More Related Content
PPT
PPT
PDF
การสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 DOCX
แบบสอบถาม การตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือถือ I phone ของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า bts DOCX
แบบสอบถาม การตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือถือ I phone ของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า bts PPTX
นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม PPT
PDF
แบบสอบถาม “แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส Similar to โรคขาดธาต..
PDF
Clinical practice guideline_of_anemia(cpg) PDF
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PDF
PDF
PPT
PDF
DOC
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PDF
Compre step 2_2010 si key PDF
โรคขาดธาต..
- 1.
โ ร คข า ด ธ า ตุ เ ห ล็ ก Iron defic iency anem ia - 2.
การขาดธาตุเหล็ก คือ ภาวะที่มีระดับธาตุเหล็กต่ำกว่าปกติในร่างกายธาตุเหล็กเป็นสารที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในร่างกาย ซึ่งมีบทบาทช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและช่วยในการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกายและธาตุเหล็กยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อระดับของธาตุเหล็กในร่างกายลดต่ำลง ก็จะเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้ พบว่า เม็ดเลือดแดงจะมีขนาดเล็กกว่าปกติ และมีสีซีดจากการที่มีฮีโมโกบินน้อยลง - 3.
อาหารที่มีธาตุเหล็กมากได้แก่ อาหารประเภทเนื้อ ( หมู , วัว ) ผักหลายชนิดได้แก่ คะน้า , มะเขือเทศ ฯลฯ การดูดซึมธาตุเหล็ก จะเริ่มตั้งแต่ในระยะที่อาหารอยู่ในลำไส้เล็ก เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะจับตัวนำซึ่งเป็นสารไกลโคโปรตีน ชนิดหนึ่ง ชื่อ Transferrin และเก็บสะสมไว้ในร่างกายในรูปของ Ferritin - 4.
- 5.
- 6.
อาการของโรคขาดธาตุเหล็ก อาการแสดงของการขาดธาตุเหล็กนั้นมีหลายระดับ ในรายที่ไม่มากก็จะไม่มีอาการผิดปกติ แต่ในรายที่เป็นมากก็จะพบว่า หน้าตาซีด ฝ่ามือซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด มึนงง เวียนศรีษะ เบื่ออาหาร ถ้าเป็นมากอาจมีอาการใจหวิว ใจสั่นร่วมด้วย - 7.
คุณขาดธาตุเหล็กเพราะอะไร 1. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อย พบได้บ่อยในเด็กทารกที่รับประทานแต่นมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในนมมีปริมาณธาตุเหล็กเพียงเล็กน้อย ในผู้ใหญ่ การขาดธาตุเหล็กจากการรับประทานน้อยเจอได้ไม่บ่อย - 8.
2. การดูดซึมธาตุเหล็กผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบได้ไม่บ่อย อาจเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารลดลง เช่น ผู้ที่รับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหารนานๆหรือผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดเอากระเพาะอาหารออก ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเอาลำไส้เล็กส่วนต้นออก ผู้ที่มีการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนต้นเรื้อรัง เป็นต้น - 9.
3. ความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มมากขึ้น พบได้บ่อยในผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่ หรือมีการให้นมบุตร โดยความต้องการธาตุเหล็กของคนกลุ่มนี้จะมากกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า ในเด็กเล็กที่กำลังเจริญเติบโตก็มีความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน - 10.
4. สูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าปกติ มักเกิดจากการเสียเลือดเรื้อรัง สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ เลือดประจำเดือนออกมากและนานกว่าปกติในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เลือดออกในทางเดินอาหารจากสาเหตุต่างๆ เช่น แผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง เลือดออกในหลอดอาหาร ริดสีดวงทวารหนัก หรือแม้แต่มะเร็งลำไส้ใหญ่ก็อาจจะมีอาการนำให้ทราบได้จากภาวะขาดธาตุเหล็ก การเสียเลือดจากสาเหตุอื่นๆที่พบไม่บ่อย เช่น จากเม็ดเลือดแดงแตกและเสียเลือดในทางเดินปัสสาวะ เสียเลือดจากระบบทางเดินหายใจ การบริจาคเลือดบ่อยครั้งกว่าที่กำหนดและไม่รับประทานยาเสริมธาตุเหล็กทดแทน เป็นต้น - 11.
- 12.
การแยกโรคภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งมีสาเหตุได้หลากหลาย และยังมีสาเหตุอื่นอีก เช่น - ภาวะขาดอาหารหรือโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบร่วมกับธาตุเหล็กในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากภาวะซีดแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการขาดอาหารเช่นผอมแห้ง เท้าบวม ผมแดงเป็นต้น - ทาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคโลหิตจาง เนื่องจากมีความผิดปกติ แตกสลายง่าย จึงมีอาการซีดเหลืองอย่างเรื้อรังมาตั้งแต่เล็ก มีหน้าตาแปลก ม้ามโต - โลหิตจางจากภาวะไขกระดูกฝ่อหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยมักมีอาการซีด ร่วมกับไข้ มีจุดแดงจ้ำเขียวตามผิวหนัง มีเลือดออกตามที่ต่าง ๆ ( เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน - ไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยมักมีอาการซีด อ่อนเพลียร่วมกับคลื่นไส้ เท้าบวม มักมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตมาก่อน - 13.
การวินิจฉัยโรค ทำได้โดยการตรวจร่างกายที่พบว่าผู้ป่วยดูซีด และดูอาการร่วมอื่น ๆ และสามารถตรวจเลือดดูความเข้มของเลือด ( ฮีโมโกลบิน ) ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายว่าต่ำมากแค่ไหน และวินิจฉัยแยกโรคจากโรคเลือดชนิดอื่น ๆ เช่น โรคเลือดทางกรรมพันธุ์ ทาลัสซีเมีย และหาสาเหตุร่วมอื่น ๆ เช่น การเสียเลือดจากทางเดินอาหาร , พยาธิปากขอ ฯลฯ - 14.
การรักษาถ้าพบว่าเป็นโรคขาดธาตุเหล็กจากการทานอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยเพียงอย่างเดียว ก็ให้ทานไวตามินที่มีธาตุเหล็กเสริม และทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ , เนื้อสัตว์อื่น และผักใบเขียว , มะเขือเทศ ฯลฯ ก็จะช่วยให้ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กนี้ดีขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับฮีโมโกลบินของเม็ดเลือดแดงค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่กว่าที่ปริมาณของธาตุเหล็กที่มีสะสมอยู่ในร่างกายจะมีมากจนถึงจุดอิ่มตัวนั้น จึงเป็นเวลานานหลายเดือน - 15.
ภาวะแทรกซ้อน ส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ทำงานได้ไม่เต็มที่ ลดความสามารถในการเรียนรู้ ( พบว่าเด็กที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก จะเรียนได้คะแนนไม่ดี และเมื่อให้ยาบำรุงโลหิตเสริม คะแนนการเรียนดีขึ้น ) นอกจากนี้อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ เฉื่อยชา ภูมิต้านทานโรคต่ำ ( ติดเชื้อง่าย ) ถ้าเดการเจ็บป่วยหรือมีบาดแผล ก็มักจะฟื้นหายได้ช้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอยู่เดิม ถ้ามีภาวะโลหิตจางรุนแรง อาจทำให้โรคหัวใจกำเริบหรือภาวะหัวใจวายได้ - 16.
- 17.
การป้องกัน โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหาร ที่มีธาตุเหล็กมากเช่น เนื้อสัตว์ ดับหมู ตับวัว เลือดหมู นม ไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ทารกและวัยรุ่น ควรบำรุงอาหารเหล่านี้ให้มาก ๆ สำหรับผู้ที่มีกินอาหารมังสวิรัติหรือชีวจิต หรือผู้สูงอายุที่กินเนื้อและนมได้น้อย ควรตรวจเช็คเลือดดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ถ้าพบควรกินยาบำรุงโลหิตเสริมเป็นประจำ สำหรับหญิงวัยเจริญพันธ์ ( อายุ 15-45 ปี ) ที่มีภาวะซีดเนื่องจากการเสียธาตุเหล็กออกไปทางเลือดประจำเดือน ควรให้กินยาบำรุงโลหิตวันละ 2-3 เม็ดในช่วงมีประจำเดือนนานประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นประจำทุกเดือน - 18.
- 19.
- 20.
ผู้จัดทำ เด็กหญิง กัลยรัตน์ตั้งใจแท้จริง เลขที่ 2 เด็กหญิง ณัฐชยา สำรวย เลขที่ 10 เด็กหญิง ธนภัทร สาระพันธ์ เลขที่ 15 เด็กหญิง มยุรินทร์ ตุมา เลขที่ 29 เด็กหญิง อันดามัน สงวนสร้อย เลขที่ 48