Successfully reported this slideshow.

คำคมคารมปราชญ์

9,234 views

Published on

คำคมคารมปราชญ์ รวมข้อคิดคำคมจากนักปราชญ์ต่างๆ

Published in: Education

คำคมคารมปราชญ์

  1. 1. คำว่ ำลำคําว่าลาใช่ยํ ้าเพียงคําจากความหมายมากกว่านันหลายพันเท่า ้คือความรักความอาลัยจากใจเราคือความเศร้ าความหวงห่วงใยกันคนแปลกหน้ ามาที่นี่หลายวันก่อนให้ คําสอนพร้ อมรับสุขรับทุกข์ถ้วนใครทําดีทําร้ ายใจประมวลจําแต่สวนดีไว้ อภัยกัน ่มาบัดนี ้คนคุ้น (แปลก) หน้ าจะลาลับวันใดกลับยังมิอาจจะคาดฝั นต้ องจากไปตามวิถีแห่งชีวน ัใช่หมายมันลาจากเพราะอยากไป ่ถ้ าทุกคนก้ าวไปไกลดีใจด้ วยเอาใจช่วยไม่วาจะอยูไหน ่ ่จะคิดถึงทุกคนล้ นหัวใจขอเพียงใครคนหนึงคิดถึงเรา ่ คำว่ ำลำ ๒ลาแล้ วลาทีใช่ลาจากจําต้ องพรากจากไปไกลแล้ วหนาจําต้ องพรากจากไปไกลลับตาไม่ร้ ูวาเมื่อไรจะได้ เจอ ่แต่ก่อนจากฝากธรรมให้ ยํ ้าคิดแก่ลกศิษย์ที่รักเป็ นหนักหนา ูวันเข้ าค่ายอบรมได้ เวียนมาต้ องจําลาจากกันฉันและเธอเธอจากไปได้ ดีมีความสุขพ้ นจากทุกข์สขเพิ่มเติมเสมอ ุ
  2. 2. แต่สิ่งที่อาจารย์ไม่อยากเจอคือเห็นเธอจากไปไร้ ความดีสิ่งสุดท้ ายขอฝากจากดวงจิตให้ ลกศิษย์ทกคนจงสุขี ู ุทําสิ่งใดโปรดคํานึงถึงความดีเพียงแค่นี ้ที่อยากฝากให้ เธอ ฯ มองให้ เป็ นมองอะไรมองให้ เห็นเป็ นครูสอนมองไม้ ขอนหรื อมองคนถ้ าค้ นหามีสงสอนเสมอกันมีปัญญา ั่จะพบว่าล้ วนมีพิษอนิจจังจะมองทุกข์หรื อมองสุขมองให้ ดีว่าจะเป็ นอย่างที่เรานึกหวังหรื อจะเป็ นไปตามปั จจัยให้ ระวังอย่าคลุ้มคลังจะมองเห็นเป็ นธรรมดา ่มองโดยนัยให้ มนสอนจะถอนโศก ัมองเยกโยกมันไม่สอนนอนเป็ นบ้ ามองไม่เป็ นจะโทษใครที่ไหนนามองถูกท่าทุกข์ก็คลายสลายเอง (พุทธทาสภิกขุ)
  3. 3. จงฝ่ ำฟั นจะฝ่ าฟั นมุงมันบากบันสู้ ่ ่ ่ให้ โลกรู้ทําเต็มที่ไม่มีถอยวันพรุ่งนี ้มาไม่ถึงจึงแค่คอยเมื่อวานถอยย้ อนคืนใหม่ไม่ได้ เลยวันเวลาจึงมีแต่แค่วนนี ้ ัทําเต็มที่ทําเข้ าไปไม่มวเฉยัทําเต็มที่สดหัวใจไม่ถอยเลย ุไม่เฉยเมยท้ อชีวิตคิดตรอมตรม ขอเพียงมีปณิธำนก้ าวต่อไปอย่างองอาจไม่หวาดหวัน ่พร้ อมสองมือมุงมันสู้ปัญหา ่ ่เพื่อสร้ างสิ่งซึงวันใหม่หวังได้ มา ่คือโลกใหม่ซงโสภากว่าวันวาน ึ่แม้ พายยับอับจนชีพหม่นไหม้ ่ยังมันใจเดินหน้ าอย่างกล้ าหาญ ่ชัยชนะจะได้ มามิช้านานขอเพียงปณิธานสู้ตอไป ่ (เจริญเกียรติ ธนะสุขถาวร) คติสำมัญชีวิตดาวลับดับลาฟาฟาก้ใบไม้ ปลิวพรากจากต้ นหมอกบางจางหายมลายตนนํ ้าค้ างพร่างหล่นพสุธาเกิดดับกลับเปลี่ยนเวียนไปเกินใจไขว่คว้ าปรารถนาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
  4. 4. กฎเกณฑ์ธรรมดานิรันดร์ความตายหมายใจให้ ร้ ูยามอยูสติยงตังมัน ่ ั้ ้ ่รู้วางรู้อย่างเท่าทันคติสามัญแห่งชีวี คุณค่ ำของกำลเวลำวันเวลามีคามหาศาล ่อย่าให้ ผ่านเราไปโดยไร้ ความหวังรี บทํางานในหน้ าที่เต็มกําลังเสริมพลังให้ สมบูรณ์ทงกายใจ ั้ผู้ประสบความสําเร็จในชีวิตย่อมหมันคิดใช้ เวลาตามเปาหมาย ่ ้ไม่ปล่อยให้ เวลาว่างน่าเสียดายเพราะเรี ยกคืนมาไม่ได้ ตลอดกาล (มนัส รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) อย่ ำทิงควำมฝั น ้ทิ ้งฝั นทีละดวงดาวร่วงทีละฝั นลืมมิตรภาพทีละผูกพันไม่นานวันกําลังใจจะสูญสะสมฝั นทีละฝั นสิบร้ อยพันเริ่มจากศูนย์สะสมมิตรภาพที่เกื ้อกูลกําลังใจ เพิ่มพูนหนุนเยื่อใยดูแลความฝั นทุกทุกฝั นคนของความผูกพันต้ องเอาใจใส่หมันรดนํ ้าพรวนดินด้ วยความจริงใจ ่
  5. 5. ถึงจะห่างไกลก็ไม่ได้ ร้างลา (พรชัย แสนยะมูล “กุดจี่”)
  6. 6. ทุกอย่ ำงล้ วนอนิจจังวันก็เลื่อนเดือนก็หนีปีก็ผ่านอดีตกาลมิหวนกลับลี ้หลับไหลอนาคตคงคดงออีกต่อไปจงปรับใจเจนจัดกับปั จจุบน ัอรุณรุ่งเหน็บหนาวมิยาวนักเดี๋ยวก็จกเป็ นยามสายมาผายผัน ัแล้ วก็เปลี่ยนยามสายเป็ นบ่ายครันมิช้าพลันตะวันรอนอ่อนอัสดงเป็ นความมืดมิยืดชัวคราวหนึง ่ ่ต่อนันจึงเป็ นความสว่างกระจ่างหน ้ประเดี๋ยวมืดประเดี๋ยวสว่างอย่างเยียบยลทุกผู้คนสัมผัสเห็นมิเว้ นวัน (ท่านจันทร์ ) เรำสร้ ำงเองได้ ฟายังใสใจยังหวังยังต้ องสู้ ้ เมื่อใจรู้วาใจหวังยังมุงหมาย ่ ่ เพราะใจหวังแม้ พลาดพลังยังยืนกาย ้ ไม่มีคลายความมุงมันบากบันไป ่ ่ ่ จะฝ่ าฟั นอุปสรรคแม้ หนักหนา จะฟั นฝ่ าขวากหนามไม่คร้ ามไหว จะอดทนต่อสู้สทางไป ู่ จะขีดไว้ หนทางจะสร้ างเอง รุ่งอรุ ณของชีวิตรุ่งอรุณอุนไออุทยส่อง ่ ัรังสีทองทาบทาท้ องฟาสาง ้ อุษาโยคโลกเรื องรองความหมองจาง
  7. 7. นํ ้าค้ างพรางแพรวพราวผ่องอําไพหมูวิหคผกผินบินถลา ่ร้ องเริงร่าสุขสันต์รับวันใหม่สายลมเช้ าโชยชื่นระรื่ นใจมวลดอกไม้ คลี่บานตระการตาเรามนุษย์หยุดนอนอยูใยเล่า ่เสียประโยชน์ไปเปล่าไม่ค้ มค่า ุจงเตือนตนรู้สกตัวตื่นขึ ้นมา ึเสริมปั ญญาสูสขสันต์นิรันดร ่ ุ เรี ยนรู้ เพื่อเท่ ำทันจงบินให้ สงกว่าที่คิด ูเพราะชีวิตสันกว่าที่หวัง ้จงพูดให้ น้อยกว่าที่ฟังและทําให้ มากกว่าที่พด ูจงรักให้ น้อยกว่าที่รักเพราะจะอกหักหัวใจสลายจงดีให้ มากกว่าที่ร้ายและอภัยให้ มากกว่าที่ชง ัจงกลัวให้ น้อยกว่าที่กล้ าและศรัทธามากกว่าที่เห็นจงปล่อยวางให้ มากกว่าที่เป็ นและละเว้ นในฐานที่ไม่เข้ าใจ (พรชัย แสนยะมูล “กุดจี่”) วันนีท่ ีเรำมีสิทธิ์ ้วันหนึงวันนี ้คือชีวิต ่วันที่เรามีสิทธิ์จะใช้ สอยวันวานผ่านผันไม่หนคอย ั
  8. 8. วันพรุ่งล่องลอยเหมือนสายลม อย่าฝั นถึงสิ่งชอบเหนือขอบฟา ้ จงพอใจสิ่งตรงหน้ าสง่าสม โลกเราไม่หยุดนิ่งทังกลิ ้งกลม ้ วางอารมณ์สงบนิ่งอย่ากลิ ้งตาม (ท่านจันทร์ ) ควำมรักความรักไม่ต้องการแค่วนเดียว ั ความรักไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหนความรักไม่ต้องมีเวลาใด ความรักไม่ต้องใช้ ให้ ใครชี ้ความรักไม่ต้องมีข้อวิจารณ์ ความรักไม่ต้องการการกดขี่ความรักไม่ต้องให้ ใครตราตี ความรักไม่ต้องมีเส้ นพรมแดนความรักไม่ต้องรอข้ อพิสจน์ ู ความรักไม่ต้องพูดตามแบบแผนความรักไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ความรักไม่ต้องแค่นหัวใจคนความรักไม่ต้องการเป็ นต่อ ความรักไม่ต้องรอขอเหตุผลความรักไม่ต้องยํ ้าความมีจน ความรักไม่ต้องทนที่จะรักความรักคือหัวใจให้ แก่กน ั ความรักคือนิรันดร์ มนสมัคร ั่ความรักคือศรัทธาสวามิภกดิ์ ั ความรักคือความประจักษ์ในใจเราความรักคือนิยายไร้ นิยาม ความรักคือความงามใช่ความเขลาความรักคือหมอกควันอันบางเบา ความรักคือการเฝาเข้ าใจกัน ้ความรักคือสําเนียงเสียงปลอบปลุก ความรักคือความทุกข์และสุขสันต์ความรักคือเสน่หาสารพัน ความรักคือความฝั นอันตราตรูความรักคือศิลปะของหัวใจ ความรักคือสายใยโยงใจอยู่ความรักคือการให้ ไม่หมายรู้ ความรักคือใจผู้ร้ ูคารัก ่ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ควำมดีคือพลัง พลังแห่งความดี ปราชญ์เมธีล้วนรับรอง ความดีไม่เป็ นสอง สิ่งทังผองในโลกา ้
  9. 9. ความดีคือพลัง เป็ นมนต์ขลังสร้ างชีวาบัณฑิตทัวพารา ่ เห็นคุณค่าแห่งความดีความดีชวยปกปอง่ ้ ลาภเงินทองเกียรติศกดิ์ศรีัความรักสามัคคี คือสิ่งดีของสังคมเมตตาการุณย์จิต ช่วยชีวิตให้ สขสม ุความเพียรคนชื่นชม ควรสังสมให้ มากมี ่กตัญญูร้ ูคณคน ุ ความอดทนชนเปรมปรี ด์ิช่วยเหลือเอื ้ออารี คนยินดีไม่ลืมเลือนสัจจะยุตธรรมิ นําสุขลํ ้าไม่แชเชือนซื่อสัตย์ไม่บิดเบือน ช่วยพี่เพื่อนให้ ก้าวไกลมุทิตาพาชื่นบาน จิตสําราญผ่องอําไพอุเบกขาน่าสุขใจ ทุกข์หางไกลไร้ กงวล ่ ัผู้ใดมีคณธรรม ุ ช่วยชี ้นําไม่สบสน ัชีวิตไม่มืดมน วิญญูชนควรไตร่ตรองผู้ใดไร้ ความดี ชัวชีวีทกข์หม่นหมอง ่ ุไร้ มิตรญาติเงินทอง เหล่าพี่น้องจ้ องหมางเมินผู้ใดสร้ างความดี ฟาปราณีไม่หางเหิน ้ ่โรคภัยไม่กํ ้าเกิน เทพสรรเสริญชัวนิรันดร์ ่ (วิฑรย์ ลิ ้มประเสริฐ) ู
  10. 10. สูตอไปพรุงนี้ยังมีหวังมีพลังที่คอยอยูจงลุกขึ้นเพื่อตอสูอยาหดหูอยูคนเดียวผิดหวังในวันนี้อาจโชคดีในวันหนามาเถิดเช็ดน้ําตาแลวเชิดหนาสูตอไป ยังมีหวังถาวันนี้มืดมัวไมแจมใสพรุงนี้อาจเปลี่ยนไปใสสวางไมมีใครจะลมเหลวเลวทุกทางถาสรรคสรางรักษาใจใหมั่นคงเมื่อชีวิตคือความจริงใชสิ่งฝนหาใชอยูในวันวานที่ผานไมใชวาอยูพรุงนี้ที่แสนไกลหากอยูในวันนี้ที่เปนจริง เกมชีวิตเกมชีวิตผิดหวังชางมันเถิดผลยอมเกิดสักวันอยาหวั่นไหวหมั่นเรียนรูสูตออยาทอใจคงนําชัยมาสูเราเขาสักวันเมื่อชีวิตผิดหวังอยานั่งทอจงคิดตอสูเถิดจักเกิดผลผิดเปนครูรูแกใหใจตนเกิดเปนคนตองตอสูจึงอยูดี ยิ้มเขาไวยิ้มสิ จงยิ้มเขาไวอยาใหใจเราหอเหี่ยวถึงแมไมมีใครแลเหลียวคนเดียวก็ลองสูดู
  11. 11. เราเราตางก็มีฝนถึงวันอนาคตสดใสไมวาเราอยากเปนอะไรใหเริ่มตนวันใหมที่ใจดู สุดปลายฝนวาสุดปลายฝนแมไกลแคไหนดวยสองเทาและใจที่คงมั่นอุปสรรคขวางหนากลาฝาฟนปณิธานไมแปรผันฝนจะมา (สุญาณ) ี ทีละกาว…ชีวิตคือการเดินทางที่ยิ่งใหญจุดมุงหมายอยูที่ใจจะใฝฝนทีละกาว… ที่ไมทอ…ก็มีวันถึงปลายฝน…แมจะไกล…สุดปลายฟา… (สันติภัทโท) เพียงเธอหนึ่งคนลานความคิดหนึ่งชีวิตลานความฝนหนึ่งวันลานความสัมพันธแตเธอนั้นสําคัญกวาลานคน ตองกลาจึงชนะพอใจลากายก็ไรซึ่งเรี่ยวแรงคนถูกทิ้งความแข็งแกรงก็หดหายพอรูคามีไมถึงหนึ่งเม็ดทรายคนเดียวดายก็สิ้นหวังกําลังใจ
  12. 12. หางไกล อยูหางไกลคนละฟากฟา แตมีความหวงหาใหเสมอ แมเวลาทําใหเราไมพบเจอ ฉันก็ยังคิดถึงเธอไมเปลี่ยนแปลง ปจจุบันสําคัญที่สุดวันวานคือเช็คสดสั่งงดจาย เพราะเวลาผานไปลับไมกลับหลังพรุงนี้คือตั๋วเงินอันสําคัญ ที่อาจผันเงินไดใชจายจริงวันนี้คือเงินสดหมดปญหา ใชปญญาจัดจายใหดียิ่งวันเวลาผานไปไมประวิง อยาไดนิ่งนอนใจใชใหเปน (นภาลัย) ประหยัดไวเปนทุน ระวังดูเรือนเหยาแลขาวของ จะบกพรองอะไรที่ไหนนั่น เห็นไมมีแลวอยาอางวาชางมัน จงผอนผันเก็บเล็มใหเต็มลง มีสลึงพึงบรรจบใหครบบาท อยาใหขาดสิ่งของตองประสงค จงมักนอยกินนอยคอยบรรจง อยาจายลงใหมากจะยากนาน (สุนทรภู) ซื่อกินไมหมด คดกินไมนาน ซื่อกินไมหมดปรากฏชื่อ คนเชื่อถือหนาตาพารักใคร ยามขัดสนจนจริงในสิ่งใด มีคนใหกูยืมไมลืมคุณ คดกินไมเหลือคนเบื่อหนา คนไมมาชวยเหลือชวยเกื้อหนุน ยามขัดสนเต็มทีไมมีทุน ใครไมจุนเจือทรัพยจึงอับจน (เทพ สุนทรศารทูล)
  13. 13. รูหลบเปนปก รูหลีกเปนหางรูหลบ หลีกลี้เมือ มีภัยเปนปก หลีกบินไป รอดพนรูหลีก ละสละใจ จากบาปเปนหาง หากพยุงกน เพราะพนมือมาร (โคลงสุภาษิตเกา) อภัยเปนจะเห็นสุขความเอยความโกรธมีแตโทษทําจิตใหผิดผันหมดความสุขสงบใจไปทุกวันเพราะดื้อรั้นถือโกรธพิโรธแรงจะเลี้ยงความโกรธไวทําไมหนอเหมือนแกลงกอกองเพลิงเถกิงแสงใหอภัยเสียเถิดหนาอยาคลางแคลงจิตแจมแจงแผเมตตาผาสุกเอย (ฐะปะนีย นาครทรรพ) ความรูคูชีวิตอันความรูคูกายไมหายสูญกลับเพิ่มพูนเพราะใชไดโภคผลเปนทรัพยทิพยหยิบใชแจกใหคนยิ่งอําพนเพิ่มประเสริฐเกิดทวีอันความรูผูใดไมใชบอยจะเสื่อมถอยนอยลงไมคงที่ใชความรูอยูประจําทําความดีก็จะมีแตวันเพิ่มปญญา (จันทรโชติ รอดโพธิ์ทอง)
  14. 14. ปญญาพารอด เงินทองทรัพยสิ่งสิ้น วัวควาย โจรลักขโมยขาย แยงยื้อ ซื้อสรรพสิ่งทั้งหลาย ดวยทรัพย นั่นแล แตมิอาจใชซื้อ สุขแทนิพพาน ปญญาเปนทรัพยล้ํา เลอเลิศ เปนสิ่งอันประเสริฐ ยิ่งลน อาจกอเกียรติชวยเชิด ชูชื่อ รูจักนําตนพน จากหวงทุกขทรมาน (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ) ความรูคูคุณธรรม เมื่อความรูยอดเยี่ยมสูงเทียมเมฆ แตคุณธรรมต่ําเฉกยอดหญานั่น อาจเสกสรางมิจฉาสารพัน เพราะจิตอันไรอายในโลกา แมคุณธรรมสูงเยี่ยมถึงเทียมเมฆ แตความรูต่ําเฉกยอดหญา ยอมเปนเหยื่อทรชนจนอุรา ดวยปญญาออนดอยนานอยใจ หากความรูสูงล้ําคุณธรรมเลิศ แสนประเสริฐกอปรกิจวินิจฉัย จะพัฒนาประชาราษฎรทั้งชาติไทย ตองฝกใหความรูคูคุณธรรม เปนอยางที่เธอเปนแมมิไดเปนดอกกุหลาบหอม ก็จงยอมเปนเพียงลดาขาวแมมิไดเปนจันทรอันสกาว จงเปนดาวดวงแจมแอรมตาแมมิไดเปนหงสทนงศักดิ์ ก็จงรักเปนโนรีที่หรรษาแมมิไดเปนน้ําแมคงคา ก็จงเปนธาราใสที่ไหลเย็นแมมิไดเปนมหาหิมาลัย จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น
  15. 15. แมมิไดเปนวันพระจันทรเพ็ญ ก็จงเปนวันแรมอันแจมจางแมมิไดเปนตนสนระหง จงเปนพงออสะบัดไมขัดขวางแมมิไดเปนนุชสุดสะอาง จงเปนนางที่มิใชไรความดีอันจะเปนอะไรนั้นไมแปลก ยอมผิดแผกดีงามตามวิถีประกอบกิจบําเพ็ญใหเดนดี สมกับที่ตนเปนเชนนั้นเทอญ (ฐะปะนีย นาครทรรพ)
  16. 16. อย่ าทําผิด ผิดหนึงพึงจดไว้ ่ ในสมอง เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนก เพื่อนเอย ั ถึงสี่อีกที่ห้า หกซํ ้าอภยไฉน ั (ธมมวิตกโก) ั ั รินความรั ก เตมความรักเปี่ยมล้นให้ตนก่อน ิ อย่าเร้ นซ่อนซ้ อนซับจะสับสน รินความรักจากใจเตมใสตน ิ ่ แล้วจงปรนรักพลีตามที่ควร ึ (ฆนรต) รั กที่ค่ ูควร รักควรคาสําหรับผ้ ร้ ูจกสงวน ่ ู ั รักอบอวลสําหรับผ้ ร้ ูจกถนอม ู ั รักยืนยาวสําหรับผ้ ร้ ูจกออม ู ั และรักพร้อมสําหรับผ้ ร้ ูจกรัก ู ั(ประสิทธิ์ โรหิตเสถียร) ไม่ เกินพอดี รักไม่สงเกินใจจะไปถึง ู ไม่ลกซึ ้งเกินใจจะใฝ่ หา ึ แต่ก็ไม่อยู่ตํ่าจนตําตา ไม่ดาษดาดื่นพรํ่ าเพรื่ อตําใจ
  17. 17. อย่ าหลงหวานเป็ นลมขมเป็ นยาสุภาษิตจงห้ามจิตจากหวานวิจารณ์เห็นอย่าหลงลิ ้นปลิ ้นคําจะลําเข็ญทกประเดนดคนอยาลนลาน ุ ็ ู ่ (จนทร์โชติ รอดโพธิ์ทอง) ั ไร้ ส่ ิงเปรี ยบไมมีภาษาใดที่ในโลก ่บรรยายโศกอกเราได้เศร้าเหมือนเทานํ ้าตาพร่าอาบซบภาพเลือน ่ ัเก็บไว้ เตือนใจว่าแสนอาวรณ์ (สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์) จากเพื่อเจอหากวาการจากไปในวนนี ้ ่ ัเป็ นการจากเพื่อที่มีวนใหม่ ัฉนก็พร้อมจะรอเธอตอไป ั ่ด้วยศรัทธา หวใจ ไฟอาทร ั (หนึงนุช) ่ คนดีมีดีอวดคนจะดีก็เพราะมีดีอยด้วย ู่ดีไม่ชวยคนจะดีได้ ที่ไหน ่ดีในคนจําต้ องปนกับคนไปดีแตตนคนไมใช้ก็ชวดดี ่ ่เอาดีใช้คล้ายคล้ายเอาดีอวดดีจะชวดเพราะใช้คล้ายคล้ายผีไมมีดีมีแตอวดก็ชวดดี ่ ่แม้ นดีมีอวดหรื อใช้ ก็ได้ เอย (ชาวพทธ) ุ
  18. 18. ปุยชีวิต ๋เพียงสร้างทําความดีนาทีละนิดโลกและชีวิตก็สดใสอนใบไม้ร่วงผลดสลดใบ ั ั ัยงถมซากตอไปให้ดนงาม ั ่ ิ (วิสา คญทพ) ั ั ก้ ูหนีสร้างทุกข์ ้กู้เงินมาเพื่อใช้ ทําทุนอาจเกิดผลเงินหมุน ไมช้า ่กู้ที่หอนมีคณ คือเลน พนนแฮ ่ ุ ่ ัเป็นทกข์ทําวนว้า ุ ุ่ ดอกเบี ้ยมากมาย (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ) ยิมกันเถิด ้มายิ ้มแย้ มแจ่มใสให้ กบโลก ัดีกวาโศกเสียใจให้อบเฉา ่ ัถึงแม้ ฟาวันนี ้เป็ นสีเทา ้แต่ฟาในใจเป็ นสีทอง ้ ยิมพิมพ์ ใจ ้ยิ ้มเย้ยยิ ้มยวเย้า ั่ ยวนยี อยานา่ยิ ้มเยาะยิ ้มอยางมี เล่ห์ร้าย ่ยิ ้มแย้ มแหละเป็ นศรี สง่าแด ตนเอยยิ ้มนิดยิ ้มหน่อยน้ อย หนึงนี ้มีคณ ่ ุ เมื่อไร้ ศีลอันสตรี ไร้ ศีลก็สิ ้นสวยบรุษด้วยไร้ศีลก็สิ ้นศรี ุแม้ เป็ นพระไร้ ศีลก็สิ ้นดี
  19. 19. ถึงเมธีไร้ ศีลก็สิ ้นงาม(รัชกาลที่ ๖) อย่ ท่ เรา ู ี เกิดเป็ นคนจนมีหรื อดีชว ั่ อยูที่ตวตนทํากรรมเฉลย ่ ั อย่าโทษฟาด่าดินพูดหมิ่นเปรย ้ จงคุ้นเคยคิดทําแต่กรรมดี (จันทรโชติ รอดโพธิ์ทอง) ด้ วยสมดุล โลกมิได้ รุ่งโรจน์ด้วยแสงสี แตด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศย ่ ั สอดสัมพันธ์สรรค์สร้ างอย่างจริงใจ แล้วดอกไม้ก็บานสวยด้วยสมดล ุ (อิสรา) การศึกษา กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศกษาเป็นไป ึ ฉันนัน ้ แตออกดอกคราใด งามเด่น ่ งานสังสอนปลูกปั น เสร็ จแล้ วแสนงาม ่ ้ (หมอมหลวงปิ่น มาลากล) ่ ุ ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันเยาว์ฉนเขลาฉันทึง ั ่ ฉนจงมาหาความหมาย ั ึ ฉนหวงเก็บอะไรไปมากมาย ั ั สดท้ายให้กระดาษฉนแผนเดียว ุ ั ่ (วิทยากร เชียงกร) ู
  20. 20. เรียน - เล่นให้เป็นถึงยามเรี ยนเรี ยนจริงให้ ยิ่งใหญ่ถึงยามเล่นเล่นไปให้ สขสันต์ุเรื่ องเรี ยนเล่น เล่นเรี ยนเปลี่ยนสําคัญร้ ูเทาทนทําเป็นอยาเลนนาน ่ ั ่ ่ ใคร่ครวญก่อนปกหนงสือสวยดีมีราคา ัแต่คณค่าอย่างไรใครไม่ร้ ู ุจงไมควรวิจารณ์ก่อนอานดู ึ ่ ่เหมือนทุกสิ่งที่อยูรอบตัวเรา ่ (นภาลย)ั สิ่งคุ้มครองวิทยาเปรียบด้วยกําลงเหมาะ ัสจริตคือเกราะกําบงให้ ุ ัปัญญาคืออาวธยทธวิชย ุ ุ ัสติไซร้ คมพลยุทธนา ุ (รัชกาลที่ ๖) ส่องดวงใจกระจกผองสองหน้าร้ ูตําหนิ ่ ่ว่าควรชมควรติที่ตรงไหนเอาปัญญาสองกายวาจาใจ ่ชัวดีได้ ร้ ูเห็นเว้ นสิ่งทราม ่ (จินดาภาษิต)
  21. 21. หาก…โลกนี ้หากโลกนี ้งดงามด้วยความรักโลกก็จกงดงามด้วยความหวง ั ัหากโลกนี ้ถืองามด้วยความชง ัโลกก็รังถืองามด้วยความเลว ้ (คมทวน คนธน)ั ู กาลังใจให้เธอ ํเป็นกําลงใจยามเธอพายแพ้ ั ่ยามเธออ่อนแอและหวันไหว่หวงใยยามเธอไมมีใคร ่ ่ปลอบใจยามเธออ่อนแรง ด้ วยใจ…มั่นคงในวันที่เธอมีทกข์จงลุกขึ ้นอย่าท้ อแท้ ุในวันที่เธอพ่ายแพ้ อย่าอ่อนแอหมดกําลังใจชีวิตยังมีอยูจงต่อสู้ส่วนใหม่ ่ ูัเรี ยนรู้ความเป็ นไปด้ วยหัวใจที่มนคง ั่ อย่าหยุดยง ั้แม้ หนทางข้ างหน้ าจะมืดมิดอยาไปสิ ้นความคิดจะยางก้าว ่ ่แม้ หนทางข้ างหน้ าจะยืดยาวก็ไมไกลเกินเท้าจะก้าวเดน ่ ิก้าวเถิดก้าวไปข้างหน้าก้าวไปไขว่คว้าความหวง ัก้าวเถิดก้าวไปอยาหยดยง้ั ่ ุความหวงรออยไมไกล ั ู่ ่
  22. 22. วัยแสวงหาในวัยต้ นไม่ค้นหาวิชาไว้วยกลางไมหาทรัพย์กลบเพิกเฉย ั ่ ัวยแก่กายไมทําบญเจือจนเลย ั ่ ุ ุต้องกรเกยหน้าผากเพราะยากจน (จินดาภาษิต) อย่ าหลงโลกยามเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุกเป็ นหนุมสาวก็หลงสุข คํ่าเช้ า ่กลางคนเริ่มเห็นทุกข์ สุขคู่ กันหนอตกแก่จงร้ ูเค้า วาล้วนอนิจจง ึ ่ ั (กรมพระยาดํารงราชานภาพ) ุ เราลิขิตชีวิตเองไม่มีใครไหนลิขิตชีวิตโชคยามเราโศกสบทกข์หรือสขสนต์ ุ ุ ัไม่มีใครไหนกล้ าบัญชากันตัวเรานันนันลิขิตชีวิตเรา ่ ้ คิดเสียก่ อนคดเสียก่อนจงคอยทําจงจําไว้ ิ ึ ่ทําอะไรต้ องคิดทังหน้ าหลัง ้อยาปลอยตวให้ทําตามลําพง ่ ่ ั ัต้ องเอาใจเหนี่ยวรังเสมอไป ้ จงตริตรองก่อนจะทําสิ่งใดใจต้ องคิดถกหรือผิดทําอย่างนี ้ดีหรือไม่ ูถ้ าเห็นว่าไม่ดีมีโทษภัย
  23. 23. อย่าทําไปเสริ มส่งคงไม่งามเมื่อคิดแล้ วตรองไตร่จนได้ ที่วาทําดีได้ดีไมมีห้าม ่ ่ขอเพียงแต่พินิจดูอย่าวูวาม ่คงเสร็จตามที่หวังดังตังใจ ่ ้ อย่าลาเอียง ํมองอะไรให้ มองทังสองแง่ ้อย่ามองแต่แง่ดีเท่าที่เห็นหรื อมองแค่แง่ร้ายหมายประเด็นจงเยือกเย็นยตธรรมอยาลําเอียง ุ ิ ่ ฝ่ ั งฝันฝั นให้ มากหากใจจักใฝ่ ฝั นฝั นให้ กว้ างสร้ างสรรค์สิ่งฝั นใฝ่ฝั นให้ แรงแฝงฝั นนิรันดร์ ไปฝั นให้ ไฟใฝ่ ฝั นนิรันดร์ เปลว (คมทวน คนธน) ั ู แม้ไม่ใช่แม้ มิได้ เป็ นมหาชลากว้ างขอเป็นอยางลําธารพอใจฉน ่ ัแม้ มิได้ เป็ นเหมือนดวงตะวันขอเป็ นจันทร์ เจิดแจ่มแอร่มดู แม้ไม่ใช่ (๒)แม้มิได้เป็นสาวสะอางนก ัขอเป็ นหญิงซึงรักมันในศักดิ์ศรี ่ ่แม้ มิได้ ชื่อว่าชายชาตรีขอเป็ นผู้ที่มีความดีงาม (ธาร ธาราทิพย์)
  24. 24. เรียนรักถึงเกาะเรียนเรียนรักก็หนกอก ัแสนวิตกเต็มตรองเจียวน้ องเอ๋ยเมื่อเรียนรักจนจบถึงกบเกยไมยากเลยเรียนได้ดงใจจง ่ ัแตเ่ รียนรักรักนกก็มกหนาย ั ั ่รักละม้ ายมิได้ ชมสมประสงค์ยิ่งรักมากพากเพียรยิ่งเวียนวนมีแต่หลงลมลวงน่าทรวงโทรม (สุนทรภู่) จงฝันเถด ิฝั นเถิดนะถ้ าหัวใจใฝ่ จะฝั นแล้ วก็จงฝ่ าฟั นกันทุกหนอยาปลอยให้ความฝันนนอบจน ่ ่ ั้ ัต้ องดิ ้นรนขวนขวายให้ จริงเอย (ประกายไฟ ประกายธรรม) จุดไฟแห่งฝันจงจุดไฟใฝ่ ฝั นเผื่อวันพรุ่งเพื่อวันใหม่หมายมุงได้ เฉิดฉัน ่แม้ไมอาจเอื ้อมดาวสาวตะวน ่ ัแตฟ่องฝันอาจลอยฟาลงมามือ ่ ้ (รูญ ระโนด) ล้ มแล้ ว…จงลุกเมื่อล้มได้ยอมลกได้ มิใช่หรื อ ่ ุเธอมีมือมีหวใจไว้ใฝ่หา ัเริ่ มต้ นใหม่วนนี ้มิรอรา ัมองหนทางข้างหน้าขอบฟาไกล ้
  25. 25. (รูญ ระโนด) อย่ากลัวอะไรอะไรในชีวิตเราย่อมมีสิทธิ์จะคิดฝั นแต่ฝันนันใช่จะจริงทุกสิ่งอัน ้รักจะฝันรักจะใฝ่ต้องไมกลว่ ั (สมภาร พรมทา) ทุกย่างก้าวท่ สาคัญ ี ํแม้ก้าวเท้าจะก้าวหนงหรือครึ่งก้าว ึ่จะก้าวสนก้าวยาวใชเ่ รื่องใหญ่ ั้ขอให้รักเรื่องราวการก้าวไปไกลเทาไกลก็จะถึงสกหนงวน ่ ั ึ่ ั (วาณิช จรุงกิจอนนต์) ั อย่ าเว้ นเจ็ดวนเว้นดีดซ้อมดนตรี ัห้ าวันอักขระหนีเนิ่นช้ าสามวนจากนารีเป็นอื่น ัหนึงวันเว้ นล้ างหน้ าอับเศร้ าหมองศรี ่ อย่ าท้ ออยาผิดหวงในชีวิตเมื่อผิดหวง ่ ั ัฟามืดยงมีสวางมืดจางหาย ้ ั ่อาทิตย์, ดาว, ดวงจนทร์ ยงผนกราย ั ั ัใชจะพายอปสรรคเพราะผลกดน ่ ่ ุ ั ั (สายนต์ บรรพบรุษ) ั ุ เครื่ องพิสูจน์หนทางพิสจน์ม้า ูกาลเวลาพิสจน์คน ูใครถอยและใครทน
  26. 26. พิสจน์ได้ เมื่อภัยมา ู(จิตร ภูมิศกดิ์) ั
  27. 27. เป็นอย่างผ้ ูร้ ู ถ้ าจะอ่อน อ่อนให้ เป็ น ดังเส้ นไหม เอาไว้ใช้ ผกเสือโคร่ง ู โยงตีเฆี่ยน ถ้ าจะแข็ง ก็ให้ แกร่ง ดงวิเชียร ั เอาไว้เจียร ตัดกระจก เจียรนยั (สุนทรภู่) มีดีแต่ อย่ าอวดดี อนความคิดวิทยาเหมือนอาวธ ั ุ ประเสริ ฐสุดซ่อนใส่เสียในฝั ก สงวนคมสมนกใครฮกฮก ึ ึ ั จงคอยชกออกเชือดฟันให้บรรลย ึ ่ ั ั จบให้มนคนหมายให้วายวอด ั ั่ ั ้ ช่วยให้ รอดรักให้ ชิดพิสมัย ตัดให้ ขาดปรารถนาหาสิ่งใด เพียรจนได้ ดงประสงค์ที่ตรงดี ั (สุนทรภู่) ฟังให้เป็น ฟั งใดได้ ร้ ูเรื่ อง ก็ปราดเปรื่องปรีชาญาณ เปรียบลิ ้นชิมนํ ้าตาล รู้รสหวานซาบซ่านใจ ฟังใดไมร้ ูความ วิชาทรามจะงามไฉน ่ เปรียบจวกตกใดใดั ั ไป่ รู้รสหมดทังมวล ้ (ชิต บุรทัต) ช่ างเขาเถอะ ใครมีปากอยากปดก็พดไป เรื่ องอะไรก็ชงอย่าฟั งขาน ู ู ั่ เราอยาตอก่อก้าวให้ร้าวราน ความรําคาญก็จะหายสบายใจ ่ ่ ทุกข์สขอยูที่ใจมิใช่หรื อ ุ ่ ถ้ าใจถือก็เป็ นทุกข์ไม่สกใส ุ ถ้าไมถือก็เป็นสขไมทกข์ใจ เราอยากได้ความสขหรือทกข์นา ่ ุ ่ ุ ุ ุ (พระศาสนโสภณ)
  28. 28. จะเก็บไว้ ไหนถ้าเราได้ทกอยางดงที่คด ุ ่ ั่ ิสิ ้นชีวิตจะเอาของกองไว้ ไหนจะได้ บ้างเสียบ้ างช่างปะไรเราตังใจทํางานเท่านันพอ ้ ้ จงก้ าวไปจงก้ าวไปแม้ ไฟจะไหม้ โลกจงก้าวไปแม้โชคจะหลีกหนีจงก้ าวไปแม้ ใครไม่ใยดีจงก้ าวไปแม้ มีคนนินทาจงก้าวไปเพื่องานอนสร้างสรรค์ ัจงก้ าวไปไม่หวันมวลปั ญหา ่จงก้ าวไปเพื่อแพร่ไฟพัฒนาจงก้ าวไปเพื่อประชาของชาติไทย ปัญหา - อุปสรรคทะเลงามยามมีคลื่นชีวิตจะราบรื่ นย่อมมีอปสรรค ุอุปสรรคคือยาชูกําลังความผิดหวงคือบทเรียน ั ยิมสู้ ้จงยิ ้มสู้กบพรุ่งนี ้เพื่อชีวิต ัประกอบกิจต้องมงมาดปรารถนา ุ่ตังใจจํากระทําจริงสิ่งนานา ้จะพบว่าพรุ่งนี ้มีคาเอย ่ เวลาและวารีเวลาและวารีมิมีจะคอยใคร
  29. 29. เรื อเมล์และรถไฟก็ต้องไปตามเวลาโอ้ เอ้ และอืดอาดมักจะพลาดสิ่งปรารถนาชวดแล้วจะโศกาอนิจจาเราช้าไป อย่ ท่ ใจ ู ีเวลาใดทําใจให้ ผองแผ้ ว ่เหมือนได้ แก้ วมีคาเป็ นราศรี ่เวลาใดทําใจให้ ราคีเหมือนมณีแตกหมดลดราคา (อุทานธรรม จ.ศ.) ควรเมตตาอนคนโง่เพราะไมร้ ูการศกษา ั ่ ึควรเมตตาพอเขาร้ ูกลบตวได้ ั ัเรียนร้ ูมากแล้วยิ่งโง่กลบเป็นภย ั ัไม่เชื่อใครเพราะหลงผิดบัณฑิตทราม ต่างกันท่ ดีช่ ัว ีฝูงชนกําเนิดคล้ าย คลึงกันใหญ่ยอมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง ่ความร้ ูอาจเรียนทน ั กันหมดยกแตชวดีกระด้าง ่ ั่ ออนแก้ ฤาไหว ่ (โลกนิติ) ความสมดุลมีวิชาหากไมมีดีกํากบ ่ ัจะตกอบไร้คาพาเสียศรี ั ่แกงขาดเกลือชูรสก็หมดดีเคมไมมี รสก็จืดชืดไปเลย ็ ่
  30. 30. เธอคือพลังไม่มีแล้ วพลังใดในโลกหล้ าจะหาญกล้าเทาพลงแหงหน่มสาว ่ ั ่ ุไม่มีแล้ วแสงใดในแสงดาวจะสกาวเทาแสงแหงเยาวชน ่ ่ ดนตรีในหัวใจชนใดไมมีดนตรีการ ่ในสันดานเป็ นคนชอบกลนักอีกใครฟังดนตรีไมเ่ พราะเขานนเหมาะคิดขบถอปลกษณ์ ั้ ั ั (รัชกาลที่ ๖) เมื่อไร้ …ก็ไม่มีเมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนันไม่นานเป็ นข้ า ้เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนันไม่ช้าอับจน ้เมืองใดไมมีพาณิชย์เลิศ เมืองนนยอมเกิดขดสน ่ ั้ ่ ัเมืองใดไร้ศลปโสภณ ิ ์ เมืองนันไม่พ้นเสื่อมทราม ้เมืองใดไม่มีกวีแก้ ว เมืองนนไมแคล้วคนหยาม ั้ ่เมืองใดไร้ นารี งาม เมืองนันหมดความภูมิใจ ้เมืองใดไมมีดนตรีเลิศ เมืองนันไม่เพลิดพิศมัย ่ ้เมืองใดไร้ ธรรมอําไพ เมืองนันบรรลัยแน่นอน ้
  31. 31. ปากเปนเอก ปากเปนเอกเลขเปนโทโบราณวา หนังสือเปนตรีมีปญญาไมเสียหลาย ถึงรูมากไมมีปากลําบากกาย มีอุบายใชไมเปนเห็นปวยการ สื่อสะทอนกานบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทสอสันดาน ชาติเชื้อ โฉดฉลาดเพราะคําขาน ควรทราบ หยอมหญาแหงเชื้อ บอกรายแสลงดิน (โคลงโลกนิต)ิ ยากจะหักใจลืม จักหักอื่นขืนหักก็จักได หักอาลัยนี้ไมหลุดสุดจะหัก สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แตตัดรักนี้ไมขาดประหลาดใจ (สุนทรภู)  ยามรัก - ยามชัง เขาเปรียบเทียบความวายามรัก แมแตน้ําตมผักขมชมวาหวาน ครั้นจืดจางหางเหินไปเนิ่นนาน แมน้ําตาลก็วาเปรี้ยวไมเหลียวแล (สุนทรภู)  ยังเมาอยู ไมเมาเหลาแลวแตเรายังเมารัก สุดจะหักหามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหลาเชาสายก็หายไป แตเมาใจนี้ประจําทุกค่ําคืน (สุนทรภู)
  32. 32. ความรัก ความรักเปนไมตรีที่ประเสริฐ ความรักเปนสิ่งเพริดงามเลิศหรู ความรักเปนสิ่งประเทืองใหเฟองฟู ความรักเปนมิตรผูชูกําลัง รักที่บริสุทธิ์ รักที่มีแตใหโดยไมขอ รักจะกอประโยชนอันยิ่งใหญ ยิ่งใหเขาเราจะสบายใจ ใครไมเคยใหใครลองใหดู (ศิวกานต ปทุมสูต)ิ ความดี เอาความดีเปนแกนกลางทางชีวิต เอาความคิดเปนเครื่องชวยอํานวยผล เอาแรงงานเปนกลไกภายในตน นี่คือคนมีคุณคาราคางาม (ปน มาลากุล) อยูที่ใจ ทุกขสุขอยูที่ใจมิใชหรือ ถาใจถือก็เปนทุกขไมสุกใส ถาไมถือก็เปนสุขไมทุกขใจ เราอยากไดความสุขหรือทุกขเอย การใหใหทานทานจักให ตอบสนอง นบทานทานจักปอง นบไหว รักทานทานควรครอง ความรัก เรานา
  33. 33. สามสิ่งนี้เวนไวแตผู ทรชน (โคลงโลกนิต) ิ นินทากาเลอันนินทากาเลเหมือนเทน้ําไมชอกช้ําเหมือนเอามีดมากรีดหินแมแตองคพระปฏิมายังราคินคนเดินดินหรือจะพนคนนินทา (สุนทรภู)
  34. 34. ขอไดไหมเพียงหนึ่งเดียวที่หวังมาครั้งนี้ขอทุกคนเปนคนดีขอไดไหมไมทําชั่วดวยกาย วาจา ใจเปนคนดีของใครๆ ทุกๆ คนเพียงหนึ่งเดียว หนึ่งนี้แหละที่ขอดวยหวังรอฟาใหมใหสายฝนฝนคือความดีจากใจศิษยทุกคนจะพรางพรมหยดหยาดสะอาดใจเพียงหนึ่งเดียวที่หวังมาครั้งนี้"……… "เปนคนดีขอไดไหมแคไดรูพวกเธอดีก็ดีใจเทานี้แหละความในใจพระอาจารย (สันติภัทโท) จงฝาฟนเบื้องหนาคือทองฟาอันกวางใหญเจาเรือนอยลอยไปดวยความหวังแมสายชลจะลดรอนทอนกําลังเรือนอยยังมุงหมายปลายตะวันปลายทางคือความหวังดั่งใจใฝฝนกอรางแมทางไกลไมไหวหวั่นอุปสรรคเบื้องหนาจงฝาฟนใหถึงฝงความฝนอยางมั่นคง (ชลธิชา : ยิ้ม)
  35. 35. จงโบยบินบินเถิดจงบินไปใหสุดฤทธิ์ตราบมีสิทธิ์มีแรงแสวงหาดวยโอกาสหนึ่งนี้ที่เกิดมาคือคนหาความหมายใหชีวีแมวันนี้เหนื่อยนักจงพักผอนลมตัวนอนเก็บฝนอันสดใสวันพรุงนี้จงเขมแข็งดวยแรงใจกาวตอไปใหถึงซึ่งปลายทาง ฝาฝน…ฝนใฝคนเราเกิดมาก็เหมือนกันตางมีฝนที่ใฝใจมุงหวังแตที่ตางคือใจใครมีพลังยามผิดพลั้งใครจะทอใครจะทนระหวางทางชีวิตอาจพลาดผิดคลื่นชีวิตพัดพาใหสับสนคนที่รอดคือคนที่อดทนคนอับจนคือคนที่แพใจเมื่อชีวิตหนึ่งนี้เปนของเราจงเลือกเอาวาจะกาวไปทางไหนตั้งความฝนเอาไวแลวตามไปมุงหมั่นสรางฝนใฝใหเปนจริง ความงามไกจะงามก็เพราะความที่มีขนดั่งเชนคนแลดูงามยามตกแตงแตอาภรณเสื้อผาราคาแพงเพียงแสดงความงามตามมายาจะงามแทตองงามแนที่ใจดวยจึงจะชวยขับราศีที่ใบหนา
  36. 36. ใหอิ่มเอิบแจมใสไมสรางซาดวยนัยนตาฉายแสงแหงธรรมเอย (ส. จุวัจนะ) โงใหเปนโงไมเปนเปนใหญยากฝากใหคิดทางชีวิตจะรุงโรจนโสตถิผลตองรูโงรูฉลาดปราดเปรื่องตนโงสิบหนดีกวาเบงเกงเดี๋ยวเดียว มองอยางเขาใจโลกภายนอกกวางไกลใครใครรูโลกภายในลึกซึ้งอยูรูบางไหมจะมองโลกภายนอกมองออกไปจะมองโลกภายในใหมองตน วจีเจรจาถึงบางพูดพูดดีเปนศรีศักดิ์มีคนรักรสถอยอรอยจิตแมพูดชั่วตัวตายทําลายมิตรจะชอบผิดในมนุษยเพราะพูดจา (สุนทรภู) มธุรสวาจาอันออยตาลหวานลิ้นแลวสิ้นซากแตลมปากหวานหูไมรูหายอันเจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลายเจ็บจนตายก็เพราะเหน็บใหเจ็บใจ (สุนทรภู) 

×