เป็นวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้และพัฒนาการของผู้เรียน
ในสภาพการเรียนการสอนหรือในชั้นเรียน เพื่อค้นคิดทฤษฎีและหลักการที่จะนามา
ช่วยแก้ปัญหาทางการศึกษาและส่งเสริมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
จิตวิทยาการศึกษามีบทบาทสาคัญในการจัดการศึกษา
๓. ความแตกต่างระหว่างบุคคลและกลุ่ม นอกจากมีความเข้าใจพัฒนาการของเด็กวัยต่างๆ
แล้ว นักการศึกษาและครูจะต้องเรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและกลุ่มทางด้านระดับ
เชาวน์ปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ เพศ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนักจิตวิทยาได้คิดวิธีการ
วิจัยที่จะช่วยชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นตัวแปรที่สาคัญในการเลือกวิธีสอน และใน
การสร้างหลักสูตรที่เหมาะสม
๔. ทฤษฎีการเรียนรู้ นักจิตวิทยาที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ นอกจากจะสนใจว่าทฤษฎี
การเรียนรู้จะช่วยนักเรียนให้เรียนรู้และจดจาอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรแล้ว ยังสนใจ
องค์ประกอบเกี่ยวกับตัวของ ผู้เรียน เช่น แรงจูงใจว่ามีความสัมพันธ์กับการเรียนรู้อย่างไร ความรู้
เหล่านี้ก็มีความสาคัญต่อการเรียนการสอน
๕. ทฤษฎีการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษา นักจิตวิทยาการศึกษาได้เป็นผู้นาในการ
บุกเบิกตั้งทฤษฎีการสอน ซึ่งมีความสาคัญและมีประโยชน์เท่าเทียมกับทฤษฎีการเรียนรู้และ
พัฒนาการในการช่วยนักการศึกษาและครูเกี่ยวกับการเรียนการสอน สาหรับเทคโนโลยีในการสอนที่
จะช่วยครูได้มากก็คือ คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน
๑. ช่วยครูให้รู้จักลักษณะนิสัย (Characteristics) ของนักเรียนที่ครูต้องสอน
โดยทราบหลักพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และบุคลิกภาพ
เป็นส่วนรวม
๒. ช่วยให้ครูมีความเข้าใจพัฒนาการทางบุคลิกภาพบางประการของ
นักเรียน เช่นอัตมโนทัศน์ (Self concept) ว่าเกิดขึ้นอย่างไร และเรียนรู้ถึงบทบาท
ของครูในการที่จะช่วยนักเรียนให้มี อัตมโนทัศน์ที่ดีและถูกต้องได้อย่างไร
๓. ช่วยครูให้มีความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อจะได้ช่วยนักเรียนเป็น
รายบุคคลให้พัฒนาตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
๔. ช่วยให้ครูรู้วิธีจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้เหมาะสมแก่วัย และขั้นพัฒนาการ
ของนักเรียน เพื่อจูงใจให้นักเรียนมีความสนใจและอยากจะเรียนรู้
๕. ช่วยให้ครูทราบถึงตัวแปรต่าง ๆที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น แรงจูงใจ
อัตมโนทัศน์ และการตั้งความคาดหวังของครูที่มีต่อนักเรียน
๖. ช่วยครูในการเตรียมการสอนวางแผนการเรียน เพื่อทาให้การสอนมีประสิทธิภาพ
สามารถช่วยให้นักเรียนทุกคนเรียนรู้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
๗. ช่วยครูให้ทราบหลักการและทฤษฎีของการเรียนรู้ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี เช่น การ
เรียนรู้จากการสังเกตหรือการเลียนแบบ (Observational learning หรือ Modeling)
๘. ช่วยครูให้ทราบถึงหลักการสอนและวิธีกานที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งพฤติกรรมของ
ครูที่มีการสอนอย่างมีประสิทธิภาพว่ามีอะไรบ้าง เช่น การใช้คาถาม การให้แรงเสริม และการทา
ตนเป็นต้นแบบ
๙. ช่วยครูให้ทราบว่านักเรียนที่มีผลการเรียนดี ไม่ได้เป็นเพราะระดับเชาวน์ปัญญา
อย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น แรงจูงใจ (Motivation) ทัศนคติหรือ อัตมโนทัศน์ของ
นักเรียนและความคาดหวังของครูที่มีต่อตัวนักเรียน
๑๐. ช่วยครูในการปกครองชั้นและการสร้างบรรยากาศของห้องเรียนให้เอื้อต่อการ
เรียนรู้และเสริมสร้างบุคลิกภาพของนักเรียน ครูและนักเรียนมีความรัก และไว้วางใจซึ่งกัน
และกัน นักเรียน ต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทาให้ห้องเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนมีความสุข
และนักเรียนรักโรงเรียน อยากมาโรงเรียน
การเรียนรู้ คือกระบวนการที่ทาให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด คนสามารถเรียน
ได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้เทคโนโลยี การเรียนรู้ของเด็กและผู้ใหญ่จะต่างกัน
เด็กจะเรียนรู้ด้วยการเรียนในห้อง การซักถาม ผู้ใหญ่มักเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ที่มีอยู่ แต่การ
เรียนรู้จะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผู้สอนนาเสนอ โดยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน
ผู้สอนจะเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศทางจิตวิทยาที่เอื้ออานวยต่อการเรียนรู้ ที่จะให้เกิดขึ้นเป็น
รูปแบบใดก็ได้เช่น ความเป็นกันเอง ความเข้มงวดกวดขัน หรือความไม่มีระเบียบวินัย สิ่งเหล่านี้
ผู้สอนจะเป็นผู้สร้างเงื่อนไข และสถานการณ์เรียนรู้ให้กับผู้เรียน ดังนั้น ผู้สอนจะต้องพิจารณา
เลือกรูปแบบการสอน รวมทั้งการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
อ้างอิง
www.Google.com
www.tanam.go.th/files/staticcontent/file-264.doc
https://nuttapong.wikispaces.com
คาขอบคุณ
จิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาการเรียนรู้

จิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาการเรียนรู้