Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Ajarn chayasaro

111 views

Published on

คำสอนของอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Published in: Spiritual
  • You might get some help from ⇒ www.WritePaper.info ⇐ Success and best regards!
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Be the first to like this

Ajarn chayasaro

  1. 1. ถ้าเราเห็นขันธ์ 5 เป็นทุกข์ เป็นของว่างเปล่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาจริงๆ เราจะรักคนอื่น เราจะมีพรหมวิหาร เราจะเมตตา เราจะเห็นผู้อื่นเสมอกับเรา เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายกับเรา สอง เราจะเห็นเลยว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นว่างเปล่าจากตัวตน เราจะไม่ไปยึดถืออะไรกับสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเห็นอย่างนี้ชัดเจน นี่เขาเรียกว่า เรามีสัมมาทิฐิ พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  2. 2. จงเข้าใจเถิดว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาได้นั้น มันเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐอย่างยิ่งนะ ไม่รู้จะเรียกว่าประเสริฐยังไง แต่เราไม่เห็นค่าของสิ่งนี้ เราจึงประมาทกันนัก เราถึงประมาทและใช้ชีวิตให้เสียไปกับเรื่องไร้สาระเสียมากมาย เราเอาชีวิตที่มีค่านับพันล้าน นับหมื่นล้าน มาใช้ทาประโยชน์แค่พันสองพันบาทเอง มีเงินนับพันล้านมาลงทุนเพื่อให้ได้กาไรทีละพัน สองพัน มันจะมีประโยชน์อะไร นั่นคนเรากาลังใช้ชีวิตกันอย่างนั้น เข้าใจไหม พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  3. 3. เมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ด มีสิทธิ์ที่จะงอกได้ โดยตัวมันเองเสมอ คนทุกคนมีโพธิอยู่ในใจ มีคุณความดี สิ่งที่เราคิดว่า “เราคงเป็นไปไม่ได้ เราไม่เหมาะ เรายังไม่เกี่ยว เรายังห่างไกล” นั่นคือ กิเลสหลอกเรา ทุกคนมีหมด เมล็ดพันธุ์ที่ดี เพียงแต่เราสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม มันก็จะงอกทันที พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  4. 4. เมื่อเรามีสติอยู่กับตัวเราเอง รู้กายรู้จิต หรือรู้กาย เวทนา จิตอยู่ ไม่หลงไปเพลิดเพลินปรุงแต่งต่อยามเมื่อเขาชม.. ไม่หลงไปเพลิดเพลินปรุงแต่งต่อยามเมื่อเขาด่า เราก็จะเห็นว่าคาชมและคาด่ามันไม่ได้แตกต่างกันเลย เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่ให้ความแตกต่างกับสิ่งใด และเช่นนั้นเราถึงจะไม่ทุกข์ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เราก็หลงไปตามอานาจของตัณหาอยู่นั่นเอง ฉันได้ยินมาว่าสิ่งนี้ไม่ดี ฉันก็พยายามจะกาจัดมัน ฉันได้ยินมาว่าสิ่งนี้ดี ฉันก็พยายามจะสร้างมัน ฉันก็เลยทุกข์เมื่อสร้างสิ่งดีไม่ได้ ฉันก็เลยทุกข์เมื่อสิ่งไม่ดีที่เขาว่านั่นปรากฏขึ้น พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  5. 5. อวิชชาเกิดเพราะความรู้ไม่เท่าทัน ตามสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันธรรมนั้น.. การที่จะ "ละอวิชชา" ได้ก็หมายถึง การรู้เท่าทัน เห็นตามสภาพความเป็นจริงในขณะนั้น.. พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  6. 6. จงจาไว้ให้ดีว่า ธรรมแท้แล้วมันจะเกิดเองเป็นเอง มันเกิดหรือปรากฏ เพราะเหตุปัจจัยมันถึงพร้อม ไม่ใช่เรากระทา ไม่ใช่เราเป็นผู้สร้าง สิ่งเดียวที่เราจะกระทาได้ ก็คือ การสร้างเหตุปัจจัย จัดสรรเหตุปัจจัยให้เหมาะสม ไม่ใช่ไปกระทาผลให้เกิด แต่แม้เราได้สร้างเหตุปัจจัยให้เหมาะสม เหตุปัจจัยนั้นมันก็เกิดเองเป็นเอง จากการถึงพร้อมของเหตุปัจจัย มันจึงไม่ใช่เพราะเรา มันจึงว่างจากตัวตน พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

×