Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
npyp
32 views
Num
25846513215488
Design
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 16
2
/ 16
3
/ 16
4
/ 16
5
/ 16
6
/ 16
7
/ 16
8
/ 16
9
/ 16
10
/ 16
11
/ 16
12
/ 16
13
/ 16
14
/ 16
15
/ 16
16
/ 16
More Related Content
PDF
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน2
by
Aksonsat Roungsan
DOCX
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน
by
Momay Protaper
PPTX
กิจกรรมที่ 4
by
Preeyanut Atikakheereepong
PDF
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Earnzy Clash
PDF
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Mon Tanawat
PDF
ออกแบบและพัฒนาโครงงาน บทที่ 2
by
บุ๊กบิ๊ก หุหุหุ
PDF
โครงงานของปณิต
by
maddemon madden
PPTX
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Koraklit Jindadang
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน2
by
Aksonsat Roungsan
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน
by
Momay Protaper
กิจกรรมที่ 4
by
Preeyanut Atikakheereepong
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Earnzy Clash
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Mon Tanawat
ออกแบบและพัฒนาโครงงาน บทที่ 2
by
บุ๊กบิ๊ก หุหุหุ
โครงงานของปณิต
by
maddemon madden
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Koraklit Jindadang
What's hot
DOCX
หลักการและทฤฏี
by
sukanya5729
DOCX
ใบงานที่ 3 เค้าโครงของโครงงาน
by
Mypoom Poom
PDF
กิจกรรมที่4 ขั้นตอนการทำโครงงาน
by
0910797083
PPTX
กิจกรรมที่ 4
by
thunnattapat
PDF
แหล่งที่มา2
by
Wuttipong Thachai
PDF
ขั้นตอนโครงงาน
by
Aom Nachanok
PPTX
กิจกรรมที่4
by
ศิรินทร์รัตน์ ยศถาวร
PPTX
กิจกรรมที่ 4 ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
komsan saithep
PDF
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน
by
Aksonsat Roungsan
PDF
001
by
Dogdrew Pingmuang
PDF
อริสราแซนนี่
by
Nattaporn Bunmak
PPTX
Computer project
by
Jiratchaya Yam
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
woobingirlfriend
หลักการและทฤฏี
by
sukanya5729
ใบงานที่ 3 เค้าโครงของโครงงาน
by
Mypoom Poom
กิจกรรมที่4 ขั้นตอนการทำโครงงาน
by
0910797083
กิจกรรมที่ 4
by
thunnattapat
แหล่งที่มา2
by
Wuttipong Thachai
ขั้นตอนโครงงาน
by
Aom Nachanok
กิจกรรมที่4
by
ศิรินทร์รัตน์ ยศถาวร
กิจกรรมที่ 4 ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
komsan saithep
ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสำคัญของโครงงาน
by
Aksonsat Roungsan
001
by
Dogdrew Pingmuang
อริสราแซนนี่
by
Nattaporn Bunmak
Computer project
by
Jiratchaya Yam
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
woobingirlfriend
Similar to Num
PPTX
กิจกรรมที่4 ขั้นตอนของการทำโครงงาน
by
omaha123
PDF
ขั้นตอนการทำโครงงาน
by
KrooIndy Csaru
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Stn PT
PPTX
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sippapas Wathanapinanachai
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Suchada Maksiri
PDF
ใบความรู้ที่3
by
Rattana Wongphu-nga
PDF
ใบความรู้ที่3
by
Rattana Wongphu-nga
PDF
กิจกรรมที่ 4
by
Thunyakan Intrawut
PPTX
ขั้นตอนการทำโครงงาคอมพิวเตอร์
by
Nattaphong Kaewtathip
PDF
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
qnlivyatan
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Kamolaporn Nophaket
PPTX
ใบงานที่4
by
iverin
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
อธิวัฒน์ จันทินมาธร
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Assumption Rayong
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์1
by
อธิวัฒน์ จันทินมาธร
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์1
by
Assumption Rayong
PPTX
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Pee Petchruarn
PPTX
โคงงานคอมพิวเตอร์
by
Chalermkiat Aum
PDF
Computer
by
Tanutcha Pintong
PDF
โคงงานคอมพิวเตอร์
by
Chalermkiat Aum
กิจกรรมที่4 ขั้นตอนของการทำโครงงาน
by
omaha123
ขั้นตอนการทำโครงงาน
by
KrooIndy Csaru
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Stn PT
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sippapas Wathanapinanachai
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Suchada Maksiri
ใบความรู้ที่3
by
Rattana Wongphu-nga
ใบความรู้ที่3
by
Rattana Wongphu-nga
กิจกรรมที่ 4
by
Thunyakan Intrawut
ขั้นตอนการทำโครงงาคอมพิวเตอร์
by
Nattaphong Kaewtathip
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
by
qnlivyatan
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Kamolaporn Nophaket
ใบงานที่4
by
iverin
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
อธิวัฒน์ จันทินมาธร
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Assumption Rayong
โครงงานคอมพิวเตอร์1
by
อธิวัฒน์ จันทินมาธร
โครงงานคอมพิวเตอร์1
by
Assumption Rayong
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Pee Petchruarn
โคงงานคอมพิวเตอร์
by
Chalermkiat Aum
Computer
by
Tanutcha Pintong
โคงงานคอมพิวเตอร์
by
Chalermkiat Aum
Num
1.
โครงงานคอมพิวเตอร์ น า ง
ส า ว สุ ว ดี ค า บ เ พ็ ช ร เ ล ข ที่ 2 2 น า ง ส า ว ป รี ย า ภ ร ณ์ ปั น ใ จ แ ก้ ว เ ล ข ที่ 4 0 ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 6 / 4
2.
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 3.
จัดทาเค้าโครงของโครงงาน 4. การลงมือทาโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
3.
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ โดยทั่วไปเรื่องที่จะนามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถาม
หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ คอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จาก แหล่งต่างๆ กัน ดังนี้ 1. การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ 2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ 3. การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนา อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ 4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน 5. งานอดิเรกของนักเรียน 6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
4.
ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณา องค์ประกอบสาคัญ ดังนี้ 1.
ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา 2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้ 3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษา 4. มีเวลาเพียงพอ 5. มีงบประมาณเพียงพอ 6. มีความปลอดภัย
5.
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคาปรึกษาจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ
จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้ เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบ และวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาจะต้องได้คาตอบว่า 1. จะทา อะไร 2. ทาไมต้องทา 3. ต้องการให้เกิดอะไร 4. ทาอย่างไร 5. ใช้ทรัพยากรอะไร 6. ทากับใคร 7. เสนอผลอย่างไร
6.
3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน รายงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ ชื่อโครงงาน
ทาอะไร กับใคร เพื่ออะไร ประเภทโครงงาน วิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ชื่อผู้จัดทาโครงงาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้ ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทาโครงงานของนักเรียน ครูที่ปรึกษาร่วม ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม ให้คาแนะนาในการทาโครงงานของนักเรียน ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาการดาเนินงานโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กาหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้ แนวคิด ที่มา และความสาคัญ สภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล วัตถุประสงค์ สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน วิธีดาเนินงาน กิจกรรมหรือขั้นตอนการดาเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนการปฏิบัติ วัน เวลา และกิจกรรมดาเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ เอกสารอ้างอิง สื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นามาใช้ในการดาเนินงาน
7.
4. การลงมือทาโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทา โครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง
ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้ 4.1 การเตรียมการ การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนา ให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับ บันทึกการทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและ แก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ 4.2 การลงมือพัฒนา 1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะ ช่วยทาให้ผลงานดีขึ้น 2. จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่่อยทา ส่วนที่เป็น ส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ ามีการแบ่งงานกันทา ให้ตก ลงรายละเอียดในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย 3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและ ครบถ้วน
8.
4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความจาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่ พัฒนาขึ้นทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการ
ที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทาด้วย ประสิทธิภาพสูงด้วย 4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่าง ครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการอภิปราย ผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนา ไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่น มาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย 4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญ หรือ ปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไป ได้
9.
5. การเขียนรายงาน การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้
ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับ โครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และ ตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆเหล่านี้ 5.1 ส่วนนา ส่วนนา เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผู้ทาโครงงาน 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 4. คาขอบคุณ เป็นคากล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทาให้ โครงงานสาเร็จ 5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสาคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดาเนินการ และผลที่ได้ โดยย่อ
10.
5.2 บทนา บทนาเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย 1. ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 2.
เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า 3. ขอบเขตของโครงงาน 5.3 หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือ หลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุ ผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนามาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย 5.4 วิธีดาเนินการ วิธีดาเนินการ อธิบายขั้นตอนการดาเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุ ปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้อง ใช้ในการทางาน
11.
5.5 ผลการศึกษา ผลการศึกษา นาเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้
โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คานึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก 5.6 สรุปผลและข้อเสนอแนะ สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทา งาน ถ้ามีการ ตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุป ไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนา ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรค ของการทาโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สาคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทา โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทานอง นี้ต่อไปในอนาคตด้วย 5.7 ประโยชน์ ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนา โครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนาผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
12.
5.8 บรรณานุกรม บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ
วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทา โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นามาใช้ประโยชน์ใน การทา โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย 5.9 การจัดทาคู่มือการใช้งาน หาโครงงานที่นักเรียนจัดทา เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทาคู่มือ อธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย 1. ชื่อผลงาน 2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมี เพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้ 3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่อง คอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทางานได้อย่างสมบูรณ์ 4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทา หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็น ข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก 5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทางานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
13.
6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน การนาเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทา โครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด
ความพยายามในการทางานที่ผู้ทาโครงงานได้ ทุ่มเท และเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทาได้ใน หลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วย คาพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคาพูด เป็นต้น โดยผลงาน ที่นามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผู้จัดทาโครงงาน 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 4. คาอธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงาน 5. วิธีการดาเนินการที่สาคัญ 6. การสาธิตผลงาน 7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสาคัญที่ได้จากการทาโครงงาน
14.
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Education media) พัฒนาเครื่องมือ (Tools development) จาลองทฤษฎี (Theory experiment) ประยุกต์ใช้งาน (Application) พัฒนาเกม (Game
development)
15.
ตัวอย่าง 1. โครงงานพัฒนาการศึกษา - เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อผลิตสื่อการสอน
โดยถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นผู้สอนนักเรียนแทนครู ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบ สุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ เป็นต้น 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ - เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์ งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น 3. โครงงานจาลองทฤษฎี - เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคาอธิบาย ตัวอย่างเช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น 4. โครงงานประยุกต์ใช้งาน - เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่ง อาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น 5. โครงงานพัฒนาเกม - เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคานวณเลข เป็นต้น
16.
เอกสารอ้างอิง HTTP://WWW.ACR.AC.TH/ACR/ACR_E- LEARNING/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/COMPUTERPROJECT/C ONTENT2.HTML
Download