โครงงานคอมพิวเตอร์
จัดทำโดย
นำงสำวปรียำ วิชัยสอน ม.6/3 เลขที่ 32
นำงสำววิศรุตำ บุตร์แก้ว ม.6/3 เลขที่ 32
โรงเรียนยุพรำชวิทยำลัยเชียงใหม่
โครงงานคอมพิวเตอร์
หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษา
ศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดาเนินงาน เรื่องที่
เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทาโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือ
หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียน
นักเรียนสามารถทาโครงงานเรื่องดังกล่าวได้แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทาง
แนวทางในการศึกษา
แบ่งเป็ นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท
1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
3. โครงงานประเภทจาลองทฤษฎี (Theory Experiment)
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ทำ
ให้ผู้เรียนเกิดควำมสำมำรถในด้ำนต่ำง ๆ ที่สำคัญ 5 ประกำร ดังนี้
1. ความสามารถในการสื่อสาร
ผู้ทำโครงงำนต้องสื่อสำรควำมคิดในกำรสร้ำงสรรค์
โครงงำนด้วยกำรเขียน หรือด้วยปำกเปล่ำ รวมทั้งเลือกใช้
รูปแบบของสื่ออย่ำงมีประสิทธิภำพเพื่อนำเสนอแนวคิดใน
กำรจัด โครงงำนให้ผู้อื่นได้เข้ำใจ
2.ความสามารถในการคิด
การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุ
การคิดสังเคราะห์ ผู้เรียนต้องนาความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมา รวมทั้งความรู้จากการ
ค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์โครงงาน
การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจากการที่ผู้เรียนนาความรู้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีการคิดไตร่ตรองว่าควรทา
โครงงานใดและไม่ควรทาโครง งานใด
การคิดอย่างเป็ นระบบ เกิดจากการที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจากการที่ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหา
เข้าใจ และอธิบายปัญหาทางด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งประยุกต์ความรู้ ทักษะ
ทักษะ และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหา
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เกิดจากการที่ผู้เรียนได้นาความรู้และ
ความรู้และกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการพัฒนาโครงงาน และนาไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาโครงงาน
ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง อันนาไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผู้เรียนสามารถ
เลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมี
และมีคุณธรรม
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ถือว่า
คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ
ออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้โครงงานประเภทนี้สามารถ
สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือก
คัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล หลัก
ภาษาไทย และสถานที่สาคัญของประเทศไทย
โครงงานประเภท “การพัฒนาเครื่องมือ”
โครงงานประเภทนี้เป็ นโครงงานเพื่อ
พัฒนาเครื่องมือช่วย สร้างงานประยุกต์ต่างๆ
โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปซอฟต์แวร์ เช่น
ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และ
ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็ นต้น
สาหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้น
เป็ นโปรแกรมประมวลคา ซึ่งจะเป็ นเครื่องมือให้
เราใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์การวาดรูป
พัฒนาขึ้นเพื่ออานวยความสะดวกให้การวาดรูป
บนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็ นไปได้ โดยง่าย
สาหรับซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ
ใช้สาหรับช่วยการออกแบบสิ่งของ อาทิเช่น ผู้ใช้
วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูว่าด้านบน
และด้านข้างเป็ นอย่างไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คานวณ
ค่าและภาพที่ควรจะเป็ นมาให้ เพื่อพิจารณาและ
แก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อย่างสะดวก
ตัวอย่างชื่อโครงงาน
โปรแกรมการค้นหาคาภาษาไทย
โปรแกรมอ่านอักษรไทย
โปรแกรมวาดภาพสามมิติ
โปรแกรมเข้าและถอดรหัสข้อมูล
โปรแกรมบีบอัดข้อมูล
โปรแกรมประมวลผลคาไทยบน
ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
โปรแกรมการออกแบบผังงาน
พอร์ตแบบขนานของไทย
การส่งสัญญาณควบคุมอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์
โครงงานประเภท “การทดลองทฤษฎี”
โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี
เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขา
สาขาต่างๆ ซึ่งเป็ นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้เช่น การจุด
ระเบิด เป็ นต้น และเป็ นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ
ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็ น
แนวคิด แบบจาลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย
พร้อมทั้งการจาลองทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็ นภาพ ภาพที่ได้ก็จะ
เปลี่ยนไปตามสูตรหรือสมการนั้น ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น การ
ทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็ นอย่างดี
ตัวอย่างโครงงานจาลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การ
ทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาปิ รันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบ
สามมิติ เป็ นต้น
ใบงานที่ 7 เรื่อง โครงงานประเภท “การประยุกต์ใช้งาน”
เป็ นโครงงานประยุกต์ใช้งาน เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการ สร้าง
ผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวัน อาทิเช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการ
ออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี และซอฟต์แวร์สาหรับ
การระบุคนร้าย เป็ นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือ
อุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็ นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและ
วิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และ
พัฒนาสิ่งของนั้นๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของ
สิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้ผู้เรียนต้องใช้
ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างโครงงาน
ชื่อโครงงาน การ ประยุกต์ใช้แบบรูปการเคลื่อนที่ของดาวเปราะในแบบรูปการ
เคลื่อนที่ของหุ่น ยนต์ The Application of Brittle Star Locomotion Patterns for Robotic
Locomotion โปรแกรมเพื่อประยุกต์การใช้งาน (นักเรียน) ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวสุพิชญา สุ
จริยากุล, นายพิลิปดา เหลืองประเสริฐ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.สโรช ไทร
เมฆ สถาบันการศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ ระดับชั้น มัธยมปลาย หมวดวิชา
คอมพิวเตอร์ วัน/เดือน/ปี ทาโครงงาน 1/1/2541 บทคัดย่อ โปรแกรม นี้ เขียนขึ้นเพื่อใช้ใน
การศึกษาการเคลื่อนที่ หรือการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เราสนใจ (ซึ่งในที่นี้เน้นเรื่องหุ่นยนต์) โดย
รับข้อมูลจากภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกจากกล้องที่อยู่นิ่ง มาวิเคราะห์ถึงข้อมูลต่างๆ อันได้แก่
ตาแหน่ง ตาแหน่งของส่วนต่างๆ ความเร็ว การหมุน ซึ่งในขณะนี้โปรแกรมกาลังถูกพัฒนาให้
สามารถทางานได้ตามดังที่กล่าวไว้ข้าง ต้น โดยในขณะนี้สามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของ
ภาพได้ แต่ยังไม่สามารถระบุตาแหน่งที่ชัดเจนได้ เนื่องจากสิ่งที่เราสนใจไม่จาเป็ นจะมีลักษณะ
เป็ นก้อน อาจมีส่วนแขนยื่นออกมา และมีมากกว่า 1 ส่วนที่กาลังเคลื่อนที่ เช่น ส่วนหนึ่งเคลื่อน
ไปด้านหน้า อีกส่วนหนึ่งเคลื่อนไปด้านหลัง เป็ นต้น
โครงงานประเภท “การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์”
ในปัจจุบันเกมคอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทต่อเยาวชนเป็ นอย่าง
ยิ่ง ดังนั้นโครงงานพัฒนาเกม จึงเป็ นอีกโครงงานที่จะส่งเสริมการสร้างเกมจาก
จินตนาการของนักเรียน ซึ่งจะทาให้ได้เกมสีขาวที่ไม่มีพิษภัยต่อผู้เล่น หรือเป็ นการ
สร้างเกมในเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ตัวละครตามวรรณคดีเป็ นผู้เล่น เช่น เกมผจญภัย
ทะลุมิติ แต่ตัวละครในเกมจะใช้เป็ นหนุมาน พระลักษมณ์ พระราม นางสีดา และ
ทศกัณฐ์ ซึ่งเป็ นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ เป็ นการผสมผสานความรู้ด้านวรรณคดีได้
เป็ นอย่างดี และทาให้ผู้เล่นเกมมีความเข้าใจ สามารถจาลักษณะของตัวละครเหล่านั้น
ได้ กฎกติการการเล่นเกมผู้พัฒนาโครงงานสามารถกาหนดขั้นมาได้เองตามความ
เหมาะสมหรือพัฒนาเกมประเภทฝึกสมอง ประลองปัญญา เช่น เกมจับคู่ เกมทาย
คาศัพท์ภาษาอังกฤษ เป็ นต้น จึงเป็ นอีกรูปแบบของโครงงานประเภทนี้ หรือนา
บทเรียนที่ยากต่อการท่องจามาสร้างในลักษณะของเกมจะช่วยให้ผู้เล่นนอกจากได้รับ
ความบันเทิงแล้ว ยังเป็ นการท่องจาบทเรียนไปพร้อมกันด้วย
ดังนั้นการสร้างสรรค์เกมและสอดแทรกความรู้เข้าไปก็จะมีประโยชน์มากสาหรับ
ผู้เล่นและผู้ประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์นั้น และนักเรียนจะต้องมี
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ
1. หลักการทางานของคอมพิวเตอร์
2. กระบวนการและหลักการในการแก้ปัญหา
3. หลักการเขียนโปรแกรม
4. การแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์
แหล่งอ้ำงอิง
http://krudarin.wordpress.com/ตกแต่งเว็บเพจด้วยกรำฟฟิ/ควำมสำคัญของโครงงำนคอม/
http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4
/ComputerProject/content1.html
http://conandoii.blogspot.com/2012/09/6.html
http://toffykz.blogspot.com/2012/08/5.html
http://toffykz.blogspot.com/2012/09/4.html
http://lookkedd.blogspot.com/2012/08/6.html
http://toffykz.blogspot.com/2012/08/7.html
http://lookkedd.blogspot.com/2012/08/8_15.html

โครงงานคอมพิวเตอร์