คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
(ฉบับเดือนกรกฎาคม 2553) 




 
 
 
 
 
 


           สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           Office of the Higher Education Commission (OHEC)
คํานํา

                คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีอํานาจ
หนาที่ในการกําหนดหลักเกณฑและแนวปฏิบัติตาง ๆ เพื่อสงเสริม สนับสนุน พัฒนาการดําเนินงานเกี่ยวกับ
การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาของประเทศไดมีนโยบายใหทบทวน
องคประกอบและตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน รวมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนากระบวนการ
ประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในให มี ค วามทั น สมั ย สอดคล อ งกั บ บริ บ ทที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปและความ
เคลื่อนไหวดานคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาตาง ๆ อาทิ กรอบแผนอุดมศึกษาระยะ
ยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพ
การศึ ก ษาภายใน พ.ศ.2553 ประกาศกระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร เรื่อ งมาตรฐานสถาบัน อุ ดมศึ ก ษา กรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ การรับรองวิทยฐานะสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งการ
ประเมินคุ ณภาพภายนอกรอบสามที่ จะเริ่ม ตน ในปงบประมาณ 2554 จนถึง ปงบประมาณ 2558 ซึ่ง
คณะกรรมการการอุดมศึกษาไดใหความเห็นชอบใหเผยแพรและสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษานําไปใชเปน
แนวทางในการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ตั้งแตปการศึกษา 2553 เปนตนไป

                 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงไดจัดทําคูมือการประกันคุณภาพการศึกษา
ภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553 ฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงคใหสถาบันอุดมศึกษามี
แนวทางปฏิบัติในการกํากับและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่ชัดเจนสอดคลองกับกรอบแผนพัฒนา
อุดมศึกษาระยะยาว มาตรฐานเกี่ยวกับการศึกษา ระดับอุดมศึกษาตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และสามารถรองรับ
การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล และหวังเปนอยางยิ่งวา
เอกสารฉบับนี้จะเปนคูมือสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาไดอยางมีคุณภาพ และนําไปสูการ
สรางผลผลิตที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองสังคมและประเทศชาติตามเปาหมายของแตละกลุมสถาบัน




                                                                       (นายสุเมธ แยมนุน)
                                                                                       
                                                              เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
 


                                                   สารบัญ
                                                    สารบั ญ


                                                                                             หนา
คํานํา
สารบัญ
สารบัญตาราง
สารบัญแผนภูมิ
บทที่         1              การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา                        1
                             1. ความจําเปนและวัตถุประสงคของการประกันคุณภาพการศึกษา           1
                                ระดับอุดมศึกษา
                             2. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม          3
                                (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กับการประกันคุณภาพการศึกษา
                             3. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565)      4
                             4. การประกันคุณภาพกับมาตรฐานการศึกษา                              6
                             5. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน                                   8
                                5.1 กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพ      9
                                     การศึกษา
                                5.2 แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ                  12
                                     การศึกษาภายใน
                             6. การเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการ         13
                                ประเมินคุณภาพภายนอก
บทที่                2       กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน                              15
                             1. แนวทางการจัดการกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน            15
                             2. ขั้นตอนการประเมินคุณภาพการศึกษา                               21
                                2.1 การเตรียมการของสถาบันกอนการตรวจเยี่ยมของผูประเมิน       21
                                2.2 การดําเนินการของสถาบันระหวางการตรวจเยี่ยมเพื่อประเมิน    25
                                     คุณภาพ
                                2.3 การดําเนินการของสถาบันภายหลังการประเมินคุณภาพ             25



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

 
 


                                                  สารบัญ (ตอ)
บทที่                3       ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ             26
                             1. แนวทางการพัฒนาตัวบงชีเ้ พื่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน     26
                                  ระดับอุดมศึกษา
                             2. คําชี้แจงอื่นๆ ในการนําตัวบงชี้ไปใชประเมินคุณภาพการศึกษา    30
                                  ภายใน
                             3. นิยามศัพทที่ใชในตัวบงชี้                                   31
                             4. องคประกอบคุณภาพ ตัวบงชี้ และเกณฑการประเมิน                 39
                                  องคประกอบที่ 1 ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค และแผน           39
                                  ดําเนินการ
                                  องคประกอบที่ 2 การผลิตบัณฑิต                               43
                                  องคประกอบที่ 3 กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา                     61
                                  องคประกอบที่ 4 การวิจยั                                    66
                                  องคประกอบที่ 5 การบริการวิชาการแกสงคมั                    75
                                  องคประกอบที่ 6 การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม              79
                                  องคประกอบที่ 7 การบริหารและการจัดการ                       81
                                  องคประกอบที่ 8 การเงินและงบประมาณ                          90
                                  องคประกอบที่ 9 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ                  94
บทที่                4       ตัวอยางแนวทางปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานดาน           98
                             กระบวนการ
บทที่                5       การวิเคราะหตวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ มาตรฐานการศึกษา
                                              ั                                              145
                             ระดับอุดมศึกษา และมุมมองดานการบริหารจัดการ
                             1. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน     145
                             2. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา         147
                             3. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา      150
                             4. ตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ                        155
รายการอางอิง                                                                                156
ภาคผนวก ก                    ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา     158



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

 
 


                                                 สารบัญตาราง

ตารางที่                                                                            หนา

5.1        องคประกอบคุณภาพ 9 ดานและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามองคประกอบ
                                             ้                                      146

5.2        มาตรฐานการอุดมศึกษาและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน
                                         ้                                          150

5.3        มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน
                                            ้                                       154

5.4        มุมมองดานบริหารจัดการทีสําคัญและตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ
                                   ่                                                155




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

 
 


                                               สารบัญแผนภาพ

แผนภาพที่                                                                           หนา

1.1      ความเชื่อมโยงระหวางมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพ                      8 

1.2      ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก   14

2.1      วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน                                    17




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

 
1



                                       บทที่ 1
                      การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา




1. ความจําเปนและวัตถุประสงคของการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา

                ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะตองปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การ
ใหบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม การดําเนินการตามภารกิจทั้ง 4
ประการดังกลาว มีความสําคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปจจุบันมีปจจัย
ภายในและภายนอกหลายประการที่ทําใหการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเปนสิ่งจําเปนที่
จะตองเรงดําเนินการ ปจจัยดังกลาวคือ
               1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศ มีแนวโนมที่จะมีความแตกตาง
กันมากขึ้น ซึ่งจะกอใหเกิดผลเสียแกสงคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว
                                        ั
               2) ความทาทายของโลกาภิวัตนตอการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาขาม
พรมแดน และการเคลื่อ นย า ยนั กศึก ษาและบัณฑิต อั น เปนผลจากการรวมตั วของประเทศในภู มิ ภาค
อาเซียน ซึ่งทั้งสองประเด็นตองการการรับประกันของคุณภาพการศึกษา
               3) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเปนที่จะตองสรางความมั่นใจแกสังคมวาสามารถพัฒนา
องคความรูและผลิตบัณฑิต ตอบสนองตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศใหมากขึ้น ไมวาจะเปนการสราง
ขีดความสามารถในการแขงขันระดับสากล การพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ การ
พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต ความเปนอยูระดับทองถิ่นและชุมชน
               4) สถาบันอุดมศึกษาจะตองใหขอมูลสาธารณะ (public information) ที่เปนประโยชนตอ
ผูมสวนไดสวนเสีย ทั้งนักศึกษา ผูจางงาน ผูปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป
    ี
               5) สั ง คมต อ งการระบบอุ ด มศึ ก ษาที่ เ ป ด โอกาสให ผู มี ส ว นได ส ว นเสี ย มี ส ว นร ว ม
(participation) มีความโปรงใส (transparency) และมีความรับผิดชอบซึ่งตรวจสอบได (accountability)
ตามหลักธรรมาภิบาล
               6) พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
กําหนดใหสถานศึกษาทุกแหงจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงใหมีสํานักงานรับรอง
มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาทําหนาที่ประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประเมินผลการจัด
การศึกษาของสถานศึกษา

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
2



               7) คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษาได ป ระกาศใช ม าตรฐานการอุ ด มศึ ก ษา เมื่ อ วั น ที่ 7
สิงหาคม 2549 เพื่อเปนกลไกกํากับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ
ระดับ หน ว ยงาน โดยทุก หน ว ยงานระดั บอุดมศึก ษาจะไดใชเ ป น กรอบการดํา เนิ น งานประกัน คุณภาพ
การศึกษา
               8) กระทรวงศึกษาธิการไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 เพื่อเปนกลไกสงเสริมและกํากับใหสถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาใหมี
มาตรฐานตามประเภทหรือกลุมสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุม
               9) กระทรวงศึกษาธิการไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดประกาศแนว
ทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 เพื่อให
การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปนไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อการประกันคุณภาพของ
บัณฑิตในแตละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา

              ดวยความจําเปนดังกลาว สถาบันอุดมศึกษารวมกับตนสังกัดจึงจําเปนตองพัฒนาระบบและ
กลไกการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีวัตถุประสงคดังนี้
              1) เพื่อตรวจสอบและประเมินการดําเนินงานของภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
และสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ตามระบบคุณภาพและกลไกที่สถาบันนั้น ๆ กําหนดขึ้น โดยวิเคราะห
เปรียบเทียบผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในทุกองคประกอบคุณภาพวาเปนไปตามเกณฑและไดมาตรฐาน
              2) เพื่อใหภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทาและสถาบันอุดมศึกษาทราบสถานภาพ
ของตนเองอั น จะนํ า ไปสู ก ารกํ า หนดแนวทางในการพั ฒ นาคุ ณ ภาพไปสู เ ป า หมาย (targets) และ
เปาประสงค (goals) ที่ตั้งไวตามจุดเนนของตนเองและเปนสากล
              3) เพื่อใหภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทาและสถาบันอุดมศึกษาทราบจุดแข็ง จุด
ที่ควรปรับปรุง ตลอดจนไดรับขอเสนอแนะในการพัฒนาการดําเนินงานเพื่อเสริมจุดแข็ง และพัฒนาจุดที่
ควรปรับปรุงของสถาบันอยางตอเนื่อง
              4) เพื่ อ ให ข อ มู ล สาธารณะที่ เ ป น ประโยชน ต อ ผู มี ส ว นได ส ว นเสี ย ทํ า ให มั่ น ใจว า
สถาบันอุดมศึกษาสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มคุณภาพและไดมาตรฐานตามที่กําหนด
                                                           ี
              5) เพื่ อให ห นว ยงานต น สัง กัด ของสถาบั น อุ ดมศึ ก ษาและหน ว ยงานที่ เ กี่ย วของ มีขอมูล
พื้นฐานที่จําเปนสําหรับการสงเสริมสนับสนุนการจัดการอุดมศึกษาในแนวทางที่เหมาะสม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
3
 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กับการ
    ประกันคุณภาพการศึกษา

                  พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ไดกําหนด
จุดมุงหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุงเนนคุณภาพและมาตรฐาน โดยกําหนดรายละเอียดไวใน
หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบดวย “ระบบการประกันคุณภาพภายใน”
และ “ระบบการประกันคุณภาพภายนอก” เพื่อใชเปนกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของ
สถาบันอุดมศึกษา
                  การประกันคุณภาพภายใน เปนการสรางระบบและกลไกในการพัฒนา ติดตามตรวจสอบและ
ประเมินการดําเนินงานของสถานศึกษาใหเปนไปตามนโยบาย เปาหมายและระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่
กําหนดโดยสถานศึกษาและหรือหนวยงานตนสังกัด โดยหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษากําหนดใหมีระบบ
การประกั น คุ ณภาพภายในสถานศึ ก ษาและให ถื อ ว า การประกั น คุ ณ ภาพภายในเป น ส ว นหนึ่ ง ของ
กระบวนการบริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง มีการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงาน
ประเมินคุณภาพภายในเสนอตอสภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด และหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อพิจารณา
และเปดเผยตอสาธารณชนเพื่อนําไปสูการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการ
ประกันคุณภาพภายนอก
                  การประกันคุณภาพภายนอก เปนการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใหมีการติดตาม
และตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยคํานึงถึงความมุงหมาย หลักการ และ
แนวการจัดการศึกษาในแตละระดับ ซึ่งประเมินโดย “สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา (องคการมหาชน) หรือเรียกชื่อยอวา “สมศ.” พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542
แก ไ ขเพิ่ ม เติ ม (ฉบั บ ที่ 2 ) พ.ศ.2545 ได กํ า หนดให ส ถานศึ ก ษาทุ ก แห ง ต อ งได รั บ การประเมิ น คุ ณ ภาพ
ภายนอกอยางนอย 1 ครั้งในทุกรอบ 5 ป นับตั้งแตการประเมินครั้งสุดทาย และเสนอผลการประเมินตอ
หนวยงานที่เกี่ยวของและสาธารณชน ซึ่ง สมศ. ไดดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก (พ.ศ.
2544-2548) เสร็จสิ้นไปแลว ปจจุบันอยูระหวางประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง (พ.ศ.2549-2553)
และการเตรียมการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สาม (พ.ศ.2554-2558) ในการประเมินรอบที่สามของ
สมศ. เปนการประเมินทั้งระดับสถาบันและคณะวิชา แตหากสถาบันใดจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งหลัก
เชน วิทยาเขต หรือศูนย หรือหนวยจัดการศึกษานอกที่ต้ัง การประเมินจะครอบคลุมการจัดการนอกสถาน
ที่ตั้งหลักทั้งหมด นอกจากนั้น การประเมินคุณภาพจะมีความสอดคลองกับจุดเนนหรือกลุมสถาบันที่แตละ
สถาบันเลือกตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
4



                รูปแบบและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกจะเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดโดยสํานักงาน
รับ รองมาตรฐานและประเมิ น คุ ณ ภาพการศึก ษา (องค ก ารมหาชน) ซึ่ง มี ห ลั ก การสํา คั ญ 5 ประการ1
ดังตอไปนี้
                1) เปนการประเมินเพื่อมุงใหมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไมไดมุงเนนเรื่องการตัดสิน
การจับผิด หรือการใหคุณ – ใหโทษ
                2) ยึดหลักความเที่ยงตรง เปนธรรม โปรงใส มีหลักฐานขอมูลตามสภาพความเปนจริง
(evidence – based) และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได (accountability)
                3) มุงเนนในเรื่องการสงเสริมและประสานงานในลักษณะกัลยาณมิตรมากกวาการกํากับ
ควบคุม
                4) สงเสริมการมีสวนรวมในการประเมินคุณภาพและการพัฒนาการจัดการศึกษาจากทุก
ฝายที่เกี่ยวของ
                5) มุงสรางความสมดุลระหวางเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุงหมายและหลักการศึกษา
ของชาติตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 ใหเอกภาพเชิงนโยบาย แตยังคง
มี ค วามหลายหลายในทางปฏิ บั ติ โดยสถาบั น สามารถกํ า หนดเป า หมายเฉพาะและพั ฒ นาคุ ณ ภาพ
การศึกษาใหเต็มตามศักยภาพของสถาบันและผูเรียน


3. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565)

          กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) ไดกําหนดแนวทางการพัฒนา
และแกปญหาอุดมศึกษาที่ไรทิศทาง ซ้ําซอน ขาดคุณภาพ และขาดประสิทธิภาพ โดยใชกลไกการประเมิน
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเปนกลไกหลักในการดําเนินการ กลาวคือ ใหมการสรางกลไกการประเมิน
                                                                                      ี
คุ ณ ภาพสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาตามพั น ธกิ จ ของสถาบั น ในแต ล ะกลุ ม ซึ่ ง มี พื้ น ที่ บ ริ ก ารและจุ ด เน น ระดั บ
การศึกษาที่ตางกัน รวมทั้งมีพันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศตางกันตาม
ความหลากหลาย ทั้งการพัฒนาฐานราก สังคม เศรษฐกิจรวมถึงการกระจายอํานาจในระดับทองถิ่น การ
ขับเคลื่อนภาคการผลิตในชนบท ทองถิ่นและระดับประเทศ จนถึงการแขงขันในโลกาภิวัตน ซึ่งระบบ
อุดมศึกษาแตละกลุมเหลานี้ จะนําไปสูการเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษา และสงผลกระทบที่เปนประโยชนตอ
ประเทศอยางมีนัยสําคัญ อาทิ สามารถสรางความเปนเลิศไดตามพันธกิจของตัวเอง สามารถตอบสนองตอ


1
 ดูเพิ่มเติม “คูมือการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา (ฉบับปรับปรุง : ธันวาคม 2549)” สํานักงานรับรอง
มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน). หรือ http:// www.onesqa.or.th
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
5



ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศดีขึ้น สงผลเชิงบวกตอการผลิต พัฒนาและการทํางานของอาจารย สามารถ
ปรับจํานวนของบัณฑิตในสาขาที่เปนความตองการของสังคม ลดการวางงาน โดยที่สถาบันอุดมศึกษาใน
กลุมเหลานี้มีกลไกรวมกันในการประกันคุณภาพ เพื่อใหนักศึกษาสามารถตอยอด ถายโอนแลกเปลี่ยนกัน
ไดระหวางกลุม และในระยะยาวการประเมินคุณภาพควรนําไปสูระบบรับรองวิทยฐานะ (accreditation) ที่
นักศึกษาและสาธารณะใหความเชื่อถือ เปนฐานและเงื่อนไขในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ และการ
สนับสนุนจากภาคเอกชน รวมทั้งการโอนยายหนวยกิต
                จากกรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ดั ง กล า ว กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารได มี ป ระกาศ
กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร          เรื่ อ ง มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา ในป 2551 กํ า หนดประเภทหรื อ กลุ ม
สถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม คือ
                กลุม ก วิทยาลัยชุมชน หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตระดับต่ํากวาปริญญา
ตรี จัดฝกอบรมสนองตอบความตองการของทองถิ่น เพื่อเตรียมกําลังคนที่มีความรูเขาสูภาคการผลิตจริง
ในชุมชน สถาบันสนับสนุนรองรับการเปลี่ยนอาชีพพื้นฐาน เชน แรงงานที่ออกจากภาคเกษตร เปนแหลง
เรียนรูที่สงเสริมใหประชาชนไดมีโอกาสเรียนรูตลอดชีวิตอันจะนําไปสูความเขมแข็งของชุมชนและการ
พัฒนาที่ยั่งยืน
                กลุม ข สถาบันที่เนนระดับปริญญาตรี หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิต
ระดับปริญญาตรี เพื่อใหไดบัณฑิตที่มีความรูความสามารถเปนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการ
เปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาค สถาบันมีบทบาทในการสรางความเขมแข็งใหกับหนวยงาน ธุรกิจ และบุคคล
ในภู มิ ภ าค เพื่ อ รองรั บ การดํ า รงชี พ สถาบั น อาจมี ก ารจั ด การเรี ย นการสอนในระดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษา
โดยเฉพาะระดับปริญญาโทดวยก็ได
                กลุม ค สถาบันเฉพาะทาง หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางหรือ
เฉพาะกลุมสาขาวิชา ทั้งสาขาวิช าทางวิทยาศาสตรกายภาพ วิทยาศาสตรชีวภาพ สังคมศาสตรห รือ
มนุษยศาสตร รวมทั้งสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง สถาบันอาจเนนการทําวิทยานิพนธหรือการวิจัย หรือเนน
การผลิตบัณฑิตที่มีความรู ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะในการประกอบอาชีพระดับสูง หรือเนนทั้ง
สองดาน รวมทั้งสถาบันอาจมีบทบาทในการพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ สถาบันใน
กลุมนี้อาจจําแนกไดเปน 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่ 1 เปนสถาบันที่เนนระดับบัณฑิตศึกษา และลักษณะที่ 2
เปนสถาบันที่เนนระดับปริญญาตรี
                กลุม ง สถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะ
ระดับปริญญาเอก หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับ
ปริญญาเอก และเนนการทําวิทยานิพนธและการวิจัยรวมถึงการวิจัยหลังปริญญาเอก สถาบันเนนการ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
6



ผลิตบัณฑิตที่เปนผูนําทางความคิดของประเทศ สถาบันมีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยใหอยูใน
แนวหนาระดับสากล มุงสรางองคความรูทฤษฎี และขอคนพบใหมทางวิชาการ
            ดังนั้น การประกันคุณภาพการศึกษาจึงตองสรางกลไกการประเมินคุณภาพใหสอดรับกับการ
แบงกลุมสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุมดังกลาว


 4. การประกันคุณภาพกับมาตรฐานการศึกษา

              พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในหมวด
5 ที่วาดวยการบริหารและการจัดการศึกษา มาตรา 34 ไดกําหนดให คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหนาที่
พิจารณาเสนอมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับความตองการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติ และสอดคลองกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคํานึงถึงความเปนอิสระและความเปนเลิศทาง
วิชาการของสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงไดจัดทํามาตรฐานการอุดมศึกษาเพื่อใช
เปนกลไกระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหนวยงาน เพื่อนําไปสูการกําหนด
นโยบายการพัฒนาการอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาตอไป มาตรฐานการอุดมศึกษาที่จัดทําขึ้นฉบับนี้ได
ใช ม าตรฐานการศึ ก ษาของชาติ ที่ เ ปรี ย บเสมื อ นร ม ใหญ เ ป น กรอบในการพั ฒ นา โดยมี ส าระสํ า คั ญ ที่
ครอบคลุมเป า หมายและหลักการของการจั ดการศึกษาระดั บอุดมศึก ษาของไทยและเป น มาตรฐานที่
คํานึงถึงความหลากหลายของกลุมหรือประเภทของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใหทุกสถาบันสามารถนําไปใช
กําหนดพันธกิจและมาตรฐานของการปฏิบัติงานได
              มาตรฐานการอุดมศึกษาที่ปรากฏตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม
2549 ประกอบดวยมาตรฐาน 3 ดาน ไดแก มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานดานการบริหารจัดการ
การอุดมศึกษา และมาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู มาตรฐาน
ยอยทั้ง 3 ดานนี้ อยูในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบดวยมาตรฐานยอย 3 มาตรฐานเชนกัน คือ
มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการ
จัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสรางสังคมแหงการเรียนรู/สังคมแหงความรู แตละมาตรฐานยอยของ
มาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคลองและสัมพันธกับมาตรฐานยอยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ
เพื่อใหการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุงหมายและหลักการของการจัดการศึกษา
ของชาติ
              นอกเหนื อ จากมาตรฐานการอุ ด มศึ ก ษาที่ เ ป น มาตรฐานแม บ ทแล ว คณะกรรมการการ
อุดมศึกษาไดจัดทํามาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 เพื่อนําไปสู

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
7



การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุมสถาบันที่มีปรัชญา วัตถุประสงค และพันธกิจในการจัดตั้งที่แตกตาง
กันไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบดวยมาตรฐานหลัก 2 ดาน คือ มาตรฐานดานศักยภาพ
และความพรอมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา
และกําหนดกลุมสถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม ไดแก กลุม ก วิทยาลัยชุมชน กลุม ข สถาบันที่เนนระดับ
ปริญญาตรี กลุม ค สถาบัน เฉพาะทาง และกลุม ง สถาบั นที่เ นนการวิ จัย ขั้นสูง และผลิตบัณฑิตระดับ
บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาโดยเฉพาะระดั บ ปริ ญ ญาเอก นอกจากนั้ น ยั ง ได จั ด ทํ า กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อเปนการประกัน
คุณภาพบัณฑิตในแตละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา โดยกําหนดใหคุณภาพของบัณฑิตทุกระดับคุณวุฒิและ
สาขาวิชาตองเปนไปตามมาตรฐานผลการเรียนรูอยางนอย 5 ดาน คือ ดานคุณธรรม จริยธรรม ดานความรู
ดานทักษะทางปญญา ดานทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ และดานทักษะการ
วิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
                คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษายัง ได กํา หนดเกณฑ ม าตรฐานอื่น ๆ อาทิ เกณฑม าตรฐาน
หลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักเกณฑการขอเปดและดําเนินการหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษา
ทางไกล หลักเกณฑการกําหนดชื่ อปริญญา หลักเกณฑและแนวปฏิ บัติเกี่ยวกับการพิจารณาประเมิน
คุณภาพการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาไดพัฒนา
ด า นวิ ช าการและวิ ช าชี พ รวมทั้ ง การพั ฒ นาคุ ณ ภาพและยกระดั บ มาตรฐานในการจั ด การศึ ก ษา
ระดับอุดมศึกษาใหมีความทัดเทียมกันและพัฒนาสูสากล ซึ่งทําใหสถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดการศึกษา
ไดอยางยืดหยุน คลองตัว และตอเนื่องในทุกระดับการศึกษา ตลอดจนสะทอนใหเห็นถึงมาตรฐานคุณภาพ
การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
                เพื่อใหการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทมีคุณภาพและไดมาตรฐานตามที่กําหนด
ทั้งมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา และสัมพันธกับ
มาตรฐานและหลั ก เกณฑ ที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การจั ด การศึ ก ษาอื่ น ๆ รวมถึ ง กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จึงจําเปนตองมีระบบประกันคุณภาพที่พัฒนาขึ้นตามที่กําหนดไวในกฎกระทรวง
วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงระหวาง
มาตรฐานการศึกษา หลักเกณฑที่เกี่ยวของ และการประกันคุณภาพการศึกษา สามารถแสดงในแผนภาพ
ที่ 1.1




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
8



               แผนภาพที่ 1.1 ความเชื่อมโยงระหวางมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพ


                                                        มาตรฐานการศึกษาของชาติ


                      มาตรฐานที่ 1                             มาตรฐานที่ 2                    มาตรฐานที่ 3
                คุณลักษณะของคนไทยที่พึง                    แนวทางการจัดการศึกษา          แนวการสรางสังคมแหง
                ประสงคทั้งในฐานะพลเมือง                                                การเรียนรู/สังคมแหงความรู
                       และพลโลก


                                                            มาตรฐานดานการบริหาร      มาตรฐานดานการสรางและพัฒนา
  มาตรฐาน                  มาตรฐาน
                                                             จัดการการอุดมศึกษา              สังคมฐานความรู
การอุดมศึกษา           ดานคุณภาพบัณฑิต
                                                                                          และสังคมแหงการเรียนรู


หลักเกณฑกํากับ                         การประกันคุณภาพภายใน ภายใตตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน
มาตรฐาน รวมถึง
มาตรฐานสถาบันอุดม
                                                      ผลผลิตทางการศึกษาที่ไดคุณภาพ
ศึกษาและกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับ
อุดมศึกษาแหงชาติ



       5. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน


                   กอนมีประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ทบวงมหาวิทยาลัยไดตระหนัก
       ดีถึงความสําคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาและไดจัดทําประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง นโยบาย
       และแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษามาตั้งแตป พ.ศ. 2539 เพื่อเปนแนวทางใน
       การประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาตามหลักการสําคัญ 3 ประการ คือ การใหเสรีภาพทาง
       วิชาการ (academic freedom) ความมีอิสระในการดําเนินการของสถาบัน (institutional autonomy) และ


       คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
9



ความพรอมของสถาบันที่จะรับการตรวจสอบคุณภาพจากภายนอกตามหลักการของความรับผิดชอบที่
ตรวจสอบได (accountability)
            ตอมาพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได
ระบุใหหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบกับ
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และกฎกระทรวงแบงสวนราชการ
กําหนดใหสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา         มีหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และ
มาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติ
สนับสนุนทรัพยากร ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยคํานึงถึง
ความเปนอิสระและความเปนเลิศทางวิชาการของสถานศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้ง
สถานศึกษาแตละแหงและกฎหมายที่เกี่ยวของ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงมีหนาที่รวมกับ
สถานศึกษาในการจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดยมีรายละเอียดดังนี้

                   5.1 กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา
                    หลั ง จากที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ารศึ ก ษาแห ง ชาติ พ.ศ.2542 มี ผ ลบั ง คั บ ใช สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ในฐานะหนวยงานตนสังกัดที่ทําหนาที่กํากับดูแล
สถาบันอุดมศึกษา ไดเสนอระบบการประกันคุณภาพการศึกษาใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อใหสอดคลอง
กับเจตนารมณแหงพระราชบัญญัตฉบับดังกลาว ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2543
                                        ิ
ได มี ม ติ เ ห็ น ชอบกั บ ระบบประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาของสํ า นั ก งานคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา
(ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ซึ่งตอมาไดจัดทําเปนประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง ระบบ หลักเกณฑ
และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2545 เพื่อใชเปนแนวปฏิบัติ
สาระสําคัญของประกาศฉบับนี้ระบุใหทบวงมหาวิทยาลัยสนับสนุนและสงเสริมสถาบันอุดมศึกษาจัดทํา
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาใหมีประสิทธิภาพและ
ประสิ ท ธิ ผ ล รวมทั้ ง ให มี ก ารประเมิ น ผลและติ ด ตามตรวจสอบคุ ณ ภาพและมาตรฐานการศึ ก ษาของ
สถาบันอุดมศึกษาจากภายใน หรือโดยหนวยงานตนสังกัดที่มีหนาที่กํากับดูแลสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียม
ความพรอมสําหรับการประเมินคุณภาพจากภายนอก รวมถึงสนับสนุนใหมีการแตงตั้งคณะกรรมการ
ประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาขึ้นในแตละคณะวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา เพื่อกําหนดนโยบาย
หลักเกณฑ แนวทาง วิธีการตรวจสอบและประเมินระบบกลไกและประเมินผลการดําเนินงานการประกัน
คุณภาพการศึกษาภายในของแตละคณะวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา
                   หลังจากดําเนินการตามประกาศฉบับป พ.ศ. 2545 ไประยะหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษาจึงไดจัดทํากฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
10



ภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2546 เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 5 และมาตรา 47 วรรคสอง โดยสาระสําคัญ
เกี่ยวกับระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของกฎกระทรวงฉบับนี้ยังคงไวตามประกาศ
ทบวงมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. 2545 ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดถือปฏิบัติมาอยางตอเนื่อง
ตอมาในป 2553 กระทรวงศึกษาธิการไดออกกฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกัน
คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 แทนฉบับเดิม โดยรวมการประกันคุ ณภาพภายในและภายนอกของ
การศึกษาทุกระดับไวในฉบับเดียวกัน มีคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาทําหนาที่
หลัก 2 ประการคือ 1) วางระเบียบหรือออกประกาศกําหนดหลักเกณฑและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกัน
คุ ณ ภาพภายในระดั บ อุ ด มศึ ก ษา เพื่ อ ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น และพั ฒ นาการประกั น คุ ณ ภาพภายใน
ระดับอุดมศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ 2) เสนอแนะแนวทางปรับปรุง
และพัฒนาคุณภาพการศึกษาแกสถานศึกษา โดยนําผลการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกไป
ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนใหระบบการประกันคุณภาพ
ภายในประกอบดวย การประเมินคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ และการพัฒนาคุณภาพ และ
กําหนดใหหนวยงานตนสังกัดจัดใหมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาอยางนอยหนึ่งครั้งในทุกสาม
ปและแจ งผลให ส ถานศึ ก ษาระดั บอุ ดมศึก ษาทราบ รวมทั้ง เป ด เผยผลการติ ด ตามตรวจสอบคุณภาพ
การศึกษาตอสาธารณชน
                   5.1.1 หลักเกณฑการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
                          หลั ก เกณฑ ก ารประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในที่ ร ะบุ ใ นกฎกระทรวงให
พิจารณาจากประเด็นตอไปนี้
                        1)           ระบบการประกั น คุ ณ ภาพภายในของคณะวิ ช าและสถานศึ ก ษา
ระดับอุดมศึกษา โดยคํานึงถึงมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ
กําหนด
                          2) ผลการปฏิบัติงานของคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาตามระบบ
การประกันคุณภาพภายในที่กําหนดไว
                        3) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดําเนินงานตามระบบการประกันคุณภาพ
ภายในที่สงผลตอคุณภาพการศึกษาตามตัวบงชี้คุณภาพการศึกษา
           
                   5.1.2 วิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
                          วิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ระบุในกฎกระทรวงใหใชแนวปฏิบัติดังนี้
                         1) ให ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ห น ว ยงานหรื อ
คณะกรรมการที่รับผิดชอบการดําเนินการดานการประกันคุณภาพขึ้น โดยมีหนาที่พัฒนา บริหารและ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
11



ติดตามการดําเนินการประกันคุณภาพภายใน ตลอดจนประสานกับหนวยงานภายนอก เพื่อใหเกิดความ
มั่นใจวาการจัดการศึกษาจะเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ
                             2) ใหคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ
ภายใน เพื่อใชกํากับ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาใหมีประสิทธิภาพภายใตกรอบ
นโยบายและหลักการที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด
                             3) ให ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาดํ า เนิ น การตามระบบการ
ประกันคุณภาพภายใน โดยถือเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา
                             4) ใหคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดใหมีระบบและกลไกควบคุม
คุณภาพขององคประกอบตางๆ ที่ใชในการผลิตบัณฑิต ดังนี้ (1) หลักสูตรการศึกษาในสาขาวิชาตางๆ (2)
คณาจารยและระบบการพัฒนาคณาจารย (3) สื่อการศึกษาและเทคนิคการสอน (4) หองสมุดและแหลง
การเรียนรูอื่น (5) อุปกรณการศึกษา (6) สภาพแวดลอมในการเรียนรูและบริการการศึกษา(7) การวัดผล
การศึ ก ษาและสั ม ฤทธิ ผ ลทางการเรี ย นของนั ก ศึ ก ษา (8) องค ป ระกอบอื่ น ตามที่ แ ต ล ะสถานศึ ก ษา
ระดับอุดมศึกษาเห็นสมควร
                             ทั้ ง นี้ ให แ ต ล ะคณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ร ะบบการ
ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามที่เห็นสมควร โดยใหสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สงเสริมและสนับสนุนใหมีการพัฒนาดานการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับคณะวิชาของสถานศึกษา
ระดับอุดมศึกษาอยางตอเนื่อง
                      5.1.3 การรายงานผลการประกันคุณภาพการศึกษา
                             ระบบการประกั น คุ ณ ภาพภายในถื อ เป น ส ว นหนึ่ ง ของกระบวนการบริ ห าร
การศึ ก ษาที่ ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาต อ งดํ า เนิ น การอย า งมี ร ะบบและต อ เนื่ อ ง
สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาตองจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในเสนอตอ
สภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด และหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อพิจารณาและเปดเผยตอสาธารณชน โดย
ใหสอดคลองกับเจตนารมณและแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
                     5.1.4 การติดตามตรวจสอบของตนสังกัด
                         ให ห น ว ยงานต น สั ง กั ด ของสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ก ารติ ด ตาม
ตรวจสอบคุณภาพการศึกษานั้นอยางนอยหนึ่งครั้งในทุกสามปและแจงผลใหสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ทราบ รวมทั้งเปดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตอสาธารณชน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
12



              5.2 แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
                       5.2.1 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
                       สถาบันอุดมศึกษาอาจพัฒนาระบบประกันคุณภาพที่เหมาะสมสอดคลองกับระดับการ
พัฒนาของสถาบัน โดยอาจเปนระบบประกันคุณภาพที่ใชกันแพรหลายในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือ
เปนระบบเฉพาะที่สถาบันพัฒนาขึ้นเอง แตไมวาจะเปนระบบคุณภาพแบบใดจะตองมีกระบวนการทํางาน
ที่เริ่มตนจากการวางแผน การดําเนินงานตามแผน การตรวจสอบประเมิน และการปรับปรุงพัฒนา ทั้งนี้
เพื่อใหการดําเนินภารกิจของสถาบันบรรลุเปาประสงคและมีพัฒนาการอยางตอเนื่อง ขณะเดียวกันก็เปน
หลักประกันแกสาธารณชนใหมั่นใจวาสถาบันอุดมศึกษาสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
                       5.2.2 มาตรฐาน ตัวบงชี้และเกณฑประเมินคุณภาพ
                             มาตรฐานเป น กรอบสํ า คั ญ ในการดํ า เนิ น งานของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา คื อ
มาตรฐานการอุดมศึกษา อยางไรก็ตาม ในปจจุบันสถาบันอุดมศึกษาตาง ๆ ยังตองดําเนินการใหไดตาม
มาตรฐานและหลักเกณฑอื่น ๆ ที่เกี่ยวของอีกมาก เชน มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา กรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา มาตรฐานเพื่อการประเมิน
คุณภาพภายนอกของ สมศ. กรอบการปฏิบัติราชการตามมิติดานตาง ๆ ของสํานักงานคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในกรณีมหาวิทยาลัยของรัฐ เปนตน
                            ตัวบงชี้เปนขอกําหนดของการประกันคุณภาพภายในที่พัฒนาขึ้นในองคประกอบ
คุณภาพ 9 ดานที่มีความครอบคลุมพันธกิจหลัก 4 ประการของการอุดมศึกษาและพันธกิจสนับสนุน ไดแก
(1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงคและแผนดําเนินการ (2) การผลิตบัณฑิต (3) กิจกรรมการพัฒนา
นักศึกษา (4) การวิจัย (5) การบริการทางวิชาการแกสังคม (6) การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม (7) การ
บริหารและการจัดการ (8) การเงินและงบประมาณ และ (9) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ซึ่งตัวบงชี้
ดังกลาวสามารถชี้วัดคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานและหลักเกณฑอื่น ๆ ที่
เกี่ยวของกับองคประกอบคุณภาพนั้นๆ ไดทั้งหมด ดังนั้น ในบทที่ 3 ของคูมือฉบับนี้จึงไดพัฒนาตัวบงชี้ที่
สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองใชประเมินคุณภาพภายใน ทั้งตัวบงชี้ที่ใชประเมินปจจัยนําเขา กระบวนการ
และผลผลิตหรือผลลัพธ นอกจากนี้ ตัวบงชี้ที่ใชประเมินกระบวนการยังไดนําเสนอตัวอยางแนวทางปฏิบัติ
เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานไวดวยในบทที่ 4 เพื่อประโยชนของสถาบันอุดมศึกษาในการนําตัวบงชี้ดังกลาว
ไปใช
                            เกณฑการประเมินเปนมาตรวัดของแตละตัวบงชี้ซึ่งพัฒนาจากเกณฑและแนว
ปฏิบติที่เปนมาตรฐานซึ่งกําหนดโดยสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือโดยหนวยงานที่เกี่ยวของ
        ั
อาทิ สมศ. ทั้งนี้ เพื่อใหการประเมินคุณภาพการศึกษามีความสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
13



                    5.2.3 กลไกการประกันคุณภาพ
                          ในดานของกลไกการประกันคุณภาพ ผูที่มีความสําคัญสงผลใหการดําเนินงาน
ประสบความสําเร็จและนําไปสูการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่องคือ คณะกรรมการระดับนโยบายและ
ผูบริหารสูงสุดของสถาบันที่จะตองใหความสําคัญและกําหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่
ชัดเจนและเขาใจรวมกันทุกระดับ โดยมอบหมายใหหนวยงานหรือคณะกรรมการรับผิดชอบในการติดตาม
ตรวจสอบ ประเมิน และกระตุนใหเกิดการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง หนาที่สําคัญประการหนึ่งของ
คณะกรรมการหรือหนวยงานนี้ คือ การจัดระบบประกันคุณภาพพรอมทั้งตัวบงชี้และเกณฑการประเมิน
คุณภาพที่เหมาะสมสําหรับสถาบัน ระบบประกันคุณภาพที่ใชตองสามารถเชื่อมโยงใหเกิดคุณภาพของการ
ปฏิบัติงาน ตั้งแตระดับบุคคล ระดับภาควิชาหรือสาขาวิชา ระดับคณะวิชาไปจนถึงระดับสถาบัน โดยอาจ
จําเปนตองจัดทําคูมือคุณภาพในแตละระดับเพื่อกํากับการดําเนินงาน แตที่สําคัญคณะกรรมการหรือ
หนวยงานนี้ตองประสานงานและผลักดันใหเกิดระบบฐานขอมูลและสารสนเทศที่มประสิทธิภาพซึ่งสามารถ
                                                                                         ี
ใชงานรวมกันไดในทุกระดับ
                    5.2.4 ระบบฐานขอมูลและระบบสารสนเทศ
                          การวิเคราะหและวัดผลดําเนินงานเปนสิ่งจําเปนในกระบวนการประกันคุณภาพ
การวัดและวิเคราะหผลการดําเนินงานจะไมสามารถทําไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพหากปราศจาก
ฐานขอมูลและระบบสารสนเทศที่เปนจริง ถูกตองตรงกันทุกระดับตั้งแตระดับบุคคล ภาควิชา คณะวิชา
และสถาบั น ตลอดจนเป น ข อ มู ล ที่ ส ามารถเรี ย กใช ไ ด อ ย า งรวดเร็ ว ดั ง นั้ น ระบบสารสนเทศที่ ดี มี
ประสิทธิภาพจึงเปนปจจัยสําคัญยิ่งที่จะสงผลตอความสําเร็จของการประกันคุณภาพการศึกษา และสงผล
ตอคุณภาพในทุกขั้นตอนการดําเนินงานตั้งแตการวางแผน การปฎิบัติงานประจํา การตรวจสอบประเมิน
ตลอดจนถึงการปรับปรุงและพัฒนา


 6. การเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก


              ตามมาตรา 48 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2545 ระบุวา “ใหหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและ
ใหถือวาการประกันคุณภาพภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยาง
ตอเนื่อง” ในขณะที่มาตรา 49 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันระบุถึงการประเมินคุณภาพภายนอกไววา “ให
มีสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเปนองคการมหาชนทําหนาที่พัฒนา



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
14



    เกณฑ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทําการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อใหมีการตรวจสอบ
    คุณภาพของสถานศึกษา”

                   จากขอมูลขางตนจะเห็นวาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการ
    บริหารการศึกษาปกติที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการควบคุมดูแลปจจัยที่เกี่ยวของกับคุณภาพ มีการ
    ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานเพื่อนําไปสูการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพอยางสม่ําเสมอ ดวย
    เหตุนี้ระบบประกันคุณภาพภายในจึงตองดูแลทั้งปจจัยนําเขา (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต
    หรือผลลัพธ (output/outcome) ซึ่งตางจากการประเมินคุณภาพภายนอกที่เนนการประเมินผลการจัด
    การศึกษา ดังนั้น ความเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอกจึงเปน
    สิ่งจําเปน โดยไดเชื่อมโยงใหเห็นจากแผนภาพที่ 1.2

    แผนภาพที่ 1.2 ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก


           การประกันคุณภาพภายใน                                                   การประเมินคุณภาพภายนอก
การปฏิบัติงาน              การประเมิน
                                                                                                   รายงาน         การติดตาม
ของสถาบัน                  ตนเองของ               รายงานประจําป                  การตรวจเยี่ยม
                                                                                                   ผลการประเมิน   ผล
                             สถาบัน


                                             ติดตามตรวจสอบโดยตนสังกัดทุก 3 ป
                ขอมูลปอนกลับ




                                                                 ขอมูลปอนกลับ

               จากแผนภาพที่ 1.2 จะเห็นวา เมื่อสถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินการประกันคุณภาพภายใน
    แลว จําเปนตองจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมินคุณภาพภายใน ซึ่งเปนผลจากการ
    ประกันคุณภาพภายในหรือเรียกวา รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) เพื่อ
    นําเสนอสภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด หนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน เอกสารดังกลาว
    จะเปนเอกสารเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพภายในของสถาบัน การติดตามตรวจสอบของตนสังกัด
    และการประเมินคุณภาพภายนอก โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการ
    มหาชน) หรือ สมศ. ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองจัดทํารายงานการประเมินตนเองที่มีความลุมลึก
    สะทอนภาพที่แทจริงของสถาบันในทุกองคประกอบคุณภาพ
    คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
15




                                       บทที่ 2
                         กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน



1. แนวทางการจัดการกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน


                   จุดมุงหมายของการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในก็เพื่อตรวจสอบและประเมินการ
ดําเนินงานของสถาบันตามระบบและกลไกที่สถาบันนันๆ ไดกําหนดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อใหสถาบันไดทราบ
                                                      ้
สถานภาพที่แทจริง อันจะนําไปสูการกําหนดแนวทางและพัฒนาคุณภาพตามเกณฑและมาตรฐานที่ตั้งไว
อยางตอเนื่อง การประเมินคุณภาพที่มประสิทธิภาพนัน ทั้งคณะผูประเมินและสถาบันที่รับการประเมิน
                                        ี               ้
จําเปนตองกําหนดบทบาทหนาที่ของตนเองอยางเหมาะสม และสอดคลองกับกฎกระทรวงวาดวยระบบ
หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553
               ทั้งนี้ สถาบันตองวางแผนจัดกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในใหเสร็จกอนสิ้นป
การศึกษาที่จะเริ่มวงรอบการประเมิน เพื่อประโยชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถาบัน ดังนี้
              1) เพื่ อใหสามารถนํ าผลการประเมิน และขอเสนอแนะไปใช ปรั บปรุง และพั ฒ นาการจัด
การศึ ก ษาได ทั น ในป ก ารศึ ก ษาถั ด ไป และตั้ ง งบประมาณได ทั น ก อ นเดื อ นตุ ล าคม (กรณี ที่ เ ป น
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ)
              2) เพื่ อ ให ส ามารถจั ด ทํ า รายงานประจํ า ป ที่ เ ป น รายงานประเมิ น คุ ณ ภาพภายในส ง ให
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและเผยแพรตอสาธารณชนไดภายใน 120 วัน นับจากวันสิ้นป
การศึกษาของแตละสถาบัน

             เพื่อใหการประกันคุณภาพการศึกษาเกิดประโยชนดังที่กลาวขางตน จึงควรมีแนวทางการจัด
กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ดังปรากฏในตารางที่ 2.1 ตารางดังกลาวสามารถแยกได
เปน 4 ขั้นตอนตามระบบการพัฒนาคุณภาพ PDCA คือ การวางแผน (plan) การดําเนินงานและเก็บขอมูล
(do) การประเมินคุณภาพ (check) และการเสนอแนวทางปรับปรุง (act) โดยมีรายละเอียดดังนี้

              P = กิจกรรมขอที่ 1 เริ่มกระบวนการวางแผนการประเมินตั้งแตตนปการศึกษา โดยนําผลการ
                  ประเมินปกอนหนานี้มาใชเปนขอมูลในการวางแผนดวย กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ
                  ประกั น คุ ณ ภาพหรื อ ตั ว บ ง ชี้ ห รื อ เกณฑ ก ารประเมิ น จะต อ งมี ก ารประกาศให ทุ ก

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
16



                  หนวยงานในสถาบันไดรับทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกันกอนเริ่มปการศึกษา เพราะตอง
                  เก็บขอมูลตั้งแตเดือนมิถุนายน
              D = กิจกรรมขอที่ 2 ดําเนินงานและเก็บขอมูลบันทึกผลการดําเนินงานตั้งแตตนปการศึกษา
                  คือเดือนที่ 1 – เดือนที่ 12 ของปการศึกษา (เดือนมิถุนายน – เดือนพฤษภาคม ปถัดไป)
              C = กิจกรรมขอที่ 3 – 8 ดําเนินการประเมินคุณภาพในระดับภาควิชา คณะวิชาหรือ
                  หนวยงานเทียบเทา และสถาบัน ระหวางเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ของปการศึกษา
                  ถัดไป
              A = กิจกรรมขอที่ 9 วางแผนปรับปรุงและดําเนินการปรับปรุงตามผลการประเมิน โดย
                  คณะกรรมการบริหารของสถาบันอุดมศึกษานําขอเสนอแนะและผลการประเมินของ
                  คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในมาวางแผนปรับปรุงการดําเนินงาน (รวมทั้ง
                  ข อ เสนอแนะของสภามหาวิ ท ยาลั ย ) มาทํ า แผนปฏิ บั ติ ก ารประจํ า ป แ ละเสนอตั้ ง
                  งบประมาณปถัดไป หรือจัดทําโครงการพัฒนาและเสนอใชงบประมาณกลางปหรือ
                  งบประมาณพิเศษก็ได

               สํ า หรับ กิ จ กรรมข อ ที่ 10 ในตารางดั ง กล า วเป น กิ จ กรรมที่ส ถาบั น อุ ด มศึ ก ษาทุก แหง ต อ ง
ดํ า เนิ น การตามกฎหมาย เพื่ อ ประโยชน ข องสถาบั น ในการปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ และเพื่ อ ประโยชน ข อง
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและหนวยงานตนสังกัดใชเปนขอมูลประกอบการตัดสินใจเชิง
นโยบาย เพื่อการสงเสริมสนับสนุนคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของชาติใหทัดเทียมกับนานาอารยะ
ประเทศและมีความเปนสากล




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
17


                                                               ตารางที่ 2.1        วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน


       เปรียบเทียบปงบประมาณกับปการศึกษา                     ต.ค.- พค.        มิ.ย.   ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.         ม.ค. ก.พ.        มี.ค. เม.ย. พ.ค.    มิ.ย.   ก.ค. ส.ค.   ก.ย.
                                                                          (เปดเทอม)
                                                                           ปงบประมาณ (ตค.- กย.)                                       ปงบประมาณถัดไป
                                                                                                           ปการศึกษา (มิ.ย. – พ.ค.)




                                                                               มิ.ย.
                   กิจกรรมดําเนินการ                          ต.ค.- พค.                ก.ค.   ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.               เม.ย. พ.ค.   มิ.ย.   ก.ค.   ส.ค. ก.ย.
                                                                          (เปดเทอม)

   1. สถาบันวางแผนการประเมินคุณภาพประจําป                           พ.ค.- มิ.ย.
การศึ ก ษาใหม โ ดยประกาศตั ว บ ง ชี้ ก อ นเริ่ ม ต น ป
การศึกษาใหมและแจกคูมือการจัดทํา SAR (กรณีที่มี
การเปลี่ ย นแปลงตั ว บ ง ชี้ วิ ธี ก ารและกํ า หนดการ
ประเมินคุณภาพภายในประจําป)
     2. สถาบันเก็บขอมูลระยะ 12 เดือนตามตัวบงชี้ที่
ไดประกาศใชบนระบบ CHE QA Online (มีทีมงานให
คํ า ปรึ ก ษากั บ บุ ค ลากร และหรื อ หน ว ยงาน และหรื อ
ภาควิ ชาในการเก็บ ขอ มูลพร อ มทั้ง พิจารณาปรั บปรุ ง
การดําเนินการตามความเหมาะสม)

        คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
18


                                                                           มิ.ย.
                 กิจกรรมดําเนินการ                        ต.ค.- พค.                ก.ค.   ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.   เม.ย. พ.ค.   มิ.ย.   ก.ค.   ส.ค. ก.ย.
                                                                      (เปดเทอม)

   3. ภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาจัดทํา SAR
และเตรียมการประเมินระดับภาควิชาหรือหนวยงาน
เทียบเทา และแตงตั้งกรรมการประเมินระดับภาควิชา
หรือหนวยงานเทียบเทา
    4. ประเมิ น ระดั บ ภาควิ ช าหรื อ หน ว ยงาน
เทียบเทา
    5. คณะนําผลการประเมินระดับภาควิชาหรือ
หน ว ยงานเที ย บเทา มาจั ด ทํ า SAR บนระบบ CHE
QA Online และเตรียมการประเมินระดับคณะวิชา
หรื อ หน ว ยงานเที ย บเท า และแต ง ตั้ ง กรรมการ
ประเมินระดับคณะวิชาและหนวยงานเทียบเทา
    6. ประเมิ น ระดั บ คณะวิ ช าหรื อ หน ว ยงาน
เทียบเทาบนระบบ CHE QA Online




       คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
19


                                                                           มิ.ย.
                 กิจกรรมดําเนินการ                        ต.ค.- พค.                ก.ค.   ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.   เม.ย. พ.ค.   มิ.ย.   ก.ค.   ส.ค. ก.ย.
                                                                      (เปดเทอม)

   7. สถาบันนําผลการประเมินระดับคณะวิชาหรือ
หนวยงานเทียบเทามาจัดทํา SAR บนระบบ CHE QA
Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบันและแตงตั้ง
กรรมการประเมินระดับสถาบัน
    8. ประเมินระดับสถาบันบนระบบ CHE QA
Online และนําผลการประเมินเสนอสภาสถาบันเพื่อ
พิ จ ารณาวางแผนพั ฒ นาสถาบั น ในป ก ารศึ ก ษา
ถัดไป
    9. ผูบริหารของสถาบันอุดมศึกษานําผลการ
ประเมินและขอเสนอแนะของคณะกรรมการประเมิน
คุ ณ ภาพภายใน (รวมทั้ ง ข อ เสนอแนะของสภา
สถาบัน) มาวางแผนปรับปรุงการดําเนินงาน หรือ
ปรับแผนกลยุทธ/แผนปฏิบัติการประจําปและเสนอ
ตั้งงบประมาณปถัดไป หรือจัดทําโครงการพัฒนา
และเสนอใชงบประมาณกลางป




       คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
20


                                                                           มิ.ย.
                 กิจกรรมดําเนินการ                        ต.ค.- พค.                ก.ค.   ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.   เม.ย. พ.ค.   มิ.ย.   ก.ค.   ส.ค. ก.ย.
                                                                      (เปดเทอม)

   10. ส ง รายงานประจํ า ป ท่ี เ ป น รายงานการ
ประเมินคุณภาพภายใน (ประกอบดวย SAR และ
ผลการประเมิ น คุ ณ ภาพภายในระดั บ คณะหรื อ
หนวยงานเทียบเทาและระดับสถาบัน)ใหสํานักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษาผานระบบ CHE QA
Online และหนวยงานตนสังกัด (ภายใน 120 วันนับ
จากสิ้นปการศึกษา)




       คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
21



2. ขั้นตอนการประเมินคุณภาพการศึกษา


               2.1 การเตรียมการของสถาบันกอนการตรวจเยี่ยมของผูประเมิน
                      2.1.1 การเตรียมรายงานประจําป
                            ก. จัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายใน โดยใช
รู ป แบบการจั ด ทํ า รายงานประจํ า ป ที่ เ ป น รายงานการประเมิ น คุ ณ ภาพภายในตามที่ กํ า หนดในระบบ
ฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพ (CHE QA Online)
                               ปจจุบันสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดพัฒนาระบบฐานขอมูล
ดานการประกันคุณภาพ (CHE QA Online) เปนฐานขอมูลกลางเพื่อใชประโยชนในเชิงนโยบายและการ
สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพอุดมศึกษา ตลอดจนอํานวยความสะดวกใหกับสถาบันอุดมศึกษาใน
การดํ า เนิ น งานประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาผ า นทางระบบออนไลน ตั้ ง แต ก ารจั ด เก็ บ ข อ มู ล พื้ น ฐาน
(common data set) และเอกสารอางอิง การประเมินตนเอง การประเมินของคณะกรรมการประเมิน
คุณภาพ รวมทั้งการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในบนระบบฐานขอมูล
อิเล็กทรอนิกส (e - SAR) รวมทั้งเปดเผยตอสาธารณะเพื่อการคุมครองผูบริโภค โดยมีนโยบายให
สถาบันอุดมศึกษาทุกแหงในสังกัดใชฐานขอมูลดังกลาวในการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
และจัดสงรายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในผานทางระบบออนไลนและเปดเผยตอ
สาธารณชนตามกฎหมาย
                            ข. จัดการเตรียมเอกสารหรือหลักฐานอางอิงในแตละองคประกอบคุณภาพ
                               1) เอกสารหรือหลักฐานอางอิงในแตละตัวบงชี้ตองเปนขอมูลในชวงเวลา
เดียวกับที่นําเสนอในรายงานการประเมินตนเอง ตลอดจนสาระในเอกสารตองตรงกับชื่อเอกสารที่ระบุใน
รายงานการประเมินตนเอง
                               2) การนําเสนอเอกสารในชวงเวลาตรวจเยี่ยมอาจทําไดในสองแนวทาง คือ
จัดเอกสารใหอยูในที่อยูปกติตามหนวยงาน ในกรณีนี้ตองระบุใหชัดเจนวาจะเรียกดูเอกสารไดจากผูใด
หนวยงานไหน ชื่อหรือหมายเลขเอกสารอะไร หรืออาจจัดในแนวทางที่สอง คือ นําเอกสารมารวมไวที่
เดียวกัน ในหองทํางานของคณะผูประเมิน โดยจั ดใหเปนระบบที่สะดวกตอการเรียกใช การนําเสนอ
เอกสารในแนวทางนี้เปนที่นิยมกวาแนวทางแรก เพราะสามารถเรียกหาเอกสารไดรวดเร็วและดูความ
เชื่อมโยงในเอกสารฉบับตางๆ ไดในคราวเดียว
                                  ปจจุบัน เอกสารหรือหลักฐานอางอิงที่เกี่ยวของกับตัวบงชี้แตละตัวและ
องคประกอบคุณภาพแตละองคประกอบสามารถบรรจุหรือจัดเก็บ (upload) หรือเชื่อมโยง (link) ไวบน


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
22



ระบบฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพ (CHE QA Online) ซึ่งทําใหการจัดเก็บเปนระบบและงายตอการ
คนหาของคณะกรรมการประเมิน และไมเปนภาระเรื่องการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานของสถาบัน

                     2.1.2 การเตรียมบุคลากร
                           ก. การเตรียมบุคลากรในสถาบัน ควรมีความครอบคลุมประเด็นตางๆ ดังตอไปนี้
                              1) ทําความเขาใจเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพในประเด็นที่สําคัญๆ อาทิ
การประเมินคุณภาพคืออะไร มีความสําคัญตอการพัฒนาอยางไร ขั้นตอนการประเมินคุณภาพเปนเชนไร
                              2) เน น ย้ํ า กั บ บุ ค ลากรในการให ค วามร ว มมื อ การตอบคํ า ถามหรื อ การ
สัมภาษณ โดยยึดหลักวาตอบตามสิ่งที่ปฏิบัติจริงและผลที่เกิดขึ้นจริง
                              3) เปดโอกาสใหมีการอภิปราย ซักถาม แสดงความคิดเห็น เพื่อสรางความ
กระจางในการดําเนินงานของทุกหนวยงานในทุกประเด็น เพื่อความเขาใจที่ถูกตองของบุคลากร
                              4) เนนย้ําใหบุคลากรทุกคนตระหนักวาการประกันคุณภาพ คือภารกิจประจํา
ของทุกคนที่ตองรวมมือกันทําอยางตอเนื่อง
                           ข. การเตรียมบุคลากรผูประสานงานในระหวางการตรวจเยี่ยมจําเปนตองมี
บุคลากร จํานวน 1-3 คน ทําหนาที่ประสานงานระหวางคณะผูประเมินกับบุคคลหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ
ทั้งนี้ ผูประสานงานควรเตรียมตัวดังนี้
                              1) ทําความเขาใจทุกกิจกรรมของแผนการประเมินอยางละเอียด
                              2) ทําความเขาใจอยางดีกับภารกิจของคณะวิชาและสถาบันเพื่อสามารถให
ขอมูลตอผูประเมิน รวมทั้งตองรูวาจะตองติดตอกับใครหรือหนวยงานใด หากผูประเมินตองการขอมูล
เพิ่มเติมที่ตนเองไมสามารถตอบได
                              3) มีรายชื่อ สถานที่ หมายเลขโทรศัพทของผูที่คณะกรรมการประเมินจะเชิญ
มาใหขอมูลอยางครบถวน
                              4) ประสานงานล ว งหน า กั บ ผู ที่ จ ะให ข อ มู ล ที่ เ ป น บุ ค ลากรภายในและ
ภายนอกสถาบันวาจะเชิญมาเวลาใด หองใด หรือพบกับใครตามตารางการประเมินที่คณะกรรมการ
ประเมินกําหนด
                              5) เมื่อมีปญหาในการอํานวยความสะดวกแกคณะผูประเมินจะตองสามารถ
ประสานงานแกไขไดทันที




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
23



                   2.1.3 การเตรียมสถานที่สําหรับคณะผูประเมิน
                         ก. หองทํางานของคณะผูประเมิน
                             1) จัดเตรียมหองทํางานและโตะที่กวางพอสําหรับวางเอกสารจํานวนมาก
โดยเปนหองที่ปราศจากการรบกวนขณะทํางาน เพื่อความเปนสวนตัวของคณะกรรมการ
                             2) จั ด เตรี ย มคอมพิ ว เตอร อุ ป กรณ เ ครื่ อ งเขี ย นในห อ งทํ า งานและ
อุปกรณเสริมอื่นๆ ใหคณะผูประเมินพรอมใชงานไดตามความตองการ
                             3) จัดเตรียมโทรศัพทพรอมหมายเลขที่จําเปนไวในหองทํางานหรือบริเวณ
ใกลเคียง
                             4) หองทํางานควรอยูใกลกับที่จัดเตรียมอาหารวาง อาหารกลางวัน ตลอดจน
บริการสาธารณูปโภคอื่นๆ
                             5) ควรประสานงานกับคณะผูประเมิน เพื่อทราบความตองการพิเศษอื่นใด
เพิ่มเติม
                         ข. หองที่ใชสัมภาษณผูบริหาร อาจารย บุคลากร นักศึกษา ฯลฯ ควรจัดไวเปน
การเฉพาะใหเหมาะสมกับการใชงาน

                   2.1.4 การเตรียมการประสานงานกับทีมคณะกรรมการประเมินคุณภาพ
                         ก. สถาบันอุดมศึกษาจัดทําคําสั่งแตงตั้งและจัดสงใหคณะกรรมการประเมิน
คุณภาพการศึกษาภายในทราบ ทั้งนี้ แนวทางการแตงตั้งคณะกรรมการประเมิน เปนดังนี้ :
                              1) คณะกรรมการประเมินระดับภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
                                 - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 3 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของ
ภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
                                 - เปนผูประเมินจากภายนอกภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาที่ผานการ
ฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. อยางนอย 1 คน ในกรณีที่ผูประเมินจากภายนอกภาควิชาหรือ
หนวยงานเทียบเทาเปนผูท่มความรูและประสบการณสูง ซึ่งสามารถใหคําแนะนําที่จะเปนประโยชนอยางยิ่ง
                          ี ี
ตอภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาที่รับการประเมิน อาจอนุโลมใหไมตองผานการฝกอบรมหลักสูตรผู
ประเมินของ สกอ. ก็ได สวนผูประเมินจากภายในภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาตองผานการฝกอบรม
หลักสูตรผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ.
                                 - ประธานคณะกรรมการประเมิ น ฯเป น ผู ป ระเมิ น จากภายในหรื อ
ภายนอกภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาก็ได โดยตองเปนผูที่ผานการฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ
สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ.

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
24



                                2) คณะกรรมการประเมินระดับคณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
                                   - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 3 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของคณะ
วิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
                                - เป น ผู ป ระเมิ น จากภายนอกสถาบั น ที่ ผ า นการฝ ก อบรมหลั ก สู ต ร
ผูประเมินของ สกอ. อยางนอย 1 คน ในกรณีที่ผูประเมินจากภายนอกสถาบันเปนผูที่มีความรูและ
ประสบการณสูง ซึ่งสามารถใหคําแนะนําที่จะเปนประโยชนอยางยิ่งตอคณะที่รับการประเมิน อาจอนุโลมให
ไมตองผานการฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. ก็ได สวนผูประเมินจากภายในสถาบันตองผานการ
ฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ.
                                - ประธานคณะกรรมการประเมินฯ เปนผูประเมินจากภายในหรือนอก
สถาบันก็ได ในกรณีที่เปนผูประเมินภายในสถาบันตองอยูนอกสังกัดคณะที่ประเมิน โดยประธานตองเปน
ผูที่ขึ้นบัญชีประธานคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของ สกอ.
                             3) คณะกรรมการประเมินระดับสถาบัน
                                - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 5 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของสถาบัน
                                - เป น ผู ป ระเมิ น จากภายนอกสถาบั น ที่ ผ า นการฝ ก อบรมหลั ก สู ต ร
ผูประเมินของ สกอ. อยางนอยรอยละ 50 สวนผูประเมินจากภายในสถาบันตองผานการฝกอบรมหลักสูตร
ผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ.
                                - ประธานคณะกรรมการประเมินฯ เปนผูประเมินจากภายนอกสถาบันที่
ขึ้นบัญชีประธานคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของ สกอ.
                          ข. สถาบั น อุ ด มศึ ก ษาแจ ง ให ค ณะกรรมการประเมิ น คุ ณ ภาพทราบว า
คณะกรรมการประเมินฯ จะตองทําการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับคณะวิชาหรือหนวยงาน
เทียบเทาและระดับสถาบัน ผานทางระบบ CHE QA Online พรอมทั้งจัดสง username และ password ให
คณะกรรมการประเมินฯ ทุกทานและทุกระดับทราบเพื่อเขาไปศึกษารายงานการประเมินตนเองลวงหนา
กอนวันรับการตรวจเยี่ยมอยางนอย 2 สัปดาห โดยในสวนของผูทําหนาที่ประธานคณะกรรมการประเมิน
คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน สถาบันอุดมศึกษาจะตองแจงใหสํานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษาจัดสงรหัสประจําตัว (ID code) ใหดวย เพื่อใหประธานฯ ทําหนาที่ตรวจสอบและยืนยันความ
ถูกตองของขอมูลพื้นฐาน (common data set) และผลการประเมินกอนสงรายงานการประเมินคุณภาพ
ของคณะกรรมการประเมินฯ เขาสูระบบ
                             นอกจากนั้น ใหสถาบันแจงรายชื่อผูทําหนาที่ประสานงานระหวางสถาบัน
คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทากับคณะกรรมการประเมินฯ รวมทั้งเบอรโทรศัพทและ e-mail address
สําหรับติดตอ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
25



                       ค. ประสานงานกับประธานหรือตัวแทนของคณะกรรมการประเมินคุณภาพ เพื่อ
รวมเตรียมแผนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน อาทิ การจัดตารางเวลาเขาตรวจเยี่ยม การใหขอมูลที่
คณะกรรมการประเมินฯ ตองการเพิ่มเติมกอนการตรวจเยี่ยม การนัดหมายตาง ๆ เปนตน

              2.2 การดําเนินการของสถาบันระหวางการตรวจเยี่ยมเพื่อประเมินคุณภาพ
                    1) เป ดโอกาสใหบุคลากรทุ กคนได รวมรั บฟ งคณะกรรมการประเมินคุ ณภาพชี้แจง
วัตถุประสงคและวิธีการประเมินในวันแรกของการตรวจเยี่ยม
                    2) บุคลากรพึงปฏิบัติงานตามปกติระหวางการตรวจเยี่ยม แตเตรียมพรอมสําหรับการ
นําเยี่ยมชม หรือตอบคําถาม หรือรับการสัมภาษณจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพ
                    3) จัดใหมีผูประสานงานทําหนาที่ตลอดชวงการตรวจเยี่ยม ทั้งนี้ เพื่อประสานงานกับ
บุคคลหรือหนวยงานที่คณะกรรมการประเมินฯ ตองการขอมูลและเพื่อนําการเยี่ยมชมหนวยงานภายใน
ตลอดจนอํานวยความสะดวกอื่นๆ
                    4) ในกรณีที่คณะกรรมการประเมินฯ ทํางานตอหลังเวลาราชการ ควรมีผูประสานงาน
สวนหนึ่งอยูอํานวยความสะดวก
                    5) บุคลากรทุกคนควรไดมีโอกาสรับฟงการใหขอมูลปอนกลับจากคณะกรรมการประเมินฯ
เมื่อสิ้นสุดการตรวจเยี่ยม ตลอดจนเปดโอกาสใหซักถามหรือขอความเห็นเพิ่มเติมไดตามความเหมาะสม

                2.3 การดําเนินการของสถาบันภายหลังการประเมินคุณภาพ
                     1) ผูบริหารระดับภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และระดับสถาบัน รวมทั้ง
ผูเกี่ยวของ นําผลการประเมินและขอเสนอแนะเขาสูการประชุมหรือสัมมนาระดับตางๆ เพื่อวางแผนพัฒนา
หรือปรับปรุงการดําเนินภารกิจอยางเปนรูปธรรมตอไป โดยอาจจัดทําเปนแผนปฏิบัติการในการแกไขจุดที่
ควรปรับปรุง และเสริมจุดแข็ง ซึ่งประกอบดวยกิจกรรมที่ตองดําเนินการ กําหนดเวลาเริ่มตนจนถึงเวลา
สิ้นสุดกิจกรรม งบประมาณสําหรับแตละกิจกรรม ตลอดจนผูรับผิดชอบกิจกรรมเหลานั้น ทั้งนี้ เพื่อให
สามารถติดตามตรวจสอบผลการพัฒนาไดอยางตอเนื่อง
                     2) พิจารณาการจัดกิจกรรมเสริมสรางขวัญและกําลังใจ โดยแสดงใหเห็นวาสถาบัน
ชื่นชมผลสําเร็จที่เกิดขึ้น และตระหนักวาผลสําเร็จทั้งหมดมาจากความรวมมือรวมใจของทุกฝาย
                     3) ภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และสถาบันควรใหขอมูลยอนกลับแก
คณะกรรมการประเมินคุณภาพเพื่อประโยชนในการพัฒนาผูประเมินคุณภาพการศึกษาภายในตอไป




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
26




                                         บทที่ 3
               ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ



1. แนวทางการพัฒนาตัวบงชี้เพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา


               1.1 หลักการ
                      การพัฒนาตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา มีหลักการ
สําคัญ 6 ประการ คือ
                     1) ตัวบงชี้พัฒนาขึ้นภายใตองคประกอบคุณภาพ 9 ดานที่มีความครอบคลุมพันธกิจ
หลัก 4 ประการของการอุดมศึกษาและพันธกิจสนับสนุน ซึ่งมีความสอดคลองกับหลักเกณฑที่กําหนดใน
กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553
                     2) ตัวบงชี้ตอบสนองเจตนารมณแหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542
แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565)
มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา กรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และมาตรฐานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้งสอดคลองไปในทิศทางเดียวกับ
ตัวบงชี้การประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. ภายใตหลักการสําคัญ คือ ไมใหเปนภาระซ้ําซอนในการ
ปฏิบัติงานแกสถาบันอุดมศึกษา
                     3) ตัวบงชี้ประเมินปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตหรือผลลัพธ โดยตัวบงชี้ผลผลิต
และผลลัพธจะมีทั้งที่ สกอ.พัฒนาขึ้นและตัวบงชี้ที่ สมศ.ใชในการประเมินคุณภาพภายนอก ทั้งนี้ เพื่อ
ความเชื่อมโยงและความเปนเอกภาพของระบบประกันคุณภาพอุดมศึกษาไทยและเพื่อรองรับการประเมิน
ภายนอกของ สมศ.
                     4) ตัวบงชี้มีความสมดุลระหวางมุมมองการบริหารจัดการทั้ง 4 ดาน คือ ดานนักศึกษา
และผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร การเรียนรูและนวัตกรรม
                     5) จํานวนตัวบงชี้ที่พัฒนาขึ้นเปนเพียงจํานวนตัวบงชี้ขั้นต่ํา สถาบันอุดมศึกษาสามารถ
เพิ่มเติมตัวบงชี้และเกณฑไดตามความเหมาะสมกับระดับการพัฒนาของสถาบัน
                     6) เกณฑ ที่ พั ฒ นาขึ้ น มี ทั้ ง ประเภทเกณฑ ม าตรฐานทั่ ว ไปที่ ใ ช กั บ ทุ ก กลุ ม
สถาบันอุดมศึกษา และเกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุมสถาบันอุดมศึกษา ไดแก กลุม ข สถาบันที่เนน
ระดับปริญญาตรี กลุม ค 1 สถาบันเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษา กลุม ค 2 สถาบันเฉพาะทางที่เนน

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
27



ระดับปริญญาตรี และกลุม ง สถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะ
ระดับปริญญาเอก ตามนิยามที่กําหนดในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา

              1.2 วิธีการพัฒนาตัวบงชี้
                  1.2.1 ศึกษากฎหมาย และเอกสารที่เกี่ยวของ ไดแก
                        1) พระราชบั ญญัติการศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่ม เติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545
                             2) กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา
พ.ศ. 2553
                             3) กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํานักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
                             4) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
                             5) มาตรฐานการอุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2549 สํ า นั ก งานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา
                             6) มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2551 สํ า นั ก งานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา
                             7) กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 สํานัก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
                             8) เกณฑ ม าตรฐานหลั ก สู ต รระดั บ อุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2548 สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
                             9) มาตรฐานและตัวบงชี้การประเมินคุณภาพภายนอก ระดับอุดมศึกษาของ
สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน)
                     1.2.2 วิเคราะห และประมวลขอมูลจากเอกสารตางๆ ที่เกี่ยวของในขอ 1.2.1 เพื่อนํามา
พัฒนาตัวบงชี้ โดยจําแนกตามปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตและผลลัพธ โดยใชองคประกอบคุณภาพ
9 ด า นที่ค รอบคลุ ม พั น ธกิ จ ของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาเป น กรอบในการพั ฒ นาตั ว บง ชี้ เพื่อ ให ส ามารถวั ด
คุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา และมาตรฐานที่เกี่ยวของอื่นๆ ไดครบทุกมาตรฐาน
                     1.2.3 กําหนดตัวบ งชี้การประกัน คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษาที่เป น
ตัวบงชี้ดานปจจัยนําเขา ตัวบงชี้ดานกระบวนการ และตัวบงชี้ดานผลผลิตและผลลัพธ ซึ่งมีความครอบคลุม
          
ทุกองคประกอบคุณภาพ ทุกมาตรฐานการอุดมศึกษา และทุกมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
28



                       1.2.4 ตรวจสอบความสมดุลของตัวบงชี้ที่กําหนดตามมุมมองการบริหารจัดการทั้ง
4 ดาน คือ ดานนักศึกษาและผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร
การเรียนรูและนวัตกรรม
                       1.2.5 กําหนดตัวบงชี้เปน 2 ประเภท คือ ตัวบงชี้เชิงคุณภาพและตัวบงชี้เชิงปริมาณ
ดังนี้
                             1) ตั ว บ ง ชี้ เ ชิ ง คุ ณ ภาพจะระบุ เ กณฑ ม าตรฐานเป น ข อ ๆ กํ า หนดเกณฑ ก าร
ประเมินตัวบงชี้เปน 5 ระดับ มีคะแนนตั้งแต 1 ถึง 5 การประเมินจะนับจํานวนขอและระบุวาผลการ
ดําเนินงานไดกี่ขอ ไดคะแนนเทาใด กรณีที่ไมดําเนินการใดๆ หรือดําเนินการไมครบที่จะได 1 คะแนน ใหถือ
วาได 0 คะแนน
                             2) ตั ว บ ง ชี้ เ ชิ ง ปริ ม าณอยู ใ นรู ป ของร อ ยละหรื อ ค า เฉลี่ ย กํ า หนดเกณฑ ก าร
ประเมินเปนคะแนนระหวาง 1 ถึง 5 โดยเปนคาตอเนื่อง (มีจุดทศนิยม) สําหรับการแปลงผลการดําเนินงาน
ตามตัวบงชี้ (ซึ่งอยูในรูปรอยละหรือคาเฉลี่ย) เปนคะแนนทําโดยการเทียบบัญญัติไตรยางศ โดยที่แตละ
ตัวบงชี้จะกําหนดคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่คิดเปนคะแนน 5 ไว ตัวอยางเชน

                                  ตัวอยางที่ 1 กํ า หนดร อ ยละ 100 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม
ตัวบงชี้ไดรอยละ 75.51
                                                                              75.51
                                      คะแนนที่ได                  =                ×5          = 3.78
                                                                               100

                                  ตัวอยางที่ 2 กํ า หนดร อ ยละ 85 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม
ตัวบงชี้ไดรอยละ 34.62
                                                                              34.62
                                      คะแนนที่ได                  =                ×5           = 2.04
                                                                               85

                        ตัวอยางที่ 3 กํ า หนดค า เฉลี่ ย คื อ จํ า นวนเงิ น วิ จั ย ต อ อาจารย แ ละนั ก วิ จั ย
200,000 บาท เปนคะแนน 5 ผลการดําเนินงานได 152,500.35 บาทตอคน
                                                                              152,500.35
                                      คะแนนที่ได                  =                     × 5 = 3.81
                                                                                200,000




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
29



                                ตัวอยางที่ 4 กํ า หนดร อ ยละ 90 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม
ตัวบงชี้ไดรอยละ 92.08
                                                        92.08
                                    คะแนนที่ได               ×5          =         5
                                                         90

                             หลักการคํานวณการแปลงคารอยละหรือคาเฉลี่ยเปนคะแนน สรุปไดดังนี้
                             1) ผลการดําเนินงานเทากับหรือสูงกวาคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปน
คะแนน 5 จะไดคะแนน 5
                             2) ผลการดําเนินงานต่ํากวาคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปนคะแนน 5
คํานวณคะแนนที่ไดดังนี้

                             คะแนนที่ได =   คารอยละหรือคาเฉลี่ยที่ไดจากการดําเนินการ                                 x5
                                                   คารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 ของตัวบงชี้นั้น ๆ


                         ขอปฏิบัติเรื่องจุดทศนิยม
                         การคํานวณคารอยละ คาเฉลี่ย และคาคะแนนใหใชทศนิยม 2 ตําแหนง โดยการ
ปดทศนิยมตําแหนงที่ 3 ตามหลักการปดทศนิยม (ตั้งแตเลข 5 ขึ้นไปปดขึ้น) เชน
                               72.364         เปน 72.36
                               3.975          เปน 3.98

                  1.2.6 กําหนดเกณฑการประเมินตัวบงชี้เปน 5 ระดับ มีคะแนนตั้งแต 1 ถึง 5 กรณีที่ไม
   ดําเนินการใด ๆ หรือดําเนินการไมครบที่จะได 1 คะแนนใหได 0 คะแนน โดยมีความหมายของคะแนน
   ดังนี้
                          คะแนน 0.00 – 1.50 หมายถึง การดําเนินงานตองปรับปรุงเรงดวน
                          คะแนน 1.51 – 2.50 หมายถึง การดําเนินงานตองปรับปรุง
                          คะแนน 2.51 – 3.50 หมายถึง การดําเนินงานระดับพอใช
                          คะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึง การดําเนินงานระดับดี
                          คะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึง การดําเนินงานระดับดีมาก




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
30




  2. คําชี้แจงอื่นๆ ในการนําตัวบงชี้ไปใชประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน


             1) การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับสถาบัน แตละสถาบันอุดมศึกษาจะตองใช
ตัวบงชี้คุณภาพทุกตัวในการประเมินคุณภาพ
             2) การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา
และหน ว ยงานที่ มี ก ารเรี ย นการสอนให ส ถาบั น พิ จ ารณาตั ว บ ง ชี้ ที่ จ ะนํ า ไปใช ใ ห ส อดคล อ งกั บ บริ บ ท
โครงสราง และระบบการบริหาร และปรับขอความในตัวบงชี้และเกณฑมาตรฐานใหสอดคลองกับระดับของ
หนวยงานที่รับการประเมิน เชน ตัวบงชี้ที่ 7.1 การประเมินสภาสถาบันและผูบริหารของสถาบันอาจปรับ
เปนการประเมินกรรมการประจําคณะวิชาและผูบริหารคณะวิชา เปนตน
             3) การประเมินทุกตัวบงชี้เปนการประเมินในรอบปการศึกษา ยกเวนตัวบงชี้ที่ 1.1 ตัวบงชี้ที่
4.3 และตัวบงชี้ที่ 8.1 สถาบันอาจจะเลือกประเมินตามปงบประมาณก็ได ในกรณีเชนนั้นจะตองระบุให
ชัดเจนและตองประเมิน ในรอบปง บประมาณอยา งตอเนื่อง โดยใช พ.ศ.ของปงบประมาณที่ ตรงกับป
การศึกษาที่ประเมิน สําหรับตัวบงชี้ของสมศ. ใหใชรอบปตามที่ สมศ. กําหนด
              4) อาจารยป ระจํา              หมายถึ ง ข า ราชการ พนั ก งาน และบุ ค ลากรที่ มีสั ญ ญาจ า งกั บ
สถาบันอุดมศึกษาทั้งปการศึกษา ซึ่งมีหนาที่ความรับผิดชอบตามพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา
                 นั ก วิ จั ย ประจํ า หมายถึ ง ข า ราชการ หรื อ พนั ก งาน หรื อ บุ ค ลากรที่ มี สั ญ ญาจ า งกั บ
สถาบันอุดมศึกษาทั้งปการศึกษา ที่มีตําแหนงเปนเจาหนาที่วิจัยหรือนักวิจัย
                การนับจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา ใหนับระยะเวลาการทํางาน ดังนี้
                               9-12 เดือน                       คิดเปน 1 คน
                               6 เดือนขึ้นไปแตไมถง 9 เดือน คิดเปน 0.5 คน
                                                   ึ
                               นอยกวา 6 เดือน                 ไมสามารถนํามานับได




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
31




    3. นิยามศัพทที่ใชในตัวบงชี้


กระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ หมายถึง การจัดการศึกษาที่ถือวาผูเรียนสําคัญที่สุด เปน
กระบวนการจัดการศึกษาที่ตองเนนใหผูเรียนแสวงหาความรู และพัฒนาความรูไดดวยตนเอง หรือรวมทั้งมี
การฝกและปฏิบัติในสภาพจริงของการทํางาน มีการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับสังคมและการประยุกตใช มีการ
จัดกิจกรรมและกระบวนการใหผูเรียนไดคิด วิเคราะห สังเคราะห ประเมินและสรางสรรคสิ่งตางๆ
              นอกจากนี้ตองสงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดย
สะทอนจากการที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนรายวิชา หรือเลือกทําโครงงานหรือชิ้นงานในหัวขอที่สนใจใน
ขอบเขตเนื้อหาของวิชานั้นๆ
              รูปแบบการจัดการเรียนรูในระดับอุดมศึกษาตามแนวทางเนนผูเรียนเปนสําคัญ ซึ่งมุงพัฒนา
ความรู และทักษะทางวิชาชีพ ทักษะชีวิตและทักษะสังคม มีปรากฏในวงการศึกษาไทยหลายรูปแบบ
ตัวอยางเชน1
              1) การเรียนรูจากกรณีปญหา (Problem-based Learning : PBL)
              2) การเรียนรูเปนรายบุคคล (Individual Study)
              3) การเรียนรูแบบสรรคนิยม (Constructivism)
              4) การเรียนรูแบบแสวงหาความรูไดดวยตนเอง (Self-Study)
              5) การเรียนรูจากการทํางาน (Work-based Learning)
              6) การเรียนรูท่เนนการวิจยเพื่อสรางองคความรู (Research–based Learning)
                               ี           ั
              7) การเรียนรูที่ใชวิธีสรางผลงานจากการตกผลึกทางปญญา (Crystal-based Approach)

การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การผสมกลมกลืนของแผน กระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรร
ทรั พ ยากร การปฏิ บั ติ ก าร ผลลั พ ธ และการวิ เ คราะห เพื่ อ สนั บ สนุน เป า ประสงค ที่สํ า คั ญ ของสถาบั น
(organization-wide goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผล เปนมากกวาความสอดคลองไปในแนวทาง
เดียวกัน (alignment) ซึ่งการดําเนินการของแตละองคประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการดําเนินการ
มีความเชื่อมโยงกันเปนหนึ่งเดียวอยางสมบูรณ




1
    ดูเพิ่มเติม “รายงานการวิจัย การสังเคราะหองคความรูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูที่เนนตัวผูเรียนเปนสําคัญ ตั้งแต พ.ศ.
    2542-2547” .

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
32



การเผยแพรผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับชาติ หมายถึง การนําเสนอบทความวิจัยในที่ประชุม
วิชาการ และบทความฉบับสมบูรณ(Full paper) ไดรับการตีพิมพในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม
(Proceedings) โดยมีกองบรรณาธิการจัดทํารายงานฯ หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบดวย
ศาสตราจารย หรือผูทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือผูทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเปนที่ยอมรับในสาขาวิชา
นั้นๆ จากนอกสถาบันเจาภาพอยางนอยรอยละ 25 และมีผูประเมินบทความที่เปนผูเชี่ยวชาญในสาขานั้น
จากนอกสถาบันของเจาของบทความ

การเผยแพรผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ หมายถึง การนําเสนอบทความวิจัยในที่
ประชุมวิชาการ และบทความฉบับสมบูรณ(Full paper) ไดรับการตีพิมพในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม
(Proceedings) โดยมี ก องบรรณาธิ ก ารจั ด ทํ า รายงานฯ หรื อ คณะกรรมการจั ด ประชุ ม ประกอบด ว ย
ศาสตราจารย หรือผูทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือผูทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเปนที่ยอมรับในสาขาวิชา
นั้นๆ จากตางประเทศอยางนอยรอยละ 25 และมีผูประเมินบทความที่เปนผูเชี่ยวชาญในสาขานั้นจาก
ตางประเทศ

การให บ ริ ก ารทางวิ ช าการแก สั ง คม หมายถึ ง กิ จ กรรมหรื อ โครงการให บ ริ ก ารแก สั ง คมภายนอก
สถาบันการศึกษา หรือเปนการใหบริการที่จัดในสถาบันการศึกษาโดยมีบุคคลภายนอกเขามาใชบริการ

การใหอํานาจในการตัดสินใจ หมายถึง การใหอํานาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจและในการ
ปฏิบติแกผปฏิบติงาน ซึ่งเปนผูมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับงาน เพื่อใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    ั      ู ั

งานวิจย หมายถึง กระบวนการที่มีระเบียบแบบแผนในการคนหาคําตอบของปญหา หรือการเสาะแสวงหา
       ั
ความรูใหม ตลอดจนถึงการประดิษฐคิดคนที่ผานกระบวนการศึกษา คนควาหรือทดลอง วิเคราะหและ
ตีความขอมูลตลอดจนสรุปผลอยางเปนระบบ

งานสรางสรรค หมายถึง ผลงานวิชาการ (ไมจําเปนตองเปนงานวิจัย) ที่มีการศึกษา คนควาที่แสดงออก
ทางศิลปะหรือดนตรีอันเปนที่ยอมรับ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
33



จรรยาบรรณนักวิจัย2 หมายถึง หลักเกณฑควรประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไป เพื่อใหการดําเนินงาน
วิจัยตั้งอยูบนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐานของการศึกษา
คนควาใหเปนไปอยางสมศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัย ดังนี้
               1) นักวิจัยตองซื่อสัตยและมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
               2) นั ก วิ จั ย ต อ งตระหนั ก ถึ ง พั น ธกรณี ใ นการทํ า วิ จั ย ตามข อ ตกลงที่ ทํ า ไว กั บ หน ว ยงานที่
สนับสนุนการวิจัยและตอหนวยงานที่ตนสังกัด
               3) นักวิจัยตองมีพื้นฐานความรูในสาขาวิชาการที่ทําวิจย            ั
               4) นักวิจัยตองมีความรับผิดชอบตอสิ่งที่ศกษาวิจัย ไมวาจะเปนสิ่งมีชีวิตหรือไมมีชีวิต
                                                                 ึ
               5) นักวิจัยตองเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษยที่ใชเปนตัวอยางในการวิจัย
               6) นักวิจยตองมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทําวิจัย
                           ั
               7) นักวิจัยพึงนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนในทางที่ชอบ
               8) นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผูอื่น
               9) นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบตอสังคมทุกระดับ

จรรยาบรรณอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน หมายถึง ประมวลความประพฤติที่อาจารยและ
บุคลากรสายสนับสนุนพึงปฏิบัติเพื่อรักษา สงเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของอาจารยและบุคลากร
สายสนั บ สนุ น ตามที่ ส ภามหาวิ ท ยาลั ย กํ า หนด โดยอาจใช ก รอบแนวทางตามประกาศ ก.พ.อ.เรื่ อ ง
มาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา โดยตองยึดมั่นในหลักการ 6 ประการ คือ 1) ยึดมั่น
และยืนหยัดในสิ่งที่ถูกตอง 2) ซื่อสัตยสุจริตและรับผิดชอบ 3) ปฏิบัติหนาที่ดวยความโปรงใสและสามารถ
ตรวจสอบได 4) ปฏิบัติหนาที่โดยไมเลือกปฏิบัติอยางไมเปนธรรม 5) มุงผลสัมฤทธิ์ของงาน 6) ไมใชอํานาจ
ครอบงําผิดทํานองคลองธรรมตอนักศึกษา และตองครอบคลุมจรรยาบรรณ10 ประการ คือ 1) จรรยาบรรณ
ตอตนเอง 2) จรรยาบรรณตอวิชาชีพ 3) จรรยาบรรณตอการปฏิบัติงาน 4) จรรยาบรรณตอหนวยงาน 5)
จรรยาบรรณต อผู บัง คั บบั ญชา 6) จรรยาบรรณต อผูใ ตบัง คั บ บัญ ชา 7) จรรยาบรรณต อผู รว มงาน 8)
จรรยาบรรณตอนักศึกษาและผูรบบริการ 9) จรรยาบรรณตอประชาชน และ10) จรรยาบรรณตอสังคม
                                 ั

นักวิจัยประจํา หมายถึง ขาราชการ หรือพนักงาน หรือบุคลากรที่มีสัญญาจางกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งป
การศึกษา ที่มีตําแหนงเปนเจาหนาที่วิจัยหรือนักวิจัย



2
    ดูเพิ่มเติม “จรรยาบรรณนักวิจัย” สภาวิจยแหงชาติ. สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร
                                          ั
    เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
34



นักศึกษาเต็มเวลาเทียบเทา (Full Time Equivalent Student : FTES) หมายถึง นักศึกษาที่ลงทะเบียน
เรียนตามเกณฑจํานวนหนวยกิตมาตรฐานของการลงทะเบียน ดังนี้
       ระบบทวิภาค - สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี : ลงทะเบียน 36 หนวยกิตตอปการศึกษา
                        (18 หนวยกิตตอภาคการศึกษา)
                     - สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งโครงการปกติและโครงการ
                        ภาคพิเศษ : ลงทะเบียน 24 หนวยกิตตอปการศึกษา (12 หนวยกิต
                        ตอภาคการศึกษาปกติ)
       ระบบไตรภาค - สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี : ลงทะเบียน 45 หนวยกิตตอปการศึกษา
                       (15 หนวยกิตตอภาคการศึกษา)
                     - สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา : ลงทะเบียน 30 หนวยกิตตอปการศึกษา
                         (10 หนวยกิตตอภาคการศึกษา)

ขั้นตอนการคํานวณคา FTES มีดังนี้
        1) คํานวณคาหนวยกิตนักศึกษา (Student Credit Hours : SCH) ซึ่งก็คือ ผลรวมของผลคูณ
ระหวางจํานวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนกับจํานวนหนวยกิตแตละรายวิชาที่เปดสอนทุกรายวิชาตลอดป
การศึกษา รวบรวมหลังจากนักศึกษาลงทะเบียนแลวเสร็จ (หมดกําหนดเวลาการเพิ่ม-ถอน) โดยมีสูตรการ
คํานวณ ดังนี้
                  SCH = ∑ nici
         เมื่อ ni = จํานวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนในวิชาที่ i
               Ci    = จํานวนหนวยกิตของวิชาที่ i
         2) คํานวณคา FTES โดยใชสตรคํานวณดังนี้
                                  ู
                                             SCH
          FTES =
                         จํานวนหนวยกิตตอปการศึกษาตามเกณฑมาตรฐานการลงทะเบียนในระดับปริญญานั้น ๆ

นักศึกษาภาคปกติ หมายถึง นักศึกษาที่เรียนในชวงเวลาราชการ หรือนอกเวลาราชการโดยสถาบันไดมี
การคํานวณเปนภาระงานสอนของอาจารย และไมมีการจายคาตอบแทนเปนการพิเศษ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
35



นักศึกษาภาคพิเศษ หมายถึง นักศึกษาที่เรียนในชวงเวลาราชการ หรือนอกเวลาราชการโดยสถาบันมิได
นับวาการสอนดังกลาวเปนภาระงานสอนของอาจารย และ/หรือไดมีการจายคาตอบแทนใหกับการสอนของ
อาจารยเปนการพิเศษ

แนวปฏิบัติที่ดี หมายถึง วิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ทําใหองคการประสบความสําเร็จ หรือสูความ
เปนเลิศตามเปาหมาย เปนที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวิชาชีพนั้น ๆ มีหลักฐานของความสําเร็จปรากฏ
ชัดเจน โดยมีการสรุปวิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏิบัติ ตลอดจนความรูและประสบการณ บันทึกเปน
เอกสาร เผยแพรใหหนวยงานภายในหรือภายนอกสามารถนําไปใชประโยชนได

ผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) หมายถึง กลุมคนตาง ๆ ที่ไดรับผลกระทบ หรืออาจไดรับผลกระทบ
จากการดําเนินการและความสําเร็จของสถาบัน ตัวอยางของกลุมผูมีสวนไดสวนเสียที่สําคัญ เชน นักศึกษา
ผู ป กครอง สมาคมผู ป กครอง ผู ป ฏิ บั ติ ง าน คู ค วามร ว มมื อ ทั้ ง ที่ เ ป น ทางการและไม เ ป น ทางการ
คณะกรรมการกํากับดูแลสถาบันในดานตาง ๆ ศิษยเกา นายจาง สถาบันการศึกษาอื่น ๆ องคการที่ทํา
หนาที่กํากับดูแลกฎ ระเบียบ องคการที่ใหเงินสนับสนุน ผูเสียภาษี ผูกําหนดนโยบาย ผูสงมอบ ตลอดจน
ชุมชนในทองถิ่นและชุมชนวิชากาหรือวิชาชีพ

แผนกลยุทธ หมายถึง แผนระยะยาวของสถาบันโดยทั่วไปมักใชเวลา 5 ป เปนแผนที่กําหนดทิศทางการ
พัฒนาของสถาบั น แผนกลยุ ทธ ประกอบไปดว ยวิสัย ทั ศน พัน ธกิจ เปา ประสงค วัตถุประสงค ผลการ
วิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาสและภัยคุกคาม กลยุทธตาง ๆ ของสถาบันควรคลอบคลุมทุกภารกิจของ
สถาบัน มีการกําหนดตัว บง ชี้ความสํา เร็จของแต ละกลยุท ธและคาเป า หมายของตัวบ ง ชี้ เ พื่อวั ดระดับ
ความสําเร็จของการดําเนินงานตามกลยุทธ โดยสถาบันนําแผนกลยุทธมาจัดทําแผนดําเนินงานหรือ
แผนปฏิบัติการประจําป

แผนปฏิบัติการประจําป หมายถึง แผนระยะสั้นที่มีระยะเวลาในการดําเนินงานภายใน 1 ป เปนแผนที่
ถายทอดแผนกลยุทธลงสูภาคปฎิบัติ เพื่อใหเกิดการดําเนินงานจริงตามกลยุทธ ประกอบดวย โครงการหรือ
กิจกรรมตาง ๆ ที่จะตองดําเนินการในปนั้น ๆ เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนกลยุทธ ตัวบงชี้ความสําเร็จ
ของโครงการหรือกิจกรรม คาเปาหมายของตัวบงชี้เหลานั้น รวมทั้งมีการระบุผูรับผิดชอบหลักหรือหัวหนา
โครงการ งบประมาณในการดําเนินการ รายละเอียดและทรัพยากรที่ตองใชในการดําเนินโครงการที่ชัดเจน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
36



ระบบและกลไก
ระบบ หมายถึง ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีการกําหนดอยางชัดเจนวาตองทําอะไรบางเพื่อใหไดผลออกมา
ตามที่ตองการ ขั้นตอนการปฏิบัติงานจะตองปรากฏใหทราบโดยทั่วกันไมวาจะอยูในรูปของเอกสารหรือสื่อ
อิเล็กทรอนิกสหรือโดยวิธีการอื่น ๆ องคประกอบของระบบ ประกอบดวย ปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิต
และขอมูลปอนกลับ ซึ่งมีความสัมพันธเชื่อมโยงกัน
กลไก หมายถึง สิ่งที่ทําใหระบบมีการขับเคลื่อนหรือดําเนินอยูได โดยมีการจัดสรรทรัพยากร มีการจัด
องคการ หนวยงาน หรือกลุมบุคคลเปนผูดําเนินงาน

ระบบสารสนเทศ หมายถึ ง ระบบที่ ทํ า หน า ที่ ใ นการรวบรวมข อ มู ล เข า มาทํ า การประมวลผล
รวมทั้งการวิเคราะหเพื่อจัดทําเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ และนําสงไปยังผูที่มีสิทธิไดรับสารสนเทศ
เพื่อใชในการปฏิบัติงาน การบริหาร หรือการตัดสินใจ โดยมีคอมพิวเตอร รวมทั้งอุปกรณตาง ๆ เปน
เครื่องมือสนับสนุนการทํางานของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศในองคการมีหลายประเภทในแตละ
ประเภทมีไดหลายระบบ ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะดานในการทํางานที่แตกตางกันออกไป

วารสารระดั บ ชาติ หมายถึ ง วารสารวิ ช าการ (Journal) ที่ ย อมรั บ โดยสํ า นั ก งานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา (สกอ.) ใหเปนวารสารระดับชาติ และมีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อที่เผยแพรโดยสํานักงานฯ หรือ
วารสารวิชาการ ที่มีชื่อปรากฏอยูในฐานขอมูล Thai-Journal Citation Index Centre (TCI)

วารสารระดับนานาชาติ หมายถึง วารสารวิชาการ(Journal) ที่ปรากฏในฐานขอมูลสากล เชน ฐานขอมูล
Web of Science (Science Citation Index Expand, Social Sciences Citation Index, Art and
Humanities Citation Index) หรือฐานขอมูล Scopus หรือในฐานขอมูลสากลอื่น ๆ ที่เปนที่ยอมรับใน
ศาสตรนั้น ๆ หรือวารสารวิชาการที่ยอมรับโดยสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ใหเปน
วารสารระดับนานาชาติ และมีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อที่เผยแพรโดยสํานักงานฯ

หนวยงานหรือองคกรระดับชาติ หมายถึง หนวยงานราชการระดับกรมหรือเทียบเทาขึ้นไป หรือ
รัฐวิสาหกิจ หรือองคการมหาชน หรือองคกรกลางระดับชาติทั้งภาครัฐและเอกชน

หลักธรรมาภิบาล3 หมายถึง การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุม ดูแลกิจการตางๆ ใหเปนไป
ในครรลองธรรม นอกจากนี้ ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนําไปใชไดทั้งภาครัฐและเอกชน

3
    ดูเพิ่มเติม “คูมือนโยบายการกํากับดูแลองคการที่ดี” สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.)

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
37



ธรรมที่ใชในการบริหารงานนี้มีความหมายอยางกวางขวาง กลาวคือ หาไดมีความหมายเพียงหลักธรรมทาง
ศาสนาเทานั้น แตรวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมและความถูกตอง ชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญูชนพึงมี
และพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปรงใสตรวจสอบได การปราศจากการแทรกแซงจากองคการภายนอก
เปนตน
              หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี (Good Governance) ที่เหมาะสมจะ
นํามาปรับใชในภาครัฐมี 10 องคประกอบ ดังนี้ 4
              1) หลักประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลการปฏิบัติราชการที่บรรลุวัตถุประสงคและ
เปาหมายของแผนการปฏิบัติราชการตามที่ไดรับงบประมาณมาดําเนินการ รวมถึงสามารถเทียบเคียงกับ
สวนราชการหรือหนวยงานที่มีภารกิจคลายคลึงกันและมีผลการปฏิบัติงานในระดับชั้นนําของประเทศ
เพื่อใหเกิดประโยชนสุขตอประชาชนโดยการปฏิบัติราชการจะตองมีทิศทางยุทธศาสตร และเปาประสงคที่
ชัดเจน มีกระบวนการปฏิบัติงานและระบบงานที่เปนมาตรฐาน รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนา
ปรับปรุงอยางตอเนื่องและเปนระบบ
              2) หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ การบริหารราชการตามแนวทางการกํากับดูแลที่ดีที่มี
การออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานโดยใชเทคนิคและเครื่องมือการบริหารจัดการที่เหมาะสมใหองคการ
สามารถใช ท รั พ ยากรทั้ ง ด า นต น ทุ น แรงงานและระยะเวลาให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด ต อ การพั ฒ นาขี ด
ความสามารถในการปฏิบัติราชการตามภารกิจเพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนและผูมีสวนได
สวนเสียทุกกลุม
              3) หลักการตอบสนอง (Responsiveness) คือ การใหบริการที่สามารถดําเนินการไดภายใน
ระยะเวลาที่กําหนด และสรางความเชื่อมั่น ความไววางใจ รวมถึงตอบสนองความคาดหวังหรือความ
ตองการของประชาชนผูรับบริการ และผูมีสวนไดสวนเสียที่มีความหลากหลายและมีความแตกตาง
              4) หลักภาระรับผิดชอบ (Accountability) คือ การแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติหนาที่
และผลงานตอเปาหมายที่กําหนดไว โดยความรับผิดชอบนั้นควรอยูในระดับที่สนองตอความคาดหวังของ
สาธารณะ รวมทั้งการแสดงถึงความสํานึกในการรับผิดชอบตอปญหาสาธารณะ
              5) หลักความโปรงใส (Transparency) คือ กระบวนการเปดเผยอยางตรงไปตรงมา ชี้แจงได
เมื่อมีขอสงสัยและสามารถเขาถึงขอมูลขาวสารอันไมตองหามตามกฎหมายไดอยางเสรี โดยประชาชน
สามารถรูทุกขั้นตอนในการดําเนินกิจกรรมหรือกระบวนการตางๆ และสามารถตรวจสอบได
              6) หลักการมีสวนรวม (Participation) คือ กระบวนการที่ขาราชการ ประชาชนและผูมีสวนได
สวนเสียทุกกลุมมีโอกาสไดเขารวมในการรับรู เรียนรู ทําความเขาใจ รวมแสดงทัศนะ รวมเสนอปญหาหรือ

4
    ดูเพิ่มเติม “คูมือการจัดระดับการกํากับดูแลองคการภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี
    (Good Governance Rating)” สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.)

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
38



ประเด็นที่สําคัญที่เกี่ยวของ รวมคิดแนวทาง รวมการแกไขปญหา รวมในกระบวนการตัดสินใจ และรวม
กระบวนการพัฒนาในฐานะหุนสวนการพัฒนา
             7) หลั ก การกระจายอํ า นาจ (Decentralization) คื อ การถ า ยโอนอํ า นาจการตั ด สิ น ใจ
ทรัพยากร และภารกิจจากสวนราชการสวนกลางใหแกหนวยการปกครองอื่นๆ (ราชการบริหารสวนทองถิ่น)
และภาคประชาชนดําเนินการแทนโดยมีอิสระตามสมควร รวมถึงการมอบอํานาจและความรับผิดชอบใน
การตัดสินใจและการดําเนินการใหแกบุคลากร โดยมุงเนนการสรางความพึงพอใจในการใหบริการตอ
ผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย การปรับปรุงกระบวนการ และเพิ่มผลิตภาพเพื่อผลการดําเนินงานที่ดี
ของสวนราชการ
             8) หลักนิติธรรม (Rule of Law) คือ การใชอํานาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ขอบังคับในการ
บริหารราชการดวยความเปนธรรม ไมเลือกปฏิบัติ และคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของผูมีสวนไดสวนเสีย
                                                                                 
             9) หลักความเสมอภาค (Equity) คือ การไดรับการปฏิบัติและไดรับบริการอยางเทาเทียมกัน
โดยไมมีการแบงแยกดาน ชายหรือหญิง ถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย
หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา การฝกอบรม
และอื่นๆ
             10) หลักมุงเนนฉันทามติ (Consensus Oriented) คือ การหาขอตกลงทั่วไปภายในกลุมผูมี
สวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของ ซึ่งเปนขอตกลงที่เกิดจากการใชกระบวนการเพื่อหาขอคิดเห็นจากกลุมบุคคลที่
ไดรับประโยชนและเสียประโยชน โดยเฉพาะกลุมที่ไดรับผลกระทบโดยตรงซึ่งตองไมมีขอคัดคานที่ยุติไมได
ในประเด็นที่สาคัญ โดยฉันทามติไมจาเปนตองหมายความวาเปนความเห็นพองโดยเอกฉันท
              ํ                         ํ

หลักสูตรสาขาวิชาชีพ หมายถึง รายวิชาและประสบการณทั้งหมดที่ผูเรียนตองศึกษาเพื่อใหไดรับการ
รับรองจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่กําหนดตามกฎหมาย

อาจารยประจํา หมายถึง ขาราชการ พนักงาน และบุคลากรที่มีสัญญาจางกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งป
การศึกษา ซึ่งมีหนาที่ความรับผิดชอบตามพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
39




4. องคประกอบคุณภาพ ตัวบงชี้ และเกณฑการประเมิน

องคประกอบที่ 1 ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค และแผนดําเนินการ

 หลักการ

             สถาบันอุดมศึกษาแตละแหงมีปรัชญา ปณิธาน และจุดเนนที่อาจแตกตางกัน ดังนั้น จึงเปน
หนาที่ท่ีสถาบันจะกําหนดวิสัยทัศน แผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําปใหชัดเจนและสอดคลองกับ
ปรัชญา ปณิธาน กฎหมาย และจุดเนนของสถาบัน ที่สนับสนุนภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาตามหลักการ
อุดมศึกษา มาตรฐานการศึ กษาของชาติ มาตรฐานการอุ ดมศึ กษา มาตรฐานวิชาชี พ (ถามี ) ตลอดจน
สอดคลองกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) และการเปลี่ยนแปลงของ
กระแสโลก
             ในกระบวนการกําหนดวิสัยทัศนและแผนกลยุทธ สภาสถาบันเปดโอกาสใหมีสวนรวมของ
สมาชิกทุกกลุมในสถาบัน และมีการถายทอดวิสัยทัศนและแผนกลยุทธที่กําหนดแลวใหรับทราบทั่วกันทั้ง
อาจารย เจาหนาที่ นักศึกษา ตลอดจนผูที่มีสวนไดสวนเสีย เชน ผูปกครอง ชุมชน ผูใชบริการและสังคม
โดยรวม

 มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ

            1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            2. พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
            3. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
            4. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            5. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            6. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification
Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            8. หลักการอุดมศึกษา


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
40




ตัวบงชี้          จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ

              1.1 กระบวนการพัฒนาแผน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
41




ตัวบงชี้ที่ 1.1               :      กระบวนการพัฒนาแผน


ชนิดของตัวบงชี้           :         กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้        :      สถาบันอุดมศึกษามีพันธกิจหลัก คือ การเรียนการสอน การวิจัย การ
บริ ก ารทางวิ ช าการแก สั ง คม และการทํ า นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปะและวั ฒ นธรรม ในการดํ า เนิ น พั น ธกิ จ หลั ก
สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองมีการกําหนดทิศทางการพัฒนาและการดําเนินงานของสถาบัน เพื่อให
สถาบันดําเนินการสอดคลองกับอัตลักษณหรือจุดเนน มีคุณภาพ มีความเปนสากล และเจริญเติบโตอยาง
ยั่งยืน ดังนั้น สถาบันตองกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ตลอดจนมีการพัฒนาแผนกลยุทธและแผนดําเนินงาน
เพื่อเปนแนวทางในการดําเนินงานของสถาบัน
                                 ในการพัฒนาแผนกลยุทธ นอกเหนือจากการพิจารณาอัตลักษณหรือ
จุดเนนของสถาบันแลว จะตองคํานึงถึงหลักการอุดมศึกษา กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว มาตรฐาน
การศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวของ ยุทธศาสตรดานตางๆ ของชาติ
รวมถึงทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และการเปลี่ยนแปลงของ
กระแสโลก ทั้งนี้ เพื่อใหการดําเนินงานของสถาบันเปนไปอยางมีคุณภาพ เปนที่ยอมรับ และสามารถ
ตอบสนองสังคมในทิศทางที่ถูกตองเหมาะสม

เกณฑมาตรฐาน                     :
                 1. มีการจัดทําแผนกลยุทธที่สอดคลองกับนโยบายของสภาสถาบัน โดยการมีสวนรวมของ
บุคลากรในสถาบัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน โดยเปนแผนที่เชื่อมโยงกับปรัชญาหรือ
ปณิธานและพระราชบัญญัติสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับจุดเนนของกลุมสถาบัน กรอบแผนอุดมศึกษา
ระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) และแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 10 (พ.ศ.
2551 – 2554)
                 2. มีการถายทอดแผนกลยุทธระดับสถาบันไปสูทุกหนวยงานภายใน
                 3. มีกระบวนการแปลงแผนกลยุทธเปนแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ คือ ดานการ
เรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
                 4. มี ตั ว บ ง ชี้ ข องแผนกลยุ ท ธ แผนปฏิ บั ติ ก ารประจํ า ป และค า เป า หมายของแต ล ะ
ตัวบงชี้ เพื่อวัดความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป
                 5. มีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัตการประจําปครบ 4 พันธกิจ
                                                       ิ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
42



            6. มีการติดตามผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนปฏิบัติการประจําป อยางนอยปละ 2
ครั้ง และรายงานผลตอผูบริหารเพื่อพิจารณา
            7. มีการประเมินผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธ อยางนอยปละ 1 ครั้ง และ
รายงานผลตอผูบริหารและสภาสถาบันเพื่อพิจารณา
            8. มีการนําผลการพิจารณา ขอคิดเห็น และขอเสนอแนะของสภาสถาบันไปปรับปรุงแผนกล
ยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป

เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                2 หรือ 3 ขอ            4 หรือ 5 ขอ        6 หรือ 7 ขอ         8 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
43




  องคประกอบที่ 2 การผลิตบัณฑิต


  หลักการ

                  พันธกิจที่สาคัญที่สุดของสถาบันอุดมศึกษา คือ การผลิตบัณฑิต หรือการจัดกิจกรรม
                               ํ
การเรียนการสอนใหผูเรียนมีความรูในวิชาการและวิชาชีพ มีคุณลักษณะตามหลักสูตรที่กําหนด การเรียน
การสอนในยุคปจจุบันใชหลักการของการจัดกระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ดังนั้น พันธกิจ
ดังกลาวจึงเกี่ยวของกับการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอน เริ่มตั้งแตการกําหนดปจจัยนําเขา
ที่ไดมาตรฐานตามที่กําหนด ประกอบดวย การมีอาจารยที่มีปริมาณและคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตร
มีกระบวนการบริหารจัดการการเรียนการสอนที่อาศัยหลักการรวมมือรวมพลังของทุกฝายที่เกี่ยวของทั้ง
ภายในและภายนอกสถาบัน
                  ดังนั้น จึงจําเปนตองมีการวางระบบและกลไกการควบคุมคุณภาพขององคประกอบตางๆ
ที่ใชในการผลิตบัณฑิต ไดแก (ก) หลักสูตรการศึกษาในสาขาวิชาตางๆ (ข) คณาจารยและระบบการพัฒนา
อาจารย (ค) สื่อการศึกษาและเทคนิคการสอน (ง) หองสมุดและแหลงการเรียนรูอื่น (จ) อุปกรณการศึกษา
(ฉ) สภาพแวดลอมในการเรียนรูและบริการการศึกษา (ช) การวัดผลการศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียน
ของนักศึกษา (ซ) องคประกอบอื่นตามที่แตละสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาเห็นสมควร ตามที่กฎกระทรวง
วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 กําหนด


  มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


            1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
            3. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            4. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            5. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            6. ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551
            7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification
Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
44



           8. กฎกระทรวง วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553
กระทรวงศึกษาธิการ
           9. แนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           10. เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 สํานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา
           11. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)


 ตัวบงชี้          จํานวน 8 ตัวบงชี้ คือ

             2.1    ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร
             2.2    อาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก
             2.3    อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ
             2.4    ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน
             2.5    หองสมุด อุปกรณการศึกษา และสภาพแวดลอมการเรียนรู
             2.6    ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน
             2.7    ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะของบัณฑิต
             2.8    ระดับความสําเร็จของการเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมที่จัดใหกับนักศึกษา




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
45




 ตัวบงชี้ที่ 2.1              :      ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร


ชนิดของตัวบงชี้           :         กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้     :      สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ห น า ที่ พั ฒ นาหลั ก สู ต รให ส อดคล อ งกั บ ปรั ช ญา
ปณิธาน วิสัยทัศน พันธกิจและความพรอมของสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับความตองการทางดาน
วิชาการและวิชาชีพของสังคม มีการประเมินหลักสูตรอยางสม่ําเสมอตามหลักเกณฑและตัวบงชี้ของการ
ประกันคุณภาพหลักสูตร มีการวางระบบและกลไกบริหารหลักสูตรอยางมีประสิทธิภาพและมีการปรับปรุง
หลักสูตรใหทันตอการเปลี่ยนแปลง

เกณฑมาตรฐานทั่วไป :
              1. มีระบบและกลไกการเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนด
โดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
              2. มีระบบและกลไกการปดหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนดโดยคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
              3. ทุกหลักสูตรมีการดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และ
กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ ร ะดั บ อุ ด มศึ ก ษาแห ง ชาติ (การดํ า เนิ น งานตามกรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ หมายถึง ตองมีการประเมินผลตาม “ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามประกาศ
มาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา เพื่อการประกันคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการสอน” กรณีที่
หลักสูตรใดยังไมมีประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา ใหประเมินตามตัวบงชี้กลางที่กําหนดใน
ภาคผนวก ก) สําหรับหลักสูตรสาขาวิชาชีพตองไดรับการรับรองหลักสูตรจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่
เกี่ยวของดวย
               (หมายเหตุ : สําหรับหลักสูตรเกาหรือหลักสูตรปรับปรุงที่ยังไมไดดําเนินการตามกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติกอนปการศึกษา 2555 ใหยึดตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร
ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 )
              4. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และ
ขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการประเมินหลักสูตรทุกหลักสูตรอยางนอยตามกรอบเวลาที่
กํ า หนดในเกณฑ ม าตรฐานหลั ก สู ต รฯ กรณี ห ลั ก สู ต รที่ ดํ า เนิ น งานตามกรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
46



ระดับอุดมศึกษาแหง ชาติ จะตองควบคุ ม กํา กั บให ก ารดํา เนิน งานตามตัว บ ง ชี้ใ นขอ 3 ผานเกณฑก าร
ประเมิน 5 ขอแรกและอยางนอยรอยละ 80 ของตัวบงชี้ที่กําหนดในแตละป ทุกหลักสูตร
             5. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และ
ขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการพัฒนาหลักสูตรทุกหลักสูตรตามผลการประเมินในขอ 4
กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตองควบคุมกํากับให
การดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผานเกณฑการประเมินครบ ทุกตัวบงชี้และทุกหลักสูตร

เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม :
                  6. มีความรวมมือในการพัฒนาและบริหารหลักสูตรระหวางสถาบันกับภาครัฐหรือภาคเอกชน
ที่เ กี่ย วข องกับ วิ ช าชี พ ของหลัก สูต ร มากกว า ร อยละ 30 ของจํ า นวนหลั ก สู ต รวิ ช าชี พ ทั้ ง หมดทุ ก ระดั บ
การศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ค2)
                  7. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และ
ปริญญาเอก) มีจํานวนมากกวารอยละ 50 ของจํานวนหลักสูตรทั้งหมดทุกระดับการศึกษา(เฉพาะกลุม ค1
และ ง)
                  8. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และ
ปริญญาเอก) มีจํานวนนักศึกษาที่ศึกษาอยูในหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมดทุก
ระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ง)

              หมายเหตุ :
              1. การนั บ หลั ก สู ต รปริ ญ ญาโทแผน ก และปริ ญ ญาเอก ให นั บ หลั ก สู ต รที่ มี นั ก ศึ ก ษา
ลงทะเบียนเรียนในรอบปการศึกษาที่ทําการประเมิน สําหรับการนับหลักสูตรทั้งหมดใหนับหลักสูตรที่ไดรับ
อนุมัติใหเปดสอนทุกระดับปริญญา โดยนับรวมหลักสูตรที่งดรับนักศึกษา แตไมนับรวมหลักสูตรที่สภา
สถาบันอนุมัติใหปดดําเนินการแลว
              2. การนั บ จํ า นวนนั ก ศึ ก ษาให นั บ ตามจํ า นวนนั ก ศึ ก ษาเต็ ม เวลาเที ย บเท า (FTES)ในป
การศึกษานั้น ๆ และนับทั้งนักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ ทั้งในที่ตั้งและนอกที่ตั้ง




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
47



เกณฑการประเมิน            :

              1. เกณฑทวไป
                       ั่

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ

              2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 ค2 และ ง

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4             คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ         ครบ 5 ขอตาม
                                                                                         เกณฑทั่วไป และ
                                                                                           ครบถวนตาม
                                                                                         เกณฑมาตรฐาน
                                                                                          เพิ่มเติมเฉพาะ
                                                                                                กลุม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
48




  ตัวบงชี้ที่ 2.2          :        อาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก


ชนิดของตัวบงชี้           :         ปจจัยนําเขา

คําอธิบายตัวบงชี้       :       การศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาถื อ เป น การศึ ก ษาระดั บ สู ง สุ ด ที่ ต อ งการ
บุคลากรที่มีความรูความสามารถและความลุมลึกทางวิชาการ เพื่อปฏิบัติพันธกิจสําคัญของสถาบันในการ
ผลิตบัณฑิต ศึกษาวิจัยเพื่อการติดตามความกาวหนาทางวิชาการและการพัฒนาองคความรู ดังนั้น สถาบัน
จึงควรมีอาจารยที่มีระดับคุณวุฒิทางการศึกษาในสัดสวนที่เหมาะสมกับพันธกิจหรือจุดเนนของสถาบัน

เกณฑการประเมิน : สถาบันสามารถเลือกใชเกณฑการประเมินจาก 2 แนวทางตอไปนี้
            1) แปลงค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ มี คุ ณ วุ ฒิ ป ริ ญ ญาเอกเป น คะแนนระหว า ง
0 – 5 หรือ
            2) แปลงค า การเพิ่ ม ขึ้ น ของค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ มี คุ ณ วุ ฒิ ป ริ ญ ญาเอก
เปรียบเทียบกับปที่ผานมาเปนคะแนนระหวาง 0 – 5
                    

              1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2

                     1) คารอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5
                                                                          ํ
                     = รอยละ 30 ขึ้นไป หรือ
                     2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ
                                                                  ่ ี
                     กับปที่ผานมา ที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 6 ขึ้นไป
                                       ํ

              2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง

                     1) คารอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5
                                                                           ํ
                     = รอยละ 60 ขึ้นไป หรือ
                     2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ
                                                                  ่
                     กับปที่ผานมา ที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 12 ขึ้นไป
                                       ํ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
49



สูตรการคํานวณ      :
          1. คํานวณคารอยละของอาจารยประจําทีมีวฒิปริญญาเอก
                                              ่ ุ

                  รอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอก = จํานวนอาจารยประจําที่มีคุณวุฒปริญญาเอก x 100
                                          ่                                                  ิ
                                                                          จํานวนอาจารยประจําทั้งหมด

             2. แปลงคารอยละที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5
                                       รอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก                                 x5
                  คะแนนที่ได = รอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5


หรือ
            1. คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผาน
                                                                  ิ
มา = รอยละของอาจารยประจําที่มีคณวุฒิปริญญาเอกในปที่ประเมิน ลบดวย รอยละของอาจารยประจําที่
                                     ุ
มีคุณวุฒิปริญญาเอกในปกอนหนาปที่ประเมิน
                             
            2. แปลงคาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ
                                                               ่
กับปที่ผานมา ที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5


                      คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผานมา x 5
คะแนนที่ได =         คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผานมา
                      ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5



             หมายเหตุ :
             1. คุณวุฒิปริญญาเอก พิจารณาจากระดับคุณวุฒิที่ไดรับหรือเทียบเทาตามหลักเกณฑการ
พิจารณาคุณวุฒิของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่มีการปรับวุฒิการศึกษาใหมีหลักฐานการสําเร็จการศึกษา
ภายในรอบปการศึกษานั้น ทั้งนี้ อาจใชคุณวุฒิอื่นแทนคุณวุฒิปริญญาเอกไดสําหรับกรณีท่ีบางสาขา
วิชาชีพ มีคุณวุฒิอ่นที่เหมาะสมกวา ทั้งนี้ ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                   ื
             2. การนับจํานวนอาจารยประจํา ใหนับตามปการศึกษาและนับทั้งที่ปฏิบัติงานจริงและลา
ศึกษาตอ



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
50



  ตัวบงชี้ที่ 2.3          :        อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ


ชนิดของตัวบงชี้           :         ปจจัยนําเขา

คําอธิบายตัวบงชี้      :         สถาบันอุดมศึกษาถือเปนขุมปญญาของประเทศ และมีความรับผิดชอบ
ที่จะตองสงเสริมให อาจารย ในสถาบันทํ าการศึก ษาวิจัยเพื่อแสวงหาและพัฒนาองค ความรูในศาสตร
สาขาวิชาตางๆ อยางตอเนื่อง เพื่อนําไปใชในการเรียนการสอน รวมทั้งการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศ
การดํารงตําแหนงทางวิชาการเปนสิ่งสะทอนการปฏิบัติงานดังกลาวของอาจารยตามพันธกิจของสถาบัน

เกณฑการประเมิน : สถาบันสามารถเลือกใชเกณฑการประเมินจาก 2 แนวทางตอไปนี้
            1) แปลงคารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปนคะแนนระหวาง 0 – 5
หรือ
            2) แปลงค า การเพิ่ ม ขึ้ น ของค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ ดํ า รงตํ า แหน ง ทางวิ ช าการ
เปรียบเทียบกับปท่ผานมาเปนคะแนนระหวาง 0 – 5
                  ี

             1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2

                 1) คารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงผูชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย
และศาสตราจารยรวมกัน ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 60 ขึ้นไป หรือ
                 2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงผูชวยศาสตราจารย
รองศาสตราจารย และศาสตราจารยรวมกัน เปรียบเทียบกับปที่ผานมา ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 =
รอยละ 12 ขึ้นไป

             2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง

                   1) คารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงรองศาสตราจารยและศาสตราจารย
รวมกัน ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 30 ขึ้นไป หรือ
                   2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงรองศาสตราจารย และ
ศาสตราจารยรวมกัน เปรียบเทียบกับปที่ผานมา ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 6 ขึ้นไป



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
51



สูตรการคํานวณ         :
       1. คํานวณคารอยละของอาจารยประจําที่ดารงตําแหนงทางวิชาการ
                                             ํ
                                                              จํานวนอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนง
            รอยละของอาจารยประจําที่ดารงตําแหนงทางวิชาการ = ทางวิชาการ
                                      ํ                                                                                x 100
                                                              จํานวนอาจารยประจําทั้งหมด


         2. แปลงคารอยละที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5

                                    รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ                                  x5
             คะแนนที่ได =          รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5


หรือ
            1. คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ
กับปที่ผานมา = รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการในปที่ประเมิน ลบดวย รอยละของ
อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการในปกอนหนาปที่ประเมิน

            2. แปลงคาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ
กับปที่ผานมา ที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5

                                 คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ
                                 กับปที่ผานมา                                                                       x5
           คะแนนที่ได =
                                 คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ
                                 กับปที่ผานมาที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5


หมายเหตุ :        การนับจํานวนอาจารยประจํา ใหนับตามปการศึกษาและนับทั้งที่ปฏิบัติงานจริงและลา
ศึกษาตอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
52




  ตัวบงชี้ที่ 2.4           :        ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้       :      การจั ด การเรีย นการสอนโดยเนน ผูเ รี ย นเป น สํา คั ญ จํ า เปน ต อ งมี ก าร
บริหารและพัฒนาคณาจารยอยางเหมาะสมทั้งในดานเทคนิคการสอน การประเมินผลการเรียนรู และการ
ใชส่ือการสอนที่ทันสมัย รวมทั้งมีการปรับกระบวนการเรียนการสอนโดยใชผลการเรียนรูและขอมูลจาก
ความคิดเห็นของผูเรียน นอกจากนั้น ยังจําเปนตองมีบุคลากรสายสนับสนุนที่มีคุณภาพสอดคลองกับพันธ
กิจและเปาหมายของสถาบัน

เกณฑมาตรฐาน              :
              1. มีแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยทั้งดานวิชาการ เทคนิคการสอนและการวัดผล
และมีแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนที่มีการวิเคราะหขอมูลเชิงประจักษ
              2. มีการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนที่
กําหนด
              3. มีสวัสดิการเสริมสรางสุขภาพที่ดี และสรางขวัญและกําลังใจใหคณาจารยและบุคลากร
สายสนับสนุนสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ
              4. มีระบบการติดตามใหคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนนําความรูและทักษะที่ไดจาก
การพัฒนามาใชในการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนรูของนักศึกษา ตลอดจนการปฏิบัติงาน
ที่เกี่ยวของ
              5. มีการใหความรูดานจรรยาบรรณอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน และดูแลควบคุมให
คณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนถือปฏิบัติ
              6. มีการประเมินผลความสําเร็จของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากร
สายสนับสนุน
              7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารย
และบุคลากรสายสนับสนุน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
53



เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ               3 หรือ 4 ขอ        5 หรือ 6 ขอ         7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
54




 ตัวบงชี้ที่ 2.5          :        หองสมุด อุปกรณการศึกษา และสภาพแวดลอมการเรียนรู


ชนิดของตัวบงชี้           :         ปจจัยนําเขา

คําอธิบายตัวบงชี้     :       นอกเหนือจากการเรียนการสอน สถาบันอุดมศึกษาควรจัดบริการดาน
กายภาพอยางครบถวน โดยเฉพาะในเรื่องการบริการสิ่งอํานวยความสะดวกที่เอื้อตอการเรียน เชน สื่อ
เทคโนโลยี เพื่อการศึก ษา ห องสมุดและแหลงการเรียนรูอื่น ๆ การบริก ารดานงานทะเบี ย น การบริก าร
นักศึกษานานาชาติ เปนตน นอกจากนั้น ยังจําเปนตองมีสภาพแวดลอมและการบริการดานกายภาพที่
สงเสริมคุณภาพชีวิตของนักศึกษา เชน สิ่งแวดลอมในสถาบัน หอพักนักศึกษา หองเรียน สถานที่ออกกําลัง
กาย บริการอนามัย การจัดจําหนายอาหาร เปนตน

เกณฑมาตรฐาน            :
             1. มีการจัดการหรือจัดบริการเพื่อใหนักศึกษามีเครื่องคอมพิวเตอรใชในอัตราไมสูงกวา 8
FTES ตอเครื่อง
             2. มีบริการหองสมุดและแหลงเรียนรูอื่นๆ ผานระบบเครือขายคอมพิวเตอร และมีการ
ฝกอบรมการใชงานแกนักศึกษาทุกปการศึกษา
             3. มีบริการดานกายภาพที่เหมาะสมตอการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา
อยางนอยในดานหองเรียน หองปฏิบัติการ อุปกรณการศึกษา และจุดเชื่อมตออินเตอรเน็ตในระบบไรสาย
             4. มีบริการสิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเปนอื่นๆ อยางนอยในดานงานทะเบียนนักศึกษาผาน
ระบบเครือขายคอมพิวเตอร การบริการอนามัยและการรักษาพยาบาล การจัดการหรือจัดบริการดานอาหาร
และสนามกีฬา
             5. มีระบบสาธารณูปโภคและรักษาความปลอดภัยของอาคารตลอดจนบริเวณโดยรอบ อยาง
นอยในเรื่องประปา ไฟฟา ระบบกําจัดของเสีย การจัดการขยะ รวมทั้งมีระบบและอุปกรณปองกันอัคคีภัย
ในบริเวณอาคารตาง ๆ โดยเปนไปตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
             6. มีผลการประเมินคุณภาพของบริการในขอ 2 – 5 ทุกขอไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5
             7. มีการนําผลการประเมินคุณภาพในขอ 6 มาใชเปนขอมูลในการพัฒนาการจัดบริการดาน
กายภาพที่สนองความตองการของผูรับบริการ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
55



เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                 2 หรือ 3 ขอ           4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ             7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
56




  ตัวบงชี้ที่ 2.6         :         ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน


ชนิดของตัวบงชี้           :         กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้        :      กระบวนการจัดการเรียนการสอนตองเปนไปตามแนวทางที่กําหนดใน
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่เนนผูเรียนเปน
สําคัญ มีการจัดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมและยืดหยุน โดยการมีสวนรวมจากบุคคล
สถาบัน หรือชุมชนภายนอก มีการจัดกระบวนการเรียนรูที่คํานึงถึงความแตกตางเฉพาะตัวของนักศึกษา
ซึ่งเปนเรื่องที่สําคัญมากตอความสนใจใฝรูและตอศักยภาพในการแสวงหาความรูของนักศึกษา เชน การ
เปดโอกาสใหนักศึกษาไดคนควาวิจัยโดยอิสระในรูปโครงการวิจัยสวนบุคคล การจัดใหมีชั่วโมงเรียนใน
ภาคปฏิบัติ ในหองปฏิบัติการ รวมทั้งมีการฝกประสบการณภาคสนามอยางพอเพียง มีการจัดสัมมนา จัด
ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทําโครงการ มีการเรียนการสอนทางเครือขายคอมพิวเตอร (Internet) และมี
หองสมุดและระบบสืบคนขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่เพียงพอสําหรับการศึกษาหาความรูเพิ่มเติมไดดวยตนเอง

เกณฑมาตรฐาน :
               1. มีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญทุก
หลักสูตร
               2. ทุกรายวิชาของทุกหลักสูตร มีรายละเอียดของรายวิชาและของประสบการณภาคสนาม
(ถามี) กอนการเปดสอนในแตละภาคการศึกษา ตามที่กําหนดในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
แหงชาติ
               3. ทุกหลักสูตรมีรายวิชาที่สงเสริมทักษะการเรียนรูดวยตนเอง และการใหผูเรียนไดเรียนรูจาก
การปฏิบัติท้งในและนอกหองเรียนหรือจากการทําวิจย
             ั                                            ั
               4. มีการใหผูมีประสบการณทางวิชาการหรือวิชาชีพจากหนวยงานหรือชุมชนภายนอกเขามา
มีสวนรวมในกระบวนการเรียนการสอนทุกหลักสูตร
               5. มี ก ารจั ด การเรี ย นรู ที่ พั ฒ นาจากการวิ จั ย หรื อ จากกระบวนการจั ด การความรู เ พื่ อ
พัฒนาการเรียนการสอน
               6. มีการประเมินความพึงพอใจของผูเรียนที่มีตอคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและสิ่ง
สนับสนุนการเรียนรูทุกรายวิชา ทุกภาคการศึกษา โดยผลการประเมินความพึงพอใจแตละรายวิชาตองไม
ต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
57



               7. มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอน หรือการประเมินผล
การเรียนรู ทุกรายวิชา ตามผลการประเมินรายวิชา

เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                 2 หรือ 3 ขอ           4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ             7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
58




 ตัวบงชี้ที่ 2.7               :     ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะ
                                      ของบัณฑิต


ชนิดของตัวบงชี้            :        กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้             :        คุณลั ก ษณะของบั ณฑิ ต หมายถึ ง คุ ณ สมบั ติที่ พึ ง ประสงคซึ่ ง ผู สํา เร็ จ
การศึกษาระดับอุดมศึกษาพึงมี ประกอบดวย 2 สวน คือ คุณลักษณะของบัณฑิตตามกรอบมาตรฐาน
คุ ณ วุ ฒิ แ ห ง ชาติ ข องแต ล ะหลั ก สู ต ร และคุ ณ ลั ก ษณะของบั ณ ฑิ ต ตามความต อ งการของผู ใ ช บั ณ ฑิ ต
คุณลักษณะตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแหงชาติมี 5 ดาน ไดแก ดานคุณธรรม จริยธรรม ดานความรู ดาน
ทักษะทางปญญา ดานทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ ดานทักษะการวิเคราะห
เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ สวนคุณลักษณะบัณฑิตตามความตองการของผูใช
บัณฑิต อาจมีความแตกตางกันตามลักษณะอาชีพหรือบริบทของผูใช และอาจปรากฏในกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิแหงชาติ หรือที่มลักษณะเพิ่มเติมจากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ เชน การบริหารจัดการ การเปนผูใฝรู
                            ี
ใฝเรียน การกาวทันวิทยาการ ความสามารถในการประยุกตความรูกับการปฏิบัติงานจริง สําหรับผูสําเร็จ
การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หรือผูสําเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่เนนการวิจัย ควรมีคุณลักษณะเพิ่มเติม
ดานความเปนนักวิชาการ การเปนผูนําทางความคิด โดยเฉพาะความสามารถดานการคิดเชิงวิพากษ และ
การนําเสนอผลงาน

เกณฑมาตรฐานทัวไป : ่
             1. มีการสํารวจคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงคตามความตองการของผูใชบัณฑิตอยาง
นอยสําหรับทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรี ทุกรอบระยะเวลาตามแผนกําหนดการศึกษาของหลักสูตร
             2. มีการนําผลจากขอ 1 มาใชในการปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดผล
การศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียนที่สงเสริมทักษะอาชีพและคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค
ตามความตองการของผูใชบณฑิต
                           ั
             3. มีการสงเสริมสนับสนุนทรัพยากรทั้งดานบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ และงบประมาณที่
เอื้อตอการพัฒนาคุณลักษณะของบัณฑิต
             4. มีร ะบบและกลไกการสง เสริม ใหนัก ศึ ก ษาระดั บปริ ญญาตรีแ ละบัณฑิตศึก ษาเขา ร ว ม
กิจกรรมการประชุมวิชาการหรือนําเสนอผลงานทางวิชาการในที่ประชุมระหวางสถาบัน หรือที่ประชุม
ระดับชาติหรือนานาชาติ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
59



            5. มีกิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมใหแกนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
ที่จัดโดยสถาบัน

เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม :
           6. มีระบบและกลไกสนับสนุนการประยุกตใชผลงานจากวิทยานิพนธของนักศึกษาระดับ
บัณฑิตศึกษา และมีการรับรองการใชประโยชนจริงจากหนวยงานภาครัฐ หรือเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ
(เฉพาะกลุม ค 1)
           7. มีการพัฒนาทักษะนักศึกษาในการจัดทําบทความจากวิทยานิพนธและมีการนําไปตีพิมพ
เผยแพรในวารสารระดับนานาชาติ (เฉพาะกลุม ง)

เกณฑการประเมิน            :

              1. เกณฑทวไป
                       ั่

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ

              2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4             คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ         ครบ 5 ขอตาม
                                                                                         เกณฑทั่วไป และ
                                                                                           ครบถวนตาม
                                                                                         เกณฑมาตรฐาน
                                                                                          เพิ่มเติมเฉพาะ
                                                                                                กลุม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
60




   ตัวบงชี้ที่ 2.8        :         ระดับความสําเร็จของการเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมที่จัดใหกับ
                                     นักศึกษา


ชนิดของตัวบงชี้           :          ผลผลิต

คําอธิบายตัวบงชี้            :          คุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาเปนคุณลักษณะที่พึงประสงคและเปน
ป จ จั ย สํ า คั ญ ของคุ ณ ภาพบั ณ ฑิ ต ตามเจตนารมณ ข องพระราชบั ญ ญั ติ ก ารศึ ก ษาแห ง ชาติ แ ละกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ รวมทั้งความคาดหวังของผูใชบัณฑิตและสังคม ดังนั้น สถาบัน
จึงควรมีการวัดระดับความสําเร็จของการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่สถาบันจัดใหกับนักศึกษา

เกณฑมาตรฐาน :
                    1. มีการกําหนดพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมสําหรับนักศึกษาที่ตองการสงเสริม
ไวเปนลายลักษณอักษร
                    2. มีการถายทอดหรือเผยแพรพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมสําหรับนักศึกษาที่
ตองการสงเสริมตามขอ 1 ไปยังผูบริหาร คณาจารย นักศึกษาและผูเกี่ยวของทราบอยางทั่วถึงทั้งสถาบัน
                    3. มีโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมการพัฒนาพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมที่
กําหนดในขอ 1 โดยระบุตัวบงชี้และเปาหมายวัดความสําเร็จที่ชัดเจน
                    4. มีการประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษา
ตามตัวบงชี้และเปาหมายที่กําหนดในขอ 3 โดยมีผลการประเมินบรรลุเปาหมายอยางนอยรอยละ 90 ของ
ตัวบงชี้
                    5. มีนักศึกษาหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับนักศึกษาไดรับการยกยองชมเชย ประกาศเกียรติ
คุณดานคุณธรรมจริยธรรม โดยหนวยงานหรือองคกรระดับชาติ

เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                     คะแนน 2             คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ             มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                       2 ขอ               3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
61



องคประกอบที่ 3 กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา


หลักการ

                การดําเนินงานดานกิจการนักศึกษาเปนกิจกรรมที่สถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนสงเสริมเพื่อให
นักศึกษาเปนบัณฑิตที่มีคุณสมบัติพรอม นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนที่จัดขึ้นตามหลักสูตร
กิจกรรมการพัฒนานักศึกษาแบงออกไดเปนสองสวน คือ (1) การจัดบริการแกนักศึกษาและศิษยเกาซึ่ง
สถาบันจัดขึ้นใหสอดคลองกับความตองการ และเกิดประโยชนสูงสุดตอนักศึกษาและศิษยเกา และ (2) การ
จัดกิจกรรมนักศึกษาที่ดําเนินการโดยองคกรนัก ศึกษาซึ่งไดรับการสนับสนุนสงเสริ มจากสถาบัน ทั้ง นี้
เพื่อใหนักศึกษาไดพัฒนารางกาย อารมณ สังคม สติปญญา ตลอดจนคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค
ได แ ก คุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม ความรู ทั ก ษะทางป ญ ญา ทั ก ษะความสั ม พั น ธ ร ะหว า งบุ ค คลและความ
รับผิดชอบ รวมทั้งทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ


 มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


            1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
            3. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            4. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            5. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            6. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification
Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            7. มาตรฐานกิจการนักศึกษา พ.ศ. 2541 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            8. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
62




  ตัวบงชี้         จํานวน 2 ตัวบงชี้ คือ


              3.1 ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร
              3.2 ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
63




 ตัวบงชี้ที่ 3.1              :      ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร


ชนิดของตัวบงชี้           :         กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้      :     สถาบัน อุดมศึ กษาควรจัดบริการดานต า งๆ ใหนั ก ศึก ษาและศิ ษ ยเ กา
อยางครบถวน โดยเฉพาะในกิจกรรมตอไปนี้ (1) การบริการดานการแนะแนวและการใหคําปรึกษา ทั้งดาน
วิชาการและการใชชีวิต (2) การบริการดานขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษาและศิษยเกา เชน ทุน
กูยืมการศึกษา แหลงทุนการศึกษาตอ การบริการจัดหางาน แหลงขอมูลการฝกประสบการณวิชาชีพ ขอมูล
ขาวสารความเคลื่อนไหวในและนอกสถาบันที่จาเปนแกนักศึกษาและศิษยเกา และ (3) การจัดโครงการเพื่อ
                                           ํ
พัฒนาประสบการณทางวิชาชีพแกนักศึกษาและศิษยเกาในรูปแบบตาง ๆ

เกณฑมาตรฐาน               :
             1. มีการจัดบริการใหคําปรึกษาทางวิชาการและแนะแนวการใชชีวิตแกนักศึกษา
             2. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษา
                                                            
             3. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพแกนักศึกษา
             4. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอศิษยเกา
             5. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรูและประสบการณใหศิษยเกา
             6. มีผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการในขอ 1 – 3 ทุกขอไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนน
เต็ม 5
             7. มี ก ารนํ า ผลการประเมิ น คุ ณ ภาพของการให บ ริ ก ารมาใช เ ป น ข อ มู ล ในการพั ฒ นาการ
จัดบริการที่สนองความตองการของนักศึกษา

เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4            คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ    มีการดําเนินการ
        1 ขอ                 2 หรือ 3 ขอ           4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ              7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
64



นิดของตัว3.2ชี้
ตัวบงชี้ที่ บง           ::        กระบวนการ
                                     ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา


ชนิดของตัวบงชี้           :         กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้       :      สถาบันอุดมศึกษาตองสงเสริมใหมีการจัดกิจกรรมนักศึกษาตาง ๆ อยาง
เหมาะสมและครบถวน กิจกรรมนักศึกษาหมายถึงกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ดําเนินการทั้งโดยสถาบันและ
โดยองคกรนักศึกษา เปนกิจกรรมที่ผูเขารวมจะมีโอกาสไดรับการพัฒนาสติปญญา สังคม อารมณ รางกาย
และคุณธรรมจริยธรรมสอดคลองกับคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค 5 ประการ ไดแก (1) คุณธรรม
จริยธรรม (2) ความรู (3) ทักษะทางปญญา (4) ทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ (5)
ทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และสอดคลองกับคุณลักษณะ
ของบัณฑิตที่พึงประสงคที่สภา/องคกรวิชาชีพไดกําหนดเพิ่มเติม ตลอดจนสอดคลองกับความตองการของ
ผูใชบัณฑิต

เกณฑมาตรฐาน           :
            1. สถาบั น จั ด ทํ า แผนการจั ด กิ จ กรรมพั ฒ นานั ก ศึ ก ษาที่ ส ง เสริ ม ผลการเรี ย นรู ต ามกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติทุกดาน
            2. มีกิจกรรมใหความรูและทักษะการประกันคุณภาพการศึกษาแกนักศึกษา
            3. มีการสงเสริมใหนักศึกษานําความรูดานการประกันคุณภาพไปใชในการจัดกิจกรรมที่
ดําเนินการโดยนักศึกษาอยางนอย 5 ประเภทสําหรับระดับปริญญาตรี และอยางนอย 2 ประเภทสําหรับ
ระดับบัณฑิตศึกษา จากกิจกรรมตอไปนี้
               - กิจกรรมวิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค
                                      
               - กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ
               - กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม
               - กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม
               - กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม
            4. มีการสนับสนุน ให นัก ศึกษาสรางเครื อขายพัฒนาคุณภาพภายในสถาบันและระหวา ง
สถาบัน และมีกิจกรรมรวมกัน
            5. มีการประเมินความสําเร็จตามวัตถุประสงคของแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา
            6. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษา

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
65



เกณฑการประเมิน            :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ               3 หรือ 4 ขอ           5 ขอ             6 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
66




  องคประกอบที่ 4 การวิจย
                        ั


 หลักการ

            สถาบันอุดมศึกษาแตละแหงอาจมีจุดเนนในเรื่องการวิจัยที่แตกตางกันขึ้นกับสภาพแวดลอม
และความพรอมของแตละสถาบัน อยางไรก็ตาม ทุกสถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองมีพันธกิจนี้เปนสวนหนึ่งของ
พันธกิจสถาบัน ดังนั้น จึงตองมีระบบและกลไกควบคุมใหสามารถดําเนินการในพันธกิจดานนี้อยางมี
ประสิทธิภาพและคุณภาพตามจุดเนนเฉพาะของแตละสถาบัน เพื่อใหไดผลงานวิจัยและงานสรางสรรคที่
เกิดประโยชน การวิจั ยจะประสบความสําเร็จและเกิดประโยชนจําเป นตองมีสวนประกอบที่สํา คัญ 3
ประการ คือ 1) สถาบันตองมีแผนการวิจัย มีระบบและกลไก ตลอดจนมีการสนับสนุนทรัพยากรใหสามารถ
ดําเนินการไดตามแผน 2) คณาจารยมีสวนรวมในการวิจัยอยางเขมแข็ง โดยบูรณาการงานวิจัยกับการ
จัดการเรียนการสอน และพันธกิจดานอื่นๆ ของสถาบัน และ 3) ผลงานวิจัยมีคุณภาพ มีประโยชน สนอง
ยุทธศาสตรของชาติและมีการเผยแพรอยางกวางขวาง


  มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


               1. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
               2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
               3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
               4. มาตรฐานการประเมิ น คุ ณ ภาพภายนอกระดั บ อุ ด มศึ ก ษารอบสาม พ.ศ. 2553
สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)
               5. นโยบายและยุทธศาสตรการวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551-2554) สํานักงานคณะกรรมการ
วิจัยแหงชาติ
               6. แนวทางปฏิบติจรรยาบรรณนักวิจัย พ.ศ. 2541 สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ
                            ั




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
67




ตัวบงชี้         จํานวน 3 ตัวบงชี้ คือ


              4.1 ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจัยหรืองานสรางสรรค
              4.2 ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค
              4.3 เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัย




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
68




ตัวบงชี้ที่ 4.1            :        ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจัยหรืองานสรางสรรค


ชนิดของตัวบงชี้                :    กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้      :       สถาบันอุดมศึกษาตองมีการบริหารจัดการงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่มี
คุณภาพ โดยมีแนวทางการดําเนินงานที่เปนระบบและมีกลไกสงเสริมสนับสนุนครบถวน เพื่อใหสามารถ
ดําเนินการไดตามแผนที่กําหนดไว ทั้งการสนับสนุนดานการจัดหาแหลงทุนวิจัยและการจัดสรรทุนวิจัย การ
สงเสริมและพัฒนาสมรรถนะแกนักวิจัยและทีมวิจัย การสนับสนุนทรัพยากรที่จําเปน ซึ่งรวมถึงทรัพยากร
บุคคล ทรัพยากรเงิน เครื่องมืออุปกรณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
                                      

เกณฑมาตรฐานทั่วไป :
             1. มีระบบและกลไกบริหารงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนดาน
การวิจัยของสถาบัน และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
             2. มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับการจัดการเรียนการสอน
             3. มีการพัฒนาศักยภาพดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคและใหความรูดานจรรยาบรรณการ
วิจัยแกอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา
             4. มีการจัดสรรงบประมาณของสถาบัน เพื่อเปนทุนวิจัยหรืองานสรางสรรค
             5. มีการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคตามอัตลักษณของสถาบันอยาง
นอยในประเด็นตอไปนี้
                  - หองปฏิบัติการวิจัยฯ หรือหนวยวิจัยฯ หรือศูนยเครื่องมือ หรือศูนยใหคําปรึกษาและ
สนับสนุนการวิจยฯั
                  - หองสมุดหรือแหลงคนควาขอมูลสนับสนุนการวิจัยฯ
                  - สิ่งอํานวยความสะดวกหรือการรักษาความปลอดภัยในการวิจัยฯ เชน ระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ ระบบรักษาความปลอดภัยในหองปฏิบัตการวิจัย ิ
                  - กิจกรรมวิชาการที่ สงเสริมงานวิ จัย ฯ เชน การจั ดประชุ มวิ ชาการ การจัดแสดงงาน
สรางสรรค การจัดใหมีศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor)
             6. มีการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนในขอ 4 และขอ 5 อยางครบถวนทุกประเด็น
             7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรค
ของสถาบัน


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
69



เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม :
           8. มีระบบและกลไกเพื่อสรางงานวิจัยหรืองานสรางสรรคบนพื้นฐานภูมิปญญาทองถิ่น หรือ
จากสภาพปญหาของสังคม เพื่อตอบสนองความตองการของทองถิ่นและสังคม และดําเนินการตามระบบที่
กําหนด (เฉพาะกลุม ข และ ค 2)

เกณฑการประเมิน              :

              1. เกณฑทวไป
                       ั่

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                 2 หรือ 3 ขอ           4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ             7 ขอ

              2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4             คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                2 หรือ 3 ขอ            4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ         ครบ 7 ขอตาม
                                                                                         เกณฑทั่วไป และ
                                                                                           ครบถวนตาม
                                                                                         เกณฑมาตรฐาน
                                                                                          เพิ่มเติมเฉพาะ
                                                                                                กลุม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
70




ตัวบงชี้ที่ 4.2            :        ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้     :       การบริหารจัดการความรูจากผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อเผยแพร
ไปยังคณาจารย นักศึกษา วงการวิชาการ หนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนเปาหมายที่จะนํา
ผลการวิ จัยไปใชประโยชน เปน เรื่องที่มี ความสํ าคัญสํ าหรับทุกสถาบันอุดมศึก ษา ดัง นั้น สถาบั นตอง
จัดระบบสงเสริมสนับสนุนใหมีการรวบรวม เผยแพร และแลกเปลี่ยนเรียนรูในทรัพยสินทางปญญาจาก
งานวิจัยหรืองานสรางสรรคอยางเหมาะสมกับผูใชแตละกลุม โดยสิ่งที่เผยแพรตองมีคุณภาพเชื่อถือไดและ
รวดเร็วทันเหตุการณ

เกณฑมาตรฐานทั่วไป :
             1. มี ร ะบบและกลไกสนั บ สนุ น การเผยแพร ผ ลงานวิ จั ย หรือ งานสรา งสรรค ใ นการประชุ ม
วิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ และมีการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค
ในการประชุมวิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ
             2. มีระบบและกลไกการรวบรวม คัดสรร วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากงานวิจัยหรืองาน
สรางสรรค เพื่อใหเปนองคความรูที่คนทั่วไปเขาใจได และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
             3. มีการประชาสัมพันธและเผยแพรองคความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่ไดจากขอ 2
สูสาธารณชนและผูเกี่ยวของ
             4. มีการนําผลงานงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชใหเกิดประโยชน และมีการรับรองการใช
ประโยชนจริงจากหนวยงานภายนอกหรือชุมชน
             5. มีระบบและกลไกเพื่อชวยในการคุมครองสิทธิ์ของงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่นําไปใช
ประโยชน และดําเนินการตามระบบที่กาหนด   ํ

เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม :
             6. มีระบบและกลไกสงเสริมการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร และมีการยื่นจดสิทธิบตรและอนุ
                                                                                        ั
สิทธิบัตร (เฉพาะกลุม ค1 และ ง)




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
71



เกณฑการประเมิน              :

              1. เกณฑทวไป
                       ั่

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ

              2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4             คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ         ครบ 5 ขอตาม
                                                                                         เกณฑทั่วไป และ
                                                                                           ครบถวนตาม
                                                                                         เกณฑมาตรฐาน
                                                                                          เพิ่มเติมเฉพาะ
                                                                                                กลุม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
72




ตัวบงชี้ที่ 4.3             :         เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคตอจํานวนอาจารย
                                                                             
                                       ประจําและนักวิจัยประจํา

ชนิดของตัวบงชี้             :        ปจจัยนําเขา

คําอธิบายตัวบงชี้       :        ป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให เ กิ ด การผลิ ต งานวิ จั ย หรื อ งาน
สรางสรรคในสถาบันอุดมศึกษา คือ เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึง
ต อ งจัดสรรเงิน จากภายในสถาบั น และที่ ได รับ จากภายนอกสถาบั น เพื่อสนับสนุน การทํ า วิจัย หรือ งาน
สรางสรรคอยางมีประสิทธิภาพตามสภาพแวดลอมและจุดเนนของสถาบัน
                                นอกจากนั้นเงินทุนวิจัยหรืองานสรางสรรคที่สถาบันไดรับจากแหลงทุน
ภายนอกยังเปนตัวบงชี้ที่สาคัญ ที่แสดงถึงศักยภาพดานการวิจัยของสถาบัน โดยเฉพาะสถาบันที่อยูในกลุม
                           ํ
ที่เนนการวิจัย

เกณฑการประเมิน :          โดยการแปลงจํานวนเงินตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจําเปน
คะแนนระหวาง 0 – 5
          1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2 จําแนกเปน 3 กลุมสาขาวิชา
             1.1 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

                  จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5     = 60,000 บาทขึ้นไปตอคน

                   1.2 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรสขภาพ
                                                ุ

                  จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5     = 50,000 บาทขึ้นไปตอคน

                   1.3 กลุมสาขาวิชามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

                  จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5     = 25,000 บาทขึ้นไปตอคน

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
73



              2. เกณฑประเมินเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง จําแนกเปน 3 กลุมสาขาวิชา
                                             
                 2.1 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

               จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5          = 180,000 บาทขึ้นไปตอคน

                  2.2 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ

              จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5          = 150,000 บาทขึ้นไปตอคน

                  2.3 กลุมสาขาวิชามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร

               จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่
กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5          = 75,000 บาทขึ้นไปตอคน

สูตรการคํานวณ         :
           1. คํานวณจํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบัน
ตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา

                                                           จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯจากภายในและภายนอก
                  จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจยฯ =
                                          ั
                                                           จํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา

              2. แปลงจํานวนเงินที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5

                                       จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯจากภายในและภายนอก           x5
                  คะแนนที่ได =
                                       จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5


              สรุปคะแนนที่ไดในระดับคณะวิชาและระดับสถาบัน
              1. คะแนนที่ไดในระดับคณะวิชา = คาเฉลี่ยของคะแนนที่ไดของทุกกลุมสาขาวิชาในคณะวิชา
              2. คะแนนที่ไดในระดับสถาบัน = คาเฉลี่ยของคะแนนที่ไดของทุกคณะวิชาในสถาบัน


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
74



              หมายเหตุ :
              1. จํานวนอาจารยและนักวิจัยประจํา ใหนับตามปการศึกษา และนับเฉพาะที่ปฏิบัติงานจริง
ไมนบรวมผูลาศึกษาตอ
    ั
              2. ใหนับจํานวนเงินที่มีการเซ็นสัญญารับทุนในปการศึกษาหรือปงบประมาณนั้นๆ ไมใช
จํานวนเงินที่เบิกจายจริง
              3. การแบงสั ดส วนจํานวนเงินกรณีมีผูวิจัยจากหลายคณะวิ ชาหรือหลายสถาบัน ให แบ ง
สัดสวนจํานวนเงินตามที่คณะวิชาหรือสถาบันตกลงกัน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
75




  องคประกอบที่ 5 การบริการทางวิชาการแกสังคม

  หลักการ


               การบริการทางวิชาการแกสังคมเปนหนึ่งในภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา สถาบันพึง
ใหบริการทางวิชาการแกชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในรูปแบบตางๆ ตามความถนัดและในดานที่
สถาบันมีความเชี่ยวชาญ การใหบริการทางวิชาการอาจใหเปลาโดยไมคิดคาใชจายหรืออาจคิดคาใชจาย
ตามความเหมาะสม โดยใหบริการทั้งหนวยงานภาครัฐและเอกชน หนวยงานอิสระ หนวยงานสาธารณะ
ชุมชน และสังคมโดยกวาง รูปแบบการใหบริการทางวิชาการมีความหลากหลาย เชน การอนุญาตใหใช
ประโยชนทรัพยากรของสถาบัน เปนแหลงอางอิงทางวิชาการ ใหคําปรึกษา ใหการอบรม จัดประชุมหรือ
สัมมนาวิชาการ ทํางานวิจัยเพื่อตอบคําถามตางๆ หรือเพื่อชี้แนะสังคม การใหบริการทางวิชาการนอกจาก
เป น การทํ า ประโยชน ใ ห สั ง คมแล ว สถาบั น ยั ง ได รั บ ประโยชน ใ นด า นต า ง ๆ คื อ เพิ่ ม พู น ความรู แ ละ
ประสบการณของอาจารยอันจะนํามาสูการพัฒนาหลักสูตร มีการบูรณาการเพื่อใชประโยชนทางดานการ
จัดการเรียนการสอนและการวิจัย พัฒนาตําแหนงทางวิชาการของอาจารย สรางเครือขายกับหนวยงาน
ตาง ๆ ซึ่งเปนแหลงงานของนักศึกษาและเปนการสรางรายไดของสถาบันจากการใหบริการทางวิชาการดวย


 มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


           1. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
           2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
76




 ตัวบงชี้         จํานวน 2 ตัวบงชี้ คือ


              5.1 ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสงคม
                                                      ั
              5.2 กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
77




ตัวบงชี้ที่ 5.1            :        ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม


ชนิดของตัวบงชี้                :    กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้       :    การบริการทางวิชาการแกสังคมเปนภารกิจหลักอยางหนึ่งของสถาบัน
อุดมศึกษา สถาบันพึงกําหนดหลักเกณฑและขั้นตอนการบริการทางวิชาการอยางเปนระบบ และมีการจัด
โครงสรางสถาบันเพื่อเปนกลไกในการขับเคลื่อนระบบดังกลาว การใหบริการทางวิชาการตองมีความ
เชื่อมโยงกับการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย และสามารถบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคม
กับการเรียนการสอนและการวิจัยอยางเปนรูปธรรม

เกณฑมาตรฐาน :
   1. มีระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม และดําเนินการตามระบบที่กาหนด
                                                                        ํ
   2. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการสอน
   3. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการวิจัย
   4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการ
      สอนและการวิจัย
   5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการ
      สอนและการวิจัย

เกณฑการประเมิน                 :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
78




  ตัวบงชี้ที่ 5.2               :     กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้     :      ความสามารถในการใหบริการทางวิชาการในลักษณะหวงโซคุณภาพที่
สนองความตองการและเปนที่พ่ึงของชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน หนวยงานวิชาชีพ สังคมไดอยางมีคุณภาพ
ตามศักยภาพและความพรอมตามจุดเนนของสถาบัน พิจารณาไดจาก (1) ประโยชนหรือผลกระทบของการ
ใหบริการทางวิชาการ (2) การสรางความรวมมือกับหนวยงานภายนอก และ (3) ความรูท่ีเกิดจากการ
ใหบริการทางวิชาการและการเผยแพรความรูนั้นทั้งภายในและภายนอกสถาบัน

เกณฑมาตรฐาน :
           1. มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ
เพื่อประกอบการกําหนดทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตามจุดเนนของสถาบัน
           2. มีความรวมมือดานบริการทางวิชาการเพื่อการเรียนรูและเสริมสรางความเขมแข็งของ
ชุมชน หรือภาคเอกชน หรือภาครัฐ หรือหนวยงานวิชาชีพ
           3. มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคม
           4. มีการนําผลการประเมินในขอ 3 ไปพัฒนาระบบและกลไก หรือกิจกรรมการใหบริการทาง
วิชาการ
           5. มีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการและถายทอดความรูสูบุคลากร
ภายในสถาบันและเผยแพรสูสาธารณชน

เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4          คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
79



 องคประกอบที่ 6 การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม


 หลักการ

                 การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมถือเปนพันธกิจสําคัญประการหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา
ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึงตองมีระบบและกลไกการดําเนินงานดานนี้ใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและ
คุณภาพ โดยอาจมีจุดเนนเฉพาะที่แตกตางกันตามปรัชญา และธรรมชาติของแตละสถาบัน และมีการบูร
ณาการเขากับพันธกิจอื่นๆ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิต รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมที่ฟนฟู อนุรักษ สืบสาน
พัฒนา เผยแพรศิลปะและวัฒนธรรม สรางสรรค สงเสริมภูมิปญญาทองถิ่นใหเปนรากฐานการพัฒนาองค
ความรูที่ดีขึ้น


 มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


              1. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป (พ.ศ. 2551-2565) สํานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา
           2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)


 ตัวบงชี้          จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ

              6.1 ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
80




ตัวบงชี้ที่ 6.1            :         ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้      :    สถาบันอุดมศึกษาตองมีนโยบาย แผนงาน โครงสราง และการบริหาร
จัดการงานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมทั้งการอนุรักษ ฟนฟู สืบสาน เผยแพรวัฒนธรรม ภูมิปญญา
ทองถิ่นตามจุดเนนของสถาบันอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการบูรณาการการทํานุบํารุงศิลปะ
และวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา

เกณฑมาตรฐาน            :
            1. มีระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
            2. มีการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับการจัดการเรียนการสอนและ
กิจกรรมนักศึกษา
            3. มีการเผยแพรกิจกรรมหรือการบริการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมตอสาธารณชน
            4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับ
การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา
            5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
กับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา
            6. มีการกําหนดหรือสรางมาตรฐานคุณภาพดานศิลปะและวัฒนธรรมและมีผลงานเปนที่
ยอมรับในระดับชาติ

เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ          5 หรือ 6 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
81



  องคประกอบที่ 7 การบริหารและการจัดการ


 หลักการ
 หลักการ

                  สถาบันอุดมศึกษาตองใหความสําคัญกับการบริหารจัดการ โดยมีสภามหาวิทยาลัยทําหนาที่
ในการกํากับดูแลการทํางานของสถาบันใหมีประสิทธิภาพ สถาบันอุดมศึกษาจะตองบริหารจัดการดาน
ต า งๆ ให มี คุ ณ ภาพ เช น ทรั พ ยากรบุ ค คล ระบบฐานข อ มู ล การบริ ห ารความเสี่ ย ง การบริ ห ารการ
เปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรทั้งหมด ฯลฯ เพื่อสัมฤทธิผลตามเปาหมายที่กําหนดไว โดยใชหลักธรร
มาภิบาล (Good Governance)

  มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ

           1. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํานักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา
           2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           4. มาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ สํานักงาน
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
           5. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา สํานักงานรับรองมาตรฐานและ
ประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)
           6. เกณฑรางวัลคุณภาพแหงชาติเพื่อสถาบันที่เปนเลิศ 2009-2010
           7. เกณฑการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
           8. ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง คูมือและแนวปฏิบัติในการพิจารณาออก
ใบอนุญาตใหจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2551
           9. ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง มาตรฐานหองสมุดสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2544




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
82




  ตัวบงชี้         จํานวน 4 ตัวบงชี้ คือ


              7.1    ภาวะผูนําของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน
              7.2    การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู
              7.3    ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ
              7.4    ระบบบริหารความเสี่ยง




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
83




  ตัวบงชี้ที่ 7.1               :     ภาวะผูนําของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้      :     ปจจัยสนับสนุนที่สําคัญตอการเจริญกาวหนาของสถาบันอุดมศึกษา คือ
สภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบันนั้น ๆ หากสภาสถาบันและผูบริหารมีวิสัยทัศน เปนผูนําที่ดี มี
ธรรมาภิบาล รับผิดชอบตอสังคม รักความกาวหนา ดูแลบุคลากรอยางดี เปดโอกาสใหชุมชนเขามามีสวน
รวมในการบริหาร มีความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา และกํากับดูแล ติดตามผลการดําเนินงานของ
สถาบันไปในทิศทางที่ถูกตอง จะทําใหสถาบันเจริญรุดหนาอยางรวดเร็ว

เกณฑมาตรฐาน                :
            1. สภาสถาบันปฏิบัติหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดครบถวนและมีการประเมินตนเองตาม
หลักเกณฑที่กําหนดลวงหนา
            2. ผูบริหารมีวิสัยทัศน กําหนดทิศทางการดําเนินงาน และสามารถถายทอดไปยังบุคลากรทุก
ระดับ มีความสามารถในการวางแผนกลยุทธ มีการนําขอมูลสารสนเทศเปนฐานในการปฏิบัติงานและ
พัฒนาสถาบัน
            3. ผู บริ ห ารมี การกํ า กับ ติ ดตามและประเมิ น ผลการดํ า เนิน งานตามที่ม อบหมาย รวมทั้ ง
สามารถสื่อสารแผนและผลการดําเนินงานของสถาบันไปยังบุคลากรในสถาบัน
            4. ผูบริหารสนับสนุนใหบุคลากรในสถาบันมีสวนรวมในการบริหารจัดการ ใหอํานาจในการ
ตัดสินใจแกบุคลากรตามความเหมาะสม
            5. ผูบริหารถายทอดความรูและสงเสริมพัฒนาผูรวมงาน เพื่อใหสามารถทํางานบรรลุ
วัตถุประสงคของสถาบันเต็มตามศักยภาพ
            6. ผูบริหารบริหารงานดวยหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงประโยชนของสถาบันและผูมีสวนได
สวนเสีย
            7. สภาสถาบัน ประเมินผลการบริห ารงานของสถาบั น และผูบริ ห ารนําผลการประเมิน ไป
ปรับปรุงการบริหารงานอยางเปนรูปธรรม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
84




เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                 2 หรือ 3 ขอ           4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ             7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
85




ตัวบงชี้ที่ 7.2            :        การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้       :      มาตรฐานการอุดมศึกษาขอที่ 3 กําหนดใหสถาบันมีการสรางและพัฒนา
สังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู ซึ่งตองมีการจัดการความรูเพื่อมุงสูสถาบันแหงการเรียนรู โดยมี
การรวบรวมองคความรูที่มีอยูในสถาบันซึ่งกระจัดกระจายอยูในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาใหเปน
ระบบ เพื่อใหทุกคนในสถาบันสามารถเขาถึงความรู และพัฒนาตนเองใหเปนผูรู รวมทั้งปฏิบัติงานไดอยาง
มีประสิทธิภาพ อันจะสงผลใหสถาบันอุดมศึกษามีความสามารถในเชิงแขงขันสูงสุด กระบวนการในการ
บริหารจัดการความรูในสถาบัน ประกอบดวย การระบุความรู การคัดเลือก การรวบรวม การจัดเก็บความรู
การเขาถึงขอมูล และการแลกเปลี่ยนความรูทั้งภายในและภายนอกสถาบัน การสรางบรรยากาศและ
วัฒนธรรมการเรียนรูภายในสถาบัน การกําหนดแนววิธีปฏิบัติงาน ตลอดจนการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความรูในสถาบันใหดียิ่งขึ้น

เกณฑมาตรฐาน                :
               1. มีการกําหนดประเด็นความรูและเปาหมายของการจัดการความรูที่สอดคลองกับแผน
กลยุทธของสถาบันอยางนอยครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจัย
               2. กําหนดบุคลากรกลุมเปาหมายที่จะพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดาน
การวิจัยอยางชัดเจนตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1
               3. มีการแบง ปนและแลกเปลี่ยนเรียนรูจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง (tacit
knowledge) เพื่อคนหาแนวปฏิ บัติที่ดีตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 และเผยแพรไปสูบุคลากร
กลุมเปาหมายที่กําหนด
               4. มีการรวบรวมความรูตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 ทั้งที่มีอยูในตัวบุคคลและแหลง
เรียนรูอ่ืนๆ ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาพัฒนาและจัดเก็บอยางเปนระบบโดยเผยแพรออกมาเปนลายลักษณ
อักษร (explicit knowledge)
               5. มีการนําความรูที่ไดจากการจัดการความรูในปการศึกษาปจจุบันหรือปการศึกษาที่ผานมา
ที่เปนลายลักษณอักษร (explicit knowledge) และจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง (tacit
knowledge) ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใชในการปฏิบัตงานจริง
                                                      ิ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
86




เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
87




  ตัวบงชี้ที่ 7.3           :       ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้        :      สถาบั น ควรมี ก ารพั ฒ นาระบบสารสนเทศเพื่ อ การบริ ห ารและการ
ตัดสินใจที่สอดรับกับนโยบายและการวางแผนระดับสถาบัน เพื่อใหเปนระบบที่สมบูรณสามารถเชื่อมโยง
กับทุกหนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภายในและภายนอก เปนระบบที่ใชงานไดทั้งเพื่อการบริหาร การวางแผน
และการตัดสินใจของผูบริหารทุกระดับ เพื่อการปฏิบัติงานตามภารกิจทุกดานของบุคลากร เพื่อการติดตาม
ตรวจสอบและประเมินการดําเนินงาน ตลอดจนเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาสถาบัน ทั้งนี้ ระบบดังกลาว
ตองมีความสะดวกในการใชงานโดยประเมินจากความพึงพอใจของผูใช

เกณฑมาตรฐาน               :
            1. มีแผนระบบสารสนเทศ (Information System Plan)
            2. มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจตามพันธกิจของสถาบัน โดยอยางนอย
ตองครอบคลุมการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ และการเงิน และสามารถนําไปใชในการ
ดําเนินงานประกันคุณภาพ
            3. มีการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศ
            4. มี ก ารนํ า ผลการประเมิ น ความพึ ง พอใจของผู ใ ช ร ะบบสารสนเทศมาปรั บ ปรุ ง ระบบ
สารสนเทศ
            5. มีการสงขอมูลผานระบบเครือขายของหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของตามที่กําหนด

เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ                  3 ขอ               4 ขอ             5 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
88




ตัวบงชี้ที่ 7.4            :        ระบบบริหารความเสี่ยง


ชนิดของตัวบงชี้                :    กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้          :        เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษามีระบบบริหารความเสี่ยง โดยการบริหารและ
ควบคุมปจจัย กิจกรรม และกระบวนการดําเนินงานที่อาจเปนมูลเหตุของความเสียหาย (ทั้งในรูปของตัว
เงิน หรือไมใชตัวเงิน เชน ชื่อเสียง และการฟองรองจากการไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล หรือความคุมคา) เพื่อใหระดับความเสี่ยง และขนาดของความเสียหายที่จะ
เกิ ด ขึ้น ในอนาคตอยู ใ นระดั บที่ ย อมรั บ และควบคุ ม ได โดยคํ า นึ ง ถึ ง การเรี ย นรู วิ ธีก ารปอ งกั น จากการ
คาดการณปญหาลวงหนาและโอกาสในการเกิด เพื่อปองกันหรือบรรเทาความรุนแรงของปญหา รวมทั้ง
การมีแผนสํารองตอภาวะฉุกเฉิน เพื่อใหมั่นใจวาระบบงานตาง ๆ มีความพรอมใชงาน มีการปรับปรุงระบบ
อยางตอเนื่องและทันตอการเปลี่ยนแปลงเพื่อการบรรลุเปาหมายของสถาบันตามยุทธศาสตรหรือกลยุทธ
เปนสําคัญ

เกณฑมาตรฐาน              :
             1. มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานบริหารความเสี่ยง โดยมีผูบริหารระดับสูงและ
ตัวแทนที่รับผิดชอบพันธกิจหลักของสถาบันรวมเปนคณะกรรมการหรือคณะทํางาน
             2. มีการวิเคราะหและระบุความเสี่ยง และปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอยางนอย 3 ดาน ตาม
บริบทของสถาบัน จากตัวอยางตอไปนี้
                   - ความเสี่ยงดานทรัพยากร (การเงิน งบประมาณ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคาร
                      สถานที่)
                   - ความเสี่ยงดานยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน
                   - ความเสี่ยงดานนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ
                   - ความเสี่ยงดานการปฏิบัติงาน เชน ความเสี่ยงของกระบวนการบริหารหลักสูตร การ
                      บริหารงานวิจย ระบบงาน ระบบประกันคุณภาพ
                                  ั
                   - ความเสี่ยงดานบุคลากรและความเสี่ยงดานธรรมาภิบาล โดยเฉพาะจรรยาบรรณ
                      ของอาจารยและบุคลากร
                   - ความเสี่ยงจากเหตุการณภายนอก


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
89



             3. มีการประเมินโอกาสและผลกระทบของความเสี่ยงและจัดลําดับความเสี่ยงที่ไดจากการ
วิเคราะหในขอ 2
             4. มีการจัดทําแผนบริหารความเสี่ยงที่มระดับความเสี่ยงสูง และดําเนินการตามแผน
                                                  ี
             5. มีการติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานตามแผน และรายงานตอสภาสถาบันเพื่อ
พิจารณาอยางนอยปละ 1 ครั้ง
             6. มีก ารนํ า ผลการประเมิ น และขอ เสนอแนะจากสภาสถาบั น ไปใช ใ นการปรั บแผนหรื อ
วิเคราะหความเสี่ยงในรอบปถัดไป

เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                    2 ขอ               3 หรือ 4 ขอ           5 ขอ             6 ขอ

หมายเหตุ : คะแนนการประเมินจะเทากับ 0 หากพบวาเกิดเหตุการณรายแรงขึ้นภายในสถาบันในรอบ
ปการประเมิน ที่สงผลกระทบตอชีวิตและความปลอดภัยของนักศึกษา คณาจารย บุคลากร หรือตอชื่อเสียง
ภาพลักษณ หรือตอความมั่นคงทางการเงินของสถาบัน อันเนื่องมาจากความบกพรองของสถาบันในการ
ควบคุม หรือจัดการกับความเสี่ยง หรือปจจัยเสี่ยงที่ไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยมีหลักฐานประกอบที่
ชัดเจน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
90



 องคประกอบที่ 8 การเงินและงบประมาณ


 หลักการ

              การเงินและงบประมาณเปนสิ่งที่สําคัญอยางหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา ไมวาแหลงเงินทุน
ของสถาบันอุดมศึกษาจะไดมาจากงบประมาณแผนดิน (สําหรับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) หรือเงินรายได
ของสถาบัน เชน คาหนวยกิต คาธรรมเนียม คาบํารุงการศึกษาตางๆ ของนักศึกษา รายไดจากงานวิจัย
บริการทางวิชาการ คาเชาทรัพยสิน ฯลฯ ผูบริหารสถาบันจะตองมีแผนการใชเงินที่สะทอนความตองการใช
เงินเพื่อการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติงานประจําปของสถาบันไดอยางมีประสิทธิภาพ ทํา
ความเขาใจกับการวิเคราะหทางการเงิน เชน คาใชจายทั้งหมดตอจํานวนนักศึกษา ทรัพยสินถาวรตอ
จํานวนนักศึกษา คาใชจายที่สถาบันใชสําหรับการผลิตบัณฑิตตอหัว จําแนกตามกลุมสาขา รายไดทั้งหมด
ของสถาบันหลังจากหักงบ (คาใชจาย) ดําเนินการทั้งหมด งบประมาณในการพัฒนาอาจารย ความรวดเร็ว
ในการเบิกจาย รอยละของงบประมาณที่ประหยัดไดหลังจากที่ปฏิบัติตามภารกิจทุกอยางครบถวน สิ่ง
เหลานี้จะเปนการแสดงศักยภาพเชิงการบริหารจัดการดานการเงินของสถาบันที่เนนถึงความโปรงใส ความ
ถูกตอง ใชเม็ดเงินอยางคุมคา มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชนสูงสุด


  มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ


           1. แผนพัฒนาดานการเงินระดับอุดมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           2. แผนปฏิบัติงานประจําปของสถาบัน
           3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
           4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)
           5. มาตรฐานแผนการปฏิบัติราชการของสํานักงบประมาณ
           6. รายงานงบประมาณแผนดิน (สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) และเงินรายได




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
91




 ตัวบงชี้          จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ


                    8.1 ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
92




 ตัวบงชี้ที่ 8.1            :        ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ


ชนิดของตัวบงชี้             :       กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้       :    สถาบัน อุดมศึก ษาจะต องมี ร ะบบในการจัดหาและจั ด สรรเงิน อย า งมี
ประสิทธิภาพ จะตองมีแผนกลยุทธทางดานการเงินซึ่งเปนแผนจัดหาเงินทุนจากแหลงเงินทุนตาง ๆ ที่
สามารถผลักดันแผนกลยุทธของสถาบันใหสามารถดําเนินการได มีการวิเคราะหรายได คาใชจายของการ
ดําเนินงาน ทั้งจากงบประมาณแผนดินและเงินรายไดอื่น ๆ ที่สถาบันไดรับ มีการจัดสรรงบประมาณและ
การจัดทํารายงานทางการเงินอยางเปนระบบครบทุกพันธกิจ มีระบบการตรวจสอบการใชเงินอยางมี
ประสิทธิภาพ รายงานทางการเงินตองแสดงรายละเอียดการใชจายในทุกพันธกิจ โครงการ กิจกรรม
เพื่อใหสามารถวิเคราะหสถานะทางการเงินและความมั่นคงของสถาบันได

เกณฑมาตรฐาน              :
             1. มีแผนกลยุทธทางการเงินที่สอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน
             2. มีแนวทางจัดหาทรัพยากรทางดานการเงิน หลักเกณฑการจัดสรร และการวางแผนการใช
เงินอยางมีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได
             3. มีงบประมาณประจํา ปที่ สอดคล องกับแผนปฎิบัติการในแตละพั นธกิจและการพัฒ นา
สถาบันและบุคลากร
             4. มีการจัดทํารายงานทางการเงินอยางเปนระบบ และรายงานตอสภาสถาบันอยางนอยปละ
2 ครั้ง
             5. มีการนําขอมูลทางการเงินไปใชในการวิเคราะหคาใชจาย และวิเคราะหสถานะทางการเงิน
และความมั่นคงของสถาบันอยางตอเนื่อง
             6. มีหนวยงานตรวจสอบภายในและภายนอก ทําหนาที่ตรวจ ติดตามการใชเงินใหเปนไปตาม
ระเบียบและกฎเกณฑที่สถาบันกําหนด
             7. ผูบริหารระดับสูงมีการติดตามผลการใชเงินใหเปนไปตามเปาหมาย และนําขอมูลจาก
รายงานทางการเงินไปใชในการวางแผนและการตัดสินใจ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
93



เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3             คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ     มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                2 หรือ 3 ขอ            4 หรือ 5 ขอ           6 ขอ             7 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
94



 องคประกอบที่ 9 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ


  หลักการ

           ระบบและกลไกในการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนปจจัยสําคัญที่แสดงถึงศักยภาพ
การพัฒนาคุ ณภาพของสถาบันอุดมศึกษา โดยตองครอบคลุม ทั้งป จจั ย นํา เขา กระบวนการ ผลผลิต
ผลลัพธ และผลกระทบที่เกิดขึ้น สถาบันอุดมศึกษาจะตองพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ
การศึกษาภายในอยางตอเนื่อง และมีกระบวนการจัดการความรู เพื่อใหเกิดนวัตกรรมดานการประกัน
คุณภาพการศึกษาภายในที่เปนลักษณะเฉพาะของสถาบัน


 มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ

            1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา
            3. กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553
            4. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
            5. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            6. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification
Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
            8. เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 สํานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา
            9. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.)




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
95




 ตัวบงชี้          จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ


        9.1 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
96




ตัวบงชี้ที่ 9.1           :         ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
ชนิดของตัวบงชี้               :     กระบวนการ

คําอธิบายตัวบงชี้      :      การประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา
ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซึ่ง
สถาบันตองสรางระบบและกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ ประเมินและพัฒนาการดําเนินงานของสถาบัน
ใหเปนไปตามนโยบาย เปาประสงค และระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนดโดยสถาบันและหนวยงาน
ตนสังกัด ตลอดจนหน วยงานที่เกี่ยวของ มีการวัดผลสําเร็จของการประกัน คุณภาพการศึกษาภายใน
รวมทั้งการรายงานผลการประกันคุณภาพตอหนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน มีการ
ประเมินและปรับปรุงอยางตอเนื่อง และมีนวัตกรรมที่เปนแบบอยางที่ดี
                            การประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในถื อ เป น ส ว นหนึ่ ง ของกระบวนการ
บริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการสรางจิตสํานึกใหเห็นวาเปนความรับผิดชอบ
รวมกันของทุกคนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อเปนหลักประกันแกสาธารณชนใหมั่นใจไดวา
สถาบันสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ

เกณฑมาตรฐานทัวไป : ่
               1.มีระบบและกลไกการประกั น คุณภาพการศึกษาภายในที่เหมาะสมและสอดคลอ งกับ
พันธกิจและพัฒนาการของสถาบัน ตั้งแตระดับภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และดําเนินการตามระบบที่
กําหนด
              2. มีการกําหนดนโยบายและใหความสําคัญเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดย
คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน
              3. มีการกําหนดตัวบงชี้เพิ่มเติมตามอัตลักษณของสถาบัน
              4. มีการดําเนินงานดานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ครบถวน ประกอบดวย 1) การ
ควบคุม ติดตามการดําเนินงาน และประเมินคุณภาพ 2) การจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมิน
คุณภาพเสนอตอสภาสถาบันและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกําหนดเวลา โดยเปนรายงาน
ที่มีขอมูลครบถวนตามที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนดใน CHE QA Online และ 3) การ
นําผลการประเมินคุณภาพไปทําแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถาบัน
              5. มีการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมาปรับปรุงการทํางาน และสงผลใหมีการ
พัฒนาผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธทุกตัวบงชี้



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
97



              6. มีระบบสารสนเทศที่ใหขอมูลสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในครบทั้ง 9
องคประกอบคุณภาพ
              7. มีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษา
ผูใชบัณฑิต และผูใชบริการตามพันธกิจของสถาบัน
              8. มีเครือขายการแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการประกันคุณภาพการศึกษาระหวางสถาบัน และมี
กิจกรรมรวมกัน
              9. มีแนวปฏิบัติที่ดีหรืองานวิจัยดานการประกันคุณภาพการศึกษาที่หนวยงานพัฒนาขึ้น และ
เผยแพรใหหนวยงานอื่นสามารถนําไปใชประโยชน

เกณฑการประเมิน              :

      คะแนน 1                  คะแนน 2                คะแนน 3              คะแนน 4           คะแนน 5
   มีการดําเนินการ          มีการดําเนินการ        มีการดําเนินการ      มีการดําเนินการ   มีการดําเนินการ
        1 ขอ                2 หรือ 3 ขอ         4 หรือ 5 หรือ 6 ขอ     7 หรือ 8 ขอ         9 ขอ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
98


                                       บทที่ 4
       ตัวอยางแนวทางปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานดานกระบวนการ



ตัวบงชี้ที่ 1.1 กระบวนการพัฒนาแผน


              1. มีการจัดทําแผนกลยุทธที่สอดคลองกับนโยบายของสภาสถาบัน โดยการมีสวน
รวมของบุคลากรในสถาบัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน โดยเปนแผนที่เชื่อมโยงกับ
ปรัชญาหรือปณิธานและพระราชบัญญัติสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับจุดเนนของกลุมสถาบัน
กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) และแผนพัฒนาการศึกษา
ระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2551 – 2554)
              1.1 มีการกํ าหนดปรัชญาหรือปณิ ธานของสถาบัน หากสถาบัน ไดกํ าหนดปรัชญาหรือ
ปณิ ธ านอยู แ ล ว ตั้ ง แต เ ริ่ ม ต น สถาบั น ควรทบทวนว า ปรั ช ญาหรื อ ปณิ ธ านยั ง มี ค วามเหมาะสมกั บ
สภาพการณในปจจุบันของสถาบันหรือไม หากเหมาะสมตองดําเนินการใหแนใจวาสมาชิกในสถาบันและผู
มีสวนเกี่ยวของไดรับทราบโดยทั่วกัน
    
              1.2 หากตองมีการปรับแกปรัชญาหรือปณิธานของสถาบันตามสภาพการณที่เปลี่ยนไป
ควรเปนการกําหนดปรัชญาหรือปณิธานรวมกันทั้งผูบริหาร อาจารยและเจาหนาที่ เพื่อเปนที่ยอมรับของ
ทุกฝาย อันจะนําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผลตามปรัชญาหรือปณิธานที่ไดกําหนด
รวมกัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน
              1.3 มี การพัฒ นาแผนกลยุ ทธใหสอดคลองกับปรัช ญาหรื อปณิธ านและนโยบายของสภา
สถาบัน พระราชบัญญัติสถาบัน จุดเนนของสถาบัน และแผนอุดมศึกษาระยะยาว รวมทั้งหลักการและ
มาตรฐานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ โดยทําตารางวิเคราะหใหชัดเจนวาปรัชญาหรือปณิธานและนโยบายของสภา
สถาบันและกลยุทธสอดคลองกันในประเด็นใด อยางไร หากมีประเด็นที่ไมสอดคลองควรพิจารณาปรับแก
ใหสอดคลอง
              1.4 มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทําแผนกลยุทธ (strategy) เพื่อนําสถาบันไปสูความสําเร็จ
ที่พึงประสงค ประกอบดวย วิสัยทัศน (vision) พันธกิจ (mission) เปาประสงค (goal) และวัตถุประสงค
(objective) คณะกรรมการควรวิเคราะหจุดแข็ง (strength) จุดออน (weakness) โอกาส (opportunity)
และภัยคุกคาม (threat) เพื่อนําไปสูการกําหนดกลยุทธที่ชัดเจนและครอบคลุมทุกภารกิจของสถาบัน อัน
ไดแก การเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
วิสัยทัศนและแผนกลยุทธที่สถาบันกําหนดควรผานการประชาพิจารณรวมกันจากทั้งผูบริหาร อาจารยและ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
99



เจาหนาที่ เพื่อใหเกิดการยอมรับของทุกฝาย อันจะนําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผล
ตามความมุงหวังของสถาบัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน

2. มีการถายทอดแผนกลยุทธระดับสถาบันไปสูทุกหนวยงานภายใน
            2.1 มีการชี้แจงทําความเขาใจกับผูบริหารหนวยงานยอยภายในถึงวิสัยทัศน กลยุทธและ
เปาหมายของกลยุทธ และมีการกําหนดหนวยงานภายในรับผิดชอบดําเนินงานตามแผนกลยุทธอยางเปน
ทางการ
            2.2 มีการกําหนดเปาหมายในการดําเนินงานตามแผนกลยุทธของแตละหนวยงานภายใน
และมีการมอบหมายอยางเปนทางการ

3. มีกระบวนการแปลงแผนกลยุทธเปนแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ คือ ดานการเรียน
   การสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
            3.1 มีการจัดทําแผนที่กลยุทธ (Strategic map) เพื่อชวยในการแปลงแผนกลยุทธไปสูแผน
ปฎิบัติการตามกระบวนการของ Balance scorecard
            3.2 มีการจัดทํารายงานผลการวิเคราะหความสอดคลองระหวางแผนกลยุทธกับแผนปฏิบัติ
การประจําปทั้ง 4 พันธกิจ คือ ดานการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุง
ศิลปะและวัฒนธรรม

4. มีตัวบงชี้ของแผนกลยุทธ แผนปฏิบัติการประจําป และคาเปาหมายของแตละตัวบงชี้ เพื่อวัด
   ความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป
             4.1 มีก ารจั ด ทํ า ตั ว บ ง ชี้ (KPI) พร อ มทั้ ง เป า หมาย (target) ของแต ล ะตั ว บ ง ชี้ ที่ จ ะใช วั ด
ความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ และแผนปฏิบัติการประจําป ทั้งนี้ ควรจัดทําพรอมกับการ
จัดทําแผนกลยุทธ และแผนปฏิบติการประจําป
                                 ั
             4.2 มีกระบวนการสงเสริมใหผูบริหาร อาจารยและเจาหนาที่ผูที่เกี่ยวของในการดําเนินการ
ตามตัวบงชี้เขามีสวนรวมในการจัดทําตัวบงชี้และคาเปาหมาย เพื่อใหเกิดการยอมรับของทุกฝาย อันจะ
นําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผลตามเปาหมายที่ไดกําหนดรวมกัน

5. มีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ
            สถาบันควรจัดทําปฏิทินการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติงานทั้ง 4 พันธกิจเพื่อใชเปนแนว
ทางการดําเนินงานและสรางความเชื่อมั่นวาไดมีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติงานในเวลาที่เหมาะสม


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
100



6. มีการติดตามผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนปฏิบัติการประจําป อยางนอยปละ 2 ครั้ง
    และรายงานผลตอผูบริหารเพื่อพิจารณา
             มีการพัฒนาระบบการติดตามการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการวาเปนไปตามแผนหรือไม
และควรมีการรายงานผลการดําเนินตามตัวบงชี้เทียบกับคาเปาหมายเสนอตอผูบริหาร ในชวงเวลาหนึ่ง ๆ
เชน 3 เดือน หรือ 6 เดือน หากไมเปนไปตามแผนควรจะมีการวิเคราะหถึงสาเหตุและนําเสนอแนวทางการ
แกไขปรับปรุง

7. มี ก ารประเมิ น ผลการดํ า เนิ น งานตามตั ว บ ง ชี้ ข องแผนกลยุ ท ธ อย า งน อ ยป ล ะ 1 ครั้ ง และ
   รายงานผลตอผูบริหารและสภาสถาบันเพื่อพิจารณา
             มีการประเมิ นผลการดําเนิ นงานตามแผนกลยุทธโดยการเปรียบเที ยบผลของตัวบงชี้การ
ดําเนินงานตามแผนกลยุทธกับคาเปาหมาย และนําผลการประเมินที่ไดบรรจุเขาวาระเพื่อพิจารณาในที่
ประชุมผูบริหารสถาบันและที่ประชุมสภาสถาบันเปนประจําอยางนอยปละ 1 ครั้ง

8. มีการนําผลการพิจารณา ขอคิดเห็น และขอเสนอแนะของสภาสถาบันไปปรับปรุงแผนกลยุทธ
   และแผนปฏิบัติการประจําป
           8.1 มีการมอบหมายผูรับผิดชอบในการดําเนินงานตามขอเสนอแนะที่ไดรับมา และมีการ
จัดทําแผนการปรับปรุงตามขอเสนอแนะ
           8.2 มีการนําแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําปที่ไดรับการปรับปรุงเสนอสภาสถาบัน


ตัวบงชี้ที่ 2.1 ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร

1. มีระบบและกลไกการเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนด
    โดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
           1.1 มีการกําหนดวิธีการหรือขั้นตอนในการดําเนินการเพื่อเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุง
หลักสูตรและกําหนดหนวยงานหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบพิจารณาหลักสูตรใหมและหลักสูตรปรับปรุง
คณะกรรมการพิ จ ารณาหลั ก สู ต รควรประกอบด ว ย ผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ ภ ายนอกที่ มี ค วามเชี่ ย วชาญและ
ประสบการณในสาขาวิชานั้น ๆ
           1.2 การเปดหลักสูตรใหมควรมีการศึกษาความตองการบัณฑิตในสาขาวิชานั้น ๆ ในตลาด
งานวามีมากนอยเพียงใด การผลิตบัณฑิตสาขาวิชานั้น ๆ สอดคลองกับนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหงชาติหรือไม สถาบันมีความพรอมในการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชานั้น ๆ หรือไม

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
101



นอกจากศึกษาความตองการหรือความจําเปนแลว ควรมีการวิเคราะหทรัพยากรของการดําเนินการของ
หลักสูตรใหมและคํานวณจุดคุมทุนประกอบการขออนุมัตจากสภามหาวิทยาลัย
                                                   ิ
            1.3 การปรับปรุงหลักสูตรควรศึกษาความกาวหนาทางวิชาการของสาขาวิชานั้น ๆ ความ
คิดเห็นจากบัณฑิตและผูประกอบการที่รับบัณฑิตเขาทํางานเพื่อใหทราบจุดที่ควรปรับปรุงหลักสูตร
            1.4 มีการเสนอหลักสูตรใหมหรือหลักสูตรที่ปรับปรุงผานการพิจารณาตามระบบที่สถาบัน
กําหนด เชน คณะกรรมการบริหารคณะวิชา สภาวิชาการ เปนตน และนําเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อ
พิจารณาอนุมัติ
            1.5 มีการเสนอหลัก สูตรใหมหรือหลั กสูตรปรับปรุงตามแบบฟอรมที่คณะกรรมการการ
อุดมศึกษากําหนด และนําเสนอตอสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาภายใน 30 วันนับจากวันที่สภา
สถาบันอนุมัติ

2. มี ร ะบบและกลไกการป ด หลั ก สู ต รตามแนวทางปฏิ บั ติ ที่ กํ า หนดโดยคณะกรรมการการ
   อุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
              2.1 มีการกําหนดหลักเกณฑ ขั้นตอนการดําเนินงานและการอนุมัติการปดหลักสูตร โดย
พิจารณาหลักสูตรที่ไมสอดคลองกับความตองการบัณฑิตในตลาดงาน หลักสูตรที่มีผูสมัครเรียนนอย หรือ
หลักสูตรที่องคความรูลาสมัยไมเปนประโยชนตอการพัฒนาประเทศ เปนตน
              2.2 เมื่ อ หลั ก สู ต รใดเข า เกณฑ ข องการป ด หลั ก สู ต ร ให เ สนอเรื่ อ งผ า นการอนุ มั ติ ข อง
คณะกรรมการตางๆ ตามที่สถาบันกําหนด เชน คณะกรรมการบริหารคณะวิชา สภาวิชาการ เปนตน และ
เสนอสภาสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติ รวมทั้งแจงสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาภายใน 30 วันนับ
จากวันที่สภาสถาบันอนุมติ  ั

3. ทุกหลักสูตรมีการดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และ
กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ (การดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ หมายถึง ตองมีการประเมินผลตาม “ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตาม
ประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา เพื่อการประกันคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการ
สอน” กรณีที่หลักสูตรใดยังไมมีประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา ใหประเมินตามตัว
บงชี้กลางที่กําหนดในภาคผนวก ก) สําหรับหลักสูตรสาขาวิชาชีพตองไดรับการรับรองหลักสูตร
จากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่เกี่ยวของดวย




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
102



             3.1 หลักสูตรทุกหลักสูตรที่เปดสอนตองเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร และยังตอง
ดําเนินการใหเปนไปตามเกณฑฯ ตลอดระยะเวลาที่มีการจัดการเรียนการสอน
             3.2 มีการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และมีการประกัน
คุณภาพหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนอยางตอเนื่อง โดยกําหนดตัวบงชี้และเกณฑการประเมินที่
สะทอนการดํา เนิ น การตามประกาศมาตรฐานคุณ วุ ฒิ ส าขาหรื อ สาขาวิ ชา (กรณี ที่ ห ลัก สูตรใดยั ง ไม มี
ประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชาควรประเมินตามตัวบงชี้กลาง) ทั้งในประเด็นการบริหาร
หลักสูตร การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน การบริหารคณาจารย การบริหารบุคลากรสนับสนุนการ
เรียนการสอน การสนับสนุนและการใหคําแนะนํานักศึกษา ความตองการของตลาดแรงงาน หรือความพึง
พอใจของผูใชบัณฑิต มีการควบคุม ติดตาม และประเมินคุณภาพตามตัวบงชี้ที่กําหนด และรายงานผล
การดําเนินการตอผูเกี่ยวของและสาธารณชน
             3.3 สํ า หรั บ หลั ก สู ต รสาขาวิ ช าชี พ ผู บริ ห ารหลั ก สู ต รควรทํ า การศึก ษาอยา งละเอี ย ดและ
รอบคอบเกี่ยวกับหลักเกณฑและรายละเอียดของการรับรองหลักสูตร ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร
ควรมีผูท รงคุณวุฒิจ ากสภาหรือ องค กรวิ ช าชีพ อย างน อย 1 คนในกระบวนการพัฒ นาหลัก สูตร และ
ดําเนินการใหหลักสูตรไดรับการรับรองจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่เกี่ยวของกอนการรับนักศึกษาและ
จัดการเรียนการสอน และดําเนินการขอรับรองตามกําหนดเวลาอยางตอเนื่อง

4. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และขอ
3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการประเมินหลักสูตรทุกหลักสูตรอยางนอยตามกรอบ
เวลาที่กําหนดในเกณฑมาตรฐานหลักสูตรฯ กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตองควบคุมกํากับใหการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผาน
เกณฑ ก ารประเมิ น 5 ข อ แรกและอย า งน อ ยร อ ยละ 80 ของตั ว บ ง ชี้ ที่ กํ า หนดในแต ล ะป ทุ ก
หลักสูตร

                4.1 สรางกลไกกํากับดูแลใหทุกหลักสูตรดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร
มาตรฐานวิชาชีพ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติตลอดเวลาที่จัดการศึกษา โดยจัด
ในรูปของคณะกรรมการ ทั้งนี้ อาจเปนชุดเดียวกับคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของภาควิชา หรือคณะ
วิชาที่มีอยู หรือแตงตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบโดยเฉพาะ
                4.2 จัดใหมีการประเมินผลการดําเนินงานทุกหลักสูตรตามตัวบงชี้และเกณฑที่กําหนดอยาง
นอยทุกปการศึกษา เพื่อวัดคุณภาพของการดําเนินการหลักสูตรวาเปนไปตามมาตรฐานหลักสูตรและกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติเพียงใด


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
103



           4.3 มี ก ารกํ า หนดระบบการรายงานผลการดํ า เนิ น งานตามตั ว บ ง ชี้ ที่ กํ า หนดของแต ล ะ
หลักสูตร โดยอาจจัดทําเปนแบบฟอรมใหผูรับผิดชอบกรอกขอมูลตัวบงชี้ วิเคราะหผลการประเมิน และ
แนวทางการปรับปรุงหรือพัฒนาเสนอตอคณะกรรมการที่เกี่ยวของ

5. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และขอ
3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการพัฒนาหลักสูตรทุกหลักสูตรตามผลการประเมินใน
ขอ 4 กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตอง
ควบคุมกํากับใหการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผานเกณฑการประเมินครบ ทุกตัวบงชี้และ
ทุกหลักสูตร

          คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรทุกหลักสูตร ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาหลักสูตรตาม
ผลการประเมินที่ไดจากขอ 4 จนทําใหผลการดําเนินงานเปนไปตามมาตรฐานและตัวบงชี้ผานเกณฑการ
ประเมินครบทุกตัวบงชี้และทุกหลักสูตร

6. มีความรวมมือในการพัฒนาและบริหารหลักสูตรระหวางสถาบันกับภาครัฐหรือภาคเอกชนที่
     เกี่ยวของกับวิชาชีพของหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนหลักสูตรวิชาชีพทั้งหมดทุก
     ระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ค2)
               คณะกรรมการพิ จ ารณาหลัก สูตรในเกณฑขอ 1 และคณะกรรมการบริ หารคณะวิช าหรื อ
ภาควิชา ควรมีองคประกอบของผูทรงคุณวุฒิภายนอกที่มาจากหนวยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวของ
กับวิชาชีพของหลักสูตร เพื่อใหไดความคิดเห็นเกี่ยวกับความรูความสามารถและทักษะที่จําเปนในการ
ปฏิบัตงานจริงที่จะเปนประโยชนตอการพัฒนาและบริหารหลักสูตร ตลอดจนกระบวนการเรียนการสอนให
         ิ
ผูเรียนสามารถออกไปปฏิบัติงานไดจริงเมื่อสําเร็จการศึกษา

7. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และปริญญา
   เอก) มีจานวนมากกวารอยละ 50 ของจํานวนหลักสูตรทั้งหมดทุกระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม
            ํ
   ค1 และ ง)
              สถาบันที่อยูในกลุมเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษาและกลุมเนนการวิจัยขั้นสูงและผลิต
บัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอกควรเนนการเปดสอนระดับบัณฑิตศึกษามากกวา
ระดั บ ปริญ ญาตรี ไม นอ ยกว า ครึ่ ง หนึ่ง โดยหลั ก สู ตรระดับ ปริ ญ ญาโทควรเน น การเรี ย นแผน ก เพื่ อ ให
สอดคลองกับจุดเนนของสถาบัน โดยอาจพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาโทแผน ก เพื่อจูงใจ
นักศึกษา

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
104



8. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และปริญญา
   เอก) มีจํานวนนักศึกษาที่ศึกษาอยูในหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมด
   ทุกระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ง)
             สถาบันที่อยูในกลุมเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษาและกลุมเนนการวิจัยขั้นสูงและผลิต
บัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอกไมเพียงแตเปดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนน
การวิจัยใหมากกวาหลักสูตรระดับปริญญาตรีเทานั้น แตตองดําเนินการใหมีจํานวนนักศึกษาในหลักสูตร
ระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยมากพอ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการวิจัยอันจะเปนประโยชนตอการ
พัฒนาประเทศ


ตัวบงชี้ที่ 2.4 ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสนับสนุน

1. มีแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยทั้งดานวิชาการ เทคนิคการสอนและการวัดผล
   และมีแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนที่มีการวิเคราะหขอมูลเชิงประจักษ
              ขอมูลที่ควรพิจารณาประกอบการวางแผนการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลควร
ครอบคลุมขอมูลที่สําคัญ ดังตอไปนี้
                1.1 ขอมูลอัตรากําลังของอาจารยและบุคลากรในปจจุบัน รวมทั้งที่ตองการในอนาคต
อยางนอย 5 ปขางหนา เพื่อใชในการวางแผนความตองการดานบุคลากรของสถาบัน กําหนดอัตรากําลังที่
ตองการเพื่อการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร และการพัฒนางานประจํา กําหนดแผนการจางงานและ
วิธีการสรรหาบุคลากรที่มีความรูความสามารถ มีทัศนคติที่ดีใหเขามาสูกระบวนการคัดสรร อาจมีการสรร
หาทั้งจากภายนอกและภายในสถาบัน
                1.2 ขอมูลจากการสํารวจความตองการในการอบรม (training needs) ของบุคลากร ทั้ง
สายอาจารยและสายสนับสนุน เพื่อใหไดรับการฝกอบรมตามเกณฑที่สถาบันการศึกษากําหนด และ
สามารถนําความรูที่ไดรับมาพัฒนางานของตนใหมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งหัวหนาหนวยงานสามารถ
ประเมินความตองการนี้ได ขอมูลเกี่ยวกับความสามารถ (competencies) ที่จําเปนตอการปฏิบัติงาน ใน
ระดับตาง ๆ เพื่อใชในการปฐมนิเทศ และฝกอบรมใหผูปฏิบัติงานมีความเขาใจในวิธีการทํางาน เกิด
กระบวนการเรียนรูเกี่ยวกับแนวคิด กฎเกณฑ มีทัศนคติและทักษะที่ ดี เพื่อเพิ่มผลการปฏิบัติง านของ
ผูปฏิบัติงาน รวมทั้งขอมูลเกี่ยวกับการสอนงาน การหมุนเวียนใหไปทํางานในดานอื่น ๆ การเขาศึกษาใน
โครงการที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
105



               1.3 ขอมูลปอนกลับของผลการปฏิบัติงานและผลการพัฒนาตามเสนทางความกาวหนา
ของสายงาน ในรอบปท่ีผานมา เพื่อใชในการมอบหมายงานหรือมีขอตกลงในการทํางาน และใชเพื่อการ
ปรับปรุงแกไข ชมเชย ใหรางวัล ตลอดจนปรับปรุงคาตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมและเปนธรรม
รวมทั้งการสรรหาคนเกง คนดีเขามาปฏิบัติงานในสถาบัน
                 1.4 ขอมูลการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออนดานทรัพยากรมนุษยวามีประเด็นใดบางที่ควรมี
การวางแผน เพื่อการปรับปรุงแกไขแผนพัฒนาทรัพยากรใหสอดคลองกับความตองการและความคาดหวัง
ของผูปฏิบัติงาน และของสถาบัน

2. มีการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนที่กําหนด
                 2.1 มีการสรรหา คัดเลือกบุคลากรอยางเปนระบบ โปรงใสและกําหนดแนวปฏิบัติไวเปน
ลายลักษณอักษร เพื่อใหไดอาจารย หรือบุคลากรไดทราบ ภายใตเวลาที่กําหนด และเปนไปตามกรอบ
อัตรากําลังที่สถาบันวางแผนไว
                 2.2 มีการวิเคราะหงาน (job analysis) โดยกําหนดใหมีคําอธิบายลักษณะงาน (job
description) การระบุคุณสมบัติเฉพาะตําแหนง (job specification) รวมทั้งความสามารถ
(competencies ) ที่จําเปนตอการปฏิบัติงาน เพื่อใชในการปฐมนิเทศ และการฝกอบรมวิธีการทํางานและ
ทักษะที่จําเปนใหผูปฏิบัติงานเขาใจในงาน
                 2.3 มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน (job evaluation) ที่มีรูปแบบชัดเจน มีการกําหนด
เสนทางเดินของตําแหนงงาน (career path) ของบุคลากรทุกกลุม วิเคราะหปริมาณการเขา – ออกของ
บุคลากรแตละกลุม และพิจารณาหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและติดตามผล
                  2.4 มีการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนและเสนทาง
เดินของตําแหนงงานที่กําหนด รวมทั้งติดตามตรวจสอบเปนรายบุคคล เพื่อการสงเสริมสนับสนุนอยาง
ตอเนื่อง

3. มีสวัสดิการเสริมสรางสุขภาพที่ดี และสรางขวัญและกําลังใจใหคณาจารยและบุคลากรสาย
     สนับสนุนสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ
                3.1 สรางบรรยากาศของสถานที่ทํางานใหนาอยู ตั้งแตสภาพแวดลอม บรรยากาศการ
ทํ า งาน การจั ด สวั ส ดิ ก าร การเอาใจใส ดู แ ลบุ ค ลากรทุ ก คนอย า งเสมอภาคทั ด เที ย มกั น การสร า ง
บรรยากาศของความสุขในการทํางาน
                3.2 มีระบบสงเสริมสนับสนุนการเสนอขอรับรางวัลของคณาจารยและบุคลากรสาย
สนับสนุน เชน มีการติดตามขอมูลแหลงใหรางวัลตาง ๆ เพื่อประชาสัมพันธใหคณาจารยและบุคลากรสาย

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
106



สนับสนุนทราบโดยเร็ว มีการกระตุนและชวยเหลือผูที่มีศักยภาพเพื่อขอรับรางวัลในดานตาง ๆ เชน ชวย
จัดทําเอกสารการขอรับรางวัล ประสานงานในกระบวนการขอรับรางวัล หรืองานธุรการอื่น ๆ
                       3.3 มีการยกยองใหเกียรติผูไดรับรางวัลโดยวิธีการตาง ๆ เชน ประชาสัมพันธผลงานที่
ได รั บ รางวั ล ทั้ ง ภายในและภายนอกสถาบั น จั ด บรรยากาศพิ เ ศษเพื่ อ เป น เกี ย รติ พิ จ ารณาความดี
ความชอบเปนกรณีพิเศษ
                       3.4 มีระบบพี่เลี้ยง โดยจัดใหผูที่มีประสบการณเคยไดรับรางวัลใหคําแนะนําชวยเหลือ
และสนับสนุนอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนรุนใหมในการขอรับรางวัลตางๆ
                       3.5 มีกิจกรรมที่กอใหเกิดการพัฒนารวมกัน เปดโอกาสใหผูใตบังคับบัญชาไดมีโอกาส
แสดงความคิดเห็นและรวมมือในการทํางาน มีชองทางการสื่อสารหลายชองทางระหวางผูบังคับบัญชา
และผูใตบังคับบัญชา รวมทั้งระหวางผูใตบังคับบัญชาดวยกัน เพื่อทําใหเกิดความรูสึกที่ดีและพัฒนางาน
รวมกัน
                       3.6 มีน โยบายดู แลสุข ภาพของบุค ลากร ทั้ ง ในเชิง ปอ งกัน และส ง เสริม มีสวั สดิก าร
ตรวจเช็คสุขภาพ สงเสริมการออกกําลังกายในรูปแบบตาง ๆ เชน สนับสนุนดานสถานที่ออกกําลังกาย
สนับสนุนผูเชี่ยวชาญในการแนะนําดานการดูแลสุขภาพ

4. มีระบบการติดตามใหคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนนําความรูและทักษะที่ไดจากการ
     พัฒนามาใชในการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนรูของนักศึกษา ตลอดจนการ
     ปฏิบัติงานที่เกี่ยวของ
                  ทุกหลักสูตรการฝกอบรม หรือทุกโครงการที่มีวัตถุประสงคในการเพิ่มความรูและทักษะ
การปฏิบัติงาน ควรกําหนดแนวทาง หรือวิธีการติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการอบรม หรือการพัฒนา
เพื่อใหเกิดความมั่นใจวาบุคลากรสามารถนําความรูและทักษะที่ไดจากการพัฒนามาใชในการปฏิบัติงาน
หรือปรับปรุงตนเอง โดยอาจใชกลไกการติดตามผลการนําความรูและทักษะไปใชภายหลังการอบรมหรือ
พัฒนา 6-9 เดือน หรือใชกลไกการจัดการความรูเปนเครื่องมือในการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการ
อบรม หรือการพัฒนา เปนตน

5. มีก ารใหความรูด า นจรรยาบรรณอาจารยแ ละบุคลากรสายสนั บ สนุน และดู แลควบคุม ให
   คณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนถือปฏิบัติ
              5.1 สถาบันจัดใหมีการใหความรูดานจรรยาบรรณ และกิจกรรมสงเสริมการปลูกฝง
จรรยาบรรณแกคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนอยางสม่ําเสมอ
              5.2 ผูรับผิดชอบในการใหความรูดานจรรยาบรรณ ควรมีการติดตามผลการปรับปรุง
และพัฒนาตนเองของคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนอยางตอเนื่อง

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
107




6. มี ก ารประเมิ น ผลความสํ า เร็ จ ของแผนการบริ ห ารและการพั ฒ นาคณาจารย แ ละบุ ค ลากร
   สนับสนุน
                 สถาบันจัดใหมีการประเมินผลความสําเร็จของการปฏิบัติงานตามกิจกรรมที่กําหนดไวใน
แผน รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนตาม
ตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน (KPI) หรือเปาหมายของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากร
สายสนับสนุน โดยที่ตัวชี้วัดผลการดําเนินงานและคาเปาหมายนั้นควรมีความเชื่อมโยงกับกลยุทธของ
สถาบัน และนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและ
บุคลากรสายสนับสนุนในรอบปถัดไป

7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและ
    บุคลากรสายสนับสนุน
                  7.1 นําผลการประเมินความสําเร็จของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารย และ
บุคลากรสายสนับสนุนไปปรับปรุงแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน
                  7.2 ดําเนินการตามแผนปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสาย
สนับสนุนตามระยะเวลาที่กําหนด
                  7.3 มี การสํ ารวจความต องการ และความพึ งพอใจของคณาจารย แ ละบุ ค ลากรสาย
สนับสนุนที่เขารวมกิจกรรมตาง ๆ ที่มีวัตถุประสงคเพื่อการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน เพื่อ
เปนขอมูลประกอบการจัดทําแผนการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนในระยะตอไป


 ตัวบงชี้ที่ 2.6 ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน


1. มีระบบและกลไกการประกั น คุณภาพการจั ดการเรียนการสอนที่เ นน ผูเ รียนเปน สํา คัญทุ ก
    หลักสูตร
                  1.1 มี ก ารพั ฒ นาระบบและกลไกการจั ด การเรี ย นการสอนที่ มี ค วามยื ด หยุ น และ
หลากหลาย สามารถตอบสนองความตองการและความถนัดของผูเรียน ยอมรับความสามารถที่แตกตาง
และวิธีการเรียนรูที่หลากหลายของผูเรียน เนนใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบวิธีการเรียนการสอนที่
เนนการคิดวิเคราะห การมีทักษะในการเรียนรูและแสวงหาความรู รวมทั้งการสรางหรือพัฒนาความรู
ใหมๆ ดวยตนเอง โดยผูสอนมีบทบาทในการกระตุนใหผูเรียนเกิดการคิดวิเคราะห และลงมือปฏิบัติจริง
ชี้แนะแหลงขอมูลความรู จัดการเรียนการสอนและอํานวยความสะดวกในการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนเกิดความ
สัมฤทธิผลในการเรียนรูทุกรายวิชา
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
108



                 1.2 มีการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญทุกรายวิชา อาทิ จัดใหมีชั่วโมง
ปฏิบัติการ อภิปรายกลุม สัมมนา ทํากรณีศึกษาหรือโครงงานหรือวิจัย เรียนรูนอกสถานที่ รวมทั้งฝกงาน
และฝกประสบการณ
                 1.3 มีการกําหนดตัวบงชี้ความสําเร็จของการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปน
สําคัญในแตละรายวิชา และมีการติดตามตรวจสอบ ประเมินผลความสําเร็จเพื่อนํามาปรับปรุงการเรียนการ
สอนใหมีประสิทธิภาพ

2. ทุกรายวิชามีรายละเอียดของรายวิชาและของประสบการณภาคสนาม(ถามี) กอนการเปดสอน
     ในแตละภาคการศึกษา ตามที่กําหนดในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ
                   2.1 อาจารยจัดทํารายละเอียดของรายวิชาที่จะเปดสอนในแตละภาคการศึกษา แตละ
รายวิชาระบุรายละเอียดในหัวขอตอไปนี้เปนอยางนอย
                         - จุดมุงหมายของรายวิชา เปนการระบุผลการเรียนรูเมื่อผูเรียนไดเรียนรายวิชา
เสร็จสิ้นแลว โดยเนนพฤติกรรมที่เปนผลจากการเรียนรู ซึ่งอิงมาตรฐานผลการเรียนรูตามกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ
                         - ลักษณะและการดําเนินการ เปนการระบุคําอธิบายรายวิชา จํานวนชั่วโมงการ
สอน และการใหคําปรึกษา
                         - การพั ฒ นาผลการเรี ย นรู ข องผู เ รี ย น เป น การอธิ บ ายความรู ห รื อ ทั ก ษะที่
รายวิชามุงหวังที่จะพัฒนาผูเรียน วิธีการสอน และการประเมินผลการเรียนรูในดานตางๆ ที่กําหนดใน
กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ
                         - แผนการสอนและการประเมิ น ผล ในแต ล ะคาบเรี ย นมี ก ารระบุ หั ว ข อ หรื อ
เนื้อหาที่จะสอน กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอนที่ใชและวิธีการประเมินผลการเรียนรูของหัวขอหรือ
เนื้อหานั้นๆ
                         - ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน ระบุเอกสาร หนังสือ ตําราที่ทันสมัยที่ใช
ประกอบการเรียนการสอน รวมทั้งแหลงเรียนรูนอกหองเรียนที่ชวยเสริมประสบการณจริงหรือประสบการณ
เชิงปฏิบัตแกผูเรียน
           ิ
                         - การประเมิ น และปรั บ ปรุ ง การดํ า เนิ น การของรายวิ ช า มี ก ารประเมิ น
กระบวนการเรียนการสอนโดยใชขอมูลจากแหลงหลากหลาย เชน ความเห็นของผูเรียน ความเห็นของทีม
ผูสอน ผลการเรียนรูของผูเรียน และจากการสังเกตการณ เปนตน
                   2.2 อาจารยผูสอนแจกรายละเอียดของรายวิชาและแผนการสอนใหผูเรียนในคาบแรกที่
พบผูเรียน

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
109



               2.3 การประเมินผลการเรียนรูของรายวิชาใหมีการประเมินทั้งในระหวางภาคการศึกษา
(formative evaluation) และเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา (summative evaluation)

3. ทุกหลักสูตรมีรายวิชาที่สงเสริมทักษะการเรียนรูดวยตนเอง และการใหผูเรียนไดเรียนรูจาก
     การปฏิบัติทั้งในและนอกหองเรียนหรือจากการทําวิจย        ั
                    3.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรกําหนดใหทุกหลักสูตรตองมีรายวิชาที่สงเสริมให
ผูเรียนเรียนรูดวยตนเอง และเรียนรูจากการปฏิบัติจริงทั้งในและนอกชั้นเรียน อาทิ จัดใหมีชั่วโมงปฏิบัติการ
                 
อภิปรายกลุม สัม มนา ทํ ากรณีศึกษาหรือโครงงานหรือวิจัย เรียนรูนอกสถานที่ รวมทั้ง ฝกงานและฝก
ประสบการณ
                   3.2 จัดใหมีระบบการรายงานพัฒนาการของผูเรียนที่สะทอนใหเห็นถึงความสามารถใน
การเรียนรูดวยตนเอง และการปฏิบัตจริงของผูเรียนเปนรายบุคคลหลังจบหลักสูตร
                                     ิ

4. มีการใหผูมีประสบการณทางวิชาการหรือวิชาชีพจากหนวยงานหรือชุมชนภายนอกเขามามี
   สวนรวมในกระบวนการเรียนการสอนทุกหลักสูตร
                ทุกหลักสูตรควรมีการออกแบบใหผูเรียนไดมีโอกาสเรียนรูจากบุคคล หนวยงานหรือชุมชน
ภายนอกในดานวิชาการหรือวิชาชีพ เพื่อใหผูเรียนไดทราบถึงการนําความรูทางทฤษฎีไปใชในทางปฏิบัติและมี
ความรูทางวิชาการที่ทันสมัย การดําเนินการนี้อาจทําโดยเชิญบุคลากรภายนอกมาเปนอาจารยพิเศษสอนทั้ง
รายวิชาหรือบรรยายในบางคาบเวลา นํานักศึกษาฟงการบรรยายและเยี่ยมชมหนวยงานหรือสถานที่ภายนอก
สถาบัน ใหนักศึกษาฝกงานหรือปฏิบัติงานในวิชาสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ เปนตน

5. มีการจัดการเรียนรูที่พัฒนาจากการวิจัย หรือจากกระบวนการจัดการความรูเพื่อพัฒนาการ
    เรียนการสอน
                   5.1 อาจารย ค วรพั ฒ นากระบวนการเรี ย นการสอนและวิ ธี ก ารสอนในรายวิ ช าที่
รับผิดชอบอยางตอเนื่อง ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนและวิธีการสอนควรวิเคราะหการสอนที่
ผานมา โดยการทําวิจัยในชั้นเรียนวาวิธีการสอนและกระบวนการเรียนการสอนรวมทั้งการประเมินผลการ
เรียนรูของผูเรียนเหมาะสมหรือไม ควรปรับปรุงดานใด อยางไร
                   5.2 ควรจัดเวทีการสัมมนา หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการวิจัยและประสบการณ
การจัดการเรียนการสอนระหวางอาจารยเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนเปนประจําอยาง
ตอเนื่อง



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
110



6. มี ก ารประเมิ น ความพึ ง พอใจของผู เ รี ย นที่ มี ต อ คุ ณ ภาพการจั ด การเรี ย นการสอนและสิ่ ง
     สนับสนุนการเรียนรูทุกรายวิชา ทุกภาคการศึกษา โดยผลการประเมินความพึงพอใจแตละ
     รายวิชาตองไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5
                 เมื่อสิ้นภาคการศึกษา สถาบันจัดใหมีการประเมินความคิดเห็นของผูเรียนตอคุณภาพการ
จั ด การเรี ย นการสอนของอาจารย ใ นทุ ก รายวิ ช าและมี ก ารประเมิ น คุ ณ ภาพความเพี ย งพอและความ
เหมาะสมของอุปกรณและสื่อสนับสนุนการเรียนรู เชน อุปกรณที่ใชในหองเรียน คอมพิวเตอร อุปกรณใน
หองปฏิบัติการ หนังสือ ตํารา และสิ่งพิมพในหองสมุด เปนตน นําผลการประเมินความคิดเห็นดังกลาว
ขางตนไปปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู โดยมีการระบุในรายละเอียดของ
รายวิช าในภาคการศึก ษาถัดไปดว ยวา มีการนํ า การประเมิ น ความคิดเห็ น ของผู เ รีย นมาปรั บปรุง และ
พัฒนาการเรียนการสอนอยางไร

7. มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอนหรือการประเมินผลการ
     เรียนรู ทุกรายวิชา ตามผลการประเมินรายวิชา
                   สถาบันหรือคณะวิชาควรมีการตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตร ทําหนาที่ตอไปนี้
                      - พิจารณารายละเอียดของรายวิชาตามขอ 2 เพื่อตรวจสอบความครบถวนสมบูรณ
                      - ติดตาม วิเคราะหผลการดําเนินงานแตละรายวิชาและภาพรวมของทุกหลักสูตร ทุก
ภาคการศึกษา โดยเฉพาะจากผลการประเมินของผูเรียน และวางแผนปรับปรุงในสวนที่เกี่ยวของ หรือเสนอ
การปรับปรุงตอคณะกรรมการระดับที่สูงขึ้น
                      - ดูแลใหการดําเนินการหลักสูตรไดรับการประเมินโดยผูมีสวนไดสวนเสีย เชน ผูเรียน
ปจจุบัน และผูที่กําลังจะสําเร็จการศึกษาหรือศิษยเกา และกรรมการอิสระ ตามหลักเกณฑและกรอบเวลาที่
กําหนดทุกปการศึกษา
                      - ระบุถึงความจําเปนตอการปรับปรุง หรือปด หรือเปดรายวิชาหรือหลักสูตร ตาม
หลักฐานจากผลการประเมินของผูเรียน / ของผูที่กําลังจะสําเร็จการศึกษา / ของผูประเมินอิสระ และของ
ผูใชบัณฑิตอยางตอเนื่อง




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
111



  ตัวบงชี้ที่ 2.7 ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะของบัณฑิต


1. มีการสํารวจคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงคตามความตองการของผูใชบัณฑิต อยางนอย
    สํ า หรั บ ทุ ก หลั ก สู ต รระดั บ ปริ ญ ญาตรี ทุ ก รอบระยะเวลาตามแผนกํ า หนดการศึ ก ษาของ
    หลักสูตร
                    1.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรตองสํารวจหรือวิเคราะหความตองการของผูใช
บัณฑิตเกี่ยวกับคุณลักษณะของบัณฑิตเปนระยะๆ อยางนอยทุก 5 ป เพื่อนําขอมูลมาใชในการปรับปรุง
หลักสูตรหรือจัดการเรียนการสอนเพื่อใหไดบัณฑิตที่สนองความตองการของผูใชบณฑิตใหมากที่สุด โดยนํา
                                                                                         ั
ขอมูลจากการสํารวจมาบูรณาการรวมกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ
                    1.2 คณะกรรมการรั บผิ ด ชอบหลั ก สู ต รต องมีก ารทบทวน ปรับ ปรุ ง คุณ ลัก ษณะของ
บัณฑิตที่จําเปน และเหมาะสมกับสาขาวิชา ระดับการศึกษา เพื่อใหสอดคลองกับความตองการของผูใช
บั ณ ฑิ ต โดยคํ า นึ ง ถึ ง ความทั น สมั ย ของหลั ก สู ต รที่ ต อ งสอดคล อ งกั บ การเปลี่ ย นแปลงระดั บ ท อ งถิ่ น
ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติดวย มีการกําหนดเปนเปาหมายการผลิตบัณฑิตระหวางผูสอนรวมกัน และ
เผยแพรใหผที่รับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตทุกคนรับรูและรวมกันพัฒนานักศึกษา
               ู

2. มี ก ารนํา ผลจากข อ 1 มาใช ใ นการปรั บปรุ ง หลัก สูตร การจั ด การเรี ย นการสอน การวั ด ผล
    การศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียนที่สงเสริมทักษะอาชีพและคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึง
    ประสงค ตามความตองการของผูใชบัณฑิต
                  2.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวิเคราะหติดตามประเมินผลการใชหลักสูตร
และนําขอมูลจากผลการสํารวจความตองการของผูใชบัณฑิตมาใชในการปรับปรุงหลักสูตร โดยเฉพาะ
ประเด็ น การกํ า หนดโครงสร า งหลั ก สู ต ร การจั ด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอน สื่ อ การศึ ก ษา และการ
ประเมินผล
                  2.2 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวางระบบการประกันคุณภาพการจัดการ
เรียนการสอนระดับหลักสูตร โดยอาจมีการเชื่อมโยงรายวิชากับคุณลักษณะของบัณฑิตที่กําหนด เพื่อให
ผูสอนแตละวิชาไดรับรูและถือเปนภาระหนาที่ที่ตองพัฒนาผูเรียนในทักษะที่จําเปนของรายวิชานั้นๆ อาจมี
การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะของการบูรณาการระหวางรายวิชา และระหวางการ
เรียนรูในหองเรียนกับนอกหองเรียน ใหผูเรียนไดเรียนรูทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อใหมีทักษะการ
ปฏิบัตงานในโลกแหงการทํางานจริงได
        ิ
                  2.3 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวางระบบการกํากับติดตามการออกแบบ
กิจกรรมการเรียนการสอนของอาจารยที่จะชวยสงเสริมเรียนรูดวยตนเองของนักศึกษา มีการประชุมวิพากษ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
112



การจัดการเรียนการสอน สื่อการศึกษา และวิธีการประเมินผล เพื่อใหผูสอนไดขอมูลในการปรับปรุงตนเอง
จากเพื่อนรวมงาน
                  2.4 มีการวางระบบการประเมินผลที่สะทอนทักษะความสามารถดานการเรียนรูของ
ผูเรียน เนนการประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment) โดยเฉพาะความสามารถในการเรียนรูขั้น
สูง ใชวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย สะทอนความสามารถในการปฏิบัติงาน (performance) ของ
ผูเรียน โดยเฉพาะทักษะการเรียนรูที่ใชวิจยเปนฐาน
                                          ั
                  2.5 ควรจั ด ให มี ก ารประชุ ม หารื อ ระหว า งคณะกรรมการรั บ ผิ ด ชอบหลั ก สู ต รในการ
แลกเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนการสอน และการแกปญหารวมกันสําหรับผูเรียนที่จําเปนตองไดรับการพัฒนา
เปนพิเศษ

3. มีการสงเสริมสนับสนุนทรัพยากรทั้งดานบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ และงบประมาณที่
     เอื้อตอการพัฒนาคุณลักษณะของบัณฑิต
                 3.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรควรมีการวางแผนการจัดหางบประมาณ หรือ
ทรัพยากรที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สงเสริมคุณลักษณะของบัณฑิตอยางเพียงพอ
                 3.2 หน ว ยงานระดั บ คณะวิ ช า ภาควิ ช าสนั บ สนุ น ส ง เสริ ม การใช สื่ อ เทคโนโลยี ท าง
การศึกษาเพื่อใหผูเรียนรูจักแสวงหาความรูดวยตนเอง      อาจมีการจัดทําเว็บไซตเพื่อใหนักศึกษาและ
อาจารยมีการสรางสังคมแหงการเรียนรู ในรูปของการสรางชุมชนนักปฏิบัติ (community of practice)
เพื่อใหการเรียนรูเกิดขึ้นไดทุกที่ ทุกเวลา

4. มีระบบและกลไกการสงเสริมใหนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาเขารวมกิจกรรม
   การประชุมวิชาการหรือนําเสนอผลงานทางวิชาการในที่ประชุมระหวางสถาบัน หรือที่ประชุม
   ระดับชาติหรือนานาชาติ
               4.1 มีการเผยแพรประชาสัมพันธโปรแกรมการประชุมวิชาการที่เกิดขึ้นในที่ตาง ๆ ทั้งใน
ประเทศและตางประเทศใหนักศึกษารับรู
               4.2 มีการจัดหางบประมาณใหนักศึกษามีโอกาสเขารวมกิจกรรมทางวิชาการทั้งภายใน
สถาบันหรือนอกสถาบัน
               4.3 หากเปนไปได อาจมีการกําหนดเปนเงื่อนไขใหนักศึกษาตองมีโอกาสเขารวมประชุม
วิชาการระดับชาติทุกป หรือระดับนานาชาติอยางนอย 1 ครั้งในระหวางการศึกษา
               4.4 ในระดับชั้นเรียน ผูสอนมีการฝกทักษะการนําเสนอผลงานทางวิชาการ สนับสนุนให
นักศึกษาสงผลงานวิชาการใหที่ประชุมวิชาการตาง ๆ พิจารณา เรียนรูเทคนิคการสงผลงานวิชาการใหไดรับ
การคัดเลือกไปเผยแพร
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
113



5. มีกิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมใหแกนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาที่จัด
   โดยสถาบัน
                5.1 มีการจัดหางบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่สงเสริมคุณธรรมจริยธรรมใหแก
นักศึกษา และจัดกิจกรรมอยางตอเนื่อง ทั้งกิจกรรมภายใตหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร
                 5.2 มีการกําหนดเงื่อนไขใหนักศึกษาตองเขารวมกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมของ
สถาบัน โดยมีการประเมินผลที่เปนรูปธรรม ซึ่งผลการประเมินควรเปนปจจัยสําคัญตอผลการเรียน หรือตอ
การสําเร็จการศึกษาของนักศึกษา

6. มี ร ะบบและกลไกสนั บ สนุ น การประยุ ก ต ใ ช ผ ลงานจากวิ ท ยานิ พ นธ ข องนั ก ศึ ก ษาระดั บ
     บัณฑิตศึกษา และมีการรับรองการใชประโยชนจริงจากหนวยงานภาครัฐ หรือเอกชน หรือ
     หนวยงานวิชาชีพ (เฉพาะกลุม ค 1)
                  6.1 มีการเชิญหนวยงาน สถาบัน องคกรภาครัฐ และเอกชน ผูใชบัณฑิต หรือนักวิชาการ
มาใหความรู หรือใหขอมูลเกี่ยวกับประเด็นวิจัยที่ตองการใหนักศึกษาจัดทําเปนหัวขอวิทยานิพนธประมาณ
ภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อใหนักศึกษาไดจัดทําขอเสนอโครงการวิจัยที่สนองความตองการของหนวยงานที่
เกี่ยวของ
                  6.2 ประชาสั ม พั น ธ แหล ง ทุน วิ จั ย จากหนว ยงานตา งๆ ให นัก ศึก ษาทราบ และมีก าร
พัฒนาทักษะการจัดทําขอเสนอโครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ สอดคลองกับชวงเวลาของการสมัครทุน
                  6.3 สนับสนุนใหนักศึกษาเสนอขอเสนอโครงการวิทยานิพนธไปยังหนวยงานตางๆ ที่
เกี่ยวของ เพื่อขอทุนสนับสนุนการวิจัย
                  6.4 ในการสอบวิทยานิพนธ อาจมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิภายนอกที่เกี่ยวของ
กับประเด็นวิจัยของนักศึกษามารวมเปนกรรมการสอบ เพื่อใหรับรูผลงานวิจัย และนําผลไปใชประโยชน
                  6.5 มีการเผยแพรผลงานวิทยานิพนธของนักศึกษาในรูปแบบตางๆ หรือจัดทําเปนขาว
เพื่อเผยแพรตามสื่อวิทยุ โทรทัศน หนังสือพิมพ และอาจจัดทําบทคัดยองานวิจัยเปนหมวดหมู เผยแพรไป
ยังสถาบันหรือองคการที่เกี่ยวของ หรือนําออกเผยแพรในชวงโอกาสที่กําลังเกิดเหตุการณหรือสถานการณที่
เปนปญหา และสามารถใชคําตอบจากผลการวิจัยที่นักศึกษาผลิตไปชวยชี้แนะแนวทางการแกไขปญหาได
                  6.6 มี ก ารจั ด ทํ า ระบบฐานข อ มู ล งานวิ ท ยานิ พ นธ ที่ มี บุ ค คลหรื อ หน ว ยงานนํ า ไปใช
ประโยชน โดยอาจใชวิธีการสืบคนการอางอิง หรือการสํารวจดวยแบบสอบถามจากหนวยงานที่เกี่ยวของ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
114



7. มีก ารพั ฒนาทั ก ษะนั ก ศึก ษาในการจั ดทํ า บทความจากวิ ท ยานิ พ นธและมี ก ารนํ า ไปตี พิ ม พ
     เผยแพรในวารสารระดับนานาชาติ (เฉพาะกลุม ง)
                7.1 ผูสอนอาจมอบหมายใหนักศึกษาอานบทความวิจัยที่ตีพิมพในวารสารวิชาการ มี
การวิพากษบทความ การสังเคราะหความรูจากบทความวิจัยในรายวิชาตาง ๆ
                7.2 จัดหลักสูตรรายวิชาหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับการจัดทําบทความวิจัยเพื่อ
ตีพมพเผยแพรในวารสารวิชาการใหนักศึกษาไดพัฒนาทักษะการจัดทําบทความ
   ิ
                7.3 อาจมีการตั้งคลินิกใหความชวยเหลือในการทําบทความวิจัย รวมทั้งการแปลเปน
ภาษาตางประเทศ
                7.4 สนับสนุนใหนักศึกษาจัดทําบทความวิจัยจากผลการวิจัยบางสวน ที่สามารถตีพิมพ
เผยแพรได สงไปยังวารสารตาง ๆ ในระหวางการทําวิทยานิพนธ
                7.5 นําบทความวิจัยของนักศึกษาที่ไดรับการคัดเลือกหรือไมไดรับการคัดเลือกใหตีพิมพ
เผยแพรมาเรียนรูรวมกันในชั้นเรียน และมีการวิพากษเพื่อการเรียนรูรวมกัน


 ตัวบงชี้ที่ 3.1 ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร

1. มีการจัดบริการใหคําปรึกษาทางวิชาการและแนะแนวการใชชีวิตแกนักศึกษา
                 1.1. สถาบันจัดทําฐานขอมูลนักศึกษา ประกอบดวยขอมูลดานสุขภาพทั้งทางกายและ
ทางจิต ขอมูลดานการเรียน ขอมูลครอบครัว และบุคคลที่สถาบันสามารถติดตอเมื่อนักศึกษามีปญหา
                 1.2. หน ว ยงานระดั บ ภาควิ ช า มี ร ะบบการตั้ ง อาจารย ที่ ป รึ ก ษาวิ ช าการที่ เ หมาะสม
คํานึงถึงสัดสวนอาจารยตอนักศึกษา ที่ทําใหอาจารยสามารถดูแลนักศึกษาไดทั่วถึง มีระบบการชวยเหลือ
นักศึกษาในความดูแลใกลชิด เนนการพัฒนาผูเรียนเปนรายบุคคล มีการประชุมระหวางอาจารยทั้งที่เปน
ทางการหรือไมเปนทางการ เพื่อสงตอขอมูลเกี่ยวกับนักศึกษาที่มีปญหาดานการเรียนในกลุมผูสอนหรือ
ผูรับผิดชอบหลักสูตร เนนการใหบริการความชวยเหลือนักศึกษาในรูปแบบของการปองกันปญหามากกวา
การแกปญหา
                 1.3. หนวยงานระดับคณะหรือระดับสถาบัน เชน ฝายกิจการนักศึกษามีหนวยใหบริการ
หรือใหคําปรึกษาสําหรับนักศึกษาที่มีปญหาชีวิต โดยมีเจาหนาที่คอยรับเรื่องรองทุกขของนักศึกษาที่ขอใช
บริการตลอดเวลา อาจมีการจัดบริการสายดวน (hotline) สําหรับใหคําปรึกษาหรือใหความชวยเหลือ
นักศึกษาที่มีปญหาวิกฤติและตองการความชวยเหลือดวน และมีระบบการดูแลนักศึกษาในกรณีที่อาจารย
ที่ปรึกษาสงนักศึกษามารับบริการ



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
115



                 1.4. มี ร ะบบการส ง ต อ การดู แ ลสุ ข ภาพกายและสุ ข ภาพจิ ต ของนั ก ศึ ก ษา ไปยั ง
โรงพยาบาลหรือหนวยใหบริการเฉพาะทางในกรณีที่นักศึกษามีปญหาที่รุนแรงเกินความสามารถของ
สถาบันที่จะดูแลได
                 1.5. ผู เ กี่ ย วข อ งกั บ นั ก ศึ ก ษาทุ ก ระดั บ มี ร ะบบการติ ด ตามผลการช ว ยเหลื อ หรื อ ให
คําแนะนําแกนักศึกษา จนสามารถแกไขปญหาของนักศึกษาไดสําเร็จ
                 1.6. มีการจัดประชุม พัฒนาอาจารยหรือบุคลากรที่รับผิ ดชอบการดูแลนักศึกษาเปน
ระยะๆ เพื่อสรางความเขาใจรวมกัน และสรางเครือขายการใหความชวยเหลือรวมกัน
                 1.7. มีการจัดประชุมเพื่อสรางความสัมพันธระหวางสถาบันกับครอบครัวของนักศึกษา
เพื่อรวมมือกันแกไขปญหาของนักศึกษา
                 1.8. มี ช อ งทางให นั ก ศึ ก ษาหรื อ ผู เ กี่ ย วข อ งได ใ ห ข อ เสนอแนะเพื่ อ การปรั บ ปรุ ง การ
ใหบริการ
2. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษา
                 2.1. สถาบั น จั ด ทํ า ฐานข อ มู ล อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส บอร ด เว็ บ ไซต สํ า หรั บ ประกาศข อ มู ล
ขาวสารที่เปนประโยชนกับนักศึกษา เชน ขอมูลทุนการศึกษา ทุนวิจัย การรับสมัครงาน ขาวสารวิชาการที่
ทันสมัยและที่เกี่ยวของกับสาขาวิชาที่นักศึกษาจําเปนตองรู
                 2.2. มี ช อ งทางให นั ก ศึ ก ษาหรื อ ผู เ กี่ ย วข อ งได ใ ห ข อ เสนอแนะเพื่ อ การปรั บ ปรุ ง การ
ใหบริการ
                 2.3. มีระบบการติดตามประเมินผลการใหบริการขอมูลขาวสาร

3. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพแกนักศึกษา
                3.1 มีการประสานงานกับหนวยงานตาง ๆ ทั้งในและนอกสถาบัน เพื่อเปนแหลงดูงาน
แหลงฝกประสบการณของนักศึกษา และมีการติดตามประเมินคุณภาพของความเปนแหลงเรียนรูของ
แหลงฝกประสบการณวิชาชีพ เพื่อนํามาใชเปนขอมูลในการวางแผนการจัดเตรียมแหลงฝกประสบการณ
ทางวิชาชีพที่เหมาะสมตอไป
                3.2 มีการจัดกิจกรรมวิชาการ หรือกิจกรรมทางสังคม โดยใหนักศึกษาเปนผูรับผิดชอบ
หลักในการดําเนินงานเพื่อฝกทักษะประสบการณการทํางานรวมกัน
                3.3 มีชองทางใหนักศึกษาหรือผูเกี่ยวของไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงการพัฒนา
ประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพ
                3.4 มีระบบการติดตามประเมินผลการฝกประสบการณวิชาการและวิชาชีพชีพ



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
116



4. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอศิษยเกา
                                                    
                4.1 สถาบัน มีฐานขอมูลศิษ ยเกา และมีการจัดทํ าฐานขอมู ลอิเ ล็กทรอนิก ส เว็บไซต
จดหมายขาว ฯลฯ สําหรับเผยแพรขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนกับศิษยเกา เชน ขอมูลกิจกรรมการประชุม
วิชาการ การสัมมนาความรูใหมๆ ขอมูลแหลงทุนการศึกษาตอ ทุนวิจัย การรับสมัครงาน ขาวสารวิชาการที่
เกี่ยวของกับสาขาวิชา
                4.2 มีการสงขาวใหศิษยเการับรูเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาความรูและ
ประสบการณเปนระยะๆ
                4.3 เปดโอกาสใหศิษยเกาไดมสวนรวมในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร การมีสวนรวมใน
                                               ี
การจั ดการเรีย นการสอน การทํา วิจัยแบบรว มมือในลักษณะของสหวิท ยาการ การเปนกรรมการสอบ
วิทยานิพนธ กิจกรรมดังกลาวนอกจากจะใหศิษยเกาไดมีสวนรวมในการพัฒนาความรูและประสบการณที่ดี
แกนักศึกษาปจจุบัน และสรางเครือขายความสัมพันธระหวางนักศึกษาปจจุบันกับศิษยเกาแลว ยังทําให
ศิษยเกาและอาจารยไดเรียนรูวิทยาการใหม ๆ ในฐานะผูใหและผูรับ
                4.4 มีชองทางใหศิษยเกาไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงการใหบริการ

5. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรูและประสบการณใหศิษยเกา
                 5.1 มี ก ารจั ด กิ จ กรรมทางวิ ช าการและวิ ช าชี พ เพื่ อ พั ฒ นาความรู แ ละประสบการณ
สําหรับศิษยเกาเปนระยะๆ โดยมีการสงขาวใหศิษยเการับรู
                 5.2 มีชองทางใหศิษยเกาไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู
และประสบการณวิชาการและวิชาชีพ

6. มีผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการในขอ 1 – 3 ทุกขอไมตํ่ากวา 3.51 จากคะแนน
     เต็ม 5
                6.1 หนวยงานที่เกี่ยวของในสถาบันระดับภาควิชา ฝาย คณะ หรือสถาบัน มีระบบการ
ติดตามประเมินผลการใหบริการทุกดานแกนักศึกษาและศิษยเกา มีการมอบหมายผูรับผิดชอบในการ
ประเมินและระยะเวลาในการประเมิน
                6.2 มีการประเมินคุณภาพของการใหบริการทุกดาน และนําเสนอผลการประเมินแก
ผูรับผิดชอบ และผูบริหารระดับคณะ สถาบัน
                6.3 คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาควรอยูในระดับ 3.51
ขึ้นไปจากคะแนนเต็ม 5 จึงจะถือวามีการบริการที่อยูในระดับดี หากผลการประเมินคุณภาพของการ
ใหบริการดานใดที่ยังไมไดตามเกณฑมาตรฐาน (ต่ํากวา 3.51 คะแนน) ใหทําการวิเคราะหสาเหตุ ปญหา


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
117



อุปสรรค เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงการใหบริการ ทั้งนี้ ควรเปดโอกาสใหนักศึกษาหรือศิษยเกา มีสวนรวม
ในการเสนอแนะแนวทางการแกไขปญหา หรือการปรับปรุงการใหบริการดวย

7. มีการนําผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการมาใชเปนขอมูลในการพัฒนาการจัดบริการที่
   สนองความตองการของนักศึกษา
               7.1 นําผลการประเมินคุณภาพการใหบริการเสนอใหผูเกี่ยวของทราบทุกระดับ และมี
การจัดทําแผนพัฒนาปรับปรุงการใหบริการ โดยเฉพาะการบริการในดานที่ยังไมบรรลุเปาหมายที่กําหนด
               7.2 มีการปรับปรุงพัฒนาการใหบริการแกนักศึกษาและศิษยเกา และประเมินคุณภาพ
ของการใหบริการทุกดานตามแผนที่กําหนด
               7.3 มีการสํารวจขอมูลจากนักศึกษา และศิษยเกาเพื่อศึกษาความพึงพอใจในบริการที่
สถาบันจัดใหทุกดานอยางนอยปละครั้ง เพื่อเปนขอมูลประกอบการจัดทําแผนการพัฒนาระบบการ
ใหบริการในระยะตอไป

 ตัวบงชี้ที่ 3.2 ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา

1. สถาบันจัดทําแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาที่สงเสริมผลการเรียนรูตามกรอบมาตรฐาน
   คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติทุกดาน
                   1.1 หนวยงานระดับคณะหรือสถาบันมีการกําหนดแผนการสงเสริมการจัดกิจกรรมของ
นักศึกษา ที่ชัดเจน นอกเหนือจากการพัฒนานักศึกษาผานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามรายวิชาใน
หลักสูตร ทั้งนี้กิจกรรมการพัฒนานักศึกษาจะมีทั้งที่จัดโดยสถาบัน หรือจัดโดยองคกรนักศึกษา เพื่อพัฒนา
นักศึกษาใหมีคุณลักษณะตามที่สถาบันกําหนด และสอดคลองกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิในแตละระดับ
การศึกษา
                   1.2 มี ก ารกํ า หนดตั ว บ ง ชี้ ค วามสํ า เร็ จ ของการจั ด กิ จ กรรมการพั ฒ นานั ก ศึ ก ษา
ประกอบดวย ตัวบงชี้หลักตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และตัวบงชี้เฉพาะ (ถามี) ที่
นอกเหนือจากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เพื่อใชในการติดตามประเมินผลการเรียนรู
ของนักศึกษาที่ไดรับการพัฒนาจากการทํากิจกรรม

2. มีกิจกรรมใหความรูและทักษะการประกันคุณภาพการศึกษาแกนักศึกษา
               สถาบันมีการพัฒนาความรูความเขาใจแกนักศึกษาดานการประกันคุณภาพ และกําหนด
เงื่อนไขใหนักศึกษาระบุตัวบงชี้ความสําเร็จของการดําเนินงาน วิธีการประเมินคุณภาพในโครงการหรือ
กิจกรรมที่นักศึกษาเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากสถาบัน
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
118




3. มี ก ารส ง เสริ ม ให นั ก ศึ ก ษานํ า ความรู ด า นการประกั น คุ ณ ภาพไปใช ใ นการจั ด กิ จ กรรมที่
    ดํ า เนิ น การโดยนั ก ศึ ก ษาอย า งน อ ย 5 ประเภทสํ า หรั บ ระดั บ ปริ ญ ญาตรี และอย า งน อ ย 2
    ประเภทสําหรับระดับบัณฑิตศึกษา จากกิจกรรมตอไปนี้
         - กิจกรรมวิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค
         - กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ
         - กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม
         - กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม
         - กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม
                   3.1 สําหรับการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันควรสงเสริมใหนักศึกษาจัดทํา
แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนานักศึกษาที่ดําเนินการโดยนักศึกษาอยางนอย 5 ประเภท ไดแก กิจกรรม
วิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ กิจกรรมบําเพ็ญ
ประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม และกิจกรรมสงเสริมศิลปะและ
วัฒนธรรม
                   3.2 สําหรับการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สถาบันตองสงเสริมการจัดทําแผนการ
จัดกิจกรรมที่ดําเนินการโดยนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอกอยางนอย 2 ประเภทจากประเภทกิจกรรม
ตอไปนี้ ไดแก กิจกรรมวิชาการ กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษา
สิ่งแวดลอม กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยควรมี
กิจกรรมวิชาการรวมอยูดวย
                   3.3 การจัดกิจกรรมของนักศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรีหรือบัณฑิตศึกษาทุกกิจกรรม
ตองจัดทําขอเสนอโครงการใหผูรับผิดชอบอนุมัติ (อาจารยที่ปรึกษา หรือฝายกิจการนักศึกษาของสถาบัน)
โดยมีคําอธิบายเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพที่ใชในการจัดกิจกรรม ประกอบดวยสาระสําคัญ ไดแก
วัตถุประสงคของกิจกรรม ตัวบงชี้ความสําเร็จของกิจกรรมที่จัด ลักษณะของกิจกรรม กลุมเปาหมาย และ
วิธีการประเมินความสําเร็จ และมีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานของกิจกรรมกอนหนานี้มาใช
ประกอบการจัดทําโครงการหรือกิจกรรมใหม
                   3.4 ผูรับผิดชอบควรใหขอมูลปอนกลับแกนักศึกษาในการปรับปรุงพัฒนาการจัดทํา
ขอเสนอโครงการที่ถูกตองเหมาะสม โดยเฉพาะในสวนของการประกันคุณภาพการปฏิบติงาน          ั




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
119



4. มีการสนับสนุนใหนักศึกษาสรางเครือขายพัฒนาคุณภาพภายในสถาบันและระหวางสถาบัน
     และมีกจกรรมรวมกัน
             ิ
                 4.1 สถาบันใหนักศึกษาเสนอแผนการจัดกิจกรรมการสรางเครือขายพัฒนาคุณภาพ
ภายในสถาบัน และใหการสนับสนุนการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณในการทํางานในรูปแบบตาง ๆ
เชน กิจกรรมการจัดการความรู (KM: knowledge management) การใหนักศึกษานําเสนอผลการ
ดําเนินงาน (ผลการประเมิน) ในที่ประชุม เพื่อใหนักศึกษากลุมอื่นรับรูรวมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู
เกี่ยวกับวิธีการวางแผนการทํางาน การพัฒนาตัวบงชี้ความสําเร็จ การประเมินความสําเร็จ
                 4.2 ในระดับสถาบัน อาจารยที่รับผิดชอบฝายกิจการนักศึกษา ควรมีการประชุมกับ
สถาบันภายนอก เพื่อสงเสริมการทํากิจกรรมรวมกันของนักศึกษาระหวางสถาบัน และสงเสริมการสราง
เครือขายการพัฒนาคุณภาพของนักศึกษาระหวางสถาบัน ทั้งนี้ สถาบันควรใหทุนสนับสนุนการจัดกิจกรรม
ระหวางสถาบันดวย
                 4.3 ในแตละป สถาบันอาจหมุนเวียนเปนเจาภาพ ใหนักศึกษาระหวางสถาบันมีการจัด
เวทีหรือการประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณที่ไดจากการทํากิจกรรม หรือนําเสนอผลการจัด
กิจกรรมของแตละสถาบัน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณในการใชระบบการประกันคุณภาพในการ
จัดกิจกรรมของนักศึกษา
                 4.4 อาจมีการรวมมือกันเพื่อสรางชองทางการเผยแพรกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา
ระหวางสถาบัน มีการรวมตัวกันเปนเครือขายสถาบัน เพื่อเปนสื่อกลางการแลกเปลี่ยนประสบการณในการ
จัดกิจกรรมนักศึกษา โดยผูรับผิดชอบอาจเปนการทํางานรวมกันของอาจารยและนักศึกษาระหวางสถาบัน

5. มีการประเมินความสําเร็จตามวัตถุประสงคของแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา
               5.1 สถาบั น (ฝ า ยกิ จ การนั ก ศึ ก ษา) มี ร ะบบติ ด ตามประเมิน ผลการจั ดกิ จ กรรมการ
พัฒนานักศึกษาตามตัวบงชี้ที่กําหนด
               5.2 สถาบันกําหนดใหนักศึกษาจัดทํารายงานผลการจัดกิจกรรม และนํารายงานผลการ
จัดกิจกรรมมาสังเคราะห เพื่อใหเห็นภาพรวมของกิจกรรมและผลที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาในแตละรอบป
               5.3 สถาบันมีการติดตามประเมินความรูความเขาใจ และการประยุกตใชระบบประกัน
คุณภาพในการจัดกิจกรรมของนักศึกษา จากรายงานผลการจัดกิจกรรมของนักศึกษา
               5.4 สถาบันมีการวิเคราะหจุดแข็งจุดออนของนักศึกษา เพื่อจัดทําแผนการจัดกิจกรรม
นักศึกษาในปตอไป




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
120



6. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษา
                6.1 สถาบันมีการนําผลการประเมินความสําเร็จของการจัดกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา
และผลการวิเคราะหจุดแข็งจุดออนไปใชในการวางแผนการพัฒนานักศึกษาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะการ
วิเคราะหคุณลักษณะของนักศึกษาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติในดานที่ยังไม
บรรลุผลเทาที่ควร
                6.2 สถาบั น นํ า เสนอผลให ผูเ กี่ย วข อ งทุ ก ระดับรับ รู และมีก ารระดมความคิ ด ในการ
พัฒนานักศึกษาใหมีลักษณะตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติผานกิจกรรมนักศึกษา


  ตัวบงชี้ที่ 4.1 ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจยหรืองานสรางสรรค
                                            ั

1. มีระบบและกลไกบริหารงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนดานการ
     วิจัยของสถาบัน และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
                     1.1 สถาบันหรือคณะวิชาควรวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนด
หนวยงาน บุคคลหรือกลุมบุคคลที่รับผิดชอบ และมีงบประมาณสนับสนุนการบริหารงานวิจัยและงาน
สรางสรรคอยางเพียงพอ ในการบริหารควรมีการวางแผน ตรวจสอบติดตาม ประเมินและปรับปรุงอยาง
สม่ําเสมอเพื่อบรรลุตามเปาหมายของแผนการวิจัยของสถาบัน
                     1.2 การบริหารงานวิจัยและงานสรางสรรคใหบรรลุผลสําเร็จควรจัดสรรงบประมาณเพื่อ
การบริหารงานวิจัย เชน งบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานของกลุมวิจัย หรือศูนยวิจัยเพื่อใหสามารถ
ดํ า เนิ น การวิ จั ย หรื อ ผลิ ต งานสร า งสรรค ไ ด อ ย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพนอกเหนื อ จากการจั ด สรรทุ น วิ จั ย
นอกจากนั้นอาจจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยของนักศึกษา หรืองบประมาณสนับสนุนนักวิจัยหลัง
ปริญญาเอกใหปฏิบัติงานในกลุมหรือศูนยวิจย เปนตน ั

2. มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับการจัดการเรียนการสอน
                  มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน
เช น 1) การกํ า หนดให นั ก ศึ ก ษาบั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาเป น ส ว นหนึ่ ง ในที ม วิ จั ย ของอาจารย 2) การกํ า หนดให
นักศึกษาระดับปริญญาตรีทําโครงการวิจัย หรืองานสรางสรรค ซึ่งเกี่ยวของกับงานวิจัย หรืองานสรางสรรค
ของอาจารย 3) การกําหนดใหนักศึกษาทุกระดับเขาฟงการบรรยายหรือสัมมนาเกี่ยวกับผลความกาวหนา
ในงานวิจัยของอาจารย หรือของศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor)
หรือเขารวมการจัดแสดงงานสรางสรรคของอาจารย 4) การจัดใหมีการประชุมเสนอผลงานวิจัยหรือแสดง
งานสรางสรรคของนักศึกษา หรือสงเสริมนักศึกษาเขารวมประชุมการเสนอผลงานวิจัยและงานสรางสรรค

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
121



ระดับชาติและนานาชาติ 5) การสงเสริมใหอาจารยนําผลลัพธที่เกิดจากการวิจัยไปเปนสวนหนึ่งของเนื้อหา
ในการจัดการเรียนการสอน เปนตน

3. มีการพัฒนาศักยภาพดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคและใหความรูดานจรรยาบรรณการวิจัย
      แกอาจารยประจําและนักวิจย               ั
                          3.1 จั ด ระบบการรั บ เข า และกํา กั บ ดูแ ลอาจารยแ ละนัก วิ จั ย เช น วิเ คราะหกํ า ลั ง คน
วางแผน และรั บ เข า บุ ค คล (ทั้ ง อาจารย นั ก วิจั ย และนั ก ศึ ก ษาบั ณฑิ ต ศึก ษา) ทั้ง จากในประเทศและ
ตางประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับจุดเนนดานการวิจัยและงานสรางสรรคของสถาบัน ทําการกําหนด
กฎเกณฑ แนวทางกํากับ และสงเสริมใหอาจารยทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรค และตีพิมพผลงานใน
วารสารหรือจัดแสดงผลงาน ที่ไดรับการยอมรับระดับชาติและนานาชาติ โดยกําหนดเปนภาระงานที่ชัดเจน
ที่ตองปฏิบัติ
                          3.2 พัฒนาสมรรถนะนักวิจัยผานกระบวนการที่เหมาะสมกับประสบการณของแตละ
กลุมบุคคล กรณีนักวิจัยรุนใหมอาจเริ่มจากการฝกอบรม การทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรคโดยไดรับการ
แนะนําหรือการรวมทีมวิจัยกับนักวิจัยอาวุโส การเขารวมประชุมวิชาการ การชวยใหคําปรึกษาวิทยานิพนธ
ระดับบัณฑิตศึกษา กรณีนักวิจัยทั่วไป การสงเสริมใหมีโอกาสไปทํางานในหองปฏิบัติการวิจัย หรือรวมทีม
วิ จั ย กั บ นั ก วิ จั ย ชั้ น นํ า นอกสถาบั น ทั้ ง ในและต า งประเทศ เป น แนวทางหนึ่ ง ที่ ทํ า ให ไ ด รั บ ความรู แ ละ
ประสบการณที่มีคุณคา
                                     อยางไรก็ตาม การพัฒนาสมรรถนะอาจารยและนักวิจัยที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ
การสงเสริมการทํางานวิจัยเปนทีมที่ประกอบดวยนักวิจัยอาวุโส นักวิจัยระดับกลาง นักวิจัยหรือนักศึกษา
หลังปริญญาเอก และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ผูชวยวิจัย ทั้งนี้เพื่อใหสามารถทํางานวิจัยอยางลุมลึกและ
ตอเนื่อง
                          3.3 ใหความรูดานจรรยาบรรณของนักวิจัยและจรรยาบรรณที่เกี่ยวของแกอาจารยและ
นักวิจัย ตลอดจนจัดระบบควบคุมใหนักวิจัยปฏิบัติตามโดยเครงครัด
                          3.4 สรางแรงจูงใจใหนักวิจัย เชน การยกยอง การใหผลตอบแทน หรือการใหรางวัล
สําหรับนักวิจัยที่มีผลงานดีเดน การจัดบรรยากาศและการบริการตางๆในสถาบันใหเหมาะสมและจูงใจแก
การคนควาวิจัยและผลิตงานสรางสรรค เปนตน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
122



4. มีการจัดสรรงบประมาณของสถาบันเพื่อเปนทุนวิจัยหรืองานสรางสรรค
                ในกรณีของนักวิจัยรุนใหม การแสวงหาทุนวิจัยจากภายนอกอาจทําไดยาก ดังนั้น สถาบัน
จึงควรจัดสรรงบประมาณเพื่อเปนทุนวิจยหรือผลิตงานสรางสรรคเพื่อใหนักวิจัยเหลานี้มีโอกาสสรางผลงาน
                                      ั
ที่สามารถนําไปใชประกอบการเสนอโครงการขอทุนวิจัยจากแหลงทุนภายนอกสถาบันในโอกาสตอไป
                สําหรับการเสนอขอทุนวิจัยจากแหลงทุนภายนอกนั้น สถาบันอาจจัดใหมีระบบสนับสนุน
เชน การจัดใหมีขอมูล รายละเอียด และเงื่อนไขของแหลงทุนวิจัยตางๆ ทั้งแหลงทุนภายในประเทศและ
ตางประเทศ ที่อาจารยและนักวิจัยสามารถเขาดูไดอยางสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้นอาจจัดใหมีคณะ
ผูเชี่ยวชาญเปนพี่เลี้ยงตรวจสอบขอเสนอโครงการวิจัยของอาจารยและนักวิจัยที่เสนอขอทุนไปยังแหลงทุน
ตางๆ และชวยเหลือปรับปรุงโครงการเหลานั้นใหเหมาะสม เพื่อมีโอกาสไดรับทุนวิจัยมากยิ่งขึ้น

5. มีการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคตามอัตลักษณของสถาบัน
                 สถาบันควรจัดหาทรัพยากรและหรือจัดหาแหลงสนับสนุนทรัพยากรอยางเพียงพอ ทั้ง
งบประมาณสนับสนุนการวิจัย หองปฏิบัติการวิจัย แหลงคนควาทางวิชาการ และระบบสารสนเทศเพื่อการ
วิจัย ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่สงเสริมการวิจัย ดังนี้
                  5.1 งบประมาณสนั บสนุน การวิจัย ควรประกอบด ว ย 1) งบประมาณสนั บสนุน การ
บริหารงานวิจัยของกลุมวิจัยหรือหองปฏิบัติการวิจัย หรือศูนยวิจัยเพื่อใหสามารถผลิตผลงานระดับสากล
หรือผลงานตามความตองการของประเทศ หรือของทองถิ่นอยางตอเนื่องนอกเหนือจากเงินทุนวิจัย 2)
งบประมาณสนับสนุนการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในรูปแบบตางๆ 3) งบประมาณสนับสนุน
การวิจัยและงานสรางสรรคของนักศึกษาบัณฑิตศึกษา และของนักวิจัยหลังปริญญาเอก 4) งบประมาณ
สนับสนุนศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) เปนตน
                 5.2 หองปฏิบัติการวิจัยที่เหมาะสมกับงานวิจัยแตละประเภทที่เปนจุดเนนของสถาบัน
ระบบรักษาสุขภาพและความปลอดภัยในหองปฏิบัติการที่ไดมาตรฐาน ศูนยเครื่องมือระดับสูงที่จําเปนที่
หลายหนวยวิจัย หรือกลุมวิจัย หรือศูนยวิจัย สามารถใชรวมกันได หรือหากไมมีศูนยเครื่องมือระดับสูง
ดังกลาว ก็ตองจัดระบบผานเครือขายทั้งในและตางประเทศใหสามารถเขาใชของหนวยงานอื่นได เพื่อไมให
เปนอุปสรรคตอการวิจัยของนักวิจัย
                 5.3 แหล ง ค น คว า ทางวิ ช าการ ซึ่ ง นอกจากหนัง สื อและวารสารทั้ง ในรูปของเอกสาร
(hard copy) และสื่ออิเล็กทรอนิกสที่เพียงพอแลว ยังหมายรวมถึงการสนับสนุนการจัดประชุมวิชาการ การ
สนับสนุนศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศษสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) การสนับสนุนการไปรวม
ทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรคกับหนวยงานอื่นที่มีช่ือเสียงทั้งในและตางประเทศ ที่สอดคลองกับงานวิจัย



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
123



ของอาจารย โดยเฉพาะในชวงลาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณทางวิชาการ (sabbatical leave) ของอาจารยใน
มหาวิทยาลัยวิจัย
                    5.4 ระบบสารสนเทศเพื่อการวิจัยที่ครอบคลุมขอมูลขาวสารอยางนอย 5 ดานตอไปนี้
1) ขอมูลดานแหลงทุนวิจัยและงานสรางสรรคทั้งภายในและภายนอกสถาบัน 2) ขอมูลดานการวิจัยและ
งานสรางสรรคของสถาบัน ทั้งปจจุบันและผลงานที่ผานมา 3) ขอมูลดานแหลงเผยแพรผลงานวิจัยและงาน
สร า งสรรค ท้ั ง วารสารและการประชุ ม วิ ช าการ การจั ด แสดงงานสร า งสรรค ตา งๆ ตลอดจนข อ มู ล การ
สนับสนุนของสถาบันในการเผยแพรผลงาน 4)ขอมูลดานระบบและกลไกของสถาบันในการสงเสริมการนํา
ผลงานวิจยและงานสรางสรรคไปใชประโยชน รวมถึงการสงเสริมดานการจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการ
          ั
ซื้อขายทรัพ ยสินทางปญญา 5) ขอมูลเกี่ยวกับระเบีย บ หลักเกณฑและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ของสถาบัน ที่
เกี่ยวของกับการวิจัยและงานสรางสรรค

6. มีการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนในขอ 4 และขอ 5 อยางครบถวนทุกประเด็น
                สถาบันจัดใหมีระบบประเมินผลสําเร็จของการสนับสนุนทุกดานอยางสม่ําเสมอ โดยการมี
สวนรวมของอาจารยและนักวิจัย เชน “การประเมินผลสําเร็จของการใหทุนวิจัย” ทั้งในประเด็น งานวิจัย
เสร็จทันตามกําหนดเวลา คุณภาพของผลงานวิจัยเปนไปตามหลักเกณฑ ผูรับทุนสามารถแสวงหาทุนวิจัย
จากแหลงทุนภายนอกไดในโอกาสตอมา หรือ “การประเมินแหลงคนควาสนับสนุนงานวิจัย” ในประเด็น
ความเหมาะสมและเพียงพอเทียบกับงานวิจัยของอาจารย และนักวิจัยในปจจุบัน หรือ “การประเมินระบบ
สารสนเทศ” ในประเด็นความเหมาะสมกับความตองการใชของอาจารยและนักวิจัย เปนตน
7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคของ
    สถาบัน
                สถาบันนําผลการประเมินไปจัดทําแผนการปรับปรุง โดยกําหนดกิจกรรมที่ตองทําเพื่อการ
ปรับปรุง กําหนดบุคคลหรือหนวยงานรับผิดชอบในการปรับปรุง กําหนดงบประมาณที่ตองใชหากจําเปน
กําหนดระยะเวลาที่การปรับปรุงตองแลวเสร็จ จากนั้นจึงดําเนินการปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการ
วิจัยตามที่กําหนด

8. มีระบบและกลไกเพื่อสรางงานวิจัยหรืองานสรางสรรคบนพื้นฐานภูมิปญญาทองถิ่น หรือจาก
   สภาพปญหาของสังคม เพื่อตอบสนองความตองการของทองถิ่นและสังคม และดําเนินการ
   ตามระบบที่กําหนด (เฉพาะกลุม ข และ ค 2)
              สถาบันหรือคณะวิชาวางแนวทางและขั้นตอน ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสราง
ความรวมมือกับองคกรภายนอกโดยวิธีการตางๆ เชน การจัดหาขอมูลสารสนเทศของกลุมเปาหมาย การ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
124



สนทนากับกลุมเปาหมายที่สําคัญ (focus group) การติดตอสรางสัมพันธกับองคกรภายนอก การใชขอมูล
ปอนกลับ (feed back) จากความรวมมือที่มีอยูเดิม
                 วัตถุประสงคของความรวมมือดังกลาวควรมีทั้งการรวมทํางานวิจัยและงานสรางสรรคบน
พื้นฐานภูมปญญาทองถิ่น หรือเพื่อตอบโจทยของหนวยงานหรือชุมชนภายนอก รวมถึงการรวมใชทรัพยากร
            ิ
ทั้งสถานที่ บุคคล อุปกรณ หรือทรัพยากรอื่นๆ


 ตัวบงชี้ที่ 4.2 ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค

1. มีระบบและกลไกสนับสนุนการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในการประชุมวิชาการ
       หรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ และมีการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองาน
       สรางสรรคในการประชุมวิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ
                    วางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสนับสนุนการ
ตีพิมพหรือการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในวารสารหรือในที่ประชุมวิชาการที่มี peer review
ในประเด็น ต อไปนี้ เช น 1) การจัดใหมี พี่เ ลี้ยงแกนัก วิจัย รุ น ใหมเ พื่อชว ยเขียนรายงานการวิจั ย สํา หรับ
นํ า เสนอในที่ ป ระชุ ม วิ ช าการหรื อ ตี พิ ม พ ใ นวารสาร 2) การสนั บ สนุ น การตรวจสอบภาษาอั ง กฤษของ
บทความวิจัยของอาจารยและนักวิจัย ที่จะนําเสนอในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 3) การสนับสนุน
งบประมาณเพื่อเขารวมประชุมเสนอผลงานวิจัยหรือเผยแพรงานสรางสรรค 4) การจายคาตอบแทนสําหรับ
ผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ที่ไดรับการตีพิมพหรือเผยแพร 5) การจายคาตีพิมพกรณีวารสารเรียกเก็บ
เงิน เปนตน ทั้งนี้การสนับสนุนดังกลาวอาจแตกตางกันตามสถานภาพและจุดเนนของแตละสถาบัน
2. มีระบบและกลไกการรวบรวม คัดสรร วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากงานวิจัยหรืองาน
       สรางสรรค เพื่อใหเปนองคความรูที่คนทั่วไปเขาใจได และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
                    วางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการ รวบรวม คัดสรร
วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคใหเหมาะสมกับกลุมบุคคลเปาหมายโดย
ยังคงความเชื่อถือไดในเชิงวิชาการและรวดเร็วทันตอเหตุการณ เชน กําหนดผูรับผิดชอบติดตามผลงานวิจัย
หรืองานสรางสรรคของอาจารยและนักวิจัย คัดสรรคผลงานที่นาจะเปนที่สนใจของบุคคลทั่วไป จัดใหมีการ
สัม ภาษณอาจารย เ จ า ของผลงาน วิ เ คราะห สั ง เคราะห ขอมูล ให เ ปน ความรูท่ี นา สนใจซึ่ง สาธารณชน
สามารถเขาใจได จัดหมวดหมูความรูที่ไดใหเหมาะสมตอการเผยแพร

3. มีการประชาสัมพันธและเผยแพรองคความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่ไดจากขอ 2 สู
   สาธารณชนและผูเกี่ยวของ
             นําองคความรูที่ไดจากการวิเคราะหสังเคราะหผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในขอ 2
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
125



เผยแพรสูสาธารณชนผานสื่อตางๆ อยางเปนระบบในเชิงรุก โดยเริ่มจากการวางแผนประชาสัมพันธให
เหมาะสมกั บ กลุม เป า หมาย ดํา เนินการประชาสัม พั นธ ตามแผนตลอดจนการติดตามขอมู ลปอ นกลับ
นอกจากนั้นการประชาสัมพันธอาจรวมถึงการสรางเครือขายเผยแพรผลงานวิจัยและงานสรางสรรคโดย
เชื่อมโยงกับศิษยเกา ชุมชน และองคกรภายนอกทั้งรัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุมเปาหมายที่คาดวาจะ
สามารถสนับสนุนงานวิจัย หรือรวมวิจัย หรือนําผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชประโยชน

4. มีการนําผลงานงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชใหเกิดประโยชน และมีการรับรองการใช
     ประโยชนจริงจากหนวยงานภายนอกหรือชุมชน
                       สนับสนุนการนําผลงานวิจัยและงานสรางสรรคไปใชประโยชน เชน 1) กําหนดขั้นตอน
วิธีการ และผูรับผิดชอบเพื่อเปนสื่อกลางสานสัมพันธในการถายทอดเทคโนโลยีระหวางอาจารย และ
นั ก วิ จั ย กั บ องค ก รภายนอกที่ มี ศั ก ยภาพในการนํ า ผลการวิ จั ย และงานสร า งสรรค ไ ปใช ป ระโยชน 2)
ผูรับผิดชอบแสวงหางานวิจัยจากภาครัฐและเอกชนทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ ที่ตองการรับบริการ
วิจัยในเรื่องเฉพาะใดๆ จากสถาบัน (consultancy) และประสานงานตอไปยังผูวิจัย 3) ผูรับผิดชอบริเริ่ม
ประสานงาน หรือส งเสริ มการนําผลงานที่เ กิดจากการวิจั ย หรืองานสรางสรรคไปสูง านเชิง พาณิชยใน
ลักษณะนิติบคคล (start – up company) เปนตน
                   ุ

 5. มี ร ะบบและกลไกเพื่ อช ว ยในการคุม ครองสิท ธิ ข องงานวิจัย หรื อ งานสร า งสรรค ที่นํา ไปใช
    ประโยชนและดําเนินการตามระบบ ที่กําหนด
                   สถาบันหรือคณะวิชาวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบ
ในการสนับสนุนการเจรจาตอรอง ทําขอตกลง หรือสนับสนุนดานระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวของ แก
อาจารย นั ก วิ จั ย และสถาบั น ในการเจรจาเชิ ง ธุ ร กิ จ หรื อ การซื้ อ ขายผลงานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค
ตลอดจนสนับสนุนในการเจรจาเขาไปรวมเปนพันธมิตรทางธุรกิจใดๆที่เกิดจากผลของงานวิจัยหรืองาน
สรางสรรค
                   นอกจากนั้ น ควรมี ก ารกํ า หนดหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารในการรั ก ษาสิ ท ธิ ป ระโยชน ข อง
อาจารย นักวิจัยและของสถาบันในผลประโยชนที่เกิดขึ้นจากการซื้อขาย หรือทําธุรกิจที่เปนผลจากงานวิจัย
โดยเปนหลักเกณฑที่โปรงใส เปนที่ยอมรับของทุกฝาย

6. มีระบบและกลไกสงเสริมการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร และมีการยื่นจดสิทธิบัตรและอนุ
   สิทธิบัตร (เฉพาะกลุม ค1 และ ง)
               วางแนวทางและขั้นตอนตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสนับสนุนความรู และอํานวย
ความสะดวกในการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแกอาจารย และนักวิจัยในประเด็นตางๆ เชน 1) การให

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
126



ความรูและคําปรึกษาดานทรัพยสินทางปญญา ซึ่งอาจดําเนินการโดยการฝกอบรม หรือสัมมนา หรือจัด
คลินิกใหคําปรึกษา 2) ชวยรางคําขอและยื่นขอจดสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรตอกรมทรัพยสินทางปญญา
หรือสํานักงานเทียบเทาในตางประเทศ 3) ประสานงานการอนุญาตใหใชสิทธิในสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร เพื่อ
ใชประโยชนเชิงพาณิชย เปนตน

ตัวบงชี้ที่ 5.1 ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม

1. มีระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
                มีการวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑของการใหการบริการวิชาการดานตางๆ ที่
สัมพันธกับพันธกิจของสถาบัน มีนโยบายสงเสริม สนับสนุนและจูงใจใหอาจารย บุคลากรทุกระดับมีความ
พรอมทั้งในดานความรู ความเชี่ยวชาญ เวลาและจิตแหงการบริการ (service mind) ในการใหบริการ
วิชาการแกหนวยงานทั้งภายในและภายนอกสถาบัน รวมถึงจัดหางบประมาณสนับสนุนและจัดทําระเบียบ
ของการใหบริการ กําหนดภาระงานของอาจารยและบุคลากรใหชัดเจน โดยมีระบบการเทียบเคียงและ
ทดแทนระหวางภาระงานดานตางๆซึ่งจะเปนการสรางแรงจูงใจใหบุคลากรสนใจการใหบริการแกชุมชน
สังคมตามความถนัดและจุดเนนของสถาบัน
                ในการใหบริการทางวิชาการนี้ควรมีการวางแผน ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินเพื่อนําไปสู
การปรับปรุงคุณภาพของการใหบริการอยางสม่ําเสมอ เพื่อบรรลุตามเปาหมายที่กําหนดไว

2. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการสอน
              มีการบูรณาการงานบริก ารทางวิชาการกับกระบวนการจัดการเรีย นการสอนและการ
ปฏิบัติงานประจําดานอื่นๆของอาจารยและบุคลากร เชน การกําหนดใหนักศึกษานําความรูไปจัดทําเปน
โครงการหรือกิจกรรมที่เปนประโยชนตอชุมชน

3. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการวิจัย
             มี ก ารบู ร ณาการงานบริ ก ารทางวิ ช าการกั บ การวิ จั ย อย า งเป น ระบบ เช น 1) มี ก ารนํ า
 ผลการวิจัยไปสูการใชประโยชนจริงที่ตอบสนองความตองการของทุกภาคสวนในทุกระดับ และ 2) นํา
 ความรู ประสบการณ จากการให บ ริก ารกลั บ มาพัฒ นาต อ ยอดไปสู ก ารพั ฒ นาองค ความรู ใ หม ผ า น
 กระบวนการวิจัย เปนตน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
127



4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียน
    การสอนและการวิจัย
                  จัดใหมีระบบติดตาม ประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการวิชาการแก
สังคมกับการเรียนการสอนและการวิจัย โดยใหมีสวนรวมของผูใหบริการ ผูรับบริการ และนักศึกษา ซึ่งเปน
ทั้งผูใหบริการและผูรับบริการ ทั้งในระดับแผนการดําเนินงาน เปาหมายของสถาบัน ความรวมมือรวมใจ
ของบุคลากร คุณภาพของบุคลากร คุณภาพของการใหบริการที่สามารถนําไปใชประโยชนไดจริง และ
เปนไปตามหลักเกณฑที่สถาบันกําหนดไว

5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียน
    การสอนและการวิจัย
               สถาบันนําผลการประเมินไปพัฒนาแผน พัฒนากระบวนการ และผลสัมฤทธิ์ที่ไดอยาง
สม่ําเสมอและเปนรูปธรรม


ตัวบงชี้ที่ 5.2 กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม
                                                          


1. มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ เพื่อ
    ประกอบการกําหนดทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตามจุดเนนของสถาบัน
              มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ
เพื่อประกอบการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร ทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตาม
จุดเนนและความเชี่ยวชาญของสถาบัน

2. มีความรวมมือดานบริการทางวิชาการเพื่อการเรียนรูและเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน
   หรือภาคเอกชน หรือภาครัฐ หรือหนวยงานวิชาชีพ
                  สถาบั น มี ก ารเชิ ญ หรื อ เป ด โอกาสให ผู มี ส ว นร ว มจากชุ ม ชน ภาครั ฐ ภาคเอกชน หรื อ
หนวยงานที่เกี่ยวของกับวิชาชีพที่จะใหบริการ มารวมมือรวมพลัง (Collaboration) ในลักษณะของการสราง
เครื อ ข า ย (Networking) ระหว า งบุ ค คลหรื อ หน ว ยงานในรู ป แบบต า งๆ เช น ความร ว มมื อ กั บ สถาน
ประกอบการในการนําผลการวิจัยไปเปนสวนหนึ่งของการปรับปรุงปญหาที่เกิดขึ้นหรือไปใชพัฒนาบุคลากร
ของสถานประกอบการหรือสวนการผลิต มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู ใหคําปรึกษาแนะนําและจัดใหมีชองทาง
ในการสื่อสาร ทําความเขาใจรวมกันของภาคอุตสาหกรรม หรือริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมใหมๆ ในชุมชน



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
128



3. มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคม
                 มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคมวาสอดคลอง
กับความตองการของผูรับบริการทั้งทางตรงและทางออม มีการประเมินผลที่เกิดกับนักศึกษา อาจารย
และบุคลากรผูใหบริการ ทั้งในดานการนําความรู ความเชี่ยวชาญไปใชประโยชน การสื่อสาร การชี้แจง
แนะนําใหผูรับบริการและประชาชน

4. มีการนําผลการประเมินในขอ 3 ไปพัฒนาระบบและกลไก หรือกิจกรรมการใหบริการทาง
   วิชาการ
               มีการนําผลการประเมินการใหบริการทางวิชาการไปพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของการ
ใหบริการ ระบบและกลไกการใหบริการ ซึ่งประกอบดวยรูปแบบการใหบริการ ขอบเขตการใหบริการ
คาใชจาย ระยะเวลาในการใหบริการ สัญญาการบริการ ซึ่งรวมทั้งการควบคุมและการกํากับคุณภาพของ
การใหบริการ โดยจัดใหมีระบบการใหขอมูลที่ชัดเจน มีความเปนธรรม โปรงใส และสามารถตรวจสอบได

5. มีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการและถายทอดความรูสูบุคลากรภายใน
   สถาบันและเผยแพรสูสาธารณชน
              สถาบันมีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการ สงเสริมใหเกิดกระบวนการ
ในการถายทอดความรูสูบุคลากรภายในสถาบัน ซึ่งรวมทั้งผูเรียนดวย จัดใหมีการแลกเปลี่ยนความคิดและ
เผยแพรประสบการณในการใหบริการผานทางสื่อการเรียนรูตาง ๆ รวมทั้งจัดทําฐานขอมูลการบริการ
วิชาการเผยแพรสูสาธารณะ


 ตัวบงชี้ที่ 6.1 ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม


1. มีระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด
                   สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ก ารกํ า หนดระบบและกลไกทางด า นการทํ า นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปะและ
วัฒนธรรม มีระบบสงเสริมใหบุคลากรนํากิจกรรมดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมสูการปฏิบัติ และ
มีผลลัพธชัดเจนตามแนวทางที่กําหนดไว เชน มีการกําหนดนโยบายดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
การกํ า หนดผู รั บ ผิ ด ชอบ มี ก ารจั ด ทํ า แผนงบประมาณโครงการ มี ก ารกํ า หนดตั ว ชี้ วั ด ด า นศิ ล ปะและ
วัฒนธรรม มีการนํางานศิลปะและวัฒนธรรมสูการปฏิบัติที่เปนรูปธรรม โดยทุกคนมีสวนรวม มีการติดตาม
ผลการดําเนินงานอยางเปนระบบและมีการนําสูการพัฒนาอยางตอเนื่อง


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
129



2. มีก ารบู ร ณาการงานด า นทํ า นุ บํา รุ ง ศิ ล ปะและวั ฒ นธรรมกั บ การจั ด การเรี ย นการสอนและ
กิจกรรมนักศึกษา
                สถาบันสนับสนุนใหมีการนําการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมไปบูรณาการรวมกับการ
เรียนการสอน และกิจกรรมนักศึกษา คือมีการจัดการเรียนการสอนที่นําการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
ไปผสมผสานเปนสวนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอน หรือบูรณาการการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
เขากับกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งที่จัดโดยสถาบันและที่จัดโดยองคการนักศึกษา

3. มีการเผยแพรกิจกรรมหรือการบริการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมตอสาธารณชน
                3.1 สถาบันมีสถานที่เพื่อการเผยแพรและบริการดานศิลปะและวัฒนธรรม เชน มีหอ
ศิลป หอประวัติ พิพิธภัณฑ หรือเวทีการแสดง มีการบริหารจัดการโดยมีผูมีความรู ความเชี่ยวชาญดาน
ศิลปะและวัฒนธรรม มีการจัดกิจกรรมอยางตอเนื่องสม่ําเสมอ มีการจัดสรรงบประมาณดานศิลปะและ
วัฒนธรรม
                3.2 สถาบั น จั ด ทํ า วารสารศิ ล ปะและวั ฒ นธรรมในระดั บ ต า งๆ เช น วารสารระดั บ
หนวยงาน ระดับชาติ โดยมีความตอเนื่องในการดําเนินงาน
                3.3 สถาบั น มี ก ารบริ ก ารวิ ช าการด า นศิ ล ปะและวั ฒ นธรรม โดยมี ค วามร ว มมื อ กั บ
หนวยงานหรือองคกรอื่น มีการสรางเครือขาย มีการกําหนดตัวบงชี้ และมีการดําเนินการอยางตอเนื่อง เปน
ระบบอยางชัดเจน

4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม กับ
   การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา
             มีการติดตามผลการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับการจัดการเรียน
การสอนและกิจกรรมนักศึกษา มีการกําหนดตัวบงชี้ และติดตามผลการดําเนินงานอยางเปนระบบ

5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับ
   การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา
             5.1 มีการนําผลการประเมินไปพัฒนากระบวนการ บูรณาการดานทํานุบํารุงศิลปะและ
วัฒนธรรมกับการจัดการเรียนการสอน โดยใชหลักการของ PDCA
             5.2 มีแผนปรับปรุงและพัฒนาการบูรณาการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมนําสู
การปฏิบติและปรับปรุงอยางตอเนื่อง
        ั
             5.3 มีผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการตามแผนปรับปรุงและพัฒนาอยางเปน
รูปธรรม
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
130



6. มีการกําหนดหรือสรางมาตรฐานคุณภาพดานศิลปะและวัฒนธรรมและมีผลงานเปนที่ยอมรับ
     ในระดับชาติ
               6.1 สถาบันมีการกําหนด/การสรางมาตรฐานดานศิลปะและวัฒนธรรม โดยมีการใช
ผูเชี่ยวชาญและมีการเผยแพรสูสาธารณะ
               6.2 สถาบันไดรับการยอมรับจากสังคม เชน มีศิลปนแหงชาติ มีบุคลากรไดรับเชิญเปน
วิทยากรหรือเปนที่ประจักษ หรือผูทรงคุณวุฒิในระดับองคกรระดับชุมชน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
               6.3 สถาบันมีจํานวนผลงานวิจัย หรืองานสรางสรรค ดานศิลปะและวัฒนธรรมโดยมีการ
เผยแพรทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติ หรือมีผลงานไดรับรางวัล ไดรับการอางอิง เปน
ที่ยอมรับ


   ตัวบงชี้ที่ 7.1      ภาวะผูนาของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน
                                 ํ

1. สภาสถาบั น ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกํ า หนดครบถ ว นและมี ก ารประเมิ น ตนเองตาม
     หลักเกณฑที่กําหนดลวงหนา
                 1.1 กรรมการสภาสถาบันทุกคนควรไดรับการชี้แจงและทําความเขาใจเกี่ยวกับกฏหมาย
ขอบังคับตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับสถาบัน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสถาบัน ขอบังคับตาง ๆ อาทิ ขอบังคับ
ที่วาดวยการบริหารงานบุคคลและผูบริหาร รวมทั้งทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ
กรอบทิศทางการพัฒนาสถาบัน และอัตลักษณของสถาบัน เพื่อใหทราบถึงบทบาทหนาที่ที่มีตอสถาบัน
กอนจะปฎิบติหนาที่
            ั
                 1.2 กรรมการสภาสถาบั น กํ า กั บ ดู แ ลสถาบั น ไปสู ทิ ศ ทางที่ กํ า หนดร ว มกั น ระหว า ง
ผูบริ หารสถาบั นและสภาสถาบั น และมีความสอดคล อ งกับทิศทางการพัฒ นาคุณภาพการศึ กษาของ
ประเทศ รวมทั้งทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก
                 1.3 มีการเปดเผยประวัติกรรมการสภาสถาบัน รายงานการประเมินตนเอง และรายงาน
ตอสาธารณชน

2. ผูบริหารมีวิสัยทัศน กําหนดทิศทางการดําเนินงาน และสามารถถายทอดไปยังบุคลากรทุก
   ระดับ มีความสามารถในการวางแผนกลยุทธ มีการนําขอมูลสารสนเทศเปนฐานในการ
   ปฏิบัตงานและพัฒนาสถาบัน
          ิ
                2.1 ผูบริหารและสภาสถาบัน มีสวนรวมกันในการกําหนดนโยบายและจัดทําวิสัยทัศน
พันธกิจ แผนกลยุทธ และนําสูการปฏิบัติที่เปนระบบชัดเจน โดยมีการกําหนดตัวบงชี้คุณภาพ (KPI) ของ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
131



งานที่ปฏิบัติ ที่ควรมีการพิจารณาจาก 1 ) มิติการพัฒนาองคกร เชนการสงเสริมใหอาจารย บุคลากรมี
โอกาสศึกษา เรียนรู พัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง การพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อการเรียนรู 2) มิติการ
พัฒนา หรือการปรับปรุงกระบวนหลักของสถาบัน เชน การพัฒนาหลักสูตร การปรับปรุงกระบวนการเรียนรู
ของนักศึกษา ทิศทางการสงเสริมการวิจย การบริการวิชาการและสังคม การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
                                         ั
3) มิติผูรับบริการหรือผูมีสวนได สวนเสียเชน ความพึงพอใจของผูใชบัณฑิต โดยคํานึงถึงความคุมคาของ
การใชจายเงิน งบประมาณ และใหสอดคลองกับเปาประสงคตามประเด็นยุทธศาสตร หรือวัตถุประสงค
เชิงกลยุทธของสถาบัน อยางเหมาะสมโดยพิจารณาจากความคุมคาของการจัดเก็บขอมูล และการรายงาน
ขอมูล กับประโยชนที่จะไดรับ
                  2.2 ผูบริหารสรางระบบและกลไกการถายทอดนโยบาย วิสัยทัศน และแผนกลยุทธให
หนวยงานและบุคลากรทุกระดับทราบและมีความเขาใจรวมกัน
                  2.3 ควรจัดทําระบบฐานขอมูลของสถาบันใหทันสมัย นํามาใชในการติดตามผลการ
บริหารสารสนเทศ การรายงานผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้คุณภาพ (KPI) ที่กําหนดไวในแผนกลยุทธ
อยางนอยปละ 2 ครั้ง และนําขอมูลที่ไดมาใชเพื่อการตัดสินใจปรับแผนกลยุทธไดอยางทันการ

3. ผูบริหารมีการกํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามที่มอบหมาย รวมทั้งสามารถ
    สื่อสารแผนและผลการดําเนินงานของสถาบันไปยังบุคลากรในสถาบัน
                   3.1 ผูบริหารมีการกํากับ ติดตามผลการนํานโยบายและแผนกลยุทธไปสูการปฏิบัติใน
การประชุมผูบริหารอยางนอย ปละ 1-2 ครั้ง เพื่อทบทวนเปาหมาย หรือปรับแผนการดําเนินงานให
สอดคลองกับสภาพการณยิ่งขึ้น พรอมทั้งสรางกลไกภายในเพื่อสื่อสารแผนการดําเนินงานไปยังบุคลากร
กลุมเปาหมายทุกระดับที่เกี่ยวของ
                   3.2 ผูบริ ห ารมี ก ารประเมิน ผลการดํ า เนิน งานที่ สํ า คั ญตามภารกิ จ ของสถาบัน อยา ง
ครบถวน รวมทั้งการติดตามผลสัมฤทธิ์ อยางนอย ปละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนเปาหมาย หรือปรับแผนการ
ดําเนินงานในรอบปถัดไป พรอมแจงผลการดําเนินงานไปยังบุคลากรทุกระดับผานการสื่อสารภายใน โดย
ใชสื่อตาง ๆ ที่ตรงกับกลุมเปาหมาย

4. ผูบริ หารสนับสนุนใหบุคลากรในสถาบั นมีสวนรวมในการบริหารจั ดการ ใหอํานาจในการ
   ตัดสินใจแกบุคลากรตามความเหมาะสม
                4.1 ผูบริหารควรมีระบบการสื่อสาร 2 ทาง เพื่อรับฟงขอคิดเห็นและขอเสนอแนะจาก
บุคลากรผูปฏิบัติงาน อันจะทําใหไดขอมูลเพื่อการปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานอยางตอเนื่อง
                4.2 ผูบริหารดําเนินการปรับลดขั้นตอนกระบวนการบริหารจัดการโดยการมอบอํานาจ
ในการตัดสินใจแกผูบริหารหรือผูปฏิบัติระดับถัดไป เพื่อเพิ่มความคลองตัว พรอมกับมีการกํากับ และ
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
132



ตรวจสอบเพื่อใหเกิดความมั่นใจวาระบบการทํางานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุมคา และมีความเสี่ยงอยู
ระดับในที่ยอมรับได
                4.3 ผูบริหารมีการสงเสริมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อเปนการสรางขวัญและกําลังใจตอ
บุคลากรเปนประจําอยางตอเนื่อง เชน การจัดโครงการรางวัลคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการใหบริการ
โครงการพัฒนาองคการใหคลองตัว (lean organization) เปนตน

5. ผูบริหารถายทอดความรูและสงเสริมพัฒนาผูรวมงานเพื่อใหสามารถทํางานบรรลุวัตถุประสงค
    ของสถาบันเต็มตามศักยภาพ
                 5.1 ผูบริหารมีการถายทอดความรูแกผูรวมงาน โดยเนนการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน
ใหสูงขึ้นอยางตอเนื่องหรือเพิ่มศักยภาพในการทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค เชน การสอนงานที่หนางาน
(on – the – job training) จัดทําคูมือการปฏิบัติงาน เปนตน
                 5.2 ผูบริหารในระดับตาง ๆ ควรนําหลักการจัดการความรูมาใช เพื่อการแลกเปลี่ยน
ความรู และถายทอดประสบการณรวมกันระหวางผูปฏิบัติงาน อาทิ การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู การ
สรางเครือขายชุมชนนักปฎิบัติ (community of practices) เปนตน

6. ผูบริหารบริหารงานดวยหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงประโยชนของสถาบันและผูมีสวนได
     สวนเสีย
                6.1 ผูบริหารควรยึดหลักธรรมาภิบาลเปนเครื่องมือในการบริหารการดําเนินงานของ
สถาบันใหไปสูทิศทางที่กําหนดรวมกันระหวางผูบริหารสถาบัน และสภาสถาบัน โดยใหสอดคลองทิศ
ทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศและทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก
                6.2 ผูบริหารมีการดําเนินงานภายใตหลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะในประเด็นการปกปอง
ผลประโยชนของผูมีสวนไดสวนเสียในเรื่องคุณภาพทางวิชาการและเปดโอกาสใหมีสวนรวมจากทุกฝายที่
เกี่ยวของในการดําเนินงาน
                6.3 ผูบริหารมีการเปดเผยประวัติ มีรายงานประเมินตนเอง จัดทํารายงานสรุปผลการ
ทํางานและรายงานการเงินของสถาบันเสนอตอสภาสถาบันเปนประจําทุกป
                6.4 ผู บ ริ ห ารมี ก ารติ ด ตามผลการควบคุ ม ภายใน การบริ ห ารความเสี่ ย ง และการ
ตรวจสอบภายในของสถาบันการศึกษา และรายงานการเงินของสถาบันเสนอตอสภาสถาบันเปนประจํา
ทุกป




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
133



7. สภาสถาบันประเมินผลการบริหารงานของสถาบันและผูบริหารนําผลการประเมินไปปรับปรุง
   การบริหารงานอยางเปนรูปธรรม
                 7.1 สภาสถาบันประเมินผลการบริหารงานของสถาบันและผูบริหารตามที่ระบุไวใน
กฎหมายหรือพระราชบัญญัติของสถาบัน และขอบังคับมหาวิทยาลัยที่วาดวยการบริหารงานบุคคลผูบริหาร
และขอบังคับที่เกี่ยวของกับการประเมิน หรือตามขอตกลงที่ทํารวมกันระหวางสภาสถาบันและผูบริหาร
                 7.2 สภาสถาบันควรยึดหลักการประเมินผลการบริหารงานแบบกัลยาณมิตร กลาวคือใช
หลักการที่มุงเนนการใหขอเสนอแนะเชิงสรางสรรค นําผลการประเมินไปใชในการพัฒนา หรือปรับปรุง
สถาบันใหเจริญกาวหนาอยางตอเนื่อง
                 7.3 ผูบริหารมีการนําผลการประเมินจากสภาสถาบันไปใชปรับปรุงการบริหารงาน อาทิ
จัดทําแผนการบริหารงาน และรายงานผลการดําเนินงานตอสภาสถาบันในโอกาสที่เหมาะสม


 ตัวบงชี้ที่ 7.2 การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู
                                  


1. มี ก ารกํ า หนดประเด็ น ความรู แ ละเป า หมายของการจั ด การความรู ที่ ส อดคล อ งกั บ แผน
     กลยุทธของสถาบันอยางนอยครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจย                  ั
                   1.1 สถาบันควรศึกษาเปาประสงคตามประเด็นยุทธศาสตร หรือวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ
ของสถาบัน วามีประเด็นใดที่มุงเนนเปนสําคัญ หรือมุงสูอัตลักษณใดที่ตองการ เพื่อนํามาใชในการกําหนด
แผนยุทธศาสตรหรือแผนปฏิบัติการในการจัดการความรูใหสอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน โดยอยาง
นอยตองครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจัย
                   1.2 บุคคลที่เกี่ยวของในการกําหนดประเด็นความรู อาจประกอบดวย รองอธิการบดี
ผูชวยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผูชวยคณบดี ผูอํานวยการ หัวหนางาน ที่กํากับดูแลดานยุทธศาสตร
หรือกลยุทธที่เกี่ยวของกับการผลิตบัณฑิต ดานวิจัย รวมทั้งดานอื่นๆ ที่เปนไปตามอัตลักษณของสถาบัน
                   1.3 สถาบั น ควรมี เ ป า หมายในการจั ด การความรู โดยเน น เรื่ อ งการพั ฒ นาทั ก ษะ
ความสามารถของบุคลากรภายในเปนหลัก โดยอยางนอยตองครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและ
ดานการวิจัย รวมทั้งประเด็นการจัดการความรูที่สถาบันมุงเนนตามอัตลักษณ เชน เทคนิคการปรับปรุง
หลักสูตรและวิธีการเรียนรูที่เนนผลลัพธการเรียนรู (learning outcome) เทคนิคการเพิ่มผลงานวิจัยภายใน
สถาบัน เปนตน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
134



2. กําหนดบุคลากรกลุมเปาหมายที่จะพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดานการ
    วิจัยอยางชัดเจนตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1
                    2.1 กลุมเปาหมายที่จะไดรับการพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดาน
การวิจัย อยางนอยควรเปนบุคลากรที่ทําหนาที่เกี่ยวของกับการผลิตบัณฑิตและการวิจัย เชน คณาจารย
หรือนักวิจัยที่เกี่ยวของกับประเด็นความรูดังกลาว รวมทั้งดานอื่นๆ ที่สถาบันมุงเนน
                    2.2 สถาบั น ควรกํ า หนดนโยบายใหมีก ารสํ า รวจผลการปฏิบัติง านที่เ ป น จุ ด เด น ของ
อาจารยหรือนักศึกษาในแตละคณะ หรือสาขาวิชา โดยเฉพาะดานการจัดการเรียนการสอน และการวิจัยที่
สะทอนอัตลักษณของสาขาวิชานั้นๆ เพื่อนํามากําหนดเปนประเด็นสําหรับใชในกระบวนการจัดการความรู
ใหไดองคความรูที่เปนประโยชนตอการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา

3. มี ก ารแบ ง ป น และแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู จ ากความรู ทั ก ษะของผู มี ป ระสบการณ ต รง (tacit
    knowledge) เพื่อคนหาแนวปฏิบัติที่ดีตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 และเผยแพรไปสู
    บุคลากรกลุมเปาหมายที่กําหนด
                 3.1 สถาบันควรเชิญบุคลากรภายใน หรือภายนอกที่มีผลงานดีเดนทางดานวิชาการ
และผลงานทางดา นวิจัย รวมทั้ง ผลงานดา นอื่น ๆ ที่ส ถาบัน มุง เนน มาถา ยทอดความรู เคล็ดลับ หรื อ
นวัตกรรม อยางสม่ําเสมอผานเวทีตาง ๆ เชน การจัดประชุมสัมมนา เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกับ
เจาของความรู เคล็ดลับ หรือนวัตกรรมดังกลาว
                 3.2 สถาบันควรสงเสริมใหมีบรรยากาศและวัฒนธรรมการเรียนรูภายในสถาบัน เชน
การสงเสริมใหมีชุมชนนักปฏิบัติและเครือขายดานการจัดการความรู ทั้งระหวางหนวยงานภายในสถาบัน
และภายนอกสถาบัน เพื่อใหเกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรูอยางตอเนื่อง โดยการจัดสรรทรัพยากร
อยางเหมาะสม ทั้งดานงบประมาณ เวลา สถานที่

4. มีการรวบรวมความรูตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 ทั้งที่มีอยูในตัวบุคคลและแหลง
   เรียนรูอื่นๆ ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาพัฒนาและจัดเก็บอยางเปนระบบโดยเผยแพรออกมาเปน
   ลายลักษณอกษร (explicit knowledge)
                 ั
                 4.1 มีการกําหนดผูรับผิดชอบในการวิเคราะห สังเคราะหความรูทั้งที่มีอยูในตัวบุคคล
และแหล ง เรีย นรู อื่น ๆ ที่ เ ป น แนวปฏิบั ติท่ีดี ม าพัฒ นาและจัด เก็บ อย า งเป น ระบบ เป น หมวดหมู เ พื่ อ ให
บุคลากรกลุมเปาหมายที่ตองการเพิ่มพูนความรูความสามารถเขาถึงแนวปฏิบัติที่ดีไดงาย
                 4.2 ควรมีการใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
จัดการ และเผยแพรความรูในองคกร ใหเกิดความประหยัดและเกิดประโยชนสงสุด                 ู


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
135



                   4.3 ควรมีการจัดพิมพวารสาร หรือสื่อสิ่งพิมพ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรูและยกยองให
เกียรติแกผูเปนเจาของความรู เคล็ดลับ หรือนวัตกรรมดังกลาว

5. มีการนําความรูที่ไดจากการจัดการความรูในปการศึกษาปจจุบันหรือปการศึกษาที่ผานมา ที่
    เปนลายลักษณอักษร (explicit knowledge) และจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง
    (tacit knowledge) ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใชในการปฏิบัตงานจริง
                                                                 ิ
                 5.1 ผูรับผิดชอบควร วิเคราะหความรูจากแนวปฏิบัติที่ดีจากแหลงตาง ๆ เชน นวัตกรรม
ที่ไดจากการจัดการความรูไปใชใหเกิดประโยชนแกสถาบันและสังคม นํามาปรับใชใหเหมาะสมกับบริบท
ของหนวยงานที่เปนกลุมเปาหมาย
                 5.2 ผูรับผิดชอบควรขยายผลการปรับใชไปยังหนวยงานตางๆ และติดตามวัดผลตาม
ประเด็นความรูและเปาหมายของการจัดการความรูที่สอดคลองกับแผนกลยุทธดานการผลิตบัณฑิตและ
ดานการวิจัย
                 5.3 มีกลไกการนําผลการประเมินคุณภาพจากภายในและภายนอกดานการจัดการ
ความรู มาปรับปรุงและพัฒนาระบบและกลไกการจัดการความรูของสถาบัน
                 5.4 ผูรับผิดชอบควรสรุปผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นตามเปาประสงคที่กําหนดไวในประเด็น
ยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน


 ตัวบงชี้ที่ 7.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ


1. มีแผนระบบสารสนเทศ (information system plan)
                 1.1 สถาบันควรตั้งคณะกรรมการจัดทําแผนระบบสารสนเทศที่ประกอบไปดวยผูบริหาร
ดานระบบสารสนเทศของสถาบันและกลุมผูบริหารที่เปนผูใชระบบสารสนเทศ
                 1.2 แผนระบบสารสนเทศควรสอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน
                 1.3 ระบบสารสนเทศที่นําเสนอในแผนระบบสารสนเทศควรประกอบดวยรายละเอียด
ดังตอไปนี้เปนอยางนอย
                        - วัตถุประสงค ความสามารถในการทํางานของระบบแตละระบบ
                        - ความสอดคลองของแตละระบบที่มีตอแตละกลยุทธของสถาบัน
                        - ความสัมพันธระหวางระบบสารสนเทศที่นําเสนอใหมกับระบบสารสนเทศที่มี
อยูในปจจุบัน

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
136



                   - ทรัพยากรสารสนเทศที่ตองการใชในแตละระบบ ทั้ง hardware software
(system software และ application software) database peopleware และ facilities อื่นๆ
                   - งบประมาณที่ตองการใชในแตละระบบ
                   - การประเมินความคุมคาของระบบสารสนเทศ
                   - การจัดลําดับความสําคัญของระบบสารสนเทศ

2. มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจตามพันธกิจของสถาบัน โดยอยางนอยตอง
   ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ และการเงิน และสามารถ
   นําไปใชในการดําเนินงานประกันคุณภาพ
                 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจเปนระบบสารสนเทศที่นําขอมูลจากระบบ
สารสนเทศในการดําเนินงานตามปกติ เชน ระบบบัญชี ระบบลงทะเบียนนักศึกษา ระบบทะเบียนประวัติ เปน
ตน มาสรางเปนสารสนเทศใหผูบริหารใชในการบริหารและการตัดสินใจในเรื่องที่เปนพันธกิจของสถาบันได
อยางครบถวน ทั้งดานการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การเงิน การบริหารจัดการดานอื่น ๆ รวมทั้งเปน
ขอมูลเพื่อใชในการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาดวย

3. มีการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศ
                   3.1 ผูรั บผิดชอบควรจั ดทํ าแบบประเมิ นความพึ งพอใจของผู ใช ระบบ รวมทั้ งกําหนด
ระยะเวลาในการเก็บแบบประเมินใหสอดคลองกับลักษณะการเขาใชระบบ เชน มีการประเมินความพึงพอใจ
ทุกครั้งที่มีการใชระบบหรือทุกเดือน ทุกภาคการศึกษา ทุกปการศึกษา เปนตน
                   3.2 ผูรับผิดชอบดานระบบสารสนเทศของสถาบันควรดําเนินการประเมินความพึงใจของ
ผูใชระบบสารสนเทศเปนประจําอยางนอยปละ 1 ครั้ง

4. มีการนําผลการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศมาปรับปรุงระบบสารสนเทศ
             4.1 กําหนดผูรับผิดชอบในการวิเคราะหขอมูลที่ไดจากการประเมินความพึงพอใจของผูใช
ระบบสารสนเทศ
             4.2 นําผลการประเมินความพึงพอใจมาใชในการจัดทําแผนปรับปรุงระบบสารสนเทศ
             4.3 แผนปรับปรุงระบบสารสนเทศควรผานการพิจารณาจากผูบริหารแลว
             4.4 ดําเนินการตามแผนปรับปรุงระบบสารสนเทศตามระยะเวลาที่กําหนด




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
137



5. มีการสงขอมูลผานระบบเครือขายของหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของตามที่กําหนด
              มี การส ง ข อมู ลผ า นระบบเครือข า ยของสํา นัก งานคณะกรรมการการอุดมศึ ก ษาตามที่
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด ไดแก ระบบฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพการศึกษา
ระดับอุดมศึกษา (CHE QA online) ระบบฐานขอมูลรายบุคคลดานนักศึกษา บุคลากร และหลักสูตรใน
สถาบันอุดมศึกษา เปนตน


ตัวบงชี้ที่ 7.4 ระบบบริหารความเสี่ยง

1. มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานบริหารความเสี่ยง โดยมีผูบริหารระดับสูงและ
    ตัวแทนที่รับผิดชอบพันธกิจหลักของสถาบันรวมเปนคณะกรรมการหรือคณะทํางาน
                1.1 มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางาน ประกอบดวยผูบริหารระดับสูง และ
ตัวแทนที่รับผิดชอบในแตละพันธกิจหลักของสถาบัน
                1.2 มีการระบุรายละเอียดการทํางานของคณะกรรมการหรือคณะทํางาน เชน นโยบาย
หรื อ แนวทางในการดํ า เนิ น งาน หน า ที่ ค วามรั บ ผิ ด ชอบ กํ า หนดระยะเวลาให มี ก ารประชุ ม ของ
คณะกรรมการหรือคณะทํางานฯ อยางสม่ําเสมอ

2. มีการวิเคราะหและระบุความเสี่ยง และปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอยางนอย 3 ดาน ตาม
   บริบทของสถาบัน
              ปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงในประเด็นตาง ๆ เชน
                   - ความเสี่ยงด า นทรั พ ยากร (การเงิน งบประมาณ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
อาคารสถานที่)
                   - ความเสี่ยงดานยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน
                   - ความเสี่ยงดานนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ
                   - ความเสี่ยงดานการปฏิบัติงาน เชน ความเสี่ยงของกระบวนการบริหารหลักสูตร
การบริหารงานวิจัย ระบบงาน ระบบประกันคุณภาพ
                   - ความเสี่ยงดานบุคลากรและความเสี่ยงดานธรรมาภิบาล โดยเฉพาะจรรยาบรรณ
ของอาจารยและบุคลากร
                   - ความเสี่ยงจากเหตุการณภายนอก
                   - ความเสี่ยงดานอื่นๆ ตามบริบทของสถาบัน


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
138



               2.1 วิเคราะหและระบุความเสี่ยงพรอมปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงที่สงผลกระทบหรือ
สรางความเสียหาย หรือความลมเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุเปาหมายในการบริหารการศึกษา
               2.2 ประเด็ น ความเสี่ย งที่ นํ า มาพิจ ารณาควรมองถึ ง เหตุ ก ารณ ใ นอนาคตที่ มีโ อกาส
เกิดขึ้นและสงผลกระทบตอสถาบันดานชื่อเสียง คุณภาพการศึกษา รวมถึงความสูญเสียทางดานชีวิต
บุคลากร และทรัพยสนของสถาบันเปนสําคัญ
                  ิ
               2.3 ปจจัยเสี่ยงหรือปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอาจใชกรอบแนวคิดในเรื่องที่เกี่ยวของ
กับคน อาคารสถานที่ อุปกรณ วิธีการปฏิบัติงาน สภาพแวดลอมทั้งภายในและภายนอก เปนตน
               2.4 จั ด ลํ า ดั บ ความสํ า คั ญ ของป จ จั ย เสี่ ย ง โดยพิ จ ารณาจากมิ ติ ข องโอกาสและ
ผลกระทบจากความเสี่ยง

3. มี ก ารประเมิ น โอกาสและผลกระทบของความเสี่ ย งและจั ด ลํ า ดั บ ความเสี่ ย งที่ ไ ด จ ากการ
     วิเคราะหในขอ 2
                 3.1 ระดับความเสี่ยงอาจกําหนดเปนเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพที่สะทอนถึงความเสี่ยง
ระดับสูง กลาง ต่ํา ได
                 3.2 ควรมีการกําหนดเกณฑการประเมินความเสี่ยงทั้งในดานของโอกาสและผลกระทบ
                 3.3 การประเมินโอกาสในการเกิดความเสี่ยง ใหประเมินจากความถี่ที่เคยเกิดเหตุการณ
เสี่ยงในอดีต หรือความนาจะเปนที่จะเกิดเหตุการณในอนาคต โดยคาดการณจากขอมูลในอดีต รวมถึง
สภาพแวดลอมที่เกี่ยวของกับการควบคุมปจจัยเสี่ยงในปจจุบัน
                 3.4 การประเมินผลกระทบของความเสี่ยง ใหประเมินจากความรุนแรง ถามีเหตุการณ
เสี่ยงดังกลาวเกิดขึ้น โดยจะมีความรุนแรงมาก ถากระทบตอความเชื่อมั่นตอคุณภาพทางการศึกษาของ
สถาบัน ฐานะการเงิน ขวัญกําลังใจและความปลอดภัยของบุคลากร เปนตน

4. มีการจัดทําแผนบริหารความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูง และดําเนินการตามแผน
                 4.1 จัดทําแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อการบรรลุเปาหมาย โดยตองกําหนดมาตรการหรือ
แผนปฏิบัติการที่จะสรางความรู ความเขาใจใหกับบุคลากรในสถาบัน และดําเนินการแกไข ลด หรือปองกัน
ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอยางเปนรูปธรรม
                 4.2 สรางมาตรการควบคุมความเสี่ยงโดยใชเทคนิค 4 T คือ Take การยอมรับความ
เสี่ยง Treat การลดหรือควบคุมความเสี่ยง Transfer การโอนหรือกระจายความเสี่ยง และ Terminate การ
หยุดหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพื่อลดมูลเหตุของแตละโอกาสที่สถาบันจะเกิดความเสียหาย (ทั้งในรูปแบบ
ของตัวเงินและไมใชตัวเงิน เชน ชื่อเสียง การฟองรองจากการไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือความคุมคา คุณคา)
คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
139



5. มี ก ารติ ด ตาม และประเมิ น ผลการดํ า เนิ น งานตามแผน และรายงานต อ สภาสถาบั น เพื่ อ
   พิจารณาอยางนอยปละ 1 ครั้ง
                 5.1 มีการรายงานความกาวหนาหรือผลการดําเนินงานตามแผนตอสภาสถาบัน
                 5.2 มีการรายงานสรุปผลการดําเนินงานและประเมินผลความสําเร็จของการดําเนินงาน
 ปญหาอุปสรรคและแนวทางการแกไข พรอมขอเสนอแนะในการปรับปรุงแผนการดําเนินงานตอสภา
 สถาบัน

6. มีการนําผลการประเมิน และขอเสนอแนะจากสภาสถาบันไปใชในการปรับแผนหรือวิเคราะห
     ความเสี่ยงในรอบปถัดไป
                แผนบริหารความเสี่ยงในรอบปถัดไปควรพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เหลืออยูหลังการ
จั ด การ ความเสี่ ย งและข อ เสนอแนะจากสภาสถาบั น รวมทั้ ง ความเสี่ ย งใหม จ ากนโยบาย หรื อ
สภาพแวดลอมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในสถาบัน และจากหนวยงานกํากับ


  ตัวบงชี้ที่ 8.1 ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ

1. มีแผนกลยุทธทางการเงินที่สอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน
                 1.1 แผนกลยุทธทางการเงินเปนแผนที่แสดงใหเห็นถึงแหลงที่มาและแหลงใชไปของเงิน
ที่ตองใชในการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ
                 1.2 สถาบันควรตั้งคณะกรรมการทําหนาที่ดําเนินการวิเคราะหทรัพยากรที่ตองใชในการ
ดํ า เนิ น งานตามแผนกลยุ ท ธ ข องสถาบั น และทํ า การประเมิ น มู ล ค า ของทรั พ ยากรที่ ต อ งใช ซึ่ ง จะเป น
งบประมาณในการดําเนินการตามแผน และ กําหนดแหลงที่มาของงบประมาณดังกลาวซึ่งอาจจะเปน
งบประมาณแผนดิน เงินรายไดสถาบัน เงินบริจาค หรือสถาบันจะตองจัดใหมีการระดมทุนจากแหลงทุนตาง
กอนที่จะนําขอมูลเหลานั้นมาจัดทํางบประมาณประจําปตามแหลงงบประมาณนั้นๆ

2. มีแนวทางจัดหาทรัพยากรทางดานการเงิน หลักเกณฑการจัดสรร และการวางแผนการใชเงิน
   อยางมีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได
              2.1 มีแนวทางการจัดหาแหลงเงินทุนที่เหมาะสมกับลักษณะของคาใชจายหรือเงินทุน
และเพียงพอ สําหรับการบริหารภารกิจของสถาบันในทุกดานใหเปนไปตามเปาหมาย




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
140



                2.2 มีแนวทางในการจัดสรรทรัพยากรตามหลักเกณฑที่กําหนดลวงหนาและไดรับการ
ยอมรับโดยทั่วไปของประชาคม ในกรณีที่มีหลักเกณฑในการจัดสรรทรัพยากรอยูแลวควรไดมีการทบทวน
ความเหมาะสมของหลักเกณฑใหสอดคลองกับสถานการณในปจจุบัน
                2.3 มีแผนการจัดหาทรัพยากรทางการเงินอยางเพียงพอ สําหรับการบริหารภารกิจของ
สถาบั น ในทุก ดา นให เป นไปตามเปา หมาย และมี แผนใช เ งิ น อยา งมีประสิทธิ ภาพ เพื่อจะทํ า ใหรายได
รายจาย เปนไปอยางเหมาะสม

3. มีงบประมาณประจําปที่สอดคลองกับแผนปฎิบัติการในแตละพันธกิจและการพัฒนาสถาบัน
    และบุคลากร
               สถาบันการศึกษาแตละแหงอาจจะมีวิธีการและหลักการในการทํางบประมาณประจําปที่
แตกตางกันไดแตอยางไรก็ตามหลังจากไดมีการจัดทํางบประมาณประจําปเสร็จแลวกอนที่ที่จะนํางบประมาณ
ประจําปเสนอสภาสถาบันควรไดมีการวิเคราะหการใชไปของเงินตามงบประมาณในดานตางๆดังนี้
                   - งบประมาณประจําปสอดคลองกับแผนปฏิบัติการประจําปที่กําหนดไวในแตละปมาก
นอยเพียงใด
                   - เมื่อวิเคราะหตามพันธกิจของสถาบันแลว งบประมาณประจําปในแตละพันธกิจมีความ
เพียงพอมากนอยเพียงใด
                   - เมื่อวิเคราะหตามแผนการพัฒนาสถาบันแลว งบประมาณประจําปสําหรับการพัฒนา
บุคลากรมีความเหมาะสมตามนโยบายมากนอยเพียงใด

4. มี ก ารจั ด ทํ า รายงานทางการเงิ น อย า งเป น ระบบ และรายงานต อ สภาสถาบั น อย า งน อ ย
   ปละ 2 ครั้ง
                   มีการจัดทํารายงานทางการเงินที่อยางนอยประกอบไปดวยงบรายรับ คาใชจายและงบดุล
อยางเปนระบบ อยางนอยทุก 6 เดือน ปละ 2 ครั้ง เพื่อจะไดรูถึงสถานะของเงินรายได หักคาใชจายแลว
สถานศึกษามีงบประมาณเหลือเพียงพอ ที่จะใชในกิจกรรมของสถาบันในชวงถัดไป มีการนํารายงาน
ทางการเงินเสนอผูบริหารของสถาบัน และสภาสถาบัน

5. มีการนําขอมูลทางการเงินไปใชในการวิเคราะหคาใชจาย และวิเคราะหสถานะทางการเงินและ
   ความมั่นคงของสถาบันอยางตอเนื่อง
                5.1 จัดทํารายงานการใชเงินงบประมาณตามแผนการดําเนินงานเสนอผูบริหาร เปน
รายงานที่แจงใหผูบริหารไดทราบวา ไดใชเงินตามแผนหรือไมและไดใชเงินกับกิจกรรมใด มีผลลัพธจากการ
ทํางานอยางไรบาง มีงบประมาณเหลือจายในแตละแผนเทาไร

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
141



                  5.2 มีการจัดทําคาใชจายตอหัวของนักศึกษา
                  5.3 มีการจัดทํารายงานการลงทุนของสถาบัน
                  5.4 มีการวิเคราะหเพื่อพยากรณรายรับและรายจายในอนาคต

6. มีหนวยงานตรวจสอบภายในและภายนอก ทําหนาที่ตรวจ ติดตามการใชเงินใหเปนไปตาม
   ระเบียบและกฎเกณฑที่สถาบันกําหนด
               6.1 สถาบันการศึกษาที่ไมไดมีสํานักงานตรวจเงินแผนดินเปนผูตรวจสอบภายนอกอยู
แลวควรจัดใหมีผูตรวจสอบภายนอกเขาตรวจสอบเปนประจําทุกป สําหรับสถาบันการศึกษาของรัฐที่มี
สํานักงานตรวจเงินแผนดินเปนผูตรวจสอบภายนอกอยูแลวนั้นหากสํานักงานตรวจเงินแผนดินไมไดเขา
ตรวจสอบเปนประจําทุกปควรจัดใหมีผูตรวจสอบภายนอกเขาตรวจสอบเปนประจําทุกป
               6.2 มีการแตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit committee) หรือรวมทั้งผูตรวจสอบ
ภายใน อยางเปนทางการ

7. ผูบริหารระดับสูงมีการติดตามผลการใชเงินใหเปนไปตามเปาหมาย และนําขอมูลจากรายงาน
   ทางการเงินไปใชในการวางแผนและการตัดสินใจ
               7.1 ผูบริหารสามารถใชระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจชวยในการ
ติดตามการใชเงิน จัดทํารายงานตางๆที่เปนสิ่งจําเปนที่ผูบริหารจะตองทราบ และนําขอมูลมาวิเคราะห
สถานะทางการเงินของหนวยงาน
               7.2 มีการนํารายงานทางการเงินเสนอสภาสถาบันตามแผนที่กําหนด


ตัวบงชี้ที่ 9.1 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน

1. มีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่เหมาะสม และสอดคลองกับพันธกิจ
   และพัฒนาการของสถาบัน ตั้งแตระดับภาควิชา หรือหนวยงานเทียบเทา และดําเนินการตาม
   ระบบที่กําหนด
              1.1 สถาบันอุดมศึกษาควรพัฒนาระบบประกันคุณภาพ ที่เหมาะสมกับระดับการพัฒนา
ของสถาบัน โดยอาจเปนระบบประกันคุณภาพที่ใชกันแพรหลายทั้งในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือเปน
ระบบเฉพาะที่สถาบันพัฒนาขึ้นเอง



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
142



                 1.2 ระบบประกันคุณภาพที่นํามาใชตองเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา
ที่ดําเนินการเปนประจํา โดยเริ่มจากการวางแผน การดําเนินการตามแผน การตรวจสอบ ประเมินและการ
ปรับปรุงพัฒนาเพื่อใหการดําเนินภารกิจบรรลุเปาประสงคและมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง
                 1.3 มีการกําหนดผูรับผิดชอบและประสานงานดานการประกันคุณภาพเพื่อผลักดันใหมี
การประกันคุณภาพเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง ตั้งแตระดับสถาบัน คณะวิชา ภาควิชา / สาขาวิชา จนถึงระดับผู
ปฏิบัติแตละบุคคล

2. มี ก ารกํ า หนดนโยบายและให ค วามสํ า คั ญ เรื่ อ งการประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายใน โดย
   คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน
                 2.1 คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน ตองใหความสําคัญ
และกําหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน โดยเกิดจากการมีสวนรวมจากทุกภาคีทั้ง
ภายในและภายนอกสถาบัน
                 2.2 มีหนวยงานหรือคณะกรรมการรับผิดชอบการจัดระบบการประกันคุณภาพพรอมทั้ง
กําหนดมาตรฐาน ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพที่เหมาะสม
                 2.3 มีกลไกเชื่ อมโยงการปฏิ บัติง านตั้ง แตระดั บบุคคล ระดับภาควิช าหรื อสาขาวิชา
ระดับคณะวิชา ถึงระดับสถาบัน เพื่อใหไดคุณภาพตามที่สถาบันหรือคณะวิชากําหนด
                 2.4 มีคูมือคุณภาพในแตละระดับเพื่อกํากับการดําเนินงานใหสการปฏิบัติที่เปนรูปธรรม
                                                                            ู
                 2.5 มีกลไกการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินและกระตุนใหเกิดการพัฒนาคุณภาพอยาง
ตอเนื่อง

3. มีการกําหนดตัวบงชี้เพิ่มเติมตามอัตลักษณของสถาบัน
                3.1 สถาบันอาจกําหนดมาตรฐานและกําหนดตัวบงชี้ที่ใชเปนกรอบในการดําเนินงาน
ของสถาบันเพิ่มเติมตามอัตลักษณของตนเอง แตทั้งนี้ตองไมขัดกับมาตรฐานการอุดมศึกษา ตลอดจน
มาตรฐาน และกฎเกณฑอื่นๆ ที่เกี่ยวของ
                3.2 ตัวบงชี้ที่เพิ่มเติมขึ้นตามอัตลักษณของสถาบันควรชี้วัดคุณลักษณะที่พึงประสงค
ครบถวนทั้งปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตหรือผลลัพธ
                3.3 เกณฑหรือแนวปฏิบัติที่ดีที่ใชกํากับแตละตัวบงชี้ ตองสามารถวัดระดับคุณภาพตาม
เปาหมายของตัวบงชี้นั้นๆ และเปนเกณฑที่นําไปสูการปรับปรุงพัฒนาอยางตอเนื่อง




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
143



4. มีการดําเนินงานดานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ครบถวน ประกอบดวย1) การ
   ควบคุม ติดตามการดําเนิ นงาน และประเมิน คุณภาพ 2) การจัดทํารายงานประจํา ปที่เปน
   รายงานประเมินคุณภาพเสนอตอสภาสถาบันและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตาม
   กําหนดเวลา โดยเปนรายงานที่มีขอมูลครบถวนตามที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
   กําหนดใน CHE QA Online และ 3) การนําผลการประเมินคุณภาพไปทําแผนการพัฒนา
   คุณภาพการศึกษาของสถาบัน
                 4.1 มีการดําเนินการตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่สมบูรณครบถวน
โดยมีการกําหนดการควบคุมคุณภาพ การติดตามการดําเนินงาน และการประเมินคุณภาพ
                 4.2 มีการนําวงจร PDCA เขามาใชในการดําเนินงานดานระบบคุณภาพ และการ
ปรับปรุงระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
                 4.3 มีการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมินคุณภาพที่มีขอมูลครบถวนตามที่
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนดใน CHE QA Online เสนอสภาสถาบันพิจารณา พรอมทั้ง
เสนอมาตรการและแผนเรงรัดการพัฒนาคุณภาพตามผลการประเมินในแตละป โดยสงรายงานใหตนสังกัด
หนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน

5. มีการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมาปรับปรุงการทํางาน และสงผลใหมีการ
   พัฒนาผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธทุกตัวบงชี้
                สถาบันหรือคณะวิชาควรมอบหมายใหผรับผิดชอบตัวบงชี้ของแผนกลยุทธนําผลจากการ
                                                   ู
ประเมินคุณภาพ มาตรการ และแผนพัฒนาคุณภาพในแตละป ไปวิเคราะหและดําเนินการหรือประสานงาน
กับคณะกรรมการ / หนวยงานที่เกียวของเพื่อพิจารณาปรับปรุงการดําเนินงานในสวนที่รับผิดชอบโดยตรง
                               ่
หรือรวมรับผิดชอบ โดยมีเปาหมายใหผลการดําเนินงานตามตัวบงชีของแผนกลยุทธของสถาบัน มีการ
                                                            ้
พัฒนาขึ้นจากปกอนหนาทุกตัวบงชี้

6. มี ร ะบบสารสนเทศที่ ใ ห ข อ มู ล สนั บ สนุ น การประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในครบทั้ ง 9
     องคประกอบคุณภาพ
                สถาบัน ควรจัดใหมีระบบสารสนเทศที่สามารถนํ าเสนอขอมูลประกอบการดําเนิน การ
ประกันคุณภาพการศึกษาที่ถูกตอง เปนปจจุบันครบทั้ง 9 องคประกอบคุณภาพ และสามารถใชรวมกันได
ทั้งระดับบุคคล ภาควิชา คณะวิชา และสถาบัน รวมถึงเปนระบบที่สามารถเชื่อมตอกับหนวยงานภายนอกที่
เกี่ยวของกับการประกันคุณภาพ เชน สกอ. สมศ. กพร. เปนตน




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
144



7. มีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษา ผูใช
     บัณฑิต และผูใชบริการตามพันธกิจของสถาบัน
                สถาบันควรสงเสริมใหนักศึกษา คณาจารย และบุคลากรของสถาบันเขามามีสวนรวมใน
กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา และเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสีย โดยเฉพาะผูใชบัณฑิตและ
ผูรับบริการตามพันธกิจของสถาบัน เชน ผูรับบริการดานการวิจัย หรือ ชุมชนผูรับบริการทางวิชาการของ
สถาบัน ไดเขามีมาสวนรวมในการประกันคุณภาพ อาทิ ในรูปแบบของการรวมเปนกรรมการ การรวม
กําหนดตัวบงชี้และเปาหมาย การใหขอมูลปอนกลับ หรือการใหความรวมมือกับสถาบันในการดําเนิน
กิจกรรมตางๆดานการประกันคุณภาพ เปนตน

8. มีเครือขายการแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการประกันคุณภาพการศึกษาระหวางสถาบันและมี
    กิจกรรมรวมกัน
                8.1 มีการสรางเครือขายการประกันคุณภาพระหวางสถาบัน ทั้งในสวนของระดับสถาบัน
หรือคณะวิชา และในสวนที่เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา และอื่นๆ
                8.2 มีการทํางานด านการประกัน คุณภาพรวมกัน ในเครื อขาย มีผลการปฏิบัติง านที่
ชัดเจน และมีพัฒนาการดานตางๆที่เกิดขึ้น จากการแลกเปลี่ยนเรียนรูภายในเครือขาย
                8.3 มีการติ ดตาม ประเมินผลการสรา งเครือขา ย เพื่ อนํ าไปสู การพัฒ นาการทํา งาน
รวมกันอยางตอเนื่อง

9. มีแนวปฏิบัติที่ดีหรืองานวิจัยดานการประกันคุณภาพการศึกษาที่หนวยงานพัฒนาขึ้น และ
   เผยแพรใหหนวยงานอื่นสามารถนําไปใชประโยชน
              9.1 มีกระบวนการคัดสรรแนวปฏิบัตที่ดี ในแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานดาน
                                             ิ
การประกันคุณภาพการศึกษา
              9.2 มี ก ารเผยแพร แ นวทางการประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษา ที่ เ ป น วิ ธี ป ฏิ บั ติ ที่ ดี ใ ห กั บ
สาธารณชน และใหหนวยงานอื่นไปใชประโยชน
              9.3 มีการวิจัยสถาบันดานการประกันคุณภาพการศึกษา และนําผลไปพัฒนางานดาน
การประกันคุณภาพการศึกษา




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
145



                                    บทที่ 5
                  การวิเคราะหตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ
         มาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษา และมุมมองดานการบริหารจัดการ



1. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน


              สถาบันอุดมศึกษามีพันธกิจหลักที่สําคัญ 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การ
ใหบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และมีพันธกิจอยางนอยอีก 5
ประการที่จะสนับสนุนใหการขับเคลื่อนพันธกิจหลักบรรลุเปาหมายได คือ 1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค
และแผนการดําเนินการ 2) กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา 3) การบริหารและการจัดการ 4) การเงินและ
งบประมาณ และ 5) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ซึ่งพันธกิจหลักและพันธกิจสนับสนุนจะตอง
ทํางานเชื่อมโยงบูรณาการทุกเรื่องเขาดวยกันอยางเปนระบบและตอเนื่อง จึงจะสงเสริมใหการจัดการศึกษา
ของสถาบัน อุ ด มศึ ก ษามีคุ ณ ภาพได การประกัน คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในจึ ง พัฒ นาขึ้ น โดยคํ า นึ ง ถึ ง
องคประกอบคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา 9 ดานที่ครอบคลุมทั้งพันธกิจหลักและพันธกิจสนับสนุน
ไดแก 1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงคและแผนการดําเนินการ 2) การผลิตบัณฑิต 3) กิจกรรมการพัฒนา
นักศึกษา 4) การวิจัย 5) การบริการทางวิชาการแกสังคม 6) การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 7) การ
บริหารและการจัดการ 8) การเงินและงบประมาณ และ 9) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ
              ดังนั้น ในการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จึงได
กําหนดตัวบงชี้ภายใตองคประกอบคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา 9 ดาน ดังมีรายละเอียดปรากฏใน
บทที่ 3 เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของ
สถาบันแตละแหง ซึ่งสามารถสรุปไดตามตารางที่ 5.1




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
146



ตารางที่ 5.1 องคประกอบคุณภาพ 9 ดานและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามองคประกอบ

                                                                  จํานวนตัวบงชี้
   องคประกอบคุณภาพ                                                                   ผลผลิต
                                     ปจจัยนําเขา         กระบวนการ                                    รวม
                                                                                    หรือผลลัพธ
1. ปรัชญา ปณิธาน                            -           ตัวบงชีที่ 1.1
                                                                ้                ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                         ้ ่            1+
วัตถุประสงคและแผน                                                                   ของ สมศ.
ดําเนินการ
2. การผลิตบัณฑิต                     ตัวบงชีที่ 2.2, ตัวบงชีที่ 2.1, 2.4 , ตัวบงชีที่ 2.8 และ
                                             ้                ้                                  ้      8+
                                     2.3 และ 2.5 2.6 และ 2.7                     ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                         ้ ่
                                                                                     ของ สมศ.
3. กิจกรรมการพัฒนา                         -          ตัวบงชีที่ 3.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                ้                         ้ ่           2+
นักศึกษา                                              3.2                            ของ สมศ.
4. การวิจัย                          ตัวบงชีที่ 4.3 ตัวบงชีที่ 4.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ
                                               ้                  ้                        ้ ่          3+
                                                      4.2                            ของ สมศ.
5. การบริการทางวิชาการแก                  -          ตัวบงชีที่ 5.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                    ้                       ้ ่         2+
สังคม                                                 5.2                            ของ สมศ.
6. การทํานุบารุงศิลปะและ
            ํ                              -          ตัวบงชีที่ 6.1 ้          ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                              ้ ่       1+
วัฒนธรรม                                                                             ของ สมศ.
7. การบริหารและการจัดการ                   -          ตัวบงชีที่ 7.1, 7.2, ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                        ้                    ้ ่        4+
                                                      7.3 และ 7.4                    ของ สมศ.
8. การเงินและงบประมาณ                      -          ตัวบงชีที่ 8.1     ้      ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                               ้ ่      1+
                                                                                     ของ สมศ.
9. ระบบและกลไกการประกัน                    -          ตัวบงชีที่ 9.1       ้    ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                                ้ ่     1+
คุณภาพ                                                                               ของ สมศ.
          รวม                              4                                  18                   1+   23+




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
147




 2. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา


               พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา
34 กําหนดใหคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหนาที่พิจารณาเสนอมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับ
ความตองการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และสอดคลองกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ
ดังนั้น จึงไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานการอุดมศึกษา ลงวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2549
ซึ่งถือไดวาเปนมาตรฐานการอุดมศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย มาตรฐานฉบับนี้ประกอบดวยมาตรฐาน
ยอย 3 ดาน ไดแก มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานดานการบริหารจัดการการอุดมศึกษา และ
มาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู โดยมีรายละเอียด ดังนี้

            1. มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต
               บัณฑิตระดับอุดมศึกษาเปนผูมีความรู มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการเรียนรู
และพัฒนาตนเอง สามารถประยุกตใชความรูเพื่อการดํารงชีวิตในสังคมไดอยางมีความสุขทั้งทางรางกาย
และจิตใจ มีความสํานึกและความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก
               1) บั ณ ฑิ ต มี ค วามรู ความเชี่ ย วชาญในศาสตร ข องตน สามารถเรี ย นรู สร า งและ
ประยุกตใชความรูเพื่อพัฒนาตนเอง สามารถปฏิบัติงานและสรางงานเพื่อพัฒนาสังคมใหสามารถแขงขันได
ในระดับสากล
               2) บัณ ฑิ ต มี จิ ต สํ า นึ ก ดํ า รงชี วิ ต และปฏิ บั ติ ห นา ที่ ต ามความรั บ ผิ ด ชอบโดยยึ ด หลั ก
คุณธรรมจริยธรรม
               3) บัณฑิตมีสุขภาพดีทั้งดานรางกายและจิตใจ มีการดูแลเอาใจใสรักษาสุขภาพของ
ตนเองอยางถูกตองเหมาะสม

              2. มาตรฐานดานการบริหารจัดการการอุดมศึกษา
                 มีการบริหารจัดการอุดมศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลและพันธกิจของการอุดมศึกษาอยาง
มีดุลยภาพ
                    ก. มาตรฐานดานธรรมาภิบาลของการบริหารการอุดมศึกษา มีการบริหารจัดการการ
อุดมศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงความหลากหลาย และความเปนอิสระทางวิชาการ มาตรฐาน
นี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
148



                1) มีการบริหารจัดการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความยืดหยุน
สอดคลองกับความตองการที่หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบติงาน    ั
อยางมีอิสระทางวิชาการ
                2) มี ก ารบริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรและเทคโนโลยี ส ารสนเทศและการสื่ อ สารที่ มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล คลองตัว โปรงใส และตรวจสอบไดมีการจัดการศึกษาผานระบบและวิธีการ
ตางๆ อยางเหมาะสมและคุมคาคุมทุน
                3) มี ร ะบบการประกั น คุ ณ ภาพเพื่ อ นํ า ไปสู ก ารพั ฒ นาคุ ณ ภาพและมาตรฐานการ
อุดมศึกษาอยางตอเนื่อง
                ข. มาตรฐานดานพันธกิจของการบริหารการอุดมศึกษา การดําเนินงานตามพันธกิจ
ของการอุดมศึกษาทั้ง 4 ดานอยางมีดุลยภาพ โดยมีการประสานความรวมมือรวมพลังจากทุกภาคสวนของ
ชุมชนและสังคมในการจัดการความรู มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก
                1) มีหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ทันสมัย ยืดหยุนสอดคลองกับความตองการที่
หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม โดยใหความสําคัญกับการพัฒนาคุณภาพผูเรียนแบบเนนผูเรียน
เปนสําคัญ เนนการเรียนรูและการสรางงานดวยตนเองตามสภาพจริง ใชการวิจัยเปนฐาน มีการประเมิน
และใชผลการประเมินเพื่อพัฒนาผูเรียน และการบริหารจัดการหลักสูตร ตลอดจนมีการบริหารกิจการนิสิต
นักศึกษาที่เหมาะสมสอดคลองกับหลักสูตรและการเรียนการสอน
                2) มีการวิจัยเพื่อสรางและประยุกตใชองคความรูใหมที่เปนการขยายพรมแดนความรู
และทรัพยสนทางปญญาที่เชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมตามศักยภาพของ
            ิ
ประเภทสถาบันมีการสรางเครือขายความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและตางประเทศ เพื่อ
พัฒนาความสามารถในการแขงขันไดในระดับนานาชาติของสังคมและประเทศชาติ
                3) มีการใหบริการวิชาการที่ทันสมัย เหมาะสม สอดคลองกับความตองการของสังคม
ตามระดับความเชี่ยวชาญของประเภทสถาบัน มีการประสานความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษากับ
ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในและตางประเทศ เพื่อเสริมสรางความเขมแข็งและความยั่งยืนของสังคม และ
ประเทศชาติ
                4) มีการอนุรักษ ฟนฟู สืบสาน พัฒนา เผยแพรวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น เพื่อ
เสริมสรางความรู ความเขาใจ และความภาคภูมิใจในความเปนไทย มีการปรับใชศิลปะ วัฒนธรรม
ตางประเทศอยางเหมาะสม เพื่อประโยชนในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
149



             3. มาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรู และสังคมแหงการเรียนรู
                การแสวงหา การสราง และการจัดการความรูตามแนวทาง/หลักการ อันนําไปสูสังคม
ฐานความรู และสังคมแหงการเรียนรู มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก
                1) มีการแสวงหา การสราง และการใชประโยชนความรู ทั้งสวนที่เปนภูมิปญญาทองถิ่น
และเทศ เพื่อเสริมสรางสังคมฐานความรู
                2) มี ก ารบริ ห ารจั ด การความรู อ ย า งเป น ระบบ โดยใช ห ลั ก การวิ จั ย แบบบู ร ณาการ
หลักการแลกเปลี่ยนเรียนรู หลักการสรางเครือขายและหลักการประสานความรวมมือรวมพลัง อันนําไปสู
สังคมแหงการเรียนรู

           ดั ง นั้ น ในการประกั น คุ ณ ภาพการศึก ษาเพื่อพั ฒ นาคุณ ภาพและมาตรฐานการศึก ษา จึ ง
สามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมาตรฐานการอุดมศึกษาแตละดาน เพื่อให
สถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของสถาบันแตละแหง
ดังปรากฏในตารางที่ 5.2




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
150



   ตารางที่ 5.2 มาตรฐานการอุดมศึกษาและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน

                                                                                                          ตัวบงชี้ดาน
                                               ตัวบงชี้ดาน                  ตัวบงชี้ดาน
            มาตรฐาน                                                                                       ผลผลิตหรือ        รวม
                                               ปจจัยนําเขา                  กระบวนการ
                                                                                                            ผลลัพธ
1. มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต                            -                 ตัวบงชีที่ 2.7 และ 3.2
                                                                                ้                      ตัวบงชีที่ 2.8 และ 3+
                                                                                                                ้
                                                                                                       ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                                               ้ ่
                                                                                                           ของ สมศ.

2. มาตรฐานด า นการบริ ห าร
จัดการอุดมศึกษา
        ก. มาตรฐานดาน                     -                           ตัวบงชีที่ 1.1, 2.4, 7.1,
                                                                               ้                       ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                                               ้ ่                 7+
ธรรมาภิ บ าลของการบริ ห ารการ                                          7.3, 7.4, 8.1 และ 9.1               ของ สมศ.
อุดมศึกษา
        ข. มาตรฐานดานพันธกิจ ตัวบงชีที่ 2.2, 2.3, 2.5
                                      ้                                ตัวบงชีที่ 2.1, 2.6, 3.1,
                                                                                 ้                     ตัวบงชีที่เกียวของ 11+
                                                                                                                ้ ่
ของการบริหารการอุดมศึกษา      และ 4.3                                  4.1, 5.1, 5.2, 6.1                  ของ สมศ.
3. มาตรฐานดานการสราง                     -                           ตัวบงชีที่ 4.2 และ 7.2
                                                                               ้                       ตัวบงชีที่เกียวของ 2+
                                                                                                               ้ ่
และพัฒนาสังคมฐานความรู                                                                                    ของ สมศ.
และสังคมแหงการเรียนรู
              รวม                          4                                       18                           1+                 23+



    3. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา

                   คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษาได จั ด ทํ า มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา ตามประกาศ
   กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 เพื่อนําไปสูการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุม
   สถาบั น ที่ มี ป รั ช ญา วั ต ถุ ป ระสงค และพั น ธกิ จ ในการจั ด ตั้ ง ที่ แ ตกต า งกั น ได อ ย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและ
   ประสิทธิผล มาตรฐานฉบับนี้ประกอบดวยมาตรฐานหลัก 2 ดาน คือ มาตรฐานดานศักยภาพและความ
   พรอมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา และกําหนด
   กลุมสถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม ดังรายละเอียดที่ระบุไปแลวในบทที่ 1 ไดแก กลุม ก วิทยาลัยชุมชน

   คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
151



กลุม ข สถาบันที่เนนระดับปริญญาตรี กลุม ค สถาบันเฉพาะทาง และกลุม ง สถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูง
และผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอก

              มาตรฐานสถาบันอุดมศึ กษา ประกอบด ว ยมาตรฐานหลัก 2 ดา น และมาตรฐานยอยอีก
มาตรฐานละ 4 ดาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
              1) มาตรฐานดานศักยภาพและความพรอมในการจัดการศึกษา ประกอบดวยมาตรฐาน
ยอยดานตาง ๆ 4 ดาน
                   1.1) ดานกายภาพ
                        สถาบันอุดมศึกษามีอาคารที่ประกอบดวยลักษณะสําคัญของอาคารเรียนที่ดี มีหอง
ครบทุกประเภท พื้นที่ใชสอยที่ใชในการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมทุกประเภทมีจํานวนเพียงพอ และ
เหมาะสมกับจํานวนอาจารยประจํา จํานวนนักศึกษาในแตละหลักสูตร และจํานวนนักศึกษาตามแผนการ
รับนักศึกษา ตามเกณฑพื้นที่ใชสอยอาคารโดยประมาณ รวมทั้งตองจัดใหมีหองสมุดตามเกณฑมาตรฐาน
มีครุภัณฑประจําอาคาร ครุภัณฑการศึกษา และคอมพิวเตอรจํานวนเพียงพอตอการจัดการศึกษา
                        ทั้งนี้ อาคารและบริเวณอาคารจะตองมีความมั่นคง ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะหรือ
ความจําเปนอยางอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
                   1.2) ดานวิชาการ
                        สถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพและความพรอมในการปฏิบัติภารกิจดานวิชาการ
สอดคลองกับวิสยทัศน พันธกิจ ของสถาบันอุดมศึกษาและแผนการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองความตองการ
                 ั
ของประเทศและผูใชบัณฑิตโดยรวม มีหลักประกันวาผูเรียนจะไดรับการบริการการศึกษาที่ดี สามารถ
แสวงหาความรูไดอยางมีคุณภาพ สถาบันตองมีการบริหารวิชาการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
ทั้งในดานการวางแผนรับนักศึกษาและการผลิตบัณฑิต การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การประเมินผล
การเรียนรู การประกันคุณภาพการเรียนการสอน และการพัฒนาปรับปรุงการบริหารวิชาการ
                   1.3) ดานการเงิน
                        สถาบันอุดมศึกษามีความพรอมดานการเงินทั้งงบการเงินรวมและงบที่จําแนกตาม
กองทุน มีแผนการเงินที่มั่นคง เปนหลักประกันไดวาสถาบันจะสามารถจัดการศึกษาไดตามพันธกิจและ
เปาหมายที่กําหนดไว รวมทั้งสอดคลองกับแผนการพัฒนาในอนาคต เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดแกผูเรียน
และผูใชบริการอุดมศึกษา สถาบันมีการจัดทํารายงานการเงินที่แสดงถึงการไดมาของรายได รายรับ การ
จัดสรร การใชจายที่มีประสิทธิภาพ และทั่วถึงเปนธรรมอยางชัดเจน รวมทั้งการนํารายไดไปลงทุนภายใต
การประเมินและวิเคราะหความเสี่ยง มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการปฏิบัติงานควบคูไปกับ
การใชเงินทุกประเภท และมีระบบการติดตามตรวจสอบผลประโยชนทับซอนของบุคลากรทุกระดับ


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
152



                 1.4) ดานการบริหารจัดการ
                         สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ร ะบบการบริ ห ารจั ด การที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการถ า ยทอด
วิสัยทัศน คานิยม ไปสูการปฏิบัตที่สอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคและพันธกิจที่
                                  ิ
กําหนดไว โดยมีสภาสถาบันทําหนาที่กํากับ นโยบาย การดําเนินการตามแผน การบริหารบุคคล การ
บริหารงบประมาณและทรัพยสิน การบริหารสวัสดิการที่จัดใหกับนักศึกษาและบุคลากรทุกระดับ รวมทั้ง
กํากับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการดําเนินงานใหเปนไปตามกฎ ระเบียบ ขอบังคับและกฎหมายที่
กําหนดไว มีการเผยแพรผลการกํากับการดําเนินงานของสภาสถาบันและการบริหารจัดการของผูบริหารทุก
ระดับสูประชาคมภายในสถาบันและภายนอกสถาบัน ภายใตหลักธรรมาภิบาลที่ประกอบดวย หลักความ
โปรงใส หลักความรับผิดชอบ หลักการตรวจสอบได หลักการมีสวนรวม และหลักความคุมคา
                                                                 

                   2) มาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ประกอบดว ย
มาตรฐานยอยดานตาง ๆ 4 ดาน
                      2.1) ดานการผลิตบัณฑิต
                           สถาบันอุดมศึกษาดําเนินการรับนักศึกษาเขาเรียนที่มีคุณสมบัติและจํานวนตรงตาม
แผนการรับนักศึกษาและสอดคลองกับเปาหมายการผลิตบัณฑิตอยางมีคุณภาพ สถาบันผลิตบัณฑิตได
ตามคุณลักษณะ จุดเนนของสถาบัน ตรงตามเปาหมายที่กําหนด และจัดใหมีขอสนเทศที่ชัดเจน เผยแพร
ตอสาธารณะในเรื่องหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน คณาจารยที่สงเสริมการจัดกิจกรรม การพัฒนาการ
เรียนรูทั้งในและนอกหลักสูตร และตอบสนองความตองการของนักศึกษา
                      2.2) ดานการวิจัย
                           สถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินพันธกิจดานการวิจัยอยางมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ
และภายใตจุดเนนเฉพาะ โดยมีการดําเนินการตามนโยบาย แผน งบประมาณ มีการบริหารจัดการเพื่อสงเสริม
และสนับสนุนคณาจารย นักวิจัย บุคลากรใหมีสมรรถนะในการทําวิจัย สงเสริมและสรางเครือขายการทําวิจัย
กับหนวยงานภายนอกสถาบันเพื่อใหไดผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ และงานริเริ่มสรางสรรคที่มีคุณภาพ มี
ประโยชน สนองยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ สามารถตอบสนองความตองการของสังคมไดในวงกวางและ
กอใหเกิดประโยชนแกสาธารณชน
                      2.3) ดานการใหบริการทางวิชาการแกสงคม         ั
                           สถาบันอุดมศึกษามีการใหบริการทางวิชาการที่ครอบคลุมกลุมเปาหมายทั้งในวง
กวางและกลุมเปาหมายที่เฉพาะเจาะจงทั้งในและตางประเทศ ซึ่งอาจใหบริการโดยการใชทรัพยากร
รวมกันทั้งในระดับสถาบันและระดับบุคคลไดในหลายลักษณะ อาทิ การใหคําปรึกษา การศึกษาวิจัย การ
ค น คว า เพื่ อ แสวงหาคํ า ตอบให กั บ สั ง คม การให บ ริ ก ารฝ ก อบรมหลั ก สู ต รระยะสั้ น ต า ง ๆ การจั ด ให มี
การศึกษาตอเนื่องบริการแกประชาชนทั่วไป การใหบริการทางวิชาการนี้ สามารถจัดในรูปแบบของการ

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
153



ใหบริการแบบใหเปลาหรือเปนการใหบริการเชิงพาณิชยที่ใหผลตอบแทนเปนรายไดหรือเปนขอมูลยอนกลับ
มาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อใหเกิดองคความรูใหม
                  2.4) ดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม
                        สถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติทั้งใน
ระดับหนวยงานและระดับสถาบัน มีระบบและกลไกในการสงเสริมและสนับสนุนใหศิลปะและวัฒนธรรม
เปนสวนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนโดยตรงหรือโดยออม เพื่อใหผูเรียนและบุคลากรของสถาบันไดรับ
การปลูกฝงใหมีความรู ตระหนักถึงคุณคา เกิดความซาบซึ้งและมีสุนทรียะตอศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ
สามารถนําไปใชเปนเครื่องจรรโลงความดีงามในการดํารงชีวิตและประกอบอาชีพ มีวิถีชีวิตที่ปรารถนาและ
เรียนรูวิธีการจัดการวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ไมพึงปรารถนาได สถาบันมีการควบคุมการดําเนินงานดานนี้
อยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเปาหมายของแผนยุทธศาสตรการดําเนินงานดานการทํานุบํารุง
ศิลปะและวัฒนธรรมของสถาบัน

                ดังนั้น ในการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จึง
สามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษายอยแตละดาน
เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของ
สถาบันแตละแหง ดังปรากฏในตารางที่ 5.3




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
154



ตารางที่ 5.3 มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน

       มาตรฐาน                                                                      ตัวบงชี้ดาน
                                  ตัวบงชี้ดาน            ตัวบงชี้ดาน
    สถาบันอุดมศึกษา                                                                   ผลผลิต             รวม
                                  ปจจัยนําเขา            กระบวนการ
                                                                                    หรือผลลัพธ
1. มาตรฐานดานศักยภาพ
   และความพรอมในการ
   จัดการศึกษา
   (1) ดานกายภาพ                                                                 ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                           ้ ่
                                  ตัวบงชีที่ 2.5
                                          ้                                                              1+
                                                                                      ของ สมศ.
   (2) ดานวิชาการ                ตัวบงชีที่ 2.2
                                          ้                                       ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                          ้ ่
                                                     ตัวบงชีที่ 2.1, 2.4, 2.6
                                                             ้                                           5+
                                  และ 2.3                                             ของ สมศ.
   (3) ดานการเงิน                                                                ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                            ้ ่
                                                     ตัวบงชีที่ 8.1
                                                             ้                                           1+
                                                                                      ของ สมศ.
   (4) ดานการบริหาร                                 ตัวบงชีที่ 1.1, 7.1, 7.2,
                                                             ้                    ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                             ้ ่
                                                                                                         6+
       จัดการ                                        7.3, 7.4 และ 9.1                 ของ สมศ.
2. มาตรฐานดานการ
   ดําเนินการตามภารกิจ
   ของสถาบันอุดมศึกษา
   (1) ดานการผลิตบัณฑิต                                                          ตัวบงชีที่ 2.8 และ
                                                                                              ้
                                                     ตัวบงชีที่ 2.7, 3.1และ
                                                             ้
                                                                                  ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                             ้ ่         4+
                                                     3.2
                                                                                      ของ สมศ.
   (2) ดานการวิจัย                                                               ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                          ้ ่
                                  ตัวบงชีที่ 4.3
                                          ้          ตัวบงชีที่ 4.1และ 4.2
                                                             ้                                           3+
                                                                                      ของ สมศ.
   (3) ดานการใหบริการ                                                           ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                           ้ ่
                                                     ตัวบงชีที่ 5.1และ 5.2
                                                             ้                                           2+
       ทางวิชาการแกสังคม                                                             ของ สมศ.
   (4) ดานการทํานุบํารุง                                                         ตัวบงชีที่เกียวของ
                                                                                            ้ ่
                                                     ตัวบงชีที่ 6.1
                                                             ้                                           1+
       ศิลปะและวัฒนธรรม                                                               ของ สมศ.
       รวม                                4                      18                             1+       23+



คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
155




 4. ตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ

             เพื่อใหการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสามารถติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการ
ดําเนินงานอยางครอบคลุมและมีสมดุลระหวางมุมมองการบริหารจัดการดานตางๆ ทั้ง 4 ดาน คือ ดาน
นักศึกษาและผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร การเรียนรู รวมถึง
                   
นวัตกรรม จึงสามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมุมมองดานตางๆ ที่กลาว
ขางตน ดังปรากฏในตารางที่ 5.4

ตารางที่ 5.4 มุมมองดานบริหารจัดการที่สําคัญและตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ


    มุมมองดานบริหาร               ตัวบงชี้ดาน             ตัวบงชี้ดาน      ตัวบงชี้ดานผลผลิต
                                   ปจจัยนําเขา             กระบวนการ             หรือผลลัพธ           รวม
          จัดการ
1. ดานนักศึกษาและผูมี                   -            ตัวบงชีที่ 2.6, 2.7,
                                                                   ้              ตัวบงชีท่ี 2.8 และ
                                                                                            ้           7+
สวนไดสวนเสีย                                        3.1, 3.2, 5.1, และ       ตัวบงชีท่เกียวของของ
                                                                                         ้ ี ่
                                                       5.2                                 สมศ.
2. ดานกระบวนการภายใน            ตัวบงชีที่ 2.5
                                         ้             ตัวบงชีที่ 1.1, 2.1,
                                                               ้                ตัวบงชีที่เกียวของของ 10+
                                                                                        ้ ่
                                                       2.4, 4.1, 6.1, 7.1,                 สมศ.
                                                       7.3, 7.4 และ 9.1
3. ดานการเงิน                   ตัวบงชีที่ 4.3
                                         ้             ตัวบงชีที่ 8.1
                                                                 ้             ตัวบงชีที่เกียวของของ
                                                                                       ้ ่               2+
                                                                                         สมศ.
4. ดานบุคลากร การเรียนรู       ตัวบงชีที่ 2.2
                                         ้             ตัวบงชีที่ 4.2 และ 7.2 ตัวบงชีที่เกียวของของ
                                                               ้                        ้ ่              4+
และนวัตกรรม                      และ 2.3                                                 สมศ.

             รวม                          4                       18                     1+              23+


                                   **************************************




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
156



                                           รายการอางอิง


ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. กฎกระทรวงวาดวยการขอใหรับรองและการรับรองวิทยฐานะของ
      สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2551.

กระทรวงศึกษาธิการ. 2553. กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา
      พ.ศ. 2553. ราชกิจจานุเบกษา เลม 127 ตอนที่ 23 ก วันที่ 2 เมษายน 2553. หนา 22-35

กระทรวงศึกษาธิการ. 2552. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
      แหงชาติ พ.ศ. 2552.

กระทรวงศึกษาธิการ. 2549. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549.

กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551.

กองบริการการศึกษา, สํานักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย. 2543. มาตรฐานกิจการนักศึกษา.

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์และคณะ. 2548. รายงานการวิจัย การสังเคราะหองคความรูเกี่ยวกับ
         การจัดการเรียนรูที่เนนตัวผูเรียนเปนสําคัญ ตั้งแต พ.ศ. 2542-2547” รายงานการวิจยเสนอตอ
                                                                                           ั
         สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย.

ชาญณรงค พรรุงโรจนและคณะ. 2548. ดัชนีบงชี้และเกณฑประเมินคุณภาพดานการทํานุบารุง
                                                                               ํ
     ศิลปวัฒนธรรม : รายงานการวิจยเสนอตอสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
                                    ั
     (องคการมหาชน). กรุงเทพฯ : โรงพิมพสแควรปริ๊นซ 93 จํากัด.

ไพฑูรย สินลารัตน. 2549. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย. รายงานการวิจยเสนอ
                                                                                    ั
        ตอสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.

คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
157


วิจิตร ศรีสอาน. 2518. หลักการอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช.

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ, สํานักนายกรัฐมนตรี. 2542. พระราชบัญญัติการศึกษา
        แหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545.

สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. 2550. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป
        ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565). กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. คูมือการจัดระดับการกํากับดูแลองคการภาครัฐตาม
        หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองทีดี (Good Governance Rating). กรุงเทพฯ :
                                                    ่
        บริษัท พรีเมียร โปร จํากัด.

สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. คูมือนโยบายการกํากับดูแลองคการที่ดี.

สํานักงานคณะกรรมการวิจยแหงชาติ. 2541. แนวทางปฏิบัติจรรยาบรรณนักวิจัย.
                      ั

สํานักงานคณะกรรมการวิจยแหงชาติ. 2552. นโยบายและยุทธศาสตรการวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551-2554).
                      ั

สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน). 2549. คูมือการประเมินคุณภาพ
        ภายนอกระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : บริษัทจุดทอง จํากัด.

สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. 2548. มาตรฐานการศึกษาของชาติ.
        กรุงเทพฯ : หางหุนสวนจํากัด สหายบล็อกและการพิมพ.
                         

สํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา, สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. 2549. มาตรฐาน
        การอุดมศึกษาและเกณฑมาตรฐานที่เกี่ยวของ. กรุงเทพฯ : หางหุนสวน จํากัด ภาพพิมพ.
                                                                   

ภาษาอังกฤษ
Mackinnon,K.R. S.H.Walker & D.Davis. 2000 . Benchmarking Manual for Australia Universities,
      Higher Education Division, Department of Education. Training and Youth Affairs.


คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
158
 


                                                           
                                                           
                                                           
                                                           
                                                           
                                                           

                                         ภาคผนวก ก 




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา  
 
(1)

   

                                                ภาคผนวก ก
              ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
                                       ตัวบงชี้ผลการดําเนินงาน
(1) อาจารยประจําหลักสูตรอยางนอยรอยละ 80 มีสวนรวมในการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวน
                                                  
    การดําเนินงานหลักสูตร
(2) มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.2 ที่สอดคลองกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
     แหงชาติ หรือ มาตรฐานคุณวุฒิสาขา/สาขาวิชา (ถามี)
(3) มีรายละเอียดของรายวิชา และรายละเอียดของประสบการณภาคสนาม (ถามี) ตามแบบ มคอ.3 และ
    มคอ.4 อยางนอยกอนการเปดสอนในแตละภาคการศึกษาใหครบทุกรายวิชา
(4) จัดทํารายงานผลการดําเนินการของรายวิชา และรายงานผลการดําเนินการของประสบการณภาคสนาม
    (ถามี)ตามแบบ มคอ.5 และ มคอ.6 ภายใน 30 วัน หลังสินสุดภาคการศึกษาทีเ่ ปดสอนใหครบทุกรายวิชา
                                                         ้
(5) จัดทํารายงานผลการดําเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.7 ภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดปการศึกษา
(6) มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรูทกําหนดใน มคอ.3 และ มคอ.4
                                                                   ี่
    (ถามี) อยางนอยรอยละ 25 ของรายวิชาที่เปดสอนในแตละปการศึกษา
(7) มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอน หรือ การประเมินผลการเรียนรู จากผล
    การประเมินการดําเนินงานที่รายงานใน มคอ.7 ปทแลวี่
(8) อาจารยใหม (ถามี) ทุกคน ไดรับการปฐมนิเทศหรือคําแนะนําดานการจัดการเรียนการสอน
(9) อาจารยประจําทุกคนไดรับการพัฒนาทางวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ อยางนอยปละหนึ่งครั้ง
(10) จํานวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ถามี) ไดรับการพัฒนาวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ ไมนอย
     กวารอยละ 50 ตอป
(11) ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาปสุดทาย/บัณฑิตใหมที่มีตอคุณภาพหลักสูตร เฉลี่ยไมนอยกวา 3.5
     จากคะแนนเต็ม 5.0
(12) ระดับความพึงพอใจของผูใชบัณฑิตที่มีตอบัณฑิตใหม เฉลียไมนอยกวา 3.5 จากคะแนนเต็ม 5.0
                                                            ่

  หมายเหตุ       1. สถาบัน อุดมศึ ก ษาอาจกํา หนดตัว บง ชี้เ พิ่ม เติมให สอดคลอ งกั บพั น ธกิ จและ
  วัตถุประสงคของสถาบันฯ หรือกําหนดเปาหมายการดําเนินงานที่สูงขึ้น เพื่อการยกระดับมาตรฐาน
  ของตนเอง โดยกําหนดไวในรายละเอียดของหลักสูตร ทั้งนี้ หลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาทุกระดับ
  คุณวุฒิตองมีผลการดําเนินการที่บรรลุตามเปาหมายตัวบงชี้ทั้งหมดอยูในเกณฑดีจึงจะไดรับการ
  เผยแพรหลักสูตรที่ไดมาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ โดยเกณฑการ

  คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

   
(2)

ประเมิ น ผ า นคื อ มี ก ารดํ า เนิ น งานตามข อ 1 – 5 และอย า งน อ ยร อ ยละ 80 ของตั ว บ ง ชี้ ผ ลการ
ดําเนินงานที่ระบุไวในแตละป
                   2. กรณีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและมหาวิทยาลัยรามคําแหงซึ่งมีระบบ
การสอบซอม อนุโลมใหปรับตัวบงชี้ในขอ 4 และขอ 5 เปนดังนี้
                            ขอ 4 จัดทํารายงานผลการดําเนินการของชุดวิชา/รายวิชา และรายงานผล
การดําเนินการของประสบการณภาคสนาม (ถามี) ตามแบบ มคอ.5 และมคอ.6 ภายใน 60 วัน หลัง
สอบซอมใหครบทุกชุดวิชา/รายวิชาที่เปดสอน
                            ขอ 5 จัดทํารายงานผลการดําเนินการของหลักสูตรตามแบบ มคอ.7 หลัง
สิ้นสุดปการศึกษา ภายใน 90 วันหลังสอบซอม




คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553

 
คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา (ค.ป.ภ.)
ประธานกรรมการ                                    เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นายสุเมธ แยมนุน)
รองประธานกรรมการ                                 รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี)
กรรมการ
ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร          ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
รองศาสตราจารยวรากรณ สามโกเศศ                   นายกฤษณพงศ กีรติกร
นายถนอม อินทรกําเนิด                             นายนิพนธ สุรพงษรักเจริญ
นายพานิช เหลาศิริรัตน                          ผูอํานวยการสํานักงานรับรองมาตรฐานและ
                                                  ประเมินคุณภาพการศึกษา(องคการมหาชน)
                                                 (ศาสตราจารยชาญณรงค พรรุงโรจน)
กรรมการและเลขานุการ                              ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา
                                                 (นางวราภรณ สีหนาท)
ผูชวยเลขานุการ
                                                เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางอรสา ภาววิมล)
                                                 เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ)

คณะอนุกรรมการพัฒนาองคประกอบและตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ระดับอุดมศึกษา

อนุกรรมการที่ปรึกษา                              รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี)
ประธานอนุกรรมการ                                 ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร
อนุกรรมการ
ศาสตราจารยวุฒิชัย ธนาพงศธร                      ศาสตราจารยสุวิมล วองวาณิช
รองศาสตราจารยสมบูรณวัลย สัตยารักษวิทย       ผูชวยศาสตราจารยจินดา งามสุทธิ
ผูชวยศาสตราจารยประเสริฐ อัครประถมพงศ         ผูชวยศาสตราจารยปรานี พรรณวิเชียร
ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา
(นางวราภรณ สีหนาท)
อนุกรรมการและเลขานุการ                           เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางอรสา ภาววิมล)
ผูชวยเลขานุการ                                 เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ)
                                                 เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นายเมธัส บรรเทิงสุข)
คณะอนุกรรมการดําเนินการฝกอบรมเพื่อสงเสริมสนับสนุนการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา

อนุกรรมการที่ปรึกษา                              รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี)
ประธานอนุกรรมการ                                 ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร
อนุกรรมการ
ศาสตราจารยชัย จาตุรพิทักษกุล                   รองศาสตราจารยศรีสมรัก อินทุจันทรยง
ผูชวยศาสตราจารยจินดา งามสุทธิ                 นายชูศักดิ์ เตชะวิเศษ
ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา
(นางวราภรณ สีหนาท)
อนุกรรมการและเลขานุการ                           เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางอรสา ภาววิมล)
ผูชวยเลขานุการ                                 เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ)
                                                 เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
                                                 (นายเมธัส บรรเทิงสุข)

คู่มือประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 2553

  • 1.
    คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553 (ฉบับเดือนกรกฎาคม 2553)              สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา Office of the Higher Education Commission (OHEC)
  • 2.
    คํานํา คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีอํานาจ หนาที่ในการกําหนดหลักเกณฑและแนวปฏิบัติตาง ๆ เพื่อสงเสริม สนับสนุน พัฒนาการดําเนินงานเกี่ยวกับ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาของประเทศไดมีนโยบายใหทบทวน องคประกอบและตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน รวมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนากระบวนการ ประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในให มี ค วามทั น สมั ย สอดคล อ งกั บ บริ บ ทที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปและความ เคลื่อนไหวดานคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาตาง ๆ อาทิ กรอบแผนอุดมศึกษาระยะ ยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพ การศึ ก ษาภายใน พ.ศ.2553 ประกาศกระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร เรื่อ งมาตรฐานสถาบัน อุ ดมศึ ก ษา กรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ การรับรองวิทยฐานะสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งการ ประเมินคุ ณภาพภายนอกรอบสามที่ จะเริ่ม ตน ในปงบประมาณ 2554 จนถึง ปงบประมาณ 2558 ซึ่ง คณะกรรมการการอุดมศึกษาไดใหความเห็นชอบใหเผยแพรและสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษานําไปใชเปน แนวทางในการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ตั้งแตปการศึกษา 2553 เปนตนไป สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงไดจัดทําคูมือการประกันคุณภาพการศึกษา ภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553 ฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงคใหสถาบันอุดมศึกษามี แนวทางปฏิบัติในการกํากับและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่ชัดเจนสอดคลองกับกรอบแผนพัฒนา อุดมศึกษาระยะยาว มาตรฐานเกี่ยวกับการศึกษา ระดับอุดมศึกษาตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และสามารถรองรับ การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล และหวังเปนอยางยิ่งวา เอกสารฉบับนี้จะเปนคูมือสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาไดอยางมีคุณภาพ และนําไปสูการ สรางผลผลิตที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองสังคมและประเทศชาติตามเปาหมายของแตละกลุมสถาบัน (นายสุเมธ แยมนุน)  เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 3.
      สารบัญ สารบั ญ หนา คํานํา สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญแผนภูมิ บทที่ 1 การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา 1 1. ความจําเปนและวัตถุประสงคของการประกันคุณภาพการศึกษา 1 ระดับอุดมศึกษา 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม 3 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กับการประกันคุณภาพการศึกษา 3. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) 4 4. การประกันคุณภาพกับมาตรฐานการศึกษา 6 5. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 8 5.1 กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพ 9 การศึกษา 5.2 แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ 12 การศึกษาภายใน 6. การเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการ 13 ประเมินคุณภาพภายนอก บทที่ 2 กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน 15 1. แนวทางการจัดการกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน 15 2. ขั้นตอนการประเมินคุณภาพการศึกษา 21 2.1 การเตรียมการของสถาบันกอนการตรวจเยี่ยมของผูประเมิน 21 2.2 การดําเนินการของสถาบันระหวางการตรวจเยี่ยมเพื่อประเมิน 25 คุณภาพ 2.3 การดําเนินการของสถาบันภายหลังการประเมินคุณภาพ 25 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 4.
      สารบัญ (ตอ) บทที่ 3 ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 26 1. แนวทางการพัฒนาตัวบงชีเ้ พื่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 26 ระดับอุดมศึกษา 2. คําชี้แจงอื่นๆ ในการนําตัวบงชี้ไปใชประเมินคุณภาพการศึกษา 30 ภายใน 3. นิยามศัพทที่ใชในตัวบงชี้ 31 4. องคประกอบคุณภาพ ตัวบงชี้ และเกณฑการประเมิน 39 องคประกอบที่ 1 ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค และแผน 39 ดําเนินการ องคประกอบที่ 2 การผลิตบัณฑิต 43 องคประกอบที่ 3 กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา 61 องคประกอบที่ 4 การวิจยั 66 องคประกอบที่ 5 การบริการวิชาการแกสงคมั 75 องคประกอบที่ 6 การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 79 องคประกอบที่ 7 การบริหารและการจัดการ 81 องคประกอบที่ 8 การเงินและงบประมาณ 90 องคประกอบที่ 9 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ 94 บทที่ 4 ตัวอยางแนวทางปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานดาน 98 กระบวนการ บทที่ 5 การวิเคราะหตวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ มาตรฐานการศึกษา ั 145 ระดับอุดมศึกษา และมุมมองดานการบริหารจัดการ 1. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน 145 2. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา 147 3. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา 150 4. ตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ 155 รายการอางอิง 156 ภาคผนวก ก ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา 158 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 5.
      สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 5.1 องคประกอบคุณภาพ 9 ดานและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามองคประกอบ ้ 146 5.2 มาตรฐานการอุดมศึกษาและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน ้ 150 5.3 มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาและตัวบงชีที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน ้ 154 5.4 มุมมองดานบริหารจัดการทีสําคัญและตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ ่ 155 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 6.
      สารบัญแผนภาพ แผนภาพที่ หนา 1.1 ความเชื่อมโยงระหวางมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพ       8  1.2 ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก 14 2.1 วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน 17 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 7.
    1 บทที่ 1 การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา 1. ความจําเปนและวัตถุประสงคของการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะตองปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การ ใหบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม การดําเนินการตามภารกิจทั้ง 4 ประการดังกลาว มีความสําคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปจจุบันมีปจจัย ภายในและภายนอกหลายประการที่ทําใหการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเปนสิ่งจําเปนที่ จะตองเรงดําเนินการ ปจจัยดังกลาวคือ 1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศ มีแนวโนมที่จะมีความแตกตาง กันมากขึ้น ซึ่งจะกอใหเกิดผลเสียแกสงคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว ั 2) ความทาทายของโลกาภิวัตนตอการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาขาม พรมแดน และการเคลื่อ นย า ยนั กศึก ษาและบัณฑิต อั น เปนผลจากการรวมตั วของประเทศในภู มิ ภาค อาเซียน ซึ่งทั้งสองประเด็นตองการการรับประกันของคุณภาพการศึกษา 3) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเปนที่จะตองสรางความมั่นใจแกสังคมวาสามารถพัฒนา องคความรูและผลิตบัณฑิต ตอบสนองตอยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศใหมากขึ้น ไมวาจะเปนการสราง ขีดความสามารถในการแขงขันระดับสากล การพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ การ พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต ความเปนอยูระดับทองถิ่นและชุมชน 4) สถาบันอุดมศึกษาจะตองใหขอมูลสาธารณะ (public information) ที่เปนประโยชนตอ ผูมสวนไดสวนเสีย ทั้งนักศึกษา ผูจางงาน ผูปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป ี 5) สั ง คมต อ งการระบบอุ ด มศึ ก ษาที่ เ ป ด โอกาสให ผู มี ส ว นได ส ว นเสี ย มี ส ว นร ว ม (participation) มีความโปรงใส (transparency) และมีความรับผิดชอบซึ่งตรวจสอบได (accountability) ตามหลักธรรมาภิบาล 6) พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กําหนดใหสถานศึกษาทุกแหงจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงใหมีสํานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาทําหนาที่ประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประเมินผลการจัด การศึกษาของสถานศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 8.
    2 7) คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษาได ป ระกาศใช ม าตรฐานการอุ ด มศึ ก ษา เมื่ อ วั น ที่ 7 สิงหาคม 2549 เพื่อเปนกลไกกํากับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ ระดับ หน ว ยงาน โดยทุก หน ว ยงานระดั บอุดมศึก ษาจะไดใชเ ป น กรอบการดํา เนิ น งานประกัน คุณภาพ การศึกษา 8) กระทรวงศึกษาธิการไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 เพื่อเปนกลไกสงเสริมและกํากับใหสถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาใหมี มาตรฐานตามประเภทหรือกลุมสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุม 9) กระทรวงศึกษาธิการไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดประกาศแนว ทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 เพื่อให การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปนไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อการประกันคุณภาพของ บัณฑิตในแตละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา ดวยความจําเปนดังกลาว สถาบันอุดมศึกษารวมกับตนสังกัดจึงจําเปนตองพัฒนาระบบและ กลไกการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีวัตถุประสงคดังนี้ 1) เพื่อตรวจสอบและประเมินการดําเนินงานของภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ตามระบบคุณภาพและกลไกที่สถาบันนั้น ๆ กําหนดขึ้น โดยวิเคราะห เปรียบเทียบผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในทุกองคประกอบคุณภาพวาเปนไปตามเกณฑและไดมาตรฐาน 2) เพื่อใหภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทาและสถาบันอุดมศึกษาทราบสถานภาพ ของตนเองอั น จะนํ า ไปสู ก ารกํ า หนดแนวทางในการพั ฒ นาคุ ณ ภาพไปสู เ ป า หมาย (targets) และ เปาประสงค (goals) ที่ตั้งไวตามจุดเนนของตนเองและเปนสากล 3) เพื่อใหภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทาและสถาบันอุดมศึกษาทราบจุดแข็ง จุด ที่ควรปรับปรุง ตลอดจนไดรับขอเสนอแนะในการพัฒนาการดําเนินงานเพื่อเสริมจุดแข็ง และพัฒนาจุดที่ ควรปรับปรุงของสถาบันอยางตอเนื่อง 4) เพื่ อ ให ข อ มู ล สาธารณะที่ เ ป น ประโยชน ต อ ผู มี ส ว นได ส ว นเสี ย ทํ า ให มั่ น ใจว า สถาบันอุดมศึกษาสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มคุณภาพและไดมาตรฐานตามที่กําหนด ี 5) เพื่ อให ห นว ยงานต น สัง กัด ของสถาบั น อุ ดมศึ ก ษาและหน ว ยงานที่ เ กี่ย วของ มีขอมูล พื้นฐานที่จําเปนสําหรับการสงเสริมสนับสนุนการจัดการอุดมศึกษาในแนวทางที่เหมาะสม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 9.
    3 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กับการ ประกันคุณภาพการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ไดกําหนด จุดมุงหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุงเนนคุณภาพและมาตรฐาน โดยกําหนดรายละเอียดไวใน หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบดวย “ระบบการประกันคุณภาพภายใน” และ “ระบบการประกันคุณภาพภายนอก” เพื่อใชเปนกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและมาตรฐานของ สถาบันอุดมศึกษา การประกันคุณภาพภายใน เปนการสรางระบบและกลไกในการพัฒนา ติดตามตรวจสอบและ ประเมินการดําเนินงานของสถานศึกษาใหเปนไปตามนโยบาย เปาหมายและระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่ กําหนดโดยสถานศึกษาและหรือหนวยงานตนสังกัด โดยหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษากําหนดใหมีระบบ การประกั น คุ ณภาพภายในสถานศึ ก ษาและให ถื อ ว า การประกั น คุ ณ ภาพภายในเป น ส ว นหนึ่ ง ของ กระบวนการบริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง มีการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงาน ประเมินคุณภาพภายในเสนอตอสภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด และหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อพิจารณา และเปดเผยตอสาธารณชนเพื่อนําไปสูการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการ ประกันคุณภาพภายนอก การประกันคุณภาพภายนอก เปนการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใหมีการติดตาม และตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยคํานึงถึงความมุงหมาย หลักการ และ แนวการจัดการศึกษาในแตละระดับ ซึ่งประเมินโดย “สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (องคการมหาชน) หรือเรียกชื่อยอวา “สมศ.” พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แก ไ ขเพิ่ ม เติ ม (ฉบั บ ที่ 2 ) พ.ศ.2545 ได กํ า หนดให ส ถานศึ ก ษาทุ ก แห ง ต อ งได รั บ การประเมิ น คุ ณ ภาพ ภายนอกอยางนอย 1 ครั้งในทุกรอบ 5 ป นับตั้งแตการประเมินครั้งสุดทาย และเสนอผลการประเมินตอ หนวยงานที่เกี่ยวของและสาธารณชน ซึ่ง สมศ. ไดดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก (พ.ศ. 2544-2548) เสร็จสิ้นไปแลว ปจจุบันอยูระหวางประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง (พ.ศ.2549-2553) และการเตรียมการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สาม (พ.ศ.2554-2558) ในการประเมินรอบที่สามของ สมศ. เปนการประเมินทั้งระดับสถาบันและคณะวิชา แตหากสถาบันใดจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งหลัก เชน วิทยาเขต หรือศูนย หรือหนวยจัดการศึกษานอกที่ต้ัง การประเมินจะครอบคลุมการจัดการนอกสถาน ที่ตั้งหลักทั้งหมด นอกจากนั้น การประเมินคุณภาพจะมีความสอดคลองกับจุดเนนหรือกลุมสถาบันที่แตละ สถาบันเลือกตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 10.
    4 รูปแบบและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกจะเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดโดยสํานักงาน รับ รองมาตรฐานและประเมิ น คุ ณ ภาพการศึก ษา (องค ก ารมหาชน) ซึ่ง มี ห ลั ก การสํา คั ญ 5 ประการ1 ดังตอไปนี้ 1) เปนการประเมินเพื่อมุงใหมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไมไดมุงเนนเรื่องการตัดสิน การจับผิด หรือการใหคุณ – ใหโทษ 2) ยึดหลักความเที่ยงตรง เปนธรรม โปรงใส มีหลักฐานขอมูลตามสภาพความเปนจริง (evidence – based) และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได (accountability) 3) มุงเนนในเรื่องการสงเสริมและประสานงานในลักษณะกัลยาณมิตรมากกวาการกํากับ ควบคุม 4) สงเสริมการมีสวนรวมในการประเมินคุณภาพและการพัฒนาการจัดการศึกษาจากทุก ฝายที่เกี่ยวของ 5) มุงสรางความสมดุลระหวางเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุงหมายและหลักการศึกษา ของชาติตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 ใหเอกภาพเชิงนโยบาย แตยังคง มี ค วามหลายหลายในทางปฏิ บั ติ โดยสถาบั น สามารถกํ า หนดเป า หมายเฉพาะและพั ฒ นาคุ ณ ภาพ การศึกษาใหเต็มตามศักยภาพของสถาบันและผูเรียน 3. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) ไดกําหนดแนวทางการพัฒนา และแกปญหาอุดมศึกษาที่ไรทิศทาง ซ้ําซอน ขาดคุณภาพ และขาดประสิทธิภาพ โดยใชกลไกการประเมิน คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเปนกลไกหลักในการดําเนินการ กลาวคือ ใหมการสรางกลไกการประเมิน ี คุ ณ ภาพสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาตามพั น ธกิ จ ของสถาบั น ในแต ล ะกลุ ม ซึ่ ง มี พื้ น ที่ บ ริ ก ารและจุ ด เน น ระดั บ การศึกษาที่ตางกัน รวมทั้งมีพันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศตางกันตาม ความหลากหลาย ทั้งการพัฒนาฐานราก สังคม เศรษฐกิจรวมถึงการกระจายอํานาจในระดับทองถิ่น การ ขับเคลื่อนภาคการผลิตในชนบท ทองถิ่นและระดับประเทศ จนถึงการแขงขันในโลกาภิวัตน ซึ่งระบบ อุดมศึกษาแตละกลุมเหลานี้ จะนําไปสูการเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษา และสงผลกระทบที่เปนประโยชนตอ ประเทศอยางมีนัยสําคัญ อาทิ สามารถสรางความเปนเลิศไดตามพันธกิจของตัวเอง สามารถตอบสนองตอ 1 ดูเพิ่มเติม “คูมือการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา (ฉบับปรับปรุง : ธันวาคม 2549)” สํานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน). หรือ http:// www.onesqa.or.th คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 11.
    5 ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศดีขึ้น สงผลเชิงบวกตอการผลิต พัฒนาและการทํางานของอาจารยสามารถ ปรับจํานวนของบัณฑิตในสาขาที่เปนความตองการของสังคม ลดการวางงาน โดยที่สถาบันอุดมศึกษาใน กลุมเหลานี้มีกลไกรวมกันในการประกันคุณภาพ เพื่อใหนักศึกษาสามารถตอยอด ถายโอนแลกเปลี่ยนกัน ไดระหวางกลุม และในระยะยาวการประเมินคุณภาพควรนําไปสูระบบรับรองวิทยฐานะ (accreditation) ที่ นักศึกษาและสาธารณะใหความเชื่อถือ เปนฐานและเงื่อนไขในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ และการ สนับสนุนจากภาคเอกชน รวมทั้งการโอนยายหนวยกิต จากกรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ดั ง กล า ว กระทรวงศึ ก ษาธิ ก ารได มี ป ระกาศ กระทรวงศึ ก ษาธิ ก าร เรื่ อ ง มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา ในป 2551 กํ า หนดประเภทหรื อ กลุ ม สถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม คือ กลุม ก วิทยาลัยชุมชน หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตระดับต่ํากวาปริญญา ตรี จัดฝกอบรมสนองตอบความตองการของทองถิ่น เพื่อเตรียมกําลังคนที่มีความรูเขาสูภาคการผลิตจริง ในชุมชน สถาบันสนับสนุนรองรับการเปลี่ยนอาชีพพื้นฐาน เชน แรงงานที่ออกจากภาคเกษตร เปนแหลง เรียนรูที่สงเสริมใหประชาชนไดมีโอกาสเรียนรูตลอดชีวิตอันจะนําไปสูความเขมแข็งของชุมชนและการ พัฒนาที่ยั่งยืน กลุม ข สถาบันที่เนนระดับปริญญาตรี หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิต ระดับปริญญาตรี เพื่อใหไดบัณฑิตที่มีความรูความสามารถเปนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการ เปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาค สถาบันมีบทบาทในการสรางความเขมแข็งใหกับหนวยงาน ธุรกิจ และบุคคล ในภู มิ ภ าค เพื่ อ รองรั บ การดํ า รงชี พ สถาบั น อาจมี ก ารจั ด การเรี ย นการสอนในระดั บ บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษา โดยเฉพาะระดับปริญญาโทดวยก็ได กลุม ค สถาบันเฉพาะทาง หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางหรือ เฉพาะกลุมสาขาวิชา ทั้งสาขาวิช าทางวิทยาศาสตรกายภาพ วิทยาศาสตรชีวภาพ สังคมศาสตรห รือ มนุษยศาสตร รวมทั้งสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง สถาบันอาจเนนการทําวิทยานิพนธหรือการวิจัย หรือเนน การผลิตบัณฑิตที่มีความรู ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะในการประกอบอาชีพระดับสูง หรือเนนทั้ง สองดาน รวมทั้งสถาบันอาจมีบทบาทในการพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ สถาบันใน กลุมนี้อาจจําแนกไดเปน 2 ลักษณะคือ ลักษณะที่ 1 เปนสถาบันที่เนนระดับบัณฑิตศึกษา และลักษณะที่ 2 เปนสถาบันที่เนนระดับปริญญาตรี กลุม ง สถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะ ระดับปริญญาเอก หมายความถึง สถาบันที่เนนการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับ ปริญญาเอก และเนนการทําวิทยานิพนธและการวิจัยรวมถึงการวิจัยหลังปริญญาเอก สถาบันเนนการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 12.
    6 ผลิตบัณฑิตที่เปนผูนําทางความคิดของประเทศ สถาบันมีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยใหอยูใน แนวหนาระดับสากล มุงสรางองคความรูทฤษฎีและขอคนพบใหมทางวิชาการ ดังนั้น การประกันคุณภาพการศึกษาจึงตองสรางกลไกการประเมินคุณภาพใหสอดรับกับการ แบงกลุมสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุมดังกลาว 4. การประกันคุณภาพกับมาตรฐานการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในหมวด 5 ที่วาดวยการบริหารและการจัดการศึกษา มาตรา 34 ไดกําหนดให คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหนาที่ พิจารณาเสนอมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับความตองการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แหงชาติ และสอดคลองกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคํานึงถึงความเปนอิสระและความเปนเลิศทาง วิชาการของสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงไดจัดทํามาตรฐานการอุดมศึกษาเพื่อใช เปนกลไกระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหนวยงาน เพื่อนําไปสูการกําหนด นโยบายการพัฒนาการอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาตอไป มาตรฐานการอุดมศึกษาที่จัดทําขึ้นฉบับนี้ได ใช ม าตรฐานการศึ ก ษาของชาติ ที่ เ ปรี ย บเสมื อ นร ม ใหญ เ ป น กรอบในการพั ฒ นา โดยมี ส าระสํ า คั ญ ที่ ครอบคลุมเป า หมายและหลักการของการจั ดการศึกษาระดั บอุดมศึก ษาของไทยและเป น มาตรฐานที่ คํานึงถึงความหลากหลายของกลุมหรือประเภทของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใหทุกสถาบันสามารถนําไปใช กําหนดพันธกิจและมาตรฐานของการปฏิบัติงานได มาตรฐานการอุดมศึกษาที่ปรากฏตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549 ประกอบดวยมาตรฐาน 3 ดาน ไดแก มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานดานการบริหารจัดการ การอุดมศึกษา และมาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู มาตรฐาน ยอยทั้ง 3 ดานนี้ อยูในมาตรฐานการศึกษาของชาติที่ประกอบดวยมาตรฐานยอย 3 มาตรฐานเชนกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการ จัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสรางสังคมแหงการเรียนรู/สังคมแหงความรู แตละมาตรฐานยอยของ มาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคลองและสัมพันธกับมาตรฐานยอยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพื่อใหการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจุดมุงหมายและหลักการของการจัดการศึกษา ของชาติ นอกเหนื อ จากมาตรฐานการอุ ด มศึ ก ษาที่ เ ป น มาตรฐานแม บ ทแล ว คณะกรรมการการ อุดมศึกษาไดจัดทํามาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 เพื่อนําไปสู คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 13.
    7 การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุมสถาบันที่มีปรัชญา วัตถุประสงค และพันธกิจในการจัดตั้งที่แตกตาง กันไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลประกอบดวยมาตรฐานหลัก 2 ดาน คือ มาตรฐานดานศักยภาพ และความพรอมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา และกําหนดกลุมสถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม ไดแก กลุม ก วิทยาลัยชุมชน กลุม ข สถาบันที่เนนระดับ ปริญญาตรี กลุม ค สถาบัน เฉพาะทาง และกลุม ง สถาบั นที่เ นนการวิ จัย ขั้นสูง และผลิตบัณฑิตระดับ บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาโดยเฉพาะระดั บ ปริ ญ ญาเอก นอกจากนั้ น ยั ง ได จั ด ทํ า กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อเปนการประกัน คุณภาพบัณฑิตในแตละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา โดยกําหนดใหคุณภาพของบัณฑิตทุกระดับคุณวุฒิและ สาขาวิชาตองเปนไปตามมาตรฐานผลการเรียนรูอยางนอย 5 ดาน คือ ดานคุณธรรม จริยธรรม ดานความรู ดานทักษะทางปญญา ดานทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ และดานทักษะการ วิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษายัง ได กํา หนดเกณฑ ม าตรฐานอื่น ๆ อาทิ เกณฑม าตรฐาน หลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักเกณฑการขอเปดและดําเนินการหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษา ทางไกล หลักเกณฑการกําหนดชื่ อปริญญา หลักเกณฑและแนวปฏิ บัติเกี่ยวกับการพิจารณาประเมิน คุณภาพการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาไดพัฒนา ด า นวิ ช าการและวิ ช าชี พ รวมทั้ ง การพั ฒ นาคุ ณ ภาพและยกระดั บ มาตรฐานในการจั ด การศึ ก ษา ระดับอุดมศึกษาใหมีความทัดเทียมกันและพัฒนาสูสากล ซึ่งทําใหสถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดการศึกษา ไดอยางยืดหยุน คลองตัว และตอเนื่องในทุกระดับการศึกษา ตลอดจนสะทอนใหเห็นถึงมาตรฐานคุณภาพ การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อใหการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทมีคุณภาพและไดมาตรฐานตามที่กําหนด ทั้งมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา และสัมพันธกับ มาตรฐานและหลั ก เกณฑ ที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การจั ด การศึ ก ษาอื่ น ๆ รวมถึ ง กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จึงจําเปนตองมีระบบประกันคุณภาพที่พัฒนาขึ้นตามที่กําหนดไวในกฎกระทรวง วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงระหวาง มาตรฐานการศึกษา หลักเกณฑที่เกี่ยวของ และการประกันคุณภาพการศึกษา สามารถแสดงในแผนภาพ ที่ 1.1 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 14.
    8 แผนภาพที่ 1.1 ความเชื่อมโยงระหวางมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานที่ 1 มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานที่ 3 คุณลักษณะของคนไทยที่พึง แนวทางการจัดการศึกษา แนวการสรางสังคมแหง ประสงคทั้งในฐานะพลเมือง การเรียนรู/สังคมแหงความรู และพลโลก มาตรฐานดานการบริหาร มาตรฐานดานการสรางและพัฒนา มาตรฐาน มาตรฐาน จัดการการอุดมศึกษา สังคมฐานความรู การอุดมศึกษา ดานคุณภาพบัณฑิต และสังคมแหงการเรียนรู หลักเกณฑกํากับ การประกันคุณภาพภายใน ภายใตตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน มาตรฐาน รวมถึง มาตรฐานสถาบันอุดม ผลผลิตทางการศึกษาที่ไดคุณภาพ ศึกษาและกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับ อุดมศึกษาแหงชาติ 5. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน กอนมีประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ทบวงมหาวิทยาลัยไดตระหนัก ดีถึงความสําคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาและไดจัดทําประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง นโยบาย และแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษามาตั้งแตป พ.ศ. 2539 เพื่อเปนแนวทางใน การประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาตามหลักการสําคัญ 3 ประการ คือ การใหเสรีภาพทาง วิชาการ (academic freedom) ความมีอิสระในการดําเนินการของสถาบัน (institutional autonomy) และ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 15.
    9 ความพรอมของสถาบันที่จะรับการตรวจสอบคุณภาพจากภายนอกตามหลักการของความรับผิดชอบที่ ตรวจสอบได (accountability) ตอมาพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได ระบุใหหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบกับ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และกฎกระทรวงแบงสวนราชการ กําหนดใหสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหนาที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และ มาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติ สนับสนุนทรัพยากร ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยคํานึงถึง ความเปนอิสระและความเปนเลิศทางวิชาการของสถานศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้ง สถานศึกษาแตละแหงและกฎหมายที่เกี่ยวของ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงมีหนาที่รวมกับ สถานศึกษาในการจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 5.1 กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา หลั ง จากที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ารศึ ก ษาแห ง ชาติ พ.ศ.2542 มี ผ ลบั ง คั บ ใช สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ในฐานะหนวยงานตนสังกัดที่ทําหนาที่กํากับดูแล สถาบันอุดมศึกษา ไดเสนอระบบการประกันคุณภาพการศึกษาใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อใหสอดคลอง กับเจตนารมณแหงพระราชบัญญัตฉบับดังกลาว ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2543 ิ ได มี ม ติ เ ห็ น ชอบกั บ ระบบประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาของสํ า นั ก งานคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา (ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ซึ่งตอมาไดจัดทําเปนประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง ระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2545 เพื่อใชเปนแนวปฏิบัติ สาระสําคัญของประกาศฉบับนี้ระบุใหทบวงมหาวิทยาลัยสนับสนุนและสงเสริมสถาบันอุดมศึกษาจัดทํา ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาใหมีประสิทธิภาพและ ประสิ ท ธิ ผ ล รวมทั้ ง ให มี ก ารประเมิ น ผลและติ ด ตามตรวจสอบคุ ณ ภาพและมาตรฐานการศึ ก ษาของ สถาบันอุดมศึกษาจากภายใน หรือโดยหนวยงานตนสังกัดที่มีหนาที่กํากับดูแลสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียม ความพรอมสําหรับการประเมินคุณภาพจากภายนอก รวมถึงสนับสนุนใหมีการแตงตั้งคณะกรรมการ ประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาขึ้นในแตละคณะวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา เพื่อกําหนดนโยบาย หลักเกณฑ แนวทาง วิธีการตรวจสอบและประเมินระบบกลไกและประเมินผลการดําเนินงานการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในของแตละคณะวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา หลังจากดําเนินการตามประกาศฉบับป พ.ศ. 2545 ไประยะหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษาจึงไดจัดทํากฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 16.
    10 ภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2546เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 5 และมาตรา 47 วรรคสอง โดยสาระสําคัญ เกี่ยวกับระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของกฎกระทรวงฉบับนี้ยังคงไวตามประกาศ ทบวงมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. 2545 ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดถือปฏิบัติมาอยางตอเนื่อง ตอมาในป 2553 กระทรวงศึกษาธิการไดออกกฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกัน คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 แทนฉบับเดิม โดยรวมการประกันคุ ณภาพภายในและภายนอกของ การศึกษาทุกระดับไวในฉบับเดียวกัน มีคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาทําหนาที่ หลัก 2 ประการคือ 1) วางระเบียบหรือออกประกาศกําหนดหลักเกณฑและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกัน คุ ณ ภาพภายในระดั บ อุ ด มศึ ก ษา เพื่ อ ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น และพั ฒ นาการประกั น คุ ณ ภาพภายใน ระดับอุดมศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ 2) เสนอแนะแนวทางปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพการศึกษาแกสถานศึกษา โดยนําผลการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกไป ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนใหระบบการประกันคุณภาพ ภายในประกอบดวย การประเมินคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ และการพัฒนาคุณภาพ และ กําหนดใหหนวยงานตนสังกัดจัดใหมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาอยางนอยหนึ่งครั้งในทุกสาม ปและแจ งผลให ส ถานศึ ก ษาระดั บอุ ดมศึก ษาทราบ รวมทั้ง เป ด เผยผลการติ ด ตามตรวจสอบคุณภาพ การศึกษาตอสาธารณชน 5.1.1 หลักเกณฑการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน หลั ก เกณฑ ก ารประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในที่ ร ะบุ ใ นกฎกระทรวงให พิจารณาจากประเด็นตอไปนี้ 1) ระบบการประกั น คุ ณ ภาพภายในของคณะวิ ช าและสถานศึ ก ษา ระดับอุดมศึกษา โดยคํานึงถึงมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ กําหนด 2) ผลการปฏิบัติงานของคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาตามระบบ การประกันคุณภาพภายในที่กําหนดไว 3) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดําเนินงานตามระบบการประกันคุณภาพ ภายในที่สงผลตอคุณภาพการศึกษาตามตัวบงชี้คุณภาพการศึกษา  5.1.2 วิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน วิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ระบุในกฎกระทรวงใหใชแนวปฏิบัติดังนี้ 1) ให ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ห น ว ยงานหรื อ คณะกรรมการที่รับผิดชอบการดําเนินการดานการประกันคุณภาพขึ้น โดยมีหนาที่พัฒนา บริหารและ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 17.
    11 ติดตามการดําเนินการประกันคุณภาพภายใน ตลอดจนประสานกับหนวยงานภายนอก เพื่อใหเกิดความ มั่นใจวาการจัดการศึกษาจะเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ 2) ใหคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ ภายใน เพื่อใชกํากับ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาใหมีประสิทธิภาพภายใตกรอบ นโยบายและหลักการที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด 3) ให ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาดํ า เนิ น การตามระบบการ ประกันคุณภาพภายใน โดยถือเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา 4) ใหคณะวิชาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดใหมีระบบและกลไกควบคุม คุณภาพขององคประกอบตางๆ ที่ใชในการผลิตบัณฑิต ดังนี้ (1) หลักสูตรการศึกษาในสาขาวิชาตางๆ (2) คณาจารยและระบบการพัฒนาคณาจารย (3) สื่อการศึกษาและเทคนิคการสอน (4) หองสมุดและแหลง การเรียนรูอื่น (5) อุปกรณการศึกษา (6) สภาพแวดลอมในการเรียนรูและบริการการศึกษา(7) การวัดผล การศึ ก ษาและสั ม ฤทธิ ผ ลทางการเรี ย นของนั ก ศึ ก ษา (8) องค ป ระกอบอื่ น ตามที่ แ ต ล ะสถานศึ ก ษา ระดับอุดมศึกษาเห็นสมควร ทั้ ง นี้ ให แ ต ล ะคณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ร ะบบการ ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามที่เห็นสมควร โดยใหสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สงเสริมและสนับสนุนใหมีการพัฒนาดานการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับคณะวิชาของสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาอยางตอเนื่อง 5.1.3 การรายงานผลการประกันคุณภาพการศึกษา ระบบการประกั น คุ ณ ภาพภายในถื อ เป น ส ว นหนึ่ ง ของกระบวนการบริ ห าร การศึ ก ษาที่ ค ณะวิ ช าและสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาต อ งดํ า เนิ น การอย า งมี ร ะบบและต อ เนื่ อ ง สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาตองจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในเสนอตอ สภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด และหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อพิจารณาและเปดเผยตอสาธารณชน โดย ใหสอดคลองกับเจตนารมณและแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 5.1.4 การติดตามตรวจสอบของตนสังกัด ให ห น ว ยงานต น สั ง กั ด ของสถานศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาจั ด ให มี ก ารติ ด ตาม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษานั้นอยางนอยหนึ่งครั้งในทุกสามปและแจงผลใหสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ทราบ รวมทั้งเปดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตอสาธารณชน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 18.
    12 5.2 แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 5.2.1 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา สถาบันอุดมศึกษาอาจพัฒนาระบบประกันคุณภาพที่เหมาะสมสอดคลองกับระดับการ พัฒนาของสถาบัน โดยอาจเปนระบบประกันคุณภาพที่ใชกันแพรหลายในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือ เปนระบบเฉพาะที่สถาบันพัฒนาขึ้นเอง แตไมวาจะเปนระบบคุณภาพแบบใดจะตองมีกระบวนการทํางาน ที่เริ่มตนจากการวางแผน การดําเนินงานตามแผน การตรวจสอบประเมิน และการปรับปรุงพัฒนา ทั้งนี้ เพื่อใหการดําเนินภารกิจของสถาบันบรรลุเปาประสงคและมีพัฒนาการอยางตอเนื่อง ขณะเดียวกันก็เปน หลักประกันแกสาธารณชนใหมั่นใจวาสถาบันอุดมศึกษาสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ 5.2.2 มาตรฐาน ตัวบงชี้และเกณฑประเมินคุณภาพ มาตรฐานเป น กรอบสํ า คั ญ ในการดํ า เนิ น งานของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา คื อ มาตรฐานการอุดมศึกษา อยางไรก็ตาม ในปจจุบันสถาบันอุดมศึกษาตาง ๆ ยังตองดําเนินการใหไดตาม มาตรฐานและหลักเกณฑอื่น ๆ ที่เกี่ยวของอีกมาก เชน มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา กรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา มาตรฐานเพื่อการประเมิน คุณภาพภายนอกของ สมศ. กรอบการปฏิบัติราชการตามมิติดานตาง ๆ ของสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในกรณีมหาวิทยาลัยของรัฐ เปนตน ตัวบงชี้เปนขอกําหนดของการประกันคุณภาพภายในที่พัฒนาขึ้นในองคประกอบ คุณภาพ 9 ดานที่มีความครอบคลุมพันธกิจหลัก 4 ประการของการอุดมศึกษาและพันธกิจสนับสนุน ไดแก (1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงคและแผนดําเนินการ (2) การผลิตบัณฑิต (3) กิจกรรมการพัฒนา นักศึกษา (4) การวิจัย (5) การบริการทางวิชาการแกสังคม (6) การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม (7) การ บริหารและการจัดการ (8) การเงินและงบประมาณ และ (9) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ซึ่งตัวบงชี้ ดังกลาวสามารถชี้วัดคุณลักษณะที่พึงประสงคตามมาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานและหลักเกณฑอื่น ๆ ที่ เกี่ยวของกับองคประกอบคุณภาพนั้นๆ ไดทั้งหมด ดังนั้น ในบทที่ 3 ของคูมือฉบับนี้จึงไดพัฒนาตัวบงชี้ที่ สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองใชประเมินคุณภาพภายใน ทั้งตัวบงชี้ที่ใชประเมินปจจัยนําเขา กระบวนการ และผลผลิตหรือผลลัพธ นอกจากนี้ ตัวบงชี้ที่ใชประเมินกระบวนการยังไดนําเสนอตัวอยางแนวทางปฏิบัติ เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานไวดวยในบทที่ 4 เพื่อประโยชนของสถาบันอุดมศึกษาในการนําตัวบงชี้ดังกลาว ไปใช เกณฑการประเมินเปนมาตรวัดของแตละตัวบงชี้ซึ่งพัฒนาจากเกณฑและแนว ปฏิบติที่เปนมาตรฐานซึ่งกําหนดโดยสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือโดยหนวยงานที่เกี่ยวของ ั อาทิ สมศ. ทั้งนี้ เพื่อใหการประเมินคุณภาพการศึกษามีความสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 19.
    13 5.2.3 กลไกการประกันคุณภาพ ในดานของกลไกการประกันคุณภาพ ผูที่มีความสําคัญสงผลใหการดําเนินงาน ประสบความสําเร็จและนําไปสูการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่องคือ คณะกรรมการระดับนโยบายและ ผูบริหารสูงสุดของสถาบันที่จะตองใหความสําคัญและกําหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่ ชัดเจนและเขาใจรวมกันทุกระดับ โดยมอบหมายใหหนวยงานหรือคณะกรรมการรับผิดชอบในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน และกระตุนใหเกิดการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนื่อง หนาที่สําคัญประการหนึ่งของ คณะกรรมการหรือหนวยงานนี้ คือ การจัดระบบประกันคุณภาพพรอมทั้งตัวบงชี้และเกณฑการประเมิน คุณภาพที่เหมาะสมสําหรับสถาบัน ระบบประกันคุณภาพที่ใชตองสามารถเชื่อมโยงใหเกิดคุณภาพของการ ปฏิบัติงาน ตั้งแตระดับบุคคล ระดับภาควิชาหรือสาขาวิชา ระดับคณะวิชาไปจนถึงระดับสถาบัน โดยอาจ จําเปนตองจัดทําคูมือคุณภาพในแตละระดับเพื่อกํากับการดําเนินงาน แตที่สําคัญคณะกรรมการหรือ หนวยงานนี้ตองประสานงานและผลักดันใหเกิดระบบฐานขอมูลและสารสนเทศที่มประสิทธิภาพซึ่งสามารถ ี ใชงานรวมกันไดในทุกระดับ 5.2.4 ระบบฐานขอมูลและระบบสารสนเทศ การวิเคราะหและวัดผลดําเนินงานเปนสิ่งจําเปนในกระบวนการประกันคุณภาพ การวัดและวิเคราะหผลการดําเนินงานจะไมสามารถทําไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพหากปราศจาก ฐานขอมูลและระบบสารสนเทศที่เปนจริง ถูกตองตรงกันทุกระดับตั้งแตระดับบุคคล ภาควิชา คณะวิชา และสถาบั น ตลอดจนเป น ข อ มู ล ที่ ส ามารถเรี ย กใช ไ ด อ ย า งรวดเร็ ว ดั ง นั้ น ระบบสารสนเทศที่ ดี มี ประสิทธิภาพจึงเปนปจจัยสําคัญยิ่งที่จะสงผลตอความสําเร็จของการประกันคุณภาพการศึกษา และสงผล ตอคุณภาพในทุกขั้นตอนการดําเนินงานตั้งแตการวางแผน การปฎิบัติงานประจํา การตรวจสอบประเมิน ตลอดจนถึงการปรับปรุงและพัฒนา 6. การเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ตามมาตรา 48 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ระบุวา “ใหหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและ ใหถือวาการประกันคุณภาพภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยาง ตอเนื่อง” ในขณะที่มาตรา 49 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันระบุถึงการประเมินคุณภาพภายนอกไววา “ให มีสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเปนองคการมหาชนทําหนาที่พัฒนา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 20.
    14 เกณฑ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทําการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อใหมีการตรวจสอบ คุณภาพของสถานศึกษา” จากขอมูลขางตนจะเห็นวาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการ บริหารการศึกษาปกติที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการควบคุมดูแลปจจัยที่เกี่ยวของกับคุณภาพ มีการ ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานเพื่อนําไปสูการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพอยางสม่ําเสมอ ดวย เหตุนี้ระบบประกันคุณภาพภายในจึงตองดูแลทั้งปจจัยนําเขา (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต หรือผลลัพธ (output/outcome) ซึ่งตางจากการประเมินคุณภาพภายนอกที่เนนการประเมินผลการจัด การศึกษา ดังนั้น ความเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอกจึงเปน สิ่งจําเปน โดยไดเชื่อมโยงใหเห็นจากแผนภาพที่ 1.2 แผนภาพที่ 1.2 ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก การประกันคุณภาพภายใน การประเมินคุณภาพภายนอก การปฏิบัติงาน การประเมิน รายงาน การติดตาม ของสถาบัน ตนเองของ รายงานประจําป การตรวจเยี่ยม ผลการประเมิน ผล สถาบัน ติดตามตรวจสอบโดยตนสังกัดทุก 3 ป ขอมูลปอนกลับ ขอมูลปอนกลับ จากแผนภาพที่ 1.2 จะเห็นวา เมื่อสถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินการประกันคุณภาพภายใน แลว จําเปนตองจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมินคุณภาพภายใน ซึ่งเปนผลจากการ ประกันคุณภาพภายในหรือเรียกวา รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) เพื่อ นําเสนอสภาสถาบัน หนวยงานตนสังกัด หนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน เอกสารดังกลาว จะเปนเอกสารเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพภายในของสถาบัน การติดตามตรวจสอบของตนสังกัด และการประเมินคุณภาพภายนอก โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการ มหาชน) หรือ สมศ. ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองจัดทํารายงานการประเมินตนเองที่มีความลุมลึก สะทอนภาพที่แทจริงของสถาบันในทุกองคประกอบคุณภาพ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 21.
    15 บทที่ 2 กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน 1. แนวทางการจัดการกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน จุดมุงหมายของการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในก็เพื่อตรวจสอบและประเมินการ ดําเนินงานของสถาบันตามระบบและกลไกที่สถาบันนันๆ ไดกําหนดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อใหสถาบันไดทราบ ้ สถานภาพที่แทจริง อันจะนําไปสูการกําหนดแนวทางและพัฒนาคุณภาพตามเกณฑและมาตรฐานที่ตั้งไว อยางตอเนื่อง การประเมินคุณภาพที่มประสิทธิภาพนัน ทั้งคณะผูประเมินและสถาบันที่รับการประเมิน ี ้ จําเปนตองกําหนดบทบาทหนาที่ของตนเองอยางเหมาะสม และสอดคลองกับกฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ สถาบันตองวางแผนจัดกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในใหเสร็จกอนสิ้นป การศึกษาที่จะเริ่มวงรอบการประเมิน เพื่อประโยชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถาบัน ดังนี้ 1) เพื่ อใหสามารถนํ าผลการประเมิน และขอเสนอแนะไปใช ปรั บปรุง และพั ฒ นาการจัด การศึ ก ษาได ทั น ในป ก ารศึ ก ษาถั ด ไป และตั้ ง งบประมาณได ทั น ก อ นเดื อ นตุ ล าคม (กรณี ที่ เ ป น สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) 2) เพื่ อ ให ส ามารถจั ด ทํ า รายงานประจํ า ป ที่ เ ป น รายงานประเมิ น คุ ณ ภาพภายในส ง ให สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและเผยแพรตอสาธารณชนไดภายใน 120 วัน นับจากวันสิ้นป การศึกษาของแตละสถาบัน เพื่อใหการประกันคุณภาพการศึกษาเกิดประโยชนดังที่กลาวขางตน จึงควรมีแนวทางการจัด กระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ดังปรากฏในตารางที่ 2.1 ตารางดังกลาวสามารถแยกได เปน 4 ขั้นตอนตามระบบการพัฒนาคุณภาพ PDCA คือ การวางแผน (plan) การดําเนินงานและเก็บขอมูล (do) การประเมินคุณภาพ (check) และการเสนอแนวทางปรับปรุง (act) โดยมีรายละเอียดดังนี้ P = กิจกรรมขอที่ 1 เริ่มกระบวนการวางแผนการประเมินตั้งแตตนปการศึกษา โดยนําผลการ ประเมินปกอนหนานี้มาใชเปนขอมูลในการวางแผนดวย กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ ประกั น คุ ณ ภาพหรื อ ตั ว บ ง ชี้ ห รื อ เกณฑ ก ารประเมิ น จะต อ งมี ก ารประกาศให ทุ ก คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 22.
    16 หนวยงานในสถาบันไดรับทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกันกอนเริ่มปการศึกษา เพราะตอง เก็บขอมูลตั้งแตเดือนมิถุนายน D = กิจกรรมขอที่ 2 ดําเนินงานและเก็บขอมูลบันทึกผลการดําเนินงานตั้งแตตนปการศึกษา คือเดือนที่ 1 – เดือนที่ 12 ของปการศึกษา (เดือนมิถุนายน – เดือนพฤษภาคม ปถัดไป) C = กิจกรรมขอที่ 3 – 8 ดําเนินการประเมินคุณภาพในระดับภาควิชา คณะวิชาหรือ หนวยงานเทียบเทา และสถาบัน ระหวางเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ของปการศึกษา ถัดไป A = กิจกรรมขอที่ 9 วางแผนปรับปรุงและดําเนินการปรับปรุงตามผลการประเมิน โดย คณะกรรมการบริหารของสถาบันอุดมศึกษานําขอเสนอแนะและผลการประเมินของ คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในมาวางแผนปรับปรุงการดําเนินงาน (รวมทั้ง ข อ เสนอแนะของสภามหาวิ ท ยาลั ย ) มาทํ า แผนปฏิ บั ติ ก ารประจํ า ป แ ละเสนอตั้ ง งบประมาณปถัดไป หรือจัดทําโครงการพัฒนาและเสนอใชงบประมาณกลางปหรือ งบประมาณพิเศษก็ได สํ า หรับ กิ จ กรรมข อ ที่ 10 ในตารางดั ง กล า วเป น กิ จ กรรมที่ส ถาบั น อุ ด มศึ ก ษาทุก แหง ต อ ง ดํ า เนิ น การตามกฎหมาย เพื่ อ ประโยชน ข องสถาบั น ในการปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ และเพื่ อ ประโยชน ข อง สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและหนวยงานตนสังกัดใชเปนขอมูลประกอบการตัดสินใจเชิง นโยบาย เพื่อการสงเสริมสนับสนุนคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของชาติใหทัดเทียมกับนานาอารยะ ประเทศและมีความเปนสากล คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 23.
    17 ตารางที่ 2.1 วงจรในการจัดกระบวนการประเมินคุณภาพภายใน เปรียบเทียบปงบประมาณกับปการศึกษา ต.ค.- พค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (เปดเทอม) ปงบประมาณ (ตค.- กย.) ปงบประมาณถัดไป ปการศึกษา (มิ.ย. – พ.ค.) มิ.ย. กิจกรรมดําเนินการ ต.ค.- พค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (เปดเทอม) 1. สถาบันวางแผนการประเมินคุณภาพประจําป พ.ค.- มิ.ย. การศึ ก ษาใหม โ ดยประกาศตั ว บ ง ชี้ ก อ นเริ่ ม ต น ป การศึกษาใหมและแจกคูมือการจัดทํา SAR (กรณีที่มี การเปลี่ ย นแปลงตั ว บ ง ชี้ วิ ธี ก ารและกํ า หนดการ ประเมินคุณภาพภายในประจําป) 2. สถาบันเก็บขอมูลระยะ 12 เดือนตามตัวบงชี้ที่ ไดประกาศใชบนระบบ CHE QA Online (มีทีมงานให คํ า ปรึ ก ษากั บ บุ ค ลากร และหรื อ หน ว ยงาน และหรื อ ภาควิ ชาในการเก็บ ขอ มูลพร อ มทั้ง พิจารณาปรั บปรุ ง การดําเนินการตามความเหมาะสม) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 24.
    18 มิ.ย. กิจกรรมดําเนินการ ต.ค.- พค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (เปดเทอม) 3. ภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาจัดทํา SAR และเตรียมการประเมินระดับภาควิชาหรือหนวยงาน เทียบเทา และแตงตั้งกรรมการประเมินระดับภาควิชา หรือหนวยงานเทียบเทา 4. ประเมิ น ระดั บ ภาควิ ช าหรื อ หน ว ยงาน เทียบเทา 5. คณะนําผลการประเมินระดับภาควิชาหรือ หน ว ยงานเที ย บเทา มาจั ด ทํ า SAR บนระบบ CHE QA Online และเตรียมการประเมินระดับคณะวิชา หรื อ หน ว ยงานเที ย บเท า และแต ง ตั้ ง กรรมการ ประเมินระดับคณะวิชาและหนวยงานเทียบเทา 6. ประเมิ น ระดั บ คณะวิ ช าหรื อ หน ว ยงาน เทียบเทาบนระบบ CHE QA Online คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 25.
    19 มิ.ย. กิจกรรมดําเนินการ ต.ค.- พค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (เปดเทอม) 7. สถาบันนําผลการประเมินระดับคณะวิชาหรือ หนวยงานเทียบเทามาจัดทํา SAR บนระบบ CHE QA Online และเตรียมการประเมินระดับสถาบันและแตงตั้ง กรรมการประเมินระดับสถาบัน 8. ประเมินระดับสถาบันบนระบบ CHE QA Online และนําผลการประเมินเสนอสภาสถาบันเพื่อ พิ จ ารณาวางแผนพั ฒ นาสถาบั น ในป ก ารศึ ก ษา ถัดไป 9. ผูบริหารของสถาบันอุดมศึกษานําผลการ ประเมินและขอเสนอแนะของคณะกรรมการประเมิน คุ ณ ภาพภายใน (รวมทั้ ง ข อ เสนอแนะของสภา สถาบัน) มาวางแผนปรับปรุงการดําเนินงาน หรือ ปรับแผนกลยุทธ/แผนปฏิบัติการประจําปและเสนอ ตั้งงบประมาณปถัดไป หรือจัดทําโครงการพัฒนา และเสนอใชงบประมาณกลางป คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 26.
    20 มิ.ย. กิจกรรมดําเนินการ ต.ค.- พค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. (เปดเทอม) 10. ส ง รายงานประจํ า ป ท่ี เ ป น รายงานการ ประเมินคุณภาพภายใน (ประกอบดวย SAR และ ผลการประเมิ น คุ ณ ภาพภายในระดั บ คณะหรื อ หนวยงานเทียบเทาและระดับสถาบัน)ใหสํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษาผานระบบ CHE QA Online และหนวยงานตนสังกัด (ภายใน 120 วันนับ จากสิ้นปการศึกษา) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 27.
    21 2. ขั้นตอนการประเมินคุณภาพการศึกษา 2.1 การเตรียมการของสถาบันกอนการตรวจเยี่ยมของผูประเมิน 2.1.1 การเตรียมรายงานประจําป ก. จัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายใน โดยใช รู ป แบบการจั ด ทํ า รายงานประจํ า ป ที่ เ ป น รายงานการประเมิ น คุ ณ ภาพภายในตามที่ กํ า หนดในระบบ ฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพ (CHE QA Online) ปจจุบันสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไดพัฒนาระบบฐานขอมูล ดานการประกันคุณภาพ (CHE QA Online) เปนฐานขอมูลกลางเพื่อใชประโยชนในเชิงนโยบายและการ สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพอุดมศึกษา ตลอดจนอํานวยความสะดวกใหกับสถาบันอุดมศึกษาใน การดํ า เนิ น งานประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาผ า นทางระบบออนไลน ตั้ ง แต ก ารจั ด เก็ บ ข อ มู ล พื้ น ฐาน (common data set) และเอกสารอางอิง การประเมินตนเอง การประเมินของคณะกรรมการประเมิน คุณภาพ รวมทั้งการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในบนระบบฐานขอมูล อิเล็กทรอนิกส (e - SAR) รวมทั้งเปดเผยตอสาธารณะเพื่อการคุมครองผูบริโภค โดยมีนโยบายให สถาบันอุดมศึกษาทุกแหงในสังกัดใชฐานขอมูลดังกลาวในการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และจัดสงรายงานประจําปที่เปนรายงานการประเมินคุณภาพภายในผานทางระบบออนไลนและเปดเผยตอ สาธารณชนตามกฎหมาย ข. จัดการเตรียมเอกสารหรือหลักฐานอางอิงในแตละองคประกอบคุณภาพ 1) เอกสารหรือหลักฐานอางอิงในแตละตัวบงชี้ตองเปนขอมูลในชวงเวลา เดียวกับที่นําเสนอในรายงานการประเมินตนเอง ตลอดจนสาระในเอกสารตองตรงกับชื่อเอกสารที่ระบุใน รายงานการประเมินตนเอง 2) การนําเสนอเอกสารในชวงเวลาตรวจเยี่ยมอาจทําไดในสองแนวทาง คือ จัดเอกสารใหอยูในที่อยูปกติตามหนวยงาน ในกรณีนี้ตองระบุใหชัดเจนวาจะเรียกดูเอกสารไดจากผูใด หนวยงานไหน ชื่อหรือหมายเลขเอกสารอะไร หรืออาจจัดในแนวทางที่สอง คือ นําเอกสารมารวมไวที่ เดียวกัน ในหองทํางานของคณะผูประเมิน โดยจั ดใหเปนระบบที่สะดวกตอการเรียกใช การนําเสนอ เอกสารในแนวทางนี้เปนที่นิยมกวาแนวทางแรก เพราะสามารถเรียกหาเอกสารไดรวดเร็วและดูความ เชื่อมโยงในเอกสารฉบับตางๆ ไดในคราวเดียว ปจจุบัน เอกสารหรือหลักฐานอางอิงที่เกี่ยวของกับตัวบงชี้แตละตัวและ องคประกอบคุณภาพแตละองคประกอบสามารถบรรจุหรือจัดเก็บ (upload) หรือเชื่อมโยง (link) ไวบน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 28.
    22 ระบบฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพ (CHE QAOnline) ซึ่งทําใหการจัดเก็บเปนระบบและงายตอการ คนหาของคณะกรรมการประเมิน และไมเปนภาระเรื่องการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานของสถาบัน 2.1.2 การเตรียมบุคลากร ก. การเตรียมบุคลากรในสถาบัน ควรมีความครอบคลุมประเด็นตางๆ ดังตอไปนี้ 1) ทําความเขาใจเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพในประเด็นที่สําคัญๆ อาทิ การประเมินคุณภาพคืออะไร มีความสําคัญตอการพัฒนาอยางไร ขั้นตอนการประเมินคุณภาพเปนเชนไร 2) เน น ย้ํ า กั บ บุ ค ลากรในการให ค วามร ว มมื อ การตอบคํ า ถามหรื อ การ สัมภาษณ โดยยึดหลักวาตอบตามสิ่งที่ปฏิบัติจริงและผลที่เกิดขึ้นจริง 3) เปดโอกาสใหมีการอภิปราย ซักถาม แสดงความคิดเห็น เพื่อสรางความ กระจางในการดําเนินงานของทุกหนวยงานในทุกประเด็น เพื่อความเขาใจที่ถูกตองของบุคลากร 4) เนนย้ําใหบุคลากรทุกคนตระหนักวาการประกันคุณภาพ คือภารกิจประจํา ของทุกคนที่ตองรวมมือกันทําอยางตอเนื่อง ข. การเตรียมบุคลากรผูประสานงานในระหวางการตรวจเยี่ยมจําเปนตองมี บุคลากร จํานวน 1-3 คน ทําหนาที่ประสานงานระหวางคณะผูประเมินกับบุคคลหรือหนวยงานที่เกี่ยวของ ทั้งนี้ ผูประสานงานควรเตรียมตัวดังนี้ 1) ทําความเขาใจทุกกิจกรรมของแผนการประเมินอยางละเอียด 2) ทําความเขาใจอยางดีกับภารกิจของคณะวิชาและสถาบันเพื่อสามารถให ขอมูลตอผูประเมิน รวมทั้งตองรูวาจะตองติดตอกับใครหรือหนวยงานใด หากผูประเมินตองการขอมูล เพิ่มเติมที่ตนเองไมสามารถตอบได 3) มีรายชื่อ สถานที่ หมายเลขโทรศัพทของผูที่คณะกรรมการประเมินจะเชิญ มาใหขอมูลอยางครบถวน 4) ประสานงานล ว งหน า กั บ ผู ที่ จ ะให ข อ มู ล ที่ เ ป น บุ ค ลากรภายในและ ภายนอกสถาบันวาจะเชิญมาเวลาใด หองใด หรือพบกับใครตามตารางการประเมินที่คณะกรรมการ ประเมินกําหนด 5) เมื่อมีปญหาในการอํานวยความสะดวกแกคณะผูประเมินจะตองสามารถ ประสานงานแกไขไดทันที คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 29.
    23 2.1.3 การเตรียมสถานที่สําหรับคณะผูประเมิน ก. หองทํางานของคณะผูประเมิน 1) จัดเตรียมหองทํางานและโตะที่กวางพอสําหรับวางเอกสารจํานวนมาก โดยเปนหองที่ปราศจากการรบกวนขณะทํางาน เพื่อความเปนสวนตัวของคณะกรรมการ 2) จั ด เตรี ย มคอมพิ ว เตอร อุ ป กรณ เ ครื่ อ งเขี ย นในห อ งทํ า งานและ อุปกรณเสริมอื่นๆ ใหคณะผูประเมินพรอมใชงานไดตามความตองการ 3) จัดเตรียมโทรศัพทพรอมหมายเลขที่จําเปนไวในหองทํางานหรือบริเวณ ใกลเคียง 4) หองทํางานควรอยูใกลกับที่จัดเตรียมอาหารวาง อาหารกลางวัน ตลอดจน บริการสาธารณูปโภคอื่นๆ 5) ควรประสานงานกับคณะผูประเมิน เพื่อทราบความตองการพิเศษอื่นใด เพิ่มเติม ข. หองที่ใชสัมภาษณผูบริหาร อาจารย บุคลากร นักศึกษา ฯลฯ ควรจัดไวเปน การเฉพาะใหเหมาะสมกับการใชงาน 2.1.4 การเตรียมการประสานงานกับทีมคณะกรรมการประเมินคุณภาพ ก. สถาบันอุดมศึกษาจัดทําคําสั่งแตงตั้งและจัดสงใหคณะกรรมการประเมิน คุณภาพการศึกษาภายในทราบ ทั้งนี้ แนวทางการแตงตั้งคณะกรรมการประเมิน เปนดังนี้ : 1) คณะกรรมการประเมินระดับภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 3 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของ ภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา - เปนผูประเมินจากภายนอกภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาที่ผานการ ฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. อยางนอย 1 คน ในกรณีที่ผูประเมินจากภายนอกภาควิชาหรือ หนวยงานเทียบเทาเปนผูท่มความรูและประสบการณสูง ซึ่งสามารถใหคําแนะนําที่จะเปนประโยชนอยางยิ่ง ี ี ตอภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาที่รับการประเมิน อาจอนุโลมใหไมตองผานการฝกอบรมหลักสูตรผู ประเมินของ สกอ. ก็ได สวนผูประเมินจากภายในภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาตองผานการฝกอบรม หลักสูตรผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ. - ประธานคณะกรรมการประเมิ น ฯเป น ผู ป ระเมิ น จากภายในหรื อ ภายนอกภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทาก็ได โดยตองเปนผูที่ผานการฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ. คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 30.
    24 2) คณะกรรมการประเมินระดับคณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 3 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของคณะ วิชาหรือหนวยงานเทียบเทา - เป น ผู ป ระเมิ น จากภายนอกสถาบั น ที่ ผ า นการฝ ก อบรมหลั ก สู ต ร ผูประเมินของ สกอ. อยางนอย 1 คน ในกรณีที่ผูประเมินจากภายนอกสถาบันเปนผูที่มีความรูและ ประสบการณสูง ซึ่งสามารถใหคําแนะนําที่จะเปนประโยชนอยางยิ่งตอคณะที่รับการประเมิน อาจอนุโลมให ไมตองผานการฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. ก็ได สวนผูประเมินจากภายในสถาบันตองผานการ ฝกอบรมหลักสูตรผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ. - ประธานคณะกรรมการประเมินฯ เปนผูประเมินจากภายในหรือนอก สถาบันก็ได ในกรณีที่เปนผูประเมินภายในสถาบันตองอยูนอกสังกัดคณะที่ประเมิน โดยประธานตองเปน ผูที่ขึ้นบัญชีประธานคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของ สกอ. 3) คณะกรรมการประเมินระดับสถาบัน - มีกรรมการประเมินฯ อยางนอย 5 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับขนาดของสถาบัน - เป น ผู ป ระเมิ น จากภายนอกสถาบั น ที่ ผ า นการฝ ก อบรมหลั ก สู ต ร ผูประเมินของ สกอ. อยางนอยรอยละ 50 สวนผูประเมินจากภายในสถาบันตองผานการฝกอบรมหลักสูตร ผูประเมินของ สกอ. หรือที่สถาบันจัดฝกอบรมใหโดยใชหลักสูตรของ สกอ. - ประธานคณะกรรมการประเมินฯ เปนผูประเมินจากภายนอกสถาบันที่ ขึ้นบัญชีประธานคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของ สกอ. ข. สถาบั น อุ ด มศึ ก ษาแจ ง ให ค ณะกรรมการประเมิ น คุ ณ ภาพทราบว า คณะกรรมการประเมินฯ จะตองทําการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับคณะวิชาหรือหนวยงาน เทียบเทาและระดับสถาบัน ผานทางระบบ CHE QA Online พรอมทั้งจัดสง username และ password ให คณะกรรมการประเมินฯ ทุกทานและทุกระดับทราบเพื่อเขาไปศึกษารายงานการประเมินตนเองลวงหนา กอนวันรับการตรวจเยี่ยมอยางนอย 2 สัปดาห โดยในสวนของผูทําหนาที่ประธานคณะกรรมการประเมิน คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน สถาบันอุดมศึกษาจะตองแจงใหสํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษาจัดสงรหัสประจําตัว (ID code) ใหดวย เพื่อใหประธานฯ ทําหนาที่ตรวจสอบและยืนยันความ ถูกตองของขอมูลพื้นฐาน (common data set) และผลการประเมินกอนสงรายงานการประเมินคุณภาพ ของคณะกรรมการประเมินฯ เขาสูระบบ นอกจากนั้น ใหสถาบันแจงรายชื่อผูทําหนาที่ประสานงานระหวางสถาบัน คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทากับคณะกรรมการประเมินฯ รวมทั้งเบอรโทรศัพทและ e-mail address สําหรับติดตอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 31.
    25 ค. ประสานงานกับประธานหรือตัวแทนของคณะกรรมการประเมินคุณภาพ เพื่อ รวมเตรียมแผนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน อาทิ การจัดตารางเวลาเขาตรวจเยี่ยม การใหขอมูลที่ คณะกรรมการประเมินฯ ตองการเพิ่มเติมกอนการตรวจเยี่ยม การนัดหมายตาง ๆ เปนตน 2.2 การดําเนินการของสถาบันระหวางการตรวจเยี่ยมเพื่อประเมินคุณภาพ 1) เป ดโอกาสใหบุคลากรทุ กคนได รวมรั บฟ งคณะกรรมการประเมินคุ ณภาพชี้แจง วัตถุประสงคและวิธีการประเมินในวันแรกของการตรวจเยี่ยม 2) บุคลากรพึงปฏิบัติงานตามปกติระหวางการตรวจเยี่ยม แตเตรียมพรอมสําหรับการ นําเยี่ยมชม หรือตอบคําถาม หรือรับการสัมภาษณจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพ 3) จัดใหมีผูประสานงานทําหนาที่ตลอดชวงการตรวจเยี่ยม ทั้งนี้ เพื่อประสานงานกับ บุคคลหรือหนวยงานที่คณะกรรมการประเมินฯ ตองการขอมูลและเพื่อนําการเยี่ยมชมหนวยงานภายใน ตลอดจนอํานวยความสะดวกอื่นๆ 4) ในกรณีที่คณะกรรมการประเมินฯ ทํางานตอหลังเวลาราชการ ควรมีผูประสานงาน สวนหนึ่งอยูอํานวยความสะดวก 5) บุคลากรทุกคนควรไดมีโอกาสรับฟงการใหขอมูลปอนกลับจากคณะกรรมการประเมินฯ เมื่อสิ้นสุดการตรวจเยี่ยม ตลอดจนเปดโอกาสใหซักถามหรือขอความเห็นเพิ่มเติมไดตามความเหมาะสม 2.3 การดําเนินการของสถาบันภายหลังการประเมินคุณภาพ 1) ผูบริหารระดับภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และระดับสถาบัน รวมทั้ง ผูเกี่ยวของ นําผลการประเมินและขอเสนอแนะเขาสูการประชุมหรือสัมมนาระดับตางๆ เพื่อวางแผนพัฒนา หรือปรับปรุงการดําเนินภารกิจอยางเปนรูปธรรมตอไป โดยอาจจัดทําเปนแผนปฏิบัติการในการแกไขจุดที่ ควรปรับปรุง และเสริมจุดแข็ง ซึ่งประกอบดวยกิจกรรมที่ตองดําเนินการ กําหนดเวลาเริ่มตนจนถึงเวลา สิ้นสุดกิจกรรม งบประมาณสําหรับแตละกิจกรรม ตลอดจนผูรับผิดชอบกิจกรรมเหลานั้น ทั้งนี้ เพื่อให สามารถติดตามตรวจสอบผลการพัฒนาไดอยางตอเนื่อง 2) พิจารณาการจัดกิจกรรมเสริมสรางขวัญและกําลังใจ โดยแสดงใหเห็นวาสถาบัน ชื่นชมผลสําเร็จที่เกิดขึ้น และตระหนักวาผลสําเร็จทั้งหมดมาจากความรวมมือรวมใจของทุกฝาย 3) ภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และสถาบันควรใหขอมูลยอนกลับแก คณะกรรมการประเมินคุณภาพเพื่อประโยชนในการพัฒนาผูประเมินคุณภาพการศึกษาภายในตอไป คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 32.
    26 บทที่ 3 ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 1. แนวทางการพัฒนาตัวบงชี้เพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา 1.1 หลักการ การพัฒนาตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา มีหลักการ สําคัญ 6 ประการ คือ 1) ตัวบงชี้พัฒนาขึ้นภายใตองคประกอบคุณภาพ 9 ดานที่มีความครอบคลุมพันธกิจ หลัก 4 ประการของการอุดมศึกษาและพันธกิจสนับสนุน ซึ่งมีความสอดคลองกับหลักเกณฑที่กําหนดใน กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 2) ตัวบงชี้ตอบสนองเจตนารมณแหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา กรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และมาตรฐานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้งสอดคลองไปในทิศทางเดียวกับ ตัวบงชี้การประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. ภายใตหลักการสําคัญ คือ ไมใหเปนภาระซ้ําซอนในการ ปฏิบัติงานแกสถาบันอุดมศึกษา 3) ตัวบงชี้ประเมินปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตหรือผลลัพธ โดยตัวบงชี้ผลผลิต และผลลัพธจะมีทั้งที่ สกอ.พัฒนาขึ้นและตัวบงชี้ที่ สมศ.ใชในการประเมินคุณภาพภายนอก ทั้งนี้ เพื่อ ความเชื่อมโยงและความเปนเอกภาพของระบบประกันคุณภาพอุดมศึกษาไทยและเพื่อรองรับการประเมิน ภายนอกของ สมศ. 4) ตัวบงชี้มีความสมดุลระหวางมุมมองการบริหารจัดการทั้ง 4 ดาน คือ ดานนักศึกษา และผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร การเรียนรูและนวัตกรรม 5) จํานวนตัวบงชี้ที่พัฒนาขึ้นเปนเพียงจํานวนตัวบงชี้ขั้นต่ํา สถาบันอุดมศึกษาสามารถ เพิ่มเติมตัวบงชี้และเกณฑไดตามความเหมาะสมกับระดับการพัฒนาของสถาบัน 6) เกณฑ ที่ พั ฒ นาขึ้ น มี ทั้ ง ประเภทเกณฑ ม าตรฐานทั่ ว ไปที่ ใ ช กั บ ทุ ก กลุ ม สถาบันอุดมศึกษา และเกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุมสถาบันอุดมศึกษา ไดแก กลุม ข สถาบันที่เนน ระดับปริญญาตรี กลุม ค 1 สถาบันเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษา กลุม ค 2 สถาบันเฉพาะทางที่เนน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 33.
    27 ระดับปริญญาตรี และกลุม งสถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะ ระดับปริญญาเอก ตามนิยามที่กําหนดในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา 1.2 วิธีการพัฒนาตัวบงชี้ 1.2.1 ศึกษากฎหมาย และเอกสารที่เกี่ยวของ ไดแก 1) พระราชบั ญญัติการศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่ม เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 2) กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 3) กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 4) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 5) มาตรฐานการอุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2549 สํ า นั ก งานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา 6) มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2551 สํ า นั ก งานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา 7) กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 สํานัก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 8) เกณฑ ม าตรฐานหลั ก สู ต รระดั บ อุ ด มศึ ก ษา พ.ศ. 2548 สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 9) มาตรฐานและตัวบงชี้การประเมินคุณภาพภายนอก ระดับอุดมศึกษาของ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) 1.2.2 วิเคราะห และประมวลขอมูลจากเอกสารตางๆ ที่เกี่ยวของในขอ 1.2.1 เพื่อนํามา พัฒนาตัวบงชี้ โดยจําแนกตามปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตและผลลัพธ โดยใชองคประกอบคุณภาพ 9 ด า นที่ค รอบคลุ ม พั น ธกิ จ ของสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาเป น กรอบในการพั ฒ นาตั ว บง ชี้ เพื่อ ให ส ามารถวั ด คุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา และมาตรฐานที่เกี่ยวของอื่นๆ ไดครบทุกมาตรฐาน 1.2.3 กําหนดตัวบ งชี้การประกัน คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษาที่เป น ตัวบงชี้ดานปจจัยนําเขา ตัวบงชี้ดานกระบวนการ และตัวบงชี้ดานผลผลิตและผลลัพธ ซึ่งมีความครอบคลุม  ทุกองคประกอบคุณภาพ ทุกมาตรฐานการอุดมศึกษา และทุกมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 34.
    28 1.2.4 ตรวจสอบความสมดุลของตัวบงชี้ที่กําหนดตามมุมมองการบริหารจัดการทั้ง 4 ดาน คือ ดานนักศึกษาและผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร การเรียนรูและนวัตกรรม 1.2.5 กําหนดตัวบงชี้เปน 2 ประเภท คือ ตัวบงชี้เชิงคุณภาพและตัวบงชี้เชิงปริมาณ ดังนี้ 1) ตั ว บ ง ชี้ เ ชิ ง คุ ณ ภาพจะระบุ เ กณฑ ม าตรฐานเป น ข อ ๆ กํ า หนดเกณฑ ก าร ประเมินตัวบงชี้เปน 5 ระดับ มีคะแนนตั้งแต 1 ถึง 5 การประเมินจะนับจํานวนขอและระบุวาผลการ ดําเนินงานไดกี่ขอ ไดคะแนนเทาใด กรณีที่ไมดําเนินการใดๆ หรือดําเนินการไมครบที่จะได 1 คะแนน ใหถือ วาได 0 คะแนน 2) ตั ว บ ง ชี้ เ ชิ ง ปริ ม าณอยู ใ นรู ป ของร อ ยละหรื อ ค า เฉลี่ ย กํ า หนดเกณฑ ก าร ประเมินเปนคะแนนระหวาง 1 ถึง 5 โดยเปนคาตอเนื่อง (มีจุดทศนิยม) สําหรับการแปลงผลการดําเนินงาน ตามตัวบงชี้ (ซึ่งอยูในรูปรอยละหรือคาเฉลี่ย) เปนคะแนนทําโดยการเทียบบัญญัติไตรยางศ โดยที่แตละ ตัวบงชี้จะกําหนดคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่คิดเปนคะแนน 5 ไว ตัวอยางเชน ตัวอยางที่ 1 กํ า หนดร อ ยละ 100 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม ตัวบงชี้ไดรอยละ 75.51 75.51 คะแนนที่ได = ×5 = 3.78 100 ตัวอยางที่ 2 กํ า หนดร อ ยละ 85 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม ตัวบงชี้ไดรอยละ 34.62 34.62 คะแนนที่ได = ×5 = 2.04 85 ตัวอยางที่ 3 กํ า หนดค า เฉลี่ ย คื อ จํ า นวนเงิ น วิ จั ย ต อ อาจารย แ ละนั ก วิ จั ย 200,000 บาท เปนคะแนน 5 ผลการดําเนินงานได 152,500.35 บาทตอคน 152,500.35 คะแนนที่ได = × 5 = 3.81 200,000 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 35.
    29 ตัวอยางที่ 4 กํ า หนดร อ ยละ 90 เป น คะแนน 5 ผลการดํ า เนิ น งานตาม ตัวบงชี้ไดรอยละ 92.08 92.08 คะแนนที่ได ×5 = 5 90 หลักการคํานวณการแปลงคารอยละหรือคาเฉลี่ยเปนคะแนน สรุปไดดังนี้ 1) ผลการดําเนินงานเทากับหรือสูงกวาคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปน คะแนน 5 จะไดคะแนน 5 2) ผลการดําเนินงานต่ํากวาคารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปนคะแนน 5 คํานวณคะแนนที่ไดดังนี้ คะแนนที่ได =   คารอยละหรือคาเฉลี่ยที่ไดจากการดําเนินการ x5 คารอยละหรือคาเฉลี่ยที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 ของตัวบงชี้นั้น ๆ ขอปฏิบัติเรื่องจุดทศนิยม การคํานวณคารอยละ คาเฉลี่ย และคาคะแนนใหใชทศนิยม 2 ตําแหนง โดยการ ปดทศนิยมตําแหนงที่ 3 ตามหลักการปดทศนิยม (ตั้งแตเลข 5 ขึ้นไปปดขึ้น) เชน 72.364 เปน 72.36 3.975 เปน 3.98 1.2.6 กําหนดเกณฑการประเมินตัวบงชี้เปน 5 ระดับ มีคะแนนตั้งแต 1 ถึง 5 กรณีที่ไม ดําเนินการใด ๆ หรือดําเนินการไมครบที่จะได 1 คะแนนใหได 0 คะแนน โดยมีความหมายของคะแนน ดังนี้ คะแนน 0.00 – 1.50 หมายถึง การดําเนินงานตองปรับปรุงเรงดวน คะแนน 1.51 – 2.50 หมายถึง การดําเนินงานตองปรับปรุง คะแนน 2.51 – 3.50 หมายถึง การดําเนินงานระดับพอใช คะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึง การดําเนินงานระดับดี คะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึง การดําเนินงานระดับดีมาก คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 36.
    30 2.คําชี้แจงอื่นๆ ในการนําตัวบงชี้ไปใชประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน 1) การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับสถาบัน แตละสถาบันอุดมศึกษาจะตองใช ตัวบงชี้คุณภาพทุกตัวในการประเมินคุณภาพ 2) การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับภาควิชา คณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และหน ว ยงานที่ มี ก ารเรี ย นการสอนให ส ถาบั น พิ จ ารณาตั ว บ ง ชี้ ที่ จ ะนํ า ไปใช ใ ห ส อดคล อ งกั บ บริ บ ท โครงสราง และระบบการบริหาร และปรับขอความในตัวบงชี้และเกณฑมาตรฐานใหสอดคลองกับระดับของ หนวยงานที่รับการประเมิน เชน ตัวบงชี้ที่ 7.1 การประเมินสภาสถาบันและผูบริหารของสถาบันอาจปรับ เปนการประเมินกรรมการประจําคณะวิชาและผูบริหารคณะวิชา เปนตน 3) การประเมินทุกตัวบงชี้เปนการประเมินในรอบปการศึกษา ยกเวนตัวบงชี้ที่ 1.1 ตัวบงชี้ที่ 4.3 และตัวบงชี้ที่ 8.1 สถาบันอาจจะเลือกประเมินตามปงบประมาณก็ได ในกรณีเชนนั้นจะตองระบุให ชัดเจนและตองประเมิน ในรอบปง บประมาณอยา งตอเนื่อง โดยใช พ.ศ.ของปงบประมาณที่ ตรงกับป การศึกษาที่ประเมิน สําหรับตัวบงชี้ของสมศ. ใหใชรอบปตามที่ สมศ. กําหนด 4) อาจารยป ระจํา หมายถึ ง ข า ราชการ พนั ก งาน และบุ ค ลากรที่ มีสั ญ ญาจ า งกั บ สถาบันอุดมศึกษาทั้งปการศึกษา ซึ่งมีหนาที่ความรับผิดชอบตามพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา นั ก วิ จั ย ประจํ า หมายถึ ง ข า ราชการ หรื อ พนั ก งาน หรื อ บุ ค ลากรที่ มี สั ญ ญาจ า งกั บ สถาบันอุดมศึกษาทั้งปการศึกษา ที่มีตําแหนงเปนเจาหนาที่วิจัยหรือนักวิจัย การนับจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา ใหนับระยะเวลาการทํางาน ดังนี้ 9-12 เดือน คิดเปน 1 คน 6 เดือนขึ้นไปแตไมถง 9 เดือน คิดเปน 0.5 คน ึ นอยกวา 6 เดือน ไมสามารถนํามานับได คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 37.
    31 3. นิยามศัพทที่ใชในตัวบงชี้ กระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ หมายถึง การจัดการศึกษาที่ถือวาผูเรียนสําคัญที่สุด เปน กระบวนการจัดการศึกษาที่ตองเนนใหผูเรียนแสวงหาความรู และพัฒนาความรูไดดวยตนเอง หรือรวมทั้งมี การฝกและปฏิบัติในสภาพจริงของการทํางาน มีการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับสังคมและการประยุกตใช มีการ จัดกิจกรรมและกระบวนการใหผูเรียนไดคิด วิเคราะห สังเคราะห ประเมินและสรางสรรคสิ่งตางๆ นอกจากนี้ตองสงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดย สะทอนจากการที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนรายวิชา หรือเลือกทําโครงงานหรือชิ้นงานในหัวขอที่สนใจใน ขอบเขตเนื้อหาของวิชานั้นๆ รูปแบบการจัดการเรียนรูในระดับอุดมศึกษาตามแนวทางเนนผูเรียนเปนสําคัญ ซึ่งมุงพัฒนา ความรู และทักษะทางวิชาชีพ ทักษะชีวิตและทักษะสังคม มีปรากฏในวงการศึกษาไทยหลายรูปแบบ ตัวอยางเชน1 1) การเรียนรูจากกรณีปญหา (Problem-based Learning : PBL) 2) การเรียนรูเปนรายบุคคล (Individual Study) 3) การเรียนรูแบบสรรคนิยม (Constructivism) 4) การเรียนรูแบบแสวงหาความรูไดดวยตนเอง (Self-Study) 5) การเรียนรูจากการทํางาน (Work-based Learning) 6) การเรียนรูท่เนนการวิจยเพื่อสรางองคความรู (Research–based Learning) ี ั 7) การเรียนรูที่ใชวิธีสรางผลงานจากการตกผลึกทางปญญา (Crystal-based Approach) การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การผสมกลมกลืนของแผน กระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรร ทรั พ ยากร การปฏิ บั ติ ก าร ผลลั พ ธ และการวิ เ คราะห เพื่ อ สนั บ สนุน เป า ประสงค ที่สํ า คั ญ ของสถาบั น (organization-wide goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผล เปนมากกวาความสอดคลองไปในแนวทาง เดียวกัน (alignment) ซึ่งการดําเนินการของแตละองคประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการดําเนินการ มีความเชื่อมโยงกันเปนหนึ่งเดียวอยางสมบูรณ 1 ดูเพิ่มเติม “รายงานการวิจัย การสังเคราะหองคความรูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูที่เนนตัวผูเรียนเปนสําคัญ ตั้งแต พ.ศ. 2542-2547” . คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 38.
    32 การเผยแพรผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับชาติ หมายถึง การนําเสนอบทความวิจัยในที่ประชุม วิชาการและบทความฉบับสมบูรณ(Full paper) ไดรับการตีพิมพในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม (Proceedings) โดยมีกองบรรณาธิการจัดทํารายงานฯ หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบดวย ศาสตราจารย หรือผูทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือผูทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเปนที่ยอมรับในสาขาวิชา นั้นๆ จากนอกสถาบันเจาภาพอยางนอยรอยละ 25 และมีผูประเมินบทความที่เปนผูเชี่ยวชาญในสาขานั้น จากนอกสถาบันของเจาของบทความ การเผยแพรผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ หมายถึง การนําเสนอบทความวิจัยในที่ ประชุมวิชาการ และบทความฉบับสมบูรณ(Full paper) ไดรับการตีพิมพในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม (Proceedings) โดยมี ก องบรรณาธิ ก ารจั ด ทํ า รายงานฯ หรื อ คณะกรรมการจั ด ประชุ ม ประกอบด ว ย ศาสตราจารย หรือผูทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรือผูทรงคุณวุฒิที่มีผลงานเปนที่ยอมรับในสาขาวิชา นั้นๆ จากตางประเทศอยางนอยรอยละ 25 และมีผูประเมินบทความที่เปนผูเชี่ยวชาญในสาขานั้นจาก ตางประเทศ การให บ ริ ก ารทางวิ ช าการแก สั ง คม หมายถึ ง กิ จ กรรมหรื อ โครงการให บ ริ ก ารแก สั ง คมภายนอก สถาบันการศึกษา หรือเปนการใหบริการที่จัดในสถาบันการศึกษาโดยมีบุคคลภายนอกเขามาใชบริการ การใหอํานาจในการตัดสินใจ หมายถึง การใหอํานาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจและในการ ปฏิบติแกผปฏิบติงาน ซึ่งเปนผูมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับงาน เพื่อใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ั ู ั งานวิจย หมายถึง กระบวนการที่มีระเบียบแบบแผนในการคนหาคําตอบของปญหา หรือการเสาะแสวงหา ั ความรูใหม ตลอดจนถึงการประดิษฐคิดคนที่ผานกระบวนการศึกษา คนควาหรือทดลอง วิเคราะหและ ตีความขอมูลตลอดจนสรุปผลอยางเปนระบบ งานสรางสรรค หมายถึง ผลงานวิชาการ (ไมจําเปนตองเปนงานวิจัย) ที่มีการศึกษา คนควาที่แสดงออก ทางศิลปะหรือดนตรีอันเปนที่ยอมรับ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 39.
    33 จรรยาบรรณนักวิจัย2 หมายถึง หลักเกณฑควรประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไปเพื่อใหการดําเนินงาน วิจัยตั้งอยูบนพื้นฐานของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐานของการศึกษา คนควาใหเปนไปอยางสมศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัย ดังนี้ 1) นักวิจัยตองซื่อสัตยและมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ 2) นั ก วิ จั ย ต อ งตระหนั ก ถึ ง พั น ธกรณี ใ นการทํ า วิ จั ย ตามข อ ตกลงที่ ทํ า ไว กั บ หน ว ยงานที่ สนับสนุนการวิจัยและตอหนวยงานที่ตนสังกัด 3) นักวิจัยตองมีพื้นฐานความรูในสาขาวิชาการที่ทําวิจย ั 4) นักวิจัยตองมีความรับผิดชอบตอสิ่งที่ศกษาวิจัย ไมวาจะเปนสิ่งมีชีวิตหรือไมมีชีวิต ึ 5) นักวิจัยตองเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษยที่ใชเปนตัวอยางในการวิจัย 6) นักวิจยตองมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทําวิจัย ั 7) นักวิจัยพึงนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนในทางที่ชอบ 8) นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผูอื่น 9) นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบตอสังคมทุกระดับ จรรยาบรรณอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน หมายถึง ประมวลความประพฤติที่อาจารยและ บุคลากรสายสนับสนุนพึงปฏิบัติเพื่อรักษา สงเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของอาจารยและบุคลากร สายสนั บ สนุ น ตามที่ ส ภามหาวิ ท ยาลั ย กํ า หนด โดยอาจใช ก รอบแนวทางตามประกาศ ก.พ.อ.เรื่ อ ง มาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา โดยตองยึดมั่นในหลักการ 6 ประการ คือ 1) ยึดมั่น และยืนหยัดในสิ่งที่ถูกตอง 2) ซื่อสัตยสุจริตและรับผิดชอบ 3) ปฏิบัติหนาที่ดวยความโปรงใสและสามารถ ตรวจสอบได 4) ปฏิบัติหนาที่โดยไมเลือกปฏิบัติอยางไมเปนธรรม 5) มุงผลสัมฤทธิ์ของงาน 6) ไมใชอํานาจ ครอบงําผิดทํานองคลองธรรมตอนักศึกษา และตองครอบคลุมจรรยาบรรณ10 ประการ คือ 1) จรรยาบรรณ ตอตนเอง 2) จรรยาบรรณตอวิชาชีพ 3) จรรยาบรรณตอการปฏิบัติงาน 4) จรรยาบรรณตอหนวยงาน 5) จรรยาบรรณต อผู บัง คั บบั ญชา 6) จรรยาบรรณต อผูใ ตบัง คั บ บัญ ชา 7) จรรยาบรรณต อผู รว มงาน 8) จรรยาบรรณตอนักศึกษาและผูรบบริการ 9) จรรยาบรรณตอประชาชน และ10) จรรยาบรรณตอสังคม ั นักวิจัยประจํา หมายถึง ขาราชการ หรือพนักงาน หรือบุคลากรที่มีสัญญาจางกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งป การศึกษา ที่มีตําแหนงเปนเจาหนาที่วิจัยหรือนักวิจัย 2 ดูเพิ่มเติม “จรรยาบรรณนักวิจัย” สภาวิจยแหงชาติ. สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร ั เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 40.
    34 นักศึกษาเต็มเวลาเทียบเทา (Full TimeEquivalent Student : FTES) หมายถึง นักศึกษาที่ลงทะเบียน เรียนตามเกณฑจํานวนหนวยกิตมาตรฐานของการลงทะเบียน ดังนี้ ระบบทวิภาค - สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี : ลงทะเบียน 36 หนวยกิตตอปการศึกษา (18 หนวยกิตตอภาคการศึกษา) - สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งโครงการปกติและโครงการ ภาคพิเศษ : ลงทะเบียน 24 หนวยกิตตอปการศึกษา (12 หนวยกิต ตอภาคการศึกษาปกติ) ระบบไตรภาค - สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี : ลงทะเบียน 45 หนวยกิตตอปการศึกษา (15 หนวยกิตตอภาคการศึกษา) - สําหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา : ลงทะเบียน 30 หนวยกิตตอปการศึกษา (10 หนวยกิตตอภาคการศึกษา) ขั้นตอนการคํานวณคา FTES มีดังนี้ 1) คํานวณคาหนวยกิตนักศึกษา (Student Credit Hours : SCH) ซึ่งก็คือ ผลรวมของผลคูณ ระหวางจํานวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนกับจํานวนหนวยกิตแตละรายวิชาที่เปดสอนทุกรายวิชาตลอดป การศึกษา รวบรวมหลังจากนักศึกษาลงทะเบียนแลวเสร็จ (หมดกําหนดเวลาการเพิ่ม-ถอน) โดยมีสูตรการ คํานวณ ดังนี้ SCH = ∑ nici เมื่อ ni = จํานวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนในวิชาที่ i Ci = จํานวนหนวยกิตของวิชาที่ i 2) คํานวณคา FTES โดยใชสตรคํานวณดังนี้ ู SCH FTES = จํานวนหนวยกิตตอปการศึกษาตามเกณฑมาตรฐานการลงทะเบียนในระดับปริญญานั้น ๆ นักศึกษาภาคปกติ หมายถึง นักศึกษาที่เรียนในชวงเวลาราชการ หรือนอกเวลาราชการโดยสถาบันไดมี การคํานวณเปนภาระงานสอนของอาจารย และไมมีการจายคาตอบแทนเปนการพิเศษ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 41.
    35 นักศึกษาภาคพิเศษ หมายถึง นักศึกษาที่เรียนในชวงเวลาราชการหรือนอกเวลาราชการโดยสถาบันมิได นับวาการสอนดังกลาวเปนภาระงานสอนของอาจารย และ/หรือไดมีการจายคาตอบแทนใหกับการสอนของ อาจารยเปนการพิเศษ แนวปฏิบัติที่ดี หมายถึง วิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ทําใหองคการประสบความสําเร็จ หรือสูความ เปนเลิศตามเปาหมาย เปนที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวิชาชีพนั้น ๆ มีหลักฐานของความสําเร็จปรากฏ ชัดเจน โดยมีการสรุปวิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏิบัติ ตลอดจนความรูและประสบการณ บันทึกเปน เอกสาร เผยแพรใหหนวยงานภายในหรือภายนอกสามารถนําไปใชประโยชนได ผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) หมายถึง กลุมคนตาง ๆ ที่ไดรับผลกระทบ หรืออาจไดรับผลกระทบ จากการดําเนินการและความสําเร็จของสถาบัน ตัวอยางของกลุมผูมีสวนไดสวนเสียที่สําคัญ เชน นักศึกษา ผู ป กครอง สมาคมผู ป กครอง ผู ป ฏิ บั ติ ง าน คู ค วามร ว มมื อ ทั้ ง ที่ เ ป น ทางการและไม เ ป น ทางการ คณะกรรมการกํากับดูแลสถาบันในดานตาง ๆ ศิษยเกา นายจาง สถาบันการศึกษาอื่น ๆ องคการที่ทํา หนาที่กํากับดูแลกฎ ระเบียบ องคการที่ใหเงินสนับสนุน ผูเสียภาษี ผูกําหนดนโยบาย ผูสงมอบ ตลอดจน ชุมชนในทองถิ่นและชุมชนวิชากาหรือวิชาชีพ แผนกลยุทธ หมายถึง แผนระยะยาวของสถาบันโดยทั่วไปมักใชเวลา 5 ป เปนแผนที่กําหนดทิศทางการ พัฒนาของสถาบั น แผนกลยุ ทธ ประกอบไปดว ยวิสัย ทั ศน พัน ธกิจ เปา ประสงค วัตถุประสงค ผลการ วิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาสและภัยคุกคาม กลยุทธตาง ๆ ของสถาบันควรคลอบคลุมทุกภารกิจของ สถาบัน มีการกําหนดตัว บง ชี้ความสํา เร็จของแต ละกลยุท ธและคาเป า หมายของตัวบ ง ชี้ เ พื่อวั ดระดับ ความสําเร็จของการดําเนินงานตามกลยุทธ โดยสถาบันนําแผนกลยุทธมาจัดทําแผนดําเนินงานหรือ แผนปฏิบัติการประจําป แผนปฏิบัติการประจําป หมายถึง แผนระยะสั้นที่มีระยะเวลาในการดําเนินงานภายใน 1 ป เปนแผนที่ ถายทอดแผนกลยุทธลงสูภาคปฎิบัติ เพื่อใหเกิดการดําเนินงานจริงตามกลยุทธ ประกอบดวย โครงการหรือ กิจกรรมตาง ๆ ที่จะตองดําเนินการในปนั้น ๆ เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนกลยุทธ ตัวบงชี้ความสําเร็จ ของโครงการหรือกิจกรรม คาเปาหมายของตัวบงชี้เหลานั้น รวมทั้งมีการระบุผูรับผิดชอบหลักหรือหัวหนา โครงการ งบประมาณในการดําเนินการ รายละเอียดและทรัพยากรที่ตองใชในการดําเนินโครงการที่ชัดเจน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 42.
    36 ระบบและกลไก ระบบ หมายถึง ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีการกําหนดอยางชัดเจนวาตองทําอะไรบางเพื่อใหไดผลออกมา ตามที่ตองการขั้นตอนการปฏิบัติงานจะตองปรากฏใหทราบโดยทั่วกันไมวาจะอยูในรูปของเอกสารหรือสื่อ อิเล็กทรอนิกสหรือโดยวิธีการอื่น ๆ องคประกอบของระบบ ประกอบดวย ปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิต และขอมูลปอนกลับ ซึ่งมีความสัมพันธเชื่อมโยงกัน กลไก หมายถึง สิ่งที่ทําใหระบบมีการขับเคลื่อนหรือดําเนินอยูได โดยมีการจัดสรรทรัพยากร มีการจัด องคการ หนวยงาน หรือกลุมบุคคลเปนผูดําเนินงาน ระบบสารสนเทศ หมายถึ ง ระบบที่ ทํ า หน า ที่ ใ นการรวบรวมข อ มู ล เข า มาทํ า การประมวลผล รวมทั้งการวิเคราะหเพื่อจัดทําเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ และนําสงไปยังผูที่มีสิทธิไดรับสารสนเทศ เพื่อใชในการปฏิบัติงาน การบริหาร หรือการตัดสินใจ โดยมีคอมพิวเตอร รวมทั้งอุปกรณตาง ๆ เปน เครื่องมือสนับสนุนการทํางานของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศในองคการมีหลายประเภทในแตละ ประเภทมีไดหลายระบบ ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงคเฉพาะดานในการทํางานที่แตกตางกันออกไป วารสารระดั บ ชาติ หมายถึ ง วารสารวิ ช าการ (Journal) ที่ ย อมรั บ โดยสํ า นั ก งานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา (สกอ.) ใหเปนวารสารระดับชาติ และมีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อที่เผยแพรโดยสํานักงานฯ หรือ วารสารวิชาการ ที่มีชื่อปรากฏอยูในฐานขอมูล Thai-Journal Citation Index Centre (TCI) วารสารระดับนานาชาติ หมายถึง วารสารวิชาการ(Journal) ที่ปรากฏในฐานขอมูลสากล เชน ฐานขอมูล Web of Science (Science Citation Index Expand, Social Sciences Citation Index, Art and Humanities Citation Index) หรือฐานขอมูล Scopus หรือในฐานขอมูลสากลอื่น ๆ ที่เปนที่ยอมรับใน ศาสตรนั้น ๆ หรือวารสารวิชาการที่ยอมรับโดยสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ใหเปน วารสารระดับนานาชาติ และมีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อที่เผยแพรโดยสํานักงานฯ หนวยงานหรือองคกรระดับชาติ หมายถึง หนวยงานราชการระดับกรมหรือเทียบเทาขึ้นไป หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือองคการมหาชน หรือองคกรกลางระดับชาติทั้งภาครัฐและเอกชน หลักธรรมาภิบาล3 หมายถึง การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุม ดูแลกิจการตางๆ ใหเปนไป ในครรลองธรรม นอกจากนี้ ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนําไปใชไดทั้งภาครัฐและเอกชน 3 ดูเพิ่มเติม “คูมือนโยบายการกํากับดูแลองคการที่ดี” สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 43.
    37 ธรรมที่ใชในการบริหารงานนี้มีความหมายอยางกวางขวาง กลาวคือ หาไดมีความหมายเพียงหลักธรรมทาง ศาสนาเทานั้นแตรวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมและความถูกตอง ชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญูชนพึงมี และพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปรงใสตรวจสอบได การปราศจากการแทรกแซงจากองคการภายนอก เปนตน หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี (Good Governance) ที่เหมาะสมจะ นํามาปรับใชในภาครัฐมี 10 องคประกอบ ดังนี้ 4 1) หลักประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลการปฏิบัติราชการที่บรรลุวัตถุประสงคและ เปาหมายของแผนการปฏิบัติราชการตามที่ไดรับงบประมาณมาดําเนินการ รวมถึงสามารถเทียบเคียงกับ สวนราชการหรือหนวยงานที่มีภารกิจคลายคลึงกันและมีผลการปฏิบัติงานในระดับชั้นนําของประเทศ เพื่อใหเกิดประโยชนสุขตอประชาชนโดยการปฏิบัติราชการจะตองมีทิศทางยุทธศาสตร และเปาประสงคที่ ชัดเจน มีกระบวนการปฏิบัติงานและระบบงานที่เปนมาตรฐาน รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนา ปรับปรุงอยางตอเนื่องและเปนระบบ 2) หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ การบริหารราชการตามแนวทางการกํากับดูแลที่ดีที่มี การออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานโดยใชเทคนิคและเครื่องมือการบริหารจัดการที่เหมาะสมใหองคการ สามารถใช ท รั พ ยากรทั้ ง ด า นต น ทุ น แรงงานและระยะเวลาให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด ต อ การพั ฒ นาขี ด ความสามารถในการปฏิบัติราชการตามภารกิจเพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนและผูมีสวนได สวนเสียทุกกลุม 3) หลักการตอบสนอง (Responsiveness) คือ การใหบริการที่สามารถดําเนินการไดภายใน ระยะเวลาที่กําหนด และสรางความเชื่อมั่น ความไววางใจ รวมถึงตอบสนองความคาดหวังหรือความ ตองการของประชาชนผูรับบริการ และผูมีสวนไดสวนเสียที่มีความหลากหลายและมีความแตกตาง 4) หลักภาระรับผิดชอบ (Accountability) คือ การแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติหนาที่ และผลงานตอเปาหมายที่กําหนดไว โดยความรับผิดชอบนั้นควรอยูในระดับที่สนองตอความคาดหวังของ สาธารณะ รวมทั้งการแสดงถึงความสํานึกในการรับผิดชอบตอปญหาสาธารณะ 5) หลักความโปรงใส (Transparency) คือ กระบวนการเปดเผยอยางตรงไปตรงมา ชี้แจงได เมื่อมีขอสงสัยและสามารถเขาถึงขอมูลขาวสารอันไมตองหามตามกฎหมายไดอยางเสรี โดยประชาชน สามารถรูทุกขั้นตอนในการดําเนินกิจกรรมหรือกระบวนการตางๆ และสามารถตรวจสอบได 6) หลักการมีสวนรวม (Participation) คือ กระบวนการที่ขาราชการ ประชาชนและผูมีสวนได สวนเสียทุกกลุมมีโอกาสไดเขารวมในการรับรู เรียนรู ทําความเขาใจ รวมแสดงทัศนะ รวมเสนอปญหาหรือ 4 ดูเพิ่มเติม “คูมือการจัดระดับการกํากับดูแลองคการภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี (Good Governance Rating)” สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 44.
    38 ประเด็นที่สําคัญที่เกี่ยวของ รวมคิดแนวทาง รวมการแกไขปญหารวมในกระบวนการตัดสินใจ และรวม กระบวนการพัฒนาในฐานะหุนสวนการพัฒนา 7) หลั ก การกระจายอํ า นาจ (Decentralization) คื อ การถ า ยโอนอํ า นาจการตั ด สิ น ใจ ทรัพยากร และภารกิจจากสวนราชการสวนกลางใหแกหนวยการปกครองอื่นๆ (ราชการบริหารสวนทองถิ่น) และภาคประชาชนดําเนินการแทนโดยมีอิสระตามสมควร รวมถึงการมอบอํานาจและความรับผิดชอบใน การตัดสินใจและการดําเนินการใหแกบุคลากร โดยมุงเนนการสรางความพึงพอใจในการใหบริการตอ ผูรับบริการและผูมีสวนไดสวนเสีย การปรับปรุงกระบวนการ และเพิ่มผลิตภาพเพื่อผลการดําเนินงานที่ดี ของสวนราชการ 8) หลักนิติธรรม (Rule of Law) คือ การใชอํานาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ขอบังคับในการ บริหารราชการดวยความเปนธรรม ไมเลือกปฏิบัติ และคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของผูมีสวนไดสวนเสีย  9) หลักความเสมอภาค (Equity) คือ การไดรับการปฏิบัติและไดรับบริการอยางเทาเทียมกัน โดยไมมีการแบงแยกดาน ชายหรือหญิง ถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา การฝกอบรม และอื่นๆ 10) หลักมุงเนนฉันทามติ (Consensus Oriented) คือ การหาขอตกลงทั่วไปภายในกลุมผูมี สวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของ ซึ่งเปนขอตกลงที่เกิดจากการใชกระบวนการเพื่อหาขอคิดเห็นจากกลุมบุคคลที่ ไดรับประโยชนและเสียประโยชน โดยเฉพาะกลุมที่ไดรับผลกระทบโดยตรงซึ่งตองไมมีขอคัดคานที่ยุติไมได ในประเด็นที่สาคัญ โดยฉันทามติไมจาเปนตองหมายความวาเปนความเห็นพองโดยเอกฉันท ํ ํ หลักสูตรสาขาวิชาชีพ หมายถึง รายวิชาและประสบการณทั้งหมดที่ผูเรียนตองศึกษาเพื่อใหไดรับการ รับรองจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่กําหนดตามกฎหมาย อาจารยประจํา หมายถึง ขาราชการ พนักงาน และบุคลากรที่มีสัญญาจางกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งป การศึกษา ซึ่งมีหนาที่ความรับผิดชอบตามพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 45.
    39 4. องคประกอบคุณภาพ ตัวบงชี้และเกณฑการประเมิน องคประกอบที่ 1 ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค และแผนดําเนินการ หลักการ สถาบันอุดมศึกษาแตละแหงมีปรัชญา ปณิธาน และจุดเนนที่อาจแตกตางกัน ดังนั้น จึงเปน หนาที่ท่ีสถาบันจะกําหนดวิสัยทัศน แผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําปใหชัดเจนและสอดคลองกับ ปรัชญา ปณิธาน กฎหมาย และจุดเนนของสถาบัน ที่สนับสนุนภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาตามหลักการ อุดมศึกษา มาตรฐานการศึ กษาของชาติ มาตรฐานการอุ ดมศึ กษา มาตรฐานวิชาชี พ (ถามี ) ตลอดจน สอดคลองกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) และการเปลี่ยนแปลงของ กระแสโลก ในกระบวนการกําหนดวิสัยทัศนและแผนกลยุทธ สภาสถาบันเปดโอกาสใหมีสวนรวมของ สมาชิกทุกกลุมในสถาบัน และมีการถายทอดวิสัยทัศนและแผนกลยุทธที่กําหนดแลวใหรับทราบทั่วกันทั้ง อาจารย เจาหนาที่ นักศึกษา ตลอดจนผูที่มีสวนไดสวนเสีย เชน ผูปกครอง ชุมชน ผูใชบริการและสังคม โดยรวม มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2. พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 3. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 5. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 6. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 8. หลักการอุดมศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 46.
    40 ตัวบงชี้ จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ 1.1 กระบวนการพัฒนาแผน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 47.
    41 ตัวบงชี้ที่ 1.1 : กระบวนการพัฒนาแผน ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบันอุดมศึกษามีพันธกิจหลัก คือ การเรียนการสอน การวิจัย การ บริ ก ารทางวิ ช าการแก สั ง คม และการทํ า นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปะและวั ฒ นธรรม ในการดํ า เนิ น พั น ธกิ จ หลั ก สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองมีการกําหนดทิศทางการพัฒนาและการดําเนินงานของสถาบัน เพื่อให สถาบันดําเนินการสอดคลองกับอัตลักษณหรือจุดเนน มีคุณภาพ มีความเปนสากล และเจริญเติบโตอยาง ยั่งยืน ดังนั้น สถาบันตองกําหนดวิสัยทัศน พันธกิจ ตลอดจนมีการพัฒนาแผนกลยุทธและแผนดําเนินงาน เพื่อเปนแนวทางในการดําเนินงานของสถาบัน ในการพัฒนาแผนกลยุทธ นอกเหนือจากการพิจารณาอัตลักษณหรือ จุดเนนของสถาบันแลว จะตองคํานึงถึงหลักการอุดมศึกษา กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว มาตรฐาน การศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวของ ยุทธศาสตรดานตางๆ ของชาติ รวมถึงทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และการเปลี่ยนแปลงของ กระแสโลก ทั้งนี้ เพื่อใหการดําเนินงานของสถาบันเปนไปอยางมีคุณภาพ เปนที่ยอมรับ และสามารถ ตอบสนองสังคมในทิศทางที่ถูกตองเหมาะสม เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการจัดทําแผนกลยุทธที่สอดคลองกับนโยบายของสภาสถาบัน โดยการมีสวนรวมของ บุคลากรในสถาบัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน โดยเปนแผนที่เชื่อมโยงกับปรัชญาหรือ ปณิธานและพระราชบัญญัติสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับจุดเนนของกลุมสถาบัน กรอบแผนอุดมศึกษา ระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) และแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2551 – 2554) 2. มีการถายทอดแผนกลยุทธระดับสถาบันไปสูทุกหนวยงานภายใน 3. มีกระบวนการแปลงแผนกลยุทธเปนแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ คือ ดานการ เรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 4. มี ตั ว บ ง ชี้ ข องแผนกลยุ ท ธ แผนปฏิ บั ติ ก ารประจํ า ป และค า เป า หมายของแต ล ะ ตัวบงชี้ เพื่อวัดความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป 5. มีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัตการประจําปครบ 4 พันธกิจ ิ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 48.
    42 6. มีการติดตามผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนปฏิบัติการประจําป อยางนอยปละ 2 ครั้ง และรายงานผลตอผูบริหารเพื่อพิจารณา 7. มีการประเมินผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธ อยางนอยปละ 1 ครั้ง และ รายงานผลตอผูบริหารและสภาสถาบันเพื่อพิจารณา 8. มีการนําผลการพิจารณา ขอคิดเห็น และขอเสนอแนะของสภาสถาบันไปปรับปรุงแผนกล ยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 หรือ 7 ขอ 8 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 49.
    43 องคประกอบที่2 การผลิตบัณฑิต หลักการ พันธกิจที่สาคัญที่สุดของสถาบันอุดมศึกษา คือ การผลิตบัณฑิต หรือการจัดกิจกรรม ํ การเรียนการสอนใหผูเรียนมีความรูในวิชาการและวิชาชีพ มีคุณลักษณะตามหลักสูตรที่กําหนด การเรียน การสอนในยุคปจจุบันใชหลักการของการจัดกระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ดังนั้น พันธกิจ ดังกลาวจึงเกี่ยวของกับการบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอน เริ่มตั้งแตการกําหนดปจจัยนําเขา ที่ไดมาตรฐานตามที่กําหนด ประกอบดวย การมีอาจารยที่มีปริมาณและคุณภาพตามมาตรฐานหลักสูตร มีกระบวนการบริหารจัดการการเรียนการสอนที่อาศัยหลักการรวมมือรวมพลังของทุกฝายที่เกี่ยวของทั้ง ภายในและภายนอกสถาบัน ดังนั้น จึงจําเปนตองมีการวางระบบและกลไกการควบคุมคุณภาพขององคประกอบตางๆ ที่ใชในการผลิตบัณฑิต ไดแก (ก) หลักสูตรการศึกษาในสาขาวิชาตางๆ (ข) คณาจารยและระบบการพัฒนา อาจารย (ค) สื่อการศึกษาและเทคนิคการสอน (ง) หองสมุดและแหลงการเรียนรูอื่น (จ) อุปกรณการศึกษา (ฉ) สภาพแวดลอมในการเรียนรูและบริการการศึกษา (ช) การวัดผลการศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียน ของนักศึกษา (ซ) องคประกอบอื่นตามที่แตละสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาเห็นสมควร ตามที่กฎกระทรวง วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 กําหนด มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 4. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 5. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 6. ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551 7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 50.
    44 8. กฎกระทรวง วาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 กระทรวงศึกษาธิการ 9. แนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 10. เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา 11. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) ตัวบงชี้ จํานวน 8 ตัวบงชี้ คือ 2.1 ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร 2.2 อาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก 2.3 อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ 2.4 ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน 2.5 หองสมุด อุปกรณการศึกษา และสภาพแวดลอมการเรียนรู 2.6 ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน 2.7 ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะของบัณฑิต 2.8 ระดับความสําเร็จของการเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมที่จัดใหกับนักศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 51.
    45 ตัวบงชี้ที่ 2.1 : ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ห น า ที่ พั ฒ นาหลั ก สู ต รให ส อดคล อ งกั บ ปรั ช ญา ปณิธาน วิสัยทัศน พันธกิจและความพรอมของสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับความตองการทางดาน วิชาการและวิชาชีพของสังคม มีการประเมินหลักสูตรอยางสม่ําเสมอตามหลักเกณฑและตัวบงชี้ของการ ประกันคุณภาพหลักสูตร มีการวางระบบและกลไกบริหารหลักสูตรอยางมีประสิทธิภาพและมีการปรับปรุง หลักสูตรใหทันตอการเปลี่ยนแปลง เกณฑมาตรฐานทั่วไป : 1. มีระบบและกลไกการเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนด โดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 2. มีระบบและกลไกการปดหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนดโดยคณะกรรมการการ อุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 3. ทุกหลักสูตรมีการดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และ กรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ ร ะดั บ อุ ด มศึ ก ษาแห ง ชาติ (การดํ า เนิ น งานตามกรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ หมายถึง ตองมีการประเมินผลตาม “ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามประกาศ มาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา เพื่อการประกันคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการสอน” กรณีที่ หลักสูตรใดยังไมมีประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา ใหประเมินตามตัวบงชี้กลางที่กําหนดใน ภาคผนวก ก) สําหรับหลักสูตรสาขาวิชาชีพตองไดรับการรับรองหลักสูตรจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่ เกี่ยวของดวย (หมายเหตุ : สําหรับหลักสูตรเกาหรือหลักสูตรปรับปรุงที่ยังไมไดดําเนินการตามกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติกอนปการศึกษา 2555 ใหยึดตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 ) 4. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และ ขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการประเมินหลักสูตรทุกหลักสูตรอยางนอยตามกรอบเวลาที่ กํ า หนดในเกณฑ ม าตรฐานหลั ก สู ต รฯ กรณี ห ลั ก สู ต รที่ ดํ า เนิ น งานตามกรอบมาตรฐานคุ ณ วุ ฒิ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 52.
    46 ระดับอุดมศึกษาแหง ชาติ จะตองควบคุม กํา กั บให ก ารดํา เนิน งานตามตัว บ ง ชี้ใ นขอ 3 ผานเกณฑก าร ประเมิน 5 ขอแรกและอยางนอยรอยละ 80 ของตัวบงชี้ที่กําหนดในแตละป ทุกหลักสูตร 5. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และ ขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการพัฒนาหลักสูตรทุกหลักสูตรตามผลการประเมินในขอ 4 กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตองควบคุมกํากับให การดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผานเกณฑการประเมินครบ ทุกตัวบงชี้และทุกหลักสูตร เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม : 6. มีความรวมมือในการพัฒนาและบริหารหลักสูตรระหวางสถาบันกับภาครัฐหรือภาคเอกชน ที่เ กี่ย วข องกับ วิ ช าชี พ ของหลัก สูต ร มากกว า ร อยละ 30 ของจํ า นวนหลั ก สู ต รวิ ช าชี พ ทั้ ง หมดทุ ก ระดั บ การศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ค2) 7. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และ ปริญญาเอก) มีจํานวนมากกวารอยละ 50 ของจํานวนหลักสูตรทั้งหมดทุกระดับการศึกษา(เฉพาะกลุม ค1 และ ง) 8. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และ ปริญญาเอก) มีจํานวนนักศึกษาที่ศึกษาอยูในหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมดทุก ระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ง) หมายเหตุ : 1. การนั บ หลั ก สู ต รปริ ญ ญาโทแผน ก และปริ ญ ญาเอก ให นั บ หลั ก สู ต รที่ มี นั ก ศึ ก ษา ลงทะเบียนเรียนในรอบปการศึกษาที่ทําการประเมิน สําหรับการนับหลักสูตรทั้งหมดใหนับหลักสูตรที่ไดรับ อนุมัติใหเปดสอนทุกระดับปริญญา โดยนับรวมหลักสูตรที่งดรับนักศึกษา แตไมนับรวมหลักสูตรที่สภา สถาบันอนุมัติใหปดดําเนินการแลว 2. การนั บ จํ า นวนนั ก ศึ ก ษาให นั บ ตามจํ า นวนนั ก ศึ ก ษาเต็ ม เวลาเที ย บเท า (FTES)ในป การศึกษานั้น ๆ และนับทั้งนักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ ทั้งในที่ตั้งและนอกที่ตั้ง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 53.
    47 เกณฑการประเมิน : 1. เกณฑทวไป ั่ คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 ค2 และ ง คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ ครบ 5 ขอตาม เกณฑทั่วไป และ ครบถวนตาม เกณฑมาตรฐาน เพิ่มเติมเฉพาะ กลุม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 54.
    48 ตัวบงชี้ที่2.2 : อาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก ชนิดของตัวบงชี้ : ปจจัยนําเขา คําอธิบายตัวบงชี้ : การศึ ก ษาระดั บ อุ ด มศึ ก ษาถื อ เป น การศึ ก ษาระดั บ สู ง สุ ด ที่ ต อ งการ บุคลากรที่มีความรูความสามารถและความลุมลึกทางวิชาการ เพื่อปฏิบัติพันธกิจสําคัญของสถาบันในการ ผลิตบัณฑิต ศึกษาวิจัยเพื่อการติดตามความกาวหนาทางวิชาการและการพัฒนาองคความรู ดังนั้น สถาบัน จึงควรมีอาจารยที่มีระดับคุณวุฒิทางการศึกษาในสัดสวนที่เหมาะสมกับพันธกิจหรือจุดเนนของสถาบัน เกณฑการประเมิน : สถาบันสามารถเลือกใชเกณฑการประเมินจาก 2 แนวทางตอไปนี้ 1) แปลงค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ มี คุ ณ วุ ฒิ ป ริ ญ ญาเอกเป น คะแนนระหว า ง 0 – 5 หรือ 2) แปลงค า การเพิ่ ม ขึ้ น ของค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ มี คุ ณ วุ ฒิ ป ริ ญ ญาเอก เปรียบเทียบกับปที่ผานมาเปนคะแนนระหวาง 0 – 5  1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2 1) คารอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 ํ = รอยละ 30 ขึ้นไป หรือ 2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ ่ ี กับปที่ผานมา ที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 6 ขึ้นไป  ํ 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง 1) คารอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 ํ = รอยละ 60 ขึ้นไป หรือ 2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ ่ กับปที่ผานมา ที่กาหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 12 ขึ้นไป  ํ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 55.
    49 สูตรการคํานวณ : 1. คํานวณคารอยละของอาจารยประจําทีมีวฒิปริญญาเอก ่ ุ รอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอก = จํานวนอาจารยประจําที่มีคุณวุฒปริญญาเอก x 100 ่ ิ จํานวนอาจารยประจําทั้งหมด 2. แปลงคารอยละที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5 รอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก x5 คะแนนที่ได = รอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 หรือ 1. คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผาน ิ มา = รอยละของอาจารยประจําที่มีคณวุฒิปริญญาเอกในปที่ประเมิน ลบดวย รอยละของอาจารยประจําที่ ุ มีคุณวุฒิปริญญาเอกในปกอนหนาปที่ประเมิน  2. แปลงคาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําทีมีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบ ่ กับปที่ผานมา ที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5 คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผานมา x 5 คะแนนที่ได = คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกเปรียบเทียบกับปที่ผานมา ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 หมายเหตุ : 1. คุณวุฒิปริญญาเอก พิจารณาจากระดับคุณวุฒิที่ไดรับหรือเทียบเทาตามหลักเกณฑการ พิจารณาคุณวุฒิของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่มีการปรับวุฒิการศึกษาใหมีหลักฐานการสําเร็จการศึกษา ภายในรอบปการศึกษานั้น ทั้งนี้ อาจใชคุณวุฒิอื่นแทนคุณวุฒิปริญญาเอกไดสําหรับกรณีท่ีบางสาขา วิชาชีพ มีคุณวุฒิอ่นที่เหมาะสมกวา ทั้งนี้ ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา ื 2. การนับจํานวนอาจารยประจํา ใหนับตามปการศึกษาและนับทั้งที่ปฏิบัติงานจริงและลา ศึกษาตอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 56.
    50 ตัวบงชี้ที่2.3 : อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ ชนิดของตัวบงชี้ : ปจจัยนําเขา คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบันอุดมศึกษาถือเปนขุมปญญาของประเทศ และมีความรับผิดชอบ ที่จะตองสงเสริมให อาจารย ในสถาบันทํ าการศึก ษาวิจัยเพื่อแสวงหาและพัฒนาองค ความรูในศาสตร สาขาวิชาตางๆ อยางตอเนื่อง เพื่อนําไปใชในการเรียนการสอน รวมทั้งการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศ การดํารงตําแหนงทางวิชาการเปนสิ่งสะทอนการปฏิบัติงานดังกลาวของอาจารยตามพันธกิจของสถาบัน เกณฑการประเมิน : สถาบันสามารถเลือกใชเกณฑการประเมินจาก 2 แนวทางตอไปนี้ 1) แปลงคารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปนคะแนนระหวาง 0 – 5 หรือ 2) แปลงค า การเพิ่ ม ขึ้ น ของค า ร อ ยละของอาจารย ป ระจํ า ที่ ดํ า รงตํ า แหน ง ทางวิ ช าการ เปรียบเทียบกับปท่ผานมาเปนคะแนนระหวาง 0 – 5 ี 1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2 1) คารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงผูชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารยรวมกัน ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 60 ขึ้นไป หรือ 2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงผูชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารยรวมกัน เปรียบเทียบกับปที่ผานมา ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 12 ขึ้นไป 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง 1) คารอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงรองศาสตราจารยและศาสตราจารย รวมกัน ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 30 ขึ้นไป หรือ 2) คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงรองศาสตราจารย และ ศาสตราจารยรวมกัน เปรียบเทียบกับปที่ผานมา ที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = รอยละ 6 ขึ้นไป คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 57.
    51 สูตรการคํานวณ : 1. คํานวณคารอยละของอาจารยประจําที่ดารงตําแหนงทางวิชาการ ํ จํานวนอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนง รอยละของอาจารยประจําที่ดารงตําแหนงทางวิชาการ = ทางวิชาการ ํ x 100 จํานวนอาจารยประจําทั้งหมด 2. แปลงคารอยละที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5 รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการ x5 คะแนนที่ได = รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 หรือ 1. คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ กับปที่ผานมา = รอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการในปที่ประเมิน ลบดวย รอยละของ อาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการในปกอนหนาปที่ประเมิน 2. แปลงคาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ กับปที่ผานมา ที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5 คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ กับปที่ผานมา x5 คะแนนที่ได = คาการเพิ่มขึ้นของรอยละของอาจารยประจําที่ดํารงตําแหนงทางวิชาการเปรียบเทียบ กับปที่ผานมาที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 หมายเหตุ : การนับจํานวนอาจารยประจํา ใหนับตามปการศึกษาและนับทั้งที่ปฏิบัติงานจริงและลา ศึกษาตอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 58.
    52 ตัวบงชี้ที่2.4 : ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : การจั ด การเรีย นการสอนโดยเนน ผูเ รี ย นเป น สํา คั ญ จํ า เปน ต อ งมี ก าร บริหารและพัฒนาคณาจารยอยางเหมาะสมทั้งในดานเทคนิคการสอน การประเมินผลการเรียนรู และการ ใชส่ือการสอนที่ทันสมัย รวมทั้งมีการปรับกระบวนการเรียนการสอนโดยใชผลการเรียนรูและขอมูลจาก ความคิดเห็นของผูเรียน นอกจากนั้น ยังจําเปนตองมีบุคลากรสายสนับสนุนที่มีคุณภาพสอดคลองกับพันธ กิจและเปาหมายของสถาบัน เกณฑมาตรฐาน : 1. มีแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยทั้งดานวิชาการ เทคนิคการสอนและการวัดผล และมีแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนที่มีการวิเคราะหขอมูลเชิงประจักษ 2. มีการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนที่ กําหนด 3. มีสวัสดิการเสริมสรางสุขภาพที่ดี และสรางขวัญและกําลังใจใหคณาจารยและบุคลากร สายสนับสนุนสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ 4. มีระบบการติดตามใหคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนนําความรูและทักษะที่ไดจาก การพัฒนามาใชในการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนรูของนักศึกษา ตลอดจนการปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวของ 5. มีการใหความรูดานจรรยาบรรณอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน และดูแลควบคุมให คณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนถือปฏิบัติ 6. มีการประเมินผลความสําเร็จของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากร สายสนับสนุน 7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารย และบุคลากรสายสนับสนุน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 59.
    53 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 หรือ 4 ขอ 5 หรือ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 60.
    54 ตัวบงชี้ที่ 2.5 : หองสมุด อุปกรณการศึกษา และสภาพแวดลอมการเรียนรู ชนิดของตัวบงชี้ : ปจจัยนําเขา คําอธิบายตัวบงชี้ : นอกเหนือจากการเรียนการสอน สถาบันอุดมศึกษาควรจัดบริการดาน กายภาพอยางครบถวน โดยเฉพาะในเรื่องการบริการสิ่งอํานวยความสะดวกที่เอื้อตอการเรียน เชน สื่อ เทคโนโลยี เพื่อการศึก ษา ห องสมุดและแหลงการเรียนรูอื่น ๆ การบริก ารดานงานทะเบี ย น การบริก าร นักศึกษานานาชาติ เปนตน นอกจากนั้น ยังจําเปนตองมีสภาพแวดลอมและการบริการดานกายภาพที่ สงเสริมคุณภาพชีวิตของนักศึกษา เชน สิ่งแวดลอมในสถาบัน หอพักนักศึกษา หองเรียน สถานที่ออกกําลัง กาย บริการอนามัย การจัดจําหนายอาหาร เปนตน เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการจัดการหรือจัดบริการเพื่อใหนักศึกษามีเครื่องคอมพิวเตอรใชในอัตราไมสูงกวา 8 FTES ตอเครื่อง 2. มีบริการหองสมุดและแหลงเรียนรูอื่นๆ ผานระบบเครือขายคอมพิวเตอร และมีการ ฝกอบรมการใชงานแกนักศึกษาทุกปการศึกษา 3. มีบริการดานกายภาพที่เหมาะสมตอการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา อยางนอยในดานหองเรียน หองปฏิบัติการ อุปกรณการศึกษา และจุดเชื่อมตออินเตอรเน็ตในระบบไรสาย 4. มีบริการสิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเปนอื่นๆ อยางนอยในดานงานทะเบียนนักศึกษาผาน ระบบเครือขายคอมพิวเตอร การบริการอนามัยและการรักษาพยาบาล การจัดการหรือจัดบริการดานอาหาร และสนามกีฬา 5. มีระบบสาธารณูปโภคและรักษาความปลอดภัยของอาคารตลอดจนบริเวณโดยรอบ อยาง นอยในเรื่องประปา ไฟฟา ระบบกําจัดของเสีย การจัดการขยะ รวมทั้งมีระบบและอุปกรณปองกันอัคคีภัย ในบริเวณอาคารตาง ๆ โดยเปนไปตามกฎหมายที่เกี่ยวของ 6. มีผลการประเมินคุณภาพของบริการในขอ 2 – 5 ทุกขอไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5 7. มีการนําผลการประเมินคุณภาพในขอ 6 มาใชเปนขอมูลในการพัฒนาการจัดบริการดาน กายภาพที่สนองความตองการของผูรับบริการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 61.
    55 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 62.
    56 ตัวบงชี้ที่2.6 : ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : กระบวนการจัดการเรียนการสอนตองเปนไปตามแนวทางที่กําหนดใน พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่เนนผูเรียนเปน สําคัญ มีการจัดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมและยืดหยุน โดยการมีสวนรวมจากบุคคล สถาบัน หรือชุมชนภายนอก มีการจัดกระบวนการเรียนรูที่คํานึงถึงความแตกตางเฉพาะตัวของนักศึกษา ซึ่งเปนเรื่องที่สําคัญมากตอความสนใจใฝรูและตอศักยภาพในการแสวงหาความรูของนักศึกษา เชน การ เปดโอกาสใหนักศึกษาไดคนควาวิจัยโดยอิสระในรูปโครงการวิจัยสวนบุคคล การจัดใหมีชั่วโมงเรียนใน ภาคปฏิบัติ ในหองปฏิบัติการ รวมทั้งมีการฝกประสบการณภาคสนามอยางพอเพียง มีการจัดสัมมนา จัด ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทําโครงการ มีการเรียนการสอนทางเครือขายคอมพิวเตอร (Internet) และมี หองสมุดและระบบสืบคนขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่เพียงพอสําหรับการศึกษาหาความรูเพิ่มเติมไดดวยตนเอง เกณฑมาตรฐาน : 1. มีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญทุก หลักสูตร 2. ทุกรายวิชาของทุกหลักสูตร มีรายละเอียดของรายวิชาและของประสบการณภาคสนาม (ถามี) กอนการเปดสอนในแตละภาคการศึกษา ตามที่กําหนดในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา แหงชาติ 3. ทุกหลักสูตรมีรายวิชาที่สงเสริมทักษะการเรียนรูดวยตนเอง และการใหผูเรียนไดเรียนรูจาก การปฏิบัติท้งในและนอกหองเรียนหรือจากการทําวิจย ั ั 4. มีการใหผูมีประสบการณทางวิชาการหรือวิชาชีพจากหนวยงานหรือชุมชนภายนอกเขามา มีสวนรวมในกระบวนการเรียนการสอนทุกหลักสูตร 5. มี ก ารจั ด การเรี ย นรู ที่ พั ฒ นาจากการวิ จั ย หรื อ จากกระบวนการจั ด การความรู เ พื่ อ พัฒนาการเรียนการสอน 6. มีการประเมินความพึงพอใจของผูเรียนที่มีตอคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและสิ่ง สนับสนุนการเรียนรูทุกรายวิชา ทุกภาคการศึกษา โดยผลการประเมินความพึงพอใจแตละรายวิชาตองไม ต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 63.
    57 7. มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอน หรือการประเมินผล การเรียนรู ทุกรายวิชา ตามผลการประเมินรายวิชา เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 64.
    58 ตัวบงชี้ที่ 2.7 : ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะ ของบัณฑิต ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : คุณลั ก ษณะของบั ณฑิ ต หมายถึ ง คุ ณ สมบั ติที่ พึ ง ประสงคซึ่ ง ผู สํา เร็ จ การศึกษาระดับอุดมศึกษาพึงมี ประกอบดวย 2 สวน คือ คุณลักษณะของบัณฑิตตามกรอบมาตรฐาน คุ ณ วุ ฒิ แ ห ง ชาติ ข องแต ล ะหลั ก สู ต ร และคุ ณ ลั ก ษณะของบั ณ ฑิ ต ตามความต อ งการของผู ใ ช บั ณ ฑิ ต คุณลักษณะตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแหงชาติมี 5 ดาน ไดแก ดานคุณธรรม จริยธรรม ดานความรู ดาน ทักษะทางปญญา ดานทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ ดานทักษะการวิเคราะห เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ สวนคุณลักษณะบัณฑิตตามความตองการของผูใช บัณฑิต อาจมีความแตกตางกันตามลักษณะอาชีพหรือบริบทของผูใช และอาจปรากฏในกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิแหงชาติ หรือที่มลักษณะเพิ่มเติมจากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ เชน การบริหารจัดการ การเปนผูใฝรู ี ใฝเรียน การกาวทันวิทยาการ ความสามารถในการประยุกตความรูกับการปฏิบัติงานจริง สําหรับผูสําเร็จ การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หรือผูสําเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่เนนการวิจัย ควรมีคุณลักษณะเพิ่มเติม ดานความเปนนักวิชาการ การเปนผูนําทางความคิด โดยเฉพาะความสามารถดานการคิดเชิงวิพากษ และ การนําเสนอผลงาน เกณฑมาตรฐานทัวไป : ่ 1. มีการสํารวจคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงคตามความตองการของผูใชบัณฑิตอยาง นอยสําหรับทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรี ทุกรอบระยะเวลาตามแผนกําหนดการศึกษาของหลักสูตร 2. มีการนําผลจากขอ 1 มาใชในการปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดผล การศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียนที่สงเสริมทักษะอาชีพและคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค ตามความตองการของผูใชบณฑิต ั 3. มีการสงเสริมสนับสนุนทรัพยากรทั้งดานบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ และงบประมาณที่ เอื้อตอการพัฒนาคุณลักษณะของบัณฑิต 4. มีร ะบบและกลไกการสง เสริม ใหนัก ศึ ก ษาระดั บปริ ญญาตรีแ ละบัณฑิตศึก ษาเขา ร ว ม กิจกรรมการประชุมวิชาการหรือนําเสนอผลงานทางวิชาการในที่ประชุมระหวางสถาบัน หรือที่ประชุม ระดับชาติหรือนานาชาติ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 65.
    59 5. มีกิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมใหแกนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ที่จัดโดยสถาบัน เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม : 6. มีระบบและกลไกสนับสนุนการประยุกตใชผลงานจากวิทยานิพนธของนักศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษา และมีการรับรองการใชประโยชนจริงจากหนวยงานภาครัฐ หรือเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ (เฉพาะกลุม ค 1) 7. มีการพัฒนาทักษะนักศึกษาในการจัดทําบทความจากวิทยานิพนธและมีการนําไปตีพิมพ เผยแพรในวารสารระดับนานาชาติ (เฉพาะกลุม ง) เกณฑการประเมิน : 1. เกณฑทวไป ั่ คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ ครบ 5 ขอตาม เกณฑทั่วไป และ ครบถวนตาม เกณฑมาตรฐาน เพิ่มเติมเฉพาะ กลุม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 66.
    60 ตัวบงชี้ที่ 2.8 : ระดับความสําเร็จของการเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมที่จัดใหกับ นักศึกษา ชนิดของตัวบงชี้ : ผลผลิต คําอธิบายตัวบงชี้ : คุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาเปนคุณลักษณะที่พึงประสงคและเปน ป จ จั ย สํ า คั ญ ของคุ ณ ภาพบั ณ ฑิ ต ตามเจตนารมณ ข องพระราชบั ญ ญั ติ ก ารศึ ก ษาแห ง ชาติ แ ละกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ รวมทั้งความคาดหวังของผูใชบัณฑิตและสังคม ดังนั้น สถาบัน จึงควรมีการวัดระดับความสําเร็จของการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่สถาบันจัดใหกับนักศึกษา เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการกําหนดพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมสําหรับนักศึกษาที่ตองการสงเสริม ไวเปนลายลักษณอักษร 2. มีการถายทอดหรือเผยแพรพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมสําหรับนักศึกษาที่ ตองการสงเสริมตามขอ 1 ไปยังผูบริหาร คณาจารย นักศึกษาและผูเกี่ยวของทราบอยางทั่วถึงทั้งสถาบัน 3. มีโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมการพัฒนาพฤติกรรมดานคุณธรรมจริยธรรมที่ กําหนดในขอ 1 โดยระบุตัวบงชี้และเปาหมายวัดความสําเร็จที่ชัดเจน 4. มีการประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษา ตามตัวบงชี้และเปาหมายที่กําหนดในขอ 3 โดยมีผลการประเมินบรรลุเปาหมายอยางนอยรอยละ 90 ของ ตัวบงชี้ 5. มีนักศึกษาหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับนักศึกษาไดรับการยกยองชมเชย ประกาศเกียรติ คุณดานคุณธรรมจริยธรรม โดยหนวยงานหรือองคกรระดับชาติ เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 67.
    61 องคประกอบที่ 3 กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา หลักการ การดําเนินงานดานกิจการนักศึกษาเปนกิจกรรมที่สถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนสงเสริมเพื่อให นักศึกษาเปนบัณฑิตที่มีคุณสมบัติพรอม นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนที่จัดขึ้นตามหลักสูตร กิจกรรมการพัฒนานักศึกษาแบงออกไดเปนสองสวน คือ (1) การจัดบริการแกนักศึกษาและศิษยเกาซึ่ง สถาบันจัดขึ้นใหสอดคลองกับความตองการ และเกิดประโยชนสูงสุดตอนักศึกษาและศิษยเกา และ (2) การ จัดกิจกรรมนักศึกษาที่ดําเนินการโดยองคกรนัก ศึกษาซึ่งไดรับการสนับสนุนสงเสริ มจากสถาบัน ทั้ง นี้ เพื่อใหนักศึกษาไดพัฒนารางกาย อารมณ สังคม สติปญญา ตลอดจนคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค ได แ ก คุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม ความรู ทั ก ษะทางป ญ ญา ทั ก ษะความสั ม พั น ธ ร ะหว า งบุ ค คลและความ รับผิดชอบ รวมทั้งทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 4. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 5. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 6. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 7. มาตรฐานกิจการนักศึกษา พ.ศ. 2541 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 8. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 68.
    62 ตัวบงชี้ จํานวน 2 ตัวบงชี้ คือ 3.1 ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร 3.2 ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 69.
    63 ตัวบงชี้ที่ 3.1 : ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบัน อุดมศึ กษาควรจัดบริการดานต า งๆ ใหนั ก ศึก ษาและศิ ษ ยเ กา อยางครบถวน โดยเฉพาะในกิจกรรมตอไปนี้ (1) การบริการดานการแนะแนวและการใหคําปรึกษา ทั้งดาน วิชาการและการใชชีวิต (2) การบริการดานขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษาและศิษยเกา เชน ทุน กูยืมการศึกษา แหลงทุนการศึกษาตอ การบริการจัดหางาน แหลงขอมูลการฝกประสบการณวิชาชีพ ขอมูล ขาวสารความเคลื่อนไหวในและนอกสถาบันที่จาเปนแกนักศึกษาและศิษยเกา และ (3) การจัดโครงการเพื่อ ํ พัฒนาประสบการณทางวิชาชีพแกนักศึกษาและศิษยเกาในรูปแบบตาง ๆ เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการจัดบริการใหคําปรึกษาทางวิชาการและแนะแนวการใชชีวิตแกนักศึกษา 2. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษา  3. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพแกนักศึกษา 4. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอศิษยเกา 5. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรูและประสบการณใหศิษยเกา 6. มีผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการในขอ 1 – 3 ทุกขอไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนน เต็ม 5 7. มี ก ารนํ า ผลการประเมิ น คุ ณ ภาพของการให บ ริ ก ารมาใช เ ป น ข อ มู ล ในการพั ฒ นาการ จัดบริการที่สนองความตองการของนักศึกษา เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 70.
    64 นิดของตัว3.2ชี้ ตัวบงชี้ที่ บง :: กระบวนการ ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบันอุดมศึกษาตองสงเสริมใหมีการจัดกิจกรรมนักศึกษาตาง ๆ อยาง เหมาะสมและครบถวน กิจกรรมนักศึกษาหมายถึงกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ดําเนินการทั้งโดยสถาบันและ โดยองคกรนักศึกษา เปนกิจกรรมที่ผูเขารวมจะมีโอกาสไดรับการพัฒนาสติปญญา สังคม อารมณ รางกาย และคุณธรรมจริยธรรมสอดคลองกับคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค 5 ประการ ไดแก (1) คุณธรรม จริยธรรม (2) ความรู (3) ทักษะทางปญญา (4) ทักษะความสัมพันธระหวางบุคคลและความรับผิดชอบ (5) ทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และสอดคลองกับคุณลักษณะ ของบัณฑิตที่พึงประสงคที่สภา/องคกรวิชาชีพไดกําหนดเพิ่มเติม ตลอดจนสอดคลองกับความตองการของ ผูใชบัณฑิต เกณฑมาตรฐาน : 1. สถาบั น จั ด ทํ า แผนการจั ด กิ จ กรรมพั ฒ นานั ก ศึ ก ษาที่ ส ง เสริ ม ผลการเรี ย นรู ต ามกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติทุกดาน 2. มีกิจกรรมใหความรูและทักษะการประกันคุณภาพการศึกษาแกนักศึกษา 3. มีการสงเสริมใหนักศึกษานําความรูดานการประกันคุณภาพไปใชในการจัดกิจกรรมที่ ดําเนินการโดยนักศึกษาอยางนอย 5 ประเภทสําหรับระดับปริญญาตรี และอยางนอย 2 ประเภทสําหรับ ระดับบัณฑิตศึกษา จากกิจกรรมตอไปนี้ - กิจกรรมวิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค  - กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ - กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม - กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม - กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม 4. มีการสนับสนุน ให นัก ศึกษาสรางเครื อขายพัฒนาคุณภาพภายในสถาบันและระหวา ง สถาบัน และมีกิจกรรมรวมกัน 5. มีการประเมินความสําเร็จตามวัตถุประสงคของแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา 6. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 71.
    65 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 หรือ 4 ขอ 5 ขอ 6 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 72.
    66 องคประกอบที่4 การวิจย ั หลักการ สถาบันอุดมศึกษาแตละแหงอาจมีจุดเนนในเรื่องการวิจัยที่แตกตางกันขึ้นกับสภาพแวดลอม และความพรอมของแตละสถาบัน อยางไรก็ตาม ทุกสถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองมีพันธกิจนี้เปนสวนหนึ่งของ พันธกิจสถาบัน ดังนั้น จึงตองมีระบบและกลไกควบคุมใหสามารถดําเนินการในพันธกิจดานนี้อยางมี ประสิทธิภาพและคุณภาพตามจุดเนนเฉพาะของแตละสถาบัน เพื่อใหไดผลงานวิจัยและงานสรางสรรคที่ เกิดประโยชน การวิจั ยจะประสบความสําเร็จและเกิดประโยชนจําเป นตองมีสวนประกอบที่สํา คัญ 3 ประการ คือ 1) สถาบันตองมีแผนการวิจัย มีระบบและกลไก ตลอดจนมีการสนับสนุนทรัพยากรใหสามารถ ดําเนินการไดตามแผน 2) คณาจารยมีสวนรวมในการวิจัยอยางเขมแข็ง โดยบูรณาการงานวิจัยกับการ จัดการเรียนการสอน และพันธกิจดานอื่นๆ ของสถาบัน และ 3) ผลงานวิจัยมีคุณภาพ มีประโยชน สนอง ยุทธศาสตรของชาติและมีการเผยแพรอยางกวางขวาง มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการประเมิ น คุ ณ ภาพภายนอกระดั บ อุ ด มศึ ก ษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) 5. นโยบายและยุทธศาสตรการวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551-2554) สํานักงานคณะกรรมการ วิจัยแหงชาติ 6. แนวทางปฏิบติจรรยาบรรณนักวิจัย พ.ศ. 2541 สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ ั คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 73.
    67 ตัวบงชี้ จํานวน 3 ตัวบงชี้ คือ 4.1 ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจัยหรืองานสรางสรรค 4.2 ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค 4.3 เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัย คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 74.
    68 ตัวบงชี้ที่ 4.1 : ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจัยหรืองานสรางสรรค ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบันอุดมศึกษาตองมีการบริหารจัดการงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่มี คุณภาพ โดยมีแนวทางการดําเนินงานที่เปนระบบและมีกลไกสงเสริมสนับสนุนครบถวน เพื่อใหสามารถ ดําเนินการไดตามแผนที่กําหนดไว ทั้งการสนับสนุนดานการจัดหาแหลงทุนวิจัยและการจัดสรรทุนวิจัย การ สงเสริมและพัฒนาสมรรถนะแกนักวิจัยและทีมวิจัย การสนับสนุนทรัพยากรที่จําเปน ซึ่งรวมถึงทรัพยากร บุคคล ทรัพยากรเงิน เครื่องมืออุปกรณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ  เกณฑมาตรฐานทั่วไป : 1. มีระบบและกลไกบริหารงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนดาน การวิจัยของสถาบัน และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 2. มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับการจัดการเรียนการสอน 3. มีการพัฒนาศักยภาพดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคและใหความรูดานจรรยาบรรณการ วิจัยแกอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา 4. มีการจัดสรรงบประมาณของสถาบัน เพื่อเปนทุนวิจัยหรืองานสรางสรรค 5. มีการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคตามอัตลักษณของสถาบันอยาง นอยในประเด็นตอไปนี้ - หองปฏิบัติการวิจัยฯ หรือหนวยวิจัยฯ หรือศูนยเครื่องมือ หรือศูนยใหคําปรึกษาและ สนับสนุนการวิจยฯั - หองสมุดหรือแหลงคนควาขอมูลสนับสนุนการวิจัยฯ - สิ่งอํานวยความสะดวกหรือการรักษาความปลอดภัยในการวิจัยฯ เชน ระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ระบบรักษาความปลอดภัยในหองปฏิบัตการวิจัย ิ - กิจกรรมวิชาการที่ สงเสริมงานวิ จัย ฯ เชน การจั ดประชุ มวิ ชาการ การจัดแสดงงาน สรางสรรค การจัดใหมีศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) 6. มีการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนในขอ 4 และขอ 5 อยางครบถวนทุกประเด็น 7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรค ของสถาบัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 75.
    69 เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม : 8. มีระบบและกลไกเพื่อสรางงานวิจัยหรืองานสรางสรรคบนพื้นฐานภูมิปญญาทองถิ่น หรือ จากสภาพปญหาของสังคม เพื่อตอบสนองความตองการของทองถิ่นและสังคม และดําเนินการตามระบบที่ กําหนด (เฉพาะกลุม ข และ ค 2) เกณฑการประเมิน : 1. เกณฑทวไป ั่ คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ ครบ 7 ขอตาม เกณฑทั่วไป และ ครบถวนตาม เกณฑมาตรฐาน เพิ่มเติมเฉพาะ กลุม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 76.
    70 ตัวบงชี้ที่ 4.2 : ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : การบริหารจัดการความรูจากผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อเผยแพร ไปยังคณาจารย นักศึกษา วงการวิชาการ หนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนเปาหมายที่จะนํา ผลการวิ จัยไปใชประโยชน เปน เรื่องที่มี ความสํ าคัญสํ าหรับทุกสถาบันอุดมศึก ษา ดัง นั้น สถาบั นตอง จัดระบบสงเสริมสนับสนุนใหมีการรวบรวม เผยแพร และแลกเปลี่ยนเรียนรูในทรัพยสินทางปญญาจาก งานวิจัยหรืองานสรางสรรคอยางเหมาะสมกับผูใชแตละกลุม โดยสิ่งที่เผยแพรตองมีคุณภาพเชื่อถือไดและ รวดเร็วทันเหตุการณ เกณฑมาตรฐานทั่วไป : 1. มี ร ะบบและกลไกสนั บ สนุ น การเผยแพร ผ ลงานวิ จั ย หรือ งานสรา งสรรค ใ นการประชุ ม วิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ และมีการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ในการประชุมวิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ 2. มีระบบและกลไกการรวบรวม คัดสรร วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากงานวิจัยหรืองาน สรางสรรค เพื่อใหเปนองคความรูที่คนทั่วไปเขาใจได และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 3. มีการประชาสัมพันธและเผยแพรองคความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่ไดจากขอ 2 สูสาธารณชนและผูเกี่ยวของ 4. มีการนําผลงานงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชใหเกิดประโยชน และมีการรับรองการใช ประโยชนจริงจากหนวยงานภายนอกหรือชุมชน 5. มีระบบและกลไกเพื่อชวยในการคุมครองสิทธิ์ของงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่นําไปใช ประโยชน และดําเนินการตามระบบที่กาหนด ํ เกณฑมาตรฐานเพิ่มเติมเฉพาะกลุม : 6. มีระบบและกลไกสงเสริมการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร และมีการยื่นจดสิทธิบตรและอนุ ั สิทธิบัตร (เฉพาะกลุม ค1 และ ง) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 77.
    71 เกณฑการประเมิน : 1. เกณฑทวไป ั่ คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ 2. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ ครบ 5 ขอตาม เกณฑทั่วไป และ ครบถวนตาม เกณฑมาตรฐาน เพิ่มเติมเฉพาะ กลุม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 78.
    72 ตัวบงชี้ที่ 4.3 : เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคตอจํานวนอาจารย  ประจําและนักวิจัยประจํา ชนิดของตัวบงชี้ : ปจจัยนําเขา คําอธิบายตัวบงชี้ : ป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให เ กิ ด การผลิ ต งานวิ จั ย หรื อ งาน สรางสรรคในสถาบันอุดมศึกษา คือ เงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึง ต อ งจัดสรรเงิน จากภายในสถาบั น และที่ ได รับ จากภายนอกสถาบั น เพื่อสนับสนุน การทํ า วิจัย หรือ งาน สรางสรรคอยางมีประสิทธิภาพตามสภาพแวดลอมและจุดเนนของสถาบัน นอกจากนั้นเงินทุนวิจัยหรืองานสรางสรรคที่สถาบันไดรับจากแหลงทุน ภายนอกยังเปนตัวบงชี้ที่สาคัญ ที่แสดงถึงศักยภาพดานการวิจัยของสถาบัน โดยเฉพาะสถาบันที่อยูในกลุม ํ ที่เนนการวิจัย เกณฑการประเมิน : โดยการแปลงจํานวนเงินตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจําเปน คะแนนระหวาง 0 – 5 1. เกณฑเฉพาะสถาบันกลุม ข และ ค2 จําแนกเปน 3 กลุมสาขาวิชา 1.1 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 60,000 บาทขึ้นไปตอคน 1.2 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรสขภาพ ุ จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 50,000 บาทขึ้นไปตอคน 1.3 กลุมสาขาวิชามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบันที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 25,000 บาทขึ้นไปตอคน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 79.
    73 2. เกณฑประเมินเฉพาะสถาบันกลุม ค1 และ ง จําแนกเปน 3 กลุมสาขาวิชา  2.1 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 180,000 บาทขึ้นไปตอคน 2.2 กลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 150,000 บาทขึ้นไปตอคน 2.3 กลุมสาขาวิชามนุษยศาสตรและสังคมศาสตร จํ า นวนเงิ น สนั บ สนุ น งานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค จ ากภายในและภายนอกสถาบั น ที่ กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 = 75,000 บาทขึ้นไปตอคน สูตรการคํานวณ : 1. คํานวณจํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยหรืองานสรางสรรคจากภายในและภายนอกสถาบัน ตอจํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯจากภายในและภายนอก จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจยฯ = ั จํานวนอาจารยประจําและนักวิจัยประจํา 2. แปลงจํานวนเงินที่คํานวณไดในขอ 1 เทียบกับคะแนนเต็ม 5 จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯจากภายในและภายนอก x5 คะแนนที่ได = จํานวนเงินสนับสนุนงานวิจัยฯที่กําหนดใหเปนคะแนนเต็ม 5 สรุปคะแนนที่ไดในระดับคณะวิชาและระดับสถาบัน 1. คะแนนที่ไดในระดับคณะวิชา = คาเฉลี่ยของคะแนนที่ไดของทุกกลุมสาขาวิชาในคณะวิชา 2. คะแนนที่ไดในระดับสถาบัน = คาเฉลี่ยของคะแนนที่ไดของทุกคณะวิชาในสถาบัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 80.
    74 หมายเหตุ : 1. จํานวนอาจารยและนักวิจัยประจํา ใหนับตามปการศึกษา และนับเฉพาะที่ปฏิบัติงานจริง ไมนบรวมผูลาศึกษาตอ ั 2. ใหนับจํานวนเงินที่มีการเซ็นสัญญารับทุนในปการศึกษาหรือปงบประมาณนั้นๆ ไมใช จํานวนเงินที่เบิกจายจริง 3. การแบงสั ดส วนจํานวนเงินกรณีมีผูวิจัยจากหลายคณะวิ ชาหรือหลายสถาบัน ให แบ ง สัดสวนจํานวนเงินตามที่คณะวิชาหรือสถาบันตกลงกัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 81.
    75 องคประกอบที่5 การบริการทางวิชาการแกสังคม หลักการ การบริการทางวิชาการแกสังคมเปนหนึ่งในภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา สถาบันพึง ใหบริการทางวิชาการแกชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในรูปแบบตางๆ ตามความถนัดและในดานที่ สถาบันมีความเชี่ยวชาญ การใหบริการทางวิชาการอาจใหเปลาโดยไมคิดคาใชจายหรืออาจคิดคาใชจาย ตามความเหมาะสม โดยใหบริการทั้งหนวยงานภาครัฐและเอกชน หนวยงานอิสระ หนวยงานสาธารณะ ชุมชน และสังคมโดยกวาง รูปแบบการใหบริการทางวิชาการมีความหลากหลาย เชน การอนุญาตใหใช ประโยชนทรัพยากรของสถาบัน เปนแหลงอางอิงทางวิชาการ ใหคําปรึกษา ใหการอบรม จัดประชุมหรือ สัมมนาวิชาการ ทํางานวิจัยเพื่อตอบคําถามตางๆ หรือเพื่อชี้แนะสังคม การใหบริการทางวิชาการนอกจาก เป น การทํ า ประโยชน ใ ห สั ง คมแล ว สถาบั น ยั ง ได รั บ ประโยชน ใ นด า นต า ง ๆ คื อ เพิ่ ม พู น ความรู แ ละ ประสบการณของอาจารยอันจะนํามาสูการพัฒนาหลักสูตร มีการบูรณาการเพื่อใชประโยชนทางดานการ จัดการเรียนการสอนและการวิจัย พัฒนาตําแหนงทางวิชาการของอาจารย สรางเครือขายกับหนวยงาน ตาง ๆ ซึ่งเปนแหลงงานของนักศึกษาและเปนการสรางรายไดของสถาบันจากการใหบริการทางวิชาการดวย มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 82.
    76 ตัวบงชี้ จํานวน 2 ตัวบงชี้ คือ 5.1 ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสงคม ั 5.2 กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 83.
    77 ตัวบงชี้ที่ 5.1 : ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : การบริการทางวิชาการแกสังคมเปนภารกิจหลักอยางหนึ่งของสถาบัน อุดมศึกษา สถาบันพึงกําหนดหลักเกณฑและขั้นตอนการบริการทางวิชาการอยางเปนระบบ และมีการจัด โครงสรางสถาบันเพื่อเปนกลไกในการขับเคลื่อนระบบดังกลาว การใหบริการทางวิชาการตองมีความ เชื่อมโยงกับการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย และสามารถบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคม กับการเรียนการสอนและการวิจัยอยางเปนรูปธรรม เกณฑมาตรฐาน : 1. มีระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม และดําเนินการตามระบบที่กาหนด ํ 2. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการสอน 3. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการวิจัย 4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการ สอนและการวิจัย 5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการ สอนและการวิจัย เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 84.
    78 ตัวบงชี้ที่5.2 : กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : ความสามารถในการใหบริการทางวิชาการในลักษณะหวงโซคุณภาพที่ สนองความตองการและเปนที่พ่ึงของชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน หนวยงานวิชาชีพ สังคมไดอยางมีคุณภาพ ตามศักยภาพและความพรอมตามจุดเนนของสถาบัน พิจารณาไดจาก (1) ประโยชนหรือผลกระทบของการ ใหบริการทางวิชาการ (2) การสรางความรวมมือกับหนวยงานภายนอก และ (3) ความรูท่ีเกิดจากการ ใหบริการทางวิชาการและการเผยแพรความรูนั้นทั้งภายในและภายนอกสถาบัน เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ เพื่อประกอบการกําหนดทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตามจุดเนนของสถาบัน 2. มีความรวมมือดานบริการทางวิชาการเพื่อการเรียนรูและเสริมสรางความเขมแข็งของ ชุมชน หรือภาคเอกชน หรือภาครัฐ หรือหนวยงานวิชาชีพ 3. มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคม 4. มีการนําผลการประเมินในขอ 3 ไปพัฒนาระบบและกลไก หรือกิจกรรมการใหบริการทาง วิชาการ 5. มีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการและถายทอดความรูสูบุคลากร ภายในสถาบันและเผยแพรสูสาธารณชน เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 85.
    79 องคประกอบที่ 6การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม หลักการ การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมถือเปนพันธกิจสําคัญประการหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึงตองมีระบบและกลไกการดําเนินงานดานนี้ใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและ คุณภาพ โดยอาจมีจุดเนนเฉพาะที่แตกตางกันตามปรัชญา และธรรมชาติของแตละสถาบัน และมีการบูร ณาการเขากับพันธกิจอื่นๆ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิต รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมที่ฟนฟู อนุรักษ สืบสาน พัฒนา เผยแพรศิลปะและวัฒนธรรม สรางสรรค สงเสริมภูมิปญญาทองถิ่นใหเปนรากฐานการพัฒนาองค ความรูที่ดีขึ้น มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป (พ.ศ. 2551-2565) สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา 2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) ตัวบงชี้ จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ 6.1 ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 86.
    80 ตัวบงชี้ที่ 6.1 : ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบันอุดมศึกษาตองมีนโยบาย แผนงาน โครงสราง และการบริหาร จัดการงานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมทั้งการอนุรักษ ฟนฟู สืบสาน เผยแพรวัฒนธรรม ภูมิปญญา ทองถิ่นตามจุดเนนของสถาบันอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการบูรณาการการทํานุบํารุงศิลปะ และวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา เกณฑมาตรฐาน : 1. มีระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 2. มีการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับการจัดการเรียนการสอนและ กิจกรรมนักศึกษา 3. มีการเผยแพรกิจกรรมหรือการบริการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมตอสาธารณชน 4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับ การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา 5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม กับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา 6. มีการกําหนดหรือสรางมาตรฐานคุณภาพดานศิลปะและวัฒนธรรมและมีผลงานเปนที่ ยอมรับในระดับชาติ เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 หรือ 6 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 87.
    81 องคประกอบที่7 การบริหารและการจัดการ หลักการ หลักการ สถาบันอุดมศึกษาตองใหความสําคัญกับการบริหารจัดการ โดยมีสภามหาวิทยาลัยทําหนาที่ ในการกํากับดูแลการทํางานของสถาบันใหมีประสิทธิภาพ สถาบันอุดมศึกษาจะตองบริหารจัดการดาน ต า งๆ ให มี คุ ณ ภาพ เช น ทรั พ ยากรบุ ค คล ระบบฐานข อ มู ล การบริ ห ารความเสี่ ย ง การบริ ห ารการ เปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรทั้งหมด ฯลฯ เพื่อสัมฤทธิผลตามเปาหมายที่กําหนดไว โดยใชหลักธรร มาภิบาล (Good Governance) มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา 2. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ สํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) 5. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา สํานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) 6. เกณฑรางวัลคุณภาพแหงชาติเพื่อสถาบันที่เปนเลิศ 2009-2010 7. เกณฑการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) 8. ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง คูมือและแนวปฏิบัติในการพิจารณาออก ใบอนุญาตใหจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2551 9. ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง มาตรฐานหองสมุดสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2544 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 88.
    82 ตัวบงชี้ จํานวน 4 ตัวบงชี้ คือ 7.1 ภาวะผูนําของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน 7.2 การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู 7.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ 7.4 ระบบบริหารความเสี่ยง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 89.
    83 ตัวบงชี้ที่7.1 : ภาวะผูนําของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : ปจจัยสนับสนุนที่สําคัญตอการเจริญกาวหนาของสถาบันอุดมศึกษา คือ สภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบันนั้น ๆ หากสภาสถาบันและผูบริหารมีวิสัยทัศน เปนผูนําที่ดี มี ธรรมาภิบาล รับผิดชอบตอสังคม รักความกาวหนา ดูแลบุคลากรอยางดี เปดโอกาสใหชุมชนเขามามีสวน รวมในการบริหาร มีความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา และกํากับดูแล ติดตามผลการดําเนินงานของ สถาบันไปในทิศทางที่ถูกตอง จะทําใหสถาบันเจริญรุดหนาอยางรวดเร็ว เกณฑมาตรฐาน : 1. สภาสถาบันปฏิบัติหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดครบถวนและมีการประเมินตนเองตาม หลักเกณฑที่กําหนดลวงหนา 2. ผูบริหารมีวิสัยทัศน กําหนดทิศทางการดําเนินงาน และสามารถถายทอดไปยังบุคลากรทุก ระดับ มีความสามารถในการวางแผนกลยุทธ มีการนําขอมูลสารสนเทศเปนฐานในการปฏิบัติงานและ พัฒนาสถาบัน 3. ผู บริ ห ารมี การกํ า กับ ติ ดตามและประเมิ น ผลการดํ า เนิน งานตามที่ม อบหมาย รวมทั้ ง สามารถสื่อสารแผนและผลการดําเนินงานของสถาบันไปยังบุคลากรในสถาบัน 4. ผูบริหารสนับสนุนใหบุคลากรในสถาบันมีสวนรวมในการบริหารจัดการ ใหอํานาจในการ ตัดสินใจแกบุคลากรตามความเหมาะสม 5. ผูบริหารถายทอดความรูและสงเสริมพัฒนาผูรวมงาน เพื่อใหสามารถทํางานบรรลุ วัตถุประสงคของสถาบันเต็มตามศักยภาพ 6. ผูบริหารบริหารงานดวยหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงประโยชนของสถาบันและผูมีสวนได สวนเสีย 7. สภาสถาบัน ประเมินผลการบริห ารงานของสถาบั น และผูบริ ห ารนําผลการประเมิน ไป ปรับปรุงการบริหารงานอยางเปนรูปธรรม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 90.
    84 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 91.
    85 ตัวบงชี้ที่ 7.2 : การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : มาตรฐานการอุดมศึกษาขอที่ 3 กําหนดใหสถาบันมีการสรางและพัฒนา สังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู ซึ่งตองมีการจัดการความรูเพื่อมุงสูสถาบันแหงการเรียนรู โดยมี การรวบรวมองคความรูที่มีอยูในสถาบันซึ่งกระจัดกระจายอยูในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาใหเปน ระบบ เพื่อใหทุกคนในสถาบันสามารถเขาถึงความรู และพัฒนาตนเองใหเปนผูรู รวมทั้งปฏิบัติงานไดอยาง มีประสิทธิภาพ อันจะสงผลใหสถาบันอุดมศึกษามีความสามารถในเชิงแขงขันสูงสุด กระบวนการในการ บริหารจัดการความรูในสถาบัน ประกอบดวย การระบุความรู การคัดเลือก การรวบรวม การจัดเก็บความรู การเขาถึงขอมูล และการแลกเปลี่ยนความรูทั้งภายในและภายนอกสถาบัน การสรางบรรยากาศและ วัฒนธรรมการเรียนรูภายในสถาบัน การกําหนดแนววิธีปฏิบัติงาน ตลอดจนการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความรูในสถาบันใหดียิ่งขึ้น เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการกําหนดประเด็นความรูและเปาหมายของการจัดการความรูที่สอดคลองกับแผน กลยุทธของสถาบันอยางนอยครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจัย 2. กําหนดบุคลากรกลุมเปาหมายที่จะพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดาน การวิจัยอยางชัดเจนตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 3. มีการแบง ปนและแลกเปลี่ยนเรียนรูจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง (tacit knowledge) เพื่อคนหาแนวปฏิ บัติที่ดีตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 และเผยแพรไปสูบุคลากร กลุมเปาหมายที่กําหนด 4. มีการรวบรวมความรูตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 ทั้งที่มีอยูในตัวบุคคลและแหลง เรียนรูอ่ืนๆ ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาพัฒนาและจัดเก็บอยางเปนระบบโดยเผยแพรออกมาเปนลายลักษณ อักษร (explicit knowledge) 5. มีการนําความรูที่ไดจากการจัดการความรูในปการศึกษาปจจุบันหรือปการศึกษาที่ผานมา ที่เปนลายลักษณอักษร (explicit knowledge) และจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง (tacit knowledge) ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใชในการปฏิบัตงานจริง ิ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 92.
    86 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 93.
    87 ตัวบงชี้ที่7.3 : ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบั น ควรมี ก ารพั ฒ นาระบบสารสนเทศเพื่ อ การบริ ห ารและการ ตัดสินใจที่สอดรับกับนโยบายและการวางแผนระดับสถาบัน เพื่อใหเปนระบบที่สมบูรณสามารถเชื่อมโยง กับทุกหนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภายในและภายนอก เปนระบบที่ใชงานไดทั้งเพื่อการบริหาร การวางแผน และการตัดสินใจของผูบริหารทุกระดับ เพื่อการปฏิบัติงานตามภารกิจทุกดานของบุคลากร เพื่อการติดตาม ตรวจสอบและประเมินการดําเนินงาน ตลอดจนเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาสถาบัน ทั้งนี้ ระบบดังกลาว ตองมีความสะดวกในการใชงานโดยประเมินจากความพึงพอใจของผูใช เกณฑมาตรฐาน : 1. มีแผนระบบสารสนเทศ (Information System Plan) 2. มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจตามพันธกิจของสถาบัน โดยอยางนอย ตองครอบคลุมการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ และการเงิน และสามารถนําไปใชในการ ดําเนินงานประกันคุณภาพ 3. มีการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศ 4. มี ก ารนํ า ผลการประเมิ น ความพึ ง พอใจของผู ใ ช ร ะบบสารสนเทศมาปรั บ ปรุ ง ระบบ สารสนเทศ 5. มีการสงขอมูลผานระบบเครือขายของหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของตามที่กําหนด เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 ขอ 4 ขอ 5 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 94.
    88 ตัวบงชี้ที่ 7.4 : ระบบบริหารความเสี่ยง ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษามีระบบบริหารความเสี่ยง โดยการบริหารและ ควบคุมปจจัย กิจกรรม และกระบวนการดําเนินงานที่อาจเปนมูลเหตุของความเสียหาย (ทั้งในรูปของตัว เงิน หรือไมใชตัวเงิน เชน ชื่อเสียง และการฟองรองจากการไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล หรือความคุมคา) เพื่อใหระดับความเสี่ยง และขนาดของความเสียหายที่จะ เกิ ด ขึ้น ในอนาคตอยู ใ นระดั บที่ ย อมรั บ และควบคุ ม ได โดยคํ า นึ ง ถึ ง การเรี ย นรู วิ ธีก ารปอ งกั น จากการ คาดการณปญหาลวงหนาและโอกาสในการเกิด เพื่อปองกันหรือบรรเทาความรุนแรงของปญหา รวมทั้ง การมีแผนสํารองตอภาวะฉุกเฉิน เพื่อใหมั่นใจวาระบบงานตาง ๆ มีความพรอมใชงาน มีการปรับปรุงระบบ อยางตอเนื่องและทันตอการเปลี่ยนแปลงเพื่อการบรรลุเปาหมายของสถาบันตามยุทธศาสตรหรือกลยุทธ เปนสําคัญ เกณฑมาตรฐาน : 1. มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานบริหารความเสี่ยง โดยมีผูบริหารระดับสูงและ ตัวแทนที่รับผิดชอบพันธกิจหลักของสถาบันรวมเปนคณะกรรมการหรือคณะทํางาน 2. มีการวิเคราะหและระบุความเสี่ยง และปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอยางนอย 3 ดาน ตาม บริบทของสถาบัน จากตัวอยางตอไปนี้ - ความเสี่ยงดานทรัพยากร (การเงิน งบประมาณ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคาร สถานที่) - ความเสี่ยงดานยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน - ความเสี่ยงดานนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ - ความเสี่ยงดานการปฏิบัติงาน เชน ความเสี่ยงของกระบวนการบริหารหลักสูตร การ บริหารงานวิจย ระบบงาน ระบบประกันคุณภาพ ั - ความเสี่ยงดานบุคลากรและความเสี่ยงดานธรรมาภิบาล โดยเฉพาะจรรยาบรรณ ของอาจารยและบุคลากร - ความเสี่ยงจากเหตุการณภายนอก คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 95.
    89 3. มีการประเมินโอกาสและผลกระทบของความเสี่ยงและจัดลําดับความเสี่ยงที่ไดจากการ วิเคราะหในขอ 2 4. มีการจัดทําแผนบริหารความเสี่ยงที่มระดับความเสี่ยงสูง และดําเนินการตามแผน ี 5. มีการติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานตามแผน และรายงานตอสภาสถาบันเพื่อ พิจารณาอยางนอยปละ 1 ครั้ง 6. มีก ารนํ า ผลการประเมิ น และขอ เสนอแนะจากสภาสถาบั น ไปใช ใ นการปรั บแผนหรื อ วิเคราะหความเสี่ยงในรอบปถัดไป เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 ขอ 3 หรือ 4 ขอ 5 ขอ 6 ขอ หมายเหตุ : คะแนนการประเมินจะเทากับ 0 หากพบวาเกิดเหตุการณรายแรงขึ้นภายในสถาบันในรอบ ปการประเมิน ที่สงผลกระทบตอชีวิตและความปลอดภัยของนักศึกษา คณาจารย บุคลากร หรือตอชื่อเสียง ภาพลักษณ หรือตอความมั่นคงทางการเงินของสถาบัน อันเนื่องมาจากความบกพรองของสถาบันในการ ควบคุม หรือจัดการกับความเสี่ยง หรือปจจัยเสี่ยงที่ไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยมีหลักฐานประกอบที่ ชัดเจน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 96.
    90 องคประกอบที่ 8การเงินและงบประมาณ หลักการ การเงินและงบประมาณเปนสิ่งที่สําคัญอยางหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษา ไมวาแหลงเงินทุน ของสถาบันอุดมศึกษาจะไดมาจากงบประมาณแผนดิน (สําหรับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) หรือเงินรายได ของสถาบัน เชน คาหนวยกิต คาธรรมเนียม คาบํารุงการศึกษาตางๆ ของนักศึกษา รายไดจากงานวิจัย บริการทางวิชาการ คาเชาทรัพยสิน ฯลฯ ผูบริหารสถาบันจะตองมีแผนการใชเงินที่สะทอนความตองการใช เงินเพื่อการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติงานประจําปของสถาบันไดอยางมีประสิทธิภาพ ทํา ความเขาใจกับการวิเคราะหทางการเงิน เชน คาใชจายทั้งหมดตอจํานวนนักศึกษา ทรัพยสินถาวรตอ จํานวนนักศึกษา คาใชจายที่สถาบันใชสําหรับการผลิตบัณฑิตตอหัว จําแนกตามกลุมสาขา รายไดทั้งหมด ของสถาบันหลังจากหักงบ (คาใชจาย) ดําเนินการทั้งหมด งบประมาณในการพัฒนาอาจารย ความรวดเร็ว ในการเบิกจาย รอยละของงบประมาณที่ประหยัดไดหลังจากที่ปฏิบัติตามภารกิจทุกอยางครบถวน สิ่ง เหลานี้จะเปนการแสดงศักยภาพเชิงการบริหารจัดการดานการเงินของสถาบันที่เนนถึงความโปรงใส ความ ถูกตอง ใชเม็ดเงินอยางคุมคา มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชนสูงสุด มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. แผนพัฒนาดานการเงินระดับอุดมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 2. แผนปฏิบัติงานประจําปของสถาบัน 3. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) 5. มาตรฐานแผนการปฏิบัติราชการของสํานักงบประมาณ 6. รายงานงบประมาณแผนดิน (สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) และเงินรายได คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 97.
    91 ตัวบงชี้ จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ 8.1 ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 98.
    92 ตัวบงชี้ที่ 8.1 : ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : สถาบัน อุดมศึก ษาจะต องมี ร ะบบในการจัดหาและจั ด สรรเงิน อย า งมี ประสิทธิภาพ จะตองมีแผนกลยุทธทางดานการเงินซึ่งเปนแผนจัดหาเงินทุนจากแหลงเงินทุนตาง ๆ ที่ สามารถผลักดันแผนกลยุทธของสถาบันใหสามารถดําเนินการได มีการวิเคราะหรายได คาใชจายของการ ดําเนินงาน ทั้งจากงบประมาณแผนดินและเงินรายไดอื่น ๆ ที่สถาบันไดรับ มีการจัดสรรงบประมาณและ การจัดทํารายงานทางการเงินอยางเปนระบบครบทุกพันธกิจ มีระบบการตรวจสอบการใชเงินอยางมี ประสิทธิภาพ รายงานทางการเงินตองแสดงรายละเอียดการใชจายในทุกพันธกิจ โครงการ กิจกรรม เพื่อใหสามารถวิเคราะหสถานะทางการเงินและความมั่นคงของสถาบันได เกณฑมาตรฐาน : 1. มีแผนกลยุทธทางการเงินที่สอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน 2. มีแนวทางจัดหาทรัพยากรทางดานการเงิน หลักเกณฑการจัดสรร และการวางแผนการใช เงินอยางมีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได 3. มีงบประมาณประจํา ปที่ สอดคล องกับแผนปฎิบัติการในแตละพั นธกิจและการพัฒ นา สถาบันและบุคลากร 4. มีการจัดทํารายงานทางการเงินอยางเปนระบบ และรายงานตอสภาสถาบันอยางนอยปละ 2 ครั้ง 5. มีการนําขอมูลทางการเงินไปใชในการวิเคราะหคาใชจาย และวิเคราะหสถานะทางการเงิน และความมั่นคงของสถาบันอยางตอเนื่อง 6. มีหนวยงานตรวจสอบภายในและภายนอก ทําหนาที่ตรวจ ติดตามการใชเงินใหเปนไปตาม ระเบียบและกฎเกณฑที่สถาบันกําหนด 7. ผูบริหารระดับสูงมีการติดตามผลการใชเงินใหเปนไปตามเปาหมาย และนําขอมูลจาก รายงานทางการเงินไปใชในการวางแผนและการตัดสินใจ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 99.
    93 เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 ขอ 6 ขอ 7 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 100.
    94 องคประกอบที่ 9ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ หลักการ ระบบและกลไกในการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนปจจัยสําคัญที่แสดงถึงศักยภาพ การพัฒนาคุ ณภาพของสถาบันอุดมศึกษา โดยตองครอบคลุม ทั้งป จจั ย นํา เขา กระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบที่เกิดขึ้น สถาบันอุดมศึกษาจะตองพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในอยางตอเนื่อง และมีกระบวนการจัดการความรู เพื่อใหเกิดนวัตกรรมดานการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในที่เปนลักษณะเฉพาะของสถาบัน มาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวของ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2. กรอบแผนอุ ด มศึ ก ษาระยะยาว 15 ป ฉบั บ ที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) สํ า นั ก งาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา 3. กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 4. มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2547 สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 5. มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 6. มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 7. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2552 (Thai Qualification Framework for Higher Education) (TQF: HEd.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 8. เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 สํานักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา 9. มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษารอบสาม พ.ศ. 2553 สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) (สมศ.) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 101.
    95 ตัวบงชี้ จํานวน 1 ตัวบงชี้ คือ 9.1 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 102.
    96 ตัวบงชี้ที่ 9.1 : ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ชนิดของตัวบงชี้ : กระบวนการ คําอธิบายตัวบงชี้ : การประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซึ่ง สถาบันตองสรางระบบและกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ ประเมินและพัฒนาการดําเนินงานของสถาบัน ใหเปนไปตามนโยบาย เปาประสงค และระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนดโดยสถาบันและหนวยงาน ตนสังกัด ตลอดจนหน วยงานที่เกี่ยวของ มีการวัดผลสําเร็จของการประกัน คุณภาพการศึกษาภายใน รวมทั้งการรายงานผลการประกันคุณภาพตอหนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน มีการ ประเมินและปรับปรุงอยางตอเนื่อง และมีนวัตกรรมที่เปนแบบอยางที่ดี การประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในถื อ เป น ส ว นหนึ่ ง ของกระบวนการ บริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการสรางจิตสํานึกใหเห็นวาเปนความรับผิดชอบ รวมกันของทุกคนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อเปนหลักประกันแกสาธารณชนใหมั่นใจไดวา สถาบันสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ เกณฑมาตรฐานทัวไป : ่ 1.มีระบบและกลไกการประกั น คุณภาพการศึกษาภายในที่เหมาะสมและสอดคลอ งกับ พันธกิจและพัฒนาการของสถาบัน ตั้งแตระดับภาควิชาหรือหนวยงานเทียบเทา และดําเนินการตามระบบที่ กําหนด 2. มีการกําหนดนโยบายและใหความสําคัญเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดย คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน 3. มีการกําหนดตัวบงชี้เพิ่มเติมตามอัตลักษณของสถาบัน 4. มีการดําเนินงานดานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ครบถวน ประกอบดวย 1) การ ควบคุม ติดตามการดําเนินงาน และประเมินคุณภาพ 2) การจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมิน คุณภาพเสนอตอสภาสถาบันและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกําหนดเวลา โดยเปนรายงาน ที่มีขอมูลครบถวนตามที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนดใน CHE QA Online และ 3) การ นําผลการประเมินคุณภาพไปทําแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถาบัน 5. มีการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมาปรับปรุงการทํางาน และสงผลใหมีการ พัฒนาผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธทุกตัวบงชี้ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 103.
    97 6. มีระบบสารสนเทศที่ใหขอมูลสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในครบทั้ง 9 องคประกอบคุณภาพ 7. มีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษา ผูใชบัณฑิต และผูใชบริการตามพันธกิจของสถาบัน 8. มีเครือขายการแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการประกันคุณภาพการศึกษาระหวางสถาบัน และมี กิจกรรมรวมกัน 9. มีแนวปฏิบัติที่ดีหรืองานวิจัยดานการประกันคุณภาพการศึกษาที่หนวยงานพัฒนาขึ้น และ เผยแพรใหหนวยงานอื่นสามารถนําไปใชประโยชน เกณฑการประเมิน : คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ มีการดําเนินการ 1 ขอ 2 หรือ 3 ขอ 4 หรือ 5 หรือ 6 ขอ 7 หรือ 8 ขอ 9 ขอ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553
  • 104.
    98 บทที่ 4 ตัวอยางแนวทางปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานดานกระบวนการ ตัวบงชี้ที่ 1.1 กระบวนการพัฒนาแผน 1. มีการจัดทําแผนกลยุทธที่สอดคลองกับนโยบายของสภาสถาบัน โดยการมีสวน รวมของบุคลากรในสถาบัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน โดยเปนแผนที่เชื่อมโยงกับ ปรัชญาหรือปณิธานและพระราชบัญญัติสถาบัน ตลอดจนสอดคลองกับจุดเนนของกลุมสถาบัน กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565) และแผนพัฒนาการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2551 – 2554) 1.1 มีการกํ าหนดปรัชญาหรือปณิ ธานของสถาบัน หากสถาบัน ไดกํ าหนดปรัชญาหรือ ปณิ ธ านอยู แ ล ว ตั้ ง แต เ ริ่ ม ต น สถาบั น ควรทบทวนว า ปรั ช ญาหรื อ ปณิ ธ านยั ง มี ค วามเหมาะสมกั บ สภาพการณในปจจุบันของสถาบันหรือไม หากเหมาะสมตองดําเนินการใหแนใจวาสมาชิกในสถาบันและผู มีสวนเกี่ยวของไดรับทราบโดยทั่วกัน  1.2 หากตองมีการปรับแกปรัชญาหรือปณิธานของสถาบันตามสภาพการณที่เปลี่ยนไป ควรเปนการกําหนดปรัชญาหรือปณิธานรวมกันทั้งผูบริหาร อาจารยและเจาหนาที่ เพื่อเปนที่ยอมรับของ ทุกฝาย อันจะนําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผลตามปรัชญาหรือปณิธานที่ไดกําหนด รวมกัน และไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน 1.3 มี การพัฒ นาแผนกลยุ ทธใหสอดคลองกับปรัช ญาหรื อปณิธ านและนโยบายของสภา สถาบัน พระราชบัญญัติสถาบัน จุดเนนของสถาบัน และแผนอุดมศึกษาระยะยาว รวมทั้งหลักการและ มาตรฐานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ โดยทําตารางวิเคราะหใหชัดเจนวาปรัชญาหรือปณิธานและนโยบายของสภา สถาบันและกลยุทธสอดคลองกันในประเด็นใด อยางไร หากมีประเด็นที่ไมสอดคลองควรพิจารณาปรับแก ใหสอดคลอง 1.4 มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทําแผนกลยุทธ (strategy) เพื่อนําสถาบันไปสูความสําเร็จ ที่พึงประสงค ประกอบดวย วิสัยทัศน (vision) พันธกิจ (mission) เปาประสงค (goal) และวัตถุประสงค (objective) คณะกรรมการควรวิเคราะหจุดแข็ง (strength) จุดออน (weakness) โอกาส (opportunity) และภัยคุกคาม (threat) เพื่อนําไปสูการกําหนดกลยุทธที่ชัดเจนและครอบคลุมทุกภารกิจของสถาบัน อัน ไดแก การเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม วิสัยทัศนและแผนกลยุทธที่สถาบันกําหนดควรผานการประชาพิจารณรวมกันจากทั้งผูบริหาร อาจารยและ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 105.
    99 เจาหนาที่ เพื่อใหเกิดการยอมรับของทุกฝาย อันจะนําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผล ตามความมุงหวังของสถาบันและไดรับความเห็นชอบจากสภาสถาบัน 2. มีการถายทอดแผนกลยุทธระดับสถาบันไปสูทุกหนวยงานภายใน 2.1 มีการชี้แจงทําความเขาใจกับผูบริหารหนวยงานยอยภายในถึงวิสัยทัศน กลยุทธและ เปาหมายของกลยุทธ และมีการกําหนดหนวยงานภายในรับผิดชอบดําเนินงานตามแผนกลยุทธอยางเปน ทางการ 2.2 มีการกําหนดเปาหมายในการดําเนินงานตามแผนกลยุทธของแตละหนวยงานภายใน และมีการมอบหมายอยางเปนทางการ 3. มีกระบวนการแปลงแผนกลยุทธเปนแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ คือ ดานการเรียน การสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 3.1 มีการจัดทําแผนที่กลยุทธ (Strategic map) เพื่อชวยในการแปลงแผนกลยุทธไปสูแผน ปฎิบัติการตามกระบวนการของ Balance scorecard 3.2 มีการจัดทํารายงานผลการวิเคราะหความสอดคลองระหวางแผนกลยุทธกับแผนปฏิบัติ การประจําปทั้ง 4 พันธกิจ คือ ดานการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการ และการทํานุบํารุง ศิลปะและวัฒนธรรม 4. มีตัวบงชี้ของแผนกลยุทธ แผนปฏิบัติการประจําป และคาเปาหมายของแตละตัวบงชี้ เพื่อวัด ความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําป 4.1 มีก ารจั ด ทํ า ตั ว บ ง ชี้ (KPI) พร อ มทั้ ง เป า หมาย (target) ของแต ล ะตั ว บ ง ชี้ ที่ จ ะใช วั ด ความสําเร็จของการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ และแผนปฏิบัติการประจําป ทั้งนี้ ควรจัดทําพรอมกับการ จัดทําแผนกลยุทธ และแผนปฏิบติการประจําป ั 4.2 มีกระบวนการสงเสริมใหผูบริหาร อาจารยและเจาหนาที่ผูที่เกี่ยวของในการดําเนินการ ตามตัวบงชี้เขามีสวนรวมในการจัดทําตัวบงชี้และคาเปาหมาย เพื่อใหเกิดการยอมรับของทุกฝาย อันจะ นําไปสูความรวมมือรวมใจกันปฏิบัติงานใหบรรลุผลตามเปาหมายที่ไดกําหนดรวมกัน 5. มีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจําปครบ 4 พันธกิจ สถาบันควรจัดทําปฏิทินการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติงานทั้ง 4 พันธกิจเพื่อใชเปนแนว ทางการดําเนินงานและสรางความเชื่อมั่นวาไดมีการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติงานในเวลาที่เหมาะสม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 106.
    100 6. มีการติดตามผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนปฏิบัติการประจําป อยางนอยปละ2 ครั้ง และรายงานผลตอผูบริหารเพื่อพิจารณา มีการพัฒนาระบบการติดตามการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการวาเปนไปตามแผนหรือไม และควรมีการรายงานผลการดําเนินตามตัวบงชี้เทียบกับคาเปาหมายเสนอตอผูบริหาร ในชวงเวลาหนึ่ง ๆ เชน 3 เดือน หรือ 6 เดือน หากไมเปนไปตามแผนควรจะมีการวิเคราะหถึงสาเหตุและนําเสนอแนวทางการ แกไขปรับปรุง 7. มี ก ารประเมิ น ผลการดํ า เนิ น งานตามตั ว บ ง ชี้ ข องแผนกลยุ ท ธ อย า งน อ ยป ล ะ 1 ครั้ ง และ รายงานผลตอผูบริหารและสภาสถาบันเพื่อพิจารณา มีการประเมิ นผลการดําเนิ นงานตามแผนกลยุทธโดยการเปรียบเที ยบผลของตัวบงชี้การ ดําเนินงานตามแผนกลยุทธกับคาเปาหมาย และนําผลการประเมินที่ไดบรรจุเขาวาระเพื่อพิจารณาในที่ ประชุมผูบริหารสถาบันและที่ประชุมสภาสถาบันเปนประจําอยางนอยปละ 1 ครั้ง 8. มีการนําผลการพิจารณา ขอคิดเห็น และขอเสนอแนะของสภาสถาบันไปปรับปรุงแผนกลยุทธ และแผนปฏิบัติการประจําป 8.1 มีการมอบหมายผูรับผิดชอบในการดําเนินงานตามขอเสนอแนะที่ไดรับมา และมีการ จัดทําแผนการปรับปรุงตามขอเสนอแนะ 8.2 มีการนําแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการประจําปที่ไดรับการปรับปรุงเสนอสภาสถาบัน ตัวบงชี้ที่ 2.1 ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร 1. มีระบบและกลไกการเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางปฏิบัติที่กําหนด โดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 1.1 มีการกําหนดวิธีการหรือขั้นตอนในการดําเนินการเพื่อเปดหลักสูตรใหมและปรับปรุง หลักสูตรและกําหนดหนวยงานหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบพิจารณาหลักสูตรใหมและหลักสูตรปรับปรุง คณะกรรมการพิ จ ารณาหลั ก สู ต รควรประกอบด ว ย ผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ ภ ายนอกที่ มี ค วามเชี่ ย วชาญและ ประสบการณในสาขาวิชานั้น ๆ 1.2 การเปดหลักสูตรใหมควรมีการศึกษาความตองการบัณฑิตในสาขาวิชานั้น ๆ ในตลาด งานวามีมากนอยเพียงใด การผลิตบัณฑิตสาขาวิชานั้น ๆ สอดคลองกับนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติหรือไม สถาบันมีความพรอมในการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชานั้น ๆ หรือไม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 107.
    101 นอกจากศึกษาความตองการหรือความจําเปนแลว ควรมีการวิเคราะหทรัพยากรของการดําเนินการของ หลักสูตรใหมและคํานวณจุดคุมทุนประกอบการขออนุมัตจากสภามหาวิทยาลัย ิ 1.3 การปรับปรุงหลักสูตรควรศึกษาความกาวหนาทางวิชาการของสาขาวิชานั้น ๆ ความ คิดเห็นจากบัณฑิตและผูประกอบการที่รับบัณฑิตเขาทํางานเพื่อใหทราบจุดที่ควรปรับปรุงหลักสูตร 1.4 มีการเสนอหลักสูตรใหมหรือหลักสูตรที่ปรับปรุงผานการพิจารณาตามระบบที่สถาบัน กําหนด เชน คณะกรรมการบริหารคณะวิชา สภาวิชาการ เปนตน และนําเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อ พิจารณาอนุมัติ 1.5 มีการเสนอหลัก สูตรใหมหรือหลั กสูตรปรับปรุงตามแบบฟอรมที่คณะกรรมการการ อุดมศึกษากําหนด และนําเสนอตอสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาภายใน 30 วันนับจากวันที่สภา สถาบันอนุมัติ 2. มี ร ะบบและกลไกการป ด หลั ก สู ต รตามแนวทางปฏิ บั ติ ที่ กํ า หนดโดยคณะกรรมการการ อุดมศึกษา และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 2.1 มีการกําหนดหลักเกณฑ ขั้นตอนการดําเนินงานและการอนุมัติการปดหลักสูตร โดย พิจารณาหลักสูตรที่ไมสอดคลองกับความตองการบัณฑิตในตลาดงาน หลักสูตรที่มีผูสมัครเรียนนอย หรือ หลักสูตรที่องคความรูลาสมัยไมเปนประโยชนตอการพัฒนาประเทศ เปนตน 2.2 เมื่ อ หลั ก สู ต รใดเข า เกณฑ ข องการป ด หลั ก สู ต ร ให เ สนอเรื่ อ งผ า นการอนุ มั ติ ข อง คณะกรรมการตางๆ ตามที่สถาบันกําหนด เชน คณะกรรมการบริหารคณะวิชา สภาวิชาการ เปนตน และ เสนอสภาสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติ รวมทั้งแจงสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาภายใน 30 วันนับ จากวันที่สภาสถาบันอนุมติ ั 3. ทุกหลักสูตรมีการดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ (การดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ หมายถึง ตองมีการประเมินผลตาม “ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตาม ประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา เพื่อการประกันคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการ สอน” กรณีที่หลักสูตรใดยังไมมีประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชา ใหประเมินตามตัว บงชี้กลางที่กําหนดในภาคผนวก ก) สําหรับหลักสูตรสาขาวิชาชีพตองไดรับการรับรองหลักสูตร จากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่เกี่ยวของดวย คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 108.
    102 3.1 หลักสูตรทุกหลักสูตรที่เปดสอนตองเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร และยังตอง ดําเนินการใหเปนไปตามเกณฑฯ ตลอดระยะเวลาที่มีการจัดการเรียนการสอน 3.2 มีการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และมีการประกัน คุณภาพหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนอยางตอเนื่อง โดยกําหนดตัวบงชี้และเกณฑการประเมินที่ สะทอนการดํา เนิ น การตามประกาศมาตรฐานคุณ วุ ฒิ ส าขาหรื อ สาขาวิ ชา (กรณี ที่ ห ลัก สูตรใดยั ง ไม มี ประกาศมาตรฐานคุณวุฒิสาขาหรือสาขาวิชาควรประเมินตามตัวบงชี้กลาง) ทั้งในประเด็นการบริหาร หลักสูตร การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน การบริหารคณาจารย การบริหารบุคลากรสนับสนุนการ เรียนการสอน การสนับสนุนและการใหคําแนะนํานักศึกษา ความตองการของตลาดแรงงาน หรือความพึง พอใจของผูใชบัณฑิต มีการควบคุม ติดตาม และประเมินคุณภาพตามตัวบงชี้ที่กําหนด และรายงานผล การดําเนินการตอผูเกี่ยวของและสาธารณชน 3.3 สํ า หรั บ หลั ก สู ต รสาขาวิ ช าชี พ ผู บริ ห ารหลั ก สู ต รควรทํ า การศึก ษาอยา งละเอี ย ดและ รอบคอบเกี่ยวกับหลักเกณฑและรายละเอียดของการรับรองหลักสูตร ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ควรมีผูท รงคุณวุฒิจ ากสภาหรือ องค กรวิ ช าชีพ อย างน อย 1 คนในกระบวนการพัฒ นาหลัก สูตร และ ดําเนินการใหหลักสูตรไดรับการรับรองจากสภาหรือองคกรวิชาชีพที่เกี่ยวของกอนการรับนักศึกษาและ จัดการเรียนการสอน และดําเนินการขอรับรองตามกําหนดเวลาอยางตอเนื่อง 4. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการประเมินหลักสูตรทุกหลักสูตรอยางนอยตามกรอบ เวลาที่กําหนดในเกณฑมาตรฐานหลักสูตรฯ กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตองควบคุมกํากับใหการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผาน เกณฑ ก ารประเมิ น 5 ข อ แรกและอย า งน อ ยร อ ยละ 80 ของตั ว บ ง ชี้ ที่ กํ า หนดในแต ล ะป ทุ ก หลักสูตร 4.1 สรางกลไกกํากับดูแลใหทุกหลักสูตรดําเนินงานใหเปนไปตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานวิชาชีพ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติตลอดเวลาที่จัดการศึกษา โดยจัด ในรูปของคณะกรรมการ ทั้งนี้ อาจเปนชุดเดียวกับคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของภาควิชา หรือคณะ วิชาที่มีอยู หรือแตงตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบโดยเฉพาะ 4.2 จัดใหมีการประเมินผลการดําเนินงานทุกหลักสูตรตามตัวบงชี้และเกณฑที่กําหนดอยาง นอยทุกปการศึกษา เพื่อวัดคุณภาพของการดําเนินการหลักสูตรวาเปนไปตามมาตรฐานหลักสูตรและกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติเพียงใด คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 109.
    103 4.3 มี ก ารกํ า หนดระบบการรายงานผลการดํ า เนิ น งานตามตั ว บ ง ชี้ ที่ กํ า หนดของแต ล ะ หลักสูตร โดยอาจจัดทําเปนแบบฟอรมใหผูรับผิดชอบกรอกขอมูลตัวบงชี้ วิเคราะหผลการประเมิน และ แนวทางการปรับปรุงหรือพัฒนาเสนอตอคณะกรรมการที่เกี่ยวของ 5. มีคณะกรรมการรับผิดชอบควบคุมกํากับใหมีการดําเนินการไดครบถวนทั้งขอ 1 ขอ 2 และขอ 3 ขางตนตลอดเวลาที่จัดการศึกษา และมีการพัฒนาหลักสูตรทุกหลักสูตรตามผลการประเมินใน ขอ 4 กรณีหลักสูตรที่ดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ จะตอง ควบคุมกํากับใหการดําเนินงานตามตัวบงชี้ในขอ 3 ผานเกณฑการประเมินครบ ทุกตัวบงชี้และ ทุกหลักสูตร คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรทุกหลักสูตร ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาหลักสูตรตาม ผลการประเมินที่ไดจากขอ 4 จนทําใหผลการดําเนินงานเปนไปตามมาตรฐานและตัวบงชี้ผานเกณฑการ ประเมินครบทุกตัวบงชี้และทุกหลักสูตร 6. มีความรวมมือในการพัฒนาและบริหารหลักสูตรระหวางสถาบันกับภาครัฐหรือภาคเอกชนที่ เกี่ยวของกับวิชาชีพของหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนหลักสูตรวิชาชีพทั้งหมดทุก ระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ค2) คณะกรรมการพิ จ ารณาหลัก สูตรในเกณฑขอ 1 และคณะกรรมการบริ หารคณะวิช าหรื อ ภาควิชา ควรมีองคประกอบของผูทรงคุณวุฒิภายนอกที่มาจากหนวยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวของ กับวิชาชีพของหลักสูตร เพื่อใหไดความคิดเห็นเกี่ยวกับความรูความสามารถและทักษะที่จําเปนในการ ปฏิบัตงานจริงที่จะเปนประโยชนตอการพัฒนาและบริหารหลักสูตร ตลอดจนกระบวนการเรียนการสอนให ิ ผูเรียนสามารถออกไปปฏิบัติงานไดจริงเมื่อสําเร็จการศึกษา 7. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโท เฉพาะแผน ก และปริญญา เอก) มีจานวนมากกวารอยละ 50 ของจํานวนหลักสูตรทั้งหมดทุกระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ํ ค1 และ ง) สถาบันที่อยูในกลุมเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษาและกลุมเนนการวิจัยขั้นสูงและผลิต บัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอกควรเนนการเปดสอนระดับบัณฑิตศึกษามากกวา ระดั บ ปริญ ญาตรี ไม นอ ยกว า ครึ่ ง หนึ่ง โดยหลั ก สู ตรระดับ ปริ ญ ญาโทควรเน น การเรี ย นแผน ก เพื่ อ ให สอดคลองกับจุดเนนของสถาบัน โดยอาจพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาโทแผน ก เพื่อจูงใจ นักศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 110.
    104 8. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยที่เปดสอน (ปริญญาโทเฉพาะแผน ก และปริญญา เอก) มีจํานวนนักศึกษาที่ศึกษาอยูในหลักสูตรมากกวารอยละ 30 ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมด ทุกระดับการศึกษา (เฉพาะกลุม ค1 และ ง) สถาบันที่อยูในกลุมเฉพาะทางที่เนนระดับบัณฑิตศึกษาและกลุมเนนการวิจัยขั้นสูงและผลิต บัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอกไมเพียงแตเปดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เนน การวิจัยใหมากกวาหลักสูตรระดับปริญญาตรีเทานั้น แตตองดําเนินการใหมีจํานวนนักศึกษาในหลักสูตร ระดับบัณฑิตศึกษาที่เนนการวิจัยมากพอ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการวิจัยอันจะเปนประโยชนตอการ พัฒนาประเทศ ตัวบงชี้ที่ 2.4 ระบบการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสนับสนุน 1. มีแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยทั้งดานวิชาการ เทคนิคการสอนและการวัดผล และมีแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนที่มีการวิเคราะหขอมูลเชิงประจักษ ขอมูลที่ควรพิจารณาประกอบการวางแผนการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลควร ครอบคลุมขอมูลที่สําคัญ ดังตอไปนี้ 1.1 ขอมูลอัตรากําลังของอาจารยและบุคลากรในปจจุบัน รวมทั้งที่ตองการในอนาคต อยางนอย 5 ปขางหนา เพื่อใชในการวางแผนความตองการดานบุคลากรของสถาบัน กําหนดอัตรากําลังที่ ตองการเพื่อการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร และการพัฒนางานประจํา กําหนดแผนการจางงานและ วิธีการสรรหาบุคลากรที่มีความรูความสามารถ มีทัศนคติที่ดีใหเขามาสูกระบวนการคัดสรร อาจมีการสรร หาทั้งจากภายนอกและภายในสถาบัน 1.2 ขอมูลจากการสํารวจความตองการในการอบรม (training needs) ของบุคลากร ทั้ง สายอาจารยและสายสนับสนุน เพื่อใหไดรับการฝกอบรมตามเกณฑที่สถาบันการศึกษากําหนด และ สามารถนําความรูที่ไดรับมาพัฒนางานของตนใหมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งหัวหนาหนวยงานสามารถ ประเมินความตองการนี้ได ขอมูลเกี่ยวกับความสามารถ (competencies) ที่จําเปนตอการปฏิบัติงาน ใน ระดับตาง ๆ เพื่อใชในการปฐมนิเทศ และฝกอบรมใหผูปฏิบัติงานมีความเขาใจในวิธีการทํางาน เกิด กระบวนการเรียนรูเกี่ยวกับแนวคิด กฎเกณฑ มีทัศนคติและทักษะที่ ดี เพื่อเพิ่มผลการปฏิบัติง านของ ผูปฏิบัติงาน รวมทั้งขอมูลเกี่ยวกับการสอนงาน การหมุนเวียนใหไปทํางานในดานอื่น ๆ การเขาศึกษาใน โครงการที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 111.
    105 1.3 ขอมูลปอนกลับของผลการปฏิบัติงานและผลการพัฒนาตามเสนทางความกาวหนา ของสายงาน ในรอบปท่ีผานมา เพื่อใชในการมอบหมายงานหรือมีขอตกลงในการทํางาน และใชเพื่อการ ปรับปรุงแกไข ชมเชย ใหรางวัล ตลอดจนปรับปรุงคาตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมและเปนธรรม รวมทั้งการสรรหาคนเกง คนดีเขามาปฏิบัติงานในสถาบัน 1.4 ขอมูลการวิเคราะหจุดแข็ง จุดออนดานทรัพยากรมนุษยวามีประเด็นใดบางที่ควรมี การวางแผน เพื่อการปรับปรุงแกไขแผนพัฒนาทรัพยากรใหสอดคลองกับความตองการและความคาดหวัง ของผูปฏิบัติงาน และของสถาบัน 2. มีการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนที่กําหนด 2.1 มีการสรรหา คัดเลือกบุคลากรอยางเปนระบบ โปรงใสและกําหนดแนวปฏิบัติไวเปน ลายลักษณอักษร เพื่อใหไดอาจารย หรือบุคลากรไดทราบ ภายใตเวลาที่กําหนด และเปนไปตามกรอบ อัตรากําลังที่สถาบันวางแผนไว 2.2 มีการวิเคราะหงาน (job analysis) โดยกําหนดใหมีคําอธิบายลักษณะงาน (job description) การระบุคุณสมบัติเฉพาะตําแหนง (job specification) รวมทั้งความสามารถ (competencies ) ที่จําเปนตอการปฏิบัติงาน เพื่อใชในการปฐมนิเทศ และการฝกอบรมวิธีการทํางานและ ทักษะที่จําเปนใหผูปฏิบัติงานเขาใจในงาน 2.3 มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน (job evaluation) ที่มีรูปแบบชัดเจน มีการกําหนด เสนทางเดินของตําแหนงงาน (career path) ของบุคลากรทุกกลุม วิเคราะหปริมาณการเขา – ออกของ บุคลากรแตละกลุม และพิจารณาหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและติดตามผล 2.4 มีการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนใหเปนไปตามแผนและเสนทาง เดินของตําแหนงงานที่กําหนด รวมทั้งติดตามตรวจสอบเปนรายบุคคล เพื่อการสงเสริมสนับสนุนอยาง ตอเนื่อง 3. มีสวัสดิการเสริมสรางสุขภาพที่ดี และสรางขวัญและกําลังใจใหคณาจารยและบุคลากรสาย สนับสนุนสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ 3.1 สรางบรรยากาศของสถานที่ทํางานใหนาอยู ตั้งแตสภาพแวดลอม บรรยากาศการ ทํ า งาน การจั ด สวั ส ดิ ก าร การเอาใจใส ดู แ ลบุ ค ลากรทุ ก คนอย า งเสมอภาคทั ด เที ย มกั น การสร า ง บรรยากาศของความสุขในการทํางาน 3.2 มีระบบสงเสริมสนับสนุนการเสนอขอรับรางวัลของคณาจารยและบุคลากรสาย สนับสนุน เชน มีการติดตามขอมูลแหลงใหรางวัลตาง ๆ เพื่อประชาสัมพันธใหคณาจารยและบุคลากรสาย คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 112.
    106 สนับสนุนทราบโดยเร็ว มีการกระตุนและชวยเหลือผูที่มีศักยภาพเพื่อขอรับรางวัลในดานตาง ๆเชน ชวย จัดทําเอกสารการขอรับรางวัล ประสานงานในกระบวนการขอรับรางวัล หรืองานธุรการอื่น ๆ 3.3 มีการยกยองใหเกียรติผูไดรับรางวัลโดยวิธีการตาง ๆ เชน ประชาสัมพันธผลงานที่ ได รั บ รางวั ล ทั้ ง ภายในและภายนอกสถาบั น จั ด บรรยากาศพิ เ ศษเพื่ อ เป น เกี ย รติ พิ จ ารณาความดี ความชอบเปนกรณีพิเศษ 3.4 มีระบบพี่เลี้ยง โดยจัดใหผูที่มีประสบการณเคยไดรับรางวัลใหคําแนะนําชวยเหลือ และสนับสนุนอาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนรุนใหมในการขอรับรางวัลตางๆ 3.5 มีกิจกรรมที่กอใหเกิดการพัฒนารวมกัน เปดโอกาสใหผูใตบังคับบัญชาไดมีโอกาส แสดงความคิดเห็นและรวมมือในการทํางาน มีชองทางการสื่อสารหลายชองทางระหวางผูบังคับบัญชา และผูใตบังคับบัญชา รวมทั้งระหวางผูใตบังคับบัญชาดวยกัน เพื่อทําใหเกิดความรูสึกที่ดีและพัฒนางาน รวมกัน 3.6 มีน โยบายดู แลสุข ภาพของบุค ลากร ทั้ ง ในเชิง ปอ งกัน และส ง เสริม มีสวั สดิก าร ตรวจเช็คสุขภาพ สงเสริมการออกกําลังกายในรูปแบบตาง ๆ เชน สนับสนุนดานสถานที่ออกกําลังกาย สนับสนุนผูเชี่ยวชาญในการแนะนําดานการดูแลสุขภาพ 4. มีระบบการติดตามใหคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนนําความรูและทักษะที่ไดจากการ พัฒนามาใชในการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนรูของนักศึกษา ตลอดจนการ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวของ ทุกหลักสูตรการฝกอบรม หรือทุกโครงการที่มีวัตถุประสงคในการเพิ่มความรูและทักษะ การปฏิบัติงาน ควรกําหนดแนวทาง หรือวิธีการติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการอบรม หรือการพัฒนา เพื่อใหเกิดความมั่นใจวาบุคลากรสามารถนําความรูและทักษะที่ไดจากการพัฒนามาใชในการปฏิบัติงาน หรือปรับปรุงตนเอง โดยอาจใชกลไกการติดตามผลการนําความรูและทักษะไปใชภายหลังการอบรมหรือ พัฒนา 6-9 เดือน หรือใชกลไกการจัดการความรูเปนเครื่องมือในการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการ อบรม หรือการพัฒนา เปนตน 5. มีก ารใหความรูด า นจรรยาบรรณอาจารยแ ละบุคลากรสายสนั บ สนุน และดู แลควบคุม ให คณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนถือปฏิบัติ 5.1 สถาบันจัดใหมีการใหความรูดานจรรยาบรรณ และกิจกรรมสงเสริมการปลูกฝง จรรยาบรรณแกคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนอยางสม่ําเสมอ 5.2 ผูรับผิดชอบในการใหความรูดานจรรยาบรรณ ควรมีการติดตามผลการปรับปรุง และพัฒนาตนเองของคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนอยางตอเนื่อง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 113.
    107 6. มี การประเมิ น ผลความสํ า เร็ จ ของแผนการบริ ห ารและการพั ฒ นาคณาจารย แ ละบุ ค ลากร สนับสนุน สถาบันจัดใหมีการประเมินผลความสําเร็จของการปฏิบัติงานตามกิจกรรมที่กําหนดไวใน แผน รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนตาม ตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน (KPI) หรือเปาหมายของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากร สายสนับสนุน โดยที่ตัวชี้วัดผลการดําเนินงานและคาเปาหมายนั้นควรมีความเชื่อมโยงกับกลยุทธของ สถาบัน และนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและ บุคลากรสายสนับสนุนในรอบปถัดไป 7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและ บุคลากรสายสนับสนุน 7.1 นําผลการประเมินความสําเร็จของแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารย และ บุคลากรสายสนับสนุนไปปรับปรุงแผนการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน 7.2 ดําเนินการตามแผนปรับปรุงการบริหารและการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสาย สนับสนุนตามระยะเวลาที่กําหนด 7.3 มี การสํ ารวจความต องการ และความพึ งพอใจของคณาจารย แ ละบุ ค ลากรสาย สนับสนุนที่เขารวมกิจกรรมตาง ๆ ที่มีวัตถุประสงคเพื่อการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุน เพื่อ เปนขอมูลประกอบการจัดทําแผนการพัฒนาคณาจารยและบุคลากรสายสนับสนุนในระยะตอไป ตัวบงชี้ที่ 2.6 ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน 1. มีระบบและกลไกการประกั น คุณภาพการจั ดการเรียนการสอนที่เ นน ผูเ รียนเปน สํา คัญทุ ก หลักสูตร 1.1 มี ก ารพั ฒ นาระบบและกลไกการจั ด การเรี ย นการสอนที่ มี ค วามยื ด หยุ น และ หลากหลาย สามารถตอบสนองความตองการและความถนัดของผูเรียน ยอมรับความสามารถที่แตกตาง และวิธีการเรียนรูที่หลากหลายของผูเรียน เนนใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบวิธีการเรียนการสอนที่ เนนการคิดวิเคราะห การมีทักษะในการเรียนรูและแสวงหาความรู รวมทั้งการสรางหรือพัฒนาความรู ใหมๆ ดวยตนเอง โดยผูสอนมีบทบาทในการกระตุนใหผูเรียนเกิดการคิดวิเคราะห และลงมือปฏิบัติจริง ชี้แนะแหลงขอมูลความรู จัดการเรียนการสอนและอํานวยความสะดวกในการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนเกิดความ สัมฤทธิผลในการเรียนรูทุกรายวิชา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 114.
    108 1.2 มีการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญทุกรายวิชา อาทิ จัดใหมีชั่วโมง ปฏิบัติการ อภิปรายกลุม สัมมนา ทํากรณีศึกษาหรือโครงงานหรือวิจัย เรียนรูนอกสถานที่ รวมทั้งฝกงาน และฝกประสบการณ 1.3 มีการกําหนดตัวบงชี้ความสําเร็จของการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปน สําคัญในแตละรายวิชา และมีการติดตามตรวจสอบ ประเมินผลความสําเร็จเพื่อนํามาปรับปรุงการเรียนการ สอนใหมีประสิทธิภาพ 2. ทุกรายวิชามีรายละเอียดของรายวิชาและของประสบการณภาคสนาม(ถามี) กอนการเปดสอน ในแตละภาคการศึกษา ตามที่กําหนดในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ 2.1 อาจารยจัดทํารายละเอียดของรายวิชาที่จะเปดสอนในแตละภาคการศึกษา แตละ รายวิชาระบุรายละเอียดในหัวขอตอไปนี้เปนอยางนอย - จุดมุงหมายของรายวิชา เปนการระบุผลการเรียนรูเมื่อผูเรียนไดเรียนรายวิชา เสร็จสิ้นแลว โดยเนนพฤติกรรมที่เปนผลจากการเรียนรู ซึ่งอิงมาตรฐานผลการเรียนรูตามกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ - ลักษณะและการดําเนินการ เปนการระบุคําอธิบายรายวิชา จํานวนชั่วโมงการ สอน และการใหคําปรึกษา - การพั ฒ นาผลการเรี ย นรู ข องผู เ รี ย น เป น การอธิ บ ายความรู ห รื อ ทั ก ษะที่ รายวิชามุงหวังที่จะพัฒนาผูเรียน วิธีการสอน และการประเมินผลการเรียนรูในดานตางๆ ที่กําหนดใน กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ - แผนการสอนและการประเมิ น ผล ในแต ล ะคาบเรี ย นมี ก ารระบุ หั ว ข อ หรื อ เนื้อหาที่จะสอน กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอนที่ใชและวิธีการประเมินผลการเรียนรูของหัวขอหรือ เนื้อหานั้นๆ - ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน ระบุเอกสาร หนังสือ ตําราที่ทันสมัยที่ใช ประกอบการเรียนการสอน รวมทั้งแหลงเรียนรูนอกหองเรียนที่ชวยเสริมประสบการณจริงหรือประสบการณ เชิงปฏิบัตแกผูเรียน ิ - การประเมิ น และปรั บ ปรุ ง การดํ า เนิ น การของรายวิ ช า มี ก ารประเมิ น กระบวนการเรียนการสอนโดยใชขอมูลจากแหลงหลากหลาย เชน ความเห็นของผูเรียน ความเห็นของทีม ผูสอน ผลการเรียนรูของผูเรียน และจากการสังเกตการณ เปนตน 2.2 อาจารยผูสอนแจกรายละเอียดของรายวิชาและแผนการสอนใหผูเรียนในคาบแรกที่ พบผูเรียน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 115.
    109 2.3 การประเมินผลการเรียนรูของรายวิชาใหมีการประเมินทั้งในระหวางภาคการศึกษา (formative evaluation) และเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา (summative evaluation) 3. ทุกหลักสูตรมีรายวิชาที่สงเสริมทักษะการเรียนรูดวยตนเอง และการใหผูเรียนไดเรียนรูจาก การปฏิบัติทั้งในและนอกหองเรียนหรือจากการทําวิจย ั 3.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรกําหนดใหทุกหลักสูตรตองมีรายวิชาที่สงเสริมให ผูเรียนเรียนรูดวยตนเอง และเรียนรูจากการปฏิบัติจริงทั้งในและนอกชั้นเรียน อาทิ จัดใหมีชั่วโมงปฏิบัติการ  อภิปรายกลุม สัม มนา ทํ ากรณีศึกษาหรือโครงงานหรือวิจัย เรียนรูนอกสถานที่ รวมทั้ง ฝกงานและฝก ประสบการณ 3.2 จัดใหมีระบบการรายงานพัฒนาการของผูเรียนที่สะทอนใหเห็นถึงความสามารถใน การเรียนรูดวยตนเอง และการปฏิบัตจริงของผูเรียนเปนรายบุคคลหลังจบหลักสูตร ิ 4. มีการใหผูมีประสบการณทางวิชาการหรือวิชาชีพจากหนวยงานหรือชุมชนภายนอกเขามามี สวนรวมในกระบวนการเรียนการสอนทุกหลักสูตร ทุกหลักสูตรควรมีการออกแบบใหผูเรียนไดมีโอกาสเรียนรูจากบุคคล หนวยงานหรือชุมชน ภายนอกในดานวิชาการหรือวิชาชีพ เพื่อใหผูเรียนไดทราบถึงการนําความรูทางทฤษฎีไปใชในทางปฏิบัติและมี ความรูทางวิชาการที่ทันสมัย การดําเนินการนี้อาจทําโดยเชิญบุคลากรภายนอกมาเปนอาจารยพิเศษสอนทั้ง รายวิชาหรือบรรยายในบางคาบเวลา นํานักศึกษาฟงการบรรยายและเยี่ยมชมหนวยงานหรือสถานที่ภายนอก สถาบัน ใหนักศึกษาฝกงานหรือปฏิบัติงานในวิชาสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ เปนตน 5. มีการจัดการเรียนรูที่พัฒนาจากการวิจัย หรือจากกระบวนการจัดการความรูเพื่อพัฒนาการ เรียนการสอน 5.1 อาจารย ค วรพั ฒ นากระบวนการเรี ย นการสอนและวิ ธี ก ารสอนในรายวิ ช าที่ รับผิดชอบอยางตอเนื่อง ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนและวิธีการสอนควรวิเคราะหการสอนที่ ผานมา โดยการทําวิจัยในชั้นเรียนวาวิธีการสอนและกระบวนการเรียนการสอนรวมทั้งการประเมินผลการ เรียนรูของผูเรียนเหมาะสมหรือไม ควรปรับปรุงดานใด อยางไร 5.2 ควรจัดเวทีการสัมมนา หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรูเกี่ยวกับการวิจัยและประสบการณ การจัดการเรียนการสอนระหวางอาจารยเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนเปนประจําอยาง ตอเนื่อง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 116.
    110 6. มี การประเมิ น ความพึ ง พอใจของผู เ รี ย นที่ มี ต อ คุ ณ ภาพการจั ด การเรี ย นการสอนและสิ่ ง สนับสนุนการเรียนรูทุกรายวิชา ทุกภาคการศึกษา โดยผลการประเมินความพึงพอใจแตละ รายวิชาตองไมต่ํากวา 3.51 จากคะแนนเต็ม 5 เมื่อสิ้นภาคการศึกษา สถาบันจัดใหมีการประเมินความคิดเห็นของผูเรียนตอคุณภาพการ จั ด การเรี ย นการสอนของอาจารย ใ นทุ ก รายวิ ช าและมี ก ารประเมิ น คุ ณ ภาพความเพี ย งพอและความ เหมาะสมของอุปกรณและสื่อสนับสนุนการเรียนรู เชน อุปกรณที่ใชในหองเรียน คอมพิวเตอร อุปกรณใน หองปฏิบัติการ หนังสือ ตํารา และสิ่งพิมพในหองสมุด เปนตน นําผลการประเมินความคิดเห็นดังกลาว ขางตนไปปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู โดยมีการระบุในรายละเอียดของ รายวิช าในภาคการศึก ษาถัดไปดว ยวา มีการนํ า การประเมิ น ความคิดเห็ น ของผู เ รีย นมาปรั บปรุง และ พัฒนาการเรียนการสอนอยางไร 7. มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอนหรือการประเมินผลการ เรียนรู ทุกรายวิชา ตามผลการประเมินรายวิชา สถาบันหรือคณะวิชาควรมีการตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตร ทําหนาที่ตอไปนี้ - พิจารณารายละเอียดของรายวิชาตามขอ 2 เพื่อตรวจสอบความครบถวนสมบูรณ - ติดตาม วิเคราะหผลการดําเนินงานแตละรายวิชาและภาพรวมของทุกหลักสูตร ทุก ภาคการศึกษา โดยเฉพาะจากผลการประเมินของผูเรียน และวางแผนปรับปรุงในสวนที่เกี่ยวของ หรือเสนอ การปรับปรุงตอคณะกรรมการระดับที่สูงขึ้น - ดูแลใหการดําเนินการหลักสูตรไดรับการประเมินโดยผูมีสวนไดสวนเสีย เชน ผูเรียน ปจจุบัน และผูที่กําลังจะสําเร็จการศึกษาหรือศิษยเกา และกรรมการอิสระ ตามหลักเกณฑและกรอบเวลาที่ กําหนดทุกปการศึกษา - ระบุถึงความจําเปนตอการปรับปรุง หรือปด หรือเปดรายวิชาหรือหลักสูตร ตาม หลักฐานจากผลการประเมินของผูเรียน / ของผูที่กําลังจะสําเร็จการศึกษา / ของผูประเมินอิสระ และของ ผูใชบัณฑิตอยางตอเนื่อง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 117.
    111 ตัวบงชี้ที่2.7 ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะของบัณฑิต 1. มีการสํารวจคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงคตามความตองการของผูใชบัณฑิต อยางนอย สํ า หรั บ ทุ ก หลั ก สู ต รระดั บ ปริ ญ ญาตรี ทุ ก รอบระยะเวลาตามแผนกํ า หนดการศึ ก ษาของ หลักสูตร 1.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรตองสํารวจหรือวิเคราะหความตองการของผูใช บัณฑิตเกี่ยวกับคุณลักษณะของบัณฑิตเปนระยะๆ อยางนอยทุก 5 ป เพื่อนําขอมูลมาใชในการปรับปรุง หลักสูตรหรือจัดการเรียนการสอนเพื่อใหไดบัณฑิตที่สนองความตองการของผูใชบณฑิตใหมากที่สุด โดยนํา ั ขอมูลจากการสํารวจมาบูรณาการรวมกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ 1.2 คณะกรรมการรั บผิ ด ชอบหลั ก สู ต รต องมีก ารทบทวน ปรับ ปรุ ง คุณ ลัก ษณะของ บัณฑิตที่จําเปน และเหมาะสมกับสาขาวิชา ระดับการศึกษา เพื่อใหสอดคลองกับความตองการของผูใช บั ณ ฑิ ต โดยคํ า นึ ง ถึ ง ความทั น สมั ย ของหลั ก สู ต รที่ ต อ งสอดคล อ งกั บ การเปลี่ ย นแปลงระดั บ ท อ งถิ่ น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติดวย มีการกําหนดเปนเปาหมายการผลิตบัณฑิตระหวางผูสอนรวมกัน และ เผยแพรใหผที่รับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตทุกคนรับรูและรวมกันพัฒนานักศึกษา ู 2. มี ก ารนํา ผลจากข อ 1 มาใช ใ นการปรั บปรุ ง หลัก สูตร การจั ด การเรี ย นการสอน การวั ด ผล การศึกษาและสัมฤทธิผลทางการเรียนที่สงเสริมทักษะอาชีพและคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึง ประสงค ตามความตองการของผูใชบัณฑิต 2.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวิเคราะหติดตามประเมินผลการใชหลักสูตร และนําขอมูลจากผลการสํารวจความตองการของผูใชบัณฑิตมาใชในการปรับปรุงหลักสูตร โดยเฉพาะ ประเด็ น การกํ า หนดโครงสร า งหลั ก สู ต ร การจั ด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอน สื่ อ การศึ ก ษา และการ ประเมินผล 2.2 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวางระบบการประกันคุณภาพการจัดการ เรียนการสอนระดับหลักสูตร โดยอาจมีการเชื่อมโยงรายวิชากับคุณลักษณะของบัณฑิตที่กําหนด เพื่อให ผูสอนแตละวิชาไดรับรูและถือเปนภาระหนาที่ที่ตองพัฒนาผูเรียนในทักษะที่จําเปนของรายวิชานั้นๆ อาจมี การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะของการบูรณาการระหวางรายวิชา และระหวางการ เรียนรูในหองเรียนกับนอกหองเรียน ใหผูเรียนไดเรียนรูทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อใหมีทักษะการ ปฏิบัตงานในโลกแหงการทํางานจริงได ิ 2.3 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรมีการวางระบบการกํากับติดตามการออกแบบ กิจกรรมการเรียนการสอนของอาจารยที่จะชวยสงเสริมเรียนรูดวยตนเองของนักศึกษา มีการประชุมวิพากษ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 118.
    112 การจัดการเรียนการสอน สื่อการศึกษา และวิธีการประเมินผลเพื่อใหผูสอนไดขอมูลในการปรับปรุงตนเอง จากเพื่อนรวมงาน 2.4 มีการวางระบบการประเมินผลที่สะทอนทักษะความสามารถดานการเรียนรูของ ผูเรียน เนนการประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment) โดยเฉพาะความสามารถในการเรียนรูขั้น สูง ใชวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย สะทอนความสามารถในการปฏิบัติงาน (performance) ของ ผูเรียน โดยเฉพาะทักษะการเรียนรูที่ใชวิจยเปนฐาน ั 2.5 ควรจั ด ให มี ก ารประชุ ม หารื อ ระหว า งคณะกรรมการรั บ ผิ ด ชอบหลั ก สู ต รในการ แลกเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนการสอน และการแกปญหารวมกันสําหรับผูเรียนที่จําเปนตองไดรับการพัฒนา เปนพิเศษ 3. มีการสงเสริมสนับสนุนทรัพยากรทั้งดานบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ และงบประมาณที่ เอื้อตอการพัฒนาคุณลักษณะของบัณฑิต 3.1 คณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตรควรมีการวางแผนการจัดหางบประมาณ หรือ ทรัพยากรที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สงเสริมคุณลักษณะของบัณฑิตอยางเพียงพอ 3.2 หน ว ยงานระดั บ คณะวิ ช า ภาควิ ช าสนั บ สนุ น ส ง เสริ ม การใช สื่ อ เทคโนโลยี ท าง การศึกษาเพื่อใหผูเรียนรูจักแสวงหาความรูดวยตนเอง อาจมีการจัดทําเว็บไซตเพื่อใหนักศึกษาและ อาจารยมีการสรางสังคมแหงการเรียนรู ในรูปของการสรางชุมชนนักปฏิบัติ (community of practice) เพื่อใหการเรียนรูเกิดขึ้นไดทุกที่ ทุกเวลา 4. มีระบบและกลไกการสงเสริมใหนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาเขารวมกิจกรรม การประชุมวิชาการหรือนําเสนอผลงานทางวิชาการในที่ประชุมระหวางสถาบัน หรือที่ประชุม ระดับชาติหรือนานาชาติ 4.1 มีการเผยแพรประชาสัมพันธโปรแกรมการประชุมวิชาการที่เกิดขึ้นในที่ตาง ๆ ทั้งใน ประเทศและตางประเทศใหนักศึกษารับรู 4.2 มีการจัดหางบประมาณใหนักศึกษามีโอกาสเขารวมกิจกรรมทางวิชาการทั้งภายใน สถาบันหรือนอกสถาบัน 4.3 หากเปนไปได อาจมีการกําหนดเปนเงื่อนไขใหนักศึกษาตองมีโอกาสเขารวมประชุม วิชาการระดับชาติทุกป หรือระดับนานาชาติอยางนอย 1 ครั้งในระหวางการศึกษา 4.4 ในระดับชั้นเรียน ผูสอนมีการฝกทักษะการนําเสนอผลงานทางวิชาการ สนับสนุนให นักศึกษาสงผลงานวิชาการใหที่ประชุมวิชาการตาง ๆ พิจารณา เรียนรูเทคนิคการสงผลงานวิชาการใหไดรับ การคัดเลือกไปเผยแพร คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 119.
    113 5. มีกิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมใหแกนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาที่จัด โดยสถาบัน 5.1 มีการจัดหางบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่สงเสริมคุณธรรมจริยธรรมใหแก นักศึกษา และจัดกิจกรรมอยางตอเนื่อง ทั้งกิจกรรมภายใตหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร 5.2 มีการกําหนดเงื่อนไขใหนักศึกษาตองเขารวมกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมของ สถาบัน โดยมีการประเมินผลที่เปนรูปธรรม ซึ่งผลการประเมินควรเปนปจจัยสําคัญตอผลการเรียน หรือตอ การสําเร็จการศึกษาของนักศึกษา 6. มี ร ะบบและกลไกสนั บ สนุ น การประยุ ก ต ใ ช ผ ลงานจากวิ ท ยานิ พ นธ ข องนั ก ศึ ก ษาระดั บ บัณฑิตศึกษา และมีการรับรองการใชประโยชนจริงจากหนวยงานภาครัฐ หรือเอกชน หรือ หนวยงานวิชาชีพ (เฉพาะกลุม ค 1) 6.1 มีการเชิญหนวยงาน สถาบัน องคกรภาครัฐ และเอกชน ผูใชบัณฑิต หรือนักวิชาการ มาใหความรู หรือใหขอมูลเกี่ยวกับประเด็นวิจัยที่ตองการใหนักศึกษาจัดทําเปนหัวขอวิทยานิพนธประมาณ ภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อใหนักศึกษาไดจัดทําขอเสนอโครงการวิจัยที่สนองความตองการของหนวยงานที่ เกี่ยวของ 6.2 ประชาสั ม พั น ธ แหล ง ทุน วิ จั ย จากหนว ยงานตา งๆ ให นัก ศึก ษาทราบ และมีก าร พัฒนาทักษะการจัดทําขอเสนอโครงการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ สอดคลองกับชวงเวลาของการสมัครทุน 6.3 สนับสนุนใหนักศึกษาเสนอขอเสนอโครงการวิทยานิพนธไปยังหนวยงานตางๆ ที่ เกี่ยวของ เพื่อขอทุนสนับสนุนการวิจัย 6.4 ในการสอบวิทยานิพนธ อาจมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิภายนอกที่เกี่ยวของ กับประเด็นวิจัยของนักศึกษามารวมเปนกรรมการสอบ เพื่อใหรับรูผลงานวิจัย และนําผลไปใชประโยชน 6.5 มีการเผยแพรผลงานวิทยานิพนธของนักศึกษาในรูปแบบตางๆ หรือจัดทําเปนขาว เพื่อเผยแพรตามสื่อวิทยุ โทรทัศน หนังสือพิมพ และอาจจัดทําบทคัดยองานวิจัยเปนหมวดหมู เผยแพรไป ยังสถาบันหรือองคการที่เกี่ยวของ หรือนําออกเผยแพรในชวงโอกาสที่กําลังเกิดเหตุการณหรือสถานการณที่ เปนปญหา และสามารถใชคําตอบจากผลการวิจัยที่นักศึกษาผลิตไปชวยชี้แนะแนวทางการแกไขปญหาได 6.6 มี ก ารจั ด ทํ า ระบบฐานข อ มู ล งานวิ ท ยานิ พ นธ ที่ มี บุ ค คลหรื อ หน ว ยงานนํ า ไปใช ประโยชน โดยอาจใชวิธีการสืบคนการอางอิง หรือการสํารวจดวยแบบสอบถามจากหนวยงานที่เกี่ยวของ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 120.
    114 7. มีก ารพัฒนาทั ก ษะนั ก ศึก ษาในการจั ดทํ า บทความจากวิ ท ยานิ พ นธและมี ก ารนํ า ไปตี พิ ม พ เผยแพรในวารสารระดับนานาชาติ (เฉพาะกลุม ง) 7.1 ผูสอนอาจมอบหมายใหนักศึกษาอานบทความวิจัยที่ตีพิมพในวารสารวิชาการ มี การวิพากษบทความ การสังเคราะหความรูจากบทความวิจัยในรายวิชาตาง ๆ 7.2 จัดหลักสูตรรายวิชาหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับการจัดทําบทความวิจัยเพื่อ ตีพมพเผยแพรในวารสารวิชาการใหนักศึกษาไดพัฒนาทักษะการจัดทําบทความ ิ 7.3 อาจมีการตั้งคลินิกใหความชวยเหลือในการทําบทความวิจัย รวมทั้งการแปลเปน ภาษาตางประเทศ 7.4 สนับสนุนใหนักศึกษาจัดทําบทความวิจัยจากผลการวิจัยบางสวน ที่สามารถตีพิมพ เผยแพรได สงไปยังวารสารตาง ๆ ในระหวางการทําวิทยานิพนธ 7.5 นําบทความวิจัยของนักศึกษาที่ไดรับการคัดเลือกหรือไมไดรับการคัดเลือกใหตีพิมพ เผยแพรมาเรียนรูรวมกันในชั้นเรียน และมีการวิพากษเพื่อการเรียนรูรวมกัน ตัวบงชี้ที่ 3.1 ระบบและกลไกการใหคําปรึกษาและบริการดานขอมูลขาวสาร 1. มีการจัดบริการใหคําปรึกษาทางวิชาการและแนะแนวการใชชีวิตแกนักศึกษา 1.1. สถาบันจัดทําฐานขอมูลนักศึกษา ประกอบดวยขอมูลดานสุขภาพทั้งทางกายและ ทางจิต ขอมูลดานการเรียน ขอมูลครอบครัว และบุคคลที่สถาบันสามารถติดตอเมื่อนักศึกษามีปญหา 1.2. หน ว ยงานระดั บ ภาควิ ช า มี ร ะบบการตั้ ง อาจารย ที่ ป รึ ก ษาวิ ช าการที่ เ หมาะสม คํานึงถึงสัดสวนอาจารยตอนักศึกษา ที่ทําใหอาจารยสามารถดูแลนักศึกษาไดทั่วถึง มีระบบการชวยเหลือ นักศึกษาในความดูแลใกลชิด เนนการพัฒนาผูเรียนเปนรายบุคคล มีการประชุมระหวางอาจารยทั้งที่เปน ทางการหรือไมเปนทางการ เพื่อสงตอขอมูลเกี่ยวกับนักศึกษาที่มีปญหาดานการเรียนในกลุมผูสอนหรือ ผูรับผิดชอบหลักสูตร เนนการใหบริการความชวยเหลือนักศึกษาในรูปแบบของการปองกันปญหามากกวา การแกปญหา 1.3. หนวยงานระดับคณะหรือระดับสถาบัน เชน ฝายกิจการนักศึกษามีหนวยใหบริการ หรือใหคําปรึกษาสําหรับนักศึกษาที่มีปญหาชีวิต โดยมีเจาหนาที่คอยรับเรื่องรองทุกขของนักศึกษาที่ขอใช บริการตลอดเวลา อาจมีการจัดบริการสายดวน (hotline) สําหรับใหคําปรึกษาหรือใหความชวยเหลือ นักศึกษาที่มีปญหาวิกฤติและตองการความชวยเหลือดวน และมีระบบการดูแลนักศึกษาในกรณีที่อาจารย ที่ปรึกษาสงนักศึกษามารับบริการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 121.
    115 1.4. มี ร ะบบการส ง ต อ การดู แ ลสุ ข ภาพกายและสุ ข ภาพจิ ต ของนั ก ศึ ก ษา ไปยั ง โรงพยาบาลหรือหนวยใหบริการเฉพาะทางในกรณีที่นักศึกษามีปญหาที่รุนแรงเกินความสามารถของ สถาบันที่จะดูแลได 1.5. ผู เ กี่ ย วข อ งกั บ นั ก ศึ ก ษาทุ ก ระดั บ มี ร ะบบการติ ด ตามผลการช ว ยเหลื อ หรื อ ให คําแนะนําแกนักศึกษา จนสามารถแกไขปญหาของนักศึกษาไดสําเร็จ 1.6. มีการจัดประชุม พัฒนาอาจารยหรือบุคลากรที่รับผิ ดชอบการดูแลนักศึกษาเปน ระยะๆ เพื่อสรางความเขาใจรวมกัน และสรางเครือขายการใหความชวยเหลือรวมกัน 1.7. มีการจัดประชุมเพื่อสรางความสัมพันธระหวางสถาบันกับครอบครัวของนักศึกษา เพื่อรวมมือกันแกไขปญหาของนักศึกษา 1.8. มี ช อ งทางให นั ก ศึ ก ษาหรื อ ผู เ กี่ ย วข อ งได ใ ห ข อ เสนอแนะเพื่ อ การปรั บ ปรุ ง การ ใหบริการ 2. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอนักศึกษา 2.1. สถาบั น จั ด ทํ า ฐานข อ มู ล อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส บอร ด เว็ บ ไซต สํ า หรั บ ประกาศข อ มู ล ขาวสารที่เปนประโยชนกับนักศึกษา เชน ขอมูลทุนการศึกษา ทุนวิจัย การรับสมัครงาน ขาวสารวิชาการที่ ทันสมัยและที่เกี่ยวของกับสาขาวิชาที่นักศึกษาจําเปนตองรู 2.2. มี ช อ งทางให นั ก ศึ ก ษาหรื อ ผู เ กี่ ย วข อ งได ใ ห ข อ เสนอแนะเพื่ อ การปรั บ ปรุ ง การ ใหบริการ 2.3. มีระบบการติดตามประเมินผลการใหบริการขอมูลขาวสาร 3. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพแกนักศึกษา 3.1 มีการประสานงานกับหนวยงานตาง ๆ ทั้งในและนอกสถาบัน เพื่อเปนแหลงดูงาน แหลงฝกประสบการณของนักศึกษา และมีการติดตามประเมินคุณภาพของความเปนแหลงเรียนรูของ แหลงฝกประสบการณวิชาชีพ เพื่อนํามาใชเปนขอมูลในการวางแผนการจัดเตรียมแหลงฝกประสบการณ ทางวิชาชีพที่เหมาะสมตอไป 3.2 มีการจัดกิจกรรมวิชาการ หรือกิจกรรมทางสังคม โดยใหนักศึกษาเปนผูรับผิดชอบ หลักในการดําเนินงานเพื่อฝกทักษะประสบการณการทํางานรวมกัน 3.3 มีชองทางใหนักศึกษาหรือผูเกี่ยวของไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงการพัฒนา ประสบการณทางวิชาการและวิชาชีพ 3.4 มีระบบการติดตามประเมินผลการฝกประสบการณวิชาการและวิชาชีพชีพ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 122.
    116 4. มีการจัดบริการขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนตอศิษยเกา  4.1 สถาบัน มีฐานขอมูลศิษ ยเกา และมีการจัดทํ าฐานขอมู ลอิเ ล็กทรอนิก ส เว็บไซต จดหมายขาว ฯลฯ สําหรับเผยแพรขอมูลขาวสารที่เปนประโยชนกับศิษยเกา เชน ขอมูลกิจกรรมการประชุม วิชาการ การสัมมนาความรูใหมๆ ขอมูลแหลงทุนการศึกษาตอ ทุนวิจัย การรับสมัครงาน ขาวสารวิชาการที่ เกี่ยวของกับสาขาวิชา 4.2 มีการสงขาวใหศิษยเการับรูเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาความรูและ ประสบการณเปนระยะๆ 4.3 เปดโอกาสใหศิษยเกาไดมสวนรวมในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร การมีสวนรวมใน ี การจั ดการเรีย นการสอน การทํา วิจัยแบบรว มมือในลักษณะของสหวิท ยาการ การเปนกรรมการสอบ วิทยานิพนธ กิจกรรมดังกลาวนอกจากจะใหศิษยเกาไดมีสวนรวมในการพัฒนาความรูและประสบการณที่ดี แกนักศึกษาปจจุบัน และสรางเครือขายความสัมพันธระหวางนักศึกษาปจจุบันกับศิษยเกาแลว ยังทําให ศิษยเกาและอาจารยไดเรียนรูวิทยาการใหม ๆ ในฐานะผูใหและผูรับ 4.4 มีชองทางใหศิษยเกาไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงการใหบริการ 5. มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรูและประสบการณใหศิษยเกา 5.1 มี ก ารจั ด กิ จ กรรมทางวิ ช าการและวิ ช าชี พ เพื่ อ พั ฒ นาความรู แ ละประสบการณ สําหรับศิษยเกาเปนระยะๆ โดยมีการสงขาวใหศิษยเการับรู 5.2 มีชองทางใหศิษยเกาไดใหขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู และประสบการณวิชาการและวิชาชีพ 6. มีผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการในขอ 1 – 3 ทุกขอไมตํ่ากวา 3.51 จากคะแนน เต็ม 5 6.1 หนวยงานที่เกี่ยวของในสถาบันระดับภาควิชา ฝาย คณะ หรือสถาบัน มีระบบการ ติดตามประเมินผลการใหบริการทุกดานแกนักศึกษาและศิษยเกา มีการมอบหมายผูรับผิดชอบในการ ประเมินและระยะเวลาในการประเมิน 6.2 มีการประเมินคุณภาพของการใหบริการทุกดาน และนําเสนอผลการประเมินแก ผูรับผิดชอบ และผูบริหารระดับคณะ สถาบัน 6.3 คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาควรอยูในระดับ 3.51 ขึ้นไปจากคะแนนเต็ม 5 จึงจะถือวามีการบริการที่อยูในระดับดี หากผลการประเมินคุณภาพของการ ใหบริการดานใดที่ยังไมไดตามเกณฑมาตรฐาน (ต่ํากวา 3.51 คะแนน) ใหทําการวิเคราะหสาเหตุ ปญหา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 123.
    117 อุปสรรค เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงการใหบริการ ทั้งนี้ควรเปดโอกาสใหนักศึกษาหรือศิษยเกา มีสวนรวม ในการเสนอแนะแนวทางการแกไขปญหา หรือการปรับปรุงการใหบริการดวย 7. มีการนําผลการประเมินคุณภาพของการใหบริการมาใชเปนขอมูลในการพัฒนาการจัดบริการที่ สนองความตองการของนักศึกษา 7.1 นําผลการประเมินคุณภาพการใหบริการเสนอใหผูเกี่ยวของทราบทุกระดับ และมี การจัดทําแผนพัฒนาปรับปรุงการใหบริการ โดยเฉพาะการบริการในดานที่ยังไมบรรลุเปาหมายที่กําหนด 7.2 มีการปรับปรุงพัฒนาการใหบริการแกนักศึกษาและศิษยเกา และประเมินคุณภาพ ของการใหบริการทุกดานตามแผนที่กําหนด 7.3 มีการสํารวจขอมูลจากนักศึกษา และศิษยเกาเพื่อศึกษาความพึงพอใจในบริการที่ สถาบันจัดใหทุกดานอยางนอยปละครั้ง เพื่อเปนขอมูลประกอบการจัดทําแผนการพัฒนาระบบการ ใหบริการในระยะตอไป ตัวบงชี้ที่ 3.2 ระบบและกลไกการสงเสริมกิจกรรมนักศึกษา 1. สถาบันจัดทําแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาที่สงเสริมผลการเรียนรูตามกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติทุกดาน 1.1 หนวยงานระดับคณะหรือสถาบันมีการกําหนดแผนการสงเสริมการจัดกิจกรรมของ นักศึกษา ที่ชัดเจน นอกเหนือจากการพัฒนานักศึกษาผานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามรายวิชาใน หลักสูตร ทั้งนี้กิจกรรมการพัฒนานักศึกษาจะมีทั้งที่จัดโดยสถาบัน หรือจัดโดยองคกรนักศึกษา เพื่อพัฒนา นักศึกษาใหมีคุณลักษณะตามที่สถาบันกําหนด และสอดคลองกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิในแตละระดับ การศึกษา 1.2 มี ก ารกํ า หนดตั ว บ ง ชี้ ค วามสํ า เร็ จ ของการจั ด กิ จ กรรมการพั ฒ นานั ก ศึ ก ษา ประกอบดวย ตัวบงชี้หลักตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ และตัวบงชี้เฉพาะ (ถามี) ที่ นอกเหนือจากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ เพื่อใชในการติดตามประเมินผลการเรียนรู ของนักศึกษาที่ไดรับการพัฒนาจากการทํากิจกรรม 2. มีกิจกรรมใหความรูและทักษะการประกันคุณภาพการศึกษาแกนักศึกษา สถาบันมีการพัฒนาความรูความเขาใจแกนักศึกษาดานการประกันคุณภาพ และกําหนด เงื่อนไขใหนักศึกษาระบุตัวบงชี้ความสําเร็จของการดําเนินงาน วิธีการประเมินคุณภาพในโครงการหรือ กิจกรรมที่นักศึกษาเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากสถาบัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 124.
    118 3. มี การส ง เสริ ม ให นั ก ศึ ก ษานํ า ความรู ด า นการประกั น คุ ณ ภาพไปใช ใ นการจั ด กิ จ กรรมที่ ดํ า เนิ น การโดยนั ก ศึ ก ษาอย า งน อ ย 5 ประเภทสํ า หรั บ ระดั บ ปริ ญ ญาตรี และอย า งน อ ย 2 ประเภทสําหรับระดับบัณฑิตศึกษา จากกิจกรรมตอไปนี้ - กิจกรรมวิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค - กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ - กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม - กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม - กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม 3.1 สําหรับการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันควรสงเสริมใหนักศึกษาจัดทํา แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนานักศึกษาที่ดําเนินการโดยนักศึกษาอยางนอย 5 ประเภท ไดแก กิจกรรม วิชาการที่สงเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ กิจกรรมบําเพ็ญ ประโยชนหรือรักษาสิ่งแวดลอม กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม และกิจกรรมสงเสริมศิลปะและ วัฒนธรรม 3.2 สําหรับการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สถาบันตองสงเสริมการจัดทําแผนการ จัดกิจกรรมที่ดําเนินการโดยนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอกอยางนอย 2 ประเภทจากประเภทกิจกรรม ตอไปนี้ ไดแก กิจกรรมวิชาการ กิจกรรมกีฬาหรือการสงเสริมสุขภาพ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชนหรือรักษา สิ่งแวดลอม กิจกรรมเสริมสรางคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมสงเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยควรมี กิจกรรมวิชาการรวมอยูดวย 3.3 การจัดกิจกรรมของนักศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรีหรือบัณฑิตศึกษาทุกกิจกรรม ตองจัดทําขอเสนอโครงการใหผูรับผิดชอบอนุมัติ (อาจารยที่ปรึกษา หรือฝายกิจการนักศึกษาของสถาบัน) โดยมีคําอธิบายเกี่ยวกับระบบประกันคุณภาพที่ใชในการจัดกิจกรรม ประกอบดวยสาระสําคัญ ไดแก วัตถุประสงคของกิจกรรม ตัวบงชี้ความสําเร็จของกิจกรรมที่จัด ลักษณะของกิจกรรม กลุมเปาหมาย และ วิธีการประเมินความสําเร็จ และมีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานของกิจกรรมกอนหนานี้มาใช ประกอบการจัดทําโครงการหรือกิจกรรมใหม 3.4 ผูรับผิดชอบควรใหขอมูลปอนกลับแกนักศึกษาในการปรับปรุงพัฒนาการจัดทํา ขอเสนอโครงการที่ถูกตองเหมาะสม โดยเฉพาะในสวนของการประกันคุณภาพการปฏิบติงาน ั คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 125.
    119 4. มีการสนับสนุนใหนักศึกษาสรางเครือขายพัฒนาคุณภาพภายในสถาบันและระหวางสถาบัน และมีกจกรรมรวมกัน ิ 4.1 สถาบันใหนักศึกษาเสนอแผนการจัดกิจกรรมการสรางเครือขายพัฒนาคุณภาพ ภายในสถาบัน และใหการสนับสนุนการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณในการทํางานในรูปแบบตาง ๆ เชน กิจกรรมการจัดการความรู (KM: knowledge management) การใหนักศึกษานําเสนอผลการ ดําเนินงาน (ผลการประเมิน) ในที่ประชุม เพื่อใหนักศึกษากลุมอื่นรับรูรวมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู เกี่ยวกับวิธีการวางแผนการทํางาน การพัฒนาตัวบงชี้ความสําเร็จ การประเมินความสําเร็จ 4.2 ในระดับสถาบัน อาจารยที่รับผิดชอบฝายกิจการนักศึกษา ควรมีการประชุมกับ สถาบันภายนอก เพื่อสงเสริมการทํากิจกรรมรวมกันของนักศึกษาระหวางสถาบัน และสงเสริมการสราง เครือขายการพัฒนาคุณภาพของนักศึกษาระหวางสถาบัน ทั้งนี้ สถาบันควรใหทุนสนับสนุนการจัดกิจกรรม ระหวางสถาบันดวย 4.3 ในแตละป สถาบันอาจหมุนเวียนเปนเจาภาพ ใหนักศึกษาระหวางสถาบันมีการจัด เวทีหรือการประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณที่ไดจากการทํากิจกรรม หรือนําเสนอผลการจัด กิจกรรมของแตละสถาบัน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณในการใชระบบการประกันคุณภาพในการ จัดกิจกรรมของนักศึกษา 4.4 อาจมีการรวมมือกันเพื่อสรางชองทางการเผยแพรกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา ระหวางสถาบัน มีการรวมตัวกันเปนเครือขายสถาบัน เพื่อเปนสื่อกลางการแลกเปลี่ยนประสบการณในการ จัดกิจกรรมนักศึกษา โดยผูรับผิดชอบอาจเปนการทํางานรวมกันของอาจารยและนักศึกษาระหวางสถาบัน 5. มีการประเมินความสําเร็จตามวัตถุประสงคของแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา 5.1 สถาบั น (ฝ า ยกิ จ การนั ก ศึ ก ษา) มี ร ะบบติ ด ตามประเมิน ผลการจั ดกิ จ กรรมการ พัฒนานักศึกษาตามตัวบงชี้ที่กําหนด 5.2 สถาบันกําหนดใหนักศึกษาจัดทํารายงานผลการจัดกิจกรรม และนํารายงานผลการ จัดกิจกรรมมาสังเคราะห เพื่อใหเห็นภาพรวมของกิจกรรมและผลที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาในแตละรอบป 5.3 สถาบันมีการติดตามประเมินความรูความเขาใจ และการประยุกตใชระบบประกัน คุณภาพในการจัดกิจกรรมของนักศึกษา จากรายงานผลการจัดกิจกรรมของนักศึกษา 5.4 สถาบันมีการวิเคราะหจุดแข็งจุดออนของนักศึกษา เพื่อจัดทําแผนการจัดกิจกรรม นักศึกษาในปตอไป คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 126.
    120 6. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงแผนหรือปรับปรุงการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษา 6.1 สถาบันมีการนําผลการประเมินความสําเร็จของการจัดกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา และผลการวิเคราะหจุดแข็งจุดออนไปใชในการวางแผนการพัฒนานักศึกษาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะการ วิเคราะหคุณลักษณะของนักศึกษาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติในดานที่ยังไม บรรลุผลเทาที่ควร 6.2 สถาบั น นํ า เสนอผลให ผูเ กี่ย วข อ งทุ ก ระดับรับ รู และมีก ารระดมความคิ ด ในการ พัฒนานักศึกษาใหมีลักษณะตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติผานกิจกรรมนักศึกษา ตัวบงชี้ที่ 4.1 ระบบและกลไกการพัฒนางานวิจยหรืองานสรางสรรค ั 1. มีระบบและกลไกบริหารงานวิจัยหรืองานสรางสรรค เพื่อใหบรรลุเปาหมายตามแผนดานการ วิจัยของสถาบัน และดําเนินการตามระบบที่กําหนด 1.1 สถาบันหรือคณะวิชาควรวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนด หนวยงาน บุคคลหรือกลุมบุคคลที่รับผิดชอบ และมีงบประมาณสนับสนุนการบริหารงานวิจัยและงาน สรางสรรคอยางเพียงพอ ในการบริหารควรมีการวางแผน ตรวจสอบติดตาม ประเมินและปรับปรุงอยาง สม่ําเสมอเพื่อบรรลุตามเปาหมายของแผนการวิจัยของสถาบัน 1.2 การบริหารงานวิจัยและงานสรางสรรคใหบรรลุผลสําเร็จควรจัดสรรงบประมาณเพื่อ การบริหารงานวิจัย เชน งบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานของกลุมวิจัย หรือศูนยวิจัยเพื่อใหสามารถ ดํ า เนิ น การวิ จั ย หรื อ ผลิ ต งานสร า งสรรค ไ ด อ ย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพนอกเหนื อ จากการจั ด สรรทุ น วิ จั ย นอกจากนั้นอาจจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยของนักศึกษา หรืองบประมาณสนับสนุนนักวิจัยหลัง ปริญญาเอกใหปฏิบัติงานในกลุมหรือศูนยวิจย เปนตน ั 2. มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับการจัดการเรียนการสอน มีการบูรณาการกระบวนการวิจัยหรืองานสรางสรรคกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน เช น 1) การกํ า หนดให นั ก ศึ ก ษาบั ณ ฑิ ต ศึ ก ษาเป น ส ว นหนึ่ ง ในที ม วิ จั ย ของอาจารย 2) การกํ า หนดให นักศึกษาระดับปริญญาตรีทําโครงการวิจัย หรืองานสรางสรรค ซึ่งเกี่ยวของกับงานวิจัย หรืองานสรางสรรค ของอาจารย 3) การกําหนดใหนักศึกษาทุกระดับเขาฟงการบรรยายหรือสัมมนาเกี่ยวกับผลความกาวหนา ในงานวิจัยของอาจารย หรือของศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) หรือเขารวมการจัดแสดงงานสรางสรรคของอาจารย 4) การจัดใหมีการประชุมเสนอผลงานวิจัยหรือแสดง งานสรางสรรคของนักศึกษา หรือสงเสริมนักศึกษาเขารวมประชุมการเสนอผลงานวิจัยและงานสรางสรรค คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 127.
    121 ระดับชาติและนานาชาติ 5) การสงเสริมใหอาจารยนําผลลัพธที่เกิดจากการวิจัยไปเปนสวนหนึ่งของเนื้อหา ในการจัดการเรียนการสอนเปนตน 3. มีการพัฒนาศักยภาพดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคและใหความรูดานจรรยาบรรณการวิจัย แกอาจารยประจําและนักวิจย ั 3.1 จั ด ระบบการรั บ เข า และกํา กั บ ดูแ ลอาจารยแ ละนัก วิ จั ย เช น วิเ คราะหกํ า ลั ง คน วางแผน และรั บ เข า บุ ค คล (ทั้ ง อาจารย นั ก วิจั ย และนั ก ศึ ก ษาบั ณฑิ ต ศึก ษา) ทั้ง จากในประเทศและ ตางประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับจุดเนนดานการวิจัยและงานสรางสรรคของสถาบัน ทําการกําหนด กฎเกณฑ แนวทางกํากับ และสงเสริมใหอาจารยทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรค และตีพิมพผลงานใน วารสารหรือจัดแสดงผลงาน ที่ไดรับการยอมรับระดับชาติและนานาชาติ โดยกําหนดเปนภาระงานที่ชัดเจน ที่ตองปฏิบัติ 3.2 พัฒนาสมรรถนะนักวิจัยผานกระบวนการที่เหมาะสมกับประสบการณของแตละ กลุมบุคคล กรณีนักวิจัยรุนใหมอาจเริ่มจากการฝกอบรม การทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรคโดยไดรับการ แนะนําหรือการรวมทีมวิจัยกับนักวิจัยอาวุโส การเขารวมประชุมวิชาการ การชวยใหคําปรึกษาวิทยานิพนธ ระดับบัณฑิตศึกษา กรณีนักวิจัยทั่วไป การสงเสริมใหมีโอกาสไปทํางานในหองปฏิบัติการวิจัย หรือรวมทีม วิ จั ย กั บ นั ก วิ จั ย ชั้ น นํ า นอกสถาบั น ทั้ ง ในและต า งประเทศ เป น แนวทางหนึ่ ง ที่ ทํ า ให ไ ด รั บ ความรู แ ละ ประสบการณที่มีคุณคา อยางไรก็ตาม การพัฒนาสมรรถนะอาจารยและนักวิจัยที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การสงเสริมการทํางานวิจัยเปนทีมที่ประกอบดวยนักวิจัยอาวุโส นักวิจัยระดับกลาง นักวิจัยหรือนักศึกษา หลังปริญญาเอก และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ผูชวยวิจัย ทั้งนี้เพื่อใหสามารถทํางานวิจัยอยางลุมลึกและ ตอเนื่อง 3.3 ใหความรูดานจรรยาบรรณของนักวิจัยและจรรยาบรรณที่เกี่ยวของแกอาจารยและ นักวิจัย ตลอดจนจัดระบบควบคุมใหนักวิจัยปฏิบัติตามโดยเครงครัด 3.4 สรางแรงจูงใจใหนักวิจัย เชน การยกยอง การใหผลตอบแทน หรือการใหรางวัล สําหรับนักวิจัยที่มีผลงานดีเดน การจัดบรรยากาศและการบริการตางๆในสถาบันใหเหมาะสมและจูงใจแก การคนควาวิจัยและผลิตงานสรางสรรค เปนตน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 128.
    122 4. มีการจัดสรรงบประมาณของสถาบันเพื่อเปนทุนวิจัยหรืองานสรางสรรค ในกรณีของนักวิจัยรุนใหม การแสวงหาทุนวิจัยจากภายนอกอาจทําไดยาก ดังนั้น สถาบัน จึงควรจัดสรรงบประมาณเพื่อเปนทุนวิจยหรือผลิตงานสรางสรรคเพื่อใหนักวิจัยเหลานี้มีโอกาสสรางผลงาน ั ที่สามารถนําไปใชประกอบการเสนอโครงการขอทุนวิจัยจากแหลงทุนภายนอกสถาบันในโอกาสตอไป สําหรับการเสนอขอทุนวิจัยจากแหลงทุนภายนอกนั้น สถาบันอาจจัดใหมีระบบสนับสนุน เชน การจัดใหมีขอมูล รายละเอียด และเงื่อนไขของแหลงทุนวิจัยตางๆ ทั้งแหลงทุนภายในประเทศและ ตางประเทศ ที่อาจารยและนักวิจัยสามารถเขาดูไดอยางสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้นอาจจัดใหมีคณะ ผูเชี่ยวชาญเปนพี่เลี้ยงตรวจสอบขอเสนอโครงการวิจัยของอาจารยและนักวิจัยที่เสนอขอทุนไปยังแหลงทุน ตางๆ และชวยเหลือปรับปรุงโครงการเหลานั้นใหเหมาะสม เพื่อมีโอกาสไดรับทุนวิจัยมากยิ่งขึ้น 5. มีการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคตามอัตลักษณของสถาบัน สถาบันควรจัดหาทรัพยากรและหรือจัดหาแหลงสนับสนุนทรัพยากรอยางเพียงพอ ทั้ง งบประมาณสนับสนุนการวิจัย หองปฏิบัติการวิจัย แหลงคนควาทางวิชาการ และระบบสารสนเทศเพื่อการ วิจัย ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่สงเสริมการวิจัย ดังนี้ 5.1 งบประมาณสนั บสนุน การวิจัย ควรประกอบด ว ย 1) งบประมาณสนั บสนุน การ บริหารงานวิจัยของกลุมวิจัยหรือหองปฏิบัติการวิจัย หรือศูนยวิจัยเพื่อใหสามารถผลิตผลงานระดับสากล หรือผลงานตามความตองการของประเทศ หรือของทองถิ่นอยางตอเนื่องนอกเหนือจากเงินทุนวิจัย 2) งบประมาณสนับสนุนการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในรูปแบบตางๆ 3) งบประมาณสนับสนุน การวิจัยและงานสรางสรรคของนักศึกษาบัณฑิตศึกษา และของนักวิจัยหลังปริญญาเอก 4) งบประมาณ สนับสนุนศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศาสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) เปนตน 5.2 หองปฏิบัติการวิจัยที่เหมาะสมกับงานวิจัยแตละประเภทที่เปนจุดเนนของสถาบัน ระบบรักษาสุขภาพและความปลอดภัยในหองปฏิบัติการที่ไดมาตรฐาน ศูนยเครื่องมือระดับสูงที่จําเปนที่ หลายหนวยวิจัย หรือกลุมวิจัย หรือศูนยวิจัย สามารถใชรวมกันได หรือหากไมมีศูนยเครื่องมือระดับสูง ดังกลาว ก็ตองจัดระบบผานเครือขายทั้งในและตางประเทศใหสามารถเขาใชของหนวยงานอื่นได เพื่อไมให เปนอุปสรรคตอการวิจัยของนักวิจัย 5.3 แหล ง ค น คว า ทางวิ ช าการ ซึ่ ง นอกจากหนัง สื อและวารสารทั้ง ในรูปของเอกสาร (hard copy) และสื่ออิเล็กทรอนิกสที่เพียงพอแลว ยังหมายรวมถึงการสนับสนุนการจัดประชุมวิชาการ การ สนับสนุนศาสตราจารยอาคันตุกะหรือศษสตราจารยรับเชิญ (visiting professor) การสนับสนุนการไปรวม ทํางานวิจัยหรืองานสรางสรรคกับหนวยงานอื่นที่มีช่ือเสียงทั้งในและตางประเทศ ที่สอดคลองกับงานวิจัย คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 129.
    123 ของอาจารย โดยเฉพาะในชวงลาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณทางวิชาการ (sabbaticalleave) ของอาจารยใน มหาวิทยาลัยวิจัย 5.4 ระบบสารสนเทศเพื่อการวิจัยที่ครอบคลุมขอมูลขาวสารอยางนอย 5 ดานตอไปนี้ 1) ขอมูลดานแหลงทุนวิจัยและงานสรางสรรคทั้งภายในและภายนอกสถาบัน 2) ขอมูลดานการวิจัยและ งานสรางสรรคของสถาบัน ทั้งปจจุบันและผลงานที่ผานมา 3) ขอมูลดานแหลงเผยแพรผลงานวิจัยและงาน สร า งสรรค ท้ั ง วารสารและการประชุ ม วิ ช าการ การจั ด แสดงงานสร า งสรรค ตา งๆ ตลอดจนข อ มู ล การ สนับสนุนของสถาบันในการเผยแพรผลงาน 4)ขอมูลดานระบบและกลไกของสถาบันในการสงเสริมการนํา ผลงานวิจยและงานสรางสรรคไปใชประโยชน รวมถึงการสงเสริมดานการจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการ ั ซื้อขายทรัพ ยสินทางปญญา 5) ขอมูลเกี่ยวกับระเบีย บ หลักเกณฑและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ของสถาบัน ที่ เกี่ยวของกับการวิจัยและงานสรางสรรค 6. มีการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนในขอ 4 และขอ 5 อยางครบถวนทุกประเด็น สถาบันจัดใหมีระบบประเมินผลสําเร็จของการสนับสนุนทุกดานอยางสม่ําเสมอ โดยการมี สวนรวมของอาจารยและนักวิจัย เชน “การประเมินผลสําเร็จของการใหทุนวิจัย” ทั้งในประเด็น งานวิจัย เสร็จทันตามกําหนดเวลา คุณภาพของผลงานวิจัยเปนไปตามหลักเกณฑ ผูรับทุนสามารถแสวงหาทุนวิจัย จากแหลงทุนภายนอกไดในโอกาสตอมา หรือ “การประเมินแหลงคนควาสนับสนุนงานวิจัย” ในประเด็น ความเหมาะสมและเพียงพอเทียบกับงานวิจัยของอาจารย และนักวิจัยในปจจุบัน หรือ “การประเมินระบบ สารสนเทศ” ในประเด็นความเหมาะสมกับความตองการใชของอาจารยและนักวิจัย เปนตน 7. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการวิจัยหรืองานสรางสรรคของ สถาบัน สถาบันนําผลการประเมินไปจัดทําแผนการปรับปรุง โดยกําหนดกิจกรรมที่ตองทําเพื่อการ ปรับปรุง กําหนดบุคคลหรือหนวยงานรับผิดชอบในการปรับปรุง กําหนดงบประมาณที่ตองใชหากจําเปน กําหนดระยะเวลาที่การปรับปรุงตองแลวเสร็จ จากนั้นจึงดําเนินการปรับปรุงการสนับสนุนพันธกิจดานการ วิจัยตามที่กําหนด 8. มีระบบและกลไกเพื่อสรางงานวิจัยหรืองานสรางสรรคบนพื้นฐานภูมิปญญาทองถิ่น หรือจาก สภาพปญหาของสังคม เพื่อตอบสนองความตองการของทองถิ่นและสังคม และดําเนินการ ตามระบบที่กําหนด (เฉพาะกลุม ข และ ค 2) สถาบันหรือคณะวิชาวางแนวทางและขั้นตอน ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสราง ความรวมมือกับองคกรภายนอกโดยวิธีการตางๆ เชน การจัดหาขอมูลสารสนเทศของกลุมเปาหมาย การ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 130.
    124 สนทนากับกลุมเปาหมายที่สําคัญ (focus group)การติดตอสรางสัมพันธกับองคกรภายนอก การใชขอมูล ปอนกลับ (feed back) จากความรวมมือที่มีอยูเดิม วัตถุประสงคของความรวมมือดังกลาวควรมีทั้งการรวมทํางานวิจัยและงานสรางสรรคบน พื้นฐานภูมปญญาทองถิ่น หรือเพื่อตอบโจทยของหนวยงานหรือชุมชนภายนอก รวมถึงการรวมใชทรัพยากร ิ ทั้งสถานที่ บุคคล อุปกรณ หรือทรัพยากรอื่นๆ ตัวบงชี้ที่ 4.2 ระบบและกลไกการจัดการความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรค 1. มีระบบและกลไกสนับสนุนการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในการประชุมวิชาการ หรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ และมีการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองาน สรางสรรคในการประชุมวิชาการหรือการตีพิมพในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ วางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสนับสนุนการ ตีพิมพหรือการเผยแพรผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในวารสารหรือในที่ประชุมวิชาการที่มี peer review ในประเด็น ต อไปนี้ เช น 1) การจัดใหมี พี่เ ลี้ยงแกนัก วิจัย รุ น ใหมเ พื่อชว ยเขียนรายงานการวิจั ย สํา หรับ นํ า เสนอในที่ ป ระชุ ม วิ ช าการหรื อ ตี พิ ม พ ใ นวารสาร 2) การสนั บ สนุ น การตรวจสอบภาษาอั ง กฤษของ บทความวิจัยของอาจารยและนักวิจัย ที่จะนําเสนอในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 3) การสนับสนุน งบประมาณเพื่อเขารวมประชุมเสนอผลงานวิจัยหรือเผยแพรงานสรางสรรค 4) การจายคาตอบแทนสําหรับ ผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรค ที่ไดรับการตีพิมพหรือเผยแพร 5) การจายคาตีพิมพกรณีวารสารเรียกเก็บ เงิน เปนตน ทั้งนี้การสนับสนุนดังกลาวอาจแตกตางกันตามสถานภาพและจุดเนนของแตละสถาบัน 2. มีระบบและกลไกการรวบรวม คัดสรร วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากงานวิจัยหรืองาน สรางสรรค เพื่อใหเปนองคความรูที่คนทั่วไปเขาใจได และดําเนินการตามระบบที่กําหนด วางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการ รวบรวม คัดสรร วิเคราะหและสังเคราะหความรูจากผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคใหเหมาะสมกับกลุมบุคคลเปาหมายโดย ยังคงความเชื่อถือไดในเชิงวิชาการและรวดเร็วทันตอเหตุการณ เชน กําหนดผูรับผิดชอบติดตามผลงานวิจัย หรืองานสรางสรรคของอาจารยและนักวิจัย คัดสรรคผลงานที่นาจะเปนที่สนใจของบุคคลทั่วไป จัดใหมีการ สัม ภาษณอาจารย เ จ า ของผลงาน วิ เ คราะห สั ง เคราะห ขอมูล ให เ ปน ความรูท่ี นา สนใจซึ่ง สาธารณชน สามารถเขาใจได จัดหมวดหมูความรูที่ไดใหเหมาะสมตอการเผยแพร 3. มีการประชาสัมพันธและเผยแพรองคความรูจากงานวิจัยหรืองานสรางสรรคที่ไดจากขอ 2 สู สาธารณชนและผูเกี่ยวของ นําองคความรูที่ไดจากการวิเคราะหสังเคราะหผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคในขอ 2 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 131.
    125 เผยแพรสูสาธารณชนผานสื่อตางๆ อยางเปนระบบในเชิงรุก โดยเริ่มจากการวางแผนประชาสัมพันธให เหมาะสมกับ กลุม เป า หมาย ดํา เนินการประชาสัม พั นธ ตามแผนตลอดจนการติดตามขอมู ลปอ นกลับ นอกจากนั้นการประชาสัมพันธอาจรวมถึงการสรางเครือขายเผยแพรผลงานวิจัยและงานสรางสรรคโดย เชื่อมโยงกับศิษยเกา ชุมชน และองคกรภายนอกทั้งรัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุมเปาหมายที่คาดวาจะ สามารถสนับสนุนงานวิจัย หรือรวมวิจัย หรือนําผลงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชประโยชน 4. มีการนําผลงานงานวิจัยหรืองานสรางสรรคไปใชใหเกิดประโยชน และมีการรับรองการใช ประโยชนจริงจากหนวยงานภายนอกหรือชุมชน สนับสนุนการนําผลงานวิจัยและงานสรางสรรคไปใชประโยชน เชน 1) กําหนดขั้นตอน วิธีการ และผูรับผิดชอบเพื่อเปนสื่อกลางสานสัมพันธในการถายทอดเทคโนโลยีระหวางอาจารย และ นั ก วิ จั ย กั บ องค ก รภายนอกที่ มี ศั ก ยภาพในการนํ า ผลการวิ จั ย และงานสร า งสรรค ไ ปใช ป ระโยชน 2) ผูรับผิดชอบแสวงหางานวิจัยจากภาครัฐและเอกชนทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ ที่ตองการรับบริการ วิจัยในเรื่องเฉพาะใดๆ จากสถาบัน (consultancy) และประสานงานตอไปยังผูวิจัย 3) ผูรับผิดชอบริเริ่ม ประสานงาน หรือส งเสริ มการนําผลงานที่เ กิดจากการวิจั ย หรืองานสรางสรรคไปสูง านเชิง พาณิชยใน ลักษณะนิติบคคล (start – up company) เปนตน ุ 5. มี ร ะบบและกลไกเพื่ อช ว ยในการคุม ครองสิท ธิ ข องงานวิจัย หรื อ งานสร า งสรรค ที่นํา ไปใช ประโยชนและดําเนินการตามระบบ ที่กําหนด สถาบันหรือคณะวิชาวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑ ตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบ ในการสนับสนุนการเจรจาตอรอง ทําขอตกลง หรือสนับสนุนดานระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวของ แก อาจารย นั ก วิ จั ย และสถาบั น ในการเจรจาเชิ ง ธุ ร กิ จ หรื อ การซื้ อ ขายผลงานวิ จั ย หรื อ งานสร า งสรรค ตลอดจนสนับสนุนในการเจรจาเขาไปรวมเปนพันธมิตรทางธุรกิจใดๆที่เกิดจากผลของงานวิจัยหรืองาน สรางสรรค นอกจากนั้ น ควรมี ก ารกํ า หนดหลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารในการรั ก ษาสิ ท ธิ ป ระโยชน ข อง อาจารย นักวิจัยและของสถาบันในผลประโยชนที่เกิดขึ้นจากการซื้อขาย หรือทําธุรกิจที่เปนผลจากงานวิจัย โดยเปนหลักเกณฑที่โปรงใส เปนที่ยอมรับของทุกฝาย 6. มีระบบและกลไกสงเสริมการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร และมีการยื่นจดสิทธิบัตรและอนุ สิทธิบัตร (เฉพาะกลุม ค1 และ ง) วางแนวทางและขั้นตอนตลอดจนกําหนดผูรับผิดชอบในการสนับสนุนความรู และอํานวย ความสะดวกในการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแกอาจารย และนักวิจัยในประเด็นตางๆ เชน 1) การให คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 132.
    126 ความรูและคําปรึกษาดานทรัพยสินทางปญญา ซึ่งอาจดําเนินการโดยการฝกอบรม หรือสัมมนาหรือจัด คลินิกใหคําปรึกษา 2) ชวยรางคําขอและยื่นขอจดสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรตอกรมทรัพยสินทางปญญา หรือสํานักงานเทียบเทาในตางประเทศ 3) ประสานงานการอนุญาตใหใชสิทธิในสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร เพื่อ ใชประโยชนเชิงพาณิชย เปนตน ตัวบงชี้ที่ 5.1 ระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม 1. มีระบบและกลไกการบริการทางวิชาการแกสังคม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด มีการวางแนวทาง ขั้นตอน และหลักเกณฑของการใหการบริการวิชาการดานตางๆ ที่ สัมพันธกับพันธกิจของสถาบัน มีนโยบายสงเสริม สนับสนุนและจูงใจใหอาจารย บุคลากรทุกระดับมีความ พรอมทั้งในดานความรู ความเชี่ยวชาญ เวลาและจิตแหงการบริการ (service mind) ในการใหบริการ วิชาการแกหนวยงานทั้งภายในและภายนอกสถาบัน รวมถึงจัดหางบประมาณสนับสนุนและจัดทําระเบียบ ของการใหบริการ กําหนดภาระงานของอาจารยและบุคลากรใหชัดเจน โดยมีระบบการเทียบเคียงและ ทดแทนระหวางภาระงานดานตางๆซึ่งจะเปนการสรางแรงจูงใจใหบุคลากรสนใจการใหบริการแกชุมชน สังคมตามความถนัดและจุดเนนของสถาบัน ในการใหบริการทางวิชาการนี้ควรมีการวางแผน ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินเพื่อนําไปสู การปรับปรุงคุณภาพของการใหบริการอยางสม่ําเสมอ เพื่อบรรลุตามเปาหมายที่กําหนดไว 2. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียนการสอน มีการบูรณาการงานบริก ารทางวิชาการกับกระบวนการจัดการเรีย นการสอนและการ ปฏิบัติงานประจําดานอื่นๆของอาจารยและบุคลากร เชน การกําหนดใหนักศึกษานําความรูไปจัดทําเปน โครงการหรือกิจกรรมที่เปนประโยชนตอชุมชน 3. มีการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการวิจัย มี ก ารบู ร ณาการงานบริ ก ารทางวิ ช าการกั บ การวิ จั ย อย า งเป น ระบบ เช น 1) มี ก ารนํ า ผลการวิจัยไปสูการใชประโยชนจริงที่ตอบสนองความตองการของทุกภาคสวนในทุกระดับ และ 2) นํา ความรู ประสบการณ จากการให บ ริก ารกลั บ มาพัฒ นาต อ ยอดไปสู ก ารพั ฒ นาองค ความรู ใ หม ผ า น กระบวนการวิจัย เปนตน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 133.
    127 4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียน การสอนและการวิจัย จัดใหมีระบบติดตาม ประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานบริการวิชาการแก สังคมกับการเรียนการสอนและการวิจัย โดยใหมีสวนรวมของผูใหบริการ ผูรับบริการ และนักศึกษา ซึ่งเปน ทั้งผูใหบริการและผูรับบริการ ทั้งในระดับแผนการดําเนินงาน เปาหมายของสถาบัน ความรวมมือรวมใจ ของบุคลากร คุณภาพของบุคลากร คุณภาพของการใหบริการที่สามารถนําไปใชประโยชนไดจริง และ เปนไปตามหลักเกณฑที่สถาบันกําหนดไว 5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานบริการทางวิชาการแกสังคมกับการเรียน การสอนและการวิจัย สถาบันนําผลการประเมินไปพัฒนาแผน พัฒนากระบวนการ และผลสัมฤทธิ์ที่ไดอยาง สม่ําเสมอและเปนรูปธรรม ตัวบงชี้ที่ 5.2 กระบวนการบริการทางวิชาการใหเกิดประโยชนตอสังคม  1. มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ เพื่อ ประกอบการกําหนดทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตามจุดเนนของสถาบัน มีการสํารวจความตองการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหนวยงานวิชาชีพ เพื่อประกอบการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร ทิศทางและการจัดทําแผนการบริการทางวิชาการตาม จุดเนนและความเชี่ยวชาญของสถาบัน 2. มีความรวมมือดานบริการทางวิชาการเพื่อการเรียนรูและเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน หรือภาคเอกชน หรือภาครัฐ หรือหนวยงานวิชาชีพ สถาบั น มี ก ารเชิ ญ หรื อ เป ด โอกาสให ผู มี ส ว นร ว มจากชุ ม ชน ภาครั ฐ ภาคเอกชน หรื อ หนวยงานที่เกี่ยวของกับวิชาชีพที่จะใหบริการ มารวมมือรวมพลัง (Collaboration) ในลักษณะของการสราง เครื อ ข า ย (Networking) ระหว า งบุ ค คลหรื อ หน ว ยงานในรู ป แบบต า งๆ เช น ความร ว มมื อ กั บ สถาน ประกอบการในการนําผลการวิจัยไปเปนสวนหนึ่งของการปรับปรุงปญหาที่เกิดขึ้นหรือไปใชพัฒนาบุคลากร ของสถานประกอบการหรือสวนการผลิต มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู ใหคําปรึกษาแนะนําและจัดใหมีชองทาง ในการสื่อสาร ทําความเขาใจรวมกันของภาคอุตสาหกรรม หรือริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมใหมๆ ในชุมชน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 134.
    128 3. มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคม มีการประเมินประโยชนหรือผลกระทบของการใหบริการทางวิชาการตอสังคมวาสอดคลอง กับความตองการของผูรับบริการทั้งทางตรงและทางออม มีการประเมินผลที่เกิดกับนักศึกษา อาจารย และบุคลากรผูใหบริการ ทั้งในดานการนําความรู ความเชี่ยวชาญไปใชประโยชน การสื่อสาร การชี้แจง แนะนําใหผูรับบริการและประชาชน 4. มีการนําผลการประเมินในขอ 3 ไปพัฒนาระบบและกลไก หรือกิจกรรมการใหบริการทาง วิชาการ มีการนําผลการประเมินการใหบริการทางวิชาการไปพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของการ ใหบริการ ระบบและกลไกการใหบริการ ซึ่งประกอบดวยรูปแบบการใหบริการ ขอบเขตการใหบริการ คาใชจาย ระยะเวลาในการใหบริการ สัญญาการบริการ ซึ่งรวมทั้งการควบคุมและการกํากับคุณภาพของ การใหบริการ โดยจัดใหมีระบบการใหขอมูลที่ชัดเจน มีความเปนธรรม โปรงใส และสามารถตรวจสอบได 5. มีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการและถายทอดความรูสูบุคลากรภายใน สถาบันและเผยแพรสูสาธารณชน สถาบันมีการพัฒนาความรูที่ไดจากการใหบริการทางวิชาการ สงเสริมใหเกิดกระบวนการ ในการถายทอดความรูสูบุคลากรภายในสถาบัน ซึ่งรวมทั้งผูเรียนดวย จัดใหมีการแลกเปลี่ยนความคิดและ เผยแพรประสบการณในการใหบริการผานทางสื่อการเรียนรูตาง ๆ รวมทั้งจัดทําฐานขอมูลการบริการ วิชาการเผยแพรสูสาธารณะ ตัวบงชี้ที่ 6.1 ระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 1. มีระบบและกลไกการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และดําเนินการตามระบบที่กําหนด สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ก ารกํ า หนดระบบและกลไกทางด า นการทํ า นุ บํ า รุ ง ศิ ล ปะและ วัฒนธรรม มีระบบสงเสริมใหบุคลากรนํากิจกรรมดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมสูการปฏิบัติ และ มีผลลัพธชัดเจนตามแนวทางที่กําหนดไว เชน มีการกําหนดนโยบายดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม การกํ า หนดผู รั บ ผิ ด ชอบ มี ก ารจั ด ทํ า แผนงบประมาณโครงการ มี ก ารกํ า หนดตั ว ชี้ วั ด ด า นศิ ล ปะและ วัฒนธรรม มีการนํางานศิลปะและวัฒนธรรมสูการปฏิบัติที่เปนรูปธรรม โดยทุกคนมีสวนรวม มีการติดตาม ผลการดําเนินงานอยางเปนระบบและมีการนําสูการพัฒนาอยางตอเนื่อง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 135.
    129 2. มีก ารบูร ณาการงานด า นทํ า นุ บํา รุ ง ศิ ล ปะและวั ฒ นธรรมกั บ การจั ด การเรี ย นการสอนและ กิจกรรมนักศึกษา สถาบันสนับสนุนใหมีการนําการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมไปบูรณาการรวมกับการ เรียนการสอน และกิจกรรมนักศึกษา คือมีการจัดการเรียนการสอนที่นําการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม ไปผสมผสานเปนสวนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอน หรือบูรณาการการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม เขากับกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งที่จัดโดยสถาบันและที่จัดโดยองคการนักศึกษา 3. มีการเผยแพรกิจกรรมหรือการบริการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมตอสาธารณชน 3.1 สถาบันมีสถานที่เพื่อการเผยแพรและบริการดานศิลปะและวัฒนธรรม เชน มีหอ ศิลป หอประวัติ พิพิธภัณฑ หรือเวทีการแสดง มีการบริหารจัดการโดยมีผูมีความรู ความเชี่ยวชาญดาน ศิลปะและวัฒนธรรม มีการจัดกิจกรรมอยางตอเนื่องสม่ําเสมอ มีการจัดสรรงบประมาณดานศิลปะและ วัฒนธรรม 3.2 สถาบั น จั ด ทํ า วารสารศิ ล ปะและวั ฒ นธรรมในระดั บ ต า งๆ เช น วารสารระดั บ หนวยงาน ระดับชาติ โดยมีความตอเนื่องในการดําเนินงาน 3.3 สถาบั น มี ก ารบริ ก ารวิ ช าการด า นศิ ล ปะและวั ฒ นธรรม โดยมี ค วามร ว มมื อ กั บ หนวยงานหรือองคกรอื่น มีการสรางเครือขาย มีการกําหนดตัวบงชี้ และมีการดําเนินการอยางตอเนื่อง เปน ระบบอยางชัดเจน 4. มีการประเมินผลความสําเร็จของการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม กับ การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา มีการติดตามผลการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับการจัดการเรียน การสอนและกิจกรรมนักศึกษา มีการกําหนดตัวบงชี้ และติดตามผลการดําเนินงานอยางเปนระบบ 5. มีการนําผลการประเมินไปปรับปรุงการบูรณาการงานดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมกับ การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา 5.1 มีการนําผลการประเมินไปพัฒนากระบวนการ บูรณาการดานทํานุบํารุงศิลปะและ วัฒนธรรมกับการจัดการเรียนการสอน โดยใชหลักการของ PDCA 5.2 มีแผนปรับปรุงและพัฒนาการบูรณาการดานทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมนําสู การปฏิบติและปรับปรุงอยางตอเนื่อง ั 5.3 มีผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการตามแผนปรับปรุงและพัฒนาอยางเปน รูปธรรม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 136.
    130 6. มีการกําหนดหรือสรางมาตรฐานคุณภาพดานศิลปะและวัฒนธรรมและมีผลงานเปนที่ยอมรับ ในระดับชาติ 6.1 สถาบันมีการกําหนด/การสรางมาตรฐานดานศิลปะและวัฒนธรรม โดยมีการใช ผูเชี่ยวชาญและมีการเผยแพรสูสาธารณะ 6.2 สถาบันไดรับการยอมรับจากสังคม เชน มีศิลปนแหงชาติ มีบุคลากรไดรับเชิญเปน วิทยากรหรือเปนที่ประจักษ หรือผูทรงคุณวุฒิในระดับองคกรระดับชุมชน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ 6.3 สถาบันมีจํานวนผลงานวิจัย หรืองานสรางสรรค ดานศิลปะและวัฒนธรรมโดยมีการ เผยแพรทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติ หรือมีผลงานไดรับรางวัล ไดรับการอางอิง เปน ที่ยอมรับ ตัวบงชี้ที่ 7.1 ภาวะผูนาของสภาสถาบันและผูบริหารทุกระดับของสถาบัน ํ 1. สภาสถาบั น ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ต ามที่ ก ฎหมายกํ า หนดครบถ ว นและมี ก ารประเมิ น ตนเองตาม หลักเกณฑที่กําหนดลวงหนา 1.1 กรรมการสภาสถาบันทุกคนควรไดรับการชี้แจงและทําความเขาใจเกี่ยวกับกฏหมาย ขอบังคับตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับสถาบัน โดยเฉพาะพระราชบัญญัติสถาบัน ขอบังคับตาง ๆ อาทิ ขอบังคับ ที่วาดวยการบริหารงานบุคคลและผูบริหาร รวมทั้งทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ กรอบทิศทางการพัฒนาสถาบัน และอัตลักษณของสถาบัน เพื่อใหทราบถึงบทบาทหนาที่ที่มีตอสถาบัน กอนจะปฎิบติหนาที่ ั 1.2 กรรมการสภาสถาบั น กํ า กั บ ดู แ ลสถาบั น ไปสู ทิ ศ ทางที่ กํ า หนดร ว มกั น ระหว า ง ผูบริ หารสถาบั นและสภาสถาบั น และมีความสอดคล อ งกับทิศทางการพัฒ นาคุณภาพการศึ กษาของ ประเทศ รวมทั้งทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก 1.3 มีการเปดเผยประวัติกรรมการสภาสถาบัน รายงานการประเมินตนเอง และรายงาน ตอสาธารณชน 2. ผูบริหารมีวิสัยทัศน กําหนดทิศทางการดําเนินงาน และสามารถถายทอดไปยังบุคลากรทุก ระดับ มีความสามารถในการวางแผนกลยุทธ มีการนําขอมูลสารสนเทศเปนฐานในการ ปฏิบัตงานและพัฒนาสถาบัน ิ 2.1 ผูบริหารและสภาสถาบัน มีสวนรวมกันในการกําหนดนโยบายและจัดทําวิสัยทัศน พันธกิจ แผนกลยุทธ และนําสูการปฏิบัติที่เปนระบบชัดเจน โดยมีการกําหนดตัวบงชี้คุณภาพ (KPI) ของ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 137.
    131 งานที่ปฏิบัติ ที่ควรมีการพิจารณาจาก 1) มิติการพัฒนาองคกร เชนการสงเสริมใหอาจารย บุคลากรมี โอกาสศึกษา เรียนรู พัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง การพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อการเรียนรู 2) มิติการ พัฒนา หรือการปรับปรุงกระบวนหลักของสถาบัน เชน การพัฒนาหลักสูตร การปรับปรุงกระบวนการเรียนรู ของนักศึกษา ทิศทางการสงเสริมการวิจย การบริการวิชาการและสังคม การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม ั 3) มิติผูรับบริการหรือผูมีสวนได สวนเสียเชน ความพึงพอใจของผูใชบัณฑิต โดยคํานึงถึงความคุมคาของ การใชจายเงิน งบประมาณ และใหสอดคลองกับเปาประสงคตามประเด็นยุทธศาสตร หรือวัตถุประสงค เชิงกลยุทธของสถาบัน อยางเหมาะสมโดยพิจารณาจากความคุมคาของการจัดเก็บขอมูล และการรายงาน ขอมูล กับประโยชนที่จะไดรับ 2.2 ผูบริหารสรางระบบและกลไกการถายทอดนโยบาย วิสัยทัศน และแผนกลยุทธให หนวยงานและบุคลากรทุกระดับทราบและมีความเขาใจรวมกัน 2.3 ควรจัดทําระบบฐานขอมูลของสถาบันใหทันสมัย นํามาใชในการติดตามผลการ บริหารสารสนเทศ การรายงานผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้คุณภาพ (KPI) ที่กําหนดไวในแผนกลยุทธ อยางนอยปละ 2 ครั้ง และนําขอมูลที่ไดมาใชเพื่อการตัดสินใจปรับแผนกลยุทธไดอยางทันการ 3. ผูบริหารมีการกํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามที่มอบหมาย รวมทั้งสามารถ สื่อสารแผนและผลการดําเนินงานของสถาบันไปยังบุคลากรในสถาบัน 3.1 ผูบริหารมีการกํากับ ติดตามผลการนํานโยบายและแผนกลยุทธไปสูการปฏิบัติใน การประชุมผูบริหารอยางนอย ปละ 1-2 ครั้ง เพื่อทบทวนเปาหมาย หรือปรับแผนการดําเนินงานให สอดคลองกับสภาพการณยิ่งขึ้น พรอมทั้งสรางกลไกภายในเพื่อสื่อสารแผนการดําเนินงานไปยังบุคลากร กลุมเปาหมายทุกระดับที่เกี่ยวของ 3.2 ผูบริ ห ารมี ก ารประเมิน ผลการดํ า เนิน งานที่ สํ า คั ญตามภารกิ จ ของสถาบัน อยา ง ครบถวน รวมทั้งการติดตามผลสัมฤทธิ์ อยางนอย ปละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนเปาหมาย หรือปรับแผนการ ดําเนินงานในรอบปถัดไป พรอมแจงผลการดําเนินงานไปยังบุคลากรทุกระดับผานการสื่อสารภายใน โดย ใชสื่อตาง ๆ ที่ตรงกับกลุมเปาหมาย 4. ผูบริ หารสนับสนุนใหบุคลากรในสถาบั นมีสวนรวมในการบริหารจั ดการ ใหอํานาจในการ ตัดสินใจแกบุคลากรตามความเหมาะสม 4.1 ผูบริหารควรมีระบบการสื่อสาร 2 ทาง เพื่อรับฟงขอคิดเห็นและขอเสนอแนะจาก บุคลากรผูปฏิบัติงาน อันจะทําใหไดขอมูลเพื่อการปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานอยางตอเนื่อง 4.2 ผูบริหารดําเนินการปรับลดขั้นตอนกระบวนการบริหารจัดการโดยการมอบอํานาจ ในการตัดสินใจแกผูบริหารหรือผูปฏิบัติระดับถัดไป เพื่อเพิ่มความคลองตัว พรอมกับมีการกํากับ และ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 138.
    132 ตรวจสอบเพื่อใหเกิดความมั่นใจวาระบบการทํางานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุมคาและมีความเสี่ยงอยู ระดับในที่ยอมรับได 4.3 ผูบริหารมีการสงเสริมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อเปนการสรางขวัญและกําลังใจตอ บุคลากรเปนประจําอยางตอเนื่อง เชน การจัดโครงการรางวัลคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการใหบริการ โครงการพัฒนาองคการใหคลองตัว (lean organization) เปนตน 5. ผูบริหารถายทอดความรูและสงเสริมพัฒนาผูรวมงานเพื่อใหสามารถทํางานบรรลุวัตถุประสงค ของสถาบันเต็มตามศักยภาพ 5.1 ผูบริหารมีการถายทอดความรูแกผูรวมงาน โดยเนนการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ใหสูงขึ้นอยางตอเนื่องหรือเพิ่มศักยภาพในการทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค เชน การสอนงานที่หนางาน (on – the – job training) จัดทําคูมือการปฏิบัติงาน เปนตน 5.2 ผูบริหารในระดับตาง ๆ ควรนําหลักการจัดการความรูมาใช เพื่อการแลกเปลี่ยน ความรู และถายทอดประสบการณรวมกันระหวางผูปฏิบัติงาน อาทิ การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู การ สรางเครือขายชุมชนนักปฎิบัติ (community of practices) เปนตน 6. ผูบริหารบริหารงานดวยหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงประโยชนของสถาบันและผูมีสวนได สวนเสีย 6.1 ผูบริหารควรยึดหลักธรรมาภิบาลเปนเครื่องมือในการบริหารการดําเนินงานของ สถาบันใหไปสูทิศทางที่กําหนดรวมกันระหวางผูบริหารสถาบัน และสภาสถาบัน โดยใหสอดคลองทิศ ทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศและทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก 6.2 ผูบริหารมีการดําเนินงานภายใตหลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะในประเด็นการปกปอง ผลประโยชนของผูมีสวนไดสวนเสียในเรื่องคุณภาพทางวิชาการและเปดโอกาสใหมีสวนรวมจากทุกฝายที่ เกี่ยวของในการดําเนินงาน 6.3 ผูบริหารมีการเปดเผยประวัติ มีรายงานประเมินตนเอง จัดทํารายงานสรุปผลการ ทํางานและรายงานการเงินของสถาบันเสนอตอสภาสถาบันเปนประจําทุกป 6.4 ผู บ ริ ห ารมี ก ารติ ด ตามผลการควบคุ ม ภายใน การบริ ห ารความเสี่ ย ง และการ ตรวจสอบภายในของสถาบันการศึกษา และรายงานการเงินของสถาบันเสนอตอสภาสถาบันเปนประจํา ทุกป คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 139.
    133 7. สภาสถาบันประเมินผลการบริหารงานของสถาบันและผูบริหารนําผลการประเมินไปปรับปรุง การบริหารงานอยางเปนรูปธรรม 7.1 สภาสถาบันประเมินผลการบริหารงานของสถาบันและผูบริหารตามที่ระบุไวใน กฎหมายหรือพระราชบัญญัติของสถาบัน และขอบังคับมหาวิทยาลัยที่วาดวยการบริหารงานบุคคลผูบริหาร และขอบังคับที่เกี่ยวของกับการประเมิน หรือตามขอตกลงที่ทํารวมกันระหวางสภาสถาบันและผูบริหาร 7.2 สภาสถาบันควรยึดหลักการประเมินผลการบริหารงานแบบกัลยาณมิตร กลาวคือใช หลักการที่มุงเนนการใหขอเสนอแนะเชิงสรางสรรค นําผลการประเมินไปใชในการพัฒนา หรือปรับปรุง สถาบันใหเจริญกาวหนาอยางตอเนื่อง 7.3 ผูบริหารมีการนําผลการประเมินจากสภาสถาบันไปใชปรับปรุงการบริหารงาน อาทิ จัดทําแผนการบริหารงาน และรายงานผลการดําเนินงานตอสภาสถาบันในโอกาสที่เหมาะสม ตัวบงชี้ที่ 7.2 การพัฒนาสถาบันสูสถาบันเรียนรู  1. มี ก ารกํ า หนดประเด็ น ความรู แ ละเป า หมายของการจั ด การความรู ที่ ส อดคล อ งกั บ แผน กลยุทธของสถาบันอยางนอยครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจย ั 1.1 สถาบันควรศึกษาเปาประสงคตามประเด็นยุทธศาสตร หรือวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ ของสถาบัน วามีประเด็นใดที่มุงเนนเปนสําคัญ หรือมุงสูอัตลักษณใดที่ตองการ เพื่อนํามาใชในการกําหนด แผนยุทธศาสตรหรือแผนปฏิบัติการในการจัดการความรูใหสอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน โดยอยาง นอยตองครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและดานการวิจัย 1.2 บุคคลที่เกี่ยวของในการกําหนดประเด็นความรู อาจประกอบดวย รองอธิการบดี ผูชวยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผูชวยคณบดี ผูอํานวยการ หัวหนางาน ที่กํากับดูแลดานยุทธศาสตร หรือกลยุทธที่เกี่ยวของกับการผลิตบัณฑิต ดานวิจัย รวมทั้งดานอื่นๆ ที่เปนไปตามอัตลักษณของสถาบัน 1.3 สถาบั น ควรมี เ ป า หมายในการจั ด การความรู โดยเน น เรื่ อ งการพั ฒ นาทั ก ษะ ความสามารถของบุคลากรภายในเปนหลัก โดยอยางนอยตองครอบคลุมพันธกิจดานการผลิตบัณฑิตและ ดานการวิจัย รวมทั้งประเด็นการจัดการความรูที่สถาบันมุงเนนตามอัตลักษณ เชน เทคนิคการปรับปรุง หลักสูตรและวิธีการเรียนรูที่เนนผลลัพธการเรียนรู (learning outcome) เทคนิคการเพิ่มผลงานวิจัยภายใน สถาบัน เปนตน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 140.
    134 2. กําหนดบุคลากรกลุมเปาหมายที่จะพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดานการ วิจัยอยางชัดเจนตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 2.1 กลุมเปาหมายที่จะไดรับการพัฒนาความรูและทักษะดานการผลิตบัณฑิตและดาน การวิจัย อยางนอยควรเปนบุคลากรที่ทําหนาที่เกี่ยวของกับการผลิตบัณฑิตและการวิจัย เชน คณาจารย หรือนักวิจัยที่เกี่ยวของกับประเด็นความรูดังกลาว รวมทั้งดานอื่นๆ ที่สถาบันมุงเนน 2.2 สถาบั น ควรกํ า หนดนโยบายใหมีก ารสํ า รวจผลการปฏิบัติง านที่เ ป น จุ ด เด น ของ อาจารยหรือนักศึกษาในแตละคณะ หรือสาขาวิชา โดยเฉพาะดานการจัดการเรียนการสอน และการวิจัยที่ สะทอนอัตลักษณของสาขาวิชานั้นๆ เพื่อนํามากําหนดเปนประเด็นสําหรับใชในกระบวนการจัดการความรู ใหไดองคความรูที่เปนประโยชนตอการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 3. มี ก ารแบ ง ป น และแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู จ ากความรู ทั ก ษะของผู มี ป ระสบการณ ต รง (tacit knowledge) เพื่อคนหาแนวปฏิบัติที่ดีตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 และเผยแพรไปสู บุคลากรกลุมเปาหมายที่กําหนด 3.1 สถาบันควรเชิญบุคลากรภายใน หรือภายนอกที่มีผลงานดีเดนทางดานวิชาการ และผลงานทางดา นวิจัย รวมทั้ง ผลงานดา นอื่น ๆ ที่ส ถาบัน มุง เนน มาถา ยทอดความรู เคล็ดลับ หรื อ นวัตกรรม อยางสม่ําเสมอผานเวทีตาง ๆ เชน การจัดประชุมสัมมนา เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกับ เจาของความรู เคล็ดลับ หรือนวัตกรรมดังกลาว 3.2 สถาบันควรสงเสริมใหมีบรรยากาศและวัฒนธรรมการเรียนรูภายในสถาบัน เชน การสงเสริมใหมีชุมชนนักปฏิบัติและเครือขายดานการจัดการความรู ทั้งระหวางหนวยงานภายในสถาบัน และภายนอกสถาบัน เพื่อใหเกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรูอยางตอเนื่อง โดยการจัดสรรทรัพยากร อยางเหมาะสม ทั้งดานงบประมาณ เวลา สถานที่ 4. มีการรวบรวมความรูตามประเด็นความรูที่กําหนดในขอ 1 ทั้งที่มีอยูในตัวบุคคลและแหลง เรียนรูอื่นๆ ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาพัฒนาและจัดเก็บอยางเปนระบบโดยเผยแพรออกมาเปน ลายลักษณอกษร (explicit knowledge) ั 4.1 มีการกําหนดผูรับผิดชอบในการวิเคราะห สังเคราะหความรูทั้งที่มีอยูในตัวบุคคล และแหล ง เรีย นรู อื่น ๆ ที่ เ ป น แนวปฏิบั ติท่ีดี ม าพัฒ นาและจัด เก็บ อย า งเป น ระบบ เป น หมวดหมู เ พื่ อ ให บุคลากรกลุมเปาหมายที่ตองการเพิ่มพูนความรูความสามารถเขาถึงแนวปฏิบัติที่ดีไดงาย 4.2 ควรมีการใชประโยชนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร จัดการ และเผยแพรความรูในองคกร ใหเกิดความประหยัดและเกิดประโยชนสงสุด ู คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 141.
    135 4.3 ควรมีการจัดพิมพวารสาร หรือสื่อสิ่งพิมพ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรูและยกยองให เกียรติแกผูเปนเจาของความรู เคล็ดลับ หรือนวัตกรรมดังกลาว 5. มีการนําความรูที่ไดจากการจัดการความรูในปการศึกษาปจจุบันหรือปการศึกษาที่ผานมา ที่ เปนลายลักษณอักษร (explicit knowledge) และจากความรู ทักษะของผูมีประสบการณตรง (tacit knowledge) ที่เปนแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใชในการปฏิบัตงานจริง ิ 5.1 ผูรับผิดชอบควร วิเคราะหความรูจากแนวปฏิบัติที่ดีจากแหลงตาง ๆ เชน นวัตกรรม ที่ไดจากการจัดการความรูไปใชใหเกิดประโยชนแกสถาบันและสังคม นํามาปรับใชใหเหมาะสมกับบริบท ของหนวยงานที่เปนกลุมเปาหมาย 5.2 ผูรับผิดชอบควรขยายผลการปรับใชไปยังหนวยงานตางๆ และติดตามวัดผลตาม ประเด็นความรูและเปาหมายของการจัดการความรูที่สอดคลองกับแผนกลยุทธดานการผลิตบัณฑิตและ ดานการวิจัย 5.3 มีกลไกการนําผลการประเมินคุณภาพจากภายในและภายนอกดานการจัดการ ความรู มาปรับปรุงและพัฒนาระบบและกลไกการจัดการความรูของสถาบัน 5.4 ผูรับผิดชอบควรสรุปผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นตามเปาประสงคที่กําหนดไวในประเด็น ยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน ตัวบงชี้ที่ 7.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ 1. มีแผนระบบสารสนเทศ (information system plan) 1.1 สถาบันควรตั้งคณะกรรมการจัดทําแผนระบบสารสนเทศที่ประกอบไปดวยผูบริหาร ดานระบบสารสนเทศของสถาบันและกลุมผูบริหารที่เปนผูใชระบบสารสนเทศ 1.2 แผนระบบสารสนเทศควรสอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน 1.3 ระบบสารสนเทศที่นําเสนอในแผนระบบสารสนเทศควรประกอบดวยรายละเอียด ดังตอไปนี้เปนอยางนอย - วัตถุประสงค ความสามารถในการทํางานของระบบแตละระบบ - ความสอดคลองของแตละระบบที่มีตอแตละกลยุทธของสถาบัน - ความสัมพันธระหวางระบบสารสนเทศที่นําเสนอใหมกับระบบสารสนเทศที่มี อยูในปจจุบัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 142.
    136 - ทรัพยากรสารสนเทศที่ตองการใชในแตละระบบ ทั้ง hardware software (system software และ application software) database peopleware และ facilities อื่นๆ - งบประมาณที่ตองการใชในแตละระบบ - การประเมินความคุมคาของระบบสารสนเทศ - การจัดลําดับความสําคัญของระบบสารสนเทศ 2. มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจตามพันธกิจของสถาบัน โดยอยางนอยตอง ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารจัดการ และการเงิน และสามารถ นําไปใชในการดําเนินงานประกันคุณภาพ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจเปนระบบสารสนเทศที่นําขอมูลจากระบบ สารสนเทศในการดําเนินงานตามปกติ เชน ระบบบัญชี ระบบลงทะเบียนนักศึกษา ระบบทะเบียนประวัติ เปน ตน มาสรางเปนสารสนเทศใหผูบริหารใชในการบริหารและการตัดสินใจในเรื่องที่เปนพันธกิจของสถาบันได อยางครบถวน ทั้งดานการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การเงิน การบริหารจัดการดานอื่น ๆ รวมทั้งเปน ขอมูลเพื่อใชในการดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาดวย 3. มีการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศ 3.1 ผูรั บผิดชอบควรจั ดทํ าแบบประเมิ นความพึ งพอใจของผู ใช ระบบ รวมทั้ งกําหนด ระยะเวลาในการเก็บแบบประเมินใหสอดคลองกับลักษณะการเขาใชระบบ เชน มีการประเมินความพึงพอใจ ทุกครั้งที่มีการใชระบบหรือทุกเดือน ทุกภาคการศึกษา ทุกปการศึกษา เปนตน 3.2 ผูรับผิดชอบดานระบบสารสนเทศของสถาบันควรดําเนินการประเมินความพึงใจของ ผูใชระบบสารสนเทศเปนประจําอยางนอยปละ 1 ครั้ง 4. มีการนําผลการประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบสารสนเทศมาปรับปรุงระบบสารสนเทศ 4.1 กําหนดผูรับผิดชอบในการวิเคราะหขอมูลที่ไดจากการประเมินความพึงพอใจของผูใช ระบบสารสนเทศ 4.2 นําผลการประเมินความพึงพอใจมาใชในการจัดทําแผนปรับปรุงระบบสารสนเทศ 4.3 แผนปรับปรุงระบบสารสนเทศควรผานการพิจารณาจากผูบริหารแลว 4.4 ดําเนินการตามแผนปรับปรุงระบบสารสนเทศตามระยะเวลาที่กําหนด คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 143.
    137 5. มีการสงขอมูลผานระบบเครือขายของหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของตามที่กําหนด มี การส ง ข อมู ลผ า นระบบเครือข า ยของสํา นัก งานคณะกรรมการการอุดมศึ ก ษาตามที่ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด ไดแก ระบบฐานขอมูลดานการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา (CHE QA online) ระบบฐานขอมูลรายบุคคลดานนักศึกษา บุคลากร และหลักสูตรใน สถาบันอุดมศึกษา เปนตน ตัวบงชี้ที่ 7.4 ระบบบริหารความเสี่ยง 1. มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานบริหารความเสี่ยง โดยมีผูบริหารระดับสูงและ ตัวแทนที่รับผิดชอบพันธกิจหลักของสถาบันรวมเปนคณะกรรมการหรือคณะทํางาน 1.1 มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางาน ประกอบดวยผูบริหารระดับสูง และ ตัวแทนที่รับผิดชอบในแตละพันธกิจหลักของสถาบัน 1.2 มีการระบุรายละเอียดการทํางานของคณะกรรมการหรือคณะทํางาน เชน นโยบาย หรื อ แนวทางในการดํ า เนิ น งาน หน า ที่ ค วามรั บ ผิ ด ชอบ กํ า หนดระยะเวลาให มี ก ารประชุ ม ของ คณะกรรมการหรือคณะทํางานฯ อยางสม่ําเสมอ 2. มีการวิเคราะหและระบุความเสี่ยง และปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอยางนอย 3 ดาน ตาม บริบทของสถาบัน ปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงในประเด็นตาง ๆ เชน - ความเสี่ยงด า นทรั พ ยากร (การเงิน งบประมาณ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาคารสถานที่) - ความเสี่ยงดานยุทธศาสตร หรือกลยุทธของสถาบัน - ความเสี่ยงดานนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ - ความเสี่ยงดานการปฏิบัติงาน เชน ความเสี่ยงของกระบวนการบริหารหลักสูตร การบริหารงานวิจัย ระบบงาน ระบบประกันคุณภาพ - ความเสี่ยงดานบุคลากรและความเสี่ยงดานธรรมาภิบาล โดยเฉพาะจรรยาบรรณ ของอาจารยและบุคลากร - ความเสี่ยงจากเหตุการณภายนอก - ความเสี่ยงดานอื่นๆ ตามบริบทของสถาบัน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 144.
    138 2.1 วิเคราะหและระบุความเสี่ยงพรอมปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงที่สงผลกระทบหรือ สรางความเสียหาย หรือความลมเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุเปาหมายในการบริหารการศึกษา 2.2 ประเด็ น ความเสี่ย งที่ นํ า มาพิจ ารณาควรมองถึ ง เหตุ ก ารณ ใ นอนาคตที่ มีโ อกาส เกิดขึ้นและสงผลกระทบตอสถาบันดานชื่อเสียง คุณภาพการศึกษา รวมถึงความสูญเสียทางดานชีวิต บุคลากร และทรัพยสนของสถาบันเปนสําคัญ ิ 2.3 ปจจัยเสี่ยงหรือปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงอาจใชกรอบแนวคิดในเรื่องที่เกี่ยวของ กับคน อาคารสถานที่ อุปกรณ วิธีการปฏิบัติงาน สภาพแวดลอมทั้งภายในและภายนอก เปนตน 2.4 จั ด ลํ า ดั บ ความสํ า คั ญ ของป จ จั ย เสี่ ย ง โดยพิ จ ารณาจากมิ ติ ข องโอกาสและ ผลกระทบจากความเสี่ยง 3. มี ก ารประเมิ น โอกาสและผลกระทบของความเสี่ ย งและจั ด ลํ า ดั บ ความเสี่ ย งที่ ไ ด จ ากการ วิเคราะหในขอ 2 3.1 ระดับความเสี่ยงอาจกําหนดเปนเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพที่สะทอนถึงความเสี่ยง ระดับสูง กลาง ต่ํา ได 3.2 ควรมีการกําหนดเกณฑการประเมินความเสี่ยงทั้งในดานของโอกาสและผลกระทบ 3.3 การประเมินโอกาสในการเกิดความเสี่ยง ใหประเมินจากความถี่ที่เคยเกิดเหตุการณ เสี่ยงในอดีต หรือความนาจะเปนที่จะเกิดเหตุการณในอนาคต โดยคาดการณจากขอมูลในอดีต รวมถึง สภาพแวดลอมที่เกี่ยวของกับการควบคุมปจจัยเสี่ยงในปจจุบัน 3.4 การประเมินผลกระทบของความเสี่ยง ใหประเมินจากความรุนแรง ถามีเหตุการณ เสี่ยงดังกลาวเกิดขึ้น โดยจะมีความรุนแรงมาก ถากระทบตอความเชื่อมั่นตอคุณภาพทางการศึกษาของ สถาบัน ฐานะการเงิน ขวัญกําลังใจและความปลอดภัยของบุคลากร เปนตน 4. มีการจัดทําแผนบริหารความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูง และดําเนินการตามแผน 4.1 จัดทําแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อการบรรลุเปาหมาย โดยตองกําหนดมาตรการหรือ แผนปฏิบัติการที่จะสรางความรู ความเขาใจใหกับบุคลากรในสถาบัน และดําเนินการแกไข ลด หรือปองกัน ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอยางเปนรูปธรรม 4.2 สรางมาตรการควบคุมความเสี่ยงโดยใชเทคนิค 4 T คือ Take การยอมรับความ เสี่ยง Treat การลดหรือควบคุมความเสี่ยง Transfer การโอนหรือกระจายความเสี่ยง และ Terminate การ หยุดหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพื่อลดมูลเหตุของแตละโอกาสที่สถาบันจะเกิดความเสียหาย (ทั้งในรูปแบบ ของตัวเงินและไมใชตัวเงิน เชน ชื่อเสียง การฟองรองจากการไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือความคุมคา คุณคา) คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 145.
    139 5. มี การติ ด ตาม และประเมิ น ผลการดํ า เนิ น งานตามแผน และรายงานต อ สภาสถาบั น เพื่ อ พิจารณาอยางนอยปละ 1 ครั้ง 5.1 มีการรายงานความกาวหนาหรือผลการดําเนินงานตามแผนตอสภาสถาบัน 5.2 มีการรายงานสรุปผลการดําเนินงานและประเมินผลความสําเร็จของการดําเนินงาน ปญหาอุปสรรคและแนวทางการแกไข พรอมขอเสนอแนะในการปรับปรุงแผนการดําเนินงานตอสภา สถาบัน 6. มีการนําผลการประเมิน และขอเสนอแนะจากสภาสถาบันไปใชในการปรับแผนหรือวิเคราะห ความเสี่ยงในรอบปถัดไป แผนบริหารความเสี่ยงในรอบปถัดไปควรพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เหลืออยูหลังการ จั ด การ ความเสี่ ย งและข อ เสนอแนะจากสภาสถาบั น รวมทั้ ง ความเสี่ ย งใหม จ ากนโยบาย หรื อ สภาพแวดลอมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในสถาบัน และจากหนวยงานกํากับ ตัวบงชี้ที่ 8.1 ระบบและกลไกการเงินและงบประมาณ 1. มีแผนกลยุทธทางการเงินที่สอดคลองกับแผนกลยุทธของสถาบัน 1.1 แผนกลยุทธทางการเงินเปนแผนที่แสดงใหเห็นถึงแหลงที่มาและแหลงใชไปของเงิน ที่ตองใชในการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ 1.2 สถาบันควรตั้งคณะกรรมการทําหนาที่ดําเนินการวิเคราะหทรัพยากรที่ตองใชในการ ดํ า เนิ น งานตามแผนกลยุ ท ธ ข องสถาบั น และทํ า การประเมิ น มู ล ค า ของทรั พ ยากรที่ ต อ งใช ซึ่ ง จะเป น งบประมาณในการดําเนินการตามแผน และ กําหนดแหลงที่มาของงบประมาณดังกลาวซึ่งอาจจะเปน งบประมาณแผนดิน เงินรายไดสถาบัน เงินบริจาค หรือสถาบันจะตองจัดใหมีการระดมทุนจากแหลงทุนตาง กอนที่จะนําขอมูลเหลานั้นมาจัดทํางบประมาณประจําปตามแหลงงบประมาณนั้นๆ 2. มีแนวทางจัดหาทรัพยากรทางดานการเงิน หลักเกณฑการจัดสรร และการวางแผนการใชเงิน อยางมีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบได 2.1 มีแนวทางการจัดหาแหลงเงินทุนที่เหมาะสมกับลักษณะของคาใชจายหรือเงินทุน และเพียงพอ สําหรับการบริหารภารกิจของสถาบันในทุกดานใหเปนไปตามเปาหมาย คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 146.
    140 2.2 มีแนวทางในการจัดสรรทรัพยากรตามหลักเกณฑที่กําหนดลวงหนาและไดรับการ ยอมรับโดยทั่วไปของประชาคม ในกรณีที่มีหลักเกณฑในการจัดสรรทรัพยากรอยูแลวควรไดมีการทบทวน ความเหมาะสมของหลักเกณฑใหสอดคลองกับสถานการณในปจจุบัน 2.3 มีแผนการจัดหาทรัพยากรทางการเงินอยางเพียงพอ สําหรับการบริหารภารกิจของ สถาบั น ในทุก ดา นให เป นไปตามเปา หมาย และมี แผนใช เ งิ น อยา งมีประสิทธิ ภาพ เพื่อจะทํ า ใหรายได รายจาย เปนไปอยางเหมาะสม 3. มีงบประมาณประจําปที่สอดคลองกับแผนปฎิบัติการในแตละพันธกิจและการพัฒนาสถาบัน และบุคลากร สถาบันการศึกษาแตละแหงอาจจะมีวิธีการและหลักการในการทํางบประมาณประจําปที่ แตกตางกันไดแตอยางไรก็ตามหลังจากไดมีการจัดทํางบประมาณประจําปเสร็จแลวกอนที่ที่จะนํางบประมาณ ประจําปเสนอสภาสถาบันควรไดมีการวิเคราะหการใชไปของเงินตามงบประมาณในดานตางๆดังนี้ - งบประมาณประจําปสอดคลองกับแผนปฏิบัติการประจําปที่กําหนดไวในแตละปมาก นอยเพียงใด - เมื่อวิเคราะหตามพันธกิจของสถาบันแลว งบประมาณประจําปในแตละพันธกิจมีความ เพียงพอมากนอยเพียงใด - เมื่อวิเคราะหตามแผนการพัฒนาสถาบันแลว งบประมาณประจําปสําหรับการพัฒนา บุคลากรมีความเหมาะสมตามนโยบายมากนอยเพียงใด 4. มี ก ารจั ด ทํ า รายงานทางการเงิ น อย า งเป น ระบบ และรายงานต อ สภาสถาบั น อย า งน อ ย ปละ 2 ครั้ง มีการจัดทํารายงานทางการเงินที่อยางนอยประกอบไปดวยงบรายรับ คาใชจายและงบดุล อยางเปนระบบ อยางนอยทุก 6 เดือน ปละ 2 ครั้ง เพื่อจะไดรูถึงสถานะของเงินรายได หักคาใชจายแลว สถานศึกษามีงบประมาณเหลือเพียงพอ ที่จะใชในกิจกรรมของสถาบันในชวงถัดไป มีการนํารายงาน ทางการเงินเสนอผูบริหารของสถาบัน และสภาสถาบัน 5. มีการนําขอมูลทางการเงินไปใชในการวิเคราะหคาใชจาย และวิเคราะหสถานะทางการเงินและ ความมั่นคงของสถาบันอยางตอเนื่อง 5.1 จัดทํารายงานการใชเงินงบประมาณตามแผนการดําเนินงานเสนอผูบริหาร เปน รายงานที่แจงใหผูบริหารไดทราบวา ไดใชเงินตามแผนหรือไมและไดใชเงินกับกิจกรรมใด มีผลลัพธจากการ ทํางานอยางไรบาง มีงบประมาณเหลือจายในแตละแผนเทาไร คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 147.
    141 5.2 มีการจัดทําคาใชจายตอหัวของนักศึกษา 5.3 มีการจัดทํารายงานการลงทุนของสถาบัน 5.4 มีการวิเคราะหเพื่อพยากรณรายรับและรายจายในอนาคต 6. มีหนวยงานตรวจสอบภายในและภายนอก ทําหนาที่ตรวจ ติดตามการใชเงินใหเปนไปตาม ระเบียบและกฎเกณฑที่สถาบันกําหนด 6.1 สถาบันการศึกษาที่ไมไดมีสํานักงานตรวจเงินแผนดินเปนผูตรวจสอบภายนอกอยู แลวควรจัดใหมีผูตรวจสอบภายนอกเขาตรวจสอบเปนประจําทุกป สําหรับสถาบันการศึกษาของรัฐที่มี สํานักงานตรวจเงินแผนดินเปนผูตรวจสอบภายนอกอยูแลวนั้นหากสํานักงานตรวจเงินแผนดินไมไดเขา ตรวจสอบเปนประจําทุกปควรจัดใหมีผูตรวจสอบภายนอกเขาตรวจสอบเปนประจําทุกป 6.2 มีการแตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit committee) หรือรวมทั้งผูตรวจสอบ ภายใน อยางเปนทางการ 7. ผูบริหารระดับสูงมีการติดตามผลการใชเงินใหเปนไปตามเปาหมาย และนําขอมูลจากรายงาน ทางการเงินไปใชในการวางแผนและการตัดสินใจ 7.1 ผูบริหารสามารถใชระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจชวยในการ ติดตามการใชเงิน จัดทํารายงานตางๆที่เปนสิ่งจําเปนที่ผูบริหารจะตองทราบ และนําขอมูลมาวิเคราะห สถานะทางการเงินของหนวยงาน 7.2 มีการนํารายงานทางการเงินเสนอสภาสถาบันตามแผนที่กําหนด ตัวบงชี้ที่ 9.1 ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 1. มีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่เหมาะสม และสอดคลองกับพันธกิจ และพัฒนาการของสถาบัน ตั้งแตระดับภาควิชา หรือหนวยงานเทียบเทา และดําเนินการตาม ระบบที่กําหนด 1.1 สถาบันอุดมศึกษาควรพัฒนาระบบประกันคุณภาพ ที่เหมาะสมกับระดับการพัฒนา ของสถาบัน โดยอาจเปนระบบประกันคุณภาพที่ใชกันแพรหลายทั้งในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือเปน ระบบเฉพาะที่สถาบันพัฒนาขึ้นเอง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 148.
    142 1.2 ระบบประกันคุณภาพที่นํามาใชตองเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา ที่ดําเนินการเปนประจํา โดยเริ่มจากการวางแผน การดําเนินการตามแผน การตรวจสอบ ประเมินและการ ปรับปรุงพัฒนาเพื่อใหการดําเนินภารกิจบรรลุเปาประสงคและมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง 1.3 มีการกําหนดผูรับผิดชอบและประสานงานดานการประกันคุณภาพเพื่อผลักดันใหมี การประกันคุณภาพเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง ตั้งแตระดับสถาบัน คณะวิชา ภาควิชา / สาขาวิชา จนถึงระดับผู ปฏิบัติแตละบุคคล 2. มี ก ารกํ า หนดนโยบายและให ค วามสํ า คั ญ เรื่ อ งการประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายใน โดย คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน 2.1 คณะกรรมการระดับนโยบายและผูบริหารสูงสุดของสถาบัน ตองใหความสําคัญ และกําหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน โดยเกิดจากการมีสวนรวมจากทุกภาคีทั้ง ภายในและภายนอกสถาบัน 2.2 มีหนวยงานหรือคณะกรรมการรับผิดชอบการจัดระบบการประกันคุณภาพพรอมทั้ง กําหนดมาตรฐาน ตัวบงชี้และเกณฑการประเมินคุณภาพที่เหมาะสม 2.3 มีกลไกเชื่ อมโยงการปฏิ บัติง านตั้ง แตระดั บบุคคล ระดับภาควิช าหรื อสาขาวิชา ระดับคณะวิชา ถึงระดับสถาบัน เพื่อใหไดคุณภาพตามที่สถาบันหรือคณะวิชากําหนด 2.4 มีคูมือคุณภาพในแตละระดับเพื่อกํากับการดําเนินงานใหสการปฏิบัติที่เปนรูปธรรม ู 2.5 มีกลไกการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินและกระตุนใหเกิดการพัฒนาคุณภาพอยาง ตอเนื่อง 3. มีการกําหนดตัวบงชี้เพิ่มเติมตามอัตลักษณของสถาบัน 3.1 สถาบันอาจกําหนดมาตรฐานและกําหนดตัวบงชี้ที่ใชเปนกรอบในการดําเนินงาน ของสถาบันเพิ่มเติมตามอัตลักษณของตนเอง แตทั้งนี้ตองไมขัดกับมาตรฐานการอุดมศึกษา ตลอดจน มาตรฐาน และกฎเกณฑอื่นๆ ที่เกี่ยวของ 3.2 ตัวบงชี้ที่เพิ่มเติมขึ้นตามอัตลักษณของสถาบันควรชี้วัดคุณลักษณะที่พึงประสงค ครบถวนทั้งปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลผลิตหรือผลลัพธ 3.3 เกณฑหรือแนวปฏิบัติที่ดีที่ใชกํากับแตละตัวบงชี้ ตองสามารถวัดระดับคุณภาพตาม เปาหมายของตัวบงชี้นั้นๆ และเปนเกณฑที่นําไปสูการปรับปรุงพัฒนาอยางตอเนื่อง คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 149.
    143 4. มีการดําเนินงานดานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่ครบถวน ประกอบดวย1)การ ควบคุม ติดตามการดําเนิ นงาน และประเมิน คุณภาพ 2) การจัดทํารายงานประจํา ปที่เปน รายงานประเมินคุณภาพเสนอตอสภาสถาบันและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตาม กําหนดเวลา โดยเปนรายงานที่มีขอมูลครบถวนตามที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กําหนดใน CHE QA Online และ 3) การนําผลการประเมินคุณภาพไปทําแผนการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถาบัน 4.1 มีการดําเนินการตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่สมบูรณครบถวน โดยมีการกําหนดการควบคุมคุณภาพ การติดตามการดําเนินงาน และการประเมินคุณภาพ 4.2 มีการนําวงจร PDCA เขามาใชในการดําเนินงานดานระบบคุณภาพ และการ ปรับปรุงระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 4.3 มีการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงานประเมินคุณภาพที่มีขอมูลครบถวนตามที่ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนดใน CHE QA Online เสนอสภาสถาบันพิจารณา พรอมทั้ง เสนอมาตรการและแผนเรงรัดการพัฒนาคุณภาพตามผลการประเมินในแตละป โดยสงรายงานใหตนสังกัด หนวยงานที่เกี่ยวของ และเปดเผยตอสาธารณชน 5. มีการนําผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมาปรับปรุงการทํางาน และสงผลใหมีการ พัฒนาผลการดําเนินงานตามตัวบงชี้ของแผนกลยุทธทุกตัวบงชี้ สถาบันหรือคณะวิชาควรมอบหมายใหผรับผิดชอบตัวบงชี้ของแผนกลยุทธนําผลจากการ ู ประเมินคุณภาพ มาตรการ และแผนพัฒนาคุณภาพในแตละป ไปวิเคราะหและดําเนินการหรือประสานงาน กับคณะกรรมการ / หนวยงานที่เกียวของเพื่อพิจารณาปรับปรุงการดําเนินงานในสวนที่รับผิดชอบโดยตรง ่ หรือรวมรับผิดชอบ โดยมีเปาหมายใหผลการดําเนินงานตามตัวบงชีของแผนกลยุทธของสถาบัน มีการ ้ พัฒนาขึ้นจากปกอนหนาทุกตัวบงชี้ 6. มี ร ะบบสารสนเทศที่ ใ ห ข อ มู ล สนั บ สนุ น การประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในครบทั้ ง 9 องคประกอบคุณภาพ สถาบัน ควรจัดใหมีระบบสารสนเทศที่สามารถนํ าเสนอขอมูลประกอบการดําเนิน การ ประกันคุณภาพการศึกษาที่ถูกตอง เปนปจจุบันครบทั้ง 9 องคประกอบคุณภาพ และสามารถใชรวมกันได ทั้งระดับบุคคล ภาควิชา คณะวิชา และสถาบัน รวมถึงเปนระบบที่สามารถเชื่อมตอกับหนวยงานภายนอกที่ เกี่ยวของกับการประกันคุณภาพ เชน สกอ. สมศ. กพร. เปนตน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 150.
    144 7. มีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาผูใช บัณฑิต และผูใชบริการตามพันธกิจของสถาบัน สถาบันควรสงเสริมใหนักศึกษา คณาจารย และบุคลากรของสถาบันเขามามีสวนรวมใน กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา และเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสีย โดยเฉพาะผูใชบัณฑิตและ ผูรับบริการตามพันธกิจของสถาบัน เชน ผูรับบริการดานการวิจัย หรือ ชุมชนผูรับบริการทางวิชาการของ สถาบัน ไดเขามีมาสวนรวมในการประกันคุณภาพ อาทิ ในรูปแบบของการรวมเปนกรรมการ การรวม กําหนดตัวบงชี้และเปาหมาย การใหขอมูลปอนกลับ หรือการใหความรวมมือกับสถาบันในการดําเนิน กิจกรรมตางๆดานการประกันคุณภาพ เปนตน 8. มีเครือขายการแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการประกันคุณภาพการศึกษาระหวางสถาบันและมี กิจกรรมรวมกัน 8.1 มีการสรางเครือขายการประกันคุณภาพระหวางสถาบัน ทั้งในสวนของระดับสถาบัน หรือคณะวิชา และในสวนที่เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา และอื่นๆ 8.2 มีการทํางานด านการประกัน คุณภาพรวมกัน ในเครื อขาย มีผลการปฏิบัติง านที่ ชัดเจน และมีพัฒนาการดานตางๆที่เกิดขึ้น จากการแลกเปลี่ยนเรียนรูภายในเครือขาย 8.3 มีการติ ดตาม ประเมินผลการสรา งเครือขา ย เพื่ อนํ าไปสู การพัฒ นาการทํา งาน รวมกันอยางตอเนื่อง 9. มีแนวปฏิบัติที่ดีหรืองานวิจัยดานการประกันคุณภาพการศึกษาที่หนวยงานพัฒนาขึ้น และ เผยแพรใหหนวยงานอื่นสามารถนําไปใชประโยชน 9.1 มีกระบวนการคัดสรรแนวปฏิบัตที่ดี ในแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานดาน ิ การประกันคุณภาพการศึกษา 9.2 มี ก ารเผยแพร แ นวทางการประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษา ที่ เ ป น วิ ธี ป ฏิ บั ติ ที่ ดี ใ ห กั บ สาธารณชน และใหหนวยงานอื่นไปใชประโยชน 9.3 มีการวิจัยสถาบันดานการประกันคุณภาพการศึกษา และนําผลไปพัฒนางานดาน การประกันคุณภาพการศึกษา คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 151.
    145 บทที่ 5 การวิเคราะหตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษา และมุมมองดานการบริหารจัดการ 1. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน สถาบันอุดมศึกษามีพันธกิจหลักที่สําคัญ 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การ ใหบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และมีพันธกิจอยางนอยอีก 5 ประการที่จะสนับสนุนใหการขับเคลื่อนพันธกิจหลักบรรลุเปาหมายได คือ 1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค และแผนการดําเนินการ 2) กิจกรรมการพัฒนานักศึกษา 3) การบริหารและการจัดการ 4) การเงินและ งบประมาณ และ 5) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ซึ่งพันธกิจหลักและพันธกิจสนับสนุนจะตอง ทํางานเชื่อมโยงบูรณาการทุกเรื่องเขาดวยกันอยางเปนระบบและตอเนื่อง จึงจะสงเสริมใหการจัดการศึกษา ของสถาบัน อุ ด มศึ ก ษามีคุ ณ ภาพได การประกัน คุ ณ ภาพการศึ ก ษาภายในจึ ง พัฒ นาขึ้ น โดยคํ า นึ ง ถึ ง องคประกอบคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา 9 ดานที่ครอบคลุมทั้งพันธกิจหลักและพันธกิจสนับสนุน ไดแก 1) ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงคและแผนการดําเนินการ 2) การผลิตบัณฑิต 3) กิจกรรมการพัฒนา นักศึกษา 4) การวิจัย 5) การบริการทางวิชาการแกสังคม 6) การทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม 7) การ บริหารและการจัดการ 8) การเงินและงบประมาณ และ 9) ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ดังนั้น ในการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จึงได กําหนดตัวบงชี้ภายใตองคประกอบคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา 9 ดาน ดังมีรายละเอียดปรากฏใน บทที่ 3 เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของ สถาบันแตละแหง ซึ่งสามารถสรุปไดตามตารางที่ 5.1 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 152.
    146 ตารางที่ 5.1 องคประกอบคุณภาพ9 ดานและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามองคประกอบ จํานวนตัวบงชี้ องคประกอบคุณภาพ ผลผลิต ปจจัยนําเขา กระบวนการ รวม หรือผลลัพธ 1. ปรัชญา ปณิธาน - ตัวบงชีที่ 1.1 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 1+ วัตถุประสงคและแผน ของ สมศ. ดําเนินการ 2. การผลิตบัณฑิต ตัวบงชีที่ 2.2, ตัวบงชีที่ 2.1, 2.4 , ตัวบงชีที่ 2.8 และ ้ ้ ้ 8+ 2.3 และ 2.5 2.6 และ 2.7 ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ของ สมศ. 3. กิจกรรมการพัฒนา - ตัวบงชีที่ 3.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ้ ่ 2+ นักศึกษา 3.2 ของ สมศ. 4. การวิจัย ตัวบงชีที่ 4.3 ตัวบงชีที่ 4.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ้ ้ ่ 3+ 4.2 ของ สมศ. 5. การบริการทางวิชาการแก - ตัวบงชีที่ 5.1 และ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ้ ่ 2+ สังคม 5.2 ของ สมศ. 6. การทํานุบารุงศิลปะและ ํ - ตัวบงชีที่ 6.1 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 1+ วัฒนธรรม ของ สมศ. 7. การบริหารและการจัดการ - ตัวบงชีที่ 7.1, 7.2, ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ้ ่ 4+ 7.3 และ 7.4 ของ สมศ. 8. การเงินและงบประมาณ - ตัวบงชีที่ 8.1 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 1+ ของ สมศ. 9. ระบบและกลไกการประกัน - ตัวบงชีที่ 9.1 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 1+ คุณภาพ ของ สมศ. รวม 4 18 1+ 23+ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 153.
    147 2. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 34 กําหนดใหคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหนาที่พิจารณาเสนอมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคลองกับ ความตองการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และสอดคลองกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ ดังนั้น จึงไดมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานการอุดมศึกษา ลงวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งถือไดวาเปนมาตรฐานการอุดมศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย มาตรฐานฉบับนี้ประกอบดวยมาตรฐาน ยอย 3 ดาน ไดแก มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานดานการบริหารจัดการการอุดมศึกษา และ มาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรูและสังคมแหงการเรียนรู โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต บัณฑิตระดับอุดมศึกษาเปนผูมีความรู มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการเรียนรู และพัฒนาตนเอง สามารถประยุกตใชความรูเพื่อการดํารงชีวิตในสังคมไดอยางมีความสุขทั้งทางรางกาย และจิตใจ มีความสํานึกและความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก 1) บั ณ ฑิ ต มี ค วามรู ความเชี่ ย วชาญในศาสตร ข องตน สามารถเรี ย นรู สร า งและ ประยุกตใชความรูเพื่อพัฒนาตนเอง สามารถปฏิบัติงานและสรางงานเพื่อพัฒนาสังคมใหสามารถแขงขันได ในระดับสากล 2) บัณ ฑิ ต มี จิ ต สํ า นึ ก ดํ า รงชี วิ ต และปฏิ บั ติ ห นา ที่ ต ามความรั บ ผิ ด ชอบโดยยึ ด หลั ก คุณธรรมจริยธรรม 3) บัณฑิตมีสุขภาพดีทั้งดานรางกายและจิตใจ มีการดูแลเอาใจใสรักษาสุขภาพของ ตนเองอยางถูกตองเหมาะสม 2. มาตรฐานดานการบริหารจัดการการอุดมศึกษา มีการบริหารจัดการอุดมศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลและพันธกิจของการอุดมศึกษาอยาง มีดุลยภาพ ก. มาตรฐานดานธรรมาภิบาลของการบริหารการอุดมศึกษา มีการบริหารจัดการการ อุดมศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงความหลากหลาย และความเปนอิสระทางวิชาการ มาตรฐาน นี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 154.
    148 1) มีการบริหารจัดการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความยืดหยุน สอดคลองกับความตองการที่หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบติงาน ั อยางมีอิสระทางวิชาการ 2) มี ก ารบริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรและเทคโนโลยี ส ารสนเทศและการสื่ อ สารที่ มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล คลองตัว โปรงใส และตรวจสอบไดมีการจัดการศึกษาผานระบบและวิธีการ ตางๆ อยางเหมาะสมและคุมคาคุมทุน 3) มี ร ะบบการประกั น คุ ณ ภาพเพื่ อ นํ า ไปสู ก ารพั ฒ นาคุ ณ ภาพและมาตรฐานการ อุดมศึกษาอยางตอเนื่อง ข. มาตรฐานดานพันธกิจของการบริหารการอุดมศึกษา การดําเนินงานตามพันธกิจ ของการอุดมศึกษาทั้ง 4 ดานอยางมีดุลยภาพ โดยมีการประสานความรวมมือรวมพลังจากทุกภาคสวนของ ชุมชนและสังคมในการจัดการความรู มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก 1) มีหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ทันสมัย ยืดหยุนสอดคลองกับความตองการที่ หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม โดยใหความสําคัญกับการพัฒนาคุณภาพผูเรียนแบบเนนผูเรียน เปนสําคัญ เนนการเรียนรูและการสรางงานดวยตนเองตามสภาพจริง ใชการวิจัยเปนฐาน มีการประเมิน และใชผลการประเมินเพื่อพัฒนาผูเรียน และการบริหารจัดการหลักสูตร ตลอดจนมีการบริหารกิจการนิสิต นักศึกษาที่เหมาะสมสอดคลองกับหลักสูตรและการเรียนการสอน 2) มีการวิจัยเพื่อสรางและประยุกตใชองคความรูใหมที่เปนการขยายพรมแดนความรู และทรัพยสนทางปญญาที่เชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมตามศักยภาพของ ิ ประเภทสถาบันมีการสรางเครือขายความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและตางประเทศ เพื่อ พัฒนาความสามารถในการแขงขันไดในระดับนานาชาติของสังคมและประเทศชาติ 3) มีการใหบริการวิชาการที่ทันสมัย เหมาะสม สอดคลองกับความตองการของสังคม ตามระดับความเชี่ยวชาญของประเภทสถาบัน มีการประสานความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษากับ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในและตางประเทศ เพื่อเสริมสรางความเขมแข็งและความยั่งยืนของสังคม และ ประเทศชาติ 4) มีการอนุรักษ ฟนฟู สืบสาน พัฒนา เผยแพรวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น เพื่อ เสริมสรางความรู ความเขาใจ และความภาคภูมิใจในความเปนไทย มีการปรับใชศิลปะ วัฒนธรรม ตางประเทศอยางเหมาะสม เพื่อประโยชนในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 155.
    149 3. มาตรฐานดานการสรางและพัฒนาสังคมฐานความรู และสังคมแหงการเรียนรู การแสวงหา การสราง และการจัดการความรูตามแนวทาง/หลักการ อันนําไปสูสังคม ฐานความรู และสังคมแหงการเรียนรู มาตรฐานนี้มีตัวบงชี้หลัก ไดแก 1) มีการแสวงหา การสราง และการใชประโยชนความรู ทั้งสวนที่เปนภูมิปญญาทองถิ่น และเทศ เพื่อเสริมสรางสังคมฐานความรู 2) มี ก ารบริ ห ารจั ด การความรู อ ย า งเป น ระบบ โดยใช ห ลั ก การวิ จั ย แบบบู ร ณาการ หลักการแลกเปลี่ยนเรียนรู หลักการสรางเครือขายและหลักการประสานความรวมมือรวมพลัง อันนําไปสู สังคมแหงการเรียนรู ดั ง นั้ น ในการประกั น คุ ณ ภาพการศึก ษาเพื่อพั ฒ นาคุณ ภาพและมาตรฐานการศึก ษา จึ ง สามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมาตรฐานการอุดมศึกษาแตละดาน เพื่อให สถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของสถาบันแตละแหง ดังปรากฏในตารางที่ 5.2 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 156.
    150 ตารางที่ 5.2 มาตรฐานการอุดมศึกษาและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดาน มาตรฐาน ผลผลิตหรือ รวม ปจจัยนําเขา กระบวนการ ผลลัพธ 1. มาตรฐานดานคุณภาพบัณฑิต - ตัวบงชีที่ 2.7 และ 3.2 ้ ตัวบงชีที่ 2.8 และ 3+ ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ของ สมศ. 2. มาตรฐานด า นการบริ ห าร จัดการอุดมศึกษา ก. มาตรฐานดาน - ตัวบงชีที่ 1.1, 2.4, 7.1, ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 7+ ธรรมาภิ บ าลของการบริ ห ารการ 7.3, 7.4, 8.1 และ 9.1 ของ สมศ. อุดมศึกษา ข. มาตรฐานดานพันธกิจ ตัวบงชีที่ 2.2, 2.3, 2.5 ้ ตัวบงชีที่ 2.1, 2.6, 3.1, ้ ตัวบงชีที่เกียวของ 11+ ้ ่ ของการบริหารการอุดมศึกษา และ 4.3 4.1, 5.1, 5.2, 6.1 ของ สมศ. 3. มาตรฐานดานการสราง - ตัวบงชีที่ 4.2 และ 7.2 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ 2+ ้ ่ และพัฒนาสังคมฐานความรู ของ สมศ. และสังคมแหงการเรียนรู รวม 4 18 1+ 23+ 3. ตัวบงชี้เพื่อการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษาได จั ด ทํ า มาตรฐานสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา ตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 เพื่อนําไปสูการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุม สถาบั น ที่ มี ป รั ช ญา วั ต ถุ ป ระสงค และพั น ธกิ จ ในการจั ด ตั้ ง ที่ แ ตกต า งกั น ได อ ย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและ ประสิทธิผล มาตรฐานฉบับนี้ประกอบดวยมาตรฐานหลัก 2 ดาน คือ มาตรฐานดานศักยภาพและความ พรอมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา และกําหนด กลุมสถาบันอุดมศึกษาเปน 4 กลุม ดังรายละเอียดที่ระบุไปแลวในบทที่ 1 ไดแก กลุม ก วิทยาลัยชุมชน คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 157.
    151 กลุม ข สถาบันที่เนนระดับปริญญาตรีกลุม ค สถาบันเฉพาะทาง และกลุม ง สถาบันที่เนนการวิจัยขั้นสูง และผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอก มาตรฐานสถาบันอุดมศึ กษา ประกอบด ว ยมาตรฐานหลัก 2 ดา น และมาตรฐานยอยอีก มาตรฐานละ 4 ดาน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) มาตรฐานดานศักยภาพและความพรอมในการจัดการศึกษา ประกอบดวยมาตรฐาน ยอยดานตาง ๆ 4 ดาน 1.1) ดานกายภาพ สถาบันอุดมศึกษามีอาคารที่ประกอบดวยลักษณะสําคัญของอาคารเรียนที่ดี มีหอง ครบทุกประเภท พื้นที่ใชสอยที่ใชในการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมทุกประเภทมีจํานวนเพียงพอ และ เหมาะสมกับจํานวนอาจารยประจํา จํานวนนักศึกษาในแตละหลักสูตร และจํานวนนักศึกษาตามแผนการ รับนักศึกษา ตามเกณฑพื้นที่ใชสอยอาคารโดยประมาณ รวมทั้งตองจัดใหมีหองสมุดตามเกณฑมาตรฐาน มีครุภัณฑประจําอาคาร ครุภัณฑการศึกษา และคอมพิวเตอรจํานวนเพียงพอตอการจัดการศึกษา ทั้งนี้ อาคารและบริเวณอาคารจะตองมีความมั่นคง ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะหรือ ความจําเปนอยางอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด 1.2) ดานวิชาการ สถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพและความพรอมในการปฏิบัติภารกิจดานวิชาการ สอดคลองกับวิสยทัศน พันธกิจ ของสถาบันอุดมศึกษาและแผนการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองความตองการ ั ของประเทศและผูใชบัณฑิตโดยรวม มีหลักประกันวาผูเรียนจะไดรับการบริการการศึกษาที่ดี สามารถ แสวงหาความรูไดอยางมีคุณภาพ สถาบันตองมีการบริหารวิชาการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทั้งในดานการวางแผนรับนักศึกษาและการผลิตบัณฑิต การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การประเมินผล การเรียนรู การประกันคุณภาพการเรียนการสอน และการพัฒนาปรับปรุงการบริหารวิชาการ 1.3) ดานการเงิน สถาบันอุดมศึกษามีความพรอมดานการเงินทั้งงบการเงินรวมและงบที่จําแนกตาม กองทุน มีแผนการเงินที่มั่นคง เปนหลักประกันไดวาสถาบันจะสามารถจัดการศึกษาไดตามพันธกิจและ เปาหมายที่กําหนดไว รวมทั้งสอดคลองกับแผนการพัฒนาในอนาคต เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดแกผูเรียน และผูใชบริการอุดมศึกษา สถาบันมีการจัดทํารายงานการเงินที่แสดงถึงการไดมาของรายได รายรับ การ จัดสรร การใชจายที่มีประสิทธิภาพ และทั่วถึงเปนธรรมอยางชัดเจน รวมทั้งการนํารายไดไปลงทุนภายใต การประเมินและวิเคราะหความเสี่ยง มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการปฏิบัติงานควบคูไปกับ การใชเงินทุกประเภท และมีระบบการติดตามตรวจสอบผลประโยชนทับซอนของบุคลากรทุกระดับ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 158.
    152 1.4) ดานการบริหารจัดการ สถาบั น อุ ด มศึ ก ษามี ร ะบบการบริ ห ารจั ด การที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการถ า ยทอด วิสัยทัศน คานิยม ไปสูการปฏิบัตที่สอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคและพันธกิจที่ ิ กําหนดไว โดยมีสภาสถาบันทําหนาที่กํากับ นโยบาย การดําเนินการตามแผน การบริหารบุคคล การ บริหารงบประมาณและทรัพยสิน การบริหารสวัสดิการที่จัดใหกับนักศึกษาและบุคลากรทุกระดับ รวมทั้ง กํากับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการดําเนินงานใหเปนไปตามกฎ ระเบียบ ขอบังคับและกฎหมายที่ กําหนดไว มีการเผยแพรผลการกํากับการดําเนินงานของสภาสถาบันและการบริหารจัดการของผูบริหารทุก ระดับสูประชาคมภายในสถาบันและภายนอกสถาบัน ภายใตหลักธรรมาภิบาลที่ประกอบดวย หลักความ โปรงใส หลักความรับผิดชอบ หลักการตรวจสอบได หลักการมีสวนรวม และหลักความคุมคา  2) มาตรฐานดานการดําเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ประกอบดว ย มาตรฐานยอยดานตาง ๆ 4 ดาน 2.1) ดานการผลิตบัณฑิต สถาบันอุดมศึกษาดําเนินการรับนักศึกษาเขาเรียนที่มีคุณสมบัติและจํานวนตรงตาม แผนการรับนักศึกษาและสอดคลองกับเปาหมายการผลิตบัณฑิตอยางมีคุณภาพ สถาบันผลิตบัณฑิตได ตามคุณลักษณะ จุดเนนของสถาบัน ตรงตามเปาหมายที่กําหนด และจัดใหมีขอสนเทศที่ชัดเจน เผยแพร ตอสาธารณะในเรื่องหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน คณาจารยที่สงเสริมการจัดกิจกรรม การพัฒนาการ เรียนรูทั้งในและนอกหลักสูตร และตอบสนองความตองการของนักศึกษา 2.2) ดานการวิจัย สถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินพันธกิจดานการวิจัยอยางมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และภายใตจุดเนนเฉพาะ โดยมีการดําเนินการตามนโยบาย แผน งบประมาณ มีการบริหารจัดการเพื่อสงเสริม และสนับสนุนคณาจารย นักวิจัย บุคลากรใหมีสมรรถนะในการทําวิจัย สงเสริมและสรางเครือขายการทําวิจัย กับหนวยงานภายนอกสถาบันเพื่อใหไดผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ และงานริเริ่มสรางสรรคที่มีคุณภาพ มี ประโยชน สนองยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ สามารถตอบสนองความตองการของสังคมไดในวงกวางและ กอใหเกิดประโยชนแกสาธารณชน 2.3) ดานการใหบริการทางวิชาการแกสงคม ั สถาบันอุดมศึกษามีการใหบริการทางวิชาการที่ครอบคลุมกลุมเปาหมายทั้งในวง กวางและกลุมเปาหมายที่เฉพาะเจาะจงทั้งในและตางประเทศ ซึ่งอาจใหบริการโดยการใชทรัพยากร รวมกันทั้งในระดับสถาบันและระดับบุคคลไดในหลายลักษณะ อาทิ การใหคําปรึกษา การศึกษาวิจัย การ ค น คว า เพื่ อ แสวงหาคํ า ตอบให กั บ สั ง คม การให บ ริ ก ารฝ ก อบรมหลั ก สู ต รระยะสั้ น ต า ง ๆ การจั ด ให มี การศึกษาตอเนื่องบริการแกประชาชนทั่วไป การใหบริการทางวิชาการนี้ สามารถจัดในรูปแบบของการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 159.
    153 ใหบริการแบบใหเปลาหรือเปนการใหบริการเชิงพาณิชยที่ใหผลตอบแทนเปนรายไดหรือเปนขอมูลยอนกลับ มาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อใหเกิดองคความรูใหม 2.4) ดานการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม สถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติทั้งใน ระดับหนวยงานและระดับสถาบัน มีระบบและกลไกในการสงเสริมและสนับสนุนใหศิลปะและวัฒนธรรม เปนสวนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนโดยตรงหรือโดยออม เพื่อใหผูเรียนและบุคลากรของสถาบันไดรับ การปลูกฝงใหมีความรู ตระหนักถึงคุณคา เกิดความซาบซึ้งและมีสุนทรียะตอศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ สามารถนําไปใชเปนเครื่องจรรโลงความดีงามในการดํารงชีวิตและประกอบอาชีพ มีวิถีชีวิตที่ปรารถนาและ เรียนรูวิธีการจัดการวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ไมพึงปรารถนาได สถาบันมีการควบคุมการดําเนินงานดานนี้ อยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเปาหมายของแผนยุทธศาสตรการดําเนินงานดานการทํานุบํารุง ศิลปะและวัฒนธรรมของสถาบัน ดังนั้น ในการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จึง สามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษายอยแตละดาน เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาใชเปนแนวทางในการกํากับดูแล ตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในของ สถาบันแตละแหง ดังปรากฏในตารางที่ 5.3 คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 160.
    154 ตารางที่ 5.3 มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาและตัวบงชี้ที่ใชประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน มาตรฐาน ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดาน สถาบันอุดมศึกษา ผลผลิต รวม ปจจัยนําเขา กระบวนการ หรือผลลัพธ 1. มาตรฐานดานศักยภาพ และความพรอมในการ จัดการศึกษา (1) ดานกายภาพ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 2.5 ้ 1+ ของ สมศ. (2) ดานวิชาการ ตัวบงชีที่ 2.2 ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 2.1, 2.4, 2.6 ้ 5+ และ 2.3 ของ สมศ. (3) ดานการเงิน ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 8.1 ้ 1+ ของ สมศ. (4) ดานการบริหาร ตัวบงชีที่ 1.1, 7.1, 7.2, ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 6+ จัดการ 7.3, 7.4 และ 9.1 ของ สมศ. 2. มาตรฐานดานการ ดําเนินการตามภารกิจ ของสถาบันอุดมศึกษา (1) ดานการผลิตบัณฑิต ตัวบงชีที่ 2.8 และ ้ ตัวบงชีที่ 2.7, 3.1และ ้ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ 4+ 3.2 ของ สมศ. (2) ดานการวิจัย ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 4.3 ้ ตัวบงชีที่ 4.1และ 4.2 ้ 3+ ของ สมศ. (3) ดานการใหบริการ ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 5.1และ 5.2 ้ 2+ ทางวิชาการแกสังคม ของ สมศ. (4) ดานการทํานุบํารุง ตัวบงชีที่เกียวของ ้ ่ ตัวบงชีที่ 6.1 ้ 1+ ศิลปะและวัฒนธรรม ของ สมศ. รวม 4 18 1+ 23+ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 161.
    155 4. ตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ เพื่อใหการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสามารถติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการ ดําเนินงานอยางครอบคลุมและมีสมดุลระหวางมุมมองการบริหารจัดการดานตางๆ ทั้ง 4 ดาน คือ ดาน นักศึกษาและผูมีสวนไดสวนเสีย ดานกระบวนการภายใน ดานการเงิน และดานบุคลากร การเรียนรู รวมถึง  นวัตกรรม จึงสามารถกระจายตัวบงชี้ตามองคประกอบคุณภาพ 9 ดาน ลงในมุมมองดานตางๆ ที่กลาว ขางตน ดังปรากฏในตารางที่ 5.4 ตารางที่ 5.4 มุมมองดานบริหารจัดการที่สําคัญและตัวบงชี้ตามมุมมองดานการบริหารจัดการ มุมมองดานบริหาร ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดาน ตัวบงชี้ดานผลผลิต ปจจัยนําเขา กระบวนการ หรือผลลัพธ รวม จัดการ 1. ดานนักศึกษาและผูมี - ตัวบงชีที่ 2.6, 2.7, ้ ตัวบงชีท่ี 2.8 และ ้ 7+ สวนไดสวนเสีย 3.1, 3.2, 5.1, และ ตัวบงชีท่เกียวของของ ้ ี ่ 5.2 สมศ. 2. ดานกระบวนการภายใน ตัวบงชีที่ 2.5 ้ ตัวบงชีที่ 1.1, 2.1, ้ ตัวบงชีที่เกียวของของ 10+ ้ ่ 2.4, 4.1, 6.1, 7.1, สมศ. 7.3, 7.4 และ 9.1 3. ดานการเงิน ตัวบงชีที่ 4.3 ้ ตัวบงชีที่ 8.1 ้ ตัวบงชีที่เกียวของของ ้ ่ 2+ สมศ. 4. ดานบุคลากร การเรียนรู ตัวบงชีที่ 2.2 ้ ตัวบงชีที่ 4.2 และ 7.2 ตัวบงชีที่เกียวของของ ้ ้ ่ 4+ และนวัตกรรม และ 2.3 สมศ. รวม 4 18 1+ 23+ ************************************** คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 162.
    156 รายการอางอิง ภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. กฎกระทรวงวาดวยการขอใหรับรองและการรับรองวิทยฐานะของ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2551. กระทรวงศึกษาธิการ. 2553. กฎกระทรวงวาดวยระบบ หลักเกณฑ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553. ราชกิจจานุเบกษา เลม 127 ตอนที่ 23 ก วันที่ 2 เมษายน 2553. หนา 22-35 กระทรวงศึกษาธิการ. 2552. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา แหงชาติ พ.ศ. 2552. กระทรวงศึกษาธิการ. 2549. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2549. กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2551. กองบริการการศึกษา, สํานักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย. 2543. มาตรฐานกิจการนักศึกษา. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์และคณะ. 2548. รายงานการวิจัย การสังเคราะหองคความรูเกี่ยวกับ การจัดการเรียนรูที่เนนตัวผูเรียนเปนสําคัญ ตั้งแต พ.ศ. 2542-2547” รายงานการวิจยเสนอตอ ั สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย. ชาญณรงค พรรุงโรจนและคณะ. 2548. ดัชนีบงชี้และเกณฑประเมินคุณภาพดานการทํานุบารุง ํ ศิลปวัฒนธรรม : รายงานการวิจยเสนอตอสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ั (องคการมหาชน). กรุงเทพฯ : โรงพิมพสแควรปริ๊นซ 93 จํากัด. ไพฑูรย สินลารัตน. 2549. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย. รายงานการวิจยเสนอ ั ตอสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 163.
    157 วิจิตร ศรีสอาน. 2518.หลักการอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ, สํานักนายกรัฐมนตรี. 2542. พระราชบัญญัติการศึกษา แหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. 2550. กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ป ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551 – 2565). กรุงเทพฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. คูมือการจัดระดับการกํากับดูแลองคการภาครัฐตาม หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบานเมืองทีดี (Good Governance Rating). กรุงเทพฯ : ่ บริษัท พรีเมียร โปร จํากัด. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. 2552. คูมือนโยบายการกํากับดูแลองคการที่ดี. สํานักงานคณะกรรมการวิจยแหงชาติ. 2541. แนวทางปฏิบัติจรรยาบรรณนักวิจัย. ั สํานักงานคณะกรรมการวิจยแหงชาติ. 2552. นโยบายและยุทธศาสตรการวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551-2554). ั สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน). 2549. คูมือการประเมินคุณภาพ ภายนอกระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : บริษัทจุดทอง จํากัด. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. 2548. มาตรฐานการศึกษาของชาติ. กรุงเทพฯ : หางหุนสวนจํากัด สหายบล็อกและการพิมพ.  สํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา, สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. 2549. มาตรฐาน การอุดมศึกษาและเกณฑมาตรฐานที่เกี่ยวของ. กรุงเทพฯ : หางหุนสวน จํากัด ภาพพิมพ.  ภาษาอังกฤษ Mackinnon,K.R. S.H.Walker & D.Davis. 2000 . Benchmarking Manual for Australia Universities, Higher Education Division, Department of Education. Training and Youth Affairs. คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553
  • 164.
    158               ภาคผนวก ก  คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา    
  • 165.
    (1)   ภาคผนวก ก ตัวบงชี้ผลการดําเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ตัวบงชี้ผลการดําเนินงาน (1) อาจารยประจําหลักสูตรอยางนอยรอยละ 80 มีสวนรวมในการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวน  การดําเนินงานหลักสูตร (2) มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.2 ที่สอดคลองกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา แหงชาติ หรือ มาตรฐานคุณวุฒิสาขา/สาขาวิชา (ถามี) (3) มีรายละเอียดของรายวิชา และรายละเอียดของประสบการณภาคสนาม (ถามี) ตามแบบ มคอ.3 และ มคอ.4 อยางนอยกอนการเปดสอนในแตละภาคการศึกษาใหครบทุกรายวิชา (4) จัดทํารายงานผลการดําเนินการของรายวิชา และรายงานผลการดําเนินการของประสบการณภาคสนาม (ถามี)ตามแบบ มคอ.5 และ มคอ.6 ภายใน 30 วัน หลังสินสุดภาคการศึกษาทีเ่ ปดสอนใหครบทุกรายวิชา ้ (5) จัดทํารายงานผลการดําเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.7 ภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดปการศึกษา (6) มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรูทกําหนดใน มคอ.3 และ มคอ.4 ี่ (ถามี) อยางนอยรอยละ 25 ของรายวิชาที่เปดสอนในแตละปการศึกษา (7) มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธการสอน หรือ การประเมินผลการเรียนรู จากผล การประเมินการดําเนินงานที่รายงานใน มคอ.7 ปทแลวี่ (8) อาจารยใหม (ถามี) ทุกคน ไดรับการปฐมนิเทศหรือคําแนะนําดานการจัดการเรียนการสอน (9) อาจารยประจําทุกคนไดรับการพัฒนาทางวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ อยางนอยปละหนึ่งครั้ง (10) จํานวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ถามี) ไดรับการพัฒนาวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ ไมนอย กวารอยละ 50 ตอป (11) ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาปสุดทาย/บัณฑิตใหมที่มีตอคุณภาพหลักสูตร เฉลี่ยไมนอยกวา 3.5 จากคะแนนเต็ม 5.0 (12) ระดับความพึงพอใจของผูใชบัณฑิตที่มีตอบัณฑิตใหม เฉลียไมนอยกวา 3.5 จากคะแนนเต็ม 5.0 ่ หมายเหตุ 1. สถาบัน อุดมศึ ก ษาอาจกํา หนดตัว บง ชี้เ พิ่ม เติมให สอดคลอ งกั บพั น ธกิ จและ วัตถุประสงคของสถาบันฯ หรือกําหนดเปาหมายการดําเนินงานที่สูงขึ้น เพื่อการยกระดับมาตรฐาน ของตนเอง โดยกําหนดไวในรายละเอียดของหลักสูตร ทั้งนี้ หลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาทุกระดับ คุณวุฒิตองมีผลการดําเนินการที่บรรลุตามเปาหมายตัวบงชี้ทั้งหมดอยูในเกณฑดีจึงจะไดรับการ เผยแพรหลักสูตรที่ไดมาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ โดยเกณฑการ คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 166.
    (2) ประเมิ น ผา นคื อ มี ก ารดํ า เนิ น งานตามข อ 1 – 5 และอย า งน อ ยร อ ยละ 80 ของตั ว บ ง ชี้ ผ ลการ ดําเนินงานที่ระบุไวในแตละป 2. กรณีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและมหาวิทยาลัยรามคําแหงซึ่งมีระบบ การสอบซอม อนุโลมใหปรับตัวบงชี้ในขอ 4 และขอ 5 เปนดังนี้ ขอ 4 จัดทํารายงานผลการดําเนินการของชุดวิชา/รายวิชา และรายงานผล การดําเนินการของประสบการณภาคสนาม (ถามี) ตามแบบ มคอ.5 และมคอ.6 ภายใน 60 วัน หลัง สอบซอมใหครบทุกชุดวิชา/รายวิชาที่เปดสอน ขอ 5 จัดทํารายงานผลการดําเนินการของหลักสูตรตามแบบ มคอ.7 หลัง สิ้นสุดปการศึกษา ภายใน 90 วันหลังสอบซอม คูมือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553  
  • 167.
    คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา (ค.ป.ภ.) ประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นายสุเมธ แยมนุน) รองประธานกรรมการ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี) กรรมการ ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ รองศาสตราจารยวรากรณ สามโกเศศ นายกฤษณพงศ กีรติกร นายถนอม อินทรกําเนิด นายนิพนธ สุรพงษรักเจริญ นายพานิช เหลาศิริรัตน ผูอํานวยการสํานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา(องคการมหาชน) (ศาสตราจารยชาญณรงค พรรุงโรจน) กรรมการและเลขานุการ ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา (นางวราภรณ สีหนาท) ผูชวยเลขานุการ  เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางอรสา ภาววิมล) เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ) คณะอนุกรรมการพัฒนาองคประกอบและตัวบงชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา อนุกรรมการที่ปรึกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี) ประธานอนุกรรมการ ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร อนุกรรมการ ศาสตราจารยวุฒิชัย ธนาพงศธร ศาสตราจารยสุวิมล วองวาณิช รองศาสตราจารยสมบูรณวัลย สัตยารักษวิทย ผูชวยศาสตราจารยจินดา งามสุทธิ ผูชวยศาสตราจารยประเสริฐ อัครประถมพงศ ผูชวยศาสตราจารยปรานี พรรณวิเชียร ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา (นางวราภรณ สีหนาท) อนุกรรมการและเลขานุการ เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางอรสา ภาววิมล) ผูชวยเลขานุการ เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ) เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นายเมธัส บรรเทิงสุข)
  • 168.
    คณะอนุกรรมการดําเนินการฝกอบรมเพื่อสงเสริมสนับสนุนการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา อนุกรรมการที่ปรึกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองศาสตราจารยกําจร ตติยกวี) ประธานอนุกรรมการ ศาสตราจารยเกียรติคุณกิตติชัย วัฒนานิกร อนุกรรมการ ศาสตราจารยชัย จาตุรพิทักษกุล รองศาสตราจารยศรีสมรัก อินทุจันทรยง ผูชวยศาสตราจารยจินดา งามสุทธิ นายชูศักดิ์ เตชะวิเศษ ผูอํานวยการสํานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา (นางวราภรณ สีหนาท) อนุกรรมการและเลขานุการ เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางอรสา ภาววิมล) ผูชวยเลขานุการ เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นางสาวนพรัตน ประสาทเขตการณ) เจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (นายเมธัส บรรเทิงสุข)