1
1. บอกความหมาย หลักสาคัญ ชนิด และข้อบ่งชี้ในการสวน
ปัสสาวะได้ถูกต้อง
2. อธิบายการเตรียมอุปกรณ์และวิธีการสวนปัสสาวะได้ถูกต้อง
3. ระบุภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการสวนปัสสาวะได้ถูกต้อง
4. อธิบายบทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกันการติดเชื้อ
ในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
3
การประเมินผล
คะแนนการ quiz
ผ่านเกณฑ์มากกว่า 80% ขึ้นไป
4
หัวข้อการเรียนรู้
1. ความหมายของการสวนปัสสาวะ
2. หลักสาคัญในการสวนปัสสาวะ
3. ชนิดของการสวนปัสสาวะ
4. ข้อบ่งชี้ในการสวนปัสสาวะ
5. การเตรียมอุปกรณ์สาหรับสวนปัสสาวะ
6. วิธีการสวนปัสสาวะเพศหญิง
7. ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการสวนปัสสาวะ
8. บทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกันการติดเชื้อ
ในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะ 5
CAUTI
(Catheterization Associated Urinary Tract Infection)
6
CAUTIs are the most common hospital acquired infection impact to:
•Increased morbidity & mortality
http://www.cdc.gov/nhsn/PDFs/pscManual/7pscCAUTIcurrent.pdf
•Increases length of stay 2-4 days
•Increased costs
http://www.cdc.gov/nhsn/pdfs/pscManual/7pscCAUTIcurrent.pdf Jerri’s Story: The impact of a
CAUTI- please watch this patient
• Unnecessary antimicrobial Use
National Database of Nursing Quality Indicators Center for Disease Control and Prevention
ความหมายของการสวนปัสสาวะ
การสวนปัสสาวะ (Urinary Catheter)
การสอดสายสวนที่เรียกว่า Catheter ผ่านทางท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะ
ปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะออกสู่ภายนอก ทาให้กระเพาะปัสสาวะว่าง
7
หลักสาคัญในการสวนปัสสาวะ
1. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความจาเป็นในการสวนปัสสาวะและวิธีการปฏิบัติตัว
2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการสวนปัสสาวะต้องสะอาดปราศจากเชื้อ
3. ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังให้การพยาบาล
4. จัดท่าให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
5. ทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกก่อนสวนปัสสาวะ
6. ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ (Aseptic Technique)
7. มีแสงสว่างเพียงพอ
8
ชนิดของการสวนปัสสาวะ
การสวนปัสสาวะทิ้งเป็นครั้งคราว
(Intermittent Catheterization)
9
การสวนคาสายสวนปัสสาวะ
(Indwelling or Retained Catheterization)
ข้อบ่งชี้ในการสวนปัสสาวะ (กรณีสวนปัสสาวะทิ้ง)
10
1. ไม่สามารถปัสสาวะเองได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง
- ท่อปัสสาวะได้รับการกระทบกระเทือนภายหลังผ่าตัดหลังคลอดบุตร
- ผลจากฤทธิ์ยาระงับความรู้สึกหรือยากดประสาท
2. ถ่ายปัสสาวะไม่ได้ กรณีได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง
3. เก็บปัสสาวะส่งตรวจเพื่อเพาะเชื้อ (Urine Culture) ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะเองได้
4. หาปริมาณของ Residual Urine
ข้อบ่งชี้ในการสวนปัสสาวะ (กรณีสวนคาสายสวนปัสสาวะ)
11
1. มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ
- ต่อมลูกหมากโต (BPH)
- ท่อปัสสาวะตีบแคบ (Urethral Stricture)
2. ป้องกันการอุดกั้นของท่อปัสสาวะจากการมีก้อนลิ่มเลือด
- ภายหลังผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะ (URS)
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Tumors)
3. ประเมินปริมาณปัสสาวะเพื่อประเมินการทางานของไต
- ผู้ป่วยในภาวะช็อคภายหลังได้รับอุบัติเหตุ ไฟไหม้
- ได้รับการผ่าตัด ไม่รู้สึกตัว
4. ป้องกันผิวหนังระคายเคืองจากปัสสาวะในผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้/ไม่รู้สึกตัว
5. ชะล้างกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Irrigation)
คลิกที่ เพื่อดูวิดิโอ
12
ขั้นตอนการเตรียมก่อนใส่สายสวนปัสสาวะ
ในผู้ป่วยเพศหญิง
คลิกที่ เพื่อดูวิดิโอ
13
การเตรียมอุปกรณ์สาหรับใส่สายสวนปัสสาวะ
ในผู้ป่วยเพศหญิง
คลิกที่ เพื่อดูวิดิโอ
14
การทาความสะอาดอวัยวะเพศภายนอก
ก่อนใส่สายสวนปัสสาวะในผู้ป่วยเพศหญิง
คลิกที่ เพื่อดูวิดิโอ
15
ขั้นตอนการใส่สายสวนปัสสาวะในผู้ป่วยเพศหญิง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการสวนปัสสาวะ
1. การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)
**CAUTI (Catheterization Associated Urinary Tract Infection)
2. การรั่วซึมของปัสสาวะ (Leakage of Urine)
3. ความไม่สุขสบายจากการสวนปัสสาวะ เช่น ความเจ็บปวด ระคายเคือง
(Discomfort)
4. การบอบช้า ทะลุฉีกขาดของท่อปัสสาวะ (Trauma / Fistula of Ureter)
16
บทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกัน
การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะ
1. ดูแลให้ปัสสาวะไหลสะดวก (Free Drainage)
1.1 กระตุ้นให้ดื่มน้าอย่างน้อยวันละ 2,500-3,000 ml. (กรณีผู้ป่วยที่ไม่จากัดน้า)
1.2 ดูแลไม่ให้สายสวนปัสสาวะหักพับงอ หรือดึงรั้งท่อปัสสาวะ
1.3 ดูแลสายต่อของ Urine Bag ให้ยึดติดใต้เตียงโดยไม่ให้หย่อน
1.4 แขวนถุง Urine Bag ให้อยู่ต่ากว่าระดับกระเพาะปัสสาวะของผู้ป่วย
1.5 บีบคลึงสายสวนปัสสาวะ (Milking) บ่อยๆ
17
บทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกัน
การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะ
2. การป้องกันการติดเชื้อ
2.1 ดูแลให้อยู่ในระบบปิด (Closed Drainage System) ตลอดเวลา
2.2 การเทน้าปัสสาวะออกจากถุง เช็ดท่อทางออกด้วยแอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังเท
ไม่ให้ท่อทางออกสัมผัสกับภาชนะรองรับ และปิดท่อทางออกภายหลังเททุกครั้ง
2.3 ล้างมือก่อนและหลังให้การพยาบาล และใส่ถุงมือเมื่อสัมผัสปัสสาวะของผู้ป่วย
2.4 ทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและสายสวนปัสสาวะอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
เวลา เช้า-เย็น และทุกครั้งภายหลังถ่ายอุจจาระ
2.5 ควรเทปัสสาวะออกจากถุง Urine Bag เมื่อมีน้าปัสสาวะ
ประมาณ 3 ใน 4 ของถุง หรือตามระยะเวลาที่กาหนด
2.6 แขวนถุง Urine Bag ลอยอยู่ห่างจากพื้น
18
บทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกัน
การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะ
2. การป้องกันการติดเชื้อ
2.7 กรณีถุง Urine Bag หรือสายสวนปัสสาวะรั่ว ให้เปลี่ยนทั้งสายและถุง Urine Bagใหม่ทั้งชุด
2.8 กาหนดการเปลี่ยนสายและถุง Urine Bag ใหม่ทั้งชุดทุก 1 เดือน
2.9 แนะนาให้ผู้ป่วยดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
- การล้างชาระอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกด้วยน้าสบู่และน้าสะอาด และซับให้แห้ง
- ทาความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังและรอบทวารหนัก
2.10 แนะนาให้รับประทานอาหารที่ทาให้ปัสสาวะเป็นกรดจะช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว ขนมปัง ลูกพรุน น้าส้ม น้ากระเจี๊ยบแดง อาหารพวกธัญพืช เป็นต้น
2.11 สังเกตและซักถามอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น มีตะกอน มีกลิ่นฉุน หากพบต้องรายงานแพทย์ทราบทันที
19
บทบาทของพยาบาลในการดูแลและป้องกัน
การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ได้รับการสวนปัสสาวะ
3. การบันทึกจานวนน้าที่ได้รับและออกจากร่างกาย (Water Intake and Water Output)
4. การดูแลความสุขสบาย (Promotion of Comfort) ช่วยให้ผู้ป่วยทากิจกรรมได้สะดวก
และไม่รู้สึกเป็นอุปสรรคในการทากิจวัตรประจาวัน
20
หนังสือประกอบการเรียน
สุปรานี เสนาดิสัย และวรรณภา ประไพพานิช (2554). คู่มือปฏิบัติการพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 13 .
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บริษัทจุดทอง จากัด.
สุปรานี เสนาดิสัย และมณี อาภานันทิกุล. (2552). คู่มือปฏิบัติการพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 1 .
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บริษัทจุดทอง จากัด.
สิริรัตน์ ฉัตรชัยสุชา, ปรางทิพย์ อจจะรัตน และณัฐสุรางค์ บุญจันทร์. (2550). ทักษะพื้นฐานทางการ
พยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ห้างหุ้นส่วนจากัด เอ็น พี เพรส.
21
22
Post Test 5 ข้อ (2 นาที)
1. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง
กรุณาใช้ Mouse ชี้ข้อความที่ถูก
23
ก. ผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ให้สวนปัสสาวะทิ้งเป็นครั้งคราว
ข. ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ (Aseptic Technique) ในการสวน
ปัสสาวะ
ค. สวนคาสายสวนปัสสาวะในผู้ป่วยที่จาเป็นต้องมีการวัด
ปริมาณปัสสาวะ
ง. การสวนปัสสาวะเป็นสอดสายสวนผ่านทางท่อปัสสาวะเข้า
ไปในกระเพาะปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะ
1. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง
ก. ผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ให้สวนปัสสาวะทิ้งเป็นครั้งคราว
ข. ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ (Aseptic Technique) ในการสวน
ปัสสาวะ
ค. สวนคาสายสวนปัสสาวะในผู้ป่วยที่จาเป็นต้องมีการวัด
ปริมาณปัสสาวะ
ง. การสวนปัสสาวะเป็นสอดสายสวนผ่านทางท่อปัสสาวะเข้าไป
ในกระเพาะปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะ
24
2. จุดเน้นที่ต้องระวังเกี่ยวกับการใส่สาย
สวนปัสสาวะคือข้อใด
กรุณาใช้ Mouse ชี้ข้อความที่ถูก
ก. ล้างมือให้สะอาดก่อนให้การพยาบาล
25
ข. เก็บปัสสาวะส่งตรวจทุกครั้งหลังสวนปัสสาวะ
ค. การเช็ดทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์โดยไม่เช็ดย้อนกลับ
ง. ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกอย่างเร็วขณะสอดสายสวนปัสสาวะ
2. จุดเน้นที่ต้องระวังเกี่ยวกับการใส่สาย
สวนปัสสาวะคือข้อใด
ก. ล้างมือให้สะอาดก่อนให้การพยาบาล
ข. เก็บปัสสาวะส่งตรวจทุกครั้งหลังสวนปัสสาวะ
ค. การเช็ดทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์โดยไม่เช็ดย้อนกลับ
ง. ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกอย่างเร็วขณะสอดสายสวนปัสสาวะ
26
3. ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะอาจเกิด
ภาวะแทรกซ้อนในข้อใด
กรุณาใช้ Mouse ชี้ข้อความที่ถูก
ก. โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune Disease)
27
ข. การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (CAUTI)
ค. ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence)
ง. ไม่สามารถขยับตัวเองได้ (Immobilization)
3. ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะอาจเกิด
ภาวะแทรกซ้อนในข้อใด
ก. โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune Disease)
ข. การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (CAUTI)
ค. ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence)
ง. ไม่สามารถขยับตัวเองได้ (Immobilization)
28
4. ผู้ป่วยหญิงอายุ 45 ปี แพทย์รับไว้ในโรงพยาบาลด้วยอาการ
ไข้สูง มีการรับรู้ไม่ดี แพทย์มีคาสั่งให้สวนปัสสาวะเพื่อประเมิน
ปริมาณปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมง พยาบาลจะให้การดูแลสาย
สวนปัสสาวะของผู้ป่วยรายนี้อย่างไร
กรุณาใช้ Mouse ชี้ข้อความที่ถูก
ก. วางถุงปัสสาวะไว้บนเตียงผู้ป่วยขณะนาส่งผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด
29
ข. ดูแลทาความสะอาด Cath Care ด้วยน้าสบู่และน้าเปล่าทุกเวรเช้า
ค. ถอดสายสวนปัสสาวะทิ้งก่อนเคลื่อนย้ายไป X-ray แล้วค่อยใส่ใหม่
ง. ล้างมือและสวมถุงมือก่อนเทปัสสาวะ ถอดถุงมือและล้างมือหลังเท
ปัสสาวะ
4. ผู้ป่วยหญิงอายุ 45 ปี แพทย์รับไว้ในโรงพยาบาลด้วย
อาการไข้สูง มีการรับรู้ไม่ดี แพทย์มีคาสั่งให้สวนปัสสาวะ
เพื่อประเมินปริมาณปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมง พยาบาลจะ
ให้การดูแลสายสวนปัสสาวะของผู้ป่วยรายนี้อย่างไร
ก. วางถุงปัสสาวะไว้บนเตียงผู้ป่วยขณะนาส่งผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด
ข. ดูแลทาความสะอาด Cath Care ด้วยน้าสบู่และน้าเปล่าทุกเวรเช้า
ค. ถอดสายสวนปัสสาวะทิ้งก่อนเคลื่อนย้ายไป X-ray แล้วค่อยใส่ใหม่
ง. ล้างมือและสวมถุงมือก่อนเทปัสสาวะ ถอดถุงมือและล้างมือหลังเท
ปัสสาวะ
30
5. หลังใส่สายสวนปัสสาวะให้ผู้ป่วยหญิง
อายุ 68 ปี เพื่อเตรียมผ่าตัด แล้วพบว่า
ปัสสาวะมีสีแดงจาง ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
กรุณาใช้ Mouse ชี้ข้อความที่ถูก
ก. รายงานแพทย์ทราบทันที
31
ข. สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ค. เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้มีขนาดเล็กลง
ง. พิจารณาเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเป็นแบบ 3 หางเพื่อสวนล้าง
5. หลังใส่สายสวนปัสสาวะให้ผู้ป่วยหญิง
อายุ 68 ปี เพื่อเตรียมผ่าตัด แล้วพบว่า
ปัสสาวะมีสีแดงจาง ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. รายงานแพทย์ทราบทันที
ข. สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ค. เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้มีขนาดเล็กลง
ง. พิจารณาเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเป็นแบบ 3 หางเพื่อสวนล้าง
32
33
คณะผู้จัดทำ
34
• นางสาวนิสรีน วิไลวรรณ
• พ.ต.ต.หญิงยุวดี แตรประสิทธิ์
• พ.ต.ท.หญิงพัชรี กระจ่างโพธิ์
• นางสาวอัญมณี อัศวพรหมเลิศ
คณะผู้จัดทำ
35

การใส่สวนปัสสาวะ หญิง 16 sep17