˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 1
¡Ãкǹ¡ÒÃà·¤â¹âÅÂÕ
ÊÒÃʹà·È
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ



Information Technology หรือ IT คือ การประยุกตความรูทางวิทยาศาสตร
 มาใชในระบบสารสนเทศ ตั้งแตกระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และการ
 เผยแพรสารสนเทศ เพื่อชวยใหไดสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
        ทันตอเหตุการณ โดยเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจประกอบดวย
1. เครื่องมือและอุปกรณตางๆ เชน เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใชสํานักงาน
อุปกรณสื่อสารโทรคมนาคมตางๆ รวมทั้งซอฟทแวรทั้งแบบสําเร็จรูปและ
แบบพัฒนาขึ้นเพื่อใชในงานเฉพาะดาน ซึ่งเครื่องมือเหลานี้จัดเปนเครื่องมือ
           ทันสมัย และใชเทคโนโลยีระดับสูง (High Technology)
2. กระบวนการในการนําอุปกรณเครื่องมือตางๆ ขางตนมาใชงาน เพื่อรวบรวม
จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตางๆ ที่สามารถ
นําไปใชประโยชนไดตอไป เชน การจัดเก็บขอมูลในลักษณะของฐานขอมูล เปนตน


                  ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

สามารถอธิบายความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในดานที่มีผลกระทบตอ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดานตาง ๆ ของผูคนไวหลายประการดังตอไปนี้
ประการที่หนึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทําใหสังคมเปลี่ยนจากสังคม
อุตสาหกรรมมาเปนสังคมสารสนเทศ
ประการที่สอง เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบ
แหงชาติไปเปนเศรษฐกิจโลก ที่ทําใหระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ
ความเชื่อมโยงของเครือขายสารสนเทศทําใหเกิดสังคมโลกาภิวัฒน
ประการที่สาม เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหองคกรมีลักษณะผูกพัน มีการบังคับ
บัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หนวยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหนวย
ธุรกิจอื่นเปนเครือขาย การดําเนินธุรกิจมีการแขงขันกันในดานความเร็ว โดยอาศัย
การใชระบบเครือขายคอมพิวเตอร และการสื่อสารโทรคมนาคมเปนตัวสนับสนุน
เพื่อใหเกิดการแลกเปลี่ยนขอมูลไดงายและรวดเร็ว
ประการที่สี่ เทคโนโลยีสารสนเทศเปนเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัส และสามารถ
ตอบสนองตามความตองการการใชเทคโนโลยีในรูปแบบใหมที่เลือกไดเอง
ประการที่หา เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหเกิดสภาพทางการทํางานแบบทุกสถานที่
               
และทุกเวลา
ประการที่หก เทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการวางแผนการดําเนินการระยะยาว
ขึ้น อีกทั้งยังทําใหวิถีการตัดสินใจ หรือเลือกทางเลือกไดละเอียดขึ้น
กลาวโดยสรุปแลว เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สําคัญในทุกวงการ มีผลตอ
การเปลี่ยนแปลงโลกดานความเปนอยู สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย
เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาตาง ๆ
ขั้นตอนการแกปญหา


1. การวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของปญหา (State The Problem)
จุดประสงคของขั้นตอนนี้ คือการทําความเขาใจกับปญหาเพื่อแยกใหออกวาขอมูลที่
กําหนดมาในปญหาหรือ
เงื่อนไขของปญหาคืออะไร อีกทั้งวิธีการที่ใชประมวลผลกลาวโดยสรุปมีองคประกอบใน
การวิเคราะหดังนี้
  การระบุขอมูลเขา ไดแก การพิจารณาขอมูลและเงื่อนไขที่กําหนดมาในปญหา
  การระบุขอมูลออก ไดแก การพิจารณาเปาหมายหรือสิ่งที่ตองหาคําตอบ
  การกําหนดวิธีประมวลผล ไดแก การพิจารณาขั้นตอนวิธีการไดมาซึ่งคําตอบหรือ
ขอมูลออก
2.เลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี (Tools And Algorithm
Development) ขั้นตอนนีเ้ ปนขั้นตอนของการวางแผนในการแกปญหาอยาง
ละเอียดถี่ถวนหลังจากที่เราทําความเขาใจกับปญหา พิจารณาเงื่อนไขและขอมูลที่มี
อยู และสิ่งที่ตองการหาในการแกปญหาอยางละเอียดถี่ถวนหลังจากที่เราทําความ
เขาใจกับปญหา พิจารณาเงื่อนไขและขอมูลที่มีอยูและสิ่งที่ตองการหาในขั้นตอนที่ 1
แลวเราสามารถคาดคะเนวิธีการที่จะใชในการแกปญหา
3. การดําเนินการแกปญหา (Implementation) ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนที่
ตองลงมือแกปญหาโดยใชเครืองมือที่เลือกไว การแกปญหาดังกลาวใชคอมพิวเตอร
                              ่
เขามาชวยงาน ขั้นตอนนี้ก็เปนการใชโปรแกรมสําเร็จหรือใชภาษาคอมพิวเตอรเขียน
โปรแกรมแก ปญหาขั้นตอนนี้ตองอาศัยความรูเกี่ยวกับเครื่องมือที่เลือกใช ซึ่งผู
                                
แกปญหาตองศึกษาใหเขาใจและเชี่ยวชาญ ในขณะดําเนินการ หากพบแนวทางที่
ดีกวาที่ออกแบบไว ก็สามารถปรับเปลี่ยนได
4. การตรวจสอบและปรับปรุง (Refinement) หลังจากที่ลงมือแกปญหาแลว
ตองตรวจสอบใหแนใจวา วิธีการนี้ใหผลลัพธที่ถูกตอง โดยผูแกปญหาตองตรวจสอบ
วาขั้นตอนวิธีที่สรางขึ้นสอดคลองกับรายละเอียด ของปญหา ซึ่งไดแก ขอมูลเขาและ
ขอมูลออก เพื่อใหมั่นใจวาสามารถรองรับขอมูลเขาไดทุกกรณีอยางถูกตองสมบูรณ
ในขณะเดียวกันก็ตองปรับปรุงวิธีการเพื่อใหการแกปญหานี้ไดผลลัพธที่ดีที่สุด
อัลกอริทึม


อัลกอริทึม (Algorithm ) เปนสวนหนึ่งในขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม
คอมพิวเตอร เกิดจากแนวคิดอยางเปนระบบเพื่อนําไปสูผลลัพธที่ตองการ และ
เพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามความตองการหรือแกปญหาใด ๆ ประกอบดวยชุด
ของการทํางานที่ชัดเจน ดังนั้นหากออกแบบอัลกอริทึมไดดี เมื่อนําไปเขียน
โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรใด ๆ ก็จะไดผลลัพธตามความตองการ
โดยทั่วไปแลวในชีวิตประจําวันของมนุษย ทั้งในการทํางานและการแกปญหาตาง ๆ
ที่เกี่ยวของกับคอมพิวเตอรหรือไมก็ตามมักจะเกี่ยวของกับอัลกอริทึมอยูแลว
ยกตัวอยางเชน วิธีการปฐมพยาบาล ตําราประกอบอาหาร เปนตน ซึ่งอธิบาย
ขั้นตอนตาง ๆ ดวยภาษาที่อานแลวเขาใจงาย แตในดานคอมพิวเตอรนั้นจําเปนที่
จะตองเรียนรูคําสั่งตางๆ เพิ่มเติมเพื่อใหคอมพิวเตอร สามารถเขาใจได
1. การจําลองความคิดเปนขอความหรือคําบรรยาย (Algorithm) เปนการ
เขียนเคาโครงดวยการบรรยายเปนภาษาที่มนุษยใชสื่อสารกัน เพื่อใหทราบถึง
ขั้นตอนการทํางานของการแกปญหาแตละตอน ในบางครั้งอาจใชคําสั่งของภาษา
ที่ใชเขียนโปรแกรมก็ได
2.การจําลองความคิดเปนสัญลักษณหรือผังงาน (Flowchart)
สัญลักษณ คือ เครื่องหมายรูปแบบตางๆ ซึ่งใชสําหรับสื่อสารความหมายให
เขาใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแหงชาติอเมริกา (The American National
Standard Institute, ANSI) ไดกําหนดสัญลักษณไวเปนมาตรฐานแลว สามารถ
นําไปใชไดตามความเหมาะสมตอไป
การเขียนรหัสจําลอง (Pseudo Code)


รหัสลําลองหรือ pseudocode เปนคําบรรยายที่เขียนแสดงขั้นตอนวิธี
(algorithm) ของการเขียนโปรแกรม โดยใชภาษาที่กระทัดรัด สื่อสารกับ
โปรแกรมเมอรผเู ขียนโปรแกรม โดยอาจใชภาษาที่ใชทั่วไปและอาจมีภาษาที่ใชในการ
เขียนโปรแกรมประกอบ แตไมมมาตรฐานแนนอนในการเขียน pseudocode
                             ี
และไมสามารถนําไปทํางานบนคอมพิวเตอรโดยตรง(เพราะไมใชคําสั่งใน
ภาษาคอมพิวเตอร) และไมขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอรภาษาใดภาษาหนึ่ง นิยมใช
pseudocode แสดง algorithm มากกวาใชผังงาน เพราะผังงานอาจไม
แสดงรายละเอียดมากนักและใชสัญลักษณซึ่งทําใหไมสะดวกในการเขียน เชน
โปรแกรมใหญ
การเขียนผังงาน ( Flowchart )



ผังงาน คือ แผนภาพที่มีการใชสัญลักษณรูปภาพและลูกศรที่แสดงถึงขั้นตอนการ
ทํางานของโปรแกรมหรือระบบทีละขั้นตอน รวมไปถึงทิศทางการไหลของขอมูล
ตั้งแตแรกจนไดผลลัพธตามที่ตองการ
ประโยชนของผังงาน
• ชวยลําดับขั้นตอนการทํางานของโปรแกรม และสามารถนําไปเขียนโปรแกรมได
โดยไมสับสน
• ชวยในการตรวจสอบ และแกไขโปรแกรมไดงาย เมื่อเกิดขอผิดพลาด
• ชวยใหการดัดแปลง แกไข ทําไดอยางสะดวกและรวดเร็ว
• ชวยใหผูอื่นสามารถศึกษาการทํางานของโปรแกรมไดอยางงาย และรวดเร็วมาก
ขึ้น
วิธีการเขียนผังงานที่ดี
• ใชสัญลักษณตามที่กําหนดไว
• ใชลูกศรแสดงทิศทางการไหลของขอมูลจากบนลงลาง หรือจากซายไปขวา
• คําอธิบายในภาพควรสั้นกระทัดรัด และเขาใจงาย
• ทุกแผนภาพตองมีลูกศรแสดงทิศทางเขา - ออก
• ไมควรโยงเสนเชื่อมผังงานที่อยูไกลมาก ๆ ควรใชสัญลักษณจุดเชื่อมตอแทน
• ผังงานควรมีการทดสอบความถูกตองของการทํางานกอนนําไปเขียนโปรแกรม
ประเภทของผังงาน



 1. ผังงานระบบ(System Flowchat)
เปนผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทํางานภายในระบบหนึ่ง ๆ โดยจะแสดงถึงความ
เกี่ยวของของสวนที่สําคัญตาง ๆ ในระบบนั้น
 2. ผังงานโปรแกรม(Program Flowchat) หรือเรียกสั้น ๆ วา ผังงาน
ผังงานประเภทนี้แสดงถึงขั้นตอนของคําสั่งที่ใชในโปรแกรม ผังงานนี้อาจสรางจากผัง
งานระบบโดยผูเขียนผังงานจะดึงเอาแตละจุดที่เกี่ยวของการทํางานของเครื่อง
คอมพิวเตอรที่ปรากฏในผังงานระบบมาเขียน เพื่อใหทราบวาถาจะใชคอมพิวเตอร
ทํางานในจุดนั้นเพื่อใหไดผลลัพธที่ตามตองการ ควรที่จะมีขั้นตอนคําสั่ง
อยางไร และจะไดนํามาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรทํางานตอไป
สัญลักษณ
รูปแบบของผังงานแบงออกเปนหลายประเภท

ผังงานแบบ
                             ผังงานแบบวนซ้ํา
   ลําดับ
ผังงานแบบ
 ทางเลือก
• http://itd.htc.ac.th/st_it50/it5016/nidz/Web_
  Analyse/unit6.html
• http://www.kpsw.ac.th/vichit/media/weblogo
  /act4.html
• http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/0
  4093009_2204/isweb/Lesson%2022.htm
• http://blog.eduzones.com/kittipung/33214
• http://km.mvc.ac.th/files/1103221212525715
  _1103240992126.pdf
Group1 กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ2007

Group1 กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ2007

  • 1.
  • 2.
    ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ Information Technology หรือIT คือ การประยุกตความรูทางวิทยาศาสตร มาใชในระบบสารสนเทศ ตั้งแตกระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และการ เผยแพรสารสนเทศ เพื่อชวยใหไดสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทันตอเหตุการณ โดยเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจประกอบดวย 1. เครื่องมือและอุปกรณตางๆ เชน เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใชสํานักงาน อุปกรณสื่อสารโทรคมนาคมตางๆ รวมทั้งซอฟทแวรทั้งแบบสําเร็จรูปและ แบบพัฒนาขึ้นเพื่อใชในงานเฉพาะดาน ซึ่งเครื่องมือเหลานี้จัดเปนเครื่องมือ ทันสมัย และใชเทคโนโลยีระดับสูง (High Technology)
  • 3.
    2. กระบวนการในการนําอุปกรณเครื่องมือตางๆ ขางตนมาใชงานเพื่อรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตางๆ ที่สามารถ นําไปใชประโยชนไดตอไป เชน การจัดเก็บขอมูลในลักษณะของฐานขอมูล เปนตน ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถอธิบายความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในดานที่มีผลกระทบตอ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดานตาง ๆ ของผูคนไวหลายประการดังตอไปนี้ ประการที่หนึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทําใหสังคมเปลี่ยนจากสังคม อุตสาหกรรมมาเปนสังคมสารสนเทศ ประการที่สอง เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบ แหงชาติไปเปนเศรษฐกิจโลก ที่ทําใหระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ ความเชื่อมโยงของเครือขายสารสนเทศทําใหเกิดสังคมโลกาภิวัฒน
  • 4.
    ประการที่สาม เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหองคกรมีลักษณะผูกพัน มีการบังคับ บัญชาแบบแนวราบมากขึ้นหนวยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหนวย ธุรกิจอื่นเปนเครือขาย การดําเนินธุรกิจมีการแขงขันกันในดานความเร็ว โดยอาศัย การใชระบบเครือขายคอมพิวเตอร และการสื่อสารโทรคมนาคมเปนตัวสนับสนุน เพื่อใหเกิดการแลกเปลี่ยนขอมูลไดงายและรวดเร็ว ประการที่สี่ เทคโนโลยีสารสนเทศเปนเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัส และสามารถ ตอบสนองตามความตองการการใชเทคโนโลยีในรูปแบบใหมที่เลือกไดเอง ประการที่หา เทคโนโลยีสารสนเทศทําใหเกิดสภาพทางการทํางานแบบทุกสถานที่  และทุกเวลา ประการที่หก เทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการวางแผนการดําเนินการระยะยาว ขึ้น อีกทั้งยังทําใหวิถีการตัดสินใจ หรือเลือกทางเลือกไดละเอียดขึ้น กลาวโดยสรุปแลว เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สําคัญในทุกวงการ มีผลตอ การเปลี่ยนแปลงโลกดานความเปนอยู สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาตาง ๆ
  • 5.
    ขั้นตอนการแกปญหา 1. การวิเคราะหและกําหนดรายละเอียดของปญหา (StateThe Problem) จุดประสงคของขั้นตอนนี้ คือการทําความเขาใจกับปญหาเพื่อแยกใหออกวาขอมูลที่ กําหนดมาในปญหาหรือ เงื่อนไขของปญหาคืออะไร อีกทั้งวิธีการที่ใชประมวลผลกลาวโดยสรุปมีองคประกอบใน การวิเคราะหดังนี้ การระบุขอมูลเขา ไดแก การพิจารณาขอมูลและเงื่อนไขที่กําหนดมาในปญหา การระบุขอมูลออก ไดแก การพิจารณาเปาหมายหรือสิ่งที่ตองหาคําตอบ การกําหนดวิธีประมวลผล ไดแก การพิจารณาขั้นตอนวิธีการไดมาซึ่งคําตอบหรือ ขอมูลออก
  • 6.
    2.เลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี (Tools AndAlgorithm Development) ขั้นตอนนีเ้ ปนขั้นตอนของการวางแผนในการแกปญหาอยาง ละเอียดถี่ถวนหลังจากที่เราทําความเขาใจกับปญหา พิจารณาเงื่อนไขและขอมูลที่มี อยู และสิ่งที่ตองการหาในการแกปญหาอยางละเอียดถี่ถวนหลังจากที่เราทําความ เขาใจกับปญหา พิจารณาเงื่อนไขและขอมูลที่มีอยูและสิ่งที่ตองการหาในขั้นตอนที่ 1 แลวเราสามารถคาดคะเนวิธีการที่จะใชในการแกปญหา 3. การดําเนินการแกปญหา (Implementation) ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนที่ ตองลงมือแกปญหาโดยใชเครืองมือที่เลือกไว การแกปญหาดังกลาวใชคอมพิวเตอร ่ เขามาชวยงาน ขั้นตอนนี้ก็เปนการใชโปรแกรมสําเร็จหรือใชภาษาคอมพิวเตอรเขียน โปรแกรมแก ปญหาขั้นตอนนี้ตองอาศัยความรูเกี่ยวกับเครื่องมือที่เลือกใช ซึ่งผู  แกปญหาตองศึกษาใหเขาใจและเชี่ยวชาญ ในขณะดําเนินการ หากพบแนวทางที่ ดีกวาที่ออกแบบไว ก็สามารถปรับเปลี่ยนได
  • 7.
    4. การตรวจสอบและปรับปรุง (Refinement)หลังจากที่ลงมือแกปญหาแลว ตองตรวจสอบใหแนใจวา วิธีการนี้ใหผลลัพธที่ถูกตอง โดยผูแกปญหาตองตรวจสอบ วาขั้นตอนวิธีที่สรางขึ้นสอดคลองกับรายละเอียด ของปญหา ซึ่งไดแก ขอมูลเขาและ ขอมูลออก เพื่อใหมั่นใจวาสามารถรองรับขอมูลเขาไดทุกกรณีอยางถูกตองสมบูรณ ในขณะเดียวกันก็ตองปรับปรุงวิธีการเพื่อใหการแกปญหานี้ไดผลลัพธที่ดีที่สุด
  • 8.
    อัลกอริทึม อัลกอริทึม (Algorithm )เปนสวนหนึ่งในขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร เกิดจากแนวคิดอยางเปนระบบเพื่อนําไปสูผลลัพธที่ตองการ และ เพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามความตองการหรือแกปญหาใด ๆ ประกอบดวยชุด ของการทํางานที่ชัดเจน ดังนั้นหากออกแบบอัลกอริทึมไดดี เมื่อนําไปเขียน โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรใด ๆ ก็จะไดผลลัพธตามความตองการ โดยทั่วไปแลวในชีวิตประจําวันของมนุษย ทั้งในการทํางานและการแกปญหาตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับคอมพิวเตอรหรือไมก็ตามมักจะเกี่ยวของกับอัลกอริทึมอยูแลว ยกตัวอยางเชน วิธีการปฐมพยาบาล ตําราประกอบอาหาร เปนตน ซึ่งอธิบาย ขั้นตอนตาง ๆ ดวยภาษาที่อานแลวเขาใจงาย แตในดานคอมพิวเตอรนั้นจําเปนที่ จะตองเรียนรูคําสั่งตางๆ เพิ่มเติมเพื่อใหคอมพิวเตอร สามารถเขาใจได
  • 9.
    1. การจําลองความคิดเปนขอความหรือคําบรรยาย (Algorithm)เปนการ เขียนเคาโครงดวยการบรรยายเปนภาษาที่มนุษยใชสื่อสารกัน เพื่อใหทราบถึง ขั้นตอนการทํางานของการแกปญหาแตละตอน ในบางครั้งอาจใชคําสั่งของภาษา ที่ใชเขียนโปรแกรมก็ได 2.การจําลองความคิดเปนสัญลักษณหรือผังงาน (Flowchart) สัญลักษณ คือ เครื่องหมายรูปแบบตางๆ ซึ่งใชสําหรับสื่อสารความหมายให เขาใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแหงชาติอเมริกา (The American National Standard Institute, ANSI) ไดกําหนดสัญลักษณไวเปนมาตรฐานแลว สามารถ นําไปใชไดตามความเหมาะสมตอไป
  • 10.
    การเขียนรหัสจําลอง (Pseudo Code) รหัสลําลองหรือpseudocode เปนคําบรรยายที่เขียนแสดงขั้นตอนวิธี (algorithm) ของการเขียนโปรแกรม โดยใชภาษาที่กระทัดรัด สื่อสารกับ โปรแกรมเมอรผเู ขียนโปรแกรม โดยอาจใชภาษาที่ใชทั่วไปและอาจมีภาษาที่ใชในการ เขียนโปรแกรมประกอบ แตไมมมาตรฐานแนนอนในการเขียน pseudocode ี และไมสามารถนําไปทํางานบนคอมพิวเตอรโดยตรง(เพราะไมใชคําสั่งใน ภาษาคอมพิวเตอร) และไมขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอรภาษาใดภาษาหนึ่ง นิยมใช pseudocode แสดง algorithm มากกวาใชผังงาน เพราะผังงานอาจไม แสดงรายละเอียดมากนักและใชสัญลักษณซึ่งทําใหไมสะดวกในการเขียน เชน โปรแกรมใหญ
  • 11.
    การเขียนผังงาน ( Flowchart) ผังงาน คือ แผนภาพที่มีการใชสัญลักษณรูปภาพและลูกศรที่แสดงถึงขั้นตอนการ ทํางานของโปรแกรมหรือระบบทีละขั้นตอน รวมไปถึงทิศทางการไหลของขอมูล ตั้งแตแรกจนไดผลลัพธตามที่ตองการ
  • 12.
    ประโยชนของผังงาน • ชวยลําดับขั้นตอนการทํางานของโปรแกรม และสามารถนําไปเขียนโปรแกรมได โดยไมสับสน •ชวยในการตรวจสอบ และแกไขโปรแกรมไดงาย เมื่อเกิดขอผิดพลาด • ชวยใหการดัดแปลง แกไข ทําไดอยางสะดวกและรวดเร็ว • ชวยใหผูอื่นสามารถศึกษาการทํางานของโปรแกรมไดอยางงาย และรวดเร็วมาก ขึ้น วิธีการเขียนผังงานที่ดี • ใชสัญลักษณตามที่กําหนดไว • ใชลูกศรแสดงทิศทางการไหลของขอมูลจากบนลงลาง หรือจากซายไปขวา • คําอธิบายในภาพควรสั้นกระทัดรัด และเขาใจงาย • ทุกแผนภาพตองมีลูกศรแสดงทิศทางเขา - ออก • ไมควรโยงเสนเชื่อมผังงานที่อยูไกลมาก ๆ ควรใชสัญลักษณจุดเชื่อมตอแทน • ผังงานควรมีการทดสอบความถูกตองของการทํางานกอนนําไปเขียนโปรแกรม
  • 14.
    ประเภทของผังงาน 1. ผังงานระบบ(SystemFlowchat) เปนผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทํางานภายในระบบหนึ่ง ๆ โดยจะแสดงถึงความ เกี่ยวของของสวนที่สําคัญตาง ๆ ในระบบนั้น 2. ผังงานโปรแกรม(Program Flowchat) หรือเรียกสั้น ๆ วา ผังงาน ผังงานประเภทนี้แสดงถึงขั้นตอนของคําสั่งที่ใชในโปรแกรม ผังงานนี้อาจสรางจากผัง งานระบบโดยผูเขียนผังงานจะดึงเอาแตละจุดที่เกี่ยวของการทํางานของเครื่อง คอมพิวเตอรที่ปรากฏในผังงานระบบมาเขียน เพื่อใหทราบวาถาจะใชคอมพิวเตอร ทํางานในจุดนั้นเพื่อใหไดผลลัพธที่ตามตองการ ควรที่จะมีขั้นตอนคําสั่ง อยางไร และจะไดนํามาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรทํางานตอไป
  • 15.
  • 17.
  • 18.
  • 19.
    • http://itd.htc.ac.th/st_it50/it5016/nidz/Web_ Analyse/unit6.html • http://www.kpsw.ac.th/vichit/media/weblogo /act4.html • http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/0 4093009_2204/isweb/Lesson%2022.htm • http://blog.eduzones.com/kittipung/33214 • http://km.mvc.ac.th/files/1103221212525715 _1103240992126.pdf