บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ
ในการศึกษาครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการศึกษาคนควาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย
ที่เกี่ยวของในเรื่อง ปจจัยที่สงผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ
ของผูบริโภคในเขตอําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีจุดมุงหมายเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ
มากยิ่งขึ้น และสามารถนําผลที่ไดจากการวิจัยไปเปนแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ
ในการบริหารจัดการธุรกิจได ซึ่งมีการกําหนดประเด็นในการนําเสนอ ดังนี้
1. แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยสวนบุคคล
2. แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยดานสวนประสมทางการตลาด (7Ps)
3. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภคและกระบวนการตัดสินใจซื้อของ
ผูบริโภค
4. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับปจจัยที่สงผลตอกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค
5. แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ
6. งานวิจัยที่เกี่ยวของ

แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยสวนบุคคล
ศิริวรรณ เสรีรัตน (2539, หนา 41-42) กลาววา ลักษณะดานประชากรศาสตร
ประกอบดวย อายุ เพศ ขนาดครอบครัว สถานภาพครอบครัว รายได อาชีพ การศึกษา เหลานี้
เปนเกณฑที่นิยมใชในการแบงสวนตลาด ลักษณะดานประชากรศาสตรเปนลักษณะที่สําคัญและ
สถิติที่วัดไดของประชากรทีชวยกําหนดตลาดเปาหมาย ในขณะที่ลักษณะดานจิตวิทยาและสังคม
่
วัฒนธรรมชวยอธิบายถึงความคิดและความรูสึกของกลุมเปาหมายเทานั้น ขอมูลดาน
ประชากรศาสตรจะสามารถเขาถึงและมีประสิทธิผลตอการกําหนดตลาดเปาหมายรวมทั้งงาย
ตอการวัดมากกวาตัวแปรอื่น ตัวแปรดานประชากรศาสตรที่สําคัญมีดังนี้
1. อายุ (Age) เนื่องจากผลิตภัณฑจะสามารตอบสนองความตองการของกลุมผูบริโภค
ที่มีอายุแตกตาง นักการตลาดจึงใชประโยชนจากอายุเปนตัวแปรดานประชากรศึกษาศาสตรที่
แตกตางของสวนตลาด นักการตลาดไดคนหาความตองการของสวนตลาดสวนเล็ก (Niche Market)
โดยมุงความสําคัญที่ตลาดอายุสวนนั้น
8
2. เพศ (Sex) เปนตัวแปรในการแบงสวนตลาดที่สําคัญเชนกัน นักการตลาดควรตอง
ศึกษาตัวแปรตัวนี้อยางรอบคอบ เพราะในปจจุบันนี้ตัวแปรทางดานเพศมีการเปลี่ยนแปลงใน
พฤติกรรมการบริโภค การเปลี่ยนแปลงดังกลาวอาจมีสาเหตุมาจากการที่สตรีทํางานมีมากขึ้น
3. ลักษณะครอบครัว (Marital Status) ในอดีตจนถึงปจจุบันลักษณะครอบครัวเปน
เปาหมายที่สําคัญของการใชความพยายามทางการตลาดมาโดยตลอด และมีความสําคัญยิ่งขึ้นใน
สวนที่เกี่ยวกับหนวยผูบริโภค นักการตลาดจะสนใจจํานวนและลักษณะของบุคคลในครัวเรือนที่ใช
สินคาใดสินคาหนึ่ง และยังสนใจในการพิจารณาลักษณะดานประชากรศาสตร และโครงสรางดาน
สื่อที่จะเกี่ยวของกับผูตัดสินใจในครัวเรือนเพื่อชวยในการพัฒนากลยุทธการตลาดใหเหมาะสม
4. รายได การศึกษา อาชีพ และสถานะภาพ (Income, Education Occupation and Status)
เปนตัวแปรทีสําคัญในการกําหนดสวนของตลาด โดยทั่วไปนักการตลาดจะสนใจผูบริโภคที่มี
่
ความร่ํารวย แตอยางไรก็ตามครอบครัวที่มีรายไดปานกลางและมีรายไดต่ําจะเปนตลาดที่มีขนาด
ใหญ ปญหาสําคัญในการแบงสวนตลาดโดยถือเกณฑรายไดอยางเดียวก็คือ รายไดจะเปนตัวชี้
การมีหรือไมมีความสามารถในการจายสินคา ในขณะเดียวกันการเลือกซึ้งสินคาที่แทจริงอาจถือ
เกณฑรูปแบบการดํารงชีวิต รสนิยม คานิยม อาชีพ การศึกษา ฯลฯ แมวารายไดจะเปนตัวแปรที่ใช

บอยมาก นักการตลาดสวนใหญจะโยงเกณฑรายไดรวมกับตัวแปรดานประชากรศาสตรหรืออื่น ๆ
เพื่อใหการกําหนดตลาดเปาหมายชัดเจนยิ่งขึ้น เชน กลุมรายไดสูงที่มอายุตาง ๆ ถือวาใชเกณฑ
ี 
รายไดรวมกับเกณฑอายุ เปนเกณฑที่นิยมใชกันมากขึ้น เกณฑรายไดอาจจะเกี่ยวของกับเกณฑอายุ
และอาชีพรวมกัน
Belch and Belch (2005 อางถึงใน อัจฉรา นพวิญูวงศ, 2550) ในงานวิจัยนี้ศึกษาตัวแปร
ดานประชากรศาสตร ไดแก อายุ อาชีพ และรายได โดยนํามาเชื่อโยงกับความตองการ พฤติกรรม
การตัดสินใจ และอัตราการใชสินคาของผูบริโภค ซึ่งสามารถเขาถึงและมีประสิทธิผลตอการ
กําหนดตลาดเปาหมาย สงผลตอพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อที่มีแนวโนมสัมพันธกันอยางใกลชิด
ในความสัมพันธเชิงเหตุและผล
1. อายุ (Age) บุคคลที่มีอายุแตกตางกัน จะมีความตองการในสินคาและบริการที่แตกตาง
กัน เชน กลุมวันรุนจะชอบทดลองสิ่งแปลกใหมและชอบสินคาประเภทแฟชั่น สวนกลุมผูสูงอายุจะ
สนใจสินคาที่เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ซึ่งหากแบงชวงกลุมอายุออกเปนกลุมพฤติกรรมที่มีลักษณะ
ใกลเคียงกัน สามารถแบงอกเปนกลุม ๆ ไดดังนี้
1.1 กลุมวัยกลางคนจนถึงกลุมผูสูงอายุ คือผูที่มีอายุตั้งแต 45 ปขึ้นไป โดยกลุมนี้ใน
ปจจุบันจะมีพฤติกรรมในการตัดสินใจบริโภคสินคาและบริการจากยุคที่ผานมา กลาวคือจะมีอานาจ
ํ
ตัดสินใจในการบริโภคมากกวาเมื่อกอนเนื่องจากมีรายได และมีการวางแผนการลงทุนที่ดี
9
มีความทันสมัยและรับฟงขาวสารอยูสม่ําเสมอ กลุมวัยกลางคนและผูสูงอายุมีแนวโนมจะตัดสินใจ
ซื้อสินคาและบริการจากประสบการณ และความเชื่อมั่นในตนเองมากกวาการเชื่อขอมูลจาก
ภายนอก เชน การโฆษณา การสงเสริมการขาย และสวนใหญอิทธิพลของคนในครอบครับจะมีผล
ตอการตัดสินใจซื้อของคนกลุมนี้ต่ํา กลาวคือกลุมวัยกลางคนและกลุมผูสูงอายุมีแนวโนมจะ
ตัดสินใจซื้อสินคาที่รูจักและตรายี่หอที่คุนเคยมากกวาจะยอมรับสิ่งใหม นอกจากนี้ยังพบวากลุมนี้
ยังมีความออนไหวเรื่องราคานอย โดยยินดีจายแพงขึ้นสําหรับสินคาและบริการที่ดีขึ้น
1.2 กลุมหนุมสาวถึงวัยกลางคน คือผูที่มีอายุระหวาง 20-45 ป คนกลุมนี้มีเหตุผลใน
การจับจายใชสอยมากขึ้น ไมคอยยึดติดกับตราสินคาทีหรูหรือมีราคาแพง โดยมีพฤติกรรมที่
่
นาสนใจคือ เลือกตามยี่หอของตัวเอง คนกลุมนี้มองสินคาตรายี่หอที่ถูกลงกวาตรายี่หอหรูที่นิยมใช
ในกลุมคนมีเงิน สวนหนึ่งอาจเปนเพราะอํานาจซื้อไมเพียงพอ แตสิ่งที่คนกลุมนี้แสดงออกมาไมได
อยูในลักษณะที่มีปมดอยแตพยายามสรางแนวโนมของกลุมตนเองวาตรายี่หอที่เลือก เปนตัวแทน
ของความทันสมัย และสรางความรูสึกเชิงลบกับตรายี่หอหรูๆวาเปนเรื่องไรสาระของคนรวย
1.3 กลุมวัยรุน คือผูที่มีอายุระหวาง 13-22 ป คนกลุมนี้คอยขางมีอํานาจในการ
ตัดสินใจซื้อสูง และใชเวลาในการตัดสินใจซื้อสั้น ไมคอยรอบคอบในการซื้อ เพราะรายไดทั้งหมด
สวนใหญมาจากผูปกครอง วัยรุนมักมีพฤติกรรมรวมตัวกันเปนกลุม โดยสมาชิกในกลุมจะมี
อิทธิพลตอกันและกันในการสรางคานิยมและรูปแบบแนวคิดใหม เชน การแตงตัว สถานที่
ทองเที่ยว รวมถึงชนิดและตรายี่หอของสินคาที่จะซื้อ โดยดาราวัยรุนที่ชื่อชอบทั้งดาราไทย และ
ดาราตางประเทศ ลวนมีอิทธิพลทางออมตอการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินคา
2. เพศ (Sex) เปนตัวแปรที่มีความสําคัญในเรื่องของพฤติกรรมในการบริโภคมาก เพราะ
เพศที่แตกตางกันมักมีทัศนคติ การรับรู และการตัดสินใจในเรื่องการเลือกสินคาที่บริโภคแตกตาง
โดยมากเกิดจากสาเหตุ ในเรื่องของการไดรับการเลี้ยงดู การปลูกฝงนิสัยมาตั้งแตในวัยเด็ก
โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีวัฒนธรรมในการเลี้ยงดูเด็กผูชาย และเด็กผูหญิงที่แตกตางกันอยางมาก
โดยสวนใหญเด็กผูชายจะถูกเลี้ยงใหมีความกลาแสดงออก และมีความรับผิดชอบเพื่อจะไดเปน
หัวหนาครอบครัวตอไป สวนเด็กผูหญิงจะถูกเลี้ยงดูในลักษณะที่ใหสงบเสงี่ยมและเปนผูตามหรือ
เปนภรรยาที่ดี ทําใหมีพฤติกรรมที่มีแนวโนมในการไมคอยกลาแสดงความคิดเห็น จากที่กลาวมา
จึงอาจกลาวไดวาในสังคมไทยเพศชายมีแนวโนมที่จะเปนผูตัดสินใจซื้อสินคาและบริการของ
ครอบครัวมากกวาเพศหญิง โดยเฉพาะสินคาที่เปนเครื่องใชไฟฟาและใชเทคโนโลยีสูง ถึงแมวา

ในปจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในดานสังคมและวัฒนธรรมไปบางแตก็ยังมีความแตกตางใน
พฤติกรรมการซื้อของเพศชายและเพศหญิงอยูไมนอย
10
3. สถานภาพการสมรส (Status) สมรส โสด หยาราง หรือเปนหมาย ซึ่งในอดีตถึง
ปจจุบันเปนเปาหมายที่สําคัญของการใชความพยายามทางการตลาดมาโดยตลอด และมีความสําคัญ
มากยิ่งขึ้นในสวนที่เกี่ยวกับหนวยผูบริโภค ทําใหเกิดความตองการในผลิตภัณฑ และพฤติกรรม
การซื้อที่แตกตางกัน เชนผูที่หยาราง หรือเปนหมาย จะเลือกแตงการดวยเสื้อผาที่หรูหรา ทันสมัย
มีเอกลักษณ
4. การศึกษา (Education) ผูที่มีการศึกษาสูง มีแนวโนมที่จะเลือกบริโภคผลิตภัณฑที่มี
คุณภาพดีมากกวาผูที่มีการศึกษาต่า เนื่องจากผูที่มีการศึกษาสูง จะมีอาชีพที่สามารถสรางรายได
ํ
สูงกวาผูที่มีการศึกษาต่า จึงมีแนวโนมที่จะเลือกบริโภคผลิตภัณฑที่มีคุณภาพมากกวา
ํ
5. อาชีพ (Occupation) อาชีพของแตละบุคคลจะนําไปสูความจําเปนและความตองการ
สินคาและบริการที่แตกตางกัน เชน เกษตรกร หรือชาวนาก็จะซื้อสินคาที่จาเปนตอการครองชีพ
ํ
และสินคาที่เปนปจจัยการผลิตเปนสวนใหญ สวนพนักงานที่ทํางานในบริษัทตาง ๆ สวนใหญจะซื้อ
สินคาเพื่อเสริมสรางบุคลิกภาพ ขาราชการก็จะซื้อสินคาที่จาเปน นักธุรกิจก็จะซื้อสินคาเพื่อสราง
ํ
ภาพพจนใหกับตัวเอง เปนตน นักการตลาดจะตองศึกษาวาสินคาและบริการของบริษัทเปนที่
ตองการของกลุมอาชีพประเภทใด เพื่อที่จะจัดเตรียมสินคาใหสอดคลองกับความตองการของ
กลุมเหลานี้ไดอยางเหมาะสม
6. รายได (Income) หรือสถานภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Circumsfances) สถานภาพ
ทางเศรษฐกิจของบุคคลจะกระทบตอตราสินคา และบริการที่เคาตัดสินใจ สถานภาพเหลานี้
ประกอบดวย รายได การออมทรัพย อํานาจการซื้อ และทัศนคติเกี่ยวกับการจายเงิน นักการตลาด
ตองสนใจแนวโนมของรายไดสวนบุคคล เนื่องจากรายไดจะมีผลตออํานาจของการซื้อ คนที่มี
รายไดต่ําจะมุงซื้อสินคาที่จําเปนตอการครองชีพ และมีความไวตอราคามาก สวนคนที่มีรายไดสูง

จะมุงซื้อสินคาที่มีคุณภาพดีและราคาสูงโดยเนนที่ภาพพจนของราคาสินคาเปนหลัก
การศึกษา อาชีพ และรายไดนั้นมีแนวโนมสัมพันธกันอยางใกลชิดในความสัมพันธเชิง
เหตุและผล เชนบุคคลที่มีการศึกษาสูงจะมีโอกาสเลือกอาชีพที่สามารถสรางรายไดสูงกวาคนที่มี
การศึกษาต่ากวา
ํ

แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยดานสวนประสมทางการตลาด (7Ps)
สวนประสมทางการตลาด หมายถึง ตัวแปรทางการตลาดที่สามารถควบคุมได ซึ่งบริษัท
นํามาใชรวมกันเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกคากลุมเปาหมาย (Kotler, 1997, p. 92)
สวนประสมทางการตลาด (The Marketing Mix) เปนแนวคิดที่สําคัญอยางทางการตลาด
11
สมัยใหม ซึ่งแนวความคิดเรื่องสวนผสมทางการตลาดนี้ มีบทบาทสําคัญทางการตลาด เพราะเปน
การรวมการตัดสินใจทางการตลาดทั้งหมด เพื่อนํามาใชในการดําเนินงาน เพื่อใหธุรกิจสอดคลอง
กับความตองการของตลาดเปาหมาย เราเรียกสวนผสมทางการตลาดวา 7 Ps ซึ่งองคประกอบทั้ง
7 กลุมนี้ จะทําหนาที่รวมกันในการสื่อขาวสาร ทางการตลาดใหแกผูรับสารอยางมีประสิทธิภาพ
ศิริวรรณ เสรีรัตน, ปริญ ลักษิตานนท และศุภร เสรีรัตน (2541, หนา 337-339) ไดสรุป
เกี่ยวกับแนวความคิดกลยุทธการตลาดสําหรับธุรกิจการบริการ (Market Mix) ไวในหนังสือ
การบริหารการตลาดยุคใหมวาขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ (Buying Decision Process) เปนลําดับ

ขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อของผูบริโภคพบวา ผูบริโภคผานกระบวนการ 7 ขั้นตอน คือธุรกิจที่
ใหบริการจะใชสวนประสมการตลาด (Marketing Mix) หรือ 7Ps ดังมีรายละเอียดดังตอไปนี้
1. ผลิตภัณฑ (Product) เปนสิ่งซึ่งสนองความจําเปนและความตองการของมนุษยได คือ
สิ่งที่ผูขายตองมอบใหแกลูกคาและลูกคาจะไดรับผลประโยชนและคุณคาของผลิตภัณฑนั้น ๆ
โดยทั่วไปแลวผลิตภัณฑแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือผลิตภัณฑที่อาจเปนสิ่งซึ่งจับตองไดและ
ผลิตภัณฑที่จับตองไมได ในดานการบริการดานสินเชื่อนั้นถือวาเปนผลิตภัณฑที่จับตองไมได
เนื่องจากเปนผลิตภัณฑที่อยูในรูปของบริการ (Service Product) การที่จะสรางความมั่นใจ และ
ทําใหลูกคาเกิดความพึงพอใจในการใชบริการนั้นธุรกิจจะตองสรางและนําเสนอสิ่งที่เปนรูปธรรม
เพื่อเปนสัญลักษณแทนการบริการที่ไมสามารถจับตองได
2. ราคา (Price) หมายถึง คุณคาผลิตภัณฑในรูปของตัวเงิน ราคาเปนตนทุนของ (Cost)
ของลูกคา ลูกคาจะเปรียบเทียบระหวางคุณคา (Value) ผลิตภัณฑกับราคา (Price) ผลิตภัณฑนั้น
ถาคุณคาสูงกวาราคา เขาจะตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การกําหนดกลยุทธดานราคาตองคํานึงถึงคุณคา
ซึ่งเปนสิ่งที่กําหนดมูลคา ในการแลกเปลี่ยนสินคาหรือบริการในรูปของเงินตราเปนสวนที่เกี่ยวกับ
วิธีการกําหนดราคานโยบายและกลยุทธตาง ๆ ในการกําหนดราคาตองคํานึงถึงคุณคาที่รับรู
(Perceived Value) ในสายตาของลูกคา ซึ่งตองพิจารณาวาการยอมรับของลูกคาในคุณคาของ
ผลิตภัณฑวาสูงกวาราคาผลิตภัณฑนั้น ตนทุนสินคาและคาใชจายที่เกี่ยวของ การแขงขันและ


ปจจัยอื่น ๆ
3. ชองทางการจัดจําหนาย (Place) ดานสถานที่ใหบริการในสวนแรก คือ การเลือกทําเล
ที่ตั้ง (Location) ของธุรกิจบริการมีความสําคัญมาก โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ผูบริโภคตองไปรับ
บริการจากผูใหบริการในสถานที่ที่ผูใหบริการจัดไว เพราะทําเลที่ตั้งที่เลือกเปนตัวกําหนดกลุม
ผูบริโภคที่จะเขามาใหบริการ ดังนั้นสถานที่ใหบริการตองสามารถครอบคลุมพื้นที่ในการใหบริการ
กลุมเปาหมายไดมากที่สุด และคํานึงถึงทําเลที่ตั้งของคูแขงขันดวย โดยความสําคัญของทําเลที่ตั้งจะ
12
มีความสําคัญมากนอยแตกตางกันไปตามลักษณะเฉพาะของธุรกิจบริการแตละประเภทในสวนของ
ชองทางการจัดจําหนาย (Channels) การกําหนดชองทางการจัดจําหนายตองคํานึงองคประกอบ
3 สวน ไดแก ลักษณะของการบริการ ความจําเปนในการใชคนกลางในการจําหนาย และลูกคา
เปาหมายของธุรกิจบริการนั้น
4. การสงเสริมทางการตลาด (Promotion) เปนเครื่องมือหนึ่งที่มีความสําคัญในการ
ติดตอสื่อสารเกี่ยวกับขอมูลระหวางผูขายและผูใหบริการ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อแจงขาวสาร หรือ
ชักจูงใหเกิดทัศนคติ และพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใชบริการ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม
กับลูกคา โดยเครื่องมือที่ใชในการสื่อสารการตลาดบริการในการสงเสริมทางการตลาดอาจทําได
4 แบบดวยกัน ซึ่งเรียกวา สวนผสมการสงเสริมการตลาด (Promotion Mix) หรือสวนประสมใน
การติดตอสื่อสาร (Communication Mix) ประกอบไปดวย
4.1 การโฆษณา (Advertising) เปนการติดตอสื่อสารแบบไมใชบุคคล โดยผานสื่อ
ตาง ๆ และผูอุปถัมภรายการตองเสียคาใชจายในการโฆษณาที่ผานสื่อ เชน หนังสือพิมพ วิทยุ

โทรทัศน ปายโฆษณา การโฆษณาในโรงภาพยนตร ฯลฯ
4.2 การขายโดยใชพนักงาน (Personal Selling) เปนการติดตอสื่อสารทางตรงแบบ
เผชิญหนาระหวางผูขายและลูกคาที่มีอานาจซื้อ ซึ่งเปนการขายโดยใชพนักงานขาย
ํ
4.3 การสงเสริมการขาย (Sales Promotion) เปนเครื่องมือหรือกิจกรรมทาง
การตลาดที่กระทําการอยางตอเนื่อง นอกเหนือจากการขายโดยใชพนักงาน การโฆษณาและ
การประชาสัมพันธที่ชวยกระตุนความสนใจในการใชบริการของลูกคา
4.4 การประชาสัมพันธ (Publicity and Public Relation) เปนแผนงานการนําเสนอ
อยางตอเนื่องเพื่อชักจูงกลุมสาธารณะใหเกิดความคิดเห็นหรือทัศนคติที่ดีตอองคกรตลอดจนสราง
ภาพลักษณและความเขาใจอันดีระหวางธุรกิจกับลูกคากลุมใดกลุมหนึ่ง
5. บุคคล (People) หรือ พนักงาน (Employee) หมายถึง บุคคลที่ทําหนาที่รับผิดชอบใน
การติดตอแสวงหาลูกคา การเสนอขาย เพื่อกระตุนใหลูกคาเกิดความตั้งใจและตัดสินใจซื้อ
6. สรางและนําเสนอลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence and Presentation) โดย
พยายามสรางคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM) หรือตองแสดงใหเห็นคุณภาพ
ของบริการโดยผานการใชหลักฐานที่มองเห็นได เชน ธุรกิจโรงภาพยนตรตองพัฒนาลักษณะทาง
กายภาพและรูปแบบการใหบริการเพื่อสรางคุณคาใหกับลูกคา (Customer-value Proposition)
ไมวาจะเปนดานความสะอาด ความรวดเร็วในการจําหนายตั๋ว หรือคุณประโยชนอื่น
13
7. กระบวนการ (Process) เปนกิจกรรมที่เกี่ยวของกับระเบียบ วิธีการ และงานที่ปฏิบัติ
ในดานการบริการ ที่นําเสนอกับลูกคาเพื่อมอบการใหบริการอยางถูกตอง รวดเร็ว และทําใหลูกคา
เกิดความประทับใจ

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภคและกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค
แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภค

ศุภร เสรีรัตน (2540, หนา 5) กลาววา พฤติกรรมผูบริโภค หมายถึง การกระทําตาง ๆ ที่
เกี่ยวของโดยตรงกับการจัดหาให ไดมาซึ่งการบริโภค และการจับจายใชสอยซึ่งสินคาและบริการ
รวมทั้งกระบวนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นทั้งกอนและหลังการกระทําดังกลาวดวย
Schiffman and Kanuk (1987 อางถึงใน ศุภร เสรีรัตน, 2540) กลาววา พฤติกรรมของ
ผูบริโภค เปนพฤติกรรมที่ผูบริโภคแสดงออกไมวาจะเปนการเสาะหา ซื้อ ใช ประเมิน หรือการบริโภค

ผลิตภัณฑบริการ และแนวความคิดตางๆ ซึ่งผูบริโภคคาดวาจะสามารถตอบสนองความตองการของ
ตนไดเปนการศึกษาการตัดสินใจของผูบริโภคในการใชทรัพยากรที่มีอยูทั้งเงิน เวลา และกําลัง
เพื่อบริโภคสินคาและบริการตาง ๆ อันประกอบดวยคําถาม เชนวา ซื้ออะไร ทําไมจึงซื้อ ซื้อเมื่อไร
อยางไร ที่ไหน และบอยแคไหน
ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ (2541, หนา 107-121) กลาววา พฤติกรรมผูบริโภค หมายถึง
พฤติกรรมซึ่งผูบริโภคทําการคนหา การซื้อ การใชการประเมินผล การใชสอยผลิตภัณฑและบริการ
ซึ่งคาดวาจะสนองความตองการของเขาหรือการศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจ และการกระทําของ
คนที่เกี่ยวของกับการซื้อและการใชสินคาการวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภค เปนการคนหาหรือวิจัย
เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความตองการและ

พฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภคไดอยางเหมาะสม
ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการของมาสโลว (Maslow’s Hierarchy of Needs Theory)
Maslow (1954) ไดเสนอแนวความคิดของการลําดับขั้นความตองการ (Hierarchy of
Need) โดยมีความเชื่อมั่นวาความตองการของมนุษยมีลําดับขั้นตอนที่แนนอน ซึ่งบุคคล
มีความปรารถนาที่สูงสุดคือ การที่จะรูจักตนเองที่แทจริง แตการที่มนุษยจะเกิดความตองการ
ในแตละขั้นนั้น จําเปนอยางยิ่งที่บุคคลจะตองไดรับการสนองตอบตามความตองการในระดับที่
ต่ํากวาเสียกอนจึงจะเกิดความตองการในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปได ซึ่งความพอใจในการสนองตอบ
ความตองการนั้นไมไดหมายความวาจะตองเกิดความพึงพอใจทั้งหมดเพียงแตวาขอใหไดรับ

ความพึงพอใจในบางสวนก็จะสามารถที่จะใฝหาความตองการในระดับที่สูงกวาไดตอไปอีก
14
มาสโลวยังเชือวามนุษยสวนใหญ ยังไมสามารถบรรลุความตองการในระดับความตองการที่จะรูจัก
่

ตนเองที่แทจริงได (Maslow, 1954, pp. 80-84)
1. ความตองการทางรางกาย (Physiological Needs) เปนความตองการขันพื้นฐาน
้
ของมนุษยเพื่อความอยูรอด เชน อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย ยารักษาโรค อากาศ น้ําดื่ม
การพักผอน เปนตน
2. ความตองการความปลอดภัยและมั่นคง (Security or Safety Needs) เมื่อมนุษย
สามารถตอบสนองความตองการทางรางกายไดแลว มนุษยก็จะเพิ่มความตองการในระดับที่สูงขึ้น
ตอไป เชน ความตองการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ความตองการความมั่นคงในชีวิต
และหนาที่การงาน
3. ความตองการความผูกพันหรือการยอมรับ (ความตองการทางสังคม) (Affiliation or
Acceptance Needs) เปนความตองการเปนสวนหนึ่งของสังคม ซึ่งเปนธรรมชาติอยางหนึ่งของ
มนุษย เชน ความตองการใหและไดรับซึ่งความรัก ความตองการเปนสวนหนึ่งของหมูคณะ
ความตองการไดรับการยอมรับ การตองการไดรับความชื่นชมจากผูอื่น เปนตน
4. ความตองการการยกยอง (Esteem Needs) หรือ ความภาคภูมิใจในตนเอง
เปนความตองการการไดรับการยกยอง นับถือ และสถานะจากสังคม เชน ความตองการไดรับ
ความเคารพนับถือ ความตองการมีความรูความสามารถ เปนตน

5. ความตองการความสําเร็จในชีวิต (Self- actualization) เปนความตองการสูงสุดของ
แตละบุคคล เชน ความตองการที่จะทําทุกสิ่งทุกอยางไดสําเร็จ ความตองการทําทุกอยางเพื่อ
ตอบสนองความตองการของตนเอง เปนตน
จากทฤษฎีลาดับขั้นความตองการของ Maslow (1954) สามารถแบงความตองการออกได
ํ
เปน 2 ระดับ คือ
1. ความตองการในระดับต่ํา (Lower Order Needs) ประกอบดวยความตองการทาง
รางกาย ความตองการความปลอดภัยและมั่นคง และความตองการความผูกพันหรือการยอมรับ
2. ความตองการในระดับสูง (Higher Order Needs) ประกอบดวย ความตองการ
การยกยองและความตองการความสําเร็จในชีวิต
ทฤษฎีเกี่ยวกับการคนหาพฤติกรรมของผูบริโภค คือ 6 Ws และ 1 H

การวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภค (Analyzing Consumer Behavior) เปนการคนหาหรือ
วิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความตองการและ
พฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค ในการวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภคจะอาศัยคําถาม 6 Ws
และ 1 H ซึ่งประกอบดวย Who, What, Why, When, Where และ How เพื่อคนหาลักษณะที่เกี่ยวกับ
15
พฤติกรรมผูบริโภค 7 ประการ หรือ 7 O’s ซึ่งประกอบดวย Occupants, Objects, Objectives,
Organization, Occasions, Outlet และ Operations (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ, 2541, หนา 126)
โดยมีการกําหนดคําถามดังนี้
1. ใครอยูในตลาดเปาหมาย (Who is in the target market?) เปนคําถามเพื่อทราบถึง
ลักษณะของกลุมเปาหมาย (Occupants) ทางดานประชากรศาสตร ภูมิศาสตร จิตวิทยา พฤติกรรม
ศาสตร
2. ทําไมผูบริโภคจึงซื้อ (Why does the consumer buy?) เปนคําถามถึงสิ่งที่ผูบริโภค
ตองการซื้อ (Objects) สิ่งที่ผูบริโภคตองการจากผลิตภัณฑ ซึ่งก็คือ ตองการคุณสมบัติหรือ
องคประกอบของผลิตภัณฑและความแตกตางที่เหนือกวาคูแขงขัน
3. ทําไมผูบริโภคจึงซื้ออะไร (Why does the consumer buying?) เปนคําถามเพื่อทราบ
วัตถุประสงคที่ผูบริโภคซื้อสินคา (Objectives) ผานระบบชองทางการจัดจําหนายใด ๆ เพื่อ
ตอบสนองความตองการทางดานรางกายและทางดานจิตวิทยา ซึ่งตองศึกษาถึงปจจัยที่มีอิทธิพล
ตอพฤติกรรมการซื้อ คือ ปจจัยภายนอก ปจจัยทางสังคม และวัฒนธรรม ปจจัยเฉพาะบุคคล
4. ใครมีสวนรวมในการตัดสินใจซื้อบาง (Who participants in the buying?) เปนคําถาม
เพื่อทราบถึงบทบาทของกลุมตาง ๆ (Organizations) ที่มีอิทธิพลตอการตัดสินใจซื้อ ซึ่ง
ประกอบดวยผูริเริ่มในการที่จะซื้อ ผูมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อ ผูตัดสินใจซื้อ ผูซื้อและผูใช
5. ผูบริโภคซื้อเมื่อใด (When the consumer buy?) เปนคําถามเพื่อตองการทราบถึง
โอกาสในการซื้อ (Occasions) เชน ชวงเดือนใดของปหรือชวงฤดูกาลใดของป ชวงวันใดของเดือน
ชวงเวลาใดของวัน โอกาสพิเศษตาง ๆ เปนตน
6. ผูบริโภคซื้อที่ไหน (Where does the consumer buy?) เปนคําถามเพือตองการทราบถึง
่
ชองทางหรือแหลง (Outlet) ที่ผูบริโภคไปทําการซื้อ เชน หางสรรพสินคา ซุปเปอรมารเก็ต รานขาย
ของชํา ฯลฯ
7. ผูบริโภคซื้ออยางไร (How does the consumer buy?) เปนคําถามเพือทราบถึงขั้นตอน
่
ในการตัดสินใจซื้อ (Operations) ซึ่งประกอบดวย การรับรูปญหา การคนหาขอมูล การประเมินผล
ทางเลือก การตัดสินใจซื้อ ความรูสึกภายหลังการซื้อ
คําตอบที่ไดมาเหลานี้ จะชวยใหนักการตลาดสามารถกําหนดกลยุทธทางการตลาดที่
สามารถสนองความพึงพอใจของผูบริโภคไดอยางเหมาะสมและประสบความสําเร็จทางดาน
การตลาดไดเปนอยางดี
16
แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค
กระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค (Consumer Buying Decision Process) เปนลําดับ
ขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค จากการสํารวจรายงานของผูบริโภคจํานวนมากใน
กระบวนการซื้อพบวาผูบริโภคผานกระบวนการ 5 ขั้นตอน คือ (1) การรับรูถึงความตองการหรือ
การรับรูปญหา (2) การคนหาขอมูล (3) การประเมินผลทางเลือกกอนการซื้อ (4) การตัดสินใจซื้อ
(5) พฤติกรรมภายหลังการซื้อ ทั้งนี้ผูบริโภคอาจขามหรือยอนกลับไปเริ่มตนขั้นตอนกอนนี้ก็ได
ซึ่งแสดงใหเห็นวากระบวนการตัดสินใจซื้อเริ่มตนกอนการซื้อจริง ๆ และมีผลกระทบหลังจาก
การซื้อ โดยมีรายละเอียดในแตละขั้นตอนดังนี้ (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ, 2546)
1. การรับรูถึงความตองการ (Need Recognition) หรือ การรับรูปญหา (Problem
Recognition) เปนขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อบุคคลระลึกถึง
ความแตกตางระหวางสิ่งที่เขามีอยูกับสิ่งที่เขาตองการ (Kerin, Hartley, & Rudelius, 2004, p. 100)
ซึ่งเกิดจาก (1) ตัวแปรภายใน หรือปจจัยดานจิตวิทยาประกอบดวย ความตองการและการจูงใจ
บุคลิกภาพและแนวความคิดสวนตัว การรับรู การเรียนรู และทัศนคติ (2) ตัวแปรภายนอก หรือ
ปจจัยสิ่งแวดลอมดานสังคมวัฒนธรรม ประกอบดวย กลุมอางอิง ครอบครัว ชั้นทางสังคม
วัฒนธรรมและวัฒนธรรมยอย ปจจัยเหลานี้จะสงผลตอการกําหนดความตองการของแตละบุคคล
2. การคนหาขอมูล (Search for Information) หรือการคนหาขอมูลกอนการซื้อ
(Prepurchase Search) เมื่อบุคคลไดรับรูถึงความตองการแลว เขาจะคนหาวิธีการที่จะทําให
ความตองการดังกลาวไดรับการตอบสนอง ซึ่งผูบริโภคสามารถคนหาขอมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑหรือ
บริการที่สามารถตอบสนองความตองการได 2 ทางคือ
2.1 การคนหาขอมูลจากภายใน (Internal Search) โดยทบทวนความทรงจําในอดีต
เกี่ยวกับผลิตภัณฑหรือตราสินคาที่ตนเองเคยซื้อ
2.2 การคนหาขอมูลจากภายนอก (External Search) ซึ่งสามารถคนหาไดจาก 5 แหลง
ดังนี้
2.2.1 แหลงบุคคล (Personal Sources) ไดแก ครอบครัว เพื่อน เปนตน
2.2.2 แหลงการคา (Commercial Sources) หรือแหลงขอมูลที่จัดโดยนักการตลาด
(Marketer-dominated Sources) ไดแก สื่อการโฆษณา พนักงานขาย เปนตน
2.2.3 แหลงชุมชน (Public Sources) ไดแก สื่อมวลชน องคกรคุมครองผูบริโภค
เปนตน
2.2.4 แหลงประสบการณ (Experiential Sources) ไดแก การควบคุม
การตรวจสอบการใชสินคา เปนตน
17
2.2.5 แหลงทดลอง (Experimental Sources) ไดแก หนวยงานที่สํารวจคุณภาพ
ผลิตภัณฑหรือหนวยวิจัยภาวะตลาดของผลิตภัณฑ ประสบการณตรงของผูบริโภคในกรทดลองใช
ผลิตภัณฑ เปนตน
สินคาและบริการที่มีความสลับซับซอนในการตัดสินใจซื้อต่ํา ผูซื้ออาจใชการคนหา
ขอมูลจากภายในโดยการเลือกตราสินคาที่ตนเองรูจักหรือเคยใชมากอน ดังนั้นนักการตลาด
จึงควรใหความสําคัญในการสรางตราสินคาใหเปนที่รูจก
ั
สวนสินคาและบริการที่ตองใชความสลับซับซอนในการตัดสินใจซื้อสูง
นักการตลาดตองใชความพยายามในการขายและสงเสริมการตลาด เพื่อกระตุนใหบุคคล
มีการคนหาขอมูลเกี่ยวกับสินคาและบริการมากขึ้น
ในขั้นตอนการรับรูถึงความตองการและการคนหาขอมูลเหลานี้ ผูบริโภคจะเกี่ยวของกับ
กระบวนการขอมูล
กระบวนการขอมูล (Information Processing) หมายถึง กระบวนการซึ่งมีการรับรู
Received) ถึงสิ่งกระตุน (Stimulus) การตีความหมาย (Interpreted) การเก็บรักษาในความทรงจํา
(Store in Emory) และการนํากลับมาใชภายหลัง (Retrieved) (Blackwell, Miniard, & Engel, 2006,
p. 77) เมื่อผูบริโภคมีการคนหาขอมูลจากภายนอก ผูบริโภคจะไดรับอิทธิพลจากสิ่งกระตุนโดย
นักการตลาด เชน การโฆษณาผานสื่อตาง ๆ และสิ่งกระตุนโดยกลุมอื่น ๆ ที่ไมใชนักการตลาด เชน
ครอบครัว เพื่อน เปนตน ซึ่งสิ่งกระตุนเหลานี้จะสงผลตอกระบวนการขอมูลของผูบริโภค โดย
รายละเอียดดังนี้
1. การเปดรับขาวสาร (Exposure) หมายถึง การที่บุคคลมีการรับรูจากสิ่งกระตุนโดย
ผานประสาทสัมผัสหนึ่งอยางขึ้นไป ไดแก การไดเห็น ไดยิน ไดกลิ่น ไดลิ้มรส ไดสัมผัส
2. ความตั้งใจ (Attention) เปนขั้นที่ผูรับขาวสารเกิดความตั้งใจที่จะรับฟงขาวสารนั้น
ตอไป ถาขอมูลขาวสารที่ไดเปดรับในขั้นที่หนึ่งนาสนใจ
3. ความเขาใจ (Comprehension) เปนขั้นที่ผูรับขาวสารเกิดความเขาใจในขาวสารที่
เขาไดตั้งใจฟง
4. การยอมรับ (Acceptance) ในขั้นนี้ขาวสารจะมีผลกระทบตอทัศนคติ ความเชื่อ
และความรูสึกขอผูรับขาวสาร เพื่อใหผูรับขาวสารเกิดการยอมรับขาวสารนั้นดวยความเต็มใจ
5. การเก็บรักษา (Retention) เปนการสงขอมูลที่ยอมรับสูความทรงจําระยะยาว
(Blackwell, Miniard, & Engel, 2006, p. 79) โดยผูรับขาวสารสามารถจดจําขาวสารทีไดรับมา
่
3. การประเมินผลทางเลือก (Alternative Evaluation) หลังจากที่ไดคนหาขอมูลแลว
ผูบริโภคตองทําการประเมินผลทางเลือกตาง ๆ ที่เปนไปไดกอนทําการตัดสินใจ ในขั้นนี้ผูบริโภค
18
ตองกําหนดเกณฑการพิจารณาที่จะใชสาหรับการประเมินผล ซึ่งเกณฑการพิจารณาเปนเรื่องของ
ํ
เหตุผลที่มองเห็น เชน ราคา ความคงทน หรือคุณสมบัติของสินคา เปนตน หรือเปนเรื่องของ
ความพอใจสวนบุคคล เชน ชื่อเสียงของตราสินคา แบบ หรือสี เปนตน จากเกณฑที่กําหนดจะทําให
ผูบริโภคทราบถึงทางเลือกที่เปนไปได ถาทางเลือกที่เปนไปไดมีเพียงทางเลือกเดียว การประเมินผล
ก็ทําไดงาย แตบางครั้งทางเลือกที่เปนไปไดมีหลายทางเลือก ฉะนั้นผูบริโภคจึงตองพิจารณา
ทางเลือกที่กอใหเกิดความพึงพอใจมากที่สุด ดังนั้นนักการตลาดสวนใหญจึงสนใจที่จะศึกษาถึง
เกณฑที่ผูบริโภคใชสาหรับการประเมินผลทางเลือกตาง ๆ
ํ
เกณฑการประเมินผลมีการกําหนดขึ้นมา และไดรับอิทธิพลจากความแตกตางของแตละ
บุคคล ซึ่งพิจารณาจากปจจัยดานจิตวิทยาและอิทธิพลจากสิ่งแวดลอมดานสังคมและวัฒนธรรม ซึ่ง
ปรากฏในรูปของสิ่งจูงใจ (Motives) คานิยม (Value) รูปแบบการดําเนินชีวิต (Lifestyle) และอื่น ๆ
4. การตัดสินใจซื้อ (Purchase Decision) หลังจากการประเมินผลทางเลือกแลว จะเปน
ขั้นตอนที่ผูบริโภคตัดสินใจซื้อ การซื้อโดยทั่วไปเกิดขึ้นในรานคาปลีก แตอยางไรก็ตามอาจเกิดขึ้น
ในบานหรือสํานักงานของลูกคาก็ได
5. พฤติกรรมภายหลังการซื้อ (Post-purchase Behaviour) หรือผลลัพธภายหลังการซื้อ
(Postpurchase Outcome) ในขั้นนี้ผูบริโภคจะเปรียบเทียบคุณคาที่ไดรับจริง (Perceived Value)
จากการบริโภคหรือใชผลิตภัณฑกับความคาดหวัง (Expectation) ถาคุณคาไดรับมากกวา
ความคาดหวังผูบริโภคจะเกิดความพึงพอใจ (Satisfied) แตถาคุณคาที่ไดรับจริงต่ํากวา
ความคาดหวังผูบริโภคจะมีการจัดการผลิตภัณฑนั้นหลายวิธี ไดแก กําจัดทิ้ง รีไซเคิล เปนตน

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับปจจัยที่สงผลตอกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค
Kotler (1997) กลาววา กระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค เปรียบเสมือน “กลองดํา”
เนื่องจากผูผลิตหรือผูขาย ไมสามารถคาดคะเนหรือไมสามารถทราบความตองการของผูบริโภคได
จําตองพยายามคนหากระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งไดรับอิทธิพลมาจากลักษณะของผูซื้อ และ
ลักษณะการตัดสินใจของผูซื้อโดยมีปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการซื้อของผูบริโภค ไดแก
1. ปจจัยดานวัฒนธรรม เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอผูซื้อหรือผูบริโภคที่กวางขวางที่สุด
ประกอบดวย
1.1 วัฒนธรรมพื้นฐาน เปนปจจัยที่มีผลตอคนสวนใหญในสังคม และเปนตัวกําหนด
ความตองการและพฤติกรรมพื้นฐานโดยสวนใหญของบุคคลเปนสิ่งที่ปลูกฝงโดยเริ่มจากครอบครัว
โรงเรียน และสังคม ดังนั้นควรใหความสนใจศึกษารายละเอียดของวัฒนธรรมเพื่อที่จะปรับปรุง
สินคา
19
1.2 วัฒนธรรมยอยหรือวัฒนธรรมเฉพาะกลุม เปนปจจัยที่เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมของ
บุคคลบางกลุม ซึ่งเปนวัฒนธรรมที่ไดรับการยอมรับจากสมาชิกในกลุม สําหรับสินคาและบริการ
บางอยางที่เจาะจงกลุมเปาหมายที่มีวัฒนธรรมยอยเปนของกลุมนั้น จําเปนตองศึกษาและทํา
ความเขาใจในวัฒนธรรมยอยนั้นดวย
1.3 ระดับชั้นในสังคม เชน ฐานะ การศึกษา หรืออาชีพ เปนตัวกําหนดพฤติกรรม
การบริโภคของคนในแตละกลุม เพื่อสรางการยอมรับจากระดับชั้นในสังคมนั้น ๆ
2. ปจจัยดานสังคม ประกอบดวย
2.1 กลุมอา งอิ ง ได แ ก กลุ มบุค คลที่มีผ ลต อทั ศ นคติ และพฤติ กรรมของบุ ค คลทั้ ง
ทางตรงและทางออม กลุมที่มีผลโดยตรงเรียกวา Membership Group ซึ่งประกอบดวยกลุมปฐมภูมิ
(Primary Group) เชน ครอบครัว เพื่อน เพื่อนบาน หรือเพื่อนรวมงาน ซึ่งเปนกลุมบุคคล ที่มี
การติดตออยางใกลชิดและไมเปนทางการ และกลุมทุติยภูมิ (Secondary Group) เชน ศาสนา อาชีพ
หรือสหภาพ เปนกลุมที่มีการติดตอกันอยางเปนทางการ แตมิไดมีการติดตอกันเปนประจํา ซึ่งตอง
กําหนดกลุมอางอิงของกลุมลูกคาเปาหมาย หรือบุคคลที่เปนตัวแทนของสินคาและบริการ (Opinion
Leader) ซึ่งเปนบุคคลที่สังคมยอมรับ เพื่อเปนตัวแทนของสินคาและบริการ
2.2 ครอบครัว เปนปจจัยที่มีอิทธิพลอยางมากตอพฤติกรรมการซื้อของผูบริโภค จึง
จะตองศึกษาถึงบทบาทและความสัมพันธของบุคคลในครอบครัว พฤติกรรมการบริโภคของบุคคล
ในครอบครัว บุคคลที่มีอํานาจในการตัดสินใจซื้อสินคาหรือใชบริการในครอบครัว
2.3 บทบาทและสถานะบุคคล จะเกี่ยวของกับหลายกลุม เชน ครอบครัวกลุมอางอิง
องคกร และสถาบันตาง ๆ บุคคลจะมีบทบาทและสถานะที่แตกตางกันในแตละกลุม 20
3. ปจจัยสวนบุคคล ประกอบดวย
3.1 อายุ การทีมีอายุแตกตางกันยอมจะมีความตองการสินคาและบริการที่แตกตางกัน
่
การแบงกลุมผูบริโภคตามอายุ เชน กลุมวันรุนมักจะชอบใชจายเงินไปกับสิ่งที่แปลกใหม สินคา

และบริการที่เปนแฟชั่น มากกวาการเก็บเงินออม หรือนําเงินไปฝากธนาคาร
3.2 ขั้นตอนของวงจรชีวิตครอบครัว เปนขั้นตอนการดํารงชีวิตของบุคคลในลักษณะ
ของการมีครอบครัว การดํารงชีวิตในแตละขั้นตอนเปนสิ่งที่มีอิทธิพลตอความตองการทางดาน
ทัศนคติและคานิยมของบุคคลทําใหเกิดความตองการในตัวสินคาและบริการ และพฤติกรรมซื้อ
สินคาหรือใชบริการที่แตกตางกัน เชน เปนโสดและอยูในวัยหนุมสาว คูสมรสหรือบุคคลที่อยูคน
เดียวเนื่องจากการหยาราง ก็จะมีพฤติกรรมการบริโภคที่แตกตางกัน
20
3.3 อาชีพ ซึ่งอาชีพของบุคคลแตละคนจะนําไปสูความจําเปน และความตองการ
สินคาและบริการที่แตกตางกัน จะตองศึกษาวากลุมบุคคลในอาชีพใดใหความสนใจกับสินคาและ
บริการใดมากที่สุด เพื่อจะจัดกิจกรรมทางการตลาดใหตอบสนองความตองการใหเหมาะสม
3.4 รายได หรือโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางเศรษฐกิจของบุคคลจะกระทบตอ
สินคาและบริการที่เขาตัดสินใจบริโภค โอกาสเหลานี้ จึงจําเปนตองสนใจแนวโนมของรายได
สวนบุคคล การออม และอัตราดอกเบี้ย ถาภาวะเศรษฐกิจตกต่ําคนมีรายไดต่ํา กิจการตองปรับปรุง
สินคาและบริการ การจัดจําหนาย การตั้งราคา ลดการผลิตและสินคาคงคลัง รวมไปถึงวิธีการตาง ๆ
เพื่อปองกันการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน
3.5 การศึกษา ผูที่มีการศึกษาสูง มีแนวโนมจะบริโภคสินคาและบริการที่มีคุณภาพดี
มากกวาผูที่มีการศึกษาต่า
ํ
3.6 รูปแบบการดํารงชีวิต โดยการแสดงออกในรูปของ AIOs คือ กิจกรรม (Activity)
ความสนใจ (Interest) ความคิดเห็น (Opinions) รูปแบบการดํารงชีวิตขึนอยูกับวัฒนธรรม ชั้นของ
้
สังคม และกลุมอาชีพของแตละบุคคล ทางการตลาดเชื่อวาการเลือกบริโภคสินคาและบริการของ
บุคคลขึ้นอยูกับรูปแบบการดํารงชีวิต
4. ปจจัยดานจิตวิทยา การเลือกบริโภคของบุคคลไดรับอิทธิพลจากปจจัยดานจิตวิทยา
ถือวาเปนปจจัยภายในของผูบริโภคที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการบริโภคสินคาและการใชบริการ
ประกอบดวย
4.1 การจูงใจ เปนสิ่งที่เกิดภายในตัวบุคคล แตอาจจะถูกระทบจากปจจัยภายนอก เชน
สิ่งกระตุนที่ทางการตลาดใชเปนเครื่องมือทางการตลาด เพื่อกระตุนใหเกิดความตองการ
4.2 การรับรู เปนกระบวนการของแตละบุคคลซึ่งขึ้นอยูกับปจจัยภายใน เชน
ความเชื่อ ประสบการณ ความตองการ และอารมณ สวนปจจัยภายนอกคือ สิ่งกระตุนการรับรูของ
ประสาทสัมผัสทั้งหา
4.3 การเรียนรู หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือความโนมเอียงของพฤติกรรมจาก
ประสบการณที่ผานมา การตลาดจึงไดมีการประยุกตแนวความคิดนี้ ดวยการโฆษณาซ้ําแลวซ้าอีก
ํ
หรือจัดการสงเสริมการขาย เพื่อทําใหการตัดสินใจซื้อสินคาและใชบริการเปนประจํา สิ่งกระตุนที่
จะมีอิทธิพลที่ทําใหเกิดการเรียนรูไดตองมีคุณคาในสายตาของผูบริโภค
4.4 ความเชื่อและทัศนคติ เปนความคิดที่บุคคลยึดถือเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเปน
ผลมาจากประสบการณในอดีต ซึ่งบางความเชื่อเปนความเชื่อในดานลบ จึงจองมีการรณรงค
เพื่อแกไขความเชื่อที่ผิดนั้น
21
4.5 บุคลิกภาพ เปนความรูสึกนึกคิดของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เปนสิ่งที่มีอิทธิพล

ตอความเชื่อ ซึ่งมีทางเลือกอยู 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 คือสรางทัศนคติของผูบริโภคใหสอดคลอง
กับสินคาและบริการของกิจการ หรือพิจารณาวาทัศนคติของผูบริโภคเปนอยางไรแลวจึงพัฒนา
สินคาและบริการใหสอดคลองกับทัศนคติของผูบริโภค ซึ่งวิธีหลังนี้จะทําไดงายกวาสําหรับ
การสรางทัศนคตินั้น ตองยึดหลักองคประกอบของการเกิดทัศนคติซึ่งมี 3 สวน ไดแก สวนของ
ความเขาใจ สวนของความรูสึก และสวนของพฤติกรรม

4.6 แนวความคิดของตนเอง หมายถึง ความรูสึกนึกคิดที่บุคคลมีตอตนเอง หรือ
ความคิดที่บุคคลอื่นมีความคิดเห็นตอตน

แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ
Detox ยอมาจาก คําวา Detoxification หมายถึง กระบวนการในการลางสารพิษ (Toxin)
ออกจากรางกายดวยวิธีการตาง ๆ 90% ของโรคเกิดจากการสะสมพิษในลําไสใหญ นักวิทยาศาสตร
คนพบวา การสะสมพิษ เชน อุจจาระตกคาง ตะกรัน (Chronic Dunk) ที่ลําไสใหญ หรือ อาการ
ทองผูก เปนสาเหตุหลักที่ทําใหรางกายเราออนแอและเกิดโรคตาง ๆ ตามมาไดงายเนื่องจากลําไส
เปนอวัยวะที่รางกายเราไมสามารถมองเห็นได จึงถูกละเลยในการดูแลโรคที่เกิดจากการสะสมพิษ

ในลําไสใหญ เชน เบาหวาน ความดัน คลอเรสเตอรอล เสนเลือดในสมองแตก หลอดเลือดตีบตัน
หัวใจ หลอดเลือดในหัวใจตีบ ไมเกรน ปวดหัว อัมพาต มะเร็ง ผิวหนัง ภูมิแพ ภูมิเพี้ยน (SLE)
เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สิวเสี้ยน สิวอักเสบ ฝา กระ ผิวหยาบกราน กลิ่นกาย กลิ่นปาก ปวดหลัง
ปวดคอ ปวดขอ ทองอืด ทองเฟอ โรคกระเพาะ ลําไสอักเสบ ริดสีดวง พุงโต น้ําหนักเกิน ฯลฯ
วิธีการดีทอกซดวยการสวน แบงเปน 2 วิธี คือ
1. ดีทอกซแบบลางลําไสระดับลาง เปนการสวนลางลําไสในชวงระยะ 30 เซนติเมตร
สุดทายของลําไส ดวยกาแฟหรือน้ําสมุนไพร ใชน้ําประมาณ 5 ลิตร
2. ดีทอกซแบบลางลําไสสวนบน ดวยน้ําเกลือแรหรือสมุนไพร ใชน้ําประมาณ
2 ลิตร การทําดีทอกซแบบลางลําไสสวนบนนั้น จะใชเครื่องมือทางการแพทยที่ทันสมัยและ
มีประสิทธิภาพที่เรียกวา เครื่องลางลําไส (COLONIC) ในการดีทอกซแตละครั้งจะเสียคาใชจาย

ประมาณ 700-1,000 บาท
ปจจุบันทางการแพทยคนพบวิธีการ ลางลําไสดวยวิธีการทานอาหารที่เรียกวา Fiber คือ
ใยอาหารมีสวนประกอบที่มาจากคารโบไฮเดรท แตเปนสวนที่รางกายยอยสลายไมไดและจะไมถูก

ดูดซึมเขาสูรางกาย ประเภทของอาหารทีใหใยอาหารสูงแกรางกาย Fiber เปนอาหารที่ไมมี
่
22
แคลเลอรี่จึงเหมาะสําหรับผูที่ตองการลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ ใยอาหารนี้เอง ไมเพียงแตจะ
สามารถเปลี่ยนชีวิตของผูที่จะลดน้ําหนักตัวเทานั้น แตใยอาหารสามารถเปลี่ยนชีวิตของทุก ๆ คน
ใหมีสุขภาพที่ดีดวย (สุพจน สัมฤทธิ์สณิชชา, 2546)
ปจจุบันมีการลางสารพิษไดโดยไมตองสวนทวาร เปนรูปแบบในการรับประทาน
ผลิตภัณฑเสริมอาหารแทน ซึ่งมีออกมาจําหนายในรูปแบบตางๆ มีทั้งรูปแบบผง อัดเม็ด หรือทํา
ออกมาในรูปของชา กาแฟฯลฯ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถขับพิษออกจากรางกายได ซึ่งวิธีการ
รับประทานผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ ซึ่งเปนวิธีที่งายและสะดวก และไดผลดี ทํา
ใหไมตองทนกับความเจ็บปวด

งานวิจัยที่เกี่ยวของ
เนรัญชรา ณ ฝน (2546) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ
สตรีวัยทํางานในเขตเทศบาลเมืองเชียงราย โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภค
และปจจัยที่มอิทธิพลตอการบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ 3 กลุมคือ ผลิตภัณฑอาหาร
ี
เสริมเพื่อลดน้ําหนัก เพื่อความงาม และเพื่อบํารุงสุขภาพ ของสตรีวัยทํางานในเขตเทศบาลเมือง
เชียงราย โดยใชแบบสอบถาม 300 คน สุมตัวอยางแบบตามสะดวก และแบบบังเอิญตามรานขาย
ผลการศึกษาพบวา ผูบริโภคสวนใหญมีอายุ 21-30 ป คิดเปนรอยละ 47.70 การศึกษาต่ํากวา
อนุปริญญา หรือต่ํากวา ปวส. คิดเปนรอยละ 34.30 สําหรับรายได อยูในระดับต่ํากวา 10,000 บาท
คิดเปนรอยละ 65 และเปนผูบริโภคที่เคยบริโภคและยังบริโภคอยู คิดเปนรอยละ 44.04 บริโภค
ผลิตภัณฑลดความอวน คิดเปนรอยละ 42.49 และประเภทหวังเฉพาะทาง คิดเปนรอยละ 13.47
พเยาว สมหมาย (2546) ศึกษาเรื่องปจจัยสวนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจซื้อ
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรม
การบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและสวนประสมทางการตลาดที่สงผลใหพฤติกรรมการบริโภค
อาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ผลการศึกษาพบวา ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 70 อายุ
30-35 ป คิดเปนรอยละ 31.70 สถานภาพโสด คิดเปนรอยละ 51 ระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเปน
รอยละ 58.70 อาชีพเปนพนักงานเอกชน คิดเปนรอยละ 58 และสวนใหญรายไดเฉลี่ยตอเดือน
10,000-20,000 บาท คิดเปนรอยละ 44.30 พฤติกรรมการดูแลสุขภาพและการบริโภคอาหารเสริม
เพื่อสุขภาพของผูบริโภคสวนใหญ ไมมีโรคประจําตัว คิดเปนรอยละ 68.70 สนใจดูแลสุขภาพใน
ระดับมาก คิดเปนรอยละ 44 วิธีดูแลสุขภาพโดยทานอาหารวันละ 3 มื้อ คิดเปนรอยละ 23.50 และ
ปจจัยของสวนประสมทางการตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค
ซึ่งผูบริโภคมีความคิดเห็นวา ปจจัยสวนประสมทางการตลาด พิจารณาดานผลิตภัณฑพบวามีผลตอ
23
การตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค ในระดับมาก แตถามองในดานการจัด
จําหนายจะมีผูบริโภคใหความสําคัญมากที่สุด เนื่องจากในปจจุบันนี้อาหารเสริมเพื่อสุขภาพมี
แพรหลายมากขึ้น ผูบริโภคมีขอเปรียบเทียบในการเลือกซื้อมากขึ้น
ธัชชนก สังขทอง (2547) ศึกษาเรื่องปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริม
อาหารของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาลักษณะทาง
ประชากรศาสตรของผูบริโภคผลิตภัณฑเสริมอาหาร เพื่อทราบความรับรูความเขาใจและพฤติกรรม
การซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค และเพื่อศึกษาถึงความสัมพันธระหวางลักษณะทาง
ประชากรศาสตรกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค
ผลการศึกษาพบวา ปจจัยทางจิตวิทยาเปนปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร
ของผูบริโภคมากที่สุด หากพิจารณาเปนรายปจจัย พบวาปจจัยดานสังคมที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อ
ผลิตภัณฑเสริมอาหารมากทีสุดคือ จากเพื่อน ญาติพี่นอง หรือบุคคลใกลชิด สําหรับปจจัยดาน
่
การตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารมากที่สุดคือ เครื่องหมายรับรองจาก
หนวยงานราชการ เชน เครื่องหมาย อย. และปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร
มากที่สุดคือ ผลิตภัณฑที่เคยใชแลวไดผลดีทําใหอยากซื้ออีกครั้ง และจากการศึกษาวิเคราะห
ความสัมพันธระหวางลักษณะทางประชากรศาสตรกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ
เสริมอาหารของผูบริโภค พบวาอาชีพมีความสัมพันธกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ
เสริมอาหาร ขณะที่ปจจัยอื่นๆ อันไดแกเพศ อายุ รายได ระดับการศึกษา ภาวะสุขภาพ นั้นไมมี
ความสัมพันธกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค
กนกรัตน พิชญานุพงศ (2548) ศึกษาเรื่องปจจัยที่มีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อ
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภคในอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ
ศึกษาพฤติกรรมการซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค และเพื่อศึกษาปจจัยที่มีความสัมพันธ
ตอการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ ผูบริโภค กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัยไดแก
ผูบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพในอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี เก็บรวบรวมขอมูล
โดยแบบสอบถามจากสถานที่จําหนายผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพผลการวิจัยพบวา ลักษณะ
ทั่วไปของกลุมตัวอยางที่บริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ สวนใหญเพศหญิง มีชวงอายุ 26-30 ป
มีสถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายไดเฉลี่ยตอเดือน
อยูระหวาง 5,001-10,000 บาท ดานพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ
กลุมตัวอยาง พบวา กลุมตัวอยางรับประทานผลิตภัณฑอาหารเสริมชนิดเม็ดมากที่สุด โดยจะ
รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งตอวัน และผลิตภัณฑจากสารสกัดธรรมชาติ (สกัดจากพืช
และสัตว) เปนผลิตภัณฑที่ไดนิยมซื้อบริโภคมากที่สุด ปริมาณการซื้อในแตละครั้งซื้อปริมาณ
24
1 กลองและซื้อ 1 ครั้งตอเดือนมากที่สุด มีคาใชจายในการซื้อผลิตภัณฑในแตละครั้งมีคาใชจายตอ

ครั้งประมาณ นอยกวา 500 บาท สวนเวลาในการซื้อผลิตภัณฑจะไมแนนอน โดยแหลงสถานที่ซื้อ
ผลิตภัณฑที่ไดรับความนิยมคือรานขายยา และผูมีอิทธิพลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม
คือ ตัวเองมากที่สุด ดานปจจัยสวนประสมทางการตลาด คือ ดานผลิตภัณฑ ราคา สถานที่จําหนาย
และการสงเสริมการจําหนาย พบวา ผูบริโภคมีความเห็นวาผลิตภัณฑเปนสิ่งจูงใจตอการซื้อ
ผลิตภัณฑในระดับมากที่สุด โดยมี ราคา สถานที่จําหนาย และการสงเสริมการจําหนายในระดับ
ปานกลาง ดานจิตวิทยาและสังคมในการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ พบวา แหลงการรับรู
ขอมูลผลิตภัณฑของกลุมตัวอยางโดยรับรูมาจากเพื่อน/ ญาติ/ มีคนแนะนํา และมีเหตุผลของ
การบริโภคผลิตภัณฑเพื่อบํารุงสุขภาพรางกายใหมีความสมดุลโดยคิดวาถารับประทานอาหารเสริม
ในปริมาณมากกวาปกติจะไมมีโทษหรืออันตรายใดๆ และเชื่อวาการรับประทานอาหารเสริมเพื่อ
สุขภาพเปนประจําเปนการบํารุงจะทําใหรางกายไดรับสารอาหารครบถวน ดานปจจัยที่มี
ความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค พบวา ลักษณะ
สวนบุคคล คือเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน มีความสัมพันธกับการตัดสินใจ
ซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ปจจัยสวนประสมทางการตลาด คือผลิตภัณฑ ราคา สถานที่
จําหนาย การสงเสริมการตลาด พบวาไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม
ปจจัยดานจิตวิทยา คือแรงจูงใจ มีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อ
สุขภาพ แตการรับรู ความเชือถือไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อ
่
สุขภาพ ปจจัยดานสังคม คือกลุมอางอิง ครอบครัว ไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ
เบญจมาภรณ นาพุฒา (2548) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑยาของ
ลูกคาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา
ของลูกคาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาถึงระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยาของ
ลูกคาจําแนกตามปจจัยสวนบุคคลของลูกคา เพื่อศึกษาถึงระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยา
ของลูกคาจําแนกตามพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา และเพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางปจจัย
สวนบุคคลของลูกคากับพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา ผลการวิจัยพบวา พฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑ
ยาสวนใหญ พบวาความถี่ในการซื้อเวชภัณฑยาเฉลี่ย 3-4 ครั้งตอเดือน มูลคาการซื้อเวชภัณฑยา
โดยเฉลี่ย 200,001-300,000 บาท วัตถุประสงคในการซื้อเวชภัณฑยาเพราะเวชภัณฑยาหมดสตอก
ผูที่มีสวนรวมตัดสินใจในการซื้อเวชภัณฑยาคือแพทย ประเภทเวชภัณฑที่สั่งซื้อมากเปนยาดาน
อายุรกรรม มีการสั่งซื้อเวชภัณฑยาจากตัวแทนจําหนายเปนสวนใหญ เหตุผลสําคัญในการเลือกซื้อ
เวชภัณฑยา เพราะการใหบริการของตัวแทน ระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยา ไดแก
25
ดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนาย ดานการสงเสริมการตลาด และดาน
สิ่งแวดลอม มีคาเฉลี่ยโดยรวมอยูในระดับมากทุกดาน การศึกษาเปรียบเทียบระดับการตัดสินใจ
เลือกซื้อเวชภัณฑยา จําแนกตามปจจัยสวนบุคคลของลูกคา พบวา ระดับการศึกษาแตกตางกัน
มีระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยาดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนาย
และดานสิ่งแวดลอมแตกตางกัน สวนตําแหนง/หนาที่ แตกตางกัน มีระดับการตัดสินใจเลือกซื้อ
เวชภัณฑยาดานผลิตภัณฑ ดานราคา และดานการสงเสริมการตลาดแตกตางกัน
ศรีอนงค คูณชัยพาณิชย (2550) ศึกษาเรื่องปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอ
การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลทของผูบริโภค เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปรียบเทียบปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอผลิตภัณฑเสริมอาหาร
นิวทรีไลท จําแนกตามประชากรศาสตรและเพื่อทดสอบความสัมพันธระหวางพฤติกรรม
การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลทของผูบริโภคกับลักษณะประชากรศาสตร
ผลการวิจัยพบวา ปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร
นิวทรีไลท ในภาพรวมอยูในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ผูบริโภคมีความพึง
พอใจอยูในระดับมากที่สุดคือ ดานผลิตภัณฑ สวนดานราคา ดานการจัดจําหนาย และดาน
การสงเสริมการตลาด ผูบริโภคมีความพึงพอใจอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา
อยูในระดับมากที่สุด จํานวน 3 รายการ ผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยคะแนนปจจัยสวนประสมทาง
การตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลท พบวา ดานผลิตภัณฑ
ผูบริโภคที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือนตางกัน มีความพึงพอใจแตกตางกัน
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ
และผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลท พบวา ผูบริโภค
ที่มีเพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือน ตางกันมีความพึงพอใจแตกตาง
กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ0.05
จรวยพร แกวเสมอ (2551) ศึกษาเรื่องปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม
สุขภาพของผูบริโภคในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ ศึกษาปจจัยสวน
บุคคลของผูบริโภคที่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ศึกษาปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพของผูบริโภคในเขตจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา และเปรียบเทียบปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพของ
ผูบริโภคในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลการวิจัยพบวา ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิง อายุ
ระหวาง 30-39 ป มีระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป สถานภาพสมรสแลว อาชีพพนักงาน
บริษัทเอกชน และมีรายไดตอเดือน 10,001-15,000 บาท ผูบริโภคมีปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อ
26
ผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพ โดยรวมทุกดานมีระดับการตัดสินใจซื้ออยูในระดับมาก ไดแก
ปจจัยดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานการสงเสริมการตลาด และ
ผูบริโภคที่มีเพศ และรายไดตอเดือนตางกันมีปจจัยที่ใชซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพ
ไมแตกตางกัน สวนผูบริโภคที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานภาพสมรสแตกตางกัน
มีปจจัยที่ใชตดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพแตกตางกัน
ั
ศศิวรรณ เดชคุณากร (2551) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมของกลุม
วัยทํางานในอําเภอเมืองเชียงใหม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ
อาหารเสริมของกลุมวัยทํางานในอําเภอเมืองเชียงใหม โดยเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถาม 400 คน
โดยสถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลไดแก ความถี่ รอยละ และคาเฉลี่ย ผลการศึกษาพบวา ผูตอบ
แบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง 25-29 ป การศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี
ประกอบอาชีพเปนพนักงานเอกชน มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนตั้งแต 10,000 บาทขึ้นไป แตไมเกิน
20,000 บาท โดยมีจํานวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน ผูบริโภคสวนใหญเลือกซื้อผลิตภัณฑ
เสริมอาหารประเภทบํารุง ยีหอที่ไดรับความนิยมมากคือ ยี่หอแบรนด มีวัตถุประสงคเพื่อดูแล
่
สุขภาพสม่ําเสมอ ไดมีการตัดสินใจซื้อดวยตนเอง โดยซื้อจากพนักงานขายตรง มีคาใชจายใน
การซื้อแตละครั้งประมาณ 500-1,000 บาท โดยมีการซื้ออยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง โดยไดรับขอมูล
ผลิตภัณฑมาจากคนรูจัก/ เพื่อน และจากสื่อวิทยุ/ โทรทัศน ปจจัยสวนประสมการตลาดที่มีผลตอ
การตัดสินใจบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมอยูในระดับมาก เรียงตามลําดับ คือ ดานผลิตภัณฑ
ดานการสงเสริมการตลาด และดานราคา สวนดานการจัดจําหนายอยูในระดับปานกลาง
อรวิลาส มะกรวัฒนะ (2551) ศึกษาเรื่องปจจัยดานประชากรศาสตรที่มผลตอ
ี
การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภคในจังหวัดขอนแกน โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ
ศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค
ในจังหวัดขอนแกน ผลการวิจัยพบวา กลุมตัวอยางเปนเพศหญิงมากกวาเพศชาย อายุของผูตอบ
แบบสอบถามอยูในชวง 21-30 ป มากที่สุด โดยมีระดับรายไดสวนใหญอยูในชวง 5,000-10,000
บาท สําหรับการใหความสําคัญตอปจจัยสวนประสมทางการตลาด ดานผลิตภัณฑ พบวา ผูบริโภค
ใหความสําคัญในดานผลิตภัณฑตองผานการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและมีการระบุ
สรรพคุณอยางชัดเจน ดานราคา จะคํานึงถึงราคาเหมาะกับคุณภาพมากที่สุด สวนชองทางการจัด
จําหนาย จะเนนเรื่องความสะดวกในการหาซื้อผลิตภัณฑและสถานที่จดจําหนายมีการจัดหมวดหมู
ั
สินคาใหงายตอการคนหา ดานการสงเสริมการตลาด ผูบริโภคตองการใหมีพนักงานผูเชี่ยวชาญ
เชน แพทย เภสัชกร คอยใหคําแนะนํามากที่สุด ผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา ปจจัยดาน
ประชากรศาสตร ในดานเพศ และอายุ เทานั้นที่มีผลตอการใหความสําคัญแกปจจัยดานสวนประสม
27
ทางการตลาดในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร สวนปจจัยดานรายไดไมมีผลตอการให
ความสําคัญ

อาหารสุขภาพ 4

  • 1.
    บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการศึกษาครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการศึกษาคนควาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย ที่เกี่ยวของในเรื่อง ปจจัยที่สงผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ ของผูบริโภคในเขตอําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีจุดมุงหมายเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มากยิ่งขึ้น และสามารถนําผลที่ไดจากการวิจัยไปเปนแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ ในการบริหารจัดการธุรกิจได ซึ่งมีการกําหนดประเด็นในการนําเสนอ ดังนี้ 1. แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยสวนบุคคล 2. แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยดานสวนประสมทางการตลาด (7Ps) 3. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภคและกระบวนการตัดสินใจซื้อของ ผูบริโภค 4. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับปจจัยที่สงผลตอกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค 5. แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวของ แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยสวนบุคคล ศิริวรรณ เสรีรัตน (2539, หนา 41-42) กลาววา ลักษณะดานประชากรศาสตร ประกอบดวย อายุ เพศ ขนาดครอบครัว สถานภาพครอบครัว รายได อาชีพ การศึกษา เหลานี้ เปนเกณฑที่นิยมใชในการแบงสวนตลาด ลักษณะดานประชากรศาสตรเปนลักษณะที่สําคัญและ สถิติที่วัดไดของประชากรทีชวยกําหนดตลาดเปาหมาย ในขณะที่ลักษณะดานจิตวิทยาและสังคม ่ วัฒนธรรมชวยอธิบายถึงความคิดและความรูสึกของกลุมเปาหมายเทานั้น ขอมูลดาน ประชากรศาสตรจะสามารถเขาถึงและมีประสิทธิผลตอการกําหนดตลาดเปาหมายรวมทั้งงาย ตอการวัดมากกวาตัวแปรอื่น ตัวแปรดานประชากรศาสตรที่สําคัญมีดังนี้ 1. อายุ (Age) เนื่องจากผลิตภัณฑจะสามารตอบสนองความตองการของกลุมผูบริโภค ที่มีอายุแตกตาง นักการตลาดจึงใชประโยชนจากอายุเปนตัวแปรดานประชากรศึกษาศาสตรที่ แตกตางของสวนตลาด นักการตลาดไดคนหาความตองการของสวนตลาดสวนเล็ก (Niche Market) โดยมุงความสําคัญที่ตลาดอายุสวนนั้น
  • 2.
    8 2. เพศ (Sex)เปนตัวแปรในการแบงสวนตลาดที่สําคัญเชนกัน นักการตลาดควรตอง ศึกษาตัวแปรตัวนี้อยางรอบคอบ เพราะในปจจุบันนี้ตัวแปรทางดานเพศมีการเปลี่ยนแปลงใน พฤติกรรมการบริโภค การเปลี่ยนแปลงดังกลาวอาจมีสาเหตุมาจากการที่สตรีทํางานมีมากขึ้น 3. ลักษณะครอบครัว (Marital Status) ในอดีตจนถึงปจจุบันลักษณะครอบครัวเปน เปาหมายที่สําคัญของการใชความพยายามทางการตลาดมาโดยตลอด และมีความสําคัญยิ่งขึ้นใน สวนที่เกี่ยวกับหนวยผูบริโภค นักการตลาดจะสนใจจํานวนและลักษณะของบุคคลในครัวเรือนที่ใช สินคาใดสินคาหนึ่ง และยังสนใจในการพิจารณาลักษณะดานประชากรศาสตร และโครงสรางดาน สื่อที่จะเกี่ยวของกับผูตัดสินใจในครัวเรือนเพื่อชวยในการพัฒนากลยุทธการตลาดใหเหมาะสม 4. รายได การศึกษา อาชีพ และสถานะภาพ (Income, Education Occupation and Status) เปนตัวแปรทีสําคัญในการกําหนดสวนของตลาด โดยทั่วไปนักการตลาดจะสนใจผูบริโภคที่มี ่ ความร่ํารวย แตอยางไรก็ตามครอบครัวที่มีรายไดปานกลางและมีรายไดต่ําจะเปนตลาดที่มีขนาด ใหญ ปญหาสําคัญในการแบงสวนตลาดโดยถือเกณฑรายไดอยางเดียวก็คือ รายไดจะเปนตัวชี้ การมีหรือไมมีความสามารถในการจายสินคา ในขณะเดียวกันการเลือกซึ้งสินคาที่แทจริงอาจถือ เกณฑรูปแบบการดํารงชีวิต รสนิยม คานิยม อาชีพ การศึกษา ฯลฯ แมวารายไดจะเปนตัวแปรที่ใช  บอยมาก นักการตลาดสวนใหญจะโยงเกณฑรายไดรวมกับตัวแปรดานประชากรศาสตรหรืออื่น ๆ เพื่อใหการกําหนดตลาดเปาหมายชัดเจนยิ่งขึ้น เชน กลุมรายไดสูงที่มอายุตาง ๆ ถือวาใชเกณฑ ี  รายไดรวมกับเกณฑอายุ เปนเกณฑที่นิยมใชกันมากขึ้น เกณฑรายไดอาจจะเกี่ยวของกับเกณฑอายุ และอาชีพรวมกัน Belch and Belch (2005 อางถึงใน อัจฉรา นพวิญูวงศ, 2550) ในงานวิจัยนี้ศึกษาตัวแปร ดานประชากรศาสตร ไดแก อายุ อาชีพ และรายได โดยนํามาเชื่อโยงกับความตองการ พฤติกรรม การตัดสินใจ และอัตราการใชสินคาของผูบริโภค ซึ่งสามารถเขาถึงและมีประสิทธิผลตอการ กําหนดตลาดเปาหมาย สงผลตอพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อที่มีแนวโนมสัมพันธกันอยางใกลชิด ในความสัมพันธเชิงเหตุและผล 1. อายุ (Age) บุคคลที่มีอายุแตกตางกัน จะมีความตองการในสินคาและบริการที่แตกตาง กัน เชน กลุมวันรุนจะชอบทดลองสิ่งแปลกใหมและชอบสินคาประเภทแฟชั่น สวนกลุมผูสูงอายุจะ สนใจสินคาที่เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ซึ่งหากแบงชวงกลุมอายุออกเปนกลุมพฤติกรรมที่มีลักษณะ ใกลเคียงกัน สามารถแบงอกเปนกลุม ๆ ไดดังนี้ 1.1 กลุมวัยกลางคนจนถึงกลุมผูสูงอายุ คือผูที่มีอายุตั้งแต 45 ปขึ้นไป โดยกลุมนี้ใน ปจจุบันจะมีพฤติกรรมในการตัดสินใจบริโภคสินคาและบริการจากยุคที่ผานมา กลาวคือจะมีอานาจ ํ ตัดสินใจในการบริโภคมากกวาเมื่อกอนเนื่องจากมีรายได และมีการวางแผนการลงทุนที่ดี
  • 3.
    9 มีความทันสมัยและรับฟงขาวสารอยูสม่ําเสมอ กลุมวัยกลางคนและผูสูงอายุมีแนวโนมจะตัดสินใจ ซื้อสินคาและบริการจากประสบการณ และความเชื่อมั่นในตนเองมากกวาการเชื่อขอมูลจาก ภายนอกเชน การโฆษณา การสงเสริมการขาย และสวนใหญอิทธิพลของคนในครอบครับจะมีผล ตอการตัดสินใจซื้อของคนกลุมนี้ต่ํา กลาวคือกลุมวัยกลางคนและกลุมผูสูงอายุมีแนวโนมจะ ตัดสินใจซื้อสินคาที่รูจักและตรายี่หอที่คุนเคยมากกวาจะยอมรับสิ่งใหม นอกจากนี้ยังพบวากลุมนี้ ยังมีความออนไหวเรื่องราคานอย โดยยินดีจายแพงขึ้นสําหรับสินคาและบริการที่ดีขึ้น 1.2 กลุมหนุมสาวถึงวัยกลางคน คือผูที่มีอายุระหวาง 20-45 ป คนกลุมนี้มีเหตุผลใน การจับจายใชสอยมากขึ้น ไมคอยยึดติดกับตราสินคาทีหรูหรือมีราคาแพง โดยมีพฤติกรรมที่ ่ นาสนใจคือ เลือกตามยี่หอของตัวเอง คนกลุมนี้มองสินคาตรายี่หอที่ถูกลงกวาตรายี่หอหรูที่นิยมใช ในกลุมคนมีเงิน สวนหนึ่งอาจเปนเพราะอํานาจซื้อไมเพียงพอ แตสิ่งที่คนกลุมนี้แสดงออกมาไมได อยูในลักษณะที่มีปมดอยแตพยายามสรางแนวโนมของกลุมตนเองวาตรายี่หอที่เลือก เปนตัวแทน ของความทันสมัย และสรางความรูสึกเชิงลบกับตรายี่หอหรูๆวาเปนเรื่องไรสาระของคนรวย 1.3 กลุมวัยรุน คือผูที่มีอายุระหวาง 13-22 ป คนกลุมนี้คอยขางมีอํานาจในการ ตัดสินใจซื้อสูง และใชเวลาในการตัดสินใจซื้อสั้น ไมคอยรอบคอบในการซื้อ เพราะรายไดทั้งหมด สวนใหญมาจากผูปกครอง วัยรุนมักมีพฤติกรรมรวมตัวกันเปนกลุม โดยสมาชิกในกลุมจะมี อิทธิพลตอกันและกันในการสรางคานิยมและรูปแบบแนวคิดใหม เชน การแตงตัว สถานที่ ทองเที่ยว รวมถึงชนิดและตรายี่หอของสินคาที่จะซื้อ โดยดาราวัยรุนที่ชื่อชอบทั้งดาราไทย และ ดาราตางประเทศ ลวนมีอิทธิพลทางออมตอการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินคา 2. เพศ (Sex) เปนตัวแปรที่มีความสําคัญในเรื่องของพฤติกรรมในการบริโภคมาก เพราะ เพศที่แตกตางกันมักมีทัศนคติ การรับรู และการตัดสินใจในเรื่องการเลือกสินคาที่บริโภคแตกตาง โดยมากเกิดจากสาเหตุ ในเรื่องของการไดรับการเลี้ยงดู การปลูกฝงนิสัยมาตั้งแตในวัยเด็ก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีวัฒนธรรมในการเลี้ยงดูเด็กผูชาย และเด็กผูหญิงที่แตกตางกันอยางมาก โดยสวนใหญเด็กผูชายจะถูกเลี้ยงใหมีความกลาแสดงออก และมีความรับผิดชอบเพื่อจะไดเปน หัวหนาครอบครัวตอไป สวนเด็กผูหญิงจะถูกเลี้ยงดูในลักษณะที่ใหสงบเสงี่ยมและเปนผูตามหรือ เปนภรรยาที่ดี ทําใหมีพฤติกรรมที่มีแนวโนมในการไมคอยกลาแสดงความคิดเห็น จากที่กลาวมา จึงอาจกลาวไดวาในสังคมไทยเพศชายมีแนวโนมที่จะเปนผูตัดสินใจซื้อสินคาและบริการของ ครอบครัวมากกวาเพศหญิง โดยเฉพาะสินคาที่เปนเครื่องใชไฟฟาและใชเทคโนโลยีสูง ถึงแมวา  ในปจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในดานสังคมและวัฒนธรรมไปบางแตก็ยังมีความแตกตางใน พฤติกรรมการซื้อของเพศชายและเพศหญิงอยูไมนอย
  • 4.
    10 3. สถานภาพการสมรส (Status)สมรส โสด หยาราง หรือเปนหมาย ซึ่งในอดีตถึง ปจจุบันเปนเปาหมายที่สําคัญของการใชความพยายามทางการตลาดมาโดยตลอด และมีความสําคัญ มากยิ่งขึ้นในสวนที่เกี่ยวกับหนวยผูบริโภค ทําใหเกิดความตองการในผลิตภัณฑ และพฤติกรรม การซื้อที่แตกตางกัน เชนผูที่หยาราง หรือเปนหมาย จะเลือกแตงการดวยเสื้อผาที่หรูหรา ทันสมัย มีเอกลักษณ 4. การศึกษา (Education) ผูที่มีการศึกษาสูง มีแนวโนมที่จะเลือกบริโภคผลิตภัณฑที่มี คุณภาพดีมากกวาผูที่มีการศึกษาต่า เนื่องจากผูที่มีการศึกษาสูง จะมีอาชีพที่สามารถสรางรายได ํ สูงกวาผูที่มีการศึกษาต่า จึงมีแนวโนมที่จะเลือกบริโภคผลิตภัณฑที่มีคุณภาพมากกวา ํ 5. อาชีพ (Occupation) อาชีพของแตละบุคคลจะนําไปสูความจําเปนและความตองการ สินคาและบริการที่แตกตางกัน เชน เกษตรกร หรือชาวนาก็จะซื้อสินคาที่จาเปนตอการครองชีพ ํ และสินคาที่เปนปจจัยการผลิตเปนสวนใหญ สวนพนักงานที่ทํางานในบริษัทตาง ๆ สวนใหญจะซื้อ สินคาเพื่อเสริมสรางบุคลิกภาพ ขาราชการก็จะซื้อสินคาที่จาเปน นักธุรกิจก็จะซื้อสินคาเพื่อสราง ํ ภาพพจนใหกับตัวเอง เปนตน นักการตลาดจะตองศึกษาวาสินคาและบริการของบริษัทเปนที่ ตองการของกลุมอาชีพประเภทใด เพื่อที่จะจัดเตรียมสินคาใหสอดคลองกับความตองการของ กลุมเหลานี้ไดอยางเหมาะสม 6. รายได (Income) หรือสถานภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Circumsfances) สถานภาพ ทางเศรษฐกิจของบุคคลจะกระทบตอตราสินคา และบริการที่เคาตัดสินใจ สถานภาพเหลานี้ ประกอบดวย รายได การออมทรัพย อํานาจการซื้อ และทัศนคติเกี่ยวกับการจายเงิน นักการตลาด ตองสนใจแนวโนมของรายไดสวนบุคคล เนื่องจากรายไดจะมีผลตออํานาจของการซื้อ คนที่มี รายไดต่ําจะมุงซื้อสินคาที่จําเปนตอการครองชีพ และมีความไวตอราคามาก สวนคนที่มีรายไดสูง  จะมุงซื้อสินคาที่มีคุณภาพดีและราคาสูงโดยเนนที่ภาพพจนของราคาสินคาเปนหลัก การศึกษา อาชีพ และรายไดนั้นมีแนวโนมสัมพันธกันอยางใกลชิดในความสัมพันธเชิง เหตุและผล เชนบุคคลที่มีการศึกษาสูงจะมีโอกาสเลือกอาชีพที่สามารถสรางรายไดสูงกวาคนที่มี การศึกษาต่ากวา ํ แนวคิดเกี่ยวกับปจจัยดานสวนประสมทางการตลาด (7Ps) สวนประสมทางการตลาด หมายถึง ตัวแปรทางการตลาดที่สามารถควบคุมได ซึ่งบริษัท นํามาใชรวมกันเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกคากลุมเปาหมาย (Kotler, 1997, p. 92) สวนประสมทางการตลาด (The Marketing Mix) เปนแนวคิดที่สําคัญอยางทางการตลาด
  • 5.
    11 สมัยใหม ซึ่งแนวความคิดเรื่องสวนผสมทางการตลาดนี้ มีบทบาทสําคัญทางการตลาดเพราะเปน การรวมการตัดสินใจทางการตลาดทั้งหมด เพื่อนํามาใชในการดําเนินงาน เพื่อใหธุรกิจสอดคลอง กับความตองการของตลาดเปาหมาย เราเรียกสวนผสมทางการตลาดวา 7 Ps ซึ่งองคประกอบทั้ง 7 กลุมนี้ จะทําหนาที่รวมกันในการสื่อขาวสาร ทางการตลาดใหแกผูรับสารอยางมีประสิทธิภาพ ศิริวรรณ เสรีรัตน, ปริญ ลักษิตานนท และศุภร เสรีรัตน (2541, หนา 337-339) ไดสรุป เกี่ยวกับแนวความคิดกลยุทธการตลาดสําหรับธุรกิจการบริการ (Market Mix) ไวในหนังสือ การบริหารการตลาดยุคใหมวาขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ (Buying Decision Process) เปนลําดับ  ขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อของผูบริโภคพบวา ผูบริโภคผานกระบวนการ 7 ขั้นตอน คือธุรกิจที่ ใหบริการจะใชสวนประสมการตลาด (Marketing Mix) หรือ 7Ps ดังมีรายละเอียดดังตอไปนี้ 1. ผลิตภัณฑ (Product) เปนสิ่งซึ่งสนองความจําเปนและความตองการของมนุษยได คือ สิ่งที่ผูขายตองมอบใหแกลูกคาและลูกคาจะไดรับผลประโยชนและคุณคาของผลิตภัณฑนั้น ๆ โดยทั่วไปแลวผลิตภัณฑแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือผลิตภัณฑที่อาจเปนสิ่งซึ่งจับตองไดและ ผลิตภัณฑที่จับตองไมได ในดานการบริการดานสินเชื่อนั้นถือวาเปนผลิตภัณฑที่จับตองไมได เนื่องจากเปนผลิตภัณฑที่อยูในรูปของบริการ (Service Product) การที่จะสรางความมั่นใจ และ ทําใหลูกคาเกิดความพึงพอใจในการใชบริการนั้นธุรกิจจะตองสรางและนําเสนอสิ่งที่เปนรูปธรรม เพื่อเปนสัญลักษณแทนการบริการที่ไมสามารถจับตองได 2. ราคา (Price) หมายถึง คุณคาผลิตภัณฑในรูปของตัวเงิน ราคาเปนตนทุนของ (Cost) ของลูกคา ลูกคาจะเปรียบเทียบระหวางคุณคา (Value) ผลิตภัณฑกับราคา (Price) ผลิตภัณฑนั้น ถาคุณคาสูงกวาราคา เขาจะตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การกําหนดกลยุทธดานราคาตองคํานึงถึงคุณคา ซึ่งเปนสิ่งที่กําหนดมูลคา ในการแลกเปลี่ยนสินคาหรือบริการในรูปของเงินตราเปนสวนที่เกี่ยวกับ วิธีการกําหนดราคานโยบายและกลยุทธตาง ๆ ในการกําหนดราคาตองคํานึงถึงคุณคาที่รับรู (Perceived Value) ในสายตาของลูกคา ซึ่งตองพิจารณาวาการยอมรับของลูกคาในคุณคาของ ผลิตภัณฑวาสูงกวาราคาผลิตภัณฑนั้น ตนทุนสินคาและคาใชจายที่เกี่ยวของ การแขงขันและ   ปจจัยอื่น ๆ 3. ชองทางการจัดจําหนาย (Place) ดานสถานที่ใหบริการในสวนแรก คือ การเลือกทําเล ที่ตั้ง (Location) ของธุรกิจบริการมีความสําคัญมาก โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ผูบริโภคตองไปรับ บริการจากผูใหบริการในสถานที่ที่ผูใหบริการจัดไว เพราะทําเลที่ตั้งที่เลือกเปนตัวกําหนดกลุม ผูบริโภคที่จะเขามาใหบริการ ดังนั้นสถานที่ใหบริการตองสามารถครอบคลุมพื้นที่ในการใหบริการ กลุมเปาหมายไดมากที่สุด และคํานึงถึงทําเลที่ตั้งของคูแขงขันดวย โดยความสําคัญของทําเลที่ตั้งจะ
  • 6.
    12 มีความสําคัญมากนอยแตกตางกันไปตามลักษณะเฉพาะของธุรกิจบริการแตละประเภทในสวนของ ชองทางการจัดจําหนาย (Channels) การกําหนดชองทางการจัดจําหนายตองคํานึงองคประกอบ 3สวน ไดแก ลักษณะของการบริการ ความจําเปนในการใชคนกลางในการจําหนาย และลูกคา เปาหมายของธุรกิจบริการนั้น 4. การสงเสริมทางการตลาด (Promotion) เปนเครื่องมือหนึ่งที่มีความสําคัญในการ ติดตอสื่อสารเกี่ยวกับขอมูลระหวางผูขายและผูใหบริการ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อแจงขาวสาร หรือ ชักจูงใหเกิดทัศนคติ และพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใชบริการ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม กับลูกคา โดยเครื่องมือที่ใชในการสื่อสารการตลาดบริการในการสงเสริมทางการตลาดอาจทําได 4 แบบดวยกัน ซึ่งเรียกวา สวนผสมการสงเสริมการตลาด (Promotion Mix) หรือสวนประสมใน การติดตอสื่อสาร (Communication Mix) ประกอบไปดวย 4.1 การโฆษณา (Advertising) เปนการติดตอสื่อสารแบบไมใชบุคคล โดยผานสื่อ ตาง ๆ และผูอุปถัมภรายการตองเสียคาใชจายในการโฆษณาที่ผานสื่อ เชน หนังสือพิมพ วิทยุ  โทรทัศน ปายโฆษณา การโฆษณาในโรงภาพยนตร ฯลฯ 4.2 การขายโดยใชพนักงาน (Personal Selling) เปนการติดตอสื่อสารทางตรงแบบ เผชิญหนาระหวางผูขายและลูกคาที่มีอานาจซื้อ ซึ่งเปนการขายโดยใชพนักงานขาย ํ 4.3 การสงเสริมการขาย (Sales Promotion) เปนเครื่องมือหรือกิจกรรมทาง การตลาดที่กระทําการอยางตอเนื่อง นอกเหนือจากการขายโดยใชพนักงาน การโฆษณาและ การประชาสัมพันธที่ชวยกระตุนความสนใจในการใชบริการของลูกคา 4.4 การประชาสัมพันธ (Publicity and Public Relation) เปนแผนงานการนําเสนอ อยางตอเนื่องเพื่อชักจูงกลุมสาธารณะใหเกิดความคิดเห็นหรือทัศนคติที่ดีตอองคกรตลอดจนสราง ภาพลักษณและความเขาใจอันดีระหวางธุรกิจกับลูกคากลุมใดกลุมหนึ่ง 5. บุคคล (People) หรือ พนักงาน (Employee) หมายถึง บุคคลที่ทําหนาที่รับผิดชอบใน การติดตอแสวงหาลูกคา การเสนอขาย เพื่อกระตุนใหลูกคาเกิดความตั้งใจและตัดสินใจซื้อ 6. สรางและนําเสนอลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence and Presentation) โดย พยายามสรางคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM) หรือตองแสดงใหเห็นคุณภาพ ของบริการโดยผานการใชหลักฐานที่มองเห็นได เชน ธุรกิจโรงภาพยนตรตองพัฒนาลักษณะทาง กายภาพและรูปแบบการใหบริการเพื่อสรางคุณคาใหกับลูกคา (Customer-value Proposition) ไมวาจะเปนดานความสะอาด ความรวดเร็วในการจําหนายตั๋ว หรือคุณประโยชนอื่น
  • 7.
    13 7. กระบวนการ (Process)เปนกิจกรรมที่เกี่ยวของกับระเบียบ วิธีการ และงานที่ปฏิบัติ ในดานการบริการ ที่นําเสนอกับลูกคาเพื่อมอบการใหบริการอยางถูกตอง รวดเร็ว และทําใหลูกคา เกิดความประทับใจ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภคและกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมผูบริโภค  ศุภร เสรีรัตน (2540, หนา 5) กลาววา พฤติกรรมผูบริโภค หมายถึง การกระทําตาง ๆ ที่ เกี่ยวของโดยตรงกับการจัดหาให ไดมาซึ่งการบริโภค และการจับจายใชสอยซึ่งสินคาและบริการ รวมทั้งกระบวนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นทั้งกอนและหลังการกระทําดังกลาวดวย Schiffman and Kanuk (1987 อางถึงใน ศุภร เสรีรัตน, 2540) กลาววา พฤติกรรมของ ผูบริโภค เปนพฤติกรรมที่ผูบริโภคแสดงออกไมวาจะเปนการเสาะหา ซื้อ ใช ประเมิน หรือการบริโภค  ผลิตภัณฑบริการ และแนวความคิดตางๆ ซึ่งผูบริโภคคาดวาจะสามารถตอบสนองความตองการของ ตนไดเปนการศึกษาการตัดสินใจของผูบริโภคในการใชทรัพยากรที่มีอยูทั้งเงิน เวลา และกําลัง เพื่อบริโภคสินคาและบริการตาง ๆ อันประกอบดวยคําถาม เชนวา ซื้ออะไร ทําไมจึงซื้อ ซื้อเมื่อไร อยางไร ที่ไหน และบอยแคไหน ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ (2541, หนา 107-121) กลาววา พฤติกรรมผูบริโภค หมายถึง พฤติกรรมซึ่งผูบริโภคทําการคนหา การซื้อ การใชการประเมินผล การใชสอยผลิตภัณฑและบริการ ซึ่งคาดวาจะสนองความตองการของเขาหรือการศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจ และการกระทําของ คนที่เกี่ยวของกับการซื้อและการใชสินคาการวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภค เปนการคนหาหรือวิจัย เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความตองการและ  พฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภคไดอยางเหมาะสม ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการของมาสโลว (Maslow’s Hierarchy of Needs Theory) Maslow (1954) ไดเสนอแนวความคิดของการลําดับขั้นความตองการ (Hierarchy of Need) โดยมีความเชื่อมั่นวาความตองการของมนุษยมีลําดับขั้นตอนที่แนนอน ซึ่งบุคคล มีความปรารถนาที่สูงสุดคือ การที่จะรูจักตนเองที่แทจริง แตการที่มนุษยจะเกิดความตองการ ในแตละขั้นนั้น จําเปนอยางยิ่งที่บุคคลจะตองไดรับการสนองตอบตามความตองการในระดับที่ ต่ํากวาเสียกอนจึงจะเกิดความตองการในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปได ซึ่งความพอใจในการสนองตอบ ความตองการนั้นไมไดหมายความวาจะตองเกิดความพึงพอใจทั้งหมดเพียงแตวาขอใหไดรับ  ความพึงพอใจในบางสวนก็จะสามารถที่จะใฝหาความตองการในระดับที่สูงกวาไดตอไปอีก
  • 8.
    14 มาสโลวยังเชือวามนุษยสวนใหญ ยังไมสามารถบรรลุความตองการในระดับความตองการที่จะรูจัก ่  ตนเองที่แทจริงได (Maslow,1954, pp. 80-84) 1. ความตองการทางรางกาย (Physiological Needs) เปนความตองการขันพื้นฐาน ้ ของมนุษยเพื่อความอยูรอด เชน อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย ยารักษาโรค อากาศ น้ําดื่ม การพักผอน เปนตน 2. ความตองการความปลอดภัยและมั่นคง (Security or Safety Needs) เมื่อมนุษย สามารถตอบสนองความตองการทางรางกายไดแลว มนุษยก็จะเพิ่มความตองการในระดับที่สูงขึ้น ตอไป เชน ความตองการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ความตองการความมั่นคงในชีวิต และหนาที่การงาน 3. ความตองการความผูกพันหรือการยอมรับ (ความตองการทางสังคม) (Affiliation or Acceptance Needs) เปนความตองการเปนสวนหนึ่งของสังคม ซึ่งเปนธรรมชาติอยางหนึ่งของ มนุษย เชน ความตองการใหและไดรับซึ่งความรัก ความตองการเปนสวนหนึ่งของหมูคณะ ความตองการไดรับการยอมรับ การตองการไดรับความชื่นชมจากผูอื่น เปนตน 4. ความตองการการยกยอง (Esteem Needs) หรือ ความภาคภูมิใจในตนเอง เปนความตองการการไดรับการยกยอง นับถือ และสถานะจากสังคม เชน ความตองการไดรับ ความเคารพนับถือ ความตองการมีความรูความสามารถ เปนตน  5. ความตองการความสําเร็จในชีวิต (Self- actualization) เปนความตองการสูงสุดของ แตละบุคคล เชน ความตองการที่จะทําทุกสิ่งทุกอยางไดสําเร็จ ความตองการทําทุกอยางเพื่อ ตอบสนองความตองการของตนเอง เปนตน จากทฤษฎีลาดับขั้นความตองการของ Maslow (1954) สามารถแบงความตองการออกได ํ เปน 2 ระดับ คือ 1. ความตองการในระดับต่ํา (Lower Order Needs) ประกอบดวยความตองการทาง รางกาย ความตองการความปลอดภัยและมั่นคง และความตองการความผูกพันหรือการยอมรับ 2. ความตองการในระดับสูง (Higher Order Needs) ประกอบดวย ความตองการ การยกยองและความตองการความสําเร็จในชีวิต ทฤษฎีเกี่ยวกับการคนหาพฤติกรรมของผูบริโภค คือ 6 Ws และ 1 H  การวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภค (Analyzing Consumer Behavior) เปนการคนหาหรือ วิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความตองการและ พฤติกรรมการซื้อและการใชของผูบริโภค ในการวิเคราะหพฤติกรรมผูบริโภคจะอาศัยคําถาม 6 Ws และ 1 H ซึ่งประกอบดวย Who, What, Why, When, Where และ How เพื่อคนหาลักษณะที่เกี่ยวกับ
  • 9.
    15 พฤติกรรมผูบริโภค 7 ประการหรือ 7 O’s ซึ่งประกอบดวย Occupants, Objects, Objectives, Organization, Occasions, Outlet และ Operations (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ, 2541, หนา 126) โดยมีการกําหนดคําถามดังนี้ 1. ใครอยูในตลาดเปาหมาย (Who is in the target market?) เปนคําถามเพื่อทราบถึง ลักษณะของกลุมเปาหมาย (Occupants) ทางดานประชากรศาสตร ภูมิศาสตร จิตวิทยา พฤติกรรม ศาสตร 2. ทําไมผูบริโภคจึงซื้อ (Why does the consumer buy?) เปนคําถามถึงสิ่งที่ผูบริโภค ตองการซื้อ (Objects) สิ่งที่ผูบริโภคตองการจากผลิตภัณฑ ซึ่งก็คือ ตองการคุณสมบัติหรือ องคประกอบของผลิตภัณฑและความแตกตางที่เหนือกวาคูแขงขัน 3. ทําไมผูบริโภคจึงซื้ออะไร (Why does the consumer buying?) เปนคําถามเพื่อทราบ วัตถุประสงคที่ผูบริโภคซื้อสินคา (Objectives) ผานระบบชองทางการจัดจําหนายใด ๆ เพื่อ ตอบสนองความตองการทางดานรางกายและทางดานจิตวิทยา ซึ่งตองศึกษาถึงปจจัยที่มีอิทธิพล ตอพฤติกรรมการซื้อ คือ ปจจัยภายนอก ปจจัยทางสังคม และวัฒนธรรม ปจจัยเฉพาะบุคคล 4. ใครมีสวนรวมในการตัดสินใจซื้อบาง (Who participants in the buying?) เปนคําถาม เพื่อทราบถึงบทบาทของกลุมตาง ๆ (Organizations) ที่มีอิทธิพลตอการตัดสินใจซื้อ ซึ่ง ประกอบดวยผูริเริ่มในการที่จะซื้อ ผูมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อ ผูตัดสินใจซื้อ ผูซื้อและผูใช 5. ผูบริโภคซื้อเมื่อใด (When the consumer buy?) เปนคําถามเพื่อตองการทราบถึง โอกาสในการซื้อ (Occasions) เชน ชวงเดือนใดของปหรือชวงฤดูกาลใดของป ชวงวันใดของเดือน ชวงเวลาใดของวัน โอกาสพิเศษตาง ๆ เปนตน 6. ผูบริโภคซื้อที่ไหน (Where does the consumer buy?) เปนคําถามเพือตองการทราบถึง ่ ชองทางหรือแหลง (Outlet) ที่ผูบริโภคไปทําการซื้อ เชน หางสรรพสินคา ซุปเปอรมารเก็ต รานขาย ของชํา ฯลฯ 7. ผูบริโภคซื้ออยางไร (How does the consumer buy?) เปนคําถามเพือทราบถึงขั้นตอน ่ ในการตัดสินใจซื้อ (Operations) ซึ่งประกอบดวย การรับรูปญหา การคนหาขอมูล การประเมินผล ทางเลือก การตัดสินใจซื้อ ความรูสึกภายหลังการซื้อ คําตอบที่ไดมาเหลานี้ จะชวยใหนักการตลาดสามารถกําหนดกลยุทธทางการตลาดที่ สามารถสนองความพึงพอใจของผูบริโภคไดอยางเหมาะสมและประสบความสําเร็จทางดาน การตลาดไดเปนอยางดี
  • 10.
    16 แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค กระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค (Consumer BuyingDecision Process) เปนลําดับ ขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค จากการสํารวจรายงานของผูบริโภคจํานวนมากใน กระบวนการซื้อพบวาผูบริโภคผานกระบวนการ 5 ขั้นตอน คือ (1) การรับรูถึงความตองการหรือ การรับรูปญหา (2) การคนหาขอมูล (3) การประเมินผลทางเลือกกอนการซื้อ (4) การตัดสินใจซื้อ (5) พฤติกรรมภายหลังการซื้อ ทั้งนี้ผูบริโภคอาจขามหรือยอนกลับไปเริ่มตนขั้นตอนกอนนี้ก็ได ซึ่งแสดงใหเห็นวากระบวนการตัดสินใจซื้อเริ่มตนกอนการซื้อจริง ๆ และมีผลกระทบหลังจาก การซื้อ โดยมีรายละเอียดในแตละขั้นตอนดังนี้ (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ, 2546) 1. การรับรูถึงความตองการ (Need Recognition) หรือ การรับรูปญหา (Problem Recognition) เปนขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อบุคคลระลึกถึง ความแตกตางระหวางสิ่งที่เขามีอยูกับสิ่งที่เขาตองการ (Kerin, Hartley, & Rudelius, 2004, p. 100) ซึ่งเกิดจาก (1) ตัวแปรภายใน หรือปจจัยดานจิตวิทยาประกอบดวย ความตองการและการจูงใจ บุคลิกภาพและแนวความคิดสวนตัว การรับรู การเรียนรู และทัศนคติ (2) ตัวแปรภายนอก หรือ ปจจัยสิ่งแวดลอมดานสังคมวัฒนธรรม ประกอบดวย กลุมอางอิง ครอบครัว ชั้นทางสังคม วัฒนธรรมและวัฒนธรรมยอย ปจจัยเหลานี้จะสงผลตอการกําหนดความตองการของแตละบุคคล 2. การคนหาขอมูล (Search for Information) หรือการคนหาขอมูลกอนการซื้อ (Prepurchase Search) เมื่อบุคคลไดรับรูถึงความตองการแลว เขาจะคนหาวิธีการที่จะทําให ความตองการดังกลาวไดรับการตอบสนอง ซึ่งผูบริโภคสามารถคนหาขอมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑหรือ บริการที่สามารถตอบสนองความตองการได 2 ทางคือ 2.1 การคนหาขอมูลจากภายใน (Internal Search) โดยทบทวนความทรงจําในอดีต เกี่ยวกับผลิตภัณฑหรือตราสินคาที่ตนเองเคยซื้อ 2.2 การคนหาขอมูลจากภายนอก (External Search) ซึ่งสามารถคนหาไดจาก 5 แหลง ดังนี้ 2.2.1 แหลงบุคคล (Personal Sources) ไดแก ครอบครัว เพื่อน เปนตน 2.2.2 แหลงการคา (Commercial Sources) หรือแหลงขอมูลที่จัดโดยนักการตลาด (Marketer-dominated Sources) ไดแก สื่อการโฆษณา พนักงานขาย เปนตน 2.2.3 แหลงชุมชน (Public Sources) ไดแก สื่อมวลชน องคกรคุมครองผูบริโภค เปนตน 2.2.4 แหลงประสบการณ (Experiential Sources) ไดแก การควบคุม การตรวจสอบการใชสินคา เปนตน
  • 11.
    17 2.2.5 แหลงทดลอง (ExperimentalSources) ไดแก หนวยงานที่สํารวจคุณภาพ ผลิตภัณฑหรือหนวยวิจัยภาวะตลาดของผลิตภัณฑ ประสบการณตรงของผูบริโภคในกรทดลองใช ผลิตภัณฑ เปนตน สินคาและบริการที่มีความสลับซับซอนในการตัดสินใจซื้อต่ํา ผูซื้ออาจใชการคนหา ขอมูลจากภายในโดยการเลือกตราสินคาที่ตนเองรูจักหรือเคยใชมากอน ดังนั้นนักการตลาด จึงควรใหความสําคัญในการสรางตราสินคาใหเปนที่รูจก ั สวนสินคาและบริการที่ตองใชความสลับซับซอนในการตัดสินใจซื้อสูง นักการตลาดตองใชความพยายามในการขายและสงเสริมการตลาด เพื่อกระตุนใหบุคคล มีการคนหาขอมูลเกี่ยวกับสินคาและบริการมากขึ้น ในขั้นตอนการรับรูถึงความตองการและการคนหาขอมูลเหลานี้ ผูบริโภคจะเกี่ยวของกับ กระบวนการขอมูล กระบวนการขอมูล (Information Processing) หมายถึง กระบวนการซึ่งมีการรับรู Received) ถึงสิ่งกระตุน (Stimulus) การตีความหมาย (Interpreted) การเก็บรักษาในความทรงจํา (Store in Emory) และการนํากลับมาใชภายหลัง (Retrieved) (Blackwell, Miniard, & Engel, 2006, p. 77) เมื่อผูบริโภคมีการคนหาขอมูลจากภายนอก ผูบริโภคจะไดรับอิทธิพลจากสิ่งกระตุนโดย นักการตลาด เชน การโฆษณาผานสื่อตาง ๆ และสิ่งกระตุนโดยกลุมอื่น ๆ ที่ไมใชนักการตลาด เชน ครอบครัว เพื่อน เปนตน ซึ่งสิ่งกระตุนเหลานี้จะสงผลตอกระบวนการขอมูลของผูบริโภค โดย รายละเอียดดังนี้ 1. การเปดรับขาวสาร (Exposure) หมายถึง การที่บุคคลมีการรับรูจากสิ่งกระตุนโดย ผานประสาทสัมผัสหนึ่งอยางขึ้นไป ไดแก การไดเห็น ไดยิน ไดกลิ่น ไดลิ้มรส ไดสัมผัส 2. ความตั้งใจ (Attention) เปนขั้นที่ผูรับขาวสารเกิดความตั้งใจที่จะรับฟงขาวสารนั้น ตอไป ถาขอมูลขาวสารที่ไดเปดรับในขั้นที่หนึ่งนาสนใจ 3. ความเขาใจ (Comprehension) เปนขั้นที่ผูรับขาวสารเกิดความเขาใจในขาวสารที่ เขาไดตั้งใจฟง 4. การยอมรับ (Acceptance) ในขั้นนี้ขาวสารจะมีผลกระทบตอทัศนคติ ความเชื่อ และความรูสึกขอผูรับขาวสาร เพื่อใหผูรับขาวสารเกิดการยอมรับขาวสารนั้นดวยความเต็มใจ 5. การเก็บรักษา (Retention) เปนการสงขอมูลที่ยอมรับสูความทรงจําระยะยาว (Blackwell, Miniard, & Engel, 2006, p. 79) โดยผูรับขาวสารสามารถจดจําขาวสารทีไดรับมา ่ 3. การประเมินผลทางเลือก (Alternative Evaluation) หลังจากที่ไดคนหาขอมูลแลว ผูบริโภคตองทําการประเมินผลทางเลือกตาง ๆ ที่เปนไปไดกอนทําการตัดสินใจ ในขั้นนี้ผูบริโภค
  • 12.
    18 ตองกําหนดเกณฑการพิจารณาที่จะใชสาหรับการประเมินผล ซึ่งเกณฑการพิจารณาเปนเรื่องของ ํ เหตุผลที่มองเห็น เชนราคา ความคงทน หรือคุณสมบัติของสินคา เปนตน หรือเปนเรื่องของ ความพอใจสวนบุคคล เชน ชื่อเสียงของตราสินคา แบบ หรือสี เปนตน จากเกณฑที่กําหนดจะทําให ผูบริโภคทราบถึงทางเลือกที่เปนไปได ถาทางเลือกที่เปนไปไดมีเพียงทางเลือกเดียว การประเมินผล ก็ทําไดงาย แตบางครั้งทางเลือกที่เปนไปไดมีหลายทางเลือก ฉะนั้นผูบริโภคจึงตองพิจารณา ทางเลือกที่กอใหเกิดความพึงพอใจมากที่สุด ดังนั้นนักการตลาดสวนใหญจึงสนใจที่จะศึกษาถึง เกณฑที่ผูบริโภคใชสาหรับการประเมินผลทางเลือกตาง ๆ ํ เกณฑการประเมินผลมีการกําหนดขึ้นมา และไดรับอิทธิพลจากความแตกตางของแตละ บุคคล ซึ่งพิจารณาจากปจจัยดานจิตวิทยาและอิทธิพลจากสิ่งแวดลอมดานสังคมและวัฒนธรรม ซึ่ง ปรากฏในรูปของสิ่งจูงใจ (Motives) คานิยม (Value) รูปแบบการดําเนินชีวิต (Lifestyle) และอื่น ๆ 4. การตัดสินใจซื้อ (Purchase Decision) หลังจากการประเมินผลทางเลือกแลว จะเปน ขั้นตอนที่ผูบริโภคตัดสินใจซื้อ การซื้อโดยทั่วไปเกิดขึ้นในรานคาปลีก แตอยางไรก็ตามอาจเกิดขึ้น ในบานหรือสํานักงานของลูกคาก็ได 5. พฤติกรรมภายหลังการซื้อ (Post-purchase Behaviour) หรือผลลัพธภายหลังการซื้อ (Postpurchase Outcome) ในขั้นนี้ผูบริโภคจะเปรียบเทียบคุณคาที่ไดรับจริง (Perceived Value) จากการบริโภคหรือใชผลิตภัณฑกับความคาดหวัง (Expectation) ถาคุณคาไดรับมากกวา ความคาดหวังผูบริโภคจะเกิดความพึงพอใจ (Satisfied) แตถาคุณคาที่ไดรับจริงต่ํากวา ความคาดหวังผูบริโภคจะมีการจัดการผลิตภัณฑนั้นหลายวิธี ไดแก กําจัดทิ้ง รีไซเคิล เปนตน แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับปจจัยที่สงผลตอกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค Kotler (1997) กลาววา กระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบริโภค เปรียบเสมือน “กลองดํา” เนื่องจากผูผลิตหรือผูขาย ไมสามารถคาดคะเนหรือไมสามารถทราบความตองการของผูบริโภคได จําตองพยายามคนหากระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งไดรับอิทธิพลมาจากลักษณะของผูซื้อ และ ลักษณะการตัดสินใจของผูซื้อโดยมีปจจัยที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการซื้อของผูบริโภค ไดแก 1. ปจจัยดานวัฒนธรรม เปนปจจัยที่มีอิทธิพลตอผูซื้อหรือผูบริโภคที่กวางขวางที่สุด ประกอบดวย 1.1 วัฒนธรรมพื้นฐาน เปนปจจัยที่มีผลตอคนสวนใหญในสังคม และเปนตัวกําหนด ความตองการและพฤติกรรมพื้นฐานโดยสวนใหญของบุคคลเปนสิ่งที่ปลูกฝงโดยเริ่มจากครอบครัว โรงเรียน และสังคม ดังนั้นควรใหความสนใจศึกษารายละเอียดของวัฒนธรรมเพื่อที่จะปรับปรุง สินคา
  • 13.
    19 1.2 วัฒนธรรมยอยหรือวัฒนธรรมเฉพาะกลุม เปนปจจัยที่เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมของ บุคคลบางกลุมซึ่งเปนวัฒนธรรมที่ไดรับการยอมรับจากสมาชิกในกลุม สําหรับสินคาและบริการ บางอยางที่เจาะจงกลุมเปาหมายที่มีวัฒนธรรมยอยเปนของกลุมนั้น จําเปนตองศึกษาและทํา ความเขาใจในวัฒนธรรมยอยนั้นดวย 1.3 ระดับชั้นในสังคม เชน ฐานะ การศึกษา หรืออาชีพ เปนตัวกําหนดพฤติกรรม การบริโภคของคนในแตละกลุม เพื่อสรางการยอมรับจากระดับชั้นในสังคมนั้น ๆ 2. ปจจัยดานสังคม ประกอบดวย 2.1 กลุมอา งอิ ง ได แ ก กลุ มบุค คลที่มีผ ลต อทั ศ นคติ และพฤติ กรรมของบุ ค คลทั้ ง ทางตรงและทางออม กลุมที่มีผลโดยตรงเรียกวา Membership Group ซึ่งประกอบดวยกลุมปฐมภูมิ (Primary Group) เชน ครอบครัว เพื่อน เพื่อนบาน หรือเพื่อนรวมงาน ซึ่งเปนกลุมบุคคล ที่มี การติดตออยางใกลชิดและไมเปนทางการ และกลุมทุติยภูมิ (Secondary Group) เชน ศาสนา อาชีพ หรือสหภาพ เปนกลุมที่มีการติดตอกันอยางเปนทางการ แตมิไดมีการติดตอกันเปนประจํา ซึ่งตอง กําหนดกลุมอางอิงของกลุมลูกคาเปาหมาย หรือบุคคลที่เปนตัวแทนของสินคาและบริการ (Opinion Leader) ซึ่งเปนบุคคลที่สังคมยอมรับ เพื่อเปนตัวแทนของสินคาและบริการ 2.2 ครอบครัว เปนปจจัยที่มีอิทธิพลอยางมากตอพฤติกรรมการซื้อของผูบริโภค จึง จะตองศึกษาถึงบทบาทและความสัมพันธของบุคคลในครอบครัว พฤติกรรมการบริโภคของบุคคล ในครอบครัว บุคคลที่มีอํานาจในการตัดสินใจซื้อสินคาหรือใชบริการในครอบครัว 2.3 บทบาทและสถานะบุคคล จะเกี่ยวของกับหลายกลุม เชน ครอบครัวกลุมอางอิง องคกร และสถาบันตาง ๆ บุคคลจะมีบทบาทและสถานะที่แตกตางกันในแตละกลุม 20 3. ปจจัยสวนบุคคล ประกอบดวย 3.1 อายุ การทีมีอายุแตกตางกันยอมจะมีความตองการสินคาและบริการที่แตกตางกัน ่ การแบงกลุมผูบริโภคตามอายุ เชน กลุมวันรุนมักจะชอบใชจายเงินไปกับสิ่งที่แปลกใหม สินคา  และบริการที่เปนแฟชั่น มากกวาการเก็บเงินออม หรือนําเงินไปฝากธนาคาร 3.2 ขั้นตอนของวงจรชีวิตครอบครัว เปนขั้นตอนการดํารงชีวิตของบุคคลในลักษณะ ของการมีครอบครัว การดํารงชีวิตในแตละขั้นตอนเปนสิ่งที่มีอิทธิพลตอความตองการทางดาน ทัศนคติและคานิยมของบุคคลทําใหเกิดความตองการในตัวสินคาและบริการ และพฤติกรรมซื้อ สินคาหรือใชบริการที่แตกตางกัน เชน เปนโสดและอยูในวัยหนุมสาว คูสมรสหรือบุคคลที่อยูคน เดียวเนื่องจากการหยาราง ก็จะมีพฤติกรรมการบริโภคที่แตกตางกัน
  • 14.
    20 3.3 อาชีพ ซึ่งอาชีพของบุคคลแตละคนจะนําไปสูความจําเปนและความตองการ สินคาและบริการที่แตกตางกัน จะตองศึกษาวากลุมบุคคลในอาชีพใดใหความสนใจกับสินคาและ บริการใดมากที่สุด เพื่อจะจัดกิจกรรมทางการตลาดใหตอบสนองความตองการใหเหมาะสม 3.4 รายได หรือโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางเศรษฐกิจของบุคคลจะกระทบตอ สินคาและบริการที่เขาตัดสินใจบริโภค โอกาสเหลานี้ จึงจําเปนตองสนใจแนวโนมของรายได สวนบุคคล การออม และอัตราดอกเบี้ย ถาภาวะเศรษฐกิจตกต่ําคนมีรายไดต่ํา กิจการตองปรับปรุง สินคาและบริการ การจัดจําหนาย การตั้งราคา ลดการผลิตและสินคาคงคลัง รวมไปถึงวิธีการตาง ๆ เพื่อปองกันการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน 3.5 การศึกษา ผูที่มีการศึกษาสูง มีแนวโนมจะบริโภคสินคาและบริการที่มีคุณภาพดี มากกวาผูที่มีการศึกษาต่า ํ 3.6 รูปแบบการดํารงชีวิต โดยการแสดงออกในรูปของ AIOs คือ กิจกรรม (Activity) ความสนใจ (Interest) ความคิดเห็น (Opinions) รูปแบบการดํารงชีวิตขึนอยูกับวัฒนธรรม ชั้นของ ้ สังคม และกลุมอาชีพของแตละบุคคล ทางการตลาดเชื่อวาการเลือกบริโภคสินคาและบริการของ บุคคลขึ้นอยูกับรูปแบบการดํารงชีวิต 4. ปจจัยดานจิตวิทยา การเลือกบริโภคของบุคคลไดรับอิทธิพลจากปจจัยดานจิตวิทยา ถือวาเปนปจจัยภายในของผูบริโภคที่มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการบริโภคสินคาและการใชบริการ ประกอบดวย 4.1 การจูงใจ เปนสิ่งที่เกิดภายในตัวบุคคล แตอาจจะถูกระทบจากปจจัยภายนอก เชน สิ่งกระตุนที่ทางการตลาดใชเปนเครื่องมือทางการตลาด เพื่อกระตุนใหเกิดความตองการ 4.2 การรับรู เปนกระบวนการของแตละบุคคลซึ่งขึ้นอยูกับปจจัยภายใน เชน ความเชื่อ ประสบการณ ความตองการ และอารมณ สวนปจจัยภายนอกคือ สิ่งกระตุนการรับรูของ ประสาทสัมผัสทั้งหา 4.3 การเรียนรู หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือความโนมเอียงของพฤติกรรมจาก ประสบการณที่ผานมา การตลาดจึงไดมีการประยุกตแนวความคิดนี้ ดวยการโฆษณาซ้ําแลวซ้าอีก ํ หรือจัดการสงเสริมการขาย เพื่อทําใหการตัดสินใจซื้อสินคาและใชบริการเปนประจํา สิ่งกระตุนที่ จะมีอิทธิพลที่ทําใหเกิดการเรียนรูไดตองมีคุณคาในสายตาของผูบริโภค 4.4 ความเชื่อและทัศนคติ เปนความคิดที่บุคคลยึดถือเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเปน ผลมาจากประสบการณในอดีต ซึ่งบางความเชื่อเปนความเชื่อในดานลบ จึงจองมีการรณรงค เพื่อแกไขความเชื่อที่ผิดนั้น
  • 15.
    21 4.5 บุคลิกภาพ เปนความรูสึกนึกคิดของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่งเปนสิ่งที่มีอิทธิพล  ตอความเชื่อ ซึ่งมีทางเลือกอยู 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 คือสรางทัศนคติของผูบริโภคใหสอดคลอง กับสินคาและบริการของกิจการ หรือพิจารณาวาทัศนคติของผูบริโภคเปนอยางไรแลวจึงพัฒนา สินคาและบริการใหสอดคลองกับทัศนคติของผูบริโภค ซึ่งวิธีหลังนี้จะทําไดงายกวาสําหรับ การสรางทัศนคตินั้น ตองยึดหลักองคประกอบของการเกิดทัศนคติซึ่งมี 3 สวน ไดแก สวนของ ความเขาใจ สวนของความรูสึก และสวนของพฤติกรรม  4.6 แนวความคิดของตนเอง หมายถึง ความรูสึกนึกคิดที่บุคคลมีตอตนเอง หรือ ความคิดที่บุคคลอื่นมีความคิดเห็นตอตน แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ Detox ยอมาจาก คําวา Detoxification หมายถึง กระบวนการในการลางสารพิษ (Toxin) ออกจากรางกายดวยวิธีการตาง ๆ 90% ของโรคเกิดจากการสะสมพิษในลําไสใหญ นักวิทยาศาสตร คนพบวา การสะสมพิษ เชน อุจจาระตกคาง ตะกรัน (Chronic Dunk) ที่ลําไสใหญ หรือ อาการ ทองผูก เปนสาเหตุหลักที่ทําใหรางกายเราออนแอและเกิดโรคตาง ๆ ตามมาไดงายเนื่องจากลําไส เปนอวัยวะที่รางกายเราไมสามารถมองเห็นได จึงถูกละเลยในการดูแลโรคที่เกิดจากการสะสมพิษ  ในลําไสใหญ เชน เบาหวาน ความดัน คลอเรสเตอรอล เสนเลือดในสมองแตก หลอดเลือดตีบตัน หัวใจ หลอดเลือดในหัวใจตีบ ไมเกรน ปวดหัว อัมพาต มะเร็ง ผิวหนัง ภูมิแพ ภูมิเพี้ยน (SLE) เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สิวเสี้ยน สิวอักเสบ ฝา กระ ผิวหยาบกราน กลิ่นกาย กลิ่นปาก ปวดหลัง ปวดคอ ปวดขอ ทองอืด ทองเฟอ โรคกระเพาะ ลําไสอักเสบ ริดสีดวง พุงโต น้ําหนักเกิน ฯลฯ วิธีการดีทอกซดวยการสวน แบงเปน 2 วิธี คือ 1. ดีทอกซแบบลางลําไสระดับลาง เปนการสวนลางลําไสในชวงระยะ 30 เซนติเมตร สุดทายของลําไส ดวยกาแฟหรือน้ําสมุนไพร ใชน้ําประมาณ 5 ลิตร 2. ดีทอกซแบบลางลําไสสวนบน ดวยน้ําเกลือแรหรือสมุนไพร ใชน้ําประมาณ 2 ลิตร การทําดีทอกซแบบลางลําไสสวนบนนั้น จะใชเครื่องมือทางการแพทยที่ทันสมัยและ มีประสิทธิภาพที่เรียกวา เครื่องลางลําไส (COLONIC) ในการดีทอกซแตละครั้งจะเสียคาใชจาย  ประมาณ 700-1,000 บาท ปจจุบันทางการแพทยคนพบวิธีการ ลางลําไสดวยวิธีการทานอาหารที่เรียกวา Fiber คือ ใยอาหารมีสวนประกอบที่มาจากคารโบไฮเดรท แตเปนสวนที่รางกายยอยสลายไมไดและจะไมถูก  ดูดซึมเขาสูรางกาย ประเภทของอาหารทีใหใยอาหารสูงแกรางกาย Fiber เปนอาหารที่ไมมี ่
  • 16.
    22 แคลเลอรี่จึงเหมาะสําหรับผูที่ตองการลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ ใยอาหารนี้เอง ไมเพียงแตจะ สามารถเปลี่ยนชีวิตของผูที่จะลดน้ําหนักตัวเทานั้นแตใยอาหารสามารถเปลี่ยนชีวิตของทุก ๆ คน ใหมีสุขภาพที่ดีดวย (สุพจน สัมฤทธิ์สณิชชา, 2546) ปจจุบันมีการลางสารพิษไดโดยไมตองสวนทวาร เปนรูปแบบในการรับประทาน ผลิตภัณฑเสริมอาหารแทน ซึ่งมีออกมาจําหนายในรูปแบบตางๆ มีทั้งรูปแบบผง อัดเม็ด หรือทํา ออกมาในรูปของชา กาแฟฯลฯ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถขับพิษออกจากรางกายได ซึ่งวิธีการ รับประทานผลิตภัณฑเสริมอาหารประเภทลางสารพิษ ซึ่งเปนวิธีที่งายและสะดวก และไดผลดี ทํา ใหไมตองทนกับความเจ็บปวด งานวิจัยที่เกี่ยวของ เนรัญชรา ณ ฝน (2546) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ สตรีวัยทํางานในเขตเทศบาลเมืองเชียงราย โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภค และปจจัยที่มอิทธิพลตอการบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ 3 กลุมคือ ผลิตภัณฑอาหาร ี เสริมเพื่อลดน้ําหนัก เพื่อความงาม และเพื่อบํารุงสุขภาพ ของสตรีวัยทํางานในเขตเทศบาลเมือง เชียงราย โดยใชแบบสอบถาม 300 คน สุมตัวอยางแบบตามสะดวก และแบบบังเอิญตามรานขาย ผลการศึกษาพบวา ผูบริโภคสวนใหญมีอายุ 21-30 ป คิดเปนรอยละ 47.70 การศึกษาต่ํากวา อนุปริญญา หรือต่ํากวา ปวส. คิดเปนรอยละ 34.30 สําหรับรายได อยูในระดับต่ํากวา 10,000 บาท คิดเปนรอยละ 65 และเปนผูบริโภคที่เคยบริโภคและยังบริโภคอยู คิดเปนรอยละ 44.04 บริโภค ผลิตภัณฑลดความอวน คิดเปนรอยละ 42.49 และประเภทหวังเฉพาะทาง คิดเปนรอยละ 13.47 พเยาว สมหมาย (2546) ศึกษาเรื่องปจจัยสวนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจซื้อ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรม การบริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและสวนประสมทางการตลาดที่สงผลใหพฤติกรรมการบริโภค อาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ผลการศึกษาพบวา ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 70 อายุ 30-35 ป คิดเปนรอยละ 31.70 สถานภาพโสด คิดเปนรอยละ 51 ระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเปน รอยละ 58.70 อาชีพเปนพนักงานเอกชน คิดเปนรอยละ 58 และสวนใหญรายไดเฉลี่ยตอเดือน 10,000-20,000 บาท คิดเปนรอยละ 44.30 พฤติกรรมการดูแลสุขภาพและการบริโภคอาหารเสริม เพื่อสุขภาพของผูบริโภคสวนใหญ ไมมีโรคประจําตัว คิดเปนรอยละ 68.70 สนใจดูแลสุขภาพใน ระดับมาก คิดเปนรอยละ 44 วิธีดูแลสุขภาพโดยทานอาหารวันละ 3 มื้อ คิดเปนรอยละ 23.50 และ ปจจัยของสวนประสมทางการตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค ซึ่งผูบริโภคมีความคิดเห็นวา ปจจัยสวนประสมทางการตลาด พิจารณาดานผลิตภัณฑพบวามีผลตอ
  • 17.
    23 การตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค ในระดับมาก แตถามองในดานการจัด จําหนายจะมีผูบริโภคใหความสําคัญมากที่สุดเนื่องจากในปจจุบันนี้อาหารเสริมเพื่อสุขภาพมี แพรหลายมากขึ้น ผูบริโภคมีขอเปรียบเทียบในการเลือกซื้อมากขึ้น ธัชชนก สังขทอง (2547) ศึกษาเรื่องปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริม อาหารของผูบริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาลักษณะทาง ประชากรศาสตรของผูบริโภคผลิตภัณฑเสริมอาหาร เพื่อทราบความรับรูความเขาใจและพฤติกรรม การซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค และเพื่อศึกษาถึงความสัมพันธระหวางลักษณะทาง ประชากรศาสตรกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค ผลการศึกษาพบวา ปจจัยทางจิตวิทยาเปนปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร ของผูบริโภคมากที่สุด หากพิจารณาเปนรายปจจัย พบวาปจจัยดานสังคมที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อ ผลิตภัณฑเสริมอาหารมากทีสุดคือ จากเพื่อน ญาติพี่นอง หรือบุคคลใกลชิด สําหรับปจจัยดาน ่ การตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารมากที่สุดคือ เครื่องหมายรับรองจาก หนวยงานราชการ เชน เครื่องหมาย อย. และปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร มากที่สุดคือ ผลิตภัณฑที่เคยใชแลวไดผลดีทําใหอยากซื้ออีกครั้ง และจากการศึกษาวิเคราะห ความสัมพันธระหวางลักษณะทางประชากรศาสตรกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ เสริมอาหารของผูบริโภค พบวาอาชีพมีความสัมพันธกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ เสริมอาหาร ขณะที่ปจจัยอื่นๆ อันไดแกเพศ อายุ รายได ระดับการศึกษา ภาวะสุขภาพ นั้นไมมี ความสัมพันธกับปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค กนกรัตน พิชญานุพงศ (2548) ศึกษาเรื่องปจจัยที่มีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภคในอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ ศึกษาพฤติกรรมการซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค และเพื่อศึกษาปจจัยที่มีความสัมพันธ ตอการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ ผูบริโภค กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัยไดแก ผูบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพในอําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี เก็บรวบรวมขอมูล โดยแบบสอบถามจากสถานที่จําหนายผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพผลการวิจัยพบวา ลักษณะ ทั่วไปของกลุมตัวอยางที่บริโภคอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ สวนใหญเพศหญิง มีชวงอายุ 26-30 ป มีสถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายไดเฉลี่ยตอเดือน อยูระหวาง 5,001-10,000 บาท ดานพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ กลุมตัวอยาง พบวา กลุมตัวอยางรับประทานผลิตภัณฑอาหารเสริมชนิดเม็ดมากที่สุด โดยจะ รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งตอวัน และผลิตภัณฑจากสารสกัดธรรมชาติ (สกัดจากพืช และสัตว) เปนผลิตภัณฑที่ไดนิยมซื้อบริโภคมากที่สุด ปริมาณการซื้อในแตละครั้งซื้อปริมาณ
  • 18.
    24 1 กลองและซื้อ 1ครั้งตอเดือนมากที่สุด มีคาใชจายในการซื้อผลิตภัณฑในแตละครั้งมีคาใชจายตอ  ครั้งประมาณ นอยกวา 500 บาท สวนเวลาในการซื้อผลิตภัณฑจะไมแนนอน โดยแหลงสถานที่ซื้อ ผลิตภัณฑที่ไดรับความนิยมคือรานขายยา และผูมีอิทธิพลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม คือ ตัวเองมากที่สุด ดานปจจัยสวนประสมทางการตลาด คือ ดานผลิตภัณฑ ราคา สถานที่จําหนาย และการสงเสริมการจําหนาย พบวา ผูบริโภคมีความเห็นวาผลิตภัณฑเปนสิ่งจูงใจตอการซื้อ ผลิตภัณฑในระดับมากที่สุด โดยมี ราคา สถานที่จําหนาย และการสงเสริมการจําหนายในระดับ ปานกลาง ดานจิตวิทยาและสังคมในการซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ พบวา แหลงการรับรู ขอมูลผลิตภัณฑของกลุมตัวอยางโดยรับรูมาจากเพื่อน/ ญาติ/ มีคนแนะนํา และมีเหตุผลของ การบริโภคผลิตภัณฑเพื่อบํารุงสุขภาพรางกายใหมีความสมดุลโดยคิดวาถารับประทานอาหารเสริม ในปริมาณมากกวาปกติจะไมมีโทษหรืออันตรายใดๆ และเชื่อวาการรับประทานอาหารเสริมเพื่อ สุขภาพเปนประจําเปนการบํารุงจะทําใหรางกายไดรับสารอาหารครบถวน ดานปจจัยที่มี ความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผูบริโภค พบวา ลักษณะ สวนบุคคล คือเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน มีความสัมพันธกับการตัดสินใจ ซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ปจจัยสวนประสมทางการตลาด คือผลิตภัณฑ ราคา สถานที่ จําหนาย การสงเสริมการตลาด พบวาไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม ปจจัยดานจิตวิทยา คือแรงจูงใจ มีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อ สุขภาพ แตการรับรู ความเชือถือไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมเพื่อ ่ สุขภาพ ปจจัยดานสังคม คือกลุมอางอิง ครอบครัว ไมมีความสัมพันธกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เบญจมาภรณ นาพุฒา (2548) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑยาของ ลูกคาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา ของลูกคาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาถึงระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยาของ ลูกคาจําแนกตามปจจัยสวนบุคคลของลูกคา เพื่อศึกษาถึงระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยา ของลูกคาจําแนกตามพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา และเพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางปจจัย สวนบุคคลของลูกคากับพฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑยา ผลการวิจัยพบวา พฤติกรรมการซื้อเวชภัณฑ ยาสวนใหญ พบวาความถี่ในการซื้อเวชภัณฑยาเฉลี่ย 3-4 ครั้งตอเดือน มูลคาการซื้อเวชภัณฑยา โดยเฉลี่ย 200,001-300,000 บาท วัตถุประสงคในการซื้อเวชภัณฑยาเพราะเวชภัณฑยาหมดสตอก ผูที่มีสวนรวมตัดสินใจในการซื้อเวชภัณฑยาคือแพทย ประเภทเวชภัณฑที่สั่งซื้อมากเปนยาดาน อายุรกรรม มีการสั่งซื้อเวชภัณฑยาจากตัวแทนจําหนายเปนสวนใหญ เหตุผลสําคัญในการเลือกซื้อ เวชภัณฑยา เพราะการใหบริการของตัวแทน ระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยา ไดแก
  • 19.
    25 ดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนายดานการสงเสริมการตลาด และดาน สิ่งแวดลอม มีคาเฉลี่ยโดยรวมอยูในระดับมากทุกดาน การศึกษาเปรียบเทียบระดับการตัดสินใจ เลือกซื้อเวชภัณฑยา จําแนกตามปจจัยสวนบุคคลของลูกคา พบวา ระดับการศึกษาแตกตางกัน มีระดับการตัดสินใจเลือกซื้อเวชภัณฑยาดานผลิตภัณฑ ดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานสิ่งแวดลอมแตกตางกัน สวนตําแหนง/หนาที่ แตกตางกัน มีระดับการตัดสินใจเลือกซื้อ เวชภัณฑยาดานผลิตภัณฑ ดานราคา และดานการสงเสริมการตลาดแตกตางกัน ศรีอนงค คูณชัยพาณิชย (2550) ศึกษาเรื่องปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอ การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลทของผูบริโภค เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปรียบเทียบปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอผลิตภัณฑเสริมอาหาร นิวทรีไลท จําแนกตามประชากรศาสตรและเพื่อทดสอบความสัมพันธระหวางพฤติกรรม การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลทของผูบริโภคกับลักษณะประชากรศาสตร ผลการวิจัยพบวา ปจจัยสวนผสมทางการตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหาร นิวทรีไลท ในภาพรวมอยูในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ผูบริโภคมีความพึง พอใจอยูในระดับมากที่สุดคือ ดานผลิตภัณฑ สวนดานราคา ดานการจัดจําหนาย และดาน การสงเสริมการตลาด ผูบริโภคมีความพึงพอใจอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา อยูในระดับมากที่สุด จํานวน 3 รายการ ผลการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยคะแนนปจจัยสวนประสมทาง การตลาดที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลท พบวา ดานผลิตภัณฑ ผูบริโภคที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือนตางกัน มีความพึงพอใจแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ และผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารนิวทรีไลท พบวา ผูบริโภค ที่มีเพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือน ตางกันมีความพึงพอใจแตกตาง กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ0.05 จรวยพร แกวเสมอ (2551) ศึกษาเรื่องปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริม สุขภาพของผูบริโภคในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ ศึกษาปจจัยสวน บุคคลของผูบริโภคที่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศึกษาปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพของผูบริโภคในเขตจังหวัด พระนครศรีอยุธยา และเปรียบเทียบปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพของ ผูบริโภคในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลการวิจัยพบวา ผูบริโภคสวนใหญเปนเพศหญิง อายุ ระหวาง 30-39 ป มีระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป สถานภาพสมรสแลว อาชีพพนักงาน บริษัทเอกชน และมีรายไดตอเดือน 10,001-15,000 บาท ผูบริโภคมีปจจัยที่ใชตัดสินใจซื้อ
  • 20.
    26 ผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพ โดยรวมทุกดานมีระดับการตัดสินใจซื้ออยูในระดับมาก ไดแก ปจจัยดานผลิตภัณฑดานราคา ดานชองทางการจัดจําหนาย และดานการสงเสริมการตลาด และ ผูบริโภคที่มีเพศ และรายไดตอเดือนตางกันมีปจจัยที่ใชซื้อผลิตภัณฑอาหารเสริมสุขภาพ ไมแตกตางกัน สวนผูบริโภคที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานภาพสมรสแตกตางกัน มีปจจัยที่ใชตดสินใจซื้อผลิตภัณฑอาอาหารเสริมสุขภาพแตกตางกัน ั ศศิวรรณ เดชคุณากร (2551) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสริมของกลุม วัยทํางานในอําเภอเมืองเชียงใหม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ อาหารเสริมของกลุมวัยทํางานในอําเภอเมืองเชียงใหม โดยเก็บขอมูลโดยใชแบบสอบถาม 400 คน โดยสถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลไดแก ความถี่ รอยละ และคาเฉลี่ย ผลการศึกษาพบวา ผูตอบ แบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง 25-29 ป การศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพเปนพนักงานเอกชน มีรายไดเฉลี่ยตอเดือนตั้งแต 10,000 บาทขึ้นไป แตไมเกิน 20,000 บาท โดยมีจํานวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน ผูบริโภคสวนใหญเลือกซื้อผลิตภัณฑ เสริมอาหารประเภทบํารุง ยีหอที่ไดรับความนิยมมากคือ ยี่หอแบรนด มีวัตถุประสงคเพื่อดูแล ่ สุขภาพสม่ําเสมอ ไดมีการตัดสินใจซื้อดวยตนเอง โดยซื้อจากพนักงานขายตรง มีคาใชจายใน การซื้อแตละครั้งประมาณ 500-1,000 บาท โดยมีการซื้ออยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง โดยไดรับขอมูล ผลิตภัณฑมาจากคนรูจัก/ เพื่อน และจากสื่อวิทยุ/ โทรทัศน ปจจัยสวนประสมการตลาดที่มีผลตอ การตัดสินใจบริโภคผลิตภัณฑอาหารเสริมอยูในระดับมาก เรียงตามลําดับ คือ ดานผลิตภัณฑ ดานการสงเสริมการตลาด และดานราคา สวนดานการจัดจําหนายอยูในระดับปานกลาง อรวิลาส มะกรวัฒนะ (2551) ศึกษาเรื่องปจจัยดานประชากรศาสตรที่มผลตอ ี การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภคในจังหวัดขอนแกน โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ ศึกษาปจจัยทางดานประชากรศาสตร ที่มีผลตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑเสริมอาหารของผูบริโภค ในจังหวัดขอนแกน ผลการวิจัยพบวา กลุมตัวอยางเปนเพศหญิงมากกวาเพศชาย อายุของผูตอบ แบบสอบถามอยูในชวง 21-30 ป มากที่สุด โดยมีระดับรายไดสวนใหญอยูในชวง 5,000-10,000 บาท สําหรับการใหความสําคัญตอปจจัยสวนประสมทางการตลาด ดานผลิตภัณฑ พบวา ผูบริโภค ใหความสําคัญในดานผลิตภัณฑตองผานการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและมีการระบุ สรรพคุณอยางชัดเจน ดานราคา จะคํานึงถึงราคาเหมาะกับคุณภาพมากที่สุด สวนชองทางการจัด จําหนาย จะเนนเรื่องความสะดวกในการหาซื้อผลิตภัณฑและสถานที่จดจําหนายมีการจัดหมวดหมู ั สินคาใหงายตอการคนหา ดานการสงเสริมการตลาด ผูบริโภคตองการใหมีพนักงานผูเชี่ยวชาญ เชน แพทย เภสัชกร คอยใหคําแนะนํามากที่สุด ผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา ปจจัยดาน ประชากรศาสตร ในดานเพศ และอายุ เทานั้นที่มีผลตอการใหความสําคัญแกปจจัยดานสวนประสม
  • 21.