ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 1
ขอบังคับของหอการคาจังหวัดกระบี่
หอการคานี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ. 2509 และอยูในการควบคุมดูแลของสํานักงาน
ทะเบียนหอการคาประจําจังหวัดกระบี่
หมวดที่ 1 บทความทั่วไป
ขอ 1. สถาบันนี้เรียกชื่อวา “หอการคาจังหวัดกระบี่” เรียกชื่อเปนภาษาอังกฤษวา “KRABI CHAMBER OF
COMMERCE” ตราของหอการคาจังหวัดกระบี่ มีเครื่องหมายเปนรูปโล ดานในมีรูปเรือสําเภา หัวเปน
พญานาค ใบเรือมีสีธงชาติไทย มีพื้นน้ําอยูดานลาง ดานชายมือมีอักษรภาษาไทยวา “หอการคาจังหวัด
กระบี่” ดานขวามือมีอักษรภาษาอังกฤษวา “THE KRABI CHAMBER OF COMMERCE”
คําวา “หอการคา” ตอไปในขอบังคับนี้ใหหมายความถึง “หอการคาจังหวัดกระบี่”
ขอ 2. สํานักงานของหอการคา ตั้งอยู ณ เลขที่ 1/23-24 ถนนวัชระ ตําบลกระบี่ใหญ อําเภอเมือง จังหวัด
กระบี่ โทรศัพท (075) 700204 โทรสาร (075) 700205
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 2
หมวด 2 วัตถุประสงค
ขอ 3. หอการคานี้มีวัตถุประสงคดังตอไปนี้
1. สงเสริมวิสาหกิจตางๆ เพื่อประโยชนทางการคา อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และเศรษฐกิจ
ในเขตจังหวัดกระบี่ เชน รวบรวมสถิติเผยแพรขาวสารการคา วิจัยเกี่ยวกับการคาและเศรษฐกิจ
สงเสริมการทองเที่ยว การออกใบรับรองแหลงกําเนิดของสินคา การวางมาตรฐานแหงคุณภาพของ
สินคา การตรวจสอบมาตรฐานสินคา จัดตั้ง และดําเนินการสถานการศึกษาที่เกี่ยวกับการคา และ
เศรษฐกิจพิพิธภัณฑสินคา การจัดงานแสดงสินคา การเปนอนุญาโตตุลาการ ขอพิพาททางการคา
2. รับปรึกษา และใหขอแนะนําแกสมาชิกเกี่ยวกับการคา อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน หรือ
เศรษฐกิจ และชวยอํานวยความสะดวกตาง ๆ ในการดําเนินธุรกิจของสมาชิก
3. ใหคําปรึกษา และเสนอขอแนะนําแกหอการคาไทย และรัฐบาล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
4. ประสานงานในทางการคา ระหวางผูประกอบการคากับทางราชการ
5. เพื่อชวยเหลือ และสงเสริมการกุศล และสาธารณสงเคราะห
6. ปฏิบัติกิจการอื่น ๆ ตามแตจะมีกฎหมายระบุใหเปนหนาที่ของหอการคา หรือตามที่ทางราชการ
มอบหมาย
7. หอการคาจังหวัดกระบี่นี้ ไมดําเนินการทางการเมือง
หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ
ขอ 4. หอการคาประกอบดวยสมาชิกซึ่งเปนบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคล มีคุณสมบัติ ตามที่ไดระบุไวในขอ 5
ขอ 5. สมาชิกหอการคาแบงออกเปน 4 ประเภทคือ
(1) สมาชิกสามัญ ไดแก บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย ธุรกิจที่จดทะเบียนประกอบการ ซึ่งบุคคลธรรมดา
สัญชาติไทยเปนเจาของ หรือนิติบุคคลที่มีบุคคลสัญชาติไทยเปนหุนสวนหรือผูถือหุนเกินกึ่งจํานวน
เงินทุนของนิติบุคคลนั้น ซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดกระบี่ และประกอบวิสาหกิจในทางการคา
อุตสาหกรรม เกษตรกรรมการเงิน บริการ หรือเศรษฐกิจ หรือเปนสมาคมการคา ที่มีสมาชิกสัญชาติ
ไทยเกินกึ่งจํานวนของสมาชิกทั้งหมด หรือเปนรัฐวิสาหกิจ สหกรณ หรือกลุมเกษตรกร
(2) สมาชิกวิสามัญ ไดแก บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติเชนเดียวกับสมาชิกสามัญ แตไดแสดง
ความจํานงสมัครเปนสมาชิกวิสามัญ
(3) สมาชิกสมทบ ไดแก บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มิไดมีสัญชาติไทย และสมาคมการคาที่มีสมาชิก
เปนคนตางดาว เกินกึ่งจํานวนของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งประกอบวิสาหกิจในทางการคา อุตสาหกรรม
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 3
(4) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก อดีตประธานคณะกรรมการบริหาร หอการคาจังหวัดกระบี่บุคคลผูทรงคุณ
วุฒิ หรือผูที่มีอุปการคุณแกหอการคาจังหวัดกระบี่ ซึ่งคณะกรรมการลงมติเชิญใหเปนสมาชิกกิตติม
ศักดิ์ ไมตองชําระคาลงทะเบียน หรือคาบํารุงอยางใดทั้งสิ้น
ขอ 6. คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของหอการคา นอกจากคุณสมบัติตามขอ 5 แลว ยังตองประกอบดวยคุณ
สมบัติดังตอไปนี้คือ
(1) ในกรณีที่เปนบุคคลธรรมดา
1. เปนผูบรรลุนิติภาวะแลว
2. ไมเปนบุคคลลมละลาย บุคคลไรความสามารถหรือบุคคลเสมือนไรความสามารถ
3. ไมเคยเปนบุคคล ที่เคยตองโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดของศาลมากอนเวนแตความผิด
ลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไมสูงกวาความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทําโดยประมาท
4. ไมเปนโรคอันพึงรังเกียจแกสังคม
5. เปนผูมีฐานะมั่นคงพอสมควร
6. เปนผูมีความประพฤติเรียบรอย
(2) ในกรณีเปนนิติบุคคล
1. ไมเปนบุคคลลมละลาย
2. มีฐานะมั่นคงพอสมควรใหนําความในขอ 6 (1) มาใชบังคับแกคุณสมบัติของผูแทนนิติบุคคล
ที่เปนสมาชิกตามขอ 10 ดวย
ขอ 7. การสมัครเขาเปนสมาชิก ผูที่ประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิก สมทบ
ของหอการคา จะตองยื่นความจํานงตอเลขาธิการ หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการตาม แบบ
พิมพที่หอการคาไดกําหนดไว โดยมีสมาชิกสามัญเปนผูรับรองอยางนอยสองคน
ขอ 8. การพิจารณาคําขอสมัครเขาเปนสมาชิก ใหเลขาธิการ หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการนําใบ
สมัคร เสนอตอที่ประชุมคณะกรรมการในคราว ตอไป ครั้งแรกหลังจากการที่ไดรับใบสมัครเมื่อคณะกรรมการ
มีมติใหรับหรือไมรับผูใดเขาเปนสมาชิกใหเลขาธิการมีหนังสือแจงใหผูนั้นทราบภายในเจ็ดวันแตวันลงมติ
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 4
ขอ 9. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแตวันที่ผูสมัครไดชําระคาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิกและคา
บํารุงประจําปของหอการคาเรียบรอยแลว
ขอ 10. สมาชิกที่เปนนิติบุคคล จะตองตั้งผูแทนซึ่งเปนบุคคลธรรมดาที่มีอํานาจเต็มกระทํากิจการแทนนิติบุคคลนั้น
ไดไมเกิน 2 คน เพื่อปฏิบัติการในหนาที่และการใชสิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ผูแทนดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิก
นิติบุคคลนั้นไดเพียงคนเดียว ผูแทนนิติบุคคลในวรรคแรกจะตองถือสัญชาติไทย และมีนิติสัมพันธ
กับนิติบุคคลนั้น ในฐานะเปนกรรมการผูจัดการบริษัท จํากัด หุนสวนผูจัดการหางหุนสวนจํากัด หุนสวนใน
หางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หรือผูมีอํานาจทําการแทนนิติบุคคลตามกฎหมายวาดวยการนั้น แลวแตกรณี
บุคคลเดียวกันจะเปนผูแทนที่มีอํานาจเต็มของสมาชิกเกิน 1 รายมิไดภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกป
กอนที่มีการประชุมใหญประจําปหามใหมีการเปลี่ยนแปลงผูแทนที่มีอํานาจเต็ม ที่ไดจดแจงไว
ขอ 11. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพยอมสิ้นสุดลงในกรณีดังตอไปนี้
1. ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
2. ขาดคุณสมบัติตามขอ 5
3. ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกตอคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ
4. ตองคําพิพากษาถึงที่สุด ใหเปนบุคคลลมละลาย
5. ถูกศาลสั่งใหเปนบุคคลไรความสามารถหรือบุคคลเสมือนไรความสามารถ
6. ตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหลงโทษจําคุก เวนแตเปนความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ไดกระทําโดย
ประมาท
7. คณะกรรการลงมติ ใหลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวน
กรรรมการทั้งหมดดวยเหตุหนึ่งเหตุใดดังตอไปนี้
1. ประพฤติผิดศีลธรรมอันดี หรือธรรมจรรยาของพอคาจนขาดความนิยมของมหาชน
2. มีหนี้สินลนพนตัว หรือประพฤติตน หรือกระทําการใด ๆ อันจะนําความเสื่อมเสียมาสูหอการคา
จังหวัดกระบี่
3. ไมปฎิบัติตามขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของหอการคาจังหวัดกระบี่ ที่กําหนดไว
4. ไมชําระเงินคาบํารุงประจําป และไดรับใบเตือนจากเจาหนาที่ครบสามสิบวัน
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 5
ขอ 12. ทะเบียนสมาชิก ใหนายทะเบียนจัดทําทะเบียน สมาชิกเก็บไว ณ สํานักงานหอการคา โดยอยางนอย
ใหมีรายการดังตอไปนี้
1. ชื่อ และสัญชาติของสมาชิก
2. ชื่อที่ใชในการประกอบวิสาหกิจ และประเภทของวิสาหกิจ
3. ที่ตั้งสํานักงานของสมาชิก
4. วันที่เขาเปนสมาชิก
หมวดที่ 4 สิทธิและหนาที่ของสมาชิก
ขอ 13. สิทธิของสมาชิก
1. ไดรับความชวยเหลือ และการสงเคราะหในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการ อันอยูในวัตถุประสงคของหอ
การคา เทาที่จะอํานวยได
2. เสนอความคิดเห็นหรือใหคําแนะนําตอหอการคาหรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยูในวัตถุ
ประสงคของหอการคาเพื่อนํามาซึ่งความเจริญรุงเรืองของหอการคา
3. ขอตรวจสอบกิจการและทรัพยสินของหอการคาได โดยทําเปนหนังสือยื่นตอเลขาธิการหรือ
กรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการ
4. เขารวมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญสมาชิก
5. มีสิทธิประดับเครื่องหมายหอการคา
6. สมาชิกสามัญเทานั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญสามัญประจําป หรือในที่
ประชุมใหญวิสามัญประจําป หรือในการรับเลือกตั้งเปนกรรมการหอการคา
ขอ 14. หนาที่ของสมาชิก
1. ตองปฎิบัติตามขอบังคับของหอการคา มติของที่ประชุมใหญ มติของคณะกรรมการและหนาที่ ซึ่งตน
ไดรับมอบหมายจากหอการคาดวยความซื่อสัตยโดยเครงครัด
2. ดํารงรักษาเกียรติ และผลประโยชนสวนไดเสียของหอการคา ตลอดจนตองรักษาความลับในขอประชุม
หรือวิธีการของหอการคาไมเปดเผยขอความ ซึ่งอาจจะนําความเสื่อมเสียมาสูหอการคาโดยเด็ดขาด
3. สงเสริมและสนับสนุนกิจการ ของหอการคาใหเจริญรุงเรืองและมีความกาวหนาอยูเสมอ
4. ตองรักษาไวซึ่งความสามัคคีธรรม ระหวางสมาชิก และปฎิบัติกิจการคาในทํานองชวยเหลือกันดวย
ความซื่อสัตยสุจริต
5. ชําระคาบํารุงใหแกหอการคาตามกําหนด
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 6
6. สมาชิกผูใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ยายที่อยู ยายที่ตั้งสํานักงานเปลี่ยนแปลงประเภท
วิสาหกิจหรือเปลี่ยนผูแทนนิติบุคคลจะตองแจงใหเลขาธิการทราบเปนหนังสือ ภายในกําหนดเวลาเจ็ด
วัน นับแตเปลี่ยนแปลง
วินัยของสมาชิก
- สมาชิกตองรักษาไวซึ่งสามัคคีธรรมระหวางสมาชิก ปฏิบัติกิจการคาในทํานองชวยเหลือซึ่งกันและกัน
ดวยความซื่อสัตยสุจริต
- สมาชิกตองปฏิบัติหนาที่ของตนตามที่หอการคาไดมอบหมายให ดวยความซื่อสัตยสุจริต
- สมาชิกตองรักษาความลับในขอประชุม หรือวิธีการของหอการคาหามเปดเผยขอความ ซึ่งอาจจะนํา
ความเสื่อมเสียมาสูหอการคาจังหวัดกระบี่ โดยเด็ดขาด
หมวดที่ 5 คาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิกและคาบํารุงหอการคา
ขอ 15. คาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิก และคาบํารุงหอการคา
1. สมาชิกสามัญจะตองชําระ คาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) คาบํารุงหอการคาเปนประจํา
ป ๆ ละ 500 บาท (หารอยบาทถวน) และ สมาชิกสามัญตลอดชีพจะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท
และคาบํารุงตลอดชีพจํานวน 10,000 บาท
2. สมาชิกวิสามัญ จะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) และคาบํารุงหอการคาเปน
ประจําป ปละ 200 บาท (สองรอยบาทถวน)
3. สมาชิกสมทบ จะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) และคาบํารุงหอการคาเปน
ประจําปๆละ 500 บาท (หารอยบาทถวน)
4. สมาชิกกิตติมศักดิ์ไมตองชําระคาลงทะเบียนหรือคาบํารุงอยางใดทั้งสิ้น
ขอ 16. คาบํารุงพิเศษ หอการคาอาจเรียกเก็บคาบํารุงพิเศษจํานวนเทาใดจากสมาชิก ไดเปนครั้งคราวโดยที่
ประชุมใหญ ลงมติคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนสมาชิกสามัญ ที่มาประชุมทั้งหมด
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 7
หมวดที่ 6 คณะกรรมการของหอการคา
ขอ 17. ใหมีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเปนผูบริหารงานใหเปนไปตามวัตถุประสงคของหอการคา และเปนผูแทน
ของหอการคา ในกิจกรรมอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกประกอบดวยสมาชิกสามัญ มีจํานวนไมนอยกวา 7 คน
และไมเกิน 21 คน ดํารงตําแหนงตาง ๆ คือ ประธานกรรมการหอการคา รองประธาน เลขาธิการ เหรัญญิก
นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ และตําแหนงอื่น ๆ ที่จะกําหนดหนาที่ตามที่เห็นสมควร เวนแตที่
ประชุมใหญครั้งนั้นๆ จะมีมติเปนอยางอื่น
การเลือกตั้งกรรมการใหกระทําดวยวิธีลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ
หรือสมาชิกสมทบเสนอชื่อของสมาชิกสามัญ ซึ่งตนประสงคจะใหเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนกรรมการตอที่
ประชุมใหญ โดยมีสมาชิกอื่นรับรองไมนอยกวาสองคนแลวใหที่ประ ชุมใหญ ลงมติเลือกตั้ง ใหผูไดรับ
คะแนนสูงตามลําดับไดเปนกรรมการตามจํานวนที่กําหนดไวในวรรคแรก หรือตามมติที่ประชุมใหญครั้ง
นั้นๆ ถามีผูใดคะแนนเทากันในลําดับสุดทายที่จะไดเปนกรรมการคราวนั้น ใหที่ประชุมใหญลงมติใหม
เฉพาะผูไดคะแนนเทากัน หากปรากฎวาไดคะแนนเทากันอีก ใหใชวิธีจับสลาก
1. คณะกรรมการของหอการคาอยูในตําแหนงคราวละ 2 ป และเมื่อพนจากตําแหนงไปแลว อาจไดรับ
เลือกเปนกรรมการอีกก็ได
2. ผูใดจะดํารงตําแหนงประธานกรรมการหอการคาเกินกวา 2 คราว ติดตอกันมิได
3. การนับวาระกรรมการ ใหเริ่มนับวาระกรรมการของหอการคา ตั้งแตวันที่ที่ประชุมใหญมีมติ
เลือกตั้งกรรมการ
4. หามมิใหประธานกรรมการหอการคา ดํารงตําแหนงทางการเมืองใดๆ
5. การใชสิทธิของสมาชิกในการเลือกตั้งคณะกรรมการ เปนกิจการเฉพาะตัวของสมาชิก หรือผูแทน
นิติบุคคลที่มีอํานาจเต็มซึ่งจดแจงไว จะมอบอํานาจหรือตั้งตัวแทนชวงแทนตนไมได
6. สมาชิกผูใดคางชําระคาบํารุงสมาชิก ผูนั้นจะใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามขอบังคับนี้ไมได
ขอ 18. การพนจากตําแหนงกรรมการ กรรมการยอมพนจากตําแหนงในกรณีดังตอไปนี้
1. ครบกําหนดออกตามวาระ
2. ลาออกโดยคณะกรรมการหอการคาไดลงมติอนุมัติแลว
3. พนจากการเปนผูแทนของสมาชิกสามัญ ซึ่งเปนนิติบุคคล
4. ขาดจากสมาชิกภาพ
5. ที่ประชุมใหญมีมติ ใหถอดถอนออกจากการเปนกรรมการ
6. เมื่อรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย สั่งใหออกมาตรา 40 แหงพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ 2509
7. ตองคําพิพากษาถึงที่สุด ใหลงโทษตามพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ.2509
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 8
8. ขาดการประชุมคณะกรรมการ 3 ครั้ง ติดตอกัน โดยไมมีเหตุอันสมควร
ในกรณีผูแทนสมาชิกซึ่งเปนนิติบุคคล ตามขอ 10 ที่ไดรับการเลือกตั้ง หรือแตงตั้ง ตายหรือพนจาก
ตําแหนงผูแทนของสมาชิกนั้น ผูแทนคนใหมของสมาชิกรายนั้น ๆ จะเขาเปนกรรมการแทนก็ได
ขอ 19. กรณีที่กรรมการ พนจากตําแหนงกรรมการกอนครบกําหนดออกตามวาระ
คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญ คนใด คนหนึ่งใหเปนกรรมการแทนได แตกรรมการที่ไดรับ
แตงตั้งแทนนี้ใหเปนกรรมการ อยูไดตามวาระของผูที่ตนแทน
กรณีคณะกรรมการพนจากตําแหนงทั้งคณะกอนครบกําหนดออกตามวาระ ใหคณะกรรมการที่พน
จากตําแหนงทั้งคณะกอนครบกําหนดออกตามวาระ ใหนําความในขอ 24 มาใชบังคับโดยอนุโลม
คณะกรรมการซึ่งไดรับเลือกตั้งตามวรรคกอน อยูในตําแหนงไดตามวาระของคณะกรรมการที่พน
จากตําแหนงไป
ขอ 20. องคประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ
การประชุมของคณะกรรมการ จะตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวาหนึ่งในสาม ขอจํานวน
กรรมการทั้งหมด จึงจะนับวาเปนองคประชุม
ในกรณีที่จํานวนกรรมการ ในคณะกรรมการนอยกวาหนึ่งในสาม ของจํานวนกรรมการทั้ง
หมด กรรมการที่เหลืออยูยอมทํากิจการไดเฉพาะแตในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือ
หลายคนเปนกรรมการเพิ่มขึ้นใหครบจํานวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ หรือกระทํากิจการอันสมควร
ทุกอยางเพื่อปกปกรักษาประโยชน ของหอการคาเทานั้น
ขอ 21. มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ใหถือเอาคะแนนเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการ
ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหผูเปนประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดใน
กรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเปนการฝาฝนกฎหมาย และหรือขอบังคับนี้ใหถือ
วามตินั้นใชบังคับมิได
ขอ 22. ประธานในที่ประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมอยูหรือ
ไมอาจปฎิบัติหนาที่ไดใหรองประธานผูอาวุโสตามลําดับปฎิบัติหนาที่แทน ถาทั้งประธานกรรมการ
และรองประธานไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปน
ประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 9
ขอ 23. การประชุมคณะกรรมการ ใหมีการประชุมคณะกรรมการอยางนอยสามเดือนตอครั้ง อนึ่งในกรณี
จําเปน ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทําหนาที่แทนหรือกรรมการรวมกันไมนอยกวาหาคนจะเรียก
ประชุมขึ้นก็ได
ขอ 24. การเขารับหนาที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม ใหคณะกรรมการซึ่งพน
จากตําแหนง ยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหมตอนายทะเบียนหอการคาประจําจังหวัดกระบี่ ภาย
ในสามสิบวัน นับแตวันเลือกตั้ง สงมอบหนาที่ใหคณะกรรมการชุดใหมภายในสามสิบวันนับแตวันที่
นายทะเบียนหอการคาฯ รับจดทะเบียน
ในกรณีที่นายทะเบียนหอการคาฯ ยังมิไดรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม และคณะกรรมการ
ที่พนจาก ตําแหนงยังมิไดสงมอบหนาที่ตามวรรคแรก ใหคณะกรรมการที่พนจากตําแหนงนั้น มีอํานาจ
หนาที่บริหารกิจการของ หอการคาตอไปจนกวานายทะเบียนหอการคา จะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุด
ใหม และคณะกรรมการชุดใหมนั้นเขารับหนาที่แลว
ขอ 25. อํานาจและหนาที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้
1. จัดดําเนินกิจการ และทรัพยสินของหอการคาใหเปนไปตามขอบังคับ และมติของที่ประชุม
2. เลือกตั้งกรรมการใหดํารงตําแหนงตาง ๆ ในคณะกรรมการ
3. วางระเบียบการในการปฎิบัติงานของหอการคาใหเปนไปตามวัตถุประสงค
4. วาจาง แตงตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาของ คณะกรมการ อนุกรรมการ เจาหนาที่และพนักงานทั้งปวงใน
กิจการเฉพาะอยางหรือพิจารณาเรื่องตาง ๆ อันอยูในขอบเขตหนาที่ของหอการคา เพื่อใหการดําเนินงาน
ของหอการคาเปนไปโดยเรียบรอย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการและอนุกรรมการดังกลาว จะแตงตั้งจาก
กรรมการหรือสมาชิกของหอการคาหรือบุคคลภายนอกก็ได
ขอ 26. อํานาจหนาที่กรรมการตําแหนงตาง ๆ มีดังนี้
1. ประธานกรรมการ มีหนาที่อํานวยการเพื่อใหการดําเนินการของหอการคา เปนไปตามขอบังคับ
และระเบียบการในการปฏิบัติงานของหอการคา เปนผูแทนของหอการคาในกิจการดันเกี่ยวกับ
บุคคลภายนอก และเปนประธานในที่ประชุมคณะกรรมการตลอด จนในที่ประชุมใหญ
2. รองประธาน มีหนาที่เปนผูชวยเหลือประธานกรรมการในกิจการทั้งปวง อันอยูในอํานาจหนาที่
ของประธานกรรมการและเปนผูทําหนาที่แทนประธานกรรมการเมื่อประธานกรรมการไมอยู
หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 10
3. เลขาธิการ มีหนาที่ทําการโตตอบหนังสือเก็บรักษาเอกสารตาง ๆ ของหอการคา เปน
เลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญตลอดจนปฎิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่
คณะกรรมการและที่ประชุมใหญตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย
4. เหรัญญิก มีหนาที่รักษา และจายเงินของหอการคา ทําบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจายพัสดุของ
หอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย
5. นายทะเบียน มีหนาที่เกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนสมาชิก และทะเบียนตาง ๆ อันมิใชทะเบียนเกี่ยวกับ
การเงินของหอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย
6. ปฏิคม มีหนาที่รักษาสํานักงานของหอการคา รักษาความเรียบรอยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัด
สถานที่ประชุม ดูแลตอนรับตลอดจนปฏิบัติ หนาที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย
7. ประชาสัมพันธ มีหนาที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานดานตางๆ ของ
หอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย
ขอ 27. ภายใตบังคับแหงความในหมวดนี้ใหนําความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญมาใชบังคับโดยอนุโลม
เจาหนาที่ประจําหอการคาจังหวัดกระบี่
- ใหคณะกรรมการแตงตั้งบุคคลภายนอกใหเปนเจาหนาที่บริหารในตําแหนง ผูจัดการ ผูชวยผูจัดการ
และตําแหนงอื่น ๆ โดยพิจารณาถึงความรู ความสามารถ ความประพฤติ และความเหมาะสมในอันที่
จะดําเนินกิจการหอการคาจังหวัดกระบี่ ใหเปนไปตามวัตถุประสงค และใหมีเจาหนาที่ประจําอื่น ๆ
ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาเห็นสมควร
- ใหผูจัดการหอการคาจังหวัดกระบี่ เปนผูควบคุมตรวจตรากิจการทั่วๆไป ของหอการคา บังคับบัญชา
เจาหนาที่ประจําในตําแหนงตางๆ และเปนผูวางระเบียบงานของหอการคา เพื่อใหงานดําเนินไปตาม
วัตถุประสงค และตามมติคณะกรรมการ
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 11
หมวดที่ 7 การประชุมใหญ
ขอ 28. การประชุมใหญ ใหคณะกรรมการจัดใหมีการประชุมใหญสมาชิก อยางนอยทุกระยะเวลาสิบสองเดือน
การประชุมเชนนี้เรียก การประชุมใหญสามัญ การประชุมใหญคราวอื่นนอกจากประชุมใหญตามวรรคกอน
เรียกวา การประชุมใหญวิสามัญ
ขอ 29. กําหนดการประชุมใหญ
1. ใหมีการประชุมใหญสามัยประจําป ภายในกําหนดหนึ่งรอยยี่สิบวัน นับแตวันสิ้นปการบัญชีของ
หอการคาเปนประจําทุก ๆ ป
2. ถามีเหตุใดเหตุหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่
ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจํานงโดยทําการรองขอเปนลายลักษณอักษร ยื่นตอเลขาธิการ
หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการ ใหคณะกรรมการนัดประชุมใหญวิสามัญ ภายในกําหนดสิบ
หาวันนับแตวันที่ลงมติ หรือวันที่ไดรับหนังสือ
ขอ 30. การสงหนังสือบอกกลาวนัดประชุม คณะกรรมการจะตองสงหนังสือบอกกลาวถึง วัน เวลา
สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญใหสมาชิก ทุกคนไดทราบโดยสงจดหมายทางไปรษณีย
ลงทะเบียนฯ ที่อยูของสมาชิกที่ปรากฏอยูในทะเบียนหรือสงใหถึงตัวของสมาชิกกอน กําหนดวัน
ประชุมใหญไมนอยกวาเจ็ดวัน
การจัดสงหนังสือบอกกลาวตามวรรคแรกใหสงสําเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญครั้งที่
แลว (ถามี) ไปดวย ในกรณีที่เปนการนัดประชุมใหญสามัญประจําป จะตองแนบสําเนารายงานประ
จําป และสําเนางบดุลรวมทั้งสําเนาบัญชีรายรับ-รายจาย ชื่อผูสอบบัญชีไดตรวจสอบแลวเพิ่มเติมไป
ดวย
ขอ 31. องคประชุมในการประชุมใหญ ในการประชุมใหญจะตองมีสมาชิกสามัญประชุม ไมนอยกวาหนึ่งใน
หาของจํานวนสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือเปนองคประชุม
ขอ 32. กรณีที่การประชุมใหญครั้งแรกสมาชิกมาไมครบองคประชุม หากลวงพนกําหนดเวลานัดไปแลวหนึ่ง
ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไมครบองคประชุม ถาการประชุมใหญคราวนั้นไดเรียกนัดเพราะสมาชิกรองขอ
ใหเลิกการประชุมใหญนั้น ถามิใชเพราะสมาชิกรองขอ ใหเลื่อนการประชุม และใหทําการบอกกลาว
นัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญนี้อีกครั้งหนึ่ง ภายในกําหนดเวลาสิบหาวัน นับแตวัน
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 12
ประชุมใหญคราวแรก ในการประชุมใหญคราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมากนอยเพียงใดก็ใหถือวาเปน
องคประชุม
ขอ 33. ประธานในที่ประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาประธานกรรมการไมอยู
หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานผูมีอาวุโสตามลําดับทําหนาที่แทน ถาทั้งประธานกรรม
การและรองประธานไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคน
ใด ขึ้นเปนประธานในที่ประชุม ถาไมมีกรรมการอยูในที่ประชุมเลยก็ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งสมาชิก
คนหนึ่งคนใดขึ้นเปนประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น
ขอ 34. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ
การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญสมาชิกประจําป หรือในการประชุมสมาชิกพิเศษใหการกระทํา
ได 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 ออกเสียงลงคะแนนโดยเปดเผย โดยใชวิธียกมือขึ้นเหนือศรีษะ
วิธีที่ 2 ออกเสียงลงคะแนนลับ โดยใชวิธีเขียนบัตรลงคะแนน
การออกเสียงลงคะแนนตามปกติ ใหใชวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเปดเผย เวนแตการลงคะแนน
ออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการ หรือในเรื่องอื่นซึ่งที่ประชุมใหญจะลงมติใหมีการออกเสียงลงคะแนนลับ
ผูมีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญสามัญประจําป จะตองเปนสมาชิกหอการคาจังหวัดกระบี่
สมบูรณ ในปที่มีการประชุม และในการเลือกตั้งคณะกรรมการ สมาชิกสามัญเทานั้นที่มีสิทธิออกเสียง
ลงคะแนน สมาชิกสามัญคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง
ในการประชุมใหญใด ๆ ขอมติอันเสนอใหลงคะแนน ใหตัดสินดวยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอัน
เปนการเปดเผยวาสมาชิกใดลงคะแนนเชนไร เวนแตเมื่อกอนหรือในเวลาที่แสดงผลแหงการชูมือนั้น คณะ
กรรมการเห็นสมควรหรือไดมีสมาชิกสามัญสองคนเปนอยางนอยติดใจรองขอใหลงคะแนนลับ
ขอ 35. มติของที่ประชุมใหญ นอกจากที่กลาวไวเปนอยางอื่นในขอบังคับนี้ใหถือเอาคะแนนเสียงขางมากเปน
มติของที่ประชุมใหญ ถาคะแนนเสียงเทากันจะเปนการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือดวยวิธีการ
อื่นใดก็ดี ใหผูเปนประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด
ขอ 36. กิจการอันพึงกระทําในการประชุมใหญ มีดังนี้
1. รับรองรายงานการประชุมใหญคราวกอน
2. พิจารณารายงานประจําป แสดงผลการดําเนินกิจการของหอการคาที่ผานมาในรอบป(ถามี)
ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่ 13
3. พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถามี)
4. แตงตั้งผูสอบบัญชีของหอการคาประจําปและกําหนดคาตอบแทน (ถามี)
5. เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปที่ครบวาระ)
6. กิจการที่ตองกระทําโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ
ขอ 37. กิจการอันพึงกระทําในการประชุมสมาชิกประจําเดือน ไดแกกิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไป
ของหอการคา นอกจากกิจการที่จําเปนจะตองกระทํา โดยการประชุมใหญสามัญประจําปหรือการ
ประชุมใหญวิสามัญ
ขอ 38. การจัดทํารายงาน-บันทึกการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญการประชุม
สมาชิกอื่น ๆ และการประชุมอนุกรรมการใหจดบันทึกไวทุกครั้ง และตองเสนอตอที่ประชุมเพื่อรับ
รองในคราวที่มีการประชุมครั้งตอไป รายงานการประชุมที่ผานการรับรองแลว สมาชิกจะดูไดในวัน
และเวลาทําการ

ข้อบังคับหอการค้ากร ะบี่ 2549

  • 1.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่1 ขอบังคับของหอการคาจังหวัดกระบี่ หอการคานี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ. 2509 และอยูในการควบคุมดูแลของสํานักงาน ทะเบียนหอการคาประจําจังหวัดกระบี่ หมวดที่ 1 บทความทั่วไป ขอ 1. สถาบันนี้เรียกชื่อวา “หอการคาจังหวัดกระบี่” เรียกชื่อเปนภาษาอังกฤษวา “KRABI CHAMBER OF COMMERCE” ตราของหอการคาจังหวัดกระบี่ มีเครื่องหมายเปนรูปโล ดานในมีรูปเรือสําเภา หัวเปน พญานาค ใบเรือมีสีธงชาติไทย มีพื้นน้ําอยูดานลาง ดานชายมือมีอักษรภาษาไทยวา “หอการคาจังหวัด กระบี่” ดานขวามือมีอักษรภาษาอังกฤษวา “THE KRABI CHAMBER OF COMMERCE” คําวา “หอการคา” ตอไปในขอบังคับนี้ใหหมายความถึง “หอการคาจังหวัดกระบี่” ขอ 2. สํานักงานของหอการคา ตั้งอยู ณ เลขที่ 1/23-24 ถนนวัชระ ตําบลกระบี่ใหญ อําเภอเมือง จังหวัด กระบี่ โทรศัพท (075) 700204 โทรสาร (075) 700205
  • 2.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่2 หมวด 2 วัตถุประสงค ขอ 3. หอการคานี้มีวัตถุประสงคดังตอไปนี้ 1. สงเสริมวิสาหกิจตางๆ เพื่อประโยชนทางการคา อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และเศรษฐกิจ ในเขตจังหวัดกระบี่ เชน รวบรวมสถิติเผยแพรขาวสารการคา วิจัยเกี่ยวกับการคาและเศรษฐกิจ สงเสริมการทองเที่ยว การออกใบรับรองแหลงกําเนิดของสินคา การวางมาตรฐานแหงคุณภาพของ สินคา การตรวจสอบมาตรฐานสินคา จัดตั้ง และดําเนินการสถานการศึกษาที่เกี่ยวกับการคา และ เศรษฐกิจพิพิธภัณฑสินคา การจัดงานแสดงสินคา การเปนอนุญาโตตุลาการ ขอพิพาททางการคา 2. รับปรึกษา และใหขอแนะนําแกสมาชิกเกี่ยวกับการคา อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน หรือ เศรษฐกิจ และชวยอํานวยความสะดวกตาง ๆ ในการดําเนินธุรกิจของสมาชิก 3. ใหคําปรึกษา และเสนอขอแนะนําแกหอการคาไทย และรัฐบาล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ 4. ประสานงานในทางการคา ระหวางผูประกอบการคากับทางราชการ 5. เพื่อชวยเหลือ และสงเสริมการกุศล และสาธารณสงเคราะห 6. ปฏิบัติกิจการอื่น ๆ ตามแตจะมีกฎหมายระบุใหเปนหนาที่ของหอการคา หรือตามที่ทางราชการ มอบหมาย 7. หอการคาจังหวัดกระบี่นี้ ไมดําเนินการทางการเมือง หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ ขอ 4. หอการคาประกอบดวยสมาชิกซึ่งเปนบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคล มีคุณสมบัติ ตามที่ไดระบุไวในขอ 5 ขอ 5. สมาชิกหอการคาแบงออกเปน 4 ประเภทคือ (1) สมาชิกสามัญ ไดแก บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย ธุรกิจที่จดทะเบียนประกอบการ ซึ่งบุคคลธรรมดา สัญชาติไทยเปนเจาของ หรือนิติบุคคลที่มีบุคคลสัญชาติไทยเปนหุนสวนหรือผูถือหุนเกินกึ่งจํานวน เงินทุนของนิติบุคคลนั้น ซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดกระบี่ และประกอบวิสาหกิจในทางการคา อุตสาหกรรม เกษตรกรรมการเงิน บริการ หรือเศรษฐกิจ หรือเปนสมาคมการคา ที่มีสมาชิกสัญชาติ ไทยเกินกึ่งจํานวนของสมาชิกทั้งหมด หรือเปนรัฐวิสาหกิจ สหกรณ หรือกลุมเกษตรกร (2) สมาชิกวิสามัญ ไดแก บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติเชนเดียวกับสมาชิกสามัญ แตไดแสดง ความจํานงสมัครเปนสมาชิกวิสามัญ (3) สมาชิกสมทบ ไดแก บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มิไดมีสัญชาติไทย และสมาคมการคาที่มีสมาชิก เปนคนตางดาว เกินกึ่งจํานวนของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งประกอบวิสาหกิจในทางการคา อุตสาหกรรม
  • 3.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่3 (4) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก อดีตประธานคณะกรรมการบริหาร หอการคาจังหวัดกระบี่บุคคลผูทรงคุณ วุฒิ หรือผูที่มีอุปการคุณแกหอการคาจังหวัดกระบี่ ซึ่งคณะกรรมการลงมติเชิญใหเปนสมาชิกกิตติม ศักดิ์ ไมตองชําระคาลงทะเบียน หรือคาบํารุงอยางใดทั้งสิ้น ขอ 6. คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของหอการคา นอกจากคุณสมบัติตามขอ 5 แลว ยังตองประกอบดวยคุณ สมบัติดังตอไปนี้คือ (1) ในกรณีที่เปนบุคคลธรรมดา 1. เปนผูบรรลุนิติภาวะแลว 2. ไมเปนบุคคลลมละลาย บุคคลไรความสามารถหรือบุคคลเสมือนไรความสามารถ 3. ไมเคยเปนบุคคล ที่เคยตองโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดของศาลมากอนเวนแตความผิด ลหุโทษ หรือความผิดที่อัตราโทษไมสูงกวาความผิดลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทําโดยประมาท 4. ไมเปนโรคอันพึงรังเกียจแกสังคม 5. เปนผูมีฐานะมั่นคงพอสมควร 6. เปนผูมีความประพฤติเรียบรอย (2) ในกรณีเปนนิติบุคคล 1. ไมเปนบุคคลลมละลาย 2. มีฐานะมั่นคงพอสมควรใหนําความในขอ 6 (1) มาใชบังคับแกคุณสมบัติของผูแทนนิติบุคคล ที่เปนสมาชิกตามขอ 10 ดวย ขอ 7. การสมัครเขาเปนสมาชิก ผูที่ประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิก สมทบ ของหอการคา จะตองยื่นความจํานงตอเลขาธิการ หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการตาม แบบ พิมพที่หอการคาไดกําหนดไว โดยมีสมาชิกสามัญเปนผูรับรองอยางนอยสองคน ขอ 8. การพิจารณาคําขอสมัครเขาเปนสมาชิก ใหเลขาธิการ หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการนําใบ สมัคร เสนอตอที่ประชุมคณะกรรมการในคราว ตอไป ครั้งแรกหลังจากการที่ไดรับใบสมัครเมื่อคณะกรรมการ มีมติใหรับหรือไมรับผูใดเขาเปนสมาชิกใหเลขาธิการมีหนังสือแจงใหผูนั้นทราบภายในเจ็ดวันแตวันลงมติ
  • 4.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่4 ขอ 9. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแตวันที่ผูสมัครไดชําระคาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิกและคา บํารุงประจําปของหอการคาเรียบรอยแลว ขอ 10. สมาชิกที่เปนนิติบุคคล จะตองตั้งผูแทนซึ่งเปนบุคคลธรรมดาที่มีอํานาจเต็มกระทํากิจการแทนนิติบุคคลนั้น ไดไมเกิน 2 คน เพื่อปฏิบัติการในหนาที่และการใชสิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ผูแทนดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิก นิติบุคคลนั้นไดเพียงคนเดียว ผูแทนนิติบุคคลในวรรคแรกจะตองถือสัญชาติไทย และมีนิติสัมพันธ กับนิติบุคคลนั้น ในฐานะเปนกรรมการผูจัดการบริษัท จํากัด หุนสวนผูจัดการหางหุนสวนจํากัด หุนสวนใน หางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หรือผูมีอํานาจทําการแทนนิติบุคคลตามกฎหมายวาดวยการนั้น แลวแตกรณี บุคคลเดียวกันจะเปนผูแทนที่มีอํานาจเต็มของสมาชิกเกิน 1 รายมิไดภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกป กอนที่มีการประชุมใหญประจําปหามใหมีการเปลี่ยนแปลงผูแทนที่มีอํานาจเต็ม ที่ไดจดแจงไว ขอ 11. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพยอมสิ้นสุดลงในกรณีดังตอไปนี้ 1. ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล 2. ขาดคุณสมบัติตามขอ 5 3. ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกตอคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ 4. ตองคําพิพากษาถึงที่สุด ใหเปนบุคคลลมละลาย 5. ถูกศาลสั่งใหเปนบุคคลไรความสามารถหรือบุคคลเสมือนไรความสามารถ 6. ตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหลงโทษจําคุก เวนแตเปนความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ไดกระทําโดย ประมาท 7. คณะกรรการลงมติ ใหลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวน กรรรมการทั้งหมดดวยเหตุหนึ่งเหตุใดดังตอไปนี้ 1. ประพฤติผิดศีลธรรมอันดี หรือธรรมจรรยาของพอคาจนขาดความนิยมของมหาชน 2. มีหนี้สินลนพนตัว หรือประพฤติตน หรือกระทําการใด ๆ อันจะนําความเสื่อมเสียมาสูหอการคา จังหวัดกระบี่ 3. ไมปฎิบัติตามขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของหอการคาจังหวัดกระบี่ ที่กําหนดไว 4. ไมชําระเงินคาบํารุงประจําป และไดรับใบเตือนจากเจาหนาที่ครบสามสิบวัน
  • 5.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่5 ขอ 12. ทะเบียนสมาชิก ใหนายทะเบียนจัดทําทะเบียน สมาชิกเก็บไว ณ สํานักงานหอการคา โดยอยางนอย ใหมีรายการดังตอไปนี้ 1. ชื่อ และสัญชาติของสมาชิก 2. ชื่อที่ใชในการประกอบวิสาหกิจ และประเภทของวิสาหกิจ 3. ที่ตั้งสํานักงานของสมาชิก 4. วันที่เขาเปนสมาชิก หมวดที่ 4 สิทธิและหนาที่ของสมาชิก ขอ 13. สิทธิของสมาชิก 1. ไดรับความชวยเหลือ และการสงเคราะหในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการ อันอยูในวัตถุประสงคของหอ การคา เทาที่จะอํานวยได 2. เสนอความคิดเห็นหรือใหคําแนะนําตอหอการคาหรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยูในวัตถุ ประสงคของหอการคาเพื่อนํามาซึ่งความเจริญรุงเรืองของหอการคา 3. ขอตรวจสอบกิจการและทรัพยสินของหอการคาได โดยทําเปนหนังสือยื่นตอเลขาธิการหรือ กรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการ 4. เขารวมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญสมาชิก 5. มีสิทธิประดับเครื่องหมายหอการคา 6. สมาชิกสามัญเทานั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญสามัญประจําป หรือในที่ ประชุมใหญวิสามัญประจําป หรือในการรับเลือกตั้งเปนกรรมการหอการคา ขอ 14. หนาที่ของสมาชิก 1. ตองปฎิบัติตามขอบังคับของหอการคา มติของที่ประชุมใหญ มติของคณะกรรมการและหนาที่ ซึ่งตน ไดรับมอบหมายจากหอการคาดวยความซื่อสัตยโดยเครงครัด 2. ดํารงรักษาเกียรติ และผลประโยชนสวนไดเสียของหอการคา ตลอดจนตองรักษาความลับในขอประชุม หรือวิธีการของหอการคาไมเปดเผยขอความ ซึ่งอาจจะนําความเสื่อมเสียมาสูหอการคาโดยเด็ดขาด 3. สงเสริมและสนับสนุนกิจการ ของหอการคาใหเจริญรุงเรืองและมีความกาวหนาอยูเสมอ 4. ตองรักษาไวซึ่งความสามัคคีธรรม ระหวางสมาชิก และปฎิบัติกิจการคาในทํานองชวยเหลือกันดวย ความซื่อสัตยสุจริต 5. ชําระคาบํารุงใหแกหอการคาตามกําหนด
  • 6.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่6 6. สมาชิกผูใดเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ยายที่อยู ยายที่ตั้งสํานักงานเปลี่ยนแปลงประเภท วิสาหกิจหรือเปลี่ยนผูแทนนิติบุคคลจะตองแจงใหเลขาธิการทราบเปนหนังสือ ภายในกําหนดเวลาเจ็ด วัน นับแตเปลี่ยนแปลง วินัยของสมาชิก - สมาชิกตองรักษาไวซึ่งสามัคคีธรรมระหวางสมาชิก ปฏิบัติกิจการคาในทํานองชวยเหลือซึ่งกันและกัน ดวยความซื่อสัตยสุจริต - สมาชิกตองปฏิบัติหนาที่ของตนตามที่หอการคาไดมอบหมายให ดวยความซื่อสัตยสุจริต - สมาชิกตองรักษาความลับในขอประชุม หรือวิธีการของหอการคาหามเปดเผยขอความ ซึ่งอาจจะนํา ความเสื่อมเสียมาสูหอการคาจังหวัดกระบี่ โดยเด็ดขาด หมวดที่ 5 คาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิกและคาบํารุงหอการคา ขอ 15. คาลงทะเบียนเขาเปนสมาชิก และคาบํารุงหอการคา 1. สมาชิกสามัญจะตองชําระ คาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) คาบํารุงหอการคาเปนประจํา ป ๆ ละ 500 บาท (หารอยบาทถวน) และ สมาชิกสามัญตลอดชีพจะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท และคาบํารุงตลอดชีพจํานวน 10,000 บาท 2. สมาชิกวิสามัญ จะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) และคาบํารุงหอการคาเปน ประจําป ปละ 200 บาท (สองรอยบาทถวน) 3. สมาชิกสมทบ จะตองชําระคาลงทะเบียน 500 บาท (หารอยบาทถวน) และคาบํารุงหอการคาเปน ประจําปๆละ 500 บาท (หารอยบาทถวน) 4. สมาชิกกิตติมศักดิ์ไมตองชําระคาลงทะเบียนหรือคาบํารุงอยางใดทั้งสิ้น ขอ 16. คาบํารุงพิเศษ หอการคาอาจเรียกเก็บคาบํารุงพิเศษจํานวนเทาใดจากสมาชิก ไดเปนครั้งคราวโดยที่ ประชุมใหญ ลงมติคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนสมาชิกสามัญ ที่มาประชุมทั้งหมด
  • 7.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่7 หมวดที่ 6 คณะกรรมการของหอการคา ขอ 17. ใหมีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเปนผูบริหารงานใหเปนไปตามวัตถุประสงคของหอการคา และเปนผูแทน ของหอการคา ในกิจกรรมอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกประกอบดวยสมาชิกสามัญ มีจํานวนไมนอยกวา 7 คน และไมเกิน 21 คน ดํารงตําแหนงตาง ๆ คือ ประธานกรรมการหอการคา รองประธาน เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ และตําแหนงอื่น ๆ ที่จะกําหนดหนาที่ตามที่เห็นสมควร เวนแตที่ ประชุมใหญครั้งนั้นๆ จะมีมติเปนอยางอื่น การเลือกตั้งกรรมการใหกระทําดวยวิธีลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิกสมทบเสนอชื่อของสมาชิกสามัญ ซึ่งตนประสงคจะใหเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนกรรมการตอที่ ประชุมใหญ โดยมีสมาชิกอื่นรับรองไมนอยกวาสองคนแลวใหที่ประ ชุมใหญ ลงมติเลือกตั้ง ใหผูไดรับ คะแนนสูงตามลําดับไดเปนกรรมการตามจํานวนที่กําหนดไวในวรรคแรก หรือตามมติที่ประชุมใหญครั้ง นั้นๆ ถามีผูใดคะแนนเทากันในลําดับสุดทายที่จะไดเปนกรรมการคราวนั้น ใหที่ประชุมใหญลงมติใหม เฉพาะผูไดคะแนนเทากัน หากปรากฎวาไดคะแนนเทากันอีก ใหใชวิธีจับสลาก 1. คณะกรรมการของหอการคาอยูในตําแหนงคราวละ 2 ป และเมื่อพนจากตําแหนงไปแลว อาจไดรับ เลือกเปนกรรมการอีกก็ได 2. ผูใดจะดํารงตําแหนงประธานกรรมการหอการคาเกินกวา 2 คราว ติดตอกันมิได 3. การนับวาระกรรมการ ใหเริ่มนับวาระกรรมการของหอการคา ตั้งแตวันที่ที่ประชุมใหญมีมติ เลือกตั้งกรรมการ 4. หามมิใหประธานกรรมการหอการคา ดํารงตําแหนงทางการเมืองใดๆ 5. การใชสิทธิของสมาชิกในการเลือกตั้งคณะกรรมการ เปนกิจการเฉพาะตัวของสมาชิก หรือผูแทน นิติบุคคลที่มีอํานาจเต็มซึ่งจดแจงไว จะมอบอํานาจหรือตั้งตัวแทนชวงแทนตนไมได 6. สมาชิกผูใดคางชําระคาบํารุงสมาชิก ผูนั้นจะใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามขอบังคับนี้ไมได ขอ 18. การพนจากตําแหนงกรรมการ กรรมการยอมพนจากตําแหนงในกรณีดังตอไปนี้ 1. ครบกําหนดออกตามวาระ 2. ลาออกโดยคณะกรรมการหอการคาไดลงมติอนุมัติแลว 3. พนจากการเปนผูแทนของสมาชิกสามัญ ซึ่งเปนนิติบุคคล 4. ขาดจากสมาชิกภาพ 5. ที่ประชุมใหญมีมติ ใหถอดถอนออกจากการเปนกรรมการ 6. เมื่อรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย สั่งใหออกมาตรา 40 แหงพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ 2509 7. ตองคําพิพากษาถึงที่สุด ใหลงโทษตามพระราชบัญญัติหอการคา พ.ศ.2509
  • 8.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่8 8. ขาดการประชุมคณะกรรมการ 3 ครั้ง ติดตอกัน โดยไมมีเหตุอันสมควร ในกรณีผูแทนสมาชิกซึ่งเปนนิติบุคคล ตามขอ 10 ที่ไดรับการเลือกตั้ง หรือแตงตั้ง ตายหรือพนจาก ตําแหนงผูแทนของสมาชิกนั้น ผูแทนคนใหมของสมาชิกรายนั้น ๆ จะเขาเปนกรรมการแทนก็ได ขอ 19. กรณีที่กรรมการ พนจากตําแหนงกรรมการกอนครบกําหนดออกตามวาระ คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญ คนใด คนหนึ่งใหเปนกรรมการแทนได แตกรรมการที่ไดรับ แตงตั้งแทนนี้ใหเปนกรรมการ อยูไดตามวาระของผูที่ตนแทน กรณีคณะกรรมการพนจากตําแหนงทั้งคณะกอนครบกําหนดออกตามวาระ ใหคณะกรรมการที่พน จากตําแหนงทั้งคณะกอนครบกําหนดออกตามวาระ ใหนําความในขอ 24 มาใชบังคับโดยอนุโลม คณะกรรมการซึ่งไดรับเลือกตั้งตามวรรคกอน อยูในตําแหนงไดตามวาระของคณะกรรมการที่พน จากตําแหนงไป ขอ 20. องคประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการ จะตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวาหนึ่งในสาม ขอจํานวน กรรมการทั้งหมด จึงจะนับวาเปนองคประชุม ในกรณีที่จํานวนกรรมการ ในคณะกรรมการนอยกวาหนึ่งในสาม ของจํานวนกรรมการทั้ง หมด กรรมการที่เหลืออยูยอมทํากิจการไดเฉพาะแตในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือ หลายคนเปนกรรมการเพิ่มขึ้นใหครบจํานวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ หรือกระทํากิจการอันสมควร ทุกอยางเพื่อปกปกรักษาประโยชน ของหอการคาเทานั้น ขอ 21. มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ใหถือเอาคะแนนเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหผูเปนประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดใน กรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเปนการฝาฝนกฎหมาย และหรือขอบังคับนี้ใหถือ วามตินั้นใชบังคับมิได ขอ 22. ประธานในที่ประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานกรรมการไมอยูหรือ ไมอาจปฎิบัติหนาที่ไดใหรองประธานผูอาวุโสตามลําดับปฎิบัติหนาที่แทน ถาทั้งประธานกรรมการ และรองประธานไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปน ประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น
  • 9.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่9 ขอ 23. การประชุมคณะกรรมการ ใหมีการประชุมคณะกรรมการอยางนอยสามเดือนตอครั้ง อนึ่งในกรณี จําเปน ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทําหนาที่แทนหรือกรรมการรวมกันไมนอยกวาหาคนจะเรียก ประชุมขึ้นก็ได ขอ 24. การเขารับหนาที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม ใหคณะกรรมการซึ่งพน จากตําแหนง ยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหมตอนายทะเบียนหอการคาประจําจังหวัดกระบี่ ภาย ในสามสิบวัน นับแตวันเลือกตั้ง สงมอบหนาที่ใหคณะกรรมการชุดใหมภายในสามสิบวันนับแตวันที่ นายทะเบียนหอการคาฯ รับจดทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนหอการคาฯ ยังมิไดรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม และคณะกรรมการ ที่พนจาก ตําแหนงยังมิไดสงมอบหนาที่ตามวรรคแรก ใหคณะกรรมการที่พนจากตําแหนงนั้น มีอํานาจ หนาที่บริหารกิจการของ หอการคาตอไปจนกวานายทะเบียนหอการคา จะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุด ใหม และคณะกรรมการชุดใหมนั้นเขารับหนาที่แลว ขอ 25. อํานาจและหนาที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้ 1. จัดดําเนินกิจการ และทรัพยสินของหอการคาใหเปนไปตามขอบังคับ และมติของที่ประชุม 2. เลือกตั้งกรรมการใหดํารงตําแหนงตาง ๆ ในคณะกรรมการ 3. วางระเบียบการในการปฎิบัติงานของหอการคาใหเปนไปตามวัตถุประสงค 4. วาจาง แตงตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาของ คณะกรมการ อนุกรรมการ เจาหนาที่และพนักงานทั้งปวงใน กิจการเฉพาะอยางหรือพิจารณาเรื่องตาง ๆ อันอยูในขอบเขตหนาที่ของหอการคา เพื่อใหการดําเนินงาน ของหอการคาเปนไปโดยเรียบรอย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการและอนุกรรมการดังกลาว จะแตงตั้งจาก กรรมการหรือสมาชิกของหอการคาหรือบุคคลภายนอกก็ได ขอ 26. อํานาจหนาที่กรรมการตําแหนงตาง ๆ มีดังนี้ 1. ประธานกรรมการ มีหนาที่อํานวยการเพื่อใหการดําเนินการของหอการคา เปนไปตามขอบังคับ และระเบียบการในการปฏิบัติงานของหอการคา เปนผูแทนของหอการคาในกิจการดันเกี่ยวกับ บุคคลภายนอก และเปนประธานในที่ประชุมคณะกรรมการตลอด จนในที่ประชุมใหญ 2. รองประธาน มีหนาที่เปนผูชวยเหลือประธานกรรมการในกิจการทั้งปวง อันอยูในอํานาจหนาที่ ของประธานกรรมการและเปนผูทําหนาที่แทนประธานกรรมการเมื่อประธานกรรมการไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได
  • 10.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่10 3. เลขาธิการ มีหนาที่ทําการโตตอบหนังสือเก็บรักษาเอกสารตาง ๆ ของหอการคา เปน เลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญตลอดจนปฎิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่ คณะกรรมการและที่ประชุมใหญตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย 4. เหรัญญิก มีหนาที่รักษา และจายเงินของหอการคา ทําบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจายพัสดุของ หอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย 5. นายทะเบียน มีหนาที่เกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนสมาชิก และทะเบียนตาง ๆ อันมิใชทะเบียนเกี่ยวกับ การเงินของหอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย 6. ปฏิคม มีหนาที่รักษาสํานักงานของหอการคา รักษาความเรียบรอยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัด สถานที่ประชุม ดูแลตอนรับตลอดจนปฏิบัติ หนาที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย 7. ประชาสัมพันธ มีหนาที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานดานตางๆ ของ หอการคา ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะไดมอบหมาย ขอ 27. ภายใตบังคับแหงความในหมวดนี้ใหนําความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญมาใชบังคับโดยอนุโลม เจาหนาที่ประจําหอการคาจังหวัดกระบี่ - ใหคณะกรรมการแตงตั้งบุคคลภายนอกใหเปนเจาหนาที่บริหารในตําแหนง ผูจัดการ ผูชวยผูจัดการ และตําแหนงอื่น ๆ โดยพิจารณาถึงความรู ความสามารถ ความประพฤติ และความเหมาะสมในอันที่ จะดําเนินกิจการหอการคาจังหวัดกระบี่ ใหเปนไปตามวัตถุประสงค และใหมีเจาหนาที่ประจําอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาเห็นสมควร - ใหผูจัดการหอการคาจังหวัดกระบี่ เปนผูควบคุมตรวจตรากิจการทั่วๆไป ของหอการคา บังคับบัญชา เจาหนาที่ประจําในตําแหนงตางๆ และเปนผูวางระเบียบงานของหอการคา เพื่อใหงานดําเนินไปตาม วัตถุประสงค และตามมติคณะกรรมการ
  • 11.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่11 หมวดที่ 7 การประชุมใหญ ขอ 28. การประชุมใหญ ใหคณะกรรมการจัดใหมีการประชุมใหญสมาชิก อยางนอยทุกระยะเวลาสิบสองเดือน การประชุมเชนนี้เรียก การประชุมใหญสามัญ การประชุมใหญคราวอื่นนอกจากประชุมใหญตามวรรคกอน เรียกวา การประชุมใหญวิสามัญ ขอ 29. กําหนดการประชุมใหญ 1. ใหมีการประชุมใหญสามัยประจําป ภายในกําหนดหนึ่งรอยยี่สิบวัน นับแตวันสิ้นปการบัญชีของ หอการคาเปนประจําทุก ๆ ป 2. ถามีเหตุใดเหตุหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจํานงโดยทําการรองขอเปนลายลักษณอักษร ยื่นตอเลขาธิการ หรือกรรมการผูทําหนาที่แทนเลขาธิการ ใหคณะกรรมการนัดประชุมใหญวิสามัญ ภายในกําหนดสิบ หาวันนับแตวันที่ลงมติ หรือวันที่ไดรับหนังสือ ขอ 30. การสงหนังสือบอกกลาวนัดประชุม คณะกรรมการจะตองสงหนังสือบอกกลาวถึง วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญใหสมาชิก ทุกคนไดทราบโดยสงจดหมายทางไปรษณีย ลงทะเบียนฯ ที่อยูของสมาชิกที่ปรากฏอยูในทะเบียนหรือสงใหถึงตัวของสมาชิกกอน กําหนดวัน ประชุมใหญไมนอยกวาเจ็ดวัน การจัดสงหนังสือบอกกลาวตามวรรคแรกใหสงสําเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญครั้งที่ แลว (ถามี) ไปดวย ในกรณีที่เปนการนัดประชุมใหญสามัญประจําป จะตองแนบสําเนารายงานประ จําป และสําเนางบดุลรวมทั้งสําเนาบัญชีรายรับ-รายจาย ชื่อผูสอบบัญชีไดตรวจสอบแลวเพิ่มเติมไป ดวย ขอ 31. องคประชุมในการประชุมใหญ ในการประชุมใหญจะตองมีสมาชิกสามัญประชุม ไมนอยกวาหนึ่งใน หาของจํานวนสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือเปนองคประชุม ขอ 32. กรณีที่การประชุมใหญครั้งแรกสมาชิกมาไมครบองคประชุม หากลวงพนกําหนดเวลานัดไปแลวหนึ่ง ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไมครบองคประชุม ถาการประชุมใหญคราวนั้นไดเรียกนัดเพราะสมาชิกรองขอ ใหเลิกการประชุมใหญนั้น ถามิใชเพราะสมาชิกรองขอ ใหเลื่อนการประชุม และใหทําการบอกกลาว นัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญนี้อีกครั้งหนึ่ง ภายในกําหนดเวลาสิบหาวัน นับแตวัน
  • 12.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่12 ประชุมใหญคราวแรก ในการประชุมใหญคราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมากนอยเพียงใดก็ใหถือวาเปน องคประชุม ขอ 33. ประธานในที่ประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาประธานกรรมการไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานผูมีอาวุโสตามลําดับทําหนาที่แทน ถาทั้งประธานกรรม การและรองประธานไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคน ใด ขึ้นเปนประธานในที่ประชุม ถาไมมีกรรมการอยูในที่ประชุมเลยก็ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งสมาชิก คนหนึ่งคนใดขึ้นเปนประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น ขอ 34. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญสมาชิกประจําป หรือในการประชุมสมาชิกพิเศษใหการกระทํา ได 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 ออกเสียงลงคะแนนโดยเปดเผย โดยใชวิธียกมือขึ้นเหนือศรีษะ วิธีที่ 2 ออกเสียงลงคะแนนลับ โดยใชวิธีเขียนบัตรลงคะแนน การออกเสียงลงคะแนนตามปกติ ใหใชวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเปดเผย เวนแตการลงคะแนน ออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการ หรือในเรื่องอื่นซึ่งที่ประชุมใหญจะลงมติใหมีการออกเสียงลงคะแนนลับ ผูมีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญสามัญประจําป จะตองเปนสมาชิกหอการคาจังหวัดกระบี่ สมบูรณ ในปที่มีการประชุม และในการเลือกตั้งคณะกรรมการ สมาชิกสามัญเทานั้นที่มีสิทธิออกเสียง ลงคะแนน สมาชิกสามัญคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง ในการประชุมใหญใด ๆ ขอมติอันเสนอใหลงคะแนน ใหตัดสินดวยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอัน เปนการเปดเผยวาสมาชิกใดลงคะแนนเชนไร เวนแตเมื่อกอนหรือในเวลาที่แสดงผลแหงการชูมือนั้น คณะ กรรมการเห็นสมควรหรือไดมีสมาชิกสามัญสองคนเปนอยางนอยติดใจรองขอใหลงคะแนนลับ ขอ 35. มติของที่ประชุมใหญ นอกจากที่กลาวไวเปนอยางอื่นในขอบังคับนี้ใหถือเอาคะแนนเสียงขางมากเปน มติของที่ประชุมใหญ ถาคะแนนเสียงเทากันจะเปนการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือดวยวิธีการ อื่นใดก็ดี ใหผูเปนประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด ขอ 36. กิจการอันพึงกระทําในการประชุมใหญ มีดังนี้ 1. รับรองรายงานการประชุมใหญคราวกอน 2. พิจารณารายงานประจําป แสดงผลการดําเนินกิจการของหอการคาที่ผานมาในรอบป(ถามี)
  • 13.
    ขอบังคับของหอการคา จังหวัดกระบี่ หนาที่13 3. พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถามี) 4. แตงตั้งผูสอบบัญชีของหอการคาประจําปและกําหนดคาตอบแทน (ถามี) 5. เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปที่ครบวาระ) 6. กิจการที่ตองกระทําโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ ขอ 37. กิจการอันพึงกระทําในการประชุมสมาชิกประจําเดือน ไดแกกิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไป ของหอการคา นอกจากกิจการที่จําเปนจะตองกระทํา โดยการประชุมใหญสามัญประจําปหรือการ ประชุมใหญวิสามัญ ขอ 38. การจัดทํารายงาน-บันทึกการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญการประชุม สมาชิกอื่น ๆ และการประชุมอนุกรรมการใหจดบันทึกไวทุกครั้ง และตองเสนอตอที่ประชุมเพื่อรับ รองในคราวที่มีการประชุมครั้งตอไป รายงานการประชุมที่ผานการรับรองแลว สมาชิกจะดูไดในวัน และเวลาทําการ