NEXT
นาย รัตนพงษ์ บุญทะวงศ์ ชั้น ม.6/15 เลขที่ 29
นาย ทัดธนา นิมาแสง ชั้น ม.6/15 เลขที่ 38
BACKMANU
ผีกระสือ
ผีตะเคียน
ผีนางตานี ผีปอป
กระหัง
กองกอยกุมารทอง
โขมด
ควายธนู
เปรต จะกละ
ผีฉมบ
ผีตายทั้งกลม
ผีตาโบ๋
ผีตายโหง
ผีทะเล
ผีบ้านผีเรือน
ผีพราย
ผีโพง ผีหลังกลวง
แมงสี่หูห้าตา
ผีหัวขาด
BACK
 กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ ชอบ
รับประทานของสดคาว มักออกหากินกลางคืนและไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกายคงทิ้ง
ไว้ที่บ้าน เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเรืองวาม ๆ
 ใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนาให้ผีกระสือมาและเข้าสิงกินตับไตไส้พุงของ
หญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุน
เรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้
MANU
 นางตะเคียน เป็นผีตามตานานพื้นบ้านของไทย เป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนบริเวณ
ผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คง
เหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
 ผู้คนที่มีความเชื่อเรื่องนี้ มักเชื่อว่าต้นตะเคียนมักมีผีนางตะเคียนสิงอยู่ การจะนาเอาต้น
ตะเคียนมาขุดเป็น
 เรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนาไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จาเป็นจะต้อง
ทาพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนามาแปรสภาพ
เป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะ
เปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็น
ต้น
MANU
 นางตานี เป็นผีผู้หญิง เช่นเดียวกับนางตะเคียน นางตานีจะสิงสถิตอยู่ในต้นกล้วยตานี และ
ต้องเป็นกล้วยตานีตายพราย (ต้นกล้วยตานีที่ออกปลีแล้วตาย)
 นางตานีจะมีรูปร่างหน้าตาสวยสด หมดจด งดงาม ห่มสไบสีเขียว และนุ่งโจงกระเบนแบบ
หญิงโบราณชอบล่อชายไปลวนลาม เเละนางตานียังมีเเรงหึงหวงที่น่ากลัวอีกด้วย เพราะถ้า
ชายที่มีอะไรกับนางเเล้ว เมื่อไปมีผู้หญิงคนอื่นนางตานีก็จะตามไปหักคอชายผู้นั้นทันที ด้วย
เเรงหึงหวงนั้นเอง
MANU
 ปอบ เป็นผีจาพวกหนึ่ง ที่อยู่ในความเชื่อพื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยเชื่อกัน
ว่าเป็นผีที่กินของดิบ ๆ สด ๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม โดยมีความเชื่อว่า ผู้ที่จะกลายเป็นปอบนั้น
มักจะเป็นผู้เล่นคาถาอาคม หรือคุณไสย พอรักษาคาถาอาคมที่มีอยู่กับตัวไม่ได้ หรือกระทาผิด
ข้อห้าม ซึ่งในภาษาอีสานจะเรียกว่า "คะลา" ซึ่งผู้ที่เป็นปอบจะเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
MANU
 กระหัง หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า กระหาง เป็นผีตามความเชื่อของคนไทย เป็นผีผู้ชาย คู่กับผี
กระสือ ซึ่งเป็นผู้หญิง เชื่อกันว่าผู้ที่เป็นผีกระหังนั้น จะเป็นผู้ที่เล่นไสยศาสตร์ เมื่ออาคมแกร่ง
กล้าไม่สามารถควบคุมได้ก็จะเข้าตัว กลายเป็นผีกระหังไป
 ผีกระหัง จะบินได้ในเวลากลางคืน จะใช้กระด้งฝัดข้าวติดกับแขนแทนปีก และใช้สากตาข้าว
หรือสากกระเบือผูกติดกับขา แทนหาง หรือขา ออกหากินของโสโครก เช่นเดียวกับ ผีกระสือ
หรือผีโพง
MANU
 กองกอย เป็นผีป่าชนิดหนึ่ง ลักษณะรูปร่างจะเป็นผีที่มีขาข้างเดียว บ้างก็ว่ามีปากเป็น
ท่อเหมือนแมลงวัน เคลื่อนที่โดยการกระโดดไปด้วยขาเดียว และส่งเสียงร้องว่า
"กองกอย ๆ" อันเป็นที่มาของชื่อ[1] เชื่อว่ามีหน้าตาคล้ายลิงหรือค่าง บ้างเรียก ผี
โป่ง หรือผีโป่งค่าง สันนิษฐานว่า ความเชื่อเรื่องผีโป่งคือ ค่างแก่หน้าตาน่าเกลียดที่ไม่
สามารถขึ้นต้นไม้ได้ มีความเชื่อของคนบางกลุ่มว่า ถ้าได้ดื่มเลือดค่างจะทาให้ร่างกาย
คงกระพันเป็นอมตะ
 เชื่อว่า ผีกองกอยจะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันคือ ให้
นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้างและอย่านอนเอาขาหรือเท้าออกนอกเต็นท์นอน
MANU
 กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม
ผู้มีวิชาอาคมจะไปนาพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสาร
โบราณระบุถึงการทากุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอา
ศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึง
เรียกว่ากุมารทอง
MANU
 เป็นผีชนิดหนึ่ง มาจากภาษาเขมร "โขฺมจ" แปลว่าผีทั่วไป พจนานุกรม ฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่าผีโขมดจัดอยู่ในพวกผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นดวงไฟลอยวูบ
วาบไปมาในเวลากลางคืน (เช่นจากนิยาย เพชรพระอุมา) พอเข้าไปใกล้ก็หายไป วิทยาศาสตร์
อธิบายว่าเป็นแก๊สมีเทนที่เกิดจากซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อยผุพัง
MANU
 ควายธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสย
ศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานใน
ด้านการเกษตร วิชาเหล่านี้เป็นการทาหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทาได้ทั้งรูปคน
และสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วย
ดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,
เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น
MANU
 คาว่า เปรต แปลว่า ผู้ล่วงลับ ในทางศาสนาพุทธหมายถึง อมนุษย์พวกหนึ่งที่เกิดในเปตวิสัย
ซึ่งเป็น ๑ ใน ๔ อบายภูมิ เปรตมีหลายประเภท เช่นประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิ
เปรต คือเปรตที่ดารงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญที่มีผู้ทาอุทิศให้ หากไม่มีส่วนบุญที่มีผู้อุทิศให้ก็
มักจะกินเลือดและหนองของตัวเองเป็นอาหาร โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทาร้ายพ่อแม่
ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต
 การทาพลีกรรมแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือการทาบุญอุทิศไปให้ผู้ตายว่า เปตพลี หรือ บุพเปตพลี
MANU
 ผีชนิดนี้ได้รับการสันนิษฐานว่าเกิดจากผู้มีคาถาอาคมปล่อยของ แล้วของนั้นก็จะกลายเป็นผี
ล้วงเรียกว่า หินพับวัม คือหินชนิดหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากผู้มีอาคมแก่กล้า มักจะอยู่ในปล้องไม่ไผ่
หรือเกิดจากแมวที่ชอบกินสัตว์อื่นและเลือดสด ๆ เป็นอาหาร จนเป็นสื่อนาของผู้มีอาคมปล่อย
มาแฝงร่างเพื่อกินของคาวสด กลัวคน เมื่อเห็นคนหรือคนเห็นมัน มันจะวิ่งหนีลงรู ซึ่งมันจะขุด
รูเป็นที่อยู่มักจะออกหากินตอนกลางคืน มีฤทธิ์เดชเมื่อมนุษย์เพียงแค่เห็นหรือสัมผัสมัน ก็
สามารถตายได้
MANU
 ผีฉมบ คือ ผีของผู้หญิงที่ตายในป่า มักปรากฏตัวเป็นแสงหรือเงาวูบวาบให้เห็น แต่ไม่ปรากฏ
เป็นตัวตน และไม่ทาอันตรายต่อผู้คน
MANU
 เป็นผีไทยลักษณะหนึ่ง โดยผู้หญิงที่ตายขณะที่กาลังตั้งครรภ์ลูกในท้องหรือขณะที่กาลังคลอด
ลูก ถ้าในขณะที่กาลังจะคลอดลูกนั้นแล้วเกิดตายขึ้นมาทั้งแม่และลูกถือว่าเป็นการตายโหงอีก
รูปแบบหนึ่ง นางนาค หรือแม่นาคพระโขนงก็เป็นผีตายทั้งกลมเช่นกัน ผีตายทั้งกลมจะสาแดง
อาการหลอกหลอนคนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ถ้าใครเดินผ่านบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมในยามค่า
คืน จะได้ยินเสียงกล่อมเด็กดังวังเวงมาจากในบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมนั้น หรือหนักหน่อย
อาจจะมีคนเห็นเปลเด็กผูกอยู่บนคบไม้สูง โดยมีผีตายทั้งกลมนั่งกล่อมลูกอยู่ข้างล่าง ส่วนมือ
ยืดยาวขึ้นไปบนคบไม้ ไกวเปลให้ลูก
MANU
 ผีตาโบ๋ คือ ผีที่มีลักษณะเป็นหัวกะโหลก ไม่มีลูกตา หรือผลุบหายเข้าไปในเบ้าตา เคยนามา
สร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อน ซึ่งในขณะนั้น นาแสดงโดยพอเจตน์ แก่นเพชร และเนาวรัตน์ ยุก
ตะนันท์กากับการแสดงโดยเสน่ห์ โกมารชุน
MANU
 ผีตายโหง คือ คนที่เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน แบบไม่ธรรมดาตามธรรมชาติ เช่น ถูกยิง
จมน้า รถชน ฆ่าตัวตาย เป็นต้น สาหรับการตายทั้งกลมก็ถือว่าเป็นการตายแบบตายโหง
เช่นกัน
 ผีตายโหงจะเป็นผีที่จิตตก เนื่องจากจิตสุดท้ายก่อนตายอารมณ์ยังติดอยู่กับความหวาดกลัว
ความตกใจ ความอาฆาตแค้น ความอาลัยอาวรณ์ ตายทั้งที่ยังทาใจไม่ได้ วิญญาณจึงติดอยู่ใน
บ่วงแห่งอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้น ไม่สงบสุข เป็นวิญญาณทรมาน ไม่ยอมรับสภาพปัจจุบันของ
ตัวเอง เลยยังคงเที่ยวปรากฏกายให้คนได้พบได้เห็น ยิ่งถ้าเป็นผีตายโหงที่ตายขณะยังมีความ
อาฆาตพยาบาทจะมีความดุร้ายเป็นพิเศษ
MANU
 ผีทะเล เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายในทะเล ผีทะเลปรากฏให้เห็นในหลายลักษณะ
อาจจะมาเป็นรูปลักษณ์ของคนเดินลากปลาตัวใหญ่ขึ้นมาจากทะเลในตอนกลางคืนบ้าง (ถูก
ปลากินตาย) หรือขึ้นมาบนเรือในยามกลางคืนขณะที่ชาวประมงออกเรือหาปลาบ้าง ผีทะเลที่
ขึ้นบนเรือนี้ มักจะมาในลักษณะเป็นดวงไฟสว่างอยู่บนเสากระโดงเรือ และชาวประมงเชื่อกัน
ว่าถ้าผีทะเลได้ไต่ขึ้นเกาะบนเสากระโดงเรือแล้ว จะทาให้เรือลานั้นอัปปางลง
MANU
 ผีบ้านผีเรือน มีลักษณะต่างจากผีทั่วไป คือจะอยู่ในรูปของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าบ้านเคารพ
กราบไหว้ จะคอยคุ้มครองผู้อยู่อาศัยในบ้าน ในสังคมไทยเมื่อถึงเทศกาลเช่นปีใหม่หรือวันเกิด
เจ้าบ้านที่มีความเชื่อจะทาการเซ่นไหว้ เชื่อว่ามีลักษณะรูปร่างจะเหมือนคนปกติ ใส่ชุดไทย
บ้างก็ว่าผีบ้านคือผีประจาหมู่บ้าน ส่วนผีเรือนก็คือผีประจาเหย้าเรือน และเรียกรวมกันว่าผี
บ้านผีเรือน
MANU
 ผีพราย ส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่อยู่ในน้ามากกว่าบนบก เชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มี
ขนาดเล็กสุดตามลาดับของดวงจิตวิญญาณที่สามารถปรากฏให้รับรู้ได้ คือ พราย
ภูติ ผี ปีศาจ ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากการหมักหมมของซากพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ๆ ดวง
จิตวิญญาณนี้มักแสดงตนมีลักษณะเป็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว เป็นดวงไฟเรืองแสง มักปรากฏตัว
ตอนเวลาหกโมงเช้า เที่ยงวัน หกโมงเย็น และเที่ยงคืน มักอยู่ในคลองหรือแม่น้าที่มีผู้เสียชีวิต
มากที่สุด เมื่อจับเหยื่อได้จะเอาร่างเหยื่อที่ไร้วิญญาณเป็นร่างของตน
MANU
 โดยปกติแล้ว ผีโพงจะไม่ทาร้ายมนุษย์ แต่ถ้าหากถูกคุกคามก็จะจู่โจมทาร้ายได้เช่นกัน หากมี
ผู้ใดไปทาอะไรให้ผีโพงไม่พอใจ ผีโพงจะใช้ก้านกล้วยที่ตัดใบออกหมดแล้วพุ้งข้ามหลังคาบ้าน
ผู้นั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ที่โดนขว้างจะพบกับภัยพิบัติต่าง ๆ นานา
 ผีโพงจะตายได้ เมื่อมีผู้ไปพบปะกับผีโพงเข้าอย่างจัง และทักว่าผีโพงแท้จริงแล้วคือใคร หาก
ผ่านพ้นมาได้หนึ่งวันแล้ว ผู้ที่เป็นผีโพงจะตาย
 ผีโพงสามารถถ่ายทอดให้แก่กันได้ ด้วยพ่นน้าลายใส่หน้าหรือมีใครไปกินน้าลายของผีโพงเข้า
MANU
 ผีหลังกลวง เป็นผีตามความเชื่อของชาวไทยภาคใต้ เชื่อว่ามีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนทั่วไป
แต่ที่หลังมีลักษณะกลวงโบ๋ อาศัยอยู่เป็นฝูง ๆ มักปรากฏเข้ามาพูดคุยหรือขอพักค้างแรมด้วย
กับคนที่เข้ามาในป่า
 มีนิทานเล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งได้เข้าไปพักค้างแรมในป่า และเจอกับผีหลังกลวงมาขอปลา
วิธีการไล่คือ เอาก้อนเส้า (หินที่ใช้ก่อกองไฟ) ใส่เข้าไปในหลังที่กลวง
MANU
 แมงสี่หูห้าตา เป็นชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในตานานว่าด้วยวัดพระธาตุดอยเขาควาย
แก้ว อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีลักษณะเหมือนหมีสีดาตัวอ้วน มีหูสองคู่และตา
ห้าดวง รับประทานถ่านไฟร้อนเป็นอาหาร และถ่ายมูลเป็นทองคา
 ตานานของแมงสี่หูห้าตานั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้วของจังหวัด
เชียงราย และเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้ชายหลงรักอนุภรรยามากกว่าเอกภรรยาด้วย
MANU
 ผีหัวขาด คือคนที่ตายโดยที่ส่วนของศีรษะหลุดออกมาจากร่างกายเพราะส่วนของศีรษะนั้น
ประกอบไปด้วยอวัยวะสาคัญก็คือสมองซึ่งทาหน้าที่ควบคุมการทางานของร่างกาย สาเหตุของ
การเป็นผีหัวขาดก็คือถูกฟันคอด้วยดาบ ในสมัยโบราณจะมีการประหารนักโทษโดยการใช้
ดาบตัดคอ หรือเกิดจากการสู้รบระหว่างสงครามถูกศัตรูตัดคอจึงกลายเป็นผีหัวขาด หรืออาจ
เกิดจากการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ถูกรถชน ถูกกระจกบาดคอขาด หรือด้วยสาเหตุอื่น
ๆ ซึ่งจัดเป็นผีตายโหงประเภทหนึ่ง
MANU

ผีไทย

  • 1.
  • 2.
    นาย รัตนพงษ์ บุญทะวงศ์ชั้น ม.6/15 เลขที่ 29 นาย ทัดธนา นิมาแสง ชั้น ม.6/15 เลขที่ 38 BACKMANU
  • 3.
  • 4.
     กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ชอบ รับประทานของสดคาว มักออกหากินกลางคืนและไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกายคงทิ้ง ไว้ที่บ้าน เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเรืองวาม ๆ  ใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนาให้ผีกระสือมาและเข้าสิงกินตับไตไส้พุงของ หญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุน เรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้ MANU
  • 5.
     นางตะเคียน เป็นผีตามตานานพื้นบ้านของไทยเป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนบริเวณ ผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คง เหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง  ผู้คนที่มีความเชื่อเรื่องนี้ มักเชื่อว่าต้นตะเคียนมักมีผีนางตะเคียนสิงอยู่ การจะนาเอาต้น ตะเคียนมาขุดเป็น  เรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนาไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จาเป็นจะต้อง ทาพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนามาแปรสภาพ เป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะ เปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็น ต้น MANU
  • 6.
     นางตานี เป็นผีผู้หญิงเช่นเดียวกับนางตะเคียน นางตานีจะสิงสถิตอยู่ในต้นกล้วยตานี และ ต้องเป็นกล้วยตานีตายพราย (ต้นกล้วยตานีที่ออกปลีแล้วตาย)  นางตานีจะมีรูปร่างหน้าตาสวยสด หมดจด งดงาม ห่มสไบสีเขียว และนุ่งโจงกระเบนแบบ หญิงโบราณชอบล่อชายไปลวนลาม เเละนางตานียังมีเเรงหึงหวงที่น่ากลัวอีกด้วย เพราะถ้า ชายที่มีอะไรกับนางเเล้ว เมื่อไปมีผู้หญิงคนอื่นนางตานีก็จะตามไปหักคอชายผู้นั้นทันที ด้วย เเรงหึงหวงนั้นเอง MANU
  • 7.
     ปอบ เป็นผีจาพวกหนึ่งที่อยู่ในความเชื่อพื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยเชื่อกัน ว่าเป็นผีที่กินของดิบ ๆ สด ๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม โดยมีความเชื่อว่า ผู้ที่จะกลายเป็นปอบนั้น มักจะเป็นผู้เล่นคาถาอาคม หรือคุณไสย พอรักษาคาถาอาคมที่มีอยู่กับตัวไม่ได้ หรือกระทาผิด ข้อห้าม ซึ่งในภาษาอีสานจะเรียกว่า "คะลา" ซึ่งผู้ที่เป็นปอบจะเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย MANU
  • 8.
     กระหัง หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่ากระหาง เป็นผีตามความเชื่อของคนไทย เป็นผีผู้ชาย คู่กับผี กระสือ ซึ่งเป็นผู้หญิง เชื่อกันว่าผู้ที่เป็นผีกระหังนั้น จะเป็นผู้ที่เล่นไสยศาสตร์ เมื่ออาคมแกร่ง กล้าไม่สามารถควบคุมได้ก็จะเข้าตัว กลายเป็นผีกระหังไป  ผีกระหัง จะบินได้ในเวลากลางคืน จะใช้กระด้งฝัดข้าวติดกับแขนแทนปีก และใช้สากตาข้าว หรือสากกระเบือผูกติดกับขา แทนหาง หรือขา ออกหากินของโสโครก เช่นเดียวกับ ผีกระสือ หรือผีโพง MANU
  • 9.
     กองกอย เป็นผีป่าชนิดหนึ่งลักษณะรูปร่างจะเป็นผีที่มีขาข้างเดียว บ้างก็ว่ามีปากเป็น ท่อเหมือนแมลงวัน เคลื่อนที่โดยการกระโดดไปด้วยขาเดียว และส่งเสียงร้องว่า "กองกอย ๆ" อันเป็นที่มาของชื่อ[1] เชื่อว่ามีหน้าตาคล้ายลิงหรือค่าง บ้างเรียก ผี โป่ง หรือผีโป่งค่าง สันนิษฐานว่า ความเชื่อเรื่องผีโป่งคือ ค่างแก่หน้าตาน่าเกลียดที่ไม่ สามารถขึ้นต้นไม้ได้ มีความเชื่อของคนบางกลุ่มว่า ถ้าได้ดื่มเลือดค่างจะทาให้ร่างกาย คงกระพันเป็นอมตะ  เชื่อว่า ผีกองกอยจะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันคือ ให้ นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้างและอย่านอนเอาขาหรือเท้าออกนอกเต็นท์นอน MANU
  • 10.
     กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนาพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสาร โบราณระบุถึงการทากุมารทองสรุปว่าต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอา ศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึง เรียกว่ากุมารทอง MANU
  • 11.
     เป็นผีชนิดหนึ่ง มาจากภาษาเขมร"โขฺมจ" แปลว่าผีทั่วไป พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่าผีโขมดจัดอยู่ในพวกผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นดวงไฟลอยวูบ วาบไปมาในเวลากลางคืน (เช่นจากนิยาย เพชรพระอุมา) พอเข้าไปใกล้ก็หายไป วิทยาศาสตร์ อธิบายว่าเป็นแก๊สมีเทนที่เกิดจากซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อยผุพัง MANU
  • 12.
     ควายธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสย ศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานใน ด้านการเกษตร วิชาเหล่านี้เป็นการทาหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทาได้ทั้งรูปคน และสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วย ดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า , เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น MANU
  • 13.
     คาว่า เปรตแปลว่า ผู้ล่วงลับ ในทางศาสนาพุทธหมายถึง อมนุษย์พวกหนึ่งที่เกิดในเปตวิสัย ซึ่งเป็น ๑ ใน ๔ อบายภูมิ เปรตมีหลายประเภท เช่นประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิ เปรต คือเปรตที่ดารงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญที่มีผู้ทาอุทิศให้ หากไม่มีส่วนบุญที่มีผู้อุทิศให้ก็ มักจะกินเลือดและหนองของตัวเองเป็นอาหาร โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทาร้ายพ่อแม่ ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต  การทาพลีกรรมแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือการทาบุญอุทิศไปให้ผู้ตายว่า เปตพลี หรือ บุพเปตพลี MANU
  • 14.
     ผีชนิดนี้ได้รับการสันนิษฐานว่าเกิดจากผู้มีคาถาอาคมปล่อยของ แล้วของนั้นก็จะกลายเป็นผี ล้วงเรียกว่าหินพับวัม คือหินชนิดหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากผู้มีอาคมแก่กล้า มักจะอยู่ในปล้องไม่ไผ่ หรือเกิดจากแมวที่ชอบกินสัตว์อื่นและเลือดสด ๆ เป็นอาหาร จนเป็นสื่อนาของผู้มีอาคมปล่อย มาแฝงร่างเพื่อกินของคาวสด กลัวคน เมื่อเห็นคนหรือคนเห็นมัน มันจะวิ่งหนีลงรู ซึ่งมันจะขุด รูเป็นที่อยู่มักจะออกหากินตอนกลางคืน มีฤทธิ์เดชเมื่อมนุษย์เพียงแค่เห็นหรือสัมผัสมัน ก็ สามารถตายได้ MANU
  • 15.
     ผีฉมบ คือผีของผู้หญิงที่ตายในป่า มักปรากฏตัวเป็นแสงหรือเงาวูบวาบให้เห็น แต่ไม่ปรากฏ เป็นตัวตน และไม่ทาอันตรายต่อผู้คน MANU
  • 16.
     เป็นผีไทยลักษณะหนึ่ง โดยผู้หญิงที่ตายขณะที่กาลังตั้งครรภ์ลูกในท้องหรือขณะที่กาลังคลอด ลูกถ้าในขณะที่กาลังจะคลอดลูกนั้นแล้วเกิดตายขึ้นมาทั้งแม่และลูกถือว่าเป็นการตายโหงอีก รูปแบบหนึ่ง นางนาค หรือแม่นาคพระโขนงก็เป็นผีตายทั้งกลมเช่นกัน ผีตายทั้งกลมจะสาแดง อาการหลอกหลอนคนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ถ้าใครเดินผ่านบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมในยามค่า คืน จะได้ยินเสียงกล่อมเด็กดังวังเวงมาจากในบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมนั้น หรือหนักหน่อย อาจจะมีคนเห็นเปลเด็กผูกอยู่บนคบไม้สูง โดยมีผีตายทั้งกลมนั่งกล่อมลูกอยู่ข้างล่าง ส่วนมือ ยืดยาวขึ้นไปบนคบไม้ ไกวเปลให้ลูก MANU
  • 17.
     ผีตาโบ๋ คือผีที่มีลักษณะเป็นหัวกะโหลก ไม่มีลูกตา หรือผลุบหายเข้าไปในเบ้าตา เคยนามา สร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อน ซึ่งในขณะนั้น นาแสดงโดยพอเจตน์ แก่นเพชร และเนาวรัตน์ ยุก ตะนันท์กากับการแสดงโดยเสน่ห์ โกมารชุน MANU
  • 18.
     ผีตายโหง คือคนที่เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน แบบไม่ธรรมดาตามธรรมชาติ เช่น ถูกยิง จมน้า รถชน ฆ่าตัวตาย เป็นต้น สาหรับการตายทั้งกลมก็ถือว่าเป็นการตายแบบตายโหง เช่นกัน  ผีตายโหงจะเป็นผีที่จิตตก เนื่องจากจิตสุดท้ายก่อนตายอารมณ์ยังติดอยู่กับความหวาดกลัว ความตกใจ ความอาฆาตแค้น ความอาลัยอาวรณ์ ตายทั้งที่ยังทาใจไม่ได้ วิญญาณจึงติดอยู่ใน บ่วงแห่งอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้น ไม่สงบสุข เป็นวิญญาณทรมาน ไม่ยอมรับสภาพปัจจุบันของ ตัวเอง เลยยังคงเที่ยวปรากฏกายให้คนได้พบได้เห็น ยิ่งถ้าเป็นผีตายโหงที่ตายขณะยังมีความ อาฆาตพยาบาทจะมีความดุร้ายเป็นพิเศษ MANU
  • 19.
     ผีทะเล เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายในทะเลผีทะเลปรากฏให้เห็นในหลายลักษณะ อาจจะมาเป็นรูปลักษณ์ของคนเดินลากปลาตัวใหญ่ขึ้นมาจากทะเลในตอนกลางคืนบ้าง (ถูก ปลากินตาย) หรือขึ้นมาบนเรือในยามกลางคืนขณะที่ชาวประมงออกเรือหาปลาบ้าง ผีทะเลที่ ขึ้นบนเรือนี้ มักจะมาในลักษณะเป็นดวงไฟสว่างอยู่บนเสากระโดงเรือ และชาวประมงเชื่อกัน ว่าถ้าผีทะเลได้ไต่ขึ้นเกาะบนเสากระโดงเรือแล้ว จะทาให้เรือลานั้นอัปปางลง MANU
  • 20.
     ผีบ้านผีเรือน มีลักษณะต่างจากผีทั่วไปคือจะอยู่ในรูปของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าบ้านเคารพ กราบไหว้ จะคอยคุ้มครองผู้อยู่อาศัยในบ้าน ในสังคมไทยเมื่อถึงเทศกาลเช่นปีใหม่หรือวันเกิด เจ้าบ้านที่มีความเชื่อจะทาการเซ่นไหว้ เชื่อว่ามีลักษณะรูปร่างจะเหมือนคนปกติ ใส่ชุดไทย บ้างก็ว่าผีบ้านคือผีประจาหมู่บ้าน ส่วนผีเรือนก็คือผีประจาเหย้าเรือน และเรียกรวมกันว่าผี บ้านผีเรือน MANU
  • 21.
     ผีพราย ส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่อยู่ในน้ามากกว่าบนบกเชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มี ขนาดเล็กสุดตามลาดับของดวงจิตวิญญาณที่สามารถปรากฏให้รับรู้ได้ คือ พราย ภูติ ผี ปีศาจ ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากการหมักหมมของซากพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ๆ ดวง จิตวิญญาณนี้มักแสดงตนมีลักษณะเป็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว เป็นดวงไฟเรืองแสง มักปรากฏตัว ตอนเวลาหกโมงเช้า เที่ยงวัน หกโมงเย็น และเที่ยงคืน มักอยู่ในคลองหรือแม่น้าที่มีผู้เสียชีวิต มากที่สุด เมื่อจับเหยื่อได้จะเอาร่างเหยื่อที่ไร้วิญญาณเป็นร่างของตน MANU
  • 22.
     โดยปกติแล้ว ผีโพงจะไม่ทาร้ายมนุษย์แต่ถ้าหากถูกคุกคามก็จะจู่โจมทาร้ายได้เช่นกัน หากมี ผู้ใดไปทาอะไรให้ผีโพงไม่พอใจ ผีโพงจะใช้ก้านกล้วยที่ตัดใบออกหมดแล้วพุ้งข้ามหลังคาบ้าน ผู้นั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ที่โดนขว้างจะพบกับภัยพิบัติต่าง ๆ นานา  ผีโพงจะตายได้ เมื่อมีผู้ไปพบปะกับผีโพงเข้าอย่างจัง และทักว่าผีโพงแท้จริงแล้วคือใคร หาก ผ่านพ้นมาได้หนึ่งวันแล้ว ผู้ที่เป็นผีโพงจะตาย  ผีโพงสามารถถ่ายทอดให้แก่กันได้ ด้วยพ่นน้าลายใส่หน้าหรือมีใครไปกินน้าลายของผีโพงเข้า MANU
  • 23.
     ผีหลังกลวง เป็นผีตามความเชื่อของชาวไทยภาคใต้เชื่อว่ามีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนทั่วไป แต่ที่หลังมีลักษณะกลวงโบ๋ อาศัยอยู่เป็นฝูง ๆ มักปรากฏเข้ามาพูดคุยหรือขอพักค้างแรมด้วย กับคนที่เข้ามาในป่า  มีนิทานเล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งได้เข้าไปพักค้างแรมในป่า และเจอกับผีหลังกลวงมาขอปลา วิธีการไล่คือ เอาก้อนเส้า (หินที่ใช้ก่อกองไฟ) ใส่เข้าไปในหลังที่กลวง MANU
  • 24.
     แมงสี่หูห้าตา เป็นชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในตานานว่าด้วยวัดพระธาตุดอยเขาควาย แก้วอาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีลักษณะเหมือนหมีสีดาตัวอ้วน มีหูสองคู่และตา ห้าดวง รับประทานถ่านไฟร้อนเป็นอาหาร และถ่ายมูลเป็นทองคา  ตานานของแมงสี่หูห้าตานั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้วของจังหวัด เชียงราย และเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุที่ทาให้ผู้ชายหลงรักอนุภรรยามากกว่าเอกภรรยาด้วย MANU
  • 25.
     ผีหัวขาด คือคนที่ตายโดยที่ส่วนของศีรษะหลุดออกมาจากร่างกายเพราะส่วนของศีรษะนั้น ประกอบไปด้วยอวัยวะสาคัญก็คือสมองซึ่งทาหน้าที่ควบคุมการทางานของร่างกายสาเหตุของ การเป็นผีหัวขาดก็คือถูกฟันคอด้วยดาบ ในสมัยโบราณจะมีการประหารนักโทษโดยการใช้ ดาบตัดคอ หรือเกิดจากการสู้รบระหว่างสงครามถูกศัตรูตัดคอจึงกลายเป็นผีหัวขาด หรืออาจ เกิดจากการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ถูกรถชน ถูกกระจกบาดคอขาด หรือด้วยสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งจัดเป็นผีตายโหงประเภทหนึ่ง MANU