การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ศรัณยา ชูเมือง
สารนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
กรกฎาคม 2559
(ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย)
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ศรัณยา ชูเมือง
สารนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
กรกฎาคม 2559
(ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย)
AN APPLICATION OF SANGAHA VATTHUDHAMMA IN WELFARE
PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY WELFARE FUND,
CHAIMONTREE SUB-DISTRICT, MUEANG DISTRICT,
NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE
SARANYA CHUMAUNG
A THEMATIC PAPER SUBMITTEC IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENTS
FOR THE DEGREE OF MASTER OF POLITICAL SCIENCES
DEPARTMENT OF GOVERNMENT
FACULTY OF SOCIAL SCIENCES
MAHAMAKUT BUDDHIST UNIVERSITY
JULY, 2016
(COPYRIGHT OF MAHAMAKUT BUDDHIST UNIVERSITY)
คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์และคณะกรรมการสอบสารนิพนธ์ ได้พิจารณาสารนิพนธ์
ของ นางสาวศรัณยา ชูเมือง ฉบับนี้แล้ว เห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร
รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏ
ราชวิทยาลัยได้
คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์
……………………..………………………………..………. อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
(รองศาสตราจารย์ ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์)
……………………..………………………………..………. อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
(ดร.ปัณณพงค์ วงศ์ณาศรี)
คณะกรรมการสอบสารนิพนธ์
……………………..………………………………..………. ประธานกรรมการ
(รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุกิจ ชัยมุสิก)
……………………..………………………………..………. กรรมการ
(รองศาสตราจารย์ ดร. รงค์ บุญสวยขวัญ)
……………………..………………………………..………. กรรมการ
(ดร.สุปรีชา ชานาญพุฒิพร)
คณะสังคมศาสตร์ อนุมัติให้รับสารนิพนธ์ ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร
รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
……………………..………………………………..………. คณบดีคณะสังคมศาสตร์
(พระมหาอรุณ ปญฺญารุโณ)
วันที่ 17 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ก
5720650332015 : สาขาวิชา : รัฐศาสตร์การปกครอง; ร.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง)
คาสาคัญ : หลักสังคหวัตถุธรรม/การจัดสวัสดิการ/กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
ศรัณยา ชูเมือง : การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช (AN APPLICATION OF
SANGAHA ATTHUDHAMMA IN WELFARE PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY
WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB-DISTRICT, MUEANG DISTRICT, NAKHON SI
THAMMARAT PROVINCE.) คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์ : รศ.ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์
อาจารย์ที่ปรึกษา, ดร.ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม. 159 หน้า ปี พ.ศ. 2559.
สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ
แก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
2) เพื่อเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน
กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเคร็ซซี่และมอร์แกน
(R.V.Krejcie & D.W.Morgan) ได้กลุ่มตัวอย่างจานวน 341 คนและได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของ
การสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่าจริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05 เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามแบบปลายปิดและปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
สาเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตร
ฐาน ค่า t-test และค่า F-test โดยทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD (Least
Significant Difference)
ผลการศึกษาพบว่า
1) สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน
อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มี
ค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ เมื่อจาแนก
ตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก
2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข
3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน
การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช มี 2 ประเด็น ดังนี้ (1) ด้านปัญหามีผู้เสนอแนะมากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่
สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบัน
ไม่มากนัก (2) แนวทางแก้ไขที่มีผู้เสนอแนะมากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความ
คิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางในการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ค
5720650332015 : MAJOR : GOVERNMENT ; M.POL.SC. (GOVERNMENT)
KEYWORDS : SANGAHA ATTHUDHAMMA /WELFARE PROVISION /COMMUNITY
WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB-DISTRICT
SARANYA CHUMAUNG : AN APPLICATION OF SANGAHA ATTHUDHAMMA IN
WELFARE PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY WELFARE FUND, CHAIMONTREE
SUB - DISTRICT, MUEANG DISTRICT, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE. ADVISORY
COMMITTEE: ASSOC. PROF. DR.DETCHAT TREESUP, ADVISOR, DR.PUNNAPONG
WONGNASRI, CO-ADVISOR. 159 P., 2016
The objectives of this thesis were 1) to study an application of Sangaha
Atthudhamma in welfare providing to member of Community Welfare Fund,
Chaimontree Sub-district, Mueang District, Nakhon Si Thammarat Province, 2) to compare
the effect of personal factors including gender, age, education, occupation, and monthly
income on an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those
members and 3) to study the suggestions, problems, and solutions relating to an
application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those members. The
population of this study was 3,231 members of Community Welfare Fund in five villages,
Chaimontree Sub-district, Mueang District, Nakhon Si Thammarat Province. The sample
sized was determined by R.V.Krejcie & D.W.Morgan’s model, which yielded 341 samples.
Error term was set to be 0.05. The instruments were open-ended and close-ended
questionnaires. Data were analyzed by computer software through frequency,
percentage, mean, standard deviation, t-test, F-test and Least Significant Difference (LSD).
The findings were as follows :
1) Overall the sample had high level of opinion towards an application of
Sangaha Atthudhamma in welfare providing to member of Community Welfare Fund in
the study setting. When an individual variable was considered, Samanattata had highest
mean score. It was followed by Piyavaca. Atthacariya had lowest mean score,
respectively. When classified by gender, age, education, occupation, and monthly
income, the overall was found to be in the high level.
2) In terms of studying personal factors, the sample with different gender, age,
education, occupation, and monthly income had indifferent opinion towards an
application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those members with
statistical significance level of .05.
ง
3) The suggestions, problems and solutions of this study include (1) the most
common problem was Dana (giving) aspect; exiting welfare was not suitable for
economic situation and well-being of local members. (2) the most common solution
was Dana(giving) aspect; the meeting should be held to ask for members’ opinions
towards guidelines for providing welfare that is suitable for current economy.
จ
ประกาศคุณูปการ
สารนิพนธ์นี้สาเร็จสมบูรณ์ลงได้ด้วยความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
วิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช พระศรีธรรมประสาทน์ รองอธิการบดี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(พิเศษ) ดร.ส่งศรี ชมภูวงศ์ ที่ได้กรุณาให้คาแนะนาแก่ผู้วิจัย ขอบคุณ รองศาสตราจารย์
ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์ อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ และ ดร.ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี อาจารย์ที่ปรึกษา
ร่วม อีกทั้งได้สละเวลา ในการชี้แนะแนวทางตลอดจนการตรวจแก้ไขจนสาเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัย
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้
ขอกราบขอบพระคุณ ดร.สุภาพ เต็มรัตน์, พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.
และนายยงยุทธ นาทะชัย ที่ได้อนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย และได้กรุณา
ให้ความรู้และคาแนะนาตลอดจนข้อคิดเห็นต่างๆ ในการวิจัยในครั้งนี้
ขอบขอคุณคณาจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครองทุกท่านได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา
ความรู้ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ทุกท่านที่ให้ความ
อนุเคราะห์ดูแลช่วยเหลือในด้านเอกสารการจัดทาสารนิพนธ์ฉบับนี้ ตลอดจนเพื่อนนักศึกษาที่ให้
กาลังใจรวมทั้งความห่วงใยที่มอบให้ผู้วิจัยตลอดมา
ขอขอบคุณประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกคน ที่ให้ความ
อนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างดียิ่ง
ขอกราบขอบพระคุณ บิดามารดา ที่ให้ โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้วิจัยมาโดยตลอด
ขอขอบพระคุณบุคคลผู้ใกล้ชิดและมีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆ ท่าน ที่คอยเป็นกาลังใจและแรงใจให้
สารนิพนธ์ฉบับนี้สาเร็จสมบูรณ์
ประโยชน์อันเกิดจากสารนิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยขอน้อมบูชาคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา
คุณครูบาอาจารย์ ผู้มีอุปการคุณทุกท่าน รวมทั้งเพื่อนๆ ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทาสารนิพนธ์ในครั้งนี้
หากสารนิพนธ์ฉบับนี้ มีข้อบกพร่องประการใด ผู้วิจัยขอกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้
ศรัณยา ชูเมือง
ฉ
สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อภาษาไทย ก
บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ค
ประกาศคุณูปการ จ
สารบัญ ฉ
สารบัญตาราง ฌ
สารบัญแผนภูมิ ด
บทที่
1 บทนา 1
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 1
1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3
1.3 สมมติฐานของการวิจัย 4
1.4 ขอบเขตของการวิจัย 4
1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 5
1.6 คานิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย 5
2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7
2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม 7
2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน 13
2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน 29
2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา 40
2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 45
2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย 48
3 วิธีดาเนินการวิจัย 49
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 49
3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง 49
3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 50
3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 51
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 52
3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 52
3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 53
ช
สารบัญ (ต่อ)
บทที่ หน้า
4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56
4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56
4.2 ขั้นตอนการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56
4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 57
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่ม
ตัวอย่าง 57
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช 60
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและ
รายได้ต่อเดือน 65
ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่
มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 70
ตอนที่ 5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไข
ปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช 95
5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 99
5.1 สรุปผล 100
5.2 อภิปรายผล 104
5.3 ข้อเสนอแนะ 110
5.3.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 110
5.3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย 111
บรรณานุกรม 112
ซ
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
ภาคผนวก 116
ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย 117
ภาคผนวก ข หนังสือขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการ
วิจัย 119
ภาคผนวก ค หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลเพื่อการวิจัย 123
ภาคผนวก ง แบบสอบถาม และค่า IOC 125
ภาคผนวก จ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม 132
ภาคผนวก ฉ ประกาศและระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
134
ภาคผนวก ช ตัวอย่างรางวัลขององค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี 150
ประวัติผู้วิจัย 159
ฌ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
3.1 แสดงจานวนประชากรและกลุ่มตัวอย่างของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 50
4.1 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามเพศ 57
4.2 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอายุ 57
4.3 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามระดับการศึกษา 58
4.4 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอาชีพ 58
4.5 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกรายได้ต่อเดือน 59
4.6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม 60
4.7 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน 61
4.8 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา 62
4.9 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา 63
4.10 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา 64
4.11 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมจาแนกตามเพศ 65
4.12 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม
อายุ 66
4.13 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม
ระดับการศึกษา 67
ญ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.14 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม
อาชีพ 68
4.15 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม
รายได้ต่อเดือน 69
4.16 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน 70
4.17 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน 70
4.18 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน 71
4.19 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน 71
4.20 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศ
ต่างกัน 72
4.21 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศต่างกัน 72
4.22 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน อัตถจริยา ที่มีเพศ
ต่างกัน 73
ฎ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.23 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีเพศต่างกัน 73
4.24 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศ
ต่างกัน 74
4.25 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศต่างกัน 74
4.26 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมที่มีอายุต่างกัน 75
4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอายุต่างกัน 75
4.28 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุต่างกัน 76
4.29 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุต่างกัน 76
4.30 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอายุ
ต่างกัน 77
4.31 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอายุต่างกัน 77
ฏ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.32 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอายุ
ต่างกัน 78
4.33 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอายุต่างกัน 78
4.34 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอายุ
ต่างกัน 79
4.35 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอายุ
ต่างกัน 79
4.36 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับการ
ศึกษาต่างกัน 80
4.37 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับการศึกษา
ต่างกัน 80
4.38 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน 81
4.39 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับการศึกษา
ต่างกัน 81
ฐ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.40 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน 82
4.41 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีระดับการ
ศึกษาต่างกัน 82
4.42 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน 83
4.43 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีระดับการ
ศึกษาต่างกัน 83
4.44 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มี
ระดับการศึกษาต่างกัน 84
4.45 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน 84
4.46 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพต่าง
กัน 85
4.47 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพต่างกัน 85
ฑ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.48 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพต่าง
กัน 86
4.49 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพต่างกัน 86
4.50 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอาชีพ
ต่างกัน 87
4.51 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอาชีพต่างกัน 87
4.52 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอาชีพ
ต่างกัน 88
4.53 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอาชีพต่างกัน 88
4.54 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มี
อาชีพต่างกัน 89
4.55 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอาชีพ
ต่างกัน 89
ฒ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.56 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ต่อ
เดือนต่างกัน 90
4.57 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ต่อเดือน
ต่างกัน 90
4.58 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ต่อ
เดือนต่างกัน 91
4.59 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ต่อเดือน
ต่างกัน 91
4.60 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีรายได้
ต่อเดือนต่างกัน 92
4.61 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีรายได้ต่อ
เดือนต่างกัน 92
4.62 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มี
รายได้ต่อเดือนต่างกัน 93
4.63 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีรายได้ต่อ
เดือนต่างกัน 93
ณ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4.64 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีราย
ได้ต่อเดือนต่างกัน 94
4.65 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีรายได้ต่อ
เดือนต่างกัน 94
4.66 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช 95
4.67 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้
ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 97
ด
สารบัญแผนภูมิ
แผนภูมิที่ หน้า
2.1 แสดงสรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย 48
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา
สังคมไทยตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นสังคมแบบชนบทเป็นสังคมที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย สมาชิกในชุมชนมี
ความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นใกล้ชิดไม่ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกันทางสายโลหิตหรือไม่ก็ตาม
ลักษณะความสัมพันธ์มักจะแสดงออกในรูปของความเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการให้ความ
ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะวิถีการดาเนินชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม จะอาศัย
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งคนไทยยึดถือเป็นศาสนาประจาชาติ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะ
เป็นปัญหาทางสังคม ปัญหาทางเศรษฐกิจก็สามารถใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาควบคู่กับ
นโยบายของรัฐในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เมื่อกล่าวถึงการจัดสวัสดิการสังคมซึ่งเป็นนโยบายอย่าง
หนึ่งของรัฐบาลที่นามาใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับประชาชน แต่ก็มีประชาชนที่
เข้าไม่ถึงบริการของรัฐหรือไม่ได้รับบริการด้านสวัสดิการจึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้น ในชุมชนเพื่อ
ดูแลและช่วยเหลือกันเอง ซึ่งขบวนการสวัสดิการชุมชนสามารถร่วมกันสร้างระบบหลักประกันความ
มั่นคงในชีวิต โดยเริ่มต้นจากครอบครัวชุมชนท้องถิ่นของตนเองและให้รัฐร่วมสนับสนุนบางส่วน ถือได้
ว่าเป็นทิศทางสาคัญของสังคมไทย ที่จะทาให้คนมีชีวิตที่มั่นคง พอเพียง และดาเนินงานตามหลักการ
บริหารจัดการที่ดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ในระดับ
พื้นที่ขยายกิจการสวัสดิการให้ครอบคลุมมิติต่างๆ ของชีวิตมากขึ้น สวัสดิการทางสังคมเป็นระบบการ
จัดสรรสวัสดิการสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมและพัฒนาสังคม รวมทั้งการส่งเสริม
ความมั่นคงทางสังคมเพื่อให้ประชาชนสามารถดารงชีวิตในสังคมได้ โดยสวัสดิการต่างๆ จะต้อง
ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชนให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็น
ธรรมทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย การประกันรายได้ สวัสดิการแรงงาน นันทนาการและ
บริการสังคมทั่วไป (คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ, 2550) ในประเทศไทยมีการ
พัฒนาระบบสวัสดิการทางสังคมมาเป็นลาดับ ทั้งรูปแบบเป็น ทางการและไม่เป็นทางการ ดาเนินการ
โดยรัฐ องค์กรเอกชนและดาเนินการโดยชุมชน ระบบสวัสดิการทางสังคมที่ดาเนินการโดยภาครัฐและ
ภาคเอกชนมีการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมกลุ่มเพื่อการออม กลุ่มสัจจะ กลุ่มพัฒนา
อาชีพต่างๆ เมื่อมีรายได้ก็จัดส่วนหนึ่งเพื่อการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ซึ่งในปัจจุบันลักษณะของ
ปัญหาและความต้องการด้านสวัสดิการของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะวิถีการ
ดาเนินชีวิตของผู้คนในสังคมแตกต่างไปจากเดิม ดังนั้น เพื่อให้การจัดสวัสดิการของคนในชุมชมเป็นไป
อย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการจึงต้องให้ประชาชนเข้ามาดาเนินการจัดสวัสดิการด้วยตนเอง
และเป็นการสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงของคนในชุมชน ซึ่งหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทา
ให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาจอยู่ในรูปสิ่งของเงินทอง น้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคน
ในชุมชนตั้งแต่เกิดจนตายที่เป็นการจัดสวัสดิการของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้านเป็นการให้
อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี อาศัยการอยู่ร่วมกันของคน ชุมชนและธรรมชาติอย่างเคารพซึ่ง
กันและกัน กระบวนการดาเนินการจะต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่น หลักศาสนา
และการมีส่วนร่วมของคนอย่างกว้างขวาง (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, 2550)
2
การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนในพื้นที่ด้วยความสมัครใจและมีความประสงค์จะดูแลซึ่งกันและ
กันบนพื้นฐานของความเอื้ออาทรต่อกัน โดยชาวชุมชนมาร่วมกันคิด ร่วมกันสร้างระบบร่วมกันบริหาร
จัดการและร่วมกันรับผลประโยชน์ กองทุนสวัสดิการชาวบ้าน จึงเป็นกองทุนที่ “ทุกคนร่วมกันเป็น
เจ้าของ” ดังนั้น เงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการที่คนในชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกันสร้างระบบเพื่อให้
เกิดเป็นสวัสดิการชุมชน ร่วมกันบริหารจัดการ ร่วมกันรับผลประโยชน์ ร่วมตรวจสอบความโปร่งใส
จึงส่งผลให้เป็นกองทุนที่คนในชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของร่วมรับผิดชอบและร่วมพัฒนาให้เกิดความ
ยั่งยืน โดยเน้นความยืดหยุ่น คล่องตัว มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โดยเป็นการออมเงิน
วันละบาท ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาประเทศ เป็นการสร้างหลักประกัน ความมั่นคงของ
ชุมชนรากฐาน ฟื้นฟูทุนทางสังคม ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน
และกัน เปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่สามารถจัดตั้งและพัฒนาคุณภาพสวัสดิการชุมชนอย่างทั่วถึงตามมติ
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน โดยยึดหลักการ 1 : 1 : 1 (ชุมชน : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : รัฐบาลกลาง) เพื่อให้ประชา
ชนมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่ต้องได้รับการดูแลในชุมชนและเป็นการ
ส่งเสริมให้ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการ
ทางานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด ผนึกพลังชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบสวัสดิการ
คุณภาพสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ที่จะทาให้คนในชุมชนท้องถิ่นมีสวัสดิการทั่วถึงและ
เกิดการกระจายอานาจการจัดสวัสดิการสู่ชุมชนท้องถิ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย
(สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , 2555) และจากการที่สมาชิกตระหนักถึงความ
สาคัญจึงร่วมกันก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยรวมตัวและก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.2551 มีสานักงาน
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีศูนย์ประสานงานอยู่ทุกหมู่บ้าน จานวน 5 หมู่บ้าน มีสมาชิกแรกเริ่ม
ก่อตั้ง จานวน 1,259 คน ปัจจุบันมีสมาชิก รวมทั้งสิ้นจานวน 3,231 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30
มิถุนายน 2558) จากจานวนประชาชากรในตาบล 6,487 คน (สานักงานทะเบียนอาเภอเมือง
นครศรีธรรมราช ณ วันที่ 1 เมษายน 2558) กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี มีวัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดคุณธรรม จริยธรรม ความพอเพียง ความสามัคคี มีน้าใจ ร่วมกันแก้ปัญหา สร้าง
ความสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก สร้างชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อน
หรือจาเป็นและกองทุนนี้ไม่ดาเนินการเพื่อแสวงหาผลกาไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ดาเนินการเพื่อ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก แต่ในระยะหลังมีจานวนสมาชิกลดลง เนื่องจาก มีสมาชิก
บางส่วนขอลาออกประจาทุกเดือน หากนับรวมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน มีจานวนถึง 340 คน
(ข้อมูล ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2558) สาเหตุอาจจะมาจากการไม่ได้ตระหนักถึงระเบียบกฎเกณฑ์ทา
ให้ขาดความเป็นสมาชิกภาพ การขาดความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงสวัสดิการจึงมองว่ากองทุน
สวัสดิการยังขาดความเข้มแข็ง และขาดการมีส่วนร่วมในการดาเนินงานจึงทาให้การสนับสนุนยังไม่
มากพออีกทั้งยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากการจัดสวัสดิการของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนเอง หากประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ปล่อยไว้จะทาให้สมาชิกกองทุนรายอื่น
3
จะขาดความเชื่อมั่น อาจทาให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกองทุนในระยะยาวได้ จึงมีความจาเป็นที่
จะต้องนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในกองทุน เพราะในจัดสวัสดิการเป็นกระบวนการ
ทางานกับคน โดยอาศัยคน และที่ไม่ประสบผลสาเร็จเนื่องมาจากคน ฉะนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงควรนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอัน ได้แก่ หลักสังคห
วัตถุธรรม ที่เป็นธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการ
สงเคราะห์กัน ผูกไมตรีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน สามัคคีกัน อันประกอบไปด้วย ทาน คือ การให้ การ
อนุเคราะห์ สงเคราะห์ ช่วยเหลือกันและกัน ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคาไพเราะอ่อนหวาน พูด
ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และจริงใจ อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็น
ประโยชน์แก่ผู้อื่น และสมานัตตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่าเสมอหรือประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย
ปฏิบัติตัวต่อคนอื่นอย่างเสมอภาค มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี เพื่อนาไปสู่การจัดสวัสดิการที่ดีและมีประสิทธิภาพ และ
หลักธรรมดังกล่าวจะทาให้การจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรีประสบ
ผลสาเร็จได้
ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยต้องการทราบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านทาน (การให้) ด้านปิยวาจา (วาจาไพเราะอ่อนหวาน)
ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) และด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) อยู่ในระดับใด
ซึ่งผู้วิจัยมีความคิดเห็นว่าหลักสังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการ ซึ่งสามารถนาไปใช้
เป็นหลักในการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดสวัสดิการของกองทุนให้แก่สมาชิกได้ ซึ่งจะ
สามารถสร้างความเชื่อมั่น ความสาเร็จที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะทาการวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช เพื่อจะได้นาผลจากการวิจัยในครั้งนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสวัสดิการของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและตอบสนองความต้องการของสมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.2.1 เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับ
การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน
1.2.3 เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช
4
1.3 สมมติฐานของการวิจัย
1.3.1 สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง
กัน
1.3.2 สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง
กัน
1.3.3 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้
ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
แตกต่างกัน
1.3.4 สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง
กัน
1.3.5 สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้
ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
แตกต่างกัน
1.4 ขอบเขตของการวิจัย
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ได้กาหนดขอบเขต
ของการศึกษาวิจัย ดังนี้
1.4.1 ขอบเขตด้านประชากร
ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช จานวน 3,231 คน (จานวนสมาชิกปัจจุบัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558)
1.4.2 ขอบเขตด้านเนื้อหา
ได้แก่ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใน 4 ด้าน ดังนี้
- ด้านทาน (การให้)
- ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
- ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
- ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
1.4.3 ขอบเขตด้านพื้นที่
ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี หมู่ที่ 3 ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
5
1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
1.5.1 ทาให้ทราบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
1.5.2 ทาให้ทราบผลการเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิก
ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน
1.5.3 ทาให้ทราบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
1.5.4 สามารถนาผลจากการวิจัยครั้งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและตอบสนอง
ความต้องการของสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นาไปสู่กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนที่เข้มแข็งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
1.6 คานิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย
หลักสังคหวัตถุธรรม หมายถึง ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวที่ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ด้านทาน (การให้) หมายถึง การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเสมอภาคในการ
เข้าถึงการเป็นสมาชิกและสวัสดิการ มีการช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของตลอดถึงให้แบ่งปันความรู้และ
แนะนาสั่งสอน มีการอานวยความสะดวกอย่างรวดเร็วเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ทันต่อเวลาและ
สถานการณ์ต่างๆ มีการให้คาปรึกษา คาแนะนาที่ดี และให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กรภายนอก รวม
ไปถึงมีการปันผลได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) หมายถึง การเจรจาด้วยถ้วยคาที่ไพเราะอ่อนหวานและเป็น
ภาษาที่เข้าใจง่าย การเจรจาด้วยความจริงใจ เป็นวาจาที่เป็นสัจจะและมีประโยชน์แก่ผู้ฟังและยังเป็น
สิ่งยึดเหนี่ยวน้าใจได้มั่นคง การเจรจาด้วยถ้อยคาให้มีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ รวมถึงการสื่อสาร
ที่ดี และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีจิตสานึกในการให้บริการ ตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) หมายถึง การแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์การกาหนด
กฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ การช่วยเหลือกลุ่มองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภายในหรือ
ภายนอกองค์กรและรับสิ่งที่ดีมีประโยชน์จากภายนอกมาเป็นประโยชน์ต่อภายในองค์กร การประพฤติ
ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ขวนขวายช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ด้วยการทุ่มเทแรงกาย แรงใจ บาเพ็ญ
สาธารณประโยชน์แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรีอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่ง
เป็นการส่งเสริมสมาชิกให้เกิดการออมตามระเบียบข้อบังคับของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
6
ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) หมายถึง ความเสมอภาคในการปฏิบัติที่มีความ
สม่าเสมอเท่าเทียมกัน การให้เกียรติกัน วางตัวเหมาะสมกับฐานะและเป็นกันเองต่อสมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน โดยไม่เอาเปรียบและร่วมรับรู้ร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน
ตามระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การจัดสวัสดิการ หมายถึง การสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในรูปแบบของสิ่งของ เงินทุน
น้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับการเกิด เกี่ยวกับการเจ็บป่วย เกี่ยวกับผู้สูงอายุ
เกี่ยวกับการเสียชีวิต เกี่ยวกับการศึกษา (ทุนการศึกษา) เกี่ยวกับการเกิดภัยพิบัติ (อัคคีภัยหรือวาต
ภัย) และเกี่ยวกับกิจกรรมส่วนรวมของชุมชน โดยสมาชิกกองทุนฯ ร่วมกันกาหนดหลักเกณฑ์มาบังคับ
ใช้สาหรับกองทุนของตนเอง
สมาชิก หมายถึง บุคคลที่สมัครและได้รับการพิจารณาเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
กองทุนสวัสดิการ หมายถึง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสานักงานตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชย
มนตรี หมู่ที่ 3 ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เพศ หมายถึง เพศของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 2 เพศ คือ
1) เพศชาย และ 2) เพศหญิง
อายุ หมายถึง อายุของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ
1) 18 - 30 ปี 2) 31 - 50 ปี และ 3) 50 ปีขึ้นไป
ระดับการศึกษา หมายถึง ระดับชั้นการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับ
นี้ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ 1) ประถมศึกษา 2) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 3) ปริญญาตรี และ 4) สูงกว่า
ปริญญาตรี
อาชีพ หมายถึง อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1) เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป 2) ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว 3) พนักงานบริษัท และ 4) รับราชการหรือ
รัฐวิสาหกิจ
รายได้ต่อเดือน หมายถึง รายได้ต่อเดือนของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับรายงานการวิจัย
ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) 3,000 - 5,000 บาท 2) 5,001 - 10,000 บาท และ 3) 10,000 บาท
ขึ้นไป
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู๎วิจัยได๎ศึกษาค๎นคว๎า
แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง ดังนี้
2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม
2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน
2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน
2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา
2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง
2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช๎ในการวิจัย
2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม
2.1.1 ความหมายของสังคหวัตถุ
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (2551, หน๎า 407) ได๎ให๎ความหมายของ
สังคหวัตถุวํา เรื่องที่จะสังเคราะห์ คุณเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู๎อื่นไว๎ได๎ หลักการสงเคราะห์ คือ
ชํวยเหลือกันยึดเหนี่ยวใจกันไว๎ และเป็นเครื่องเกาะกุมประสานโลก คือ สังคมแหํงหมูํสัตว์ไว๎ดุจสลัก
ยึดรถที่กาลังแลํนไปให๎คงเป็นรถและวิ่งแลํนไปได๎ มี 4 อยําง คือ 1. ทาน การแบํงปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผํ
กัน 2. ปิยวาจา พูดจานํารัก นํานิยมนับถือ 3. อัตถจริยา บาเพ็ญประโยชน์ 4. สมานัตตตา ความมีตน
เสมอ คือ ทาตัวให๎เข๎ากันได๎ เชํน ไมํถือตัว รํวมสุขรํวมทุกข์กัน เป็นต๎น
บุญสิริ ชวลิตธารง (2529, หน๎า 31) ได๎กลําวถึงความหมายของสังคหวัตถุวํา ธรรม
อันเป็นที่ตั้งแหํงความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการสงเคราะห์กัน ซึ่งมีอยูํ 4 ข๎อ
คือ
1. ทาน หมายถึง การให๎ การเฉลี่ยเผื่อแผํกันและกัน ซึ่งเป็นข๎อสาคัญเพราะวําทุกๆ
คนนั้น ยํอมต๎องการความชํวยเหลือจากกันและกันอยูํในด๎านตํางๆ ในด๎านวัตถุ เชํน ทรัพย์สินเงินทอง
เครื่องอุปโภคบริโภคตํางๆ ในด๎านกาลังกาย ชํวยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด๎านวาจา
พูดจาชํวยเหลือกันเรื่องที่ควรพูดจา ในด๎านสติปัญญา ชํวยให๎ความรู๎ ให๎การแนะนา ในข๎อที่ควรจะ
แนะนาตํางๆ การให๎การเฉลี่ยเผื่อแผํเจือจุนทุกคนทั้งผู๎ใหญํ ทั้งผู๎น๎อย ตํางก็ควรมีทาน คือ การให๎
ชํวยเหลือกัน ผู๎ใหญํให๎การชํวยเหลือผู๎น๎อย ผู๎น๎อยให๎การชํวยเหลือผู๎ใหญํ ด๎วยมีจิตใจมุํงที่จะชํวยให๎
บรรลุถึงประโยชน์ที่ต๎องการ หรือเพื่อที่จะให๎พ๎นจากอุปสรรคขัดข๎องทั้งหลาย
2. ปิยวาจา หมายถึง การเจรจาถ๎อยคาซึ่งเป็นที่รักที่จับใจแกํกันและกัน อันเป็น
ถ๎อยคาสุภาพ เพราะ วาจาที่พูดออกไปนั้น ถ๎าเป็นวาจาที่ไมํสุภาพไมํเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นวาจาที่อาจ
เสียดแทงน้าใจของผู๎อื่น ทาให๎ผู๎อื่นเสียใจ เจ็บใจ ไมํสบายใจ เพราะฉะนั้นจึงสมควรที่ทุกคนจะต๎องมี
สติควบคุมใจ ควบคุมวาจา ที่จะพูดออกไปให๎เป็นวาจาที่สุภาพที่เหมาะสม แม๎วําในบางคราวต๎อง
8
ทางานเหน็ดเหนื่อยก็ตาม สิ่งที่จะเป็นเครื่องในการควบคุมการพูดของเราให๎ไพเราะก็คือ สติ นั่นเอง
ดังนั้น การพูดหรือการแสดงออกทุกครั้งต๎องมีสติอยูํเสมอ
3. อัตถจริยา หมายถึง การประพฤติประโยชน์ตํอกันและกัน คือ การทาสิ่งที่เป็น
ประโยชน์ตํอสถาบัน เชํน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สังคมที่ตนอาศัยอยูํ ตลอดถึงประเทศชาติสิ่งใด
ที่เป็นโทษก็ควรละเว๎นไมํกระทา การประพฤติตนให๎เป็นประโยชน์สามารถปฏิบัติได๎ทั้ง กาย วาจา
และใจ ในทุกเวลาทุกโอกาส
4. สมานัตตตา หมายถึง ความเป็นผู๎วางตนสม่าเสมอ หรือเสมอต๎นเสมอปลายซึ่ง
หมายถึง การรักษาระเบียบวิจัยอันใดที่ทุกคนพึงปฏิบัติทั้งผู๎ใหญํทั้งผู๎น๎อยตามหน๎าที่ ที่บัญญัติเอาไว๎
เป็นระเบียบของสถานที่ ของหนํวยงาน เชํน กฎระเบียบของสถาบันการศึกษา กฎระเบียบของ
สถานที่ราชการตํางๆ เป็นต๎น ตลอดถึงกฎหมายบ๎านเมือง ในพระพุทธศาสนาก็คือ พระวินัย บัญญัติ
สาหรับพระภิกษุทั้งหลายนั้นเอง
พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2535, หน๎า 123) ได๎กลําววํา การผูกใจคน
จะต๎องผูกด๎วยสังคหวัตถุธรรม คือ ธรรมะที่จะชํวยผูกมัดใจคน ได๎แกํ
ทาน คือ การให๎หรือการเสียสละ เพราะ ในสังคมมนุษย์เราจะคิดเอาแตํได๎ฝุายเดียว
ยํอมเป็นไปไมํได๎ หรือจะให๎เขาทั้งหมดเราก็อยูํไมํได๎ ฉะนั้น จะต๎องรู๎จักลักษณะของการให๎หรือการ
ไมํให๎หรือควรให๎อยํางไร ทาความเข๎าใจในสํวนนั้นแล๎วปฏิบัติตาม
ปิยวาจา คือ การกลําวคาที่ไพเราะเสนาะโสต เราคงเคยได๎ยินได๎ฟังคนที่พูดจา
ปราศรัยกระโชกโฮกฮาก หรือที่เรียกวํา ผรุสวาท คือ คาหยาบคาย ไมํระรื่นหู เราก็ไมํพอใจ เราก็ไมํ
อยากฟัง แตํถ๎าเป็นปิยวาจา คือ วาจาที่กลําวแล๎วนํารักนําฟัง ก็จะทาให๎จิตใจของเรารื่นเริงบันเทิง
จิตใจในสํวนนั้น
อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให๎เป็นประโยชน์แกํเพื่อนบ๎านไปจนกระทั่งถึงสังคม
เชํน การที่ได๎รํวมกิจกรรมกัน ซึ่งตํางก็ได๎ถือเอาอาหารคาวหวานหรือผลไม๎มาถวายแกํพระสงฆ์แล๎ว
บางสํวนก็นาไปแจกกัน ก็เรียกได๎วํา ได๎ทาหน๎าที่ที่เป็นประโยชน์แกํสํวนรวมแล๎ว
สมานัตตตา คือ ความเป็นผู๎มีตนเสมอ คาวํา เสมอในที่นี้ไมํได๎หมายถึง ความเสมอกัน
ทางรํางกาย เพราะคนเราตํางกันด๎วยสัญชาติ ด๎วยบรรพบุรุษ ความเสมอตามความหมายของ
สมานัตตตานั้น หมายถึง การประพฤติหรือปฏิบัติตนให๎เสมอกับฐานะหรือภาวะของตน คือ เราอยูํใน
ฐานะใดหรืออยูํในภาวะอยํางไร เราก็ปฏิบัติให๎สมกับฐานและภาวะนั้น เชํน เป็นเด็กก็ปฏิบัติอยํางเด็ก
รู๎จักเคารพผู๎ใหญํ ผู๎สูงอายุ เป็นผู๎ปกครองก็ต๎องรู๎จักวําจะปกครองจะวางตนอยํางไร ไมํใชํใช๎อานาจไป
ขํมเหงผู๎ใต๎บังคับบัญชา ไมํใชํนึกวําเราอยูํในฐานะที่สูงขึ้นมาโดยอาชีพ หรือมีฐานะมั่นคง ร่ารวยแล๎ว
เราจะเหยียดหยามคนอื่นอยํางไรก็ได๎ถ๎าหากปฏิบัติเชํนนั้นก็จะไมํได๎ชื่อวํา สมานัตตตาธรรมะ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาศน์ วาสโน) (2538, หน๎า 11) ได๎อธิบายไว๎วํา
สังคหวัตถุ เป็นหลักคุณธรรมในศาสนาพุทธ โดยเป็นภาษาบาลีแยกออกเป็น 2 ศัพท์ คือ สังคห 1
วัตถุ 1 สังคหแปลเป็นภาษาไทยวํา สงเคราะห์ มีความหมายวํา ชํวยเหลือ อุดหนุน สํวนวัตถุในที่นี้
หมายความวํา เรื่อง รวมทั้ง 2 ศัพท์ มีความหมายวํา เรื่องความชํวยเหลือ จะชํวยเหลือกันด๎วยวิธี
อยํางไรบ๎าง ทํานได๎วางไว๎เป็น 4 อยําง ชํวยเหลือกันด๎วยวิธีนอกเหนือจาก 4 อยํางนี้ ไมํเรียกวํา
9
สังคหวัตถุ คือ เรื่องชํวยเหลือที่ทาให๎รักใครนับถือ กลมเกลียวกัน ต๎องพฤติกรรม ตามหัวข๎อทั้ง 4 นี้
เสมอไป ได๎แกํ
1. ทาน ให๎ปันสิ่งของๆ ตนแกํผู๎ที่ควรให๎ปัน
2. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อํอนหวาน
3. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น
4. สมานัตตา ความเป็นคนมีตนเสมอ ไมํถือตัว
คุณทั้ง 4 อยํางนี้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของผู๎อื่นไว๎ได๎
นอกจากนี้ยังได๎กลําวถึงสังคหวัตถุ 4 วํา เมื่อทุกคนตํางประพฤติสังคหวัตถุทั่วถึงกัน
แล๎ว อยําวําแตํเฉพาะคน เฉพาะครอบครัว จะรักใครํนับถือยูํเป็นสุขสบายเลย ถึงคนทั้งหมูํบ๎าน ทั้ง
เมือง ทั้งประเทศ ทั้งโลก ก็ต๎องอยูํเป็นสุขสบายตลอดไปเหมือนกันเพราะฉะนั้นทํานจึงวําสังคหวัตถุทั้ง
4 อยําง เป็นคุณสาหรับยึดเหนี่ยวน้าใจผู๎อื่นให๎รักใครํนับถือชํวยเหลือกัน อยํางวิเศษแท๎
พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542, หน๎า 83) ได๎กลําววํา
หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู๎อื่นไว๎ได๎ คือ สังคหวัตถุ 4 อยําง ได๎แกํ
1. ทาน การให๎ปันสิ่งของของตนแกํผู๎อื่นที่ควรให๎ปันนั้น ยํอมเป็นเรื่องยึดเหนี่ยวใจแกํ
ผู๎รับให๎ระลึกนึกถึงความเป็นผู๎มีน้าใจโอบอ๎อมอารีของผู๎ให๎ ผู๎มีจิตใจโอบอ๎อมอารีมีน้าใจ มีจิตใจ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผํแกํผู๎อื่นอยูํเสมอ ยํอมเป็นที่รักแกํชนทั้งหลาย คนหมูํมากยํอมคบค๎าสมาคมด๎วยสมดังที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ๎าได๎ตรัสวํา ผู๎ให๎ยํอมเป็นที่รัก คนหมูํมากยํอมคบเขา
2. ปิยวาจา การเจรจาที่อํอนหวาน คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอํอนโยนตามฐานะยํอม
เป็นที่ชื่นใจเป็นที่ประทับใจแกํผู๎ฟังหรือคูํสนทนา ไมํมีใครชอบวาจาที่หยาบคายแข็งกระด๎างหรือวาจา
ที่ก๎าวร๎าว ที่ไร๎มารยาท ไมํรู๎กาลเทศะและวาจาที่ไมํไพเราะ ไมํสมฐานะระหวํางผู๎พูดกับผู๎ฟังและคูํ
สนทนาด๎วย คนเราจะได๎ดีหรือถึงความเสื่อมก็ด๎วยวาจานั่นแหละ เป็นข๎อสาคัญประการหนึ่ง โบราณ
ทํานจึงกลําวไว๎วํา ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หมายความวํา วาจาที่ดี ที่สุภาพ ที่ไพเราะอํอนหวานนั่น
แหละเป็นข๎อปฏิบัติที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งของการครองใจคนและจะได๎ดีก็เพราะวาจานั่นแหละ
สํวนคาวํา เลข ณ ที่นี้ หมายถึง วิชาความรู๎ยังเป็นรอง คือ ถึงจะเป็นคนมีความรู๎สูง แตํถ๎าปากไมํดีเสีย
แล๎ว ยํอมหวังความเจริญในชีวิตได๎ยาก เพราะคนปากเสียไมํอาจผูกใจใครไว๎ได๎ จะหาคนคบหาสมาคม
เป็นมิตรสหายที่ดีที่จริงใจตํอกันได๎ยาก ปิยวาจา คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอํอนโยนตํอกันตามฐานะ
เทํานั้นแหละที่จะเป็นเครื่องผูกใจยึดเหนี่ยวจิตใจผู๎อื่นได๎ยืนนาน
3. อัตถจริยา การประพฤติสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น หมายความวํา ความเป็นผู๎มี
น้าใจ ไมํนิ่งดูดาย รู๎จักสงเคราะห์และชํวยเหลือกิจการของผู๎อื่นให๎สาเร็จ รู๎จักชํวยกระทากิจอันเป็น
ประโยชน์บุคคลอื่นหรือแกํสังคมสํวนรวม ตามความเหมาะสมแกํฐานะและโอกาส ไมํเป็นคนแล๎งน้าใจ
ชํวยใครไมํเป็น คือ ไมํเป็นคนเห็นแกํตัวจัด ยามที่ผู๎อื่นหรือสังคมประสบความทุกข์ เดือดร๎อน และ
ต๎องการความชํวยเหลือ เชํน ในยามประสบทุกข์ภัยตํางๆ ได๎แกํ อุทกภัย ภัยจากน้าทํวม วาตภัย ภัย
จากลมพายุ อัคคีภัย ภัยจากไฟไหม๎ เป็นต๎น ก็มีน้าใจอนุเคราะห์ชํวยเหลือบรรเทาทุกข์ผู๎อื่น หรือ
สังคมที่กาลังได๎รับความทุกข์เดือดร๎อนเชํนนั้นตามกาลังของตนด๎วยใจเมตตาและกรุณาธรรม ความ
เป็นผู๎มีน้าใจ ยํอมประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่นตามสมควรแกํฐานะและโอกาส ด๎วยเมตตา
กรุณาธรรมเชํนนี้ ยํอมเป็นเครื่องผูกใจหรือเครื่องยึดเหนี่ยวใจผู๎อื่น ให๎ผูกสมัครรักใคร และมี
10
ความสัมพันธ์อันดีตํอกันได๎ยั่งยืนนานเป็นอยํางดี ดังมี สุภาษิตคาโบราณวํา ไปบ๎านทํานอยํานิ่งดูดาย
ปั้นวัวปั้นควายให๎ลูกทํานเลํน แม๎วําสมัยนี้การปั้นวัวปั้นควายให๎ลูกทํานเลํนเป็นเรื่องล๎าสมัยแล๎ว แตํ
สุภาษิตนี้ก็ยังเป็นอุทาหรณ์วํา การรู๎จักสงเคราะห์ อนุเคราะห์ชํวยเหลือผู๎อื่น หรือการประพฤติสิ่งที่
เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น เป็นเครื่องผูกใจคน เป็นคุณธรรมเครื่องครองใจคนได๎ดี ให๎มีความสัมพันธ์ที่ดีตํอ
กันได๎อยํางยั่งยืน
4. สมานัตตตา ความเป็นผู๎มีตนเสมอ ไมํถือตัว คือ ความประพฤติปฏิบัติดีตํอผู๎อื่น
อยํางเสมอต๎นเสมอปลาย เมื่อมีชีวิตที่เจริญก๎าวหน๎า หรือได๎ดิบได๎ดีขึ้นไป ก็ไมํถือตัวหรือทาตัวเยํอหยิ่ง
กับญาติพี่น๎องหรือมิตรสหายเดิมที่เคยคบค๎าหรือปฏิบัติดีตํอกัน เคยเคารพนับถือกันอยํางไร ก็คง
ประพฤติปฏิบัติดีตํอกัน เคารพนับถือกันอยูํอยํางนั้น ความเป็นผู๎มีตนเสมอนี้เป็นคุณเครื่องยึดเหนี่ยว
จิตใจผู๎อื่นไว๎เป็นมิตรไมตรีที่ดีตํอกันได๎เป็นอยํางดี
พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม) (2542, หน๎า 35) ได๎กลําวไว๎วํา สังคห
วัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี มี 4 ข๎อ คือ
1. ทาน คือ การให๎ปัน การให๎ทานซึ่งกันและกันไมํหวงกัน โดยการให๎ทานแบํงเป็น 3
ประเภท ได๎แกํ ให๎เพื่อการบูชาคุณ ให๎เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจผู๎อื่นไว๎ และให๎เพื่อเห็นแกํมนุษยธรรม
2. ปิยวาจา คือ พูดให๎เขารัก ไมํพูดให๎เขาเกลียด ไมํใสํร๎ายปูายสี ต๎องพูดให๎เขารัก
เรียกวํา ปิยวาจา ปิโย เทวมนุสสานัง
3. อัตถจริยา คือ บาเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์ตํอสังคม อยํานิ่งดูดาย อยําเห็นแกํความ
เหน็ดเหนื่อย
4. สมานัตตตา คือ การวางตนให๎เหมาะสม เรียกวํา ไมํถือตัวตนวํา เราดีกวําเขา ได๎แกํ
วางตนให๎เหมาะสมกับตาแหนํงหน๎าที่ เหมาะกับฐานะ เหมาะกับกาลเทศะ ที่วําเหมาะสมตาแหนํง
หน๎าที่นั้น หมายความวํา เรามีหน๎าที่อยํางไร ก็ไปปฏิบัติไปตามหน๎าที่ ที่วําเหมาะสมกับฐานะนั้น คือ
ใช๎จํายทรัพย์ให๎เหมาะสมกับฐานะก็คือ เข๎าใจใช๎จําย ไมํฟุูงเฟูอ สุรุํยรํายเกินไปแตํก็ไมํตระหนี่เกินไป
จนเข๎าขั้นทรมานตนเอง ที่วําเหมาะสมกับกาลเทศะนั้น หมายความวํา ปฏิบัติกิจให๎เหมาะสมกับเวลา
และสถานที่
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) (2549, หน๎า 70-7) อธิบายวํา สังคหพละ
แปลวํา กาลังแหํงการสงเคราะห์หรือมนุษย์สัมพันธ์ ซึ่งเป็นธรรมที่สาคัญมากสาหรับนักบริหาร
ผู๎ทางานให๎สาเร็จโดยอาศัยคนอื่นถ๎านักบริหารบกพรํองเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็จะไมํมีคนมาชํวยทางาน
เมื่อไมํมีใครชํวยทางานเขาก็เป็นนักบริหารไมํได๎
พระพุทธเจ๎าทรงสอนหลักการสร๎างมนุษย์สัมพันธ์ไว๎เรียกวํา สังคหวัตถุ หมายถึง วิธี
ผูกใจคน พระองค์ตรัสวํารถม๎าแลํนไปได๎เพราะมีลิ่มสลักคอยตรึงสํวนประกอบตํางๆ ของรถม๎าเข๎า
ด๎วยกันฉันใด คนในสังคมก็ฉันนั้น คือ ทาหน๎าที่เป็นกาวใจเชื่อมประสานคนทั้งหลายเข๎าด๎วยกัน ลิ่ม
สลักดังกลําวนั้นคือ สังคหวัตถุ นักบริหารจะสามารถผูกใจเพื่อนรํวมงานและผู๎ใต๎บังคับบัญชาไว๎ได๎ถ๎า
มีสังคหวัตถุ 4 ประการ
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (2551, หน๎า 412) ได๎กลําวถึงความหมายของ
สังคหะ วําวิธีสงเคราะห์ หมายถึงวิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยวน้าใจคนอื่นที่ยังไมํเคยรักใครํนับถืออยูํแล๎วให๎
สนิทแนบยิ่งขึ้น พูดงํายๆ สังคหวัตถุ คือ เทคนิควิธีทาให๎คนรักหรือมนต์ผูกใจคน มี 4 ประการ คือ
11
1. ทาน คือ การให๎ คือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ แบํงปัน ชํวยเหลือกันด๎วยสิ่งของ
ตลอดถึงให๎ความรู๎และแนะนาสั่งสอน
2. ปิยวาจา หรือ เปยยวัชชะ คือ วาจาเป็นที่รัก วาจาดูดดื่มน้าใจ หรือวาจาซาบซึ้งใจ
คือกลําวคาสุภาพไพเราะอํอนหวานสมานสามัคคี ให๎เกิดไมตรีและความรักใครนับถือตลอดถึงคาแสดง
ประโยชน์ประกอบด๎วยเหตุผล เป็นหลักฐานจูงใจให๎ยอมตาม
3. อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือ ขวนขวายชํวยเหลือกิจการ บาเพ็ญ
สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงชํวยแก๎ไขปรับปรุงสํงเสริมในทางจริยธรรม
4. สมานัตตตา คือ การวางตนสม่าเสมอ มีตนเสมอ ทาตนเสมอด๎วยปลาย ปฏิบัติ
สม่าเสมอกันในชนทั้งหลาย และเสมอในสุขทุกข์โดยรํวมรับรู๎รํวมแก๎ไข ตลอดถึงวางตนเหมาะแกํฐานะ
ภาวะ บุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล๎อม ถูกต๎องตามธรรมในแตํละกรณี
ไพโรจน์ แก่นสาร (2551, หน๎า 82) ได๎กลําวไว๎วํา สังคหวัตถุ 4 นั้น เป็นหลักธรรม
ที่ชํวยให๎เกิดความรู๎รักสามัคคีขึ้นในกลุํมคน ไมํวําจะเป็นระดับครอบครัว ชุมชน หรือระดับประเทศ
แม๎แตํระหวํางประเทศก็ตาม หากนาเอาพุทธธรรมหมวดนี้ไปประยุกต์ใช๎อยูํเนืองๆ แล๎วการเบียดเบียน
กันก็จะลดลงได๎มาก โลกยํอมมีสันติภาพ สันติสุขยิ่งขึ้น ความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมก็จะเพิ่มสูงขึ้น
ตามไปด๎วย เนื่องจาก
ทาน คือ การให๎ การเสียสละแกํกันและกันกํอนไมํวําจะเป็น วัตถุทาน อภัยทาน หรือ
ธรรมทาน ล๎วนเป็นปัจจัยเสริมสร๎างความกลมเกลียวกันในหมูํมนุษย์ได๎ทั้งนั้น ความขัดแย๎งแยํงชิง
จ๎องแตํจะเอารัดเอาเปรียบกันคงเกิดขึ้นยากในสังคมที่ผู๎คนรักการให๎ การเสียสละ
ปิยวาจา มีองค์ประกอบสาม ได๎แกํ ความสุภาพ ความสัตย์จริง และความมีประโยชน์
หรือเป็นถ๎อยคาที่สร๎างสรรค์ซึ่งนับวันผู๎คนจะละเลยคุณธรรมข๎อนี้กันมากขึ้น มีแตํขํมขูํเชือดเฉือน
กระทบกระเทียบเสียดสี หาสาระอะไรไมํคํอยได๎ แถมยังโกหกคาโตกันหน๎าตาเฉย ปลิ้นปล๎อน
หลอกลวงกันเองอีกตํางหาก ความสามัคคีคงเกิดยากในหมูํคนที่ขาดปิยวาจาตํอกัน
อัตถจริยา การทาแตํในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ทั้งตํอตนเองและสํวนรวม ไมํชักนาพวก
พ๎องไปทางเสื่อมหรือรํวมมือกันอยํางผิดๆ เชํน คิดเอาเปรียบคนกลุํมอื่น ประเทศอื่นใช๎กาลังที่
เหนือกวํา กดขี่ขํมเหงเขาอยํางไมํเป็นธรรม หากหลีกเลี่ยงการประพฤติเชํนนี้ได๎ ยํอมมีสํวนชํวย
เสริมสร๎างสันติสุข และความมั่นคงให๎มวลมนุษย์ทั้งโลกได๎อีกทางหนึ่ง
สมานัตตตา หมายถึง การวางตนเสมอกัน ไมํยกตนขํมทํานหรือดูถูกดูแคลนผู๎อื่น บาง
อาจารย์บอกวํา คือ ความเป็นกันเอง ไมํถือเขาถือเราซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ยอมรับกันอยูํแล๎ว
โดยทั่วไป
พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิตธมฺโม) (2554 , หน๎า 55) ได๎อธิบายวํา สังคหวัตถุ
ธรรมอันการประพฤติปฏิบัติดังกลําวมาเมื่อผู๎ครองเรือนดาเนินได๎แล๎วก็ยํอมเป็นทางแหํงการตั้งตนได๎
ในปัจจุบัน ตํอจากนั้นพึงบาเพ็ญธรรมแกํเพื่อน มิตรสหาย ซึ่งจะเป็นเหตุจูงใจให๎มิตรสหาย ให๎นิยมรัก
ใครํ ชํวยเหลือซึ่งกันลํะกัน ในเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแกํตนเองหรือครอบครัว เพราะหลักมีอยูํวํา
คนเรานั้นจะอยูํโดยลาพังแตํผู๎เดียวหาได๎ไมํ จาต๎องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันเพื่อชํวยเหลือการงานกัน
บ๎าง เพื่อแลกเปลี่ยนสรรพสินค๎ากันบ๎าง แตํกิจการเหลํานี้จะสาเร็จได๎ก็เพราะการสงเคราะห์
อนุเคราะห์กันและกันเป็นปัจจัยหลัก อันนี้คือการตั้งตนอยูํในสังคหวัตถุ ธรรมนั้นเอง สังคหวัตถุธรรม
12
ได๎แกํ ธรรมอันเป็นที่ตั้งหลักแหํงการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ทํานกาหนดหลักที่ควรประพฤติไว๎เป็น
4 ดังนี้
1. การให๎ (ทาน) ทางใดเลําจะประเสริฐเทําหวํานทานโดยสละให๎ปันตามสมควร
2. พูดไพเราะ (ปิยวาจา) การพูดดียํอมเป็นศรีแกํตน การพูดชั่วยํอมเป็นภัยแกํตนการ
พูดจาไพเราะเป็นหลักอันหนึ่งที่ผู๎ครองเรือนไมํควรละเว๎น
3. ประพฤติประโยชน์ (อัตถจริยา) จาต๎องระวัง การประพฤติอีกด๎วย เพราะถ๎าทาสิ่ง
ที่เกิดโทษแล๎วก็ทาลายผลที่จะให๎สงเคราะห์กันและกันเสีย การที่จะประพฤติประโยชน์คือ ขวนขวาย
ชํวยเหลือผู๎อื่น หรือบาเพ็ญสาธารณประโยชน์นั้นมี 2 ทาง คือ ทาทางกาย แล ะทาทางวาจา
4. วางตนเสมอ (สมานัตตตา) คือ การวางตนหรือปฏิบัติสม่าเสมอกันตํอคนทุกชั้นทุก
วัยที่เรียกวําไมํถือตัว
หลักสี่ข๎อดังกลําวเปรียบเสมือนเพลารถคุมล๎อรถให๎แนํนขณะแลํนไป
พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์ (2554, หน๎า 11) กลําววํา สังคหวัตถุ 4 กับการนาไปใช๎
เรื่อง CSR (Corporate Social Responsibility) หรือ บรรษัทบริบาล หมายถึงการดาเนินกิจกรรม
ภายในและภายนอกองค์กรที่คานึงถึงผลกระทบตํอสังคมทั้งในระดับใกล๎และไกล ด๎วยการใช๎
ทรัพยากรที่มีอยูํในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร
สังคหวัตถุ 4 คือ หลักอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวบุคคล ซึ่งในที่นี้รวมถึงพลเมืองบรรษัท
(Corporate Citizen) ให๎อยูํรํวมกันในสังคมได๎อยํางปกติสุข สามารถใช๎เป็นตัวแบบหรือวิธีการในการ
ดาเนินกิจกรรมซีเอสอาร์ขององค์กร โดยมีความสอดคล๎องกับบริบทของสังคมไทยทีมีอุปนิสัยของการ
สงเคราะห์เกื้อกูลเป็นพื้นฐาน ประกอบด๎วย
1. การให๎ คือ Corporate Philanthropy หรือการบริจาคในสิ่งที่ควรให๎แกํผู๎อื่นในรูป
ของวัตถุสิ่งของ เปรียบได๎ทาน
2. การสื่อสารในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ คือ Corporate Communication สิ่งที่เป็น
สาระข๎อเท็จจริง ประกอบด๎วยเหตุผล และความจริงใจ โดยไมํกํอให๎เกิดความเข๎าใจผิด เปรียบได๎กับ
ปิยวาจา
3. การเสียสละแรงงาน แรงใจ และเวลา คือ Community volunteering เพื่อ
บาเพ็ญสาธารณประโยชน์ เชํน การเข๎ารํวมเป็นอาสาสมัครชํวยเหลือสังคมในโอกาสตํางๆ การ
ระแวดระวังในการดาเนินงาน ที่อาจสํงผลกระทบตํอสิ่งแวดล๎อมที่เป็นไปโดยสมัครใจเป็นการ
แสดงออกถึงความรับผิดชอบตํอสังคมในรูปแบบหนึ่ง เปรียบได๎กับอัตถจริยา
4. การปฏิบัติอยํางเทําเทียมกัน คือ Equitable Treatment ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการ
ดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ไมํถือวําองค์กรตอนเป็นใหญํเอาใจใสํในสุกทุกข์
ของผู๎มีสํวนได๎เสียอื่นๆ และรํวมแก๎ไขโดยไมํเลือกปฏิบัติ ซึ่งหมายถึง การมีสํวนรํวม (Participation)
ขององค์กรในการดูแลสังคมอยํางสม่าเสมอ เปรียบได๎กับสมานัตตตา
สรุปได๎วํา สังคหวัตถุแนวทางในการยึดเหนี่ยวน้าใจของคนให๎รํวมกันได๎อยํางสงบสุข
ทาให๎การอยูํรํวมกัน ทางานรํวมกัน เกิดประสานซึ่งกันและกันให๎เป็นไปโดยราบรื่นในทุกสังคม ทุกวง
กิจการงาน เกิดความรักสามัคคี และเต็มใจที่จะทากิจทั้งหลายรํวมกันในสังคมต๎องเกื้อหนุนจุนเจือซึ่ง
กันและกันสังคมนั้นๆ จึงจะนําอยูํ คิดตํางได๎ แตํไมํแตกแยก โดยคานึงถึงหลักธรรมทั้ง 4 ด๎าน คือ
13
1. ทาน คือ การให๎ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ แบํงปัน ชํวยเหลือกันด๎วยสิ่งของตลอดถึง
ให๎ความรู๎และแนะนาสั่งสอน
2. ปิยวาจา คือ วาจาเป็นที่รัก วาจาดูดดื่มน้าใจ หรือวาจาซาบซึ้งใจ คือ กลําวคา
สุภาพไพเราะอํอนหวานสมานสามัคคี ให๎เกิดไมตรีและความรักใครนับถือ ตลอดถึงคาแสดงประโยชน์
ประกอบด๎วยเหตุผลเป็นหลักฐานจูงใจให๎นิยมยอมตาม
3. อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือ ขวนขวายชํวยเหลือกิจการ บาเพ็ญ
สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงชํวยแก๎ไขปรับปรุงสํงเสริมในทางจริยธรรม
4. สมานัตตตา คือ ความมีตนเสมอ ทาตนเสมอด๎วยปลาย ปฏิบัติสม่าเสมอกันในชน
ทั้งหลาย และเสมอในสุขทุกข์โดยรํวมรับรู๎รํวมแก๎ไข ตลอดถึงวางตนเหมาะแกํฐานะ ภาวะบุคคล
เหตุการณ์และสิ่งแวดล๎อมถูกต๎องตามธรรมในแตํละกรณี
2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน
2.2.1 การจัดสวัสดิการชุมชนในประเทศไทย
สวัสดิการชุมชนเป็นการริเริ่มสร๎างสรรค์ของชุมชนท๎องถิ่นที่รํวมกันสร๎างระบบ
หลักประกันความมั่นคงของชีวิต เพื่อความเป็นอยูํที่ดีมีสุขของคนในชุมชนท๎องถิ่นและสังคมมุํงฟื้นฟู
ชุมชนท๎องถิ่นให๎มีการอยูํรํวมกันด๎วยความเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัย และชํวยเหลือเกื้อกูลกัน ระหวํางคน
กับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับวัฒนธรรม ตามหลักศาสนา และภูมิปัญญาของท๎องถิ่นตั้งแตํเกิด
จนตาย
ระบบสวัสดิการชุมชนในประเทศไทยเริ่มมีการขับเคลื่อนครั้งสาคัญ เมื่อวันที่ 4 – 5
กุมภาพันธ์ 2550 ในงานมหกรรม “สวัสดิการชุมชน คนไมํทิ้งกัน” (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกระ-
ทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2550) โดยเครือขํายสวัสดิการชุมชน ได๎ยื่นข๎อเสนอ
ของภาคประชาชนตํอรัฐบาล ประเด็นที่สาคัญคือ ขอให๎รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการสํงเสริมกองทุน
สวัสดิการชุมชนท๎องถิ่นแหํงชาติ เพื่อทาหน๎าที่กาหนดนโยบายการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน
ท๎องถิ่นที่ใช๎พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให๎ประชาชนมีบทบาทเป็นหลัก และเพื่อเป็นเครื่องมือสาคัญในการสร๎าง
เศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนฐานรากให๎เกิดขึ้นโดยขอให๎รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการ
ดาเนินงาน และให๎ทุกหนํอยงานของรัฐดาเนินงานตามนโยบายอยํางจิงจังและมอบหมายให๎กระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหนํวยงานหลักในการดาเนินการให๎บรรลุเปูาหมาย
หลังจากมหกรรมสวัสดิการชุมชน คนไมํทิ้งกันกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ได๎แตํงตั้ง“คณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” ขึ้นเมื่อวันที่ 28
กุมภาพันธ์ 2550 โดยมีผู๎แทนเครือขําย/องค์กรชุมชนด๎านสวัสดิการชุมชนทั่วทุกภาคที่เป็นกรรมการ
และจากหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เชํน กรมสํงเสริมการปกครองท๎องถิ่นสันนิบาตเทศบาลแหํงประเทศ
ไทย มหาวิทยาลัย สานักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ สานักงาน
คณะกรรมการสํงเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแหํงชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จึงถือเป็นการ
ยํางก๎าวที่สาคัญของงานสวัสดิการชุมชนที่รัฐบาลมีนโยบายสํงเสริมความเข็มแข็งของชุมชนท๎องถิ่น ให๎
สามารถจัดการตนเองเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยูํโดยสํงเสริมบทบาทของครอบครัว ชุมชน ในการ
พัฒนาและแก๎ไขปัญหาสังคม ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได๎มี
14
“ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมไมํทอดทิ้งกัน สังคมเข็มแข็งและสังคมคุณธรรม” ในขณะที่ภาค
ประชาชนได๎มีการจัด “ระบบสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” ซึ่งถือเป็นสํวนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบาย
ของรัฐบาล
เพื่อให๎การจัดการ “ระบบสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” โดยภาคประชาชนที่มุํงสร๎าง
หลักประกันเพื่อความมั่นคงด๎วยระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลของคนในชุมชนท๎องถิ่นให๎มีภูมิคุ๎มกันใน
การดารงชีวิตและ “ระบบโครงขํายการคุ๎มครองทางสังคม” (Social Safety Net) ในรูปแบบวิธีการที่
หลากหลายเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล มีการเชื่อมโยงขยายผลทั่วประเทศ และมีการ
ประสานเรียนรู๎ เชื่อมโยงระหวําง “ระบบสวัสดิการของชุมชนกับระบบขององค์กรปกครองท๎องถิ่น
และระบบของหนํวยงานภาครัฐ” อยํางเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จนกระทั่งในชํวงต๎นปี 2552 เครือขําย
องค์กรชุมชนได๎ไปเสนอให๎รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีนโยบาย
สํงเสริมสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ซึ่งรัฐบาลได๎มอบให๎คณะกรรมการเสริมสร๎างความเข๎มแข็ง
ของชุมชนแหํงชาติ ซึ่งคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานได๎พัฒนา
โครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน จากนั้นได๎อนุมัติโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน
พร๎อมจัดสรรงบประมาณจานวน 727.3 ล๎านบาทในปี 2553 และงบประมาณ 800 ล๎านบาทใน
ปีงบประมาณ 2554 โดยวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับให๎สวัสดิการชุมชนเป็นวาระแหํงชาติในการสร๎าง
หลักประกันความมั่นคงของชุมชนฐานราก ฟื้นฟูทางสังคม สร๎างความเข๎มแข็งของชุมชนในการดูแล
ชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน รวมถึงเปิดโอกาสให๎ทุกพื้นที่สามารถจัดตั้งและพัฒนาคุณภาพ
สวัสดิการชุมชนอยํางกว๎างขวาง โดยภาคประชาชนมีบทบาทสาคัญในการจัดระบบสวัสดิการชุมชน
ของตนเอง และจัดให๎มีกลไกคณะกรรมการทั้งระดับชาติและระดับจังหวัดที่มีองค์ประกอบจากผู๎แทน
ชุมชนและหนํวยงานรัฐที่เกี่ยวข๎องในการหนุนเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน โดยที่กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) เป็นหนํวยงาน
รับผิดชอบในการสนับสนุนการดาเนินงาน สรุปผลการดาเนินงานในชํวงปีงบประมาณ 2553 – เม.ย.
2554 ได๎ดังนี้คือ
1. งานที่ได้ดาเนินการ
1.1 การจัดกลไกสนับสนุนการดาเนินงาน ได๎มีคาสั่งสานักนายกรัฐมนตรีที่ 272/
2552 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2551 แตํงตั้งคณะสํงเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน ที่นายกรัฐมนตรีเป็น
ประธานกรรมการประกอบด๎วยผู๎แทนชุมชน ผู๎ทรงคุณวุฒิ ผู๎แทนหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องรวม 24 คน
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได๎ออกข๎อระเบียบวําด๎วยการดาเนินงานโครงการ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.52 และ
ได๎มีคาสั่งที่ 23/2553 ลงวันที่ 6 พ.ย.52 แตํงตั้งคณะอนุกรรมการโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการ
ชุมชน โดยผู๎อานวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและผู๎แทนสวัสดิการชุมชนเป็นประธานรํวม โดยมี
คณะอนุกรรมการรวม 15 คน และผู๎วําราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดได๎มีคาสั่งแตํงตั้งคณะกรรมการ
สนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ที่มีองค์ประกอบจากผู๎นาจังหวัด
ละ 20-30 คน รวมทั้งหมด 2,118 คน ซึ่งสํวนใหญํได๎ทางานบนพื้นฐานของความรํวมมือ เรียนรู๎ และ
รับผิดชอบรํวมกัน เกิดการทางานแบบหุ๎นสํวนการพัฒนาที่ประชาชนเป็นแกนหลัก แม๎ในชํวงต๎นจะมี
บางจังหวัดที่ยังมีข๎อขัดข๎องในการทางานรํวมกันระหวํางภาครัฐกับภาคชุมชนอยูํบ๎างแตํทุกฝุายที่
15
เกี่ยวข๎องพยายามหาทางชํวยกันคลี่คลายปัญหาข๎อติดขัดที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นในแตํละภาคได๎มี
คณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับภาคเพื่อหนุนชํวยระดับจังหวัดอีกสํวนหนึ่ง
1.2 การสนับสนุนการพัฒนาความเข๎มแข็งกองทุนสวัสดิการชุมชนและการสํงเสริม
จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ใหมํ คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน
จังหวัดได๎จัดให๎มีคณะอนุกรรมการ/คณะทางานชุดยํอย ไปชํวยหนุนเสริมการพัฒนากองทุนสวัสดิการ
ชุมชนให๎เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพกองทุนที่จะได๎รับอนุมัติสมทบงบประมาณตามหลักเกณฑ์ 5 ด๎าน
(จัดตั้งครบหนึ่งปี สมาชิกและผู๎รับประโยชน์ของกองทุนมีความหลากหลายครอบคลุมกลุํมคนและ
พื้นที่ในตาบล มีเงินกองทุนที่มาจากสมาชิก และได๎รับการสนับสนุนจากอปท. มีระบบการบริหาร
กองทุนที่ดี และมีการจัดสวัสดิการชุมชนพื้นฐานไมํน๎อยกวํา 3 เรื่อง) และสํงเสริมการจัดตั้งกองทุน
สวัสดิการชุมชนในพื้นที่ใหมํ นอกจากนั้นในชํวงเริ่มโครงการได๎มีการจัดฝึกอบรมต๎นกล๎าคุณธรรม
สวัสดิการโดยใช๎ใช๎พื้นที่ศูนย์เรียนรู๎สวัสดิการชุมชน 10 ศูนย์ในทุกภูมิภาค มีผู๎ผํานฝึกอบรมรวม 959
คน จังหวัดละ 10-12 คน ที่มีบทบาทหนุนชํวยขับเคลื่อนและการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุน
สวัสดิการทั้งในระดับจังหวัดและตาบล
1.3 การสนับสนุนด๎านการสื่อสารสร๎างความเข๎าใจ การพัฒนาระบบข๎อมูล การ
ศึกษาวิจัยและการติดตามผลสวัสดิการชุมชน
- การสื่อสารสร๎างความเข๎ใจ ได๎มีการจัดทาคูํมือสวัสดิการชุมชน สื่อ/กรณี
ตัวอยํางกองทุนสวัสดิการชุมชน 150 กรณี การจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาค/จังหวัด เชํน
จ.จันทบุรี จ.นครราชสีมา ฯลฯ เพื่อเผยแพรํ สร๎างความเข๎าใจสวัสดิการชุมชน
- การพัฒนาระบบข๎อมูล การพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข๎อมูลองค์กร
สวัสดิการชุมชนและสํงเสริมให๎จัดเก็บข๎อมูลบันทึกข๎อมูลที่ระดับจังหวัดผํานระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อ
ประมวลภาพรวมกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับชาติ รวมทั้งฝึกอบรมกองเลขานุการในการใช๎
ฐานข๎อมูล และอยูํระหวํางการพัฒนาโปรแกรมการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตาบล
- การศึกษาวิจัยและการติดตามประเมินผล ได๎มีโครงการศึกษาวิจัยเชิง
ปฏิบัติการควบคูํกับการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ 11 จังหวัด เพื่อให๎เครือขํายสวัสดิการ
ชุมชนและผู๎แทนหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนได๎รํวมกันจัดการ
ความรู๎ของตนเอง ในกระบวนการทางานที่รํวมกันขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด และ
ประมวล สังเคราะห์ผลการศึกษาการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในระดับจังหวัด มาใช๎ในการ
พัฒนาการทางานตามโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน การคัดเลือกศูนย์เรียนรู๎สวัสดิการ
ชุมชนอยํางน๎อยจังหวัดละ 1 พื้นที่ สํวนการติดตามผลนั้นได๎จัดให๎มีการติดตามผลการดาเนินงาน
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลและผลการดาเนินงานคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการ
ชุมชนจังหวัด
1.4 การประสานความรํวมมือกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เพื่อสนับสนุนการจัด
สวัสดิการชุมชนและการเชื่อมโยงสวัสดิการชุมชนกับสวัสดิการสังคมด๎านตํางๆ ได๎รํวมกับกรมสํงเสริม
การปกครองสํวนท๎องถิ่นในการวางแนวทางการสนับสนุนขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เสนอให๎
คณะรัฐมนตรีได๎มีมติเห็นชอบแนวทางให๎องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น (อปท.) ทุกประเภทสามารถ
สมทบงบแกํกองทุนสวัสดิการชุมชนได๎ตามฐานะการคลังของแตํละ อปท. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
16
2553 การรํวมสร๎างความเข๎าใจเรื่องสวัสดิการชุมชนในเวทีประชุมสัมมนา อปท. การรํวมกับ
หนํวยงานภายในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯในการจัดเวทีสร๎างความเข๎าใจการพัฒนาระบบสวัสดิการ
ชุมชนให๎กับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 จังหวัดในระดับชาติ เพื่อแลกเปลี่ยน
และสร๎างความเข๎าใจในโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน สร๎างความเข๎าใจเรื่องสวัสดิการ
ชุมชนกับอาสาสมัครพัฒนาสังคม (อพม.) การรํวมกันสร๎างความเข๎าใจ/หนุนเสริมสวัสดิการชุมชนใน
ระดับพื้นที่ การประสานงานกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกับนโยบายที่เกี่ยวข๎องสวัสดิการชุมชน และ
สวัสดิการสังคม ได๎แกํ สานักงานเศรษฐกิจการคลัง และสภาผู๎แทนราษฏร ในเรื่องรําง พ.ร.บ.กองการ
ออมแหํงชาติ (กอช.) เข๎ารํวมการจัดทาแผนปฏิรูปประเทศไทยในสํวนของการยกระดับการพัฒนา
คุณภาพชีวิตและการขยายระบบสวัสดิการสังคม สวัสดิการแรงงานนอกระบบ คณะกรรมาธิการ
สวัสดิการสังคม สภาผู๎แทนราษฏรฯลฯ
2. ผลการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการชุมชน
ในปีงบประมาณ 2553 ได๎อนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนรวม
จานวน 1,948 กองทุน ครอบคลุม 75 จังหวัด มีสมาชิกที่มีอายุการเป็นสมาชิกครบ 1 ปี ที่ใช๎เป็นฐาน
ในการคานวณงบประมาณสมทบรวม 869,706 คน และมีสมาชิกขององค์กรสวัสดิการชุมชนที่ได๎รับ
ประโยชน์ทั้งหมด 1,143,438 คน จานวนงบประมาณสมทบ 295,238,198 บาท เงินกองทุน
สวัสดิการกํอนรบงบสมทบรวม 453.66 ล๎านบาท แยกเป็นเงินออมสมาชิก 418.77 ล๎านบาท หรือ
ร๎อยละ 66 เงินสมทบจากอปท.43.20 ล๎านบาทหรือร๎อยละ 7 เงินสมทบจากรัฐผําน พอช. 97.16
ล๎านบาทหรือร๎อยละ 17 เงินจากแหลํงอื่น 77.42 ล๎าน หรือร๎อยละ 12 เมื่อดาเนินงานตํอเนื่องจนถึง
เดือนเมษายน 2554 สรุปการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็น 3 สํวน รวม
ทั้งหมด 556.17 ล๎านบาท คือ
2.1 งบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งกํอน 30 กันยายน 2552 หรือ
กองทุนที่มีสมาชิกครบหนึ่งปีกํอนเริ่มดาเนินการโครงการรวม 2,654 กองทุน จานวนสมาชิกทั้งหมด
1,478,929 ราย เป็นสมาชิกที่ครบหนึ่งปี(ซึ่งใช๎เป็นฐานในการคิดงบประมาณสมทบไมํเกิน 365 บาท/
คน/ปี) รวม 1,088,745 ราย เงินกองทุนสวัสดิการชุมชนกํอนเสนออนุมัติงบสมทบรวม 888.64 ล๎าน
บาท อนุมัติงบสมทบรวม 353 ล๎านบาท กระจายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 921 กองทุน
หรือร๎อยละ 34.70 รองลงมาเป็นพื้นที่ภาคใต๎ 545 กองทุน หรือร๎อยละ 20.53 ภาคเหนือ 457
กองทุนหรือร๎อยละ 16.6 ภาคกลางและตะวันตก 429 กองทุนหรือร๎อยละ 16.16 และภาค
กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและตะวันออก 302 กองทุน หรือร๎อยละ 11.37 คําเฉลี่ยขนาดกองทุน
ตามจานวนสมาชิก 557 ราย คําเฉลี่ยเงินกองทุน 334,830 บาท/กองทุน
2.2 อนุมัติงบสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดใหมํในวงเงินไมํเกิน 100,000
บาท/กองทุน รวม516 กองทุน วงเงิน 51.15 ล๎านบาท
2.3 อนุมัติงบสมทบกองทุนในปีที่ 2 รวม 341 กองทุน สมาชิกกองทุนรวม
468,761 ราย เป็นสมาชิกที่ครบปีรวม 392,659 ราย วงเงินอนุมัติรวม 138.76 ล๎านบาท ซึ่งเมื่อ
เปรียบเทียบการเติบโตเปลี่ยนในเชิงปริมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เสนอรับงบประมาณสมทบ
รอบที่สองแล๎วพบวําจานวนสมาชิกเพิ่มขึ้นประมาณร๎อยละ 20 – 30
17
3. ผล/การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
3.1 การเปลี่ยนแปลงในระดับกองทุนสวัสดิการตาบลและการจัดสวัสดิการสมาชิก
นอกจากกองทุนสวัสดิการชุมชนจะได๎จัดสวัสดิการพื้นฐานตามระเบียบกติกาของกองทุนในการจัด
สวัสดิการสาหรับสมาชิกที่ได๎มีการดาเนินการมากํอนแล๎ว ได๎แกํ การจัดสวัสดิการเด็กแรกเกิด
ทุนการศึกษา กรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล การชํวยเสียชีวิต งานศพ หรือสวัสดิการอื่นตามที่
กติกาของกองทุนสวัสดิการนั้นๆ ซึ่งจากแบบรายงานสถานะกองทุนสวัสดิการชุมชน 2,646 กองทุน มี
รายงานผลการสวัสดิการ 13 ประเภท โดยมีสมาชิกที่ได๎รับสวัสดิการไปแล๎วทั้งหมด 251,466 ราย
รวมเงินที่จํายสวัสดิการไปแล๎ว 285.39 ล๎านบาท ซึ่งเมื่อมีการสมทบงบประมาณกองทุนไปแล๎วได๎ทา
ให๎เกิดเติบโตขึ้นประมาณ ร๎อยละ 20-30 ของจานวนสมาชิก เนื่องจากทาให๎คนในพื้นที่มีความเชื่อมั่น
และเห็นผลของสวัสดิการชุมชนเพิ่มมากขึ้น สํวนการเปลี่ยนแปลงกองทุนสวัสดิการชุมชนที่นอกเหนือ
จาการจัดสวัสดิการพื้นฐานตามเดิมได๎แกํ
- การใช๎กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการเชื่อมโยง “คน”และงาน
พัฒนาด๎านตํางๆในชุมชน ที่จะนาไปสูํ”ชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง” กองทุนสวัสดิการชุมชนหลาย
แหํงได๎มีการขยายบทบาทกองทุนสวัสดิการและใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนในการขยายงานพัฒนาด๎าน
ตํางๆ เชํน สภาองค์กรชุมชน การจัดการที่อยูํอาศัย ที่ดินทากิน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล๎อมการพัฒนาอาชีพ เกษตรยั่งยืน นาไปสูํการจัดการแก๎ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในทุกด๎าน
- การชํวยเหลือกันในชํวงประสบภัยพิบัติ ซึ่งในปี 2553-2554 ได๎เกิดภัยพิบัติ
ขึ้นในหลายพื้นที่เริ่มตั้งแตํน้าทํวมจังหวัดนครราชสีมา น้าทํวมภาคกลาง พายุถลํมและน้าทํวมภาคใต๎ที่
จังหวัดสงขลา พัทลุง และลําสุดที่เกิดดินโคลนถลํมและน้าทํวมรุนแรงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และ พัทลุง กองทุนสวัสดิการชุมชนได๎รํวมกับเครือขํายองค์กรชุมชน
ในการชํวยเหลือกันเมื่อประสบภัย ทั้งในสํวนพื้นที่ของตนเอง พื้นที่ตาบลอื่นที่เป็นเครือขํายทางาน
รํวมกัน รวมทั้งข๎ามจังหวัด ข๎ามภาค
- การดูแลคนด๎อยโอกาส คนยากจน คนตํางถิ่น กองทุนสวัสดิการชุมชนหลาย
แหํงได๎ขยายการดูแลคนด๎อยโอกาส คนยากล าบากในชุมชนได๎มากขึ้นเมื่อได๎รับงบสมทบเพิ่มจาก
รัฐบาลหรือบางแหํงให๎คนตํางถิ่นที่เข๎ามาอยูํอาศัยมีครอบครัวในพื้นที่ แตํยังไมํมีสัญชาติไทย ก็ให๎
สามารถเข๎ารํวมกองทุนได๎ แตํต๎องออมเพิ่มมากเพราะเห็นวําไมํนําจะสามารถใช๎ในสํวนของเงินสมทบ
จากรัฐได๎
3.2 ผล/การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทางานรํวมกับองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น
ตั้งแตํขบวนการสวัสดิการชุมชนได๎เริ่มขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการระดับตาบลที่เน๎นการสร๎างความ
รํวมมือระหวํางชุมชน อปท.และหนํวยงานรัฐ ในชํวงแรกการรํวมสนับสนุนของ อปท.ยังมีปัญหาข๎อ
ติดขัดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอยํางยิ่งในการสมทบงบประมาณกองทุน หลังจากที่ได๎มีมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 และกระทรวงมหาดไทยได๎มีหนังสือที่ มท 0891.4/ว2502
ลงวันที่ 20 ส.ค.53 แจ๎งผู๎วําราชการจังหวัดให๎แจ๎งเรื่องแนวทางสนับสนุนการดาเนินงานกองทุน
สวัสดิการชุมชนของ อปท.ทาให๎หลายแหํงมั่นใจในการสมทบมากขึ้น แตํเป็นชํวงที่เลยเวลาจัดทา
ข๎อบัญญัติงบประมาณของ อปท.ไปแล๎ว จากการติดตามผลของกรมสํงเสริมการปกครองท๎องถิ่นได๎มี
รายงานผลการสนับสนุนของท๎องถิ่นได๎รายงานจาก 1,581 อปท. ซึ่งสํวนใหญํยังคงเป็นการสนับสนุน
18
ด๎านสถานที่ เจ๎าหน๎าที่รํวมทางาน สํวนการสนับสนุนงบสมทบกองทุนยังมีเพียงบางสํวน รวมทั้ง
จานวนเงินยังไมํมากนักเนื่องจาก อปท.หลายแหํงมีงบประมาณประจาปีจากัด แตํในด๎านความสัมพันธ์
และการเชื่อมโยงการทางานรํวมกันถือวําสํวนใหญํดีขึ้น หลายพื้นที่ผู๎บริหารท๎องถิ่นมาเป็นทีมงาน
รํวมกับชุมชนในการสร๎างความเข๎าใจ ขยายการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนสูํ อปท.อื่น
3.3 ผลการจัดกลไกการทางานขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนรํวมกันระหวํางชุมชนกับ
หนํวยงานภาครัฐผํานคณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด ในชํวงแรก
คํอนข๎างมีปัญหาข๎อติดขัดในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอยํางยิ่งในจังหวัดที่ไมํคํอยมีประสบการณ์การ
ทางานรํวมระหวํางภาครัฐกับภาคประชาชนที่เป็นการบริหารจัดการรํวมกันมากํอน แตํได๎มีการ
รํวมกันหาทางคลี่คลายปัญหาข๎อติดขัดในหลายวิธี ทั้งการจัดประชุมรํวมกันที่สํวนกลางโดยกระทรวง
การพัฒนาสังคมฯ การจัดสัมมนาสร๎างความเข๎าใจในระดับภาค รวมทั้งการรํวมกันไปชํวยคลี่คลายข๎อ
ติดขัดในบางจังหวัด ซึ่งในชํวงหลังสํวนใหญํมีการปรับตัวในการทางานรํวมกันมากขึ้น ยอมรับในข๎อ
แตกตํางของวัฒนธรรมการทางานของแตํละภาคสํวน การหันมาใช๎จุดแข็งทั้งของภาคชุมชนและ
ภาครัฐมาใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการทางานโดยยึดเปูาหมายหลักรํวมกันเป็นสาคัญ ที่จะทาให๎
ประชาชนมีสวัสดิการทั่วหน๎า ให๎สวัสดิการชุมชนเป็นสํวนหนึ่งของสังคมสวัสดิการที่ใช๎พื้นที่เป็นตัวตั้ง
ทุกภาคสํวนกันทางานบางจังหวัดได๎ใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการปฏิรูป
ประเทศไทย
4. เรื่องที่ยังคงเป็นความท๎าทายในการดาเนินงานโครงการสนับสนุนการจัด
สวัสดิการชุมชนในชํวงตํอไป ได๎แกํ
4.1 กองทุนสวัสดิการชุมชน จะรํวมกันขยายฐานสมาชิกให๎ครอบคลุมกลุํมคนทุก
ชํวงวัยในพื้นที่มีฐานสมาชิกจานวนมากพออยํางเชํน เกินครึ่งหนึ่งของประชากรในตาบล การพัฒนา
คุณภาพการบริหารจัดการกองทุนให๎มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เปิดเผยโปรํงใส มีการประชุมสร๎าง
ความเข๎าใจกับสมาชิกและผู๎ที่เกี่ยวข๎องอยํางตํอเนื่อง มีฐานข๎อมูลกองทุนสมาชิกกองทุนและข๎อมูล
ประชากรในตาบลที่สามารถใช๎ในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนากองทุนสวัสดิการให๎ก๎าวหน๎ายิ่งขึ้นได๎ การ
เชื่อมโยงทุนภายในชุมชนที่จะใช๎ในการจัดสวัสดิการ รวมทั้งการเชื่อมโยงกองทุนตํางๆที่สนับสนุนโดย
หนํวยงานภายนอกให๎เอื้อตํอการจัดสวัสดิการชุมชน มีการประสาน/วางแผนการทางานรํวมกัน การ
ใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการขยายงานพัฒนาด๎านตํางโดยชุมชน เชํน สภาองค์กรชุมชน การ
จัดการที่อยูํอาศัยและที่ดินทากิน ฯลฯ เพื่อนาไปสูํการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น
4.2 กลไกการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในระดับตํางๆ ใช๎การสรุปทบทวนประเมิน
การทางานรํวมกันในชํวงที่ผํานมา เพื่อจัดปรับองค์ประกอบ/บุคคลที่รํวมเป็นกรรมการ/คณะทางาน
จากผู๎ที่เห็นเปูาหมายรํวมในการพัฒนาสวัสดิการชุมชน สามารถจัดเวลาในการรํวมทางานรํวม
สนับสนุนสวัสดิการชุมชนได๎จริง พัฒนาระบบการทางานรํวมกันระหวํางภาคชุมชนกับภาครัฐยอมรับ
ความแตกตําง ใช๎จุดแข็ง เปูาหมาย/ประโยชน์รํวมกันเป็นหลัก
4.3 องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น การทางานรํวมกับชุมชนอยํางใกล๎ชิด ผนึกพลัง
ชุมชนท๎องถิ่นเพื่อให๎เกิดการพัฒนารูปแบบสวัสดิการ คุณภาพสวัสดิการที่สอดคล๎องกับบริบทท๎องถิ่น
ที่จะทาให๎คนในชุมชนท๎องถิ่นมีสวัสดิการทั่วถึง และเกิดการกระจายอานาจการจัดสวัสดิการสูํชุมชน
ท๎องถิ่น ที่เป็นสํวนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย
19
4.4 นโยบายรัฐ การเชื่อมโยงนโยบายสวัสดิการสังคมที่จะให๎สวัสดิการชุมชนเป็น
การจัดสวัสดิการพื้นฐานในเชิงพื้นที่ เป็นหลักในการตํอเชื่อมกับระบบสวัสดิการอื่นๆ ที่มีการ
ดาเนินการมาแล๎ว หรือกาลังเป็นนโยบายใหมํ การปฏิรูประบบโครงสร๎างภาษีที่จะทาให๎มีงบประมาณ
สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนอยํางตํอเนื่อง การเชื่อมโยงระบบสวัสดิการตํางๆภายใต๎ระบบสวัสดิการ
สังคมให๎คนทุกภาคสํวนได๎รับสวัสดิการอยํางทั่วถึง และมีสํวนสาคัญในการจัดสวัสดิการรูปแบบตํางๆ
ที่สอดคล๎องกับวิถีชีวิตของชุมชนท๎องถิ่น (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์, 2554)
สรุปได๎วํา การจัดสวัสดิการชุมชนเป็นแนวคิดการชํวยเหลือแบํงปันกัน เป็น
วัฒนธรรมของ สังคมไทยที่มีมาช๎านานแล๎ว ในอดีตหรือแม๎กระทั่งในปัจจุบันนี้ สังคมของเรายังได๎เห็น
วัฒนธรรมการแบํงปันข๎าวปลาอาหาร แรงงานและการดาเนินกิจกรรมให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกัน
อยูํเสมอ สวัสดิการชุมชนที่ได๎รํวมกันสร๎างขึ้นนี้ แม๎จะเป็นระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จัดการโดย
ชาวบ๎านรํวมกับท๎องถิ่น แตํเป็นระบบที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชนถือวําเป็นการให๎
อยํางมีคุณคําและเป็นการรับอยํางมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอยํางยิ่งรูปแบบสวัสดิการที่ได๎ริเริ่มและ
ดาเนินการไปแล๎วนั้น มีความหลากหลายและเกี่ยวข๎องกับคนในท๎องถิ่นตั้งแตํเกิดจนตาย คือมีทั้งการ
รับขวัญเด็กแรกเกิด การดูแลผู๎สูงอายุ คนพิการ และคนด๎อยโอกาส การเยี่ยมเยียนให๎กาลังใจคน
เจ็บปุวยและการชํวยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตเป็นต๎น ซึ่งหากชุมชนสํวนใหญํในสังคมไทยมีการดูแล
ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน และมีระบบสวัสดิการที่ชุมชนท๎องถิ่นจัดการเองได๎เชํนนี้ ยํอมจะทาให๎คนไทย
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสังคมไทยมีความเข๎มแข็งมากยิ่งขึ้น
แนวคิดสวัสดิการชุมชน เป็นแนวคิดที่กลําวถึงกระบวนการจัดสวัสดิการโดยอาศัย
ความรํวมมือระหวํางภาคสํวนตํางๆ ได๎แกํ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และภาค
ชุมชน โดยอาศัยการมีสํวนรํวมของประชาชน การทางานแบบภาคีเครือขําย การชํวยเหลือเกื้อกูลกัน
และการเชื่อมโยงภาคสํวนตํางๆ ในชุมชนท๎องถิ่น ร๎อยรัดประสานเข๎าด๎วยกันเป็นหลักซึ่งผู๎ศึกษาได๎
รวบรวมรายละเอียดสาคัญที่เกี่ยวข๎องกับแนวคิดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังตํอไปนี้
2.2.2 ที่มาของสวัสดิการชุมชน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2544, หน๎า 49) กลําวถึงที่มาของการจักสวัสดิการชุมชน
ในมุมมองของการพึ่งพาตนเองของชุมชนนิยม วําเป็นชุมชนพึ่งตนเองในความหมายของ“การ
แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง” มากกวําการมุํงแตํจะพึ่งตนเองถํายเดียวโดยไมํพึ่งพาข๎างนอกเสียเลยแม๎ในยาม
คับขัน นั่นคือชุมชนต๎องแก๎ไขปัญหาตัวเองกํอนเป็นอันดับแรก เมื่อชุมชนตํอสูํกับปัญหานั้นๆ อยําง
เต็มที่แล๎วปรากฏวํายังเกินขอบเขตความสามารถของชุมชนในการจัดการชุมชนจึงจะร๎องขอให๎ภาครัฐ
และหนํวยงานอื่นๆ เข๎ามาชํวยในภายหลัง
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ (2544, หน๎า 15) กลําวถึงที่มาของสวัสดิการชุมชนวํา
ประชาชนในชนบทมักจะขาดสวัสดิการในทุกๆ ด๎าน สํวนที่พอมีอยูํบ๎างก็ไมํเพียงพอและไมํทั่วถึง ไมํวํา
จะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาลเรื่องการศึกษาของคนยากจน เรื่องคนพิการ เรื่องคนชรา ฯลฯ เหลํานี้
โดยทั่วไปครอบครัวจะต๎องชํวยดูแลกันเอง ระบบสวัสดิการในสังคมไทยสํวนใหญํพึ่งพาระบบ
ครอบครัวและญาติพี่น๎อง ไมํใชํระบบที่ได๎รับการเกื้อกูลจากรัฐอยํางพอเพียง สถานการณ์ดังกลําวจึง
20
เป็นแรงกดดันให๎ครอบครัวชนบทและชุมชนชนบทแสวงหาแนวทางในการชํวยเหลือตนเองทั้งด๎าน
การเงิน การผลิต และสวัสดิการชุมชน
อุไรวรรณ แสงศร และคณะ (2547, หน๎า 1-2) กลําวถึง ที่มาของสวัสดิการชุมชน
จากการศึกษาวิจัยวัฒนธรรมและชุมชน พบวําวิถีชีวิตของผู๎คนมีการจัดระบบชํวยเหลือเกื้อกูลและ
พึ่งพาอาศัยกันเป็นอยํางดี ปรากฏอยูํในรูปของเกณฑ์คุณคําตามจารีตประเพณีและระบบ
ความสัมพันธ์ทางสังคมตํางๆ เชํน ระบบกรรมสิทธิ์ การจัดการแรงงาน ระบบเครือญาติและพิธีกรรม
ตํางๆที่ผํานมายังไมํเคยมีการศึกษาอยํางเป็นระบบเพื่อทาความเข๎าใจระบบสวัสดิการสังคมของกลุํม
ชุมชนที่มีการจัดโครงสร๎างทางสังคมแตกตํางกัน ตามลักษณะของจารีตประเพณีของกลุํมชาติพันธ์
บนที่สูงนั้น มีระบบชํวยเหลือเกื้อกูลกันในแทบทุกด๎าน เป็นต๎นวําการให๎ความชํวยเหลือด๎านแรงงาน
ทั้งกิจกรรมภายในครอบครัวและกิจกรรมในไรํโดยไมํหวังผลตอบแทนใดๆ แม๎กระทั่งผู๎นาชุมชนที่เป็น
ผู๎นาทางพิธีกรรมและชํางตีเหล็กที่ให๎บริการชุมชนตลอดชั่วชีวิตก็จะไมํคิดคําบิการเชํนกัน จากการให๎
ความชํวยเหลือเกื้อกูลกันดังกลําว ทาให๎กลุํมชาติพันธุ์ตํางๆ สามารถอยูํรํวมกันได๎เป็นปึกแผํนและสงบ
สุขตลอดมา
สานักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สานักงาน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (2548, หน๎า 1) ได๎กลําววํา หนึ่งใน
รูปแบบของการจัดสวัสดิการสังคม ได๎แกํ รูปแบบสวัสดิการแบบพหุลักษณ์ ที่คานึงถึงความต๎องการ
ของมนุษย์ที่หลากหลาย แนวคิด วิธีการต๎องผสมผสานกันจากหลายวิชาชีพ หลายหนํวยงาน องค์กร
ภาคีทุกภาคสํวน รํวมกันคิดแก๎ไขปัญหาบนฐานความสัมพันธ์ที่เสมอภาคแบบหุ๎นสํวนการมีสํวนรํวมใน
ฐานะ “เจ๎าภาพรํวม” เชํน รูปแบบสวัสดิการชุมชนที่พบใน 4 ภาค สวัสดิการสังคมในลักษณะนี้ ถือ
เป็นการให๎การรับอยํางมีคุณคําและเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
อัญมณี บูรณกานนท์ และคณะ (2548, หน๎า 23) ได๎กลําวถึงที่มาของสวัสดิการ
ชุมชนในรูปของท๎องถิ่นในสังคมไทยอันประกอบด๎วยบ๎านเมืองซึ่งเกี่ยวข๎องกับคนสํวนใหญํในสังคมที่
เรียกวําชนบทหรือท๎องถิ่นและเป็นคนสํวนลํางของสังคมมีที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ให๎คุณคํากับคน
ในชุมชน ให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเป็นอิสระในตนเอง ประกอบกับสังคมไทยเป็นสังคม
ที่ผู๎คนมีน้าใจ ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ในชนบทยังมีวัฒนธรรมชุมชนอยูํอยํางเข๎มข๎นและชุมชนหมูํบ๎าน
ยังมีเสถียรภาพโดยเปรียบเทียบ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
สานักงานปฏิบัติการภาคตะวันออก (2550, หน๎า 3) ได๎กลําวถึงที่มาของสวัสดิการชุมชนในภาค
ตะวันออกวํา สวัสดิการของคนตะวันออกที่มีอยูํนั้นมีไมํเพียงพอ ไมํครอบคลุมและไมํสามารถเข๎าถึงได๎
ทาให๎คนตะวันออกคิดถึงการจัดการด๎วยตนเองโดนให๎กลุํมออมทรัพย์ที่มีอยูํในพื้นที่มาจัดสวัสดิการ
รํวมกันให๎ตรงกับความต๎องการของชุชมชนและคนในชุมชน
โพสพ โพธิบุปผา (2550, หน๎า 7) กลําววํา เรามาคิดกัน จะทาอยํางไร ลูกหลาน
เรียนหนังสือหรือยามต๎องการเงินไปลงทุนทามาหากินก็ไมํมี เจ็บปุวยใครจะชํวย ตอนแกํใครจะเลี้ยงดู
และตอนตายถ๎าไมํมีเงินลูกหลานคนอยูํข๎างหลังจะลาบาก พี่น๎องแกนนาชุมชนทั่วประเทศก็มาคิดถึง
การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านกันขึ้น เป็นกองทุนระดับตาบล โดยออกเงินกันเอง ซึ่งมีอยูํหลาย
21
แบบ เชํน ออมวันละบาท หรือตัดเงินกาไรของกลุํมออมทรัพย์มาสมทบเป็นกองทุนสวัสดิการให๎กับ
สมาชิก
จากแนวนโยบายที่ได๎กลําวมาในข๎างต๎น ทั้งในสํวนของพระราชบัญญัติสํงเสริมการจัด
สวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติสํงเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
มาตรา 87 (2) ตามรัฐธรรมนูญแหํงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ 5
ปี สร๎างสวัสดิการสังคมไทย ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2550-2554) กํอให๎เกิดความตื่นตัวในการจัดตั้งองค์กร
สวัสดิการสังคมที่เกิดขึ้นจากการมีสํวนรํวมของชุมชนขึ้นในท๎องถิ่นตํางๆ โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กร
ชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นหนํวยงานหลักที่ให๎การสนับสนุนประชาชนในด๎านการจัด
สวัสดิการโดยชุมชนที่เรียกวํา “สวัสดิการชุมชน”
2.2.3 ความหมายของสวัสดิการชุมชน
ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 8) กลําววํา แนวโน๎มการจัดสวัสดิการจะเป็นอานาจ
หน๎าที่ของประชาชนมากขึ้น ดังนั้น การพิจารณาจัดสรรสวัสดิการที่เกิดขึ้นทาให๎มีพลังอานาจในตัว
ของชุมชนที่จะเข๎าไปจัดการสวัสดิการในระดับใด ตั้งแตํการฟื้นฟู การพัฒนาสิ่งที่มีอยูํเดิม หรือคิดใหมํ
ทาใหมํ ตลอดจนปรับสิ่งที่มีผู๎จัดไว๎ให๎มีความเหมาะสมกับชุมชนชองตนเอง ดังนั้นจึงให๎ความหวายของ
สวัสดิการชุมชนไว๎ 3 ระดับ คือ 1) สวัสดิการที่จัดโดยรัฐ เรียกได๎วําเป็นสวัสดิการสังคมที่รัฐจัดให๎ใน
ภาพรวมระดับมหภาค 2) สวัสดิการชุมชนพื้นบ๎านที่แตํละชุมชนมีการสั่งสมสืบทอดกันมาเรียกได๎วํา
เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น 3) สวัสดิการชุมชนทันสมัยเป็นการนาการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่ได๎รับ
อิทธิพลจากภายนอก โดยเฉพาะแนวคิดความเชื่ออุดมการณ์พัฒนาใหมํมาปรับใช๎สร๎างสวัสดิการ
ชุมชนเอง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
สานักงานปฏิบัติการภาคตะวันออก (2550, หน๎า 1) กลําววํา สวัสดิการชุมชน เป็นปัจจัยพื้นฐานที่
ทาให๎คนในชุมชนอยูํรํวมกันอยํางมีความสุข มีความเอื้ออาทรตํอกัน ดารงไว๎ซึ่งวิถีชีวิตของคนใน
ท๎องถิ่น ชํวยให๎ชุมชนมีภูมิคุ๎มกันตํอภาวะภัยคุกคามจากภายนอกและการเปลี่ยนแปลงจาก
สภาพแวดล๎อมทางสังคม อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่สาคัญในการฟื้นฟูระบบการพึ่งตนเองของชุมชน
ท๎องถิ่นที่มุํงเน๎นกระบวนการชํวยเหลือดูแลของคนบนพื้นฐานภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติของ
ชุมชนท๎องถิ่น
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระเบียบคณะกรรมการ
ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยการรับรองมาตรฐานการปฎิบัติงานด้านการจัด
สวัสดิการสังคม พ.ศ. 2550 (2550, หน๎า 62) ได๎ให๎ความหมายขององค์การสวัสดิการชุมชนไว๎วํา
“องค์การสวัสดิการชุมชน” หมายความวํา หนํวยงานของรัฐที่ดาเนินงานด๎านการจัดสวัสดิการสังคม
และองค์กรสาธารณประโยชน์
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (2551) ได๎ให๎ความหมายวํา “สวัสดิการชุมชน” คือการ
สร๎างหลักประกันเพื่อความมั่นใจแกํคนในชุมชนซึ่งหมายความรวมถึงทุกสิ่งทุกอยํางที่ทาให๎ชุมชนดีขึ้น
อาจอยูํในรูปสิ่งของ เงินทอง น้าใจ การชํวยเหลือเกื้อกูลเป็นเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิตตั้งแตํเกิดจน
ตาย ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สาคัญมีหลายประการ เชํน กํอให๎เกิดการเพิ่มรายได๎ ลดรายจําย
เกิดความสัมพันธ์/มิตรไมตรีที่ดีของคนในชุมชนรู๎สึกมั่นคง ภาคถูมิใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข
22
นอกจากนี้ พอช. ยังกลําวถึงสวัสดิการชุมชนในแงํมุมของสวัสดิการชาวบ๎านวําเป็นระบบการ
ชํวยเหลือเกื้อกูลของคนในท๎องถิ่นมีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิต
ตั้งแตํเกิดจนกระทั่งตายกํอให๎เกิดรายได๎ลดรายจํายนาไปสูํการแก๎ไขปัญหาความยากจน
สรุปได๎วํา สวัสดิการชุมชน หมายถึง ระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลกันของชุมชน ที่
รํวมกันจัดสวัสดิการให๎คนในชุมชน โดยชุมชนเป็นผู๎จัดการดาเนินการกันเองภายใต๎กระบวนการสร๎าง
และจัดระเบียบชุมชนที่ประชาชนมีสํวนรํวมในทุกขั้นตอน ลักษณะการจัดสวัสดิการจะต๎องตอบสนอง
ความต๎องการของสมาชิกได๎ทุกแงํมุม เป็นการสร๎างหลักประกันตั้งแตํเกิดจนตาย ซึ่งถือเป็นรูปแบบ
การพึ่งตนเองของประชาชน ความหมายของสวัสดิการชุมชนในรูปแบบสถาบัน หมายถึง การกระจาย
อานาจให๎องค์กรภาคประชาชน ได๎ดาเนินการจัดสวัสดิการในชุมชนด๎วยตนเอง เป็นการให๎บริการ
ประชาชนในองค์รวมไมํใชํการให๎บริการเฉพาะปัจเจกชน การจัดสวัสดิการชุมชนในแงํสถาบันนี้ มี
ประชาชนในชุมชนเป็นผู๎รํวมคิดรํวมทา รวมรับประโยชน์ ผํานการลงมติของชาวชุมชนเอง แตํไมํ
ปฏิเสธการให๎ความชํวยเหลือจากภาครัฐ ดังนั้น การจัดสวัสดิการชุมชนจึงถือวําเป็นสํวนหนึ่งของ
สวัสดิการสังคมในรูปสถาบันทางสังคมระดับจุลภาค ซึ่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานและเป็นเครื่องมือในการ
ให๎ความชํวยเหลือชุมชนในแงํของการฟื้นฟู พัฒนาทรัพยากรหรือสวัสดิการที่มีอยูํเดิม รวมถึงปรับปรุง
สวัสดิการสังคมที่ภาคสํวนตํางๆ ได๎เคยจัดให๎มีขึ้นในชุมชน ในขณะเดียวกัน ชุมชนยังสามารถคิดค๎น
รูปแบบและวิธีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับท๎องถิ่นของตนขึ้นมาใหมํก็ได๎ ดังนั้นสวัสดิการชุมชนจึง
มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สาหรับการดาเนินการให๎เกิดการมีสํวนรํวมในการจัด
สวัสดิการชุมชนนี้ จะต๎องกํอให๎เกิดความสัมพันธ์อันดี มีมิตรไมตรี สร๎างศักดิ์ศรีและความสุขจาการให๎
และการรับระหวํางสมาชิกในชุมชนด๎วยกันเอง การจัดสวัสดิการชุมชนไมํเพียงแตํเป็นการจัดบริการที่
ตอบสนองความต๎องการขั้นพื้นฐานของสมาชิกเทํานั้น หากแตํจะต๎องดูแลถึงจิตวิญญาณ ภูมิปัญญา
ท๎องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ อันเกื้อกูลวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนด๎วย
2.2.4 หลักการจัดสวัสดิการชุมชน
สวัสดิการชุมชน ก็เป็นเชํนเดียวกับการจัดสวัสดิการสังคม ที่ต๎องมีหลักในการ
จัดบริการ หรือการจัดการงานสวัสดิการเพื่อให๎เป็นไปอยํางถูกต๎องและเกิดความยั่งยืน ซึ่งได๎มีผู๎
กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎มากมาย ดังนี้
อุไรวรรณ แสงศร และคณะ (2547, หน๎า 3) กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการโดย
ภาครัฐที่ควรคานึงถึงความเป็นชุมชนวํา การจัดสวัสดิการสังคมของรัฐกํอนที่จะนาเข๎าสูํชุมชนควรจะ
ศึกษาระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลกันแบบดั้งเดิม ที่มีการตกผลึกมาเป็นระยะเวลานานแล๎วให๎เข๎าใจ
เสียกํอน เพื่อให๎การจัดสวัสดิการสังคมโดยรัฐที่สอดรับกับสวัสดิการสังคมพื้นฐานได๎ ซึ่งจะนาไปสูํ
“ความเข๎มแข็งของชุมชน” ในที่สุด
สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน (สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน, 2547 อ๎างถึงใน อัญมณี
บูรณกานนท์ และคณะ, 2548, หน๎า 30-31) กลําววํา หัวใจของการจัดสวัสดิการชุมชน คือการ
พึ่งตนเอง ชํวยเหลือเกื้อกูลกัน ให๎อยํางมีคุณคํา รับอยํางศักดิ์ศรี การจัดสวัสดิการตั้งอยูํบนพื้นฐาน
ของการเคารพและอยูํรํวมกันกับธรรมชาติเห็นคุณคํา อยูํบนพื้นฐานของศาสนาภูมิปัญญาวัฒนธรรม
ท๎องถิ่น และการมีสํวนรํวมในทุกระดับทิศทาง และแนวทางของขบวนการชุมชน ควรดาเนินการ
ภายใต๎หลักการ ดังนี้ 1) มุํงเน๎นให๎เกิด “ชุมชนสวัสดิการ” คือ หนึ่งชุมชน (หมูํบ๎าน,ตาบล) เป็นฐาน
23
ในการจัดสวัสดิการทุกเรื่องตั้งแตํ เกิด แกํ เจ็บ ตาย จัดสวัสดิการสาหรับทุกกลุํม เปูาหมายในชุมชน
ใช๎ประเด็นงานพัฒนาทุกเรื่อง หลักธรรมคาสอน ผู๎นาศาสนา ทุนทางสังคม ทุนทางปัญญาและทุน
ธรรมชาติในชุมชนเป็นเครื่องมือการจัดสวัสดิการ 2) ใช๎ทุนภายในชุมชน โดยเฉพาะอยํางยิ่ง “องค์กร
การเงินชุมชน” เป็นตัวเชื่อโยงการจัดสวัสดิการ ทาให๎เกิดกองทุนสวัสดิการอยํางหลากหลายบูรณา
การกองทุนตํางๆ ภายในชุมชน มาจัดสวัสดิการรํวมกัน รวมทั้งขยายผล “ออมวันละบาท” เพื่อ
สวัสดิการ 3) การจัดทาข๎อมูลองค์กรความรู๎สวัสดิการชุมชน ค๎นหาและสร๎างต๎นแบบ “ชุมชน
สวัสดิการ” การศึกษาวิจัยควบคูํกับการค๎นนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน ประชาสัมพันธ์เผยแพรํ ขยาย
การเรียนรู๎ การจัดสวัสดิการโดยชุมชน สูํขบวนการชุมชนและสูํสาธารณะ 4) การจัดทาแผน
สวัสดิการชุมชนทุกระดับ ใช๎กระบวนการจัดทา “แผนชุมชน” เป็นเครื่องมือในการจัดทาแผน
สวัสดิการชุมชนสร๎างกระบวนการเรียนรู๎ การจัดสวัสดิการชุมชนระหวํางชุมชนด๎วยกันเอง และเรียนรู๎
รํวมกับหนํวยงานภาคี เพื่อนาไปสูํการทางานรํวมกัน 5) ศึกษาตามกฎหมาย ระเบียบตํางๆ ที่
เกี่ยวข๎องกับสวัสดิการสังคม ให๎มีที่ปรึกษากฎหมายมาชํวยสร๎างความเข๎าใจกฎหมายที่เกี่ยวข๎อง มี
สํวนรํวมในการเสนอกฎหมาย ปรับปรุงแก๎ไขกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการให๎เอื้อ
ตํอการจัดสวัสดิการโดยชุมชน
อีกทั้งยัง ระบุถึงหลักในการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังนี้
1. ทาจากสิ่งที่เป็นจริง ถ๎าตั้งใจไมํสาเร็จ หมายความวํา สวัสดิการชุมชนต๎อง
สอดคล๎องกับวิถีของแตํละพื้นที่ ตั้งใจทาโดยลอกเรียนแบบกันไมํได๎ เชํน เห็นชุมชนอื่นให๎สวัสดิการ
ผู๎สูงอายุเดือนละ 300 บาท ก็ให๎บ๎าง อาจไปไมํรอดเพาะเงินไมํพอต๎องดูวําคนที่นี่คิดอยํางไร กลุํมเรามี
เงินอยูํเทําไร เริ่มจากจุดนั้น ควรรู๎กํอนวําตอนนี้บ๎านเราเป็นอยํางไร มีรากเหง๎า มีกลไกอยํางไร แล๎วจึง
กาหนดอนาคตตํอไปวําบ๎านเราจะเป็นอยํางไรด๎วยภูมิปัญญาท๎องถิ่นของเราเองเพื่อประโยชน์แกํ
ผู๎ด๎อยโอกาส
2. เริ่มจากเล็กไปใหญํ ทาแบบคํอยเป็นคํอยไป เหมือนต๎นไม๎ที่แตกทีละ 2 ใบ ตํอไปก็
เติบโตเป็นพุํมใหญํ หากคิดจัดสวัสดิการแบบรวดเร็วเกินไป โดยที่คนไมํพร๎อม ไมํมีสํวนรํวม ไมํรู๎สึก
เป็นเจ๎าของก็จะเหมือนการใสํปุ๋ยมากเกินไป ต๎นไม๎อาจจะตายได๎เพราะเกินกาลัง ไมํเกิดสวัสดิการที่
เป็นของคนในชุมชน
3. เงินเป็นเครื่องมือไมํใชํเปูาหมาย ใช๎เงินสร๎างเงื่อนไข ทาให๎คนอยากทางานอยากทา
ดี เชํน ใครทางานเพิ่ม จํายเงินสบทบให๎ ใครบริหารเงินให๎งอกเงยขึ้นมาจะจํายสมทบให๎ สิ่งสาคัญคือ
การให๎ความคิด ทาให๎คนคิดพึ่งตนเอง ทาความดี ทางานสร๎างเม็ดเงิน หากมีเงินสนับสนุน ควรให๎ตาม
ความจาเป็นและพอดีไมํใชํใช๎เงินเป็นเปูาหมายหรือหาเงินมาแจกจําย
4. ระบบสวัสดิการที่ดีต๎องชํวยเหลือแบบไมํกํอให๎เกิดการแบํงแยกในชุมชน ควรให๎ทุก
คนได๎ แตํมุ๎งแนํนคนยากจนและด๎อยโอกาสทุกคนสามารถเข๎ามามีสํวนรํวมโดยตกลงกติกาและใช๎
รํวมกัน
5. เป็นองค์รํวมที่ทุกอยํางเชื่อมโยงเข๎าหากันกิจกรรมทุกอยํางสามารถกํอให๎เกิด
สวัสดิการได๎ทุกเรื่อง ตั้งแตํเกิดจนตาย กับคนทุกเพศทุกวัย การสร๎างสวัสดิการจะเริ่มจากเรื่องใดก็ได๎
โดยจัดสรรผลกาไรสํวนหนึ่งมาทาสวัสดิการเชํน เชื่อมโยงกิจกรรม เชํน เริ่มจากกองทุนเลี้ยงโคกองทุน
เต็นท์ กองทุนโต๏ะเก๎าอี้ หีบศพชุดน้าสังข์รวมกันซื้อสินค๎าราคาถูก คํารักษาพยาบาลทาขวัญเด็กแรก
24
เกิด ผู๎ติดเชื้อ ผู๎สูงอายุ เบี้ยประชุมผู๎นาฯลฯ เชื่อมโยงคน 3 วัย คือ ผู๎สูงอายุ พํอบ๎าน แมํบ๎าน เยาวชน
ให๎เป็นขํายเดียวกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นกลุํมเดียวกันเพราะทั้งหมดคือมาจากคนๆเดียวกัน
เพียงแตํตํางเวลา โดยสร๎างกิจกรรมรํวมกันสร๎างเงื่อนไขการชํวยเหลือเกื้อกูลเอื้ออาทรตํอกัน เชื่อมโยง
กลุํมคนในชุมชนด๎วยกัน เชํน ในหมูํบ๎านมีคน 4 จาพวกคือ 1) กานันผู๎ใหญํบ๎าน 2) อบต. 3)
ประชาคม 4) คนหัวหมอ กิจกรรมจะสร๎างให๎เชื่องโยงไว๎ ทั้งหมดทาให๎มาทางานรํวมกันพึ่งพาอาศัย
กันได๎รํวมมือรํวมใจกันเชื่อมโยงคนกับธรรมชาติ คนสามารถเรียนรู๎อยูํรํวมกับธรรมชาติได๎ เชํน การ
อนุรักษ์ปุา,ปุ๋ยชีวภาพ
6. ต๎องเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับ คนในชุมชนที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการต๎องเป็นทั้ง
ผู๎ให๎และผู๎รับเสมอ (ไมํใชํฝุายหนึ่งหามาให๎ อีกฝุายหนึ่งรอรับ) จึงเป็นความสัมพันธ์ที่เทําเทียวกัน และ
มีศักดิ์ศรี เชํน จัดเงื่อนไขที่ทุกคนมีสํวนรํวมจํายสมทบ กันเงินบางสํวนเติมเข๎ากองทุน นาดอกผล
กองทุนบางสํวนขยายกิจกรรมตํอ ทาให๎ทุกคนในกลุํม/ชุมชนสามารถเป็นเจ๎าของทุนและได๎รับ
สวัสดิการไปในเวลาเดียวกัน
7. ต๎องทาด๎วยความรักและอดทน โดยจะต๎องมีความศรัทธาเชื่อมั่นวําชาวบ๎าน
สามารถสร๎างสวัสดิการของตนเองได๎ รักที่จะทางานเพื่อชุมชน เพื่อสํวนรวม อดทนตํอความคิดเห็นที่
ไมํตรงกัน ยอมรับการคิดค๎น ตาหนิ โดยถือวําเป็นครู เป็นบทเรียนที่จะกํอให๎เกิดการปรับปรุงพัฒนา
ทาให๎เขาฉลาดขึ้น ทางานได๎ดีขึ้น
ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 13-14) กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการชุมชน ตาม
ภาวะทันสมัยวํามีหลักในการจัดสวัสดิการทั้ง 5 ระดับ ได๎แกํ 1) ความมีประสิทธิภาพ 2) ความมี
ประสิทธิผล 3) ความโปรํงใส 4) การมีสํวนรํวม 5) เปูาหมายของสังคม
ไพบูลณ์ วัฒนศิริธรรม (2550, หน๎า 4) ได๎กลําวถึง หลักการจัดสวัสดิการชุมชนวํา
ระบบสวัสดิการชุมชนต๎องให๎ความสาคัญกับการจัดการความเข๎มแข็งของกองทุนระดับตาบลแล๎ว
คํอยๆ บูรณาการขึ้นมาสูํระดับจังหวัดและระดับประเทศ ทาให๎เป็นระบบของชาวบ๎าน ที่พวกเขา
จัดการดูแลกันเองได๎อยํางเข๎มแข็งมั่นคง
สรุปได๎วํา หลักการจัดสวัสดิการชุมชนจะต๎องคานึงถุงความต๎องการและการมีสํวนรํวม
ชองประชาชนทุกระดับที่อยูํอาศัยในชุมชน ตั้งแตํการกาหนดปัญหาการวางแผน การดาเนินการ การ
ประเมินผลและการรํวมรับผลประโยชน์ด๎วยความสมัคใจ นอกจากนี้ยังต๎องมีการจัดสรรและเลือกใช๎
ทรัพยากรทั้งที่เป็นทรัพยากรที่เป็นต๎นทุนรวมถึงภูมิปัญญาภายในชุมชนและทรัพยากรภายนอกชุมชน
อยํางคุ๎มคํา พึงระลึกอยูํเสมอวําเงินเป็นเพียงเครื่องมือ สํวนเปูาหมายที่แท๎จริงของการจัดสวัสดิการ
ชุมชน คือการสร๎างความมั่นคงให๎กับชาวชุมชน ประชาชนทุกคนเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับ ซึ่งจะกํอให๎เกิด
การให๎อยํางมีคุณคําและเป็นการรับอยํางมีศักดิ์ศรี ทุกคนมีความเสมอภาคเทําเทียมกันในฐานะสหาย
รํวมพัฒนา ในสํวนขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่จะเข๎ามาสนับสนุนการจัดสวัสดิการนั้น จะต๎อง
ศึกษาระบบการให๎ความชํวยเหลือในชุมชนที่ได๎กระทามาเป็นเวลานานจนกระทั่งตกผลึกเป็น
เอกลักษณ์ของชุมชนให๎เข๎าใจถํองแท๎เสียกํอนจึงจะดาเนินการจัดสวัสดิการให๎สอดคล๎องกับวิถีชีวิต
ดั้งเดิมของชุมชนและกํอให๎เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด๎านครอบคลุมวิถีชีวิตของชาวบ๎านตั้งแตํเกิด
จนกระทั่งตาย การจัดสวัสดิการชุมชนจะต๎องมีการกาหนดเปูาหมายไปสูํการพัฒนาให๎ชาวบ๎าน
สามารถพึ่งพาตนเองได๎โดยเริ่มจากการสร๎างสวัสดิการชุมชนที่เข๎มแข็งในระดับหมูํบ๎านกํอนจึงคํอย
25
พัฒนาไปสูํระดับตาบลและระดับจังหวัดในที่สุด เป็นการเริ่มจากจุดเล็กๆ คํอยๆ สร๎างความพร๎อมให๎
ชุมชนมีรากฐานสวัสดิการที่มั่นคงเสียกํอนจึงจะขยายขึ้นไปสูํจุดที่ใหญํขึ้น หลักสาคัญอีกประการหนึ่ง
ของการสร๎างสวัสดิการชุมชน คือความโปรํงใสและไมํกํอให๎เกิดความแตกแยกระหวํางประชาชนใน
ชุมชนนั้นๆ นอกจากนี้ องค์กรสวัสดิการชุมชนจะต๎องเป็นองค์กรแหํงการเรียนรู๎และมีการทางาน
รํวมกับเครือขํายภาคีตํางๆ เพื่อรํวมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู๎ในการทางาน อันจะนาไปสูํ
การพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชนของตนตํอไป
2.2.5 รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชน
การจัดสวัสดิการชุมชน มีรูปแบบที่แตกตํางกันไปตามลักษณะพื้นฐานของชุมชนนั้นๆ
ซึ่งมีผู๎กลําวถึงรูปแบบของการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังนี้
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ (2544, หน๎า 16) กลําวถึง รูปแบบหรือแบบแผนการจัด
สวัสดิการชุมชน วําสามารถจาแนกได๎เป็น 3 รูปแบบ ได๎แกํ 1) การเริ่มต๎นจากกลุํมออมทรัพย์แล๎ว
นาไปสูํการจัดสวัสดิการ 2) การเริ่มต๎นจากหนํวยผลิตแล๎วนาไปสูํการจัดสวัสดิการ 3) การเริ่มต๎นจาก
ความเชื่อและอุดมการณ์แล๎วนาไปสูํการจัดสวัสดิการ
ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 15-19) กลําวถึง รูปแบบของการจัดสวัสดิการชุมชน
วํามีทั้งหมด ดังนี้ 1) รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน 2) รูปแบบการจัด
สวัสดิการชุมชนโดยฐานการผลิตและธุรกิจชุมชน 3) รูปแบบการจัดสวัสดิการโดยฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม 4) รูปแบบการจัดสวัสดิการโดยฐานชุมชนเมือง 5) รูปแบบการ
จัดสวัสดิการผู๎ยากลาบากโดยเครือขํายองค์กรชุมชน ซึ่งเจตนาถ แซํเจี่ย (2548, หน๎า 47-48) ได๎
กลําวถึง รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนเพิ่มเติมจากที่กลําวมาในข๎างต๎น ได๎แกํ การจัดสวัสดิการฐาน
อุดมการณ์/ศาสนาและการจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุโดยผู๎สูงอายุ
สรุปได๎วํา รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น มีทั้งหมด 7 รูปแบบ ได๎แกํ
1. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน คือ การที่ชุมชนมีการ
รวมตัวตั้งกันจัดตั้งกลุํมองค์กรการเงินของชุมชนอยูํแล๎ว โดยในตอนเริ่มต๎นนั้น องค์กรการเงินนี้มีการ
ดาเนินกิจกรรมด๎านการเงินโดยให๎สมาชิกเข๎ารํวมกลุํมเพื่อระดมเงินออม สมาชิกจะได๎รับสิทธิในการ
กู๎ยืมเงินจากกลุํมภายใต๎ระเบียบและข๎อกาหนดของกลุํม เชํน การกู๎ยืมเงินเพื่อการประกอบอาชีพการ
กู๎ยืมเงินเพื่อขยายกิจการ เป็นต๎น โดยไมํมีการจัดสวัสดิการในด๎านอื่นอีกนอกจากการให๎บริการด๎าน
การเงิน มีการทาหน๎าที่เหมือนกับเป็นธนาคารหรือสหกรณ์การเงิน ตัวอยํางของกลุํมองค์กรการเงิน
ชุมชนประเภทนี้ ได๎แกํ กลุํมออมทรัพย์และกลุํมสัจจะสะสมทรัพย์ ตํอมากลุํมออมทรัพย์ตํางๆ เหลํานี้
ได๎เล็งเห็นวํา การให๎สวัสดิการด๎านการเงินเป็นเพียงการแก๎ไขปัญหาด๎านเดียวเทํานั้น มิได๎ครอบคลุม
ชีวิตความเป็นอยูํของชาวบ๎าน ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่จะจัดสวัสดิการขึ้นโดยใช๎องค์กรการเงินเป็นฐาน
ใช๎เงินที่มีอยูํในองค์กรเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการเพื่อสมาชิกในชุมชน ข๎อได๎เปรียบองค์กร
สวัสดิการชุมชนที่ใช๎กลุํมองค์กรการเงินชุมชนเป็นฐานก็คือ กลุํมสามารถคิดค๎นรูปแบบการจัด
สวัสดิการของตนเองได๎อยํางอิสระ ไมํต๎องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแหลํงเงินทุน ทาให๎ปลอดจากการ
ควบคลุมขององค์กรภายนอกเพราะใช๎เงินของตนเองสํงผลให๎การจัดสวัสดิการทาได๎อยํางสอดคล๎อง
กับความต๎องการของชาวชุมชนได๎เป็นอยํางดีตัวอยํางของการจัดสวัสดิการชุมชนที่มีฐานองค์กร
การเงินชุมชน ได๎แกํ กลุํมสัจจะออมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิตของครูชบ ยอดแก๎ว กลุํมสัจจะ
26
สะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิตตามแนวทางพระสุบิน ปณีโต กลุํมออมทรัพย์อาเภอ
จะนะ จังหวัดสงขลา เป็นต๎น
2. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากรากฐานการผลิตและธุรกิจชุมชน คือ การจัด
สวัสดิการชุมชนที่มีต๎นกาเนิดมาจากการที่ชาวชุมชนได๎ใช๎เวลาวํางในการสร๎างสรรค์ผลิตภัณฑ์
นอกเหนือจากการประกอบอาชีพหลัก ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาท๎องถิ่นที่สั่งสมตํอ
กันมาเป็นเวลานาน เชํน การทอผ๎า การทอเสื่อกก การทาเครื่องจักรสานหรือเครื่องปั้นดินเผา เป็นต๎น
ตํอมาเมื่อการทาไรํไถนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก ไท๎สามารถตอบสนองความต๎องการในการดารงชีพได๎
ชาวบ๎านจึงได๎นาการผลิตที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมออกขายเพื่อหารายได๎เสริม เริ่มจากการทาโดยปัจเจกชน
จนกระทั่งมีการรวมตัวกันเป็นกลุํมการผลิต การรวมตัวกันเพื่อผลิตสินค๎าที่เรียกกันวําเป็นสินค๎า
พื้นเมืองเหลํานี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อให๎กลุํมสมาชิกสามารถขายสินค๎าได๎อยํางเป็นกิจจะลักษณะและมีรายได๎
แนํนอน การรวมกลุํมที่ประสบผลสาเร็จและยั่งยืน นาไปสูํผลกาไรที่มากขึ้น เมื่อมีผลกาไรมากขึ้นก็มี
เงินเหลือ จึงเกิดความคิดที่จะนาผลกาไรที่เหลือนี้ มาจัดเป็นสวัสดิการให๎กับสมาชิกในกลุํม ตัวอยําง
ของการจัดสวัสดิการที่มาจากฐานการผลิตชุมชนได๎แกํ กลุํมพรรณไม๎ อาเภอเกษตรวิสัย จังหวัด
ร๎อยเอ็ด และกลุํมแพรพรรณ (กลุํมแมํหญิงทอผ๎า) อาเภอเมือง จังหวัดขอนแกํน เป็นต๎น
3. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานความเชื่อและอุดมการณ์ คือ การจัดสวัสดิการที่
เกิดขึ้นเนื่องจากกลุํมความเชื่อทางศาสนาได๎มีการรวบรวมสมาชิกอยูํรวมกันเป็นชุมชน โดยมี
วัตถุประสงค์ในการสร๎างสรรค์สังคมใหมํและมีแนวทางในการดารงชีวิตตามฐานอุดมการณ์ของตนเอง
ซึ่งอุดมการณ์ดังกลําวมักจะเป็นอุดมการณ์ทางศาสนา การจัดกิจกรรมด๎านสวัสดิการกระทาขึ้นเพื่อให๎
สมาชิกสามารถมีชีวิตอยูํได๎อยํางพอเพียงและธารงไว๎ซึ่งอุดมการณ์ รวมถึงสานตํออุดมการณ์นั้นได๎ตาม
ความเชื่อและศรัทธา กลําวให๎เข๎าใจได๎อยํางงํายๆ ก็คือ ให๎มีชีวิตอยูํได๎ แตํไมํได๎เจาะจงให๎เกิดการ
ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิก ตัวอยํางของสวัสดิการประเภทนี้ ได๎แกํ กลุํมชุมชนศีรษะ
อโศก จังหวัดศีรษะเกศ
4. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม คือ การจัด
สวัสดิการที่ยึดคติดั้งเดิมที่ชาวบ๎านต๎องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดารงชีพ เชํน การเก็บชองปุา
การลําสัตว์ การทาเกษตรแบบดั้งเดิม เป็นต๎น ธรรมชาติ ปุาไม๎ที่อุดมสมบูรณ์ถือเป็นแหลํงอาหารและ
ปัจจัยในการดารงชีวิตขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ แหลํงอาหารตามธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมที่อุดม
สมบูรณ์ยังเป็นแหลางสร๎างรายได๎และลดรายจํายให๎กับชุมชนอีกด๎วย ดังนั้น หากสิ่งแวดล๎อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติถูกทาลายก็เทํากับเป็นการทาลายวิถีชีวิตและแหลํงอาหารรวมถึงความอยูํรอด
ของชาวชุมชน ตัวอยํางการจัดสวัสดิการรูปแบบนี้ได๎แกํ กลุํมชุมชนศีรษะอโศก จังหวัดศีรษะเกศ ที่ทา
การกสิกรรมไร๎สารพิษ การขยายพันธุ์พืชสมุนไพร และการทากิจกรรมวัตถุดิบสมุนไพร เป็นต๎น
5. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานชุมชนเมือง คือ การจัดสวัสดิการที่เกิดขึ้นใน
แหลํงชุมชนแออัดในเมืองใหญํที่ชาวชุมชนไมํมีสวัสดิการจากการทางานเฉกเชํนเดียวกับประชาชน
ทั่วไป ปัญหาพื้นฐานของชาวชุมชนแออัดใหญํจะเป็นปัญหาด๎านที่อยูํอาศัย สวัสดิการจากฐานชุมชน
เมืองจะมาในรูปของการพัฒนาสภาพแวดล๎อมให๎ดีขึ้นเพื่อสุขอนมัยของชาวชุมชน เชํน การกาจัดขยะ
โดยการนาขยะที่เก็บและคัดแยกไปขายแล๎วนาเงินมาเข๎ากลุํมเพื่อออมไว๎เป็นสวัสดิการ หรือการ
รวมกลุํมกันจัดหาที่อยูํอาศัยถาวรของชุมชน เชํน ชุมชนบ๎านมั่นคง เป็นต๎น
27
6. รูปแบบการจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก เป็นการจัดสวัสดิการโดยผู๎ที่ประสบปัญหา
ความยากลาบากเป็นผู๎จัดสวัสดิการของตนเองโดยรวมกลุํมกันและบริหารจัดการกันเอง ตั้งแตํการ
กาหนดเกณฑ์การคัดเลือกสมาชิก การกาหนดสิทธิและผลประโยชน์ที่สมาชิกพึงได๎รับ รวมถึงการ
บริหารจัดการกองทุน สวัสดิการรูปแบบนี้เกิดจากการสนับสนุนจากสานักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF)
การจัดสวัสดิการโดยผู๎ยากลาบากสามารถจัดได๎หลายรูปแบบแตกตํางกันไปตามสถานะและความ
ต๎องการของสมาชิก รูปแบบแรก คือ การจัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์ ที่มีเครือขํายทางานในเชิง
สังคมสงเคราะห์อยูํแล๎ว เชํน เครือขํายผู๎ติดเชื้อเอดส์ คนพิการ เป็นต๎น รูปแบบตํอมา ได๎แกํ การจัด
สวัสดิการในลักษณะของการจัดกองทุนสงเคราะห์รํวมกับกองทุนหมุนเวียน เป็นการจัดกองทุนทับ
ซ๎อนกัน คือ กองทุนหมุนเวียน มักจะเป็นกองทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพ มีการให๎สมาชิกกู๎เงิน
เพื่อประกอบอาชีพตั้งกลุํมผลิตภัณฑ์ เมื่อสมาชิกนาเงินมาชาระในรูปของเงินต๎นและดอกเบี้ย ทาง
กองทุนจะแยกดอกเบี้ยไปใสํไว๎ในกองทุนสงเคราะห์เพื่อวัตถุประสงค์ในการชํวยเหลือผู๎ยากลาบากที่
ได๎รับการคัดเลือกตามคุณสมบัติที่กองทุนกาหนดกองทุนสงเคราะห์นี้ ไมํมีการหมุนเวียนเงินเหมือนกับ
กองทุนหมุนเวียน เมื่อมีการใช๎จํายให๎กับผู๎ด๎อยโอกาสก็จะไมํได๎รับคืน หมดแล๎วหมดเลย รูปแบบการ
จัดสวัสดิการโดยผู๎ยากลาบากรูปแบบสุดท๎าย ได๎แกํ การสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน คือ มีการ
สมทบตามอัตราวงเงินกองทุนสวัสดิการออมทรัพย์ที่มีอยูํแล๎วในอัตรา 1:1 โอยมีเงื่อนไขวําใช๎เฉพาะ
ดอกผลที่เกิดขึ้น และผู๎ยากลาบากที่ไมํได๎เป็นสมาชิก จะอยูํในความรับผิดชอบของเครือขําย ตัวอยําง
ของกองทุนสวัสดิการในลักษณะนี้ ได๎แกํ ชมรมคนพิการ โครงการกองทุนหมุนเวียนชาวบ๎านสงขลา
เป็นต๎น
7. รูปแบบการจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุ เป็นการจัดสวัสดิการที่มีที่มาจากการที่ภาครัฐ
ได๎สนับสนุนงบประมาณในการดูแลผู๎สูงอายุ ทั้งในรูปแบบของเงินสงเคราะห์ผู๎สูงอายุ ศูนย์บริการ
ผู๎สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู๎สูงอายุ และกองทุนกู๎ยืมเพื่อประกอบอาชีพผู๎สูงอายุกองทุนผู๎สูงอายุรวมถึง
กองทุนสนับสนุนกระบวนการจัดสวัสดิการโดยผู๎สูงอายุ ซึ่งสํงผลให๎ผู๎สูงอายุมีการเชื่อมโยงกันเป็น
เครือขําย รวมตัวกันขวนการผู๎สูงอายุ สูํดอกผลที่นาไปใช๎ในการจัดสวัสดิการได๎ กํอให๎เกิดภาพพจน์
ใหมํที่แสดงให๎เห็นถึงคุณคําของผู๎สูงอายุที่ไมํเป็นภาระกับลูกหลาน แตํเป็นแหลํงความรู๎ประสบการณ์
แลละทาหน๎าที่ถํายทอดภูมิปัญญาสูํชนรุํนหลัง
2.2.6 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการชุมชน
การจัดสวัสดิการชุมชน จะมีผู๎เกี่ยวข๎องหลายภาคสํวน ซึ่งมีผู๎กลําวถึงผู๎มีสํวนเกี่ยวข๎อง
ในการจัดสวัสดิการชุมชน ดังนี้
สุรพล ปธานวนิช (2545, หน๎า 51-52) กลําววํา รัฐยังต๎องสํงเสริมความสามารถของ
องค์กรภาคประชาชนให๎เป็นผู๎จัดสวัสดิการในรูปแบบที่ไมํได๎เป็นการค๎า ด๎วยความจริงที่วํา รัฐไมํ
สามารถทาหน๎าที่เป็นผู๎จัด (Provider) สวัสดิการได๎ทั้งหมด จึงจาเป็นต๎องสนับสนุนให๎องค์กรภาค
ประชาชนชํวยทาหน๎าที่นี้ ขณะเดียวกันองค์กรภาคประชาชนก็สามารถมีสํวนรํวมทั้งในด๎านการจัดหา
ทรัพยากร รวมทั้งการทาหน๎าที่เป็นผู๎จัดสวัสดิการ
พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 กระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (2550, หน๎า 12-13) ระบุถึงความหมายของ “องค์กร
สวัสดิการชุมชน” วําหมายถึง องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการ
28
สังคมให๎แกํสมาชิกในชุมชนหรือปฏิบัติงานด๎านการจัดสวัสดิการสังคมของเครือขํายองค์กรสวัสดิการ
ชุมชน ซึ่งหมายถึงองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวขององค์กรสวัสดิการชุมชนมากกวําหนึ่งองค์กรเพื่อ
รํวมมือ ประสานงานและเชื่อมโยงการจัดสวัสดิการสังคมขององค์กรสวัสดิการชุมชนในทุกระดับ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (2551) กลําวถึง ผู๎จัดสวัสดิการชุมชนวํา สวัสดิการ
ชุมชนมิใชํเรื่องที่ทาไปเพื่อสร๎างสวัสดิภาพและไมํเน๎นเรื่องตัวเงินแบบสงเคราะห์ แตํมุํงสร๎างความ
มั่นใจอยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข จึงเป็นเรื่องที่ชาวชุมชนจะเป็นผู๎รํวมกันสร๎างให๎เป็นของชุมชน
และเพื่อชาวชุมชนเอง ดังนั้นชุมชนจึงควรเป็นผู๎จัดการเอง โดยรัฐหรือองค์กรภายนอกหนุนเสริมแบบ
เคียงบําเคียงไหลํ (ไมํใชํสัมพันธ์กันแบบผู๎ให๎กับผู๎รับ) ทั้งนี้การจัดสวัสดิการของชุมชนสามารถ
สอดแทรกไว๎ได๎ในทุกกิจกรรม เริ่มแล๎วตํอยอดกันเรื่อยไปภายใต๎ความพร๎อมและความเห็นชอบรํวมกัน
ของชาวชุมชนเอง
สรุปแล๎ว องค์กรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น มีหลายภาคสํวน ได๎แกํ
ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน แตํภาคสํวนที่เป็นหลักสาคัญที่สุดในการจัดสวัสดิการนั้น ชุมชน
สามารถรวมตัวกันดาเนินการด๎วยตนเองหรืออาจรับการสนับสนุนจากองค์กรภาคสํวนตํางๆ เชํน
องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชนหรือองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นก็ได๎ แตํการสนับสนุนต๎องเป็นไปใน
รูปแบบของความเทําเทียมกัน เคารพในศักดิ์ศรีของชุมชน แม๎วําจะมีการสนับสนุนเม็ดเงินให๎กับชุมชน
แตํก็ต๎องให๎ชุมชนบริหารจัดการกันเอง โดยองค์กรที่ให๎การสนับสนุนมีบทบาทเป็นเพียงพี่เลี้ยงคอยให๎
คาปรึกษา ให๎ข๎อเสนอแนะ และสนับสนุนด๎านทรัพยากรที่จาเป็นและตั้งอยูํบนความต๎องการที่แท๎จริง
ของชุมชน จึงจะกํอให๎เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนอันจะนาไปสูํความยั่งยืนสืบไป
2.2.7 การบริหารงานกองทุนสวัสดิการ
ในการบริหารจัดการภาคประชาชน หรือการบริหารงานสวัสดิการโดยชุมชนนั้นมี
รูปแบบการจัดที่หลากหลาย การระดมทุนเพื่อใช๎เป็นทรัพยากรในการจัดสวัสดิการก็สามารถจัดได๎
หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในการจัดหาทรัพยากรเพื่อใช๎ในการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น อาจทาได๎ใน
รูปแบบของการดาเนินการธุรกิจชุมชน ทํามกลางกระแสโลกาภิวัตน์กับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหมํจะต๎องถูกผสมผสานให๎พอเหมาะ เพื่อเริ่มศักยภาพ เพิ่มความรู๎
ความชานาญเพื่อพัฒนาการผลิตและคุณภาพชีวิตของชุมชน (เสรี พงศ์พิศ, 2548, หน๎า 147-148)
หรือการจัดสวัสดิการที่มีรากฐานมาจากกลุํมออมทรัพย์ การจัดสวัสดิการที่มีฐานมาจากอุดมการณ์ ไมํ
วําจะเป็นสวัสดิการที่เกิดจากรากฐานใด หรือมีวิธีการจัดหาทรัพยากรอยํางไรก็ตาม จะต๎องมีการ
บริหารจัดการเป็นสํวนประกอบทั้งสิ้น เพราะเพียงลาพังจิตวิญญาณและความเสียสละนั้น ไมํเพียง
พอที่จะทาให๎กลุํมสวัสดิการโดยชุมชนเติบโตไปได๎อยํางยั่งยืนด๎วยดี ดังนั้น การบริหารจัดการ
สวัสดิการโดยชุมชน จาเป็นต๎องคานึงถึงกรอบ สามด๎าน ได๎แกํ (ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, 2547, หน๎า
182-185) 1) ผลประโยชน์พึงมีพึงได๎ของสมาชิก เพราะไมํเชํนนั้น กลุํมหรือองค์กรก็จะอํอนแอ
สมาชิกจะมีน๎อย ที่มีอยูํก็จะไมํให๎ความรํวมมือ 2) กลุํมสวัสดิการจะต๎องเป็นที่ยอมรับของคนทุก
วงการ ไมํเชํนนั้นก็จะไมํได๎รับความรํวมมือ โดยเฉพาะวงการราชการวงการเอ็นจีโอ 3) ความพร๎อม
และศักยภาพของกลุํมสวัสดิการในขณะนั้นกิจกรรมหรือสวัสดิการที่จัดให๎กับสมาชิกนั้นจะต๎อง
คานึงถึงความเป็นไปได๎ในการดาเนินการด๎วยเพราะหากทาอะไรที่เกินกวํากาลังความสามารถ ก็อาจ
ทาให๎กลุํมต๎องล๎มเลิกไปเนื่องจากไมํสามารถแบกรับภาระทางเศรษฐกิจได๎ นอกจากนี้ หลักในการ
29
บริหารงานสวัสดิการโดยชุมชน ยังต๎องยึดหลักการประชาธิปไตย ซึ่งสามารถจาแนกได๎ 4 ประการ
(ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช, 2545, หน๎า 118-120) ได๎แกํ 1) การจัดสวัสดิการสังคมใดๆ ก็ตาม ต๎องจัด
ขึ้นตามความต๎องการของประชาชนนั้นๆ 2) ประชาชนในชุมชนจะต๎องมีสํวนรํวมในการจัดบริการ
และการบริหารตั้งแตํการรํวมคิด รํวมวางแผน รํวมทางาน และรํวมกันติดตามประเมินผล ซึ่งจะทาให๎
ชาวชุมชนได๎รับประโยชน์จากการเรียนรู๎ด๎วยการกระทา สํงผลให๎สามารถพึ่งพาตนเองได๎ 3) การจัด
สวัสดิการจะต๎องได๎รับความรํวมมือจากประชาชนในชุมชนด๎วยความเต็มใจ เพราะความเต็มใจให๎
ความรํวมมือจะเป็นตัวลดความขัดแย๎งตํอต๎าน กํอให๎เกิดความราบรื่นในการบริหารงาน 4) การใช๎
ทรัพยากรที่มีอยูํในสังคมให๎เป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งทรัพยากรด๎านการเงิน และทรัพยากรมนุษย์
การบริหารสวัสดิการโดยชุมชนนั้น ยังมีความคาบเกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนใน
รูปของการจัดการตามแนวทางชุมชนพึ่งตนเองอยํางยั่งยืน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการกาหนดให๎ชุมชน
เป็นศูนย์กลางการพัฒนา (ไพโรจน์ ภัทรนากุล, 2545, อ๎างถึงใน ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช, 2548, หน๎า
72-78) อันมีระบบการจัดการที่ประกอบด๎วยปรัชญาคุณคํา และวัฒนธรรมชุมชนมีองค์กรชุมชน และ
การจัดการซึ่งจะชํวยในการประสานและบูรณาการความรํวมมือทั้งจากในชุมชนและเครือขํายองค์กร
ภายนอกอีกด๎วย
สรุปได๎วํา การบริหารงานกองทุนสวัสดิการชุมชนจะต๎องคานึงถึงผลประโยชน์อันพึงมี
พึ่งได๎ชองสมาชิก การมีสํวนรํวมและการเต็มใจให๎ความรํวมมือของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากการมี
สํวนรํวมด๎วยความเต็มใจของประชาชนจะทาให๎กิจกรรมของกองทุนสามารถดาเนินไปได๎อยํางราบรื่น
ในการบริหารงานกองทุนฯ จะต๎องมีการบูรณาการทรัพยากรภายในชุมชนทั้งสํวนที่เป็นตัวเงินและใน
สํวนที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให๎การจัดสวัสดิการเกิดความหลากหลาย จะเห็นได๎วําการหาเงิน
สมทบเข๎ากองทุนฯ นั้น นอกจากการออมเงินของสมาชิกและการสนับสนุนจากภาคสํวนภายนอกแล๎ว
กองทุนฯ ยังสามารถหาเงินหมุนเวียนได๎จากการบูรณาการการจัดสวัสดิการจากกองทุนอื่นและการนา
เงินสมทบในกองทุนไปออกดอกผลหรือลงทุนในกิจกรรมอื่นๆ ได๎ ตามแตํจะตกลงกันในหมูํสมาชิก ซึ้ง
ในการจัดการสํวนนี้จะต๎องคานึงถึงศักยภาพและความพร๎อมของกองทุนเป็นหลัก โดยยึดประชาชน
คุณคํา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากรและสิ่งแวดล๎อมของชุมชนเป็นหลัก เทํากับวําการบริหารงาน
กองทุนฯ จะต๎องยึดเอาชุมชนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งยังต๎องมีการเสริมสร๎างและจัดการองค์กรความรู๎
รวมถึงการใช๎ธรรมมาภิบาลในการบริหารงานอยํางโปรํงใสํ เป็นการสร๎างการยอมรับให๎เกิดขึ้นในทุก
ภาคสํวนเพื่อให๎เกิดการตํอยอดการพัฒนากองทุนฯ สูํความยั่งยืนในที่สุด
2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน
2.3.1 ความหมายของกองทุนสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการชุมชน
กรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2557 (2557,หน๎า 13) ให๎
ความหมายกองทุนสวัสดิการชุมชน หมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการที่คนในชุมชนรํวมกัน
คิด รํวมกันสร๎างระบบเพื่อให๎เกิดเป็นสวัสดิการชุมชน รํวมกันบริหารจัดการ รํวมกันรับผลประโยชน์
รํวมตรวจสอบความโปรํงใส จึงสํงผลให๎เป็นกองทุนที่คนในชุมชนรํวมกันเป็นเจ๎าของรํวมรับผิดชอบ
และรํวมพัฒนาให๎เกิดความยั่งยืน โดยเน๎นความยืดหยุํน คลํองตัว มีการบริหารจัดการตามหลัก
ธรรมาภิบาล
30
ประเวศ วะสี (2541, หน๎า 17) ให๎ความหมายกองทุนสวัสดิการชุมชน หมายถึง
กองทุนที่ชาวบ๎านรวมตัวกันออมทรัพย์เพื่อให๎กู๎ยืมไประกอบอาชีพ และนาผลประโยชน์ที่ได๎สํวนหนึ่ง
ไปจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิก เชํน การศึกษา การปุวย การตาย ทั้งนี้โดยชาวบ๎านเป็นผู๎จัดการเอง
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ (2542, หน๎า 3) ได๎ให๎ความหมาย กองทุนสวัสดิการชุมชน
(Foundation Support Communtiny) หมายถึง การสร๎างหลักประกันเพื่อความมั่นใจของชุมชนที่
ทาให๎คนในชุมชนมีความเป็นอยูํที่ดีขึ้น ชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข๎องกับวิถี
ชีวิตตั้งแตํเกิดจนตาย
วิชิต นันทสุวรรณ (2542, หน๎า 54) กลําวถึง กองทุนชุมชนคือรูปแบบการจัดการที่
นาเอาวิธีการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสมันใหมํมาพัฒนาระบบของชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาทุนจาก
ภายนอก และการสูญเสียทรัพยากรในชุมชน
วันทนีย์ วาสิกะสิน (2536, หน๎า 27) เห็นวําสวัสดิการทางสังคมเป็นเรื่องของทุกคน
ในสังคม เพราะคาวํา สวัสดิการ หรือ สวัสดิภาพ มีความหมายในแงํการอยูํดีกินดี (Social Well –
Being) ของทุกคนไมํเฉพาะผู๎ยากไร๎เทํานั้น แตํเป็นของทุกคนในโลกใบนี้ ตามปฏิญญาสากลชอง
องค์การสหประชาชาติ ในเรื่องสิทธิมนุษยชน กลําววํา ทุกคนได๎รับการตอบสนองในความต๎องการขั้น
พื้นฐาน ดังนั้นรัฐจะต๎องจัดบริการพื้นฐานเป็น การให๎มีงานทา เพื่อจะมีเงินซื้อเสื้อผ๎า ที่อยูํอาศัย ยา
รักษาโรค จัดให๎มีสถานพยาบาลสาหรับประชาชนเมื่อเจ็บปุวย ไมํวําจะอาศัยอยูํในเมือง หรือชนบทที่
อยูํหํางไกล
สุภัทรา แก้วชาญศิลป์ (2540, หน๎า 7-9) ได๎ให๎ความหมายสวัสดิการสังคมและคาที่
เกี่ยวข๎อง ดังนี้
สวัสดิการสังคม (Social Welfare) หมายถึง ระบบการจัดการบริการสังคมเพื่อ
ปูองกันและแก๎ไขปัญหาสังคมและพัฒนาสังคม รวมทั้งการสํงเสริมความมั่นคงทางสังคม เพื่อให๎
ประชาชนสามารถดารงชีวิตในสังคมได๎ในระดับมาตรฐาน โดยบริการดังกลําวจะต๎องตอบสนองความ
ต๎องการพื้นฐานของประชาชนให๎ได๎รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอยํางทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งในด๎าน
การศึกษาที่ดี การมีสุขภาพอนามัย การมีที่อยูํอาศัย การมีงานทา การมีรายได๎ การมีสวัสดิการ
แรงงาน การมีความมั่นคงทางสังคม การมีนันทนาการและบริการทางสังคมทั่วไป โดยระบบบริการ
สังคมต๎องคานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิที่ประชาชนต๎องได๎รับและเข๎ามามีสํวนรํวมใน
ระบบการจัดบริการทางสังคมในทุกระดับ
สังคมสงเคราะห์ (Social Work) หมายถึง ศาสตร์และศิลปะทางวิชาชีพในการปูองกัน
แก๎ไข ฟื้นฟู และพัฒนาบุคคล กลุํม ชุมชน ทั้งที่ประสบและไมํประสบปัญหาความเดือนร๎อน ให๎
สามารถปฏิบัติหน๎าที่ทางสังคมเพื่อชํวยเหลือตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนสามารถปรับ
ตนเองให๎เข๎ากับสภาพแวดล๎อมเพื่อชีวิตความเป็นอยูํที่ดีในสังคมตํอไป
การพัฒนาสังคม (Social Development) หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้ง
ด๎านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม เพื่อประชาชนจะได๎มีชีวิตความเป็นอยูํที่ดีขึ้น
ทั้งด๎านอาหาร ที่อยูํอาศัย การศึกษา สุขภาพอนามัย การมีงานทา มีรายได๎ที่เพียงพอในการครองชีพ
ประชาชนได๎รับความเสมอภาค ความยุติธรรม มีคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ประชาชนจะต๎องมีสํวนรํวมใน
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอนอยํางเป็นระบบ
31
ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) หมายความถึง การที่ประชาชนได๎รับ
หลักประกันด๎านสิทธิ ความปลอดภัย การสนองตอบตํอความจาเป็นขั้นพื้นฐาน สามารถดารงชีวิตใน
สังคมได๎อยํางมีศักดิ์ศรี ไมํประสบปัญหาความยากจน ไมํสิ้นหวังและมีความสุข ตลอดจนได๎รับโอกาส
อยํางเทําเทียมกันในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง
ความมั่นคงทางสังคม (Social Security) หมายถึง การดาเนินงานทั้งของรัฐและสังคม
ที่จะชํวยลดปัญหาความยากจน ตลอดจนขจัดภัยพิบัติตํางๆ ฉะนั้นความมั่นคงทางสังคมจึงมี
ความหมายกว๎างขวาง กลําวถึงมาตรการทางด๎านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อที่จะขจัดความยากจนและ
ความเสี่ยงภัยตํางๆ โดยทั่วไปความมั่นคงทางสังคมจะครอบคลุมถึงการชํวยเหลือทางสังคมการ
ประกันสังคมและการบริการสังคม
การชํวยเหลือทางสังคม (Social Insurance) หมายถึง การชํวยเหลือประชาชนผู๎ทุกข์
ยากเดือดร๎อน โดยฝุายผู๎ให๎บริการหรือหนํวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต๎องมีการค๎นหาสารวจขอ
เท็จจริงวําผู๎ที่จะรับบริการนั้นมีปัญหายากจนหรือเดือนร๎อนจริง สมควรแกํการได๎รับการชํวยเหลือ
การบริการสังคม (Social Servives) หมายถึง หน๎าที่ความรับผิดชอบอยํางหนึ่งของ
รัฐบาลและเอกชนที่มีตํอประชาชนในการจัดสรรบริการ เพื่อสร๎างเสริมชีวิตความเป็นอยูํและสวัสดิ
ภาพของประชาชน ด๎วยจุดมุํงหมายของการปูองกัน การบาบัดความเดือดร๎อน การสร๎างเสริมและ
พัฒนาชีวิตความเป็นอยูํของประชาชนให๎สามารถดารงชีวิตอยูํในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ได๎อยํางเป็นสุขตามความแกํอัตภาพ ทั้งนี้บริการสังคมจะแตกตํางจากบริการสาธารณะและ
สาธารณูปโภค ด๎วยปัจจัยของการเป็นบริการที่มุํงเน๎นสวัสดิภาพของบุคคลมากกวําการจัดสรรบริการ
ทางกายภาพ เพื่อชุมชน และโครงสร๎างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
การคุ๎มครองทางสังคม (Social Protection) หมายถึง การดาเนินงานเพื่อให๎ความ
คุ๎มครอง หรือให๎หลักประกันทางสังคมทางด๎านตํางๆ อาทิ กฎหมาย ระเบียบข๎อบังคับ ระบบ
ประกันสังคม และบริการสังคม โดยให๎ความสาคัญแกํกลุํมประชากรที่ยากจน และด๎อยโอกาสเพื่อให๎
ได๎รับสิทธิทางสังคมในฐานะที่เป็นมนุษย์ อันเป็นความรํวมมือในการดาเนินงานระหวํางภาครัฐและ
ภาคเอกชน
โครงขํายการคุ๎มครองทางสังคม (Social Safety Nets) หมายถึง ระบบการจัดบริการ
เพื่อชํวยเหลือประชาชนผู๎ยากจน คนด๎อยโอกาส รวมทั้งผู๎ได๎รับการเสี่ยงภัยตํางๆให๎สามารถดารงอยูํ
ได๎อยํางมั่นคง โดยได๎รับสิทธิพื้นฐานเทําเทียมกับประชาชนทั่วไปการดาเนินงานทางด๎านโครงขํายการ
คุ๎มครองทางสังคมนี้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีบทบาทในการบริการหรือชํวยเหลือ
ดังกลําว
ผู๎ด๎อยโอกาส (Vulnerable Groups) หมายถึง ผู๎ที่ประสบปัญหาเดือนร๎อนทั้งในด๎าน
การ ศึกษา เศรษฐกิจการสาธรณสุข การเสียเปรียบและไมํได๎รับความเป็นธรรมทางกฎหมายรวมทั้งผู๎
ที่ประสบปัญหาในรูปแบบตํางๆ ทาให๎ไมํสามารถปฏิบัติหน๎าที่ทางสังคมได๎ตามปกติหรือจาเป็นต๎อง
ได๎รับการดูแลชํวยเหลือรวมทั้งผู๎ถูกทอดทิ้งทางสังคม ได๎แกํ ผู๎ที่หลุดจากกลไกลทางสังคมทาให๎ไมํ
สามารถเข๎าถึงทรัพยากรหรือบริการทางสังคมได๎ หรือถูกกีดกันไมํให๎เข๎ามามีสํวนรํวมทางสังคมหรือ
ทางการเมือง ขาดสิทธิประโยชน์และโอกาสที่จะยกระดับสถานภาพทางสังคมของตนเองให๎สูงขึ้น
32
การบูรณาการทางสังคม (Social Integration) หมายถึง การผนวกกลุํมที่มีความ
แตกตํางกันในสังคมไว๎เป็นองค์ประกอบหลักของสังคม ทั้งนี้จะต๎องยอมรับความแตกตํางซึ่งกันและกัน
ไมํวําจะเป็นความแตกตํางทางเพศ วัย ชาติพันธุ์ อาชีพ สุขภาพอนามัย ทางกายและจิต การศึกษา
หรืออื่นๆ
สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ (2549, หน๎า 11) ได๎ให๎ความหมายของสวัสดิการทางสังคม หมายถึง การจัด
สวัสดิการตํางๆของภาครัฐและเอกชน ในลักษณะของการชํวยเหลือและสํงเสริมให๎ประชาชนทุกคน
ได๎รับการตอบสนองความต๎องการขั้นพื้นฐานในการดารงชีวิต เพื่อให๎ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
(Quality of Life) และสามารถดารงชีวิตอยูํในสังคมได๎อยํางปกติ
องค์กรพัฒนาชุมชน (2550, หน๎า 13) ให๎ความหมายสวัสดิการชุมชนคือการสร๎าง
หลักประกันเพื่อความมั่นใจแกํคนในชุมชน ซึ่งความหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอยํางที่ทาให๎คนในชุมชนดี
ขึ้น อาจอยูํในรูปสิ่งของเงินทอง น้าใจการชํวยเหลือเกื้อกูล เป็นเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิตตั้งแตํเกิดจน
ตาย ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สาคัญ เชํน กํอให๎เกิดการเพิ่มรายได๎ ลดรายจํายเกิด
ความสัมพันธ์ มิตรไมตรีที่ดีของคนในชุมชน รู๎สึกมั่นคง ภาคภูมิใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข
สรุปได๎วํา กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความหมายเดียวกับการคุ๎มครองทางด๎านสังคม
และการจัดสวัสดิการสังคมที่มุํงให๎เกิดความมั่นคงทางสังคม เพื่อให๎ประชาชนและผู๎ด๎อยโอกาส
สามารถดารงชีวิตในสังคมในระดับที่พึ่งตนเองได๎ โดยมีการชํวยเหลือทางสังคม การชํวยเหลือทาง
สังคมและการบริการสังคมเป็นมาตรการหลักและสังคมสงเคราะห์เป็นศาสตร์และศิลป์ทางวิชาชีพใน
การดาเนินงาน เพื่อบรรลุจุดมุํงหมายดังกลําว
2.3.2 รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชน ลักษณะรูปแบบการจัดสวัสดิการโดยชุมชน มีดังนี้
1. การจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน ปัจจุบันองค์กรการเงินชุมชน
ประเภทตํางๆ ได๎ให๎ความสนใจกับการจัดสวัสดิการชุมชนมากขึ้น องค์กรการเงินบางประเภทจัดตั้ง
ขึ้นมาโดยมีเปูาหมายเพื่อสร๎างสวัสดิการโดยเฉพาะ หรืออาจกลําวได๎วํา “เงินเป็นเครื่องมือ เปูาหมาย
คือ สวัสดิการชุมชน” จุดแข็งของการจัดสวัสดิการโดยฐานกลุํมออมทรัพย์ มีดังนี้
1.1 มีฐานเงินของตนเองทาให๎คิดระบบสวัสดิการได๎ตามปัญหา ความต๎องการและ
วงเงินที่มีอยูํ โดยไมํต๎องขึ้นอยูํกับเงื่อนไขของเหลําทุนภายนอก แต๎ถ๎ารัฐเข๎ามาสมทบก็จะชํวยให๎
ทางานได๎กว๎างขึ้น เร็วขึ้น
1.2 คนในชุมชนรู๎จักกัน รู๎ข๎อเท็จจริง ทาให๎ไมํต๎องกรอกเอกสารมาก หรือสํงตํอ
หลายขั้นตอน
1.3 ระเบียบกติกา การจํายสวัสดิการคลํองตัว
1.4 การใช๎สวัสดิการเป็นแรงจูงใจในการออม
2. การจัดสวัสดิการชุมชนโดยฐานการผลิต/ธุรกิจชุมชน จากภูมิปัญญาดั้งเดิมในการ
ทามาหากินที่สั่งสมมายาวนาน ประกอบกับการได๎มีโอกาสไปดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ การสนับสนุน
สํงเสริมของหนํวยงาน ทาให๎ชุมชนหลายแหํงสามารถจัดสวัสดิการจากฐานการผลิตภายในชุมชนหรือ
จากกลุํมที่รวมตัวกันทาธุรกิจชุมชนได๎
33
3. การจัดสวัสดิการโดยฐานทรัพยากรธรรมชาติ/สิ่งแวดล๎อม หลายชุมชนได๎หันมา
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทาให๎ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา ทาให๎ชุมชนมีแหลํงอาหารทีมั่นคง
สามารถลดรายจํายและสร๎างรายได๎ให๎เกิดขึ้นได๎ รวมทั้งเป็นกองทุนที่จะกลับคืนมาเป็นคําใช๎จํายใน
การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให๎ยั่งยืนตํอไป
4. การจัดสวัสดิการจากฐานอุดมการณ์/ศาสนา องค์กรชุมชนหลายประเภทได๎นาคา
สอน/แนวปฏิบัติตามหลักศาสนาตํางๆมาประยุกต์ใช๎ในการจัดสวัสดิการมากขึ้น
5. การจัดสวัสดิการ โดยฐานชุมชนเมือง สวัสดิการที่สาคัญของชามชุมชนแออัด คือ
เรื่องบ๎าน
6. การจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุ โดยผู๎สูงอายุในปัจจุบันมีการรวมกลุํมของผู๎สูงอายุเป็น
เครือขํายฯ หรือองค์กรเพื่อจัดสวัสดิการให๎กว๎างขวาง ครอบคลุมยิ่งขึ้น
7. การจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก โดยเครือขํายองค์กรชุมชน สานักงานกองทุนเพื่อ
สังคม (SIF) สนับสนุนงบประมาณในชํวง 3 ปีที่ผํานมา ความตื่นตัวในการจัดสวัสดิการโดยชุมชนที่
เกิดขึ้นอยํางกว๎างขวาง สํวนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อสังคม
โดยเฉพาะอยํางยิ่งในการจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก ได๎มีเครือขํายองค์กรชุมชนดาเนินการประมาณ
500 เครือขําย สามารถจาแนกรูปแบบการจัดสวัสดิการองค์กรชุมชน ได๎เป็น 3 รูปแบบ คือ
1. จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์ สํวนใหญํเป็นเครือขํายองค์กรชุมชนที่ทางาน
ในเชิงสงเคราะห์อยูํแล๎ว เชํน เครือขํายผู๎ติดเชื้อเอดส์ เป็นต๎น
2. จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์รํวมกับกองทุนหมุนเวียน ลักษณะกองทุน
สงเคราะห์ใช๎จํายเป็นเงินสงเคราะห์รายเดือน ซึ่งเงินจะหมดไปถ๎าไมํมีการเพิ่มเติมเหมือนกับประเภท
กองทุนหมุนเวียน สํวนใหญํเป็นการสนับสนุนทุนอาชีพ ซึ่งคืนเงินต๎นไว๎ที่กองทุนเดิม สํวนดอกเบี้ยเพิ่ม
ในกองทุนสงเคราะห์เพื่อชํวยเหลือผู๎ยากลาบากรายอื่นตํอไป
3. การสมบทกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นการสมทบอัตรา 1 : 1 ตามวงเงิน
กองทุนสวัสดิการกลุํมออมทรัพย์ที่มีอยูํเดิม โดยมีเงื่อนไขวําใช๎เฉพาะดอกผลที่เกิดขึ้น และเครือขําย
ต๎องรับผิดชอบสวัสดิการของผู๎ด๎อยโอกาสที่ไมํได๎โดยรูปแบบการจัดสวัสดิการในชุมชนนั้นมี
หลากหลายรูปแบบ ได๎แกํ รูปแบบจัดสวัสดิการชุมชนให๎แกํ กลุํมคนจน ผู๎ด๎อยโอกาส กลุํมเสี่ยงที่
ประสบปัญหาสังคมทั้งนี้การจัดสวัสดิการสาหรับคนกลุํมนี้ ควรมีกรอบความคิดหรือแนวทางในการ
ดาเนินการเพื่อให๎บรรลุผลในการสร๎างโครงขํายความคุ๎มครองทางสังคม ดังนี้
การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหมํเกี่ยวกับ”ความยากจน” และ “คนจน”
เนื่องจากปัญหาและสถานการณ์ของคนจนมีความซับซ๎อน แตกตํางและหลากหลาย จนไมํสามารถใช๎
ความรู๎และข๎อสรุปชุดเดียวไปตัดสินและกาหนดนโยบายของคนกลุํมนี้ได๎ การปรับเปลี่ยน
แนวความคิดวํา ความยากจนไมํใชํปัญหาเชิงปัจเจกโดยลาพัง แตํเป็นปัญหาเชิงโครงสร๎างที่ผูกพันและ
เชื่อมโยงไปสูํปัญหาทางสังคมอื่น ๆ อยํางหลีกเลี่ยงไมํได๎ ทาให๎เกิดเป็นการแก๎ปัญหาแบบบูรณาการ
ไมํใชํการแก๎ปัญหาแบบแยกสํวน พร๎อมกันนั้น รัฐจะต๎องผลักดัน สํงเสริมการศึกษาเกี่ยวกับ “คนจน”
และเข๎าถึงความเป็นมนุษย์ของคนจนอยํางแท๎จริง
การสํงเสริมและผลักดันให๎กลุํมผู๎ด๎อยโอกาสได๎ขยายพื้นที่ทางสังคมเพื่อเป็น
การเพิ่มพลังชีวิตแหํงตัวตน และสามารถพึ่งตนเองได๎ในการแก๎ปัญหาได๎มากขึ้นในระยะยาวซึ่งทาได๎
34
โดยการให๎มีการสํงเสริมและขยายโอกาสการมีสํวนรํวมในกิจกรรมชุมชน และการตัดสินใจเพื่อ
แก๎ปัญหาของกลุํมตน เชํน การมอบหมาย ถํายโอนภารกิจงานกิจกรรมพื้นฐานทั่วไป การรํวมใช๎
แรงงานในงานสํวนรวมของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาความรู๎ ทักษะ เทคนิคใหมํ ๆ ในการทางาน
อาชีพที่เป็นทางเลือกและเป็นชํองทางให๎เกิดการค๎นหาศักยภาพตํางๆ ในการทางานอาชีพอันจะเป็น
โอกาสด๎านอาชีพและรายได๎
การสํงเสริมให๎ชุมชนรํวมกันจัดสวัสดิการชุมชนให๎กับผู๎ยากลาบากในชุมชนโดย
ใช๎แนวทางการสํงเสริมและสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชนโดย สํงเสริมให๎ชุมชนสามารถค๎นหา
ศักยภาพดั้งเดิม ด๎วยการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญหา หลักศาสนา วิถีชีวิตเดิมความเชื่อ
และแบบแผนในการปฏิบัติ ซึ่งจะนาไปสูํกระบวนการชํวยเหลือเกื้อกูลกันเองที่ชุมชนเคยมีอยูํแล๎ว
เพิ่มคุณคําขึ้นมาทบทวนใหมํ เพื่อให๎เกิดการถํายทอดตามหลักศาสนาพุทธ สํงเสริมให๎ชุมชน เพื่อให๎
เกิดการชํวยเหลือกันในระดับหนึ่งกํอนที่จะต๎องมาได๎รับการชํวยเหลือจากรัฐ สํงเสริมให๎มีกองทุน
สวัสดิการในชุมชนเพื่อเป็นต๎นทุนสาหรับการจัดสวัสดิการ เพื่อให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกันใน
ชุมชน โดยอาจจะกาหนดให๎องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นจัดสรรงบประมาณให๎เป็นทุนสวัสดิการ
เบื้องต๎นในชุมชน การถํายโอนภารกิจ การโอนงานและเงินให๎ชุมชนจัดการแทนกาหนดให๎มีการตั้ง
คณะกรรมการที่มีองค์ประกอบหลากหลาย รวมถึงการผลักดันให๎กลุํมเปูาหมายตรงได๎รํวมเรียนรู๎ มี
สํวนในการบริหารจัดการกองทุนตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการเพาะปลูกความภาคภูมิใจและมีการ
ฟื้นพลังในการจัดการปัญหาด๎วยตนเองตามศักยภาพที่มี การดาเนินการของกลไกชุมชนที่มีผลสาเร็จ
เป็นที่ประจักษ์ : การจัดสวัสดิการโดยภาคประชาชน หรือ “ชุมชน”การจัดสวัสดิการโดยภาคชุมชนมี
การขยายผลมาจากชุมชนภาคเกษตร ซึ่งเป็นต๎นแบบจากการรายงานการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาระบบ
สวัสดิการสาหรับคนจนและคนด๎อยโอกาสในสังคมไทยกลุํมเกษตรกร” โดยประภาส ปิ่นตบแตํง
สุภา ใยเมือง และบัญชร แก๎วสํอง สรุปวําการจัดสวัสดิการชุมชนภาคเกษตรนั้นมีที่มาจากฐานสาคัญ
3 ฐาน คือ ฐานทรัพยากรธรรมชาติฐานวัฒนธรรม และฐานงานพัฒนา (ณรงค์ เพชรประเสริฐ และ
คณะ, 2548, หน๎า 10)
2.3.3 ความเป็นมาและขอบเขตของกองทุนสวัสดิการชุมชน
1. ความเป็นมาของ “สวัสดิการชุมชน” หรือ “สวัสดิการชาวบ๎าน”
สังคมไทยในอดีตมีวัฒนธรรมการอยูํแบบชํวยเหลือเกื้อกูล มีน้าใจตํอกัน ได๎รับ
สวัสดิการจากธรรมชาติ หาเห็ด หาหนํอไม๎จากปุาใกล๎บ๎าน หาปู ปลา ในแมํน้าลาคลองยามเจ็บปุวย
ได๎ยาจากสมุนไพรในปุา เพื่อนบ๎านมาเฝูาไข๎ให๎กาลังใจ มีปัญหาชีวิตมีศาสนาและผู๎อาวุโสในชุมชนเป็น
ที่พึ่ง นี่คือ สวัสดิการที่ธรรมชาติและผู๎คนมีให๎แกํกัน บนพื้นฐานของความเกื้อกูล มีน้าใจ และเคารพ
ซึ่งกันและกันระหวํางคนกับคนและคนกับธรรมชาติ
ปัจจุบันรัฐได๎มีการจัดสวัสดิการให๎กับประชาชนรูปแบบตํางๆ กัน เชํน สวัสดิการ
เบี้ยยังชีพให๎กับผู๎สูงอายุ การสร๎างบ๎านพักคนชรา ศูนย์สงเคราะห์เด็ก ตลอดจนการสงเคราะห์ผู๎พิการ
และผู๎ดอยโอกาสในรูปแบบตําง ๆ ทั้งที่ดาเนินการโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสวัสดิการในลักษณะสงเคราะห์ที่ต๎องดาเนินการ
อยํางตํอเนื่อง ใช๎งบประมาณจานวนมาก แตํให๎บริการไมํทั่วถึง
35
รัฐบาล พลตารวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร ได๎กาหนดนโยบาย “30 บาท รักษาทุก
โรค” ซึ่งถือเป็นรัฐสวัสดิการที่ดูแลประชาชนได๎อยํางกว๎างขวาง แตํเฉพาะประชาชนที่เจ็บปุวยเทํานั้น
ยังไมํครอบคลุมถึงความจาเป็นพื้นฐานของประชาชนตั้งแตํเกิดจนตาย
ประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอยูํทั้งหมดประมาณ 65 ล๎านคน ในจานวนนี้จะเป็น
ข๎าราชการเจ๎าหน๎าที่ของรัฐและลูกจ๎างบริษัทห๎างร๎านตําง ๆ 15ล๎านคน ข๎าราชการ เจ๎าหน๎าที่ของรัฐ
รัฐจะจัดสวัสดิการให๎อยํางครบวงจรเชํนเดียวกัน ในขณะที่ประชาชนทั่วไปอีก 50 ล๎านคน ยังไมํมี
หลักประกันความมั่นคงในชีวิต นอกเหนือจากสวัสดิการที่รัฐจัดให๎ คือ “30 บาท รักษาทุกโรค” ซึ่ง
เป็นสวัสดิการในลักษณะสงเคราะห์ที่ให๎บริการไมํทั่วถึงและไมํครอบคลุมความจาเป็นพื้นฐานของชีวิต
ตั้งแตํเกิดจนตาย
ประชาชนทั่วไปหรือชาวบ๎านก็พยายามจัดสวัสดิการให๎แกํกัน แตํก็เป็นในรูปแบบ
ของการออมเพื่อกู๎ยืมและปันผล การรวมกลุํมฌาปนกิจเพื่อชํวยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต ไมํมีสวัสดิการ
ครอบคลุมความจาเป็นพื้นฐานของชีวิตตั้งแตํเกิดจนตาย องค์กรชุมชนจึงรํวมกันจัดตั้งกองทุน
สวัสดิการชุมชนขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองการ
ชํวยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ตั้งแตํเกิดจนตาย เป็นการจัดสวัสดิการของชาวบ๎าน
โดยชุมชน เพื่อชุมชน เป็นการให๎อยํางมีคุณคํา การรับอยํางมีศักดิ์ศรี การอยูํรํวมกันของคน ชุมชน
และธรรมชาติอยํางเคารพซึ่งกันและกัน มีกระบวนการดาเนินการที่สอดคล๎องกับวัฒนธรรมภูมิปัญญา
ของท๎องถิ่น ใช๎หลักศาสนา และการมีสํวนรํวมของคนอยํางกว๎างขวาง
2. หลักการจัดสวัสดิการชุมชน
สวัสดิการชุมชนมิใช๎เรื่องที่เน๎นเรื่องตัวเงินแบบสงเคราะห์ แตํมุํงสร๎างความมั่นใจ
อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข จึงเป็นเรื่องที่คนในชุมชนจะเป็นผู๎รํวมสร๎างให๎เป็นของชุมชนและเพื่อ
คนในชุมชนเอง ดังนั้นชุมชนจึงควรเป็นผู๎จัดการเองโดยรัฐหรือองค์กรภายนอกเป็นเพียงผู๎หนุนเสริม
แบบเคียงบําเคียงไหลํ ทั้งนี้ การจัดสวัสดิการของชุมชนสามารถสอดแทรกไว๎ได๎ในทุกกิจกรม ริเริ่ม
แล๎วตํอยอดกันเรื่อยไป ภายใต๎ความพร๎อมและความเห็นชอบรํวมกันของชาวชุมชนเอง แนวคิดและ
หลักการจัดสวัสดิการชุมชน จึงมีประเด็นในการพิจารณาดังนี้ คือ
3. สวัสดิการชุมชนจะเกิดประโยชน์กับใครบ๎าง
ผู๎ที่ได๎ประโยชน์จากสวัสดิการชุมชน ได๎แกํ ทุกคนในชุมชน รวมทั้งคนในสังคมโดย
ผู๎ด๎อยโอกาสจะได๎รับการชํวยเหลือให๎มีโอกาสมีสํวนรํวมและสามารถเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับอยํางมี
ศักดิ์ศรี ผู๎ที่อยูํในภาวะปกติได๎รับการปูองกัน ชํวยเหลือเกื้อกูล มีสํวนรํวมคิดรํวมทา สํวนผู๎ที่มีความ
พร๎อมทางการเงิน จะได๎รับความอบอุํน น้าใจไมตรี มีสํวนรํวมเป็นผู๎ให๎ทุนสนับสนุน จึงกลําวได๎วํา
สวัสดิการชุมชนกลุํมที่ได๎รับประโยชน์คือกลุํมคนตั้งแตํอยูํในครรภ์มารดาถึงตาย
4. กระบวนการจัดสวัสดิการ มีขั้นตอนสาคัญ 4 ขั้นตอน คือ
4.1 วางแผนการจัดสวัสดิการ โดยคานึงถึงการมีสํวนรํวมของผู๎รับบริการ
ครอบครัวและชุมชนรํวมกันพิจารณาการให๎สวัสดิการให๎แกํผู๎รับบริการ ครอบครัว หรือชุมชนโดยที่จะ
ใช๎สวัสดิการที่เป็นทางการ หรือสวัสดิการที่ไมํเป็นทางการ ขึ้นอยูํกับบริบททางสังคมทุนทางสังคม
และภาคีหนุนเสริมในแตํพื้นที่
36
4.2 การดาเนินการจัดสวัสดิการ ภายใต๎ผลการประเมินสภาวะ ความต๎องการและ
ความจาเป็นหรือปัญหาของผู๎รับบริการและจัดกิจกรรมตามลาดับความสาคัญ
4.3 การวางแผนดาเนินการในระดับชุมชน ต๎องกาหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ
สถานที่ ระยะเวลาและงบประมาณ การติดตามประเมินผล โดยละเอียด และชัดเจน มีการตั้ง
คณะทางานรับผิดชอบ และประชุมชี้แจงผู๎เกี่ยวข๎องให๎มีความสนใจตรงกัน
4.4 การวางแผนให๎ความชํวยเหลือ ทั้งแผนระยะสั้น แผนระยะยาว
5. การดาเนินการชํวยเหลือการจัดสวัสดิการ
5.1 ดาเนินการตามแผนที่วางไว๎ในลักษณะหรือรูปแบบการสํงเสริมการพัฒนาการ
สงเคราะห์การคุ๎มครอง การปูองกัน การแก๎ไข และการบาบัดฟื้นฟู โดยให๎ผู๎รับบริการครอบครัวชุมชน
มีสํวนรํวม
5.2 ให๎บริการสังคมที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา ความต๎องการ ความจาเป็นของ
ผู๎รับบริการครอบครัว ชุมชน
5.3 ระดมทรัพยากรในชุมชน และประสานงานหรือสํงเรื่องตํอให๎หนํอยงานที่
เกี่ยวข๎องในชุมชนและนอกชุมชนได๎รํวมให๎ความชํวยเหลือหรือพัฒนา
5.4 การจัดสวัสดิการสังคม จะต๎องนาไปสูํการสํงเสริมพัฒนาผู๎รับบริการทั้งระดับ
บุคคล กลุํมชุมชน เพื่อให๎ผู๎รับบริการได๎รับการพัฒนาและสามารถทาหน๎าที่ทางสังคมได๎อยําง
เหมาะสม
5.5 การจัดสวัสดิการจะต๎องกระตุ๎นสํงเสริมสนับสนุนให๎ผู๎รับบริการได๎ใช๎ศักยภาพ
ของตนเองได๎อยํางเต็มกาลังความสามารถ
2.3.4 กองทุนสวัสดิการชุมชน
กองทุนสวัสดิการชุมชน หรือ กองทุนสวัสดิการชาวบ๎าน เป็นกองทุนที่เกิดจากการ
รวมตัวของประชาชนในพื้นที่หนึ่งๆ ด๎วยความสมัครใจ (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การ
มหาชน), 2550, หน๎า 1-2) เชํน ระดับหมูํบ๎าน ระดับตาบล ที่ประสงค์จะดูแลซึ่งกันและกันตั้งแตํ
เกิดจนตาย บนพื้นฐานของความเอื้ออาทรตํอกัน
กองทุนสวัสดิการชุมชน เกิดขึ้นจากการที่ชาวชุมชนมารํวมกันคิด รํวมกันสร๎างระบบ
รํวมกันบริหารจัดการและรํวมกันรับผลประโยชน์ จึงเป็นกองทุนที่ “ทุกคนรํวมกันเป็นเจ๎าของ”ดังนั้น
เงินกองทุนสวัสดิการชุมชน จึงได๎มาจากการรํวมสมทบของสมาชิกในรูปแบบที่กองทุนแตํละแหํง
กาหนดขึ้นมา เชํน
1. การออมสัจจะวันละบาท โดยการลดรายจํายวันละบาทเพื่อออมสัจจะ
2. การนารายได๎หรือผลกาไรจากกลุํมออมทรัพย์ กลุํมวิสาหกิจชุมชน หรือกองทุน
ตําง ๆ ที่มีอยูํในชุมชนเข๎ามาสมทบ เพื่อตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน
3. เงินสนับสนุนหรือเงินสมทบแหลํงอื่น ๆ เชํน การสนับสนุนจากองค์กรปกครอง
สํวนท๎องถิ่นหนํวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รายได๎ที่เกิดจากทรัพยากรในท๎องถิ่น
1. รูปแบบของกองทุนสวัสดิการชุมชน
สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนจะได๎รับสวัสดิการตามที่หลักเกณฑ์ กติกาที่
สมาชิกรํวมกันกาหนด โดยมีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านที่สมาชิกเลือกขึ้นมาเป็น
37
ผู๎บริหารเพื่อจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิกตั้งแตํเกิดจนตาย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การ
มหาชน) (2550 : 1) เชํน
1. เกิดบุตรที่เกิดใหมํของสมาชิกจะได๎รับเงินรับขวัญ แมํที่คลอดบุตรนอนพัก
รักษาตัวในโรงพยาบาล ได๎เงินคําใช๎จํายในการนอนพักรักษาตัว
2. แกํ สมาชิกจะได๎บานาญเป็นรายเดือนหรือรายปี
3. เจ็บปุวย สมาชิกที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จะได๎รับเงินคําใช๎จํายใน
การนอนพักรักษาตัว
4. ตาย สมาชิกจะได๎รับเงินคําจัดการศพ
5. ประสบภัย สมาชิกจะได๎รับเงินสวัสดิการเพื่อบรรเทาความเดือดร๎อนเฉพาะ
หน๎า
6. การกู๎ยืม สมาชิกสามารถกู๎ยืมเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นเงินกองทุนในการ
ประกอบอาชีพในอัตราดอกเบี้ยที่ต่าหรือไมํไมํมีดอกเบี้ย ขึ้นอยูํกับการพิจารณาของคณะกรรมการ
กองทุน
7. สวัสดิการอื่น ๆ คณะกรรมการกองทุนฯ จะพิจารณาให๎การชํวยเหลือตาม
ความจาเป็นและเหมาะสมนอกจากจะจัดสวัสดิการให๎แกํสมาชิกแล๎ว กองทุนสวัสดิการชุมชนยัง
สามารถเผื่อแผํให๎สวัสดิการแกํผู๎ถูกทอดทิ้ง ผู๎ด๎อยโอกาสในชุมชนที่ไมํมีความสามารถที่จะเป็นสมาชิก
กองทุนได๎ด๎วย ซึ่งจะกํอให๎เกิดคุณคําทางจิตใจในการชํวยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ด๎วยความเอื้ออาทร
เสียสละ เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน เกิดการเรียนรู๎และพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการ
จัดการปัญหาของชุมชน ให๎เข๎มแข็งและยั่งยืนตํอไป
2. ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน
กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชนในพื้นที่
หนึ่ง ๆ ด๎วยความสมัครใจ ที่ประสงค์จะดูแลซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความเอื้ออาทรตํอกันเป็น
กองทุนที่ “ทุกคนรํวมกันเป็นเจ๎าของ” เน๎นการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลให๎ความสาคัญ
กับการมีสํวนรํวมของสมาชิกแตํยืดหยุํน คลํองตัวเปิดเผย โปรํงใสํ ตรวจสอบได๎เพื่อนาไปสูํความมั่นคง
ยั่งยืนและดูแลชาวบ๎านด๎วยกันได๎ทุกเพศ ทุกวัย ทุกประเภทตั้งแตํเกิดจนตาย มีแนวทางในการ
ดาเนินงานอยํางน๎อยๆ 8 ขั้นตอน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), 2550, หน๎า 8-10)
คือ
1. จุดประกายความคิดและทาความเข๎าใจกับกลุํมเปูาหมาย เริ่มจากแกนนาที่
สนใจ อาจเป็น กานัน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎นาชุมชน ฯลฯ ที่มองเห็นศักยภาพที่มีอยูํในชุมชน และต๎องการ
ชํวยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ชักชวนแกนนาคนอื่น ๆ มาพูดคุยปรึกษาหารือถึงแนวทางการจัด
สวัสดิการชาวบ๎าน จากนั้นก็จัดเวทีพูดคุยกับชาวบ๎าน อาจจะเป็นการจัดรวมตาบลหรือแกนนาจะลง
ไปทาความเข๎าใจระดับหมูํบ๎าน แล๎วมาจัดรวมในภายหลังก็ได๎ ขึ้นอยูํกับความ
เหมาะสมของแตํละท๎องถิ่น
การทาความเข๎าใจ อาจหมายรวมถึง การชักชวนกันไปดูงานการจัดตั้งกองทุน
สวัสดิการที่ประสบความสาเร็จ แล๎วกลับมาพูดคุยทาความเข๎าใจกันให๎ถํองแท๎อีกครั้ง การจัดประกาย
ความคิด ต๎องทาควบคูํไปกับการกระตุ๎นให๎ชาวบ๎านเข๎าใจถึงเหตุผลสาคัญอยํางน๎อยๆ 2 ประการ คือ
38
1) การตั้งกองทุนสวัสดิการจะทาให๎สมาชิกให๎รับการดูแลตั้งแตํเกิดจนตาย ซึ่งชาวบ๎านธรรมดาไมํเคย
ได๎รับมากํอน 2) จะทาให๎สามารถดูแลทุกข์สุขซึ่งกันและกันไมํวํายากดีมีจน และยังชํวยกันดูแลเพื่อน
บ๎านที่ชํวยเหลือตนเองไมํได๎ เชํน เด็ก คนแกํคนพิการ เป็นการสร๎างความรักความเอื้ออาทรตํอกัน
2. ค๎นหาศักยภาพและทุนในท๎องถิ่น หลังจากได๎จุดประกายความคิดและสร๎าง
ความเข๎าใจเรื่องการจัดการสวัสดิการชาวบ๎านระดับหนึ่งแล๎ว ลาดับตํอไป แกนนาจะต๎องรํวมกันค๎นหา
ศักยภาพและทุนในชุมชน อาจมีอาสาสมัครเข๎ารํวมด๎วยก็ได๎ โดยค๎นหาวําในหมูํบ๎านหรือตาบลของเรา
มีของดีอะไรบ๎าง เชํน มีกลุํมออมทรัพย์ กลุํมอาชีพ กลุํมเด็กเยาวชน กลุํมเกษตรอินทรีย์ มีคนแกํ คน
พิการอยูํเทําไหรํ เป็นต๎น แตํละกลุํมมีการทางานอยํางไร มีสมาชิกกี่คน มีทุนมีการจัดสวัสดิการหรือไมํ
อยํางไรเป็นต๎น รวมทั้งสารวจทุนด๎านอื่นๆ เชํน ทุนทางธรรมชาติทุนสร๎างวัฒนธรรม ทุนทางภูมิ
ปัญญา ฯลฯ ซึ่งข๎อมูลดังกลําว อาจได๎มาหลายทางด๎วยกัน เชํนการออกแบบสอบถาม แล๎วหา
อาสาสมัครชุมชนชํวยกันจัดทา หรือข๎อมูลบางสํวนอาจขอความรํวมมือจาก องค์การบริหารสํวนตาบล
หรือหนํวยงานในท๎องถิ่น หรืออาจลงพื้นที่ดูจากของจริง เป็นต๎น หลังจากได๎ข๎อมูลจนครบแล๎ว
ก็รํวมกันสังเคราะห์ให๎เป็นหมวดหมูํ ซึ่งจะทาให๎มองเห็นศักยภาพของตนเองได๎ชัดขึ้น จากนั้นก็นา
ข๎อมูลไปชี้แจงทาความเข๎าใจกับชาวบ๎านโดยอาจจัดเป็นเวทีประชาคมก็ได๎ ทั้งนี้เพื่อให๎ทุกคนมองเห็น
และเข๎าใจเหมือน ๆ กันวํา ทุนที่มีอยูํนี้สามารถนาไปสูํการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านได๎อยํางไร
ทุนแตํละอยํางสัมพันธ์กัน
อยํางไร เป็นต๎น
3. ขยายแกนนาให๎ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ กํอนที่จะมีการจัดตั้งกองทุน
สวัสดิการชุมชน ปัจจัยหนึ่งที่สาคัญในระยะเริ่มต๎นก็คือ แกนนา ซึ่งจะต๎องมีอยํางกว๎างขวางในระดับ
พื้นที่หมูํบ๎าน หรืออาจเป็นแกนนาจากกลุํมกิจกรรมที่มีอยูํในท๎องถิ่น เพื่อให๎การดาเนินงานของ
กองทุนตลอดจนการบูรณาการทุนจากกลุํมตําง ๆ เป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพและสามารถดูแล
สมาชิกได๎อยํางทั่วถึง
4. ประสานความรํวมมือกับหนํวยงานในท๎องถิ่น เชํน องค์การบริหารสํวนตาบล
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นต๎น เข๎ามาเป็นสํวนหนึ่งของการพัฒนากองทุน
สวัสดิการชุมชน โดยต๎องประสานงานตั้งแตํต๎น ซึ่งอาจทาได๎หลายวิธี เชํน การสํงแกนนาไปพูดคุย ให๎
เห็นวําการตั้งกองทุนสวัสดิการเป็นการแก๎ปัญหาที่ยั่งยืน ผลสาเร็จเป็นทั้งของชาวบ๎านและของ
หนํวยงานท๎องถิ่น ชํวยประหยัดงบประมาณของท๎องถิ่น แตํได๎ผลกว๎างขวางเป็นต๎น
5. การตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ขั้นตอนที่สาคัญ คือ การจัดตั้งกองทุน
สวัสดิการชุมชน โดยแยกเป็นกระบวนการยํอย ดังนี้
5.1 การจัดทาระเบียบกองทุน ซึ่งประกอบด๎วยประเด็นหลัก ๆ คือ การรับ
สมัครและการสิ้นสุดสมาชิกภาพ การจํายเงินสมทบ ประเภทของสวัสดิการ การจํายเงินสวัสดิการเป็น
ต๎น โดยเริ่มจากการตั้งคณะยกรํางขึ้น ซึ่งประกอบด๎วยตัวแทน กลุํมคนที่หลากหลาย ทั้งตัวแทนกลุํม
กิจกรรม แกนนาที่เป็นทางการ โดยอาจนาระเบียบกองทุนที่อื่นมาประกอบก็ได๎ เมื่อยกรํางเสร็จแล๎วก็
นาไปชี้แจงในเวทีประชาคมทั้งตาบล เพื่อแสดงความเห็นเพิ่มเติม จนเป็นที่ยอมรับรํวมกัน
5.2 การเปิดรับสมาชิก และระดมเงินกองทุน โดยสมาชิกอาจเป็นรายบุคคล
หรือครอบครัว สถานที่รับสมัครอาจกระจายไปตามหมูํบ๎าน หรือรวมศูนย์การสมทบเงินทุนอาจสมทบ
39
รายบุคคล หรือตัดเงินผลกาไรจากกลุํมที่สมาชิกสังกัดอยูํมาเป็นเงินสมทบก็ได๎ เป็นต๎นขึ้นอยูํกับ
ระเบียบกองทุนที่รํวมกันกาหนดขึ้นมา
5.3 การระดมเงินทุนจากแหลํงอื่น ๆ เชํน การจัดงานเพื่อหาทุน การสมทบ
จากองค์กรปกครองท๎องถิ่น การสมทบจากหนํวยงานตําง ๆ เป็นต๎น ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯจะต๎อง
ดาเนินการอยํางตํอเนื่องมิใช๎หวังเพียงเงินสมทบจากสมาชิกเทํานั้น
5.4 การจัดระบบข๎อมูลของกองทุน ต๎องจัดทาให๎เป็นระบบ เป็นปัจจุบัน
เปิดเผยโปรํงใสํ เชํน ข๎อมูลสมาชิก ข๎อมูลเงินกองทุน การจํายเงินสวัสดิการ เป็นต๎น ซึ่งนอกจากจัดทา
ไว๎ ณ ที่ทาการแล๎ว อาจประชาสัมพันธ์ให๎สมาชิกรับทราบ ซึ่งสามารถทาได๎หลายรูปแบบเชํน ติด
ประกาศไว๎ ณ ที่สาธารณะ ที่ทาการกองทุน หรือสํงให๎สมาชิกถึงบ๎าน แล๎วแตํความเหมาะสม
6. การบริหารกองทุน โดยมีคณะกรรมการขึ้นมาบริหารกองทุนที่มีองค์ประกอบ
จากตัวแทนที่หลากหลาย มีการจัดโครงสร๎างฝุายตําง ๆ รับผิดชอบ ที่ชัดเจน เชํน มีประธาน
เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ ตรวจสอบ ฝุายสํงเสริมพัฒนา เป็นต๎น โดยอาจมีทีปรึกษาจากผู๎ทรงคุณวุฒิ
หรือจากหนํวยงานในองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น การทางานของคณะกรรมการจะต๎องมีลักษณะ
ประสานกับแกนนาของแตํละหมูํบ๎านด๎วย เพื่อให๎ดูแลสมาชิกได๎อยํางทั่วถึง
นอกจากจะบริหารกองทุนตามปกติแล๎ว คณะกรรมการควรให๎ความสาคัญเป็น
อยํางยิ่งกับเรื่อยตําง ๆ เชํน การประสานกับหนํวยงานท๎องถิ่น การพัฒนาแกนนา การเรียนรู๎ขยายผล
การดูแลผู๎ด๎อยโอกาส การขยายสมาชิกให๎ครอบคลุมกว๎างขวาง และการบูรณาการทุนทางสังคมและ
ทุนทางธรรมชาติ เพื่อให๎เกิดระบบสวัสดิการแบบองค์รวมขึ้นในตาบล
7. การติดตามประเมินผล ต๎องมีการประเมินผลอยํางตํอเนื่อง และทุกระดับเชํน
การประเมินการสมทบของสมาชิก การขยายสมาชิกของระดับกลุํม ตลอดจนประเมินการทางานใน
ทุก ๆ เรื่องของคณะกรรมการกองทุน โดยกองทุนอาจมีคณะตรวจสอบที่เป็นอิสระตามสมควรเพื่อให๎
เกิดการตรวจสอบที่เป็นกลางและเที่ยงธรรม รวมทั้งการประเมินในแตํละระดับจะต๎องนาไปสูํการทา
เวทีประชาคมอยํางเปิดเผย เพื่อรํวมกันพัฒนาการทางานให๎ดีขึ้น
8. การขยายผล ซึ่งจะต๎องทาอยํางตํอเนื่องในหลาย ๆ ประการ อาทิ
8.1 ขยายแกนนา ทั้งปริมาณและคุณภาพให๎ทั่วถึงทั้งระดับพื้นที่และกลุํมกิจ-
กรรม เพื่อให๎เกิดการขยายผลและสามารถดูแลสมาชิกได๎ทั่วถึง
8.2 ขยายสมาชิก โดยต๎องตั้งเปูาหมายให๎ครอบคลุมทุกคนหรืออยํางน๎อยทุก
ครอบครัวในตาบล จะต๎องครอบคลุมผู๎ด๎อยโอกาสที่ดูแลตนเองไมํได๎ให๎ครบทุกคน ที่สาคัญต๎องสร๎าง
จิตสานึกของการชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ให๎เกิดขึ้นในหมูํสมาชิก
8.3 ขยายแหลํงทุนที่จะมาหนุนให๎กองทุนมีปริมาณมากขึ้น เชํน การสมทบ
จากหนํวยงานในท๎องถิ่น เป็นต๎น
8.4 ขยายประเภทและผลประโยชน์ของสมาชิก โดยให๎ครอบคลุมตั้งแตํเกิด
จนตาย ตลอดจนการหนุนเสริมให๎สมาชิกพึ่งตนเองได๎ เชํน การเพิ่มสวัสดิการด๎านประกอบอาชีพที่ไมํ
ทาลายสิ่งแวดล๎อม การให๎สวัสดิการ กรณีเกิดพิบัติภัยตําง ๆ เป็นต๎น
8.5 ขยายการให๎สวัสดิการแกํผู๎ด๎อยโอกาสที่ไมํสามารถเข๎าเป็นสมาชิกด๎วย
เชํน คนพิการ คนชราที่ถูกทอดทิ้ง
40
6. การพัฒนาสูํสวัสดิการที่ยังยื่น โดยการบูรณาการเข๎ากับกลุํม/กองทุนอื่น ๆ
ในท๎องถิ่น เพื่อสร๎างนวัตกรรมงานพัฒนารํวมกันในท๎องถิ่นอยํางเป็น องค์รวม เชํน การฟื้นฟูภูมิ
ปัญญา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ครบ
วงจรไมํจาเพราะแตํเพียงตัวเงิน ทาให๎สมาชิกรู๎สึกมีความมั่นคงในชีวิตอยํางแท๎จริง
สรุปได๎วํา การรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ด๎วยความสมัคร ที่ประสงค์ที่จะดูแล
ซึ่งกันและกันด๎วยความเอื้ออาทร ทาความเข๎าใจ โดยเริ่มจากหาแกนนาเพื่อหาแนวทางการจัด
สวัสดิการขยายแกนนาเพื่อการบูรณาการจากกลุํมตําง หรือเป็นการประสานความรํวมมือจาก
หนํวยงานอื่นแล๎วจึงจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีกระบวนการจัดตั้งจากการจัดทาระเบียบของ
กองทุน เปิดรับสมาชิก ระดมเงินทุนจากแหลํงอื่น จัดระบบข๎อมูลของกองทุน จากนั้นบริหารกองทุน
ติดตามประเมินผลพร๎อมกับการขยายผลทั้งแกนนา สมาชิก แหลํงทุน ผลประโยชน์ สวัสดิการซึ่งจะ
นาไปสูํสวัสดิการสาหรับสมาชิกที่ยังยื่น
2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา
2.4.1 สภาพทั่วไปเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
ตาบลไชยมนตรี เดิมเป็นแขวงกลางไชยมนตรี มีกิ่งแขวงกลางอยูํ 1 กิ่ง อยูํที่ตาบล
กุแหระ ปัจจุบัน คือ อาเภอทุํงใหญํ เจ๎าแขวงเดิมชื่อ ขุนอินมนตรี รองหัวหน๎าแขวงชื่อ นายสงค์
เชตวัฬ มาสมัยปี พ.ศ.2444 ได๎ยุบกิ่งและได๎ตั้งอาเภอเมืองนครขึ้น และนายสงค์ เชตวัฬ (ขุนชิดไชย
มนตรี) เป็นกานันไชยมนตรีคนแรก มีนายเอียดนุ๎ย เป็นเสมียนประจาแขวง หลังจากขุนชิดไชยมนตรี
ออกจากกานันแล๎ว ได๎แตํงตั้งนายเมือง จรพงศ์ เป็นกานันตาบลไชยมนตรีแทน แล๎วได๎แยกหมูํบ๎าน
เป็น 8 หมูํบ๎าน หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน หมูํที่ 2 นายชิด อาจสมโภช หมูํที่ 3 ผู๎ใหญํฉิม หมูํที่ 4 นาย
ชํวย หมูํที่ 5 นายเมือง หมูํที่ 6 นายตุด หมูํที่ 7 และหมูํที่ 8 อยูํบ๎านนาเมา นายเมืองเป็นกานันอยูํ
ประมาณ 15 ปี ทํานได๎เกษียณอายุ ตํอมาได๎ตั้งนายจารูญ สุวรรณโรจน์ เป็นกานันอยูํประมาณ 2 ปี
นายจารูญได๎เสียชีวิตลง หลังจากนั้นได๎มีการเลือกตั้งกานันคนใหมํแทน ชํวงนั้นได๎มีปลัดพัน
รัตนวิเชียร มาที่วัดพระเขียนได๎ประชุมชาวบ๎าน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2483 ให๎คนไปตามครูจาบ
สินภิบาล มาเพื่อจะแตํงตั้งให๎เป็นผู๎ใหญํบ๎าน ได๎มีชาวบ๎านคัดค๎าน แตํตํอมานายบัว คนบ๎านใหญํ
ได๎ไปหา นายสงค์ จรพงศ์ มาที่วัด และได๎มีการแตํงตั้งนายสงค์ จรพงศ์ เป็นผู๎ใหญํบ๎าน ชํวงนั้น
นายเขียน ถาวระ เป็นกานันอยูํหมูํที่ 6 โดยมีนายคลิ้ง ภิญโญ เป็นเสมียนตํอมาตาบลไชยมนตรี
ถูกยุบให๎รวมกับตาบลกาแพงเซา นายแปูน ดิษฐ์ถาพร เป็นกานัน ตํอมานายแปูนได๎ออกจากานัน
ขณะนั้น ขุนนิกร พรไพโรจน์ เป็นนายอาเภอ และได๎ย๎ายไปเป็นปลัดจังหวัดที่อื่น ตํอมาได๎มีร๎อยโท
เรือง สถานานนท์ มาเป็นนายอาเภอ แล๎วได๎เรียกนายสงค์ จรพงศ์ ไปรักษาการแทนกานันเมื่อเดือน
กรกฎาคม 2488 ตํอมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2489 นายสงค์ จรพงค์ ได๎เป็นกานัน และตํอมาเมื่อ
นายสงค์ จรพงศ์ ได๎เป็นกานันแล๎ว ได๎แยกหมูํบ๎านของตาบลไชยมนตรี เป็น 5 หมูํบ๎าน และนาย
สงค์ได๎เป็นกานันตลอดจนเกษียณอายุเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2504 ตํอมาได๎เลือกนายพริ้ม สุวรรณ
อาจ เป็นกานัน อยูํหมูํที่ 2 ตาบลไชยมนตรีจนเกษียณ ตํอมานายแนม ภูมี ดารงตาแหนํงเป็นกานัน
ตาบลไชยมนตรีแทน อยูํหมูที่ 3 จนเกษียณอายุ และนายปราโมทย์ สุนยานัย เป็นกานัน อยูํหมูํที่
4 ตาบลไชยมนตรี ในปัจจุบันนี้
41
2.4.2 ที่ตั้ง
ตาบลไชยมนตรี เป็นตาบลหนึ่งใน 13 ตาบลของอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัด
นครศรีธรรมราช จัดตั้งเป็นองค์การบริหารสํวนตาบลไชยมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540
ระยะทางหํางจากที่วําการอาเภอประมาณ 20 กิโลเมตร หํางจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช
ประมาณ 10 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดตํอกับตาบลตํางๆ ดังนี้
ทิศเหนือ ติดตํอกับ ตาบลโพธิ์เสด็จ
ทิศใต๎ ติดตํอกับ ตาบลนาสาร
ทิศตะวันออก ติดตํอกับ ตาบลมะมํวงสองต๎น
ทิศตะวันตก ติดตํอกับ ตาบลกาแพงเซา
2.4.3 เนื้อที่
ตาบลไชยมนตรี มีเนื้อที่ทั้งหมด 24.042 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 15,026 ไรํ
2.4.4 ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของตาบลไชยมนตรี มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลูกคลื่นลาดเอียงมา
ทางทิศตะวันออกมีคลองธรรมชาติเป็นคลองสายหลัก คือ คลองทําดีไหลํผํานในตาบล และมีทาง
หลวงจังหวัดหมายเลข 4103 (ทําแพ-นาพรุ) เป็นสายเลี่ยงเมืองผํานกลางตาบล
2.4.5 จานวนหมู่บ้าน
ตาบลไชยมนตรีประกอบด๎วยหมูํบ๎านจานวน 5 หมูํบ๎าน เป็นหมูํบ๎านในเขตองค์การ
บริหารสํวนตาบลเต็มพื้นที่ทุกหมูํบ๎าน ดังนี้
หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน นายเดชฤทธิ์ ไชยกล ผู๎ใหญํบ๎าน
นายธีรพล ปรางเพ็ชร สมาชิกสภา อบต.
นายบุญโชค กลับอาไพ สมาชิกสภา อบต.
หมูํที่ 2 บ๎านโพธิ์ นายสมชาย สินภิบาล ผู๎ใหญํบ๎าน
นายประธาน เวชประสิทธิ์ สมาชิกสภา อบต.
นายสีถัด เพ็ชรสุวรรณ สมาชิกสภา อบต.
หมูํที่ 3 บ๎านหนองบัว นางจิรา ดิษฐาพร ผู๎ใหญํบ๎าน
นางวัลภา พุทธพฤกษ์ สมาชิกสภา อบต.
นายวิโชติ เจดีรัตน์ สมาชิกสภา อบต.
หมูํที่ 4 บ๎านน้าพุ นายปราโมทย์ สุนยานัย กานันตาบลไชยมนตรี
นายโกศล เฉตาไพ สมาชิกสภา อบต.
นายสุริยา การัยภูมิ สมาชิกสภา อบต.
หมูํที่ 5 บ๎านทุํงทิศพรหม นายนคร รัตนพันธ์ ผู๎ใหญํบ๎าน
นางหนูจัด ยอดมณีย์ สมาชิกสภา อบต.
นายจรูญ สิลลากาล สมาชิกสภา อบต.
42
2.4.6 จานวนประชากร
ประชากรของตาบลไชยมนตรี มีทั้งสิ้น 6,487 คน แยกเป็นรายหมูํบ๎าน ดังนี้
หมู่ที่ จานวนครัวเรือน
ประชากร (คน)
ชาย หญิง รวม
หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน
หมูํที่ 2 บ๎านโพธิ์
หมูํที่ 3 บ๎านหนองบัว
หมูํที่ 4 บ๎านน้าพุ
หมูํที่ 5 บ๎านทุํงทิศพรหม
243
319
362
437
588
410
478
595
684
984
406
468
658
739
1,065
816
946
1,253
1,423
2,049
รวม 1,949 3,151 3,336 6,487
(สานักงานทะเบียนอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช ข๎อมูล ณ เดือนมีนาคม 2558)
2.4.7 สภาพทางเศรษฐกิจ
1. อาชีพ
การประกอบอาชีพของประชาชนในตาบลไชยมนตรี สํวนใหญํอาชีพหลักของ
ได๎แกํ อาชีพเกษตรกรรม การปลูกไม๎ผล ไม๎ยืนต๎น และผักสวนครัว ปลูกพืชผักตามฤดูกาล อาทิเชํน
เงาะ มังคุด ทุเรียน มันเทศ แตงกวา และทาสวนยาง เป็นต๎น รองลงมา คือ อาชีพรับจ๎างคูํกับ
เกษตรกรรม
2. หน่วยธุรกิจ
1. โรงงานอุตสาหกรรมจานวน 2 แหํง คือ
- หจก. ประกอบกิจคอนกรีต ตั้งอยูํหมูํที่ 5
- หจก. ประทานโปรดักส์กรุ๏ป ตั้งอยูํหมูํที่ 2
2. โรงสี จานวน 5 แหํง แยกเป็น
- ตั้งอยูํ หมูํ 2 จานวน 2 แหํง
- ตั้งอยูํ หมูํ 3 จานวน 1 แหํง
- ตั้งอยูํ หมูํ 4 จานวน 1 แหํง
- ตั้งอยูํ หมูํ 5 จานวน 1 แหํง
3. ฟาร์มไกํ จานวน 2 แหํง
4. ร๎านขายของชา จานวน 52 แหํง
5. ร๎านเสริมสวย จานวน 7 แหํง
6. ร๎านซํอมจักรยานยนต์ จานวน 5 แหํง
7. ปั๊มน้ามันหลอดแก๎ว จานวน 4 แหํง
8. ปั๊มแก๏ส จานวน 1 แหํง
9. โรงแรม (เกสเฮาส์) จานวน 6 แหํง
43
2.4.8 สภาพทางสังคม
1. การศึกษา
1. โรงเรียนวัดน้ารอบ ตั้งอยูํหมูํที่ 1
2. โรงเรียนวัดทุํงแย๎ ตั้งอยูํหมูํที่ 2 (ขยายโอกาสทางการศึกษาถึงมัธยมปีที่ 3)
3. โรงเรียนวัดหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 3
4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกํอนวัยเรียน ในสังกัด อบต.ไชยมนตรี จานวน 1 แหํง
ตั้งอยูํหมูํที่ 1
5. วิทยาลัย เอกชน จานวน 1 แหํง ตั้งอยูํหมูํที่ 1
2. สถาบันและองค์กรทางศาสนา วัด 3 แหํง ได๎แกํ
1. วัดน้ารอบ ตั้งอยูํหมูํที่ 1
2. วัดพระเขียน ตั้งอยูํหมูํที่ 1
3. วัดหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 3
3. สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ จานวน 1 แหํง คือ โรงพยาบาลสํงเสริม
สุขภาพตาบลบ๎านหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 4
4. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
1. ศูนย์อาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพลเรือน ตั้งอยูํหมูํที่ 3 (หน๎าที่ทาการองค์การ
บริหารสํวนตาบลไชยมนตรี มีสมาชิกอปพร. จานวน 38 คน
2. ศูนย์ ชรบ.ตาบลไชยมนตรี ตั้งอยูํหมูํที่ 4
5. การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เรือท๎องแบนพร๎อมเครื่องยนต์ จานวน 2 ลา
6. การกาจัดขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูล รถยนต์บรรทุกขยะมูลฝอย ขนาดความจุ 5
ลูกบาศก์เมตร จานวน 1 คัน
7. สถานที่ราชการอื่น จานวน 1 แหํง คือ ศูนย์บริการและถํายทอดเทคโนโลยีการ
เกษตร ตั้งอยูํหมูํที่ 5
2.4.9 การบริการขั้นพื้นฐาน
1. การคมนาคม ตาบลไชยมนตรี มีทางหลวงหมายเลข 4103 ผํานตอนกลางตาบล
ในหมูํที่ 1 และหมูํที่ 5 และมีเส๎นทางการคมนาคมเข๎าสูํหมูํบ๎านตํางๆ แยกเป็นถนน ดังนี้ ถนนคอน-
กรีตเสริมเหล็ก ถนนแอสฟัลท์ติก คอนกรีตเสริมเหล็ก หินคลุก และถนนลาดยาง มีจานวน 4 สาย
ได๎แกํ
1. ทางหลวง หมายเลข 4103 ผํานกลางตาบลในหมูํที่ 1 และหมูํที่ 5
2. ถนนลาดยางสายศาลาสังกะสี – นายออ หมูํที่ 3 ระยะทาง 2.5 กม.
3. ถนนลาดยางสายนาโพธิ์-มะมํวงขาว หมูํที่ 2 ระยะทาง 252 เมตร
4. ถนนลาดยางสายหนองบัว-นาโพธิ์ หมูที่ 5 ระยะทาง 190 เมตร
2. การโทรคมนาคม
1. ที่ทาการไปรษณีย์ (อนุญาตเอกชน) จานวน 1 แหํง
2. ตู๎โทรศัพท์สาธารณะ จานวน 10 ตู๎ สถานที่ติดตั้ง
44
3. แหล่งน้าธรรมชาติ
1. คลอง จานวน 1 สาย คือ คลองทําดีไหลํผํานตอนกลางของตาบลทั้ง
5 หมูํบ๎าน
2. บึง หนอง และอื่นๆ จานวน 15 แหํง
3. บึงเก็บน้าเอกชน จานวน 2 แหํง (หมูํที่ 3 และหมูํที่ 5 )
4. แหล่งน้าที่สร้างขึ้น
1. คลองสํงน้าชลประทาน จานวน 2 สาย ได๎แกํ คลองชลประทานเสาธง
คลองชลประทานทําดี
2. ประปาหมูํบ๎าน จานวน 1 แหํง ได๎แกํ ประปาบ๎านน้าพุ หมูํที่ 4
3. ประปาองค์การบริหารสํวนตาบลไชยมนตรี (เชื่อมตํอประปาเทศบาลนคร
นครศรีธรรมราช)
2.4.10 รางวัลที่ได้รับ
1. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ผํานเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานบริหาร
จัดการ โครงการประเมินองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจาปี 2548 จาก
กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548
2. รางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนําอยูํดีเดํน ระดับอาเภอ จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549
3. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล
ประจาปี 2550 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น รํวมกับ
กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 และได๎รับเงินรางวัล หนึ่งล๎านบาท
4. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นดีเดํน จาก นิตยสารเส๎นทางไทย เมื่อวันที่ 20
พฤศจิกายน 2551
5. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล
ประจาปี 2552 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น รํวมกับ
กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 และได๎รับเงินรางวัล หนึ่งล๎านบาท
6. รางวัลศูนย์อปพร. ดีเดํน ประจาปี 2552 จาก ศูนย์อาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพล
เรือน จังหวัดนครศรีธรรมราช
7. รางวัลนวัตกรรมท๎องถิ่นไทย ครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการใน
ชุมชน จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เมื่อวันที่ 17
กันยายน 2553
8. รางวัลตาบลต๎นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จาก กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554
9. รางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเดํนตามหลักธรรมาภิบาลในเรื่อง การอานวยความ
สะดวกให๎แกํประชาชนที่มาติดตํอราชการ พ.ศ.2554 จาก คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัด
นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และได๎รับเงินรางวัล สองแสนบาท
45
10. รางวัล อันดับที่ 1 ประเภทการดาเนินกิจกรรมโครงการรณรงค์ “เข๎าพรรษา
ลดเสี่ยง สร๎างบุญ” ประจาปี 2558 จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และได๎รับเงินรางวัล
หนึ่งหมื่นบาท
2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
งานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง ผู๎วิจัยได๎ศึกษางานวิจัยของหลายทํานที่มีความเกี่ยวข๎องกัน ซึ่งนามา
ศึกษาไว๎หลายเรื่องด๎วยกัน ได๎แกํ
ชญานิศฐ์ รักแจ้ง (2554, หน๎า 120) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง การให๎บริการของสานักงาน
ประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งดาเนินการโดย
วิธีวิจัยเชิงสารวจกับกลุํมตัวอยํางที่เป็นผู๎ประกันตนที่มาใช๎บริการ ณ หนํวยงานสานักงาน
ประกันสังคมเขตพื้นที่ 5 และสานักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 10 ผลการวิจัยพบวํา การให๎บริการ
ของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร
โดยรวมอยูํในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด๎าน ได๎แกํ ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา
และด๎านสมานัตตตา พบวํา ผู๎ประกันตนมีทัศนะอยูํในระดับปานกลาง และผลการเปรียบเทียบการ
ให๎บริการของสานักงานประกันสังคม ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขต
กรุงเทพมหานคร จาแนกตามปัจจัยสํวนบุคคล ได๎แกํ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช๎
บริการ พบวํา ผู๎ประกันตนที่มีอาชีพตํางกัน มีทัศนะตํอการให๎บริการของสานักงานประกันสังคมตาม
หลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร แตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทาง
สถิติที่ระดับ .05 สํวนผู๎ประกันตนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช๎บริการตํางกัน
มีทัศนะตํอการให๎บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตน
เขตกรุงเทพมหานคร ไมํแตกตํางกัน
พรกมล ชูนุกูลพงษ์ (2554, หน๎า 88) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง การให๎บริการประชาชนตาม
หลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งดาเนินการโดยวิธีวิจัยเชิงสารวจกับกลุํม
ตัวอยํางที่เป็นประชาชนที่มาใช๎บริการที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผลการวิจัยพบวํา การ
ให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยรวมอยูํในระดับ
มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน พบวํา มีความคิดเห็นตํอการให๎บริการอยูํในระดับมาก ตามลาดับ คือ
ด๎านทาน ด๎านสมานัตตตา ด๎านปิยวาจา และด๎านอัตถจริยา และผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นตํอ
การให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจาแนกตาม
ปัจจัยสํวนบุคคล พบวําปัจจัยที่ทาให๎ประชาชนมีความคิดเห็นไมํแตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 ได๎แกํ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได๎ตํอเดือน และประสบการณ์ให๎บริการ
พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554, หน๎า 97-99) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึง
พอใจของประชาชนตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบวํา ประชาชนมีความ
พึงพอใจตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของวัดนครสวรรค์ในภาพรวมอยูํใน
ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน พบวํา อยูํในระดับมากทุกด๎าน เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจ
ของประชาชนตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบวํา ประชาชนที่มีเพศอายุ
46
ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกตํางกัน มีความพึงพอใจตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์โดย
ภาพรวมไมํแตกตํางกัน
พระสักชัย จิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี) (2554, หน๎า 123-124) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ
ประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์ พบวํา ประชาชน
มีความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์โดยมีภาพ
รวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎านอยูํในระดับมากทุกด๎าน ผลการเปรียบเทียบความพึง
พอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์ จาแนก
ตามปัจจัยสํวนบุคคลโดยภาพรวมไมํแตกตํางกัน
อนงค์นาฏ แก้วไพรฑูรย์ (2554, หน๎า 120-121) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ
ประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของฝุายทะเบียนที่วําการอาเภอเมือง จังหวัด
นครสวรรค์ ผลการวิจัยพบวํา ความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4
ของฝุายทะเบียนที่วําการอาเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณา
เป็นรายด๎าน พบวํา ความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 มี่คําเฉลี่ย
สูงสุดในด๎านสมานัตตตา มีคําเฉลี่ยต่าสุดในด๎านปิยวาจา เปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชน
โดยจาแนกตามปัจจัยสํวนบุคคล พบวํา บุคคลที่มีเพศและระดับการศึกษาตํางกันมีความพึงพอใจตํอ
การให๎บริการแตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สาหรับอายุ และอาชีพ มีความพึง
พอใจไมํแตกตํางกัน
พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา) (2555, หน๎า 104) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอ
จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด ผลการวิจัยพบวํา การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในคัมภีร์
พระพุทธศาสนาเถรวาท สังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้าใจคน การผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล
หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน รู๎จักวางตนให๎เหมาะสมกับฐานะพูดแตํในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ละเว๎นความชั่วเป็นประโยชน์ในการดารงชีวิต มีจิตใจมั่นคง ไมํหวั่นไหว เปลี่ยนแปลงงํายและดารงตน
ไว๎ไมํให๎ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับคนทั้งหลายอยํางเทําเทียมกัน รวมทั้งอยูํรํวมทุกข์รํวมสุข รํวมแก๎ไข
ปัญหากับประชาชน การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบล
จตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน อยูํในระดับมาก
ทุกด๎าน ลาดับตามคําเฉลี่ยจากสูงไปหาต่า คือ ด๎านสมานัตตตา ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา
แนวทางการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตร
พิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด การนาหลักสังคหวัตถุธรรมมาปรับใช๎ในการปฏิบัติ
หน๎าที่ให๎เหมาะสมกับสถานการณ์ และระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนใน
ท๎องถิ่นตนเอง เพื่อให๎เกิดความรัก ความสามัคคีกัน สามารถแยกเป็นรายด๎านมีรายละเอียดดังนี้คือ
ด๎านทาน คือ นาหลักเมตตาไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ให๎มากขึ้น ด๎านปิยวาจา คือ พูดจากับประชาชน
ด๎วยความสุภาพ จริงใจ และพร๎อมที่จะให๎บริการ ด๎านอัตถจริยา คือ ให๎การบริการประชาชนโดยไมํ
มุํงหวังวําจะได๎รับผลตอบแทน สิ่งของหรือคาชมเชย และด๎านสมานัตตตา คือ ให๎บริการแกํประชาชน
ทุกคนที่มาติดตํอราชการอยํางเทําเทียมกันและเป็นธรรม”
47
พระครูวินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ) (2555, หน๎า 103) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง “ความพึง
พอใจของประชาชนตํอการบริหารงานตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห
อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา” ผลการวิจัยพบวํา “การให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4
ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยูํในระดับมาก
4 และเมื่อพิจารณารายละเอียดแตํละด๎าน พบวํา ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา ด๎านสมานัต
ตตาอยูํในระดับมากเชํนเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบความเห็นของประชาชนตํอการบริหารงานตาม
หลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา พบวํา
ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได๎ และมีระยะเวลาที่อาศัยอยูํในตาบลบางกะไหที่
ตํางกัน มีความเห็นตํอการบริหารงานขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไหโดยรวมไมํแตกตํางกัน
ข๎อเสนอแนะจากประชาชนโดยรวมควรพัฒนาการบริหารงานให๎มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นโดยการพัฒนา
ตัวบุคลากรและการเสริมสร๎างหลักคุณธรรมควรสํงเสริมการให๎บริการแกํประชาชนโดยยึดหลักสังคห
วัตถุ 4 ควรสงเคราะห์ประชาชนอยํางเสมอภาคและเทําเทียมกันและไมํเลือกปฏิบัติ”
พระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม (พีรมณีวงศ์) (2555, หน๎า 96) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง “ความ
คิดเห็นของประชาชนตํอการให๎บริการขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นตามหลักสังคหวัตถุ 4 :
กรณีศึกษา องค์การบริหารสํวนตาบลในอาเภออุ๎มผาง จังหวัดตาก” ผลการวิจัยพบวํา “ความคิดเห็น
ของประชาชนตํอการให๎บริการของเจ๎าหน๎าที่ในองค์การบริหารสํวนตาบลตามหลักสังคหวัตถุ 4 คือ
ด๎านทาน ด๎าน ปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา และสมานัตตตา พบวํา ประชาชนมีความคิดเห็นตํอการ
ให๎บริการของเจ๎าหน๎าที่โดยภาพรวมและรายด๎านอยูํในระดับปานกลางทุกด๎าน ข๎อเสนอแนะสาหรับ
การนาผลการวิจัยไปใช๎ จากผลการวิจัยผู๎วิจัยมีข๎อเสนอแนะซึ่งเป็นแนวทางในการยกระดับความ
คิดเห็นในการให๎บริการประชาชน ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ดังนี้ 1) ในการให๎ความคิดเห็นของประชาชน
ควรมีการพัฒนาด๎านการบริการอยํางไมํหยุดยั้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให๎ดียิ่งขึ้น
2) เจ๎าหน๎าที่มีการแสดงออกที่เป็นมิตรและจริงใจ มีความยืดหยุํนในการให๎บริการ 3) ในการให๎ความ
คิดเห็นของประชาชนควรมีการเน๎นการบริการที่สามารถนามาซึ่งความพึงพอใจแกํผู๎รับและสํงผล
ย๎อนกลับไปยังผู๎ให๎บริการ โดยทาให๎รู๎สึกวําการได๎ชํวยเหลือผู๎อื่นเป็นสิ่งที่มีคุณคํา 4)ในการให๎ความ
คิดเห็นของประชาชนควรมีการยึดหลักสังคหวัตถุ 4 ในด๎านทาน โดยการเสียสละประโยชน์สุขของ
ตนเองและยึดประโยชน์สุขของประชาชนที่มาใช๎บริการเป็นกิจหลัก 5) ในการให๎ความคิดเห็นของ
ประชาชนควรมีการสนทนาและให๎คาชี้แนะแกํผู๎ที่มาใช๎บริการด๎วยปิยวาจา 6) ในการให๎บริการ
ประชาชนควรมีการสงเคราะห์และอนุเคราะห์ในสิ่งที่กํอประโยชน์ให๎แกํประชาชนทุกคนอยํางเสมอ
ภาคและเทําเทียมกัน อันเป็นการยึดตามหลัก อัตถจริยา 7) ในการให๎บริการประชาชนควรมีความ
สม่าเสมอในการปฏิบัติหน๎าที่ หรือมีการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่นด๎านการให๎บริการอยําง
เสมอต๎นเสมอปลาย ถือเป็นการยึดตามหลักสมานัตตตา ซึ่งจะชํวยให๎ผู๎ปฏิบัติมีจิตใจหนักแนํน ไมํโลเล
รวมทั้งเป็นการสร๎างความนิยมและไว๎วางใจให๎แกํผู๎อื่นอีกด๎วย”
พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ (แก้วบุดดี) (2556, หน๎า 94) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจ
ของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม อาเภอ
หนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน โดยผลการการวิจัยพบวํา ระดับความพึงพอใจของประชาชนตํอการ
ให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ในภาพรวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแตํละด๎าน พบวําอยูํใน
48
ระดับมากทุกด๎าน คือ ด๎านอัตถจริยา ด๎านสมานัตตตา ด๎านปิยวาจา และด๎านทาน ตามลาดับ และผล
การเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหาร
สํวนตาบลหนองไผํล๎อม อาเภอหนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน พบวํา ประชาชนที่มีระดับการศึกษา
ตํางกันมีความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม
อาเภอหนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน แตกตํางกัน สํวนประชาชนที่มี เพศ อายุ และอาชีพตํางกัน มี
ความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม จังหวัด
ขอนแกํน ไมํแตกตํางกัน
สรุปได๎วํา งานวิจัยที่เกี่ยวข๎องกับหลักสังคหวัตถุ 4 สํวนใหญํต๎องอาศัยหลักธรรมเข๎ามาชํวย
ในการปฏิบัติงาน ประสานงานและการบริหารงาน เพื่อสร๎างความพึงพอใจและความประทับใจ และ
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน
2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู๎วิจัยได๎กาหนดกรอบ
แนวทางการศึกษาตามบริบทของหลักสังคหวัตถุธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (2551,
หน๎า 412) ซึ่งหมายถึง วิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยวน้าใจคนอื่นที่ยังไมํเคยรักใครํนับถืออยูํแล๎วให๎สนิทแนบ
ยิ่งขึ้น มี 4 ประการ ซึ่งประกอบด๎วย ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา และด๎านสมานัตตตา โดย
มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได๎ตํอเดือน เป็นตัวแปรที่เกี่ยวข๎องกับการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิก สามารถแสดงเป็นแผนภูมิ ได๎ดังนี้
แผนภูมิที่ 2.1 แสดงสรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย
ปัจจัยส่วนบุคคล
- เพศ
- อายุ
- ระดับการศึกษา
- อาชีพ
- รายได๎ตํอเดือน
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประกอบด๎วย 4 ด๎าน ดังนี้
- ด๎านทาน (การให๎)
- ด๎านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
- ด๎านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
- ด๎านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
ตัวแปรอิสระตัวแปรอิสระ ตัวแปรตามตัวแปรตาม
บทที่ 3
วิธีดาเนินการวิจัย
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” เพื่อให้การวิจัยเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยดาเนินการโดยศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง
3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล
3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล
3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3.1.1 ประชากร ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน ตามจานวนสมาชิกปจจจุบัน ณ วันที่
30 มิถุนายน 2558
3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง
ของเคร็ซซี่และมอร์แกน (R.V.Krejcie & D.W.Morgan) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2553, หน้า 113) ได้กลุ่ม
ตัวอย่างจานวน 341 คน และได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่า
จริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05
3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง
วิธีการสุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็น (Probability
Sampling) เลือกใช้วิธีการสุ่มตามระดับชั้น (Stratified random sampling) (ส่งศรี ชมภูวงศ์,
2554, หน้า 101-102) โดยสุ่มหน่วยตัวอย่างบางหน่วยจากทุกระดับชั้น ซึ่งใช้วิธีการสุ่มแบบง่าย
เนื่องจากแต่ละระดับชั้นมีความแตกต่างกัน จึงต้องสุ่มตัวอย่างในแต่ละระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน เป็น
การสุ่มหน่วยตัวอย่างโดยที่ผู้วิจัยกาหนดจานวนตัวอย่างของแต่ละชั้นตามสัดส่วนของจานวนหน่วย
ทั้งหมดในแต่ละระดับชั้นนั้น ต่อจานวนประชากรทั้งหมด คือ ชั้นใดมีจานวนมากก็สุ่มมามาก ชั้นใดมี
จานวนน้อยก็สุ่มมาน้อยและผู้วิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วนจนครบตามที่
ต้องการ คือ จานวน 341 คน
50
หมู่บ้าน ประชากร (คน) กลุ่มตัวอย่าง (คน)
หมู่ที่ 1 บ้านพระเขียน 360 38
หมู่ที่ 2 บ้านโพธิ์ 830 88
หมู่ที่ 3 บ้านหนองบัว 771 81
หมู่ที่ 4 บ้านน้าพุ 561 59
หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งทิศพรม 709 75
รวม 3,231 341
ตารางที่ 3.1 แสดงจานวนประชากรและกลุ่มตัวอย่างของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นโดยครอบคลุมเนื้อหา
เกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกาหนดกรอบแนวคิดในการสร้าง
แบบสอบถามจากเนื้อหา ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อ
ตรวจสอบความถูกต้องและครอบคลุมตรงตามสิ่งที่ต้องการวัด มากาหนดกรอบโดยมีรายละเอียดแบ่ง
ได้เป็น 3 ตอน ดังต่อไปนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามปจจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่แสดงความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ เพศ อายุ
ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนมีลักษณะเป็นแบบสารวจรายการ (Checklist)
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน
การจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ลักษณะคาถามเป็นคาถามแบบปลายปิด (Closed end) ให้เลือกตอบใน 4 ด้าน ดังนี้
1. ด้านทาน (การให้)
2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
3. ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
และลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยมีเกณฑ์
การเลือกคาตอบแบบคาตอบเดียวจาก 5 ตัวเลือก โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนตามแนวคิดของลิเคอร์ท
(Likert) (สาเริง จันทร์สุวรรณและสุวรรณ บัวทาน, 2547, หน้า 140) ให้ผู้ตอบทาเครื่องหมาย  ใน
ช่องที่ตรงกับความรู้สึกว่าการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ต่อข้อความนั้นๆ ในระดับใด โดยกาหนด
ระดับคะแนนตามระดับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในระดับใดระดับหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ
โดยแต่ละระดับมีความหมายดังต่อไปนี้
51
มีความคิดเห็นมากที่สุด ให้ 5 คะแนน
มีความคิดเห็นมาก ให้ 4 คะแนน
มีความคิดเห็นปานกลาง ให้ 3 คะแนน
ความคิดเห็นน้อยที่สุด ให้ 2 คะแนน
มีความคิดเห็นน้อย ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ยของกลุ่ม โดยแปลผลตามแบบมาตราส่วนประมาณค่าใน 5 ระดับ
(ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 331) ดังนี้
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.51 - 5.00 แปลความว่า มีความคิดเห็นมากที่สุด
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.51 - 4.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นมาก
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.51 - 3.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นปานกลาง
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.51 - 2.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นน้อย
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.00 - 1.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นน้อยที่สุด
ตอนที่ 3 แบบสอบถามข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปจญหา และแนวทางแก้ไขปจญหาการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีลักษณะคาถามแบบปลายเปิด (Open ended Question)
เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม (Questionnaires) ซึ่งมีขั้นตอนการสร้าง
แบบสอบถามดังนี้
3.4.1 กาหนดจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นกรอบการวิจัยและนาไปสร้างแบบสอบถาม
3.4.2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการ
สร้างแบบสอบถามเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปจจจัยส่วนบุคคล และการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้
ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช
3.4.3 เขียนนิยามให้ครอบคลุมเนื้อหาในแต่ละลักษณะที่ต้องการวัด และสร้างแบบสอบถาม
ให้ครอบคลุมขอบเขตการศึกษาวิจัย โดยการใช้คาถาม 2 ประเภท คือ แบบปลายปิด (Close–
Ended) และแบบสอบถามปลายเปิด (Open-Ended)
3.4.4 นาเครื่องมือ คือ แบบสอบถาม ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสนออาจารย์ที่ปรึกษาสาร
นิพนธ์ แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องและชัดเจน เหมาะสม ทั้งเนื้อหาสาระและการใช้ถ้อยคา สานวน
ภาษาและนามาจัดทาเป็นแบบสอบถาม
3.4.5 นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น และผ่านการเสนออาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบแล้ว ให้
ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความเที่ยงและครอบคลุมเชิงเนื้อหา (Content Validity) จานวน 3 ท่าน คือ
1) ดร.สุภาพ เต็มรัตน์ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ศรีธรรมาโศกราช
52
2) พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์.ดร ผู้อานวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์
ศรีธรรมาโศกราช
3) นายยงยุทธ นาทะชัย ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี และเลขานุการ
กองทุนสวัสดิการชุนชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
จากนั้นคัดเลือกข้อคาถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ได้ผลค่าดัชนี
ความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00
3.4.6 นาแบบสอบถามที่ได้จากข้อ 3.4.5 ไปทาการทดลองใช้ (Try Out) กับสมาชิกกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลโพธิ์เสด็จ อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง จานวน
30 คน เพื่อวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ เพื่อหาความเชื่อมั่น
ของแบบสอบถามโดยวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) ของครอนบาค
(Cronbach) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 205) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.877
3.4.7 นาแบบสอบถามไปปรับปรุงแก้ไข หลังจากที่ได้ทดลองใช้แล้ว เพื่อให้ได้แบบสอบถาม
ที่สมบูรณ์และนาไปใช้ในการเก็บข้อมูลจากประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้
3.5.1 นาหนังสือขอความร่วมมือในการทาสารนิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหา
มกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช นาเรียนไปยังประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบล
ไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขออนุญาตเก็บข้อมูล แจกแบบสอบถามและ
กาหนดวันเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5.2 ผู้วิจัยได้ลงมือแจกแบบสอบถามแก่สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ละหมู่บ้านตามจานวนที่สุ่มตัวอย่างแบบวิธีการสุ่มตาม
ระดับชั้น และผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจนครบทุกฉบับ โดยใช้เวลาเก็บข้อมูลจานวน 10 วัน
3.5.3 จากนั้นตรวจสอบข้อมูลและความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน
ตามความต้องการและนาข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อไป
3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล
เมื่อได้รับแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างแล้ว ผู้วิจัยทาการตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์
ของข้อมูลทั้งหมด สร้างคู่มือลงรหัสและนาข้อมูลมาลงรหัส จากนั้นนาข้อมูลที่ลงรหัสเรียบร้อยแล้ว
นาไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูปทางสถิติ โดยวิเคราะห์
ตามลาดับ ดังนี้
ตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปจจจัยส่วนบุคคลของสมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างนามา
วิเคราะห์โดยหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ การแจกแจงความถี่และการหาค่าร้อยละ (Percentages)
ตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลของแบบสอบถามเกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
53
นครศรีธรรมราช โดยนามาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยแปลผล
ตามแบบมาตราส่วนประมาณค่าใน 5 ระดับ (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 331) และแปลความหมาย
ของค่าเฉลี่ยของผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงของค่าเฉลี่ย ทั้งในภาพรวม รายด้านและรายข้อ แล้ว
แปลผลตามเกณฑ์การวิเคราะห์
ตอนที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าความแตกต่าง ระหว่างปจจจัยส่วนบุคคลที่มี เพศ อายุ
ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทดสอบ
นัยสาคัญของความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มทดสอบโดยใช้สถิติ
t–test สาหรับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2 กลุ่ม ทดสอบโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of
variance) หรือ F–test และเมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติจะทดสอบความแตกต่าง
ของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference)
ตอนที่ 4 รวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปจญหาและแนวทางแก้ไขปจญหาการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และนาเสนอในรูปตารางประกอบคา
บรรยาย
3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสาเร็จรูป ดังนี้
3.7.1 หาความสอดคล้องของคาถามกับวัตถุประสงค์ (Index of item objective
congruence หรือ IOC) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 197) โดยใช้สูตร ดังนี้
N
R
=IOC
∑
เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับวัตถุประสงค์
∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จานวนผู้เชี่ยวชาญ
โดยกาหนดคะแนนสาหรับการพิจารณาข้อคาถามแต่ละข้อ ดังนี้
1. ให้คะแนน + 1 หมายถึง ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นสอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ที่
ต้องการวัด
2. ให้คะแนน 0 หมายถึง ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนั้นสอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ที่
ต้องการวัด
3. ให้คะแนน - 1 หมายถึง ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นไม่สอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์
ที่ต้องการวัด
54
3.7.2 การหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha -
Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 205) โดยใช้สูตร ดังนี้






 2
2
t
i
s
s∑
∝ -1
1-n
n
เมื่อ  แทน ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
n แทน จานวนข้อคาถาม
2
i
S แทน ความแปรปรวนของคะแนนเป็นรายข้อ
2
t
S แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ
3.7.3 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้หาค่าร้อยละ (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 217) โดยใช้สูตร
ดังนี้
3.7.4 การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า
218) โดยใช้สูตร ดังนี้
n
X
X


เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง
 X แทน ผลรวมของกลุ่มตัวอย่าง
n แทน จานวนข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง
3.7.5 การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) (ส่งศรี
ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 225) โดยใช้สูตร ดังนี้
 
 1
..
22



 
nn
XXn
DS
มดจานวนทั้งห
100บเทียบองการเปรียจานวนที่ต้
ร้อยละ


55
เมื่อ ..DS แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

2
x แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลังสอง
 
2
 x แทน กาลังสองของผลรวมของคะแนน
n แทน จานวนข้อมูล
3.7.6 การวิเคราะห์โดยหาค่า t – test (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 243) โดยใช้สูตร ดังนี้
เมื่อ 1
X แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1
2
X แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่ 2
2
1
S แทน ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างที่ 1
2
2
S แทน ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างที่ 2
1
n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างใน กลุ่มที่ 1
2
n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่าง ในกลุ่มที่ 2
3.7.7 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One – Way ANOVA) เป็นการทดสอบ
ว่าเอฟ (F – test) เพื่อทดสอบความแปรปรวน 2 ตัว คือ ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม กับความ
แปรปรวนภายในกลุ่มว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด เป็นกี่เท่าของกัน (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า
246-247) โดยใช้สูตร ดังนี้
F =
w
b
MS
MS
เมื่อ F แทน ค่าการแจกแจงของ F
b
MS แทน ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม
w
MS แทน ความแปรปรวนภายในกลุ่ม
2
2
2
1
2
1
2
1
n
s
n
s
xx
t



บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการศึกษาวิจัย เรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยได้นาเสนอผล
การวิเคราะห์ข้อมูลตามลาดับ ดังนี้
4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
4.2 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล
4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยใช้สัญลักษณ์ทางสถิติดังต่อไปนี้ คือ
X แทน ค่าเฉลี่ย (Mean)
S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่าง
t แทน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม Z-distribution
F แทน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 กลุ่ม F-distribution
SS แทน ผลรวมกาลังสองของคะแนน
MS แทน ค่าเฉลี่ยของผลรวมกาลังสองของคะแนน
Df แทน ชั้นแห่งความเป็นอิสระ (Degree of freedom)
Sig แทน ค่าที่น้อยที่สุดของระดับความมีนัยสาคัญของข้อมูล
* แทน ค่านัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4.2 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิก จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อ
เดือน
ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
57
นครศรีธรรมราช ของสมาชิก จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน
ต่างกัน
ตอนที่ 5 รวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง
ตารางที่ 4.1 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามเพศ
เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย
หญิง
103
238
30.21
69.79
รวม 341 100.00
จากตารางที่ 4.1 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง จานวนทั้งสิ้น
238 คน คิดเป็นร้อยละ 69.79 ส่วนเพศชาย จานวนทั้งสิ้น 103 คน คิดเป็นร้อยละ 30.21
ตารางที่ 4.2 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอายุ
อายุ จานวน ร้อยละ
18 - 30 ปี
31 - 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
18.77
35.78
45.45
รวม 341 100.00
จากตารางที่ 4.2 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จานวน
ทั้งสิ้น 155 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีอายุ 31 -50 ปี จานวนทั้งสิ้น 122 คน คิดเป็นร้อยละ 35.78
และมีอายุ 18 - 30 ปี จานวนทั้งสิ้น 64 คน คิดเป็นร้อยละ 18.77
58
ตารางที่ 4.3 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามระดับการศึกษา
ระดับการศึกษา จานวน ร้อยละ
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
20.23
58.65
19.65
1.47
รวม 341 100.00
จากตารางที่ 4.3 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับ
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวนทั้งสิ้น 200 คน คิดเป็นร้อยละ 58.65 มีระดับการศึกษาอยู่ใน
ระดับประถมศึกษา จานวนทั้งสิ้น 69 คน คิดเป็นร้อยละ 20.23 มีระดับการศึกษาในระดับ
ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 67 คน คิดเป็นร้อยละ 19.65 และมีระดับการศึกษาในระดับสูงกว่า
ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47
ตารางที่ 4.4 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอาชีพ
อาชีพ จานวน ร้อยละ
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
46.92
34.31
10.26
8.51
รวม 341 100.00
จากตารางที่ 4.4 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกรหรือรับจ้าง
ทั่วไป จานวนทั้งสิ้น 160 คน คิดเป็นร้อยละ 46.92 มีอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว จานวนทั้งสิ้น
117 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 มีอาชีพพนักงานบริษัท จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 10.26 และมี
อาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จานวนทั้งสิ้น 29 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51
59
ตารางที่ 4.5 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามรายได้ต่อเดือน
รายได้ต่อเดือน จานวน ร้อยละ
3,000 – 5,000 บาท
5,001 – 10,000 บาท
10,000 บาทขึ้นไป
75
234
32
22.00
68.62
9.38
รวม 341 100.00
จากตารางที่ 4.5 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ต่อเดือน 5,001 –
10,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 234 คน คิดเป็นร้อยละ 68.62 มีรายได้ต่อเดือน 3,000 – 5,000 บาท
จานวนทั้งสิ้น 75 คน คิดเป็นร้อยละ 22.00 และรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป จานวนทั้งสิ้น 32
คน คิดเป็นร้อยละ 9.38
60
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
หลักสังคหวัตถุธรรม
ระดับความคิดเห็น
X S.D. แปลผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.37
4.37
4.36
4.39
0.34
0.38
0.37
0.37
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.37 0.23 มาก
จากตารางที่ 4.6 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ย
สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
61
ตารางที่ 4.7 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิก ที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ด้านทาน
ระดับความคิดเห็น
X S.D. แปลผล
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด
สวัสดิการสาหรับสมาชิก
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้า
มาเป็นสมาชิกอย่างทั่วถึงและเสมอภาค
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิก
เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์
แก่กลุ่มองค์กรต่างๆ ในชุมชน
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือของ
สมาชิกอย่างทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ
4.39
4.37
4.31
4.37
4.38
0.66
0.67
0.76
0.64
0.63
มาก
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.7 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 1 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสาหรับสมาชิก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 5 ที่ว่า
กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือของสมาชิกอย่างทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ ส่วนข้อ
3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิกเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด
ตามลาดับ
62
ตารางที่ 4.8 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา
ด้านปิยวาจา
ระดับความคิดเห็น
X S.D. แปลผล
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารของ
สมาชิกด้วยถ้อยคาที่สุภาพ
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมี
ความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียม
กัน
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและ
ผลประโยชน์ของสมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการ
เข้าใจ
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความ
จริงใจกับสมาชิก
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรัก
สามัคคีในกองทุน
4.38
4.39
4.41
4.34
4.30
0.63
0.66
0.73
0.71
0.74
มาก
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.8 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์ของสมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา คือ ข้อ 2 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ
กองทุนอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนข้อ 5 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี
ในกองทุน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
63
ตารางที่ 4.9 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา
ด้านอัตถจริยา
ระดับความคิดเห็น
X S.D. แปลผล
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและ
ผลประโยชน์ของสมาชิกโดยไม่ปิดบัง
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรใน
ชุมชนด้วยความเต็มใจ
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิด
ประโยชน์ของสมาชิก
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและ
ผลประโยชน์จากภายนอกให้ของสมาชิก
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้
กาหนดไว้ในกฎระเบียบ
4.35
4.44
4.24
4.43
4.37
0.70
0.65
0.72
0.67
0.67
มาก
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.9 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 2 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วยความเต็มใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 4 ที่ว่า
กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและผลประโยชน์จากภายนอกให้ของสมาชิก ส่วนข้อ 3
ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์ของสมาชิก มีค่าเฉลี่ยต่าสุด
ตามลาดับ
64
ตารางที่ 4.10 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน
สมานัตตตา
ด้านสมานัตตตา
ระดับความคิดเห็น
X S.D. แปลผล
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติของสมาชิกอย่าง
เท่าเทียมและเสมอภาค
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติตนเหมาะสมแก่
ฐานะของตน
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้
ให้บริการของสมาชิก
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับ
สมาชิกไม่เย่อหยิ่งถือตน
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของ
กองทุนอย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอ
4.43
4.35
4.32
4.46
4.38
0.65
0.70
0.67
0.63
0.68
มาก
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.10 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 4 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่เย่อหยิ่งถือตน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 1 ที่ว่า กองทุน
สวัสดิการชุมชนให้เกียรติของสมาชิกอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ส่วนข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ
ชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ให้บริการของสมาชิก มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
65
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน
ตารางที่ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
จาแนกตามเพศ
หลักสังคหวัตถุธรรม
ระดับความคิดเห็น
เพศชาย เพศหญิง
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.36
4.31
4.36
4.37
0.33
0.41
0.41
0.36
มาก
มาก
มาก
มาก
4.37
4.39
4.37
4.40
0.35
0.37
0.36
0.37
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.35 0.24 มาก 4.38 0.22 มาก
จากตารางที่ 4.11 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามเพศ เพศชายและเพศหญิง อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย เพศชาย พบว่า ด้านสมานัตตตา
มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
เพศหญิง พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน
มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
66
ตารางที่ 4.12 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยรวม จาแนกตามอายุ
หลักสังคหวัตถุ
ธรรม
ระดับความคิดเห็น
อายุ 18 - 30 ปี อายุ 31 - 50 ปี อายุ 50 ปีขึ้นไป
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.36
4.39
4.41
4.36
0.33
0.36
0.35
0.40
มาก
มาก
มาก
มาก
4.36
4.37
4.35
4.40
0.35
0.41
0.37
0.34
มาก
มาก
มาก
มาก
4.37
4.35
4.36
4.39
0.35
0.37
0.39
0.38
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.38 0.24 มาก 4.37 0.23 มาก 4.37 0.22 มาก
จากตารางที่ 4.12 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามอายุ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อายุ 18 -30 ปี พบว่า ด้านอัตถจริยา
มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
อายุ 31 – 50 ปี พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วน
ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
อายุ 50 ปีขึ้น พบว่า ด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้าน
ปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
ตารางที่ 4.13 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามระดับการศึกษา
หลักสังคหวัตถุธรรม
ระดับความคิดเห็น
ระดับประถมศึกษา
ระดับมัธยมศึกษา
หรือเทียบเท่า
ระดับปริญญาตรี ระดับสูงกว่าปริญญาตรี
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.34
4.46
4.35
4.43
0.38
0.37
0.37
0.35
มาก
มาก
มาก
มาก
4.38
4.35
4.37
4.38
0.33
0.39
0.38
0.37
มาก
มาก
มาก
มาก
4.34
4.33
4.37
4.39
0.33
0.39
0.39
0.36
มาก
มาก
มาก
มาก
4.32
4.24
4.32
4.20
0.52
0.22
0.30
0.58
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.40 0.22 มาก 4.37 0.23 มาก 4.35 0.23 มาก 4.27 0.22 มาก
จากตารางที่ 4.13 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย ระดับประถมศึกษา พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้าน
ทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
ระดับปริญญาตรี พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
ระดับสูงกว่าปริญญาตรี พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
ตารางที่ 4.14 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอาชีพ
หลักสังคหวัตถุธรรม
ระดับความคิดเห็น
อาชีพเกษตรกรหรือรับจ้าง
ทั่วไป
อาชีพค้าขายหรือธุรกิจ
ส่วนตัว
อาชีพพนักงานบริษัท
อาชีพรับราชการหรือ
รัฐวิสาหกิจ
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.38
4.35
4.42
4.40
0.32
0.39
0.35
0.35
มาก
มาก
มาก
มาก
4.34
4.42
4.33
4.38
0.37
0.37
0.38
0.38
มาก
มาก
มาก
มาก
4.35
4.22
4.30
4.34
0.34
0.42
0.41
0.44
มาก
มาก
มาก
มาก
4.41
4.37
4.28
4.44
0.33
0.36
0.42
0.32
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.39 0.22 มาก 4.37 0.23 มาก 4.30 0.26 มาก 4.37 0.24 มาก
จากตารางที่ 4.14 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามอาชีพ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอาชีพ อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อาชีพเกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตต
ตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
อาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
อาชีพพนักงานบริษัท พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
อาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
69
ตารางที่ 4.15 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
จาแนกตามรายได้ต่อเดือน
หลักสังคหวัตถุ
ธรรม
ระดับความคิดเห็น
รายได้ต่อเดือน
3,000 - 5,000 บาท
รายได้ต่อเดือน
5,001 - 10,000 บาท
รายได้ต่อเดือน
10,000 บาทขึ้นไป
X S.D.
แปล
ผล X S.D.
แปล
ผล X S.D.
แปล
ผล
1. ด้านทาน
2. ด้านปิยวาจา
3. ด้านอัตถจริยา
4. ด้านสมานัตตตา
4.31
4.32
4.35
4.37
0.36
0.37
0.38
0.38
มาก
มาก
มาก
มาก
4.37
4.38
4.37
4.40
0.34
0.39
0.38
0.37
มาก
มาก
มาก
มาก
4.44
4.35
4.39
4.35
0.29
0.38
0.30
0.30
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 4.34 0.24 มาก 4.38 0.23 มาก 4.38 0.20 มาก
จากตารางที่ 4.15 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของรายได้
ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย รายได้ต่อเดือน 3,000 – 5,000 บาท
พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด
ตามลาดับ
รายได้ต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ
ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
รายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถ-
จริยา ส่วนด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
70
ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน
การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับ
การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน
ตารางที่ 4.16 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. แปลผล
ชาย
หญิง
103
238
4.35
4.38
0.24
0.22
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.23 มาก
จากตารางที่ 4.16 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศ
หญิง อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.17 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. t Sig
ชาย
หญิง
103
238
4.35
4.38
0.24
0.22
-1.125 0.261
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.17 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
71
ตารางที่ 4.18 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. แปลผล
ชาย
หญิง
103
238
4.36
4.37
0.33
0.35
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.18 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน
ระดับ มาก
ตารางที่ 4.19 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. t Sig
ชาย
หญิง
103
238
4.36
4.37
0.33
0.35
-0.219 0.827
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.19 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
72
ตารางที่ 4.20 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย-
วาจา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. แปลผล
ชาย
หญิง
103
238
4.31
4.39
0.41
0.37
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.20 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน
ระดับมาก
ตารางที่ 4.21 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. t Sig
ชาย
หญิง
103
238
4.31
4.39
0.41
0.37
-1.676 0.095
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.21 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
73
ตารางที่ 4.22 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ
จริยา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. แปลผล
ชาย
หญิง
103
238
4.36
4.37
0.41
0.36
มาก
มาก
รวม 341 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.22 สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน
ระดับมาก
ตารางที่ 4.23 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. t Sig
ชาย
หญิง
103
238
4.36
4.37
0.41
0.36
-0.162 0.871
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.23 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
74
ตารางที่ 4.24 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา-
นัตตตา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. แปลผล
ชาย
หญิง
103
238
4.37
4.40
0.36
0.37
มาก
มาก
รวม 341 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.24 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน
ระดับมาก
ตารางที่ 4.25 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศต่างกัน
เพศ n X S.D. t Sig
ชาย
หญิง
103
238
4.37
4.40
0.36
0.37
-0.679 0.498
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.25 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
75
ตารางที่ 4.26 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
ที่มีอายุต่างกัน
อายุ n X S.D. แปลผล
18 – 30 ปี
31 – 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
4.38
4.37
4.37
0.24
0.23
0.22
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.22 มาก
จากตารางที่ 4.26 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ
อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอายุ
ต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.007
17.681
2
338
0.003
0.052
0.066 0.936
รวม 17.688 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.27 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
76
ตารางที่ 4.28 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ที่มีอายุต่างกัน
อายุ n X S.D. แปลผล
18 – 30 ปี
31 – 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
4.36
4.36
4.37
0.33
0.35
0.35
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.28 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.29 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุ
ต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.022
39.850
2
338
0.011
0.118
0.094 0.910
รวม 39.872 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.29 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
77
ตารางที่ 4.30 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย-
วาจา ที่มีอายุต่างกัน
อายุ n X S.D. แปลผล
18 – 30 ปี
31 – 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
4.39
4.37
4.35
0.36
0.41
0.37
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.30 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.31 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา
ที่มีอายุต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.063
49.969
2
338
0.031
0.148
0.213 0.808
รวม 50.032 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.31 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
78
ตารางที่ 4.32 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ
จริยา ที่มีอายุต่างกัน
อายุ n X S.D. แปลผล
18 – 30 ปี
31 – 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
4.41
4.35
4.36
0.35
0.37
0.39
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.32 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.33 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา
ที่มีอายุต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.165
47.518
2
338
0.083
0.141
0.588 0.556
รวม 47.684 340
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.33 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
79
ตารางที่ 4.34 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา-
นัตตตา ที่มีอายุต่างกัน
อายุ n X S.D. แปลผล
18 – 30 ปี
31 – 50 ปี
50 ปีขึ้นไป
64
122
155
4.36
4.40
4.39
0.40
0.34
0.38
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.34 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.35 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา
ที่มีอายุต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.070
45.652
2
338
0.035
0.135
0.258 0.772
รวม 45.722 340
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.35 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
80
ตารางที่ 4.36 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
4.40
4.37
4.35
4.27
0.22
0.23
0.23
0.22
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.23 มาก
จากตารางที่ 4.36 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วง
ของระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.37 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.111
17.577
3
337
0.037
0.052
0.711 0.546
รวม 17.688 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.37 พบว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
81
ตารางที่ 4.38 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
4.34
4.38
4.34
4.32
0.38
0.33
0.33
0.52
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.38 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ
การศึกษา อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.39 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.170
39.702
3
337
0.057
0.118
0.481 0.696
รวม 39.872 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.39 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
82
ตารางที่ 4.40 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย-
วาจา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
4.46
4.35
4.33
4.24
0.37
0.39
0.39
0.22
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.40 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ
การศึกษา อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.41 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.906
49.126
3
337
0.302
0.146
2.072 0.104
รวม 50.032 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.41 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
83
ตารางที่ 4.42 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ
จริยา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
4.35
4.37
4.37
4.32
0.37
0.38
0.39
0.30
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.42 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ
การศึกษา อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.43 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.036
47.648
3
337
0.012
0.141
0.084 0.969
รวม 47.684 340
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.43 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
84
ตารางที่ 4.44 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา-
นัตตตา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
ปริญญาตรี
สูงกว่าปริญญาตรี
69
200
67
5
4.43
4.38
4.39
4.20
0.35
0.37
0.36
0.58
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.44 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ
การศึกษา อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.45 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.300
45.422
3
337
0.100
0.135
0.741 0.528
รวม 45.722 340
*แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.45 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
85
ตารางที่ 4.46 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
ที่มีอาชีพต่างกัน
อาชีพ n X S.D. แปลผล
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
4.39
4.37
4.30
4.37
0.22
0.23
0.26
0.24
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.23 มาก
จากตารางที่ 4.46 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ
อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.47 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพ
ต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.207
17.481
3
337
0.069
0.052
1.331 0.264
รวม 17.688 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.47 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
86
ตารางที่ 4.48 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ที่มีอาชีพต่างกัน
อาชีพ n X S.D. แปลผล
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
4.38
4.34
4.35
4.41
0.32
0.37
0.34
0.33
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.48 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.49 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพ
ต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.197
39.675
3
337
0.066
0.118
0.557 0.644
รวม 39.872 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.49 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
87
ตารางที่ 4.50 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย-
วาจา ที่มีอาชีพต่างกัน
อาชีพ n X S.D. แปลผล
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
4.35
4.42
4.22
4.37
0.39
0.37
0.42
0.36
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.50 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.51 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา
ที่มีอาชีพต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
1.134
48.898
3
337
0.378
0.145
2.604 0.052
รวม 50.032 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.51 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
88
ตารางที่ 4.52 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ
จริยา ที่มีอาชีพต่างกัน
อาชีพ n X S.D. แปลผล
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
4.42
4.33
4.30
4.28
0.35
0.38
0.41
0.42
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.52 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.53 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา
ที่มีอาชีพต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.984
46.700
3
337
0.328
0.139
2.367 0.071
รวม 47.684 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.53 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
89
ตารางที่ 4.54 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา-
นัตตตา ที่มีอาชีพต่างกัน
อาชีพ n X S.D. แปลผล
เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป
ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
พนักงานบริษัท
รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
160
117
35
29
4.40
4.38
4.34
4.44
0.35
0.38
0.44
0.32
มาก
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.54 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ
มาก
ตารางที่ 4.55 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา
ที่มีอาชีพต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.176
45.546
3
337
0.59
0.135
0.434 0.728
รวม 45.722 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.55 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
90
ตารางที่ 4.56 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม
ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล
3,000 - 5,000 บาท
5,001 - 10,000 บาท
10,000 บาท ขึ้นไป
75
234
32
4.34
4.38
4.38
0.24
0.23
0.20
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.23 มาก
จากตารางที่ 4.56 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วง
ของรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.57 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้
ต่อเดือนต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.119
17.569
2
338
0.059
0.052
1.140 0.321
รวม 17.688 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.57 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
91
ตารางที่ 4.58 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน
ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล
3,000 - 5,000 บาท
5,001 - 10,000 บาท
10,000 บาท ขึ้นไป
75
234
32
4.31
4.37
4.44
0.36
0.34
0.29
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.34 มาก
จากตารางที่ 4.58 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้
ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.59 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้
ต่อเดือนต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.417
39.454
2
338
0.209
0.117
1.788 0.169
รวม 39.872 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.59 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
92
ตารางที่ 4.60 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย-
วาจา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล
3,000 - 5,000 บาท
5,001 - 10,000 บาท
10,000 บาท ขึ้นไป
75
234
32
4.32
4.38
4.35
0.37
0.39
0.38
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.37 0.38 มาก
จากตารางที่ 4.60 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้
ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.61 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา
ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.253
49.779
3
338
0.126
0.147
0.858 0.425
รวม 50.032 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.61 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
93
ตารางที่ 4.62 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน
อัตถจริยา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล
3,000 - 5,000 บาท
5,001 - 10,000 บาท
10,000 บาท ขึ้นไป
75
234
32
4.35
4.37
4.39
0.38
0.38
0.30
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.36 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.62 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้
ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.63 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา
ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.035
47.649
2
338
0.017
0.141
0.123 0.885
รวม 47.684 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.63 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
94
ตารางที่ 4.64 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา-
นัตตตา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล
3,000 - 5,000 บาท
5,001 - 10,000 บาท
10,000 บาท ขึ้นไป
75
234
32
4.37
4.40
4.35
0.38
0.37
0.30
มาก
มาก
มาก
รวม 341 4.39 0.37 มาก
จากตารางที่ 4.64 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้
ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก
ตารางที่ 4.65 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ
นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา
ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig
ระหว่างกลุ่ม
ภายในกลุ่ม
0.119
45.603
2
338
0.060
0.135
0.443 0.643
รวม 45.722 340
*แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากตารางที่ 4.65 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
95
ตอนที่ 5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตารางที่ 4.66 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน
การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ลาดับที่ ปัญหา ความถี่
1.
2.
3.
1. ด้านทาน
สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่
ของสมาชิกในปัจจุบันไม่มากนัก
กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุน
สวัสดิการชุนชนไม่มากนัก
กองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก
ไม่มากนัก ทาให้หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกเข้ามาให้ความยังไม่มากนัก
23
17
10
รวม 50
1.
2.
2. ด้านปิยวาจา
ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ แสดงการเกียรติ
ซึ่งกันและกันไม่มากนักและบางครั้งใช้คาพูดกับผู้สูงอายุยังไม่เหมาะสมมากนัก
ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและ
แสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนาไม่มากนัก
26
8
รวม 34
1.
2.
3. ด้านอัตถจริยา
กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการ
ให้กับสมาชิก
กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการ
ให้บริการต่างๆ
22
7
รวม 29
1.
2.
4. ด้านสมานัตตตา
กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งวางตัวไม่เป็นกลางเท่าที่ควร และยังมีการรับฟัง
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มากนัก
กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติต่อสมาชิกด้วยความเท่าเทียมกันไม่มากนัก
17
15
รวม 32
96
จากตารางที่ 4.66 พบว่า สมาชิกได้เสนอแนะปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช มากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพ
เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบันไม่มากนัก กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการ
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุนชนไม่มากนัก และกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกไม่มากนัก ทาให้หน่วยงานหรือองค์กร
ภายนอกเข้ามาให้ความยังไม่มากนัก รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ได้แก่ ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการ
การชุมชนพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ แสดงการเกียรติซึ่งกันและกันไม่มากนักและบางครั้งใช้คาพูดกับ
ผู้สูงอายุยังไม่เหมาะสมมากนัก และในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการพูดจาด้วยอารมณ์
ฉุนเฉียวและแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนาไม่มากนัก น้อยที่สุด คือ ด้านอัตถจริยา ได้แก่
กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและ
กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการให้บริการต่างๆ
97
ตารางที่ 4.67 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ลาดับที่ แนวทางแก้ไข ความถี่
1.
2.
3.
1. ด้านทาน
ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางในการจัด
สวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ควรมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่าน
หลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ (Line) , Facebook ของกองทุนสวัสดิการชุมชน
หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชน
ควรมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรม
หรือการให้ความรู้ที่สามารถนามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน
22
13
8
รวม 43
1.
2.
2. ด้านปิยวาจา
กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
และใช้คาพูดที่สุภาพกับผู้สูงอายุ รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้
ผู้สูงอายุเข้าใจง่าย
กองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่
พึงพอใจในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อนเสมอ
23
5
รวม 28
1.
2.
3. ด้านอัตถจริยา
ควรมีการจัดอบรมหรือมีการสรุปกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการให้กับกองทุน
สวัสดิการให้มีความชัดเจน ถูกต้องและแม่นยา
กองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม
การให้บริการต่างๆ ควรให้ด้วยความจริงใจ
20
6
รวม 26
1.
2.
4. ด้านสมานัตตตา
กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็นกลาง และรับฟังความคิดเห็นในทุกๆ
ปัญหาที่เกิดขึ้น
กองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน อย่างเสมอต้น
เสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ
15
10
รวม 25
98
จากตารางที่ 4.67 พบว่า สมาชิกได้เสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช มากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิก
เพื่อวางแนวทางในการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน,ควรมีการ
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านหลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์
(Line) , Facebook ของกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชน และควรมีการ
ขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรมหรือการให้ความรู้ที่สามารถ
นามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการชุมชน รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ได้แก่ กองทุน
สวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และใช้คาพูดที่สุภาพกับผู้สูงอายุ
รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้ผู้สูงอายุเข้าใจง่ายและกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจา
ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความ
เหมาะสมก่อนเสมอ น้อยที่สุด คือ ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็น
กลาง และรับฟังความคิดเห็นในทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิก
อย่างเท่าเทียมกัน อย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” นั้น ผู้วิจัยขอนาเสนอ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิจัย สรุปผลการวิจัย
อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ตามลาดับดังนี้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อ
เปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบล
ไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ
รายได้ต่อเดือน ต่างกัน และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประชากร คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน
กลุ่มตัวอย่าง คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ซึ่งได้กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ
เคร็ซซี่และมอร์แกน (R.V.Krejcie & D.W.Morgan) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2553, หน้า 113) ได้กลุ่ม
ตัวอย่างจานวน 341 คน และได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่า
จริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นโดยครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกาหนดกรอบแนวคิดในการสร้างแบบสอบถามจาก
เนื้อหา ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
และครอบคลุมตรงตามสิ่งที่ต้องการวัด มากาหนดกรอบโดยมีรายละเอียดแบ่งได้เป็น 3 ตอน
ดังต่อไปนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่แสดงความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ เพศ อายุ
ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน มีลักษณะเป็นแบบสารวจรายการ (Checklist)
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราชลักษณะคาถามเป็นคาถามแบบปลายปิด (Closed end) ให้เลือกตอบใน 4 ด้าน
ดังนี้
100
1. ด้านทาน (การให้)
2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
3. ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรม
ไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยมีลักษณะคาถามแบบปลายเปิด (Open ended Question) เพื่อให้ผู้ตอบ
แบบสอบถามสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( )
และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบนัยสาคัญของความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของ
กลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มทดสอบโดยใช้สถิติ t – test สาหรับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2 กลุ่ม ทดสอบโดย
การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of variance) หรือ F – test และเมื่อพบความแตกต่าอย่าง
มีนัยสาคัญทางสถิติจะทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี LSD (Least Significant
Difference)
5.1 สรุปผล
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ดังนี้
5.1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม
ตัวอย่าง
1) จาแนกตามเพศ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน
ทั้งสิ้น 238 คน คิดเป็นร้อยละ 69.79 ส่วนเพศชาย จานวนทั้งสิ้น 103 คน คิดเป็นร้อยละ 30.21
2) จาแนกตามอายุ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
จานวนทั้งสิ้น 155 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีอายุ 31 -50 ปี จานวนทั้งสิ้น 122 คน คิดเป็นร้อยละ
35.78 และมีอายุ 18 - 30 ปี จานวนทั้งสิ้น 64 คน คิดเป็นร้อยละ 18.77
3) จาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับ
การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวนทั้งสิ้น 200 คน คิดเป็นร้อยละ 58.65 มีระดับ
การศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา จานวนทั้งสิ้น 69 คน คิดเป็นร้อยละ 20.23 มีระดับการศึกษาใน
ระดับปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 67 คน คิดเป็นร้อยละ 19.65 และมีระดับการศึกษาในระดับสูงกว่า
ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47
4) จาแนกตามอาชีพ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกร
หรือรับจ้างทั่วไป จานวนทั้งสิ้น 160 คน คิดเป็นร้อยละ 46.92 มีอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว
จานวนทั้งสิ้น 117 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 มีอาชีพพนักงานบริษัท จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ
10.26 และมีอาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จานวนทั้งสิ้น 29 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51
5) จาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ต่อ
เดือน 5,001 – 10,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 234 คน คิดเป็นร้อยละ 68.62 มีรายได้ต่อเดือน 3,000 –
101
5,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 75 คน คิดเป็นร้อยละ 22.00 และรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป
จานวนทั้งสิ้น 32 คน คิดเป็นร้อยละ 9.38
5.1.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้
1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับ
ตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา
มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
5.1.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จาแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและ
รายได้ต่อเดือน ดังนี้
1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามเพศ เพศชายและเพศหญิง อยู่ในระดับมาก เมื่อ
พิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย เพศชาย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและเพศหญิง พบว่า ด้าน
สมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห-
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอายุ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อายุ 18 -30 ปี พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ย
สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อายุ 31 – 50 ปี พบว่า
ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด
ตามลาดับ และอายุ 50 ปีขึ้น พบว่า ด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้าน
ปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
3) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห-
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของระดับ
การศึกษา อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย ระดับประถมศึกษา
พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด
ตามลาดับ ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ
ด้านทาน ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับปริญญาตรี พบว่า ด้านสมานัตตตามีค่า
ค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและระดับสูง
102
กว่าปริญญาตรี พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตตา มี
ค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
4) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอาชีพ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของ
อาชีพ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อาชีพเกษตรกรหรือ
รับจ้างทั่วไป พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา
มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รอง
ลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพพนักงานบริษัท พบว่า
ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
และอาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ
ด้านทาน ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
5) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห
วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของรายได้ต่อ
เดือน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย รายได้ต่อเดือน 3,000
– 5,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านทาน
มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ รายได้ต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ย
สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและรายได้ต่อเดือน
10,000 บาทขึ้นไป พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตต
ตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
5.1.4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ
สมาชิกที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ดังนี้
1) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ที่มีเพศต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ที่มีอายุต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ
ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
3) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
103
นครศรีธรรมราช ที่มีระดับการศึกษาต่างกันพบว่า พบว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกันมี
ความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ที่มีอาชีพต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลัก
สังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิติที่ระดับ .05
5) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.1.5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลัก
สังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชดังนี้
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
1) ด้านทาน ได้แก่ สวัสดิการขอกองทุนในปัจจุบันไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและ
ความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบัน กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงาน
ต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุนชนน้อยและกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงาน
หรือองค์กรภายนอกน้อย ทาให้หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกเข้ามาให้ความช่วยเหลือน้อย
2) ด้านปิยวาจา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ มีการ
เกียรติซึ่งกันและกันน้อยและใช้คาพูดกับสมาชิกไม่ดีเท่าที่ควรและกองทุนสวัสดิการชุมชนพูดจาด้วย
อารมณ์ฉุนเฉียวและแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนา
3) ด้านอัตถจริยา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัด
สวัสดิการให้กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการชุมชนยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการ
ให้บริการต่างๆ
4) ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตัวไม่เป็นกลางเท่าที่ควร และไม่
ค่อยรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติต่อสมาชิกไม่เท่าเทียมกัน
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช
1) ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางใน
การจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควรมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงาน
ต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านหลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ (Line), Facebook ของกองทุน
104
สวัสดิการชุมชน หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชนและควรมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือ
องค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรมหรือการให้ความรู้ที่สามารถนามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและ
กองทุนสวัสดิการชุมชน
2) ด้านปิยวาจา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติ
ซึ่งกันและกัน และใช้คาพูดที่สุภาพกับสมาชิก รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้สมาชิกเข้าใจ
ง่ายและกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจ
ในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อนเสมอ
3) ด้านอัตถจริยา ได้แก่ ควรมีการจัดอบรมหรือมีการสรุปกฎระเบียบของการจัดสวัสดิ
การให้กับกองทุนสวัสดิการให้มีความชัดเจน ถูกต้องและแม่นยาและกองทุนสวัสดิการชุมชนควร
ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม การให้บริการต่างๆ ควรให้ด้วยความจริงใจ
4) ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็นกลางและรับฟังความ
คิดเห็นในทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน
อย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ
5.2 อภิปรายผล
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู้วิจัยได้นาผลที่พบจากการ
วิจัย มาอธิบายเชื่อมโยงกับทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังต่อไปนี้
5.2.1 ผลการศึกษาวิเคราะห์ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้
ผลการศึกษาความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ อภิปรายได้ว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในกาจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย
มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิย
วาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ซึ่งจะเห็นได้ว่า การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกได้ดาเนินการ
อย่างเป็นระบบ มีการร่วมบริหารจัดการและร่วมรับผลประโยชน์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม ซึ่งทาให้
สมาชิกทุกคนรู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีความเท่าเทียมนาไปสู่ความแข็งแรงให้กับกองทุน
สวัสดิการต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระสักชัย จิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี) (2554) ได้ทาการวิจัยเรื่อง
ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์
พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาล
นครสวรรค์โดยมีภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
ด้านทาน พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ
จัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรี
105
ธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า เนื่องจาก สมาชิกส่วนใหญ่ได้รับความรู้จากกองทุน
สวัสดิการชุมชนมากพอสมควรสาหรับที่จะร่วมกันจัดสวัสดิการต่างๆ รวมทั้งมีการให้ความช่วยเหลือ
แก่สาหรับสมาชิกในเรื่องต่างๆ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระครู
วินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ) (2555) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของประชาชนต่อการ
บริหารงานตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัด
ฉะเชิงเทรา ผลการวิจัยพบว่า การให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วน
ตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 4 และเมื่อพิจารณา
รายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า ด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถจริยา ด้านสมานัตตตาอยู่ในระดับมาก
เช่นเดียวกัน
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ
สาหรับสมาชิก มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด
สวัสดิการจากกองทุนสวัสดิการนั้น ทาให้สมาชิกทุกสามารถเข้ามาร่วมกันเสนอแนวคิดการจัด
สวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกและทาให้สมาชิกทุกคนสามารถเสนอในสิ่งที่มีประโยชน์
ต่อส่วนรวม และยังให้ส่วนรวมช่วยกันตัดสินใจในการจัดสวัสดิการต่างๆ สาหรับสมาชิกทุกคนอย่าง
เป็นธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด บุญสิริ ชวลิตธารง (2529) ได้กล่าวถึงความหมายของสังคหวัตถุ
ว่า ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการสงเคราะห์กัน ทาน
หมายถึง การให้ การเฉลี่ยเผื่อแผ่กันและกัน ซึ่งเป็นข้อสาคัญเพราะว่าทุกๆ คนนั้น ย่อมต้องการความ
ช่วยเหลือจากกันและกันอยู่ในด้านต่างๆ ในด้านวัตถุ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอุปโภคบริโภค
ต่างๆ ในด้านกาลังกาย ช่วยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด้านวาจา พูดจาช่วยเหลือกัน
เรื่องที่ควรพูดจา ในด้านสติปัญญา ช่วยให้ความรู้ ให้การแนะนา ในข้อที่ควรจะแนะนาต่างๆ การให้
การเฉลี่ยเผื่อแผ่เจือจุนทุกคนทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้น้อย ต่างก็ควรมีทาน คือ การให้ช่วยเหลือกัน ผู้ใหญ่ให้
การช่วยเหลือผู้น้อย ผู้น้อยให้การช่วยเหลือผู้ใหญ่ ด้วยมีจิตใจมุ่งที่จะช่วยให้บรรลุถึงประโยชน์ที่
ต้องการ หรือเพื่อที่จะให้พ้นจากอุปสรรคขัดข้องทั้งหลาย
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิกเหมาะสมกับ
สภาพปัจจุบัน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า ในปัจจุบันปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพดินฟ้าอากาศ โลกร้อนหรือภัยธรรมชาตินั้นมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น ใน
หนึ่งปีพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้าท่วมปีละครั้ง แต่ปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นสมาชิกจะต้องรับผลกระทบ
จากน้าท่วมปีละสองถึงสามครั้ง จัดสวัสดิการที่จัดไว้เพียงครั้งเดียวจึงทาให้ช่วยเหลือสมาชิกได้ไม่
ทั่วถึงและเมื่อจะช่วยเหลือด้วยตัวเงินก็จะต้องผ่านการขอมติจากสมาชิกก่อนจึงทาให้เกิดความล่าช้า
และไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด บุญสิริ ชวลิตธารง (2529) ได้กล่าวถึง
ความหมายของสังคหวัตถุว่า ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อ
การสงเคราะห์กัน ทาน หมายถึง การให้ การเฉลี่ยเผื่อแผ่กันและกัน ซึ่งเป็นข้อสาคัญเพราะว่าทุกๆ
คนนั้น ย่อมต้องการความช่วยเหลือจากกันและกันอยู่ในด้านต่างๆ ในด้านวัตถุ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง
เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ในด้านกาลังกาย ช่วยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด้านวาจา
พูดจาช่วยเหลือกันเรื่องที่ควรพูดจา ในด้านสติปัญญา ช่วยให้ความรู้ ให้การแนะนา ในข้อที่ควรจะ
แนะนาต่างๆ การให้การเฉลี่ยเผื่อแผ่เจือจุนทุกคนทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้น้อย ต่างก็ควรมีทาน คือ การให้
106
ช่วยเหลือกัน ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือผู้น้อย ผู้น้อยให้การช่วยเหลือผู้ใหญ่ ด้วยมีจิตใจมุ่งที่จะช่วยให้
บรรลุถึงประโยชน์ที่ต้องการ หรือเพื่อที่จะให้พ้นจากอุปสรรคขัดข้องทั้งหลาย
ด้านปิยวาจา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน
การจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า เนื่องจาก กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถให้
ความรู้พร้อมกับอธิบายสวัสดิการและผลประโยชน์ของสมาชิกได้อย่างละเอียดและสามารถเข้าใจได้
ง่าย ทาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของกองทุนจึงเข้ามามีส่วนร่วมกับกองทุน ซึ่งสอดคล้อง
กับงานวิจัย พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554) ได้ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ
ประชาชนต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจ
ต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของวัดนครสวรรค์ในภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์ของ
สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุน
สวัสดิการชุมชนมีการชี้แจงให้ความรู้ และทาความเข้าใจในการจัดสวัสดิการและการรับผลประโยชน์
ต่างๆ ของสมาชิกได้อย่างละเอียดและสามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระภาวนาวิ
สุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542) ได้กล่าวว่า หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู้อื่นไว้ได้
ปิยวาจา การเจรจาที่อ่อนหวาน คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนตามฐานะย่อมเป็นที่ชื่นใจเป็นที่
ประทับใจแก่ผู้ฟังหรือคู่สนทนา ไม่มีใครชอบวาจาที่หยาบคายแข็งกระด้างหรือวาจาที่ก้าวร้าว ที่ไร้
มารยาท ไม่รู้กาลเทศะและวาจาที่ไม่ไพเราะ ไม่สมฐานะระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังและคู่สนทนาด้วย คนเรา
จะได้ดีหรือถึงความเสื่อมก็ด้วยวาจานั่นแหละ เป็นข้อสาคัญประการหนึ่ง โบราณท่านจึงกล่าวไว้ว่า
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หมายความว่า วาจาที่ดี ที่สุภาพ ที่ไพเราะอ่อนหวานนั่นแหละเป็นข้อปฏิบัติ
ที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งของการครองใจคนและจะได้ดีก็เพราะวาจานั่นแหละ ส่วนคาว่า เลข ณ ที่นี้
หมายถึง วิชาความรู้ยังเป็นรอง คือ ถึงจะเป็นคนมีความรู้สูง แต่ถ้าปากไม่ดีเสียแล้ว ย่อมหวังความ
เจริญในชีวิตได้ยาก เพราะคนปากเสียไม่อาจผูกใจใครไว้ได้ จะหาคนคบหาสมาคมเป็นมิตรสหายที่ดีที่
จริงใจต่อกันได้ยาก ปิยวาจา คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนต่อกันตามฐานะเท่านั้นแหละที่จะเป็น
เครื่องผูกใจยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่นได้ยืนนาน
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคีใน
กองทุน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิด
ความรักสามัคคีในกองทุนเท่าที่ควร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม)
(2542) ได้กล่าวไว้ว่า สังคหวัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี ปิยวาจา คือ พูดให้เขารัก ไม่พูดให้เขา
เกลียด ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ต้องพูดให้เขารัก เรียกว่า ปิยวาจา ปิโย เทวมนุสสานัง
ด้านอัตถจริยา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้
ในการจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการแจ้งข้อมูล
สวัสดิการและผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับสมาชิกและมีการให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนเพื่อให้
เกิดความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอีกและสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่ง
107
สอดคล้องกับงานวิจัย พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ (แก้วบุดดี) (2556) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึง
พอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารส่วนตาบลหนองไผ่ล้อม
อาเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น โดยผลการการวิจัยพบว่า ระดับความพึงพอใจของประชาชน
ต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่า
อยู่ในระดับมากทุกด้าน คือ ด้านอัตถจริยา ด้านสมานัตตตา ด้านปิยวาจา และด้านทาน ตามลาดับ
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วย
ความเต็มใจ มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า นอกจากกองทุนสวัสดิการชุมชนมีการให้
ความช่วยเหลือแก่สมาชิกในกองทุนแล้วยังมีการประสานงานและให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กร
ภายนอก ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.
ปยุตฺโต) (2551) ได้กล่าวถึงความหมายของ สังคหะ ว่าวิธีสงเคราะห์ หมายถึงวิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยว
น้าใจคนอื่นที่ยังไม่เคยรักใคร่นับถืออยู่แล้วให้สนิทแนบยิ่งขึ้น พูดง่ายๆ สังคหวัตถุ คือ เทคนิควิธีทาให้
คนรักหรือมนต์ผูกใจคน อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือขวนขวายช่วยเหลือกิจการ บาเพ็ญ
สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงช่วยแก้ไขปรับปรุงส่งเสริมในทางจริยธรรม
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์แก่
สมาชิก มีค่าแปลผล อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการกาหนดกฎระ-
เบียบต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกทุกคนและเป็นผลดีต่อองค์กรภายนอกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับ
แนวคิด พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2535) ได้กล่าวว่า การผูกใจคนจะต้องผูกด้วยสังคหวัตถุ
ธรรม คือ ธรรมะที่จะช่วยผูกมัดใจคน อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนบ้าน
ไปจนกระทั่งถึงสังคม เช่น การที่ได้ร่วมกิจกรรมกัน ซึ่งต่างก็ได้ถือเอาอาหารคาวหวานหรือผลไม้มา
ถวายแก่พระสงฆ์แล้วบางส่วนก็นาไปแจกกัน ก็เรียกได้ว่า ได้ทาหน้าที่ที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมแล้ว
ด้านสมานัตตตา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป
ใช้ในการจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการให้เกียรติ
ให้ความเท่าเทียมและเสมอภาค ปฏิบัติตนเหมาะสมและไม่มีการปิดบังข้อมูลต่างๆ สาหรับสมาชิก
ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา) (2555) ได้ทาการวิจัยเรื่อง
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอ
จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการวิจัยพบว่า การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในคัมภีร์
พระพุทธศาสนาเถรวาท สังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้าใจคน การผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล
หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน รู้จักวางตนให้เหมาะสมกับฐานะพูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ละเว้นความชั่ว เป็นประโยชน์ในการดารงชีวิต มีจิตใจมั่นคง ไม่หวั่นไหว เปลี่ยนแปลงง่ายและดารง
ตนไว้ไม่ให้ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับคนทั้งหลายอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วม
แก้ไขปัญหากับประชาชน การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาล
ตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับ
มากทุกด้าน ลาดับตามค่าเฉลี่ยจากสูงไปหาต่า คือ ด้านสมานัตตตา ด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถ-
จริยา แนวทางการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบล
จตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด การนาหลักสังคหวัตถุธรรมมาปรับใช้ในการ
108
ปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ในท้องถิ่นตนเอง เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีกัน
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่เย่อหยิ่ง
ถือตน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า การปฏิบัติตนของกองทุนสวัสดิการชุมชนมี
การให้เกียรติและวางตัวเหมาะสมแก่การให้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระภาวนาวิสุทธิคุณ
(เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542) ได้กล่าวว่า หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู้อื่นไว้ได้ คือ
สังคหวัตถุ 4 สมานัตตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอ ไม่ถือตัว คือ ความประพฤติปฏิบัติดีต่อผู้อื่นอย่าง
เสมอต้นเสมอปลาย เมื่อมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้า หรือได้ดิบได้ดีขึ้นไป ก็ไม่ถือตัวหรือทาตัวเย่อหยิ่งกับ
ญาติพี่น้องหรือมิตรสหายเดิมที่เคยคบค้าหรือปฏิบัติดีต่อกัน เคยเคารพนับถือกันอย่างไร ก็คง
ประพฤติปฏิบัติดีต่อกัน เคารพนับถือกันอยู่อย่างนั้น ความเป็นผู้มีตนเสมอนี้เป็นคุณเครื่องยึดเหนี่ยว
จิตใจผู้อื่นไว้เป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันได้เป็นอย่างดี
ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ให้บริการ
ของสมาชิก มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีให้บริการอย่าง
เต็มใจและมีการวางตนเหมาะสมมีความเที่ยงธรรมและเสมอภาค ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระราช
สุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม) (2542) ได้กล่าวไว้ว่า สังคหวัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี
สมานัตตตา คือ การวางตนให้เหมาะสม เรียกว่า ไม่ถือตัวตนว่า เราดีกว่าเขา ได้แก่ วางตนให้
เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่ เหมาะกับฐานะ เหมาะกับกาลเทศะ ที่ว่าเหมาะสมตาแหน่งหน้าที่นั้น
หมายความว่า เรามีหน้าที่อย่างไร ก็ไปปฏิบัติไปตามหน้าที่ ที่ว่าเหมาะสมกับฐานะนั้น คือ ใช้จ่าย
ทรัพย์ให้เหมาะสมกับฐานะก็คือ เข้าใจใช้จ่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ สุรุ่ยร่ายเกินไปแต่ก็ไม่ตระหนี่เกินไปจนเข้า
ขั้นทรมานตนเอง ที่ว่าเหมาะสมกับกาลเทศะนั้น หมายความว่า ปฏิบัติกิจให้เหมาะสมกับเวลาและ
สถานที่
5.2.2 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจที่มีต่อการให้บริการด้านเบี้ยยังชีพ
ขององค์การบริหารส่วนตาบลหัวไทร อาเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มี เพศ
อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ดังนี้
1) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป
ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ
การจัดสวัสดิการและมีส่วนร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงทาให้มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ซึ่ง
สอดคล้องกับงานวิจัย ชญานิศฐ์ รักแจ้ง (2554) ผลการเปรียบเทียบการให้บริการของสานักงาน
ประกันสังคม ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร จาแนกตาม
ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช้บริการ พบว่า ผู้ประกันตนที่มี
อาชีพต่างกัน มีทัศนะต่อการให้บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะ
ของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วน
109
ผู้ประกันตนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช้บริการต่างกัน มีทัศนะต่อการให้บริการ
ของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร ไม่
แตกต่างกัน
2) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป
ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็น
ช่วงอายุที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นและต้องการมีส่วนร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชน เพราะต้องการมี
สวัสดิการรองรับไว้ในอนาคตจึงทาให้มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พรกมล
ชูนุกูลพงษ์ (2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการ
ให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจาแนกตามปัจจัย
ส่วนบุคคล พบว่าปัจจัยที่ทาให้ประชาชนมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .05 ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ให้บริการ
3) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ
.05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมี
การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคบังคับของรัฐ จึงมีความรู้ สามารถ
อ่านและการเขียน และยังทาให้สนใจที่จะแสวงหาความรู้ต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย
พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบ
ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า
ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการให้บริการของ
วัดนครสวรรค์โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน
4) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา
หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มี อาชีพต่างกัน มีความคิดเห็น
ต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป
ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้านเกษตร
เป็นเกษตรกรชาวสวน และเมื่อว่างจากการทาสวนจะมีงานรับจ้างทั่วไปรองรับจึงทาให้มีความสัมพันธ์กับ
รายได้ของสมาชิกและความเป็นอยู่ตามสภาพปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย อนงค์นาฏ แก้วไพรฑูรย์
(2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนโดยจาแนก
110
ตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า บุคคลที่มีเพศและระดับการศึกษาต่างกันมีความพึงพอใจต่อการ
ให้บริการแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สาหรับอายุ และอาชีพ มีความพึงพอใจไม่
แตกต่างกัน
5) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ
การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน
มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ
.05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน ซึ่งรายได้ต่อเดือน
ของสมาชิก มีความสัมพันธ์กับอาชีพ การศึกษา อายุ ถึงแม้สมาชิกจะมีอายุ 50 ปี ก็ยังประกอบอาชีพ การ
ทาสวนและรับจ้างทั่วไป เพราะ มีบางงานที่รับจ้างแล้วไม่จาเป็นต้องออกไปทางานนอกบ้าน ก็สามารถมี
รายได้จากการทางานที่บ้านได้ จึงทาให้สมาชิกมีเงินสาหรับส่งให้กองทุนเป็นประจาสม่าเสมอทุกเดือน
ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พรกมล ชูนุกูลพงษ์ (2554) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการให้บริการ
ประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางโดยจาแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล
พบว่าปัจจัยที่ทาให้ประชาชนมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่
เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ให้บริการ
5.3 ข้อเสนอแนะ
5.3.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม มีค่าเฉลี่ย
อยู่ในระดับมาก ซึ่งอาจมีผลมาจากการที่มีองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรีและเจ้าหน้าที่ร่วมกัน
ปฏิบัติงานและยังประชาชนที่มีส่วนร่วมในด้านต่างๆ จนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัล
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล จาก คณะกรรมการการ
กระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี พ.ศ. 2550 และ
ปีพ.ศ. 2552 หรือรางวัลตาบลต้นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จาก กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ควรรักษา
มาตรฐานและควรมีปรับเปลี่ยนการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและ
ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และควรมีการอบรมให้ความรู้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีหัวใจรักงาน
บริการ มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ควรมีการศึกษากฎระเบียบของกองทุนให้ถูกต้องชัดเจนและครบ
ทุกด้านและรับความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อนามาปรับปรุงในด้านต่างๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้านทาน
โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและพัฒนาให้มากขึ้นในเรื่องการจัด
สวัสดิการแก่สมาชิกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การส่งเสริมให้
111
เจ้าหน้าที่ในกองทุนเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ที่หลากหลายและทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ
เพิ่มช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้าน
ปิยวาจา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและควรมีการจัดกิจกรรมที่จะ
นาไปสู่การรู้รักสามัคคีของสมาชิก และควรให้เจ้าหน้าที่ในกองทุนได้พัฒนาความรู้ในงานบริการ เช่น
ลักษณะการบริการที่ดี การติดต่อสื่อสารที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกและเกิดสัมพันธภาพที่ดี
ต่อการให้บริการแก่สมาชิกอยู่เสมอ
ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้านอัตถ
จริยา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและกองทุนสวัสดิการควรมีการ
สรุปกฎระเบียบและสวัสดิการต่างๆ ให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย มีการบูรณาการกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้าน
สมานัตตตา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและกองทุนสวัสดิการควรมี
การจัดอบรม เรื่อง หลักธรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่และสมาชิกเพื่อจะนาหลักธรรมอื่นๆ มาใช้ในการทางาน
และในการจัดสวัสดิการของกองทุนให้แก่สมาชิกได้อย่างเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน
5.3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย
จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก
ของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู้วิจัยมี
ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้
1. ควรศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของสมาชิกในในการจัดสวัสดิการแก่
สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช”
2. ควรศึกษาเรื่อง “ประสิทธิภาพในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช”
3. ควรศึกษาเรื่อง “การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช”
112
บรรณานุกรม
1. หนังสือทั่วไป
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2544). ชุมชนนิยมฝ่าวิกฤติชุมชนล่มสลาย. กรุงเทพมหานคร :
ส.เอเซียพลัส.
คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ. (2550). แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี สร้างสวัสดิการสังคม
ฉบับที่ 1 พ.ศ.2550-2554. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสกายบุ๊กส์ จากัด.
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ. (2544). สวัสดิการโดยภาคชุมชน (2) กลุ่มออมทรัพย์. กรุงเทพมหานคร :
เอดิสัน เพรส โปรดักส์.
. (2547). สวัสดิการสังคมฉบับชาวบ้าน แนวคิด นโยบาย แนวทาง
ปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรส โปรดักส์.
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช. (2545). การสังคมสงเคราะห์ชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
. (2548). การบริหารสังคมกับโครงสร้างสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร :
มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย).
บุญสิริ ชวลิตธารง. (2529). ธรรมโอสภ. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์การพิมพ์.
พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2548). อธิบายหลักธรรมตามหมวดจากนวโกวาท.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ธรรมสภา.
พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2535). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ศรีอนันต์.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2549). พุทธวิธีการบริหาร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (ชาระ-
เพิ่มเติม ช่วงที่ 1). พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2551). ธรรมนูญชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรง
พิมพ์สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล). (2542). ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : เอช
ที พี เพรส.
พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม). (2542). พุทโธโลยี เรื่อง หลักธรรมกับความเปลี่ยนแปลง
ของชีวิต. กรุงเทพมหานคร : ธุรกิจก้าวหน้า.
. (2554). กฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ 20. กรุงเทพฯ :
หอรัตนชัยการพิมพ์.
พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์. (2554). พอเพียงภิวัฒน์ : สังคหวัตถุ 4 กับการนาไปใช้ในเรื่อง CSR.
กรุงเทพมหานคร.
ไพโรจน์ แก่นสาร. (2551). หลักการคิดอย่างมีเหตุผลและกระบวนการตกลงใจ. นครปฐม : สถาบัน
วิชาการการทหารขั้นสูง.
113
สานักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2548). ทิศทางและรูปแบบการจัด
สวัสดิการสังคมของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : เทพเพ็ญวานิสย์.
เสรี พงศ์พิศ. (2548). ชาวบ้านชวนคิด ภาพนิมิตการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : เจริญวิทย์การพิมพ์.
สุริยา ธิศาเวช และคณะ. (2538). กองทุนและสวัสดิการชุมชน. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสหธรรมิก
จากัด.
ส่งศรี ชมพูวงศ์. (2554). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครศรีธรรมราช : วีพีเอส.
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาศน์วาสโน). (2538). สังคหวัตถุ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหา
มงกุฎราชวิทยาลัย.
สุภัทรา แก้วชาญศิลป์. (2540). การจัดสวัสดิการสังคมและสังคม. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ.
2. วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ และงานวิจัย
ชญานิศฐ์ รักแจ้ง. (2556). การให้บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตาม
ทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปัญญา เลิศไกร. (2550). แนวคิดและรูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนที่ประสบความสาเร็จ. สาร
นิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พรกมล ชูนุกูลพงษ์. (2554). การให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและ
ครอบครัวกลาง. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา). (2555).การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการ
ปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัด
ร้อยเอ็ด”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย . มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย
พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน). (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของ
วัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูวินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ). (2555). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานตาม
หลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา.
วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย.
พระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม (พีรมณีวงศ์). (2555). ความคิดเห็นของประชาชนต่อการให้บริการของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักสังคหวัตถุ 4 : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตาบลใน
อาเภออุ้มผาง จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
114
พระสักชัย จิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี). (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคห
วัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ (แก้วบุดดี). (2556). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตาม
หลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารส่วนตาบลหนองไผ่ล้อม อาเภอหนองสองห้อง จังหวัด
ขอนแก่น. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย.
อนงค์นาฏ แก้วไพฑูรย์. (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4
ของฝ่ายทะเบียนที่ว่าการอาเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร
มหาบัณฑิต. บัญฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
3. บทความในหนังสือและวารสาร
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. สานักงาน
ปฏิบัติการภาคตะวันออก. (2550) . การสัมมนาเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
สวัสดิการชุมชนสังคมไม่ทอดทิ้งกัน. (หน้า 3). เอกสารประกอบการสัมมนา.
ณรงค์ เพชรประเสริฐ และคณะ. (2548). โครงการเผยแพร่ความรู้การพัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน. (หน้า 10). กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์
การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์. (2542). การกระจายความเจริญระหว่างภูมิภาคในประเทศไทย ยิ่งนานยิ่งไม่เท่า
เทียมกัน. (หน้า 3). เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์.
โพสพ โพธิบุปผา. (2550). กองทุนสวัสดิการชาวบ้าน ต้นธารแห่งความพอเพียง. (หน้า 7). ข่าว
ชุมชน.
ประเวศ วะสี. (2541). เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคมแนวทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจสังคม.
(หน้า 17). กรุงเทพมหานคร : หมอชาวบ้าน.
วันทนีย์ วาสิกะสิน. (2536). สวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์. (หน้า 27). สารสมาคม
เศรษฐศาสตร์.
วิชิต นันทสุวรรณ. (2542). การบริหารจัดการกองทุนสุขภาพโดยชุมชน. (หน้า 54).
กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2550). สรุปเชิง
บริหารการสัมมนามหกรรมการจัดสวัสดิการโดยชุมชน “สวัสดิการชุมชน คนไม่ทิ้งกัน”.
ระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2550 ณ ห้องประชุมวิทยทัศน์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
นนทบุรี.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (องค์การมหาชน).
(2550). คู่มือโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น. (หน้า 1-2).
กรุงเทพมหานคร.
115
สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
(2549). ระบบการพัฒนาสังคมที่นาไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์. (หน้า 11). พิมพ์ครั้งที่ 2.
กรุงเทพมหานคร : สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ.
สุรพล ปธานวนิช. (2545). สิทธิด้านสวัสดิการ : ตัวต่อชิ้นที่สามของสิทธิพลเมืองไทยที่สมบูรณ์
(รายงานการสัมมนา). ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. สิทธิ
สวัสดิการ : มิติใหม่ในการบริหารแรงงานไทย. (หน้า.51-52). การสัมมนาวิชาการประจาปี
สาขาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ. กรุงเทพมหานคร : ศุภวนิชการพิมพ์.
อัญมณี บูรณกานนท์ และคณะ. (2548). แผนพัฒนาระบบสวัสดิการท้องถิ่นเมืองพัทยา จังหวัด
ชลบุรี (ระยะที่ 1) : การศึกษาสถานการณ์ทางสังคม เมืองพัทยา. (หน้า 23). รายงาน
การศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์.
อุไรวรรณ แสงศร และคณะ. (2547). ระบบสวัสดิการสังคมบนพื้นที่สูงกับความหลากหลายทาง
วัฒนธรรม : กรณีศึกษาหมู่บ้านชาวเขาในเขตโครงการหลวง. (หน้า 3). รายงานการวิจัย
สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่.
องค์กรพัฒนาชุมชน. (2550). สรุปผลการสัมมนาสวัสดิการชุมชนแก้จนอย่างยั่งยืน. (หน้า 13).
กรุงเทพมหานคร : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน.
4. ราชกิจจานุเบกษา
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2557. (2557). การจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน พ.ศ.
2557. (หน้า 13). ราชกิจจานุเบกษา.
ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยการรับรองมาตรฐานการ
ปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ.2550. (2550). ราชกิจจานุเบกษา. (หน้า 62)
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย
ภาคผนวก ข
หนังสือขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย
ภาคผนวก ค
หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลเพื่อการวิจัย
ภาคผนวก ง
แบบสอบถามและค่า IOC
ภาคผนวก จ
ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
ภาคผนวก ฉ
ประกาศและระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภาคผนวก ช
ตัวอย่างรางวัลขององค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
118
รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย
1. ดร.สุภาพ เต็มรัตน์
ศศ.บ. (ศิลปศาสตรบัณฑิต) ประวัติศาสตร์
คบ. (ครุศาสตรบัณฑิต) คอมพิวเตอร์ศึกษา
ศศ.ม. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) ไทยคดีศึกษา
ศษ.ม. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต) การบริหารการศึกษา
ปร.ด. (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) วิจัยการศึกษา
อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศก
ราช
2. พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.
ปธ.5 (เปรียญธรรม),
ร.บ. (รัฐศาสตร์บัณฑิต)
ศน.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง)
ศน.ด. (ศาสนศาสตร์ดุษฏีบัณฑิต)
ผู้อานวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ศรีธรรมาโศกราช/อาจารย์ประจา
มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช
3. นายยงยุทธ นาทะชัย
ศน.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง)
ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
120
121
122
124
126
แบบสอบถาม
ชื่อเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน
สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
คาชี้แจง แบบสอบถามชุดนี้จัดทาขึ้นเพื่อทราบ “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ
แก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ท่าน
เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม กรุณาตอบตามความเป็นจริง และตอบให้ครบ
ทุกข้อ คาตอบของท่านจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิจัย เพื่อนาผลไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไป
ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือด้วยดี
นางสาวศรัณยา ชูเมือง
นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช
ตอนที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม
โปรดทาเครื่องหมาย  ลงในช่อง  หน้าข้อความที่เป็นจริง สาหรับผู้วิจัย
1. เพศ  1. ชาย  2. หญิง 
2. อายุ  1. 18 - 30 ปี
 3. 50 ปีขึ้นไป
 2. 31 – 50 ปี

3. ระดับการศึกษา  1. ประถมศึกษา  2. มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 
 3. ปริญญาตรี  4. สูงกว่าปริญญาตรี
4. อาชีพ  1. เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป  2. ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว 
 3. พนักงานบริษัท  4. รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
5. รายได้ต่อเดือน  1. 3,000 - 5,000 บาท  2. 5,001 – 10,000 บาท 
 3. 10,000 บาทขึ้นไป
127
ตอนที่ 2 ข้อคาถามเกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ
โปรดทาเครื่องหมาย ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับความคิดเห็น
หลักสังคหวัตถุธรรม
ระดับความคิดเห็น
มาก
ที่สุด
มาก
ปาน
กลาง
น้อย
น้อย
ที่สุด
ด้านทาน (การให้)
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด
สวัสดิการสาหรับสมาชิกเพียงใด
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้ามาเป็น
สมาชิกอย่างทั่วถึงและเสมอภาคเพียงใด
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการแก่สมาชิกเหมาะสม
กับสภาพปัจจุบันเพียงใด
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์แก่กลุ่ม
องค์กรต่างๆ ในชุมชนเพียงใด
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกอย่าง
ทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติเพียงใด
ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
6.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่สมาชิกด้วย
ถ้อยคาที่สุภาพเพียงใด
7.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึง
ความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียมกันเพียงใด
8.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์
แก่สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจเพียงใด
9.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความจริงใจ
กับสมาชิกเพียงใด
10.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี
ในกองทุนเพียงใด
ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
11.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและ
ผลประโยชน์ของสมาชิกโดยไม่ปิดบังเพียงใด
12.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชน
ด้วยความเต็มใจเพียงใด
13.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิด
ประโยชน์แก่สมาชิกเพียงใด
128
การจัดสวัสดิการ
ระดับความคิดเห็น
มาก
ที่สุด
มาก
ปาน
กลาง
น้อย
น้อย
ที่สุด
ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
14.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและ
ผลประโยชน์จากภายนอกให้แก่สมาชิกเพียงใด
15.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้กาหนดไว้ใน
กฎระเบียบเพียงใด
ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
16.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติแก่สมาชิกอย่างเท่า
เทียมและเสมอภาคเพียงใด
17.กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ฐานะของ
ตนเพียงใด
18.กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้
ให้บริการแก่สมาชิกเพียงใด
19.กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่
เย่อหยิ่งถือตนเพียงใด
20.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกองทุน
อย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอเพียงใด
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ
กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โปรดเขียนปัญหาและแนวทางแก้ไขลงในที่ว่างที่เว้นไว้
ปัญหา แนวทางแก้ไข
1. ด้านทาน (การให้)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
1. ด้านทาน (การให้)
……………………………………………..……………………
……………………………………………..……………………
……………………………………………..……………………
2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
……………………………………………..……………………
……………………………………………..……………………
……………………………………………..……………………
129
ปัญหา แนวทางแก้ไข
3.ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
3. ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
……………………………………………..…………………
*********************
130
ผลการวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และ
ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถามเพื่อการวิจัย
ชื่อเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ
ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ข้อคาถาม
การพิจารณาของ
ผู้เชี่ยวชาญ
ค่าเฉลี่ย
คนที่
1
คนที่
2
คนที่
3
ด้านทาน (การให้)
1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ
สาหรับสมาชิกเพียงใด
+1 +1 +1 1
2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก
อย่างทั่วถึงและเสมอภาคเพียงใด
+1 +1 +1 1
3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการแก่สมาชิกเหมาะสมกับ
สภาพปัจจุบันเพียงใด
+1 +1 +1 1
4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์แก่กลุ่มองค์กร
ต่างๆ ในชุมชนเพียงใด
+1 +1 +1 1
5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกอย่าง
ทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติเพียงใด
+1 +1 +1 1
ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก)
6.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่สมาชิกด้วยถ้อยคา
ที่สุภาพเพียงใด
+1 +1 +1 1
7.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความ
เป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียมกันเพียงใด
+1 +1 +1 1
8.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์แก่
สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจเพียงใด
+1 +1 +1 1
9.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความจริงใจกับ
สมาชิกเพียงใด
+1 +1 +1 1
10.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคีใน
กองทุนเพียงใด
+1 +1 +1 1
131
ข้อคาถาม
การพิจารณาของ
ผู้เชี่ยวชาญ
ค่าเฉลี่ย
คนที่
1
คนที่
2
คนที่
3
ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)
11.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและผลประโยชน์
ของสมาชิกโดยไม่ปิดบังเพียงใด
+1 +1 +1 1
12.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วย
ความเต็มใจเพียงใด
+1 +1 +1 1
13.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์แก่
สมาชิกเพียงใด
+1 +1 +1 1
14.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและผลประโยชน์
จากภายนอกให้แก่สมาชิกเพียงใด
+1 +1 +1 1
15.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้กาหนดไว้ใน
กฎระเบียบเพียงใด
+1 +1 +1 1
ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ)
16.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติแก่สมาชิกอย่างเท่าเทียมและ
เสมอภาคเพียงใด
+1 +1 +1 1
17.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกองทุน
อย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอเพียงใด
+1 +1 +1 1
18.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีส่วนร่วมในการรับรู้และแก้ไขปัญหา
ที่เกิดขึ้นภายในกองทุนเพียงใด
+1 +1 +1 1
19.กองทุนสวัสดิการชุมชนนาความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้
ในการบริหารจัดการกองทุนเพียงใด
+1 +1 +1 1
20.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการจัดทารายงานและเผยแพร่
รายงานผลการดาเนินงานและงบดาเนินงานต่างๆ อย่างถูกต้อง
และทันตามเวลาเพียงใด
+1 +1 +1 1
133
ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
Item-Total Statistics
Scale
Mean if
Item
Deleted
Scale
Variance if
Item
Deleted
Corrected
Item-Total
Correlation
Cronbach's
Alpha if
Item
Deleted
ให้ความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการ 81.7333 48.685 .849 .857
ให้สมัครอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 81.7000 59.045 -.101 .891
ให้สวัสดิการเหมาะกับสภาพปัจจุบัน 81.7333 48.685 .849 .857
มีทุนสาธารณะแก่กลุ่มองค์กรต่างๆ 81.5333 56.602 .210 .878
ให้ความช่วยเหลือทันเวลา 81.3667 57.964 .019 .883
แจ้งข้อมูลข่าวสารด้วยถ้อยคาสุภาพ 81.7333 52.064 .518 .870
ใช้ถ้อยคาให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ 81.7000 51.872 .527 .869
แจ้งสวัสดิด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย 81.7333 48.685 .849 .857
สนทนาด้วยความจริงใจ 82.2333 58.737 -.071 .887
พูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี 81.8000 51.338 .661 .865
แจ้งข้อมูลสวัสดิการโดยไม่ปิดบัง 81.5667 50.806 .690 .864
ช่วยเหลือกลุ่มองค์กรด้วยความเต็มใจ 81.5333 56.602 .210 .878
กาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์ 81.2667 59.237 -.140 .885
กองทุนหาสวัสดิการจากภายนอก 81.7333 48.685 .849 .857
กองทุนบริหารงานตามที่ได้กาหนด 81.7333 51.926 .571 .868
ให้เกียรติแก่สมาชิกเท่าเทียมเสมอภาค 81.7000 51.872 .527 .869
ปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ฐานของตน 81.6333 51.964 .635 .866
วางตนเหมาะสมในฐานผู้ให้บริการ 81.6000 53.076 .464 .872
ทาตนเป็นกันเองกับสมาชิก 81.7333 48.685 .849 .857
เผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องสม่าเสมอ 81.6000 55.283 .273 .878
Reliability Statistics
Cronbach's Alpha N of Items
.877 20
Case Processing Summary
N %
Cases Valid 30 100.0
Excludeda
0 .0
Total 30 100.0
a. Listwise deletion based on all
variables in the procedure.
135
ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เรื่อง ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
....................................
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
เพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความ
เหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการดาเนินงานมากยิ่งขึ้น
ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (2) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนตาบลไชยมนตรี คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ได้มีมติในการประชุม
ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ประกอบกับมติที่ประชุมสามัญประจาปี เมื่อวันที่
25 พฤษภาคม 2557 จึงประกาศใช้ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557
(นายเชาวลิต สุพรัตน์)
ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
136
ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เรื่อง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
....................................
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบลไชยมนตรี เพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
มีความเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการดาเนินงานมากยิ่งขึ้น
ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (2) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนตาบลไชยมนตรี ประกอบกับมติที่ประชุมสามัญประจาปี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 จึง
ประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ดังต่อไปนี้
1. นายเชาวลิต สุพรัตน์ ประธาน
2. นายบุญแม้น แซ่อึ้ง รองประธาน
3. นายยงยุทธ นาทะชัย เลขานุการ
4. นางสาวกาญจนา หัตถวิก เหรัญญิก
5. นายนิรันดร์ อาทรกิจ นายทะเบียน
6. นายสาราญ เฟื่องฟ้า ฝ่ายตรวจสอบ
7. นายวิโรจน์ ไชยบุญ ฝ่ายตรวจสอบ
8. นายวันชาติ บรรจง ฝ่ายตรวจสอบ
9. นายสุริยา การัยภูมิ ประชาสัมพันธ์
10. นางนันทนา หนูแก้ว ฝ่ายสวัสดิการ
11. นายธีรพล ปรางเพ็ชร กรรมการ
12. นายประธาน เวชประสิทธิ์ กรรมการ
13. นางวัลภา พุทธพฤกษ์ กรรมการ
14. นายโกศล เฉตาไพ กรรมการ
15. นายจรูญ สิลลากาล กรรมการ
/จึงประกาศ...
137
-2-
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557
(นายเชาวลิต สุพรัตน์)
ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
138
ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เรื่อง แต่งตั้งอนุกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
....................................
เพื่อให้การดาเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการ
ดาเนินงานมากยิ่งขึ้น
ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (10) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ
ชุมชนตาบลไชยมนตรี จึงประกาศรายชื่ออนุกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอ
เมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังต่อไปนี้
อนุกรรมการ ประกอบด้วย
1. นายณรงค์ ช่วยกูล ผู้ช่วยเลขานุการ
2. นางสาวศุภนาถ หนูเอก ผู้ช่วยเหรัญญิก
3. นายสมชัย นวลประจักษ์ ผู้ช่วยนายทะเบียน
4. นางวรรณี ทองสวาท ผู้ช่วยฝ่ายสวัสดิการ
5. นายบงกช ตรัยภูมิ ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์
6. นายบุญโชค กลับอาไพ
7. นางจาเนียน ดวงพาพล
8. นางกาญจนา ปรางเพ็ชร
9. นายสีถัด เพชรสุวรรณ์
10. นายวิโชติ เจดีย์รัตน์
11. นางสาวสุนิศา กลสามัญ
12. นางสาวสิรินาถ มาลาเลศ
14. นางหนูจัด ยอดมณีย์
15. นางรุ่งรัตน์ ติสิงห์
/อนุกรรมการ...
139
-2-
อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง มีหน้าที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดาเนินงานของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ตลอดจนประชาสัมพันธ์ผลงานและภาพลักษณ์ที่ดีงามของ
กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
ให้อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งมีวาระการดารงตาแหน่งเท่ากับการดารงตาแหน่งของ
คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 18 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2557
(นายเชาวลิต สุพรัตน์)
ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
140
ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
หมวด 1
ข้อความทั่วไป
ข้อ 1 กองทุนนี้เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี”
ข้อ 2 สานักงานกองทุนตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีศูนย์ประสานงาน ดังนี้
หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ที่ อดีตที่ทาการกานันตาบลไชยมนตรี (นายแนม ภูมี)
หมู่ที่ 2 ตั้งอยู่ที่ ที่ทาการกองทุนหมู่บ้าน บ้านโพธิ์
หมู่ที่ 3 ตั้งอยู่ที่ ที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดหนองบัว หมู่ที่ 3
หมู่ที่ 4 ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ ชรบ.หมู่ที่ 4
หมู่ที่ 5 ตั้งอยู่ที่ บ้านนายเริ่ม วัจนสาร
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“กองทุน” หมายถึง กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
“สานักงานกองทุน” หมายถึง ที่ทาการกลางกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบล
ไชยมนตรี ตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช
“ศูนย์ประสานงาน” หมายถึง หน่วยปฏิบัติการแต่ละหมู่บ้านในตาบลไชย
มนตรี
“สมาชิก” หมายถึง บุคคลที่สมัครและได้รับการพิจารณาเป็นสมาชิกกองทุน
สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชน
ตาบล ไชยมนตรี
“เงินสัจจะ” หมายถึง เงินที่สมาชิกกองทุนตกลงที่จะส่งกองทุน โดยไม่ใช่เงิน
สะสมของสมาชิกจะเรียกคืนไม่ได้ เว้นแต่กรณีเสียชีวิตไม่ครบ 180 วัน หรือลาออกโดยยังไม่เคยใช้
สวัสดิการจะได้รับสัจจะสะสมคืนเท่ากับที่ส่งชาระแล้วเท่านั้น
ข้อ 4 ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้นับจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 5 บรรดาประกาศ คาสั่ง ข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่
ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิกโดยใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 6 ให้คณะกรรมการกองทุน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
141
ข้อ 7 การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบข้อบังคับกองทุน โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการ
กองทุนและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสมาชิกกองทุน
หมวด 2
กองทุนสวัสดิการ
ข้อ 8 วัตถุประสงค์ของกองทุน
(1) ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
(2) เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตลอดชีวิต ในเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ
และการตาย
(3) เพื่อให้เกิดคุณธรรม ความสามัคคี มีน้าใจ ร่วมกันแก้ปัญหา สร้าง
ความสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก
(4) เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อน
หรือจาเป็น
(5) กองทุนนี้ไม่ดาเนินการเพื่อแสวงหาผลกาไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่
ดาเนินการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
ข้อ 9 ที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุน ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากการฝากสัจจะวันละ 1 บาท ของสมาชิก
(2) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น
(3) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ/เอกชนอื่น
(4) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพัน
ใดๆ
(5) ดอกผล หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
หมวด 3
สมาชิกกองทุน
ข้อ 10 คุณสมบัติของสมาชิก
(1) สมาชิกสามัญ เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาบลไชยมนตรี
สมาชิกสมทบ เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาบลอื่น แต่มีคุณสมบัติ
ข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อ ดังนี้
1.1 มีภูมิลาเนาอยู่ในเขตตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง
นครศรีธรรมราช
1.2 เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน
บ้านตาบลไชยมนตรี
142
1.3 เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงาน/
องค์กรในพื้นที่ตาบลไชยมนตรี
1.4 เป็นบิมารดา คู่สมรส หรือทายาทของบุคคลในข้อ 1.3
(2) ไม่จากัดอายุ เพศ วัย และสถานภาพ
(3) เป็นผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน
(4) เป็นผู้ที่คณะกรรมการประจาศูนย์ประสานงานเห็นชอบให้เข้าเป็น
สมาชิก
(5) มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์ สุจริต รักษาสัจจะ มีเมตตาเอื้ออาทรแก่เพื่อน
มนุษย์
ข้อ 11 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
(1) ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 8 สามารถยื่นความจานงหรือสมัครเข้าเป็น
สมาชิกกองทุน โดยยื่นคาขอสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้ที่สานักงานกองทุนหรือศูนย์ประสานงานที่
สะดวก
(2) เมื่อคณะกรรมการรับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นสมาชิกโดยชอบธรรม
ผู้สมัครสมาชิกจะต้องชาระค่าธรรมเนียมแรกเข้า 20 บาท
ข้อ 12 การส่งเงินสัจจะของสมาชิก
(1) สมาชิกต้องออมเงินสัจจะวันละ 1 บาท ต่อคน
(2) สมาชิกต้องนาเงินสัจจะมาส่งให้คณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานที่
ตนได้มาสมัครในครั้งแรก ทุกวันที่ 1 ของเดือน จานวนเงินสัจจะขึ้นอยู่กับจานวนวันในแต่ละเดือน
(3) สมาชิกจะต้องนาส่งเงินสัจจะเป็นประจาทุกเดือนจนกระทั่งเสียชีวิตหรือ
ลาออก
(4) หากสมาชิกขาดส่งสัจจะในเดือนใด จะต้องนาส่งย้อนหลังพร้อมกับ
เดือนถัดไป ทั้งนี้ยังได้รับสวัสดิการตามปกติ ยกเว้นกรณีขาดส่งสัจจะติดต่อกัน 3 เดือน
ข้อ 13 สมาชิกพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกตามเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) ตาย (กรณีเป็นสมาชิกไม่ครบ 180 วัน กองทุนจะคืนเงินสะสมเต็ม
จานวน)
(2) ลาออกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ลาออก
(3) ขาดส่งเงินสัจจะติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน โดยไม่คืนเงินสัจจะสะสม
(4) ที่ประชุมใหญ่สมาชิกมีมติให้ออกด้วยเสียงสองในสามของผู้เข้าร่วม
ประชุม
(5) จงใจฝ่าฝืนระเบียบกองทุน หรือแสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ให้ความ
ร่วมมือช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับกองทุนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ
(6) จงใจแจ้งเหตุอันเป็นเท็จเพื่อหวังรับสวัสดิการ ทั้งนี้จะต้องชดใช้เงิน
สวัสดิการ ที่ได้รับไปในกรณีแจ้งเหตุอันเป็นเท็จนั้นทั้งหมดและจะไม่คืนเงินสัจจะสะสม
(7) มีลักษณะและ/หรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ ข้อ 8
143
ข้อ 14 ผู้ที่พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ สามารถยื่นคาขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้
ทั้งนี้ต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ข้อ 15 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้
(1) ระบุรายชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ไว้ในใบสมัคร
(2) เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิกกองทุนและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทุกครั้ง
(3) ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคาสั่งของกองทุน
(4) มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการกองทุน
(5) ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารต่างๆ ของกองทุน เพื่อทราบผลการ
ดาเนินงานกิจการของกองทุน
(6) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของกองทุนต่อคณะกรรมการและมี
สิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทาหรืองดเว้นการกระทาเพื่อประโยชน์ของกองทุน
(7) ต้องนาส่งเงินสัจจะให้กรรมการประจาศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้าน
ทุกเดือน
(8) เก็บรักษาสมุดเงินฝากสัจจะ หรือหนังสือสาคัญอื่นใดที่กองทุนออกให้
ถ้าหากเกิดสูญหายให้รีบแจ้งกรรมการทราบทันที
(9) เมื่อมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แก้ไข วัน เดือน ปีเกิด
เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ให้แจ้งต่อกรรมการกองทุน
ภายใน 30 วัน
(10) เมื่อมีเหตุอันพึงได้รับสวัสดิการ ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ณ ศูนย์
ประสานงานประจาหมู่บ้านที่ได้สมัครในครั้งแรกภายใน 30 วัน
หมวด 4
คณะกรรมการกองทุน
ข้อ 16 คณะกรรมการกองทุน จานวน 15 คน ประกอบด้วย
(1) ประธาน 1 คน
(2) รองประธาน 1 คน
(3) เลขานุการ 1 คน
(4) เหรัญญิก 1 คน
(5) นายทะเบียน 1 คน
(6) ฝ่ายตรวจสอบ 3 คน
(7) ประชาสัมพันธ์ 1 คน
(8) ฝ่ายสวัสดิการ 1 คน
(9) กรรมการ 5 คน
144
ข้อ 17 การได้มาซึ่งคณะกรรมการ
(1) คณะกรรมการบริหารกองทุน ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจาปีคัดเลือก
สมาชิกที่มีความเหมาะสมเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องมีเสียง
สนับสนุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม
(2) ให้มีกรรมการที่มาจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
จานวน 5 คน โดยให้มีหมู่บ้านละ 1 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน
(3) ที่ปรึกษากองทุน ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาผู้ที่มีความรู้
ความสามารถเป็นที่ปรึกษากองทุนตามความเหมาะสม
(4) ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี เป็นเลขานุการกองทุน
การคัดเลือกกรรมการตาม (2) ให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลไชย
มนตรี แต่ละหมู่บ้านพิจารณาวิธีการคัดเลือกตามความเหมาะสม
ข้อ 18 ให้กรรมการในคณะกรรมการกองทุนที่มาจากการคัดเลือก มีวาระการดารง
ตาแหน่ง คราวละ 2 ปี
เมื่อกรรมการอยู่ในตาแหน่งครบวาระ 2 ปีแล้ว ยังมิได้มีการคัดเลือกขึ้นมาใหม่
ให้กรรมการที่ครบวาระนั้น อยู่ในตาแหน่งไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับการคัดเลือกใหม่เข้ารับ
ตาแหน่ง ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวัน
ข้อ 19 คุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารกองทุน มีดังนี้
(1) เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ไม่น้อยกว่า 180
วัน
(2) บรรลุนิติภาวะ
(3) มีภูมิลาเนาตามทะเบียนบ้านในตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช เว้นแต่ตาแหน่งเลขานุการกองทุนฯ
ข้อ 20 คณะกรรมการกองทุนมีอานาจหน้าที่ ดังนี้
(1) บริหารกองทุน รวมทั้งตรวจสอบ กากับ ดูแล รายได้หรือผลประโยชน์ที่
เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
(2) ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน
(3) รับสมัครสมาชิกและจัดทาทะเบียนสมาชิก
(4) ทานิติกรรม สัญญา หรือดาเนินการเกี่ยวกับภาระผูกพันของกองทุน
(5) จัดทาบัญชีของกองทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ยอมรับ
โดยทั่วไป
(6) จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่พึงได้รับตามสิทธิ์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่
ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
(7) ติดตามและประเมินผลการดาเนินการของกองทุน
145
(8) รายงานผลการดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งฐานะการเงิน
ของกองทุนให้สมาชิกทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งพร้อมทั้งติดประกาศในที่สาธารณะ
(9) ดาเนินการอื่นใดเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนและการดาเนินงานที่มี
ประสิทธิภาพ
(10) แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทางานได้ตามความจาเป็น
ข้อ 21 คณะกรรมการกองทุนพ้นจากวาระเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการและได้รับอนุมัติให้ลาออก
(3) พ้นจากสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน
(4) ครบวาระ
(5) มีความผิดต้องโทษตามกฎหมาย
(6) ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของ
คณะกรรมการทั้งหมด
(7) ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของผู้เข้าร่วม
ประชุมทั้งหมด
หมวด 5
สวัสดิการ
ข้อ 22 สมาชิกจะได้รับสวัสดิการต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
(1) ต้องออมเงินครบระยะเวลา 180 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการรับเข้า
เป็นสมาชิก กรณีเสียชีวิตไม่ครบ 180 วัน จะได้รับสัจจะสะสมคืนเท่ากับที่ส่งชาระแล้วเท่านั้น
(2) สมาชิกมีสิทธิรับสวัสดิการจะต้องไม่ค้างส่งเงินสัจจะ
(3) จัดทาเอกสารขอรับสวัสดิการครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อและกรรมการ
ผู้ประสานงานประจาหมู่บ้านลงชื่อให้การรับรอง
ข้อ 23 สมาชิกได้รับสวัสดิการในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เกี่ยวกับการเกิด
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ
1,000.-บาท
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ
1,500.-บาท
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ
2,000.-บาท
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 15 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ
2,500.-บาท
146
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ
3,000.- บาท
(2) เกี่ยวกับการเจ็บป่วย
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 180 วัน ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษา
ที่โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 150 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่
โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 200 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่
โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 300 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน
- เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่
โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 500 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน
- กรณีเลิกดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี
จะได้รับการงดเว้นเงินฝากสัจจะเป็นเวลา 1 ปี
(3) เกี่ยวกับผู้สูงอายุ
เมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี และเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
จะได้รับการยกเว้นเงินค่าสัจจะ โดยจะได้รับสวัสดิการตามอายุของการเสียสัจจะทั้งนี้ให้เป็นไปโดย
ความสมัครใจของสมาชิก
(4) เกี่ยวกับการเสียชีวิต
เมื่อสมาชิกเสียชีวิตจะได้รับข้าวสาร จานวน 1 กระสอบ (ไม่เกิน 2,000
บาท) พร้อมด้วยพวงหรีด 1 พวง (ไม่เกิน 500.-บาท) และเงินฌาปนกิจตามอายุการเป็นสมาชิก
ดังนี้
-เป็นสมาชิกครบ 180 วัน ได้รับเงินฌาปนกิจ 2,500.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 1 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 5,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 2 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 10,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 3 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 11,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 4 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 12,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 5 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 13,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 6 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 14,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 7 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 15,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 8 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 16,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 9 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 17,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 10 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 18,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 11 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 19,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 12 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 20,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 13 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 21,000.-บาท
147
-เป็นสมาชิกครบ 14 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 22,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 15 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 23,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 16 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 24,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 17 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 25,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 18 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 26,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 19 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 27,000.-บาท
-เป็นสมาชิกครบ 20 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 30,000.-บาท
กรณี ตายหรือหายสาบสูญไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ กองทุนจะไม่
จ่ายสวัสดิการให้
(5) ทุนการศึกษา
สมาชิกที่เสียสัจจะติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 3 ปี มีสิทธิได้รับทุนการศึกษา
สาหรับบุตร ตามระดับการศึกษา ดังนี้
ระดับประถม ทุนละ 300.-บาท
ระดับมัธยม ทุนละ 500.-บาท
ทั้งนี้ เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษาให้เป็นไป
ตาม ที่คณะกรรมการกาหนด
(6) ภัยพิบัติ
กรณีเกิดเหตุอัคคีภัยหรือวาตภัย ทาให้ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย
สมาชิกมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน โดยจะต้องเสียสัจจะติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
ดังนี้
กรณีเสียหายทั้งหลัง ชดเชยค่าเสียหาย 5,000.-บาท
กรณีเสียหายบางส่วน ชดเชยค่าเสียหายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน
1,500.-บาท
(7) การอุดหนุนกิจกรรมโครงการ
กองทุนอาจสมทบงบประมาณสาหรับการจัดกิจกรรม/โครงการของ
องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี กิจกรรม/โครงละไม่เกิน 2,000.-บาท ในกิจกรรมดังนี้
7.1 วันผู้สูงอายุ
7.2 วันเด็ก
7.3 กีฬา
7.4 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
148
หมวด 6
การบริหารเงินกองทุน
ข้อ 24 ทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตัวเงิน ให้จัดสรรไว้ดังนี้
(1) ร้อยละ 50 ตั้งเป็นเงินเพื่อสวัสดิการให้แก่สมาชิก
(2) ร้อยละ 30 ตั้งไว้เพื่อเป็นเงินทุนสะสม
(3) ร้อยละ 20 ตั้งไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการดาเนินงาน
ข้อ 25 การดูแลรักษาเงิน
- เงินที่รับมาทุกประเภท ให้เหรัญญิกนาฝากธนาคารทุกรายการ โดยให้
สารองไว้เป็นเงินสด ไม่เกิน 10,000 บาท หรือเป็นไปตามมติคณะกรรมการ โดยให้เหรัญญิกเป็นผู้
เก็บรักษา
ข้อ 26 ให้ผู้มีอานาจทานิติกรรมฝากถอนเงินธนาคาร จานวน 3 คน ประกอบด้วย
ประธาน เหรัญญิก และเลขานุการ โดยให้ผู้มีอานาจ 2 ใน 3 ที่ร่วมกันลงนามในการเปิดบัญชีเป็น
ผู้ ลงนามในการเบิกจ่าย
ข้อ 27 ผู้มีอานาจทานิติกรรมฝากถอนเงินธนาคาร 2 ใน 3 สามารถสั่งจ่ายเงินได้ไม่
เกินครั้งละ 10,000บาท การสั่งจ่ายเงินเกินกว่า 10,000.-บาท จะต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการ
เห็นชอบ เว้นแต่กรณีสั่งจ่ายเพื่อสวัสดิการของสมาชิกที่ระบุไว้ตามระเบียบ
ข้อ 28 คณะกรรมการจะต้องจัดทาบัญชี รายรับ – รายจ่าย และรายงานผลการ
ดาเนินงานของกองทุนทุกสามเดือนพร้อมติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ข้อ 29 คณะกรรมการจะต้องรายงานผลการดาเนินงาน จัดทาบัญชีรายรับ – รายจ่าย
งบแสดงฐานะการเงิน งบดุล ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไปและรับรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
แล้วติดประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน และ
31 ธันวาคม ของทุกปี
หมวด 7
การประชุม
ข้อ 30 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุม ดังนี้
(1) จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจาปี ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม
(2) ในกรณีเร่งด่วน ประธานสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ตามความ
เหมาะสม
(3) สมาชิกจานวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด สามารถเข้าชื่อเสนอเปิด
ประชุมวิสามัญได้
(4) ให้มีการประชุมของคณะกรรมการกองทุน เดือนละ 1ครั้งหรือตามความ
เหมาะสม
149
ข้อ 31 สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม มีสิทธิออกเสียงลงมติได้อย่างเท่าเทียมกัน คนละ 1
เสียง
ข้อ 32 กรณีเกิดข้อขัดแย้งใด ๆ ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาลงมติ และหากยัง
ไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญและให้ถือว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นอัน
สิ้นสุด
ให้ไว้ ณ วันที่ 27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2558
(นายเชาวลิต สุพรัตน์)
ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
151
ตัวอย่างรางวัลขององค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานบริหารจัดการ โครงการ
ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจาปี 2548 จาก
กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548
152
รางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กน่าอยู่ดีเด่น ระดับอาเภอ จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549
153
รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล ประจาปี 2550
จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 และได้รับเงินรางวัล หนึ่งล้านบาท
154
รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น จาก นิตยสารเส้นทางไทย
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551
155
รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาลประจาปี 2552
จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 และได้รับเงินรางวัล หนึ่งล้านบาท
156
รางวัล ศูนย์อปพร. ดีเด่น ประจา 2552
จาก ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัล นวัตกรรมท้องถิ่นไทย ครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชน
จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553
157
รางวัล ตาบลต้นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
จาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554
158
รางวัล องค์กรที่มีผลงานดีเด่นตามหลักธรรมาภิบาลในเรื่อง การอานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
ที่มาติดต่อราชการ พ.ศ.2554 จาก คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และได้รับเงินรางวัล สองแสนบาท
ความถี่ รอยละ
Statistics
เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายไดตอเดือน
N Valid 341 341 341 341 341
Missing 0 0 0 0 0
Mean 1.70 2.27 2.02 1.80 1.87
Std. Deviation .460 .757 .677 .936 .547
Frequency Table
เพศ
Frequency Percent Valid Percent
Cumulative
Percent
Valid ชาย 103 30.21 30.21 30.21
หญิง 238 69.79 69.79 100.00
Total 341 100.00 100.00
อายุ
Frequency Percent Valid Percent
Cumulative
Percent
Valid 18-30 ป 64 18.77 18.77 18.77
31-50 ป 122 35.78 35.78 54.55
50 ปขึ้นไป 155 45.45 45.45 100.00
Total 341 100.00 100.00
การศึกษา
Frequency Percent
Valid
Percent
Cumulative
Percent
Valid ประถมศึกษา 69 20.23 20.23 20.23
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา 200 58.65 58.65 78.89
ป.ตรี 67 19.65 19.65 98.53
สูงกวาป.ตรี 5 1.47 1.47 100.00
Total 341 100.00 100.00
อาชีพ
Frequency Percent Valid Percent
Cumulative
Percent
Valid เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 46.92 46.92 46.92
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 34.31 34.31 81.23
พนักงานบริษัท 35 10.27 10.27 91.50
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 8.50 8.50 100.00
Total 341 100.00 100.00
รายไดตอเดือน
Frequency Percent Valid Percent
Cumulative
Percent
Valid 3000-5000 บาท 75 22.00 22.00 22.00
5001-10000 บาท 234 68.62 68.62 90.62
10000 บาทขึ้นไป 32 9.38 9.38 100.00
Total 341 100.00 100.00
รายดาน รายขอ
Descriptive Statistics
N Mean
Std.
Deviation
จนท.สุภาพเรียบรอย 341 4.39 .66
จนท.บริการรวดเร็วถูกตอง 341 4.37 .67
จนท.มีความรูความสามารถ 341 4.31 .76
การนําระบบคอมมาใช 341 4.37 .64
บริการ ณ จุดเดียว 341 4.38 .63
ดานทาน 341 4.37 .34
การนําระบบคอมมาใช 341 4.38 .63
เชื่อมโยงระบบกับหนวยงานอื่น 341 4.39 .66
บริการถูกตอง 341 4.41 .73
ทราบการเผยแพรขอมูล 341 4.34 .71
เขาใจในการกรอกแบบฟอรม 341 4.30 .74
ดานปยวาจา 341 4.37 .38
ทราบขอมูลผานเว็บ 341 4.35 .70
เตรียมวัสดุอุปกรณ 341 4.44 .65
สถานที่มั่นคงปลอดภัย 341 4.24 .72
ที่ตั้งสะดวกแกการเดินทาง 341 4.43 .67
พึงพอใจตอสถานที่รับบริการ 341 4.37 .67
ดานอัตถจริยา 341 4.36 .37
เตรียมวัสดุอุปกรณ 341 4.43 .65
วัสดุอุปกรณเพียงพอ 341 4.35 .70
พึงพอใจวัสดุอุปกรณ 341 4.32 .67
บริการตรงตามความตองการ 341 4.46 .63
ใหคําแนะนําตอบสนอง 341 4.38 .68
ดานสมานัตตตา 341 4.39 .37
Valid N (listwise) 341
Descriptive Statistics
N Mean
Std.
Deviation
ดานทาน 341 4.37 .34
ดานปยวาจา 341 4.37 .38
ดานอัตถจริยา 341 4.36 .37
ดานสมานัตตตา 341 4.39 .37
สังคหวัตถุธรรม 341 4.37 .23
Valid N
(listwise)
341
รายดาน จําแนกตามตัวแปรอิสระ
Case Processing Summary
Cases
Included Excluded Total
N Percent N Percent N Percent
ดานทาน * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานปยวาจา * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานอัตถจริยา * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานสมานัตตตา *
เพศ
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
สังคหวัตถุธรรม * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
Report
เพศ ดานทาน
ดานปย
วาจา
ดานอัตถ
จริยา ดานสมานัตตตา
สังคหวัตถุ
ธรรม
ชาย Mean 4.36 4.31 4.36 4.37 4.35
Std.
Deviation
.33 .41 .41 .36 .24
หญิง Mean 4.37 4.39 4.37 4.40 4.38
Std.
Deviation
.35 .37 .36 .37 .22
Total Mean 4.37 4.37 4.36 4.39 4.37
Std.
Deviation
.34 .38 .37 .37 .23
Case Processing Summary
Cases
Included Excluded Total
N Percent N Percent N Percent
ดานทาน * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานปยวาจา * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานอัตถจริยา * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานสมานัตตตา *
อายุ
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
สังคหวัตถุธรรม * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
Report
อายุ ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา
18-30 ป Mean 4.36 4.39 4.41
Std. Deviation .33 .36 .35
31-50 ป Mean 4.36 4.37 4.35
Std. Deviation .35 .41 .37
50 ปขึ้นไป Mean 4.37 4.35 4.36
Std. Deviation .35 .37 .39
Total Mean 4.37 4.37 4.36
Std. Deviation .34 .38 .37
Report
อายุ ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม
18-30 ป Mean 4.36 4.38
Std. Deviation .40 .24
31-50 ป Mean 4.40 4.37
Std. Deviation .34 .23
50 ปขึ้นไป Mean 4.39 4.37
Std. Deviation .38 .22
Total Mean 4.39 4.37
Std. Deviation .37 .23
Case Processing Summary
Cases
Included Excluded Total
N Percent N Percent N Percent
ดานทาน * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานปยวาจา * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานอัตถจริยา *
การศึกษา
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานสมานัตตตา *
การศึกษา
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
สังคหวัตถุธรรม *
การศึกษา
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
Report
การศึกษา ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา
ประถมศึกษา Mean 4.34 4.46 4.35
Std. Deviation .38 .37 .37
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา Mean 4.38 4.35 4.37
Std. Deviation .33 .39 .38
ป.ตรี Mean 4.34 4.33 4.37
Std. Deviation .33 .39 .39
สูงกวาป.ตรี Mean 4.32 4.24 4.32
Std. Deviation .52 .22 .30
Total Mean 4.37 4.37 4.36
Std. Deviation .34 .38 .37
Report
การศึกษา ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม
ประถมศึกษา Mean 4.43 4.40
Std. Deviation .35 .22
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา Mean 4.38 4.37
Std. Deviation .37 .23
ป.ตรี Mean 4.39 4.35
Std. Deviation .36 .23
สูงกวาป.ตรี Mean 4.20 4.27
Std. Deviation .58 .22
Total Mean 4.39 4.37
Std. Deviation .37 .23
Case Processing Summary
Cases
Included Excluded Total
N Percent N Percent N Percent
ดานทาน * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานปยวาจา * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานอัตถจริยา * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานสมานัตตตา *
อาชีพ
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
สังคหวัตถุธรรม *
อาชีพ
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
Report
อาชีพ ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา
เกษตรกร/รับจางทั่วไป Mean 4.38 4.35 4.42
Std. Deviation .32 .39 .35
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว Mean 4.34 4.42 4.33
Std. Deviation .37 .37 .38
พนักงานจางบริษัท Mean 4.35 4.22 4.30
Std. Deviation .34 .42 .41
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ Mean 4.41 4.37 4.28
Std. Deviation .33 .36 .42
Total Mean 4.37 4.37 4.36
Std. Deviation .34 .38 .37
Report
อาชีพ ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม
เกษตรกร/รับจางทั่วไป Mean 4.40 4.39
Std. Deviation .35 .22
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว Mean 4.38 4.37
Std. Deviation .38 .23
พนักงานจางบริษัท Mean 4.34 4.30
Std. Deviation .44 .26
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ Mean 4.44 4.37
Std. Deviation .32 .24
Total Mean 4.39 4.37
Std. Deviation .37 .23
Case Processing Summary
Cases
Included Excluded Total
N Percent N Percent N Percent
ดานทาน * รายไดตอ
เดือน
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานปยวาจา * รายไดตอ
เดือน
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานอัตถจริยา * รายได
ตอเดือน
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
ดานสมานัตตตา * รายได
ตอเดือน
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
สังคหวัตถุธรรม * รายได
ตอเดือน
341 100.0% 0 .0% 341 100.0%
Report
รายไดตอเดือน ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา
3000-5000 บาท Mean 4.31 4.32 4.35
Std. Deviation .36 .37 .38
5001-10000 บาท Mean 4.37 4.38 4.37
Std. Deviation .34 .39 .38
10000 บาทขึ้นไป Mean 4.44 4.35 4.39
Std. Deviation .29 .38 .30
Total Mean 4.37 4.37 4.36
Std. Deviation .34 .38 .37
Report
รายไดตอเดือน ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม
3000-5000 บาท Mean 4.37 4.34
Std. Deviation .38 .24
5001-10000 บาท Mean 4.40 4.38
Std. Deviation .37 .23
10000 บาทขึ้นไป Mean 4.35 4.38
Std. Deviation .30 .20
Total Mean 4.39 4.37
Std. Deviation .37 .23
T-Test
Group Statistics
เพศ N Mean Std. Deviation
Std. Error
Mean
ดานทาน ชาย 103 4.36 .33 .03
หญิง 238 4.37 .35 .02
ดานปยวาจา ชาย 103 4.31 .41 .04
หญิง 238 4.39 .37 .02
ดานอัตถจริยา ชาย 103 4.36 .41 .04
หญิง 238 4.37 .36 .02
ดานสมานัตตตา ชาย 103 4.37 .36 .04
หญิง 238 4.40 .37 .02
สังคหวัตถุธรรม ชาย 103 4.35 .24 .02
หญิง 238 4.38 .22 .01
Independent Samples Test
Levene's Test for
Equality of Variances t-test for Equality of Means
F Sig. t df
Sig. (2-
tailed)
Mean
Difference
Std. Error
Difference
95% Confidence
Interval of the
Difference
Lower Upper
ดานทาน Equal variances
assumed
.355 .552 -.219 339 .827 -.00884 .04045 -.08840 .07071
Equal variances
not assumed
-.225 207.098 .822 -.00884 .03931 -.08635 .06866
ดานปยวาจา Equal variances
assumed
1.963 .162 -1.676 339 .095 -.07561 .04512 -.16437 .01314
Equal variances
not assumed
-1.611 177.518 .109 -.07561 .04694 -.16825 .01703
ดานอัตถ
จริยา
Equal variances
assumed
2.680 .103 -.162 339 .871 -.00716 .04423 -.09417 .07984
Equal variances
not assumed
-.154 173.726 .878 -.00716 .04649 -.09892 .08459
ดานสมานัตต
ตา
Equal variances
assumed
.063 .801 -.679 339 .498 -.02939 .04329 -.11453 .05575
Equal variances
not assumed
-.682 195.985 .496 -.02939 .04307 -.11433 .05556
สังคหวัตถุ
ธรรม
Equal variances
assumed
1.160 .282 -1.125 339 .261 -.03025 .02689 -.08315 .02264
Equal variances
not assumed
-1.083 178.190 .280 -.03025 .02793 -.08536 .02486
F-test
Descriptives
N Mean Std. Deviation Std. Error
95% Confidence Interval for
Mean
Minimum MaximumLower Bound Upper Bound
ดานทาน 18-30 ป 64 4.36 .33 .04111 4.2772 4.4415 3.60 5.00
31-50 ป 122 4.36 .35 .03125 4.2955 4.4192 3.20 5.00
50 ปขึ้นไป 155 4.37 .35 .02793 4.3190 4.4294 3.00 5.00
Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00
ดานปยวาจา 18-30 ป 64 4.39 .36 .04552 4.2997 4.4816 3.40 5.00
31-50 ป 122 4.37 .41 .03720 4.2936 4.4409 3.40 5.00
50 ปขึ้นไป 155 4.35 .37 .02979 4.2947 4.4124 3.40 5.00
Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00
ดานอัตถจริยา 18-30 ป 64 4.41 .35 .04419 4.3211 4.4977 3.60 5.00
31-50 ป 122 4.35 .37 .03305 4.2837 4.4146 3.40 5.00
50 ปขึ้นไป 155 4.36 .39 .03139 4.2954 4.4194 3.40 5.00
Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00
ดานสมานัตตตา 18-30 ป 64 4.36 .40 .04998 4.2626 4.4624 3.00 5.00
31-50 ป 122 4.40 .34 .03053 4.3428 4.4637 3.40 5.00
50 ปขึ้นไป 155 4.39 .38 .03024 4.3299 4.4494 3.20 5.00
Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00
สังคหวัตถุธรรม 18-30 ป 64 4.38 .24 .02964 4.3212 4.4397 3.60 4.90
31-50 ป 122 4.37 .23 .02102 4.3276 4.4109 3.65 4.90
50 ปขึ้นไป 155 4.37 .22 .01786 4.3334 4.4040 3.80 4.85
Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
ANOVA
Sum of
Squares df
Mean
Square F Sig.
ดานทาน Between
Groups
.022 2 .011 .094 .910
Within Groups 39.850 338 .118
Total 39.872 340
ดานปยวาจา Between
Groups
.063 2 .031 .213 .808
Within Groups 49.969 338 .148
Total 50.032 340
ดานอัตถจริยา Between
Groups
.165 2 .083 .588 .556
Within Groups 47.518 338 .141
Total 47.684 340
ดานสมานัตตตา Between
Groups
.070 2 .035 .258 .772
Within Groups 45.652 338 .135
Total 45.722 340
สังคหวัตถุธรรม Between
Groups
.007 2 .003 .066 .936
Within Groups 17.681 338 .052
Total 17.688 340
Multiple Comparisons
LSD
Dependent Variable (I) อายุ (J) อายุ
Mean Difference
(I-J) Std. Error Sig.
95% Confidence Interval
Lower Bound Upper Bound
ดานทาน 18-30 ป 31-50 ป .00200 .05300 .970 -.1022 .1062
50 ปขึ้นไป -.01482 .05102 .772 -.1152 .0855
31-50 ป 18-30 ป -.00200 .05300 .970 -.1062 .1022
50 ปขึ้นไป -.01682 .04156 .686 -.0986 .0649
50 ปขึ้นไป 18-30 ป .01482 .05102 .772 -.0855 .1152
31-50 ป .01682 .04156 .686 -.0649 .0986
ดานปยวาจา 18-30 ป 31-50 ป .02341 .05934 .693 -.0933 .1401
50 ปขึ้นไป .03708 .05713 .517 -.0753 .1494
31-50 ป 18-30 ป -.02341 .05934 .693 -.1401 .0933
50 ปขึ้นไป .01366 .04654 .769 -.0779 .1052
50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.03708 .05713 .517 -.1494 .0753
31-50 ป -.01366 .04654 .769 -.1052 .0779
ดานอัตถจริยา 18-30 ป 31-50 ป .06019 .05787 .299 -.0536 .1740
50 ปขึ้นไป .05196 .05571 .352 -.0576 .1615
31-50 ป 18-30 ป -.06019 .05787 .299 -.1740 .0536
50 ปขึ้นไป -.00824 .04538 .856 -.0975 .0810
50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.05196 .05571 .352 -.1615 .0576
31-50 ป .00824 .04538 .856 -.0810 .0975
ดานสมานัตตตา 18-30 ป 31-50 ป -.04078 .05672 .473 -.1524 .0708
50 ปขึ้นไป -.02718 .05461 .619 -.1346 .0802
31-50 ป 18-30 ป .04078 .05672 .473 -.0708 .1524
50 ปขึ้นไป .01360 .04448 .760 -.0739 .1011
50 ปขึ้นไป 18-30 ป .02718 .05461 .619 -.0802 .1346
31-50 ป -.01360 .04448 .760 -.1011 .0739
สังคหวัตถุธรรม 18-30 ป 31-50 ป .01121 .03530 .751 -.0582 .0806
50 ปขึ้นไป .01176 .03398 .730 -.0551 .0786
31-50 ป 18-30 ป -.01121 .03530 .751 -.0806 .0582
50 ปขึ้นไป .00055 .02768 .984 -.0539 .0550
50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.01176 .03398 .730 -.0786 .0551
31-50 ป -.00055 .02768 .984 -.0550 .0539
Descriptives
N Mean
Std.
Deviation
Std.
Error
95% Confidence Interval
for Mean
Minimum Maximum
Lower
Bound
Upper
Bound
ดานทาน ประถมศึกษา 69 4.34 .38 .04600 4.2502 4.4338 3.20 5.00
มัธยมศึกษาหรือ
เทียบเทา
200 4.38 .33 .02318 4.3383 4.4297 3.00 5.00
ป.ตรี 67 4.34 .33 .04062 4.2562 4.4184 3.40 5.00
สูงกวาป.ตรี 5 4.32 .52 .23324 3.6724 4.9676 3.80 5.00
Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00
ดานปยวาจา ประถมศึกษา 69 4.46 .37 .04457 4.3748 4.5527 3.60 5.00
มัธยมศึกษาหรือ
เทียบเทา
200 4.35 .39 .02736 4.2930 4.4010 3.40 5.00
ป.ตรี 67 4.33 .39 .04712 4.2343 4.4224 3.40 4.80
สูงกวาป.ตรี 5 4.24 .22 .09798 3.9680 4.5120 4.00 4.60
Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00
ดานอัตถจริยา ประถมศึกษา 69 4.35 .37 .04421 4.2596 4.4361 3.40 5.00
มัธยมศึกษาหรือ
เทียบเทา
200 4.37 .38 .02667 4.3174 4.4226 3.40 5.00
ป.ตรี 67 4.37 .39 .04710 4.2731 4.4612 3.40 5.00
สูงกวาป.ตรี 5 4.32 .30 .13565 3.9434 4.6966 3.80 4.60
Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00
ดานสมานัตตตา ประถมศึกษา 69 4.43 .35 .04196 4.3453 4.5127 3.40 5.00
มัธยมศึกษาหรือ
เทียบเทา
200 4.38 .37 .02607 4.3306 4.4334 3.00 5.00
ป.ตรี 67 4.39 .36 .04447 4.2963 4.4739 3.40 5.00
สูงกวาป.ตรี 5 4.20 .58 .26077 3.4760 4.9240 3.40 4.80
Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00
สังคหวัตถุธรรม ประถมศึกษา 69 4.40 .22 .02699 4.3418 4.4495 3.85 4.85
มัธยมศึกษาหรือ
เทียบเทา
200 4.37 .23 .01612 4.3390 4.4025 3.60 4.90
ป.ตรี 67 4.35 .23 .02867 4.2972 4.4117 3.65 4.90
สูงกวาป.ตรี 5 4.27 .22 .09695 4.0008 4.5392 3.95 4.55
Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
ANOVA
Sum of
Squares df Mean Square F Sig.
ดานทาน Between Groups .170 3 .057 .481 .696
Within Groups 39.702 337 .118
Total 39.872 340
ดานปยวาจา Between Groups .906 3 .302 2.072 .104
Within Groups 49.126 337 .146
Total 50.032 340
ดานอัตถจริยา Between Groups .036 3 .012 .084 .969
Within Groups 47.648 337 .141
Total 47.684 340
ดานสมานัตตตา Between Groups .300 3 .100 .741 .528
Within Groups 45.422 337 .135
Total 45.722 340
สังคหวัตถุธรรม Between Groups .111 3 .037 .711 .546
Within Groups 17.577 337 .052
Total 17.688 340
Multiple Comparisons
LSD
Dependent
Variable (I) การศึกษา (J) การศึกษา
Mean
Difference (I-
J) Std. Error Sig.
95% Confidence Interval
Lower
Bound Upper Bound
ดานทาน ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.04197 .04792 .382 -.1362 .0523
ป.ตรี .00472 .05887 .936 -.1111 .1205
สูงกวาป.ตรี .02203 .15896 .890 -.2907 .3347
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา .04197 .04792 .382 -.0523 .1362
ป.ตรี .04669 .04845 .336 -.0486 .1420
สูงกวาป.ตรี .06400 .15541 .681 -.2417 .3697
ป.ตรี ประถมศึกษา -.00472 .05887 .936 -.1205 .1111
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.04669 .04845 .336 -.1420 .0486
สูงกวาป.ตรี .01731 .15912 .913 -.2957 .3303
สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.02203 .15896 .890 -.3347 .2907
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.06400 .15541 .681 -.3697 .2417
ป.ตรี -.01731 .15912 .913 -.3303 .2957
ดานปยวาจา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .11677*
.05331 .029 .0119 .2216
ป.ตรี .13541*
.06549 .039 .0066 .2642
สูงกวาป.ตรี .22377 .17683 .207 -.1241 .5716
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.11677*
.05331 .029 -.2216 -.0119
ป.ตรี .01864 .05389 .730 -.0874 .1247
สูงกวาป.ตรี .10700 .17287 .536 -.2330 .4470
ป.ตรี ประถมศึกษา -.13541*
.06549 .039 -.2642 -.0066
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.01864 .05389 .730 -.1247 .0874
สูงกวาป.ตรี .08836 .17700 .618 -.2598 .4365
สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.22377 .17683 .207 -.5716 .1241
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.10700 .17287 .536 -.4470 .2330
ป.ตรี -.08836 .17700 .618 -.4365 .2598
ดานอัตถจริยา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.02217 .05250 .673 -.1254 .0811
ป.ตรี -.01934 .06449 .764 -.1462 .1075
สูงกวาป.ตรี .02783 .17415 .873 -.3147 .3704
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา .02217 .05250 .673 -.0811 .1254
ป.ตรี .00284 .05308 .957 -.1016 .1072
สูงกวาป.ตรี .05000 .17025 .769 -.2849 .3849
ป.ตรี ประถมศึกษา .01934 .06449 .764 -.1075 .1462
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.00284 .05308 .957 -.1072 .1016
สูงกวาป.ตรี .04716 .17432 .787 -.2957 .3901
สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.02783 .17415 .873 -.3704 .3147
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.05000 .17025 .769 -.3849 .2849
ป.ตรี -.04716 .17432 .787 -.3901 .2957
ดานสมานัตตตา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .04699 .05126 .360 -.0538 .1478
ป.ตรี .04391 .06297 .486 -.0800 .1678
สูงกวาป.ตรี .22899 .17003 .179 -.1055 .5634
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.04699 .05126 .360 -.1478 .0538
ป.ตรี -.00307 .05182 .953 -.1050 .0989
สูงกวาป.ตรี .18200 .16623 .274 -.1450 .5090
ป.ตรี ประถมศึกษา -.04391 .06297 .486 -.1678 .0800
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .00307 .05182 .953 -.0989 .1050
สูงกวาป.ตรี .18507 .17020 .278 -.1497 .5199
สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.22899 .17003 .179 -.5634 .1055
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.18200 .16623 .274 -.5090 .1450
ป.ตรี -.18507 .17020 .278 -.5199 .1497
สังคหวัตถุธรรม ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .02490 .03189 .435 -.0378 .0876
ป.ตรี .04117 .03917 .294 -.0359 .1182
สูงกวาป.ตรี .12565 .10577 .236 -.0824 .3337
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.02490 .03189 .435 -.0876 .0378
ป.ตรี .01627 .03224 .614 -.0471 .0797
สูงกวาป.ตรี .10075 .10340 .331 -.1026 .3041
ป.ตรี ประถมศึกษา -.04117 .03917 .294 -.1182 .0359
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.01627 .03224 .614 -.0797 .0471
สูงกวาป.ตรี .08448 .10588 .425 -.1238 .2927
สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.12565 .10577 .236 -.3337 .0824
มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.10075 .10340 .331 -.3041 .1026
ป.ตรี -.08448 .10588 .425 -.2927 .1238
*. The mean difference is significant at the 0.05 level.
Descriptives
N Mean
Std.
Deviation
Std.
Error
95% Confidence Interval for
Mean
Minimum Maximum
Lower
Bound Upper Bound
ดานทาน เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.38 .32 .02553 4.3296 4.4304 3.20 5.00
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.34 .37 .03446 4.2702 4.4067 3.00 5.00
พนักงานจางบริษัท 35 4.35 .34 .05759 4.2315 4.4656 3.80 5.00
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.41 .33 .06113 4.2886 4.5390 3.40 4.80
Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00
ดานปยวาจา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.35 .39 .03052 4.2935 4.4140 3.40 5.00
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.42 .37 .03383 4.3569 4.4909 3.40 5.00
พนักงานจางบริษัท 35 4.22 .42 .07137 4.0778 4.3679 3.40 5.00
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.37 .36 .06664 4.2290 4.5020 3.40 4.80
Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00
ดานอัตถจริยา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.42 .35 .02740 4.3646 4.4729 3.40 5.00
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.33 .38 .03536 4.2616 4.4017 3.40 5.00
พนักงานจางบริษัท 35 4.30 .41 .06878 4.1574 4.4369 3.60 5.00
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.28 .42 .07842 4.1152 4.4365 3.40 4.80
Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00
ดานสมานัตตตา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.40 .35 .02741 4.3434 4.4516 3.20 5.00
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.38 .38 .03538 4.3094 4.4496 3.20 5.00
พนักงานจางบริษัท 35 4.34 .44 .07405 4.1924 4.4934 3.00 5.00
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.44 .32 .05987 4.3187 4.5640 3.80 5.00
Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00
สังคหวัตถุธรรม เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.39 .22 .01705 4.3538 4.4212 3.80 4.90
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.37 .23 .02129 4.3262 4.4105 3.60 4.90
พนักงานจางบริษัท 35 4.30 .26 .04444 4.2126 4.3932 3.70 4.75
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.37 .24 .04415 4.2837 4.4646 3.65 4.70
Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
ANOVA
Sum of
Squares df Mean Square F Sig.
ดานทาน Between Groups .197 3 .066 .557 .644
Within Groups 39.675 337 .118
Total 39.872 340
ดานปยวาจา Between Groups 1.134 3 .378 2.604 .052
Within Groups 48.898 337 .145
Total 50.032 340
ดานอัตถจริยา Between Groups .984 3 .328 2.367 .071
Within Groups 46.700 337 .139
Total 47.684 340
ดานสมานัตตตา Between Groups .176 3 .059 .434 .728
Within Groups 45.546 337 .135
Total 45.722 340
สังคหวัตถุธรรม Between Groups .207 3 .069 1.331 .264
Within Groups 17.481 337 .052
ANOVA
Sum of
Squares df Mean Square F Sig.
ดานทาน Between Groups .197 3 .066 .557 .644
Within Groups 39.675 337 .118
Total 39.872 340
ดานปยวาจา Between Groups 1.134 3 .378 2.604 .052
Within Groups 48.898 337 .145
Total 50.032 340
ดานอัตถจริยา Between Groups .984 3 .328 2.367 .071
Within Groups 46.700 337 .139
Total 47.684 340
ดานสมานัตตตา Between Groups .176 3 .059 .434 .728
Within Groups 45.546 337 .135
Total 45.722 340
สังคหวัตถุธรรม Between Groups .207 3 .069 1.331 .264
Within Groups 17.481 337 .052
Total 17.688 340
Multiple Comparisons
LSD
Dependent Variable (I) อาชีพ (J) อาชีพ
Mean
Difference (I-
J) Std. Error Sig.
95% Confidence Interval
Lower Bound Upper Bound
ดานทาน เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .04154 .04174 .320 -.0406 .1236
พนักงานจางบริษัท .03143 .06403 .624 -.0945 .1574
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.03379 .06925 .626 -.1700 .1024
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.04154 .04174 .320 -.1236 .0406
พนักงานจางบริษัท -.01011 .06611 .879 -.1401 .1199
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.07533 .07117 .291 -.2153 .0647
พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.03143 .06403 .624 -.1574 .0945
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .01011 .06611 .879 -.1199 .1401
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.06522 .08616 .450 -.2347 .1043
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .03379 .06925 .626 -.1024 .1700
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .07533 .07117 .291 -.0647 .2153
พนักงานจางบริษัท .06522 .08616 .450 -.1043 .2347
ดานปยวาจา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.07018 .04634 .131 -.1613 .0210
พนักงานจางบริษัท .13089 .07108 .066 -.0089 .2707
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.01177 .07688 .878 -.1630 .1395
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป .07018 .04634 .131 -.0210 .1613
พนักงานจางบริษัท .20107*
.07339 .006 .0567 .3454
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .05841 .07902 .460 -.0970 .2138
พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.13089 .07108 .066 -.2707 .0089
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.20107*
.07339 .006 -.3454 -.0567
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.14266 .09565 .137 -.3308 .0455
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .01177 .07688 .878 -.1395 .1630
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.05841 .07902 .460 -.2138 .0970
พนักงานจางบริษัท .14266 .09565 .137 -.0455 .3308
ดานอัตถจริยา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .08713 .04528 .055 -.0019 .1762
พนักงานจางบริษัท .12161 .06946 .081 -.0150 .2582
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .14289 .07513 .058 -.0049 .2907
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.08713 .04528 .055 -.1762 .0019
พนักงานจางบริษัท .03448 .07172 .631 -.1066 .1756
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .05576 .07722 .471 -.0961 .2077
พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.12161 .06946 .081 -.2582 .0150
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.03448 .07172 .631 -.1756 .1066
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .02128 .09348 .820 -.1626 .2051
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.14289 .07513 .058 -.2907 .0049
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.05576 .07722 .471 -.2077 .0961
พนักงานจางบริษัท -.02128 .09348 .820 -.2051 .1626
ดานสมานัตตตา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .01801 .04472 .687 -.0700 .1060
พนักงานจางบริษัท .05464 .06860 .426 -.0803 .1896
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.04388 .07420 .555 -.1898 .1021
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01801 .04472 .687 -.1060 .0700
พนักงานจางบริษัท .03663 .07083 .605 -.1027 .1760
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.06189 .07626 .418 -.2119 .0881
พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.05464 .06860 .426 -.1896 .0803
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.03663 .07083 .605 -.1760 .1027
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.09852 .09231 .287 -.2801 .0831
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .04388 .07420 .555 -.1021 .1898
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .06189 .07626 .418 -.0881 .2119
พนักงานจางบริษัท .09852 .09231 .287 -.0831 .2801
สังคหวัตถุธรรม เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .01912 .02770 .490 -.0354 .0736
พนักงานจางบริษัท .08464*
.04250 .047 .0010 .1682
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .01336 .04597 .771 -.0771 .1038
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01912 .02770 .490 -.0736 .0354
พนักงานจางบริษัท .06552 .04388 .136 -.0208 .1518
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.00576 .04724 .903 -.0987 .0872
พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.08464*
.04250 .047 -.1682 -.0010
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.06552 .04388 .136 -.1518 .0208
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.07128 .05719 .213 -.1838 .0412
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01336 .04597 .771 -.1038 .0771
คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .00576 .04724 .903 -.0872 .0987
พนักงานจางบริษัท .07128 .05719 .213 -.0412 .1838
*. The mean difference is significant at the 0.05 level.
Descriptives
N Mean
Std.
Deviation Std. Error
95% Confidence Interval for
Mean
Minimum MaximumLower Bound Upper Bound
ดานทาน 3000-5000 บาท 75 4.31 .36 .04129 4.2271 4.3916 3.20 5.00
5001-10000
บาท
234 4.37 .34 .02238 4.3294 4.4176 3.00 5.00
10000 บาทขึ้นไป 32 4.44 .29 .05193 4.3316 4.5434 3.80 5.00
Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00
ดานปยวาจา 3000-5000 บาท 75 4.32 .37 .04314 4.2314 4.4033 3.40 5.00
5001-10000
บาท
234 4.38 .39 .02530 4.3331 4.4327 3.40 5.00
10000 บาทขึ้นไป 32 4.35 .38 .06780 4.2117 4.4883 3.40 5.00
Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00
ดานอัตถจริยา 3000-5000 บาท 75 4.35 .38 .04445 4.2608 4.4379 3.40 5.00
5001-10000
บาท
234 4.37 .38 .02490 4.3168 4.4149 3.40 5.00
10000 บาทขึ้นไป 32 4.39 .30 .05383 4.2777 4.4973 3.80 4.80
Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00
ดานสมานัตตตา 3000-5000 บาท 75 4.37 .38 .04412 4.2801 4.4559 3.00 5.00
5001-10000
บาท
234 4.40 .37 .02426 4.3539 4.4495 3.20 5.00
10000 บาทขึ้นไป 32 4.35 .30 .05236 4.2432 4.4568 3.80 4.80
Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00
สังคหวัตถุธรรม 3000-5000 บาท 75 4.34 .24 .02735 4.2815 4.3905 3.70 4.75
5001-10000
บาท
234 4.38 .23 .01491 4.3516 4.4104 3.60 4.90
10000 บาทขึ้นไป 32 4.38 .20 .03604 4.3077 4.4548 3.90 4.80
Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
ANOVA
Sum of
Squares df Mean Square F Sig.
ดานทาน Between
Groups
.417 2 .209 1.788 .169
Within Groups 39.454 338 .117
Total 39.872 340
ดานปยวาจา Between
Groups
.253 2 .126 .858 .425
Within Groups 49.779 338 .147
Total 50.032 340
ดานอัตถจริยา Between
Groups
.035 2 .017 .123 .885
Within Groups 47.649 338 .141
Total 47.684 340
ดานสมานัตตตา Between
Groups
.119 2 .060 .443 .643
Within Groups 45.603 338 .135
Total 45.722 340
สังคหวัตถุธรรม Between
Groups
.119 2 .059 1.140 .321
Within Groups 17.569 338 .052
Total 17.688 340
Multiple Comparisons
LSD
Dependent Variable (I) รายไดตอเดือน (J) รายไดตอเดือน
Mean
Difference (I-
J) Std. Error Sig.
95% Confidence Interval
Lower Bound Upper Bound
ดานทาน 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.06417 .04533 .158 -.1533 .0250
10000 บาทขึ้นไป -.12817 .07214 .077 -.2701 .0137
5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .06417 .04533 .158 -.0250 .1533
10000 บาทขึ้นไป -.06400 .06439 .321 -.1907 .0627
10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .12817 .07214 .077 -.0137 .2701
5001-10000 บาท .06400 .06439 .321 -.0627 .1907
ดานปยวาจา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.06557 .05092 .199 -.1657 .0346
10000 บาทขึ้นไป -.03267 .08103 .687 -.1921 .1267
5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .06557 .05092 .199 -.0346 .1657
10000 บาทขึ้นไป .03291 .07233 .649 -.1094 .1752
10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .03267 .08103 .687 -.1267 .1921
5001-10000 บาท -.03291 .07233 .649 -.1752 .1094
ดานอัตถจริยา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.01648 .04982 .741 -.1145 .0815
10000 บาทขึ้นไป -.03817 .07928 .631 -.1941 .1178
5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .01648 .04982 .741 -.0815 .1145
10000 บาทขึ้นไป -.02169 .07077 .759 -.1609 .1175
10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .03817 .07928 .631 -.1178 .1941
5001-10000 บาท .02169 .07077 .759 -.1175 .1609
ดานสมานัตตตา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.03371 .04874 .490 -.1296 .0622
10000 บาทขึ้นไป .01800 .07756 .817 -.1346 .1706
5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .03371 .04874 .490 -.0622 .1296
10000 บาทขึ้นไป .05171 .06923 .456 -.0845 .1879
10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท -.01800 .07756 .817 -.1706 .1346
5001-10000 บาท -.05171 .06923 .456 -.1879 .0845
สังคหวัตถุธรรม 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.04498 .03025 .138 -.1045 .0145
10000 บาทขึ้นไป -.04525 .04814 .348 -.1399 .0494
5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .04498 .03025 .138 -.0145 .1045
10000 บาทขึ้นไป -.00027 .04297 .995 -.0848 .0843
10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .04525 .04814 .348 -.0494 .1399
5001-10000 บาท .00027 .04297 .995 -.0843 .0848
159
ประวัติย่อของผู้วิจัย
ชื่อ - สกุล นางสาวศรัณยา ชูเมือง
วัน เดือน ปีเกิด วันที่ 30 มกราคม 2527
สถานที่เกิด อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 2/8 ซอยก้าวหน้า 4 ตาบลในเมือง
อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประวัติการศึกษา
พ.ศ.2550 บธ.บ. (บริหารธุรกิจบัณฑิต) สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช
ประสบการณ์การทางาน
พ.ศ.2554 - พ.ศ.2555 รับราชการ ตาแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
องค์การบริหารส่วนตาบลเสือหึง อาเภอเชียรใหญ่
จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ.2555 - พ.ศ.2558 รับราชการ ตาแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
องค์การบริหารส่วนตาบลบางจาก อาเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ.2558 – ก.ย.2559 รับราชการ ตาแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
องค์การบริหารส่วนตาบลท่าพญา อาเภอปากพนัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ต.ค.2559-ปัจจุบัน รับราชการ ตาแหน่ง นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
องค์การบริหารส่วนตาบลไสหมาก อาเภอเชียรใหญ่
จังหวัดนครศรีธรรมราช

การนำหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • 1.
    การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ศรัณยา ชูเมือง สารนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กรกฎาคม 2559 (ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย)
  • 2.
    การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ศรัณยา ชูเมือง สารนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กรกฎาคม 2559 (ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย)
  • 3.
    AN APPLICATION OFSANGAHA VATTHUDHAMMA IN WELFARE PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB-DISTRICT, MUEANG DISTRICT, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE SARANYA CHUMAUNG A THEMATIC PAPER SUBMITTEC IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENTS FOR THE DEGREE OF MASTER OF POLITICAL SCIENCES DEPARTMENT OF GOVERNMENT FACULTY OF SOCIAL SCIENCES MAHAMAKUT BUDDHIST UNIVERSITY JULY, 2016 (COPYRIGHT OF MAHAMAKUT BUDDHIST UNIVERSITY)
  • 4.
    คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์และคณะกรรมการสอบสารนิพนธ์ ได้พิจารณาสารนิพนธ์ ของ นางสาวศรัณยาชูเมือง ฉบับนี้แล้ว เห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัยได้ คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์ ……………………..………………………………..………. อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก (รองศาสตราจารย์ ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์) ……………………..………………………………..………. อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ดร.ปัณณพงค์ วงศ์ณาศรี) คณะกรรมการสอบสารนิพนธ์ ……………………..………………………………..………. ประธานกรรมการ (รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุกิจ ชัยมุสิก) ……………………..………………………………..………. กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร. รงค์ บุญสวยขวัญ) ……………………..………………………………..………. กรรมการ (ดร.สุปรีชา ชานาญพุฒิพร) คณะสังคมศาสตร์ อนุมัติให้รับสารนิพนธ์ ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ……………………..………………………………..………. คณบดีคณะสังคมศาสตร์ (พระมหาอรุณ ปญฺญารุโณ) วันที่ 17 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • 5.
    ก 5720650332015 : สาขาวิชา: รัฐศาสตร์การปกครอง; ร.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง) คาสาคัญ : หลักสังคหวัตถุธรรม/การจัดสวัสดิการ/กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ศรัณยา ชูเมือง : การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช (AN APPLICATION OF SANGAHA ATTHUDHAMMA IN WELFARE PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB-DISTRICT, MUEANG DISTRICT, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE.) คณะกรรมการควบคุมสารนิพนธ์ : รศ.ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์ อาจารย์ที่ปรึกษา, ดร.ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม. 159 หน้า ปี พ.ศ. 2559. สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเคร็ซซี่และมอร์แกน (R.V.Krejcie & D.W.Morgan) ได้กลุ่มตัวอย่างจานวน 341 คนและได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของ การสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่าจริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05 เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล เป็นแบบสอบถามแบบปลายปิดและปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สาเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตร ฐาน ค่า t-test และค่า F-test โดยทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference) ผลการศึกษาพบว่า 1) สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มี ค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ เมื่อจาแนก ตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 6.
    ข 3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมืองจังหวัด นครศรีธรรมราช มี 2 ประเด็น ดังนี้ (1) ด้านปัญหามีผู้เสนอแนะมากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบัน ไม่มากนัก (2) แนวทางแก้ไขที่มีผู้เสนอแนะมากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความ คิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางในการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
  • 7.
    ค 5720650332015 : MAJOR: GOVERNMENT ; M.POL.SC. (GOVERNMENT) KEYWORDS : SANGAHA ATTHUDHAMMA /WELFARE PROVISION /COMMUNITY WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB-DISTRICT SARANYA CHUMAUNG : AN APPLICATION OF SANGAHA ATTHUDHAMMA IN WELFARE PROVIDING TO MEMBER OF COMMUNITY WELFARE FUND, CHAIMONTREE SUB - DISTRICT, MUEANG DISTRICT, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE. ADVISORY COMMITTEE: ASSOC. PROF. DR.DETCHAT TREESUP, ADVISOR, DR.PUNNAPONG WONGNASRI, CO-ADVISOR. 159 P., 2016 The objectives of this thesis were 1) to study an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to member of Community Welfare Fund, Chaimontree Sub-district, Mueang District, Nakhon Si Thammarat Province, 2) to compare the effect of personal factors including gender, age, education, occupation, and monthly income on an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those members and 3) to study the suggestions, problems, and solutions relating to an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those members. The population of this study was 3,231 members of Community Welfare Fund in five villages, Chaimontree Sub-district, Mueang District, Nakhon Si Thammarat Province. The sample sized was determined by R.V.Krejcie & D.W.Morgan’s model, which yielded 341 samples. Error term was set to be 0.05. The instruments were open-ended and close-ended questionnaires. Data were analyzed by computer software through frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test, F-test and Least Significant Difference (LSD). The findings were as follows : 1) Overall the sample had high level of opinion towards an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to member of Community Welfare Fund in the study setting. When an individual variable was considered, Samanattata had highest mean score. It was followed by Piyavaca. Atthacariya had lowest mean score, respectively. When classified by gender, age, education, occupation, and monthly income, the overall was found to be in the high level. 2) In terms of studying personal factors, the sample with different gender, age, education, occupation, and monthly income had indifferent opinion towards an application of Sangaha Atthudhamma in welfare providing to those members with statistical significance level of .05.
  • 8.
    ง 3) The suggestions,problems and solutions of this study include (1) the most common problem was Dana (giving) aspect; exiting welfare was not suitable for economic situation and well-being of local members. (2) the most common solution was Dana(giving) aspect; the meeting should be held to ask for members’ opinions towards guidelines for providing welfare that is suitable for current economy.
  • 9.
    จ ประกาศคุณูปการ สารนิพนธ์นี้สาเร็จสมบูรณ์ลงได้ด้วยความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช พระศรีธรรมประสาทน์รองอธิการบดี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ส่งศรี ชมภูวงศ์ ที่ได้กรุณาให้คาแนะนาแก่ผู้วิจัย ขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.เดชชาติ ตรีทรัพย์ อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ และ ดร.ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี อาจารย์ที่ปรึกษา ร่วม อีกทั้งได้สละเวลา ในการชี้แนะแนวทางตลอดจนการตรวจแก้ไขจนสาเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.สุภาพ เต็มรัตน์, พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. และนายยงยุทธ นาทะชัย ที่ได้อนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย และได้กรุณา ให้ความรู้และคาแนะนาตลอดจนข้อคิดเห็นต่างๆ ในการวิจัยในครั้งนี้ ขอบขอคุณคณาจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครองทุกท่านได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ความรู้ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ทุกท่านที่ให้ความ อนุเคราะห์ดูแลช่วยเหลือในด้านเอกสารการจัดทาสารนิพนธ์ฉบับนี้ ตลอดจนเพื่อนนักศึกษาที่ให้ กาลังใจรวมทั้งความห่วงใยที่มอบให้ผู้วิจัยตลอดมา ขอขอบคุณประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกคน ที่ให้ความ อนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างดียิ่ง ขอกราบขอบพระคุณ บิดามารดา ที่ให้ โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้วิจัยมาโดยตลอด ขอขอบพระคุณบุคคลผู้ใกล้ชิดและมีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆ ท่าน ที่คอยเป็นกาลังใจและแรงใจให้ สารนิพนธ์ฉบับนี้สาเร็จสมบูรณ์ ประโยชน์อันเกิดจากสารนิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยขอน้อมบูชาคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ ผู้มีอุปการคุณทุกท่าน รวมทั้งเพื่อนๆ ที่มีส่วนช่วยเหลือในการทาสารนิพนธ์ในครั้งนี้ หากสารนิพนธ์ฉบับนี้ มีข้อบกพร่องประการใด ผู้วิจัยขอกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ศรัณยา ชูเมือง
  • 10.
    ฉ สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ค ประกาศคุณูปการจ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ฌ สารบัญแผนภูมิ ด บทที่ 1 บทนา 1 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 1.3 สมมติฐานของการวิจัย 4 1.4 ขอบเขตของการวิจัย 4 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 5 1.6 คานิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย 5 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม 7 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน 13 2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน 29 2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา 40 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 45 2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย 48 3 วิธีดาเนินการวิจัย 49 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 49 3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง 49 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 50 3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 51 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 52 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 52 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 53
  • 11.
    ช สารบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า 4ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56 4.2 ขั้นตอนการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 56 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 57 ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่ม ตัวอย่าง 57 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช 60 ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและ รายได้ต่อเดือน 65 ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่ มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 70 ตอนที่ 5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไข ปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 95 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 99 5.1 สรุปผล 100 5.2 อภิปรายผล 104 5.3 ข้อเสนอแนะ 110 5.3.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 110 5.3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย 111 บรรณานุกรม 112
  • 12.
    ซ สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก 116 ภาคผนวกก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย 117 ภาคผนวก ข หนังสือขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการ วิจัย 119 ภาคผนวก ค หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลเพื่อการวิจัย 123 ภาคผนวก ง แบบสอบถาม และค่า IOC 125 ภาคผนวก จ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม 132 ภาคผนวก ฉ ประกาศและระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 134 ภาคผนวก ช ตัวอย่างรางวัลขององค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี 150 ประวัติผู้วิจัย 159
  • 13.
    ฌ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 3.1 แสดงจานวนประชากรและกลุ่มตัวอย่างของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรีอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 50 4.1 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามเพศ 57 4.2 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอายุ 57 4.3 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามระดับการศึกษา 58 4.4 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอาชีพ 58 4.5 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกรายได้ต่อเดือน 59 4.6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม 60 4.7 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน 61 4.8 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา 62 4.9 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา 63 4.10 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา 64 4.11 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมจาแนกตามเพศ 65 4.12 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม อายุ 66 4.13 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม ระดับการศึกษา 67
  • 14.
    ญ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.14แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม อาชีพ 68 4.15 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตาม รายได้ต่อเดือน 69 4.16 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน 70 4.17 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน 70 4.18 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน 71 4.19 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน 71 4.20 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศ ต่างกัน 72 4.21 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศต่างกัน 72 4.22 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน อัตถจริยา ที่มีเพศ ต่างกัน 73
  • 15.
    ฎ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.23แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีเพศต่างกัน 73 4.24 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศ ต่างกัน 74 4.25 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศต่างกัน 74 4.26 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมที่มีอายุต่างกัน 75 4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอายุต่างกัน 75 4.28 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุต่างกัน 76 4.29 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุต่างกัน 76 4.30 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอายุ ต่างกัน 77 4.31 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอายุต่างกัน 77
  • 16.
    ฏ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.32แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอายุ ต่างกัน 78 4.33 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอายุต่างกัน 78 4.34 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอายุ ต่างกัน 79 4.35 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอายุ ต่างกัน 79 4.36 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับการ ศึกษาต่างกัน 80 4.37 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับการศึกษา ต่างกัน 80 4.38 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน 81 4.39 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับการศึกษา ต่างกัน 81
  • 17.
    ฐ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.40แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน 82 4.41 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีระดับการ ศึกษาต่างกัน 82 4.42 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน 83 4.43 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีระดับการ ศึกษาต่างกัน 83 4.44 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มี ระดับการศึกษาต่างกัน 84 4.45 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน 84 4.46 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพต่าง กัน 85 4.47 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพต่างกัน 85
  • 18.
    ฑ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.48แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพต่าง กัน 86 4.49 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพต่างกัน 86 4.50 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอาชีพ ต่างกัน 87 4.51 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอาชีพต่างกัน 87 4.52 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอาชีพ ต่างกัน 88 4.53 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอาชีพต่างกัน 88 4.54 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มี อาชีพต่างกัน 89 4.55 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอาชีพ ต่างกัน 89
  • 19.
    ฒ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.56แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ต่อ เดือนต่างกัน 90 4.57 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 90 4.58 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ต่อ เดือนต่างกัน 91 4.59 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 91 4.60 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีรายได้ ต่อเดือนต่างกัน 92 4.61 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีรายได้ต่อ เดือนต่างกัน 92 4.62 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มี รายได้ต่อเดือนต่างกัน 93 4.63 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีรายได้ต่อ เดือนต่างกัน 93
  • 20.
    ณ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.64แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีราย ได้ต่อเดือนต่างกัน 94 4.65 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีรายได้ต่อ เดือนต่างกัน 94 4.66 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช 95 4.67 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 97
  • 21.
  • 22.
    บทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา สังคมไทยตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นสังคมแบบชนบทเป็นสังคมที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยสมาชิกในชุมชนมี ความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นใกล้ชิดไม่ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกันทางสายโลหิตหรือไม่ก็ตาม ลักษณะความสัมพันธ์มักจะแสดงออกในรูปของความเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการให้ความ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะวิถีการดาเนินชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม จะอาศัย หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งคนไทยยึดถือเป็นศาสนาประจาชาติ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็นปัญหาทางสังคม ปัญหาทางเศรษฐกิจก็สามารถใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาควบคู่กับ นโยบายของรัฐในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เมื่อกล่าวถึงการจัดสวัสดิการสังคมซึ่งเป็นนโยบายอย่าง หนึ่งของรัฐบาลที่นามาใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับประชาชน แต่ก็มีประชาชนที่ เข้าไม่ถึงบริการของรัฐหรือไม่ได้รับบริการด้านสวัสดิการจึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้น ในชุมชนเพื่อ ดูแลและช่วยเหลือกันเอง ซึ่งขบวนการสวัสดิการชุมชนสามารถร่วมกันสร้างระบบหลักประกันความ มั่นคงในชีวิต โดยเริ่มต้นจากครอบครัวชุมชนท้องถิ่นของตนเองและให้รัฐร่วมสนับสนุนบางส่วน ถือได้ ว่าเป็นทิศทางสาคัญของสังคมไทย ที่จะทาให้คนมีชีวิตที่มั่นคง พอเพียง และดาเนินงานตามหลักการ บริหารจัดการที่ดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ในระดับ พื้นที่ขยายกิจการสวัสดิการให้ครอบคลุมมิติต่างๆ ของชีวิตมากขึ้น สวัสดิการทางสังคมเป็นระบบการ จัดสรรสวัสดิการสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมและพัฒนาสังคม รวมทั้งการส่งเสริม ความมั่นคงทางสังคมเพื่อให้ประชาชนสามารถดารงชีวิตในสังคมได้ โดยสวัสดิการต่างๆ จะต้อง ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชนให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็น ธรรมทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย การประกันรายได้ สวัสดิการแรงงาน นันทนาการและ บริการสังคมทั่วไป (คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ, 2550) ในประเทศไทยมีการ พัฒนาระบบสวัสดิการทางสังคมมาเป็นลาดับ ทั้งรูปแบบเป็น ทางการและไม่เป็นทางการ ดาเนินการ โดยรัฐ องค์กรเอกชนและดาเนินการโดยชุมชน ระบบสวัสดิการทางสังคมที่ดาเนินการโดยภาครัฐและ ภาคเอกชนมีการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมกลุ่มเพื่อการออม กลุ่มสัจจะ กลุ่มพัฒนา อาชีพต่างๆ เมื่อมีรายได้ก็จัดส่วนหนึ่งเพื่อการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ซึ่งในปัจจุบันลักษณะของ ปัญหาและความต้องการด้านสวัสดิการของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะวิถีการ ดาเนินชีวิตของผู้คนในสังคมแตกต่างไปจากเดิม ดังนั้น เพื่อให้การจัดสวัสดิการของคนในชุมชมเป็นไป อย่างทั่วถึงและตรงตามความต้องการจึงต้องให้ประชาชนเข้ามาดาเนินการจัดสวัสดิการด้วยตนเอง และเป็นการสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงของคนในชุมชน ซึ่งหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทา ให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาจอยู่ในรูปสิ่งของเงินทอง น้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคน ในชุมชนตั้งแต่เกิดจนตายที่เป็นการจัดสวัสดิการของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้านเป็นการให้ อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี อาศัยการอยู่ร่วมกันของคน ชุมชนและธรรมชาติอย่างเคารพซึ่ง กันและกัน กระบวนการดาเนินการจะต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่น หลักศาสนา และการมีส่วนร่วมของคนอย่างกว้างขวาง (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, 2550)
  • 23.
    2 การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนในพื้นที่ด้วยความสมัครใจและมีความประสงค์จะดูแลซึ่งกันและ กันบนพื้นฐานของความเอื้ออาทรต่อกันโดยชาวชุมชนมาร่วมกันคิด ร่วมกันสร้างระบบร่วมกันบริหาร จัดการและร่วมกันรับผลประโยชน์ กองทุนสวัสดิการชาวบ้าน จึงเป็นกองทุนที่ “ทุกคนร่วมกันเป็น เจ้าของ” ดังนั้น เงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการที่คนในชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกันสร้างระบบเพื่อให้ เกิดเป็นสวัสดิการชุมชน ร่วมกันบริหารจัดการ ร่วมกันรับผลประโยชน์ ร่วมตรวจสอบความโปร่งใส จึงส่งผลให้เป็นกองทุนที่คนในชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของร่วมรับผิดชอบและร่วมพัฒนาให้เกิดความ ยั่งยืน โดยเน้นความยืดหยุ่น คล่องตัว มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โดยเป็นการออมเงิน วันละบาท ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาประเทศ เป็นการสร้างหลักประกัน ความมั่นคงของ ชุมชนรากฐาน ฟื้นฟูทุนทางสังคม ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน และกัน เปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่สามารถจัดตั้งและพัฒนาคุณภาพสวัสดิการชุมชนอย่างทั่วถึงตามมติ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการ ชุมชน โดยยึดหลักการ 1 : 1 : 1 (ชุมชน : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : รัฐบาลกลาง) เพื่อให้ประชา ชนมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่ต้องได้รับการดูแลในชุมชนและเป็นการ ส่งเสริมให้ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการ ทางานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด ผนึกพลังชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบสวัสดิการ คุณภาพสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ที่จะทาให้คนในชุมชนท้องถิ่นมีสวัสดิการทั่วถึงและ เกิดการกระจายอานาจการจัดสวัสดิการสู่ชุมชนท้องถิ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย (สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , 2555) และจากการที่สมาชิกตระหนักถึงความ สาคัญจึงร่วมกันก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยรวมตัวและก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.2551 มีสานักงาน กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีศูนย์ประสานงานอยู่ทุกหมู่บ้าน จานวน 5 หมู่บ้าน มีสมาชิกแรกเริ่ม ก่อตั้ง จานวน 1,259 คน ปัจจุบันมีสมาชิก รวมทั้งสิ้นจานวน 3,231 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558) จากจานวนประชาชากรในตาบล 6,487 คน (สานักงานทะเบียนอาเภอเมือง นครศรีธรรมราช ณ วันที่ 1 เมษายน 2558) กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดคุณธรรม จริยธรรม ความพอเพียง ความสามัคคี มีน้าใจ ร่วมกันแก้ปัญหา สร้าง ความสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก สร้างชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อน หรือจาเป็นและกองทุนนี้ไม่ดาเนินการเพื่อแสวงหาผลกาไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ดาเนินการเพื่อ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก แต่ในระยะหลังมีจานวนสมาชิกลดลง เนื่องจาก มีสมาชิก บางส่วนขอลาออกประจาทุกเดือน หากนับรวมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน มีจานวนถึง 340 คน (ข้อมูล ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2558) สาเหตุอาจจะมาจากการไม่ได้ตระหนักถึงระเบียบกฎเกณฑ์ทา ให้ขาดความเป็นสมาชิกภาพ การขาดความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงสวัสดิการจึงมองว่ากองทุน สวัสดิการยังขาดความเข้มแข็ง และขาดการมีส่วนร่วมในการดาเนินงานจึงทาให้การสนับสนุนยังไม่ มากพออีกทั้งยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากการจัดสวัสดิการของ กองทุนสวัสดิการชุมชนเอง หากประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ปล่อยไว้จะทาให้สมาชิกกองทุนรายอื่น
  • 24.
    3 จะขาดความเชื่อมั่น อาจทาให้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกองทุนในระยะยาวได้ จึงมีความจาเป็นที่ จะต้องนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในกองทุนเพราะในจัดสวัสดิการเป็นกระบวนการ ทางานกับคน โดยอาศัยคน และที่ไม่ประสบผลสาเร็จเนื่องมาจากคน ฉะนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงควรนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอัน ได้แก่ หลักสังคห วัตถุธรรม ที่เป็นธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการ สงเคราะห์กัน ผูกไมตรีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน สามัคคีกัน อันประกอบไปด้วย ทาน คือ การให้ การ อนุเคราะห์ สงเคราะห์ ช่วยเหลือกันและกัน ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคาไพเราะอ่อนหวาน พูด ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และจริงใจ อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็น ประโยชน์แก่ผู้อื่น และสมานัตตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่าเสมอหรือประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติตัวต่อคนอื่นอย่างเสมอภาค มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี เพื่อนาไปสู่การจัดสวัสดิการที่ดีและมีประสิทธิภาพ และ หลักธรรมดังกล่าวจะทาให้การจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรีประสบ ผลสาเร็จได้ ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยต้องการทราบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านทาน (การให้) ด้านปิยวาจา (วาจาไพเราะอ่อนหวาน) ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) และด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) อยู่ในระดับใด ซึ่งผู้วิจัยมีความคิดเห็นว่าหลักสังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการ ซึ่งสามารถนาไปใช้ เป็นหลักในการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดสวัสดิการของกองทุนให้แก่สมาชิกได้ ซึ่งจะ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ความสาเร็จที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะทาการวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช เพื่อจะได้นาผลจากการวิจัยในครั้งนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสวัสดิการของ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและตอบสนองความต้องการของสมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.2.1 เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับ การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 1.2.3 เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช
  • 25.
    4 1.3 สมมติฐานของการวิจัย 1.3.1 สมาชิกที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง กัน 1.3.2 สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง กัน 1.3.3 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน 1.3.4 สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่าง กัน 1.3.5 สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน 1.4 ขอบเขตของการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ได้กาหนดขอบเขต ของการศึกษาวิจัย ดังนี้ 1.4.1 ขอบเขตด้านประชากร ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช จานวน 3,231 คน (จานวนสมาชิกปัจจุบัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558) 1.4.2 ขอบเขตด้านเนื้อหา ได้แก่ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใน 4 ด้าน ดังนี้ - ด้านทาน (การให้) - ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) - ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) - ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) 1.4.3 ขอบเขตด้านพื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี หมู่ที่ 3 ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • 26.
    5 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย 1.5.1 ทาให้ทราบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 1.5.2 ทาให้ทราบผลการเปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิก ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน 1.5.3 ทาให้ทราบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 1.5.4 สามารถนาผลจากการวิจัยครั้งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและตอบสนอง ความต้องการของสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นาไปสู่กองทุนสวัสดิการ ชุมชนที่เข้มแข็งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 1.6 คานิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย หลักสังคหวัตถุธรรม หมายถึง ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวที่ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน (การให้) หมายถึง การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเสมอภาคในการ เข้าถึงการเป็นสมาชิกและสวัสดิการ มีการช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของตลอดถึงให้แบ่งปันความรู้และ แนะนาสั่งสอน มีการอานวยความสะดวกอย่างรวดเร็วเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ทันต่อเวลาและ สถานการณ์ต่างๆ มีการให้คาปรึกษา คาแนะนาที่ดี และให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กรภายนอก รวม ไปถึงมีการปันผลได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) หมายถึง การเจรจาด้วยถ้วยคาที่ไพเราะอ่อนหวานและเป็น ภาษาที่เข้าใจง่าย การเจรจาด้วยความจริงใจ เป็นวาจาที่เป็นสัจจะและมีประโยชน์แก่ผู้ฟังและยังเป็น สิ่งยึดเหนี่ยวน้าใจได้มั่นคง การเจรจาด้วยถ้อยคาให้มีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ รวมถึงการสื่อสาร ที่ดี และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีจิตสานึกในการให้บริการ ตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) หมายถึง การแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์การกาหนด กฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ การช่วยเหลือกลุ่มองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภายในหรือ ภายนอกองค์กรและรับสิ่งที่ดีมีประโยชน์จากภายนอกมาเป็นประโยชน์ต่อภายในองค์กร การประพฤติ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ขวนขวายช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ด้วยการทุ่มเทแรงกาย แรงใจ บาเพ็ญ สาธารณประโยชน์แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรีอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่ง เป็นการส่งเสริมสมาชิกให้เกิดการออมตามระเบียบข้อบังคับของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • 27.
    6 ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) หมายถึงความเสมอภาคในการปฏิบัติที่มีความ สม่าเสมอเท่าเทียมกัน การให้เกียรติกัน วางตัวเหมาะสมกับฐานะและเป็นกันเองต่อสมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน โดยไม่เอาเปรียบและร่วมรับรู้ร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน ตามระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การจัดสวัสดิการ หมายถึง การสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในรูปแบบของสิ่งของ เงินทุน น้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับการเกิด เกี่ยวกับการเจ็บป่วย เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เกี่ยวกับการเสียชีวิต เกี่ยวกับการศึกษา (ทุนการศึกษา) เกี่ยวกับการเกิดภัยพิบัติ (อัคคีภัยหรือวาต ภัย) และเกี่ยวกับกิจกรรมส่วนรวมของชุมชน โดยสมาชิกกองทุนฯ ร่วมกันกาหนดหลักเกณฑ์มาบังคับ ใช้สาหรับกองทุนของตนเอง สมาชิก หมายถึง บุคคลที่สมัครและได้รับการพิจารณาเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช กองทุนสวัสดิการ หมายถึง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสานักงานตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชย มนตรี หมู่ที่ 3 ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพศ หมายถึง เพศของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 2 เพศ คือ 1) เพศชาย และ 2) เพศหญิง อายุ หมายถึง อายุของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1) 18 - 30 ปี 2) 31 - 50 ปี และ 3) 50 ปีขึ้นไป ระดับการศึกษา หมายถึง ระดับชั้นการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับ นี้ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ 1) ประถมศึกษา 2) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 3) ปริญญาตรี และ 4) สูงกว่า ปริญญาตรี อาชีพ หมายถึง อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับสารนิพนธ์ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป 2) ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว 3) พนักงานบริษัท และ 4) รับราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ รายได้ต่อเดือน หมายถึง รายได้ต่อเดือนของผู้ตอบแบบสอบถามสาหรับรายงานการวิจัย ฉบับนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) 3,000 - 5,000 บาท 2) 5,001 - 10,000 บาท และ 3) 10,000 บาท ขึ้นไป
  • 28.
    บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู๎วิจัยได๎ศึกษาค๎นคว๎า แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง ดังนี้ 2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน 2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน 2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง 2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช๎ในการวิจัย 2.1 หลักสังคหวัตถุธรรม 2.1.1 ความหมายของสังคหวัตถุ พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (2551, หน๎า 407) ได๎ให๎ความหมายของ สังคหวัตถุวํา เรื่องที่จะสังเคราะห์ คุณเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู๎อื่นไว๎ได๎ หลักการสงเคราะห์ คือ ชํวยเหลือกันยึดเหนี่ยวใจกันไว๎ และเป็นเครื่องเกาะกุมประสานโลก คือ สังคมแหํงหมูํสัตว์ไว๎ดุจสลัก ยึดรถที่กาลังแลํนไปให๎คงเป็นรถและวิ่งแลํนไปได๎ มี 4 อยําง คือ 1. ทาน การแบํงปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผํ กัน 2. ปิยวาจา พูดจานํารัก นํานิยมนับถือ 3. อัตถจริยา บาเพ็ญประโยชน์ 4. สมานัตตตา ความมีตน เสมอ คือ ทาตัวให๎เข๎ากันได๎ เชํน ไมํถือตัว รํวมสุขรํวมทุกข์กัน เป็นต๎น บุญสิริ ชวลิตธารง (2529, หน๎า 31) ได๎กลําวถึงความหมายของสังคหวัตถุวํา ธรรม อันเป็นที่ตั้งแหํงความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการสงเคราะห์กัน ซึ่งมีอยูํ 4 ข๎อ คือ 1. ทาน หมายถึง การให๎ การเฉลี่ยเผื่อแผํกันและกัน ซึ่งเป็นข๎อสาคัญเพราะวําทุกๆ คนนั้น ยํอมต๎องการความชํวยเหลือจากกันและกันอยูํในด๎านตํางๆ ในด๎านวัตถุ เชํน ทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอุปโภคบริโภคตํางๆ ในด๎านกาลังกาย ชํวยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด๎านวาจา พูดจาชํวยเหลือกันเรื่องที่ควรพูดจา ในด๎านสติปัญญา ชํวยให๎ความรู๎ ให๎การแนะนา ในข๎อที่ควรจะ แนะนาตํางๆ การให๎การเฉลี่ยเผื่อแผํเจือจุนทุกคนทั้งผู๎ใหญํ ทั้งผู๎น๎อย ตํางก็ควรมีทาน คือ การให๎ ชํวยเหลือกัน ผู๎ใหญํให๎การชํวยเหลือผู๎น๎อย ผู๎น๎อยให๎การชํวยเหลือผู๎ใหญํ ด๎วยมีจิตใจมุํงที่จะชํวยให๎ บรรลุถึงประโยชน์ที่ต๎องการ หรือเพื่อที่จะให๎พ๎นจากอุปสรรคขัดข๎องทั้งหลาย 2. ปิยวาจา หมายถึง การเจรจาถ๎อยคาซึ่งเป็นที่รักที่จับใจแกํกันและกัน อันเป็น ถ๎อยคาสุภาพ เพราะ วาจาที่พูดออกไปนั้น ถ๎าเป็นวาจาที่ไมํสุภาพไมํเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นวาจาที่อาจ เสียดแทงน้าใจของผู๎อื่น ทาให๎ผู๎อื่นเสียใจ เจ็บใจ ไมํสบายใจ เพราะฉะนั้นจึงสมควรที่ทุกคนจะต๎องมี สติควบคุมใจ ควบคุมวาจา ที่จะพูดออกไปให๎เป็นวาจาที่สุภาพที่เหมาะสม แม๎วําในบางคราวต๎อง
  • 29.
    8 ทางานเหน็ดเหนื่อยก็ตาม สิ่งที่จะเป็นเครื่องในการควบคุมการพูดของเราให๎ไพเราะก็คือ สตินั่นเอง ดังนั้น การพูดหรือการแสดงออกทุกครั้งต๎องมีสติอยูํเสมอ 3. อัตถจริยา หมายถึง การประพฤติประโยชน์ตํอกันและกัน คือ การทาสิ่งที่เป็น ประโยชน์ตํอสถาบัน เชํน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สังคมที่ตนอาศัยอยูํ ตลอดถึงประเทศชาติสิ่งใด ที่เป็นโทษก็ควรละเว๎นไมํกระทา การประพฤติตนให๎เป็นประโยชน์สามารถปฏิบัติได๎ทั้ง กาย วาจา และใจ ในทุกเวลาทุกโอกาส 4. สมานัตตตา หมายถึง ความเป็นผู๎วางตนสม่าเสมอ หรือเสมอต๎นเสมอปลายซึ่ง หมายถึง การรักษาระเบียบวิจัยอันใดที่ทุกคนพึงปฏิบัติทั้งผู๎ใหญํทั้งผู๎น๎อยตามหน๎าที่ ที่บัญญัติเอาไว๎ เป็นระเบียบของสถานที่ ของหนํวยงาน เชํน กฎระเบียบของสถาบันการศึกษา กฎระเบียบของ สถานที่ราชการตํางๆ เป็นต๎น ตลอดถึงกฎหมายบ๎านเมือง ในพระพุทธศาสนาก็คือ พระวินัย บัญญัติ สาหรับพระภิกษุทั้งหลายนั้นเอง พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2535, หน๎า 123) ได๎กลําววํา การผูกใจคน จะต๎องผูกด๎วยสังคหวัตถุธรรม คือ ธรรมะที่จะชํวยผูกมัดใจคน ได๎แกํ ทาน คือ การให๎หรือการเสียสละ เพราะ ในสังคมมนุษย์เราจะคิดเอาแตํได๎ฝุายเดียว ยํอมเป็นไปไมํได๎ หรือจะให๎เขาทั้งหมดเราก็อยูํไมํได๎ ฉะนั้น จะต๎องรู๎จักลักษณะของการให๎หรือการ ไมํให๎หรือควรให๎อยํางไร ทาความเข๎าใจในสํวนนั้นแล๎วปฏิบัติตาม ปิยวาจา คือ การกลําวคาที่ไพเราะเสนาะโสต เราคงเคยได๎ยินได๎ฟังคนที่พูดจา ปราศรัยกระโชกโฮกฮาก หรือที่เรียกวํา ผรุสวาท คือ คาหยาบคาย ไมํระรื่นหู เราก็ไมํพอใจ เราก็ไมํ อยากฟัง แตํถ๎าเป็นปิยวาจา คือ วาจาที่กลําวแล๎วนํารักนําฟัง ก็จะทาให๎จิตใจของเรารื่นเริงบันเทิง จิตใจในสํวนนั้น อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให๎เป็นประโยชน์แกํเพื่อนบ๎านไปจนกระทั่งถึงสังคม เชํน การที่ได๎รํวมกิจกรรมกัน ซึ่งตํางก็ได๎ถือเอาอาหารคาวหวานหรือผลไม๎มาถวายแกํพระสงฆ์แล๎ว บางสํวนก็นาไปแจกกัน ก็เรียกได๎วํา ได๎ทาหน๎าที่ที่เป็นประโยชน์แกํสํวนรวมแล๎ว สมานัตตตา คือ ความเป็นผู๎มีตนเสมอ คาวํา เสมอในที่นี้ไมํได๎หมายถึง ความเสมอกัน ทางรํางกาย เพราะคนเราตํางกันด๎วยสัญชาติ ด๎วยบรรพบุรุษ ความเสมอตามความหมายของ สมานัตตตานั้น หมายถึง การประพฤติหรือปฏิบัติตนให๎เสมอกับฐานะหรือภาวะของตน คือ เราอยูํใน ฐานะใดหรืออยูํในภาวะอยํางไร เราก็ปฏิบัติให๎สมกับฐานและภาวะนั้น เชํน เป็นเด็กก็ปฏิบัติอยํางเด็ก รู๎จักเคารพผู๎ใหญํ ผู๎สูงอายุ เป็นผู๎ปกครองก็ต๎องรู๎จักวําจะปกครองจะวางตนอยํางไร ไมํใชํใช๎อานาจไป ขํมเหงผู๎ใต๎บังคับบัญชา ไมํใชํนึกวําเราอยูํในฐานะที่สูงขึ้นมาโดยอาชีพ หรือมีฐานะมั่นคง ร่ารวยแล๎ว เราจะเหยียดหยามคนอื่นอยํางไรก็ได๎ถ๎าหากปฏิบัติเชํนนั้นก็จะไมํได๎ชื่อวํา สมานัตตตาธรรมะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาศน์ วาสโน) (2538, หน๎า 11) ได๎อธิบายไว๎วํา สังคหวัตถุ เป็นหลักคุณธรรมในศาสนาพุทธ โดยเป็นภาษาบาลีแยกออกเป็น 2 ศัพท์ คือ สังคห 1 วัตถุ 1 สังคหแปลเป็นภาษาไทยวํา สงเคราะห์ มีความหมายวํา ชํวยเหลือ อุดหนุน สํวนวัตถุในที่นี้ หมายความวํา เรื่อง รวมทั้ง 2 ศัพท์ มีความหมายวํา เรื่องความชํวยเหลือ จะชํวยเหลือกันด๎วยวิธี อยํางไรบ๎าง ทํานได๎วางไว๎เป็น 4 อยําง ชํวยเหลือกันด๎วยวิธีนอกเหนือจาก 4 อยํางนี้ ไมํเรียกวํา
  • 30.
    9 สังคหวัตถุ คือ เรื่องชํวยเหลือที่ทาให๎รักใครนับถือกลมเกลียวกัน ต๎องพฤติกรรม ตามหัวข๎อทั้ง 4 นี้ เสมอไป ได๎แกํ 1. ทาน ให๎ปันสิ่งของๆ ตนแกํผู๎ที่ควรให๎ปัน 2. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อํอนหวาน 3. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น 4. สมานัตตา ความเป็นคนมีตนเสมอ ไมํถือตัว คุณทั้ง 4 อยํางนี้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของผู๎อื่นไว๎ได๎ นอกจากนี้ยังได๎กลําวถึงสังคหวัตถุ 4 วํา เมื่อทุกคนตํางประพฤติสังคหวัตถุทั่วถึงกัน แล๎ว อยําวําแตํเฉพาะคน เฉพาะครอบครัว จะรักใครํนับถือยูํเป็นสุขสบายเลย ถึงคนทั้งหมูํบ๎าน ทั้ง เมือง ทั้งประเทศ ทั้งโลก ก็ต๎องอยูํเป็นสุขสบายตลอดไปเหมือนกันเพราะฉะนั้นทํานจึงวําสังคหวัตถุทั้ง 4 อยําง เป็นคุณสาหรับยึดเหนี่ยวน้าใจผู๎อื่นให๎รักใครํนับถือชํวยเหลือกัน อยํางวิเศษแท๎ พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542, หน๎า 83) ได๎กลําววํา หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู๎อื่นไว๎ได๎ คือ สังคหวัตถุ 4 อยําง ได๎แกํ 1. ทาน การให๎ปันสิ่งของของตนแกํผู๎อื่นที่ควรให๎ปันนั้น ยํอมเป็นเรื่องยึดเหนี่ยวใจแกํ ผู๎รับให๎ระลึกนึกถึงความเป็นผู๎มีน้าใจโอบอ๎อมอารีของผู๎ให๎ ผู๎มีจิตใจโอบอ๎อมอารีมีน้าใจ มีจิตใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํแกํผู๎อื่นอยูํเสมอ ยํอมเป็นที่รักแกํชนทั้งหลาย คนหมูํมากยํอมคบค๎าสมาคมด๎วยสมดังที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ๎าได๎ตรัสวํา ผู๎ให๎ยํอมเป็นที่รัก คนหมูํมากยํอมคบเขา 2. ปิยวาจา การเจรจาที่อํอนหวาน คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอํอนโยนตามฐานะยํอม เป็นที่ชื่นใจเป็นที่ประทับใจแกํผู๎ฟังหรือคูํสนทนา ไมํมีใครชอบวาจาที่หยาบคายแข็งกระด๎างหรือวาจา ที่ก๎าวร๎าว ที่ไร๎มารยาท ไมํรู๎กาลเทศะและวาจาที่ไมํไพเราะ ไมํสมฐานะระหวํางผู๎พูดกับผู๎ฟังและคูํ สนทนาด๎วย คนเราจะได๎ดีหรือถึงความเสื่อมก็ด๎วยวาจานั่นแหละ เป็นข๎อสาคัญประการหนึ่ง โบราณ ทํานจึงกลําวไว๎วํา ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หมายความวํา วาจาที่ดี ที่สุภาพ ที่ไพเราะอํอนหวานนั่น แหละเป็นข๎อปฏิบัติที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งของการครองใจคนและจะได๎ดีก็เพราะวาจานั่นแหละ สํวนคาวํา เลข ณ ที่นี้ หมายถึง วิชาความรู๎ยังเป็นรอง คือ ถึงจะเป็นคนมีความรู๎สูง แตํถ๎าปากไมํดีเสีย แล๎ว ยํอมหวังความเจริญในชีวิตได๎ยาก เพราะคนปากเสียไมํอาจผูกใจใครไว๎ได๎ จะหาคนคบหาสมาคม เป็นมิตรสหายที่ดีที่จริงใจตํอกันได๎ยาก ปิยวาจา คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอํอนโยนตํอกันตามฐานะ เทํานั้นแหละที่จะเป็นเครื่องผูกใจยึดเหนี่ยวจิตใจผู๎อื่นได๎ยืนนาน 3. อัตถจริยา การประพฤติสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น หมายความวํา ความเป็นผู๎มี น้าใจ ไมํนิ่งดูดาย รู๎จักสงเคราะห์และชํวยเหลือกิจการของผู๎อื่นให๎สาเร็จ รู๎จักชํวยกระทากิจอันเป็น ประโยชน์บุคคลอื่นหรือแกํสังคมสํวนรวม ตามความเหมาะสมแกํฐานะและโอกาส ไมํเป็นคนแล๎งน้าใจ ชํวยใครไมํเป็น คือ ไมํเป็นคนเห็นแกํตัวจัด ยามที่ผู๎อื่นหรือสังคมประสบความทุกข์ เดือดร๎อน และ ต๎องการความชํวยเหลือ เชํน ในยามประสบทุกข์ภัยตํางๆ ได๎แกํ อุทกภัย ภัยจากน้าทํวม วาตภัย ภัย จากลมพายุ อัคคีภัย ภัยจากไฟไหม๎ เป็นต๎น ก็มีน้าใจอนุเคราะห์ชํวยเหลือบรรเทาทุกข์ผู๎อื่น หรือ สังคมที่กาลังได๎รับความทุกข์เดือดร๎อนเชํนนั้นตามกาลังของตนด๎วยใจเมตตาและกรุณาธรรม ความ เป็นผู๎มีน้าใจ ยํอมประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่นตามสมควรแกํฐานะและโอกาส ด๎วยเมตตา กรุณาธรรมเชํนนี้ ยํอมเป็นเครื่องผูกใจหรือเครื่องยึดเหนี่ยวใจผู๎อื่น ให๎ผูกสมัครรักใคร และมี
  • 31.
    10 ความสัมพันธ์อันดีตํอกันได๎ยั่งยืนนานเป็นอยํางดี ดังมี สุภาษิตคาโบราณวําไปบ๎านทํานอยํานิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให๎ลูกทํานเลํน แม๎วําสมัยนี้การปั้นวัวปั้นควายให๎ลูกทํานเลํนเป็นเรื่องล๎าสมัยแล๎ว แตํ สุภาษิตนี้ก็ยังเป็นอุทาหรณ์วํา การรู๎จักสงเคราะห์ อนุเคราะห์ชํวยเหลือผู๎อื่น หรือการประพฤติสิ่งที่ เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่น เป็นเครื่องผูกใจคน เป็นคุณธรรมเครื่องครองใจคนได๎ดี ให๎มีความสัมพันธ์ที่ดีตํอ กันได๎อยํางยั่งยืน 4. สมานัตตตา ความเป็นผู๎มีตนเสมอ ไมํถือตัว คือ ความประพฤติปฏิบัติดีตํอผู๎อื่น อยํางเสมอต๎นเสมอปลาย เมื่อมีชีวิตที่เจริญก๎าวหน๎า หรือได๎ดิบได๎ดีขึ้นไป ก็ไมํถือตัวหรือทาตัวเยํอหยิ่ง กับญาติพี่น๎องหรือมิตรสหายเดิมที่เคยคบค๎าหรือปฏิบัติดีตํอกัน เคยเคารพนับถือกันอยํางไร ก็คง ประพฤติปฏิบัติดีตํอกัน เคารพนับถือกันอยูํอยํางนั้น ความเป็นผู๎มีตนเสมอนี้เป็นคุณเครื่องยึดเหนี่ยว จิตใจผู๎อื่นไว๎เป็นมิตรไมตรีที่ดีตํอกันได๎เป็นอยํางดี พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม) (2542, หน๎า 35) ได๎กลําวไว๎วํา สังคห วัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี มี 4 ข๎อ คือ 1. ทาน คือ การให๎ปัน การให๎ทานซึ่งกันและกันไมํหวงกัน โดยการให๎ทานแบํงเป็น 3 ประเภท ได๎แกํ ให๎เพื่อการบูชาคุณ ให๎เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจผู๎อื่นไว๎ และให๎เพื่อเห็นแกํมนุษยธรรม 2. ปิยวาจา คือ พูดให๎เขารัก ไมํพูดให๎เขาเกลียด ไมํใสํร๎ายปูายสี ต๎องพูดให๎เขารัก เรียกวํา ปิยวาจา ปิโย เทวมนุสสานัง 3. อัตถจริยา คือ บาเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์ตํอสังคม อยํานิ่งดูดาย อยําเห็นแกํความ เหน็ดเหนื่อย 4. สมานัตตตา คือ การวางตนให๎เหมาะสม เรียกวํา ไมํถือตัวตนวํา เราดีกวําเขา ได๎แกํ วางตนให๎เหมาะสมกับตาแหนํงหน๎าที่ เหมาะกับฐานะ เหมาะกับกาลเทศะ ที่วําเหมาะสมตาแหนํง หน๎าที่นั้น หมายความวํา เรามีหน๎าที่อยํางไร ก็ไปปฏิบัติไปตามหน๎าที่ ที่วําเหมาะสมกับฐานะนั้น คือ ใช๎จํายทรัพย์ให๎เหมาะสมกับฐานะก็คือ เข๎าใจใช๎จําย ไมํฟุูงเฟูอ สุรุํยรํายเกินไปแตํก็ไมํตระหนี่เกินไป จนเข๎าขั้นทรมานตนเอง ที่วําเหมาะสมกับกาลเทศะนั้น หมายความวํา ปฏิบัติกิจให๎เหมาะสมกับเวลา และสถานที่ พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) (2549, หน๎า 70-7) อธิบายวํา สังคหพละ แปลวํา กาลังแหํงการสงเคราะห์หรือมนุษย์สัมพันธ์ ซึ่งเป็นธรรมที่สาคัญมากสาหรับนักบริหาร ผู๎ทางานให๎สาเร็จโดยอาศัยคนอื่นถ๎านักบริหารบกพรํองเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็จะไมํมีคนมาชํวยทางาน เมื่อไมํมีใครชํวยทางานเขาก็เป็นนักบริหารไมํได๎ พระพุทธเจ๎าทรงสอนหลักการสร๎างมนุษย์สัมพันธ์ไว๎เรียกวํา สังคหวัตถุ หมายถึง วิธี ผูกใจคน พระองค์ตรัสวํารถม๎าแลํนไปได๎เพราะมีลิ่มสลักคอยตรึงสํวนประกอบตํางๆ ของรถม๎าเข๎า ด๎วยกันฉันใด คนในสังคมก็ฉันนั้น คือ ทาหน๎าที่เป็นกาวใจเชื่อมประสานคนทั้งหลายเข๎าด๎วยกัน ลิ่ม สลักดังกลําวนั้นคือ สังคหวัตถุ นักบริหารจะสามารถผูกใจเพื่อนรํวมงานและผู๎ใต๎บังคับบัญชาไว๎ได๎ถ๎า มีสังคหวัตถุ 4 ประการ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (2551, หน๎า 412) ได๎กลําวถึงความหมายของ สังคหะ วําวิธีสงเคราะห์ หมายถึงวิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยวน้าใจคนอื่นที่ยังไมํเคยรักใครํนับถืออยูํแล๎วให๎ สนิทแนบยิ่งขึ้น พูดงํายๆ สังคหวัตถุ คือ เทคนิควิธีทาให๎คนรักหรือมนต์ผูกใจคน มี 4 ประการ คือ
  • 32.
    11 1. ทาน คือการให๎ คือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ แบํงปัน ชํวยเหลือกันด๎วยสิ่งของ ตลอดถึงให๎ความรู๎และแนะนาสั่งสอน 2. ปิยวาจา หรือ เปยยวัชชะ คือ วาจาเป็นที่รัก วาจาดูดดื่มน้าใจ หรือวาจาซาบซึ้งใจ คือกลําวคาสุภาพไพเราะอํอนหวานสมานสามัคคี ให๎เกิดไมตรีและความรักใครนับถือตลอดถึงคาแสดง ประโยชน์ประกอบด๎วยเหตุผล เป็นหลักฐานจูงใจให๎ยอมตาม 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือ ขวนขวายชํวยเหลือกิจการ บาเพ็ญ สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงชํวยแก๎ไขปรับปรุงสํงเสริมในทางจริยธรรม 4. สมานัตตตา คือ การวางตนสม่าเสมอ มีตนเสมอ ทาตนเสมอด๎วยปลาย ปฏิบัติ สม่าเสมอกันในชนทั้งหลาย และเสมอในสุขทุกข์โดยรํวมรับรู๎รํวมแก๎ไข ตลอดถึงวางตนเหมาะแกํฐานะ ภาวะ บุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล๎อม ถูกต๎องตามธรรมในแตํละกรณี ไพโรจน์ แก่นสาร (2551, หน๎า 82) ได๎กลําวไว๎วํา สังคหวัตถุ 4 นั้น เป็นหลักธรรม ที่ชํวยให๎เกิดความรู๎รักสามัคคีขึ้นในกลุํมคน ไมํวําจะเป็นระดับครอบครัว ชุมชน หรือระดับประเทศ แม๎แตํระหวํางประเทศก็ตาม หากนาเอาพุทธธรรมหมวดนี้ไปประยุกต์ใช๎อยูํเนืองๆ แล๎วการเบียดเบียน กันก็จะลดลงได๎มาก โลกยํอมมีสันติภาพ สันติสุขยิ่งขึ้น ความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมก็จะเพิ่มสูงขึ้น ตามไปด๎วย เนื่องจาก ทาน คือ การให๎ การเสียสละแกํกันและกันกํอนไมํวําจะเป็น วัตถุทาน อภัยทาน หรือ ธรรมทาน ล๎วนเป็นปัจจัยเสริมสร๎างความกลมเกลียวกันในหมูํมนุษย์ได๎ทั้งนั้น ความขัดแย๎งแยํงชิง จ๎องแตํจะเอารัดเอาเปรียบกันคงเกิดขึ้นยากในสังคมที่ผู๎คนรักการให๎ การเสียสละ ปิยวาจา มีองค์ประกอบสาม ได๎แกํ ความสุภาพ ความสัตย์จริง และความมีประโยชน์ หรือเป็นถ๎อยคาที่สร๎างสรรค์ซึ่งนับวันผู๎คนจะละเลยคุณธรรมข๎อนี้กันมากขึ้น มีแตํขํมขูํเชือดเฉือน กระทบกระเทียบเสียดสี หาสาระอะไรไมํคํอยได๎ แถมยังโกหกคาโตกันหน๎าตาเฉย ปลิ้นปล๎อน หลอกลวงกันเองอีกตํางหาก ความสามัคคีคงเกิดยากในหมูํคนที่ขาดปิยวาจาตํอกัน อัตถจริยา การทาแตํในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ทั้งตํอตนเองและสํวนรวม ไมํชักนาพวก พ๎องไปทางเสื่อมหรือรํวมมือกันอยํางผิดๆ เชํน คิดเอาเปรียบคนกลุํมอื่น ประเทศอื่นใช๎กาลังที่ เหนือกวํา กดขี่ขํมเหงเขาอยํางไมํเป็นธรรม หากหลีกเลี่ยงการประพฤติเชํนนี้ได๎ ยํอมมีสํวนชํวย เสริมสร๎างสันติสุข และความมั่นคงให๎มวลมนุษย์ทั้งโลกได๎อีกทางหนึ่ง สมานัตตตา หมายถึง การวางตนเสมอกัน ไมํยกตนขํมทํานหรือดูถูกดูแคลนผู๎อื่น บาง อาจารย์บอกวํา คือ ความเป็นกันเอง ไมํถือเขาถือเราซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ยอมรับกันอยูํแล๎ว โดยทั่วไป พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิตธมฺโม) (2554 , หน๎า 55) ได๎อธิบายวํา สังคหวัตถุ ธรรมอันการประพฤติปฏิบัติดังกลําวมาเมื่อผู๎ครองเรือนดาเนินได๎แล๎วก็ยํอมเป็นทางแหํงการตั้งตนได๎ ในปัจจุบัน ตํอจากนั้นพึงบาเพ็ญธรรมแกํเพื่อน มิตรสหาย ซึ่งจะเป็นเหตุจูงใจให๎มิตรสหาย ให๎นิยมรัก ใครํ ชํวยเหลือซึ่งกันลํะกัน ในเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแกํตนเองหรือครอบครัว เพราะหลักมีอยูํวํา คนเรานั้นจะอยูํโดยลาพังแตํผู๎เดียวหาได๎ไมํ จาต๎องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันเพื่อชํวยเหลือการงานกัน บ๎าง เพื่อแลกเปลี่ยนสรรพสินค๎ากันบ๎าง แตํกิจการเหลํานี้จะสาเร็จได๎ก็เพราะการสงเคราะห์ อนุเคราะห์กันและกันเป็นปัจจัยหลัก อันนี้คือการตั้งตนอยูํในสังคหวัตถุ ธรรมนั้นเอง สังคหวัตถุธรรม
  • 33.
    12 ได๎แกํ ธรรมอันเป็นที่ตั้งหลักแหํงการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ทํานกาหนดหลักที่ควรประพฤติไว๎เป็น 4ดังนี้ 1. การให๎ (ทาน) ทางใดเลําจะประเสริฐเทําหวํานทานโดยสละให๎ปันตามสมควร 2. พูดไพเราะ (ปิยวาจา) การพูดดียํอมเป็นศรีแกํตน การพูดชั่วยํอมเป็นภัยแกํตนการ พูดจาไพเราะเป็นหลักอันหนึ่งที่ผู๎ครองเรือนไมํควรละเว๎น 3. ประพฤติประโยชน์ (อัตถจริยา) จาต๎องระวัง การประพฤติอีกด๎วย เพราะถ๎าทาสิ่ง ที่เกิดโทษแล๎วก็ทาลายผลที่จะให๎สงเคราะห์กันและกันเสีย การที่จะประพฤติประโยชน์คือ ขวนขวาย ชํวยเหลือผู๎อื่น หรือบาเพ็ญสาธารณประโยชน์นั้นมี 2 ทาง คือ ทาทางกาย แล ะทาทางวาจา 4. วางตนเสมอ (สมานัตตตา) คือ การวางตนหรือปฏิบัติสม่าเสมอกันตํอคนทุกชั้นทุก วัยที่เรียกวําไมํถือตัว หลักสี่ข๎อดังกลําวเปรียบเสมือนเพลารถคุมล๎อรถให๎แนํนขณะแลํนไป พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์ (2554, หน๎า 11) กลําววํา สังคหวัตถุ 4 กับการนาไปใช๎ เรื่อง CSR (Corporate Social Responsibility) หรือ บรรษัทบริบาล หมายถึงการดาเนินกิจกรรม ภายในและภายนอกองค์กรที่คานึงถึงผลกระทบตํอสังคมทั้งในระดับใกล๎และไกล ด๎วยการใช๎ ทรัพยากรที่มีอยูํในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร สังคหวัตถุ 4 คือ หลักอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวบุคคล ซึ่งในที่นี้รวมถึงพลเมืองบรรษัท (Corporate Citizen) ให๎อยูํรํวมกันในสังคมได๎อยํางปกติสุข สามารถใช๎เป็นตัวแบบหรือวิธีการในการ ดาเนินกิจกรรมซีเอสอาร์ขององค์กร โดยมีความสอดคล๎องกับบริบทของสังคมไทยทีมีอุปนิสัยของการ สงเคราะห์เกื้อกูลเป็นพื้นฐาน ประกอบด๎วย 1. การให๎ คือ Corporate Philanthropy หรือการบริจาคในสิ่งที่ควรให๎แกํผู๎อื่นในรูป ของวัตถุสิ่งของ เปรียบได๎ทาน 2. การสื่อสารในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ คือ Corporate Communication สิ่งที่เป็น สาระข๎อเท็จจริง ประกอบด๎วยเหตุผล และความจริงใจ โดยไมํกํอให๎เกิดความเข๎าใจผิด เปรียบได๎กับ ปิยวาจา 3. การเสียสละแรงงาน แรงใจ และเวลา คือ Community volunteering เพื่อ บาเพ็ญสาธารณประโยชน์ เชํน การเข๎ารํวมเป็นอาสาสมัครชํวยเหลือสังคมในโอกาสตํางๆ การ ระแวดระวังในการดาเนินงาน ที่อาจสํงผลกระทบตํอสิ่งแวดล๎อมที่เป็นไปโดยสมัครใจเป็นการ แสดงออกถึงความรับผิดชอบตํอสังคมในรูปแบบหนึ่ง เปรียบได๎กับอัตถจริยา 4. การปฏิบัติอยํางเทําเทียมกัน คือ Equitable Treatment ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการ ดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ไมํถือวําองค์กรตอนเป็นใหญํเอาใจใสํในสุกทุกข์ ของผู๎มีสํวนได๎เสียอื่นๆ และรํวมแก๎ไขโดยไมํเลือกปฏิบัติ ซึ่งหมายถึง การมีสํวนรํวม (Participation) ขององค์กรในการดูแลสังคมอยํางสม่าเสมอ เปรียบได๎กับสมานัตตตา สรุปได๎วํา สังคหวัตถุแนวทางในการยึดเหนี่ยวน้าใจของคนให๎รํวมกันได๎อยํางสงบสุข ทาให๎การอยูํรํวมกัน ทางานรํวมกัน เกิดประสานซึ่งกันและกันให๎เป็นไปโดยราบรื่นในทุกสังคม ทุกวง กิจการงาน เกิดความรักสามัคคี และเต็มใจที่จะทากิจทั้งหลายรํวมกันในสังคมต๎องเกื้อหนุนจุนเจือซึ่ง กันและกันสังคมนั้นๆ จึงจะนําอยูํ คิดตํางได๎ แตํไมํแตกแยก โดยคานึงถึงหลักธรรมทั้ง 4 ด๎าน คือ
  • 34.
    13 1. ทาน คือการให๎ เอื้อเฟื้อเผื่อแผํ เสียสละ แบํงปัน ชํวยเหลือกันด๎วยสิ่งของตลอดถึง ให๎ความรู๎และแนะนาสั่งสอน 2. ปิยวาจา คือ วาจาเป็นที่รัก วาจาดูดดื่มน้าใจ หรือวาจาซาบซึ้งใจ คือ กลําวคา สุภาพไพเราะอํอนหวานสมานสามัคคี ให๎เกิดไมตรีและความรักใครนับถือ ตลอดถึงคาแสดงประโยชน์ ประกอบด๎วยเหตุผลเป็นหลักฐานจูงใจให๎นิยมยอมตาม 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือ ขวนขวายชํวยเหลือกิจการ บาเพ็ญ สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงชํวยแก๎ไขปรับปรุงสํงเสริมในทางจริยธรรม 4. สมานัตตตา คือ ความมีตนเสมอ ทาตนเสมอด๎วยปลาย ปฏิบัติสม่าเสมอกันในชน ทั้งหลาย และเสมอในสุขทุกข์โดยรํวมรับรู๎รํวมแก๎ไข ตลอดถึงวางตนเหมาะแกํฐานะ ภาวะบุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล๎อมถูกต๎องตามธรรมในแตํละกรณี 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชน 2.2.1 การจัดสวัสดิการชุมชนในประเทศไทย สวัสดิการชุมชนเป็นการริเริ่มสร๎างสรรค์ของชุมชนท๎องถิ่นที่รํวมกันสร๎างระบบ หลักประกันความมั่นคงของชีวิต เพื่อความเป็นอยูํที่ดีมีสุขของคนในชุมชนท๎องถิ่นและสังคมมุํงฟื้นฟู ชุมชนท๎องถิ่นให๎มีการอยูํรํวมกันด๎วยความเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัย และชํวยเหลือเกื้อกูลกัน ระหวํางคน กับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับวัฒนธรรม ตามหลักศาสนา และภูมิปัญญาของท๎องถิ่นตั้งแตํเกิด จนตาย ระบบสวัสดิการชุมชนในประเทศไทยเริ่มมีการขับเคลื่อนครั้งสาคัญ เมื่อวันที่ 4 – 5 กุมภาพันธ์ 2550 ในงานมหกรรม “สวัสดิการชุมชน คนไมํทิ้งกัน” (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกระ- ทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2550) โดยเครือขํายสวัสดิการชุมชน ได๎ยื่นข๎อเสนอ ของภาคประชาชนตํอรัฐบาล ประเด็นที่สาคัญคือ ขอให๎รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการสํงเสริมกองทุน สวัสดิการชุมชนท๎องถิ่นแหํงชาติ เพื่อทาหน๎าที่กาหนดนโยบายการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ท๎องถิ่นที่ใช๎พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให๎ประชาชนมีบทบาทเป็นหลัก และเพื่อเป็นเครื่องมือสาคัญในการสร๎าง เศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนฐานรากให๎เกิดขึ้นโดยขอให๎รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการ ดาเนินงาน และให๎ทุกหนํอยงานของรัฐดาเนินงานตามนโยบายอยํางจิงจังและมอบหมายให๎กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหนํวยงานหลักในการดาเนินการให๎บรรลุเปูาหมาย หลังจากมหกรรมสวัสดิการชุมชน คนไมํทิ้งกันกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ได๎แตํงตั้ง“คณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” ขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 โดยมีผู๎แทนเครือขําย/องค์กรชุมชนด๎านสวัสดิการชุมชนทั่วทุกภาคที่เป็นกรรมการ และจากหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เชํน กรมสํงเสริมการปกครองท๎องถิ่นสันนิบาตเทศบาลแหํงประเทศ ไทย มหาวิทยาลัย สานักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ สานักงาน คณะกรรมการสํงเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแหํงชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จึงถือเป็นการ ยํางก๎าวที่สาคัญของงานสวัสดิการชุมชนที่รัฐบาลมีนโยบายสํงเสริมความเข็มแข็งของชุมชนท๎องถิ่น ให๎ สามารถจัดการตนเองเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยูํโดยสํงเสริมบทบาทของครอบครัว ชุมชน ในการ พัฒนาและแก๎ไขปัญหาสังคม ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได๎มี
  • 35.
    14 “ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมไมํทอดทิ้งกัน สังคมเข็มแข็งและสังคมคุณธรรม” ในขณะที่ภาค ประชาชนได๎มีการจัด“ระบบสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” ซึ่งถือเป็นสํวนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบาย ของรัฐบาล เพื่อให๎การจัดการ “ระบบสวัสดิการชุมชนท๎องถิ่น” โดยภาคประชาชนที่มุํงสร๎าง หลักประกันเพื่อความมั่นคงด๎วยระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลของคนในชุมชนท๎องถิ่นให๎มีภูมิคุ๎มกันใน การดารงชีวิตและ “ระบบโครงขํายการคุ๎มครองทางสังคม” (Social Safety Net) ในรูปแบบวิธีการที่ หลากหลายเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล มีการเชื่อมโยงขยายผลทั่วประเทศ และมีการ ประสานเรียนรู๎ เชื่อมโยงระหวําง “ระบบสวัสดิการของชุมชนกับระบบขององค์กรปกครองท๎องถิ่น และระบบของหนํวยงานภาครัฐ” อยํางเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จนกระทั่งในชํวงต๎นปี 2552 เครือขําย องค์กรชุมชนได๎ไปเสนอให๎รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีนโยบาย สํงเสริมสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ซึ่งรัฐบาลได๎มอบให๎คณะกรรมการเสริมสร๎างความเข๎มแข็ง ของชุมชนแหํงชาติ ซึ่งคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานได๎พัฒนา โครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน จากนั้นได๎อนุมัติโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน พร๎อมจัดสรรงบประมาณจานวน 727.3 ล๎านบาทในปี 2553 และงบประมาณ 800 ล๎านบาทใน ปีงบประมาณ 2554 โดยวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับให๎สวัสดิการชุมชนเป็นวาระแหํงชาติในการสร๎าง หลักประกันความมั่นคงของชุมชนฐานราก ฟื้นฟูทางสังคม สร๎างความเข๎มแข็งของชุมชนในการดูแล ชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน รวมถึงเปิดโอกาสให๎ทุกพื้นที่สามารถจัดตั้งและพัฒนาคุณภาพ สวัสดิการชุมชนอยํางกว๎างขวาง โดยภาคประชาชนมีบทบาทสาคัญในการจัดระบบสวัสดิการชุมชน ของตนเอง และจัดให๎มีกลไกคณะกรรมการทั้งระดับชาติและระดับจังหวัดที่มีองค์ประกอบจากผู๎แทน ชุมชนและหนํวยงานรัฐที่เกี่ยวข๎องในการหนุนเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน โดยที่กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) เป็นหนํวยงาน รับผิดชอบในการสนับสนุนการดาเนินงาน สรุปผลการดาเนินงานในชํวงปีงบประมาณ 2553 – เม.ย. 2554 ได๎ดังนี้คือ 1. งานที่ได้ดาเนินการ 1.1 การจัดกลไกสนับสนุนการดาเนินงาน ได๎มีคาสั่งสานักนายกรัฐมนตรีที่ 272/ 2552 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2551 แตํงตั้งคณะสํงเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน ที่นายกรัฐมนตรีเป็น ประธานกรรมการประกอบด๎วยผู๎แทนชุมชน ผู๎ทรงคุณวุฒิ ผู๎แทนหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องรวม 24 คน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได๎ออกข๎อระเบียบวําด๎วยการดาเนินงานโครงการ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.52 และ ได๎มีคาสั่งที่ 23/2553 ลงวันที่ 6 พ.ย.52 แตํงตั้งคณะอนุกรรมการโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการ ชุมชน โดยผู๎อานวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและผู๎แทนสวัสดิการชุมชนเป็นประธานรํวม โดยมี คณะอนุกรรมการรวม 15 คน และผู๎วําราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดได๎มีคาสั่งแตํงตั้งคณะกรรมการ สนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ที่มีองค์ประกอบจากผู๎นาจังหวัด ละ 20-30 คน รวมทั้งหมด 2,118 คน ซึ่งสํวนใหญํได๎ทางานบนพื้นฐานของความรํวมมือ เรียนรู๎ และ รับผิดชอบรํวมกัน เกิดการทางานแบบหุ๎นสํวนการพัฒนาที่ประชาชนเป็นแกนหลัก แม๎ในชํวงต๎นจะมี บางจังหวัดที่ยังมีข๎อขัดข๎องในการทางานรํวมกันระหวํางภาครัฐกับภาคชุมชนอยูํบ๎างแตํทุกฝุายที่
  • 36.
    15 เกี่ยวข๎องพยายามหาทางชํวยกันคลี่คลายปัญหาข๎อติดขัดที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นในแตํละภาคได๎มี คณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับภาคเพื่อหนุนชํวยระดับจังหวัดอีกสํวนหนึ่ง 1.2 การสนับสนุนการพัฒนาความเข๎มแข็งกองทุนสวัสดิการชุมชนและการสํงเสริม จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ใหมํคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน จังหวัดได๎จัดให๎มีคณะอนุกรรมการ/คณะทางานชุดยํอย ไปชํวยหนุนเสริมการพัฒนากองทุนสวัสดิการ ชุมชนให๎เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพกองทุนที่จะได๎รับอนุมัติสมทบงบประมาณตามหลักเกณฑ์ 5 ด๎าน (จัดตั้งครบหนึ่งปี สมาชิกและผู๎รับประโยชน์ของกองทุนมีความหลากหลายครอบคลุมกลุํมคนและ พื้นที่ในตาบล มีเงินกองทุนที่มาจากสมาชิก และได๎รับการสนับสนุนจากอปท. มีระบบการบริหาร กองทุนที่ดี และมีการจัดสวัสดิการชุมชนพื้นฐานไมํน๎อยกวํา 3 เรื่อง) และสํงเสริมการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการชุมชนในพื้นที่ใหมํ นอกจากนั้นในชํวงเริ่มโครงการได๎มีการจัดฝึกอบรมต๎นกล๎าคุณธรรม สวัสดิการโดยใช๎ใช๎พื้นที่ศูนย์เรียนรู๎สวัสดิการชุมชน 10 ศูนย์ในทุกภูมิภาค มีผู๎ผํานฝึกอบรมรวม 959 คน จังหวัดละ 10-12 คน ที่มีบทบาทหนุนชํวยขับเคลื่อนและการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุน สวัสดิการทั้งในระดับจังหวัดและตาบล 1.3 การสนับสนุนด๎านการสื่อสารสร๎างความเข๎าใจ การพัฒนาระบบข๎อมูล การ ศึกษาวิจัยและการติดตามผลสวัสดิการชุมชน - การสื่อสารสร๎างความเข๎ใจ ได๎มีการจัดทาคูํมือสวัสดิการชุมชน สื่อ/กรณี ตัวอยํางกองทุนสวัสดิการชุมชน 150 กรณี การจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาค/จังหวัด เชํน จ.จันทบุรี จ.นครราชสีมา ฯลฯ เพื่อเผยแพรํ สร๎างความเข๎าใจสวัสดิการชุมชน - การพัฒนาระบบข๎อมูล การพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข๎อมูลองค์กร สวัสดิการชุมชนและสํงเสริมให๎จัดเก็บข๎อมูลบันทึกข๎อมูลที่ระดับจังหวัดผํานระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อ ประมวลภาพรวมกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับชาติ รวมทั้งฝึกอบรมกองเลขานุการในการใช๎ ฐานข๎อมูล และอยูํระหวํางการพัฒนาโปรแกรมการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตาบล - การศึกษาวิจัยและการติดตามประเมินผล ได๎มีโครงการศึกษาวิจัยเชิง ปฏิบัติการควบคูํกับการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ 11 จังหวัด เพื่อให๎เครือขํายสวัสดิการ ชุมชนและผู๎แทนหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนได๎รํวมกันจัดการ ความรู๎ของตนเอง ในกระบวนการทางานที่รํวมกันขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด และ ประมวล สังเคราะห์ผลการศึกษาการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในระดับจังหวัด มาใช๎ในการ พัฒนาการทางานตามโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน การคัดเลือกศูนย์เรียนรู๎สวัสดิการ ชุมชนอยํางน๎อยจังหวัดละ 1 พื้นที่ สํวนการติดตามผลนั้นได๎จัดให๎มีการติดตามผลการดาเนินงาน กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลและผลการดาเนินงานคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการ ชุมชนจังหวัด 1.4 การประสานความรํวมมือกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เพื่อสนับสนุนการจัด สวัสดิการชุมชนและการเชื่อมโยงสวัสดิการชุมชนกับสวัสดิการสังคมด๎านตํางๆ ได๎รํวมกับกรมสํงเสริม การปกครองสํวนท๎องถิ่นในการวางแนวทางการสนับสนุนขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เสนอให๎ คณะรัฐมนตรีได๎มีมติเห็นชอบแนวทางให๎องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น (อปท.) ทุกประเภทสามารถ สมทบงบแกํกองทุนสวัสดิการชุมชนได๎ตามฐานะการคลังของแตํละ อปท. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
  • 37.
    16 2553 การรํวมสร๎างความเข๎าใจเรื่องสวัสดิการชุมชนในเวทีประชุมสัมมนา อปท.การรํวมกับ หนํวยงานภายในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯในการจัดเวทีสร๎างความเข๎าใจการพัฒนาระบบสวัสดิการ ชุมชนให๎กับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 จังหวัดในระดับชาติ เพื่อแลกเปลี่ยน และสร๎างความเข๎าใจในโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน สร๎างความเข๎าใจเรื่องสวัสดิการ ชุมชนกับอาสาสมัครพัฒนาสังคม (อพม.) การรํวมกันสร๎างความเข๎าใจ/หนุนเสริมสวัสดิการชุมชนใน ระดับพื้นที่ การประสานงานกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกับนโยบายที่เกี่ยวข๎องสวัสดิการชุมชน และ สวัสดิการสังคม ได๎แกํ สานักงานเศรษฐกิจการคลัง และสภาผู๎แทนราษฏร ในเรื่องรําง พ.ร.บ.กองการ ออมแหํงชาติ (กอช.) เข๎ารํวมการจัดทาแผนปฏิรูปประเทศไทยในสํวนของการยกระดับการพัฒนา คุณภาพชีวิตและการขยายระบบสวัสดิการสังคม สวัสดิการแรงงานนอกระบบ คณะกรรมาธิการ สวัสดิการสังคม สภาผู๎แทนราษฏรฯลฯ 2. ผลการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ในปีงบประมาณ 2553 ได๎อนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนรวม จานวน 1,948 กองทุน ครอบคลุม 75 จังหวัด มีสมาชิกที่มีอายุการเป็นสมาชิกครบ 1 ปี ที่ใช๎เป็นฐาน ในการคานวณงบประมาณสมทบรวม 869,706 คน และมีสมาชิกขององค์กรสวัสดิการชุมชนที่ได๎รับ ประโยชน์ทั้งหมด 1,143,438 คน จานวนงบประมาณสมทบ 295,238,198 บาท เงินกองทุน สวัสดิการกํอนรบงบสมทบรวม 453.66 ล๎านบาท แยกเป็นเงินออมสมาชิก 418.77 ล๎านบาท หรือ ร๎อยละ 66 เงินสมทบจากอปท.43.20 ล๎านบาทหรือร๎อยละ 7 เงินสมทบจากรัฐผําน พอช. 97.16 ล๎านบาทหรือร๎อยละ 17 เงินจากแหลํงอื่น 77.42 ล๎าน หรือร๎อยละ 12 เมื่อดาเนินงานตํอเนื่องจนถึง เดือนเมษายน 2554 สรุปการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็น 3 สํวน รวม ทั้งหมด 556.17 ล๎านบาท คือ 2.1 งบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งกํอน 30 กันยายน 2552 หรือ กองทุนที่มีสมาชิกครบหนึ่งปีกํอนเริ่มดาเนินการโครงการรวม 2,654 กองทุน จานวนสมาชิกทั้งหมด 1,478,929 ราย เป็นสมาชิกที่ครบหนึ่งปี(ซึ่งใช๎เป็นฐานในการคิดงบประมาณสมทบไมํเกิน 365 บาท/ คน/ปี) รวม 1,088,745 ราย เงินกองทุนสวัสดิการชุมชนกํอนเสนออนุมัติงบสมทบรวม 888.64 ล๎าน บาท อนุมัติงบสมทบรวม 353 ล๎านบาท กระจายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 921 กองทุน หรือร๎อยละ 34.70 รองลงมาเป็นพื้นที่ภาคใต๎ 545 กองทุน หรือร๎อยละ 20.53 ภาคเหนือ 457 กองทุนหรือร๎อยละ 16.6 ภาคกลางและตะวันตก 429 กองทุนหรือร๎อยละ 16.16 และภาค กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและตะวันออก 302 กองทุน หรือร๎อยละ 11.37 คําเฉลี่ยขนาดกองทุน ตามจานวนสมาชิก 557 ราย คําเฉลี่ยเงินกองทุน 334,830 บาท/กองทุน 2.2 อนุมัติงบสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดใหมํในวงเงินไมํเกิน 100,000 บาท/กองทุน รวม516 กองทุน วงเงิน 51.15 ล๎านบาท 2.3 อนุมัติงบสมทบกองทุนในปีที่ 2 รวม 341 กองทุน สมาชิกกองทุนรวม 468,761 ราย เป็นสมาชิกที่ครบปีรวม 392,659 ราย วงเงินอนุมัติรวม 138.76 ล๎านบาท ซึ่งเมื่อ เปรียบเทียบการเติบโตเปลี่ยนในเชิงปริมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เสนอรับงบประมาณสมทบ รอบที่สองแล๎วพบวําจานวนสมาชิกเพิ่มขึ้นประมาณร๎อยละ 20 – 30
  • 38.
    17 3. ผล/การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 3.1 การเปลี่ยนแปลงในระดับกองทุนสวัสดิการตาบลและการจัดสวัสดิการสมาชิก นอกจากกองทุนสวัสดิการชุมชนจะได๎จัดสวัสดิการพื้นฐานตามระเบียบกติกาของกองทุนในการจัด สวัสดิการสาหรับสมาชิกที่ได๎มีการดาเนินการมากํอนแล๎วได๎แกํ การจัดสวัสดิการเด็กแรกเกิด ทุนการศึกษา กรณีเจ็บปุวยนอนโรงพยาบาล การชํวยเสียชีวิต งานศพ หรือสวัสดิการอื่นตามที่ กติกาของกองทุนสวัสดิการนั้นๆ ซึ่งจากแบบรายงานสถานะกองทุนสวัสดิการชุมชน 2,646 กองทุน มี รายงานผลการสวัสดิการ 13 ประเภท โดยมีสมาชิกที่ได๎รับสวัสดิการไปแล๎วทั้งหมด 251,466 ราย รวมเงินที่จํายสวัสดิการไปแล๎ว 285.39 ล๎านบาท ซึ่งเมื่อมีการสมทบงบประมาณกองทุนไปแล๎วได๎ทา ให๎เกิดเติบโตขึ้นประมาณ ร๎อยละ 20-30 ของจานวนสมาชิก เนื่องจากทาให๎คนในพื้นที่มีความเชื่อมั่น และเห็นผลของสวัสดิการชุมชนเพิ่มมากขึ้น สํวนการเปลี่ยนแปลงกองทุนสวัสดิการชุมชนที่นอกเหนือ จาการจัดสวัสดิการพื้นฐานตามเดิมได๎แกํ - การใช๎กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการเชื่อมโยง “คน”และงาน พัฒนาด๎านตํางๆในชุมชน ที่จะนาไปสูํ”ชุมชนท๎องถิ่นจัดการตนเอง” กองทุนสวัสดิการชุมชนหลาย แหํงได๎มีการขยายบทบาทกองทุนสวัสดิการและใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนในการขยายงานพัฒนาด๎าน ตํางๆ เชํน สภาองค์กรชุมชน การจัดการที่อยูํอาศัย ที่ดินทากิน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมการพัฒนาอาชีพ เกษตรยั่งยืน นาไปสูํการจัดการแก๎ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในทุกด๎าน - การชํวยเหลือกันในชํวงประสบภัยพิบัติ ซึ่งในปี 2553-2554 ได๎เกิดภัยพิบัติ ขึ้นในหลายพื้นที่เริ่มตั้งแตํน้าทํวมจังหวัดนครราชสีมา น้าทํวมภาคกลาง พายุถลํมและน้าทํวมภาคใต๎ที่ จังหวัดสงขลา พัทลุง และลําสุดที่เกิดดินโคลนถลํมและน้าทํวมรุนแรงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และ พัทลุง กองทุนสวัสดิการชุมชนได๎รํวมกับเครือขํายองค์กรชุมชน ในการชํวยเหลือกันเมื่อประสบภัย ทั้งในสํวนพื้นที่ของตนเอง พื้นที่ตาบลอื่นที่เป็นเครือขํายทางาน รํวมกัน รวมทั้งข๎ามจังหวัด ข๎ามภาค - การดูแลคนด๎อยโอกาส คนยากจน คนตํางถิ่น กองทุนสวัสดิการชุมชนหลาย แหํงได๎ขยายการดูแลคนด๎อยโอกาส คนยากล าบากในชุมชนได๎มากขึ้นเมื่อได๎รับงบสมทบเพิ่มจาก รัฐบาลหรือบางแหํงให๎คนตํางถิ่นที่เข๎ามาอยูํอาศัยมีครอบครัวในพื้นที่ แตํยังไมํมีสัญชาติไทย ก็ให๎ สามารถเข๎ารํวมกองทุนได๎ แตํต๎องออมเพิ่มมากเพราะเห็นวําไมํนําจะสามารถใช๎ในสํวนของเงินสมทบ จากรัฐได๎ 3.2 ผล/การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทางานรํวมกับองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ตั้งแตํขบวนการสวัสดิการชุมชนได๎เริ่มขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการระดับตาบลที่เน๎นการสร๎างความ รํวมมือระหวํางชุมชน อปท.และหนํวยงานรัฐ ในชํวงแรกการรํวมสนับสนุนของ อปท.ยังมีปัญหาข๎อ ติดขัดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอยํางยิ่งในการสมทบงบประมาณกองทุน หลังจากที่ได๎มีมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 และกระทรวงมหาดไทยได๎มีหนังสือที่ มท 0891.4/ว2502 ลงวันที่ 20 ส.ค.53 แจ๎งผู๎วําราชการจังหวัดให๎แจ๎งเรื่องแนวทางสนับสนุนการดาเนินงานกองทุน สวัสดิการชุมชนของ อปท.ทาให๎หลายแหํงมั่นใจในการสมทบมากขึ้น แตํเป็นชํวงที่เลยเวลาจัดทา ข๎อบัญญัติงบประมาณของ อปท.ไปแล๎ว จากการติดตามผลของกรมสํงเสริมการปกครองท๎องถิ่นได๎มี รายงานผลการสนับสนุนของท๎องถิ่นได๎รายงานจาก 1,581 อปท. ซึ่งสํวนใหญํยังคงเป็นการสนับสนุน
  • 39.
    18 ด๎านสถานที่ เจ๎าหน๎าที่รํวมทางาน สํวนการสนับสนุนงบสมทบกองทุนยังมีเพียงบางสํวนรวมทั้ง จานวนเงินยังไมํมากนักเนื่องจาก อปท.หลายแหํงมีงบประมาณประจาปีจากัด แตํในด๎านความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงการทางานรํวมกันถือวําสํวนใหญํดีขึ้น หลายพื้นที่ผู๎บริหารท๎องถิ่นมาเป็นทีมงาน รํวมกับชุมชนในการสร๎างความเข๎าใจ ขยายการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนสูํ อปท.อื่น 3.3 ผลการจัดกลไกการทางานขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนรํวมกันระหวํางชุมชนกับ หนํวยงานภาครัฐผํานคณะทางานสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด ในชํวงแรก คํอนข๎างมีปัญหาข๎อติดขัดในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอยํางยิ่งในจังหวัดที่ไมํคํอยมีประสบการณ์การ ทางานรํวมระหวํางภาครัฐกับภาคประชาชนที่เป็นการบริหารจัดการรํวมกันมากํอน แตํได๎มีการ รํวมกันหาทางคลี่คลายปัญหาข๎อติดขัดในหลายวิธี ทั้งการจัดประชุมรํวมกันที่สํวนกลางโดยกระทรวง การพัฒนาสังคมฯ การจัดสัมมนาสร๎างความเข๎าใจในระดับภาค รวมทั้งการรํวมกันไปชํวยคลี่คลายข๎อ ติดขัดในบางจังหวัด ซึ่งในชํวงหลังสํวนใหญํมีการปรับตัวในการทางานรํวมกันมากขึ้น ยอมรับในข๎อ แตกตํางของวัฒนธรรมการทางานของแตํละภาคสํวน การหันมาใช๎จุดแข็งทั้งของภาคชุมชนและ ภาครัฐมาใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการทางานโดยยึดเปูาหมายหลักรํวมกันเป็นสาคัญ ที่จะทาให๎ ประชาชนมีสวัสดิการทั่วหน๎า ให๎สวัสดิการชุมชนเป็นสํวนหนึ่งของสังคมสวัสดิการที่ใช๎พื้นที่เป็นตัวตั้ง ทุกภาคสํวนกันทางานบางจังหวัดได๎ใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศไทย 4. เรื่องที่ยังคงเป็นความท๎าทายในการดาเนินงานโครงการสนับสนุนการจัด สวัสดิการชุมชนในชํวงตํอไป ได๎แกํ 4.1 กองทุนสวัสดิการชุมชน จะรํวมกันขยายฐานสมาชิกให๎ครอบคลุมกลุํมคนทุก ชํวงวัยในพื้นที่มีฐานสมาชิกจานวนมากพออยํางเชํน เกินครึ่งหนึ่งของประชากรในตาบล การพัฒนา คุณภาพการบริหารจัดการกองทุนให๎มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เปิดเผยโปรํงใส มีการประชุมสร๎าง ความเข๎าใจกับสมาชิกและผู๎ที่เกี่ยวข๎องอยํางตํอเนื่อง มีฐานข๎อมูลกองทุนสมาชิกกองทุนและข๎อมูล ประชากรในตาบลที่สามารถใช๎ในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนากองทุนสวัสดิการให๎ก๎าวหน๎ายิ่งขึ้นได๎ การ เชื่อมโยงทุนภายในชุมชนที่จะใช๎ในการจัดสวัสดิการ รวมทั้งการเชื่อมโยงกองทุนตํางๆที่สนับสนุนโดย หนํวยงานภายนอกให๎เอื้อตํอการจัดสวัสดิการชุมชน มีการประสาน/วางแผนการทางานรํวมกัน การ ใช๎เรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นฐานในการขยายงานพัฒนาด๎านตํางโดยชุมชน เชํน สภาองค์กรชุมชน การ จัดการที่อยูํอาศัยและที่ดินทากิน ฯลฯ เพื่อนาไปสูํการจัดการตนเองของชุมชนท๎องถิ่น 4.2 กลไกการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนในระดับตํางๆ ใช๎การสรุปทบทวนประเมิน การทางานรํวมกันในชํวงที่ผํานมา เพื่อจัดปรับองค์ประกอบ/บุคคลที่รํวมเป็นกรรมการ/คณะทางาน จากผู๎ที่เห็นเปูาหมายรํวมในการพัฒนาสวัสดิการชุมชน สามารถจัดเวลาในการรํวมทางานรํวม สนับสนุนสวัสดิการชุมชนได๎จริง พัฒนาระบบการทางานรํวมกันระหวํางภาคชุมชนกับภาครัฐยอมรับ ความแตกตําง ใช๎จุดแข็ง เปูาหมาย/ประโยชน์รํวมกันเป็นหลัก 4.3 องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น การทางานรํวมกับชุมชนอยํางใกล๎ชิด ผนึกพลัง ชุมชนท๎องถิ่นเพื่อให๎เกิดการพัฒนารูปแบบสวัสดิการ คุณภาพสวัสดิการที่สอดคล๎องกับบริบทท๎องถิ่น ที่จะทาให๎คนในชุมชนท๎องถิ่นมีสวัสดิการทั่วถึง และเกิดการกระจายอานาจการจัดสวัสดิการสูํชุมชน ท๎องถิ่น ที่เป็นสํวนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย
  • 40.
    19 4.4 นโยบายรัฐ การเชื่อมโยงนโยบายสวัสดิการสังคมที่จะให๎สวัสดิการชุมชนเป็น การจัดสวัสดิการพื้นฐานในเชิงพื้นที่เป็นหลักในการตํอเชื่อมกับระบบสวัสดิการอื่นๆ ที่มีการ ดาเนินการมาแล๎ว หรือกาลังเป็นนโยบายใหมํ การปฏิรูประบบโครงสร๎างภาษีที่จะทาให๎มีงบประมาณ สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนอยํางตํอเนื่อง การเชื่อมโยงระบบสวัสดิการตํางๆภายใต๎ระบบสวัสดิการ สังคมให๎คนทุกภาคสํวนได๎รับสวัสดิการอยํางทั่วถึง และมีสํวนสาคัญในการจัดสวัสดิการรูปแบบตํางๆ ที่สอดคล๎องกับวิถีชีวิตของชุมชนท๎องถิ่น (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์, 2554) สรุปได๎วํา การจัดสวัสดิการชุมชนเป็นแนวคิดการชํวยเหลือแบํงปันกัน เป็น วัฒนธรรมของ สังคมไทยที่มีมาช๎านานแล๎ว ในอดีตหรือแม๎กระทั่งในปัจจุบันนี้ สังคมของเรายังได๎เห็น วัฒนธรรมการแบํงปันข๎าวปลาอาหาร แรงงานและการดาเนินกิจกรรมให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกัน อยูํเสมอ สวัสดิการชุมชนที่ได๎รํวมกันสร๎างขึ้นนี้ แม๎จะเป็นระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จัดการโดย ชาวบ๎านรํวมกับท๎องถิ่น แตํเป็นระบบที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชนถือวําเป็นการให๎ อยํางมีคุณคําและเป็นการรับอยํางมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอยํางยิ่งรูปแบบสวัสดิการที่ได๎ริเริ่มและ ดาเนินการไปแล๎วนั้น มีความหลากหลายและเกี่ยวข๎องกับคนในท๎องถิ่นตั้งแตํเกิดจนตาย คือมีทั้งการ รับขวัญเด็กแรกเกิด การดูแลผู๎สูงอายุ คนพิการ และคนด๎อยโอกาส การเยี่ยมเยียนให๎กาลังใจคน เจ็บปุวยและการชํวยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตเป็นต๎น ซึ่งหากชุมชนสํวนใหญํในสังคมไทยมีการดูแล ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน และมีระบบสวัสดิการที่ชุมชนท๎องถิ่นจัดการเองได๎เชํนนี้ ยํอมจะทาให๎คนไทย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสังคมไทยมีความเข๎มแข็งมากยิ่งขึ้น แนวคิดสวัสดิการชุมชน เป็นแนวคิดที่กลําวถึงกระบวนการจัดสวัสดิการโดยอาศัย ความรํวมมือระหวํางภาคสํวนตํางๆ ได๎แกํ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และภาค ชุมชน โดยอาศัยการมีสํวนรํวมของประชาชน การทางานแบบภาคีเครือขําย การชํวยเหลือเกื้อกูลกัน และการเชื่อมโยงภาคสํวนตํางๆ ในชุมชนท๎องถิ่น ร๎อยรัดประสานเข๎าด๎วยกันเป็นหลักซึ่งผู๎ศึกษาได๎ รวบรวมรายละเอียดสาคัญที่เกี่ยวข๎องกับแนวคิดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังตํอไปนี้ 2.2.2 ที่มาของสวัสดิการชุมชน เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2544, หน๎า 49) กลําวถึงที่มาของการจักสวัสดิการชุมชน ในมุมมองของการพึ่งพาตนเองของชุมชนนิยม วําเป็นชุมชนพึ่งตนเองในความหมายของ“การ แก๎ปัญหาด๎วยตนเอง” มากกวําการมุํงแตํจะพึ่งตนเองถํายเดียวโดยไมํพึ่งพาข๎างนอกเสียเลยแม๎ในยาม คับขัน นั่นคือชุมชนต๎องแก๎ไขปัญหาตัวเองกํอนเป็นอันดับแรก เมื่อชุมชนตํอสูํกับปัญหานั้นๆ อยําง เต็มที่แล๎วปรากฏวํายังเกินขอบเขตความสามารถของชุมชนในการจัดการชุมชนจึงจะร๎องขอให๎ภาครัฐ และหนํวยงานอื่นๆ เข๎ามาชํวยในภายหลัง ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ (2544, หน๎า 15) กลําวถึงที่มาของสวัสดิการชุมชนวํา ประชาชนในชนบทมักจะขาดสวัสดิการในทุกๆ ด๎าน สํวนที่พอมีอยูํบ๎างก็ไมํเพียงพอและไมํทั่วถึง ไมํวํา จะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาลเรื่องการศึกษาของคนยากจน เรื่องคนพิการ เรื่องคนชรา ฯลฯ เหลํานี้ โดยทั่วไปครอบครัวจะต๎องชํวยดูแลกันเอง ระบบสวัสดิการในสังคมไทยสํวนใหญํพึ่งพาระบบ ครอบครัวและญาติพี่น๎อง ไมํใชํระบบที่ได๎รับการเกื้อกูลจากรัฐอยํางพอเพียง สถานการณ์ดังกลําวจึง
  • 41.
    20 เป็นแรงกดดันให๎ครอบครัวชนบทและชุมชนชนบทแสวงหาแนวทางในการชํวยเหลือตนเองทั้งด๎าน การเงิน การผลิต และสวัสดิการชุมชน อุไรวรรณแสงศร และคณะ (2547, หน๎า 1-2) กลําวถึง ที่มาของสวัสดิการชุมชน จากการศึกษาวิจัยวัฒนธรรมและชุมชน พบวําวิถีชีวิตของผู๎คนมีการจัดระบบชํวยเหลือเกื้อกูลและ พึ่งพาอาศัยกันเป็นอยํางดี ปรากฏอยูํในรูปของเกณฑ์คุณคําตามจารีตประเพณีและระบบ ความสัมพันธ์ทางสังคมตํางๆ เชํน ระบบกรรมสิทธิ์ การจัดการแรงงาน ระบบเครือญาติและพิธีกรรม ตํางๆที่ผํานมายังไมํเคยมีการศึกษาอยํางเป็นระบบเพื่อทาความเข๎าใจระบบสวัสดิการสังคมของกลุํม ชุมชนที่มีการจัดโครงสร๎างทางสังคมแตกตํางกัน ตามลักษณะของจารีตประเพณีของกลุํมชาติพันธ์ บนที่สูงนั้น มีระบบชํวยเหลือเกื้อกูลกันในแทบทุกด๎าน เป็นต๎นวําการให๎ความชํวยเหลือด๎านแรงงาน ทั้งกิจกรรมภายในครอบครัวและกิจกรรมในไรํโดยไมํหวังผลตอบแทนใดๆ แม๎กระทั่งผู๎นาชุมชนที่เป็น ผู๎นาทางพิธีกรรมและชํางตีเหล็กที่ให๎บริการชุมชนตลอดชั่วชีวิตก็จะไมํคิดคําบิการเชํนกัน จากการให๎ ความชํวยเหลือเกื้อกูลกันดังกลําว ทาให๎กลุํมชาติพันธุ์ตํางๆ สามารถอยูํรํวมกันได๎เป็นปึกแผํนและสงบ สุขตลอดมา สานักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สานักงาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (2548, หน๎า 1) ได๎กลําววํา หนึ่งใน รูปแบบของการจัดสวัสดิการสังคม ได๎แกํ รูปแบบสวัสดิการแบบพหุลักษณ์ ที่คานึงถึงความต๎องการ ของมนุษย์ที่หลากหลาย แนวคิด วิธีการต๎องผสมผสานกันจากหลายวิชาชีพ หลายหนํวยงาน องค์กร ภาคีทุกภาคสํวน รํวมกันคิดแก๎ไขปัญหาบนฐานความสัมพันธ์ที่เสมอภาคแบบหุ๎นสํวนการมีสํวนรํวมใน ฐานะ “เจ๎าภาพรํวม” เชํน รูปแบบสวัสดิการชุมชนที่พบใน 4 ภาค สวัสดิการสังคมในลักษณะนี้ ถือ เป็นการให๎การรับอยํางมีคุณคําและเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อัญมณี บูรณกานนท์ และคณะ (2548, หน๎า 23) ได๎กลําวถึงที่มาของสวัสดิการ ชุมชนในรูปของท๎องถิ่นในสังคมไทยอันประกอบด๎วยบ๎านเมืองซึ่งเกี่ยวข๎องกับคนสํวนใหญํในสังคมที่ เรียกวําชนบทหรือท๎องถิ่นและเป็นคนสํวนลํางของสังคมมีที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ให๎คุณคํากับคน ในชุมชน ให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเป็นอิสระในตนเอง ประกอบกับสังคมไทยเป็นสังคม ที่ผู๎คนมีน้าใจ ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ในชนบทยังมีวัฒนธรรมชุมชนอยูํอยํางเข๎มข๎นและชุมชนหมูํบ๎าน ยังมีเสถียรภาพโดยเปรียบเทียบ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สานักงานปฏิบัติการภาคตะวันออก (2550, หน๎า 3) ได๎กลําวถึงที่มาของสวัสดิการชุมชนในภาค ตะวันออกวํา สวัสดิการของคนตะวันออกที่มีอยูํนั้นมีไมํเพียงพอ ไมํครอบคลุมและไมํสามารถเข๎าถึงได๎ ทาให๎คนตะวันออกคิดถึงการจัดการด๎วยตนเองโดนให๎กลุํมออมทรัพย์ที่มีอยูํในพื้นที่มาจัดสวัสดิการ รํวมกันให๎ตรงกับความต๎องการของชุชมชนและคนในชุมชน โพสพ โพธิบุปผา (2550, หน๎า 7) กลําววํา เรามาคิดกัน จะทาอยํางไร ลูกหลาน เรียนหนังสือหรือยามต๎องการเงินไปลงทุนทามาหากินก็ไมํมี เจ็บปุวยใครจะชํวย ตอนแกํใครจะเลี้ยงดู และตอนตายถ๎าไมํมีเงินลูกหลานคนอยูํข๎างหลังจะลาบาก พี่น๎องแกนนาชุมชนทั่วประเทศก็มาคิดถึง การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านกันขึ้น เป็นกองทุนระดับตาบล โดยออกเงินกันเอง ซึ่งมีอยูํหลาย
  • 42.
    21 แบบ เชํน ออมวันละบาทหรือตัดเงินกาไรของกลุํมออมทรัพย์มาสมทบเป็นกองทุนสวัสดิการให๎กับ สมาชิก จากแนวนโยบายที่ได๎กลําวมาในข๎างต๎น ทั้งในสํวนของพระราชบัญญัติสํงเสริมการจัด สวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติสํงเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 มาตรา 87 (2) ตามรัฐธรรมนูญแหํงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี สร๎างสวัสดิการสังคมไทย ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2550-2554) กํอให๎เกิดความตื่นตัวในการจัดตั้งองค์กร สวัสดิการสังคมที่เกิดขึ้นจากการมีสํวนรํวมของชุมชนขึ้นในท๎องถิ่นตํางๆ โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กร ชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เป็นหนํวยงานหลักที่ให๎การสนับสนุนประชาชนในด๎านการจัด สวัสดิการโดยชุมชนที่เรียกวํา “สวัสดิการชุมชน” 2.2.3 ความหมายของสวัสดิการชุมชน ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 8) กลําววํา แนวโน๎มการจัดสวัสดิการจะเป็นอานาจ หน๎าที่ของประชาชนมากขึ้น ดังนั้น การพิจารณาจัดสรรสวัสดิการที่เกิดขึ้นทาให๎มีพลังอานาจในตัว ของชุมชนที่จะเข๎าไปจัดการสวัสดิการในระดับใด ตั้งแตํการฟื้นฟู การพัฒนาสิ่งที่มีอยูํเดิม หรือคิดใหมํ ทาใหมํ ตลอดจนปรับสิ่งที่มีผู๎จัดไว๎ให๎มีความเหมาะสมกับชุมชนชองตนเอง ดังนั้นจึงให๎ความหวายของ สวัสดิการชุมชนไว๎ 3 ระดับ คือ 1) สวัสดิการที่จัดโดยรัฐ เรียกได๎วําเป็นสวัสดิการสังคมที่รัฐจัดให๎ใน ภาพรวมระดับมหภาค 2) สวัสดิการชุมชนพื้นบ๎านที่แตํละชุมชนมีการสั่งสมสืบทอดกันมาเรียกได๎วํา เป็นภูมิปัญญาท๎องถิ่น 3) สวัสดิการชุมชนทันสมัยเป็นการนาการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่ได๎รับ อิทธิพลจากภายนอก โดยเฉพาะแนวคิดความเชื่ออุดมการณ์พัฒนาใหมํมาปรับใช๎สร๎างสวัสดิการ ชุมชนเอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สานักงานปฏิบัติการภาคตะวันออก (2550, หน๎า 1) กลําววํา สวัสดิการชุมชน เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ ทาให๎คนในชุมชนอยูํรํวมกันอยํางมีความสุข มีความเอื้ออาทรตํอกัน ดารงไว๎ซึ่งวิถีชีวิตของคนใน ท๎องถิ่น ชํวยให๎ชุมชนมีภูมิคุ๎มกันตํอภาวะภัยคุกคามจากภายนอกและการเปลี่ยนแปลงจาก สภาพแวดล๎อมทางสังคม อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่สาคัญในการฟื้นฟูระบบการพึ่งตนเองของชุมชน ท๎องถิ่นที่มุํงเน๎นกระบวนการชํวยเหลือดูแลของคนบนพื้นฐานภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติของ ชุมชนท๎องถิ่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระเบียบคณะกรรมการ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยการรับรองมาตรฐานการปฎิบัติงานด้านการจัด สวัสดิการสังคม พ.ศ. 2550 (2550, หน๎า 62) ได๎ให๎ความหมายขององค์การสวัสดิการชุมชนไว๎วํา “องค์การสวัสดิการชุมชน” หมายความวํา หนํวยงานของรัฐที่ดาเนินงานด๎านการจัดสวัสดิการสังคม และองค์กรสาธารณประโยชน์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (2551) ได๎ให๎ความหมายวํา “สวัสดิการชุมชน” คือการ สร๎างหลักประกันเพื่อความมั่นใจแกํคนในชุมชนซึ่งหมายความรวมถึงทุกสิ่งทุกอยํางที่ทาให๎ชุมชนดีขึ้น อาจอยูํในรูปสิ่งของ เงินทอง น้าใจ การชํวยเหลือเกื้อกูลเป็นเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิตตั้งแตํเกิดจน ตาย ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สาคัญมีหลายประการ เชํน กํอให๎เกิดการเพิ่มรายได๎ ลดรายจําย เกิดความสัมพันธ์/มิตรไมตรีที่ดีของคนในชุมชนรู๎สึกมั่นคง ภาคถูมิใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข
  • 43.
    22 นอกจากนี้ พอช. ยังกลําวถึงสวัสดิการชุมชนในแงํมุมของสวัสดิการชาวบ๎านวําเป็นระบบการ ชํวยเหลือเกื้อกูลของคนในท๎องถิ่นมีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิต ตั้งแตํเกิดจนกระทั่งตายกํอให๎เกิดรายได๎ลดรายจํายนาไปสูํการแก๎ไขปัญหาความยากจน สรุปได๎วําสวัสดิการชุมชน หมายถึง ระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลกันของชุมชน ที่ รํวมกันจัดสวัสดิการให๎คนในชุมชน โดยชุมชนเป็นผู๎จัดการดาเนินการกันเองภายใต๎กระบวนการสร๎าง และจัดระเบียบชุมชนที่ประชาชนมีสํวนรํวมในทุกขั้นตอน ลักษณะการจัดสวัสดิการจะต๎องตอบสนอง ความต๎องการของสมาชิกได๎ทุกแงํมุม เป็นการสร๎างหลักประกันตั้งแตํเกิดจนตาย ซึ่งถือเป็นรูปแบบ การพึ่งตนเองของประชาชน ความหมายของสวัสดิการชุมชนในรูปแบบสถาบัน หมายถึง การกระจาย อานาจให๎องค์กรภาคประชาชน ได๎ดาเนินการจัดสวัสดิการในชุมชนด๎วยตนเอง เป็นการให๎บริการ ประชาชนในองค์รวมไมํใชํการให๎บริการเฉพาะปัจเจกชน การจัดสวัสดิการชุมชนในแงํสถาบันนี้ มี ประชาชนในชุมชนเป็นผู๎รํวมคิดรํวมทา รวมรับประโยชน์ ผํานการลงมติของชาวชุมชนเอง แตํไมํ ปฏิเสธการให๎ความชํวยเหลือจากภาครัฐ ดังนั้น การจัดสวัสดิการชุมชนจึงถือวําเป็นสํวนหนึ่งของ สวัสดิการสังคมในรูปสถาบันทางสังคมระดับจุลภาค ซึ่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานและเป็นเครื่องมือในการ ให๎ความชํวยเหลือชุมชนในแงํของการฟื้นฟู พัฒนาทรัพยากรหรือสวัสดิการที่มีอยูํเดิม รวมถึงปรับปรุง สวัสดิการสังคมที่ภาคสํวนตํางๆ ได๎เคยจัดให๎มีขึ้นในชุมชน ในขณะเดียวกัน ชุมชนยังสามารถคิดค๎น รูปแบบและวิธีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับท๎องถิ่นของตนขึ้นมาใหมํก็ได๎ ดังนั้นสวัสดิการชุมชนจึง มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สาหรับการดาเนินการให๎เกิดการมีสํวนรํวมในการจัด สวัสดิการชุมชนนี้ จะต๎องกํอให๎เกิดความสัมพันธ์อันดี มีมิตรไมตรี สร๎างศักดิ์ศรีและความสุขจาการให๎ และการรับระหวํางสมาชิกในชุมชนด๎วยกันเอง การจัดสวัสดิการชุมชนไมํเพียงแตํเป็นการจัดบริการที่ ตอบสนองความต๎องการขั้นพื้นฐานของสมาชิกเทํานั้น หากแตํจะต๎องดูแลถึงจิตวิญญาณ ภูมิปัญญา ท๎องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ อันเกื้อกูลวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนด๎วย 2.2.4 หลักการจัดสวัสดิการชุมชน สวัสดิการชุมชน ก็เป็นเชํนเดียวกับการจัดสวัสดิการสังคม ที่ต๎องมีหลักในการ จัดบริการ หรือการจัดการงานสวัสดิการเพื่อให๎เป็นไปอยํางถูกต๎องและเกิดความยั่งยืน ซึ่งได๎มีผู๎ กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎มากมาย ดังนี้ อุไรวรรณ แสงศร และคณะ (2547, หน๎า 3) กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการโดย ภาครัฐที่ควรคานึงถึงความเป็นชุมชนวํา การจัดสวัสดิการสังคมของรัฐกํอนที่จะนาเข๎าสูํชุมชนควรจะ ศึกษาระบบการชํวยเหลือเกื้อกูลกันแบบดั้งเดิม ที่มีการตกผลึกมาเป็นระยะเวลานานแล๎วให๎เข๎าใจ เสียกํอน เพื่อให๎การจัดสวัสดิการสังคมโดยรัฐที่สอดรับกับสวัสดิการสังคมพื้นฐานได๎ ซึ่งจะนาไปสูํ “ความเข๎มแข็งของชุมชน” ในที่สุด สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน (สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน, 2547 อ๎างถึงใน อัญมณี บูรณกานนท์ และคณะ, 2548, หน๎า 30-31) กลําววํา หัวใจของการจัดสวัสดิการชุมชน คือการ พึ่งตนเอง ชํวยเหลือเกื้อกูลกัน ให๎อยํางมีคุณคํา รับอยํางศักดิ์ศรี การจัดสวัสดิการตั้งอยูํบนพื้นฐาน ของการเคารพและอยูํรํวมกันกับธรรมชาติเห็นคุณคํา อยูํบนพื้นฐานของศาสนาภูมิปัญญาวัฒนธรรม ท๎องถิ่น และการมีสํวนรํวมในทุกระดับทิศทาง และแนวทางของขบวนการชุมชน ควรดาเนินการ ภายใต๎หลักการ ดังนี้ 1) มุํงเน๎นให๎เกิด “ชุมชนสวัสดิการ” คือ หนึ่งชุมชน (หมูํบ๎าน,ตาบล) เป็นฐาน
  • 44.
    23 ในการจัดสวัสดิการทุกเรื่องตั้งแตํ เกิด แกํเจ็บ ตาย จัดสวัสดิการสาหรับทุกกลุํม เปูาหมายในชุมชน ใช๎ประเด็นงานพัฒนาทุกเรื่อง หลักธรรมคาสอน ผู๎นาศาสนา ทุนทางสังคม ทุนทางปัญญาและทุน ธรรมชาติในชุมชนเป็นเครื่องมือการจัดสวัสดิการ 2) ใช๎ทุนภายในชุมชน โดยเฉพาะอยํางยิ่ง “องค์กร การเงินชุมชน” เป็นตัวเชื่อโยงการจัดสวัสดิการ ทาให๎เกิดกองทุนสวัสดิการอยํางหลากหลายบูรณา การกองทุนตํางๆ ภายในชุมชน มาจัดสวัสดิการรํวมกัน รวมทั้งขยายผล “ออมวันละบาท” เพื่อ สวัสดิการ 3) การจัดทาข๎อมูลองค์กรความรู๎สวัสดิการชุมชน ค๎นหาและสร๎างต๎นแบบ “ชุมชน สวัสดิการ” การศึกษาวิจัยควบคูํกับการค๎นนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน ประชาสัมพันธ์เผยแพรํ ขยาย การเรียนรู๎ การจัดสวัสดิการโดยชุมชน สูํขบวนการชุมชนและสูํสาธารณะ 4) การจัดทาแผน สวัสดิการชุมชนทุกระดับ ใช๎กระบวนการจัดทา “แผนชุมชน” เป็นเครื่องมือในการจัดทาแผน สวัสดิการชุมชนสร๎างกระบวนการเรียนรู๎ การจัดสวัสดิการชุมชนระหวํางชุมชนด๎วยกันเอง และเรียนรู๎ รํวมกับหนํวยงานภาคี เพื่อนาไปสูํการทางานรํวมกัน 5) ศึกษาตามกฎหมาย ระเบียบตํางๆ ที่ เกี่ยวข๎องกับสวัสดิการสังคม ให๎มีที่ปรึกษากฎหมายมาชํวยสร๎างความเข๎าใจกฎหมายที่เกี่ยวข๎อง มี สํวนรํวมในการเสนอกฎหมาย ปรับปรุงแก๎ไขกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการให๎เอื้อ ตํอการจัดสวัสดิการโดยชุมชน อีกทั้งยัง ระบุถึงหลักในการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังนี้ 1. ทาจากสิ่งที่เป็นจริง ถ๎าตั้งใจไมํสาเร็จ หมายความวํา สวัสดิการชุมชนต๎อง สอดคล๎องกับวิถีของแตํละพื้นที่ ตั้งใจทาโดยลอกเรียนแบบกันไมํได๎ เชํน เห็นชุมชนอื่นให๎สวัสดิการ ผู๎สูงอายุเดือนละ 300 บาท ก็ให๎บ๎าง อาจไปไมํรอดเพาะเงินไมํพอต๎องดูวําคนที่นี่คิดอยํางไร กลุํมเรามี เงินอยูํเทําไร เริ่มจากจุดนั้น ควรรู๎กํอนวําตอนนี้บ๎านเราเป็นอยํางไร มีรากเหง๎า มีกลไกอยํางไร แล๎วจึง กาหนดอนาคตตํอไปวําบ๎านเราจะเป็นอยํางไรด๎วยภูมิปัญญาท๎องถิ่นของเราเองเพื่อประโยชน์แกํ ผู๎ด๎อยโอกาส 2. เริ่มจากเล็กไปใหญํ ทาแบบคํอยเป็นคํอยไป เหมือนต๎นไม๎ที่แตกทีละ 2 ใบ ตํอไปก็ เติบโตเป็นพุํมใหญํ หากคิดจัดสวัสดิการแบบรวดเร็วเกินไป โดยที่คนไมํพร๎อม ไมํมีสํวนรํวม ไมํรู๎สึก เป็นเจ๎าของก็จะเหมือนการใสํปุ๋ยมากเกินไป ต๎นไม๎อาจจะตายได๎เพราะเกินกาลัง ไมํเกิดสวัสดิการที่ เป็นของคนในชุมชน 3. เงินเป็นเครื่องมือไมํใชํเปูาหมาย ใช๎เงินสร๎างเงื่อนไข ทาให๎คนอยากทางานอยากทา ดี เชํน ใครทางานเพิ่ม จํายเงินสบทบให๎ ใครบริหารเงินให๎งอกเงยขึ้นมาจะจํายสมทบให๎ สิ่งสาคัญคือ การให๎ความคิด ทาให๎คนคิดพึ่งตนเอง ทาความดี ทางานสร๎างเม็ดเงิน หากมีเงินสนับสนุน ควรให๎ตาม ความจาเป็นและพอดีไมํใชํใช๎เงินเป็นเปูาหมายหรือหาเงินมาแจกจําย 4. ระบบสวัสดิการที่ดีต๎องชํวยเหลือแบบไมํกํอให๎เกิดการแบํงแยกในชุมชน ควรให๎ทุก คนได๎ แตํมุ๎งแนํนคนยากจนและด๎อยโอกาสทุกคนสามารถเข๎ามามีสํวนรํวมโดยตกลงกติกาและใช๎ รํวมกัน 5. เป็นองค์รํวมที่ทุกอยํางเชื่อมโยงเข๎าหากันกิจกรรมทุกอยํางสามารถกํอให๎เกิด สวัสดิการได๎ทุกเรื่อง ตั้งแตํเกิดจนตาย กับคนทุกเพศทุกวัย การสร๎างสวัสดิการจะเริ่มจากเรื่องใดก็ได๎ โดยจัดสรรผลกาไรสํวนหนึ่งมาทาสวัสดิการเชํน เชื่อมโยงกิจกรรม เชํน เริ่มจากกองทุนเลี้ยงโคกองทุน เต็นท์ กองทุนโต๏ะเก๎าอี้ หีบศพชุดน้าสังข์รวมกันซื้อสินค๎าราคาถูก คํารักษาพยาบาลทาขวัญเด็กแรก
  • 45.
    24 เกิด ผู๎ติดเชื้อ ผู๎สูงอายุเบี้ยประชุมผู๎นาฯลฯ เชื่อมโยงคน 3 วัย คือ ผู๎สูงอายุ พํอบ๎าน แมํบ๎าน เยาวชน ให๎เป็นขํายเดียวกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นกลุํมเดียวกันเพราะทั้งหมดคือมาจากคนๆเดียวกัน เพียงแตํตํางเวลา โดยสร๎างกิจกรรมรํวมกันสร๎างเงื่อนไขการชํวยเหลือเกื้อกูลเอื้ออาทรตํอกัน เชื่อมโยง กลุํมคนในชุมชนด๎วยกัน เชํน ในหมูํบ๎านมีคน 4 จาพวกคือ 1) กานันผู๎ใหญํบ๎าน 2) อบต. 3) ประชาคม 4) คนหัวหมอ กิจกรรมจะสร๎างให๎เชื่องโยงไว๎ ทั้งหมดทาให๎มาทางานรํวมกันพึ่งพาอาศัย กันได๎รํวมมือรํวมใจกันเชื่อมโยงคนกับธรรมชาติ คนสามารถเรียนรู๎อยูํรํวมกับธรรมชาติได๎ เชํน การ อนุรักษ์ปุา,ปุ๋ยชีวภาพ 6. ต๎องเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับ คนในชุมชนที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการต๎องเป็นทั้ง ผู๎ให๎และผู๎รับเสมอ (ไมํใชํฝุายหนึ่งหามาให๎ อีกฝุายหนึ่งรอรับ) จึงเป็นความสัมพันธ์ที่เทําเทียวกัน และ มีศักดิ์ศรี เชํน จัดเงื่อนไขที่ทุกคนมีสํวนรํวมจํายสมทบ กันเงินบางสํวนเติมเข๎ากองทุน นาดอกผล กองทุนบางสํวนขยายกิจกรรมตํอ ทาให๎ทุกคนในกลุํม/ชุมชนสามารถเป็นเจ๎าของทุนและได๎รับ สวัสดิการไปในเวลาเดียวกัน 7. ต๎องทาด๎วยความรักและอดทน โดยจะต๎องมีความศรัทธาเชื่อมั่นวําชาวบ๎าน สามารถสร๎างสวัสดิการของตนเองได๎ รักที่จะทางานเพื่อชุมชน เพื่อสํวนรวม อดทนตํอความคิดเห็นที่ ไมํตรงกัน ยอมรับการคิดค๎น ตาหนิ โดยถือวําเป็นครู เป็นบทเรียนที่จะกํอให๎เกิดการปรับปรุงพัฒนา ทาให๎เขาฉลาดขึ้น ทางานได๎ดีขึ้น ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 13-14) กลําวถึงหลักการจัดสวัสดิการชุมชน ตาม ภาวะทันสมัยวํามีหลักในการจัดสวัสดิการทั้ง 5 ระดับ ได๎แกํ 1) ความมีประสิทธิภาพ 2) ความมี ประสิทธิผล 3) ความโปรํงใส 4) การมีสํวนรํวม 5) เปูาหมายของสังคม ไพบูลณ์ วัฒนศิริธรรม (2550, หน๎า 4) ได๎กลําวถึง หลักการจัดสวัสดิการชุมชนวํา ระบบสวัสดิการชุมชนต๎องให๎ความสาคัญกับการจัดการความเข๎มแข็งของกองทุนระดับตาบลแล๎ว คํอยๆ บูรณาการขึ้นมาสูํระดับจังหวัดและระดับประเทศ ทาให๎เป็นระบบของชาวบ๎าน ที่พวกเขา จัดการดูแลกันเองได๎อยํางเข๎มแข็งมั่นคง สรุปได๎วํา หลักการจัดสวัสดิการชุมชนจะต๎องคานึงถุงความต๎องการและการมีสํวนรํวม ชองประชาชนทุกระดับที่อยูํอาศัยในชุมชน ตั้งแตํการกาหนดปัญหาการวางแผน การดาเนินการ การ ประเมินผลและการรํวมรับผลประโยชน์ด๎วยความสมัคใจ นอกจากนี้ยังต๎องมีการจัดสรรและเลือกใช๎ ทรัพยากรทั้งที่เป็นทรัพยากรที่เป็นต๎นทุนรวมถึงภูมิปัญญาภายในชุมชนและทรัพยากรภายนอกชุมชน อยํางคุ๎มคํา พึงระลึกอยูํเสมอวําเงินเป็นเพียงเครื่องมือ สํวนเปูาหมายที่แท๎จริงของการจัดสวัสดิการ ชุมชน คือการสร๎างความมั่นคงให๎กับชาวชุมชน ประชาชนทุกคนเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับ ซึ่งจะกํอให๎เกิด การให๎อยํางมีคุณคําและเป็นการรับอยํางมีศักดิ์ศรี ทุกคนมีความเสมอภาคเทําเทียมกันในฐานะสหาย รํวมพัฒนา ในสํวนขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่จะเข๎ามาสนับสนุนการจัดสวัสดิการนั้น จะต๎อง ศึกษาระบบการให๎ความชํวยเหลือในชุมชนที่ได๎กระทามาเป็นเวลานานจนกระทั่งตกผลึกเป็น เอกลักษณ์ของชุมชนให๎เข๎าใจถํองแท๎เสียกํอนจึงจะดาเนินการจัดสวัสดิการให๎สอดคล๎องกับวิถีชีวิต ดั้งเดิมของชุมชนและกํอให๎เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด๎านครอบคลุมวิถีชีวิตของชาวบ๎านตั้งแตํเกิด จนกระทั่งตาย การจัดสวัสดิการชุมชนจะต๎องมีการกาหนดเปูาหมายไปสูํการพัฒนาให๎ชาวบ๎าน สามารถพึ่งพาตนเองได๎โดยเริ่มจากการสร๎างสวัสดิการชุมชนที่เข๎มแข็งในระดับหมูํบ๎านกํอนจึงคํอย
  • 46.
    25 พัฒนาไปสูํระดับตาบลและระดับจังหวัดในที่สุด เป็นการเริ่มจากจุดเล็กๆ คํอยๆสร๎างความพร๎อมให๎ ชุมชนมีรากฐานสวัสดิการที่มั่นคงเสียกํอนจึงจะขยายขึ้นไปสูํจุดที่ใหญํขึ้น หลักสาคัญอีกประการหนึ่ง ของการสร๎างสวัสดิการชุมชน คือความโปรํงใสและไมํกํอให๎เกิดความแตกแยกระหวํางประชาชนใน ชุมชนนั้นๆ นอกจากนี้ องค์กรสวัสดิการชุมชนจะต๎องเป็นองค์กรแหํงการเรียนรู๎และมีการทางาน รํวมกับเครือขํายภาคีตํางๆ เพื่อรํวมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู๎ในการทางาน อันจะนาไปสูํ การพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชนของตนตํอไป 2.2.5 รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน มีรูปแบบที่แตกตํางกันไปตามลักษณะพื้นฐานของชุมชนนั้นๆ ซึ่งมีผู๎กลําวถึงรูปแบบของการจัดสวัสดิการชุมชนไว๎ ดังนี้ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ (2544, หน๎า 16) กลําวถึง รูปแบบหรือแบบแผนการจัด สวัสดิการชุมชน วําสามารถจาแนกได๎เป็น 3 รูปแบบ ได๎แกํ 1) การเริ่มต๎นจากกลุํมออมทรัพย์แล๎ว นาไปสูํการจัดสวัสดิการ 2) การเริ่มต๎นจากหนํวยผลิตแล๎วนาไปสูํการจัดสวัสดิการ 3) การเริ่มต๎นจาก ความเชื่อและอุดมการณ์แล๎วนาไปสูํการจัดสวัสดิการ ปัญญา เลิศไกร (2550, หน๎า 15-19) กลําวถึง รูปแบบของการจัดสวัสดิการชุมชน วํามีทั้งหมด ดังนี้ 1) รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน 2) รูปแบบการจัด สวัสดิการชุมชนโดยฐานการผลิตและธุรกิจชุมชน 3) รูปแบบการจัดสวัสดิการโดยฐาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม 4) รูปแบบการจัดสวัสดิการโดยฐานชุมชนเมือง 5) รูปแบบการ จัดสวัสดิการผู๎ยากลาบากโดยเครือขํายองค์กรชุมชน ซึ่งเจตนาถ แซํเจี่ย (2548, หน๎า 47-48) ได๎ กลําวถึง รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนเพิ่มเติมจากที่กลําวมาในข๎างต๎น ได๎แกํ การจัดสวัสดิการฐาน อุดมการณ์/ศาสนาและการจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุโดยผู๎สูงอายุ สรุปได๎วํา รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น มีทั้งหมด 7 รูปแบบ ได๎แกํ 1. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน คือ การที่ชุมชนมีการ รวมตัวตั้งกันจัดตั้งกลุํมองค์กรการเงินของชุมชนอยูํแล๎ว โดยในตอนเริ่มต๎นนั้น องค์กรการเงินนี้มีการ ดาเนินกิจกรรมด๎านการเงินโดยให๎สมาชิกเข๎ารํวมกลุํมเพื่อระดมเงินออม สมาชิกจะได๎รับสิทธิในการ กู๎ยืมเงินจากกลุํมภายใต๎ระเบียบและข๎อกาหนดของกลุํม เชํน การกู๎ยืมเงินเพื่อการประกอบอาชีพการ กู๎ยืมเงินเพื่อขยายกิจการ เป็นต๎น โดยไมํมีการจัดสวัสดิการในด๎านอื่นอีกนอกจากการให๎บริการด๎าน การเงิน มีการทาหน๎าที่เหมือนกับเป็นธนาคารหรือสหกรณ์การเงิน ตัวอยํางของกลุํมองค์กรการเงิน ชุมชนประเภทนี้ ได๎แกํ กลุํมออมทรัพย์และกลุํมสัจจะสะสมทรัพย์ ตํอมากลุํมออมทรัพย์ตํางๆ เหลํานี้ ได๎เล็งเห็นวํา การให๎สวัสดิการด๎านการเงินเป็นเพียงการแก๎ไขปัญหาด๎านเดียวเทํานั้น มิได๎ครอบคลุม ชีวิตความเป็นอยูํของชาวบ๎าน ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่จะจัดสวัสดิการขึ้นโดยใช๎องค์กรการเงินเป็นฐาน ใช๎เงินที่มีอยูํในองค์กรเป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการเพื่อสมาชิกในชุมชน ข๎อได๎เปรียบองค์กร สวัสดิการชุมชนที่ใช๎กลุํมองค์กรการเงินชุมชนเป็นฐานก็คือ กลุํมสามารถคิดค๎นรูปแบบการจัด สวัสดิการของตนเองได๎อยํางอิสระ ไมํต๎องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแหลํงเงินทุน ทาให๎ปลอดจากการ ควบคลุมขององค์กรภายนอกเพราะใช๎เงินของตนเองสํงผลให๎การจัดสวัสดิการทาได๎อยํางสอดคล๎อง กับความต๎องการของชาวชุมชนได๎เป็นอยํางดีตัวอยํางของการจัดสวัสดิการชุมชนที่มีฐานองค์กร การเงินชุมชน ได๎แกํ กลุํมสัจจะออมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิตของครูชบ ยอดแก๎ว กลุํมสัจจะ
  • 47.
    26 สะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิตตามแนวทางพระสุบิน ปณีโต กลุํมออมทรัพย์อาเภอ จะนะจังหวัดสงขลา เป็นต๎น 2. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากรากฐานการผลิตและธุรกิจชุมชน คือ การจัด สวัสดิการชุมชนที่มีต๎นกาเนิดมาจากการที่ชาวชุมชนได๎ใช๎เวลาวํางในการสร๎างสรรค์ผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากการประกอบอาชีพหลัก ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาท๎องถิ่นที่สั่งสมตํอ กันมาเป็นเวลานาน เชํน การทอผ๎า การทอเสื่อกก การทาเครื่องจักรสานหรือเครื่องปั้นดินเผา เป็นต๎น ตํอมาเมื่อการทาไรํไถนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก ไท๎สามารถตอบสนองความต๎องการในการดารงชีพได๎ ชาวบ๎านจึงได๎นาการผลิตที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมออกขายเพื่อหารายได๎เสริม เริ่มจากการทาโดยปัจเจกชน จนกระทั่งมีการรวมตัวกันเป็นกลุํมการผลิต การรวมตัวกันเพื่อผลิตสินค๎าที่เรียกกันวําเป็นสินค๎า พื้นเมืองเหลํานี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อให๎กลุํมสมาชิกสามารถขายสินค๎าได๎อยํางเป็นกิจจะลักษณะและมีรายได๎ แนํนอน การรวมกลุํมที่ประสบผลสาเร็จและยั่งยืน นาไปสูํผลกาไรที่มากขึ้น เมื่อมีผลกาไรมากขึ้นก็มี เงินเหลือ จึงเกิดความคิดที่จะนาผลกาไรที่เหลือนี้ มาจัดเป็นสวัสดิการให๎กับสมาชิกในกลุํม ตัวอยําง ของการจัดสวัสดิการที่มาจากฐานการผลิตชุมชนได๎แกํ กลุํมพรรณไม๎ อาเภอเกษตรวิสัย จังหวัด ร๎อยเอ็ด และกลุํมแพรพรรณ (กลุํมแมํหญิงทอผ๎า) อาเภอเมือง จังหวัดขอนแกํน เป็นต๎น 3. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานความเชื่อและอุดมการณ์ คือ การจัดสวัสดิการที่ เกิดขึ้นเนื่องจากกลุํมความเชื่อทางศาสนาได๎มีการรวบรวมสมาชิกอยูํรวมกันเป็นชุมชน โดยมี วัตถุประสงค์ในการสร๎างสรรค์สังคมใหมํและมีแนวทางในการดารงชีวิตตามฐานอุดมการณ์ของตนเอง ซึ่งอุดมการณ์ดังกลําวมักจะเป็นอุดมการณ์ทางศาสนา การจัดกิจกรรมด๎านสวัสดิการกระทาขึ้นเพื่อให๎ สมาชิกสามารถมีชีวิตอยูํได๎อยํางพอเพียงและธารงไว๎ซึ่งอุดมการณ์ รวมถึงสานตํออุดมการณ์นั้นได๎ตาม ความเชื่อและศรัทธา กลําวให๎เข๎าใจได๎อยํางงํายๆ ก็คือ ให๎มีชีวิตอยูํได๎ แตํไมํได๎เจาะจงให๎เกิดการ ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิก ตัวอยํางของสวัสดิการประเภทนี้ ได๎แกํ กลุํมชุมชนศีรษะ อโศก จังหวัดศีรษะเกศ 4. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม คือ การจัด สวัสดิการที่ยึดคติดั้งเดิมที่ชาวบ๎านต๎องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดารงชีพ เชํน การเก็บชองปุา การลําสัตว์ การทาเกษตรแบบดั้งเดิม เป็นต๎น ธรรมชาติ ปุาไม๎ที่อุดมสมบูรณ์ถือเป็นแหลํงอาหารและ ปัจจัยในการดารงชีวิตขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ แหลํงอาหารตามธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมที่อุดม สมบูรณ์ยังเป็นแหลางสร๎างรายได๎และลดรายจํายให๎กับชุมชนอีกด๎วย ดังนั้น หากสิ่งแวดล๎อมและ ทรัพยากรธรรมชาติถูกทาลายก็เทํากับเป็นการทาลายวิถีชีวิตและแหลํงอาหารรวมถึงความอยูํรอด ของชาวชุมชน ตัวอยํางการจัดสวัสดิการรูปแบบนี้ได๎แกํ กลุํมชุมชนศีรษะอโศก จังหวัดศีรษะเกศ ที่ทา การกสิกรรมไร๎สารพิษ การขยายพันธุ์พืชสมุนไพร และการทากิจกรรมวัตถุดิบสมุนไพร เป็นต๎น 5. รูปแบบการจัดสวัสดิการจากฐานชุมชนเมือง คือ การจัดสวัสดิการที่เกิดขึ้นใน แหลํงชุมชนแออัดในเมืองใหญํที่ชาวชุมชนไมํมีสวัสดิการจากการทางานเฉกเชํนเดียวกับประชาชน ทั่วไป ปัญหาพื้นฐานของชาวชุมชนแออัดใหญํจะเป็นปัญหาด๎านที่อยูํอาศัย สวัสดิการจากฐานชุมชน เมืองจะมาในรูปของการพัฒนาสภาพแวดล๎อมให๎ดีขึ้นเพื่อสุขอนมัยของชาวชุมชน เชํน การกาจัดขยะ โดยการนาขยะที่เก็บและคัดแยกไปขายแล๎วนาเงินมาเข๎ากลุํมเพื่อออมไว๎เป็นสวัสดิการ หรือการ รวมกลุํมกันจัดหาที่อยูํอาศัยถาวรของชุมชน เชํน ชุมชนบ๎านมั่นคง เป็นต๎น
  • 48.
    27 6. รูปแบบการจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก เป็นการจัดสวัสดิการโดยผู๎ที่ประสบปัญหา ความยากลาบากเป็นผู๎จัดสวัสดิการของตนเองโดยรวมกลุํมกันและบริหารจัดการกันเองตั้งแตํการ กาหนดเกณฑ์การคัดเลือกสมาชิก การกาหนดสิทธิและผลประโยชน์ที่สมาชิกพึงได๎รับ รวมถึงการ บริหารจัดการกองทุน สวัสดิการรูปแบบนี้เกิดจากการสนับสนุนจากสานักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF) การจัดสวัสดิการโดยผู๎ยากลาบากสามารถจัดได๎หลายรูปแบบแตกตํางกันไปตามสถานะและความ ต๎องการของสมาชิก รูปแบบแรก คือ การจัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์ ที่มีเครือขํายทางานในเชิง สังคมสงเคราะห์อยูํแล๎ว เชํน เครือขํายผู๎ติดเชื้อเอดส์ คนพิการ เป็นต๎น รูปแบบตํอมา ได๎แกํ การจัด สวัสดิการในลักษณะของการจัดกองทุนสงเคราะห์รํวมกับกองทุนหมุนเวียน เป็นการจัดกองทุนทับ ซ๎อนกัน คือ กองทุนหมุนเวียน มักจะเป็นกองทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพ มีการให๎สมาชิกกู๎เงิน เพื่อประกอบอาชีพตั้งกลุํมผลิตภัณฑ์ เมื่อสมาชิกนาเงินมาชาระในรูปของเงินต๎นและดอกเบี้ย ทาง กองทุนจะแยกดอกเบี้ยไปใสํไว๎ในกองทุนสงเคราะห์เพื่อวัตถุประสงค์ในการชํวยเหลือผู๎ยากลาบากที่ ได๎รับการคัดเลือกตามคุณสมบัติที่กองทุนกาหนดกองทุนสงเคราะห์นี้ ไมํมีการหมุนเวียนเงินเหมือนกับ กองทุนหมุนเวียน เมื่อมีการใช๎จํายให๎กับผู๎ด๎อยโอกาสก็จะไมํได๎รับคืน หมดแล๎วหมดเลย รูปแบบการ จัดสวัสดิการโดยผู๎ยากลาบากรูปแบบสุดท๎าย ได๎แกํ การสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน คือ มีการ สมทบตามอัตราวงเงินกองทุนสวัสดิการออมทรัพย์ที่มีอยูํแล๎วในอัตรา 1:1 โอยมีเงื่อนไขวําใช๎เฉพาะ ดอกผลที่เกิดขึ้น และผู๎ยากลาบากที่ไมํได๎เป็นสมาชิก จะอยูํในความรับผิดชอบของเครือขําย ตัวอยําง ของกองทุนสวัสดิการในลักษณะนี้ ได๎แกํ ชมรมคนพิการ โครงการกองทุนหมุนเวียนชาวบ๎านสงขลา เป็นต๎น 7. รูปแบบการจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุ เป็นการจัดสวัสดิการที่มีที่มาจากการที่ภาครัฐ ได๎สนับสนุนงบประมาณในการดูแลผู๎สูงอายุ ทั้งในรูปแบบของเงินสงเคราะห์ผู๎สูงอายุ ศูนย์บริการ ผู๎สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู๎สูงอายุ และกองทุนกู๎ยืมเพื่อประกอบอาชีพผู๎สูงอายุกองทุนผู๎สูงอายุรวมถึง กองทุนสนับสนุนกระบวนการจัดสวัสดิการโดยผู๎สูงอายุ ซึ่งสํงผลให๎ผู๎สูงอายุมีการเชื่อมโยงกันเป็น เครือขําย รวมตัวกันขวนการผู๎สูงอายุ สูํดอกผลที่นาไปใช๎ในการจัดสวัสดิการได๎ กํอให๎เกิดภาพพจน์ ใหมํที่แสดงให๎เห็นถึงคุณคําของผู๎สูงอายุที่ไมํเป็นภาระกับลูกหลาน แตํเป็นแหลํงความรู๎ประสบการณ์ แลละทาหน๎าที่ถํายทอดภูมิปัญญาสูํชนรุํนหลัง 2.2.6 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน จะมีผู๎เกี่ยวข๎องหลายภาคสํวน ซึ่งมีผู๎กลําวถึงผู๎มีสํวนเกี่ยวข๎อง ในการจัดสวัสดิการชุมชน ดังนี้ สุรพล ปธานวนิช (2545, หน๎า 51-52) กลําววํา รัฐยังต๎องสํงเสริมความสามารถของ องค์กรภาคประชาชนให๎เป็นผู๎จัดสวัสดิการในรูปแบบที่ไมํได๎เป็นการค๎า ด๎วยความจริงที่วํา รัฐไมํ สามารถทาหน๎าที่เป็นผู๎จัด (Provider) สวัสดิการได๎ทั้งหมด จึงจาเป็นต๎องสนับสนุนให๎องค์กรภาค ประชาชนชํวยทาหน๎าที่นี้ ขณะเดียวกันองค์กรภาคประชาชนก็สามารถมีสํวนรํวมทั้งในด๎านการจัดหา ทรัพยากร รวมทั้งการทาหน๎าที่เป็นผู๎จัดสวัสดิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 กระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (2550, หน๎า 12-13) ระบุถึงความหมายของ “องค์กร สวัสดิการชุมชน” วําหมายถึง องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการ
  • 49.
    28 สังคมให๎แกํสมาชิกในชุมชนหรือปฏิบัติงานด๎านการจัดสวัสดิการสังคมของเครือขํายองค์กรสวัสดิการ ชุมชน ซึ่งหมายถึงองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวขององค์กรสวัสดิการชุมชนมากกวําหนึ่งองค์กรเพื่อ รํวมมือ ประสานงานและเชื่อมโยงการจัดสวัสดิการสังคมขององค์กรสวัสดิการชุมชนในทุกระดับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(2551) กลําวถึง ผู๎จัดสวัสดิการชุมชนวํา สวัสดิการ ชุมชนมิใชํเรื่องที่ทาไปเพื่อสร๎างสวัสดิภาพและไมํเน๎นเรื่องตัวเงินแบบสงเคราะห์ แตํมุํงสร๎างความ มั่นใจอยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข จึงเป็นเรื่องที่ชาวชุมชนจะเป็นผู๎รํวมกันสร๎างให๎เป็นของชุมชน และเพื่อชาวชุมชนเอง ดังนั้นชุมชนจึงควรเป็นผู๎จัดการเอง โดยรัฐหรือองค์กรภายนอกหนุนเสริมแบบ เคียงบําเคียงไหลํ (ไมํใชํสัมพันธ์กันแบบผู๎ให๎กับผู๎รับ) ทั้งนี้การจัดสวัสดิการของชุมชนสามารถ สอดแทรกไว๎ได๎ในทุกกิจกรรม เริ่มแล๎วตํอยอดกันเรื่อยไปภายใต๎ความพร๎อมและความเห็นชอบรํวมกัน ของชาวชุมชนเอง สรุปแล๎ว องค์กรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น มีหลายภาคสํวน ได๎แกํ ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน แตํภาคสํวนที่เป็นหลักสาคัญที่สุดในการจัดสวัสดิการนั้น ชุมชน สามารถรวมตัวกันดาเนินการด๎วยตนเองหรืออาจรับการสนับสนุนจากองค์กรภาคสํวนตํางๆ เชํน องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชนหรือองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นก็ได๎ แตํการสนับสนุนต๎องเป็นไปใน รูปแบบของความเทําเทียมกัน เคารพในศักดิ์ศรีของชุมชน แม๎วําจะมีการสนับสนุนเม็ดเงินให๎กับชุมชน แตํก็ต๎องให๎ชุมชนบริหารจัดการกันเอง โดยองค์กรที่ให๎การสนับสนุนมีบทบาทเป็นเพียงพี่เลี้ยงคอยให๎ คาปรึกษา ให๎ข๎อเสนอแนะ และสนับสนุนด๎านทรัพยากรที่จาเป็นและตั้งอยูํบนความต๎องการที่แท๎จริง ของชุมชน จึงจะกํอให๎เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนอันจะนาไปสูํความยั่งยืนสืบไป 2.2.7 การบริหารงานกองทุนสวัสดิการ ในการบริหารจัดการภาคประชาชน หรือการบริหารงานสวัสดิการโดยชุมชนนั้นมี รูปแบบการจัดที่หลากหลาย การระดมทุนเพื่อใช๎เป็นทรัพยากรในการจัดสวัสดิการก็สามารถจัดได๎ หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในการจัดหาทรัพยากรเพื่อใช๎ในการจัดสวัสดิการชุมชนนั้น อาจทาได๎ใน รูปแบบของการดาเนินการธุรกิจชุมชน ทํามกลางกระแสโลกาภิวัตน์กับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหมํจะต๎องถูกผสมผสานให๎พอเหมาะ เพื่อเริ่มศักยภาพ เพิ่มความรู๎ ความชานาญเพื่อพัฒนาการผลิตและคุณภาพชีวิตของชุมชน (เสรี พงศ์พิศ, 2548, หน๎า 147-148) หรือการจัดสวัสดิการที่มีรากฐานมาจากกลุํมออมทรัพย์ การจัดสวัสดิการที่มีฐานมาจากอุดมการณ์ ไมํ วําจะเป็นสวัสดิการที่เกิดจากรากฐานใด หรือมีวิธีการจัดหาทรัพยากรอยํางไรก็ตาม จะต๎องมีการ บริหารจัดการเป็นสํวนประกอบทั้งสิ้น เพราะเพียงลาพังจิตวิญญาณและความเสียสละนั้น ไมํเพียง พอที่จะทาให๎กลุํมสวัสดิการโดยชุมชนเติบโตไปได๎อยํางยั่งยืนด๎วยดี ดังนั้น การบริหารจัดการ สวัสดิการโดยชุมชน จาเป็นต๎องคานึงถึงกรอบ สามด๎าน ได๎แกํ (ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, 2547, หน๎า 182-185) 1) ผลประโยชน์พึงมีพึงได๎ของสมาชิก เพราะไมํเชํนนั้น กลุํมหรือองค์กรก็จะอํอนแอ สมาชิกจะมีน๎อย ที่มีอยูํก็จะไมํให๎ความรํวมมือ 2) กลุํมสวัสดิการจะต๎องเป็นที่ยอมรับของคนทุก วงการ ไมํเชํนนั้นก็จะไมํได๎รับความรํวมมือ โดยเฉพาะวงการราชการวงการเอ็นจีโอ 3) ความพร๎อม และศักยภาพของกลุํมสวัสดิการในขณะนั้นกิจกรรมหรือสวัสดิการที่จัดให๎กับสมาชิกนั้นจะต๎อง คานึงถึงความเป็นไปได๎ในการดาเนินการด๎วยเพราะหากทาอะไรที่เกินกวํากาลังความสามารถ ก็อาจ ทาให๎กลุํมต๎องล๎มเลิกไปเนื่องจากไมํสามารถแบกรับภาระทางเศรษฐกิจได๎ นอกจากนี้ หลักในการ
  • 50.
    29 บริหารงานสวัสดิการโดยชุมชน ยังต๎องยึดหลักการประชาธิปไตย ซึ่งสามารถจาแนกได๎4 ประการ (ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช, 2545, หน๎า 118-120) ได๎แกํ 1) การจัดสวัสดิการสังคมใดๆ ก็ตาม ต๎องจัด ขึ้นตามความต๎องการของประชาชนนั้นๆ 2) ประชาชนในชุมชนจะต๎องมีสํวนรํวมในการจัดบริการ และการบริหารตั้งแตํการรํวมคิด รํวมวางแผน รํวมทางาน และรํวมกันติดตามประเมินผล ซึ่งจะทาให๎ ชาวชุมชนได๎รับประโยชน์จากการเรียนรู๎ด๎วยการกระทา สํงผลให๎สามารถพึ่งพาตนเองได๎ 3) การจัด สวัสดิการจะต๎องได๎รับความรํวมมือจากประชาชนในชุมชนด๎วยความเต็มใจ เพราะความเต็มใจให๎ ความรํวมมือจะเป็นตัวลดความขัดแย๎งตํอต๎าน กํอให๎เกิดความราบรื่นในการบริหารงาน 4) การใช๎ ทรัพยากรที่มีอยูํในสังคมให๎เป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งทรัพยากรด๎านการเงิน และทรัพยากรมนุษย์ การบริหารสวัสดิการโดยชุมชนนั้น ยังมีความคาบเกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนใน รูปของการจัดการตามแนวทางชุมชนพึ่งตนเองอยํางยั่งยืน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการกาหนดให๎ชุมชน เป็นศูนย์กลางการพัฒนา (ไพโรจน์ ภัทรนากุล, 2545, อ๎างถึงใน ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช, 2548, หน๎า 72-78) อันมีระบบการจัดการที่ประกอบด๎วยปรัชญาคุณคํา และวัฒนธรรมชุมชนมีองค์กรชุมชน และ การจัดการซึ่งจะชํวยในการประสานและบูรณาการความรํวมมือทั้งจากในชุมชนและเครือขํายองค์กร ภายนอกอีกด๎วย สรุปได๎วํา การบริหารงานกองทุนสวัสดิการชุมชนจะต๎องคานึงถึงผลประโยชน์อันพึงมี พึ่งได๎ชองสมาชิก การมีสํวนรํวมและการเต็มใจให๎ความรํวมมือของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากการมี สํวนรํวมด๎วยความเต็มใจของประชาชนจะทาให๎กิจกรรมของกองทุนสามารถดาเนินไปได๎อยํางราบรื่น ในการบริหารงานกองทุนฯ จะต๎องมีการบูรณาการทรัพยากรภายในชุมชนทั้งสํวนที่เป็นตัวเงินและใน สํวนที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให๎การจัดสวัสดิการเกิดความหลากหลาย จะเห็นได๎วําการหาเงิน สมทบเข๎ากองทุนฯ นั้น นอกจากการออมเงินของสมาชิกและการสนับสนุนจากภาคสํวนภายนอกแล๎ว กองทุนฯ ยังสามารถหาเงินหมุนเวียนได๎จากการบูรณาการการจัดสวัสดิการจากกองทุนอื่นและการนา เงินสมทบในกองทุนไปออกดอกผลหรือลงทุนในกิจกรรมอื่นๆ ได๎ ตามแตํจะตกลงกันในหมูํสมาชิก ซึ้ง ในการจัดการสํวนนี้จะต๎องคานึงถึงศักยภาพและความพร๎อมของกองทุนเป็นหลัก โดยยึดประชาชน คุณคํา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากรและสิ่งแวดล๎อมของชุมชนเป็นหลัก เทํากับวําการบริหารงาน กองทุนฯ จะต๎องยึดเอาชุมชนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งยังต๎องมีการเสริมสร๎างและจัดการองค์กรความรู๎ รวมถึงการใช๎ธรรมมาภิบาลในการบริหารงานอยํางโปรํงใสํ เป็นการสร๎างการยอมรับให๎เกิดขึ้นในทุก ภาคสํวนเพื่อให๎เกิดการตํอยอดการพัฒนากองทุนฯ สูํความยั่งยืนในที่สุด 2.3 แนวคิดเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชน 2.3.1 ความหมายของกองทุนสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการชุมชน กรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2557 (2557,หน๎า 13) ให๎ ความหมายกองทุนสวัสดิการชุมชน หมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการที่คนในชุมชนรํวมกัน คิด รํวมกันสร๎างระบบเพื่อให๎เกิดเป็นสวัสดิการชุมชน รํวมกันบริหารจัดการ รํวมกันรับผลประโยชน์ รํวมตรวจสอบความโปรํงใส จึงสํงผลให๎เป็นกองทุนที่คนในชุมชนรํวมกันเป็นเจ๎าของรํวมรับผิดชอบ และรํวมพัฒนาให๎เกิดความยั่งยืน โดยเน๎นความยืดหยุํน คลํองตัว มีการบริหารจัดการตามหลัก ธรรมาภิบาล
  • 51.
    30 ประเวศ วะสี (2541,หน๎า 17) ให๎ความหมายกองทุนสวัสดิการชุมชน หมายถึง กองทุนที่ชาวบ๎านรวมตัวกันออมทรัพย์เพื่อให๎กู๎ยืมไประกอบอาชีพ และนาผลประโยชน์ที่ได๎สํวนหนึ่ง ไปจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิก เชํน การศึกษา การปุวย การตาย ทั้งนี้โดยชาวบ๎านเป็นผู๎จัดการเอง ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ (2542, หน๎า 3) ได๎ให๎ความหมาย กองทุนสวัสดิการชุมชน (Foundation Support Communtiny) หมายถึง การสร๎างหลักประกันเพื่อความมั่นใจของชุมชนที่ ทาให๎คนในชุมชนมีความเป็นอยูํที่ดีขึ้น ชํวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข๎องกับวิถี ชีวิตตั้งแตํเกิดจนตาย วิชิต นันทสุวรรณ (2542, หน๎า 54) กลําวถึง กองทุนชุมชนคือรูปแบบการจัดการที่ นาเอาวิธีการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสมันใหมํมาพัฒนาระบบของชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาทุนจาก ภายนอก และการสูญเสียทรัพยากรในชุมชน วันทนีย์ วาสิกะสิน (2536, หน๎า 27) เห็นวําสวัสดิการทางสังคมเป็นเรื่องของทุกคน ในสังคม เพราะคาวํา สวัสดิการ หรือ สวัสดิภาพ มีความหมายในแงํการอยูํดีกินดี (Social Well – Being) ของทุกคนไมํเฉพาะผู๎ยากไร๎เทํานั้น แตํเป็นของทุกคนในโลกใบนี้ ตามปฏิญญาสากลชอง องค์การสหประชาชาติ ในเรื่องสิทธิมนุษยชน กลําววํา ทุกคนได๎รับการตอบสนองในความต๎องการขั้น พื้นฐาน ดังนั้นรัฐจะต๎องจัดบริการพื้นฐานเป็น การให๎มีงานทา เพื่อจะมีเงินซื้อเสื้อผ๎า ที่อยูํอาศัย ยา รักษาโรค จัดให๎มีสถานพยาบาลสาหรับประชาชนเมื่อเจ็บปุวย ไมํวําจะอาศัยอยูํในเมือง หรือชนบทที่ อยูํหํางไกล สุภัทรา แก้วชาญศิลป์ (2540, หน๎า 7-9) ได๎ให๎ความหมายสวัสดิการสังคมและคาที่ เกี่ยวข๎อง ดังนี้ สวัสดิการสังคม (Social Welfare) หมายถึง ระบบการจัดการบริการสังคมเพื่อ ปูองกันและแก๎ไขปัญหาสังคมและพัฒนาสังคม รวมทั้งการสํงเสริมความมั่นคงทางสังคม เพื่อให๎ ประชาชนสามารถดารงชีวิตในสังคมได๎ในระดับมาตรฐาน โดยบริการดังกลําวจะต๎องตอบสนองความ ต๎องการพื้นฐานของประชาชนให๎ได๎รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอยํางทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งในด๎าน การศึกษาที่ดี การมีสุขภาพอนามัย การมีที่อยูํอาศัย การมีงานทา การมีรายได๎ การมีสวัสดิการ แรงงาน การมีความมั่นคงทางสังคม การมีนันทนาการและบริการทางสังคมทั่วไป โดยระบบบริการ สังคมต๎องคานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิที่ประชาชนต๎องได๎รับและเข๎ามามีสํวนรํวมใน ระบบการจัดบริการทางสังคมในทุกระดับ สังคมสงเคราะห์ (Social Work) หมายถึง ศาสตร์และศิลปะทางวิชาชีพในการปูองกัน แก๎ไข ฟื้นฟู และพัฒนาบุคคล กลุํม ชุมชน ทั้งที่ประสบและไมํประสบปัญหาความเดือนร๎อน ให๎ สามารถปฏิบัติหน๎าที่ทางสังคมเพื่อชํวยเหลือตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนสามารถปรับ ตนเองให๎เข๎ากับสภาพแวดล๎อมเพื่อชีวิตความเป็นอยูํที่ดีในสังคมตํอไป การพัฒนาสังคม (Social Development) หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้ง ด๎านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม เพื่อประชาชนจะได๎มีชีวิตความเป็นอยูํที่ดีขึ้น ทั้งด๎านอาหาร ที่อยูํอาศัย การศึกษา สุขภาพอนามัย การมีงานทา มีรายได๎ที่เพียงพอในการครองชีพ ประชาชนได๎รับความเสมอภาค ความยุติธรรม มีคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ประชาชนจะต๎องมีสํวนรํวมใน กระบวนการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอนอยํางเป็นระบบ
  • 52.
    31 ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security)หมายความถึง การที่ประชาชนได๎รับ หลักประกันด๎านสิทธิ ความปลอดภัย การสนองตอบตํอความจาเป็นขั้นพื้นฐาน สามารถดารงชีวิตใน สังคมได๎อยํางมีศักดิ์ศรี ไมํประสบปัญหาความยากจน ไมํสิ้นหวังและมีความสุข ตลอดจนได๎รับโอกาส อยํางเทําเทียมกันในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ความมั่นคงทางสังคม (Social Security) หมายถึง การดาเนินงานทั้งของรัฐและสังคม ที่จะชํวยลดปัญหาความยากจน ตลอดจนขจัดภัยพิบัติตํางๆ ฉะนั้นความมั่นคงทางสังคมจึงมี ความหมายกว๎างขวาง กลําวถึงมาตรการทางด๎านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อที่จะขจัดความยากจนและ ความเสี่ยงภัยตํางๆ โดยทั่วไปความมั่นคงทางสังคมจะครอบคลุมถึงการชํวยเหลือทางสังคมการ ประกันสังคมและการบริการสังคม การชํวยเหลือทางสังคม (Social Insurance) หมายถึง การชํวยเหลือประชาชนผู๎ทุกข์ ยากเดือดร๎อน โดยฝุายผู๎ให๎บริการหรือหนํวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต๎องมีการค๎นหาสารวจขอ เท็จจริงวําผู๎ที่จะรับบริการนั้นมีปัญหายากจนหรือเดือนร๎อนจริง สมควรแกํการได๎รับการชํวยเหลือ การบริการสังคม (Social Servives) หมายถึง หน๎าที่ความรับผิดชอบอยํางหนึ่งของ รัฐบาลและเอกชนที่มีตํอประชาชนในการจัดสรรบริการ เพื่อสร๎างเสริมชีวิตความเป็นอยูํและสวัสดิ ภาพของประชาชน ด๎วยจุดมุํงหมายของการปูองกัน การบาบัดความเดือดร๎อน การสร๎างเสริมและ พัฒนาชีวิตความเป็นอยูํของประชาชนให๎สามารถดารงชีวิตอยูํในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ได๎อยํางเป็นสุขตามความแกํอัตภาพ ทั้งนี้บริการสังคมจะแตกตํางจากบริการสาธารณะและ สาธารณูปโภค ด๎วยปัจจัยของการเป็นบริการที่มุํงเน๎นสวัสดิภาพของบุคคลมากกวําการจัดสรรบริการ ทางกายภาพ เพื่อชุมชน และโครงสร๎างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การคุ๎มครองทางสังคม (Social Protection) หมายถึง การดาเนินงานเพื่อให๎ความ คุ๎มครอง หรือให๎หลักประกันทางสังคมทางด๎านตํางๆ อาทิ กฎหมาย ระเบียบข๎อบังคับ ระบบ ประกันสังคม และบริการสังคม โดยให๎ความสาคัญแกํกลุํมประชากรที่ยากจน และด๎อยโอกาสเพื่อให๎ ได๎รับสิทธิทางสังคมในฐานะที่เป็นมนุษย์ อันเป็นความรํวมมือในการดาเนินงานระหวํางภาครัฐและ ภาคเอกชน โครงขํายการคุ๎มครองทางสังคม (Social Safety Nets) หมายถึง ระบบการจัดบริการ เพื่อชํวยเหลือประชาชนผู๎ยากจน คนด๎อยโอกาส รวมทั้งผู๎ได๎รับการเสี่ยงภัยตํางๆให๎สามารถดารงอยูํ ได๎อยํางมั่นคง โดยได๎รับสิทธิพื้นฐานเทําเทียมกับประชาชนทั่วไปการดาเนินงานทางด๎านโครงขํายการ คุ๎มครองทางสังคมนี้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีบทบาทในการบริการหรือชํวยเหลือ ดังกลําว ผู๎ด๎อยโอกาส (Vulnerable Groups) หมายถึง ผู๎ที่ประสบปัญหาเดือนร๎อนทั้งในด๎าน การ ศึกษา เศรษฐกิจการสาธรณสุข การเสียเปรียบและไมํได๎รับความเป็นธรรมทางกฎหมายรวมทั้งผู๎ ที่ประสบปัญหาในรูปแบบตํางๆ ทาให๎ไมํสามารถปฏิบัติหน๎าที่ทางสังคมได๎ตามปกติหรือจาเป็นต๎อง ได๎รับการดูแลชํวยเหลือรวมทั้งผู๎ถูกทอดทิ้งทางสังคม ได๎แกํ ผู๎ที่หลุดจากกลไกลทางสังคมทาให๎ไมํ สามารถเข๎าถึงทรัพยากรหรือบริการทางสังคมได๎ หรือถูกกีดกันไมํให๎เข๎ามามีสํวนรํวมทางสังคมหรือ ทางการเมือง ขาดสิทธิประโยชน์และโอกาสที่จะยกระดับสถานภาพทางสังคมของตนเองให๎สูงขึ้น
  • 53.
    32 การบูรณาการทางสังคม (Social Integration)หมายถึง การผนวกกลุํมที่มีความ แตกตํางกันในสังคมไว๎เป็นองค์ประกอบหลักของสังคม ทั้งนี้จะต๎องยอมรับความแตกตํางซึ่งกันและกัน ไมํวําจะเป็นความแตกตํางทางเพศ วัย ชาติพันธุ์ อาชีพ สุขภาพอนามัย ทางกายและจิต การศึกษา หรืออื่นๆ สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ (2549, หน๎า 11) ได๎ให๎ความหมายของสวัสดิการทางสังคม หมายถึง การจัด สวัสดิการตํางๆของภาครัฐและเอกชน ในลักษณะของการชํวยเหลือและสํงเสริมให๎ประชาชนทุกคน ได๎รับการตอบสนองความต๎องการขั้นพื้นฐานในการดารงชีวิต เพื่อให๎ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of Life) และสามารถดารงชีวิตอยูํในสังคมได๎อยํางปกติ องค์กรพัฒนาชุมชน (2550, หน๎า 13) ให๎ความหมายสวัสดิการชุมชนคือการสร๎าง หลักประกันเพื่อความมั่นใจแกํคนในชุมชน ซึ่งความหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอยํางที่ทาให๎คนในชุมชนดี ขึ้น อาจอยูํในรูปสิ่งของเงินทอง น้าใจการชํวยเหลือเกื้อกูล เป็นเรื่องที่เกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิตตั้งแตํเกิดจน ตาย ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สาคัญ เชํน กํอให๎เกิดการเพิ่มรายได๎ ลดรายจํายเกิด ความสัมพันธ์ มิตรไมตรีที่ดีของคนในชุมชน รู๎สึกมั่นคง ภาคภูมิใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข สรุปได๎วํา กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความหมายเดียวกับการคุ๎มครองทางด๎านสังคม และการจัดสวัสดิการสังคมที่มุํงให๎เกิดความมั่นคงทางสังคม เพื่อให๎ประชาชนและผู๎ด๎อยโอกาส สามารถดารงชีวิตในสังคมในระดับที่พึ่งตนเองได๎ โดยมีการชํวยเหลือทางสังคม การชํวยเหลือทาง สังคมและการบริการสังคมเป็นมาตรการหลักและสังคมสงเคราะห์เป็นศาสตร์และศิลป์ทางวิชาชีพใน การดาเนินงาน เพื่อบรรลุจุดมุํงหมายดังกลําว 2.3.2 รูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชน ลักษณะรูปแบบการจัดสวัสดิการโดยชุมชน มีดังนี้ 1. การจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน ปัจจุบันองค์กรการเงินชุมชน ประเภทตํางๆ ได๎ให๎ความสนใจกับการจัดสวัสดิการชุมชนมากขึ้น องค์กรการเงินบางประเภทจัดตั้ง ขึ้นมาโดยมีเปูาหมายเพื่อสร๎างสวัสดิการโดยเฉพาะ หรืออาจกลําวได๎วํา “เงินเป็นเครื่องมือ เปูาหมาย คือ สวัสดิการชุมชน” จุดแข็งของการจัดสวัสดิการโดยฐานกลุํมออมทรัพย์ มีดังนี้ 1.1 มีฐานเงินของตนเองทาให๎คิดระบบสวัสดิการได๎ตามปัญหา ความต๎องการและ วงเงินที่มีอยูํ โดยไมํต๎องขึ้นอยูํกับเงื่อนไขของเหลําทุนภายนอก แต๎ถ๎ารัฐเข๎ามาสมทบก็จะชํวยให๎ ทางานได๎กว๎างขึ้น เร็วขึ้น 1.2 คนในชุมชนรู๎จักกัน รู๎ข๎อเท็จจริง ทาให๎ไมํต๎องกรอกเอกสารมาก หรือสํงตํอ หลายขั้นตอน 1.3 ระเบียบกติกา การจํายสวัสดิการคลํองตัว 1.4 การใช๎สวัสดิการเป็นแรงจูงใจในการออม 2. การจัดสวัสดิการชุมชนโดยฐานการผลิต/ธุรกิจชุมชน จากภูมิปัญญาดั้งเดิมในการ ทามาหากินที่สั่งสมมายาวนาน ประกอบกับการได๎มีโอกาสไปดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ การสนับสนุน สํงเสริมของหนํวยงาน ทาให๎ชุมชนหลายแหํงสามารถจัดสวัสดิการจากฐานการผลิตภายในชุมชนหรือ จากกลุํมที่รวมตัวกันทาธุรกิจชุมชนได๎
  • 54.
    33 3. การจัดสวัสดิการโดยฐานทรัพยากรธรรมชาติ/สิ่งแวดล๎อม หลายชุมชนได๎หันมา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทาให๎ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา ทาให๎ชุมชนมีแหลํงอาหารทีมั่นคง สามารถลดรายจํายและสร๎างรายได๎ให๎เกิดขึ้นได๎ รวมทั้งเป็นกองทุนที่จะกลับคืนมาเป็นคําใช๎จํายใน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให๎ยั่งยืนตํอไป 4. การจัดสวัสดิการจากฐานอุดมการณ์/ศาสนา องค์กรชุมชนหลายประเภทได๎นาคา สอน/แนวปฏิบัติตามหลักศาสนาตํางๆมาประยุกต์ใช๎ในการจัดสวัสดิการมากขึ้น 5. การจัดสวัสดิการ โดยฐานชุมชนเมือง สวัสดิการที่สาคัญของชามชุมชนแออัด คือ เรื่องบ๎าน 6. การจัดสวัสดิการผู๎สูงอายุ โดยผู๎สูงอายุในปัจจุบันมีการรวมกลุํมของผู๎สูงอายุเป็น เครือขํายฯ หรือองค์กรเพื่อจัดสวัสดิการให๎กว๎างขวาง ครอบคลุมยิ่งขึ้น 7. การจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก โดยเครือขํายองค์กรชุมชน สานักงานกองทุนเพื่อ สังคม (SIF) สนับสนุนงบประมาณในชํวง 3 ปีที่ผํานมา ความตื่นตัวในการจัดสวัสดิการโดยชุมชนที่ เกิดขึ้นอยํางกว๎างขวาง สํวนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อสังคม โดยเฉพาะอยํางยิ่งในการจัดสวัสดิการผู๎ยากลาบาก ได๎มีเครือขํายองค์กรชุมชนดาเนินการประมาณ 500 เครือขําย สามารถจาแนกรูปแบบการจัดสวัสดิการองค์กรชุมชน ได๎เป็น 3 รูปแบบ คือ 1. จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์ สํวนใหญํเป็นเครือขํายองค์กรชุมชนที่ทางาน ในเชิงสงเคราะห์อยูํแล๎ว เชํน เครือขํายผู๎ติดเชื้อเอดส์ เป็นต๎น 2. จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์รํวมกับกองทุนหมุนเวียน ลักษณะกองทุน สงเคราะห์ใช๎จํายเป็นเงินสงเคราะห์รายเดือน ซึ่งเงินจะหมดไปถ๎าไมํมีการเพิ่มเติมเหมือนกับประเภท กองทุนหมุนเวียน สํวนใหญํเป็นการสนับสนุนทุนอาชีพ ซึ่งคืนเงินต๎นไว๎ที่กองทุนเดิม สํวนดอกเบี้ยเพิ่ม ในกองทุนสงเคราะห์เพื่อชํวยเหลือผู๎ยากลาบากรายอื่นตํอไป 3. การสมบทกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นการสมทบอัตรา 1 : 1 ตามวงเงิน กองทุนสวัสดิการกลุํมออมทรัพย์ที่มีอยูํเดิม โดยมีเงื่อนไขวําใช๎เฉพาะดอกผลที่เกิดขึ้น และเครือขําย ต๎องรับผิดชอบสวัสดิการของผู๎ด๎อยโอกาสที่ไมํได๎โดยรูปแบบการจัดสวัสดิการในชุมชนนั้นมี หลากหลายรูปแบบ ได๎แกํ รูปแบบจัดสวัสดิการชุมชนให๎แกํ กลุํมคนจน ผู๎ด๎อยโอกาส กลุํมเสี่ยงที่ ประสบปัญหาสังคมทั้งนี้การจัดสวัสดิการสาหรับคนกลุํมนี้ ควรมีกรอบความคิดหรือแนวทางในการ ดาเนินการเพื่อให๎บรรลุผลในการสร๎างโครงขํายความคุ๎มครองทางสังคม ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหมํเกี่ยวกับ”ความยากจน” และ “คนจน” เนื่องจากปัญหาและสถานการณ์ของคนจนมีความซับซ๎อน แตกตํางและหลากหลาย จนไมํสามารถใช๎ ความรู๎และข๎อสรุปชุดเดียวไปตัดสินและกาหนดนโยบายของคนกลุํมนี้ได๎ การปรับเปลี่ยน แนวความคิดวํา ความยากจนไมํใชํปัญหาเชิงปัจเจกโดยลาพัง แตํเป็นปัญหาเชิงโครงสร๎างที่ผูกพันและ เชื่อมโยงไปสูํปัญหาทางสังคมอื่น ๆ อยํางหลีกเลี่ยงไมํได๎ ทาให๎เกิดเป็นการแก๎ปัญหาแบบบูรณาการ ไมํใชํการแก๎ปัญหาแบบแยกสํวน พร๎อมกันนั้น รัฐจะต๎องผลักดัน สํงเสริมการศึกษาเกี่ยวกับ “คนจน” และเข๎าถึงความเป็นมนุษย์ของคนจนอยํางแท๎จริง การสํงเสริมและผลักดันให๎กลุํมผู๎ด๎อยโอกาสได๎ขยายพื้นที่ทางสังคมเพื่อเป็น การเพิ่มพลังชีวิตแหํงตัวตน และสามารถพึ่งตนเองได๎ในการแก๎ปัญหาได๎มากขึ้นในระยะยาวซึ่งทาได๎
  • 55.
    34 โดยการให๎มีการสํงเสริมและขยายโอกาสการมีสํวนรํวมในกิจกรรมชุมชน และการตัดสินใจเพื่อ แก๎ปัญหาของกลุํมตน เชํนการมอบหมาย ถํายโอนภารกิจงานกิจกรรมพื้นฐานทั่วไป การรํวมใช๎ แรงงานในงานสํวนรวมของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาความรู๎ ทักษะ เทคนิคใหมํ ๆ ในการทางาน อาชีพที่เป็นทางเลือกและเป็นชํองทางให๎เกิดการค๎นหาศักยภาพตํางๆ ในการทางานอาชีพอันจะเป็น โอกาสด๎านอาชีพและรายได๎ การสํงเสริมให๎ชุมชนรํวมกันจัดสวัสดิการชุมชนให๎กับผู๎ยากลาบากในชุมชนโดย ใช๎แนวทางการสํงเสริมและสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชนโดย สํงเสริมให๎ชุมชนสามารถค๎นหา ศักยภาพดั้งเดิม ด๎วยการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญหา หลักศาสนา วิถีชีวิตเดิมความเชื่อ และแบบแผนในการปฏิบัติ ซึ่งจะนาไปสูํกระบวนการชํวยเหลือเกื้อกูลกันเองที่ชุมชนเคยมีอยูํแล๎ว เพิ่มคุณคําขึ้นมาทบทวนใหมํ เพื่อให๎เกิดการถํายทอดตามหลักศาสนาพุทธ สํงเสริมให๎ชุมชน เพื่อให๎ เกิดการชํวยเหลือกันในระดับหนึ่งกํอนที่จะต๎องมาได๎รับการชํวยเหลือจากรัฐ สํงเสริมให๎มีกองทุน สวัสดิการในชุมชนเพื่อเป็นต๎นทุนสาหรับการจัดสวัสดิการ เพื่อให๎ความชํวยเหลือซึ่งกันและกันใน ชุมชน โดยอาจจะกาหนดให๎องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นจัดสรรงบประมาณให๎เป็นทุนสวัสดิการ เบื้องต๎นในชุมชน การถํายโอนภารกิจ การโอนงานและเงินให๎ชุมชนจัดการแทนกาหนดให๎มีการตั้ง คณะกรรมการที่มีองค์ประกอบหลากหลาย รวมถึงการผลักดันให๎กลุํมเปูาหมายตรงได๎รํวมเรียนรู๎ มี สํวนในการบริหารจัดการกองทุนตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการเพาะปลูกความภาคภูมิใจและมีการ ฟื้นพลังในการจัดการปัญหาด๎วยตนเองตามศักยภาพที่มี การดาเนินการของกลไกชุมชนที่มีผลสาเร็จ เป็นที่ประจักษ์ : การจัดสวัสดิการโดยภาคประชาชน หรือ “ชุมชน”การจัดสวัสดิการโดยภาคชุมชนมี การขยายผลมาจากชุมชนภาคเกษตร ซึ่งเป็นต๎นแบบจากการรายงานการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาระบบ สวัสดิการสาหรับคนจนและคนด๎อยโอกาสในสังคมไทยกลุํมเกษตรกร” โดยประภาส ปิ่นตบแตํง สุภา ใยเมือง และบัญชร แก๎วสํอง สรุปวําการจัดสวัสดิการชุมชนภาคเกษตรนั้นมีที่มาจากฐานสาคัญ 3 ฐาน คือ ฐานทรัพยากรธรรมชาติฐานวัฒนธรรม และฐานงานพัฒนา (ณรงค์ เพชรประเสริฐ และ คณะ, 2548, หน๎า 10) 2.3.3 ความเป็นมาและขอบเขตของกองทุนสวัสดิการชุมชน 1. ความเป็นมาของ “สวัสดิการชุมชน” หรือ “สวัสดิการชาวบ๎าน” สังคมไทยในอดีตมีวัฒนธรรมการอยูํแบบชํวยเหลือเกื้อกูล มีน้าใจตํอกัน ได๎รับ สวัสดิการจากธรรมชาติ หาเห็ด หาหนํอไม๎จากปุาใกล๎บ๎าน หาปู ปลา ในแมํน้าลาคลองยามเจ็บปุวย ได๎ยาจากสมุนไพรในปุา เพื่อนบ๎านมาเฝูาไข๎ให๎กาลังใจ มีปัญหาชีวิตมีศาสนาและผู๎อาวุโสในชุมชนเป็น ที่พึ่ง นี่คือ สวัสดิการที่ธรรมชาติและผู๎คนมีให๎แกํกัน บนพื้นฐานของความเกื้อกูล มีน้าใจ และเคารพ ซึ่งกันและกันระหวํางคนกับคนและคนกับธรรมชาติ ปัจจุบันรัฐได๎มีการจัดสวัสดิการให๎กับประชาชนรูปแบบตํางๆ กัน เชํน สวัสดิการ เบี้ยยังชีพให๎กับผู๎สูงอายุ การสร๎างบ๎านพักคนชรา ศูนย์สงเคราะห์เด็ก ตลอดจนการสงเคราะห์ผู๎พิการ และผู๎ดอยโอกาสในรูปแบบตําง ๆ ทั้งที่ดาเนินการโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสวัสดิการในลักษณะสงเคราะห์ที่ต๎องดาเนินการ อยํางตํอเนื่อง ใช๎งบประมาณจานวนมาก แตํให๎บริการไมํทั่วถึง
  • 56.
    35 รัฐบาล พลตารวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได๎กาหนดนโยบาย “30 บาท รักษาทุก โรค” ซึ่งถือเป็นรัฐสวัสดิการที่ดูแลประชาชนได๎อยํางกว๎างขวาง แตํเฉพาะประชาชนที่เจ็บปุวยเทํานั้น ยังไมํครอบคลุมถึงความจาเป็นพื้นฐานของประชาชนตั้งแตํเกิดจนตาย ประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอยูํทั้งหมดประมาณ 65 ล๎านคน ในจานวนนี้จะเป็น ข๎าราชการเจ๎าหน๎าที่ของรัฐและลูกจ๎างบริษัทห๎างร๎านตําง ๆ 15ล๎านคน ข๎าราชการ เจ๎าหน๎าที่ของรัฐ รัฐจะจัดสวัสดิการให๎อยํางครบวงจรเชํนเดียวกัน ในขณะที่ประชาชนทั่วไปอีก 50 ล๎านคน ยังไมํมี หลักประกันความมั่นคงในชีวิต นอกเหนือจากสวัสดิการที่รัฐจัดให๎ คือ “30 บาท รักษาทุกโรค” ซึ่ง เป็นสวัสดิการในลักษณะสงเคราะห์ที่ให๎บริการไมํทั่วถึงและไมํครอบคลุมความจาเป็นพื้นฐานของชีวิต ตั้งแตํเกิดจนตาย ประชาชนทั่วไปหรือชาวบ๎านก็พยายามจัดสวัสดิการให๎แกํกัน แตํก็เป็นในรูปแบบ ของการออมเพื่อกู๎ยืมและปันผล การรวมกลุํมฌาปนกิจเพื่อชํวยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต ไมํมีสวัสดิการ ครอบคลุมความจาเป็นพื้นฐานของชีวิตตั้งแตํเกิดจนตาย องค์กรชุมชนจึงรํวมกันจัดตั้งกองทุน สวัสดิการชุมชนขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองการ ชํวยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ตั้งแตํเกิดจนตาย เป็นการจัดสวัสดิการของชาวบ๎าน โดยชุมชน เพื่อชุมชน เป็นการให๎อยํางมีคุณคํา การรับอยํางมีศักดิ์ศรี การอยูํรํวมกันของคน ชุมชน และธรรมชาติอยํางเคารพซึ่งกันและกัน มีกระบวนการดาเนินการที่สอดคล๎องกับวัฒนธรรมภูมิปัญญา ของท๎องถิ่น ใช๎หลักศาสนา และการมีสํวนรํวมของคนอยํางกว๎างขวาง 2. หลักการจัดสวัสดิการชุมชน สวัสดิการชุมชนมิใช๎เรื่องที่เน๎นเรื่องตัวเงินแบบสงเคราะห์ แตํมุํงสร๎างความมั่นใจ อยูํอยํางมีศักดิ์ศรีและมีความสุข จึงเป็นเรื่องที่คนในชุมชนจะเป็นผู๎รํวมสร๎างให๎เป็นของชุมชนและเพื่อ คนในชุมชนเอง ดังนั้นชุมชนจึงควรเป็นผู๎จัดการเองโดยรัฐหรือองค์กรภายนอกเป็นเพียงผู๎หนุนเสริม แบบเคียงบําเคียงไหลํ ทั้งนี้ การจัดสวัสดิการของชุมชนสามารถสอดแทรกไว๎ได๎ในทุกกิจกรม ริเริ่ม แล๎วตํอยอดกันเรื่อยไป ภายใต๎ความพร๎อมและความเห็นชอบรํวมกันของชาวชุมชนเอง แนวคิดและ หลักการจัดสวัสดิการชุมชน จึงมีประเด็นในการพิจารณาดังนี้ คือ 3. สวัสดิการชุมชนจะเกิดประโยชน์กับใครบ๎าง ผู๎ที่ได๎ประโยชน์จากสวัสดิการชุมชน ได๎แกํ ทุกคนในชุมชน รวมทั้งคนในสังคมโดย ผู๎ด๎อยโอกาสจะได๎รับการชํวยเหลือให๎มีโอกาสมีสํวนรํวมและสามารถเป็นทั้งผู๎ให๎และผู๎รับอยํางมี ศักดิ์ศรี ผู๎ที่อยูํในภาวะปกติได๎รับการปูองกัน ชํวยเหลือเกื้อกูล มีสํวนรํวมคิดรํวมทา สํวนผู๎ที่มีความ พร๎อมทางการเงิน จะได๎รับความอบอุํน น้าใจไมตรี มีสํวนรํวมเป็นผู๎ให๎ทุนสนับสนุน จึงกลําวได๎วํา สวัสดิการชุมชนกลุํมที่ได๎รับประโยชน์คือกลุํมคนตั้งแตํอยูํในครรภ์มารดาถึงตาย 4. กระบวนการจัดสวัสดิการ มีขั้นตอนสาคัญ 4 ขั้นตอน คือ 4.1 วางแผนการจัดสวัสดิการ โดยคานึงถึงการมีสํวนรํวมของผู๎รับบริการ ครอบครัวและชุมชนรํวมกันพิจารณาการให๎สวัสดิการให๎แกํผู๎รับบริการ ครอบครัว หรือชุมชนโดยที่จะ ใช๎สวัสดิการที่เป็นทางการ หรือสวัสดิการที่ไมํเป็นทางการ ขึ้นอยูํกับบริบททางสังคมทุนทางสังคม และภาคีหนุนเสริมในแตํพื้นที่
  • 57.
    36 4.2 การดาเนินการจัดสวัสดิการ ภายใต๎ผลการประเมินสภาวะความต๎องการและ ความจาเป็นหรือปัญหาของผู๎รับบริการและจัดกิจกรรมตามลาดับความสาคัญ 4.3 การวางแผนดาเนินการในระดับชุมชน ต๎องกาหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ สถานที่ ระยะเวลาและงบประมาณ การติดตามประเมินผล โดยละเอียด และชัดเจน มีการตั้ง คณะทางานรับผิดชอบ และประชุมชี้แจงผู๎เกี่ยวข๎องให๎มีความสนใจตรงกัน 4.4 การวางแผนให๎ความชํวยเหลือ ทั้งแผนระยะสั้น แผนระยะยาว 5. การดาเนินการชํวยเหลือการจัดสวัสดิการ 5.1 ดาเนินการตามแผนที่วางไว๎ในลักษณะหรือรูปแบบการสํงเสริมการพัฒนาการ สงเคราะห์การคุ๎มครอง การปูองกัน การแก๎ไข และการบาบัดฟื้นฟู โดยให๎ผู๎รับบริการครอบครัวชุมชน มีสํวนรํวม 5.2 ให๎บริการสังคมที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา ความต๎องการ ความจาเป็นของ ผู๎รับบริการครอบครัว ชุมชน 5.3 ระดมทรัพยากรในชุมชน และประสานงานหรือสํงเรื่องตํอให๎หนํอยงานที่ เกี่ยวข๎องในชุมชนและนอกชุมชนได๎รํวมให๎ความชํวยเหลือหรือพัฒนา 5.4 การจัดสวัสดิการสังคม จะต๎องนาไปสูํการสํงเสริมพัฒนาผู๎รับบริการทั้งระดับ บุคคล กลุํมชุมชน เพื่อให๎ผู๎รับบริการได๎รับการพัฒนาและสามารถทาหน๎าที่ทางสังคมได๎อยําง เหมาะสม 5.5 การจัดสวัสดิการจะต๎องกระตุ๎นสํงเสริมสนับสนุนให๎ผู๎รับบริการได๎ใช๎ศักยภาพ ของตนเองได๎อยํางเต็มกาลังความสามารถ 2.3.4 กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน หรือ กองทุนสวัสดิการชาวบ๎าน เป็นกองทุนที่เกิดจากการ รวมตัวของประชาชนในพื้นที่หนึ่งๆ ด๎วยความสมัครใจ (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การ มหาชน), 2550, หน๎า 1-2) เชํน ระดับหมูํบ๎าน ระดับตาบล ที่ประสงค์จะดูแลซึ่งกันและกันตั้งแตํ เกิดจนตาย บนพื้นฐานของความเอื้ออาทรตํอกัน กองทุนสวัสดิการชุมชน เกิดขึ้นจากการที่ชาวชุมชนมารํวมกันคิด รํวมกันสร๎างระบบ รํวมกันบริหารจัดการและรํวมกันรับผลประโยชน์ จึงเป็นกองทุนที่ “ทุกคนรํวมกันเป็นเจ๎าของ”ดังนั้น เงินกองทุนสวัสดิการชุมชน จึงได๎มาจากการรํวมสมทบของสมาชิกในรูปแบบที่กองทุนแตํละแหํง กาหนดขึ้นมา เชํน 1. การออมสัจจะวันละบาท โดยการลดรายจํายวันละบาทเพื่อออมสัจจะ 2. การนารายได๎หรือผลกาไรจากกลุํมออมทรัพย์ กลุํมวิสาหกิจชุมชน หรือกองทุน ตําง ๆ ที่มีอยูํในชุมชนเข๎ามาสมทบ เพื่อตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน 3. เงินสนับสนุนหรือเงินสมทบแหลํงอื่น ๆ เชํน การสนับสนุนจากองค์กรปกครอง สํวนท๎องถิ่นหนํวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รายได๎ที่เกิดจากทรัพยากรในท๎องถิ่น 1. รูปแบบของกองทุนสวัสดิการชุมชน สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนจะได๎รับสวัสดิการตามที่หลักเกณฑ์ กติกาที่ สมาชิกรํวมกันกาหนด โดยมีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านที่สมาชิกเลือกขึ้นมาเป็น
  • 58.
    37 ผู๎บริหารเพื่อจัดสวัสดิการให๎กับสมาชิกตั้งแตํเกิดจนตาย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การ มหาชน)(2550 : 1) เชํน 1. เกิดบุตรที่เกิดใหมํของสมาชิกจะได๎รับเงินรับขวัญ แมํที่คลอดบุตรนอนพัก รักษาตัวในโรงพยาบาล ได๎เงินคําใช๎จํายในการนอนพักรักษาตัว 2. แกํ สมาชิกจะได๎บานาญเป็นรายเดือนหรือรายปี 3. เจ็บปุวย สมาชิกที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จะได๎รับเงินคําใช๎จํายใน การนอนพักรักษาตัว 4. ตาย สมาชิกจะได๎รับเงินคําจัดการศพ 5. ประสบภัย สมาชิกจะได๎รับเงินสวัสดิการเพื่อบรรเทาความเดือดร๎อนเฉพาะ หน๎า 6. การกู๎ยืม สมาชิกสามารถกู๎ยืมเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นเงินกองทุนในการ ประกอบอาชีพในอัตราดอกเบี้ยที่ต่าหรือไมํไมํมีดอกเบี้ย ขึ้นอยูํกับการพิจารณาของคณะกรรมการ กองทุน 7. สวัสดิการอื่น ๆ คณะกรรมการกองทุนฯ จะพิจารณาให๎การชํวยเหลือตาม ความจาเป็นและเหมาะสมนอกจากจะจัดสวัสดิการให๎แกํสมาชิกแล๎ว กองทุนสวัสดิการชุมชนยัง สามารถเผื่อแผํให๎สวัสดิการแกํผู๎ถูกทอดทิ้ง ผู๎ด๎อยโอกาสในชุมชนที่ไมํมีความสามารถที่จะเป็นสมาชิก กองทุนได๎ด๎วย ซึ่งจะกํอให๎เกิดคุณคําทางจิตใจในการชํวยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ด๎วยความเอื้ออาทร เสียสละ เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน เกิดการเรียนรู๎และพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการ จัดการปัญหาของชุมชน ให๎เข๎มแข็งและยั่งยืนตํอไป 2. ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ หนึ่ง ๆ ด๎วยความสมัครใจ ที่ประสงค์จะดูแลซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความเอื้ออาทรตํอกันเป็น กองทุนที่ “ทุกคนรํวมกันเป็นเจ๎าของ” เน๎นการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลให๎ความสาคัญ กับการมีสํวนรํวมของสมาชิกแตํยืดหยุํน คลํองตัวเปิดเผย โปรํงใสํ ตรวจสอบได๎เพื่อนาไปสูํความมั่นคง ยั่งยืนและดูแลชาวบ๎านด๎วยกันได๎ทุกเพศ ทุกวัย ทุกประเภทตั้งแตํเกิดจนตาย มีแนวทางในการ ดาเนินงานอยํางน๎อยๆ 8 ขั้นตอน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), 2550, หน๎า 8-10) คือ 1. จุดประกายความคิดและทาความเข๎าใจกับกลุํมเปูาหมาย เริ่มจากแกนนาที่ สนใจ อาจเป็น กานัน ผู๎ใหญํบ๎าน ผู๎นาชุมชน ฯลฯ ที่มองเห็นศักยภาพที่มีอยูํในชุมชน และต๎องการ ชํวยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ชักชวนแกนนาคนอื่น ๆ มาพูดคุยปรึกษาหารือถึงแนวทางการจัด สวัสดิการชาวบ๎าน จากนั้นก็จัดเวทีพูดคุยกับชาวบ๎าน อาจจะเป็นการจัดรวมตาบลหรือแกนนาจะลง ไปทาความเข๎าใจระดับหมูํบ๎าน แล๎วมาจัดรวมในภายหลังก็ได๎ ขึ้นอยูํกับความ เหมาะสมของแตํละท๎องถิ่น การทาความเข๎าใจ อาจหมายรวมถึง การชักชวนกันไปดูงานการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการที่ประสบความสาเร็จ แล๎วกลับมาพูดคุยทาความเข๎าใจกันให๎ถํองแท๎อีกครั้ง การจัดประกาย ความคิด ต๎องทาควบคูํไปกับการกระตุ๎นให๎ชาวบ๎านเข๎าใจถึงเหตุผลสาคัญอยํางน๎อยๆ 2 ประการ คือ
  • 59.
    38 1) การตั้งกองทุนสวัสดิการจะทาให๎สมาชิกให๎รับการดูแลตั้งแตํเกิดจนตาย ซึ่งชาวบ๎านธรรมดาไมํเคย ได๎รับมากํอน2) จะทาให๎สามารถดูแลทุกข์สุขซึ่งกันและกันไมํวํายากดีมีจน และยังชํวยกันดูแลเพื่อน บ๎านที่ชํวยเหลือตนเองไมํได๎ เชํน เด็ก คนแกํคนพิการ เป็นการสร๎างความรักความเอื้ออาทรตํอกัน 2. ค๎นหาศักยภาพและทุนในท๎องถิ่น หลังจากได๎จุดประกายความคิดและสร๎าง ความเข๎าใจเรื่องการจัดการสวัสดิการชาวบ๎านระดับหนึ่งแล๎ว ลาดับตํอไป แกนนาจะต๎องรํวมกันค๎นหา ศักยภาพและทุนในชุมชน อาจมีอาสาสมัครเข๎ารํวมด๎วยก็ได๎ โดยค๎นหาวําในหมูํบ๎านหรือตาบลของเรา มีของดีอะไรบ๎าง เชํน มีกลุํมออมทรัพย์ กลุํมอาชีพ กลุํมเด็กเยาวชน กลุํมเกษตรอินทรีย์ มีคนแกํ คน พิการอยูํเทําไหรํ เป็นต๎น แตํละกลุํมมีการทางานอยํางไร มีสมาชิกกี่คน มีทุนมีการจัดสวัสดิการหรือไมํ อยํางไรเป็นต๎น รวมทั้งสารวจทุนด๎านอื่นๆ เชํน ทุนทางธรรมชาติทุนสร๎างวัฒนธรรม ทุนทางภูมิ ปัญญา ฯลฯ ซึ่งข๎อมูลดังกลําว อาจได๎มาหลายทางด๎วยกัน เชํนการออกแบบสอบถาม แล๎วหา อาสาสมัครชุมชนชํวยกันจัดทา หรือข๎อมูลบางสํวนอาจขอความรํวมมือจาก องค์การบริหารสํวนตาบล หรือหนํวยงานในท๎องถิ่น หรืออาจลงพื้นที่ดูจากของจริง เป็นต๎น หลังจากได๎ข๎อมูลจนครบแล๎ว ก็รํวมกันสังเคราะห์ให๎เป็นหมวดหมูํ ซึ่งจะทาให๎มองเห็นศักยภาพของตนเองได๎ชัดขึ้น จากนั้นก็นา ข๎อมูลไปชี้แจงทาความเข๎าใจกับชาวบ๎านโดยอาจจัดเป็นเวทีประชาคมก็ได๎ ทั้งนี้เพื่อให๎ทุกคนมองเห็น และเข๎าใจเหมือน ๆ กันวํา ทุนที่มีอยูํนี้สามารถนาไปสูํการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวบ๎านได๎อยํางไร ทุนแตํละอยํางสัมพันธ์กัน อยํางไร เป็นต๎น 3. ขยายแกนนาให๎ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ กํอนที่จะมีการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการชุมชน ปัจจัยหนึ่งที่สาคัญในระยะเริ่มต๎นก็คือ แกนนา ซึ่งจะต๎องมีอยํางกว๎างขวางในระดับ พื้นที่หมูํบ๎าน หรืออาจเป็นแกนนาจากกลุํมกิจกรรมที่มีอยูํในท๎องถิ่น เพื่อให๎การดาเนินงานของ กองทุนตลอดจนการบูรณาการทุนจากกลุํมตําง ๆ เป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพและสามารถดูแล สมาชิกได๎อยํางทั่วถึง 4. ประสานความรํวมมือกับหนํวยงานในท๎องถิ่น เชํน องค์การบริหารสํวนตาบล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นต๎น เข๎ามาเป็นสํวนหนึ่งของการพัฒนากองทุน สวัสดิการชุมชน โดยต๎องประสานงานตั้งแตํต๎น ซึ่งอาจทาได๎หลายวิธี เชํน การสํงแกนนาไปพูดคุย ให๎ เห็นวําการตั้งกองทุนสวัสดิการเป็นการแก๎ปัญหาที่ยั่งยืน ผลสาเร็จเป็นทั้งของชาวบ๎านและของ หนํวยงานท๎องถิ่น ชํวยประหยัดงบประมาณของท๎องถิ่น แตํได๎ผลกว๎างขวางเป็นต๎น 5. การตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ขั้นตอนที่สาคัญ คือ การจัดตั้งกองทุน สวัสดิการชุมชน โดยแยกเป็นกระบวนการยํอย ดังนี้ 5.1 การจัดทาระเบียบกองทุน ซึ่งประกอบด๎วยประเด็นหลัก ๆ คือ การรับ สมัครและการสิ้นสุดสมาชิกภาพ การจํายเงินสมทบ ประเภทของสวัสดิการ การจํายเงินสวัสดิการเป็น ต๎น โดยเริ่มจากการตั้งคณะยกรํางขึ้น ซึ่งประกอบด๎วยตัวแทน กลุํมคนที่หลากหลาย ทั้งตัวแทนกลุํม กิจกรรม แกนนาที่เป็นทางการ โดยอาจนาระเบียบกองทุนที่อื่นมาประกอบก็ได๎ เมื่อยกรํางเสร็จแล๎วก็ นาไปชี้แจงในเวทีประชาคมทั้งตาบล เพื่อแสดงความเห็นเพิ่มเติม จนเป็นที่ยอมรับรํวมกัน 5.2 การเปิดรับสมาชิก และระดมเงินกองทุน โดยสมาชิกอาจเป็นรายบุคคล หรือครอบครัว สถานที่รับสมัครอาจกระจายไปตามหมูํบ๎าน หรือรวมศูนย์การสมทบเงินทุนอาจสมทบ
  • 60.
    39 รายบุคคล หรือตัดเงินผลกาไรจากกลุํมที่สมาชิกสังกัดอยูํมาเป็นเงินสมทบก็ได๎ เป็นต๎นขึ้นอยูํกับ ระเบียบกองทุนที่รํวมกันกาหนดขึ้นมา 5.3การระดมเงินทุนจากแหลํงอื่น ๆ เชํน การจัดงานเพื่อหาทุน การสมทบ จากองค์กรปกครองท๎องถิ่น การสมทบจากหนํวยงานตําง ๆ เป็นต๎น ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯจะต๎อง ดาเนินการอยํางตํอเนื่องมิใช๎หวังเพียงเงินสมทบจากสมาชิกเทํานั้น 5.4 การจัดระบบข๎อมูลของกองทุน ต๎องจัดทาให๎เป็นระบบ เป็นปัจจุบัน เปิดเผยโปรํงใสํ เชํน ข๎อมูลสมาชิก ข๎อมูลเงินกองทุน การจํายเงินสวัสดิการ เป็นต๎น ซึ่งนอกจากจัดทา ไว๎ ณ ที่ทาการแล๎ว อาจประชาสัมพันธ์ให๎สมาชิกรับทราบ ซึ่งสามารถทาได๎หลายรูปแบบเชํน ติด ประกาศไว๎ ณ ที่สาธารณะ ที่ทาการกองทุน หรือสํงให๎สมาชิกถึงบ๎าน แล๎วแตํความเหมาะสม 6. การบริหารกองทุน โดยมีคณะกรรมการขึ้นมาบริหารกองทุนที่มีองค์ประกอบ จากตัวแทนที่หลากหลาย มีการจัดโครงสร๎างฝุายตําง ๆ รับผิดชอบ ที่ชัดเจน เชํน มีประธาน เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ ตรวจสอบ ฝุายสํงเสริมพัฒนา เป็นต๎น โดยอาจมีทีปรึกษาจากผู๎ทรงคุณวุฒิ หรือจากหนํวยงานในองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น การทางานของคณะกรรมการจะต๎องมีลักษณะ ประสานกับแกนนาของแตํละหมูํบ๎านด๎วย เพื่อให๎ดูแลสมาชิกได๎อยํางทั่วถึง นอกจากจะบริหารกองทุนตามปกติแล๎ว คณะกรรมการควรให๎ความสาคัญเป็น อยํางยิ่งกับเรื่อยตําง ๆ เชํน การประสานกับหนํวยงานท๎องถิ่น การพัฒนาแกนนา การเรียนรู๎ขยายผล การดูแลผู๎ด๎อยโอกาส การขยายสมาชิกให๎ครอบคลุมกว๎างขวาง และการบูรณาการทุนทางสังคมและ ทุนทางธรรมชาติ เพื่อให๎เกิดระบบสวัสดิการแบบองค์รวมขึ้นในตาบล 7. การติดตามประเมินผล ต๎องมีการประเมินผลอยํางตํอเนื่อง และทุกระดับเชํน การประเมินการสมทบของสมาชิก การขยายสมาชิกของระดับกลุํม ตลอดจนประเมินการทางานใน ทุก ๆ เรื่องของคณะกรรมการกองทุน โดยกองทุนอาจมีคณะตรวจสอบที่เป็นอิสระตามสมควรเพื่อให๎ เกิดการตรวจสอบที่เป็นกลางและเที่ยงธรรม รวมทั้งการประเมินในแตํละระดับจะต๎องนาไปสูํการทา เวทีประชาคมอยํางเปิดเผย เพื่อรํวมกันพัฒนาการทางานให๎ดีขึ้น 8. การขยายผล ซึ่งจะต๎องทาอยํางตํอเนื่องในหลาย ๆ ประการ อาทิ 8.1 ขยายแกนนา ทั้งปริมาณและคุณภาพให๎ทั่วถึงทั้งระดับพื้นที่และกลุํมกิจ- กรรม เพื่อให๎เกิดการขยายผลและสามารถดูแลสมาชิกได๎ทั่วถึง 8.2 ขยายสมาชิก โดยต๎องตั้งเปูาหมายให๎ครอบคลุมทุกคนหรืออยํางน๎อยทุก ครอบครัวในตาบล จะต๎องครอบคลุมผู๎ด๎อยโอกาสที่ดูแลตนเองไมํได๎ให๎ครบทุกคน ที่สาคัญต๎องสร๎าง จิตสานึกของการชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ให๎เกิดขึ้นในหมูํสมาชิก 8.3 ขยายแหลํงทุนที่จะมาหนุนให๎กองทุนมีปริมาณมากขึ้น เชํน การสมทบ จากหนํวยงานในท๎องถิ่น เป็นต๎น 8.4 ขยายประเภทและผลประโยชน์ของสมาชิก โดยให๎ครอบคลุมตั้งแตํเกิด จนตาย ตลอดจนการหนุนเสริมให๎สมาชิกพึ่งตนเองได๎ เชํน การเพิ่มสวัสดิการด๎านประกอบอาชีพที่ไมํ ทาลายสิ่งแวดล๎อม การให๎สวัสดิการ กรณีเกิดพิบัติภัยตําง ๆ เป็นต๎น 8.5 ขยายการให๎สวัสดิการแกํผู๎ด๎อยโอกาสที่ไมํสามารถเข๎าเป็นสมาชิกด๎วย เชํน คนพิการ คนชราที่ถูกทอดทิ้ง
  • 61.
    40 6. การพัฒนาสูํสวัสดิการที่ยังยื่น โดยการบูรณาการเข๎ากับกลุํม/กองทุนอื่นๆ ในท๎องถิ่น เพื่อสร๎างนวัตกรรมงานพัฒนารํวมกันในท๎องถิ่นอยํางเป็น องค์รวม เชํน การฟื้นฟูภูมิ ปัญญา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ครบ วงจรไมํจาเพราะแตํเพียงตัวเงิน ทาให๎สมาชิกรู๎สึกมีความมั่นคงในชีวิตอยํางแท๎จริง สรุปได๎วํา การรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ด๎วยความสมัคร ที่ประสงค์ที่จะดูแล ซึ่งกันและกันด๎วยความเอื้ออาทร ทาความเข๎าใจ โดยเริ่มจากหาแกนนาเพื่อหาแนวทางการจัด สวัสดิการขยายแกนนาเพื่อการบูรณาการจากกลุํมตําง หรือเป็นการประสานความรํวมมือจาก หนํวยงานอื่นแล๎วจึงจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีกระบวนการจัดตั้งจากการจัดทาระเบียบของ กองทุน เปิดรับสมาชิก ระดมเงินทุนจากแหลํงอื่น จัดระบบข๎อมูลของกองทุน จากนั้นบริหารกองทุน ติดตามประเมินผลพร๎อมกับการขยายผลทั้งแกนนา สมาชิก แหลํงทุน ผลประโยชน์ สวัสดิการซึ่งจะ นาไปสูํสวัสดิการสาหรับสมาชิกที่ยังยื่น 2.4 สภาพพื้นที่ที่ศึกษา 2.4.1 สภาพทั่วไปเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี ตาบลไชยมนตรี เดิมเป็นแขวงกลางไชยมนตรี มีกิ่งแขวงกลางอยูํ 1 กิ่ง อยูํที่ตาบล กุแหระ ปัจจุบัน คือ อาเภอทุํงใหญํ เจ๎าแขวงเดิมชื่อ ขุนอินมนตรี รองหัวหน๎าแขวงชื่อ นายสงค์ เชตวัฬ มาสมัยปี พ.ศ.2444 ได๎ยุบกิ่งและได๎ตั้งอาเภอเมืองนครขึ้น และนายสงค์ เชตวัฬ (ขุนชิดไชย มนตรี) เป็นกานันไชยมนตรีคนแรก มีนายเอียดนุ๎ย เป็นเสมียนประจาแขวง หลังจากขุนชิดไชยมนตรี ออกจากกานันแล๎ว ได๎แตํงตั้งนายเมือง จรพงศ์ เป็นกานันตาบลไชยมนตรีแทน แล๎วได๎แยกหมูํบ๎าน เป็น 8 หมูํบ๎าน หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน หมูํที่ 2 นายชิด อาจสมโภช หมูํที่ 3 ผู๎ใหญํฉิม หมูํที่ 4 นาย ชํวย หมูํที่ 5 นายเมือง หมูํที่ 6 นายตุด หมูํที่ 7 และหมูํที่ 8 อยูํบ๎านนาเมา นายเมืองเป็นกานันอยูํ ประมาณ 15 ปี ทํานได๎เกษียณอายุ ตํอมาได๎ตั้งนายจารูญ สุวรรณโรจน์ เป็นกานันอยูํประมาณ 2 ปี นายจารูญได๎เสียชีวิตลง หลังจากนั้นได๎มีการเลือกตั้งกานันคนใหมํแทน ชํวงนั้นได๎มีปลัดพัน รัตนวิเชียร มาที่วัดพระเขียนได๎ประชุมชาวบ๎าน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2483 ให๎คนไปตามครูจาบ สินภิบาล มาเพื่อจะแตํงตั้งให๎เป็นผู๎ใหญํบ๎าน ได๎มีชาวบ๎านคัดค๎าน แตํตํอมานายบัว คนบ๎านใหญํ ได๎ไปหา นายสงค์ จรพงศ์ มาที่วัด และได๎มีการแตํงตั้งนายสงค์ จรพงศ์ เป็นผู๎ใหญํบ๎าน ชํวงนั้น นายเขียน ถาวระ เป็นกานันอยูํหมูํที่ 6 โดยมีนายคลิ้ง ภิญโญ เป็นเสมียนตํอมาตาบลไชยมนตรี ถูกยุบให๎รวมกับตาบลกาแพงเซา นายแปูน ดิษฐ์ถาพร เป็นกานัน ตํอมานายแปูนได๎ออกจากานัน ขณะนั้น ขุนนิกร พรไพโรจน์ เป็นนายอาเภอ และได๎ย๎ายไปเป็นปลัดจังหวัดที่อื่น ตํอมาได๎มีร๎อยโท เรือง สถานานนท์ มาเป็นนายอาเภอ แล๎วได๎เรียกนายสงค์ จรพงศ์ ไปรักษาการแทนกานันเมื่อเดือน กรกฎาคม 2488 ตํอมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2489 นายสงค์ จรพงค์ ได๎เป็นกานัน และตํอมาเมื่อ นายสงค์ จรพงศ์ ได๎เป็นกานันแล๎ว ได๎แยกหมูํบ๎านของตาบลไชยมนตรี เป็น 5 หมูํบ๎าน และนาย สงค์ได๎เป็นกานันตลอดจนเกษียณอายุเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2504 ตํอมาได๎เลือกนายพริ้ม สุวรรณ อาจ เป็นกานัน อยูํหมูํที่ 2 ตาบลไชยมนตรีจนเกษียณ ตํอมานายแนม ภูมี ดารงตาแหนํงเป็นกานัน ตาบลไชยมนตรีแทน อยูํหมูที่ 3 จนเกษียณอายุ และนายปราโมทย์ สุนยานัย เป็นกานัน อยูํหมูํที่ 4 ตาบลไชยมนตรี ในปัจจุบันนี้
  • 62.
    41 2.4.2 ที่ตั้ง ตาบลไชยมนตรี เป็นตาบลหนึ่งใน13 ตาบลของอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัด นครศรีธรรมราช จัดตั้งเป็นองค์การบริหารสํวนตาบลไชยมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ระยะทางหํางจากที่วําการอาเภอประมาณ 20 กิโลเมตร หํางจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 10 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดตํอกับตาบลตํางๆ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดตํอกับ ตาบลโพธิ์เสด็จ ทิศใต๎ ติดตํอกับ ตาบลนาสาร ทิศตะวันออก ติดตํอกับ ตาบลมะมํวงสองต๎น ทิศตะวันตก ติดตํอกับ ตาบลกาแพงเซา 2.4.3 เนื้อที่ ตาบลไชยมนตรี มีเนื้อที่ทั้งหมด 24.042 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 15,026 ไรํ 2.4.4 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของตาบลไชยมนตรี มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลูกคลื่นลาดเอียงมา ทางทิศตะวันออกมีคลองธรรมชาติเป็นคลองสายหลัก คือ คลองทําดีไหลํผํานในตาบล และมีทาง หลวงจังหวัดหมายเลข 4103 (ทําแพ-นาพรุ) เป็นสายเลี่ยงเมืองผํานกลางตาบล 2.4.5 จานวนหมู่บ้าน ตาบลไชยมนตรีประกอบด๎วยหมูํบ๎านจานวน 5 หมูํบ๎าน เป็นหมูํบ๎านในเขตองค์การ บริหารสํวนตาบลเต็มพื้นที่ทุกหมูํบ๎าน ดังนี้ หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน นายเดชฤทธิ์ ไชยกล ผู๎ใหญํบ๎าน นายธีรพล ปรางเพ็ชร สมาชิกสภา อบต. นายบุญโชค กลับอาไพ สมาชิกสภา อบต. หมูํที่ 2 บ๎านโพธิ์ นายสมชาย สินภิบาล ผู๎ใหญํบ๎าน นายประธาน เวชประสิทธิ์ สมาชิกสภา อบต. นายสีถัด เพ็ชรสุวรรณ สมาชิกสภา อบต. หมูํที่ 3 บ๎านหนองบัว นางจิรา ดิษฐาพร ผู๎ใหญํบ๎าน นางวัลภา พุทธพฤกษ์ สมาชิกสภา อบต. นายวิโชติ เจดีรัตน์ สมาชิกสภา อบต. หมูํที่ 4 บ๎านน้าพุ นายปราโมทย์ สุนยานัย กานันตาบลไชยมนตรี นายโกศล เฉตาไพ สมาชิกสภา อบต. นายสุริยา การัยภูมิ สมาชิกสภา อบต. หมูํที่ 5 บ๎านทุํงทิศพรหม นายนคร รัตนพันธ์ ผู๎ใหญํบ๎าน นางหนูจัด ยอดมณีย์ สมาชิกสภา อบต. นายจรูญ สิลลากาล สมาชิกสภา อบต.
  • 63.
    42 2.4.6 จานวนประชากร ประชากรของตาบลไชยมนตรี มีทั้งสิ้น6,487 คน แยกเป็นรายหมูํบ๎าน ดังนี้ หมู่ที่ จานวนครัวเรือน ประชากร (คน) ชาย หญิง รวม หมูํที่ 1 บ๎านพระเขียน หมูํที่ 2 บ๎านโพธิ์ หมูํที่ 3 บ๎านหนองบัว หมูํที่ 4 บ๎านน้าพุ หมูํที่ 5 บ๎านทุํงทิศพรหม 243 319 362 437 588 410 478 595 684 984 406 468 658 739 1,065 816 946 1,253 1,423 2,049 รวม 1,949 3,151 3,336 6,487 (สานักงานทะเบียนอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช ข๎อมูล ณ เดือนมีนาคม 2558) 2.4.7 สภาพทางเศรษฐกิจ 1. อาชีพ การประกอบอาชีพของประชาชนในตาบลไชยมนตรี สํวนใหญํอาชีพหลักของ ได๎แกํ อาชีพเกษตรกรรม การปลูกไม๎ผล ไม๎ยืนต๎น และผักสวนครัว ปลูกพืชผักตามฤดูกาล อาทิเชํน เงาะ มังคุด ทุเรียน มันเทศ แตงกวา และทาสวนยาง เป็นต๎น รองลงมา คือ อาชีพรับจ๎างคูํกับ เกษตรกรรม 2. หน่วยธุรกิจ 1. โรงงานอุตสาหกรรมจานวน 2 แหํง คือ - หจก. ประกอบกิจคอนกรีต ตั้งอยูํหมูํที่ 5 - หจก. ประทานโปรดักส์กรุ๏ป ตั้งอยูํหมูํที่ 2 2. โรงสี จานวน 5 แหํง แยกเป็น - ตั้งอยูํ หมูํ 2 จานวน 2 แหํง - ตั้งอยูํ หมูํ 3 จานวน 1 แหํง - ตั้งอยูํ หมูํ 4 จานวน 1 แหํง - ตั้งอยูํ หมูํ 5 จานวน 1 แหํง 3. ฟาร์มไกํ จานวน 2 แหํง 4. ร๎านขายของชา จานวน 52 แหํง 5. ร๎านเสริมสวย จานวน 7 แหํง 6. ร๎านซํอมจักรยานยนต์ จานวน 5 แหํง 7. ปั๊มน้ามันหลอดแก๎ว จานวน 4 แหํง 8. ปั๊มแก๏ส จานวน 1 แหํง 9. โรงแรม (เกสเฮาส์) จานวน 6 แหํง
  • 64.
    43 2.4.8 สภาพทางสังคม 1. การศึกษา 1.โรงเรียนวัดน้ารอบ ตั้งอยูํหมูํที่ 1 2. โรงเรียนวัดทุํงแย๎ ตั้งอยูํหมูํที่ 2 (ขยายโอกาสทางการศึกษาถึงมัธยมปีที่ 3) 3. โรงเรียนวัดหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 3 4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกํอนวัยเรียน ในสังกัด อบต.ไชยมนตรี จานวน 1 แหํง ตั้งอยูํหมูํที่ 1 5. วิทยาลัย เอกชน จานวน 1 แหํง ตั้งอยูํหมูํที่ 1 2. สถาบันและองค์กรทางศาสนา วัด 3 แหํง ได๎แกํ 1. วัดน้ารอบ ตั้งอยูํหมูํที่ 1 2. วัดพระเขียน ตั้งอยูํหมูํที่ 1 3. วัดหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 3 3. สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ จานวน 1 แหํง คือ โรงพยาบาลสํงเสริม สุขภาพตาบลบ๎านหนองบัว ตั้งอยูํหมูํที่ 4 4. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 1. ศูนย์อาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพลเรือน ตั้งอยูํหมูํที่ 3 (หน๎าที่ทาการองค์การ บริหารสํวนตาบลไชยมนตรี มีสมาชิกอปพร. จานวน 38 คน 2. ศูนย์ ชรบ.ตาบลไชยมนตรี ตั้งอยูํหมูํที่ 4 5. การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เรือท๎องแบนพร๎อมเครื่องยนต์ จานวน 2 ลา 6. การกาจัดขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูล รถยนต์บรรทุกขยะมูลฝอย ขนาดความจุ 5 ลูกบาศก์เมตร จานวน 1 คัน 7. สถานที่ราชการอื่น จานวน 1 แหํง คือ ศูนย์บริการและถํายทอดเทคโนโลยีการ เกษตร ตั้งอยูํหมูํที่ 5 2.4.9 การบริการขั้นพื้นฐาน 1. การคมนาคม ตาบลไชยมนตรี มีทางหลวงหมายเลข 4103 ผํานตอนกลางตาบล ในหมูํที่ 1 และหมูํที่ 5 และมีเส๎นทางการคมนาคมเข๎าสูํหมูํบ๎านตํางๆ แยกเป็นถนน ดังนี้ ถนนคอน- กรีตเสริมเหล็ก ถนนแอสฟัลท์ติก คอนกรีตเสริมเหล็ก หินคลุก และถนนลาดยาง มีจานวน 4 สาย ได๎แกํ 1. ทางหลวง หมายเลข 4103 ผํานกลางตาบลในหมูํที่ 1 และหมูํที่ 5 2. ถนนลาดยางสายศาลาสังกะสี – นายออ หมูํที่ 3 ระยะทาง 2.5 กม. 3. ถนนลาดยางสายนาโพธิ์-มะมํวงขาว หมูํที่ 2 ระยะทาง 252 เมตร 4. ถนนลาดยางสายหนองบัว-นาโพธิ์ หมูที่ 5 ระยะทาง 190 เมตร 2. การโทรคมนาคม 1. ที่ทาการไปรษณีย์ (อนุญาตเอกชน) จานวน 1 แหํง 2. ตู๎โทรศัพท์สาธารณะ จานวน 10 ตู๎ สถานที่ติดตั้ง
  • 65.
    44 3. แหล่งน้าธรรมชาติ 1. คลองจานวน 1 สาย คือ คลองทําดีไหลํผํานตอนกลางของตาบลทั้ง 5 หมูํบ๎าน 2. บึง หนอง และอื่นๆ จานวน 15 แหํง 3. บึงเก็บน้าเอกชน จานวน 2 แหํง (หมูํที่ 3 และหมูํที่ 5 ) 4. แหล่งน้าที่สร้างขึ้น 1. คลองสํงน้าชลประทาน จานวน 2 สาย ได๎แกํ คลองชลประทานเสาธง คลองชลประทานทําดี 2. ประปาหมูํบ๎าน จานวน 1 แหํง ได๎แกํ ประปาบ๎านน้าพุ หมูํที่ 4 3. ประปาองค์การบริหารสํวนตาบลไชยมนตรี (เชื่อมตํอประปาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช) 2.4.10 รางวัลที่ได้รับ 1. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่ผํานเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานบริหาร จัดการ โครงการประเมินองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจาปี 2548 จาก กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 2. รางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนําอยูํดีเดํน ระดับอาเภอ จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549 3. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ประจาปี 2550 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น รํวมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 และได๎รับเงินรางวัล หนึ่งล๎านบาท 4. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นดีเดํน จาก นิตยสารเส๎นทางไทย เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 5. รางวัลองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ประจาปี 2552 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น รํวมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 และได๎รับเงินรางวัล หนึ่งล๎านบาท 6. รางวัลศูนย์อปพร. ดีเดํน ประจาปี 2552 จาก ศูนย์อาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพล เรือน จังหวัดนครศรีธรรมราช 7. รางวัลนวัตกรรมท๎องถิ่นไทย ครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการใน ชุมชน จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให๎แกํองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553 8. รางวัลตาบลต๎นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จาก กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 9. รางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเดํนตามหลักธรรมาภิบาลในเรื่อง การอานวยความ สะดวกให๎แกํประชาชนที่มาติดตํอราชการ พ.ศ.2554 จาก คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัด นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และได๎รับเงินรางวัล สองแสนบาท
  • 66.
    45 10. รางวัล อันดับที่1 ประเภทการดาเนินกิจกรรมโครงการรณรงค์ “เข๎าพรรษา ลดเสี่ยง สร๎างบุญ” ประจาปี 2558 จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และได๎รับเงินรางวัล หนึ่งหมื่นบาท 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง ผู๎วิจัยได๎ศึกษางานวิจัยของหลายทํานที่มีความเกี่ยวข๎องกัน ซึ่งนามา ศึกษาไว๎หลายเรื่องด๎วยกัน ได๎แกํ ชญานิศฐ์ รักแจ้ง (2554, หน๎า 120) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง การให๎บริการของสานักงาน ประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งดาเนินการโดย วิธีวิจัยเชิงสารวจกับกลุํมตัวอยํางที่เป็นผู๎ประกันตนที่มาใช๎บริการ ณ หนํวยงานสานักงาน ประกันสังคมเขตพื้นที่ 5 และสานักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 10 ผลการวิจัยพบวํา การให๎บริการ ของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร โดยรวมอยูํในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด๎าน ได๎แกํ ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา และด๎านสมานัตตตา พบวํา ผู๎ประกันตนมีทัศนะอยูํในระดับปานกลาง และผลการเปรียบเทียบการ ให๎บริการของสานักงานประกันสังคม ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขต กรุงเทพมหานคร จาแนกตามปัจจัยสํวนบุคคล ได๎แกํ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช๎ บริการ พบวํา ผู๎ประกันตนที่มีอาชีพตํางกัน มีทัศนะตํอการให๎บริการของสานักงานประกันสังคมตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร แตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 สํวนผู๎ประกันตนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช๎บริการตํางกัน มีทัศนะตํอการให๎บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู๎ประกันตน เขตกรุงเทพมหานคร ไมํแตกตํางกัน พรกมล ชูนุกูลพงษ์ (2554, หน๎า 88) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง การให๎บริการประชาชนตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งดาเนินการโดยวิธีวิจัยเชิงสารวจกับกลุํม ตัวอยํางที่เป็นประชาชนที่มาใช๎บริการที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผลการวิจัยพบวํา การ ให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยรวมอยูํในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน พบวํา มีความคิดเห็นตํอการให๎บริการอยูํในระดับมาก ตามลาดับ คือ ด๎านทาน ด๎านสมานัตตตา ด๎านปิยวาจา และด๎านอัตถจริยา และผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นตํอ การให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจาแนกตาม ปัจจัยสํวนบุคคล พบวําปัจจัยที่ทาให๎ประชาชนมีความคิดเห็นไมํแตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ได๎แกํ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได๎ตํอเดือน และประสบการณ์ให๎บริการ พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554, หน๎า 97-99) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึง พอใจของประชาชนตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบวํา ประชาชนมีความ พึงพอใจตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของวัดนครสวรรค์ในภาพรวมอยูํใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน พบวํา อยูํในระดับมากทุกด๎าน เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจ ของประชาชนตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบวํา ประชาชนที่มีเพศอายุ
  • 67.
    46 ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกตํางกัน มีความพึงพอใจตํอการให๎บริการของวัดนครสวรรค์โดย ภาพรวมไมํแตกตํางกัน พระสักชัยจิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี) (2554, หน๎า 123-124) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ ประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์ พบวํา ประชาชน มีความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์โดยมีภาพ รวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎านอยูํในระดับมากทุกด๎าน ผลการเปรียบเทียบความพึง พอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์ จาแนก ตามปัจจัยสํวนบุคคลโดยภาพรวมไมํแตกตํางกัน อนงค์นาฏ แก้วไพรฑูรย์ (2554, หน๎า 120-121) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ ประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของฝุายทะเบียนที่วําการอาเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ ผลการวิจัยพบวํา ความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของฝุายทะเบียนที่วําการอาเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด๎าน พบวํา ความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 มี่คําเฉลี่ย สูงสุดในด๎านสมานัตตตา มีคําเฉลี่ยต่าสุดในด๎านปิยวาจา เปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชน โดยจาแนกตามปัจจัยสํวนบุคคล พบวํา บุคคลที่มีเพศและระดับการศึกษาตํางกันมีความพึงพอใจตํอ การให๎บริการแตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สาหรับอายุ และอาชีพ มีความพึง พอใจไมํแตกตํางกัน พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา) (2555, หน๎า 104) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอ จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด ผลการวิจัยพบวํา การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในคัมภีร์ พระพุทธศาสนาเถรวาท สังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้าใจคน การผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน รู๎จักวางตนให๎เหมาะสมกับฐานะพูดแตํในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ละเว๎นความชั่วเป็นประโยชน์ในการดารงชีวิต มีจิตใจมั่นคง ไมํหวั่นไหว เปลี่ยนแปลงงํายและดารงตน ไว๎ไมํให๎ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับคนทั้งหลายอยํางเทําเทียมกัน รวมทั้งอยูํรํวมทุกข์รํวมสุข รํวมแก๎ไข ปัญหากับประชาชน การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบล จตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด เมื่อพิจารณาเป็นรายด๎าน อยูํในระดับมาก ทุกด๎าน ลาดับตามคําเฉลี่ยจากสูงไปหาต่า คือ ด๎านสมานัตตตา ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา แนวทางการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตร พิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร๎อยเอ็ด การนาหลักสังคหวัตถุธรรมมาปรับใช๎ในการปฏิบัติ หน๎าที่ให๎เหมาะสมกับสถานการณ์ และระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนใน ท๎องถิ่นตนเอง เพื่อให๎เกิดความรัก ความสามัคคีกัน สามารถแยกเป็นรายด๎านมีรายละเอียดดังนี้คือ ด๎านทาน คือ นาหลักเมตตาไปใช๎ในการปฏิบัติหน๎าที่ให๎มากขึ้น ด๎านปิยวาจา คือ พูดจากับประชาชน ด๎วยความสุภาพ จริงใจ และพร๎อมที่จะให๎บริการ ด๎านอัตถจริยา คือ ให๎การบริการประชาชนโดยไมํ มุํงหวังวําจะได๎รับผลตอบแทน สิ่งของหรือคาชมเชย และด๎านสมานัตตตา คือ ให๎บริการแกํประชาชน ทุกคนที่มาติดตํอราชการอยํางเทําเทียมกันและเป็นธรรม”
  • 68.
    47 พระครูวินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ)(2555, หน๎า 103) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง “ความพึง พอใจของประชาชนตํอการบริหารงานตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา” ผลการวิจัยพบวํา “การให๎บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยูํในระดับมาก 4 และเมื่อพิจารณารายละเอียดแตํละด๎าน พบวํา ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา ด๎านสมานัต ตตาอยูํในระดับมากเชํนเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบความเห็นของประชาชนตํอการบริหารงานตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา พบวํา ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได๎ และมีระยะเวลาที่อาศัยอยูํในตาบลบางกะไหที่ ตํางกัน มีความเห็นตํอการบริหารงานขององค์การบริหารสํวนตาบลบางกะไหโดยรวมไมํแตกตํางกัน ข๎อเสนอแนะจากประชาชนโดยรวมควรพัฒนาการบริหารงานให๎มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นโดยการพัฒนา ตัวบุคลากรและการเสริมสร๎างหลักคุณธรรมควรสํงเสริมการให๎บริการแกํประชาชนโดยยึดหลักสังคห วัตถุ 4 ควรสงเคราะห์ประชาชนอยํางเสมอภาคและเทําเทียมกันและไมํเลือกปฏิบัติ” พระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม (พีรมณีวงศ์) (2555, หน๎า 96) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง “ความ คิดเห็นของประชาชนตํอการให๎บริการขององค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่นตามหลักสังคหวัตถุ 4 : กรณีศึกษา องค์การบริหารสํวนตาบลในอาเภออุ๎มผาง จังหวัดตาก” ผลการวิจัยพบวํา “ความคิดเห็น ของประชาชนตํอการให๎บริการของเจ๎าหน๎าที่ในองค์การบริหารสํวนตาบลตามหลักสังคหวัตถุ 4 คือ ด๎านทาน ด๎าน ปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา และสมานัตตตา พบวํา ประชาชนมีความคิดเห็นตํอการ ให๎บริการของเจ๎าหน๎าที่โดยภาพรวมและรายด๎านอยูํในระดับปานกลางทุกด๎าน ข๎อเสนอแนะสาหรับ การนาผลการวิจัยไปใช๎ จากผลการวิจัยผู๎วิจัยมีข๎อเสนอแนะซึ่งเป็นแนวทางในการยกระดับความ คิดเห็นในการให๎บริการประชาชน ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ดังนี้ 1) ในการให๎ความคิดเห็นของประชาชน ควรมีการพัฒนาด๎านการบริการอยํางไมํหยุดยั้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให๎ดียิ่งขึ้น 2) เจ๎าหน๎าที่มีการแสดงออกที่เป็นมิตรและจริงใจ มีความยืดหยุํนในการให๎บริการ 3) ในการให๎ความ คิดเห็นของประชาชนควรมีการเน๎นการบริการที่สามารถนามาซึ่งความพึงพอใจแกํผู๎รับและสํงผล ย๎อนกลับไปยังผู๎ให๎บริการ โดยทาให๎รู๎สึกวําการได๎ชํวยเหลือผู๎อื่นเป็นสิ่งที่มีคุณคํา 4)ในการให๎ความ คิดเห็นของประชาชนควรมีการยึดหลักสังคหวัตถุ 4 ในด๎านทาน โดยการเสียสละประโยชน์สุขของ ตนเองและยึดประโยชน์สุขของประชาชนที่มาใช๎บริการเป็นกิจหลัก 5) ในการให๎ความคิดเห็นของ ประชาชนควรมีการสนทนาและให๎คาชี้แนะแกํผู๎ที่มาใช๎บริการด๎วยปิยวาจา 6) ในการให๎บริการ ประชาชนควรมีการสงเคราะห์และอนุเคราะห์ในสิ่งที่กํอประโยชน์ให๎แกํประชาชนทุกคนอยํางเสมอ ภาคและเทําเทียมกัน อันเป็นการยึดตามหลัก อัตถจริยา 7) ในการให๎บริการประชาชนควรมีความ สม่าเสมอในการปฏิบัติหน๎าที่ หรือมีการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แกํผู๎อื่นด๎านการให๎บริการอยําง เสมอต๎นเสมอปลาย ถือเป็นการยึดตามหลักสมานัตตตา ซึ่งจะชํวยให๎ผู๎ปฏิบัติมีจิตใจหนักแนํน ไมํโลเล รวมทั้งเป็นการสร๎างความนิยมและไว๎วางใจให๎แกํผู๎อื่นอีกด๎วย” พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ (แก้วบุดดี) (2556, หน๎า 94) ได๎ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจ ของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม อาเภอ หนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน โดยผลการการวิจัยพบวํา ระดับความพึงพอใจของประชาชนตํอการ ให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ในภาพรวมอยูํในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแตํละด๎าน พบวําอยูํใน
  • 69.
    48 ระดับมากทุกด๎าน คือ ด๎านอัตถจริยาด๎านสมานัตตตา ด๎านปิยวาจา และด๎านทาน ตามลาดับ และผล การเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหาร สํวนตาบลหนองไผํล๎อม อาเภอหนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน พบวํา ประชาชนที่มีระดับการศึกษา ตํางกันมีความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม อาเภอหนองสองห๎อง จังหวัดขอนแกํน แตกตํางกัน สํวนประชาชนที่มี เพศ อายุ และอาชีพตํางกัน มี ความพึงพอใจตํอการให๎บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารสํวนตาบลหนองไผํล๎อม จังหวัด ขอนแกํน ไมํแตกตํางกัน สรุปได๎วํา งานวิจัยที่เกี่ยวข๎องกับหลักสังคหวัตถุ 4 สํวนใหญํต๎องอาศัยหลักธรรมเข๎ามาชํวย ในการปฏิบัติงาน ประสานงานและการบริหารงาน เพื่อสร๎างความพึงพอใจและความประทับใจ และ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน 2.6 สรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู๎วิจัยได๎กาหนดกรอบ แนวทางการศึกษาตามบริบทของหลักสังคหวัตถุธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (2551, หน๎า 412) ซึ่งหมายถึง วิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยวน้าใจคนอื่นที่ยังไมํเคยรักใครํนับถืออยูํแล๎วให๎สนิทแนบ ยิ่งขึ้น มี 4 ประการ ซึ่งประกอบด๎วย ด๎านทาน ด๎านปิยวาจา ด๎านอัตถจริยา และด๎านสมานัตตตา โดย มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได๎ตํอเดือน เป็นตัวแปรที่เกี่ยวข๎องกับการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช๎ในการจัดสวัสดิการแกํสมาชิก สามารถแสดงเป็นแผนภูมิ ได๎ดังนี้ แผนภูมิที่ 2.1 แสดงสรุปกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย ปัจจัยส่วนบุคคล - เพศ - อายุ - ระดับการศึกษา - อาชีพ - รายได๎ตํอเดือน การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด๎วย 4 ด๎าน ดังนี้ - ด๎านทาน (การให๎) - ด๎านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) - ด๎านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) - ด๎านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) ตัวแปรอิสระตัวแปรอิสระ ตัวแปรตามตัวแปรตาม
  • 70.
    บทที่ 3 วิธีดาเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” เพื่อให้การวิจัยเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยดาเนินการโดยศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากร ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน ตามจานวนสมาชิกปจจจุบัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ของเคร็ซซี่และมอร์แกน (R.V.Krejcie & D.W.Morgan) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2553, หน้า 113) ได้กลุ่ม ตัวอย่างจานวน 341 คน และได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่า จริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05 3.2 เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง วิธีการสุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็น (Probability Sampling) เลือกใช้วิธีการสุ่มตามระดับชั้น (Stratified random sampling) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 101-102) โดยสุ่มหน่วยตัวอย่างบางหน่วยจากทุกระดับชั้น ซึ่งใช้วิธีการสุ่มแบบง่าย เนื่องจากแต่ละระดับชั้นมีความแตกต่างกัน จึงต้องสุ่มตัวอย่างในแต่ละระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน เป็น การสุ่มหน่วยตัวอย่างโดยที่ผู้วิจัยกาหนดจานวนตัวอย่างของแต่ละชั้นตามสัดส่วนของจานวนหน่วย ทั้งหมดในแต่ละระดับชั้นนั้น ต่อจานวนประชากรทั้งหมด คือ ชั้นใดมีจานวนมากก็สุ่มมามาก ชั้นใดมี จานวนน้อยก็สุ่มมาน้อยและผู้วิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วนจนครบตามที่ ต้องการ คือ จานวน 341 คน
  • 71.
    50 หมู่บ้าน ประชากร (คน)กลุ่มตัวอย่าง (คน) หมู่ที่ 1 บ้านพระเขียน 360 38 หมู่ที่ 2 บ้านโพธิ์ 830 88 หมู่ที่ 3 บ้านหนองบัว 771 81 หมู่ที่ 4 บ้านน้าพุ 561 59 หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งทิศพรม 709 75 รวม 3,231 341 ตารางที่ 3.1 แสดงจานวนประชากรและกลุ่มตัวอย่างของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นโดยครอบคลุมเนื้อหา เกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกาหนดกรอบแนวคิดในการสร้าง แบบสอบถามจากเนื้อหา ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องและครอบคลุมตรงตามสิ่งที่ต้องการวัด มากาหนดกรอบโดยมีรายละเอียดแบ่ง ได้เป็น 3 ตอน ดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 แบบสอบถามปจจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่แสดงความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนมีลักษณะเป็นแบบสารวจรายการ (Checklist) ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน การจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะคาถามเป็นคาถามแบบปลายปิด (Closed end) ให้เลือกตอบใน 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านทาน (การให้) 2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) 3. ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) 4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) และลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยมีเกณฑ์ การเลือกคาตอบแบบคาตอบเดียวจาก 5 ตัวเลือก โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนตามแนวคิดของลิเคอร์ท (Likert) (สาเริง จันทร์สุวรรณและสุวรรณ บัวทาน, 2547, หน้า 140) ให้ผู้ตอบทาเครื่องหมาย  ใน ช่องที่ตรงกับความรู้สึกว่าการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ต่อข้อความนั้นๆ ในระดับใด โดยกาหนด ระดับคะแนนตามระดับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในระดับใดระดับหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ โดยแต่ละระดับมีความหมายดังต่อไปนี้
  • 72.
    51 มีความคิดเห็นมากที่สุด ให้ 5คะแนน มีความคิดเห็นมาก ให้ 4 คะแนน มีความคิดเห็นปานกลาง ให้ 3 คะแนน ความคิดเห็นน้อยที่สุด ให้ 2 คะแนน มีความคิดเห็นน้อย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ยของกลุ่ม โดยแปลผลตามแบบมาตราส่วนประมาณค่าใน 5 ระดับ (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 331) ดังนี้ ค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.51 - 5.00 แปลความว่า มีความคิดเห็นมากที่สุด ค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.51 - 4.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นมาก ค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.51 - 3.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นปานกลาง ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.51 - 2.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นน้อย ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.00 - 1.50 แปลความว่า มีความคิดเห็นน้อยที่สุด ตอนที่ 3 แบบสอบถามข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปจญหา และแนวทางแก้ไขปจญหาการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีลักษณะคาถามแบบปลายเปิด (Open ended Question) เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ 3.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม (Questionnaires) ซึ่งมีขั้นตอนการสร้าง แบบสอบถามดังนี้ 3.4.1 กาหนดจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นกรอบการวิจัยและนาไปสร้างแบบสอบถาม 3.4.2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการ สร้างแบบสอบถามเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปจจจัยส่วนบุคคล และการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช 3.4.3 เขียนนิยามให้ครอบคลุมเนื้อหาในแต่ละลักษณะที่ต้องการวัด และสร้างแบบสอบถาม ให้ครอบคลุมขอบเขตการศึกษาวิจัย โดยการใช้คาถาม 2 ประเภท คือ แบบปลายปิด (Close– Ended) และแบบสอบถามปลายเปิด (Open-Ended) 3.4.4 นาเครื่องมือ คือ แบบสอบถาม ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสนออาจารย์ที่ปรึกษาสาร นิพนธ์ แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องและชัดเจน เหมาะสม ทั้งเนื้อหาสาระและการใช้ถ้อยคา สานวน ภาษาและนามาจัดทาเป็นแบบสอบถาม 3.4.5 นาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น และผ่านการเสนออาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบแล้ว ให้ ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความเที่ยงและครอบคลุมเชิงเนื้อหา (Content Validity) จานวน 3 ท่าน คือ 1) ดร.สุภาพ เต็มรัตน์ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขต ศรีธรรมาโศกราช
  • 73.
    52 2) พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์.ดรผู้อานวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ ศรีธรรมาโศกราช 3) นายยงยุทธ นาทะชัย ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี และเลขานุการ กองทุนสวัสดิการชุนชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นคัดเลือกข้อคาถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ได้ผลค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 3.4.6 นาแบบสอบถามที่ได้จากข้อ 3.4.5 ไปทาการทดลองใช้ (Try Out) กับสมาชิกกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลโพธิ์เสด็จ อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง จานวน 30 คน เพื่อวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ เพื่อหาความเชื่อมั่น ของแบบสอบถามโดยวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 205) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.877 3.4.7 นาแบบสอบถามไปปรับปรุงแก้ไข หลังจากที่ได้ทดลองใช้แล้ว เพื่อให้ได้แบบสอบถาม ที่สมบูรณ์และนาไปใช้ในการเก็บข้อมูลจากประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 3.5.1 นาหนังสือขอความร่วมมือในการทาสารนิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหา มกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช นาเรียนไปยังประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบล ไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขออนุญาตเก็บข้อมูล แจกแบบสอบถามและ กาหนดวันเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5.2 ผู้วิจัยได้ลงมือแจกแบบสอบถามแก่สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ละหมู่บ้านตามจานวนที่สุ่มตัวอย่างแบบวิธีการสุ่มตาม ระดับชั้น และผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจนครบทุกฉบับ โดยใช้เวลาเก็บข้อมูลจานวน 10 วัน 3.5.3 จากนั้นตรวจสอบข้อมูลและความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน ตามความต้องการและนาข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อไป 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อได้รับแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างแล้ว ผู้วิจัยทาการตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ ของข้อมูลทั้งหมด สร้างคู่มือลงรหัสและนาข้อมูลมาลงรหัส จากนั้นนาข้อมูลที่ลงรหัสเรียบร้อยแล้ว นาไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูปทางสถิติ โดยวิเคราะห์ ตามลาดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปจจจัยส่วนบุคคลของสมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างนามา วิเคราะห์โดยหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ การแจกแจงความถี่และการหาค่าร้อยละ (Percentages) ตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลของแบบสอบถามเกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
  • 74.
    53 นครศรีธรรมราช โดยนามาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยแปลผล ตามแบบมาตราส่วนประมาณค่าใน 5 ระดับ (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 331) และแปลความหมาย ของค่าเฉลี่ยของผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงของค่าเฉลี่ย ทั้งในภาพรวม รายด้านและรายข้อ แล้ว แปลผลตามเกณฑ์การวิเคราะห์ ตอนที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าความแตกต่าง ระหว่างปจจจัยส่วนบุคคลที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทดสอบ นัยสาคัญของความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มทดสอบโดยใช้สถิติ t–test สาหรับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2 กลุ่ม ทดสอบโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of variance) หรือ F–test และเมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติจะทดสอบความแตกต่าง ของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference) ตอนที่ 4 รวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปจญหาและแนวทางแก้ไขปจญหาการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และนาเสนอในรูปตารางประกอบคา บรรยาย 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสาเร็จรูป ดังนี้ 3.7.1 หาความสอดคล้องของคาถามกับวัตถุประสงค์ (Index of item objective congruence หรือ IOC) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 197) โดยใช้สูตร ดังนี้ N R =IOC ∑ เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับวัตถุประสงค์ ∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จานวนผู้เชี่ยวชาญ โดยกาหนดคะแนนสาหรับการพิจารณาข้อคาถามแต่ละข้อ ดังนี้ 1. ให้คะแนน + 1 หมายถึง ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นสอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ที่ ต้องการวัด 2. ให้คะแนน 0 หมายถึง ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนั้นสอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ที่ ต้องการวัด 3. ให้คะแนน - 1 หมายถึง ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามนั้นไม่สอดคล้องกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ ที่ต้องการวัด
  • 75.
    54 3.7.2 การหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา(Alpha - Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 205) โดยใช้สูตร ดังนี้        2 2 t i s s∑ ∝ -1 1-n n เมื่อ  แทน ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ n แทน จานวนข้อคาถาม 2 i S แทน ความแปรปรวนของคะแนนเป็นรายข้อ 2 t S แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ 3.7.3 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้หาค่าร้อยละ (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 217) โดยใช้สูตร ดังนี้ 3.7.4 การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 218) โดยใช้สูตร ดังนี้ n X X   เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง  X แทน ผลรวมของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จานวนข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง 3.7.5 การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 225) โดยใช้สูตร ดังนี้    1 .. 22      nn XXn DS มดจานวนทั้งห 100บเทียบองการเปรียจานวนที่ต้ ร้อยละ  
  • 76.
    55 เมื่อ ..DS แทนค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  2 x แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลังสอง   2  x แทน กาลังสองของผลรวมของคะแนน n แทน จานวนข้อมูล 3.7.6 การวิเคราะห์โดยหาค่า t – test (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 243) โดยใช้สูตร ดังนี้ เมื่อ 1 X แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1 2 X แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่ 2 2 1 S แทน ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างที่ 1 2 2 S แทน ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างที่ 2 1 n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างใน กลุ่มที่ 1 2 n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่าง ในกลุ่มที่ 2 3.7.7 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One – Way ANOVA) เป็นการทดสอบ ว่าเอฟ (F – test) เพื่อทดสอบความแปรปรวน 2 ตัว คือ ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม กับความ แปรปรวนภายในกลุ่มว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด เป็นกี่เท่าของกัน (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2554, หน้า 246-247) โดยใช้สูตร ดังนี้ F = w b MS MS เมื่อ F แทน ค่าการแจกแจงของ F b MS แทน ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม w MS แทน ความแปรปรวนภายในกลุ่ม 2 2 2 1 2 1 2 1 n s n s xx t   
  • 77.
    บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาวิจัย เรื่องการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยได้นาเสนอผล การวิเคราะห์ข้อมูลตามลาดับ ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้สัญลักษณ์ทางสถิติดังต่อไปนี้ คือ X แทน ค่าเฉลี่ย (Mean) S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่าง t แทน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม Z-distribution F แทน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 กลุ่ม F-distribution SS แทน ผลรวมกาลังสองของคะแนน MS แทน ค่าเฉลี่ยของผลรวมกาลังสองของคะแนน Df แทน ชั้นแห่งความเป็นอิสระ (Degree of freedom) Sig แทน ค่าที่น้อยที่สุดของระดับความมีนัยสาคัญของข้อมูล * แทน ค่านัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4.2 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิก จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อ เดือน ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
  • 78.
    57 นครศรีธรรมราช ของสมาชิก จาแนกตามเพศอายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ตอนที่ 5 รวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 4.1 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามเพศ เพศ จานวน ร้อยละ ชาย หญิง 103 238 30.21 69.79 รวม 341 100.00 จากตารางที่ 4.1 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง จานวนทั้งสิ้น 238 คน คิดเป็นร้อยละ 69.79 ส่วนเพศชาย จานวนทั้งสิ้น 103 คน คิดเป็นร้อยละ 30.21 ตารางที่ 4.2 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอายุ อายุ จานวน ร้อยละ 18 - 30 ปี 31 - 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 18.77 35.78 45.45 รวม 341 100.00 จากตารางที่ 4.2 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จานวน ทั้งสิ้น 155 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีอายุ 31 -50 ปี จานวนทั้งสิ้น 122 คน คิดเป็นร้อยละ 35.78 และมีอายุ 18 - 30 ปี จานวนทั้งสิ้น 64 คน คิดเป็นร้อยละ 18.77
  • 79.
    58 ตารางที่ 4.3 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจาแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จานวน ร้อยละ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 20.23 58.65 19.65 1.47 รวม 341 100.00 จากตารางที่ 4.3 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับ มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวนทั้งสิ้น 200 คน คิดเป็นร้อยละ 58.65 มีระดับการศึกษาอยู่ใน ระดับประถมศึกษา จานวนทั้งสิ้น 69 คน คิดเป็นร้อยละ 20.23 มีระดับการศึกษาในระดับ ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 67 คน คิดเป็นร้อยละ 19.65 และมีระดับการศึกษาในระดับสูงกว่า ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47 ตารางที่ 4.4 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามอาชีพ อาชีพ จานวน ร้อยละ เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 46.92 34.31 10.26 8.51 รวม 341 100.00 จากตารางที่ 4.4 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกรหรือรับจ้าง ทั่วไป จานวนทั้งสิ้น 160 คน คิดเป็นร้อยละ 46.92 มีอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว จานวนทั้งสิ้น 117 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 มีอาชีพพนักงานบริษัท จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 10.26 และมี อาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จานวนทั้งสิ้น 29 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51
  • 80.
    59 ตารางที่ 4.5 แสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจาแนกตามรายได้ต่อเดือน รายได้ต่อเดือน จานวน ร้อยละ 3,000 – 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,000 บาทขึ้นไป 75 234 32 22.00 68.62 9.38 รวม 341 100.00 จากตารางที่ 4.5 พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 234 คน คิดเป็นร้อยละ 68.62 มีรายได้ต่อเดือน 3,000 – 5,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 75 คน คิดเป็นร้อยละ 22.00 และรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป จานวนทั้งสิ้น 32 คน คิดเป็นร้อยละ 9.38
  • 81.
    60 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม หลักสังคหวัตถุธรรม ระดับความคิดเห็น X S.D. แปลผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.37 4.37 4.36 4.39 0.34 0.38 0.37 0.37 มาก มาก มาก มาก รวม 4.37 0.23 มาก จากตารางที่ 4.6 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ย สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 82.
    61 ตารางที่ 4.7 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิก ที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ด้านทาน ระดับความคิดเห็น X S.D. แปลผล 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด สวัสดิการสาหรับสมาชิก 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้า มาเป็นสมาชิกอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิก เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์ แก่กลุ่มองค์กรต่างๆ ในชุมชน 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือของ สมาชิกอย่างทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ 4.39 4.37 4.31 4.37 4.38 0.66 0.67 0.76 0.64 0.63 มาก มาก มาก มาก มาก รวม 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.7 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 1 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ ชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสาหรับสมาชิก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 5 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือของสมาชิกอย่างทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ ส่วนข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิกเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 83.
    62 ตารางที่ 4.8 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ด้านปิยวาจา ระดับความคิดเห็น X S.D. แปลผล 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารของ สมาชิกด้วยถ้อยคาที่สุภาพ 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมี ความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียม กัน 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและ ผลประโยชน์ของสมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการ เข้าใจ 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความ จริงใจกับสมาชิก 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรัก สามัคคีในกองทุน 4.38 4.39 4.41 4.34 4.30 0.63 0.66 0.73 0.71 0.74 มาก มาก มาก มาก มาก รวม 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.8 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ ชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์ของสมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 2 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ กองทุนอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนข้อ 5 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี ในกองทุน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 84.
    63 ตารางที่ 4.9 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ด้านอัตถจริยา ระดับความคิดเห็น X S.D. แปลผล 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและ ผลประโยชน์ของสมาชิกโดยไม่ปิดบัง 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรใน ชุมชนด้วยความเต็มใจ 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิด ประโยชน์ของสมาชิก 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและ ผลประโยชน์จากภายนอกให้ของสมาชิก 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้ กาหนดไว้ในกฎระเบียบ 4.35 4.44 4.24 4.43 4.37 0.70 0.65 0.72 0.67 0.67 มาก มาก มาก มาก มาก รวม 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.9 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 2 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ ชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วยความเต็มใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 4 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและผลประโยชน์จากภายนอกให้ของสมาชิก ส่วนข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์ของสมาชิก มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 85.
    64 ตารางที่ 4.10 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน สมานัตตตา ด้านสมานัตตตา ระดับความคิดเห็น X S.D. แปลผล 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติของสมาชิกอย่าง เท่าเทียมและเสมอภาค 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ ฐานะของตน 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ ให้บริการของสมาชิก 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับ สมาชิกไม่เย่อหยิ่งถือตน 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของ กองทุนอย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอ 4.43 4.35 4.32 4.46 4.38 0.65 0.70 0.67 0.63 0.68 มาก มาก มาก มาก มาก รวม 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.10 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย พบว่า ข้อ 4 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ ชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่เย่อหยิ่งถือตน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ข้อ 1 ที่ว่า กองทุน สวัสดิการชุมชนให้เกียรติของสมาชิกอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ส่วนข้อ 3 ที่ว่า กองทุนสวัสดิการ ชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ให้บริการของสมาชิก มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 86.
    65 ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ต่อเดือน ตารางที่ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามเพศ หลักสังคหวัตถุธรรม ระดับความคิดเห็น เพศชาย เพศหญิง X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.36 4.31 4.36 4.37 0.33 0.41 0.41 0.36 มาก มาก มาก มาก 4.37 4.39 4.37 4.40 0.35 0.37 0.36 0.37 มาก มาก มาก มาก รวม 4.35 0.24 มาก 4.38 0.22 มาก จากตารางที่ 4.11 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามเพศ เพศชายและเพศหญิง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย เพศชาย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ เพศหญิง พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 87.
    66 ตารางที่ 4.12 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอายุ หลักสังคหวัตถุ ธรรม ระดับความคิดเห็น อายุ 18 - 30 ปี อายุ 31 - 50 ปี อายุ 50 ปีขึ้นไป X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.36 4.39 4.41 4.36 0.33 0.36 0.35 0.40 มาก มาก มาก มาก 4.36 4.37 4.35 4.40 0.35 0.41 0.37 0.34 มาก มาก มาก มาก 4.37 4.35 4.36 4.39 0.35 0.37 0.39 0.38 มาก มาก มาก มาก รวม 4.38 0.24 มาก 4.37 0.23 มาก 4.37 0.22 มาก จากตารางที่ 4.12 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามอายุ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อายุ 18 -30 ปี พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อายุ 31 – 50 ปี พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วน ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อายุ 50 ปีขึ้น พบว่า ด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้าน ปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 88.
    ตารางที่ 4.13 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามระดับการศึกษา หลักสังคหวัตถุธรรม ระดับความคิดเห็น ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่า ระดับปริญญาตรี ระดับสูงกว่าปริญญาตรี X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.34 4.46 4.35 4.43 0.38 0.37 0.37 0.35 มาก มาก มาก มาก 4.38 4.35 4.37 4.38 0.33 0.39 0.38 0.37 มาก มาก มาก มาก 4.34 4.33 4.37 4.39 0.33 0.39 0.39 0.36 มาก มาก มาก มาก 4.32 4.24 4.32 4.20 0.52 0.22 0.30 0.58 มาก มาก มาก มาก รวม 4.40 0.22 มาก 4.37 0.23 มาก 4.35 0.23 มาก 4.27 0.22 มาก จากตารางที่ 4.13 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย ระดับประถมศึกษา พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้าน ทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับปริญญาตรี พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับสูงกว่าปริญญาตรี พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 89.
    ตารางที่ 4.14 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอาชีพ หลักสังคหวัตถุธรรม ระดับความคิดเห็น อาชีพเกษตรกรหรือรับจ้าง ทั่วไป อาชีพค้าขายหรือธุรกิจ ส่วนตัว อาชีพพนักงานบริษัท อาชีพรับราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.38 4.35 4.42 4.40 0.32 0.39 0.35 0.35 มาก มาก มาก มาก 4.34 4.42 4.33 4.38 0.37 0.37 0.38 0.38 มาก มาก มาก มาก 4.35 4.22 4.30 4.34 0.34 0.42 0.41 0.44 มาก มาก มาก มาก 4.41 4.37 4.28 4.44 0.33 0.36 0.42 0.32 มาก มาก มาก มาก รวม 4.39 0.22 มาก 4.37 0.23 มาก 4.30 0.26 มาก 4.37 0.24 มาก จากตารางที่ 4.14 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามอาชีพ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอาชีพ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อาชีพเกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตต ตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพพนักงานบริษัท พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 90.
    69 ตารางที่ 4.15 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามรายได้ต่อเดือน หลักสังคหวัตถุ ธรรม ระดับความคิดเห็น รายได้ต่อเดือน 3,000 - 5,000 บาท รายได้ต่อเดือน 5,001 - 10,000 บาท รายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป X S.D. แปล ผล X S.D. แปล ผล X S.D. แปล ผล 1. ด้านทาน 2. ด้านปิยวาจา 3. ด้านอัตถจริยา 4. ด้านสมานัตตตา 4.31 4.32 4.35 4.37 0.36 0.37 0.38 0.38 มาก มาก มาก มาก 4.37 4.38 4.37 4.40 0.34 0.39 0.38 0.37 มาก มาก มาก มาก 4.44 4.35 4.39 4.35 0.29 0.38 0.30 0.30 มาก มาก มาก มาก รวม 4.34 0.24 มาก 4.38 0.23 มาก 4.38 0.20 มาก จากตารางที่ 4.15 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จาแนกตามรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของรายได้ ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย รายได้ต่อเดือน 3,000 – 5,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ รายได้ต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ รายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถ- จริยา ส่วนด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ
  • 91.
    70 ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับ การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ตารางที่ 4.16 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. แปลผล ชาย หญิง 103 238 4.35 4.38 0.24 0.22 มาก มาก รวม 341 4.37 0.23 มาก จากตารางที่ 4.16 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศ หญิง อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.17 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. t Sig ชาย หญิง 103 238 4.35 4.38 0.24 0.22 -1.125 0.261 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.17 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 92.
    71 ตารางที่ 4.18 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. แปลผล ชาย หญิง 103 238 4.36 4.37 0.33 0.35 มาก มาก รวม 341 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.18 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน ระดับ มาก ตารางที่ 4.19 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. t Sig ชาย หญิง 103 238 4.36 4.37 0.33 0.35 -0.219 0.827 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.19 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 93.
    72 ตารางที่ 4.20 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย- วาจา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. แปลผล ชาย หญิง 103 238 4.31 4.39 0.41 0.37 มาก มาก รวม 341 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.20 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน ระดับมาก ตารางที่ 4.21 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. t Sig ชาย หญิง 103 238 4.31 4.39 0.41 0.37 -1.676 0.095 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.21 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 94.
    73 ตารางที่ 4.22 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ จริยา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. แปลผล ชาย หญิง 103 238 4.36 4.37 0.41 0.36 มาก มาก รวม 341 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.22 สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน ระดับมาก ตารางที่ 4.23 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. t Sig ชาย หญิง 103 238 4.36 4.37 0.41 0.36 -0.162 0.871 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.23 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 95.
    74 ตารางที่ 4.24 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา- นัตตตา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. แปลผล ชาย หญิง 103 238 4.37 4.40 0.36 0.37 มาก มาก รวม 341 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.24 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า เพศชายและเพศหญิง อยู่ใน ระดับมาก ตารางที่ 4.25 แสดงผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีเพศต่างกัน เพศ n X S.D. t Sig ชาย หญิง 103 238 4.37 4.40 0.36 0.37 -0.679 0.498 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.25 พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 96.
    75 ตารางที่ 4.26 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอายุต่างกัน อายุ n X S.D. แปลผล 18 – 30 ปี 31 – 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 4.38 4.37 4.37 0.24 0.23 0.22 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.22 มาก จากตารางที่ 4.26 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอายุ ต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.007 17.681 2 338 0.003 0.052 0.066 0.936 รวม 17.688 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.27 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 97.
    76 ตารางที่ 4.28 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุต่างกัน อายุ n X S.D. แปลผล 18 – 30 ปี 31 – 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 4.36 4.36 4.37 0.33 0.35 0.35 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.28 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.29 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอายุ ต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.022 39.850 2 338 0.011 0.118 0.094 0.910 รวม 39.872 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.29 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 98.
    77 ตารางที่ 4.30 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย- วาจา ที่มีอายุต่างกัน อายุ n X S.D. แปลผล 18 – 30 ปี 31 – 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 4.39 4.37 4.35 0.36 0.41 0.37 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.30 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.31 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอายุต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.063 49.969 2 338 0.031 0.148 0.213 0.808 รวม 50.032 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.31 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 99.
    78 ตารางที่ 4.32 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ จริยา ที่มีอายุต่างกัน อายุ n X S.D. แปลผล 18 – 30 ปี 31 – 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 4.41 4.35 4.36 0.35 0.37 0.39 มาก มาก มาก รวม 341 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.32 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.33 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอายุต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.165 47.518 2 338 0.083 0.141 0.588 0.556 รวม 47.684 340 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.33 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 100.
    79 ตารางที่ 4.34 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา- นัตตตา ที่มีอายุต่างกัน อายุ n X S.D. แปลผล 18 – 30 ปี 31 – 50 ปี 50 ปีขึ้นไป 64 122 155 4.36 4.40 4.39 0.40 0.34 0.38 มาก มาก มาก รวม 341 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.34 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.35 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอายุต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.070 45.652 2 338 0.035 0.135 0.258 0.772 รวม 45.722 340 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.35 พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 101.
    80 ตารางที่ 4.36 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 4.40 4.37 4.35 4.27 0.22 0.23 0.23 0.22 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.23 มาก จากตารางที่ 4.36 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วง ของระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.37 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.111 17.577 3 337 0.037 0.052 0.711 0.546 รวม 17.688 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.37 พบว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
  • 102.
    81 ตารางที่ 4.38 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 4.34 4.38 4.34 4.32 0.38 0.33 0.33 0.52 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.38 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ การศึกษา อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.39 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.170 39.702 3 337 0.057 0.118 0.481 0.696 รวม 39.872 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.39 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 103.
    82 ตารางที่ 4.40 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย- วาจา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 4.46 4.35 4.33 4.24 0.37 0.39 0.39 0.22 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.40 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ การศึกษา อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.41 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.906 49.126 3 337 0.302 0.146 2.072 0.104 รวม 50.032 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.41 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 104.
    83 ตารางที่ 4.42 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ จริยา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 4.35 4.37 4.37 4.32 0.37 0.38 0.39 0.30 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.42 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ การศึกษา อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.43 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.036 47.648 3 337 0.012 0.141 0.084 0.969 รวม 47.684 340 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.43 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 105.
    84 ตารางที่ 4.44 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา- นัตตตา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ระดับการศึกษา n X S.D. แปลผล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 69 200 67 5 4.43 4.38 4.39 4.20 0.35 0.37 0.36 0.58 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.44 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ทุกช่วงของระดับ การศึกษา อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.45 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.300 45.422 3 337 0.100 0.135 0.741 0.528 รวม 45.722 340 *แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.45 สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 106.
    85 ตารางที่ 4.46 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพต่างกัน อาชีพ n X S.D. แปลผล เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 4.39 4.37 4.30 4.37 0.22 0.23 0.26 0.24 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.23 มาก จากตารางที่ 4.46 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.47 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีอาชีพ ต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.207 17.481 3 337 0.069 0.052 1.331 0.264 รวม 17.688 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.47 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 107.
    86 ตารางที่ 4.48 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพต่างกัน อาชีพ n X S.D. แปลผล เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 4.38 4.34 4.35 4.41 0.32 0.37 0.34 0.33 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.48 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.49 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีอาชีพ ต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.197 39.675 3 337 0.066 0.118 0.557 0.644 รวม 39.872 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.49 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 108.
    87 ตารางที่ 4.50 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย- วาจา ที่มีอาชีพต่างกัน อาชีพ n X S.D. แปลผล เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 4.35 4.42 4.22 4.37 0.39 0.37 0.42 0.36 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.50 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.51 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีอาชีพต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 1.134 48.898 3 337 0.378 0.145 2.604 0.052 รวม 50.032 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.51 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 109.
    88 ตารางที่ 4.52 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถ จริยา ที่มีอาชีพต่างกัน อาชีพ n X S.D. แปลผล เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 4.42 4.33 4.30 4.28 0.35 0.38 0.41 0.42 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.52 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.53 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีอาชีพต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.984 46.700 3 337 0.328 0.139 2.367 0.071 รวม 47.684 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.53 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 110.
    89 ตารางที่ 4.54 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา- นัตตตา ที่มีอาชีพต่างกัน อาชีพ n X S.D. แปลผล เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 160 117 35 29 4.40 4.38 4.34 4.44 0.35 0.38 0.44 0.32 มาก มาก มาก มาก รวม 341 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.54 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามอาชีพ พบว่า ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.55 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีอาชีพต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.176 45.546 3 337 0.59 0.135 0.434 0.728 รวม 45.722 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.55 พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 111.
    90 ตารางที่ 4.56 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล 3,000 - 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,000 บาท ขึ้นไป 75 234 32 4.34 4.38 4.38 0.24 0.23 0.20 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.23 มาก จากตารางที่ 4.56 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วง ของรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.57 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ที่มีรายได้ ต่อเดือนต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.119 17.569 2 338 0.059 0.052 1.140 0.321 รวม 17.688 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.57 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
  • 112.
    91 ตารางที่ 4.58 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล 3,000 - 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,000 บาท ขึ้นไป 75 234 32 4.31 4.37 4.44 0.36 0.34 0.29 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.34 มาก จากตารางที่ 4.58 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้ ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.59 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ที่มีรายได้ ต่อเดือนต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.417 39.454 2 338 0.209 0.117 1.788 0.169 รวม 39.872 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.59 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทาน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  • 113.
    92 ตารางที่ 4.60 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิย- วาจา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล 3,000 - 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,000 บาท ขึ้นไป 75 234 32 4.32 4.38 4.35 0.37 0.39 0.38 มาก มาก มาก รวม 341 4.37 0.38 มาก จากตารางที่ 4.60 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้ ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.61 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.253 49.779 3 338 0.126 0.147 0.858 0.425 รวม 50.032 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.61 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านปิยวาจา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
  • 114.
    93 ตารางที่ 4.62 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้าน อัตถจริยา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล 3,000 - 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,000 บาท ขึ้นไป 75 234 32 4.35 4.37 4.39 0.38 0.38 0.30 มาก มาก มาก รวม 341 4.36 0.37 มาก จากตารางที่ 4.62 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้ ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.63 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.035 47.649 2 338 0.017 0.141 0.123 0.885 รวม 47.684 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.63 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านอัตถจริยา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
  • 115.
    94 ตารางที่ 4.64 แสดงค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมา- นัตตตา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน รายได้ต่อเดือน n X S.D. แปลผล 3,000 - 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,000 บาท ขึ้นไป 75 234 32 4.37 4.40 4.35 0.38 0.37 0.30 มาก มาก มาก รวม 341 4.39 0.37 มาก จากตารางที่ 4.64 พบว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า ทุกช่วงของรายได้ ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ตารางที่ 4.65 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการ นาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม 0.119 45.603 2 338 0.060 0.135 0.443 0.643 รวม 45.722 340 *แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 4.65 พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
  • 116.
    95 ตอนที่ 5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตารางที่ 4.66 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลาดับที่ ปัญหา ความถี่ 1. 2. 3. 1. ด้านทาน สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ ของสมาชิกในปัจจุบันไม่มากนัก กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุน สวัสดิการชุนชนไม่มากนัก กองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก ไม่มากนัก ทาให้หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกเข้ามาให้ความยังไม่มากนัก 23 17 10 รวม 50 1. 2. 2. ด้านปิยวาจา ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ แสดงการเกียรติ ซึ่งกันและกันไม่มากนักและบางครั้งใช้คาพูดกับผู้สูงอายุยังไม่เหมาะสมมากนัก ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและ แสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนาไม่มากนัก 26 8 รวม 34 1. 2. 3. ด้านอัตถจริยา กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการ ให้กับสมาชิก กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการ ให้บริการต่างๆ 22 7 รวม 29 1. 2. 4. ด้านสมานัตตตา กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งวางตัวไม่เป็นกลางเท่าที่ควร และยังมีการรับฟัง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มากนัก กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติต่อสมาชิกด้วยความเท่าเทียมกันไม่มากนัก 17 15 รวม 32
  • 117.
    96 จากตารางที่ 4.66 พบว่าสมาชิกได้เสนอแนะปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช มากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ สวัสดิการของกองทุนในปัจจุบันเหมาะสมกับสภาพ เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบันไม่มากนัก กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุนชนไม่มากนัก และกองทุนสวัสดิการ ชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกไม่มากนัก ทาให้หน่วยงานหรือองค์กร ภายนอกเข้ามาให้ความยังไม่มากนัก รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ได้แก่ ในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการ การชุมชนพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ แสดงการเกียรติซึ่งกันและกันไม่มากนักและบางครั้งใช้คาพูดกับ ผู้สูงอายุยังไม่เหมาะสมมากนัก และในบางโอกาสกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการพูดจาด้วยอารมณ์ ฉุนเฉียวและแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนาไม่มากนัก น้อยที่สุด คือ ด้านอัตถจริยา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและ กองทุนสวัสดิการชุมชนบางครั้งยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการให้บริการต่างๆ
  • 118.
    97 ตารางที่ 4.67 แสดงค่าความถี่ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลาดับที่ แนวทางแก้ไข ความถี่ 1. 2. 3. 1. ด้านทาน ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางในการจัด สวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควรมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่าน หลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ (Line) , Facebook ของกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชน ควรมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรม หรือการให้ความรู้ที่สามารถนามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการ ชุมชน 22 13 8 รวม 43 1. 2. 2. ด้านปิยวาจา กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และใช้คาพูดที่สุภาพกับผู้สูงอายุ รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้ ผู้สูงอายุเข้าใจง่าย กองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่ พึงพอใจในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อนเสมอ 23 5 รวม 28 1. 2. 3. ด้านอัตถจริยา ควรมีการจัดอบรมหรือมีการสรุปกฎระเบียบของการจัดสวัสดิการให้กับกองทุน สวัสดิการให้มีความชัดเจน ถูกต้องและแม่นยา กองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม การให้บริการต่างๆ ควรให้ด้วยความจริงใจ 20 6 รวม 26 1. 2. 4. ด้านสมานัตตตา กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็นกลาง และรับฟังความคิดเห็นในทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น กองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน อย่างเสมอต้น เสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ 15 10 รวม 25
  • 119.
    98 จากตารางที่ 4.67 พบว่าสมาชิกได้เสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มากที่สุด คือ ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิก เพื่อวางแนวทางในการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน,ควรมีการ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านหลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ (Line) , Facebook ของกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชน และควรมีการ ขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรมหรือการให้ความรู้ที่สามารถ นามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการชุมชน รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ได้แก่ กองทุน สวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และใช้คาพูดที่สุภาพกับผู้สูงอายุ รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้ผู้สูงอายุเข้าใจง่ายและกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจา ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความ เหมาะสมก่อนเสมอ น้อยที่สุด คือ ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็น กลาง และรับฟังความคิดเห็นในทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิก อย่างเท่าเทียมกัน อย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ
  • 120.
    บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” นั้น ผู้วิจัยขอนาเสนอ วัตถุประสงค์ของการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิจัย สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ตามลาดับดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อ เปรียบเทียบการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบล ไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ รายได้ต่อเดือน ต่างกัน และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากร คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน จานวน 3,231 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งได้กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้ตารางกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ เคร็ซซี่และมอร์แกน (R.V.Krejcie & D.W.Morgan) (ส่งศรี ชมภูวงศ์, 2553, หน้า 113) ได้กลุ่ม ตัวอย่างจานวน 341 คน และได้กาหนดความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมให้เกิดระหว่างค่า จริงและค่าประมาณร้อยละ 0.05 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นโดยครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกาหนดกรอบแนวคิดในการสร้างแบบสอบถามจาก เนื้อหา ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และครอบคลุมตรงตามสิ่งที่ต้องการวัด มากาหนดกรอบโดยมีรายละเอียดแบ่งได้เป็น 3 ตอน ดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่แสดงความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน มีลักษณะเป็นแบบสารวจรายการ (Checklist) ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราชลักษณะคาถามเป็นคาถามแบบปลายปิด (Closed end) ให้เลือกตอบใน 4 ด้าน ดังนี้
  • 121.
    100 1. ด้านทาน (การให้) 2.ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) 3. ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) 4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรม ไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยมีลักษณะคาถามแบบปลายเปิด (Open ended Question) เพื่อให้ผู้ตอบ แบบสอบถามสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบนัยสาคัญของความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของ กลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มทดสอบโดยใช้สถิติ t – test สาหรับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2 กลุ่ม ทดสอบโดย การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of variance) หรือ F – test และเมื่อพบความแตกต่าอย่าง มีนัยสาคัญทางสถิติจะทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference) 5.1 สรุปผล การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ดังนี้ 5.1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม ตัวอย่าง 1) จาแนกตามเพศ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน ทั้งสิ้น 238 คน คิดเป็นร้อยละ 69.79 ส่วนเพศชาย จานวนทั้งสิ้น 103 คน คิดเป็นร้อยละ 30.21 2) จาแนกตามอายุ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จานวนทั้งสิ้น 155 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีอายุ 31 -50 ปี จานวนทั้งสิ้น 122 คน คิดเป็นร้อยละ 35.78 และมีอายุ 18 - 30 ปี จานวนทั้งสิ้น 64 คน คิดเป็นร้อยละ 18.77 3) จาแนกตามระดับการศึกษา พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับ การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า จานวนทั้งสิ้น 200 คน คิดเป็นร้อยละ 58.65 มีระดับ การศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา จานวนทั้งสิ้น 69 คน คิดเป็นร้อยละ 20.23 มีระดับการศึกษาใน ระดับปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 67 คน คิดเป็นร้อยละ 19.65 และมีระดับการศึกษาในระดับสูงกว่า ปริญญาตรี จานวนทั้งสิ้น 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47 4) จาแนกตามอาชีพ พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกร หรือรับจ้างทั่วไป จานวนทั้งสิ้น 160 คน คิดเป็นร้อยละ 46.92 มีอาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว จานวนทั้งสิ้น 117 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 มีอาชีพพนักงานบริษัท จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 10.26 และมีอาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จานวนทั้งสิ้น 29 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51 5) จาแนกตามรายได้ต่อเดือน พบว่า สมาชิกที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ต่อ เดือน 5,001 – 10,000 บาท จานวนทั้งสิ้น 234 คน คิดเป็นร้อยละ 68.62 มีรายได้ต่อเดือน 3,000 –
  • 122.
    101 5,000 บาท จานวนทั้งสิ้น75 คน คิดเป็นร้อยละ 22.00 และรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป จานวนทั้งสิ้น 32 คน คิดเป็นร้อยละ 9.38 5.1.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับ ตามค่าเฉลี่ย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 5.1.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จาแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและ รายได้ต่อเดือน ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามเพศ เพศชายและเพศหญิง อยู่ในระดับมาก เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย เพศชาย พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและเพศหญิง พบว่า ด้าน สมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห- วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอายุ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของอายุ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อายุ 18 -30 ปี พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ย สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อายุ 31 – 50 ปี พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ และอายุ 50 ปีขึ้น พบว่า ด้านสมานัตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้าน ปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 3) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห- วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามระดับการศึกษา อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของระดับ การศึกษา อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย ระดับประถมศึกษา พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ ระดับปริญญาตรี พบว่า ด้านสมานัตตตามีค่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและระดับสูง
  • 123.
    102 กว่าปริญญาตรี พบว่า ด้านทานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตตา มี ค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 4) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามอาชีพ อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของ อาชีพ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย อาชีพเกษตรกรหรือ รับจ้างทั่วไป พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว พบว่า ด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รอง ลงมา คือ ด้านสมานัตตา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ อาชีพพนักงานบริษัท พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านสมานัตตตา ส่วนด้านปิยวาจา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ และอาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านทาน ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 5) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคห วัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม จาแนกตามรายได้ต่อเดือน อยู่ในระดับมาก ทุกช่วงของรายได้ต่อ เดือน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลาดับตามค่าเฉลี่ย รายได้ต่อเดือน 3,000 – 5,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ รายได้ต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท พบว่า ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ย สูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ส่วนด้านทาน มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับและรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทขึ้นไป พบว่า ด้านทาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านอัตถจริยา ส่วนด้านสมานัตต ตา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ตามลาดับ 5.1.4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ สมาชิกที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ดังนี้ 1) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่มีเพศต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่มีอายุต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุ ธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 3) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด
  • 124.
    103 นครศรีธรรมราช ที่มีระดับการศึกษาต่างกันพบว่า พบว่าสมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกันมี ความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่มีอาชีพต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อการนาหลัก สังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 5) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน พบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่แตกต่างกันอย่างมี นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5.1.5 ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการนาหลัก สังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชดังนี้ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 1) ด้านทาน ได้แก่ สวัสดิการขอกองทุนในปัจจุบันไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและ ความเป็นอยู่ของสมาชิกในปัจจุบัน กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงาน ต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุนชนน้อยและกองทุนสวัสดิการชุมชนยังมีการประสานงานกับหน่วยงาน หรือองค์กรภายนอกน้อย ทาให้หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกเข้ามาให้ความช่วยเหลือน้อย 2) ด้านปิยวาจา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาไม่ถูกกับกาลเทศะ มีการ เกียรติซึ่งกันและกันน้อยและใช้คาพูดกับสมาชิกไม่ดีเท่าที่ควรและกองทุนสวัสดิการชุมชนพูดจาด้วย อารมณ์ฉุนเฉียวและแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจในขณะสนทนา 3) ด้านอัตถจริยา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนยังไม่ชัดเจนในกฎระเบียบของการจัด สวัสดิการให้กับสมาชิกและกองทุนสวัสดิการชุมชนยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคมและการ ให้บริการต่างๆ 4) ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตัวไม่เป็นกลางเท่าที่ควร และไม่ ค่อยรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติต่อสมาชิกไม่เท่าเทียมกัน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช 1) ด้านทาน ได้แก่ ควรมีการประชุมขอความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อวางแนวทางใน การจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควรมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงาน ต่างๆ ของกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านหลายๆ สื่อ เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ (Line), Facebook ของกองทุน
  • 125.
    104 สวัสดิการชุมชน หรือเว็บไซด์กองทุนสวัสดิการชุมชนและควรมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือ องค์กรภายนอกในการจัดกิจกรรมหรือการให้ความรู้ที่สามารถนามาให้ประโยชน์กับสมาชิกและ กองทุนสวัสดิการชุมชน 2) ด้านปิยวาจาได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรพูดจาให้ถูกกับกาลเทศะ ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน และใช้คาพูดที่สุภาพกับสมาชิก รวมถึงการแนะนารายละเอียดต่างๆ ให้สมาชิกเข้าใจ ง่ายและกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ควรพูดจาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจ ในขณะสนทนา ก่อนพูดควรพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อนเสมอ 3) ด้านอัตถจริยา ได้แก่ ควรมีการจัดอบรมหรือมีการสรุปกฎระเบียบของการจัดสวัสดิ การให้กับกองทุนสวัสดิการให้มีความชัดเจน ถูกต้องและแม่นยาและกองทุนสวัสดิการชุมชนควร ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม การให้บริการต่างๆ ควรให้ด้วยความจริงใจ 4) ด้านสมานัตตตา ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนควรวางตนเป็นกลางและรับฟังความ คิดเห็นในทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นและกองทุนสวัสดิการชุมชนควรปฏิบัติต่อสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน อย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่คานึงถึงฐานะ 5.2 อภิปรายผล การศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู้วิจัยได้นาผลที่พบจากการ วิจัย มาอธิบายเชื่อมโยงกับทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังต่อไปนี้ 5.2.1 ผลการศึกษาวิเคราะห์ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้ ผลการศึกษาความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ อภิปรายได้ว่า สมาชิกมีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในกาจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชย มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิย วาจา ส่วนด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ซึ่งจะเห็นได้ว่า การจัดสวัสดิการแก่สมาชิกได้ดาเนินการ อย่างเป็นระบบ มีการร่วมบริหารจัดการและร่วมรับผลประโยชน์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม ซึ่งทาให้ สมาชิกทุกคนรู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีความเท่าเทียมนาไปสู่ความแข็งแรงให้กับกองทุน สวัสดิการต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระสักชัย จิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี) (2554) ได้ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครสวรรค์ พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาล นครสวรรค์โดยมีภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านทาน พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการ จัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรี
  • 126.
    105 ธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่าเนื่องจาก สมาชิกส่วนใหญ่ได้รับความรู้จากกองทุน สวัสดิการชุมชนมากพอสมควรสาหรับที่จะร่วมกันจัดสวัสดิการต่างๆ รวมทั้งมีการให้ความช่วยเหลือ แก่สาหรับสมาชิกในเรื่องต่างๆ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระครู วินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ) (2555) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของประชาชนต่อการ บริหารงานตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัด ฉะเชิงเทรา ผลการวิจัยพบว่า การให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วน ตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 4 และเมื่อพิจารณา รายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า ด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถจริยา ด้านสมานัตตตาอยู่ในระดับมาก เช่นเดียวกัน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ สาหรับสมาชิก มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด สวัสดิการจากกองทุนสวัสดิการนั้น ทาให้สมาชิกทุกสามารถเข้ามาร่วมกันเสนอแนวคิดการจัด สวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกและทาให้สมาชิกทุกคนสามารถเสนอในสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อส่วนรวม และยังให้ส่วนรวมช่วยกันตัดสินใจในการจัดสวัสดิการต่างๆ สาหรับสมาชิกทุกคนอย่าง เป็นธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด บุญสิริ ชวลิตธารง (2529) ได้กล่าวถึงความหมายของสังคหวัตถุ ว่า ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อการสงเคราะห์กัน ทาน หมายถึง การให้ การเฉลี่ยเผื่อแผ่กันและกัน ซึ่งเป็นข้อสาคัญเพราะว่าทุกๆ คนนั้น ย่อมต้องการความ ช่วยเหลือจากกันและกันอยู่ในด้านต่างๆ ในด้านวัตถุ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอุปโภคบริโภค ต่างๆ ในด้านกาลังกาย ช่วยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด้านวาจา พูดจาช่วยเหลือกัน เรื่องที่ควรพูดจา ในด้านสติปัญญา ช่วยให้ความรู้ ให้การแนะนา ในข้อที่ควรจะแนะนาต่างๆ การให้ การเฉลี่ยเผื่อแผ่เจือจุนทุกคนทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้น้อย ต่างก็ควรมีทาน คือ การให้ช่วยเหลือกัน ผู้ใหญ่ให้ การช่วยเหลือผู้น้อย ผู้น้อยให้การช่วยเหลือผู้ใหญ่ ด้วยมีจิตใจมุ่งที่จะช่วยให้บรรลุถึงประโยชน์ที่ ต้องการ หรือเพื่อที่จะให้พ้นจากอุปสรรคขัดข้องทั้งหลาย ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการของสมาชิกเหมาะสมกับ สภาพปัจจุบัน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า ในปัจจุบันปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลง ของสภาพดินฟ้าอากาศ โลกร้อนหรือภัยธรรมชาตินั้นมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น ใน หนึ่งปีพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้าท่วมปีละครั้ง แต่ปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นสมาชิกจะต้องรับผลกระทบ จากน้าท่วมปีละสองถึงสามครั้ง จัดสวัสดิการที่จัดไว้เพียงครั้งเดียวจึงทาให้ช่วยเหลือสมาชิกได้ไม่ ทั่วถึงและเมื่อจะช่วยเหลือด้วยตัวเงินก็จะต้องผ่านการขอมติจากสมาชิกก่อนจึงทาให้เกิดความล่าช้า และไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด บุญสิริ ชวลิตธารง (2529) ได้กล่าวถึง ความหมายของสังคหวัตถุว่า ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน อันเป็นไปเพื่อ การสงเคราะห์กัน ทาน หมายถึง การให้ การเฉลี่ยเผื่อแผ่กันและกัน ซึ่งเป็นข้อสาคัญเพราะว่าทุกๆ คนนั้น ย่อมต้องการความช่วยเหลือจากกันและกันอยู่ในด้านต่างๆ ในด้านวัตถุ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ในด้านกาลังกาย ช่วยกระทากิจการของกันและกันทางกาย ในด้านวาจา พูดจาช่วยเหลือกันเรื่องที่ควรพูดจา ในด้านสติปัญญา ช่วยให้ความรู้ ให้การแนะนา ในข้อที่ควรจะ แนะนาต่างๆ การให้การเฉลี่ยเผื่อแผ่เจือจุนทุกคนทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้น้อย ต่างก็ควรมีทาน คือ การให้
  • 127.
    106 ช่วยเหลือกัน ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือผู้น้อย ผู้น้อยให้การช่วยเหลือผู้ใหญ่ด้วยมีจิตใจมุ่งที่จะช่วยให้ บรรลุถึงประโยชน์ที่ต้องการ หรือเพื่อที่จะให้พ้นจากอุปสรรคขัดข้องทั้งหลาย ด้านปิยวาจา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ใน การจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า เนื่องจาก กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถให้ ความรู้พร้อมกับอธิบายสวัสดิการและผลประโยชน์ของสมาชิกได้อย่างละเอียดและสามารถเข้าใจได้ ง่าย ทาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของกองทุนจึงเข้ามามีส่วนร่วมกับกองทุน ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัย พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554) ได้ทาการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของ ประชาชนต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจ ต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของวัดนครสวรรค์ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์ของ สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุน สวัสดิการชุมชนมีการชี้แจงให้ความรู้ และทาความเข้าใจในการจัดสวัสดิการและการรับผลประโยชน์ ต่างๆ ของสมาชิกได้อย่างละเอียดและสามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระภาวนาวิ สุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542) ได้กล่าวว่า หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู้อื่นไว้ได้ ปิยวาจา การเจรจาที่อ่อนหวาน คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนตามฐานะย่อมเป็นที่ชื่นใจเป็นที่ ประทับใจแก่ผู้ฟังหรือคู่สนทนา ไม่มีใครชอบวาจาที่หยาบคายแข็งกระด้างหรือวาจาที่ก้าวร้าว ที่ไร้ มารยาท ไม่รู้กาลเทศะและวาจาที่ไม่ไพเราะ ไม่สมฐานะระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังและคู่สนทนาด้วย คนเรา จะได้ดีหรือถึงความเสื่อมก็ด้วยวาจานั่นแหละ เป็นข้อสาคัญประการหนึ่ง โบราณท่านจึงกล่าวไว้ว่า ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หมายความว่า วาจาที่ดี ที่สุภาพ ที่ไพเราะอ่อนหวานนั่นแหละเป็นข้อปฏิบัติ ที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งของการครองใจคนและจะได้ดีก็เพราะวาจานั่นแหละ ส่วนคาว่า เลข ณ ที่นี้ หมายถึง วิชาความรู้ยังเป็นรอง คือ ถึงจะเป็นคนมีความรู้สูง แต่ถ้าปากไม่ดีเสียแล้ว ย่อมหวังความ เจริญในชีวิตได้ยาก เพราะคนปากเสียไม่อาจผูกใจใครไว้ได้ จะหาคนคบหาสมาคมเป็นมิตรสหายที่ดีที่ จริงใจต่อกันได้ยาก ปิยวาจา คือ วาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนต่อกันตามฐานะเท่านั้นแหละที่จะเป็น เครื่องผูกใจยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่นได้ยืนนาน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคีใน กองทุน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิด ความรักสามัคคีในกองทุนเท่าที่ควร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม) (2542) ได้กล่าวไว้ว่า สังคหวัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี ปิยวาจา คือ พูดให้เขารัก ไม่พูดให้เขา เกลียด ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ต้องพูดให้เขารัก เรียกว่า ปิยวาจา ปิโย เทวมนุสสานัง ด้านอัตถจริยา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ ในการจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการแจ้งข้อมูล สวัสดิการและผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับสมาชิกและมีการให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนเพื่อให้ เกิดความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอีกและสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่ง
  • 128.
    107 สอดคล้องกับงานวิจัย พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ(แก้วบุดดี) (2556) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึง พอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารส่วนตาบลหนองไผ่ล้อม อาเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น โดยผลการการวิจัยพบว่า ระดับความพึงพอใจของประชาชน ต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน คือ ด้านอัตถจริยา ด้านสมานัตตตา ด้านปิยวาจา และด้านทาน ตามลาดับ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วย ความเต็มใจ มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า นอกจากกองทุนสวัสดิการชุมชนมีการให้ ความช่วยเหลือแก่สมาชิกในกองทุนแล้วยังมีการประสานงานและให้ความช่วยเหลือกลุ่มองค์กร ภายนอก ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (2551) ได้กล่าวถึงความหมายของ สังคหะ ว่าวิธีสงเคราะห์ หมายถึงวิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยว น้าใจคนอื่นที่ยังไม่เคยรักใคร่นับถืออยู่แล้วให้สนิทแนบยิ่งขึ้น พูดง่ายๆ สังคหวัตถุ คือ เทคนิควิธีทาให้ คนรักหรือมนต์ผูกใจคน อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ คือขวนขวายช่วยเหลือกิจการ บาเพ็ญ สาธารณประโยชน์ ตลอดถึงช่วยแก้ไขปรับปรุงส่งเสริมในทางจริยธรรม ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์แก่ สมาชิก มีค่าแปลผล อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการกาหนดกฎระ- เบียบต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกทุกคนและเป็นผลดีต่อองค์กรภายนอกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับ แนวคิด พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2535) ได้กล่าวว่า การผูกใจคนจะต้องผูกด้วยสังคหวัตถุ ธรรม คือ ธรรมะที่จะช่วยผูกมัดใจคน อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนบ้าน ไปจนกระทั่งถึงสังคม เช่น การที่ได้ร่วมกิจกรรมกัน ซึ่งต่างก็ได้ถือเอาอาหารคาวหวานหรือผลไม้มา ถวายแก่พระสงฆ์แล้วบางส่วนก็นาไปแจกกัน ก็เรียกได้ว่า ได้ทาหน้าที่ที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมแล้ว ด้านสมานัตตตา พบว่า ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไป ใช้ในการจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการให้เกียรติ ให้ความเท่าเทียมและเสมอภาค ปฏิบัติตนเหมาะสมและไม่มีการปิดบังข้อมูลต่างๆ สาหรับสมาชิก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา) (2555) ได้ทาการวิจัยเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอ จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการวิจัยพบว่า การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในคัมภีร์ พระพุทธศาสนาเถรวาท สังคหวัตถุธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้าใจคน การผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน รู้จักวางตนให้เหมาะสมกับฐานะพูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ละเว้นความชั่ว เป็นประโยชน์ในการดารงชีวิต มีจิตใจมั่นคง ไม่หวั่นไหว เปลี่ยนแปลงง่ายและดารง ตนไว้ไม่ให้ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับคนทั้งหลายอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วม แก้ไขปัญหากับประชาชน การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาล ตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับ มากทุกด้าน ลาดับตามค่าเฉลี่ยจากสูงไปหาต่า คือ ด้านสมานัตตตา ด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถ- จริยา แนวทางการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบล จตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด การนาหลักสังคหวัตถุธรรมมาปรับใช้ในการ
  • 129.
    108 ปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน ในท้องถิ่นตนเอง เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีกัน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่เย่อหยิ่ง ถือตน มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า การปฏิบัติตนของกองทุนสวัสดิการชุมชนมี การให้เกียรติและวางตัวเหมาะสมแก่การให้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) (2542) ได้กล่าวว่า หลักธรรมปฏิบัติที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผู้อื่นไว้ได้ คือ สังคหวัตถุ 4 สมานัตตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอ ไม่ถือตัว คือ ความประพฤติปฏิบัติดีต่อผู้อื่นอย่าง เสมอต้นเสมอปลาย เมื่อมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้า หรือได้ดิบได้ดีขึ้นไป ก็ไม่ถือตัวหรือทาตัวเย่อหยิ่งกับ ญาติพี่น้องหรือมิตรสหายเดิมที่เคยคบค้าหรือปฏิบัติดีต่อกัน เคยเคารพนับถือกันอย่างไร ก็คง ประพฤติปฏิบัติดีต่อกัน เคารพนับถือกันอยู่อย่างนั้น ความเป็นผู้มีตนเสมอนี้เป็นคุณเครื่องยึดเหนี่ยว จิตใจผู้อื่นไว้เป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันได้เป็นอย่างดี ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ให้บริการ ของสมาชิก มีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนมีให้บริการอย่าง เต็มใจและมีการวางตนเหมาะสมมีความเที่ยงธรรมและเสมอภาค ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พระราช สุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม) (2542) ได้กล่าวไว้ว่า สังคหวัตถุ 4 เป็นทางเกิดของสามัคคี สมานัตตตา คือ การวางตนให้เหมาะสม เรียกว่า ไม่ถือตัวตนว่า เราดีกว่าเขา ได้แก่ วางตนให้ เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่ เหมาะกับฐานะ เหมาะกับกาลเทศะ ที่ว่าเหมาะสมตาแหน่งหน้าที่นั้น หมายความว่า เรามีหน้าที่อย่างไร ก็ไปปฏิบัติไปตามหน้าที่ ที่ว่าเหมาะสมกับฐานะนั้น คือ ใช้จ่าย ทรัพย์ให้เหมาะสมกับฐานะก็คือ เข้าใจใช้จ่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ สุรุ่ยร่ายเกินไปแต่ก็ไม่ตระหนี่เกินไปจนเข้า ขั้นทรมานตนเอง ที่ว่าเหมาะสมกับกาลเทศะนั้น หมายความว่า ปฏิบัติกิจให้เหมาะสมกับเวลาและ สถานที่ 5.2.2 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจที่มีต่อการให้บริการด้านเบี้ยยังชีพ ขององค์การบริหารส่วนตาบลหัวไทร อาเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ของสมาชิกที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ต่างกัน ดังนี้ 1) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีเพศต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดสวัสดิการและมีส่วนร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงทาให้มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัย ชญานิศฐ์ รักแจ้ง (2554) ผลการเปรียบเทียบการให้บริการของสานักงาน ประกันสังคม ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร จาแนกตาม ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา และจานวนครั้งที่ใช้บริการ พบว่า ผู้ประกันตนที่มี อาชีพต่างกัน มีทัศนะต่อการให้บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะ ของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วน
  • 130.
    109 ผู้ประกันตนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษาและจานวนครั้งที่ใช้บริการต่างกัน มีทัศนะต่อการให้บริการ ของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร ไม่ แตกต่างกัน 2) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีอายุต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็น ช่วงอายุที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นและต้องการมีส่วนร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชน เพราะต้องการมี สวัสดิการรองรับไว้ในอนาคตจึงทาให้มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พรกมล ชูนุกูลพงษ์ (2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการ ให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจาแนกตามปัจจัย ส่วนบุคคล พบว่าปัจจัยที่ทาให้ประชาชนมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ให้บริการ 3) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมี การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคบังคับของรัฐ จึงมีความรู้ สามารถ อ่านและการเขียน และยังทาให้สนใจที่จะแสวงหาความรู้ต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน) (2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบ ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของวัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 พบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการให้บริการของ วัดนครสวรรค์โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน 4) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนา หลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มี อาชีพต่างกัน มีความคิดเห็น ต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไป ตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีอาชีพต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้านเกษตร เป็นเกษตรกรชาวสวน และเมื่อว่างจากการทาสวนจะมีงานรับจ้างทั่วไปรองรับจึงทาให้มีความสัมพันธ์กับ รายได้ของสมาชิกและความเป็นอยู่ตามสภาพปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย อนงค์นาฏ แก้วไพรฑูรย์ (2554) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนโดยจาแนก
  • 131.
    110 ตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า บุคคลที่มีเพศและระดับการศึกษาต่างกันมีความพึงพอใจต่อการ ให้บริการแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.05 สาหรับอายุ และอาชีพ มีความพึงพอใจไม่ แตกต่างกัน 5) จากสมมติฐานของการวิจัยที่ว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างกัน ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อภิปรายได้ว่า สมาชิกที่มีรายได้ต่อเดือนต่างกัน ซึ่งรายได้ต่อเดือน ของสมาชิก มีความสัมพันธ์กับอาชีพ การศึกษา อายุ ถึงแม้สมาชิกจะมีอายุ 50 ปี ก็ยังประกอบอาชีพ การ ทาสวนและรับจ้างทั่วไป เพราะ มีบางงานที่รับจ้างแล้วไม่จาเป็นต้องออกไปทางานนอกบ้าน ก็สามารถมี รายได้จากการทางานที่บ้านได้ จึงทาให้สมาชิกมีเงินสาหรับส่งให้กองทุนเป็นประจาสม่าเสมอทุกเดือน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย พรกมล ชูนุกูลพงษ์ (2554) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการให้บริการ ประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางโดยจาแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่าปัจจัยที่ทาให้ประชาชนมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ให้บริการ 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวม มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก ซึ่งอาจมีผลมาจากการที่มีองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรีและเจ้าหน้าที่ร่วมกัน ปฏิบัติงานและยังประชาชนที่มีส่วนร่วมในด้านต่างๆ จนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล จาก คณะกรรมการการ กระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี พ.ศ. 2550 และ ปีพ.ศ. 2552 หรือรางวัลตาบลต้นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จาก กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ควรรักษา มาตรฐานและควรมีปรับเปลี่ยนการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและ ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และควรมีการอบรมให้ความรู้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีหัวใจรักงาน บริการ มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ควรมีการศึกษากฎระเบียบของกองทุนให้ถูกต้องชัดเจนและครบ ทุกด้านและรับความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อนามาปรับปรุงในด้านต่างๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้านทาน โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและพัฒนาให้มากขึ้นในเรื่องการจัด สวัสดิการแก่สมาชิกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การส่งเสริมให้
  • 132.
    111 เจ้าหน้าที่ในกองทุนเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ที่หลากหลายและทันกับสถานการณ์ปัจจุบันและ เพิ่มช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้าน ปิยวาจา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและควรมีการจัดกิจกรรมที่จะ นาไปสู่การรู้รักสามัคคีของสมาชิก และควรให้เจ้าหน้าที่ในกองทุนได้พัฒนาความรู้ในงานบริการ เช่น ลักษณะการบริการที่ดี การติดต่อสื่อสารที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกและเกิดสัมพันธภาพที่ดี ต่อการให้บริการแก่สมาชิกอยู่เสมอ ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้านอัตถ จริยา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและกองทุนสวัสดิการควรมีการ สรุปกฎระเบียบและสวัสดิการต่างๆ ให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย มีการบูรณาการกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในด้าน สมานัตตตา โดยรวม พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ควรรักษามาตรฐานและกองทุนสวัสดิการควรมี การจัดอบรม เรื่อง หลักธรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่และสมาชิกเพื่อจะนาหลักธรรมอื่นๆ มาใช้ในการทางาน และในการจัดสวัสดิการของกองทุนให้แก่สมาชิกได้อย่างเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน 5.3.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผู้วิจัยมี ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ควรศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของสมาชิกในในการจัดสวัสดิการแก่ สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช” 2. ควรศึกษาเรื่อง “ประสิทธิภาพในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช” 3. ควรศึกษาเรื่อง “การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลขุนทะเล อาเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช”
  • 133.
    112 บรรณานุกรม 1. หนังสือทั่วไป เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์.(2544). ชุมชนนิยมฝ่าวิกฤติชุมชนล่มสลาย. กรุงเทพมหานคร : ส.เอเซียพลัส. คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ. (2550). แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี สร้างสวัสดิการสังคม ฉบับที่ 1 พ.ศ.2550-2554. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสกายบุ๊กส์ จากัด. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ. (2544). สวัสดิการโดยภาคชุมชน (2) กลุ่มออมทรัพย์. กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรส โปรดักส์. . (2547). สวัสดิการสังคมฉบับชาวบ้าน แนวคิด นโยบาย แนวทาง ปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรส โปรดักส์. ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช. (2545). การสังคมสงเคราะห์ชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. . (2548). การบริหารสังคมกับโครงสร้างสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย). บุญสิริ ชวลิตธารง. (2529). ธรรมโอสภ. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์การพิมพ์. พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2548). อธิบายหลักธรรมตามหมวดจากนวโกวาท. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ธรรมสภา. พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2535). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ศรีอนันต์. พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2549). พุทธวิธีการบริหาร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (ชาระ- เพิ่มเติม ช่วงที่ 1). พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2551). ธรรมนูญชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรง พิมพ์สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล). (2542). ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : เอช ที พี เพรส. พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิติธมฺโม). (2542). พุทโธโลยี เรื่อง หลักธรรมกับความเปลี่ยนแปลง ของชีวิต. กรุงเทพมหานคร : ธุรกิจก้าวหน้า. . (2554). กฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ 20. กรุงเทพฯ : หอรัตนชัยการพิมพ์. พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์. (2554). พอเพียงภิวัฒน์ : สังคหวัตถุ 4 กับการนาไปใช้ในเรื่อง CSR. กรุงเทพมหานคร. ไพโรจน์ แก่นสาร. (2551). หลักการคิดอย่างมีเหตุผลและกระบวนการตกลงใจ. นครปฐม : สถาบัน วิชาการการทหารขั้นสูง.
  • 134.
    113 สานักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2548). ทิศทางและรูปแบบการจัด สวัสดิการสังคมของประเทศไทย.กรุงเทพมหานคร : เทพเพ็ญวานิสย์. เสรี พงศ์พิศ. (2548). ชาวบ้านชวนคิด ภาพนิมิตการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : เจริญวิทย์การพิมพ์. สุริยา ธิศาเวช และคณะ. (2538). กองทุนและสวัสดิการชุมชน. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสหธรรมิก จากัด. ส่งศรี ชมพูวงศ์. (2554). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครศรีธรรมราช : วีพีเอส. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาศน์วาสโน). (2538). สังคหวัตถุ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหา มงกุฎราชวิทยาลัย. สุภัทรา แก้วชาญศิลป์. (2540). การจัดสวัสดิการสังคมและสังคม. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ. 2. วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ และงานวิจัย ชญานิศฐ์ รักแจ้ง. (2556). การให้บริการของสานักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตาม ทัศนะของผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ปัญญา เลิศไกร. (2550). แนวคิดและรูปแบบการจัดสวัสดิการชุมชนที่ประสบความสาเร็จ. สาร นิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. พรกมล ชูนุกูลพงษ์. (2554). การให้บริการประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของศาลเยาวชนและ ครอบครัวกลาง. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระครูประดิษฐ์สมณคุณ (ฐานทตฺโต / ลือจันดา). (2555).การนาหลักสังคหวัตถุธรรมในการ ปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเทศบาลตาบลจตุรพักตรพิมาน อาเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัด ร้อยเอ็ด”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย . มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย พระครูปลัดวันชาติ วิชาโต (ยอดดาเนิน). (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของ วัดนครสวรรค์ตามหลักสังคหวัตถุ 4. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระครูวินัยธรยิ่งยง ธมฺมวโร (โหมดศิริ). (2555). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ขององค์การบริหารส่วนตาบลบางกะไห อาเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. พระปลัดปิยศักดิ์ ปิยธมฺโม (พีรมณีวงศ์). (2555). ความคิดเห็นของประชาชนต่อการให้บริการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักสังคหวัตถุ 4 : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตาบลใน อาเภออุ้มผาง จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • 135.
    114 พระสักชัย จิตฺตสุโภ (ลุ่ยดี).(2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคห วัตถุ 4 ของสานักงานเทศบาลนครนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระอธิการปณิธิ อธิปุญโญ (แก้วบุดดี). (2556). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตาม หลักสังคหวัตถุขององค์การบริหารส่วนตาบลหนองไผ่ล้อม อาเภอหนองสองห้อง จังหวัด ขอนแก่น. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย. อนงค์นาฏ แก้วไพฑูรย์. (2554). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของฝ่ายทะเบียนที่ว่าการอาเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร มหาบัณฑิต. บัญฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 3. บทความในหนังสือและวารสาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. สานักงาน ปฏิบัติการภาคตะวันออก. (2550) . การสัมมนาเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สวัสดิการชุมชนสังคมไม่ทอดทิ้งกัน. (หน้า 3). เอกสารประกอบการสัมมนา. ณรงค์ เพชรประเสริฐ และคณะ. (2548). โครงการเผยแพร่ความรู้การพัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน. (หน้า 10). กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์ การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์. (2542). การกระจายความเจริญระหว่างภูมิภาคในประเทศไทย ยิ่งนานยิ่งไม่เท่า เทียมกัน. (หน้า 3). เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์. โพสพ โพธิบุปผา. (2550). กองทุนสวัสดิการชาวบ้าน ต้นธารแห่งความพอเพียง. (หน้า 7). ข่าว ชุมชน. ประเวศ วะสี. (2541). เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคมแนวทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจสังคม. (หน้า 17). กรุงเทพมหานคร : หมอชาวบ้าน. วันทนีย์ วาสิกะสิน. (2536). สวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์. (หน้า 27). สารสมาคม เศรษฐศาสตร์. วิชิต นันทสุวรรณ. (2542). การบริหารจัดการกองทุนสุขภาพโดยชุมชน. (หน้า 54). กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2550). สรุปเชิง บริหารการสัมมนามหกรรมการจัดสวัสดิการโดยชุมชน “สวัสดิการชุมชน คนไม่ทิ้งกัน”. ระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2550 ณ ห้องประชุมวิทยทัศน์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นนทบุรี. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (องค์การมหาชน). (2550). คู่มือโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น. (หน้า 1-2). กรุงเทพมหานคร.
  • 136.
    115 สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2549). ระบบการพัฒนาสังคมที่นาไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์.(หน้า 11). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ. สุรพล ปธานวนิช. (2545). สิทธิด้านสวัสดิการ : ตัวต่อชิ้นที่สามของสิทธิพลเมืองไทยที่สมบูรณ์ (รายงานการสัมมนา). ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. สิทธิ สวัสดิการ : มิติใหม่ในการบริหารแรงงานไทย. (หน้า.51-52). การสัมมนาวิชาการประจาปี สาขาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ. กรุงเทพมหานคร : ศุภวนิชการพิมพ์. อัญมณี บูรณกานนท์ และคณะ. (2548). แผนพัฒนาระบบสวัสดิการท้องถิ่นเมืองพัทยา จังหวัด ชลบุรี (ระยะที่ 1) : การศึกษาสถานการณ์ทางสังคม เมืองพัทยา. (หน้า 23). รายงาน การศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. อุไรวรรณ แสงศร และคณะ. (2547). ระบบสวัสดิการสังคมบนพื้นที่สูงกับความหลากหลายทาง วัฒนธรรม : กรณีศึกษาหมู่บ้านชาวเขาในเขตโครงการหลวง. (หน้า 3). รายงานการวิจัย สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่. องค์กรพัฒนาชุมชน. (2550). สรุปผลการสัมมนาสวัสดิการชุมชนแก้จนอย่างยั่งยืน. (หน้า 13). กรุงเทพมหานคร : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. 4. ราชกิจจานุเบกษา ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2557. (2557). การจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน พ.ศ. 2557. (หน้า 13). ราชกิจจานุเบกษา. ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยการรับรองมาตรฐานการ ปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ.2550. (2550). ราชกิจจานุเบกษา. (หน้า 62)
  • 137.
  • 138.
  • 139.
  • 140.
  • 141.
  • 142.
  • 143.
  • 144.
  • 145.
    118 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย 1. ดร.สุภาพ เต็มรัตน์ ศศ.บ.(ศิลปศาสตรบัณฑิต) ประวัติศาสตร์ คบ. (ครุศาสตรบัณฑิต) คอมพิวเตอร์ศึกษา ศศ.ม. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) ไทยคดีศึกษา ศษ.ม. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต) การบริหารการศึกษา ปร.ด. (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) วิจัยการศึกษา อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศก ราช 2. พระครูสิริธรรมาภิรัต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปธ.5 (เปรียญธรรม), ร.บ. (รัฐศาสตร์บัณฑิต) ศน.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง) ศน.ด. (ศาสนศาสตร์ดุษฏีบัณฑิต) ผู้อานวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ศรีธรรมาโศกราช/อาจารย์ประจา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช 3. นายยงยุทธ นาทะชัย ศน.ม. (รัฐศาสตร์การปกครอง) ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • 146.
  • 147.
  • 148.
  • 149.
  • 150.
    126 แบบสอบถาม ชื่อเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุน สวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรีอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช คาชี้แจง แบบสอบถามชุดนี้จัดทาขึ้นเพื่อทราบ “การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ แก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ท่าน เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม กรุณาตอบตามความเป็นจริง และตอบให้ครบ ทุกข้อ คาตอบของท่านจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิจัย เพื่อนาผลไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไป ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือด้วยดี นางสาวศรัณยา ชูเมือง นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ตอนที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม โปรดทาเครื่องหมาย  ลงในช่อง  หน้าข้อความที่เป็นจริง สาหรับผู้วิจัย 1. เพศ  1. ชาย  2. หญิง  2. อายุ  1. 18 - 30 ปี  3. 50 ปีขึ้นไป  2. 31 – 50 ปี  3. ระดับการศึกษา  1. ประถมศึกษา  2. มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า   3. ปริญญาตรี  4. สูงกว่าปริญญาตรี 4. อาชีพ  1. เกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป  2. ค้าขายหรือธุรกิจส่วนตัว   3. พนักงานบริษัท  4. รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 5. รายได้ต่อเดือน  1. 3,000 - 5,000 บาท  2. 5,001 – 10,000 บาท   3. 10,000 บาทขึ้นไป
  • 151.
    127 ตอนที่ 2 ข้อคาถามเกี่ยวกับการนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการ โปรดทาเครื่องหมายลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับความคิดเห็น หลักสังคหวัตถุธรรม ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ด้านทาน (การให้) 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัด สวัสดิการสาหรับสมาชิกเพียงใด 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้ามาเป็น สมาชิกอย่างทั่วถึงและเสมอภาคเพียงใด 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการแก่สมาชิกเหมาะสม กับสภาพปัจจุบันเพียงใด 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์แก่กลุ่ม องค์กรต่างๆ ในชุมชนเพียงใด 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกอย่าง ทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติเพียงใด ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) 6.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่สมาชิกด้วย ถ้อยคาที่สุภาพเพียงใด 7.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึง ความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียมกันเพียงใด 8.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์ แก่สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจเพียงใด 9.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความจริงใจ กับสมาชิกเพียงใด 10.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี ในกองทุนเพียงใด ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) 11.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและ ผลประโยชน์ของสมาชิกโดยไม่ปิดบังเพียงใด 12.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชน ด้วยความเต็มใจเพียงใด 13.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิด ประโยชน์แก่สมาชิกเพียงใด
  • 152.
    128 การจัดสวัสดิการ ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) 14.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและ ผลประโยชน์จากภายนอกให้แก่สมาชิกเพียงใด 15.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้กาหนดไว้ใน กฎระเบียบเพียงใด ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) 16.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติแก่สมาชิกอย่างเท่า เทียมและเสมอภาคเพียงใด 17.กองทุนสวัสดิการชุมชนปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ฐานะของ ตนเพียงใด 18.กองทุนสวัสดิการชุมชนวางตนเหมาะสมในฐานะผู้ ให้บริการแก่สมาชิกเพียงใด 19.กองทุนสวัสดิการชุมชนทาตนเป็นกันเองกับสมาชิกไม่ เย่อหยิ่งถือตนเพียงใด 20.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกองทุน อย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอเพียงใด ตอนที่3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โปรดเขียนปัญหาและแนวทางแก้ไขลงในที่ว่างที่เว้นไว้ ปัญหา แนวทางแก้ไข 1. ด้านทาน (การให้) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… 1. ด้านทาน (การให้) ……………………………………………..…………………… ……………………………………………..…………………… ……………………………………………..…………………… 2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… 2. ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) ……………………………………………..…………………… ……………………………………………..…………………… ……………………………………………..……………………
  • 153.
    129 ปัญหา แนวทางแก้ไข 3.ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… 3.ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… 4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… 4. ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… ……………………………………………..………………… *********************
  • 154.
    130 ผลการวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)และ ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถามเพื่อการวิจัย ชื่อเรื่อง การนาหลักสังคหวัตถุธรรมไปใช้ในการจัดสวัสดิการแก่สมาชิกของกองทุนสวัสดิการ ชุมชน ตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อคาถาม การพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ ค่าเฉลี่ย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ด้านทาน (การให้) 1.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ สาหรับสมาชิกเพียงใด +1 +1 +1 1 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้โอกาสในการสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก อย่างทั่วถึงและเสมอภาคเพียงใด +1 +1 +1 1 3.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้สวัสดิการแก่สมาชิกเหมาะสมกับ สภาพปัจจุบันเพียงใด +1 +1 +1 1 4.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีทุนสาธารณะประโยชน์แก่กลุ่มองค์กร ต่างๆ ในชุมชนเพียงใด +1 +1 +1 1 5.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกอย่าง ทันเวลาในกรณีที่ประสบภัยพิบัติเพียงใด +1 +1 +1 1 ด้านปิยวาจา (วาจาเป็นที่รัก) 6.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่สมาชิกด้วยถ้อยคา ที่สุภาพเพียงใด +1 +1 +1 1 7.กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้ถ้อยคาให้สมาชิกมีความรู้สึกถึงความ เป็นเจ้าของกองทุนอย่างเท่าเทียมกันเพียงใด +1 +1 +1 1 8.กองทุนสวัสดิการชุมชนชี้แจงสวัสดิการและผลประโยชน์แก่ สมาชิกด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจเพียงใด +1 +1 +1 1 9.กองทุนสวัสดิการชุมชนสนทนาปราศรัยด้วยความจริงใจกับ สมาชิกเพียงใด +1 +1 +1 1 10.กองทุนสวัสดิการชุมชนพูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคีใน กองทุนเพียงใด +1 +1 +1 1
  • 155.
    131 ข้อคาถาม การพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ ค่าเฉลี่ย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) 11.กองทุนสวัสดิการชุมชนแจ้งข้อมูลสวัสดิการและผลประโยชน์ ของสมาชิกโดยไม่ปิดบังเพียงใด +1 +1+1 1 12.กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกลุ่มองค์กรในชุมชนด้วย ความเต็มใจเพียงใด +1 +1 +1 1 13.กองทุนสวัสดิการชุมชนกาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์แก่ สมาชิกเพียงใด +1 +1 +1 1 14.กองทุนสวัสดิการชุมชนแสวงหาสวัสดิการและผลประโยชน์ จากภายนอกให้แก่สมาชิกเพียงใด +1 +1 +1 1 15.กองทุนสวัสดิการชุมชนบริหารงานตามที่ได้กาหนดไว้ใน กฎระเบียบเพียงใด +1 +1 +1 1 ด้านสมานัตตตา (การวางตนสม่าเสมอ) 16.กองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกียรติแก่สมาชิกอย่างเท่าเทียมและ เสมอภาคเพียงใด +1 +1 +1 1 17.กองทุนสวัสดิการชุมชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกองทุน อย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอเพียงใด +1 +1 +1 1 18.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีส่วนร่วมในการรับรู้และแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นภายในกองทุนเพียงใด +1 +1 +1 1 19.กองทุนสวัสดิการชุมชนนาความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ในการบริหารจัดการกองทุนเพียงใด +1 +1 +1 1 20.กองทุนสวัสดิการชุมชนมีการจัดทารายงานและเผยแพร่ รายงานผลการดาเนินงานและงบดาเนินงานต่างๆ อย่างถูกต้อง และทันตามเวลาเพียงใด +1 +1 +1 1
  • 156.
    133 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม Item-Total Statistics Scale Mean if Item Deleted Scale Varianceif Item Deleted Corrected Item-Total Correlation Cronbach's Alpha if Item Deleted ให้ความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการ 81.7333 48.685 .849 .857 ให้สมัครอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 81.7000 59.045 -.101 .891 ให้สวัสดิการเหมาะกับสภาพปัจจุบัน 81.7333 48.685 .849 .857 มีทุนสาธารณะแก่กลุ่มองค์กรต่างๆ 81.5333 56.602 .210 .878 ให้ความช่วยเหลือทันเวลา 81.3667 57.964 .019 .883 แจ้งข้อมูลข่าวสารด้วยถ้อยคาสุภาพ 81.7333 52.064 .518 .870 ใช้ถ้อยคาให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ 81.7000 51.872 .527 .869 แจ้งสวัสดิด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย 81.7333 48.685 .849 .857 สนทนาด้วยความจริงใจ 82.2333 58.737 -.071 .887 พูดชักชวนให้เกิดความรักสามัคคี 81.8000 51.338 .661 .865 แจ้งข้อมูลสวัสดิการโดยไม่ปิดบัง 81.5667 50.806 .690 .864 ช่วยเหลือกลุ่มองค์กรด้วยความเต็มใจ 81.5333 56.602 .210 .878 กาหนดกฎระเบียบให้เกิดประโยชน์ 81.2667 59.237 -.140 .885 กองทุนหาสวัสดิการจากภายนอก 81.7333 48.685 .849 .857 กองทุนบริหารงานตามที่ได้กาหนด 81.7333 51.926 .571 .868 ให้เกียรติแก่สมาชิกเท่าเทียมเสมอภาค 81.7000 51.872 .527 .869 ปฏิบัติตนเหมาะสมแก่ฐานของตน 81.6333 51.964 .635 .866 วางตนเหมาะสมในฐานผู้ให้บริการ 81.6000 53.076 .464 .872 ทาตนเป็นกันเองกับสมาชิก 81.7333 48.685 .849 .857 เผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องสม่าเสมอ 81.6000 55.283 .273 .878 Reliability Statistics Cronbach's Alpha N of Items .877 20 Case Processing Summary N % Cases Valid 30 100.0 Excludeda 0 .0 Total 30 100.0 a. Listwise deletion based on all variables in the procedure.
  • 157.
    135 ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่อง ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี .................................... โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี เพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรีอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความ เหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการดาเนินงานมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (2) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ ชุมชนตาบลไชยมนตรี คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ประกอบกับมติที่ประชุมสามัญประจาปี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 จึงประกาศใช้ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557 (นายเชาวลิต สุพรัตน์) ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
  • 158.
    136 ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่อง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี .................................... โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบลไชยมนตรีเพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการดาเนินงานมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (2) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ ชุมชนตาบลไชยมนตรี ประกอบกับมติที่ประชุมสามัญประจาปี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 จึง ประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช ดังต่อไปนี้ 1. นายเชาวลิต สุพรัตน์ ประธาน 2. นายบุญแม้น แซ่อึ้ง รองประธาน 3. นายยงยุทธ นาทะชัย เลขานุการ 4. นางสาวกาญจนา หัตถวิก เหรัญญิก 5. นายนิรันดร์ อาทรกิจ นายทะเบียน 6. นายสาราญ เฟื่องฟ้า ฝ่ายตรวจสอบ 7. นายวิโรจน์ ไชยบุญ ฝ่ายตรวจสอบ 8. นายวันชาติ บรรจง ฝ่ายตรวจสอบ 9. นายสุริยา การัยภูมิ ประชาสัมพันธ์ 10. นางนันทนา หนูแก้ว ฝ่ายสวัสดิการ 11. นายธีรพล ปรางเพ็ชร กรรมการ 12. นายประธาน เวชประสิทธิ์ กรรมการ 13. นางวัลภา พุทธพฤกษ์ กรรมการ 14. นายโกศล เฉตาไพ กรรมการ 15. นายจรูญ สิลลากาล กรรมการ /จึงประกาศ...
  • 159.
    137 -2- จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557 (นายเชาวลิต สุพรัตน์) ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
  • 160.
    138 ประกาศคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่อง แต่งตั้งอนุกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี .................................... เพื่อให้การดาเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมืองนครศรีธรรมราชจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพในการ ดาเนินงานมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความใน ข้อ 20 (10) แห่งระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการ ชุมชนตาบลไชยมนตรี จึงประกาศรายชื่ออนุกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอ เมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังต่อไปนี้ อนุกรรมการ ประกอบด้วย 1. นายณรงค์ ช่วยกูล ผู้ช่วยเลขานุการ 2. นางสาวศุภนาถ หนูเอก ผู้ช่วยเหรัญญิก 3. นายสมชัย นวลประจักษ์ ผู้ช่วยนายทะเบียน 4. นางวรรณี ทองสวาท ผู้ช่วยฝ่ายสวัสดิการ 5. นายบงกช ตรัยภูมิ ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ 6. นายบุญโชค กลับอาไพ 7. นางจาเนียน ดวงพาพล 8. นางกาญจนา ปรางเพ็ชร 9. นายสีถัด เพชรสุวรรณ์ 10. นายวิโชติ เจดีย์รัตน์ 11. นางสาวสุนิศา กลสามัญ 12. นางสาวสิรินาถ มาลาเลศ 14. นางหนูจัด ยอดมณีย์ 15. นางรุ่งรัตน์ ติสิงห์ /อนุกรรมการ...
  • 161.
    139 -2- อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง มีหน้าที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดาเนินงานของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ตลอดจนประชาสัมพันธ์ผลงานและภาพลักษณ์ที่ดีงามของ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ให้อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งมีวาระการดารงตาแหน่งเท่ากับการดารงตาแหน่งของ คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศณ วันที่ 18 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2557 (นายเชาวลิต สุพรัตน์) ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
  • 162.
    140 ระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช หมวด 1 ข้อความทั่วไป ข้อ1 กองทุนนี้เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี” ข้อ 2 สานักงานกองทุนตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีศูนย์ประสานงาน ดังนี้ หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ที่ อดีตที่ทาการกานันตาบลไชยมนตรี (นายแนม ภูมี) หมู่ที่ 2 ตั้งอยู่ที่ ที่ทาการกองทุนหมู่บ้าน บ้านโพธิ์ หมู่ที่ 3 ตั้งอยู่ที่ ที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดหนองบัว หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ ชรบ.หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 ตั้งอยู่ที่ บ้านนายเริ่ม วัจนสาร ข้อ 3 ในระเบียบนี้ “กองทุน” หมายถึง กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี “สานักงานกองทุน” หมายถึง ที่ทาการกลางกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบล ไชยมนตรี ตั้งอยู่ ณ ที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช “ศูนย์ประสานงาน” หมายถึง หน่วยปฏิบัติการแต่ละหมู่บ้านในตาบลไชย มนตรี “สมาชิก” หมายถึง บุคคลที่สมัครและได้รับการพิจารณาเป็นสมาชิกกองทุน สวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชน ตาบล ไชยมนตรี “เงินสัจจะ” หมายถึง เงินที่สมาชิกกองทุนตกลงที่จะส่งกองทุน โดยไม่ใช่เงิน สะสมของสมาชิกจะเรียกคืนไม่ได้ เว้นแต่กรณีเสียชีวิตไม่ครบ 180 วัน หรือลาออกโดยยังไม่เคยใช้ สวัสดิการจะได้รับสัจจะสะสมคืนเท่ากับที่ส่งชาระแล้วเท่านั้น ข้อ 4 ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้นับจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ 5 บรรดาประกาศ คาสั่ง ข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิกโดยใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 6 ให้คณะกรรมการกองทุน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
  • 163.
    141 ข้อ 7 การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบข้อบังคับกองทุนโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการ กองทุนและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสมาชิกกองทุน หมวด 2 กองทุนสวัสดิการ ข้อ 8 วัตถุประสงค์ของกองทุน (1) ส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักออมเงินเพื่อแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (2) เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกตลอดชีวิต ในเรื่องการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย (3) เพื่อให้เกิดคุณธรรม ความสามัคคี มีน้าใจ ร่วมกันแก้ปัญหา สร้าง ความสัมพันธภาพที่ดีแก่สมาชิก (4) เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง มีองค์กรที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดความเดือดร้อน หรือจาเป็น (5) กองทุนนี้ไม่ดาเนินการเพื่อแสวงหาผลกาไรสูงสุดทางทรัพย์สิน แต่ ดาเนินการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก ข้อ 9 ที่มาของเงินและทรัพย์สินของกองทุน ประกอบด้วย (1) เงินที่ได้รับจากการฝากสัจจะวันละ 1 บาท ของสมาชิก (2) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น (3) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ/เอกชนอื่น (4) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับบริจาคโดยปราศจากเงื่อนไขหรือข้อผูกพัน ใดๆ (5) ดอกผล หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน หมวด 3 สมาชิกกองทุน ข้อ 10 คุณสมบัติของสมาชิก (1) สมาชิกสามัญ เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาบลไชยมนตรี สมาชิกสมทบ เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตาบลอื่น แต่มีคุณสมบัติ ข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อ ดังนี้ 1.1 มีภูมิลาเนาอยู่ในเขตตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง นครศรีธรรมราช 1.2 เป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือทายาท ของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน บ้านตาบลไชยมนตรี
  • 164.
    142 1.3 เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของหน่วยงาน/ องค์กรในพื้นที่ตาบลไชยมนตรี 1.4 เป็นบิมารดา คู่สมรส หรือทายาทของบุคคลในข้อ 1.3 (2) ไม่จากัดอายุ เพศ วัย และสถานภาพ (3) เป็นผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองทุน (4) เป็นผู้ที่คณะกรรมการประจาศูนย์ประสานงานเห็นชอบให้เข้าเป็น สมาชิก (5) มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์ สุจริต รักษาสัจจะ มีเมตตาเอื้ออาทรแก่เพื่อน มนุษย์ ข้อ 11 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก (1) ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 8 สามารถยื่นความจานงหรือสมัครเข้าเป็น สมาชิกกองทุน โดยยื่นคาขอสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้ที่สานักงานกองทุนหรือศูนย์ประสานงานที่ สะดวก (2) เมื่อคณะกรรมการรับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นสมาชิกโดยชอบธรรม ผู้สมัครสมาชิกจะต้องชาระค่าธรรมเนียมแรกเข้า 20 บาท ข้อ 12 การส่งเงินสัจจะของสมาชิก (1) สมาชิกต้องออมเงินสัจจะวันละ 1 บาท ต่อคน (2) สมาชิกต้องนาเงินสัจจะมาส่งให้คณะกรรมการ ณ ศูนย์ประสานงานที่ ตนได้มาสมัครในครั้งแรก ทุกวันที่ 1 ของเดือน จานวนเงินสัจจะขึ้นอยู่กับจานวนวันในแต่ละเดือน (3) สมาชิกจะต้องนาส่งเงินสัจจะเป็นประจาทุกเดือนจนกระทั่งเสียชีวิตหรือ ลาออก (4) หากสมาชิกขาดส่งสัจจะในเดือนใด จะต้องนาส่งย้อนหลังพร้อมกับ เดือนถัดไป ทั้งนี้ยังได้รับสวัสดิการตามปกติ ยกเว้นกรณีขาดส่งสัจจะติดต่อกัน 3 เดือน ข้อ 13 สมาชิกพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกตามเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) ตาย (กรณีเป็นสมาชิกไม่ครบ 180 วัน กองทุนจะคืนเงินสะสมเต็ม จานวน) (2) ลาออกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ลาออก (3) ขาดส่งเงินสัจจะติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน โดยไม่คืนเงินสัจจะสะสม (4) ที่ประชุมใหญ่สมาชิกมีมติให้ออกด้วยเสียงสองในสามของผู้เข้าร่วม ประชุม (5) จงใจฝ่าฝืนระเบียบกองทุน หรือแสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ให้ความ ร่วมมือช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับกองทุนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ (6) จงใจแจ้งเหตุอันเป็นเท็จเพื่อหวังรับสวัสดิการ ทั้งนี้จะต้องชดใช้เงิน สวัสดิการ ที่ได้รับไปในกรณีแจ้งเหตุอันเป็นเท็จนั้นทั้งหมดและจะไม่คืนเงินสัจจะสะสม (7) มีลักษณะและ/หรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ ข้อ 8
  • 165.
    143 ข้อ 14 ผู้ที่พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพสามารถยื่นคาขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ได้ ทั้งนี้ต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ข้อ 15 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้ (1) ระบุรายชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ไว้ในใบสมัคร (2) เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาชิกกองทุนและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทุกครั้ง (3) ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคาสั่งของกองทุน (4) มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการกองทุน (5) ขอตรวจสอบบัญชีและเอกสารต่างๆ ของกองทุน เพื่อทราบผลการ ดาเนินงานกิจการของกองทุน (6) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของกองทุนต่อคณะกรรมการและมี สิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทาหรืองดเว้นการกระทาเพื่อประโยชน์ของกองทุน (7) ต้องนาส่งเงินสัจจะให้กรรมการประจาศูนย์ประสานงานแต่ละหมู่บ้าน ทุกเดือน (8) เก็บรักษาสมุดเงินฝากสัจจะ หรือหนังสือสาคัญอื่นใดที่กองทุนออกให้ ถ้าหากเกิดสูญหายให้รีบแจ้งกรรมการทราบทันที (9) เมื่อมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แก้ไข วัน เดือน ปีเกิด เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ให้แจ้งต่อกรรมการกองทุน ภายใน 30 วัน (10) เมื่อมีเหตุอันพึงได้รับสวัสดิการ ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ณ ศูนย์ ประสานงานประจาหมู่บ้านที่ได้สมัครในครั้งแรกภายใน 30 วัน หมวด 4 คณะกรรมการกองทุน ข้อ 16 คณะกรรมการกองทุน จานวน 15 คน ประกอบด้วย (1) ประธาน 1 คน (2) รองประธาน 1 คน (3) เลขานุการ 1 คน (4) เหรัญญิก 1 คน (5) นายทะเบียน 1 คน (6) ฝ่ายตรวจสอบ 3 คน (7) ประชาสัมพันธ์ 1 คน (8) ฝ่ายสวัสดิการ 1 คน (9) กรรมการ 5 คน
  • 166.
    144 ข้อ 17 การได้มาซึ่งคณะกรรมการ (1)คณะกรรมการบริหารกองทุน ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจาปีคัดเลือก สมาชิกที่มีความเหมาะสมเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องมีเสียง สนับสนุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม (2) ให้มีกรรมการที่มาจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี จานวน 5 คน โดยให้มีหมู่บ้านละ 1 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน (3) ที่ปรึกษากองทุน ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นที่ปรึกษากองทุนตามความเหมาะสม (4) ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี เป็นเลขานุการกองทุน การคัดเลือกกรรมการตาม (2) ให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลไชย มนตรี แต่ละหมู่บ้านพิจารณาวิธีการคัดเลือกตามความเหมาะสม ข้อ 18 ให้กรรมการในคณะกรรมการกองทุนที่มาจากการคัดเลือก มีวาระการดารง ตาแหน่ง คราวละ 2 ปี เมื่อกรรมการอยู่ในตาแหน่งครบวาระ 2 ปีแล้ว ยังมิได้มีการคัดเลือกขึ้นมาใหม่ ให้กรรมการที่ครบวาระนั้น อยู่ในตาแหน่งไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับการคัดเลือกใหม่เข้ารับ ตาแหน่ง ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวัน ข้อ 19 คุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารกองทุน มีดังนี้ (1) เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี ไม่น้อยกว่า 180 วัน (2) บรรลุนิติภาวะ (3) มีภูมิลาเนาตามทะเบียนบ้านในตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัด นครศรีธรรมราช เว้นแต่ตาแหน่งเลขานุการกองทุนฯ ข้อ 20 คณะกรรมการกองทุนมีอานาจหน้าที่ ดังนี้ (1) บริหารกองทุน รวมทั้งตรวจสอบ กากับ ดูแล รายได้หรือผลประโยชน์ที่ เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน (2) ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารกองทุน (3) รับสมัครสมาชิกและจัดทาทะเบียนสมาชิก (4) ทานิติกรรม สัญญา หรือดาเนินการเกี่ยวกับภาระผูกพันของกองทุน (5) จัดทาบัญชีของกองทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ยอมรับ โดยทั่วไป (6) จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกที่พึงได้รับตามสิทธิ์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (7) ติดตามและประเมินผลการดาเนินการของกองทุน
  • 167.
    145 (8) รายงานผลการดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรครวมทั้งฐานะการเงิน ของกองทุนให้สมาชิกทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งพร้อมทั้งติดประกาศในที่สาธารณะ (9) ดาเนินการอื่นใดเพื่อผลประโยชน์ของกองทุนและการดาเนินงานที่มี ประสิทธิภาพ (10) แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทางานได้ตามความจาเป็น ข้อ 21 คณะกรรมการกองทุนพ้นจากวาระเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการและได้รับอนุมัติให้ลาออก (3) พ้นจากสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน (4) ครบวาระ (5) มีความผิดต้องโทษตามกฎหมาย (6) ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของ คณะกรรมการทั้งหมด (7) ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของผู้เข้าร่วม ประชุมทั้งหมด หมวด 5 สวัสดิการ ข้อ 22 สมาชิกจะได้รับสวัสดิการต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้ (1) ต้องออมเงินครบระยะเวลา 180 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการรับเข้า เป็นสมาชิก กรณีเสียชีวิตไม่ครบ 180 วัน จะได้รับสัจจะสะสมคืนเท่ากับที่ส่งชาระแล้วเท่านั้น (2) สมาชิกมีสิทธิรับสวัสดิการจะต้องไม่ค้างส่งเงินสัจจะ (3) จัดทาเอกสารขอรับสวัสดิการครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อและกรรมการ ผู้ประสานงานประจาหมู่บ้านลงชื่อให้การรับรอง ข้อ 23 สมาชิกได้รับสวัสดิการในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เกี่ยวกับการเกิด - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ 1,000.-บาท - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ 1,500.-บาท - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ 2,000.-บาท - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 15 ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ 2,500.-บาท
  • 168.
    146 - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 20ปี คลอดบุตรรับสวัสดิการครั้งละ 3,000.- บาท (2) เกี่ยวกับการเจ็บป่วย - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 180 วัน ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษา ที่โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 150 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่ โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 200 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่ โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 300 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน - เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 ปี ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บนอนรักษาที่ โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ได้รับค่าเสียเวลา คืนละ 500 บาท ปีละไม่เกิน 10 คืน - กรณีเลิกดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี จะได้รับการงดเว้นเงินฝากสัจจะเป็นเวลา 1 ปี (3) เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี และเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จะได้รับการยกเว้นเงินค่าสัจจะ โดยจะได้รับสวัสดิการตามอายุของการเสียสัจจะทั้งนี้ให้เป็นไปโดย ความสมัครใจของสมาชิก (4) เกี่ยวกับการเสียชีวิต เมื่อสมาชิกเสียชีวิตจะได้รับข้าวสาร จานวน 1 กระสอบ (ไม่เกิน 2,000 บาท) พร้อมด้วยพวงหรีด 1 พวง (ไม่เกิน 500.-บาท) และเงินฌาปนกิจตามอายุการเป็นสมาชิก ดังนี้ -เป็นสมาชิกครบ 180 วัน ได้รับเงินฌาปนกิจ 2,500.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 1 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 5,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 2 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 10,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 3 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 11,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 4 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 12,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 5 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 13,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 6 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 14,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 7 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 15,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 8 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 16,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 9 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 17,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 10 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 18,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 11 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 19,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 12 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 20,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 13 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 21,000.-บาท
  • 169.
    147 -เป็นสมาชิกครบ 14 ปีได้รับเงินฌาปนกิจ 22,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 15 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 23,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 16 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 24,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 17 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 25,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 18 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 26,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 19 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 27,000.-บาท -เป็นสมาชิกครบ 20 ปี ได้รับเงินฌาปนกิจ 30,000.-บาท กรณี ตายหรือหายสาบสูญไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ กองทุนจะไม่ จ่ายสวัสดิการให้ (5) ทุนการศึกษา สมาชิกที่เสียสัจจะติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 3 ปี มีสิทธิได้รับทุนการศึกษา สาหรับบุตร ตามระดับการศึกษา ดังนี้ ระดับประถม ทุนละ 300.-บาท ระดับมัธยม ทุนละ 500.-บาท ทั้งนี้ เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษาให้เป็นไป ตาม ที่คณะกรรมการกาหนด (6) ภัยพิบัติ กรณีเกิดเหตุอัคคีภัยหรือวาตภัย ทาให้ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย สมาชิกมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน โดยจะต้องเสียสัจจะติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี ดังนี้ กรณีเสียหายทั้งหลัง ชดเชยค่าเสียหาย 5,000.-บาท กรณีเสียหายบางส่วน ชดเชยค่าเสียหายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,500.-บาท (7) การอุดหนุนกิจกรรมโครงการ กองทุนอาจสมทบงบประมาณสาหรับการจัดกิจกรรม/โครงการของ องค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี กิจกรรม/โครงละไม่เกิน 2,000.-บาท ในกิจกรรมดังนี้ 7.1 วันผู้สูงอายุ 7.2 วันเด็ก 7.3 กีฬา 7.4 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • 170.
    148 หมวด 6 การบริหารเงินกองทุน ข้อ 24ทรัพย์สินของกองทุนที่เป็นตัวเงิน ให้จัดสรรไว้ดังนี้ (1) ร้อยละ 50 ตั้งเป็นเงินเพื่อสวัสดิการให้แก่สมาชิก (2) ร้อยละ 30 ตั้งไว้เพื่อเป็นเงินทุนสะสม (3) ร้อยละ 20 ตั้งไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการดาเนินงาน ข้อ 25 การดูแลรักษาเงิน - เงินที่รับมาทุกประเภท ให้เหรัญญิกนาฝากธนาคารทุกรายการ โดยให้ สารองไว้เป็นเงินสด ไม่เกิน 10,000 บาท หรือเป็นไปตามมติคณะกรรมการ โดยให้เหรัญญิกเป็นผู้ เก็บรักษา ข้อ 26 ให้ผู้มีอานาจทานิติกรรมฝากถอนเงินธนาคาร จานวน 3 คน ประกอบด้วย ประธาน เหรัญญิก และเลขานุการ โดยให้ผู้มีอานาจ 2 ใน 3 ที่ร่วมกันลงนามในการเปิดบัญชีเป็น ผู้ ลงนามในการเบิกจ่าย ข้อ 27 ผู้มีอานาจทานิติกรรมฝากถอนเงินธนาคาร 2 ใน 3 สามารถสั่งจ่ายเงินได้ไม่ เกินครั้งละ 10,000บาท การสั่งจ่ายเงินเกินกว่า 10,000.-บาท จะต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการ เห็นชอบ เว้นแต่กรณีสั่งจ่ายเพื่อสวัสดิการของสมาชิกที่ระบุไว้ตามระเบียบ ข้อ 28 คณะกรรมการจะต้องจัดทาบัญชี รายรับ – รายจ่าย และรายงานผลการ ดาเนินงานของกองทุนทุกสามเดือนพร้อมติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ข้อ 29 คณะกรรมการจะต้องรายงานผลการดาเนินงาน จัดทาบัญชีรายรับ – รายจ่าย งบแสดงฐานะการเงิน งบดุล ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไปและรับรองโดยคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วติดประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน และ 31 ธันวาคม ของทุกปี หมวด 7 การประชุม ข้อ 30 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุม ดังนี้ (1) จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจาปี ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม (2) ในกรณีเร่งด่วน ประธานสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้ตามความ เหมาะสม (3) สมาชิกจานวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด สามารถเข้าชื่อเสนอเปิด ประชุมวิสามัญได้ (4) ให้มีการประชุมของคณะกรรมการกองทุน เดือนละ 1ครั้งหรือตามความ เหมาะสม
  • 171.
    149 ข้อ 31 สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมมีสิทธิออกเสียงลงมติได้อย่างเท่าเทียมกัน คนละ 1 เสียง ข้อ 32 กรณีเกิดข้อขัดแย้งใด ๆ ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาลงมติ และหากยัง ไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญและให้ถือว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นอัน สิ้นสุด ให้ไว้ ณ วันที่ 27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2558 (นายเชาวลิต สุพรัตน์) ประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตาบลไชยมนตรี
  • 172.
    151 ตัวอย่างรางวัลขององค์การบริหารส่วนตาบลไชยมนตรี อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานบริหารจัดการโครงการ ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจาปี 2548 จาก กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548
  • 173.
    152 รางวัลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กน่าอยู่ดีเด่น ระดับอาเภอ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549
  • 174.
    153 รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาลประจาปี 2550 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 และได้รับเงินรางวัล หนึ่งล้านบาท
  • 175.
    154 รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น จากนิตยสารเส้นทางไทย เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551
  • 176.
    155 รางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาลประจาปี2552 จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 และได้รับเงินรางวัล หนึ่งล้านบาท
  • 177.
    156 รางวัล ศูนย์อปพร. ดีเด่นประจา 2552 จาก ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัดนครศรีธรรมราช รางวัล นวัตกรรมท้องถิ่นไทย ครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชน จาก คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553
  • 178.
  • 179.
    158 รางวัล องค์กรที่มีผลงานดีเด่นตามหลักธรรมาภิบาลในเรื่อง การอานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ที่มาติดต่อราชการพ.ศ.2554 จาก คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และได้รับเงินรางวัล สองแสนบาท
  • 180.
    ความถี่ รอยละ Statistics เพศ อายุการศึกษา อาชีพ รายไดตอเดือน N Valid 341 341 341 341 341 Missing 0 0 0 0 0 Mean 1.70 2.27 2.02 1.80 1.87 Std. Deviation .460 .757 .677 .936 .547 Frequency Table เพศ Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ชาย 103 30.21 30.21 30.21 หญิง 238 69.79 69.79 100.00 Total 341 100.00 100.00 อายุ Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid 18-30 ป 64 18.77 18.77 18.77 31-50 ป 122 35.78 35.78 54.55 50 ปขึ้นไป 155 45.45 45.45 100.00 Total 341 100.00 100.00
  • 181.
    การศึกษา Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ประถมศึกษา69 20.23 20.23 20.23 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา 200 58.65 58.65 78.89 ป.ตรี 67 19.65 19.65 98.53 สูงกวาป.ตรี 5 1.47 1.47 100.00 Total 341 100.00 100.00 อาชีพ Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 46.92 46.92 46.92 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 34.31 34.31 81.23 พนักงานบริษัท 35 10.27 10.27 91.50 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 8.50 8.50 100.00 Total 341 100.00 100.00 รายไดตอเดือน Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid 3000-5000 บาท 75 22.00 22.00 22.00 5001-10000 บาท 234 68.62 68.62 90.62 10000 บาทขึ้นไป 32 9.38 9.38 100.00 Total 341 100.00 100.00
  • 182.
    รายดาน รายขอ Descriptive Statistics NMean Std. Deviation จนท.สุภาพเรียบรอย 341 4.39 .66 จนท.บริการรวดเร็วถูกตอง 341 4.37 .67 จนท.มีความรูความสามารถ 341 4.31 .76 การนําระบบคอมมาใช 341 4.37 .64 บริการ ณ จุดเดียว 341 4.38 .63 ดานทาน 341 4.37 .34 การนําระบบคอมมาใช 341 4.38 .63 เชื่อมโยงระบบกับหนวยงานอื่น 341 4.39 .66 บริการถูกตอง 341 4.41 .73 ทราบการเผยแพรขอมูล 341 4.34 .71 เขาใจในการกรอกแบบฟอรม 341 4.30 .74 ดานปยวาจา 341 4.37 .38 ทราบขอมูลผานเว็บ 341 4.35 .70 เตรียมวัสดุอุปกรณ 341 4.44 .65 สถานที่มั่นคงปลอดภัย 341 4.24 .72 ที่ตั้งสะดวกแกการเดินทาง 341 4.43 .67 พึงพอใจตอสถานที่รับบริการ 341 4.37 .67 ดานอัตถจริยา 341 4.36 .37 เตรียมวัสดุอุปกรณ 341 4.43 .65 วัสดุอุปกรณเพียงพอ 341 4.35 .70 พึงพอใจวัสดุอุปกรณ 341 4.32 .67 บริการตรงตามความตองการ 341 4.46 .63 ใหคําแนะนําตอบสนอง 341 4.38 .68 ดานสมานัตตตา 341 4.39 .37 Valid N (listwise) 341
  • 183.
    Descriptive Statistics N Mean Std. Deviation ดานทาน341 4.37 .34 ดานปยวาจา 341 4.37 .38 ดานอัตถจริยา 341 4.36 .37 ดานสมานัตตตา 341 4.39 .37 สังคหวัตถุธรรม 341 4.37 .23 Valid N (listwise) 341
  • 184.
    รายดาน จําแนกตามตัวแปรอิสระ Case ProcessingSummary Cases Included Excluded Total N Percent N Percent N Percent ดานทาน * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานปยวาจา * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานอัตถจริยา * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานสมานัตตตา * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% สังคหวัตถุธรรม * เพศ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% Report เพศ ดานทาน ดานปย วาจา ดานอัตถ จริยา ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุ ธรรม ชาย Mean 4.36 4.31 4.36 4.37 4.35 Std. Deviation .33 .41 .41 .36 .24 หญิง Mean 4.37 4.39 4.37 4.40 4.38 Std. Deviation .35 .37 .36 .37 .22 Total Mean 4.37 4.37 4.36 4.39 4.37 Std. Deviation .34 .38 .37 .37 .23
  • 185.
    Case Processing Summary Cases IncludedExcluded Total N Percent N Percent N Percent ดานทาน * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานปยวาจา * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานอัตถจริยา * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานสมานัตตตา * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% สังคหวัตถุธรรม * อายุ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% Report อายุ ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา 18-30 ป Mean 4.36 4.39 4.41 Std. Deviation .33 .36 .35 31-50 ป Mean 4.36 4.37 4.35 Std. Deviation .35 .41 .37 50 ปขึ้นไป Mean 4.37 4.35 4.36 Std. Deviation .35 .37 .39 Total Mean 4.37 4.37 4.36 Std. Deviation .34 .38 .37 Report อายุ ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม 18-30 ป Mean 4.36 4.38 Std. Deviation .40 .24 31-50 ป Mean 4.40 4.37 Std. Deviation .34 .23 50 ปขึ้นไป Mean 4.39 4.37 Std. Deviation .38 .22 Total Mean 4.39 4.37 Std. Deviation .37 .23
  • 186.
    Case Processing Summary Cases IncludedExcluded Total N Percent N Percent N Percent ดานทาน * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานปยวาจา * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานอัตถจริยา * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานสมานัตตตา * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% สังคหวัตถุธรรม * การศึกษา 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% Report การศึกษา ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา ประถมศึกษา Mean 4.34 4.46 4.35 Std. Deviation .38 .37 .37 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา Mean 4.38 4.35 4.37 Std. Deviation .33 .39 .38 ป.ตรี Mean 4.34 4.33 4.37 Std. Deviation .33 .39 .39 สูงกวาป.ตรี Mean 4.32 4.24 4.32 Std. Deviation .52 .22 .30 Total Mean 4.37 4.37 4.36 Std. Deviation .34 .38 .37 Report การศึกษา ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม ประถมศึกษา Mean 4.43 4.40 Std. Deviation .35 .22 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา Mean 4.38 4.37 Std. Deviation .37 .23 ป.ตรี Mean 4.39 4.35 Std. Deviation .36 .23 สูงกวาป.ตรี Mean 4.20 4.27 Std. Deviation .58 .22 Total Mean 4.39 4.37 Std. Deviation .37 .23
  • 187.
    Case Processing Summary Cases IncludedExcluded Total N Percent N Percent N Percent ดานทาน * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานปยวาจา * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานอัตถจริยา * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานสมานัตตตา * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% สังคหวัตถุธรรม * อาชีพ 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% Report อาชีพ ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา เกษตรกร/รับจางทั่วไป Mean 4.38 4.35 4.42 Std. Deviation .32 .39 .35 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว Mean 4.34 4.42 4.33 Std. Deviation .37 .37 .38 พนักงานจางบริษัท Mean 4.35 4.22 4.30 Std. Deviation .34 .42 .41 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ Mean 4.41 4.37 4.28 Std. Deviation .33 .36 .42 Total Mean 4.37 4.37 4.36 Std. Deviation .34 .38 .37 Report อาชีพ ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม เกษตรกร/รับจางทั่วไป Mean 4.40 4.39 Std. Deviation .35 .22 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว Mean 4.38 4.37 Std. Deviation .38 .23 พนักงานจางบริษัท Mean 4.34 4.30 Std. Deviation .44 .26 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ Mean 4.44 4.37 Std. Deviation .32 .24 Total Mean 4.39 4.37 Std. Deviation .37 .23
  • 188.
    Case Processing Summary Cases IncludedExcluded Total N Percent N Percent N Percent ดานทาน * รายไดตอ เดือน 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานปยวาจา * รายไดตอ เดือน 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานอัตถจริยา * รายได ตอเดือน 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% ดานสมานัตตตา * รายได ตอเดือน 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% สังคหวัตถุธรรม * รายได ตอเดือน 341 100.0% 0 .0% 341 100.0% Report รายไดตอเดือน ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา 3000-5000 บาท Mean 4.31 4.32 4.35 Std. Deviation .36 .37 .38 5001-10000 บาท Mean 4.37 4.38 4.37 Std. Deviation .34 .39 .38 10000 บาทขึ้นไป Mean 4.44 4.35 4.39 Std. Deviation .29 .38 .30 Total Mean 4.37 4.37 4.36 Std. Deviation .34 .38 .37 Report รายไดตอเดือน ดานสมานัตตตา สังคหวัตถุธรรม 3000-5000 บาท Mean 4.37 4.34 Std. Deviation .38 .24 5001-10000 บาท Mean 4.40 4.38 Std. Deviation .37 .23 10000 บาทขึ้นไป Mean 4.35 4.38 Std. Deviation .30 .20 Total Mean 4.39 4.37 Std. Deviation .37 .23
  • 189.
    T-Test Group Statistics เพศ NMean Std. Deviation Std. Error Mean ดานทาน ชาย 103 4.36 .33 .03 หญิง 238 4.37 .35 .02 ดานปยวาจา ชาย 103 4.31 .41 .04 หญิง 238 4.39 .37 .02 ดานอัตถจริยา ชาย 103 4.36 .41 .04 หญิง 238 4.37 .36 .02 ดานสมานัตตตา ชาย 103 4.37 .36 .04 หญิง 238 4.40 .37 .02 สังคหวัตถุธรรม ชาย 103 4.35 .24 .02 หญิง 238 4.38 .22 .01
  • 190.
    Independent Samples Test Levene'sTest for Equality of Variances t-test for Equality of Means F Sig. t df Sig. (2- tailed) Mean Difference Std. Error Difference 95% Confidence Interval of the Difference Lower Upper ดานทาน Equal variances assumed .355 .552 -.219 339 .827 -.00884 .04045 -.08840 .07071 Equal variances not assumed -.225 207.098 .822 -.00884 .03931 -.08635 .06866 ดานปยวาจา Equal variances assumed 1.963 .162 -1.676 339 .095 -.07561 .04512 -.16437 .01314 Equal variances not assumed -1.611 177.518 .109 -.07561 .04694 -.16825 .01703 ดานอัตถ จริยา Equal variances assumed 2.680 .103 -.162 339 .871 -.00716 .04423 -.09417 .07984 Equal variances not assumed -.154 173.726 .878 -.00716 .04649 -.09892 .08459 ดานสมานัตต ตา Equal variances assumed .063 .801 -.679 339 .498 -.02939 .04329 -.11453 .05575 Equal variances not assumed -.682 195.985 .496 -.02939 .04307 -.11433 .05556 สังคหวัตถุ ธรรม Equal variances assumed 1.160 .282 -1.125 339 .261 -.03025 .02689 -.08315 .02264 Equal variances not assumed -1.083 178.190 .280 -.03025 .02793 -.08536 .02486
  • 192.
    F-test Descriptives N Mean Std.Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Minimum MaximumLower Bound Upper Bound ดานทาน 18-30 ป 64 4.36 .33 .04111 4.2772 4.4415 3.60 5.00 31-50 ป 122 4.36 .35 .03125 4.2955 4.4192 3.20 5.00 50 ปขึ้นไป 155 4.37 .35 .02793 4.3190 4.4294 3.00 5.00 Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00 ดานปยวาจา 18-30 ป 64 4.39 .36 .04552 4.2997 4.4816 3.40 5.00 31-50 ป 122 4.37 .41 .03720 4.2936 4.4409 3.40 5.00 50 ปขึ้นไป 155 4.35 .37 .02979 4.2947 4.4124 3.40 5.00 Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00 ดานอัตถจริยา 18-30 ป 64 4.41 .35 .04419 4.3211 4.4977 3.60 5.00 31-50 ป 122 4.35 .37 .03305 4.2837 4.4146 3.40 5.00 50 ปขึ้นไป 155 4.36 .39 .03139 4.2954 4.4194 3.40 5.00 Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00 ดานสมานัตตตา 18-30 ป 64 4.36 .40 .04998 4.2626 4.4624 3.00 5.00 31-50 ป 122 4.40 .34 .03053 4.3428 4.4637 3.40 5.00 50 ปขึ้นไป 155 4.39 .38 .03024 4.3299 4.4494 3.20 5.00 Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00
  • 193.
    สังคหวัตถุธรรม 18-30 ป64 4.38 .24 .02964 4.3212 4.4397 3.60 4.90 31-50 ป 122 4.37 .23 .02102 4.3276 4.4109 3.65 4.90 50 ปขึ้นไป 155 4.37 .22 .01786 4.3334 4.4040 3.80 4.85 Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90 ANOVA Sum of Squares df Mean Square F Sig. ดานทาน Between Groups .022 2 .011 .094 .910 Within Groups 39.850 338 .118 Total 39.872 340 ดานปยวาจา Between Groups .063 2 .031 .213 .808 Within Groups 49.969 338 .148 Total 50.032 340 ดานอัตถจริยา Between Groups .165 2 .083 .588 .556 Within Groups 47.518 338 .141 Total 47.684 340 ดานสมานัตตตา Between Groups .070 2 .035 .258 .772 Within Groups 45.652 338 .135 Total 45.722 340
  • 194.
    สังคหวัตถุธรรม Between Groups .007 2.003 .066 .936 Within Groups 17.681 338 .052 Total 17.688 340 Multiple Comparisons LSD Dependent Variable (I) อายุ (J) อายุ Mean Difference (I-J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ดานทาน 18-30 ป 31-50 ป .00200 .05300 .970 -.1022 .1062 50 ปขึ้นไป -.01482 .05102 .772 -.1152 .0855 31-50 ป 18-30 ป -.00200 .05300 .970 -.1062 .1022 50 ปขึ้นไป -.01682 .04156 .686 -.0986 .0649 50 ปขึ้นไป 18-30 ป .01482 .05102 .772 -.0855 .1152 31-50 ป .01682 .04156 .686 -.0649 .0986 ดานปยวาจา 18-30 ป 31-50 ป .02341 .05934 .693 -.0933 .1401 50 ปขึ้นไป .03708 .05713 .517 -.0753 .1494 31-50 ป 18-30 ป -.02341 .05934 .693 -.1401 .0933 50 ปขึ้นไป .01366 .04654 .769 -.0779 .1052 50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.03708 .05713 .517 -.1494 .0753 31-50 ป -.01366 .04654 .769 -.1052 .0779
  • 195.
    ดานอัตถจริยา 18-30 ป31-50 ป .06019 .05787 .299 -.0536 .1740 50 ปขึ้นไป .05196 .05571 .352 -.0576 .1615 31-50 ป 18-30 ป -.06019 .05787 .299 -.1740 .0536 50 ปขึ้นไป -.00824 .04538 .856 -.0975 .0810 50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.05196 .05571 .352 -.1615 .0576 31-50 ป .00824 .04538 .856 -.0810 .0975 ดานสมานัตตตา 18-30 ป 31-50 ป -.04078 .05672 .473 -.1524 .0708 50 ปขึ้นไป -.02718 .05461 .619 -.1346 .0802 31-50 ป 18-30 ป .04078 .05672 .473 -.0708 .1524 50 ปขึ้นไป .01360 .04448 .760 -.0739 .1011 50 ปขึ้นไป 18-30 ป .02718 .05461 .619 -.0802 .1346 31-50 ป -.01360 .04448 .760 -.1011 .0739 สังคหวัตถุธรรม 18-30 ป 31-50 ป .01121 .03530 .751 -.0582 .0806 50 ปขึ้นไป .01176 .03398 .730 -.0551 .0786 31-50 ป 18-30 ป -.01121 .03530 .751 -.0806 .0582 50 ปขึ้นไป .00055 .02768 .984 -.0539 .0550 50 ปขึ้นไป 18-30 ป -.01176 .03398 .730 -.0786 .0551 31-50 ป -.00055 .02768 .984 -.0550 .0539
  • 196.
    Descriptives N Mean Std. Deviation Std. Error 95% ConfidenceInterval for Mean Minimum Maximum Lower Bound Upper Bound ดานทาน ประถมศึกษา 69 4.34 .38 .04600 4.2502 4.4338 3.20 5.00 มัธยมศึกษาหรือ เทียบเทา 200 4.38 .33 .02318 4.3383 4.4297 3.00 5.00 ป.ตรี 67 4.34 .33 .04062 4.2562 4.4184 3.40 5.00 สูงกวาป.ตรี 5 4.32 .52 .23324 3.6724 4.9676 3.80 5.00 Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00 ดานปยวาจา ประถมศึกษา 69 4.46 .37 .04457 4.3748 4.5527 3.60 5.00 มัธยมศึกษาหรือ เทียบเทา 200 4.35 .39 .02736 4.2930 4.4010 3.40 5.00 ป.ตรี 67 4.33 .39 .04712 4.2343 4.4224 3.40 4.80 สูงกวาป.ตรี 5 4.24 .22 .09798 3.9680 4.5120 4.00 4.60 Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00 ดานอัตถจริยา ประถมศึกษา 69 4.35 .37 .04421 4.2596 4.4361 3.40 5.00 มัธยมศึกษาหรือ เทียบเทา 200 4.37 .38 .02667 4.3174 4.4226 3.40 5.00 ป.ตรี 67 4.37 .39 .04710 4.2731 4.4612 3.40 5.00 สูงกวาป.ตรี 5 4.32 .30 .13565 3.9434 4.6966 3.80 4.60
  • 197.
    Total 341 4.36.37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00 ดานสมานัตตตา ประถมศึกษา 69 4.43 .35 .04196 4.3453 4.5127 3.40 5.00 มัธยมศึกษาหรือ เทียบเทา 200 4.38 .37 .02607 4.3306 4.4334 3.00 5.00 ป.ตรี 67 4.39 .36 .04447 4.2963 4.4739 3.40 5.00 สูงกวาป.ตรี 5 4.20 .58 .26077 3.4760 4.9240 3.40 4.80 Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00 สังคหวัตถุธรรม ประถมศึกษา 69 4.40 .22 .02699 4.3418 4.4495 3.85 4.85 มัธยมศึกษาหรือ เทียบเทา 200 4.37 .23 .01612 4.3390 4.4025 3.60 4.90 ป.ตรี 67 4.35 .23 .02867 4.2972 4.4117 3.65 4.90 สูงกวาป.ตรี 5 4.27 .22 .09695 4.0008 4.5392 3.95 4.55 Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
  • 198.
    ANOVA Sum of Squares dfMean Square F Sig. ดานทาน Between Groups .170 3 .057 .481 .696 Within Groups 39.702 337 .118 Total 39.872 340 ดานปยวาจา Between Groups .906 3 .302 2.072 .104 Within Groups 49.126 337 .146 Total 50.032 340 ดานอัตถจริยา Between Groups .036 3 .012 .084 .969 Within Groups 47.648 337 .141 Total 47.684 340 ดานสมานัตตตา Between Groups .300 3 .100 .741 .528 Within Groups 45.422 337 .135 Total 45.722 340 สังคหวัตถุธรรม Between Groups .111 3 .037 .711 .546 Within Groups 17.577 337 .052 Total 17.688 340
  • 199.
    Multiple Comparisons LSD Dependent Variable (I)การศึกษา (J) การศึกษา Mean Difference (I- J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ดานทาน ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.04197 .04792 .382 -.1362 .0523 ป.ตรี .00472 .05887 .936 -.1111 .1205 สูงกวาป.ตรี .02203 .15896 .890 -.2907 .3347 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา .04197 .04792 .382 -.0523 .1362 ป.ตรี .04669 .04845 .336 -.0486 .1420 สูงกวาป.ตรี .06400 .15541 .681 -.2417 .3697 ป.ตรี ประถมศึกษา -.00472 .05887 .936 -.1205 .1111 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.04669 .04845 .336 -.1420 .0486 สูงกวาป.ตรี .01731 .15912 .913 -.2957 .3303 สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.02203 .15896 .890 -.3347 .2907 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.06400 .15541 .681 -.3697 .2417 ป.ตรี -.01731 .15912 .913 -.3303 .2957 ดานปยวาจา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .11677* .05331 .029 .0119 .2216 ป.ตรี .13541* .06549 .039 .0066 .2642 สูงกวาป.ตรี .22377 .17683 .207 -.1241 .5716
  • 200.
    มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.11677* .05331.029 -.2216 -.0119 ป.ตรี .01864 .05389 .730 -.0874 .1247 สูงกวาป.ตรี .10700 .17287 .536 -.2330 .4470 ป.ตรี ประถมศึกษา -.13541* .06549 .039 -.2642 -.0066 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.01864 .05389 .730 -.1247 .0874 สูงกวาป.ตรี .08836 .17700 .618 -.2598 .4365 สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.22377 .17683 .207 -.5716 .1241 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.10700 .17287 .536 -.4470 .2330 ป.ตรี -.08836 .17700 .618 -.4365 .2598 ดานอัตถจริยา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.02217 .05250 .673 -.1254 .0811 ป.ตรี -.01934 .06449 .764 -.1462 .1075 สูงกวาป.ตรี .02783 .17415 .873 -.3147 .3704 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา .02217 .05250 .673 -.0811 .1254 ป.ตรี .00284 .05308 .957 -.1016 .1072 สูงกวาป.ตรี .05000 .17025 .769 -.2849 .3849 ป.ตรี ประถมศึกษา .01934 .06449 .764 -.1075 .1462 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.00284 .05308 .957 -.1072 .1016 สูงกวาป.ตรี .04716 .17432 .787 -.2957 .3901 สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.02783 .17415 .873 -.3704 .3147 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.05000 .17025 .769 -.3849 .2849 ป.ตรี -.04716 .17432 .787 -.3901 .2957
  • 201.
    ดานสมานัตตตา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา.04699 .05126 .360 -.0538 .1478 ป.ตรี .04391 .06297 .486 -.0800 .1678 สูงกวาป.ตรี .22899 .17003 .179 -.1055 .5634 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.04699 .05126 .360 -.1478 .0538 ป.ตรี -.00307 .05182 .953 -.1050 .0989 สูงกวาป.ตรี .18200 .16623 .274 -.1450 .5090 ป.ตรี ประถมศึกษา -.04391 .06297 .486 -.1678 .0800 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .00307 .05182 .953 -.0989 .1050 สูงกวาป.ตรี .18507 .17020 .278 -.1497 .5199 สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.22899 .17003 .179 -.5634 .1055 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.18200 .16623 .274 -.5090 .1450 ป.ตรี -.18507 .17020 .278 -.5199 .1497 สังคหวัตถุธรรม ประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา .02490 .03189 .435 -.0378 .0876 ป.ตรี .04117 .03917 .294 -.0359 .1182 สูงกวาป.ตรี .12565 .10577 .236 -.0824 .3337 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา ประถมศึกษา -.02490 .03189 .435 -.0876 .0378 ป.ตรี .01627 .03224 .614 -.0471 .0797 สูงกวาป.ตรี .10075 .10340 .331 -.1026 .3041 ป.ตรี ประถมศึกษา -.04117 .03917 .294 -.1182 .0359 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.01627 .03224 .614 -.0797 .0471 สูงกวาป.ตรี .08448 .10588 .425 -.1238 .2927
  • 202.
    สูงกวาป.ตรี ประถมศึกษา -.12565.10577 .236 -.3337 .0824 มัธยมศึกษาหรือเทียบเทา -.10075 .10340 .331 -.3041 .1026 ป.ตรี -.08448 .10588 .425 -.2927 .1238 *. The mean difference is significant at the 0.05 level. Descriptives N Mean Std. Deviation Std. Error 95% Confidence Interval for Mean Minimum Maximum Lower Bound Upper Bound ดานทาน เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.38 .32 .02553 4.3296 4.4304 3.20 5.00 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.34 .37 .03446 4.2702 4.4067 3.00 5.00 พนักงานจางบริษัท 35 4.35 .34 .05759 4.2315 4.4656 3.80 5.00 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.41 .33 .06113 4.2886 4.5390 3.40 4.80 Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00 ดานปยวาจา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.35 .39 .03052 4.2935 4.4140 3.40 5.00 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.42 .37 .03383 4.3569 4.4909 3.40 5.00 พนักงานจางบริษัท 35 4.22 .42 .07137 4.0778 4.3679 3.40 5.00 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.37 .36 .06664 4.2290 4.5020 3.40 4.80 Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00 ดานอัตถจริยา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.42 .35 .02740 4.3646 4.4729 3.40 5.00
  • 203.
    คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.33.38 .03536 4.2616 4.4017 3.40 5.00 พนักงานจางบริษัท 35 4.30 .41 .06878 4.1574 4.4369 3.60 5.00 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.28 .42 .07842 4.1152 4.4365 3.40 4.80 Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00 ดานสมานัตตตา เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.40 .35 .02741 4.3434 4.4516 3.20 5.00 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.38 .38 .03538 4.3094 4.4496 3.20 5.00 พนักงานจางบริษัท 35 4.34 .44 .07405 4.1924 4.4934 3.00 5.00 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.44 .32 .05987 4.3187 4.5640 3.80 5.00 Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00 สังคหวัตถุธรรม เกษตรกร/รับจางทั่วไป 160 4.39 .22 .01705 4.3538 4.4212 3.80 4.90 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว 117 4.37 .23 .02129 4.3262 4.4105 3.60 4.90 พนักงานจางบริษัท 35 4.30 .26 .04444 4.2126 4.3932 3.70 4.75 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 29 4.37 .24 .04415 4.2837 4.4646 3.65 4.70 Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
  • 204.
    ANOVA Sum of Squares dfMean Square F Sig. ดานทาน Between Groups .197 3 .066 .557 .644 Within Groups 39.675 337 .118 Total 39.872 340 ดานปยวาจา Between Groups 1.134 3 .378 2.604 .052 Within Groups 48.898 337 .145 Total 50.032 340 ดานอัตถจริยา Between Groups .984 3 .328 2.367 .071 Within Groups 46.700 337 .139 Total 47.684 340 ดานสมานัตตตา Between Groups .176 3 .059 .434 .728 Within Groups 45.546 337 .135 Total 45.722 340 สังคหวัตถุธรรม Between Groups .207 3 .069 1.331 .264 Within Groups 17.481 337 .052
  • 205.
    ANOVA Sum of Squares dfMean Square F Sig. ดานทาน Between Groups .197 3 .066 .557 .644 Within Groups 39.675 337 .118 Total 39.872 340 ดานปยวาจา Between Groups 1.134 3 .378 2.604 .052 Within Groups 48.898 337 .145 Total 50.032 340 ดานอัตถจริยา Between Groups .984 3 .328 2.367 .071 Within Groups 46.700 337 .139 Total 47.684 340 ดานสมานัตตตา Between Groups .176 3 .059 .434 .728 Within Groups 45.546 337 .135 Total 45.722 340 สังคหวัตถุธรรม Between Groups .207 3 .069 1.331 .264 Within Groups 17.481 337 .052 Total 17.688 340
  • 206.
    Multiple Comparisons LSD Dependent Variable(I) อาชีพ (J) อาชีพ Mean Difference (I- J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ดานทาน เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .04154 .04174 .320 -.0406 .1236 พนักงานจางบริษัท .03143 .06403 .624 -.0945 .1574 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.03379 .06925 .626 -.1700 .1024 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.04154 .04174 .320 -.1236 .0406 พนักงานจางบริษัท -.01011 .06611 .879 -.1401 .1199 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.07533 .07117 .291 -.2153 .0647 พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.03143 .06403 .624 -.1574 .0945 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .01011 .06611 .879 -.1199 .1401 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.06522 .08616 .450 -.2347 .1043 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .03379 .06925 .626 -.1024 .1700 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .07533 .07117 .291 -.0647 .2153 พนักงานจางบริษัท .06522 .08616 .450 -.1043 .2347 ดานปยวาจา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.07018 .04634 .131 -.1613 .0210 พนักงานจางบริษัท .13089 .07108 .066 -.0089 .2707 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.01177 .07688 .878 -.1630 .1395 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป .07018 .04634 .131 -.0210 .1613
  • 207.
    พนักงานจางบริษัท .20107* .07339 .006.0567 .3454 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .05841 .07902 .460 -.0970 .2138 พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.13089 .07108 .066 -.2707 .0089 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.20107* .07339 .006 -.3454 -.0567 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.14266 .09565 .137 -.3308 .0455 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .01177 .07688 .878 -.1395 .1630 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.05841 .07902 .460 -.2138 .0970 พนักงานจางบริษัท .14266 .09565 .137 -.0455 .3308 ดานอัตถจริยา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .08713 .04528 .055 -.0019 .1762 พนักงานจางบริษัท .12161 .06946 .081 -.0150 .2582 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .14289 .07513 .058 -.0049 .2907 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.08713 .04528 .055 -.1762 .0019 พนักงานจางบริษัท .03448 .07172 .631 -.1066 .1756 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .05576 .07722 .471 -.0961 .2077 พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.12161 .06946 .081 -.2582 .0150 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.03448 .07172 .631 -.1756 .1066 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .02128 .09348 .820 -.1626 .2051 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.14289 .07513 .058 -.2907 .0049 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.05576 .07722 .471 -.2077 .0961 พนักงานจางบริษัท -.02128 .09348 .820 -.2051 .1626
  • 208.
    ดานสมานัตตตา เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว.01801 .04472 .687 -.0700 .1060 พนักงานจางบริษัท .05464 .06860 .426 -.0803 .1896 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.04388 .07420 .555 -.1898 .1021 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01801 .04472 .687 -.1060 .0700 พนักงานจางบริษัท .03663 .07083 .605 -.1027 .1760 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.06189 .07626 .418 -.2119 .0881 พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.05464 .06860 .426 -.1896 .0803 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.03663 .07083 .605 -.1760 .1027 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.09852 .09231 .287 -.2801 .0831 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป .04388 .07420 .555 -.1021 .1898 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .06189 .07626 .418 -.0881 .2119 พนักงานจางบริษัท .09852 .09231 .287 -.0831 .2801 สังคหวัตถุธรรม เกษตรกร/รับจางทั่วไป คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .01912 .02770 .490 -.0354 .0736 พนักงานจางบริษัท .08464* .04250 .047 .0010 .1682 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ .01336 .04597 .771 -.0771 .1038 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01912 .02770 .490 -.0736 .0354 พนักงานจางบริษัท .06552 .04388 .136 -.0208 .1518 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.00576 .04724 .903 -.0987 .0872 พนักงานจางบริษัท เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.08464* .04250 .047 -.1682 -.0010 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว -.06552 .04388 .136 -.1518 .0208 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ -.07128 .05719 .213 -.1838 .0412
  • 209.
    รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร/รับจางทั่วไป -.01336.04597 .771 -.1038 .0771 คาขาย/ธุรกิจสวนตัว .00576 .04724 .903 -.0872 .0987 พนักงานจางบริษัท .07128 .05719 .213 -.0412 .1838 *. The mean difference is significant at the 0.05 level.
  • 210.
    Descriptives N Mean Std. Deviation Std.Error 95% Confidence Interval for Mean Minimum MaximumLower Bound Upper Bound ดานทาน 3000-5000 บาท 75 4.31 .36 .04129 4.2271 4.3916 3.20 5.00 5001-10000 บาท 234 4.37 .34 .02238 4.3294 4.4176 3.00 5.00 10000 บาทขึ้นไป 32 4.44 .29 .05193 4.3316 4.5434 3.80 5.00 Total 341 4.37 .34 .01854 4.3289 4.4019 3.00 5.00 ดานปยวาจา 3000-5000 บาท 75 4.32 .37 .04314 4.2314 4.4033 3.40 5.00 5001-10000 บาท 234 4.38 .39 .02530 4.3331 4.4327 3.40 5.00 10000 บาทขึ้นไป 32 4.35 .38 .06780 4.2117 4.4883 3.40 5.00 Total 341 4.37 .38 .02077 4.3245 4.4063 3.40 5.00 ดานอัตถจริยา 3000-5000 บาท 75 4.35 .38 .04445 4.2608 4.4379 3.40 5.00 5001-10000 บาท 234 4.37 .38 .02490 4.3168 4.4149 3.40 5.00 10000 บาทขึ้นไป 32 4.39 .30 .05383 4.2777 4.4973 3.80 4.80 Total 341 4.36 .37 .02028 4.3243 4.4041 3.40 5.00
  • 211.
    ดานสมานัตตตา 3000-5000 บาท75 4.37 .38 .04412 4.2801 4.4559 3.00 5.00 5001-10000 บาท 234 4.40 .37 .02426 4.3539 4.4495 3.20 5.00 10000 บาทขึ้นไป 32 4.35 .30 .05236 4.2432 4.4568 3.80 4.80 Total 341 4.39 .37 .01986 4.3504 4.4285 3.00 5.00 สังคหวัตถุธรรม 3000-5000 บาท 75 4.34 .24 .02735 4.2815 4.3905 3.70 4.75 5001-10000 บาท 234 4.38 .23 .01491 4.3516 4.4104 3.60 4.90 10000 บาทขึ้นไป 32 4.38 .20 .03604 4.3077 4.4548 3.90 4.80 Total 341 4.37 .23 .01235 4.3468 4.3954 3.60 4.90
  • 212.
    ANOVA Sum of Squares dfMean Square F Sig. ดานทาน Between Groups .417 2 .209 1.788 .169 Within Groups 39.454 338 .117 Total 39.872 340 ดานปยวาจา Between Groups .253 2 .126 .858 .425 Within Groups 49.779 338 .147 Total 50.032 340 ดานอัตถจริยา Between Groups .035 2 .017 .123 .885 Within Groups 47.649 338 .141 Total 47.684 340 ดานสมานัตตตา Between Groups .119 2 .060 .443 .643 Within Groups 45.603 338 .135 Total 45.722 340 สังคหวัตถุธรรม Between Groups .119 2 .059 1.140 .321 Within Groups 17.569 338 .052 Total 17.688 340
  • 213.
    Multiple Comparisons LSD Dependent Variable(I) รายไดตอเดือน (J) รายไดตอเดือน Mean Difference (I- J) Std. Error Sig. 95% Confidence Interval Lower Bound Upper Bound ดานทาน 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.06417 .04533 .158 -.1533 .0250 10000 บาทขึ้นไป -.12817 .07214 .077 -.2701 .0137 5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .06417 .04533 .158 -.0250 .1533 10000 บาทขึ้นไป -.06400 .06439 .321 -.1907 .0627 10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .12817 .07214 .077 -.0137 .2701 5001-10000 บาท .06400 .06439 .321 -.0627 .1907 ดานปยวาจา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.06557 .05092 .199 -.1657 .0346 10000 บาทขึ้นไป -.03267 .08103 .687 -.1921 .1267 5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .06557 .05092 .199 -.0346 .1657 10000 บาทขึ้นไป .03291 .07233 .649 -.1094 .1752 10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .03267 .08103 .687 -.1267 .1921 5001-10000 บาท -.03291 .07233 .649 -.1752 .1094 ดานอัตถจริยา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.01648 .04982 .741 -.1145 .0815 10000 บาทขึ้นไป -.03817 .07928 .631 -.1941 .1178 5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .01648 .04982 .741 -.0815 .1145 10000 บาทขึ้นไป -.02169 .07077 .759 -.1609 .1175
  • 214.
    10000 บาทขึ้นไป 3000-5000บาท .03817 .07928 .631 -.1178 .1941 5001-10000 บาท .02169 .07077 .759 -.1175 .1609 ดานสมานัตตตา 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.03371 .04874 .490 -.1296 .0622 10000 บาทขึ้นไป .01800 .07756 .817 -.1346 .1706 5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .03371 .04874 .490 -.0622 .1296 10000 บาทขึ้นไป .05171 .06923 .456 -.0845 .1879 10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท -.01800 .07756 .817 -.1706 .1346 5001-10000 บาท -.05171 .06923 .456 -.1879 .0845 สังคหวัตถุธรรม 3000-5000 บาท 5001-10000 บาท -.04498 .03025 .138 -.1045 .0145 10000 บาทขึ้นไป -.04525 .04814 .348 -.1399 .0494 5001-10000 บาท 3000-5000 บาท .04498 .03025 .138 -.0145 .1045 10000 บาทขึ้นไป -.00027 .04297 .995 -.0848 .0843 10000 บาทขึ้นไป 3000-5000 บาท .04525 .04814 .348 -.0494 .1399 5001-10000 บาท .00027 .04297 .995 -.0843 .0848
  • 215.
    159 ประวัติย่อของผู้วิจัย ชื่อ - สกุลนางสาวศรัณยา ชูเมือง วัน เดือน ปีเกิด วันที่ 30 มกราคม 2527 สถานที่เกิด อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช สถานที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 2/8 ซอยก้าวหน้า 4 ตาบลในเมือง อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ประวัติการศึกษา พ.ศ.2550 บธ.บ. (บริหารธุรกิจบัณฑิต) สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ประสบการณ์การทางาน พ.ศ.2554 - พ.ศ.2555 รับราชการ ตาแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล องค์การบริหารส่วนตาบลเสือหึง อาเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2555 - พ.ศ.2558 รับราชการ ตาแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ องค์การบริหารส่วนตาบลบางจาก อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2558 – ก.ย.2559 รับราชการ ตาแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ องค์การบริหารส่วนตาบลท่าพญา อาเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต.ค.2559-ปัจจุบัน รับราชการ ตาแหน่ง นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ องค์การบริหารส่วนตาบลไสหมาก อาเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช