีระบบ
สุริยะที่เอื้ออานวยชีวิตอย่าง ระบบสุริยะที่โลกของเราเป็นบริวารอยู่อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า
ระยะทางไกลมากเกินกว่าความสามารถในการติดต่อจะทาได้ถึงที่โลกของ เราอยู่เป็นระบบที่
ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ที่เรา
เรียกกันว่า ดาวนพเคราะห์ ( นพ แปลว่า เก้า) เรียงตามลาดับ จากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์
โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ( ตอนนี้ไม่มีพลูโตแล้ว
เหลือแค่ 8 ดวง
ถัดไป
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน(ต่อ)
ในปัจจุบันระบบสุริยะมีแหล่งศึกษาความรู้มากมายที่สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าได้ คณะ
ผู้จัดทาจึงมีความคิดที่จะสร้างแหล่งความรู้เพิ่มเติมให้เป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไปให้ได้ศึกษา
ระบบสุริยะได้มากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและสามารถนาวิชาดาราศาสตร์มา
ประยุกต์เข้ากันได้ จากข้อความที่กล่าวข้างต้นคณะผู้จัดทาคิดว่า ระบบสุริยะมีความสาคัญ
และเป็นความรู้ใกล้ตัวที่ควรควรจะศึกษา จึงมีความสนใจในเนื้อหารายละเอียดของระบบ
สุริยะ คณะผู้จัดทาได้จัดทาโครงงานเรื่อง ระบบสุริยะน่ามหัศจรรย์ เพื่อมุ่งเน้นในการศึกษา
เกี่ยวกับระบบสุริยะ
หน้าหลัก
วัตถุประสงค์
ถัดไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการกาเนิดของระบบสุริยะ
2. เพื่อเปิดโลกทรรศน์ใหม่ ๆ ในการเรียนรู้โดยมีสื่อต่าง ๆ นอกเหนือจากใน
ห้องเรียน
3. เห็นคุณค่าของระบบสุริยะ ที่มีผลต่อการดารงชีวิตของพืชและสัตว์
4. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทาโครงงานวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
หน้าหลัก
ขอบเขตโครงงาน
ถัดไป
ขอบเขตโครงงาน
ในการจัดทาโครงงานระบบสุริยะนี้ได้ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และหนังสือ
เรียน ประกอบการทาโครงงานในครั้งนี้
หน้าหลัก
หลักการและทฤษฏี
ถัดไป
หลักการและทฤษฏี
กาเนิดระบบสุริยะ
โลก
ดาวศุกร์
ดาวเสาร์ดาวอังคาร
แถบไคเปอร์
ดาวพฤหัสบดี
ดวงอาทิตย์
ดาวเนปจูนดาวยูเรนัส ดาวเคราะห์แคระ
ดาวพุธ
วิดีโอระบบสุริยะดาวหาง หน้าหลัก
ระบบสุริยะเกิดจากกลุ่มฝุ่นและแก๊สในอวกาศซึ่งเรียกว่า “โซลาร์เนบิวลา” (Solar
Nebula) รวมตัวกันเมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว (นักวิทยาศาสตร์คานวณจากอัตราการหลอม
รวมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมภายในดวงอาทิตย์) เมื่อสสารมากขึ้นแรงโน้มถ่วงระหว่างมวลสารมากขึ้น
ตามไปด้วย กลุ่มฝุ่นและแก๊สยุบตัวหมุนเป็นรูปจานตามหลักอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม แรงโน้มถ่วงที่
เพิ่มขึ้นสร้างแรงกดดันที่ใจกลางจนอุณหภูมิสูงถึง 15 ล้านเคลวิน จุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน หลอม
รวมอะตอมของไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียม ดวงอาทิตย์กาเนิดเป็นดาวฤกษ์ ถัดไป
วัสดุรอบๆ ดวงอาทิตย์ (Planetisimal) ยังคงหมุนวนและโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย
โมเมนตัมที่มีอยู่เดิม มวลสารในวงโคจรแต่ละชั้นรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ อิทธิพลจากแรงโน้ม
ถ่วงทาให้วัสดุที่อยู่รอบๆ พุ่งเข้าหาดาวเคราะห์จากทุกทิศทาง ถ้าทิศทางของการเคลื่อนที่มีมุมลึก
ก็จะพุ่งชนดาวเคราะห์ ทาให้ดาวเคราะห์นั้นมีขนาดใหญ่และมีมวลเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามุมของการพุ่งชน
ตื้นเกินไปก็อาจจะทาให้แฉลบเข้าสู่วงโคจร และเกิดการรวมตัวกลายเป็นดวงจันทร์บริวาร ดังจะ
เห็นว่า ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์มีดวงจันทร์บริวารหลาย
ดวง เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่มีมวลมากจึงมีแรงโน้มถ่วงมาก ต่างกับดาวพุธซึ่งเป็น
ดาวเคราะห์ขนาดเล็กมีมวลน้อยจึงมีแรงโน้มถ่วงน้อยจึงไม่มีดวงจันทร์บริวารเลย ส่วนดาวเคราะห์
น้อยและดาวหางนั้นมีรูปทรงเหมือนอุกกาบาต เพราะเป็นดาวขนาดเล็กมีมวลน้อย แรงโน้มถ่วงจึง
ไม่สามารถเอาชนะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างสสารให้ยุบรวมเป็นทรงกลมได้
หน้าหลัก
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ตรงใจกลางของระบบสุริยะ ดวง
อาทิตย์ให้แสงสว่าง ความร้อน และพลังงานรูปแบบอื่นแก่โลก ดวง
อาทิตย์อยู่ในสถานะที่เรียกว่า พลาสมา พลาสมาคือ สถานะ
ที่ 4 ของสสาร คือ แก๊สที่อิเล็กตรอนไม่ได้ยึดติดกับนิวเคลียส ดังนั้น
พลาสมาจึงมีความเป็นกลางทางประจุไฟฟ้า รอบ ๆ ดวงอาอาทิตย์
ประกอบด้วยดาวเคราะห์ต่าง ๆ กับดาวบริวารของมัน ดาวเคราะห์
น้อยอีกนับแสน และดาวหางอีกเป็นล้านล้าน ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า
ระบบสุริยะ
หน้าหลัก
.. ดวงอาทิตย์ (sun)..
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดดังนั้นดาวพุธจึง
ร้อนจัดในเวลากลางวันและเย็นจัดในเวลากลางคืนดาวพุธเป็นดาว
เคราะห์ดวงเล็กโตกว่าดวงจันทร์ของเราเพียงเล็กน้อย ภาพถ่าย
ทั้งหลายที่เกี่ยวกับดาวพุธได้จากยานอวกาศที่ส่งขึ้นไปขณะเข้าไป
ใกล้ดาวพุธที่สุดก็จะถ่ายภาพส่งมายังโลก ทาให้รู้ว่าพื้นผิวดาวพุธ
คล้ายกับผิวดวงจันทร์ ผิวดาวพุธส่วนใหญ่เป็นฝุ่นและหิน มีหลุมลึก
มากมาย ไม่มีอากาศ ไม่มีน้า ดาวพุธจึงเป็นดาวแห้งแล้ง ดาวแห่ง
ความตายเป็นโลกแห่งทะเลทราย
ถัดไป
ปัจจุบันนักดาราศาสตร์พบร่องรอยของบรรยากาศ และพบน้าแข็งบริเวณขั้ว ซึ่งอาจเกิด
จากการชนของดาวหางบนดาวพุธ และอาจเป็นผู้ก่อกาเนิด ออกซิเจน และไฮโดรเจนบน
ดาวพุธ ปรากฏการณ์บนฟ้าเกี่ยวกับดาวพุธ เห็นอยู่ใกล้ขอบฟ้าเสมอ สาเหตุเป็นเพราะวง
โคจรของดาวพุธเล็กกว่า วงโคจรของโลก ดาวพุธจึงปรากฏห่างจากดวงอาทิตย์ได้อย่าง
มากไม่เกิน 28 องศา
หน้าหลัก
ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ บนดาวศุกร์ร้อน
ถึง 480 องศาเซลเซียส ความร้อนขนาดนี้มากจนทาให้ของทุกอย่างลุก
แดงดาวศุกร์มีไอหมอกของกรดกามะถันปกคลุมอย่างหนาแน่น ไอหมอกนี้
ไม่มีวันจางหายแม้ว่าแสงอาทิตย์จะจัดจ้าเพียงไร จึงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์
จะไปเยี่ยมดาวศุกร์ เพราะพอไปถึงเขาจะถูกย่างจนสุกด้วยความร้อนและ
ถูกผลักดันด้วยแรงลม เขาจะหายใจไม่ออกเพราะอากาศหนาหนักที่กดทับ
ตัวนั้นเป็นอากาศพิษจากหมอกควันของกรดอากาศบนดาวศุกร์
ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ใน
อากาศโลกกว่า60เท่าผิวดาวศุกร์แห้งแล้ง เป็นหินและร้อนจัดนอกจากนี้ก็
มีรอยแยกลึกและภูเขาไฟดับ
ถัดไป
ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างดวงอาทิตย์เป็นลาดับที่ 2 มีขนาดเล็กกว่าโลกเล็กน้อย
จึงได้ชื่อว่าเป็นดาวฝาแฝดกับโลก เป็นดาวเคราะห์ที่ปรากฏสว่างที่สุด สว่างรองจากดวง
อาทิตย์และดวงจันทร์ ถ้าเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาค่าเรียกว่า ดาวประจาเมือง และถ้า
เห็นทางทิศตะวันออกในเวลาก่อนรุ่งอรุณ เรียกว่า ดาวประกายพรึก ดาวศุกร์เป็นดาว
เคราะห์ที่เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกอย่างรุนแรง เพราะมีบรรยากาศหนาทึบด้วย
คาร์บอนไดออกไซด์ นั้นเป็นอากาศพิษจากหมอกควันของกรดอากาศบนดาวศุกร์
ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศโลกกว่า
60เท่าผิวดาวศุกร์แห้งแล้ง เป็นหินและร้อนจัดนอกจากนี้ก็มีรอยแยกลึกและภูเขาไฟดับ
หน้าหลัก
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นวงโคจรซึ่งใช้เวลา 365.25 วัน
เพื่อให้ครบ 1 รอบ โลกมีอายุประมาณ 4,700 ปี โลกไม่ได้มี
รูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตร
ยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล์)และที่ ขั่วโลกยาว
40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล์)
ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ จะมีฤดูกาลเป็นของตนเองและ
ระยะของการโคจร ความยาวของปีดาวเคราะห์เป็นเวลาที่มัน
หมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ถ้าคุณอยู่บนดาวพุธ ปีของคุณ
จะมีเพียง 88 วันของโลก บนดาวพูลโต ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่
อยู่นอกสุดหนึ่งปีจะเท่ากับ 248 วันบนโลก
หน้าหลัก
ดาวอังคารบางทีก็เรียกกันว่าดาวแดงเพราะผิวพื้นเป็นหินสีแดง หิน
บนดาวอังคารที่มีสีแดงก็เพราะเกิดสนิมท้องฟ้าของดาวอังคารเป็นสี
ชมพูเพราะฝุ่นจากหินแดงที่ว่านี้ ผิวของดาวอังคารเหมือนกับทะเล
หินแดง มีก้องหินใหญ่และหลุมลึก ภูเขาสูง หุบ เหว และเนินมากมาย
หนึ่งปีบนดาวอังคารเกือบเทาสองปีโลก แต่หนึ่งวันบนดาวอังคารจะ
นานกว่าครึ่งชั่งโมงโลกเพียงเล็กน้อยดาวอังคารมีอากาศห่อหุ้มอยู่ไม่
มากและเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดาวอังคารมีขนาดโตประมาณ
ครึ่งหนึ่งของโลก ดาวอังคารอยู่ไกลดวงอาทิตย์มากกว่าโลกจึงทาให้มี
บรรยากาศหนาวเย็น อุณหภูมิบนดาวดวงนี้จะต่ากว่าจุดเยือกแข็ง
ถัดไป
ยานอวกาศลาแรกที่ประสบความสาเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคาร คือ ยานมารีเนอร์4 ของ
สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2508 ยานที่สารวจดาวอังคารต่อจากยานมารี
เนอร์ คือ ยานไวกิง 2 ลา ต่อจากยานไวกิง คือ ยานมาร์สพาธไฟเดอร์ ที่นารถโซเจนเนอร์ไป
ด้วย ล่าสุดยานมาร์สโกลบอลเซอร์เวเยอร์ ซึ่งกาลังเคลื่อนรอบดาวอังคารได้ส่งภาพหุบเหวที่
เป็นร่องลึกหรือที่เรียกว่า แคนยอน
หน้าหลัก
ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดใน
ระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่าโลก 11.2 เท่า นอกจากนี้ยังได้
ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ก๊าซ เพราะมีองค์ประกอบเป็นก๊าซไฮโดรเจนและ
ฮีเลียมคล้ายในดวงอาทิตย์ ความหนาแน่นของดาวพฤหัสบดีจึง
ต่า ความเป็นที่สุดของดาวพฤหัสบดี ใหญ่ที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์
ทั้งหลาย โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 11.2 เท่าของโลก
การสารวจดาวพฤหัสบดีโดยยานอวกาศ มียานอวกาศหลายลาที่
ได้สารวจดาวพฤหัสบดี ทาให้ได้ภาพถ่าย ดาวพฤหัสบดีในระยะใกล้
และค้นพบบริวารเพิ่มเติมหลายดวง ยานอวกาศลาแรกที่ไปเฉียดดาว
พฤหัสบดีคือ ยานอวกาศไพโอเนียร์10 ของสหรัฐอเมริกา
หน้าหลัก
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีความสวยงาม จากวงแหวนที่
ล้อมรอบ เมื่อดูในกล้องโทรทรรศน์จะเห็นวงแหวน ซึ่งทาให้
ดาวเสาร์มีลักษณะแปลกกว่าดาวดวงอื่นๆ ดาวเสาร์มี
องค์ประกอบคล้ายดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเคราะห์ก๊าซที่มีลม
พายุพัดแรงความเร็วถึง 1,125ไมล์ต่อชั่วโมง มีขนาดใหญ่
รองจากดาวพฤหัสบดี ถ้านับวงแหวนเข้าไปด้วย จะมีขนาด
เท่าดาวพฤหัสบดี วงแหวนของดาวเสาร์เป็นก้อนหินและ
น้าแข็งสกปรก
หน้าหลัก
ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่เป็นที่สามในระบบสุริยะ มัน
มีลักษณะเลือนลาง จะต้องมองดูด้วยกล้องโทรทัศน์เท่านั้นจึง
สามารถมองเห็น เราเคยคิดว่ามันเป็นดาวฤกษ์ วงแหวนของ
ดาวยูเรนัสมีความมืดมาก ผิดกับวงแหวนที่สว่างของดาวเสาร์
ถ้าไม่มองด้วยกล้องโทรทัศน์ก็จะมองไม่เห็น วงแหวนของดาว
ยูเรนัสถูกพบโดยหอดูดาวแอร์บอร์นในปี 1977
หน้าหลัก
ดาวเนปจูนโตเกือบเท่าดาวยูเรนัส มันเป็นดาวเคราะห์ที่
ใหญ่เป็นอันดับสี่ในระบบสุริยะ มันอยู่ห่างไกลจากโลกมาก จึงทา
ให้มองเห็นสลัวมาก ดาวเนปจูนสามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องสอง
ตา มันดูคล้ายกับดาวฤกษ์ ยังไม่มียานอวกาศที่เคยไปยังดาว
เนปจูน สิ่งที่เรารู้ทั้งหมดก็คือ ดาวเคราะห์ดวงนี้มองเห็นจากโลกก็
เหมือนกับดาวยูเรนัส มีมหาสมุทร น้าที่ลึกล้อมรอบแกนหินซึ่งอยู่
ใจกลางของดาวเนปจูน บรรยากาศของดาวเนปจูนไม่เต็มไปด้วย
หมอกเหมือนกับดาวยูเรนัส
หน้าหลัก
เป็นนิยามใหม่ของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical
Union) ที่กล่าวถึง วัตถุขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายทรงกลม แต่มีวงโคจรเป็นรูปซ้อนทับกับ
ดาวเคราะห์ดวงอื่น และไม่อยู่ในระนาบของสุริยะวิถี ซึ่งได้แก่ ซีรีสพัลลาส พลูโต และดาว
ที่เพิ่งค้นพบใหม่ เช่น อีริสเซ็ดนา วารูนา เป็นต้น
หน้าหลัก
..ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planets)..
แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) หมายถึง บริเวณที่อยู่
เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป ที่ด้านนอก
ระบบสุริยะรอบนอก มีบริเวณกว้าง 3,500 ล้าน
ไมล์ มีก้อนวัตถุแข็ง เป็นน้าแข็งขนาดเล็กจานวน
มากโคจรรอบดวงอาทิตย์ ลักษณะคล้ายกับแถบ
ดาวเคราะห์น้อย ที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาว
อังคารกับดาว
ถัดไป
.. แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt)..
วัตถุที่อยู่ในแถบไคเปอร์ มีชื่อเรียกว่า วัตถุในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Object - KBO)
หรืออีกชื่อหนึ่งว่า วัตถุพ้นดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Object - TNO) ซึ่งมี
องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้าแข็ง เชื่อกันว่าก้อนน้าแข็งเหล่านี้ เป็นแหล่งกาเนิดของดาวหาง
คาบสั้น โดยชื่อแถบไคเปอร์นี้ ได้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ เจอราร์ด ไคเปอร์ ผู้ค้นพบ
หน้าหลัก
เป็นวัตถุขนาดเล็กเช่นเดียวกับดาวเคราะห์น้อย
แต่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงยาวรีมาก มี
องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซในสถานะ
ของแข็ง เมื่อดาวหางเคลื่อนที่เข้าหาดวง
อาทิตย์ ความร้อนจะให้มวลของมันระเหิด
กลายเป็นก๊าซ ลมสุริยะเป่าให้ก๊าซเล่านั้นพุ่ง
ออกไปในทิศทางตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
กลายเป็นหาง
หน้าหลัก
..ดาวหาง (Comet)..
วีดีโอระบบสุริยะ
Cr: https://www.youtube.com/watch?v=iq6Sg0GKjOU หน้าหลัก
วิธีการดาเนินการ
ถัดไป
ขั้นตอนการปฏิบัติ ระยะเวลา(วัน) งบประมาณ(บาท) ผู้รับผิดชอบ
1. คิดหัวข้อโครงงาน 1 - สมาชิกในกลุ่ม
2.ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 - สมาชิกในกลุ่ม
3. จัดทาโครงร่างงาน 2 - สมาชิกในกลุ่ม
4.ปฏิบัติการสร้าง
โครงงาน
5 - สมาชิกในกลุ่ม
5. ปรับปรุงทดสอบ 2 สมาชิกในกลุ่ม
6. การทาเอกสารรายงาน 1 50 สมาชิกในกลุ่ม
7. ประเมินผลงาน 2 - สมาชิกในกลุ่ม
8. นาเสนอโครงงาน 1 - สมาชิกในกลุ่ม
ถัดไป
วัสดุอุปกรณ์ที่ ใช้ (Material)
1.เครื่องเขียนต่างๆ 2.กระดาษA4
3. Computer 4. Printer
งบประมาณ(Budget)
จานวนเงิน 50 บาท แหล่งที่มา สมาชิกกลุ่ม
ระยะเวลา(Time)
เริ่มดาเนินงาน 1 ธันวาคม 2558 -10 กุมภาพันธ์ 2559
หน้าหลัก
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ถัดไป
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้เรียนรู้สาเหตุการเกิดของระบบสุริยะ
2. ทาให้ทราบได้จากการเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่เราไม่เคยทราบ
3. ทาให้มีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสุริยะเพิ่มมากขึ้น
4. ทาให้รู้เกี่ยวกับการทาโครงงานวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ถัดไป
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
• กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
• กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ดาราศาสตร์)
หน้าหลัก
แหล่งอ้างอิง
• องค์ประกอบสุริยะ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/site/commettour/xngkh- prakxb-suriya/-dwarf-
planets.(วันที่ค้นข้อมูล : 10 กุมภาพันธ์ 2559).
• กาเนิดระบบสุริยะ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :http://www.lesa.biz/astronomy/solar-
system/origin.(วันที่ค้นข้อมูล : 10 กุมภาพันธ์ 2559).
• กาเนิดและวิวัฒนาการของระบบสุริยะ[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://solarsystemedu.wikispaces.com.(วันที่ค้นข้อมูล : 10 กุมภาพันธ์ 2559).
หน้าหลัก

โครงงานคอมพิวเตอร์