โรคทางพันธุกรรม
       จัดทําโดย
    ด.ญ.จิราพร เรื อนเพชร
   ด.ญ.จุฑามาศ ออ่นเยียะ
     ชั้นมธยมศึกษาปี ที่ 3
        ปี การศึกษา2553
   โรงเรี ยนเขาดินวิทยาคาร
โรคธาลัสซีเมีย
• โรคธาลัสซีเมีย คือ โรคซีดชนิดหนึงที่สามารถติดต่อได้ โดยทาง
                                   ่
  กรรมพันธุ์ และมีการสร้ างฮีโมโกลบิน ทําให้ เม็ดเลือแดงมีลกษณะ  ั
  ผิดปรกติและแตกง่าย ก่อให้ เกิดอาการซีด เลือดจางเรื อรัง และมี
                                                           ้
  ภาวะแทรกซ้ อนอื่นๆ ส่วนใหญ่ผ้ ที่เป็ นโรคนี ้จะได้ รับยีนที่ผิดปรกติของ
                                 ู
  พ่อ และแม่
ภาวะธาลัสซีเมียพบมากเพียงใด และถ่ ายทอดได้ อย่ างไร
•    ภาวะธาลัสซีเมียพบมากในประเทศไทย และพบได้ ทวโลก ภาวะธาลัสซีเมียที่พบในบาง
                                                  ั่
    ประเทศเกือบทังหมด เป็ นแบบเดียวกัน แต่ในประเทศไทยมีความหลากหลายมาก จากการ
                     ้
    สํารวจ ภาวะธาลัสซีเมียในประเทศไทยสามารถแบ่งเป็ นพวกใหญ่ๆ ที่สาคัญ 2 พวกคือ
                                                                 ํ
•   พวกที ่ 1 - แอลฟ่ า-ธาลัสซี เมีย พบมากได้แก่
•   พาหะของแอลฟ่ า-ธาลัสซีเมีย 1 พบประมาณร้ อยละ 5
•   พาหะของแอลฟ่ า-ธาลัสซีเมีย 2 พบประมาณร้ อยละ 16
•   พาหะของฮีโมโกลบินคอนสแตนท์สปริง พบประมาณร้ อยละ 4
•   พวกที ่ 2 - เบต้า-ธาลัสซี เมีย
•   พาหะของเบต้ า-ธาลัสซีเมีย พบประมาณร้ อยละ 5
•   พาหะของฮีโมโกลบินอี พบประมาณร้ อยละ 13
อาการของผู้เป็ นโรคธาลัสซีเมีย
• โรคธาลัสซีเมีย แบ่งเป็ น 3 กลุม ดังนี ้
                                ่
•   ฮีโมโกลบินบาร์ ทไฮดรอพส์ ฟิทัลลิส
•   แม่ที่ตงครรภ์ลกที่เป็ นโรคนี ้ จะมีปัญหาแทรกซ้ อนระหว่างตังครรภ์คือ ครรภ์เป็ นพิษ มีความดันเลือดสูง บวม มักมี
            ั้        ู                                            ้
    การคลอดที่ผิดปกติ และมีการตกเลือดหลังคลอดด้ วย
•   เบต้ า- ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี และ โฮโมซัยกัส เบต้ า-ธาลัสซีเมีย
•   ผู้ป่วยกลุมนี ้แรกเกิดปกติ จะเริ่ มมีอาการได้ ตงแต่ภายในขวบ ปี แรก หรื อหลังจากนัน โดยผู้เป็ นโรคชนิดหลัง มักมี
               ่                                     ั้                                       ้
    อาการรุนแรงกว่าชนิดแรก อาการสําคัญคือ ซีด อ่อนเพลีย ท้ องป่ อง ม้ ามและตับโต เป็ นต้ น
•   ภาวะแทรกซ้ อน ที่สําคัญคือ มีธาตุเหล็กเกิน ไปสะสมในอวัยวะต่างๆ มีผลทําให้ ผิวคลํ ้า เป็ นตับแข็ง เบาหวาน
    หัวใจล้ มเหลว เป็ นต้ น นอกจากนี ้ผลจากการสลายของเม็ดเลือดแดง ยังอาจพบนิ่วในถุงนํ ้าดีด้วย
•   โรคฮีโมโกลบินเอ็ช
•   ส่วนใหญ่มีอาการน้ อย ยกเว้ นบางรายอาการรุนแรงคล้ ายเบ ต้ า-ธาลัสซีเมียได้ ผู้ป่วยซีดเล็กน้ อย บางครังมีเหลือง   ้
    เล็กน้ อยร่วมด้ วย ทําให้ เข้ าใจผิดคิดว่าเป็ นโรคตับหรื อโรคดีซาน หากมีไข้ ติดเชื ้อ ผู้ป่วยพวกนี ้จะซีดลงได้ มากและ
                                                                     ่
    เร็ว จนทําให้ หวใจวายได้
                    ั
•
ลักษณะของผู้ทเี่ ป็ นโรคธาลัสซีเมีย
• ผู้ป่วยจะมีลกษณะซีด โลหิตจาง โหนกแก้ มสูง หน้ าผากกว้ าง ตาเหลือง ดังจมูก
              ั                                                          ้
  แฟบ ผิวหนังดําคลํ ้า เพราะมีธาตุเหล็กมากในร่างกาย ทังโตเพราะตับและม้ ามโต
                                                      ้
  ตัวเล็กผิดปกติ อาจไม่มีความเจริ ญเติบโตทางเพศ หรื ออาจมีแผลเรื อรังที่ขา
                                                                 ้
การรักษาโรคธาลัสซีเมีย
•   1. ให้ รับประทานวิตามินโฟลิควันละเม็ด
•   2. ให้ เลือดเมื่อผู้ป่วยซีดมากและมีอาการของการขาดเลือด
•   3. ตัดม้ ามเมื่อต้ องรับเลือดบ่อยๆ และม้ ามโตมากจนมีอาการอึดอัดแน่นท้ อง กินอาหารได้ น้อย
•   4. ไม่ควรรับประทานยาบํารุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก
•   5. ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงซีดมาก ต้ องให้ เลือดบ่อยมากจะมีภาวะเหล็กเกิน อาจต้ องฉีดยาขับ
    เหล็ก
แนวทางการปองกันโรคทาลัสซีเมีย
                           ้
• จัดให้ มีการฝึ กอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อจะได้ มีความรู้ ความสามารถในการวินิจฉัย
  หรื อให้ คําปรึกษาโรคทาลัสซีเมียได้ ถกวิธี
                                         ู
• จัดให้ มีการให้ ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับโรคทาลัสซีเมีย เพื่อจะได้ ทําการค้ นหากลุมที่มีความ
                                                                                   ่
  เสียง และให้ คําแนะนําแก่ผ้ ที่เป็ นโรคทาลัทซีเมีย ในการปฏิบติตวได้ อย่างถูกวิธี
     ่                        ู                                ั ั
• จัดให้ มีการให้ คําปรึกษาแก่คสมรส มีการตรวจเลือดคูสมรส เพื่อตรวจหาเชื ้อโรคทาลัทซีเมีย
                                ู่                      ่
  และจะได้ ให้ คําปรึกษาถึงความเสียง ที่จะทําให้ เกิดโรคทาลัทซีเมียได้ รวมถึงการแนะนํา และ
                                       ่
  การควบคุมกําเนิดที่เหมาะสม สําหรับรายที่มีการตรวจพบว่าเป็ นโรคทาลัสซีเมียแล้ วเป็ นต้ น
แหล่งอ้างอิง
• ห้ องคอมพิวเตอร์ โรงเรี ยนเขาดินวิทยาคาร
• www.google.com

นิ้ง ป๊อบ3

  • 1.
    โรคทางพันธุกรรม จัดทําโดย ด.ญ.จิราพร เรื อนเพชร ด.ญ.จุฑามาศ ออ่นเยียะ ชั้นมธยมศึกษาปี ที่ 3 ปี การศึกษา2553 โรงเรี ยนเขาดินวิทยาคาร
  • 2.
    โรคธาลัสซีเมีย • โรคธาลัสซีเมีย คือโรคซีดชนิดหนึงที่สามารถติดต่อได้ โดยทาง ่ กรรมพันธุ์ และมีการสร้ างฮีโมโกลบิน ทําให้ เม็ดเลือแดงมีลกษณะ ั ผิดปรกติและแตกง่าย ก่อให้ เกิดอาการซีด เลือดจางเรื อรัง และมี ้ ภาวะแทรกซ้ อนอื่นๆ ส่วนใหญ่ผ้ ที่เป็ นโรคนี ้จะได้ รับยีนที่ผิดปรกติของ ู พ่อ และแม่
  • 3.
    ภาวะธาลัสซีเมียพบมากเพียงใด และถ่ ายทอดได้อย่ างไร • ภาวะธาลัสซีเมียพบมากในประเทศไทย และพบได้ ทวโลก ภาวะธาลัสซีเมียที่พบในบาง ั่ ประเทศเกือบทังหมด เป็ นแบบเดียวกัน แต่ในประเทศไทยมีความหลากหลายมาก จากการ ้ สํารวจ ภาวะธาลัสซีเมียในประเทศไทยสามารถแบ่งเป็ นพวกใหญ่ๆ ที่สาคัญ 2 พวกคือ ํ • พวกที ่ 1 - แอลฟ่ า-ธาลัสซี เมีย พบมากได้แก่ • พาหะของแอลฟ่ า-ธาลัสซีเมีย 1 พบประมาณร้ อยละ 5 • พาหะของแอลฟ่ า-ธาลัสซีเมีย 2 พบประมาณร้ อยละ 16 • พาหะของฮีโมโกลบินคอนสแตนท์สปริง พบประมาณร้ อยละ 4 • พวกที ่ 2 - เบต้า-ธาลัสซี เมีย • พาหะของเบต้ า-ธาลัสซีเมีย พบประมาณร้ อยละ 5 • พาหะของฮีโมโกลบินอี พบประมาณร้ อยละ 13
  • 4.
    อาการของผู้เป็ นโรคธาลัสซีเมีย • โรคธาลัสซีเมียแบ่งเป็ น 3 กลุม ดังนี ้ ่ • ฮีโมโกลบินบาร์ ทไฮดรอพส์ ฟิทัลลิส • แม่ที่ตงครรภ์ลกที่เป็ นโรคนี ้ จะมีปัญหาแทรกซ้ อนระหว่างตังครรภ์คือ ครรภ์เป็ นพิษ มีความดันเลือดสูง บวม มักมี ั้ ู ้ การคลอดที่ผิดปกติ และมีการตกเลือดหลังคลอดด้ วย • เบต้ า- ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี และ โฮโมซัยกัส เบต้ า-ธาลัสซีเมีย • ผู้ป่วยกลุมนี ้แรกเกิดปกติ จะเริ่ มมีอาการได้ ตงแต่ภายในขวบ ปี แรก หรื อหลังจากนัน โดยผู้เป็ นโรคชนิดหลัง มักมี ่ ั้ ้ อาการรุนแรงกว่าชนิดแรก อาการสําคัญคือ ซีด อ่อนเพลีย ท้ องป่ อง ม้ ามและตับโต เป็ นต้ น • ภาวะแทรกซ้ อน ที่สําคัญคือ มีธาตุเหล็กเกิน ไปสะสมในอวัยวะต่างๆ มีผลทําให้ ผิวคลํ ้า เป็ นตับแข็ง เบาหวาน หัวใจล้ มเหลว เป็ นต้ น นอกจากนี ้ผลจากการสลายของเม็ดเลือดแดง ยังอาจพบนิ่วในถุงนํ ้าดีด้วย • โรคฮีโมโกลบินเอ็ช • ส่วนใหญ่มีอาการน้ อย ยกเว้ นบางรายอาการรุนแรงคล้ ายเบ ต้ า-ธาลัสซีเมียได้ ผู้ป่วยซีดเล็กน้ อย บางครังมีเหลือง ้ เล็กน้ อยร่วมด้ วย ทําให้ เข้ าใจผิดคิดว่าเป็ นโรคตับหรื อโรคดีซาน หากมีไข้ ติดเชื ้อ ผู้ป่วยพวกนี ้จะซีดลงได้ มากและ ่ เร็ว จนทําให้ หวใจวายได้ ั •
  • 5.
    ลักษณะของผู้ทเี่ ป็ นโรคธาลัสซีเมีย •ผู้ป่วยจะมีลกษณะซีด โลหิตจาง โหนกแก้ มสูง หน้ าผากกว้ าง ตาเหลือง ดังจมูก ั ้ แฟบ ผิวหนังดําคลํ ้า เพราะมีธาตุเหล็กมากในร่างกาย ทังโตเพราะตับและม้ ามโต ้ ตัวเล็กผิดปกติ อาจไม่มีความเจริ ญเติบโตทางเพศ หรื ออาจมีแผลเรื อรังที่ขา ้
  • 6.
    การรักษาโรคธาลัสซีเมีย • 1. ให้ รับประทานวิตามินโฟลิควันละเม็ด • 2. ให้ เลือดเมื่อผู้ป่วยซีดมากและมีอาการของการขาดเลือด • 3. ตัดม้ ามเมื่อต้ องรับเลือดบ่อยๆ และม้ ามโตมากจนมีอาการอึดอัดแน่นท้ อง กินอาหารได้ น้อย • 4. ไม่ควรรับประทานยาบํารุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก • 5. ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงซีดมาก ต้ องให้ เลือดบ่อยมากจะมีภาวะเหล็กเกิน อาจต้ องฉีดยาขับ เหล็ก
  • 7.
    แนวทางการปองกันโรคทาลัสซีเมีย ้ • จัดให้ มีการฝึ กอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อจะได้ มีความรู้ ความสามารถในการวินิจฉัย หรื อให้ คําปรึกษาโรคทาลัสซีเมียได้ ถกวิธี ู • จัดให้ มีการให้ ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับโรคทาลัสซีเมีย เพื่อจะได้ ทําการค้ นหากลุมที่มีความ ่ เสียง และให้ คําแนะนําแก่ผ้ ที่เป็ นโรคทาลัทซีเมีย ในการปฏิบติตวได้ อย่างถูกวิธี ่ ู ั ั • จัดให้ มีการให้ คําปรึกษาแก่คสมรส มีการตรวจเลือดคูสมรส เพื่อตรวจหาเชื ้อโรคทาลัทซีเมีย ู่ ่ และจะได้ ให้ คําปรึกษาถึงความเสียง ที่จะทําให้ เกิดโรคทาลัทซีเมียได้ รวมถึงการแนะนํา และ ่ การควบคุมกําเนิดที่เหมาะสม สําหรับรายที่มีการตรวจพบว่าเป็ นโรคทาลัสซีเมียแล้ วเป็ นต้ น
  • 8.
    แหล่งอ้างอิง • ห้ องคอมพิวเตอร์โรงเรี ยนเขาดินวิทยาคาร • www.google.com