ป ญ หาการุ ณ ยฆาต

          การุณยฆาต หรือ ปรานีฆาต (อังกฤษ: euthanasia หรือ mercy killing; การุณยฆาตเปนศัพท
ทางนิติศาสตร สวนปรานีฆาตเปนศัพททางแพทยศาสตร) หรือ แพทยานุเคราะหฆาต (อังกฤษ:
physician-assisted suicide) หมายถึงการทําใหบุคคลตายโดยเจตนาดวยวิธีการที่ไมรนแรงหรือ
                                                                                ุ
วิธีการที่ทําใหตายอยางสะดวก หรือการงดเวนการชวยเหลือหรือรักษาบุคคล โดยปลอยใหตายไป
เองอยางสงบทั้งนี้ เพื่อระงับความเจ็บปวดอยางสาหัสของบุคคลนั้น หรือในกรณีทบุคคลนั้นปวย
                                                                             ี่
เปนโรคอันไรหนทางเยียวยา อยางไรก็ดี การุณยฆาตยังเปนการกระทําทีผิดกฎหมายและเปน
                                                                   ่
ความผิดอาญาอยูในบางประเทศ กับทั้งผูไมเห็นดวยกับการฆาคนชนิดนี้ก็เห็นวาเปนการกระทําที่
เปนบาปอนึ่ง การุณยฆาตยังหมายถึง การทําใหสัตวตายโดยวิธีการและในกรณีดังขางตนอีกดวย

การจําแนกประเภทตามเจตนา

       1. บุคคลซึ่งเจ็บปวยสาหัสหรือไดรบทุกขเวทนาจากความเจ็บปวยเปนตนสามารถแสดง
                                        ั
เจตนาใหบุคคลอื่นกระทําการุณยฆาตแกตนได การนี้เรียกวา “การุณยฆาตโดยดวยใจสมัคร”หรือ
“การุณยฆาตสมัครใจ” หรือ “การุณยฆาตจงใจ” (อังกฤษ: voluntary euthanasia)

        2. ในกรณีที่บคคลดังกลาวไมอยูในฐานะจะแสดงเจตนาเชนวา ผูแทนโดยชอบธรรม
                     ุ
กลาวคือ ทายาทโดยธรรม ผูใชอํานาจปกครอง ผูพิทักษ หรือผูอภิบาลตามกฎหมาย ตลอดจนศาล
อาจพิจารณาใชอํานาจตัดสินใจใหกระทําการุณยฆาตแกบุคคลนั้นแทนได การนี้เรียกวา “การุณย
ฆาตโดยไมเจตนา” หรือ “การุณยฆาตโดยไมสมัครใจ” (อังกฤษ: involuntary euthanasia)

       อยางไรก็ดี การุณยฆาตโดยไมจํานงยังคงเปนที่ถกเถียงถึงความชอบธรรมตามกฎหมายอยู
ในขณะนี้ เนื่องจากไมมหนทางที่ทุกฝายจะมั่นใจไดวา ผูเ จ็บปวยตองการใหกระทําการุณยฆาตแก
                      ี
ตนเชนนันจริง ๆ
        ้

การจําแนกประเภทตามวิธีฆา

    1. “การุณยฆาตเชิงรับ” (อังกฤษ: passive euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดยการตัดการ

รักษาใหแกผปวย วิธีนี้ไดรบการยอมรับมากที่สุดและเปนที่ปฏิบัติกนในสถานพยาบาลหลายแหง
            ู              ั                                    ั

    2. “การุณยฆาตเชิงรุก” (อังกฤษ: active euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดยการใหสาร
       หรือวัตถุใด ๆ อันเรงใหผปวยถึงแกความตาย ซึ่งวิธนี้เปนที่ถกเถียงอยูในปจจุบันเชนกัน
                                 ู                      ี
3. “การุณยฆาตเชิงสงบ” (อังกฤษ: non-aggressive euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดย
       การหยุดใหปจจัยดํารงชีวิตแกผูปวย ซึ่งวิธีนี้เปนที่ถกเถียงอยูในปจจุบน
                                                                               ั

การจําแนกแบบอื่น ๆ

      ในพจนานุกรมกฎหมายของเฮนรี แคมปแบล แบล็ก (Black's Law Dictionary) ไดจาแนก
                                                                            ํ
                                                        [3]
ประเภทการุณยฆาตไวคลายคลึงกับสองประเภทขางตน ดังตอไปนี้

        1. การุณยฆาตโดยตัดการรักษา (อังกฤษ: passive euthanasia หรือ negative euthanasia) คือ
การปลอยใหผปวยตายไปเอง (อังกฤษ: letting the patient go) เปนวิธีที่ปฏิบัติกันทั่วไปในสถาน
              ู
บริการสาธารณสุข โดยใชรหัส "90" (เกาศูนย) เขียนไวในบันทึกการรักษา มีความหมายวาผูปวย
คนนี้ไมตองใหการรักษาอีกตอไป และไมตองชวยยืดยื้อชีวตในวาระสุดทายอีก ปลอยใหนอนตาย
                                                        ิ
สบาย

        2. การุณยฆาตโดยเรงใหตาย (อังกฤษ: active euthanasia หรือ positive euthanasia)

          2.1 การุณยฆาตโดยเจตจํานงและโดยตรง (อังกฤษ: voluntary and direct euthanasia) คือ
การที่ผูปวยเลือกปลงชีวิตตนเอง (อังกฤษ: chosen and carried out by the patient) เชน ผูประกอบ
วิชาชีพดานสาธารณสุขวางยาที่มีปริมาณมากเกินขนาดจนทําใหผูรับเขาไปตายได หรือยาอันเปน
พิษ ไวใกล ๆ ผูปวย ใหผูปวยตัดสินใจหยิบกินเอง

          2.2 การุณยฆาตโดยเจตจํานงแตโดยออม (อังกฤษ: voluntary and indirect euthanasia) คือ
การที่ผูปวยตัดสินใจลวงหนาแลววาถาไมรอดก็ขอใหผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขกระทํากา
รุณยฆาตแกตนเสีย โดยอาจแสดงเจตจํานงเชนวาเปนหนังสือ หรือเปนพินัยกรรมซึ่งเรียกวา
พินยกรรมชีวต (อังกฤษ: living will) ก็ได
   ั           ิ

        2.3 การุณยฆาตโดยไรเจตจํานงและโดยออม (อังกฤษ: involuntary and indirect
euthanasia) คือ ผูปวยไมไดรองขอความตาย แตผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขสงเคราะหให
เพราะความสงสาร
การุณยฆาตและกฎหมาย

        พระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใชตั้งแตวนที่ 20 มีนาคม 2550 เปน
                                                                   ั
ตนไป ซึ่งพระราชบัญญัตดังกลาวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงเจตจํานงของผูปวยที่จะไมรับการ
                       ิ
รักษาดังตอไปนี้พรอมบทบัญญัติท่เี กี่ยวของ

 มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทําหนังสือแสดงเจตนาไมประสงคจะรับบริการสาธารณสุขที่เปนไป
 เพื่อยืดการตายในวาระสุดทายของชีวิตตน หรือเพื่อยุตการทรมานจากการเจ็บปวยไดการ
                                                   ิ
 ดําเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่
 กําหนดในกฎกระทรวงเมื่อผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขไดปฏิบติตามเจตนาของบุคคล
                                                               ั
 ตามวรรคหนึ่งแลว มิใหถือวาการกระทํานันเปนความผิด และใหพนจากความรับผิดทั้งปวง
                                        ้
 มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
 "บริการสาธารณสุข" หมายความวา บริการตาง ๆ อันเกี่ยวกับการสรางเสริมสุขภาพ การ
 ปองกันและควบคุมโรคและปจจัยที่คกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบําบัดสภาวะความ
                                   ุ
 เจ็บปวย และการฟนฟูสมรรถภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน
 "ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุข" หมายความวา ผูประกอบวิชาชีพตามกฎหมายวาดวย
 สถานพยาบาล
 มาตรา 4 ใหนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตาม
 พระราชบัญญัตินี้ และใหมอานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
                          ีํ
 กฎกระทรวงนัน เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได
               ้

การุณยฆาตในมิติของศาสนา

ศาสนาพุทธ

         ตามพุทธศาสนา ฆราวาสถือเบญจศีลขอหนึ่งเกียวกับปาณาติบาตคือการหามทําลายชีวตไม
                                                       ่                          ิ
วาของผูอื่นหรือของตนก็ตาม กับทั้งหามยินยอมใหผูอื่นทําลายชีวิตของตนดวย

          พุทธศาสนายังถือวาชีวิตเปนของประเสริฐสุดที่บุคคลพึงรักษาไวอีกดวย โดยมีพุทธวัจนะ
หนึ่งวา "ใหบคคลพึงสละทรัพยสมบัติเพือรักษาอวัยวะ ใหบุคคลพึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต" และ
              ุ                          ่
"ตราบใดที่ยังมีชวตอยู ตราบนั้นชีวิตก็ยังมีคา ไมควรทีใครจะไปตัดรอนแมวาชีวิตนั้นกําลังจะตายก็
                ีิ                                     ่
ตาม หากไปเรงเวลาตายเร็วขึนแมจะเพียงแควินาทีเดียวก็เปนบาป"
                            ้
นอกจากนี้ ภิกษุเถรวาทถือวินัยขอหนึ่งซึ่งปรากฏในปาฏิโมกขวา "ภิกษุทั้งหลายไมพึง
                                                                     
พรากชีวิตไปจากมนุษย หรือจางวานฆาผูนน หรือสรรเสริญคุณแหงมรณะ หรือยั่วยุผใดใหถึงแก
                                         ั้                                     ู
ความตาย ดังนัน ทานผูเจริญแลวเอย ทานหาประโยชนอันใดในชีวตอันลําเค็ญและนาสังเวชนีกน
              ้                                                 ิ                        ้ั
ความตายอาจมีประโยชนสาหรับทานมากกวาการมีชีวตอยู หรือดวยมโนทัศนเชนนั้น ดวย
                           ํ                         ิ
วัตถุประสงคเชนนั้น ถึงแมทานไมสรรเสริญคุณแหงมรณะหรือยั่วยุผูใดใหถึงแกความตาย ผูนั้นก็
จักถึงแกความตายในเร็ววันอยูแลว”ดวยเหตุนี้ วาโดยหลักแลวพุทธศาสนาถือวาการุณยฆาตเปน
บาป

ศาสนาคริสต

            ในคัมภีรไบเบิล กลาววาลมหายใจของมนุษยขึ้นอยูกับพระเจา ความตอนหนึ่งวา "วันเวลา
ของขาพระองคอยูในพระหัตถของพระองค" ดังนั้นการุณยฆาตจึงเปนการขัดพระประสงคของพระ
เจาทั้งนี้ ตามนิกายออรโทด็อกซ ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขที่ใหยาแกผูปวยเกินขนาดจนถึง
                                                                             
ตายถือวามีความผิดและเปนบาป แตในสถานการณเดียวกัน หากมีเจตนาเพื่อระงับบรรเทาความ
เจ็บปวด แมจะยังผลใหผูปวยถึงแกความตาย ก็ไมถอเปนผิดและเปนบาป
                                                ื

                ความเห็นเกี่ยวกับการุณยฆาตในประเทศไทยความเห็นสนับสนุน

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่กอใหเกิดความเสียหายแกรัฐ ให
ความเห็นวา

    1. "รัฐธรรมนูญใหม (หมายถึงฉบับ พ.ศ. 2540) บัญญัติไววา ตองเคารพศักดิ์ศรีความเปน
                                                          

มนุษยและสิทธิเสรีภาพของบุคคล จึงเกิดความคิดวา ควรจะใหผูปวยทีสิ้นหวัง ไมสามารถรักษาได
                                                                   ่
แลว รอวันจบชีวิตอยางทนทุกขทรมาน มีสิทธิในการตัดสินใจวาจะมีชีวิตอยูหรือจบชีวิตลง เพราะ
                                                                         
การเลือกที่จะตายหรือมีชีวตอยูนั้นเปนสิทธิสวนบุคคล แตในกรณีที่เขาตัดสินใจเองไมได เชน
                         ิ
ภาวะจิตใจไมสมบูรณ สมองไมทํางาน หรือเปนผูเยาว ก็ตองมาพิจารณากันวา ใครจะเปนคน
ตัดสินใจแทน ใชหลักเกณฑอะไร ในการตัดสิน และควรจะรับผิดอยางไรในกรณีที่ตดสินใจ  ั
ผิดพลาด"

    2. "เราตองเคารพสิทธิของผูปวย เพราะวาเขาอยูอยางทุกขทรมาน แตการุณยฆาต ตองใชกับ

ผูปวยที่ส้นหวังจริง ๆ ไมสามารถรักษาไดแลว หรืออยูไปก็ทรมานมากเทานั้น ถายังมีโอกาสหายแม
            ิ                                        
เพียงนอยนิดก็ไมควรทํา"
3. "แพทยและนักกฎหมายบางคนคิดวากฎหมายนาจะเปดโอกาส ใหทําการุณยฆาตได คือ

อนุญาตใหผูปวยมีสทธิตดสินใจเมื่อเขาเห็นวาตัวเองไมสามารถมีชีวตอยูตอไปได ทุกขทรมานมาก
                  ิ ั                                         ิ
เกินไป ไมเหลือศักดิ์ศรีความเปนคนอยูแลว และบางทีการไมปลอยใหผปวยตายอยางสงบก็ทําให
                                                                  ู
เกิดปญหาตามมาจริง ๆ ถาเราเปดโอกาสใหทําการุณยฆาตไดบางก็นาจะเปนประโยชน"
                                                                 

ความเห็นไมสนับสนุน

   คุณหญิงพรทิพย โรจนสุนันท ผูอํานวยการสถาบันนิติวทยาศาสตร กระทรวงยุติธรรม ให
                                                     ิ
ความเห็นวา

   1. "เราคงไมตองมาถกเถียงกันวาการุณยฆาตเปนเรื่องถูกตองหรือไม.เรารูไดอยางไรวา แพทย

       ทําไปดวยความบริสุทธิ์ใจ ทําไปดวยเจตนาดีจริง ไมใชขเี้ กียจทํางาน และเกณฑวดวา
                                                                                      ั
       บุคคลนั้นเปนผูปวยที่สิ้นหวังแลวอยูตรงไหน รูไดอยางไรว คนไขไมมีโอกาสรอดแลว
       จริงๆ หมอวินจฉัยถูกหรือเปลา พยายามเต็มที่แลวหรือยัง มีทางรักษาอืนอีกหรือไม แพทย
                     ิ                                                        ่
       สภาตองใหคําจํากัดความของคําวา "สิ้นหวัง" ใหชัด ๆ สินหวังเพราะแพทยหมดทางรักษา
                                                                 ้
       จริง หรือสิ้นหวังเพราะแพทยทํางานไมเต็มที่ หรือเปนเพราะญาติไมเหลียวแล"

   2. "การทําการุณยฆาตมีชองโหวอยูมากและมีโอกาสถูกนําไปใชในทางทีผิด เชน ทําใหผูปวย
                                                                             ่
      ระยะสุดทายซึงสวนใหญเปนผูที่ไดรับอุบัติเหตุตายแลวเอาอวัยวะไปขาย หรือญาติใหฆา
                     ่
      เพื่อเอามรดก เปนตน สังคมจึงตองเขามาตรวจสอบในเรืองนี้ ไมควรปลอยใหเปนเรือง
                                                              ่                          ่
      ระหวางแพทยกับคนไขเทานัน เพราะมันอาจจะเอื้อใหแพทยทําสิ่งผิดได เหมือนกับการ
                                    ้
      วิสามัญฆาตกรรม ตํารวจเปนผูที่ถืออาวุธมีสิทธิทําใหคนตายในขณะถูกจับกุมโดยที่ไมมี
      ใครเอาผิดได ในทํานองเดียวกัน แพทยก็เปนผูที่ถือเข็มฉีดยาจะทําใหผูปวยตายเมื่อไหรก็
      ได active euthanasia เทากับเปนการวิสามัญฆาตกรรม หรือการฆาในอีกรูปแบบหนึ่ง"
   3. "ถาจะมีกฎหมายอนุญาตใหทําไดเหมือนในตางประเทศ หมอคงคานรอยเปอรเซนต ไมให
      เกิดแน เพราะวามันขัดกับหลักศาสนาพุทธอยางแรง ถาเกิดไดก็คงเปนแบบ passive คือ
      หยุดใหการรักษาเทานั้น แตถึงจะเปนแบบ passive หมอบางคนก็ยังรูสกวาการหยุดการ
                                                                          ึ
      รักษานั้นเปนบาปอยูดี เหมือนกับใหหมอทําแทงคือเราไปปลิดชีวิตหนึงทิ้ง ฟงดูเจตนาเปน
                                                                            ่
      ความกรุณา แตแทที่จริงแลวไมแนใจวา มันเปนความกรุณาจริงหรือเปลา
การุณยฆาตกับ ราง พรบ.ปฏิรูปสุขภาพ

             รางกฎหมายปฏิรูปสุขภาพที่กําลังอยูในระหวางการดําเนินการรับฟงความคิดเห็น และจัด
 เวทีสมัชชาระดมความเห็นตามจังหวัดตาง ๆ ทั่วประเทศ นับเปนอีกกฏหมายหนึ่งที่มีความสําคัญ
 ตอวิถีชวิตความเปนอยูของประชาชนเปนอยางมาก เนื้อหาในรางกฎหมายฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระที่ด
           ี
ีๆ รับรองไวหลายเรื่อง เชนการคุมครองสิทธิของผูปวย (มาตรา ๘-๒๔) การกําหนดวารัฐตองดูแล
 ใหบริการสาธารณสุขโดยไมใหกลายเปนการหากําไรเชิงธุรกิจ, (มาตรา ๓๑) การกําหนดวาความ
 มั่นคงดานสุขภาพตองครอบคลุมถึงดานสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรสิ่งแวดลอม การเมือง ความ
 ยุติธรรม เทคโนโยลีความเชื่อ และวัฒนธรรม,(มาตรา ๓๔) การรับรองประชาชนรวมตัวกันตัง                     ้
 สมัชชาตาง ๆ เพื่อเคลื่อนไหว รณรงค ในเฉพาะประเด็น หรือเฉพาะทองถิ่นได, (มาตรา ๖๔) และที่
 นาสนใจอีกเรืองคือการกําหนดวา การจายเงินดานสาธารณสุขของประชาชน ตองเปนไปตาม
                  ่
 สัดสวนความสามารถในการจายไมใชจายตามความสามารถตามภาระความเสี่ยง (มาตรา ๙๔ วงเล็บ
 ๑) สิ่งดี ๆ ที่บรรจุไวในราง พรบ.สุขภาพแหงชาติ ยังมีอกประเด็นหนึ่งที่แทรกเปนยาดําอยูในราง
                                                              ี
 กฏหมายฉบับนี้ ซึ่งเปนเรื่องใหมที่ทาทายความคิดของสังคมไทยอยางมาก นั่นคือ มาตรา ๒๔ ที่
 รับรองสิทธิการตายอยางมีศกดิ์ศรีความเปนมนุษยนั่นคือ เรากําลังจะมีกฎหมายที่รับรองเรื่อง กา
                                 ั
 รุณยฆาต หรือ Mercy Killing
             การุณยฆาตคืออะไร การุณยฆาต หมายถึง การกระทํา หรืองดเวนการกระทํา อยางหนึ่ง
 อยางใด เพื่อใหบุคคลที่ตกอยูในสภาวะนาเวทนา เดือดรอนแสนสาหัส เนื่องจากสภาวะทางรางกาย
 หรือจิตใจไมปรกติขาดการรับรูเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ทําการรักษาใหหายไมได ดํารงชีวิตอยูตอไป ก็มี
 แตจะสินสภาพการเปนมนุษยจบชีวิตลงเพื่อใหพนจากความทุกขทรมาน รักษาศักดิ์ศรีความเปน
         ้                                           
 มนุษย และจํากัดความสูญเปลาทางเศรษฐกิจ สรุปอยางงายคือ การทําใหผูปวยตายดวยเจตนาที่แฝง
 ดวยเจตนาที่ดี ทําลงไปดวยความกรุณาเพื่อใหผูปวยพนจากความทุกขทรมาน การุณยฆาต มีอยูสอง
 แบบ คือ
             ๑. การชวยใหผูปวยที่สิ้นหวังตายอยางสงบ (active euthanasia) คือ การที่แพทยฉีดยา ใหยา
 หรือกระทําโดยวิธอื่น ๆใหผูปวยตายโดยตรง การยุติการใชเครื่องชวยหายใจ ก็จัดอยูในประเภทนี้
                      ี                                                                 
 ดวย
             ๒. การปลอยใหผูปวยที่ส้นหวังตายอยางสงบ (passive euthanasia) คือ การที่แพทยไมสั่ง
                                        ิ
 การรักษา หรือยกเลิกการรักษา ที่จะยืดชีวิตผูปวยที่สิ้นหวัง แตยังคงใหการดูแลรักษาทั่วไป เพื่อชวย
 ลดความทุกขทรมานของผูปวยลง จนกวาจะเสียชีวิตไปเอง ในตางประเทศขณะนี้ เริ่มมีการยอมรับ
 กันบางในประเทศ เชนเนเธอรแลนด นอรเวย บางรัฐในออสเตรเลีย และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา
 บางประเทศก็มีระเบียบวางไววาตองยึดถือเจตนาของผูตายเปนสําคัญ บางประเทศก็ใหอยูกับดุลย
 พินจของแพทยผูรักษาเปนผูตัดสินใจแทนและบางประเทศก็ใหใชเปนคําสั่งศาล
     ิ                             
การุณยฆาตในสังคมไทย

          ตามหลักการทัวไปในประมวลกฎหมายอาญา ใครก็ตามที่กระทําใหคนอื่นตาย ไมวาเจตนา
                         ่                                                                
หรือไมเจตนา ลวนแตมีความผิดขอหาฆาคนตายทั้งสิ้น และตามกฏหมายที่บังคับใชอยูในปจจุบน        ั
ก็มไดมีการรับรองเรื่องการุณยฆาต ดังนั้น ก็ตองนับวาการุณยฆาต นับเปนการฆาคนตายดวยเจตนา
    ิ
ในทางปฏิบัตของวงการสาธารณสุขมีการยอมรับเรื่องเหลานี้ และเปนเรื่องที่ตองลักลอบปฏิบัติกัน
                ิ
อยางเปนความลับทุกครั้ง เปดเผยใหคนอืนรูไมได กลาวอยางงาย ๆ ปญหาเรื่องการุณยฆาต ก็คลาย
                                           ่
ๆ กับเรื่องปญหาการทําแทงเสรี คือ มีการปฏิบัติกันอยูตลอดเวลา แตกฎหมายยังไมยอมรับ เพราะ
เดินตามภาวะความเปนไปของสังคมไมทันตามราง พรบ. สุขภาพแหงชาต ิถึงแมจะไมไดเขียนเรื่อง
การุณยฆาตไวอยางตรง ๆ แตเขียนไวเพียงวารับรองการตายอยางสงบและมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย
โดยระบุไวชัดเจนเลยวา ตองเปนการแสดงความจํานงจากตัวผูปวยเอง วาเลือกที่รับการรักษา หรือ
ยุติการรักษา ที่เปนเพียงการยืดชีวิตในวาระสุดทายของชีวิตเราควรทําอยางไรกับผูปวยที่ทรมานกับ
                                                                                     
การลุกลามของมะเร็งในระยะสุดทาย, ผูปวยสูงอายุหรือผูปวยขั้นโคมา ที่อยูไดดวยเครื่องชวย
                                                             
หายใจ กับยาเพิ่มความดัน, ผูประสบอุบัติเหตุรายแรง ที่ถึงแมจะมีชวิตรอด แตก็ตองทนทุกขทรมาน
                                                                  ี
อยางแสนสาหัส ตกอยูในสภาพ "ฟนก็ไมได ตายก็ไมลง" ตองอยูในลักษณะเหมือนเปนผักปลา
หรือมีชีวิตอยูอยางที่นักกฎหมายเรียกวา ไมเหลือศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยถาทําใหผูปวยตาย
              
อยางสงบ แพทยอาจตองรับผิดทางอาญา หรือขัดตอหลักจริยธรรม มีโอกาสถูกฟองฐานฆาผูอื่น แต
ถาผูปวยแสดงเจตนาที่ตายของยุติชีวิตของตนเองเพื่อไมอยากทนทุกขทรมาน แตแพทยกลับชวยใน
ทุกวิถีทาง แพทยก็อาจละเมิดสิทธิของผูปวย รวมทั้งสรางปญหาใหแกญาติที่ตองแบกรับภาระเรือง  ่
คารักษาพยาบาล ในที่สุดเราคงตองพิจารณากันใหรอบคอบกับการุณยฆาต หากกระบวนการ
ตัดสินใจกอนลงมือการุณยฆาตคนปวยผิดพลาด หรือถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชนของคนอื่น หรือ
ถูกนําไปเปนคําอางของแพทยที่จะยุติการรักษาคนปวยทียากไร จะยึดอะไรเปนมาตรฐานในการ
                                                       ่
แสดงเจตนาทีจะตายอยางมีศักดิ์ศรี การที่ ราง พรบ.สุขภาพแหงชาติ ไดรับรองสิทธิการตายอยางมี
                  ่
ศักดิ์ศรีวา ตองเกิดจากการแสดงความจํานงของผูปวยเทานั้นเทากับวาสิทธิที่จะอยูหรือตาย เปน
                                                                                   
สิทธิสวนตัวของผูปวยเอง คงจะไมมปญหาอะไรทีการแสดงความจํานงนั้นผูปวยไดบอกกลาวไว
                                       ี            ่                           
หรือทําหลักฐานเปนพินัยกรรมไวกอนลวงหนา แตในทางตรงขาม โดยทัวไปของผูปวยที่กําลังอยู
                                                                        ่
ในวาระสุดทายของชีวิต สวนมากจะอยูภาวะที่ไมสามารถแสดงความจํานงอะไรได คนปวยทีนอน
                                                                                           ่
หลับสลบไสลอยูในหองไอซียนานนับป ผูปวยที่พูดไมได หรืออยูในภาวะที่ไมสามารถรับรู
                               ู
อะไรได และผูปวยที่อยูสถานะภาพที่เปนผูเยาวหากตามประเพณีปฏิบติที่ทราบกันดีอยู อํานาจการ
                                                                     ั
ตัดสินใจวาจะรักษา หรือไมรักษา ขึ้นอยูกับความเห็นของแพทย ผูที่รูดีที่สุดถึงขอมูลสุขภาพของ
ผูปวย และญาติผูที่จะรับผิดชอบคารักษาการลิดรอนชีวิตของใครคนใดคนหนึ่งในลักษณะ เปนเรื่อง
ละเอียดออน ซับซอน และคงยอมรับ
กันไดยาก หากการตัดสินใจวาจะอยู หรือตาย เกิดจากการตัดสินใจของคนอื่นที่มใชตัวผูปวยเอง
                                                                                   ิ
และมีโอกาสอยางยิ่งที่จะสรางความสับสน             และวุนวายในปญหาเชิงจริยธรรมในอนาคตอยาง
                                                        
แนนอน เชน กรณีที่ผูปวยเปนคนมั่งคั่ง มรดกมาก แลวมีคนรอรับผลประโยชนหลังการตายของ
ผูปวยคนนัน และจะเลวรายยิ่งขึ้นถาเกิดการสมยอม วาจาง ใหแพทยชวยทําการกรุณยฆาต หรือ
              ้                                                        
กรณีที่คนปวยผูยากไร อยูภาวะทียากจน แลวแพทยใหขอมูลหวานลอม โมเม ใหผปวยแสดงเจตนา
                                   ่                                           ู
วาประสงคที่จะตายอยางมีศกดิ์ศรี เพื่อใหทางโรงพยาบาลไดประหยัดตนทุนการรักษาทั้ง ๆ ที่ผูปวย
                              ั
คนนั้นพอมีทางรอดไดจะปฏิเสธหรือยอมรับใหมีแตตองขยายความ มาตรา ๒๔ ใหรัดกุมขึน                ้
บทความนี้ คงไมชี้นํา หรือฟนธงวา สมควรยอมรับการมีการุณยฆาตหรือไม เพียงแตอยากใหขอมูล     
คุณผูอาน ใหชวยกันพิจารณา ใน ๒ แนวทาง
            แนวทางที่ ๑ คือ ปฏิเสธแนวคิดนี้ เพราะขัดตอศีลธรรมอันดี การประหาร ตัดรอนชีวต ิ
ผูหนึ่งผูใดเปนบาป ผิดตอศีลธรรมอยางรายแรง และอาจจะเปนชองทางที่ทําใหคนไมดีแอบอาง
เจตนาผูปวยเพื่อผลประโยชน
            แนวทางที่ ๒ คือ ยอมรับแนวคิดนี้ แตสมควรจะตองมีการเพิ่มเติมเนื้อหาสาระในราง
พรบ.สุขภาพแหงชาติในเรื่องนี้ การที่รับรองไวเพียงมาตราเดียว นาจะเกิดชองวางตามมาอีกมาก
หรือตองมีการออกกฎหมายอีกฉบับ เพื่อมาประกอบกับราง พรบ. สุขภาพแหงชาติ ที่วาดวยเรื่องกา
รุณยฆาตเปนการเฉพาะซึ่งมีเนื้อหาที่ตองมีการวางมาตรการที่รัดกุม รอบคอบ โดยเฉพาะอยางยิ่ง วา
จะเอามาตรฐานใดในการแสดงเจตนาวาผูปวยประสงคที่จะตายอยางมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย
                                            
กลไกในการตรวจสอบเจตนานั้นวาเปนเจตนาที่แทจริงหรือไม ผูอื่นจะแสดงเจตนาแทนผูปวยได      
หรือไม ตลอดจนบทกําหนดโทษที่รนแรงสําหรับคนที่นาเรื่องการุณยฆาตไปใชผิดวัตถุประสงค
                                        ุ                   ํ
หวั่นเกรงเพียงอยางเดียว คือ หากเรื่องการุณยฆาตเปนที่ยอมรับกันวาถูกตองตามกฎหมายแลว
ตอไปหากใครที่เขารับการักษาพยาบาลในโรงพยาบาล จะถูกมั่วนิ่มหลอกใหเซ็นชื่อไวลวงหนาวา
ประสงคที่จะตายอยางมีศกดิ์ศรี โดยที่ผูปวยเองไมทราบวาตัวเองถูกเขาหลอกใหลงชื่อไปแลว
                            ั             

06 ปัญหาการุณยฆาต

  • 1.
    ป ญ หาการุณ ยฆาต การุณยฆาต หรือ ปรานีฆาต (อังกฤษ: euthanasia หรือ mercy killing; การุณยฆาตเปนศัพท ทางนิติศาสตร สวนปรานีฆาตเปนศัพททางแพทยศาสตร) หรือ แพทยานุเคราะหฆาต (อังกฤษ: physician-assisted suicide) หมายถึงการทําใหบุคคลตายโดยเจตนาดวยวิธีการที่ไมรนแรงหรือ ุ วิธีการที่ทําใหตายอยางสะดวก หรือการงดเวนการชวยเหลือหรือรักษาบุคคล โดยปลอยใหตายไป เองอยางสงบทั้งนี้ เพื่อระงับความเจ็บปวดอยางสาหัสของบุคคลนั้น หรือในกรณีทบุคคลนั้นปวย ี่ เปนโรคอันไรหนทางเยียวยา อยางไรก็ดี การุณยฆาตยังเปนการกระทําทีผิดกฎหมายและเปน ่ ความผิดอาญาอยูในบางประเทศ กับทั้งผูไมเห็นดวยกับการฆาคนชนิดนี้ก็เห็นวาเปนการกระทําที่ เปนบาปอนึ่ง การุณยฆาตยังหมายถึง การทําใหสัตวตายโดยวิธีการและในกรณีดังขางตนอีกดวย การจําแนกประเภทตามเจตนา 1. บุคคลซึ่งเจ็บปวยสาหัสหรือไดรบทุกขเวทนาจากความเจ็บปวยเปนตนสามารถแสดง ั เจตนาใหบุคคลอื่นกระทําการุณยฆาตแกตนได การนี้เรียกวา “การุณยฆาตโดยดวยใจสมัคร”หรือ “การุณยฆาตสมัครใจ” หรือ “การุณยฆาตจงใจ” (อังกฤษ: voluntary euthanasia) 2. ในกรณีที่บคคลดังกลาวไมอยูในฐานะจะแสดงเจตนาเชนวา ผูแทนโดยชอบธรรม ุ กลาวคือ ทายาทโดยธรรม ผูใชอํานาจปกครอง ผูพิทักษ หรือผูอภิบาลตามกฎหมาย ตลอดจนศาล อาจพิจารณาใชอํานาจตัดสินใจใหกระทําการุณยฆาตแกบุคคลนั้นแทนได การนี้เรียกวา “การุณย ฆาตโดยไมเจตนา” หรือ “การุณยฆาตโดยไมสมัครใจ” (อังกฤษ: involuntary euthanasia) อยางไรก็ดี การุณยฆาตโดยไมจํานงยังคงเปนที่ถกเถียงถึงความชอบธรรมตามกฎหมายอยู ในขณะนี้ เนื่องจากไมมหนทางที่ทุกฝายจะมั่นใจไดวา ผูเ จ็บปวยตองการใหกระทําการุณยฆาตแก ี ตนเชนนันจริง ๆ ้ การจําแนกประเภทตามวิธีฆา 1. “การุณยฆาตเชิงรับ” (อังกฤษ: passive euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดยการตัดการ รักษาใหแกผปวย วิธีนี้ไดรบการยอมรับมากที่สุดและเปนที่ปฏิบัติกนในสถานพยาบาลหลายแหง ู ั ั 2. “การุณยฆาตเชิงรุก” (อังกฤษ: active euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดยการใหสาร หรือวัตถุใด ๆ อันเรงใหผปวยถึงแกความตาย ซึ่งวิธนี้เปนที่ถกเถียงอยูในปจจุบันเชนกัน ู  ี
  • 2.
    3. “การุณยฆาตเชิงสงบ” (อังกฤษ:non-aggressive euthanasia) คือ การุณยฆาตที่กระทําโดย การหยุดใหปจจัยดํารงชีวิตแกผูปวย ซึ่งวิธีนี้เปนที่ถกเถียงอยูในปจจุบน  ั การจําแนกแบบอื่น ๆ ในพจนานุกรมกฎหมายของเฮนรี แคมปแบล แบล็ก (Black's Law Dictionary) ไดจาแนก ํ [3] ประเภทการุณยฆาตไวคลายคลึงกับสองประเภทขางตน ดังตอไปนี้ 1. การุณยฆาตโดยตัดการรักษา (อังกฤษ: passive euthanasia หรือ negative euthanasia) คือ การปลอยใหผปวยตายไปเอง (อังกฤษ: letting the patient go) เปนวิธีที่ปฏิบัติกันทั่วไปในสถาน ู บริการสาธารณสุข โดยใชรหัส "90" (เกาศูนย) เขียนไวในบันทึกการรักษา มีความหมายวาผูปวย คนนี้ไมตองใหการรักษาอีกตอไป และไมตองชวยยืดยื้อชีวตในวาระสุดทายอีก ปลอยใหนอนตาย ิ สบาย 2. การุณยฆาตโดยเรงใหตาย (อังกฤษ: active euthanasia หรือ positive euthanasia) 2.1 การุณยฆาตโดยเจตจํานงและโดยตรง (อังกฤษ: voluntary and direct euthanasia) คือ การที่ผูปวยเลือกปลงชีวิตตนเอง (อังกฤษ: chosen and carried out by the patient) เชน ผูประกอบ วิชาชีพดานสาธารณสุขวางยาที่มีปริมาณมากเกินขนาดจนทําใหผูรับเขาไปตายได หรือยาอันเปน พิษ ไวใกล ๆ ผูปวย ใหผูปวยตัดสินใจหยิบกินเอง 2.2 การุณยฆาตโดยเจตจํานงแตโดยออม (อังกฤษ: voluntary and indirect euthanasia) คือ การที่ผูปวยตัดสินใจลวงหนาแลววาถาไมรอดก็ขอใหผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขกระทํากา รุณยฆาตแกตนเสีย โดยอาจแสดงเจตจํานงเชนวาเปนหนังสือ หรือเปนพินัยกรรมซึ่งเรียกวา พินยกรรมชีวต (อังกฤษ: living will) ก็ได ั ิ 2.3 การุณยฆาตโดยไรเจตจํานงและโดยออม (อังกฤษ: involuntary and indirect euthanasia) คือ ผูปวยไมไดรองขอความตาย แตผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขสงเคราะหให เพราะความสงสาร
  • 3.
    การุณยฆาตและกฎหมาย พระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใชตั้งแตวนที่ 20 มีนาคม 2550 เปน ั ตนไป ซึ่งพระราชบัญญัตดังกลาวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงเจตจํานงของผูปวยที่จะไมรับการ ิ รักษาดังตอไปนี้พรอมบทบัญญัติท่เี กี่ยวของ มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทําหนังสือแสดงเจตนาไมประสงคจะรับบริการสาธารณสุขที่เปนไป เพื่อยืดการตายในวาระสุดทายของชีวิตตน หรือเพื่อยุตการทรมานจากการเจ็บปวยไดการ ิ ดําเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวงเมื่อผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขไดปฏิบติตามเจตนาของบุคคล ั ตามวรรคหนึ่งแลว มิใหถือวาการกระทํานันเปนความผิด และใหพนจากความรับผิดทั้งปวง ้ มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "บริการสาธารณสุข" หมายความวา บริการตาง ๆ อันเกี่ยวกับการสรางเสริมสุขภาพ การ ปองกันและควบคุมโรคและปจจัยที่คกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบําบัดสภาวะความ ุ เจ็บปวย และการฟนฟูสมรรถภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน "ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุข" หมายความวา ผูประกอบวิชาชีพตามกฎหมายวาดวย สถานพยาบาล มาตรา 4 ใหนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และใหมอานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ีํ กฎกระทรวงนัน เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได ้ การุณยฆาตในมิติของศาสนา ศาสนาพุทธ ตามพุทธศาสนา ฆราวาสถือเบญจศีลขอหนึ่งเกียวกับปาณาติบาตคือการหามทําลายชีวตไม ่ ิ วาของผูอื่นหรือของตนก็ตาม กับทั้งหามยินยอมใหผูอื่นทําลายชีวิตของตนดวย พุทธศาสนายังถือวาชีวิตเปนของประเสริฐสุดที่บุคคลพึงรักษาไวอีกดวย โดยมีพุทธวัจนะ หนึ่งวา "ใหบคคลพึงสละทรัพยสมบัติเพือรักษาอวัยวะ ใหบุคคลพึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต" และ ุ ่ "ตราบใดที่ยังมีชวตอยู ตราบนั้นชีวิตก็ยังมีคา ไมควรทีใครจะไปตัดรอนแมวาชีวิตนั้นกําลังจะตายก็ ีิ ่ ตาม หากไปเรงเวลาตายเร็วขึนแมจะเพียงแควินาทีเดียวก็เปนบาป" ้
  • 4.
    นอกจากนี้ ภิกษุเถรวาทถือวินัยขอหนึ่งซึ่งปรากฏในปาฏิโมกขวา "ภิกษุทั้งหลายไมพึง  พรากชีวิตไปจากมนุษย หรือจางวานฆาผูนน หรือสรรเสริญคุณแหงมรณะ หรือยั่วยุผใดใหถึงแก ั้ ู ความตาย ดังนัน ทานผูเจริญแลวเอย ทานหาประโยชนอันใดในชีวตอันลําเค็ญและนาสังเวชนีกน ้ ิ ้ั ความตายอาจมีประโยชนสาหรับทานมากกวาการมีชีวตอยู หรือดวยมโนทัศนเชนนั้น ดวย ํ ิ วัตถุประสงคเชนนั้น ถึงแมทานไมสรรเสริญคุณแหงมรณะหรือยั่วยุผูใดใหถึงแกความตาย ผูนั้นก็ จักถึงแกความตายในเร็ววันอยูแลว”ดวยเหตุนี้ วาโดยหลักแลวพุทธศาสนาถือวาการุณยฆาตเปน บาป ศาสนาคริสต ในคัมภีรไบเบิล กลาววาลมหายใจของมนุษยขึ้นอยูกับพระเจา ความตอนหนึ่งวา "วันเวลา ของขาพระองคอยูในพระหัตถของพระองค" ดังนั้นการุณยฆาตจึงเปนการขัดพระประสงคของพระ เจาทั้งนี้ ตามนิกายออรโทด็อกซ ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขที่ใหยาแกผูปวยเกินขนาดจนถึง  ตายถือวามีความผิดและเปนบาป แตในสถานการณเดียวกัน หากมีเจตนาเพื่อระงับบรรเทาความ เจ็บปวด แมจะยังผลใหผูปวยถึงแกความตาย ก็ไมถอเปนผิดและเปนบาป  ื ความเห็นเกี่ยวกับการุณยฆาตในประเทศไทยความเห็นสนับสนุน นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่กอใหเกิดความเสียหายแกรัฐ ให ความเห็นวา 1. "รัฐธรรมนูญใหม (หมายถึงฉบับ พ.ศ. 2540) บัญญัติไววา ตองเคารพศักดิ์ศรีความเปน  มนุษยและสิทธิเสรีภาพของบุคคล จึงเกิดความคิดวา ควรจะใหผูปวยทีสิ้นหวัง ไมสามารถรักษาได ่ แลว รอวันจบชีวิตอยางทนทุกขทรมาน มีสิทธิในการตัดสินใจวาจะมีชีวิตอยูหรือจบชีวิตลง เพราะ  การเลือกที่จะตายหรือมีชีวตอยูนั้นเปนสิทธิสวนบุคคล แตในกรณีที่เขาตัดสินใจเองไมได เชน ิ ภาวะจิตใจไมสมบูรณ สมองไมทํางาน หรือเปนผูเยาว ก็ตองมาพิจารณากันวา ใครจะเปนคน ตัดสินใจแทน ใชหลักเกณฑอะไร ในการตัดสิน และควรจะรับผิดอยางไรในกรณีที่ตดสินใจ ั ผิดพลาด" 2. "เราตองเคารพสิทธิของผูปวย เพราะวาเขาอยูอยางทุกขทรมาน แตการุณยฆาต ตองใชกับ ผูปวยที่ส้นหวังจริง ๆ ไมสามารถรักษาไดแลว หรืออยูไปก็ทรมานมากเทานั้น ถายังมีโอกาสหายแม ิ  เพียงนอยนิดก็ไมควรทํา"
  • 5.
    3. "แพทยและนักกฎหมายบางคนคิดวากฎหมายนาจะเปดโอกาส ใหทําการุณยฆาตไดคือ อนุญาตใหผูปวยมีสทธิตดสินใจเมื่อเขาเห็นวาตัวเองไมสามารถมีชีวตอยูตอไปได ทุกขทรมานมาก  ิ ั ิ เกินไป ไมเหลือศักดิ์ศรีความเปนคนอยูแลว และบางทีการไมปลอยใหผปวยตายอยางสงบก็ทําให  ู เกิดปญหาตามมาจริง ๆ ถาเราเปดโอกาสใหทําการุณยฆาตไดบางก็นาจะเปนประโยชน"  ความเห็นไมสนับสนุน คุณหญิงพรทิพย โรจนสุนันท ผูอํานวยการสถาบันนิติวทยาศาสตร กระทรวงยุติธรรม ให ิ ความเห็นวา 1. "เราคงไมตองมาถกเถียงกันวาการุณยฆาตเปนเรื่องถูกตองหรือไม.เรารูไดอยางไรวา แพทย ทําไปดวยความบริสุทธิ์ใจ ทําไปดวยเจตนาดีจริง ไมใชขเี้ กียจทํางาน และเกณฑวดวา ั บุคคลนั้นเปนผูปวยที่สิ้นหวังแลวอยูตรงไหน รูไดอยางไรว คนไขไมมีโอกาสรอดแลว จริงๆ หมอวินจฉัยถูกหรือเปลา พยายามเต็มที่แลวหรือยัง มีทางรักษาอืนอีกหรือไม แพทย ิ ่ สภาตองใหคําจํากัดความของคําวา "สิ้นหวัง" ใหชัด ๆ สินหวังเพราะแพทยหมดทางรักษา ้ จริง หรือสิ้นหวังเพราะแพทยทํางานไมเต็มที่ หรือเปนเพราะญาติไมเหลียวแล" 2. "การทําการุณยฆาตมีชองโหวอยูมากและมีโอกาสถูกนําไปใชในทางทีผิด เชน ทําใหผูปวย  ่ ระยะสุดทายซึงสวนใหญเปนผูที่ไดรับอุบัติเหตุตายแลวเอาอวัยวะไปขาย หรือญาติใหฆา ่ เพื่อเอามรดก เปนตน สังคมจึงตองเขามาตรวจสอบในเรืองนี้ ไมควรปลอยใหเปนเรือง ่ ่ ระหวางแพทยกับคนไขเทานัน เพราะมันอาจจะเอื้อใหแพทยทําสิ่งผิดได เหมือนกับการ ้ วิสามัญฆาตกรรม ตํารวจเปนผูที่ถืออาวุธมีสิทธิทําใหคนตายในขณะถูกจับกุมโดยที่ไมมี ใครเอาผิดได ในทํานองเดียวกัน แพทยก็เปนผูที่ถือเข็มฉีดยาจะทําใหผูปวยตายเมื่อไหรก็ ได active euthanasia เทากับเปนการวิสามัญฆาตกรรม หรือการฆาในอีกรูปแบบหนึ่ง" 3. "ถาจะมีกฎหมายอนุญาตใหทําไดเหมือนในตางประเทศ หมอคงคานรอยเปอรเซนต ไมให เกิดแน เพราะวามันขัดกับหลักศาสนาพุทธอยางแรง ถาเกิดไดก็คงเปนแบบ passive คือ หยุดใหการรักษาเทานั้น แตถึงจะเปนแบบ passive หมอบางคนก็ยังรูสกวาการหยุดการ ึ รักษานั้นเปนบาปอยูดี เหมือนกับใหหมอทําแทงคือเราไปปลิดชีวิตหนึงทิ้ง ฟงดูเจตนาเปน ่ ความกรุณา แตแทที่จริงแลวไมแนใจวา มันเปนความกรุณาจริงหรือเปลา
  • 6.
    การุณยฆาตกับ ราง พรบ.ปฏิรูปสุขภาพ รางกฎหมายปฏิรูปสุขภาพที่กําลังอยูในระหวางการดําเนินการรับฟงความคิดเห็น และจัด เวทีสมัชชาระดมความเห็นตามจังหวัดตาง ๆ ทั่วประเทศ นับเปนอีกกฏหมายหนึ่งที่มีความสําคัญ ตอวิถีชวิตความเปนอยูของประชาชนเปนอยางมาก เนื้อหาในรางกฎหมายฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระที่ด ี ีๆ รับรองไวหลายเรื่อง เชนการคุมครองสิทธิของผูปวย (มาตรา ๘-๒๔) การกําหนดวารัฐตองดูแล ใหบริการสาธารณสุขโดยไมใหกลายเปนการหากําไรเชิงธุรกิจ, (มาตรา ๓๑) การกําหนดวาความ มั่นคงดานสุขภาพตองครอบคลุมถึงดานสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรสิ่งแวดลอม การเมือง ความ ยุติธรรม เทคโนโยลีความเชื่อ และวัฒนธรรม,(มาตรา ๓๔) การรับรองประชาชนรวมตัวกันตัง ้ สมัชชาตาง ๆ เพื่อเคลื่อนไหว รณรงค ในเฉพาะประเด็น หรือเฉพาะทองถิ่นได, (มาตรา ๖๔) และที่ นาสนใจอีกเรืองคือการกําหนดวา การจายเงินดานสาธารณสุขของประชาชน ตองเปนไปตาม ่ สัดสวนความสามารถในการจายไมใชจายตามความสามารถตามภาระความเสี่ยง (มาตรา ๙๔ วงเล็บ ๑) สิ่งดี ๆ ที่บรรจุไวในราง พรบ.สุขภาพแหงชาติ ยังมีอกประเด็นหนึ่งที่แทรกเปนยาดําอยูในราง ี กฏหมายฉบับนี้ ซึ่งเปนเรื่องใหมที่ทาทายความคิดของสังคมไทยอยางมาก นั่นคือ มาตรา ๒๔ ที่ รับรองสิทธิการตายอยางมีศกดิ์ศรีความเปนมนุษยนั่นคือ เรากําลังจะมีกฎหมายที่รับรองเรื่อง กา ั รุณยฆาต หรือ Mercy Killing การุณยฆาตคืออะไร การุณยฆาต หมายถึง การกระทํา หรืองดเวนการกระทํา อยางหนึ่ง อยางใด เพื่อใหบุคคลที่ตกอยูในสภาวะนาเวทนา เดือดรอนแสนสาหัส เนื่องจากสภาวะทางรางกาย หรือจิตใจไมปรกติขาดการรับรูเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ทําการรักษาใหหายไมได ดํารงชีวิตอยูตอไป ก็มี แตจะสินสภาพการเปนมนุษยจบชีวิตลงเพื่อใหพนจากความทุกขทรมาน รักษาศักดิ์ศรีความเปน ้  มนุษย และจํากัดความสูญเปลาทางเศรษฐกิจ สรุปอยางงายคือ การทําใหผูปวยตายดวยเจตนาที่แฝง ดวยเจตนาที่ดี ทําลงไปดวยความกรุณาเพื่อใหผูปวยพนจากความทุกขทรมาน การุณยฆาต มีอยูสอง แบบ คือ ๑. การชวยใหผูปวยที่สิ้นหวังตายอยางสงบ (active euthanasia) คือ การที่แพทยฉีดยา ใหยา หรือกระทําโดยวิธอื่น ๆใหผูปวยตายโดยตรง การยุติการใชเครื่องชวยหายใจ ก็จัดอยูในประเภทนี้ ี  ดวย ๒. การปลอยใหผูปวยที่ส้นหวังตายอยางสงบ (passive euthanasia) คือ การที่แพทยไมสั่ง ิ การรักษา หรือยกเลิกการรักษา ที่จะยืดชีวิตผูปวยที่สิ้นหวัง แตยังคงใหการดูแลรักษาทั่วไป เพื่อชวย ลดความทุกขทรมานของผูปวยลง จนกวาจะเสียชีวิตไปเอง ในตางประเทศขณะนี้ เริ่มมีการยอมรับ กันบางในประเทศ เชนเนเธอรแลนด นอรเวย บางรัฐในออสเตรเลีย และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา บางประเทศก็มีระเบียบวางไววาตองยึดถือเจตนาของผูตายเปนสําคัญ บางประเทศก็ใหอยูกับดุลย พินจของแพทยผูรักษาเปนผูตัดสินใจแทนและบางประเทศก็ใหใชเปนคําสั่งศาล ิ 
  • 7.
    การุณยฆาตในสังคมไทย ตามหลักการทัวไปในประมวลกฎหมายอาญา ใครก็ตามที่กระทําใหคนอื่นตาย ไมวาเจตนา ่  หรือไมเจตนา ลวนแตมีความผิดขอหาฆาคนตายทั้งสิ้น และตามกฏหมายที่บังคับใชอยูในปจจุบน ั ก็มไดมีการรับรองเรื่องการุณยฆาต ดังนั้น ก็ตองนับวาการุณยฆาต นับเปนการฆาคนตายดวยเจตนา ิ ในทางปฏิบัตของวงการสาธารณสุขมีการยอมรับเรื่องเหลานี้ และเปนเรื่องที่ตองลักลอบปฏิบัติกัน ิ อยางเปนความลับทุกครั้ง เปดเผยใหคนอืนรูไมได กลาวอยางงาย ๆ ปญหาเรื่องการุณยฆาต ก็คลาย ่ ๆ กับเรื่องปญหาการทําแทงเสรี คือ มีการปฏิบัติกันอยูตลอดเวลา แตกฎหมายยังไมยอมรับ เพราะ เดินตามภาวะความเปนไปของสังคมไมทันตามราง พรบ. สุขภาพแหงชาต ิถึงแมจะไมไดเขียนเรื่อง การุณยฆาตไวอยางตรง ๆ แตเขียนไวเพียงวารับรองการตายอยางสงบและมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย โดยระบุไวชัดเจนเลยวา ตองเปนการแสดงความจํานงจากตัวผูปวยเอง วาเลือกที่รับการรักษา หรือ ยุติการรักษา ที่เปนเพียงการยืดชีวิตในวาระสุดทายของชีวิตเราควรทําอยางไรกับผูปวยที่ทรมานกับ  การลุกลามของมะเร็งในระยะสุดทาย, ผูปวยสูงอายุหรือผูปวยขั้นโคมา ที่อยูไดดวยเครื่องชวย  หายใจ กับยาเพิ่มความดัน, ผูประสบอุบัติเหตุรายแรง ที่ถึงแมจะมีชวิตรอด แตก็ตองทนทุกขทรมาน ี อยางแสนสาหัส ตกอยูในสภาพ "ฟนก็ไมได ตายก็ไมลง" ตองอยูในลักษณะเหมือนเปนผักปลา หรือมีชีวิตอยูอยางที่นักกฎหมายเรียกวา ไมเหลือศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยถาทําใหผูปวยตาย  อยางสงบ แพทยอาจตองรับผิดทางอาญา หรือขัดตอหลักจริยธรรม มีโอกาสถูกฟองฐานฆาผูอื่น แต ถาผูปวยแสดงเจตนาที่ตายของยุติชีวิตของตนเองเพื่อไมอยากทนทุกขทรมาน แตแพทยกลับชวยใน ทุกวิถีทาง แพทยก็อาจละเมิดสิทธิของผูปวย รวมทั้งสรางปญหาใหแกญาติที่ตองแบกรับภาระเรือง ่ คารักษาพยาบาล ในที่สุดเราคงตองพิจารณากันใหรอบคอบกับการุณยฆาต หากกระบวนการ ตัดสินใจกอนลงมือการุณยฆาตคนปวยผิดพลาด หรือถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชนของคนอื่น หรือ ถูกนําไปเปนคําอางของแพทยที่จะยุติการรักษาคนปวยทียากไร จะยึดอะไรเปนมาตรฐานในการ ่ แสดงเจตนาทีจะตายอยางมีศักดิ์ศรี การที่ ราง พรบ.สุขภาพแหงชาติ ไดรับรองสิทธิการตายอยางมี ่ ศักดิ์ศรีวา ตองเกิดจากการแสดงความจํานงของผูปวยเทานั้นเทากับวาสิทธิที่จะอยูหรือตาย เปน  สิทธิสวนตัวของผูปวยเอง คงจะไมมปญหาอะไรทีการแสดงความจํานงนั้นผูปวยไดบอกกลาวไว ี ่  หรือทําหลักฐานเปนพินัยกรรมไวกอนลวงหนา แตในทางตรงขาม โดยทัวไปของผูปวยที่กําลังอยู ่ ในวาระสุดทายของชีวิต สวนมากจะอยูภาวะที่ไมสามารถแสดงความจํานงอะไรได คนปวยทีนอน  ่ หลับสลบไสลอยูในหองไอซียนานนับป ผูปวยที่พูดไมได หรืออยูในภาวะที่ไมสามารถรับรู ู อะไรได และผูปวยที่อยูสถานะภาพที่เปนผูเยาวหากตามประเพณีปฏิบติที่ทราบกันดีอยู อํานาจการ ั ตัดสินใจวาจะรักษา หรือไมรักษา ขึ้นอยูกับความเห็นของแพทย ผูที่รูดีที่สุดถึงขอมูลสุขภาพของ ผูปวย และญาติผูที่จะรับผิดชอบคารักษาการลิดรอนชีวิตของใครคนใดคนหนึ่งในลักษณะ เปนเรื่อง ละเอียดออน ซับซอน และคงยอมรับ
  • 8.
    กันไดยาก หากการตัดสินใจวาจะอยู หรือตายเกิดจากการตัดสินใจของคนอื่นที่มใชตัวผูปวยเอง ิ และมีโอกาสอยางยิ่งที่จะสรางความสับสน และวุนวายในปญหาเชิงจริยธรรมในอนาคตอยาง  แนนอน เชน กรณีที่ผูปวยเปนคนมั่งคั่ง มรดกมาก แลวมีคนรอรับผลประโยชนหลังการตายของ ผูปวยคนนัน และจะเลวรายยิ่งขึ้นถาเกิดการสมยอม วาจาง ใหแพทยชวยทําการกรุณยฆาต หรือ ้  กรณีที่คนปวยผูยากไร อยูภาวะทียากจน แลวแพทยใหขอมูลหวานลอม โมเม ใหผปวยแสดงเจตนา ่  ู วาประสงคที่จะตายอยางมีศกดิ์ศรี เพื่อใหทางโรงพยาบาลไดประหยัดตนทุนการรักษาทั้ง ๆ ที่ผูปวย ั คนนั้นพอมีทางรอดไดจะปฏิเสธหรือยอมรับใหมีแตตองขยายความ มาตรา ๒๔ ใหรัดกุมขึน ้ บทความนี้ คงไมชี้นํา หรือฟนธงวา สมควรยอมรับการมีการุณยฆาตหรือไม เพียงแตอยากใหขอมูล  คุณผูอาน ใหชวยกันพิจารณา ใน ๒ แนวทาง แนวทางที่ ๑ คือ ปฏิเสธแนวคิดนี้ เพราะขัดตอศีลธรรมอันดี การประหาร ตัดรอนชีวต ิ ผูหนึ่งผูใดเปนบาป ผิดตอศีลธรรมอยางรายแรง และอาจจะเปนชองทางที่ทําใหคนไมดีแอบอาง เจตนาผูปวยเพื่อผลประโยชน แนวทางที่ ๒ คือ ยอมรับแนวคิดนี้ แตสมควรจะตองมีการเพิ่มเติมเนื้อหาสาระในราง พรบ.สุขภาพแหงชาติในเรื่องนี้ การที่รับรองไวเพียงมาตราเดียว นาจะเกิดชองวางตามมาอีกมาก หรือตองมีการออกกฎหมายอีกฉบับ เพื่อมาประกอบกับราง พรบ. สุขภาพแหงชาติ ที่วาดวยเรื่องกา รุณยฆาตเปนการเฉพาะซึ่งมีเนื้อหาที่ตองมีการวางมาตรการที่รัดกุม รอบคอบ โดยเฉพาะอยางยิ่ง วา จะเอามาตรฐานใดในการแสดงเจตนาวาผูปวยประสงคที่จะตายอยางมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย  กลไกในการตรวจสอบเจตนานั้นวาเปนเจตนาที่แทจริงหรือไม ผูอื่นจะแสดงเจตนาแทนผูปวยได  หรือไม ตลอดจนบทกําหนดโทษที่รนแรงสําหรับคนที่นาเรื่องการุณยฆาตไปใชผิดวัตถุประสงค ุ ํ หวั่นเกรงเพียงอยางเดียว คือ หากเรื่องการุณยฆาตเปนที่ยอมรับกันวาถูกตองตามกฎหมายแลว ตอไปหากใครที่เขารับการักษาพยาบาลในโรงพยาบาล จะถูกมั่วนิ่มหลอกใหเซ็นชื่อไวลวงหนาวา ประสงคที่จะตายอยางมีศกดิ์ศรี โดยที่ผูปวยเองไมทราบวาตัวเองถูกเขาหลอกใหลงชื่อไปแลว ั 