โครงงานคอมพิวเตอร์
นาย ตนุภัทร ธงนาราษฎร์ เลขที่ 7 ม.6/14
นาย ฌานวัฒน์ ลาพิงค์ เลขที่ 13 ม.6/14
ผู้จัดทำ
นำย ตนุภัทร ธงนำรำษฎร์ เลขที่ 7 นำย ฌำนวัฒน์ ลำพิงค์ เลขที่ 13
ความหมายโครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนที่นักเรียนมีอิสระในกำรเลือกศึกษำปัญหำที่ตน
สนใจ โดย นักเรียนจะต้องวำงแผนกำรดำเนินงำน ศึกษำ พัฒนำโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้อง โดยใช้ควำมรู้ กระบวนกำรทำงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุ
อุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐำนในกำร พัฒนำโครงงำน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำ
โครงงำน ซึ่งอำจมีผู้ศึกษำมำก่อน หรือเป็นเรื่องที่ นักพัฒนำโปรแกรมได้เคยค้นคว้ำและ
พัฒนำแล้ว นักเรียนสำมำรถทำโครงงำนเรื่องดังกล่ำวได้ แต่ต้องคิด ดัดแปลงแนวทำงใน
กำรศึกษำ กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรพัฒนำโปรแกรม หรือศึกษำเพิ่มเติมจำกผลงำนเดิมที่ มี
ผู้รำยงำนไว้ จุดมุ่งหมำยสำคัญของกำรทำโครงงำนเป็นกำรเปิดโอกำสให้นักเรียนได้รับ
ประสบกำรณ์ตรง
ความสาคัญของโครงงานคอมพิวเตอร์
เสริมสร้ำงประสบกำรณ์ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ส่งผลทำให้เกิดควำมริเริ่ม
สร้ำงสรรค์ในกำรทำโครงงำนใหม่ๆที่จะนำไปสู่โลกของงำนอำชีพและกำรศึกษำ อีกทั้ง
โครงงำนที่ตนเองสนใจยังก่อให้เกิดองค์ควำมรู้ที่กว้ำงขวำง เป็นกำรประสำนงำนทำง
วิชำกำรระหว่ำงกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ต่ำงๆ
ตัวบ่งชี้กำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ศูนย์พัฒนำกำรเรียนกำรสอนสำนักงำนกำรศึกษำแห่งชำติ ได้พัฒนำตัวบ่งชี้กำร
เรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำหนดตัวบ่งชี้กำรเรียนของผู้เรียน 9 ดังนี้
ตัวบ่งชี้กำรเรียนของผู้เรียน
1. ผู้เรียนมีประสบกำรณ์ตรงสัมพันธ์กับธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
2. ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจนค้นพบควำมถนัดและวิธีกำรของตนเอง
3. ผู้เรียนทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำกกลุ่ม
4. ผู้เรียนฝึกคิดหลำกหลำยและสร้ำงสรรค์จินตนำกำร ได้แสดงออกอย่ำงชัดเจนและมีเหตุผล
5. ผู้เรียนได้รับกำรเสริมแรงให้ค้นคว้ำหำคำตอบ แก้ปัญหำทั้งด้วยตนเองและร่วมกับเพื่อนๆ
6. ผู้เรียนได้ฝึกค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูลและสร้ำงสรรค์ควำมรู้ด้วยตนเอง
7. ผู้เรียนเลือกทำกิจกรรมตำมควำมสำมำรถ ควำมถนัด ควำมสนใจอย่ำงมีควำมสุข
8. ผู้เรียนฝึกตนเองให้มีวินัยและมีควำมรับผิดชอบในกำรทำงำน
9. ผู้เรียนฝึกประเมิน ปรับปรุงตนเองและยอมรับผู้อื่น และสนใจใฝ่หำควำมรู้อย่ำงต่อเนื่อง
ขอบเขตโครงงาน
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อควำมเจริญก้ำวหน้ำของทุก ๆ สังคมในโลกปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีด้ำนนี้มี
กำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องยำกที่ประชำชนจะคอยติดตำมควำมก้ำวหน้ำอยู่ตลอดเวลำและเป็นสิ่ง ที่
ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่ำอีกด้วย ดังนั้นกำรศึกษำเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์จึงต้องศึกษำหลักกำรและเนื้อหำพื้น
ฐำนเป็นสำคัญ
กำรศึกษำด้ำนวิทยำกำรคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นเสมือนกับกำรศึกษำวิทยำ ศำสตร์ธรรมชำติ คอมพิวเตอร์ได้
เปลี่ยนแปลงโลกของเรำในด้ำนต่ำง ๆ มำกมำยได้แก่
– สังคมโดยส่วนใหญ่เปลี่ยนจำกสังคมอุตสำหกรรมเป็นสังคมสำรสนเทศ
– กำรตัดสินใจในเรื่องต่ำง ๆ มักขึ้นอยู่กับข้อมูลซึ่งได้จำกระบบคอมพิวเตอร์
– คอมพิวเตอร์กลำยเป็นเครื่องมือที่สำคัญแทนเครื่องมืออื่น ๆ ในอดีต เช่น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องคิดเลข
– คอมพิวเตอร์ถูกใช้ในกำรออกแบบสถำนกำรณ์หรือปัญหำที่ซับซ้อนต่ำง ๆ
– คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในกำรติดต่อสื่อสำรของโลกปัจจุบัน
ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์
การทาโครงงานคอมพิวเตอร์นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติได้นาความรู้ทาง
คอมพิวเตอร์มาใช้แก้ปัญหาแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ปฏิบัติ ดังนี้
1. ได้พัฒนาผลงานตามความรู้ ความสนใจ และศักยภาพของตนเอง ซึ่งตอบสนอง
การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ กล่าวคือ โครงงานคอมพิวเตอร์จะเปิดโอกาส
ให้ผู้ปฏิบัติได้เลือกหัวข้อที่สนใจเพื่อมาพัฒนาด้วยตนเอง
2. ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหา
ได้อย่างเป็ฯระบบ กล่าวคือ โครงงานคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนในการพัฒนาผลงานที่ผู้ปฏิบัติเป็น
ผู้วางแผนในการศึกษา ค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล พัฒนาหรือประดิษฐ์คิดค้นผลงานผลงาน รวมทั้งสรุป
และนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คาปรึกษา
4. ได้ฝึกทักษะการทางานร่วมกับผู้อื่นรวมถึงมีความสามารถในการบริหารจัดการและทางานเป็นหมู่
คณะ กล่าวคือ โครงงานคอมพิวเตอร์เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติทาโครงงานเป็นกลุ่ม ทั้งยังมีการปรึกษากับ
ผู้อื่นตลอดเวลา
5. ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ กล่าวคือ ผู้ปฏิบัติต้องศึกษาและแสวงหาความรู้
เพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาโครงงานที่มีคุณภาพ
6. สามารถสื่อสารความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งวิธีการพูดและการเขียน รวมทั้ง
เลือกใช้รูปแบบของสื่อการนาเสนอให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างเหมาะสม กล่าวคือ ผู้ปฏิบัติต้องมีการนาเสนอผลงาน
ให้ครู ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้สนใจเข้าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน
7. ทาให้เกิดจิตสานึกและความรับผิดชอบในการพัฒนาระบบ เนื่องจากผู้ปฏิบัติจะต้องมีการวิเคราะห์
ผลกระทบจากการพัฒนาโครงงานเกมประเภทต่อสู้ ที่อาจทาให้ผู้ใช้นิยมความรุนแรงและใช้กาลังในการแก้ปัญหา
ดังนั้น ผู้จัดทาจะต้องตระหนักและออกแบบโครงงานที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับบุคคลอื่น และสังคม
แหล่งที่มา
https://sites.google.com/site/kruvitchareeya/project2
http://krusutincom.blogspot.com/2017/01/blog-post_40.html
http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-
Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content1.h
tml
https://www.princess-it.org/ikkq3/?p=797

Com