1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5
ปีการศึกษา 2562
ชื่อโครงงาน
Messages from Water
ชื่อผู้ทาโครงงาน
ชื่อ นางสาว อวิกา ประทุมวัน เลขที่ 43 ชั้น6/12
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
2
1 นางสาว อวิกา ประทุมวัน เลขที่ 43
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
สาส์นจากวารี
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Messages from Water
ประเภทโครงงาน
การทดลองทฤษฎี
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาว อิวกา ประทุมวัน
ชื่อที่ปรึกษา
ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน
1-2 อาทิยต์
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
เริ่มจากดิฉันเป็นคนชอบหาแรงจูงใจในการทาอะไรหลายอย่าง ชอบดูเกี่ยวกับคลิปที่ทาให้เราได้คิดให้กาลังใจ
เรา สอนเราในแต่ละอย่างให้ข้อคิดที่ทาให้เราสามารถนามาปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ ดิฉันได้ไปฟังอยู่คลิป
หนึ่งซึ่งเป็นการนาเสนอเกี่ยวกับความคิดจิตใจและการพูดของเรา ดิฉันเกิดความสงสัยในการนาเสนอสื่อเหล่านี้
มาก และจุดสนใจที่อยากจะศึกษาคือความคิดจิตใจและการพูดของเราส่งผลต่อหลายอย่างจริงหรือไม่อย่างไร
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1. ต้องการศึกษาจิตใจนั้นมีผลอย่างไรต่อชีวิตของเรา
2. การทดลองของ ดร.เอโมโตะ
3. สรุปการทดลองและข้อคิด
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
1.ศึกษาการทดลอง
2.ศึกษาทฤษฎีแนวคิด
3.เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความคิดและจิตใจ
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
ดร.เอโมโตะ เป็นนักวิจัยค่ะ ซึ่งเขาได้ทาวิจัยเกี่ยวกับผลึกน้าจากที่ต่างๆ ซึ่งทดลองด้วยตัวแปรต่างๆ ทาให้เราได้
เห็นถึงความแตกต่างของผลึกน้า และการแปลผลการทดลองที่มีประโยชน์มากๆ ซึ่งผู้เขียนใช้คาว่า “ข่าวสาร
จากน้า”
เริ่มจากผู้เขียนรู้สึกว่าสังคมโลกทุกวันนี้สับสน และวุ่นวาย จากเหตุและปัจจัยหลายอย่าง จึงอยากจะหาคาตอบ
บางอย่างที่สามารถอธิบายความเป็นไปของโลก ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข และเนื่องจากมนุษย์เรามีน้าเป็น
องค์ประกอบในตัวเราอยู่ประมาณ 70% ของทั้งหมด ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของน้าในร่างกายจึงมีผลอย่างยิ่ง
ต่อชีวิตมนุษย์ ถ้าเราอยากสุขภาพดีสิ่งที่เราต้องทาก็คือ ทาอย่างไร ให้น้าในตัวของเรามีคุณภาพดี น้าในร่างกาย
3
เราที่ชัดเจนมากก็คือ เลือด ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเรา หากการไหลเวียนเลือดไม่ดี เซลล์ต่างๆก็ไม่ได้รับ
ออกซิเจน และอาหารที่เพียงพอ ทาให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย และถ้าติดเชื้อในกระแสเลือดขึ้นมา ก็อาจถึงตาย
ได้นั่นเอง
จุดเริ่มต้นที่ผู้เขียนนึกถึงการวิจัยผลึกน้าเนื่องจากวันหนึ่ง เขาได้พบข้อความในหนังสือว่า “เกล็ดหิมะส่อง
ประกาย ไม่มีเกล็ดใดที่เหมือนกัน” เขาจึงเกิดความคิดที่จะนาน้ามาศึกษา โดยทาให้แข็งตัว แล้วใช้กล้อง
จุลทรรศน์ ถ่ายรูปผลึกน้าเอาไว้ จากรูปถ่ายที่ออกมานั้นเบื้องต้น ดร.เอโมโตะ สรุปได้ว่า น้าขอเพียงเป็นน้าจาก
ธรรมชาติ ก็สามารถให้ผลึกที่สวยงามแปลกตาได้ แต่หากเป็นน้าประปา ที่ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อมาแล้ว กลับไม่
สามารถให้ผลึกสวยๆได้เลย....
แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ เมื่อเขาได้ทดลองให้น้าได้ฟังเพลง ประเภทต่างๆ ดู กลับได้ผลการทดลองที่น่า
อัศจรรย์ คือ เมื่อน้าได้ฟังเพลง classic เช่น เพลง Pastoral ของบีโธเฟ่น ผลึกที่ได้ใสเป็นประกายสมบูรณ์มาก
ส่วนเพลงซิมโฟนี หมายเลข 40 ของโมสาร์ท จะได้ผลึกที่งามวิจิตร หรือแม้กระทั่งการสวดมนต์ ผลึกที่ได้นั้นก็
งดงามทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แต่หากบางเพลงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่ต้องแยกจากผลึกน้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน อย่าง
เห็นได้ชัด ส่วนน้าที่ได้ฟังเพลง เฮฟวี่เมทัล ที่เกรี้ยวกราด อึกทึก ผลึกน้าจากขาดๆ เกินๆ ไม่สวยงาม
นอกจากนี้ทีมงานของ ดร.เอโมโตะ ยังได้ให้น้าอ่านตัวอักษรอีกด้วย โดยนาตัวอักษรคาที่มีความหมายในแง่บวก
และในแง่ลบมาทดลองติดเอาไว้กับขวดน้าที่ทดลอง เช่น คาว่า “ขอบคุณ” “ไอ้บ้า”, “พวกเรามาร่วมมือกัน”
“อย่างมายุ่ง” หรือ คาว่าปัญญาเป็นต้น ผลที่ออกมา ไม่น่าเชื่อว่าน้าสามารถรับรู้ถึงตัวอักษรเหล่านั้นได้ คือ คาที่
เป็นบวกผลึกน้าจะคมขัดสวยงาม และผลึกน้าที่สวยที่สุดนั้นมาจากคาว่า “รัก และ ขอบคุณ” สองคานี้ส่งผลทา
ให้น้ามีความสุขเบิกบานอย่างเต็มที่ ผลึกที่ได้งดงามราวดอกไม้ผลิบาน ส่วนคาที่เป็นลบทั้งหมดนั้น ล้วนทาให้
ผลึกน้าออกมาไม่เป็นรูปร่างที่สวยงามได้เลย
มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงสงสัยแล้วใช่ไหมคะว่า ทาไมน้าถึงได้เข้าใจถึง ท่วงทานองเพลง คาพูด และตัวอักษร
เหล่านี้ได้ ผู้เขียนได้สรุปผลเอาไว้ว่า จิตใจและคาพูดคนมนุษย์นั้นมีพลังมหาศาลที่ส่งผ่านไปยังน้าได้ ด้วยความถี่
ธรรมชาติ คือ “ทุกสรรพสิ่งมีการสั่นสะเทือน สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา....แม้แต่ร่างกายของเราเอง...ก็ล้วนมีการ
สั่นสะเทือน” หากกล่าวในทางสากลศาตร์ควอนตัมแล้ว เรื่องการสั่นสะเทือนเป็นความรู้พื้นฐานในเชิงฟิสิกส์ค่ะ
ทุกอย่างรอบตัวเราประกอบด้วยอนุภาคที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงก็ดี คาพูด ก็ดีที่เปล่งเสียง ออกมาจากสภาวะอารมณ์อย่างไร ก็ล้วนมีคลื่นความถี่
เฉพาะตัวที่ส่งผลได้กับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น หากเราอยู่ใกล้คนที่กาลังโกรธ เราก็จะรู้สึกได้ถึงคลื่นที่ไม่ดี ทาให้
ไม่อยากเข้าใกล้คนนั้น แต่หากเราอยู่ใกล้คนที่มีอารมณ์ดี คลื่นที่ดีก็จะส่งออกมาทาให้คนอยากเข้าใกล้ เป็นต้น น้า
ก็เช่นกันน้าเป็นของเหล่า ซึ่งเมื่อได้รับคลื่นเหล่านั้น ย่อมสามารถรับรู้ถึงสภาวะของคลื่นได้ว่าเป็นคลื่นที่ดี หรือ ไม่
ดี ที่น่าสนใจคือ ตัวอักษร ผู้เขียนก็ได้อธิบายได้ว่า ตัวอักษรก็มีการสั่นสะเทือนคงที่ในตัวเอง ดังนั้นน้าจึง
สามารถรับรู้ถึงคลื่นของตัวอักษรที่เขียนลงไปได้เช่นเดียวกัน
มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านทุกท่านคงจะพอทราบแล้วว่า เราจะทาให้ตัวเรามีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง และสมดุลได้
อย่างไรใช่ไหมคะ ผู้เขียนนั้นได้สรุปลงไปว่า ร่างกายที่ประกอบด้วยน้า 70% นั้นสามารถทาให้สะอาด และมี
คุณภาพดีได้ ด้วยการหมั่นใส่คาพูดดีๆ เป็นบวกลงไป และหลีกเลี่ยงคาพูดที่ไม่ดีทั้งหลาย รวมถึงให้รู้จักเลือกสรร
4
ข้อมูลต่างๆ ที่จะรับเข้าไปในใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร การฟังเพลง สิ่งเหล่านี้มีผลต่อจิตใจ และวิญญาณของเรา
ที่จะส่งผลกระทบไปยังน้าในร่างกายของเราได้ทั้งสิ้น
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
-ปรึกษาหัวข้อเรื่อง
-นาเสนอหัวข้อกับครูผู้สอน
-ศึกษารวบรวมข้อมูล
-จัดทารายงาน
-นาเสนอครู
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
-น้า 2 ขวด
-ปากกา
-การดาษ
งบประมาณ
-ไม่มี
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
ผู้จัดทามีความรู้ความเข้าใจในหัวข้อที่สนใจมากขึ้น
เป็นการทดลองที่มีประโยชน์
สามารถนาไปเผยแพร่แก่เพื่อนหรือคนทุกวัยได้ เพื่อเป็นการอยู่รวมกันในสังคมอย่างดีงาม
สถานที่ดาเนินการ
ห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้าน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
วิทยาสตร์และเทคโนโลยี
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
http://www.storyweshare.com/story-view.html?id=79

Awiga

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5 ปีการศึกษา 2562 ชื่อโครงงาน Messages from Water ชื่อผู้ทาโครงงาน ชื่อ นางสาว อวิกา ประทุมวัน เลขที่ 43 ชั้น6/12 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 2.
    2 1 นางสาว อวิกาประทุมวัน เลขที่ 43 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) สาส์นจากวารี ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Messages from Water ประเภทโครงงาน การทดลองทฤษฎี ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาว อิวกา ประทุมวัน ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน 1-2 อาทิยต์ ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) เริ่มจากดิฉันเป็นคนชอบหาแรงจูงใจในการทาอะไรหลายอย่าง ชอบดูเกี่ยวกับคลิปที่ทาให้เราได้คิดให้กาลังใจ เรา สอนเราในแต่ละอย่างให้ข้อคิดที่ทาให้เราสามารถนามาปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ ดิฉันได้ไปฟังอยู่คลิป หนึ่งซึ่งเป็นการนาเสนอเกี่ยวกับความคิดจิตใจและการพูดของเรา ดิฉันเกิดความสงสัยในการนาเสนอสื่อเหล่านี้ มาก และจุดสนใจที่อยากจะศึกษาคือความคิดจิตใจและการพูดของเราส่งผลต่อหลายอย่างจริงหรือไม่อย่างไร วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1. ต้องการศึกษาจิตใจนั้นมีผลอย่างไรต่อชีวิตของเรา 2. การทดลองของ ดร.เอโมโตะ 3. สรุปการทดลองและข้อคิด ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) 1.ศึกษาการทดลอง 2.ศึกษาทฤษฎีแนวคิด 3.เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความคิดและจิตใจ หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ดร.เอโมโตะ เป็นนักวิจัยค่ะ ซึ่งเขาได้ทาวิจัยเกี่ยวกับผลึกน้าจากที่ต่างๆ ซึ่งทดลองด้วยตัวแปรต่างๆ ทาให้เราได้ เห็นถึงความแตกต่างของผลึกน้า และการแปลผลการทดลองที่มีประโยชน์มากๆ ซึ่งผู้เขียนใช้คาว่า “ข่าวสาร จากน้า” เริ่มจากผู้เขียนรู้สึกว่าสังคมโลกทุกวันนี้สับสน และวุ่นวาย จากเหตุและปัจจัยหลายอย่าง จึงอยากจะหาคาตอบ บางอย่างที่สามารถอธิบายความเป็นไปของโลก ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข และเนื่องจากมนุษย์เรามีน้าเป็น องค์ประกอบในตัวเราอยู่ประมาณ 70% ของทั้งหมด ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของน้าในร่างกายจึงมีผลอย่างยิ่ง ต่อชีวิตมนุษย์ ถ้าเราอยากสุขภาพดีสิ่งที่เราต้องทาก็คือ ทาอย่างไร ให้น้าในตัวของเรามีคุณภาพดี น้าในร่างกาย
  • 3.
    3 เราที่ชัดเจนมากก็คือ เลือด ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเราหากการไหลเวียนเลือดไม่ดี เซลล์ต่างๆก็ไม่ได้รับ ออกซิเจน และอาหารที่เพียงพอ ทาให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย และถ้าติดเชื้อในกระแสเลือดขึ้นมา ก็อาจถึงตาย ได้นั่นเอง จุดเริ่มต้นที่ผู้เขียนนึกถึงการวิจัยผลึกน้าเนื่องจากวันหนึ่ง เขาได้พบข้อความในหนังสือว่า “เกล็ดหิมะส่อง ประกาย ไม่มีเกล็ดใดที่เหมือนกัน” เขาจึงเกิดความคิดที่จะนาน้ามาศึกษา โดยทาให้แข็งตัว แล้วใช้กล้อง จุลทรรศน์ ถ่ายรูปผลึกน้าเอาไว้ จากรูปถ่ายที่ออกมานั้นเบื้องต้น ดร.เอโมโตะ สรุปได้ว่า น้าขอเพียงเป็นน้าจาก ธรรมชาติ ก็สามารถให้ผลึกที่สวยงามแปลกตาได้ แต่หากเป็นน้าประปา ที่ใช้คลอรีนฆ่าเชื้อมาแล้ว กลับไม่ สามารถให้ผลึกสวยๆได้เลย.... แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ เมื่อเขาได้ทดลองให้น้าได้ฟังเพลง ประเภทต่างๆ ดู กลับได้ผลการทดลองที่น่า อัศจรรย์ คือ เมื่อน้าได้ฟังเพลง classic เช่น เพลง Pastoral ของบีโธเฟ่น ผลึกที่ได้ใสเป็นประกายสมบูรณ์มาก ส่วนเพลงซิมโฟนี หมายเลข 40 ของโมสาร์ท จะได้ผลึกที่งามวิจิตร หรือแม้กระทั่งการสวดมนต์ ผลึกที่ได้นั้นก็ งดงามทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แต่หากบางเพลงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่ต้องแยกจากผลึกน้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน อย่าง เห็นได้ชัด ส่วนน้าที่ได้ฟังเพลง เฮฟวี่เมทัล ที่เกรี้ยวกราด อึกทึก ผลึกน้าจากขาดๆ เกินๆ ไม่สวยงาม นอกจากนี้ทีมงานของ ดร.เอโมโตะ ยังได้ให้น้าอ่านตัวอักษรอีกด้วย โดยนาตัวอักษรคาที่มีความหมายในแง่บวก และในแง่ลบมาทดลองติดเอาไว้กับขวดน้าที่ทดลอง เช่น คาว่า “ขอบคุณ” “ไอ้บ้า”, “พวกเรามาร่วมมือกัน” “อย่างมายุ่ง” หรือ คาว่าปัญญาเป็นต้น ผลที่ออกมา ไม่น่าเชื่อว่าน้าสามารถรับรู้ถึงตัวอักษรเหล่านั้นได้ คือ คาที่ เป็นบวกผลึกน้าจะคมขัดสวยงาม และผลึกน้าที่สวยที่สุดนั้นมาจากคาว่า “รัก และ ขอบคุณ” สองคานี้ส่งผลทา ให้น้ามีความสุขเบิกบานอย่างเต็มที่ ผลึกที่ได้งดงามราวดอกไม้ผลิบาน ส่วนคาที่เป็นลบทั้งหมดนั้น ล้วนทาให้ ผลึกน้าออกมาไม่เป็นรูปร่างที่สวยงามได้เลย มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงสงสัยแล้วใช่ไหมคะว่า ทาไมน้าถึงได้เข้าใจถึง ท่วงทานองเพลง คาพูด และตัวอักษร เหล่านี้ได้ ผู้เขียนได้สรุปผลเอาไว้ว่า จิตใจและคาพูดคนมนุษย์นั้นมีพลังมหาศาลที่ส่งผ่านไปยังน้าได้ ด้วยความถี่ ธรรมชาติ คือ “ทุกสรรพสิ่งมีการสั่นสะเทือน สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา....แม้แต่ร่างกายของเราเอง...ก็ล้วนมีการ สั่นสะเทือน” หากกล่าวในทางสากลศาตร์ควอนตัมแล้ว เรื่องการสั่นสะเทือนเป็นความรู้พื้นฐานในเชิงฟิสิกส์ค่ะ ทุกอย่างรอบตัวเราประกอบด้วยอนุภาคที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงก็ดี คาพูด ก็ดีที่เปล่งเสียง ออกมาจากสภาวะอารมณ์อย่างไร ก็ล้วนมีคลื่นความถี่ เฉพาะตัวที่ส่งผลได้กับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น หากเราอยู่ใกล้คนที่กาลังโกรธ เราก็จะรู้สึกได้ถึงคลื่นที่ไม่ดี ทาให้ ไม่อยากเข้าใกล้คนนั้น แต่หากเราอยู่ใกล้คนที่มีอารมณ์ดี คลื่นที่ดีก็จะส่งออกมาทาให้คนอยากเข้าใกล้ เป็นต้น น้า ก็เช่นกันน้าเป็นของเหล่า ซึ่งเมื่อได้รับคลื่นเหล่านั้น ย่อมสามารถรับรู้ถึงสภาวะของคลื่นได้ว่าเป็นคลื่นที่ดี หรือ ไม่ ดี ที่น่าสนใจคือ ตัวอักษร ผู้เขียนก็ได้อธิบายได้ว่า ตัวอักษรก็มีการสั่นสะเทือนคงที่ในตัวเอง ดังนั้นน้าจึง สามารถรับรู้ถึงคลื่นของตัวอักษรที่เขียนลงไปได้เช่นเดียวกัน มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านทุกท่านคงจะพอทราบแล้วว่า เราจะทาให้ตัวเรามีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง และสมดุลได้ อย่างไรใช่ไหมคะ ผู้เขียนนั้นได้สรุปลงไปว่า ร่างกายที่ประกอบด้วยน้า 70% นั้นสามารถทาให้สะอาด และมี คุณภาพดีได้ ด้วยการหมั่นใส่คาพูดดีๆ เป็นบวกลงไป และหลีกเลี่ยงคาพูดที่ไม่ดีทั้งหลาย รวมถึงให้รู้จักเลือกสรร
  • 4.
    4 ข้อมูลต่างๆ ที่จะรับเข้าไปในใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารการฟังเพลง สิ่งเหล่านี้มีผลต่อจิตใจ และวิญญาณของเรา ที่จะส่งผลกระทบไปยังน้าในร่างกายของเราได้ทั้งสิ้น วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน -ปรึกษาหัวข้อเรื่อง -นาเสนอหัวข้อกับครูผู้สอน -ศึกษารวบรวมข้อมูล -จัดทารายงาน -นาเสนอครู เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ -น้า 2 ขวด -ปากกา -การดาษ งบประมาณ -ไม่มี ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) ผู้จัดทามีความรู้ความเข้าใจในหัวข้อที่สนใจมากขึ้น เป็นการทดลองที่มีประโยชน์ สามารถนาไปเผยแพร่แก่เพื่อนหรือคนทุกวัยได้ เพื่อเป็นการอยู่รวมกันในสังคมอย่างดีงาม สถานที่ดาเนินการ ห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง วิทยาสตร์และเทคโนโลยี แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) http://www.storyweshare.com/story-view.html?id=79