ใบความรู้ที่ 1.4
เรื่อง การเขียนผังงาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพฯ รายวิชา ง 30245 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
การจาลองความคิดแบบผังงาน (Flow chart)
ผังงาน (Flow chart) คือ รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ที่ใช้เขียนแทนคาอธิบาย ข้อความ หรือคาพูดที่
ใช้ในอัลกอริธึม เพราะการที่จะเข้าใจขั้นตอนได้ง่ายและตรงกันนั้น การใช้คาพูดหรือข้อความอาจทา
ได้ยากกว่าการใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์
ผังงานสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. ผังงานระบบ (System Flow chart)
2. ผังงานโปรแกรม (Program Flow chart)
ประโยชน์ของผังงาน
1. ทาให้เข้าใจและแยกแยะปัญหาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
2. ผู้เขียนโปรแกรมมองเห็นลาดับการทางาน รู้ว่าสิ่งใดควรทาก่อน สิ่งใดควรทาหลัง
3. สามารถหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่าย
4. ทาให้ผู้อื่นเข้าใจการทางานได้ง่ายกว่าการดูจาก source code
5. ไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้อื่นสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย
ข้อจากัดของผังงาน
ผู้เขียนโปรแกรมบางคนไม่นิยมเขียนผังงานก่อนการเขียนโปรแกรม เพราะเห็นว่าเสียเวลา
นอกจากนี้แล้ว ยังมีข้อจากัดอื่น ๆ อีก คือ
1. ผังงานเป็นการสื่อความหมายระหว่างบุคคลกับบุคคลมากกว่าที่สื่อความหมายระหว่างบุคคล
กับเครื่อง เพราะผังงานไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ทาให้เครื่องไม่สามารถรับและ
เข้าใจได้ว่าในผังงานนั้นต้องการให้ทาอะไร
2. ในบางครั้ง เมื่อพิจารณาจากผังงาน จะไม่สามารถทราบได้ว่า ขั้นตอนการทางานใดสาคัญ
กว่ากัน เพราะทุก ๆ ขั้นตอนจะใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ในลักษณะเดียวกัน
3. การเขียนผังงานเป็นการสิ้นเปลือง เพราะจะต้องใช้กระดาษและอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อ
ประกอบการเขียนภาพ ซึ่งไม่สามารถเขียนด้วยมืออย่างเดียวได้และในบางครั้ง การเขียนผังงานอาจจะ
ต้องใช้กระดาษมากกว่า 1 แผ่น หรือ 1 หน้า ซึ่งถ้าเป็นข้อความอธิบายอาจะใช้เพียง 2-3 บรรทัดเท่านั้น
ชื่อ.........................................................ชั้น.................เลขที่.............
ตารางสัญลักษณ์ของผังงาน
หลักในการเขียนผังงาน
การเขียนผังงานนั้น ไม่มีวิธีการที่แน่ชัดว่าจะต้องใช้คาสั่งอะไรบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของ
งานที่จะทา ซึ่งลักษณะงานจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ
1. การรับข้อมูล (Input)
2. การประมวลผล (Process)
3. การแสดงผลลัพธ์ (Output)
การศึกษาลาดับขั้นตอนในการทางานของผังงาน ให้สังเกตจากลูกศรที่แสดงทิศทางการไหลของ
ข้อมูลในผังงานเป็นหลักในการเขียนผังงาน จะต้องคานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. ใช้สัญลักษณ์ที่มีรูปแบบเป็นมาตรฐาน
2. ขนาดของสัญลักษณ์ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
3. ควรเขียนทิศทางการไหลของข้อมูล เริ่มจากบนลงล่าง หรือจากซ้ายไปขวา และควรทาหัวลูกศร
กากับทิศทางด้วย
4. การเขียนคาอธิบายให้เขียนภายในสัญลักษณ์ ใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย สั้นและชัดเจน
5. พยายามให้เกิดจุดตัดน้อยที่สุด หรืออาจใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า "ตัวเชื่อม" (Connector) แทน เพื่อ
หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
6. หากเป็นไปได้ควรเขียนผังงานให้จบภายในหน้าเดียวกัน
7 . ผังงานที่ดีควรเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ชัดเจน เข้าใจและติดตามขั้นตอนได้ง่าย
8. จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของงาน ควรมีเพียงจุดเดียว
ประเภทของผังงาน
เราสามารถแบ่งผังงานได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
1. ผังงานระบบ (System Flow chart)
ผังงานระบบจะเป็นการแสดงให้เราเห็นว่า ในระบบหนึ่ง ๆ นั้นมีขั้นตอนในการทางานอย่างไร
ซึ่งจะมองเห็นในลักษณะภาพกว้าง ๆ ของระบบ แต่จะไม่เจาะลึกลงไปว่าในระบบว่าในแต่ละงานนั้นมี
การทางานอย่างไร คือ จะให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นของงานเริ่มจากส่วนใด เป็นข้อมูลแบบใด มีการ
ประมวลผลอย่างไร และจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรและเก็บอยู่ที่ใด
2. ผังงานโปรแกรม (Program Flow chart)
ผังงานโปรแกรม หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า ผังงาน จะเป็นผังงานที่แสดงให้เห็นถึงลาดับขั้นตอนใน
การทางานของโปรแกรม ตั้งแต่การรับข้อมูล การประมวลผล ตลอดจนผลลัพธ์ที่ได้ จะทาให้เขียน
โปรแกรมได้สะดวกขึ้น ซึ่งผังงานชนิดนี้อาจสร้างมาจากผังงานระบบ โดยดึงเอาจุดที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์มา วิเคราะห์ว่าจะใช้ทางานส่วนใดเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ
รูปแบบของผังงาน
ผังงาน มีรูปแบบที่จากัดอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ
1. รูปแบบเรียงลาดับ (Sequence Structure)
เป็นการทางานแบบเรียงลาดับ ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นรูปแบบง่าย ๆ ไม่มีการเปรียบเทียบใด ๆ มี
ทิศทางการไหลของข้อมูลเพียงทางเดียว ซึ่งอาจจะเป็นแบบบนลงล่าง หรือ จากซ้ายไปขวาก็ได้เช่น
การให้คานวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะเขียนเป็นผังงานได้ดังรูป
จากผังงาน เราสามารถเขียนโปรแกรมได้ ตาม syntax ของภาษาที่ใช้ ตัวอย่างโปรแกรมข้างล่างนี้ จะ
เป็นการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C
#include <stdio.h>
void main(void)
{
float a, b, c;
printf("Enter Width : ");
scanf("%f",&a);
printf("Enter Higth : ");
scanf("%f",&b);
c = a * b;
printf("Area = %.2f",c);
}
2. รูปแบบที่มีการกาหนดเงื่อนไขหรือให้เลือก (Decision Structure)
รูปแบบนี้จะยากกว่ารูปแบบแรก เพราะจะมีการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เลือกทางาน ถ้าหากเลือก
ทางใดก็จะไปทางานในเงื่อนไขที่เลือก ซึ่งเงื่อนไขที่กาหนดขึ้นนี้จะเขียนอยู่ในสัญลักษณ์ "การ
ตัดสินใจ" เช่น การคานวณว่าตัวเลขที่รับมานั้นเป็นจานวนคี่หรือคู่ จะเขียนเป็นผังงานได้ดังรูป
และจากผังงานเราสามารถเขียนเป็นโปรแกรมได้ โดยใช้คาสั่งเกี่ยวกับการตัดสินใจ หรือการ
เปรียบเทียบ เช่น if - else , switch ตามภาษาที่ท่านใช้เขียนโปรแกรม ในที่นี้เป็นตัวอย่างการใช้ if - else
ของภาษา C
#include <stdio.h>
void main(void)
{
int a, b;
printf ("Enter Numeric (1 - N) : ");
scanf ("%d",&a);
if ((a%2) == 1)
printf("%d is Odd",a);
else
printf("%d is Even",a);
}
3. โครงสร้างวนซ้า (Repetition Structure)
คือ การประมวลผลมากกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ โครงสร้างแบบซ้านี้ต้อง
มีการตัดสินใจในการทางานซ้า และลักษณะการทางานของโครงสร้างแบบนี้มี 2 แบบคือ
1. แบบตรวจสอบเงื่อนไขก่อนทุกครั้ง (เงื่อนไขจริง ทาซ้าไปเรื่อยๆ หยุดเมื่อเงื่อนไขเป็น
เท็จ) เช่น while , for
2. แบบทาซ้าไปเรื่อยๆแล้วตรวจสอบเงื่อนไข (ในแต่ละครั้ง ทาคาสั่งก่อน ที่จะ
ตรวจสอบเงื่อนไข) เช่น do..while
ตัวอย่าง ลาดับขั้นตอนการนับจานวนตั้งแต่ 1 จนถึง เลขที่ต้องการ
แบบข้อความ(Pseudo code)
1.เริ่มต้น
2.กาหนดค่า x ให้มีค่าเท่ากับ 1
3.รับค่า n ( จานวนที่ต้องการรับ )
4.เปรียบเทียบค่า x น้อยกว่าหรือเท่ากับ n หรือไม่
 ถ้าเป็นจริง (x น้อยกว่าหรือเท่ากับ n)
-แสดงค่า x
-กาหนดให้ค่า x เพิ่มขึ้นอีก 1
-กลับไปทางานขั้นที่ 4
 ถ้าเป็นเท็จ (x ไม่น้อยกว่า n)
-ไปทางานขั้นที่ 5
5.จบ
แบบผังงาน ( Flow chart ) แบบตรวจสอบเงื่อนไขก่อนวนช้า
ตัวอย่าง ผังงาน (Flowchart) การพิมพ์ค่าตัวเลข 1 ถึง n
x=1
n
X<=n
X
x 1
ตัวอย่าง ผังงาน ( Flow chart ) การหาผลบวกตั้งแต่เลข 1 ถึง num
num
i=1
sum=sum+i
i=i+1
i<=num
num,sum
ใบงานที่ 1.4
เรื่อง การเขียนผังงาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพฯ รายวิชา ง 30245 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คาชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทาการเขียนผังงาน ดังนี้
1.ให้นักเรียนพิจารณาข้อความแสดงขั้นตอนการจาลองความคิดเป็นข้อความเป็นข้อความข้างล่างด้าน
ซ้ายมือ แล้วนามาเรียงลาดับเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องในช่องว่างด้านขวามือ
เริ่มต้น
จบ
ซักเสื้อผ้า
ฝนตกหรือไม่
ถ้าฝนไม่ตก ออกไปดูภาพยนตร์
ถ้าฝนตก อ่านหนังสือ
2.จากขั้นตอนการแก้ปัญหาข้างต้น ถ้ากาหนดผังงานดังรูปข้างล่าง ให้นาข้อความจากข้อที่ 1 มาวาดลงใน
สัญลักษณ์ดังรูป
ชื่อ................................................................................ชั้น...........เลขที่............
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
…………………………………………….
3.ให้นักเรียนพิจารณาข้อความแสดงขั้นตอนการจาลองความคิดเป็นข้อความเป็นข้อความข้างล่างด้าน
ซ้ายมือ แล้วนามาเรียงลาดับเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องในช่องว่างด้านขวามือ
เริ่มต้น
จบ
รับค่าจานวนเต็มเก็บที่ตัวแปร n
n หาร 2 เหลือเศษเท่ากับ 0 หรือไม่
ถ้า n หาร 2 เหลือเศษเท่ากับ 0 แสดงข้อความ “even”
ถ้า n หาร 2 เหลือเศษไม่เท่ากับ 0 แสดงข้อความ “odd”
แสดงลาดับเป็นข้อความ ( Pseudo code )
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
4.จากขั้นตอนการแก้ปัญหาข้างต้น ให้นาข้อความจากข้อที่ 4 มาเขียนผังงาน ( Flow chart )โดยเลือก
สัญลักษณ์ให้ตรงกับข้อความ

ใบความรู้ที่ 1.4

  • 1.
    ใบความรู้ที่ 1.4 เรื่อง การเขียนผังงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพฯ รายวิชา ง 30245 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การจาลองความคิดแบบผังงาน (Flow chart) ผังงาน (Flow chart) คือ รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ที่ใช้เขียนแทนคาอธิบาย ข้อความ หรือคาพูดที่ ใช้ในอัลกอริธึม เพราะการที่จะเข้าใจขั้นตอนได้ง่ายและตรงกันนั้น การใช้คาพูดหรือข้อความอาจทา ได้ยากกว่าการใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ผังงานสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. ผังงานระบบ (System Flow chart) 2. ผังงานโปรแกรม (Program Flow chart) ประโยชน์ของผังงาน 1. ทาให้เข้าใจและแยกแยะปัญหาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น 2. ผู้เขียนโปรแกรมมองเห็นลาดับการทางาน รู้ว่าสิ่งใดควรทาก่อน สิ่งใดควรทาหลัง 3. สามารถหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่าย 4. ทาให้ผู้อื่นเข้าใจการทางานได้ง่ายกว่าการดูจาก source code 5. ไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้อื่นสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย ข้อจากัดของผังงาน ผู้เขียนโปรแกรมบางคนไม่นิยมเขียนผังงานก่อนการเขียนโปรแกรม เพราะเห็นว่าเสียเวลา นอกจากนี้แล้ว ยังมีข้อจากัดอื่น ๆ อีก คือ 1. ผังงานเป็นการสื่อความหมายระหว่างบุคคลกับบุคคลมากกว่าที่สื่อความหมายระหว่างบุคคล กับเครื่อง เพราะผังงานไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ทาให้เครื่องไม่สามารถรับและ เข้าใจได้ว่าในผังงานนั้นต้องการให้ทาอะไร 2. ในบางครั้ง เมื่อพิจารณาจากผังงาน จะไม่สามารถทราบได้ว่า ขั้นตอนการทางานใดสาคัญ กว่ากัน เพราะทุก ๆ ขั้นตอนจะใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ในลักษณะเดียวกัน 3. การเขียนผังงานเป็นการสิ้นเปลือง เพราะจะต้องใช้กระดาษและอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อ ประกอบการเขียนภาพ ซึ่งไม่สามารถเขียนด้วยมืออย่างเดียวได้และในบางครั้ง การเขียนผังงานอาจจะ ต้องใช้กระดาษมากกว่า 1 แผ่น หรือ 1 หน้า ซึ่งถ้าเป็นข้อความอธิบายอาจะใช้เพียง 2-3 บรรทัดเท่านั้น ชื่อ.........................................................ชั้น.................เลขที่.............
  • 2.
    ตารางสัญลักษณ์ของผังงาน หลักในการเขียนผังงาน การเขียนผังงานนั้น ไม่มีวิธีการที่แน่ชัดว่าจะต้องใช้คาสั่งอะไรบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของ งานที่จะทาซึ่งลักษณะงานจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1. การรับข้อมูล (Input) 2. การประมวลผล (Process) 3. การแสดงผลลัพธ์ (Output) การศึกษาลาดับขั้นตอนในการทางานของผังงาน ให้สังเกตจากลูกศรที่แสดงทิศทางการไหลของ ข้อมูลในผังงานเป็นหลักในการเขียนผังงาน จะต้องคานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ 1. ใช้สัญลักษณ์ที่มีรูปแบบเป็นมาตรฐาน 2. ขนาดของสัญลักษณ์ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม 3. ควรเขียนทิศทางการไหลของข้อมูล เริ่มจากบนลงล่าง หรือจากซ้ายไปขวา และควรทาหัวลูกศร กากับทิศทางด้วย 4. การเขียนคาอธิบายให้เขียนภายในสัญลักษณ์ ใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย สั้นและชัดเจน
  • 3.
    5. พยายามให้เกิดจุดตัดน้อยที่สุด หรืออาจใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า"ตัวเชื่อม" (Connector) แทน เพื่อ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น 6. หากเป็นไปได้ควรเขียนผังงานให้จบภายในหน้าเดียวกัน 7 . ผังงานที่ดีควรเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ชัดเจน เข้าใจและติดตามขั้นตอนได้ง่าย 8. จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของงาน ควรมีเพียงจุดเดียว ประเภทของผังงาน เราสามารถแบ่งผังงานได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ 1. ผังงานระบบ (System Flow chart) ผังงานระบบจะเป็นการแสดงให้เราเห็นว่า ในระบบหนึ่ง ๆ นั้นมีขั้นตอนในการทางานอย่างไร ซึ่งจะมองเห็นในลักษณะภาพกว้าง ๆ ของระบบ แต่จะไม่เจาะลึกลงไปว่าในระบบว่าในแต่ละงานนั้นมี การทางานอย่างไร คือ จะให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นของงานเริ่มจากส่วนใด เป็นข้อมูลแบบใด มีการ ประมวลผลอย่างไร และจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรและเก็บอยู่ที่ใด 2. ผังงานโปรแกรม (Program Flow chart) ผังงานโปรแกรม หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า ผังงาน จะเป็นผังงานที่แสดงให้เห็นถึงลาดับขั้นตอนใน การทางานของโปรแกรม ตั้งแต่การรับข้อมูล การประมวลผล ตลอดจนผลลัพธ์ที่ได้ จะทาให้เขียน โปรแกรมได้สะดวกขึ้น ซึ่งผังงานชนิดนี้อาจสร้างมาจากผังงานระบบ โดยดึงเอาจุดที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์มา วิเคราะห์ว่าจะใช้ทางานส่วนใดเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ รูปแบบของผังงาน ผังงาน มีรูปแบบที่จากัดอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ 1. รูปแบบเรียงลาดับ (Sequence Structure) เป็นการทางานแบบเรียงลาดับ ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นรูปแบบง่าย ๆ ไม่มีการเปรียบเทียบใด ๆ มี ทิศทางการไหลของข้อมูลเพียงทางเดียว ซึ่งอาจจะเป็นแบบบนลงล่าง หรือ จากซ้ายไปขวาก็ได้เช่น การให้คานวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะเขียนเป็นผังงานได้ดังรูป
  • 4.
    จากผังงาน เราสามารถเขียนโปรแกรมได้ ตามsyntax ของภาษาที่ใช้ ตัวอย่างโปรแกรมข้างล่างนี้ จะ เป็นการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C #include <stdio.h> void main(void) { float a, b, c; printf("Enter Width : "); scanf("%f",&a); printf("Enter Higth : "); scanf("%f",&b); c = a * b; printf("Area = %.2f",c); } 2. รูปแบบที่มีการกาหนดเงื่อนไขหรือให้เลือก (Decision Structure) รูปแบบนี้จะยากกว่ารูปแบบแรก เพราะจะมีการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เลือกทางาน ถ้าหากเลือก ทางใดก็จะไปทางานในเงื่อนไขที่เลือก ซึ่งเงื่อนไขที่กาหนดขึ้นนี้จะเขียนอยู่ในสัญลักษณ์ "การ ตัดสินใจ" เช่น การคานวณว่าตัวเลขที่รับมานั้นเป็นจานวนคี่หรือคู่ จะเขียนเป็นผังงานได้ดังรูป
  • 5.
    และจากผังงานเราสามารถเขียนเป็นโปรแกรมได้ โดยใช้คาสั่งเกี่ยวกับการตัดสินใจ หรือการ เปรียบเทียบเช่น if - else , switch ตามภาษาที่ท่านใช้เขียนโปรแกรม ในที่นี้เป็นตัวอย่างการใช้ if - else ของภาษา C #include <stdio.h> void main(void) { int a, b; printf ("Enter Numeric (1 - N) : "); scanf ("%d",&a); if ((a%2) == 1) printf("%d is Odd",a); else printf("%d is Even",a); }
  • 6.
    3. โครงสร้างวนซ้า (RepetitionStructure) คือ การประมวลผลมากกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ โครงสร้างแบบซ้านี้ต้อง มีการตัดสินใจในการทางานซ้า และลักษณะการทางานของโครงสร้างแบบนี้มี 2 แบบคือ 1. แบบตรวจสอบเงื่อนไขก่อนทุกครั้ง (เงื่อนไขจริง ทาซ้าไปเรื่อยๆ หยุดเมื่อเงื่อนไขเป็น เท็จ) เช่น while , for 2. แบบทาซ้าไปเรื่อยๆแล้วตรวจสอบเงื่อนไข (ในแต่ละครั้ง ทาคาสั่งก่อน ที่จะ ตรวจสอบเงื่อนไข) เช่น do..while
  • 7.
    ตัวอย่าง ลาดับขั้นตอนการนับจานวนตั้งแต่ 1จนถึง เลขที่ต้องการ แบบข้อความ(Pseudo code) 1.เริ่มต้น 2.กาหนดค่า x ให้มีค่าเท่ากับ 1 3.รับค่า n ( จานวนที่ต้องการรับ ) 4.เปรียบเทียบค่า x น้อยกว่าหรือเท่ากับ n หรือไม่  ถ้าเป็นจริง (x น้อยกว่าหรือเท่ากับ n) -แสดงค่า x -กาหนดให้ค่า x เพิ่มขึ้นอีก 1 -กลับไปทางานขั้นที่ 4  ถ้าเป็นเท็จ (x ไม่น้อยกว่า n) -ไปทางานขั้นที่ 5 5.จบ แบบผังงาน ( Flow chart ) แบบตรวจสอบเงื่อนไขก่อนวนช้า ตัวอย่าง ผังงาน (Flowchart) การพิมพ์ค่าตัวเลข 1 ถึง n x=1 n X<=n X x 1
  • 8.
    ตัวอย่าง ผังงาน (Flow chart ) การหาผลบวกตั้งแต่เลข 1 ถึง num num i=1 sum=sum+i i=i+1 i<=num num,sum
  • 9.
    ใบงานที่ 1.4 เรื่อง การเขียนผังงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพฯ รายวิชา ง 30245 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย โครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คาชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทาการเขียนผังงาน ดังนี้ 1.ให้นักเรียนพิจารณาข้อความแสดงขั้นตอนการจาลองความคิดเป็นข้อความเป็นข้อความข้างล่างด้าน ซ้ายมือ แล้วนามาเรียงลาดับเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องในช่องว่างด้านขวามือ เริ่มต้น จบ ซักเสื้อผ้า ฝนตกหรือไม่ ถ้าฝนไม่ตก ออกไปดูภาพยนตร์ ถ้าฝนตก อ่านหนังสือ 2.จากขั้นตอนการแก้ปัญหาข้างต้น ถ้ากาหนดผังงานดังรูปข้างล่าง ให้นาข้อความจากข้อที่ 1 มาวาดลงใน สัญลักษณ์ดังรูป ชื่อ................................................................................ชั้น...........เลขที่............ …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………….
  • 10.
    3.ให้นักเรียนพิจารณาข้อความแสดงขั้นตอนการจาลองความคิดเป็นข้อความเป็นข้อความข้างล่างด้าน ซ้ายมือ แล้วนามาเรียงลาดับเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องในช่องว่างด้านขวามือ เริ่มต้น จบ รับค่าจานวนเต็มเก็บที่ตัวแปร n nหาร 2 เหลือเศษเท่ากับ 0 หรือไม่ ถ้า n หาร 2 เหลือเศษเท่ากับ 0 แสดงข้อความ “even” ถ้า n หาร 2 เหลือเศษไม่เท่ากับ 0 แสดงข้อความ “odd” แสดงลาดับเป็นข้อความ ( Pseudo code ) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….. 4.จากขั้นตอนการแก้ปัญหาข้างต้น ให้นาข้อความจากข้อที่ 4 มาเขียนผังงาน ( Flow chart )โดยเลือก สัญลักษณ์ให้ตรงกับข้อความ