AEC Prompt
80
หมายเหตุ : ตัวเลขในภาพ แสดงป พ.ศ.
ขอมูลอาเซียนในสวนนี้เปนอาเซียน 5 ไดแก ไทย สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟลลิปนส
ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553)
ภาพที่16อัตราการขยายตัวและสวนแบงตลาดของการสงออกอโลหะในตลาดอาเซียน
3. สถานะสินคาอุตสาหกรรมไทยที่สงออกไปในตลาดอาเซียน
หลังจากพิจารณาตําแหนงทางการตลาดของสินคาอุตสาหกรรมไทยที่
สงออกไปตลาดอาเซียนในหัวขอขางตนแลว ถาทําการวิเคราะหตําแหนงทาง
การตลาดใหมีความชัดเจนขึ้นโดยนําเอาเงื่อนไขอื่นๆ เขามาประกอบดังนี้
1. ครองสวนแบงตลาดอาเซียนมากกวารอยละ 40
2. สามารถรักษาตําแหนงของสวนแบงตลาดไดในชวง 3 ป (ป 2549-2551)
3. สวนแบงตลาดอาเซียนมีสัดสวนที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องในชวง 3ป (ป 2549-
2551)
4. มูลคาการสงออกไปตลาดอาเซียนขยายตัวติดตอกันในชวง 3 ป (ป 2549-2551)
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
81
5. มีมาตรการสงเสริมของรัฐบาลที่ดีอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุม
อาเซียน
6. ตนทุนการผลิตตอหนวยต่ําอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน
7. คุณภาพสินคาสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน
8.แรงงานมีศักยภาพสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน
9.ระดับเทคโนโลยีสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ3 ในกลุมอาเซียน
10. การพัฒนาผลิตภัณฑสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน
จากเงื่อนไขในขางตนผูศึกษาไดนําเงื่อนไขเหลานี้มาเปนเกณฑในการ
วิเคราะหสถานะของอุตสาหกรรมอาหารแชแข็ง อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส อุตสาหกรรม
อัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวน อุตสาหกรรม
เคมีภัณฑ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมผลิตภัณฑไม
อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมอโลหะ ในตลาดอาเซียน โดยผูศึกษาไดอาศัย
แนวคิดของ BCG Matrix (Boston Consulting Growth – Share Market Matrix
Model) มาวิเคราะหรวมกับปจจัยอื่นๆ ที่ไดจากการสํารวจภาคสนาม มาทําการ
วิเคราะหโดยกําหนดวาใช หรือ ไมใชตามเงื่อนไขที่กําหนด โดยถาใชใหใช
เครื่องหมาย ในเงื่อนไขนั้น แตถาไมใชใหใชเครื่องหมาย ในเงื่อนไขนั้นๆ
และหลังจากที่กําหนดวาใช หรือไมใชในแตละเงื่อนไขแลว ผูศึกษาจึงจะรวม
คะแนนที่ในแตละเงื่อนไขโดยใหน้ําหนักในแตละเงื่อนไขแตกตางกันออกไป และ
หลังจากที่รวมคะแนนเสร็จสิ้นลําดับตอไปจึงทําการแบงแยกสถานะของ
อุตสาหกรรมเปน 4 กลุม ดังนี้
AEC Prompt
82
1) กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว
กลุมอุตสาหกรรมนี้เปนกลุมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแขงขัน มีการ
เติบโตอยางรวดเร็ว และมักมีเงินทุนพอที่ทําใหอุตสาหกรรมมีความยั่งยืน ซึ่ง
อุตสาหกรรมที่อยูในฐานะนี้ควรมุงเติบโตตอไป
2) กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน
กลุมอุตสาหกรรมนี้เปนกลุมที่มีการเติบโตไมสูงมาก แตมีสวนแบงทาง
การตลาดสูง หรือมีแนวโนมของสวนแบงทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรม
เหลานี้เปนอุตสาหกรรมที่จะสรางรายไดเขาประเทศ
3) กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน
อุตสาหกรรมในกลุมนี้เปนอุตสาหกรรมที่มีสวนแบงทางการตลาดไมสูง หรือ
มีแนวโนมของสวนแบงตลาดที่มีลักษณะผันผวน หรือไมมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
เนื่องจากอุตสาหกรรมมีกระแสเงินสดคอนขางนอย ตองการเงินทุนและการ
สงเสริม เพื่อใหเติบโตตอไป
4) กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา
อุตสาหกรรมกลุมนี้เปนอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมของสวนแบงทางการตลาด
ที่ลดลง หรือกําลังถูกแยงตลาดจากประเทศคูแขง จึงจําเปนตองติบตามอยาง
ใกลชิดวาควรถอนตัวหรือเพิ่มวามสามารถในการแขงขันในสูงขึ้น
สําหรับเกณฑที่ใชในการแบงแยกวาแตละอุตสาหกรรมจะอยูกลุมไหนนั้นผู
ศึกษาไดทําการกําหนดเกณฑไวดังนี้
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
83
กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนมากกวา 8 คะแนน
กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนระหวาง 5.1 ถึง
8 คะแนน
กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนระหวาง 3.1
ถึง 5 คะแนน
กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนนอยกวาเทากับ
3 คะแนน
AEC Prompt
84
ตารางที่ 2 สถานะสินคาอุตสาหกรรมไทยที่สงออกไปในตลาดอาเซียน
ดาว แนวโนมทําเงิน ทิศทางไมชัดเจน แนวโนมตกต่ํา
เกณฑการพิจารณา
ผลิตภัณฑยาง
สิ่งทอ
ยานยนตและชิ้นสวน
ผลิตภัณฑไม
อาหารแปรรูป
เครื่องใชไฟฟาและ
อิเล็กทรอนิกส
อัญมณีและเครื่องประดับ
เคมีภัณฑ
ผลิตภัณฑจากพลาสติก
เหล็ก
อาหารแชแข็ง
อโลหะ
น้ําหนัก
1. ครองสวนแบงตลาดอาเซียนมากกวา
รอยละ 40
1 2.40
2. สามารถรักษาตําแหนงของสวนแบง
ตลาดไดในชวง 3 ป
1.20
3. สวนแบงตลาดอาเซียนมีสัดสวนที่
เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องในชวง 3 ป
1 1.40
4. มูลคาการการสงออกไปตลาดอาเซียน
ขยายตัวติดตอกันในชวง 3 ป
1.00
5. มีมาตรการสงเสริมของรัฐบาลที่ดีอยูใน
อันดับที่ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุม
อาเซียน
2
0.54
6. ตนทุนการผลิตตอหนวยต่ําอยูในอันดับ
ที่ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน
2 0.95
7. คุณภาพสินคาสูงอยูในอันดับที่ไมนอย
กวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน
2 1.36
8.แรงงานมีศักยภาพสูงอยูในอันดับที่ไม
นอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน
2 0.68
9.ระดับเทคโนโลยีสูงอยูในอันดับที่ไมนอย
กวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน
2 0.39
10. การพัฒนาผลิตภัณฑสูงอยูในอันดับที่
ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน
2 0.08
รวมคะแนน 8.5 5.1 6.7 6.3 3.7 3.8 3.4 3.3 4.9 4.3 2.0 2.0 10.0
หมายเหตุ : คือ ใช คือ ไมใช (ในกรณี่ที่มีศักยภาพเทากับประเทศอื่นๆ จนอันดับเกิน อันดับ3 ใหถือวาไมใช)
1 ตลาดอาเซียนที่ใชในการศึกษาเปนตลาดอาเซียน 5 ซึ่งประกอบดวย ประเทศ ไทย สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย
และฟลลิปนส
2 ขอมูลสวนนี้ไดจากการสํารวจภาคสนาม
ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553)
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
85
จากตารางในขางตนสามารถสรุปและจัดกลุมของอุตสาหกรรมตางๆ ตาม
สถานะของแตละอุตสาหกรรมไดดังนี้
กลุมที่ 1 อุตสาหกรรมที่เปนดาว
สินคาที่อยูในกลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาวมี 1 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรม
ยาง ซึ่งเปนสินคาที่ประเทศไทยมีสวนแบงในตลาดอาเซียนสูงเปนอันดับ 1 ของ
กลุม หรือคิดเปนรอยละ 45.0 ของมูลคาการสงออกทั้งหมด (ป 2551) นอกจากนี้
ถาพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมยางไทย เห็นได
วาสวนแบงทางการตลาดมีแนวโนมเพิ่มมากขึ้นอยางตอเนื่องตั้งแตป 2549
ประกอบกับมีอัตราการขยายตัวของมูลคาการสงออกไปตลาดอาเซียนที่มีทิศทาง
เปนบวกอยางตอเนื่อง รวมถึงศักยภาพของแรงงาน และคุณภาพสินคาของ
อุตสาหกรรมก็ถูกจัดอยูในลําดับตนๆ ของกลุมอาเซียน จึงกลาวไดวาอุตสาหกรรม
อยางเปนอุตสาหกรรมหนึ่งที่เปนดาวเดนของไทยในตลาดอาเซียน โดยไดคะแนน
จากเงื่อนไขตางๆ เทากับ 8.5
กลุมที่ 2 อุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน
สําหรับอุตสาหกรรมของไทยที่มีแนวโนมความสามารถในการทําเงินใน
ตลาดอาเซียนมีทั้งสิ้น 3 อุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยาน
ยนตและชิ้นสวน และอุตสาหกรรมไม โดยเหตุผลที่อุตสาหกรรมสิ่งทอเปน
อุตสาหกรรมที่มีโอกาสทําเงินในตลาดอาเซียนเนื่องจากเปนอุตสาหกรรมที่มีสวน
แบงตลาดในอาเซียนเปนลําดับที่ 3 รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ตามลําดับ
โดยมีสวนแบงตลาดในป 2551 คิดเปนรอยละ 18.2 อยางไรก็ตามแมวาสวนแบง
การตลาดของไทยจะเปนอันดับที่ 3 ในอาเซียนแตอุตสาหกรรมสิ่งทอก็มีแนวโนม
AEC Prompt
86
ของสวนแบงตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในชวงป 2549-2551 ในขณะที่สวนแบงทาง
การตลาดของอินโดนีเซียลดลง รวมถึงมีศักยภาพแรงงาน คุณภาพสินคา ระดับ
เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑอยูในระดับตนๆ ของกลุม จึงเปนที่นาจับตา
มองวาอุตสาหกรรมสิ่งทอนาจะเปนอุตสาหกรรมตัวหนึ่งที่ทําเงินไดในตลาด
อาเซียน สวนคะแนนที่อุตสาหกรรมสิ่งทอไดจากเงื่อนไขตางๆ เทากับ 5.1
สวนเหตุผลที่อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวนเปนอุตสาหกรรมที่มีโอกาส
ทําเงินไดในตลาดอาเซียนเนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนตของไทยมีสวนแบงตลาด
เปนอันดับ 1 ของกลุม โดยมีสวนแบงตลาดคิดเปนรอยละ 46.0 ในป 2551
ประกอบกับมีอัตราการขยายตัวของมูลคาการสงออกในทิศทางที่เปนบวก อยางไร
ก็ตามเปนที่นาจับตอมาวาสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมยานยนตในป 2551 มี
การปรับตัวลดลง ขณะที่สวนแบงตลาดของประเทศสิงคโปร และอินโดนีเซียเพิ่ม
มากขึ้น ดังนั้นจึงอาจกลาวไดวาแมปจจุบันอุตสาหกรรมยานยนตจะสามารถทํา
เงินในตลาดอาเซียนไดแตก็มีหลายๆ ประเทศก็เริ่มเขามาชวงชิงสวนแบงตลาดกับ
ไทย สําหรับคะแนนที่อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวนไดจากเงื่อนไขตางๆ
เทากับ 6.7
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑไมเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความเปนไปไดที่จะทํา
เงินในตลาดอาเซียนเนื่องจากประเทศไทยมีสวนแบงตลาดที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง
ดังเห็นไดจากในชวงป 2547 ถึงป 2549 ที่ไทยมีสวนแบงตลาดเปนอันดับที่ 4 ของ
กลุมอาเซียนโดยเปนรอง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และพมา ตามลําดับ แตพอป 2550
สวนแบงตลาดของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเปนรอยละ 14.2 ขณะที่ป 2549 มีสวนแบง
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
87
ตลาดคิดเปนรอยละ 7.3 ทําใหตําแหนงสวนแบงตลาดของไทยในป 2550 ขึ้นเปน
อันดับ 2 ของกลุม อีกทั้งสวนแบงตลาดในป 2551 ยังปรับตัวสูงขึ้นเปนรอยละ
14.6 ซึ่งจากที่กลาวในขางตนทําใหอุตสาหกรรมไมเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่
สามารถทําเงินในตลาดอาเซียนไดในอนาคต และคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ใน
ขางตนเทากับ 6.3
กลุมที่ 3 อุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน
อุตสาหกรรมที่ถูกจัดอยูในกลุมนี้ ประกอบดวย 6 อุตสาหกรรม ไดแก
อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ อุตสาหกรรม
พลาสติก และอุตสาหกรรมเหล็ก สําหรับสาเหตุที่ทําใหอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
เปนอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจนนั้นปจจัยหลักมาจากสวนแบงตลาดใน
อาเซียนที่มีลักษณะที่ผันผวน กลาวคือสวนแบงตลาดในบางปปรับตัวสูงขึ้นแตใน
บางปสวนแบงตลาดก็ปรับตัวลดลง ประกอบกับมูลคาการสงออกในบางปมี
ทิศทางที่หดตัวลงทําใหอุตสาหกรรมอาหารถูกจัดอยูในกลุมที่มีทิศทางไมชัดเจน
อยางไรก็ตามจากสวนแบงทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่ยังคง
สามารถอยูในลําดับที่ 3 ของกลุม และมีสวนแบงตลาดอยูในชวงรอยละ 20.0-
25.8 ถาไดรับการสงเสริมที่มากขึ้นอาจทําใหอุตสาหกรรมอาหารเติบโตไดมากขึ้น
โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.7
อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส เปนอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มี
ทิศทางไมชัดเจนเนื่องจากสวนแบงตลาดที่ผันผวน รวมถึงมูลคาการสงออกในป
AEC Prompt
88
2550 ที่หดตัวรอยละ 1.0 ซึ่งเปนผลใหสวนแบงตลาดของไทยในป 2550 ตกมาอยู
เปนลําดับที่ 4 โดยเปนรองประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร และฟลลิปนส อยางไรก็ตาม
ในป 2551 มูลคาการสงออกกลับมาขยายตัวอีกครั้งจึงทําใหสวนแบงทาง
การตลาดของไทยจึงขึ้นมาอยูในตําแนงที่ 3 เชนเดียวกับป 2549 และคะแนนที่ได
จากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.8
สําหรับสาเหตุที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถูกจัดในกลุม
อุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจนเนื่องจากในตลาดอาเซียนนั้นประเทศไทยมีสวน
แบงตลาดนอยมาก โดยในป 2551 มีสวนแบงตลาดเพียงรอยละ 2.7 ซึ่งอยูเปน
อันดับที่ 5 ในกลุมอาเซียน ซึ่งเปนรอง ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร
และฟลลิปนส ตามลําดับ รวมถึงมูลคาการสงออกในป 2550 ยังมีทิศทางที่หดตัว
ลงถึงรอยละ 13.7 เมื่อเทียบกับป 2549 สําหรับในป 2551 มูลคาการสงออก
กลับมาขยายตัวไดสูงถึงรอยละ 63.7 เมื่อเทียบกับป 2550 แตลําดับของสวนแบง
ตลาดในอาเซียนกลับตกไปอยูในอันดับที่ 5 ซึ่งเปนปแรกที่ไทยมีสวนแบงตลาด
นอยกวาฟลลิปนส อยางไรก็ตามแมวาสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมอัญมณีของ
ไทยในตลาดอาเซียนจะมีคาที่นอยมาก แตสําหรับมูลคาการสงออกไปตลาดโลก
นั้นพบวาไทยมีมูลคาการสงออกมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ดังนั้นถาไดรับการสงเสริมทางดานการตลาดใหมากขึ้น ตลาดอาเซียนอาจ
กลายเปนแหลงรายไดแหลงใหมของอุตสาหกรรมอัญมณีไทย โดยคะแนนที่ไดจาก
เงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.4
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
89
สาเหตุที่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑเปนอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน มี
สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของมูลคาการสงออกรอยละ 6.3 ในป 2550 ซึ่งสงผล
ใหสวนแบงตลาดของไทยตกไปอยูในอันดับที่ 4 ของกลุม โดยเปนรองสิงคโปร
มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตามลําดับ อยางไรก็ตามในป 2551 มูลคาการสงออก
กลับมากขยายตัวไดรอยละ 22.6 จึงทําใหสวนแบงตลาดของไทยกลับมาอยูเปน
ลําดับที่ 3 ของกลุมอีกครั้ง ซึ่งจากประเด็นดังกลาวทําใหอุตสาหกรรมเคมีภัณฑยัง
มีทิศทางที่ไมชัดเจน โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.3
อุตสาหกรรมพลาสติกเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีสถานะไมชัดเจน
เชนเดียวกับอุตสาหกรรมในขางตน เนื่องจากสวนแบงทางการตลาดของ
อุตสาหกรรมนี้มีลักษณะที่คอนขางคงที่ โดยไทยมีสวนแบงตลาดเปนอันดับที่ 3
ของกลุมเปนรองประเทศสิงคโปรและมาเลเซีย โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ
ในขางตนเทากับ 4.9
สุดทายอุตสาหกรรมเหล็กถูกจัดเปนอุตสาหกรรมในกลุมที่มีทิศทางไม
ชัดเจนเนื่องจากมีทิศทางของสวนแบงตลาดที่ผันผวนกลาวคือบางปมีสวนแบง
ตลาดเพิ่มขึ้นแตบางปก็มีสวนแบงตลาดลดลง อีกทั้งยังมีสวนแบงทางการตลาดที่
ไมสูงนัก โดยในป 2551 มีสวนแบงตลาดประมาณรอยละ 10.6 ของมูลคาการ
สงออกในกลุม ซี่งถูกจัดเปนอันดับที่ 4 ของกลุมรองจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ
สิงคโปรตามลําดับ และคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 4.3
AEC Prompt
90
กลุมที่ 4 อุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา
อุตสาหกรรมในกลุมนี้ประกอบดวย 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมอาหาร
แชแข็ง และอุตสาหกรรมอโลหะ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารแชเข็งเปน
อุตสาหกรรมมีสวนแบงตลาดในอาเซียนลดลงอยางตอเนื่อง โดยในป 2549 ไทยมี
สวนแบงตลาดในอุตสาหกรรมอาหารแชเข็งเปนอันดับ 2 ของกลุม รองจาก
อินโดนีเซีย แตพอป 2550 สวนแบงตลาดของไทยปรับตัวลดลงจนอันดับตกมาอยู
ที่ 3 แพเวียดนาม หลังจากนั้นในป 2551 สวนแบงตลาดยังคงปรับตัวลดลงทําให
สวนแบงทางการตลาดของไทยตกเปนอยูอันดับ 5 แพมาเลเซียกับพมา รวมถึง
มูลคาสงออกที่หดตัวอยางตอเนื่องในป 2547 2548 2549 และ 2551 โดยจากที่
กลาวในขางตนทําใหคะแนนของอุตสาหกรรมอาหารแชแข็งจากเงื่อนไขตางๆ มี
เพียง 2.0 คะแนน
สําหรับเหตุผลที่อุตสาหกรรมอโลหะมีแนวโนมตกต่ําเกิดจากสวนแบงทาง
การตลาดที่เริ่มปรับตัวลดลง โดยในป 2549 อุตสาหกรรมอโลหะเคยมีสวนแบง
ทางการตลาดเปนอันดับ1 ของกลุม โดยมีสวนแบงตลาดเทากับรอยละ 32.6 แต
พอในป 2550 สวนแบงทางการตลาดปรับลดลงเปนรอยละ 27.6 ในขณะที่สวน
แบงทางการตลาดของมาเลเซียปรับสูงขึ้นเปนรอยละ 36.7 จึงสงผลใหอันดับของ
สวนแบงตลาดของไทยตกไปอยูอันดับที่ 2 ของกลุม ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจเปนผลการ
มูลคาการสงออกที่หดตัวลงในป 2550 แตหลังจากนั้นในป 2551 สวนแบงตลาด
ของไทยยังคงปรับตัวลดลงเหลือรอยละ 25 แมวาจะมีมูลคาการสงออกจะกลับ
ขยายตัวตัวไดรอยละ 11.8 ในขณะที่สวนแบงตลาดของมาเลเซียเพิ่มเปนรอยละ
ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน
91
45.0 ซึ่งจากราบละเอียดในขางตนทําใหอุตสาหกรรมอโลหะไดคะแนนจากเงื่อนไข
ตางๆ เทากับ 2.0
กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน
กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา
ภาพที่ 17 สรุปสถานะของสินคาอุตสาหกรรมไทยในตลาดอาเซียน
ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553)
4. กลยุทธการสงเสริมและปรับปรุงอุตสาหกรรมไทย
สําหรับกลยุทธในการสงเสริมและปรับปรุงอุตสาหกรรมในสถานะตางๆ มี
รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3
ผลิตภัณฑยาง
สิ่งทอ
ยานยนตและชิ้นสวน
ผลิตภัณฑไม
อาหารแปรรูป
เครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส
อัญมณีและเครื่องประดับ
เคมีภัณฑ
ผลิตภัณฑพลาสติก
เหล็ก
อาหารแชแข็ง
อโลหะ

สถานะสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่ส่งออกไปในตลาดอาเซียน Aec prompt2 บทที่3

  • 1.
    AEC Prompt 80 หมายเหตุ :ตัวเลขในภาพ แสดงป พ.ศ. ขอมูลอาเซียนในสวนนี้เปนอาเซียน 5 ไดแก ไทย สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟลลิปนส ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553) ภาพที่16อัตราการขยายตัวและสวนแบงตลาดของการสงออกอโลหะในตลาดอาเซียน 3. สถานะสินคาอุตสาหกรรมไทยที่สงออกไปในตลาดอาเซียน หลังจากพิจารณาตําแหนงทางการตลาดของสินคาอุตสาหกรรมไทยที่ สงออกไปตลาดอาเซียนในหัวขอขางตนแลว ถาทําการวิเคราะหตําแหนงทาง การตลาดใหมีความชัดเจนขึ้นโดยนําเอาเงื่อนไขอื่นๆ เขามาประกอบดังนี้ 1. ครองสวนแบงตลาดอาเซียนมากกวารอยละ 40 2. สามารถรักษาตําแหนงของสวนแบงตลาดไดในชวง 3 ป (ป 2549-2551) 3. สวนแบงตลาดอาเซียนมีสัดสวนที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องในชวง 3ป (ป 2549- 2551) 4. มูลคาการสงออกไปตลาดอาเซียนขยายตัวติดตอกันในชวง 3 ป (ป 2549-2551)
  • 2.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 81 5. มีมาตรการสงเสริมของรัฐบาลที่ดีอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3ในกลุม อาเซียน 6. ตนทุนการผลิตตอหนวยต่ําอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน 7. คุณภาพสินคาสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน 8.แรงงานมีศักยภาพสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน 9.ระดับเทคโนโลยีสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ3 ในกลุมอาเซียน 10. การพัฒนาผลิตภัณฑสูงอยูในอันดับที่ไมนอยกวาอันดับ 3 ในกลุมอาเซียน จากเงื่อนไขในขางตนผูศึกษาไดนําเงื่อนไขเหลานี้มาเปนเกณฑในการ วิเคราะหสถานะของอุตสาหกรรมอาหารแชแข็ง อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส อุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวน อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมผลิตภัณฑไม อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมอโลหะ ในตลาดอาเซียน โดยผูศึกษาไดอาศัย แนวคิดของ BCG Matrix (Boston Consulting Growth – Share Market Matrix Model) มาวิเคราะหรวมกับปจจัยอื่นๆ ที่ไดจากการสํารวจภาคสนาม มาทําการ วิเคราะหโดยกําหนดวาใช หรือ ไมใชตามเงื่อนไขที่กําหนด โดยถาใชใหใช เครื่องหมาย ในเงื่อนไขนั้น แตถาไมใชใหใชเครื่องหมาย ในเงื่อนไขนั้นๆ และหลังจากที่กําหนดวาใช หรือไมใชในแตละเงื่อนไขแลว ผูศึกษาจึงจะรวม คะแนนที่ในแตละเงื่อนไขโดยใหน้ําหนักในแตละเงื่อนไขแตกตางกันออกไป และ หลังจากที่รวมคะแนนเสร็จสิ้นลําดับตอไปจึงทําการแบงแยกสถานะของ อุตสาหกรรมเปน 4 กลุม ดังนี้
  • 3.
    AEC Prompt 82 1) กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว กลุมอุตสาหกรรมนี้เปนกลุมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแขงขันมีการ เติบโตอยางรวดเร็ว และมักมีเงินทุนพอที่ทําใหอุตสาหกรรมมีความยั่งยืน ซึ่ง อุตสาหกรรมที่อยูในฐานะนี้ควรมุงเติบโตตอไป 2) กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน กลุมอุตสาหกรรมนี้เปนกลุมที่มีการเติบโตไมสูงมาก แตมีสวนแบงทาง การตลาดสูง หรือมีแนวโนมของสวนแบงทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรม เหลานี้เปนอุตสาหกรรมที่จะสรางรายไดเขาประเทศ 3) กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน อุตสาหกรรมในกลุมนี้เปนอุตสาหกรรมที่มีสวนแบงทางการตลาดไมสูง หรือ มีแนวโนมของสวนแบงตลาดที่มีลักษณะผันผวน หรือไมมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมมีกระแสเงินสดคอนขางนอย ตองการเงินทุนและการ สงเสริม เพื่อใหเติบโตตอไป 4) กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา อุตสาหกรรมกลุมนี้เปนอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมของสวนแบงทางการตลาด ที่ลดลง หรือกําลังถูกแยงตลาดจากประเทศคูแขง จึงจําเปนตองติบตามอยาง ใกลชิดวาควรถอนตัวหรือเพิ่มวามสามารถในการแขงขันในสูงขึ้น สําหรับเกณฑที่ใชในการแบงแยกวาแตละอุตสาหกรรมจะอยูกลุมไหนนั้นผู ศึกษาไดทําการกําหนดเกณฑไวดังนี้
  • 4.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 83 กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนมากกวา 8คะแนน กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนระหวาง 5.1 ถึง 8 คะแนน กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนระหวาง 3.1 ถึง 5 คะแนน กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา เปนอุตสาหกรรมที่ไดคะแนนนอยกวาเทากับ 3 คะแนน
  • 5.
    AEC Prompt 84 ตารางที่ 2สถานะสินคาอุตสาหกรรมไทยที่สงออกไปในตลาดอาเซียน ดาว แนวโนมทําเงิน ทิศทางไมชัดเจน แนวโนมตกต่ํา เกณฑการพิจารณา ผลิตภัณฑยาง สิ่งทอ ยานยนตและชิ้นสวน ผลิตภัณฑไม อาหารแปรรูป เครื่องใชไฟฟาและ อิเล็กทรอนิกส อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ ผลิตภัณฑจากพลาสติก เหล็ก อาหารแชแข็ง อโลหะ น้ําหนัก 1. ครองสวนแบงตลาดอาเซียนมากกวา รอยละ 40 1 2.40 2. สามารถรักษาตําแหนงของสวนแบง ตลาดไดในชวง 3 ป 1.20 3. สวนแบงตลาดอาเซียนมีสัดสวนที่ เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องในชวง 3 ป 1 1.40 4. มูลคาการการสงออกไปตลาดอาเซียน ขยายตัวติดตอกันในชวง 3 ป 1.00 5. มีมาตรการสงเสริมของรัฐบาลที่ดีอยูใน อันดับที่ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุม อาเซียน 2 0.54 6. ตนทุนการผลิตตอหนวยต่ําอยูในอันดับ ที่ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน 2 0.95 7. คุณภาพสินคาสูงอยูในอันดับที่ไมนอย กวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน 2 1.36 8.แรงงานมีศักยภาพสูงอยูในอันดับที่ไม นอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน 2 0.68 9.ระดับเทคโนโลยีสูงอยูในอันดับที่ไมนอย กวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน 2 0.39 10. การพัฒนาผลิตภัณฑสูงอยูในอันดับที่ ไมนอยกวาอันดับ3ในกลุมอาเซียน 2 0.08 รวมคะแนน 8.5 5.1 6.7 6.3 3.7 3.8 3.4 3.3 4.9 4.3 2.0 2.0 10.0 หมายเหตุ : คือ ใช คือ ไมใช (ในกรณี่ที่มีศักยภาพเทากับประเทศอื่นๆ จนอันดับเกิน อันดับ3 ใหถือวาไมใช) 1 ตลาดอาเซียนที่ใชในการศึกษาเปนตลาดอาเซียน 5 ซึ่งประกอบดวย ประเทศ ไทย สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟลลิปนส 2 ขอมูลสวนนี้ไดจากการสํารวจภาคสนาม ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553)
  • 6.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 85 จากตารางในขางตนสามารถสรุปและจัดกลุมของอุตสาหกรรมตางๆ ตาม สถานะของแตละอุตสาหกรรมไดดังนี้ กลุมที่ 1อุตสาหกรรมที่เปนดาว สินคาที่อยูในกลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาวมี 1 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรม ยาง ซึ่งเปนสินคาที่ประเทศไทยมีสวนแบงในตลาดอาเซียนสูงเปนอันดับ 1 ของ กลุม หรือคิดเปนรอยละ 45.0 ของมูลคาการสงออกทั้งหมด (ป 2551) นอกจากนี้ ถาพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมยางไทย เห็นได วาสวนแบงทางการตลาดมีแนวโนมเพิ่มมากขึ้นอยางตอเนื่องตั้งแตป 2549 ประกอบกับมีอัตราการขยายตัวของมูลคาการสงออกไปตลาดอาเซียนที่มีทิศทาง เปนบวกอยางตอเนื่อง รวมถึงศักยภาพของแรงงาน และคุณภาพสินคาของ อุตสาหกรรมก็ถูกจัดอยูในลําดับตนๆ ของกลุมอาเซียน จึงกลาวไดวาอุตสาหกรรม อยางเปนอุตสาหกรรมหนึ่งที่เปนดาวเดนของไทยในตลาดอาเซียน โดยไดคะแนน จากเงื่อนไขตางๆ เทากับ 8.5 กลุมที่ 2 อุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน สําหรับอุตสาหกรรมของไทยที่มีแนวโนมความสามารถในการทําเงินใน ตลาดอาเซียนมีทั้งสิ้น 3 อุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยาน ยนตและชิ้นสวน และอุตสาหกรรมไม โดยเหตุผลที่อุตสาหกรรมสิ่งทอเปน อุตสาหกรรมที่มีโอกาสทําเงินในตลาดอาเซียนเนื่องจากเปนอุตสาหกรรมที่มีสวน แบงตลาดในอาเซียนเปนลําดับที่ 3 รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ตามลําดับ โดยมีสวนแบงตลาดในป 2551 คิดเปนรอยละ 18.2 อยางไรก็ตามแมวาสวนแบง การตลาดของไทยจะเปนอันดับที่ 3 ในอาเซียนแตอุตสาหกรรมสิ่งทอก็มีแนวโนม
  • 7.
    AEC Prompt 86 ของสวนแบงตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในชวงป 2549-2551ในขณะที่สวนแบงทาง การตลาดของอินโดนีเซียลดลง รวมถึงมีศักยภาพแรงงาน คุณภาพสินคา ระดับ เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑอยูในระดับตนๆ ของกลุม จึงเปนที่นาจับตา มองวาอุตสาหกรรมสิ่งทอนาจะเปนอุตสาหกรรมตัวหนึ่งที่ทําเงินไดในตลาด อาเซียน สวนคะแนนที่อุตสาหกรรมสิ่งทอไดจากเงื่อนไขตางๆ เทากับ 5.1 สวนเหตุผลที่อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวนเปนอุตสาหกรรมที่มีโอกาส ทําเงินไดในตลาดอาเซียนเนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนตของไทยมีสวนแบงตลาด เปนอันดับ 1 ของกลุม โดยมีสวนแบงตลาดคิดเปนรอยละ 46.0 ในป 2551 ประกอบกับมีอัตราการขยายตัวของมูลคาการสงออกในทิศทางที่เปนบวก อยางไร ก็ตามเปนที่นาจับตอมาวาสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมยานยนตในป 2551 มี การปรับตัวลดลง ขณะที่สวนแบงตลาดของประเทศสิงคโปร และอินโดนีเซียเพิ่ม มากขึ้น ดังนั้นจึงอาจกลาวไดวาแมปจจุบันอุตสาหกรรมยานยนตจะสามารถทํา เงินในตลาดอาเซียนไดแตก็มีหลายๆ ประเทศก็เริ่มเขามาชวงชิงสวนแบงตลาดกับ ไทย สําหรับคะแนนที่อุตสาหกรรมยานยนตและชิ้นสวนไดจากเงื่อนไขตางๆ เทากับ 6.7 อุตสาหกรรมผลิตภัณฑไมเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความเปนไปไดที่จะทํา เงินในตลาดอาเซียนเนื่องจากประเทศไทยมีสวนแบงตลาดที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง ดังเห็นไดจากในชวงป 2547 ถึงป 2549 ที่ไทยมีสวนแบงตลาดเปนอันดับที่ 4 ของ กลุมอาเซียนโดยเปนรอง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และพมา ตามลําดับ แตพอป 2550 สวนแบงตลาดของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเปนรอยละ 14.2 ขณะที่ป 2549 มีสวนแบง
  • 8.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 87 ตลาดคิดเปนรอยละ 7.3 ทําใหตําแหนงสวนแบงตลาดของไทยในป2550 ขึ้นเปน อันดับ 2 ของกลุม อีกทั้งสวนแบงตลาดในป 2551 ยังปรับตัวสูงขึ้นเปนรอยละ 14.6 ซึ่งจากที่กลาวในขางตนทําใหอุตสาหกรรมไมเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ สามารถทําเงินในตลาดอาเซียนไดในอนาคต และคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ใน ขางตนเทากับ 6.3 กลุมที่ 3 อุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน อุตสาหกรรมที่ถูกจัดอยูในกลุมนี้ ประกอบดวย 6 อุตสาหกรรม ไดแก อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ อุตสาหกรรม พลาสติก และอุตสาหกรรมเหล็ก สําหรับสาเหตุที่ทําใหอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เปนอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจนนั้นปจจัยหลักมาจากสวนแบงตลาดใน อาเซียนที่มีลักษณะที่ผันผวน กลาวคือสวนแบงตลาดในบางปปรับตัวสูงขึ้นแตใน บางปสวนแบงตลาดก็ปรับตัวลดลง ประกอบกับมูลคาการสงออกในบางปมี ทิศทางที่หดตัวลงทําใหอุตสาหกรรมอาหารถูกจัดอยูในกลุมที่มีทิศทางไมชัดเจน อยางไรก็ตามจากสวนแบงทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่ยังคง สามารถอยูในลําดับที่ 3 ของกลุม และมีสวนแบงตลาดอยูในชวงรอยละ 20.0- 25.8 ถาไดรับการสงเสริมที่มากขึ้นอาจทําใหอุตสาหกรรมอาหารเติบโตไดมากขึ้น โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.7 อุตสาหกรรมเครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส เปนอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มี ทิศทางไมชัดเจนเนื่องจากสวนแบงตลาดที่ผันผวน รวมถึงมูลคาการสงออกในป
  • 9.
    AEC Prompt 88 2550 ที่หดตัวรอยละ1.0 ซึ่งเปนผลใหสวนแบงตลาดของไทยในป 2550 ตกมาอยู เปนลําดับที่ 4 โดยเปนรองประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร และฟลลิปนส อยางไรก็ตาม ในป 2551 มูลคาการสงออกกลับมาขยายตัวอีกครั้งจึงทําใหสวนแบงทาง การตลาดของไทยจึงขึ้นมาอยูในตําแนงที่ 3 เชนเดียวกับป 2549 และคะแนนที่ได จากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.8 สําหรับสาเหตุที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถูกจัดในกลุม อุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจนเนื่องจากในตลาดอาเซียนนั้นประเทศไทยมีสวน แบงตลาดนอยมาก โดยในป 2551 มีสวนแบงตลาดเพียงรอยละ 2.7 ซึ่งอยูเปน อันดับที่ 5 ในกลุมอาเซียน ซึ่งเปนรอง ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร และฟลลิปนส ตามลําดับ รวมถึงมูลคาการสงออกในป 2550 ยังมีทิศทางที่หดตัว ลงถึงรอยละ 13.7 เมื่อเทียบกับป 2549 สําหรับในป 2551 มูลคาการสงออก กลับมาขยายตัวไดสูงถึงรอยละ 63.7 เมื่อเทียบกับป 2550 แตลําดับของสวนแบง ตลาดในอาเซียนกลับตกไปอยูในอันดับที่ 5 ซึ่งเปนปแรกที่ไทยมีสวนแบงตลาด นอยกวาฟลลิปนส อยางไรก็ตามแมวาสวนแบงตลาดของอุตสาหกรรมอัญมณีของ ไทยในตลาดอาเซียนจะมีคาที่นอยมาก แตสําหรับมูลคาการสงออกไปตลาดโลก นั้นพบวาไทยมีมูลคาการสงออกมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ดังนั้นถาไดรับการสงเสริมทางดานการตลาดใหมากขึ้น ตลาดอาเซียนอาจ กลายเปนแหลงรายไดแหลงใหมของอุตสาหกรรมอัญมณีไทย โดยคะแนนที่ไดจาก เงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.4
  • 10.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 89 สาเหตุที่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑเปนอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน มี สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของมูลคาการสงออกรอยละ 6.3ในป 2550 ซึ่งสงผล ใหสวนแบงตลาดของไทยตกไปอยูในอันดับที่ 4 ของกลุม โดยเปนรองสิงคโปร มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตามลําดับ อยางไรก็ตามในป 2551 มูลคาการสงออก กลับมากขยายตัวไดรอยละ 22.6 จึงทําใหสวนแบงตลาดของไทยกลับมาอยูเปน ลําดับที่ 3 ของกลุมอีกครั้ง ซึ่งจากประเด็นดังกลาวทําใหอุตสาหกรรมเคมีภัณฑยัง มีทิศทางที่ไมชัดเจน โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 3.3 อุตสาหกรรมพลาสติกเปนอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีสถานะไมชัดเจน เชนเดียวกับอุตสาหกรรมในขางตน เนื่องจากสวนแบงทางการตลาดของ อุตสาหกรรมนี้มีลักษณะที่คอนขางคงที่ โดยไทยมีสวนแบงตลาดเปนอันดับที่ 3 ของกลุมเปนรองประเทศสิงคโปรและมาเลเซีย โดยคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 4.9 สุดทายอุตสาหกรรมเหล็กถูกจัดเปนอุตสาหกรรมในกลุมที่มีทิศทางไม ชัดเจนเนื่องจากมีทิศทางของสวนแบงตลาดที่ผันผวนกลาวคือบางปมีสวนแบง ตลาดเพิ่มขึ้นแตบางปก็มีสวนแบงตลาดลดลง อีกทั้งยังมีสวนแบงทางการตลาดที่ ไมสูงนัก โดยในป 2551 มีสวนแบงตลาดประมาณรอยละ 10.6 ของมูลคาการ สงออกในกลุม ซี่งถูกจัดเปนอันดับที่ 4 ของกลุมรองจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ สิงคโปรตามลําดับ และคะแนนที่ไดจากเงื่อนไขตางๆ ในขางตนเทากับ 4.3
  • 11.
    AEC Prompt 90 กลุมที่ 4อุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา อุตสาหกรรมในกลุมนี้ประกอบดวย 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมอาหาร แชแข็ง และอุตสาหกรรมอโลหะ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารแชเข็งเปน อุตสาหกรรมมีสวนแบงตลาดในอาเซียนลดลงอยางตอเนื่อง โดยในป 2549 ไทยมี สวนแบงตลาดในอุตสาหกรรมอาหารแชเข็งเปนอันดับ 2 ของกลุม รองจาก อินโดนีเซีย แตพอป 2550 สวนแบงตลาดของไทยปรับตัวลดลงจนอันดับตกมาอยู ที่ 3 แพเวียดนาม หลังจากนั้นในป 2551 สวนแบงตลาดยังคงปรับตัวลดลงทําให สวนแบงทางการตลาดของไทยตกเปนอยูอันดับ 5 แพมาเลเซียกับพมา รวมถึง มูลคาสงออกที่หดตัวอยางตอเนื่องในป 2547 2548 2549 และ 2551 โดยจากที่ กลาวในขางตนทําใหคะแนนของอุตสาหกรรมอาหารแชแข็งจากเงื่อนไขตางๆ มี เพียง 2.0 คะแนน สําหรับเหตุผลที่อุตสาหกรรมอโลหะมีแนวโนมตกต่ําเกิดจากสวนแบงทาง การตลาดที่เริ่มปรับตัวลดลง โดยในป 2549 อุตสาหกรรมอโลหะเคยมีสวนแบง ทางการตลาดเปนอันดับ1 ของกลุม โดยมีสวนแบงตลาดเทากับรอยละ 32.6 แต พอในป 2550 สวนแบงทางการตลาดปรับลดลงเปนรอยละ 27.6 ในขณะที่สวน แบงทางการตลาดของมาเลเซียปรับสูงขึ้นเปนรอยละ 36.7 จึงสงผลใหอันดับของ สวนแบงตลาดของไทยตกไปอยูอันดับที่ 2 ของกลุม ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจเปนผลการ มูลคาการสงออกที่หดตัวลงในป 2550 แตหลังจากนั้นในป 2551 สวนแบงตลาด ของไทยยังคงปรับตัวลดลงเหลือรอยละ 25 แมวาจะมีมูลคาการสงออกจะกลับ ขยายตัวตัวไดรอยละ 11.8 ในขณะที่สวนแบงตลาดของมาเลเซียเพิ่มเปนรอยละ
  • 12.
    ตําแหนงการตลาดและศักยภาพการแขงขันของสินคาอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน 91 45.0 ซึ่งจากราบละเอียดในขางตนทําใหอุตสาหกรรมอโลหะไดคะแนนจากเงื่อนไข ตางๆ เทากับ2.0 กลุมอุตสาหกรรมที่เปนดาว กลุมอุตสาหกรรมที่มีทิศทางไมชัดเจน กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมทําเงิน กลุมอุตสาหกรรมที่มีแนวโนมตกต่ํา ภาพที่ 17 สรุปสถานะของสินคาอุตสาหกรรมไทยในตลาดอาเซียน ที่มา: ศูนยศึกษาการคาระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย (2553) 4. กลยุทธการสงเสริมและปรับปรุงอุตสาหกรรมไทย สําหรับกลยุทธในการสงเสริมและปรับปรุงอุตสาหกรรมในสถานะตางๆ มี รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3 ผลิตภัณฑยาง สิ่งทอ ยานยนตและชิ้นสวน ผลิตภัณฑไม อาหารแปรรูป เครื่องใชไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ ผลิตภัณฑพลาสติก เหล็ก อาหารแชแข็ง อโลหะ