๒๘
วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถวยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถวยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ
สังขารทั้งหลาย ม...
๒
คํานําคํานําคํานํา
หนังสือเลมนี้ เปนหนังสือที่อาตมภาพรวบรวมจากบทรอยแกวและรอยกรอง
ที่ไดอาตมภาพประพันธไวมาเพียงบาง...
๒๖
เรียงรอย ถอยสาระ
บางอยางมันก็ไมมีความสําคัญ หรือความหมายอะไรใหจดจํา จําไปก็
เทานั้น ลืมเสีย อยูกับปจจุบัน อยาห...
๔
เรียงรอย ถอยสาระ
เวลา
Lost time is never found again....
เวลาที่เสียไปยอมหาไมไดอีก แลวทําไมเรา
ถึงอยากกลับเริ่มตน...
๒๔
เรียงรอย ถอยสาระ
๕ ธันวามหาราช
สรวมชีพเทิดไท ราชันย
บารมีกอเกริกเกียรติอนันต ทั่วหลา
สายพระเนตรเพงโรมรัน นิรทุก...
๖
เรียงรอย ถอยสาระ
ภูผา ยอมใหญกวางและแข็งแรงไมหวั่นไหว ใจเราละ สังเกตใจ ดูใจ
จงพิจารณาใจเราใหดี แลวเราจะเห็นอะไรท...
๒๒
เรียงรอย ถอยสาระ
ความรักก็เหมือนยาดม
ยาดม มีกลิ่นหอมเทาไหร ก็ยิ่งสดชื่น สดใส เชนนั้น แตหากเมื่อใด
ยาดมหมดกลิ่นลง ...
๘
เรียงรอย ถอยสาระ
ตน
หลักสําคัญของความเปนมนุษยในสังคมนี้ เพื่อความเปนสุข มีเพียงไมกี่
แตขอ แตชางทําไดยาก
๑. สั...
๒๐
เรียงรอย ถอยสาระ
๑. ปนี้เราอายุเทาไหรแลว
๒. เราทํางานอะไร ทํายางไร
๓. เราทําอะไรที่เปนประโยชนตอคนอื่นหรือยัง
...
๑๐
เรียงรอย ถอยสาระ
***ดวยมืดมา มืดไป ชางไรคา สวางมา มืดไป ยิ่งไรผล
ดวยมืดมา สวางไป ไมอับจน เกิดเปนคน มีหนทาง ...
๑๘
เรียงรอย ถอยสาระ
การที่คุณกระทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แลวมีคนยอมรับผลของมัน พรอมแสดง
ความคิดเห็นเพื่อการพัฒนา และคุณก็นํา...
๑๒
เรียงรอย ถอยสาระ
ชีวิต
อยากรูตองถาม
อยากเขาใจตองเห็น
อยากทําตองเปน
อยากอยูเย็นตองอุเบกขา
สัพเพ สัตตา ชางมัน
...
๑๖
เรียงรอย ถอยสาระ
คุณธรรม
คุณธรรมนําใจใหชาติสุข
ไรความทุกขเสริมสวัสดิ์พิพัฒนผล
ลวนสงบราบเรียบทั่วมณฑล
วิถีชนโชติช...
๑๔
เรียงรอย ถอยสาระ
โชคลาภยศศักดิ์พรอม ยั่งยืน
สิริกอปรทุกวันคืน ครอบไว
เลิศชีพยิ่งโลกฟน สวรรคฝาก
สุขจิตอิ่มใจไซร ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เรียงร้อยถ้อยสาระ

986 views

Published on

3 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
986
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
36
Comments
3
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เรียงร้อยถ้อยสาระ

  1. 1. ๒๘ วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถวยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถวยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเปนธรรมดาสังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเปนธรรมดาสังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเปนธรรมดา ทานทั้งหลายจงยังประโยชนตนและประโยชนผูอื่นทานทั้งหลายจงยังประโยชนตนและประโยชนผูอื่นทานทั้งหลายจงยังประโยชนตนและประโยชนผูอื่น ใหถึงพรอม ดวยความไมประมาทเถิดใหถึงพรอม ดวยความไมประมาทเถิดใหถึงพรอม ดวยความไมประมาทเถิด ๑ เรียงรอย ถอยสาระเรียงรอย ถอยสาระเรียงรอย ถอยสาระ พระธีรพิสิษฐ จนฺทสาโรพระธีรพิสิษฐ จนฺทสาโรพระธีรพิสิษฐ จนฺทสาโร วัดชากหมาก อําเภอบานฉาง จังหวัดระยองวัดชากหมาก อําเภอบานฉาง จังหวัดระยองวัดชากหมาก อําเภอบานฉาง จังหวัดระยอง
  2. 2. ๒ คํานําคํานําคํานํา หนังสือเลมนี้ เปนหนังสือที่อาตมภาพรวบรวมจากบทรอยแกวและรอยกรอง ที่ไดอาตมภาพประพันธไวมาเพียงบางสวน โดยเฉพาะสวนที่เห็นวาพอจะเปนเครื่อง เตือนใจ เตือนสติ และใหแนวคิดแกผูอาน อันจะยังประโยชนแกการดําเนินชีวิต จรรโลงสังคม หรือเพิ่มพูนความรูในสวนตนได อนึ่ง หากขอความใดขอความหนึ่งมีความคลาดเคลื่อน ไมวาจะเกิดจาก การสะกดคํา หรือการพิมพ ไมถูกฉันทลักษณตามแบบโบราณาจารย อาตมภาพ ขอรับความผิดพลาดนี้ไวแตเพียงผูเดียว ขอเจริญพร พระธีรพิสิษฐ จนฺทสาโร วัดชากหมาก ๒๗ เรียงรอย ถอยสาระ ถึง...นองแกมี่...พายุลูกใหมที่รัก ฝนฟามา พรอมพรั่ง กับพายุ ชางรวงรุ ดุจฟารั่ว มหาศาล นองแกมี่ มีแกจิต คิดทรมาน ไมสงสาร ผองชน หมนหัวใจ สรางผลงาน ยิ่งใหญ ใหประจักษ ชางนารัก นาชัง ไมสงสัย ทั้งใหน้ํา ใหหนาวเหน็บ ไมอาลัย ยังปวยไข เปนของแถม แนมเหน็บมา ตัวรอนรุม รุมเรา ใหเรารอน ใหงวงนอน ผอนเศรา เคลาซึมหนา ไอโครกโครก คอกแค็ก แสบอุรา เมื่อไหร เจานองยา จะลาไป พี่ตองเสีย เงินอัฐ พัสถาน ทั้งวิมาน รานรวง จะหาไหน รักษาตัว รักษาของ รักษาใจ รักษาให กลับคืน มาดังเดิม คงจะใช เวลา อีกนานนัก อีกกี่พัก กี่ยก หรือตองเสริม ทดเวลา บาดเจ็บ ใครจะเติม มันพึ่งเริ่ม ครั้งใหม ใจระอา ขอสรุป เลยแลวกัน นะนองนุช ตัวพี่สุด จะทน ไมหรรษา โปรดอยาแกลง กระหน่ํา ซ้ําลงมา ขอจงพา ความวิบัติ ใหรางไกล สวนตัวพี่ จะเรง ฟนฟูตน ไมอับจน ประกอบกิจ ไมไถล พรอมทําบุญ กรวดน้ํา อุทิศไป ยกไวให นองแกมี่ มีสุขเทอญ จงกลา ในสิ่งที่ควรกลา จงชน ในสิ่งที่ควรชน จงยอม ในสิ่งที่ยอมได จงนิ่ง ในสิ่งที่เราผิด และยอมรับมัน แตจงแผเมตตา สําหรับทุกๆเรื่อง เพื่อการไมตอเวร จองเวร
  3. 3. ๒๖ เรียงรอย ถอยสาระ บางอยางมันก็ไมมีความสําคัญ หรือความหมายอะไรใหจดจํา จําไปก็ เทานั้น ลืมเสีย อยูกับปจจุบัน อยาหวนถึงวันวาน ที่ไรความหมายตอจิตใจ ลืมใหหมด คุณทําไดไหม ??? ผมทําไมได เพราะทุกอยางมันสอนใจเรา ใหเขาใจคน เขาใจโลก เพราะฉะนั้น อดีต จึงเปนเครื่องเตือนสติเราใหอยูในปจจุบัน เพื่อทําดีตอไป วันที่ฉันลม วันนี้ฉันลมลงตรงนี้ ที่ที่ฉันตั้งใจกับมันอยางสุดชีวิต แตวันขางหนาฉันจะ สงาและเก็บการลมนั้นเปนบาทใหยืนรอยางงดงาม แตหากวันนี้ฉันสงางาม ยืนดวยความทรนง ฉันก็ยังกังวลอยูวาทาง ขางหนาจะมีกอนหิน หรือหลุมบอบางไหมที่จะใหฉันสะดุด และลมลงอยาง หมดทา แตฉันจะยืนอยางมีสติ เตรียมพรอมเสมอสําหรับการลมที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต ทุกคนรักความรูสึกตัวเองทั้งนั้น แตอยาลืมแครความรูสึกของคนรอบขาง ที่มีอิทธิพลตอในการดําเนินชีวิต และก็อยาแครมากไปจนลืมความรูสึกของตน ๓ สารบัญสารบัญสารบัญ เรื่อง หนา ๑. เวลา ๔ ๒. ใจ ๕ ๓. ความรัก ๖ ๔. ตน ๘ ๕. ชีวิต ๑๒ ๖. คุณธรรม ๑๖ ๗. จิปาถะ ๑๘
  4. 4. ๔ เรียงรอย ถอยสาระ เวลา Lost time is never found again.... เวลาที่เสียไปยอมหาไมไดอีก แลวทําไมเรา ถึงอยากกลับเริ่มตนใหมในอดีต??? มาเริ่มตนใหมในปจจุบันแลวทําใหดีที่สุดเชื่อมโยงไปสูอนาคต ไมดีกวาหรือ !!! กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพเนว สหตฺตนา กาลเวลา ยอมกินสรรพสัตวพรอมทั้งตัวเอง ขุทฺทกนิกาย ชาตก ทุกนิปาต กาลเวลาไมหวนยอนคืน เฉกเชนสายน้ําไมไหลยอนกลับ แลวเราละเวลาแตละวินาทีที่ผานไป เราไดประโยชนหรือเสียประโยชน ??? ชีวิตเรามันสั้นและรวดเร็ว เราจะประพฤติอยางไรไมใหกาลเวลามันกินเราได ลองคิดดู !!! ๒๕ เรียงรอย ถอยสาระ ไมวาเราจะไดอะไรมา สักวันหนึ่ง เราตองคืนเขาไป นั่นสิ ในโลกนี้ไมมีใครไดอะไรมาฟรีๆ ทุกอยางตองมีของแลกเปลี่ยนทั้งนั้น ของมีคา ตอใหแปดเปอนบาง แตพอลางก็หาย ก็ยังมีคุณคา แตคนตอใหสะอาด ไมแปดเปอน แตใจสกปรก เอาน้ํายาฟอกขาวมาขัดก็ไมมีคุณคา ก็ตองละทิ้งไป ทุกคนมีความจริงอันเลวรายซอนอยูภายในลึก ๆ จงเลือกจํา และปรับปรุงมันซะ บางทีคนเราก็ทําใหคนอื่นลําบากโดยไมรูตัว เมื่อรูแลว จงหยุดซะ อยาทําความลําบากทั้งกาย ทั้งใจ แกคนนั้นอีกเลย จงหายใจดวยจมูกของตนเอง อยายืมจมูกคนอื่นเลย จงใชมือของตนสรางผลงานใหดีที่สุด อยายืมมือคนอื่นเลย จงเดินดวยเทาของตนเอง อยายืมเทาคนอื่นเลย จงใชความรูสึกของตนใหถูกทาง อยาพึ่งความรูสึกคยอื่นเลย เพราะบางทีอาจไมใชแบบที่เราคิด
  5. 5. ๒๔ เรียงรอย ถอยสาระ ๕ ธันวามหาราช สรวมชีพเทิดไท ราชันย บารมีกอเกริกเกียรติอนันต ทั่วหลา สายพระเนตรเพงโรมรัน นิรทุกข สยามนอ เฉลิมพระเกียรติปวงขา เปลงถอย"ทรงพระเจริญ Chocolate Chocolate หมายถึง ความมัวเมาอันแสนหวาน แตมันก็ขม นี่แหละ ชีวิตคน มีทั้งขมทั้งหวาน เปรียบเสมือนสุขและทุกขที่ผานเขามาในชีวิตคนเรา อารมณปรวนแปร สายฝนถลมย้ํา ปฐพี สายวาบวับอสุนี ผานฟา สายลมบปรานี ดุจคลั่ง เฉกเชนอารมณขา ตื่นเตนอกตรม ๕ เรียงรอย ถอยสาระ ใจ ฝนตกกลางใจ ใครจะแก ฝนตกมากแท ใครจะสน ฝนตกพรําพรํา หนาวสุดทน ฝนตกเวียนวน จนปวดใจ ใจตองหนักแนนสู ปญหา ใจสงบเกิดปญญา ผองแผว ใจยิ่งพิจารณา ทุกสิ่ง ใจสวางจิตสุขแลว ดั่งรางกิเลสไกล จิตใจอรามน้ํา ทิพยมนต จิตดั่งวิมุตติพน หลุดได จิตไกลหางกิเลสลน ยิ่งใหญ จิตทั่วรูถวนไท เที่ยงแทบมี
  6. 6. ๖ เรียงรอย ถอยสาระ ภูผา ยอมใหญกวางและแข็งแรงไมหวั่นไหว ใจเราละ สังเกตใจ ดูใจ จงพิจารณาใจเราใหดี แลวเราจะเห็นอะไรที่ยังไมเคยเห็นอีกเยอะ ความรัก รูสึกวา เมื่อครึ่งชั่วโมงกอน ประเทศไทยคงอยูในชวง “ดอกสมสีทองฟเวอร” หรือ “เรยาฟเวอร” จากละครในทายที่สุดก็ไมเหลืออะไรเลย แมกระทั่งคนที่รักมากที่สุด นี่แหละชีวิต เราไดเรียนรูกับคําวา “รัก” และคําวา “เจ็บ” เมื่อเจอกับตัว จงพรอมและมีสติตลอดเวลา อยาประมาทกับเรื่องแมนอยนิด “จงดูละครแลวยอนดูตัวเราเสมอ” เพราะละคร ไมไดไรสาระเพียงอยางเดียว แต !!! ละครสะทอนสังคมและชีวิตในปจจุบันเสมอ ๒๓ เรียงรอย ถอยสาระ ทองฟาบางวันก็สดใส บางวันก็หมนหมอง ยอมเปนไปตามธรรมดาของ ธรรมชาติ จิตของมนุษยก็เชนเดียวกัน สุกสกาวบาง มืดหมองบาง จะเอาอะไร มากกันเลา พึงทําจิตใหวาง เปนปจจุบัน ใหเทาทันจิต แลวจะรูดวยตนเองวา ออ มันเปนเชนนั้นเอง โดยไมวาจะสดใสแคไหน หรือหมนหมองเพียงไร เราจะ ไมสะทกสะทานเลย เพราะมันเปนธรรมดาตามธรรมชาตินั่นเอง ตนไมเติบโตมาไดจนกระทั่งใบหลุดรวงไปฉันใด ชีวิตคนเราก็เจริญโต เต็มแลวรวงโรยปรากฏความชราและจบลงสูสามัญคือแผนปฐพีฉันนั้น จะไป สนใจใยกับความเปนของโลกวาจะแตกหรือไม กลับมาสนใจสติ สนใจตนให ดํารงอยูในความไมประมาท รักษาจิตใหเทาทันปจจุบัน รักษาซึ่งความบริสุทธิ์ แหงศีล เพื่อโลกหนามิดีกวาหรือ ขุนเขาแข็งแกรงเพียงไร ก็มีวันพังทลาย ฉันใดก็ฉันนั้น ใจคนเราเขมแข็งเพียงใดก็ยอมมีวันออนแอเสมอ โลกคือละคร จะเอาอะไรแน ก็แคเลนไปตามบทของมันอยางมีสติก็พอ
  7. 7. ๒๒ เรียงรอย ถอยสาระ ความรักก็เหมือนยาดม ยาดม มีกลิ่นหอมเทาไหร ก็ยิ่งสดชื่น สดใส เชนนั้น แตหากเมื่อใด ยาดมหมดกลิ่นลง แมจะเติมความหอมใหมเทาไหร มันก็ไมหอมสดชื่น เหมือนเดิม เชนเดียวกับความรัก หากเมื่อใดที่รักเริ่มจางไป หางกันไป หรือมีปญหา ใด ๆ ตอใหกลับมาคบกันใหม รักกันใหม ความรูสึกที่ไดมาก็ไมเหมือนเดิม เหมือนเริ่มแรก จงพิจารณาดูวา จะเปลี่ยนยาดมหลอดใหม หรือยังคงใชอันเดิม ที่รอคอยการเติมเชื้ออยูเรื่อยๆ แตอยาลืมวาสุดทายก็หมดกลิ่นเหมือนกัน ปญหาใดๆ ที่เกิดซ้ําแลว พึงระลึกไวเลยวา เมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่ ๒ ๓ ๔ ยอมตามมา ตัดใจ หรือ ใหไปตอ เลือกเอา คําพูดของคนก็เฉกเชนเดียวกับสายลม ไมวาสายลมนั้นจะบางเบาหรือ รุนแรง แตในที่สุด ก็จะสงบลง แตสิ่งที่ทิ้งไวคือความเสียหายเทานั้น จะยึดไป ทําไมกับลมเหลานั้น จงทําตัวใหเปนดุจขุนเขา ไมสะทานแมลมจะรุนแรงเทาใด แครูหนาที่ของตน สิ่งที่ตนตองทํา ทางที่ตนตองเดิน แลวทําใหดีที่สุดก็เพียงพอ แลว เทาของเราเอง เรากมมองดูหรือยัง??? ๗ เรียงรอย ถอยสาระ โอดวงดาวดวงเดือนเลื่อนลอยลับ ระยิบยับพราวพรางกลางเวหา สาดสองแสงแรงสูคูจันทรา เยี่ยงสุริยาสองสาดกลางกมล เหมอมองดาวพราวเดือนเตือนสํานึก ใหรูสึกอางวางทางฉงน โดดเดียวดายอยูทามกลางผูคน ใจหมองหมนหมดแรงสูพยุงกาย ณ วันนี้เหมือนไดแกวที่ปลายฟา ดุจสายรุงทอทอดมาเมื่อยามสาย สวางไสวสุขสลางทางเรียงราย สูจุดหมายอันอบอุนกรุนอกใน จากนี้ไปจนจบบทละคร ทุกฉากตอนสอนชีวิตคิดไฉน ไดเคียงคูเยาวมาลยหวานฤทัย ดวยเสี้ยวใจใสเติมรักไปตามกาล เจาเหมือนซึ่งแสงเทียนเลมนอยนอย เจาคอยคอยสองแสงเกษมศานต ความอางวางโดดเดี่ยวเศราโศกพาล อวสานสูญสิ้นดวยแสงใจ โอเจายอดดวงชีวันเจาขวัญจิต ขาขอมอบชีวิตพิสมัย ใหเจาชวยดูแลเจียระไน เพิ่มอุนไอความสุขนิจนิรันดร ฯ
  8. 8. ๘ เรียงรอย ถอยสาระ ตน หลักสําคัญของความเปนมนุษยในสังคมนี้ เพื่อความเปนสุข มีเพียงไมกี่ แตขอ แตชางทําไดยาก ๑. สัจจะ หากเสียไป ใครเลาจะเชื่อถือในน้ําคํา ๒. ซื่อสัตย หากเสียไป ใครเลาจะไวใจใหทํางาน ๓. อโลภะ หากเสียไป ใครเลาจะจริงใจดวย ๔. กตัญู หากเสียไป ใครเลาจะคบหาเชิดชูและยึดถือเปนแบบอยาง คนเรามีหัวโขนตางกันไป ในแตละหัวโขนยอมมีหนาที่ของมันอยางชัดเจน เมื่อสวมหัวโขนชนิดไหน ควรตรึกตรองพิจารณาหนาที่ของหัวโขนนั้นใหถี่ถวน และถูกตอง แลวปฏิบัติตามอยางเต็มใจ เต็มกําลัง เต็มความสามารถ เชนนั้น แลว จึงจะไดชื่อวา ทําหนาที่ตามหัวโขนไดอยางสมบูรณแบบ ไมตองละอายใจ เมื่อมีคนรู คนเห็น ไมตองเสียใจ เมื่อถูกตักเตือน ไมเดือดรอนใจกังวลถึง ผลกระทบที่จะตามมา เพราะฉะนั้น “คุณ” ทําหนาที่ตามหัวโขนแหงตนแหง ตน ไดดีแลวหรือยัง ถายังเรายังมีโอกาสใหเปลี่ยนแปลงอยู จงรีบ!!! ๒๑ เรียงรอย ถอยสาระ it not over until is over มันยังไมจบ จนกวามันจะจบ แลวมัน จะจบเมื่อไหร หากใจเราไมจบ จริงไหม ? รักคนอื่น รักได แตอยาลืมรักตัวเอง แพอะไร แพได แตอยาแพใจตัวเอง ลมเหลวจากอะไร ลมได แตอยาลมเหลวเพราะความคิดชั่ววูบของตนเอง รูจักที่จะรัก พรอมที่จะแพ เตรียมรับมือกับความลมเหลวที่จะเกิดขึ้น อยูกับปจจุบัน ทุกอยางเปนบทเรียน เปนประสบการณอันล้ําคา ลองถอยหลังสักกาวสิ แลวพรุงนี้ คุณจะเดินหนาอยางเต็มภาคภูมิ เมื่อนั่งมองออกไปยังทองฟายามเย็น มันชางหดหู อางวาง แสงสีทองสม บงบอกใหถึงความรอนแรงเต็มไปดวยทุกขทน ทรมาน แตในความรอนแรงนั้นยอมแฝงไปดวยพลังพรอมจะระเบิด หรือปรับเปลี่ยนตนเองทันที เพียงแตเรายังมองไมเห็น ดุจมีเศษผงมาบดบังตา ทุกขใด ๆ ยอมมีทางแกไข ขอเพียง มองธรรมชาติใหเปนธรรมะ แลวสังคมที่เราเผชิญจะสดใสขึ้น
  9. 9. ๒๐ เรียงรอย ถอยสาระ ๑. ปนี้เราอายุเทาไหรแลว ๒. เราทํางานอะไร ทํายางไร ๓. เราทําอะไรที่เปนประโยชนตอคนอื่นหรือยัง ๔. เรามีสติมากพอไหมกับการใชชีวิตนี้ ๕. คนที่เรารักละ เราเปนคนดีพอสําหรับพวกเขาหรือยัง ๖. และสุดทาย เราจะมีโอกาสปรับตัว ปรับใจ กับสิ่งที่ผิดพลาดมาใน อดีต อีกนานแคไหนกัน ชีวิตเราก็เหมือนกับใบไมนั่น เกิดใบออนมา คอย ๆ เจริญเติบโตเปน ใบที่แข็งแรง ปฏิบัติหนาที่ของตนอยางแข็งขัน สุดทายพอถึงวัยก็รวงโรยรา ปลิดตัวเองลงสูพื้นดิน อันเปนจบหนาที่เทานั้นเอง เคยรูสึกไหมวาชีวิตเราก็เหมือนเชือกที่มีปมยุงเหยิง ที่เราตองคอยๆแกไปจนกวาจะหมดลมหายใจ ซึ่งมีทั้งปมที่งาย และยากสลับกันไป ลองยอนดูสิ แลวคุณจะรู ๙ เรียงรอย ถอยสาระ อุปสรรคบมี บารมีบเกิด อุปสรรคเลยเถิด มันเลยเกิดบารมี จงพรอมที่จะเจ็บ จงเก็บทุกประสบการณ จงบริหารทุกขณะจิต จงคิดทุกจิตนําเสนอ จงอยาเผลอทําตามอารมณ จงขมตัณหาของตน จงสนใจใฝเรียนรู และจงมีชีวิตอยูคูกับคุณธรรม จงพากเพียรปฏิบัติตามแบบพระบรมศาสดาเจา แต !!! ถาไมไดก็ขอแคเอาเยี่ยงทานเปนปฏิปทาก็พอแลวชีวิตนี้
  10. 10. ๑๐ เรียงรอย ถอยสาระ ***ดวยมืดมา มืดไป ชางไรคา สวางมา มืดไป ยิ่งไรผล ดวยมืดมา สวางไป ไมอับจน เกิดเปนคน มีหนทาง สวางไป —————————————- เพียงเขาใจ ใชชีวิต ไมผิดพลาด ไมประมาท เปนทาสกาม ตามตัณหา เกรงกลัวบาป เกรงกลัวกรรม ไมนําพา ที่มืดมา ก็สวาง เปนทางไป —————————————- หากใฝต่ํา ทําตัว ไมกลัวผิด มีจริต คิดเมามัว ชั่วไมถอน เปรียบไดดัง ดอกบัวใต ตมตะกอน ยอมแนนอน รอนรน มืดมนไป —————————————- เมื่อไดเกิด ประเสริฐมา กวาสัตวไหน อยามืดไป ใหเสียชาติ อนาจหนอ มีศีลหา มาทําดี อยารีรอ จะไดพอ พบทาง สวางไป *** ดวยบทนี้ประพันธประกอบการเทศนาตางวาระ แตเนื้อหาเดียวกัน จึงมารวมไวที่เดียวกัน วันวานวูวับลับแสงสิ้น ระรวยรินหลั่งไหลลื่นลงหนอ น้ําตาตกหลนรวงรุลําคอ กล้ํากลืนรอคืนวันผันกลับมา โอวาอนิจจาไมแทเที่ยง ทุกอยางเพียงสิ่งสรางเสกสรรหา ระเริงรวมใหประจักษแกนัยนตา มินําพามายาลวนลอกลวงตน ๑๙ เรียงรอย ถอยสาระ ใบไม ใบไมสีน้ําตาลแกกําลังคอย ๆ ปลิวตามลมรวงหลนมายันพื้นดิน พอ มองยอนขึ้นไปชางนาขัน ทําไมหนอเราก็เห็นอยูวัน แตไมเคยจะคิดถึงมันเลย สักที แนละ ชีวิตเราจะมีอะไร นอกจากวันหนึ่ง ตื่นขึ้นสายตาก็จับจองอยูแต นาฬิกา วันนี้จะสายไหม จะไปทันทํางานไหม จะมีเวลาหาอะไรทานรองทอง ไหม พอเสร็จก็ตองฝาฟนความเปนความตายบนทองถนนมาที่ทํางาน มาถึงก็ กมหนากมตา ทําแตงาน ไปทั้งวัน ไดเวลาพักเที่ยงก็ไปหาอะไรทานใหเร็วแลว ก็กลับมาทํางานตอ ชวงเลิกงานก็รีบกลับ รถชางติดดีเสียจริงเหมือนเหลามัจฉา หลายรอยตัวรอคอยผูใจบุญมาใหอาหาร พอมาถึงบานก็ตองทํางานบานสารพัด อยาง ชีวิตชางเหนื่อยเสียจริง ใช มันเปนเชนนี้มานานเทาไหรแลวนะ ในทุก ๆ วัน เราตองสูกับเวลา ผูคน และงาน เราสูญเสียอะไรไปไหม เราประมาทกับ ชีวิตเราไปนานเทาไหรแลว จะทันไหมที่จะกลับมาสนใจตัวเราจริง ๆ อีกครั้ง ชีวิตคนเราไมมีอะไรมาก พระพุทธเจาเราสอนไววา ชีวิตเรามีเพียงเกิด แก เจ็บ และตายไป มีเพียงบุญกับบาปเทานั้นที่ตามเราไป ไปไหนไมมีใครรู แตที่แน ๆ ไปตามแรงกรรมที่เราไดกระทําไว นึกไปแลวก็มีคําถามหลาย ๆ อยางที่ผานเขามาใหคิด
  11. 11. ๑๘ เรียงรอย ถอยสาระ การที่คุณกระทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แลวมีคนยอมรับผลของมัน พรอมแสดง ความคิดเห็นเพื่อการพัฒนา และคุณก็นําความคิดเห็นนั้นไปตอยอดองคความรู ของคุณ เมื่อนั้นคุณจะรูสึกวาคุณไดโตเปนผูใหญอยางเต็มตัวทีเดียว อดีตเปนครูอยางดี ปจจุบันเปนแบบฝกหัดที่ยากแกการเขาใจและแก โจทย สวนปจจุบันเปนผลของการแกโจทยปญหาในอดีต มีคนบอกวาปญหาที่เกิดขึ้นมันอยูที่การกระทํา ทางแกก็คือใหเรากลับ หลังหันแลวเดินออกมาในทางเขาของปญหานั้น แลวปญหามันจะรูจบไหมละ คนเราถาคิดจะทําดี แสดงวา คนคนนั้นยังไมไดลงมือกระทํา เพราะความดีไมตองคิดที่จะทํา ลงมือทันทีเลย ในชีวิตคนเรา ไมมีหรอกที่จะไมเคยเสียใจกับสิ่งที่กระทําลงไป ยอมรับมัน และพรอมที่จะลงมือแกไขมันทุกเมื่อ แลวจงอยายอมใหมันเกิดขึ้นอีก เพราะชีวิตเรามันนาสงสาร ใครก็ไมสามารถชวยไดนอกจากเราเอง ๑๑ เรียงรอย ถอยสาระ ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ ในหมูมนุษย ผูฝกตน ประเสริฐสุด ขุ.ธ. ๒๕/๓๓ กาพยหอโคลง หมูมนุษยผูเริ่ม ฝกฝน กายกอปรจิตแหงตน หัดได เรงผลาญกิเลสรอนรน ราบเรียบ มลายนา พระศาสดาตรัสไว ฝกไดแสนประเสริฐ มนุษยผูฝกตน ละรอนรนในสังสาร ปลดเปลื้องเครื่องบวงมาร ยอมรูกาลควรเปนไป รูเหตุมาจากกรรม แลวนอมนํามาแกไข ฝกฝนทั้งกายใจ ฝกฝนในทางสายกลาง โปรดละอกุศล ในทุกหนคอยสะสาง โลภโกรธหลงอําพราง ในทุกขทางสรางความดี โปรดละซึ่งตัณหา ตัวนําพาหมดราศรี ใครอยากทุกนาที ดุจชลธีใหวายวน โปรดสรางทางปญญา อุเบกขาควรฝกฝน ซื่อสัตยแลอดทน กอกุศลขจรไกล เมตตาควรเชี่ยวชาญ อธิษฐานเปนนิสัย ควรกอปรจิตอําไพ หลักธงชัยพิชิตมารฯ
  12. 12. ๑๒ เรียงรอย ถอยสาระ ชีวิต อยากรูตองถาม อยากเขาใจตองเห็น อยากทําตองเปน อยากอยูเย็นตองอุเบกขา สัพเพ สัตตา ชางมัน กรรมใคร กรรมมัน กมฺมุนา วตตี โลโก อยาเอากรรมเขามาตอกรรมเรา แมกรรมเรายังใชไมหมดเลย จําไว !!! เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด ไมอยากเอ็นขาด พึงพิจารณาดวยปญญา บางครั้งบางเวลาก็ใชเหตุผลไมได ตองใชใจเทานั้น ในทางกลับกัน บางอยางก็ใชใจไมได ก็ตองเอาเหตุผลมาวา มาตัดสิน ที่สําคัญ ตองเตรียมใจเผื่อไวในทุกกรณี เมื่อเจ็บจะไดไมสาหัส เมื่อดีใจจะไดไมหลงงมงายเกินไป ๑๗ เรียงรอย ถอยสาระ จิปาถะ ศากยบุตร พระศาสนาสืบดวย วงศสงฆ นอมรับธรรมพุทธองค กอเกื้อ ประกอบจิตดํารง มุงปฏิ- บัตินา เวนแตชั่วดีเอื้อ หลุดพนบวงมาร พระพุทธนวฤทธิ์ วสันตดิลกฉันท ๑๔ อาองคพระพุทธนวฤทธิ์ นฤมิต ธ เฉิดฉาย งดงามสงารตนพราย ศุภลักษณจรุงใจ เอกองคบรมสกลพุท- ธวิสุทธิ์พระแสงไข ฤทธานุภาพขจรไกล บริบูรณวิเศษคง ศรี ศรี สวัสดิ์ กมลซอง คุณผอง ธ ยิ่งยง สําเร็จประโยชนศิรประสงค กรุณาประสิทธิ์พร
  13. 13. ๑๖ เรียงรอย ถอยสาระ คุณธรรม คุณธรรมนําใจใหชาติสุข ไรความทุกขเสริมสวัสดิ์พิพัฒนผล ลวนสงบราบเรียบทั่วมณฑล วิถีชนโชติชวงชัชวาลย หากแมนวาคุณธรรมเริ่มถดถอย เริ่มเหลือนอยคอยหายคลายอวสาน ทั้งแกงแยงชิงเดนดีอยูทุกกาล อันดวงมานลวนหอเหี่ยวไมเจริญ โปรดเถิดเราเรงรุดพัฒนาจิต โปรดพินิจคิดดีใหสรรเสริญ โปรดละเวนคิดชั่วไมจําเริญ โปรดกาวเดินตามครรลองพุทธธรรม ดวยเหตุนี้จึงคิดสรางทางผูกลา สรางปญญาสรางความรูสรางสุขสันต เพื่อประโยชนแกสวนรวมเอนกอนันต บรรจงพลันบมเพาะสงเคราะหใจ ฯ ๑๓ เรียงรอย ถอยสาระ มีคนเคยบอกวา ชีวิต คือ การเดินทางที่ตองเรียนรูอยางไมมีวันสิ้นสุด แตละวันเรากาวไปบนเสนทางที่เราเลือกที่จะเดินและเลือกที่จะเปน โดยที่ไมมี ใครรูวาทางขางหนาจะเปนเชนไร คงไมมีใครอยากใหมันผิดพลาด มีแตอยาก ใหหนทางของเรานั้นสวยงามเปนในแบบที่เราคิด ในบางวัน เรากาวเดินอยาง รวดเร็ว เร็วจนแทบจะวิ่งดวยความเชื่อมั่น แตในบางวัน ใจดวงเดิมของเรามัน กลับฝอ เราแทบจะหยุดนิ่งหมดแรง ไมเขาใจกับหลาย ๆ สิ่ง ที่ไมไดคาดคิด เอาไว และเชนกันในบางวัน เราจึงขอเดินใหชาลงซักนิด เผื่อจะไดมีเวลาคิด ทบทวน หรือชื่นชมทิวทัศนขางทางบาง จนบางทีก็มารูตัววา เราอาจจะไปผิดทาง ดวยซ้ํา หรือสงสัยวาตัวเองกําลังหลงทางอยูหรือไม แตนั้นก็ไมไดหมายความ วา เราจะไมไดเจอกับทางออก เพราะอยางนอยเราก็ไดลองไปในที่ที่ไมเคยไป หรืออาจกําลังไปในที่ที่ไกลกวาเดิมก็ได หากชีวิตคือการเดินทางจริง ๆ เมื่อมีเริ่มตนก็ตองมีจุดหมายปลายทาง และมีทางออกใหกับทุกเสนทางเสมอ จงใหเวลากับหนทาง แลวมันจะพาเราไป เจอกับเรื่องใหม ไมวาเสนทางเสนนี้มันจะผิดพลาดหรือไม ในเมื่อเราเลือกที่จะ เดินทางนี้แลว เราจงทํามันใหดีที่สุดเทาที่จะมีแรงทํามัน และจงไปใหถึงซึ่ง ปลายทาง แมวาทางขางหนานั้น เราไมรูวามันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน ขอเพียงอยา ยอมแพที่จะกาวตอไป และอยาพยายามที่จะหยุด จงเผชิญหนากับมัน
  14. 14. ๑๔ เรียงรอย ถอยสาระ โชคลาภยศศักดิ์พรอม ยั่งยืน สิริกอปรทุกวันคืน ครอบไว เลิศชีพยิ่งโลกฟน สวรรคฝาก สุขจิตอิ่มใจไซร สุขภาพพรอมพูนเกษม ในชีวิตคนเราไมตองการอะไรมาก แค ความเอาใจใส พรอมดูแลความรูสึกกัน ก็เพียงพอ แตจงอยาหลงคิดเขาขางตัวเอง นั่นจะเปนหอกแทงตัวเราจนดิ้นไมหลุด สุดทายจะไมเหลือใครเลย เราพรอมจะยอมรับกับมันไหม เพราะฉะนั้น เมื่อเราเริ่มอยากจะไดรับการเอาใจใส การดูแลความรูสึกจากใคร เราก็จะเจ็บโดยไมรูตัว และไมมีใครมาเจ็บกับเรา เพราะถือไดวา เราทําตัวเราเอง แตจงดูแล และเอาใจใสตัวเองกอน คอยเรียกรองขอจากคนอื่น ๑๕ เรียงรอย ถอยสาระ ดอกบัวงามอรามลนชลธี ลวนขจีแจมแจงแถลงไข แมเกิดแตเหงาตมระทมใจ ครั้นเติบใหญสลางสดปลดราคิน เฉกเชนมนุษยสุดประเสริฐ ลวนยอมเกิดดุจบัวหลากสีศิลป เติบจากโคลนโตจากตมเปนอาจิณ มิผกผินดีชั่วพินิจเทอญ ชีวิตมนุษยเรา หากจะเปรียบกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ขอยกเอา “ดอกบัว” ซึ่ง เรา ๆ ทาน ๆ จะเห็นไดอยางชัดเจนวา ดอกบัวนั้นเติบโตมาจากเหงา ซึ่งอยูใน โคลนตม ตองผานพนการเปนเหยื่อของเตา ปลา จนกวาจะโผลพนน้ํา รับแสง อรุณของวันใหม พรอมแบงบานชูกานอวดกลีบใบอันสวยสด แลวชีวิตมนุษยเราละ เปนเชนนั้นหรือไม???

×