พระพุทธรูปหินผา เมืองโปโลนนารุวะ




    ลังกากถา
    ∏
ข้อคิด ของดีเมืองศรีลังกา
          c
         £ปิยเมธี•
ลังกากถา                                                                              ค�านิยม
                        ข้อคิด ของดีเมืองศรีลังกา
                      ISBN : 978-974-000-000-0
                                                                                     บันทึกการเดินทางของท่านพระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ ที่ให้ชื่อว่า
ที่ปรึกษา :                                                                   “ลังกากถา” ได้น�าเรื่องราวของประเทศศรีลังกาที่ตนได้สัมผัสด้วยศรัทธา
พระเทพโพธิวิเทศ                     พระเทพกิตติโสภณ                           และได้เห็นด้วยตาตนเองเขียนขึ้นมาอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยอรรถรส
พระเทพกิตติโมลี                     พระวิเทศธรรมรังษี                         และเนื้อหาสาระที่ครบถ้วนทุกด้าน ด้วยใช้ตัวอักษรย่อน�าเข้าหาเนื้อหาที่
พระสุนทรพุทธิวิเทศ                  พระวิเทศธรรมกวี                           เป็นจุดเด่นของศรีลังกา ไม่ว่าจะเป็นด้านผู้คนชาวสิงหล ด้านสถานที่ ด้าน
พระครูวิสิฐธรรมรส                   พระครูวินัยธรสมุทร ถาวรธมฺโม ดร.          วัฒนธรรมชาวพุทธ และปรัชญาแฝงด้วยธรรมะ ด้วยเมตตา ปัญญา ความ
พระครูสังฆรักษ์อ�าพล สุธีโร         ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี
พระมหาอุดม ปภงฺกโร                  พระอาจารย์น้าว นนฺทิโย                    รู้ความสามารถ และประสบการณ์อันกว้างขวางในฐานะพระธรรมทูตของ
พระมหาเอกชัย สญฺญโต                 พระมหามนตรี คุตฺตธมฺโม                    พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ และสมฐานะแห่งภูมิปัญญามหาเปรียญธรรม ๙
พระมหาสมบูรณ์ จตฺตภโย ป.ธ.๙         พระวิญญู สิรญาโณ                          ประโยค ที่ได้เชื่อมประสานงานเขียนธรรมะง่าย ๆ กับสิ่งที่พบเห็นเป็นของ
ดร.เสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี           ดร.จัด เกิดสบาย                           ฝากส�าหรับท่านทียงไม่เคยไปท่องเทียวประเทศนี้ และเป็นข้อมูลเตือนความ
                                                                                                ่ั               ่
                                                                              ทรงจ�าของท่านที่เคยไปมาแล้ว
ภาพโดย :       ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี          พระมหาท�านอง แสงชมพู
                                                                                     “ลังกากถา” เป็นงานเขียนอีกชิ้นหนึ่งที่ทรงคุณค่ายิ่ง ผู้อ่านเกิดความ
               พระมหาอเนก อเนกาสี              พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ
พิสูจน์อักษร : พระมหาสัญชัย ชยสิทฺธิโก ป.ธ.๙   พระมหาสินชัย สิริธมฺโม ป.ธ.๗   รู้ความเข้าใจและเห็นภาพพจน์ของชาวพุทธสิงหล และประเทศศรีลังกาที่
               พระมหาสายันต์ อคฺควณฺโณ         พระบัญชาสิทธิ์ ชุตินฺธโร       เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความเลื่อมใสศรัทธาทางศาสนา ผู้อ่านได้เห็น
               ดร.พระครูปลัดธนัญชัย อริญฺชโย   ดร.พระมหาชัชวาลย์ โชติปญฺโญ    ความส�าคัญของโบราณสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งในประเทศศรี
               น.ส.กชกร เอี้ยงกุญชร                                           ลังกา ซึ่งต่างสะท้อนถึงรากฐานที่หยั่งลึกของพระพุทธศาสนาในจิตใจของ
ปก/รูปเล่ม : นิรันดร รันระนา                                                  ประชาชน นับตั้งแต่เมืองอนุราธปุระ นครหลวงแห่งแรกของศรีลังกาและ
พิมพ์ครั้งแรก : กรกฎาคม ๒๕๕๔ จ�านวน ๑,๐๐๐ เล่ม
                                                                              เมืองแรกที่พระพุทธศาสนาได้เข้าไปประดิษฐานไว้มั่น มหานครโปโลนนารุ
                                                                              วะ เมืองหลวงแห่งทีสองของศรีลงกา เมืองแคนดีทประดิษฐานพระธาตุเขียว
                                                                                                   ่         ั               ้ ี่                     ้
พิมพ์ที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ์                                              แก้ว ถ�้าอาโลกวิหาร เมืองมะตะเล แหล่งก�าเนิดการจารึกพระไตรปิฎก และ
๗/๕๘๒ หมู่ ๕ ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ๑๑๑๔๐
โทร. ๐-๒๔๔๙-๒๕๒๕, ๐๘-๑๓๐๙-๕๒๑๕ E-mail : niti2512@hotmail.com
                                                                              วัดกัลยาณี ศูนย์รวมแห่งศิลปะและมรดกทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น

                                     2                                                                            3
ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นธรรมวิทยากรน�าจาริก (มัคคุเทศก์) แสวงบุญ
ในครั้งนี้ก็อดภูมิใจไม่ได้ในความวิริยะอุตสาหะ ของท่านพระมหาปิยะ อุตฺ
                                                                                                          ค�าน�า
ตมปญฺโญ เป็นศิษย์ผู้ติดตามไปด้วยในการจาริกแสวงบุญในครั้งนี้ ที่ได้เก็บ
รายละเอียดและจับประเด็นในการบรรยายให้ความรู้ตลอดระยะเวลา ๗ คืน                 “เกาะลังกานีเ้ ป็นของพระพุทธเจ้าเอง เป็นเสมือนคลังเต็ม
๘ วันในดินแดนพระพุทธศาสนาอายุ ๒,๓๐๐ปี ได้กลั่นกรองออกมาเป็นตัว            ไปด้วยแก้ว ๓ ประการ ดังนั้น ความเป็นอยู่ของพวกมิจฉาทิฐิ
อักษรที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ คติความเชื่อ ข้อคิด หลักธรรม ดังกล่าวแล้ว   จะไม่ถาวรไปได้เลย เหมือนการอยูของพวกยักษ์ในสมัยโบราณ
                                                                                                            ่
จึงขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของท่าน มา ณ โอกาสนี้                            ไม่ถาวร ฉะนั้น” จากหนังสือปูชาวลี
                                                                                   ผู้เขียนมีความประทับใจในผู้คนและประเทศศรีลังกามากจากการ
ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี                                                    ได้พบปะพูดคุยในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา และ
เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา                                      สหรัฐอเมริกา ชาวศรีลังกามีความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีอัธยาศัยดียิ้มแย้ม
ประธานอ�านวยการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.                                 แจ่มใส ประกอบกับเคยศึกษาประวัตของท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ ผูอทศ
                                                                                                                 ิ                             ุ้ ิ
                                                                          ชีวตเพืองานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ความประทับใจจึงเพิมขึนเป็นเท่าทวีคณ
                                                                              ิ ่                                              ่ ้                ู
                                                                          เหตุนี้จึงปรารภอยู่ในใจว่า ถ้าเวลาและโอกาสอ�านวยจะเดินทางไปศรีลังกา
                                                                                   ปีพ.ศ.๒๕๕๔ มีการจัดประชุมสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ
                                                                          ทั่วโลก ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล พระธรรมทูตสายต่างประเทศจากทวีป
                                                                          ต่างๆ เดินทางมาร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี
                                                                          เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “มีพระคุณเจ้าและญาติ
                                                                          ธรรมอยากจะไปนมัสการพุทธสถานในศรีลงกา และให้ผมน�าคณะไปนมัสการ
                                                                                                                     ั
                                                                          พุทธสถานในลังกา มีความสนใจอยากไปด้วยไหม” เนื่องจากจะต้องเดินทาง
                                                                          กลับประเทศไทยในระยะเวลานั้นอยู่แล้ว ผู้เขียนจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
                                                                          สงสัย
                                                                                   เมื่อเดินทางไปศรีลังกาได้สัมผัสบรรยากาศ สถานที่ และผู้คน ยิ่งเพิ่ม
                                                                          ความประทับใจ ได้ข้อคิด และมองเห็นของดีที่ชาวศรีลังกามี คิดว่าน่าจะน�า
                                                                          สิ่งที่ได้พบจากประสบการณ์ตรงและการศึกษาของตนเองมาแลกเปลี่ยนกัน
                                  4                                                                           5
บ้าง เพือเป็นคติขอคิดให้ทานทังหลายทีมความสนใจในประเทศแห่งนีได้เรียน
        ่          ้          ่ ้       ่ี                        ้
รูรวมกัน ผูเ้ ขียนไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเกียวกับประวัตศาสตร์ บุคคล สถาน
  ้่                                        ่           ิ
ที่ และประเทศ เพราะมีผู้รอบรู้หลายท่านเขียนไว้แล้ว ซึ่งหาอ่านได้ทั่วไป
       ดังนันหนังสือเล่มนีผเขียนยังมีเจตนาทีเสนอข้อคิด คติเตือนใจ ให้แก่ผู้
              ้              ้ ู้             ่
อ่านทุกท่านเสมือน “ลังกา” เป็นบทเรียนแห่งการเรียนรูทผคนสามารถน�าไป
                                                       ้ ี่ ู้
ปรับใช้ในวิถีชีวิตประจ�าวันได้ในฐานะพุทธศาสนิกชน เช่นเดียวกัน

                          ด้วยความปรารถนาดี
                                ปิยเมธี




                                    6                                         7
สารบัญ
                                             หน้า
    ค�านิยม                                    ๓
    ค�าน�า                                     ๕
    เกริ่นน�า                                 ๑๑
    ประเทศหลากนาม                             ๑๑
    บรรพบุรุษของชาวสิงหล                      ๑๔
    ภาค ๑ : ข้อคิด ๘ ส. ของชาวศรีลังกา   ๑๕ - ๔๘
          ส.ที่ ๑ สังฆมิตตา                   ๑๖
          ส.ที่ ๒ สัทธา                       ๑๙
          ส.ที่ ๓ สาธุ                        ๒๔
          ส.ที่ ๔ สวดมนต์เก่ง                 ๒๙
          ส.ที่ ๕ ใส่ชุดขาว                   ๓๓
          ส.ที่ ๖ สมาธิ                       ๓๖
          ส.ที่ ๗ สรณังกร                     ๔๐
          ส.ที่ ๘ สยามวงศ์นิกาย               ๔๕
    ภาค ๒ : ๖ T ของดีศรีลังกา             ๔๙-๘๒
          T ที่ ๑ Bodhi Tree                  ๕๑
          T ที่ ๒ Tooth                       ๖๑
          T ที่ ๓ Tea                         ๖๕
          T ที่ ๔ Tradition                   ๖๙
          T ที่ ๕ Tourism                     ๗๑
          T ที่ ๖ True man                    ๗๘
8                                  9
ภาคผนวก                                           ๘๓-๙๘
                                                                                        เกริ่นน�า
                                                          ข
   ปกิณณกะศรีลังกา                                   ๘๓
   จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน
                                                                อกล่าวค�าทักทายที่ชาวสิงหลพูดเวลาพบกันว่า อายุบวร แปลว่า ขอให้
     บทที่ ๓๘                                       ๘๕
                                                                อายุยนยาว ค�าว่า อายุบวร คงไม่ใช่คาแปลกใหม่สาหรับชาวไทยมากนัก
                                                                     ื                            �            �
   ภาพการจาริกแสวงบุญ                               ๙๑
                                                          เพราะเป็นค�าที่ได้ฟังมาอย่างคุ้นเคยแล้วโดยเฉพาะชาวพุทธที่เข้าวัดท�าบุญ
   หนังสือประกอบการเขียน                            ๙๕
                                                          บ่อยๆ จะได้ฟังพรพระสงฆ์ ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ อายุบวร
                                                          มาจากค�า ๒ ค�า คือ อายุกบบวร อายุกคออายุ ส่วนค�าว่า บวร มีคาแปลหลาย
                                                                                   ั           ็ื                       �
เกี่ยวกับปิยเมธี                                    ๙๖
                                                          ประการ เช่น ประเสริฐ, เลิศล�้ายืนยาว รวมแล้วแปลว่า ขอให้มีอายุยืนยาว
ความเป็นมาของกองทุนปิยเมธี                          ๙๗
                                                                 ก่อนจะกล่าวถึงข้อคิดและของดีศรีลงกา ผูเ้ ขียนใคร่ขอน�าประวัตความ
                                                                                                    ั                        ิ
รายนามผู้ร่วมบริจาคพิมพ์หนังสือ                    ๑๐๐
                                                          เป็นมาของดินแดนคนมีฝ่ามือแดง (ตัมพปัณณิทวีป) มาเล่าสู่ผู้อ่านให้ทราบ
                                                          โดยสังเขปว่า ความเป็นมาอย่างไร ท�าไม ท�าไม ? ถึงเรียกประเทศแห่งนี้ว่า
                         ∏
                         w                                ศรีลังกา ใครเป็นบรรพบุรุษของชาวสิงหล ? ตลอดถึงข้อมูลเบื้องต้นที่ควร
                                                          ทราบเกี่ยวกับชาวศรีลังกา ฉะนั้น เราอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย ไปศึกษาด้วย
                                                          กันเลยดีกว่า
                                                                           ที่มาของชื่อ : ประเทศหลากนาม
                                                                 สมัยเป็นนักเรียนภาษาบาลีศกษาวิชาแต่งฉันท์พบค�าว่า ประเทศซีลอน
                                                                                             ึ
                                                          ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รวาเป็นประเทศอะไร อยูทไหน พอรูตอนหลัง
                                                                                        ู้ ่                        ่ ี่     ้
                                                          ว่า ศรีลังกา กับ ซีลอน เป็นประเทศเดียวกันจึงถึงบางอ้อ ชาวพุทธที่ศึกษา
                                                          พระพุทธศาสนาคงเคยได้ยนค�าว่า นิกายลังกาวงศ์ คือพระพุทธศาสนาทีไทย
                                                                                    ิ                                             ่
                                                          รับเอาจากศรีลังกาในสมัยสุโขทัย มาดูกันว่าศรีลังกามีกี่นาม
                                                                 ชาวไทยส่วนมากเรียกประเทศนี้ว่า “ ลังกา” แปลว่า เกาะ ส่วน
                                                          นักศึกษาภาษาบาลี และตัวผู้เขียนเองรู้จักในนาม “ ตัมพะปัณณิทวีป” แปล
                                                          ว่า เกาะของคนมีฝ่ามือแดง ก็ยังมีชื่ออื่นอีกที่เรียกกัน เช่น “ลังกาทวีป” และ

                                  10                                                         11
“สิงหลทวีป” ส่วนชาวยุโรปเรียกว่า ซีลอน(CEYLON) ผู้รู้กล่าวว่า น่าจะมา           โสปาระ เมืองบอมเบย์) ไปถึงทีนน เจ้าชายพร้อมสมุนก็ไม่ทงนิสยเดิมยังเทียว
                                                                                                                ่ ั้                       ิ้ ั          ่
จากค�าว่า ซีแลนด์(Sea Land) ดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยทะเล แต่เรียกไป               ก่อความไม่สงบอีก จึงถูกจับเนรเทศลงเรืออีกรอบจนไปขึนทีเกาะลังกา วันที่
                                                                                                                                          ้ ่
เรียกมากลายเป็น ซีลอน(Ceylon) นับๆ ดูชื่อก็มีมากโข แถมในต�านานยัง               เจ้าชายวิชัยขึ้นเกาะลังกา ตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน
กล่าวไว้อีกว่า ในพระพุทธเจ้าแต่ละสมัยก็ชื่อไม่เหมือนกัน เช่น                    ทั้งมีต�านานเล่าว่าพระพุทธองค์ได้ตรัสกับท้าวสักกะพร้อมทั้งเทวดาและ
        - สมัยพระกกุสันโธพุทธเจ้า เรียกว่า โอชทีปะ หรือ โอชทวีป                 มนุษย์ทั้งหลายว่า “โอ ท้าวสักกะ! ธรรมของเราจะประดิษฐานในเกาะลังกา
        - สมัยพระโกนาคมพุทธเจ้า เรียกว่า วรทีปะ หรือ วรทวีป                     และในวันนี้เอง เจ้าฟ้าชายองค์โตของพระเจ้าสิงหพาหุกษัตริย์แห่งสิงหบุรี
        - สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เรียกว่า มัณฑทีปะ หรือ มัณฑทวีป                  ในประเทศลาละ เสด็จขึ้นฝั่งที่เกาะนั้นพร้อมด้วยราชบริพาร ๗๐๐ คน และ
        สรุปแล้ว สมัยโบราณเรียก ลังกา สมัยอังกฤษปกครอง เรียก ซีลอน              จะเสวยราชสมบัติในเกาะนั้น ดังนั้น ขอพระองค์จงปกปักรักษาเจ้าชายนั้น
เมื่อได้รับเอกราชแล้ว จึงใช้ชื่อเดิมแล้วเติมค�าว่า ศรี ไปข้างหน้าเป็นศรีลังกา   พร้อมทังบริวารและทังเกาะลังกานันด้วยเถิด” หลังจากขึนเกาะแล้ว เจ้าชาย
                                                                                          ้               ้           ้                 ้
หมายความว่า เกาะที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง                                      วิชยได้ปราบคนพืนเมือง ตังเมืองหลวง สถาปนาพระองค์เป็นปฐมกษัตริยของ
                                                                                    ั                ้       ้                                         ์
                                                                                ประเทศศรีลังกา
บรรพบุรุษของชาวสิงหล                                                                    เกริ่นน�าเรื่องต่างๆ มาซะเนิ่นนาน ขอน�าท่านทั้งหลายดื่มด�ากับข้อคิด
         ถ้ า ใครเคยไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)ในพระบรม                 และของดีศรีลังกาที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในการด�าเนินชีวิตได้แล้ว ณ บัด
มหาราชวัง มีโอกาสเดินชมผนังก�าแพงรอบในวัดจะเห็นภาพวาดมหากาพย์                   เดี๋ยวนี้
รามเกียรติเรืองราวการสูรบระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ จะเห็นภาพหนุมาน
               ์ ่         ้
ฆ่าท้าวทศกัณฐ์ เผากรุงลงกา ซึ่งกรุงนี้คนส่วนมากลงความเห็นว่า ศรีลังกา
เมือนึกถึงเรืองรามเกียรติครังใด ท�าให้นกถึงกรุงลงกาพระราชวังของทศกัณฐ์
     ่          ่            ์ ้       ึ
ด้วย แต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ใช่ต้นตระกูลของชาวศรีลังกา
         ในต�านานบอกไว้วา บรรพบุรษของชาวลังกา คือ เจ้าชายวิชย ทรงเป็น
                         ่          ุ                        ั
พระราชโอรสของพระเจ้าสิงหพาหุ และพระนางสิงหสีวลี แห่งเมืองสิงหบุรี มี
พระอนุชา ๑ พระองค์ นามว่า เจ้าชายสุมิตตะ เจ้าชายวิชัยเป็นคนเสเพลดื้อ
รัน พระองค์พร้อมบริวาร ๗๐๐ คน ชอบเบียดบังรังแกชาวบ้าน จนท�าให้พระ
   ้
ราชบิดาอดทนต่อพฤติกรรมไม่ไหว จึงจับโกนหัวเสียครึงหนึงเพือให้ชาวบ้าน
                                                     ่ ่ ่
รู้ว่าเป็นคนไม่ดี และเนรเทศทั้งหมดลงเรือไปถึงท่าเรือสุปปารกะ(ปัจจุบันคือ
                                    12                                                                             13
ภาค ๑
    q
  ข้อคิด ๘ ส.
ของชาวศรีลังกา
พระมหินทเถระเสด็จไปเกาะลังกาพบกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะใน
                                                                             วันเพ็ญกลางเดือน ๗ ที่ภูเขามิสสกะ(ปัจจุบันเรียกว่า มิหินตะเล)ในขณะที่
                                                                             พระราชาเสด็จออกไปล่าเนือ ทรงสนทนาปราศัยทดลองสติปญญาซึงกันและ
                                                                                                       ้                              ั    ่
                               ส.                                            กันจนเกิดความเลื่อมใสใจศรัทธา จากนั้นพระมหินทเถระก็แสดงธรรมโปรด

                            ที่q๑                                            พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะพร้อมทั้งข้าราชบริพารจนเกิดความศรัทธาในพระ
                                                                             รัตนตรัย จนพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะได้ถวายพระราชอุทยานมหาเมฆวัน
                                                                             ให้เป็นที่อยู่ของพระมหาเถระพร้อมคณะ ซึ่งต่อมาอุทยานแห่งนี้กลายเป็น

              สังฆมิตตา หรือ                                                 วัด “มหาวิหาร”
                                                                                    พระมหินทเถระกล่าวกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะว่า ถ้าอยากให้
            พระนางสังฆมิตตาเถรี                                              พระพุทธศาสนาประดิษฐานมั่นคงในลังกาอย่างแท้จริงแล้ว ต้องให้กุลบุตร
                                                                             ในเกาะนี้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระศาสนา ซึ่งต่อมาพระราชนัดดา
                                                                             ของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะพระนามว่าอริฎฐะและบริวารอีก ๕๕ คน ได้
      พระนามของพระนางสั ง ฆมิ ต ตาเถรี ยั ง ปรากฎเด่ น ชั ด อยู ่ ใ นหน้ า   ออกบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา มิใช่เพราะพระนางเป็นพระราชธิดาของ                         ในเวลาต่อมาพระนางเจ้าอนุฬา พระราชินีรองและพระสนมก�านัล
พระเจ้าอโศกมหาราชผูเกรียงไกร แต่เพราะวีรกรรมทีพระนางน�าภิกษุณสงฆ์
                        ้                          ่                 ี       แสดงความประสงค์จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุณีบ้าง เมื่อพระมหินทเถระ
และกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ไปประดิษฐานไว้ในศรีลังกานั้นต่างหากเล่า ที่ท�าให้       ทราบจึงถวายค�าแนะน�าให้พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะทรงส่งราชทูตไปส�านัก
พุทธศาสนิกชนจดจ�าความดีงามอันนั้นอย่างที่เขาว่า “อยู่เพื่อตนเอง อยู่แค่      ของพระเจ้าอโศกมหาราช เพือทูลขอให้พระนางสังฆมิตตาเถรีพร้อมคณะเดิน
                                                                                                         ่
สิ้นลม อยู่เพื่อสังคม อยู่ชั่วนิรันดร์”                                      ทางไปยังเกาะลังกาพร้อมทั้งน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไป
      หลังจากการท�าสังคายนาครั้งที่ ๓ ณ วัดอโศการาม เมืองปาฏลีบุตร           ปลูกยังลังกาด้วย เพือเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์และเป็นสิรมงคลแก่ผสก
                                                                                                 ่                                      ิ        ู้ ั
เสร็จแล้ว ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ท�าให้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงปรึกษา         การะบูชา ซึงกิงพระศรีมหาโพธิทพระนางน�าไปปลูกยังอยูเป็นศูนย์รวมจิตใจ
                                                                                           ่ ่             ์ ี่                     ่
กับพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเรื่องการพระศาสนา และทรงส่งพระธรรมทูต              ของชาวพุทธลังกาจนถึงปัจจุบันนี้มีอายุกว่า ๒,๓๐๐ ปี
๙ สายออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทิศานุทิศ ๑ ใน ๙ สายนั้นคือการ                        ในคัมภีรอรรถกถาสมันตปาสาทิกากล่าวถึงการเสด็จไปเกาะลังกาของ
                                                                                               ์
ส่งพระมหินทเถระพร้อมคณะเดินทางไปประกาศพระพุทธศาสนาในเกาะ                     พระนางสังฆมิตตาเถรีพร้อมคณะทีนากิงพระศรีมหาโพธิไปปลูกทีเ่ มืองอนุราธ
                                                                                                                ่ � ่           ์
ตัมพปัณณิทวีปด้วย
                                   16                                                                          17
ปุระ พร้อมทังท�าการอุปสมบทพระนางอนุฬาและพระสนม เป็นพิธกรรมทียง
             ้                                             ี     ่ ิ่
ใหญ่อลังการน่าเลื่อมใสอันแสดงออกถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่กษัตริย์
ทั้ง ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าอโศกมหาราช และพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะมี
ต่อพระพุทธศาสนา เห็นถึงความเสียสละอันยิงใหญ่ของพระมหินทเถระและ
                                            ่
                                                                                                       ส.
พระนางสังฆมิตตาเถรีแล้วควรที่เราอนุชนรุ่นหลังควรเอาเป็นแบบอย่างใน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป ขอจบส.ที่ ๑ ด้วยกฤษณาสอนน้องค�าฉันท์
                                                                                                    ที่q๒
ของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรสที่ว่า
                 พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
           โททนต์เสน่งคง       ส�าคัญหมายในกายมี
                                                                                                      สัทธา
           นรชาติวางวาย        มลายสิ้นทั้งอินทรีย์                            มีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา
           สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
           ความดีก็ปรากฎ กิติยศก็ฤาชา
           ความชั่วก็นินทา ทุรยศยินขจรฯ                                        เมื่อมีโอกาสเดินทางไปประเทศศรีลังกา ดินแดนพระพุทธศาสนา
       ทุกวันนีชาวศรีลงกาจะมีพธแห่รปปันพระนางสังฆมิตตาเถรี เพือระลึก
               ้       ั       ิี ู ้                         ่         ๒,๓๐๐ ปี ความประทับใจแรก หรือเฟิร์ส อิมเพรสชั่น (First Impression)
ถึงคุณงามความดีที่พระนางทรงท�าไว้ และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที         คือ ความศรัทธาที่ชาวศรีลังกามีต่อพระพุทธศาสนา และกล้าแสดงออกให้
ต่อพระนาง                                                               เห็น (กล้าคิด กล้าพูด กล้าท�าในสิงทีถกต้อง) เป็นต้นว่าพระพุทธรูปปางสมาธิ
                                                                                                          ่ ู่
                                                                        สีขาวที่ประดิษฐานไว้ภายในสนามบินแห่งชาติ เมืองโคลัมโบให้คนเดินทาง
                                                                        ไป-มาได้เคารพกราบไหว้เป็นสิริมงคแก่ชีวิต และสิ่งที่ประทับใจอีกประการ
                                                                        ต่อมา คือ ภายในสนามบินจะมีร้านหนังสือธรรมะ พร้อมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ
                                                                        พระพุทธศาสนาไว้ให้คนได้เลือกอ่าน และซื้อหาติดตัวไว้เป็นที่ระลึก
                                                                               สมัยที่ผู้เขียนเป็นนักศึกษาพักอยู่ที่วัดไทยพุทธคยา เมืองพุทธคยา รัฐ
                                                                        พิหาร ประเทศอินเดีย ได้ศึกษาประวัติของวีรบุรุษชาวพุทธศรีลังกา นามว่า
                                                                        อนาคาริกะ ธรรมปาละ ผูกอตังสมาคมมหาโพธิ์ (Mahabodhi Society) และ
                                                                                                   ้่ ้
                                                                        เป็นผูมสวนส�าคัญในการฟืนฟูพทธสถานทีส�าคัญในแดนพุทธภูมทชาวพุทธทัว
                                                                              ้ี่                   ้ ุ             ่                 ิ ี่       ่

                                 18                                                                        19
ด้วยวิธีต่างๆ ของชาติตะวันตก (โปรตุเกส, ฮอลันดา และชาวอังกฤษ) และ
                                                                         ศาสนาทีชาวตะวันตกน�าเข้าไปเผยแพร่ แต่ดวยความศรัทธาของชาวสิงหลที่
                                                                                     ่                                    ้
                                                                         มีต่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง (อจลสัทธา) ท�าให้สามารถรักษาพระพุทธ
                                                                         ศาสนาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
                                                                                ผลงานที่ชาวศรีลังกาแสดงออกถึงความรักและศรัทธาต่อพระพุทธ
                                                                         ศาสนานั้นมีมากมาย เช่น การออกมาปกป้องเมื่อพระพุทธศาสนามีภัย
                                                                         คุกคาม หรือถูกลบหลูดวยชาวต่างชาติตางศาสนาทีไม่เคารพหรือไม่เข้าใจใน
                                                                                                  ่้                  ่         ่
                                                                         วัฒนธรรมประเพณีของชาวพุทธ เช่น การที่ชาวต่างชาติหรือคนไม่มีศาสนา
                                                                         เปลืองผ้านังบนบ่าของพระพุทธรูปแล้วถ่ายภาพโฆษณาไปทัวโลก รวมถึงเมือ
                                                                              ้         ่                                           ่             ่
                                                                         พ.ศ.๒๕๔๐ ชาวพุทธศรีลงการ่วมกับชาวพุทธทัวโลก เรียกร้องไม่ให้พวกทาลิ
                                                                                                      ั                     ่
                                                                         บันท�าลายพระพุทธรูปใหญ่ทพามิยาน ในอัฟกานิสถานช่วยชะลอการท�าลาย
                                                                                                           ี่
โลกไม่ควรลืมคุณูปการของท่าน เกิดความเลื่อมใสใจศรัทธามากในปณิธาน          มาเป็นเวลาหลายปี แต่ในทีสดพวกทาลิบนก็ได้ระเบิดท�าลายพระพุทธรูปใหญ่
                                                                                                        ุ่              ั
การท�างาน การเสียสละอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาของท่านอนาคาริกะ          ที่พามิยานเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๔
ธรรมปาละ ถึงกับตั้งจิตอธิษฐานก่อนท่านมรณภาพว่า “จะขอเกิดอีก ๒๕                  สิงหนึงทีผเู้ ขียนจ�าได้ดี คือ การทีสหประชาชาติประกาศให้วนวิสาขบูชา
                                                                                  ่ ่ ่                             ่                    ั
ชาติ ในตระกูลพราหมณ์ เพื่อท�างานให้พระพุทธศาสนา” แม้ในประเทศศรี          (วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า) เป็นวันส�าคัญของโลก
ลังกาเองตามหัวเมืองต่างๆ จะมีรูปปั้นของท่านตามทางสี่แยกไว้ให้คนกราบ      ก็เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของชาวศรีลังกาที่ช่วยกันเรียกร้องให้องค์กรระดับ
ไหว้ ไม่ต่างจากประเทศอินเดียที่ปั้นรูปของท่านมหาตมะ คานธี ไว้ให้คนสัก    โลกยอมรับ โดยรัฐบาลศรีลังกาเสนอต่อสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ ๕๔
การะตามหัวเมืองต่างๆ                                                     ปีพ.ศ.๒๕๔๒ และเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ สหประชาชาติจึงมีมติให้
        ก่อนจะเดินทางไปเยือนศรีลังกา (เดินทางระหว่างวันที่ ๕ – ๑๒ ก.พ.   วันวิสาขบูชาเป็นวันสากลของโลก และที่ส�าคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ
๒๕๕๔) ได้ศกษาประวัตศาสตร์ของประเทศและพระพุทธศาสนา ท�าให้ทราบ
             ึ        ิ                                                  การปฏิบตตอพระพุทธรูปเสมือนหนึงพระพุทธเจ้า เช่น การกางมุงให้พระพุทธ
                                                                                       ัิ่                       ่                     ้
ว่า ตั้งแต่พระพุทธศาสนาเข้าไปประดิษฐานในดินแดนคนมีฝ่ามือแดง ซึ่ง         รูปยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม และระเบียบเรื่องการถ่ายภาพที่ห้ามหันหลังให้
พระมหินทเถระ (พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช) และคณะน�าพระ               พระพุทธรูป เพราะถือว่าไม่ให้ความเคารพ ล้วนแสดงออกถึงความเคารพต่อ
สัทธรรมไปมอบแด่ชาวสิงหลจนพระพุทธศาสนาเป็นปึกแผ่นมั่นคง ตั้งแต่           พระรัตนตรัยทั้งสิ้น
บัดนั้นจนถึงบัดนี้ พระพุทธศาสนาในศรีลังกาได้ผ่านมรสุมจากการรุกราน               เมือกล่าวถึงศรัทธาของชาวสิงหล ท�าให้นกถึงอุบาสกธรรม หรือธรรมะ
                                                                                   ่                                          ึ
                                 20                                                                         21
ร�าพึงกับตัวเองว่า เรามีศรัทธาแบบเขาไหม และสามารถจะรักษาพระศาสนา
                                                                          ไว้ได้ไหม ถ้ามีวกฤติพระพุทธศาสนาเกิดขึน ขออย่าให้ศรัทธาของเราเป็นเช่น
                                                                                          ิ                        ้
                                                                          ศรัทธาหัวเต่าเลย แต่จงเป็นศรัทธาที่เดินเคียงคู่กับปัญญาจะได้น�าพาพระ
                                                                          ศาสนาและประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย
                                                                                      ศรัทธาดี            ต้องมี          ปัญญาจับ
                                                                                  ช่วยก�ากับ              พร้อมกันไป ไม่ห่างเหิน
                                                                                  หากศรัทธา               ขาดปัญญา        หมดเจริญ
                                                                                  เหมือนเรือเดิน          ไร้หางเสือ      เพลียหลงทาง




ของอุบาสกอุบาสิกาที่ควรมี ชาวพุทธคงจ�ากันได้ดีถึงคุณสมบัติอันส�าคัญ ๕
ข้อ แต่ขอน�ามากล่าวไว้ในที่นี้ เพียง ๓ ข้อ คือ
      - มีสัทธา (ศรัทธา) คือ มีความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา เช่น เชื่อ
ในกฎแห่งกรรม ว่าท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว เชื่อในพระพุทธ พระธรรม และพระ
สงฆ์ เป็นต้น
      - มีศล คือ มีสติสามารถควบคุมความประพฤติทางกาย วาจาให้เป็น
               ี
ไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
      - ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เป็นกระต่ายตื่นตูม มุ่งหวังผลจากการกระท�า
และการงาน มิใช่จากโชคลางและสิ่งที่ตื่นกันว่าขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น
      เมื่อเห็นความศรัทธาที่ชาวศรีลังกามีต่อพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ได้แต่
                                 22                                                                       23
ทั้ง ๔ คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน สิ่งที่
                                                                             ได้ยินประจ�าคือเสียงสาธุการที่ชาวลังกาตั้งใจเปล่งออกมาด้วยความเลื่อมใส
                                                                             ศรัทธา ตอนเช้าๆ ชาวศรีลังกาใส่ชุดสีขาวเข้าแถวเดินไปเจดีย์พุทธคยา ต้น
                               ส.                                            พระศรีมหาโพธิ์ โดยมีพระภิกษุเดินน�าหน้าพูดธรรมะให้ฟัง ญาติโยมก็พร้อม

                            ที่q๓                                            กล่าวค�าว่า สาธุ สาธุ สาธุ ฯลฯ ตลอดทาง
                                                                                    ในนิทานธรรมบท มีบอยครังทีพระภิกษุทาความดีแล้วพระพุทธเจ้าจะ
                                                                                                         ่ ้ ่                 �
                                                                             ยกย่องสดุดี ด้วยตรัสค�าว่า สาธุ สาธุ สาธุ ดีแล้ว ดีแล้ว เธอท�าดีแล้ว ค�าว่า สาธุ

                    สาธุ                                                     แปลว่า ดีแล้ว เป็นการอนุโมทนากับสิงทีคนอืนท�าดี เป็นบุญอย่างหนึง ภาษา
                                                                                                                    ่ ่ ่
                                                                             พระเรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย บุญส�าเร็จด้วยการอนุโมทนายินดีกบความดีที่
                                                                                                                                                 ั
                                                                                                                                                     ่

            เสน่ห์ของชาวศรีลังกา                                             คนอื่นท�า ฉะนั้น ท่านจึงบอกว่า อย่าคร้านอนุโมทนาบุญ ท�าให้นึกถึงค�าพูด
                                                                             ของพระเดชพระคุณพระเทพโพธิวเิ ทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา อินเดีย ซึง                ่
                                                                             มีคนมาถามความคิดเห็นของท่านเกียวกับการสร้างวัดไทยในแดนพุทธภูมซง
                                                                                                                  ่                                       ิ ึ่
       มีค�าโบราณกล่าวไว้ว่า เวลาท�าบุญขอให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า เกิดชาติใด     มีวัดเกิดขึ้นมากมาย ท่านตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ใครท�าดี เราอนุโมทนาด้วย”
ภพใด ขออย่าให้เกิดเป็น “พระลังกา ม้าอินเดีย เมียฮินดู หมูไทย ไก่จน” ท�าไม
                                                                 ี
นะเหรอ ? เพราะชาวลังกานัน ถ้าจะบวชเป็นพระ ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะ
                              ้
เมื่อบวชแล้วไม่สามารถสึกได้ ส่วนม้าอินเดีย เมียฮินดู คนที่เคยไปประเทศ
อินเดียคงเข้าใจว่า เกิดเป็นม้าอินเดีย และเมียฮินดูล�าบากแค่ไหน ส่วนหมู
ไทย และไก่จีนคงทราบกันดีว่า หัวหมู และไก่นั้น เมื่อถึงเทศกาลส�าคัญจะ
ถูกเฉียดน�าไปเซ่นไหว้เทพเจ้าเป็นประจ�า
       เกริ่นมาซะนาน เพื่อจะพูดถึงเสน่ห์ที่ส�าคัญอีกประการหนึ่งของชาว
พุทธลังกา คือค�าว่า สาธุ ท�าไมถึงเป็นเสน่ห์แค่พูดว่าสาธุ ไม่เห็นจะยากเย็น
ตรงไหน หลายท่านอาจตังค�าถามในใจ ไม่เป็นไร เดียวจะไขข้อข้องใจให้คลาย
                           ้                       ๋
สงสัย เมือผูเ้ ขียนเป็นนักศึกษาอยูเ่ มืองพุทธคยาสถานทีตรัสรูของพระพุทธเจ้า
         ่                                            ่ ้
ประเทศอินเดีย บ่อยครังทีได้พบชาวสิงหลเดินทางมานมัสการสังเชนียสถาน
                          ้ ่
                                   24                                                                               25
ในพระไตรปิฎกมีเรืองเล่าว่า มีชายคนหนึงไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
                         ่                   ่                                  พระเจ้าปเสนทิโกศลมีความสงสัยว่า จะมีด้วยเหรอ? คนที่กลิ่นปาก
หลังจากฟังแล้ว เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงไปขออนุญาต          หอมคล้ายกลิ่นดอกบัว ลองไม่เคี้ยวไม้สีฟันสักวันคงเหม็นน่าดู ยิ่งสมัยนี้ถ้า
ภรรยาออกบวช ครั้นบวชแล้ว ประเพณีในสมัยนั้นเมื่อภรรยาเป็นหม้าย จะ         ไม่ได้แปรงฟันคงไม่มีใครกล้าสนทนากับคนอื่น ทรงต้องการที่จะพิสูจน์ว่า
ถูกริบเข้าหลวงเป็นสนมของพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองเมืองสาวัต      จริงหรือไม่ จึงให้ข้าราชบริพารไปกราบนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระรูปนั้น
ถี แคว้นโกศล                                                             มาฉันภัตตาหารในพระราชวัง เมื่อฉันภัตตาหารเรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้า
       วั น หนึ่ ง นายมาลาการเก็ บ ดอกบั ว มาถวายพระเจ้ า ปเสนทิ โ กศล   ทรงทราบความประสงค์ของพระราชาจึงเปิดโอกาสให้พระรูปนั้นอนุโมทนา
พระองค์ทรงมอบดอกบัวให้กบพระมเหสีและสนมทุกพระองค์ พร้อมทังทรง
                            ั                                     ้      ทันทีที่พระรูปนั้นเปิดปากพูด กลิ่นหอมก็ฟุ้งไปทั่วพระนคร จนท�าให้พระเจ้า
ยื่นดอกบัวให้สนมนางนั้นด้วย เมื่อนางรับดอกบัวแล้ว ยิ้มด้วยความดีใจ แต่   ปเสนทิโกศลแปลกพระทัย และทูลถามพระพุทธองค์วา พระรูปนีในอดีตชาติ
                                                                                                                             ่       ้
เมือรับมาแล้วดมกลับร้องไห้ ท�าให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสงสัยว่า เกิดอะไร
    ่                                                                    ได้ท�ากรรมอันใดไว้ จึงมีกลิ่นปากหอมเช่นนี้
ขึ้นกับนาง จึงตรัสถาม                                                           พระพุทธเจ้าทรงวินจฉัยว่า ในอดีตชาติ พระรูปนีไม่ได้ทาอะไรมากมาย
                                                                                                  ิ                            ้   �
       พระนางทูลตอบว่า ดีใจทีได้รบพระราชทานดอกบัว แต่ทรองไห้ เพราะ
                              ่ ั                         ี่ ้           เพียงแต่เวลาที่คนอื่นท�าความดี จะกล่าวอนุโมทนาสาธุกับเขา คือ ยินดีกับ
กลิ่นหอมของดอกบัวคล้ายกับกลิ่นปากของอดีตสามี ซึ่งตอนนี้ท่านบวชเป็น       ความดีที่คนอื่นท�า
สมณะ ศากยะบุตรอยู่




                                 26                                                                        27
ส.
                                                                     ที่q๔
                                                               สวดมนต์เก่ง
                                                “สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน” พวกเราได้ยินค�าพูดนี้บ่อยๆ
                                        คนส่วนมากก็ยงไม่เข้าใจว่ามีความหมายอย่างไร บางคนอาจจะคิดเลยเถิดไป
                                                        ั
           การกล่ า วสาธุ กั บ การ      ว่าเป็นเพียงค�าคล้องจองทีพระนิยมพูด ในต่างประเทศ มีการวิจยจากสถาบัน
                                                                  ่                                 ั
     ท�าความดีของคนอื่น นอกจาก          ชั้นน�าหลายแห่งทั่วโลกเกี่ยวกับการสวดมนต์ว่ามีผลดีต่อสุขภาพกาย และ
     จะเป็ น การสนั บ สนุ น ให้ ค น     สุขภาพจิต เพราะในขณะที่สวดอยู่นั้น จิตใจของผู้สวดจดจ่ออยู่กับบทสวด
     ท�าความดีตามหลักที่ว่า ปัคคัณ      มนต์ ไม่วอกแวก วุ่นวาย เป็นจิตที่สงบ พบความสว่าง ทั้งการสวดมนต์ยัง
     เห ปัคคะหาระหัง ยกย่องคน           เสมือนเป็นการออกก�าลังกายอวัยวะต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย เพราะการ
     ที่ควรยกย่องแล้ว ยังเป็นการ        เปล่งเสียงสวดอักขระแต่ละตัวนั้นเสมือนการเคลื่อนไหวอวัยวะในร่างกาย
     ปลูกฝังให้จิตใจของผู้กล่าวไม่      เนื่องจากอักขระแต่ละตัวมีที่เกิดไม่เหมือนกัน เช่น ก ไก่ เกิดที่คอ, ป ปลา
     ริษยาในเมื่อคนอื่นท�าดีและได้      เกิดที่ริมฝีปาก เป็นต้น จึงเท่ากับเป็นการออกก�าลังกายไปในตัวอีกโสตหนึ่ง
     ดีอีกด้วย เมื่อเห็นคนอื่นท�าดี     ด้วย ในขณะที่สวดมนต์อยู่นั้น ถ้าจิตเป็นสมาธิคือตั้งมั่นแน่วแน่อยู่กับสิ่งที่
     ลองกล่าวค�าว่าสาธุสิ จะได้รู้ว่า   สวด จะท�าให้จิตใจสะอาด สว่าง สงบ เมื่อใจสงบไม่มีสิ่งรบกวน(กิเลส) กาย
     มีความสุขใจแค่ไหน                  ก็พลอยสงบระงับไปด้วย เพราะกายกับจิตเนื่องถึงกัน สังเกตได้ว่า เมื่อเรา
                                        เครียด ร่างกายผิวพรรณก็พลอยเศร้าหมองไม่ผ่องใสไปด้วย ปราชญ์จึงบอก
28                                                                          29
ว่า “ออกก�าลังกายต้องเคลื่อนไหว ออกก�าลังใจต้องหยุดนิ่ง”                      ของพวกเราก็ขึ้นไปบนชั้นสองของหอที่เก็บพระธาตุเขี้ยวแก้ว มีชาวศรีลังกา
          วันที่คณะผู้เขียนเดินทางไปสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ณ วัดพระ         นังสมาธิบาง นังสวดมนต์บาง(การนังของชาวลังกาส่วนมากจะนิยมเหยียดขา
                                                                                 ่         ้ ่            ้       ่
ธาตุเขี้ยวแก้ว กว่าจะผ่านเข้าไปภายในวัดต้องผ่านด่านตรวจหลายครั้ง              เคยเห็นชาวลังกานังฟังพระเทศน์ ประนมมือ และเหยียดเท้าไปทางพระ คนที่
                                                                                                   ่
โดยเฉพาะฆราวาส ส�าหรับ                                                        ไม่เข้าใจอาจเกิดอกุศลจิตคิดไม่ดกบเขาว่าไม่เคารพพระ แต่สาหรับชาวลังกา
                                                                                                               ีั                                 �
พระภิกษุสามเณรผ่านสบาย                                                        แล้วจิตใจทีเ่ คารพเป็นสิงส�าคัญ)รอเวลาทีจะเข้าชมสักการะพระธาตุเขียวแก้ว
                                                                                                       ่               ่                                    ้
หน่ อ ย คณะของเราโชคดี                                                        ผู้เขียนนั่งกระหย่งแล้วกราบไปทางที่เก็บพระธาตุฯ และนั่งขัดสมาธิหลับตา
ที่ ไ กด์ ทั ว ร์ ป ระสานงานไว้                                               ท�าสมาธิ ในขณะนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์บทต่างๆ เช่น มงคลสูตร กรณีย
เรียบร้อยแล้ว จึงผ่านเข้าไป                                                   เมตตสูตร รัตนสูตร เป็นต้น ฟังเสียงสวดมนต์ของชาวศรีลังกาแล้ว รู้สึกปีติ
เดินชมภายในบริเวณวัดที่มี                                                     และมีความสุข เพราะสวดมนต์เป็นจังหวะไพเราะจับใจ จึงหน่วงเหนี่ยวเอา
การป้ อ งกั น อย่ า งแน่ น หนา                                                เสียงสวดมนต์มาเป็นอารมณ์ในการท�าสมาธิ ท�าให้จิตใจเบิกบาน แช่มชื่นดี
เพื่ อ ป้ อ งกั น ภั ย ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น                                             เมื่อนั่งสมาธิพอสมควรแล้ว จึงลืมตาขึ้นและเหลือบมองไปทางคณะ
จากผู ้ ที่ ต ้ อ งการจะท� า ลาย                                                                                         สวดมนต์ชาวลังกา พร้อมทั้งยิ้ม
ศูนย์รวมจิตใจของชาวลังกา                                                                                                 ให้ พวกเขาจึ ง เข้ า มาท� า ความ
มีประวัติศาตร์บันทึกไว้ว่า บางสมัยมีคนต้องการท�าลายวัดพระธาตุเขี้ยว                                                      เคารพ และทักทาย สอบถาม
แก้ว ถึงกับเอารถบรรทุกระเบิดขับวิ่งเข้าไปหมายท�าลายให้ราบคาบ แต่ด้วย                                                     สาระทุกข์สกดิบจึงท�าให้รวา ชาว
                                                                                                                                     ุ                    ู้ ่
เดชานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยรักษาพระธาตุฯ ท�าให้ก�าแพงเสียหายเล็กน้อย                                                 ศรี ลั ง กากลุ ่ ม นี้ เ ดิ น ทางมาจาก
คณะพวกเราเข้าไปก่อนเวลานมัสการพระธาตุฯ จึงพากันไปไหว้พระทีหองโถง  ่ ้                                                    ที่ไกลห่างจากเมืองแคนดี้เกือบ
และพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับพระธาตุฯ เดินชมไปแต่ละชั้นของตึกที่แสดงเกี่ยวกับ                                                   ๑๐๐ กิโลเมตร แต่เดินทางมาสัก
พระธาตุเขียวแก้วไม่วาจะเป็นงาช้างเชือกทีเคยใช้ในพิธแห่พระธาตุเขียวแก้ว
                ้             ่              ่        ี            ้                                                     การะพระธาตุฯ เป็นประจ�าทุก
เมือช้างตายไปแล้วก็นางาประดับไว้ให้คนได้ชม ภาพวาดทีแสดงประวัตความ
    ่                           �                       ่             ิ                                                  ปีติดต่อกันเป็นเวลากว่า ๔๕ ปี
ส�าคัญของพระธาตุเขี้ยวแก้วยุคต่างๆ สมบัติอันมีค่าที่คนถอดบูชาพระธาตุ          แล้ว เหมือนเป็นจารีตประเพณีอย่างหนึ่งของตระกูลที่ถือปฏิบัติมายาวนาน
เขี้ยวแก้ว ที่ทางรัฐบาลน�ามาแสดงไว้ให้ชม ล้วนเป็นสมบัติ และสิ่งมีค่าที่เกิด   สนทนากันพักใหญ่ก็ได้เวลาเข้าไปกราบพระธาตุเขี้ยวแก้ว จึงต้องไปเข้าแถว
จากศรัทธาของคนจากรุ่นสู่รุ่นที่มีต่อพระธาตุฯ                                  เพือเข้ากราบนมัสการพระธาตุฯ ภายในห้องซึงต้องผ่านประตูหลายประตู วัน
                                                                                   ่                                        ่
          พอใกล้ถงเวลาทีเ่ ขาจะเปิดให้คนเข้าไปสักการะพระธาตุเขียวแก้ว คณะ
                     ึ                                         ้              นั้นคณะผู้เขียนเป็นคณะที่ ๒ ที่ได้เข้าไปกราบพระธาตุฯ ภายใน แต่มีเวลาไม่
                                   30                                                                               31
นานในการนมัสการ เพราะต้องเอื้อเฟื้อแก่คณะอื่นที่รอคิวยาวเหยียดด้วย
เพียงเวลาแค่ไม่กี่นาทีกับการไหว้พระธาตุฯ ก็ท�าให้มีความสุขใจทุกครั้งที่
นึกถึง
       ผูเ้ ขียนประทับใจชาวสิงหลทีปลูกฝังการสวดมนต์ให้กบบุตรหลาน และ
                                    ่                   ั
                                                                                                           ส.
คนในครอบครัว เพราะทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะตัวเล็กไม่กี่ขวบก็สามารถ
สวดมนต์สูตรต่างๆ ได้ไม่แพ้พระภิกษุเลยทีเดียว การสวดมนต์เก่งจึงเป็น
                                                                                                        ที่q๕
สัญลักษณ์อย่างหนึงของชาวศรีลงกาทีชาวพุทธไทยเราควรเอาเป็นแบบอย่าง
                    ่              ั ่
เพราะอย่างน้อย ถ้ามีคนถามชาวพุทธไทยว่า อะไร คือ สัญลักษณ์ของชาวพุทธ
ไทย อย่างน้อยเราก็ตอบเขาได้ว่า สวดมนต์เก่ง มีชาวพุทธบางท่านเคยบอก
                                                                                        ใส่ชุดขาว
ว่า เป็นชาวพุทธสบายง่ายๆ อะไรก็ได้ ไม่ต้องถืออะไร อันนี้ต้องระวัง เพราะ         เอกลักษณ์ของชาวพุทธลังกา
ถ้าไม่ยึดถือปฏิบัติอะไรเลย ก็คงไม่ต่างจากคนที่ไม่มีศาสนา ฉะนั้น ชาวพุทธ
ไทยอย่างน้อยก็ต้องมีเอกลักษณ์อะไรสักอย่างที่จะโชว์ชาวโลกได้ว่าเราก็มีดี
มีเอกลักษณ์ของตนเอง                                                                  การแต่งชุดขาวไปวัดดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของชาวพุทธลังกา วัน
       การสวดมนต์เก่ง นอกจากชาวศรีลังกาแล้ว ชาวธิเบตและชาวพุทธ             ที่ผู้เขียนเดินทางไปชมวัดกัลยาณี ในเมืองโคลัมโบ เห็นชาวพุทธลังกาใส่ชุด
มหายานก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่ายกย่อง โดยเฉพาะชาวพุทธธิเบตนั้นมีเอ      ขาว พาลูกหลานไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ทุกคนต่างแต่งกายด้วย
กลัษณ์ประจ�าตัว คือ ลูกประค�าส�าหรับนับเวลาสวดมนต์ พวกเขาสวดมนต์           ชุดขาว เป็นภาพประทับใจทีหาดูได้ยากในประเทศอืน คณะแสวงบุญต่างพูด
                                                                                                           ่                      ่
สั้นๆ เพียง ๖ ค�า คือ โอม มะณี ปัทเม โอม แค่นี้ก็เป็นการดีมากส�าหรับเป็น   เป็นเสียงเดียวกันถึงความประทับใจที่ได้เห็นภาพเด็กๆ ตั้งแต่เล็กจนโตมา
เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน เคยเดินทางไปธรรมศาลาที่ประทับของ      ศึกษาพระพุทธศาสนา มีครูทงพระภิกษุและฆราวาสช่วยกันสอนในวิชาต่างๆ
                                                                                                             ั้
องค์ดาไล ลามะ เห็นภาพน่าประทับใจที่ชาวธิเบตนิยมไปนั่งสวดมนต์อยู่ที่        ที่เด็กๆ ควรรู้ ผู้เขียนเดินชมไปตามห้องเรียนต่างๆ นักเรียนต่างตื่นเต้นที่เห็น
วัดเป็นประจ�าทั้งเช้าและเย็น บางคนก็นิยมเดินสวดมนต์รอบๆ บริเวณวัด          ชาวต่างชาติให้ความสนใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปทักทายอะไรมากมายเนืองจากยัง่
                                                                           อยู่ในชั่วโมงเรียนของเด็กๆ พวกเขาต่างตั้งใจเรียน
                                                                                     ผู้เขียนบวชเรียนมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี จนถึงปัจจุบัน อายุ ๓๓ ปี ยังไม่
                                                                           เคยเห็นนักเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มากมายอย่างนี้ ถามพระภิกษุชาว
                                                                           ศรีลงกาทีนาคณะเราไปเยียมชมวัด ท่านกล่าวว่า มีนกเรียนประมาณ ๕,๐๐๐
                                                                                  ั ่ �                 ่                       ั
                                                                           คน ฟังแล้วได้แต่นกอนุโมทนาและเกิดแรงบันดาลใจว่าบ้านเราน่าจะเอาเป็น
                                                                                                 ึ
                                  32                                                                           33
ท�าได้ยากที่สุด โดยเฉพาะตัวเราเอง แต่ถ้าใครฝึกได้ก็เป็นยอดมนุษย์อย่าง
                                                                             เช่น พระพุทธเจ้า, พระเยซู, มหาตมะ คานธี, มาติน ลูเธ่อร์ คิงส์, และมหา
                                                                             บุรุษอีกหลายท่านบนโลกใบนี้
                                                                                    มีสุภาษิตจีนเกี่ยวกับการฝึกกาย ฝึกจิตว่า
                                                                             “จงระวังความคิด          เพราะความคิดจะกลายเป็นความประพฤติ
                                                                             จงระวังความประพฤติ เพราะความประพฤติจะกลายเป็นความเคยชิน
                                                                             จงระวังความเคยชิน เพราะความเคยชินจะกลายเป็นนิสัย
                                                                             จงระวังนิสัย             เพราะนิสัยจะกลายเป็นสันดาน
                                                                             จงระวังสันดาน            เพราะสันดานจะก�าหนดชะตากรรมตลอดชีวิต”



แบบอย่าง วัดหลายวัดในเมืองไทย และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็จดตัง    ั ้
โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มากว่า ๕๐ ปี เหมือนกัน ถ้าผู้เขียนจ�าไม่
ผิดก็ได้ไอเดียมาจากประเทศศรีลังกานี้ ต่างแต่เพียงจ�านวนนักเรียนยังมีไม่
มากอย่างชาวลังกา อาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่ทั้งพ่อแม่ และทางบ้านเมืองให้
ความส�าคัญ ให้การสนับสนุนถึงท�าอย่างนี้ได้
       เคยสังเกตชาวพุทธจากประเทศต่างๆ ทีเดินทางไปไหว้พระในประเทศ
                                           ่
อินเดีย ชาวพุทธลังกาจะมีเอกลัษณ์พิเศษเฉพาะตัว ในความมีระเบียบวินัย
เช่น การแต่งกายด้วยชุดขาวเหมือนกันหมด การเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย
การเปล่งวาจาสาธุการพร้อมกัน และการสวดมนต์ เป็นต้น การปฏิบัติได้เช่น
นี้ แสดงว่าได้รับการฝึกฝนอบรมมาอย่างดีจนกลายเป็นอุปนิสัย เห็นภาพ
อันประทับใจแล้วก็ได้แต่นึกถึงพุทธพจน์ที่ “ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ ในหมู่
มนุษย์ ผู้ที่ฝึกฝนพัฒนาตนเอง เป็นผู้ประเสริฐ” แต่การฝึกมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่
                                   34                                                                        35
ในประเทศศรีลังกา ผู้เขียนเห็น
                                                                                                            ชาวพุทธลังกานิยมสร้างพระพุทธรูปปาง
                               ส.                                                                           สมาธิ, ปางไสยาสน์, ปางร�าพึง และปาง
                                                                                                            แสดงสั จ ธรรม โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง คื อ
                            ที่q๖                                                                           พระพุทธรูปปางสมาธิ ไม่ทราบว่ามีเหตุผล
                                                                                                            ประการใดจึงนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนี้
                                                                                                            แต่ผู้เขียนสรุปเองในใจว่า คนศรีลังกาคง
                 สมาธิ                                                                                      ต้องการสื่อหรือสอนประชาชนว่า ควรมี
        หรือพระพุทธรูปปางสมาธิ                                                                              สมาธิ หรือตั้งใจท�าสิ่งต่างๆในชีวิต เพราะ
                                                                                                            สมาธิหรือความตั้งใจมั่นนั้นมีความส�าคัญ
          นิยมสร้างในศรีลังกา                                                                               อย่างมากในการด�าเนินชีวิตประจ�าวัน ถ้า
                                                                                                            นั้นคือวัตถุประสงค์ของการสร้างพระพุทธ
                                                                                                            รูปปางนี้ถือว่าเป็นกุสโลบายที่ชาญฉลาด
        นักปราชญ์ทางพุทธศาสนาเตือนสติไว้ว่า “ไหว้พระพุทธ ระวังอย่า                                          มาก เพราะไปทีไหนจะเห็นแต่พระพุทธรูป
                                                                                                                            ่
สะดุดเอาทองค�า ไหว้พระธรรม ระวังอย่าขย�าคัมภีรใบลานเปล่า ไหว้พระสงฆ์
                                                  ์                         ปางนี้ บางเมืองสร้างไว้บนยอดเขาสูงเด่นเห็นสง่า มองเห็นพระพุทธรูปปาง
ระวังไปหลงลูกชาวบ้าน” เป็นสิ่งที่เราควรระวังอย่างยิ่งในการปรับความคิด       สมาธิทีไรเหมือนพระพุทธเจ้าเตือนสติว่า จงมีสมาธิเดี๋ยวนี้
ของเราให้เป็นสัมมาทิฎฐิ คือ มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ พระพุทธรูปถือว่า             สมาธิ (Meditation) แปลว่า ความตังมันสม�าเสมอ คือ จิตใจทีตงมันอยู่
                                                                                                                      ้ ่ ่                   ่ ั้ ่
เป็นสื่อในการดึงคนให้เข้าถึงสัจจธรรม เป็นเจดีย์อย่างหนึ่งที่ควรเคารพบูชา    กับสิงใดสิงหนึง ในทุกศาสนามีการท�าสมาธิ แต่สมาธิในพระพุทธศาสนาแตก
                                                                                 ่ ่ ่
เรียกว่า อุทเทสิกเจดีย์ คือ สร้างอุทศเจาะจงพระพุทธเจ้า หรือจะบอกว่า เป็น
                                    ิ                                       ต่างจากสมาธิในศาสนาอื่น เพราะสมาธิในพุทธศาสนา เรียกว่า สัมมาสมาธิ
เสมือนตัวแทนของพระพุทธองค์กไม่ผด ชาวพุทธไทยให้ความเคารพพระพุทธ
                                   ็ ิ                                      แปลว่า ความตั้งมั่นชอบ ถูกต้อง หรือสมาธิชอบ หมายถึง การท�าสมาธิที่ท�า
รูปมากและนิยมสร้างถวายวัดต่างๆ พระพุทธรูปปางมารวิชย เป็นปางทีชาว
                                                          ั          ่      จนได้ฌาน เพื่อเอาเป็นบาทฐานในการเจริญปัญญา เพื่อใช้ปัญญาเป็นดาบ
ไทยนิยมสร้างไว้บูชาสักการะ เพราะมีความเชื่อว่า สามารถเอาชนะปัญหา            ประหัตประหารกับกิเลสตัณหาต่อไป คุณลักษณะของสัมมาสมาธิ คือ สะ
อุปสรรคต่างๆ ได้ หรือเพื่อเตือนสติให้เรารู้จักแก้ปัญหาในชีวิตประจ�าวันให้   มาหิโต ปะริสุทโธ และกัมมะนีโย คือ
ได้
                                  36                                                                          37
- สะมาหิโต แปลว่า ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ไม่ซัดส่ายไปมาเหมือนลิงที่              พระพุทธรูปอีกปางหนึ่งที่เห็นทั่วไปในศรีลังกา คือ พระพุทธรูปปาง
อยู่นิ่งไม่เป็น เปรียบเช่นน�าตกที่ไหลลงจากภูเขาและไหลไปทางเดียวกัน มี
                            ้                                                ไสยาสน์ ส�าหรับผู้เขียน เมื่อเห็นพระพุทธรูปปางนี้แล้ว ได้ข้อคิดว่า ควรพัก
พลังมหาศาลสามารถจะพัดพาเอาสิ่งต่างๆ ที่ขวางหน้าไปได้ จนถึงสามารถ             ผ่อนบ้าง ไม่ใช่ท�างานจนไม่ได้พักผ่อน หรือพักผ่อนจนไม่ได้ท�างาน สรุปแล้ว
ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย จิตใจที่แน่วแน่มั่นคง ย่อมมีพลังในการท�ากิจต่างๆ       ทุกคนก็ตองจัดสรรปันส่วนเวลาในการใช้ชวตให้ลงตัว เหมาะสมกับแต่ละคน
                                                                                          ้                               ีิ
ในชีวิตประจ�าวัน เช่น อ่านหนังสือก็จ�าได้ง่าย                                ไป เพราะเราต่างได้เวลามา ๒๔ ชั่วโมงเท่ากันหมด
         - ปะริสุทโธ แปลว่า บริสุทธิ์ คือ จิตที่ปราศจากอารมณ์ขุ่นหมัว                   โดยส่วนตัว เวลาทีกราบไหว้พระพุทธรูปครังใด ก็เหมือนท่านเตือนสติ
                                                                                                         ่                       ้
เช่น โลภ โกรธ หลงเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นกับน�้าในหนองที่ตะกอนนอนก้นแล้ว        เราอยูตลอดเวลา เช่น พระพุทธรูปปางสมาธิ เตือนให้เรามีสมาธิหรือตังใจกับ
                                                                                      ่                                                         ้
สามารถมองเห็นกุ้ง หอย ปู ปลา จิตที่บริสุทธิ์ย่อมมองเห็นอารมณ์ต่างๆ ที่       สิ่งที่ท�า, พระพุทธรูปปางไสยาสน์เตือนให้เราจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ
ผ่านเข้ามาได้อย่างชัดเจน                                                     กับความต้องการของร่างกาย, ส�าหรับคนไทยทีนยมสร้างพระพุทธรูปปางมาร
                                                                                                                             ่ ิ
         - กัมมะนีโย แปลว่า ควรแก่การงาน เหมาะส�าหรับใช้งาน คือ ควรแก่       วิชย นันคือการเตือนสติให้เราเอาชนะมารหรือจัดการกับสิงไม่ดในใจของเรา
                                                                                 ั ้                                                    ่ ี
การท�างานทางด้านปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิงจิตทีเ่ ป็นสัมมาสมาธิจะสามารถ
                                            ่                                ให้ได้เสียก่อน นี้แหละคือคัมภีรธรรมที่แฝงอยู่ในพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้
ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล งานทีออกมาจึงละเอียด ประณีต
                                                ่                                       บางคนยังถามต่อไปอีกว่า ท�าไมหัวแหลม, หูยาว, หน้ายิ้ม, และตาม
และไม่บกพร่อง                                                                องต�่า สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปริศนาธรรมที่ปราชญ์ท่านต้องการสอนเรา หัวแหลม
                                                                             คือ ให้ใช้เหตุผล ใช้ปัญญาในการด�าเนินชีวิต, หูยาว คือ ให้เป็นคนหนักแน่น
                                                                             ตรวจสอบก่อน ไม่หูเบาเชื่อง่าย, หน้ายิ้ม หมายถึง ให้เป็นคนยิ้มแย่มแจ่มใส
                                                                             หรือมีจิตใจสดชื่นแจ่มใส และอีกประการหนึ่งที่ส�าคัญว่า ท�าไมตามองต�่า คือ
                                                                             ให้ดูตัวเอง อ่านตัวเองให้มากๆ อย่างที่เขาว่า “ดูตัวเองให้ออก บอกตัวเองให้
                                                                             ได้ ใช้ตวเองให้เป็น” เมือกราบพระพุทธรูปคราใด อย่าลืมปริศนาธรรมทีซอน
                                                                                        ั              ่                                           ่่
                                                                             อยู่ละ




                                   38                                                                          39
ท่านสรณังกรมีความสนใจในทางพระพุทธ
                                                                                                          ศาสนาตั้งแต่เยาว์วัย กอรปทั้งมีความเลื่อมใส
                               ส.                                                                         ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึง ประสงค์
                                                                                                                                              ้
                                                                                                          ที่จะออกบวชตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่บิดามารดา
                            ที่q๗                                                                         ไม่ยอมอนุญาต แต่ท่านก็ไม่ลดละความตั้งใจ
                                                                                                          จริงในการออกบวช แสดงความมุ่งมั่นจนบิดา
                                                                                                          มารดายอมอนุญาตให้บวชเมื่อท่านอายุ ๑๖
                  สรณังกร                                                                                 ปี โดยได้รบการบรรพชาเป็นสามเณรจากพระ
                                                                                                                     ั
             หรือสามเณรสรณังกร                                                                            สุริยโกทเถระ
                                                                                                              เมือบวชแล้วท่านก็ได้ตงใจศึกษาเล่าเรียนทัง
                                                                                                                 ่                      ั้             ้
                                                                                                          ภาคปริยตและภาคปฏิบติ โดยได้ออกแสวงหา
                                                                                                                    ัิ                ั
        ธรรมดาของสรรพสิงในโลกนี้ คือ เกิดขึน ตังอยู่ และเสือมไป บางคราว
                           ่                  ้ ้          ่                                              อาจารย์เพื่อศึกษาภาษาบาลีและธรรมะ ท่าน
เจริญขึน บางคราวก็เสือมลง พระพุทธศาสนาในศรีลงกาก็ไม่สามารถหลีกพ้น
         ้             ่                            ั                                                     เป็ น คนมี ค วามวิ ริ ย ะอุ ต สาหะสนใจในการ
กฎธรรมดาข้อนี้ไปได้ บางสมัยเจริญรุ่งเรือง บางสมัยก็เสื่อมโทรมลงไป แต่      ศึกษาจึงท�าให้ไม่ช้านานก็แตกฉานในภาษาสิงหล บาลี และสันสกฤต
พระพุทธศาสนาในศรีลังกาก็ไม่สิ้นคนดีที่เกิดมาช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนา                เมื่อมีความรู้พอเอาตัวรอดแล้ว สามเณรสรณังกรพร้อมคณะสีลวัตร
ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีก บุคคลที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาในประวัติศาสตร์   ที่ท่านตั้งขึ้นกับศิษย์ จาริกไปตามคามนิคมน้อยใหญ่เพื่อสั่งสอนประชาชน
การฟืนฟูศาสนา คือ สามเณรสรณังกร ชีวประวัตของท่านเป็นชีวตทีนาศึกษา
      ้                                           ิ             ิ ่ ่      ให้เข้าใจธรรมะ และฟื้นฟูการบิณฑบาตซึ่งหายไปจากประเทศศรีลังกา
เรียนรู้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระภิกษุที่ท�าหน้าที่เป็นพระธรรมทูตเผยแผ่พระ     ด้วยข้อวัตรปฏิบัติและการเทศนาที่สามารถน�าไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจ�าวัน
ศาสนา เพราะบุคคลท่านนี้เกิดมาเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ผู้       ท�าให้ประชาชนให้ความสนใจและเลื่อมใส แต่เป็นธรรมดาของการท�างาน
เขียนขอน�าประวัติและผลงานการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกามาเล่าสู่กัน          ย่อมมีปัญหาอุปสรรค เมื่อท่านมีคนเลื่อมใสมากขึ้น จึงท�าให้พระภิกษุคณะ
ฟังโดยย่อ ดังต่อไปนี้                                                      เดิมไม่พอใจจนเกิดเป็นความกันขึ้นถึงโรงศาล และคณะสามเณรสรณังกร
        เด็กชายสรณังกร เกิดวันอาทิตย์ ปีเถาะ พ.ศ.๒๒๔๒ ณ หมู่บ้านชื่อ       เป็นฝ่ายแพ้
แวลิวิฏะ (Valivita) แขวงเมืองตุมปะเน (Tumpane) ท่านเกิดในตระกูล                   ต่อมามีพระฮินดูรูปหนึ่งเดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเที่ยวชม
กุลตุงคะ ซึ่งเป็นตระกูลชั้นสูงชั้นอ�ามาตย์ เป็นผู้ปกครองท้องถิ่นนั้น       เมืองอนุราธปุระ พระเจ้านเรนทรสิงห์ทรงทราบจึงรับสังให้นมนต์พระฮินดูรป
                                                                                                                                    ่ ิ              ู
                                  40                                                                           41
นั้นเข้าไปในพระราชวัง เพราะทรงปรารถนา                                           เมื่อท�าการเผยแผ่พระศาสนาไปได้ระยะหนึ่ง สามเณรสรณังกรก็มี
จะทราบความเป็นไปของพระพุทธศาสนาใน                                        ความคิดว่า การจะประดิษฐานพระศาสนาให้เป็นปึกแผ่นมันคงนัน ต้องมีการ
                                                                                                                             ่     ้
อินเดีย แต่พระฮินดูรปนันไม่มความรูเ้ กียวกับ
                       ู ้ ี           ่                                 อุปสมบทเป็นพระภิกษุของชาวลังกาเอง จึงทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
พระพุทธศาสนาเลย จึงมีพระราชประสงค์จะ                                     แผ่นดินให้ช่วยเป็นธุระในการแสวงหาพระภิกษุมาอุปสมบทให้สามเณรและ
ให้พระลังกาแสดงความสามารถให้นักบวช                                       ชาวลังกา พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ทรงเป็นธุระในการส่งราชทูตไป
ต่างชาติได้เห็น ทรงอาราธนาให้คดเลือกพระ
                                 ั                                       สืบหาพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทในประเทศต่างๆ และการอุปสมบทพิธีก็
นักเทศน์มาแสดงธรรมในพระราชวัง แต่ไม่มี                                   มาบรรลุผลส�าเร็จในรัชกาลของพระเจ้ากิตติศรราชสิงห์ทรงส่งราชทูตให้เดิน
                                                                                                                    ิิ
ใครสามารถแสดงธรรมให้นกบวชต่างศาสนา
                               ั                                         ทางไปขอให้คณะสงฆ์จากสยามประเทศมาช่วยฟื้นฟูการพระศาสนาซึ่งตรง
ฟังได้จนท�าให้พระเจ้านเรนทรสิงห์ทรงกลุ้ม                                 กับสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระเจ้าบรมโกศทรงส่งคณะพระธรรมทูตไทยชุด
พระทัย อ�ามาตย์ท่านหนึ่งจึงกราบทูลเสนอ                                   แรกโดยการน�าของพระอุบาลีมหาเถระ มีพระภิกษุ ๑๘ รูป สามเณร ๘ รูป
ว่า มีสามเณรสรณังกรสามารถแสดงธรรม                                        ไปให้การบรรพชาอุปสมบทแก่ชาวลังกาเป็นพระภิกษุสงฆ์ถึง ๗๐๐ รูป เป็น
ได้ เพราะเป็นผู้แตกฉานในธรรมะ พระเจ้า                                    สามเณร ๓,๐๐๐ รูป และสามเณรสรณังกรก็ได้รบการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ
                                                                                                                       ั
นเรนทรสิงห์จงส่งเจ้าหน้าทีไปนิมนต์มาเทศน์
                ึ            ่                                           และต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชสรณังกร สังฆราช
สามเณรรับนิมนต์และเดินทางลงมาเทศน์                                       รูปแรก และรูปสุดท้ายของศรีลังกา
ด้วยความสามารถที่ฝึกฝนมา สามเณรกล่าวคาถาภาษาบาลี และอธิบาย                      สมเด็จพระสังฆราชสรณังกรทรงท�างานเผยแผ่พระศาสนาจนมีพระ
เป็นภาษาสิงหล พร้อมทั้งแปลให้นักบวชฮินดูฟังเป็นภาษาสันสกฤต คนที่มา       ชนมายุได้ ๘๑ พรรษา เป็นธรรมดาของสังขารร่างกาย พระองค์ทรงพระ
ประชุมสโมสรในวันนั้นต่างทึ่งในอัจฉริยภาพข้อนี้                           ประชวร ในขณะที่ประชวรมีพระประสงค์จะสดับพระธรรมเทศนา คณะลูก
        นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สามเณรสรณังกรจึงเป็นที่ยอมรับนับถือของ   ศิษย์ได้นมนต์ให้พระมาเทศน์ ขณะก�าลังสดับพระธรรมเทศนาอยูนน พระองค์
                                                                                  ิ                                               ่ ั้
บุคคลทั่วไป พระเจ้านเรนทรสิงห์เองก็ทรงศรัทธาในสามเณรเป็นอย่างมาก         ก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาการสงบ พระเจ้าแผ่นดินทรงพระกรุณาโปรดให้จัดพิธี
การด�าเนินงานเผยแผ่พระศาสนา จึงสามารถขยายขอบข่ายออกไปได้กว้าง            พระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งรับสั่งให้สร้างเจดีย์ส�าหรับ
เพราะมีเพือนร่วมงานคอยช่วยเหลือ ท่านได้รางกฎระเบียบของคณะสีลวัตร
           ่                                 ่                           บรรจุพระอัฐิธาตุซึ่งต่อมาเรียกว่า สรณังกรเจดีย์
ว่าด้วยการนุ่งห่ม การท�าวัตรสวดมนต์ และการบิณฑบาต เป็นต้น ในเวลาที่             สมเด็จพระสังฆราชสรณังกร จึงถือว่า เป็นแบบอย่างของการท�างาน
ว่างท่านก็แต่งคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เช่น สารัตถะสังคหะ มหาโพธิวัง       เพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง การท�างานของท่านมีปัญหาอุปสรรค
สะ ฯลฯ                                                                   มากมาย บางครังถึงกับต้องขึนโรงศาล บางครังถูกลอบฆ่าจากคนต่างศาสนา
                                                                                          ้           ้             ้
                                 42                                                                      43
แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ท่านเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนวิกฤต
เป็นโอกาส ยึดหลักที่พระพุทธเจ้าทรงท�าไว้เป็นแบบอย่างที่ว่า ทรงเอาชนะ
ทุกอย่างด้วยความดี จึงท�าให้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาเหมือนกลับมาเกิด                                      ส.
ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
      นี้คือประวัติย่อๆ ของบุรุษรัตน์ชาวศรีลังกา ถ้าหากผู้อ่านอยากศึกษา                              ที่q๘
ชีวประวัติโดยละเอียดของสามเณรสรณังกร สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ
ประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป ของกรมพระยาด�ารงราชานุภาพ,
พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ของ ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร และหนังสือสยามวงศ์ใน                           สยามวงศ์นิกาย
ลังกา ของสยาม แสนขัติ เป็นต้น

                                                                                ประวัตศาสตร์พระพุทธศาสนาเสมือนผ้าขาวทีไม่มรอยด่างด�าเกียวกับ
                                                                                        ิ                                ่ ี               ่
                                                                          การรบราฆ่าฟัน แต่พระพุทธศาสนากลับเป็นศาสนทูตที่เชื่อมความสัมพันธ์
                                                                          ระหว่างประเทศต่างๆ ในแทบเอเชียได้เป็นอย่างดี เมื่อเดินทางไปประเทศ
                                                                          แห่งใดไม่ว่าจะเป็นพม่า กัมพูชา ลาว ศรีลังกา และอินเดีย ท�าให้เกิดความ
                                                                          ปลาบปลื้มใจว่า เราในฐานะชาวพุทธมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมไม่มีเรื่องขุ่น
                                                                          ข้องหมองใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิงสัมพันธไมตรีทางพระพุทธศาสนาระหว่าง
                                                                                                         ่
                                                                          ไทยกับศรีลงกาเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ในสมัยสุโขทัย ประเทศไทยเป็นฝ่ายรับ
                                                                                      ั
                                                                          ความช่วยเหลือด้านพระศาสนาจากลังกา แต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไทยได้น�า
                                                                          พระพุทธศาสนากลับไปมอบให้ศรีลังกาดังเดิม
                                                                                มีอยู่บางสมัยที่พระพุทธศาสนาในศรีลังกาซบเซาลงไป เพราะถูก
                                                                          ปัญหาทั้งภายนอกทั้งภายในรุมเร้า จนแทบจะเอาตัวไม่รอด ในสมัยนั้น
                                                                          ประเทศศรีลังกาได้ขอความช่วยเหลือจากประเทศไทยทางด้านการพระ
                                                                          ศาสนา ประเทศไทยได้ส่งพระอุบาลีพร้อมทั้งคณะไปฟื้นฟูพระศาสนาที่
                                                                          ลังกา โดยเดินทางไปให้การบรรพชาอุปสมบทแก่สามเณรสรณังกรและชาว

                                 44                                                                        45
ลังกาเป็นจ�านวนมาก จนท�าให้                 เพียงการพูด           ให้เขาจ�า            แต่ท�าทราม
                                       เกิดคณะสงฆ์นกายสยามวงศ์ขน
                                                      ิ                 ึ้         พูดร้อยค�า            มันตกต�่า            แล้วไร้ค่า
                                       และด�ารงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน                 ท�าให้ดู              เพียงครั้งเดียว      มีราคา
                                              พระอุบาลีมหาเถระพร้อม                จงอุตส่าห์            ท�าให้ดู             อยู่ให้เห็น
                                       ทั้งคณะถือว่าเป็นพระธรรมทูต
                                       ชุดแรก(ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เป็นสิ้น               พระอุบาลีมหาเถระท�างานเผยแผ่พระศาสนาในลังกาอยูไม่กปกถงแก่
                                                                                                                                           ่ ี่ ี ็ ึ
                                       ค้า OTOP ชั้นเยี่ยม)ที่ไทยส่ง         มรณภาพด้วยโรคหูอักเสบ เมื่อพ.ศ.๒๒๙๙ กษัตริย์ลังกาโปรดให้จัดพิธี
                                       ออกไปประกาศพระศาสนา                   พระราชทานเพลิงศพของท่านอย่างสมเกียรติ กล่าวได้วา ท่านตายในระหว่าง
                                                                                                                                    ่
                                       ในต่างแดน ท่านและคณะไม่               ปฏิบัติหน้าที่ (ศาสนกิจ) ถ้าเป็นทหารก็ต้องมีธงชาติคลุมโลงศพ
                                       เพียงแต่ให้การอุปสมบทกุลบุตร                  กล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลทรงส่งคณะ
                                       ชาวสิงหลเท่านั้น แต่ท่านยังได้        พระอุบาลีไปให้การบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรชาวลังกา พร้อมทั้งอบรมด้าน
                                       ฟื้นฟูวินัยนิยมพระบรมพุทธานุ          วินัยบัญญัติก่อน หลังจากนั้นพระองค์ก็ส่งคณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ มีพระ
                                       ญาตให้แก่พระสงฆ์ลังกาที่ท่าน          วิสุทธาจารย์เป็นหัวหน้า คณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ นี้ เก่งทางด้านวิปัสสนา
                                       อุ ป สมบทให้ ไ ด้ เ ห็ น เป็ น แบบ    กรรมฐาน เพราะว่าพระองค์ประสงค์จะให้พระศาสนาในลังกาเจริญทั้งด้าน
                                       อย่ า ง เช่ น การอธิ ษ ฐานเข้ า       ปริยัติ และด้านปฏิบัติ
พรรษา การปวารณาออกพรรษา การทอดถวายกฐิน อุปสมบทวิธี การแสดง                           คณะของพระวิสุทธาจารย์เดินทางไปก่อนถึงเกาะลังกา เรืออับปาง
อาบัติ การถวายสังฆทาน การสวดมนต์ การแสดงอาบัติ และอื่นๆ เรียกได้ว่า          ท�าให้มีพระภิกษุ สามเณร และผู้ติดตามบางท่านเสียชีวิต แต่คนที่รอดด้วย
ท่านเป็นแป้นพิมพ์หรือต้นแบบที่ดีในการประพฤติปฏิบัติ ดังมีกลอนนิรนาม          อาศัยเกาะไม้ขึ้นฝั่ง หลังจากขึ้นฝั่งแล้วท่านได้ส่งสาส์นไปถึงพระอุบาลี ครั้น
ว่า                                                                          พระอุบาลีได้รบจดหมายแล้ว ได้แจ้งให้พระเจ้ากิตติศรราชสิงห์ทรงทราบ และ
                                                                                            ั                                    ิิ
                                                                             ทรงส่งมหาเสนาบดีน�าก�าลังพล และสิ่งต่างๆ เป็นต้นว่า จีวร ยารักษาโรคไป
           การสั่งสอน      คนทั้งหลาย            ให้มีธรรม                   ช่วย ท�าให้คณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ ปลอดภัย และเดินทางเข้าเมืองหลวง
      พูดให้จ�า            ท�าให้ดู              อยู่ให้เห็น                 ไปเปลี่ยนให้คณะพระธรรมทูตชุดแรกกลับเมืองไทย การส่งพระธรรมทูตชุด
      การท�าดี             ให้เขาดู              นี้จ�าเป็น                  ที่ ๒ ไปปฏิบัติศาสนกิจต่อจากชุดแรกเป็นการท�างานต่อจากที่ชุดแรกได้ท�า
      อยู่ให้เห็น          ว่ามีสุข              ทุกเวลา                     ไว้ ท�าให้นิกายสยามวงศ์มั่นคงอยู่ในลังกาตราบเท่าทุกวันนี้
                                   46                                                                           47
การเดินทางไปประกาศศาสนาของพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศยุค
ต่างๆ ก็ด้วยอาศัยความเสียสละของพระธรรมทูตเหล่านั้น เช่นการเดินทาง
ของคณะพระอุบาลีมหาเถระถือว่ามีความไม่ปลอดภัยในชีวิตเนื่องจากการ
เดินทางโดยเรือในสมัยนั้น บางคราวถ้าเรืออับปางก็อาจถึงเสียชีวิตได้ การ
เผยแผ่พระศาสนาของพระธรรมทูตไทยแต่ละยุคจึงควรเป็นอย่างยิงทีเ่ ราชาว
                                                            ่
ไทยจะสดุดียกย่อง เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้ไปคนเดียว แต่ไปในนามคนไทย
ประเทศไทย และพระพุทธศาสนาแบบไทย

                                                                        ภาค ๒
                                                                           q
                                                                          ๖ ที (T)
                                                                        ของดีศรีลังกา



                                48                                           49
T
                                                                                    ที่t๑
     เมื่อเดินทางไปเยือนศรีลังกา แดนพุทธศาสนา
๒,๓๐๐ ปี ถึงจะมีเวลาอยู่ภายในประเทศไม่กี่วัน ได้
                                                                              T = Tree
เรียนรูขอคิดคติธรรมจากประสบการณ์ตรงทีควรน�ามา
       ้้                                  ่                                (Bodhi Tree)
ปรับใช้ในชีวตประจ�าวันแล้ว ทังยังได้มองเห็นของดีทศรี
               ิ             ้                   ี่
                                                              T แรก คือ โบดิ ทรี หรือกิงพระศรีมหาโพธิทมความส�าคัญอย่างยิง เป็น
                                                                                       ่              ์ ี่ ี                 ่
ลังกามีทนาคิด น่าเอาเป็นแบบอย่าง ของดีศรีลงกา พอ
          ี่ ่                               ั         ศูนย์รวมจิตใจของชาวสิงหล ได้รบการบันทึกว่าเป็นต้นไม้ทอายุยนทีสดในโลก
                                                                                         ั                      ี่ ื ่ ุ
สรุปลงได้ใน ๖ ที ดังนี้                                ชาวพุทธนับถือว่าเป็นชีวธาตุ คือพระธาตุที่ยังมีชีวิตอยู่(A living relic) เมื่อ
                                                       เดินทางไปเยือนตัมพปัณณิทวีป ผูเขียนได้มโอกาสแวะไปชมวัดต่างๆ ภายใน
                                                                                           ้      ี
                                                       วัดเหล่านันจะมีสงทีส�าคัญอยู่ ๒ อย่าง คือ ๑.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๒.พระพุทธ
                                                                 ้       ิ่ ่
                                                       รูป ท�าไมต้นพระศรีมหาโพธิ์จึงมีความส�าคัญต่อชาวสิงหล จึงอยากจะน�า
                                                       ประวัติคร่าวๆ ของการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์มาประดิษฐานในประเทศศรี
                                                       ลังกา ดังต่อไปนี้
                                                              ก่อนจะกล่าวถึงการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์มาประดิษฐานในประเทศ
                                                       แห่งนี้ จะขอกล่าวถึงประวัติความส�าคัญของต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นไม้ที่
                                                       พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้ ว่า ท�าไม ? ชาวพุทธจึงให้ความเคารพเท่ากับ

                                                                                           51
พระพุทธเจ้าองค์จริง เรื่องมีอยู่ว่า                                              เป็นต้น
         สมัยที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันมหาวิหาร เวลาเย็นจะมีชาว              ๔. ธรรมเจดีย์ คือ ธรรมะค�าสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันคือพระ
เมืองถือดอกไม้ธูปเทียนมาถวายสักการะและฟังธรรมเป็นประจ�า แต่มีบาง                 ไตรปิฎก
คราวทีพระพุทธองค์ไม่ได้ประทับอยูทวด เสด็จออกไปโปรดเวไนยสัตว์ทเี่ มือง
          ่                            ่ ี่ ั                                          พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตอนนีมแต่บริโภคเจดีย์ คือ สิงทีพระพุทธองค์เคย
                                                                                                                    ้ี                   ่ ่
อื่น เมื่อชาวเมืองไม่พบพระพุทธองค์ ด้วยความคิดถึง จึงพากันไปปรึกษากับ            ใช้สอยเท่านั้นที่ใช้เป็นที่ระลึกต่างหน้าเวลาคิดถึงกันได้ และทรงแนะน�าให้
พระอานนท์และกล่าวว่า อยากให้พระพุทธเจ้าฝากสิงของไว้ให้ดตางหน้าเวลา
                                                      ่         ู่               พระอานนท์ไปน�าเมล็ดพระศรีมหาโพธิ์มาปลูกไว้ที่วัดเชตวันมหาวิหาร พระ
ไม่อยู่                                                                          อานนท์ได้ขอร้องให้พระมหาโมคคัลลานะไปน�าเมล็ดมาจากต�าบลอุรุเวลา
         เมือพระพุทธเจ้าเสด็จกลับวัด พระอานนท์จงไปทูลเรืองนีให้ทรงทราบ
            ่                                       ึ       ่ ้                  เสนานิคม (ปัจจุบัน คือ พุทธคยา รัฐพิหาร)
ท�าให้พระพุทธองค์ตรัสเรื่องเจดีย์ ๔ ประการว่าสามารถเป็นตัวแทนของ                       พระมหาโมคคัลลานะเหาะไปทีตาบลอุรเุ วลาเสนานิคม ใช้จวรช้อนเอา
                                                                                                                       ่�                       ี
พระองค์ได้ คือ                                                                   เมล็ดโพธิ์ที่ร่วงหล่นจากต้นไม่ให้ตกถึงพื้นแล้วเหาะกลับมาที่วัดพระเชตวัน
         ๑. ธาตุเจดีย์ คือ อัฐิธาตุจะเกิดมีขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน       มหาวิหารน�าเมล็ดโพธิ์มอบให้พระอานนท์ เมื่อถึงเวลาจะปลูก พระอานนท์
แล้วเท่านั้น                                                                     ก็พยายามหาคนมาปลูกเมล็ดโพธิ์นี้เพราะมีความส�าคัญมาก ไปทูลขอให้
         ๒. บริโภคเจดีย์ คือ สิ่งที่พระพุทธองค์เคยใช้สอย เช่น ต้นโพธิ์ตรัสรู้,   พระเจ้าปเสนทิโกศลกษัตริย์ผู้ปกครองแคว้นโกศลปลูก พระองค์ก็ไม่รับด้วย
พระมูลคันธกุฏี
         ๓. อุทเทสิกเจดีย์ คือ สิ่งที่สร้างอุทิศพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธรูป




                                     52                                                                            53
เหตุผลทางการเมืองการปกครอง เพราะถ้าศัตรูรุกราน เห็นว่าเป็นต้นไม้ที่                   ถามว่า “พระราชาได้ต้นมหาโพธิ์มาจากไหน ?”
พระเจ้าแผ่นดินทรงปลูก ก็จกท�าลายเสีย จึงไปขอให้ทานอนาถบิณฑิกะผูสร้าง
                                   ั                   ่                ้             แก้ว่า “ได้ทราบว่า พระราชาทรงมีพระประสงค์จะส่งต้นมหาโพธิ์
วัดเชตวันมหาวิหารปลูก ท่านเศรษฐีจงตอบรับเป็นคนปลูกให้ ด้วยความเอาใจ
                                         ึ                                     ไปยังเกาะลังกา เมื่อสุมนสามเณรยังไม่มา เพื่อต้องการรับเอาพระธาตุ ก่อน
ใส่ในเรืองนี้ ต้นโพธินี้ จึงมีชอว่า “อานันทโพธิ” มีความเชือว่า ต้นโพธิตนนียง
         ่            ์         ื่             ์          ่           ์้ ้ั    แต่พระสังฆมิตตาเถรีจะไปนั้นนั่นแล ก็ทรงพระด�าริว่า ‘เราจักส่งต้นมหา
มีชวตอยูจนถึงปัจจุบนทีวดเชตวันมหาวิหาร เพราะเหตุนี้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
      ีิ ่                 ั ่ั                                                โพธิ์ ซึ่งไม่ควรจะตัดด้วยศัสตราไปได้อย่างไรหนอแล’ เมื่อไม่เห็นอุบาย จึง
จึงมีความส�าคัญยิ่งส�าหรับชาวพุทธ                                              ตรัสถามอ�ามาตย์ชื่อมหาเทพ. อ�ามาตย์นั้นกราบทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ! มี
        ต่อไปจะขอกล่าวถึงเรื่องการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์ไปประดิษฐานที่          ภิกษุบัณฑิตเป็นอันมาก “พระราชาทรงสดับค�านั้นแล้ว รับสั่งให้ตระเตรียม
ประเทศศรีลงกาโดยพระนางสังฆมิตตา พระเจ้าอโศกมหาราชเมือทรงอุปถัมภ์
              ั                                                 ่              ภัตร เพื่อภิกษุสงฆ์ ในที่สุดภัตกิจได้ตรัสถามพระสงฆ์ว่า “ท่านผู้เจริญ ! ต้น
การท�าสังคายนาครั้งที่ ๓ ปีพ.ศ.๒๓๖ เสร็จแล้ว พระองค์ก็ทรงส่งพระธรรม            มหาโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ควรไปยังเกาะลังกาหรือไม่หนอ ? “พระ
ทูตออกไปประกาศพระศาสนา ๙ สาย ๑ใน ๙ สายนัน คือ พระธรรมทูตทีเ่ ดิน
                                                     ้                         สงฆ์มอบให้เป็นภาระของพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ พระเถระถวายพระพร
ทางไปเผยแผ่ทประเทศศรีลงกาโดยมีพระมหินทเถระหรือพระราชโอรสของ
                 ี่                  ั                                         ว่า “ต้นมหาโพธิ์ ควรไปยังเกาะลังกาแท้ มหาบพิตร !” ดังนี้แล้ว ได้ทูลบอก
พระองค์เองเป็นหัวหน้าน�าไป เมือพระมหินทเถระพร้อมคณะไปแล้ว ได้เทศน์
                                       ่                                       มหาอธิษฐาน ๕ ข้อ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า.
โปรดชาวสิงหลจนเลือมใสในพระพุทธศาสนาและมีคนออกบวชเป็นพระภิกษุ
                         ่
มากมาย ท�าให้สตรีจ�านวนมากเป็นหม้ายและอยากบวชในพระพุทธศาสนา                    มหาอธิษฐาน ๕ ข้อของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ด้วย                                                                                  มหาอธิษฐาน ๕ ข้อเป็นไฉน ? คือได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
        ความทราบถึงพระเจ้าอโศกมหาราชว่ามีคนอยากบวชเป็นภิกษุณี จึงส่ง           ทรงบรรทมบนพระแท่นปรินิพพาน ได้ทรงอธิษฐานว่า “เพื่อต้องการให้ต้น
พระสังฆมิตตาเถรีพร้อมด้วยคณะไปศรีลงกา เพือให้การอุปสมบทนางขัตติย
                                           ั      ่                            มหาโพธิ์ประดิษฐานอยู่ในลังกาทวีป พระเจ้าอโศกมหาราชจักเสด็จมารับ
าทังหลาย ในการเสด็จไปของพระนางสังฆมิตตาเถรีในครังนัน พระองค์ได้น�า
    ้                                                       ้ ้                เอาต้นมหาโพธิ์, ในเวลานั้น กิ่งมหาโพธิ์ด้านทิศทักษิณ จงขาดเองทีเดียว
กิงพระศรีมหาโพธิทประดิษฐานในกระถางทองค�าไปประดิษฐานไว้ทเี่ มืองอนุ
  ่                 ์ ี่                                                       แล้วประดิษฐานอยู่ในกระถางทอง. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่หนึ่ง. ทรงอธิษฐาน
ราธปุระด้วย                                                                    ว่า “ก็ในเวลาประดิษฐานอยู่ในกระถางทองนั้น มหาโพธิ์จงลอยเข้าไปสู่ห้อง
        ในคัมภีร์อรรถกถาสมันตปาสาทิกากล่าวถึงการอัญเชิญกิ่งต้นพระ              หิมวลาหกตั้งอยู่. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่สอง. ทรงอธิษฐานว่า “ในวันค�ารบ ๗
ศรีมหาโพธิ์ไปเกาะลังกาว่า ใหญ่โตมโฬหาร จะขอน�าข้อความบางตอนมาให้               ต้นมหาโพธิ์จงลอยลงมาจากกลีบหิมวลาหก ตั้งอยู่ในกระถางทอง เปล่งฉัพ
อ่านเพื่อเจริญศรัทธา ดังต่อไปนี้                                               พรรณรังสีจากใบและผลทังหลาย. “นีเ้ ป็นอธิษฐานข้อทีสาม. ทรงอธิษฐานว่า
                                                                                                          ้                         ่
        พระเจ้าอโศกตั้งพระทัยจะส่งต้นมหาโพธิ์ไปเกาะลังกาอยู่ก่อน               “พระธาตุรากขวัญเบืองขวา จงท�ายมกปาฏิหาริยในวันประดิษฐานอยูทพระ
                                                                                                      ้                        ์                  ่ ี่
                                    54                                                                            55
เจดีย์ในถูปาราม. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่สี่. ทรงอธิษฐานว่า “พระธาตุของเรา    ราชาผูได้รบการอภิเษกทัวชมพูทวีปจ�านวนพันองค์แวดล้อมพระองค์และต้น
                                                                                 ้ ั                ่
ประมาณโทณะหนึ่ง ในเกาะลังกานี้แล ในเวลาประดิษฐานอยู่ในมหาเจดีย์            มหาโพธิ์ ได้ประทับยืนที่โคนต้นมหาโพธิ์ทอดพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์. ส่วนที่
จงแปลงเพศเป็นพระพุทธเจ้าแล้วเหาะขึ้นสู่เวหาส ท�ายมกปาฏิหาริย์. “นี้        เหลือเว้นล�าต้นของมหาโพธิ์ และส่วนแห่งกิ่งใหญ่ด้านทิศทักษิณประมาณ ๔
เป็นอธิษฐานข้อที่ห้า.                                                      ศอก ไม่ปรากฏให้เห็น พระราชาทรงเห็นปาฏิหาริยนน เกิดพระปีตปราโมทย์
                                                                                                                           ์ ั้           ิ
วิสสุกรรมเทพบุตรปลอมตัวเป็นช่างเนรมิตกระถางทอง                             ตรัสแก่ภกษุสงฆ์วา “ท่านผูเจริญ ! ข้าพเจ้าเห็นปาฏิหาริยนแล้ว ยินดี จะบูชา
                                                                                    ิ       ่         ้                          ์ ี้
          พระราชาทรงสดับมหาอธิษฐาน ๕ ข้อนี้แล้ว มีพระหฤทัยเลื่อมใส         ต้นมหาโพธิ์ ด้วยราชสมบัติในทวีป” จึงได้ถวายการอภิเษก.
รับสั่งให้จัดการช�าระหนทาง ตั้งแต่เมืองปาตลีบุตร (เมืองปัตนะ รัฐพิหาร ใน
ปัจจุบน) จนถึงต้นมหาโพธิแล้ว ให้นาทองค�าเป็นอันมากออกมา เพือต้องการ
        ั                ์         �                            ่          พระราชาทรงท�าสัตยาธิษฐาน
ให้สร้างกระถางทองค�า. ในขณะนันนันแล วิสสุกรรมเทพบุตร ทราบพระราช
                                ้ ่                                                 ครั้งนั้น พระราชาทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์) ด้วยดอกไม้และของหอม
หฤทัยได้นรมิตเป็นช่างทอง ยืนอยูตรงพระพักตร์ (ของพระราชา) พระราชา
             ิ                   ่                                         เป็นต้น กระท�าประทักษิณ ๓ ครั้ง ถวายบังคมในที่ทั้ง ๘ เสด็จลุกขึ้นแล้ว
ทอดพระเนตรเห็นเขาแล้ว จึงตรัสว่า “พ่อ เจ้าจงเอาทองนี้ไปท�ากระถาง.”         ประทับยืนประคองอัญชลี มีพระประสงค์จะเชิญเอาต้นมหาโพธิ์ด้วยการท�า
เขาทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ! ขอพระองค์ทรงบอกขนาดให้ทราบ.” พระราชา           ค�าสัตย์ รับสั่งให้ตั้งกระถางทองข้างบนตั่งที่ส�าเร็จด้วยรัตนะทุกอย่าง ซึ่งตั้ง
ตรัสว่า “พ่อ เจ้านั่นแหละ ทราบและจงท�าให้ได้ขนาด.” เขารับว่า “ดีละ         หนุนให้สูงขึ้น ตั้งแต่พื้นดินจนถึงกิ่งด้านขวาของมหาโพธิ์แล้ว เสด็จขึ้นบน
สมมติเทพ ! ข้าพระองค์จักกระท�า” จึงถือทองเอามือลูบคล�า ด้วยอานุภาพ         รัตนบิฐทรงถือพระสุวรรณตุลิกา (พู่กันทองค�า) ท�ารอยขีดด้วยมโนสิลา
ของตน นิรมิตกระถางทอง วัดโดยรอบประมาณ ๙ ศอก สูง ๕ ศอก กว้าง                แล้วได้ทรงท�าสัจพจน์กิริยาว่า “ถ้าต้นมหาโพธิ์ควรประดิษฐานอยู่ในเกาะ
๓ ศอกหนา ๘ นิ้ว ขอบปากมีขนาดเท่าโคนงวงช้าง.                                ลังกาและหากว่าข้าพเจ้าพึงเป็นผูหมดความสงสัยในพระพุทธศาสนาไซร้, ขอ
                                                                                                            ้
                                                                           ให้ต้นมหาโพธิ์ จงประดิษฐานอยู่ในกระถางทองเสียเองทีเดียว.” พร้อมกับ
พระราชาพร้อมด้วยเสนาเสด็จไปยังต้นมหาโพธิ์                                  การทรงท�าสัจพจน์ กิ่งโพธิ์ขาดตรงที่ทรงเอามโนสิลาก�าหนดหมายไว้ แล้ว
        ครั้งนั้นพระราชาเสด็จออกจากนครปาตลีบุตรด้วยเสนาใหญ่ยาว             ตั้งอยู่ในเบื้องบนกระถางทอง อันเต็มด้วยโคลนผสมด้วยของหอม.
ประมาณ ๗ โยชน์ กว้างประมาณ ๓ โยชน์ พาเอาพระอริยสงฆ์ได้เสด็จไป
ยังที่ใกล้ต้นมหาโพธิ์. เสนาล้อมต้นมหาโพธิ์ ซึ่งมีธงชัยและธงแผ่นผ้ายกขึ้น   ต้นมหาโพธิ์แตกหน่อออกใหม่
ไว้แล้ว วิจิตรด้วยรัตนะต่าง ๆ ประดับด้วยเครื่องอลังการมากมาย เกลื่อน             ในวันที่ ๑๗ ตังแต่วนทีตนมหาโพธิประดิษฐานอยูในกระถางทอง หน่อ
                                                                                               ้ ั ่้           ์           ่
กล่นไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ประโคมด้วยเครื่องดุริยางค์หลายหลาก. พระ           ใหม่ ๆ แห่งต้นมหาโพธิกได้ปรากฏขึน. พระราชาแม้ทอดพระเนตรเห็นหน่อ
                                                                                                  ์็        ้
ราชานิมนต์เอาพระมหาเถระผูเ้ ป็นคณะปาโมกข์ ประมาณพันรูป แล้วให้พระ          เหล่านันแล้ว ก็ทรงเลือมใส เมือจะทรงบูชาต้นมหาโพธิดวยราชสมบัตอก ได้
                                                                                  ้             ่       ่                   ์้         ิี
                                  56                                                                            57
ทรงถวายการอภิเษกในสากลชมพูทวีป. สุมนสามเณรไปเพือรับเอาพระธาตุ
                                                         ่                พระศอ ทรงวางไว้บนเรือ แล้วทรงรับสังให้แม้พระนางสังฆมิตตาเถรี พร้อม
                                                                                                                 ่
ในวันเพ็ญเดือนกัตติกมาส (คือ วันเพ็ญเดือน ๑๒) ได้เห็นการบูชาแก่ต้นมหา     ด้วยบริวารขึนเรือ จึงได้ตรัสค�านีกะอริฏฐอ�ามาตย์วา “ พ่อ! ข้าพเจ้าบูชาต้น
                                                                                         ้                 ้               ่
โพธิ์เป็นมหรสพเดือนกัตติกมาส.                                             มหาโพธิ์ ด้วยราชสมบัตในสากลชมพูทวีปถึง ๓ ครัง ต้องลุยน�าไปประมาณ
                                                                                                   ิ                         ้         ้
       พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงหมายถึงต้นโพธิทน�ามาจากมหาโพธิมณฑล
                                               ์ ี่                       เพียงคอ ส่ง (ต้นมหาโพธิ์ )ไปให้พระสหายของข้าพเจ้า, แม้พระสหายของ
แล้วช�าไว้ที่นครปาตลีบุตร โดยนัยดังกล่าวมานี้ จึงตรัส (กะพระนางสังฆมิต    ข้าพเจ้านั้นก็จงทรงบูชาต้นมหาโพธิ์เหมือนอย่างนี้แหละ.
ตาเถรี) ว่า “แม่ ! ถ้าเช่นนันขอให้ลกรับเอาต้นมหาโพธิไปด้วยเถิด.” พระนาง
                            ้      ู                ์                               ท้าวเธอครั้นพระราชทานข่าวสาสน์แก่พระสหายอย่างนั้นแล้วทรง
สังฆมิตตาเถรีนั้น ทูลรับว่า “สาธุ”                                        คร�าครวญประคองอัญชลี ประทับยืนหลังพระอัสสุชลอยูวา “ต้นมหาโพธิของ
                                                                             ่                                     ่           ่่              ์
                                                                          พระทศพล ซึงฉายช่อพระรัศมีดจมีชวตอยู่ ไปละหนอ” ดังนี้ นาวาทีตนมหา
                                                                                           ่              ุ ีิ                              ่้
พระเจ้าอโศกทรงตั้งตระกูลต่าง ๆ ไว้เพื่อรักษาต้นมหาโพธิ์                   โพธิขนประดิษฐานอยูแม้นนแล เมือมหาชนจ้องมองแลดูอยู่ ก็ออกวิงไปสูทอง
                                                                               ์ ึ้              ่ ั้        ่                            ่ ่ ้
         พระราชาพระราชทานตระกูลเทวดา ๑๘ ตระกูลอ�ามาตย์ ๘ ตระกูล           ทะเลหลวง เหล่าระลอกคลื่นในมหาสมุทรสงบเงียบประมาณโยชน์หนึ่งโดย
พราหมณ์ ๘ ตระกูลกุฎุมพี ๘ ตระกูลเลี้ยงโค ๘ ตระกูลเสือดาว ๘ และ            รอบ เหล่าปทุมชาติเบญจพรรรณก็แย้มบาน ฝ่ายพระเจ้าอโศกมหาราช ทรง
ตระกูลชาวกาลิงคะ ๘ ไว้เพือรักษาต้นมหาโพธิ,์ และพระราชทานหม้อทอง
                            ่                                             ระทมทุกข์เพราะวิโยคจากต้นมหาโพธิ์ ทรงคร�่าครวญกันแสง จ้องพระเนตร
๘ หม้อเงิน ๘ ใบ ไว้เพื่อรดน�้า ( ต้นมหาโพธิ์ ) แล้วทรงให้ยกต้นมหาโพธิ์    ดูจนสุดทัสนวิสัย แล้วก็เสด็จกลับ
ขึ้นสู่เรือ พร้อมด้วยบริวารนี้ที่แม่น�้าคงคา, ฝ่ายพระองค์เองเสด็จออกจาก
พระนครข้ามดงชื่อวิชฌาฏวี แล้วเสด็จไปถึงท่าชื่อตามพลิตตี ตลอด ๗ วัน        พระเจ้าเทวานัมปิยติสสกรุงลังกาเตรียมต้อนรับต้นมหาโพธิ์
โดยล�าดับ. ในระหว่างทาง พวกทวยเทพ นาค และมนุษย์ ได้พากันบูชา                      ฝ่ายพระเจ้าเทวานัมปิยติสสมหาราชแล จ�าเดิมแต่วันปาฏิบทแรก
ต้นมหาโพธิอย่างมโหฬาร ฝ่ายพระราชา ทรงพักต้นมหาโพธิไว้ทรมฝังสมุทร
             ์                                             ์ ี่ ิ ่       แห่งเดือนมิคสิรมาส (คือเดือนอ้าย ) ทรงรับสั่งให้ช�าระตกแต่งมรรคาตั้งแต่
๗ วัน แล้วได้ทรงถวายราชสมบัติอย่างใหญ่ในสากลทวีป คราวนี้ เป็นการ          ประตูดานทิศอุดร (แห่งอนุราธบุร)ี จนถึงท่าชมพูโกลปัฏฏนะตามค�าของสุมน
                                                                                   ้
ทรงถวายราชสมบัติในชมพูทวีปครั้งที่ ๓ แก่ต้นมหาโพธิ์นั้น                   สามเณร, ในวันที่เสด็จออกจากพระนคร ได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่ตั้งศาลา อัน
                                                                          มีอยูที่ฝงสมุทรใกล้กบประตูด้านทิศอุดรนันเองได้ทอดพระเนตรเห็นต้นมหา
                                                                                ่ ่ั          ั                  ่
พระเจ้าอโศกทรงลุยน�้าส่งต้นมหาโพธิ์ไปเกาะลังกา                            โพธิ์ ทีกาลังมาอยูในมหาสมุทรนันแลโดยสมบัตนน เพราะอานุภาพของพระ
                                                                                  ่�        ่           ่              ิ ั้
      พระเจ้าอโศกธรรมราชา ครั้นทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์) ด้วยราชสมบัติ        เถระ ทรงปลืมพระหฤทัยเสด็จออกไป รับสังให้เอาดอกไม้เบญจพรรณโปรย
                                                                                        ้                          ่
อย่างใหญ่อย่างนั้นแล้ว ในวันปาฏิบทแรก คือแรม ๑ ค�่า) แห่งเดือนมิคสิร      ลงตลอดทางทั้งหมด ทรงตั้งเครื่องบูชาดอกไม้อันมีค่าไว้ในระหว่างทางเป็น
มาส (คือเดือนอ้าย) จึงทรงยกต้นมหาโพธิ์ขึ้น เสด็จลุยน�้าไปประมาณเพียง      ระยะแล้ว เสด็จไปท่าชมพูโกลปัฏฏนะโดยวันเดียวเท่านันอันพวกพนักงานตา
                                                                                                                              ้
                                 58                                                                         59
ลาวจรดนตรีทั้งปวงแวดล้อมแล้ว ทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์) อยู่ด้วยเครื่องสัก
การะทังหลายมีดอกไม้ ธูปและของหอมเป็นต้น เสด็จลุยน�าไปประมาณเพียง
        ้                                                      ้
พระศอแล้วทรงรับสังว่า “ต้นมหาโพธิของพระทศพล ซึงฉายช่อพระรัศมีดจมี
                       ่                  ์                  ่          ุ                                  T
ชีวิตอยู่มาแล้วหนอ” มีพระหฤทัยเลื่อมใสแล้ว จึงทรงยกต้นมหาโพธิ์ขึ้นแล้ว
วางลงบนพระเศียร อันเป็นอวัยวะสูงสุด พร้อมด้วยเหล่าตระกูลที่สมบูรณ์                                      ที่t๒
ด้วยชาติ ๑๖ ตระกูล ผู้แวดล้อมต้นมหาโพธิ์ เสด็จขึ้นจากสมุทร แล้วทรงพัก
ต้นมหาโพธิ์ไว้ที่ริมฝั่งมหาสมุทร ทรงบูชาด้วยราชสมบัติในเกาะตัมพปัณณิ
ทวีปทั้งหมดสิ้น ๗ วัน ท้าวเธอทรงให้ตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยชาติ ๑๖ ตระกูล                      T= Tooth
ส�าเร็จราชการแทน ภายหลังต่อมาในวันที่ ๔ ท้าวเธอทรงรับเอาต้นมหาโพธิ์
แล้ว ทรงท�าการบูชาอยู่อย่างโอฬาร เสด็จถึงกรุงอนุราธบุรีโดยล�าดับ
                                                                                      (The Buddha Tooth)
       เมื่ อ ต้ น มหาโพธิ์ อั น เป็ น ธงชั ย แห่ ง พระสั ท ธรรมของพระทศพล               อันโคควาย          ตายเล่า         เหลือเขาหนัง
ประดิษฐานอยู่แล้ว เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนชาวเกาะโดย                 ช้างตายยัง             เหลืองา         เป็นศักดิ์ศรี
รอบ ด้วยการสืบต่อล�าดับแห่งลูกหลานอย่างนีแล้ว พระนางอนุฬาเทวี พร้อม
                                                     ้                               คนเราตาย               เหลือไว้        แต่ชั่วดี
กับมาตุคามพันหนึง คือ หญิงสาว (ผูเ้ ป็นบาทบริจาริกาของตน) ๕๐๐ คน และ
                     ่                                                               บรรดามี                ประดับไว้       ในโลกาฯ
หญิงชาววังอีก ๕๐๐ คน ผนวชในส�านักของพระนางสังฆมิตตาเถรี ไม่นาน                       T ๒ คือ พระธาตุเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า เคยเดินทางไปกราบไหว้
นักพร้อมด้วยบริวารก็ดารงอยูในความเป็นพระอรหันต์ ฝ่ายพระราชภาคิไนย
                         �        ่                                          ศพครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บางวัดลูกศิษย์ก็จะพยายามเก็บศพ
ชื่ออริกฐะแล พร้อมกับบุรุษ ๕๐๐ คน บวชในส�านักของพระเถระพร้อมด้วย             เอาไว้ไม่เผา ถึงแม้เผาแล้วก็ยงเก็บกระดูกไว้ให้คนบูชา บางครังขนาดทะเลาะ
                                                                                                          ั                               ้
บริวาร ได้ด�ารงอยู่ในความเป็นพระอรหันต์ ต่อกาลไม่นานเช่นเดียวกัน             กันแย่งกระดูกของท่านเพือเก็บไว้บชา นีแหละหนาทีเ่ ขาบอกว่า คนดีใครๆ ก็
                                                                                                       ่         ู ้
                                                                             ต้องการ ไม่ว่าจะตอนมีชีวิตอยู่ หรือตายไปแล้ว คนก็ไม่รังเกียจ ตรงกันข้าม
                                                                             กับคนชั่ว
                                                                                     พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลที่มนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลกต้องการ
                                                                             และยกย่อง ในโลกทั้ง ๓ ต่างยกย่องผู้น�าสันติภาพมาสู่มวลชน แต่สาบแช่ง
                                                                             ผู้น�าสันติภาพไปจากมวลชน ในมหาปรินิพพานสูตรที่บอกรายละเอียดการ
                                                                             เดินทางครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์จนกระทั่งดับขันธปรินิพพาน ข้อความ
                                   60                                                                          61
บางตอนกล่าวไว้ว่า หลังจากท�าพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว เมือง                ปัจจุบันอยู่ที่วัดหลิงกวง เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ส่วนอีกองค์ที่เคยอยู่แคว้น
ต่างๆ ต้องการจะได้อัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าไว้สักการะบูชา ต่างส่งสาส์นมา         กาลิงคะปัจจุบันอยู่ที่วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
ขอส่วนแบ่ง แต่เมือตกลงไม่ได้กจะท�าการยุทธกัน โชคดีวาได้โทณพราหมณ์ผู้
                        ่             ็                   ่                          มีประวัติพระธาตุเขี้ยวแก้วในคัมภีร์ดาลดาวงศ์ของศรีลังกาว่า ในสมัย
เป็นบูรพาจารย์ทเี่ คารพของกษัตริยเ์ มืองต่างๆ มาช่วยไกล่เกลียท�าให้สามารถ
                                                               ่              ของพระเจ้าคุหสีวะ แคว้นกาลิงคะ เกิดศึกสงครามขึ้น พระเจ้าคุหสีวะก่อน
แบ่งพระอัฐิธาตุกันได้                                                         จะออกรบได้ตรัสสังพระนางเหมมาลาพระราชธิดาว่า ถ้าพระองค์สวรรคตใน
                                                                                                  ่
           ส่วนพระธาตุเขียวแก้วทีเ่ มืองแคนดีนนมีความส�าคัญยิงต่อชาวศรีลงกา
                              ้              ้ ั้            ่          ั     สนามรบให้นาพระธาตุเขียวแก้วไปเกาะลังกา เป็นจริงดังว่าพระองค์สวรรคต
                                                                                             �          ้
มีความเชื่อว่าเจ้าชายองค์ใดได้ครอบครองพระธาตุเขี้ยวแก้ว เจ้าชายองค์นั้น       ในสนามรบ พระราชธิดาของพระองค์พร้อมด้วยพระสวามีได้อญเชิญพระธาตุ
                                                                                                                                         ั
จะได้เป็นกษัตริย์ลังกาโดยสมบูรณ์ อยากจะน�าประวัติการน�าพระธาตุเขี้ยว          เขี้ยวแก้วลงเรือ และเดินทางไปถึงเมืองอนุราธบุรีในสมัยพระเจ้ากีรติศิริเมฆ
แก้วจากแคว้นกาลิงคะ อินเดีย ไปเกาะลังกามาเล่าให้ฟังโดยย่อ ดังต่อไปนี้         วรรณครองราชย์ในพ.ศ.๘๔๕
           พ ร ะ ธ า ตุ เขี้ ย วแก้ ว                                                กษัตริย์ศรีลังการักเคารพพระธาตุเขี้ยวแก้วมาก เปรียบด้วยเครื่อง
คื อ ส่ ว นที่ เ ป็ น เขี้ ย วของ                                             ราชกกุธภัณฑ์ หรือเครื่องราชอิสริยยศของพระราชา เมื่อย้ายเมืองหลวงไป
พระพุ ท ธเจ้ า มี ทั้ ง หมด ๔
องค์ คือ องค์หนึ่งประดิษฐาน
อยู ่ ที่ พ ระจุ ฬ ามณี เ จดี ย ์ บ น
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์, องค์หนึ่ง
ประดิ ษ ฐานอยู ่ ที่ น าคพิ ภ พ,
องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่แค้
วนคันธาระ, และอีกองค์หนึ่ง
ประดิษฐานอยู่ที่แคว้นกาลิง
คะ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ของประเทศอิ น เดี ย ฉะนั้ น
ในโลกมนุษย์เราจึงมีพระธาตุ
เขียวแก้วเหลืออยูเ่ พียง ๒ องค์
   ้
องค์ที่เคยอยู่แคว้นคันธาระ
                                   62                                                                            63
ที่ใดก็จะอัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานไว้ที่นั้นด้วย เพราะมีความ
เชื่อว่า พระธาตุฯ จะดลบันดาลให้บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ ร่มเย็นเป็นสุข ต่อ
มาพระเจ้าวิมลธรรมสุรยะที่ ๑ น�าชาวพุทธศรีลังกาสร้างวัดดาลตามาลิกาวา
                                                                                                               T
(Dalada Maligawa) ทีเมืองแคนดี้ (สถานทีประดิษฐานพระธาตุเขียวแก้วใน
                              ่                     ่
ปัจจุบัน) และตั้งคณะกรรมการรักษาพระธาตุเขี้ยวแก้วขึ้นดูแลรักษาอย่างดี
                                                                     ้                                      ที่t๓
ทุกๆ วันประชาชนหลายพันคนจะจูงมือลูก ถือมือหลาน ประสานมือแฟน พา
กันน�าดอกไม้ธูปเทียนมาท�าการสักการบูชาพระธาตุเขี้ยวแก้ว พระภิกษุสงฆ์
และผูเข้าร่วมพิธรวมถึงคนตีกลอง เป่าปี่ เป่าแตร ทีท�าพิธบชาประจ�าวัน เมือ
          ้            ี                                ่ ี ู               ่                            T= Tea
ถึงเวลาจะประจ�าอยูเ่ พือท�าหน้าทีของตนเอง ประชาชนทีเ่ ดินทางมาบูชาพระ
                            ่          ่                                                                มีชารสเลิศ
ธาตุฯ ตังแต่อดีตจนถึงปัจจุบน ไม่วาจะเป็นพระราชามหากษัตริย์ เศรษฐี หรือ
             ้                    ั      ่
คนสามัญต่างสักการะพระธาตุฯ ด้วยวิธทหลากหลายต่างกัน เช่น ถอดเครือง
                                             ี ี่                         ่
ประดับ สร้อย แหวน เงินทองที่ตนรักหวงแหนถวาย เป็นต้น ในแต่ละปีจะ                        T ๓ คือชารสเลิศ ประเทศศรีลังกาเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่
มีพธแห่ฉลองพระธาตุเขียวแก้ว เรียกกันว่า “เปราเฮรา” (Perahera) ทีเมือง
     ิี                         ้                                       ่       สวยงาม บางพืนทีเ่ ป็นภูเขาเหมาะแก่การปลูกพืชบนเขา ผูเ้ ขียนก�าลังจะกล่าว
                                                                                               ้
แคนดี้ เป็นงานใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาก ใช้ระยะเวลาในการแห่นานถึง ๑๕              ถึงการปลูกชา ซึ่งชาซีลอนถือว่าเป็นแบรนด์เนมที่ติดตลาดโลก และเป็นสิ้น
วัน ระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การแห่พระธาตุเขี้ยว               ค้าส่งออกชั้นเยี่ยม มีหลายเมืองบนหุบเขาที่คนอังกฤษค้นพบและสร้างเป็น
แก้วนี้ใช้ช้างที่ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงามเป็นจ�านวนมาก โดยเริ่ม             เมืองตากอากาศในฤดูร้อน เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกชารสดี เช่น เมือง
ขบวนแห่จากหน้าวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วไปตามถนนต่างๆ แล้วกลับมายังวัด                นูวารา เอลลิย่า (NUWARA - ELIYA )ถือว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม
พระธาตุฯ เพื่ออัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานไว้ในที่เดิม                   ไร่ชา
            คณะผูเ้ ขียนมีโอกาสได้เข้าไปไหว้ผอบทีบรรจุพระธาตุเขียวแก้วเหมือน
                                                      ่         ้                      ผู้น�าคณะจัดโปรแกรมธรรมสัญจรสู่แดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี
กัน ซึงได้เห็นเพียงผอบทองค�าและพวกเครืองประดับสร้อย แหวน เงินทองที่
        ่                                         ่                             ออกเป็น ๒ ช่วง หรือ ๒ ส. คือ
ผูศรัทธาถอดถวายบูชาพระธาตุฯ ซึงวันนันในคณะของพวกเราก็มญาติโยมผู้
  ้                                        ่ ้                     ี                   ๑. แสวงบุญ คือ การเดินทางไปนมัสการพุทธสถานทีสาคัญตามเมือง
                                                                                                                                          ่�
มีจิตศรัทธาถอดแหวนถวายพระธาตุฯ ด้วยเหมือนกัน ขออนุโมทนา สาธุ...                 ต่างๆ
                                                                                       ๒. เสวยบุญ คือ หลังจากท�าบุญแล้ว มีบุญ ก็ไปเสวยผลบุญ ด้วยการ
                                                                                เดินทางไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของศรีลังกา เช่น ไร่ชา และรัตนชาติ
                                    64                                                                            65
เป็นต้น
         ในปัจจุบันประเพณีการดื่มชาได้รับความนิยมไปทั่วโลก คนที่ชอบดื่ม
ชาสามารถเลือกซื้อชาที่ตัวเองชอบได้จากร้านขายชาประเทศต่างๆ ที่น�าเข้า
ชาจากมุมต่างๆ ของโลก ท�าให้คนชอบชามีโอกาสได้ลมรสชาได้โดยไม่จ�าเป็น
                                                  ิ้
ต้องเดินทางไปรอบโลก
         พวกเรานั่งรถลัดเลาะไปตามริมเขา ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ชาอัน
เขียวขจี บรรยากาศสวยงาม บางช่วงมีหมอกปกคลุม บางช่วงมองเห็นน�้าตก
แต่ไกล สภาพภูมิประเทศไม่แตกต่างจากเมืองกาลิมปง (Kalimpong), เมือง
ดาร์จลง (Darjeeling) และเมืองอืนๆ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียทีมชอ
       ี ิ่                          ่                             ่ ี ื่
เสียงในเรื่องปลูกชาดี เป็นสินค้าส่งออกไปขายทั่วโลกเช่นกัน รถบัสของพวก
เราวิ่งมาหยุดที่โรงงานผลิตชาเกลนโลช (Glenloch) หัวหน้าทัวร์พาคณะลง
จากรถเพื่อชมขบวนการผลิตชา
         เจ้ า หน้ า ที่ ข องทางโรงงานมาคอยบรรยายต้ อ นรั บ พาคณะเดิ น




                                   66                                       67
ชมขบวนการผลิตชา ตั้งแต่เก็บจนกระทั่งบรรจุหืบห่อพร้อมส่งขาย มี
กระบวนการผลิตหลายขันตอนมากกว่าจะออกมาเป็นหีบห่อสวยงามอย่างที่
                          ้
เราเห็น เดินชมไปเก็บภาพไปเพลินๆ พอใกล้เวลาเพลจึงพากันไปฉันภัตตาหาร
ที่โรงงานมีไว้บริการนักท่องเที่ยวพร้อมอยู่แล้ว หลังอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ทาง
โรงงานมีที่นั่งให้ลูกค้าทดลองจิบน�้าชาฟรีว่าชอบแบบไหนชนิดใด และที่ให้                                      T
จับจ่ายซื้อหาชาไปฝากญาติมิตรคนสนิท คณะของพวกเราก็ไม่ลืมที่จะซื้อหา
ไปฝากครูบาอาจารย์ และญาติๆ                                                                              ที่t๔
       ผูเ้ ขียนนังจิบชาเพลินๆ กับพระมหาดร.ถนัด พลันนึกถึงนิทานเซ็นเรือง
                  ่                                                     ่
ชาล้นถ้วย ที่มีคติธรรมสอนใจว่า อย่าเป็นชาล้นถ้วย ที่ไม่สามารถเติมอะไร
เข้าไปได้อีก หมายถึงคนที่มีความถือตัวว่าตัวเองเก่ง เต็มไปด้วยอัตตาตัวตน                T = Tradition
ปิดประตูหัวใจไม่ยอมรับอะไรหรือไม่ฟังใครเลย ชาที่จิบก็อร่อยดี แต่ถ้าเป็น
ชาล้นถ้วยคงไม่ดีแน่
                                                                                 มีประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม
                                                                                      T ๔ คือ ประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม ประเทศศรีลังกาเป็นประเทศที่
                                                                             ร�่ารวยประเพณีวัฒนธรรมอันมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อของพุทธศาสนาและ
                                                                             ศาสนาฮินดู เช่น พิธการแห่พระธาตุเขียวแก้วทีเ่ รียกว่า เปราเฮรา(Perahera)
                                                                                                   ี               ้
                                                                             ซึงปีหนึงจัดเพียงครังเดียวในช่วงเข้าพรรษา จัดประมาณ ๑๕ วัน เป็นประเพณี
                                                                                ่      ่         ้
                                                                             ที่ยิ่งใหญ่มาก, พิธีการแห่ดุรุตุ เป็นพิธีฉลองการเสด็จประพาสลังกาของ
                                                                             พระพุทธเจ้า จัดขึ้นในเดือนยี่, งานฉลองวิสาขบูชา เป็นงานฉลองที่ยิ่งใหญ่
                                                                             กว่าประเทศอื่นๆ มีการประดับไฟและเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า และ
                                                                             ในประเพณีนี้มีการส่งส.ค.ส.ให้กันด้วย ชาวศรีลังกาจะไม่นิยมส่งส.ค.ส.ใน
                                                                             เทศกาลอื่นเหมือนประเทศทั่วโลกซึ่งนิยมส่งในช่วงปีใหม่, พิธีแห่งโปโสนใน
                                                                             วันเพ็ญเดือน ๗ จัดเพื่อฉลองการเสด็จมาลังกาของพระมหินทเถระพร้อม
                                                                             บริวาร เป็นต้น
                                   68                                                                          69
T
                                                                                                      ที่t๕
                                                                                         T = Tourism
                                                                                      การท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่
       วัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่ง คือ ระบ�าของชาวศรีลังกาที่มีเอกลักษณ์การ
แต่งการร่ายร�าที่โดดเด่นเฉพาะตัว สามารถแบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือ ระบ�า
กันด์ยัน (Kandyan Dancing) เป็นระบ�าประจ�าชาติ เป็นการเลียนแบบการ                ทีที่ห้า คือ การท่องเที่ยว ศรีลังกาถือกันว่าเป็นไข่มุกแห่งคาบสมุทร
ร่ายร�าของช้าง นกยูง และเป็นการเล่าเรื่องราวมหากาพย์รามเกียรติ์ , ระบ�า   อินเดีย พ่อค้าชาวมุสลิมเรียกว่า รัตนทวีป เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลาก
ทางใต้ของประเทศ (Low country dance) มีเอกลักษณ์คือสวมหน้ากาก              หลายบรรยากาศ เป็นเกาะทีมทะเลล้อมรอบ บางเมืองเป็นพืนราบ บางเมือง
                                                                                                        ่ี                              ้
คล้ายผีตาโขนบ้านเรา, ระบ�าสะบารกามุวะ (Sabaragamuwa Dances) เป็น          เป็นภูเขา ผู้เขียนขอแนะน�าสถานที่ที่ชาวพุทธนิยมเดินทางไปเยี่ยมชม ดังต่อ
ระบ�าถวายเทพเจ้าสะมัน (God Saman) ของชาวพื้นเมือง                         ไปนี้
                                                                                 ๑. เมืองอนุราธปุระ (ANURADHAPURA) เป็นเมืองหลวงแห่งแรก
                                                                          และถือว่าเป็นยุคทองของศรีลังกา(The Gloden Era of Sri Lanka) เริ่ม
                                                                          ตั้งแต่พระเจ้าวิชัยกษัตริย์องค์แรกเรื่อยมาจนถึงพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะซึ่ง
                                                                          พระพุทธศาสนาก็เข้ามาในยุคนี้ แต่เมืองอนุราธปุระถูกรุกรานจากพวกอินเดีย
                                                                          ใต้บ่อยๆ จนท�าให้ต้องย้ายเมืองไปที่อื่น
                                                                                 มีสิ่งที่ควรชม คือ ๑. กิ่งพระศรีมหาโพธิ์กิ่งแรกที่น�ามาจากอินเดียโดย
                                                                          ภิกษุณสงฆมิตตา ๒. โลหะปราสาทหลังที่ ๒ ในโลกทีพระพุทธโฆษาจารย์เขียน
                                                                                  ีั                                          ่
                                                                          คัมภีรวสทธิมรรค (หลังแรกนางวิสาขาสร้างถวายพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ที่
                                                                                 ์ิุ
                                 70                                                                          71
วัดบุพพาราม) ๓. พระมหา
เจดี ย ์ สุ ว รรณมาลิ ก ที่ พ ระ
เจ้ า ทุ ฎ ฐคามิ นี ส ร้ า งถวาย
สงฆ์ ๔.ถูปาราม เป็นสถูปที่
เก่าแก่ทสดในศรีลงกา สร้าง
             ี่ ุ       ั
โดยพระเจ้าเทวานัมปิยติส
สะ เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐาน
พระบรมสารี ริ ก ธาตุ ส ่ ว น
พระรากขวั ญ (กระดู ก
ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า
ซึ่งส่งมาถวายโดยพระเจ้า
อโศกมหาราช ๕. อภั ย
คีรีสถูป สูง ๓๗๕ ฟิต เป็น                                                  เก่าแห่งนี้มีบ้านพักชื่อว่า โปโลนนารุวะ (Polonnaruwa Rest House) เคย
วั ด ที่ มี พ ระภิ ก ษุ อ าศั ย อยู ่                                      เป็นทีประทับของสมเด็จพระราชินอลิซาเบธทีสองของอังกฤษซึงเสด็จมาทีนี้
                                                                                 ่                                 ี          ่                ่        ่
ถึง ๕,๐๐๐ รูป สร้างโดย                                                     ในปีพ.ศ.๒๔๙๗ (ค.ศ.๑๙๕๔)
พระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย ทางเข้าวัดมีอัฒจันทร์ศิลาที่สวยที่สุดในประเทศ                 มีสิ่งที่น่าชม ดังนี้ คือ ๑.วัดกัลวิหาร (Gal Vihara)ที่มีพระพุทธรูปสลัก
๖. เชตวันสถูป เป็นสถูปที่สร้างในศตวรรษที่ ๓ ที่เคยมีพระภิกษุอาศัยอยู่ถึง   จากหินผาน่าอัศจรรย์ ๒.พระไตรปิฎกฉบับหินผา ๓. พระราชวังพระเจ้า
๓,๐๐๐ รูปในอดีต                                                            ปรักมพาหุมหาราชผู้อุปถัมภ์การท�าสังคายนา ๔.วัฏฏาตเก องค์สถูปที่เคย
                                                                           ประดิษฐานพระธาตุเขี้ยวแก้ว มีพระสถูปอยู่ตรงกลางพร้อมกับพระพุทธรูป
๒. โปโลนนารุวะ (Polonanruwa)                                               หันหน้าไปทางทิศทั้งสี่ มีอัฑฒจันทร์ศิลาดุจพรมเช็ดเท้าและเทพพิทักษ์คอย
       เมืองโปโลนนารุวะ เมืองหลวงแห่งที่ ๒ ของศรีลังกา ทิ้งร่องรอยแห่ง     ป้องกันความชั่วร้ายไม่ให้กล�้ากลาย ๕. ตึกรัฐสภาของพระเจ้าปรักมพาหุ
ความยิ่งใหญ่ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ยลโฉม มีมหาราชองค์หนึ่งที่ชาวศรีลังกา    มหาราชที่สวยงาม ๖. อัฒจันทร์ศิลา (Moonstone) พรมเช็ดเท้าก่อนเข้า
นับถือมาก คือ พระเจ้าปรักมพาหุที่ ๑ ทีสร้างอ่างเก็บน�าชือ ปรักมพาหุสมุทร
                                      ่              ้ ่
าไว้ให้ชาวศรีลงกาได้ใช้ท�าเกษตรกรรมรวมถึงการอุปโภคบริโภคด้วย ทีเมือง
              ั                                                     ่
                                  72                                                                            73
วิหาร เป็นสถาปัตยกรรมอันล�้าค่า และเป็นปริศนาธรรมอันลึกซึ้งของการ          เป็นต้น,
ช�าระความศรัทธาให้บริสุทธิ์                                                      - ถ�้าที่ ๓ มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว ๓๐ ฟุต, มีพระพุทธรูปทั้ง
                                                                           ยืนและนั่งกว่า ๕๐ องค์
๓. ถ�้าพระดัมบูลล่า (Dambulla)                                                   - ถ�้าที่ ๔ เป็นถ�้าเล็กแต่พิเศษ มีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ และสถูป
       วิหารถ�้าวัดดัมบูลล่า มีทั้งหมด ๕ ถ�้า มีพระพุทธรูปมากมายกว่า ๑๕๐         - ถ�้าที่ ๕ มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูป
องค์ แต่ละถ�้ามีรายละเอียดดังนี้                                                     มากมาย และยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์มีพระวิษณุ เป็นต้น
       - ถ�้าที่ ๑ มีอยู่ ๗ องค์ คือ พระพุทธรูปปางปรินิพพาน, พระอานนท์,          ก่อนทางขึ้นไปชมถ�้ามีพระพุทธรูปหล่อทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะ
พระวิษณุ, และพระพุทธรูปอีก ๔ องค์,                                         ลังกา ประดิษฐานอยู่หน้าวัดทางขึ้นไปถ�้า
       - ถ�้าที่ ๒ มีอยู่ ๖๐ องค์ เช่น พระพุทธรูป, นาทะโพธิสัตว์, พระศรี
อาริยเมตไตรย์โพธิสตว์, อุปลวานเทพเจ้า, สมันเทพเจ้า, วัลลากัมพะกษัตริย,์
                      ั      ั                                             ๔.ภูเขาสิกิริยา (Sigiriya)
นิสสันกะมัลละกษัตริย,์ และยังมีภาพเขียนบนเพดานทีสวยงามเกียวกับพุทธ
                                                       ่        ่                 เขาสิ กิ ริ ย า เมื อ ง
ประวัติ, การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า, การเสด็จมาเกาะลังกาของพระเจ้าวิชัย      ปราการบนยอดเขาของพระ
ปฐมกษัตริย์, การปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์, และสงครามต่อต้านพวกบุกรุก           เจ้ากัสยปะ หรือพระราชวัง
                                                                           ลอยฟ้ า น่ า อั ศ จรรย์ และ
                                                                           ภาพเขี ย นสี ปู น เปี ย ก นาง
                                                                           อัปสรบนหน้าผาสูงชัน อายุ
                                                                           พันกว่าปี สียังสดใสงดงาม
                                                                           ราวกับจ�าลองนางสวรรค์บน
                                                                           พื้นพิภพ

                                                                           ๕.เมืองแคนดี้ (Kandy)
                                                                                 เมืองแคนดี้เป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในโลก เดินทางไปเฝ้าพระ
                                                                           สังฆนายกนิกายมัลลวัตตะ(สยามนิกาย) ไปทีวดดาลตามาลิกาวา เข้านมัสการ
                                                                                                                      ่ั
                                                                           พระธาตุเขียวแก้ว ทิวทัศน์บนยอดเขามองลงมาเห็นทะเลสาบทีทอดยาวกว้าง
                                                                                     ้                                                ่
                                  74                                                                        75
๗. โคลัมโบ (COLOMBO)
ใหญ่ ขุดโดยน�ามือของมนุษย์ และวัดอัสคิรยา ทีพระอุบาลีจากกรุงศรีอยุธยา
             ้                         ิ ่
                                                                                   เมืองหลวงโคลัมโบ ชมวัดกัลยานี ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ ชมภาพจิตรกรรม
เคยเป็นพระอุปัชฌาย์บวชชาวสิงหล จนเกิดนิกายสยามวงศ์มาจนทุกวันนี้
                                                                             ฝาผนังที่งดงามเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
                                                                             ในศรีลังกา และชมวัดคงคารามที่งดงามด้านศิลปะ เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียน
๖. ไร่ชาสวย- นูวารา เอลลิย่า (NUWARA - ELIYA)
                                                                             พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรกของศรีลังกา
         เมืองนูวารา เอลลิย่า เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมไร่ชา(The heart of
the tea industry) ชมไร่ชาสวย น�้าตกใส(๑๐๓ แห่ง) ภูเขาสูง ดื่มด�่ากับ
ธรรมชาติที่งดงาม จนได้ขนานนามว่ามรกตแห่งเอเชีย เยี่ยมโรงงานใบชา
ที่มีชื่อเสียง ชิมชารสเลิศในโรงงานผลิตชาศรีลังกาที่มีชื่อเสียงก้องโลก อิ่ม
เอมกับบรรยากาศอันสดชื่น ชมน�้าตกสูงที่ไหลตลอดปี งดงามเขียวชอุ่มด้วย
ไร่ชาบนยอดเขาสูงจากระดับน�้าทะเล ๖,๑๘๒ ฟิต เป็นที่พักตากอากาศอัน
สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย

                                   76                                                                        77
T
                          ที่t๖
           T = True man
   วีรบุรุษศรีลังกาผู้มีอุปการะคุณ
          ต่อพระพุทธศาสนา
                                                                        ติสสเถระว่า พระองค์ทาขนาดนีถอว่าเป็นญาติของพระศาสนาหรือยัง ? พระ
                                                                                              �       ้ื
                                                                        โมคคัลลีบุตรติสสเถระทูลตอบว่า ยังไม่ชื่อว่าเป็นญาติพระศาสนาตราบใดที่
         พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ�าชาติของศรีลังกา ประชากรส่วน         ยังไม่มีพระราชโอรส-ธิดาบวชในพระพุทธศาสนา พระเจ้าอโศกทรงอนุญาต
มากของประเทศเป็นพุทธศาสนิกชน ประเทศแห่งนีเคยมีกระทรวงพระพุทธ
                                                 ้                      ให้พระราชโอรส-ธิดาออกผนวช หลังจากผนวชแล้ว ทังสองพระองค์ได้บรรลุ
                                                                                                                          ้
ศาสนา ต่อมาศาสนาอื่นๆ ก็อยากมีกระทรวงศาสนาของตนเองบ้าง ท�าให้           พระอรหันต์ และเป็นก�าลังส�าคัญในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกา
รัฐบาลยุติปัญหาด้วยการยุบเป็นกระทรวงศาสนาอย่างเดียว ในที(T)สุดท้าย      ชาวศรีลงกาทุกปีจะมีขบวนแห่เพือยกย่องคุณงามความดีของพระมหินทเถระ
                                                                                 ั                     ่
นี้ ผู้เขียนอยากขอกล่าวถึงวีรบุรุษใจเพชรผู้ท�างานเพื่อประโยชน์และความ   และพระนางสังฆมิตตาเถรี
สุขของชาวสิงหล โดยเฉพาะอย่างยิงชาวพุทธเรา จะขอกล่าวถึงบุคคลทีมผล
                                   ่                              ่ี           - พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามุฏสิวะ ทรง
งานโดดเด่นเป็นทีรจกของพุทธศาสนิกชน เพือเป็นทิฎฐานุคติในการประพฤติ
                  ่ ู้ ั                 ่                              เป็นพระสหายสนิทกับพระเจ้าอโศกมหาราช แต่ไม่เคยพบกันเลย เมื่อพระ
ปฏิบัติตาม นี้คือบุคคลเหล่านั้น                                         มหินทเถระเดินทางไปประกาศพระศาสนาในเกาะลังกา พระเจ้าเทวานัมปิย
         - พระมหินทเถระ และพระนางสังฆมิตตา ทั้งสองพระองค์เป็นพระ        ติสสะทรงอุปถัมภ์และเป็นก�าลังส�าคัญในการประดิษฐานพระศาสนาในลังกา
ราชโอรสและพระราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อพระเจ้าอโศกทรง            พร้อมทั้งสร้างวัดมหาวิหารและวัดอื่นๆ ถวายพระสงฆ์
สร้างวิหาร ๘๔,๐๐๐ หลังถวายเป็นพุทธบูชา ทรงตรัสถามพระโมคคัลลีบุตร
                                78                                                                      79
- พระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระมหาเถระชาวอินเดีย เกิดในตระกูล            เรียบร้อยงดงาม เป็นทีเ่ คารพนับถือของชาวศรีลงกามาก จนพากันเรียกคณะ
                                                                                                                           ั
พราหมณ์ ใกล้สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ชอบเดินทางไปตามสถานที่             สงฆ์ที่ท่านน�าไปว่า สยามวงศ์นิกายบ้าง อุบาลีวงศ์บ้าง สยาโมบาลีวงศ์บ้าง
ต่างๆ เพื่อโต้วาทีกับนักปราชญ์ และท่านก็ได้รับชัยชนะตลอดในการปะวา                                                            - สมเด็ จ พระสั ง ฆราช
ทะ แต่มาปราชัยในการโต้คารมกับพระเรวตเถระ จึงยอมออกบวชเป็นลูก                                                        สรณังกร ท่านเกิดมาเพื่อกอบกู้
ศิษย์เพื่อเรียนพุทธมนต์ เมื่อบวชแล้วศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน ภาย                                                     พระพุทธศาสนาโดยแท้จริง ด้วย
หลังพระเรวตเถระกล่าวกับท่านว่า ในอินเดียมีพระไตรปิฎกบาลี ยังไม่มอรรถ ี                                              ความเสียสละ อดทน และเอาใจ
กถาบาลี แต่คัมภีร์อรรถกถาอยู่ที่เกาะลังกา ท่านจึงเดินทางไปลังกาตามค�า                                               ใส่ ใ นการเผยแผ่ พ ระธรรมของ
แนะน�าของพระอาจารย์ ไปถึงแล้วได้แสดงความสามารถให้พระเถระส�านัก                                                      ท่าน จนพระเจ้ากิตติศิริราชสิงห์
มหาวิหารเห็นด้วยการแต่งคัมภีร์วิสุทธิมรรคอธิบายหลักธรรมในพระพุทธ                                                    ทรงเลื่อมใส เมื่อสบโอกาสสาม
ศาสนา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา จนพระเถระส�านักมหาวิหารยอมรับและ                                                       เณรสรณังกรจึงทูลขอให้พระองค์
มอบคัมภีร์อรรถกถาให้ท่านปริวรรตจากภาษาสิงหลเป็นภาษาบาลี คณะผู้                                                      ส่งสาส์นไปขอพระภิกษุจากกรุง
เขียนมีโอกาสได้ไปนมัสการวัดอาโลกวิหารที่ท่านใช้เป็นที่ปริวรรตอรรกถา                                                 ศรีอยุธยาสมัยพระเจ้าบรมโกศให้
จากภาษาสิงหลเป็นภาษาบาลีอกด้วย ซึงพระเดชพระคุณสมเด็จพระมหารัช
                                ี     ่                                                                             มาบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรชาว
มังคลาจารย์พร้อมคณะได้สร้างรูปจ�าลองพระพุทธโฆษาจารย์ถวายไว้ทวดนัน  ี่ ั ้   ลังกา ภายหลังเมื่อบวชเป็นภิกษุแล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช
ให้คนได้เคารพบูชากราบไหว้                                                   องค์แรกและองค์สุดท้ายของลังกา
        สมัยผู้เขียนเรียนระดับปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยมคธ พักที่วัดไทย           - อนาคาริก ธรรมปาละ เป็นชาวลังกาผู้อุทิศชีวิตเพื่องานพระพุทธ
พุทธคยา เวลาเดินทางไปนมัสการพระเจดียพทธคยาและต้นพระศรีมหาโพธิ์
                                          ์ ุ                               ศาสนาในแดนพุทธภูมิ อินเดีย ได้รบแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือประทีป
                                                                                                            ั
ก็ไม่ลืมที่จะน�าดอกไม้ไปนมัสการสถูปที่ครูบาอาจารย์กล่าวว่าบรรจุอัฐิธาตุ     แห่งเอเชีย(The Light of Asia) ของเซอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์ จึงเดินทางไป
ของพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของต้นพระศรีมหาโพธิ์            นมัสการสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แต่ไปเห็นซากปรักหักพังของเจดีย์
ส�าหรับพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทแล้ว ถ้าใครไม่เคยศึกษาคัมภีรวสทธิมรรค
                                                            ์ิุ             พุทธคยาโดยไม่ได้รับการเอาใจใส่ เกิดความสังเวชจึงได้ปฏิญาณต่อหน้าต้น
มีค�ากล่าวว่าไม่สามารถเป็นนักปราชญ์ได้                                      พระศรีมหาโพธิ์ว่า จะอุทิศชีวิตของตนเพื่อกู้พุทธสถานในอินเดีย ท่านได้ก่อ
        - พระอุบาลีมหาเถระ เป็นพระธรรมทูตไทยที่ควรยึดไว้เป็นแบบอย่าง        ตั้งสมาคมมหาโพธิ์ขึ้น และออกวารสารชื่อ มหาโพธิ์(The Maha Bodhi)
ในการเผยแผ่ศาสนาได้เดินทางไปประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกา ด้วย               เพื่อท�างานเผยแผ่พระศาสนา ปัจจุบันมหาโพธิสมาคมมีสาขาอยู่มากมาย
การวางระเบียบปฏิบัตของพระภิกษุสงฆ์องค์สามเณรและพุทธศาสนิกชนให้
                         ิ                                                  ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของประเทศอินเดีย ท่านอนาคาริกธรรมปาละเดินทาง
                                  80                                                                         81
ไปบรรยายทั่วโลก เพื่อเรียกร้องให้ชาว                                                              ภาคผนวก
พุทธมีสิทธิ์ในพุทธสถาน ท่านมีศรัทธา
ต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าและ                                        ๑. ปกิณณกะศรีลังกา
เมื่อชราลงได้บวชในปีพ.ศ.๒๔๗๔ ต่อ                                             ทีตง เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากตอนใต้ของอินเดียประมาณ
                                                                               ่ ั้
เมื่ อ บวชไม่ น านก็ ไ ด้ ถึ ง แก่ ม รณภาพ                            ๘๐ กิโลเมตร
ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๗๖ ที่สาร                                               พื้นที่ ๖๕,๖๑๐ ตารางกิโลเมตร
นาถ เมืองพาราณสี กล่าววาจาสุดท้าย                                            เมืองหลวง กรุงโคลัมโบ (Colombo)
ว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้เกิดใหม่...ข้าฯ                                         เมืองส�าคัญ เมืองแคนดี(้ Kandy) เป็นเมืองหลวงเก่าและศูนย์กลางทาง
ขอเกิดอีก ๒๕ ชาติ เพือเผยแพร่ธรรมของ
                       ่                                              พุทธศาสนาตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า”                                                         ภูมิอากาศ มีอากาศแบบร้อนชื้น ฝนตกชุกในช่วงฤดูมรสุม
        - พันเอกเฮนรี สตีล ออลค๊อต                                           เวลา เวลาเร็วกว่ามาตรฐานกรีนิช ๕ ชั่วโมง(ช้ากว่าประเทศไทย ๑
(Colonel Henry Steel Olcott) เป็น                                     ชั่วโมง)
คนอเมริกันที่หันมานับถือพระพุทธศาสนาและมีบทบาทส�าคัญในการฟื้นฟู              ประชากร ๒๑.๑ ล้านคน (๒๕๕๒) ประกอบด้วยชาวสิงหล ชาวทมิฬ
พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ก่อตั้งสมาคมพุทธญาณ(Buddhist Theo-             ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) และอื่น ๆ
sophical Society)เพือช่วยเรืองการศึกษาแก่ชาวพุทธ และเปิดสอนโรงเรียน
                         ่          ่                                        ภาษา ภาษาสิงหลเป็นภาษาราชการและภาษาประจ�าชาติ (ร้อยละ
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น                                        ๗๔) ภาษาทมิฬเป็นภาษาราชการเช่นกัน (ร้อยละ ๑๘) ภาษาอังกฤษใช้ตดต่อ    ิ
                                                                      สื่อสารทั่วไปในภาครัฐ และประชากรประมาณร้อยละ ๑๐ สามารถสื่อสาร
                                                                      ด้วยภาษาอังกฤษ
                                                                             ศาสนา ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ร้อยละ ๗๐ (มีนิกาย ๓ นิกายใหญ่
                                                                      คือ สยามนิกาย, อมรปุรนิกาย และ รามัญนิกาย วัดประมาณ ๙,๐๐๐ วัด
                                                                      พระสงฆ์ประมาณ ๒๖,๐๐๐ รูป) ศาสนาฮินดู ร้อยละ ๑๕ ศาสนาคริสต์ ร้อย
                                                                      ละ ๘ และศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๗


                               82                                                                      83
ระบบการปกครอง ปกครองด้ ว ยระบอบสาธารณรั ฐ ภายใต้                 ๒. จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักร ของพระภิกษุฟาเหียน บทที่ ๓๘
ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและ
หัวหน้าฝ่ายบริหาร (Head of State and Head of Government) และ                    ทีซลอนหรือสิงหล เมือตังขึนเป็นราชอาณาจักรประเทศราช. พระสตูป
                                                                                  ่ี                    ่ ้ ้
ด�ารงต�าแหน่งสูงสุดของกองทัพ ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งโดยตรง      และอาราม. พระพุทธปฏิมาต้นโพธิพทธบัลลังก์. การแห่สมโภชพระเขียวแก้ว
                                                                                                                   ุ                                  ้
จากประชาชน อยู่ในต�าแหน่ง คราวละ ๖ ปี และด�ารงต�าแหน่งได้ไม่เกิน       ของพระพุทธองค์.
๒ สมัย ประธานาธิบดีคน ปัจจุบัน คือ นายมาฮินดา ราชปักษา (Mahinda                 ทีนครแห่งนีแต่เดิมมาไม่มผคนพลเมือง, มีอยูแต่พวกรากษสกับนาคทัง
                                                                                  ่           ้             ี ู้                     ่                        ้
Rajapaksa) ซึ่งเข้ารับต�าแหน่งเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘            นั้น, ซึ่งพวกพ่อค้าเมืองต่างๆ น�าสิ่งของมาแลกเปลี่ยนค้าขาย เมื่อจะท�าการ
      วันชาติ ๔ กุมภาพันธ์ (วันประกาศเอกราช) ได้รบเอกราชคืนจากอังกฤษ
                                                   ั                   ค้าขายแลกเปลี่ยนที่นี้, พวกรากษสจะไม่ส�าแดงตัวเอง(ออกมาให้เห็น). แต่
ในปี พ.ศ.๒๔๙๑                                                          จะน�าเอาสินค้าสิงของอันมีคาประเสริฐทังหลายมาวางไว้โดยเฉพาะ, และติด
                                                                                            ่            ่               ้
      สินค้าส่งออก ใบชา ข้าว ยางพารา มะพร้าว อบเชย                     ฉลากบอกก�าหนดราคาไว้กบสิงของนันๆ. เมือพ่อค้ายอมรับซือตามราคานัน,
                                                                                                     ั ่             ้     ่                  ้           ้
      นางสิรมาโว บันดารานัยเก(Sirimavo Bandaranaike) นายกรัฐมนตรี
             ิ                                                         ก็เอาสิ่งของเหล่านั้นไปได้.
หญิงคนแรกของประเทศและโลก                                                        พวกพ่อค้าทังหลายทัวไปได้ไปมา(ในทางนี)้ . และเมือเขาเหล่านัน(กลับ)
                                                                                                ้     ่                                     ่       ้
      นางจันทริกา บันดารานัยเก กุมารตุงคะ(Chandrika Bandaranaike       ไปแล้ว. ชาวบ้านราษฎรแห่งนครต่างๆ(เหล่านันได้ทราบว่า). ดินแดนแห่งนีมี
                                                                                                                                 ้                          ้
Kumaratunga) ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศและโลก                          ความสุขสบายประการใด. ต่างก็รวบรวมชนกันมาอยูทนเี้ ป็นจ�านวนมากมาย,
                                                                                                                                       ่ ี่
      วันหยุดราชการ วันพระ หรือวันธรรมสวนะ เพราะเป็นเมืองพุทธ และ      จนกระทังกลายเป็นประชาชาติใหญ่โตขึน. ระดับ(อากาศ)เป็นทีพงใจ, ฤดูรอน
                                                                                    ่                                  ้                        ่ ึ     ้
ชาวพุทธศรีลังกาถืออุโบสถศีล                                            หรือฤดูหนาวใดก็มได้แตกต่างกัน. อุดมดาษดืนไปด้วยพืชพรรณธัญญชาติอยู่
                                                                                                  ิ                          ่
                                                                       เสมอ. บุคคลผูประกอบการกสิกรรมคิดจะด�าเนินการกระท�าเมือเวลาใดก็ได้,
                                                                                          ้                                                      ่
                                                                       โดยไม่ต้องเป็นก�าหนดฤดูกาลส�าหรับที่นี่.
                                                                                เมื่อครั้งพุทธองค์เสด็จมาถึงนครนี้, ทรงปรารถนาจะกระท�าการแปลง
                                                                       ร่างพระยานาคร้ายตนหนึ่ง, ด้วยอ�านาจอภินิหารอันเหนือธรรมดาของ
                                                                       พระองค์, พระองค์ได้ทรงเหยียบพระบาทข้างหนึ่งลง ณ ที่เหนือนครหลวง,
                                                                       และอีกข้างหนึ่งทรงเหยียบลงบนยอดภูเขา, ทั้ง ๒ ข้างห่างจากกันถึง ๑๕
                                                                       โยชน์. เบืองบนแห่งพระพุทธบาททีเหนือนครนัน, พระราชาได้ทรงสร้างพระ
                                                                                      ้                          ่                 ้
                                                                       สตูปขนาดใหญ่และสูงถึง ๔๐๐ ศอกไว้องค์หนึง, ประดับประดาด้วยทองและ
                                                                                                                               ่
                                84                                                                               85
เงินเป็นทีสง่างาม, และส�าเร็จแล้วล้วนไปด้วยการรวบรวมไว้ซงสิงส�าคัญอันมี
             ่                                                   ึ่ ่          ตอม่อยาว ๘ หรือ ๙ คืบโดยรอบ, ต้นปัทรก็เริ่มงอกรากหยั่งลงไปตามใจ
ค่าประเสริฐทังหลาย. ทีขางพระสตูปด้านหนึงมีอารามทีได้สร้างมาแต่เดิมด้วย
                    ้    ่้                   ่         ่                      กลางของเสาที่ค�้าทุกๆ ต้น, จนทะลุตลอดต้นเสาลงข้างใต้ พบพื้นดิน ณ ที่
แห่งหนึ่งเรียกว่าอภัยคิรี. ที่อารามแห่งนี้มีพระภิกษุอยู่ ๕,๐๐๐ ที่อารามนี้มี   นัน, (กลายเป็นล�าต้น) โตโดยรอบในราว ๔ คืบและทอดรากสีแดง(ไปตามพืน
                                                                                 ่                                                                          ้
วิหารส�าหรับพระพุทธองค์หลังหนึง, ประดับประดาไปด้วยลวดลายแกะสลัก
                                      ่                                        ดิน). ถึงกระนั้นก็ดี, เสาตอม่อที่แตกกลางออกเป็นซีกๆ, ก็ไม่มีผู้ใดเก็บเอาไป
ปิดทองและเงิน, และบริบรณ์ไปด้วยสิงอันมีคาประเสริฐ ๗ ประการ, ภายในมี
                             ู            ่      ่                             ให้พนที.่ ภายในต้นปัทรนีมวหารซึงได้สร้างขึนไว้หลังหนึง, ภายในมีพระพุทธ
                                                                                      ้                       ้ีิ ่          ้            ่
พระพุทธปฏิมาหินหยกสีเขียวองค์หนึ่ง, สูงกว่า ๒๐ ศอก. พราวพรายไปด้วย             รูปนั่งองค์หนึ่ง, ซึ่งมีพระภิกษุและผู้ที่เคารพนับถือทั่วไปมาดูอยู่มิได้ขาด. ใน
วัตถุอนเป็นสิงส�าคัญๆ ทังสิน, จนเหลือทีจะเลือกสรรเอาถ้อยค�ามากล่าวเฉลิม
      ั           ่        ้ ้              ่                                  นครนี้มีวิหารซึ่งได้สร้างขึ้นส�าหรับประดิษฐานพระทันตธาตุของพระพุทธ
เกียรติให้ถูกถ้วนเท่าที่มีปรากฎอยู่นั้นได้, ในฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวามีมุกดาอัน   องค์, ซึ่งได้จ้างนายช่างให้ท�าการประดับประดาไว้ด้วยสิ่งอันมีค่าประเสริฐ
หาค่ามิได้เม็ดหนึ่ง                                                            ๗ ประการดุจเดียวกับทีอนๆ. พระราชาถือธรรมเนียมการช�าระล้างบาปตาม
                                                                                                         ่ ื่
         ตั้งแต่ฟาเหียนได้ละทิ้งดินแดนแห่งประเทศฮั่นล่วงแล้วมาจนบัดนี้ได้      แบบพราหมณ์, และอันทีจริงความเชือถือและความเคารพนับถือของราษฎร
                                                                                                           ่            ่
หลายปีแล้ว, ผู้คนที่ฟาเหียนได้มาท�าการเกี่ยวข้องติดต่ออยู่ล้วนแต่เป็นแขก       ภายในนครส่วนใหญ่กเ็ ช่นเดียวกัน. ตังแต่อดีตกาลมารัฐบาลแห่งประเทศราช
                                                                                                                      ้
แปลกหน้าต่างถิ่นกันทั้งสิ้น. ดวงตาทั้งสองของฟาเหียนมิได้ทอดอยู่บนสิ่งที่       นี้ตั้งมาด้วยความเป็นหลักฐานมั่นคง, โดยปราศจากข้าวยากหมากแพงหรือ
ตนเคยพบเห็นมาแต่เก่าก่อน เช่น ครอบครัว ภูเขาหรือแม่น�้า ต้นผักหญ้า             กันดารขัดสน, ไม่มีการจลาจลหรือก�าเริบวุ่นวายประการใด. ที่ในคลังของ
และต้นไม้เลย. เพื่อนเดินทางนอกนั้นต่างก็พลัดพรากจากกันไป, บางคนก็              คณะสงฆ์มีพลอยหินอันมีค่าประเสริฐ และมณีอันมีค่ายอดยิ่ง. ครั้งหนึ่งพระ
ตาย, บางคนแยกทางไปต่างหาก, มิได้เห็นหน้าหรือแม้แต่เงากันเลยในเวลา              ราชาได้เสด็จเข้าไปในคลังนัน, และเมือพระองค์ได้ทอดพระเนตรไปโดยรอบ,
                                                                                                               ้          ่
นี้นอกจากตนเอง, ความเศร้าโศกก็พลันอุบัติขึ้นตั้งอยู่ในดวงใจของฟาเหียน.         ก็เห็นมุกดามีค่าอันประเสริฐ, โลภเจตนาของพระองค์ก�าเริบขึ้น, พระองค์
วันหนึงเมือฟาเหียนไปนังอยูทขางพระพุทธปฏิมาหยก, ขณะทีฟาเหียนได้เห็น
        ่ ่               ่ ่ ี่ ้                             ่               ทรงปรารถนาใคร่จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นส่วนของพระองค์เองเสียด้วย
พ่อค้าคนหนึงเอาพัดไหมสีขาวเล่มหนึงของเขามาถวายเป็นเครืองสักการบูชา,
                ่                       ่                          ่           อ�านาจ. แต่อย่างไรก็ดี, ใน ๓ วันต่อมาได้เสด็จไปด้วยพระองค์เอง, และใน
ความทุกข์โศกของฟาเหียนได้ขึ้นถึงขีดเต็มเปี่ยมจนเหลือที่จะระงับใจไว้ได้,        ทันทีพระองค์ได้ตรงเข้าไปน้อมพระเศียรของพระองค์กบพืนในท่ามกลางภิกษุ
                                                                                                                                       ั ้
พลันน�้าตาของตนก็ร่วงหล่นลงทันที.                                              สงฆ์ทงหลาย, พระองค์ได้ส�าแดงการกลบพระหทัยทีได้ทรงคิดชัวร้ายมาแล้ว.
                                                                                        ั้                                          ่          ่
         ในกาลก่อนครังหนึงกษัตริยแห่งนครนีได้สงคนให้ขนไปมัชฌิมประเทศ
                       ้ ่          ์           ้ ่       ึ้                   ตามเหตุผลที่เป็นมาแล้วนี้, พระองค์ได้ทรงเล่า(ความในพระหทัย)ให้ภิกษุทั้ง
แห่งอินเดียตอนเอากิ่งต้นปัทร, แล้วและน�าเอาลงมาปลูกไว้ที่ข้างวิหารแห่ง         หลายฟัง. แล้วทรงแสดงความเจตนาให้ท�ากฎข้อบังคับขึนตังแต่วนนันเพือให้
                                                                                                                                         ้ ้ ั ้ ่
พระพุทธองค์, ต้นปัทรได้เจริญงอกงามขึ้นสูงประมาณ ๒๐๐ ศอก, และได้                ปรากฏสืบไปว่า ไม่ยอมอนุญาตให้พระราชา(พระองค์ใด) เสด็จเข้าไปในคลัง
เอนไปทางตะวันออกเฉียงใต้. พระราชาเกรงว่าจะล้ม, จึงได้ให้ค�้าไว้ด้วยเสา         และทอดพระเนตร(สิงของในนัน). แม้พระภิกษุ(ใดๆ)ก็เข้าไปไม่ได้. จนกว่าจะ
                                                                                                       ่         ้
                                    86                                                                              87
ทรงความเป็นอยู่ในธรรมวินัยชั่วกาลเวลาเต็ม ๔๐ พรรษาล่วงแล้ว.                   ได้ทรงกระท�าไปด้วยความเพียรอดทนต่อความทุกขเวทนา, โดยมิได้เห็นแก่
         ในนครนียงมีไวศยผูเ้ ฒ่าและพ่อค้าโพมากหลาย, พวกเหล่านีมบานเรือน
                  ้ั                                            ้ี ้          ชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งสิ้นเลย. เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ตรัสรู้เป็นองค์
อันงดงามสมเกียรติศักดิ์. ตรอกที่ใช้สัญจรไปมาได้สั่งให้บ�ารุงรักษาไว้เป็นอัน   พระสัมมาสัมพุทธเจ้า, และได้ทรงปฏิบัติกรณียกิจอยู่ในนี้สืบต่อไปอีก ๔๕
ดี. ที่หัวถนนอันเป็นสายส�าคัญทั้ง ๔, มีศาลาโรงเทศนาสร้างขึ้นไว้. ณ ที่ศาลา    ปี, โดยกลับกลายเป็นพระบรมครูทรงแสดงธรรมเทศนาสั่งสอน (ฝูงสัตว์),
นี้ในวัน ๘ ค�่า ๑๔ ค�่า และ ๑๕ ค�่าของเดือน, พวกเหล่านั้นจัดการปูพรมและ       โดยมิได้ทรงหยุดยั้งพักผ่อน. และไม่เปลี่ยนแปรพระจริยาวัตต์ในทางที่จะ
ตังธรรมาสน์สาหรับนังไว้ขางหน้า, ฝ่ายพระภิกษุและฆราวาสสามัญทัวไปจาก
  ้             �      ่ ้                                          ่         โปรดให้บุคคลทั้งหลายพ้นจากอกุศลกรรมเลย. พระองค์ได้ทรงกระท�าความ
ทุกๆ ส่วน, ต่างพร้อมกันมาฟังธรรมเทศนา. ชาวบ้านกล่าวว่าในราชอาณาจักร           ติดต่อกับชีวตของพระองค์โดยครบถ้วนบริบรณ์, ตลอดจนเสด็จดับขันธ์บรรลุ
                                                                                            ิ                          ู
นี้มีพระภิกษุรวมกันทั้งหมดอาจถึง ๕ หรือ ๖ พัน, พระภิกษุทั้งหลายได้รับ         ปรินพพาน. และเหตุการณ์ตงแต่นนมา (จนบัดนี)้ ได้ ๑๔๙๗ ปีแล้ว. แสงสว่าง
                                                                                    ิ                     ั้ ั้
อาหารจากโรงเรียนตามธรรมดาทั่วไป, นอกจากนี้พระราชายัรงได้จัดเตรียม             ของโลกได้หมดสิ้นแล้ว, ชีวิตความเป็นอยู่ (ของเรา) ทั้งหลายจะคงมีอยู่แต่
อาหารไว้สาหรับแจกจ่ายถวายแก่ภกษุ ๕ หรือ ๖ พันในนครอีกแห่งหนึง. เมือ
             �                      ิ                                 ่ ่     ความเศร้างโศกสืบไปชั่วกาลนาน. จงคอยดู. อีก ๑๐ วัน. พระทันตุธาตุของ
ขณะใดทีภกษุทงหลายน�าเอาบาตรใหญ่, ไป (ยังทีแจกจ่ายอาหารนันแล้ว). ก็
           ่ ิ ั้                               ่                 ้           พระองค์จะได้น�าออกมาให้เห็นประจักษ์, และจะได้น�าไปสู่อภัยคีรีวิหาร. ให้
จะได้ถือเอาภาชนะซึ่งเต็ม (ด้วยอาหาร) กลับด้วยกันทั้งสิ้น.                     พระภิกษุและคฤหัสถ์ทั้งหลาย, ที่ปรารถนาจะสะสมบุญกุศลส�าหรับตนเอง,
         ในกลางเดือน ๓ พระทันตธาตุของพระพุทธองค์จะถูกเชิญออกมาให้             จงท�าถนนหนทางให้เกลี้ยงเกลาตามความเจตนาดี, แล้วและตกแต่งถนน
ได้เห็นกันเสมอไป. แต่ก่อนที่จะเชิญออกมา ๑๐ วัน, พระราชาได้ (รับสั่ง) ให้      หนทาง, และตระเตรียมตั้งที่ท�าการสักการบูชาด้วยดอกไม้และเครื่องหอม
ตกแต่งคชาใหญ่ด้วยผ้าปูหลังอันสง่างามเชือกหนึ่ง. กับให้มีบุรุษคนหนึ่งแต่ง      ให้ตลอดทั่วไป.
กายด้วยเครื่องเสื้อผ้าของหลวง, ขึ้นขี่ช้างตีกลองใหญ่และกล่าวประกาศไป                  เมื่อการประกาศนี้ล่วงไปล้ว, พระราชาได้ให้ท�ารูปภาพร่างกายแบบ
ตามทางโดยชัดเจนว่า “ในระหว่างเวลา ๓ อสงไขยกัลป ที่พระโพธิสัตว์ได้             ต่างๆ แสดงไว้ตามริมถนนทั้งสองข้าง ๕๐๐ รูป, ซึ่งเป็นภาพที่มีปรากฎมาใน
ทรงกลับพระหทัยมาตังบ�าเพ็ญกรณียกิจให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้ว, โดยมิได้
                         ้                                                    ต�านานของพระโพธิสัตว์ เช่นครั้งเป็นสุทาน, ครั้งเป็นสามะ, ครั้งเป็นพระยา
ถนอมพระชนมชีพของพระองค์. พระองค์ทรงสละทิงพระราชาอาณาจักรและ
                                                  ้                           คชสาร, และเมื่อครั้งเป็นกวางและม้า. รูปภาพทั้งหมดเหล่านี้ระบายด้วยสี
นคร, พระมเหสี, และพระราชโอรส. พระองค์ปลิดดวงพระเนตรของพระองค์                 อย่างสดใส และส�าเร็จพร้อมไปด้วยความงดงาม, ซึงแลดูเป็นประดุจสิงมีชวต
                                                                                                                              ่                 ่ ีิ
ประทานแก่คนๆ หนึ่ง. พระองค์ตัดพระมังษาก้อนหนึ่งให้เป็นค่าถ่ายชีวิต            อยู่. ต่อจากนี้พระทันตธาตุของพระองค์ก็ถูกเชิญออกมา และพาไปในกลาง
ของนกเขาตัวหนึ่ง. พระองค์ตัดพระเศียรของพระองค์ให้เป็นทานพระองค์               ถนน, ทุกๆ แห่งก็ถวายเครื่องสักการบูชาต่อพระทันตธาตุ (กันไป) ตลอด
อุทิศร่างกายให้เป็นอาหารแก่พยัคฆ์ที่อดอยากตัวหนึ่ง พระองค์มิได้เสียดาย        ทาง, จนกระทั่งถึงวิหารของพระพุทธองค์ ณ อภัยคีรีอาราม, ณ ที่นั้นพระ
(แม้แต่) กระดูกมันไขและสมองพระองค์. ในทางทั้งหลายเหล่านี้พระองค์              ภิกษุและคฤหัสถ์รวมกันเป็นกลุมๆ, ต่างเผาเครืองหอมและจุดประทีปโคมไฟ.
                                                                                                             ่            ่
                                   88                                                                           89
ภาพการจาริกแสวงบุญ
ปฏิบัติกันอยู่เช่นนี้ตลอดก�าหนดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนโดยมิได้หยุด,         ของคณะธรรมยาตราสู่แดนพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปีศรีลังกา
จนกระทั่งครบเวลาที่มีงาน ๙๐ วันบริบูรณ์. เมื่อ (พระทันตธาตุถูกอัญเชิญ)
กลับไปสู่วิหารภายในนคร (ตามเดิม)แล้ว, ในวันถือศีลประตูวิหารจะเปิด, ผู้
ที่เคารพนับถือก็เข้าไปกระท�าพิธีและบ�าเพ็ญศีลตามวินัย.
        เบื้องทิศตะวันออกของอภัยคีรีวิหารไป ๑,๐๐๐ เส้นเป็นเนินภูเขา
แห่งหนึ่ง, มีวิหารหลังหนึ่งอยู่บนนั้นเรียกว่าเจตย. ณ ที่นี้อาจมีภิกษุได้ถึง
๒,๐๐๐. ในระหว่างพระสมณะเหล่านันมีพระสมณะองค์หนึงด�ารงกุศลบารมี
                                     ้                   ่
อันยิงใหญ่, มีนามว่าธรรมคุปตะ, มีเกียรติคณประจักษ์แจ้งตลอดทัวไปในราช
      ่                                   ุ
อาณาจักรนี้. พระสมณะองค์นี้ด�ารงชีวิตอยู่ ๕๐ ปีกว่าภายในคูหาศิลา, ท่าน
ผูนได้สาแดงความอ่อนหวานแห่งน�้าใจอยูเ่ นืองๆ และได้น�าเอางูและหนูให้มา
  ้ ี้ �
รวมในห้องเดียวกัน, แต่ก็ปราศจากการที่จะคิดปองร้ายซึ่งกันและกัน.


                               f
                               f




                                   90
หนังสือประกอบการเขียน
      จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน พระยาสุริ
นทรฦาชัย(จันทร์ ตุงคสวัสดิ)
      พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์
(ป.อ.ปยุตฺโต)
      กาลานุกรมพระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก พระพรหมคุณาภรณ์
(ป.อ.ปยุตฺโต)
      การเผยแผ่หัวใจส�าคัญของพระพุทธศาสนา วัดปากน�้า ภาษีเจริญ
      เยือนสยามนิกายในศรีลังกา พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)
      ประวัตตนพระศรีมหาโพธิตรัสรู้ พระเทพโพธิวเิ ทศ (ทองยอด ภูรปาโล)
              ิ้            ์                                  ิ
      ท่องแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ดร.พระมหา
ถนัด อตฺถจารี
      ประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป กรมพระยาด�ารงราชานุ
ภาพ
      พุทธศาสนาในศรีลังกา ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร
      สยามวงศ์ในลังกา สยาม แสนขัติ
      Sri Lanka Rohan Gunaratna
      Sri Lanka Lonely Planet




                                95
ประวัติความเป็นมาของกองทุนปิยเมธี
                                                                                                µ’¥

                                                                          เนื่องด้วยการศึกษาของเยาวชนไทยไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร
                                                                   นักเรียน และนักศึกษาในปัจจุบนยังขาดการสนับสนุน และอุปถัมภ์บ�ารุงด้าน
                                                                                                   ั
                                                                   การศึกษาเท่าทีควร เพือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนสร้างบุคลากรของชาติ
                                                                                   ่     ่
                                                                   ศาสนาทั้งใน และต่างประเทศ
                                                                          การจัดตั้งกองทุนปิยเมธีนี้โดยการบริจาคทุนเริ่มต้นของพระมหาปิยะ
                                                                   อุตฺตมปญฺโญ (จันดาดาล )พระธรรมทูตสายต่างประเทศ วัดป่าสันติธรรม
                    เกี่ยวกับ ‘ปิยเมธี’                            เวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา จ�านวน ๑๐,๐๐๐ บาท ในวันที่ ๖ ก.ค. ๒๕๕๔
                                                                   เนืองจากท่านเล็งเห็นความส�าคัญของการศึกษาทีมสวนส�าคัญต่อการพัฒนา
                                                                      ่                                               ่ี่
                          µ’¥
                                                                   บุคลากรในชาติและศาสนา
       เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๒๐ จังหวัดอุดรธานี                     กองทุนปิยเมธี ได้เริมก่อตังมาตังแต่วนที่ ๖ ก.ค. ๒๕๕๔ ณ วัดโปรดเกศ
                                                                                              ่      ้ ้ ั
       เมื่ออายุ ๑๒ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ปี พ.ศ.๒๕๔๓ ส�าเร็จ     เชษฐาราม ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
การศึกษาภาษาบาลีสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคขณะเป็นสามเณร             วัตถุประสงค์
ได้รับพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์                       - เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่พระภิกษุสามเณร ผู้
       ปี พ.ศ.๒๕๔๕ ได้เดินทางไปศึกษา ประเทศอินเดีย หลังจากจบการ    ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีความตังใจเป็นศาสนทายาทท�างาน
                                                                                                                  ้
ศึกษาแล้วได้ช่วยงานพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาลอยู่ระยะหนึ่ง   เพื่อพระพุทธศาสนา
ก่อนจะเข้าอบรมโครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศของที่มหาวิทยาลัย             - เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่นักเรียนนักศึกษา ผู้
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย                                            ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
       ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูตสาย            - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ต่างประเทศ ณ วัดป่าสันติธรรม มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา          - เพือส่งเสริมสนับสนุนงานด้านการศึกษา ค้นคว้า และการจัดอบรมต่างๆ
                                                                               ่
จนถึงปัจจุบัน                                                             - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและให้ก�าลังใจแก่บุคคลผู้ท�าดี
                          µ’¥                                             - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนงานด้านบ�าเพ็ญสาธารณประโยชน์อื่น ๆ
                              96                                                                     97
วิธีการบริจาคตั้งทุน
       ๑. บริจาคตั้งกองทุนการศึกษาต่อเนื่องอุปถัมภ์เป็นรายปี ปีละ ๑๐๐
เหรียญ เพื่ออุปถัมภ์พระภิกษุหรือสามเณร ๑ รูป โดยคณะกรรมการกองทุน
จะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกพระภิกษุหรือสามเณรที่สมควรและจะได้
ส่งจดหมายติดต่อถึงเจ้าภาพผู้ให้ความอุปถัมภ์ไปจนกว่าพระภิกษุสามเณร         ร่วมท�ำบุญกองทุนเพื่อกำรศึกษำ
รูปดังกล่าวจะเรียนจบตามสติปัญญาความสามารถ ถ้าหากเจ้าภาพทุนไม่
สามารถอุปถัมภ์ตอเนืองได้ทางคณะกรรมการจะน�ากองทุนกลางหรือกองทุน
                 ่ ่
ของเจ้าภาพอื่น ๆ มาช่วยสนับสนุนต่อไป
       ๒. บริจาคตามก�าลังศรัทธา เป็นกองทุนกลาง เพื่อน�าเงินไปเป็นค่าใช้
จ่ายกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร
กองทุนสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
      ๑. มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่พระภิกษุสามเณร เพื่อสร้างศาสน
ทายาทสืบอายุพระพุทธศาสนา ทั้งด้านการเรียนปริยัติ (นักธรรม-บาลี) และ
การศึกษาภาคปฏิบัติ
      ๒. มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนนักเรียนนักศึกษาในเขตจังหวัด
สมุทรปราการ และจังหวัดอื่นๆ
      ๓. โครงการจัดพิมพ์สอธรรมะเผยแผ่เพือเป็นธรรมบรรณาการแก่ผที่
                             ื่             ่                     ู้
สนใจ และหนังสือธรรมมะตามโอกาสอันควร เป็นต้น
สถานที่ติดต่อ : ดร.พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ
                วัดป่าสันติธรรม เวอร์จีเนีย
                14289 Chapmans Lane, Carrollton, Viginia 23314                กองทุนปิยเมธี
                E-mail : p_kind_j@hotmail.com
หรือบริจาคได้ที่ : ธนาคารกรุงไทย สาขาพระประแดง
                บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๒๑๖-๐-๓๒๔๕๑-๕
                ชื่อบัญชี “พระมหาปิยะ จันดาดาล”
รายนามผู้ร่วมบริจาคพิมพ์หนังสือ
๑.   พระครูวินัยธรดร.สมุทร ถาวรธมฺโม   ๒,๐๐๐ บาท
๒.   พระมหาสายันต์ อคฺควณฺโณ           ๑,๐๐๐ บาท
๓.   พระอาจารย์มโน ฐิตมโน              ๑,๐๐๐ บาท
๔.   พระมหาจูม มหาลาโภ                 ๑,๐๐๐ บาท
๕.   พระมหาดร.พิรุฬห์ พทฺธสีโล         ๓,๐๐๐ บาท
๖.   คุณบัญชาสิทธิ์ มี้เจริญ           ๑,๐๐๐ บาท
๗.   นพ.ตะวัน ชัยภูวนารถ               ๒,๐๐๐ บาท
๘.   ด.ช.ไทเลอร์ มิลเลอร์              ๕,๔๐๐ บาท




                              100

ลังกากถา ข้อคิด ของดีเมืองศรีลังกา

  • 1.
    พระพุทธรูปหินผา เมืองโปโลนนารุวะ ลังกากถา ∏ ข้อคิด ของดีเมืองศรีลังกา c £ปิยเมธี•
  • 2.
    ลังกากถา ค�านิยม ข้อคิด ของดีเมืองศรีลังกา ISBN : 978-974-000-000-0 บันทึกการเดินทางของท่านพระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ ที่ให้ชื่อว่า ที่ปรึกษา : “ลังกากถา” ได้น�าเรื่องราวของประเทศศรีลังกาที่ตนได้สัมผัสด้วยศรัทธา พระเทพโพธิวิเทศ พระเทพกิตติโสภณ และได้เห็นด้วยตาตนเองเขียนขึ้นมาอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยอรรถรส พระเทพกิตติโมลี พระวิเทศธรรมรังษี และเนื้อหาสาระที่ครบถ้วนทุกด้าน ด้วยใช้ตัวอักษรย่อน�าเข้าหาเนื้อหาที่ พระสุนทรพุทธิวิเทศ พระวิเทศธรรมกวี เป็นจุดเด่นของศรีลังกา ไม่ว่าจะเป็นด้านผู้คนชาวสิงหล ด้านสถานที่ ด้าน พระครูวิสิฐธรรมรส พระครูวินัยธรสมุทร ถาวรธมฺโม ดร. วัฒนธรรมชาวพุทธ และปรัชญาแฝงด้วยธรรมะ ด้วยเมตตา ปัญญา ความ พระครูสังฆรักษ์อ�าพล สุธีโร ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี พระมหาอุดม ปภงฺกโร พระอาจารย์น้าว นนฺทิโย รู้ความสามารถ และประสบการณ์อันกว้างขวางในฐานะพระธรรมทูตของ พระมหาเอกชัย สญฺญโต พระมหามนตรี คุตฺตธมฺโม พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ และสมฐานะแห่งภูมิปัญญามหาเปรียญธรรม ๙ พระมหาสมบูรณ์ จตฺตภโย ป.ธ.๙ พระวิญญู สิรญาโณ ประโยค ที่ได้เชื่อมประสานงานเขียนธรรมะง่าย ๆ กับสิ่งที่พบเห็นเป็นของ ดร.เสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี ดร.จัด เกิดสบาย ฝากส�าหรับท่านทียงไม่เคยไปท่องเทียวประเทศนี้ และเป็นข้อมูลเตือนความ ่ั ่ ทรงจ�าของท่านที่เคยไปมาแล้ว ภาพโดย : ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี พระมหาท�านอง แสงชมพู “ลังกากถา” เป็นงานเขียนอีกชิ้นหนึ่งที่ทรงคุณค่ายิ่ง ผู้อ่านเกิดความ พระมหาอเนก อเนกาสี พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ พิสูจน์อักษร : พระมหาสัญชัย ชยสิทฺธิโก ป.ธ.๙ พระมหาสินชัย สิริธมฺโม ป.ธ.๗ รู้ความเข้าใจและเห็นภาพพจน์ของชาวพุทธสิงหล และประเทศศรีลังกาที่ พระมหาสายันต์ อคฺควณฺโณ พระบัญชาสิทธิ์ ชุตินฺธโร เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความเลื่อมใสศรัทธาทางศาสนา ผู้อ่านได้เห็น ดร.พระครูปลัดธนัญชัย อริญฺชโย ดร.พระมหาชัชวาลย์ โชติปญฺโญ ความส�าคัญของโบราณสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งในประเทศศรี น.ส.กชกร เอี้ยงกุญชร ลังกา ซึ่งต่างสะท้อนถึงรากฐานที่หยั่งลึกของพระพุทธศาสนาในจิตใจของ ปก/รูปเล่ม : นิรันดร รันระนา ประชาชน นับตั้งแต่เมืองอนุราธปุระ นครหลวงแห่งแรกของศรีลังกาและ พิมพ์ครั้งแรก : กรกฎาคม ๒๕๕๔ จ�านวน ๑,๐๐๐ เล่ม เมืองแรกที่พระพุทธศาสนาได้เข้าไปประดิษฐานไว้มั่น มหานครโปโลนนารุ วะ เมืองหลวงแห่งทีสองของศรีลงกา เมืองแคนดีทประดิษฐานพระธาตุเขียว ่ ั ้ ี่ ้ พิมพ์ที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ์ แก้ว ถ�้าอาโลกวิหาร เมืองมะตะเล แหล่งก�าเนิดการจารึกพระไตรปิฎก และ ๗/๕๘๒ หมู่ ๕ ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ๑๑๑๔๐ โทร. ๐-๒๔๔๙-๒๕๒๕, ๐๘-๑๓๐๙-๕๒๑๕ E-mail : niti2512@hotmail.com วัดกัลยาณี ศูนย์รวมแห่งศิลปะและมรดกทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น 2 3
  • 3.
    ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นธรรมวิทยากรน�าจาริก (มัคคุเทศก์) แสวงบุญ ในครั้งนี้ก็อดภูมิใจไม่ได้ในความวิริยะอุตสาหะของท่านพระมหาปิยะ อุตฺ ค�าน�า ตมปญฺโญ เป็นศิษย์ผู้ติดตามไปด้วยในการจาริกแสวงบุญในครั้งนี้ ที่ได้เก็บ รายละเอียดและจับประเด็นในการบรรยายให้ความรู้ตลอดระยะเวลา ๗ คืน “เกาะลังกานีเ้ ป็นของพระพุทธเจ้าเอง เป็นเสมือนคลังเต็ม ๘ วันในดินแดนพระพุทธศาสนาอายุ ๒,๓๐๐ปี ได้กลั่นกรองออกมาเป็นตัว ไปด้วยแก้ว ๓ ประการ ดังนั้น ความเป็นอยู่ของพวกมิจฉาทิฐิ อักษรที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ คติความเชื่อ ข้อคิด หลักธรรม ดังกล่าวแล้ว จะไม่ถาวรไปได้เลย เหมือนการอยูของพวกยักษ์ในสมัยโบราณ ่ จึงขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของท่าน มา ณ โอกาสนี้ ไม่ถาวร ฉะนั้น” จากหนังสือปูชาวลี ผู้เขียนมีความประทับใจในผู้คนและประเทศศรีลังกามากจากการ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี ได้พบปะพูดคุยในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา และ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา ชาวศรีลังกามีความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีอัธยาศัยดียิ้มแย้ม ประธานอ�านวยการวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี. แจ่มใส ประกอบกับเคยศึกษาประวัตของท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ ผูอทศ ิ ุ้ ิ ชีวตเพืองานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ความประทับใจจึงเพิมขึนเป็นเท่าทวีคณ ิ ่ ่ ้ ู เหตุนี้จึงปรารภอยู่ในใจว่า ถ้าเวลาและโอกาสอ�านวยจะเดินทางไปศรีลังกา ปีพ.ศ.๒๕๕๔ มีการจัดประชุมสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ทั่วโลก ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล พระธรรมทูตสายต่างประเทศจากทวีป ต่างๆ เดินทางมาร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ดร.พระมหาถนัด อตฺถจารี เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “มีพระคุณเจ้าและญาติ ธรรมอยากจะไปนมัสการพุทธสถานในศรีลงกา และให้ผมน�าคณะไปนมัสการ ั พุทธสถานในลังกา มีความสนใจอยากไปด้วยไหม” เนื่องจากจะต้องเดินทาง กลับประเทศไทยในระยะเวลานั้นอยู่แล้ว ผู้เขียนจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล สงสัย เมื่อเดินทางไปศรีลังกาได้สัมผัสบรรยากาศ สถานที่ และผู้คน ยิ่งเพิ่ม ความประทับใจ ได้ข้อคิด และมองเห็นของดีที่ชาวศรีลังกามี คิดว่าน่าจะน�า สิ่งที่ได้พบจากประสบการณ์ตรงและการศึกษาของตนเองมาแลกเปลี่ยนกัน 4 5
  • 4.
    บ้าง เพือเป็นคติขอคิดให้ทานทังหลายทีมความสนใจในประเทศแห่งนีได้เรียน ่ ้ ่ ้ ่ี ้ รูรวมกัน ผูเ้ ขียนไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเกียวกับประวัตศาสตร์ บุคคล สถาน ้่ ่ ิ ที่ และประเทศ เพราะมีผู้รอบรู้หลายท่านเขียนไว้แล้ว ซึ่งหาอ่านได้ทั่วไป ดังนันหนังสือเล่มนีผเขียนยังมีเจตนาทีเสนอข้อคิด คติเตือนใจ ให้แก่ผู้ ้ ้ ู้ ่ อ่านทุกท่านเสมือน “ลังกา” เป็นบทเรียนแห่งการเรียนรูทผคนสามารถน�าไป ้ ี่ ู้ ปรับใช้ในวิถีชีวิตประจ�าวันได้ในฐานะพุทธศาสนิกชน เช่นเดียวกัน ด้วยความปรารถนาดี ปิยเมธี 6 7
  • 5.
    สารบัญ หน้า ค�านิยม ๓ ค�าน�า ๕ เกริ่นน�า ๑๑ ประเทศหลากนาม ๑๑ บรรพบุรุษของชาวสิงหล ๑๔ ภาค ๑ : ข้อคิด ๘ ส. ของชาวศรีลังกา ๑๕ - ๔๘ ส.ที่ ๑ สังฆมิตตา ๑๖ ส.ที่ ๒ สัทธา ๑๙ ส.ที่ ๓ สาธุ ๒๔ ส.ที่ ๔ สวดมนต์เก่ง ๒๙ ส.ที่ ๕ ใส่ชุดขาว ๓๓ ส.ที่ ๖ สมาธิ ๓๖ ส.ที่ ๗ สรณังกร ๔๐ ส.ที่ ๘ สยามวงศ์นิกาย ๔๕ ภาค ๒ : ๖ T ของดีศรีลังกา ๔๙-๘๒ T ที่ ๑ Bodhi Tree ๕๑ T ที่ ๒ Tooth ๖๑ T ที่ ๓ Tea ๖๕ T ที่ ๔ Tradition ๖๙ T ที่ ๕ Tourism ๗๑ T ที่ ๖ True man ๗๘ 8 9
  • 6.
    ภาคผนวก ๘๓-๙๘ เกริ่นน�า ข ปกิณณกะศรีลังกา ๘๓ จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน อกล่าวค�าทักทายที่ชาวสิงหลพูดเวลาพบกันว่า อายุบวร แปลว่า ขอให้ บทที่ ๓๘ ๘๕ อายุยนยาว ค�าว่า อายุบวร คงไม่ใช่คาแปลกใหม่สาหรับชาวไทยมากนัก ื � � ภาพการจาริกแสวงบุญ ๙๑ เพราะเป็นค�าที่ได้ฟังมาอย่างคุ้นเคยแล้วโดยเฉพาะชาวพุทธที่เข้าวัดท�าบุญ หนังสือประกอบการเขียน ๙๕ บ่อยๆ จะได้ฟังพรพระสงฆ์ ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ อายุบวร มาจากค�า ๒ ค�า คือ อายุกบบวร อายุกคออายุ ส่วนค�าว่า บวร มีคาแปลหลาย ั ็ื � เกี่ยวกับปิยเมธี ๙๖ ประการ เช่น ประเสริฐ, เลิศล�้ายืนยาว รวมแล้วแปลว่า ขอให้มีอายุยืนยาว ความเป็นมาของกองทุนปิยเมธี ๙๗ ก่อนจะกล่าวถึงข้อคิดและของดีศรีลงกา ผูเ้ ขียนใคร่ขอน�าประวัตความ ั ิ รายนามผู้ร่วมบริจาคพิมพ์หนังสือ ๑๐๐ เป็นมาของดินแดนคนมีฝ่ามือแดง (ตัมพปัณณิทวีป) มาเล่าสู่ผู้อ่านให้ทราบ โดยสังเขปว่า ความเป็นมาอย่างไร ท�าไม ท�าไม ? ถึงเรียกประเทศแห่งนี้ว่า ∏ w ศรีลังกา ใครเป็นบรรพบุรุษของชาวสิงหล ? ตลอดถึงข้อมูลเบื้องต้นที่ควร ทราบเกี่ยวกับชาวศรีลังกา ฉะนั้น เราอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย ไปศึกษาด้วย กันเลยดีกว่า ที่มาของชื่อ : ประเทศหลากนาม สมัยเป็นนักเรียนภาษาบาลีศกษาวิชาแต่งฉันท์พบค�าว่า ประเทศซีลอน ึ ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รวาเป็นประเทศอะไร อยูทไหน พอรูตอนหลัง ู้ ่ ่ ี่ ้ ว่า ศรีลังกา กับ ซีลอน เป็นประเทศเดียวกันจึงถึงบางอ้อ ชาวพุทธที่ศึกษา พระพุทธศาสนาคงเคยได้ยนค�าว่า นิกายลังกาวงศ์ คือพระพุทธศาสนาทีไทย ิ ่ รับเอาจากศรีลังกาในสมัยสุโขทัย มาดูกันว่าศรีลังกามีกี่นาม ชาวไทยส่วนมากเรียกประเทศนี้ว่า “ ลังกา” แปลว่า เกาะ ส่วน นักศึกษาภาษาบาลี และตัวผู้เขียนเองรู้จักในนาม “ ตัมพะปัณณิทวีป” แปล ว่า เกาะของคนมีฝ่ามือแดง ก็ยังมีชื่ออื่นอีกที่เรียกกัน เช่น “ลังกาทวีป” และ 10 11
  • 7.
    “สิงหลทวีป” ส่วนชาวยุโรปเรียกว่า ซีลอน(CEYLON)ผู้รู้กล่าวว่า น่าจะมา โสปาระ เมืองบอมเบย์) ไปถึงทีนน เจ้าชายพร้อมสมุนก็ไม่ทงนิสยเดิมยังเทียว ่ ั้ ิ้ ั ่ จากค�าว่า ซีแลนด์(Sea Land) ดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยทะเล แต่เรียกไป ก่อความไม่สงบอีก จึงถูกจับเนรเทศลงเรืออีกรอบจนไปขึนทีเกาะลังกา วันที่ ้ ่ เรียกมากลายเป็น ซีลอน(Ceylon) นับๆ ดูชื่อก็มีมากโข แถมในต�านานยัง เจ้าชายวิชัยขึ้นเกาะลังกา ตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน กล่าวไว้อีกว่า ในพระพุทธเจ้าแต่ละสมัยก็ชื่อไม่เหมือนกัน เช่น ทั้งมีต�านานเล่าว่าพระพุทธองค์ได้ตรัสกับท้าวสักกะพร้อมทั้งเทวดาและ - สมัยพระกกุสันโธพุทธเจ้า เรียกว่า โอชทีปะ หรือ โอชทวีป มนุษย์ทั้งหลายว่า “โอ ท้าวสักกะ! ธรรมของเราจะประดิษฐานในเกาะลังกา - สมัยพระโกนาคมพุทธเจ้า เรียกว่า วรทีปะ หรือ วรทวีป และในวันนี้เอง เจ้าฟ้าชายองค์โตของพระเจ้าสิงหพาหุกษัตริย์แห่งสิงหบุรี - สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เรียกว่า มัณฑทีปะ หรือ มัณฑทวีป ในประเทศลาละ เสด็จขึ้นฝั่งที่เกาะนั้นพร้อมด้วยราชบริพาร ๗๐๐ คน และ สรุปแล้ว สมัยโบราณเรียก ลังกา สมัยอังกฤษปกครอง เรียก ซีลอน จะเสวยราชสมบัติในเกาะนั้น ดังนั้น ขอพระองค์จงปกปักรักษาเจ้าชายนั้น เมื่อได้รับเอกราชแล้ว จึงใช้ชื่อเดิมแล้วเติมค�าว่า ศรี ไปข้างหน้าเป็นศรีลังกา พร้อมทังบริวารและทังเกาะลังกานันด้วยเถิด” หลังจากขึนเกาะแล้ว เจ้าชาย ้ ้ ้ ้ หมายความว่า เกาะที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง วิชยได้ปราบคนพืนเมือง ตังเมืองหลวง สถาปนาพระองค์เป็นปฐมกษัตริยของ ั ้ ้ ์ ประเทศศรีลังกา บรรพบุรุษของชาวสิงหล เกริ่นน�าเรื่องต่างๆ มาซะเนิ่นนาน ขอน�าท่านทั้งหลายดื่มด�ากับข้อคิด ถ้ า ใครเคยไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)ในพระบรม และของดีศรีลังกาที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในการด�าเนินชีวิตได้แล้ว ณ บัด มหาราชวัง มีโอกาสเดินชมผนังก�าแพงรอบในวัดจะเห็นภาพวาดมหากาพย์ เดี๋ยวนี้ รามเกียรติเรืองราวการสูรบระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ จะเห็นภาพหนุมาน ์ ่ ้ ฆ่าท้าวทศกัณฐ์ เผากรุงลงกา ซึ่งกรุงนี้คนส่วนมากลงความเห็นว่า ศรีลังกา เมือนึกถึงเรืองรามเกียรติครังใด ท�าให้นกถึงกรุงลงกาพระราชวังของทศกัณฐ์ ่ ่ ์ ้ ึ ด้วย แต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ใช่ต้นตระกูลของชาวศรีลังกา ในต�านานบอกไว้วา บรรพบุรษของชาวลังกา คือ เจ้าชายวิชย ทรงเป็น ่ ุ ั พระราชโอรสของพระเจ้าสิงหพาหุ และพระนางสิงหสีวลี แห่งเมืองสิงหบุรี มี พระอนุชา ๑ พระองค์ นามว่า เจ้าชายสุมิตตะ เจ้าชายวิชัยเป็นคนเสเพลดื้อ รัน พระองค์พร้อมบริวาร ๗๐๐ คน ชอบเบียดบังรังแกชาวบ้าน จนท�าให้พระ ้ ราชบิดาอดทนต่อพฤติกรรมไม่ไหว จึงจับโกนหัวเสียครึงหนึงเพือให้ชาวบ้าน ่ ่ ่ รู้ว่าเป็นคนไม่ดี และเนรเทศทั้งหมดลงเรือไปถึงท่าเรือสุปปารกะ(ปัจจุบันคือ 12 13
  • 8.
    ภาค ๑ q ข้อคิด ๘ ส. ของชาวศรีลังกา
  • 9.
    พระมหินทเถระเสด็จไปเกาะลังกาพบกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะใน วันเพ็ญกลางเดือน ๗ ที่ภูเขามิสสกะ(ปัจจุบันเรียกว่า มิหินตะเล)ในขณะที่ พระราชาเสด็จออกไปล่าเนือ ทรงสนทนาปราศัยทดลองสติปญญาซึงกันและ ้ ั ่ ส. กันจนเกิดความเลื่อมใสใจศรัทธา จากนั้นพระมหินทเถระก็แสดงธรรมโปรด ที่q๑ พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะพร้อมทั้งข้าราชบริพารจนเกิดความศรัทธาในพระ รัตนตรัย จนพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะได้ถวายพระราชอุทยานมหาเมฆวัน ให้เป็นที่อยู่ของพระมหาเถระพร้อมคณะ ซึ่งต่อมาอุทยานแห่งนี้กลายเป็น สังฆมิตตา หรือ วัด “มหาวิหาร” พระมหินทเถระกล่าวกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะว่า ถ้าอยากให้ พระนางสังฆมิตตาเถรี พระพุทธศาสนาประดิษฐานมั่นคงในลังกาอย่างแท้จริงแล้ว ต้องให้กุลบุตร ในเกาะนี้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระศาสนา ซึ่งต่อมาพระราชนัดดา ของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะพระนามว่าอริฎฐะและบริวารอีก ๕๕ คน ได้ พระนามของพระนางสั ง ฆมิ ต ตาเถรี ยั ง ปรากฎเด่ น ชั ด อยู ่ ใ นหน้ า ออกบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา มิใช่เพราะพระนางเป็นพระราชธิดาของ ในเวลาต่อมาพระนางเจ้าอนุฬา พระราชินีรองและพระสนมก�านัล พระเจ้าอโศกมหาราชผูเกรียงไกร แต่เพราะวีรกรรมทีพระนางน�าภิกษุณสงฆ์ ้ ่ ี แสดงความประสงค์จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุณีบ้าง เมื่อพระมหินทเถระ และกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ไปประดิษฐานไว้ในศรีลังกานั้นต่างหากเล่า ที่ท�าให้ ทราบจึงถวายค�าแนะน�าให้พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะทรงส่งราชทูตไปส�านัก พุทธศาสนิกชนจดจ�าความดีงามอันนั้นอย่างที่เขาว่า “อยู่เพื่อตนเอง อยู่แค่ ของพระเจ้าอโศกมหาราช เพือทูลขอให้พระนางสังฆมิตตาเถรีพร้อมคณะเดิน ่ สิ้นลม อยู่เพื่อสังคม อยู่ชั่วนิรันดร์” ทางไปยังเกาะลังกาพร้อมทั้งน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไป หลังจากการท�าสังคายนาครั้งที่ ๓ ณ วัดอโศการาม เมืองปาฏลีบุตร ปลูกยังลังกาด้วย เพือเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์และเป็นสิรมงคลแก่ผสก ่ ิ ู้ ั เสร็จแล้ว ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ท�าให้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงปรึกษา การะบูชา ซึงกิงพระศรีมหาโพธิทพระนางน�าไปปลูกยังอยูเป็นศูนย์รวมจิตใจ ่ ่ ์ ี่ ่ กับพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเรื่องการพระศาสนา และทรงส่งพระธรรมทูต ของชาวพุทธลังกาจนถึงปัจจุบันนี้มีอายุกว่า ๒,๓๐๐ ปี ๙ สายออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทิศานุทิศ ๑ ใน ๙ สายนั้นคือการ ในคัมภีรอรรถกถาสมันตปาสาทิกากล่าวถึงการเสด็จไปเกาะลังกาของ ์ ส่งพระมหินทเถระพร้อมคณะเดินทางไปประกาศพระพุทธศาสนาในเกาะ พระนางสังฆมิตตาเถรีพร้อมคณะทีนากิงพระศรีมหาโพธิไปปลูกทีเ่ มืองอนุราธ ่ � ่ ์ ตัมพปัณณิทวีปด้วย 16 17
  • 10.
    ปุระ พร้อมทังท�าการอุปสมบทพระนางอนุฬาและพระสนม เป็นพิธกรรมทียง ้ ี ่ ิ่ ใหญ่อลังการน่าเลื่อมใสอันแสดงออกถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่กษัตริย์ ทั้ง ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าอโศกมหาราช และพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะมี ต่อพระพุทธศาสนา เห็นถึงความเสียสละอันยิงใหญ่ของพระมหินทเถระและ ่ ส. พระนางสังฆมิตตาเถรีแล้วควรที่เราอนุชนรุ่นหลังควรเอาเป็นแบบอย่างใน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป ขอจบส.ที่ ๑ ด้วยกฤษณาสอนน้องค�าฉันท์ ที่q๒ ของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรสที่ว่า พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง ส�าคัญหมายในกายมี สัทธา นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ มีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ความดีก็ปรากฎ กิติยศก็ฤาชา ความชั่วก็นินทา ทุรยศยินขจรฯ เมื่อมีโอกาสเดินทางไปประเทศศรีลังกา ดินแดนพระพุทธศาสนา ทุกวันนีชาวศรีลงกาจะมีพธแห่รปปันพระนางสังฆมิตตาเถรี เพือระลึก ้ ั ิี ู ้ ่ ๒,๓๐๐ ปี ความประทับใจแรก หรือเฟิร์ส อิมเพรสชั่น (First Impression) ถึงคุณงามความดีที่พระนางทรงท�าไว้ และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที คือ ความศรัทธาที่ชาวศรีลังกามีต่อพระพุทธศาสนา และกล้าแสดงออกให้ ต่อพระนาง เห็น (กล้าคิด กล้าพูด กล้าท�าในสิงทีถกต้อง) เป็นต้นว่าพระพุทธรูปปางสมาธิ ่ ู่ สีขาวที่ประดิษฐานไว้ภายในสนามบินแห่งชาติ เมืองโคลัมโบให้คนเดินทาง ไป-มาได้เคารพกราบไหว้เป็นสิริมงคแก่ชีวิต และสิ่งที่ประทับใจอีกประการ ต่อมา คือ ภายในสนามบินจะมีร้านหนังสือธรรมะ พร้อมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธศาสนาไว้ให้คนได้เลือกอ่าน และซื้อหาติดตัวไว้เป็นที่ระลึก สมัยที่ผู้เขียนเป็นนักศึกษาพักอยู่ที่วัดไทยพุทธคยา เมืองพุทธคยา รัฐ พิหาร ประเทศอินเดีย ได้ศึกษาประวัติของวีรบุรุษชาวพุทธศรีลังกา นามว่า อนาคาริกะ ธรรมปาละ ผูกอตังสมาคมมหาโพธิ์ (Mahabodhi Society) และ ้่ ้ เป็นผูมสวนส�าคัญในการฟืนฟูพทธสถานทีส�าคัญในแดนพุทธภูมทชาวพุทธทัว ้ี่ ้ ุ ่ ิ ี่ ่ 18 19
  • 11.
    ด้วยวิธีต่างๆ ของชาติตะวันตก (โปรตุเกส,ฮอลันดา และชาวอังกฤษ) และ ศาสนาทีชาวตะวันตกน�าเข้าไปเผยแพร่ แต่ดวยความศรัทธาของชาวสิงหลที่ ่ ้ มีต่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง (อจลสัทธา) ท�าให้สามารถรักษาพระพุทธ ศาสนาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ผลงานที่ชาวศรีลังกาแสดงออกถึงความรักและศรัทธาต่อพระพุทธ ศาสนานั้นมีมากมาย เช่น การออกมาปกป้องเมื่อพระพุทธศาสนามีภัย คุกคาม หรือถูกลบหลูดวยชาวต่างชาติตางศาสนาทีไม่เคารพหรือไม่เข้าใจใน ่้ ่ ่ วัฒนธรรมประเพณีของชาวพุทธ เช่น การที่ชาวต่างชาติหรือคนไม่มีศาสนา เปลืองผ้านังบนบ่าของพระพุทธรูปแล้วถ่ายภาพโฆษณาไปทัวโลก รวมถึงเมือ ้ ่ ่ ่ พ.ศ.๒๕๔๐ ชาวพุทธศรีลงการ่วมกับชาวพุทธทัวโลก เรียกร้องไม่ให้พวกทาลิ ั ่ บันท�าลายพระพุทธรูปใหญ่ทพามิยาน ในอัฟกานิสถานช่วยชะลอการท�าลาย ี่ โลกไม่ควรลืมคุณูปการของท่าน เกิดความเลื่อมใสใจศรัทธามากในปณิธาน มาเป็นเวลาหลายปี แต่ในทีสดพวกทาลิบนก็ได้ระเบิดท�าลายพระพุทธรูปใหญ่ ุ่ ั การท�างาน การเสียสละอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาของท่านอนาคาริกะ ที่พามิยานเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๔ ธรรมปาละ ถึงกับตั้งจิตอธิษฐานก่อนท่านมรณภาพว่า “จะขอเกิดอีก ๒๕ สิงหนึงทีผเู้ ขียนจ�าได้ดี คือ การทีสหประชาชาติประกาศให้วนวิสาขบูชา ่ ่ ่ ่ ั ชาติ ในตระกูลพราหมณ์ เพื่อท�างานให้พระพุทธศาสนา” แม้ในประเทศศรี (วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า) เป็นวันส�าคัญของโลก ลังกาเองตามหัวเมืองต่างๆ จะมีรูปปั้นของท่านตามทางสี่แยกไว้ให้คนกราบ ก็เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของชาวศรีลังกาที่ช่วยกันเรียกร้องให้องค์กรระดับ ไหว้ ไม่ต่างจากประเทศอินเดียที่ปั้นรูปของท่านมหาตมะ คานธี ไว้ให้คนสัก โลกยอมรับ โดยรัฐบาลศรีลังกาเสนอต่อสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ ๕๔ การะตามหัวเมืองต่างๆ ปีพ.ศ.๒๕๔๒ และเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ สหประชาชาติจึงมีมติให้ ก่อนจะเดินทางไปเยือนศรีลังกา (เดินทางระหว่างวันที่ ๕ – ๑๒ ก.พ. วันวิสาขบูชาเป็นวันสากลของโลก และที่ส�าคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ ๒๕๕๔) ได้ศกษาประวัตศาสตร์ของประเทศและพระพุทธศาสนา ท�าให้ทราบ ึ ิ การปฏิบตตอพระพุทธรูปเสมือนหนึงพระพุทธเจ้า เช่น การกางมุงให้พระพุทธ ัิ่ ่ ้ ว่า ตั้งแต่พระพุทธศาสนาเข้าไปประดิษฐานในดินแดนคนมีฝ่ามือแดง ซึ่ง รูปยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม และระเบียบเรื่องการถ่ายภาพที่ห้ามหันหลังให้ พระมหินทเถระ (พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช) และคณะน�าพระ พระพุทธรูป เพราะถือว่าไม่ให้ความเคารพ ล้วนแสดงออกถึงความเคารพต่อ สัทธรรมไปมอบแด่ชาวสิงหลจนพระพุทธศาสนาเป็นปึกแผ่นมั่นคง ตั้งแต่ พระรัตนตรัยทั้งสิ้น บัดนั้นจนถึงบัดนี้ พระพุทธศาสนาในศรีลังกาได้ผ่านมรสุมจากการรุกราน เมือกล่าวถึงศรัทธาของชาวสิงหล ท�าให้นกถึงอุบาสกธรรม หรือธรรมะ ่ ึ 20 21
  • 12.
    ร�าพึงกับตัวเองว่า เรามีศรัทธาแบบเขาไหม และสามารถจะรักษาพระศาสนา ไว้ได้ไหม ถ้ามีวกฤติพระพุทธศาสนาเกิดขึน ขออย่าให้ศรัทธาของเราเป็นเช่น ิ ้ ศรัทธาหัวเต่าเลย แต่จงเป็นศรัทธาที่เดินเคียงคู่กับปัญญาจะได้น�าพาพระ ศาสนาและประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย ศรัทธาดี ต้องมี ปัญญาจับ ช่วยก�ากับ พร้อมกันไป ไม่ห่างเหิน หากศรัทธา ขาดปัญญา หมดเจริญ เหมือนเรือเดิน ไร้หางเสือ เพลียหลงทาง ของอุบาสกอุบาสิกาที่ควรมี ชาวพุทธคงจ�ากันได้ดีถึงคุณสมบัติอันส�าคัญ ๕ ข้อ แต่ขอน�ามากล่าวไว้ในที่นี้ เพียง ๓ ข้อ คือ - มีสัทธา (ศรัทธา) คือ มีความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา เช่น เชื่อ ในกฎแห่งกรรม ว่าท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว เชื่อในพระพุทธ พระธรรม และพระ สงฆ์ เป็นต้น - มีศล คือ มีสติสามารถควบคุมความประพฤติทางกาย วาจาให้เป็น ี ไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น - ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เป็นกระต่ายตื่นตูม มุ่งหวังผลจากการกระท�า และการงาน มิใช่จากโชคลางและสิ่งที่ตื่นกันว่าขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น เมื่อเห็นความศรัทธาที่ชาวศรีลังกามีต่อพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ได้แต่ 22 23
  • 13.
    ทั้ง ๔ คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน สิ่งที่ ได้ยินประจ�าคือเสียงสาธุการที่ชาวลังกาตั้งใจเปล่งออกมาด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา ตอนเช้าๆ ชาวศรีลังกาใส่ชุดสีขาวเข้าแถวเดินไปเจดีย์พุทธคยา ต้น ส. พระศรีมหาโพธิ์ โดยมีพระภิกษุเดินน�าหน้าพูดธรรมะให้ฟัง ญาติโยมก็พร้อม ที่q๓ กล่าวค�าว่า สาธุ สาธุ สาธุ ฯลฯ ตลอดทาง ในนิทานธรรมบท มีบอยครังทีพระภิกษุทาความดีแล้วพระพุทธเจ้าจะ ่ ้ ่ � ยกย่องสดุดี ด้วยตรัสค�าว่า สาธุ สาธุ สาธุ ดีแล้ว ดีแล้ว เธอท�าดีแล้ว ค�าว่า สาธุ สาธุ แปลว่า ดีแล้ว เป็นการอนุโมทนากับสิงทีคนอืนท�าดี เป็นบุญอย่างหนึง ภาษา ่ ่ ่ พระเรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย บุญส�าเร็จด้วยการอนุโมทนายินดีกบความดีที่ ั ่ เสน่ห์ของชาวศรีลังกา คนอื่นท�า ฉะนั้น ท่านจึงบอกว่า อย่าคร้านอนุโมทนาบุญ ท�าให้นึกถึงค�าพูด ของพระเดชพระคุณพระเทพโพธิวเิ ทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา อินเดีย ซึง ่ มีคนมาถามความคิดเห็นของท่านเกียวกับการสร้างวัดไทยในแดนพุทธภูมซง ่ ิ ึ่ มีค�าโบราณกล่าวไว้ว่า เวลาท�าบุญขอให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า เกิดชาติใด มีวัดเกิดขึ้นมากมาย ท่านตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ใครท�าดี เราอนุโมทนาด้วย” ภพใด ขออย่าให้เกิดเป็น “พระลังกา ม้าอินเดีย เมียฮินดู หมูไทย ไก่จน” ท�าไม ี นะเหรอ ? เพราะชาวลังกานัน ถ้าจะบวชเป็นพระ ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะ ้ เมื่อบวชแล้วไม่สามารถสึกได้ ส่วนม้าอินเดีย เมียฮินดู คนที่เคยไปประเทศ อินเดียคงเข้าใจว่า เกิดเป็นม้าอินเดีย และเมียฮินดูล�าบากแค่ไหน ส่วนหมู ไทย และไก่จีนคงทราบกันดีว่า หัวหมู และไก่นั้น เมื่อถึงเทศกาลส�าคัญจะ ถูกเฉียดน�าไปเซ่นไหว้เทพเจ้าเป็นประจ�า เกริ่นมาซะนาน เพื่อจะพูดถึงเสน่ห์ที่ส�าคัญอีกประการหนึ่งของชาว พุทธลังกา คือค�าว่า สาธุ ท�าไมถึงเป็นเสน่ห์แค่พูดว่าสาธุ ไม่เห็นจะยากเย็น ตรงไหน หลายท่านอาจตังค�าถามในใจ ไม่เป็นไร เดียวจะไขข้อข้องใจให้คลาย ้ ๋ สงสัย เมือผูเ้ ขียนเป็นนักศึกษาอยูเ่ มืองพุทธคยาสถานทีตรัสรูของพระพุทธเจ้า ่ ่ ้ ประเทศอินเดีย บ่อยครังทีได้พบชาวสิงหลเดินทางมานมัสการสังเชนียสถาน ้ ่ 24 25
  • 14.
    ในพระไตรปิฎกมีเรืองเล่าว่า มีชายคนหนึงไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ่ ่ พระเจ้าปเสนทิโกศลมีความสงสัยว่า จะมีด้วยเหรอ? คนที่กลิ่นปาก หลังจากฟังแล้ว เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงไปขออนุญาต หอมคล้ายกลิ่นดอกบัว ลองไม่เคี้ยวไม้สีฟันสักวันคงเหม็นน่าดู ยิ่งสมัยนี้ถ้า ภรรยาออกบวช ครั้นบวชแล้ว ประเพณีในสมัยนั้นเมื่อภรรยาเป็นหม้าย จะ ไม่ได้แปรงฟันคงไม่มีใครกล้าสนทนากับคนอื่น ทรงต้องการที่จะพิสูจน์ว่า ถูกริบเข้าหลวงเป็นสนมของพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองเมืองสาวัต จริงหรือไม่ จึงให้ข้าราชบริพารไปกราบนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระรูปนั้น ถี แคว้นโกศล มาฉันภัตตาหารในพระราชวัง เมื่อฉันภัตตาหารเรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้า วั น หนึ่ ง นายมาลาการเก็ บ ดอกบั ว มาถวายพระเจ้ า ปเสนทิ โ กศล ทรงทราบความประสงค์ของพระราชาจึงเปิดโอกาสให้พระรูปนั้นอนุโมทนา พระองค์ทรงมอบดอกบัวให้กบพระมเหสีและสนมทุกพระองค์ พร้อมทังทรง ั ้ ทันทีที่พระรูปนั้นเปิดปากพูด กลิ่นหอมก็ฟุ้งไปทั่วพระนคร จนท�าให้พระเจ้า ยื่นดอกบัวให้สนมนางนั้นด้วย เมื่อนางรับดอกบัวแล้ว ยิ้มด้วยความดีใจ แต่ ปเสนทิโกศลแปลกพระทัย และทูลถามพระพุทธองค์วา พระรูปนีในอดีตชาติ ่ ้ เมือรับมาแล้วดมกลับร้องไห้ ท�าให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสงสัยว่า เกิดอะไร ่ ได้ท�ากรรมอันใดไว้ จึงมีกลิ่นปากหอมเช่นนี้ ขึ้นกับนาง จึงตรัสถาม พระพุทธเจ้าทรงวินจฉัยว่า ในอดีตชาติ พระรูปนีไม่ได้ทาอะไรมากมาย ิ ้ � พระนางทูลตอบว่า ดีใจทีได้รบพระราชทานดอกบัว แต่ทรองไห้ เพราะ ่ ั ี่ ้ เพียงแต่เวลาที่คนอื่นท�าความดี จะกล่าวอนุโมทนาสาธุกับเขา คือ ยินดีกับ กลิ่นหอมของดอกบัวคล้ายกับกลิ่นปากของอดีตสามี ซึ่งตอนนี้ท่านบวชเป็น ความดีที่คนอื่นท�า สมณะ ศากยะบุตรอยู่ 26 27
  • 15.
    ส. ที่q๔ สวดมนต์เก่ง “สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน” พวกเราได้ยินค�าพูดนี้บ่อยๆ คนส่วนมากก็ยงไม่เข้าใจว่ามีความหมายอย่างไร บางคนอาจจะคิดเลยเถิดไป ั การกล่ า วสาธุ กั บ การ ว่าเป็นเพียงค�าคล้องจองทีพระนิยมพูด ในต่างประเทศ มีการวิจยจากสถาบัน ่ ั ท�าความดีของคนอื่น นอกจาก ชั้นน�าหลายแห่งทั่วโลกเกี่ยวกับการสวดมนต์ว่ามีผลดีต่อสุขภาพกาย และ จะเป็ น การสนั บ สนุ น ให้ ค น สุขภาพจิต เพราะในขณะที่สวดอยู่นั้น จิตใจของผู้สวดจดจ่ออยู่กับบทสวด ท�าความดีตามหลักที่ว่า ปัคคัณ มนต์ ไม่วอกแวก วุ่นวาย เป็นจิตที่สงบ พบความสว่าง ทั้งการสวดมนต์ยัง เห ปัคคะหาระหัง ยกย่องคน เสมือนเป็นการออกก�าลังกายอวัยวะต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย เพราะการ ที่ควรยกย่องแล้ว ยังเป็นการ เปล่งเสียงสวดอักขระแต่ละตัวนั้นเสมือนการเคลื่อนไหวอวัยวะในร่างกาย ปลูกฝังให้จิตใจของผู้กล่าวไม่ เนื่องจากอักขระแต่ละตัวมีที่เกิดไม่เหมือนกัน เช่น ก ไก่ เกิดที่คอ, ป ปลา ริษยาในเมื่อคนอื่นท�าดีและได้ เกิดที่ริมฝีปาก เป็นต้น จึงเท่ากับเป็นการออกก�าลังกายไปในตัวอีกโสตหนึ่ง ดีอีกด้วย เมื่อเห็นคนอื่นท�าดี ด้วย ในขณะที่สวดมนต์อยู่นั้น ถ้าจิตเป็นสมาธิคือตั้งมั่นแน่วแน่อยู่กับสิ่งที่ ลองกล่าวค�าว่าสาธุสิ จะได้รู้ว่า สวด จะท�าให้จิตใจสะอาด สว่าง สงบ เมื่อใจสงบไม่มีสิ่งรบกวน(กิเลส) กาย มีความสุขใจแค่ไหน ก็พลอยสงบระงับไปด้วย เพราะกายกับจิตเนื่องถึงกัน สังเกตได้ว่า เมื่อเรา เครียด ร่างกายผิวพรรณก็พลอยเศร้าหมองไม่ผ่องใสไปด้วย ปราชญ์จึงบอก 28 29
  • 16.
    ว่า “ออกก�าลังกายต้องเคลื่อนไหว ออกก�าลังใจต้องหยุดนิ่ง” ของพวกเราก็ขึ้นไปบนชั้นสองของหอที่เก็บพระธาตุเขี้ยวแก้ว มีชาวศรีลังกา วันที่คณะผู้เขียนเดินทางไปสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ณ วัดพระ นังสมาธิบาง นังสวดมนต์บาง(การนังของชาวลังกาส่วนมากจะนิยมเหยียดขา ่ ้ ่ ้ ่ ธาตุเขี้ยวแก้ว กว่าจะผ่านเข้าไปภายในวัดต้องผ่านด่านตรวจหลายครั้ง เคยเห็นชาวลังกานังฟังพระเทศน์ ประนมมือ และเหยียดเท้าไปทางพระ คนที่ ่ โดยเฉพาะฆราวาส ส�าหรับ ไม่เข้าใจอาจเกิดอกุศลจิตคิดไม่ดกบเขาว่าไม่เคารพพระ แต่สาหรับชาวลังกา ีั � พระภิกษุสามเณรผ่านสบาย แล้วจิตใจทีเ่ คารพเป็นสิงส�าคัญ)รอเวลาทีจะเข้าชมสักการะพระธาตุเขียวแก้ว ่ ่ ้ หน่ อ ย คณะของเราโชคดี ผู้เขียนนั่งกระหย่งแล้วกราบไปทางที่เก็บพระธาตุฯ และนั่งขัดสมาธิหลับตา ที่ ไ กด์ ทั ว ร์ ป ระสานงานไว้ ท�าสมาธิ ในขณะนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์บทต่างๆ เช่น มงคลสูตร กรณีย เรียบร้อยแล้ว จึงผ่านเข้าไป เมตตสูตร รัตนสูตร เป็นต้น ฟังเสียงสวดมนต์ของชาวศรีลังกาแล้ว รู้สึกปีติ เดินชมภายในบริเวณวัดที่มี และมีความสุข เพราะสวดมนต์เป็นจังหวะไพเราะจับใจ จึงหน่วงเหนี่ยวเอา การป้ อ งกั น อย่ า งแน่ น หนา เสียงสวดมนต์มาเป็นอารมณ์ในการท�าสมาธิ ท�าให้จิตใจเบิกบาน แช่มชื่นดี เพื่ อ ป้ อ งกั น ภั ย ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น เมื่อนั่งสมาธิพอสมควรแล้ว จึงลืมตาขึ้นและเหลือบมองไปทางคณะ จากผู ้ ที่ ต ้ อ งการจะท� า ลาย สวดมนต์ชาวลังกา พร้อมทั้งยิ้ม ศูนย์รวมจิตใจของชาวลังกา ให้ พวกเขาจึ ง เข้ า มาท� า ความ มีประวัติศาตร์บันทึกไว้ว่า บางสมัยมีคนต้องการท�าลายวัดพระธาตุเขี้ยว เคารพ และทักทาย สอบถาม แก้ว ถึงกับเอารถบรรทุกระเบิดขับวิ่งเข้าไปหมายท�าลายให้ราบคาบ แต่ด้วย สาระทุกข์สกดิบจึงท�าให้รวา ชาว ุ ู้ ่ เดชานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยรักษาพระธาตุฯ ท�าให้ก�าแพงเสียหายเล็กน้อย ศรี ลั ง กากลุ ่ ม นี้ เ ดิ น ทางมาจาก คณะพวกเราเข้าไปก่อนเวลานมัสการพระธาตุฯ จึงพากันไปไหว้พระทีหองโถง ่ ้ ที่ไกลห่างจากเมืองแคนดี้เกือบ และพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับพระธาตุฯ เดินชมไปแต่ละชั้นของตึกที่แสดงเกี่ยวกับ ๑๐๐ กิโลเมตร แต่เดินทางมาสัก พระธาตุเขียวแก้วไม่วาจะเป็นงาช้างเชือกทีเคยใช้ในพิธแห่พระธาตุเขียวแก้ว ้ ่ ่ ี ้ การะพระธาตุฯ เป็นประจ�าทุก เมือช้างตายไปแล้วก็นางาประดับไว้ให้คนได้ชม ภาพวาดทีแสดงประวัตความ ่ � ่ ิ ปีติดต่อกันเป็นเวลากว่า ๔๕ ปี ส�าคัญของพระธาตุเขี้ยวแก้วยุคต่างๆ สมบัติอันมีค่าที่คนถอดบูชาพระธาตุ แล้ว เหมือนเป็นจารีตประเพณีอย่างหนึ่งของตระกูลที่ถือปฏิบัติมายาวนาน เขี้ยวแก้ว ที่ทางรัฐบาลน�ามาแสดงไว้ให้ชม ล้วนเป็นสมบัติ และสิ่งมีค่าที่เกิด สนทนากันพักใหญ่ก็ได้เวลาเข้าไปกราบพระธาตุเขี้ยวแก้ว จึงต้องไปเข้าแถว จากศรัทธาของคนจากรุ่นสู่รุ่นที่มีต่อพระธาตุฯ เพือเข้ากราบนมัสการพระธาตุฯ ภายในห้องซึงต้องผ่านประตูหลายประตู วัน ่ ่ พอใกล้ถงเวลาทีเ่ ขาจะเปิดให้คนเข้าไปสักการะพระธาตุเขียวแก้ว คณะ ึ ้ นั้นคณะผู้เขียนเป็นคณะที่ ๒ ที่ได้เข้าไปกราบพระธาตุฯ ภายใน แต่มีเวลาไม่ 30 31
  • 17.
    นานในการนมัสการ เพราะต้องเอื้อเฟื้อแก่คณะอื่นที่รอคิวยาวเหยียดด้วย เพียงเวลาแค่ไม่กี่นาทีกับการไหว้พระธาตุฯ ก็ท�าให้มีความสุขใจทุกครั้งที่ นึกถึง ผูเ้ ขียนประทับใจชาวสิงหลทีปลูกฝังการสวดมนต์ให้กบบุตรหลาน และ ่ ั ส. คนในครอบครัว เพราะทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะตัวเล็กไม่กี่ขวบก็สามารถ สวดมนต์สูตรต่างๆ ได้ไม่แพ้พระภิกษุเลยทีเดียว การสวดมนต์เก่งจึงเป็น ที่q๕ สัญลักษณ์อย่างหนึงของชาวศรีลงกาทีชาวพุทธไทยเราควรเอาเป็นแบบอย่าง ่ ั ่ เพราะอย่างน้อย ถ้ามีคนถามชาวพุทธไทยว่า อะไร คือ สัญลักษณ์ของชาวพุทธ ไทย อย่างน้อยเราก็ตอบเขาได้ว่า สวดมนต์เก่ง มีชาวพุทธบางท่านเคยบอก ใส่ชุดขาว ว่า เป็นชาวพุทธสบายง่ายๆ อะไรก็ได้ ไม่ต้องถืออะไร อันนี้ต้องระวัง เพราะ เอกลักษณ์ของชาวพุทธลังกา ถ้าไม่ยึดถือปฏิบัติอะไรเลย ก็คงไม่ต่างจากคนที่ไม่มีศาสนา ฉะนั้น ชาวพุทธ ไทยอย่างน้อยก็ต้องมีเอกลักษณ์อะไรสักอย่างที่จะโชว์ชาวโลกได้ว่าเราก็มีดี มีเอกลักษณ์ของตนเอง การแต่งชุดขาวไปวัดดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของชาวพุทธลังกา วัน การสวดมนต์เก่ง นอกจากชาวศรีลังกาแล้ว ชาวธิเบตและชาวพุทธ ที่ผู้เขียนเดินทางไปชมวัดกัลยาณี ในเมืองโคลัมโบ เห็นชาวพุทธลังกาใส่ชุด มหายานก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่ายกย่อง โดยเฉพาะชาวพุทธธิเบตนั้นมีเอ ขาว พาลูกหลานไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ทุกคนต่างแต่งกายด้วย กลัษณ์ประจ�าตัว คือ ลูกประค�าส�าหรับนับเวลาสวดมนต์ พวกเขาสวดมนต์ ชุดขาว เป็นภาพประทับใจทีหาดูได้ยากในประเทศอืน คณะแสวงบุญต่างพูด ่ ่ สั้นๆ เพียง ๖ ค�า คือ โอม มะณี ปัทเม โอม แค่นี้ก็เป็นการดีมากส�าหรับเป็น เป็นเสียงเดียวกันถึงความประทับใจที่ได้เห็นภาพเด็กๆ ตั้งแต่เล็กจนโตมา เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน เคยเดินทางไปธรรมศาลาที่ประทับของ ศึกษาพระพุทธศาสนา มีครูทงพระภิกษุและฆราวาสช่วยกันสอนในวิชาต่างๆ ั้ องค์ดาไล ลามะ เห็นภาพน่าประทับใจที่ชาวธิเบตนิยมไปนั่งสวดมนต์อยู่ที่ ที่เด็กๆ ควรรู้ ผู้เขียนเดินชมไปตามห้องเรียนต่างๆ นักเรียนต่างตื่นเต้นที่เห็น วัดเป็นประจ�าทั้งเช้าและเย็น บางคนก็นิยมเดินสวดมนต์รอบๆ บริเวณวัด ชาวต่างชาติให้ความสนใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปทักทายอะไรมากมายเนืองจากยัง่ อยู่ในชั่วโมงเรียนของเด็กๆ พวกเขาต่างตั้งใจเรียน ผู้เขียนบวชเรียนมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี จนถึงปัจจุบัน อายุ ๓๓ ปี ยังไม่ เคยเห็นนักเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มากมายอย่างนี้ ถามพระภิกษุชาว ศรีลงกาทีนาคณะเราไปเยียมชมวัด ท่านกล่าวว่า มีนกเรียนประมาณ ๕,๐๐๐ ั ่ � ่ ั คน ฟังแล้วได้แต่นกอนุโมทนาและเกิดแรงบันดาลใจว่าบ้านเราน่าจะเอาเป็น ึ 32 33
  • 18.
    ท�าได้ยากที่สุด โดยเฉพาะตัวเราเอง แต่ถ้าใครฝึกได้ก็เป็นยอดมนุษย์อย่าง เช่น พระพุทธเจ้า, พระเยซู, มหาตมะ คานธี, มาติน ลูเธ่อร์ คิงส์, และมหา บุรุษอีกหลายท่านบนโลกใบนี้ มีสุภาษิตจีนเกี่ยวกับการฝึกกาย ฝึกจิตว่า “จงระวังความคิด เพราะความคิดจะกลายเป็นความประพฤติ จงระวังความประพฤติ เพราะความประพฤติจะกลายเป็นความเคยชิน จงระวังความเคยชิน เพราะความเคยชินจะกลายเป็นนิสัย จงระวังนิสัย เพราะนิสัยจะกลายเป็นสันดาน จงระวังสันดาน เพราะสันดานจะก�าหนดชะตากรรมตลอดชีวิต” แบบอย่าง วัดหลายวัดในเมืองไทย และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็จดตัง ั ้ โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มากว่า ๕๐ ปี เหมือนกัน ถ้าผู้เขียนจ�าไม่ ผิดก็ได้ไอเดียมาจากประเทศศรีลังกานี้ ต่างแต่เพียงจ�านวนนักเรียนยังมีไม่ มากอย่างชาวลังกา อาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่ทั้งพ่อแม่ และทางบ้านเมืองให้ ความส�าคัญ ให้การสนับสนุนถึงท�าอย่างนี้ได้ เคยสังเกตชาวพุทธจากประเทศต่างๆ ทีเดินทางไปไหว้พระในประเทศ ่ อินเดีย ชาวพุทธลังกาจะมีเอกลัษณ์พิเศษเฉพาะตัว ในความมีระเบียบวินัย เช่น การแต่งกายด้วยชุดขาวเหมือนกันหมด การเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย การเปล่งวาจาสาธุการพร้อมกัน และการสวดมนต์ เป็นต้น การปฏิบัติได้เช่น นี้ แสดงว่าได้รับการฝึกฝนอบรมมาอย่างดีจนกลายเป็นอุปนิสัย เห็นภาพ อันประทับใจแล้วก็ได้แต่นึกถึงพุทธพจน์ที่ “ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ ในหมู่ มนุษย์ ผู้ที่ฝึกฝนพัฒนาตนเอง เป็นผู้ประเสริฐ” แต่การฝึกมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่ 34 35
  • 19.
    ในประเทศศรีลังกา ผู้เขียนเห็น ชาวพุทธลังกานิยมสร้างพระพุทธรูปปาง ส. สมาธิ, ปางไสยาสน์, ปางร�าพึง และปาง แสดงสั จ ธรรม โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง คื อ ที่q๖ พระพุทธรูปปางสมาธิ ไม่ทราบว่ามีเหตุผล ประการใดจึงนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนี้ แต่ผู้เขียนสรุปเองในใจว่า คนศรีลังกาคง สมาธิ ต้องการสื่อหรือสอนประชาชนว่า ควรมี หรือพระพุทธรูปปางสมาธิ สมาธิ หรือตั้งใจท�าสิ่งต่างๆในชีวิต เพราะ สมาธิหรือความตั้งใจมั่นนั้นมีความส�าคัญ นิยมสร้างในศรีลังกา อย่างมากในการด�าเนินชีวิตประจ�าวัน ถ้า นั้นคือวัตถุประสงค์ของการสร้างพระพุทธ รูปปางนี้ถือว่าเป็นกุสโลบายที่ชาญฉลาด นักปราชญ์ทางพุทธศาสนาเตือนสติไว้ว่า “ไหว้พระพุทธ ระวังอย่า มาก เพราะไปทีไหนจะเห็นแต่พระพุทธรูป ่ สะดุดเอาทองค�า ไหว้พระธรรม ระวังอย่าขย�าคัมภีรใบลานเปล่า ไหว้พระสงฆ์ ์ ปางนี้ บางเมืองสร้างไว้บนยอดเขาสูงเด่นเห็นสง่า มองเห็นพระพุทธรูปปาง ระวังไปหลงลูกชาวบ้าน” เป็นสิ่งที่เราควรระวังอย่างยิ่งในการปรับความคิด สมาธิทีไรเหมือนพระพุทธเจ้าเตือนสติว่า จงมีสมาธิเดี๋ยวนี้ ของเราให้เป็นสัมมาทิฎฐิ คือ มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ พระพุทธรูปถือว่า สมาธิ (Meditation) แปลว่า ความตังมันสม�าเสมอ คือ จิตใจทีตงมันอยู่ ้ ่ ่ ่ ั้ ่ เป็นสื่อในการดึงคนให้เข้าถึงสัจจธรรม เป็นเจดีย์อย่างหนึ่งที่ควรเคารพบูชา กับสิงใดสิงหนึง ในทุกศาสนามีการท�าสมาธิ แต่สมาธิในพระพุทธศาสนาแตก ่ ่ ่ เรียกว่า อุทเทสิกเจดีย์ คือ สร้างอุทศเจาะจงพระพุทธเจ้า หรือจะบอกว่า เป็น ิ ต่างจากสมาธิในศาสนาอื่น เพราะสมาธิในพุทธศาสนา เรียกว่า สัมมาสมาธิ เสมือนตัวแทนของพระพุทธองค์กไม่ผด ชาวพุทธไทยให้ความเคารพพระพุทธ ็ ิ แปลว่า ความตั้งมั่นชอบ ถูกต้อง หรือสมาธิชอบ หมายถึง การท�าสมาธิที่ท�า รูปมากและนิยมสร้างถวายวัดต่างๆ พระพุทธรูปปางมารวิชย เป็นปางทีชาว ั ่ จนได้ฌาน เพื่อเอาเป็นบาทฐานในการเจริญปัญญา เพื่อใช้ปัญญาเป็นดาบ ไทยนิยมสร้างไว้บูชาสักการะ เพราะมีความเชื่อว่า สามารถเอาชนะปัญหา ประหัตประหารกับกิเลสตัณหาต่อไป คุณลักษณะของสัมมาสมาธิ คือ สะ อุปสรรคต่างๆ ได้ หรือเพื่อเตือนสติให้เรารู้จักแก้ปัญหาในชีวิตประจ�าวันให้ มาหิโต ปะริสุทโธ และกัมมะนีโย คือ ได้ 36 37
  • 20.
    - สะมาหิโต แปลว่าตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ไม่ซัดส่ายไปมาเหมือนลิงที่ พระพุทธรูปอีกปางหนึ่งที่เห็นทั่วไปในศรีลังกา คือ พระพุทธรูปปาง อยู่นิ่งไม่เป็น เปรียบเช่นน�าตกที่ไหลลงจากภูเขาและไหลไปทางเดียวกัน มี ้ ไสยาสน์ ส�าหรับผู้เขียน เมื่อเห็นพระพุทธรูปปางนี้แล้ว ได้ข้อคิดว่า ควรพัก พลังมหาศาลสามารถจะพัดพาเอาสิ่งต่างๆ ที่ขวางหน้าไปได้ จนถึงสามารถ ผ่อนบ้าง ไม่ใช่ท�างานจนไม่ได้พักผ่อน หรือพักผ่อนจนไม่ได้ท�างาน สรุปแล้ว ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย จิตใจที่แน่วแน่มั่นคง ย่อมมีพลังในการท�ากิจต่างๆ ทุกคนก็ตองจัดสรรปันส่วนเวลาในการใช้ชวตให้ลงตัว เหมาะสมกับแต่ละคน ้ ีิ ในชีวิตประจ�าวัน เช่น อ่านหนังสือก็จ�าได้ง่าย ไป เพราะเราต่างได้เวลามา ๒๔ ชั่วโมงเท่ากันหมด - ปะริสุทโธ แปลว่า บริสุทธิ์ คือ จิตที่ปราศจากอารมณ์ขุ่นหมัว โดยส่วนตัว เวลาทีกราบไหว้พระพุทธรูปครังใด ก็เหมือนท่านเตือนสติ ่ ้ เช่น โลภ โกรธ หลงเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นกับน�้าในหนองที่ตะกอนนอนก้นแล้ว เราอยูตลอดเวลา เช่น พระพุทธรูปปางสมาธิ เตือนให้เรามีสมาธิหรือตังใจกับ ่ ้ สามารถมองเห็นกุ้ง หอย ปู ปลา จิตที่บริสุทธิ์ย่อมมองเห็นอารมณ์ต่างๆ ที่ สิ่งที่ท�า, พระพุทธรูปปางไสยาสน์เตือนให้เราจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่านเข้ามาได้อย่างชัดเจน กับความต้องการของร่างกาย, ส�าหรับคนไทยทีนยมสร้างพระพุทธรูปปางมาร ่ ิ - กัมมะนีโย แปลว่า ควรแก่การงาน เหมาะส�าหรับใช้งาน คือ ควรแก่ วิชย นันคือการเตือนสติให้เราเอาชนะมารหรือจัดการกับสิงไม่ดในใจของเรา ั ้ ่ ี การท�างานทางด้านปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิงจิตทีเ่ ป็นสัมมาสมาธิจะสามารถ ่ ให้ได้เสียก่อน นี้แหละคือคัมภีรธรรมที่แฝงอยู่ในพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้ ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล งานทีออกมาจึงละเอียด ประณีต ่ บางคนยังถามต่อไปอีกว่า ท�าไมหัวแหลม, หูยาว, หน้ายิ้ม, และตาม และไม่บกพร่อง องต�่า สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปริศนาธรรมที่ปราชญ์ท่านต้องการสอนเรา หัวแหลม คือ ให้ใช้เหตุผล ใช้ปัญญาในการด�าเนินชีวิต, หูยาว คือ ให้เป็นคนหนักแน่น ตรวจสอบก่อน ไม่หูเบาเชื่อง่าย, หน้ายิ้ม หมายถึง ให้เป็นคนยิ้มแย่มแจ่มใส หรือมีจิตใจสดชื่นแจ่มใส และอีกประการหนึ่งที่ส�าคัญว่า ท�าไมตามองต�่า คือ ให้ดูตัวเอง อ่านตัวเองให้มากๆ อย่างที่เขาว่า “ดูตัวเองให้ออก บอกตัวเองให้ ได้ ใช้ตวเองให้เป็น” เมือกราบพระพุทธรูปคราใด อย่าลืมปริศนาธรรมทีซอน ั ่ ่่ อยู่ละ 38 39
  • 21.
    ท่านสรณังกรมีความสนใจในทางพระพุทธ ศาสนาตั้งแต่เยาว์วัย กอรปทั้งมีความเลื่อมใส ส. ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึง ประสงค์ ้ ที่จะออกบวชตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่บิดามารดา ที่q๗ ไม่ยอมอนุญาต แต่ท่านก็ไม่ลดละความตั้งใจ จริงในการออกบวช แสดงความมุ่งมั่นจนบิดา มารดายอมอนุญาตให้บวชเมื่อท่านอายุ ๑๖ สรณังกร ปี โดยได้รบการบรรพชาเป็นสามเณรจากพระ ั หรือสามเณรสรณังกร สุริยโกทเถระ เมือบวชแล้วท่านก็ได้ตงใจศึกษาเล่าเรียนทัง ่ ั้ ้ ภาคปริยตและภาคปฏิบติ โดยได้ออกแสวงหา ัิ ั ธรรมดาของสรรพสิงในโลกนี้ คือ เกิดขึน ตังอยู่ และเสือมไป บางคราว ่ ้ ้ ่ อาจารย์เพื่อศึกษาภาษาบาลีและธรรมะ ท่าน เจริญขึน บางคราวก็เสือมลง พระพุทธศาสนาในศรีลงกาก็ไม่สามารถหลีกพ้น ้ ่ ั เป็ น คนมี ค วามวิ ริ ย ะอุ ต สาหะสนใจในการ กฎธรรมดาข้อนี้ไปได้ บางสมัยเจริญรุ่งเรือง บางสมัยก็เสื่อมโทรมลงไป แต่ ศึกษาจึงท�าให้ไม่ช้านานก็แตกฉานในภาษาสิงหล บาลี และสันสกฤต พระพุทธศาสนาในศรีลังกาก็ไม่สิ้นคนดีที่เกิดมาช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนา เมื่อมีความรู้พอเอาตัวรอดแล้ว สามเณรสรณังกรพร้อมคณะสีลวัตร ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีก บุคคลที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาในประวัติศาสตร์ ที่ท่านตั้งขึ้นกับศิษย์ จาริกไปตามคามนิคมน้อยใหญ่เพื่อสั่งสอนประชาชน การฟืนฟูศาสนา คือ สามเณรสรณังกร ชีวประวัตของท่านเป็นชีวตทีนาศึกษา ้ ิ ิ ่ ่ ให้เข้าใจธรรมะ และฟื้นฟูการบิณฑบาตซึ่งหายไปจากประเทศศรีลังกา เรียนรู้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระภิกษุที่ท�าหน้าที่เป็นพระธรรมทูตเผยแผ่พระ ด้วยข้อวัตรปฏิบัติและการเทศนาที่สามารถน�าไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจ�าวัน ศาสนา เพราะบุคคลท่านนี้เกิดมาเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ผู้ ท�าให้ประชาชนให้ความสนใจและเลื่อมใส แต่เป็นธรรมดาของการท�างาน เขียนขอน�าประวัติและผลงานการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกามาเล่าสู่กัน ย่อมมีปัญหาอุปสรรค เมื่อท่านมีคนเลื่อมใสมากขึ้น จึงท�าให้พระภิกษุคณะ ฟังโดยย่อ ดังต่อไปนี้ เดิมไม่พอใจจนเกิดเป็นความกันขึ้นถึงโรงศาล และคณะสามเณรสรณังกร เด็กชายสรณังกร เกิดวันอาทิตย์ ปีเถาะ พ.ศ.๒๒๔๒ ณ หมู่บ้านชื่อ เป็นฝ่ายแพ้ แวลิวิฏะ (Valivita) แขวงเมืองตุมปะเน (Tumpane) ท่านเกิดในตระกูล ต่อมามีพระฮินดูรูปหนึ่งเดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเที่ยวชม กุลตุงคะ ซึ่งเป็นตระกูลชั้นสูงชั้นอ�ามาตย์ เป็นผู้ปกครองท้องถิ่นนั้น เมืองอนุราธปุระ พระเจ้านเรนทรสิงห์ทรงทราบจึงรับสังให้นมนต์พระฮินดูรป ่ ิ ู 40 41
  • 22.
    นั้นเข้าไปในพระราชวัง เพราะทรงปรารถนา เมื่อท�าการเผยแผ่พระศาสนาไปได้ระยะหนึ่ง สามเณรสรณังกรก็มี จะทราบความเป็นไปของพระพุทธศาสนาใน ความคิดว่า การจะประดิษฐานพระศาสนาให้เป็นปึกแผ่นมันคงนัน ต้องมีการ ่ ้ อินเดีย แต่พระฮินดูรปนันไม่มความรูเ้ กียวกับ ู ้ ี ่ อุปสมบทเป็นพระภิกษุของชาวลังกาเอง จึงทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พระพุทธศาสนาเลย จึงมีพระราชประสงค์จะ แผ่นดินให้ช่วยเป็นธุระในการแสวงหาพระภิกษุมาอุปสมบทให้สามเณรและ ให้พระลังกาแสดงความสามารถให้นักบวช ชาวลังกา พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ทรงเป็นธุระในการส่งราชทูตไป ต่างชาติได้เห็น ทรงอาราธนาให้คดเลือกพระ ั สืบหาพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทในประเทศต่างๆ และการอุปสมบทพิธีก็ นักเทศน์มาแสดงธรรมในพระราชวัง แต่ไม่มี มาบรรลุผลส�าเร็จในรัชกาลของพระเจ้ากิตติศรราชสิงห์ทรงส่งราชทูตให้เดิน ิิ ใครสามารถแสดงธรรมให้นกบวชต่างศาสนา ั ทางไปขอให้คณะสงฆ์จากสยามประเทศมาช่วยฟื้นฟูการพระศาสนาซึ่งตรง ฟังได้จนท�าให้พระเจ้านเรนทรสิงห์ทรงกลุ้ม กับสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระเจ้าบรมโกศทรงส่งคณะพระธรรมทูตไทยชุด พระทัย อ�ามาตย์ท่านหนึ่งจึงกราบทูลเสนอ แรกโดยการน�าของพระอุบาลีมหาเถระ มีพระภิกษุ ๑๘ รูป สามเณร ๘ รูป ว่า มีสามเณรสรณังกรสามารถแสดงธรรม ไปให้การบรรพชาอุปสมบทแก่ชาวลังกาเป็นพระภิกษุสงฆ์ถึง ๗๐๐ รูป เป็น ได้ เพราะเป็นผู้แตกฉานในธรรมะ พระเจ้า สามเณร ๓,๐๐๐ รูป และสามเณรสรณังกรก็ได้รบการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ั นเรนทรสิงห์จงส่งเจ้าหน้าทีไปนิมนต์มาเทศน์ ึ ่ และต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชสรณังกร สังฆราช สามเณรรับนิมนต์และเดินทางลงมาเทศน์ รูปแรก และรูปสุดท้ายของศรีลังกา ด้วยความสามารถที่ฝึกฝนมา สามเณรกล่าวคาถาภาษาบาลี และอธิบาย สมเด็จพระสังฆราชสรณังกรทรงท�างานเผยแผ่พระศาสนาจนมีพระ เป็นภาษาสิงหล พร้อมทั้งแปลให้นักบวชฮินดูฟังเป็นภาษาสันสกฤต คนที่มา ชนมายุได้ ๘๑ พรรษา เป็นธรรมดาของสังขารร่างกาย พระองค์ทรงพระ ประชุมสโมสรในวันนั้นต่างทึ่งในอัจฉริยภาพข้อนี้ ประชวร ในขณะที่ประชวรมีพระประสงค์จะสดับพระธรรมเทศนา คณะลูก นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สามเณรสรณังกรจึงเป็นที่ยอมรับนับถือของ ศิษย์ได้นมนต์ให้พระมาเทศน์ ขณะก�าลังสดับพระธรรมเทศนาอยูนน พระองค์ ิ ่ ั้ บุคคลทั่วไป พระเจ้านเรนทรสิงห์เองก็ทรงศรัทธาในสามเณรเป็นอย่างมาก ก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาการสงบ พระเจ้าแผ่นดินทรงพระกรุณาโปรดให้จัดพิธี การด�าเนินงานเผยแผ่พระศาสนา จึงสามารถขยายขอบข่ายออกไปได้กว้าง พระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งรับสั่งให้สร้างเจดีย์ส�าหรับ เพราะมีเพือนร่วมงานคอยช่วยเหลือ ท่านได้รางกฎระเบียบของคณะสีลวัตร ่ ่ บรรจุพระอัฐิธาตุซึ่งต่อมาเรียกว่า สรณังกรเจดีย์ ว่าด้วยการนุ่งห่ม การท�าวัตรสวดมนต์ และการบิณฑบาต เป็นต้น ในเวลาที่ สมเด็จพระสังฆราชสรณังกร จึงถือว่า เป็นแบบอย่างของการท�างาน ว่างท่านก็แต่งคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เช่น สารัตถะสังคหะ มหาโพธิวัง เพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง การท�างานของท่านมีปัญหาอุปสรรค สะ ฯลฯ มากมาย บางครังถึงกับต้องขึนโรงศาล บางครังถูกลอบฆ่าจากคนต่างศาสนา ้ ้ ้ 42 43
  • 23.
    แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ท่านเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนวิกฤต เป็นโอกาสยึดหลักที่พระพุทธเจ้าทรงท�าไว้เป็นแบบอย่างที่ว่า ทรงเอาชนะ ทุกอย่างด้วยความดี จึงท�าให้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาเหมือนกลับมาเกิด ส. ใหม่อีกครั้งหนึ่ง นี้คือประวัติย่อๆ ของบุรุษรัตน์ชาวศรีลังกา ถ้าหากผู้อ่านอยากศึกษา ที่q๘ ชีวประวัติโดยละเอียดของสามเณรสรณังกร สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ ประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป ของกรมพระยาด�ารงราชานุภาพ, พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ของ ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร และหนังสือสยามวงศ์ใน สยามวงศ์นิกาย ลังกา ของสยาม แสนขัติ เป็นต้น ประวัตศาสตร์พระพุทธศาสนาเสมือนผ้าขาวทีไม่มรอยด่างด�าเกียวกับ ิ ่ ี ่ การรบราฆ่าฟัน แต่พระพุทธศาสนากลับเป็นศาสนทูตที่เชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศต่างๆ ในแทบเอเชียได้เป็นอย่างดี เมื่อเดินทางไปประเทศ แห่งใดไม่ว่าจะเป็นพม่า กัมพูชา ลาว ศรีลังกา และอินเดีย ท�าให้เกิดความ ปลาบปลื้มใจว่า เราในฐานะชาวพุทธมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมไม่มีเรื่องขุ่น ข้องหมองใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิงสัมพันธไมตรีทางพระพุทธศาสนาระหว่าง ่ ไทยกับศรีลงกาเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ในสมัยสุโขทัย ประเทศไทยเป็นฝ่ายรับ ั ความช่วยเหลือด้านพระศาสนาจากลังกา แต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไทยได้น�า พระพุทธศาสนากลับไปมอบให้ศรีลังกาดังเดิม มีอยู่บางสมัยที่พระพุทธศาสนาในศรีลังกาซบเซาลงไป เพราะถูก ปัญหาทั้งภายนอกทั้งภายในรุมเร้า จนแทบจะเอาตัวไม่รอด ในสมัยนั้น ประเทศศรีลังกาได้ขอความช่วยเหลือจากประเทศไทยทางด้านการพระ ศาสนา ประเทศไทยได้ส่งพระอุบาลีพร้อมทั้งคณะไปฟื้นฟูพระศาสนาที่ ลังกา โดยเดินทางไปให้การบรรพชาอุปสมบทแก่สามเณรสรณังกรและชาว 44 45
  • 24.
    ลังกาเป็นจ�านวนมาก จนท�าให้ เพียงการพูด ให้เขาจ�า แต่ท�าทราม เกิดคณะสงฆ์นกายสยามวงศ์ขน ิ ึ้ พูดร้อยค�า มันตกต�่า แล้วไร้ค่า และด�ารงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ท�าให้ดู เพียงครั้งเดียว มีราคา พระอุบาลีมหาเถระพร้อม จงอุตส่าห์ ท�าให้ดู อยู่ให้เห็น ทั้งคณะถือว่าเป็นพระธรรมทูต ชุดแรก(ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เป็นสิ้น พระอุบาลีมหาเถระท�างานเผยแผ่พระศาสนาในลังกาอยูไม่กปกถงแก่ ่ ี่ ี ็ ึ ค้า OTOP ชั้นเยี่ยม)ที่ไทยส่ง มรณภาพด้วยโรคหูอักเสบ เมื่อพ.ศ.๒๒๙๙ กษัตริย์ลังกาโปรดให้จัดพิธี ออกไปประกาศพระศาสนา พระราชทานเพลิงศพของท่านอย่างสมเกียรติ กล่าวได้วา ท่านตายในระหว่าง ่ ในต่างแดน ท่านและคณะไม่ ปฏิบัติหน้าที่ (ศาสนกิจ) ถ้าเป็นทหารก็ต้องมีธงชาติคลุมโลงศพ เพียงแต่ให้การอุปสมบทกุลบุตร กล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลทรงส่งคณะ ชาวสิงหลเท่านั้น แต่ท่านยังได้ พระอุบาลีไปให้การบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรชาวลังกา พร้อมทั้งอบรมด้าน ฟื้นฟูวินัยนิยมพระบรมพุทธานุ วินัยบัญญัติก่อน หลังจากนั้นพระองค์ก็ส่งคณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ มีพระ ญาตให้แก่พระสงฆ์ลังกาที่ท่าน วิสุทธาจารย์เป็นหัวหน้า คณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ นี้ เก่งทางด้านวิปัสสนา อุ ป สมบทให้ ไ ด้ เ ห็ น เป็ น แบบ กรรมฐาน เพราะว่าพระองค์ประสงค์จะให้พระศาสนาในลังกาเจริญทั้งด้าน อย่ า ง เช่ น การอธิ ษ ฐานเข้ า ปริยัติ และด้านปฏิบัติ พรรษา การปวารณาออกพรรษา การทอดถวายกฐิน อุปสมบทวิธี การแสดง คณะของพระวิสุทธาจารย์เดินทางไปก่อนถึงเกาะลังกา เรืออับปาง อาบัติ การถวายสังฆทาน การสวดมนต์ การแสดงอาบัติ และอื่นๆ เรียกได้ว่า ท�าให้มีพระภิกษุ สามเณร และผู้ติดตามบางท่านเสียชีวิต แต่คนที่รอดด้วย ท่านเป็นแป้นพิมพ์หรือต้นแบบที่ดีในการประพฤติปฏิบัติ ดังมีกลอนนิรนาม อาศัยเกาะไม้ขึ้นฝั่ง หลังจากขึ้นฝั่งแล้วท่านได้ส่งสาส์นไปถึงพระอุบาลี ครั้น ว่า พระอุบาลีได้รบจดหมายแล้ว ได้แจ้งให้พระเจ้ากิตติศรราชสิงห์ทรงทราบ และ ั ิิ ทรงส่งมหาเสนาบดีน�าก�าลังพล และสิ่งต่างๆ เป็นต้นว่า จีวร ยารักษาโรคไป การสั่งสอน คนทั้งหลาย ให้มีธรรม ช่วย ท�าให้คณะพระธรรมทูตชุดที่ ๒ ปลอดภัย และเดินทางเข้าเมืองหลวง พูดให้จ�า ท�าให้ดู อยู่ให้เห็น ไปเปลี่ยนให้คณะพระธรรมทูตชุดแรกกลับเมืองไทย การส่งพระธรรมทูตชุด การท�าดี ให้เขาดู นี้จ�าเป็น ที่ ๒ ไปปฏิบัติศาสนกิจต่อจากชุดแรกเป็นการท�างานต่อจากที่ชุดแรกได้ท�า อยู่ให้เห็น ว่ามีสุข ทุกเวลา ไว้ ท�าให้นิกายสยามวงศ์มั่นคงอยู่ในลังกาตราบเท่าทุกวันนี้ 46 47
  • 25.
    การเดินทางไปประกาศศาสนาของพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศยุค ต่างๆ ก็ด้วยอาศัยความเสียสละของพระธรรมทูตเหล่านั้น เช่นการเดินทาง ของคณะพระอุบาลีมหาเถระถือว่ามีความไม่ปลอดภัยในชีวิตเนื่องจากการ เดินทางโดยเรือในสมัยนั้นบางคราวถ้าเรืออับปางก็อาจถึงเสียชีวิตได้ การ เผยแผ่พระศาสนาของพระธรรมทูตไทยแต่ละยุคจึงควรเป็นอย่างยิงทีเ่ ราชาว ่ ไทยจะสดุดียกย่อง เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้ไปคนเดียว แต่ไปในนามคนไทย ประเทศไทย และพระพุทธศาสนาแบบไทย ภาค ๒ q ๖ ที (T) ของดีศรีลังกา 48 49
  • 26.
    T ที่t๑ เมื่อเดินทางไปเยือนศรีลังกา แดนพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ถึงจะมีเวลาอยู่ภายในประเทศไม่กี่วัน ได้ T = Tree เรียนรูขอคิดคติธรรมจากประสบการณ์ตรงทีควรน�ามา ้้ ่ (Bodhi Tree) ปรับใช้ในชีวตประจ�าวันแล้ว ทังยังได้มองเห็นของดีทศรี ิ ้ ี่ T แรก คือ โบดิ ทรี หรือกิงพระศรีมหาโพธิทมความส�าคัญอย่างยิง เป็น ่ ์ ี่ ี ่ ลังกามีทนาคิด น่าเอาเป็นแบบอย่าง ของดีศรีลงกา พอ ี่ ่ ั ศูนย์รวมจิตใจของชาวสิงหล ได้รบการบันทึกว่าเป็นต้นไม้ทอายุยนทีสดในโลก ั ี่ ื ่ ุ สรุปลงได้ใน ๖ ที ดังนี้ ชาวพุทธนับถือว่าเป็นชีวธาตุ คือพระธาตุที่ยังมีชีวิตอยู่(A living relic) เมื่อ เดินทางไปเยือนตัมพปัณณิทวีป ผูเขียนได้มโอกาสแวะไปชมวัดต่างๆ ภายใน ้ ี วัดเหล่านันจะมีสงทีส�าคัญอยู่ ๒ อย่าง คือ ๑.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๒.พระพุทธ ้ ิ่ ่ รูป ท�าไมต้นพระศรีมหาโพธิ์จึงมีความส�าคัญต่อชาวสิงหล จึงอยากจะน�า ประวัติคร่าวๆ ของการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์มาประดิษฐานในประเทศศรี ลังกา ดังต่อไปนี้ ก่อนจะกล่าวถึงการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์มาประดิษฐานในประเทศ แห่งนี้ จะขอกล่าวถึงประวัติความส�าคัญของต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นไม้ที่ พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้ ว่า ท�าไม ? ชาวพุทธจึงให้ความเคารพเท่ากับ 51
  • 27.
    พระพุทธเจ้าองค์จริง เรื่องมีอยู่ว่า เป็นต้น สมัยที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันมหาวิหาร เวลาเย็นจะมีชาว ๔. ธรรมเจดีย์ คือ ธรรมะค�าสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันคือพระ เมืองถือดอกไม้ธูปเทียนมาถวายสักการะและฟังธรรมเป็นประจ�า แต่มีบาง ไตรปิฎก คราวทีพระพุทธองค์ไม่ได้ประทับอยูทวด เสด็จออกไปโปรดเวไนยสัตว์ทเี่ มือง ่ ่ ี่ ั พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตอนนีมแต่บริโภคเจดีย์ คือ สิงทีพระพุทธองค์เคย ้ี ่ ่ อื่น เมื่อชาวเมืองไม่พบพระพุทธองค์ ด้วยความคิดถึง จึงพากันไปปรึกษากับ ใช้สอยเท่านั้นที่ใช้เป็นที่ระลึกต่างหน้าเวลาคิดถึงกันได้ และทรงแนะน�าให้ พระอานนท์และกล่าวว่า อยากให้พระพุทธเจ้าฝากสิงของไว้ให้ดตางหน้าเวลา ่ ู่ พระอานนท์ไปน�าเมล็ดพระศรีมหาโพธิ์มาปลูกไว้ที่วัดเชตวันมหาวิหาร พระ ไม่อยู่ อานนท์ได้ขอร้องให้พระมหาโมคคัลลานะไปน�าเมล็ดมาจากต�าบลอุรุเวลา เมือพระพุทธเจ้าเสด็จกลับวัด พระอานนท์จงไปทูลเรืองนีให้ทรงทราบ ่ ึ ่ ้ เสนานิคม (ปัจจุบัน คือ พุทธคยา รัฐพิหาร) ท�าให้พระพุทธองค์ตรัสเรื่องเจดีย์ ๔ ประการว่าสามารถเป็นตัวแทนของ พระมหาโมคคัลลานะเหาะไปทีตาบลอุรเุ วลาเสนานิคม ใช้จวรช้อนเอา ่� ี พระองค์ได้ คือ เมล็ดโพธิ์ที่ร่วงหล่นจากต้นไม่ให้ตกถึงพื้นแล้วเหาะกลับมาที่วัดพระเชตวัน ๑. ธาตุเจดีย์ คือ อัฐิธาตุจะเกิดมีขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน มหาวิหารน�าเมล็ดโพธิ์มอบให้พระอานนท์ เมื่อถึงเวลาจะปลูก พระอานนท์ แล้วเท่านั้น ก็พยายามหาคนมาปลูกเมล็ดโพธิ์นี้เพราะมีความส�าคัญมาก ไปทูลขอให้ ๒. บริโภคเจดีย์ คือ สิ่งที่พระพุทธองค์เคยใช้สอย เช่น ต้นโพธิ์ตรัสรู้, พระเจ้าปเสนทิโกศลกษัตริย์ผู้ปกครองแคว้นโกศลปลูก พระองค์ก็ไม่รับด้วย พระมูลคันธกุฏี ๓. อุทเทสิกเจดีย์ คือ สิ่งที่สร้างอุทิศพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธรูป 52 53
  • 28.
    เหตุผลทางการเมืองการปกครอง เพราะถ้าศัตรูรุกราน เห็นว่าเป็นต้นไม้ที่ ถามว่า “พระราชาได้ต้นมหาโพธิ์มาจากไหน ?” พระเจ้าแผ่นดินทรงปลูก ก็จกท�าลายเสีย จึงไปขอให้ทานอนาถบิณฑิกะผูสร้าง ั ่ ้ แก้ว่า “ได้ทราบว่า พระราชาทรงมีพระประสงค์จะส่งต้นมหาโพธิ์ วัดเชตวันมหาวิหารปลูก ท่านเศรษฐีจงตอบรับเป็นคนปลูกให้ ด้วยความเอาใจ ึ ไปยังเกาะลังกา เมื่อสุมนสามเณรยังไม่มา เพื่อต้องการรับเอาพระธาตุ ก่อน ใส่ในเรืองนี้ ต้นโพธินี้ จึงมีชอว่า “อานันทโพธิ” มีความเชือว่า ต้นโพธิตนนียง ่ ์ ื่ ์ ่ ์้ ้ั แต่พระสังฆมิตตาเถรีจะไปนั้นนั่นแล ก็ทรงพระด�าริว่า ‘เราจักส่งต้นมหา มีชวตอยูจนถึงปัจจุบนทีวดเชตวันมหาวิหาร เพราะเหตุนี้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ีิ ่ ั ่ั โพธิ์ ซึ่งไม่ควรจะตัดด้วยศัสตราไปได้อย่างไรหนอแล’ เมื่อไม่เห็นอุบาย จึง จึงมีความส�าคัญยิ่งส�าหรับชาวพุทธ ตรัสถามอ�ามาตย์ชื่อมหาเทพ. อ�ามาตย์นั้นกราบทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ! มี ต่อไปจะขอกล่าวถึงเรื่องการน�ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์ไปประดิษฐานที่ ภิกษุบัณฑิตเป็นอันมาก “พระราชาทรงสดับค�านั้นแล้ว รับสั่งให้ตระเตรียม ประเทศศรีลงกาโดยพระนางสังฆมิตตา พระเจ้าอโศกมหาราชเมือทรงอุปถัมภ์ ั ่ ภัตร เพื่อภิกษุสงฆ์ ในที่สุดภัตกิจได้ตรัสถามพระสงฆ์ว่า “ท่านผู้เจริญ ! ต้น การท�าสังคายนาครั้งที่ ๓ ปีพ.ศ.๒๓๖ เสร็จแล้ว พระองค์ก็ทรงส่งพระธรรม มหาโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ควรไปยังเกาะลังกาหรือไม่หนอ ? “พระ ทูตออกไปประกาศพระศาสนา ๙ สาย ๑ใน ๙ สายนัน คือ พระธรรมทูตทีเ่ ดิน ้ สงฆ์มอบให้เป็นภาระของพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ พระเถระถวายพระพร ทางไปเผยแผ่ทประเทศศรีลงกาโดยมีพระมหินทเถระหรือพระราชโอรสของ ี่ ั ว่า “ต้นมหาโพธิ์ ควรไปยังเกาะลังกาแท้ มหาบพิตร !” ดังนี้แล้ว ได้ทูลบอก พระองค์เองเป็นหัวหน้าน�าไป เมือพระมหินทเถระพร้อมคณะไปแล้ว ได้เทศน์ ่ มหาอธิษฐาน ๕ ข้อ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. โปรดชาวสิงหลจนเลือมใสในพระพุทธศาสนาและมีคนออกบวชเป็นพระภิกษุ ่ มากมาย ท�าให้สตรีจ�านวนมากเป็นหม้ายและอยากบวชในพระพุทธศาสนา มหาอธิษฐาน ๕ ข้อของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วย มหาอธิษฐาน ๕ ข้อเป็นไฉน ? คือได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ความทราบถึงพระเจ้าอโศกมหาราชว่ามีคนอยากบวชเป็นภิกษุณี จึงส่ง ทรงบรรทมบนพระแท่นปรินิพพาน ได้ทรงอธิษฐานว่า “เพื่อต้องการให้ต้น พระสังฆมิตตาเถรีพร้อมด้วยคณะไปศรีลงกา เพือให้การอุปสมบทนางขัตติย ั ่ มหาโพธิ์ประดิษฐานอยู่ในลังกาทวีป พระเจ้าอโศกมหาราชจักเสด็จมารับ าทังหลาย ในการเสด็จไปของพระนางสังฆมิตตาเถรีในครังนัน พระองค์ได้น�า ้ ้ ้ เอาต้นมหาโพธิ์, ในเวลานั้น กิ่งมหาโพธิ์ด้านทิศทักษิณ จงขาดเองทีเดียว กิงพระศรีมหาโพธิทประดิษฐานในกระถางทองค�าไปประดิษฐานไว้ทเี่ มืองอนุ ่ ์ ี่ แล้วประดิษฐานอยู่ในกระถางทอง. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่หนึ่ง. ทรงอธิษฐาน ราธปุระด้วย ว่า “ก็ในเวลาประดิษฐานอยู่ในกระถางทองนั้น มหาโพธิ์จงลอยเข้าไปสู่ห้อง ในคัมภีร์อรรถกถาสมันตปาสาทิกากล่าวถึงการอัญเชิญกิ่งต้นพระ หิมวลาหกตั้งอยู่. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่สอง. ทรงอธิษฐานว่า “ในวันค�ารบ ๗ ศรีมหาโพธิ์ไปเกาะลังกาว่า ใหญ่โตมโฬหาร จะขอน�าข้อความบางตอนมาให้ ต้นมหาโพธิ์จงลอยลงมาจากกลีบหิมวลาหก ตั้งอยู่ในกระถางทอง เปล่งฉัพ อ่านเพื่อเจริญศรัทธา ดังต่อไปนี้ พรรณรังสีจากใบและผลทังหลาย. “นีเ้ ป็นอธิษฐานข้อทีสาม. ทรงอธิษฐานว่า ้ ่ พระเจ้าอโศกตั้งพระทัยจะส่งต้นมหาโพธิ์ไปเกาะลังกาอยู่ก่อน “พระธาตุรากขวัญเบืองขวา จงท�ายมกปาฏิหาริยในวันประดิษฐานอยูทพระ ้ ์ ่ ี่ 54 55
  • 29.
    เจดีย์ในถูปาราม. “นี้เป็นอธิษฐานข้อที่สี่. ทรงอธิษฐานว่า“พระธาตุของเรา ราชาผูได้รบการอภิเษกทัวชมพูทวีปจ�านวนพันองค์แวดล้อมพระองค์และต้น ้ ั ่ ประมาณโทณะหนึ่ง ในเกาะลังกานี้แล ในเวลาประดิษฐานอยู่ในมหาเจดีย์ มหาโพธิ์ ได้ประทับยืนที่โคนต้นมหาโพธิ์ทอดพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์. ส่วนที่ จงแปลงเพศเป็นพระพุทธเจ้าแล้วเหาะขึ้นสู่เวหาส ท�ายมกปาฏิหาริย์. “นี้ เหลือเว้นล�าต้นของมหาโพธิ์ และส่วนแห่งกิ่งใหญ่ด้านทิศทักษิณประมาณ ๔ เป็นอธิษฐานข้อที่ห้า. ศอก ไม่ปรากฏให้เห็น พระราชาทรงเห็นปาฏิหาริยนน เกิดพระปีตปราโมทย์ ์ ั้ ิ วิสสุกรรมเทพบุตรปลอมตัวเป็นช่างเนรมิตกระถางทอง ตรัสแก่ภกษุสงฆ์วา “ท่านผูเจริญ ! ข้าพเจ้าเห็นปาฏิหาริยนแล้ว ยินดี จะบูชา ิ ่ ้ ์ ี้ พระราชาทรงสดับมหาอธิษฐาน ๕ ข้อนี้แล้ว มีพระหฤทัยเลื่อมใส ต้นมหาโพธิ์ ด้วยราชสมบัติในทวีป” จึงได้ถวายการอภิเษก. รับสั่งให้จัดการช�าระหนทาง ตั้งแต่เมืองปาตลีบุตร (เมืองปัตนะ รัฐพิหาร ใน ปัจจุบน) จนถึงต้นมหาโพธิแล้ว ให้นาทองค�าเป็นอันมากออกมา เพือต้องการ ั ์ � ่ พระราชาทรงท�าสัตยาธิษฐาน ให้สร้างกระถางทองค�า. ในขณะนันนันแล วิสสุกรรมเทพบุตร ทราบพระราช ้ ่ ครั้งนั้น พระราชาทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์) ด้วยดอกไม้และของหอม หฤทัยได้นรมิตเป็นช่างทอง ยืนอยูตรงพระพักตร์ (ของพระราชา) พระราชา ิ ่ เป็นต้น กระท�าประทักษิณ ๓ ครั้ง ถวายบังคมในที่ทั้ง ๘ เสด็จลุกขึ้นแล้ว ทอดพระเนตรเห็นเขาแล้ว จึงตรัสว่า “พ่อ เจ้าจงเอาทองนี้ไปท�ากระถาง.” ประทับยืนประคองอัญชลี มีพระประสงค์จะเชิญเอาต้นมหาโพธิ์ด้วยการท�า เขาทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ! ขอพระองค์ทรงบอกขนาดให้ทราบ.” พระราชา ค�าสัตย์ รับสั่งให้ตั้งกระถางทองข้างบนตั่งที่ส�าเร็จด้วยรัตนะทุกอย่าง ซึ่งตั้ง ตรัสว่า “พ่อ เจ้านั่นแหละ ทราบและจงท�าให้ได้ขนาด.” เขารับว่า “ดีละ หนุนให้สูงขึ้น ตั้งแต่พื้นดินจนถึงกิ่งด้านขวาของมหาโพธิ์แล้ว เสด็จขึ้นบน สมมติเทพ ! ข้าพระองค์จักกระท�า” จึงถือทองเอามือลูบคล�า ด้วยอานุภาพ รัตนบิฐทรงถือพระสุวรรณตุลิกา (พู่กันทองค�า) ท�ารอยขีดด้วยมโนสิลา ของตน นิรมิตกระถางทอง วัดโดยรอบประมาณ ๙ ศอก สูง ๕ ศอก กว้าง แล้วได้ทรงท�าสัจพจน์กิริยาว่า “ถ้าต้นมหาโพธิ์ควรประดิษฐานอยู่ในเกาะ ๓ ศอกหนา ๘ นิ้ว ขอบปากมีขนาดเท่าโคนงวงช้าง. ลังกาและหากว่าข้าพเจ้าพึงเป็นผูหมดความสงสัยในพระพุทธศาสนาไซร้, ขอ ้ ให้ต้นมหาโพธิ์ จงประดิษฐานอยู่ในกระถางทองเสียเองทีเดียว.” พร้อมกับ พระราชาพร้อมด้วยเสนาเสด็จไปยังต้นมหาโพธิ์ การทรงท�าสัจพจน์ กิ่งโพธิ์ขาดตรงที่ทรงเอามโนสิลาก�าหนดหมายไว้ แล้ว ครั้งนั้นพระราชาเสด็จออกจากนครปาตลีบุตรด้วยเสนาใหญ่ยาว ตั้งอยู่ในเบื้องบนกระถางทอง อันเต็มด้วยโคลนผสมด้วยของหอม. ประมาณ ๗ โยชน์ กว้างประมาณ ๓ โยชน์ พาเอาพระอริยสงฆ์ได้เสด็จไป ยังที่ใกล้ต้นมหาโพธิ์. เสนาล้อมต้นมหาโพธิ์ ซึ่งมีธงชัยและธงแผ่นผ้ายกขึ้น ต้นมหาโพธิ์แตกหน่อออกใหม่ ไว้แล้ว วิจิตรด้วยรัตนะต่าง ๆ ประดับด้วยเครื่องอลังการมากมาย เกลื่อน ในวันที่ ๑๗ ตังแต่วนทีตนมหาโพธิประดิษฐานอยูในกระถางทอง หน่อ ้ ั ่้ ์ ่ กล่นไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ประโคมด้วยเครื่องดุริยางค์หลายหลาก. พระ ใหม่ ๆ แห่งต้นมหาโพธิกได้ปรากฏขึน. พระราชาแม้ทอดพระเนตรเห็นหน่อ ์็ ้ ราชานิมนต์เอาพระมหาเถระผูเ้ ป็นคณะปาโมกข์ ประมาณพันรูป แล้วให้พระ เหล่านันแล้ว ก็ทรงเลือมใส เมือจะทรงบูชาต้นมหาโพธิดวยราชสมบัตอก ได้ ้ ่ ่ ์้ ิี 56 57
  • 30.
    ทรงถวายการอภิเษกในสากลชมพูทวีป. สุมนสามเณรไปเพือรับเอาพระธาตุ ่ พระศอ ทรงวางไว้บนเรือ แล้วทรงรับสังให้แม้พระนางสังฆมิตตาเถรี พร้อม ่ ในวันเพ็ญเดือนกัตติกมาส (คือ วันเพ็ญเดือน ๑๒) ได้เห็นการบูชาแก่ต้นมหา ด้วยบริวารขึนเรือ จึงได้ตรัสค�านีกะอริฏฐอ�ามาตย์วา “ พ่อ! ข้าพเจ้าบูชาต้น ้ ้ ่ โพธิ์เป็นมหรสพเดือนกัตติกมาส. มหาโพธิ์ ด้วยราชสมบัตในสากลชมพูทวีปถึง ๓ ครัง ต้องลุยน�าไปประมาณ ิ ้ ้ พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงหมายถึงต้นโพธิทน�ามาจากมหาโพธิมณฑล ์ ี่ เพียงคอ ส่ง (ต้นมหาโพธิ์ )ไปให้พระสหายของข้าพเจ้า, แม้พระสหายของ แล้วช�าไว้ที่นครปาตลีบุตร โดยนัยดังกล่าวมานี้ จึงตรัส (กะพระนางสังฆมิต ข้าพเจ้านั้นก็จงทรงบูชาต้นมหาโพธิ์เหมือนอย่างนี้แหละ. ตาเถรี) ว่า “แม่ ! ถ้าเช่นนันขอให้ลกรับเอาต้นมหาโพธิไปด้วยเถิด.” พระนาง ้ ู ์ ท้าวเธอครั้นพระราชทานข่าวสาสน์แก่พระสหายอย่างนั้นแล้วทรง สังฆมิตตาเถรีนั้น ทูลรับว่า “สาธุ” คร�าครวญประคองอัญชลี ประทับยืนหลังพระอัสสุชลอยูวา “ต้นมหาโพธิของ ่ ่ ่่ ์ พระทศพล ซึงฉายช่อพระรัศมีดจมีชวตอยู่ ไปละหนอ” ดังนี้ นาวาทีตนมหา ่ ุ ีิ ่้ พระเจ้าอโศกทรงตั้งตระกูลต่าง ๆ ไว้เพื่อรักษาต้นมหาโพธิ์ โพธิขนประดิษฐานอยูแม้นนแล เมือมหาชนจ้องมองแลดูอยู่ ก็ออกวิงไปสูทอง ์ ึ้ ่ ั้ ่ ่ ่ ้ พระราชาพระราชทานตระกูลเทวดา ๑๘ ตระกูลอ�ามาตย์ ๘ ตระกูล ทะเลหลวง เหล่าระลอกคลื่นในมหาสมุทรสงบเงียบประมาณโยชน์หนึ่งโดย พราหมณ์ ๘ ตระกูลกุฎุมพี ๘ ตระกูลเลี้ยงโค ๘ ตระกูลเสือดาว ๘ และ รอบ เหล่าปทุมชาติเบญจพรรรณก็แย้มบาน ฝ่ายพระเจ้าอโศกมหาราช ทรง ตระกูลชาวกาลิงคะ ๘ ไว้เพือรักษาต้นมหาโพธิ,์ และพระราชทานหม้อทอง ่ ระทมทุกข์เพราะวิโยคจากต้นมหาโพธิ์ ทรงคร�่าครวญกันแสง จ้องพระเนตร ๘ หม้อเงิน ๘ ใบ ไว้เพื่อรดน�้า ( ต้นมหาโพธิ์ ) แล้วทรงให้ยกต้นมหาโพธิ์ ดูจนสุดทัสนวิสัย แล้วก็เสด็จกลับ ขึ้นสู่เรือ พร้อมด้วยบริวารนี้ที่แม่น�้าคงคา, ฝ่ายพระองค์เองเสด็จออกจาก พระนครข้ามดงชื่อวิชฌาฏวี แล้วเสด็จไปถึงท่าชื่อตามพลิตตี ตลอด ๗ วัน พระเจ้าเทวานัมปิยติสสกรุงลังกาเตรียมต้อนรับต้นมหาโพธิ์ โดยล�าดับ. ในระหว่างทาง พวกทวยเทพ นาค และมนุษย์ ได้พากันบูชา ฝ่ายพระเจ้าเทวานัมปิยติสสมหาราชแล จ�าเดิมแต่วันปาฏิบทแรก ต้นมหาโพธิอย่างมโหฬาร ฝ่ายพระราชา ทรงพักต้นมหาโพธิไว้ทรมฝังสมุทร ์ ์ ี่ ิ ่ แห่งเดือนมิคสิรมาส (คือเดือนอ้าย ) ทรงรับสั่งให้ช�าระตกแต่งมรรคาตั้งแต่ ๗ วัน แล้วได้ทรงถวายราชสมบัติอย่างใหญ่ในสากลทวีป คราวนี้ เป็นการ ประตูดานทิศอุดร (แห่งอนุราธบุร)ี จนถึงท่าชมพูโกลปัฏฏนะตามค�าของสุมน ้ ทรงถวายราชสมบัติในชมพูทวีปครั้งที่ ๓ แก่ต้นมหาโพธิ์นั้น สามเณร, ในวันที่เสด็จออกจากพระนคร ได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่ตั้งศาลา อัน มีอยูที่ฝงสมุทรใกล้กบประตูด้านทิศอุดรนันเองได้ทอดพระเนตรเห็นต้นมหา ่ ่ั ั ่ พระเจ้าอโศกทรงลุยน�้าส่งต้นมหาโพธิ์ไปเกาะลังกา โพธิ์ ทีกาลังมาอยูในมหาสมุทรนันแลโดยสมบัตนน เพราะอานุภาพของพระ ่� ่ ่ ิ ั้ พระเจ้าอโศกธรรมราชา ครั้นทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์) ด้วยราชสมบัติ เถระ ทรงปลืมพระหฤทัยเสด็จออกไป รับสังให้เอาดอกไม้เบญจพรรณโปรย ้ ่ อย่างใหญ่อย่างนั้นแล้ว ในวันปาฏิบทแรก คือแรม ๑ ค�่า) แห่งเดือนมิคสิร ลงตลอดทางทั้งหมด ทรงตั้งเครื่องบูชาดอกไม้อันมีค่าไว้ในระหว่างทางเป็น มาส (คือเดือนอ้าย) จึงทรงยกต้นมหาโพธิ์ขึ้น เสด็จลุยน�้าไปประมาณเพียง ระยะแล้ว เสด็จไปท่าชมพูโกลปัฏฏนะโดยวันเดียวเท่านันอันพวกพนักงานตา ้ 58 59
  • 31.
    ลาวจรดนตรีทั้งปวงแวดล้อมแล้ว ทรงบูชา (ต้นมหาโพธิ์)อยู่ด้วยเครื่องสัก การะทังหลายมีดอกไม้ ธูปและของหอมเป็นต้น เสด็จลุยน�าไปประมาณเพียง ้ ้ พระศอแล้วทรงรับสังว่า “ต้นมหาโพธิของพระทศพล ซึงฉายช่อพระรัศมีดจมี ่ ์ ่ ุ T ชีวิตอยู่มาแล้วหนอ” มีพระหฤทัยเลื่อมใสแล้ว จึงทรงยกต้นมหาโพธิ์ขึ้นแล้ว วางลงบนพระเศียร อันเป็นอวัยวะสูงสุด พร้อมด้วยเหล่าตระกูลที่สมบูรณ์ ที่t๒ ด้วยชาติ ๑๖ ตระกูล ผู้แวดล้อมต้นมหาโพธิ์ เสด็จขึ้นจากสมุทร แล้วทรงพัก ต้นมหาโพธิ์ไว้ที่ริมฝั่งมหาสมุทร ทรงบูชาด้วยราชสมบัติในเกาะตัมพปัณณิ ทวีปทั้งหมดสิ้น ๗ วัน ท้าวเธอทรงให้ตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยชาติ ๑๖ ตระกูล T= Tooth ส�าเร็จราชการแทน ภายหลังต่อมาในวันที่ ๔ ท้าวเธอทรงรับเอาต้นมหาโพธิ์ แล้ว ทรงท�าการบูชาอยู่อย่างโอฬาร เสด็จถึงกรุงอนุราธบุรีโดยล�าดับ (The Buddha Tooth) เมื่ อ ต้ น มหาโพธิ์ อั น เป็ น ธงชั ย แห่ ง พระสั ท ธรรมของพระทศพล อันโคควาย ตายเล่า เหลือเขาหนัง ประดิษฐานอยู่แล้ว เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนชาวเกาะโดย ช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี รอบ ด้วยการสืบต่อล�าดับแห่งลูกหลานอย่างนีแล้ว พระนางอนุฬาเทวี พร้อม ้ คนเราตาย เหลือไว้ แต่ชั่วดี กับมาตุคามพันหนึง คือ หญิงสาว (ผูเ้ ป็นบาทบริจาริกาของตน) ๕๐๐ คน และ ่ บรรดามี ประดับไว้ ในโลกาฯ หญิงชาววังอีก ๕๐๐ คน ผนวชในส�านักของพระนางสังฆมิตตาเถรี ไม่นาน T ๒ คือ พระธาตุเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า เคยเดินทางไปกราบไหว้ นักพร้อมด้วยบริวารก็ดารงอยูในความเป็นพระอรหันต์ ฝ่ายพระราชภาคิไนย � ่ ศพครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บางวัดลูกศิษย์ก็จะพยายามเก็บศพ ชื่ออริกฐะแล พร้อมกับบุรุษ ๕๐๐ คน บวชในส�านักของพระเถระพร้อมด้วย เอาไว้ไม่เผา ถึงแม้เผาแล้วก็ยงเก็บกระดูกไว้ให้คนบูชา บางครังขนาดทะเลาะ ั ้ บริวาร ได้ด�ารงอยู่ในความเป็นพระอรหันต์ ต่อกาลไม่นานเช่นเดียวกัน กันแย่งกระดูกของท่านเพือเก็บไว้บชา นีแหละหนาทีเ่ ขาบอกว่า คนดีใครๆ ก็ ่ ู ้ ต้องการ ไม่ว่าจะตอนมีชีวิตอยู่ หรือตายไปแล้ว คนก็ไม่รังเกียจ ตรงกันข้าม กับคนชั่ว พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลที่มนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลกต้องการ และยกย่อง ในโลกทั้ง ๓ ต่างยกย่องผู้น�าสันติภาพมาสู่มวลชน แต่สาบแช่ง ผู้น�าสันติภาพไปจากมวลชน ในมหาปรินิพพานสูตรที่บอกรายละเอียดการ เดินทางครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์จนกระทั่งดับขันธปรินิพพาน ข้อความ 60 61
  • 32.
    บางตอนกล่าวไว้ว่า หลังจากท�าพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว เมือง ปัจจุบันอยู่ที่วัดหลิงกวง เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ส่วนอีกองค์ที่เคยอยู่แคว้น ต่างๆ ต้องการจะได้อัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าไว้สักการะบูชา ต่างส่งสาส์นมา กาลิงคะปัจจุบันอยู่ที่วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา ขอส่วนแบ่ง แต่เมือตกลงไม่ได้กจะท�าการยุทธกัน โชคดีวาได้โทณพราหมณ์ผู้ ่ ็ ่ มีประวัติพระธาตุเขี้ยวแก้วในคัมภีร์ดาลดาวงศ์ของศรีลังกาว่า ในสมัย เป็นบูรพาจารย์ทเี่ คารพของกษัตริยเ์ มืองต่างๆ มาช่วยไกล่เกลียท�าให้สามารถ ่ ของพระเจ้าคุหสีวะ แคว้นกาลิงคะ เกิดศึกสงครามขึ้น พระเจ้าคุหสีวะก่อน แบ่งพระอัฐิธาตุกันได้ จะออกรบได้ตรัสสังพระนางเหมมาลาพระราชธิดาว่า ถ้าพระองค์สวรรคตใน ่ ส่วนพระธาตุเขียวแก้วทีเ่ มืองแคนดีนนมีความส�าคัญยิงต่อชาวศรีลงกา ้ ้ ั้ ่ ั สนามรบให้นาพระธาตุเขียวแก้วไปเกาะลังกา เป็นจริงดังว่าพระองค์สวรรคต � ้ มีความเชื่อว่าเจ้าชายองค์ใดได้ครอบครองพระธาตุเขี้ยวแก้ว เจ้าชายองค์นั้น ในสนามรบ พระราชธิดาของพระองค์พร้อมด้วยพระสวามีได้อญเชิญพระธาตุ ั จะได้เป็นกษัตริย์ลังกาโดยสมบูรณ์ อยากจะน�าประวัติการน�าพระธาตุเขี้ยว เขี้ยวแก้วลงเรือ และเดินทางไปถึงเมืองอนุราธบุรีในสมัยพระเจ้ากีรติศิริเมฆ แก้วจากแคว้นกาลิงคะ อินเดีย ไปเกาะลังกามาเล่าให้ฟังโดยย่อ ดังต่อไปนี้ วรรณครองราชย์ในพ.ศ.๘๔๕ พ ร ะ ธ า ตุ เขี้ ย วแก้ ว กษัตริย์ศรีลังการักเคารพพระธาตุเขี้ยวแก้วมาก เปรียบด้วยเครื่อง คื อ ส่ ว นที่ เ ป็ น เขี้ ย วของ ราชกกุธภัณฑ์ หรือเครื่องราชอิสริยยศของพระราชา เมื่อย้ายเมืองหลวงไป พระพุ ท ธเจ้ า มี ทั้ ง หมด ๔ องค์ คือ องค์หนึ่งประดิษฐาน อยู ่ ที่ พ ระจุ ฬ ามณี เ จดี ย ์ บ น สวรรค์ชั้นดาวดึงส์, องค์หนึ่ง ประดิ ษ ฐานอยู ่ ที่ น าคพิ ภ พ, องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่แค้ วนคันธาระ, และอีกองค์หนึ่ง ประดิษฐานอยู่ที่แคว้นกาลิง คะ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศอิ น เดี ย ฉะนั้ น ในโลกมนุษย์เราจึงมีพระธาตุ เขียวแก้วเหลืออยูเ่ พียง ๒ องค์ ้ องค์ที่เคยอยู่แคว้นคันธาระ 62 63
  • 33.
    ที่ใดก็จะอัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานไว้ที่นั้นด้วย เพราะมีความ เชื่อว่า พระธาตุฯจะดลบันดาลให้บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ ร่มเย็นเป็นสุข ต่อ มาพระเจ้าวิมลธรรมสุรยะที่ ๑ น�าชาวพุทธศรีลังกาสร้างวัดดาลตามาลิกาวา T (Dalada Maligawa) ทีเมืองแคนดี้ (สถานทีประดิษฐานพระธาตุเขียวแก้วใน ่ ่ ปัจจุบัน) และตั้งคณะกรรมการรักษาพระธาตุเขี้ยวแก้วขึ้นดูแลรักษาอย่างดี ้ ที่t๓ ทุกๆ วันประชาชนหลายพันคนจะจูงมือลูก ถือมือหลาน ประสานมือแฟน พา กันน�าดอกไม้ธูปเทียนมาท�าการสักการบูชาพระธาตุเขี้ยวแก้ว พระภิกษุสงฆ์ และผูเข้าร่วมพิธรวมถึงคนตีกลอง เป่าปี่ เป่าแตร ทีท�าพิธบชาประจ�าวัน เมือ ้ ี ่ ี ู ่ T= Tea ถึงเวลาจะประจ�าอยูเ่ พือท�าหน้าทีของตนเอง ประชาชนทีเ่ ดินทางมาบูชาพระ ่ ่ มีชารสเลิศ ธาตุฯ ตังแต่อดีตจนถึงปัจจุบน ไม่วาจะเป็นพระราชามหากษัตริย์ เศรษฐี หรือ ้ ั ่ คนสามัญต่างสักการะพระธาตุฯ ด้วยวิธทหลากหลายต่างกัน เช่น ถอดเครือง ี ี่ ่ ประดับ สร้อย แหวน เงินทองที่ตนรักหวงแหนถวาย เป็นต้น ในแต่ละปีจะ T ๓ คือชารสเลิศ ประเทศศรีลังกาเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่ มีพธแห่ฉลองพระธาตุเขียวแก้ว เรียกกันว่า “เปราเฮรา” (Perahera) ทีเมือง ิี ้ ่ สวยงาม บางพืนทีเ่ ป็นภูเขาเหมาะแก่การปลูกพืชบนเขา ผูเ้ ขียนก�าลังจะกล่าว ้ แคนดี้ เป็นงานใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาก ใช้ระยะเวลาในการแห่นานถึง ๑๕ ถึงการปลูกชา ซึ่งชาซีลอนถือว่าเป็นแบรนด์เนมที่ติดตลาดโลก และเป็นสิ้น วัน ระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การแห่พระธาตุเขี้ยว ค้าส่งออกชั้นเยี่ยม มีหลายเมืองบนหุบเขาที่คนอังกฤษค้นพบและสร้างเป็น แก้วนี้ใช้ช้างที่ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงามเป็นจ�านวนมาก โดยเริ่ม เมืองตากอากาศในฤดูร้อน เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกชารสดี เช่น เมือง ขบวนแห่จากหน้าวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วไปตามถนนต่างๆ แล้วกลับมายังวัด นูวารา เอลลิย่า (NUWARA - ELIYA )ถือว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม พระธาตุฯ เพื่ออัญเชิญพระธาตุเขี้ยวแก้วไปประดิษฐานไว้ในที่เดิม ไร่ชา คณะผูเ้ ขียนมีโอกาสได้เข้าไปไหว้ผอบทีบรรจุพระธาตุเขียวแก้วเหมือน ่ ้ ผู้น�าคณะจัดโปรแกรมธรรมสัญจรสู่แดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี กัน ซึงได้เห็นเพียงผอบทองค�าและพวกเครืองประดับสร้อย แหวน เงินทองที่ ่ ่ ออกเป็น ๒ ช่วง หรือ ๒ ส. คือ ผูศรัทธาถอดถวายบูชาพระธาตุฯ ซึงวันนันในคณะของพวกเราก็มญาติโยมผู้ ้ ่ ้ ี ๑. แสวงบุญ คือ การเดินทางไปนมัสการพุทธสถานทีสาคัญตามเมือง ่� มีจิตศรัทธาถอดแหวนถวายพระธาตุฯ ด้วยเหมือนกัน ขออนุโมทนา สาธุ... ต่างๆ ๒. เสวยบุญ คือ หลังจากท�าบุญแล้ว มีบุญ ก็ไปเสวยผลบุญ ด้วยการ เดินทางไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของศรีลังกา เช่น ไร่ชา และรัตนชาติ 64 65
  • 34.
    เป็นต้น ในปัจจุบันประเพณีการดื่มชาได้รับความนิยมไปทั่วโลก คนที่ชอบดื่ม ชาสามารถเลือกซื้อชาที่ตัวเองชอบได้จากร้านขายชาประเทศต่างๆ ที่น�าเข้า ชาจากมุมต่างๆ ของโลก ท�าให้คนชอบชามีโอกาสได้ลมรสชาได้โดยไม่จ�าเป็น ิ้ ต้องเดินทางไปรอบโลก พวกเรานั่งรถลัดเลาะไปตามริมเขา ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ชาอัน เขียวขจี บรรยากาศสวยงาม บางช่วงมีหมอกปกคลุม บางช่วงมองเห็นน�้าตก แต่ไกล สภาพภูมิประเทศไม่แตกต่างจากเมืองกาลิมปง (Kalimpong), เมือง ดาร์จลง (Darjeeling) และเมืองอืนๆ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียทีมชอ ี ิ่ ่ ่ ี ื่ เสียงในเรื่องปลูกชาดี เป็นสินค้าส่งออกไปขายทั่วโลกเช่นกัน รถบัสของพวก เราวิ่งมาหยุดที่โรงงานผลิตชาเกลนโลช (Glenloch) หัวหน้าทัวร์พาคณะลง จากรถเพื่อชมขบวนการผลิตชา เจ้ า หน้ า ที่ ข องทางโรงงานมาคอยบรรยายต้ อ นรั บ พาคณะเดิ น 66 67
  • 35.
    ชมขบวนการผลิตชา ตั้งแต่เก็บจนกระทั่งบรรจุหืบห่อพร้อมส่งขาย มี กระบวนการผลิตหลายขันตอนมากกว่าจะออกมาเป็นหีบห่อสวยงามอย่างที่ ้ เราเห็น เดินชมไปเก็บภาพไปเพลินๆ พอใกล้เวลาเพลจึงพากันไปฉันภัตตาหาร ที่โรงงานมีไว้บริการนักท่องเที่ยวพร้อมอยู่แล้ว หลังอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ทาง โรงงานมีที่นั่งให้ลูกค้าทดลองจิบน�้าชาฟรีว่าชอบแบบไหนชนิดใด และที่ให้ T จับจ่ายซื้อหาชาไปฝากญาติมิตรคนสนิท คณะของพวกเราก็ไม่ลืมที่จะซื้อหา ไปฝากครูบาอาจารย์ และญาติๆ ที่t๔ ผูเ้ ขียนนังจิบชาเพลินๆ กับพระมหาดร.ถนัด พลันนึกถึงนิทานเซ็นเรือง ่ ่ ชาล้นถ้วย ที่มีคติธรรมสอนใจว่า อย่าเป็นชาล้นถ้วย ที่ไม่สามารถเติมอะไร เข้าไปได้อีก หมายถึงคนที่มีความถือตัวว่าตัวเองเก่ง เต็มไปด้วยอัตตาตัวตน T = Tradition ปิดประตูหัวใจไม่ยอมรับอะไรหรือไม่ฟังใครเลย ชาที่จิบก็อร่อยดี แต่ถ้าเป็น ชาล้นถ้วยคงไม่ดีแน่ มีประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม T ๔ คือ ประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม ประเทศศรีลังกาเป็นประเทศที่ ร�่ารวยประเพณีวัฒนธรรมอันมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อของพุทธศาสนาและ ศาสนาฮินดู เช่น พิธการแห่พระธาตุเขียวแก้วทีเ่ รียกว่า เปราเฮรา(Perahera) ี ้ ซึงปีหนึงจัดเพียงครังเดียวในช่วงเข้าพรรษา จัดประมาณ ๑๕ วัน เป็นประเพณี ่ ่ ้ ที่ยิ่งใหญ่มาก, พิธีการแห่ดุรุตุ เป็นพิธีฉลองการเสด็จประพาสลังกาของ พระพุทธเจ้า จัดขึ้นในเดือนยี่, งานฉลองวิสาขบูชา เป็นงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ กว่าประเทศอื่นๆ มีการประดับไฟและเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า และ ในประเพณีนี้มีการส่งส.ค.ส.ให้กันด้วย ชาวศรีลังกาจะไม่นิยมส่งส.ค.ส.ใน เทศกาลอื่นเหมือนประเทศทั่วโลกซึ่งนิยมส่งในช่วงปีใหม่, พิธีแห่งโปโสนใน วันเพ็ญเดือน ๗ จัดเพื่อฉลองการเสด็จมาลังกาของพระมหินทเถระพร้อม บริวาร เป็นต้น 68 69
  • 36.
    T ที่t๕ T = Tourism การท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ วัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่ง คือ ระบ�าของชาวศรีลังกาที่มีเอกลักษณ์การ แต่งการร่ายร�าที่โดดเด่นเฉพาะตัว สามารถแบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือ ระบ�า กันด์ยัน (Kandyan Dancing) เป็นระบ�าประจ�าชาติ เป็นการเลียนแบบการ ทีที่ห้า คือ การท่องเที่ยว ศรีลังกาถือกันว่าเป็นไข่มุกแห่งคาบสมุทร ร่ายร�าของช้าง นกยูง และเป็นการเล่าเรื่องราวมหากาพย์รามเกียรติ์ , ระบ�า อินเดีย พ่อค้าชาวมุสลิมเรียกว่า รัตนทวีป เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลาก ทางใต้ของประเทศ (Low country dance) มีเอกลักษณ์คือสวมหน้ากาก หลายบรรยากาศ เป็นเกาะทีมทะเลล้อมรอบ บางเมืองเป็นพืนราบ บางเมือง ่ี ้ คล้ายผีตาโขนบ้านเรา, ระบ�าสะบารกามุวะ (Sabaragamuwa Dances) เป็น เป็นภูเขา ผู้เขียนขอแนะน�าสถานที่ที่ชาวพุทธนิยมเดินทางไปเยี่ยมชม ดังต่อ ระบ�าถวายเทพเจ้าสะมัน (God Saman) ของชาวพื้นเมือง ไปนี้ ๑. เมืองอนุราธปุระ (ANURADHAPURA) เป็นเมืองหลวงแห่งแรก และถือว่าเป็นยุคทองของศรีลังกา(The Gloden Era of Sri Lanka) เริ่ม ตั้งแต่พระเจ้าวิชัยกษัตริย์องค์แรกเรื่อยมาจนถึงพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะซึ่ง พระพุทธศาสนาก็เข้ามาในยุคนี้ แต่เมืองอนุราธปุระถูกรุกรานจากพวกอินเดีย ใต้บ่อยๆ จนท�าให้ต้องย้ายเมืองไปที่อื่น มีสิ่งที่ควรชม คือ ๑. กิ่งพระศรีมหาโพธิ์กิ่งแรกที่น�ามาจากอินเดียโดย ภิกษุณสงฆมิตตา ๒. โลหะปราสาทหลังที่ ๒ ในโลกทีพระพุทธโฆษาจารย์เขียน ีั ่ คัมภีรวสทธิมรรค (หลังแรกนางวิสาขาสร้างถวายพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ที่ ์ิุ 70 71
  • 37.
    วัดบุพพาราม) ๓. พระมหา เจดีย ์ สุ ว รรณมาลิ ก ที่ พ ระ เจ้ า ทุ ฎ ฐคามิ นี ส ร้ า งถวาย สงฆ์ ๔.ถูปาราม เป็นสถูปที่ เก่าแก่ทสดในศรีลงกา สร้าง ี่ ุ ั โดยพระเจ้าเทวานัมปิยติส สะ เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารี ริ ก ธาตุ ส ่ ว น พระรากขวั ญ (กระดู ก ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งส่งมาถวายโดยพระเจ้า อโศกมหาราช ๕. อภั ย คีรีสถูป สูง ๓๗๕ ฟิต เป็น เก่าแห่งนี้มีบ้านพักชื่อว่า โปโลนนารุวะ (Polonnaruwa Rest House) เคย วั ด ที่ มี พ ระภิ ก ษุ อ าศั ย อยู ่ เป็นทีประทับของสมเด็จพระราชินอลิซาเบธทีสองของอังกฤษซึงเสด็จมาทีนี้ ่ ี ่ ่ ่ ถึง ๕,๐๐๐ รูป สร้างโดย ในปีพ.ศ.๒๔๙๗ (ค.ศ.๑๙๕๔) พระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย ทางเข้าวัดมีอัฒจันทร์ศิลาที่สวยที่สุดในประเทศ มีสิ่งที่น่าชม ดังนี้ คือ ๑.วัดกัลวิหาร (Gal Vihara)ที่มีพระพุทธรูปสลัก ๖. เชตวันสถูป เป็นสถูปที่สร้างในศตวรรษที่ ๓ ที่เคยมีพระภิกษุอาศัยอยู่ถึง จากหินผาน่าอัศจรรย์ ๒.พระไตรปิฎกฉบับหินผา ๓. พระราชวังพระเจ้า ๓,๐๐๐ รูปในอดีต ปรักมพาหุมหาราชผู้อุปถัมภ์การท�าสังคายนา ๔.วัฏฏาตเก องค์สถูปที่เคย ประดิษฐานพระธาตุเขี้ยวแก้ว มีพระสถูปอยู่ตรงกลางพร้อมกับพระพุทธรูป ๒. โปโลนนารุวะ (Polonanruwa) หันหน้าไปทางทิศทั้งสี่ มีอัฑฒจันทร์ศิลาดุจพรมเช็ดเท้าและเทพพิทักษ์คอย เมืองโปโลนนารุวะ เมืองหลวงแห่งที่ ๒ ของศรีลังกา ทิ้งร่องรอยแห่ง ป้องกันความชั่วร้ายไม่ให้กล�้ากลาย ๕. ตึกรัฐสภาของพระเจ้าปรักมพาหุ ความยิ่งใหญ่ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ยลโฉม มีมหาราชองค์หนึ่งที่ชาวศรีลังกา มหาราชที่สวยงาม ๖. อัฒจันทร์ศิลา (Moonstone) พรมเช็ดเท้าก่อนเข้า นับถือมาก คือ พระเจ้าปรักมพาหุที่ ๑ ทีสร้างอ่างเก็บน�าชือ ปรักมพาหุสมุทร ่ ้ ่ าไว้ให้ชาวศรีลงกาได้ใช้ท�าเกษตรกรรมรวมถึงการอุปโภคบริโภคด้วย ทีเมือง ั ่ 72 73
  • 38.
    วิหาร เป็นสถาปัตยกรรมอันล�้าค่า และเป็นปริศนาธรรมอันลึกซึ้งของการ เป็นต้น, ช�าระความศรัทธาให้บริสุทธิ์ - ถ�้าที่ ๓ มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว ๓๐ ฟุต, มีพระพุทธรูปทั้ง ยืนและนั่งกว่า ๕๐ องค์ ๓. ถ�้าพระดัมบูลล่า (Dambulla) - ถ�้าที่ ๔ เป็นถ�้าเล็กแต่พิเศษ มีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ และสถูป วิหารถ�้าวัดดัมบูลล่า มีทั้งหมด ๕ ถ�้า มีพระพุทธรูปมากมายกว่า ๑๕๐ - ถ�้าที่ ๕ มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูป องค์ แต่ละถ�้ามีรายละเอียดดังนี้ มากมาย และยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์มีพระวิษณุ เป็นต้น - ถ�้าที่ ๑ มีอยู่ ๗ องค์ คือ พระพุทธรูปปางปรินิพพาน, พระอานนท์, ก่อนทางขึ้นไปชมถ�้ามีพระพุทธรูปหล่อทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะ พระวิษณุ, และพระพุทธรูปอีก ๔ องค์, ลังกา ประดิษฐานอยู่หน้าวัดทางขึ้นไปถ�้า - ถ�้าที่ ๒ มีอยู่ ๖๐ องค์ เช่น พระพุทธรูป, นาทะโพธิสัตว์, พระศรี อาริยเมตไตรย์โพธิสตว์, อุปลวานเทพเจ้า, สมันเทพเจ้า, วัลลากัมพะกษัตริย,์ ั ั ๔.ภูเขาสิกิริยา (Sigiriya) นิสสันกะมัลละกษัตริย,์ และยังมีภาพเขียนบนเพดานทีสวยงามเกียวกับพุทธ ่ ่ เขาสิ กิ ริ ย า เมื อ ง ประวัติ, การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า, การเสด็จมาเกาะลังกาของพระเจ้าวิชัย ปราการบนยอดเขาของพระ ปฐมกษัตริย์, การปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์, และสงครามต่อต้านพวกบุกรุก เจ้ากัสยปะ หรือพระราชวัง ลอยฟ้ า น่ า อั ศ จรรย์ และ ภาพเขี ย นสี ปู น เปี ย ก นาง อัปสรบนหน้าผาสูงชัน อายุ พันกว่าปี สียังสดใสงดงาม ราวกับจ�าลองนางสวรรค์บน พื้นพิภพ ๕.เมืองแคนดี้ (Kandy) เมืองแคนดี้เป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในโลก เดินทางไปเฝ้าพระ สังฆนายกนิกายมัลลวัตตะ(สยามนิกาย) ไปทีวดดาลตามาลิกาวา เข้านมัสการ ่ั พระธาตุเขียวแก้ว ทิวทัศน์บนยอดเขามองลงมาเห็นทะเลสาบทีทอดยาวกว้าง ้ ่ 74 75
  • 39.
    ๗. โคลัมโบ (COLOMBO) ใหญ่ขุดโดยน�ามือของมนุษย์ และวัดอัสคิรยา ทีพระอุบาลีจากกรุงศรีอยุธยา ้ ิ ่ เมืองหลวงโคลัมโบ ชมวัดกัลยานี ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ ชมภาพจิตรกรรม เคยเป็นพระอุปัชฌาย์บวชชาวสิงหล จนเกิดนิกายสยามวงศ์มาจนทุกวันนี้ ฝาผนังที่งดงามเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ในศรีลังกา และชมวัดคงคารามที่งดงามด้านศิลปะ เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียน ๖. ไร่ชาสวย- นูวารา เอลลิย่า (NUWARA - ELIYA) พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรกของศรีลังกา เมืองนูวารา เอลลิย่า เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมไร่ชา(The heart of the tea industry) ชมไร่ชาสวย น�้าตกใส(๑๐๓ แห่ง) ภูเขาสูง ดื่มด�่ากับ ธรรมชาติที่งดงาม จนได้ขนานนามว่ามรกตแห่งเอเชีย เยี่ยมโรงงานใบชา ที่มีชื่อเสียง ชิมชารสเลิศในโรงงานผลิตชาศรีลังกาที่มีชื่อเสียงก้องโลก อิ่ม เอมกับบรรยากาศอันสดชื่น ชมน�้าตกสูงที่ไหลตลอดปี งดงามเขียวชอุ่มด้วย ไร่ชาบนยอดเขาสูงจากระดับน�้าทะเล ๖,๑๘๒ ฟิต เป็นที่พักตากอากาศอัน สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย 76 77
  • 40.
    T ที่t๖ T = True man วีรบุรุษศรีลังกาผู้มีอุปการะคุณ ต่อพระพุทธศาสนา ติสสเถระว่า พระองค์ทาขนาดนีถอว่าเป็นญาติของพระศาสนาหรือยัง ? พระ � ้ื โมคคัลลีบุตรติสสเถระทูลตอบว่า ยังไม่ชื่อว่าเป็นญาติพระศาสนาตราบใดที่ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ�าชาติของศรีลังกา ประชากรส่วน ยังไม่มีพระราชโอรส-ธิดาบวชในพระพุทธศาสนา พระเจ้าอโศกทรงอนุญาต มากของประเทศเป็นพุทธศาสนิกชน ประเทศแห่งนีเคยมีกระทรวงพระพุทธ ้ ให้พระราชโอรส-ธิดาออกผนวช หลังจากผนวชแล้ว ทังสองพระองค์ได้บรรลุ ้ ศาสนา ต่อมาศาสนาอื่นๆ ก็อยากมีกระทรวงศาสนาของตนเองบ้าง ท�าให้ พระอรหันต์ และเป็นก�าลังส�าคัญในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกา รัฐบาลยุติปัญหาด้วยการยุบเป็นกระทรวงศาสนาอย่างเดียว ในที(T)สุดท้าย ชาวศรีลงกาทุกปีจะมีขบวนแห่เพือยกย่องคุณงามความดีของพระมหินทเถระ ั ่ นี้ ผู้เขียนอยากขอกล่าวถึงวีรบุรุษใจเพชรผู้ท�างานเพื่อประโยชน์และความ และพระนางสังฆมิตตาเถรี สุขของชาวสิงหล โดยเฉพาะอย่างยิงชาวพุทธเรา จะขอกล่าวถึงบุคคลทีมผล ่ ่ี - พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามุฏสิวะ ทรง งานโดดเด่นเป็นทีรจกของพุทธศาสนิกชน เพือเป็นทิฎฐานุคติในการประพฤติ ่ ู้ ั ่ เป็นพระสหายสนิทกับพระเจ้าอโศกมหาราช แต่ไม่เคยพบกันเลย เมื่อพระ ปฏิบัติตาม นี้คือบุคคลเหล่านั้น มหินทเถระเดินทางไปประกาศพระศาสนาในเกาะลังกา พระเจ้าเทวานัมปิย - พระมหินทเถระ และพระนางสังฆมิตตา ทั้งสองพระองค์เป็นพระ ติสสะทรงอุปถัมภ์และเป็นก�าลังส�าคัญในการประดิษฐานพระศาสนาในลังกา ราชโอรสและพระราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อพระเจ้าอโศกทรง พร้อมทั้งสร้างวัดมหาวิหารและวัดอื่นๆ ถวายพระสงฆ์ สร้างวิหาร ๘๔,๐๐๐ หลังถวายเป็นพุทธบูชา ทรงตรัสถามพระโมคคัลลีบุตร 78 79
  • 41.
    - พระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระมหาเถระชาวอินเดียเกิดในตระกูล เรียบร้อยงดงาม เป็นทีเ่ คารพนับถือของชาวศรีลงกามาก จนพากันเรียกคณะ ั พราหมณ์ ใกล้สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ชอบเดินทางไปตามสถานที่ สงฆ์ที่ท่านน�าไปว่า สยามวงศ์นิกายบ้าง อุบาลีวงศ์บ้าง สยาโมบาลีวงศ์บ้าง ต่างๆ เพื่อโต้วาทีกับนักปราชญ์ และท่านก็ได้รับชัยชนะตลอดในการปะวา - สมเด็ จ พระสั ง ฆราช ทะ แต่มาปราชัยในการโต้คารมกับพระเรวตเถระ จึงยอมออกบวชเป็นลูก สรณังกร ท่านเกิดมาเพื่อกอบกู้ ศิษย์เพื่อเรียนพุทธมนต์ เมื่อบวชแล้วศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน ภาย พระพุทธศาสนาโดยแท้จริง ด้วย หลังพระเรวตเถระกล่าวกับท่านว่า ในอินเดียมีพระไตรปิฎกบาลี ยังไม่มอรรถ ี ความเสียสละ อดทน และเอาใจ กถาบาลี แต่คัมภีร์อรรถกถาอยู่ที่เกาะลังกา ท่านจึงเดินทางไปลังกาตามค�า ใส่ ใ นการเผยแผ่ พ ระธรรมของ แนะน�าของพระอาจารย์ ไปถึงแล้วได้แสดงความสามารถให้พระเถระส�านัก ท่าน จนพระเจ้ากิตติศิริราชสิงห์ มหาวิหารเห็นด้วยการแต่งคัมภีร์วิสุทธิมรรคอธิบายหลักธรรมในพระพุทธ ทรงเลื่อมใส เมื่อสบโอกาสสาม ศาสนา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา จนพระเถระส�านักมหาวิหารยอมรับและ เณรสรณังกรจึงทูลขอให้พระองค์ มอบคัมภีร์อรรถกถาให้ท่านปริวรรตจากภาษาสิงหลเป็นภาษาบาลี คณะผู้ ส่งสาส์นไปขอพระภิกษุจากกรุง เขียนมีโอกาสได้ไปนมัสการวัดอาโลกวิหารที่ท่านใช้เป็นที่ปริวรรตอรรกถา ศรีอยุธยาสมัยพระเจ้าบรมโกศให้ จากภาษาสิงหลเป็นภาษาบาลีอกด้วย ซึงพระเดชพระคุณสมเด็จพระมหารัช ี ่ มาบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรชาว มังคลาจารย์พร้อมคณะได้สร้างรูปจ�าลองพระพุทธโฆษาจารย์ถวายไว้ทวดนัน ี่ ั ้ ลังกา ภายหลังเมื่อบวชเป็นภิกษุแล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ให้คนได้เคารพบูชากราบไหว้ องค์แรกและองค์สุดท้ายของลังกา สมัยผู้เขียนเรียนระดับปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยมคธ พักที่วัดไทย - อนาคาริก ธรรมปาละ เป็นชาวลังกาผู้อุทิศชีวิตเพื่องานพระพุทธ พุทธคยา เวลาเดินทางไปนมัสการพระเจดียพทธคยาและต้นพระศรีมหาโพธิ์ ์ ุ ศาสนาในแดนพุทธภูมิ อินเดีย ได้รบแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือประทีป ั ก็ไม่ลืมที่จะน�าดอกไม้ไปนมัสการสถูปที่ครูบาอาจารย์กล่าวว่าบรรจุอัฐิธาตุ แห่งเอเชีย(The Light of Asia) ของเซอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์ จึงเดินทางไป ของพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ นมัสการสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แต่ไปเห็นซากปรักหักพังของเจดีย์ ส�าหรับพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทแล้ว ถ้าใครไม่เคยศึกษาคัมภีรวสทธิมรรค ์ิุ พุทธคยาโดยไม่ได้รับการเอาใจใส่ เกิดความสังเวชจึงได้ปฏิญาณต่อหน้าต้น มีค�ากล่าวว่าไม่สามารถเป็นนักปราชญ์ได้ พระศรีมหาโพธิ์ว่า จะอุทิศชีวิตของตนเพื่อกู้พุทธสถานในอินเดีย ท่านได้ก่อ - พระอุบาลีมหาเถระ เป็นพระธรรมทูตไทยที่ควรยึดไว้เป็นแบบอย่าง ตั้งสมาคมมหาโพธิ์ขึ้น และออกวารสารชื่อ มหาโพธิ์(The Maha Bodhi) ในการเผยแผ่ศาสนาได้เดินทางไปประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกา ด้วย เพื่อท�างานเผยแผ่พระศาสนา ปัจจุบันมหาโพธิสมาคมมีสาขาอยู่มากมาย การวางระเบียบปฏิบัตของพระภิกษุสงฆ์องค์สามเณรและพุทธศาสนิกชนให้ ิ ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของประเทศอินเดีย ท่านอนาคาริกธรรมปาละเดินทาง 80 81
  • 42.
    ไปบรรยายทั่วโลก เพื่อเรียกร้องให้ชาว ภาคผนวก พุทธมีสิทธิ์ในพุทธสถาน ท่านมีศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าและ ๑. ปกิณณกะศรีลังกา เมื่อชราลงได้บวชในปีพ.ศ.๒๔๗๔ ต่อ ทีตง เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากตอนใต้ของอินเดียประมาณ ่ ั้ เมื่ อ บวชไม่ น านก็ ไ ด้ ถึ ง แก่ ม รณภาพ ๘๐ กิโลเมตร ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๗๖ ที่สาร พื้นที่ ๖๕,๖๑๐ ตารางกิโลเมตร นาถ เมืองพาราณสี กล่าววาจาสุดท้าย เมืองหลวง กรุงโคลัมโบ (Colombo) ว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้เกิดใหม่...ข้าฯ เมืองส�าคัญ เมืองแคนดี(้ Kandy) เป็นเมืองหลวงเก่าและศูนย์กลางทาง ขอเกิดอีก ๒๕ ชาติ เพือเผยแพร่ธรรมของ ่ พุทธศาสนาตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ภูมิอากาศ มีอากาศแบบร้อนชื้น ฝนตกชุกในช่วงฤดูมรสุม - พันเอกเฮนรี สตีล ออลค๊อต เวลา เวลาเร็วกว่ามาตรฐานกรีนิช ๕ ชั่วโมง(ช้ากว่าประเทศไทย ๑ (Colonel Henry Steel Olcott) เป็น ชั่วโมง) คนอเมริกันที่หันมานับถือพระพุทธศาสนาและมีบทบาทส�าคัญในการฟื้นฟู ประชากร ๒๑.๑ ล้านคน (๒๕๕๒) ประกอบด้วยชาวสิงหล ชาวทมิฬ พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ก่อตั้งสมาคมพุทธญาณ(Buddhist Theo- ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) และอื่น ๆ sophical Society)เพือช่วยเรืองการศึกษาแก่ชาวพุทธ และเปิดสอนโรงเรียน ่ ่ ภาษา ภาษาสิงหลเป็นภาษาราชการและภาษาประจ�าชาติ (ร้อยละ พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น ๗๔) ภาษาทมิฬเป็นภาษาราชการเช่นกัน (ร้อยละ ๑๘) ภาษาอังกฤษใช้ตดต่อ ิ สื่อสารทั่วไปในภาครัฐ และประชากรประมาณร้อยละ ๑๐ สามารถสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษ ศาสนา ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ร้อยละ ๗๐ (มีนิกาย ๓ นิกายใหญ่ คือ สยามนิกาย, อมรปุรนิกาย และ รามัญนิกาย วัดประมาณ ๙,๐๐๐ วัด พระสงฆ์ประมาณ ๒๖,๐๐๐ รูป) ศาสนาฮินดู ร้อยละ ๑๕ ศาสนาคริสต์ ร้อย ละ ๘ และศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๗ 82 83
  • 43.
    ระบบการปกครอง ปกครองด้ วยระบอบสาธารณรั ฐ ภายใต้ ๒. จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักร ของพระภิกษุฟาเหียน บทที่ ๓๘ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและ หัวหน้าฝ่ายบริหาร (Head of State and Head of Government) และ ทีซลอนหรือสิงหล เมือตังขึนเป็นราชอาณาจักรประเทศราช. พระสตูป ่ี ่ ้ ้ ด�ารงต�าแหน่งสูงสุดของกองทัพ ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งโดยตรง และอาราม. พระพุทธปฏิมาต้นโพธิพทธบัลลังก์. การแห่สมโภชพระเขียวแก้ว ุ ้ จากประชาชน อยู่ในต�าแหน่ง คราวละ ๖ ปี และด�ารงต�าแหน่งได้ไม่เกิน ของพระพุทธองค์. ๒ สมัย ประธานาธิบดีคน ปัจจุบัน คือ นายมาฮินดา ราชปักษา (Mahinda ทีนครแห่งนีแต่เดิมมาไม่มผคนพลเมือง, มีอยูแต่พวกรากษสกับนาคทัง ่ ้ ี ู้ ่ ้ Rajapaksa) ซึ่งเข้ารับต�าแหน่งเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ นั้น, ซึ่งพวกพ่อค้าเมืองต่างๆ น�าสิ่งของมาแลกเปลี่ยนค้าขาย เมื่อจะท�าการ วันชาติ ๔ กุมภาพันธ์ (วันประกาศเอกราช) ได้รบเอกราชคืนจากอังกฤษ ั ค้าขายแลกเปลี่ยนที่นี้, พวกรากษสจะไม่ส�าแดงตัวเอง(ออกมาให้เห็น). แต่ ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ จะน�าเอาสินค้าสิงของอันมีคาประเสริฐทังหลายมาวางไว้โดยเฉพาะ, และติด ่ ่ ้ สินค้าส่งออก ใบชา ข้าว ยางพารา มะพร้าว อบเชย ฉลากบอกก�าหนดราคาไว้กบสิงของนันๆ. เมือพ่อค้ายอมรับซือตามราคานัน, ั ่ ้ ่ ้ ้ นางสิรมาโว บันดารานัยเก(Sirimavo Bandaranaike) นายกรัฐมนตรี ิ ก็เอาสิ่งของเหล่านั้นไปได้. หญิงคนแรกของประเทศและโลก พวกพ่อค้าทังหลายทัวไปได้ไปมา(ในทางนี)้ . และเมือเขาเหล่านัน(กลับ) ้ ่ ่ ้ นางจันทริกา บันดารานัยเก กุมารตุงคะ(Chandrika Bandaranaike ไปแล้ว. ชาวบ้านราษฎรแห่งนครต่างๆ(เหล่านันได้ทราบว่า). ดินแดนแห่งนีมี ้ ้ Kumaratunga) ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศและโลก ความสุขสบายประการใด. ต่างก็รวบรวมชนกันมาอยูทนเี้ ป็นจ�านวนมากมาย, ่ ี่ วันหยุดราชการ วันพระ หรือวันธรรมสวนะ เพราะเป็นเมืองพุทธ และ จนกระทังกลายเป็นประชาชาติใหญ่โตขึน. ระดับ(อากาศ)เป็นทีพงใจ, ฤดูรอน ่ ้ ่ ึ ้ ชาวพุทธศรีลังกาถืออุโบสถศีล หรือฤดูหนาวใดก็มได้แตกต่างกัน. อุดมดาษดืนไปด้วยพืชพรรณธัญญชาติอยู่ ิ ่ เสมอ. บุคคลผูประกอบการกสิกรรมคิดจะด�าเนินการกระท�าเมือเวลาใดก็ได้, ้ ่ โดยไม่ต้องเป็นก�าหนดฤดูกาลส�าหรับที่นี่. เมื่อครั้งพุทธองค์เสด็จมาถึงนครนี้, ทรงปรารถนาจะกระท�าการแปลง ร่างพระยานาคร้ายตนหนึ่ง, ด้วยอ�านาจอภินิหารอันเหนือธรรมดาของ พระองค์, พระองค์ได้ทรงเหยียบพระบาทข้างหนึ่งลง ณ ที่เหนือนครหลวง, และอีกข้างหนึ่งทรงเหยียบลงบนยอดภูเขา, ทั้ง ๒ ข้างห่างจากกันถึง ๑๕ โยชน์. เบืองบนแห่งพระพุทธบาททีเหนือนครนัน, พระราชาได้ทรงสร้างพระ ้ ่ ้ สตูปขนาดใหญ่และสูงถึง ๔๐๐ ศอกไว้องค์หนึง, ประดับประดาด้วยทองและ ่ 84 85
  • 44.
    เงินเป็นทีสง่างาม, และส�าเร็จแล้วล้วนไปด้วยการรวบรวมไว้ซงสิงส�าคัญอันมี ่ ึ่ ่ ตอม่อยาว ๘ หรือ ๙ คืบโดยรอบ, ต้นปัทรก็เริ่มงอกรากหยั่งลงไปตามใจ ค่าประเสริฐทังหลาย. ทีขางพระสตูปด้านหนึงมีอารามทีได้สร้างมาแต่เดิมด้วย ้ ่้ ่ ่ กลางของเสาที่ค�้าทุกๆ ต้น, จนทะลุตลอดต้นเสาลงข้างใต้ พบพื้นดิน ณ ที่ แห่งหนึ่งเรียกว่าอภัยคิรี. ที่อารามแห่งนี้มีพระภิกษุอยู่ ๕,๐๐๐ ที่อารามนี้มี นัน, (กลายเป็นล�าต้น) โตโดยรอบในราว ๔ คืบและทอดรากสีแดง(ไปตามพืน ่ ้ วิหารส�าหรับพระพุทธองค์หลังหนึง, ประดับประดาไปด้วยลวดลายแกะสลัก ่ ดิน). ถึงกระนั้นก็ดี, เสาตอม่อที่แตกกลางออกเป็นซีกๆ, ก็ไม่มีผู้ใดเก็บเอาไป ปิดทองและเงิน, และบริบรณ์ไปด้วยสิงอันมีคาประเสริฐ ๗ ประการ, ภายในมี ู ่ ่ ให้พนที.่ ภายในต้นปัทรนีมวหารซึงได้สร้างขึนไว้หลังหนึง, ภายในมีพระพุทธ ้ ้ีิ ่ ้ ่ พระพุทธปฏิมาหินหยกสีเขียวองค์หนึ่ง, สูงกว่า ๒๐ ศอก. พราวพรายไปด้วย รูปนั่งองค์หนึ่ง, ซึ่งมีพระภิกษุและผู้ที่เคารพนับถือทั่วไปมาดูอยู่มิได้ขาด. ใน วัตถุอนเป็นสิงส�าคัญๆ ทังสิน, จนเหลือทีจะเลือกสรรเอาถ้อยค�ามากล่าวเฉลิม ั ่ ้ ้ ่ นครนี้มีวิหารซึ่งได้สร้างขึ้นส�าหรับประดิษฐานพระทันตธาตุของพระพุทธ เกียรติให้ถูกถ้วนเท่าที่มีปรากฎอยู่นั้นได้, ในฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวามีมุกดาอัน องค์, ซึ่งได้จ้างนายช่างให้ท�าการประดับประดาไว้ด้วยสิ่งอันมีค่าประเสริฐ หาค่ามิได้เม็ดหนึ่ง ๗ ประการดุจเดียวกับทีอนๆ. พระราชาถือธรรมเนียมการช�าระล้างบาปตาม ่ ื่ ตั้งแต่ฟาเหียนได้ละทิ้งดินแดนแห่งประเทศฮั่นล่วงแล้วมาจนบัดนี้ได้ แบบพราหมณ์, และอันทีจริงความเชือถือและความเคารพนับถือของราษฎร ่ ่ หลายปีแล้ว, ผู้คนที่ฟาเหียนได้มาท�าการเกี่ยวข้องติดต่ออยู่ล้วนแต่เป็นแขก ภายในนครส่วนใหญ่กเ็ ช่นเดียวกัน. ตังแต่อดีตกาลมารัฐบาลแห่งประเทศราช ้ แปลกหน้าต่างถิ่นกันทั้งสิ้น. ดวงตาทั้งสองของฟาเหียนมิได้ทอดอยู่บนสิ่งที่ นี้ตั้งมาด้วยความเป็นหลักฐานมั่นคง, โดยปราศจากข้าวยากหมากแพงหรือ ตนเคยพบเห็นมาแต่เก่าก่อน เช่น ครอบครัว ภูเขาหรือแม่น�้า ต้นผักหญ้า กันดารขัดสน, ไม่มีการจลาจลหรือก�าเริบวุ่นวายประการใด. ที่ในคลังของ และต้นไม้เลย. เพื่อนเดินทางนอกนั้นต่างก็พลัดพรากจากกันไป, บางคนก็ คณะสงฆ์มีพลอยหินอันมีค่าประเสริฐ และมณีอันมีค่ายอดยิ่ง. ครั้งหนึ่งพระ ตาย, บางคนแยกทางไปต่างหาก, มิได้เห็นหน้าหรือแม้แต่เงากันเลยในเวลา ราชาได้เสด็จเข้าไปในคลังนัน, และเมือพระองค์ได้ทอดพระเนตรไปโดยรอบ, ้ ่ นี้นอกจากตนเอง, ความเศร้าโศกก็พลันอุบัติขึ้นตั้งอยู่ในดวงใจของฟาเหียน. ก็เห็นมุกดามีค่าอันประเสริฐ, โลภเจตนาของพระองค์ก�าเริบขึ้น, พระองค์ วันหนึงเมือฟาเหียนไปนังอยูทขางพระพุทธปฏิมาหยก, ขณะทีฟาเหียนได้เห็น ่ ่ ่ ่ ี่ ้ ่ ทรงปรารถนาใคร่จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นส่วนของพระองค์เองเสียด้วย พ่อค้าคนหนึงเอาพัดไหมสีขาวเล่มหนึงของเขามาถวายเป็นเครืองสักการบูชา, ่ ่ ่ อ�านาจ. แต่อย่างไรก็ดี, ใน ๓ วันต่อมาได้เสด็จไปด้วยพระองค์เอง, และใน ความทุกข์โศกของฟาเหียนได้ขึ้นถึงขีดเต็มเปี่ยมจนเหลือที่จะระงับใจไว้ได้, ทันทีพระองค์ได้ตรงเข้าไปน้อมพระเศียรของพระองค์กบพืนในท่ามกลางภิกษุ ั ้ พลันน�้าตาของตนก็ร่วงหล่นลงทันที. สงฆ์ทงหลาย, พระองค์ได้ส�าแดงการกลบพระหทัยทีได้ทรงคิดชัวร้ายมาแล้ว. ั้ ่ ่ ในกาลก่อนครังหนึงกษัตริยแห่งนครนีได้สงคนให้ขนไปมัชฌิมประเทศ ้ ่ ์ ้ ่ ึ้ ตามเหตุผลที่เป็นมาแล้วนี้, พระองค์ได้ทรงเล่า(ความในพระหทัย)ให้ภิกษุทั้ง แห่งอินเดียตอนเอากิ่งต้นปัทร, แล้วและน�าเอาลงมาปลูกไว้ที่ข้างวิหารแห่ง หลายฟัง. แล้วทรงแสดงความเจตนาให้ท�ากฎข้อบังคับขึนตังแต่วนนันเพือให้ ้ ้ ั ้ ่ พระพุทธองค์, ต้นปัทรได้เจริญงอกงามขึ้นสูงประมาณ ๒๐๐ ศอก, และได้ ปรากฏสืบไปว่า ไม่ยอมอนุญาตให้พระราชา(พระองค์ใด) เสด็จเข้าไปในคลัง เอนไปทางตะวันออกเฉียงใต้. พระราชาเกรงว่าจะล้ม, จึงได้ให้ค�้าไว้ด้วยเสา และทอดพระเนตร(สิงของในนัน). แม้พระภิกษุ(ใดๆ)ก็เข้าไปไม่ได้. จนกว่าจะ ่ ้ 86 87
  • 45.
    ทรงความเป็นอยู่ในธรรมวินัยชั่วกาลเวลาเต็ม ๔๐ พรรษาล่วงแล้ว. ได้ทรงกระท�าไปด้วยความเพียรอดทนต่อความทุกขเวทนา, โดยมิได้เห็นแก่ ในนครนียงมีไวศยผูเ้ ฒ่าและพ่อค้าโพมากหลาย, พวกเหล่านีมบานเรือน ้ั ้ี ้ ชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งสิ้นเลย. เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ตรัสรู้เป็นองค์ อันงดงามสมเกียรติศักดิ์. ตรอกที่ใช้สัญจรไปมาได้สั่งให้บ�ารุงรักษาไว้เป็นอัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า, และได้ทรงปฏิบัติกรณียกิจอยู่ในนี้สืบต่อไปอีก ๔๕ ดี. ที่หัวถนนอันเป็นสายส�าคัญทั้ง ๔, มีศาลาโรงเทศนาสร้างขึ้นไว้. ณ ที่ศาลา ปี, โดยกลับกลายเป็นพระบรมครูทรงแสดงธรรมเทศนาสั่งสอน (ฝูงสัตว์), นี้ในวัน ๘ ค�่า ๑๔ ค�่า และ ๑๕ ค�่าของเดือน, พวกเหล่านั้นจัดการปูพรมและ โดยมิได้ทรงหยุดยั้งพักผ่อน. และไม่เปลี่ยนแปรพระจริยาวัตต์ในทางที่จะ ตังธรรมาสน์สาหรับนังไว้ขางหน้า, ฝ่ายพระภิกษุและฆราวาสสามัญทัวไปจาก ้ � ่ ้ ่ โปรดให้บุคคลทั้งหลายพ้นจากอกุศลกรรมเลย. พระองค์ได้ทรงกระท�าความ ทุกๆ ส่วน, ต่างพร้อมกันมาฟังธรรมเทศนา. ชาวบ้านกล่าวว่าในราชอาณาจักร ติดต่อกับชีวตของพระองค์โดยครบถ้วนบริบรณ์, ตลอดจนเสด็จดับขันธ์บรรลุ ิ ู นี้มีพระภิกษุรวมกันทั้งหมดอาจถึง ๕ หรือ ๖ พัน, พระภิกษุทั้งหลายได้รับ ปรินพพาน. และเหตุการณ์ตงแต่นนมา (จนบัดนี)้ ได้ ๑๔๙๗ ปีแล้ว. แสงสว่าง ิ ั้ ั้ อาหารจากโรงเรียนตามธรรมดาทั่วไป, นอกจากนี้พระราชายัรงได้จัดเตรียม ของโลกได้หมดสิ้นแล้ว, ชีวิตความเป็นอยู่ (ของเรา) ทั้งหลายจะคงมีอยู่แต่ อาหารไว้สาหรับแจกจ่ายถวายแก่ภกษุ ๕ หรือ ๖ พันในนครอีกแห่งหนึง. เมือ � ิ ่ ่ ความเศร้างโศกสืบไปชั่วกาลนาน. จงคอยดู. อีก ๑๐ วัน. พระทันตุธาตุของ ขณะใดทีภกษุทงหลายน�าเอาบาตรใหญ่, ไป (ยังทีแจกจ่ายอาหารนันแล้ว). ก็ ่ ิ ั้ ่ ้ พระองค์จะได้น�าออกมาให้เห็นประจักษ์, และจะได้น�าไปสู่อภัยคีรีวิหาร. ให้ จะได้ถือเอาภาชนะซึ่งเต็ม (ด้วยอาหาร) กลับด้วยกันทั้งสิ้น. พระภิกษุและคฤหัสถ์ทั้งหลาย, ที่ปรารถนาจะสะสมบุญกุศลส�าหรับตนเอง, ในกลางเดือน ๓ พระทันตธาตุของพระพุทธองค์จะถูกเชิญออกมาให้ จงท�าถนนหนทางให้เกลี้ยงเกลาตามความเจตนาดี, แล้วและตกแต่งถนน ได้เห็นกันเสมอไป. แต่ก่อนที่จะเชิญออกมา ๑๐ วัน, พระราชาได้ (รับสั่ง) ให้ หนทาง, และตระเตรียมตั้งที่ท�าการสักการบูชาด้วยดอกไม้และเครื่องหอม ตกแต่งคชาใหญ่ด้วยผ้าปูหลังอันสง่างามเชือกหนึ่ง. กับให้มีบุรุษคนหนึ่งแต่ง ให้ตลอดทั่วไป. กายด้วยเครื่องเสื้อผ้าของหลวง, ขึ้นขี่ช้างตีกลองใหญ่และกล่าวประกาศไป เมื่อการประกาศนี้ล่วงไปล้ว, พระราชาได้ให้ท�ารูปภาพร่างกายแบบ ตามทางโดยชัดเจนว่า “ในระหว่างเวลา ๓ อสงไขยกัลป ที่พระโพธิสัตว์ได้ ต่างๆ แสดงไว้ตามริมถนนทั้งสองข้าง ๕๐๐ รูป, ซึ่งเป็นภาพที่มีปรากฎมาใน ทรงกลับพระหทัยมาตังบ�าเพ็ญกรณียกิจให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้ว, โดยมิได้ ้ ต�านานของพระโพธิสัตว์ เช่นครั้งเป็นสุทาน, ครั้งเป็นสามะ, ครั้งเป็นพระยา ถนอมพระชนมชีพของพระองค์. พระองค์ทรงสละทิงพระราชาอาณาจักรและ ้ คชสาร, และเมื่อครั้งเป็นกวางและม้า. รูปภาพทั้งหมดเหล่านี้ระบายด้วยสี นคร, พระมเหสี, และพระราชโอรส. พระองค์ปลิดดวงพระเนตรของพระองค์ อย่างสดใส และส�าเร็จพร้อมไปด้วยความงดงาม, ซึงแลดูเป็นประดุจสิงมีชวต ่ ่ ีิ ประทานแก่คนๆ หนึ่ง. พระองค์ตัดพระมังษาก้อนหนึ่งให้เป็นค่าถ่ายชีวิต อยู่. ต่อจากนี้พระทันตธาตุของพระองค์ก็ถูกเชิญออกมา และพาไปในกลาง ของนกเขาตัวหนึ่ง. พระองค์ตัดพระเศียรของพระองค์ให้เป็นทานพระองค์ ถนน, ทุกๆ แห่งก็ถวายเครื่องสักการบูชาต่อพระทันตธาตุ (กันไป) ตลอด อุทิศร่างกายให้เป็นอาหารแก่พยัคฆ์ที่อดอยากตัวหนึ่ง พระองค์มิได้เสียดาย ทาง, จนกระทั่งถึงวิหารของพระพุทธองค์ ณ อภัยคีรีอาราม, ณ ที่นั้นพระ (แม้แต่) กระดูกมันไขและสมองพระองค์. ในทางทั้งหลายเหล่านี้พระองค์ ภิกษุและคฤหัสถ์รวมกันเป็นกลุมๆ, ต่างเผาเครืองหอมและจุดประทีปโคมไฟ. ่ ่ 88 89
  • 46.
    ภาพการจาริกแสวงบุญ ปฏิบัติกันอยู่เช่นนี้ตลอดก�าหนดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนโดยมิได้หยุด, ของคณะธรรมยาตราสู่แดนพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปีศรีลังกา จนกระทั่งครบเวลาที่มีงาน ๙๐ วันบริบูรณ์. เมื่อ (พระทันตธาตุถูกอัญเชิญ) กลับไปสู่วิหารภายในนคร (ตามเดิม)แล้ว, ในวันถือศีลประตูวิหารจะเปิด, ผู้ ที่เคารพนับถือก็เข้าไปกระท�าพิธีและบ�าเพ็ญศีลตามวินัย. เบื้องทิศตะวันออกของอภัยคีรีวิหารไป ๑,๐๐๐ เส้นเป็นเนินภูเขา แห่งหนึ่ง, มีวิหารหลังหนึ่งอยู่บนนั้นเรียกว่าเจตย. ณ ที่นี้อาจมีภิกษุได้ถึง ๒,๐๐๐. ในระหว่างพระสมณะเหล่านันมีพระสมณะองค์หนึงด�ารงกุศลบารมี ้ ่ อันยิงใหญ่, มีนามว่าธรรมคุปตะ, มีเกียรติคณประจักษ์แจ้งตลอดทัวไปในราช ่ ุ อาณาจักรนี้. พระสมณะองค์นี้ด�ารงชีวิตอยู่ ๕๐ ปีกว่าภายในคูหาศิลา, ท่าน ผูนได้สาแดงความอ่อนหวานแห่งน�้าใจอยูเ่ นืองๆ และได้น�าเอางูและหนูให้มา ้ ี้ � รวมในห้องเดียวกัน, แต่ก็ปราศจากการที่จะคิดปองร้ายซึ่งกันและกัน. f f 90
  • 48.
    หนังสือประกอบการเขียน จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน พระยาสุริ นทรฦาชัย(จันทร์ ตุงคสวัสดิ) พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กาลานุกรมพระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) การเผยแผ่หัวใจส�าคัญของพระพุทธศาสนา วัดปากน�้า ภาษีเจริญ เยือนสยามนิกายในศรีลังกา พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ประวัตตนพระศรีมหาโพธิตรัสรู้ พระเทพโพธิวเิ ทศ (ทองยอด ภูรปาโล) ิ้ ์ ิ ท่องแดนพระพุทธศาสนา ๒,๓๐๐ ปี ณ ประเทศศรีลังกา ดร.พระมหา ถนัด อตฺถจารี ประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป กรมพระยาด�ารงราชานุ ภาพ พุทธศาสนาในศรีลังกา ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร สยามวงศ์ในลังกา สยาม แสนขัติ Sri Lanka Rohan Gunaratna Sri Lanka Lonely Planet 95
  • 49.
    ประวัติความเป็นมาของกองทุนปิยเมธี µ’¥ เนื่องด้วยการศึกษาของเยาวชนไทยไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร นักเรียน และนักศึกษาในปัจจุบนยังขาดการสนับสนุน และอุปถัมภ์บ�ารุงด้าน ั การศึกษาเท่าทีควร เพือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนสร้างบุคลากรของชาติ ่ ่ ศาสนาทั้งใน และต่างประเทศ การจัดตั้งกองทุนปิยเมธีนี้โดยการบริจาคทุนเริ่มต้นของพระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ (จันดาดาล )พระธรรมทูตสายต่างประเทศ วัดป่าสันติธรรม เกี่ยวกับ ‘ปิยเมธี’ เวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา จ�านวน ๑๐,๐๐๐ บาท ในวันที่ ๖ ก.ค. ๒๕๕๔ เนืองจากท่านเล็งเห็นความส�าคัญของการศึกษาทีมสวนส�าคัญต่อการพัฒนา ่ ่ี่ µ’¥ บุคลากรในชาติและศาสนา เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๒๐ จังหวัดอุดรธานี กองทุนปิยเมธี ได้เริมก่อตังมาตังแต่วนที่ ๖ ก.ค. ๒๕๕๔ ณ วัดโปรดเกศ ่ ้ ้ ั เมื่ออายุ ๑๒ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ปี พ.ศ.๒๕๔๓ ส�าเร็จ เชษฐาราม ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ๑๐๑๓๐ การศึกษาภาษาบาลีสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคขณะเป็นสามเณร วัตถุประสงค์ ได้รับพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ - เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่พระภิกษุสามเณร ผู้ ปี พ.ศ.๒๕๔๕ ได้เดินทางไปศึกษา ประเทศอินเดีย หลังจากจบการ ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีความตังใจเป็นศาสนทายาทท�างาน ้ ศึกษาแล้วได้ช่วยงานพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาลอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อพระพุทธศาสนา ก่อนจะเข้าอบรมโครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศของที่มหาวิทยาลัย - เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่นักเรียนนักศึกษา ผู้ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูตสาย - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ต่างประเทศ ณ วัดป่าสันติธรรม มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา - เพือส่งเสริมสนับสนุนงานด้านการศึกษา ค้นคว้า และการจัดอบรมต่างๆ ่ จนถึงปัจจุบัน - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและให้ก�าลังใจแก่บุคคลผู้ท�าดี µ’¥ - เพื่อส่งเสริมสนับสนุนงานด้านบ�าเพ็ญสาธารณประโยชน์อื่น ๆ 96 97
  • 50.
    วิธีการบริจาคตั้งทุน ๑. บริจาคตั้งกองทุนการศึกษาต่อเนื่องอุปถัมภ์เป็นรายปี ปีละ ๑๐๐ เหรียญ เพื่ออุปถัมภ์พระภิกษุหรือสามเณร ๑ รูป โดยคณะกรรมการกองทุน จะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกพระภิกษุหรือสามเณรที่สมควรและจะได้ ส่งจดหมายติดต่อถึงเจ้าภาพผู้ให้ความอุปถัมภ์ไปจนกว่าพระภิกษุสามเณร ร่วมท�ำบุญกองทุนเพื่อกำรศึกษำ รูปดังกล่าวจะเรียนจบตามสติปัญญาความสามารถ ถ้าหากเจ้าภาพทุนไม่ สามารถอุปถัมภ์ตอเนืองได้ทางคณะกรรมการจะน�ากองทุนกลางหรือกองทุน ่ ่ ของเจ้าภาพอื่น ๆ มาช่วยสนับสนุนต่อไป ๒. บริจาคตามก�าลังศรัทธา เป็นกองทุนกลาง เพื่อน�าเงินไปเป็นค่าใช้ จ่ายกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร กองทุนสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑. มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่พระภิกษุสามเณร เพื่อสร้างศาสน ทายาทสืบอายุพระพุทธศาสนา ทั้งด้านการเรียนปริยัติ (นักธรรม-บาลี) และ การศึกษาภาคปฏิบัติ ๒. มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนนักเรียนนักศึกษาในเขตจังหวัด สมุทรปราการ และจังหวัดอื่นๆ ๓. โครงการจัดพิมพ์สอธรรมะเผยแผ่เพือเป็นธรรมบรรณาการแก่ผที่ ื่ ่ ู้ สนใจ และหนังสือธรรมมะตามโอกาสอันควร เป็นต้น สถานที่ติดต่อ : ดร.พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ วัดป่าสันติธรรม เวอร์จีเนีย 14289 Chapmans Lane, Carrollton, Viginia 23314 กองทุนปิยเมธี E-mail : p_kind_j@hotmail.com หรือบริจาคได้ที่ : ธนาคารกรุงไทย สาขาพระประแดง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๒๑๖-๐-๓๒๔๕๑-๕ ชื่อบัญชี “พระมหาปิยะ จันดาดาล”
  • 51.
    รายนามผู้ร่วมบริจาคพิมพ์หนังสือ ๑. พระครูวินัยธรดร.สมุทร ถาวรธมฺโม ๒,๐๐๐ บาท ๒. พระมหาสายันต์ อคฺควณฺโณ ๑,๐๐๐ บาท ๓. พระอาจารย์มโน ฐิตมโน ๑,๐๐๐ บาท ๔. พระมหาจูม มหาลาโภ ๑,๐๐๐ บาท ๕. พระมหาดร.พิรุฬห์ พทฺธสีโล ๓,๐๐๐ บาท ๖. คุณบัญชาสิทธิ์ มี้เจริญ ๑,๐๐๐ บาท ๗. นพ.ตะวัน ชัยภูวนารถ ๒,๐๐๐ บาท ๘. ด.ช.ไทเลอร์ มิลเลอร์ ๕,๔๐๐ บาท 100