ใบความรู้ที่ 3                          หน่ วยการเรียนรู้ที่ 3
                       รหัสวิชา ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี                  ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 4
                       ชื่อหน่ วย การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
                                                                                       จานวน 1 คาบ
ชื่อเรื่อง วิธีการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์

           การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ จะเกิดขึ้นได้เมื่อผูทาตระหนักถึงความสาคัญและคุณค่าของการทา
                                                           ้
โครงงาน รวมถึงหลักการและประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์เพื่อนามาประกอบการตัดสินใจเลือก
โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทา ซึ่งมีข้นตอนการทาโครงงาน ดังนี้
                                      ั
1. การคัดเลือกหัวข้ อโครงงาน หัวข้อเรื่ องที่จะนามาพัฒนาเป็ นโครงงานคอมพิวเตอร์มกจะได้มาจากปัญหา
                                                                                      ั
คาถาม ความสนใจ การสังเกตหรื อศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรื อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
       1.1 การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรื อวารสารต่างๆ ตลอดจนการสืบค้นข้อมูลจาก
อินเทอร์เน็ต
       1.2 การไปเยียมชมสถานที่ต่างๆ หรื อสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเรื่ องที่สนใจ
                     ่
       1.3 การฟังรายการวิทยุและโทรทัศน์ การบรรยายทางวิชาการ รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรี ยนหรื อกับบุคคลอื่นๆ ทั้งในโรงเรี ยนและนอกโรงเรี ยน
       1.4 การเข้าร่ วมกิจกรรมการเรี ยนการสอนในห้องเรี ยนหรื อกิ จกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน
       1.5 การทางานอดิเรกของนักเรี ยนโดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรี ยนและวันหยุด
       1.6 การเข้าชมงานนิทรรศการหรื องานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
2. เงื่อนไขความสาเร็จในการทาโครงงาน ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
ควรพิจารณาปัจจัยสาคัญที่เป็ นเงื่อนไขของความสาเร็ จ ดังนี้
       2.1 ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่ องที่จะนามาทาโครงงาน
       2.2 สามารถจัดหาเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการทาโครงงานที่
เลือกได้
       2.3 มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรื อขอคาปรึ กษาจากครู ที่ ปรึ กษา ผูทรงวุฒิหรื อผูเ้ ชี่ยวชาญใน
                                                                                 ้
เรื่ องที่ทา
       2.4 ต้องมีเวลาในการดาเนินงานเพียงพอ คือ ต้องทางานอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็ จ
       2.5 ต้องมีงบประมาณเพียงพอ เนื่องจากการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ต้องมีคอมพิวเตอร์เป็ นปัจจัย
สาคัญในการทางาน จึงทาให้การใช้งบประมาณค่อนข้างสูง
       2.6 ต้องมีความปลอดภัย หมายถึง มีความปลอดภัยในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์เพราะต้องเกี่ยวข้อง
กับกลไกอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมไปถึงผลงานที่ออกมาต้องปลอดภัยกับผูใช้ดวย     ้ ้
3. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้ อมูล รวมถึงการขอคาปรึ กษาจากครู ที่ปรึ กษา ผูรู้ และ
                                                                                         ้
ผูทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้เกิดแนวคิดในการกาหนดขอบเขตของเรื่ องที่จะทาได้ชดเจนมากยิงขึ้น จนสามารถ
  ้                                                                  ั        ่
ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์น้ นเรา  ั
จะต้องมีคาตอบให้กบคาถามเหล่านี้ได้
                   ั

                                           ทาอะไร
                                           ทาไมต้องทา
                                           ต้องการให้เกิดอะไร
                                           ทาอย่างไร
                                           ใช้ทรัพยากรอะไร
                                           ทากับใคร
                                           เสนอผลงานอย่างไร
4. การจัดทาโครงร่ าง (Proposal) หรือข้ อเสนอโครงงานของโครงงานคอมพิวเตอร์ การจัดทาเค้าโครงร่ าง
หรื อข้อเสนอโครงงาน จัดทาขึ้นเพื่อนาเสนอต่อครู ที่ปรึ กษาโครงงานก่อนดาเนินการพัฒนาโครงงาน
คอมพิวเตอร์ ในการจัดทาโครงร่ างหรื อข้อเสนอโครงงานมีวิธีดาเนินการ ดังนี้
     4.1 ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิง และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผูทรงคุณวุฒิ
                                                                ้
     4.2 วิเคราะห์ขอมูล เพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการที่จะพัฒนา
                    ้
     4.3 ออกแบบการพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปรภาษา
โปรแกรม และวัสดุต่างๆ ที่ ตองใช้ พร้อมทั้งกาหนดตารางการปฏิบติงานของการจัดทาโครงร่ างของ
                                ้                                 ั
โครงงาน การลงมือทาโครงงาน และสรุ ปรายงานโครงงาน โดยกาหนดช่วงเวลาอย่างกว้างๆ
     4.4 การพัฒนาโครงงานขั้นต้น คือ การศึกษาความเป็ นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทาการพัฒนา
ส่วนย่อยๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นาผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุ งแผนการทางานที่
ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิงขึ้น  ่
     4.5 เสนอโครงร่ างของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ที่ปรึ กษา ด้วยการถ่ายทอดความคิดของตนเอง
ที่ได้ศึกษา และบันทึกไว้ให้กบอาจารย์ที่ปรึ กษาทราบ เพื่อขอคาแนะนาและปรับปรุ งแก้ไขในส่ว นที่ยง
                              ั                                                                 ั
บกพร่ อง เพื่อให้การวางแผนและการดาเนินงานเป็ นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่ มต้นจน
แล้วเสร็ จ ซึ่งองค์ประกอบเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์มีดงนี้ ั
ตารางแสดงองค์ประกอบเค้าโครงของโครงงาน
หัวข้ อ                                       รายละเอียด
    1. ชื่อโครงงาน                            ต้องมีความชัดเจนว่าทาอะไร
    2. ชื่อผูจดทาโครงงาน
             ้ั                               ผูจดทาโครงงานหรื อผูรับผิดชอบโครงงาน อาจ
                                                ้ั                    ้
                                              เป็ นรายบุคคลหรื อเป็ นกลุ่มก็ได้
   3. อาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน                ครู ผทาหน้าที่ให้คาปรึ กษา ดูแลการทาโครงงาน
                                                     ู้
                                              ของนักเรี ยน
   4. ระยะเวลาดาเนินงาน                       ระยะเวลาการดาเนินงาน ตั้งแต่วนเริ่ มต้นจนสิ้น
                                                                                  ั
                                              สุดโครงงาน
   5. ที่มา ความสาคัญ หรื อแนวคิด             ระบุถึงสภาพปัจจุบนที่เป็ นปัญหาหรื อที่เป็ นความ
                                                                   ั
                                              ต้องการและความคาดหวังที่ตองการให้เกิดขึ้นจาก
                                                                              ้
                                              การทาโครงงาน
   6. เป้ าหมาย                               ผลที่ตองการให้เกิดขึ้นทั้งในเชิงปริ มาณและ
                                                        ้
                                              คุณภาพ
   7. วัตถุประสงค์                            ระบุสิ่งที่ตองการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้ง
                                                            ้
                                              ในเชิงกระบวนการและผลผลิต โดยระบุเป็ นข้อๆ
                                              และขึ้นต้นด้วยคาว่า “เพื่อ”
   8. หลักการและทฤษฎี                         หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและนามาใช้ในการ
                                              พัฒนาโครงงานซึ่งได้มาจากการศึกษาค้นคว้า
   9. วิธีดาเนินงาน                           กิจกรรมหรื อขั้นตอนการดาเนินงาน เครื่ องมือ
                                              วัสดุอุปกรณ์ เทคนิคที่ใช้ในการพัฒนา งบประมาณ
                                              และสถานที่
   10. ตารางการปฏิบติงาน
                   ั                          วัน เวลา และกิจกรรมดาเนินการต่างๆ ตั้งแต่
                                              เริ่ มต้นจนถึงที่สุด
   11. ผลที่คาดว่าจะได้รับ                    ผลที่ตองการให้เกิดทั้งที่เป็ นผลผลิต กระบวนการ
                                                          ้
                                              ทางาน และผลกระทบที่เกิดขึ้น
   12. เอกสารอ้างอิง                          รายชื่อเอกสารหรื อแหล่งที่มาของข้อมูลซึ่งนามา
                                              ใช้ในการพัฒนาโครงงาน

5. การดาเนินการพัฒนาโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากครู ที่ปรึ กษาแล้ว
ขั้นตอนต่อไปจะเป็ นการพัฒนาโครงงานตามแผนที่วางไว้ หากการจัดทาเค้าโครงมีความชัดเจนเหม าะสมดี
แล้ว การลงมือปฏิบติงานก็ทาได้สะดวกรวดเร็ ว การลงมือพัฒนาโครงงานแบ่งออกเป็ น 3 ขั้นตอนสาคัญ
                       ั
ดังนี้
      5.1 การเตรี ยมการ คือ เตรี ยมเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้
พร้อม และควรเตรี ยมสมุดบันทึกหรื อแฟ้ มข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึกการทากิจกรรม
ต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน เช่น ปฏิบติงานอย่างไร เมื่อไหร่ ได้ผลอย่างไรมีปัญหาอะไรบ้าง และได้แก้ไข
                                     ั
หรื อไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตหรื อข้อค้นพบต่างๆ
      5.2 การลงมือพัฒนา เป็ นขั้นตอนการปฏิบติงานตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลง
                                               ั
หรื อเพิ่มเติมได้ถาเห็นว่าจะช่วยทาให้ผลงานดีข้ ึนโดยยึดหลักการดังต่อไปนี้
                   ้
          5.2.1 จัดระบบการทางาน โดยทาส่วนที่เป็ นหลักสาคัญๆ ให้เสร็ จก่อนแล้วจึงทาในส่วนที่เป็ น
ส่วนประกอบย่อย หรื อส่วนเสริ มเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น
          5.2.2 ในกรณี ทางานกลุ่ม ถ้ามีการแบ่งงานกันทาให้ตกลงกันในรายละเอียดในการเชื่อมต่อชิ้นงาน
เข้าด้วยกันให้ชดเจนเพื่อให้งานในภาพรวมมีคุณลักษณะหรื อเป็ นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งกาหนดเวลา
                 ั
แล้วเสร็ จให้พร้อมกันเพื่อป้ องกันปัญหาความขัดแย้งกันในกลุ่ม
          5.2.3 พัฒนาโครงงานอย่างเป็ นระบบ เป็ นขั้นตอนด้วยความละเอียดรอบคอบและมีการบันทึก
ข้อมูลไว้อย่างเป็ นระบบและครบถ้วนทุกขั้นตอน
          5.2.4 หากเกิดปัญหาในระหว่างการพัฒนาโครงงานทั้งปัญหาเชิงเทคนิค และปัญหาอื่นใดที่ไม่
สามารถแก้ไขได้ดวยตนเอง หรื อด้วยระบบกลุ่มให้นาไปปรึ กษากับครู ที่ปรึ กษาทันที
                     ้
      5.3 การทดสอบผลงานและการปรับปรุ งแก้ไข เป็ นการตรวจสอบความถูกต้องของผล งานด้วยการ
ทดลองใช้ ทดลองแสดง เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พฒนาขึ้นนั้นตรงตามความต้องการที่กาหนดไว้ใน
                                                        ั
เป้ าหมายมากน้อยเพียงใด หากต่ากว่าเป้ าหมายที่กาหนดต้องปรับปรุ งแก้ไขและพัฒนาจนได้ผลงานหรื อ
ชิ้นงานที่มคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น
            ี
6. สรุปผลอภิปรายผล เมื่อได้ผลงานที่พฒนาเรี ยบร้อยแล้ว ให้จดทาสรุ ปผลการดาเนินงาน ด้วยข้อความที่
                                          ั                  ั
สั้นกะทัดรัด แต่ครอบคลุมกระบวนการขั้นตอนการดาเนินทั้งหมด ทาให้ผอ่านรายงานเข้าใจสิ่งที่คนพบจาก
                                                                        ู้                   ้
การทาโครงงานได้ชดเจนขึ้น พร้อมกับการอภิปรายผลเพื่อนาเอาผลที่ได้รับจากการทาโครงงานไปหา
                           ั
ความสัมพันธ์ กับหลักการ ทฤษฎี หรื อผลงานที่ผอื่นได้ศึกษาไว้แล้ว รวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรื อ
                                                   ู้
ผลงานของผูอื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ดวย
              ้                                       ้
7. ข้ อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา เมื่อทาโครงงานเสร็ จสิ้นลงแล้ว นักเรี ยนอาจพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ
หรื อพบประเด็นที่เป็ นปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็ นข้อเสนอแนะในสิ่งที่ควรจะศึกษาหรื อแนวทางในการ
พัฒนาโครงงานให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต
8. การเขียนรายงานหรือการจัดทารายงาน เป็ นวิธีการสื่อความหมายให้ผอื่นเข้าใจแนวคิดและวิธีการศึกษา
                                                                     ู้
ค้นคว้า ทดลองปฏิบติในการทาโครงงานจนได้ขอสรุ ปและข้อเสนอแนะต่า งๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น การ
                         ั                       ้
เขียนรายงานควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา พร้อมกันนั้นควรจะจัดทาคู่มือการใช้
งานโปรแกรมที่นกเรี ยนได้พฒนาขึ้นด้วย ซึ่งคู่มือการใช้งานโปรแกรมประกอบด้วย
                  ั          ั
    8.1 ชื่อผลงาน
    8.2 ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอ มพิวเตอร์ที่สามารถใช้กบผลงานนั้น
                                                                                      ั
ได้
    8.3 ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ตองมีอยูในเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผลงาน
                                                          ้    ่
นั้นทางานได้สมบูรณ์
    8.4 คุณลักษณะของผลงาน อธิบายให้รายละเอียดว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้างรับอะไรเป็ นข้อมูล
นาเข้า และอะไรคือข้อมูลส่ งออก
    8.5 วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชน เช่น อธิบายว่าจะต้องกดคาสังใดหรื อกดปุ่ มใดเพื่อให้ได้ผลการ
                                    ั                            ่
ทางานในฟังก์ชนหนึ่งๆ
                ั
9. การนาเสนอผลงานและการเผยแพร่ เป็ นขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ เพื่อให้
บุคคลภายนอกกลุ่มหรื อบุคคลทัวไปได้รู้ และให้ขอวิพากษ์ วิจารณ์เพื่อนาไปสู่การพัฒนาให้ดียงขึ้นก่อน
                               ่                 ้                                        ิ่
นาไปเผยแพร่ ให้แก่ผสนใจทัวไปทั้งในและนอกโรงเรี ยน
                     ู้    ่

ใบความรู้ที่3

  • 1.
    ใบความรู้ที่ 3 หน่ วยการเรียนรู้ที่ 3 รหัสวิชา ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ชื่อหน่ วย การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ จานวน 1 คาบ ชื่อเรื่อง วิธีการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ จะเกิดขึ้นได้เมื่อผูทาตระหนักถึงความสาคัญและคุณค่าของการทา ้ โครงงาน รวมถึงหลักการและประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์เพื่อนามาประกอบการตัดสินใจเลือก โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทา ซึ่งมีข้นตอนการทาโครงงาน ดังนี้ ั 1. การคัดเลือกหัวข้ อโครงงาน หัวข้อเรื่ องที่จะนามาพัฒนาเป็ นโครงงานคอมพิวเตอร์มกจะได้มาจากปัญหา ั คาถาม ความสนใจ การสังเกตหรื อศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรื อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ 1.1 การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรื อวารสารต่างๆ ตลอดจนการสืบค้นข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต 1.2 การไปเยียมชมสถานที่ต่างๆ หรื อสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเรื่ องที่สนใจ ่ 1.3 การฟังรายการวิทยุและโทรทัศน์ การบรรยายทางวิชาการ รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรี ยนหรื อกับบุคคลอื่นๆ ทั้งในโรงเรี ยนและนอกโรงเรี ยน 1.4 การเข้าร่ วมกิจกรรมการเรี ยนการสอนในห้องเรี ยนหรื อกิ จกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.5 การทางานอดิเรกของนักเรี ยนโดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรี ยนและวันหยุด 1.6 การเข้าชมงานนิทรรศการหรื องานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ 2. เงื่อนไขความสาเร็จในการทาโครงงาน ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาปัจจัยสาคัญที่เป็ นเงื่อนไขของความสาเร็ จ ดังนี้ 2.1 ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่ องที่จะนามาทาโครงงาน 2.2 สามารถจัดหาเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการทาโครงงานที่ เลือกได้ 2.3 มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรื อขอคาปรึ กษาจากครู ที่ ปรึ กษา ผูทรงวุฒิหรื อผูเ้ ชี่ยวชาญใน ้ เรื่ องที่ทา 2.4 ต้องมีเวลาในการดาเนินงานเพียงพอ คือ ต้องทางานอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็ จ 2.5 ต้องมีงบประมาณเพียงพอ เนื่องจากการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ต้องมีคอมพิวเตอร์เป็ นปัจจัย สาคัญในการทางาน จึงทาให้การใช้งบประมาณค่อนข้างสูง 2.6 ต้องมีความปลอดภัย หมายถึง มีความปลอดภัยในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์เพราะต้องเกี่ยวข้อง กับกลไกอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมไปถึงผลงานที่ออกมาต้องปลอดภัยกับผูใช้ดวย ้ ้
  • 2.
    3. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้ อมูลรวมถึงการขอคาปรึ กษาจากครู ที่ปรึ กษา ผูรู้ และ ้ ผูทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้เกิดแนวคิดในการกาหนดขอบเขตของเรื่ องที่จะทาได้ชดเจนมากยิงขึ้น จนสามารถ ้ ั ่ ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์น้ นเรา ั จะต้องมีคาตอบให้กบคาถามเหล่านี้ได้ ั ทาอะไร ทาไมต้องทา ต้องการให้เกิดอะไร ทาอย่างไร ใช้ทรัพยากรอะไร ทากับใคร เสนอผลงานอย่างไร 4. การจัดทาโครงร่ าง (Proposal) หรือข้ อเสนอโครงงานของโครงงานคอมพิวเตอร์ การจัดทาเค้าโครงร่ าง หรื อข้อเสนอโครงงาน จัดทาขึ้นเพื่อนาเสนอต่อครู ที่ปรึ กษาโครงงานก่อนดาเนินการพัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร์ ในการจัดทาโครงร่ างหรื อข้อเสนอโครงงานมีวิธีดาเนินการ ดังนี้ 4.1 ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิง และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผูทรงคุณวุฒิ ้ 4.2 วิเคราะห์ขอมูล เพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการที่จะพัฒนา ้ 4.3 ออกแบบการพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปรภาษา โปรแกรม และวัสดุต่างๆ ที่ ตองใช้ พร้อมทั้งกาหนดตารางการปฏิบติงานของการจัดทาโครงร่ างของ ้ ั โครงงาน การลงมือทาโครงงาน และสรุ ปรายงานโครงงาน โดยกาหนดช่วงเวลาอย่างกว้างๆ 4.4 การพัฒนาโครงงานขั้นต้น คือ การศึกษาความเป็ นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทาการพัฒนา ส่วนย่อยๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นาผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุ งแผนการทางานที่ ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิงขึ้น ่ 4.5 เสนอโครงร่ างของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ที่ปรึ กษา ด้วยการถ่ายทอดความคิดของตนเอง ที่ได้ศึกษา และบันทึกไว้ให้กบอาจารย์ที่ปรึ กษาทราบ เพื่อขอคาแนะนาและปรับปรุ งแก้ไขในส่ว นที่ยง ั ั บกพร่ อง เพื่อให้การวางแผนและการดาเนินงานเป็ นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่ มต้นจน แล้วเสร็ จ ซึ่งองค์ประกอบเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์มีดงนี้ ั
  • 3.
    ตารางแสดงองค์ประกอบเค้าโครงของโครงงาน หัวข้ อ รายละเอียด 1. ชื่อโครงงาน ต้องมีความชัดเจนว่าทาอะไร 2. ชื่อผูจดทาโครงงาน ้ั ผูจดทาโครงงานหรื อผูรับผิดชอบโครงงาน อาจ ้ั ้ เป็ นรายบุคคลหรื อเป็ นกลุ่มก็ได้ 3. อาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน ครู ผทาหน้าที่ให้คาปรึ กษา ดูแลการทาโครงงาน ู้ ของนักเรี ยน 4. ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาการดาเนินงาน ตั้งแต่วนเริ่ มต้นจนสิ้น ั สุดโครงงาน 5. ที่มา ความสาคัญ หรื อแนวคิด ระบุถึงสภาพปัจจุบนที่เป็ นปัญหาหรื อที่เป็ นความ ั ต้องการและความคาดหวังที่ตองการให้เกิดขึ้นจาก ้ การทาโครงงาน 6. เป้ าหมาย ผลที่ตองการให้เกิดขึ้นทั้งในเชิงปริ มาณและ ้ คุณภาพ 7. วัตถุประสงค์ ระบุสิ่งที่ตองการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้ง ้ ในเชิงกระบวนการและผลผลิต โดยระบุเป็ นข้อๆ และขึ้นต้นด้วยคาว่า “เพื่อ” 8. หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและนามาใช้ในการ พัฒนาโครงงานซึ่งได้มาจากการศึกษาค้นคว้า 9. วิธีดาเนินงาน กิจกรรมหรื อขั้นตอนการดาเนินงาน เครื่ องมือ วัสดุอุปกรณ์ เทคนิคที่ใช้ในการพัฒนา งบประมาณ และสถานที่ 10. ตารางการปฏิบติงาน ั วัน เวลา และกิจกรรมดาเนินการต่างๆ ตั้งแต่ เริ่ มต้นจนถึงที่สุด 11. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผลที่ตองการให้เกิดทั้งที่เป็ นผลผลิต กระบวนการ ้ ทางาน และผลกระทบที่เกิดขึ้น 12. เอกสารอ้างอิง รายชื่อเอกสารหรื อแหล่งที่มาของข้อมูลซึ่งนามา ใช้ในการพัฒนาโครงงาน 5. การดาเนินการพัฒนาโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากครู ที่ปรึ กษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็ นการพัฒนาโครงงานตามแผนที่วางไว้ หากการจัดทาเค้าโครงมีความชัดเจนเหม าะสมดี
  • 4.
    แล้ว การลงมือปฏิบติงานก็ทาได้สะดวกรวดเร็ วการลงมือพัฒนาโครงงานแบ่งออกเป็ น 3 ขั้นตอนสาคัญ ั ดังนี้ 5.1 การเตรี ยมการ คือ เตรี ยมเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้ พร้อม และควรเตรี ยมสมุดบันทึกหรื อแฟ้ มข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึกการทากิจกรรม ต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน เช่น ปฏิบติงานอย่างไร เมื่อไหร่ ได้ผลอย่างไรมีปัญหาอะไรบ้าง และได้แก้ไข ั หรื อไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตหรื อข้อค้นพบต่างๆ 5.2 การลงมือพัฒนา เป็ นขั้นตอนการปฏิบติงานตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลง ั หรื อเพิ่มเติมได้ถาเห็นว่าจะช่วยทาให้ผลงานดีข้ ึนโดยยึดหลักการดังต่อไปนี้ ้ 5.2.1 จัดระบบการทางาน โดยทาส่วนที่เป็ นหลักสาคัญๆ ให้เสร็ จก่อนแล้วจึงทาในส่วนที่เป็ น ส่วนประกอบย่อย หรื อส่วนเสริ มเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น 5.2.2 ในกรณี ทางานกลุ่ม ถ้ามีการแบ่งงานกันทาให้ตกลงกันในรายละเอียดในการเชื่อมต่อชิ้นงาน เข้าด้วยกันให้ชดเจนเพื่อให้งานในภาพรวมมีคุณลักษณะหรื อเป็ นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งกาหนดเวลา ั แล้วเสร็ จให้พร้อมกันเพื่อป้ องกันปัญหาความขัดแย้งกันในกลุ่ม 5.2.3 พัฒนาโครงงานอย่างเป็ นระบบ เป็ นขั้นตอนด้วยความละเอียดรอบคอบและมีการบันทึก ข้อมูลไว้อย่างเป็ นระบบและครบถ้วนทุกขั้นตอน 5.2.4 หากเกิดปัญหาในระหว่างการพัฒนาโครงงานทั้งปัญหาเชิงเทคนิค และปัญหาอื่นใดที่ไม่ สามารถแก้ไขได้ดวยตนเอง หรื อด้วยระบบกลุ่มให้นาไปปรึ กษากับครู ที่ปรึ กษาทันที ้ 5.3 การทดสอบผลงานและการปรับปรุ งแก้ไข เป็ นการตรวจสอบความถูกต้องของผล งานด้วยการ ทดลองใช้ ทดลองแสดง เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พฒนาขึ้นนั้นตรงตามความต้องการที่กาหนดไว้ใน ั เป้ าหมายมากน้อยเพียงใด หากต่ากว่าเป้ าหมายที่กาหนดต้องปรับปรุ งแก้ไขและพัฒนาจนได้ผลงานหรื อ ชิ้นงานที่มคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น ี 6. สรุปผลอภิปรายผล เมื่อได้ผลงานที่พฒนาเรี ยบร้อยแล้ว ให้จดทาสรุ ปผลการดาเนินงาน ด้วยข้อความที่ ั ั สั้นกะทัดรัด แต่ครอบคลุมกระบวนการขั้นตอนการดาเนินทั้งหมด ทาให้ผอ่านรายงานเข้าใจสิ่งที่คนพบจาก ู้ ้ การทาโครงงานได้ชดเจนขึ้น พร้อมกับการอภิปรายผลเพื่อนาเอาผลที่ได้รับจากการทาโครงงานไปหา ั ความสัมพันธ์ กับหลักการ ทฤษฎี หรื อผลงานที่ผอื่นได้ศึกษาไว้แล้ว รวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรื อ ู้ ผลงานของผูอื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ดวย ้ ้ 7. ข้ อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา เมื่อทาโครงงานเสร็ จสิ้นลงแล้ว นักเรี ยนอาจพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ หรื อพบประเด็นที่เป็ นปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็ นข้อเสนอแนะในสิ่งที่ควรจะศึกษาหรื อแนวทางในการ พัฒนาโครงงานให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต 8. การเขียนรายงานหรือการจัดทารายงาน เป็ นวิธีการสื่อความหมายให้ผอื่นเข้าใจแนวคิดและวิธีการศึกษา ู้ ค้นคว้า ทดลองปฏิบติในการทาโครงงานจนได้ขอสรุ ปและข้อเสนอแนะต่า งๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น การ ั ้
  • 5.
    เขียนรายงานควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับและตรงไปตรงมา พร้อมกันนั้นควรจะจัดทาคู่มือการใช้ งานโปรแกรมที่นกเรี ยนได้พฒนาขึ้นด้วย ซึ่งคู่มือการใช้งานโปรแกรมประกอบด้วย ั ั 8.1 ชื่อผลงาน 8.2 ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอ มพิวเตอร์ที่สามารถใช้กบผลงานนั้น ั ได้ 8.3 ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ตองมีอยูในเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผลงาน ้ ่ นั้นทางานได้สมบูรณ์ 8.4 คุณลักษณะของผลงาน อธิบายให้รายละเอียดว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้างรับอะไรเป็ นข้อมูล นาเข้า และอะไรคือข้อมูลส่ งออก 8.5 วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชน เช่น อธิบายว่าจะต้องกดคาสังใดหรื อกดปุ่ มใดเพื่อให้ได้ผลการ ั ่ ทางานในฟังก์ชนหนึ่งๆ ั 9. การนาเสนอผลงานและการเผยแพร่ เป็ นขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ บุคคลภายนอกกลุ่มหรื อบุคคลทัวไปได้รู้ และให้ขอวิพากษ์ วิจารณ์เพื่อนาไปสู่การพัฒนาให้ดียงขึ้นก่อน ่ ้ ิ่ นาไปเผยแพร่ ให้แก่ผสนใจทัวไปทั้งในและนอกโรงเรี ยน ู้ ่