Recommended
PPT
PPT
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PPT
PPT
PDF
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PDF
PPT
PPT
หน่วยที่ 4 อุปกรณ์เครือข่าย
PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
PPT
ความหมายและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
PPT
PDF
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
PDF
การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
PPTX
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
PPTX
PDF
PDF
บทที่ 4 ระบบเครือข่ายและอินเตอร์เน็ต
PPTX
PDF
PDF
การสื่อสารและระบบเครือข่าย (Communication and Network)
PPT
Data communication and network
PPT
Data communication and network
PPTX
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PPT
PDF
PPTX
PPTX
More Related Content
PPT
PPT
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PPT
PPT
PDF
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
PDF
PPT
PPT
หน่วยที่ 4 อุปกรณ์เครือข่าย
What's hot
PPTX
หน่วยที่ 1 พื้นฐานการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
PPT
ความหมายและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
PPT
PDF
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
PDF
การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
PPTX
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
PPTX
PDF
PDF
บทที่ 4 ระบบเครือข่ายและอินเตอร์เน็ต
PPTX
PDF
PDF
การสื่อสารและระบบเครือข่าย (Communication and Network)
PPT
Data communication and network
PPT
Data communication and network
PPTX
ระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
Similar to Lan 01
PPT
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PDF
06 พื้นฐานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
PDF
PPT
PDF
PPT
PPT
PDF
PDF
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
PDF
More from วาสนา ใจสุยะ
PDF
ใบความรู้ที่ 4โปรแกรมสำหรับงานกราฟิก
PDF
ใบความรู้ที่ 1ความหมายของซอฟต์แวร์
PDF
ใบความรุ้ที่ 2ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานกราฟิก
PDF
PDF
PPTX
PPTX
Lan 01 1. 2. 3. 4. การสื่อสารข้อมูล (Data Communication)
• คือ การรับ-ส่ง โดยการย้าย หรือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และสารสนเทศ
ระหว่างอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ผ่านสื่อนาข้อมูล
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)
คือ การนาเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่อง
ขึ้นไปมาเชื่อมต่อ เพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูล
5. องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
• ผู้ส่งข้อมูล (Sender)
• ผู้รับข้อมูล (Receiver)
• ข้อมูล (Data)
• สื่อนาข้อมูล (Media) คือ ตัวกลางในการนาส่งข้อมูล เช่น สาย, อากาศ
• โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่กาหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูล
6. 7. ชนิดของสัญญาณข้อมูล
• สัญญาณอนาล็อก (Analog Signal) เป็น
สัญญาณแบบต่อเนื่อง ที่มีลักษณะเป็นคลื่น
ไซน์(Sine Wave) โดยหน่วยวัดสัญญาณแบบ
นี้คือ เฮิรตซ์(Hertz)
• สัญญาณดิจิตอล (Digital Signal) คือ
สัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง โดยรูปแบบของสัญญาณ
มีความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ปะติดปะต่อกัน อัตรา
การส่งข้อมูลมีหน่วยเป็น bps หรือ Bit Per
Second
8. ชนิดของสัญญาณข้อมูล
• มาจากคาว่า Modulation Demodulation
• เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอลให้เป็นสัญญาณอนาล็อก เรียกว่า
Modulation
• และ แปลงสัญญาณอนาล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิตอล โดยเรียกขั้นตอนนี้ว่า
Demodulation
• เนื่องจากสายโทรศัพท์ออกแบบมาเพื่อส่งสัญญาณอนาล็อก แต่คอมพิวเตอร์ส่ง
ข้อมูลออกเป็นดิจิตอล จึงต้องอาศัย MODEM ในการแปลงข้อมูล
• อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลของ MODEM วัดเป็น บิตต่อวินาที(Bit Per
Second : bps)
9. 10. ประเภทของ Modem
• โมเด็มแบบภายนอก(External Modem) ถูกติดตั้งภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ตอนุกรม (Serial Port)
• โมเด็มแบบภายใน (Internal Modem) มีลักษณะเป็นการ์ดเสียบอยู่ภายใน
เครื่องคอมพิวเตอร์
• โมเด็มแบบไร้สาย (Wireless Modem) ใช้ความถี่เป็นพาหะในการนาส่งข้อมูล
โดยไม่ใช้สายโทรศัพท์
11. การเชือมต่อสายสื่อสาร
่
• การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด (Point-
to-Point) จะเป็นการเชื่อมต่อกัน
ระหว่างอุปกรณ์สื่อสาร 2 ตัวเท่านั้น
• การเชื่อมต่อแบบหลายจุด
(Multipoint) เป็นการเชื่อมต่อที่มี
อุปกรณ์สื่อสารมากกว่า 2 ตัว แบ่ง
กันใช้สื่อส่งข้อมูลเดียวกัน
12. วิธีการส่งผ่านข้อมูล (Data Transmission )
• การสื่อสารแบบอนุกรม (Serial Data
Transmission) เป็นการส่งข้อมูลครั้งละ
1 บิตไปบนสายสื่อสาร
• การสื่อสารแบบขนาน (Parallel Data
Transmission) เป็นการส่งข้อมูลครั้งละ
หลาย ๆ บิตขนานกันไปบนสื่อนา
สัญญาณที่มีอยู่กลายช่องสัญญาณ
13. ทิศทางการส่งข้อมูล ( Transmission Mode)
• การส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียว (Simplex Transmission)
• การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน (Half-Duplex Transmission)
• การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน (Full-Duplex Transmission)
14. ตัวกลางการสื่อสาร ( Communication Media
• แบบมีสาย (Wired Media)
– สายคู่บิดเกลียว (Twisted-Pair Cable)
– สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
– สายใยแก้วนาแสง (Optical Fiber Cable)
• แบบไร้สาย (Wireless Media)
– สัญญาณวิทยุ (Radio Wave)
– ไมโครเวฟภาคพื้นดิน (Terrestrial Microwave)
– การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication)
15. 16. 17. 18. ตัวกลางการสื่อสาร (Communication Media )
• สัญญาณวิทยุ (Radio Wave) เป็นสื่อนาข้อมูลแบบไร้สาย ที่มีการส่งข้อมูลเป็น
สัญญาณคลื่นวิทยุไปในอากาศ ไปยังตัวรับสัญญาณ จึงทาให้ถูกสภาพแวดล้อม
รบกวนข้อมูลได้ในช่วงที่สภาพอากาศไม่ดี แต่การส่งข้อมูลด้วยวิธีนี้จะช่วยส่งข้อมูล
ระยะไกล หรือ ในสภาพภูมิประเทศที่ไม่อานวยในการใช้สายส่งข้อมูล
19. 20. 21. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
• เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร
– การเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการโอนถ่ายข้อมูลและสามารถสื่อสารระหว่างกัน
ได้
อินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ตเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลในด้าน
ต่างๆ และมีการให้บริการในหลายรูปแบบ เช่น ไปรษณีย์อิเล็คโทรนิค (E-
mail), การสนทนาทางเครือข่าย (MSN, ICQ), เว็บ, การโอนถ่ายแฟ้มข้อมูล
(FTP), การเล่นเกมส์ออนไลน์ (Ragnarok) , การเข้าชมเว็บไซต์ (Web)
22. 23. 24. 25. 26. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
• ความแตกต่างระหว่าง Hub และ Switch
– Hub จะส่งข้อมูลที่เข้ามาไปยังทุกๆ พอร์ตของ Hub ยกเว้นพอร์ตที่ข้อมูลดังกล่าว
เข้ามายัง Hub ในขณะที่ Switch จะทาการเรียนรู้อุปกรณ์ที่ต่อกับพอร์ตต่างๆ ทา
ให้ Switch ส่งข้อมูลไปยังพอร์ตที่มีเครื่องปลายทางอยู่เท่านั้น ไม่ส่งไปทุกๆ
พอร์ตเหมือนกับ Hub ซึ่งส่งผลให้ปริมาณข้อมูลภายในระบบเครือข่ายไม่มากเกิน
ความจาเป็น
– Hub เป็นเพียงตัวขยายสัญญาณข้อมูล (Repeater) เท่านั้น ในขณะที่ Switch
จะมีการทางานที่ซบซ้อนกว่า, มีการเรียนรู้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ, การตัดสินใจส่ง
ั
ข้อมูลออกไปพอร์ตใด
27. 28. 29. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
• ไฟสถานะของEthernet Card
– LINK ถ้าสว่างแสดงว่า มีการเสียบ
สายแลนเข้ากับการ์ด และสามารถใช้
งานได้
10 ถ้าสว่างแสดงว่า อุปกรณ์นี้เชื่อมต่อด้วยความเร็ว 10 MB/s เช่นเดียวกับไฟ 100
ถ้าสว่างแสดงว่าเชื่อมด้วยความเร็ว 100 MB/s
ACT (Activity) ถ้ากระพริบแสดงว่ามีการส่งข้อมูลเข้า-ออกการ์ด (เนื่องมาจาก
กิจกรรมการใช้เครือข่ายต่างๆ เช่น การใช้อินเตอร์เน็ต, การแชร์ไฟล์ ฯลฯ ถ้ามีการส่ง
ข้อมูลจานวนมากจะเปลี่ยนจากกระพริบมาเป็นสว่างค้างตลอดเวลา
30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
• สาย UTP มี 2 แบบ ตามการเข้าหัว RJ-45 ดังนี้
– สายตรง (UTP Straight Cable) เป็นสายที่ใช้ทั่วไป และพบมาก โดยใช้ในการเชื่อม
เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์เครือข่ายจาพวก Hub และ Switch โดยการเข้าหัวทั้ง
2 ปลายจะเป็นแบบเดียวกัน (A หรือ B ก็ได้)
– สายครอส (UTP Cross-over Cable) ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2
เครื่องโดยตรง ไม่ผ่านอุปกรณ์ประเภท Hub และ Switch นอกจากนียังใช้เชื่อมระหว่าง
้
เครื่องคอมพิวเตอร์ และ Router (ซึ่งถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์อีกรูปแบบหนึ่ง) โดยการ
เข้าหัวที่ปลายทั้ง 2 จะไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ปลายข้างหนึ่งเข้าหัวแบบ A อีกปลาย
จะเข้าหัวแบบ B
38. 39. 40. 41. 42. 43. 44. 45. 46. 47. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
• รูปแบบการส่งข้อมูลภายในเครือข่าย
Duplex หมายความถึง ความสามารถรับและส่งข้อมูลด้วยอุปกรณ์ชิ้นเดียวกัน
ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท คือ
– Half Duplex จะรับและส่งข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถทาพร้อมกันได้ กล่าวคือ ถ้าฝ่ายหนึ่งส่ง
ข้อมูล อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นฝ่ายรับ ไม่สามารถส่งได้จนกว่าอีกฝ่ายจะเลิกส่งข้อมูล และ
เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรับ เหมือนการใช้วิทยุสื่อสาร ได้แก่ Ethernet ประเภท 10BaseT
(10Mbps) เป็นต้น
– Full Duplex สามารถรับและส่งข้อมูลไปพร้อมๆ กันได้ เหมือนกันการพูดคุยผ่านโทรศัพท์
ได้แก่ Fast Ethernet (100Mbps) หรือ Gigabit Ethernet (1000Mbps) เป็นต้น
48. 49. 50. ประเภทของระบบเครือข่าย
LAN (Local Area Network)
• การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่เครืองคอมพิวเตอร์อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน เช่น การ
่
เชื่อมต่อในตึกเดียวกัน การเชื่อมต่อในมหาวิทยาลัย การเชื่อมต่อในหน่วยงาน
ต่างๆ โดยการเชือมต่อสามารถผ่านระบบ Ethernet, Fast Ethernet, FDDI,
่
Token Ring
51. ประเภทของระบบเครือข่าย
WAN (Wide Area Network)
• การเชื่อมต่อ Lan เข้าด้วยกันในกรณีทระยะทางในการเชื่อมต่อระหว่างวง Lan ทั้ง
ี่
สองห่างกันมาก โดยการเชื่อมต่อสามารถทาได้โดยการใช้ ATM, DSL, ISDN
อื่นๆ แต่การเชื่อมต่อจะมีความเร็วในการเชื่อมต่อต่ากว่าการเชื่อมต่อแบบ Lan
52. 53. 54. 55. เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อเครือข่าย
• รูปแบบการเชือมต่อแบบ Ethernet
่
ชนิด ระยะทางสู งสุ ด ชนิดของสาย ความเร็ว
10BaseT 100 m UTP 10 Mbps
100BaseTX 100 m UTP 100 Mbps
100BaseFX 400 m (half duplex) Fiber Optic 100 Mbps
2000 m (full duplex)
1000BaseSX 220 m Fiber Optic 1000 Mbps
(MMF)
1000BaseLX 3-10 Km Fiber Optic 1000 Mbps
(SMF)
56. 57. 58. 59. เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อเครือข่าย
• วิธการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย
ี
– การเชื่อมต่อแบบแอดฮอค (Ad-Hoc) คือ การเชื่อมต่อระหว่าง
อุปกรณ์สองตัวขึ้นไปโดยไม่จาเป็นต้องใช้ Access Point
60. 61. 62. 63. 64. ระบบเครือข่ายรูปแบบ Mesh
– ข้อดี
• ในกรณีสายเคเบิ้ลบางสายชารุด เครือข่ายทั้งหมดยังสามารถใช้ได้ ทาให้
ระบบมีเสถียรภาพสูง นิยมใช้กับเครือข่ายที่ต้องการเสถียรภาพสูง และ
เครือข่ายที่มีความสาคัญ
– ข้อเสีย
• สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และสายเคเบิ้ลมากกว่าการต่อแบบอื่นๆ
• ยากต่อการติดตั้ง เดินสาย เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยน และบารุงรักษาระบบ
เครือข่าย
65. 66. ระบบเครือข่ายรูปแบบ Bus
– ข้อดี
• ง่ายต่อการนาอุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย
• ใช้สายเคเบิลน้อยกว่าการต่อแบบ Star
– ข้อเสีย
• ระบบเครือข่ายทั้งหมดจะไม่สามารถใช้การได้ ถ้าสายหลักชารุด
• จาเป็นต้องมี Terminator ที่ปลายทั้ง 2 ข้างของสายหลัก เพื่อป้องกัน
สัญญาณสะท้อนกลับไปมาภายในสาย
• ค้นหาจุดที่เกิดปัญหาได้ยาก ถ้าระบบเครือข่ายทั้งหมดไม่สามารถใช้การได้
67. 68. ระบบเครือข่ายรูปแบบ Mesh
– ข้อดี
• ง่ายต่อการต่ออุปกรณ์และการเดินสาย
• สามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์ หรือถอดอุปกรณ์ออกได้ง่าย และไม่รบกวนส่วนอื่น
• ง่ายต่อการตรวจสอบจุดที่เกิดปัญหา และการแยกอุปกรณ์บางส่วนออกจากระบบ
– ข้อเสีย
• เปลืองสายเคเบิ้ลมากกว่าการต่อแบบ Bus
• ถ้า hub หรือ switch ที่เชื่อมอยู่ตรงกลางมีปัญหา จะทาให้ระบบเครือข่ายทั้งหมดมี
ปัญหาไปด้วย
• ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการต่อแบบ Bus เนื่องจากจาเป็นต้องมี Hub หรือ Switch เชื่อมตรง
กลาง
69. 70. ระบบเครือข่ายรูปแบบ Star
– ข้อดี
• ในแต่ละส่วนย่อยๆ จะต่อถึงกันแบบ Star ทาได้รับข้อดีของการต่อแบบ
Star มาด้วย
– ข้อเสีย
• ระยะทางในแต่ละส่วนย่อยๆ จะถูกจากัดโดยชนิดของสาย
• ถ้าสายหลักหรือ Hub ตัวกลางหลักเสีย ระบบเครือข่ายทั้งหมดจะไม่สามารถ
ใช้การได้
• ยากต่อการติดตั้งและเดินสาย
71. 72. ระบบเครือข่ายรูปแบบ Ring
– ข้อดีของระบบเครือข่ายรูปแบบ Ring
• การเพิ่มเติมขนาดของระบบเครือข่าย ส่งผลต่อประสิทธิภาพไม่มาก
• ลดจานวนตัวรับและส่งสัญญาณลงครึ่งนึง (ในกรณี Ring ทางเดียว)
• ทุกๆ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะช่วยขยายสัญญาณ ทาให้สามารถต่อเป็นวงใหญ่ได้
– ข้อเสียของระบบเครือข่ายรูปแบบ Ring
• ประสิทธิภาพต่ากว่าแบบอื่น เนืองจากต้องผ่านอุปกรณ์หลายตัว
่
• ถ้าอุปกรณ์บางตัวหรือสายเคเบิ้ลชารุด จะทาให้เครือข่ายทั้งหมดไม่สามารถใช้
การได้ (ในกรณี Ring ทางเดียว)