- 1 -
S &T, Me and You วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีให้ฉันและเธอ (5)
อยากจากลับลืม
 เป็นกันบ่อย เรื่องอยากจากลับลืม เรื่องอยากลืมกลับจา ขนาดมีคนเอามาแต่งเป็นเพลง
 มีการทดลองสนุกๆ อยู่ ชื่อว่า Flashbulb Memory หรือ ความทรงจาแบบไฟแฟลช คือ แปล้บ
ปล้าบ แต่จาได้แม่นยา แม้ว่าจะเกิดขึ้นแบบปุบปับ ไม่ทันตั้งตัว แต่จาได้นานชนิดไม่ลืม = สมมุติฐาน
 มีการทดลองไปสัมภาษณ์คนที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายทอดสดตอน JFK โดนลอบยิง 22 พ.ย. 1963
 พบว่าแต่ละคนจาได้แม่นยาว่า อยู่ที่ไหน ทาอะไรอยู่
 แต่สมมุติฐานเรื่องนี้จริง? พิสูจน์ยาก และทาซ้า (reproduce) ได้ยาก  ในทางวิทยาศาตร์ถ้าทาซ้า
ไม่ได้ก็ยากจะพิสูจน์ได้ว่า จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่น ผีที่มาปรากฏตัวให้คนแค่บางคน แบบนี้พิสูจน์
ให้เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ได้เลย
 พอเกิด เหตุการณ์ 911 (11 ก.ย. 2001) ก็เลยเปิดโอกาสให้ทดสอบเรื่อง Flashbulb Memory ได้
 นักวิจัย New York Univ.  สารวจคนอเมริกัน 3,000 กว่าคนใน 7 เมือง
 สารวจครั้งแรก 2-3 วันหลังเหตุการณ์, สารวจอีกครั้ง 1-3 ปีให้หลัง
 ข้อสรุปที่พบ  ประมาณ 11 เดือน คน 60% ยังจาเหตุการณ์ได้แม่นยา / พอ 3 ปีผ่านไป จาแม่น
เหลือแค่ 50%
 ที่น่าสนใจคือ ใช้เทคนิค fMRI วัดการทางานสมอง  พบว่ายิ่งอยู่ใกล้Ground Zero (จุดราบทาบ
ธรณี) เท่าใด สมองส่วน Amygdala ยิ่งทางานดี  สมองส่วนตัดสินใจ Fight or Flight (ลุยหรือ
หลบ) และหลั่งฮอร์โมน Adrenaline เช่น พวกยกตุ่ม  แสดงว่าไม่ได้แค่จาเหตุการณ์ได้แต่ดึง
เอาอารมณ์หวาดกลัวกลับขึ้นมาได้ด้วย  บางคนที่ใกล้Ground Zero มากๆ จะร้องไห้ด้วย
 พบว่าความจาอาจแม่นยาสูงถึง 80% แต่หากถามเรื่องอารมณ์ความรู้สึกจะจาได้แค่ 40%
 บางคนเลยว่า เวลาเยียวยาทุกสิ่ง  อกหัก, ล้มละลาย, ฯลฯ
 อีกทีม Univ. of Arizona in Tuscon  ผู้สูงอายุที่ “สมองส่วนหน้า” เสียหาย จาเรื่องส่วนตัวได้ไม่ดี
แต่กลับจาเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดี ไม่แน่ว่าเหตุการณ์แบบความเป็นความตายทานองนี้ กระตุ้นสมอง
ส่วนต่างๆ หลายๆ ส่วนให้ทางานพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะส่วนอารมณ์ความรู้สึก
 สรุป  (1) เราจะจาเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ, หวาดเสียวระดับความเป็นความตาย ได้ดีเป็นพิเศษ
เพราะมีสมองส่วนอารมณ์ความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง (2) อายุไม่มีผลต่อการจดจาเรื่องเลวร้าย คนแก่ คน
หนุ่มสาว จาเรื่องพวกนี้ได้ดีเหมือนๆ กัน (3) เวลาผ่านไป ไม่ว่ายังไง ความทรงจาก็จะเลือนไปเอง
 จากหนังสือ “อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก”, สนพ.มติชน

Podcast ep005-flashbulb memory

  • 1.
    - 1 - S&T, Me and You วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีให้ฉันและเธอ (5) อยากจากลับลืม  เป็นกันบ่อย เรื่องอยากจากลับลืม เรื่องอยากลืมกลับจา ขนาดมีคนเอามาแต่งเป็นเพลง  มีการทดลองสนุกๆ อยู่ ชื่อว่า Flashbulb Memory หรือ ความทรงจาแบบไฟแฟลช คือ แปล้บ ปล้าบ แต่จาได้แม่นยา แม้ว่าจะเกิดขึ้นแบบปุบปับ ไม่ทันตั้งตัว แต่จาได้นานชนิดไม่ลืม = สมมุติฐาน  มีการทดลองไปสัมภาษณ์คนที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายทอดสดตอน JFK โดนลอบยิง 22 พ.ย. 1963  พบว่าแต่ละคนจาได้แม่นยาว่า อยู่ที่ไหน ทาอะไรอยู่  แต่สมมุติฐานเรื่องนี้จริง? พิสูจน์ยาก และทาซ้า (reproduce) ได้ยาก  ในทางวิทยาศาตร์ถ้าทาซ้า ไม่ได้ก็ยากจะพิสูจน์ได้ว่า จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่น ผีที่มาปรากฏตัวให้คนแค่บางคน แบบนี้พิสูจน์ ให้เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ได้เลย  พอเกิด เหตุการณ์ 911 (11 ก.ย. 2001) ก็เลยเปิดโอกาสให้ทดสอบเรื่อง Flashbulb Memory ได้  นักวิจัย New York Univ.  สารวจคนอเมริกัน 3,000 กว่าคนใน 7 เมือง  สารวจครั้งแรก 2-3 วันหลังเหตุการณ์, สารวจอีกครั้ง 1-3 ปีให้หลัง  ข้อสรุปที่พบ  ประมาณ 11 เดือน คน 60% ยังจาเหตุการณ์ได้แม่นยา / พอ 3 ปีผ่านไป จาแม่น เหลือแค่ 50%  ที่น่าสนใจคือ ใช้เทคนิค fMRI วัดการทางานสมอง  พบว่ายิ่งอยู่ใกล้Ground Zero (จุดราบทาบ ธรณี) เท่าใด สมองส่วน Amygdala ยิ่งทางานดี  สมองส่วนตัดสินใจ Fight or Flight (ลุยหรือ หลบ) และหลั่งฮอร์โมน Adrenaline เช่น พวกยกตุ่ม  แสดงว่าไม่ได้แค่จาเหตุการณ์ได้แต่ดึง เอาอารมณ์หวาดกลัวกลับขึ้นมาได้ด้วย  บางคนที่ใกล้Ground Zero มากๆ จะร้องไห้ด้วย  พบว่าความจาอาจแม่นยาสูงถึง 80% แต่หากถามเรื่องอารมณ์ความรู้สึกจะจาได้แค่ 40%  บางคนเลยว่า เวลาเยียวยาทุกสิ่ง  อกหัก, ล้มละลาย, ฯลฯ  อีกทีม Univ. of Arizona in Tuscon  ผู้สูงอายุที่ “สมองส่วนหน้า” เสียหาย จาเรื่องส่วนตัวได้ไม่ดี แต่กลับจาเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดี ไม่แน่ว่าเหตุการณ์แบบความเป็นความตายทานองนี้ กระตุ้นสมอง ส่วนต่างๆ หลายๆ ส่วนให้ทางานพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะส่วนอารมณ์ความรู้สึก  สรุป  (1) เราจะจาเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ, หวาดเสียวระดับความเป็นความตาย ได้ดีเป็นพิเศษ เพราะมีสมองส่วนอารมณ์ความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง (2) อายุไม่มีผลต่อการจดจาเรื่องเลวร้าย คนแก่ คน หนุ่มสาว จาเรื่องพวกนี้ได้ดีเหมือนๆ กัน (3) เวลาผ่านไป ไม่ว่ายังไง ความทรงจาก็จะเลือนไปเอง  จากหนังสือ “อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก”, สนพ.มติชน