การสืบค้นข้อมูลเรื่อง หม้อข้าวหม้อแกงลิง
เสนอ
คุณครูวิชัย ตรีเล็ก
จัดทาโดย
นายณภัทร จันทรประสิทธิ์
ที่มาและความสาคัญของการสืบค้น
ปัจจุบันธุรกิจไม้กินแมลงเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย
ก่อให้เกิดกุ่มผู้เลี้ยงที่แพร่หลายขึ้นอย่างมาก ส่วนตัวข้าพเจ้าเองก็
เป็นกลุ่มผู้ชื่นชอบไม่กินแมลงเช่นกันแต่ข้อมูลของไม้กินแมลงนั้น
หาค้นคว้าได้ยากมาก ข้าพเจ้าจึงคิดที่จะรวบรวมเนื้อหาข้อมูลที่
เกี่ยวข้องกับไม้กินแมลงสกุล หม้อข้าวหม้อแกงลิง เพื่อเป็นแนวทาง
ให้ผู้อื่นได้ศึกษาเป็นลาดับต่อไป
หม้อข้าวหม้อแกงลิง
 หม้อข้าวหม้อแกงลิง (nepenthes; ชื่อสามัญ: tropical
pitcher plants หรือ monkey cups) มาจากภาษา
กรีก: ne = ไม่, penthos = โศกเศร้า, ความเสียใจ; ชื่อของ
ภาชนะใส่เหล้าของกรีกโบราณ (กรีก: Nepenthe) ) เป็นพืชกินสัตว์
ประเภทหนึ่ง มีมากกว่า 160 ชนิด และลูกผสมอีกมากมาย พบกระจาย
พันธุ์ในเขตร้อนชื้น ตั้งแต่ตอนใต้ของจีน, อินโดนีเซีย,มาเลเซียและ
ฟิลิปปินส์; ทางตะวันตกของมาดากัสการ์ (2 ชนิด) และเซเชลส์ (1
ชนิด) ตอนใต้ของออสเตรเลีย (3 ชนิด) และนิวแคลิโดเนีย (1 ชนิด)
ตอนเหนือของอินเดีย (1 ชนิด) และศรีลังกา(1 ชนิด) พบมากที่
บอร์เนียว และ สุมาตรา มักพบขึ้นตามที่ลุ่ม แต่ในระยะหลัง
หม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดใหม่ๆ มักพบตามภูเขาซึ่งมีอากาศร้อนตอน
กลางวันและหนาวเย็นตอนกลางคืน ส่วนชื่อหม้อข้าวหม้อแกงลิง มาจาก
ข้อเท็จจริงที่ว่าลิงมาดื่มน้าฝนจากหม้อของพืชชนิดนี้
ประเภทของหม้อข้าวหม้อแกงลิง
 กลุ่มที่หนึ่ง กล่ม Lowland
เป็นสายพันธุ์ที่สามารถพบได้ที่ระดับน้าทะเลตั้งแต่ 0 – 1000 เมตร ซึ่งไม้ในกลุ่มนี้
สามารถเลี้ยงได้ในสภาพอากาศแบบบ้านเรา กลุ่มนี้มีประมาณ 40 กว่าสายพันธุ์ เช่น
N.albomarginata, N.ampullaria, N.gracilis,
N.northiana, N.mirabilis, N.truncata เป็นต้น ไม้กลุ่มนี้พบได้ในป่า
พรุและพื้นที่สภาพดินขาดธาตุอาหาร หรือป่าเสื่อมโทรม
 กลุ่มที่สอง กลุ่ม Highland
เป็นสายพันธุ์ที่สามารถพบได้ที่ระดับน้าทะเลตั้งแต่ 1000 เมตรขึ้นไป ซึ่งไม้กลุ่มนี้มี
ความต้องการความชื้นค่อนข้างสูง และสภาพอากาศต้องค่อนข้างเย็นยากต่อการเลี้ยงใน
สภาพอากาศแบบบ้านเรา แต่บางชนิดอาจสามารถปรับตัวจนเติบโตได้แต่ขนาดของหม้อ
อาจจะไม่ใหญ่เหมือนกับการเลี้ยงในสภาพ Highland กลุ่มนี้มีมากกว่า 60 ชนิด
เช่น N.aristolochioides, N.burbidgeae, N.glabrata,
N.glandulifera, N.rajah, N.sibuyanensis, N.spectabili
เป็นต้น
การวิวัฒนาการของหม้อข้าวหม้อแกงลิง
แต่เดิมพืชชนิดนี้ลักษณะเหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป แต่สถานที่ที่พืชชนิดนี้
อาศัยอยู่มีปริมาณแร่ธาตุที่น้อยเกินไป พืชชนิดนี้จึงต้องปรับตัวเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ธาตุ
เพิ่มเติม โดยลาดับการวิวัฒนาการเป็นดังนี้
1.โคนใบจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นใบเทียม ก้านใบยืดยาวออกทาให้เกิดการ
แยกส่วนของใบเป็นสองช่วง
2.ปลายใบเริ่มหัวตัวมีลักษณะคล้ายหม้อ และมีการพัฒนาให้มีฝาปิดตัวหม้อ
3.การพัฒนาตัวหม้อเสร็จสมบูรณ์ ผิวภายในหม้อมีเซลล์ที่สามารถหลั่งเอนไซม์
ในการย่อยแมลงได้ และสามารถดูดซึมสารอาหารได้ บริเวณปากหม้อมีเซลล์ที่หลั่งน้า
หล่อลื่นมาเคลือบ
สายพันธุ์ที่พบในไทย
 Nephenthes Ampullaria
 Nephenthes Milabiris
 Nephenthes Thoreli
 Nephenthes Gracilis
 Nephenthes Smilesis
 Nepehntes Viking
วิธีการดูแลรักษา
 สถานที่ปลูก
สาหรับบ้านที่มีพื้นที่บริเวณบ้าน น่าจะเลือกที่มีไม้ใหญ่ขึ้นให้ร่มเงา แต่มีแสงส่องเข้าได้
ตลอดวัน เป็นพื้นดินสนามหญ้าก็จะยิ่งดีครับ เพราะจะได้เรื่องของความชื้นเพิ่มขึ้น วาง
หม้อข้าวหม้อแกงลิงบนพื้นหญ้า เช็คดูให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ลมต้องไม่พัดแรง
เกินไปเพราะจะทาให้แห้งขาดความชื้น
 แสง
โดยทั่วไปหม้อข้าวหม้อแกงลิงชอบแสงค่อนข้างแรงประมาณ 60-80% อย่างน้อย 3-
4 ชั่วโมง แต่ไม่ควรให้โดนแดดเที่ยงโดยตรง
สาหรับหม้อที่เป็น Intermediate ไม่จาเป็นต้องลดแสงลง แต่เพิ่มความชื้นมากขึ้น
 อุณหภูมิ
หม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิด L/L ชอบอากาศร้อนชื้น อบอ้าว ส่วนหม้อ H/L ต้องการ
ความเย็นบนยอดดอยหรือในเมืองหนาว ในบ้านเราจึงสามารถเลี้ยงหม้อ L/L ได้โดยไม่
มีปัญหา
 ความชื้น
คาว่าความชื้นในที่นี้หมายถึงความชื้นในอากาศ ไม่ใช่ความชื้นในดิน และไม่ได้แปลว่าดิน
เปียก ความชื้นและแสงมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง หม้อข้าวหม้อแกงลิงได้รับแสงมากขึ้นเท่าไร
ความชื้นก็จะต้องเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยอยู่ราว 80 % หรืออาจสังเกต
ว่าบริเวณนั้นมีมอสและตะไคร่น้าขึ้นดี หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพืชที่ไวต่อความชื้นมากและ
ต้องการความชื้นคงที่สม่าเสมอตลอดทั้งปี
 น้า
หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพืชที่ชอบน้ามาก ในธรรมชาติมันอยู่ในป่าพรุซึ่งมีน้าสะอาดไหลผ่าน
ตลอดทั้งปี บางครั้งก็ขึ้นอยู่กลางหนองหรือลาธาร รากของมันจุ่มอยู่ในน้าตลอดเวลา เรา
สามารถปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิงในลักษณะแช่ในน้าก็ได้ หรือจะรดน้าวันละ 1-2 ครั้งก็
ได้ แต่มีหลักที่ต้องพิจารณาคือ ถ้าเดิมหม้อข้าวหม้อแกงลิงของคุณปลูกในลักษณะแช่
กระถางในน้าแต่คุณต้องการยกขึ้นมาไว้แบบรดน้าก็สามารถทาได้เลย โดยในระยะแรกให้รด
น้ามากๆ เข้าไว้ ในทางกลับกันถ้าคุณอยากจะเอาหม้อที่เลี้ยงธรรมดาไปแช่น้าคุณต้องค่อยๆ
ทาเพื่อให้รากเกิดความเคยชิน ไม่เช่นนั้นรากจะเน่า และน้าต้องสะอาดไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น
โชยออกมาจากเครื่องปลูก
 เครื่องปลูก
ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่อยู่ในที่ธรรมชาติ กับหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่อยู่ใน
กระถางจะใช้เครื่องปลูกต่างกัน ห้ามปลูกด้วยดินครับ เครื่องปลูกที่เหมาะกับการปลูกเลี้ยง
แสะสามารถหาเลือกใช้ สาหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์จากต่างประเทศ ทั้งสาย
พันธุ์แท้และลูกผสม อาจเลือกใช้สแฟกนั่มมอสล้วนๆ เป็นวัสดุปลูกเพียงอย่างเดียว หรืออาจ
มองหาเปลือกสนนิวซีแลนด์ล้วนๆ เป็นเครื่องปลูกก็ได้ครับ ส่วนหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่เป็น
ไม้ถิ่นไทยแท้ หรือแม้แต่ลูกผสม อาจจะใช้วัสดุที่กล่าวมาข้างต้น หรือเลือกใช้มะพร้าวสับล้วน
แช่น้าก่อนอย่างน้อย 3 คืนเป็นเครื่องปลูกก็ได้ ง่ายดีครับข้อเสียมีเพียงมะพร้าวยุ่ยง่าย
ประมาณสามสีเดือนก็ควรจะเปลี่ยนเครื่องปลูกแล้ว บางครั้ง หลายๆ ท่านเกรงว่าเครื่องปลูก
มะพร้าวเสื่อมเร็วอาจจะมีการผสมเพอร์ไลน์ หรือหินภูเขาไฟเบอร์เล็กเข้าไปบ้างก็ได้นะ
ครับ ช่วยให้เครื่องปลูกโปร่งขึ้น ยืดระยะเวลาได้

การสืบค้นข้อมูลเรื่อง หม้อข้าวหม้อแกงลิง