การสื่ อสารและระบบเครื อข่าย
(Communication and Network)
         สุ พตรา ถมยา
             ั
ระบบเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ คืออะไร ?

• เครือข่ ายคอมพิวเตอร์ คือ ระบบทีคอมพิวเตอร์ อย่ างน้ อย 2 เครื่องทาการ
                                    ่
  เชื่อมต่ อกัน โดยในการเชื่อมต่ อจะมีสื่อกลางทีใช้ ในการส่ งข้ อมูล ซึ่งทา
                                                ่
  ให้ การแลกเปลียนข้ อมูลระหว่ างกันเป็ นไปอย่ างมีประสิ ทธิภาพ โดย
                    ่
  สามารถใช้ ทรัพยากร (Resource) ทีอยู่ในเครือข่ ายร่ วมกันได้ ไม่วา
                                           ่                                ่
  จะเป็ น เครื่ องพิมพ์ แฟกซ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิส เป็ นต้น ซึ่งจะทาให้
  ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ยังเป็ น
  ผลดีในกรณี ที่ตองการสื่ อสารข้อมูลในระยะทางไกล หรื อเชื่อมต่อกับ
                      ้
  เครื อข่ายที่อยูห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ทาให้เราสามารถเชื่อมต่อ
                  ่
  และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ทวโลกโดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด
                                 ั่
ทาไมต้ องเชื่อมต่ อเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ ?

• การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิ ทธิภาพ
• การใช้ทรัพยากรร่ วมกัน
• ความประหยัด
เทคโนโลยีการเชื่อมต่ อช่ องสื่ อสาร
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อช่องสื่ อสาร

                                                  การเชื่อมต่อไร้สาย
       การเชื่อมต่อแบบมีสาย                   (Wireless Connection)
• สายคู่ตีเกลียว (Twisted-pair Cable)   •   อินฟาเรด (Infared)
• สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)         •   สัญญาณวิทยุ (Broadcast Radio)
• สายใยแก้วนาแสง (Fiber Optic cable)    •   ไมโครเวฟ (Microwave)
                                        •   ดาวเทียม (Satellite)
การเชื่อมต่ อแบบมีสาย
สายคู่ตเี กลียว (Twisted-pair Cable)
• ข้ อดีของสาย UTP
  - ราคาถูก
  - ติดตังง่ายเนื่องจากน ้าหนักเบา
         ้
  - มีความยืดหยุน และสามารถโค้ งงอได้ มาก
                   ่

  ข้ อเสียของสาย UTP
  - ไม่เหมาะในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ห่างไกลมาก เพราะสัญญาณ
  ที่วิ่งบนสายจะถูกลดทอนลงไปตามความยาวของสาย (มีความยาว
  ของสายในการเชื่อมต่อได้ ไม่เกิน 100 เมตร)
การเชื่อมต่ อสาย UTP
เรี ยงสี สาย ตามรู ป   เมื่อจัดสีให้ ตรงตามแบบแล้ วก็
   ขาว/ส้ ม            ทาการตัดให้ ปลายเท่ากันแล้ ว
   ส้ ม                ใส่สายเข้ าไปในหัว RJ45
   ขาว/เขียว           โดยให้ ปลายของสายแต่ละ
   น ้าเงิน            เส้ นไปชนกับด้ านบนสุดของ
   ขาว/น ้าเงิน        หัว RJ45 เมื่อชนสุดแล้ วใช้
   เขียว               คีมสาหรับเข้ าหัว RJ45 บีบ
   ขาว/น ้าตาล         ให้ แน่น
   น ้าตาล
สายโคแอคเชียล(Coaxial Cable)
 สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable) เป็ นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และ
เป็ นที่นิยมมากในเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ สมัย แรก ๆ แต่ในปั จจุบนสายโคแอ็กซ์ถือได้
                                                                 ั
ว่าเป็ นสายที่ลาสมัยสาหรับเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ในปั จจุบน อย่างไรก็ตามยังมีระบบ
                ้                                         ั
เครื อข่ายบางประเภทที่ยงใช้สายประเภทนี้อยู่
                           ั
                                            ่
            สายโคแอกเชียล มีตวนาไฟฟ้ าอยูสองส่ วน คาว่า โคแอ็กซ์ มีความหมายว่า
                               ั
"มีแกนร่ วมกัน " โครงสร้ างของสายประกอบด้วยสายทองแดงเป็ นแกนกลาง แล้ว
ห่ อหุ ้มด้วยวัสดุที่เป็ นฉนวน ชั้นต่อมาจะเป็ นตัวนาไฟฟ้ าอีกชั้นหนึ่ ง ซึ่ งจะเป็ นแผ่น
โลหะบาง ๆ หรื ออาจจะเป็ นใยโลหะที่ถกเปี ยปุ้ มอีกชั้นหนึ่ ง สุ ดท้ายก็หุ้มด้วยฉนวน
                                          ั
และวัสดุป้องกันสายสัญญาณ
            สายโคแอคเชี ยลสามารถส่ งข้อมูลได้มากกว่าสายคู่ตีเกลียวประมาณ 80
เท่า ส่ วนใหญ่แล้วนิ ยมใช้ในการส่ งสัญญาณโทรทัศน์ แต่ก็สามารถใช้ในการรั บส่ ง
ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ได้เช่นกัน
สายโคแอคเชียล(Coaxial Cable)
สายโคแอคเชียล(Coaxial Cable)
  ข้ อดี
  1. ราคาถูก
                   ่
  2. มีความยืดหยุนในการใช้งาน
  3. ติดตั้งง่าย และมีน้ าหนักเบา

  ข้ อเสี ย
  1. ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอกได้ง่าย
  2. ระยะทางจากัด
สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic cable)
            เส้นใยแก้วนาแสงหรื อไฟเบอร์ ออปติก เป็ นตัวกลางของ
    สัญญาณแสงชนิดหนึ่ ง ที่ทามาจากแก้วซึ่ งมีความบริ สุทธิ์ สูงมาก เส้น
    ใยแก้วนาแสงมีลกษณะเป็ นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้น
                     ั
    ผมของมนุษย์เรา เส้นใยแก้วนาแสงที่ดีตองสามารถนาสัญญาณแสง
                                             ้
    จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยมีการสูญเสี ยของสัญญาณแสง
    น้อยมาก
            สายใยแก้วนาแสงสามารถส่ งข้อมูลได้เร็ วถึง 26,000
    เท่าของสายคู่ตีเกลียว และเมื่อเปรี ยบเทียบกับสายโคแอคเชียล สายใย
    แก้วนาแสงมีน้ าหนักเบา มีความน่าเชื่อถือในการขนส่ งข้อมูลมากกว่า
สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic cable)
สายใยแก้ วนาแสง (Fiber Optic cable)
 ข้ อดี
 1. ส่ งข้อมูลด้วยความเร็ วสูง
 2. ไม่มีการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้ า
 3. ส่ งข้อมูลได้ในปริ มาณมาก
 ข้ อเสี ย
 1. มีราคาแพงกว่าสายส่ งข้อมูลแบบสายคู่ตีเกลียวและโคแอก
 เชียล
 2. ต้องใช้ความชานาญในการติดตั้ง
 3. มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูงกว่า สายคู่ตีเกลียวและโคแอกเชียล
การเชื่อมต่ อแบบไร้ สาย
(Wireless Connection)
WiFi คืออะไร ? Wireless คืออะไร ?
Wi-Fi คืออะไร

Wi-Fi ( ย่อมาจาก wireless fidelity ) ก็คือองค์กรหนึ่ง ที่ทา
หน้าที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ Wireless Lan หรื อระบบ Network
แบบไร้สายภายใต้เทคโนโลยีการสื่ อสาร ภายใต้มาตราฐาน IEEE
802.11 ว่าอุปกรณ์ทุกตัวซึ่งต่างยีหอกันนั้นมันสามารถติดต่อสื่ อสารกัน
                                        ่ ้
ได้โดยไม่มีปัญหา หากว่าอุปกรณ์ตวนั้นผ่านตามมาตราฐานเขาก็จะปั๊ม ตรา
                                    ั
                                      ั
Wi-Fi certified ซึ่งเป็ นอันรู ้กนว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถ
ติดต่อสื่ อสารกับอุปกรณ์ตวอื่นที่มีตรา Wi-Fi certified นี้ได้เช่นกัน
                         ั
แต่ทาไปทามามันกลายเป็ นคาศัพท์สาหรับอุปกรณ์ ในระบบ Lan ไร้สาย
ไปโดยปริ ยาย จนบางคนก็เรี ยกกันจนติดปาก
WiFi คืออะไร ? Wireless คืออะไร ?
Wireless คืออะไร

Wireless คือลักษณะของการใช้ งานอุปกรณ์ด้านสื่อสาร
โทรคมนาคม แปลตรงตัวว่าไร้ สาย ฉะนันอุปกรณ์อะไรก็ตามที่
                                       ้
ติดต่อสื่อสารกันโดยไม่ใช้ สายสัญญาณถือว่าอุปกรณ์นนเป็ นั้
Wireless เหมือนกัน
ดังนัน คนจึงมักจะเรี ยกอุปกรณ์ไร้ สายเหล่านี ้ ด้ วย 2 คานี ้คือคาว่า
     ้
ireless และ Wi-Fi ซึงก็หมายถึงอุปกรณ์ไร้ สายเหมือนกัน
                              ่
อินฟาเรด (Infared)
• แสงอินฟราเรด เป็ นคลื่นความถี่สน เป็ นตัวกลางในการสื่อสารอีกแบบ
                                  ั้
  หนึงซึงมีลกษณะการทางานคล้ ายไมโครเวฟ เป็ นแสงที่มีทิศทางใน
       ่ ่ ั
  ระดับสายตา ไม่สามารถทะลุผานวัตถุทบแสงได้ นิยมใช้ ในการติดต่อ
                              ่          ึ
  ในระยะทางที่ใกล้ ๆ การประยุกต์ใช้ คลื่นอินฟราเรดจะเป็ นการ
  ประยุกต์ใช้ ในการสื่อสารแบบไร้ สาย (Wireless
  communication) ในการควบคุมเครื่ องมือ เครื่ องใช้ ไฟฟา โดย ้
  การส่งสัญญาณไปทาง LED (Light emitting diode)โดยตัว
  ส่ง ( transmitter) หรื อ laser diode และจะมีตวรับ      ั
  (receiver)และทาการเปลี่ยนข้ อมูลให้ กลับไปเป็ นเหมือนข้ อมูล
  เริ่มแรก
อินฟาเรด (Infared)
• เทคโนโลยีอินฟราเรดมีความโดดเด่นเพราะกาลังได้ รับการประยุกต์ใช้ อย่าง
  กว้ างขวางเช่น
  -ระบบล็อครถยนต์ ( car locking system )
  -mouse , keyboards , printer
  -ระบบฉุกเฉิน ( Emergency response system )
  -การควบคุมภายในอาคาร หน้ าต่าง ประตู ไฟฟา ผ้ าม่าน เตียงนอน วิทยุ หูฟังแบบ
                                          ้
  ไร้ สาย (Headphones) โทรศัพท์แบบไร้ สาย ประตูโรงรถ
  -ระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคาร บ้ านเรื อน (Home security
  systems)
  -เครื่ องเล่น vcd , cd และทีวี
อินฟาเรด (Infared)
• ข้ อดีของคลื่นอินฟราเรด:
  -ใช้ พลังงานน้ อย จึงนิยมใช้ กบเครื่ อง Laptops ,โทรศัพท์
                                  ั
  -แผงวงจรควบคุมราคาต่า (Low circuitry cost) เรี ยบง่ายและ
  สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ อย่างรวดเร็ว
  -มีความปลอดภัยในการเรื่ องข้ อมูลสูง ลักษณะการส่งคลื่น
  ( Directionality of the beam)จะไม่รั่วไปที่เครื่ องรับตัวอื่น
  ในขณะที่สงสัญญาณ
              ่
  -กฎข้ อห้ ามระหว่างประเทศของ IrDA (Infrared Data
  Association)มีคอนข้ างน้ อยสาหรับนักเดินทางทัวโลก
                         ่                             ่
  -คลื่นแทรกจากเครื่ องใช้ ไฟฟาใกล้ เคียงมีน้อย (high noise immunity)
                                ้
อินฟาเรด (Infared)
ข้ อเสียของอินฟราเรด:
-เครื่ องส่ง(Transmitter) และเครื่ องรับ (receiver) ต้ องอยูในแนว ่
เดียวกัน คือต้ องเห็นว่าอยูในแนวเดียวกัน
                            ่
-คลื่นจะถูกกันโดยวัตถุทวไปได้ ง่ายเช่น คน กาแพง ต้ นไม้ ทาให้ สื่อสาร
                         ั่
ไม่ได้
-ระยะทางการสื่อสารจะน้ อย ประสิทธิภาพจะตกลงถ้ าระยะทางมากขึ ้น
-สภาพอากาศ เช่นหมอก แสงอาทิตย์แรงๆ ฝนและมลภาวะมีผลต่อ
ประสิทธิภาพการสื่อสาร
-อัตราการส่งข้ อมูลจะช้ ากว่าแบบใช้ สายไฟทัวไป
                                           ่
สัญญาณวิทยุ (Broadcast Radio)
การ Broadcast วิทยุผ่านอินเตอร์ เน็ตนัน อาจถูกเรี ยกในศัพท์ตางๆ
                                                 ้                       ่
เช่น Radio Online , Internet Radio ฯลฯ แต่ไม่วาจะเรี ยกว่า           ่
อะไร เอาเป็ นว่าตามหลักการมันก็ คือ การฟั งเพลงหรื อวิทยุผานระบบ   ่
อินเตอร์ เน็ตนันเอง ซึงก็คล้ ายกับการรับฟั งผ่านเครื่ องวิทยุธรรมดา แต่เจ้ า
                  ่     ่
สิงนี ้จะฟั งได้ จากทุกที่ที่เชื่อมต่อด้ วยระบบเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โดยการรับ
  ่
สัญญาณนันจะต้ องใช้ โปรแกรม เช่น Windows Media Player ,
               ้
Real Player , Winamp หรื อโปรแกรมอื่นๆ ที่มีไว้ สาหรับแปลง
สัญญาณ
สั ญญาณวิทยุ (Broadcast Radio)
ไมโครเวฟ (Microwave)
สั ญญาณไมโครเวฟ (Microwave) เป็ นสื่ อกลางในการสื่ อสารที่มีความเร็ วสู งใน
ระดับกิกะเฮิรตซ์ (GHz) และเนื่องจากว่าไมโครเวฟ (Microwave)
ของคลื่นมีหน่วยวัดเป็ นไมโครเมตร จึงเรี ยกชื่อว่า “ไมโครเวฟ” การส่ งข้อมูลโดยอาศัย
สัญญาณไมโครเวฟซึ่ งเป็ นสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าไปในอากาศพร้อมกับข้อมูลที่
ต้องการส่ ง และจะต้องมีสถานที่ทาหน้าที่ส่งและรับข้อมูล และเนื่องจากสัญญาณ
ไมโครเวฟจะเดินทางเป็ นเส้นตรงในระดับสายตา (Line of sight transmission) ไม่
สามารถเลี้ยวหรื อโค้งตามขอบโลกที่มีความโค้งได้ จึงต้องมีการตั้งสถานี รับ-ส่ งข้อมูล
เป็ นระยะๆ และส่ งข้อมูลต่อกันเป็ นทอดๆ ระหว่างสถานีต่อสถานีจนกว่าจะถึงสถานี
ปลายทาง หากลักษณะภูมิประเทศ มีภเู ขาหรื อตึกสู งบดบังคลื่นแล้ว ก็จะทาให้ไม่
                                                                    ่
สามารถส่ งสัญญาณไปยังเป้ าหมายได้ ดังนั้นแต่ละสถานีจึงจาเป็ นตั้งอยูในที่สูง เช่น
ดาดฟ้ า ตึกสูง หรื อยอดดอยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนเนื่องจากแนวการเดินทางที่เป็ นเส้นตรง
ของสัญญาณดังที่กล่าวมาแล้ว การส่ งข้อมูลด้วยสื่ อกลางชนิ ดนี้เหมาะกับการส่ งข้อมูล
ในพื้นที่ห่างไกลมากๆ และทุรกันดาร
ไมโครเวฟ (Microwave)
ข้ อดี
1. ใช้ในพื้นที่ซ่ ึงการเดินสายกระทาได้ไม่สะดวก
2. ราคาถูกกว่าสายใยแก้วนาแสงและดาวเทียม
3. ติดตั้งง่ายกว่าสายใยแก้วนาแสงและดาวเทียม
4. อัตราการส่ งข้อมูลสูง

ข้ อเสี ย
สัญญาณจะถูกรบกวนได้ง่ายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า จากธรรมชาติ
เช่น พายุ หรื อฟ้ าผ่า
ไมโครเวฟ (Microwave)
ไมโครเวฟ (Microwave)
ไมโครเวฟ (Microwave)
ดาวเทียม (Satellite)
ดาวเทียม (Satellite) คือ สิงประดิษฐ์ ที่มนุษย์คิดค้ นขึ ้นที่
                                ่
สามารถโคจรรอบโลกโดยอาศัยแรงดึงดูดของโลกส่งผลให้ สามารถ
โคจรรอบโลกได้ ในลักษณะเดียวกันกับที่ดวงจันทร์ โคจรรอบโลก
และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ วัตถุประสงค์ของสิ่งประดิษฐ์ นี ้เพื่อ
ใช้ ทางการทหาร การสื่อสาร การรายงานสภาพอากาศ การวิจย        ั
ทางวิทยาศาสตร์ เช่นการสารวจทางธรณีวิทยาสังเกตการณ์สภาพ
ของอวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ รวมถึงการ
สังเกตวัตถุ และดวงดาว ดาราจักร
ฝง ต่างๆ
ดาวเทียม (Satellite)
ข้ อดี
1. ส่งสัญญาณครอบคลุมไปยังทุกจุดของโลกได้
2. ค่าใช้ จ่ายในการให้ บริการส่งข้ อมูลของระบบดาวเทียม
ไม่ขึ ้นอยูกบระยะทางที่ห่างกันของสถานีพื ้นดิน
          ่ ั

ข้ อเสีย
มีเวลาหน่วง (Delay Time) ในการส่งสัญญาณ
ดาวเทียม (Satellite)
ดาวเทียม (Satellite)
เทคโนโลยี ที่ ก าลัง เป็ นที่ นิ ย มและอาศัย การท างานของดาวเที ย ม คื อ
เทคโนโลยีจีพีเอส (Global Positioning System :
                                                    ่
Gps) เป็ นเทคโนโลยีที่ทาให้ทราบตาแหน่งที่อยูบนพื้นโลกหรื อสภาพ
ภูมิศาสตร์ ต่าง ๆ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ GPS ไว้ในรถ ทาให้ทราบว่า
      ่
รถอยูตาแหน่งใด เป็ นต้น
บลูทูธ(Bluetooth)


 ลักษณะของบลูทูธเป็ นเทคโนโลยีสมัยใหม่
เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่ ง
สัญญาณข้อมูล 2.5 GHz. สื่ อสารได้ใน
ระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่ อสารระหว่างอุปกรณ์
หลาย ๆ อุปกรณ์ได้
จีพีเอส (GPS)

GPS เป็ นเทคโนโลยีที่กาลังเป็ นที่นิยมและอาศัยการทางาน
                                                    ่
ของดาวเทียม เป็ นเทคโนโลยีที่ทาให้ทราบตาแหน่งที่อยูบนพื้น
โลกหรื อสภาพภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น การติดตั้ง
GSP ในรถยนต์ ทาให้ทราบว่ารถคันดังกล่าวขับไปที่ใด
คาถาม
1. ช่องทางสื่ อสารคืออะไร
2. เปรี ยบเทียบช่องทางสื่ อสารที่เป็ นสายคู่เกลียว
   สายโคแอกเชียล และสายเส้นใยนาแสง
3. เปรี ยบเทียบช่องทางสื่ อสารแบบมีสาย และ แบบ
   ไร้สาย
4. อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยี WiFi Blutooth
   และ GPS

การสื่อสารและระบบเครือข่าย (Communication and Network)

  • 1.
  • 2.
    ระบบเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ คืออะไร? • เครือข่ ายคอมพิวเตอร์ คือ ระบบทีคอมพิวเตอร์ อย่ างน้ อย 2 เครื่องทาการ ่ เชื่อมต่ อกัน โดยในการเชื่อมต่ อจะมีสื่อกลางทีใช้ ในการส่ งข้ อมูล ซึ่งทา ่ ให้ การแลกเปลียนข้ อมูลระหว่ างกันเป็ นไปอย่ างมีประสิ ทธิภาพ โดย ่ สามารถใช้ ทรัพยากร (Resource) ทีอยู่ในเครือข่ ายร่ วมกันได้ ไม่วา ่ ่ จะเป็ น เครื่ องพิมพ์ แฟกซ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิส เป็ นต้น ซึ่งจะทาให้ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ยังเป็ น ผลดีในกรณี ที่ตองการสื่ อสารข้อมูลในระยะทางไกล หรื อเชื่อมต่อกับ ้ เครื อข่ายที่อยูห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ทาให้เราสามารถเชื่อมต่อ ่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ทวโลกโดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด ั่
  • 3.
    ทาไมต้ องเชื่อมต่ อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ? • การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิ ทธิภาพ • การใช้ทรัพยากรร่ วมกัน • ความประหยัด
  • 4.
  • 5.
    เทคโนโลยีการเชื่อมต่อช่องสื่ อสาร การเชื่อมต่อไร้สาย การเชื่อมต่อแบบมีสาย (Wireless Connection) • สายคู่ตีเกลียว (Twisted-pair Cable) • อินฟาเรด (Infared) • สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) • สัญญาณวิทยุ (Broadcast Radio) • สายใยแก้วนาแสง (Fiber Optic cable) • ไมโครเวฟ (Microwave) • ดาวเทียม (Satellite)
  • 6.
  • 7.
  • 8.
    • ข้ อดีของสายUTP - ราคาถูก - ติดตังง่ายเนื่องจากน ้าหนักเบา ้ - มีความยืดหยุน และสามารถโค้ งงอได้ มาก ่ ข้ อเสียของสาย UTP - ไม่เหมาะในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ห่างไกลมาก เพราะสัญญาณ ที่วิ่งบนสายจะถูกลดทอนลงไปตามความยาวของสาย (มีความยาว ของสายในการเชื่อมต่อได้ ไม่เกิน 100 เมตร)
  • 9.
    การเชื่อมต่ อสาย UTP เรียงสี สาย ตามรู ป เมื่อจัดสีให้ ตรงตามแบบแล้ วก็ ขาว/ส้ ม ทาการตัดให้ ปลายเท่ากันแล้ ว ส้ ม ใส่สายเข้ าไปในหัว RJ45 ขาว/เขียว โดยให้ ปลายของสายแต่ละ น ้าเงิน เส้ นไปชนกับด้ านบนสุดของ ขาว/น ้าเงิน หัว RJ45 เมื่อชนสุดแล้ วใช้ เขียว คีมสาหรับเข้ าหัว RJ45 บีบ ขาว/น ้าตาล ให้ แน่น น ้าตาล
  • 10.
    สายโคแอคเชียล(Coaxial Cable) สายโคแอ็กเชียล(Coaxial Cable) เป็ นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และ เป็ นที่นิยมมากในเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ สมัย แรก ๆ แต่ในปั จจุบนสายโคแอ็กซ์ถือได้ ั ว่าเป็ นสายที่ลาสมัยสาหรับเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ในปั จจุบน อย่างไรก็ตามยังมีระบบ ้ ั เครื อข่ายบางประเภทที่ยงใช้สายประเภทนี้อยู่ ั ่ สายโคแอกเชียล มีตวนาไฟฟ้ าอยูสองส่ วน คาว่า โคแอ็กซ์ มีความหมายว่า ั "มีแกนร่ วมกัน " โครงสร้ างของสายประกอบด้วยสายทองแดงเป็ นแกนกลาง แล้ว ห่ อหุ ้มด้วยวัสดุที่เป็ นฉนวน ชั้นต่อมาจะเป็ นตัวนาไฟฟ้ าอีกชั้นหนึ่ ง ซึ่ งจะเป็ นแผ่น โลหะบาง ๆ หรื ออาจจะเป็ นใยโลหะที่ถกเปี ยปุ้ มอีกชั้นหนึ่ ง สุ ดท้ายก็หุ้มด้วยฉนวน ั และวัสดุป้องกันสายสัญญาณ สายโคแอคเชี ยลสามารถส่ งข้อมูลได้มากกว่าสายคู่ตีเกลียวประมาณ 80 เท่า ส่ วนใหญ่แล้วนิ ยมใช้ในการส่ งสัญญาณโทรทัศน์ แต่ก็สามารถใช้ในการรั บส่ ง ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ได้เช่นกัน
  • 11.
  • 12.
    สายโคแอคเชียล(Coaxial Cable) ข้ อดี 1. ราคาถูก ่ 2. มีความยืดหยุนในการใช้งาน 3. ติดตั้งง่าย และมีน้ าหนักเบา ข้ อเสี ย 1. ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอกได้ง่าย 2. ระยะทางจากัด
  • 13.
    สายใยแก้ วนาแสง (FiberOptic cable) เส้นใยแก้วนาแสงหรื อไฟเบอร์ ออปติก เป็ นตัวกลางของ สัญญาณแสงชนิดหนึ่ ง ที่ทามาจากแก้วซึ่ งมีความบริ สุทธิ์ สูงมาก เส้น ใยแก้วนาแสงมีลกษณะเป็ นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้น ั ผมของมนุษย์เรา เส้นใยแก้วนาแสงที่ดีตองสามารถนาสัญญาณแสง ้ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยมีการสูญเสี ยของสัญญาณแสง น้อยมาก สายใยแก้วนาแสงสามารถส่ งข้อมูลได้เร็ วถึง 26,000 เท่าของสายคู่ตีเกลียว และเมื่อเปรี ยบเทียบกับสายโคแอคเชียล สายใย แก้วนาแสงมีน้ าหนักเบา มีความน่าเชื่อถือในการขนส่ งข้อมูลมากกว่า
  • 14.
  • 15.
    สายใยแก้ วนาแสง (FiberOptic cable) ข้ อดี 1. ส่ งข้อมูลด้วยความเร็ วสูง 2. ไม่มีการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้ า 3. ส่ งข้อมูลได้ในปริ มาณมาก ข้ อเสี ย 1. มีราคาแพงกว่าสายส่ งข้อมูลแบบสายคู่ตีเกลียวและโคแอก เชียล 2. ต้องใช้ความชานาญในการติดตั้ง 3. มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูงกว่า สายคู่ตีเกลียวและโคแอกเชียล
  • 16.
  • 17.
    WiFi คืออะไร ?Wireless คืออะไร ? Wi-Fi คืออะไร Wi-Fi ( ย่อมาจาก wireless fidelity ) ก็คือองค์กรหนึ่ง ที่ทา หน้าที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ Wireless Lan หรื อระบบ Network แบบไร้สายภายใต้เทคโนโลยีการสื่ อสาร ภายใต้มาตราฐาน IEEE 802.11 ว่าอุปกรณ์ทุกตัวซึ่งต่างยีหอกันนั้นมันสามารถติดต่อสื่ อสารกัน ่ ้ ได้โดยไม่มีปัญหา หากว่าอุปกรณ์ตวนั้นผ่านตามมาตราฐานเขาก็จะปั๊ม ตรา ั ั Wi-Fi certified ซึ่งเป็ นอันรู ้กนว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถ ติดต่อสื่ อสารกับอุปกรณ์ตวอื่นที่มีตรา Wi-Fi certified นี้ได้เช่นกัน ั แต่ทาไปทามามันกลายเป็ นคาศัพท์สาหรับอุปกรณ์ ในระบบ Lan ไร้สาย ไปโดยปริ ยาย จนบางคนก็เรี ยกกันจนติดปาก
  • 18.
    WiFi คืออะไร ?Wireless คืออะไร ? Wireless คืออะไร Wireless คือลักษณะของการใช้ งานอุปกรณ์ด้านสื่อสาร โทรคมนาคม แปลตรงตัวว่าไร้ สาย ฉะนันอุปกรณ์อะไรก็ตามที่ ้ ติดต่อสื่อสารกันโดยไม่ใช้ สายสัญญาณถือว่าอุปกรณ์นนเป็ นั้ Wireless เหมือนกัน ดังนัน คนจึงมักจะเรี ยกอุปกรณ์ไร้ สายเหล่านี ้ ด้ วย 2 คานี ้คือคาว่า ้ ireless และ Wi-Fi ซึงก็หมายถึงอุปกรณ์ไร้ สายเหมือนกัน ่
  • 19.
    อินฟาเรด (Infared) • แสงอินฟราเรดเป็ นคลื่นความถี่สน เป็ นตัวกลางในการสื่อสารอีกแบบ ั้ หนึงซึงมีลกษณะการทางานคล้ ายไมโครเวฟ เป็ นแสงที่มีทิศทางใน ่ ่ ั ระดับสายตา ไม่สามารถทะลุผานวัตถุทบแสงได้ นิยมใช้ ในการติดต่อ ่ ึ ในระยะทางที่ใกล้ ๆ การประยุกต์ใช้ คลื่นอินฟราเรดจะเป็ นการ ประยุกต์ใช้ ในการสื่อสารแบบไร้ สาย (Wireless communication) ในการควบคุมเครื่ องมือ เครื่ องใช้ ไฟฟา โดย ้ การส่งสัญญาณไปทาง LED (Light emitting diode)โดยตัว ส่ง ( transmitter) หรื อ laser diode และจะมีตวรับ ั (receiver)และทาการเปลี่ยนข้ อมูลให้ กลับไปเป็ นเหมือนข้ อมูล เริ่มแรก
  • 20.
    อินฟาเรด (Infared) • เทคโนโลยีอินฟราเรดมีความโดดเด่นเพราะกาลังได้รับการประยุกต์ใช้ อย่าง กว้ างขวางเช่น -ระบบล็อครถยนต์ ( car locking system ) -mouse , keyboards , printer -ระบบฉุกเฉิน ( Emergency response system ) -การควบคุมภายในอาคาร หน้ าต่าง ประตู ไฟฟา ผ้ าม่าน เตียงนอน วิทยุ หูฟังแบบ ้ ไร้ สาย (Headphones) โทรศัพท์แบบไร้ สาย ประตูโรงรถ -ระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคาร บ้ านเรื อน (Home security systems) -เครื่ องเล่น vcd , cd และทีวี
  • 21.
    อินฟาเรด (Infared) • ข้อดีของคลื่นอินฟราเรด: -ใช้ พลังงานน้ อย จึงนิยมใช้ กบเครื่ อง Laptops ,โทรศัพท์ ั -แผงวงจรควบคุมราคาต่า (Low circuitry cost) เรี ยบง่ายและ สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ อย่างรวดเร็ว -มีความปลอดภัยในการเรื่ องข้ อมูลสูง ลักษณะการส่งคลื่น ( Directionality of the beam)จะไม่รั่วไปที่เครื่ องรับตัวอื่น ในขณะที่สงสัญญาณ ่ -กฎข้ อห้ ามระหว่างประเทศของ IrDA (Infrared Data Association)มีคอนข้ างน้ อยสาหรับนักเดินทางทัวโลก ่ ่ -คลื่นแทรกจากเครื่ องใช้ ไฟฟาใกล้ เคียงมีน้อย (high noise immunity) ้
  • 22.
    อินฟาเรด (Infared) ข้ อเสียของอินฟราเรด: -เครื่องส่ง(Transmitter) และเครื่ องรับ (receiver) ต้ องอยูในแนว ่ เดียวกัน คือต้ องเห็นว่าอยูในแนวเดียวกัน ่ -คลื่นจะถูกกันโดยวัตถุทวไปได้ ง่ายเช่น คน กาแพง ต้ นไม้ ทาให้ สื่อสาร ั่ ไม่ได้ -ระยะทางการสื่อสารจะน้ อย ประสิทธิภาพจะตกลงถ้ าระยะทางมากขึ ้น -สภาพอากาศ เช่นหมอก แสงอาทิตย์แรงๆ ฝนและมลภาวะมีผลต่อ ประสิทธิภาพการสื่อสาร -อัตราการส่งข้ อมูลจะช้ ากว่าแบบใช้ สายไฟทัวไป ่
  • 23.
    สัญญาณวิทยุ (Broadcast Radio) การBroadcast วิทยุผ่านอินเตอร์ เน็ตนัน อาจถูกเรี ยกในศัพท์ตางๆ ้ ่ เช่น Radio Online , Internet Radio ฯลฯ แต่ไม่วาจะเรี ยกว่า ่ อะไร เอาเป็ นว่าตามหลักการมันก็ คือ การฟั งเพลงหรื อวิทยุผานระบบ ่ อินเตอร์ เน็ตนันเอง ซึงก็คล้ ายกับการรับฟั งผ่านเครื่ องวิทยุธรรมดา แต่เจ้ า ่ ่ สิงนี ้จะฟั งได้ จากทุกที่ที่เชื่อมต่อด้ วยระบบเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โดยการรับ ่ สัญญาณนันจะต้ องใช้ โปรแกรม เช่น Windows Media Player , ้ Real Player , Winamp หรื อโปรแกรมอื่นๆ ที่มีไว้ สาหรับแปลง สัญญาณ
  • 24.
  • 25.
    ไมโครเวฟ (Microwave) สั ญญาณไมโครเวฟ(Microwave) เป็ นสื่ อกลางในการสื่ อสารที่มีความเร็ วสู งใน ระดับกิกะเฮิรตซ์ (GHz) และเนื่องจากว่าไมโครเวฟ (Microwave) ของคลื่นมีหน่วยวัดเป็ นไมโครเมตร จึงเรี ยกชื่อว่า “ไมโครเวฟ” การส่ งข้อมูลโดยอาศัย สัญญาณไมโครเวฟซึ่ งเป็ นสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าไปในอากาศพร้อมกับข้อมูลที่ ต้องการส่ ง และจะต้องมีสถานที่ทาหน้าที่ส่งและรับข้อมูล และเนื่องจากสัญญาณ ไมโครเวฟจะเดินทางเป็ นเส้นตรงในระดับสายตา (Line of sight transmission) ไม่ สามารถเลี้ยวหรื อโค้งตามขอบโลกที่มีความโค้งได้ จึงต้องมีการตั้งสถานี รับ-ส่ งข้อมูล เป็ นระยะๆ และส่ งข้อมูลต่อกันเป็ นทอดๆ ระหว่างสถานีต่อสถานีจนกว่าจะถึงสถานี ปลายทาง หากลักษณะภูมิประเทศ มีภเู ขาหรื อตึกสู งบดบังคลื่นแล้ว ก็จะทาให้ไม่ ่ สามารถส่ งสัญญาณไปยังเป้ าหมายได้ ดังนั้นแต่ละสถานีจึงจาเป็ นตั้งอยูในที่สูง เช่น ดาดฟ้ า ตึกสูง หรื อยอดดอยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนเนื่องจากแนวการเดินทางที่เป็ นเส้นตรง ของสัญญาณดังที่กล่าวมาแล้ว การส่ งข้อมูลด้วยสื่ อกลางชนิ ดนี้เหมาะกับการส่ งข้อมูล ในพื้นที่ห่างไกลมากๆ และทุรกันดาร
  • 26.
    ไมโครเวฟ (Microwave) ข้ อดี 1.ใช้ในพื้นที่ซ่ ึงการเดินสายกระทาได้ไม่สะดวก 2. ราคาถูกกว่าสายใยแก้วนาแสงและดาวเทียม 3. ติดตั้งง่ายกว่าสายใยแก้วนาแสงและดาวเทียม 4. อัตราการส่ งข้อมูลสูง ข้ อเสี ย สัญญาณจะถูกรบกวนได้ง่ายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ า จากธรรมชาติ เช่น พายุ หรื อฟ้ าผ่า
  • 27.
  • 28.
  • 29.
  • 30.
    ดาวเทียม (Satellite) ดาวเทียม (Satellite)คือ สิงประดิษฐ์ ที่มนุษย์คิดค้ นขึ ้นที่ ่ สามารถโคจรรอบโลกโดยอาศัยแรงดึงดูดของโลกส่งผลให้ สามารถ โคจรรอบโลกได้ ในลักษณะเดียวกันกับที่ดวงจันทร์ โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ วัตถุประสงค์ของสิ่งประดิษฐ์ นี ้เพื่อ ใช้ ทางการทหาร การสื่อสาร การรายงานสภาพอากาศ การวิจย ั ทางวิทยาศาสตร์ เช่นการสารวจทางธรณีวิทยาสังเกตการณ์สภาพ ของอวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ รวมถึงการ สังเกตวัตถุ และดวงดาว ดาราจักร ฝง ต่างๆ
  • 31.
    ดาวเทียม (Satellite) ข้ อดี 1.ส่งสัญญาณครอบคลุมไปยังทุกจุดของโลกได้ 2. ค่าใช้ จ่ายในการให้ บริการส่งข้ อมูลของระบบดาวเทียม ไม่ขึ ้นอยูกบระยะทางที่ห่างกันของสถานีพื ้นดิน ่ ั ข้ อเสีย มีเวลาหน่วง (Delay Time) ในการส่งสัญญาณ
  • 32.
  • 33.
    ดาวเทียม (Satellite) เทคโนโลยี ที่ก าลัง เป็ นที่ นิ ย มและอาศัย การท างานของดาวเที ย ม คื อ เทคโนโลยีจีพีเอส (Global Positioning System : ่ Gps) เป็ นเทคโนโลยีที่ทาให้ทราบตาแหน่งที่อยูบนพื้นโลกหรื อสภาพ ภูมิศาสตร์ ต่าง ๆ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ GPS ไว้ในรถ ทาให้ทราบว่า ่ รถอยูตาแหน่งใด เป็ นต้น
  • 34.
    บลูทูธ(Bluetooth) ลักษณะของบลูทูธเป็ นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดขึ้นประมาณปีค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่ ง สัญญาณข้อมูล 2.5 GHz. สื่ อสารได้ใน ระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่ อสารระหว่างอุปกรณ์ หลาย ๆ อุปกรณ์ได้
  • 35.
    จีพีเอส (GPS) GPS เป็นเทคโนโลยีที่กาลังเป็ นที่นิยมและอาศัยการทางาน ่ ของดาวเทียม เป็ นเทคโนโลยีที่ทาให้ทราบตาแหน่งที่อยูบนพื้น โลกหรื อสภาพภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น การติดตั้ง GSP ในรถยนต์ ทาให้ทราบว่ารถคันดังกล่าวขับไปที่ใด
  • 36.
    คาถาม 1. ช่องทางสื่ อสารคืออะไร 2.เปรี ยบเทียบช่องทางสื่ อสารที่เป็ นสายคู่เกลียว สายโคแอกเชียล และสายเส้นใยนาแสง 3. เปรี ยบเทียบช่องทางสื่ อสารแบบมีสาย และ แบบ ไร้สาย 4. อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยี WiFi Blutooth และ GPS