บทที่ 1
บทนำำ
ควำมเป็นมำของปัญหำ
นวนิยำย ภำพยนตร์ หรือละครแนวสลับร่ำง (BODY SWAP)
ปรำกฏขึ้นและได้รับควำมนิยมมำแล้วอย่ำงยำวนำน ทั้งในไทยและต่ำง
ประเทศ โดยอำศัยกำรวำงโครงเรื่องที่หลำกหลำยรูปแบบเพื่อดึงดูด
ควำมสนใจของผู้อ่ำน เช่น กำรสลับร่ำงระหว่ำงเพศ กำรสลับร่ำง
ระหว่ำงเพศเดียวกัน กำรสลับร่ำงระหว่ำงเพศเดียวกันแต่ต่ำงวัย กำร
สลับร่ำงเดิมกลับไปสู่อดีต (CHRISTOPHER CAMPBELL, 2009,
ONLINE)
สำำหรับในประเทศไทยนั้น แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำงได้ถูกนำำเสนอ
สู่สำยตำผู้ชมในรูปแบบของภำพยนตร์ และละครมำแล้วอย่ำงต่อเนื่อง
นับตั้งแต่ภำพยนตร์เรื่องหวำนมันส์...ฉันคือเธอ (2530) ได้จุดประกำย
ไว้ ต่อมำผู้จัดต่ำงๆ ต่ำงก็พำกันตอบสนองตลำดด้วยกำรสร้ำงละคร
โทรทัศน์ในแนวสลับร่ำงตำมมำอีกมำกมำย เช่น ผู้พิชิตมัจจุรำช
(2532) สลับร่ำงสร้ำงรัก (2533) ปีศำจหรรษำ (2534) พรพรหมอลเวง
(2535) หนูละเบื่อ...เสือสวมรอย (2536) หรือแม้แต่กำรนำำละครเรื่อง
เดิมมำทำำซำ้ำอีกครั้ง เช่น ละครเรื่องหวำนมันส์...ฉันคือเธอ (2536) จำก
นั้น ละครโทรทัศน์แนวสลับร่ำงก็ห่ำงหำยไปช่วงหนึ่ง เพรำะผู้จัดปรับ
เปลี่ยนรูปแบบกำรนำำเสนอไปสู่รูปแบบของกำรสลับตัวกันของฝำแฝด
เช่น สองนรี (2540) ไฟริษยำ (2541) แฝดล่องหน (2542) แรงเงำ
(2544) ผักบุ้งกับกุ้งนำง (2547) รุ้งเคียงดำว (2548) สองเสน่หำ
(2549) กิ่งแก้วกำฝำก (2552)
ไฟโชนแสง (2552) และหมอผีไซเบอร์ (2553)
ละครแนวสลับร่ำงกลับมำได้รับควำมสนใจควบคู่ไปกับแนว
ฝำแฝดสลับตัวอีกครั้ง ในปี 2546 โดยปรำกฏในรูปแบบของละคร
โทรทัศน์ เช่น เล่ห์ลับสลับร่ำง (2546) คุณยำยสำยเดี่ยว (2550) จงกล
กลิ่นเทียน (2553) เพลิงพรหม (2553) และเมียไม่ใช่เมีย (2554) และ
สำำหรับบำงเรื่องนั้นก็ยังถูกนำำกลับมำทำำซำ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 และ 3 เช่น
พรพรหมอลเวง (2546 และ 2555)
ควำมนิยมที่มีอย่ำงต่อเนื่องนี้เองที่ทำำให้แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำง
กลำยมำมีบทบำทสำำคัญต่อกำรสร้ำงและเสพผลงำนในยุคใหม่ตั้งแต่
หลังปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมำ นวนิยำยของนักเขียนหน้ำใหม่จำกสำำนัก
พิมพ์ต่ำงๆจำำนวนไม่น้อยที่อำศัยโครงเรื่องแบบสลับร่ำงมำเป็นจุดขำย
1
ควบคู่ไปกับแนวเรื่องเกี่ยวกับควำมรัก เช่น ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ของ
เจ้ำปลำน้อย (2550) ป่วนรักสลับร่ำงของรอมแพง (2551) ปำฏิหำริย์
รักสลับร่ำง ของพิมพ์ผกำ (2553) คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ (2553)
เป็นต้น
ส่วนนวนิยำยแปลของสำำนักพิมพ์ต่ำงๆ ก็ยังให้ควำมสนใจกับ
แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำง จึงมีกำรจำำหน่ำยนวนิยำยแปลในลักษณะดัง
กล่ำวอยู่อย่ำงแพร่หลำย เช่น วุ่นนักรักสลับร่ำง ของเจียงซินอู่เยว่ แปล
โดย ยูมิน (2550) สลับตัววุ่นมำลุ้นรักของ JHO HYO EUN แปลโดย
สิริอร ปำร์ค (2553) สำำหรับภำพยนตร์แนวสลับร่ำงที่ได้รับควำมนิยมใน
ประเทศไทยนั้น ได้แก่ ภำพยนตร์เกำหลี เรื่อง WHO ARE YOU?
(2553) และ SECRET GARDEN (2553)
แม้ว่ำบันเทิงคดีแนวสลับร่ำงหรือสับเปลี่ยนวิญญำณจะไม่มีจำำนวน
มำกเท่ำกับผลงำนประเภทอื่นๆ แต่ก็ถือได้ว่ำมีควำมเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
ดังนั้น นักประพันธ์ที่ต้องกำรสร้ำงสรรค์ผลงำนในแนวดังกล่ำวนี้ จึงต้อง
พยำยำมหำรูปแบบกำรนำำเสนอที่ต่ำงออกไปจำกเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงควำม
ซำ้ำซำก จำำเจ ด้วยกลวิธีกำร
ผูกเรื่องอย่ำงสร้ำงสรรค์
ในงำนวิจัยนี้ จึงมุ่งศึกษำควำมเป็นไปของนวนิยำยไทยแนวสลับ
ร่ำง ตั้งแต่ พ.ศ. 2550-2554 เพื่อทำำควำมเข้ำใจรูปแบบของโครงเรื่อง
ตลอดจนกลวิธีที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรเพิ่มพูนองค์ควำมรู้
ทำงวรรณกรรมบันเทิงคดีที่สำมำรถประยุกต์เข้ำกับกำรสร้ำงสรรค์ผล
งำนของผู้ที่สนใจในอนำคต
วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย
งำนวิจัยนี้เป็นไปเพื่อศึกษำวิเครำะห์รูปแบบโครงเรื่องนวนิยำย
ไทยแนวสลับร่ำง พ.ศ. 2550-2554 ในประเด็นดังต่อไปนี้
1. โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย
2. ควำมขัดแย้ง
3. กำรดำำเนินโครงเรื่อง
4. แก่นเรื่อง
5. กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง (มุมมอง)
ควำมสำำคัญของกำรวิจัย
งำนวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำรศึกษำควำมเป็นไปในแวดวง
วรรณกรรม อันได้รับควำมนิยมอยู่อย่ำงต่อเนื่องทั้งในแง่ของกำรนำำไป
ประยุกต์เป็นละคร ภำพยนตร์ หรือสื่ออื่นๆ ซึ่งปรำกฏกำรณ์ที่เกิดขึ้น
2
เหล่ำนี้ เมื่อได้มีกำรศึกษำค้นคว้ำ วิเครำะห์วิจำรณ์ ย่อมจะเป็นผลดีต่อ
กำรศึกษำพัฒนำกำรวรรณกรรมปัจจุบันในอนำคต
ขอบเขตของโครงกำรวิจัย
ขอบเขตด้ำนข้อมูล
งำนวิจัยฉบับนี้ อำศัยข้อมูลจำกนวนิยำยในกำรวิเครำะห์โครง
เรื่อง จำำนวน 4 เรื่อง ดังนี้
1. นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ของเจ้ำปลำน้อย
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2550
2. นวนิยำยเรื่อง ป่วนรักสลับร่ำง ของรอมแพง พิมพ์ครั้งที่ 1
พ.ศ. 2552
3. นวนิยำยเรื่อง คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 และ
2 พ.ศ. 2553
4. นวนิยำยเรื่อง ปำฏิหำริย์รักสลับร่ำง ของพิมพ์ผกำ พิมพ์
ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2554
ทฤษฎี สมมุติฐำน (ถ้ำมี) และกรอบแนวควำมคิดของโครงกำร
วิจัย
กำรวิจัยนี้อำศัยกรอบของกำรวิเครำะห์วรรณกรรมตำมแนว
โครงสร้ำง (STRUCTURALISM)
วิธีกำรดำำเนินกำรวิจัย
วิธีกำรดำำเนินกำรวิจัย มีขั้นตอนดังไปนี้
1. ขั้นรวบรวมข้อมูล
รวบรวมนวนิยำยที่ใช้เป็นข้อมูลในกำรวิเครำะห์ จำำนวน 4
เรื่อง
2. ขั้นวิเครำะห์ข้อมูล
นวนิยำยที่ใช้เป็นข้อมูลจะวิเครำะห์ในประเด็นดังต่อไปนี้
2.1 โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย
2.2 ควำมขัดแย้ง
2.3 กำรดำำเนินโครงเรื่อง
2.4 แก่นเรื่อง
2.5 กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง
3. ขั้นสรุปและอภิปรำยผล
สรุปและอภิปรำยผลด้วยวิธีพรรณนำวิเครำะห์ พร้อมทั้งให้
ข้อเสนอแนะ
3
บทที่ 2
เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
4
ประเด็นในกำรทบทวนวรรณกรรมประกอบด้วย 3 ประเด็นคือ กำร
สลับร่ำง โครงเรื่อง และกลวิธี
ดังรำยละเอียดในลำำดับถัดไป
กำรสลับร่ำง
กำรสลับร่ำงเป็นแนวคิดที่ปรำกฏอยู่ในวรรณกรรมและสื่อบันเทิง
คดีประเภทต่ำงๆ ของหลำยประเทศ กล่ำวเฉพำะทำงฝั่งตะวันตกนั้น คริ
สโตเฟอร์ แคมป์เบลล์ (2011, ONLINE) ได้เขียน “10 Clichés of the
Body Swap Movie” ที่สรุปประเด็นเกี่ยวกับกำรสลับร่ำงไว้ 10 ลักษณะ
ดังต่อไปนี้
1. มีวิธีกำรสลับร่ำงที่น่ำขัน เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูปปั้น หรือคุกกี้
2. มีกำรสลับร่ำงเด็กที่ไม่รู้จักโตให้กลำยเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภำวะ
3. มีกำรสลับร่ำงผู้ใหญ่ที่เคร่งเครียดมำกไปให้กลำยเป็นเด็ก
4. มีกำรสลับร่ำงหญิงชำยเพื่อเรียนรู้ควำมแตกต่ำง
5. มีกำรปรับเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของตัวเองให้แก่ขึ้นหรือเด็กลง
6. มีกำรกำำหนดให้ตัวละครไปทำำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำำได้ดี
7. มีกำรแสดงพรสวรรค์/ลักษณะเฉพำะของร่ำงเดิมออกมำให้เห็น
ในร่ำงใหม่
8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทไว้รับรู้ทุกสิ่งอย่ำง
9. มีกำรแสดงออกที่ไม่เหมำะสมกับตัวละครเด็ก
10. มีกำรเปิดโอกำสให้ตัวละครอื่นเกิดกำรสลับร่ำงได้อีก
ในประเทศไทยนั้น อำจกล่ำวได้ว่ำ ภำพยนตร์เรื่อง หวำน
มันส์...ฉันคือเธอ มีส่วนในกำรจุดประกำยแนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำงแก่ผู้
ชม โดยสังเกตได้จำกรำยได้และควำมนิยม ซึ่งสันติสุข พรหมศิริ ได้ให้
สัมภำษณ์ในคอลัมน์ ย้อนอดีต ของหนังสือพิมพ์ข่ำวสด (2553,
เว็บไซต์) ว่ำ
"เรื่องนี้ก็จะเป็นแนวนักเรียน วัยรุ่น ซึ่งตอนนั้น ถึงไม่ได้เป็น
นักเรียนแล้วแต่ ยังคงแต่งเป็น นักเรียนได้อยู่ (หัวเรำะ) และต้อง
บอกว่ำเรื่องนี้ถือเป็นหนังที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ตั้งแต่ชื่อเรื่องก็ บ่ง
บอกควำมทันสมัย เพรำะเมื่อก่อนชื่อหนังไทยก็จะเป็นอะไรที่เรียบๆ บวก
กับเนื้อเรื่องที่ต้องสลับ ร่ำงกันของพระเอก-นำงเอกด้วย ยิ่งเป็นกำร
แหวกแนวกำรทำำหนังไทยในยุคนั้นมำกๆ พอหนังออก มำแล้วถือว่ำ
ประสบควำมสำำเร็จมำก ทำำรำยได้สูงถึง 7 ล้ำนบำท ถ้ำเทียบกับสมัยนี้ก็
น่ำจะ 70 ล้ำน ได้ เพรำะด้วยเนื้อหำของหนังเป็นหนังตลก ฮำๆ ด้วย
ยิ่งทำำให้คนดูชอบมำก"
5
ควำมสนใจที่เกิดขึ้นจำกผู้ชมมีผลต่อกำรสร้ำงสรรค์งำน
ภำพยนตร์ และละครเช่นไร ก็ส่งผลต่อกำรผลิตและสร้ำงสรรค์ผลงำน
วรรณกรรมเช่นกัน หำกกล่ำวเฉพำะนวนิยำยแนวสลับร่ำง เรื่องที่ได้รับ
กำรยอมรับมำกเรื่องหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่ำ พรพรหมอลเวง มีส่วน
สำำคัญที่ทำำให้นวนิยำยแนวสลับร่ำงประสบควำมสำำเร็จอย่ำงสวยงำมใน
โลกของหนังสือ ด้วยยอดตีพิมพ์ล่ำสุดครั้งที่ 8 และได้นำำมำทำำเป็นละคร
โทรทัศน์มำกถึง 3 ครั้ง ในปี 2535 2546 และ 2555 ซึ่งอยู่ระหว่ำงกำร
คัดเลือกนักแสดง
หลังจำกที่ละครโทรทัศน์เรื่อง พรพรหมอลเวง ออกอำกำศแล้ว
กำรสลับตัวระหว่ำงหญิงสำวกับเด็กผู้หญิงก็ทำำให้โครงเรื่องของละคร
แนวสลับร่ำงอื่นๆที่ตำมมำต้องปรับกระบวนให้แตกต่ำงจำกเดิม เช่น หนู
ละเบื่อ...เสือสวมรอย (2536) เป็นกำรสลับร่ำงกันระหว่ำงชำยหนุ่มกับ
เด็กผู้ชำย ดังนั้น ในกำรศึกษำ รูปแบบโครงเรื่องของนวนิยำยไทย
แนวสลับร่ำงระหว่ำง พ.ศ. 2550-2554 จึงสนใจกำรกำำหนดโครง
เรื่องของนักเขียนยุคใหม่ที่ต้องอำศัยควำมสำมำรถในกำรประพันธ์ให้
เกิดควำมน่ำสนใจมำกขึ้นกว่ำเดิม
โครงเรื่อง
โดยทั่วไป ควำมหมำยของโครงเรื่อง คือ ลำำดับของเหตุกำรณ์ที่
ประกอบเข้ำเป็นเรื่อง เพื่อให้ดำำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบ มักประกอบด้วย
ควำมปรำรถนำและอุปสรรคของตัวละคร (ธัญญำ สังขพันธำนนท์,
2539, หน้ำ 163) อย่ำงไรก็ดี โครงเรื่องยังสำมำรถแบ่งตำมพัฒนำกำร
และกำรเปลี่ยนแปลงได้เป็น 2 ลักษณะคือ โครงเรื่องแบบเก่ำ ที่เน้น
ควำมสำำคัญของเหตุกำรณ์ และโครงเรื่องแบบใหม่ที่เน้นควำมสำำคัญ
ของพฤติกรรมและควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละคร (ธัญญำ สังขพันธำ
นนท์, 2539, หน้ำ 164)
โครงเรื่องใหญ่ - โครงเรื่องย่อย
ลำำดับของเหตุกำรณ์ที่นักเขียนกำำหนดไว้เป็นหลักของเรื่อง
เพื่อให้ดำำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบนั้นถือเป็นโครงเรื่องใหญ่ (ยุรฉัตร บุญ
สนิท, 2538, หน้ำ 25) แต่เนื่องจำกนวนิยำยนั้นมีขนำดยำว กำรสร้ำง
โครงเรื่องย่อยจึงจำำเป็นสำำหรับกำรเสริมเรื่องรำวของโครงเรื่องใหญ่ให้
มีควำมสมบูรณ์ (สำยทิพย์ นุกูลกิจ, 2543, หน้ำ 183)
เมื่อมีโครงเรื่องแล้ว ในลำำดับต่อมำคือ เนื้อเรื่อง ซึ่งหมำย
ถึงเรื่องรำวที่เกิดขึ้นตำมลำำดับเวลำตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ตำมที่โครงเรื่อง
ได้วำงไว้อย่ำงเป็นเหตุเป็นผลสัมพันธ์กันเพื่อควำมสมจริง (ลินจง จันทร
วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 118)
6
ควำมขัดแย้ง
ควำมขัดแย้งคือสิ่งจำำเป็นสำำหรับนวนิยำย โดยมีลักษณะ
เป็นกำรต่อสู้ ปะทะของฝ่ำยที่อยู่ตรงข้ำมกัน เช่น ควำมขัดแย้งระหว่ำง
มนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชำติ หรือควำมขัดแย้งภำยในจิตใจ
(วำณิช จรุงกิจอนันต์, 2537, หน้ำ 11) อย่ำงไรก็ดี ไม่ว่ำควำมขัดแย้ง
รูปแบบใดก็ตำม ทั้งภำยนอกและภำยในจิตใจของมนุษย์ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่
นวนิยำยจำำเป็นต้องมีคือ ควำมขัดแย้งหลักของเรื่อง ซึ่งอำจรวมเอำทั้ง
ควำมขัดแย้งภำยนอกและภำยในเรื่องไว้ด้วยกันก็ได้ (STANTON,
1965, P.18 อ้ำงใน ธัญญำ สังขพันธำนนท์, 2539, หน้ำ 166)
กำรดำำเนินโครงเรื่อง
โครงเรื่องแบบปิด มักมีลักษณะตำยตัวที่ปรำกฏซำ้ำในลักษะ
ดังต่อไปนี้ (ลินจง จันทร
วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 120-121)
1. กำรเปิดเรื่อง (EXPOSITION) เป็นสิ่งที่สำำคัญ
ที่สุดที่จะต้องดึงควำมสนใจของผู้อ่ำนให้ติดตำมเรื่องไว้ให้ได้ ซึ่งจะเริ่ม
ต้นด้วยกำรแนะนำำตัวละคร สถำนที่ หรือเหตุกำรณ์สำำคัญ จำกนั้นจึง
เลือกว่ำจะดำำเนินไปตำมลำำดับปฏิทินหรือสลับไปมำ
2. กำรดำำเนินเรื่อง (RISING ACTION) เป็นขั้น
ตอนต่อมำที่ต้องมีกำรสร้ำงปัญหำและขมวดปมปัญหำให้มำกขึ้นเรื่อยๆ
3. จุดสุดยอด (CLIMAX) คือ ผลลัพธ์ หลังจำกที่ปม
ปัญหำดำำเนินมำถึงขีดสุด ซึ่งผู้อ่ำนจะได้รับคำำตอบว่ำปัญหำนั้นลงเอย
อย่ำงไร
4. จุดคลี่คลำยเรื่อง (FALLING ACTION) หลัง
จำกเหตุกำรณ์คับขันผ่ำนไป จะต้องมีกำรคลำยปมที่สร้ำงไว้
5. จุดจบเรื่อง (ENDING) กำรยุติเรื่องรำวที่เกิดขึ้น
ด้วยควำมสุขสมหวัง ผิดหวัง หรือคำดไม่ถึง สร้ำงควำมประหลำดใจ
หรือไม่ก็ทิ้งให้ผู้อ่ำนคิดต่อเอง
ในกำรวิเครำะห์โครงเรื่อง ควรพิจำรณำพฤติกรรมตัวละคร ควำม
สัมพันธ์ระหว่ำงโครงเรื่องกับแก่นเรื่อง และวิเครำะห์ควำมขัดแย้ง และ
เมื่อจะประเมินคุณค่ำของโครงเรื่องควรให้ควำมสนใจด้ำนควำมสมจริง
ควำมสนใจใคร่ติดตำม ควำมสัมพันธ์ของโครงเรื่องกับองค์ประกอบอื่นๆ
และกำรสื่อควำมหมำยถึงควำมเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ (ธัญญำ สังข
พันธำนนท์, 2539, หน้ำ 169-171)
แก่นเรื่อง
7
แก่นเรื่อง หมำยถึง สำระหรือควำมคิดสำำคัญของเรื่องที่ผู้แต่ง
ต้องกำรสื่อมำยังผู้อ่ำน (ลินจง จันทร
วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 127)
กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง (มุมมอง)
โดยพื้นฐำนแล้วกำรเล่ำเรื่องของนักเขียนจะเป็นไปใน 5 ลักษณะ
คือ กำรกระทำำ บทสนทนำ บทพรรณนำ บทแสดงควำมคิด และบท
บรรยำย แต่ มุมมอง จะพิเศษกว่ำเดิมเพรำะต้องคำำนึงว่ำใครเป็นผู้เล่ำ
เรื่อง และเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เล่ำอย่ำงไร
กำรพิจำรณำมุมมองมีหลำกหลำยเกณฑ์ แต่ที่ละเอียดและยอมรับ
กันอย่ำงกว้ำงขวำงประกอบด้วย 3 รูปแบบคือ (วำณิช จรุงกิจอนันต์,
2537, หน้ำ 43-47)
1. มุมมองแบบนักเขียนรู้ไปหมด (OMNISCIENT)
มุมมองในรูปแบบนี้ นักเขียนจะทรำบควำมเป็นไปทั้งหมด
สำมำรถเข้ำใจจิตใจของตัวละครได้ตำมที่ต้องกำร สำมำรถสอน อธิบำย
สื่อควำมหมำย ตำมกำรกระทำำของตัวละครได้ ตำมปกติ มุมมองเช่นนี้จะ
ใช้กับนวนิยำยที่ช่วงเวลำในเรื่องยำวนำน
2. มุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง
นักเขียนจะดำำเนินเรื่องโดยเลือกใช้บุคคลที่หนึ่งเป็นผู้
บรรยำย อำจจะเป็นนักเขียนเองหรือตัวละครตัวหนึ่งตัวใดก็ได้ หรือเป็น
เพียงผู้เฝ้ำมองที่ไม่อำจเข้ำใจควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละครก็ได้
นอกจำกกำรคำดเดำ โดยทั่วไป ไม่นิยมใช้รูปแบบดังกล่ำวนี้ในกำรเล่ำ
เรื่องขนำดยำวเพรำะยำกที่จะทำำให้เรื่องน่ำสนใจได้โดยตลอด แต่จะ
เหมำะกับเรื่องลึกลับขนำดสั้น เพรำะช่วยพรำงควำมจริงได้ และสำมำรถ
เลือกเล่ำเหตุกำรณ์ได้โดยไม่ต้องกำำหนดจังหวะให้ซับซ้อน เดินเรื่องได้
เร็วกว่ำมุมมองแบบอื่น แต่ก็ต้องอำศัยฝีมือและควำมเชี่ยวชำญในกำร
เขียนเช่นกัน เพรำะผู้เล่ำจะมีมุมมองที่จำำกัด
3. มุมมองแบบบุคคลที่สำม
มุมมองเช่นนี้ คล้ำยคลึงกับมุมมองกำรเล่ำแบบนักเขียนรู้ไป
หมด แต่แตกต่ำงในด้ำนข้อจำำกัด ดังรำยละเอียดปลีกย่อยต่อไปนี้
3.1 บุคคลที่สำมแบบมีข้อจำำกัด
กำรเล่ำเรื่องจะเน้นที่ควำมรับรู้ของบุคคลเพียงคนเดียว
ผู้อ่ำนจะรับรู้เรื่องรำวได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่ำนั้นรับรู้ หรือมีส่วนร่วม จะปรำกฏ
8
สรรพนำม เขำ และเธอ แทนคำำว่ำ ผม หรือฉัน มุมมองลักษณะดังกล่ำวนี้
เป็นที่นิยมเพรำะช่วยให้เล่ำเรื่องได้กระชับและมีเอกภำพมำก
3.2 บุคคลที่สำมแบบบุคลำธิษฐำน
(SUBJECTIVE)
วิธีนี้จะให้ตัวละครเอกหรือผู้เล่ำบรรยำยพฤติกรรมของ
ตัวละครอื่นๆได้และคำดเดำเรื่องได้
3.3 บุคคลที่สำมแบบธรรมำธิษฐำน
(OBJECTIVE)
กำรเล่ำเรื่องเช่นนี้ เปรียบเสมือนกล้องโทรทัศน์ที่จับ
ภำพกำรแสดง เหมือนเป็น
ผู้กำำกับ เปิดเผยเนื้อเรื่องเฉพำะที่มีกำรพูดกัน แต่ควำมรู้สึกนึกคิดในใจ
ของตัวละครเป็นสิ่งที่ผู้อ่ำนไม่รู้ จึงเป็นกำรเล่ำเรื่องด้วยมุมมองที่ยำก
ที่สุด นักเขียนต้องเลือกกำรแสดงออกที่เหมำะสมและใช้บทสนทนำที่
ค่อยๆเปิดเผยควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละคร มิฉะนั้นจะทำำให้เรื่องน่ำเบื่อ
เป็นอย่ำงมำก
9
บทที่ 3
กำรวิเครำะห์รูปแบบโครงเรื่องของนวนิยำยไทยแนว
สลับร่ำง
นวนิยำยไทยแนวสลับร่ำงที่นำำมำวิเครำะห์ประกอบด้วยนวนิยำย
จำำนวน 4 เรื่องที่ตีพิมพ์ระหว่ำงปี พ.ศ. 2550-2554 ตำมลำำดับดังต่อไปนี้
1. นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ผลงำนของ เจ้ำปลำ
น้อย พ.ศ. 2550
2. นวนิยำยเรื่อง ป่วนรักสลับร่ำง ผลงำนของ รอม
แพง พ.ศ. 2552
3. นวนิยำยเรื่อง คือ...เธอ ผลงำนของ พิมลพัทธ์
พ.ศ. 2553
4. นวนิยำยเรื่อง ปำฏิหำริย์รักสลับร่ำง ผลงำนของ พิมพ์
ผกำ พ.ศ. 2554
นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง
นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ผลงำนของเจ้ำปลำน้อย
ขนำด 2 เล่มจบ ในนวนิยำยไม่ปรำกฏข้อมูลทำงบรรณำนุกรม แต่สืบค้น
จำกเว็บไซต์ของสำำนักพิมพ์แจ่มใสแล้วพบว่ำ ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2550
คำำนำำ กล่ำวถึงเนื้อเรื่องย่อโดยสำวน้อยมยองนัง จำกสำำนักพิมพ์
แจ่มใส ไม่ใช่ผู้เขียนเอง แต่เกริ่นถึงกำรสลับร่ำงระหว่ำงคนรัก และพี่
ชำยของสำวน้อยที่ชื่อ เม ดังนั้น ควำมรักที่เกิดขึ้นในร่ำงของพี่ชำยกับ
น้องสำวจึงกลำยเป็นปัญหำขึ้นมำอย่ำงไม่อำจหลีกเลี่ยงได้ นวนิยำย
เรื่องนี้ จึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกำรสลับร่ำง กล่ำวคือ กำรสลับร่ำง
ระหว่ำงชำยกับชำย แต่มีผลให้คู่รักต้องกลำยมำเป็นพี่น้องกัน ซึ่งนับว่ำ
เป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่เคยปรำกฏมำก่อน ส่วนสำเหตุที่ทำำให้เกิดกำร
สลับร่ำงนั้นตัวละครเชื่อว่ำเป็นเพรำะแรงอธิษฐำนในวันเกิดที่ตัวละคร
เอกฝ่ำยหญิงขอให้เธอได้อยู่กับคนรักตลอดไป
10
โครงเรื่อง
กำรสลับร่ำงระหว่ำงคนรักกับพี่ชำยของตัวละครเอกฝ่ำยหญิงใน
เรื่อง ทำำให้ปัญหำเกิดขึ้น เพรำะไม่สำมำรถแสดงออกให้ใครทรำบได้ว่ำ
ผู้ชำยที่ตนรักนั้นมำอำศัยอยู่ในร่ำงของพี่ชำย แม้ว่ำจะไม่ใช่สำยเลือด
เดียวกัน แต่ได้กลำยเป็นรอยแผลและสร้ำงควำมบำดหมำงในครอบครัว
โครงเรื่องใหญ่/โครงเรื่องย่อย
นวนิยำยเรื่องนี้มีควำมยำวขนำด 2 เล่มจบ จึงมีกำรผูกปมใหญ่
เป็นเรื่องรำวชีวิตรักของตัวละครเอกฝ่ำยหญิงและชำย กล่ำวคือ เมและ
แพท ส่วนโครงเรื่องย่อย คือ ควำมรักของอะตอม (แฟนของโม) กับรอย
ด์ ซึ่งเป็นญำติกันกับเธอ และกำรที่พ่อของเมต่อต้ำนควำมรักของเมกับ
แพท
เนื้อเรื่อง
เปิดเรื่องด้วยกำรที่เม ตัวละครเอกฝ่ำยหญิงนั่งรอ แพท แฟนหนุ่ม
มำฉลองวันเกิดด้วยกัน ระหว่ำงนั้นเธออธิษฐำนให้ตัวเองได้อยู่กับแฟน
ตลอดไป แต่แม่ของเมกลับโทรเข้ำมำบอกว่ำพี่ชำยของเมเข้ำโรง
พยำบำลให้เธอรีบกลับบ้ำน ขณะที่เมกำำลังจะกลับไปบ้ำน แพทก็มำถึง
และรีบร้อนวิ่งตำมมำจนกระทั่งถูกรถชน
เมื่อโม พี่ชำยของเมตื่นขึ้นมำก็เรียกเมว่ำ เมอ้วนซึ่งเป็นคำำพูดที่
แพทเรียกเมติดปำก เม ทดสอบหลำยเรื่องจนเชื่อว่ำตอนนี้ แพท แฟน
ของตนเองมำอยู่ในร่ำงของพี่โม พี่ชำยของเธอจริง เมบอกเรื่องสลับร่ำง
ให้เพื่อนสนิทฟัง และตำมไปเฝ้ำพี่ชำยตนเองที่นอนสลบในร่ำงของแพ
ทอีกโรงพยำบำลหนึ่ง แพทได้กลับมำพักรักษำตัวที่บ้ำน ทำำให้ทั้งสองได้
ใกล้ชิดกันมำกขึ้น แต่ปัญหำคือ เมต้องพยำยำมรักษำระยะห่ำงระหว่ำง
ตัวเองกับคนรัก ต่อมำมีเพื่อนร่วมคณะชื่อ รอยด์ เข้ำมำจีบเม ส่วนพำย
พี่สำวของแพท ก็กลับมำตกหลุมรักโม พี่ชำยของเมโดยไม่ทรำบว่ำ
แท้จริงแล้วคือ แพท น้องชำยของตัวเอง และยังมีปัญหำที่เกิดขึ้น
ระหว่ำงคนรักเดิมของโม คือ อะตอม ที่เข้ำมำในชีวิตของแพทด้วย
แพท ตัดสินใจบอกควำมจริงแก่พี่สำวของตนเองเรื่องตนเองสลับ
ร่ำงกับโม พี่ชำยของเมเพื่อตัดปัญหำแต่แพทก็ยังมีอะตอม แฟนเก่ำของ
โมอยู่อีกหนึ่งรำยที่ยังแก้ปัญหำไม่ได้ ต่อมำหนูนำเพื่อนของเมได้บัตร
ฟรีที่พักริมทะเลมำ ทำำให้ครอบครัวของเมได้ไปเที่ยวพักผ่อน ซึ่ง รอยด์
และ อะตอม ก็ตำมมำด้วย ทั้งเม และแพท จึงทำำท่ำทำงเหมือนรักคนอื่น
เพื่อให้อีกฝ่ำยหึงหวง จนกระทั่งทนไม่ไหว ทั้งสองจึงหันมำปรับควำม
เข้ำใจกันอีกครั้ง แต่พ่อของโมและเมกลับได้ยินเข้ำ พ่อไม่พูดอะไรเลย
11
ทำำให้ทั้งสองคนเป็นกังวลมำก แม้ว่ำที่จริงแล้ว โม จะไม่ใช่พี่น้องสำย
เลือดเดียวกันกับเม แต่พ่อย่อมยอมรับไม่ได้ ระหว่ำงที่รอท่ำทีของพ่อ เม
กับแพทก็ได้ทรำบว่ำ ที่จริงแล้ว อะตอมกับรอยด์ เคยชอบกันมำก่อน แต่
ทั้งสองมำทรำบทีหลังว่ำเป็นญำติกันจึงพยำยำมเลิกรำ อะตอมกลับมำ
ขอคบกับแพทเหมือนเดิมแต่แพทปฏิเสธ เมื่อกลับบ้ำน พ่อจัดกำรให้โม
ไปเรียนต่อ โมไม่ยอมจึงเผยควำมจริงว่ำเขำไม่ใช่โม แต่พ่อไม่เชื่อ ทั้ง
สองคนจึงหนีออกจำกบ้ำน
แพทพำเมกลับไปอำศัยอยู่บ้ำนของตัวเองเพื่อรอให้พ่อใจเย็นลง
แต่กลับกลำยเป็นว่ำพ่อยิ่งกังวลมำกขึ้นจนกระทั่งเข้ำโรงพยำบำล เม
เครียดมำกที่เป็นต้นเหตุให้พ่อต้องป่วย เมทะเลำะกับแพทอย่ำงรุนแรง
สุดท้ำยแพทก็ประชดเธอด้วยกำรฆ่ำตัวตำย เมตกใจมำก รีบพำแพทส่ง
โรงพยำบำล เมรู้สึกผิดมำกที่พูดจำรุนแรงจนกระทั่งแพทยอมทำำร้ำยตัว
เองให้รถชน จึงหลบไปพักบ้ำนเพื่อน อำกำรบำดเจ็บของร่ำงกำยโมร้ำย
แรงจนกระทั่งต้องเปลี่ยนหัวใจ ทุกคนในครอบครัวเป็นกังวลมำกว่ำจะ
ไม่สำมำรถหำหัวใจมำได้ทันเวลำ แต่แล้วก็มีคนใจดีบริจำคหัวใจมำทัน
ทำำให้ร่ำงของโมพ้นขีดอันตรำย เมมำเฝ้ำเพรำะอยำกขอโทษแพท แต่
เมื่อฟื้นขึ้นมำ
กลับไม่ใช่แพท แต่เป็นพี่โม พี่ชำยตัวจริงของเธอ แพทรีบกลับไปหำร่ำง
ของแพทที่บ้ำนเพื่อจะได้พบกับคนรักของตัวเอง แต่กลับพบสิ่งที่เลวร้ำย
ที่สุดคือ แพทตำยไปแล้วและหัวใจที่บริจำคให้กับพี่ชำยของเธอก็คือ
หัวใจของแพทนั่นเอง
เมทำำใจไม่ได้ โทษว่ำเป็นทั้งควำมผิดของตัวเอง และพ่อ หญิงสำว
เก็บตัวเองและไม่สุงสิงกับพี่ชำยเลย พำยและแม่ก็แวะมำเยี่ยมโม และ
ต้องกลับไปด้วยควำมเจ็บปวด เพรำะพำยและแม่ของแพท ต่ำงก็ทรำบ
ควำมจริงแล้วว่ำ แพทสลับร่ำงกับโม จึงหวังจะได้เห็นแพทยังอยู่ในร่ำง
ของโม สุดท้ำยเมื่อวันเกิดของเมมำถึง พำยก็ขอให้เมมำรับของขวัญที่
แพทเคยเตรียมไว้แต่ยังไม่ได้ให้เม เมเจ็บปวดมำกยิ่งขึ้น โมพยำยำมจะ
ปลอบใจเธอด้วยกำรถำมถึงของขวัญที่เธออยำกได้ แต่เม อยำกได้คน
รักกลับคืนมำ ดังนั้น ในคืนวันเกิดนั้นเอง แพทได้รู้ว่ำที่จริงแล้ว พี่โมก็
คือ แพท แต่เขำแสดงเหมือนเป็นพี่ชำยของเม อย่ำงที่เธอต้องกำร เมมี
ควำมสุขมำก เธอได้สำรภำพควำมในใจให้แพทรู้ แต่ก็ทำำใจไม่ได้ที่ไม่
อำจจะได้เป็นคนรักกับแพทอีกต่อไป เพรำะแพทมีสถำนะเป็นพี่ชำยของ
เธอ แพทยืนยันว่ำต้องเป็นไปเช่นนั้น เพรำะพ่อของเมรู้ควำมจริงว่ำเขำ
ไม่ใช่โม และขอร้องให้เขำรักษำควำมเป็นพี่น้องไว้ดังเดิม
ขณะเดินทำงกลับนั้น แพทในร่ำงของโมโดนรถชนอีกครั้ง โมเสีย
ชีวิต เมไม่เหลือใคร และมีสภำพจิตใจที่ยำ่ำแย่มำก เธอเกลียดวันเกิดของ
ตัวเองเพรำะเธอต้องสูญเสียคนที่เธอรักไปทุกปี ดังนั้น เมจึงไม่
กระตือรือร้นที่จะฉลองวันเกิดของตนเองเลย แต่สุดท้ำยแพทก็กลับมำอีก
12
ครั้งในร่ำงของรอยด์ เพรำะรอยด์เป็นคนที่มีโรคประจำำตัวอยู่ ดังนั้น เมื่อ
ผ่ำตัดหัวใจครั้งสุดท้ำย เขำจึงได้หัวใจของแพทไป แพทจึงได้กลับมำ
หำเมอีกครั้งในร่ำงของรอยด์ ครำวนี้ พ่อของเมไม่กีดกันแล้ว และ
เป็นใจจัดงำนวันเกิดเพื่อให้แพท ในร่ำงกำยของรอยด์ได้มำพบกับเม เม
จึงได้รักกับแพทในที่สุดเพรำะเธอไม่มีข้อจำำกัดของกำรเป็นพี่น้องกันอีก
ต่อไปแล้ว
ควำมขัดแย้ง
ควำมขัดแย้งที่ปรำกฏในนวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง
ของเจ้ำปลำน้อย ประกอบด้วย ควำมขัดแย้ง 2 ลักษณะ คือ ควำมขัด
แย้งภำยในจิตใจและควำมขัดแย้งระหว่ำงมนุษย์กับมนุษย์
1. ควำมขัดแย้งภำยในจิตใจ
เมื่อแพทกลับมำหำเมในร่ำงของโม ซึ่งเป็นพี่ชำยของเธอ เมซึ่ง
เป็นน้องสำวเกิดควำมขัดแย้งขึ้นมำในใจทันที เพรำะน้องสำวกับพี่ชำย
ไม่อำจจะแสดงออกว่ำรักกันได้ ที่สำำคัญ หญิงสำวเองก็ไม่อำจทำำใจให้
ยอมรับได้ว่ำ ตอนนี้พี่ชำยที่โตมำด้วยกันกับเธอจะกลำยเป็นร่ำงให้คน
รักของเธออำศัยอยู่ เมอึดอัดใจและกลำยเป็นสำเหตุที่ทำำให้ทะเลำะกับ
แพทบ่อยๆ จนท้ำยที่สุดก็กลำยเป็นเรื่องลุกลำมเมื่อแพทตัดสินใจทำำตำม
ที่เมต้องกำรคือ ยุติปัญหำทั้งหมดด้วยควำมตำยและคืนร่ำงให้กับ
เจ้ำของที่แท้จริง ซึ่งก็ยิ่งทำำให้เมเป็นทุกข์หนักกว่ำเดิม เมื่อรู้ว่ำได้ทำำ
รุนแรงเกินไป
ในนวนิยำยเรื่องนี้เน้นกำรเล่ำเรื่องด้วยตัวละครเอกฝ่ำยหญิง แต่
ในช่วงท้ำยเล่มได้เพิ่มผู้เล่ำเรื่องที่เป็นตัวละครเอกฝ่ำยชำย กับตัวละคร
ประกอบอีกหนึ่งเหตุกำรณ์ แต่ไม่ว่ำจะเป็นตัวละครฝ่ำยใดล้วนแต่ทำำให้
ผู้อ่ำนเห็นถึงควำมขัดแย้งภำยในจิตใจของตัวละครทั้งสิ้น ดังตัวอย่ำง
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 192 เล่ม 1)
“ ”เมอ้วน
“ ”ฮื้อ
“ถ้ำสมมติว่ำฉันกลับเข้ำร่ำงไม่ได้จริงๆแล้วต้องอยู่ร่ำงนี้ไป
ตลอดชีวิต เธอจะทำำ ”ยังไง
ฉันไม่ตอบ ได้แต่นิ่งเงียบอย่ำงใช้ควำมคิด เหมือนปัญหำ
โลกแตกที่ตอบไม่ได้ ใจฉันก็ รักเขำ ... แต่ดูๆไปแล้วเรื่อง
ของเรำมันเป็นไปไม่ได้เลยทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย
“ ”เธอจะไม่รักฉันเหรอถ้ำเป็นอย่ำงนั้น
13
แพทถำมขึ้นอีก ฉันยกมือขึ้นกอดแขนแพทที่กอดรอบคอฉัน
อยู่ในตอนนี้
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรเลย มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมำก่อน
ว่ำจะได้เจอกับปัญหำ แบบนี้ ”เข้ำใจฉันไหม
“ฉันเข้ำใจ แต่ฉัน...จะสู้นะ ”ทุกปัญหำเลย
“ฉันด้วย จะสู้ด้วยกันกับนำยนั่นแหละ และถ้ำปัญหำมัน
แก้ไขไม่ได้จริงๆ...”
ฉันพูดทิ้งเอำไว้ แพทเองก็กอดฉันแน่นขึ้นเหมือนกับเร่งให้
ฉันตอบ ฉันถอนหำยใจ
เฮือกใหญ่
“ต่อให้ฝืนศีลธรรม ”ฉันก็จะรักนำยไม่เปลี่ยนแปลง
“แค่นี้ก็มำกพอแล้ว ”มำกพอแล้วจริงๆ
ไม่รู้ว่ำเนิ่นนำนเท่ำไหร่ที่เรำอยู่บนหลังม้ำแล้วมองฟ้ำที่
เวิ้งว้ำง ไร้ซึ่งขอบเขต เรำ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉำนที่จะสมสู่กันโดย
ไม่สนใจอะไรเลย แต่เรำก็ไม่มีทำงเลือกเหมือนกันในเมื่อ เรำรัก
กันแบบนี้ ฉันจะทำำยังไงดี ขอถำมหน่อย
ถ้ำคุณเป็นฉันแล้วคุณจะทำำยังไง ...
2. ควำมขัดแย้งระหว่ำงมนุษย์กับมนุษย์
ไม่ว่ำใครที่อยู่รอบตัวเมและแพทได้รับฟังควำมจริงเรื่องกำรสลับ
ร่ำงต่ำงก็มองว่ำเป็นสิ่งผิดปกติ และวิปริต แม้ว่ำที่จริงแล้ว โมกับเม จะ
ไม่ใช่พี่น้องที่แท้จริง แต่ไม่สำมำรถทำำให้คนทั่วไปเข้ำใจได้ เช่น
อะตอม คนรักตัวจริงของโม พำย พี่สำวของแพท ที่แอบชอบโมโดยไม่รู้
ว่ำน้องชำยตัวเองอำศัยร่ำงอยู่ และที่ร้ำยแรงที่สุดคือ พ่อของเมเอง ที่ไม่
อำจทำำใจเห็นลูกของตัวเองมำรักชอบกันแบบหนุ่มสำว ดังตัวอย่ำง
“พ่อไม่ได้มีเหตุผลแค่นี้ พ่อไล่ให้ผมไปเพรำะพ่อรับไม่ได้ที่
”ผมกับเมรักกันใช่ไหมล่ะ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะโม!”
พ่อตวำดลั่นจนฉันตกใจ ร่ำงของพี่โมถูกผลักติดกำำแพงด้วย
แรงของพ่อ ก่อนที่พ่อจะกระชำก คอเสื้อแล้วพูดเสียงดังฟังชัด
“ฉันยอมให้แกสองคนทำำบัดสีแบบนั้นอีกไม่ได้ ใครรู้เข้ำมัน
จะเป็นยังไง ... ถึงแกจะไม่ใช่ลูก แท้ๆ ของฉัน แต่ฉันก็เลี้ยงแกมำ ฉัน
”รับไม่ได้ที่จะให้แกสองคนรักกัน
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 208 เล่ม 1)
“คงเป็นควำมรู้สึกเดียวกันกับตอนที่พี่เห็นเมกับแพททำำท่ำ
จุ๊บๆกันนั่นแหละ ตอนนั้นพี่มอง เรำสองคนเป็นพี่น้องคู่วิปริตไปเลย
แม้จะรู้ว่ำไม่ใช่แท้ๆก็เถอะ...แต่เฮ้อ... นั่นคือสำยตำของพี่ที่เป็นคน
14
ภำยนอกแล้วถ้ำเป็นคนภำยในครอบครัวอย่ำงพ่อแม่เมล่ะ จะไม่
”มำกกว่ำพี่เป็นสิบเท่ำเลยเหรอ
“สำรภำพตำมตรงว่ำเมไม่รู้จะจัดกำรยังไงเหมือนกันค่ะพี่
พำย ... เมพยำยำมอธิบำยให้พ่อฟัง แล้วแต่พ่อบอกว่ำพวกเรำปั้น
เรื่องขึ้นมำแก้ตัว เมรู้ว่ำมันเชื่อยำกแต่มันก็คือควำมจริง เมก็ไม่รู้จะ
อธิบำยยังไง แล้วตอนนั้นมันจวนตัวจริงๆ พ่อบังคับให้แพทเตรียม
ตัวไปเมืองนอกเดี๋ยวนั้นเลย เรำเลย คิดสั้นๆกันแค่ว่ำหนี หนีเท่ำนั้น
”ที่จะพ้นทุกสิ่ง
“อืม...ถ้ำงั้นก็หลบสักพักแล้วกัน แล้วค่อยกลับไปตอนที่พ่อ
ใจเย็นขึ้นบ้ำงน่ำจะเวิร์คกว่ำนั้น แต่พี่มองในฐำนะคนที่อยู่ตรงกลำง พี่
มองเห็นควำมรักของเมอ้วนกับแพทเป็นสิ่งที่ดีและพี่นับถือ แต่ ถ้ำให้พี่
”มองอีกด้ำนควำมรักของเรำสองคนดูจะเห็นแก่ตัวเกินไปนะ
กำรพูดตรงตำมแบบฉบับของพี่พำยทำำให้ฉันลอบกลืน
นำ้ำลำยลงคออึกๆอย่ำงยำกลำำบำก
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 25 เล่ม 2)
“จะเชื่อได้ยังไงในเมื่อมันไร้สำระ! ถ้ำเธออ้ำงเหตุผลที่ว่ำพอ
โมตื่นขึ้นมำก็จำำอะไรไม่ได้ และ เธอเองก็หัวฟำดพื้นจำำอะไรไม่ได้
เหมือนกัน แล้วมำรักกันเพรำะจำำกันไม่ได้ โอกำสที่จะเชื่อยังมี มำกกว่ำ
นี้ พวกเธอมันไร้สำระ เห็นแก่ตัว!”
“ค่ะ ”เมยอมรับว่ำเห็นแก่ตัว
อะตอมหยิบถ้วยกำแฟตรงหน้ำขึ้นซดอึกๆ เหมือนกับว่ำ
ควำมโมโหในใจทำำให้ลิ้นไม่รับรสอะไรอีกแล้ว “ ”อะตอมยังรักโมอยู่
“ ”เหรอคะ
“ ”ไม่เชื่อเหรอ
“แค่แปลกใจ... ”ว่ำเอำรอยด์ไปไว้ไหนเท่ำนั้น
ฉันบอกพลำงมองหน้ำอะตอมที่วำงถ้วยกำแฟลง อะตอมเงย
หน้ำขึ้นมองหน้ำฉันเหมือนไม่ใช่ อะตอมคนเดิม
“อะตอมยอมรับว่ำหวั่นไหว และคิดได้ว่ำจะกลับตัวกลับใจ
เพรำะศีลธรรมคำ้ำคออยู่ แต่พวก เธอผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมด้วยซำ้ำ เคย
มีกันบ้ำงไหม ศีลธรรมน่ะ ”เคยมีไหม
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 41 เล่ม 2)
“นำยทำำให้ชีวิตฉันยุ่งยำกมำตลอดเวลำ นำยไม่รู้ตัวเลยใช่
ไหมว่ำนำยทำำให้ฉันรู้สึกแย่แค่ไหน เรำควรจะเป็นพี่น้องกันอย่ำงที่
มันควรเป็น อย่ำสร้ำงควำมลำำบำกใจให้แก่ฉัน ... คิดซะว่ำเรำมีบุญรัก
กันได้ในฐำนะแบบนี้ ... ”ได้แต่เพียงแบบนี้
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 58 เล่ม 2)
15
จำกตัวอย่ำงที่กล่ำวมำข้ำงต้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่ำส่วนมำกเมื่อ
ตัวละครอื่นทรำบว่ำแพทและโมสลับร่ำงกัน และแพทยังรักเมทั้งที่อยู่ใน
ร่ำงของพี่ชำยของเม จะถูกประณำมอย่ำงมำก แม้แต่พี่สำวของแพทเอง
ก็ตำม แต่ที่สำำคัญคือ แพท กับ เมเองก็ต้องมีปัญหำที่เกิดจำกภำวะที่กลืน
ไม่เข้ำคำยไม่ออกนี้ โดยที่โครงเรื่องไม่ได้เน้นจะสร้ำงข้อคิดหรือเน้น
กำรเรียนรู้ระหว่ำงกันมำกเท่ำกับทำำหน้ำที่เสนอให้ผู้อ่ำนเข้ำใจถึง
สภำวะอันหลีกเลี่ยงไม่ได้และแก้ปัญหำไม่ตกนี้มำกกว่ำ
กำรดำำเนินโครงเรื่อง
กำรเล่ำเรื่องมีกลวิธีกำรเล่ำแบบใช้มุมมองบุรุษสรรพนำมที่1 จึง
จำำกัดกำรรับรู้อยู่ที่ตัวละครเอกฝ่ำยหญิง ดังนั้น เมื่อต้องกำรให้ผู้อ่ำน
ทรำบเรื่องในแง่มุมอื่น จึงต้องอำศัยมุมมองจำกตัวละครอื่น เล่ำย้อน
เหตุกำรณ์ต่ำงๆ เช่น พำย พี่สำวของแพทที่กล่ำวถึงควำมเป็นมำของ
กำรบริจำคหัวใจของแพทให้กับโม หรือกำรที่แพทเล่ำเรื่องในมุมมอง
ของตัวเองหลังจำกฟื้นขึ้นมำหลังผ่ำตัดเปลี่ยนหัวใจ ส่วนกำรดำำเนิน
โครงเรื่อง
5 ขั้นเป็นดังนี้
1. กำรเปิดเรื่อง
ผู้เขียนดึงควำมสนใจของผู้อ่ำนตั้งแต่แรกเริ่มด้วยกำรขอพรในวัน
เกิด ซึ่งในขณะที่กำำลังลังเลอยู่นั้น แม่ของเมก็โทรเข้ำมำขัดจังหวะเพื่อ
บอกข่ำวว่ำพี่ชำยของเมกำำลังถูกส่งตัวไปโรงพยำบำล เมตกใจจะรีบไป
ตำมนัด แต่แพทแฟนของเธอมำถึงพอดีแล้ววิ่งตำมมำ จังหวะนั้นเองที่
แพทถูกรถชนล้มลงเช่นกัน ดังตัวอย่ำง
อำกำศในยำมนี้ช่ำงหนำวเหน็บ แต่มันก็แลกมำด้วยควำม
เบิกบำนใจ เสียงเพลงประกอบวัน สำำคัญอย่ำงนี้ก็ยังคงร้องก้องไปไม่
หยุดหย่อน Merry x’mas เป็นเรื่องที่ชินซะแล้วสำำหรับฉันในทุกๆ วัน
เกิด แทนที่จะเป็นเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ แต่ก็เอำน่ำ...ยังไงซะมันก็ทำำให้
หัวใจเบิกบำนได้เหมือนกัน นั่นแหละ
ฉันมำยืนรอแฟนผู้น่ำรักของฉันด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ จริงๆ ก็
ไม่ใช่กำรเดทอะไรหรอกเพรำะ ควำมที่คบกันมำนำน แต่มันพิเศษ
ตรงที่วันนี้เป็นวันเกิดของฉันเอง
“วันเกิดแกเคยขออะไรจริงจังหรือยัง”
“จริงจัง? ทำำไมต้องจริงจังล่ะ กำรขอทุกครั้งฉันก็จริงจังทุก
ครั้งอ่ะแหละ”
16
“ไม่ใช่สิ เอำแบบที่อยำกได้จริงๆ แบบชีวีจะหำไม่เลยน่ะ ขอ
หรือยัง”
ฉันส่ำยหัวไปมำเหมือนหมำงง? งงอะไรก็ไม่รู้ตัวเองเหมือน
กันหนูนำเพื่อนซี้ตีแขนฉันเบำๆ อย่ำงไม่ได้ดั่งใจ
“ทำำไมไม่ขอไปล่ะ
“แกเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอนำ”
“เชื่อสิ ฉันเคยได้ยินมำว่ำมนุษย์เรำเกิดมำชีวิตหนึ่งจะมีพร
หนึ่งข้อติดตัวมำด้วย อยู่ที่ว่ำเรำ จะใช้สิทธิ์นั้นเมื่อไหร่”
“อ๋อ ถ้ำงั้นฉันก็หมดสิทธิ์แล้วล่ะ เพรำะฉันขอมำทุกๆ วันเกิด
เลย เช่น ขอให้ได้เงิน ขอให้ได้ ตุ๊กตำ อะไรงี้น่ะ”
“อันนั้นมันเด็กเล่น เอำแบบจริงๆ สิ เช่น ขอให้มีรักแท้ ขอให้
แต่งงำนมีลูกสำมคนอะไรงี้สิ”
“แบร้ ไกลตัวไป ไม่เอำหรอก”
“เฮ้ย ไม่ไกลตัวเลยนะเฟ้ย ผู้หญิงเรำก็ขอได้เท่ำนี้แหละ เอำ
สิขอปีนี้เลย”
“ฉันไม่รู้จะขออะไร”
“แกนี่ไม่ได้อย่ำงใจเลย!”
ฉันถูกเพื่อนซี้ตีเข้ำที่ไหล่แรงๆ อีกที เล่นเอำฉันหน้ำหงิกและ
ทำำเสียงจิ๊จ๊ะในปำกนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ว่ำอะไรออกไปเพรำะ
เข้ำใจว่ำหนูนำกำำลังเข้ำถึงอำรมณ์ในตอนพูด
“อะไรล่ะ”
“ขอให้แฟนแกอยู่กับแกตรำบชั่วนิรันดร์ไง”
“แหวะ คิดมำได้ไง นำ้ำเน่ำจัง”
“ไม่เชื่ออย่ำลบหลู่นะเฟ้ย!”
บทสนทนำที่เคยคุยไว้กับเพื่อนแล่นเข้ำหัวอย่ำงไม่ตั้งใจ
แล้วควำมคิดบ้ำบอก็แทรกเข้ำมำ
เอ...หรือจะลองขอดีนะ แบบว่ำเรำจะรักกันชั่วลูกชั่วหลำน...เน่ำ
สนิท...ไม่เห็นต้องถำมเลย แบร้!
เฮอะ! ช่ำงมันเถอะ ตอนนี้เรำก็สวีทกันจะแย่อยู่แล้ว ไม่จำำเป็นต้อง
พึ่งพรบ้ำบอเลย
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะควำมคิดที่เตลิดไปไกลของฉัน
ฉันหงุดหงิดนิดหน่อย แต่พอคิดว่ำคนที่โทรมำอำจจะเป็นแพทก็เลยรีบ
กุลีกุจอรับสำยทันควัน ฉันแอบทำำหน้ำเซ็งๆ เมื่อมองเบอร์ที่ หน้ำจอ
แล้วพบว่ำไม่ใช้แพท
“ว่ำไงจ๊ะแม่จ๋ำ”
“ฮือ...เม...มำที่โรงพยำบำลเร็วๆ นะลูก ฮือ...”
17
เสียงปลำยสำยจำกแม่ทำำเอำฉันมือสั่น แม่โทรมำร้องไห้แบบ
นี้ทำำให้รับรู้ได้ในทันทีว่ำมันไม่ใช่ เรื่องดี
“แม่จ๋ำ เป็นอะไร ร้องไห้ทำำ....ทำำไม”
“โม...โมเป็นลมล้มตึงไปแล้ว มำเร็วๆ นะ!”
พอสิ้นคำำของแม่ ฉันก็เหมือนคนเป็นอัมพำตไปชั่วขณะ ไม่มี
สติปชัญญะเหลือในตัวอีกแล้ว ดวงตำเริ่มพร่ำเลือน ขำเริ่มไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรง ทำงไหนนะ ทำงไปโรงพยำบำลมันทำงไหน แล้วฉันจะเดิน
หรือจะวิ่งไปดี หรือว่ำฉันควรจะบินไป นี่มันอะไรกัน ฉันสับสนไป
หมด แล้วฉันจะบินไปได้ยังไง ฉันจะ เหำะไปได้หรือเปล่ำ ฮึก...พี่โม
อย่ำเป็นอะไรนะ ฮึก....ฮือ
ฉันคิดอะไรไม่ออก จำกนั้นก็หันหลังวิ่งฝ่ำฝูงคนไปไหนสัก
ทำงฉันไม่่รู้ด้วยซำ้ำว่ำจะวิ่งไปทำง ไหนแต่ก็ก้ำวขำเตรียมจะออก
วิ่ง
“เมอ้วน...เม...”
เสียงเรียกจำกที่ไกลๆ ทำำให้ฉันหยุดชะงัก ก่อนจะได้ยิน
เสียงอื่นแทรกในวินำทีต่อมำ
เอี๊ยด!!!
ปึง!!!
เสียงของยำงที่เสียดสีกับพื้นถนนเรียกสำยตำของทุกคนที่
เดินขวักไขว่รวมทั้งฉันให้หันไปยัง ต้นเสียงนั้น เหมือนเวลำหยุดนิ่ง
อยู่กับที่ที่พื้นถนนแห่งนี้มีร่ำงของชำยที่ฉันคุ้นตำเป็นอย่ำงดีควำ่ำหน้ำ อยู่
กับพื้นถนน
“รถชน!!!”
เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นอีกครั้งท่ำมกลำงฝูงชน ดุจคลื่นของ
มหำสมุทรที่ถำโถมพัดเข้ำสู่ฝั่งพุ่งตรงไปยังร่ำงที่นอนอยู่บนพื้นถนน ฉัน
ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงเพรำะยังคงตกใจกับเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ
ตึกตึก...
ตึกตึก...ตึกตึก
หัวสมองของฉันเริ่มชำแต่ขำก็ก้ำวเดินเข้ำไปดู เจ้ำของรถที่
ชนเปิดประตูลงมำดูร่ำงของผู้ชำย ที่นอนควำ่ำหน้ำอยู่กับพื้นถนน
เจ้ำของรถมีท่ำทำงลนลำนและรีบพลิกร่ำงนั้นให้หงำยขึ้น เลือดสีแดง
เข้มทะลักออกมำจำกปำก และนั่นก็ทำำให้ฉันยิ่งตัวสั่นจนเข้ำขั้นชำ
ไปทั่วร่ำง
แพท...
“รถพยำบำล...รถพยำบำล!!!”
ไม่มีใครขยับเรียกรถพยำบำลสักคน ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งเป็น
หินเพรำะยังคงช็อคและอยำกรู้ เหตุกำรณ์ต่อไปผสมกัน ฉันเดินเบียด
ผู้คนเข้ำไปยืนจังก้ำมองร่ำงที่นอนพะงำบๆ นั่น อำจเป็นเพรำะ ฉัน
18
ตำฝำดหรือประสำทพร่ำเลือนถึงได้ยินคำำพูดที่หลุดมำจำกปำกของเขำ
ว่ำ...
“สุขสันต์วันเกิด...เมอ้วน”
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 1-8 เล่ม 1)
จุดอ่อนของกำรเปิดเรื่องในนวนิยำยเรื่องนี้คือ กำรให้ภูมิหลังของ
ตัวละครน้อยเกินไป เมื่ออ่ำนจนจบแล้วจะทรำบเพียงชื่อเล่นของตัว
ละครสำำคัญในเรื่อง เช่น เม แพท พี่โม อะตอม พี่พำย แม่ พ่อ รอยด์ หนู
นำและให้ข้อมูลด้ำนกำรเรียนของตัวละครเพียงแค่ว่ำอยู่มหำวิทยำลัยปี
หนึ่ง
บทบรรยำยที่น้อยเกินไป ทำำให้กำรเปิดเรื่องไม่สมบูรณ์นัก
เนื่องจำกมีลักษณะคล้ำยกำรชมภำพยนตร์ เน้นกำรตัดเป็นฉำก แต่
เนื่องจำกกำรอ่ำนนวนิยำยต้องอำศัยจินตนำกำร เมื่อปรำกฏแต่บท
สนทนำเป็นหลัก ทำำให้อรรถรสที่จะเกิดจำกกำรจินตนำกำรสภำพ
แวดล้อมลดลง แม้แต่ควำมชัดเจนของบุคลิกตัวละครก็ยังไม่เพียงพอที่
จะทำำให้ผู้อ่ำนเกิดควำมซำบซึ้งและคล้อยตำมตัวละครได้
2. กำรดำำเนินเรื่อง
กำรดำำเนินเรื่องมีข้อดีที่ผู้เขียนมีกำรกำำหนดปัญหำทันที โดยให้
แพทสลับร่ำงกับโม ดังตัวอย่ำง
ทุกคนเดินออกมำจำกห้องและยืนคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย
ฉันไม่ได้สนใจฟังเท่ำไหร่ ได้ยินแต่ เสียงจุ๊บจิ๊บๆ ไม่ได้ศัพท์เพรำะมี
หลำยคนเหลือเกินที่คล้ำยว่ำจะแย่งกันพูด มีเพียงพ่อเท่ำนั้นที่เดินเข้ำมำ
หำฉัน
“โมเรียกน่ะเม”
“เหรอคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ฉันพยักหน้ำบอกกับพ่อให้รับรู้ว่ำฉันทรำบในข่ำวสำรแล้ว
เดินเข้ำไปข้ำงในและเจอพี่โมอีกครั้ง พี่โมที่ยังวุ่นวำยอยู่กับกระจก
ทันทีที่เห็นฉันก็ร้อง...
“อ๊ำก! เมอ้วนที่รัก บอกกับฉันที นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“มำที่รักอะไร?”
“ทำำไมหน้ำฉันกลำยเป็นแบบนี้ แล้วทำำไมคนพวกนั้นต้องมำ
ยุ่งวุ่นวำยกับฉันด้วย ฉันไม่รู้จัก พวกเขำสักคนเลยนะ!”
“...”
19
“เงียบทำำไมเล่ำ ฉันไม่เข้ำใจอะไรเลยนะ ฉันโดนรถชน แล้ว
ทำำไมแม่กับพี่ชำยไม่มำเยี่ยมฉัน นี่ มันผิดปกติมำกไปแล้วนะ หรือ
ว่ำฉันฝัน!ก็ไม่นะ...โอ๊ย เจ็บ”
พี่ชำยฉันร้องเอะอะโวยวำยอยู่คนเดียวแล้วก็เอำมือไปดึง
แก้มตัวเองพิสูจน์ว่ำไม่ได้ฝันไป
ฉันใจเต้นระสำ่ำระสำยอย่ำงไม่อยำกจะเชื่อ ไม่สิ มันยำกที่จะ
เชื่อ...มันยำกเกินไป มันจะเป็นไปได้ไง นี่ ไม่ใช่ละครหลังข่ำ
วนะว้อย!!!
“พี่พูดอะไร เมไม่เห็นเข้ำใจเลย”
“ก็พูดว่ำฉันไม่ใช่ฉันไงเล่ำ”
“ทำำไมต้องตวำดล่ะฟะ”
“ขอโทษงับ”
ฉันแอบสะดุ้งอีกครั้งแล้วก้ำวถอยหลังเหมือนยืนไม่คงที่ คนที่
มีปฏิกิริยำต่อกำรตะโกนด่ำของ ฉันมีอยู่คนเดียว และแน่นอนว่ำพี่
ชำยฉันไม่เป็นแบบนี้แน่ สับสนไปหมดแล้ว…พี่โมเอำนิ้วมือจิ้มกันเอง ไป
มำอย่ำงหงอยๆ
“ก็มันตกใจนี่นำ เมอ้วนง่ะ ฉันอยู่ในร่ำงใครก็ไม่รู้”
“พี่ก็อยู่ในร่ำงพี่นั่นแหละ”
“ฉันไม่ใช่พี่อะไรของเมอ้วนทั้งนั้นนะ ฉันเป็นแฟนเมอ้วน!”
เขำเงยหน้ำขึ้นจ้องสบตำกับฉัน
“เรำรักกันจะตำย ฉันยังเคยจุ๊บเมอ้วนเลย จะเป็นพี่ไปได้ไง”
ทันทีที่จบประโยคฉันก็ถลึงตำไปยังร่ำงพี่ชำยในทันที ก่อน
จะถลำไปกระชำกคอเสื้อแล้วทำำ หน้ำเหี้ยมเกรียมผิดมนุษย์
“ไอ้บ้ำ อยำกตำยมำกเลยใช่ไหมเนี่ย”
หน้ำฉันร้อนฉ่ำขึ้นมำอย่ำงไม่ตั้งใจ เรื่องแบบนี้พูดออกมำ
ด้วยปำกได้ไงกัน! พี่โมได้แต่ทำำ
สำยตำวิ้งๆ เหมือนอ้อนๆ และใช้มือทั้งสองข้ำงรวบมือฉันไว้
“ช่วยด้วยนะคะเมอ้วน แพะทำำอะไรไม่ถูกแล้ว”
“อย่ำงมำบ้ำนะ!”
ฉันรีบสะบัดมือที่ถูกเกำะกุมออก
“...”
“พี่คงจะเป็นลมไปนำนสมองก็เลยแปลกๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ก็
หำย”
“หำยบ้ำอะไร เธอก็เห็นอยู่ว่ำฉันมำอยู่ในร่ำงผู้ชำยหน้ำ
จืดชืดอย่ำงนี้! ฉันไม่ยอมนะ
ต้องไปวัด!”
พี่โมกระชำกสำยระโยงระยำงในตัวออกก่อนจะทำำท่ำลุก
ออกจำกเตียงไป แต่ฉันคว้ำแขน เอำไว้
20
“ไปทำำบ้ำอะไรที่วัด”
“ไปให้พระปัดรังควำนออก ฉันเชื่อว่ำมันต้องมีอะไรผิดปกติ
ฉันควรจะกลับไปอยู่ในร่ำงกำย ของฉันสิ ร่ำงกำยที่หล่อคล้ำยติ๊ก
เจษฎำภรณ์!”
“...”
“มันเป็นบ้ำอะไรกันนักหนำ วิ่งข้ำมถนนมำหำเธอแล้วก็ได้ยิน
เสียงดังเอี๊ยดแล้วก็ลืมไปว่ำเกิด อะไรขึ้น อ้อ ยังแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เธอ
อยู่เลยตื่นขึ้นมำก็อยู่แต่ในห้องที่มีแต่กลิ่นยำกับสำยบ้ำบอคอ แตก
อะไรนี่อีก!มีอะไรจะผิดปรกติไปกว่ำนี้อีกไหมล่ะ บอกมำซิ!!!”
หลังจำกที่ฉันไม่แน่ใจมำนำน ไอ้คำำพูดว่ำติ๊ก เจษฎำภรณ์
หรือชมควำมหล่อเหลำของตัวเอง เนี่ย มันมีอยู่คนเดียวในใลกำที่หน้ำ
ด้ำนอย่ำงนี้ แถมยังเรื่องรถชนกับแฮปปี้เบิร์ธเตย์ฉันอีก
“แพท...”
“ฉันต้องไปวัด !...เอ๊ะ อะไรนะ”
เขำที่โวยวำยอยู่หันหน้ำมำทำงฉันอย่ำงแปลกใจก่อนจะฉีก
ยิ้มพร้อมด้วยประกำยตำ ระยิบระยับ
“ใช่เลยเมอ้วน ฉันไงแพท สำมีเธอ”
“นำยอยำกตำยมำกเลยใช้ไหม! ไอ้ทะลึ่ง ไอ้...”
ฉันพูดยังไม่ทันจบเขำก็ทำำท่ำเหมือนหมดแรงล้มไปที่พื้น
แล้วกอดเข่ำเอำหน้ำแนบกับขำฉัน เหมือนนำงทำสร้องขอชีวิต
“เมอ้วนที่รักคะ ต้องช่วยแพทนะ”
“โธ่เว้ย นี่มันบ้ำอะไรเนี่ย”
“ ”บ้ำรักเธอไงเบบี๋
เรำนั่งจ้องตำกันอย่ำงไม่มีใครยอมแพ้ใคร และที่ไม่แพ้ใครก็
เพรำะว่ำฉันยังคงไม่เชื่อ ไม่สิ เริ่ม เชื่อแล้วล่ะ ต้องใช้คำำว่ำไม่อยำกจะ
เชื่อทำกกว่ำ มันเป็นไปได้เหรอ สลับร่ำง! โคตรกำร์ตูนตอนเช้ำเลย
“มันต้องเป็นอะไรสักอย่ำงที่ทำำให้ฉันมำอยู่ในร่ำงพี่ชำยเธอ
แบบนี้”
พี่โม..ไม่สิ แพทออกควำมเห็นพลำงตบมือดังเพียะตำมนิสัยที่
เคยเป็นในร่ำงเก่ำ ตัวเขำชินแต่ ฉันไม่ชินว้อย พี่ชำยผู้แสนจะเงียบ
ขรึมของฉันกลำยเป็นไอ้ห่ำมไปแล้ว
“สำรภำพตำมตรงนะ ฉันยังไม่อยำกจะเชื่อเลยน่ะ”
“อะไรกัน พูดมำถึงขนำดนี้แล้วยังไม่เชื่ออีกเหรอ”
“มันเชื่อยำก!”
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 21-24)
หลังจำกที่แพทฟื้นขึ้นมำในร่ำงของโมเพรำะตัวละครเอกฝ่ำยชำย
ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลำยด้ำนในกำรแสดงตัวเป็นพี่ชำยของเมให้
21
แนบเนียน และยังมีปมระหว่ำงเมกับแพท ที่เป็นคู่รักที่ได้มำอยู่ใกล้ชิดกัน
ในบ้ำนหลังเดียวกันแต่ในฐำนะที่พี่ชำยกับน้องสำว แพทจึงพยำยำมหำ
โอกำสที่จะได้ใกล้ชิดกับเมอยู่เสมอ โดยอ้ำงว่ำตนเองไม่สบำย ต้องกำร
คนดูแล ดังตัวอย่ำง
“โห ”บ้ำนใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
พอแพทมำถึงก็ทำำท่ำกระดี๊กระด๊ำเกินควำมจำำเป็นและวิ่งขึ้น
ไปบนโซฟำแล้วกระโดดๆ อย่ำง กับเด็กๆ
“แถมโซฟำนี่ก็เหมำะแก่กำรซ้อมเต้นกระโดดๆ ของฉัน
”มำกๆ
“โมออกกำำลังกำยมำกไม่ได้นะ หัวใจยิ่งไม่แข็งแรงอยู่ เดี๋ยว
”เกิดเป็นอะไรขึ้นมำ
แม่พูดขัดขึ้นทำำให้แพททำำเสียงจิ๊จ๊ะนิดหน่อยอย่ำงขัดใจ
“โธ่ แม่จ๋ำ แม่จะให้แพทกินๆ นอนๆ ”น่ะแพททำำไม่ได้หรอก
“หำ? แพท?”
แม่กับพ่อทำำหน้ำฉงนสนเท่ห์พร้อมกัน ฉันผู้เป็นลูกสำวที่รู้
เรื่องรำวทั้งหมดเป็นอย่ำงดีจึง แทรกขึ้นอย่ำงรู้หน้ำที่
“แพทเป็นชื่อที่พี่โมชอบใช้แทนตัวเองไงคะแม่ จำำไม่ได้เหรอ
คะสมัยเรียนมัธยมพี่โมเล่นละคร ”เวทีและรับบทเป็นแพท
“เอ๋? เล่นละครโรงเรียนเหรอ ทำำไมแม่ไม่ยักจำำได้ โมไม่เคย
”เล่นนะ
“นั่นสิเมอ้วน ฉันเคยเล่นละครอะไรกับใครที่ไหน เนอะๆ แม่
”เนอะ
แพทหันไปทำงแม่อย่ำงหำพวกก่อนจะหันกลับมำเจอสำยตำ
ยักษ์ขมูขีของฉันที่ถลึงตำสั่งให้ เขำหยุดพูดสักที นี่แหละที่ฉันเกลียด
คนพูดมำกเพรำะมักมักจะพำปัญหำที่แก้ไม่ตกมำที่ฉันเสมอ อ๊ำง!
“เฮ้อ ถ้ำโมยังซนอย่ำงนี้แล้วแม่ แพทก็หันมำสบตำกับฉัน ตำ
เป็นประกำยวำววำบจนน่ขนลุก ขนพองสยองเกล้ำ ก่อนจะกระโดดลง
มำจำกโซฟำแล้วทำำท่ำอ้อนเหมือนลูกหมำผู้น่ำสงสำร
“แม่ก็รู้ว่ำแพท...”
แพทหันมำสบตำกับฉันก่อนจะรีบเปลี่ยนท่ำทีแล้วตั้งต้นเรียก
ชื่อแทนตัวเองใหม่
“โมไม่สบำยอย่ำงนี้ ”โมควรจะมีเพื่อนนอนถึงนะถูกจริงไหม
“ ”อือฮึ
“ไม่รู้อะไรที่ทำำให้ฉันรู้สึกได้ถึงลำงร้ำยบำงอย่ำง และนั่นก็
คือ...
“ให้เมอ้วนนอนกับโมสิ ”นอนห้องเดียวกันดูแลกันทั้งคืนเลย
“ ”ก็ดีนะ
22
“ว้ำก!”
“ ”ร้องเสียงดังทำำไมเม
แม่หันมำเอ็ดฉันที่ร้องเสียงดังอย่ำงไม่บันยังต่อสิ่งใดทั้งสิ้น
ฉันที่เห็นแพททำำท่ำเจ้ำเล่ห์อย่ำง นั้นก็ถลำไปกระแซะแม่บ้ำง
“แม่จ๋ำ ไม่ได้นะแม่ เมเป็นผู้หญิงแล้วเมก็มีกำรมีงำนทำำเยอะ
ม้ำกมำก ไหนจะรำยงำนอีก ”ไม่ได้เด็ดขำดนะแม่
“ทำำไมล่ะ ”อยู่ดูแลพี่เขำก็ไม่เสียหำยอะไรนี่นำ
เพรำะถ้ำไอ้พี่ชำยนั่นมันนอนห้องเดียวกับหนูเมื่อไหร่ หนูก็
เสร็จมันสิคะแม่! คนทะลึ่งอย่ำงนี้ ไม่มีคำำว่ำปลอดภัยสำำหรับหนูตั้งแต่
เปิดประตูบ้ำนต้อนรับมันเข้ำมำแล้ว!
“ใช่ ”ไม่เห็นเสียหำยอะไรเลย
แพทเสริมคำำของแม่ก่อนจะทำำท่ำไม่สู้ดีนัก
“มะ...แม่ ”โมหำยใจไม่ออก
แม่ทำำหน้ำตื่นตกใจ พ่อเองที่เพิ่งจะเดินเข้ำมำในบ้ำนก็ถลำ
มำทำงแพทในร่ำงพี่ชำยฉันเช่นกัน
“โมเป็นอะไรลูก ทำำไมอยู่ดีๆ ”ถึงทรุด
“โม...น้อยใจเม... ”น้องไม่รักโม
“อะ...อ่ำ...”
ฉันอ้ำปำกแต่พูดไม่ออก อำกำรตอนแรกก็ตกใจกับท่ำ
แปลกๆของแพทนั่นแหละ แต่พอคำำพูด แบบนั้นหลุดออกมำจำกปำก
ของเขำฉันก็รู้โดยสัญชำตญำณควำมสวยเลยว่ำตอแหล! และมันซวย
มำก ที่ในที่นี้มีฉันเพียงคนเดียวที่รู้ว่ำแพทสำำออย เพรำะคนอื่นๆ คล้อย
ตำมละครที่แพทเล่นทุกอย่ำง โดยเฉพำะแม่
“เม แม่สั่งให้อยู่ดูพี่โมทั้งกลำงวันกลำงคืน อย่ำขัดใจพี่เขำ
”เด็ดขำดเข้ำใจไหม
“ ”แต่แม่คะ
“นี่เป็นคำำสั่ง!”
“ค่ะ... ”แม่
ปึง!
เสียงปิดประตูตำมด้วยเสียงลงกลอนห้องเกิดจำกฝีมือฉันคน
เดียวแพทที่กำำลังเดินสำำรวจ ห้องนอนที่เป็นของพี่ชำยฉันอย่ำงสบำย
อำรมณ์ไม่ได้รู้อะไรเลยว่ำจะมีศึกฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์เกิดขึ้น ณ ที่ ตรงนี้
“ ”แพท
“จ๋ำ.... ”อ๊ำก
ผัวะ พลั่ก พลั่ก
เสียงนี้เกิดจำกเนื้อส่วนเบื้องล่ำงปะทะกับส่วนยอดกของผู้ถูก
กระทำำ ทำำให้ผู้ถูกกระทำำด้วย
23
ฝ่ำเท้ำหงำยหลังพร้อมทั้งร้องด้วยควำมเจ็บและลงไปทรมำนอยู่บน
เตียงสีนำ้ำเงินตัดกับสีขำวในห้อง ฉันผู้เป็นคนเอำฝ่ำเท้ำยันเมื่อเห็นผล
งำนของตัวเองลงไปนอนเจ็บปวดครวญครำงก็ยังไม่สำแก่ใจ ฉัน
กระโดดไปซำ้ำและขึ้นคร่อมบนที่นอนแล้วเอำมือซ้ำยเพียงข้ำง
เดียวบีบคอเหยื่อไว้แน่นแล้วปล่อยให้มือขวำตบๆๆ เสียงดังเพียะๆ
เหมือนตบยุงก็ไม่ปำน
“เมอ้วน เจ็บ ฮือ เจ็บ ”อย่ำทำำช้ำนนน
“สำยไปแล้วว้อย แพท...อย่ำมีชีวิตอยู่เลย อ๊ำก!”
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 46-48 เล่ม 1)
ผู้เขียนหำทำงออกไว้สำำหรับกำรสลับร่ำงครั้งนี้ด้วยกำรบอกเล่ำให้
ผู้อ่ำนทรำบว่ำเม และโมไม่ใช่พี่น้องกันอย่ำงแท้จริง โดยโมเป็นลูก
บุตรธรรมที่บ้ำนของเมเก็บมำเลี้ยง แต่เมื่อเวลำผ่ำนไป เมก็มำเกิด ทำำให้
ทั้งโมและเมไม่ได้มีสำยเลือดเดียวกัน
อย่ำงไรก็ดี ทำงออกที่กำำหนดไว้เช่นนั้น ไม่ได้ถูกนำำมำเป็นสำเหตุ
ของกำรคลี่คลำยปมปัญหำเหมือนกันนวนิยำยเรื่องอื่นๆ แต่ยิ่งทำำให้
ครอบครัวของเมไม่ยอมรับมำกยิ่งขึ้น โดยเฉพำะพ่อ เนื่องจำกโม และเม
เป็นพี่น้องที่เลี้ยงโตมำด้วยกัน พ่อจึงไม่สำมำรถทำำใจยอมรับได้หำกลูก
จะเกิดมีใจชอบพอกันขึ้นมำจริง
“พ่อไม่ได้มีเหตุผลแค่นี้ พ่อไล่ให้ผมไปเพรำะพ่อรับไม่ได้ที่
”ผมกับเมรักกันใช่ไหมล่ะ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะโม!”
พ่อตวำดลั่นจนฉันตกใจ ร่ำงของพี่โมถูกผลักติดกำำแพงด้วย
แรงของพ่อ ก่อนที่พ่อจะกระชำก คอเสื้อแล้วพูดเสียงดังฟังชัด
“ฉันยอมให้แกสองคนทำำบัดสีแบบนั้นอีกไม่ได้ ใครรู้เข้ำมัน
จะเป็นยังไง ... ถึงแกจะไม่ใช่ลูก แท้ๆ ของฉัน แต่ฉันก็เลี้ยงแกมำ ฉัน
”รับไม่ได้ที่จะให้แกสองคนรักกัน
“พ่อคะ!”
ฉันตัดสินใจเปล่งเสียงออกไปอย่ำงใจกล้ำ พ่อหันมำมองทำง
ฉัน
“แกอีกคน! ”คิดจะมำพูดห้ำมไม่ให้แยกพี่แกอย่ำงนั้นเหรอเม
“เมอยำกให้พ่อฟังเรำสองคนบ้ำง ”มันไม่ใช่อย่ำงที่พ่อเข้ำใจ
“แล้วกำรที่แกสองคนบอกรักกัน ทำำท่ำจะจูบกันนั่นไม่พออีก
เหรอไง ฮ้ำ!”
“ ”ฮือๆ
ฉันร้องไห้ออกมำเหมือนเด็กๆ ที่กลัวเสียงดัง แพทที่ยืนอยู่อีก
ด้ำนถลำมำหำฉันแล้วกอดไว้
24
“ขอแค่ฟังเรำบ้ำง ”เรำมีเหตุผลที่ดี แพทพยำยำมอธิบำย
ได้ยินแต่เสียงหึจำกพ่อแล้ว
ยิ้มแค่นๆ
“เหตุผลว่ำเรำรักกันเหมือนในนิยำยนำ้ำเน่ำน่ะเหรอ แกเลิก
คิดได้เลย แกต้องไปเรียนต่อ!”
“ ”ผมไม่ใช่ลูกคุณ
แพทแผดเสียงลั่น พ่อถึงกับเบิกตำโพลง
“ผมเป็นใครที่คุณไม่รู้จักมำก่อนแล้วกระโดดย้ำยร่ำงมำอยู่
ในนี้!”
“ ”เห็นฉันโง่เป็นเด็กอมมือหรือไง
“จริงๆ นะคะพ่อ ฮือๆ...จริงๆ เขำไม่ใช่พี่โม เขำเป็นแฟนเมที่
ล้มลงพร้อมกับพี่โม แล้ว ”วิญญำณก็มำอยู่ในร่ำงนี้
“พวกแกจะหลอกฉันไปถึงไหน หำ!”
พ่อตะโกนหน้ำแดงกำ่ำ นำ้ำตำไหลออกมำเป็นทำง
“พวกแกสองคนทำำฉันเจ็บตรงนี้ เจ็บที่ใจ แล้วยังคิดจะให้เจ็บ
มำกกว่ำเดิมด้วยกำรหลอกฉัน งั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่พวกแกสองคน
”ตอบแทนให้กับพ่ออย่ำงนั้นเหรอ
“เรำพูดควำมจริง !”
“แต่ฉันไม่เชื่อ !”
พี่ร้องออกมำพร้อมทั้งชี้นิ้วมำทำงแพท
“แก...ไปเตรียมกระเป๋ำ แกกับฉันจะออกเดินทำงในวันมะรึน
นี้...ไม่ๆ พรุ่งนี้เลย ไม่ดีกว่ำ วันนี้เลย ตอนกลำงคืน เรำจะไปกันคืนนี้!
ไปจัดกระเป๋ำ ไปซะ!”
“ ”พ่อคะ
“ไป!”
ฉันแทบจะไม่มีแรงเดิน เรำทั้งคู่จำำเป็นต้องออกมำนอกห้อง
แม่วิ่งขึ้นบันไดมำและทำำสีหน้ำ ตกใจกับเสียงดังที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
“ ”เกิดอะไรขึ้น
ไม่มีใครตอบได้ เรำทั้งคู่หลบแม่ออกมำนั่งในห้องนอนตำม
ลำำพังฉันเอำแต่ร้องไห้แล้วก็ร้องไห้ พูดจำไม่รู้เรื่อง สะเทือนใจยิ่ง
กว่ำครั้งไหนในชีวิต...ชีวิตฉันที่เกิดมำจนอำยุสิบเก้ำปียังไม่เคยเห็นพ่อ
ร้องไห้มำก่อนพ่อที่วันๆ มีแต่เสียงหัวเรำะ วันนี้ท่ำนบอกว่ำเจ็บ
ปวดจำกกำรกระทำำอันเลวร้ำยของลูก ทั้งสองคน ฉัน...ฉันทำำให้พ่อ
ร้องไห้ นี่มันบ้ำกันไปใหญ่แล้ว
“เมอ้วน ”อย่ำร้อง
แพทวิ่งเข้ำมำกอดแล้วลูบหัวฉันเบำๆ อย่ำงปลอบโยน ยิ่ง
เห็นคนโอ๋แบบนี้ฉันก็ยิ่งร้อง
“ทำำไงดีแพท...พ่อบอกว่ำเจ็บ ฉันทำำพ่อเจ็บเหรอแพท... ”ฮือๆ
25
“สักวันเขำต้องเขำใจเรำ ”เชื่อสิ
ฉันผละออก เอำหลังมือปำดนำ้ำตำตัวเองแล้วพูดเสียงลั่น
“เรำจะทำำยังไงกันดีแพท ”เรำควรจะทำำยังไงดี
แพทกลั้นหำยใจและหลับตำลงเหมือนคิดอะไรสักอย่ำงก่อน
จะเอำมือฉันขึ้นไปจับ
“ ”เมอ้วนยังคิดสู้อยู่ไหม
“ฉัน... ”ฉันไม่รู้
ฉันไม่รู้ว่ำควรสู้ด้วยไหม ฉันอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เพรำะ
ฉัน...ไม่รู้ว่ำถ้ำสู้ไปแล้วผลมันจะยิ่ง เลวร้ำยหรือเปล่ำ แพทเอำมือ
ลูบหัวฉันเบำๆอีกครั้ง
“ถ้ำเมอ้วนไม่สู้ ฉันก็ไม่ว่ำอะไร ”ฉันรู้ว่ำเธอเจ็บ
“ฉันไม่รู้ว่ำควรทำำยังไง แต่ฉัน...ฉันไม่อยำกเสียนำยไป ฉัน
”ไม่อยำกให้นำยไป
“ถ้ำอย่ำงนั้นเรำมีสองทำงที่ต้องเลือก อยู่สู้กับพ่อตรงนี้แล้ว
ขอร้องจนกว่ำพ่อจะใจอ่อน...”
“พ่อไม่มีทำงใจอ่อนก็เห็นกันอยู่...ละ... ”แล้วอีกทำงล่ะ
“ ”หนี
“น่ะ...หนี?”
“ ”เรำหนีกันเถอะ
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 208-210 เล่ม 1)
ปัญหำที่พ่อไม่ยอมรับกลำยเป็นปัญหำสำำคัญและส่งผลต่อ
พฤติกรรมของตัวละครมำกกว่ำสำยตำของบุคคลอื่นที่มองมำอย่ำง
จับผิด ทั้งเมและแพทหนีออกจำกบ้ำน เพรำะไม่อยำกให้พ่อส่งตัวแพท
ไปอยู่เมืองนอก ขณะเดียวกัน เมื่อต้องมำอยู่ด้วยกันที่บ้ำนของแพทจริงๆ
เมก็ได้เรียนรู้นิสัยหลำยๆอย่ำงของแพทมำกขึ้น
ดังตัวอย่ำง
คบกันมำจะสี่ปีแล้วฉันไม่เคยรู้เลยว่ำแพททำำอำหำรได้สี่
อย่ำงนั่นก็คือ ข้ำวผัด ต้มยำำ ไข่เจียว และข้ำวต้ม แม้มันจะฟังดูง่ำยๆ
แต่สำำหรับเด็กชำยทโมนรุ่นๆ แพทไม่ค่อยมีใครทำำได้หรอกแถม
แพทยังสำมำรถดีดกีตำร์ เต้นฮิพฮ็อพ และเป็นหมอนวดได้ในยำม
เมื่อย
“ตรงเอวๆ อ้ำ...นั่นแหละ ”สบำยๆ
แม่แพทยิ้มชอบใจที่แพทในร่ำงพี่โมนวดหลังได้อย่ำง
คล่องแคล่วเหมือนรู้ดีว่ำตรงไหนที่แม่ แพทชอบปวดที่สุด
26
ฉันมักจะมองดูคู่แม่ลูกหยอกล้อกันอย่ำงมีควำมสุขแล้วก็พำน
นึกไปถึงครอบครัวตัวเองที่แต่ ก่อนก็เป็นแบบนี้ ยิ้มทุกวัน มีแต่เสียง
หัวเรำะ
“แพท เอ๊ย! โมคะ นวดให้พำยบ้ำงสิ ”เมื้อยเมื่อย
“เอำหลังเลื้อยกับกำำแพงปูนบ้ำงสิครับจะได้หำยปวด ผมนวด
”ให้แม่อยู่ไม่เห็นเหรอครับ
พี่พำยปำกขมุบขมิบและอำศัยจังหวะที่แม่เผลอทำำมือหงิกส่ง
มะเหงกให้แพท ฉันที่มองดูพี่ น้องทะเลำะกันก็ได้แต่ยิ้มๆ แม้จะมี
ควำมสุขมีแต่ฉันเท่ำนั้นที่ทุกข์ใจ
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 26 เล่ม 2)
ปัญหำรุนแรงขึ้น เมื่อเมโทรกลับบ้ำนแล้วพบว่ำพ่อของตัวเองเข้ำ
โรงพยำบำลเพรำะคิดมำก
“ ”นั่งสิเม
“ ”ค่ะ
ฉันนั่งลงที่เก้ำอี้ข้ำงๆ เตียงที่แม่นั่งในตอนแรก ควำมรู้สึก
อุ่นๆบอกได้ทันทีว่ำแม่นั่งมำนำน แล้วพอสมควร
“ ”พ่อเป็นยังไงบ้ำงคะ
“ไม่สบำยกำย ”แล้วก็ไม่สบำยใจ
“...”
“ ”ไปอยู่ไหนมำ
“บ้ำนแพท... ”คนที่เมบอกว่ำอยู่ในร่ำงกำยพี่โมน่ะค่ะ
พ่อเม้มปำกเล็กน้อยเหมือนกับจะเก็บคำำพูดรุนแรงที่พร้อมจะ
ออกมำจำกปำกได้ทุกเมื่อก่อน จะถอนหำยใจ
“บอกกับพ่อได้ไหม ทำำไมเรำสองคนถึงต้องรักกัน ”ทำำไม
“เมไม่ได้รักกับพี่โมจริงๆ ”คนที่เมรักคือคนที่อยู่ในร่ำงพี่โม
“เม!”
พ่อลุกขึ้นนั่งแล้วตวำดลั่นห้องจนฉันสะดุ้ง นำ้ำตำเริ่มมำคลอ
อยู่ที่ขอบตำแล้วไหลลงมำอย่ำง ห้ำมไม่ได้
“ ”เมขอโทษ
“ทำำไมต้องทำำร้ำยหัวใจพ่อขนำดนี้ คนอื่นไม่ได้เหรอ ทำำไม
”ต้องคนนี้
“ต้องคนนี้จริงๆ ค่ะพ่อ ”เมรักคนนี้จริงๆ
“แพท แพท แพท เม! บอกควำมจริงกับพ่อมำ ไม่ต้องโกหก
พ่ออีก พ่อไม่ได้โง่ พ่อเห็นทุก อย่ำงในวันที่ไปทะเลแต่พ่อก็ไม่ได้
พูด อย่ำโกหกพ่อ...ฮึก..ได้โปรด ”อย่ำโกหก
“เมเปล่ำ ”ฮือๆ
27
ฉันที่เห็นพ่อร้องไห้ก็ร้องตำมเหมือนเด็กขี้แย แล้วก็อธิบำย
แบบได้ศัพท์บ้ำงไม่ได้ศัพท์บ้ำง
“ถ้ำพ่อสังเกตดูดีๆ พ่อจะรู้ว่ำพี่โมไม่ใช่พี่โม ตั้งแต่พี่โมตื่นมำ
ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กิน อะไรที่ไม่เคยกิน ทำำอะไรที่ไม่เคยทำำ เม
”เชื่อว่ำพ่อก็เห็น
“...”
“เขำคือคนที่เมคบมำสำมปี สำมปีนะคะพ่อ เมจะไม่รู้เชียวเห
รอว่ำเขำเป็นคนยังไง เป็นแบบ ”ไหน
“...”
“วันเกิดเมเขำมำหำเมแล้วถูกรถชน เป็นเวลำเดียวกับที่พี่โม
ล้มลงไป เมรู้ว่ำเรื่องแบบนี้ วิทยำศำสตร์ยืนยันไม่ได้ เมเองก็ไม่รู้
เหมือนกันว่ำมันเกิดขึ้นได้ยังไง เมพยำยำมทุกทำงเพื่อที่จะให้
แพทกลับร่ำงเดิมแต่ก็ไม่ได้ พ่อคิดว่ำเมรู้สึกดีเหรอคะที่ต้องมำคบ
กับพี่ชำยที่โตมำด้วยกันแล้วทำำให้คน รอบข้ำงเจ็บปวดแบบนี้!”
“ ”เมอ้วน
เสียงพี่โมหรือแพทดังขึ้นจำกด้ำนหลัง เขำคงจะได้ยินที่ฉัน
พูดกับพ่อทั้งหมด พ่อที่ได้แต่ทำำ หน้ำพูดไม่ออกแบบนั้น พอได้ยิน
เสียงแพทก็หันไปพูดบ้ำงพลำงเปลี่ยนสรรพนำมที่ใช้แทนตัวเอง
“ฉันไม่รู้ว่ำสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่ำ และฉันก็
ยอมรับว่ำฉันไม่เชื่อ แต่อยำกให้รับรู้ เอำไว้อย่ำงหนึ่ง ไม่ว่ำเธอจะใช่
หรือไม่ใช่ลูกชำยฉัน ยังไงซะก็จะมำรักกับลูกสำวฉันไม่ได้ ฉันไม่ยอม...
มันผิดหลัก ไม่ใช่ว่ำเธอไม่ดีและไม่ใช่ว่ำฉันเห็นแก่ใคร แต่ฉันรับ
ไม่ได้ ถึงแม้ว่ำเธอจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ เรำก็รักเหมือนลูกในไส้ แล้ว
เม...ก็เหมือนน้องสำวในไส้ ทำำไมถึงรักกันได้ลง ไม่รู้สึกอะไรกันเลยรึ
”ไง
“...”
“กลับไปได้แล้ว แล้วเอำไปคิดด้วยว่ำควรจะทำำยังไงต่อไป
ถ้ำยังมีจิตสำำนึก...ยังรักฉันคนนี้ ก็ ขอให้เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นพี่น้อง
กันเหมือนเดิมแล้วลืมเรื่องแบบนี้ไปซะ ฉันเองก็จะทำำเป็นไม่รู้ไม่
”เห็นเหมือนกัน
ฉันไม่รู้จะพูดยังไงต่อไปก็เลยเดินจำ้ำอ้ำวออกมำนอกห้อง
เห็นแม่ยืนอยู่แต่แม่ก็คงไม่รู้ว่ำเกิด อะไรข้ำงใน แม่พยำยำมจะถำมแต่
ฉันก็ไม่คิดจะตอบ ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นแม่เจ็บเพรำะฉันอีกคน ...
“ ”เมอ้วน
ฉันหยุดขำตัวเองก่อนจะหันไปทำงแพทที่เดินตำมมำ
“อย่ำตำมฉันมำ ขอ...ฉันขออยู่กับตัวเองสักพัก อย่ำตำมฉัน
”มำขอร้อง
28
พูดจบฉันก็วิ่งออกมำทันที เหมือนกำำลังหนีอะไรสัก
อย่ำง....ฉันไม่รู้ว่ำควรจะทำำยังไงต่อไป
พี่โม...ตอนนี้เมทุกข์ใจแล้ว เมจะทำำยังไงดีพี่โมบอกเมหน่อยสิ
บอกที...ว่ำต่อไปนี้เมจะทำำยังไง
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 30-32, เล่ม 2)
3. จุดสุดยอด
เมลำำบำกใจมำกที่ทำำให้พ่อไม่สบำยใจ ดังนั้นเธอจึงเสนอให้แพท
เลิกกับเธอ และทำำตัวเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม และย้ำยตัวเองออกไปอยู่
บ้ำนเพื่อนชั่วครำว เพื่อรักษำระยะห่ำง และวำงตัวเย็นชำกับแพทเมื่อ
ต้องเจอหน้ำกัน ควำมเฉยชำของเมก็ทำำให้แพททุรนทุรำยเช่นกัน เขำ
ไม่มีเพื่อนและเริ่มรู้สึกว่ำไม่มีใครยอมรับตัวตนของตัวเอง ยิ่งทะเลำะกัน
มำกขึ้นเท่ำไหร่ แพทกับเมก็ยิ่งมีปัญหำมำกขึ้นเท่ำนั้น
“ ”เรำมำถึงจุดที่ไม่มีทำงกลับมำได้แล้วเหรอเมอ้วน
“ฉันทำำผิดตรงไหนหรือเปล่ำ ”เธอถึงได้ใจร้ำยกับฉันอย่ำงนี้
ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ เร็วบ้ำงช้ำบ้ำงแล้วแต่ว่ำตื่นเต้นมำก
ในช่วงไหน แรงกอดจำกด้ำนหลัง ทำำให้ฉันรู้สึกตัวเบำหวิว คิดถึง โหย
หำ ไม่อยำกจำกไป แต่แรงต้ำนข้ำงในทำำให้ฉันผละออกมำอย่ำงไม่
สนใจ
“อย่ำทำำแบบนี้... ”เรำเป็นพี่น้องกันนะ
หมับ!
แรงบีบรัดที่ข้อมือทำำให้ฉันร้องครำงด้วยควำมเจ็บ แพทที่
เคยมีสีหน้ำขี้เล่นตลอดเวลำ ตอนนี้ หน้ำตำเหมือนปีศำจที่พร้อมจะ
ขยำ้ำฉันได้ทุกเมื่อ
“เธอก็รู้ว่ำเรำไม่ใช่ เธอจะทำำร้ำยฉันไปถึงไหน! หำ?”
ฉันสะดุ้งกับกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงกะทันหันของแพทจนแอบ
กลืนนำ้ำลำยลงคอ ใจเต้นไม่เป็น สำ่ำด้วยควำมกลัวระคนตกใจปะปน
กันเต็มไปหมด
“พี่โม เมเจ็บนะ!”
“เลิกตอกยำ้ำฉันแบบนี้สักที!”
แพทลำกฉันใกล้ๆ โซฟำก่อนจะผลักร่ำงฉันเซหงำยลงไป
ด้วยแรงโทสะที่ทะยำนขึ้นไม่มีที่ สิ้นสุด ฉันกลัวลนลำนและคลำนหนี
แต่แพทเร็วกว่ำ เขำจับร่ำงฉันกดลงแล้วล็อคมือฉันไว้ด้วยมือข้ำง
เดียว
“ปล่อยฉันนะ ฮือๆ... ”ปล่อย
“รู้ไหมว่ำที่ทำำเหมือนฉันไม่มีตัวตนมันเจ็บปวดแค่ไหน เธอ
เคยรู้บ้ำงหรือเปล่ำ หำ?!”
29
“ปล่อย ฮือๆ ปล่อยฉัน ”ขอร้อง
ฉันร้องไห้ตัวโยนและสะอื้นฮักๆ ด้วยควำมกลัว แพทที่ฉัน
รู้จักไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วตอนนี้ดู เหมือนว่ำไม่มีอะไรจะห้ำมควำมโกรธ
แค้นของเขำได้เลย
“ฉันก็อยำกขอร้องให้เธอปล่อยฉัน เธอทำำได้หรือเปล่ำล่ะ
ปล่อยฉันไปไม่ให้ฉันรักเธอ เธอทำำ ได้ไหมล่ะ เธอไม่มีหัวใจเลย
”หรือไง
แพทพูดพร้อมนำ้ำตำที่ไหลออกมำเป็นทำง เขำไม่ได้สะอื้น
อย่ำงฉันแต่หน้ำตำบ่งบอกออกมำ ว่ำเจ็บปวดแค่ไหนกับสิ่งที่เป็นอยู่
ทำำไมฉันจะไม่รู้ว่ำเจ็บปวดแค่ไหน ฉันรู้ดียิ่งกว่ำใคร ตอนที่ต้องทำำ
เป็นไม่มีตัวตนให้เขำเห็นแบบนั้นแล้วถ้ำไม่ทำำแบบนี้ ฉันมีทำง
เลือกอื่นหรือไง ไม่มำเป็นฉันก็ไม่มีทำงรู้หรอกว่ำมันทรมำนกับกำรที่
ต้องทำำเป็นไม่เห็นหัวใจตัวเอง
“ปล่อย ฉะ...ฉัน ฮือๆ...ปล่อย!”
“ฉันเกลียดนำย พอไหม ฉันเกลียด! เกลียดที่ทำำให้ฉัน
ทรมำนเหมือนตำยทั้งเป็น!”
เกลียดที่นำยต้องมำเป็นหัวใจของฉัน เกลียดที่ฉันรู้สึกทุก
ครั้งว่ำจะอยู่ไม่ได้ถ้ำขำดนำย เคยรู้ บ้ำงหรือเปล่ำ
“ ”ฉันทำำเธอเจ็บป่วยอย่ำงนั้นเลยเหรอ
แพทปล่อยมือฉันแล้วลุกขึ้นยืน ตำเหม่อมองไปทำงอื่นแบบ
ไม่มีจุดหมำย
“ใช่!”
ฉันพูดแล้ววิ่งหนีขึ้นข้ำงบนและปิดประตูลงกลอนทันที
ร้องไห้เป็นบ้ำเป็นบอ ควำมกลัวระคน ควำมสงสำร สองสิ่งที่แตกแยก
ในตัวของมันเองกำำลังทำำร้ำยฉันอย่ำงร้ำยกำจ ทำำไมเป็นแบบนี้...
ทำำไมฉันถึงรักนำยอย่ำงนี้ ทำำไม...
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 49-50, เล่ม 2)
เมื่อแพทมำเจอว่ำเมคุยอยู่กับรอยด์ ทำำให้เขำทั้งหึงหวงและ
น้อยใจ จนในที่สุดก็ตัดสินใจทำำ ในสิ่งที่ทุกคนไม่คำดคิด
“ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้ำย เลิกมำยุ่งกับชีวิตฉันเสียที!”
“ ”เธอไม่รักฉันแล้วเหรอ
ประโยคสั้นๆ ที่เหมือนคำำถำมเชิงตัดพ้อออกมำจำกปำกคนที่
ขึ้นชื่อว่ำเป็นเหมือนหัวใจของ ฉัน ใจฉันอ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ
สำยตำแบบนั้น นำ้ำเสียงแบบนั้นที่ฉันคุ้นเคยและใจอ่อนอยู่เสมอกำำลัง
ถำมฉันถำมฉันว่ำไม่รักเขำแล้วใช่ไหม
แล้วฉันควรจะตอบว่ำยังไง...ตอบว่ำรักรักแล้วจะมีอะไรดีขึ้น
หรือเปล่ำแล้วถ้ำบอกว่ำไม่รักจะ มีอะไรเลวร้ำยมำกกว่ำนี้อีกไหม
30
ฉันไม่รู้จะทำำยังไงเลยเบือนหน้ำไม่สบตำกับแพทที่พยำยำม
พูดอย่ำงนั้น หนูนำคงมองออกว่ำ ฉันใจอ่อนจึงผละจำกรอยด์ไปดึงมือ
แพทให้มำทำงฉัน แล้วส่งช่อดอกไม้สีแดงที่ฉันเพิ่งสังเกตว่ำ
แพทถือติดมำด้วยส่งให้ฉันอย่ำงเอำใจ
“เฮ้ย ค่อยๆ คุยกันให้รู้เรื่องสิว้ำ เอ้ำนี่ ดอกไม้ แพทมันตั้งใจ
มำง้อแกเลยนะเว้ย แกจะใจร้ำย ”ปฏิเสธมันได้ลงคอเชียวเหรอ
ฉันมองดอกไม้สีแดงในมือนั่นสลับกับแพทอย่ำงไม่แน่ใจว่ำ
ตัวเองจะใจแข็งได้อีกนำนแค่ไหน ภำพเหตุกำรณ์เก่ำๆ แล่นเข้ำมำ
ในหัวเป็นฉำกๆ และส่วนมำกเป็นแต่ฉำกที่กระแทกใจฉันทั้งนั้น
‘พวกแกจะหลอกฉันไปถึงไหน หำ!’
‘พวกแกสองคนทำำฉันเจ็บตรงนี้ เจ็บที่ใจ แล้วยังคิดที่จะให้
เจ็บมำกกว่ำเดิมด้วยกำรหลอกฉัน งั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่พวกแกสองคน
ตอบแทนให้กับพ่ออย่ำงนั้นเหรอ’
‘แต่ถ้ำให้พี่มองอีกด้ำน...ควำมรักของเรำสองคนดูจะเห็นแก่
ตัวเกินไปนะ’
‘ทำำร้ำยคนที่รักเธอนี้ได้ยังไง!’
คำำพูดของใครหลำยๆ คนประเดประดังเข้ำมำในหัวฉันไม่
หยุดหย่อนควำมเครียดทำำให้ฉันรู้สึก ปวดท้องและมองดอกกุหลำบ
ในมือนั่นอย่ำงชั่งใจก่อนจะตัดสินใจ...ปำมันลงไปกับพื้น
“ทำำอะไรน่ะเม!”
หนูนำตะโกนเสียงดังลั่นอย่ำงไม่เข้ำใจในสิ่งที่ฉันทำำ แม่แต่
แพทเองก็มองตำค้ำงเพรำะไม่คิด ว่ำฉันจะกล้ำทำำกับเขำขนำดนี้
“ฉันเกลียดดอกกุหลำบ ฉันเกลียดที่มำของมัน มันเป็นสิ่ง
สวยงำมที่เต็มไปด้วยรำคีคำว
อโดนิสกับวีนัสเป็นเทพที่ไร้ยำงอำย ควำมสวยงำมของดอกไม้ที่มี
ที่มำเลวทรำมแบบนี้ฉันรับไม่ได้ หรอก!”
“ ”เมอ้วน
“ควำมรักที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทำำร้ำยใจใครก็ไม่ต่ำงอะไรกับอ
โดนิสและวีนัสหรอก ถ้ำมันเป็น ควำมรักที่ดีจะถูกเทพอำเรสฆ่ำตำยเห
รอ...หึกรรมไงล่ะ ”ก็เหมือนกับเรำสองคนที่ทำำยังไงก็คู่กันไม่ได้
“แต่เม นี่มันไม่ได้เกี่ยวกับตำำนำนหรืออะไรทั้งนั้นนะ นี่คือ
เรื่องของแกกับแพทสองคน ดอกไม้ คือตัวแทนของพวกแกสองคน
แกจะทำำลำยมันง่ำยๆ ”แบบนี้น่ะเหรอ
หนูนำยังคงท้วงติงไม่เลิก ฉันเบือนหน้ำหลบไปทำงอื่นเพรำะ
ไม่อยำกจะสู้หน้ำกับใครทั้งนั้น ฉันกัดฟันพูดต่อไปให้จบ
31
“ฉันพูดดีๆ กับนำยแล้ว แต่นำยก็ไม่พยำยำมทำำควำมเข้ำใจ
เรำรักกันไม่ได้ ”นั่นคือควำมจริง
“เธอไม่พยำยำมมำกกว่ำ ”นั่นต่ำงหำกคือควำมจริง
แพทยังคงไม่ยอมแพ้
“เลิกกดดันฉันสักทีจะได้ไหม!”
“...”
“ทำำไมนำยถึงไม่ตำยให้รู้แล้วรู้รอดไป ทำำไมคนที่ไปนอนบน
เตียงนั้นต้องเป็นพี่ชำยฉัน!”
“เม...”
“นำยทำำให้ชีวิตฉันยุ่งยำกมำตลอดเวลำ นำยไม่รู้ตัวเลยใช่
ไหมว่ำนำยทำำให้ฉันรู้สึกแย่แค่ไหน เรำควรจะเป็นพี่น้องกันอย่ำงที่
มันควรเป็นอย่ำสร้ำงควำมลำำบำกใจให้แก่ฉัน...คิดซะว่ำเรำมีบุญรักกัน
ได้ในฐำนะแบบนี้... ”ได้แต่เพียงแบบนี้
“ถ้ำฉันตำย... ”เธอจะมีควำมสุขมำกกว่ำอย่ำงนั้นเหรอ
แพทเป็นฝ่ำยพูดขึ้นบ้ำง ฉันที่ได้ยินอย่ำงนั้นก็อยำกจะ
ร้องไห้แต่ต้องเก็บอำรมณ์อ่อนไหวนั่น ให้ได้มำกที่สุด
“ ”ใช่
“ถ้ำไม่มีฉัน ถ้ำเพียงแค่ไม่มีฉัน เธอก็จะได้รักกับใครคนใหม่
”ที่ดีกว่ำใช่ไหม
นั่นไม่เคยอยู่ในควำมคิดของฉันมำก่อน แพทคงจะตัดพ้อ
และคิดเลยไปไกลถึงไหนต่อไหน
ฉันเห็นว่ำทำำมำถึงขนำดนี้ก็อยำกให้ตัดกันให้ได้ไปเลย ไม่ว่ำเขำ
จะโยนข้อหำอะไรมำให้ฉัน ฉันก็พร้อม จะยอมรับมัน
“ ”ใช่
“ฉัน... ”เข้ำใจแล้ว
ถ้ำยังยืนอยู่ต่อฉันคงทนไม่ได้และโผเข้ำไปกอดเขำแน่ๆ ฉัน
ตัดสินใจหันหลังให้เขำแล้วเดิน ผละจำกมำ แต่ละก้ำวที่ก้ำวขำออกมำ
นั้น แพทจะพูดไล่หลังฉันมำทีละประโยค
“ ”ฉันรักเธอ
“ ”ฉันอยำกให้เธอยิ้ม
“ ”ไม่ว่ำจะนำนแค่ไหนฉันก็จะยังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง
นำยก็เป็นหัวใจของฉัน..ฉันพูดกับตัวเองแบบนั้นแล้ว
พยำยำมฝืนขำตัวเองเดินจำกมำ เสียงที่ ดังมำในระยะที่ไม่ไกลมำกนัก
ยังคงได้ยินอย่ำงแผ่วเบำ
“ ”หัวใจของฉันเป็นของเธอ
เสียงตะโกนอื้นอึงทำำให้ฉันชะงักขำลงและหันกลับไปมอง
อย่ำงรวดเร็วแล้วก็เห็นว่ำคนมุงอยู่เต็มไปหมด แพทลงไปนอนกองกับ
พื้นไม่มีสติอีกต่อไป
32
“ ”แพท
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 56-59 เล่ม 2)
4. จุดคลี่คลำยเรื่อง
หลังจำกแพทจงใจทำำให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว หัวใจของโมที่ไม่ค่อย
ปกติอยู่แล้วต้องได้รับกำรผ่ำตัด ซึ่งโชคดีที่ผู้บริจำคให้ทันเวลำ เมื่อโม
ฟื้นขึ้นมำอีกครั้ง เขำแสดงท่ำทำงต่อเม เหมือนเป็นพี่โมคนเดิม เมนึกว่ำ
แพท
กลับไปร่ำงเดิมแล้ว จึงรีบกลับไปหำ แต่ก็ได้พบควำมจริงว่ำ แพทตำย
แล้ว และแพทเป็นนั่นเองที่เป็นคนบริจำคหัวใจให้แก่โม โดยพำยพี่สำว
ของแพทเล่ำว่ำ แพทมักมำแวะเยี่ยมพี่พำยและแม่อยู่บ่อยๆ และเคย
ขอร้องพี่พำยไว้ถึงเรื่องกำรบริจำคหัวใจให้กับโม พี่พำยที่เข้ำใจเรื่อง
รำวกำรสลับร่ำงดีก็เลยตกลงใจให้ควำมช่วยเหลือได้ทันเวลำ
ถ้ำสมมุติว่ำวันหนึ่งร่ำงเค้ำหมดประโยชน์ไป ช่วยกล่อมแม่
ให้หน่อยว่ำให้เอำหัวใจของเค้ำ...”
“ไม่! อย่ำมำบ้ำนะแพท!”
ฉันลุกขึ้นเพรำะเริ่มจะเดำได้จำกบริบทหลำยๆ อย่ำง แพท
เงยหน้ำขึ้นมองฉันด้วยตำเซื่องซึม
“แค่นี้ก็ทำำเพื่อเค้ำไม่ได้เหรอ เค้ำขอแค่นี้เอง ชีวิตเค้ำไม่เคย
”ขออะไรจำกพี่พำยเลยนะ
“แต่มันมำกเกินไป กับอีแค่ผู้หญิงคนเดียวมันจะอะไรนักหนำ
นำยกระโดดมำร่ำงนี้ได้ก็ กระโดดกลับไปร่ำงโน้นได้เหมือนกัน อย่ำ
มำขอร้องอะไรที่มันยำกเย็นอย่ำงนี้ พี่ไม่ทำำ!”
ฉันปฏิเสธเสียงเฉียบขำดแต่แพทกลับยิ้มให้ฉันอย่ำงอ่อน
โยนเช่นเดิม
“เค้ำรู้ว่ำพี่พำยรักเค้ำ เป็นห่วงเค้ำ แต่พี่พำยลองคิดถึงควำม
เป็นจริงสิ เค้ำไม่มีประโยชน์และ ไม่มีทีท่ำว่ำจะเข้ำร่ำงเดิมได้เลย แล้ว
ร่ำงงที่เค้ำอำศัยอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่ำจะดีนัก เหมือนมีระเบิดเวลำนับถอยหลัง
รอวันระเบิดอย่ำงเดียว เตค้ำเจ็บทุกครั้งเวลำที่หัวใจเต้นแรงเกินไปดีใจ
”เกินไป
“..”
“คิดดูดีๆ นะพี่พำย เค้ำกลับร่ำงไม่ได้ก็จริงแต่เค้ำก็ยังเป็น
แพทของพี่พำยใช่ไหม จะแปลก อะไรถ้ำเอำหัวใจของเค้ำมำใส่ในร่ำง
นี้ ”ร่ำงพี่ชำยของเมอ้วน
ฉันจนกับเหตุผล พูดไม่ออก นี่คงจะคิดเอำไว้นำนแล้วถึงได้
หำเหตุผลร้อยแปดพันเก้ำมำยืนยันได้อย่ำงนี้ และฉันเองแม้จะคล้อย
33
ตำมไปบ้ำงแต้ก็ยังยืนยันเป็นกระต่ำยขำเดียวอยู่วันยังคำ่ำ ไม่ ไม่ และ
ไม่!
“ ”ไม่
“เค้ำขอร้อง เค้ำไม่อยำกให้เมอ้วนเสียใจ เค้ำอยำกให้เมอ้วน
ยิ้มเมอ้วนทุกข์มำพอแล้ว ได้ไหม ”ทำำเพื่อเค้ำหน่อยสิ
“แพท จะบ้ำหรอ ถ้ำแพทตำยแล้วพี่กับแม่จะอยู่ยังไง บ้ำนที่มี
แต่ผู้หญิงสองคนน่ะ แพททิ้งได้ ”เหรอ
“เค้ำไม่ได้ทิ้ง แต่เค้ำกำำลังจะตัดภำระที่แม่แบกเอำไว้ให้หำย
”ไป
“แต่...”
แพทที่นั่งอยู่ลุกขึ้นกอดฉันแน่น ปกติแล้วเรำสองคนแทบไม่
กอดกันเลยเพรำะมัวแต่ขนลุก กันเองเนื่องจำกสนิทกันมำกเกินไป
แต่วันนี้เรำกอดกัน เป็นกำรกอดของพี่น้อง และน้องชำยคนเดียว
ของฉันก็วิงวอนขอให้ช่วยพรำกชีวิตของเขำไป
“เค้ำรักพี่พำย ”พี่พำยเป็นพี่สำวที่เค้ำรักและชอบแกล้งที่สุด
“พี่ก็รักแพท ”พี่ถึงไม่อยำกให้แพทตำย
“เค้ำจะไม่ตำย เค้ำจะยังอยู่ในร่ำงนี้ แม้ไม่มีอะไรแน่นอน
”ก็ตำม
“ยิ่งไม่แน่นอน ”พี่ยิ่งไม่ให้แพทไป
แพทผละจำกที่กอดฉันอยู่มำมองหน้ำฉันยิ้มๆ
“เค้ำก็ไม่ได้หมำยควำมว่ำจะตำยจำกไป เค้ำหมำยถึงถ้ำ
ร่ำงกำยของเค้ำที่นอนอยู่ทำงกำร แพทย์หมำยถึงตำย...พี่พำยช่วยบอก
กับแม่ให้มอบหัวใจของเค้ำมำที่ร่ำงนี้ที ”ได้ไหม
“...”
“ไม่มีใครเสียหำยนี่ ”ชีวิตต่อชีวิต
“...”
“แต่ตรำบใดที่ทำงกำรแพทย์บอกว่ำเค้ำคงอยู่ก็ไม่ต้องถอด
หัวใจไป เพรำะยังไงก็ทำำไม่ได้อยู่ดี ”ไม่เห็นจะยำกเลย
“ ”ไม่บำกสำำหรับแพทแต่มันยำกสำำหรับพี่
ฉันลงไปนั่งแทนที่ที่แพทนั่งในตอนแรกอย่ำงไม่มีแรง แพทที่
ยืนคำ้ำหัวก็นั่งลงยองๆ แล้วเอำมือ ฉันไปกุมเบำๆ และซบหน้ำลงกับมือ
ฉันอย่ำงอ้อนๆ
“ชีวิตต่อชีวิต ร่ำงเค้ำตำยแต่หัวใจเค้ำยังอยู่ และวิญญำณ
เค้ำก็อยู่ในร่ำงนี้ พี่พำยจะกลัว ”อะไร
ฉันลูบหัวแพทเบำๆ อย่ำงรักใคร่
“ ”พี่กลัวจะเสียน้องชำยไป
“ ”พี่รักเค้ำไหม
“ ”รัก
34
“ทำำตำมที่เค้ำขอเถอะ ”ได้ไหม
“...”
“สัญญำกับเค้ำนะว่ำถ้ำเค้ำตำยจำกไปจะเอำหัวใจของเค้ำให้
”พี่ชำยเมอ้วน
“...”
“นะ ขอร้อง ”นะๆ
คงเป็นเพรำะฉันทนเสียงรบเร้ำไม่ไหวหรือไม่ก็เพรำะคล้อย
ตำมกับสิ่งที่แพทเสนอเหตุผล ต่ำงๆ นำนำ ชีวิตต่อชีวิต มอบหัวใจ
ของคนที่ตำยไปแล้วให้อีกคน มองยังไงก็คุ้ม วิญญำณแพทก็ยังอยู่ ที่
เดิมไม่ได้ไปไหนหลังจำกคิดทบทวนแล้วฉันก็กลั้นใจตอบออกไปเพรำะ
อยำกให้เจ้ำตัวดียิ้ม ยิ้ม...ที่ สดใส
“อืม ”พี่สัญญำ
(เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 98 –101 เล่ม 2)
เมที่ได้รู้ควำมจริงว่ำแพทรู้สึกอย่ำงไร ยิ่งเสียใจมำกขึ้นที่ทำำตัว
เหินห่ำงและละเลยโม หลังจำกที่ร่ำงของแพทตำยไป เมจึงอยู่อย่ำงระทม
ทุกข์และห่ำงเหินกับพี่ชำยของตัวเองมำกกว่ำเดิม ไม่ว่ำพี่โมจะพยำยำม
เอำใจอย่ำงไร เมก็ได้แต่รักษำระยะห่ำง จนกระทั่งวันเกิดของเม หวน
กลับมำอีกครั้งหนึ่ง เธออธิษฐำนอีก ขอให้
แพทกลับมำ แพทจึงยอมเปิดเผยตัวว่ำ เขำคือแพทคนเดิม
“อืม...ไม่ตำยแล้ว ”อยู่มันอย่ำงนี้นี่แหละ
“...”
“อยู่รักเธอในแบบที่พี่ชำยรักน้องสำวมันก็ไม่เลวหรอก ดีจะ
ตำยฉันไม่เคยมีน้องสำวเลยนะ มี ”แต่พี่สำว
ฉันเบิกตำโพลงด้วยควำมตกใจก่อนจะผละหัวออกมำจำก
แพทใบหน้ำแพทที่เปื้อนยิ้มแต่ใน ดวงตำเต็มไปด้วยควำมเศร้ำทำำให้
ฉันใจหำย
“ ”ทำำไม
“ฉันมำคิดๆ ดูแล้วว่ำเรำไม่มีทำงรักกันได้หรอกเมอ้วน เธอ
เองก็รู้สึกได้ ฉันที่เป็นฉันในตอนนี้ ”ไม่มีทำงรักกับเธอได้แล้ว
หัวสมองของฉันมึนงงแต่ประสำทกำรรับรู้ก็เข้ำใจตรงกับที่
เขำพูดแต่ใจฉันสิ...ไม่อยำกจะ ยอมรับเท่ำไหร่ ฉันมองหน้ำแพทอ
ย่ำงสับสน
“แพท...เรำต้องกำรให้เป็นอย่ำงนี้จริงๆ ”เหรอ
“ ”เรำเลือกไม่ได้นี่เมอ้วน
“...”
35
“เราทำาอย่างนี้เพื่อทุกคน ”เพื่อตัวเธอ
“ ”แล้วนายล่ะ
“ ”ฉันก็เป็นพี่ชายเธอแบบนี้ไง
แพทพูดเสียงสั่นปริ่มๆ จะร้องไห้และมองมาทางฉันยิ้มๆ
พลางเอามือปัดปอยผมที่ตกลงมา กลางหน้า
“ได้มองเห็นเธอแบบนี้ทุกๆ วัน ได้จับปอยผมของเธอ ได้
หัวเราะกับเธอ มองเธอแต่งงานมีลูก ...ฉัน... ”ฉันก็ดีใจนะ
“...”
ฉันเริ่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรและเอาแต่ส่ายหน้าเพราะไม่
อยากฟังสิ่งที่เขาพูด แพทเอามือ ปาดนำ้าตาให้ฉันพลางพูดต่อไปเรื่อยๆ
“ฉันจะกลายเป็นลุง ฉันจะได้มองเธอมีความสุข ไม่ดีเห
รอ...เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย ”นะ
“หยุดนะแพท หยุด ”ฮือๆ
ฉันโผเข้าสวมกอดแพทที่พูดอยู่อย่างนั้น ทำาไมคนเบื้องบน
แกล้งเราอย่างนี้ ฉันไปทำาอะไรให้ นักหนา!
“ยิ้มนะเมอ้วน เธอต้องยิ้มสู้กับมัน การที่ฉันมาบอกเธอใน
วันนี้ว่าฉันเป็นใครก็เพื่อให้เธอ กลับมายิ้มอีกครั้ง อย่าคิดถึงฉันอีก
”เพราะฉันไม่เคยไปไหน
“...”
“ ”ฉันเคยรักเธอยังไงก็ยังรักอย่างนั้น
“...”
“ ”เพียงแต่เราไปกันไม่ได้เท่านั้นเอง
ช่วงเวลานั้นมีแต่ความเงียบ ความเงียบที่เหมือนเป็นการ
กดดันให้ฉันเป็นบ้า จากที่ร้องไห้อยู่ แล้วฉันยิ่งร้องไห้หนักและ
สะอื้นตัวโยนจนพูดจาไม่รู้เรื่อง แพทดึงฉันเข้าไปกอดและปล่อยให้ฉัน
ร้องไห้ เป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียว สนามแห่งนี้ ที่แห่งความทรงจำา
ของฉันกำาลังจะถูกล้างออกไปด้วยการที่เรา ...รักกันไม่ได้
(เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 197-198 เล่ม 2)
แต่เขาขอให้เมเป็นเพียงแค่น้องสาวของเขาตามความต้องการของ
พ่อ ที่รู้ทันมาโดยตลอด เมรับไม่ได้และวิ่งหนีไป แต่แล้วเหตุการณ์ก็กลับ
มาซำ้ารอยเดิม เพราะแพทถูกรถชนอีกครั้ง และเขาเสียชีวิตไปจริงๆ เม
ไม่เหลือใครอีกเลย
5. จุดจบเรื่อง
หนึ่งปีผ่านไป เมไม่ไปเรียน ไม่ยอมพบปะพูดจากับใครยกเว้นหนู
นา จนกระทั่งวันเกิดของเธอเวียนมาถึงอีกครั้ง คราวนี้พ่อของเธอเป็น
คนจัดงานวันเกิดให้เธอเอง และคะยั้นคะยอให้เธอลงไปร่วมงาน เมได้
36
เจอกับรอยด์ แต่ท่าทาง และการพูดจาของรอยด์แปลกไป รอยด์บอกว่า
เขาเพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจไปเมื่อปีที่แล้ว เขาเรียกเธอว่าเมอ้วน เหมือนที่
แพทเรียก เมเริ่มจับสังเกตได้ และสุดท้าย รอยด์ ก็เฉลยว่า เขาคือ แพท
ที่ปัจจุบันได้มาอาศัยอยู่ในร่างของรอยด์แทน เรื่องราวจึงจบลงด้วย
ความสุข
“ ”พูดจาแปลกๆ
รอยด์ค่อยๆ โน้มหน้าเข้ามาที่ข้างหูฉันก่อนจะกระซิบเบาๆ
“ ”แพทรักเมอ้วนที่สุดในโลก
“O_o หา?”
“อย่าลืมที่พูดไว้ล่ะว่าถ้ากลับร่างเดิมเมื่อไหร่ ฉันอยากทำา
อะไรก็ได้ที่อยากจะทำา แบบเต็ม ราคา ”หวังว่าเธอจะไม่ลืมนะ
“ ”ทำาไมนายรู้
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่เคยจากเธอไปไหนเลย จำาไม่ได้เหรอ
”คะเมอ้วน
“แพท ”นี่แพทเหรอ
“คนที่พูดกับเธอมีหลายคนเหรอไงกัน -_-++ ”ฉันหึงนะ
ฉันพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นี่ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ ก็แพ
ทน่ะ...แพท....
“ ”นายหลอกฉัน
“อย่างอื่นอาจหลอกเธอได้ ”แต่หัวใจฉันไม่หลอกเธอ
“ ”หัวใจ
“ใช่...หัวใจดวงนี้ ในร่างนี้คือของแพท และตอนนี้คนที่อยู่
”ในร่างนี้ก็คือฉัน
“อย่าบอกนะว่า... ”หัวใจนายอยู่ในร่างของรอยด์
“อื้อ ^^”
นำ้าตาฉันไหลเป็นทางเพราะไม่กี่คำาที่รอยด์พูดมา เขาเอามือ
ลูบหน้าลูบตาให้ฉันก่อนจะดึง แก้มเบาๆ
“ทำาไมเธอกลายเป็นคนขี้แยไปได้นะ แล้วเมื่อกี้เอาดอกไม้ให้
ก็ปฏิเสธเล่นเอาฉันน้อยใจไป ”เลย
“ฮือๆ แพทจริงๆ ”ด้วย
ฉันโผเข้ากอดเขา ได้ยินเสียงอื้ออึงจากคนรอบๆ แต่ฉันก็ไม่
ได้สนใจแล้ว
“ทำาไมเพิ่งมา ”ทำาไมเพิ่งมาบอกอะไรตอนนี้
“ฉันตั้งใจจะสวมบทบาทเป็นรอยด์ ถ้าต้องใช้ชีวิตเป็นเขา
ฉันก็ต้องทำาทุกอย่างให้เป็น เขาน่ะสิ แต่เธอก็เหลือเกินนะ ไม่เคยไป
เรียนเลย ฉันต้องคอยรับข่าวสารจากหนูนาเสมอ เป็นเด็ก
”ขี้เกียจสวรรค์ลงโทษนะ
37
“ฉันจะไม่ขี้เกียจอีก สวรรค์จะไม่ลงโทษฉันด้วยการแยกนาย
”จากฉันไป
“ ”ฉันบอกแล้วไงว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเนอะ
“อื้อๆ ตลอดไปเลย ”ฮือๆ
“ ”แพทรักเมอ้วนที่สุดในโลก
“ ”เมอ้วนก็รักแพทที่สุดในโลก
เราทั้งคู่เต้นรำาเพลงนี้ด้วยกันพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันไม่ได้ยิ้ม
มานานมากแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้ เขาจากไปอีก ต่อไปนี้เราจะรัก
กันได้โดยไม่มีอะไรมาขวางอีกต่อไป
Whatever you ask me to sacrifice for you I wil, I will, I
will
I will always be there for you be forever true I will, I
will, I will
เมื่อใดก็ตามที่เธอขอให้ฉันเสียสละให้ ฉันจะทำา จะทำา ทำา
เพื่อเธอ
ฉันจะคอยเคียงข้างเธออย่างนี้ตลอด ฉันจะทำา จะทำา ทำาเพื่อ
เธอ
Until time stand still will…
จนกว่าช่วงเวลาจะหยุดหายไป ฉันจะทำา...
(เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 210-211 เล่ม 2)
แก่นเรื่อง
แม้ว่าเป้าหมายส่วนมากของการแต่งนวนิยายแนวสลับร่างจะ
เป็นการสลับเพื่อให้ได้เรียนรู้บางอย่าง ของคนที่ต้องมาสลับกัน แต่ใน
เรื่องนี้ เนื่องจากภูมิหลังเกี่ยวกับตัวละครที่สลับนั้นมีนำ้าหนักไม่เท่ากัน
ทำาให้บทบาทสำาคัญไปตกที่ผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็นนางเอก ที่ได้รับผลจากการ
ที่พี่ชายไปสลับร่างกับคนรัก
สิ่งที่นวนิยายเน้นยำ้าคือ การคำานึงถึงศีลธรรมและความเป็นจริง
การแคร์สังคมรอบข้างถึงการวางตัวของพี่น้อง ดังนั้น แก่นเรื่องที่สื่อ
ออกมาจึงตีความได้ว่า ความรักต้องการทั้งความเข้าใจและความ
เหมาะสม เพราะทั้งเม และแพทต่างก็อึดอัดใจกับสิ่งที่เจอ และปัญหาที่
38
เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะความไม่เข้าใจระหว่างกัน ทั้งตัวแพทและ
เม หรือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากคนอื่น
ความรักต้องการความเข้าใจ เพราะจะทำาให้ความรักนั้นไป
รอดได้ ซึ่งความเข้าใจก็ต้องมาจากคู่รักส่วนหนึ่ง และจากคนรอบข้าง
ด้วยอีกส่วนหนึ่ง จากเรื่องจะพบว่า เมื่อเม และแพทเข้าใจกันดีแล้ว เรื่อง
ก็ยังไม่สามารถจบลงด้วยดีได้ เพราะคนรอบข้างโดยเฉพาะพ่อไม่ยอม
ให้ทั้งสองรักกัน เนื่องจากร่างของแพท คือ โม ที่คนทั่วไปเห็นและ
เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกับเม มาตั้งแต่เด็ก
ความรักต้องการความเหมาะสม สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเสนอคือ
หลังจากที่แพทกลับมาอยู่ในร่างของรอยด์ พ่อของเมที่กีดกันมาโดย
ตลอดก็เลิกตั้งแง่ทันที และยังช่วยเหลือให้แพทได้สมหวังกับโมด้วย
เพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่ในสถานะต้องห้ามอีกต่อไปแล้ว
กลวิธีการเล่าเรื่อง
การดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ เป็นไปตามลำาดับเวลา โดยใช้
มุมมองแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัด คือ เม เป็นผู้เล่าเรื่องทำาให้
เรื่องราวเกิดความสนุกสนานน่าติดตามได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์หลัง
จากที่แพทผ่าตัดหัวใจแล้วกลับมาเป็นพี่โมคนเดิม ผู้เขียนสามารถ
บรรยายความรู้สึกของเม ที่ต้องสูญเสียคนรักได้เป็นอย่างดี ขณะ
เดียวกันก็มีการเล่าเรื่องทับซ้อนกันอีกครั้งหนึ่ง ในมุมมองของแพท ตัว
ละครเอกฝ่ายชาย ดังตัวอย่าง
ระหว่างที่ฉันกำาลังคิดอะไรไปแสนไกล เสียงฝีเท้าของใคร
สักคนดังสลับตัดกับความเงียบจน ทำาให้ฉันตื่นจากความคิด คงจะเป็น
ภารโรงที่มาคอยสังเกตการณ์แน่ๆ...อา ใช่แน่ๆ ตอนนั้นฉันกับ แพทก็
วิ่งหนีภารโรงคนนี้นี่แหละ
“ไม่ต้องตกใจไป ค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ
เสียงอันคุ้นเคยทำาให้ฉันถึงกับแปลกใจและแทบจะกระโดด
ลุกขึ้นยืนเลยก็ว่าได้ก่อนจะหันไป ยังนำ้าเสียงนั่นในทันที
“หะ...หา?...ทะ...ทำาไมเป็น...”
อาจจะเป็นเพราะความแปลกใจที่ทำาเอาฉันแทบจะสำาลัก
นำ้าลายตัวเองที่กำาลังจะกลืนลงคอ ใบหน้านั้นมองมาทางฉันแล้วยิ้มให้
อย่างมีความหมาย
“ ”ผมรักคุณ
(เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า
145-146 เล่ม 2)
39
เสียงฝีเท้าของผมที่เดินเข้าไปใกล้คงทำาให้เมอ้วนรู้สึกตัว แต่
ผมก็อดไม่ได้ที่จะทักทายเธอด้วย เสียงของผมอยู่ดี
“ไม่ต้องตกใจไป ค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ
ทันทีที่ผมออกเสียง เมอ้วนก็เกิดปฏิกิริยาทันทีและแทบจะ
สปริงตัวลุกขึ้นยืนแล้วมองมาทาง ผม เมอ้วนอ้าปากค้างเหมือนพูดไม่
ออก
“ไม่ต้องตกใจไป ค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ ผมพูด
“หะ...หา?...ทะ...ทำาไมเป็น...”
คงไม่จำาเป็นที่ผมจะต้องปิดบังเมอ้วนอีกต่อไป ไม่จำาเป็นอีก
แล้ว...
“ ”ผมรักคุณ
(เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 194
เล่ม 2)
การเล่าเรื่องแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัดช่วยให้เรื่องกระชับ มี
เอกภาพและได้รับความนิยมกันมาก อย่างไรก็ดี การกำาหนดให้มี
เหตุการณ์เพื่อสลับร่างมากกว่า 1 ครั้งในเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่แพทสลับ
ร่างกับโม และแพทมาสลับร่างกับรอยด์ ทำาให้มีปัญหาเรื่องการกระจาย
บทบาทของตัวละคร เนื่องจากมุมมองการรับรู้ระหว่างเม และรอยด์ นั้น
ค่อนข้างจำากัด รอยด์มีบทบาทมากในเล่มแรกเพราะเป็นเพื่อนเรียน และ
เป็นคนรักคนใหม่ของอะตอมซึ่งเข้ามาขณะที่พี่โมป่วย อย่างไรก็ดี การ
ที่ผู้เขียนกำาหนดให้เมเป็นผู้เล่าเรื่องแบบมีข้อจำากัดได้ทำาให้ในตอนท้าย
ที่แพทมาอยู่ในร่างของรอยด์ เกิดเป็นคำาถามต่อเนื่องไปอีกว่าแล้วจิต
ของรอยด์ไปไหน อย่างไร จึงเป็นการวางโครงเรื่องที่ทำาขึ้นมาเพียงเพื่อ
แก้ปัญหาให้ตัวละครเอก แต่ไปสร้างปมที่ค้างคาต่อสำาหรับตัวละคร
ประกอบ ดังนั้น การจบเรื่องเช่นนี้แม้จะทำาให้ผู้อ่านมีความสุขกับการที่
เม และแพทสมหวัง แต่ก็ยังอดที่จะตะขิดตะขวงใจไม่ได้ถึงพฤติกรรม
ของเม กับการรับรู้และรับรักตัวตนของชายอื่น ซึ่งในช่วงแรก เมรับไม่
ได้ที่คนรักมาอยู่ในร่างของพี่ชาย และใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะทำาใจ
ว่า สิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา และยอมรับตัวตนจริงๆ ของแพทใน
ร่างพี่โม แต่พอท้ายเรื่อง เพียงแค่ทราบว่าแพท ได้มาอยู่ในร่างของรอย
ด์แล้ว เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ทั้งที่เธอก็เคยทราบความเป็นมาของ
เขา และคบหาเขาในฐานะเพื่อน เคยเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรัก และเคย
ช่วยเหลือกันมาก่อน ดังนั้น แม้จะดีใจที่ได้พบกับคนรักอีกครั้งหนึ่ง แต่
เพื่อความสมจริง เมน่าจะได้มีเวลาในการเตรียมใจมากกว่านี้ แต่การที่ผู้
เขียนกำาหนดให้เม ยอมรับได้ในทันที จึงเป็นการบังคับผู้อ่านให้ปรับใจ
รวดเร็วเกินไปเช่นกัน
40
นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง
นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ผลงานของรอมแพง เผยแพร่
ผ่านเว็บไซต์เด็กดีตั้งแต่ปี 2551 และได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม โดยสำานักพิมพ์
ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ เมื่อปี 2552 โครงเรื่องเป็นการสลับร่างระหว่างหญิง
ชายที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งเกิดขึ้นเพราะสบตากันผ่านช่อง
ธรรมจักรแกะสลัก จากนั้นเมื่อฟื้นขึ้นมา หญิงสาวที่มีนิสัยห้าวและลุยก็
สลับร่างกับชายหนุ่มสุดหล่อ รวย และเจ้าระเบียบ แต่ปัญหาก็พัวพันต่อ
ไปอีกเมื่อทั้งสองหาทางกลับเข้าร่างไม่ได้และจำาต้องเรียนรู้นิสัยของอีก
ฝ่าย จนกระทั่งเข้าใจกันในที่สุด
โครงเรื่อง
การสลับร่างระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งที่มีความแตกต่างกันทุกด้าน
แต่สุดท้ายก็ทำาความเข้าใจกันได้ และเกิดเป็นความรักขึ้น
โครงเรื่องใหญ่/โครงเรื่องย่อย
การสลับร่างระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มที่มีความแตกต่างกัน
นอกจากการเรียนรู้กันแล้ว นิสัยเฉพาะตัวของแต่ละฝ่ายได้ช่วยแก้
ปัญหาครอบครัวของอีกฝ่ายจนสำาเร็จลุล่วงไป และทั้งสองก็ตกหลุมรัก
กันและกันจากการสลับตัวในครั้งนี้
ส่วนโครงเรื่องย่อย คือ ปัญหาครอบครัวของตัวละครเอกทั้งสอง
ฝ่ายที่หลังจากสลับร่างแล้ว แต่ละคนก็ได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาของอีก
ฝ่ายจนสำาเร็จลุล่วงด้วยดี
เนื้อเรื่อง
นิลกานต์สาวน้อยศิลปินได้สบตากับชายหนุ่มไฮโซคนหนึ่งชื่อ
ภาสกรผ่านทางช่องธรรมจักรแกะสลัก จากนั้นทั้งสองก็สลบไป เมื่อฟื้น
ขึ้นมาจึงพบว่าได้สลับร่างกันแล้ว ทั้งสองพยายามกลับคืนร่างกันแต่ยัง
ไม่สำาเร็จนิลกานต์และภาสกรต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อ
ป้องกันไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นความผิดปกติ ในโอกาสนั้นเองที่ทั้งสอง
ได้เรียนรู้ความเป็นมาของกันและกัน นิลกานต์พาภสกรไปค้นข้อมูล
เกี่ยวกับธรรมจักรเพื่อหาทางกลับคืนร่างเดิม ระหว่างนั้นภาสกรมีประจำา
เดือนทำาให้ต้องรับรู้รสชาติของความเป็นหญิง นิลกานต์วางแผนพา
ภาสกรเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันเพื่อช่วยหาทางกลับร่าง เมื่อพ่อของนิล
กานต์ป่วย เธอขอร้องให้เขาไปเยี่ยมพ่อของเธอที่ระยอง ดังนั้น ภาสกร
41
จึงต้องรับสมอ้างเป็นแฟนของเขา ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็เป็นคนที่
มีปมเรื่องครอบครัว จากการที่ทั้งสองสลับร่างกัน จึงเป็นการแลกเปลี่ยน
คนแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่มีอยู่จึงหมดไป ทั้งสองรู้สึกดีต่อกัน นิล
กานต์กำาจัดผู้หญิงที่มาตามตื้อภาสกรออกไปเพราะรำาคาญ ส่วนภาสกร
ก็กำาจัดคู่แข่งออกไปด้วยความหึงหวง ทั้งสองหาทางกลับเข้าร่างจน
สำาเร็จ แต่ยังไม่ทันจะได้แยกย้ายกันไป ร่างของ
นิลกานต์ก็ถูกลอบยิง หญิงสาวที่อยู่ในร่างของภาสกรเข้ารับกระสุนแทน
ไม่ใช่เพราะความห่วงตัวเองแต่เพราะเป็นห่วงภาสกรในร่างของเธอ
หญิงสาวรู้แล้วว่าตนเองหลงรักผู้ชายอย่างภาสกร ภาสกรเองก็รักเธอ
การสลับร่างของทั้งสองคนจึงทำาให้เกิดการเรียนรู้กันและกันและลงเอย
อย่างมีความสุข
ความขัดแย้ง
ความขัดแย้งในเรื่องนี้ประกอบด้วยความขัดแย้ง 3 ลักษณะ ได้แก่
ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความขัดแย้งภายในจิตใจ และ
ความขัดแย้งกับธรรมชาติ ในเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้
1. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์
ทั้งโครงเรื่องใหญ่และโครงเรื่องย่อยคือการขัดแย้งกันระหว่าง
มนุษย์กับมนุษย์ โดยตั้งแต่เปิดเรื่อง
นิลกานต์มีความขัดแย้งกับภาสกร ภาสกรมีความขัดแย้งกับคนที่อยู่
แวดล้อมตนเอง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือลูกน้อง ส่วนนิลกานต์มีปม
ความขัดแย้งกับครอบครัวเรื่องการประกอบอาชีพ ต่อมาเมื่อได้สลับร่าง
กันแล้ว ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันถึงความ
คับข้องใจนั้น
นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งกับคนอื่นๆ เช่น ภาสกรขัดแย้งกับ
ผู้ชายที่มาติดพันนิลกานต์ นิลกานต์ขัดแย้งกับผู้หญิงที่มาตามตื๊อภาสกร
รวมไปถึงปมเกี่ยวกับครอบครัวของแต่ละฝ่าย และความขัดแย้งที่ร้าย
แรงที่สุดคือ ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับแม่เลี้ยง คือ เก็จแก้ว เพราะ
ทำาให้เกิดการลอบยิงภาสกรในภายหลัง
1.1 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับภาสกร
ตั้งแต่แรกพบ นิลกานต์กับภาสกรก็ไม่ถูกชะตากัน นั่นเพราะ
แต่ละคนต่างก็ประเมินท่าทีของอีกฝ่ายจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็น
ภาสกรมองว่านิลกานต์เป็นพวกหลอกลวง ส่วนเธอก็เห็นว่าเขายะโส
“อาม่าชื่อกิมย้ง หนูล่ะชื่ออะไร”
42
“หนูชื่อนิลกานต์ค่ะอาม่า เดี๋ยวนิลพาอาม่าทัวร์ดีมั้ย
พูดแล้วจะหาว่าคุย ในนี้นะนิล ปิดตาเดินยังได้เลย อาม่า”
“คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอกครับ” เสียงทุ้มนุ่มแทรกขึ้น
มา เมื่อนิลกานต์หันไปมองก็ ถึงกับหน้าร้อน สายตาคนนั้นบาดใจ
ก็จริงแต่ตอนนี้กลับมีแววของความเย็นชาถือตัวอยู่เต็ม เป็น
เปี่ยม
“ตากร หนูนิลนี่เขารู้จักที่นี่ดี ยังไงให้หนูนิลไปกับพวก
เราด้วยดีกว่าไหมลูก”
“บางคนดูหน้าก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นยังไง อาม่าไปกับ
ผมเถอะ”ชายหนุ่มพยุงอาม่า ของตนโดยไม่แม้แต่จะมองไปทางนิล
กานต์ซึ่งตอนนี้เริ่มกลายเป็นนิลขมเสียแล้ว
“เออ...นึกหรือว่าอยากไปด้วย เชอะ บางคนดูหน้าก็
ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง เอาไว้ บอกตัวเองเหอะ” เสียงใสๆ ที่พูดเน้น
เสียงหนักอย่างไม่เกรงใจทำาให้ชายหนุ่มหันขวับมามอง อย่าง
อยากจะหาเรื่อง
“คุณพูดกับใคร”
“พูดคนเดียวไรมั้ย”หญิงสาวเชิดหน้ามองอีกฝ่ายด้วย
หางตาอย่างไม่นึกกลัว
“ไร้มารยาท!”
“งี่เง่า!”
“นี่อย่าต่อปากต่อคำาได้ไหม”
“เฮอะ ตัวเองมีปากคนเดียวหรือไง อาม่าของคุณน่ะ
เป็นคนเข้ามาคุยกับฉันเองนะ มาต่อยกันเลยมั้ยล่ะ”
“ผู้หญิงอะไร บ้าจริงๆ”
“คุณสิบ้า อากาศร้อนตับแตกอย่างนี้เดาะใส่สูทมา ปกติ
เสียที่ไหน”
(รอมแพง, 2552, หน้า 17)
1.2 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับคนรอบตัว
ภาสกรเป็นคนไว้ตัวและไม่สุงสิงกับใคร ค่อนข้างวางอำานาจ
และเจ้าระเบียบ ดังนั้น นอกเหนือไปจากความจำาเป็นแล้ว ดูเหมือนว่า
เขาเอง และคนรอบข้างต่างก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกันเท่าใดนักดังหรือ
แม้แต่คนในครอบครัวเองก็มีความเหินห่างเนื่องจากพ่อของเขามีภรรยา
ใหม่ ตัวอย่าง
“ขอกาแฟแก้วหนึ่งสิ” เสียงห้าวๆ ที่ดังออกมาจาก
เครื่องอินเตอร์คอมบนโต๊ะของ เลขาฯ หน้าห้อง ทำาให้หญิง
43
สาวเจ้าของโต๊ะที่เพิ่งมาทำางานได้ไม่กี่วันรีบกระวีกระวาดลุกไปยัง
ส่วนแคนทีนของบริษัททันที
สักพักเลขาฯ สาวก็ยกถาดที่มีทั้งกาแฟและนำ้าเย็นเข้า
มาในห้องทำางานของเจ้านาย เมื่อวางแก้วทั้งสองลงบนโต๊ะ
ทำางานแล้วก็ยืนมองเจ้านายหนุ่มตรงหน้าอย่างชื่นชม ชุดสูทที่ ตัด
เย็บอย่างประณีตสีกรมท่ากับการแต่งกายที่ดูเนี้ยบไปทั้งตัวของคนตรง
หน้านั้น ทำาให้เธอ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่จับพลัดจับ
ผลูได้มาทำางานที่นี่
ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นมีใบหน้าขาวแบบคนที่มีเชื้อ
สายจีน ดวงตาเรียวยิ่งดูคมกล้า มากขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมามอง
เลขาฯ ของตัวเอง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างนึกรำาคาญ
ก่อนจะเบนสายตาไปมองแก้วกาแฟและไปหยุดอยู่ที่แก้วนำ้าเย็นซึ่ง
มีไอนำ้าจับอยู่ทั่วผิวแก้ว ด้านนอก
“ทีหน้าทีหลังอย่าลืมเอาที่รองแก้วมาด้วยล่ะ เอกสาร
บนโต๊ะนี้น่ะมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ นะ ถ้าโดนนำ้าไปละก็ เธอจะ
ชดใช้ไม่ไหว” เสียงเข้มที่ดังออกมาจากปากของชายหนุ่มทำาให้
เลขาฯ สาวหน้าเสีย
หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องของเจ้านายไปทันทีก่อน
ที่จะเดินเร็วๆกลับเข้ามาใน ห้องอีกครั้งพร้อมทั้งถือที่รองแก้วและ
กระดาษทิชชูติติดมือมาด้วยมือที่ใช้กระดาษทิชชูซับนำ้า บนโต๊ะ
นั้นเทาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแก้วนำ้ามาว่างลงบนที่รองแก้วและรีบเดิน
ออกจากห้อง นั้นไปอย่างรวดเร็ว
“มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงมองเราอย่างเห็นใจกันทั้งนั้น ให้
กำาลังใจอย่างกับจะไปออกรบที่ แท้ เฮ้อ...” เลขาฯสาวพึมพำากับ
ตัวเองเบาๆ อย่างนึกขยาดด้วยหากว่าเจ้านายคนใหม่รู้ว่าเธอ ไม่
ได้เก่งกาจอย่างที่เขียนคุณสมบัติไว้ในใบสมัครแล้ว เห็นทีเธอคงต้องไป
หาบริษัทใหม่สำารอง ไว้เสียแล้ว
ภาสกรมมองตามร่างของเลขาฯ คนใหม่ไปก่อนจะส่าย
หน้าน้อยๆ ให้กับหูตาที่แพรว พราวของหญิงสาวซึ่งขยันส่ง
มาให้จนเขานึกรำาคาญอยากจะเปลี่ยนเลขาฯ คนใหม่เสียเดี๋ยว
นั้น ทว่าเมื่อคิดได้ว่าคงจะต้องเสียเวลาในการเฟ้นหาเลขาฯ คน
ใหม่อีกรอบก็รู้สึกเหนื่อยใจ ขึ้นมา
เมื่อปลงได้แล้วเขาก็ก้มลงมอบงานตรงหน้าก่อนจะเริ่ม
ลงมือทำางานต่ออย่างตั้งอก ตั้งใจ ทำาให้ใบหน้าที่ดูเฉยชาเป็นนิจ
อยู่แล้วยิ่งดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิมซึ่งหากให้สาวๆ มาเห็น เขาตอน
นี้ละก็คงไม่กล้าเข้าใกล้เลยทีเดียว
หลังจากครำ่าเคร่งกับงานตรงหน้าไปได้สักพัก เจ้าของ
ห้องก็เงยหน้าขึ้นมามองรูปถ่าย ครอบครัวบนโต๊ะนิ่ง ภาพถ่าย
44
ซึ่งประกอบด้วยย่าหรือที่เขาเรียกว่า อาม่า พ่อ แม่และตัวเขา
เอง อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมี
โอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตาพ่อแม่ลูกอีกหรือเปล่าเพราะ
ตั้งแต่คุณภากรพ่อของเขาเจอกับนักร้องสาวสวยเมื่อ ยี่สิบปีที่
แล้ว ครอบครัวที่เคยอบอุ่นของเขาก็กลายเป็นเพียงอดีตไป
คุณวนิดา แม่ของเขาเลือกที่จะเดินจากไปใช้ชีวิตของ
ตัวเองโดยที่ไม่เคยกลับมาดูดำา ดูดีเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้
ภรรยาใหม่ของพ่อก็มีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งก็คือน้องชายต่างมารดา
ของเขานั่นเอง จนตอนนี้แม้ว่าอายุของเขาจะย่างเข้าสามสิบปีแล้ว
แต่ความรู้สึกขาดความรัก ความอบอุ่นเมื่อครั้งยังเยาว์ก็ยังคอย
ตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ
ภาสกรรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นคนนอกที่ทำาอย่างไรก็
สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน ครอบครัวใหม่ของพ่อได้ ยังดีที่
เขามีอาม่าที่รักและคอยดูแลเขามาตั้งแต่ยังเล็กก็เลยไม่ถูก
รังแก ชีวิตจึงไม่นำ้าเน่าและไม่ขมขื่นนักที่ต้องเห็นภรรยาใหม่ของ
พ่อไต่เต้าจากคำาว่าเมียน้อย มาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายและ
สามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ในตระกูลเจ้าสัวที่รำ่ารวย มหาศาล
เช่นนี้ ยิ่งตอนนี้คุณภากรวางมือจากกิจกรรมต่างๆ ให้เขาเป็นผู้ดูแล แม่
เลี้ยงก็ยิ่ง เกรงอกเกรงใจเขา เพราะการทำาให้ภาสกรพอใจนั้น
หมายถึงจำานวนเงินที่จะได้รับอย่าง สมำ่าเสมอ ระหว่างที่
เธอเฝ้ารอให้ลูกชายวัยรุ่นของเธอเติบโตพอที่จะแบ่งกิจการของตระกูล
มาครอบครองได้
(รอมแพง, 2552, หน้า 9-10)
“เอ๊ะ หรือว่าปกติแล้วฉันไม่เคยคุยกับพวกเธอเลยเห
รอ”
“ก็...ไม่ค่อยคุยนักหรอกค่ะ”
“ใจละ ต่อไปนี้ฉันถามอะไรต้องตอบ กฎของบ้าน
เปลี่ยนไปแล้วเข้าใจมั้ย”
“เข้าใจค่ะ” สาวใช้รับปากกันทั่วหน้า แม้ยังรู้สึกงุนงง
อยู่มากกับท่าทีที่แปลกไปของ เจ้านาย เพราะโดยปกติแล้วมี
เพียงอาม่าที่พูดคุยให้ชวนชิดเชื้อ นอกนั้นนับตั้งแต่นายท่าน
คุณนาย คุณภาสกร ไปถึงคุณภาวินก็ไม่มีใครเคยฟังคำาพูดอะไร
ของพวกเธอเลย มีแต่แค่ สั่งงานเสียมากกว่า
ยิ่งภาสกรด้วยแล้วแทบไม่เคยอยู่ฟังคำารับคำาสั่งจบเลย
สักครั้ง เพียงพวกเธออ้าปาก ท่านก็เดินไปไกลเสียแล้ว จึงรับ
รู้กันว่าท่าน ๆ ทั้งหลายในบ้านคงไม่อยากสุงสิงสนใจพวกเธอ
เท่าไรนัก หากทำาถูกใจนั่นล่ะถึงจะได้รางวัลเป็นกอบเป็นกำา คน
45
บ้านนี้ไม่ขี้เหนียวกันทั้งบ้าน จึงทำาให้คนรับใช้ส่วนใหญ่ยังคงทน
รับใช้อยู่
(เจ้าปลาน้อย, 2552, หน้า 65)
นอกจากคนรอบตัวและครอบครัวใหม่ของพ่อที่ภาสกรรู้สึก
ห่างเหินแล้ว แม่ที่แท้จริงของเขาที่ทิ้งเขาไปก็ยังเป็นปมความขัดแย้งที่
ค่อนข้างหนักหนาสำาหรับตัวของเขาเช่นกัน
ฉันขอคำาสัญญาจากคุณก่อนว่าจะไม่โกรธไม่โวยวาย
ถ้าฉันถามหรือบอกอะไรคุณ ตอนนี้” นิลกานต์ขอสัญญาเพื่อ
ป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนใครจะไปรู้หากชายหนุ่มตรงหน้ารู้ว่า
เธอเข้าไปยุ่งกับเรื่องต้องห้ามถึงขนาดจี้แล้วจะไม่บีบคอเธอตายคา
มือ
“ทำาไม มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายนักหรือไง”
“ก็อาจจะตายได้แหละ” หญิงสาวค้อนเข้าให้
“เอ้า สัญญาก็สัญญา”
“ก่อนอื่นฉันขอถามคุณก่อนคุณเคยตามหาแม่ของคุณ
ไหม” เหมือนไปแตะถูก แผลเก่าให้สะเทือนใบหน้า
ซีดเซียวของภาสกรทำาให้นิลกานต์ต้องกลืนนำ้าลายอึกใหญ่
“ถามทำาไม” นำ้าเสียงเย็นชานั้นทำาให้รู้ว่าเป็นแผลใหญ่
เสียด้วย
“ก็...เถอะน่า เคยหรือเปล่าล่ะ”
“หึ เขาไม่เคยมาดูดำาดูดีอะไรฉันเลยแล้วทำาไมฉันต้อง
ไปไขว่คว้าหาเขาด้วยล่ะ ถ้า เธอจะพูดเรื่องนี้ล่ะก็ หุบปากไปเลยดี
กว่า”
“อ้าว....แล้วถ้าคุณรู้ว่าเขาดูดำาดูดีแต่ไม่มีโอกาสหรือว่า
ถูกตัดโอกาสเสียล่ะ”
“นี่เธอพูดอะไรของเธอ”นำ้าเสียงของภาสกรหงุดหงิด
อย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าฉันบอกว่า คุณแม่คุณเขียนจดหมายมาหาคุณบ่อย
มากแต่คุณไม่ได้ตอบอะไร กลับไป เลยทำาให้ท่านเข้าใจผิดคิด
ว่าคุณโกรธท่านล่ะ”
“เหลวไหล จดหมายอะไร เธอพูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย บอก
มาเดี๋ยวนี้นะ”มือเรียวบาง เขย่าตัวคนร่างสูงใหญ่กว่าตรงหน้า
นิลกานต์หยิบกระเป๋าเอกสารมาก่อนที่จะเอาจดหมาย
สองสามฉบับที่เธอหยิบ ออกมาจากปึกใหญ่ส่งให้
ภาสกร ชายหนุ่มรับมาก่อนที่จะกรีดของเพื่อเปิดจดหมายนั้น
“ฉันเลือกมาเฉพาะฉบับแรก ๆ กับฉบับท้าย ๆ ของคุณ
แม่คุณน่ะท่านเขียนจดหมาย มาหาคุณแทบทุกเดือนในปีแรก ๆ แต่
46
หลังจากที่คุณไม่ตอบจดหมาย ท่านก็เลยเกรงว่าจะ สร้างความ
รำาคาญให้คุณ จึงเปลี่ยนเป็นส่งปีละฉบับ ในวันเกิดของคุณ แล้วก็ส่ง
มาบอกคุณถึง ที่อยู่ใหม่เวลาท่านเปลี่ยนที่อยู่เพราะหวัง...หวัง
ว่าคุณจะไปเยี่ยมเยียนท่านบ้าง ฉันเองก็ไม่รู้ หรอกนะว่าเกิด
อะไรขึ้น ฉันไม่กล้าถามท่าน ฉันอยากให้ท่านพูดให้คุณฟังมากกว่า”
เพียงครู่นำ้าตาใสๆ ก็คลอเบ้าก่อนจะไหลรินออกมาจาก
ดวงตากลมโตของคนร่างบาง ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีคำาพูด
ครำ่าครวญ มือที่จับจดหมายฉบับแรกสั่นเทา ดวงตาเร่าเลือนเพราะ
นำ้าตาที่ไหลรินช้า ๆ ปากบางเม้มสนิท มือเรียวเปิดจดหมายฉบับ
สุดท้ายออกอ่านอย่าง รวดเร็ว ข้อความมาจดหมายเต็ม
เปี่ยมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น เป็นความอบอุ่นที่เขา อยากได้
มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสมัน ใบหน้าเรียวเล็ก
ซีดสลับแดงกำ่า
“คุณไปเอาจดหมายพวกนี้มาจากไหน”
“ฉันขโมยมาจากห้องอาม่ากิมย้ง ป่านนี้ท่านคงยังไม่รู้
ว่าฉันขโมยมา”
“อาม่า...” เสียงเหมือนจะขาดใจนั้นทำาให้ใบหน้าของ
นิลกานต์สลดลงทันที
“แต่คุณอย่าไปโกรธอะไรอาม่าเลยน่า ท่านอาจจะมี
เหตุผลของท่าน”
“ฉันจะไปโกรธท่านได้ยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีแต่
อาม่าที่คอยให้ความรัก ความ เอ็นดูและเอาใจใส่ฉัน” ภาสกร
พูดออกมาด้วยเสียงเรียบเฉยแต่ทว่าร่างกายกลับหนักอึ้งคล้าย กับ
ว่าจะกลายเป็นหินในเวลาไม่กี่วินาที
“ฉันจ้างนักสืบให้ตามหาตัวคุณแม่ของคุณ และก็พบ
ท่านแล้ว ท่านลำาบากมาก เจ็บ ออด ๆ แอดๆ ไปบวชเป็นแม่ชี
อยู่ที่วัดในจังหวัดสิงห์บุรี ฉันเพิ่งพาท่านไปหาหมอมาทำาให้ไป รับ
”คุณที่ระยองช้ายังไงล่ะ และแล้วธุระส่วนตัวของนิลกานต์ที่ทำาให้ภาสกร
โมโหนักหนาก็ถูก เฉลยออกมาทำาให้คนที่เคยโมโหนั้นอึ้งไป
“แล้วทำาไมคุณเพิ่งมาบอกผม”
“ก็คุณกำาลังหงุดหงิดขนาดนั้น อีกอย่างฉันไม่อยากให้
นายเอกรู้นี่”
“แล้ววันต่อมาล่ะ”
จะเอาเวลาที่ไหนเล่าให้คุณฟังล่ะ ก็ฉันกับคุณคุยกันดีๆ
ได้ไม่เท่าไหร่ก็กัดกันอีก แล้ว” เหตุผลที่น่าหัวเราะและ
เป็นจริงอย่างที่สุดทำาให้อาการโศกเศร้าเสียใจผ่อนคลายลงไป
“ฉันอยากพบแม่ พาฉันไปหาแม่นะ”
(รอมแพง, 2552, หน้า 133-135)
47
ความขัดแย้งของภาสกรกับแม่เลี้ยงก็เช่นเดียวกัน ที่ทำาให้
เขาตีตัวออกห่างจากทุกคนยกเว้นอาม่าที่เลี้ยงดูเขามาอย่างดี ชดเชยใน
สิ่งที่ขาดหายไป เมื่อนิลกานต์เข้ามาอยู่ในครอบครัวของภาสกร จึง
สังเกตเห็นว่า ภาสกรห่างเหินกับแม่เลี้ยงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ท่าทีของ
แม่เลี้ยงไม่น่าจะเป็นคนร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้
“ยินดีต้อนรับนะคะคิดเสียว่าเป็นบ้านคุณเองเลยก็แล้ว
กัน” เก็จแก้วมารดาเลี้ยงของ ภาสกรพูดอย่างมีมิตรไมตรี ซึ่ง
ก็ทำาให้เป็นที่โล่งใจของภาสกรและนิลกานต์เมื่อดูท่าทางว่าคุณ
ภากรจะเห็นด้วยกับภรรยา
น้องชายของภาสกรเองก็ร่าเริงเป็นมิตรดีและมีนิสัย
ออกจะเป็นเด็กไม่โตด้วยซำ้าไป เมื่อขอตัวไปเล่นเกมในห้อง ดู
รวม ๆ แล้วครอบครัวของภาสกรก็ใช่ว่าจะไม่ดี ไม่รู้เพราะเหตุ ใด
ภาสกรถึงได้ไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ตอนี้ นิลกานต์มองภาสกรด้วยแวว
ตาครุ่นคิด แม้ว่าทุก คนจะแยกย้ายกันไปหมดแล้วก็ตาม
“มองอะไรคุณ”
“ฉันแปลกใจทำาไมคุณถึงพูดและทำาตัวเหมือนกับว่า แม่
เลี้ยงคุณไม่ค่อยดีล่ะ”
“ฉันไม่เคยพูดสักคำาว่าเขาไม่ดี”
“อ้าว แล้วคุณทำาไมถึงทำาตัวเป็นเด็กมีปัญหาล่ะ เอ๊ะ
ไม่ใช่สิ ผู้ใหญ่มีปัญหา”
“ถ้าฉลาดก็ไปคิดเอง อย่าถาม” ดูท่าทางภาสกรจะ
หงุดหงิดเต็มทีร่างบางเดินลงส้น ขึ้นบันไดไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่น
มัว
“ฉลาดน่ะฉลาด แต่คนฉลาดก็งงเป็นเหมือนกันนะยะ”
นิลกานต์พึมพำาไล่หลังไป ก่อนจะมานั่งครุ่นคิดเรื่องของคนอื่น
อย่างขะมักเขม้น
“อ๋อ รู้แล้ว”นิลกานต์ถอนหายใจยาว อะไรบางอย่างใน
ครอบครัวนี้ที่ดูแปลก ๆ อะไรบางอย่างนี้ทำาให้แม่ของ
ภาสกรเดินจากไป และอะไรบางอย่างนั้นที่ทำาให้อาม่ากิมย้ง
ปกปิดเรื่องความรักความเป็นห่วงที่แม่มีต่อลูก...และอะไร
บางอย่างนั้นก็ทำาให้ภาสกรเป็น แบบนี้...จบ
(รอมแพง, 2552, หน้า 172)
1.3 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับครอบครัว
นิลกานต์ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากครอบครัว และ
ต้องการพิสูจน์ตนเองให้พ่อแม่ภูมิใจเช่นเดียวกับที่พี่ชายของตน
48
สามารถเป็นกำาลังหลักของครอบครัวได้ จึงมาหางานทำาและไม่ยอมรับ
ความช่วยเหลือจากทางบ้าน ดังตัวอย่าง
“เป็นยังไงบ้างนิล งานแกน่ะ” พงษ์วิทย์ทรุดตัวลงนั่งคุย
กับเพื่อนพลางเหลือบมอง ดวงหน้านวลตรงหน้าเป็นพัก ๆ
“ก็เรื่อย ๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“แกนะแก ทำาไมไม่เชื่อพ่อกับแม่วะ หางานหาการใน
บริษัทเจ๋งๆ ทำาไม่ดีกว่ารึ”
“เหอะ พอหางานบริษัททำา พ่อกับแม่ก็คงบอกอีกว่าไม่
เป็นไทกับตัวเองให้กลับไปทำา สวนที่บ้านดีกว่า น่าเบื่อจะตาย”
“แล้วทำาสวนมันไม่ดีตรงไหน”
“ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ใช่ตัวฉันแกก็รู้นี่” พงษ์วิทย์อมยิ้ม
พลางมองเพื่อนสาวด้วย สายตาอ่อนโยน ทว่าเมื่ออีก
ฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นรื่นเริงทันที
การที่นิลกานต์ไม่ยอมกลับไปช่วยงานของที่บ้านนั้น
นับเป็นสิ่งที่เขายินดีอย่างยิ่ง และรับรู้มานานแล้วว่าเพื่อนคน
นี้มีนิสัยที่ว่ายิ่งว่าเหมือนยิ่งยุหากยิ่งยุก็ยิ่งดึงดันไม่ยอมทำา
ตาม
“งานที่บ้านน่ะ ฉันไม่ห่วงหรอก พี่นาวินเขากดูแลดีอยู่
แล้วเขาจบเกษตรมาก็เหมาะ กับเขาแล้ว ส่วนฉันเนี่ยจบจิตรกรรม
มาจะให้ไปทำาสวนรึไง จะบ้าเหรอแก”
“อืม..ก็จริงนะ เสาร์นี้ไปดูหนังกันไหม”
“ไม่ล่ะ ฉันต้องเคลียร์งานว่าจะลงสีรูปที่สเก็ตช์ค้างไว้
น่ะ” คำาปฏิเสธง่ายๆ แทบไม่ คิดนั้นทำาให้แววรื่นรมย์ในดวงตา
ของพงษ์วิทย์หม่นหมองลงทันที เมื่อสาวน้อยตรงหน้า รับ
ประทานอาหารเสร็จก็ล้วงเอาธนบัตรในกระเป๋าส่งยื่นให้เพื่อน
“อ่ะ คิดรวมกับของเมื่อวานด้วยนะ”
“ไม่ต้องหรอก นิลกำาลังลำาบาก”
“ฉันก็ลำาบากเรื่อยๆ แหละ เมื่อวานเพิ่งขายรูปได้ เอา
ไปเหอะ ถ้าไม่เอาวันหลังฉันไม่ มากินร้านแกแล้วนะ” เพราะพูด
เช่นนั้นอีกฝ่ายจึงต้องรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้
“ไปก่อนนะ วิทย์” ร่างบางตบไหล่กว้างของเพื่อนเบา ๆ
ก่อนจะเดินลิ่วออกจากร้าน ไป ทิ้งให้พงษ์วิทย์ยืนมองตามหลังตา
ละห้อย...
(รอมแพง, 2552, หน้า 8)
49
ภาสกรมองออกว่านิลกานต์มีปัญหากับครอบครัวเขาจึงเป็น
ฝ่ายลองเชิงพี่ชายของนิลกานต์เองเพื่อนำารายละเอียดและความคิดเห็น
ของพี่ชายมาบอกแก่เธอ
“คุณบอกก่อนก็ได้”
“เธอบอกก่อนเถอะ”
“เอ๊ะ คุณนี่ เกี่ยงกันอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ไม่ได้พูดหรอก คุณ
พูดมาเถอะเรื่องของฉันน่ะยาว มาก” หญิงสาวผู้ไม่ค่อยจะยอม
แพ้ต่ออะไรหรือใครเลยเกี่ยงให้ภาสกรเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องก่อน
อย่างน้อยเรื่องที่ภาสกรจะบอกเธอคงไม่ใหญ่โตเท่าเรื่องของเธอ
แน่นอน
“ก็ได้ ๆ คือตอนที่ฉันอยู่บ้านของเธอน่ะ ฉัน...ได้คุยกับ
พี่ชายของเธอ”
“คุยเรื่องอะไรหรือคะ”
“เรื่องทั่ว ๆ ไป แล้วเขาก็พูดทำานองว่าจริง ๆ แล้วเขา
อยากเป็นตำารวจมากกว่าเป็น ชาวสวนอย่างนี้น่ะสิ”
“อะไรของคุณ” นิลกานต์แทบพูดไม่ออก
“เธอเคยคุยกับพี่ชายของเธอบ้างหรือเปล่า...ไม่เคยล่ะ
สิ ทำาไมถึงรู้จักพูดคุยกันนะ เป็นพี่น้องกันแท้ๆ พ่อแม่ก็น่ารักแล้ว
ท่านก็รักเธอมากเธอน่าจะหาเวลาพูดเปิดใจกับพวกเขา นะ การ
มีครอบครัวที่อบอุ่นน่ะไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ หรอกนะ” คนพูดเตือนขึ้น
มาอย่างผู้มี ประสบการณ์
“พูดจบหรือยัง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่ฉันพูดอะไรกับคุณ
บ้าง แต่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ คือพวกเขาไม่สนับสนุนในสิ่งที่ฉัน
ชอบและทำาเลย”
“เธอเลยปล่อยให้พี่ชายของเธอทำาตามที่พ่อกับแม่
ต้องการโดยที่เธอไม่ต้อง รับผิดชอบอะไรเลยแล้วยังพูด
ถึงพวกเขาอย่างนี้อีกน่ะเหรอ ทำาตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้ พี่ชายของ
เธอน่ะยอมทิ้งความฝันของตัวเองก็เพื่อพ่อแม่เพื่อเธอนะ” นิลกานต์
เริ่มหน้าซีด ความโกรธที่ โดนสั่งสอนตักเตือนนั้นมีอยู่แต่ก็อด
ไม่ได้ที่จะคิดตามที่ภาสกรบอกและเตือน
“คุณแน่ใจเหรอว่าพี่ฉันจริง ๆ แล้วไม่ได้อยากเป็น
ชาวสวนเลย”
“ลองคิดว่าเป็นตัวเองสิ ทำาสวนสนุกที่ไหนกันเหนื่อยก็
เหนื่อย ไหนจะต้องรบกับพวก พ่อค้าคนกลางอีก พี่เธอเสียสละ
มากเชียวนะ ฉันว่าจนป่านนี้แล้วเขารู้แล้วล่ะว่าเธอจะเอา จริงทาง
ด้านนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งเงินมาให้เธอใช้ทุกเดือนๆ โดยไม่รบเร้า
50
จริงจังให้เธอกลับ บ้านหรอก” ในแววตาของนิลกานต์มีความ
ลังเลไม่แน่ใจอยู่เต็มเปี่ยมแต่ก็ยอมรับในสิ่งที่
ภาสกรพูด
“เอาเถอะ บางทีอาจจะเป็นอย่างที่คุณว่าก็ได้ แต่...ฉัน
ขอไปฟังจากปากพี่ชายของ ฉันเองดีกว่าในวันที่เราสลับร่างคืน
ได้แล้ว”
(รอมแพง, 2552, หน้า 132-133)
1.4 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับภาสกร
ตัวละครเอกทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันใน
ระหว่างที่สลับร่าง แต่ในช่วงแรกนั้นย่อมต้องมีการปะทะคารมกัน
เนื่องจากยังไม่สามารถยอมรับตัวตนของแต่ละฝ่ายได้
“ใครว่า ถ้าคุณยังอยู่ในร่างของผม บางทีก็ต้องเลี้ยง
ลูกค้าบ้าง จะให้คนอื่นออกเงิน ตลอดได้ยังไงเล่า เอาเถอะเดี๋ยว
ค่อยหัดกัน ตอนนี้ไปถอนเงินก่อน บัตรที่ผมใช้อยู่ก็มีสามใบ
แต่ละใบถอนได้สองแสนต่อวัน”
“อืม...งั้นคุณเอาไปใช้สักใบเถอะ ฉันเองรู้สึกลำาบากใจ
ยังไงก็ไม่รู้ที่ต้องเอาเงินของ คุณมาให้คุณอย่างนี้ ฉันสัญญานะว่า
จะใช้เท่าที่จะเป็นกับคุณและงานของคุณ”
“จริงหรือ ไม่ใช่ว่าลับหลังผมแล้วโอนเข้าบัญชีตัวเอง
หรือญาติหรอกนะ” นิลกานต์ หันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยสีห
น้านิ่งๆ โดยไม่พูดสักคำาจนอีกฝ่ายรู้สึกใจหายที่โพล่งออกไป
เช่นนั้น แต่ด้วยความที่ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษใครและไม่เคยคิดว่า
ตัวเองทำาอะไรผิดจึงทำาได้ แค่เงียบปากไปเท่านั้น
หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะได้ยินแต่เสียงใส ๆ ของ
ภาสกรในร่างของนิลกานต์ที่คอยสั่ง ให้อีกฝ่ายถอนเงินและชี้
บอกว่าจะไปที่ใดบ้าง
“ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเป็นเหมือนคุณมาก่อน
เลย ห้องรกยังไม่พอ พวกชั้นในก็ เก่าไม่ขาดก็ขาบาน คุณจะบ้า
หรือยังไงนุ่งไปได้ยังไงกางเกงในขาบาน ทุเรศ” ยิ่งพูดมากอีก
ฝ่ายก็ยิ่งมีสีหน้าเฉยชา แต่ในใจนั้นร้อนดั่งไฟเผา ตั้งแต่เกิดจนโต
เป็นสาวยังไม่เคยมีผู้ชายคน ไหนมาก้าวลำ้าความเป็นส่วนตัวได้ถึง
ขนาดนี้มิหนำาซำ้ายังปากมากพูดแต่ละคำาล้วนแต่เติมเชื้อ ไปในใจ
ให้ลุกโชน
“หุบปากได้แล้ว ฉันอดทนมานานแล้วนะ หาทั่วหรือ
เปล่าของดี ๆ ก็มีคนอะไรชอบ มองแต่จุดด้อยของคนอื่นอย่าง
กับคุณดีนักนี่ หยิ่งนัก ถือยศถือศักดิ์นัก เคยมองเห็นหัวใคร
51
บ้างไหม หรือนึกว่าตัวเองมีเงินแล้วนึกจะทำาอะไรใครยังไงก็ได้ ถ้า
ฉันเลือกได้ฉันไม่มาเปลี่ยน ร่างกับคุณหรอก ไอ้บ้า!”กล่าวจบร่าง
สูงใหญ่ก็สะบัดตัวเดินออกไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอึ้งไปชั่ว ครู่ ก่อน
จะรีบวิ่งตามไป
“เดี๋ยวสิคุณ นี่จะบ้าหรือไง แล้วคุณนึกว่าผมพอใจที่
เป็นแบบนี้เหรอหา!”ร่างบางทั้ง ฉุดทั้งดึงให้คนตัวโตกว่าหยุด
ทว่าอีกฝ่ายกลับสนใจเลยใบหน้าหล่อเหลาแดงกำ่าด้วยโมโห
“ผมขอโทษ!”พูดไปแล้วภาสกรในร่างของหญิงสาวก็
หน้าร้อนวาบ
“เอาล่ะใจเย็น ๆ ผมขอโทษคุณ ผมจะไม่พูด ไม่วิจารณ์
เรื่องส่วนตัวของคุณอีก หัน มาพูดกันน่านะ ให้ตายสิผมง้อใครไม่
เป็นนะคุณ คุณเป็นคนแรกที่ผมทำาอย่างนี้ด้วย พอใจ หรือยัง”
คำาพูดแรก ๆ นั้นเกือบทำาให้นิลกานต์ใจอ่อนแต่เมื่อฟังจนจบ ทุกอย่างก็
กลับมาเป็น เหมือนเดิม
“นี่ขนาดขอโทษนะ ฉันยังไม่รู้สึกเลยว่าคุณขอโทษ”
“แล้วจะให้ผมทำายังไงล่ะ ทำาได้แค่นี้แหละ” เมื่อเห็นนิล
กานต์นิ่งไปภาสกรก็เริ่มพูด กล่อมต่อ
“น่าคุณ ยังไงเราสองคนก็ยังสลับร่างกันอยู่และจะต้อง
เป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนไม่รู้ ยังไงเราก็หนีกันไม่พ้น คุณน่ะ
ควรฟังผมไว้บ้างนะ ส่วนผมก็จะฟังคุณเหมือนกัน คุณก็รู้ว่า
สถานการณ์แบบนี้เราทำาอะไรได้ไม่ดีไปกว่านี้หรอก”
“ผมยอมรับว่าผมผมเป็นคนเอาแต่ใจ ผมอาจจะไม่เห็น
หัวใคร แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่ คนเลว คนที่ทำางานให้ผม ผมก็
จ่ายเงินให้เขาเต็มที่ไม่เคยเอาเปรียบใคร คุณไม่รู้หรอกว่าผม
ต้องเจอกับอะไรบ้าง”อะไรบางอย่างในนำ้าเสียงนั้นทำาให้นิลกานต์
หันไปมองคนพูด และเห็น แววเจ็บซำ้าบางอย่างในนำ้าเสียงนั้น
ทำาให้นิลกานต์หันไปมองคนพูด และเห็นแววเจ็บชำ้า บาง
อย่างในดวงตากลมโตที่ทำาให้เธอสะกิดใจ
“ถ้าเราจะต้องรู้จักกันให้ดีกว่านี้...คุณบอกฉันได้ไหม
ว่าคุณเจอกับอะไรมา”
(รอมแพง, 2552, หน้า 45-46)
1.5 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับชนะชัย
เมื่อภาสกรพบว่าตัวเองเริ่มมีใจให้แก่นิลกานต์เขาก็เริ่ม
ปฏิบัติการกำาจัดศัตรูหัวใจโดยการปฏิบัติตัวต่อชนะชัยเพื่อให้คะแนน
ติดลบ ชนะชัยและครอบครัวของเขาจะได้ไม่ยอมรับนิลกานต์ ดัง
ตัวอย่าง
52
“ภาสกรนั่งรถไปกับนายเอกพร้อมกับภาพวาดที่ห่อ
อย่างดีอีกห้าภาพสตูดิโอของ ชนะชัยอยู่ในซอยลึกแถว
ลาดพร้าว มือก็กดโทรศัพท์นัดแนะกับชนะชัยไว้ล่วงหน้า
เมื่อไปถึงที่นั่งภาสกรก็พบว่ามันผิดจากที่คิดไว้ สตูดิโอ
ไม่ได้ดูสกปรกอย่างที่คิด ห้อง กรุกระจกติดม่านสีเข้มอยู่ด้าน
หลังของบ้านไม้ เจ้าของรีบกุลีกุจออกมาต้อนรับและพาไปยัง
ด้านหลัง
“หนูนิลใช่ไหมจ๊ะ ตาชัยเขารออยู่แล้วจ้ะ”
“นี่บ้านของพี่ชนะชัยหรือคะ” ดวงตาคมโตตกวาดมอง
อย่างประเมิน”สวยดีนะคะ”
บ้านนี้เป็นบ้านป้าเองล่ะ ป้าเป็นป้าแท้ๆ ของชัย ป้าเองก็ไม่มี
ลูกไม่มีหลานที่ไหน บ้านหลังนี้ก็ คงต้องเป็นของชัยในอนาคตล่ะ
หนู” ท่าทางป้าของชนะชัยจะได้ยินอะไรมาไม่มากก็น้อย ดู
แววตาก็มีเลศนัยพิลึก
“ดิฉันเอารูปที่จะเข้าร่วมแสดงนิทรรศการมาให้พี่ชนะ
ชัยค่ะ” ท่าทีเย็นชาของ
ภาสกรทำาให้ป้าของชนะชัยกะพริบตาเหมือนว่าจะงง
“เอ่อ เชิญทางนี้จ้ะ”
“บ้านเล็กกะทัดรัดดีนะคะ คงไม่ถึงสองล้าน” ภาสกรพูด
ต่อทำาให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกไม่ดี
“สวนทำากันเองหรือคะ”
“ใช่” เสียงป้าของชนะชัยเริ่มแข็งตามอารมณ์
“มิน่าดูสะเปะสะปะไม่มีระเบียบแบบแผนเลยสักนิด”
“ชนะชัยอยู่ในห้องด้านหลัง เชิญ” ป้าแท้ ๆ ของชนะ
ชัยพูดเสร็จก็สะบัดหน้าเดิน จากไป หมายมั่นกับตัวเองไว้ว่าจะ
ต้องบอกให้หลานชายรับรู้แล้วว่าป้าไม่ปลื้ม
ภาสกรยิ้มกว้างจนแทบจะหัวเราะออกมา คราวนี้ก็
เหลือตัวปัญหาที่อยู่ด้านใน เท่าที่ ทราบมาชนะชัยต้องการช่วย
ให้นิลกานต์ได้มีผลงานออกไปสู่สายตาประชาชน อันนี้เขา
ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นต้องนุ่มนวลไม่ตัดรอนจนสะบั้น
“สวัสดีค่ะ พี่ชนะชัย”
“อ้าวมาแล้วหรือ” ภาสกรวางภาพพิงผนังที่อยู่ใกล้ที่สุด
ก่อนจะมายืนกอดอกมอง ชนะชัยทำางาน นายเอกก็นำาภาพมา
วางพิงกันก่อนจะปลีกตัวออกไป
“ค่ะ วันนี้นิลเอามาให้ห้าภาพก่อนนะคะ แล้วจะทยอย
เอามาให้อีกทีละห้าค่ะ ตอนนี้ เหลืออีกแค่สามภาพก็ครบสิบ
53
ห้าภาพที่พี่อยากได้แล้วค่ะ”พูดแล้วก็กระดากปาก การคะขา กับ
ผู้ชายนี่เต็มกลืนจริงๆ
“อ้อ วันนี้กินข้าวเที่ยงกับพี่นะ” รุกเลยรึ เดี๋ยวสวย
ภาสกรคิดแล้วก็ยิ้มกว้าง
“ค่ะ” ตาก็มองร่างของชนะชัยตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่าง
คาดคะเน หุ่นก็งั้น ๆ หน้าตาก็ งั้นๆ ไม่รู้ว่านิลกานต์ไป
หลงใหลได้ปลื้มได้อย่างไร
ชนะชัยล้างแปรงในมือก่อนที่จะจับมาผึ่งลมว้า ก่อนจะ
หันมาพยักหน้าให้ภาสกรใน ร่างของนิลกานต์เดินตามเขาไปอย่าง
นึกเอ็นดู
ภายในบ้านที่เป็นตัวบ้านจริง ๆ นั้นจัดพื้นที่ใช้สอย
อย่างเป็นสัดส่วนทำาให้บ้านที่ดู เล็กกะทัดรัดน่าอยู่มากขึ้นเมื่อ
ได้มอง ป้าสุนีย์ยกสำารับกับข้าวมาตั้งบนโต๊ะ ตาก็ชำาเลืองดู
หลานชายกับหญิงสาวผู้มาเยือน
“แหม บ้านแคบจังนะคะ” ภาสกรพูดพลางยิ้มหวานให้
หับชนะชัยป้าสุนีย์ได้ยินก็วาง จานข้าวลงเสียงดังด้วยความไม่
พอใจ ทว่าชนะชัยกลับไม่ระแคะระคาย
“อย่างนี้ล่ะน้องนิล บ้านเก่าจะขยับขยายก็สิ้นเปลือง ไว้
รอมีสมาชิกเพิ่มก่อนค่อยต่อ เติมก็ไม่สาย จริงไหมครับป้า”
“คงงั้น” ป้าตอบหลานชายเสียงเย็น
อาหารเตรียมไว้อย่างพรักพร้อม เมื่อเห็นนายเอกมา
ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ภาสกรจึงเดิน ไปบอกให้กลับไปก่อน แล้วเขา
จะนั่งแท็กซี่กลับเอง นายเอกจึงได้คลายใจขับรถออกไป
ภาสกรเดินเข้ามาประจำาที่ โดยมีป้าสุนีย์และชนะชัยนั่งรออยู่
เพียงจับช้อนกิริยาการกินก็สร้างความตื่นตะลึง ท่าทาง
เหมือนตายอดตายอยากทำา ให้ป้าสุนีย์ยิ่งส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้
ส่วนชนะชัยนั้นเพียงเลิกคิ้วมอง
“หิวมากหรือน้องนิล”
“ค่ะ” พูดที่ข้าวเต็มปากทำาให้ข้าวพุ่งออกมาไม่น้อย ป้า
สุนีย์วางช้อนลงอย่างแรง ก่อนจะหันไปพูดด้วยความโมโหกับ
หลานชาย
“ป้าอิ่มแล้วล่ะ กินไม่ลง!” กล่าวจบก็เดินตึง ๆ ขึ้นไปชั้น
บนด้วยความหงุดหงิดใจ ท่ามกลางสีหน้าเหลอหลาของภาสกร
ที่แกล้งมองตามไป ก่อนจะก้มลงกินต่ออย่างเมามันตัก นำ้าแกง
ขึ้นมาซดเสียงดังแล้วหันไปพยักพเยิดกับชนะชัย
“อร่อยเนอะ” ยินยอมหมดมาดเพื่อลดสายตาหวานฉำ่าที่
ชนะชัยมีให้และท่าทางว่า จะสำาเร็จ เมื่อเห็นท่าทีของชนะชัยที่ดู
พะอืดพะอมก็ยิ่งแสดงหนักเข้าไปใหญ่ แกล้งตักกับข้าว ด้วย
54
ช้อนตัวเอง ทำาให้ข้าวที่ติดช้อนตกลงในชามกับข้าวอยู่หลายครั้ง ท้าย
ที่สุดชนะชัยก็อิ่มไป อีกคน แววตานั้นคล้ายปลงตกหรือ
พยายามปลงอย่างไรก็ไม่ทราบ
“พี่ไปทำางานก่อนนะ เสร็จแล้วจะตามไปดูก็ได้นะ น้อง
นิล” ภาสกรพยักหน้าส่ง ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินต่อ
อาการตายอดตายอยากชะลอลงเมื่อชนะชัยเดินลับตา
ไป ภาสกรถอนหายใจยาววาง ช้อนด้วยกิริยาเรียบร้อยจากนั้น
ก็ลุกขึ้น มือที่จะแตะจานข้าวเพื่อเก็บนั้นชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่า
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วคงต้องแสดงให้สุด ๆ กันไปเลยจะดีกว่า
ภาสกรจึงไม่สนใจสำารับกับและ ข้าวจานเปล่าบนโต๊ะสิ่งที่ทำาคือ
เดินไปหาชนะชัย
“พี่ชนะชัยคะ นิลว่ากลับก่อนดีกว่าค่ะ พอดีว่าคุณกร
เขารออยู่น่ะค่ะ”
“คุณกร?”
“ค่ะ คุณกรแฟนนิลเอง แล้วก็เป็นเจ้านายนิลตอนนี้ด้วย
นิลทำางานเป็นเลขาฯ ให้ เขาอยู่ค่ะ และตอนนี้นิลก็อยู่บ้าน
เดียวกับเขาด้วยค่ะ” คำาพูดที่ภาสกรบอกออกไปทำาให้ชนะ
ชัยถึงกับชะงักและอ้าปากค้าง
“พี่ชนะชัยเป็นรุ่นพี่ที่น่ารักและดีที่สุดเท่าที่นิลรู้จักเลย
นะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้ นิลแสดงภาพร่วมด้วยขอบคุณ
จริงๆ ค่ะสำาหรับโอกาสที่มอบให้นิลไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย” มือ
เล็ก ๆ โบกอย่างมีจริตมารยาได้ใจ ขณะที่พูดก็ก้าวเท้าเดินออกประตูสตู
ดิโอไปด้วย ภาพ ชนะชัยที่เหมือนกับจะช็อกค้างทำาให้ภาสกรรู้สึก
ดีที่สุดนับตั้งแต่สลับร่างกับนิลกานต์มา
ร่างบางที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บนรถแท็กซี่นั่นเริ่มหุบยิ้มเมื่อ
นึกถึงภาพเมื่อกี้อีกครั้ง หากว่า
ชนะชัยบ้าจี้ปฏิเสธไม่ยอมให้ภาพของนิลกานต์มาร่วมแสดง
ด้วยเล่าเขาจะทำาเช่นไรดี ภาสกร ใจหายเมื่อเพิ่งนึกได้ถึงผลที่จะ
ตามมาครั้นแล้วก็ตัดสินใจแน่วแน่ หากว่าชนะชัยเป็นเช่นนั้น
จริงๆ เขานี่แหละจะจัดงานแสดงภาพให้นิลกานต์เอง เอาให้ใหญ่
โตให้เป็นที่ฮือฮาในวงสังคม ชั้นสูงเลยเชียว
(รอมแพง, 2552, หน้า 159-163)
1.6 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับพงษ์วิทย์
นอกจากชัยชนะแล้ว พงษ์วิทย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ภาสกรเห็น
ว่าต้องกำาจัดให้พ้นทาง ดังนั้นเขาจึงแวะไปที่ร้านของพงษ์วิทย์เพื่อตัด
สัมพันธ์อย่างแนบเนียน
55
ไม่นานอาหารก็มาพร้อมกับพงษ์วิทย์ที่มานั่งทานเป็น
เพื่อน
“เป็นยังไงบ้าง แกมีเงินใช้หรือเปล่า” โห...ถามลึกถึง
เรื่องส่วนตัวเสียจริงๆ ภาสกร เริ่มหงุดหงิดใจ
“ทำาไมจะไม่มี ตอนนี้ฉันทำางานเป็นเลขาฯ ให้แฟนฉัน
แล้วนี่”
“หา!” ใบหน้าแดงกำ่าของพงษ์วิทย์ที่อยู่หน้าอาหารร้อน
ๆ กลายเป็นซีดทันตาเห็น
“ทำาไม หรือเธอจะคิดว่าฉันไม่น่ารักพอที่จะมีแฟน”
“เปล่า...คบกับเขาได้ยังไง ไม่เห็นนิลเคยเล่าให้ฟังเลย
หรือนี่
“มันก็ต้องมีอะไรที่เป็นส่วนตัวกันบ้าง แต่...จริง ๆ ก็เพิ่ง
คบกัน”
“ดูให้ดี ๆ นะนิล ฉันว่าไอ้ว่าไอ้คนนั้นน่ะไม่น่าไว้ใจดู
เป็นคนรวยหยิบหย่งยังไงก็ไม่รู้”
“เขาเป็นคนดี” ภาสกรเสียงห้วนได้ที่
“โมโหอะไร ถ้าเขาเป็นคนดีก็ดีไป ฉันอยากให้แกดูดี ๆ
เท่านั้นล่ะ”ภาสกรถอน หายใจยาวอย่างขัดใจ
“ดูดีแล้ว คนนี้แหละดีที่สุด หล่อ รวย เพอร์เฟกต์”
“ฉันรู้ว่าแกน่ะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่ฉันเป็นห่วงแก
จริงๆ นะ” เสียงนุ่ม ๆ ของ
พงษ์วิทย์ทำาให้ภาสกรทนไม่ไหวแล้วที่จะปล่อยให้มัน
เยิ่นเย้อต่อไป
“ถ้าเธอจะคิดอะไรกับฉันเกินเพื่อนแล้วล่ะก็ เลิกคิดซะ
เถอะนะเพราะมันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอ”
ภาสกรทำาเสียงเย็นชาเหนื่อยหน่ายจนพงษ์วิทย์ผงะ
“แกเป็นอะไรของแก ทำาไมพูดกับฉันอย่างนั้น เสียแรง
ที่เราเป็นเพื่อนกันมานาน” นำ้าเสียงของพงษ์วิทย์ดูจะผิด
หวังในตัวของเพื่อนสนิทเสียจนภาสกรต้องพยายาม บอกตัว
เองให้ใจเย็น ๆ
“ฉันขอโทษ แต่เธอก็อย่ามาว่าคุณภาสกรสิ อย่าลืมว่า
ตอนนี้ฉันคบกับเขาอยู่”
ตอกยำ้าเข้าไปตอกให้ลึกให้หนัก สีหน้าและแววตาของพงษ์
วิทย์นั้นดูท้อแท้เสียใจเป็นอย่าง มาก ซึ่งภาสกรก็พึงพอใจที่เป็น
เช่นนี้
“ไม่เอาแล้วฉันกลับบ้านดีกว่า นี่เงิน ไม่ต้องทอนล่ะ”
ภาสกรหยิบเอาธนบัตรสีม่วง มาวางไว้ตรงหน้าเพื่อนของนิลกานต์
ที่ยังคงนิ่งอึ้ง
56
“ถ้าเธอเลิกคิดบ้าๆ กับฉันเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกัน ถึง
ยังเธอก็เป็นเพื่อนที่ฉันสนิท ที่สุด” เพื่อไม่ให้นิลกานต์ต้องเจอกับ
ปัญหายามที่เปลี่ยนร่างคืน ตอนนี้คงเป็นช่วงปลอบ ประโลม
ไอ้เพื่อนยากคนนี้ไปก่อน
“แกเอาเงินคืนไปเถอะ”พงษ์วิทย์ยัดเงินคืนใส่มืออีก
ฝ่ายด้วยท่าทางเสียใจขนาดหนัก
“ฉันรู้ว่าฉันเป็นได้แค่เพื่อน และไม่เคยเรียกร้องมากก
ว่านหั้น แกมีคนที่แกรักแล้วก็ดี ก็ขอให้คบกันนาน ๆ” นำ้าเสียง
จริงจังจริงใจและแววตาที่อ่อนโยนทำาให้ภาสกรรู้สึกผิดในใจ
“ถ้าฉันพูดแรงไปฉันก็ขอโทษด้วย”
“กินข้าวต่อเถอะ นะ”
“อืม”
แปลกที่ท่าทางของพงษ์วิทย์ดูปลอดโปร่งขึ้น คล้ายกับ
ได้รับรู้แล้วว่าเขากับนิลกานต์ เป็นได้เพียงเพื่อนสนิทกัน
เท่านั้นการที่ความในใจถูกอีกฝ่ายรับรู้ แม้ไม่ได้รับการสนองตอบ
อย่างที่ใจต้องการ แต่ก็ทำาให้โล่งใจไม่อึดอัดหรือลังเลอีกต่อไป
ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่และ จะเป็นเช่นนั้นเสมอสำาหรับเขากับนิล
กานต์...
(รอมแพง, 2552, หน้า 166- 167)
1.7 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับดาริน
ในขณะที่ภาสกรกำาจัดคู่แข่งของตัวเองออกไปทีละคน นิล
กานต์ก็ต้องปวดหัวกับสาวๆหลายคนที่มาตามตื๊อและรุมล้อมภาสกร หนึ่ง
ในนั้นก็คือ ดาริน ที่สร้างปัญหาระรานภาสกรในร่างนิลกานต์ จนกระทั่ง
เขาต้องขอร้องให้นิลกานต์ในร่างของตัวเองไล่เธอออก
ร่างบางที่เดินออกมาจากห้องก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปโดยไม่
ปรายตามามองนั้นทำาให้ดารินโมโห วูบก่อนจะวิ่งตามไปดักหน้าไว้
“เดี๋ยว จะไปไหน” เสียงแหลมที่ตะคอกใส่หน้าทำาให้ภาสกร
รู้สึกงุนงง
“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน” เสียงเย็นชานั้นทำาให้ดารินยิ่ง
โมโห
“อย่านึกนะว่าเป็นคู่ควงของเจ้านายแล้วจะทำาให้เธอน่ะ เชิดใส่
คนอื่นได้”
“เหลวไหล พูดอะไรของคุณ”ดารินเชิดหน้าปรายตามอง
ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยหางตา
“คุณภาสกรน่ะ อาจจะอยากผิดกลิ่นชั่วครั้งชั่วคราว จำาไว้ด้วย
ว่าเธอน่ะไม่ใช่สเปกของเขาหรอก อีกไม่นานเขาก็ต้องทิ้งเธอ” ภาสกร
รู้สึกโมโหมากจนเห็นปลาพะยูนเป็นหนู
“พูดบ้าอะไร ไปทำางานไป”
57
“เธออาจจะไม่รู้ คู่ควงของเขาแต่ละคนน่ะมีแต่คนสวยมีระดับ
อย่างเธอน่ะไม่ได้เศษเสี้ยวของ พวกเขาเลยสักนิด”
“อย่างเธอล่ะ แม้แต่หางตาคุณภาสกรก็ไม่มองใช่ไหมถึงได้มา
พูดจาตำ่า ๆ แบบนี้” ภาสกรพูด เสร็จก็เดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งโดยมี
ร่างของเลขาฯสาวร่างอวบเดินตามเข้ามาด้วย
“คุณภาสกร” นำ้าเสียงเคร่งเครียดนั้นทำาให้นิลกานต์เงยหน้าขึ้น
มองอย่างงงๆ
“มีอะไรหรือคุณ อ้าว...คุณดาริน
“ดารินก็ไม่เข้าใจคุณนิลกานต์เธอเหมือนกันค่ะ ออกไปก็
ตะคอกใส่ดาริน”ดารินนำ้าตาไหลพราก ราวกับสั่งได้
“หา!” นิลกานต์กะพริบตาปริบๆ
“ตะคอกว่าดารินแต่งตัวมายั่วคุณ เธอเป็นอะไรกับคุณคะทำาไม
ถึงทำาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างนี้” พูดเสียงเครือจบก็สะอื้นฮักๆอีกรอบ
ดวงตาของภาสกรวาววับ อารมณ์โมโหที่กำาลังเดือดนั้นทำาให้
ดวงตาคู่นั้นแทบจะลุกเป็นไฟ
“เอ่อ...”นิลกานต์ทำาหน้าเหมือนปวดฟัน เพราะฟังดูก็รู้ว่าดาริน
สตรอว์เบอร์รี
“อืม...”
“ไล่แม่นี่ออก”นำ้าเสียงเย็นยะเยียบของภาสกรในร่างของหญิง
สาวพูดขึ้นเมื่อข่มอารมณ์โกรธลง ได้ ดารินไดยินก็ยิ่งสะอื้นยกใหญ่
คล้ายผู้น้อยที่ถูกรังแก
“เอางั้นเลยเหรอ”นิลกานต์มองสองคนตรงหน้าไปมาก่อนจะ
ถอนหายใจยาว
“ตามใจคุณละกัน คุณดารินเสียใจด้วยนะ เชิญคุณออกไปได้
แล้วเดี๋ยวผมจะให้ฝ่ายบุคคลจัดการ เรื่องค่าชดเชยให้”นิลกานต์กล่าวจบ
ก็ก้มหน้าหัดเซ็นลายเซ็นต่อด้วยความตั้งใจ โดยไม่ได้มองดารินที่อ้า
ปากค้างพะงาบๆ อย่างตกใจ
“คุณทำาอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องกรม
แรงงานอะไรกันแค่คู่ขาคนเดียวก็หา เรื่องไล่ลูกน้อง”
“หึ..ฟ้องไปสิ แล้วอย่าหวังนะว่าจะได้งานใหม่ รับรองว่าทางเรา
จะไม่ยอมให้คุณลอยนวล หรอก!” ภาสกรพูดเสียงดัง จนดารินอ้าปาก
ค้างก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่สนใจ อะไร
นอกจากสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ
“จำาไว้ พวกคุณจำาเอาไว้!” ดารินเดินออกจากห้องไปด้วยความ
แค้นสุดใจ
(รอมแพง, 2552, หน้า 117-119)
1.8 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับแม่เลี้ยง
สุดท้ายความขัดแย้งที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นก็กลายเป็นการ
ลอบฆ่า โดยแม่เลี้ยงของภาสกรสั่งมือปืนมายิงเขาเพราะหวังให้มรดกที่
เหลืออยู่ทั้งหมดตกเป็นของลูกชายตนเอง
58
ชายหนุ่มลงไปคุยกับตำารวจเจ้าของคดี และรับรู้การ
การให้ปากคำาของคนร้ายที่ สารภาพชื่อคนว่าจ้าง ซึ่งเป็น
คนที่เขาไม่ชอบหน้านักแต่ก็ไม่คิดว่าเธอทำาเรื่องเช่นนี้ได้
“ผมไม่นึกเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเค้าเลย
ว่าเขาจะทำาได้”
“คนที่ยิงคุณเป็นญาติของคนจ้างวาน เขาให้การว่า
ลูกพี่ลูกน้องของเขาคิดจะลอบฆ่า คุณหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสบ
โอกาสครั้งนี้เขาโดนรบเร้าเพราะคุณมีทีท่าว่าจะแต่งงาน ถ้า
คุณมีลูกแล้วตายไปสมบัติทั้งหมดคงต้องตกเป็นของลูกคุณ ถ้าไม่
อยากฆ่าหลายคนก็ต้องรีบ ทำา ผมล่ะแทบไม่เชื่อหูเดี๋ยวนี้เพื่อเงิน
อะไร ๆ ก็ทำาได้แม้แต่ฆ่าคน แย่จริง ๆ” สารวัตรบรรพต มองชาย
หนุ่มตรงหน้าอย่างเห็นใจ
ผมฝากคุณตำารวจช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยนะครับ ผม
ขอร้องว่าอย่าเพิ่งออกข่าวเรื่องนี้ ได้ไหมครับ ผมขอไปเคลียร์
อะไรต่ออะไรที่บ้านก่อนแล้วจะมาใหม่” ภาสกรพูดพลางครุ่นคิด
ไปพลาง การสลับร่างครั้งนี้ให้อะไรกับเขามากกว่าที่คิด...มากกว่า
ที่คิดเยอะมากจริงๆ
(รอมแพง, 2552, หน้า 193)
2. ความขัดแย้งภายในจิตใจ
ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็มีปมภายในจิตใจกันทั้งคู่ ซึ่งทำาให้
วางตัวห่างเหินกับครอบครัว ดังนั้น เมื่อมีการสลับร่างกันเกิดขึ้น ต่างคน
จึงได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้กับครอบครัว ซึ่งให้ผลลงเอยด้วยดี เพราะ
ที่ผ่านมาเจ้าตัวเองมักจะกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง
2.1 ปมภายในจิตใจของนิลกานต์
นิลกานต์เล่าความเป็นมาของตัวเองให้ภาสกรฟังเพื่อที่เขา
จะได้เข้าใจภูมิหลังของเธอ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ ทำาให้ชายหนุ่มได้รู้ถึง
ปมลึกๆ ที่นิลกานต์อิจฉาพี่ชายที่เป็นที่รักของคนในครอบครัวได้
มากกว่าเธอ เธอจึงพยายามที่จะหาเลี้ยงตัวเองและทำาให้คนใน
ครอบครัวภาคภูมิใจ
“ฉันน่ะเป็นลูกสาวชาวสวนอยู่ที่ระยอง พ่อกับแม่เป็น
ซาวสวนทั้งคู่มีพี่ชายหนึ่งคนยัง ไม่แต่งงานเขาเป็นความภาค
ภูมิใจของพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็กจนโตพ่อกับแม่รักพี่มากจนบางที
ก็ลืมฉันไปเลยด้วยซำ้า และที่มันทำาให้ฉันรู้สึกแย่มากขึ้นก็เพราะว่า
เขาเลือกเรียนเกษตร แล้ว เอาความรู้กลับไปพัฒนาสวนที่บ้าน
59
จนใหญ่โต ส่วนฉันกอย่างที่คุณเห็น เป็นจิตรกรที่รอวันดัง
และอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ แม้แต่คุณเองยังเห็นมันเป็นขยะเลย
ด้วยซำ้าแต่ฉันก็ยังมี ความหวัง ฉันพยายามยืนอยู่ด้วย
ลำาแข้งของตัวเอง แต่ทำาเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจะมีเงาของพี่ คอย
บดบังสิ่งที่ฉันทำาอย่างเสมอ ชีวิตฉันไม่มีอะไรเลย ไม่มีเลย” หยาดนำ้าใส
ๆ คลอตา ใน แววตานั้นมีความเข้มแข็งไม่ยอมแพ้เปล่ง
ประกายออกมา จนทำาให้ภาสกรถึงกับอึ้ง
(รอมแพง, 2552, หน้า 47)
2.2 ปมภายในจิตใจของภาสกร
ภาสกรเผยความในใจของเขาแก่นิลกานต์หลังจากที่หญิง
สาวคิดว่าต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของกันและกันเพื่อให้การสลับร่าง
นั้นเป็นไปอย่างแนบเนียน
“แต่ผมไม่มีความสุขเลย...ตอนผมอายุสิบขวบ แม่ผมหนี
จากพ่อจากผมไป ไม่มี เหตุผลอะไรนอกจากทนไม่ได้ที่พ่อมี
คนใหม่ แม่ทิ้งให้ผมต้องอยู่กับสิ่งที่แม่หนีไป ไม่เคยไยดี ไม่เคย
มาหา ไม่เคยแม้แต่จะโทร. มาหา พ่อบอกว่าไม่ได้ข่าวแม่เลย ทำาเหมือน
ตายจากกัน แต่ ก็นั่นล่ะ แม่ไปได้ไม่นานพ่อก็เอาเมียใหม่เข้ามา
อยู่ด้วยทันที ก็คนที่คุณเจอเมื่อวานยังไงล่ะ เขาก็ไม่ได้เลวร้าย
อะไรนะ แต่เขามีลูกกับพ่อแล้วตอนนี้น้องผมเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะ
อีก สามปีก็คงจบ”
“โห ไม่น่าเชื่อเลย ผู้หญิงที่ฉันเจอเมื่อวานที่ช่วยพยุ
งอาม่ากิมย้งน่ะหรือคะ”
“ใช่ คนนั้นล่ะ”
“เขายังสาวแล้วก็ยังสวยมากเลยนะคะ ถ้าบอกว่าเป็นพี่
สาวคุณฉันก็เชื่อนะนั่น”
“คนที่อยู่บ้านสบาย ๆ ท่องเที่ยวได้ทุกที่ที่อยากไป จะ
บำารุงบำาเรอตัวเองแค่ไหนก็ได้ ไม่มีทุกข์ร้อน ยังไงก็คงแก่
ยาก”
“คุณพูดเหมือนอิจฉาเขาเลย”
“ก็คงงั้น เพราะพ่อรักเขามาก ก็อย่างที่บอก ฉันถูกทิ้ง
มาตลอด ทั้งแม่ ทั้งพ่อที่พอมี ภรรยาใหม่ก็แทบไม่สนใจฉันเลย มี
แต่อาม่าที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ฉัน รันทดดีไหมล่ะ”
นิลกานต์ไม่อยากจะบอกตัวเองว่าตอนนี้เธอกำาลังสงสาร
คนรวยเข้าเต็มเปา
“คนเราเนอะ จะหาสุขล้วนคงไม่มี อย่างน้อยฉันก็รู้คุณ
ก็รู้ว่าเราต่างไม่ใช่คนที่เจอ ความทุกข์แต่เพียงผู้เดียว คนอื่นเขา
60
ก็มีทุกข์มีร้อนเหมือนกันถ้าเราไม่เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มี ใครรู้
พวกเขาเหล่านั้นก็เหมือนกัน”
ทั้งสองคนหันมาสบตากัน เป็นครั้งแรกที่พอจะคุยกัน
ได้และเป็นครั้งแรกของคนทั้งคู่ ที่ได้พูดเรื่องที่เก็บไว้ในใจให้
คนอื่นฟัง
(รอมแพง, 2552, หน้า 47-48)
3. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
การที่นิลกานต์และภาสกรสลับร่างกันนั้นเกิดจากการสบตากัน
ผ่านช่องธรรมจักรในวันที่มีสุริยุปราคา ซึ่งเป็นเรื่องเหนือความคาด
หมาย ดังนั้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ จึงความเป็นจงใจของธรรมชาติที่
ทั้งสองคนต้องหาคำาตอบเพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง
3.1 การสลับร่างกันระหว่างนิลกานต์และภาสกร
ธรรมชาติที่สร้างความขัดแย้งให้แก่ตัวละครเอกทั้งสองตัว
ในนวนิยายเรื่องนี้ คือ ธรรมจักร ซึ่งหลังตาสบตากันผ่านซี่วงล้อแล้วทั้ง
สองก็สลบไปแล้วฟื้นมาพบว่าร่างสลับกัน
เมื่อเดินไปใกล้ถึงหินสลักรูปธรรมจักรกับกวางหมอบที่
ตั้งกลางห้อง นิลกานต์ก็ต้อง หยุดซะงัก เพราะอีกด้านของ
ธรรมจักรคือชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคู่อริคนล่าสุดที่กำาลังมอง หา
ทางเธอกับอาม่าที่กำาลังเอียงคอมองของเก่าในตู้อย่างตั้งอกตั้งใจนั่นเอง
จู่ๆ ก็คล้ายกับว่าภายในห้องนั้นมืดลงอย่างกะทันหัน
อากาศที่ร้อนอบอ้าวก็เหมือน จะเย็นลงชวนให้รู้สึกขนลุก
ทันทีที่สายตาคมสองคู่ปะทะกันผ่านช่องธรรมจักรแกะ
สลัก แสงสีขาวบาดตาก็พุ่ง ปราดเข้าดวงตาของทั้งสองคนจน
ต้องหลับตาลงโดยอัตโนมัติก่อนอุทานขึ้นพร้อมกัน
“เอ๊ะ!”
“อ๊ะ!”
โลกเหมือนจะเอียงโย้ไปมาชวนให้เวียนหัวอยู่พักใหญ่
แล้วสิ่งก็ดับวูบลง...
(รอมแพง, 2552, หน้า 21)
3.2 ความพยายามที่จะกลับคืนร่างเดิม
หลังจากสลับร่างกันได้หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่าง
พยายามที่จะหาทางกลับคืนร่างเดิม ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความ
พยายามที่จะต่อสู้กับธรรมชาติ
61
ทั้งสองคนยืนเล็งกันอยู่นานจนได้เหลี่ยมมุมที่คิดว่าใช่
จากนั้นก็ยืนรอเวลาอย่างใจ จดใจจ่อ เวลาแต่ละนาทีช่างเดินไป
อย่างเชื่องช้า แสงแดดแรงกล้าส่งไอร้อนเข้ามาเป็นระยะๆ
แล้วเวลานั้นก็มาถึงทั้งคู่มองตากันอย่างเอาเป็นเอาตายหากไม่จำา
เป็นจริงๆ ก็แทบจะไม่ กระพริบตาเลย เวลาล่วงเลยมานาน
พอสมควร คนที่หมดความอดทนก่อนก็คือนิลกานต์
“โอ๊ย! แสบตาขาแข็งไปหมดแล้ว คุณ ฉันว่ามันต้องมี
อะไรผิดพลาดแน่ ๆ เลย”
“กี่โมงแล้ว” ภาสกรในร่างบอบบางถามขึ้น นิลกานต์จึง
ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
โรเล็กซ์
“เที่ยงสิบห้าแล้วคุณ โอ๊ย! เมื่อย”บ่นจบก็ทรุดตัวลงนั่ง
กับพื้นดื้อๆ ทำาเอาอีกฝ่าย ต้องส่ายหน้า
“ลุกขึ้นเถอะ เฮ้อ...ค่อยคิดกันใหม่ว่าเราพลาดกันตรง
ไหน”
(รอมแพง, 2552, หน้า 41-42)
“อืม...นี่ไงคุณดูสิฉันจดมาแล้วว่าจะเกิดวันที่เท่าไหร่
เวลาไหนบ้าง”มือใหญ่ยื่น กระดาษสีขาวให้ภาสกรดูพร้อม
กับดูไปด้วยกัน
วันที่ 9 เมษายน สุริยุปราคาวงแหวน และ
สุริยุปราคาเต็มดวง
(ผ่านมาแล้ว)
วันที่ 24 เมษายน จันทรุปราคาเงามัว
เข้า 14 นาฬิกา 49.8 นาที
ออก 18 นาฬิกา 59.8 นาที
วันที่ 3 ตุลาคม สุริยุปราคาวงแหวน
เข้า 14 นาฬิกา 35.5 นาที
ออก 20 นาฬิกา 27.7 นาที
วันที่ 17 ตุลาคม จันทรุปราคาบางส่วน
เข้า 16 นาฬิกา 51.4 นาที
ออก 21 นาฬิกา 15.1 นาที
“เงามัวกับบางส่วน วันที่ 24 เมษายนนี้ก็เป็นเงามัวเสีย
อีก แล้วนี่ฉันกับคุณต้องยืน ขาแข็งสี่ห้าชั่วโมงเชียวนะ สงสัยต้อง
ไปฝึกร่างกายที่เสี้ยวลิ้มยี่ก่อนล่ะมั้งเนี่ย” นิลกานต์บ่น อุบ แต่
พอคิดว่าเดือนตุลาคมนั้นต้องยืนไม่ห้าก็หกชั่วโมง อย่างไรเสียยืนสี่
ชั่วโมงก็ยังดีกว่า
62
“ยังไงก็คงดีกว่าสลับร่างกันอย่างนี้ล่ะ”
“ทำาไม เป็นฉันมันไม่ดีตรงไหน”
“ไม่ใช่ไม่ดี แต่...ผมอยากจะทำาอะไรบางอย่างที่จะ
เหมาะมากถ้าอยู่ในร่างของผม เอง” เสียงเคร่งเครียดจริงจัง
ทำาให้นิลกานต์เอียงคอมองอย่างสงสัยแล้วก็นึกออก
“จริงสิ ถ้าคุณยังอยู่ในร่างผู้หญิง น้องพิณคงขึ้นคาน
แน่ ๆ
“พิณเป็นน้องสาว บอกกี่ครั้งแล้ว”
“งั้น...บอกได้รึเปล่าว่าอยากเปลี่ยนร่างไปทำาอะไร”
เสียงเย้าแหย่และใบหน้าที่พูด ลอยหน้าลอยตาล้อนั้นหยุด
ชะงักลงเมื่อเจอกับสายตาบางอย่างในดวงตาอีกคู่ สักพักนิลกานต์
ก็เด้งขึ้นจากเตียงนอน
“เออ ฉันลืมไป ฉันเข้ามาในห้องคุณแบบนี้ใครจะเห็น
บ้างก็ไม่รู้ แล้วถ้าเห็นเข้าเขา จะคิดกันยังไงเนี่ย โอ๊ย! ไม่ได้
แล้ว ฉันกลับห้องฉันดีกว่า”
(รอมแพง, 2552, หน้า 140 -141)
3.3 การคืนร่างได้สำาเร็จ
หลังจากพยายามมาแล้วหลายรอบ ในที่สุดเรื่องก็คลี่คลาย
ด้วยการที่ตัวละครเอกทั้งสองสามารถกลับคืนร่างเดิมของตนเองได้
“เธอ ฉันเมื่อยแล้วนะ”
“ใจเย็น ๆ สิคุณ อดทนหน่อย เพิ่งสามชั่วโมงกว่าเอง
อีกตั้งชั่วโมงถึงจะครบรอบ จันทรุปราคา”
“ใช่สิ เธอไม่มาเป็นฉันนี่ของของเธอน่ะโคตรหนัก ยิ่ง
ถือนานก็ยิ่งหนักขึ้น”ชายหนุ่ม บ่นอย่างเหลือทนตอนนี้ขาน่ะ
ไม่เท่าไหร่แต่แขนนี่สิล้ามากที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมา ก่อนจะก้มลง
มองนาฬิกาอีกรอบ
“คุณอย่าก้มมองนาฬิกาบ่อยนักนะเดี๋ยวคลาดกัน เวลา
จะมองนาฬิกาน่ะยกมือขึ้น
ดูสิ” นิลกานต์แม้จะเมื่อยขาแค่ไหนแต่ก็ยังจ้องมองอีกฝ่าย
แทบไม่กะพริบตาแถมยังคิดเดาวิธี ที่จะสลับร่างคืนให้ได้มาสารพัด
นาฬิกาของพิพิธภัณฑ์บอกเวลาสิบแปดนาฬิกา แว่ว
เสียงเพลงชาติดังมาไกล เสียง ปิดหน้าต่างปิดประตูเริ่มดังไล่
เข้ามาเรื่อย ๆ
“เอายังไงดีคุณ เกิดเขามาถึงห้องนี้แล้วพวกเรามายืน
จ้องตากันอยู่อย่างนี้ เขาคงหา ว่าเราบ้า”
63
“ใจเย็นๆ รอให้ถึงที่สุดก่อนสิคุณยังเหลืออีกตั้งสี่สิบเก้า
นาที”เพียงเข็มยาวชี้เลยเลข หนึ่งมาเพียงสองขีดแสงสีขาวสว่างก็
วาบเข้าตาของคนทั้งสอง เสียงเหมือนหินครูดกันดังแว่ว เหมือน
ดังมาจากที่อันไกลโพ้น ทั้งสองคนผงะถอยหลังก่อนจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
พอดีกับที่ พนักงานผู้ช่วยภัณฑารักษ์มาปิดประตู
“อ้าว...คุณที่ว่าจะวาดรูปถึงทุ่มนี่ เป็นอะไรไปครับ”
พนักงานสูงอายุเข้ามาพยุง
นิลกานต์ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนหูอื้อและ
ดวงตาพร่ามัวเมื่อลืมตาขึ้นอีกทีก็ พบว่าในมือกำาดินสอแน่น.ส่วน
กระดาษปอนด์กับขาตั้งประเด็นไปคนละทาง
“สลับได้แล้ว!” นำ้าเสียงดีอกดีใจของนิลกานต์ทำาให้
ภาสกรที่อยู่อีกฝั่งลืมตาขึ้นมอง ตัวเอง
“สลับได้แล้วจริง ๆ” พนักงานของพิพิธภัณฑ์ ชะโงกไป
มองภาสกร ก่อนจะหันมา มองนิลกานต์ด้วยสายตาตั้งคำาถาม
“แหะ ๆ คือวาดเสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ เอ่อ
ขอบคุณจริง ๆ”นิลกานต์ กุมมือผู้ที่มาช่วยพยุงด้วยความดีใจ
จนแทบกระโดดโลดเต้นเสียตรงนั้น ร่างบางโผไปหา
ภาสกรก่อนจะจับมือเขย่าแรง ๆ อย่างสุดแสนจะยินดี
(รอมแพง, 2552, หน้า 174 -175)
ความขัดแย้งที่นวนิยายเรื่องนี้มีอยู่ทั้ง 3 ลักษณะเป็นผลดีต่อโครง
เรื่องเพราะมีเหตุการณ์ที่ทำาให้น่าติดตามและขบคิดโดยตลอด ผู้อ่าน
ต้องเอาใจช่วยทั้งสองฝ่ายที่ต่างก็มีปัญหาของตัวเอง และยังต้องมาปรับ
ตัวให้เข้ากับอีกคนหนึ่งที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเมื่อปมทุก
อย่างคลี่คลายลงก็ทำาให้ตัวละครเอกทั้งสองตัวตกหลุมรักกันได้อย่างสม
เหตุสมผล เพราะแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่การที่ได้เผชิญ
วิกฤตการณ์ต่างๆด้วยกันก็มากพอที่จะทำาให้ทั้งสองเกิดความประทับใจ
ในกันและกันได้อย่างพอดี
การดำาเนินโครงเรื่อง
นวนิยายเรื่องป่วนรักสลับร่าง ของรอมแพง เป็นนวนิยายเล่มเดียว
จบ การเดินเรื่องจึงกระชับ รวดเร็ว และเป็นไปตามลักษณะการดำาเนิน
โครงเรื่อง 5 ขั้น ดังนี้
1. การเปิดเรื่อง
การเปิดเรื่องที่น่าสนใจต้องสามารถดึงให้ผู้อ่านติดตามได้ตั้งแต่
บรรทัดแรก นวนิยายเรื่องนี้เปิดด้วย
64
การบรรยายกิจวัตรของตัวละครเอกและความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทคน
หนึ่ง จากนั้นถึงค่อยกล่าวถึงตัวละครเอกฝ่ายชายเพื่อให้ผู้อ่านทราบถึง
นิสัยใจคอของแต่ละฝ่าย ดังตัวอย่าง
นิลกานต์ตักนำ้าแกงสลับกับข้าวเปล่าเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
ข้าวราดแกงร้านนี้เป็นของ เพื่อนเธอเอง แถมกับข้าวของร้านนี้ก็
มีรสชาติที่ถูกปากเธอมากเลยจนต้องมากินที่ร้านนี้ทุกอาทิตย์ และอาจ
จะเกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้เธอต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้น
การมากินข้าวที่ร้านนี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
“เป็นยังไงบ้างนิล งานแกน่ะ” พงษวิทย์ทรุดตัวลงนั่งคุยกับ
เพื่อนพลางเหลือบมองดวง หน้านวลตรงหน้าเป็นพัก ๆ
“ก็เรื่อย ๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“แกนะแก ทำาไมไม่เชื่อพ่อกับแม่วะหางานหาการในบริษัท
เจ๋ง ๆ ทำาไม่ดีกว่ารึ”
“เหอะ เพื่อหางานบริษัททำา พ่อกับแม่ก็คงบอกอีกว่าไม่เป็น
ไทกับตัวเองให้กลับไปทำาสวนที่ บ้านดีกว่า น่าเบื่อจะตาย”
“แล้วทำาสวนมันไม่ตีตรงไหน”
“ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ใช่ตัวฉันแกก็รู้นี่”พงษ์วิทย์อมยิ้มพลาง
มองเพื่อนสาวด้วยสายตาอ่อนโยนทว่าเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา สายตา
คู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นรื่นเริงทันที
การที่นิลกานต์ไม่ยอมกลับไปช่วยงานของที่บ้านนั้นนับเป็น
สิ่งที่เขายินดีอย่างยิ่ง และรับรู้มา นานแล้วว่าเพื่อนคนนี้มีนิสัยที่ว่ายิ่ง
ว่าเหมือนยิ่งยุหากยิ่งยุก็ยิ่งดึงดันไม่ยอมทำาตาม
“งานที่บ้านน่ะ ฉันไม่ห่วงหรอก พี่นาวินเขาก็ดูแลดีอยู่แล้ว
เขาจบเกษตรมาก็เหมาะกับเขา แล้ว ส่วนฉันเนี่ยจบจิตรกรรมมาจะ
ให้ไปทำาสวนรึไง จะบ้าเหรอแก”
(รอมแพง, 2552, หน้า 8- 9)
หลังจากครำ่าเคร่งกับงานตรงหน้าไปได้สักพัก เจ้าของห้องก
เงยหน้าขึ้นมามองรูปถ่าย ครอบครัวบนโต๊ะนิ่งภาพถ่ายซึ่งประกอบ
ด้วยย่าหรือที่เขาเรียกว่า อาม่า พ่อ แม่และตัวเขาเอง อีกไม่กี่ วันก็จะ
ถึงวันคล้ายวันเกิดของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้อยู่กันพร้อม
หน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกอีก หรือเปล่าเพราะตั้งแต่คุณภาสกรพ่อของ
เขาเจอกับนักร้องสาวสวยเมื่อยี่สีบปีที่แล้ว ครอบครัวที่เคย อบอุ่น
ของเขาก็กลายเป็นเพียงอดีต
คุณวนิดา แม่ของเขาเลือกที่จะเดินจากไปใช่ชีวิตของตัว
เองโดยที่ไม่เคยกลับมาดูดำาดูดีเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้ภรรยาใหม่
ของพ่อก็มีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งก็คือน้องชายต่างมารดาของเขานั่นเอง
65
จนตอนนี้แม้ว่าอายุของเขาย่างเข้าสามสิบปี แล้วแต่ความรู้สึกขาด
ความรักความอบอุ่นเมื่อครั้งยังเยาว์ ก็ยังคอยตามหลอกหลอนเขา
อยู่เสมอ
ภาสกรรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นคนนอกที่ทำาอย่างไรก็ไม่
สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน ครอบครัวใหม่ของพ่อได้ ยังดีทีเขามี
อาม่าที่รักและคอยดูแลเขามาตั้งแต่ยังเล็กก็เลยไม่ถูกรังแกชีวิต จึงไม่นำ้า
เน่า และไม่ขมขื่นนักที่ต้องเห็นภรรยาใหม่ของพ่อไต่เต้าจากคำาว่าเมีย
น้อยมาเป็น เมียที่ ถูกต้องตามกฎหมายและสามารเชิดหน้าชูตาอยู่
ในตระกูลเจ้าสัวที่รำ่ารวยมหาศาลเช่นนี้
ยิ่งตอนนี้คุณภากรวางมือจากกิจการต่างๆ ให้เขาเป็นผู้ดูแล
แม่เลี้ยงก็ยิ่งเกรงอกเกรงใจเขา เพราะการทำาให้ภาสกรพอใจนั้น
หมายถึงจำานวนเงินที่จะได้รับอย่างสมำ่าเสมอ ระหว่างที่เธอเฝ้ารอให้
ลูกชายวัยรุ่นของเธอเติบโตพอที่จะแบ่งกิจการของตระกูลมาครอบ
ครองได้
(รอมแพง, 2552, หน้า 10-11)
2. การดำาเนินเรื่อง
การดำาเนินเรื่องที่น่าสนใจของนวนิยายเรื่องนี้คือความกระชับ
รวดเร็ว จึงดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ภาสกรและนิล
กานต์ได้เรียนรู้กันและกันผ่านสิ่งแวดล้อมที่ทั้งสองคนมีซึ่งค่อนข้างแตก
ต่างกัน แต่นั่นกลับช่วยให้เกิดการยอมรับกันและกันได้ส่วนหนึ่ง ดัง
ตัวอย่าง
ช่วงบ่ายสมาชิกคนใหม่ล่าสุดของคฤหาสน์หลังนี้ก็ก้าวลงมา
จากรถที่นายแอกขับไปรับ สายตานิ่ง ๆ เหมือนคุ้นเคยกับสถานที่และ
ผู้คนนั้นกวาดมองไปทั่วก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ร่างที่เคยเป็น ของตัว
เอง
“คงไม่ธรรมดาอย่างที่พี่แอกว่าจริงนั่นแหละ ดูท่าสิ อย่างกับ
นางพญา” เสียงกระซิบกระซาบ กันของคนรับใช้ในบ้านที่มาคอยดู
คอยรับใช้ไม่ได้ทำาให้ร่างบางนั้นชะงัก
ตาคมเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนยิ้มอย่างตื่นเต้นอยู่อย่าง
ตำาหนิเล็กน้อยหากเมื่อเลื่อนสายตา ไปเจอกับแจกันนดอกไม้สดที่
วางให้เห็นเป็นสง่านั้นผู้รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของนิลกานต์อย่างแน่นอน
“ฉันจะให้แจ่มคอยดูแลคุณต้องการอะไรก็สั่งแจ่มได้ แจ่มพา
คุณเขาไปที่ห้องพักสิ”
“ค่ะ คุณท่าน”แจ่มยอบตัวให้เจ้านายคนใหม่เล็กน้อยก่อนจะ
เดินนำาหน้าขึ้นบันไดวนไปยัง ห้องพัก ส่วนนิลกานต์ก็มานั่งยิ้มน้อย
66
ยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวในห้องรับแขก นึกไปก็เห็นใจชายหนุ่มอยู่ เหมือน
กันที่เป็นคนเย่อหยิ่งเย็นชาเช่นนี้
วันสองวันที่มาอยู่ในบ้านใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์หลังนี้เธอ
เจอคนในครอบครัวน้อยมาก เหมือนต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไป
อย่างไรก็ไม่รู้ มีเพียงอาม่ากิมย้งคนเดียวที่เข้ามาพูดคุยสนิทสนม
ด้วย คนอื่น ๆ นั้นเหมือนวิญญาณที่รู้ว่ามีแต่มองไม่เห็น แม้แต่แม่
เลี้ยงของภาสกร เธอก็ไม่เคยเจออีก เลยนับตั้งแต่วันแรกที่พบกัน
“นวล คนอื่นหายไปไหนกันหมดสองวันมานี่ฉันไม่เห็นใคร
เลย”
“เอ...ปกติช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม คุณท่านกับคุณนายแล้วก็
คุณวินไปต่างประเทศกันค่ะ เพิ่ง ไปกันเมื่อวานอีกสิบวันถึงจะกลับค่ะ”
นวลอธิบายไปก็นึกสงสัยในใจไป เพราะโดยปกติแล้วภาสกร รับรู้เรื่อง
นี้ดี และไม่เคยสนใจไม่เคยไถ่ถามเลยสักครั้ง นับตั้งแต่มีข่าวว่าชาย
หนุ่มไปสนใจคุณผู้หญิงที่ เพิ่งมาใหม่ ดูเหมือนว่าคุณภาสกรคนนี้จะดู
แปลก ๆ ไป หรือจะเป็นเพราะอานุภาพของความรัก นวล ยิ้มพลางนึก
เอ็นดูเจ้านายหนุ่มอย่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเช่นนี้กับเจ้านายที่
เนี้ยบชวนขนหัวลุก อย่างนี้มาก่อน
“เหรอ ฉันลืมไป นวลจะไปทำาอะไรก็ไปเถอะ” เมื่อนวลเดิน
ห่างไปนิลกานต์ก็ครุ่นคิดอะไร บางอย่างอยู่ในใจเงียบ ๆ จนเวลา
ผ่านไปเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว
ภาสกรและแจ่มสาวรับใช้พากันเดินลงมาจากชั้นบนตรง
มายังห้องรับแขกที่นิลกานต์นั่งเหม่อ ฝันหวานอยู่อย่างไม่รู้เบื่อ
(รอมแพง, 2552, หน้า 66 – 67)
ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารพร้อมพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ
กันอย่างสนิทสนมคุ้นเคยบางครั้ง ก็หยอกล้อกันทำาให้ภาสกรในร่าง
ของนิลกานต์ยิ้มและหัวเราะบ่อยขึ้นจนชายหนุ่มเองก็ยังแปลกใจว่า
เขานั้นสามารถทำาตัวให้กลมกลืนและมีความสุขในครอบครัวที่ไม่
เคยรู้จักมาก่อนได้เป็นอย่างดี
“เป็นอะไรไปยัยน้องหือ...มาคราวนี้เงียบเชียว ปกติล่ะพูด
เป็นต่อยหอย” ภาสกรจ้องเขม็งไป ที่ผู้พูดด้วยแววตาอริ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นน้องฉันหน่อย เป็นอะไร
ถามจริงๆ
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เพียงแต่รู้สึกว่าอยากนั่งฟังมากกว่า”
เสียงใสนั้นห้วนสั้น
“เออ...จริงด้วยพ่อ ไอ้นิลมีแฟนแล้วนะพ่อ เสียดายตอนนั้น
พ่อนอนพักอยู่ไม่อย่างนั้นคงได้ เห็นว่าที่ลูกเขย”คุณประสิทธิ์หัวเราะ
พลางเลิกคิ้วให้กับลูกสาว
67
“ไม่ใช่สักหน่อย” ภาสกรโวยวาย
“แล้วทำาไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ ยัยน้อง” ชายหนุ่มเจ้าของ
ร่างบางรู้สึกหน้าร้อนขึ้นอย่างเสีย ไม่ได้ด้วยโทสะและอะไรบางอย่างที่
ทำาให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างบอกไม่ถูก
“พอแล้ววิน เลิกล้อน้องได้แล้วลูก พรุ่งนี้จะเข้าเมืองไม่ใช่เห
รอนั่งจนเรียงเม็ดข้าวแล้วก็ไป นอนไป” คุณกาญจนาช่วยลูกสาว
ด้วยการไล่ลูกชายให้ไปนอน
“นิลก็ง่วงแล้วเหมือนกันค่ะ”ภาสกรรีบเอ่ยปากออกมาเพราะ
คาดว่าปานนี้นิลกานต์คงอยากรู้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว
จากนั้นภาสกรและนาวินต่างก็แยกย้ายกันไปนอนในห้อง
ของตัวเองท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ เป็นพ่อกับแม่
ภาสกรโทรศัพท์ไปรายงาน เรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นถึง
ความไม่สะดวกสบายที่เขาได้รับให้ นิลกานต์ฟังอีกมากมาย ก่อนจะ
ลำ่าลากันไปด้วยคำาสำาทับว่าหากไม่จำาเป็นไม่มีวันมานั่งทนเช่นนี้ .
คำ่าคืนที่เย็นสบายกับที่นอนอุ่นนุ่มสะอาดหอมทำาให้ชายหนุ่ม
ผู้เคร่งเครียดไร้สุขค่อย ๆ เกิด ความพอใจขึ้น และพักวางเรื่องราว
ต่าง ๆ ที่พบเจอพร้อมกับหลับตานอน
(รอมแพง, 2552, หน้า 86 -87)
3. จุดสุดยอด
ภาสกรและนิลกานต์ที่ต่างก็เห็นปมในใจของอีกฝ่าย ดังนั้น เมื่อมี
โอกาสจึงอดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือ เพื่อทำาให้เรื่องที่คับข้องใจของอีกฝ่าย
คลี่คลายลง โดยภาสกรพยายามปรับความเข้าใจกับพี่ชายของนิลกานต์
ด้วยการเปิดอกคุยกันในสวน ส่วนนิลกานต์ก็ออกสืบหาข้อมูลของแม่
ภาสกร
จากที่ภาสกรเล่าให้ฟังนั้นมารดาของเขาทอดทิ้งเขาไปอย่าง
ไม่ไยดีซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไป ไม่ได้ที่สุดในความคิดของเธอ ดวงตา
สุกใสนั้นมีประกายประหลาดก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างสุขสม อารมณ์
หมาย
“ดี...ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เราถูกต้องมาเป็นตานี้แล้ว ก็ต้องสืบกัน
สักหน่อย ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าแม่ ของนายหายไปไหน ทำาอะไรอยู่” นิล
กานต์พึมพำาก่อนจะหลับตาลงในความมืดที่เย็นฉำ่าด้วยเครื่อง ปรับ
อากาศนั้น
(รอมแพง, 2552, หน้า 87)
68
นิลกานต์เห็นโอกาสที่อาม่าไม่อยู่ในห้องจึงค่อย ๆ มองซ้าย
ขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วจึง รีบผลุบเข้าไปในห้องของอาม่า เมื่อ
คราวก่อนที่เคยเข้ามาเธอไม่เคยสังเกตภายในห้องของอาม่าเลยว่า
เป็นเช่นใด มาคราวนี้จึงได้มองอย่างละเอียดก็พบว่าห้องของอา
ม่านั้นเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นแบบ สมัยใหม่ ทว่ามีบางมุมด้านใน
ห้องที่มีชุดตู้ประดับมุก ภายในวางไว้ซึ่งของเก่า เครื่องลายครามชิ้นเล็ก
ที่ดูแล้วน่าจะมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าราคารวมไปถึงชุดผ้าเก่า ๆ
ที่ถูกจับวางไว้ในตู้ ซึ่งคงมีที่มาไม่ ธรรมดานัก
นิลกานต์ล็อกประตูห้องก่อนที่จะลงมือรื้อค้นตามซอกตู้ซอก
เตียงลิ้นชักตู้ต่าง ๆ จนมาถึงตู้ โชว์ประดับมุกด้านในก็พบว่าด้าน
ล่างมีลักษณะคล้ายประตูตู้เล็ก ๆ ที่ถูกล็อกไว้ หญิงสาวจึงพยายาม
ค้นหาลูกกุญแจเพื่อเปิดตู้ใบนั้นให้ได้
“อาม่า เก็บกุญแจไว้ตรงไหนนะ...” หญิงสาวพยายามค้นหา
แทบจะทุกซอกทุกมุม พลันก็นึก ขึ้นมาได้ว่าหากเป็นของสำาคัญมาก ๆ
ถ้าไม่พกติดตัวไว้ก็คงเก็บไว้ใต้เตียงใต้หมอน และแล้วความ พยายาม
ของนิลกานต์ก็ประสบผลสำาเร็จเมื่อพบกับลูกกุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง
หนานั่นเอง
“เจอแล้ว” นิลกานต์เดาะลูกกุญแจเล่นอย่างปลื้มเปรม
“ฉลาดจริง ๆ ลูกใครหว่า”ชมตัวเองเสร็จก็จัดการไขกุญแจตู้
ด้วยความรวดเร็ว ใจนั้นก็เต้น ตึ้กตั้กด้วยความลุ้น และความคาด
หวังอย่างยิ่งยวด
สิ่งที่อยู่ในตู้เป็นโถลายครามขนาดใหญ่หนึ่งชิ้นด้านในมี
กระดาษบางอย่างวางอยู่ เมื่อล้วง ออกมาดูก็พบว่าเป็นจดหมายที่มัด
รวมกันเป็นปึกถึงสองปึก จดหมายนั้นจ่าหน้าซองถึงภาสกร
“ตายแล้ว เฮ้ย!” นิลกานต์รู้สึกอย่างจะเป็นลมตายเมื่อเห็นชื่อ
ผู้ส่งที่ระบุว่า ‘วนิดา’
“แน่ ไม่ต้องแช่แป้งเลยด้วย นี่ต้องเป็นจดหมายที่คุณแม่ของ
คุณภาสกรส่งมาให้ลูกแน่ ๆ เวร แล้ว จะบอกตานั่นว่ายังไงล่ะเนี่ย”
ขนาดนิลกานต์ซึ่งเป็นคนอื่นที่เคยได้พูดคุยกับอาม่าแล้วชอบ
อัชฌาสัยยังรู้สึกผิดหวังอย่างนี้ แล้วหลานรักของอาม่าสุดที่รักจะ
ไม่ยิ่งเสียความรู้สึกหรือนี่หากได้รู้ ความจริงว่าอาม่าที่มอบความอบอุ่น
ให้เขามาตลอดกลับเป็นคนที่สร้างแผลใจให้กับเขาเอง
ไวยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นหญิงสาวสิงห์นักสืบก็รีบเก็บจดหมายทั้งหมด
ใส่ตู้เช่นเดิม ก่อนจะรีบรุดไปยังห้อง ทำางานอย่างรวดเร็ว หยิบเอา
กระดาษเอสี่ปึกใหญ่แล้วผลุบเข้าไปขังตัวในห้องของอาม่ากิมย้งเช่น
เดิม เพื่อหวังจะสอดใส่ในจดหมายเหล่านั้นและภาวนาให้อาม่าคุยกับ
เพื่อนติดลมจนถึงทานข้าวเที่ยง ด้วยกันเลยยิ่งดียิ่งมองนาฬิกาก็ต้อง
69
รีบหญิงสาวแกะเอาปึกจดหมายออกก็พบว่าซองจดหมายทุกซอง ปิด
ผนึก โดยไม่มีร่องรอยว่าเคยถูกแกะมาก่อนก็ถึงกับทำาหน้าแหย
“เห็นทีจะต้องขโมยทั้งสองปึกนี่ล่ะมั้ง เอาน่าอาม่าคงไม่กล้า
โวยวายเพราะถ้าโวย ความที่ อาม่าปกปิดหลานไว้ก็ต้องแตก” ว่า
แล้วก็รีบเก็บข้าวของทั้งหมดล็อกกุญแจแล้วก็นึกอะไรร้าย ๆ ออก
“ขโมยลูกกุญแจไปก็สิ้นเรื่อง อาม่าจะได้เปิดไม่ออกหรือกว่า
จะเปิดออกก็ต้องไปหาช้างมา เปิด ฉลาดอีกแล้วลูกแม่กาญจนา”
นิลกานต์รีบเคลื่อนกายโดยไว้ รีบเดินออกมาจากห้องอาม่า
แล้วมองซ้ายขวาก่อนจะวิ่งจี๋ไปยัง ทั้งหมดใส่กระเป๋าเอกสารก่อนจะ
เรียกตัวนายเอกให้ขับรถพาไปส่งที่สำานักงานทนายความและนักสืบ
เอกชนแห่งหนึ่งที่เคยนั่งรถผ่าน
ด้านในของสำานักงานมีห้องแยกย่อยสำาหรับนักสืบและ
ทนายความห้องถูกกันด้วยลามิเนตสี เข้มกรุกระจกขุ่นด้านหน้าซึ่งมี
คนนั่งรออยู่สองสามคน โดยมีเลขาฯ หน้าห้องที่คอยให้การดูแล เพียง
ครู่เลขาฯ หน้าห้องก็ได้จัดการให้นิลกานต์ได้เข้าพบนักสืบที่ได้รับ
การยืนยันว่าเป็นนักสืบที่เชี่ยวชาญ เรื่องการตามหาคนหายเป็น
อย่างมาก
ผู้ที่หญิงสาวพบเป็นผู้ชายวัยกลางคนท่าทางคล่องแคล่วและ
ดูฉลาดเฉลียวพอที่จะทำางานที่ เธออยากให้ทำาได้
“มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับคุณ...”
“ภาสกรครับ คือมีเรื่องอยากให้สืบนิดหน่อยน่ะครับ เพราะว่า
ผมคงไม่มีเวลาไปตามสืบเอง”
“คุณมาปรึกษาถูกที่แล้วล่ะครับมีเรื่องอะไรที่คุณต้องการ
ทราบหรือครับ ผมประวิทย์ครับ”
“ครับ คือผมอยากให้คุณตามสืบว่าคุณแม่ของผม ตอนนี้อยู่ที่
ไหนน่ะส่วนค่าใช้จ่ายคุณทำาบิล มาเลยผมยินดีจ่ายเต็มที่”
“คุณมีหลักฐานอะไรบ้างครับ”
“ก็ทั้งหมดในกระเป๋านี่แหละค่ะ...ครับ ยังไงคุณก็ช่วยอ่าน
ด้วยนะครับ ผมไม่มีเวลาจริง ๆ อีก อย่างผมอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ
ระหว่างเรานะครับ”
“ไม่มีปัญหาครับ คุณมีนามบัตรหรือเปล่า ผมจะได้ติดต่อกลับ
ไปถ้ามีอะไรคืบหน้า” นิลกานต์ รีบยื่นนามบัตรของภาสกรให้
“โทร. เข้ามือถือเลยนะครับอย่าผ่านคนอื่น”
“ได้ครับ”
“ผมต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรล่วงหน้าหรือเปล่าครับ”
“ยังไม่ต้องครับ ทางผมจะสำารองจ่ายไปก่อน เราจะส่งบิลไป
ให้คุณหลังจากที่งานคืบหน้าแล้ว นะครับ อืม...แต่คุณต้องทำาใจไว้บ้าง
นะ เพราะว่าบางทีอาจจะสืบไม่เจออะไรเลยก็ได้”
70
“ไม่เป็นไรครับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”ท่าทาง
และการพูจากันนั้นก็ทำาให้พอ ทราบได้ว่าคุณประวิทย์เป็นผู้
เชี่ยวชาญมากนอกจากจะซักถามรายละเอียดต่างๆ แล้วยังมีข้อ
สันนิษฐานหลายอย่างที่แบ่งออกมาเป็นข้อ ๆใัันิลกานต์ได้รับรู้
หลังจากพบกับนักสืบประวิทย์แล้ว
นิลกานต์ก็ยังได้สำาทับกับนายเอกอีกว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
สุดยอดของสุดยอด ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองจากนายเอกอย่างแข็งขัน
(รอมแพง, 2552, หน้า 93 – 96)
สวนผลไม้ของครอบครัวมีพื้นที่หลายสิบไร่ การเข้าไปตรวจ
งานในสวนด้วยการขับรถจี๊ปจึง เป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง แดดร้อนที่ส่ง
กลิ่นไอความร้อนออกมาทำาให้รู้สึกถึงความอบอ้าวเมื่ออยู่ภายใต้
เสื้อแจ็กเกตแขนยาวกับหมวกปีกกว้างห้อยผ้าคลุมรอบเช่นนี้
“ทน ๆ หน่อย อย่าถอดหมวกออกเหมือนคราวก่อนล่ะ เดี๋ยว
จะไม่สบายอีก”จากคำาพูดทำาให้ รู้ว่าหญิงสาวเจ้าของร่างนี้เคยพยศ
กับพี่จนไม่สบายมาแล้ว
“เดี๋ยวอีกสามเดือนก็ออกดอกออกผลแล้ว ถึงตอนนั้นก็ชวน
แฟนแกมาสิ จะได้เก็บลูกกินจาก ต้น ให้สนุกเหมือนเมื่อคราวที่แกพา
เพื่อนมาไง”
“อืม”ชายหนุ่มคร้านที่จะปฏิเสธแล้วว่านิลกานต์กับเขาไม่ได้
เป็นแฟนกัน เสียงถอนหายใจ ยาวของคนร่างเล็กทำาให้คนตัวโต
หน้าสลดลง
“เบื่อพี่อีกแล้วหรือนิล” นำ้าเสียงบางอย่างที่นาวินใช้ทำาให้
ภาสกรหันขยับไปมองพี่ชายตาโต
“พี่รู้ว่านิลไม่ชอบทำาสวนทำาไร่ แต่พี่อยากให้นิลมีส่วนร่วมกับ
กิจการของครอบครัวเราบ้างไม่ใช่แยกตัวไปอยู่ตามลำาพังไม่สนใจบ้าน
เราเลย พ่อกับแม่ก็เป็นห่วง พี่ก็เป็นห่วง”
ภาสกรฟังแล้วก็อึ้งจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก และนิ่งงันกันไป
ครู่ใหญ่เขาจึงเปิดปากได้
“แล้ว...พี่เคยพูดอย่างนี้กับนิลหรือเปล่าล่ะ”
“เออ...ช่างมันเถอะ แกจะทำาอะไรก็เรื่องของแก เดี๋ยวพี่พาไป
ที่พักคนงานตรงนั้นละกันมีลำา ธารเล็ก ๆ อยู่ แกจะได้ล้างหน้าล้าง
ตา พี่รู้ว่าแกร้อนแล้ว ”
“เดี๋ยวสิ ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลยพี่ไม่เคยพูดอย่างนี้กับนิล แล้ว
นิลจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ทุกวันนี้นิล น้อยใจนะที่ทำาอะไรก็โดนดุโดนว่า
ส่วนพี่ พ่อกับแม่ก็ชื่นชมว่าเป็นลูกรัก”ภาสกรพูดแทนความรู้สึก ของนิล
กานต์ด้วยความตั้งใจแต่นาวินคิดว่าน้องสาวกำาลังใส่อารมณ์
71
“ใจเย็น ๆ นิล คิดอะไรอย่างนั้น...” พูดได้เพียงเท่านี้ผู้เป็นพี่
ชายก็นิ่งงันไปอีก มือที่จับ พวงมาลัยคล้ายจะจับแน่นยิ่งกว่าเดิม
“พี่เรียนตามที่พ่อกับแม่อยากให้เรียน พี่ชอบด้วย แต่นวลไม่
ชอบ พี่จบมาได้ทำางานที่ตัวเอง รักได้ทำางานที่ถูกใจพ่อกับแม่ แต่นิล
ไม่ใช่ นิลชอบวาดรูปแต่พี่ก็พยายามจะให้นิลกลับมาทำาสวนที่บ้าน
แล้วมันน่าปลื้มที่ไหน”ภาสกรพูดเชิงเล่าเชิงถามแต่นาวินกลับคิด
ว่าน้องสาวตัดพ้อ
“นี่แกคิดมากถึงขนาดนี้เลยหรือ”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”ภาสกรพยายามบอกความรู้สึกที่นิล
กานต์เคยพูดปรับทุกข์ให้เขาฟัง
“พี่ทำาอะไรก็ดีทุกอย่าง ทุกคนชื่นชอบใช่ไหมล่ะ การที่ไม่ได้
ทำาในสิ่งที่ทุกคนในครอบครัว ต้องการโดยเลือกที่จะทำาในสิ่งที่ฝันที่
เป็นความสุขของตัวเองมันยากนะพี่ มันเหนื่อย เพราะเหมือนอยู่ ตัว
คนเดียวไม่มีใคร และไม่รู้ว่าจะสำาเร็จเมื่อไหร่”
สิ่งที่นิลกานต์เล่าให้ฟังนั้นดูจะเป็นคนละทางกับสิ่งที่เขา
ได้ยินในตอนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าการที่ต่าง คนต่างคิดไปเองจะส่งผลให้มี
แผลในใจกันถึงขนาดนี้ ชั่วเวลาหนึ่งคล้ายกับว่าเขาคือนิลกานต์ นิล
กานต์ คือเขา แยกกันไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ มี
เพียงเสียงเครื่องยนต์เท่านั้นที่ดังอย่าง สมำ่าเสมอ ถนนที่ถางหญ้าและ
โรยกรวดไว้อย่างดีทำาให้ไม่สะเทือนมากนักเมื่อรถใหญ่เช่นนี้ขับผ่าน...
สองพี่น้องคล้ายตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองจึงต่างนิ่งเงียบไป
ไม่เอ่ยปาก จนในที่สุดภาสกรก็รู้สึก ว่าเขาออกจะเข้าข้างนิลกานต์
มากไปในเรื่องที่อยากจะให้เธอได้ทำาอะไรตามใจตัวเองได้ เพียงแต่เคย
ได้รับฟังความกลัดกลุ้มของผู้ที่เขาสลับร่างด้วย
“จริง ๆ นิลอาจจะเห็นแก่ตัวไปเองก็ได้” ภาสกรตำาหนิหญิง
สาวตามที่คิด
“ไม่ใช่! นิลไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอก นิลทำาในสิ่งที่นิลเลือกต่าง
หาก ต่อไปนี้พี่จะไม่ว่าไม่พยายาม ให้นิลมาช่วยงานพี่อีกแล้ว พี่อยาก
ให้นิลทำาตามความฝันของนิล อย่างน้อยก็ทำาในสิ่งที่พี่ทำาไม่ได้”
“หมายความว่ายังไงคะ” พี่ชายของนิลกานต์เงียบไปและ
คล้ายไม่อยากพูดอีก ผู้แปลว่าที่พี่ เรียนที่ทำางานทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่พี่
ต้องการหรือคะ”
“ช่างมันเถอะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึง”
“ถ้าไม่พูดแล้วจะเข้าใจกันไหมล่ะคะ พี่วินอยากทำาอะไรที่
ไม่ใช่เป็นชาวสวนหรือคะ”นาวิน ถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจพูด
กับน้องสาวโดยตรงเพราะคงยากที่พี่น้องจะได้พูดคุยอย่างเปิดใจ
กันอย่างนี้อีก
72
“อันที่จริงพี่อยากเป็นตำารวจ อยากเรียนกฎหมาย อยากเป็น
ข้าราชการอยากช่วยเหลือผู้คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่อยาก
เป็นชาวสวนนะ พี่รักต้นไม้ รักสวนของพ่อ รักบ้านของเรา พี่ก็เลย
ละทิ้งความฝันที่หนึ่งมาทำาความฝันที่สองที่ง่ายกว่าเพราะมีทางให้
เดินอยู่แล้ว แถมยังทำาให้พ่อกับแม่สบายขึ้นด้วย พี่ก็เลยเลือกทางนี้”
ภาสกรอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินและอยากให้นิลกานต์มาได้ยินด้วย
เหลือเกินชายคนนี้ของนิลกานต์ นิสัยไม่เลวเลยจริง ๆ
“นิลเข้าใจพี่วินผิดมาตลอด” ภาสกรนึกถึงนิลกานต์จับจิต
จับใจ
“ตอนนี้ก็เข้าใจถูกแล้วนี่ ถ้าเราอยากกลับมาเขียนรูปวาดรูป
ที่บ้านก็ได้นะ อย่าไปทนลำาบาก อยู่ที่กรุงเทพฯ เลย พี่ส่งเงินให้ก็ไม่
เห็นเคยใช้ พี่แอบเอาสมุดบัญชีของนิลไปอัพให้ทุกเดือนยอดเงินก็ ไม่
เห็นจะยุบเลย เอาอะไรกินเข้าไป”
“ก็คงขายภาพได้น่ะค่ะ” ภาสกรตอบอย่างระมัดระวังเพราะ
ไม่แน่ใจว่านอกจากวาดรูปแล้ว นิลกานต์มีงานอื่นอีกหรือเปล่า
“จะได้สักกี่สตางค์กันเชียวไม่ใช่จิตรกรที่มีชื่อเสียงจะได้สักกี่
ร้อยกัน”หากนาวินทำานำ้าเสียงที่ อ่อนโยนน้อยกว่านี้ภาสกรคงอดเคือง
ไม่ได้ ตอนนี้ที่ทำาได้ก็แค่ถอนหายใจ จริงสิ เงินจากการขายภาพ จะ
ได้สักกี่บาทกันมิน่าล่ะนิลกานต์ถึงได้ดูยาจกนัก ที่แท้ก็เพราะที่นี่ไม่ยอม
ใช้เงินที่ครอบครัวส่งมาให้ นี่เอง
ในความรู้สึกของภาสกรนั้นทั้งนับถือและหน่ายใจในความ
เป็นนิลกานต์เสียจริง
“ต่อไปสัญญากับพี่ได้ไหม ตอนนี้นิลยังไม่ดัง ยังไม่มีชื่อเสียง
ภาพก็ขายได้ราคาตำ่าเอาเงินใน บัญชีไปใช้บ้าง ก็ได้ พี่กับพ่อและแม่
จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่อย่างนี้ไม่ต้องกลับมาบ้านก็ได้ถ้ายังไม่ สบายใจ
เดี๋ยวพี่จะพูดกับพ่อและแม่ให้เอง”
“ค่ะ” มือใหญ่จับศีรษะของน้องสาวโยกอย่างเอ็นตู
“ไอ้ตัวเล็กเอ๊ย!” ภาสกรทำาหน้าเจื่อน ๆ นึกเคืองไม่น้อยที่
ชายหนุ่มพี่ชายของนิลกานต์มาจับ ศีรษะเช่นนี้ แต่ก็ดีใจที่ได้ทำา
อะไรให้นิลกานต์บ้างเห็นทีกลับไปคราวนี้คงได้คุยกันยาว ยัยนั่นคง
นำ้าตา ไหลเป็นเผาเต่าแน่ ๆถ้ารู้ความจริงว่าเป็นเช่นไร...
(รอมแพง, 2552, หน้า 98 – 103)
4. จุดคลี่คลายเรื่อง
ความคืบหน้าเรื่องการติดตามหาแม่ของภาสกรเป็นไปอย่าง
รวดเร็ว นิลกานต์ตัดสินใจบุกไปหาแม่ของภาสกรด้วยตนเอง และแก้
ปัญหาช่องว่างระหว่างแม่กับลูกของเขาอย่างราบรื่น ดังตัวอย่าง
73
ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาดูเย็นสบายเมื่อเข้าสู่บริเวณวัด มีแม่ชี
และพระเณรกวาดลานธรรมกัน อย่างขยันขันแข็ง รถที่นำามานั้นจอด
ได้เพียงด้านหน้าด้วยอาณาเขตของวัดกว้างขวางมากจึงต้องลง
เดินต่อไปเองชายวัยกลางคนในชุดขาวมองมาพร้อมทักทายอย่าง
เป็นมิตร
“จะมาบวชชีพราหมณ์หรือครับ”
“เปล่าครับคุณ ผมอยากมาเจอแม่ชีท่านหนึ่งครับ”
“ชื่ออะไรล่ะครับ ถ้ารู้จักจะชี้ทางให้”
“แม่ชีวนิดาครับ”
“อ๋อ ไม่สบายอยู่นี่ ตอนนี้นอนอยู่ที่เรือนธรรมหลังที่สิบเจ็ด
โน่น ทางโน้นคุณเดินตรงไป
เรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกเลขที่ไว้ เดินไกลหน่อยนะครับคุณ”
“ไม่เป็นไรครับขอบคุณครับ”นิลกานต์ยกมือไหว้พลางกล่าว
ขอบคุณก่อนจะพากันเดินไปยัง เรือนธรรมหลังที่สิบเจ็ดใจนั้นก็เต้น
ตึ้กตั้กด้วยความตื่นเต้น
เพียงเห็นหน้าเรือนธรรมก็รับรู้ได้ว่าคนในนั้นมีความเป็น
ระเบียบและรักความสะอาดมาก พื้น กระดานมันปลาบดูสะอาด
สะอ้านชวนนั่ง บนตั่งไม้มีร่างของแม่ชีวัยกลางคนนอนหลับตาอยู่ชะรอย
จะ รู้สึกได้ถึงสายตาสองคู่ที่มองมา ร่างบอบบางนั้นจึงขยับเล็กน้อย
ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมองมาแล้ว ขยับกายลุกขึ้น
“มาหาใครหรือคุณ แม่ชีถนอมออกไปกวาดลานธรรมจ้ะ” แม่
ชีวนิดามองไปที่ผู้ซึ่งอ่อนวัยกว่า แล้วก็ชะงัก ว่างบางคล้ายจะสั่นเทา
เล็กน้อยร่างสูงใหญ่ของนิลกานต์โผเข้าไปรับร่างที่โอนเอนเหมือน จะ
เป็นลม
“ไม่...แม่ไม่เป็นไร” นำ้าตาลที่คลอเบ้านั้นค่อย ๆหยาดหยด
ออกมา เธอมองหน้าลูกชายด้วย ความสับสน
“ในที่สด ลูกก็มาหาแม่จนได้นะลูก แม่รอ นับวันนับคืนรอ จน
ไม่คิดว่าลูกจะมาหาแม่เสีย แล้ว” มืออันสั่นเทานั้นลูบคลำาใบหน้าของ
ลูกชายด้วยความรักและความคิดถึงสุดใจ ซึ่งทำาให้นิลกานต์ รู้สึกตื้น
ตันในอก มือใหญ่กราบที่ตักของแม่ชีด้วยความเคารพ พลันรู้สึกรักและ
เคารพท่านเหมือนแม่ ของตัวเอง เธอรู้สึกเสียดายแทนภาสกรเจ้าของ
ร่างนี้เหลือเกิน
“แม่ไม่สบาย เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” ศีรษะนั้นส่ายเบา
ๆ เมื่อได้ยินคำาพูดแรกของคน ที่เธอเข้าใจว่าเป็นลูกชาย
“แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอกลูก ก็แค่เจ็บออด ๆ แอด ๆ เดี๋ยวก็
หาย”
“ทำาไมไม่ไปหาหมอล่ะครับ”
74
“ไข้หวัดธรรมดาลูก เดี๋ยวก็หาย” ดูท่าทางคนป่วยไม่ค่อย
สนใจกับอาการป่วยของตัวเองเอาเสียเลย
“ไปยังไงมายังไง ถึงได้มาหาแม่ได้ล่ะลูก”
“ถ้า...ผมจะบอกว่าผมไม่ได้รับการติดต่อจากแม่เลยล่ะครับ”
“ไม่จริง แม่ติดต่อลูกทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่ และเขียนจดหมายไป
ทุกครั้งเมื่อถึงวันเกิดของลูก แรก ๆ แม่ก็เขียนไปหาบ่อย แต่หลัง ๆ แม่
คิดว่าลูกคงโกรธแม่ถึงได้ไม่เคยตอบจดหมายแม่เลยสักครั้ง เดียว ดัง
นั้นแม่จึงส่งให้เฉพาะวันเกิดกับตอนย้ายไปโน่นไปนี่เท่านั้นเพราะกลัว
ลูกจะรำาคาญ...”แม่ชี วนิดาไอแห้ง ๆ ก่อนจะมองหน้าลูกชายอย่าง
ปลาบปลื้ม
“แม่อย่าน้อยใจเลยครับ อันที่จริงผมไม่เคยได้รับจดหมาย
ของแม่เลยเพราะถูกเก็บไปซ่อนเสีย หมดถ้าผมหาไม่เจอ ผมก็ไม่รู้
ว่าแม่อยู่ที่ไหน ผมนึกว่าแม่ไม่ติดต่อมาเลยจนคิดว่าแม่คงไม่สนใจลูกคน
นี้ แล้วด้วยซำ้า”
“โธ่ลูก! เป็นไปไม่ได้เลยนะลูกที่แม่จะไม่คิดถึงลูก” แม่ชีวนิ
ดามองหน้าลูกชายก่อนจะก้มลง มองพื้นด้วยความเศร้าใจนิลกานต์อด
สงสารไม่ได้จึงโผเข้ากอดแม่ชีอีกรอบแม้จะตะขิดตะขวงใจบ้างที่
ตอนนี้ตัวเองเป็นผู้ชายและที่สำาคัญก็ไม่ได้เป็นคนที่แม่ชีคิดด้วย
“แล้วแม่ผู้ได้ยังไงครับว่าเป็นผม”
“แม่อ่านหนังสือทุกเล่มที่มีชื่อลูก รูปของลูก ข่าวสังคมออก
ข่าวลูกบ่อย แม่ก็เลยจำาได้จ้ะ” แม่ชีวนิดาไออีกครั้ง คราวนี้ไอแรง
จนนิลกานต์ตกใจ
“แม่ ไปหาหมอเถอะครับ ถ้าแม่ไม่อยากเป็นแม่ชีไว้ผมจะหา
บ้านให้แม่สักหลัง ตอนนี้ไปหา หมอกันก่อนเถอะครับ แม่ไอน่ากลัว
มากเลย”
แม่ชีสุดที่จะบ่ายเบี่ยงได้จึงยอมให้ลูกชายช่วยพยุงเดินไป
แม้ป่วยไข้เช่นไรก็รู้สึกเหมือนสบาย ยิ่งกว่าสบาย เพราะได้รับรู้ว่า
ลูกไม่ได้โกรธอะไรตนและยิ่งเห็นหน้าลูกเช่นนี้เดินไกลเช่นไรก็ไม่รู้สึก
เหนื่อยกลับรู้สึกสุขใจราวกับกำาลังเดินชมสวนสวรรค์
(รอมแพง, 2552, หน้า 110 – 112)
ส่วนภาสกรก็เข้ากับคนในครอบครัวของนิลกานต์ได้เป็นอย่างดี
ทำาให้นิลกานต์สังเกตได้ถึงความชื่นมื่นของพ่อ แม่ และพี่ชาย ยามที่
ออกมาส่งภาสกรในร่างของนิลกานต์กลับบ้าน
ภาสกรชะเง้อมองถนนหน้าบ้านอย่างเฝ้าคอย เวลาผ่านไป
เรื่อยจนเกือบคำ่าจึงได้เห็นรถที่คุ้น ตาแล่นเข้ามาซึ่งตอนนั้นดวงตาก็
วาววับด้วยความโมโห
75
เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เดินยิ้มกริ่มลงมาจากรถก็ยิ่งหงุดหงิดเพิ่ม
ขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งพ่อแม่และ พี่ชายของนิลกานต์ต่างเดินลงมาส่งลูกสาว
กันพร้อมหน้าผู้เป็นพ่อนั้นเจอคำาพูดของทั้งภรรยาทั้งลูก ชายจนอยาก
รู้จักผู้ชายที่ถูกล้อกันว่าเป็นแฟนของนิลกานต์เต็มทน
รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและใบหน้าที่ยิ้มแย้มทำาให้นึกครึ้มอก
ครึ้มใจว่าลูกสาวตาแหลม หากว่า เป็นแฟนกันจริง ๆ ลูกคงไม่ลำาบากซึ่ง
ดูได้จากพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง ท่าทางท่วงทีก็ดูดีน่าจะไม่ใช่
คนเหลาะแหละ
นิลกานต์ตาวาวเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอยังสามารถเดินลงมาส่ง
ภาสกรได้ซึ่งแสดงว่าอาการไม่ได้ หนักหนาอะไรหญิงสาวไม่สนใจคน
หน้างำ้าที่มองมาด้วยแววตาดุ ๆ เธอยกมือไหว้ลาพ่อแม่และพี่ชาย
ก่อนจะเดินตามภาสกรไปขึ้นรถ
(รอมแพง, 2552, หน้า 113)
นิลกานต์พาภาสกรไปพบแม่ของตนเอง ทำาให้เขาได้รับพรวันเกิด
อันแสนวิเศษและเลิกน้อยใจเรื่องครอบครัว
ภาสกรเองก็รู้สึกเช่นกันว่าวันนี้เขาทำาตัวเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ
ที่ดีใจเมื่อจะได้เจอกับแม่บังเกิด เกล้าที่ห่างหายกันมานาน นานจน
กลัวว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด ตอนนี้ความรู้สึกโกรธแค้นได้หายไปที่ใด
แล้วก็ไม่รู้ มีเพียงความตื่นเต้นอย่างที่สุดจะประมาณได้เท่านั้น
ระยะทางที่ไม่ไกลแต่ก็ทำาให้ภาสกรรู้สึกว่านานเหลือเกินกว่า
จะถึงจุดหมาย แดดที่ร้อนเปรี้ยง นอกรถไม่ได้ทำาให้เขาลังเลเลยที่จะ
ก้าวลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย นิลกานต์ยิ้มละไมตลอดทางที่เดินไป ยัง
เรือนธรรมหลังที่ 17ด้วยความที่ไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของภาสกรมาก่อน
ที่แท้นายก็น่ารักเหมือนกันนี่นะ ดูสิตื่นเต้นที่จะได้เจอแม่จน
ตาเป็นประกายเชียว บางทีท่าที่ เคร่งขรึมนั้นอาจจะเป็นเพียงกำาแพง
หนา ๆ ที่มีไว้ปกป้องตัวเองก็เป็นได้
ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปข้างใน ก็มีแม่ชีคนหนึ่งร้องเรียกเพื่อ
ไถ่ถาม
“มาหาแม่ชีวนิดาหรือคุณ”
“ ครับ ”
“แม่เป็นอะไรไปหรือเปล่า”นำ้าเสียงที่เต็มไป ด้วยความตกใจ
และเป็นห่วงของภาสกร ทำาให้ แม่ชีคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ไม่...ไม่ใช่หรอกลูก แม่ชีวนิดาอยู่ที่โบสถ์ใหญ่โน่น ตอนนี้
คงเดินจงกรมทำากรรมฐานอยู่ ถ้า เห็นว่ามีญาติมาเยี่ยมก็คงจะพักล่ะ
กระมังไปเถอะลูก เห็นยอดสูง ๆ นั่นไหมนั่นแหละโบสถ์” แม่ชีร่วม
76
เรือนธรรมของแม่ชีวนิดาชี้ไปที่โบสถ์ใหญ่ที่สร้างแบบโบราณมี
ช่อฟ้าใบระกาส่องประกายล้อแดดอยู่ วิบวับ
ยิ่งคลาดกันยิ่งใจเต้นภาสกรและนิลกานต์เดินย้อนกลับไป
ทางที่เดินมาอีกครั้งโบสถ์ใหญ่ยก ฐานเป็นบันไดสองชั้นชั้นละห้าขั้น
และสามขั้นตามลำาดับ ประตูโบสถ์ทำาด้วยไม้แผ่นใหญ่ที่ตอนนี้กำาลัง
เปิดอ้าอยู่ ลมเย็นพัดโกรกผ่านประตูหน้าหลังให้คลายร้อนด้านใน
โบสถ์นั้นกว้างมาก มีหน้าต่างเจาะ ช่องแบบโบราณ มีแม่ชีนั่งและเดิน
ปฏิบัติธรรมกันพอสมควร
ขณะที่แม่ชีวนิดากำาลังเดินจงกรมอยู่นั้นเมื่อเห็นหน้าของ
ภาสกร เธอก็ทำาสติคืนสมาธิในการ เดินจงกรมแล้วรีบเดินเข้ามาหา
ลูกด้วยความดีใจที่มาเยี่ยมแม่หรือลูก”
“ครับ แม่เป็นยังไงบ้าง”
“สบายดีแล้วจ้ะ ยาที่กินดีมาก คนแก่ก็อย่างนี้แหละลูก
ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง”ภาสกรในร่าง บอบบางมองแม่ชีวนิดาไม่
วางตาอยากโผเข้ากอดเหลือเกินแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจไว้
“นี่เลขาฯ ผมชื่อนิลกานต์ครับแม่”ภาสกรได้ทีเดินมากราบแม่
ชีวนิดาที่อกใจนั้นทั้งตื้นตันที่ได้ เจอแม่ ทั้งสงสารแม่เมื่อเห็นความชรา
ที่ดูเกินวัย
แม่ชีวนิดาอุ่นใจวาบเมื่อโอบร่างบางนั้นไว้ ความรู้สึกแปลก
ประหลาด
เมื่อสัมผัสร่างนั้นทำาให้เพ่งพิศพิจารณามองหน้าสาวน้อยตรงหน้า
เมื่อสบตาโต ๆ นั้นก็รู้สึกรักขึ้นมาจับ จิตจับใจ ได้แต่คิดว่าคงเป็นบุพ
เพที่เคยพบเจอรักใคร่กันมาก่อนในชาติที่แล้ว ชาตินี้จึงได้รู้ลึกรักและ
เอ็นดูสาวน้อยคนนี้อย่างสนิทใจตั้งแด่แรกเห็น
“ไปคุยกันข้างนอกเถอะลูก อยู่ในนี้รบกวนท่านอื่น ๆ เขา”
ทั้งสามพากันเดินออกมาจากโบสถ์ แม่ชีวนิดานำาผู้มาเยือนทั้งสองไปยัง
ศาลาใต้ร่มไม้แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์นัก ม้านั่งหิน อ่อนใน
ศาลาเย็นสบายร่มเงาของต้นหูกวางต้นใหญ่และลมที่พัดรำาเพยมาเป็น
พัก ๆ ทำาให้อากาศไม่ ร้อนมากนัก
ภาสกรเลือกนั่งเก้าอี้เดียวกับแม่ชีด้วยความที่อยากจะใกล้ชิด
แม่ให้มากที่สุด ดวงตาสุกใสยิ่ง สุกใสมากขึ้นนำ้าตาคลอขึ้นมาจนนึก
รำาคาญตัวเองปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่อ่อนแอนอกจากตอนเด็กๆที่
ร้องไห้ครั้งพอโตขึ้นมาก็ไม่เคยเสียนำ้าตาอีกเลย หรืออาจจะเป็น
เพราะเขาอยู่ในร่างของผู้หญิงจิตใจ และร่างกายถึงได้อ่อน
ปวกเปียกและยากจะบังคับทำาให้ต้องเสียนำ้าตาครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนี้
“ทำาไมแม่...ชีไม่ไปอยู่เสียที่กรุงเทพฯ ล่ะคะ” ภาสกรอยากให้
แม่ไปอยู่ด้วยกัน ให้สมกับที่ต้อง จากกันมานานแสนนาน...
77
“แม่อยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้ว ชินเสียแล้วล่ะหนู” แม่ชีวนิดายิ้ม
น้อย ๆแววตานั้นดูเศร้านัก
“วันนี้วันเกิด...” นิลกานต์เอ่ยปากตามองไปที่ภาสกรก่อนจะ
หันมามองแม่ชีวนิดา
“ใช่ วันนี้เป็นวันเกิดในรอบยี่สิบกว่าปีที่ไม่ต้องเขียน
จดหมายถึงลูกแม่ดีใจจริง ๆ ที่หนูมาหา แม่” นิลกานต์กอดมารดาของ
ภาสกรด้วยความตื้นตันและรู้สึกสงสารโดยมีภาสกรที่มองมาตาละห้อย
“อยากให้แม่ไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ผมจะได้ดูแลแม่ให้
เต็มที่ ผมอยากทราบความจริงว่า ทำาไมแม่ถึงไปจากผมเมื่อยี่สิบปีที่
แล้ว” นิลกานต์ถาม
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ อย่ารู้
เลยลูกขอให้รู้เพียงว่าไม่ว่าอะไร จะเกิดขึ้นขอให้ลูกจำาไว้ว่าแม่รักลูก
รักมาก...”แววตาของแม่ชีวนิดาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่าง มากมาย
มือสั่นเทาดึงตัวลูกชายคนเดียวเข้ามากอดอีกครั้ง นิลกานต์ตื้นตันจน
นำ้าตาคลอเบ้าส่วน
ภาสกรนั้นไม่ต้องพูดถึงนำ้าตาพรั่งพรูจนเช็ดออกแทบไม่ทัน แม้แต่
แม่ชีวนิดาเองก็หลั่งนำ้าตาออก มากกว่าเป็นนำ้าตาแห่งความสุขที่ได้
พบได้เจอได้กอดลูกชายคนเดียว ของเธอ
“เลิกร้องไห้เถอะครับ ควรจะหัวเราะกันมากกว่าเพราะพวก
เรามีความสุขถึงขนาดนี้ เย็นนี้ผม จะจัดงานวันเกิดที่บ้าน...” นิลกานต์
เช็ดนำ้าตาให้แม่ชี พร้อมกับมองหน้าแม่ชีวนิดาด้วยแววตามี ความ
หวัง
“แม่ขอให้พรลูก ให้ลูกประสบแต่ความสุขความเจริญ ไม่มี
ภัยพาลไร้ทุกข์ไร้โศกนะลูกนะ แม่คงไปงานของหนูไม่ได้ เพราะบวชอยู่
อีกอย่างแม่ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวทางพ่อของลูกมานาน นาน
จนลำาบากใจถ้าจะต้องไปเจอไปเห็นหน้าพูดคุยกัน”
(รอมแพง, 2552, หน้า 143 –146)
นิลกานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับภาสกรมากขึ้น จึงหักห้ามใจ
ตัวเองไว้ด้วยการบอกว่าภาสกรมีคนรักแล้วคือ พิณนรี น้องสาวข้างบ้าน
แต่พอถึงวันเกิดของภาสกร ความจริงก็เปิดเผยออกมาว่า พิณนรีเป็น
แฟนของเพื่อนสนิทของภาสกร ดังนั้น หญิงสาวจึงไม่มีเหตุผลใดให้ต้อง
รู้สึกตะขิดตะขวงใจอีก อย่างไรก็ดี ยังมีสาวสวยอีกหลายคนที่มารุมล้อม
ภาสกร หญิงสาวจึงทำาหน้าที่เพียงพิจารณาและแอบให้คะแนนอยู่ในใจ
ว่าคนไหนจึงจะคู่ควรกับภาสกรที่สุด ฝ่ายภาสกรก็หาโอกาสตัดคู่แข่งที่
เข้ามาจีบนิลกานต์ไปทีละคน อย่างไม่เข้าใจเหตุผลของตนเอง ดัง
ตัวอย่าง
78
“ผมจะบอกคุณว่า นายเมธน่ะเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของผม
ชื่อจริงเขาชื่อเมธวัช เขาเป็น
คู่หมั้นของน้องพิณ” นิลกานต์ฟังด้วยความตื่นตะลึง
“จริงอ่ะ”
“ผมจะโกหกคุณทำาไมล่ะ”
“แล้วทำาไมไม่บอกตั้งแต่แรก...” หญิงสาวหยุดคำาพูดของตัว
เองเมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้
“อ๋อโถ...”คิดเองเออเองเสร็จสรรพว่าภาสกรแอบหลงรักพิณ
นรีเพียงข้างเดียว จะพูดก็พูดไม่ ออกเพราะพิณนรีเป็นคู่หมั้นของ
เพื่อนซี้นี่เอง
“โถ ไห ชาม กะละมังอะไรของคุณ เข้าไปในงานเถอะ แล้ว
อย่าไปเป็นลมให้คนอื่นหัวเราะ เยาะอีกล่ะ
“ห้ามได้ด้วยเหรอ ใครใช้ให้เพื่อนคุณมากอดฉันล่ะ ฉันน่ะ
ไม่คะ...เอ่อ...เอาเถอะจะพยายาม คุมสติก็แล้วกัน” จะบอกว่าตัวเองไม่
เคยตรงๆ ก็เกรงว่าจะเสียท่า ทว่าดูทีแล้วภาสกรคงจะรู้ดีเลย
ทีเดียวว่าเธอจะพูดอะไรดวงตากลมโตถึงดูวิบวับและยิ้มกว้างออก
ปานนั้น
(รอมแพง, 2552, หน้า 156 -157)
อาหารเตรียมไว้อย่างพรักพร้อม เมื่อเห็นนายเอกมาด้อม ๆ
มอง ๆอยู่ภาสกรจึงเดินไปบอกให้ กลับไปก่อน แล้วเขาจะนั่งแท็กซี่กลับ
เอา นายเอกจึงได้คลายใจขับรถออกไป ภาสกรเดินเข้ามาประจำา ที่
โดยมีป้าสุนีย์และชนะชัยนั่งรออยู่
เพียงจับช้อนกิริยาการกินก็สร้างความตื่นตะลึงท่าทาง
เหมือนตายอดตายอย่างทำาให้ป้าสุนีย์ ยิ่งส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ส่วน
ชนะชัยนั้นเพียงเลิกคิ้วมอง
“หิวมากหรือน้องนิล”
“ค่ะ” พูดทั้งที่ข้าวเต็มปากทำาให้ข้าวพุ่งออกมาไม่น้อย ป้าสุ
นีย์วางช้อนลงอย่างแรง ก่อนจะ หันไปพูดด้วยความโมโหกับหลาน
ชาย
“ป้าอิ่มแล้วล่ะกินไม่ลง!” กล่าวจบก็เดินตึง ๆ ขึ้นไปชั้นบน
ด้วยความหงุดหงิดใจ ท่ามกลางสี หน้าเหลอหลาของภาสกรที่แกล้งมอง
ตามไป ก่อนจะก้มลงกินต่ออย่างเมามันตกนำ้าแกงขึ้นมาซดเสียง ดัง
แล้วหันไปพยักพเยิดกับชนะชัย
“อร่อยเนอะ” ยินยอมหมดมาดเพื่อลดสายตาหวานฉำ่าที่ชนะ
ชัยมีให้และท่าทางว่าจะสำาเร็จ
(รอมแพง, 2552, หน้า 161)
79
“ฉันขอโทษ แต่เธอก็อย่ามาว่าคุณภาสกรสิ อย่าลืมว่าตอนนี้
ฉันคบกับเขาอยู่” ตอกยำ้าเข้าไป ตอกให้ลึกให้หนัก สีหน้าและแววตา
ของพงษ์วิทย์นั้นดูท้อแท้เสียใจเป็นอย่างมาก ซึ่งภาสกรก็พึงพอใจ ที่
เป็นเช่นนี้
“ไม่เอาแล้วฉันกลับบ้านดีกว่า นี่เงินไม่ต้องทอนล่ะ”ภาสกร
หยิบเอาธนบัตรสีม่วงมาวางไว้ ตรงหน้าเพื่อนของนิลกานต์ที่ยังคง
นิ่งอึ้ง
“ถ้าเธอเลิกคิดบ้าๆกับฉันเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันถึงยังไง
เธอก็เป็นเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุด” เพี่อไม่ให้นิลกานต์ต้องเจอกับปัญหา
ยามที่เปลี่ยนร่างคืน ตอนนี้คงเป็นช่วงปลอบประโลมไอ้เพื่อนยาก
คนนี้ไปก่อน
“แกเอาเงินคืนไปเถอะ”พงษ์วิทย์ยัดเงินคืนใส่มืออีกฝ่ายด้วย
ท่าทางเสียใจขนาดหนัก
“ฉันรู้ว่าฉันเป็นได้แค่เพื่อน และไม่เคยเรียกร้องมากกว่านั้น
แกมีคนที่แกรักแล้วก็ดี ก็ขอให้ คบกันนาน ๆ” นำ้าเสียงจริงจังจริงใจ
และแววตาที่อ่อนโยนทำาให้ภาสกรรู้สึกผิดอยู่ในใจ
“ถ้าฉันพูดแรงไปฉันก็ขอโทษด้วย”
“กินข้าวต่อเถอะ นะ”
“อืม”
(รอมแพง, 2552, หน้า 161)
การคลี่คลายปมเรื่องการสลับร่างเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองค้น
ข้อมูลการเกิดจันทรุปราคาได้ และเปลี่ยนร่างคืนกันสำาเร็จ
“คุณอย่าก้มมองนาฬิกาบ่อยนักนะเดี๋ยวคลาดกัน เวลาจะมอง
นาฬิกาน่ะยกมือขึ้นดูสิ”
นิลกานต์แม้จะเมื่อยขาแค่ไหนแต่ก็ยังจ้องมองอีกฝ่ายแทบไม่
กะพริบตาแถมยังคิดเดาวิธีที่จะสลับร่าง คืนให้ได้มาสารพัด
นาฬิกาของพิพิธภัณฑ์บอกเวลาสิบแปดนาฬิกา แว่วเสียง
เพลงชาติดังมาไกล เสียงปิด หน้าต่างปิดประตูเริ่มดังไล่เข้ามาเรื่อย ๆ
“เอายังไงดีคุณ เกิดเขามาถึงห้องนี้แล้วพวกเรามายืนจ้องตา
กันอยู่อย่างนี้ เขาคงหาว่าเราบ้า”
“ใจเย็นๆ รอให้ถึงที่สุดก่อนสิคุณยังเหลืออีกตั้งสี่สิบเก้า
นาที”เพียงเข็มยาวชี้เลยเลขหนึ่งมา เพียงสองขีดแสงสีขาวสว่างก็
วาบเข้าตาของคนทั้งสอง เสียงเหมือนหินครูดกันดังแว่ว เหมือนดังมา
จากที่อันไกลโพ้น ทั้งสองคนผงะถอยหลังก่อนจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
พอดีกับที่พนักงานผู้ช่วย ภัณฑารักษ์มาปิดประตู
80
“อ้าว...คุณที่ว่าจะวาดรูปถึงทุ่มนี่ เป็นอะไรไปครับ” พนักงาน
สูงอายุเข้ามาพยุงนิลกานต์ที่ล้ม กลิ้งอยู่บนพื้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนหู
อื้อและดวงตาพร่ามัวเมื่อลืมตาขึ้นอีกทีก็พบว่าในมือกำาดินสอ
แน่น.ส่วนกระดาษปอนด์กับขาตั้งประเด็นไปคนละทาง
“สลับได้แล้ว!” นำ้าเสียงดีอกดีใจของนิลกานต์ทำาให้ภาสกรที่
อยู่อีกฝั่งลืมตาขึ้นมองตัวเอง
“สลับได้แล้วจริง ๆ” พนักงานของพิพิธภัณฑ์ ชะโงกไปมอง
ภาสกร ก่อนจะหันมามอง
นิลกานต์ด้วยสายตาตั้งคำาถาม
(รอมแพง, 2552, หน้า 174-175)
โอกาสที่ทำาให้คนทั้งสองได้รู้ใจตนเองมาถึง เมื่อนิลกานต์โดนลอบ
ยิง หญิงสาวพุ่งตัวออกไปผลัก
ภาสกรจนกระทั่งตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดเป็นห่วง
ร่างของตนเองเท่ากับความปลอดภัยของชายหนุ่ม ส่วนภาสกรนั้นเมื่อ
เห็นนิลกานต์ในร่างตนเองบาดเจ็บก็รู้สึกถึงความห่วงหาที่มีต่อหญิงสาว
ขึ้นมาทันที
ดังตัวอย่าง
เสียงบิดมอเตอร์ไซค์ทำาให้นิลกานต์เอี้ยวตัวไปดู
มอเตอร์ไซค์คันที่นิลกานต์หันไปมองนั้นมีคน สองคนที่แต่งตัวคล้าย ๆ
กันนั่งอยู่
ลักษณะการแต่งกายเป็นเสื้อยืดสีดำาสวมทับด้วยแจ็กเก็ตหนัง
สีดำาสวมกางเกงยีนสิดำา ทั้งคู่ใส่ ถุงมือ คนที่ซ้อนนั้นใส่ถุงมือหนาสีดำา
เทา ส่วนคนขี่นั้นใส่ถุงมือสีดำาเหลือง รายละเอียดทุกอย่างนั้น ล้วนอยู่
ในสายตาของนิลกานต์ เธอเบิกตาโพลงเมื่อเห็นมือของคนที่นั่งซ้อน
ท้ายหยิบของสีดำาเมื่อมออกมาก่อนจะยกขึ้นมาเล็ง
เพียงเห็นทิศทางที่แน่นอน หญิงสาวก็ใจหายวูบ ความรู้สึก
ส่วนลึกบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้จะ เป็นอะไรไปไม่ได้จึงรีบโถมตัวผลัก
ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ ตัวสุดแรงเกิด
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับเสียงหวีดร้องของใครหลาย
คนในที่นั้นตำารวจจราจรที่ทำางาน อยู่อย่างขะมักเขม้นหลายนายวิ่งมา
ทางที่เกิดเหตุ
เสียงปืนที่ดังมาจากด้านหลังนั้นทำาให้หญิงอ้วนวัยกลางคน
กอดข้าวของในรถตุ๊กตุ๊กที่จ้างมา อย่างตกใจ เมื่อหันไปมองก็เห็น
คนร้ายกำาลังจะหนีจึงหยิบร่มคันใหญ่ที่พกมาด้วยยื่นขวางทางรถ
มอเตอร์ไซค์ของคนร้าย แต่กลับฟาดไปโดนคอของคนขับรถ
81
มอเตอร์ไซค์อย่างเหมาะเหม็ง ทำาให้รถ มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งด้วยความเร็ว
สูงเพื่อหนีเสียหลักล้มไปโดนรถยนต์คันข้างหน้าก่อนจะไถลไปกับพื้น
คนขับกับคนซ้อนท้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง
นิลกานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวของเธอนั้นหนักมากเมื่อพยายามลุก
ขึ้นมองภาสกร
“เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า”ภาสกรพูดอย่างตกใจพลางเบิ่ง
ตาค้างมองนิลกานต์
“คุณ ฉันถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” พลันเธอกูรู้สึกเจ็บอย่าง
บอกไม่ถูกราวกับโดนไฟเผาที่ หัวไหล่ข้างขวา ความปวดแสบปวด
ร้อนทรมานก็เข้ารุมเร้าจนทรุดตัวลง เมื่อยกมือขึ้นไปแตะบริเวณที่
รู้สึกเจ็บก็พบว่ามีนำ้าเหนียว ๆ พอก้มลงดูก็เห็นเลือดสีแดงฉานเต็ม
ไปหมด
“เลือด!” นิลกานต์คนเก่งถึงกับหน้าซีดหมดแรงจนทรุดอยู่กับ
ที่
ภาสกรปราดเข้าไปประคองนิลกานต์พร้อมกับร้องเรียกให้
คนช่วยเสียงดังลั่นถนน
“ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลด้วย”
มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขับผ่านมาหยุดรถแล้วตะโกนบอกให้
ไปกับตนสีหน้าตื่นตกใจไม่แพ้กับ ใครหลาย ๆ คนที่อยู่ในที่นั้น ภาสกร
คิดจะประคองหญิงสาวในอ้อมกอดไปขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ แต่
เมื่อเห็นว่านิลกานต์สลบไปแล้วจึงเปลี่ยนเป็นอุ้มขึ้นรถแทนโดยตัวเขา
นั้นนั่งประกบอยู่ด้านหลัง
“ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดครับ” คนขับรับคำาก่อนจะวิ่งรถ
อย่างไม่เกรงใจใครลัดเลาะฝ่า การจราจรที่หนาแน่นอย่างสุดชีวิต
ส่วนตำารวจก็ตรงเข้าไปจับกุมมือปืนกับคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ท่าทาง จะ
ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อยส่วนนายเอกที่มองเห็นเหตุการณ์แต่ไกลก็ได้หา
ที่จอดแล้วรีบลงจากรถมาดู เหตุการณตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ร่างที่นอนแน่นิ่งถูกเข็นออกมาจากห้องฉุกเฉิน พร้อมกับแพทย์
ที่ทำาการรักษา
“คุณเป็นญาติของคุณนิลกานต์ใช่ไหมครับ”
“ผมเป็นเจ้านายเธอครับ เธอรับกระสุนแทนผม”
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ กระสุนปืนยิงโดนแค่ถาก ๆ ตอนนี้เย็บ
แผลเรียบร้อยแล้วนะครับ พัก สักวันสองวันถ้าไม่มีอาการอะไร
แทรกซ้อนก็กลับบ้านได้แล้วครับ”
ภาสกรถอนหายใจปนสะอื้น เมื่อครู่นั้นเขาแทบรู้สึกอยากจะ
บ้าตายคิดในทางร้าย ๆ ไป สารพัดหากนิลกานต์เป็นอะไรไปเขาคงอยู่
เป็นผู้เป็นคนไม่ได้ ดวงตาเรียวรีแดงกำ่า บีบมือเล็ก ๆ ของ นิลกานต์ด้วย
82
ความโล่งอกร่างสูงใหญ่นั้นถอดเสื้อสูทที่เปื้อนเลือดเป็นหย่อม ๆ ออก
พลางเดินตาม รถเข็นไปยังห้องวีไอพีที่จัดไว้ให้นิลกานต์
“ถ้ามีปัญหาอะไรก็กดเรียกที่ปุ่มนี้นะคะ อีกไม่นานก็คงฟื้น
แล้วค่ะที่สลบไปคงเป็นเพราะว่า ตกใจมากกว่า” พยาบาลสาวใหญ่พูด
พลางยิ้มปลอบโยนหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ดูท่าที ประคับประคองกับ
สายตาที่บ่งบอกความในใจอย่างเปิดเผย และยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้หน้า
ซีดเซียว จนแทบจะป่วยไปกับคนเจ็บด้วยก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมและชื่นใจ
แทนคนเจ็บหลังจากตรวจดูสายนำ้าเกลือและ เลือดเสร็จแล้วจึงหันไป
บอกกล่าวแก่ภาสกรด้วยนำ้าเสียง อ่อนโยน
“ถ้าต้องการพยาบาลพิเศษก็ไปกรอกรายละเอียดหน้า
เคาน์เตอร์ด้านนอกนะคะ”
“ขอบคุณครับ” เมื่อพยาบาลผู้ใจดีเดินออกไปแล้วภาสกรก็
ลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เตียงของ คนป่วย ก่อนที่จะจับมือเรียวเล็กนั้น
ขึ้นมากุมไว้
“ฟื้นได้แล้ว นิลกานต์ ฉันใจคอไม่ดีเลยรู้ไหม” เสียงทุ้มนุ่ม
นั้นพูดราวกับว่าคนที่นอนอยู่จะ
ได้ยินปากได้รูปแตะที่นิ้วเรียวเล็กนั้นพร้อมกับทอดสายตาหวาน
ซึ้ง เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ ที่อีกฝ่ายได้ปกป้องเขาจนต้อง
มาเจ็บตัวแทน
“อืม...อะไรนะ มันมาแล้ว หลบสิ หลบ...” เสียงแผ่วเบาพูด
เพ้อแทบไม่เป็นภาษาทำาให้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปใกล้จนหูแทบ
แนบริมฝีปากที่แห้งผากนั้น ลมหายใจอุ่น ๆ ทำาให้ทราบว่าคน ที่นอน
อยู่คงเริ่มมีไข้ขึ้นมาแล้ว มิหนำาซำ้ายังผวาเพ้อถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วย
“ฉันไม่เป็นไรแล้วนิลกานต์ฉันไม่เป็นอะไรแล้วฉันอยู่
นี่”ภาสกรเอียงหน้าเข้าไปใกล้และโอบ ร่างเล็กบางไว้ พลางกระซิบ
ปลอบโยนเมื่อเห็นหญิงสาวเพ้อและมีอาการกระสับกระส่าย
อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้ร่างกายของนิลกานต์ต้องทนยืนขา
แข็งเป็นครึ่งวันพร้อมกับถือของ หนักไปด้วยทำาให้เธอยิ่งอ่อนแอ ครั้น
พอโดนยิงจึงดูอ่อนปวกเปียกกว่าปกติ หากว่าย้อนเวลากลับได้ เขาคง
ไม่ยอมแลกร่างคืนกับนิลกานต์และเขานี่แหละจะเป็นผู้ที่ปกป้องนิล
กานต์เอง
ดวงตาที่ส่งผ่านความอ่อนโยนลึกซึ้งมองหน้าผากกลมมนนั้น
อย่างเอ็นดูสุดหัวใจ ปากหนาได้ รูปประทับนั่งที่หน้าผาก ยิ่งเห็น
อาการกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายนั้นก็ยิ่งสงสาร ริมฝีปากนุ่มจึง
เลื่อนระเรื่อยมาแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากอุ่นจัดก่อนจะแตะหนักเน้น
คล้ายอยากจะผ่อนเอาความฝันที่ ร้ายกาจนั้นมาสู่ตน และคล้ายอยาก
แบ่งเบาเอาความร้อนด้วยพิษไข้ให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลาย น่า เสียดาย
ที่อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกตัวเลย
83
มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กๆ นั้น ก่อนจะเลื่อนตัวลงมานั่งเฝ้ามอง
ดังเดิมร่างที่นอนหลับซบหมอน นั้นคล้ายจะรับรู้ถึงความอบอุ่นที่อีก
ฝ่ายมอบให้อาการกระสับกระส่ายจึงทุเลาลง...
(รอมแพง, 2552, หน้า 177 – 181)
5. จุดจบเรื่อง
คดีลอบยิงจบลงที่ตำารวจตามหาตัวคนร้ายได้ ซึ่งก็คือ แม่เลี้ยงของ
ภาสกรนั่นเอง แต่เก็จแก้วหนีความผิดด้วยการยิงตัวตาย และทำาให้
สาเหตุที่วนิดา แม่ของภาสกรหนีออกจากบ้านไปถูกเปิดเผยขึ้นด้วย
ดังตัวอย่าง
สายตาที่มองมาทุกคู่ล้วนแล้วแต่มีความเห็นใจ
“แม่...เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนที่แม่เดินออกไปจากที่นี่ ก็เพราะเก็จ
แก้วและพี่ชายของมัน” นำ้าตา มากมายบ่งบอกความชอกชำ้าใจที่มี
มาแต่หนหลัง
“คุณพ่อของลูกไปติดใจเก็จแก้วที่เป็นนักร้องอยู่ตอนนั้น นั่น
ยังไม่เท่ากับที่พี่ชายมันฉุดแม่ไป ...ทำาร้าย และมันก็ขู่ว่าถ้าแม่ยังอยู่
บ้านหลังนี้มันจะฆ่าลูกด้วย แล้วมันก็ใส่ร้ายว่าแม่หนีไปกับชู้ ทำาให้
พ่อกับอาม่าของลูกไม่สนใจไยดีและไม่คิดตามหาความจริงจากแม่
เลย ตอนนั้นลูกอายุไม่กี่ขวบจะช่วย ตัวเองได้ยังไง แม่ก็เลยขอ
สัญญาจากพวกมันว่าถ้าแม่ไปเสียแล้วมันจะไม่ทำาร้ายลูกแม่ แต่โจรยัง
ไงก็ เป็นโจร มันไม่มีสัจจะ”
ภาสกรเคยสงสัย เคยคิดวุ่นวายเคยน้อยใจสารพัด บัดนี้เมื่อรู้
ความจริงก็แทบทรุด ดวงตาแข็ง กร้าวมีแววของความแค้นเคืองแต่
ไม่รู้ว่าจะไปลงที่ใด เมื่อคนที่ควรชดใช้กลับชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน
สงสารแต่คนในอ้อมกอดนี้ที่ร้องไห้ปลดปล่อยความทุกข์ทรมานที่
ได้พบเจอ ความสงสารความรัก ความเห็นใจทำาให้ประคองร่างแม่ที่
บอบบางเหลือเกินไปยังห้องโถงใหญ่
“แม่ครับ...อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ไปเลยครับ อะไรที่ผ่านมา
คนที่คิดร้ายทำาร้ายแม่ มันได้รับ ผลของมันแล้ว ต่อไปนี้แม่จะต้องมี
ความสุข แม่จะต้องอยู่กับผมนะครับ”
ชายหนุ่มปลอบโยนแม่ของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปหาอาม่
ากิมย้งที่ตอนนี้นั่งร้องไห้นำ้าตาซึม
“อาม่าขอโทษ อาม่าขอโทษ”
“อาม่าไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ ถ้าไม่มีอาม่าก็ไม่มีผมใน
วันนี้”
“แต่... แต่อาม่า...”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร”
84
“ดา แม่ขอโทษ”อาม่าอ้าแขนเรียกอดีตลูกสะใภ้ให้เข้ามาหา
คุณวนิดาเข้าไปหาอ้อมแขนนั้น อย่างไม่เกี่ยงงอน
“แม่ไม่รู้จริงๆ นึกว่าดาหนีตามผู้ชายไปอย่างที่ภากรกับเก็จ
แก้วบอกแม่เจ็บใจจริง ๆ ที่เชื่อ อะไรง่าย ๆขนาดนั้น” อาม่ากิมย้งทุบ
อกตัวเองจนแม่ชีวนิดาต้องรีบห้ามไว้
“ไม่เป็นไรค่ะถ้าดาไม่เห็นแก่ลูก ดาก็คงมาบอกความจริงทุก
คนแล้วแต่นี่อะไร ๆ มันก็ทำา ไม่ได้”
ภากรตัวสั่นทั้งแค้นใจตัวเองทั้งแค้นใจเก็จแก้ว เมื่อยี่สิบปี
ก่อนหากเขาไม่นอกใจภรรยาและ เปิดโอกาสให้เก็จแก้วเข้ามาในชีวิต
ครอบครัวของเขาก็คงไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อมองไปที่ลูกชายคนโตและ
ลูกชายคนเล็กก็รู้สึกผิดยิ่งนัก แต่จะให้เปิดปากพูดสิ่งใดก็ลำาบาก
ใจเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรค่ะ ตลอดเวลาที่ตาหายไป ดาได้บวชได้เรียน
ธรรม จะมีห่วงอยู่ก็แค่ภาสกรเท่านั้น นอกนั้นแล้วก็ไม่ได้คิดติดใจ
อะไรทั้งนั้น” คุณวนิดาปาดนำ้าตา แววตานั้นแม้มีแววคับแค้นใจแต่ก็
คล้าย กับว่าจะปลงตก ด้วยใจเธอนั้นเป็นห่วงแต่เพียงลูกชาย
เท่านั้น
“ดีใจเหลือเกินที่ลูกไม่เป็นอะไร”
“เพราะนิลกานต์ครับ นิลกานต์ช่วยผมไว้จนตัวเองโดนยิง
แทน”
“จริงสิ หนูนิลอยู่ที่ไหน แม่จะไปขอบใจหนูนิลสักหน่อย”
“นิลกานต์กลับบ้านที่ระยองไปแล้วครับแม่ ครอบครัวเขากลัว
ว่าลูกสาวจะโดนลูกหลงอีก” คุณวนิดาพยักหน้าเบา ๆ
“จริงสินะ ลูกใครใครก็รัก คงไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้ แต่
ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วนี่ลูก แม่อยาก เจอหนูนิล”
“วันนี้แม่พักผ่อนก่อนนะครับ แล้วผมจะพาแม่ไปพรุ่งนี้นะ”
“ได้ ๆ นี่แม่ก็สึกออกมา ผ้าขาวมันร้อน แม่เป็นห่วงลูกมาก”
“แล้วแม่ทราบข่าวจากไหนหรือครับ”
“หนังสือพิมพ์ แม่ไปเก็บกวาดศาลาเลยเห็นหนังสือพิมพ์ที่
วางไว้ให้คนอ่าน แทบตายเชียวล่ะ ตกใจและเป็นห่วงทั้งลูกทั้งหนู
นิล”
ภาสกรจัดแจงดูแลอาม่าและมารดาจนทั้งสองงีบหลับไป แล้ว
จึงเดินมาหาน้องชายที่ นั่งซึม อยู่ในห้องด้วยความเป็นห่วง
“ภาวิน” ภาวินเงยหน้าตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องก้มตำ่าด้วย
ความละอาย
“ภาวิน แกเป็นน้องชายของพี่ แม้จะเกิดเรื่องราวมากมายถึง
ขนาดนี้แต่พี่ก็ยังเห็นแกเป็นน้อง เรื่องศพของแม่พี่จะจัดงานให้” ด้วย
ความที่ไม่ค่อยสนิทกันนัก ภาสกรจึงพูดได้เพียงเท่านี้ก่อนจะเดิน
85
ออกไป ภาวินเรียกพี่ชายเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเดินไปกราบที่ไหล
ของพี่ชาย ดวงตาแดงชำ้าทำาให้ภาสกร รู้สึกสงสาร
“ผมกราบขอโทษพี่แทนแม่ของผมด้วยนะครับ ผมอยากให้พี่
อโหสิให้แม่” แววตาอ้อนวอน นั้นทำาให้ภาสกรพยักหน้าให้
“ได้...แต่แกอย่าลืมนะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่ก็ยังเป็นพี่แกพี่
อโหสิให้”
“ขอบคุณครับ” สีหน้าของผู้เป็นน้องชายดูดีขึ้นมาเล็กน้อย
ภาสกรตบไหล่นั้นเบา ๆ ก่อนจะ เดินออกไป
วันนี้เป็นวันที่อะไร ๆ ก็คลี่คลายลงไปด้วยดี คนที่เคย
ทำาความผิดก็ได้ชดใช้ ภาสกรได้รับรู้ว่า แม่ของเขารักเขามากเพียงใด
ชายหนุ่มมองไปที่โทรศัพท์คล้ายจะชั่งใจดูว่าจะโทรดีหรือไม่ แต่แล้ว
เขา ก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียงก่อนที่จะเอนกายลงนอนนิลกานต์จะ
เป็นอย่างไรบ้าง...ไม่เจอกันเพียงไม่กี่ ชั่วโมงทว่าเขากลับรู้สึกเหมือน
ห่างกันนานเหลือเกิน ภาสกรนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาจน
สุดท้ายก็เดินไปที่ห้องที่เขาเคยอยู่ในตอนที่เป็นนิลกานต์ และไป
นอนอยู่ในห้องนั้นจนหลับไป...
รุ่งขึ้นภาสกรกับคุณวนิดาและอาม่ากิมย้งเดินทางไปที่
จังหวัดระยองด้วยกัน ส่วนหนึ่งนั้นพอจะรู้ถึงความในใจของลูกชายและ
หลานชาย จึงอยากไปดูว่าทางบ้านของนิลกานต์เป็นเช่นใดบ้าง
นิลกานต์กำาลังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยา คุณประสิทธิ์และคุณ
กาญจนาจึงรับแขกแทนลูก นาวิน นั้นพอเห็นหน้าแขกก็ไม่ค่อยพอใจ
นัก แต่ก็ขอตัวไปสักครู่จึงเดินขึ้นมาพร้อมกับสาวใช้ ในมือเขานั้นมี
ถาด แก้วนำ้าและเหยือกนำ้าที่มีไอนำ้าเกาะพราว ส่วนสาวใช้ถือของ
ว่างเป็นข้าวเกรียบปากหม้อพร้อมผัก สดขิงอ่านและพริกสด
ภาสกรขอตัวไปเยี่ยมนิลกานต์ โดยมีสายตาไม่ไว้วางใจของ
นาวินมองตามไป...
เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าร่างที่นอนสงบนิ่งนั้นพลิกตัวมาหรี่
ตามองที่ประตู ก่อนจะลืมตาเต็มที่ มองร่างที่เดินเข้ามาในห้อง แววตา
นั้นมีความยินดีอย่างที่สุด
“ทำาไม มาหาเร็วนักล่ะคะ หรือทนคิดถึงไม่ได้” เสียงใสพูด
หยอกล้อของนิลกานต์ทำาให้
ภาสกรหัวเราะหึ ๆ เขาจัดหมอนให้นิลกานต์ขยับตัวขึ้นมานั่งเอน
ได้สบาย ๆ ก่อนจะจ้องตาตอบ
“ถ้า...ใช่ล่ะ” คราวนี้กลายเป็นคนปากกล้าเองที่หน้าแดงระ
เรื่อหลบตาอีกฝ่าย ภาสกรลาก เอาเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งข้าง
เตียง
“จับคนจ้างวานได้แล้ว” ภาสกรพูดเพียงสั้น ๆ สายตานั้นมอง
นิ่งไปที่ใบหน้ารูปไข่ของ
86
นิลกานต์
“เร็วดีจังค่ะ” แม้อยากจะเขินสายตาที่มองมาอย่างไรก็อดไม่
ได้ที่จะออกปาก
“ครับ เพราะเป็นคนใกล้ตัวนี่เอง...คุณเก็จแก้ว”
(รอมแพง, 2552, หน้า 195 – 198)
ภาสกรกับนิลกานต์เผยความในใจต่อกันและเรื่องราวจึงจบลง
อย่างมีความสุข
“ถึงผมจะไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ผมก็ไม่โง่พอที่จะไปล่วงเกิน
อะไรลูกสาวรัฐมนตรีเพื่อผูกมัด ตัวเองทั้งที่ยังไม่แน่ใจหรอกนะคณ”
“อ้อ แล้วไป”
“คุณอาจจะไม่ใช่คนแรกของผม แต่ผมสัญญา คุณจะเป็นคน
สุดท้ายอย่างแน่นอน” เสียงนุ่ม นั้นพูดช้า ๆ อย่างมั่นคงทำาให้ริม
ฝีปากบางของนิลกานต์ค่อย ๆ คลี่ยิ้ม
“แล้วจะมารับเมื่อไรล่ะ” ภาสกรหัวเราะลั่นกับคำาพูดของนิล
กานต์
“งั้นขอจองไว้ก่อนนะ ไว้ให้อาม่าไปดูฤกษ์ยามให้ หมั้นเช้า
แต่งเย็นเลยดีไหม” ปากกะเกณฑ์ เสร็จสรรพมือนั้นก็หยิบเอาแหวนที่
เตรียมมา สวมใสให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของนิลกานต์อย่างอ่อนโยน
“นี่ไม่ใช่แหวนหมั้นและก็ไม่ใช่แหวนแต่งงาน เป็นแหวนที่
ฉันขอจองเธอไว้ก่อนฉันรักเธอนะ นิลกานต์”นิลกานต์ยิ้มวับด้วยความ
ปลื้มใจใครจะไปคิดว่าผู้ชายท่ามากขี้เก๊กคนนี้จะมากุมหัวใจเธอได้ ใน
เวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์มือใหญ่อบอุ่นโน้มศีรษะเล็กทุยมาใกล้ ก่อนจะ
ประทบริมฝีปากบน
หน้าผากกลมมนนั้นอย่างรักใคร่เอนดู แล้วกอดประทับเข้ากับอก
อุ่นนั้นอีกครั้งอย่างแสนรัก
แม้ความรักของเขาจะแปลกไม่เหมือนใคร คนที่เขารักจะ
แปลกประหลาดมักง่ายหรือปากดี แค่ไหน แต่เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงตรง
หน้านี้น่ารักและสามารถสร้างความสุขให้เขาได้ พร้อมช่วยให้เขา
หลุดพ้นจากจิตใจที่หมองเศร้ามืดมัว และยังยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเขา
ได้ เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
(รอมแพง, 2552, หน้า 202-203)
แก่นเรื่อง
นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง เสนอแนวคิดสำาคัญของการ
ยอมรับตัวตนที่แตกต่างระหว่างบุคคล เพราะจะนำามาซึ่งความ
87
สุข ดังตัวอย่างจากเรื่องที่ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็ประเมินท่าทีของ
อีกฝ่ายจากรูปลักษณ์ภายนอกและพฤติกรรมบางอย่างโดยตีความตาม
ประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะมนุษย์มีความแตก
ต่างกัน ความเป็นมาของแต่ละคนก็ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมของเขาเหล่า
นั้นด้วย จึงไม่ควรตัดสินบุคคลอื่นด้วยการมองอย่างผิวเผิน
กลวิธีการเล่าเรื่อง
นวนิยายเรื่องนี้ ใช้มุมมองการเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้ไปหมด
หรือมุมมองแบบพระเจ้า ซึ่งเป็นผลดี เพราะช่วยให้เรื่องสนุก กระชับ
และน่าติดตาม เนื่องจากนวนิยายมีปมปัญหาหลายประการที่ต้อง
คลี่คลายทั้งของตัวละครเอกฝ่ายหญิง และฝ่ายชาย ตลอดจนปมที่มีร่วม
กันคือการสลับร่าง หากเล่าโดยใช้มุมมองจำากัดเพียงคนเดียว อาจต้อง
เล่าหลายครั้ง และทำาให้สัมพันธภาพของเรื่องเสียไปลักษณะเดียวกับ
เรื่อง ยุ่งนักเมื่อ
รักสลับร่าง ของ เจ้าปลาน้อย เป็นต้น
นิลกานต์นั้นเพิ่งเรียนจบจากคณะจิตรกรรมประติมากรรม
และภาพพิมพ์ของมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งแถวหน้าพระลานซึ่งก็ใกล้
กับพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ ดังนั้นแทบทุกตารางนิ้วของที่นี่จึงเป็นที่
คุ้นเคยของสาวน้อยผิวเข้มหน้าหวานคนนี้เป็นอย่างดี
ผู้คนที่พบเห็นหญิงสาวมักจะมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆทุก
ครั้งไปเนื่องจากเธอชอบสวม กางเกงเลบางครั้งก็สวมกางเกงยีนกับ
เสื้อยืดที่ได้แถม มากับการซื้อฟิล์มกล้องถ่ายรูปที่ตอนนี้
ถูกเลหลังแจกฟรีเพราะกล้องดิจิตอลมาตีตลาดเสียย่อยยับและสวม
รองเท้าแตะแบบคีบตราดาว
สีเขียวตุ่น
สิ่งที่ดูมีมูลค่ามากที่สุดในตัวของหญิงสาวก็เห็นจะเป็น
นาฬิกาคาร์เทียร์ฝังเพชรนำ้างามที่แม่ซื้อ ให้เป็นของขวัญในวันรับ
ปริญญา ซึ่งไม่ว่าใครก็คงคาดไม่ถึงว่ามันเป็นของแท้ เมื่อมันได้มาอยู่
บนข้อมือ ของหญิงสาวที่แต่งตัวปอน ๆ เช่นเธอ
(รอมแพง, 2552, หน้า 19)
ร่างบอบบางเดินไปหยิบผ้าขนหนูซึ่งพาดตากอยู่ที่ระเบียงมา
ถือไว้ในมือระเบียงนี้มีตาข่าย ลวดขนาดใหญ่กั้นเอาไว้ซึ่งทำาหน้าที่
กึ่งเหล็กดัดกันคนที่ไม่พึงประสงค์ปีนเข้าและกันคนภายในปีนออก
ทำาให้มองแล้วดูน่าอึดอัดราวกับว่าคนอาศัยเป็นนกที่ถูกเลี้ยงอยู่ใน
กรง เสื้อผ้าที่มอมแมมเพราะโดนทั้ง ละอองฝน และนำ้าขังที่ถนน
88
กระเซ็นบาโดนถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว พลันดวงตากลมโตคู่นั้นก็
เหลือบ มองไปในกระจกบานใหญ่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมีสีหน้า
แปลกอย่างทำาใจไม่ได้ออกมา
รูปร่างที่เห็นในกระจกเงานั้นได้สัดส่วนแรกๆที่มองก็คิดว่า
น่าจะผอมโกรกเหมือนคนขาด สารอาหารนั้น แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าออก
แล้วกลับดูเกลี้ยงเกลากลมกลึงได้สัดส่วนชายหนุ่มเห็นแล้วถึงกับ
ชะงักมือที่จะเอาผ้าขนหนูพันกาย ก่อนจะเดินไปใกล้กระจกใจคอ
เต้นตึ้กตั้กอย่างประหลาดมิใช่ว่าเขา จะไม่เคยเห็นร่างอันเปลือย
เปล่าของผู้หญิง แต่การที่เรือนร่างของผู้หญิงกลายเป็นร่างของเขาเอง
นั้น ช่างสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในหัวใจเสียเหลือเกิน
มือเรียวค่อย ๆ เอาผ้าพันกายช้า ๆ สีหน้ามีแวววิตกเมื่อนึก
ได้ว่าเรือนร่างของเขาก็ต้องถูก จ้องมองเช่นนี้เหมือนกัน การชำาระ
ล้างร่างกาย การลูบถูกายจึงทำาอย่างเกรงอกเกรงใจ แต่ความหยุ่น
ของผิวสัมผัสบางส่วนทำาเอาภาสกรต้องรู้สึกเหนื่อยอกเหนื่อยใจ
ในการอาบนำ้าครั้งแรกกับร่างกายของ ผู้หญิง
(รอมแพง, 2552, หน้า 31)
โดยภาพรวม นวนิยายที่นำามาวิเคราะห์เป็นลำาดับที่ 2 นี้ ผู้เขียนมี
ความสามารถในการวางโครงเรื่องได้ดีกว่าเรื่องแรก และไม่ทำาให้ผู้อ่าน
เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เพราะผู้เขียนไม่ได้เน้นที่ความรู้สึกมาก
เหมือนเรื่องแรก แต่เน้นโครงเรื่องแบบเก่าที่ใช้เหตุการณ์นำาพาเรื่องไป
อย่างไรก็ดี ความแปลกใหม่ของการสลับร่างในเรื่องนี้ คือ การมีสิ่งวิเศษ
อย่างธรรมจักรเป็นสื่อกลางที่ทำาให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และยังผูกโยงกับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นความขัดแย้ง
ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (สิ่งมหัศจรรย์ ลี้ลับ) ได้อย่างชัดเจน
นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ
นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ เป็นผลงานของพิมลพัทธ์ เป็นนวนิยาย 2
เล่มจบ พิมพ์ 2 ครั้งภายในเดือนมีนาคม 2553 ซึ่งยืนยันได้ถึงความนิยม
ของผู้อ่าน และยังได้รับการนำามาปรับรูปโฉมเป็นนวนิยายขนาดเล็กเพื่อ
เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ชอบอ่านแบบพกพาด้วย
ผู้แต่งมีผลงานเรื่อง คือ...เธอ เป็นเล่มแรก ตามด้วยเรื่อง เพียง
เพชร...เกล็ดดาว ซึ่งได้รับความนิยมเช่นกัน แม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะไม่
ได้มีโครงเรื่องที่แปลกใหม่แต่สามารถผสานเรื่องราวความแตกต่างของ
ตัวละครทั้งสองตัว ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วได้กลมกลืน และมีเหตุผล
รองรับการกระทำาที่สมเหตุสมผล ดังรายละเอียดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
89
โครงเรื่อง
โครงเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้เป็นแบบเก่าที่เน้นความสำาคัญของ
เหตุการณ์ โดยประกอบกันระหว่างโครงเรื่องใหญ่คือ การสลับร่างกัน
ระหว่างอรกานต์ และธีร์วรา และโครงเรื่องย่อยคือ ความรักระหว่างอร
กานต์และกฤติน นอกจากนี้ยังมีการสร้างปมย่อยต่างๆ เพื่อดึงดูดความ
สนใจของผู้อ่าน เช่น ปมย่อยเรื่องนนท์ ทินกร เกสรา โคลเดอร์ และนิล
ยา เป็นต้น
โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย
การผูกเหตุการณ์ในเรื่องนี้ นับว่าดีกว่านวนิยายเรื่องอื่นๆ ใน
ประเภทเดียวกัน เพราะผู้แต่งมีความพิถีพิถันในการวางโครงเรื่องให้
สอดรับกันอย่างมีเหตุผล และคลายปมของทุกเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นได้
อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้ง
ภายในจิตใจตนเองของอรกานต์ในร่างธีร์วรา และโครงเรื่องย่อยต่างๆ
ที่สร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดเรื่องให้น่าสนใจ ทั้งความรักระหว่างอรกานต์กับ
กฤติน อดีตที่ผ่านมาของธีร์วรากับชายอื่นการฝากแง่คิดที่เสนอผ่านมุม
มองของอรกานต์ และแม้กระทั่งจุดเล็กๆ ของพฤติกรรมที่อรกานต์ปฏิบัติ
ก็กลับมาส่งผลให้แก่เรื่องได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น การวางโครงเรื่องใน
ลักษณะนี้จึงมีความดีเด่นอย่างมาก ทุกการกระทำาของตัวละครล้วนมี
ความหมายต่อเรื่องทำาให้นวนิยายสนุก น่าติดตาม
เนื้อเรื่อง
อ้อ อรกานต์ฟื้นจากการถูกรถชนที่โรงพยาบาล หญิงสาวตกใจ
มากที่พบว่าตนเองต้องมาติดอยู่ในร่างของไทร่า ธีร์วรา สาวไฮโซ
ประจำาห้องเรียนซึ่งเป็นคนขับรถชนเธอ อรกานต์รีบติดต่อกลับไปที่บ้าน
และรับไม่ได้ที่รู้ว่าร่างของตนเองถูกเผาไปแล้วและรวมถึงดวงจิตของธีร์
วราที่หายไป หญิงสาวบอกความจริงนี้กับเพื่อนสนิท ทั้งสองพากันไป
ปรึกษาพระ แต่สุดท้ายอรกานต์ก็ต้องยอมรับเนื่องจากเป็นชะตากรรมที่
ไม่สามารถฝืนได้ พระที่หญิงสาวนับถือแนะนำาให้เธอทำาบุญ และนั่ง
สมาธิอย่างสมำ่าเสมอเพื่อให้อยู่ในร่างของธีร์วราได้อย่างปกติสุข
อรกานต์ยอมรับสภาพ พยายามปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ เมื่อ
เห็นปัญหาว่า ธีร์วราน่าจะเรียนไม่จบ หญิงสาวก็ตัดสินใจไปเรียนต่อ
ต่างประเทศเพื่อหาโอกาสให้ตนเองตั้งหลักใหม่ แต่เมื่อกลับมาอรกานต์
ก็พบปัญหาว่า พฤติกรรมเก่าๆ ของธีร์วรายังคงตามเป็นเงาสร้างปัญหา
90
ให้แก่เธอ โดยชายหนุ่มมากหน้าหลายตา พยายามจะเข้ามาตีสนิท
เพราะหวังจะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนนอนกับเธอแบบในอดีต อรกานต์
สามารถหลบเลี่ยงได้ทุกคนจนกระทั่งพบกับกฤติน ชายหนุ่มที่เข้ามา
เพราะหวังตัวของเธอเหมือนเพื่อนของเขาหลายคนที่ได้คบหาและหลับ
นอนกับธีร์วราคนเก่า อรกานต์ยังคงยึดมั่นกับตัวตนของเธอ แม้ว่าอดีต
ของธีร์วราจะไม่ดีนัก แต่เธอก็ไม่ยอมให้กฤตินล่วงเกิน แต่คบหาด้วย
ความบริสุทธิ์ใจ กฤตินเริ่มแปลกใจที่พฤติกรรมของเธอไม่เหมือนกับที่
ใครๆ บอก เมื่อกฤตินพยายามล่วงเกินอรกานต์อีกครั้ง จึงทะเลาะกันถึง
ขั้นแตกหัก
กฤตินหาเรื่องทำาลายงานของอรกานต์ แต่หญิงสาวแก้ไขได้ทุก
ครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกไวรัสโจมตี
หญิงสาวรีบบึ่งรถไปโวยวายกับชายหนุ่มทันที และนั่นกลายเป็นจุดอ่อน
ที่ทำาให้เธอเผลอตกปากรับคำาแต่งงานกับกฤติน
ชีวิตคู่ของอรกานต์และกฤตินมีปัญหากันเป็นระยะอันเนื่องมาจาก
อดีตที่ผ่านมาของธีร์วรา ทำาให้กฤตินระแวง ทั้งเรื่องพรหมจรรย์ เพื่อน
สนิทของอรกานต์ ผู้ชายในอดีต และที่หนักที่สุดคือ โคลเดอร์ หนุ่ม
โรคจิต คนรักเก่าของธีร์วรา ที่กลับมาสร้างความร้าวฉานอย่างใหญ่
หลวงให้แก่ชีวิตคู่ของคนทั้งสอง แต่ในทางกลับกัน ก็ทำาให้อรกานต์ได้มี
โอกาสรู้เหตุผลในพฤติกรรมที่ผ่านของธีร์วราทั้งหมด ว่าภายนอกที่
แสดงเหมือนว่าไม่แคร์ใคร กินเที่ยว และหักอกผู้ชายเป็นว่าเล่นนั้นมา
จากปมในอดีตที่ถูกทำาร้ายซำ้าแล้วซำ้าเล่า
เมื่ออรกานต์เข้าใจธีร์วราอย่างถ่องแท้ เธอก็มีความสุขกับร่าง
ปัจจุบัน และเลิกผูกใจเจ็บธีร์วรา โดยเห็นสัจธรรมว่า ตัวเองได้เสวยสุข
จากฐานะความเป็นอยู่ เรือนกายของธีร์วรามานักต่อนักแล้ว ก็ควรจะรับ
เอาความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลของธีร์วราไว้กับตัวเองด้วยจึงจะถูกต้อง
ส่วนชีวิตคู่ของอรกานต์กับกฤตินนั้น หลังเหตุการณ์ร้ายผ่านไป
ทั้งสองก็ตระหนักได้ว่าความรัก ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำาคัญสำาหรับชีวิตคู่
อรกานต์เปิดเผยความลับให้กฤตินรู้ ชายหนุ่มได้ทราบความเป็นมาของ
อรกานต์ เขารู้สึกรักเธอยิ่งกว่าเดิม ความคับข้องใจที่มีหมดลง อรกานต์
ตั้งครรภ์โดยมีดวงจิตของธีร์วราขอมาอาศัยอยู่ด้วย เรื่องจบลงอย่าง
เป็นสุข
ความขัดแย้ง
ความขัดแย้งในเรื่องเป็นความขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละคร
และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ประกอบด้วย 2 ลักษณะ ได้แก่
1. ความขัดแย้งภายในตัวละคร
91
อรกานต์ที่ตื่นขึ้นมาในร่างของธีร์วรานั้น ต้องประสบกับ
ความขัดแย้งภายในจิตใจตั้งแต่เปิดเรื่อง เพราะเธอไม่ชอบตัวตนของธีร์
วรา แต่เมื่อชะตาลิขิต หญิงสาวจึงต้องจำายอมโดยการปรับตนเองกับธีร์ว
ราให้มาพบกันครึ่งทาง ด้วยการบินไปชุบตัวที่ต่างประเทศและกลับมา
เริ่มต้นชีวิตใหม่ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 53 เล่ม 1)
“ ”เออ คนหน้าหวานหันมาทำาตาดุใส่คนหน้าคม นำ้า
เสียงจริงจังเมื่อกล่าวต่อ “ลำาบากกว่าที่คิดจริงๆ ทั้งสวย
ทั้งรวย พ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโต จะกระดิกไปทางไหนก็มีแต่
คนคอยจับตามอ อึดอัด วางตัวลำาบาก ดีนะที่ฉันไปปรับตัวที่เมือง
นอก ไม่มีใครสนใจใคร เท่าไหร่ ถ้าฉันอยู่แต่ในเมือง
”ไทยตอนนี้อาจอึดอัดตายไปแล้วก็ได้
นิลยาถอนใจ เหลือบตามองคนข้างๆ แวบหนึ่ง ธีร์วรา
ปล่อยผมสีนำ้าตาลไหม้สยาย เต็มแผ่นหลังตามธรรมชาติ ใบหน้า
เนียนเกลี้ยงปราศจากเครื่องสำาอางใดๆแต่งแต้ม สวมเสื้อ ยืด
คอกลมสีขาวเรียบๆ ปักยี่ห้อหรูตรงหน้าอกกับกางเกงยีนสีอ่อน รองเท้า
ผ้าใบคู่เก๋สีเทา
ดูสบายๆ แต่ไฮคลาส เพื่อนรักปรับตัวได้ดีทีเดียว ความเป็น
อรกานต์ฉายชัด หากความเป็น
ธีร์วราก็ปรากฏ หล่อนเชื่อว่าเพื่อนจะไปรอด รอดอย่างดี
ด้วย ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล
อย่างไรก็ดี อดีตของธีร์วราที่มีผู้ชายมามากหน้าหลายตาก็
สร้างปัญหาให้กับชีวิตที่ต้องการเริ่มใหม่ของอรกานต์อยู่เสมอ (พิมล
พัทธ์, 2553, หน้า 159 เล่ม 1)
อรกานต์กัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นที่จะหลุดออก
มาอย่างสุดความสามารถ ไม่ เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำาไมถึงได้
ต่อมนำ้าตาตื้นขึ้นมาขนาดนี้ ในหัวใจเต็มไปด้วยความ
ผิดหวังและเสียใจ หล่อนแอบฝันว่าเขาจะพอใจ จะมีความสุข แต่
สิ่งที่เขาคิดถึงกลับเป็นเรื่อง ของร่างนี้กับผู้ชายคนอื่น เห็นได้ชัด
ว่าเขาผิดหวังที่ได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นภรรยา
คิดแล้วก็พานโกรธเกลียดเจ้าของร่างขึ้นมาอีกจับใจ
เธอทำาลายคืนวิวาห์ของฉัน
ไทร่า...เธอทำาลายชีวิตแต่งงานของฉันตั้งแต่วันแรก...ทำาไม
ฉันจะต้องมาติดอยู่ในร่างสกปรกๆ ของเธอด้วย
92
การคลี่คลายปมปัญหาในกับความขัดแย้งภายในจิตใจของ
ตัวละครเอกระหว่างอรกานต์กับ
ธีร์วรา คือ การที่ผู้เขียนกำาหนดให้ตัวละครเอกได้ทราบความเป็นมาของ
ร่างที่อาศัยอยู่ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยผ่านการฝัน ซึ่งวิธี
การคลี่คลายปมปัญหาของผู้เขียนมีความสมจริงและเป็นไปได้ เนื่องจาก
เรื่องราวที่ฝันนั้นเป็นอดีตของที่ฝังอยู่ในสมองของธีร์วราเอง ประจวบ
เข้ากับการที่อรกานต์หมั่นทำาบุญตักบาตร และนั่งสมาธิอยู่ทุกวัน ทำาให้
เธอสามารถระลึกความเป็นมาในอดีตได้ ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553,
หน้า 56, 87 เล่ม 2)
อรกานต์รู้สึกว่าหล่อนกำาลังฝัน เป็นความฝันที่มีภาพ มี
ความรู้สึก เหมือนละครที่มี หล่อนเป็นผู้แสดงนำาอย่างไรอย่างนั้น
หล่อนกลับกลายเป็นเด็ก อายุประมาณหกปี ไว้ผมยาว
ถักเปียสองข้าว ใบหน้าเยาว์ อ่อนใสปรากฏเค้าโครงความงามที่จะ
เปล่งประกายแจ่มจ้าในอีกสิบปีถัดมาได้ชัดนี่คือ ด.ญ. ธีร์วรา
ภคภัทรา ...
ภาพสุดท้ายในความฝันเป็นภาพของหล่อนในร่างของ
ธีร์วรากำาลังร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่กับแผ่นอกกว้างของทินกร
โดยมีมือใหญ่ลูบไหล่ลูบหลังอยู่อย่างปลอบโยน
อรกานต์ลืมตาขึ้นช้าๆ ไม่พยายามสกัดกั้นนำ้าตาซึ่งเอ่อ
ล้นสองตาและไหลพรากลง อาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย รู้สึก
เหนื่อยหน่าย อ่อนล้า ราวกับกรำาศึกสงครามมานานนับสิบปี ใน
หัวใจยังเจ็บและร้าวระบมประหนึ่งโดนหินก้อนใหญ่ทุบเสียแตกละเอียด
เป็นผุยผง
นี่ไม่ใช่ความฝัน มันเป็นภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากฝันวันนั้น อรกานต์เข้าใจความเป็นมาของธีร์วรา
และเลิกมีปมขัดแย้งในใจกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของเธอ แต่ยอมรับ
ความจริงที่เกิดขึ้นได้ ทั้งยังสงสารในชะตาชีวิตของหญิงสาวอย่างยิ่ง
ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 87-88 เล่ม 2)
ความรู้สึกละอายวูบเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ หล่อนเอง
ไม่ใช่หรือที่เคยประณาม ‘ใช้ เงินเป็นเบี้ยก็เท่านั้น วันๆดีแต่
แต่งตัวโป๊ๆ โฉบไปโฉบมา จ้องแต่จะเขมือบผู้ชายเป็นอาหาร
ว่าง แล้วยังจะมีหน้ามามองพวกเราอย่างกับว่าเราเป็นพลเมืองชั้น
สอง’ หารู้ไม่ว่าสายตา เหยียดหยามที่เธอผู้นั้นมีให้กับใคร
ต่อใครนั้น ก็เพื่อปกปิดความขมขื่นในใจมิให้ฉายออกทาง
93
แววตา หารู้ไม่ว่าเธอผู้นั้นต้องทนแบกรับความทุกข์ใหญ่หลวง
เพียงใด
เกิดเป็นอรกานต์ ปองธรรมน่ะ โชคดีเพียงใดแล้วแมจะ
ไม่ได้รำ่ารวยมีเงินถุงเงินถัง แต่ ก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แม้จะไม่
ได้มีพ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโต แต่ก็มีพ่อแม่ที่มีเวลาให้หล่อนเสมอ
พร้อมจะเคียงข้างหล่อนเสมอ เป็นที่ปรึกษาให้หล่อนได้ในทุกๆ
เรื่อง อย่างน้อยหากหล่อน พลาดพลั้งอย่างไทร่า หล่อนก็คงกล้า
พอที่จะบอกที่จะบอกพ่อและสนิทใจพอที่จะเล่าให้แม่ ฟังได้
2. ความขัดแย้งระหว่างตัวละครเอกกับตัวละครอื่น
นอกจากอดีตของธีร์วราทำาให้อรกานต์ต้องประสบกับปัญหา
กับกฤติน สามีของตัวเองแล้ว คนรักเก่าๆที่กลับเข้ามาก็สร้างปัญหาให้
ชีวิตคู่ของทั้งสองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทินกร หรือเกสราที่บังเอิญมา
พบกันในงานเลี้ยง กฤตินหึงทินกร ในขณะที่อรกานต์ก็หึงเกสราเช่นกัน
ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 45-46 เล่ม 2)
คืนนั้นและอีกสองสามวันต่อมาเป็นช่วงเวลาที่คู่สมรสมี
แต่ความสุภาพ ห่างเหิน
อรกานต์ไม่กล้าถามอะไรมากถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามี
กับนางพญาผู้นั้น แม้จะได้รับ คำายืนยันแน่ชัด
‘ผมกับเคทไม่มีอะไรกัน กระทั่งคืนที่เป็นข่าวก็ไม่มี
อะไรกัน คุณอย่าไปเดือดร้อนให้ เขาดีใจ’
กระนั้นภาพที่ทั้งคู่ยืนคุยกันด้วยใบหน้าห่างกันแค่คืบ
ยังติดตา ภาพที่เกสราแนบร่าง ในชุดที่มีเสื้อผ้าบางเบาเข้า
แนบชิดติดกายชายหนุ่มยังตรึงอยู่ในความทรงจำา อยากจะเถียง
อยากจะถามต่อว่าถ้าไม่มีอะไรกัน ทำาไมจะต้องคุยกันอย่างประชิด
ตัวเช่นนั้นไม่ทราบ แต่ หล่อนก็ไม่กล้าถามด้วยเกรงว่ามันจะ
เป็นการจุดชนวนความบาดหมาง และเป็นการเปิดฉาก การ
ทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตตามมา
กฤตินเองก็มีภาพภรรยาส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทแวบ
ผ่านเข้ามาในมโนภาพเป็น ระยะๆ ภาพที่ทินกรเอาแขนโอบกอด
เธอไว้อย่างปกป้อง ภาพที่หล่อนเกาะแขนทินกรเอาไว้ อย่างจะ
ยึดเป็นเกราะกำาบัง ภาพเหล่านั้นยังแจ่มชัดไม่จืดจางจะออกปากถามก็
เกรงใจ กลัว ว่ามันจะเป็นการแสดงความหวาดระแวง เกรงว่า
จะทำาให้หล่อนน้อยใจเสียใจเหมือนเมื่อคืน แรกที่เขาทำาให้
94
หล่อนเสียนำ้าตามาแล้ว เขาจึงพยายามปัดภาพนั้นออกจากใจ เลือกที่จะ
วาง เฉย ไม่อยากถามไถ่หรือทำาอะไรที่จะเป็นการกระทบ
กระเทือนจิตใจของหล่อน
เหตุการณ์ความขัดแย้งที่ร้ายแรงที่สุดระหว่างตัวละครเอก
กับตัวละครอื่น คือ การที่โคลเดอร์ลักพาตัวของอรกานต์ไป หญิงสาว
ต้องพยายามเอาตัวรอด หลังจากทราบว่าโคลเดอร์เป็นพวกผิดปกติทาง
เพศดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 126-128 เล่ม 2)
หล่อนแสร้งทำาเหมือนว่าจะลูบไล้เจฟฟ์น้อยด้วยความ
รักใคร่ หากทว่าทันทีที่มือของ หล่อนได้แตะต้องสิ่งนั้น...
อรกานต์ขยำาสุดแรง
ชายชาวอเมริกันร่างใหญ่ล้มลงตัวงอด้วยความเจ็บ
ปวด เปิดโอกาสให้หล่อนได้วิ่ง พรวดลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่
กองอยู่บนพื้นห้องมาสวมใส่อย่างรีบร้อน
ขณะที่มือไม้สั่นติดกระดุมอยู่นั้น รู้สึกว่าคนบนเตียงจะ
เริ่มจากทุเลาความเจ็บปวด คนเคยห้าวไม่รอจนกระทั่งแต่งตัว
เรียบร้อย หล่อนกระโดดขึ้นบนเตียง เตะซำ้าเข้าที่ใบหน้า แรงจน
ร่างใหญ่นั้นหงายหลัง ทำาให้ได้ทีกระแทกส้นเท้าหนักๆ ลงที่กลางลำาตัว
ได้อีกหลายครั้ง
แต่ก่อนที่หล่อนจะทันกระโดดลงจากเตียง มือใหญ่ก็คว้าข้อ
เท้าของหล่อนไว้ได้ ทำาให้หล่อน ล้มหน้าคะมำา ลำาตัวกระแทกลง
บนแผ่นอกกว้างในขณะที่ศีรษะชนเข้ากับหัวเตียงอย่างจัง
อรกานต์หลับหูหลับตายื่นมือควานหาจุดอ่อนของผู้ชายอีก
ครั้ง หากคราวมือยึดมือเรียวไว้มั่น
สถานการณ์ของหล่อนกำาลังตกเป็นรอง หญิงสาวรีบฝัง
ฟันหน้าลงที่หลังมือใหญ่ จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องของ
ความเจ็บปวด หลุดรอดออกมาจากลำาคอของฝ่ายตรงข้ามจึงได้
ปล่อย เจ้าของมือสลัดมือนั้นอย่างแรง แววตาที่มองมาทางหล่อน
เต็มไปด้วยความอาฆาตมาด ร้าย
ไม่เสียแรงที่คุณพ่อของหล่อนเคยสอนให้รู้จักป้องกัน
ตัวเองไว้บ้างเล็กๆน้อยๆ
อรกานต์จึงไม่ลังเลเลยที่จะใช้วินาทีที่หล่อนลุกขึ้นยืนได้อีก
ครั้งเตะผ่าหมากคู่ต่อสู่เต็มแรง แล้วหล่อนก็เผ่นออกจาก
ห้องนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ สวมรองเท้าเสร็จ คว้า กระเป๋า
ถือได้ก็วิ่งสุดฝีเท้า เข้ามาในลิฟต์แล้วนั่นแหละ จึงได้ติดกระดุมเสื้อเม็ดที่
เหลือทั้งหมด
95
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างตัวละคร
เอกกับตัวละครอื่นเช่น โคลเดอร์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องราวในอดีต
ของธีร์วรา แต่แทนที่อรกานต์จะโทษหรือโกรธเคืองเจ้าของร่างเหมือน
เดิม เธอกลับนึกขอบคุณที่ธีร์วรามาเตือนเธอด้วยความฝัน และทำาให้เธอ
เอาตัวรอดมาได้
(พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 121,188 เล่ม 2)
ธีร์วรา...ใช่แล้ว...เธอรู้ใช่ไหมไทร่าว่า เจฟฟ์ โคลเด
อร์ จะทำาแบบนี้ เธอถึงได้มาเตือน ฉัน อรกานต์ยังจำาได้ว่าหล่อน
ฝันถึงอดีตทั้งหมดของธีร์วราในคืนวันแรกที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้
ตอนนี้หล่อนพอจะทราบแล้วว่าความฝันในคืนวันนั้นกับความห่วง
กังวลบางอย่างที่ก่อตัวขึ้น เวียนวนอยู่ในช่องท้องทุกครั้งที่
เผชิญหน้ากับเขาอาจจะเป็นสังหรณ์บางประการที่เจ้าของร่าง
พยายามเตือนหล่อนให้ระวังตัว หาใช่เพียงแค่ความอึดอัดกับ
สายตาจาบจ้วงที่อีกฝ่ายส่งมาให้ อย่างเปิดเผยไม่
******************************
น่าแปลกที่หล่อนไม่โทษใครสำาหรับเหตุการณ์ทั้งหลาย
ทั้งแหล่เกิดขึ้น หล่อนได้ เรียนรู้ ได้ทำาความเข้าใจ มี
ความเห็นใจ ให้ธีร์วราแล้วในช่วงแรกของการปรับตัว แต่แล้ว
หล่อนก็พาลโกรธพาลเกลียดเจ้าของร่างขึ้นมาอีกจับใจ โทษว่า
เธอผู้นั้นทำาลายคืนวิวาห์ของ หล่อน โทษโชคชะตาที่ทำาให้
หล่อนต้องมาติดอยู่ในร่างสกปรกของผู้หญิงคนนี้ ทว่าบัดนี้
หลังจากที่ไดรับทราบถึงประสบการณ์ต่างๆของธีร์วราทั้งหมด ได้
เข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึก นึกคิดทั้งมวลของเธอผู้นั้น หล่อนไม่
โทษใครทั้งสิ้น
หล่อนยอมรับและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเจ้าของ
ร่าง ละวางความโกรธความ เกลียดที่เคยมีลงได้หมดสิ้น ปล่อยจิต
ให้ว่าง ไม่มีการแบ่งแยกว่านี่ตัวเขา นี่ตัวเรา นั่นของเขา นั่นของ
เรา มีเพียงกายและใจที่ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
การดำาเนินโครงเรื่อง
การลำาดับโครงเรื่อง 5 ขั้นตอนของนวนิยายเรื่อง คือ...เธอ
เป็นการดำาเนินเรื่องตามปฏิทินและใช้กลวิธีการเล่าย้อนประกอบในบาง
ช่วง เพื่อให้ตัวละครเอกสามารถระลึกความทรงจำาในอดีตได้ผ่าน
ความฝันของตัวเอง ดังนี้
96
1. การเปิดเรื่อง
อ้อ อรกานต์ฟื้นจากการถูกรถชนที่โรงพยาบาล หญิงสาว
ตกใจมากที่พบว่าตนเองต้องมาติดอยู่ในร่างของธีร์วรา สาวไฮโซประจำา
ห้องเรียนซึ่งเป็นคนขับรถชนเธอ อรกานต์รีบติดต่อกลับไปที่บ้าน และ
รับไม่ได้ที่รู้ว่าร่างของตนเองถูกเผาไปแล้วและรวมถึงดวงจิตของธีร์วรา
ที่หายไป หญิงสาวบอกความจริงนี้กับเพื่อนสนิทคือ นิลยา ทั้งสองพากัน
ไปปรึกษาพระ แต่สุดท้ายอรกานต์ก็ต้องยอมรับเนื่องจากเป็นชะตากรรม
ที่ไม่สามารถฝืนได้ พระที่หญิงสาวนับถือแนะนำาให้เธอทำาบุญ และนั่ง
สมาธิอย่างสมำ่าเสมอเพื่อให้อยู่ในร่างของ
ธีร์วราได้อย่างปกติสุข อรกานต์ยอมรับสภาพ พยายามปรับตัวเข้ากับ
ครอบครัวใหม่ เมื่อเห็นปัญหาว่า ธีร์วราน่าจะเรียนไม่จบ หญิงสาวตัดสิน
ใจไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อตั้งหลักใหม่ในร่างของธีร์วรา
การเปิดเรื่องในนวนิยายเรื่องนี้สามารถดึงดูดความสนใจได้
ดี ผู้เขียนเก็บรายละเอียดที่อาจเป็นข้อกังขาของคนอื่นที่แวดล้อมตัว
ละครเอกได้ทั้งหมด เช่น การจดจำารายละเอียดต่างๆ ตัวละครเอกต้อง
ลอบจำาทีละเล็กทีละน้อยด้วยข้ออ้างว่าความจำาเสื่อม ตลอดจนวางโครง
เรื่องให้ตัวละครเอกเรียนไม่จบเพื่อจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็น
โอกาสที่จะปรับตัวเข้ากับร่างใหม่
2. การดำาเนินเรื่อง
พฤติกรรมเก่าๆ ของธีร์วรายังคงตามเป็นเงาสร้างปัญหาให้
แก่เธอ โดยชายหนุ่มมากหน้าหลายตา พยายามจะเข้ามาตีสนิทเพราะ
หวังจะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนนอนกับเธอแบบในอดีต อรกานต์สามารถ
หลบเลี่ยงได้ทุกคนจนกระทั่งพบกับกฤติน ชายหนุ่มที่เข้ามาเพราะหวัง
ตัวของเธอเหมือนเพื่อนของเขาคือ ทินกร และอีกหลายคนที่ได้คบหา
และหลับนอนกับธีร์วราคนเก่า อรกานต์ยังคงยึดมั่นกับตัวตนของเธอ
แม้ว่าอดีตของธีร์วราจะไม่ดีนัก แต่เธอก็ไม่ยอมให้กฤตินล่วงเกิน แต่
คบหาด้วยความบริสุทธิ์ใจ กฤตินแปลกใจที่พฤติกรรมของเธอไม่เหมือน
กับที่ใครๆ บอก เมื่อกฤตินพยายามล่วงเกินอรกานต์อีกครั้ง จึงทะเลาะ
กันถึงขั้นแตกหัก กฤตินหาเรื่องทำาลายงานของอรกานต์หลายครั้งแต่
หญิงสาวแก้ไขได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องภาพถ่ายงานแต่งงานของ
โรงแรมที่หายไป หญิงสาวขอให้นนท์เพื่อนเก่ามาช่วยเหลือ และถือ
โอกาสไถ่โทษที่ธีร์วราเคยหักอกนนท์จนเสียผู้เสียคน จนกระทั่งวันหนึ่ง
ที่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกไวรัสโจมตี หญิงสาวรีบบึ่งรถไป
โวยวายกับชายหนุ่มทันที และนั่นกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำาให้เธอเผลอตก
ปากรับคำาแต่งงานกับกฤติน
97
ชีวิตคู่ของอรกานต์และกฤตินมีปัญหากันเป็นระยะอันเนื่อง
มาจากอดีตที่ผ่านมาของธีร์วรา ทำาให้กฤตินระแวง ทั้งเรื่องพรหมจรรย์
ของเธอที่เพื่อนๆต่างยืนยันว่าทุกคนต่างได้ตัวเธอมาแล้วทั้งสิ้น แต่ใน
คืนเข้าหอนั้น กฤตินรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับสาวน้อยไร้เดียงสา ชีวิตคู่
ของทั้งสองดำาเนินไปอย่างราบรื่น
เคท เกสราคนรักเก่าของกฤตินบินกลับมาจากต่างประเทศ
หวังจะสร้างรอยร้าวในแก่ภรรยาสาวของชายหนุ่ม แต่ทุกอย่างนั้นไม่
สำาเร็จ กลับทำาให้ทั้งสองรักกันมากขึ้น เมื่อกิจการในครอบครัวของก
ฤตินถูกยักยอกโดยผู้จัดการเก่าแก่นั้น ทั้งกฤตินและพี่สาวหัวหมุนตลอด
เวลา เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในกิจการของตนเอง อรกานต์พยายามจะ
ยื่นมือเข้าไปช่วยด้านการเงิน ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของอร
กานต์มากขึ้น
สมาธิที่อรกานต์เพียรปฏิบัติทำาให้เธอฝันถึงอดีตของธีร์วรา
ได้ หญิงสาวได้รู้ว่า รักแรกของธีร์วราคือ โคลเดอร์ ชายหนุ่มข้างบ้านที่
พบกันสมัยที่ธีร์วราไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตอนมัธยมต้น ทั้งสองได้
เสียกันเพราะความว้าเหว่ที่ฝังอยู่ในใจของธีร์วราเอง เด็กสาวผิดหวัง
และเสียใจมากที่เมื่อกลับมาแล้ว โคลเดอร์เงียบหายไป กลายเป็นเด็กซึม
เศร้า ดังนั้น คุณหญิงแม่จึงอนุญาตให้เธอไปเที่ยวชายทะเลกับกลุ่ม
เพื่อนได้ หารู้ไม่ว่านั่นจะเป็นการผลักไสให้ชีวิตของธีร์วราต้องถลำาลึก
ลงไปอีก เมื่อพี่ชายของเพื่อนธีร์วราขืนใจเธอ และชำาเราร่วมกับเพื่อน
ผู้ชายในกลุ่มอีกหลายคนถึงสองวัน ธีร์วราหนีกลับมา และหลอกเพื่อน
ในกลุ่มว่าแจ้งความไว้แล้ว ทำาให้เธอไม่ถูกตามตอแย แต่เธอต้อง
หวาดระแวงและขยาดการมีเพื่อนสนิท
ชีวิตหลังจากนั้นของธีร์วราจึงมีแต่ดิ่งลงทั้งการเรียน ชีวิต
ส่วนตัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวและกับบุคคลอื่น หญิงสาวหมด
ศรัทธาในความรัก จนกระทั่งได้มาพบกับ นนท์ เพื่อนชายในกลุ่มของ
อรกานต์ ความซื่อและจริงใจของ นนท์ ทำาให้ธีร์วราตกหลุมรักอีกครั้ง
แต่แทนที่ทุกอย่างจะดำาเนินไปตามปกติ หญิงสาวก็กลับระแวงขึ้นมาอีก
ครั้ง และบอกเลิกชายหนุ่มกะทันหัน นนท์เมามายจนเกือบถูกรถชนตาย
ธีร์วราเองก็เสียใจ ทั้งเมามายและเปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น จนได้เจอกับ
ทินกร ผู้ชายคนเดียวที่อ่านใจเธอออกว่า พฤติกรรมทุกอย่างนั้นเกิดขึ้น
เพียงเพราะต้องการระบายทุกข์ในใจ อรกานต์ได้รู้ความในใจของธีร์ว
ราแล้วถึงได้เข้าใจในตัวเธอมากขึ้น
การดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตัว
ละครเอกต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายในอดีตของร่างที่ตนเองอาศัยอยู่ รวม
ถึงตัวละครเอกฝ่ายชายที่เข้ามาจีบเพราะหวังในตัวเธอ เธอจึงต้อง
พยายามอย่างมากที่จะทำาให้ทุกคนมองเธอด้วยตัวตนในปัจจุบัน แต่
กลับมีปัญหามือที่สามและความ
98
หึงหวงกลับเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน อย่างไรก็ดี ปัญหาเหล่านั้นก็
คลี่คลายไปเพราะตัวละครเอกได้แสดงให้เห็นถึงความดีของเธอจน
ฝ่าฟันปัญหาไปได้ รวมถึงการที่ผู้เขียนใช้กลวิธีเล่าย้อนผ่านความฝัน
ทำาให้ตัวละครเอกเข้าใจในพฤติกรรมที่ผ่านมาของร่างที่เธออาศัยอยู่ได้
ดียิ่งขึ้น
การผูกเรื่องด้วยเหตุการณ์และพฤติกรรมของตัวละครมี
ความสอดร้อยกันดี ทำาให้ติดตามอ่านได้อย่างลื่นไหล การกระทำาของ
ตัวละครที่กำาหนดขึ้นล้วนมีผลต่อเรื่องราวหลักเช่น การสนทนากัน
ระหว่าง
อรกานต์กับทินกรที่ช่วยเผยพฤติกรรมและความสัมพันธ์ในอดีตของเขา
กับธีร์วรา ทำาให้อรกานต์เข้าใจทินกรได้ดีขึ้น และปรับความเข้าใจกัน
ได้ แต่ก็ทำาให้กฤตินเกิดความระแวงในตัวภรรยาและกลายเป็นปัญหา
ทะเลาะเบาะแว้งในภายหลัง หรือแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวเนื่องที่ผู้อ่านอาจจะ
สงสัยก็ได้มีการคลายปมไว้อย่างสมบูรณ์ เช่น การที่นิลยารับหน้าที่ดูแล
พ่อแม่ของอรกานต์ให้แทน เป็นต้น
การกำาหนดปมปัญหาของนวนิยายเรื่องนี้แทบไม่ปรากฏ
ปัญหาต่อเรื่อง เว้นแต่การเข้ามาของ
เกสรา ที่ไม่มีบทบาทมากพอ ทั้งที่อรกานต์และเกสราได้มีโอกาสเผชิญ
หน้ากันแล้ว แต่เรื่องกลับไปเกิดเมื่อทินกรกับพีรพงศ์ปรากฏตัว นอกจาก
นี้ การคลายปมของเกสราก็ยังทำาได้ไม่ดีนัก ดังนั้น หากต้องการเพียง
แสดงความบริสุทธิ์ใจก็ควรจบลงตรงที่กฤตินรู้สึกเขินอายที่ภรรยาจับได้
ว่าตนเองไปพบกับแฟนเก่าตอนบินไปเมืองนอกจะดีกว่า เพราะไม่
เป็นการให้นำ้าหนักแก่ตัวละครมากจนเกินไปแต่กลับไม่มีผลกระทบต่อ
เรื่องเพียงพอ
จุดสุดยอด
เมื่อโคลเดอร์ หนุ่มโรคจิต คนรักเก่าของธีร์วรา กลับมา
ติดต่อธุรกิจที่ประเทศไทย ทำาให้ต้องพบกันอีกครั้ง กฤตินหึงหวงมาก
แต่ก็ไม่ว่างพอที่จะกันให้โคลเดอร์ออกห่างจากภรรยา ทั้งที่โคลเดอร์
พยายามจะยั่วยุและกวนอารมณ์ของเขา ดังนั้น ในวันหนึ่งที่กฤตินเห็น
ภรรยาของตนนั่งซบไหล่ของโคลเดอร์ออกไปจากโรงแรม เขาก็คิด
น้อยใจว่าเธออาจจะอยากกลับไปคบกับคนรักคนแรก ทั้งที่ความจริง อร
กานต์ถูกวางยาสลบเพื่อจะลักพาตัวไปข่มขืน อรกานต์ฟื้นขึ้นมาว่า
ตนเองกำาลังตกเป็นเหยื่อของโคลเดอร์ ก็ใช้เรื่องราวในอดีตที่รู้มาจาก
ความฝันหลอกล่อโคลเดอร์จนสามารถเอาตัวรอดออกมาได้ แต่ไม่วาย
ถูกโจรกระชากกระเป๋าไป เมื่อกลับถึงบ้าน กฤตินที่เมาก็ขืนใจเธอเพราะ
ความหึงหวงซำ้าอีก
99
เมื่อเรื่องดำาเนินมาถึงจุดสุดยอด ผู้เขียนได้แสดงฝีมือในการ
วางโครงเรื่องให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งการคลายปมเรื่องลักเพศและ
รสนิยมวิตถารของโคลเดอร์ที่มีสาเหตุมาจากพ่อที่ชำาเราเขามาตั้งแต่เด็ก
หรือความจริงที่ว่าความเดียงสาของธีร์วราทำาให้เธอถูกล่วงเกินโดยวิธี
ผิดธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ดี ก่อนที่
อรกานต์จะพลาดท่าเสียทีให้แก่โคลเดอร์ หญิงสาวก็หวนเอาความทรง
จำาในอดีตที่ได้รู้มาหว่านล้อมจนกระทั่งเอาตัวรอดจากโคลเดอร์มาได้
แล้วเรื่องก็กลับพลิกผันอีกครั้งหนึ่งเมื่ออรกานต์โดนกระชากกระเป๋าและ
ทำาร้ายร่างกาย ก่อนจะขมวดปมสุดท้ายให้ตัวละครหมดความอดทนกับ
พฤติกรรมของสามีที่ข่มขืนเธอเพราะความ
หึงหวงและเข้าใจผิด
นอกจากเหตุการณ์ในตอนดังกล่าวนี้จะทำาให้ผู้อ่านลุ้นตาม
ไปกับตัวละครแล้ว ยังให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านได้อย่างแนบเนียนถึงหลักการ
ครองคู่ว่าการหึงหวงนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีสติยับยั้งชั่งใจเพื่อให้ไม่
เรื่องบานปลาย
จุดคลี่คลายปัญหา
เมื่อได้รู้ความจริงกฤตินก็กลับมาขอโทษเธอ แต่กลับพบนิล
ยาเพื่อนสนิทของภรรยาที่เป็นสาวหล่อกำาลังอยู่ด้วยกันในสภาพกึ่ง
เปลือย กฤตินก็ยิ่งสับสนว่า แท้จริงแล้วภรรยาของเขายังมีความลับใด
ซ่อนไว้อีก ส่วนปัญหาของเขากับอรกานต์ นิลยาเป็นฝ่ายบุกไปอธิบาย
และเปิดเผยความจริงเรื่องการสลับร่างให้ชายหนุ่มได้รู้ กฤตินได้ทราบ
ประวัติความเป็นมาของอรกานต์ ผลงานทางศิลปะ และภาพถ่ายใน
อิริยาบถต่างๆของอรกานต์ระหว่างที่คุยกับนิลยา ชายหนุ่มได้ซึมซับตัว
ตนของภรรยาจากภาพวาดของเธอซึ่งส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นภาพร่างหน้าตา
และท่าทางต่างๆ ของเขานั่นเอง
ปมปัญหาสุดท้ายที่ได้รับการคลี่คลายคือ ตัวละครเอกฝ่าย
ชายได้ทราบความจริงเกี่ยวกับการสลับร่างนั้น และยอมรับได้ถึงอดีตที่
เคยผิดพลาด ความแตกต่างระหว่างตัวบุคคล ตลอดจนเข้าใจถึงคำาว่า
รัก ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน รวมถึงตัวละเอกฝ่ายหญิงที่ลดทิฐิของตัว
เองลงและซาบซึ้งถึงความรักที่สามีมีให้ตนเองมากขึ้น ดังตัวอย่าง (พิมล
พัทธ์, 2553, หน้า 168, 189 เล่ม 2)
กฤตินสะดุ้งเฮือกเมื่อคำานั้นแวบเข้ามา รัก! รักหรือ
ทำาไมเขาไม่ได้นึกถึงคำานี้มาก่อน เลย เขาแต่งงานก็แค่เพราะ
อยากแต่ง อยากจะอยู่กับหล่อน อยากจะอยู่ใกล้หล่อน ทินกรมา
ถามว่ารักหล่อนหรือเปล่า เขายังฉุนมันจะแย่ คิดในใจว่ามันถา
มอะไรฟะ ไร้สาระจริงๆ แต่ ความจริงก็คือ เขาห่วงหล่อน เขา
หวงหล่อน และตอนนี้...เขาหึงหล่อน ถ้าไม่เรียกว่ารักก็ไม่รู้ ว่า
100
จะเรียกว่าอะไรได้แล้ว เขาคงรักหล่อนจริงๆแหละ รักมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้ แต่รู้ว่าคงรักมา นานแล้ว
ไม่มีใครเป็นสาเหตุของปัญหานี้ทั้งนั้น ไทร่าไม่ได้
เรียกร้องให้เจฟฟ์ โคลเดอร์เข้ามา ทักทายหล่อนในสระว่ายนำ้าสัก
หน่อย ไม่ได้เป็นผู้ชักชวนให้หนุ่มผมบลอนด์คนนั้นพาหล่อน
เข้าโรงแรม รวมทั้งไม่ได้เป็นตัวการจับเอาความเข้าใจผิดๆไปใส่
ในสมองของกฤตินครั้งแล้ว ครั้งเล่าด้วย
กฤตินก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เขาเข้าใจผิดก็ใช่ว่าจะไร้
เหตุผลเสียทีเดียว บางครั้ง สถานการณ์มันก็ชวนให้คิด
อะไรไปในแง่ลบได้
การจบเรื่อง
กฤตินกลับมาหาอรกานต์พร้อมสารภาพรัก แล้วใช้ชีวิตคู่กัน
อย่างมีความสุขจะเห็นได้ว่า
นวนิยายเรื่องนี้ จบเรื่องลงด้วยความสุข ตัวละครเอกทั้งฝ่ายหญิงและ
ชายเข้าใจกันดี
แก่นเรื่อง
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านนวนิยายเรื่องนี้คือ การยอมรับ
และเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล ในลักษณะเพศเดียวกันแต่
แตกต่างด้านสถานะทางสังคม บุคลิกภาพ และลักษณะนิสัย แม้ว่า
ภายนอกของอรกานต์จะไม่น่าสนใจเท่ากับธีร์วรา แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ธีร์วรา
อิจฉาเธอ คือ ความสุข ความเป็นกันเองที่ธีร์วราไม่เคยทำาได้ในชีวิตจริง
ความแตกต่างดังกล่าวนี้เองที่ส่งผลให้ทั้งสองได้สลับร่างกัน ดังตัวอย่าง
(พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 190 เล่ม 2)
สำาหรับหล่อนแล้ว ณ ขณะนี้อดีตของธีร์วราคนก่อนก็
คืออดีตของธีร์วราคน ปัจจุบัน ก็นี่มันร่างของธีร์วรานี่นา
จริงมั้ย หล่อนรับเอาความสวย ความรวย ความมี เสน่ห์
เอาไว้ มันคงเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งหากหล่อนจะไม่รับเอาอดีตที่มี
ตำาหนิ นั้นมาด้วย ในเมื่อกายและใจรวมเป็นหนึ่ง หล่อน
ย่อมเป็นได้ทั้งอรกานต์และธีร์วรา โดยสมบูรณ์ ทำาหน้าที่ใน
ทุกๆส่วนของหล่อนให้ดีที่สุด แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาใน
ชีวิตอย่างเต็มกำาลังความสามารถเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
101
นอกจากนี้ยังทำาให้ได้เข้าใจถึงหลักในการใช้ชีวิตคู่ที่ต้อง
อาศัยความรัก ความเข้าใจ ความให้อภัย และความอดทนเพื่อให้ชีวิตคู่
ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 169,
หากเขารักหล่อน เขาก็ต้องเชื่อหล่อน ต้องพร้อมจะรับ
ฟังหล่อน พร้อมที่จะเข้าใจ หล่อน และแม้ว่าหล่อนจะทำาผิดจริง
เขาก็ควรต้องพร้อมที่จะให้อภัย
มันง่ายๆ แค่นี้เอง
กลวิธีการเล่าเรื่อง
การเล่าเรื่องเป็นมุมมองแบบนักเขียนรู้ไปหมด เข้าใจได้ถึงความ
รู้สึกของตัวละครทุกตัว สลับ กับการใช้มุมมองแบบตัวละครบรรยาย
ความรู้สึกเอง ซึ่งเป็นภาคต่อหลังจากเรื่องราวคลี่คลายลงแล้ว กล่าว
โดยรวม ความสามารถของผู้เขียนในการวางโครงเรื่องอยู่ในระดับดี แม้
เรื่องราวจะไม่แปลกใหม่ เพราะการสลับร่างระหว่างเพศเดียวกัน หรือ
ต่างเพศ เป็นที่แพร่หลายและได้อ่านกันมานานแล้ว แต่ความลื่นไหล
ของภาษา และการจัดหาเหตุผลประกอบการกระทำาของตัวละคร และ
เหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างดี จึงทำาให้ผู้อ่านติดตามได้อย่างราบรื่น
และสนุกสนานกับปมที่ค่อยคลายออกมาทีละเปลาะ ปมที่นวนิยายเรื่องนี้
กำาหนดไว้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่านค่อนข้างกระชับ รัดกุม แม้จะ
มีจำานวนโครงเรื่องย่อยมากกว่านวนิยายเรื่องอื่นๆ แต่กลับไม่ทำาให้
อรรถรสในการอ่านเสียไป
นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง
นวนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานของพิมพ์ผกา จัดจำาหน่ายโดยสำานัก
พิมพ์ดอกหญ้า 2000 เล่มเดียวจบ กล่าวถึง เรื่องราวการสลับร่างของ
ชายหนุ่มคนหนึ่งกับหญิงสาวที่เป็นหลานสาวเจ้าพ่อ แต่โชคร้ายที่ร่าง
ของเขาถูกเผาไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุทำาให้เขาไม่สามารถหาทางกลับ
ร่างเดิมได้ ส่วนจิตของหญิงสาวที่เป็นเจ้าของที่เขามาอาศัยอยู่นั้นหาย
ไปอย่างถาวร ทำาให้เขาต้องใช้ร่างของหญิงสาวตลอดไป โดยที่ต้อง
ทำาใจยอมรับกับร่างใหม่และความรักที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผู้ชายหลังจาก
เขาสลับร่างกลายเป็นหญิงแล้ว
โครงเรื่อง
การสลับร่างระหว่างชายกับหญิง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะ
ร่างของชายหนุ่มถูกทำาลายลง เขาจึงต้องติดอยู่ในร่างหญิงสาว และเกิด
102
ความรักกับเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันสมัยประถมและให้ความช่วยเหลือเขา
มาโดยตลอด ขณะที่กำาลังปรับตัวเข้ากับร่างใหม่
โครงเรื่องใหญ่ /โครงเรื่องย่อย
การสลับร่างของชายหนุ่มชื่อปรานนท์ ทำาให้กลายมาติดในร่างผู้
หญิงคือ ปูเป้ แต่เนื่องจากจิตของปูเป้ไม่กลับมาเข้าร่างแล้ว และร่างกาย
ของปรานนท์ก็ถูกฌาปนกิจไปหลังเกิดอุบัติเหตุทำาให้เขาต้องเรียนรู้ที่จะ
อยู่ในร่างของผู้หญิง และยอมรับความเป็นหญิงของตัวเองในที่สุด
โครงเรื่องย่อยคือ การสร้างปมความเป็นมาของหญิงสาวที่ชื่อปูเป้
ซึ่งพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งโดยที่ปรานนท์เองเพิ่งเข้าใจหลังจากที่
ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวของหญิงสาว ความคับข้องใจที่หญิงสาว
ประสบมาตลอดชีวิตก่อนฆ่าตัวตายสำาเร็จทำาให้ปรานนท์เข้าใจความ
เป็นมาของเธอแต่ก็ไม่อาจแก้ปัญหาอย่างใดได้ สุดท้ายพี่ชายที่เห็นกัน
มาอย่างศราวุธก็ช่วยให้เธอรอดพ้นจากการบีบบังคับของปู่ได้ และปราน
นท์ก็รับตัวตนในร่างหญิงสาวได้ สุดท้ายเรื่องจึงลงเอยด้วยความสุข
เนื้อเรื่อง
พจน์ ชายหนุ่มนักธุรกิจที่ประสบความสำาเร็จอย่างสูงเบื่อหน่ายกับ
ความจำาเจในชีวิตการทำางานและความรัก จึงนึกอยากย้อนเวลาไปยัง
ช่วงที่มีความสุข เขานึกถึงเพื่อนชายวัยประถมคนหนึ่งคือ ปรานนท์ ขึ้น
มาได้ เขาออกตามหาเพื่อนคนนั้นและพบว่า ปรานนท์ได้เป็นอาจารย์
สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ปรานนท์ยังเป็นเพื่อนผู้เรียบร้อย
และเฉื่อยชาคนเดิม พจน์ทนไม่ได้ที่เพื่อนไม่ใช้ชีวิคตให้คุ้มค่า ดังนั้น
เขาจึงชวนปรานนท์เที่ยวผู้หญิง แต่โชคร้ายที่ปรานนท์หนีออกมาก่อน
และโดนรถชนจนเสียชีวิต
พจน์จัดงานศพให้เพื่อนอย่างดี แต่ในวันเผานั้นเองกลับมีหญิงสาว
มาปรากฏตัวและอ้างว่าเธอคือ ปรานนท์ พจน์ไม่เชื่อ แต่สุดท้ายความลับ
ความหลังของคนทั้งสองก็ทำาให้พจน์ต้องยอมรับว่าเพื่อนของตนเองกลับ
มาแล้วในร่างของหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร
พจน์ให้ปรานนท์เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย นิสัยที่เรียบร้อยและรูป
ร่างที่เย้ายวนของปรานนท์ทำาให้พจน์ตบะแตก ทั้งสองคนมีความ
สัมพันธ์ทางกายต่อกัน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ปรานนท์ยังไม่ยอมรับว่า
ตนเองเป็นผู้หญิง เขายังยืนยันว่าตัวเองเป็นชาย ดังนั้น พจน์จึงคิดหนัก
ว่าตนเองเป็นพวกเบี่ยงเบนทางเพศหรือไม่ที่เริ่มจะหลงรักปรานนท์ใน
ร่างของหญิงสาวขึ้นมา
ต่อมามีชายคนหนึ่งชื่อ ศราวุธ มาแสดงตนว่าเป็นคู่หมั้นของหญิง
สาวที่ปรานนท์อาศัยร่างอยู่ ปรานนท์จึงต้องยอมกลับไปอยู่ครอบครัว
103
ที่แท้จริงของปูเป้ ที่นั่น มีทุกอย่างที่จะนำาความสุขสบายมาให้ปรานนท์
เพราะครอบครัวของปูเป้เป็นผู้มีอิทธิพล เสี่ยทรงชัยเป็นชายชราที่ยังคง
คุมอำานาจอยู่และบังคับให้ศราวุธหลานชายรับช่วงต่อกิจการที่แสน
สกปรกของเขา ทั้งผับบาร์ ยาเสพติดและการค้าผู้หญิง ศราวุธรู้ว่าปูเป้
รักกับพจน์ จึงไม่ได้ห้ามปราม แต่ก็ไม่อาจช่วยปูเป้ให้รอดพ้นจากการ
ถูกบังคับจิตใจของปู่ทรงชัยได้
วันหนึ่ง ปรานนท์ออกไปหาพจน์ แต่คนในบ้านคิดว่าปูเป้หนีออก
จากบ้านอย่างที่เคยทำา ทรงชัยโกรธมากและตบหน้าปูเป้ ปรานนท์ทนต่อ
ไปไม่ไหวจึงย้ายกลับมาอยู่กับพจน์ตามเดิม แพร น้องสาวของพจน์เห็น
ว่าปรานนท์ถูกจำากัดบริเวณอยู่นานจึงพาออกไปเปิดหูเปิดตา จนกระทั่ง
เกิดเรื่องหึงหวงและชกต่อยกันในผับที่ทรงชัยเป็นเจ้าของ ก่อนที่ปูเป้จะ
ถูกทรงชัยทำาร้ายอีก ศราวุธได้ลุกขึ้นมายึดอำานาจทั้งหมดของเสี่ยทรง
ชัยและยอมให้ปูเป้ได้เป็นอิสระอย่างที่ต้องการ ปรานนท์เตรียมตัว
แต่งงาน แต่ระหว่างนั้นเกิดมีปากเสียงกับพจน์ เรื่องการยอมรับตัวตน
ของปรานนท์ ปรานนท์น้อยใจที่พจน์เห็นเธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่มีไว้
ระบายอารมณ์ จึงหนีออกจากบ้านไป พจน์ตามไปขอโทษ เขายอมรับ
กับตัวเองว่าเขารักปรานนท์ ไม่ใช่เพียงเพราะร่างของปูเป้ ทั้งสองจึงได้
เข้าพิธีแต่งงาน มีลูกและใช้ชีวิตร่วมกันในที่สุด
ความขัดแย้ง
นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ใช้ความขัดแย้งภายใน
จิตใจของตัวละคร และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เป็นปมที่
ทำาให้ผู้อ่านติดตาม ดังนี้
1. ความขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละคร
ปรานนท์ที่เป็นผู้ชายต้องมากลายเป็นผู้หญิงในร่างของปูเป้
พฤติกรรมของเขาในช่วงแรกจึงไม่อาจจะทำาใจยอมรับได้ อย่างไรก็ดี
ด้วยความที่ปรานนท์เป็นคนซื่อ เก่งแต่ในตำาราและไม่ประสาเรื่องผู้หญิง
เขาจึงไม่รู้ว่าตนเองต้องทำาอย่างไรให้ไม่เป็นปัญหา เช่น การแต่งกาย
ให้เหมาะสม การระวังภัยจากคนแปลกหน้าในฐานะที่เป็นผู้หญิงสวย
เป็นต้น
“ผมเห็นเธอเดินออกไปข้างนอกกับเจ้าหมาฝรั่งตัวใหญ่ของ
คุณพจน์เท่านั้นครับ”
“ไม่เห็นใครที่บังคับลักพาตัวแน่นะ” พจน์ถามคำาถามนี้เป็น
ครั้งที่สามเพราะไม่อยากจะเชื่อ
104
“ไม่เลยครับ” เจ้ายามเตี้ยลำ่าหน้าตาบ้านนอกบอก “มีแต่เธอ
กับหมาจริงๆ ครับ ผมไม่เห็น
คนอื่นเลย”
“นายแน่ใจนะ” เขาถามยำ้าเป็นครั้งที่สี่
“โธ่ คุณพจน์ครับ ผมเป็นยามมาหลายปีแล้วนะ ผมแน่ใจ
ครับว่าเธอตั้งใจเดินออกไปเองไม่มี ใครบังคับเธอเลย”
“นายหมายความว่าไงที่ว่าไม่มีใครบังคับ นายแน่ใจได้ยังไง”
“ไม่มีใครบังคับเธอหรอกครับ” เจ้ายามยิ้มทำาหน้าเคลิ้มฝัน
“ก่อนเดินออกไปเธอยังยิ้มให้ผม อยู่เลย”
“เธอยิ้มให้นายด้วยเรอะ!”
“ครับ ผมมองเธอ เธอมองตอบ เราสบตากัน” เจ้ายามหน้า
แดง “แล้วเธอก็ยิ้มให้ผม เธอยิ้ม สวยที่สุดเลยครับ” โอ๊ย! ดูเจ้าบ้านี่ทำา
หน้าเข้าสิ
“แล้วนายมองเธอทำาไม!” เขาชักโกรธเจ้ายามนี้ซะแล้ว ทำาไม
มันจะต้องมามองเธอด้วย ตั้งแต่ เมื่อวานแล้วนะ!
“ก็คุณเค้าสวยนี่ครับ”
“ทีหลังห้ามมอง เธอเป็นแฟนฉัน เข้าใจมั้ย!” เขาบอกเสียงดุ
“เข้าใจแล้วครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีกับคุณเค้านะครับ ผมแค่
ปลื้ม” เจ้ายามยิ้มเจื่อนๆ “ยามคน อื่นๆ ก็ปลื้มเธอครับ”
หมายความว่านอกจากไอ้บ้านี่แล้วเธอยังยิ้มให้คนอื่นอีก โธ่
โว้ย!เธอเที่ยวแจกยิ้มให้คนอื่นไป ทั่วแบบนี้ยังไง “แล้วเธอเดินไปไหน
นายรู้มั้ย”
“ไม่รู้หรอกครับ” เจ้ายามส่ายหน้า “ผมเห็นแค่คุณเข้าเดิน
ออกไป แต่คุณพจน์ไม่ต้องกังวลไป หรอกครับ คุณเค้าคงไปเดิน
เล่นใกล้ๆ นี่แหละ เดี๋ยวคุณเข้าก็กลับมาแล้ว”
“นายรู้ได้ไงว่าเดี๋ยวเธอจะกลับมา”
“ก็คุณเข้าใส่แต่เสื้อเชิ้ตของผู้ชายตัวเดียวเองนี่ครับ” เจ้ายาม
หน้าแดงอีกแล้ว “ผมคิดว่าคง เป็นเสื้อของคุณพจน์มัน...เอ่อ..หวือ
หวาจะตายไม่มีผู้หญิงปกติคนไหนแต่งตัวอย่างนั้นแล้วกล้าเดิน โทงๆ
ไปไหนไกลๆ หรอกครับ เดี๋ยวคุณเค้าต้องกลับมาแน่ๆ
ระยำา!
ปรานนท์ใช่ผู้หญิงปกติที่ไหนกัน!
เธอถอดเสื้อให้ผู้ชายดูโดยไม่รู้สึกอะไรด้วยซำ้า!
เขาอยากจะบ้าตาย!
วันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว ไม่ได้สวมอะไรไว้ข้างในเลย แสงส่อง
ลอดเสื้อตัวนั้นเข้าไปได้เสียด้วย เห็นชัดแจ๋วแหววจนไม่ต้องอาศัย
จินตนาการอะไร เมื่อเช้าเขายังแอบมองอยู่เลย มันไม่ได้แค่หวือหวา
อย่างที่เจ้ายามนั้นว่า มันโป๊เลยล่ะ!
105
เขาโมโหที่สุดโทสะของเขาอัดแน่นอยู่เต็มอก เธอทำาแบบนี้
ได้ยังไง เธอโกหกเขาไหนเธอบอก ว่าจะไม่ออกไปไหนไง เธอ
หลอกให้เขาเป็นห่วงแทบบ้าเธอหลอกให้เขาคิดว่าเธอโดนลักพาตัว เธอ
หลอกให้เขาคิดว่าเธอมีอันตรายแล้วเธอก็เดินฉุยฉายยิ้มเริงร่า
ออกไปในสภาพที่ใครๆ ก็เห็นเรือนร่าง เย้ายวนน่ารักของเธอ สังคม
สมัยนี้มีแต่พวกผู้ชายลามกโรคจิตเต็มไปหมดด้วย
เขารีบวิ่งหน้าตั้งออกจากตัวดึก ตามองซ้ายขวาตามหาเธอ
ไปด้วย
ให้มันได้อย่างงี้ซิ! ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ละก็น่าดู!
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 72-73)
“นายโง่รึเปล่า!” เขาคำาราม “นายเป็นผู้หญิงที่อยู่ในสภาพ
เกือบเปลือยนะผู้ชายก็ต้องสนใจ นายสิ”
“ฉันเป็นผู้ช้าย ผู้ชายไม่สนใจผู้ชายหรอก”
“นายพูดอะไรดูตัวเองบ้างสิ ตอนนี้นายเป็นผู้หณิงนะ”
“ฉันเป็นผู้ชาย”
“นายเป็นผู้หญิงไปแล้วเฟ้ย!”
“ไม่ ฉันเป็นผู้ชาย”
“ให้ตายสิ! นายส่องกระจกบ้างรึเปล่า แล้วนายเห็นอะไร
บ้าง!”
“ฉันเป็น ผู้ชายที่บังเอิญมาอยู่ในร่างผู้หญิงเท่าน้น เธอเน้น
“ยังไงฉันก็เป็นผู้ชายอยู่วันยันคำ่า”
“ยังไงก็ช่าง!” เขาไม่อยากพูดกับเธอเรื่องการเป็นผู้ชายบ้าๆ
แล้วตะคอก ดิฉันขอสั่งเลยว่า ต่อไปนายห้ามไปคุยกับผู้ชายคน
ไหนอีก”
“นายเป็นใครถึงคิดจะมาสั่งฉันได้!” เธอตะคอกเขากลับ
“ก็ฉันพึ่งสั่งนายไปนี่ไง”
“ฉันจะคุย--”
“โว้ยย! หุบปาก” เขาตะโกนใส่หน้าเธอ ทุบโด๊ะเสียงดังลั่นจน
เธอสะดุ้งตกใจ คนทั้งร้านต่าง หันมามองพวกเขาทั้งสองคน “ฉันไม่
อยากเถียงกับนายที่นี่อีกต่อไปแล้ว” เขาพูดพร้อมกับจับต้นแขนทั้งสอง
ข้างของเธอไว้ แล้วลากเธอเดินออกจากร้าน
(พิมพ์ผกา, หน้า 2554, หน้า 77)
2. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์
ปรานนท์มีความขัดแย้งกับพจน์เสมอ เพราะตัวตนที่แท้จริงของ
เขาไม่ได้เหมือนกับที่พจน์ต้องการให้เป็น แต่หลังจากที่นานวันเข้า พจน์
106
มีเพศสัมพันธ์กับเธอแล้ว ปรานนท์ก็เริ่มอ่อนโยนลง และไม่ดื้อรั้นเหมือน
เก่า อย่างไรก็ดี สิ่งที่ปรานนท์ต้องการคือ การยอมรับของพจน์ในส่วนที่
เป็นปรานนท์ ไม่ใช่ปูเป้ ดังนั้น เมื่อพจน์ยังไม่อาจยอมรับความรู้สึกว่าตัว
เองชอบผู้ชายได้ เขาจึงมีปากเสียงกับปรานนท์อย่างรุนแรง
“นายเป็นเมียฉัน สุดที่รัก” เขาจับมือเธอทั้งสองข้างมากุมไว้
“ฉันรักนายมากเหลือเกิน”
“ไม่ ฉันไม่ใช่เมียนาย” ปรานนท์มองหน้าเขา เธอพูดอย่าง
จริงจังเต็มที
“และไม่ นายไม่ได้รักฉันที่เป็นฉัน แต่นายรักผู้หญิงคนนี้ต่าง
หาก” เธอกวาดมือทั่วร่างตัวเอง “ถ้าฉันยังอยู่ในร่างผู้ชายคน
เดิม นายจะรักฉันอย่างนี้มั้ย”
คราวนี้พจน์เป็นฝ่ายอำ้าอึ้งไปบ้าง
เขาไม่สามารถให้คำาตอบเธอในเรื่องนี้ได้ จึงเปลี่ยนประเด็น
ไปว่า “นายจะถามไปเพื่ออะไรล่ะ นายไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก
แล้วนี่”
“ใช่” ท่าทางเธอดูเจ็บปวดอย่างเหลือแสน “และนายเป็นคน
เพียงคนเดียวในโลกที่รู้จักตัวตน ที่แท้จริงของฉัน ฉันเคยหลงคิดไปว่า
ถ้าฉันยังมีนายอยู่ตัวฉันคนเดิมจะไม่ถูกร่างกายใหม่ของปูเป้กลืน ให้
หายไป แต่แล้ว แม้แต่นายก็ยังปฏิเสธสิ่งที่ฉันเป็น” เธอพูดเบาหวิว
“สำาหรับนาย ฉันคือผู้หญิงอีก คนหนึ่งที่ยังไงก็ไม่ใช่ปรานนท์คน
เก่า แล้วอย่างนี้ฉันจะอยู่กับนายไปเพื่ออะไรสู้กลับไปอยู่กับคุณปู่และ พี่
ตั้มไม่ดีกว่าเหรอ”
“นี่มันจะไปกันใหญ่แล้ว” พจน์โบกมืออย่างหงุดหงิด “นายก็
คือนายนั่นแหละ แล้วที่นายมา อยู่กับฉันก็เพราะว่านายรักฉันน่ะสิ!”
“ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย” เธอแย้ง “ฉันแค่คิดว่าฉันรักนาย และ
นายรู้อะไรมั้ย ฉันคิดผิด” เสียง เธอมั่นคงจนน่าใจหาย “ฉันเกลียด
นายไอ้คนเฮงซวยฉันเกลียดนายที่สุด”
“พอกันที” เขาลุกขึ้นจากโซฟา ยำ่าเท้าปึงปังไปทางห้องนอน
“ฉันไม่อยากฟังนายพล่ามไร้สาระอีกต่อไปแล้ว”
“หยุดนะ” เธอจับแขนเขาไว้ “เรายังพูดกันไม่จบเลย”
เขาสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ถนอมแรงนัก “ถ้านายเกลียด
ฉัน นายจะมาอยู่ในร่างผู้หญิงบ้าๆ นี่ให้ฉันสับสนวุ่นวายใจไป
ทำาไม ถ้านายตายๆ ไปซะตั้งแต่แรก ชีวิตฉันคงเป็นสุขกว่านี้เยอะเลย!”
เขาเสียใจอย่างสุดซึ้งทันทีที่คำาพูดนี้หลุดจากปาก ปรานนท์
ผงะราวกับถูกตบหน้า
107
“นี่คือสิ่งที่นายคิดมาตลอดใช่มั้ย” เธอปาดนำ้าใสๆ ที่เริ่มเอ่อ
คลอรอบดวงตา “ฉะ...ฉันไม่รู้ เลยว่าตัวเองทำาให้นายเดือดร้อนมาก
ขนาดนี้”
“ปรานนท์ ฉัน...” เขาไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี นำ้าตาของเธอ
แทบจะฆ่าเขาทั้งเป็น แล้วมือของเขาก็กำาแน่น
“ปัดโธ่โว๊ย! มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงนะ”
เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน กระแทกประตูปิดใส่หน้าเธอ
ดังปัง
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 442– 443)
นอกจากนี้ ปมความขัดแย้งระหว่างปูเป้กับคนในครอบครัว ยังมีอยู่
อย่างชัดเจน หลังจากที่ปรานนท์ได้เข้าไปใช้ชีวิตในครอบครัวของปูเป้
แล้ว ซึ่งก็คือ ความอึดอัดใจที่ไม่สามารถคิดหรือทำาอะไรด้วยตนเองได้
หากเสี่ยทรงชัยไม่อนุญาต เพราะปูเป้เคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน
รวมถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ปรานนท์ได้ทราบความจริงเกี่ยว
กับแม่ของตนเองที่ถูกบังคับข่มขืนจากลูกชายของเสี่ยทรงชัย และการที่
ตนเองถูกบังคับให้หมั้นกับศราวุธ
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่า ไม่ให้คุณหนูเดินมาทางนี้”
โธ่เอ๋ย!พื้นตรงนี้ลื่นหน่อยเดียวเองฉันไม่สะเหล่อขนาดหกล้ม
ตายหรอก
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่าไม่ให้คุณหนูเข้าใกล้ห้องออก
กำาลังกาย”
โธ่เอ๋ย! คิดว่าฉันจะเอาดัมเบลล์นั่นมาทับตัวตายรึไง ยกยัง
ไม่ขึ้นเลยและยังห้ามอะไรต่อมิ อะไรมากมายจนเขาจำาไม่หวาดไม่
ไหว
ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนั้น
ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนี้
ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนั้น
ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนี้
โธ่เอ๋ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว มีใครฟังฉันบ้า
งมั้ย!
ไม่มีเลยสักคน
พวกลูกจ้างในบ้านปฏิบัติตามคำาสั่งคุณปู่อย่างเคร่งครัด
อ้อนวอนขอร้องแค่ไหนก็ไม่ผ่อนปรน ให้เลยสักนิด เมื่อปรานนท์ถูก
ห้ามทำาอะไรพวกเขาจะมองมาอย่างเห็นใจพร้อมกับแนะนำาให้มาขอ
อนุญาตคุณปู่และทุกครั้งที่เขาขอคุณปู่ คำาตอบของท่านก็เหมือน
เดิม คือ
108
“ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต มันอันตรายเกินไปสำาหรับหนูนะ หลาน
รัก”
เอาคำาสั่งห้ามของคุณปู่มารวมกันทุกข้อ สุดท้ายแล้ว ในบ้านหลัง
ใหญ่มหึมาโอ่อ่าอลังการ เขาก็ได้รับ อนุญาตเพียงแค่อยู่ในห้องตัว
เอง เขาจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นได้เฉพาะเวลาที่คุณปู่อยู่ด้วยเท่านั้น จะ
ไป คนเดียวไม่ได้ ส่วนห้องอาหารจะไปได้เฉพาะเมื่อถึงเวลา คือแปด
โมง สิบเอ็ดโมงครึ่ง และหนึ่งทุ่ม
มันจะอันตรายอะไรกันนักหนา!
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 289)
“ช่วยเล่าเรื่องของฉันก่อนที่จะความจำาเสื่อมได้มั้ยคะฉันเป็น
คนยังไง”เขาพูด “ฉันอยากจะรู้ จริงๆ ค่ะ ว่าฉันฆ่าตัวตายเพราะอะไร
ฉันถามคุณปู่คุณปู่ก็ไม่ยอมเล่าให้ฉันฟัง--”
“ก็ที่คุณหนูจะฆ่าตัวตายเป็นเพราะเสี่ยนี่คะ เสี่ยไม่เล่าให้คุณ
หนูฟังหรอกค่ะ” บุณเพ็งโพล่ง ออกมา
“เสี่ยไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณหนูคิดนะครับ” เส็งบอก
“คะ? ” ปรานนท์ทำาหน้างงๆ
“พวกเอ็งก็ว่าเสี่ยเกินไป” ลุงสมพูด “ไม่มีหลักฐานซะหน่อย
ว่าเสี่ยเป็นคนฆ่าแม่ของคุณหนู”
“คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ” ป้าแจงเริ่มเล่า “เสี่ยธวัชชัย เป็น
คนที่ถูกตามใจจนเหลิง สำามะเลเทเมา อย่าหาว่าป้าแจงว่าคุณพ่อ
ของคุณหนูเลยนะคะเสี่ยธวัชชัยเป็นคนไม่ได้เรื่องเลยค่ะ”
“แล้วเวลาไปทำาเลวที่ไหนเสี่ยทรงชัยก็ไม่เคยห้าม กลับมีแต่
หัวเราะภูมิใจ” ลุงสมเสริม
“เสี่ยธวัชชัยชอบข่มเหงรังแกสาวใช้ในบ้านเป็นประจำาค่ะ
เสี่ยจะชอบข่มขู่ ประมาณว่าถ้าเอาเรื่องไปบอกใคร เสี่ยจะเอาไปฆ่าทิ้ง”
“แล้วป้าแจงโดนบ้างรึเปล่า” บุญเพ็งถามสอดขึ้นมา
“อีบุญเพ็ง!” ป้าแจงเอ็ด ท่าทางเอาเรื่อง
บุญเพ็งทำาหน้าเจื่อนไป
“วันหนึ่ง เสี่ยธวัชชัยก็ลากนังสุจิตตราเข้าห้อง มันอายุแค่สิบ
สามเองนะคะ” ป้าแจงเล่าต่อ “นังสุพึ่งเข้ามาทำางานเป็น
คนใช้ได้ไม่นาน มันทั้งร้องไห้ทั้งกรีดร้อง ทั้งกราบตีนขออย่าให้เสี่ย
ธวัชชัยทำาอะไรมัน แต่เสี่ยธวัชชัยติดใจมันมากถึงขนาดนังสุมัน
พยศอย่างนั้นมันก็ยังโดนลากเข้าห้อง เกือบทุกวันค่ะ”
“สุจิตตราเป็นใครคะ” ปรานนท์ถาม รู้สึกหดหู่ไปด้วย น่า
สงสารเด็กสาวคนนั้นเหลือเกิน
“แม่ของคุณหนูเองค่ะ”
“โอ คุณพระคุณเจ้า”
109
“นังสุเป็นเด็กน่ารัก ตัวเล็กๆ ตาแป๋วแหววเหมือนคุณหนูเลย
ครับ” ลุงสมพูด
“ตอนนั้นคุณแม่อายุแค่สิบสาม แล้วคุณพ่ออายุเท่าไหร่คะ”
ปรานนท์ถาม
“สามสิบเกือบสี่สิบมั้งครับ ผมว่า” ลุงสมตอบ
ปรานนท์อึ้ง ไม่รู้จะว่ายังไงดี อายุสองคนแตกต่างกันเป็นพ่อ
ลูกกันได้เลยนะ
“เสี่ยธวัชชัยรักนังสุจริงครับ ไม่ได้เอาเล่นๆ อย่างที่หลายคน
คิด พอรู้ว่ามันท้อง เสี่ยธวัชชัย
ดีใจมากย้ายมันไปอยู่เรือนใหญ่ด้วยกัน เสี่ยธวัชชัยเลิก
สำามะเลเทเมา เลิกเที่ยวผู้หญิง กลับเนื้อกลับตัว เป็นคนดี แต่เสี่ย
ทรงชัยก็ยังไม่ชอบนังสุอยู่ดี เพราะมันเป็นแค่คนใช้แถมยังเด็กด้วย วัน
หนึ่งไม่มีใครรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นนังสุหายตัวไปจากบ้านเสียเฉยๆ เสี่ย
ทรงชัยบอกว่ามันหนีไป เพราะมันเกลียดเสี่ย
ธวัชชัย แต่เสี่ยธวัชชัยไม่เชื่อบอกว่าเสี่ยทรงชัยนั่นแหละที่ไล่นังสุ
ไป เอาเป็นว่าสุดท้ายเสี่ยธวัชชัยก็ ตามหานังสุกับลูกจนเจอ แล้วก็ชื้อ
บ้านหลังเล็ก ๆ ให้มันอยู่ ส่งเงินให้มันใช้ พามันไปเรียนหนังสือไป หา
มันบ่อยๆ ไม่ให้มันมายุ่งกับที่บ้านหลังนี้อีก”
“คุณตั้มสนิทกับนั่งสุมากค่ะ ตอนที่นังสุหายตัวไปคุณตั้มร้อง
ไห้ใหญ่ป้าแจงเล่าต่อลุงสม “นัง สุมันอายุสิบสาม คุณตั้มก็แค่ห้าขวบ
บ้านนี้ไม่มีเด็กอีก มันกับคุณตั้มเลยเข้ากันได้ดี
“พี่ตั้มเป็นลูกภรรยาคนแรกของคุณพ่อเหรอคะ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ เสี่ยธวัชชัยอาจจะรังแกผู้หญิงมาเยอะ แต่มี
เมียคนเดียวคือคุณแม่ของคุณหนู ค่ะ เสี่ยธวัชชัยรักนังสุจริงๆ คงเป็นรัก
แรกและรักเดียว
“แล้วคุณแม่รักคุณพ่อรึเปล่าคะ”
“อันนี้ป้าแจงก็ไมรู้เหมือนกันค่ะ แต่นั่งสุมันรักคุณหนูมากนะ
คะ เสี่ยธวัชชัยก็รักคุณหนูมาก เหมือนกัน ตอนที่เสี่ยธวัชชัยโดนลอบ
ยิง เสี่ยไม่ได้ตายคาที่นะคะ เสี่ยมาตายที่โรงพยาบาล ป้าแจงก็ อยู่ด้วย
คำาพูดสุดท้ายเสี่ยธวัชชัยพูดกับคุณตั้มคือชื่อของคุณหนูค่ะ”
“สรุปว่าฉันเกลียดคุณปู่มาก เกลียดมากจนฆ่าตัวตายหนีเลย
ใช่มั้ยคะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ” ป้าแจงพูด “คุณหนูซึ่งจะมาเริ่มฆ่าตัว
ตายเมื่อสองเดือนก่อนเองนะคะ เขากำาลังจะถามป้าแจงว่าเพราะอะไร
แต่บุญเพ็งกลับถามเขาก่อนว่า
“คุณหนูเริ่มปวดหัวบ้างรึยังคะ”
“ทำาไมฉันต้องปวดหัวล่ะคะ”
110
“ก็หนูเคยเห็นในละคร เวลาที่คนความจำาเสื่อม มีอะไรกระตุ้
นมากๆก็จะปวดหัว แล้วความจำา ก็จะกลับมา”
เขายิ้ม “ฉันยังไม่ปวดหัวเลยค่ะ สงสัยทุกคนต้องช่วยกระตุ้น
ความจำาฉันอีกหน่อย”
ป้าแจงนิ่วหน้าให้บุญเพ็ง “คุณหนูเป็นคนดื้อเงียบค่ะ เสี่ยทรง
ชัยบอกอะไรก็จะนิ่งฟังแต่ไม่เคยทำาตาม คุณหนูเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ใน
ห้อง ไม่เคยมากินข้าวสังสรรค์พูดคุยกับคุณปู่หรอกค่ะ ถ้าไม่ บังคับ
กันจริงๆ คุณหนูไม่ลงมาให้เสี่ยทรงชัยเห็นหน้าด้วยซำ้า”
อ๋อ เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณปู่ถึงดีใจนำ้าตาไหลตอนที่เขาบอก
ว่ารักคุณปู่เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณปู่ถึงทำาหน้ามีความสุขนักเวลาที่
เขาอยู่ใกล้ๆ ก็ปูเป้ไม่เคยทำาสิ่งเหล่านี้เลยนี่นา
“เสี่ยทรงชัยก็ใช่ย่อยนะคะ เสียดสีกระทบกระเทียบ ด่าว่านัง
สุให้คุณหนูฟังเป็นประจำาค่ะ ประมาณว่านังสุเป็นคนชั้นตำ่า ปอกลอกเสี่ย
ธวัชชัยตั้งหลายปีเปรียบเทียบว่าเสี่ยทรงชัยดีกว่าแม่ของ คุณหนูยังไง
แล้วเวลาเสี่ยทรงชัยด่านะคะ” บุญเพ็งโบกไม้โบกมือ “โห แรงมากเลย
ค่ะ”
คงเป็นเพราะคุณปู่รักปูเป้มากนั่นแหละ ปูเป้เกลียดท่าน
เพราะคิดว่าท่านเป็นคนไล่แม่ออก จากบ้านแล้วยังฆ่าแม่ด้วย เห็นได้ชัด
เลยว่าปูเป้รักแม่มากคุณปู่คงจะอิจฉาความรักที่ปูเป้มีให้แม่ มากกว่า
ที่จะคิดพูดทำาร้ายจิตใจปูเป้จริงๆหรอก
“เมื่อกี้ป้าแจงบอกว่าฉันซึ่งจะมาฆ่าตัวตายเมื่อสองเดือนที่
แล้ว ก่อนหน้านั้นฉันไม่ได้คิดจะฆ่า ตัวตาย ทำาไมล่ะคะ ถ้าฉัน
เกลียดคุณปู่ ฉันก็น่าจะฆ่าตัวตายตั้งแต่แรกแล้วสิคะ”
“ก่อนหน้าคุณหนูกับเสี่ยทรงชัยแค่ไม่กินเส้นกันค่ะ ไม่กิน
เส้นแบบอย่างแรงนะคะ มาแตกหัก จริงๆ ก็เพราะเรื่องคุณตั้มนี่
แหละค่ะ”
“คุณตั้มเป็นลูกของเพื่อนสนิทที่เสี่ยธวัชชัยเอามาเลี้ยงเป็นลูก
บุญธรรมครับ”ไม่ต้องรอให้ถาม ลุงสมก็เล่าสิ่งที่ปรานนท์กำาลังอยากรู้
พอดี “พอเสี่ยธวัชชัยตาย คุณตั้มก็ดูแลคุณหนูมาตลอด เพราะ คุณหนู
เข้ากับเสี่ยทรงชัยไม่ได้เลย พอคุณหนูเรียนจบ เสี่ยทรงชัยเลยเลิกความ
คิดขึ้นมาว่าน่าจะให้คุณ ตั้ม...”
“อ้าว ทำาไมหยุดพูดไปเฉยๆ ล่ะคะ เล่าต่อสิคะ ฉันอยากรู้ คุณ
ปู่ให้พี่ตั้มทำาอะไรคะ”
ลุงสมที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอาแต่มองผ่านปรานนท์ไปด้านหลัง
เขาจึงหันไปอยากรู้ว่าอะไรทำาให้
ลุงสมสนใจ
คนที่ลุงกำาลังพูดถึงมายืนอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ถ้าอยากรู้” พี่ตั้มยิ้มอ่อนโยน “มาถามพี่เองไม่ดีกว่าเหรอ”
111
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 291 -295)
“ทำาไมคุณปู่ถึงทำาอย่างนั้นล่ะคะ เราเป็นพี่น้องกันเราจะ
แต่งงานกันได้ยังไง” เขาทำาหน้าไม่ ถูก ไม่ใช่ในเชิงพรั่นพรึงแต่
เป็นเรื่องของความประหลาดใจมากกว่า “เพราะอย่างนี้เหรอคะ ฉันถึงจะ
ฆ่าตัวตาย”
“ใช่ เธอต่อต้านคุณปู่มาตลอด พี่ไม่รู้ว่าน้าสุเคยเล่าอะไรให้
เธอฟังบ้างแต่เห็นได้ชัดว่าเธอ เกลียดคุณปู่มาก พอน้าสุตาย เธอถูก
บังคับให้มาอยู่ที่นี่โดยที่เธอไม่เต็มใจ เธอนับถอยหลังรอวันที่จะเป็น
อิสระ เธอพูดอยู่เสมอว่าถ้าเธอเรียนจบเธอจะไปจากบ้านหลังนี้ เธอเป็น
หลาน เป็นสายเลือดที่ เหลืออยู่คนเดียว เสี่ยทรงชัยทนความคิดที่เธอจะ
ไปจากท่านไม่ได้” พี่ตั้มหยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “พี่เป็นแค่เด็ก
ข้างถนนที่พ่อเธอเก็บมาเลี้ยง พี่สำานึกบุญคุณอยู่เสมอ เสี่ยทรงชัยรู้ว่าพี่
ไม่มีทาง ปฏิเสธท่านได้ ท่านคิดว่าพอเธอแต่งงานกับพี่แล้ว ท่านจะ
ผูกมัดเธอไว้ได้”
ปรานนท์เงียบไปครู่หนึ่ง ซึมซับเรื่องราวที่พี่ตั้มเล่า ถ้าปู่เป้
เข้าใจคุณปู่และไม่เกลียดท่านมากขนาดนี้ คุณปู่ก็คงจะไม่บังคับให้เธอ
แต่งงานกับพี่ตั้มเพื่อที่จะผูกมัดไว้สินะเนี่ย
“ต้องขอโทษพี่ตั้มด้วยนะคะ” เขาพูด “เพราะฉันกับคุณปู่ไม่
ลงรอยกันพี่ตั้มก็เลยถูกบังคับให้ แต่งงานกับฉันไปด้วย”
พี่ตั้มหัวเราะ “พี่ไม่ได้รังเกียจที่จะแต่งงานกับเธอหรอกนะ”
“พี่ตั้มไม่จำาเป็นต้องพูดเพื่อให้ฉันสบายใจหรอกค่ะ” ปราน
นท์ยิ้ม พี่ตั้มเป็นคนดีเสมอเลย “เราเป็นพี่น้องกัน” แถมฉันยังเป็น
ผู้ชายอีกต่างหาก “พี่ตั้มก็คงต้องฝืนใจเหมือนกันที่ต้องแต่งงาน
กับฉัน”
“ใช่” พี่ตั้มพูดเรียบๆ “เราเป็นพี่น้อง” วินาทีหนึ่งที่เขาคิดว่าพี่
ตั้มทำาหน้าเศร้าเหลือเกิน แต่พอกะพริบดา พี่ตั้มกลับยิ้มแพรวพราว “เธอ
เป็นน้องสาวที่น่าปวดหัวที่สุด หนีออกจากบ้านเป็น ประจำา ทะเลาะกับ
คุณปู่หงุดหงิดก็เอามาลงที่พี่ เธอไม่เคยให้อภัยพี่เลยที่ไปรับเธอมาอยู่กับ
คุณปู่ เจอ พี่ทีไรเธอก็ครำ่าครวญเสมอว่าพี่ทำาให้เธอไม่มีความสุข ตอน
น้าสุตายเธอยังเด็ก พี่ไม่พาเธอมาอยู่กับ
คุณปู่แล้วพี่จะพาเธอไปอยู่ที่ไหนล่ะ ถ้าพี่แต่งงานกับเธอแล้วต้อง
เห็นเธอเป็นอย่างนั้นตลอดไป...” พี่ตั้มทำาแกล้งหน้าสยองแบบ
ตลกๆ “...พี่เองก็ยังนึกอยากฆ่าตัวตายหนีเธอบ้างเหมือนกัน”
ปรานนท์หัวเราะ“นั่นมันอดีตค่ะ ต่อไปฉันจะเป็นน้องสาวที่ดี
ไม่ทำาพี่ตั้มปวดหัวอีกแล้วค่ะ”
“เธอดูจะรับเรื่องที่คุณปู่บังคับให้แต่งงานกับพี่ได้ดีกว่าที่พี่คิด
ไว้นะ”พี่ตั้มพูดอย่างกังวล
112
“เธอไม่เห็นตกใจเลย ตอนนี้คุณปู่อาจจะยังไม่พูดอะไรกับ
เธอก็จริง แต่ไม่นานท่าน ต้องบอกเธอให้แต่งงานกับพี่แน่ๆ”
“บอกตามตรงนะคะ ฉันไม่กลุ้มเลยสักนิด”
“ทำาไมล่ะ”
“เพราะพี่ตั้มไม่ได้อยากแต่งงานกับฉันด้วยเหมือนกันน่ะสิ
คะ”ปรานนท์ยักไหล่น้อยๆ เรื่องนี้ เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โลก
แตกอะไรเสียหน่อยเขายังงงๆอยู่เลยว่ายัยปูเป้คิดฆ่าตัวตายด้วย
สาเหตุเล็กน้อยขนาดนี้จริงๆหรือนี่ ไม่ค่อยเข้าใจคนติสต์แตกเสีย
ด้วยสิ “พี่ตั้มบอกว่าปฏิเสธคุณปู่ไม่ได้ เพราะสำานึกบุญคุณ เเต่ฉันว่า
พอถึงเวลาจริงๆ พี่ตั้มก็ไม่ยอมแต่งหรอกค่ะ ถึงฉันจะพึ่งรู้จักพี่ตั้มได้ไม่
นานหมายถึงฉันที่ความจำาเสื่อมน่ะนะคะ แต่ฉันก็พอจะรู้ค่ะว่าพี่ตั้ม
เป็นคนที่จะไม่ให้ใครมาบังคับ ง่ายๆ จริงมั้ยคะ”
พี่ตั้มหลุบตาลง ซ่อนอารมณ์ไม่ให้เขาเห็น “เธอพูดถูกแล้ว
ล่ะ” พี่ตั้มพูดเสียงนุ่ม“ถ้าพี่ไม่อยากทำา คุณปู่เธอก็บังคับพี่ไม่ได้” ครุ่นคิด
และพูดต่อ “เอาล่ะถ้าต่อไปคุณปู่เธอบังคับให้เราแต่งงาน กันอีก ต่อให้
ท่านโกรธจัดไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม พี่จะบอกไปเลยว่าพี่ไม่แต่ง” พี่ตั้ม
ยิ้มขบขัน “พี่ไม่เคย กล้าขัดแย้งเสี่ยทรงชัยเลยสักครั้ง อยากรู้จักว่า
ท่านจะทำาหน้ายังไง คงตลกน่าดูเชียวล่ะ”ก่อนจะหยิก จมูกเขาเบาๆ
“เพื่อความสุขของเธอนะเนี่ย พี่ถึงจำาใจต้องปฏิเสธผู้มีพระคุณ”
“พี่ตั้มทำาเพื่อความสุขของฉันหรือว่าของตัวเองกันแน่คะเนี่
ย”ปรานนท์ถามยิ้มๆ
พี่ตั้มจับมือเขาที่มีแหวนของพจน์ขึ้นมาโอบประคองไว้อย่าง
อ่อนโยน”เอาเป็นว่าเพื่อความสุข ของเราทั้งสองคนก็แล้วกัน”
(พิมพ์ผกา, 2552, หน้า 299 – 301)
จากการที่ปรานนนท์ในร่างปูเป้ ทนไม่ไหวและออกมาจากบ้าน
ของเสี่ยทรงชัยได้นำาปัญหามาสู่ธุรกิจของพจน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะเสี่ยทรงชัยมีอิทธิพลมากพอที่จะทำาให้ธุรกิจของพจน์ขัดข้อง
คืนก่อนโกดังกับห้องแล็บของโรงงานที่สระบุรีถูกคนร้ายลอบ
วางเพลิงอย่างไรก็ตามตัวอาคาร ทั้งสองส่วนไม่ได้เสียหายมากนัก
เพราะลูกบอลเคมีฝังไว้ในฝ้าเพดานแตกตัวออกมาดับไฟไว้ได้ก่อนที่ จะ
ลุกลามจากจุดเริ่มต้นไปยังส่วนอื่น แต่สินค้าซึ่งก็คือแก้วกระดาษที่อยู่ใน
โกดังติดไปและกลายเป็น ขี้เถ้าไปทั้งหมด เท่ากับว่าต้องผลิตแก้วกระ
ดาษล็อตนี้ใหม่อีกครั้ง บริษัทต้องเจรจากับลูกค้าเพื่อเลื่อน
กำาหนดการส่งสินค้าออกไป และต้องจ่ายค่าปรับในการล่าช้าอีก
มากพอดู
113
โรงงานอีกแห่งที่ปทุมธานีก็ถูกคนร้ายเข้ามาหวังจะลอบวาง
เพลิงเช่นเดียวกันแต่ช่วงที่กำาลัง จะจุดไปนั้นยามของโรงงานเกิดพบ
เข้าเสียก่อนคนร้ายจึงโกยแน่บไป ทิ้งไว้แต่ไฟแซ็กและถังนำ้ามัน
เบนซิน
ช่วงสองสามวันมานี้ เกิดข่าวลือในตลาดขึ้นมาว่าบริษัทเขามี
การยักยอกทุจริตภายใน ขาด สภาพคล่องมานานกำาลังจะต้องเลิก
กิจการ และลูกค้าหลายรายไม่พอใจกับสินค้าล็อตหลังๆที่ไม่ได้ คุณภาพ
ตามที่ตกลงกันไว้พอตรวจสอบไปก็หาต้นตอของข่าวลือไม่ได้ แต่ข่าว
คาวเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับ บริษัทก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง หากเป็นนี้ต่อ
ไป บริษัทอาจถูกปฏิเสธการต่อสัญญาจากลูกค้าบางราย
ก็ได้
เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อสองชั่วโมงก่อน สินค้าของเขาปล่อย
ออกจากท่าเรือไม่ได้เพราะติดปัญหา เรื่องของใบอนุญาตและเอกสาร
ที่ไม่ครบถ้วนฝ่ายลอจิสติกส์ได้รับแจ้งมาว่า ตามคิวในระบบธุรการของ
ท่าเรือการดำาเนินการเรื่องเอกสารใหม่และตรวจสอบความถูกต้อง
อาจต้องกินเวลาถึงสามสัปดาห์นั้น หมายถึงว่าระยะเวลากว่ายี่สิบวันที่
เรื่องเอกสารยังค้างเติ่ง บริษัทเขาส่งสินค้าออกนอกประเทศไม่ได้
สำาหรับลูกค้าบางรายที่รอไม่ได้อาจต้องใช้วิธีแอร์เฟรดจ์หลังจาก
นั้นแทน ซึ่งก็ทำาให้ต้นทุนบานออก
ไปอีก
ระหว่างที่ฟังรองผู้จัดการรายงานสรุปมูลค่าความเสียหาย
ทั้งหมด พจน์ก็ครุ่นคิด ไม่ต้องสงสัย เลยว่าบริษัทเขากำาลังถูก
ก่อกวนกลั่นแกล้ง แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือโดยใครและสาเหตุอะไรเขาไม่มี
ศัตรู คู่แข่ง และค้าขายมานานโดยไม่เคยไปขัดแข้งงขัดขาใคร
แต่จะว่าไป ฉันไม่ได้ไปขัดแข้งงขัดขาใครแน่หรือ?
อืม...เขาขมวดคิ้ว
เป็นฝีมือเสี่ยทรงชัยกับเจ้าศราวุธรึเปล่านะ
ถ้าเป็นสองคนนี้ มันจะไม่จบแค่นี้แน่
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 364 -365)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งสองลักษณะนี้ หากจะกล่าวเฉพาะการ
สลับร่างของปูเป้กับปรานนท์ อาจเรียกได้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง
มนุษย์กับธรรมชาติได้ด้วย แต่เนื่องจากในเรื่องไม่กล่าวถึงอย่างชัดเจน
เหมือนอย่างเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ที่มีธรรมจักรเป็นสื่อกลาง
การดำาเนินเรื่อง
114
แม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะมีขนาดยาว และหนากว่า 478 หน้า แต่
เป็นการเล่าเรื่องแบบวันต่อวันเป็นส่วนมาก ดังนั้น ความไม่กระชับเหล่า
นี้ ทำาให้เรื่องขาดรายละเอียดของเหตุการณ์ที่จะกระตุ้นความสนใจ และ
การวางโครงเรื่องของเหตุการณ์จึงไม่เข้มข้นพอสำาหรับการคลี่คลายปม
และที่สำาคัญ การเล่าเรื่องให้นำ้าหนักกับเพศสัมพันธ์และความรู้สึกของตัว
ละครเอกคือ ปรานนท์ และพจน์ มากกว่าความพยายามที่จะสร้างเรื่อง
ให้สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม
ขั้นตอนการดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับ
ร่าง เป็นดังนี้
1. การเปิดเรื่อง
การเปิดเรื่องให้ภูมิหลังตัวละครเอกฝ่ายชายคือ ภาสกร ที่ประสบ
ความสำาเร็จกับหน้าที่การงานเป็นอย่างดี มีเงินทอง และผู้หญิงตาม
ต้องการ แต่เขากลับเบื่อและอยากหาความสุขให้ตนเองอีกครั้ง ด้วยการ
ย้อนความทรงจำากลับไปหาวัยเด็กของตัวเอง ซึ่งทำาให้เขาตามหาเพื่อน
คนหนึ่งซึ่งก็คือ ปรานนท์
“คุณเคินอะไรกัน เรามันนเพื่อนเก่าซี้ปึ๊กกานนะ!”
ปรานนท์ขมวดคิ้ว คนอย่างฉันมีเพื่อนเก่าซี้ปึกกะเค้าด้วยเห
รอเนี่ย
“อะไร! เงียบไปเฉยเลย ”อย่าบอกนะว่าจำาฉันไม่ได้
“ขอโทษที ”ผมจำาไม่ได้จริงๆ
“ลองนึกดูดีๆ ”ย้อนกลับไปสมัยประถม ผู้ชายในโทรศัพท์พูด
“คนหล่อๆ ที่นั่งอยู่ติดกะ
”นายไง
อืม คิด ๆ สมัยประถมผ่านมานานมากแล้วด้วยสินั่น
จะว่าไปแล้ว มีเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้นที่นั่งติดกับเขา
“เวรเอ๊ย! ฉันนึกออกแล้ว...”
ตอนนั้นคนที่นั่งข้างเขาเป็นไอ้เด็กสารเลว ระยำาบรรลัย ศูนย์
รวมแห่งความซวย มันแกล้งเขา สารพัดวิธีที่ตั้งแต่ที่ย้ายโรงเรียนมา
ป.สองยัน ป.หกทุกๆ วันเพราะโชคร้ายไม่เคยได้แยกห้องกันเลย
พอสลับโต๊ะหนีไอ้เด็กบ้านี่ก็ตามไปราวีเขาทุกที ชีวิตมีแต่ความ
อัปยศอดสู ยังดีที่ จบ ป.หกแล้วทุกคน แยกย้ายกันไป แค่คิดถึงเด็กชา
ติชั่วอย่างนั้นเวลาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาก็ขนลุกผมตั้งไปทั้งหัวแล้ว
เจ้าเด็กนรกผู้มีนามว่า “...ไอ้เด็กสารเลวเหลือขอ พจน์!”
“ว้าว ”ไม่คิดว่านายจะจำาชื่อฉันได้นะเนี่ย ปลายสายหัวเราะ
ร่า “อยากมาเจอะเจอเจ๊าะแจ๊ะ ”รำาลึกความหลังครั้งเก่าหน่อยมั้ย
ความหลังโง่ๆ น่ะเหรอ “ ”ไม่มีทาง
“ชิชะ ”ทำาเป็นหยิ่ง
115
“เราแยกกันมาตั้งนานแล้ว ทางใครทางมันเถอะ
“นี่ มาเจอกันดีกว่าน่า แป๊ปเดียวเอง ”เพื่อนเก่าหายากนะ
“แป๊บเดียวก็ช่าง ฉันไม่อยากเจอคนอย่างนายอีกแล้ว แค่นี้
”ละกันนะ
“เดี๋ยวๆ ฉันแค่--“ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดปรานนท์วางสายเอา
ดื้อๆแล้วดึงสายโทรศัพท์ออก จากเครื่องไม่สนใจว่าจะมีนักศึกษา
โทร.มาอีกหรือไม่คนอย่างนี้มันต้องอยู่ห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด
แต่ฝันร้ายวัยเด็ก
มันกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งแล้ว
พจน์
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 13 -14)
2. การดำาเนินเรื่อง
พจน์ ทำาให้ปรานนท์ตกใจที่พาเขาไปเที่ยวผู้หญิง ความรีบร้อนที่
จะหนีออกมาทำาให้ปรานนท์ถูกรถชนตาย และเมื่อวันงานฌาปนกิจ เขา
ก็กลับมาอีกครั้ง แต่เป็นในร่างของหญิงสาวแสนสวย เซ็กซี่ ที่ชื่อว่า ปูเป้
พจน์ไม่มีทางเลือกจึงรับผิดชอบด้วยการให้ปรานนท์ไปพักอาศัยอยู่กับ
เขา
“เข้ามาสิ” พจน์เปิดไฟแล้วดันหลังให้เขาตามเข้ามาในห้อง
ผายมือให้เขาดูรอบๆ มันดูโล่ง สบาย พจน์พาเขาเดินไปทั่ว ริต้า
กระดิกหางเดินตามมาด้วย ห้องนอนสอง ห้องนำ้าสอง ห้องทำางาน
ห้องรับแขกที่ใช้เป็นห้องนั่งเล่นไปด้วย ห้องครัว ระเบียง ลานซัก
ล้าง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นแบบสั่งทำาเน้นโทนสีขาวดำาแบบผู้ชาย มัน
หรูหราแต่มีชีวิตชีวาน่าอยู่ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกทั้งหมดมองเห็น
ทิวทัศน์กรุงเทพยามคำ่าคืนมีแสงสีงดงาม ตอนกลางวันแสงที่ส่อง
เข้ามาจากกระจกคงทำาให้อ่านหนังสือ ได้สบายตา สุดยอด! มันดีกว่าที่
เจ้านี่โม้ไว้ซะอีก
“เป็นไง ที่ซุกหัวนอนฉัน” พจน์ถาม ยิ้มย่องทำาหน้าภูมิใจมาก
จนน่าโมโห
“ก็งั้นๆ” ปรานนท์โกหกเพื่อไม่ให้หมอนั่นได้ใจ “ที่นี่รกเป็น
บ้า”
“ขอบคุณที่ชม ฉันดีใจที่นายชอบ” พจน์ยิ้มแบบรู้ทันว่าเขา
คิดอะไรโอ๊ยยย! ฉันเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด “ปรกติมีแม่บ้านมา
ทำาความสะอาดทุกอาทิตย์ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเพิ่งขอลากลับบ้าน
นอกน่ะ”
ปรานนท์รู้สึกว่าได้กลิ่นอะไรบางอย่างเมื่อพจน์เปิดเครื่อง
ปรับอากาศเขาสูดจมูกฟุดฟิตแล้วก็ พบว่า มันเป็นกลิ่นเหงื่อสกปรก
จากตัวเขานั่นเอง
116
“ให้ตายสิ! ทำาไมนายจึงไม่บอกว่าตัวฉันเหม็นเป็นบ้า” เขาด่า
พจน์แล้วเดินเร็ว ๆ ไปที่ห้องนำ้า
เจ้าบ้าพจน์เอาแต่หัวเราะเสียงดัง เดินตามเขามาด้วย แต่แล้วจู่ๆ ก็
ทำาหน้าเหมือนตกใจอะไรก็ไม่รู้
“เอ้ย! นั่นนายจะทำาอะไรน่ะ” เจ้าบ้านั่นโวยวายเสียงดัง
“ก็ถอดเสื้อโรงพยาบาลเน่าๆ นี่ทิ้งไปน่ะสิ” เขาตอบขณะที่มือ
ก็ปลดเชือกที่ผูกขอบเสื้อเข้า ด้วยกันไปด้วย “เสื้อตัวนี้สกปรกจะตาย”
“ต่อหน้าฉันเนี่ยนะ! นายจะบ้าเรอะ นายเป็นผู้หญิงนะ”
“อย่ามาตลก ฉันเป็นผู้ชาย”
“นายเป็นผู้หญิง” พจน์เน้นเสียง “จะมาถอดเสื้อต่อหน้าผู้ชาย
อย่างฉันไม่ได้”
“ฉันเป็นผู้ชาย!”
“ไม่ ตอนนี้นายเป็นผู้หญิง”
“ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นผู้ชาย”
“ยังไงก็ช่าง ห้ามถอดเสื้อตัวนั้นเด็ดชาด”
“ฉันจะอาบนำ้านะ ไมให้ถอดเสื้อผ้าได้ไง”
“โว้ย!” พจน์หน้าแดง ดูเงอะงะขัดเขินอย่างไรชอบกล
“นายเป็นอะไรของนาย ทำายังกะไม่เคยเห็นผู้ชายถอดเสื้อ”
เขาเหวี่ยงเสื้อเข้าไปในถังขยะ ตามด้วยกางเกง โชคดีที่เขามีแต่เสื้อ
กับกางเกงเท่านั้นฉันคงบ้าตายแน่ถ้าต้องพบว่าตัวเองได้ใส่ชุด ชั้นใน
ของผู้หญิง!
เขาเปิดนำ้าและก้าวเข้าไปในอ่างจากุชซี่ อา นำ้าไหลเต็มอ่าง
เร็วดี กดให้ระบบนวดตัวทำางาน แรงดันนำ้ากำาลังดีทำาให้เขาผ่อนคลาย
เจ้าบ้าพจน์ยังคงยืนอึ้งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น
“ ”นายจะเข้ามาอาบด้วยกันมั้ยล่ะ
พจน์ผงะเหมือนตกใจกลัวอะไรบางอย่างแล้ววิ่งลนลานออก
ไป
ไม่เข้าใจเจ้าบ้านี่จริงๆ
พจน์ยืนมองปรานนท์ในร่างสาวน้อยแสนสวยที่กำาลังนั่งดูทีวี
อยู่บนโซฟากำามือทั้งสองข้างแน่น พยายามระงับอารมณ์ของตัว
เองไปด้วย ที่ห้องนำ้าเธอเกือบทำาให้เขาหัวใจวายตาย เขาอยากจะ
กระโจนเข้าไปในอ่างกับเธอมากจนแทบเป็นบ้า แต่เขาหนีไปอาบ
นำ้าเย็น-ไม่สิ-นำ้าเย็นมากๆ ที่ห้องนำ้า อีกห้องหนึ่งแทน
โอ๊ยยย! จะให้ฉันคิดว่าปรานนท์คนนี้เป็นผู้ชายได้ยังไงกัน!
นี่มันผู้หญิงแท้ๆ เลย
เธอสวมเสื้อเชิ้ตของเขา ชุดโรงพยาบาลที่เธอใส่มาสกปรก
ยับเยินจนต้องทิ้งไป เธอช่าง
117
เย้ายวนอวบอัดเซ็กซี่ น่ารักเป็นบ้า ในขณะเดียวกันก็ดูหวานไปทั้ง
เนื้อทั้งตัว คอเสื้อข้างหนึ่งตกลงเผย ให้เห็นหัวไหล่ขาวนวลเนียนจะ
โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่เธอเอวเล็กซะจนใส่กางเกงของเขาไม่ได้เลย
เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กมากแต่หน้าอกอวบอัดของเธอนั้นตรง
ข้ามอย่างสิ้นเชิงกับร่างกาย เขา เห็นยอดอกน่ารักของเธอดันผ่านเนื้อ
ผ้าด้วย เธอไม่ได้สวมอะไรไว้ข้างในสักชิ้น....
เขาครางอ๋อย
เสื้อของเขายาวพอที่จะปิดต้นขาเธอ แต่เธอนั่งขัดสมาธิเสื้อ
จึงร่นขึ้นไปขาของเธอขาวอวบแต่ยาวได้รูปเซ็กซี่ที่สุด ริต้าหมาบ้า
ค่าตัวห้าหมื่นนอนเอาหัวซบตักเธอ เขาอยากเอาตัวเองเข้าไปแทนที่
มัน คิดดูสิ ได้นอนซบตักของเธอแล้วเธอก็เอามือสวยๆ นั่นลูบเขา
เบาๆ แบบที่ทำากับริต้า หลังจากนั้น ก็ลูบไปตามหน้าอกเขาช้าๆ ตำ่า
ลงมาเรื่อยๆ ไปที่หน้าท้องของเขา วนเล่นอ้อยอิ่งที่สะดือจนเขาซ่าน
สะท้าน หลังจากนั้นเธอก็จะค่อยๆ สอดมือเข้าไปในกางเกง แล้วก็
ลูบ อ๋อยยยย...
“นายเป็นบ้าอะไรของนาย” เธอหันมาถามแต่ยังไม่หยุดมือที่
ลูบหัวริต้าเจ้าหมาบ้าที่น่าอิจฉา เป็นที่สุดพยายามเลียหน้าเธอ เธอ
หัวเราะเสียงหวานน่ารักแล้วยกตัวหนี
“เปล่าซะหน่อย” เขายิ้ม ให้ตายสิ! แม้แต่ข้อเท้าของเธอยังน่า
รัก
“งั้นจะมายืนบื้ออะไรอยู่ตรงนี้” เธอกอดอก ว้า ไม่เห็นหน้าอก
เธอแล้ว
“จะไปทำาอะไรก็ไปทำาสิ ยืนจ้องกันเหมือนคนบ้าไปได้” เธอ
พูดด้วยท่าทางแบบปรานนท์คน เดิมไม่ผิดแม้แต่น้อย โอ๊ย! น่าร๊ากกก
นี่มันฝันที่เป็นจริงชัดๆเธอน่ารักมากเสียจนเขาอดใจแทบไม่
ไหว เข้าไปนั่งข้างเธอบนโซฟา ต้องขอบคุณเจ้าริต้าจริงๆ ที่มันกิน
เนื้อที่ไปหมดจนเขาต้องเบียดกับเธอ เขาแอบสูดดมแก้มเธอ
อา กลิ่นกายเนื้อสาวช่างหวานหอม
“นายยิ้มอะไรของนาย” เธอขมวดคิ้วมองเขา
“นายไม่อยากรู้หรอก”
เธอสะบัดหน้าพรืดไปดูทีวีต่อ
พวกเขานั่งดูละครนำ้าเน่าด้วยกันเพราะริต้าไม่ยอมให้เปลี่ยน
ช่อง เพียงพักเดียวปรานนท์ก็ ผล็อยหลับไปเสียแล้ว เธอคงจะ
เหนื่อยมากจริงๆ อย่างที่เธอพูด
เขายิ้มอ่อนโยน เธอช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน
“วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของนาย นายคงจะผ่านอะไรมามาก
แต่ต่อไปนายคงปรับตัวได้เอง” พจน์กระซิบบอกแล้วค่อยๆ ช้อนตัว
เธอขึ้น อุ้มเธอมาที่ห้องนอน น่าแปลกที่ริต้าไม่ตามเข้ามาด้วย
118
เธอดูบอบบางเสียจนเขากลัวว่าเธอจะแตกหัก เขาห่มผ้าให้
อย่างทะนุถนอมแล้วก็ค่อยๆ สอด ตัวนอนเคียงข้าง
เขายันศอกข้างหนึ่งตะแคงข้างโน้มตัวจูบปากแดงเชอร์รี่น่า
รักของเธอเบาๆ ระวังไม่ให้เธอตื่น
“ฝันดีนะ” เขาโอบแขนรอบตัวเธอ เธอครางอย่างมีความสุข
พลิกตัวเข้ามานอนซบอกเขา กอดเขาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัวราวกับ
เธอนอนกอดเขาอย่างนี้มานานแสนนาน อา เธอให้ความรู้สึกดีเอา
มากๆ
ปาฏิหาริย์นำาปรานนท์กลับมาหาเขา
เขาดีใจเหลือเกินที่ปรานนท์เป็นผู้หญิง
หวังว่าเธอจะอยู่กับเขาตลอดไป
เขาจะดูแลเธออย่างดีที่สุด
(พิมพ์ผกา, 2552, หน้า 59-62)
การไม่คุ้นชินกับร่างของผู้หญิง ทำาให้พจน์เป็นห่วงปรานนท์มาก
และคอยระวังอันตรายให้แก่เธอแทบทุกฝีก้าว ดังตัวอย่าง
ปรานนท์จัดการจนห้องนอนเรียบร้อยถูกใจ เปลี่ยน
ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนใหม่ที่เขาพบบน หลังตู้เสื้อผ้า เอาอันเก่าไปลง
เครื่อง แล้วเขาก็ย้ายมาทำาห้องนำ้าต่อ เขาจัดชั้นบนอ่างล้างหน้าใหม่
เช็ด กระจก ขณะที่กำาลังขัดพื้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก เขาโยนฟองนำ้า รีบ
ล้างมือเร็วๆ เช็ดมือให้แห้งกับเสื้อ พร้อมกับวิ่งออกไปรับโทรศัพท์
“นายทำาอะไรอยู่น่ะ” เป็นพจน์โทร.มาอีกแล้ว ที่มารับช้าจัง
ฉันนึกว่านายออกไปไหน
ซะแล้ว”
“ฉันบอกนายแล้วไงว่าวันนี้ฉันไม่ออกไปไหน” เขาตอบ
พร้อมกับลูบหัวริต้าที่วิ่งตามมาด้วย “แล้วนายโทร.มาทำาไมอีก
เนี่ย”
“ฉันเป็นห่วง นายอยู่คนเดียวได้แน่นะ”
“ฉันบอกนายตั้งหลายครั้งแล้วนะว่าฉันอยู่ได้”
“อยู่ได้ก็ดีแล้ว ถ้านายมีปัญหาอะไร--”
“ฉันจะโทร.หานายทันทีเลย” เขาพูดต่อประโยคให้พจน์เสีย
เองเลย
“นายคิดว่าฉันเป็นเด็กทารกพูดไม่รู้เรื่องรึไง!”
“เปล่า ฉันเห็นว่านายเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวมันอันตราย”
“ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันชักจะรำาคาญแล้วนะ เลิกโทรศัพท์
ไร้สาระได้แล้ว!”
เสียงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง พจน์คงกำาลังคิดอะไรอยู่
“ก็ได้ ไม่โทร.ก็ไม่โทร. แต่ไม่ได้ หมายความว่าฉันไม่เป็นห่วงนายนะ”
119
“เออ ๆ ซาบซึ้งนำ้าตาร่วงเลย แค่นี้ละกันนะ” เขากำาลังจะวาง
สายแต่พึงนึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวๆ พจน์”
“ฉันยังอยู่” เสียงพจน์ดูกระวนกระวาย “นายมีปัญหาอะไรรึ
เปล่า”
“ ”ฉันเป็นผู้ชาย
“ ”ใช่เลย เขาได้ยินพจน์หัวเราะแล้วก็วางสายไป
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 67 – 68)
น้องสาวและแม่ของพจน์ที่อยากให้ลูกชายแต่งงาน พอใจมากที่
พจน์ได้เจอหญิงสาวที่ดี ใสซื่อ และเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต่างพากัน
สนับสนุนอย่างออกนอกหน้า แม้ว่าจะไม่พอใจที่พจน์พาเธอมาอยู่ก่อน
แต่ง
ผู้หญิงคนนั้นมองเขาอย่างพอใจ จิบนำ้าเย็นที่เขาพึ่งเอามา
เสิร์ฟให้ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เขาเห็นมีตารางแบ่งเป็นช่องๆ
กับดินสอขึ้นมาจากช่องเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้าของกระเป๋า
“อืม...โดยรวมแล้วใช้ได้ กิริยามารยาท ”ผ่าน ผู้หญิงคนนั้น
เอาดินสอทำาเครื่องหมายถูกบน ช่องในกระดาษ เป็นคนที่แปลกเสีย
จริง ๆ เลย “ความประทับใจเมื่อแรกพบ ผ่าน การพูดการจา ผ่าน
หน้าตาผิวพรรณผ่าน ยิ้มสวย ผ่าน ผมยาว ผ่าน ท่าทางไม่แรด
ผ่าน แต่งตัวเรียบร้อย ผ่าน การบ้าน การเรือน ผ่าน ไม่ใช่ดารา ผ่าน
รักสัตว์มีเมตตา ผ่าน เข้ากันได้ดีกับศิริและมงคล ผ่าน เข้ากับยัยแพร ได้
ดี ”ผ่าน
ผู้หญิงคนนั้นมองเขาครั้งหนึ่งแล้วส่ายหน้าอย่างกังวล
“เสียดายจังที่หนูตัวเล็กไปหน่อย ลูก ชายแม่ตัวเบ้อเริ่มเลย อย่างนี้จะ
”ไหวเหรอเนี่ย
โอ๊ย! นี่พูดถึงฉันอยู่รึเนี่ย ฉันไม่ได้อยากตัวเล็กอย่างนี้ซะ
หน่อย พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ด้วย ยังกะ จะส่งเขาไปประกวดนางงาม
อย่างนั้นแหละ!
ผู้หญิงคนนั้นมองเขาหัวจดเท้าอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตามา
หยุดที่หน้าอกอยู่นาน “แต่ไม่ เป็นไร หนูมีขนาดหน้าอกมาทดแทน
ข้อบกพร่อง หุ่นดีเซ็กซี่สมส่วน ”ผ่าน ผู้หญิงคนนั้นทำา เครื่องหมาย
ในกระดาษอีก หันมายิ้มให้เขาเป็นพัก ๆ แล้วก็พูดอะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียว
“อืม..คะแนนคุณสมบัติ ข้อละสิบคะแนน อยู่ด้วยกันก่อนแต่ง
ติดลบสี่สิบ ที่ลบไม่มากเท่าไหร่ เพราะมาอยู่ด้วยกันแล้วคุณภาพชีวิต
ของพจน์ดีขึ้น อืม... ”นอกนั้นแล้วก็ผ่านไม่มีติดลบอีก
แม้จะชอบผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหนแต่เขาก็อึดอัดเหมือนกันที่
ถูกสายตาของเธอมองอย่าง ประเมินอย่างนี้
120
สักพักหนึ่งผู้หญิงคนนั้นก็พูด “โอ้โห รวมคะแนนออกมาแล้ว
ดีมากเลยคะแนนความประทับใจแรกพบห้าร้อยแต้ม หนูได้ตั้งสี่ร้อยเก้า
สิบแปดเลยนะจ๊ะรู้มั้ย ขนาดยังไม่ได้คิดคะแนนชาติ ตระกูล นิสัย การ
ศึกษา เลยนะนี่ อ้อ ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ”
“ปรานนท์ค่ะ
“แหม” ผู้หญิงคนนั้นโบกพัดเป็นจังหวะ ตรงปลายพัดขนนก
ยูงสีเขียวจะเป็นลายสีแดงมนๆ เมื่อขยับพั่บๆ อย่างนี้ทำาให้เขาตาลาย
“ชื่อเหมือนผู้ชายเลยนะจ๊ะ”
ก็ชื่อผู้ชายน่ะสิ! “จะเรียกนนท์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ แล้วคุณคือใคร
คะ”
“อุ้ย! ฉันนี่เสียมารยาทจริง ๆ มาถึงก็ถามเอาๆ หนูคงตกใจ
แย่เลย”ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ
คิกคัก รวบพัดเก็บเป็นเส้นเดียว “ฉันชื่อพิรุณพรรณรายเป็นแม่
ของพจน์กับพัดแพรจ๊ะ”
ปรานนท์อ้าปากค้าง ไม่น่าเชื่อเลย ผู้หญิงคนนี้ดูไม่น่าจะอายุ
เกินสี่สิบเลยด้วยซำ้า หุ้นก็ยังเช้ง กระเด๊ะ ไม่น่าจะมีลูกโตอย่างพจน์กับ
น้องแพรได้เลย
“เอ่อ คุณน้า” เป็นแม่ของพจน์นี่ เรียกคุณน้าคงไม่เป็นไร
นะ“สวยมากเลยค่ะ ฉันน่าจะคิด ออกได้ตั้งนานแล้วว่าคุณน้าเป็นแม่
ของพจน์กับน้องแพร น้องแพรได้เชื้อหน้าตาดีกับขาเรียวสวยมา
จากคุณน้านี่เอง”
“แหม อย่าชมกันอย่างนั้นเลยจ้ะ” คุณน้าพิรุณพรรณราย
โบกมือห้ามแต่เขาเห็นว่าคุณน้าเขิน หน้าแดงพอใจอยู่ไม่น้อยที่เขา
ชมอย่างนั้น “ยัยแพรเล่าให้แม่ฟังว่ามีผู้หญิงมาอยู่กับพจน์แม่ก็เลยเป็น
ห่วงน่ะกลัวว่าจะเป็นคนไม่ดีก็เลยมาดู แม่ชอบหนูมากจ๊ะ หนูไม่
เป็นอย่างที่แม่คิดไว้เลย หนูน่ารักสม กับเป็นกุลสตรี ถูกใจ๊ถูกใจแม่
ที่สุดเลย อุ้ย! นี่ฉันเผลอเรียกตัวเองว่าแม่เหรอเนี่ยแสดงว่าฉันต้องมี
ความผูกพันกับหนูมาก่อนแน่ๆ เลย ให้ฉันเรียกตัวเองว่าแม่เถอะ
นะจ๊ะ หวังว่าหนูคงไม่รังเกียจนะ”
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 131 – 132)
ปรานนท์เริ่มทำาใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงของตนเอง เขาเริ่มออก
ซื้อหาเสื้อผ้า ไม่พยายามยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ชาย และใช้ชีวิตอยู่กับ
พจน์ได้เป็นปกติมากขึ้น
ขณะนี้พวกเขาทั้งสามคนกำาลังนั้งอยู่บนพื้นหัองนั่งเล่น
ท่ามกลางข้าวของสารพัดที่ยัยแพรกับ ปรานนท์ซื้อมา เขาต้องทยอย
121
ขนของทั้งหมดจากรถมาอยู่ห้ารอบ ถึงจะว่าเป็นของใช้จำาเป็นแต่เขาก็
อดคิดไม่ได้ว่ามันออกจะเยอะเกินไปสักหน่อย
รองเท้ายี่สิบแปดคู่ กระเป๋าอีกสิบสองใบ นี่มันสิ้นคิดแล้ว! คน
เรามีมือกับเท้าแค่อย่างละสอง เองนะ
เขารู้ดีว่าปรานนท์ของเขาไม่ใช่คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไร้สาระ
แบบนี้ ของที่เยอะแยะมากมาย แบบนี้จะต้องมาจากลูกยุของยัยแพร
แน่ๆ ดูได้จากเสื้อผ้าข้าวของแต่ละชิ้นเป็นยี่ห้อแบรด์เนมที่ยัย แพร
ชอบทั้งนั้น เขาไม่คิดว่าปรานนท์จะรู้หรอกว่ากระเป๋าเดินตลาดติงต๊องที่
ยัยแพรเพิ่งเอาออกมา จากถุงราคาเกือบแสน หรือเสื้อแขนกุดตัวนั้น
ราคาสองหมื่นกว่าบาท
ปรานนท์ดูจะไม่ค่อยใส่ใจสนใจพวกเสื้อผ้าเท่าไหร่ด้วย ผิ
ดกับยัยแพรที่เอาแต่กรี๊ดกร๊าดและรื้อถุงกระดาษออกมาอวดเขาอย่าง
สนุกสนาน
เชอะ! คนจ่ายเงินไม่สนุกหรอกนะ
“ ”พี่นนท์เป็นผู้หญิงสวยหน้าหวาน ยัยแพรพูด “อะไรที่ดูคุณ
หนู หรูหราแต่น่ารักเนี่ยเหมาะ ”กับพี่นนท์ที่สุด ยัยแพรชูเสื้อสีฟ้า
อ่อนมีสายผูกที่เอวให้เขาดู
เขาเห็นด้วยกับยัยแพร ปรานนท์เหมาะกับเสื้อผ้าที่ดู
เรียบร้อยเป็นผู้ดีแต่เขาก็เสียดายนิดๆ เขาชอบเวลาที่เธอใส่เพียงเสื้อ
เชิ้ตตัวเดียวแล้วเห็นข้างในได้รำาไร มันเซ็กซี่เร้าใจที่สุดเวลาผู้หญิงถูก
โอบ ล้อมไปด้วยกลิ่นไอจากชายเสื้อของเขา
“ ”น้องแพรไม่ยอมให้ฉันซื้อกางเกงเลย ปรานนท์เล่าบ้าง
เขายิ้ม ชาตินี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้เธอใส่กางเกง!
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 103)
ศราวุธ ขอเข้าพบพจน์เพื่อแจ้งว่าเขาเป็นคู่หมั้นของปูเป้ และเขา
ต้องการรับตัวเธอกลับไปอยู่บ้าน พจน์หึงหวงแต่ทำาอะไรไม่ได้ เพราะ
ปรานนท์เองก็สมัครจะกลับไปอยู่ครอบครัวของตนเองมากกว่าเพื่อเรียน
รู้ความเป็นมาของตนเอง
เสื้อผ้าของปูเป้ส่วนใหญ่เป็นสีดำาหรือไม่ก็เทา ซึ่งเขาไม่ชอบ
เลย สีงานศพชวนหดหู่เป็นที่สุด เขาคิดว่าเธอยังคงไว้ทุกข์ให้คุณพ่อ
กับคุณแม่ที่เสียชีวิตไป เขารู้สึกโศกเศร้าไปกับเธอด้วย แต่เวลาก็
ผ่านไปตั้งเจ็ดแปดปีแล้วเธอยังทำาใจกับความสูญเสียไม่ได้อีกหรือ
ความเศร้าหมองทุกข์ระทมของเธอ คงทำาให้คุณปู่และพี่ตั้มปวดร้าว
มากทีเดียว
นอกจากเสื้อสีฟ้าลายดอกไม้เล็กๆ กับกระโปรงเข้าชุดกันที่
สวมอยู่และโทรศัพท์มือถือ ปรานนท์ก็มาที่นี่ตัวเปล่าไม่ได้เอาอะไรมา
122
ด้วยอีก ตอนนี้เขาชักจะคิดถึงเสื้อผ้าของตัวเองทีทิ้งไว้ที่ คอนโดฯ พจน์
ขึ้นมาตงิดๆ เขาเคยขนลุกสยองขวัญที่ต้องสวมเสื้อผ้าผู้หญิงหวานแหวว
พวกนั้น แต่พอ ทำาความคุ้นเคยไปสักพัก กระโปรงบานๆใสแล้วโปร่ง
สบายกว่ากางเกงเสียอีก สีหวานๆใส่แล้วสดใสดูมี ชีวิตชีวา เขายังใส่
เสื้อผ้าที่ไปซื้อกับน้องแพรไม่หมดเลย ความผิดเจ้าบ้าพจน์นั่นแหละ ที่
ไม่ยอมให้เขา ขนเสื้อผ้ามาด้วย เซ็งนะเนี่ย
เขาเจอใบปริญญาบัตรของปูเป้ในลิ้นชักของโต๊ะเขียน
หนังสือ ปูเป้จบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เธอพึ่งรับ
ปริญญาไปได้สองเดือนที่แล้วนี้เอง มีแฟ้มพลาสติกกวางอยู่ข้างใต้ใบ
ปริญญาด้วย ด้านในมีใบแสดงผลการศึกษาเขาไม่ค่อยรู้หรอกนะ
ว่าปูเป้เป็นคนยังไง แต่เห็นได้ชัดเลย ว่าเรื่องการเรียนไม่ใช่
พรสวรรค์ของเธอ เธอเรียนอยู่สี่ปีกับอีกหนึ่งซัมเมอร์เกรดเฉลี่ยของเธอ
ห่วยแตก แม้แต่วิชาเลือกง่ายๆ เธอยังติดเอฟ นี่อาจจะเป็นพรสวรรค์
ของเธอก็ได้ เรียนให้เกรดเฉลี่ยออกมาสอง จุดศูนย์เป๊ะน่ะ มันยาก
กว่าได้สี่จุดศูนย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งหนึ่งเสียอีก!
กระเป๋าสตางค์ของปูเป้วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เขาเปิดมัน
ออกข้างในมีบัตรประชาชนรูปใน บัตรเป็นรูปที่ถ่ายเมื่ออายุสิบห้า เธอ
เป็นเด็กสาวที่น่ารักทีเดียว หน้าดูอ่อนใสกว่าอายุสิบห้ามากๆ คง
เป็นเพราะเธอเป็นเด็กตัวเล็กด้วยล่ะมั้ง เขาดูวันหมดอายุในบัตร
อีกไม่กี่เดือนเธอ-ซึ่งหมายถึงเขา-ต้อง ทำาบัตรใบใหม่แล้ว มาอยู่
ร่างกายใหม่ก็มีข้อดีอย่างนี้เอง เขาลดอายุไปได้ตั้งหลายปี ฮ่าฮ่า เทียบ
กัน แล้ว เจ้าบ้าพจน์กลายเป็นคนแก่ไปเลยนะนี่
นอกจากบัตรประชาชน กระเป๋าของเธอก็ว่างเปล่า ปูเป้ไม่ได้
มีพวกบัตรเคดิต บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรสมาชิกพวกห้างสรรพสินค้าต่างๆ
แบบผู้หญิงสาวๆ ทั่วไป ไม่มีเงินเลยสักบาท สงสัยจริงๆ ว่า เวลาปูเป้
ไปไหนมาไหนเธอเอาเงินจากที่ไหนใช้ นี่ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์แล้ว แต่
มันคือกระเป๋าบัตร ประชาชนต่างหาก
เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตาตัวเองในกระจกวิญญาณปูเป้ตอน
นี้ไปอยู่ไหนเสียที่ไหนกันนะ เธอ กำาลังล่องลอยอยู่รอบๆ ตัวเขาอยู่หรือ
ไม่ เขามาอยู่ในร่างกายของเธอ มาแทนที่เธอในทุก ๆทาง เธอ โกรธรึ
เปล่าหากเขาเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เป็นของเธอ เธอโกรธเขารึเปล่า
ที่มาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของ เธอไปแย่งชิงตัวตนของเธอ แย่งชิงความ
รักความอาใจใส่ของทุกๆ คนที่เคยมีให้เธอมาทั้งหมด
เป็นไปได้หรือไม่ที่วิญญาณเธอจะกลับมา แล้วเขาล่ะ เขาจะ
ไปอยู่ที่ไหน...
เขาถอนใจ พยายามเอาเรื่องนี้ออกไปจากความคิด กังวลไป
ก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา เขา ตายไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ควรจะมาอยู่
ที่นี่เลยด้วยซำ้าการมาอยู่ในร่างปูเป้ก็เหมือนเป็นกำาไรชีวิต เขา ไม่ได้
123
เลือกที่จะมาอยู่ในร่างเธอเสียหน่อย ถ้าปูเป้ไม่วิ่งเข้าไปในแสงสีขาวซึ่ง
ควรจะเป็นที่ของเขา การที่ วิญญาณมาอยู่ผิดร่างจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 244-245)
3. จุดสุดยอด
ยิ่งนานวัน ปรานนท์ก็เริ่มตระหนักในความอึดอัดใจที่ปูเป้ต้อง
ประสบ เพราะเขาตกอยู่ในสายตาของคนรอบข้าง ที่เสี่ยทรงชัยบังคับให้
จับตาดู เพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตาย ปรานนท์เบื่อและขาดอิสระ
“คุณหนูเคยกระโดดบันไดนี้จริงๆ นะคะ แมวบอกเมื่อเขาทำา
หน้าไม่อยากจะเชื่อว่ามีคน สิ้นคิดขนาดใช้วิธีนี้ฆ่าตัวตายด้วย“เกือบ
สำาเร็จด้วยค่ะคุณหนูพุ่งเอาหัวลงกระแทกโต๊ะตรงนั้น” แมวชี้ โต๊ะไม้
สักขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากชั้นหนังสือ “แมวอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนะ
คะ หัวคุณหนูกระแทกมุม โต๊ะเสียงดังมากค่ะ แล้วคุณหนูก็นอนนิ่งไป
เลย”
เขามองมุมโต๊ะที่ปูเป้เคยกระโดดลงไปเอาหัวกระแทก และ
เปลี่ยนใจว่าเธอไม่ได้สิ้นคิดในการ เลือกวิธีฆ่าตัวตาย ขอบโต๊ะไม้
สักมองจากมุมนี้น่ากลัวมาก ทั้งใหญ่และแหลม เฮ้อ ยังอุตส่าห์รอดมาได้
อีกนะ
จากนั้นแมวก็อ้อนวอน ขอให้เขาออกจากห้องไป ด้วย
เหตุผลที่ว่า เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ คุณหนูเข้าใกล้ห้องหนังสือ
“ถ้าคุณหนูอยากเข้ามาลองไปขออนุญาตคุณปู่ดูสิคะ แมวพูด
เหมือนป้าแจงไม่ผิดเพี้ยน
แน่นอน เขาวิ่งแจ้นไปขอคุณปู่ทันที และคำาตอบของท่านคือ
“ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต ห้องหนังสืออันตรายเกินไปสำาหรับหนู”
“คุณปู่คะ อนุญาตเถอะค่ะ” เขาอ้อนวอน “ฉันสัญญานะคะว่า
จะไม่ปีนบันไดไม่ฆ่าตัวตายไม่ ไปยุ่งกับโต๊ะตัวนั้นขอแค่ไปเลือก
หนังสือนิดๆ หน่อยๆจากนั้นฉันก็จะหยิบออกไปอ่านที่ห้องตัวเอง ไม่ ไป
ที่ห้องหนังสืออีกเลยค่ะ”
“อย่าเลยหลานรัก หนูรักปู่ไม่ใช่เหรอ อย่าทำาให้ปู่ไม่
สบายใจเลยนะ”ได้ยินคุณปู่พูดอย่างนี้ ใครจะไปกล้าคะยั้นคะยอท่าน
ต่อล่ะ“ก็ได้ค่ะ”เขายิ้มฝืน ๆ
โธ่เอ๋ย! คุณปู่กลัวฉันเอาสันหนังสือมาฟาดหัวแตกตายรึไง
นะ
ห้ามเข้าใกล้สระว่ายนำ้า ห้ามเข้าห้องครัว ห้ามเข้าห้อง
หนังสือ ทั้งวันเขาแทบขยับตัวไม่ได้เลย ต้องมีคนมาห้ามนั้นห้ามนี่ตลอด
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่า ไม่ให้คุณหนูเอากรรไกรมา
เล่น”
124
โธ่เอ๋ย! กรรไกรอันแค่นี้ ตัดนิ้วยังไม่ขาดเลย
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่า ไม่ให้คุณหนูเข้ามาในห้อง
เก็บของ”
โธ่เอ๋ย! ก็บอกหลายทีแล้วไงว่าไม่เอายาฆ่าแมลงมาดื่มหรอก
น่า
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่า ไม่ให้คุณหนูเดินมาทางนี้”
โธ่เอ๋ย! พื้นตรงนี้ลื่นหน่อยเดียวเองฉันไม่สะเหล่อขนาด
หกล้มตายหรอก
“เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่าไม่ให้คุณหนูเข้าใกล้ห้องออก
กำาลังกาย”
โธ่เอ๋ย! คิดว่าฉันจะเอาดัมเบลล์นั่นมาทับตัวตายรึไง ยกยัง
ไม่ขึ้นเลย
และยังห้ามอะไรต่อมิอะไรมากมายจนเขาจำาไม่หวาดไม่ไหว
ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนั้น
ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนี้
ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนั้น
ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนี้
โธ่เอ๋ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว มีใครฟังฉันบ้า
งมั้ย!
ไม่มีเลยสักคน
พวกลูกจ้างในบ้านปฏิบัติตามคำาสั่งคุณปู่อย่างเคร่งครัด
อ้อนวอนขอร้องแค่ไหนก็ไม่ผ่อนปรน ให้เลยสักนิด เมื่อปรานนท์ถูก
ห้ามทำาอะไรพวกเขาจะมองมาอย่างเห็นใจพร้อมกับแนะนำาให้มาขอ
อนุญาตคุณปู่และทุกครั้งที่เขาขอคุณปู่ คำาตอบของท่านก็เหมือน
เดิม คือ
“ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต มันอันตรายเกินไปสำาหรับหนูนะ หลาน
รัก” เอาคำาสั่งห้ามของคุณปู่มา รวมกันทุกข้อ สุดท้ายแล้ว ในบ้าน
หลังใหญ่มหึมาโอ่อ่าอลังการ เขาก็ได้รับอนุญาตเพียงแค่อยู่ในห้อง ตัว
เอง เขาจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นได้เฉพาะเวลาที่คุณปู่อยู่ด้วยเท่านั้น จะ
ไปคนเดียวไม่ได้ ส่วน ห้องอาหารจะไปได้เฉพาะเมื่อถึงเวลา คือแปด
โมง สิบเอ็ดโมงครึ่ง และหนึ่งทุ่ม
มันจะอันตรายอะไรกันนักหนา!
เจ้าบ้าพจน์วิตกจริตเป็นห่วงเขาจนน่ารำาคาญ แต่ของพจน์
ยังแค่ระดับกวนประสาท มาเจอ คุณปู่น่ะ พจน์ชิดซ้ายไปเลย
เท่านั้นยังไม่พอ การเป็นคุณหนูลูกผู้ดีไม่ได้สนุกอย่างที่คิด
เวลาจะหยิบจับอะไรจะต้องมีคน มารองมือรองเท้าไปเสียหมด เขา
เสนอตัวช่วยคนรับใช้ทำางานบ้าน ทุกคนก็ไม่ยอม
125
คุณหนูอย่าค่ะ งานถูพื้นเป็นงานของคนใช้นะคะ คุณหนูไป
นั่งตรงนั้นดีกว่า
เดี๋ยวผมรดนำ้าต้นไม้พวกนี้เอง ข้างนอกแดดร้อน คุณหนูไป
อยู่ในบ้านสบายๆ เถอะครับ
คุณหนูขัดห้องนำ้าเองไม่ไหวหรอกค่ะ งานหนักแบบนี้ให้หนู
ทำาเอง
เขาไม่ได้ทำาอะไรเลย ไม่มีอะไรให้เขาทำา
เขาเกลียดการอยู่เฉยๆที่สุด
มันน่าเบื่อสิ้นดี
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 288-290)
สุดท้ายเมื่อปรานนท์แวะออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาบ้านก็ต้อง
ทะเลาะกับเสี่ยทรงชัยอย่างร้ายแรง
“คุณปู่คะ ”เกิดอะไรขึ้น
“อีปูเป้!” คุณปู่กันมาชี้หน้าปรานนท์ความโกรธย้ายจากพวก
บอดี้การ์ดมาลงที่เขาทั้งหมด “กู บอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าถ้าคิดหนีออก
จากบ้านอีกมึงจะต้องเจออะไรบ้าง นังเด็กระยำาไร้ค่า!”
ปรานนท์ผงะ ชายแก่หยาบคายหน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัวนี่คือ
คุณปู่จริงๆน่ะหรอ
“ฉะ... ”ฉันแค่ออกไปกาเพื่อนเฉยๆค่ะ เขาพูดอึกอัก “ไม่ได้
”คิดจะหนีออกจากบ้านเลยนะคะ
“อย่าบังอาจเถียงกู!”
โดยไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือของท่านฟาดลงบนใบหน้าเขาดังเพี
ยะเต็มแรงปรานนท์หน้าหันปลิว ตามแรงตบลงไปกองบนพื้น
พวกบอดี้การ์ดที่รายล้อมตกตะลึงอ้าปากค้าง
ปรานนท์ตกตะลึงยิ่งกว่า เสียงหึ่งยังคงดังก้องในหูจากการ
ถูกตบ แก้มซ้ายชาด้านไปทั้งแถบ
ความเงียบตามมาหลังจากนั้น
ศักดิ์ช่วยพุยงร่างเล็กๆ ของเขาขึ้นมา พูดด้วยนำ้าเสียงอย่าง
คนที่กำาลังระงับความโกรธ
“เสี่ยครับ คุณหนูความจำาเสื่อมนะครับ เสี่ยทำาอย่างนี้กับคุณ
”หนูได้ยังไง
“กูเป็นปู่มัน กูทำาอะไรกับมันได้ทั้งนั้น ! ถ้ามึงไม่อยากเป็นคน
ว่างงานอย่ามาเสือกเรื่อง
ของกู!” คุณปู่ตวาดศักดิ์ซึ่งหน้าซีดเผือดลงไปทันที แล้วก็แบะปาก
ให้ปรานนท์ “ความจำาเสื่อมแล้วไง สันดานเดิมแกก็ยังอยู่ครบถ้วน
นั่นเเหละ ฉันกำาจัดแม่แกได้ แต่เห็นได้ชัดว่ากำาจัดสายเลือดชั้นตำ่าในตัว
แกออกไปไม่ได้ แกเป็นหลาน เป็นสายเลือดของฉัน แต่แกไม่เคย
126
เห็นหัวฉันเลยแกเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน หมด ฉันนึกว่าความจำาเสื่อม
แล้วแกจะเป็นเด็กดีขึ้นบ้างแต่เปล่าเลย สั่งอะไรแกต้องเป็นปรปักษ์กับฉัน
ทุกเรื่อง แกคิดว่าหนีฉันไปหาไอ้เพื่อนสวะนั่นแล้วแกจะเป็นอิสระ
งั้นเหรอ นำ้าหน้าอย่างแกน่ะหรือจะหนีฉันพ้นฉันเลี้ยงแกมาอย่างคุณหนู
เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ลืมไอ้ผู้ชายคนนั้นได้เลย มันไม่มีปัญญาเลี้ยงคน ไร้
ค่าทำามาหากินไม่ได้อย่างแกหรอกแกต้องพึ่งพาฉันตลอดไปและฉันสั่ง
ให้ทำาอะไรแกก็ต้องทำา!”
ความโกรธทำาให้คุณปู่หลุดพรั่งพรูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจออกมา
ปรานนท์มองคุณปู่อย่างปวดร้าว ผิดหวัง หนาวเยือกกับสิ่งที่ท่านพูด
คุณปู่คิดว่าการที่เขาขอร้องให้ผ่อนปรนกฎบังคับบ้าๆ ทั้งหลายนั้น
เป็นการ ไม่เห็นหัวท่านงั้นเหรอ แล้วเขาต้องทำายังไงล่ะท่านถึง
จะพอใจ
“ฉันขอสั่งให้แกเลิกคบเลิกติดต่อกับไอ้เพื่อนคนนั้น” ท่านพูด
ต่อด้วยเสียงกร้าวกระด้าง “อีสุ แม่แกมันกะหรี่ ยั่วยวนจนลูกชายฉัน
หลงหัวปักหัวปำาแกมันก็ไม่ต่างอะไรจากแม่แกเลย แกสวมแหวน
ของไอ้ตั้ม แต่แกก็ยังระงับความคันไม่ได้ ต้องแรดไปหาผู้ชายอีก
คน” ตะโกนดังลั่น “ไอ้ตั้มกลับมา เมื่อไหร่แกต้องแต่งงานกับมันทันที!”
ไปไหนไม่ได้ ทำาอะไรไม่ได้ มีเพื่อนไม่ได้ ตกอยู่ใต้อำานาจ
ของคุณปู่โดยสิ้นเชิง ถูกท่านควบคุม ทุกอย่าง
นี่คือสิ่งที่ปูเป้เคยเผชิญมาตลอดชีวิตงั้นเหรอ
นี่คือสิ่งที่ฉันจะต้องเผชิญไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ
ไม่มีทาง!
ความกรุ่นโกรธของปรานนท์แผ่พุ่งออกมาจากทุกอณูโดย
ฉับพลันคำาพูดของคุณปู่เหมอนฟาง เส้นสุดท้ายที่ทำาให้ความอัดอั้น
ตันใจ ความเบื่อหน่ายหดหู่ และความหงุดหงิดที่เก็บสะสมมาหลายวัน
ระเบิดออกโชคชะตาเล่นตลกให้เขากลายเป็นปูเป้ เขาตั้งใจไว้ว่า
จะพยายามทำาให้ดีที่สุด เขายอม อดทนอดกลั้นกลำ้ากลืนฝืนทนอยู่กับ
ความเบื่อหน่าย ไม่เคยฝ่าฝืนข้อห้ามของคุณปู่เลยสักครั้ง
แต่พอกันที มันจบแล้ว!
แม้แต่ตัวปูเป้เองยังทนไม่ไหว แล้วเรื่องอะไรที่เขาต้องทน
ด้วยล่ะ!
“ไม่!” เขาตวาดก้อง หน้าหวานใสแดงกำ่าด้วยความโกรธ เขา
ไม่เคยโกรธมากเท่านั้นมาก่อน ความโกรธบดบังความนอบน้อมอ่อน
หวานที่เขาเคยให้คุณปู่จนหมดสิ้น “ฉันจะไม่ทำาอะไรที่คุณปู่สั่ง ทั้งนั้น
คุณปู่ไม่มีสิทธิ์บังคับ
127
คุณปู่ชะงัก มองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา รวมถึงพวกบอดี้
การ์ดด้วย ทุกทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง กันหมด ก็แน่ล่ะสิ คุณหนูปูเป้
คนเก่าไม่เคยเสียงดังกับคุณปู่เลยสักครั้ง
แต่เขาไม่ใช่ปูเป้คนนั้น และจะไม่มีวันเป็นด้วย!
“ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!” เขาตะโกนใส่หน้าท่าน “ฉันไม่
แปลกใจเลยที่ปูเป้จะอยากตาย ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจว่าทำาไมเธอถึง
เกลียดชังคุณปู่เหลือเกินฉันมันโง่เองที่หลงทำาตามความต้องการของ
คุณปู่มาตั้งนาน ฉันพยายามแล้วพยายามที่จะรักคุณปู่ พยายามที่
จะเป็นหลานสาวที่ดี แต่ฉันทำาไม่ได้ ไม่คิดจะทำาแล้วด้วย ต่อให้ปูเป้
เปลี่ยนวิญญาณไปสักสิบครั้ง ก็ไม่มีใครรักคุณปู่หรอกค่ะ และมันเป็น
เพราะความโหดเหี้ยมร้ายกาจของคุณปู่นั่นแหละ!”
“แก!” คุณปู่เงื้อมือขึ้นอีกครั้ง พวกบอดี้การ์ดกลั้นหายใจ
“คุณปู่อาจจะได้รับความสะใจชั่วครู่ที่ทำาให้ฉันเจ็บ แต่คุณปู่
จะไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ” เขา มองเข้าไปในดวงตาท่านอย่าง
ท้าทาย เลือดขึ้นหน้า ไม่สนอะไรแล้วทั้งนั้น “คุณปู่มันก็แค่คนเห็นแก่ตัว
ที่ชอบวางอำานาจข่มเหง ฉันพยายามปรับตัว แต่คุณปู่ ไม่เคยคิดที่
จะปรับตัวเข้าหาฉันบ้างเลย ฉันอายุ ยี่สิบสอง โอ๊ย ไม่สิ ยี่สิบสองน่ะ
แค่อายุร่างกาย ความจริงฉันแก่กว่านั้นอีก ฉันเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก
สอง ขวบ ฉันมีความคิดเป็นของตัวเอง คุณปู่ปฏิบัติกับฉันราวกับ
เป็นสิ่งของ ถ้าคุณปู่อยากได้หลานสาว น่ารักแบบที่คุณปู่ต้องการก็ไป
”ซื้อตุ๊กตามาสักตัวสิคะ
“นี่ชักจะมากไปแล้ว!” คุณปู่ลดมือลงมากำาแน่น ในความ
โกรธ ปรานนท์เห็นว่าท่านเจ็บปวด ด้วย แต่ท่านพูดต่อว่า “อย่า
สำาคัญตัวผิดไป แกมันแค่เด็กไร้ค่า อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าไล่แกออกจาก
บ้าน นะ ฉันตัดหางปล่อยวัดแกได้ทุกเมือ ไม่มีฉันแล้วแกไปไหนไม่รอด
แน่”
นี่คุณปู่คิดจริงๆ เหรอว่าหลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว เขาจะอยู่
บ้านหลังนี้ต่อไปน่ะ ชาติหน้า
ตอนบ่ายๆ เถอะ!
“ถึงคุณปู่ไม่ไล่ ฉันก็จะไปจากบ้านหลังนี้อยู่แล้ว!”
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 321-324)
4. จุดคลี่คลายเรื่อง
128
เมื่อปรานนท์รู้ความจริงทั้งหมดและถูกเสี่ยทรงชัยทำาร้ายร่างกาย
ความอดทนก็หมดลง ปรานนท์กลับมาใช้ชีวิตตามเดิม แม่และน้องสาว
ของพจน์เตรียมจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งคู่ แต่แล้วปมในใจของปราน
นท์ก็ประทุอีกครั้ง ทำาให้เขาต้องทะเลาะกับพจน์อย่างรุนแรง
“นายเป็นเมียฉัน สุดที่รัก” เขาจับมือเธอทั้งสองข้างมากุมไว้
“ฉันรักนายมากเหลือเกิน”
“ไม่ ฉันไม่ใช่เมียนาย” ปรานนท์มองหน้าเขา เธอพูดอย่าง
จริงจังเต็มที
“และไม่ นายไม่ได้รักฉันที่เป็นฉัน แต่นายรักผู้หญิงคนนี้ต่าง
หาก” เธอกวาดมือทั่วร่างตัวเอง “ถ้าฉันยังอยู่ในร่างผู้ชายคนเดิม
นายจะรักฉันอย่างนี้มั้ย”
คราวนี้พจน์เป็นฝ่ายอำ้าอึ้งไปบ้าง
เขาไม่สามารถให้คำาตอบเธอในเรื่องนี้ได้ จึงเปลี่ยนประเด็น
ไปว่า “นายจะถามไปเพื่ออะไรล่ะ นายไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก
แล้วนี่”
“ใช่” ท่าทางเธอดูเจ็บปวดอย่างเหลือแสน “และนายเป็นคน
เพียงคนเดียวในโลกที่รู้จักตัวตน ที่แท้จริงของฉัน ฉันเคยหลงคิดไปว่า
ถ้าฉันยังมีนายอยู่ตัวฉันคนเดิมจะไม่ถูกร่างกายใหม่ของปูเป้กลืน ให้
หายไป แต่แล้ว แม้แต่นายก็ยังปฏิเสธสิ่งที่ฉันเป็น” เธอพูดเบาหวิว
“สำาหรับนาย ฉันคือผู้หญิงอีก คนหนึ่งที่ยังไงก็ไม่ใช่ปรานนท์คน
เก่า แล้วอย่างนี้ฉันจะอยู่กับนายไปเพื่ออะไรสู้กลับไปอยู่กับคุณปู่และ พี่
ตั้มไม่ดีกว่าเหรอ”
“นี่มันจะไปกันใหญ่แล้ว” พจน์โบกมืออย่างหงุดหงิด “นายก็
คือนายนั่นแหละ แล้วที่นายมา อยู่กับฉันก็เพราะว่านายรักฉันน่ะสิ!”
“ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย” เธอแย้ง “ฉันแค่คิดว่าฉันรักนาย และ
นายรู้อะไรมั้ย ฉันคิดผิด” เสียง เธอมั่นคงจนน่าใจหาย “ฉันเกลียด
นายไอ้คนเฮงซวยฉันเกลียดนายที่สุด”
“พอกันที” เขาลุกขึ้นจากโซฟา ยำ่าเท้าปึงปังไปทางห้องนอน
“ฉันไม่อยากฟังนายพล่ามไร้สาระอีกต่อไปแล้ว”
“หยุดนะ” เธอจับแขนเขาไว้ “เรายังพูดกันไม่จบเลย”
เขาสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ถนอมแรงนัก “ถ้านายเกลียด
ฉัน นายจะมาอยู่ในร่างผู้หญิงบ้าๆ นี่ให้ฉันสับสนวุ่นวายใจไป
ทำาไม ถ้านายตายๆ ไปซะตั้งแต่แรก ชีวิตฉันคงเป็นสุขกว่านี้เยอะเลย!”
(พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 442)
129
อย่างไรก็ตาม ปมสุดท้ายที่ผู้เขียนคลี่คลายคือ ต่างคนต่างก็
ยอมรับได้ว่าต่างรักที่ตัวตนของกันและกันไม่ใช่เพียงเพราะอีกฝ่ายหนึ่ง
สลับเพศ
5. การจบเรื่อง
จบลงอย่างมีความสุข ปรานนท์ยอมรับตัวเองในสถานะที่เป็นหญิง
พจน์ยอมรับกับตัวเองว่าเขารักปรานนท์ที่นิสัยใจคอไม่ใช่ในร่างของผู้
หญิงเช่นปูเป้ และทั้งสองได้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความ
สุข
แก่นเรื่อง
รูปแบบการสลับร่างของนวนิยายเรื่องนี้ แปลกและแหวกแนวที่สุด
จากนวนิยายเรื่องอื่นที่รวบรวมและศึกษามาก่อนหน้านี้ เพราะเป็นการ
สลับร่างต่างเพศเพื่อมารักกับคนเพศเดียวกับจิตที่อาศัยร่างอยู่ และ
เนื่องจากการเล่าเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆ เกือบวันต่อวัน ดังนั้น จึงเน้นที่
ความรู้สึกและพฤติกรรมของตัวละครและการทำาให้ตัวละครเอกยอมรับ
ตัวเอง ทั้งปรานนท์และพจน์ ดังนั้น แก่นที่ต้องการนำาเสนอจึงเป็นการ
แสดงให้เห็นว่า ความรักนั้นไม่มีข้อจำากัดทางเพศ เหมือนอย่าง
ปรานนท์และพจน์ที่ยอมรับตัวเองได้ในท้ายที่สุด
และที่สำาคัญอีกประการหนึ่ง คือ การยอมรับตัวตนของตนเอง ซึ่ง
เป็นสัจธรรมหนึ่งที่ทำาให้มนุษย์อยู่ได้อย่างมีความสุข หมายรวมถึง การ
ยอมรับและพอใจในสิ่งที่ตนมี เช่นเดียวกับปรานนท์ที่ยอมรับได้ว่า
ตนเองไม่มีทางกลับไปร่างเดิมแล้วก็ต้องพยายามอยู่กับสิ่งที่มีให้ดีที่สุด
เป็นต้น
กลวิธีการเล่าเรื่อง
นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง มีการเล่าแบบนักเขียนรู้ทุก
อย่าง เนื่องจากนวนิยายเรื่องนี้มีขนาดยาว การเล่าเรื่องโดยนัก
เขียนรู้ทุกอย่างจึงเหมาะสมที่สุด และง่ายต่อการดำาเนินเรื่อง
กล่าวโดยภาพรวม นวนิยายเรื่องนี้มีความโดดเด่นที่โครงเรื่องการ
สลับร่างหญิงชายเพื่อมารักกับชาย เนื่องจากไม่ค่อยได้มีการวางโครง
เรื่องลักษณะนี้เท่าใดนัก ส่วนการวางโครงเรื่อง/ปมปัญหาย่อยยังไม่มาก
พอที่จะทำาให้คลี่คลายเรื่องได้อย่างเข้มข้นและน่าติดตามนัก หากเป็น
เรื่องที่ไม่มีการสลับร่าง พจน์และปรานนท์อาจกลายเป็นพวกเบี่ยงเบน
ทางเพศ ดังนั้น การวางโครงเรื่องดังนี้ จึงเป็นการหาทางออกให้กับตัว
ละครทั้งสอง โดยใช้ปาฏิหาริย์เข้าช่วย
130
บทที่ 4
สรุปและอภิปรายผล
การวิเคราะห์โครงเรื่องในนวนิยายแนวสลับร่างเป็นแนวทางที่ดี
ในการทบทวนและศึกษาแนวโน้มการสร้างสรรค์นวนิยาย เนื่องด้วย
ปัจจุบัน นวนิยายเกิดขึ้นใหม่จำานวนมากจากนักเขียนหน้าเก่าและใหม่
ทำาให้โครงเรื่องบางประเภท หลีกหนีกันไม่พ้น เช่น การปลอมตัวเป็น
หญิง หรือชาย การสลับร่างระหว่างฝาแฝด การปลอมตัวเพื่อลดสถานะ
ของตนเองเพื่อพิสูจน์รักแท้ เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความ
แปลกใหม่อีกต่อไป แต่นักเขียนที่มีฝีมือย่อมต้องพยายามทำาสิ่งที่มีอยู่นั้น
ให้มีความพิเศษเฉพาะตัวได้
งานวิจัยฉบับนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของโครงเรื่อง
ในนวนิยายแนวสลับร่างตั้งแต่ พ.ศ. 2550 – 2554 ตลอดจนองค์
ประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การดำาเนินเรื่อง แก่นเรื่อง กลวิธีการเล่าเรื่อง
131
เพื่อทำาความเข้าใจรูปแบบของวรรณกรรมแนวสลับร่างที่มีการผลิตใน
ปัจจุบัน และเป็นแนวทางสำาหรับการศึกษาวิจัย หรือการสร้างสรรค์ผล
งานในรูปแบบโครงเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไปในอนาคต
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นไปเพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบโครงเรื่องบันเทิงคดี
ไทยแนวสลับร่าง พ.ศ. 2550-2554 ในประเด็นดังต่อไปนี้
1. โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย
2. ความขัดแย้ง
3. การดำาเนินโครงเรื่อง
4. แก่นเรื่อง
5. กลวิธีการเล่าเรื่อง (มุมมอง)
ความสำาคัญของการวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาความเป็นไปในแวดวง
วรรณกรรม อันได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของการนำาไป
ประยุกต์เป็นละคร ภาพยนตร์ หรือสื่ออื่นๆ ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
เหล่านี้ เมื่อได้มีการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์วิจารณ์ ย่อมจะเป็นผลดีต่อ
การศึกษาพัฒนาการวรรณกรรมปัจจุบันในอนาคต
ขอบเขตของโครงการวิจัย
ขอบเขตด้านข้อมูล
งานวิจัยฉบับนี้ อาศัยข้อมูลจากนวนิยายในการวิเคราะห์โครง
เรื่อง จำานวน 4 เรื่อง ดังนี้
1. นวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง ของเจ้าปลาน้อย
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2550
2. นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ของรอมแพง พิมพ์ครั้งที่ 1
พ.ศ. 2552
3. นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 และ
2 พ.ศ. 2553
4. นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ของพิมพ์ผกา พิมพ์
ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2554
สรุปและอภิปรายผล
132
จากนวนิยายจำานวน 4 เรื่องที่ได้นำามาเป็นกลุ่มตัวอย่างสำาหรับการ
วิเคราะห์รูปแบบของโครงเรื่องนั้น สรุปเป็นตารางได้ ดังนี้
ประเด็น
พิจารณา/
เปรียบเทียบ
ยุ่งนักเมื่อรัก
สลับร่าง
(เจ้าปลา
น้อย)
ป่วนรักสลับ
ร่าง
(รอมแพง)
คือ...เธอ
(พิมลพัทธ์)
ปาฏิหาริย์รัก
สลับร่าง
(พิมพ์ผกา)
เพศ ชาย/ชาย หญิง/ชาย หญิง/หญิง ชาย/หญิง
วัย วัยรุ่นตอนต้น วัยทำางาน วัยรุ่นตอน
ปลาย
วัยทำางาน
สถานะ พี่ชาย-คนรัก
แฟน-เพื่อน
คนแปลกหน้า เพื่อนร่วมชั้นที่
ไม่ถูกชะตากัน
คนแปลกหน้า
สื่อกลาง คำาอธิษฐาน/
อุบัติเหตุรถชน
ธรรมจักร อุบัติเหตุรถชน อุบัติเหตุรถชน
จำานวนการ
สลับ
2 2 1 1
ร่างแท้จริง อัมพาต
เสียชีวิต
ปกติ เสียชีวิต เสียชีวิต
เจ้าของร่าง
แฝง
เสียชีวิต
เสียชีวิต
ปกติ เสียชีวิต/กลับ
ชาติมาเกิด
ใหม่
เสียชีวิต
ผลกระทบ
จากการสลับ
ร่าง
สังคม
ประณาม/
ไร้ปัญหา
แก้ปัญหา
ครอบครัว
/เรียนรู้นิสัย
กัน
เรียนรู้
พฤติกรรม/
แก้ไขสิ่งที่ผิด
พลาด
ยอมรับตัวตน
ที่เปลี่ยนแปลง
ไป
การคืนร่าง
เดิม
ไม่สำาเร็จ สำาเร็จ ไม่สำาเร็จ ไม่สำาเร็จ
กลวิธีการ
เล่าเรื่อง
บุคคลที่สาม
แบบมีข้อจำากัด
นักเขียนรู้ทุก
อย่าง
นักเขียนรู้ทุก
อย่าง
นักเขียนรู้ทุก
อย่าง
ตารางที่ 1 ผลสรุปการวางโครงเรื่องแนวสลับร่างจากนวนิยายแนวสลับร่างจำานวน
4 เรื่อง
จากตารางจะเห็นได้ว่านวนิยายแนวสลับร่างทั้ง 4 เรื่องที่ศึกษามี
ลักษณะร่วมของการวางโครงเรื่อง ดังนี้
1. โครงเรื่องมักกำาหนดให้ตัวละครเอกสลับร่างกับตัว
ละครประกอบเป็นส่วนใหญ่ (75%)
นวนิยายเพียงเรื่องเดียวที่กำาหนดให้ตัวละครเอกสลับร่างกัน คือ
ป่วนรักสลับร่าง นอกนั้นเป็นการสลับร่างของตัวละครเอกกับตัวละคร
ประกอบ
133
2. โครงเรื่องมักกำาหนดให้เหตุการณ์ที่ทำาให้เกิดการสลับ
ร่างมากที่สุด คือ อุบัติเหตุรถชน (75%)
มีเพียงนวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง เท่านั้นที่สลับร่างโดยใช้
การสบตาผ่านธรรมจักรในวันที่มีสุริยุปราคา และเป็นเรื่องเดียวที่ให้นำ้า
หนักกับตัวละครที่สลับร่างทั้งสองตัว อีกทั้งตัวละครทั้งสองยังสามารถ
สลับกลับคืนร่างเดิมได้สำาเร็จ รวมถึงควบคุมการสลับร่างได้อีกด้วย
3. โครงเรื่องมักกำาหนดให้ร่างของตัวละครเอกหมดลง
และจิตย้ายไปอยู่ในร่างใหม่ โดยที่จิตของร่างใหม่มักจะไปอยู่ภพ
อื่น ไม่กลับมาเข้าร่างอีก (75%)
ผู้เขียนมักหาทางออกให้ตัวละครประกอบที่ถูกใช้ร่างนั้นเสียชีวิต
ไป ดวงจิตไม่กลับเข้าร่างเดิม และร่างแท้จริงของตัวละครเอกก็มักจะเสีย
ชีวิตในที่สุด เช่น
3.1 ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แพทใช้ร่างของโม ในขณะที่
จิตของโมไม่กลับเข้าร่างแล้ว ร่างกายของแพทเองก็เสียชีวิตไปและถูก
เผาทำาลายในที่สุด ต่อมาดวงจิตของแพทก็ไปใช้ร่างของรอยด์ ส่วนจิต
ของรอยด์ไม่มีการกล่าวถึง
3.2 คือ...เธอ อรกานต์ใช้ร่างของธีร์วรา ในขณะที่ร่างของ
ตัวเองถูกเผาทำาลายไปแล้ว ต่อมาจิตของธีร์วราจึงขอกลับมาเป็นเกิด
ใหม่ในครรภ์ของร่างเดิม
3.3 ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ปรานนท์ใช้ร่างของปูเป้ ใน
ขณะที่ร่างของตัวเองถูกเผาทำาลายไปแล้ว ส่วนจิตของปูเป้นั้นไม่กลับมา
อีก
จะเห็นได้ว่าจากที่กล่าวมานวนิยายทั้ง 3 เรื่องที่หาทางออกให้แก่
ร่างของตัวละครเอกด้วยการกำาหนดให้ถูกเผาทำาลาย เพื่อบังคับให้จิต
ของตัวละครเอกต้องหาทางอยู่ร่วมกับร่างใหม่ให้ได้
4. โครงเรื่องมักกำาหนดให้การคืนร่างเดิมไม่สำาเร็จ จิตของ
ตัวละครเอกต้องอยู่ในร่างใหม่ตลอดไป (75%)
โครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่างยุคแรก มักกำาหนดให้การคืน
ร่างเดิมสำาเร็จและทำาให้ตัวละครเอกตกหลุมรักกัน เช่น หวาน
มันส์...ฉันคือเธอ พรพรหมอลเวง ในที่นี้ มีเพียงนวนิยายเรื่อง ป่วน
รักสลับร่าง ที่ยังวางโครงเรื่องเช่นเดียวกับยุคแรก
5. โครงเรื่องแนวสลับร่างใช้การเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้
ทุกอย่างเป็นส่วนใหญ่ (75%)
134
ข้อดีของการเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้ทุกอย่างคือ การเข้าถึงจิตใจ
ของตัวละครได้ทุกตัว ทำาให้เดินเรื่องได้กระชับ รวดเร็ว แต่ต้องอาศัย
ฝีมือทางการเขียน จากนวนิยายที่ทำาการศึกษาทั้ง 4 เรื่อง นวนิยายเรื่อง
คือ...เธอ ใช้มุมมองการเล่าเรื่องได้ราบรื่นที่สุด รองลงมาคือ ป่วนรัก
สลับร่าง ส่วนเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ผู้เขียนยังมีความสับสน
เรื่องการใช้ภาษาและมุมมอง
ส่วนมุมมองแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัดถูกใช้ในนวนิยายเรื่อง
ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แม้ว่าจะง่ายต่อการเล่าเรื่อง แต่ผู้เขียนต้อง
อาศัยชั้นเชิงในการวางโครงเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้เรื่องราวที่นอก
เหนือไปจากตนด้วย ดังนั้น ในเรื่องนี้ จึงมีการสลับมุมมองการเล่าเพิ่ม
เติมโดยตัวละครอีก 2 ตัว คือ แพท และพี่พาย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความ
รู้สึกของตัวละครได้ครบถ้วน
คริสโตเฟอร์ แคมป์เบลล์ (2011, ONLINE) กล่าวถึง ภาพรวมของ
การวางโครงเรื่องในนวนิยายแนวสลับร่างไว้ 10 ประเด็น ดังนี้
1. มีวิธีการสลับร่างที่น่าขัน เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูปปั้น หรือคุกกี้
2. มีการสลับร่างเด็กที่ไม่รู้จักโตให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ
3. มีการสลับร่างผู้ใหญ่ที่เคร่งเครียดมากไปให้กลายเป็นเด็ก
4. มีการสลับร่างหญิงชายเพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง
5. มีการปรับเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของตัวเองให้แก่ขึ้นหรือเด็กลง
6. มีการกำาหนดให้ตัวละครไปทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำาได้ดี
7. มีการแสดงพรสวรรค์/ลักษณะเฉพาะของร่างเดิมออกมาให้เห็น
ในร่างใหม่
8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทไว้รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
9. มีการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมกับตัวละครเด็ก
10. มีการเปิดโอกาสให้ตัวละครอื่นเกิดการสลับร่างได้อีก
ผลของการวิจัยนี้ สรุปลักษณะที่ปรากฏในนวนิยายทั้ง 4 เรื่องตาม
แนวคิดของคริสโตเฟอร์
แคมป์เบลล์ ได้ดังตารางต่อไปนี้
ลักษณะร่วมของนวนิยาย
แนวสลับร่าง
ยุ่งนักเมื่อ
รัก
สลับร่าง
ป่วนรัก
สลับร่าง
คือ...เธอ ปาฏิหาริย์
รัก
สลับร่าง
1. มีวิธีการสลับร่างที่น่าขัน
เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูป
ปั้น หรือคุกกี้
- / - -
2. มีการสลับร่างเด็กที่ไม่รู้จัก / - - -
135
โตให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิ
ภาวะ
3. มีการสลับร่างผู้ใหญ่ที่
เคร่งเครียดมากไปให้กลาย
เป็นเด็ก
- - - *
4. มีการสลับร่างหญิงชาย
เพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง
* / * *
5. มีการปรับเปลี่ยน
บุคลิกลักษณะของตัวเองให้
แก่ขึ้นหรือเด็กลง
/ * * *
6. มีการกำาหนดให้ตัวละคร
ไปทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและ
ทำาได้ดี
* - / *
7. มีการแสดงพรสวรรค์/
ลักษณะเฉพาะของร่างเดิม
ออกมาให้เห็นในร่างใหม่
/ / / /
8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิท
ไว้รับรู้ทุกสิ่ง
ทุกอย่าง
/ - / -
9. มีการแสดงออกที่ไม่เหมาะ
สมกับตัวละครเด็ก
- - - *
10. มีการเปิดโอกาสให้ตัว
ละครอื่นเกิดการสลับร่างได้
อีก
- / - -
ตารางที่ 2 การปรากฏลักษณะร่วมของนวนิยายแนวสลับร่างตามแนวคิดของคริสโต
เฟอร์ แคมป์เบลล์
* หมายถึง เหมือนอย่างมีเงื่อนไข
จากประเด็นที่ใช้เป็นแนวเทียบข้างต้น นำามาอภิปรายกับผลการ
วิจัยที่พบได้ดังนี้
1. วิธีการสลับร่างของนวนิยายแนวสลับร่างของไทยใช้ อุบัติเหตุ
เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย และง่ายที่สุด แต่ในนวนิยาย
เรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ใช้ช่องธรรมจักร เพื่อสร้างความแปลกใหม่ แต่
เป็นสิ่งที่ยอมรับได้เพราะโครงเรื่องสลับร่างนั้นวางบนพื้นฐานของการ
เป็นนวนิยายเหนือจริง จึงทำาให้ผู้อ่านเชื่อและคล้อยตามเรื่องได้
2. ผลของการสลับร่างจากนวนิยายทั้ง 4 เรื่อง มีเพียงเรื่อง ยุ่งนัก
เมื่อรักสลับร่าง เท่านั้น ที่ตัวละครเอกต้องไปอาศัยร่างที่เป็นผู้ใหญ่
กว่า และกลายเป็นคนมีความคิดอ่านดีขึ้น กล่าวคือ แพท ยอมเสียสละ
ร่างกายและบริจาคหัวใจให้แก่โม พี่ชายของเม เพื่อให้โม มีชีวิตต่อไป
136
ได้ เพราะร่างกายของเขาเองทรุดโทรมลงไปทุกวันและยังไม่เห็น
หนทางที่จะกลับเข้าร่างได้
อย่างไรก็ดี นวนิยายเรื่องอื่นๆ อีก 3 เรื่องที่เหลือ ก็แสดงให้เห็นถึง
วุฒิภาวะที่เปลี่ยนไปของตัวละคร เนื่องจากการได้เรียนรู้กันและกัน เช่น
ป่วนรักสลับร่าง แต่เรื่อง คือ...เธอ นั้น เน้นการทำาความเข้าใจ
พฤติกรรมของมนุษย์ และให้ข้อคิดเรื่อง การยอมรับความแตกต่าง
เพราะอรกานต์มีจุดผูกพันกับธีร์วราเพียงอย่างเดียว คือ ความไม่ชอบใน
ตัวตน นิสัย บุคลิกของธีร์วรา ดังนั้น อรกานต์จึงได้สลับร่างกับธีร์วรา
เพื่อเรียนรู้ที่มาของธ๊ร์วราเพื่อทำาความเข้าใจ เช่นเดียวกับปรานนท์ใน
เรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ที่เข้าใจความคับข้องของปูเป้จนถึงขั้นฆ่า
ตัวตาย และปรานนท์ก็ยังยอมรับตัวตนในร่างของผู้หญิงและการมีความ
รักกับเพื่อนผู้ชายของตนเอง
3. ผลของการสลับร่างในเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ถือ
เป็นการแหวกแนวที่สุดในนวนิยายที่นำามาศึกษา เพราะเป็นสร้างพื้นที่
ให้แก่ตัวละครที่เบี่ยงเบนทางเพศ เพราะการยอมรับความรู้สึกของตัว
ละครเอกฝ่ายชายทั้งสองตัวว่ารักกัน เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และ
ผูกเรื่องได้อย่างน่าสนใจ
4. เพศของตัวละครที่นำามาสลับกันนั้น มีเพียงเรื่อง ป่วนรักสลับ
ร่าง เท่านั้นที่ตัวละครเอกต่างเพศสลับร่างเพื่อเรียนรู้กัน ส่วนนวนิยาย
เรื่อง คือ...เธอ เป็นการสลับร่างกับเพศเดียวกัน แต่มีเพียงตัวละครเอก
เท่านั้นที่ได้เรียนรู้ความแตกต่างทางกายภาพ และสังคมของร่างที่มา
อาศัยอยู่ เพื่อให้ตัวละครเอกเข้าใจถึงพฤติกรรมของคนที่ตนเองไม่ชอบ
ส่วนนวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แม้ไม่มีการเรียนรู้ระหว่าง
ร่างที่สลับกัน แต่ตัวละครเอกกลับได้ตระหนักถึงความสำาคัญของ
สถานภาพทางสังคมกับความรัก เช่นเดียวกับเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับ
ร่าง
5. การปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพเพื่อให้เข้ากับร่างใหม่ ปรากฏทั้ง 3
เรื่อง คือ ป่วนรักสลับร่าง (หญิง-ชาย) คือ..เธอ (สาวห้าว-สาวสวย)
ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง (ชาย-หญิง) แต่ที่ไม่มีการปรับบุคลิกภาพเลย
คือ
นวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง (ชาย – ชาย) เพื่อให้คนรอบตัว
สังเกตเห็นความแตกต่างของตัวละครเดิมกับจิตที่มาอาศัยอยู่
6. การทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำาได้ดี เห็นเด่นชัดในเรื่อง
คือ...เธอ เพราะตัวละครต้องปรับเปลี่ยนบุคลิกจากสาวห้าว สดใส
มั่นใจ มาเป็นสาวสวย รวย แต่ร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนเรื่อง ยุ่งนักเมื่อ
รักสลับร่าง และ ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ตัวละครเอกยังไม่สามารถ
ทำาตัวได้อย่างกลมกลืนกับร่างใหม่ เช่น แพท ไม่สามารถเรียนรู้ภาษา
137
อังกฤษได้ดีเท่าพี่โม และกลายเป็นสิ่งที่ทำาให้คนอื่นจับสังเกตได้ รวมถึง
ไม่ระวังการแสดงออกที่มีต่อเม คนรักทำาให้ถูกมองว่าเป็นพี่น้องวิปริต
ส่วนปรานนท์ไม่ระวังร่างกายของตนเอง คิดแต่ว่าตนเองเป็นผู้ชายจน
พจน์ทนไม่ไหวและมีเพศสัมพันธ์กัน
7. ตัวละครเอกของทุกเรื่องแสดงออกถึงพรสวรรค์ของตัวเองเพื่อ
แสดงอัตลักษณ์ เช่น แพททำากับข้าวได้และช่างประจบประแจง นิล
กานต์/อรกานต์ ชอบวาดภาพ และปรานนท์รักความสะอาด เป็นระเบียบ
และมองโลกในแง่ดี เป็นต้น
8. มีตัวละครเพียง 2 เรื่องที่มีเพื่อนสนิทไว้รับรู้เรื่องราว ได้แก่ ยุ่ง
นักเมื่อรักสลับร่าง และ คือ...เธอ การมีเพื่อนสนิทช่วยคลี่คลายเรื่อง
ได้ แต่การไม่มีตัวละครประกอบเป็นเพื่อนสนิทก็ช่วยทำาให้การสลับร่าง
นั้นเป็นความลับได้ดียิ่งขึ้น
9. การแสดงออกของตัวละครที่ไม่เหมาะสมจากนวนิยายที่นำามา
ศึกษา มีเพียงเรื่องเดียวคือ ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง เพราะตัวละครใส่
เสื้อเชิ้ตยาวตัวเดียวลงไปเดินเล่นด้านล่างอพาร์ตเมนท์ ซึ่งเป็น
พฤติกรรมที่ขัดกับพื้นฐานของตัวละครที่เป็นผู้ชายและเป็นอาจารย์ที่
ต้องรู้ทันอันตรายจากการถูกจ้องมองอย่างจาบจ้วงและแต่งกายเปิดเผย
ยั่วยวนที่อาจเกิดขึ้นกับร่างที่เป็นหญิง
10. การสลับร่างซำ้า ปรากฏในนวนิยาย 2 เรื่อง คือ ยุ่งนักเมื่อรัก
สลับร่าง และ ป่วนรักสลับร่าง
แม้ว่านวนิยายจะมีการโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อในความมหัศจรรย์หรือ
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่การอาศัยปาฏิหาริย์พรำ่าเพรื่อเกินไป
ย่อมทำาลายความน่าเชื่อถือของเรื่อง และยังแสดงให้เห็นความอ่อน
ประสบการณ์ของผู้เขียนอีกด้วย
ข้อเสนอแนะงานวิจัย
งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะสำาหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้
1. ศึกษาโครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่าง : กรณีศึกษาตัวละคร
ฝาแฝด
2. ศึกษาท่วงทำานองการเขียนของนักเขียนนวนิยายแนวสลับร่าง
เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการถ่ายทอดและใช้ภาษา
3. ศึกษาเปรียบเทียบโครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่างของไทย
กับนวนิยายต่างประเทศ
138
139

งานวิจัยเรื่อง การศึกษาโครงเรื่องในนวนิยายแนวสลับร่าง

  • 1.
    บทที่ 1 บทนำำ ควำมเป็นมำของปัญหำ นวนิยำย ภำพยนตร์หรือละครแนวสลับร่ำง (BODY SWAP) ปรำกฏขึ้นและได้รับควำมนิยมมำแล้วอย่ำงยำวนำน ทั้งในไทยและต่ำง ประเทศ โดยอำศัยกำรวำงโครงเรื่องที่หลำกหลำยรูปแบบเพื่อดึงดูด ควำมสนใจของผู้อ่ำน เช่น กำรสลับร่ำงระหว่ำงเพศ กำรสลับร่ำง ระหว่ำงเพศเดียวกัน กำรสลับร่ำงระหว่ำงเพศเดียวกันแต่ต่ำงวัย กำร สลับร่ำงเดิมกลับไปสู่อดีต (CHRISTOPHER CAMPBELL, 2009, ONLINE) สำำหรับในประเทศไทยนั้น แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำงได้ถูกนำำเสนอ สู่สำยตำผู้ชมในรูปแบบของภำพยนตร์ และละครมำแล้วอย่ำงต่อเนื่อง นับตั้งแต่ภำพยนตร์เรื่องหวำนมันส์...ฉันคือเธอ (2530) ได้จุดประกำย ไว้ ต่อมำผู้จัดต่ำงๆ ต่ำงก็พำกันตอบสนองตลำดด้วยกำรสร้ำงละคร โทรทัศน์ในแนวสลับร่ำงตำมมำอีกมำกมำย เช่น ผู้พิชิตมัจจุรำช (2532) สลับร่ำงสร้ำงรัก (2533) ปีศำจหรรษำ (2534) พรพรหมอลเวง (2535) หนูละเบื่อ...เสือสวมรอย (2536) หรือแม้แต่กำรนำำละครเรื่อง เดิมมำทำำซำ้ำอีกครั้ง เช่น ละครเรื่องหวำนมันส์...ฉันคือเธอ (2536) จำก นั้น ละครโทรทัศน์แนวสลับร่ำงก็ห่ำงหำยไปช่วงหนึ่ง เพรำะผู้จัดปรับ เปลี่ยนรูปแบบกำรนำำเสนอไปสู่รูปแบบของกำรสลับตัวกันของฝำแฝด เช่น สองนรี (2540) ไฟริษยำ (2541) แฝดล่องหน (2542) แรงเงำ (2544) ผักบุ้งกับกุ้งนำง (2547) รุ้งเคียงดำว (2548) สองเสน่หำ (2549) กิ่งแก้วกำฝำก (2552) ไฟโชนแสง (2552) และหมอผีไซเบอร์ (2553) ละครแนวสลับร่ำงกลับมำได้รับควำมสนใจควบคู่ไปกับแนว ฝำแฝดสลับตัวอีกครั้ง ในปี 2546 โดยปรำกฏในรูปแบบของละคร โทรทัศน์ เช่น เล่ห์ลับสลับร่ำง (2546) คุณยำยสำยเดี่ยว (2550) จงกล กลิ่นเทียน (2553) เพลิงพรหม (2553) และเมียไม่ใช่เมีย (2554) และ สำำหรับบำงเรื่องนั้นก็ยังถูกนำำกลับมำทำำซำ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 และ 3 เช่น พรพรหมอลเวง (2546 และ 2555) ควำมนิยมที่มีอย่ำงต่อเนื่องนี้เองที่ทำำให้แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำง กลำยมำมีบทบำทสำำคัญต่อกำรสร้ำงและเสพผลงำนในยุคใหม่ตั้งแต่ หลังปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมำ นวนิยำยของนักเขียนหน้ำใหม่จำกสำำนัก พิมพ์ต่ำงๆจำำนวนไม่น้อยที่อำศัยโครงเรื่องแบบสลับร่ำงมำเป็นจุดขำย 1
  • 2.
    ควบคู่ไปกับแนวเรื่องเกี่ยวกับควำมรัก เช่น ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำงของ เจ้ำปลำน้อย (2550) ป่วนรักสลับร่ำงของรอมแพง (2551) ปำฏิหำริย์ รักสลับร่ำง ของพิมพ์ผกำ (2553) คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ (2553) เป็นต้น ส่วนนวนิยำยแปลของสำำนักพิมพ์ต่ำงๆ ก็ยังให้ควำมสนใจกับ แนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำง จึงมีกำรจำำหน่ำยนวนิยำยแปลในลักษณะดัง กล่ำวอยู่อย่ำงแพร่หลำย เช่น วุ่นนักรักสลับร่ำง ของเจียงซินอู่เยว่ แปล โดย ยูมิน (2550) สลับตัววุ่นมำลุ้นรักของ JHO HYO EUN แปลโดย สิริอร ปำร์ค (2553) สำำหรับภำพยนตร์แนวสลับร่ำงที่ได้รับควำมนิยมใน ประเทศไทยนั้น ได้แก่ ภำพยนตร์เกำหลี เรื่อง WHO ARE YOU? (2553) และ SECRET GARDEN (2553) แม้ว่ำบันเทิงคดีแนวสลับร่ำงหรือสับเปลี่ยนวิญญำณจะไม่มีจำำนวน มำกเท่ำกับผลงำนประเภทอื่นๆ แต่ก็ถือได้ว่ำมีควำมเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ดังนั้น นักประพันธ์ที่ต้องกำรสร้ำงสรรค์ผลงำนในแนวดังกล่ำวนี้ จึงต้อง พยำยำมหำรูปแบบกำรนำำเสนอที่ต่ำงออกไปจำกเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงควำม ซำ้ำซำก จำำเจ ด้วยกลวิธีกำร ผูกเรื่องอย่ำงสร้ำงสรรค์ ในงำนวิจัยนี้ จึงมุ่งศึกษำควำมเป็นไปของนวนิยำยไทยแนวสลับ ร่ำง ตั้งแต่ พ.ศ. 2550-2554 เพื่อทำำควำมเข้ำใจรูปแบบของโครงเรื่อง ตลอดจนกลวิธีที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรเพิ่มพูนองค์ควำมรู้ ทำงวรรณกรรมบันเทิงคดีที่สำมำรถประยุกต์เข้ำกับกำรสร้ำงสรรค์ผล งำนของผู้ที่สนใจในอนำคต วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย งำนวิจัยนี้เป็นไปเพื่อศึกษำวิเครำะห์รูปแบบโครงเรื่องนวนิยำย ไทยแนวสลับร่ำง พ.ศ. 2550-2554 ในประเด็นดังต่อไปนี้ 1. โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย 2. ควำมขัดแย้ง 3. กำรดำำเนินโครงเรื่อง 4. แก่นเรื่อง 5. กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง (มุมมอง) ควำมสำำคัญของกำรวิจัย งำนวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำรศึกษำควำมเป็นไปในแวดวง วรรณกรรม อันได้รับควำมนิยมอยู่อย่ำงต่อเนื่องทั้งในแง่ของกำรนำำไป ประยุกต์เป็นละคร ภำพยนตร์ หรือสื่ออื่นๆ ซึ่งปรำกฏกำรณ์ที่เกิดขึ้น 2
  • 3.
    เหล่ำนี้ เมื่อได้มีกำรศึกษำค้นคว้ำ วิเครำะห์วิจำรณ์ย่อมจะเป็นผลดีต่อ กำรศึกษำพัฒนำกำรวรรณกรรมปัจจุบันในอนำคต ขอบเขตของโครงกำรวิจัย ขอบเขตด้ำนข้อมูล งำนวิจัยฉบับนี้ อำศัยข้อมูลจำกนวนิยำยในกำรวิเครำะห์โครง เรื่อง จำำนวน 4 เรื่อง ดังนี้ 1. นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ของเจ้ำปลำน้อย พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2550 2. นวนิยำยเรื่อง ป่วนรักสลับร่ำง ของรอมแพง พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 3. นวนิยำยเรื่อง คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 และ 2 พ.ศ. 2553 4. นวนิยำยเรื่อง ปำฏิหำริย์รักสลับร่ำง ของพิมพ์ผกำ พิมพ์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2554 ทฤษฎี สมมุติฐำน (ถ้ำมี) และกรอบแนวควำมคิดของโครงกำร วิจัย กำรวิจัยนี้อำศัยกรอบของกำรวิเครำะห์วรรณกรรมตำมแนว โครงสร้ำง (STRUCTURALISM) วิธีกำรดำำเนินกำรวิจัย วิธีกำรดำำเนินกำรวิจัย มีขั้นตอนดังไปนี้ 1. ขั้นรวบรวมข้อมูล รวบรวมนวนิยำยที่ใช้เป็นข้อมูลในกำรวิเครำะห์ จำำนวน 4 เรื่อง 2. ขั้นวิเครำะห์ข้อมูล นวนิยำยที่ใช้เป็นข้อมูลจะวิเครำะห์ในประเด็นดังต่อไปนี้ 2.1 โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย 2.2 ควำมขัดแย้ง 2.3 กำรดำำเนินโครงเรื่อง 2.4 แก่นเรื่อง 2.5 กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง 3. ขั้นสรุปและอภิปรำยผล สรุปและอภิปรำยผลด้วยวิธีพรรณนำวิเครำะห์ พร้อมทั้งให้ ข้อเสนอแนะ 3
  • 4.
  • 5.
    ประเด็นในกำรทบทวนวรรณกรรมประกอบด้วย 3 ประเด็นคือกำร สลับร่ำง โครงเรื่อง และกลวิธี ดังรำยละเอียดในลำำดับถัดไป กำรสลับร่ำง กำรสลับร่ำงเป็นแนวคิดที่ปรำกฏอยู่ในวรรณกรรมและสื่อบันเทิง คดีประเภทต่ำงๆ ของหลำยประเทศ กล่ำวเฉพำะทำงฝั่งตะวันตกนั้น คริ สโตเฟอร์ แคมป์เบลล์ (2011, ONLINE) ได้เขียน “10 Clichés of the Body Swap Movie” ที่สรุปประเด็นเกี่ยวกับกำรสลับร่ำงไว้ 10 ลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1. มีวิธีกำรสลับร่ำงที่น่ำขัน เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูปปั้น หรือคุกกี้ 2. มีกำรสลับร่ำงเด็กที่ไม่รู้จักโตให้กลำยเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภำวะ 3. มีกำรสลับร่ำงผู้ใหญ่ที่เคร่งเครียดมำกไปให้กลำยเป็นเด็ก 4. มีกำรสลับร่ำงหญิงชำยเพื่อเรียนรู้ควำมแตกต่ำง 5. มีกำรปรับเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของตัวเองให้แก่ขึ้นหรือเด็กลง 6. มีกำรกำำหนดให้ตัวละครไปทำำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำำได้ดี 7. มีกำรแสดงพรสวรรค์/ลักษณะเฉพำะของร่ำงเดิมออกมำให้เห็น ในร่ำงใหม่ 8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทไว้รับรู้ทุกสิ่งอย่ำง 9. มีกำรแสดงออกที่ไม่เหมำะสมกับตัวละครเด็ก 10. มีกำรเปิดโอกำสให้ตัวละครอื่นเกิดกำรสลับร่ำงได้อีก ในประเทศไทยนั้น อำจกล่ำวได้ว่ำ ภำพยนตร์เรื่อง หวำน มันส์...ฉันคือเธอ มีส่วนในกำรจุดประกำยแนวคิดเรื่องกำรสลับร่ำงแก่ผู้ ชม โดยสังเกตได้จำกรำยได้และควำมนิยม ซึ่งสันติสุข พรหมศิริ ได้ให้ สัมภำษณ์ในคอลัมน์ ย้อนอดีต ของหนังสือพิมพ์ข่ำวสด (2553, เว็บไซต์) ว่ำ "เรื่องนี้ก็จะเป็นแนวนักเรียน วัยรุ่น ซึ่งตอนนั้น ถึงไม่ได้เป็น นักเรียนแล้วแต่ ยังคงแต่งเป็น นักเรียนได้อยู่ (หัวเรำะ) และต้อง บอกว่ำเรื่องนี้ถือเป็นหนังที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ตั้งแต่ชื่อเรื่องก็ บ่ง บอกควำมทันสมัย เพรำะเมื่อก่อนชื่อหนังไทยก็จะเป็นอะไรที่เรียบๆ บวก กับเนื้อเรื่องที่ต้องสลับ ร่ำงกันของพระเอก-นำงเอกด้วย ยิ่งเป็นกำร แหวกแนวกำรทำำหนังไทยในยุคนั้นมำกๆ พอหนังออก มำแล้วถือว่ำ ประสบควำมสำำเร็จมำก ทำำรำยได้สูงถึง 7 ล้ำนบำท ถ้ำเทียบกับสมัยนี้ก็ น่ำจะ 70 ล้ำน ได้ เพรำะด้วยเนื้อหำของหนังเป็นหนังตลก ฮำๆ ด้วย ยิ่งทำำให้คนดูชอบมำก" 5
  • 6.
    ควำมสนใจที่เกิดขึ้นจำกผู้ชมมีผลต่อกำรสร้ำงสรรค์งำน ภำพยนตร์ และละครเช่นไร ก็ส่งผลต่อกำรผลิตและสร้ำงสรรค์ผลงำน วรรณกรรมเช่นกันหำกกล่ำวเฉพำะนวนิยำยแนวสลับร่ำง เรื่องที่ได้รับ กำรยอมรับมำกเรื่องหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่ำ พรพรหมอลเวง มีส่วน สำำคัญที่ทำำให้นวนิยำยแนวสลับร่ำงประสบควำมสำำเร็จอย่ำงสวยงำมใน โลกของหนังสือ ด้วยยอดตีพิมพ์ล่ำสุดครั้งที่ 8 และได้นำำมำทำำเป็นละคร โทรทัศน์มำกถึง 3 ครั้ง ในปี 2535 2546 และ 2555 ซึ่งอยู่ระหว่ำงกำร คัดเลือกนักแสดง หลังจำกที่ละครโทรทัศน์เรื่อง พรพรหมอลเวง ออกอำกำศแล้ว กำรสลับตัวระหว่ำงหญิงสำวกับเด็กผู้หญิงก็ทำำให้โครงเรื่องของละคร แนวสลับร่ำงอื่นๆที่ตำมมำต้องปรับกระบวนให้แตกต่ำงจำกเดิม เช่น หนู ละเบื่อ...เสือสวมรอย (2536) เป็นกำรสลับร่ำงกันระหว่ำงชำยหนุ่มกับ เด็กผู้ชำย ดังนั้น ในกำรศึกษำ รูปแบบโครงเรื่องของนวนิยำยไทย แนวสลับร่ำงระหว่ำง พ.ศ. 2550-2554 จึงสนใจกำรกำำหนดโครง เรื่องของนักเขียนยุคใหม่ที่ต้องอำศัยควำมสำมำรถในกำรประพันธ์ให้ เกิดควำมน่ำสนใจมำกขึ้นกว่ำเดิม โครงเรื่อง โดยทั่วไป ควำมหมำยของโครงเรื่อง คือ ลำำดับของเหตุกำรณ์ที่ ประกอบเข้ำเป็นเรื่อง เพื่อให้ดำำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบ มักประกอบด้วย ควำมปรำรถนำและอุปสรรคของตัวละคร (ธัญญำ สังขพันธำนนท์, 2539, หน้ำ 163) อย่ำงไรก็ดี โครงเรื่องยังสำมำรถแบ่งตำมพัฒนำกำร และกำรเปลี่ยนแปลงได้เป็น 2 ลักษณะคือ โครงเรื่องแบบเก่ำ ที่เน้น ควำมสำำคัญของเหตุกำรณ์ และโครงเรื่องแบบใหม่ที่เน้นควำมสำำคัญ ของพฤติกรรมและควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละคร (ธัญญำ สังขพันธำ นนท์, 2539, หน้ำ 164) โครงเรื่องใหญ่ - โครงเรื่องย่อย ลำำดับของเหตุกำรณ์ที่นักเขียนกำำหนดไว้เป็นหลักของเรื่อง เพื่อให้ดำำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบนั้นถือเป็นโครงเรื่องใหญ่ (ยุรฉัตร บุญ สนิท, 2538, หน้ำ 25) แต่เนื่องจำกนวนิยำยนั้นมีขนำดยำว กำรสร้ำง โครงเรื่องย่อยจึงจำำเป็นสำำหรับกำรเสริมเรื่องรำวของโครงเรื่องใหญ่ให้ มีควำมสมบูรณ์ (สำยทิพย์ นุกูลกิจ, 2543, หน้ำ 183) เมื่อมีโครงเรื่องแล้ว ในลำำดับต่อมำคือ เนื้อเรื่อง ซึ่งหมำย ถึงเรื่องรำวที่เกิดขึ้นตำมลำำดับเวลำตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ตำมที่โครงเรื่อง ได้วำงไว้อย่ำงเป็นเหตุเป็นผลสัมพันธ์กันเพื่อควำมสมจริง (ลินจง จันทร วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 118) 6
  • 7.
    ควำมขัดแย้ง ควำมขัดแย้งคือสิ่งจำำเป็นสำำหรับนวนิยำย โดยมีลักษณะ เป็นกำรต่อสู้ ปะทะของฝ่ำยที่อยู่ตรงข้ำมกันเช่น ควำมขัดแย้งระหว่ำง มนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชำติ หรือควำมขัดแย้งภำยในจิตใจ (วำณิช จรุงกิจอนันต์, 2537, หน้ำ 11) อย่ำงไรก็ดี ไม่ว่ำควำมขัดแย้ง รูปแบบใดก็ตำม ทั้งภำยนอกและภำยในจิตใจของมนุษย์ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ นวนิยำยจำำเป็นต้องมีคือ ควำมขัดแย้งหลักของเรื่อง ซึ่งอำจรวมเอำทั้ง ควำมขัดแย้งภำยนอกและภำยในเรื่องไว้ด้วยกันก็ได้ (STANTON, 1965, P.18 อ้ำงใน ธัญญำ สังขพันธำนนท์, 2539, หน้ำ 166) กำรดำำเนินโครงเรื่อง โครงเรื่องแบบปิด มักมีลักษณะตำยตัวที่ปรำกฏซำ้ำในลักษะ ดังต่อไปนี้ (ลินจง จันทร วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 120-121) 1. กำรเปิดเรื่อง (EXPOSITION) เป็นสิ่งที่สำำคัญ ที่สุดที่จะต้องดึงควำมสนใจของผู้อ่ำนให้ติดตำมเรื่องไว้ให้ได้ ซึ่งจะเริ่ม ต้นด้วยกำรแนะนำำตัวละคร สถำนที่ หรือเหตุกำรณ์สำำคัญ จำกนั้นจึง เลือกว่ำจะดำำเนินไปตำมลำำดับปฏิทินหรือสลับไปมำ 2. กำรดำำเนินเรื่อง (RISING ACTION) เป็นขั้น ตอนต่อมำที่ต้องมีกำรสร้ำงปัญหำและขมวดปมปัญหำให้มำกขึ้นเรื่อยๆ 3. จุดสุดยอด (CLIMAX) คือ ผลลัพธ์ หลังจำกที่ปม ปัญหำดำำเนินมำถึงขีดสุด ซึ่งผู้อ่ำนจะได้รับคำำตอบว่ำปัญหำนั้นลงเอย อย่ำงไร 4. จุดคลี่คลำยเรื่อง (FALLING ACTION) หลัง จำกเหตุกำรณ์คับขันผ่ำนไป จะต้องมีกำรคลำยปมที่สร้ำงไว้ 5. จุดจบเรื่อง (ENDING) กำรยุติเรื่องรำวที่เกิดขึ้น ด้วยควำมสุขสมหวัง ผิดหวัง หรือคำดไม่ถึง สร้ำงควำมประหลำดใจ หรือไม่ก็ทิ้งให้ผู้อ่ำนคิดต่อเอง ในกำรวิเครำะห์โครงเรื่อง ควรพิจำรณำพฤติกรรมตัวละคร ควำม สัมพันธ์ระหว่ำงโครงเรื่องกับแก่นเรื่อง และวิเครำะห์ควำมขัดแย้ง และ เมื่อจะประเมินคุณค่ำของโครงเรื่องควรให้ควำมสนใจด้ำนควำมสมจริง ควำมสนใจใคร่ติดตำม ควำมสัมพันธ์ของโครงเรื่องกับองค์ประกอบอื่นๆ และกำรสื่อควำมหมำยถึงควำมเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ (ธัญญำ สังข พันธำนนท์, 2539, หน้ำ 169-171) แก่นเรื่อง 7
  • 8.
    แก่นเรื่อง หมำยถึง สำระหรือควำมคิดสำำคัญของเรื่องที่ผู้แต่ง ต้องกำรสื่อมำยังผู้อ่ำน(ลินจง จันทร วรำทิตย์, 2548, หน้ำ 127) กลวิธีกำรเล่ำเรื่อง (มุมมอง) โดยพื้นฐำนแล้วกำรเล่ำเรื่องของนักเขียนจะเป็นไปใน 5 ลักษณะ คือ กำรกระทำำ บทสนทนำ บทพรรณนำ บทแสดงควำมคิด และบท บรรยำย แต่ มุมมอง จะพิเศษกว่ำเดิมเพรำะต้องคำำนึงว่ำใครเป็นผู้เล่ำ เรื่อง และเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เล่ำอย่ำงไร กำรพิจำรณำมุมมองมีหลำกหลำยเกณฑ์ แต่ที่ละเอียดและยอมรับ กันอย่ำงกว้ำงขวำงประกอบด้วย 3 รูปแบบคือ (วำณิช จรุงกิจอนันต์, 2537, หน้ำ 43-47) 1. มุมมองแบบนักเขียนรู้ไปหมด (OMNISCIENT) มุมมองในรูปแบบนี้ นักเขียนจะทรำบควำมเป็นไปทั้งหมด สำมำรถเข้ำใจจิตใจของตัวละครได้ตำมที่ต้องกำร สำมำรถสอน อธิบำย สื่อควำมหมำย ตำมกำรกระทำำของตัวละครได้ ตำมปกติ มุมมองเช่นนี้จะ ใช้กับนวนิยำยที่ช่วงเวลำในเรื่องยำวนำน 2. มุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง นักเขียนจะดำำเนินเรื่องโดยเลือกใช้บุคคลที่หนึ่งเป็นผู้ บรรยำย อำจจะเป็นนักเขียนเองหรือตัวละครตัวหนึ่งตัวใดก็ได้ หรือเป็น เพียงผู้เฝ้ำมองที่ไม่อำจเข้ำใจควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละครก็ได้ นอกจำกกำรคำดเดำ โดยทั่วไป ไม่นิยมใช้รูปแบบดังกล่ำวนี้ในกำรเล่ำ เรื่องขนำดยำวเพรำะยำกที่จะทำำให้เรื่องน่ำสนใจได้โดยตลอด แต่จะ เหมำะกับเรื่องลึกลับขนำดสั้น เพรำะช่วยพรำงควำมจริงได้ และสำมำรถ เลือกเล่ำเหตุกำรณ์ได้โดยไม่ต้องกำำหนดจังหวะให้ซับซ้อน เดินเรื่องได้ เร็วกว่ำมุมมองแบบอื่น แต่ก็ต้องอำศัยฝีมือและควำมเชี่ยวชำญในกำร เขียนเช่นกัน เพรำะผู้เล่ำจะมีมุมมองที่จำำกัด 3. มุมมองแบบบุคคลที่สำม มุมมองเช่นนี้ คล้ำยคลึงกับมุมมองกำรเล่ำแบบนักเขียนรู้ไป หมด แต่แตกต่ำงในด้ำนข้อจำำกัด ดังรำยละเอียดปลีกย่อยต่อไปนี้ 3.1 บุคคลที่สำมแบบมีข้อจำำกัด กำรเล่ำเรื่องจะเน้นที่ควำมรับรู้ของบุคคลเพียงคนเดียว ผู้อ่ำนจะรับรู้เรื่องรำวได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่ำนั้นรับรู้ หรือมีส่วนร่วม จะปรำกฏ 8
  • 9.
    สรรพนำม เขำ และเธอแทนคำำว่ำ ผม หรือฉัน มุมมองลักษณะดังกล่ำวนี้ เป็นที่นิยมเพรำะช่วยให้เล่ำเรื่องได้กระชับและมีเอกภำพมำก 3.2 บุคคลที่สำมแบบบุคลำธิษฐำน (SUBJECTIVE) วิธีนี้จะให้ตัวละครเอกหรือผู้เล่ำบรรยำยพฤติกรรมของ ตัวละครอื่นๆได้และคำดเดำเรื่องได้ 3.3 บุคคลที่สำมแบบธรรมำธิษฐำน (OBJECTIVE) กำรเล่ำเรื่องเช่นนี้ เปรียบเสมือนกล้องโทรทัศน์ที่จับ ภำพกำรแสดง เหมือนเป็น ผู้กำำกับ เปิดเผยเนื้อเรื่องเฉพำะที่มีกำรพูดกัน แต่ควำมรู้สึกนึกคิดในใจ ของตัวละครเป็นสิ่งที่ผู้อ่ำนไม่รู้ จึงเป็นกำรเล่ำเรื่องด้วยมุมมองที่ยำก ที่สุด นักเขียนต้องเลือกกำรแสดงออกที่เหมำะสมและใช้บทสนทนำที่ ค่อยๆเปิดเผยควำมรู้สึกนึกคิดของตัวละคร มิฉะนั้นจะทำำให้เรื่องน่ำเบื่อ เป็นอย่ำงมำก 9
  • 10.
    บทที่ 3 กำรวิเครำะห์รูปแบบโครงเรื่องของนวนิยำยไทยแนว สลับร่ำง นวนิยำยไทยแนวสลับร่ำงที่นำำมำวิเครำะห์ประกอบด้วยนวนิยำย จำำนวน 4เรื่องที่ตีพิมพ์ระหว่ำงปี พ.ศ. 2550-2554 ตำมลำำดับดังต่อไปนี้ 1. นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ผลงำนของ เจ้ำปลำ น้อย พ.ศ. 2550 2. นวนิยำยเรื่อง ป่วนรักสลับร่ำง ผลงำนของ รอม แพง พ.ศ. 2552 3. นวนิยำยเรื่อง คือ...เธอ ผลงำนของ พิมลพัทธ์ พ.ศ. 2553 4. นวนิยำยเรื่อง ปำฏิหำริย์รักสลับร่ำง ผลงำนของ พิมพ์ ผกำ พ.ศ. 2554 นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง นวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ผลงำนของเจ้ำปลำน้อย ขนำด 2 เล่มจบ ในนวนิยำยไม่ปรำกฏข้อมูลทำงบรรณำนุกรม แต่สืบค้น จำกเว็บไซต์ของสำำนักพิมพ์แจ่มใสแล้วพบว่ำ ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2550 คำำนำำ กล่ำวถึงเนื้อเรื่องย่อโดยสำวน้อยมยองนัง จำกสำำนักพิมพ์ แจ่มใส ไม่ใช่ผู้เขียนเอง แต่เกริ่นถึงกำรสลับร่ำงระหว่ำงคนรัก และพี่ ชำยของสำวน้อยที่ชื่อ เม ดังนั้น ควำมรักที่เกิดขึ้นในร่ำงของพี่ชำยกับ น้องสำวจึงกลำยเป็นปัญหำขึ้นมำอย่ำงไม่อำจหลีกเลี่ยงได้ นวนิยำย เรื่องนี้ จึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกำรสลับร่ำง กล่ำวคือ กำรสลับร่ำง ระหว่ำงชำยกับชำย แต่มีผลให้คู่รักต้องกลำยมำเป็นพี่น้องกัน ซึ่งนับว่ำ เป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่เคยปรำกฏมำก่อน ส่วนสำเหตุที่ทำำให้เกิดกำร สลับร่ำงนั้นตัวละครเชื่อว่ำเป็นเพรำะแรงอธิษฐำนในวันเกิดที่ตัวละคร เอกฝ่ำยหญิงขอให้เธอได้อยู่กับคนรักตลอดไป 10
  • 11.
    โครงเรื่อง กำรสลับร่ำงระหว่ำงคนรักกับพี่ชำยของตัวละครเอกฝ่ำยหญิงใน เรื่อง ทำำให้ปัญหำเกิดขึ้น เพรำะไม่สำมำรถแสดงออกให้ใครทรำบได้ว่ำ ผู้ชำยที่ตนรักนั้นมำอำศัยอยู่ในร่ำงของพี่ชำยแม้ว่ำจะไม่ใช่สำยเลือด เดียวกัน แต่ได้กลำยเป็นรอยแผลและสร้ำงควำมบำดหมำงในครอบครัว โครงเรื่องใหญ่/โครงเรื่องย่อย นวนิยำยเรื่องนี้มีควำมยำวขนำด 2 เล่มจบ จึงมีกำรผูกปมใหญ่ เป็นเรื่องรำวชีวิตรักของตัวละครเอกฝ่ำยหญิงและชำย กล่ำวคือ เมและ แพท ส่วนโครงเรื่องย่อย คือ ควำมรักของอะตอม (แฟนของโม) กับรอย ด์ ซึ่งเป็นญำติกันกับเธอ และกำรที่พ่อของเมต่อต้ำนควำมรักของเมกับ แพท เนื้อเรื่อง เปิดเรื่องด้วยกำรที่เม ตัวละครเอกฝ่ำยหญิงนั่งรอ แพท แฟนหนุ่ม มำฉลองวันเกิดด้วยกัน ระหว่ำงนั้นเธออธิษฐำนให้ตัวเองได้อยู่กับแฟน ตลอดไป แต่แม่ของเมกลับโทรเข้ำมำบอกว่ำพี่ชำยของเมเข้ำโรง พยำบำลให้เธอรีบกลับบ้ำน ขณะที่เมกำำลังจะกลับไปบ้ำน แพทก็มำถึง และรีบร้อนวิ่งตำมมำจนกระทั่งถูกรถชน เมื่อโม พี่ชำยของเมตื่นขึ้นมำก็เรียกเมว่ำ เมอ้วนซึ่งเป็นคำำพูดที่ แพทเรียกเมติดปำก เม ทดสอบหลำยเรื่องจนเชื่อว่ำตอนนี้ แพท แฟน ของตนเองมำอยู่ในร่ำงของพี่โม พี่ชำยของเธอจริง เมบอกเรื่องสลับร่ำง ให้เพื่อนสนิทฟัง และตำมไปเฝ้ำพี่ชำยตนเองที่นอนสลบในร่ำงของแพ ทอีกโรงพยำบำลหนึ่ง แพทได้กลับมำพักรักษำตัวที่บ้ำน ทำำให้ทั้งสองได้ ใกล้ชิดกันมำกขึ้น แต่ปัญหำคือ เมต้องพยำยำมรักษำระยะห่ำงระหว่ำง ตัวเองกับคนรัก ต่อมำมีเพื่อนร่วมคณะชื่อ รอยด์ เข้ำมำจีบเม ส่วนพำย พี่สำวของแพท ก็กลับมำตกหลุมรักโม พี่ชำยของเมโดยไม่ทรำบว่ำ แท้จริงแล้วคือ แพท น้องชำยของตัวเอง และยังมีปัญหำที่เกิดขึ้น ระหว่ำงคนรักเดิมของโม คือ อะตอม ที่เข้ำมำในชีวิตของแพทด้วย แพท ตัดสินใจบอกควำมจริงแก่พี่สำวของตนเองเรื่องตนเองสลับ ร่ำงกับโม พี่ชำยของเมเพื่อตัดปัญหำแต่แพทก็ยังมีอะตอม แฟนเก่ำของ โมอยู่อีกหนึ่งรำยที่ยังแก้ปัญหำไม่ได้ ต่อมำหนูนำเพื่อนของเมได้บัตร ฟรีที่พักริมทะเลมำ ทำำให้ครอบครัวของเมได้ไปเที่ยวพักผ่อน ซึ่ง รอยด์ และ อะตอม ก็ตำมมำด้วย ทั้งเม และแพท จึงทำำท่ำทำงเหมือนรักคนอื่น เพื่อให้อีกฝ่ำยหึงหวง จนกระทั่งทนไม่ไหว ทั้งสองจึงหันมำปรับควำม เข้ำใจกันอีกครั้ง แต่พ่อของโมและเมกลับได้ยินเข้ำ พ่อไม่พูดอะไรเลย 11
  • 12.
    ทำำให้ทั้งสองคนเป็นกังวลมำก แม้ว่ำที่จริงแล้ว โมจะไม่ใช่พี่น้องสำย เลือดเดียวกันกับเม แต่พ่อย่อมยอมรับไม่ได้ ระหว่ำงที่รอท่ำทีของพ่อ เม กับแพทก็ได้ทรำบว่ำ ที่จริงแล้ว อะตอมกับรอยด์ เคยชอบกันมำก่อน แต่ ทั้งสองมำทรำบทีหลังว่ำเป็นญำติกันจึงพยำยำมเลิกรำ อะตอมกลับมำ ขอคบกับแพทเหมือนเดิมแต่แพทปฏิเสธ เมื่อกลับบ้ำน พ่อจัดกำรให้โม ไปเรียนต่อ โมไม่ยอมจึงเผยควำมจริงว่ำเขำไม่ใช่โม แต่พ่อไม่เชื่อ ทั้ง สองคนจึงหนีออกจำกบ้ำน แพทพำเมกลับไปอำศัยอยู่บ้ำนของตัวเองเพื่อรอให้พ่อใจเย็นลง แต่กลับกลำยเป็นว่ำพ่อยิ่งกังวลมำกขึ้นจนกระทั่งเข้ำโรงพยำบำล เม เครียดมำกที่เป็นต้นเหตุให้พ่อต้องป่วย เมทะเลำะกับแพทอย่ำงรุนแรง สุดท้ำยแพทก็ประชดเธอด้วยกำรฆ่ำตัวตำย เมตกใจมำก รีบพำแพทส่ง โรงพยำบำล เมรู้สึกผิดมำกที่พูดจำรุนแรงจนกระทั่งแพทยอมทำำร้ำยตัว เองให้รถชน จึงหลบไปพักบ้ำนเพื่อน อำกำรบำดเจ็บของร่ำงกำยโมร้ำย แรงจนกระทั่งต้องเปลี่ยนหัวใจ ทุกคนในครอบครัวเป็นกังวลมำกว่ำจะ ไม่สำมำรถหำหัวใจมำได้ทันเวลำ แต่แล้วก็มีคนใจดีบริจำคหัวใจมำทัน ทำำให้ร่ำงของโมพ้นขีดอันตรำย เมมำเฝ้ำเพรำะอยำกขอโทษแพท แต่ เมื่อฟื้นขึ้นมำ กลับไม่ใช่แพท แต่เป็นพี่โม พี่ชำยตัวจริงของเธอ แพทรีบกลับไปหำร่ำง ของแพทที่บ้ำนเพื่อจะได้พบกับคนรักของตัวเอง แต่กลับพบสิ่งที่เลวร้ำย ที่สุดคือ แพทตำยไปแล้วและหัวใจที่บริจำคให้กับพี่ชำยของเธอก็คือ หัวใจของแพทนั่นเอง เมทำำใจไม่ได้ โทษว่ำเป็นทั้งควำมผิดของตัวเอง และพ่อ หญิงสำว เก็บตัวเองและไม่สุงสิงกับพี่ชำยเลย พำยและแม่ก็แวะมำเยี่ยมโม และ ต้องกลับไปด้วยควำมเจ็บปวด เพรำะพำยและแม่ของแพท ต่ำงก็ทรำบ ควำมจริงแล้วว่ำ แพทสลับร่ำงกับโม จึงหวังจะได้เห็นแพทยังอยู่ในร่ำง ของโม สุดท้ำยเมื่อวันเกิดของเมมำถึง พำยก็ขอให้เมมำรับของขวัญที่ แพทเคยเตรียมไว้แต่ยังไม่ได้ให้เม เมเจ็บปวดมำกยิ่งขึ้น โมพยำยำมจะ ปลอบใจเธอด้วยกำรถำมถึงของขวัญที่เธออยำกได้ แต่เม อยำกได้คน รักกลับคืนมำ ดังนั้น ในคืนวันเกิดนั้นเอง แพทได้รู้ว่ำที่จริงแล้ว พี่โมก็ คือ แพท แต่เขำแสดงเหมือนเป็นพี่ชำยของเม อย่ำงที่เธอต้องกำร เมมี ควำมสุขมำก เธอได้สำรภำพควำมในใจให้แพทรู้ แต่ก็ทำำใจไม่ได้ที่ไม่ อำจจะได้เป็นคนรักกับแพทอีกต่อไป เพรำะแพทมีสถำนะเป็นพี่ชำยของ เธอ แพทยืนยันว่ำต้องเป็นไปเช่นนั้น เพรำะพ่อของเมรู้ควำมจริงว่ำเขำ ไม่ใช่โม และขอร้องให้เขำรักษำควำมเป็นพี่น้องไว้ดังเดิม ขณะเดินทำงกลับนั้น แพทในร่ำงของโมโดนรถชนอีกครั้ง โมเสีย ชีวิต เมไม่เหลือใคร และมีสภำพจิตใจที่ยำ่ำแย่มำก เธอเกลียดวันเกิดของ ตัวเองเพรำะเธอต้องสูญเสียคนที่เธอรักไปทุกปี ดังนั้น เมจึงไม่ กระตือรือร้นที่จะฉลองวันเกิดของตนเองเลย แต่สุดท้ำยแพทก็กลับมำอีก 12
  • 13.
    ครั้งในร่ำงของรอยด์ เพรำะรอยด์เป็นคนที่มีโรคประจำำตัวอยู่ ดังนั้นเมื่อ ผ่ำตัดหัวใจครั้งสุดท้ำย เขำจึงได้หัวใจของแพทไป แพทจึงได้กลับมำ หำเมอีกครั้งในร่ำงของรอยด์ ครำวนี้ พ่อของเมไม่กีดกันแล้ว และ เป็นใจจัดงำนวันเกิดเพื่อให้แพท ในร่ำงกำยของรอยด์ได้มำพบกับเม เม จึงได้รักกับแพทในที่สุดเพรำะเธอไม่มีข้อจำำกัดของกำรเป็นพี่น้องกันอีก ต่อไปแล้ว ควำมขัดแย้ง ควำมขัดแย้งที่ปรำกฏในนวนิยำยเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่ำง ของเจ้ำปลำน้อย ประกอบด้วย ควำมขัดแย้ง 2 ลักษณะ คือ ควำมขัด แย้งภำยในจิตใจและควำมขัดแย้งระหว่ำงมนุษย์กับมนุษย์ 1. ควำมขัดแย้งภำยในจิตใจ เมื่อแพทกลับมำหำเมในร่ำงของโม ซึ่งเป็นพี่ชำยของเธอ เมซึ่ง เป็นน้องสำวเกิดควำมขัดแย้งขึ้นมำในใจทันที เพรำะน้องสำวกับพี่ชำย ไม่อำจจะแสดงออกว่ำรักกันได้ ที่สำำคัญ หญิงสำวเองก็ไม่อำจทำำใจให้ ยอมรับได้ว่ำ ตอนนี้พี่ชำยที่โตมำด้วยกันกับเธอจะกลำยเป็นร่ำงให้คน รักของเธออำศัยอยู่ เมอึดอัดใจและกลำยเป็นสำเหตุที่ทำำให้ทะเลำะกับ แพทบ่อยๆ จนท้ำยที่สุดก็กลำยเป็นเรื่องลุกลำมเมื่อแพทตัดสินใจทำำตำม ที่เมต้องกำรคือ ยุติปัญหำทั้งหมดด้วยควำมตำยและคืนร่ำงให้กับ เจ้ำของที่แท้จริง ซึ่งก็ยิ่งทำำให้เมเป็นทุกข์หนักกว่ำเดิม เมื่อรู้ว่ำได้ทำำ รุนแรงเกินไป ในนวนิยำยเรื่องนี้เน้นกำรเล่ำเรื่องด้วยตัวละครเอกฝ่ำยหญิง แต่ ในช่วงท้ำยเล่มได้เพิ่มผู้เล่ำเรื่องที่เป็นตัวละครเอกฝ่ำยชำย กับตัวละคร ประกอบอีกหนึ่งเหตุกำรณ์ แต่ไม่ว่ำจะเป็นตัวละครฝ่ำยใดล้วนแต่ทำำให้ ผู้อ่ำนเห็นถึงควำมขัดแย้งภำยในจิตใจของตัวละครทั้งสิ้น ดังตัวอย่ำง (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 192 เล่ม 1) “ ”เมอ้วน “ ”ฮื้อ “ถ้ำสมมติว่ำฉันกลับเข้ำร่ำงไม่ได้จริงๆแล้วต้องอยู่ร่ำงนี้ไป ตลอดชีวิต เธอจะทำำ ”ยังไง ฉันไม่ตอบ ได้แต่นิ่งเงียบอย่ำงใช้ควำมคิด เหมือนปัญหำ โลกแตกที่ตอบไม่ได้ ใจฉันก็ รักเขำ ... แต่ดูๆไปแล้วเรื่อง ของเรำมันเป็นไปไม่ได้เลยทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย “ ”เธอจะไม่รักฉันเหรอถ้ำเป็นอย่ำงนั้น 13
  • 14.
    แพทถำมขึ้นอีก ฉันยกมือขึ้นกอดแขนแพทที่กอดรอบคอฉัน อยู่ในตอนนี้ “ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรเลยมันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมำก่อน ว่ำจะได้เจอกับปัญหำ แบบนี้ ”เข้ำใจฉันไหม “ฉันเข้ำใจ แต่ฉัน...จะสู้นะ ”ทุกปัญหำเลย “ฉันด้วย จะสู้ด้วยกันกับนำยนั่นแหละ และถ้ำปัญหำมัน แก้ไขไม่ได้จริงๆ...” ฉันพูดทิ้งเอำไว้ แพทเองก็กอดฉันแน่นขึ้นเหมือนกับเร่งให้ ฉันตอบ ฉันถอนหำยใจ เฮือกใหญ่ “ต่อให้ฝืนศีลธรรม ”ฉันก็จะรักนำยไม่เปลี่ยนแปลง “แค่นี้ก็มำกพอแล้ว ”มำกพอแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่ำเนิ่นนำนเท่ำไหร่ที่เรำอยู่บนหลังม้ำแล้วมองฟ้ำที่ เวิ้งว้ำง ไร้ซึ่งขอบเขต เรำ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉำนที่จะสมสู่กันโดย ไม่สนใจอะไรเลย แต่เรำก็ไม่มีทำงเลือกเหมือนกันในเมื่อ เรำรัก กันแบบนี้ ฉันจะทำำยังไงดี ขอถำมหน่อย ถ้ำคุณเป็นฉันแล้วคุณจะทำำยังไง ... 2. ควำมขัดแย้งระหว่ำงมนุษย์กับมนุษย์ ไม่ว่ำใครที่อยู่รอบตัวเมและแพทได้รับฟังควำมจริงเรื่องกำรสลับ ร่ำงต่ำงก็มองว่ำเป็นสิ่งผิดปกติ และวิปริต แม้ว่ำที่จริงแล้ว โมกับเม จะ ไม่ใช่พี่น้องที่แท้จริง แต่ไม่สำมำรถทำำให้คนทั่วไปเข้ำใจได้ เช่น อะตอม คนรักตัวจริงของโม พำย พี่สำวของแพท ที่แอบชอบโมโดยไม่รู้ ว่ำน้องชำยตัวเองอำศัยร่ำงอยู่ และที่ร้ำยแรงที่สุดคือ พ่อของเมเอง ที่ไม่ อำจทำำใจเห็นลูกของตัวเองมำรักชอบกันแบบหนุ่มสำว ดังตัวอย่ำง “พ่อไม่ได้มีเหตุผลแค่นี้ พ่อไล่ให้ผมไปเพรำะพ่อรับไม่ได้ที่ ”ผมกับเมรักกันใช่ไหมล่ะ “หยุดเดี๋ยวนี้นะโม!” พ่อตวำดลั่นจนฉันตกใจ ร่ำงของพี่โมถูกผลักติดกำำแพงด้วย แรงของพ่อ ก่อนที่พ่อจะกระชำก คอเสื้อแล้วพูดเสียงดังฟังชัด “ฉันยอมให้แกสองคนทำำบัดสีแบบนั้นอีกไม่ได้ ใครรู้เข้ำมัน จะเป็นยังไง ... ถึงแกจะไม่ใช่ลูก แท้ๆ ของฉัน แต่ฉันก็เลี้ยงแกมำ ฉัน ”รับไม่ได้ที่จะให้แกสองคนรักกัน (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 208 เล่ม 1) “คงเป็นควำมรู้สึกเดียวกันกับตอนที่พี่เห็นเมกับแพททำำท่ำ จุ๊บๆกันนั่นแหละ ตอนนั้นพี่มอง เรำสองคนเป็นพี่น้องคู่วิปริตไปเลย แม้จะรู้ว่ำไม่ใช่แท้ๆก็เถอะ...แต่เฮ้อ... นั่นคือสำยตำของพี่ที่เป็นคน 14
  • 15.
    ภำยนอกแล้วถ้ำเป็นคนภำยในครอบครัวอย่ำงพ่อแม่เมล่ะ จะไม่ ”มำกกว่ำพี่เป็นสิบเท่ำเลยเหรอ “สำรภำพตำมตรงว่ำเมไม่รู้จะจัดกำรยังไงเหมือนกันค่ะพี่ พำย ...เมพยำยำมอธิบำยให้พ่อฟัง แล้วแต่พ่อบอกว่ำพวกเรำปั้น เรื่องขึ้นมำแก้ตัว เมรู้ว่ำมันเชื่อยำกแต่มันก็คือควำมจริง เมก็ไม่รู้จะ อธิบำยยังไง แล้วตอนนั้นมันจวนตัวจริงๆ พ่อบังคับให้แพทเตรียม ตัวไปเมืองนอกเดี๋ยวนั้นเลย เรำเลย คิดสั้นๆกันแค่ว่ำหนี หนีเท่ำนั้น ”ที่จะพ้นทุกสิ่ง “อืม...ถ้ำงั้นก็หลบสักพักแล้วกัน แล้วค่อยกลับไปตอนที่พ่อ ใจเย็นขึ้นบ้ำงน่ำจะเวิร์คกว่ำนั้น แต่พี่มองในฐำนะคนที่อยู่ตรงกลำง พี่ มองเห็นควำมรักของเมอ้วนกับแพทเป็นสิ่งที่ดีและพี่นับถือ แต่ ถ้ำให้พี่ ”มองอีกด้ำนควำมรักของเรำสองคนดูจะเห็นแก่ตัวเกินไปนะ กำรพูดตรงตำมแบบฉบับของพี่พำยทำำให้ฉันลอบกลืน นำ้ำลำยลงคออึกๆอย่ำงยำกลำำบำก (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 25 เล่ม 2) “จะเชื่อได้ยังไงในเมื่อมันไร้สำระ! ถ้ำเธออ้ำงเหตุผลที่ว่ำพอ โมตื่นขึ้นมำก็จำำอะไรไม่ได้ และ เธอเองก็หัวฟำดพื้นจำำอะไรไม่ได้ เหมือนกัน แล้วมำรักกันเพรำะจำำกันไม่ได้ โอกำสที่จะเชื่อยังมี มำกกว่ำ นี้ พวกเธอมันไร้สำระ เห็นแก่ตัว!” “ค่ะ ”เมยอมรับว่ำเห็นแก่ตัว อะตอมหยิบถ้วยกำแฟตรงหน้ำขึ้นซดอึกๆ เหมือนกับว่ำ ควำมโมโหในใจทำำให้ลิ้นไม่รับรสอะไรอีกแล้ว “ ”อะตอมยังรักโมอยู่ “ ”เหรอคะ “ ”ไม่เชื่อเหรอ “แค่แปลกใจ... ”ว่ำเอำรอยด์ไปไว้ไหนเท่ำนั้น ฉันบอกพลำงมองหน้ำอะตอมที่วำงถ้วยกำแฟลง อะตอมเงย หน้ำขึ้นมองหน้ำฉันเหมือนไม่ใช่ อะตอมคนเดิม “อะตอมยอมรับว่ำหวั่นไหว และคิดได้ว่ำจะกลับตัวกลับใจ เพรำะศีลธรรมคำ้ำคออยู่ แต่พวก เธอผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมด้วยซำ้ำ เคย มีกันบ้ำงไหม ศีลธรรมน่ะ ”เคยมีไหม (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 41 เล่ม 2) “นำยทำำให้ชีวิตฉันยุ่งยำกมำตลอดเวลำ นำยไม่รู้ตัวเลยใช่ ไหมว่ำนำยทำำให้ฉันรู้สึกแย่แค่ไหน เรำควรจะเป็นพี่น้องกันอย่ำงที่ มันควรเป็น อย่ำสร้ำงควำมลำำบำกใจให้แก่ฉัน ... คิดซะว่ำเรำมีบุญรัก กันได้ในฐำนะแบบนี้ ... ”ได้แต่เพียงแบบนี้ (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 58 เล่ม 2) 15
  • 16.
    จำกตัวอย่ำงที่กล่ำวมำข้ำงต้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่ำส่วนมำกเมื่อ ตัวละครอื่นทรำบว่ำแพทและโมสลับร่ำงกัน และแพทยังรักเมทั้งที่อยู่ใน ร่ำงของพี่ชำยของเมจะถูกประณำมอย่ำงมำก แม้แต่พี่สำวของแพทเอง ก็ตำม แต่ที่สำำคัญคือ แพท กับ เมเองก็ต้องมีปัญหำที่เกิดจำกภำวะที่กลืน ไม่เข้ำคำยไม่ออกนี้ โดยที่โครงเรื่องไม่ได้เน้นจะสร้ำงข้อคิดหรือเน้น กำรเรียนรู้ระหว่ำงกันมำกเท่ำกับทำำหน้ำที่เสนอให้ผู้อ่ำนเข้ำใจถึง สภำวะอันหลีกเลี่ยงไม่ได้และแก้ปัญหำไม่ตกนี้มำกกว่ำ กำรดำำเนินโครงเรื่อง กำรเล่ำเรื่องมีกลวิธีกำรเล่ำแบบใช้มุมมองบุรุษสรรพนำมที่1 จึง จำำกัดกำรรับรู้อยู่ที่ตัวละครเอกฝ่ำยหญิง ดังนั้น เมื่อต้องกำรให้ผู้อ่ำน ทรำบเรื่องในแง่มุมอื่น จึงต้องอำศัยมุมมองจำกตัวละครอื่น เล่ำย้อน เหตุกำรณ์ต่ำงๆ เช่น พำย พี่สำวของแพทที่กล่ำวถึงควำมเป็นมำของ กำรบริจำคหัวใจของแพทให้กับโม หรือกำรที่แพทเล่ำเรื่องในมุมมอง ของตัวเองหลังจำกฟื้นขึ้นมำหลังผ่ำตัดเปลี่ยนหัวใจ ส่วนกำรดำำเนิน โครงเรื่อง 5 ขั้นเป็นดังนี้ 1. กำรเปิดเรื่อง ผู้เขียนดึงควำมสนใจของผู้อ่ำนตั้งแต่แรกเริ่มด้วยกำรขอพรในวัน เกิด ซึ่งในขณะที่กำำลังลังเลอยู่นั้น แม่ของเมก็โทรเข้ำมำขัดจังหวะเพื่อ บอกข่ำวว่ำพี่ชำยของเมกำำลังถูกส่งตัวไปโรงพยำบำล เมตกใจจะรีบไป ตำมนัด แต่แพทแฟนของเธอมำถึงพอดีแล้ววิ่งตำมมำ จังหวะนั้นเองที่ แพทถูกรถชนล้มลงเช่นกัน ดังตัวอย่ำง อำกำศในยำมนี้ช่ำงหนำวเหน็บ แต่มันก็แลกมำด้วยควำม เบิกบำนใจ เสียงเพลงประกอบวัน สำำคัญอย่ำงนี้ก็ยังคงร้องก้องไปไม่ หยุดหย่อน Merry x’mas เป็นเรื่องที่ชินซะแล้วสำำหรับฉันในทุกๆ วัน เกิด แทนที่จะเป็นเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ แต่ก็เอำน่ำ...ยังไงซะมันก็ทำำให้ หัวใจเบิกบำนได้เหมือนกัน นั่นแหละ ฉันมำยืนรอแฟนผู้น่ำรักของฉันด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ จริงๆ ก็ ไม่ใช่กำรเดทอะไรหรอกเพรำะ ควำมที่คบกันมำนำน แต่มันพิเศษ ตรงที่วันนี้เป็นวันเกิดของฉันเอง “วันเกิดแกเคยขออะไรจริงจังหรือยัง” “จริงจัง? ทำำไมต้องจริงจังล่ะ กำรขอทุกครั้งฉันก็จริงจังทุก ครั้งอ่ะแหละ” 16
  • 17.
    “ไม่ใช่สิ เอำแบบที่อยำกได้จริงๆ แบบชีวีจะหำไม่เลยน่ะขอ หรือยัง” ฉันส่ำยหัวไปมำเหมือนหมำงง? งงอะไรก็ไม่รู้ตัวเองเหมือน กันหนูนำเพื่อนซี้ตีแขนฉันเบำๆ อย่ำงไม่ได้ดั่งใจ “ทำำไมไม่ขอไปล่ะ “แกเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอนำ” “เชื่อสิ ฉันเคยได้ยินมำว่ำมนุษย์เรำเกิดมำชีวิตหนึ่งจะมีพร หนึ่งข้อติดตัวมำด้วย อยู่ที่ว่ำเรำ จะใช้สิทธิ์นั้นเมื่อไหร่” “อ๋อ ถ้ำงั้นฉันก็หมดสิทธิ์แล้วล่ะ เพรำะฉันขอมำทุกๆ วันเกิด เลย เช่น ขอให้ได้เงิน ขอให้ได้ ตุ๊กตำ อะไรงี้น่ะ” “อันนั้นมันเด็กเล่น เอำแบบจริงๆ สิ เช่น ขอให้มีรักแท้ ขอให้ แต่งงำนมีลูกสำมคนอะไรงี้สิ” “แบร้ ไกลตัวไป ไม่เอำหรอก” “เฮ้ย ไม่ไกลตัวเลยนะเฟ้ย ผู้หญิงเรำก็ขอได้เท่ำนี้แหละ เอำ สิขอปีนี้เลย” “ฉันไม่รู้จะขออะไร” “แกนี่ไม่ได้อย่ำงใจเลย!” ฉันถูกเพื่อนซี้ตีเข้ำที่ไหล่แรงๆ อีกที เล่นเอำฉันหน้ำหงิกและ ทำำเสียงจิ๊จ๊ะในปำกนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ว่ำอะไรออกไปเพรำะ เข้ำใจว่ำหนูนำกำำลังเข้ำถึงอำรมณ์ในตอนพูด “อะไรล่ะ” “ขอให้แฟนแกอยู่กับแกตรำบชั่วนิรันดร์ไง” “แหวะ คิดมำได้ไง นำ้ำเน่ำจัง” “ไม่เชื่ออย่ำลบหลู่นะเฟ้ย!” บทสนทนำที่เคยคุยไว้กับเพื่อนแล่นเข้ำหัวอย่ำงไม่ตั้งใจ แล้วควำมคิดบ้ำบอก็แทรกเข้ำมำ เอ...หรือจะลองขอดีนะ แบบว่ำเรำจะรักกันชั่วลูกชั่วหลำน...เน่ำ สนิท...ไม่เห็นต้องถำมเลย แบร้! เฮอะ! ช่ำงมันเถอะ ตอนนี้เรำก็สวีทกันจะแย่อยู่แล้ว ไม่จำำเป็นต้อง พึ่งพรบ้ำบอเลย เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะควำมคิดที่เตลิดไปไกลของฉัน ฉันหงุดหงิดนิดหน่อย แต่พอคิดว่ำคนที่โทรมำอำจจะเป็นแพทก็เลยรีบ กุลีกุจอรับสำยทันควัน ฉันแอบทำำหน้ำเซ็งๆ เมื่อมองเบอร์ที่ หน้ำจอ แล้วพบว่ำไม่ใช้แพท “ว่ำไงจ๊ะแม่จ๋ำ” “ฮือ...เม...มำที่โรงพยำบำลเร็วๆ นะลูก ฮือ...” 17
  • 18.
    เสียงปลำยสำยจำกแม่ทำำเอำฉันมือสั่น แม่โทรมำร้องไห้แบบ นี้ทำำให้รับรู้ได้ในทันทีว่ำมันไม่ใช่ เรื่องดี “แม่จ๋ำเป็นอะไร ร้องไห้ทำำ....ทำำไม” “โม...โมเป็นลมล้มตึงไปแล้ว มำเร็วๆ นะ!” พอสิ้นคำำของแม่ ฉันก็เหมือนคนเป็นอัมพำตไปชั่วขณะ ไม่มี สติปชัญญะเหลือในตัวอีกแล้ว ดวงตำเริ่มพร่ำเลือน ขำเริ่มไร้ซึ่ง เรี่ยวแรง ทำงไหนนะ ทำงไปโรงพยำบำลมันทำงไหน แล้วฉันจะเดิน หรือจะวิ่งไปดี หรือว่ำฉันควรจะบินไป นี่มันอะไรกัน ฉันสับสนไป หมด แล้วฉันจะบินไปได้ยังไง ฉันจะ เหำะไปได้หรือเปล่ำ ฮึก...พี่โม อย่ำเป็นอะไรนะ ฮึก....ฮือ ฉันคิดอะไรไม่ออก จำกนั้นก็หันหลังวิ่งฝ่ำฝูงคนไปไหนสัก ทำงฉันไม่่รู้ด้วยซำ้ำว่ำจะวิ่งไปทำง ไหนแต่ก็ก้ำวขำเตรียมจะออก วิ่ง “เมอ้วน...เม...” เสียงเรียกจำกที่ไกลๆ ทำำให้ฉันหยุดชะงัก ก่อนจะได้ยิน เสียงอื่นแทรกในวินำทีต่อมำ เอี๊ยด!!! ปึง!!! เสียงของยำงที่เสียดสีกับพื้นถนนเรียกสำยตำของทุกคนที่ เดินขวักไขว่รวมทั้งฉันให้หันไปยัง ต้นเสียงนั้น เหมือนเวลำหยุดนิ่ง อยู่กับที่ที่พื้นถนนแห่งนี้มีร่ำงของชำยที่ฉันคุ้นตำเป็นอย่ำงดีควำ่ำหน้ำ อยู่ กับพื้นถนน “รถชน!!!” เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นอีกครั้งท่ำมกลำงฝูงชน ดุจคลื่นของ มหำสมุทรที่ถำโถมพัดเข้ำสู่ฝั่งพุ่งตรงไปยังร่ำงที่นอนอยู่บนพื้นถนน ฉัน ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงเพรำะยังคงตกใจกับเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ตึกตึก... ตึกตึก...ตึกตึก หัวสมองของฉันเริ่มชำแต่ขำก็ก้ำวเดินเข้ำไปดู เจ้ำของรถที่ ชนเปิดประตูลงมำดูร่ำงของผู้ชำย ที่นอนควำ่ำหน้ำอยู่กับพื้นถนน เจ้ำของรถมีท่ำทำงลนลำนและรีบพลิกร่ำงนั้นให้หงำยขึ้น เลือดสีแดง เข้มทะลักออกมำจำกปำก และนั่นก็ทำำให้ฉันยิ่งตัวสั่นจนเข้ำขั้นชำ ไปทั่วร่ำง แพท... “รถพยำบำล...รถพยำบำล!!!” ไม่มีใครขยับเรียกรถพยำบำลสักคน ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งเป็น หินเพรำะยังคงช็อคและอยำกรู้ เหตุกำรณ์ต่อไปผสมกัน ฉันเดินเบียด ผู้คนเข้ำไปยืนจังก้ำมองร่ำงที่นอนพะงำบๆ นั่น อำจเป็นเพรำะ ฉัน 18
  • 19.
    ตำฝำดหรือประสำทพร่ำเลือนถึงได้ยินคำำพูดที่หลุดมำจำกปำกของเขำ ว่ำ... “สุขสันต์วันเกิด...เมอ้วน” (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ1-8 เล่ม 1) จุดอ่อนของกำรเปิดเรื่องในนวนิยำยเรื่องนี้คือ กำรให้ภูมิหลังของ ตัวละครน้อยเกินไป เมื่ออ่ำนจนจบแล้วจะทรำบเพียงชื่อเล่นของตัว ละครสำำคัญในเรื่อง เช่น เม แพท พี่โม อะตอม พี่พำย แม่ พ่อ รอยด์ หนู นำและให้ข้อมูลด้ำนกำรเรียนของตัวละครเพียงแค่ว่ำอยู่มหำวิทยำลัยปี หนึ่ง บทบรรยำยที่น้อยเกินไป ทำำให้กำรเปิดเรื่องไม่สมบูรณ์นัก เนื่องจำกมีลักษณะคล้ำยกำรชมภำพยนตร์ เน้นกำรตัดเป็นฉำก แต่ เนื่องจำกกำรอ่ำนนวนิยำยต้องอำศัยจินตนำกำร เมื่อปรำกฏแต่บท สนทนำเป็นหลัก ทำำให้อรรถรสที่จะเกิดจำกกำรจินตนำกำรสภำพ แวดล้อมลดลง แม้แต่ควำมชัดเจนของบุคลิกตัวละครก็ยังไม่เพียงพอที่ จะทำำให้ผู้อ่ำนเกิดควำมซำบซึ้งและคล้อยตำมตัวละครได้ 2. กำรดำำเนินเรื่อง กำรดำำเนินเรื่องมีข้อดีที่ผู้เขียนมีกำรกำำหนดปัญหำทันที โดยให้ แพทสลับร่ำงกับโม ดังตัวอย่ำง ทุกคนเดินออกมำจำกห้องและยืนคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย ฉันไม่ได้สนใจฟังเท่ำไหร่ ได้ยินแต่ เสียงจุ๊บจิ๊บๆ ไม่ได้ศัพท์เพรำะมี หลำยคนเหลือเกินที่คล้ำยว่ำจะแย่งกันพูด มีเพียงพ่อเท่ำนั้นที่เดินเข้ำมำ หำฉัน “โมเรียกน่ะเม” “เหรอคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันพยักหน้ำบอกกับพ่อให้รับรู้ว่ำฉันทรำบในข่ำวสำรแล้ว เดินเข้ำไปข้ำงในและเจอพี่โมอีกครั้ง พี่โมที่ยังวุ่นวำยอยู่กับกระจก ทันทีที่เห็นฉันก็ร้อง... “อ๊ำก! เมอ้วนที่รัก บอกกับฉันที นี่มันเกิดอะไรขึ้น” “มำที่รักอะไร?” “ทำำไมหน้ำฉันกลำยเป็นแบบนี้ แล้วทำำไมคนพวกนั้นต้องมำ ยุ่งวุ่นวำยกับฉันด้วย ฉันไม่รู้จัก พวกเขำสักคนเลยนะ!” “...” 19
  • 20.
    “เงียบทำำไมเล่ำ ฉันไม่เข้ำใจอะไรเลยนะ ฉันโดนรถชนแล้ว ทำำไมแม่กับพี่ชำยไม่มำเยี่ยมฉัน นี่ มันผิดปกติมำกไปแล้วนะ หรือ ว่ำฉันฝัน!ก็ไม่นะ...โอ๊ย เจ็บ” พี่ชำยฉันร้องเอะอะโวยวำยอยู่คนเดียวแล้วก็เอำมือไปดึง แก้มตัวเองพิสูจน์ว่ำไม่ได้ฝันไป ฉันใจเต้นระสำ่ำระสำยอย่ำงไม่อยำกจะเชื่อ ไม่สิ มันยำกที่จะ เชื่อ...มันยำกเกินไป มันจะเป็นไปได้ไง นี่ ไม่ใช่ละครหลังข่ำ วนะว้อย!!! “พี่พูดอะไร เมไม่เห็นเข้ำใจเลย” “ก็พูดว่ำฉันไม่ใช่ฉันไงเล่ำ” “ทำำไมต้องตวำดล่ะฟะ” “ขอโทษงับ” ฉันแอบสะดุ้งอีกครั้งแล้วก้ำวถอยหลังเหมือนยืนไม่คงที่ คนที่ มีปฏิกิริยำต่อกำรตะโกนด่ำของ ฉันมีอยู่คนเดียว และแน่นอนว่ำพี่ ชำยฉันไม่เป็นแบบนี้แน่ สับสนไปหมดแล้ว…พี่โมเอำนิ้วมือจิ้มกันเอง ไป มำอย่ำงหงอยๆ “ก็มันตกใจนี่นำ เมอ้วนง่ะ ฉันอยู่ในร่ำงใครก็ไม่รู้” “พี่ก็อยู่ในร่ำงพี่นั่นแหละ” “ฉันไม่ใช่พี่อะไรของเมอ้วนทั้งนั้นนะ ฉันเป็นแฟนเมอ้วน!” เขำเงยหน้ำขึ้นจ้องสบตำกับฉัน “เรำรักกันจะตำย ฉันยังเคยจุ๊บเมอ้วนเลย จะเป็นพี่ไปได้ไง” ทันทีที่จบประโยคฉันก็ถลึงตำไปยังร่ำงพี่ชำยในทันที ก่อน จะถลำไปกระชำกคอเสื้อแล้วทำำ หน้ำเหี้ยมเกรียมผิดมนุษย์ “ไอ้บ้ำ อยำกตำยมำกเลยใช่ไหมเนี่ย” หน้ำฉันร้อนฉ่ำขึ้นมำอย่ำงไม่ตั้งใจ เรื่องแบบนี้พูดออกมำ ด้วยปำกได้ไงกัน! พี่โมได้แต่ทำำ สำยตำวิ้งๆ เหมือนอ้อนๆ และใช้มือทั้งสองข้ำงรวบมือฉันไว้ “ช่วยด้วยนะคะเมอ้วน แพะทำำอะไรไม่ถูกแล้ว” “อย่ำงมำบ้ำนะ!” ฉันรีบสะบัดมือที่ถูกเกำะกุมออก “...” “พี่คงจะเป็นลมไปนำนสมองก็เลยแปลกๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ก็ หำย” “หำยบ้ำอะไร เธอก็เห็นอยู่ว่ำฉันมำอยู่ในร่ำงผู้ชำยหน้ำ จืดชืดอย่ำงนี้! ฉันไม่ยอมนะ ต้องไปวัด!” พี่โมกระชำกสำยระโยงระยำงในตัวออกก่อนจะทำำท่ำลุก ออกจำกเตียงไป แต่ฉันคว้ำแขน เอำไว้ 20
  • 21.
    “ไปทำำบ้ำอะไรที่วัด” “ไปให้พระปัดรังควำนออก ฉันเชื่อว่ำมันต้องมีอะไรผิดปกติ ฉันควรจะกลับไปอยู่ในร่ำงกำย ของฉันสิร่ำงกำยที่หล่อคล้ำยติ๊ก เจษฎำภรณ์!” “...” “มันเป็นบ้ำอะไรกันนักหนำ วิ่งข้ำมถนนมำหำเธอแล้วก็ได้ยิน เสียงดังเอี๊ยดแล้วก็ลืมไปว่ำเกิด อะไรขึ้น อ้อ ยังแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เธอ อยู่เลยตื่นขึ้นมำก็อยู่แต่ในห้องที่มีแต่กลิ่นยำกับสำยบ้ำบอคอ แตก อะไรนี่อีก!มีอะไรจะผิดปรกติไปกว่ำนี้อีกไหมล่ะ บอกมำซิ!!!” หลังจำกที่ฉันไม่แน่ใจมำนำน ไอ้คำำพูดว่ำติ๊ก เจษฎำภรณ์ หรือชมควำมหล่อเหลำของตัวเอง เนี่ย มันมีอยู่คนเดียวในใลกำที่หน้ำ ด้ำนอย่ำงนี้ แถมยังเรื่องรถชนกับแฮปปี้เบิร์ธเตย์ฉันอีก “แพท...” “ฉันต้องไปวัด !...เอ๊ะ อะไรนะ” เขำที่โวยวำยอยู่หันหน้ำมำทำงฉันอย่ำงแปลกใจก่อนจะฉีก ยิ้มพร้อมด้วยประกำยตำ ระยิบระยับ “ใช่เลยเมอ้วน ฉันไงแพท สำมีเธอ” “นำยอยำกตำยมำกเลยใช้ไหม! ไอ้ทะลึ่ง ไอ้...” ฉันพูดยังไม่ทันจบเขำก็ทำำท่ำเหมือนหมดแรงล้มไปที่พื้น แล้วกอดเข่ำเอำหน้ำแนบกับขำฉัน เหมือนนำงทำสร้องขอชีวิต “เมอ้วนที่รักคะ ต้องช่วยแพทนะ” “โธ่เว้ย นี่มันบ้ำอะไรเนี่ย” “ ”บ้ำรักเธอไงเบบี๋ เรำนั่งจ้องตำกันอย่ำงไม่มีใครยอมแพ้ใคร และที่ไม่แพ้ใครก็ เพรำะว่ำฉันยังคงไม่เชื่อ ไม่สิ เริ่ม เชื่อแล้วล่ะ ต้องใช้คำำว่ำไม่อยำกจะ เชื่อทำกกว่ำ มันเป็นไปได้เหรอ สลับร่ำง! โคตรกำร์ตูนตอนเช้ำเลย “มันต้องเป็นอะไรสักอย่ำงที่ทำำให้ฉันมำอยู่ในร่ำงพี่ชำยเธอ แบบนี้” พี่โม..ไม่สิ แพทออกควำมเห็นพลำงตบมือดังเพียะตำมนิสัยที่ เคยเป็นในร่ำงเก่ำ ตัวเขำชินแต่ ฉันไม่ชินว้อย พี่ชำยผู้แสนจะเงียบ ขรึมของฉันกลำยเป็นไอ้ห่ำมไปแล้ว “สำรภำพตำมตรงนะ ฉันยังไม่อยำกจะเชื่อเลยน่ะ” “อะไรกัน พูดมำถึงขนำดนี้แล้วยังไม่เชื่ออีกเหรอ” “มันเชื่อยำก!” (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 21-24) หลังจำกที่แพทฟื้นขึ้นมำในร่ำงของโมเพรำะตัวละครเอกฝ่ำยชำย ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลำยด้ำนในกำรแสดงตัวเป็นพี่ชำยของเมให้ 21
  • 22.
    แนบเนียน และยังมีปมระหว่ำงเมกับแพท ที่เป็นคู่รักที่ได้มำอยู่ใกล้ชิดกัน ในบ้ำนหลังเดียวกันแต่ในฐำนะที่พี่ชำยกับน้องสำวแพทจึงพยำยำมหำ โอกำสที่จะได้ใกล้ชิดกับเมอยู่เสมอ โดยอ้ำงว่ำตนเองไม่สบำย ต้องกำร คนดูแล ดังตัวอย่ำง “โห ”บ้ำนใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย พอแพทมำถึงก็ทำำท่ำกระดี๊กระด๊ำเกินควำมจำำเป็นและวิ่งขึ้น ไปบนโซฟำแล้วกระโดดๆ อย่ำง กับเด็กๆ “แถมโซฟำนี่ก็เหมำะแก่กำรซ้อมเต้นกระโดดๆ ของฉัน ”มำกๆ “โมออกกำำลังกำยมำกไม่ได้นะ หัวใจยิ่งไม่แข็งแรงอยู่ เดี๋ยว ”เกิดเป็นอะไรขึ้นมำ แม่พูดขัดขึ้นทำำให้แพททำำเสียงจิ๊จ๊ะนิดหน่อยอย่ำงขัดใจ “โธ่ แม่จ๋ำ แม่จะให้แพทกินๆ นอนๆ ”น่ะแพททำำไม่ได้หรอก “หำ? แพท?” แม่กับพ่อทำำหน้ำฉงนสนเท่ห์พร้อมกัน ฉันผู้เป็นลูกสำวที่รู้ เรื่องรำวทั้งหมดเป็นอย่ำงดีจึง แทรกขึ้นอย่ำงรู้หน้ำที่ “แพทเป็นชื่อที่พี่โมชอบใช้แทนตัวเองไงคะแม่ จำำไม่ได้เหรอ คะสมัยเรียนมัธยมพี่โมเล่นละคร ”เวทีและรับบทเป็นแพท “เอ๋? เล่นละครโรงเรียนเหรอ ทำำไมแม่ไม่ยักจำำได้ โมไม่เคย ”เล่นนะ “นั่นสิเมอ้วน ฉันเคยเล่นละครอะไรกับใครที่ไหน เนอะๆ แม่ ”เนอะ แพทหันไปทำงแม่อย่ำงหำพวกก่อนจะหันกลับมำเจอสำยตำ ยักษ์ขมูขีของฉันที่ถลึงตำสั่งให้ เขำหยุดพูดสักที นี่แหละที่ฉันเกลียด คนพูดมำกเพรำะมักมักจะพำปัญหำที่แก้ไม่ตกมำที่ฉันเสมอ อ๊ำง! “เฮ้อ ถ้ำโมยังซนอย่ำงนี้แล้วแม่ แพทก็หันมำสบตำกับฉัน ตำ เป็นประกำยวำววำบจนน่ขนลุก ขนพองสยองเกล้ำ ก่อนจะกระโดดลง มำจำกโซฟำแล้วทำำท่ำอ้อนเหมือนลูกหมำผู้น่ำสงสำร “แม่ก็รู้ว่ำแพท...” แพทหันมำสบตำกับฉันก่อนจะรีบเปลี่ยนท่ำทีแล้วตั้งต้นเรียก ชื่อแทนตัวเองใหม่ “โมไม่สบำยอย่ำงนี้ ”โมควรจะมีเพื่อนนอนถึงนะถูกจริงไหม “ ”อือฮึ “ไม่รู้อะไรที่ทำำให้ฉันรู้สึกได้ถึงลำงร้ำยบำงอย่ำง และนั่นก็ คือ... “ให้เมอ้วนนอนกับโมสิ ”นอนห้องเดียวกันดูแลกันทั้งคืนเลย “ ”ก็ดีนะ 22
  • 23.
    “ว้ำก!” “ ”ร้องเสียงดังทำำไมเม แม่หันมำเอ็ดฉันที่ร้องเสียงดังอย่ำงไม่บันยังต่อสิ่งใดทั้งสิ้น ฉันที่เห็นแพททำำท่ำเจ้ำเล่ห์อย่ำง นั้นก็ถลำไปกระแซะแม่บ้ำง “แม่จ๋ำไม่ได้นะแม่ เมเป็นผู้หญิงแล้วเมก็มีกำรมีงำนทำำเยอะ ม้ำกมำก ไหนจะรำยงำนอีก ”ไม่ได้เด็ดขำดนะแม่ “ทำำไมล่ะ ”อยู่ดูแลพี่เขำก็ไม่เสียหำยอะไรนี่นำ เพรำะถ้ำไอ้พี่ชำยนั่นมันนอนห้องเดียวกับหนูเมื่อไหร่ หนูก็ เสร็จมันสิคะแม่! คนทะลึ่งอย่ำงนี้ ไม่มีคำำว่ำปลอดภัยสำำหรับหนูตั้งแต่ เปิดประตูบ้ำนต้อนรับมันเข้ำมำแล้ว! “ใช่ ”ไม่เห็นเสียหำยอะไรเลย แพทเสริมคำำของแม่ก่อนจะทำำท่ำไม่สู้ดีนัก “มะ...แม่ ”โมหำยใจไม่ออก แม่ทำำหน้ำตื่นตกใจ พ่อเองที่เพิ่งจะเดินเข้ำมำในบ้ำนก็ถลำ มำทำงแพทในร่ำงพี่ชำยฉันเช่นกัน “โมเป็นอะไรลูก ทำำไมอยู่ดีๆ ”ถึงทรุด “โม...น้อยใจเม... ”น้องไม่รักโม “อะ...อ่ำ...” ฉันอ้ำปำกแต่พูดไม่ออก อำกำรตอนแรกก็ตกใจกับท่ำ แปลกๆของแพทนั่นแหละ แต่พอคำำพูด แบบนั้นหลุดออกมำจำกปำก ของเขำฉันก็รู้โดยสัญชำตญำณควำมสวยเลยว่ำตอแหล! และมันซวย มำก ที่ในที่นี้มีฉันเพียงคนเดียวที่รู้ว่ำแพทสำำออย เพรำะคนอื่นๆ คล้อย ตำมละครที่แพทเล่นทุกอย่ำง โดยเฉพำะแม่ “เม แม่สั่งให้อยู่ดูพี่โมทั้งกลำงวันกลำงคืน อย่ำขัดใจพี่เขำ ”เด็ดขำดเข้ำใจไหม “ ”แต่แม่คะ “นี่เป็นคำำสั่ง!” “ค่ะ... ”แม่ ปึง! เสียงปิดประตูตำมด้วยเสียงลงกลอนห้องเกิดจำกฝีมือฉันคน เดียวแพทที่กำำลังเดินสำำรวจ ห้องนอนที่เป็นของพี่ชำยฉันอย่ำงสบำย อำรมณ์ไม่ได้รู้อะไรเลยว่ำจะมีศึกฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธุ์เกิดขึ้น ณ ที่ ตรงนี้ “ ”แพท “จ๋ำ.... ”อ๊ำก ผัวะ พลั่ก พลั่ก เสียงนี้เกิดจำกเนื้อส่วนเบื้องล่ำงปะทะกับส่วนยอดกของผู้ถูก กระทำำ ทำำให้ผู้ถูกกระทำำด้วย 23
  • 24.
    ฝ่ำเท้ำหงำยหลังพร้อมทั้งร้องด้วยควำมเจ็บและลงไปทรมำนอยู่บน เตียงสีนำ้ำเงินตัดกับสีขำวในห้อง ฉันผู้เป็นคนเอำฝ่ำเท้ำยันเมื่อเห็นผล งำนของตัวเองลงไปนอนเจ็บปวดครวญครำงก็ยังไม่สำแก่ใจ ฉัน กระโดดไปซำ้ำและขึ้นคร่อมบนที่นอนแล้วเอำมือซ้ำยเพียงข้ำง เดียวบีบคอเหยื่อไว้แน่นแล้วปล่อยให้มือขวำตบๆๆเสียงดังเพียะๆ เหมือนตบยุงก็ไม่ปำน “เมอ้วน เจ็บ ฮือ เจ็บ ”อย่ำทำำช้ำนนน “สำยไปแล้วว้อย แพท...อย่ำมีชีวิตอยู่เลย อ๊ำก!” (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 46-48 เล่ม 1) ผู้เขียนหำทำงออกไว้สำำหรับกำรสลับร่ำงครั้งนี้ด้วยกำรบอกเล่ำให้ ผู้อ่ำนทรำบว่ำเม และโมไม่ใช่พี่น้องกันอย่ำงแท้จริง โดยโมเป็นลูก บุตรธรรมที่บ้ำนของเมเก็บมำเลี้ยง แต่เมื่อเวลำผ่ำนไป เมก็มำเกิด ทำำให้ ทั้งโมและเมไม่ได้มีสำยเลือดเดียวกัน อย่ำงไรก็ดี ทำงออกที่กำำหนดไว้เช่นนั้น ไม่ได้ถูกนำำมำเป็นสำเหตุ ของกำรคลี่คลำยปมปัญหำเหมือนกันนวนิยำยเรื่องอื่นๆ แต่ยิ่งทำำให้ ครอบครัวของเมไม่ยอมรับมำกยิ่งขึ้น โดยเฉพำะพ่อ เนื่องจำกโม และเม เป็นพี่น้องที่เลี้ยงโตมำด้วยกัน พ่อจึงไม่สำมำรถทำำใจยอมรับได้หำกลูก จะเกิดมีใจชอบพอกันขึ้นมำจริง “พ่อไม่ได้มีเหตุผลแค่นี้ พ่อไล่ให้ผมไปเพรำะพ่อรับไม่ได้ที่ ”ผมกับเมรักกันใช่ไหมล่ะ “หยุดเดี๋ยวนี้นะโม!” พ่อตวำดลั่นจนฉันตกใจ ร่ำงของพี่โมถูกผลักติดกำำแพงด้วย แรงของพ่อ ก่อนที่พ่อจะกระชำก คอเสื้อแล้วพูดเสียงดังฟังชัด “ฉันยอมให้แกสองคนทำำบัดสีแบบนั้นอีกไม่ได้ ใครรู้เข้ำมัน จะเป็นยังไง ... ถึงแกจะไม่ใช่ลูก แท้ๆ ของฉัน แต่ฉันก็เลี้ยงแกมำ ฉัน ”รับไม่ได้ที่จะให้แกสองคนรักกัน “พ่อคะ!” ฉันตัดสินใจเปล่งเสียงออกไปอย่ำงใจกล้ำ พ่อหันมำมองทำง ฉัน “แกอีกคน! ”คิดจะมำพูดห้ำมไม่ให้แยกพี่แกอย่ำงนั้นเหรอเม “เมอยำกให้พ่อฟังเรำสองคนบ้ำง ”มันไม่ใช่อย่ำงที่พ่อเข้ำใจ “แล้วกำรที่แกสองคนบอกรักกัน ทำำท่ำจะจูบกันนั่นไม่พออีก เหรอไง ฮ้ำ!” “ ”ฮือๆ ฉันร้องไห้ออกมำเหมือนเด็กๆ ที่กลัวเสียงดัง แพทที่ยืนอยู่อีก ด้ำนถลำมำหำฉันแล้วกอดไว้ 24
  • 25.
    “ขอแค่ฟังเรำบ้ำง ”เรำมีเหตุผลที่ดี แพทพยำยำมอธิบำย ได้ยินแต่เสียงหึจำกพ่อแล้ว ยิ้มแค่นๆ “เหตุผลว่ำเรำรักกันเหมือนในนิยำยนำ้ำเน่ำน่ะเหรอแกเลิก คิดได้เลย แกต้องไปเรียนต่อ!” “ ”ผมไม่ใช่ลูกคุณ แพทแผดเสียงลั่น พ่อถึงกับเบิกตำโพลง “ผมเป็นใครที่คุณไม่รู้จักมำก่อนแล้วกระโดดย้ำยร่ำงมำอยู่ ในนี้!” “ ”เห็นฉันโง่เป็นเด็กอมมือหรือไง “จริงๆ นะคะพ่อ ฮือๆ...จริงๆ เขำไม่ใช่พี่โม เขำเป็นแฟนเมที่ ล้มลงพร้อมกับพี่โม แล้ว ”วิญญำณก็มำอยู่ในร่ำงนี้ “พวกแกจะหลอกฉันไปถึงไหน หำ!” พ่อตะโกนหน้ำแดงกำ่ำ นำ้ำตำไหลออกมำเป็นทำง “พวกแกสองคนทำำฉันเจ็บตรงนี้ เจ็บที่ใจ แล้วยังคิดจะให้เจ็บ มำกกว่ำเดิมด้วยกำรหลอกฉัน งั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่พวกแกสองคน ”ตอบแทนให้กับพ่ออย่ำงนั้นเหรอ “เรำพูดควำมจริง !” “แต่ฉันไม่เชื่อ !” พี่ร้องออกมำพร้อมทั้งชี้นิ้วมำทำงแพท “แก...ไปเตรียมกระเป๋ำ แกกับฉันจะออกเดินทำงในวันมะรึน นี้...ไม่ๆ พรุ่งนี้เลย ไม่ดีกว่ำ วันนี้เลย ตอนกลำงคืน เรำจะไปกันคืนนี้! ไปจัดกระเป๋ำ ไปซะ!” “ ”พ่อคะ “ไป!” ฉันแทบจะไม่มีแรงเดิน เรำทั้งคู่จำำเป็นต้องออกมำนอกห้อง แม่วิ่งขึ้นบันไดมำและทำำสีหน้ำ ตกใจกับเสียงดังที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ “ ”เกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครตอบได้ เรำทั้งคู่หลบแม่ออกมำนั่งในห้องนอนตำม ลำำพังฉันเอำแต่ร้องไห้แล้วก็ร้องไห้ พูดจำไม่รู้เรื่อง สะเทือนใจยิ่ง กว่ำครั้งไหนในชีวิต...ชีวิตฉันที่เกิดมำจนอำยุสิบเก้ำปียังไม่เคยเห็นพ่อ ร้องไห้มำก่อนพ่อที่วันๆ มีแต่เสียงหัวเรำะ วันนี้ท่ำนบอกว่ำเจ็บ ปวดจำกกำรกระทำำอันเลวร้ำยของลูก ทั้งสองคน ฉัน...ฉันทำำให้พ่อ ร้องไห้ นี่มันบ้ำกันไปใหญ่แล้ว “เมอ้วน ”อย่ำร้อง แพทวิ่งเข้ำมำกอดแล้วลูบหัวฉันเบำๆ อย่ำงปลอบโยน ยิ่ง เห็นคนโอ๋แบบนี้ฉันก็ยิ่งร้อง “ทำำไงดีแพท...พ่อบอกว่ำเจ็บ ฉันทำำพ่อเจ็บเหรอแพท... ”ฮือๆ 25
  • 26.
    “สักวันเขำต้องเขำใจเรำ ”เชื่อสิ ฉันผละออก เอำหลังมือปำดนำ้ำตำตัวเองแล้วพูดเสียงลั่น “เรำจะทำำยังไงกันดีแพท”เรำควรจะทำำยังไงดี แพทกลั้นหำยใจและหลับตำลงเหมือนคิดอะไรสักอย่ำงก่อน จะเอำมือฉันขึ้นไปจับ “ ”เมอ้วนยังคิดสู้อยู่ไหม “ฉัน... ”ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่ำควรสู้ด้วยไหม ฉันอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เพรำะ ฉัน...ไม่รู้ว่ำถ้ำสู้ไปแล้วผลมันจะยิ่ง เลวร้ำยหรือเปล่ำ แพทเอำมือ ลูบหัวฉันเบำๆอีกครั้ง “ถ้ำเมอ้วนไม่สู้ ฉันก็ไม่ว่ำอะไร ”ฉันรู้ว่ำเธอเจ็บ “ฉันไม่รู้ว่ำควรทำำยังไง แต่ฉัน...ฉันไม่อยำกเสียนำยไป ฉัน ”ไม่อยำกให้นำยไป “ถ้ำอย่ำงนั้นเรำมีสองทำงที่ต้องเลือก อยู่สู้กับพ่อตรงนี้แล้ว ขอร้องจนกว่ำพ่อจะใจอ่อน...” “พ่อไม่มีทำงใจอ่อนก็เห็นกันอยู่...ละ... ”แล้วอีกทำงล่ะ “ ”หนี “น่ะ...หนี?” “ ”เรำหนีกันเถอะ (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 208-210 เล่ม 1) ปัญหำที่พ่อไม่ยอมรับกลำยเป็นปัญหำสำำคัญและส่งผลต่อ พฤติกรรมของตัวละครมำกกว่ำสำยตำของบุคคลอื่นที่มองมำอย่ำง จับผิด ทั้งเมและแพทหนีออกจำกบ้ำน เพรำะไม่อยำกให้พ่อส่งตัวแพท ไปอยู่เมืองนอก ขณะเดียวกัน เมื่อต้องมำอยู่ด้วยกันที่บ้ำนของแพทจริงๆ เมก็ได้เรียนรู้นิสัยหลำยๆอย่ำงของแพทมำกขึ้น ดังตัวอย่ำง คบกันมำจะสี่ปีแล้วฉันไม่เคยรู้เลยว่ำแพททำำอำหำรได้สี่ อย่ำงนั่นก็คือ ข้ำวผัด ต้มยำำ ไข่เจียว และข้ำวต้ม แม้มันจะฟังดูง่ำยๆ แต่สำำหรับเด็กชำยทโมนรุ่นๆ แพทไม่ค่อยมีใครทำำได้หรอกแถม แพทยังสำมำรถดีดกีตำร์ เต้นฮิพฮ็อพ และเป็นหมอนวดได้ในยำม เมื่อย “ตรงเอวๆ อ้ำ...นั่นแหละ ”สบำยๆ แม่แพทยิ้มชอบใจที่แพทในร่ำงพี่โมนวดหลังได้อย่ำง คล่องแคล่วเหมือนรู้ดีว่ำตรงไหนที่แม่ แพทชอบปวดที่สุด 26
  • 27.
    ฉันมักจะมองดูคู่แม่ลูกหยอกล้อกันอย่ำงมีควำมสุขแล้วก็พำน นึกไปถึงครอบครัวตัวเองที่แต่ ก่อนก็เป็นแบบนี้ ยิ้มทุกวันมีแต่เสียง หัวเรำะ “แพท เอ๊ย! โมคะ นวดให้พำยบ้ำงสิ ”เมื้อยเมื่อย “เอำหลังเลื้อยกับกำำแพงปูนบ้ำงสิครับจะได้หำยปวด ผมนวด ”ให้แม่อยู่ไม่เห็นเหรอครับ พี่พำยปำกขมุบขมิบและอำศัยจังหวะที่แม่เผลอทำำมือหงิกส่ง มะเหงกให้แพท ฉันที่มองดูพี่ น้องทะเลำะกันก็ได้แต่ยิ้มๆ แม้จะมี ควำมสุขมีแต่ฉันเท่ำนั้นที่ทุกข์ใจ (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 26 เล่ม 2) ปัญหำรุนแรงขึ้น เมื่อเมโทรกลับบ้ำนแล้วพบว่ำพ่อของตัวเองเข้ำ โรงพยำบำลเพรำะคิดมำก “ ”นั่งสิเม “ ”ค่ะ ฉันนั่งลงที่เก้ำอี้ข้ำงๆ เตียงที่แม่นั่งในตอนแรก ควำมรู้สึก อุ่นๆบอกได้ทันทีว่ำแม่นั่งมำนำน แล้วพอสมควร “ ”พ่อเป็นยังไงบ้ำงคะ “ไม่สบำยกำย ”แล้วก็ไม่สบำยใจ “...” “ ”ไปอยู่ไหนมำ “บ้ำนแพท... ”คนที่เมบอกว่ำอยู่ในร่ำงกำยพี่โมน่ะค่ะ พ่อเม้มปำกเล็กน้อยเหมือนกับจะเก็บคำำพูดรุนแรงที่พร้อมจะ ออกมำจำกปำกได้ทุกเมื่อก่อน จะถอนหำยใจ “บอกกับพ่อได้ไหม ทำำไมเรำสองคนถึงต้องรักกัน ”ทำำไม “เมไม่ได้รักกับพี่โมจริงๆ ”คนที่เมรักคือคนที่อยู่ในร่ำงพี่โม “เม!” พ่อลุกขึ้นนั่งแล้วตวำดลั่นห้องจนฉันสะดุ้ง นำ้ำตำเริ่มมำคลอ อยู่ที่ขอบตำแล้วไหลลงมำอย่ำง ห้ำมไม่ได้ “ ”เมขอโทษ “ทำำไมต้องทำำร้ำยหัวใจพ่อขนำดนี้ คนอื่นไม่ได้เหรอ ทำำไม ”ต้องคนนี้ “ต้องคนนี้จริงๆ ค่ะพ่อ ”เมรักคนนี้จริงๆ “แพท แพท แพท เม! บอกควำมจริงกับพ่อมำ ไม่ต้องโกหก พ่ออีก พ่อไม่ได้โง่ พ่อเห็นทุก อย่ำงในวันที่ไปทะเลแต่พ่อก็ไม่ได้ พูด อย่ำโกหกพ่อ...ฮึก..ได้โปรด ”อย่ำโกหก “เมเปล่ำ ”ฮือๆ 27
  • 28.
    ฉันที่เห็นพ่อร้องไห้ก็ร้องตำมเหมือนเด็กขี้แย แล้วก็อธิบำย แบบได้ศัพท์บ้ำงไม่ได้ศัพท์บ้ำง “ถ้ำพ่อสังเกตดูดีๆ พ่อจะรู้ว่ำพี่โมไม่ใช่พี่โมตั้งแต่พี่โมตื่นมำ ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กิน อะไรที่ไม่เคยกิน ทำำอะไรที่ไม่เคยทำำ เม ”เชื่อว่ำพ่อก็เห็น “...” “เขำคือคนที่เมคบมำสำมปี สำมปีนะคะพ่อ เมจะไม่รู้เชียวเห รอว่ำเขำเป็นคนยังไง เป็นแบบ ”ไหน “...” “วันเกิดเมเขำมำหำเมแล้วถูกรถชน เป็นเวลำเดียวกับที่พี่โม ล้มลงไป เมรู้ว่ำเรื่องแบบนี้ วิทยำศำสตร์ยืนยันไม่ได้ เมเองก็ไม่รู้ เหมือนกันว่ำมันเกิดขึ้นได้ยังไง เมพยำยำมทุกทำงเพื่อที่จะให้ แพทกลับร่ำงเดิมแต่ก็ไม่ได้ พ่อคิดว่ำเมรู้สึกดีเหรอคะที่ต้องมำคบ กับพี่ชำยที่โตมำด้วยกันแล้วทำำให้คน รอบข้ำงเจ็บปวดแบบนี้!” “ ”เมอ้วน เสียงพี่โมหรือแพทดังขึ้นจำกด้ำนหลัง เขำคงจะได้ยินที่ฉัน พูดกับพ่อทั้งหมด พ่อที่ได้แต่ทำำ หน้ำพูดไม่ออกแบบนั้น พอได้ยิน เสียงแพทก็หันไปพูดบ้ำงพลำงเปลี่ยนสรรพนำมที่ใช้แทนตัวเอง “ฉันไม่รู้ว่ำสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่ำ และฉันก็ ยอมรับว่ำฉันไม่เชื่อ แต่อยำกให้รับรู้ เอำไว้อย่ำงหนึ่ง ไม่ว่ำเธอจะใช่ หรือไม่ใช่ลูกชำยฉัน ยังไงซะก็จะมำรักกับลูกสำวฉันไม่ได้ ฉันไม่ยอม... มันผิดหลัก ไม่ใช่ว่ำเธอไม่ดีและไม่ใช่ว่ำฉันเห็นแก่ใคร แต่ฉันรับ ไม่ได้ ถึงแม้ว่ำเธอจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ เรำก็รักเหมือนลูกในไส้ แล้ว เม...ก็เหมือนน้องสำวในไส้ ทำำไมถึงรักกันได้ลง ไม่รู้สึกอะไรกันเลยรึ ”ไง “...” “กลับไปได้แล้ว แล้วเอำไปคิดด้วยว่ำควรจะทำำยังไงต่อไป ถ้ำยังมีจิตสำำนึก...ยังรักฉันคนนี้ ก็ ขอให้เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นพี่น้อง กันเหมือนเดิมแล้วลืมเรื่องแบบนี้ไปซะ ฉันเองก็จะทำำเป็นไม่รู้ไม่ ”เห็นเหมือนกัน ฉันไม่รู้จะพูดยังไงต่อไปก็เลยเดินจำ้ำอ้ำวออกมำนอกห้อง เห็นแม่ยืนอยู่แต่แม่ก็คงไม่รู้ว่ำเกิด อะไรข้ำงใน แม่พยำยำมจะถำมแต่ ฉันก็ไม่คิดจะตอบ ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นแม่เจ็บเพรำะฉันอีกคน ... “ ”เมอ้วน ฉันหยุดขำตัวเองก่อนจะหันไปทำงแพทที่เดินตำมมำ “อย่ำตำมฉันมำ ขอ...ฉันขออยู่กับตัวเองสักพัก อย่ำตำมฉัน ”มำขอร้อง 28
  • 29.
    พูดจบฉันก็วิ่งออกมำทันที เหมือนกำำลังหนีอะไรสัก อย่ำง....ฉันไม่รู้ว่ำควรจะทำำยังไงต่อไป พี่โม...ตอนนี้เมทุกข์ใจแล้ว เมจะทำำยังไงดีพี่โมบอกเมหน่อยสิ บอกที...ว่ำต่อไปนี้เมจะทำำยังไง (เจ้ำปลำน้อย,2550, หน้ำ 30-32, เล่ม 2) 3. จุดสุดยอด เมลำำบำกใจมำกที่ทำำให้พ่อไม่สบำยใจ ดังนั้นเธอจึงเสนอให้แพท เลิกกับเธอ และทำำตัวเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม และย้ำยตัวเองออกไปอยู่ บ้ำนเพื่อนชั่วครำว เพื่อรักษำระยะห่ำง และวำงตัวเย็นชำกับแพทเมื่อ ต้องเจอหน้ำกัน ควำมเฉยชำของเมก็ทำำให้แพททุรนทุรำยเช่นกัน เขำ ไม่มีเพื่อนและเริ่มรู้สึกว่ำไม่มีใครยอมรับตัวตนของตัวเอง ยิ่งทะเลำะกัน มำกขึ้นเท่ำไหร่ แพทกับเมก็ยิ่งมีปัญหำมำกขึ้นเท่ำนั้น “ ”เรำมำถึงจุดที่ไม่มีทำงกลับมำได้แล้วเหรอเมอ้วน “ฉันทำำผิดตรงไหนหรือเปล่ำ ”เธอถึงได้ใจร้ำยกับฉันอย่ำงนี้ ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ เร็วบ้ำงช้ำบ้ำงแล้วแต่ว่ำตื่นเต้นมำก ในช่วงไหน แรงกอดจำกด้ำนหลัง ทำำให้ฉันรู้สึกตัวเบำหวิว คิดถึง โหย หำ ไม่อยำกจำกไป แต่แรงต้ำนข้ำงในทำำให้ฉันผละออกมำอย่ำงไม่ สนใจ “อย่ำทำำแบบนี้... ”เรำเป็นพี่น้องกันนะ หมับ! แรงบีบรัดที่ข้อมือทำำให้ฉันร้องครำงด้วยควำมเจ็บ แพทที่ เคยมีสีหน้ำขี้เล่นตลอดเวลำ ตอนนี้ หน้ำตำเหมือนปีศำจที่พร้อมจะ ขยำ้ำฉันได้ทุกเมื่อ “เธอก็รู้ว่ำเรำไม่ใช่ เธอจะทำำร้ำยฉันไปถึงไหน! หำ?” ฉันสะดุ้งกับกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงกะทันหันของแพทจนแอบ กลืนนำ้ำลำยลงคอ ใจเต้นไม่เป็น สำ่ำด้วยควำมกลัวระคนตกใจปะปน กันเต็มไปหมด “พี่โม เมเจ็บนะ!” “เลิกตอกยำ้ำฉันแบบนี้สักที!” แพทลำกฉันใกล้ๆ โซฟำก่อนจะผลักร่ำงฉันเซหงำยลงไป ด้วยแรงโทสะที่ทะยำนขึ้นไม่มีที่ สิ้นสุด ฉันกลัวลนลำนและคลำนหนี แต่แพทเร็วกว่ำ เขำจับร่ำงฉันกดลงแล้วล็อคมือฉันไว้ด้วยมือข้ำง เดียว “ปล่อยฉันนะ ฮือๆ... ”ปล่อย “รู้ไหมว่ำที่ทำำเหมือนฉันไม่มีตัวตนมันเจ็บปวดแค่ไหน เธอ เคยรู้บ้ำงหรือเปล่ำ หำ?!” 29
  • 30.
    “ปล่อย ฮือๆ ปล่อยฉัน”ขอร้อง ฉันร้องไห้ตัวโยนและสะอื้นฮักๆ ด้วยควำมกลัว แพทที่ฉัน รู้จักไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วตอนนี้ดู เหมือนว่ำไม่มีอะไรจะห้ำมควำมโกรธ แค้นของเขำได้เลย “ฉันก็อยำกขอร้องให้เธอปล่อยฉัน เธอทำำได้หรือเปล่ำล่ะ ปล่อยฉันไปไม่ให้ฉันรักเธอ เธอทำำ ได้ไหมล่ะ เธอไม่มีหัวใจเลย ”หรือไง แพทพูดพร้อมนำ้ำตำที่ไหลออกมำเป็นทำง เขำไม่ได้สะอื้น อย่ำงฉันแต่หน้ำตำบ่งบอกออกมำ ว่ำเจ็บปวดแค่ไหนกับสิ่งที่เป็นอยู่ ทำำไมฉันจะไม่รู้ว่ำเจ็บปวดแค่ไหน ฉันรู้ดียิ่งกว่ำใคร ตอนที่ต้องทำำ เป็นไม่มีตัวตนให้เขำเห็นแบบนั้นแล้วถ้ำไม่ทำำแบบนี้ ฉันมีทำง เลือกอื่นหรือไง ไม่มำเป็นฉันก็ไม่มีทำงรู้หรอกว่ำมันทรมำนกับกำรที่ ต้องทำำเป็นไม่เห็นหัวใจตัวเอง “ปล่อย ฉะ...ฉัน ฮือๆ...ปล่อย!” “ฉันเกลียดนำย พอไหม ฉันเกลียด! เกลียดที่ทำำให้ฉัน ทรมำนเหมือนตำยทั้งเป็น!” เกลียดที่นำยต้องมำเป็นหัวใจของฉัน เกลียดที่ฉันรู้สึกทุก ครั้งว่ำจะอยู่ไม่ได้ถ้ำขำดนำย เคยรู้ บ้ำงหรือเปล่ำ “ ”ฉันทำำเธอเจ็บป่วยอย่ำงนั้นเลยเหรอ แพทปล่อยมือฉันแล้วลุกขึ้นยืน ตำเหม่อมองไปทำงอื่นแบบ ไม่มีจุดหมำย “ใช่!” ฉันพูดแล้ววิ่งหนีขึ้นข้ำงบนและปิดประตูลงกลอนทันที ร้องไห้เป็นบ้ำเป็นบอ ควำมกลัวระคน ควำมสงสำร สองสิ่งที่แตกแยก ในตัวของมันเองกำำลังทำำร้ำยฉันอย่ำงร้ำยกำจ ทำำไมเป็นแบบนี้... ทำำไมฉันถึงรักนำยอย่ำงนี้ ทำำไม... (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 49-50, เล่ม 2) เมื่อแพทมำเจอว่ำเมคุยอยู่กับรอยด์ ทำำให้เขำทั้งหึงหวงและ น้อยใจ จนในที่สุดก็ตัดสินใจทำำ ในสิ่งที่ทุกคนไม่คำดคิด “ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้ำย เลิกมำยุ่งกับชีวิตฉันเสียที!” “ ”เธอไม่รักฉันแล้วเหรอ ประโยคสั้นๆ ที่เหมือนคำำถำมเชิงตัดพ้อออกมำจำกปำกคนที่ ขึ้นชื่อว่ำเป็นเหมือนหัวใจของ ฉัน ใจฉันอ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ สำยตำแบบนั้น นำ้ำเสียงแบบนั้นที่ฉันคุ้นเคยและใจอ่อนอยู่เสมอกำำลัง ถำมฉันถำมฉันว่ำไม่รักเขำแล้วใช่ไหม แล้วฉันควรจะตอบว่ำยังไง...ตอบว่ำรักรักแล้วจะมีอะไรดีขึ้น หรือเปล่ำแล้วถ้ำบอกว่ำไม่รักจะ มีอะไรเลวร้ำยมำกกว่ำนี้อีกไหม 30
  • 31.
    ฉันไม่รู้จะทำำยังไงเลยเบือนหน้ำไม่สบตำกับแพทที่พยำยำม พูดอย่ำงนั้น หนูนำคงมองออกว่ำ ฉันใจอ่อนจึงผละจำกรอยด์ไปดึงมือ แพทให้มำทำงฉันแล้วส่งช่อดอกไม้สีแดงที่ฉันเพิ่งสังเกตว่ำ แพทถือติดมำด้วยส่งให้ฉันอย่ำงเอำใจ “เฮ้ย ค่อยๆ คุยกันให้รู้เรื่องสิว้ำ เอ้ำนี่ ดอกไม้ แพทมันตั้งใจ มำง้อแกเลยนะเว้ย แกจะใจร้ำย ”ปฏิเสธมันได้ลงคอเชียวเหรอ ฉันมองดอกไม้สีแดงในมือนั่นสลับกับแพทอย่ำงไม่แน่ใจว่ำ ตัวเองจะใจแข็งได้อีกนำนแค่ไหน ภำพเหตุกำรณ์เก่ำๆ แล่นเข้ำมำ ในหัวเป็นฉำกๆ และส่วนมำกเป็นแต่ฉำกที่กระแทกใจฉันทั้งนั้น ‘พวกแกจะหลอกฉันไปถึงไหน หำ!’ ‘พวกแกสองคนทำำฉันเจ็บตรงนี้ เจ็บที่ใจ แล้วยังคิดที่จะให้ เจ็บมำกกว่ำเดิมด้วยกำรหลอกฉัน งั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่พวกแกสองคน ตอบแทนให้กับพ่ออย่ำงนั้นเหรอ’ ‘แต่ถ้ำให้พี่มองอีกด้ำน...ควำมรักของเรำสองคนดูจะเห็นแก่ ตัวเกินไปนะ’ ‘ทำำร้ำยคนที่รักเธอนี้ได้ยังไง!’ คำำพูดของใครหลำยๆ คนประเดประดังเข้ำมำในหัวฉันไม่ หยุดหย่อนควำมเครียดทำำให้ฉันรู้สึก ปวดท้องและมองดอกกุหลำบ ในมือนั่นอย่ำงชั่งใจก่อนจะตัดสินใจ...ปำมันลงไปกับพื้น “ทำำอะไรน่ะเม!” หนูนำตะโกนเสียงดังลั่นอย่ำงไม่เข้ำใจในสิ่งที่ฉันทำำ แม่แต่ แพทเองก็มองตำค้ำงเพรำะไม่คิด ว่ำฉันจะกล้ำทำำกับเขำขนำดนี้ “ฉันเกลียดดอกกุหลำบ ฉันเกลียดที่มำของมัน มันเป็นสิ่ง สวยงำมที่เต็มไปด้วยรำคีคำว อโดนิสกับวีนัสเป็นเทพที่ไร้ยำงอำย ควำมสวยงำมของดอกไม้ที่มี ที่มำเลวทรำมแบบนี้ฉันรับไม่ได้ หรอก!” “ ”เมอ้วน “ควำมรักที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทำำร้ำยใจใครก็ไม่ต่ำงอะไรกับอ โดนิสและวีนัสหรอก ถ้ำมันเป็น ควำมรักที่ดีจะถูกเทพอำเรสฆ่ำตำยเห รอ...หึกรรมไงล่ะ ”ก็เหมือนกับเรำสองคนที่ทำำยังไงก็คู่กันไม่ได้ “แต่เม นี่มันไม่ได้เกี่ยวกับตำำนำนหรืออะไรทั้งนั้นนะ นี่คือ เรื่องของแกกับแพทสองคน ดอกไม้ คือตัวแทนของพวกแกสองคน แกจะทำำลำยมันง่ำยๆ ”แบบนี้น่ะเหรอ หนูนำยังคงท้วงติงไม่เลิก ฉันเบือนหน้ำหลบไปทำงอื่นเพรำะ ไม่อยำกจะสู้หน้ำกับใครทั้งนั้น ฉันกัดฟันพูดต่อไปให้จบ 31
  • 32.
    “ฉันพูดดีๆ กับนำยแล้ว แต่นำยก็ไม่พยำยำมทำำควำมเข้ำใจ เรำรักกันไม่ได้”นั่นคือควำมจริง “เธอไม่พยำยำมมำกกว่ำ ”นั่นต่ำงหำกคือควำมจริง แพทยังคงไม่ยอมแพ้ “เลิกกดดันฉันสักทีจะได้ไหม!” “...” “ทำำไมนำยถึงไม่ตำยให้รู้แล้วรู้รอดไป ทำำไมคนที่ไปนอนบน เตียงนั้นต้องเป็นพี่ชำยฉัน!” “เม...” “นำยทำำให้ชีวิตฉันยุ่งยำกมำตลอดเวลำ นำยไม่รู้ตัวเลยใช่ ไหมว่ำนำยทำำให้ฉันรู้สึกแย่แค่ไหน เรำควรจะเป็นพี่น้องกันอย่ำงที่ มันควรเป็นอย่ำสร้ำงควำมลำำบำกใจให้แก่ฉัน...คิดซะว่ำเรำมีบุญรักกัน ได้ในฐำนะแบบนี้... ”ได้แต่เพียงแบบนี้ “ถ้ำฉันตำย... ”เธอจะมีควำมสุขมำกกว่ำอย่ำงนั้นเหรอ แพทเป็นฝ่ำยพูดขึ้นบ้ำง ฉันที่ได้ยินอย่ำงนั้นก็อยำกจะ ร้องไห้แต่ต้องเก็บอำรมณ์อ่อนไหวนั่น ให้ได้มำกที่สุด “ ”ใช่ “ถ้ำไม่มีฉัน ถ้ำเพียงแค่ไม่มีฉัน เธอก็จะได้รักกับใครคนใหม่ ”ที่ดีกว่ำใช่ไหม นั่นไม่เคยอยู่ในควำมคิดของฉันมำก่อน แพทคงจะตัดพ้อ และคิดเลยไปไกลถึงไหนต่อไหน ฉันเห็นว่ำทำำมำถึงขนำดนี้ก็อยำกให้ตัดกันให้ได้ไปเลย ไม่ว่ำเขำ จะโยนข้อหำอะไรมำให้ฉัน ฉันก็พร้อม จะยอมรับมัน “ ”ใช่ “ฉัน... ”เข้ำใจแล้ว ถ้ำยังยืนอยู่ต่อฉันคงทนไม่ได้และโผเข้ำไปกอดเขำแน่ๆ ฉัน ตัดสินใจหันหลังให้เขำแล้วเดิน ผละจำกมำ แต่ละก้ำวที่ก้ำวขำออกมำ นั้น แพทจะพูดไล่หลังฉันมำทีละประโยค “ ”ฉันรักเธอ “ ”ฉันอยำกให้เธอยิ้ม “ ”ไม่ว่ำจะนำนแค่ไหนฉันก็จะยังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง นำยก็เป็นหัวใจของฉัน..ฉันพูดกับตัวเองแบบนั้นแล้ว พยำยำมฝืนขำตัวเองเดินจำกมำ เสียงที่ ดังมำในระยะที่ไม่ไกลมำกนัก ยังคงได้ยินอย่ำงแผ่วเบำ “ ”หัวใจของฉันเป็นของเธอ เสียงตะโกนอื้นอึงทำำให้ฉันชะงักขำลงและหันกลับไปมอง อย่ำงรวดเร็วแล้วก็เห็นว่ำคนมุงอยู่เต็มไปหมด แพทลงไปนอนกองกับ พื้นไม่มีสติอีกต่อไป 32
  • 33.
    “ ”แพท (เจ้ำปลำน้อย, 2550,หน้ำ 56-59 เล่ม 2) 4. จุดคลี่คลำยเรื่อง หลังจำกแพทจงใจทำำให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว หัวใจของโมที่ไม่ค่อย ปกติอยู่แล้วต้องได้รับกำรผ่ำตัด ซึ่งโชคดีที่ผู้บริจำคให้ทันเวลำ เมื่อโม ฟื้นขึ้นมำอีกครั้ง เขำแสดงท่ำทำงต่อเม เหมือนเป็นพี่โมคนเดิม เมนึกว่ำ แพท กลับไปร่ำงเดิมแล้ว จึงรีบกลับไปหำ แต่ก็ได้พบควำมจริงว่ำ แพทตำย แล้ว และแพทเป็นนั่นเองที่เป็นคนบริจำคหัวใจให้แก่โม โดยพำยพี่สำว ของแพทเล่ำว่ำ แพทมักมำแวะเยี่ยมพี่พำยและแม่อยู่บ่อยๆ และเคย ขอร้องพี่พำยไว้ถึงเรื่องกำรบริจำคหัวใจให้กับโม พี่พำยที่เข้ำใจเรื่อง รำวกำรสลับร่ำงดีก็เลยตกลงใจให้ควำมช่วยเหลือได้ทันเวลำ ถ้ำสมมุติว่ำวันหนึ่งร่ำงเค้ำหมดประโยชน์ไป ช่วยกล่อมแม่ ให้หน่อยว่ำให้เอำหัวใจของเค้ำ...” “ไม่! อย่ำมำบ้ำนะแพท!” ฉันลุกขึ้นเพรำะเริ่มจะเดำได้จำกบริบทหลำยๆ อย่ำง แพท เงยหน้ำขึ้นมองฉันด้วยตำเซื่องซึม “แค่นี้ก็ทำำเพื่อเค้ำไม่ได้เหรอ เค้ำขอแค่นี้เอง ชีวิตเค้ำไม่เคย ”ขออะไรจำกพี่พำยเลยนะ “แต่มันมำกเกินไป กับอีแค่ผู้หญิงคนเดียวมันจะอะไรนักหนำ นำยกระโดดมำร่ำงนี้ได้ก็ กระโดดกลับไปร่ำงโน้นได้เหมือนกัน อย่ำ มำขอร้องอะไรที่มันยำกเย็นอย่ำงนี้ พี่ไม่ทำำ!” ฉันปฏิเสธเสียงเฉียบขำดแต่แพทกลับยิ้มให้ฉันอย่ำงอ่อน โยนเช่นเดิม “เค้ำรู้ว่ำพี่พำยรักเค้ำ เป็นห่วงเค้ำ แต่พี่พำยลองคิดถึงควำม เป็นจริงสิ เค้ำไม่มีประโยชน์และ ไม่มีทีท่ำว่ำจะเข้ำร่ำงเดิมได้เลย แล้ว ร่ำงงที่เค้ำอำศัยอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่ำจะดีนัก เหมือนมีระเบิดเวลำนับถอยหลัง รอวันระเบิดอย่ำงเดียว เตค้ำเจ็บทุกครั้งเวลำที่หัวใจเต้นแรงเกินไปดีใจ ”เกินไป “..” “คิดดูดีๆ นะพี่พำย เค้ำกลับร่ำงไม่ได้ก็จริงแต่เค้ำก็ยังเป็น แพทของพี่พำยใช่ไหม จะแปลก อะไรถ้ำเอำหัวใจของเค้ำมำใส่ในร่ำง นี้ ”ร่ำงพี่ชำยของเมอ้วน ฉันจนกับเหตุผล พูดไม่ออก นี่คงจะคิดเอำไว้นำนแล้วถึงได้ หำเหตุผลร้อยแปดพันเก้ำมำยืนยันได้อย่ำงนี้ และฉันเองแม้จะคล้อย 33
  • 34.
    ตำมไปบ้ำงแต้ก็ยังยืนยันเป็นกระต่ำยขำเดียวอยู่วันยังคำ่ำ ไม่ ไม่และ ไม่! “ ”ไม่ “เค้ำขอร้อง เค้ำไม่อยำกให้เมอ้วนเสียใจ เค้ำอยำกให้เมอ้วน ยิ้มเมอ้วนทุกข์มำพอแล้ว ได้ไหม ”ทำำเพื่อเค้ำหน่อยสิ “แพท จะบ้ำหรอ ถ้ำแพทตำยแล้วพี่กับแม่จะอยู่ยังไง บ้ำนที่มี แต่ผู้หญิงสองคนน่ะ แพททิ้งได้ ”เหรอ “เค้ำไม่ได้ทิ้ง แต่เค้ำกำำลังจะตัดภำระที่แม่แบกเอำไว้ให้หำย ”ไป “แต่...” แพทที่นั่งอยู่ลุกขึ้นกอดฉันแน่น ปกติแล้วเรำสองคนแทบไม่ กอดกันเลยเพรำะมัวแต่ขนลุก กันเองเนื่องจำกสนิทกันมำกเกินไป แต่วันนี้เรำกอดกัน เป็นกำรกอดของพี่น้อง และน้องชำยคนเดียว ของฉันก็วิงวอนขอให้ช่วยพรำกชีวิตของเขำไป “เค้ำรักพี่พำย ”พี่พำยเป็นพี่สำวที่เค้ำรักและชอบแกล้งที่สุด “พี่ก็รักแพท ”พี่ถึงไม่อยำกให้แพทตำย “เค้ำจะไม่ตำย เค้ำจะยังอยู่ในร่ำงนี้ แม้ไม่มีอะไรแน่นอน ”ก็ตำม “ยิ่งไม่แน่นอน ”พี่ยิ่งไม่ให้แพทไป แพทผละจำกที่กอดฉันอยู่มำมองหน้ำฉันยิ้มๆ “เค้ำก็ไม่ได้หมำยควำมว่ำจะตำยจำกไป เค้ำหมำยถึงถ้ำ ร่ำงกำยของเค้ำที่นอนอยู่ทำงกำร แพทย์หมำยถึงตำย...พี่พำยช่วยบอก กับแม่ให้มอบหัวใจของเค้ำมำที่ร่ำงนี้ที ”ได้ไหม “...” “ไม่มีใครเสียหำยนี่ ”ชีวิตต่อชีวิต “...” “แต่ตรำบใดที่ทำงกำรแพทย์บอกว่ำเค้ำคงอยู่ก็ไม่ต้องถอด หัวใจไป เพรำะยังไงก็ทำำไม่ได้อยู่ดี ”ไม่เห็นจะยำกเลย “ ”ไม่บำกสำำหรับแพทแต่มันยำกสำำหรับพี่ ฉันลงไปนั่งแทนที่ที่แพทนั่งในตอนแรกอย่ำงไม่มีแรง แพทที่ ยืนคำ้ำหัวก็นั่งลงยองๆ แล้วเอำมือ ฉันไปกุมเบำๆ และซบหน้ำลงกับมือ ฉันอย่ำงอ้อนๆ “ชีวิตต่อชีวิต ร่ำงเค้ำตำยแต่หัวใจเค้ำยังอยู่ และวิญญำณ เค้ำก็อยู่ในร่ำงนี้ พี่พำยจะกลัว ”อะไร ฉันลูบหัวแพทเบำๆ อย่ำงรักใคร่ “ ”พี่กลัวจะเสียน้องชำยไป “ ”พี่รักเค้ำไหม “ ”รัก 34
  • 35.
    “ทำำตำมที่เค้ำขอเถอะ ”ได้ไหม “...” “สัญญำกับเค้ำนะว่ำถ้ำเค้ำตำยจำกไปจะเอำหัวใจของเค้ำให้ ”พี่ชำยเมอ้วน “...” “นะ ขอร้อง”นะๆ คงเป็นเพรำะฉันทนเสียงรบเร้ำไม่ไหวหรือไม่ก็เพรำะคล้อย ตำมกับสิ่งที่แพทเสนอเหตุผล ต่ำงๆ นำนำ ชีวิตต่อชีวิต มอบหัวใจ ของคนที่ตำยไปแล้วให้อีกคน มองยังไงก็คุ้ม วิญญำณแพทก็ยังอยู่ ที่ เดิมไม่ได้ไปไหนหลังจำกคิดทบทวนแล้วฉันก็กลั้นใจตอบออกไปเพรำะ อยำกให้เจ้ำตัวดียิ้ม ยิ้ม...ที่ สดใส “อืม ”พี่สัญญำ (เจ้ำปลำน้อย, 2550, หน้ำ 98 –101 เล่ม 2) เมที่ได้รู้ควำมจริงว่ำแพทรู้สึกอย่ำงไร ยิ่งเสียใจมำกขึ้นที่ทำำตัว เหินห่ำงและละเลยโม หลังจำกที่ร่ำงของแพทตำยไป เมจึงอยู่อย่ำงระทม ทุกข์และห่ำงเหินกับพี่ชำยของตัวเองมำกกว่ำเดิม ไม่ว่ำพี่โมจะพยำยำม เอำใจอย่ำงไร เมก็ได้แต่รักษำระยะห่ำง จนกระทั่งวันเกิดของเม หวน กลับมำอีกครั้งหนึ่ง เธออธิษฐำนอีก ขอให้ แพทกลับมำ แพทจึงยอมเปิดเผยตัวว่ำ เขำคือแพทคนเดิม “อืม...ไม่ตำยแล้ว ”อยู่มันอย่ำงนี้นี่แหละ “...” “อยู่รักเธอในแบบที่พี่ชำยรักน้องสำวมันก็ไม่เลวหรอก ดีจะ ตำยฉันไม่เคยมีน้องสำวเลยนะ มี ”แต่พี่สำว ฉันเบิกตำโพลงด้วยควำมตกใจก่อนจะผละหัวออกมำจำก แพทใบหน้ำแพทที่เปื้อนยิ้มแต่ใน ดวงตำเต็มไปด้วยควำมเศร้ำทำำให้ ฉันใจหำย “ ”ทำำไม “ฉันมำคิดๆ ดูแล้วว่ำเรำไม่มีทำงรักกันได้หรอกเมอ้วน เธอ เองก็รู้สึกได้ ฉันที่เป็นฉันในตอนนี้ ”ไม่มีทำงรักกับเธอได้แล้ว หัวสมองของฉันมึนงงแต่ประสำทกำรรับรู้ก็เข้ำใจตรงกับที่ เขำพูดแต่ใจฉันสิ...ไม่อยำกจะ ยอมรับเท่ำไหร่ ฉันมองหน้ำแพทอ ย่ำงสับสน “แพท...เรำต้องกำรให้เป็นอย่ำงนี้จริงๆ ”เหรอ “ ”เรำเลือกไม่ได้นี่เมอ้วน “...” 35
  • 36.
    “เราทำาอย่างนี้เพื่อทุกคน ”เพื่อตัวเธอ “ ”แล้วนายล่ะ “”ฉันก็เป็นพี่ชายเธอแบบนี้ไง แพทพูดเสียงสั่นปริ่มๆ จะร้องไห้และมองมาทางฉันยิ้มๆ พลางเอามือปัดปอยผมที่ตกลงมา กลางหน้า “ได้มองเห็นเธอแบบนี้ทุกๆ วัน ได้จับปอยผมของเธอ ได้ หัวเราะกับเธอ มองเธอแต่งงานมีลูก ...ฉัน... ”ฉันก็ดีใจนะ “...” ฉันเริ่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรและเอาแต่ส่ายหน้าเพราะไม่ อยากฟังสิ่งที่เขาพูด แพทเอามือ ปาดนำ้าตาให้ฉันพลางพูดต่อไปเรื่อยๆ “ฉันจะกลายเป็นลุง ฉันจะได้มองเธอมีความสุข ไม่ดีเห รอ...เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย ”นะ “หยุดนะแพท หยุด ”ฮือๆ ฉันโผเข้าสวมกอดแพทที่พูดอยู่อย่างนั้น ทำาไมคนเบื้องบน แกล้งเราอย่างนี้ ฉันไปทำาอะไรให้ นักหนา! “ยิ้มนะเมอ้วน เธอต้องยิ้มสู้กับมัน การที่ฉันมาบอกเธอใน วันนี้ว่าฉันเป็นใครก็เพื่อให้เธอ กลับมายิ้มอีกครั้ง อย่าคิดถึงฉันอีก ”เพราะฉันไม่เคยไปไหน “...” “ ”ฉันเคยรักเธอยังไงก็ยังรักอย่างนั้น “...” “ ”เพียงแต่เราไปกันไม่ได้เท่านั้นเอง ช่วงเวลานั้นมีแต่ความเงียบ ความเงียบที่เหมือนเป็นการ กดดันให้ฉันเป็นบ้า จากที่ร้องไห้อยู่ แล้วฉันยิ่งร้องไห้หนักและ สะอื้นตัวโยนจนพูดจาไม่รู้เรื่อง แพทดึงฉันเข้าไปกอดและปล่อยให้ฉัน ร้องไห้ เป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียว สนามแห่งนี้ ที่แห่งความทรงจำา ของฉันกำาลังจะถูกล้างออกไปด้วยการที่เรา ...รักกันไม่ได้ (เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 197-198 เล่ม 2) แต่เขาขอให้เมเป็นเพียงแค่น้องสาวของเขาตามความต้องการของ พ่อ ที่รู้ทันมาโดยตลอด เมรับไม่ได้และวิ่งหนีไป แต่แล้วเหตุการณ์ก็กลับ มาซำ้ารอยเดิม เพราะแพทถูกรถชนอีกครั้ง และเขาเสียชีวิตไปจริงๆ เม ไม่เหลือใครอีกเลย 5. จุดจบเรื่อง หนึ่งปีผ่านไป เมไม่ไปเรียน ไม่ยอมพบปะพูดจากับใครยกเว้นหนู นา จนกระทั่งวันเกิดของเธอเวียนมาถึงอีกครั้ง คราวนี้พ่อของเธอเป็น คนจัดงานวันเกิดให้เธอเอง และคะยั้นคะยอให้เธอลงไปร่วมงาน เมได้ 36
  • 37.
    เจอกับรอยด์ แต่ท่าทาง และการพูดจาของรอยด์แปลกไปรอยด์บอกว่า เขาเพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจไปเมื่อปีที่แล้ว เขาเรียกเธอว่าเมอ้วน เหมือนที่ แพทเรียก เมเริ่มจับสังเกตได้ และสุดท้าย รอยด์ ก็เฉลยว่า เขาคือ แพท ที่ปัจจุบันได้มาอาศัยอยู่ในร่างของรอยด์แทน เรื่องราวจึงจบลงด้วย ความสุข “ ”พูดจาแปลกๆ รอยด์ค่อยๆ โน้มหน้าเข้ามาที่ข้างหูฉันก่อนจะกระซิบเบาๆ “ ”แพทรักเมอ้วนที่สุดในโลก “O_o หา?” “อย่าลืมที่พูดไว้ล่ะว่าถ้ากลับร่างเดิมเมื่อไหร่ ฉันอยากทำา อะไรก็ได้ที่อยากจะทำา แบบเต็ม ราคา ”หวังว่าเธอจะไม่ลืมนะ “ ”ทำาไมนายรู้ “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่เคยจากเธอไปไหนเลย จำาไม่ได้เหรอ ”คะเมอ้วน “แพท ”นี่แพทเหรอ “คนที่พูดกับเธอมีหลายคนเหรอไงกัน -_-++ ”ฉันหึงนะ ฉันพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นี่ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ ก็แพ ทน่ะ...แพท.... “ ”นายหลอกฉัน “อย่างอื่นอาจหลอกเธอได้ ”แต่หัวใจฉันไม่หลอกเธอ “ ”หัวใจ “ใช่...หัวใจดวงนี้ ในร่างนี้คือของแพท และตอนนี้คนที่อยู่ ”ในร่างนี้ก็คือฉัน “อย่าบอกนะว่า... ”หัวใจนายอยู่ในร่างของรอยด์ “อื้อ ^^” นำ้าตาฉันไหลเป็นทางเพราะไม่กี่คำาที่รอยด์พูดมา เขาเอามือ ลูบหน้าลูบตาให้ฉันก่อนจะดึง แก้มเบาๆ “ทำาไมเธอกลายเป็นคนขี้แยไปได้นะ แล้วเมื่อกี้เอาดอกไม้ให้ ก็ปฏิเสธเล่นเอาฉันน้อยใจไป ”เลย “ฮือๆ แพทจริงๆ ”ด้วย ฉันโผเข้ากอดเขา ได้ยินเสียงอื้ออึงจากคนรอบๆ แต่ฉันก็ไม่ ได้สนใจแล้ว “ทำาไมเพิ่งมา ”ทำาไมเพิ่งมาบอกอะไรตอนนี้ “ฉันตั้งใจจะสวมบทบาทเป็นรอยด์ ถ้าต้องใช้ชีวิตเป็นเขา ฉันก็ต้องทำาทุกอย่างให้เป็น เขาน่ะสิ แต่เธอก็เหลือเกินนะ ไม่เคยไป เรียนเลย ฉันต้องคอยรับข่าวสารจากหนูนาเสมอ เป็นเด็ก ”ขี้เกียจสวรรค์ลงโทษนะ 37
  • 38.
    “ฉันจะไม่ขี้เกียจอีก สวรรค์จะไม่ลงโทษฉันด้วยการแยกนาย ”จากฉันไป “ ”ฉันบอกแล้วไงว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเนอะ “อื้อๆตลอดไปเลย ”ฮือๆ “ ”แพทรักเมอ้วนที่สุดในโลก “ ”เมอ้วนก็รักแพทที่สุดในโลก เราทั้งคู่เต้นรำาเพลงนี้ด้วยกันพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันไม่ได้ยิ้ม มานานมากแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้ เขาจากไปอีก ต่อไปนี้เราจะรัก กันได้โดยไม่มีอะไรมาขวางอีกต่อไป Whatever you ask me to sacrifice for you I wil, I will, I will I will always be there for you be forever true I will, I will, I will เมื่อใดก็ตามที่เธอขอให้ฉันเสียสละให้ ฉันจะทำา จะทำา ทำา เพื่อเธอ ฉันจะคอยเคียงข้างเธออย่างนี้ตลอด ฉันจะทำา จะทำา ทำาเพื่อ เธอ Until time stand still will… จนกว่าช่วงเวลาจะหยุดหายไป ฉันจะทำา... (เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 210-211 เล่ม 2) แก่นเรื่อง แม้ว่าเป้าหมายส่วนมากของการแต่งนวนิยายแนวสลับร่างจะ เป็นการสลับเพื่อให้ได้เรียนรู้บางอย่าง ของคนที่ต้องมาสลับกัน แต่ใน เรื่องนี้ เนื่องจากภูมิหลังเกี่ยวกับตัวละครที่สลับนั้นมีนำ้าหนักไม่เท่ากัน ทำาให้บทบาทสำาคัญไปตกที่ผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็นนางเอก ที่ได้รับผลจากการ ที่พี่ชายไปสลับร่างกับคนรัก สิ่งที่นวนิยายเน้นยำ้าคือ การคำานึงถึงศีลธรรมและความเป็นจริง การแคร์สังคมรอบข้างถึงการวางตัวของพี่น้อง ดังนั้น แก่นเรื่องที่สื่อ ออกมาจึงตีความได้ว่า ความรักต้องการทั้งความเข้าใจและความ เหมาะสม เพราะทั้งเม และแพทต่างก็อึดอัดใจกับสิ่งที่เจอ และปัญหาที่ 38
  • 39.
    เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะความไม่เข้าใจระหว่างกัน ทั้งตัวแพทและ เม หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากคนอื่น ความรักต้องการความเข้าใจ เพราะจะทำาให้ความรักนั้นไป รอดได้ ซึ่งความเข้าใจก็ต้องมาจากคู่รักส่วนหนึ่ง และจากคนรอบข้าง ด้วยอีกส่วนหนึ่ง จากเรื่องจะพบว่า เมื่อเม และแพทเข้าใจกันดีแล้ว เรื่อง ก็ยังไม่สามารถจบลงด้วยดีได้ เพราะคนรอบข้างโดยเฉพาะพ่อไม่ยอม ให้ทั้งสองรักกัน เนื่องจากร่างของแพท คือ โม ที่คนทั่วไปเห็นและ เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกับเม มาตั้งแต่เด็ก ความรักต้องการความเหมาะสม สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเสนอคือ หลังจากที่แพทกลับมาอยู่ในร่างของรอยด์ พ่อของเมที่กีดกันมาโดย ตลอดก็เลิกตั้งแง่ทันที และยังช่วยเหลือให้แพทได้สมหวังกับโมด้วย เพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่ในสถานะต้องห้ามอีกต่อไปแล้ว กลวิธีการเล่าเรื่อง การดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ เป็นไปตามลำาดับเวลา โดยใช้ มุมมองแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัด คือ เม เป็นผู้เล่าเรื่องทำาให้ เรื่องราวเกิดความสนุกสนานน่าติดตามได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์หลัง จากที่แพทผ่าตัดหัวใจแล้วกลับมาเป็นพี่โมคนเดิม ผู้เขียนสามารถ บรรยายความรู้สึกของเม ที่ต้องสูญเสียคนรักได้เป็นอย่างดี ขณะ เดียวกันก็มีการเล่าเรื่องทับซ้อนกันอีกครั้งหนึ่ง ในมุมมองของแพท ตัว ละครเอกฝ่ายชาย ดังตัวอย่าง ระหว่างที่ฉันกำาลังคิดอะไรไปแสนไกล เสียงฝีเท้าของใคร สักคนดังสลับตัดกับความเงียบจน ทำาให้ฉันตื่นจากความคิด คงจะเป็น ภารโรงที่มาคอยสังเกตการณ์แน่ๆ...อา ใช่แน่ๆ ตอนนั้นฉันกับ แพทก็ วิ่งหนีภารโรงคนนี้นี่แหละ “ไม่ต้องตกใจไป ค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ เสียงอันคุ้นเคยทำาให้ฉันถึงกับแปลกใจและแทบจะกระโดด ลุกขึ้นยืนเลยก็ว่าได้ก่อนจะหันไป ยังนำ้าเสียงนั่นในทันที “หะ...หา?...ทะ...ทำาไมเป็น...” อาจจะเป็นเพราะความแปลกใจที่ทำาเอาฉันแทบจะสำาลัก นำ้าลายตัวเองที่กำาลังจะกลืนลงคอ ใบหน้านั้นมองมาทางฉันแล้วยิ้มให้ อย่างมีความหมาย “ ”ผมรักคุณ (เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 145-146 เล่ม 2) 39
  • 40.
    เสียงฝีเท้าของผมที่เดินเข้าไปใกล้คงทำาให้เมอ้วนรู้สึกตัว แต่ ผมก็อดไม่ได้ที่จะทักทายเธอด้วย เสียงของผมอยู่ดี “ไม่ต้องตกใจไปค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ ทันทีที่ผมออกเสียง เมอ้วนก็เกิดปฏิกิริยาทันทีและแทบจะ สปริงตัวลุกขึ้นยืนแล้วมองมาทาง ผม เมอ้วนอ้าปากค้างเหมือนพูดไม่ ออก “ไม่ต้องตกใจไป ค่อยๆ ลุกก็ได้ ”เดี๋ยวเวียนหัวนะ ผมพูด “หะ...หา?...ทะ...ทำาไมเป็น...” คงไม่จำาเป็นที่ผมจะต้องปิดบังเมอ้วนอีกต่อไป ไม่จำาเป็นอีก แล้ว... “ ”ผมรักคุณ (เจ้าปลาน้อย, 2550, หน้า 194 เล่ม 2) การเล่าเรื่องแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัดช่วยให้เรื่องกระชับ มี เอกภาพและได้รับความนิยมกันมาก อย่างไรก็ดี การกำาหนดให้มี เหตุการณ์เพื่อสลับร่างมากกว่า 1 ครั้งในเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่แพทสลับ ร่างกับโม และแพทมาสลับร่างกับรอยด์ ทำาให้มีปัญหาเรื่องการกระจาย บทบาทของตัวละคร เนื่องจากมุมมองการรับรู้ระหว่างเม และรอยด์ นั้น ค่อนข้างจำากัด รอยด์มีบทบาทมากในเล่มแรกเพราะเป็นเพื่อนเรียน และ เป็นคนรักคนใหม่ของอะตอมซึ่งเข้ามาขณะที่พี่โมป่วย อย่างไรก็ดี การ ที่ผู้เขียนกำาหนดให้เมเป็นผู้เล่าเรื่องแบบมีข้อจำากัดได้ทำาให้ในตอนท้าย ที่แพทมาอยู่ในร่างของรอยด์ เกิดเป็นคำาถามต่อเนื่องไปอีกว่าแล้วจิต ของรอยด์ไปไหน อย่างไร จึงเป็นการวางโครงเรื่องที่ทำาขึ้นมาเพียงเพื่อ แก้ปัญหาให้ตัวละครเอก แต่ไปสร้างปมที่ค้างคาต่อสำาหรับตัวละคร ประกอบ ดังนั้น การจบเรื่องเช่นนี้แม้จะทำาให้ผู้อ่านมีความสุขกับการที่ เม และแพทสมหวัง แต่ก็ยังอดที่จะตะขิดตะขวงใจไม่ได้ถึงพฤติกรรม ของเม กับการรับรู้และรับรักตัวตนของชายอื่น ซึ่งในช่วงแรก เมรับไม่ ได้ที่คนรักมาอยู่ในร่างของพี่ชาย และใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะทำาใจ ว่า สิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา และยอมรับตัวตนจริงๆ ของแพทใน ร่างพี่โม แต่พอท้ายเรื่อง เพียงแค่ทราบว่าแพท ได้มาอยู่ในร่างของรอย ด์แล้ว เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ทั้งที่เธอก็เคยทราบความเป็นมาของ เขา และคบหาเขาในฐานะเพื่อน เคยเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรัก และเคย ช่วยเหลือกันมาก่อน ดังนั้น แม้จะดีใจที่ได้พบกับคนรักอีกครั้งหนึ่ง แต่ เพื่อความสมจริง เมน่าจะได้มีเวลาในการเตรียมใจมากกว่านี้ แต่การที่ผู้ เขียนกำาหนดให้เม ยอมรับได้ในทันที จึงเป็นการบังคับผู้อ่านให้ปรับใจ รวดเร็วเกินไปเช่นกัน 40
  • 41.
    นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่างผลงานของรอมแพง เผยแพร่ ผ่านเว็บไซต์เด็กดีตั้งแต่ปี 2551 และได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม โดยสำานักพิมพ์ ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ เมื่อปี 2552 โครงเรื่องเป็นการสลับร่างระหว่างหญิง ชายที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งเกิดขึ้นเพราะสบตากันผ่านช่อง ธรรมจักรแกะสลัก จากนั้นเมื่อฟื้นขึ้นมา หญิงสาวที่มีนิสัยห้าวและลุยก็ สลับร่างกับชายหนุ่มสุดหล่อ รวย และเจ้าระเบียบ แต่ปัญหาก็พัวพันต่อ ไปอีกเมื่อทั้งสองหาทางกลับเข้าร่างไม่ได้และจำาต้องเรียนรู้นิสัยของอีก ฝ่าย จนกระทั่งเข้าใจกันในที่สุด โครงเรื่อง การสลับร่างระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งที่มีความแตกต่างกันทุกด้าน แต่สุดท้ายก็ทำาความเข้าใจกันได้ และเกิดเป็นความรักขึ้น โครงเรื่องใหญ่/โครงเรื่องย่อย การสลับร่างระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มที่มีความแตกต่างกัน นอกจากการเรียนรู้กันแล้ว นิสัยเฉพาะตัวของแต่ละฝ่ายได้ช่วยแก้ ปัญหาครอบครัวของอีกฝ่ายจนสำาเร็จลุล่วงไป และทั้งสองก็ตกหลุมรัก กันและกันจากการสลับตัวในครั้งนี้ ส่วนโครงเรื่องย่อย คือ ปัญหาครอบครัวของตัวละครเอกทั้งสอง ฝ่ายที่หลังจากสลับร่างแล้ว แต่ละคนก็ได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาของอีก ฝ่ายจนสำาเร็จลุล่วงด้วยดี เนื้อเรื่อง นิลกานต์สาวน้อยศิลปินได้สบตากับชายหนุ่มไฮโซคนหนึ่งชื่อ ภาสกรผ่านทางช่องธรรมจักรแกะสลัก จากนั้นทั้งสองก็สลบไป เมื่อฟื้น ขึ้นมาจึงพบว่าได้สลับร่างกันแล้ว ทั้งสองพยายามกลับคืนร่างกันแต่ยัง ไม่สำาเร็จนิลกานต์และภาสกรต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อ ป้องกันไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นความผิดปกติ ในโอกาสนั้นเองที่ทั้งสอง ได้เรียนรู้ความเป็นมาของกันและกัน นิลกานต์พาภสกรไปค้นข้อมูล เกี่ยวกับธรรมจักรเพื่อหาทางกลับคืนร่างเดิม ระหว่างนั้นภาสกรมีประจำา เดือนทำาให้ต้องรับรู้รสชาติของความเป็นหญิง นิลกานต์วางแผนพา ภาสกรเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันเพื่อช่วยหาทางกลับร่าง เมื่อพ่อของนิล กานต์ป่วย เธอขอร้องให้เขาไปเยี่ยมพ่อของเธอที่ระยอง ดังนั้น ภาสกร 41
  • 42.
    จึงต้องรับสมอ้างเป็นแฟนของเขา ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็เป็นคนที่ มีปมเรื่องครอบครัว จากการที่ทั้งสองสลับร่างกันจึงเป็นการแลกเปลี่ยน คนแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่มีอยู่จึงหมดไป ทั้งสองรู้สึกดีต่อกัน นิล กานต์กำาจัดผู้หญิงที่มาตามตื้อภาสกรออกไปเพราะรำาคาญ ส่วนภาสกร ก็กำาจัดคู่แข่งออกไปด้วยความหึงหวง ทั้งสองหาทางกลับเข้าร่างจน สำาเร็จ แต่ยังไม่ทันจะได้แยกย้ายกันไป ร่างของ นิลกานต์ก็ถูกลอบยิง หญิงสาวที่อยู่ในร่างของภาสกรเข้ารับกระสุนแทน ไม่ใช่เพราะความห่วงตัวเองแต่เพราะเป็นห่วงภาสกรในร่างของเธอ หญิงสาวรู้แล้วว่าตนเองหลงรักผู้ชายอย่างภาสกร ภาสกรเองก็รักเธอ การสลับร่างของทั้งสองคนจึงทำาให้เกิดการเรียนรู้กันและกันและลงเอย อย่างมีความสุข ความขัดแย้ง ความขัดแย้งในเรื่องนี้ประกอบด้วยความขัดแย้ง 3 ลักษณะ ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความขัดแย้งภายในจิตใจ และ ความขัดแย้งกับธรรมชาติ ในเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ 1. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ทั้งโครงเรื่องใหญ่และโครงเรื่องย่อยคือการขัดแย้งกันระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ โดยตั้งแต่เปิดเรื่อง นิลกานต์มีความขัดแย้งกับภาสกร ภาสกรมีความขัดแย้งกับคนที่อยู่ แวดล้อมตนเอง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือลูกน้อง ส่วนนิลกานต์มีปม ความขัดแย้งกับครอบครัวเรื่องการประกอบอาชีพ ต่อมาเมื่อได้สลับร่าง กันแล้ว ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันถึงความ คับข้องใจนั้น นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งกับคนอื่นๆ เช่น ภาสกรขัดแย้งกับ ผู้ชายที่มาติดพันนิลกานต์ นิลกานต์ขัดแย้งกับผู้หญิงที่มาตามตื๊อภาสกร รวมไปถึงปมเกี่ยวกับครอบครัวของแต่ละฝ่าย และความขัดแย้งที่ร้าย แรงที่สุดคือ ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับแม่เลี้ยง คือ เก็จแก้ว เพราะ ทำาให้เกิดการลอบยิงภาสกรในภายหลัง 1.1 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับภาสกร ตั้งแต่แรกพบ นิลกานต์กับภาสกรก็ไม่ถูกชะตากัน นั่นเพราะ แต่ละคนต่างก็ประเมินท่าทีของอีกฝ่ายจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็น ภาสกรมองว่านิลกานต์เป็นพวกหลอกลวง ส่วนเธอก็เห็นว่าเขายะโส “อาม่าชื่อกิมย้ง หนูล่ะชื่ออะไร” 42
  • 43.
    “หนูชื่อนิลกานต์ค่ะอาม่า เดี๋ยวนิลพาอาม่าทัวร์ดีมั้ย พูดแล้วจะหาว่าคุย ในนี้นะนิลปิดตาเดินยังได้เลย อาม่า” “คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอกครับ” เสียงทุ้มนุ่มแทรกขึ้น มา เมื่อนิลกานต์หันไปมองก็ ถึงกับหน้าร้อน สายตาคนนั้นบาดใจ ก็จริงแต่ตอนนี้กลับมีแววของความเย็นชาถือตัวอยู่เต็ม เป็น เปี่ยม “ตากร หนูนิลนี่เขารู้จักที่นี่ดี ยังไงให้หนูนิลไปกับพวก เราด้วยดีกว่าไหมลูก” “บางคนดูหน้าก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นยังไง อาม่าไปกับ ผมเถอะ”ชายหนุ่มพยุงอาม่า ของตนโดยไม่แม้แต่จะมองไปทางนิล กานต์ซึ่งตอนนี้เริ่มกลายเป็นนิลขมเสียแล้ว “เออ...นึกหรือว่าอยากไปด้วย เชอะ บางคนดูหน้าก็ ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง เอาไว้ บอกตัวเองเหอะ” เสียงใสๆ ที่พูดเน้น เสียงหนักอย่างไม่เกรงใจทำาให้ชายหนุ่มหันขวับมามอง อย่าง อยากจะหาเรื่อง “คุณพูดกับใคร” “พูดคนเดียวไรมั้ย”หญิงสาวเชิดหน้ามองอีกฝ่ายด้วย หางตาอย่างไม่นึกกลัว “ไร้มารยาท!” “งี่เง่า!” “นี่อย่าต่อปากต่อคำาได้ไหม” “เฮอะ ตัวเองมีปากคนเดียวหรือไง อาม่าของคุณน่ะ เป็นคนเข้ามาคุยกับฉันเองนะ มาต่อยกันเลยมั้ยล่ะ” “ผู้หญิงอะไร บ้าจริงๆ” “คุณสิบ้า อากาศร้อนตับแตกอย่างนี้เดาะใส่สูทมา ปกติ เสียที่ไหน” (รอมแพง, 2552, หน้า 17) 1.2 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับคนรอบตัว ภาสกรเป็นคนไว้ตัวและไม่สุงสิงกับใคร ค่อนข้างวางอำานาจ และเจ้าระเบียบ ดังนั้น นอกเหนือไปจากความจำาเป็นแล้ว ดูเหมือนว่า เขาเอง และคนรอบข้างต่างก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกันเท่าใดนักดังหรือ แม้แต่คนในครอบครัวเองก็มีความเหินห่างเนื่องจากพ่อของเขามีภรรยา ใหม่ ตัวอย่าง “ขอกาแฟแก้วหนึ่งสิ” เสียงห้าวๆ ที่ดังออกมาจาก เครื่องอินเตอร์คอมบนโต๊ะของ เลขาฯ หน้าห้อง ทำาให้หญิง 43
  • 44.
    สาวเจ้าของโต๊ะที่เพิ่งมาทำางานได้ไม่กี่วันรีบกระวีกระวาดลุกไปยัง ส่วนแคนทีนของบริษัททันที สักพักเลขาฯ สาวก็ยกถาดที่มีทั้งกาแฟและนำ้าเย็นเข้า มาในห้องทำางานของเจ้านาย เมื่อวางแก้วทั้งสองลงบนโต๊ะ ทำางานแล้วก็ยืนมองเจ้านายหนุ่มตรงหน้าอย่างชื่นชมชุดสูทที่ ตัด เย็บอย่างประณีตสีกรมท่ากับการแต่งกายที่ดูเนี้ยบไปทั้งตัวของคนตรง หน้านั้น ทำาให้เธอ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่จับพลัดจับ ผลูได้มาทำางานที่นี่ ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นมีใบหน้าขาวแบบคนที่มีเชื้อ สายจีน ดวงตาเรียวยิ่งดูคมกล้า มากขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมามอง เลขาฯ ของตัวเอง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างนึกรำาคาญ ก่อนจะเบนสายตาไปมองแก้วกาแฟและไปหยุดอยู่ที่แก้วนำ้าเย็นซึ่ง มีไอนำ้าจับอยู่ทั่วผิวแก้ว ด้านนอก “ทีหน้าทีหลังอย่าลืมเอาที่รองแก้วมาด้วยล่ะ เอกสาร บนโต๊ะนี้น่ะมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ นะ ถ้าโดนนำ้าไปละก็ เธอจะ ชดใช้ไม่ไหว” เสียงเข้มที่ดังออกมาจากปากของชายหนุ่มทำาให้ เลขาฯ สาวหน้าเสีย หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องของเจ้านายไปทันทีก่อน ที่จะเดินเร็วๆกลับเข้ามาใน ห้องอีกครั้งพร้อมทั้งถือที่รองแก้วและ กระดาษทิชชูติติดมือมาด้วยมือที่ใช้กระดาษทิชชูซับนำ้า บนโต๊ะ นั้นเทาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแก้วนำ้ามาว่างลงบนที่รองแก้วและรีบเดิน ออกจากห้อง นั้นไปอย่างรวดเร็ว “มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงมองเราอย่างเห็นใจกันทั้งนั้น ให้ กำาลังใจอย่างกับจะไปออกรบที่ แท้ เฮ้อ...” เลขาฯสาวพึมพำากับ ตัวเองเบาๆ อย่างนึกขยาดด้วยหากว่าเจ้านายคนใหม่รู้ว่าเธอ ไม่ ได้เก่งกาจอย่างที่เขียนคุณสมบัติไว้ในใบสมัครแล้ว เห็นทีเธอคงต้องไป หาบริษัทใหม่สำารอง ไว้เสียแล้ว ภาสกรมมองตามร่างของเลขาฯ คนใหม่ไปก่อนจะส่าย หน้าน้อยๆ ให้กับหูตาที่แพรว พราวของหญิงสาวซึ่งขยันส่ง มาให้จนเขานึกรำาคาญอยากจะเปลี่ยนเลขาฯ คนใหม่เสียเดี๋ยว นั้น ทว่าเมื่อคิดได้ว่าคงจะต้องเสียเวลาในการเฟ้นหาเลขาฯ คน ใหม่อีกรอบก็รู้สึกเหนื่อยใจ ขึ้นมา เมื่อปลงได้แล้วเขาก็ก้มลงมอบงานตรงหน้าก่อนจะเริ่ม ลงมือทำางานต่ออย่างตั้งอก ตั้งใจ ทำาให้ใบหน้าที่ดูเฉยชาเป็นนิจ อยู่แล้วยิ่งดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิมซึ่งหากให้สาวๆ มาเห็น เขาตอน นี้ละก็คงไม่กล้าเข้าใกล้เลยทีเดียว หลังจากครำ่าเคร่งกับงานตรงหน้าไปได้สักพัก เจ้าของ ห้องก็เงยหน้าขึ้นมามองรูปถ่าย ครอบครัวบนโต๊ะนิ่ง ภาพถ่าย 44
  • 45.
    ซึ่งประกอบด้วยย่าหรือที่เขาเรียกว่า อาม่า พ่อแม่และตัวเขา เอง อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมี โอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้า พร้อมตาพ่อแม่ลูกอีกหรือเปล่าเพราะ ตั้งแต่คุณภากรพ่อของเขาเจอกับนักร้องสาวสวยเมื่อ ยี่สิบปีที่ แล้ว ครอบครัวที่เคยอบอุ่นของเขาก็กลายเป็นเพียงอดีตไป คุณวนิดา แม่ของเขาเลือกที่จะเดินจากไปใช้ชีวิตของ ตัวเองโดยที่ไม่เคยกลับมาดูดำา ดูดีเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ภรรยาใหม่ของพ่อก็มีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งก็คือน้องชายต่างมารดา ของเขานั่นเอง จนตอนนี้แม้ว่าอายุของเขาจะย่างเข้าสามสิบปีแล้ว แต่ความรู้สึกขาดความรัก ความอบอุ่นเมื่อครั้งยังเยาว์ก็ยังคอย ตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ ภาสกรรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นคนนอกที่ทำาอย่างไรก็ สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน ครอบครัวใหม่ของพ่อได้ ยังดีที่ เขามีอาม่าที่รักและคอยดูแลเขามาตั้งแต่ยังเล็กก็เลยไม่ถูก รังแก ชีวิตจึงไม่นำ้าเน่าและไม่ขมขื่นนักที่ต้องเห็นภรรยาใหม่ของ พ่อไต่เต้าจากคำาว่าเมียน้อย มาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายและ สามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ในตระกูลเจ้าสัวที่รำ่ารวย มหาศาล เช่นนี้ ยิ่งตอนนี้คุณภากรวางมือจากกิจกรรมต่างๆ ให้เขาเป็นผู้ดูแล แม่ เลี้ยงก็ยิ่ง เกรงอกเกรงใจเขา เพราะการทำาให้ภาสกรพอใจนั้น หมายถึงจำานวนเงินที่จะได้รับอย่าง สมำ่าเสมอ ระหว่างที่ เธอเฝ้ารอให้ลูกชายวัยรุ่นของเธอเติบโตพอที่จะแบ่งกิจการของตระกูล มาครอบครองได้ (รอมแพง, 2552, หน้า 9-10) “เอ๊ะ หรือว่าปกติแล้วฉันไม่เคยคุยกับพวกเธอเลยเห รอ” “ก็...ไม่ค่อยคุยนักหรอกค่ะ” “ใจละ ต่อไปนี้ฉันถามอะไรต้องตอบ กฎของบ้าน เปลี่ยนไปแล้วเข้าใจมั้ย” “เข้าใจค่ะ” สาวใช้รับปากกันทั่วหน้า แม้ยังรู้สึกงุนงง อยู่มากกับท่าทีที่แปลกไปของ เจ้านาย เพราะโดยปกติแล้วมี เพียงอาม่าที่พูดคุยให้ชวนชิดเชื้อ นอกนั้นนับตั้งแต่นายท่าน คุณนาย คุณภาสกร ไปถึงคุณภาวินก็ไม่มีใครเคยฟังคำาพูดอะไร ของพวกเธอเลย มีแต่แค่ สั่งงานเสียมากกว่า ยิ่งภาสกรด้วยแล้วแทบไม่เคยอยู่ฟังคำารับคำาสั่งจบเลย สักครั้ง เพียงพวกเธออ้าปาก ท่านก็เดินไปไกลเสียแล้ว จึงรับ รู้กันว่าท่าน ๆ ทั้งหลายในบ้านคงไม่อยากสุงสิงสนใจพวกเธอ เท่าไรนัก หากทำาถูกใจนั่นล่ะถึงจะได้รางวัลเป็นกอบเป็นกำา คน 45
  • 46.
    บ้านนี้ไม่ขี้เหนียวกันทั้งบ้าน จึงทำาให้คนรับใช้ส่วนใหญ่ยังคงทน รับใช้อยู่ (เจ้าปลาน้อย, 2552,หน้า 65) นอกจากคนรอบตัวและครอบครัวใหม่ของพ่อที่ภาสกรรู้สึก ห่างเหินแล้ว แม่ที่แท้จริงของเขาที่ทิ้งเขาไปก็ยังเป็นปมความขัดแย้งที่ ค่อนข้างหนักหนาสำาหรับตัวของเขาเช่นกัน ฉันขอคำาสัญญาจากคุณก่อนว่าจะไม่โกรธไม่โวยวาย ถ้าฉันถามหรือบอกอะไรคุณ ตอนนี้” นิลกานต์ขอสัญญาเพื่อ ป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนใครจะไปรู้หากชายหนุ่มตรงหน้ารู้ว่า เธอเข้าไปยุ่งกับเรื่องต้องห้ามถึงขนาดจี้แล้วจะไม่บีบคอเธอตายคา มือ “ทำาไม มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายนักหรือไง” “ก็อาจจะตายได้แหละ” หญิงสาวค้อนเข้าให้ “เอ้า สัญญาก็สัญญา” “ก่อนอื่นฉันขอถามคุณก่อนคุณเคยตามหาแม่ของคุณ ไหม” เหมือนไปแตะถูก แผลเก่าให้สะเทือนใบหน้า ซีดเซียวของภาสกรทำาให้นิลกานต์ต้องกลืนนำ้าลายอึกใหญ่ “ถามทำาไม” นำ้าเสียงเย็นชานั้นทำาให้รู้ว่าเป็นแผลใหญ่ เสียด้วย “ก็...เถอะน่า เคยหรือเปล่าล่ะ” “หึ เขาไม่เคยมาดูดำาดูดีอะไรฉันเลยแล้วทำาไมฉันต้อง ไปไขว่คว้าหาเขาด้วยล่ะ ถ้า เธอจะพูดเรื่องนี้ล่ะก็ หุบปากไปเลยดี กว่า” “อ้าว....แล้วถ้าคุณรู้ว่าเขาดูดำาดูดีแต่ไม่มีโอกาสหรือว่า ถูกตัดโอกาสเสียล่ะ” “นี่เธอพูดอะไรของเธอ”นำ้าเสียงของภาสกรหงุดหงิด อย่างเห็นได้ชัด “ถ้าฉันบอกว่า คุณแม่คุณเขียนจดหมายมาหาคุณบ่อย มากแต่คุณไม่ได้ตอบอะไร กลับไป เลยทำาให้ท่านเข้าใจผิดคิด ว่าคุณโกรธท่านล่ะ” “เหลวไหล จดหมายอะไร เธอพูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย บอก มาเดี๋ยวนี้นะ”มือเรียวบาง เขย่าตัวคนร่างสูงใหญ่กว่าตรงหน้า นิลกานต์หยิบกระเป๋าเอกสารมาก่อนที่จะเอาจดหมาย สองสามฉบับที่เธอหยิบ ออกมาจากปึกใหญ่ส่งให้ ภาสกร ชายหนุ่มรับมาก่อนที่จะกรีดของเพื่อเปิดจดหมายนั้น “ฉันเลือกมาเฉพาะฉบับแรก ๆ กับฉบับท้าย ๆ ของคุณ แม่คุณน่ะท่านเขียนจดหมาย มาหาคุณแทบทุกเดือนในปีแรก ๆ แต่ 46
  • 47.
    หลังจากที่คุณไม่ตอบจดหมาย ท่านก็เลยเกรงว่าจะ สร้างความ รำาคาญให้คุณจึงเปลี่ยนเป็นส่งปีละฉบับ ในวันเกิดของคุณ แล้วก็ส่ง มาบอกคุณถึง ที่อยู่ใหม่เวลาท่านเปลี่ยนที่อยู่เพราะหวัง...หวัง ว่าคุณจะไปเยี่ยมเยียนท่านบ้าง ฉันเองก็ไม่รู้ หรอกนะว่าเกิด อะไรขึ้น ฉันไม่กล้าถามท่าน ฉันอยากให้ท่านพูดให้คุณฟังมากกว่า” เพียงครู่นำ้าตาใสๆ ก็คลอเบ้าก่อนจะไหลรินออกมาจาก ดวงตากลมโตของคนร่างบาง ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีคำาพูด ครำ่าครวญ มือที่จับจดหมายฉบับแรกสั่นเทา ดวงตาเร่าเลือนเพราะ นำ้าตาที่ไหลรินช้า ๆ ปากบางเม้มสนิท มือเรียวเปิดจดหมายฉบับ สุดท้ายออกอ่านอย่าง รวดเร็ว ข้อความมาจดหมายเต็ม เปี่ยมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น เป็นความอบอุ่นที่เขา อยากได้ มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสมัน ใบหน้าเรียวเล็ก ซีดสลับแดงกำ่า “คุณไปเอาจดหมายพวกนี้มาจากไหน” “ฉันขโมยมาจากห้องอาม่ากิมย้ง ป่านนี้ท่านคงยังไม่รู้ ว่าฉันขโมยมา” “อาม่า...” เสียงเหมือนจะขาดใจนั้นทำาให้ใบหน้าของ นิลกานต์สลดลงทันที “แต่คุณอย่าไปโกรธอะไรอาม่าเลยน่า ท่านอาจจะมี เหตุผลของท่าน” “ฉันจะไปโกรธท่านได้ยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีแต่ อาม่าที่คอยให้ความรัก ความ เอ็นดูและเอาใจใส่ฉัน” ภาสกร พูดออกมาด้วยเสียงเรียบเฉยแต่ทว่าร่างกายกลับหนักอึ้งคล้าย กับ ว่าจะกลายเป็นหินในเวลาไม่กี่วินาที “ฉันจ้างนักสืบให้ตามหาตัวคุณแม่ของคุณ และก็พบ ท่านแล้ว ท่านลำาบากมาก เจ็บ ออด ๆ แอดๆ ไปบวชเป็นแม่ชี อยู่ที่วัดในจังหวัดสิงห์บุรี ฉันเพิ่งพาท่านไปหาหมอมาทำาให้ไป รับ ”คุณที่ระยองช้ายังไงล่ะ และแล้วธุระส่วนตัวของนิลกานต์ที่ทำาให้ภาสกร โมโหนักหนาก็ถูก เฉลยออกมาทำาให้คนที่เคยโมโหนั้นอึ้งไป “แล้วทำาไมคุณเพิ่งมาบอกผม” “ก็คุณกำาลังหงุดหงิดขนาดนั้น อีกอย่างฉันไม่อยากให้ นายเอกรู้นี่” “แล้ววันต่อมาล่ะ” จะเอาเวลาที่ไหนเล่าให้คุณฟังล่ะ ก็ฉันกับคุณคุยกันดีๆ ได้ไม่เท่าไหร่ก็กัดกันอีก แล้ว” เหตุผลที่น่าหัวเราะและ เป็นจริงอย่างที่สุดทำาให้อาการโศกเศร้าเสียใจผ่อนคลายลงไป “ฉันอยากพบแม่ พาฉันไปหาแม่นะ” (รอมแพง, 2552, หน้า 133-135) 47
  • 48.
    ความขัดแย้งของภาสกรกับแม่เลี้ยงก็เช่นเดียวกัน ที่ทำาให้ เขาตีตัวออกห่างจากทุกคนยกเว้นอาม่าที่เลี้ยงดูเขามาอย่างดี ชดเชยใน สิ่งที่ขาดหายไปเมื่อนิลกานต์เข้ามาอยู่ในครอบครัวของภาสกร จึง สังเกตเห็นว่า ภาสกรห่างเหินกับแม่เลี้ยงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ท่าทีของ แม่เลี้ยงไม่น่าจะเป็นคนร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้ “ยินดีต้อนรับนะคะคิดเสียว่าเป็นบ้านคุณเองเลยก็แล้ว กัน” เก็จแก้วมารดาเลี้ยงของ ภาสกรพูดอย่างมีมิตรไมตรี ซึ่ง ก็ทำาให้เป็นที่โล่งใจของภาสกรและนิลกานต์เมื่อดูท่าทางว่าคุณ ภากรจะเห็นด้วยกับภรรยา น้องชายของภาสกรเองก็ร่าเริงเป็นมิตรดีและมีนิสัย ออกจะเป็นเด็กไม่โตด้วยซำ้าไป เมื่อขอตัวไปเล่นเกมในห้อง ดู รวม ๆ แล้วครอบครัวของภาสกรก็ใช่ว่าจะไม่ดี ไม่รู้เพราะเหตุ ใด ภาสกรถึงได้ไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ตอนี้ นิลกานต์มองภาสกรด้วยแวว ตาครุ่นคิด แม้ว่าทุก คนจะแยกย้ายกันไปหมดแล้วก็ตาม “มองอะไรคุณ” “ฉันแปลกใจทำาไมคุณถึงพูดและทำาตัวเหมือนกับว่า แม่ เลี้ยงคุณไม่ค่อยดีล่ะ” “ฉันไม่เคยพูดสักคำาว่าเขาไม่ดี” “อ้าว แล้วคุณทำาไมถึงทำาตัวเป็นเด็กมีปัญหาล่ะ เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ผู้ใหญ่มีปัญหา” “ถ้าฉลาดก็ไปคิดเอง อย่าถาม” ดูท่าทางภาสกรจะ หงุดหงิดเต็มทีร่างบางเดินลงส้น ขึ้นบันไดไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่น มัว “ฉลาดน่ะฉลาด แต่คนฉลาดก็งงเป็นเหมือนกันนะยะ” นิลกานต์พึมพำาไล่หลังไป ก่อนจะมานั่งครุ่นคิดเรื่องของคนอื่น อย่างขะมักเขม้น “อ๋อ รู้แล้ว”นิลกานต์ถอนหายใจยาว อะไรบางอย่างใน ครอบครัวนี้ที่ดูแปลก ๆ อะไรบางอย่างนี้ทำาให้แม่ของ ภาสกรเดินจากไป และอะไรบางอย่างนั้นที่ทำาให้อาม่ากิมย้ง ปกปิดเรื่องความรักความเป็นห่วงที่แม่มีต่อลูก...และอะไร บางอย่างนั้นก็ทำาให้ภาสกรเป็น แบบนี้...จบ (รอมแพง, 2552, หน้า 172) 1.3 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับครอบครัว นิลกานต์ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากครอบครัว และ ต้องการพิสูจน์ตนเองให้พ่อแม่ภูมิใจเช่นเดียวกับที่พี่ชายของตน 48
  • 49.
    สามารถเป็นกำาลังหลักของครอบครัวได้ จึงมาหางานทำาและไม่ยอมรับ ความช่วยเหลือจากทางบ้าน ดังตัวอย่าง “เป็นยังไงบ้างนิลงานแกน่ะ” พงษ์วิทย์ทรุดตัวลงนั่งคุย กับเพื่อนพลางเหลือบมอง ดวงหน้านวลตรงหน้าเป็นพัก ๆ “ก็เรื่อย ๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” “แกนะแก ทำาไมไม่เชื่อพ่อกับแม่วะ หางานหาการใน บริษัทเจ๋งๆ ทำาไม่ดีกว่ารึ” “เหอะ พอหางานบริษัททำา พ่อกับแม่ก็คงบอกอีกว่าไม่ เป็นไทกับตัวเองให้กลับไปทำา สวนที่บ้านดีกว่า น่าเบื่อจะตาย” “แล้วทำาสวนมันไม่ดีตรงไหน” “ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ใช่ตัวฉันแกก็รู้นี่” พงษ์วิทย์อมยิ้ม พลางมองเพื่อนสาวด้วย สายตาอ่อนโยน ทว่าเมื่ออีก ฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นรื่นเริงทันที การที่นิลกานต์ไม่ยอมกลับไปช่วยงานของที่บ้านนั้น นับเป็นสิ่งที่เขายินดีอย่างยิ่ง และรับรู้มานานแล้วว่าเพื่อนคน นี้มีนิสัยที่ว่ายิ่งว่าเหมือนยิ่งยุหากยิ่งยุก็ยิ่งดึงดันไม่ยอมทำา ตาม “งานที่บ้านน่ะ ฉันไม่ห่วงหรอก พี่นาวินเขากดูแลดีอยู่ แล้วเขาจบเกษตรมาก็เหมาะ กับเขาแล้ว ส่วนฉันเนี่ยจบจิตรกรรม มาจะให้ไปทำาสวนรึไง จะบ้าเหรอแก” “อืม..ก็จริงนะ เสาร์นี้ไปดูหนังกันไหม” “ไม่ล่ะ ฉันต้องเคลียร์งานว่าจะลงสีรูปที่สเก็ตช์ค้างไว้ น่ะ” คำาปฏิเสธง่ายๆ แทบไม่ คิดนั้นทำาให้แววรื่นรมย์ในดวงตา ของพงษ์วิทย์หม่นหมองลงทันที เมื่อสาวน้อยตรงหน้า รับ ประทานอาหารเสร็จก็ล้วงเอาธนบัตรในกระเป๋าส่งยื่นให้เพื่อน “อ่ะ คิดรวมกับของเมื่อวานด้วยนะ” “ไม่ต้องหรอก นิลกำาลังลำาบาก” “ฉันก็ลำาบากเรื่อยๆ แหละ เมื่อวานเพิ่งขายรูปได้ เอา ไปเหอะ ถ้าไม่เอาวันหลังฉันไม่ มากินร้านแกแล้วนะ” เพราะพูด เช่นนั้นอีกฝ่ายจึงต้องรับเงินมาอย่างเสียไม่ได้ “ไปก่อนนะ วิทย์” ร่างบางตบไหล่กว้างของเพื่อนเบา ๆ ก่อนจะเดินลิ่วออกจากร้าน ไป ทิ้งให้พงษ์วิทย์ยืนมองตามหลังตา ละห้อย... (รอมแพง, 2552, หน้า 8) 49
  • 50.
    ภาสกรมองออกว่านิลกานต์มีปัญหากับครอบครัวเขาจึงเป็น ฝ่ายลองเชิงพี่ชายของนิลกานต์เองเพื่อนำารายละเอียดและความคิดเห็น ของพี่ชายมาบอกแก่เธอ “คุณบอกก่อนก็ได้” “เธอบอกก่อนเถอะ” “เอ๊ะ คุณนี่ เกี่ยงกันอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ไม่ได้พูดหรอกคุณ พูดมาเถอะเรื่องของฉันน่ะยาว มาก” หญิงสาวผู้ไม่ค่อยจะยอม แพ้ต่ออะไรหรือใครเลยเกี่ยงให้ภาสกรเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องก่อน อย่างน้อยเรื่องที่ภาสกรจะบอกเธอคงไม่ใหญ่โตเท่าเรื่องของเธอ แน่นอน “ก็ได้ ๆ คือตอนที่ฉันอยู่บ้านของเธอน่ะ ฉัน...ได้คุยกับ พี่ชายของเธอ” “คุยเรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องทั่ว ๆ ไป แล้วเขาก็พูดทำานองว่าจริง ๆ แล้วเขา อยากเป็นตำารวจมากกว่าเป็น ชาวสวนอย่างนี้น่ะสิ” “อะไรของคุณ” นิลกานต์แทบพูดไม่ออก “เธอเคยคุยกับพี่ชายของเธอบ้างหรือเปล่า...ไม่เคยล่ะ สิ ทำาไมถึงรู้จักพูดคุยกันนะ เป็นพี่น้องกันแท้ๆ พ่อแม่ก็น่ารักแล้ว ท่านก็รักเธอมากเธอน่าจะหาเวลาพูดเปิดใจกับพวกเขา นะ การ มีครอบครัวที่อบอุ่นน่ะไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ หรอกนะ” คนพูดเตือนขึ้น มาอย่างผู้มี ประสบการณ์ “พูดจบหรือยัง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่ฉันพูดอะไรกับคุณ บ้าง แต่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ คือพวกเขาไม่สนับสนุนในสิ่งที่ฉัน ชอบและทำาเลย” “เธอเลยปล่อยให้พี่ชายของเธอทำาตามที่พ่อกับแม่ ต้องการโดยที่เธอไม่ต้อง รับผิดชอบอะไรเลยแล้วยังพูด ถึงพวกเขาอย่างนี้อีกน่ะเหรอ ทำาตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้ พี่ชายของ เธอน่ะยอมทิ้งความฝันของตัวเองก็เพื่อพ่อแม่เพื่อเธอนะ” นิลกานต์ เริ่มหน้าซีด ความโกรธที่ โดนสั่งสอนตักเตือนนั้นมีอยู่แต่ก็อด ไม่ได้ที่จะคิดตามที่ภาสกรบอกและเตือน “คุณแน่ใจเหรอว่าพี่ฉันจริง ๆ แล้วไม่ได้อยากเป็น ชาวสวนเลย” “ลองคิดว่าเป็นตัวเองสิ ทำาสวนสนุกที่ไหนกันเหนื่อยก็ เหนื่อย ไหนจะต้องรบกับพวก พ่อค้าคนกลางอีก พี่เธอเสียสละ มากเชียวนะ ฉันว่าจนป่านนี้แล้วเขารู้แล้วล่ะว่าเธอจะเอา จริงทาง ด้านนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งเงินมาให้เธอใช้ทุกเดือนๆ โดยไม่รบเร้า 50
  • 51.
    จริงจังให้เธอกลับ บ้านหรอก” ในแววตาของนิลกานต์มีความ ลังเลไม่แน่ใจอยู่เต็มเปี่ยมแต่ก็ยอมรับในสิ่งที่ ภาสกรพูด “เอาเถอะบางทีอาจจะเป็นอย่างที่คุณว่าก็ได้ แต่...ฉัน ขอไปฟังจากปากพี่ชายของ ฉันเองดีกว่าในวันที่เราสลับร่างคืน ได้แล้ว” (รอมแพง, 2552, หน้า 132-133) 1.4 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับภาสกร ตัวละครเอกทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันใน ระหว่างที่สลับร่าง แต่ในช่วงแรกนั้นย่อมต้องมีการปะทะคารมกัน เนื่องจากยังไม่สามารถยอมรับตัวตนของแต่ละฝ่ายได้ “ใครว่า ถ้าคุณยังอยู่ในร่างของผม บางทีก็ต้องเลี้ยง ลูกค้าบ้าง จะให้คนอื่นออกเงิน ตลอดได้ยังไงเล่า เอาเถอะเดี๋ยว ค่อยหัดกัน ตอนนี้ไปถอนเงินก่อน บัตรที่ผมใช้อยู่ก็มีสามใบ แต่ละใบถอนได้สองแสนต่อวัน” “อืม...งั้นคุณเอาไปใช้สักใบเถอะ ฉันเองรู้สึกลำาบากใจ ยังไงก็ไม่รู้ที่ต้องเอาเงินของ คุณมาให้คุณอย่างนี้ ฉันสัญญานะว่า จะใช้เท่าที่จะเป็นกับคุณและงานของคุณ” “จริงหรือ ไม่ใช่ว่าลับหลังผมแล้วโอนเข้าบัญชีตัวเอง หรือญาติหรอกนะ” นิลกานต์ หันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยสีห น้านิ่งๆ โดยไม่พูดสักคำาจนอีกฝ่ายรู้สึกใจหายที่โพล่งออกไป เช่นนั้น แต่ด้วยความที่ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษใครและไม่เคยคิดว่า ตัวเองทำาอะไรผิดจึงทำาได้ แค่เงียบปากไปเท่านั้น หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะได้ยินแต่เสียงใส ๆ ของ ภาสกรในร่างของนิลกานต์ที่คอยสั่ง ให้อีกฝ่ายถอนเงินและชี้ บอกว่าจะไปที่ใดบ้าง “ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเป็นเหมือนคุณมาก่อน เลย ห้องรกยังไม่พอ พวกชั้นในก็ เก่าไม่ขาดก็ขาบาน คุณจะบ้า หรือยังไงนุ่งไปได้ยังไงกางเกงในขาบาน ทุเรศ” ยิ่งพูดมากอีก ฝ่ายก็ยิ่งมีสีหน้าเฉยชา แต่ในใจนั้นร้อนดั่งไฟเผา ตั้งแต่เกิดจนโต เป็นสาวยังไม่เคยมีผู้ชายคน ไหนมาก้าวลำ้าความเป็นส่วนตัวได้ถึง ขนาดนี้มิหนำาซำ้ายังปากมากพูดแต่ละคำาล้วนแต่เติมเชื้อ ไปในใจ ให้ลุกโชน “หุบปากได้แล้ว ฉันอดทนมานานแล้วนะ หาทั่วหรือ เปล่าของดี ๆ ก็มีคนอะไรชอบ มองแต่จุดด้อยของคนอื่นอย่าง กับคุณดีนักนี่ หยิ่งนัก ถือยศถือศักดิ์นัก เคยมองเห็นหัวใคร 51
  • 52.
    บ้างไหม หรือนึกว่าตัวเองมีเงินแล้วนึกจะทำาอะไรใครยังไงก็ได้ ถ้า ฉันเลือกได้ฉันไม่มาเปลี่ยนร่างกับคุณหรอก ไอ้บ้า!”กล่าวจบร่าง สูงใหญ่ก็สะบัดตัวเดินออกไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอึ้งไปชั่ว ครู่ ก่อน จะรีบวิ่งตามไป “เดี๋ยวสิคุณ นี่จะบ้าหรือไง แล้วคุณนึกว่าผมพอใจที่ เป็นแบบนี้เหรอหา!”ร่างบางทั้ง ฉุดทั้งดึงให้คนตัวโตกว่าหยุด ทว่าอีกฝ่ายกลับสนใจเลยใบหน้าหล่อเหลาแดงกำ่าด้วยโมโห “ผมขอโทษ!”พูดไปแล้วภาสกรในร่างของหญิงสาวก็ หน้าร้อนวาบ “เอาล่ะใจเย็น ๆ ผมขอโทษคุณ ผมจะไม่พูด ไม่วิจารณ์ เรื่องส่วนตัวของคุณอีก หัน มาพูดกันน่านะ ให้ตายสิผมง้อใครไม่ เป็นนะคุณ คุณเป็นคนแรกที่ผมทำาอย่างนี้ด้วย พอใจ หรือยัง” คำาพูดแรก ๆ นั้นเกือบทำาให้นิลกานต์ใจอ่อนแต่เมื่อฟังจนจบ ทุกอย่างก็ กลับมาเป็น เหมือนเดิม “นี่ขนาดขอโทษนะ ฉันยังไม่รู้สึกเลยว่าคุณขอโทษ” “แล้วจะให้ผมทำายังไงล่ะ ทำาได้แค่นี้แหละ” เมื่อเห็นนิล กานต์นิ่งไปภาสกรก็เริ่มพูด กล่อมต่อ “น่าคุณ ยังไงเราสองคนก็ยังสลับร่างกันอยู่และจะต้อง เป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนไม่รู้ ยังไงเราก็หนีกันไม่พ้น คุณน่ะ ควรฟังผมไว้บ้างนะ ส่วนผมก็จะฟังคุณเหมือนกัน คุณก็รู้ว่า สถานการณ์แบบนี้เราทำาอะไรได้ไม่ดีไปกว่านี้หรอก” “ผมยอมรับว่าผมผมเป็นคนเอาแต่ใจ ผมอาจจะไม่เห็น หัวใคร แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่ คนเลว คนที่ทำางานให้ผม ผมก็ จ่ายเงินให้เขาเต็มที่ไม่เคยเอาเปรียบใคร คุณไม่รู้หรอกว่าผม ต้องเจอกับอะไรบ้าง”อะไรบางอย่างในนำ้าเสียงนั้นทำาให้นิลกานต์ หันไปมองคนพูด และเห็น แววเจ็บซำ้าบางอย่างในนำ้าเสียงนั้น ทำาให้นิลกานต์หันไปมองคนพูด และเห็นแววเจ็บชำ้า บาง อย่างในดวงตากลมโตที่ทำาให้เธอสะกิดใจ “ถ้าเราจะต้องรู้จักกันให้ดีกว่านี้...คุณบอกฉันได้ไหม ว่าคุณเจอกับอะไรมา” (รอมแพง, 2552, หน้า 45-46) 1.5 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับชนะชัย เมื่อภาสกรพบว่าตัวเองเริ่มมีใจให้แก่นิลกานต์เขาก็เริ่ม ปฏิบัติการกำาจัดศัตรูหัวใจโดยการปฏิบัติตัวต่อชนะชัยเพื่อให้คะแนน ติดลบ ชนะชัยและครอบครัวของเขาจะได้ไม่ยอมรับนิลกานต์ ดัง ตัวอย่าง 52
  • 53.
    “ภาสกรนั่งรถไปกับนายเอกพร้อมกับภาพวาดที่ห่อ อย่างดีอีกห้าภาพสตูดิโอของ ชนะชัยอยู่ในซอยลึกแถว ลาดพร้าว มือก็กดโทรศัพท์นัดแนะกับชนะชัยไว้ล่วงหน้า เมื่อไปถึงที่นั่งภาสกรก็พบว่ามันผิดจากที่คิดไว้สตูดิโอ ไม่ได้ดูสกปรกอย่างที่คิด ห้อง กรุกระจกติดม่านสีเข้มอยู่ด้าน หลังของบ้านไม้ เจ้าของรีบกุลีกุจออกมาต้อนรับและพาไปยัง ด้านหลัง “หนูนิลใช่ไหมจ๊ะ ตาชัยเขารออยู่แล้วจ้ะ” “นี่บ้านของพี่ชนะชัยหรือคะ” ดวงตาคมโตตกวาดมอง อย่างประเมิน”สวยดีนะคะ” บ้านนี้เป็นบ้านป้าเองล่ะ ป้าเป็นป้าแท้ๆ ของชัย ป้าเองก็ไม่มี ลูกไม่มีหลานที่ไหน บ้านหลังนี้ก็ คงต้องเป็นของชัยในอนาคตล่ะ หนู” ท่าทางป้าของชนะชัยจะได้ยินอะไรมาไม่มากก็น้อย ดู แววตาก็มีเลศนัยพิลึก “ดิฉันเอารูปที่จะเข้าร่วมแสดงนิทรรศการมาให้พี่ชนะ ชัยค่ะ” ท่าทีเย็นชาของ ภาสกรทำาให้ป้าของชนะชัยกะพริบตาเหมือนว่าจะงง “เอ่อ เชิญทางนี้จ้ะ” “บ้านเล็กกะทัดรัดดีนะคะ คงไม่ถึงสองล้าน” ภาสกรพูด ต่อทำาให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกไม่ดี “สวนทำากันเองหรือคะ” “ใช่” เสียงป้าของชนะชัยเริ่มแข็งตามอารมณ์ “มิน่าดูสะเปะสะปะไม่มีระเบียบแบบแผนเลยสักนิด” “ชนะชัยอยู่ในห้องด้านหลัง เชิญ” ป้าแท้ ๆ ของชนะ ชัยพูดเสร็จก็สะบัดหน้าเดิน จากไป หมายมั่นกับตัวเองไว้ว่าจะ ต้องบอกให้หลานชายรับรู้แล้วว่าป้าไม่ปลื้ม ภาสกรยิ้มกว้างจนแทบจะหัวเราะออกมา คราวนี้ก็ เหลือตัวปัญหาที่อยู่ด้านใน เท่าที่ ทราบมาชนะชัยต้องการช่วย ให้นิลกานต์ได้มีผลงานออกไปสู่สายตาประชาชน อันนี้เขา ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นต้องนุ่มนวลไม่ตัดรอนจนสะบั้น “สวัสดีค่ะ พี่ชนะชัย” “อ้าวมาแล้วหรือ” ภาสกรวางภาพพิงผนังที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะมายืนกอดอกมอง ชนะชัยทำางาน นายเอกก็นำาภาพมา วางพิงกันก่อนจะปลีกตัวออกไป “ค่ะ วันนี้นิลเอามาให้ห้าภาพก่อนนะคะ แล้วจะทยอย เอามาให้อีกทีละห้าค่ะ ตอนนี้ เหลืออีกแค่สามภาพก็ครบสิบ 53
  • 54.
    ห้าภาพที่พี่อยากได้แล้วค่ะ”พูดแล้วก็กระดากปาก การคะขา กับ ผู้ชายนี่เต็มกลืนจริงๆ “อ้อวันนี้กินข้าวเที่ยงกับพี่นะ” รุกเลยรึ เดี๋ยวสวย ภาสกรคิดแล้วก็ยิ้มกว้าง “ค่ะ” ตาก็มองร่างของชนะชัยตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่าง คาดคะเน หุ่นก็งั้น ๆ หน้าตาก็ งั้นๆ ไม่รู้ว่านิลกานต์ไป หลงใหลได้ปลื้มได้อย่างไร ชนะชัยล้างแปรงในมือก่อนที่จะจับมาผึ่งลมว้า ก่อนจะ หันมาพยักหน้าให้ภาสกรใน ร่างของนิลกานต์เดินตามเขาไปอย่าง นึกเอ็นดู ภายในบ้านที่เป็นตัวบ้านจริง ๆ นั้นจัดพื้นที่ใช้สอย อย่างเป็นสัดส่วนทำาให้บ้านที่ดู เล็กกะทัดรัดน่าอยู่มากขึ้นเมื่อ ได้มอง ป้าสุนีย์ยกสำารับกับข้าวมาตั้งบนโต๊ะ ตาก็ชำาเลืองดู หลานชายกับหญิงสาวผู้มาเยือน “แหม บ้านแคบจังนะคะ” ภาสกรพูดพลางยิ้มหวานให้ หับชนะชัยป้าสุนีย์ได้ยินก็วาง จานข้าวลงเสียงดังด้วยความไม่ พอใจ ทว่าชนะชัยกลับไม่ระแคะระคาย “อย่างนี้ล่ะน้องนิล บ้านเก่าจะขยับขยายก็สิ้นเปลือง ไว้ รอมีสมาชิกเพิ่มก่อนค่อยต่อ เติมก็ไม่สาย จริงไหมครับป้า” “คงงั้น” ป้าตอบหลานชายเสียงเย็น อาหารเตรียมไว้อย่างพรักพร้อม เมื่อเห็นนายเอกมา ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ภาสกรจึงเดิน ไปบอกให้กลับไปก่อน แล้วเขา จะนั่งแท็กซี่กลับเอง นายเอกจึงได้คลายใจขับรถออกไป ภาสกรเดินเข้ามาประจำาที่ โดยมีป้าสุนีย์และชนะชัยนั่งรออยู่ เพียงจับช้อนกิริยาการกินก็สร้างความตื่นตะลึง ท่าทาง เหมือนตายอดตายอยากทำา ให้ป้าสุนีย์ยิ่งส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ส่วนชนะชัยนั้นเพียงเลิกคิ้วมอง “หิวมากหรือน้องนิล” “ค่ะ” พูดที่ข้าวเต็มปากทำาให้ข้าวพุ่งออกมาไม่น้อย ป้า สุนีย์วางช้อนลงอย่างแรง ก่อนจะหันไปพูดด้วยความโมโหกับ หลานชาย “ป้าอิ่มแล้วล่ะ กินไม่ลง!” กล่าวจบก็เดินตึง ๆ ขึ้นไปชั้น บนด้วยความหงุดหงิดใจ ท่ามกลางสีหน้าเหลอหลาของภาสกร ที่แกล้งมองตามไป ก่อนจะก้มลงกินต่ออย่างเมามันตัก นำ้าแกง ขึ้นมาซดเสียงดังแล้วหันไปพยักพเยิดกับชนะชัย “อร่อยเนอะ” ยินยอมหมดมาดเพื่อลดสายตาหวานฉำ่าที่ ชนะชัยมีให้และท่าทางว่า จะสำาเร็จ เมื่อเห็นท่าทีของชนะชัยที่ดู พะอืดพะอมก็ยิ่งแสดงหนักเข้าไปใหญ่ แกล้งตักกับข้าว ด้วย 54
  • 55.
    ช้อนตัวเอง ทำาให้ข้าวที่ติดช้อนตกลงในชามกับข้าวอยู่หลายครั้ง ท้าย ที่สุดชนะชัยก็อิ่มไปอีกคน แววตานั้นคล้ายปลงตกหรือ พยายามปลงอย่างไรก็ไม่ทราบ “พี่ไปทำางานก่อนนะ เสร็จแล้วจะตามไปดูก็ได้นะ น้อง นิล” ภาสกรพยักหน้าส่ง ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินต่อ อาการตายอดตายอยากชะลอลงเมื่อชนะชัยเดินลับตา ไป ภาสกรถอนหายใจยาววาง ช้อนด้วยกิริยาเรียบร้อยจากนั้น ก็ลุกขึ้น มือที่จะแตะจานข้าวเพื่อเก็บนั้นชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วคงต้องแสดงให้สุด ๆ กันไปเลยจะดีกว่า ภาสกรจึงไม่สนใจสำารับกับและ ข้าวจานเปล่าบนโต๊ะสิ่งที่ทำาคือ เดินไปหาชนะชัย “พี่ชนะชัยคะ นิลว่ากลับก่อนดีกว่าค่ะ พอดีว่าคุณกร เขารออยู่น่ะค่ะ” “คุณกร?” “ค่ะ คุณกรแฟนนิลเอง แล้วก็เป็นเจ้านายนิลตอนนี้ด้วย นิลทำางานเป็นเลขาฯ ให้ เขาอยู่ค่ะ และตอนนี้นิลก็อยู่บ้าน เดียวกับเขาด้วยค่ะ” คำาพูดที่ภาสกรบอกออกไปทำาให้ชนะ ชัยถึงกับชะงักและอ้าปากค้าง “พี่ชนะชัยเป็นรุ่นพี่ที่น่ารักและดีที่สุดเท่าที่นิลรู้จักเลย นะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้ นิลแสดงภาพร่วมด้วยขอบคุณ จริงๆ ค่ะสำาหรับโอกาสที่มอบให้นิลไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย” มือ เล็ก ๆ โบกอย่างมีจริตมารยาได้ใจ ขณะที่พูดก็ก้าวเท้าเดินออกประตูสตู ดิโอไปด้วย ภาพ ชนะชัยที่เหมือนกับจะช็อกค้างทำาให้ภาสกรรู้สึก ดีที่สุดนับตั้งแต่สลับร่างกับนิลกานต์มา ร่างบางที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บนรถแท็กซี่นั่นเริ่มหุบยิ้มเมื่อ นึกถึงภาพเมื่อกี้อีกครั้ง หากว่า ชนะชัยบ้าจี้ปฏิเสธไม่ยอมให้ภาพของนิลกานต์มาร่วมแสดง ด้วยเล่าเขาจะทำาเช่นไรดี ภาสกร ใจหายเมื่อเพิ่งนึกได้ถึงผลที่จะ ตามมาครั้นแล้วก็ตัดสินใจแน่วแน่ หากว่าชนะชัยเป็นเช่นนั้น จริงๆ เขานี่แหละจะจัดงานแสดงภาพให้นิลกานต์เอง เอาให้ใหญ่ โตให้เป็นที่ฮือฮาในวงสังคม ชั้นสูงเลยเชียว (รอมแพง, 2552, หน้า 159-163) 1.6 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับพงษ์วิทย์ นอกจากชัยชนะแล้ว พงษ์วิทย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ภาสกรเห็น ว่าต้องกำาจัดให้พ้นทาง ดังนั้นเขาจึงแวะไปที่ร้านของพงษ์วิทย์เพื่อตัด สัมพันธ์อย่างแนบเนียน 55
  • 56.
    ไม่นานอาหารก็มาพร้อมกับพงษ์วิทย์ที่มานั่งทานเป็น เพื่อน “เป็นยังไงบ้าง แกมีเงินใช้หรือเปล่า” โห...ถามลึกถึง เรื่องส่วนตัวเสียจริงๆภาสกร เริ่มหงุดหงิดใจ “ทำาไมจะไม่มี ตอนนี้ฉันทำางานเป็นเลขาฯ ให้แฟนฉัน แล้วนี่” “หา!” ใบหน้าแดงกำ่าของพงษ์วิทย์ที่อยู่หน้าอาหารร้อน ๆ กลายเป็นซีดทันตาเห็น “ทำาไม หรือเธอจะคิดว่าฉันไม่น่ารักพอที่จะมีแฟน” “เปล่า...คบกับเขาได้ยังไง ไม่เห็นนิลเคยเล่าให้ฟังเลย หรือนี่ “มันก็ต้องมีอะไรที่เป็นส่วนตัวกันบ้าง แต่...จริง ๆ ก็เพิ่ง คบกัน” “ดูให้ดี ๆ นะนิล ฉันว่าไอ้ว่าไอ้คนนั้นน่ะไม่น่าไว้ใจดู เป็นคนรวยหยิบหย่งยังไงก็ไม่รู้” “เขาเป็นคนดี” ภาสกรเสียงห้วนได้ที่ “โมโหอะไร ถ้าเขาเป็นคนดีก็ดีไป ฉันอยากให้แกดูดี ๆ เท่านั้นล่ะ”ภาสกรถอน หายใจยาวอย่างขัดใจ “ดูดีแล้ว คนนี้แหละดีที่สุด หล่อ รวย เพอร์เฟกต์” “ฉันรู้ว่าแกน่ะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่ฉันเป็นห่วงแก จริงๆ นะ” เสียงนุ่ม ๆ ของ พงษ์วิทย์ทำาให้ภาสกรทนไม่ไหวแล้วที่จะปล่อยให้มัน เยิ่นเย้อต่อไป “ถ้าเธอจะคิดอะไรกับฉันเกินเพื่อนแล้วล่ะก็ เลิกคิดซะ เถอะนะเพราะมันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอ” ภาสกรทำาเสียงเย็นชาเหนื่อยหน่ายจนพงษ์วิทย์ผงะ “แกเป็นอะไรของแก ทำาไมพูดกับฉันอย่างนั้น เสียแรง ที่เราเป็นเพื่อนกันมานาน” นำ้าเสียงของพงษ์วิทย์ดูจะผิด หวังในตัวของเพื่อนสนิทเสียจนภาสกรต้องพยายาม บอกตัว เองให้ใจเย็น ๆ “ฉันขอโทษ แต่เธอก็อย่ามาว่าคุณภาสกรสิ อย่าลืมว่า ตอนนี้ฉันคบกับเขาอยู่” ตอกยำ้าเข้าไปตอกให้ลึกให้หนัก สีหน้าและแววตาของพงษ์ วิทย์นั้นดูท้อแท้เสียใจเป็นอย่าง มาก ซึ่งภาสกรก็พึงพอใจที่เป็น เช่นนี้ “ไม่เอาแล้วฉันกลับบ้านดีกว่า นี่เงิน ไม่ต้องทอนล่ะ” ภาสกรหยิบเอาธนบัตรสีม่วง มาวางไว้ตรงหน้าเพื่อนของนิลกานต์ ที่ยังคงนิ่งอึ้ง 56
  • 57.
    “ถ้าเธอเลิกคิดบ้าๆ กับฉันเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันถึง ยังเธอก็เป็นเพื่อนที่ฉันสนิท ที่สุด” เพื่อไม่ให้นิลกานต์ต้องเจอกับ ปัญหายามที่เปลี่ยนร่างคืน ตอนนี้คงเป็นช่วงปลอบ ประโลม ไอ้เพื่อนยากคนนี้ไปก่อน “แกเอาเงินคืนไปเถอะ”พงษ์วิทย์ยัดเงินคืนใส่มืออีก ฝ่ายด้วยท่าทางเสียใจขนาดหนัก “ฉันรู้ว่าฉันเป็นได้แค่เพื่อน และไม่เคยเรียกร้องมากก ว่านหั้น แกมีคนที่แกรักแล้วก็ดี ก็ขอให้คบกันนาน ๆ” นำ้าเสียง จริงจังจริงใจและแววตาที่อ่อนโยนทำาให้ภาสกรรู้สึกผิดในใจ “ถ้าฉันพูดแรงไปฉันก็ขอโทษด้วย” “กินข้าวต่อเถอะ นะ” “อืม” แปลกที่ท่าทางของพงษ์วิทย์ดูปลอดโปร่งขึ้น คล้ายกับ ได้รับรู้แล้วว่าเขากับนิลกานต์ เป็นได้เพียงเพื่อนสนิทกัน เท่านั้นการที่ความในใจถูกอีกฝ่ายรับรู้ แม้ไม่ได้รับการสนองตอบ อย่างที่ใจต้องการ แต่ก็ทำาให้โล่งใจไม่อึดอัดหรือลังเลอีกต่อไป ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่และ จะเป็นเช่นนั้นเสมอสำาหรับเขากับนิล กานต์... (รอมแพง, 2552, หน้า 166- 167) 1.7 ความขัดแย้งระหว่างนิลกานต์กับดาริน ในขณะที่ภาสกรกำาจัดคู่แข่งของตัวเองออกไปทีละคน นิล กานต์ก็ต้องปวดหัวกับสาวๆหลายคนที่มาตามตื๊อและรุมล้อมภาสกร หนึ่ง ในนั้นก็คือ ดาริน ที่สร้างปัญหาระรานภาสกรในร่างนิลกานต์ จนกระทั่ง เขาต้องขอร้องให้นิลกานต์ในร่างของตัวเองไล่เธอออก ร่างบางที่เดินออกมาจากห้องก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปโดยไม่ ปรายตามามองนั้นทำาให้ดารินโมโห วูบก่อนจะวิ่งตามไปดักหน้าไว้ “เดี๋ยว จะไปไหน” เสียงแหลมที่ตะคอกใส่หน้าทำาให้ภาสกร รู้สึกงุนงง “ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน” เสียงเย็นชานั้นทำาให้ดารินยิ่ง โมโห “อย่านึกนะว่าเป็นคู่ควงของเจ้านายแล้วจะทำาให้เธอน่ะ เชิดใส่ คนอื่นได้” “เหลวไหล พูดอะไรของคุณ”ดารินเชิดหน้าปรายตามอง ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยหางตา “คุณภาสกรน่ะ อาจจะอยากผิดกลิ่นชั่วครั้งชั่วคราว จำาไว้ด้วย ว่าเธอน่ะไม่ใช่สเปกของเขาหรอก อีกไม่นานเขาก็ต้องทิ้งเธอ” ภาสกร รู้สึกโมโหมากจนเห็นปลาพะยูนเป็นหนู “พูดบ้าอะไร ไปทำางานไป” 57
  • 58.
    “เธออาจจะไม่รู้ คู่ควงของเขาแต่ละคนน่ะมีแต่คนสวยมีระดับ อย่างเธอน่ะไม่ได้เศษเสี้ยวของ พวกเขาเลยสักนิด” “อย่างเธอล่ะแม้แต่หางตาคุณภาสกรก็ไม่มองใช่ไหมถึงได้มา พูดจาตำ่า ๆ แบบนี้” ภาสกรพูด เสร็จก็เดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งโดยมี ร่างของเลขาฯสาวร่างอวบเดินตามเข้ามาด้วย “คุณภาสกร” นำ้าเสียงเคร่งเครียดนั้นทำาให้นิลกานต์เงยหน้าขึ้น มองอย่างงงๆ “มีอะไรหรือคุณ อ้าว...คุณดาริน “ดารินก็ไม่เข้าใจคุณนิลกานต์เธอเหมือนกันค่ะ ออกไปก็ ตะคอกใส่ดาริน”ดารินนำ้าตาไหลพราก ราวกับสั่งได้ “หา!” นิลกานต์กะพริบตาปริบๆ “ตะคอกว่าดารินแต่งตัวมายั่วคุณ เธอเป็นอะไรกับคุณคะทำาไม ถึงทำาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างนี้” พูดเสียงเครือจบก็สะอื้นฮักๆอีกรอบ ดวงตาของภาสกรวาววับ อารมณ์โมโหที่กำาลังเดือดนั้นทำาให้ ดวงตาคู่นั้นแทบจะลุกเป็นไฟ “เอ่อ...”นิลกานต์ทำาหน้าเหมือนปวดฟัน เพราะฟังดูก็รู้ว่าดาริน สตรอว์เบอร์รี “อืม...” “ไล่แม่นี่ออก”นำ้าเสียงเย็นยะเยียบของภาสกรในร่างของหญิง สาวพูดขึ้นเมื่อข่มอารมณ์โกรธลง ได้ ดารินไดยินก็ยิ่งสะอื้นยกใหญ่ คล้ายผู้น้อยที่ถูกรังแก “เอางั้นเลยเหรอ”นิลกานต์มองสองคนตรงหน้าไปมาก่อนจะ ถอนหายใจยาว “ตามใจคุณละกัน คุณดารินเสียใจด้วยนะ เชิญคุณออกไปได้ แล้วเดี๋ยวผมจะให้ฝ่ายบุคคลจัดการ เรื่องค่าชดเชยให้”นิลกานต์กล่าวจบ ก็ก้มหน้าหัดเซ็นลายเซ็นต่อด้วยความตั้งใจ โดยไม่ได้มองดารินที่อ้า ปากค้างพะงาบๆ อย่างตกใจ “คุณทำาอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องกรม แรงงานอะไรกันแค่คู่ขาคนเดียวก็หา เรื่องไล่ลูกน้อง” “หึ..ฟ้องไปสิ แล้วอย่าหวังนะว่าจะได้งานใหม่ รับรองว่าทางเรา จะไม่ยอมให้คุณลอยนวล หรอก!” ภาสกรพูดเสียงดัง จนดารินอ้าปาก ค้างก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่สนใจ อะไร นอกจากสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ “จำาไว้ พวกคุณจำาเอาไว้!” ดารินเดินออกจากห้องไปด้วยความ แค้นสุดใจ (รอมแพง, 2552, หน้า 117-119) 1.8 ความขัดแย้งระหว่างภาสกรกับแม่เลี้ยง สุดท้ายความขัดแย้งที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นก็กลายเป็นการ ลอบฆ่า โดยแม่เลี้ยงของภาสกรสั่งมือปืนมายิงเขาเพราะหวังให้มรดกที่ เหลืออยู่ทั้งหมดตกเป็นของลูกชายตนเอง 58
  • 59.
    ชายหนุ่มลงไปคุยกับตำารวจเจ้าของคดี และรับรู้การ การให้ปากคำาของคนร้ายที่ สารภาพชื่อคนว่าจ้างซึ่งเป็น คนที่เขาไม่ชอบหน้านักแต่ก็ไม่คิดว่าเธอทำาเรื่องเช่นนี้ได้ “ผมไม่นึกเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเค้าเลย ว่าเขาจะทำาได้” “คนที่ยิงคุณเป็นญาติของคนจ้างวาน เขาให้การว่า ลูกพี่ลูกน้องของเขาคิดจะลอบฆ่า คุณหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสบ โอกาสครั้งนี้เขาโดนรบเร้าเพราะคุณมีทีท่าว่าจะแต่งงาน ถ้า คุณมีลูกแล้วตายไปสมบัติทั้งหมดคงต้องตกเป็นของลูกคุณ ถ้าไม่ อยากฆ่าหลายคนก็ต้องรีบ ทำา ผมล่ะแทบไม่เชื่อหูเดี๋ยวนี้เพื่อเงิน อะไร ๆ ก็ทำาได้แม้แต่ฆ่าคน แย่จริง ๆ” สารวัตรบรรพต มองชาย หนุ่มตรงหน้าอย่างเห็นใจ ผมฝากคุณตำารวจช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยนะครับ ผม ขอร้องว่าอย่าเพิ่งออกข่าวเรื่องนี้ ได้ไหมครับ ผมขอไปเคลียร์ อะไรต่ออะไรที่บ้านก่อนแล้วจะมาใหม่” ภาสกรพูดพลางครุ่นคิด ไปพลาง การสลับร่างครั้งนี้ให้อะไรกับเขามากกว่าที่คิด...มากกว่า ที่คิดเยอะมากจริงๆ (รอมแพง, 2552, หน้า 193) 2. ความขัดแย้งภายในจิตใจ ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็มีปมภายในจิตใจกันทั้งคู่ ซึ่งทำาให้ วางตัวห่างเหินกับครอบครัว ดังนั้น เมื่อมีการสลับร่างกันเกิดขึ้น ต่างคน จึงได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้กับครอบครัว ซึ่งให้ผลลงเอยด้วยดี เพราะ ที่ผ่านมาเจ้าตัวเองมักจะกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง 2.1 ปมภายในจิตใจของนิลกานต์ นิลกานต์เล่าความเป็นมาของตัวเองให้ภาสกรฟังเพื่อที่เขา จะได้เข้าใจภูมิหลังของเธอ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ ทำาให้ชายหนุ่มได้รู้ถึง ปมลึกๆ ที่นิลกานต์อิจฉาพี่ชายที่เป็นที่รักของคนในครอบครัวได้ มากกว่าเธอ เธอจึงพยายามที่จะหาเลี้ยงตัวเองและทำาให้คนใน ครอบครัวภาคภูมิใจ “ฉันน่ะเป็นลูกสาวชาวสวนอยู่ที่ระยอง พ่อกับแม่เป็น ซาวสวนทั้งคู่มีพี่ชายหนึ่งคนยัง ไม่แต่งงานเขาเป็นความภาค ภูมิใจของพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็กจนโตพ่อกับแม่รักพี่มากจนบางที ก็ลืมฉันไปเลยด้วยซำ้า และที่มันทำาให้ฉันรู้สึกแย่มากขึ้นก็เพราะว่า เขาเลือกเรียนเกษตร แล้ว เอาความรู้กลับไปพัฒนาสวนที่บ้าน 59
  • 60.
    จนใหญ่โต ส่วนฉันกอย่างที่คุณเห็น เป็นจิตรกรที่รอวันดัง และอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้แม้แต่คุณเองยังเห็นมันเป็นขยะเลย ด้วยซำ้าแต่ฉันก็ยังมี ความหวัง ฉันพยายามยืนอยู่ด้วย ลำาแข้งของตัวเอง แต่ทำาเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจะมีเงาของพี่ คอย บดบังสิ่งที่ฉันทำาอย่างเสมอ ชีวิตฉันไม่มีอะไรเลย ไม่มีเลย” หยาดนำ้าใส ๆ คลอตา ใน แววตานั้นมีความเข้มแข็งไม่ยอมแพ้เปล่ง ประกายออกมา จนทำาให้ภาสกรถึงกับอึ้ง (รอมแพง, 2552, หน้า 47) 2.2 ปมภายในจิตใจของภาสกร ภาสกรเผยความในใจของเขาแก่นิลกานต์หลังจากที่หญิง สาวคิดว่าต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของกันและกันเพื่อให้การสลับร่าง นั้นเป็นไปอย่างแนบเนียน “แต่ผมไม่มีความสุขเลย...ตอนผมอายุสิบขวบ แม่ผมหนี จากพ่อจากผมไป ไม่มี เหตุผลอะไรนอกจากทนไม่ได้ที่พ่อมี คนใหม่ แม่ทิ้งให้ผมต้องอยู่กับสิ่งที่แม่หนีไป ไม่เคยไยดี ไม่เคย มาหา ไม่เคยแม้แต่จะโทร. มาหา พ่อบอกว่าไม่ได้ข่าวแม่เลย ทำาเหมือน ตายจากกัน แต่ ก็นั่นล่ะ แม่ไปได้ไม่นานพ่อก็เอาเมียใหม่เข้ามา อยู่ด้วยทันที ก็คนที่คุณเจอเมื่อวานยังไงล่ะ เขาก็ไม่ได้เลวร้าย อะไรนะ แต่เขามีลูกกับพ่อแล้วตอนนี้น้องผมเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะ อีก สามปีก็คงจบ” “โห ไม่น่าเชื่อเลย ผู้หญิงที่ฉันเจอเมื่อวานที่ช่วยพยุ งอาม่ากิมย้งน่ะหรือคะ” “ใช่ คนนั้นล่ะ” “เขายังสาวแล้วก็ยังสวยมากเลยนะคะ ถ้าบอกว่าเป็นพี่ สาวคุณฉันก็เชื่อนะนั่น” “คนที่อยู่บ้านสบาย ๆ ท่องเที่ยวได้ทุกที่ที่อยากไป จะ บำารุงบำาเรอตัวเองแค่ไหนก็ได้ ไม่มีทุกข์ร้อน ยังไงก็คงแก่ ยาก” “คุณพูดเหมือนอิจฉาเขาเลย” “ก็คงงั้น เพราะพ่อรักเขามาก ก็อย่างที่บอก ฉันถูกทิ้ง มาตลอด ทั้งแม่ ทั้งพ่อที่พอมี ภรรยาใหม่ก็แทบไม่สนใจฉันเลย มี แต่อาม่าที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ฉัน รันทดดีไหมล่ะ” นิลกานต์ไม่อยากจะบอกตัวเองว่าตอนนี้เธอกำาลังสงสาร คนรวยเข้าเต็มเปา “คนเราเนอะ จะหาสุขล้วนคงไม่มี อย่างน้อยฉันก็รู้คุณ ก็รู้ว่าเราต่างไม่ใช่คนที่เจอ ความทุกข์แต่เพียงผู้เดียว คนอื่นเขา 60
  • 61.
    ก็มีทุกข์มีร้อนเหมือนกันถ้าเราไม่เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มี ใครรู้ พวกเขาเหล่านั้นก็เหมือนกัน” ทั้งสองคนหันมาสบตากัน เป็นครั้งแรกที่พอจะคุยกัน ได้และเป็นครั้งแรกของคนทั้งคู่ที่ได้พูดเรื่องที่เก็บไว้ในใจให้ คนอื่นฟัง (รอมแพง, 2552, หน้า 47-48) 3. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ การที่นิลกานต์และภาสกรสลับร่างกันนั้นเกิดจากการสบตากัน ผ่านช่องธรรมจักรในวันที่มีสุริยุปราคา ซึ่งเป็นเรื่องเหนือความคาด หมาย ดังนั้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ จึงความเป็นจงใจของธรรมชาติที่ ทั้งสองคนต้องหาคำาตอบเพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง 3.1 การสลับร่างกันระหว่างนิลกานต์และภาสกร ธรรมชาติที่สร้างความขัดแย้งให้แก่ตัวละครเอกทั้งสองตัว ในนวนิยายเรื่องนี้ คือ ธรรมจักร ซึ่งหลังตาสบตากันผ่านซี่วงล้อแล้วทั้ง สองก็สลบไปแล้วฟื้นมาพบว่าร่างสลับกัน เมื่อเดินไปใกล้ถึงหินสลักรูปธรรมจักรกับกวางหมอบที่ ตั้งกลางห้อง นิลกานต์ก็ต้อง หยุดซะงัก เพราะอีกด้านของ ธรรมจักรคือชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคู่อริคนล่าสุดที่กำาลังมอง หา ทางเธอกับอาม่าที่กำาลังเอียงคอมองของเก่าในตู้อย่างตั้งอกตั้งใจนั่นเอง จู่ๆ ก็คล้ายกับว่าภายในห้องนั้นมืดลงอย่างกะทันหัน อากาศที่ร้อนอบอ้าวก็เหมือน จะเย็นลงชวนให้รู้สึกขนลุก ทันทีที่สายตาคมสองคู่ปะทะกันผ่านช่องธรรมจักรแกะ สลัก แสงสีขาวบาดตาก็พุ่ง ปราดเข้าดวงตาของทั้งสองคนจน ต้องหลับตาลงโดยอัตโนมัติก่อนอุทานขึ้นพร้อมกัน “เอ๊ะ!” “อ๊ะ!” โลกเหมือนจะเอียงโย้ไปมาชวนให้เวียนหัวอยู่พักใหญ่ แล้วสิ่งก็ดับวูบลง... (รอมแพง, 2552, หน้า 21) 3.2 ความพยายามที่จะกลับคืนร่างเดิม หลังจากสลับร่างกันได้หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่าง พยายามที่จะหาทางกลับคืนร่างเดิม ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความ พยายามที่จะต่อสู้กับธรรมชาติ 61
  • 62.
    ทั้งสองคนยืนเล็งกันอยู่นานจนได้เหลี่ยมมุมที่คิดว่าใช่ จากนั้นก็ยืนรอเวลาอย่างใจ จดใจจ่อ เวลาแต่ละนาทีช่างเดินไป อย่างเชื่องช้าแสงแดดแรงกล้าส่งไอร้อนเข้ามาเป็นระยะๆ แล้วเวลานั้นก็มาถึงทั้งคู่มองตากันอย่างเอาเป็นเอาตายหากไม่จำา เป็นจริงๆ ก็แทบจะไม่ กระพริบตาเลย เวลาล่วงเลยมานาน พอสมควร คนที่หมดความอดทนก่อนก็คือนิลกานต์ “โอ๊ย! แสบตาขาแข็งไปหมดแล้ว คุณ ฉันว่ามันต้องมี อะไรผิดพลาดแน่ ๆ เลย” “กี่โมงแล้ว” ภาสกรในร่างบอบบางถามขึ้น นิลกานต์จึง ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ โรเล็กซ์ “เที่ยงสิบห้าแล้วคุณ โอ๊ย! เมื่อย”บ่นจบก็ทรุดตัวลงนั่ง กับพื้นดื้อๆ ทำาเอาอีกฝ่าย ต้องส่ายหน้า “ลุกขึ้นเถอะ เฮ้อ...ค่อยคิดกันใหม่ว่าเราพลาดกันตรง ไหน” (รอมแพง, 2552, หน้า 41-42) “อืม...นี่ไงคุณดูสิฉันจดมาแล้วว่าจะเกิดวันที่เท่าไหร่ เวลาไหนบ้าง”มือใหญ่ยื่น กระดาษสีขาวให้ภาสกรดูพร้อม กับดูไปด้วยกัน วันที่ 9 เมษายน สุริยุปราคาวงแหวน และ สุริยุปราคาเต็มดวง (ผ่านมาแล้ว) วันที่ 24 เมษายน จันทรุปราคาเงามัว เข้า 14 นาฬิกา 49.8 นาที ออก 18 นาฬิกา 59.8 นาที วันที่ 3 ตุลาคม สุริยุปราคาวงแหวน เข้า 14 นาฬิกา 35.5 นาที ออก 20 นาฬิกา 27.7 นาที วันที่ 17 ตุลาคม จันทรุปราคาบางส่วน เข้า 16 นาฬิกา 51.4 นาที ออก 21 นาฬิกา 15.1 นาที “เงามัวกับบางส่วน วันที่ 24 เมษายนนี้ก็เป็นเงามัวเสีย อีก แล้วนี่ฉันกับคุณต้องยืน ขาแข็งสี่ห้าชั่วโมงเชียวนะ สงสัยต้อง ไปฝึกร่างกายที่เสี้ยวลิ้มยี่ก่อนล่ะมั้งเนี่ย” นิลกานต์บ่น อุบ แต่ พอคิดว่าเดือนตุลาคมนั้นต้องยืนไม่ห้าก็หกชั่วโมง อย่างไรเสียยืนสี่ ชั่วโมงก็ยังดีกว่า 62
  • 63.
    “ยังไงก็คงดีกว่าสลับร่างกันอย่างนี้ล่ะ” “ทำาไม เป็นฉันมันไม่ดีตรงไหน” “ไม่ใช่ไม่ดี แต่...ผมอยากจะทำาอะไรบางอย่างที่จะ เหมาะมากถ้าอยู่ในร่างของผมเอง” เสียงเคร่งเครียดจริงจัง ทำาให้นิลกานต์เอียงคอมองอย่างสงสัยแล้วก็นึกออก “จริงสิ ถ้าคุณยังอยู่ในร่างผู้หญิง น้องพิณคงขึ้นคาน แน่ ๆ “พิณเป็นน้องสาว บอกกี่ครั้งแล้ว” “งั้น...บอกได้รึเปล่าว่าอยากเปลี่ยนร่างไปทำาอะไร” เสียงเย้าแหย่และใบหน้าที่พูด ลอยหน้าลอยตาล้อนั้นหยุด ชะงักลงเมื่อเจอกับสายตาบางอย่างในดวงตาอีกคู่ สักพักนิลกานต์ ก็เด้งขึ้นจากเตียงนอน “เออ ฉันลืมไป ฉันเข้ามาในห้องคุณแบบนี้ใครจะเห็น บ้างก็ไม่รู้ แล้วถ้าเห็นเข้าเขา จะคิดกันยังไงเนี่ย โอ๊ย! ไม่ได้ แล้ว ฉันกลับห้องฉันดีกว่า” (รอมแพง, 2552, หน้า 140 -141) 3.3 การคืนร่างได้สำาเร็จ หลังจากพยายามมาแล้วหลายรอบ ในที่สุดเรื่องก็คลี่คลาย ด้วยการที่ตัวละครเอกทั้งสองสามารถกลับคืนร่างเดิมของตนเองได้ “เธอ ฉันเมื่อยแล้วนะ” “ใจเย็น ๆ สิคุณ อดทนหน่อย เพิ่งสามชั่วโมงกว่าเอง อีกตั้งชั่วโมงถึงจะครบรอบ จันทรุปราคา” “ใช่สิ เธอไม่มาเป็นฉันนี่ของของเธอน่ะโคตรหนัก ยิ่ง ถือนานก็ยิ่งหนักขึ้น”ชายหนุ่ม บ่นอย่างเหลือทนตอนนี้ขาน่ะ ไม่เท่าไหร่แต่แขนนี่สิล้ามากที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมา ก่อนจะก้มลง มองนาฬิกาอีกรอบ “คุณอย่าก้มมองนาฬิกาบ่อยนักนะเดี๋ยวคลาดกัน เวลา จะมองนาฬิกาน่ะยกมือขึ้น ดูสิ” นิลกานต์แม้จะเมื่อยขาแค่ไหนแต่ก็ยังจ้องมองอีกฝ่าย แทบไม่กะพริบตาแถมยังคิดเดาวิธี ที่จะสลับร่างคืนให้ได้มาสารพัด นาฬิกาของพิพิธภัณฑ์บอกเวลาสิบแปดนาฬิกา แว่ว เสียงเพลงชาติดังมาไกล เสียง ปิดหน้าต่างปิดประตูเริ่มดังไล่ เข้ามาเรื่อย ๆ “เอายังไงดีคุณ เกิดเขามาถึงห้องนี้แล้วพวกเรามายืน จ้องตากันอยู่อย่างนี้ เขาคงหา ว่าเราบ้า” 63
  • 64.
    “ใจเย็นๆ รอให้ถึงที่สุดก่อนสิคุณยังเหลืออีกตั้งสี่สิบเก้า นาที”เพียงเข็มยาวชี้เลยเลข หนึ่งมาเพียงสองขีดแสงสีขาวสว่างก็ วาบเข้าตาของคนทั้งสองเสียงเหมือนหินครูดกันดังแว่ว เหมือน ดังมาจากที่อันไกลโพ้น ทั้งสองคนผงะถอยหลังก่อนจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า พอดีกับที่ พนักงานผู้ช่วยภัณฑารักษ์มาปิดประตู “อ้าว...คุณที่ว่าจะวาดรูปถึงทุ่มนี่ เป็นอะไรไปครับ” พนักงานสูงอายุเข้ามาพยุง นิลกานต์ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนหูอื้อและ ดวงตาพร่ามัวเมื่อลืมตาขึ้นอีกทีก็ พบว่าในมือกำาดินสอแน่น.ส่วน กระดาษปอนด์กับขาตั้งประเด็นไปคนละทาง “สลับได้แล้ว!” นำ้าเสียงดีอกดีใจของนิลกานต์ทำาให้ ภาสกรที่อยู่อีกฝั่งลืมตาขึ้นมอง ตัวเอง “สลับได้แล้วจริง ๆ” พนักงานของพิพิธภัณฑ์ ชะโงกไป มองภาสกร ก่อนจะหันมา มองนิลกานต์ด้วยสายตาตั้งคำาถาม “แหะ ๆ คือวาดเสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ เอ่อ ขอบคุณจริง ๆ”นิลกานต์ กุมมือผู้ที่มาช่วยพยุงด้วยความดีใจ จนแทบกระโดดโลดเต้นเสียตรงนั้น ร่างบางโผไปหา ภาสกรก่อนจะจับมือเขย่าแรง ๆ อย่างสุดแสนจะยินดี (รอมแพง, 2552, หน้า 174 -175) ความขัดแย้งที่นวนิยายเรื่องนี้มีอยู่ทั้ง 3 ลักษณะเป็นผลดีต่อโครง เรื่องเพราะมีเหตุการณ์ที่ทำาให้น่าติดตามและขบคิดโดยตลอด ผู้อ่าน ต้องเอาใจช่วยทั้งสองฝ่ายที่ต่างก็มีปัญหาของตัวเอง และยังต้องมาปรับ ตัวให้เข้ากับอีกคนหนึ่งที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเมื่อปมทุก อย่างคลี่คลายลงก็ทำาให้ตัวละครเอกทั้งสองตัวตกหลุมรักกันได้อย่างสม เหตุสมผล เพราะแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่การที่ได้เผชิญ วิกฤตการณ์ต่างๆด้วยกันก็มากพอที่จะทำาให้ทั้งสองเกิดความประทับใจ ในกันและกันได้อย่างพอดี การดำาเนินโครงเรื่อง นวนิยายเรื่องป่วนรักสลับร่าง ของรอมแพง เป็นนวนิยายเล่มเดียว จบ การเดินเรื่องจึงกระชับ รวดเร็ว และเป็นไปตามลักษณะการดำาเนิน โครงเรื่อง 5 ขั้น ดังนี้ 1. การเปิดเรื่อง การเปิดเรื่องที่น่าสนใจต้องสามารถดึงให้ผู้อ่านติดตามได้ตั้งแต่ บรรทัดแรก นวนิยายเรื่องนี้เปิดด้วย 64
  • 65.
    การบรรยายกิจวัตรของตัวละครเอกและความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทคน หนึ่ง จากนั้นถึงค่อยกล่าวถึงตัวละครเอกฝ่ายชายเพื่อให้ผู้อ่านทราบถึง นิสัยใจคอของแต่ละฝ่าย ดังตัวอย่าง นิลกานต์ตักนำ้าแกงสลับกับข้าวเปล่าเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ข้าวราดแกงร้านนี้เป็นของเพื่อนเธอเอง แถมกับข้าวของร้านนี้ก็ มีรสชาติที่ถูกปากเธอมากเลยจนต้องมากินที่ร้านนี้ทุกอาทิตย์ และอาจ จะเกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้เธอต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้น การมากินข้าวที่ร้านนี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด “เป็นยังไงบ้างนิล งานแกน่ะ” พงษวิทย์ทรุดตัวลงนั่งคุยกับ เพื่อนพลางเหลือบมองดวง หน้านวลตรงหน้าเป็นพัก ๆ “ก็เรื่อย ๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” “แกนะแก ทำาไมไม่เชื่อพ่อกับแม่วะหางานหาการในบริษัท เจ๋ง ๆ ทำาไม่ดีกว่ารึ” “เหอะ เพื่อหางานบริษัททำา พ่อกับแม่ก็คงบอกอีกว่าไม่เป็น ไทกับตัวเองให้กลับไปทำาสวนที่ บ้านดีกว่า น่าเบื่อจะตาย” “แล้วทำาสวนมันไม่ตีตรงไหน” “ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่ใช่ตัวฉันแกก็รู้นี่”พงษ์วิทย์อมยิ้มพลาง มองเพื่อนสาวด้วยสายตาอ่อนโยนทว่าเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา สายตา คู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นรื่นเริงทันที การที่นิลกานต์ไม่ยอมกลับไปช่วยงานของที่บ้านนั้นนับเป็น สิ่งที่เขายินดีอย่างยิ่ง และรับรู้มา นานแล้วว่าเพื่อนคนนี้มีนิสัยที่ว่ายิ่ง ว่าเหมือนยิ่งยุหากยิ่งยุก็ยิ่งดึงดันไม่ยอมทำาตาม “งานที่บ้านน่ะ ฉันไม่ห่วงหรอก พี่นาวินเขาก็ดูแลดีอยู่แล้ว เขาจบเกษตรมาก็เหมาะกับเขา แล้ว ส่วนฉันเนี่ยจบจิตรกรรมมาจะ ให้ไปทำาสวนรึไง จะบ้าเหรอแก” (รอมแพง, 2552, หน้า 8- 9) หลังจากครำ่าเคร่งกับงานตรงหน้าไปได้สักพัก เจ้าของห้องก เงยหน้าขึ้นมามองรูปถ่าย ครอบครัวบนโต๊ะนิ่งภาพถ่ายซึ่งประกอบ ด้วยย่าหรือที่เขาเรียกว่า อาม่า พ่อ แม่และตัวเขาเอง อีกไม่กี่ วันก็จะ ถึงวันคล้ายวันเกิดของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้อยู่กันพร้อม หน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกอีก หรือเปล่าเพราะตั้งแต่คุณภาสกรพ่อของ เขาเจอกับนักร้องสาวสวยเมื่อยี่สีบปีที่แล้ว ครอบครัวที่เคย อบอุ่น ของเขาก็กลายเป็นเพียงอดีต คุณวนิดา แม่ของเขาเลือกที่จะเดินจากไปใช่ชีวิตของตัว เองโดยที่ไม่เคยกลับมาดูดำาดูดีเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้ภรรยาใหม่ ของพ่อก็มีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งก็คือน้องชายต่างมารดาของเขานั่นเอง 65
  • 66.
    จนตอนนี้แม้ว่าอายุของเขาย่างเข้าสามสิบปี แล้วแต่ความรู้สึกขาด ความรักความอบอุ่นเมื่อครั้งยังเยาว์ ก็ยังคอยตามหลอกหลอนเขา อยู่เสมอ ภาสกรรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นคนนอกที่ทำาอย่างไรก็ไม่ สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใหม่ของพ่อได้ ยังดีทีเขามี อาม่าที่รักและคอยดูแลเขามาตั้งแต่ยังเล็กก็เลยไม่ถูกรังแกชีวิต จึงไม่นำ้า เน่า และไม่ขมขื่นนักที่ต้องเห็นภรรยาใหม่ของพ่อไต่เต้าจากคำาว่าเมีย น้อยมาเป็น เมียที่ ถูกต้องตามกฎหมายและสามารเชิดหน้าชูตาอยู่ ในตระกูลเจ้าสัวที่รำ่ารวยมหาศาลเช่นนี้ ยิ่งตอนนี้คุณภากรวางมือจากกิจการต่างๆ ให้เขาเป็นผู้ดูแล แม่เลี้ยงก็ยิ่งเกรงอกเกรงใจเขา เพราะการทำาให้ภาสกรพอใจนั้น หมายถึงจำานวนเงินที่จะได้รับอย่างสมำ่าเสมอ ระหว่างที่เธอเฝ้ารอให้ ลูกชายวัยรุ่นของเธอเติบโตพอที่จะแบ่งกิจการของตระกูลมาครอบ ครองได้ (รอมแพง, 2552, หน้า 10-11) 2. การดำาเนินเรื่อง การดำาเนินเรื่องที่น่าสนใจของนวนิยายเรื่องนี้คือความกระชับ รวดเร็ว จึงดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ภาสกรและนิล กานต์ได้เรียนรู้กันและกันผ่านสิ่งแวดล้อมที่ทั้งสองคนมีซึ่งค่อนข้างแตก ต่างกัน แต่นั่นกลับช่วยให้เกิดการยอมรับกันและกันได้ส่วนหนึ่ง ดัง ตัวอย่าง ช่วงบ่ายสมาชิกคนใหม่ล่าสุดของคฤหาสน์หลังนี้ก็ก้าวลงมา จากรถที่นายแอกขับไปรับ สายตานิ่ง ๆ เหมือนคุ้นเคยกับสถานที่และ ผู้คนนั้นกวาดมองไปทั่วก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ร่างที่เคยเป็น ของตัว เอง “คงไม่ธรรมดาอย่างที่พี่แอกว่าจริงนั่นแหละ ดูท่าสิ อย่างกับ นางพญา” เสียงกระซิบกระซาบ กันของคนรับใช้ในบ้านที่มาคอยดู คอยรับใช้ไม่ได้ทำาให้ร่างบางนั้นชะงัก ตาคมเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนยิ้มอย่างตื่นเต้นอยู่อย่าง ตำาหนิเล็กน้อยหากเมื่อเลื่อนสายตา ไปเจอกับแจกันนดอกไม้สดที่ วางให้เห็นเป็นสง่านั้นผู้รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของนิลกานต์อย่างแน่นอน “ฉันจะให้แจ่มคอยดูแลคุณต้องการอะไรก็สั่งแจ่มได้ แจ่มพา คุณเขาไปที่ห้องพักสิ” “ค่ะ คุณท่าน”แจ่มยอบตัวให้เจ้านายคนใหม่เล็กน้อยก่อนจะ เดินนำาหน้าขึ้นบันไดวนไปยัง ห้องพัก ส่วนนิลกานต์ก็มานั่งยิ้มน้อย 66
  • 67.
    ยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวในห้องรับแขก นึกไปก็เห็นใจชายหนุ่มอยู่ เหมือน กันที่เป็นคนเย่อหยิ่งเย็นชาเช่นนี้ วันสองวันที่มาอยู่ในบ้านใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์หลังนี้เธอ เจอคนในครอบครัวน้อยมากเหมือนต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไป อย่างไรก็ไม่รู้ มีเพียงอาม่ากิมย้งคนเดียวที่เข้ามาพูดคุยสนิทสนม ด้วย คนอื่น ๆ นั้นเหมือนวิญญาณที่รู้ว่ามีแต่มองไม่เห็น แม้แต่แม่ เลี้ยงของภาสกร เธอก็ไม่เคยเจออีก เลยนับตั้งแต่วันแรกที่พบกัน “นวล คนอื่นหายไปไหนกันหมดสองวันมานี่ฉันไม่เห็นใคร เลย” “เอ...ปกติช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม คุณท่านกับคุณนายแล้วก็ คุณวินไปต่างประเทศกันค่ะ เพิ่ง ไปกันเมื่อวานอีกสิบวันถึงจะกลับค่ะ” นวลอธิบายไปก็นึกสงสัยในใจไป เพราะโดยปกติแล้วภาสกร รับรู้เรื่อง นี้ดี และไม่เคยสนใจไม่เคยไถ่ถามเลยสักครั้ง นับตั้งแต่มีข่าวว่าชาย หนุ่มไปสนใจคุณผู้หญิงที่ เพิ่งมาใหม่ ดูเหมือนว่าคุณภาสกรคนนี้จะดู แปลก ๆ ไป หรือจะเป็นเพราะอานุภาพของความรัก นวล ยิ้มพลางนึก เอ็นดูเจ้านายหนุ่มอย่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเช่นนี้กับเจ้านายที่ เนี้ยบชวนขนหัวลุก อย่างนี้มาก่อน “เหรอ ฉันลืมไป นวลจะไปทำาอะไรก็ไปเถอะ” เมื่อนวลเดิน ห่างไปนิลกานต์ก็ครุ่นคิดอะไร บางอย่างอยู่ในใจเงียบ ๆ จนเวลา ผ่านไปเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว ภาสกรและแจ่มสาวรับใช้พากันเดินลงมาจากชั้นบนตรง มายังห้องรับแขกที่นิลกานต์นั่งเหม่อ ฝันหวานอยู่อย่างไม่รู้เบื่อ (รอมแพง, 2552, หน้า 66 – 67) ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารพร้อมพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ กันอย่างสนิทสนมคุ้นเคยบางครั้ง ก็หยอกล้อกันทำาให้ภาสกรในร่าง ของนิลกานต์ยิ้มและหัวเราะบ่อยขึ้นจนชายหนุ่มเองก็ยังแปลกใจว่า เขานั้นสามารถทำาตัวให้กลมกลืนและมีความสุขในครอบครัวที่ไม่ เคยรู้จักมาก่อนได้เป็นอย่างดี “เป็นอะไรไปยัยน้องหือ...มาคราวนี้เงียบเชียว ปกติล่ะพูด เป็นต่อยหอย” ภาสกรจ้องเขม็งไป ที่ผู้พูดด้วยแววตาอริ “ให้มันได้อย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นน้องฉันหน่อย เป็นอะไร ถามจริงๆ “ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เพียงแต่รู้สึกว่าอยากนั่งฟังมากกว่า” เสียงใสนั้นห้วนสั้น “เออ...จริงด้วยพ่อ ไอ้นิลมีแฟนแล้วนะพ่อ เสียดายตอนนั้น พ่อนอนพักอยู่ไม่อย่างนั้นคงได้ เห็นว่าที่ลูกเขย”คุณประสิทธิ์หัวเราะ พลางเลิกคิ้วให้กับลูกสาว 67
  • 68.
    “ไม่ใช่สักหน่อย” ภาสกรโวยวาย “แล้วทำาไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ ยัยน้อง”ชายหนุ่มเจ้าของ ร่างบางรู้สึกหน้าร้อนขึ้นอย่างเสีย ไม่ได้ด้วยโทสะและอะไรบางอย่างที่ ทำาให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างบอกไม่ถูก “พอแล้ววิน เลิกล้อน้องได้แล้วลูก พรุ่งนี้จะเข้าเมืองไม่ใช่เห รอนั่งจนเรียงเม็ดข้าวแล้วก็ไป นอนไป” คุณกาญจนาช่วยลูกสาว ด้วยการไล่ลูกชายให้ไปนอน “นิลก็ง่วงแล้วเหมือนกันค่ะ”ภาสกรรีบเอ่ยปากออกมาเพราะ คาดว่าปานนี้นิลกานต์คงอยากรู้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่แล้ว จากนั้นภาสกรและนาวินต่างก็แยกย้ายกันไปนอนในห้อง ของตัวเองท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ เป็นพ่อกับแม่ ภาสกรโทรศัพท์ไปรายงาน เรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นถึง ความไม่สะดวกสบายที่เขาได้รับให้ นิลกานต์ฟังอีกมากมาย ก่อนจะ ลำ่าลากันไปด้วยคำาสำาทับว่าหากไม่จำาเป็นไม่มีวันมานั่งทนเช่นนี้ . คำ่าคืนที่เย็นสบายกับที่นอนอุ่นนุ่มสะอาดหอมทำาให้ชายหนุ่ม ผู้เคร่งเครียดไร้สุขค่อย ๆ เกิด ความพอใจขึ้น และพักวางเรื่องราว ต่าง ๆ ที่พบเจอพร้อมกับหลับตานอน (รอมแพง, 2552, หน้า 86 -87) 3. จุดสุดยอด ภาสกรและนิลกานต์ที่ต่างก็เห็นปมในใจของอีกฝ่าย ดังนั้น เมื่อมี โอกาสจึงอดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือ เพื่อทำาให้เรื่องที่คับข้องใจของอีกฝ่าย คลี่คลายลง โดยภาสกรพยายามปรับความเข้าใจกับพี่ชายของนิลกานต์ ด้วยการเปิดอกคุยกันในสวน ส่วนนิลกานต์ก็ออกสืบหาข้อมูลของแม่ ภาสกร จากที่ภาสกรเล่าให้ฟังนั้นมารดาของเขาทอดทิ้งเขาไปอย่าง ไม่ไยดีซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไป ไม่ได้ที่สุดในความคิดของเธอ ดวงตา สุกใสนั้นมีประกายประหลาดก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างสุขสม อารมณ์ หมาย “ดี...ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เราถูกต้องมาเป็นตานี้แล้ว ก็ต้องสืบกัน สักหน่อย ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าแม่ ของนายหายไปไหน ทำาอะไรอยู่” นิล กานต์พึมพำาก่อนจะหลับตาลงในความมืดที่เย็นฉำ่าด้วยเครื่อง ปรับ อากาศนั้น (รอมแพง, 2552, หน้า 87) 68
  • 69.
    นิลกานต์เห็นโอกาสที่อาม่าไม่อยู่ในห้องจึงค่อย ๆ มองซ้าย ขวาเมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วจึง รีบผลุบเข้าไปในห้องของอาม่า เมื่อ คราวก่อนที่เคยเข้ามาเธอไม่เคยสังเกตภายในห้องของอาม่าเลยว่า เป็นเช่นใด มาคราวนี้จึงได้มองอย่างละเอียดก็พบว่าห้องของอา ม่านั้นเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นแบบ สมัยใหม่ ทว่ามีบางมุมด้านใน ห้องที่มีชุดตู้ประดับมุก ภายในวางไว้ซึ่งของเก่า เครื่องลายครามชิ้นเล็ก ที่ดูแล้วน่าจะมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าราคารวมไปถึงชุดผ้าเก่า ๆ ที่ถูกจับวางไว้ในตู้ ซึ่งคงมีที่มาไม่ ธรรมดานัก นิลกานต์ล็อกประตูห้องก่อนที่จะลงมือรื้อค้นตามซอกตู้ซอก เตียงลิ้นชักตู้ต่าง ๆ จนมาถึงตู้ โชว์ประดับมุกด้านในก็พบว่าด้าน ล่างมีลักษณะคล้ายประตูตู้เล็ก ๆ ที่ถูกล็อกไว้ หญิงสาวจึงพยายาม ค้นหาลูกกุญแจเพื่อเปิดตู้ใบนั้นให้ได้ “อาม่า เก็บกุญแจไว้ตรงไหนนะ...” หญิงสาวพยายามค้นหา แทบจะทุกซอกทุกมุม พลันก็นึก ขึ้นมาได้ว่าหากเป็นของสำาคัญมาก ๆ ถ้าไม่พกติดตัวไว้ก็คงเก็บไว้ใต้เตียงใต้หมอน และแล้วความ พยายาม ของนิลกานต์ก็ประสบผลสำาเร็จเมื่อพบกับลูกกุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง หนานั่นเอง “เจอแล้ว” นิลกานต์เดาะลูกกุญแจเล่นอย่างปลื้มเปรม “ฉลาดจริง ๆ ลูกใครหว่า”ชมตัวเองเสร็จก็จัดการไขกุญแจตู้ ด้วยความรวดเร็ว ใจนั้นก็เต้น ตึ้กตั้กด้วยความลุ้น และความคาด หวังอย่างยิ่งยวด สิ่งที่อยู่ในตู้เป็นโถลายครามขนาดใหญ่หนึ่งชิ้นด้านในมี กระดาษบางอย่างวางอยู่ เมื่อล้วง ออกมาดูก็พบว่าเป็นจดหมายที่มัด รวมกันเป็นปึกถึงสองปึก จดหมายนั้นจ่าหน้าซองถึงภาสกร “ตายแล้ว เฮ้ย!” นิลกานต์รู้สึกอย่างจะเป็นลมตายเมื่อเห็นชื่อ ผู้ส่งที่ระบุว่า ‘วนิดา’ “แน่ ไม่ต้องแช่แป้งเลยด้วย นี่ต้องเป็นจดหมายที่คุณแม่ของ คุณภาสกรส่งมาให้ลูกแน่ ๆ เวร แล้ว จะบอกตานั่นว่ายังไงล่ะเนี่ย” ขนาดนิลกานต์ซึ่งเป็นคนอื่นที่เคยได้พูดคุยกับอาม่าแล้วชอบ อัชฌาสัยยังรู้สึกผิดหวังอย่างนี้ แล้วหลานรักของอาม่าสุดที่รักจะ ไม่ยิ่งเสียความรู้สึกหรือนี่หากได้รู้ ความจริงว่าอาม่าที่มอบความอบอุ่น ให้เขามาตลอดกลับเป็นคนที่สร้างแผลใจให้กับเขาเอง ไวยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นหญิงสาวสิงห์นักสืบก็รีบเก็บจดหมายทั้งหมด ใส่ตู้เช่นเดิม ก่อนจะรีบรุดไปยังห้อง ทำางานอย่างรวดเร็ว หยิบเอา กระดาษเอสี่ปึกใหญ่แล้วผลุบเข้าไปขังตัวในห้องของอาม่ากิมย้งเช่น เดิม เพื่อหวังจะสอดใส่ในจดหมายเหล่านั้นและภาวนาให้อาม่าคุยกับ เพื่อนติดลมจนถึงทานข้าวเที่ยง ด้วยกันเลยยิ่งดียิ่งมองนาฬิกาก็ต้อง 69
  • 70.
    รีบหญิงสาวแกะเอาปึกจดหมายออกก็พบว่าซองจดหมายทุกซอง ปิด ผนึก โดยไม่มีร่องรอยว่าเคยถูกแกะมาก่อนก็ถึงกับทำาหน้าแหย “เห็นทีจะต้องขโมยทั้งสองปึกนี่ล่ะมั้งเอาน่าอาม่าคงไม่กล้า โวยวายเพราะถ้าโวย ความที่ อาม่าปกปิดหลานไว้ก็ต้องแตก” ว่า แล้วก็รีบเก็บข้าวของทั้งหมดล็อกกุญแจแล้วก็นึกอะไรร้าย ๆ ออก “ขโมยลูกกุญแจไปก็สิ้นเรื่อง อาม่าจะได้เปิดไม่ออกหรือกว่า จะเปิดออกก็ต้องไปหาช้างมา เปิด ฉลาดอีกแล้วลูกแม่กาญจนา” นิลกานต์รีบเคลื่อนกายโดยไว้ รีบเดินออกมาจากห้องอาม่า แล้วมองซ้ายขวาก่อนจะวิ่งจี๋ไปยัง ทั้งหมดใส่กระเป๋าเอกสารก่อนจะ เรียกตัวนายเอกให้ขับรถพาไปส่งที่สำานักงานทนายความและนักสืบ เอกชนแห่งหนึ่งที่เคยนั่งรถผ่าน ด้านในของสำานักงานมีห้องแยกย่อยสำาหรับนักสืบและ ทนายความห้องถูกกันด้วยลามิเนตสี เข้มกรุกระจกขุ่นด้านหน้าซึ่งมี คนนั่งรออยู่สองสามคน โดยมีเลขาฯ หน้าห้องที่คอยให้การดูแล เพียง ครู่เลขาฯ หน้าห้องก็ได้จัดการให้นิลกานต์ได้เข้าพบนักสืบที่ได้รับ การยืนยันว่าเป็นนักสืบที่เชี่ยวชาญ เรื่องการตามหาคนหายเป็น อย่างมาก ผู้ที่หญิงสาวพบเป็นผู้ชายวัยกลางคนท่าทางคล่องแคล่วและ ดูฉลาดเฉลียวพอที่จะทำางานที่ เธออยากให้ทำาได้ “มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับคุณ...” “ภาสกรครับ คือมีเรื่องอยากให้สืบนิดหน่อยน่ะครับ เพราะว่า ผมคงไม่มีเวลาไปตามสืบเอง” “คุณมาปรึกษาถูกที่แล้วล่ะครับมีเรื่องอะไรที่คุณต้องการ ทราบหรือครับ ผมประวิทย์ครับ” “ครับ คือผมอยากให้คุณตามสืบว่าคุณแม่ของผม ตอนนี้อยู่ที่ ไหนน่ะส่วนค่าใช้จ่ายคุณทำาบิล มาเลยผมยินดีจ่ายเต็มที่” “คุณมีหลักฐานอะไรบ้างครับ” “ก็ทั้งหมดในกระเป๋านี่แหละค่ะ...ครับ ยังไงคุณก็ช่วยอ่าน ด้วยนะครับ ผมไม่มีเวลาจริง ๆ อีก อย่างผมอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ ระหว่างเรานะครับ” “ไม่มีปัญหาครับ คุณมีนามบัตรหรือเปล่า ผมจะได้ติดต่อกลับ ไปถ้ามีอะไรคืบหน้า” นิลกานต์ รีบยื่นนามบัตรของภาสกรให้ “โทร. เข้ามือถือเลยนะครับอย่าผ่านคนอื่น” “ได้ครับ” “ผมต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรล่วงหน้าหรือเปล่าครับ” “ยังไม่ต้องครับ ทางผมจะสำารองจ่ายไปก่อน เราจะส่งบิลไป ให้คุณหลังจากที่งานคืบหน้าแล้ว นะครับ อืม...แต่คุณต้องทำาใจไว้บ้าง นะ เพราะว่าบางทีอาจจะสืบไม่เจออะไรเลยก็ได้” 70
  • 71.
    “ไม่เป็นไรครับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”ท่าทาง และการพูจากันนั้นก็ทำาให้พอทราบได้ว่าคุณประวิทย์เป็นผู้ เชี่ยวชาญมากนอกจากจะซักถามรายละเอียดต่างๆ แล้วยังมีข้อ สันนิษฐานหลายอย่างที่แบ่งออกมาเป็นข้อ ๆใัันิลกานต์ได้รับรู้ หลังจากพบกับนักสืบประวิทย์แล้ว นิลกานต์ก็ยังได้สำาทับกับนายเอกอีกว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ สุดยอดของสุดยอด ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองจากนายเอกอย่างแข็งขัน (รอมแพง, 2552, หน้า 93 – 96) สวนผลไม้ของครอบครัวมีพื้นที่หลายสิบไร่ การเข้าไปตรวจ งานในสวนด้วยการขับรถจี๊ปจึง เป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง แดดร้อนที่ส่ง กลิ่นไอความร้อนออกมาทำาให้รู้สึกถึงความอบอ้าวเมื่ออยู่ภายใต้ เสื้อแจ็กเกตแขนยาวกับหมวกปีกกว้างห้อยผ้าคลุมรอบเช่นนี้ “ทน ๆ หน่อย อย่าถอดหมวกออกเหมือนคราวก่อนล่ะ เดี๋ยว จะไม่สบายอีก”จากคำาพูดทำาให้ รู้ว่าหญิงสาวเจ้าของร่างนี้เคยพยศ กับพี่จนไม่สบายมาแล้ว “เดี๋ยวอีกสามเดือนก็ออกดอกออกผลแล้ว ถึงตอนนั้นก็ชวน แฟนแกมาสิ จะได้เก็บลูกกินจาก ต้น ให้สนุกเหมือนเมื่อคราวที่แกพา เพื่อนมาไง” “อืม”ชายหนุ่มคร้านที่จะปฏิเสธแล้วว่านิลกานต์กับเขาไม่ได้ เป็นแฟนกัน เสียงถอนหายใจ ยาวของคนร่างเล็กทำาให้คนตัวโต หน้าสลดลง “เบื่อพี่อีกแล้วหรือนิล” นำ้าเสียงบางอย่างที่นาวินใช้ทำาให้ ภาสกรหันขยับไปมองพี่ชายตาโต “พี่รู้ว่านิลไม่ชอบทำาสวนทำาไร่ แต่พี่อยากให้นิลมีส่วนร่วมกับ กิจการของครอบครัวเราบ้างไม่ใช่แยกตัวไปอยู่ตามลำาพังไม่สนใจบ้าน เราเลย พ่อกับแม่ก็เป็นห่วง พี่ก็เป็นห่วง” ภาสกรฟังแล้วก็อึ้งจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก และนิ่งงันกันไป ครู่ใหญ่เขาจึงเปิดปากได้ “แล้ว...พี่เคยพูดอย่างนี้กับนิลหรือเปล่าล่ะ” “เออ...ช่างมันเถอะ แกจะทำาอะไรก็เรื่องของแก เดี๋ยวพี่พาไป ที่พักคนงานตรงนั้นละกันมีลำา ธารเล็ก ๆ อยู่ แกจะได้ล้างหน้าล้าง ตา พี่รู้ว่าแกร้อนแล้ว ” “เดี๋ยวสิ ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลยพี่ไม่เคยพูดอย่างนี้กับนิล แล้ว นิลจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ทุกวันนี้นิล น้อยใจนะที่ทำาอะไรก็โดนดุโดนว่า ส่วนพี่ พ่อกับแม่ก็ชื่นชมว่าเป็นลูกรัก”ภาสกรพูดแทนความรู้สึก ของนิล กานต์ด้วยความตั้งใจแต่นาวินคิดว่าน้องสาวกำาลังใส่อารมณ์ 71
  • 72.
    “ใจเย็น ๆ นิลคิดอะไรอย่างนั้น...” พูดได้เพียงเท่านี้ผู้เป็นพี่ ชายก็นิ่งงันไปอีก มือที่จับ พวงมาลัยคล้ายจะจับแน่นยิ่งกว่าเดิม “พี่เรียนตามที่พ่อกับแม่อยากให้เรียน พี่ชอบด้วย แต่นวลไม่ ชอบ พี่จบมาได้ทำางานที่ตัวเอง รักได้ทำางานที่ถูกใจพ่อกับแม่ แต่นิล ไม่ใช่ นิลชอบวาดรูปแต่พี่ก็พยายามจะให้นิลกลับมาทำาสวนที่บ้าน แล้วมันน่าปลื้มที่ไหน”ภาสกรพูดเชิงเล่าเชิงถามแต่นาวินกลับคิด ว่าน้องสาวตัดพ้อ “นี่แกคิดมากถึงขนาดนี้เลยหรือ” “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”ภาสกรพยายามบอกความรู้สึกที่นิล กานต์เคยพูดปรับทุกข์ให้เขาฟัง “พี่ทำาอะไรก็ดีทุกอย่าง ทุกคนชื่นชอบใช่ไหมล่ะ การที่ไม่ได้ ทำาในสิ่งที่ทุกคนในครอบครัว ต้องการโดยเลือกที่จะทำาในสิ่งที่ฝันที่ เป็นความสุขของตัวเองมันยากนะพี่ มันเหนื่อย เพราะเหมือนอยู่ ตัว คนเดียวไม่มีใคร และไม่รู้ว่าจะสำาเร็จเมื่อไหร่” สิ่งที่นิลกานต์เล่าให้ฟังนั้นดูจะเป็นคนละทางกับสิ่งที่เขา ได้ยินในตอนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าการที่ต่าง คนต่างคิดไปเองจะส่งผลให้มี แผลในใจกันถึงขนาดนี้ ชั่วเวลาหนึ่งคล้ายกับว่าเขาคือนิลกานต์ นิล กานต์ คือเขา แยกกันไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ มี เพียงเสียงเครื่องยนต์เท่านั้นที่ดังอย่าง สมำ่าเสมอ ถนนที่ถางหญ้าและ โรยกรวดไว้อย่างดีทำาให้ไม่สะเทือนมากนักเมื่อรถใหญ่เช่นนี้ขับผ่าน... สองพี่น้องคล้ายตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองจึงต่างนิ่งเงียบไป ไม่เอ่ยปาก จนในที่สุดภาสกรก็รู้สึก ว่าเขาออกจะเข้าข้างนิลกานต์ มากไปในเรื่องที่อยากจะให้เธอได้ทำาอะไรตามใจตัวเองได้ เพียงแต่เคย ได้รับฟังความกลัดกลุ้มของผู้ที่เขาสลับร่างด้วย “จริง ๆ นิลอาจจะเห็นแก่ตัวไปเองก็ได้” ภาสกรตำาหนิหญิง สาวตามที่คิด “ไม่ใช่! นิลไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอก นิลทำาในสิ่งที่นิลเลือกต่าง หาก ต่อไปนี้พี่จะไม่ว่าไม่พยายาม ให้นิลมาช่วยงานพี่อีกแล้ว พี่อยาก ให้นิลทำาตามความฝันของนิล อย่างน้อยก็ทำาในสิ่งที่พี่ทำาไม่ได้” “หมายความว่ายังไงคะ” พี่ชายของนิลกานต์เงียบไปและ คล้ายไม่อยากพูดอีก ผู้แปลว่าที่พี่ เรียนที่ทำางานทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่พี่ ต้องการหรือคะ” “ช่างมันเถอะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึง” “ถ้าไม่พูดแล้วจะเข้าใจกันไหมล่ะคะ พี่วินอยากทำาอะไรที่ ไม่ใช่เป็นชาวสวนหรือคะ”นาวิน ถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจพูด กับน้องสาวโดยตรงเพราะคงยากที่พี่น้องจะได้พูดคุยอย่างเปิดใจ กันอย่างนี้อีก 72
  • 73.
    “อันที่จริงพี่อยากเป็นตำารวจ อยากเรียนกฎหมาย อยากเป็น ข้าราชการอยากช่วยเหลือผู้คนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่อยาก เป็นชาวสวนนะ พี่รักต้นไม้ รักสวนของพ่อ รักบ้านของเรา พี่ก็เลย ละทิ้งความฝันที่หนึ่งมาทำาความฝันที่สองที่ง่ายกว่าเพราะมีทางให้ เดินอยู่แล้ว แถมยังทำาให้พ่อกับแม่สบายขึ้นด้วย พี่ก็เลยเลือกทางนี้” ภาสกรอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินและอยากให้นิลกานต์มาได้ยินด้วย เหลือเกินชายคนนี้ของนิลกานต์ นิสัยไม่เลวเลยจริง ๆ “นิลเข้าใจพี่วินผิดมาตลอด” ภาสกรนึกถึงนิลกานต์จับจิต จับใจ “ตอนนี้ก็เข้าใจถูกแล้วนี่ ถ้าเราอยากกลับมาเขียนรูปวาดรูป ที่บ้านก็ได้นะ อย่าไปทนลำาบาก อยู่ที่กรุงเทพฯ เลย พี่ส่งเงินให้ก็ไม่ เห็นเคยใช้ พี่แอบเอาสมุดบัญชีของนิลไปอัพให้ทุกเดือนยอดเงินก็ ไม่ เห็นจะยุบเลย เอาอะไรกินเข้าไป” “ก็คงขายภาพได้น่ะค่ะ” ภาสกรตอบอย่างระมัดระวังเพราะ ไม่แน่ใจว่านอกจากวาดรูปแล้ว นิลกานต์มีงานอื่นอีกหรือเปล่า “จะได้สักกี่สตางค์กันเชียวไม่ใช่จิตรกรที่มีชื่อเสียงจะได้สักกี่ ร้อยกัน”หากนาวินทำานำ้าเสียงที่ อ่อนโยนน้อยกว่านี้ภาสกรคงอดเคือง ไม่ได้ ตอนนี้ที่ทำาได้ก็แค่ถอนหายใจ จริงสิ เงินจากการขายภาพ จะ ได้สักกี่บาทกันมิน่าล่ะนิลกานต์ถึงได้ดูยาจกนัก ที่แท้ก็เพราะที่นี่ไม่ยอม ใช้เงินที่ครอบครัวส่งมาให้ นี่เอง ในความรู้สึกของภาสกรนั้นทั้งนับถือและหน่ายใจในความ เป็นนิลกานต์เสียจริง “ต่อไปสัญญากับพี่ได้ไหม ตอนนี้นิลยังไม่ดัง ยังไม่มีชื่อเสียง ภาพก็ขายได้ราคาตำ่าเอาเงินใน บัญชีไปใช้บ้าง ก็ได้ พี่กับพ่อและแม่ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่อย่างนี้ไม่ต้องกลับมาบ้านก็ได้ถ้ายังไม่ สบายใจ เดี๋ยวพี่จะพูดกับพ่อและแม่ให้เอง” “ค่ะ” มือใหญ่จับศีรษะของน้องสาวโยกอย่างเอ็นตู “ไอ้ตัวเล็กเอ๊ย!” ภาสกรทำาหน้าเจื่อน ๆ นึกเคืองไม่น้อยที่ ชายหนุ่มพี่ชายของนิลกานต์มาจับ ศีรษะเช่นนี้ แต่ก็ดีใจที่ได้ทำา อะไรให้นิลกานต์บ้างเห็นทีกลับไปคราวนี้คงได้คุยกันยาว ยัยนั่นคง นำ้าตา ไหลเป็นเผาเต่าแน่ ๆถ้ารู้ความจริงว่าเป็นเช่นไร... (รอมแพง, 2552, หน้า 98 – 103) 4. จุดคลี่คลายเรื่อง ความคืบหน้าเรื่องการติดตามหาแม่ของภาสกรเป็นไปอย่าง รวดเร็ว นิลกานต์ตัดสินใจบุกไปหาแม่ของภาสกรด้วยตนเอง และแก้ ปัญหาช่องว่างระหว่างแม่กับลูกของเขาอย่างราบรื่น ดังตัวอย่าง 73
  • 74.
    ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาดูเย็นสบายเมื่อเข้าสู่บริเวณวัด มีแม่ชี และพระเณรกวาดลานธรรมกัน อย่างขยันขันแข็งรถที่นำามานั้นจอด ได้เพียงด้านหน้าด้วยอาณาเขตของวัดกว้างขวางมากจึงต้องลง เดินต่อไปเองชายวัยกลางคนในชุดขาวมองมาพร้อมทักทายอย่าง เป็นมิตร “จะมาบวชชีพราหมณ์หรือครับ” “เปล่าครับคุณ ผมอยากมาเจอแม่ชีท่านหนึ่งครับ” “ชื่ออะไรล่ะครับ ถ้ารู้จักจะชี้ทางให้” “แม่ชีวนิดาครับ” “อ๋อ ไม่สบายอยู่นี่ ตอนนี้นอนอยู่ที่เรือนธรรมหลังที่สิบเจ็ด โน่น ทางโน้นคุณเดินตรงไป เรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกเลขที่ไว้ เดินไกลหน่อยนะครับคุณ” “ไม่เป็นไรครับขอบคุณครับ”นิลกานต์ยกมือไหว้พลางกล่าว ขอบคุณก่อนจะพากันเดินไปยัง เรือนธรรมหลังที่สิบเจ็ดใจนั้นก็เต้น ตึ้กตั้กด้วยความตื่นเต้น เพียงเห็นหน้าเรือนธรรมก็รับรู้ได้ว่าคนในนั้นมีความเป็น ระเบียบและรักความสะอาดมาก พื้น กระดานมันปลาบดูสะอาด สะอ้านชวนนั่ง บนตั่งไม้มีร่างของแม่ชีวัยกลางคนนอนหลับตาอยู่ชะรอย จะ รู้สึกได้ถึงสายตาสองคู่ที่มองมา ร่างบอบบางนั้นจึงขยับเล็กน้อย ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมองมาแล้ว ขยับกายลุกขึ้น “มาหาใครหรือคุณ แม่ชีถนอมออกไปกวาดลานธรรมจ้ะ” แม่ ชีวนิดามองไปที่ผู้ซึ่งอ่อนวัยกว่า แล้วก็ชะงัก ว่างบางคล้ายจะสั่นเทา เล็กน้อยร่างสูงใหญ่ของนิลกานต์โผเข้าไปรับร่างที่โอนเอนเหมือน จะ เป็นลม “ไม่...แม่ไม่เป็นไร” นำ้าตาลที่คลอเบ้านั้นค่อย ๆหยาดหยด ออกมา เธอมองหน้าลูกชายด้วย ความสับสน “ในที่สด ลูกก็มาหาแม่จนได้นะลูก แม่รอ นับวันนับคืนรอ จน ไม่คิดว่าลูกจะมาหาแม่เสีย แล้ว” มืออันสั่นเทานั้นลูบคลำาใบหน้าของ ลูกชายด้วยความรักและความคิดถึงสุดใจ ซึ่งทำาให้นิลกานต์ รู้สึกตื้น ตันในอก มือใหญ่กราบที่ตักของแม่ชีด้วยความเคารพ พลันรู้สึกรักและ เคารพท่านเหมือนแม่ ของตัวเอง เธอรู้สึกเสียดายแทนภาสกรเจ้าของ ร่างนี้เหลือเกิน “แม่ไม่สบาย เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” ศีรษะนั้นส่ายเบา ๆ เมื่อได้ยินคำาพูดแรกของคน ที่เธอเข้าใจว่าเป็นลูกชาย “แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอกลูก ก็แค่เจ็บออด ๆ แอด ๆ เดี๋ยวก็ หาย” “ทำาไมไม่ไปหาหมอล่ะครับ” 74
  • 75.
    “ไข้หวัดธรรมดาลูก เดี๋ยวก็หาย” ดูท่าทางคนป่วยไม่ค่อย สนใจกับอาการป่วยของตัวเองเอาเสียเลย “ไปยังไงมายังไงถึงได้มาหาแม่ได้ล่ะลูก” “ถ้า...ผมจะบอกว่าผมไม่ได้รับการติดต่อจากแม่เลยล่ะครับ” “ไม่จริง แม่ติดต่อลูกทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่ และเขียนจดหมายไป ทุกครั้งเมื่อถึงวันเกิดของลูก แรก ๆ แม่ก็เขียนไปหาบ่อย แต่หลัง ๆ แม่ คิดว่าลูกคงโกรธแม่ถึงได้ไม่เคยตอบจดหมายแม่เลยสักครั้ง เดียว ดัง นั้นแม่จึงส่งให้เฉพาะวันเกิดกับตอนย้ายไปโน่นไปนี่เท่านั้นเพราะกลัว ลูกจะรำาคาญ...”แม่ชี วนิดาไอแห้ง ๆ ก่อนจะมองหน้าลูกชายอย่าง ปลาบปลื้ม “แม่อย่าน้อยใจเลยครับ อันที่จริงผมไม่เคยได้รับจดหมาย ของแม่เลยเพราะถูกเก็บไปซ่อนเสีย หมดถ้าผมหาไม่เจอ ผมก็ไม่รู้ ว่าแม่อยู่ที่ไหน ผมนึกว่าแม่ไม่ติดต่อมาเลยจนคิดว่าแม่คงไม่สนใจลูกคน นี้ แล้วด้วยซำ้า” “โธ่ลูก! เป็นไปไม่ได้เลยนะลูกที่แม่จะไม่คิดถึงลูก” แม่ชีวนิ ดามองหน้าลูกชายก่อนจะก้มลง มองพื้นด้วยความเศร้าใจนิลกานต์อด สงสารไม่ได้จึงโผเข้ากอดแม่ชีอีกรอบแม้จะตะขิดตะขวงใจบ้างที่ ตอนนี้ตัวเองเป็นผู้ชายและที่สำาคัญก็ไม่ได้เป็นคนที่แม่ชีคิดด้วย “แล้วแม่ผู้ได้ยังไงครับว่าเป็นผม” “แม่อ่านหนังสือทุกเล่มที่มีชื่อลูก รูปของลูก ข่าวสังคมออก ข่าวลูกบ่อย แม่ก็เลยจำาได้จ้ะ” แม่ชีวนิดาไออีกครั้ง คราวนี้ไอแรง จนนิลกานต์ตกใจ “แม่ ไปหาหมอเถอะครับ ถ้าแม่ไม่อยากเป็นแม่ชีไว้ผมจะหา บ้านให้แม่สักหลัง ตอนนี้ไปหา หมอกันก่อนเถอะครับ แม่ไอน่ากลัว มากเลย” แม่ชีสุดที่จะบ่ายเบี่ยงได้จึงยอมให้ลูกชายช่วยพยุงเดินไป แม้ป่วยไข้เช่นไรก็รู้สึกเหมือนสบาย ยิ่งกว่าสบาย เพราะได้รับรู้ว่า ลูกไม่ได้โกรธอะไรตนและยิ่งเห็นหน้าลูกเช่นนี้เดินไกลเช่นไรก็ไม่รู้สึก เหนื่อยกลับรู้สึกสุขใจราวกับกำาลังเดินชมสวนสวรรค์ (รอมแพง, 2552, หน้า 110 – 112) ส่วนภาสกรก็เข้ากับคนในครอบครัวของนิลกานต์ได้เป็นอย่างดี ทำาให้นิลกานต์สังเกตได้ถึงความชื่นมื่นของพ่อ แม่ และพี่ชาย ยามที่ ออกมาส่งภาสกรในร่างของนิลกานต์กลับบ้าน ภาสกรชะเง้อมองถนนหน้าบ้านอย่างเฝ้าคอย เวลาผ่านไป เรื่อยจนเกือบคำ่าจึงได้เห็นรถที่คุ้น ตาแล่นเข้ามาซึ่งตอนนั้นดวงตาก็ วาววับด้วยความโมโห 75
  • 76.
    เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่เดินยิ้มกริ่มลงมาจากรถก็ยิ่งหงุดหงิดเพิ่ม ขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งพ่อแม่และ พี่ชายของนิลกานต์ต่างเดินลงมาส่งลูกสาว กันพร้อมหน้าผู้เป็นพ่อนั้นเจอคำาพูดของทั้งภรรยาทั้งลูกชายจนอยาก รู้จักผู้ชายที่ถูกล้อกันว่าเป็นแฟนของนิลกานต์เต็มทน รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและใบหน้าที่ยิ้มแย้มทำาให้นึกครึ้มอก ครึ้มใจว่าลูกสาวตาแหลม หากว่า เป็นแฟนกันจริง ๆ ลูกคงไม่ลำาบากซึ่ง ดูได้จากพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง ท่าทางท่วงทีก็ดูดีน่าจะไม่ใช่ คนเหลาะแหละ นิลกานต์ตาวาวเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอยังสามารถเดินลงมาส่ง ภาสกรได้ซึ่งแสดงว่าอาการไม่ได้ หนักหนาอะไรหญิงสาวไม่สนใจคน หน้างำ้าที่มองมาด้วยแววตาดุ ๆ เธอยกมือไหว้ลาพ่อแม่และพี่ชาย ก่อนจะเดินตามภาสกรไปขึ้นรถ (รอมแพง, 2552, หน้า 113) นิลกานต์พาภาสกรไปพบแม่ของตนเอง ทำาให้เขาได้รับพรวันเกิด อันแสนวิเศษและเลิกน้อยใจเรื่องครอบครัว ภาสกรเองก็รู้สึกเช่นกันว่าวันนี้เขาทำาตัวเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ดีใจเมื่อจะได้เจอกับแม่บังเกิด เกล้าที่ห่างหายกันมานาน นานจน กลัวว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด ตอนนี้ความรู้สึกโกรธแค้นได้หายไปที่ใด แล้วก็ไม่รู้ มีเพียงความตื่นเต้นอย่างที่สุดจะประมาณได้เท่านั้น ระยะทางที่ไม่ไกลแต่ก็ทำาให้ภาสกรรู้สึกว่านานเหลือเกินกว่า จะถึงจุดหมาย แดดที่ร้อนเปรี้ยง นอกรถไม่ได้ทำาให้เขาลังเลเลยที่จะ ก้าวลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย นิลกานต์ยิ้มละไมตลอดทางที่เดินไป ยัง เรือนธรรมหลังที่ 17ด้วยความที่ไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของภาสกรมาก่อน ที่แท้นายก็น่ารักเหมือนกันนี่นะ ดูสิตื่นเต้นที่จะได้เจอแม่จน ตาเป็นประกายเชียว บางทีท่าที่ เคร่งขรึมนั้นอาจจะเป็นเพียงกำาแพง หนา ๆ ที่มีไว้ปกป้องตัวเองก็เป็นได้ ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปข้างใน ก็มีแม่ชีคนหนึ่งร้องเรียกเพื่อ ไถ่ถาม “มาหาแม่ชีวนิดาหรือคุณ” “ ครับ ” “แม่เป็นอะไรไปหรือเปล่า”นำ้าเสียงที่เต็มไป ด้วยความตกใจ และเป็นห่วงของภาสกร ทำาให้ แม่ชีคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่...ไม่ใช่หรอกลูก แม่ชีวนิดาอยู่ที่โบสถ์ใหญ่โน่น ตอนนี้ คงเดินจงกรมทำากรรมฐานอยู่ ถ้า เห็นว่ามีญาติมาเยี่ยมก็คงจะพักล่ะ กระมังไปเถอะลูก เห็นยอดสูง ๆ นั่นไหมนั่นแหละโบสถ์” แม่ชีร่วม 76
  • 77.
    เรือนธรรมของแม่ชีวนิดาชี้ไปที่โบสถ์ใหญ่ที่สร้างแบบโบราณมี ช่อฟ้าใบระกาส่องประกายล้อแดดอยู่ วิบวับ ยิ่งคลาดกันยิ่งใจเต้นภาสกรและนิลกานต์เดินย้อนกลับไป ทางที่เดินมาอีกครั้งโบสถ์ใหญ่ยก ฐานเป็นบันไดสองชั้นชั้นละห้าขั้น และสามขั้นตามลำาดับประตูโบสถ์ทำาด้วยไม้แผ่นใหญ่ที่ตอนนี้กำาลัง เปิดอ้าอยู่ ลมเย็นพัดโกรกผ่านประตูหน้าหลังให้คลายร้อนด้านใน โบสถ์นั้นกว้างมาก มีหน้าต่างเจาะ ช่องแบบโบราณ มีแม่ชีนั่งและเดิน ปฏิบัติธรรมกันพอสมควร ขณะที่แม่ชีวนิดากำาลังเดินจงกรมอยู่นั้นเมื่อเห็นหน้าของ ภาสกร เธอก็ทำาสติคืนสมาธิในการ เดินจงกรมแล้วรีบเดินเข้ามาหา ลูกด้วยความดีใจที่มาเยี่ยมแม่หรือลูก” “ครับ แม่เป็นยังไงบ้าง” “สบายดีแล้วจ้ะ ยาที่กินดีมาก คนแก่ก็อย่างนี้แหละลูก ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง”ภาสกรในร่าง บอบบางมองแม่ชีวนิดาไม่ วางตาอยากโผเข้ากอดเหลือเกินแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจไว้ “นี่เลขาฯ ผมชื่อนิลกานต์ครับแม่”ภาสกรได้ทีเดินมากราบแม่ ชีวนิดาที่อกใจนั้นทั้งตื้นตันที่ได้ เจอแม่ ทั้งสงสารแม่เมื่อเห็นความชรา ที่ดูเกินวัย แม่ชีวนิดาอุ่นใจวาบเมื่อโอบร่างบางนั้นไว้ ความรู้สึกแปลก ประหลาด เมื่อสัมผัสร่างนั้นทำาให้เพ่งพิศพิจารณามองหน้าสาวน้อยตรงหน้า เมื่อสบตาโต ๆ นั้นก็รู้สึกรักขึ้นมาจับ จิตจับใจ ได้แต่คิดว่าคงเป็นบุพ เพที่เคยพบเจอรักใคร่กันมาก่อนในชาติที่แล้ว ชาตินี้จึงได้รู้ลึกรักและ เอ็นดูสาวน้อยคนนี้อย่างสนิทใจตั้งแด่แรกเห็น “ไปคุยกันข้างนอกเถอะลูก อยู่ในนี้รบกวนท่านอื่น ๆ เขา” ทั้งสามพากันเดินออกมาจากโบสถ์ แม่ชีวนิดานำาผู้มาเยือนทั้งสองไปยัง ศาลาใต้ร่มไม้แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์นัก ม้านั่งหิน อ่อนใน ศาลาเย็นสบายร่มเงาของต้นหูกวางต้นใหญ่และลมที่พัดรำาเพยมาเป็น พัก ๆ ทำาให้อากาศไม่ ร้อนมากนัก ภาสกรเลือกนั่งเก้าอี้เดียวกับแม่ชีด้วยความที่อยากจะใกล้ชิด แม่ให้มากที่สุด ดวงตาสุกใสยิ่ง สุกใสมากขึ้นนำ้าตาคลอขึ้นมาจนนึก รำาคาญตัวเองปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่อ่อนแอนอกจากตอนเด็กๆที่ ร้องไห้ครั้งพอโตขึ้นมาก็ไม่เคยเสียนำ้าตาอีกเลย หรืออาจจะเป็น เพราะเขาอยู่ในร่างของผู้หญิงจิตใจ และร่างกายถึงได้อ่อน ปวกเปียกและยากจะบังคับทำาให้ต้องเสียนำ้าตาครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนี้ “ทำาไมแม่...ชีไม่ไปอยู่เสียที่กรุงเทพฯ ล่ะคะ” ภาสกรอยากให้ แม่ไปอยู่ด้วยกัน ให้สมกับที่ต้อง จากกันมานานแสนนาน... 77
  • 78.
    “แม่อยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้ว ชินเสียแล้วล่ะหนู” แม่ชีวนิดายิ้ม น้อยๆแววตานั้นดูเศร้านัก “วันนี้วันเกิด...” นิลกานต์เอ่ยปากตามองไปที่ภาสกรก่อนจะ หันมามองแม่ชีวนิดา “ใช่ วันนี้เป็นวันเกิดในรอบยี่สิบกว่าปีที่ไม่ต้องเขียน จดหมายถึงลูกแม่ดีใจจริง ๆ ที่หนูมาหา แม่” นิลกานต์กอดมารดาของ ภาสกรด้วยความตื้นตันและรู้สึกสงสารโดยมีภาสกรที่มองมาตาละห้อย “อยากให้แม่ไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ผมจะได้ดูแลแม่ให้ เต็มที่ ผมอยากทราบความจริงว่า ทำาไมแม่ถึงไปจากผมเมื่อยี่สิบปีที่ แล้ว” นิลกานต์ถาม “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ อย่ารู้ เลยลูกขอให้รู้เพียงว่าไม่ว่าอะไร จะเกิดขึ้นขอให้ลูกจำาไว้ว่าแม่รักลูก รักมาก...”แววตาของแม่ชีวนิดาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่าง มากมาย มือสั่นเทาดึงตัวลูกชายคนเดียวเข้ามากอดอีกครั้ง นิลกานต์ตื้นตันจน นำ้าตาคลอเบ้าส่วน ภาสกรนั้นไม่ต้องพูดถึงนำ้าตาพรั่งพรูจนเช็ดออกแทบไม่ทัน แม้แต่ แม่ชีวนิดาเองก็หลั่งนำ้าตาออก มากกว่าเป็นนำ้าตาแห่งความสุขที่ได้ พบได้เจอได้กอดลูกชายคนเดียว ของเธอ “เลิกร้องไห้เถอะครับ ควรจะหัวเราะกันมากกว่าเพราะพวก เรามีความสุขถึงขนาดนี้ เย็นนี้ผม จะจัดงานวันเกิดที่บ้าน...” นิลกานต์ เช็ดนำ้าตาให้แม่ชี พร้อมกับมองหน้าแม่ชีวนิดาด้วยแววตามี ความ หวัง “แม่ขอให้พรลูก ให้ลูกประสบแต่ความสุขความเจริญ ไม่มี ภัยพาลไร้ทุกข์ไร้โศกนะลูกนะ แม่คงไปงานของหนูไม่ได้ เพราะบวชอยู่ อีกอย่างแม่ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวทางพ่อของลูกมานาน นาน จนลำาบากใจถ้าจะต้องไปเจอไปเห็นหน้าพูดคุยกัน” (รอมแพง, 2552, หน้า 143 –146) นิลกานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับภาสกรมากขึ้น จึงหักห้ามใจ ตัวเองไว้ด้วยการบอกว่าภาสกรมีคนรักแล้วคือ พิณนรี น้องสาวข้างบ้าน แต่พอถึงวันเกิดของภาสกร ความจริงก็เปิดเผยออกมาว่า พิณนรีเป็น แฟนของเพื่อนสนิทของภาสกร ดังนั้น หญิงสาวจึงไม่มีเหตุผลใดให้ต้อง รู้สึกตะขิดตะขวงใจอีก อย่างไรก็ดี ยังมีสาวสวยอีกหลายคนที่มารุมล้อม ภาสกร หญิงสาวจึงทำาหน้าที่เพียงพิจารณาและแอบให้คะแนนอยู่ในใจ ว่าคนไหนจึงจะคู่ควรกับภาสกรที่สุด ฝ่ายภาสกรก็หาโอกาสตัดคู่แข่งที่ เข้ามาจีบนิลกานต์ไปทีละคน อย่างไม่เข้าใจเหตุผลของตนเอง ดัง ตัวอย่าง 78
  • 79.
    “ผมจะบอกคุณว่า นายเมธน่ะเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของผม ชื่อจริงเขาชื่อเมธวัช เขาเป็น คู่หมั้นของน้องพิณ”นิลกานต์ฟังด้วยความตื่นตะลึง “จริงอ่ะ” “ผมจะโกหกคุณทำาไมล่ะ” “แล้วทำาไมไม่บอกตั้งแต่แรก...” หญิงสาวหยุดคำาพูดของตัว เองเมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ “อ๋อโถ...”คิดเองเออเองเสร็จสรรพว่าภาสกรแอบหลงรักพิณ นรีเพียงข้างเดียว จะพูดก็พูดไม่ ออกเพราะพิณนรีเป็นคู่หมั้นของ เพื่อนซี้นี่เอง “โถ ไห ชาม กะละมังอะไรของคุณ เข้าไปในงานเถอะ แล้ว อย่าไปเป็นลมให้คนอื่นหัวเราะ เยาะอีกล่ะ “ห้ามได้ด้วยเหรอ ใครใช้ให้เพื่อนคุณมากอดฉันล่ะ ฉันน่ะ ไม่คะ...เอ่อ...เอาเถอะจะพยายาม คุมสติก็แล้วกัน” จะบอกว่าตัวเองไม่ เคยตรงๆ ก็เกรงว่าจะเสียท่า ทว่าดูทีแล้วภาสกรคงจะรู้ดีเลย ทีเดียวว่าเธอจะพูดอะไรดวงตากลมโตถึงดูวิบวับและยิ้มกว้างออก ปานนั้น (รอมแพง, 2552, หน้า 156 -157) อาหารเตรียมไว้อย่างพรักพร้อม เมื่อเห็นนายเอกมาด้อม ๆ มอง ๆอยู่ภาสกรจึงเดินไปบอกให้ กลับไปก่อน แล้วเขาจะนั่งแท็กซี่กลับ เอา นายเอกจึงได้คลายใจขับรถออกไป ภาสกรเดินเข้ามาประจำา ที่ โดยมีป้าสุนีย์และชนะชัยนั่งรออยู่ เพียงจับช้อนกิริยาการกินก็สร้างความตื่นตะลึงท่าทาง เหมือนตายอดตายอย่างทำาให้ป้าสุนีย์ ยิ่งส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ส่วน ชนะชัยนั้นเพียงเลิกคิ้วมอง “หิวมากหรือน้องนิล” “ค่ะ” พูดทั้งที่ข้าวเต็มปากทำาให้ข้าวพุ่งออกมาไม่น้อย ป้าสุ นีย์วางช้อนลงอย่างแรง ก่อนจะ หันไปพูดด้วยความโมโหกับหลาน ชาย “ป้าอิ่มแล้วล่ะกินไม่ลง!” กล่าวจบก็เดินตึง ๆ ขึ้นไปชั้นบน ด้วยความหงุดหงิดใจ ท่ามกลางสี หน้าเหลอหลาของภาสกรที่แกล้งมอง ตามไป ก่อนจะก้มลงกินต่ออย่างเมามันตกนำ้าแกงขึ้นมาซดเสียง ดัง แล้วหันไปพยักพเยิดกับชนะชัย “อร่อยเนอะ” ยินยอมหมดมาดเพื่อลดสายตาหวานฉำ่าที่ชนะ ชัยมีให้และท่าทางว่าจะสำาเร็จ (รอมแพง, 2552, หน้า 161) 79
  • 80.
    “ฉันขอโทษ แต่เธอก็อย่ามาว่าคุณภาสกรสิ อย่าลืมว่าตอนนี้ ฉันคบกับเขาอยู่”ตอกยำ้าเข้าไป ตอกให้ลึกให้หนัก สีหน้าและแววตา ของพงษ์วิทย์นั้นดูท้อแท้เสียใจเป็นอย่างมาก ซึ่งภาสกรก็พึงพอใจ ที่ เป็นเช่นนี้ “ไม่เอาแล้วฉันกลับบ้านดีกว่า นี่เงินไม่ต้องทอนล่ะ”ภาสกร หยิบเอาธนบัตรสีม่วงมาวางไว้ ตรงหน้าเพื่อนของนิลกานต์ที่ยังคง นิ่งอึ้ง “ถ้าเธอเลิกคิดบ้าๆกับฉันเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันถึงยังไง เธอก็เป็นเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุด” เพี่อไม่ให้นิลกานต์ต้องเจอกับปัญหา ยามที่เปลี่ยนร่างคืน ตอนนี้คงเป็นช่วงปลอบประโลมไอ้เพื่อนยาก คนนี้ไปก่อน “แกเอาเงินคืนไปเถอะ”พงษ์วิทย์ยัดเงินคืนใส่มืออีกฝ่ายด้วย ท่าทางเสียใจขนาดหนัก “ฉันรู้ว่าฉันเป็นได้แค่เพื่อน และไม่เคยเรียกร้องมากกว่านั้น แกมีคนที่แกรักแล้วก็ดี ก็ขอให้ คบกันนาน ๆ” นำ้าเสียงจริงจังจริงใจ และแววตาที่อ่อนโยนทำาให้ภาสกรรู้สึกผิดอยู่ในใจ “ถ้าฉันพูดแรงไปฉันก็ขอโทษด้วย” “กินข้าวต่อเถอะ นะ” “อืม” (รอมแพง, 2552, หน้า 161) การคลี่คลายปมเรื่องการสลับร่างเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองค้น ข้อมูลการเกิดจันทรุปราคาได้ และเปลี่ยนร่างคืนกันสำาเร็จ “คุณอย่าก้มมองนาฬิกาบ่อยนักนะเดี๋ยวคลาดกัน เวลาจะมอง นาฬิกาน่ะยกมือขึ้นดูสิ” นิลกานต์แม้จะเมื่อยขาแค่ไหนแต่ก็ยังจ้องมองอีกฝ่ายแทบไม่ กะพริบตาแถมยังคิดเดาวิธีที่จะสลับร่าง คืนให้ได้มาสารพัด นาฬิกาของพิพิธภัณฑ์บอกเวลาสิบแปดนาฬิกา แว่วเสียง เพลงชาติดังมาไกล เสียงปิด หน้าต่างปิดประตูเริ่มดังไล่เข้ามาเรื่อย ๆ “เอายังไงดีคุณ เกิดเขามาถึงห้องนี้แล้วพวกเรามายืนจ้องตา กันอยู่อย่างนี้ เขาคงหาว่าเราบ้า” “ใจเย็นๆ รอให้ถึงที่สุดก่อนสิคุณยังเหลืออีกตั้งสี่สิบเก้า นาที”เพียงเข็มยาวชี้เลยเลขหนึ่งมา เพียงสองขีดแสงสีขาวสว่างก็ วาบเข้าตาของคนทั้งสอง เสียงเหมือนหินครูดกันดังแว่ว เหมือนดังมา จากที่อันไกลโพ้น ทั้งสองคนผงะถอยหลังก่อนจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า พอดีกับที่พนักงานผู้ช่วย ภัณฑารักษ์มาปิดประตู 80
  • 81.
    “อ้าว...คุณที่ว่าจะวาดรูปถึงทุ่มนี่ เป็นอะไรไปครับ” พนักงาน สูงอายุเข้ามาพยุงนิลกานต์ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนหู อื้อและดวงตาพร่ามัวเมื่อลืมตาขึ้นอีกทีก็พบว่าในมือกำาดินสอ แน่น.ส่วนกระดาษปอนด์กับขาตั้งประเด็นไปคนละทาง “สลับได้แล้ว!” นำ้าเสียงดีอกดีใจของนิลกานต์ทำาให้ภาสกรที่ อยู่อีกฝั่งลืมตาขึ้นมองตัวเอง “สลับได้แล้วจริง ๆ” พนักงานของพิพิธภัณฑ์ ชะโงกไปมอง ภาสกร ก่อนจะหันมามอง นิลกานต์ด้วยสายตาตั้งคำาถาม (รอมแพง, 2552, หน้า 174-175) โอกาสที่ทำาให้คนทั้งสองได้รู้ใจตนเองมาถึง เมื่อนิลกานต์โดนลอบ ยิง หญิงสาวพุ่งตัวออกไปผลัก ภาสกรจนกระทั่งตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดเป็นห่วง ร่างของตนเองเท่ากับความปลอดภัยของชายหนุ่ม ส่วนภาสกรนั้นเมื่อ เห็นนิลกานต์ในร่างตนเองบาดเจ็บก็รู้สึกถึงความห่วงหาที่มีต่อหญิงสาว ขึ้นมาทันที ดังตัวอย่าง เสียงบิดมอเตอร์ไซค์ทำาให้นิลกานต์เอี้ยวตัวไปดู มอเตอร์ไซค์คันที่นิลกานต์หันไปมองนั้นมีคน สองคนที่แต่งตัวคล้าย ๆ กันนั่งอยู่ ลักษณะการแต่งกายเป็นเสื้อยืดสีดำาสวมทับด้วยแจ็กเก็ตหนัง สีดำาสวมกางเกงยีนสิดำา ทั้งคู่ใส่ ถุงมือ คนที่ซ้อนนั้นใส่ถุงมือหนาสีดำา เทา ส่วนคนขี่นั้นใส่ถุงมือสีดำาเหลือง รายละเอียดทุกอย่างนั้น ล้วนอยู่ ในสายตาของนิลกานต์ เธอเบิกตาโพลงเมื่อเห็นมือของคนที่นั่งซ้อน ท้ายหยิบของสีดำาเมื่อมออกมาก่อนจะยกขึ้นมาเล็ง เพียงเห็นทิศทางที่แน่นอน หญิงสาวก็ใจหายวูบ ความรู้สึก ส่วนลึกบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้จะ เป็นอะไรไปไม่ได้จึงรีบโถมตัวผลัก ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ ตัวสุดแรงเกิด ปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับเสียงหวีดร้องของใครหลาย คนในที่นั้นตำารวจจราจรที่ทำางาน อยู่อย่างขะมักเขม้นหลายนายวิ่งมา ทางที่เกิดเหตุ เสียงปืนที่ดังมาจากด้านหลังนั้นทำาให้หญิงอ้วนวัยกลางคน กอดข้าวของในรถตุ๊กตุ๊กที่จ้างมา อย่างตกใจ เมื่อหันไปมองก็เห็น คนร้ายกำาลังจะหนีจึงหยิบร่มคันใหญ่ที่พกมาด้วยยื่นขวางทางรถ มอเตอร์ไซค์ของคนร้าย แต่กลับฟาดไปโดนคอของคนขับรถ 81
  • 82.
    มอเตอร์ไซค์อย่างเหมาะเหม็ง ทำาให้รถ มอเตอร์ไซค์ที่วิ่งด้วยความเร็ว สูงเพื่อหนีเสียหลักล้มไปโดนรถยนต์คันข้างหน้าก่อนจะไถลไปกับพื้น คนขับกับคนซ้อนท้ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง นิลกานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวของเธอนั้นหนักมากเมื่อพยายามลุก ขึ้นมองภาสกร “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”ภาสกรพูดอย่างตกใจพลางเบิ่ง ตาค้างมองนิลกานต์ “คุณ ฉันถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” พลันเธอกูรู้สึกเจ็บอย่าง บอกไม่ถูกราวกับโดนไฟเผาที่ หัวไหล่ข้างขวา ความปวดแสบปวด ร้อนทรมานก็เข้ารุมเร้าจนทรุดตัวลง เมื่อยกมือขึ้นไปแตะบริเวณที่ รู้สึกเจ็บก็พบว่ามีนำ้าเหนียว ๆ พอก้มลงดูก็เห็นเลือดสีแดงฉานเต็ม ไปหมด “เลือด!” นิลกานต์คนเก่งถึงกับหน้าซีดหมดแรงจนทรุดอยู่กับ ที่ ภาสกรปราดเข้าไปประคองนิลกานต์พร้อมกับร้องเรียกให้ คนช่วยเสียงดังลั่นถนน “ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลด้วย” มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขับผ่านมาหยุดรถแล้วตะโกนบอกให้ ไปกับตนสีหน้าตื่นตกใจไม่แพ้กับ ใครหลาย ๆ คนที่อยู่ในที่นั้น ภาสกร คิดจะประคองหญิงสาวในอ้อมกอดไปขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ แต่ เมื่อเห็นว่านิลกานต์สลบไปแล้วจึงเปลี่ยนเป็นอุ้มขึ้นรถแทนโดยตัวเขา นั้นนั่งประกบอยู่ด้านหลัง “ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดครับ” คนขับรับคำาก่อนจะวิ่งรถ อย่างไม่เกรงใจใครลัดเลาะฝ่า การจราจรที่หนาแน่นอย่างสุดชีวิต ส่วนตำารวจก็ตรงเข้าไปจับกุมมือปืนกับคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ท่าทาง จะ ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อยส่วนนายเอกที่มองเห็นเหตุการณ์แต่ไกลก็ได้หา ที่จอดแล้วรีบลงจากรถมาดู เหตุการณตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ร่างที่นอนแน่นิ่งถูกเข็นออกมาจากห้องฉุกเฉิน พร้อมกับแพทย์ ที่ทำาการรักษา “คุณเป็นญาติของคุณนิลกานต์ใช่ไหมครับ” “ผมเป็นเจ้านายเธอครับ เธอรับกระสุนแทนผม” “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ กระสุนปืนยิงโดนแค่ถาก ๆ ตอนนี้เย็บ แผลเรียบร้อยแล้วนะครับ พัก สักวันสองวันถ้าไม่มีอาการอะไร แทรกซ้อนก็กลับบ้านได้แล้วครับ” ภาสกรถอนหายใจปนสะอื้น เมื่อครู่นั้นเขาแทบรู้สึกอยากจะ บ้าตายคิดในทางร้าย ๆ ไป สารพัดหากนิลกานต์เป็นอะไรไปเขาคงอยู่ เป็นผู้เป็นคนไม่ได้ ดวงตาเรียวรีแดงกำ่า บีบมือเล็ก ๆ ของ นิลกานต์ด้วย 82
  • 83.
    ความโล่งอกร่างสูงใหญ่นั้นถอดเสื้อสูทที่เปื้อนเลือดเป็นหย่อม ๆ ออก พลางเดินตามรถเข็นไปยังห้องวีไอพีที่จัดไว้ให้นิลกานต์ “ถ้ามีปัญหาอะไรก็กดเรียกที่ปุ่มนี้นะคะ อีกไม่นานก็คงฟื้น แล้วค่ะที่สลบไปคงเป็นเพราะว่า ตกใจมากกว่า” พยาบาลสาวใหญ่พูด พลางยิ้มปลอบโยนหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ดูท่าที ประคับประคองกับ สายตาที่บ่งบอกความในใจอย่างเปิดเผย และยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้หน้า ซีดเซียว จนแทบจะป่วยไปกับคนเจ็บด้วยก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมและชื่นใจ แทนคนเจ็บหลังจากตรวจดูสายนำ้าเกลือและ เลือดเสร็จแล้วจึงหันไป บอกกล่าวแก่ภาสกรด้วยนำ้าเสียง อ่อนโยน “ถ้าต้องการพยาบาลพิเศษก็ไปกรอกรายละเอียดหน้า เคาน์เตอร์ด้านนอกนะคะ” “ขอบคุณครับ” เมื่อพยาบาลผู้ใจดีเดินออกไปแล้วภาสกรก็ ลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เตียงของ คนป่วย ก่อนที่จะจับมือเรียวเล็กนั้น ขึ้นมากุมไว้ “ฟื้นได้แล้ว นิลกานต์ ฉันใจคอไม่ดีเลยรู้ไหม” เสียงทุ้มนุ่ม นั้นพูดราวกับว่าคนที่นอนอยู่จะ ได้ยินปากได้รูปแตะที่นิ้วเรียวเล็กนั้นพร้อมกับทอดสายตาหวาน ซึ้ง เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ ที่อีกฝ่ายได้ปกป้องเขาจนต้อง มาเจ็บตัวแทน “อืม...อะไรนะ มันมาแล้ว หลบสิ หลบ...” เสียงแผ่วเบาพูด เพ้อแทบไม่เป็นภาษาทำาให้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปใกล้จนหูแทบ แนบริมฝีปากที่แห้งผากนั้น ลมหายใจอุ่น ๆ ทำาให้ทราบว่าคน ที่นอน อยู่คงเริ่มมีไข้ขึ้นมาแล้ว มิหนำาซำ้ายังผวาเพ้อถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วย “ฉันไม่เป็นไรแล้วนิลกานต์ฉันไม่เป็นอะไรแล้วฉันอยู่ นี่”ภาสกรเอียงหน้าเข้าไปใกล้และโอบ ร่างเล็กบางไว้ พลางกระซิบ ปลอบโยนเมื่อเห็นหญิงสาวเพ้อและมีอาการกระสับกระส่าย อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้ร่างกายของนิลกานต์ต้องทนยืนขา แข็งเป็นครึ่งวันพร้อมกับถือของ หนักไปด้วยทำาให้เธอยิ่งอ่อนแอ ครั้น พอโดนยิงจึงดูอ่อนปวกเปียกกว่าปกติ หากว่าย้อนเวลากลับได้ เขาคง ไม่ยอมแลกร่างคืนกับนิลกานต์และเขานี่แหละจะเป็นผู้ที่ปกป้องนิล กานต์เอง ดวงตาที่ส่งผ่านความอ่อนโยนลึกซึ้งมองหน้าผากกลมมนนั้น อย่างเอ็นดูสุดหัวใจ ปากหนาได้ รูปประทับนั่งที่หน้าผาก ยิ่งเห็น อาการกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายนั้นก็ยิ่งสงสาร ริมฝีปากนุ่มจึง เลื่อนระเรื่อยมาแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากอุ่นจัดก่อนจะแตะหนักเน้น คล้ายอยากจะผ่อนเอาความฝันที่ ร้ายกาจนั้นมาสู่ตน และคล้ายอยาก แบ่งเบาเอาความร้อนด้วยพิษไข้ให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลาย น่า เสียดาย ที่อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกตัวเลย 83
  • 84.
    มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กๆ นั้น ก่อนจะเลื่อนตัวลงมานั่งเฝ้ามอง ดังเดิมร่างที่นอนหลับซบหมอนนั้นคล้ายจะรับรู้ถึงความอบอุ่นที่อีก ฝ่ายมอบให้อาการกระสับกระส่ายจึงทุเลาลง... (รอมแพง, 2552, หน้า 177 – 181) 5. จุดจบเรื่อง คดีลอบยิงจบลงที่ตำารวจตามหาตัวคนร้ายได้ ซึ่งก็คือ แม่เลี้ยงของ ภาสกรนั่นเอง แต่เก็จแก้วหนีความผิดด้วยการยิงตัวตาย และทำาให้ สาเหตุที่วนิดา แม่ของภาสกรหนีออกจากบ้านไปถูกเปิดเผยขึ้นด้วย ดังตัวอย่าง สายตาที่มองมาทุกคู่ล้วนแล้วแต่มีความเห็นใจ “แม่...เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนที่แม่เดินออกไปจากที่นี่ ก็เพราะเก็จ แก้วและพี่ชายของมัน” นำ้าตา มากมายบ่งบอกความชอกชำ้าใจที่มี มาแต่หนหลัง “คุณพ่อของลูกไปติดใจเก็จแก้วที่เป็นนักร้องอยู่ตอนนั้น นั่น ยังไม่เท่ากับที่พี่ชายมันฉุดแม่ไป ...ทำาร้าย และมันก็ขู่ว่าถ้าแม่ยังอยู่ บ้านหลังนี้มันจะฆ่าลูกด้วย แล้วมันก็ใส่ร้ายว่าแม่หนีไปกับชู้ ทำาให้ พ่อกับอาม่าของลูกไม่สนใจไยดีและไม่คิดตามหาความจริงจากแม่ เลย ตอนนั้นลูกอายุไม่กี่ขวบจะช่วย ตัวเองได้ยังไง แม่ก็เลยขอ สัญญาจากพวกมันว่าถ้าแม่ไปเสียแล้วมันจะไม่ทำาร้ายลูกแม่ แต่โจรยัง ไงก็ เป็นโจร มันไม่มีสัจจะ” ภาสกรเคยสงสัย เคยคิดวุ่นวายเคยน้อยใจสารพัด บัดนี้เมื่อรู้ ความจริงก็แทบทรุด ดวงตาแข็ง กร้าวมีแววของความแค้นเคืองแต่ ไม่รู้ว่าจะไปลงที่ใด เมื่อคนที่ควรชดใช้กลับชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน สงสารแต่คนในอ้อมกอดนี้ที่ร้องไห้ปลดปล่อยความทุกข์ทรมานที่ ได้พบเจอ ความสงสารความรัก ความเห็นใจทำาให้ประคองร่างแม่ที่ บอบบางเหลือเกินไปยังห้องโถงใหญ่ “แม่ครับ...อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ไปเลยครับ อะไรที่ผ่านมา คนที่คิดร้ายทำาร้ายแม่ มันได้รับ ผลของมันแล้ว ต่อไปนี้แม่จะต้องมี ความสุข แม่จะต้องอยู่กับผมนะครับ” ชายหนุ่มปลอบโยนแม่ของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปหาอาม่ ากิมย้งที่ตอนนี้นั่งร้องไห้นำ้าตาซึม “อาม่าขอโทษ อาม่าขอโทษ” “อาม่าไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ ถ้าไม่มีอาม่าก็ไม่มีผมใน วันนี้” “แต่... แต่อาม่า...” “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” 84
  • 85.
    “ดา แม่ขอโทษ”อาม่าอ้าแขนเรียกอดีตลูกสะใภ้ให้เข้ามาหา คุณวนิดาเข้าไปหาอ้อมแขนนั้น อย่างไม่เกี่ยงงอน “แม่ไม่รู้จริงๆนึกว่าดาหนีตามผู้ชายไปอย่างที่ภากรกับเก็จ แก้วบอกแม่เจ็บใจจริง ๆ ที่เชื่อ อะไรง่าย ๆขนาดนั้น” อาม่ากิมย้งทุบ อกตัวเองจนแม่ชีวนิดาต้องรีบห้ามไว้ “ไม่เป็นไรค่ะถ้าดาไม่เห็นแก่ลูก ดาก็คงมาบอกความจริงทุก คนแล้วแต่นี่อะไร ๆ มันก็ทำา ไม่ได้” ภากรตัวสั่นทั้งแค้นใจตัวเองทั้งแค้นใจเก็จแก้ว เมื่อยี่สิบปี ก่อนหากเขาไม่นอกใจภรรยาและ เปิดโอกาสให้เก็จแก้วเข้ามาในชีวิต ครอบครัวของเขาก็คงไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อมองไปที่ลูกชายคนโตและ ลูกชายคนเล็กก็รู้สึกผิดยิ่งนัก แต่จะให้เปิดปากพูดสิ่งใดก็ลำาบาก ใจเหลือเกิน “ไม่เป็นไรค่ะ ตลอดเวลาที่ตาหายไป ดาได้บวชได้เรียน ธรรม จะมีห่วงอยู่ก็แค่ภาสกรเท่านั้น นอกนั้นแล้วก็ไม่ได้คิดติดใจ อะไรทั้งนั้น” คุณวนิดาปาดนำ้าตา แววตานั้นแม้มีแววคับแค้นใจแต่ก็ คล้าย กับว่าจะปลงตก ด้วยใจเธอนั้นเป็นห่วงแต่เพียงลูกชาย เท่านั้น “ดีใจเหลือเกินที่ลูกไม่เป็นอะไร” “เพราะนิลกานต์ครับ นิลกานต์ช่วยผมไว้จนตัวเองโดนยิง แทน” “จริงสิ หนูนิลอยู่ที่ไหน แม่จะไปขอบใจหนูนิลสักหน่อย” “นิลกานต์กลับบ้านที่ระยองไปแล้วครับแม่ ครอบครัวเขากลัว ว่าลูกสาวจะโดนลูกหลงอีก” คุณวนิดาพยักหน้าเบา ๆ “จริงสินะ ลูกใครใครก็รัก คงไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้ แต่ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วนี่ลูก แม่อยาก เจอหนูนิล” “วันนี้แม่พักผ่อนก่อนนะครับ แล้วผมจะพาแม่ไปพรุ่งนี้นะ” “ได้ ๆ นี่แม่ก็สึกออกมา ผ้าขาวมันร้อน แม่เป็นห่วงลูกมาก” “แล้วแม่ทราบข่าวจากไหนหรือครับ” “หนังสือพิมพ์ แม่ไปเก็บกวาดศาลาเลยเห็นหนังสือพิมพ์ที่ วางไว้ให้คนอ่าน แทบตายเชียวล่ะ ตกใจและเป็นห่วงทั้งลูกทั้งหนู นิล” ภาสกรจัดแจงดูแลอาม่าและมารดาจนทั้งสองงีบหลับไป แล้ว จึงเดินมาหาน้องชายที่ นั่งซึม อยู่ในห้องด้วยความเป็นห่วง “ภาวิน” ภาวินเงยหน้าตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องก้มตำ่าด้วย ความละอาย “ภาวิน แกเป็นน้องชายของพี่ แม้จะเกิดเรื่องราวมากมายถึง ขนาดนี้แต่พี่ก็ยังเห็นแกเป็นน้อง เรื่องศพของแม่พี่จะจัดงานให้” ด้วย ความที่ไม่ค่อยสนิทกันนัก ภาสกรจึงพูดได้เพียงเท่านี้ก่อนจะเดิน 85
  • 86.
    ออกไป ภาวินเรียกพี่ชายเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเดินไปกราบที่ไหล ของพี่ชายดวงตาแดงชำ้าทำาให้ภาสกร รู้สึกสงสาร “ผมกราบขอโทษพี่แทนแม่ของผมด้วยนะครับ ผมอยากให้พี่ อโหสิให้แม่” แววตาอ้อนวอน นั้นทำาให้ภาสกรพยักหน้าให้ “ได้...แต่แกอย่าลืมนะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่ก็ยังเป็นพี่แกพี่ อโหสิให้” “ขอบคุณครับ” สีหน้าของผู้เป็นน้องชายดูดีขึ้นมาเล็กน้อย ภาสกรตบไหล่นั้นเบา ๆ ก่อนจะ เดินออกไป วันนี้เป็นวันที่อะไร ๆ ก็คลี่คลายลงไปด้วยดี คนที่เคย ทำาความผิดก็ได้ชดใช้ ภาสกรได้รับรู้ว่า แม่ของเขารักเขามากเพียงใด ชายหนุ่มมองไปที่โทรศัพท์คล้ายจะชั่งใจดูว่าจะโทรดีหรือไม่ แต่แล้ว เขา ก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียงก่อนที่จะเอนกายลงนอนนิลกานต์จะ เป็นอย่างไรบ้าง...ไม่เจอกันเพียงไม่กี่ ชั่วโมงทว่าเขากลับรู้สึกเหมือน ห่างกันนานเหลือเกิน ภาสกรนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาจน สุดท้ายก็เดินไปที่ห้องที่เขาเคยอยู่ในตอนที่เป็นนิลกานต์ และไป นอนอยู่ในห้องนั้นจนหลับไป... รุ่งขึ้นภาสกรกับคุณวนิดาและอาม่ากิมย้งเดินทางไปที่ จังหวัดระยองด้วยกัน ส่วนหนึ่งนั้นพอจะรู้ถึงความในใจของลูกชายและ หลานชาย จึงอยากไปดูว่าทางบ้านของนิลกานต์เป็นเช่นใดบ้าง นิลกานต์กำาลังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยา คุณประสิทธิ์และคุณ กาญจนาจึงรับแขกแทนลูก นาวิน นั้นพอเห็นหน้าแขกก็ไม่ค่อยพอใจ นัก แต่ก็ขอตัวไปสักครู่จึงเดินขึ้นมาพร้อมกับสาวใช้ ในมือเขานั้นมี ถาด แก้วนำ้าและเหยือกนำ้าที่มีไอนำ้าเกาะพราว ส่วนสาวใช้ถือของ ว่างเป็นข้าวเกรียบปากหม้อพร้อมผัก สดขิงอ่านและพริกสด ภาสกรขอตัวไปเยี่ยมนิลกานต์ โดยมีสายตาไม่ไว้วางใจของ นาวินมองตามไป... เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าร่างที่นอนสงบนิ่งนั้นพลิกตัวมาหรี่ ตามองที่ประตู ก่อนจะลืมตาเต็มที่ มองร่างที่เดินเข้ามาในห้อง แววตา นั้นมีความยินดีอย่างที่สุด “ทำาไม มาหาเร็วนักล่ะคะ หรือทนคิดถึงไม่ได้” เสียงใสพูด หยอกล้อของนิลกานต์ทำาให้ ภาสกรหัวเราะหึ ๆ เขาจัดหมอนให้นิลกานต์ขยับตัวขึ้นมานั่งเอน ได้สบาย ๆ ก่อนจะจ้องตาตอบ “ถ้า...ใช่ล่ะ” คราวนี้กลายเป็นคนปากกล้าเองที่หน้าแดงระ เรื่อหลบตาอีกฝ่าย ภาสกรลาก เอาเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งข้าง เตียง “จับคนจ้างวานได้แล้ว” ภาสกรพูดเพียงสั้น ๆ สายตานั้นมอง นิ่งไปที่ใบหน้ารูปไข่ของ 86
  • 87.
    นิลกานต์ “เร็วดีจังค่ะ” แม้อยากจะเขินสายตาที่มองมาอย่างไรก็อดไม่ ได้ที่จะออกปาก “ครับ เพราะเป็นคนใกล้ตัวนี่เอง...คุณเก็จแก้ว” (รอมแพง,2552, หน้า 195 – 198) ภาสกรกับนิลกานต์เผยความในใจต่อกันและเรื่องราวจึงจบลง อย่างมีความสุข “ถึงผมจะไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ผมก็ไม่โง่พอที่จะไปล่วงเกิน อะไรลูกสาวรัฐมนตรีเพื่อผูกมัด ตัวเองทั้งที่ยังไม่แน่ใจหรอกนะคณ” “อ้อ แล้วไป” “คุณอาจจะไม่ใช่คนแรกของผม แต่ผมสัญญา คุณจะเป็นคน สุดท้ายอย่างแน่นอน” เสียงนุ่ม นั้นพูดช้า ๆ อย่างมั่นคงทำาให้ริม ฝีปากบางของนิลกานต์ค่อย ๆ คลี่ยิ้ม “แล้วจะมารับเมื่อไรล่ะ” ภาสกรหัวเราะลั่นกับคำาพูดของนิล กานต์ “งั้นขอจองไว้ก่อนนะ ไว้ให้อาม่าไปดูฤกษ์ยามให้ หมั้นเช้า แต่งเย็นเลยดีไหม” ปากกะเกณฑ์ เสร็จสรรพมือนั้นก็หยิบเอาแหวนที่ เตรียมมา สวมใสให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของนิลกานต์อย่างอ่อนโยน “นี่ไม่ใช่แหวนหมั้นและก็ไม่ใช่แหวนแต่งงาน เป็นแหวนที่ ฉันขอจองเธอไว้ก่อนฉันรักเธอนะ นิลกานต์”นิลกานต์ยิ้มวับด้วยความ ปลื้มใจใครจะไปคิดว่าผู้ชายท่ามากขี้เก๊กคนนี้จะมากุมหัวใจเธอได้ ใน เวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์มือใหญ่อบอุ่นโน้มศีรษะเล็กทุยมาใกล้ ก่อนจะ ประทบริมฝีปากบน หน้าผากกลมมนนั้นอย่างรักใคร่เอนดู แล้วกอดประทับเข้ากับอก อุ่นนั้นอีกครั้งอย่างแสนรัก แม้ความรักของเขาจะแปลกไม่เหมือนใคร คนที่เขารักจะ แปลกประหลาดมักง่ายหรือปากดี แค่ไหน แต่เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงตรง หน้านี้น่ารักและสามารถสร้างความสุขให้เขาได้ พร้อมช่วยให้เขา หลุดพ้นจากจิตใจที่หมองเศร้ามืดมัว และยังยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเขา ได้ เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว (รอมแพง, 2552, หน้า 202-203) แก่นเรื่อง นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง เสนอแนวคิดสำาคัญของการ ยอมรับตัวตนที่แตกต่างระหว่างบุคคล เพราะจะนำามาซึ่งความ 87
  • 88.
    สุข ดังตัวอย่างจากเรื่องที่ทั้งนิลกานต์และภาสกรต่างก็ประเมินท่าทีของ อีกฝ่ายจากรูปลักษณ์ภายนอกและพฤติกรรมบางอย่างโดยตีความตาม ประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะมนุษย์มีความแตก ต่างกัน ความเป็นมาของแต่ละคนก็ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมของเขาเหล่า นั้นด้วย จึงไม่ควรตัดสินบุคคลอื่นด้วยการมองอย่างผิวเผิน กลวิธีการเล่าเรื่อง นวนิยายเรื่องนี้ ใช้มุมมองการเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้ไปหมด หรือมุมมองแบบพระเจ้า ซึ่งเป็นผลดี เพราะช่วยให้เรื่องสนุก กระชับ และน่าติดตาม เนื่องจากนวนิยายมีปมปัญหาหลายประการที่ต้อง คลี่คลายทั้งของตัวละครเอกฝ่ายหญิง และฝ่ายชาย ตลอดจนปมที่มีร่วม กันคือการสลับร่าง หากเล่าโดยใช้มุมมองจำากัดเพียงคนเดียว อาจต้อง เล่าหลายครั้ง และทำาให้สัมพันธภาพของเรื่องเสียไปลักษณะเดียวกับ เรื่อง ยุ่งนักเมื่อ รักสลับร่าง ของ เจ้าปลาน้อย เป็นต้น นิลกานต์นั้นเพิ่งเรียนจบจากคณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ของมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งแถวหน้าพระลานซึ่งก็ใกล้ กับพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ ดังนั้นแทบทุกตารางนิ้วของที่นี่จึงเป็นที่ คุ้นเคยของสาวน้อยผิวเข้มหน้าหวานคนนี้เป็นอย่างดี ผู้คนที่พบเห็นหญิงสาวมักจะมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆทุก ครั้งไปเนื่องจากเธอชอบสวม กางเกงเลบางครั้งก็สวมกางเกงยีนกับ เสื้อยืดที่ได้แถม มากับการซื้อฟิล์มกล้องถ่ายรูปที่ตอนนี้ ถูกเลหลังแจกฟรีเพราะกล้องดิจิตอลมาตีตลาดเสียย่อยยับและสวม รองเท้าแตะแบบคีบตราดาว สีเขียวตุ่น สิ่งที่ดูมีมูลค่ามากที่สุดในตัวของหญิงสาวก็เห็นจะเป็น นาฬิกาคาร์เทียร์ฝังเพชรนำ้างามที่แม่ซื้อ ให้เป็นของขวัญในวันรับ ปริญญา ซึ่งไม่ว่าใครก็คงคาดไม่ถึงว่ามันเป็นของแท้ เมื่อมันได้มาอยู่ บนข้อมือ ของหญิงสาวที่แต่งตัวปอน ๆ เช่นเธอ (รอมแพง, 2552, หน้า 19) ร่างบอบบางเดินไปหยิบผ้าขนหนูซึ่งพาดตากอยู่ที่ระเบียงมา ถือไว้ในมือระเบียงนี้มีตาข่าย ลวดขนาดใหญ่กั้นเอาไว้ซึ่งทำาหน้าที่ กึ่งเหล็กดัดกันคนที่ไม่พึงประสงค์ปีนเข้าและกันคนภายในปีนออก ทำาให้มองแล้วดูน่าอึดอัดราวกับว่าคนอาศัยเป็นนกที่ถูกเลี้ยงอยู่ใน กรง เสื้อผ้าที่มอมแมมเพราะโดนทั้ง ละอองฝน และนำ้าขังที่ถนน 88
  • 89.
    กระเซ็นบาโดนถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว พลันดวงตากลมโตคู่นั้นก็ เหลือบ มองไปในกระจกบานใหญ่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะมีสีหน้า แปลกอย่างทำาใจไม่ได้ออกมา รูปร่างที่เห็นในกระจกเงานั้นได้สัดส่วนแรกๆที่มองก็คิดว่า น่าจะผอมโกรกเหมือนคนขาด สารอาหารนั้น แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าออก แล้วกลับดูเกลี้ยงเกลากลมกลึงได้สัดส่วนชายหนุ่มเห็นแล้วถึงกับ ชะงักมือที่จะเอาผ้าขนหนูพันกาย ก่อนจะเดินไปใกล้กระจกใจคอ เต้นตึ้กตั้กอย่างประหลาดมิใช่ว่าเขา จะไม่เคยเห็นร่างอันเปลือย เปล่าของผู้หญิง แต่การที่เรือนร่างของผู้หญิงกลายเป็นร่างของเขาเอง นั้น ช่างสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในหัวใจเสียเหลือเกิน มือเรียวค่อย ๆ เอาผ้าพันกายช้า ๆ สีหน้ามีแวววิตกเมื่อนึก ได้ว่าเรือนร่างของเขาก็ต้องถูก จ้องมองเช่นนี้เหมือนกัน การชำาระ ล้างร่างกาย การลูบถูกายจึงทำาอย่างเกรงอกเกรงใจ แต่ความหยุ่น ของผิวสัมผัสบางส่วนทำาเอาภาสกรต้องรู้สึกเหนื่อยอกเหนื่อยใจ ในการอาบนำ้าครั้งแรกกับร่างกายของ ผู้หญิง (รอมแพง, 2552, หน้า 31) โดยภาพรวม นวนิยายที่นำามาวิเคราะห์เป็นลำาดับที่ 2 นี้ ผู้เขียนมี ความสามารถในการวางโครงเรื่องได้ดีกว่าเรื่องแรก และไม่ทำาให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เพราะผู้เขียนไม่ได้เน้นที่ความรู้สึกมาก เหมือนเรื่องแรก แต่เน้นโครงเรื่องแบบเก่าที่ใช้เหตุการณ์นำาพาเรื่องไป อย่างไรก็ดี ความแปลกใหม่ของการสลับร่างในเรื่องนี้ คือ การมีสิ่งวิเศษ อย่างธรรมจักรเป็นสื่อกลางที่ทำาให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และยังผูกโยงกับ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นความขัดแย้ง ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (สิ่งมหัศจรรย์ ลี้ลับ) ได้อย่างชัดเจน นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ เป็นผลงานของพิมลพัทธ์ เป็นนวนิยาย 2 เล่มจบ พิมพ์ 2 ครั้งภายในเดือนมีนาคม 2553 ซึ่งยืนยันได้ถึงความนิยม ของผู้อ่าน และยังได้รับการนำามาปรับรูปโฉมเป็นนวนิยายขนาดเล็กเพื่อ เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ชอบอ่านแบบพกพาด้วย ผู้แต่งมีผลงานเรื่อง คือ...เธอ เป็นเล่มแรก ตามด้วยเรื่อง เพียง เพชร...เกล็ดดาว ซึ่งได้รับความนิยมเช่นกัน แม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะไม่ ได้มีโครงเรื่องที่แปลกใหม่แต่สามารถผสานเรื่องราวความแตกต่างของ ตัวละครทั้งสองตัว ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วได้กลมกลืน และมีเหตุผล รองรับการกระทำาที่สมเหตุสมผล ดังรายละเอียดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ 89
  • 90.
    โครงเรื่อง โครงเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้เป็นแบบเก่าที่เน้นความสำาคัญของ เหตุการณ์ โดยประกอบกันระหว่างโครงเรื่องใหญ่คือ การสลับร่างกัน ระหว่างอรกานต์และธีร์วรา และโครงเรื่องย่อยคือ ความรักระหว่างอร กานต์และกฤติน นอกจากนี้ยังมีการสร้างปมย่อยต่างๆ เพื่อดึงดูดความ สนใจของผู้อ่าน เช่น ปมย่อยเรื่องนนท์ ทินกร เกสรา โคลเดอร์ และนิล ยา เป็นต้น โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย การผูกเหตุการณ์ในเรื่องนี้ นับว่าดีกว่านวนิยายเรื่องอื่นๆ ใน ประเภทเดียวกัน เพราะผู้แต่งมีความพิถีพิถันในการวางโครงเรื่องให้ สอดรับกันอย่างมีเหตุผล และคลายปมของทุกเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นได้ อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้ง ภายในจิตใจตนเองของอรกานต์ในร่างธีร์วรา และโครงเรื่องย่อยต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดเรื่องให้น่าสนใจ ทั้งความรักระหว่างอรกานต์กับ กฤติน อดีตที่ผ่านมาของธีร์วรากับชายอื่นการฝากแง่คิดที่เสนอผ่านมุม มองของอรกานต์ และแม้กระทั่งจุดเล็กๆ ของพฤติกรรมที่อรกานต์ปฏิบัติ ก็กลับมาส่งผลให้แก่เรื่องได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น การวางโครงเรื่องใน ลักษณะนี้จึงมีความดีเด่นอย่างมาก ทุกการกระทำาของตัวละครล้วนมี ความหมายต่อเรื่องทำาให้นวนิยายสนุก น่าติดตาม เนื้อเรื่อง อ้อ อรกานต์ฟื้นจากการถูกรถชนที่โรงพยาบาล หญิงสาวตกใจ มากที่พบว่าตนเองต้องมาติดอยู่ในร่างของไทร่า ธีร์วรา สาวไฮโซ ประจำาห้องเรียนซึ่งเป็นคนขับรถชนเธอ อรกานต์รีบติดต่อกลับไปที่บ้าน และรับไม่ได้ที่รู้ว่าร่างของตนเองถูกเผาไปแล้วและรวมถึงดวงจิตของธีร์ วราที่หายไป หญิงสาวบอกความจริงนี้กับเพื่อนสนิท ทั้งสองพากันไป ปรึกษาพระ แต่สุดท้ายอรกานต์ก็ต้องยอมรับเนื่องจากเป็นชะตากรรมที่ ไม่สามารถฝืนได้ พระที่หญิงสาวนับถือแนะนำาให้เธอทำาบุญ และนั่ง สมาธิอย่างสมำ่าเสมอเพื่อให้อยู่ในร่างของธีร์วราได้อย่างปกติสุข อรกานต์ยอมรับสภาพ พยายามปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ เมื่อ เห็นปัญหาว่า ธีร์วราน่าจะเรียนไม่จบ หญิงสาวก็ตัดสินใจไปเรียนต่อ ต่างประเทศเพื่อหาโอกาสให้ตนเองตั้งหลักใหม่ แต่เมื่อกลับมาอรกานต์ ก็พบปัญหาว่า พฤติกรรมเก่าๆ ของธีร์วรายังคงตามเป็นเงาสร้างปัญหา 90
  • 91.
    ให้แก่เธอ โดยชายหนุ่มมากหน้าหลายตา พยายามจะเข้ามาตีสนิท เพราะหวังจะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนนอนกับเธอแบบในอดีตอรกานต์ สามารถหลบเลี่ยงได้ทุกคนจนกระทั่งพบกับกฤติน ชายหนุ่มที่เข้ามา เพราะหวังตัวของเธอเหมือนเพื่อนของเขาหลายคนที่ได้คบหาและหลับ นอนกับธีร์วราคนเก่า อรกานต์ยังคงยึดมั่นกับตัวตนของเธอ แม้ว่าอดีต ของธีร์วราจะไม่ดีนัก แต่เธอก็ไม่ยอมให้กฤตินล่วงเกิน แต่คบหาด้วย ความบริสุทธิ์ใจ กฤตินเริ่มแปลกใจที่พฤติกรรมของเธอไม่เหมือนกับที่ ใครๆ บอก เมื่อกฤตินพยายามล่วงเกินอรกานต์อีกครั้ง จึงทะเลาะกันถึง ขั้นแตกหัก กฤตินหาเรื่องทำาลายงานของอรกานต์ แต่หญิงสาวแก้ไขได้ทุก ครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกไวรัสโจมตี หญิงสาวรีบบึ่งรถไปโวยวายกับชายหนุ่มทันที และนั่นกลายเป็นจุดอ่อน ที่ทำาให้เธอเผลอตกปากรับคำาแต่งงานกับกฤติน ชีวิตคู่ของอรกานต์และกฤตินมีปัญหากันเป็นระยะอันเนื่องมาจาก อดีตที่ผ่านมาของธีร์วรา ทำาให้กฤตินระแวง ทั้งเรื่องพรหมจรรย์ เพื่อน สนิทของอรกานต์ ผู้ชายในอดีต และที่หนักที่สุดคือ โคลเดอร์ หนุ่ม โรคจิต คนรักเก่าของธีร์วรา ที่กลับมาสร้างความร้าวฉานอย่างใหญ่ หลวงให้แก่ชีวิตคู่ของคนทั้งสอง แต่ในทางกลับกัน ก็ทำาให้อรกานต์ได้มี โอกาสรู้เหตุผลในพฤติกรรมที่ผ่านของธีร์วราทั้งหมด ว่าภายนอกที่ แสดงเหมือนว่าไม่แคร์ใคร กินเที่ยว และหักอกผู้ชายเป็นว่าเล่นนั้นมา จากปมในอดีตที่ถูกทำาร้ายซำ้าแล้วซำ้าเล่า เมื่ออรกานต์เข้าใจธีร์วราอย่างถ่องแท้ เธอก็มีความสุขกับร่าง ปัจจุบัน และเลิกผูกใจเจ็บธีร์วรา โดยเห็นสัจธรรมว่า ตัวเองได้เสวยสุข จากฐานะความเป็นอยู่ เรือนกายของธีร์วรามานักต่อนักแล้ว ก็ควรจะรับ เอาความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลของธีร์วราไว้กับตัวเองด้วยจึงจะถูกต้อง ส่วนชีวิตคู่ของอรกานต์กับกฤตินนั้น หลังเหตุการณ์ร้ายผ่านไป ทั้งสองก็ตระหนักได้ว่าความรัก ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำาคัญสำาหรับชีวิตคู่ อรกานต์เปิดเผยความลับให้กฤตินรู้ ชายหนุ่มได้ทราบความเป็นมาของ อรกานต์ เขารู้สึกรักเธอยิ่งกว่าเดิม ความคับข้องใจที่มีหมดลง อรกานต์ ตั้งครรภ์โดยมีดวงจิตของธีร์วราขอมาอาศัยอยู่ด้วย เรื่องจบลงอย่าง เป็นสุข ความขัดแย้ง ความขัดแย้งในเรื่องเป็นความขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละคร และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ประกอบด้วย 2 ลักษณะ ได้แก่ 1. ความขัดแย้งภายในตัวละคร 91
  • 92.
    อรกานต์ที่ตื่นขึ้นมาในร่างของธีร์วรานั้น ต้องประสบกับ ความขัดแย้งภายในจิตใจตั้งแต่เปิดเรื่อง เพราะเธอไม่ชอบตัวตนของธีร์ วราแต่เมื่อชะตาลิขิต หญิงสาวจึงต้องจำายอมโดยการปรับตนเองกับธีร์ว ราให้มาพบกันครึ่งทาง ด้วยการบินไปชุบตัวที่ต่างประเทศและกลับมา เริ่มต้นชีวิตใหม่ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 53 เล่ม 1) “ ”เออ คนหน้าหวานหันมาทำาตาดุใส่คนหน้าคม นำ้า เสียงจริงจังเมื่อกล่าวต่อ “ลำาบากกว่าที่คิดจริงๆ ทั้งสวย ทั้งรวย พ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโต จะกระดิกไปทางไหนก็มีแต่ คนคอยจับตามอ อึดอัด วางตัวลำาบาก ดีนะที่ฉันไปปรับตัวที่เมือง นอก ไม่มีใครสนใจใคร เท่าไหร่ ถ้าฉันอยู่แต่ในเมือง ”ไทยตอนนี้อาจอึดอัดตายไปแล้วก็ได้ นิลยาถอนใจ เหลือบตามองคนข้างๆ แวบหนึ่ง ธีร์วรา ปล่อยผมสีนำ้าตาลไหม้สยาย เต็มแผ่นหลังตามธรรมชาติ ใบหน้า เนียนเกลี้ยงปราศจากเครื่องสำาอางใดๆแต่งแต้ม สวมเสื้อ ยืด คอกลมสีขาวเรียบๆ ปักยี่ห้อหรูตรงหน้าอกกับกางเกงยีนสีอ่อน รองเท้า ผ้าใบคู่เก๋สีเทา ดูสบายๆ แต่ไฮคลาส เพื่อนรักปรับตัวได้ดีทีเดียว ความเป็น อรกานต์ฉายชัด หากความเป็น ธีร์วราก็ปรากฏ หล่อนเชื่อว่าเพื่อนจะไปรอด รอดอย่างดี ด้วย ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล อย่างไรก็ดี อดีตของธีร์วราที่มีผู้ชายมามากหน้าหลายตาก็ สร้างปัญหาให้กับชีวิตที่ต้องการเริ่มใหม่ของอรกานต์อยู่เสมอ (พิมล พัทธ์, 2553, หน้า 159 เล่ม 1) อรกานต์กัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นที่จะหลุดออก มาอย่างสุดความสามารถ ไม่ เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำาไมถึงได้ ต่อมนำ้าตาตื้นขึ้นมาขนาดนี้ ในหัวใจเต็มไปด้วยความ ผิดหวังและเสียใจ หล่อนแอบฝันว่าเขาจะพอใจ จะมีความสุข แต่ สิ่งที่เขาคิดถึงกลับเป็นเรื่อง ของร่างนี้กับผู้ชายคนอื่น เห็นได้ชัด ว่าเขาผิดหวังที่ได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นภรรยา คิดแล้วก็พานโกรธเกลียดเจ้าของร่างขึ้นมาอีกจับใจ เธอทำาลายคืนวิวาห์ของฉัน ไทร่า...เธอทำาลายชีวิตแต่งงานของฉันตั้งแต่วันแรก...ทำาไม ฉันจะต้องมาติดอยู่ในร่างสกปรกๆ ของเธอด้วย 92
  • 93.
    การคลี่คลายปมปัญหาในกับความขัดแย้งภายในจิตใจของ ตัวละครเอกระหว่างอรกานต์กับ ธีร์วรา คือ การที่ผู้เขียนกำาหนดให้ตัวละครเอกได้ทราบความเป็นมาของ ร่างที่อาศัยอยู่ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยผ่านการฝันซึ่งวิธี การคลี่คลายปมปัญหาของผู้เขียนมีความสมจริงและเป็นไปได้ เนื่องจาก เรื่องราวที่ฝันนั้นเป็นอดีตของที่ฝังอยู่ในสมองของธีร์วราเอง ประจวบ เข้ากับการที่อรกานต์หมั่นทำาบุญตักบาตร และนั่งสมาธิอยู่ทุกวัน ทำาให้ เธอสามารถระลึกความเป็นมาในอดีตได้ ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 56, 87 เล่ม 2) อรกานต์รู้สึกว่าหล่อนกำาลังฝัน เป็นความฝันที่มีภาพ มี ความรู้สึก เหมือนละครที่มี หล่อนเป็นผู้แสดงนำาอย่างไรอย่างนั้น หล่อนกลับกลายเป็นเด็ก อายุประมาณหกปี ไว้ผมยาว ถักเปียสองข้าว ใบหน้าเยาว์ อ่อนใสปรากฏเค้าโครงความงามที่จะ เปล่งประกายแจ่มจ้าในอีกสิบปีถัดมาได้ชัดนี่คือ ด.ญ. ธีร์วรา ภคภัทรา ... ภาพสุดท้ายในความฝันเป็นภาพของหล่อนในร่างของ ธีร์วรากำาลังร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่กับแผ่นอกกว้างของทินกร โดยมีมือใหญ่ลูบไหล่ลูบหลังอยู่อย่างปลอบโยน อรกานต์ลืมตาขึ้นช้าๆ ไม่พยายามสกัดกั้นนำ้าตาซึ่งเอ่อ ล้นสองตาและไหลพรากลง อาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย รู้สึก เหนื่อยหน่าย อ่อนล้า ราวกับกรำาศึกสงครามมานานนับสิบปี ใน หัวใจยังเจ็บและร้าวระบมประหนึ่งโดนหินก้อนใหญ่ทุบเสียแตกละเอียด เป็นผุยผง นี่ไม่ใช่ความฝัน มันเป็นภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากฝันวันนั้น อรกานต์เข้าใจความเป็นมาของธีร์วรา และเลิกมีปมขัดแย้งในใจกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของเธอ แต่ยอมรับ ความจริงที่เกิดขึ้นได้ ทั้งยังสงสารในชะตาชีวิตของหญิงสาวอย่างยิ่ง ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 87-88 เล่ม 2) ความรู้สึกละอายวูบเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ หล่อนเอง ไม่ใช่หรือที่เคยประณาม ‘ใช้ เงินเป็นเบี้ยก็เท่านั้น วันๆดีแต่ แต่งตัวโป๊ๆ โฉบไปโฉบมา จ้องแต่จะเขมือบผู้ชายเป็นอาหาร ว่าง แล้วยังจะมีหน้ามามองพวกเราอย่างกับว่าเราเป็นพลเมืองชั้น สอง’ หารู้ไม่ว่าสายตา เหยียดหยามที่เธอผู้นั้นมีให้กับใคร ต่อใครนั้น ก็เพื่อปกปิดความขมขื่นในใจมิให้ฉายออกทาง 93
  • 94.
    แววตา หารู้ไม่ว่าเธอผู้นั้นต้องทนแบกรับความทุกข์ใหญ่หลวง เพียงใด เกิดเป็นอรกานต์ ปองธรรมน่ะโชคดีเพียงใดแล้วแมจะ ไม่ได้รำ่ารวยมีเงินถุงเงินถัง แต่ ก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แม้จะไม่ ได้มีพ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโต แต่ก็มีพ่อแม่ที่มีเวลาให้หล่อนเสมอ พร้อมจะเคียงข้างหล่อนเสมอ เป็นที่ปรึกษาให้หล่อนได้ในทุกๆ เรื่อง อย่างน้อยหากหล่อน พลาดพลั้งอย่างไทร่า หล่อนก็คงกล้า พอที่จะบอกที่จะบอกพ่อและสนิทใจพอที่จะเล่าให้แม่ ฟังได้ 2. ความขัดแย้งระหว่างตัวละครเอกกับตัวละครอื่น นอกจากอดีตของธีร์วราทำาให้อรกานต์ต้องประสบกับปัญหา กับกฤติน สามีของตัวเองแล้ว คนรักเก่าๆที่กลับเข้ามาก็สร้างปัญหาให้ ชีวิตคู่ของทั้งสองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทินกร หรือเกสราที่บังเอิญมา พบกันในงานเลี้ยง กฤตินหึงทินกร ในขณะที่อรกานต์ก็หึงเกสราเช่นกัน ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 45-46 เล่ม 2) คืนนั้นและอีกสองสามวันต่อมาเป็นช่วงเวลาที่คู่สมรสมี แต่ความสุภาพ ห่างเหิน อรกานต์ไม่กล้าถามอะไรมากถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามี กับนางพญาผู้นั้น แม้จะได้รับ คำายืนยันแน่ชัด ‘ผมกับเคทไม่มีอะไรกัน กระทั่งคืนที่เป็นข่าวก็ไม่มี อะไรกัน คุณอย่าไปเดือดร้อนให้ เขาดีใจ’ กระนั้นภาพที่ทั้งคู่ยืนคุยกันด้วยใบหน้าห่างกันแค่คืบ ยังติดตา ภาพที่เกสราแนบร่าง ในชุดที่มีเสื้อผ้าบางเบาเข้า แนบชิดติดกายชายหนุ่มยังตรึงอยู่ในความทรงจำา อยากจะเถียง อยากจะถามต่อว่าถ้าไม่มีอะไรกัน ทำาไมจะต้องคุยกันอย่างประชิด ตัวเช่นนั้นไม่ทราบ แต่ หล่อนก็ไม่กล้าถามด้วยเกรงว่ามันจะ เป็นการจุดชนวนความบาดหมาง และเป็นการเปิดฉาก การ ทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตตามมา กฤตินเองก็มีภาพภรรยาส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทแวบ ผ่านเข้ามาในมโนภาพเป็น ระยะๆ ภาพที่ทินกรเอาแขนโอบกอด เธอไว้อย่างปกป้อง ภาพที่หล่อนเกาะแขนทินกรเอาไว้ อย่างจะ ยึดเป็นเกราะกำาบัง ภาพเหล่านั้นยังแจ่มชัดไม่จืดจางจะออกปากถามก็ เกรงใจ กลัว ว่ามันจะเป็นการแสดงความหวาดระแวง เกรงว่า จะทำาให้หล่อนน้อยใจเสียใจเหมือนเมื่อคืน แรกที่เขาทำาให้ 94
  • 95.
    หล่อนเสียนำ้าตามาแล้ว เขาจึงพยายามปัดภาพนั้นออกจากใจ เลือกที่จะ วางเฉย ไม่อยากถามไถ่หรือทำาอะไรที่จะเป็นการกระทบ กระเทือนจิตใจของหล่อน เหตุการณ์ความขัดแย้งที่ร้ายแรงที่สุดระหว่างตัวละครเอก กับตัวละครอื่น คือ การที่โคลเดอร์ลักพาตัวของอรกานต์ไป หญิงสาว ต้องพยายามเอาตัวรอด หลังจากทราบว่าโคลเดอร์เป็นพวกผิดปกติทาง เพศดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 126-128 เล่ม 2) หล่อนแสร้งทำาเหมือนว่าจะลูบไล้เจฟฟ์น้อยด้วยความ รักใคร่ หากทว่าทันทีที่มือของ หล่อนได้แตะต้องสิ่งนั้น... อรกานต์ขยำาสุดแรง ชายชาวอเมริกันร่างใหญ่ล้มลงตัวงอด้วยความเจ็บ ปวด เปิดโอกาสให้หล่อนได้วิ่ง พรวดลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่ กองอยู่บนพื้นห้องมาสวมใส่อย่างรีบร้อน ขณะที่มือไม้สั่นติดกระดุมอยู่นั้น รู้สึกว่าคนบนเตียงจะ เริ่มจากทุเลาความเจ็บปวด คนเคยห้าวไม่รอจนกระทั่งแต่งตัว เรียบร้อย หล่อนกระโดดขึ้นบนเตียง เตะซำ้าเข้าที่ใบหน้า แรงจน ร่างใหญ่นั้นหงายหลัง ทำาให้ได้ทีกระแทกส้นเท้าหนักๆ ลงที่กลางลำาตัว ได้อีกหลายครั้ง แต่ก่อนที่หล่อนจะทันกระโดดลงจากเตียง มือใหญ่ก็คว้าข้อ เท้าของหล่อนไว้ได้ ทำาให้หล่อน ล้มหน้าคะมำา ลำาตัวกระแทกลง บนแผ่นอกกว้างในขณะที่ศีรษะชนเข้ากับหัวเตียงอย่างจัง อรกานต์หลับหูหลับตายื่นมือควานหาจุดอ่อนของผู้ชายอีก ครั้ง หากคราวมือยึดมือเรียวไว้มั่น สถานการณ์ของหล่อนกำาลังตกเป็นรอง หญิงสาวรีบฝัง ฟันหน้าลงที่หลังมือใหญ่ จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องของ ความเจ็บปวด หลุดรอดออกมาจากลำาคอของฝ่ายตรงข้ามจึงได้ ปล่อย เจ้าของมือสลัดมือนั้นอย่างแรง แววตาที่มองมาทางหล่อน เต็มไปด้วยความอาฆาตมาด ร้าย ไม่เสียแรงที่คุณพ่อของหล่อนเคยสอนให้รู้จักป้องกัน ตัวเองไว้บ้างเล็กๆน้อยๆ อรกานต์จึงไม่ลังเลเลยที่จะใช้วินาทีที่หล่อนลุกขึ้นยืนได้อีก ครั้งเตะผ่าหมากคู่ต่อสู่เต็มแรง แล้วหล่อนก็เผ่นออกจาก ห้องนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ สวมรองเท้าเสร็จ คว้า กระเป๋า ถือได้ก็วิ่งสุดฝีเท้า เข้ามาในลิฟต์แล้วนั่นแหละ จึงได้ติดกระดุมเสื้อเม็ดที่ เหลือทั้งหมด 95
  • 96.
    จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างตัวละคร เอกกับตัวละครอื่นเช่น โคลเดอร์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องราวในอดีต ของธีร์วราแต่แทนที่อรกานต์จะโทษหรือโกรธเคืองเจ้าของร่างเหมือน เดิม เธอกลับนึกขอบคุณที่ธีร์วรามาเตือนเธอด้วยความฝัน และทำาให้เธอ เอาตัวรอดมาได้ (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 121,188 เล่ม 2) ธีร์วรา...ใช่แล้ว...เธอรู้ใช่ไหมไทร่าว่า เจฟฟ์ โคลเด อร์ จะทำาแบบนี้ เธอถึงได้มาเตือน ฉัน อรกานต์ยังจำาได้ว่าหล่อน ฝันถึงอดีตทั้งหมดของธีร์วราในคืนวันแรกที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้ ตอนนี้หล่อนพอจะทราบแล้วว่าความฝันในคืนวันนั้นกับความห่วง กังวลบางอย่างที่ก่อตัวขึ้น เวียนวนอยู่ในช่องท้องทุกครั้งที่ เผชิญหน้ากับเขาอาจจะเป็นสังหรณ์บางประการที่เจ้าของร่าง พยายามเตือนหล่อนให้ระวังตัว หาใช่เพียงแค่ความอึดอัดกับ สายตาจาบจ้วงที่อีกฝ่ายส่งมาให้ อย่างเปิดเผยไม่ ****************************** น่าแปลกที่หล่อนไม่โทษใครสำาหรับเหตุการณ์ทั้งหลาย ทั้งแหล่เกิดขึ้น หล่อนได้ เรียนรู้ ได้ทำาความเข้าใจ มี ความเห็นใจ ให้ธีร์วราแล้วในช่วงแรกของการปรับตัว แต่แล้ว หล่อนก็พาลโกรธพาลเกลียดเจ้าของร่างขึ้นมาอีกจับใจ โทษว่า เธอผู้นั้นทำาลายคืนวิวาห์ของ หล่อน โทษโชคชะตาที่ทำาให้ หล่อนต้องมาติดอยู่ในร่างสกปรกของผู้หญิงคนนี้ ทว่าบัดนี้ หลังจากที่ไดรับทราบถึงประสบการณ์ต่างๆของธีร์วราทั้งหมด ได้ เข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึก นึกคิดทั้งมวลของเธอผู้นั้น หล่อนไม่ โทษใครทั้งสิ้น หล่อนยอมรับและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเจ้าของ ร่าง ละวางความโกรธความ เกลียดที่เคยมีลงได้หมดสิ้น ปล่อยจิต ให้ว่าง ไม่มีการแบ่งแยกว่านี่ตัวเขา นี่ตัวเรา นั่นของเขา นั่นของ เรา มีเพียงกายและใจที่ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว การดำาเนินโครงเรื่อง การลำาดับโครงเรื่อง 5 ขั้นตอนของนวนิยายเรื่อง คือ...เธอ เป็นการดำาเนินเรื่องตามปฏิทินและใช้กลวิธีการเล่าย้อนประกอบในบาง ช่วง เพื่อให้ตัวละครเอกสามารถระลึกความทรงจำาในอดีตได้ผ่าน ความฝันของตัวเอง ดังนี้ 96
  • 97.
    1. การเปิดเรื่อง อ้อ อรกานต์ฟื้นจากการถูกรถชนที่โรงพยาบาลหญิงสาว ตกใจมากที่พบว่าตนเองต้องมาติดอยู่ในร่างของธีร์วรา สาวไฮโซประจำา ห้องเรียนซึ่งเป็นคนขับรถชนเธอ อรกานต์รีบติดต่อกลับไปที่บ้าน และ รับไม่ได้ที่รู้ว่าร่างของตนเองถูกเผาไปแล้วและรวมถึงดวงจิตของธีร์วรา ที่หายไป หญิงสาวบอกความจริงนี้กับเพื่อนสนิทคือ นิลยา ทั้งสองพากัน ไปปรึกษาพระ แต่สุดท้ายอรกานต์ก็ต้องยอมรับเนื่องจากเป็นชะตากรรม ที่ไม่สามารถฝืนได้ พระที่หญิงสาวนับถือแนะนำาให้เธอทำาบุญ และนั่ง สมาธิอย่างสมำ่าเสมอเพื่อให้อยู่ในร่างของ ธีร์วราได้อย่างปกติสุข อรกานต์ยอมรับสภาพ พยายามปรับตัวเข้ากับ ครอบครัวใหม่ เมื่อเห็นปัญหาว่า ธีร์วราน่าจะเรียนไม่จบ หญิงสาวตัดสิน ใจไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อตั้งหลักใหม่ในร่างของธีร์วรา การเปิดเรื่องในนวนิยายเรื่องนี้สามารถดึงดูดความสนใจได้ ดี ผู้เขียนเก็บรายละเอียดที่อาจเป็นข้อกังขาของคนอื่นที่แวดล้อมตัว ละครเอกได้ทั้งหมด เช่น การจดจำารายละเอียดต่างๆ ตัวละครเอกต้อง ลอบจำาทีละเล็กทีละน้อยด้วยข้ออ้างว่าความจำาเสื่อม ตลอดจนวางโครง เรื่องให้ตัวละครเอกเรียนไม่จบเพื่อจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็น โอกาสที่จะปรับตัวเข้ากับร่างใหม่ 2. การดำาเนินเรื่อง พฤติกรรมเก่าๆ ของธีร์วรายังคงตามเป็นเงาสร้างปัญหาให้ แก่เธอ โดยชายหนุ่มมากหน้าหลายตา พยายามจะเข้ามาตีสนิทเพราะ หวังจะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนนอนกับเธอแบบในอดีต อรกานต์สามารถ หลบเลี่ยงได้ทุกคนจนกระทั่งพบกับกฤติน ชายหนุ่มที่เข้ามาเพราะหวัง ตัวของเธอเหมือนเพื่อนของเขาคือ ทินกร และอีกหลายคนที่ได้คบหา และหลับนอนกับธีร์วราคนเก่า อรกานต์ยังคงยึดมั่นกับตัวตนของเธอ แม้ว่าอดีตของธีร์วราจะไม่ดีนัก แต่เธอก็ไม่ยอมให้กฤตินล่วงเกิน แต่ คบหาด้วยความบริสุทธิ์ใจ กฤตินแปลกใจที่พฤติกรรมของเธอไม่เหมือน กับที่ใครๆ บอก เมื่อกฤตินพยายามล่วงเกินอรกานต์อีกครั้ง จึงทะเลาะ กันถึงขั้นแตกหัก กฤตินหาเรื่องทำาลายงานของอรกานต์หลายครั้งแต่ หญิงสาวแก้ไขได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องภาพถ่ายงานแต่งงานของ โรงแรมที่หายไป หญิงสาวขอให้นนท์เพื่อนเก่ามาช่วยเหลือ และถือ โอกาสไถ่โทษที่ธีร์วราเคยหักอกนนท์จนเสียผู้เสียคน จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกไวรัสโจมตี หญิงสาวรีบบึ่งรถไป โวยวายกับชายหนุ่มทันที และนั่นกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำาให้เธอเผลอตก ปากรับคำาแต่งงานกับกฤติน 97
  • 98.
    ชีวิตคู่ของอรกานต์และกฤตินมีปัญหากันเป็นระยะอันเนื่อง มาจากอดีตที่ผ่านมาของธีร์วรา ทำาให้กฤตินระแวง ทั้งเรื่องพรหมจรรย์ ของเธอที่เพื่อนๆต่างยืนยันว่าทุกคนต่างได้ตัวเธอมาแล้วทั้งสิ้นแต่ใน คืนเข้าหอนั้น กฤตินรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับสาวน้อยไร้เดียงสา ชีวิตคู่ ของทั้งสองดำาเนินไปอย่างราบรื่น เคท เกสราคนรักเก่าของกฤตินบินกลับมาจากต่างประเทศ หวังจะสร้างรอยร้าวในแก่ภรรยาสาวของชายหนุ่ม แต่ทุกอย่างนั้นไม่ สำาเร็จ กลับทำาให้ทั้งสองรักกันมากขึ้น เมื่อกิจการในครอบครัวของก ฤตินถูกยักยอกโดยผู้จัดการเก่าแก่นั้น ทั้งกฤตินและพี่สาวหัวหมุนตลอด เวลา เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในกิจการของตนเอง อรกานต์พยายามจะ ยื่นมือเข้าไปช่วยด้านการเงิน ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของอร กานต์มากขึ้น สมาธิที่อรกานต์เพียรปฏิบัติทำาให้เธอฝันถึงอดีตของธีร์วรา ได้ หญิงสาวได้รู้ว่า รักแรกของธีร์วราคือ โคลเดอร์ ชายหนุ่มข้างบ้านที่ พบกันสมัยที่ธีร์วราไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตอนมัธยมต้น ทั้งสองได้ เสียกันเพราะความว้าเหว่ที่ฝังอยู่ในใจของธีร์วราเอง เด็กสาวผิดหวัง และเสียใจมากที่เมื่อกลับมาแล้ว โคลเดอร์เงียบหายไป กลายเป็นเด็กซึม เศร้า ดังนั้น คุณหญิงแม่จึงอนุญาตให้เธอไปเที่ยวชายทะเลกับกลุ่ม เพื่อนได้ หารู้ไม่ว่านั่นจะเป็นการผลักไสให้ชีวิตของธีร์วราต้องถลำาลึก ลงไปอีก เมื่อพี่ชายของเพื่อนธีร์วราขืนใจเธอ และชำาเราร่วมกับเพื่อน ผู้ชายในกลุ่มอีกหลายคนถึงสองวัน ธีร์วราหนีกลับมา และหลอกเพื่อน ในกลุ่มว่าแจ้งความไว้แล้ว ทำาให้เธอไม่ถูกตามตอแย แต่เธอต้อง หวาดระแวงและขยาดการมีเพื่อนสนิท ชีวิตหลังจากนั้นของธีร์วราจึงมีแต่ดิ่งลงทั้งการเรียน ชีวิต ส่วนตัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวและกับบุคคลอื่น หญิงสาวหมด ศรัทธาในความรัก จนกระทั่งได้มาพบกับ นนท์ เพื่อนชายในกลุ่มของ อรกานต์ ความซื่อและจริงใจของ นนท์ ทำาให้ธีร์วราตกหลุมรักอีกครั้ง แต่แทนที่ทุกอย่างจะดำาเนินไปตามปกติ หญิงสาวก็กลับระแวงขึ้นมาอีก ครั้ง และบอกเลิกชายหนุ่มกะทันหัน นนท์เมามายจนเกือบถูกรถชนตาย ธีร์วราเองก็เสียใจ ทั้งเมามายและเปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น จนได้เจอกับ ทินกร ผู้ชายคนเดียวที่อ่านใจเธอออกว่า พฤติกรรมทุกอย่างนั้นเกิดขึ้น เพียงเพราะต้องการระบายทุกข์ในใจ อรกานต์ได้รู้ความในใจของธีร์ว ราแล้วถึงได้เข้าใจในตัวเธอมากขึ้น การดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตัว ละครเอกต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายในอดีตของร่างที่ตนเองอาศัยอยู่ รวม ถึงตัวละครเอกฝ่ายชายที่เข้ามาจีบเพราะหวังในตัวเธอ เธอจึงต้อง พยายามอย่างมากที่จะทำาให้ทุกคนมองเธอด้วยตัวตนในปัจจุบัน แต่ กลับมีปัญหามือที่สามและความ 98
  • 99.
    หึงหวงกลับเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน อย่างไรก็ดี ปัญหาเหล่านั้นก็ คลี่คลายไปเพราะตัวละครเอกได้แสดงให้เห็นถึงความดีของเธอจน ฝ่าฟันปัญหาไปได้รวมถึงการที่ผู้เขียนใช้กลวิธีเล่าย้อนผ่านความฝัน ทำาให้ตัวละครเอกเข้าใจในพฤติกรรมที่ผ่านมาของร่างที่เธออาศัยอยู่ได้ ดียิ่งขึ้น การผูกเรื่องด้วยเหตุการณ์และพฤติกรรมของตัวละครมี ความสอดร้อยกันดี ทำาให้ติดตามอ่านได้อย่างลื่นไหล การกระทำาของ ตัวละครที่กำาหนดขึ้นล้วนมีผลต่อเรื่องราวหลักเช่น การสนทนากัน ระหว่าง อรกานต์กับทินกรที่ช่วยเผยพฤติกรรมและความสัมพันธ์ในอดีตของเขา กับธีร์วรา ทำาให้อรกานต์เข้าใจทินกรได้ดีขึ้น และปรับความเข้าใจกัน ได้ แต่ก็ทำาให้กฤตินเกิดความระแวงในตัวภรรยาและกลายเป็นปัญหา ทะเลาะเบาะแว้งในภายหลัง หรือแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวเนื่องที่ผู้อ่านอาจจะ สงสัยก็ได้มีการคลายปมไว้อย่างสมบูรณ์ เช่น การที่นิลยารับหน้าที่ดูแล พ่อแม่ของอรกานต์ให้แทน เป็นต้น การกำาหนดปมปัญหาของนวนิยายเรื่องนี้แทบไม่ปรากฏ ปัญหาต่อเรื่อง เว้นแต่การเข้ามาของ เกสรา ที่ไม่มีบทบาทมากพอ ทั้งที่อรกานต์และเกสราได้มีโอกาสเผชิญ หน้ากันแล้ว แต่เรื่องกลับไปเกิดเมื่อทินกรกับพีรพงศ์ปรากฏตัว นอกจาก นี้ การคลายปมของเกสราก็ยังทำาได้ไม่ดีนัก ดังนั้น หากต้องการเพียง แสดงความบริสุทธิ์ใจก็ควรจบลงตรงที่กฤตินรู้สึกเขินอายที่ภรรยาจับได้ ว่าตนเองไปพบกับแฟนเก่าตอนบินไปเมืองนอกจะดีกว่า เพราะไม่ เป็นการให้นำ้าหนักแก่ตัวละครมากจนเกินไปแต่กลับไม่มีผลกระทบต่อ เรื่องเพียงพอ จุดสุดยอด เมื่อโคลเดอร์ หนุ่มโรคจิต คนรักเก่าของธีร์วรา กลับมา ติดต่อธุรกิจที่ประเทศไทย ทำาให้ต้องพบกันอีกครั้ง กฤตินหึงหวงมาก แต่ก็ไม่ว่างพอที่จะกันให้โคลเดอร์ออกห่างจากภรรยา ทั้งที่โคลเดอร์ พยายามจะยั่วยุและกวนอารมณ์ของเขา ดังนั้น ในวันหนึ่งที่กฤตินเห็น ภรรยาของตนนั่งซบไหล่ของโคลเดอร์ออกไปจากโรงแรม เขาก็คิด น้อยใจว่าเธออาจจะอยากกลับไปคบกับคนรักคนแรก ทั้งที่ความจริง อร กานต์ถูกวางยาสลบเพื่อจะลักพาตัวไปข่มขืน อรกานต์ฟื้นขึ้นมาว่า ตนเองกำาลังตกเป็นเหยื่อของโคลเดอร์ ก็ใช้เรื่องราวในอดีตที่รู้มาจาก ความฝันหลอกล่อโคลเดอร์จนสามารถเอาตัวรอดออกมาได้ แต่ไม่วาย ถูกโจรกระชากกระเป๋าไป เมื่อกลับถึงบ้าน กฤตินที่เมาก็ขืนใจเธอเพราะ ความหึงหวงซำ้าอีก 99
  • 100.
    เมื่อเรื่องดำาเนินมาถึงจุดสุดยอด ผู้เขียนได้แสดงฝีมือในการ วางโครงเรื่องให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งการคลายปมเรื่องลักเพศและ รสนิยมวิตถารของโคลเดอร์ที่มีสาเหตุมาจากพ่อที่ชำาเราเขามาตั้งแต่เด็ก หรือความจริงที่ว่าความเดียงสาของธีร์วราทำาให้เธอถูกล่วงเกินโดยวิธี ผิดธรรมชาติโดยไม่รู้ตัวอย่างไรก็ดี ก่อนที่ อรกานต์จะพลาดท่าเสียทีให้แก่โคลเดอร์ หญิงสาวก็หวนเอาความทรง จำาในอดีตที่ได้รู้มาหว่านล้อมจนกระทั่งเอาตัวรอดจากโคลเดอร์มาได้ แล้วเรื่องก็กลับพลิกผันอีกครั้งหนึ่งเมื่ออรกานต์โดนกระชากกระเป๋าและ ทำาร้ายร่างกาย ก่อนจะขมวดปมสุดท้ายให้ตัวละครหมดความอดทนกับ พฤติกรรมของสามีที่ข่มขืนเธอเพราะความ หึงหวงและเข้าใจผิด นอกจากเหตุการณ์ในตอนดังกล่าวนี้จะทำาให้ผู้อ่านลุ้นตาม ไปกับตัวละครแล้ว ยังให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านได้อย่างแนบเนียนถึงหลักการ ครองคู่ว่าการหึงหวงนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีสติยับยั้งชั่งใจเพื่อให้ไม่ เรื่องบานปลาย จุดคลี่คลายปัญหา เมื่อได้รู้ความจริงกฤตินก็กลับมาขอโทษเธอ แต่กลับพบนิล ยาเพื่อนสนิทของภรรยาที่เป็นสาวหล่อกำาลังอยู่ด้วยกันในสภาพกึ่ง เปลือย กฤตินก็ยิ่งสับสนว่า แท้จริงแล้วภรรยาของเขายังมีความลับใด ซ่อนไว้อีก ส่วนปัญหาของเขากับอรกานต์ นิลยาเป็นฝ่ายบุกไปอธิบาย และเปิดเผยความจริงเรื่องการสลับร่างให้ชายหนุ่มได้รู้ กฤตินได้ทราบ ประวัติความเป็นมาของอรกานต์ ผลงานทางศิลปะ และภาพถ่ายใน อิริยาบถต่างๆของอรกานต์ระหว่างที่คุยกับนิลยา ชายหนุ่มได้ซึมซับตัว ตนของภรรยาจากภาพวาดของเธอซึ่งส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นภาพร่างหน้าตา และท่าทางต่างๆ ของเขานั่นเอง ปมปัญหาสุดท้ายที่ได้รับการคลี่คลายคือ ตัวละครเอกฝ่าย ชายได้ทราบความจริงเกี่ยวกับการสลับร่างนั้น และยอมรับได้ถึงอดีตที่ เคยผิดพลาด ความแตกต่างระหว่างตัวบุคคล ตลอดจนเข้าใจถึงคำาว่า รัก ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน รวมถึงตัวละเอกฝ่ายหญิงที่ลดทิฐิของตัว เองลงและซาบซึ้งถึงความรักที่สามีมีให้ตนเองมากขึ้น ดังตัวอย่าง (พิมล พัทธ์, 2553, หน้า 168, 189 เล่ม 2) กฤตินสะดุ้งเฮือกเมื่อคำานั้นแวบเข้ามา รัก! รักหรือ ทำาไมเขาไม่ได้นึกถึงคำานี้มาก่อน เลย เขาแต่งงานก็แค่เพราะ อยากแต่ง อยากจะอยู่กับหล่อน อยากจะอยู่ใกล้หล่อน ทินกรมา ถามว่ารักหล่อนหรือเปล่า เขายังฉุนมันจะแย่ คิดในใจว่ามันถา มอะไรฟะ ไร้สาระจริงๆ แต่ ความจริงก็คือ เขาห่วงหล่อน เขา หวงหล่อน และตอนนี้...เขาหึงหล่อน ถ้าไม่เรียกว่ารักก็ไม่รู้ ว่า 100
  • 101.
    จะเรียกว่าอะไรได้แล้ว เขาคงรักหล่อนจริงๆแหละ รักมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้แต่รู้ว่าคงรักมา นานแล้ว ไม่มีใครเป็นสาเหตุของปัญหานี้ทั้งนั้น ไทร่าไม่ได้ เรียกร้องให้เจฟฟ์ โคลเดอร์เข้ามา ทักทายหล่อนในสระว่ายนำ้าสัก หน่อย ไม่ได้เป็นผู้ชักชวนให้หนุ่มผมบลอนด์คนนั้นพาหล่อน เข้าโรงแรม รวมทั้งไม่ได้เป็นตัวการจับเอาความเข้าใจผิดๆไปใส่ ในสมองของกฤตินครั้งแล้ว ครั้งเล่าด้วย กฤตินก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เขาเข้าใจผิดก็ใช่ว่าจะไร้ เหตุผลเสียทีเดียว บางครั้ง สถานการณ์มันก็ชวนให้คิด อะไรไปในแง่ลบได้ การจบเรื่อง กฤตินกลับมาหาอรกานต์พร้อมสารภาพรัก แล้วใช้ชีวิตคู่กัน อย่างมีความสุขจะเห็นได้ว่า นวนิยายเรื่องนี้ จบเรื่องลงด้วยความสุข ตัวละครเอกทั้งฝ่ายหญิงและ ชายเข้าใจกันดี แก่นเรื่อง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านนวนิยายเรื่องนี้คือ การยอมรับ และเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล ในลักษณะเพศเดียวกันแต่ แตกต่างด้านสถานะทางสังคม บุคลิกภาพ และลักษณะนิสัย แม้ว่า ภายนอกของอรกานต์จะไม่น่าสนใจเท่ากับธีร์วรา แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ธีร์วรา อิจฉาเธอ คือ ความสุข ความเป็นกันเองที่ธีร์วราไม่เคยทำาได้ในชีวิตจริง ความแตกต่างดังกล่าวนี้เองที่ส่งผลให้ทั้งสองได้สลับร่างกัน ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 190 เล่ม 2) สำาหรับหล่อนแล้ว ณ ขณะนี้อดีตของธีร์วราคนก่อนก็ คืออดีตของธีร์วราคน ปัจจุบัน ก็นี่มันร่างของธีร์วรานี่นา จริงมั้ย หล่อนรับเอาความสวย ความรวย ความมี เสน่ห์ เอาไว้ มันคงเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งหากหล่อนจะไม่รับเอาอดีตที่มี ตำาหนิ นั้นมาด้วย ในเมื่อกายและใจรวมเป็นหนึ่ง หล่อน ย่อมเป็นได้ทั้งอรกานต์และธีร์วรา โดยสมบูรณ์ ทำาหน้าที่ใน ทุกๆส่วนของหล่อนให้ดีที่สุด แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาใน ชีวิตอย่างเต็มกำาลังความสามารถเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 101
  • 102.
    นอกจากนี้ยังทำาให้ได้เข้าใจถึงหลักในการใช้ชีวิตคู่ที่ต้อง อาศัยความรัก ความเข้าใจ ความให้อภัยและความอดทนเพื่อให้ชีวิตคู่ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ดังตัวอย่าง (พิมลพัทธ์, 2553, หน้า 169, หากเขารักหล่อน เขาก็ต้องเชื่อหล่อน ต้องพร้อมจะรับ ฟังหล่อน พร้อมที่จะเข้าใจ หล่อน และแม้ว่าหล่อนจะทำาผิดจริง เขาก็ควรต้องพร้อมที่จะให้อภัย มันง่ายๆ แค่นี้เอง กลวิธีการเล่าเรื่อง การเล่าเรื่องเป็นมุมมองแบบนักเขียนรู้ไปหมด เข้าใจได้ถึงความ รู้สึกของตัวละครทุกตัว สลับ กับการใช้มุมมองแบบตัวละครบรรยาย ความรู้สึกเอง ซึ่งเป็นภาคต่อหลังจากเรื่องราวคลี่คลายลงแล้ว กล่าว โดยรวม ความสามารถของผู้เขียนในการวางโครงเรื่องอยู่ในระดับดี แม้ เรื่องราวจะไม่แปลกใหม่ เพราะการสลับร่างระหว่างเพศเดียวกัน หรือ ต่างเพศ เป็นที่แพร่หลายและได้อ่านกันมานานแล้ว แต่ความลื่นไหล ของภาษา และการจัดหาเหตุผลประกอบการกระทำาของตัวละคร และ เหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างดี จึงทำาให้ผู้อ่านติดตามได้อย่างราบรื่น และสนุกสนานกับปมที่ค่อยคลายออกมาทีละเปลาะ ปมที่นวนิยายเรื่องนี้ กำาหนดไว้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่านค่อนข้างกระชับ รัดกุม แม้จะ มีจำานวนโครงเรื่องย่อยมากกว่านวนิยายเรื่องอื่นๆ แต่กลับไม่ทำาให้ อรรถรสในการอ่านเสียไป นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง นวนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานของพิมพ์ผกา จัดจำาหน่ายโดยสำานัก พิมพ์ดอกหญ้า 2000 เล่มเดียวจบ กล่าวถึง เรื่องราวการสลับร่างของ ชายหนุ่มคนหนึ่งกับหญิงสาวที่เป็นหลานสาวเจ้าพ่อ แต่โชคร้ายที่ร่าง ของเขาถูกเผาไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุทำาให้เขาไม่สามารถหาทางกลับ ร่างเดิมได้ ส่วนจิตของหญิงสาวที่เป็นเจ้าของที่เขามาอาศัยอยู่นั้นหาย ไปอย่างถาวร ทำาให้เขาต้องใช้ร่างของหญิงสาวตลอดไป โดยที่ต้อง ทำาใจยอมรับกับร่างใหม่และความรักที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผู้ชายหลังจาก เขาสลับร่างกลายเป็นหญิงแล้ว โครงเรื่อง การสลับร่างระหว่างชายกับหญิง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะ ร่างของชายหนุ่มถูกทำาลายลง เขาจึงต้องติดอยู่ในร่างหญิงสาว และเกิด 102
  • 103.
    ความรักกับเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันสมัยประถมและให้ความช่วยเหลือเขา มาโดยตลอด ขณะที่กำาลังปรับตัวเข้ากับร่างใหม่ โครงเรื่องใหญ่ /โครงเรื่องย่อย การสลับร่างของชายหนุ่มชื่อปรานนท์ทำาให้กลายมาติดในร่างผู้ หญิงคือ ปูเป้ แต่เนื่องจากจิตของปูเป้ไม่กลับมาเข้าร่างแล้ว และร่างกาย ของปรานนท์ก็ถูกฌาปนกิจไปหลังเกิดอุบัติเหตุทำาให้เขาต้องเรียนรู้ที่จะ อยู่ในร่างของผู้หญิง และยอมรับความเป็นหญิงของตัวเองในที่สุด โครงเรื่องย่อยคือ การสร้างปมความเป็นมาของหญิงสาวที่ชื่อปูเป้ ซึ่งพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งโดยที่ปรานนท์เองเพิ่งเข้าใจหลังจากที่ ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวของหญิงสาว ความคับข้องใจที่หญิงสาว ประสบมาตลอดชีวิตก่อนฆ่าตัวตายสำาเร็จทำาให้ปรานนท์เข้าใจความ เป็นมาของเธอแต่ก็ไม่อาจแก้ปัญหาอย่างใดได้ สุดท้ายพี่ชายที่เห็นกัน มาอย่างศราวุธก็ช่วยให้เธอรอดพ้นจากการบีบบังคับของปู่ได้ และปราน นท์ก็รับตัวตนในร่างหญิงสาวได้ สุดท้ายเรื่องจึงลงเอยด้วยความสุข เนื้อเรื่อง พจน์ ชายหนุ่มนักธุรกิจที่ประสบความสำาเร็จอย่างสูงเบื่อหน่ายกับ ความจำาเจในชีวิตการทำางานและความรัก จึงนึกอยากย้อนเวลาไปยัง ช่วงที่มีความสุข เขานึกถึงเพื่อนชายวัยประถมคนหนึ่งคือ ปรานนท์ ขึ้น มาได้ เขาออกตามหาเพื่อนคนนั้นและพบว่า ปรานนท์ได้เป็นอาจารย์ สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ปรานนท์ยังเป็นเพื่อนผู้เรียบร้อย และเฉื่อยชาคนเดิม พจน์ทนไม่ได้ที่เพื่อนไม่ใช้ชีวิคตให้คุ้มค่า ดังนั้น เขาจึงชวนปรานนท์เที่ยวผู้หญิง แต่โชคร้ายที่ปรานนท์หนีออกมาก่อน และโดนรถชนจนเสียชีวิต พจน์จัดงานศพให้เพื่อนอย่างดี แต่ในวันเผานั้นเองกลับมีหญิงสาว มาปรากฏตัวและอ้างว่าเธอคือ ปรานนท์ พจน์ไม่เชื่อ แต่สุดท้ายความลับ ความหลังของคนทั้งสองก็ทำาให้พจน์ต้องยอมรับว่าเพื่อนของตนเองกลับ มาแล้วในร่างของหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร พจน์ให้ปรานนท์เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย นิสัยที่เรียบร้อยและรูป ร่างที่เย้ายวนของปรานนท์ทำาให้พจน์ตบะแตก ทั้งสองคนมีความ สัมพันธ์ทางกายต่อกัน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ปรานนท์ยังไม่ยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้หญิง เขายังยืนยันว่าตัวเองเป็นชาย ดังนั้น พจน์จึงคิดหนัก ว่าตนเองเป็นพวกเบี่ยงเบนทางเพศหรือไม่ที่เริ่มจะหลงรักปรานนท์ใน ร่างของหญิงสาวขึ้นมา ต่อมามีชายคนหนึ่งชื่อ ศราวุธ มาแสดงตนว่าเป็นคู่หมั้นของหญิง สาวที่ปรานนท์อาศัยร่างอยู่ ปรานนท์จึงต้องยอมกลับไปอยู่ครอบครัว 103
  • 104.
    ที่แท้จริงของปูเป้ ที่นั่น มีทุกอย่างที่จะนำาความสุขสบายมาให้ปรานนท์ เพราะครอบครัวของปูเป้เป็นผู้มีอิทธิพลเสี่ยทรงชัยเป็นชายชราที่ยังคง คุมอำานาจอยู่และบังคับให้ศราวุธหลานชายรับช่วงต่อกิจการที่แสน สกปรกของเขา ทั้งผับบาร์ ยาเสพติดและการค้าผู้หญิง ศราวุธรู้ว่าปูเป้ รักกับพจน์ จึงไม่ได้ห้ามปราม แต่ก็ไม่อาจช่วยปูเป้ให้รอดพ้นจากการ ถูกบังคับจิตใจของปู่ทรงชัยได้ วันหนึ่ง ปรานนท์ออกไปหาพจน์ แต่คนในบ้านคิดว่าปูเป้หนีออก จากบ้านอย่างที่เคยทำา ทรงชัยโกรธมากและตบหน้าปูเป้ ปรานนท์ทนต่อ ไปไม่ไหวจึงย้ายกลับมาอยู่กับพจน์ตามเดิม แพร น้องสาวของพจน์เห็น ว่าปรานนท์ถูกจำากัดบริเวณอยู่นานจึงพาออกไปเปิดหูเปิดตา จนกระทั่ง เกิดเรื่องหึงหวงและชกต่อยกันในผับที่ทรงชัยเป็นเจ้าของ ก่อนที่ปูเป้จะ ถูกทรงชัยทำาร้ายอีก ศราวุธได้ลุกขึ้นมายึดอำานาจทั้งหมดของเสี่ยทรง ชัยและยอมให้ปูเป้ได้เป็นอิสระอย่างที่ต้องการ ปรานนท์เตรียมตัว แต่งงาน แต่ระหว่างนั้นเกิดมีปากเสียงกับพจน์ เรื่องการยอมรับตัวตน ของปรานนท์ ปรานนท์น้อยใจที่พจน์เห็นเธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่มีไว้ ระบายอารมณ์ จึงหนีออกจากบ้านไป พจน์ตามไปขอโทษ เขายอมรับ กับตัวเองว่าเขารักปรานนท์ ไม่ใช่เพียงเพราะร่างของปูเป้ ทั้งสองจึงได้ เข้าพิธีแต่งงาน มีลูกและใช้ชีวิตร่วมกันในที่สุด ความขัดแย้ง นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ใช้ความขัดแย้งภายใน จิตใจของตัวละคร และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เป็นปมที่ ทำาให้ผู้อ่านติดตาม ดังนี้ 1. ความขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละคร ปรานนท์ที่เป็นผู้ชายต้องมากลายเป็นผู้หญิงในร่างของปูเป้ พฤติกรรมของเขาในช่วงแรกจึงไม่อาจจะทำาใจยอมรับได้ อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ปรานนท์เป็นคนซื่อ เก่งแต่ในตำาราและไม่ประสาเรื่องผู้หญิง เขาจึงไม่รู้ว่าตนเองต้องทำาอย่างไรให้ไม่เป็นปัญหา เช่น การแต่งกาย ให้เหมาะสม การระวังภัยจากคนแปลกหน้าในฐานะที่เป็นผู้หญิงสวย เป็นต้น “ผมเห็นเธอเดินออกไปข้างนอกกับเจ้าหมาฝรั่งตัวใหญ่ของ คุณพจน์เท่านั้นครับ” “ไม่เห็นใครที่บังคับลักพาตัวแน่นะ” พจน์ถามคำาถามนี้เป็น ครั้งที่สามเพราะไม่อยากจะเชื่อ 104
  • 105.
    “ไม่เลยครับ” เจ้ายามเตี้ยลำ่าหน้าตาบ้านนอกบอก “มีแต่เธอ กับหมาจริงๆครับ ผมไม่เห็น คนอื่นเลย” “นายแน่ใจนะ” เขาถามยำ้าเป็นครั้งที่สี่ “โธ่ คุณพจน์ครับ ผมเป็นยามมาหลายปีแล้วนะ ผมแน่ใจ ครับว่าเธอตั้งใจเดินออกไปเองไม่มี ใครบังคับเธอเลย” “นายหมายความว่าไงที่ว่าไม่มีใครบังคับ นายแน่ใจได้ยังไง” “ไม่มีใครบังคับเธอหรอกครับ” เจ้ายามยิ้มทำาหน้าเคลิ้มฝัน “ก่อนเดินออกไปเธอยังยิ้มให้ผม อยู่เลย” “เธอยิ้มให้นายด้วยเรอะ!” “ครับ ผมมองเธอ เธอมองตอบ เราสบตากัน” เจ้ายามหน้า แดง “แล้วเธอก็ยิ้มให้ผม เธอยิ้ม สวยที่สุดเลยครับ” โอ๊ย! ดูเจ้าบ้านี่ทำา หน้าเข้าสิ “แล้วนายมองเธอทำาไม!” เขาชักโกรธเจ้ายามนี้ซะแล้ว ทำาไม มันจะต้องมามองเธอด้วย ตั้งแต่ เมื่อวานแล้วนะ! “ก็คุณเค้าสวยนี่ครับ” “ทีหลังห้ามมอง เธอเป็นแฟนฉัน เข้าใจมั้ย!” เขาบอกเสียงดุ “เข้าใจแล้วครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีกับคุณเค้านะครับ ผมแค่ ปลื้ม” เจ้ายามยิ้มเจื่อนๆ “ยามคน อื่นๆ ก็ปลื้มเธอครับ” หมายความว่านอกจากไอ้บ้านี่แล้วเธอยังยิ้มให้คนอื่นอีก โธ่ โว้ย!เธอเที่ยวแจกยิ้มให้คนอื่นไป ทั่วแบบนี้ยังไง “แล้วเธอเดินไปไหน นายรู้มั้ย” “ไม่รู้หรอกครับ” เจ้ายามส่ายหน้า “ผมเห็นแค่คุณเข้าเดิน ออกไป แต่คุณพจน์ไม่ต้องกังวลไป หรอกครับ คุณเค้าคงไปเดิน เล่นใกล้ๆ นี่แหละ เดี๋ยวคุณเข้าก็กลับมาแล้ว” “นายรู้ได้ไงว่าเดี๋ยวเธอจะกลับมา” “ก็คุณเข้าใส่แต่เสื้อเชิ้ตของผู้ชายตัวเดียวเองนี่ครับ” เจ้ายาม หน้าแดงอีกแล้ว “ผมคิดว่าคง เป็นเสื้อของคุณพจน์มัน...เอ่อ..หวือ หวาจะตายไม่มีผู้หญิงปกติคนไหนแต่งตัวอย่างนั้นแล้วกล้าเดิน โทงๆ ไปไหนไกลๆ หรอกครับ เดี๋ยวคุณเค้าต้องกลับมาแน่ๆ ระยำา! ปรานนท์ใช่ผู้หญิงปกติที่ไหนกัน! เธอถอดเสื้อให้ผู้ชายดูโดยไม่รู้สึกอะไรด้วยซำ้า! เขาอยากจะบ้าตาย! วันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว ไม่ได้สวมอะไรไว้ข้างในเลย แสงส่อง ลอดเสื้อตัวนั้นเข้าไปได้เสียด้วย เห็นชัดแจ๋วแหววจนไม่ต้องอาศัย จินตนาการอะไร เมื่อเช้าเขายังแอบมองอยู่เลย มันไม่ได้แค่หวือหวา อย่างที่เจ้ายามนั้นว่า มันโป๊เลยล่ะ! 105
  • 106.
    เขาโมโหที่สุดโทสะของเขาอัดแน่นอยู่เต็มอก เธอทำาแบบนี้ ได้ยังไง เธอโกหกเขาไหนเธอบอกว่าจะไม่ออกไปไหนไง เธอ หลอกให้เขาเป็นห่วงแทบบ้าเธอหลอกให้เขาคิดว่าเธอโดนลักพาตัว เธอ หลอกให้เขาคิดว่าเธอมีอันตรายแล้วเธอก็เดินฉุยฉายยิ้มเริงร่า ออกไปในสภาพที่ใครๆ ก็เห็นเรือนร่าง เย้ายวนน่ารักของเธอ สังคม สมัยนี้มีแต่พวกผู้ชายลามกโรคจิตเต็มไปหมดด้วย เขารีบวิ่งหน้าตั้งออกจากตัวดึก ตามองซ้ายขวาตามหาเธอ ไปด้วย ให้มันได้อย่างงี้ซิ! ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ละก็น่าดู! (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 72-73) “นายโง่รึเปล่า!” เขาคำาราม “นายเป็นผู้หญิงที่อยู่ในสภาพ เกือบเปลือยนะผู้ชายก็ต้องสนใจ นายสิ” “ฉันเป็นผู้ช้าย ผู้ชายไม่สนใจผู้ชายหรอก” “นายพูดอะไรดูตัวเองบ้างสิ ตอนนี้นายเป็นผู้หณิงนะ” “ฉันเป็นผู้ชาย” “นายเป็นผู้หญิงไปแล้วเฟ้ย!” “ไม่ ฉันเป็นผู้ชาย” “ให้ตายสิ! นายส่องกระจกบ้างรึเปล่า แล้วนายเห็นอะไร บ้าง!” “ฉันเป็น ผู้ชายที่บังเอิญมาอยู่ในร่างผู้หญิงเท่าน้น เธอเน้น “ยังไงฉันก็เป็นผู้ชายอยู่วันยันคำ่า” “ยังไงก็ช่าง!” เขาไม่อยากพูดกับเธอเรื่องการเป็นผู้ชายบ้าๆ แล้วตะคอก ดิฉันขอสั่งเลยว่า ต่อไปนายห้ามไปคุยกับผู้ชายคน ไหนอีก” “นายเป็นใครถึงคิดจะมาสั่งฉันได้!” เธอตะคอกเขากลับ “ก็ฉันพึ่งสั่งนายไปนี่ไง” “ฉันจะคุย--” “โว้ยย! หุบปาก” เขาตะโกนใส่หน้าเธอ ทุบโด๊ะเสียงดังลั่นจน เธอสะดุ้งตกใจ คนทั้งร้านต่าง หันมามองพวกเขาทั้งสองคน “ฉันไม่ อยากเถียงกับนายที่นี่อีกต่อไปแล้ว” เขาพูดพร้อมกับจับต้นแขนทั้งสอง ข้างของเธอไว้ แล้วลากเธอเดินออกจากร้าน (พิมพ์ผกา, หน้า 2554, หน้า 77) 2. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ปรานนท์มีความขัดแย้งกับพจน์เสมอ เพราะตัวตนที่แท้จริงของ เขาไม่ได้เหมือนกับที่พจน์ต้องการให้เป็น แต่หลังจากที่นานวันเข้า พจน์ 106
  • 107.
    มีเพศสัมพันธ์กับเธอแล้ว ปรานนท์ก็เริ่มอ่อนโยนลง และไม่ดื้อรั้นเหมือน เก่าอย่างไรก็ดี สิ่งที่ปรานนท์ต้องการคือ การยอมรับของพจน์ในส่วนที่ เป็นปรานนท์ ไม่ใช่ปูเป้ ดังนั้น เมื่อพจน์ยังไม่อาจยอมรับความรู้สึกว่าตัว เองชอบผู้ชายได้ เขาจึงมีปากเสียงกับปรานนท์อย่างรุนแรง “นายเป็นเมียฉัน สุดที่รัก” เขาจับมือเธอทั้งสองข้างมากุมไว้ “ฉันรักนายมากเหลือเกิน” “ไม่ ฉันไม่ใช่เมียนาย” ปรานนท์มองหน้าเขา เธอพูดอย่าง จริงจังเต็มที “และไม่ นายไม่ได้รักฉันที่เป็นฉัน แต่นายรักผู้หญิงคนนี้ต่าง หาก” เธอกวาดมือทั่วร่างตัวเอง “ถ้าฉันยังอยู่ในร่างผู้ชายคน เดิม นายจะรักฉันอย่างนี้มั้ย” คราวนี้พจน์เป็นฝ่ายอำ้าอึ้งไปบ้าง เขาไม่สามารถให้คำาตอบเธอในเรื่องนี้ได้ จึงเปลี่ยนประเด็น ไปว่า “นายจะถามไปเพื่ออะไรล่ะ นายไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก แล้วนี่” “ใช่” ท่าทางเธอดูเจ็บปวดอย่างเหลือแสน “และนายเป็นคน เพียงคนเดียวในโลกที่รู้จักตัวตน ที่แท้จริงของฉัน ฉันเคยหลงคิดไปว่า ถ้าฉันยังมีนายอยู่ตัวฉันคนเดิมจะไม่ถูกร่างกายใหม่ของปูเป้กลืน ให้ หายไป แต่แล้ว แม้แต่นายก็ยังปฏิเสธสิ่งที่ฉันเป็น” เธอพูดเบาหวิว “สำาหรับนาย ฉันคือผู้หญิงอีก คนหนึ่งที่ยังไงก็ไม่ใช่ปรานนท์คน เก่า แล้วอย่างนี้ฉันจะอยู่กับนายไปเพื่ออะไรสู้กลับไปอยู่กับคุณปู่และ พี่ ตั้มไม่ดีกว่าเหรอ” “นี่มันจะไปกันใหญ่แล้ว” พจน์โบกมืออย่างหงุดหงิด “นายก็ คือนายนั่นแหละ แล้วที่นายมา อยู่กับฉันก็เพราะว่านายรักฉันน่ะสิ!” “ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย” เธอแย้ง “ฉันแค่คิดว่าฉันรักนาย และ นายรู้อะไรมั้ย ฉันคิดผิด” เสียง เธอมั่นคงจนน่าใจหาย “ฉันเกลียด นายไอ้คนเฮงซวยฉันเกลียดนายที่สุด” “พอกันที” เขาลุกขึ้นจากโซฟา ยำ่าเท้าปึงปังไปทางห้องนอน “ฉันไม่อยากฟังนายพล่ามไร้สาระอีกต่อไปแล้ว” “หยุดนะ” เธอจับแขนเขาไว้ “เรายังพูดกันไม่จบเลย” เขาสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ถนอมแรงนัก “ถ้านายเกลียด ฉัน นายจะมาอยู่ในร่างผู้หญิงบ้าๆ นี่ให้ฉันสับสนวุ่นวายใจไป ทำาไม ถ้านายตายๆ ไปซะตั้งแต่แรก ชีวิตฉันคงเป็นสุขกว่านี้เยอะเลย!” เขาเสียใจอย่างสุดซึ้งทันทีที่คำาพูดนี้หลุดจากปาก ปรานนท์ ผงะราวกับถูกตบหน้า 107
  • 108.
    “นี่คือสิ่งที่นายคิดมาตลอดใช่มั้ย” เธอปาดนำ้าใสๆ ที่เริ่มเอ่อ คลอรอบดวงตา“ฉะ...ฉันไม่รู้ เลยว่าตัวเองทำาให้นายเดือดร้อนมาก ขนาดนี้” “ปรานนท์ ฉัน...” เขาไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี นำ้าตาของเธอ แทบจะฆ่าเขาทั้งเป็น แล้วมือของเขาก็กำาแน่น “ปัดโธ่โว๊ย! มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงนะ” เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน กระแทกประตูปิดใส่หน้าเธอ ดังปัง (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 442– 443) นอกจากนี้ ปมความขัดแย้งระหว่างปูเป้กับคนในครอบครัว ยังมีอยู่ อย่างชัดเจน หลังจากที่ปรานนท์ได้เข้าไปใช้ชีวิตในครอบครัวของปูเป้ แล้ว ซึ่งก็คือ ความอึดอัดใจที่ไม่สามารถคิดหรือทำาอะไรด้วยตนเองได้ หากเสี่ยทรงชัยไม่อนุญาต เพราะปูเป้เคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน รวมถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ปรานนท์ได้ทราบความจริงเกี่ยว กับแม่ของตนเองที่ถูกบังคับข่มขืนจากลูกชายของเสี่ยทรงชัย และการที่ ตนเองถูกบังคับให้หมั้นกับศราวุธ “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่า ไม่ให้คุณหนูเดินมาทางนี้” โธ่เอ๋ย!พื้นตรงนี้ลื่นหน่อยเดียวเองฉันไม่สะเหล่อขนาดหกล้ม ตายหรอก “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่าไม่ให้คุณหนูเข้าใกล้ห้องออก กำาลังกาย” โธ่เอ๋ย! คิดว่าฉันจะเอาดัมเบลล์นั่นมาทับตัวตายรึไง ยกยัง ไม่ขึ้นเลยและยังห้ามอะไรต่อมิ อะไรมากมายจนเขาจำาไม่หวาดไม่ ไหว ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนั้น ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนี้ ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนั้น ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนี้ โธ่เอ๋ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว มีใครฟังฉันบ้า งมั้ย! ไม่มีเลยสักคน พวกลูกจ้างในบ้านปฏิบัติตามคำาสั่งคุณปู่อย่างเคร่งครัด อ้อนวอนขอร้องแค่ไหนก็ไม่ผ่อนปรน ให้เลยสักนิด เมื่อปรานนท์ถูก ห้ามทำาอะไรพวกเขาจะมองมาอย่างเห็นใจพร้อมกับแนะนำาให้มาขอ อนุญาตคุณปู่และทุกครั้งที่เขาขอคุณปู่ คำาตอบของท่านก็เหมือน เดิม คือ 108
  • 109.
    “ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต มันอันตรายเกินไปสำาหรับหนูนะหลาน รัก” เอาคำาสั่งห้ามของคุณปู่มารวมกันทุกข้อ สุดท้ายแล้ว ในบ้านหลัง ใหญ่มหึมาโอ่อ่าอลังการ เขาก็ได้รับ อนุญาตเพียงแค่อยู่ในห้องตัว เอง เขาจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นได้เฉพาะเวลาที่คุณปู่อยู่ด้วยเท่านั้น จะ ไป คนเดียวไม่ได้ ส่วนห้องอาหารจะไปได้เฉพาะเมื่อถึงเวลา คือแปด โมง สิบเอ็ดโมงครึ่ง และหนึ่งทุ่ม มันจะอันตรายอะไรกันนักหนา! (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 289) “ช่วยเล่าเรื่องของฉันก่อนที่จะความจำาเสื่อมได้มั้ยคะฉันเป็น คนยังไง”เขาพูด “ฉันอยากจะรู้ จริงๆ ค่ะ ว่าฉันฆ่าตัวตายเพราะอะไร ฉันถามคุณปู่คุณปู่ก็ไม่ยอมเล่าให้ฉันฟัง--” “ก็ที่คุณหนูจะฆ่าตัวตายเป็นเพราะเสี่ยนี่คะ เสี่ยไม่เล่าให้คุณ หนูฟังหรอกค่ะ” บุณเพ็งโพล่ง ออกมา “เสี่ยไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณหนูคิดนะครับ” เส็งบอก “คะ? ” ปรานนท์ทำาหน้างงๆ “พวกเอ็งก็ว่าเสี่ยเกินไป” ลุงสมพูด “ไม่มีหลักฐานซะหน่อย ว่าเสี่ยเป็นคนฆ่าแม่ของคุณหนู” “คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ” ป้าแจงเริ่มเล่า “เสี่ยธวัชชัย เป็น คนที่ถูกตามใจจนเหลิง สำามะเลเทเมา อย่าหาว่าป้าแจงว่าคุณพ่อ ของคุณหนูเลยนะคะเสี่ยธวัชชัยเป็นคนไม่ได้เรื่องเลยค่ะ” “แล้วเวลาไปทำาเลวที่ไหนเสี่ยทรงชัยก็ไม่เคยห้าม กลับมีแต่ หัวเราะภูมิใจ” ลุงสมเสริม “เสี่ยธวัชชัยชอบข่มเหงรังแกสาวใช้ในบ้านเป็นประจำาค่ะ เสี่ยจะชอบข่มขู่ ประมาณว่าถ้าเอาเรื่องไปบอกใคร เสี่ยจะเอาไปฆ่าทิ้ง” “แล้วป้าแจงโดนบ้างรึเปล่า” บุญเพ็งถามสอดขึ้นมา “อีบุญเพ็ง!” ป้าแจงเอ็ด ท่าทางเอาเรื่อง บุญเพ็งทำาหน้าเจื่อนไป “วันหนึ่ง เสี่ยธวัชชัยก็ลากนังสุจิตตราเข้าห้อง มันอายุแค่สิบ สามเองนะคะ” ป้าแจงเล่าต่อ “นังสุพึ่งเข้ามาทำางานเป็น คนใช้ได้ไม่นาน มันทั้งร้องไห้ทั้งกรีดร้อง ทั้งกราบตีนขออย่าให้เสี่ย ธวัชชัยทำาอะไรมัน แต่เสี่ยธวัชชัยติดใจมันมากถึงขนาดนังสุมัน พยศอย่างนั้นมันก็ยังโดนลากเข้าห้อง เกือบทุกวันค่ะ” “สุจิตตราเป็นใครคะ” ปรานนท์ถาม รู้สึกหดหู่ไปด้วย น่า สงสารเด็กสาวคนนั้นเหลือเกิน “แม่ของคุณหนูเองค่ะ” “โอ คุณพระคุณเจ้า” 109
  • 110.
    “นังสุเป็นเด็กน่ารัก ตัวเล็กๆ ตาแป๋วแหววเหมือนคุณหนูเลย ครับ”ลุงสมพูด “ตอนนั้นคุณแม่อายุแค่สิบสาม แล้วคุณพ่ออายุเท่าไหร่คะ” ปรานนท์ถาม “สามสิบเกือบสี่สิบมั้งครับ ผมว่า” ลุงสมตอบ ปรานนท์อึ้ง ไม่รู้จะว่ายังไงดี อายุสองคนแตกต่างกันเป็นพ่อ ลูกกันได้เลยนะ “เสี่ยธวัชชัยรักนังสุจริงครับ ไม่ได้เอาเล่นๆ อย่างที่หลายคน คิด พอรู้ว่ามันท้อง เสี่ยธวัชชัย ดีใจมากย้ายมันไปอยู่เรือนใหญ่ด้วยกัน เสี่ยธวัชชัยเลิก สำามะเลเทเมา เลิกเที่ยวผู้หญิง กลับเนื้อกลับตัว เป็นคนดี แต่เสี่ย ทรงชัยก็ยังไม่ชอบนังสุอยู่ดี เพราะมันเป็นแค่คนใช้แถมยังเด็กด้วย วัน หนึ่งไม่มีใครรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นนังสุหายตัวไปจากบ้านเสียเฉยๆ เสี่ย ทรงชัยบอกว่ามันหนีไป เพราะมันเกลียดเสี่ย ธวัชชัย แต่เสี่ยธวัชชัยไม่เชื่อบอกว่าเสี่ยทรงชัยนั่นแหละที่ไล่นังสุ ไป เอาเป็นว่าสุดท้ายเสี่ยธวัชชัยก็ ตามหานังสุกับลูกจนเจอ แล้วก็ชื้อ บ้านหลังเล็ก ๆ ให้มันอยู่ ส่งเงินให้มันใช้ พามันไปเรียนหนังสือไป หา มันบ่อยๆ ไม่ให้มันมายุ่งกับที่บ้านหลังนี้อีก” “คุณตั้มสนิทกับนั่งสุมากค่ะ ตอนที่นังสุหายตัวไปคุณตั้มร้อง ไห้ใหญ่ป้าแจงเล่าต่อลุงสม “นัง สุมันอายุสิบสาม คุณตั้มก็แค่ห้าขวบ บ้านนี้ไม่มีเด็กอีก มันกับคุณตั้มเลยเข้ากันได้ดี “พี่ตั้มเป็นลูกภรรยาคนแรกของคุณพ่อเหรอคะ” “ไม่ใช่หรอกค่ะ เสี่ยธวัชชัยอาจจะรังแกผู้หญิงมาเยอะ แต่มี เมียคนเดียวคือคุณแม่ของคุณหนู ค่ะ เสี่ยธวัชชัยรักนังสุจริงๆ คงเป็นรัก แรกและรักเดียว “แล้วคุณแม่รักคุณพ่อรึเปล่าคะ” “อันนี้ป้าแจงก็ไมรู้เหมือนกันค่ะ แต่นั่งสุมันรักคุณหนูมากนะ คะ เสี่ยธวัชชัยก็รักคุณหนูมาก เหมือนกัน ตอนที่เสี่ยธวัชชัยโดนลอบ ยิง เสี่ยไม่ได้ตายคาที่นะคะ เสี่ยมาตายที่โรงพยาบาล ป้าแจงก็ อยู่ด้วย คำาพูดสุดท้ายเสี่ยธวัชชัยพูดกับคุณตั้มคือชื่อของคุณหนูค่ะ” “สรุปว่าฉันเกลียดคุณปู่มาก เกลียดมากจนฆ่าตัวตายหนีเลย ใช่มั้ยคะ” “ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ” ป้าแจงพูด “คุณหนูซึ่งจะมาเริ่มฆ่าตัว ตายเมื่อสองเดือนก่อนเองนะคะ เขากำาลังจะถามป้าแจงว่าเพราะอะไร แต่บุญเพ็งกลับถามเขาก่อนว่า “คุณหนูเริ่มปวดหัวบ้างรึยังคะ” “ทำาไมฉันต้องปวดหัวล่ะคะ” 110
  • 111.
    “ก็หนูเคยเห็นในละคร เวลาที่คนความจำาเสื่อม มีอะไรกระตุ้ นมากๆก็จะปวดหัวแล้วความจำา ก็จะกลับมา” เขายิ้ม “ฉันยังไม่ปวดหัวเลยค่ะ สงสัยทุกคนต้องช่วยกระตุ้น ความจำาฉันอีกหน่อย” ป้าแจงนิ่วหน้าให้บุญเพ็ง “คุณหนูเป็นคนดื้อเงียบค่ะ เสี่ยทรง ชัยบอกอะไรก็จะนิ่งฟังแต่ไม่เคยทำาตาม คุณหนูเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ใน ห้อง ไม่เคยมากินข้าวสังสรรค์พูดคุยกับคุณปู่หรอกค่ะ ถ้าไม่ บังคับ กันจริงๆ คุณหนูไม่ลงมาให้เสี่ยทรงชัยเห็นหน้าด้วยซำ้า” อ๋อ เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณปู่ถึงดีใจนำ้าตาไหลตอนที่เขาบอก ว่ารักคุณปู่เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณปู่ถึงทำาหน้ามีความสุขนักเวลาที่ เขาอยู่ใกล้ๆ ก็ปูเป้ไม่เคยทำาสิ่งเหล่านี้เลยนี่นา “เสี่ยทรงชัยก็ใช่ย่อยนะคะ เสียดสีกระทบกระเทียบ ด่าว่านัง สุให้คุณหนูฟังเป็นประจำาค่ะ ประมาณว่านังสุเป็นคนชั้นตำ่า ปอกลอกเสี่ย ธวัชชัยตั้งหลายปีเปรียบเทียบว่าเสี่ยทรงชัยดีกว่าแม่ของ คุณหนูยังไง แล้วเวลาเสี่ยทรงชัยด่านะคะ” บุญเพ็งโบกไม้โบกมือ “โห แรงมากเลย ค่ะ” คงเป็นเพราะคุณปู่รักปูเป้มากนั่นแหละ ปูเป้เกลียดท่าน เพราะคิดว่าท่านเป็นคนไล่แม่ออก จากบ้านแล้วยังฆ่าแม่ด้วย เห็นได้ชัด เลยว่าปูเป้รักแม่มากคุณปู่คงจะอิจฉาความรักที่ปูเป้มีให้แม่ มากกว่า ที่จะคิดพูดทำาร้ายจิตใจปูเป้จริงๆหรอก “เมื่อกี้ป้าแจงบอกว่าฉันซึ่งจะมาฆ่าตัวตายเมื่อสองเดือนที่ แล้ว ก่อนหน้านั้นฉันไม่ได้คิดจะฆ่า ตัวตาย ทำาไมล่ะคะ ถ้าฉัน เกลียดคุณปู่ ฉันก็น่าจะฆ่าตัวตายตั้งแต่แรกแล้วสิคะ” “ก่อนหน้าคุณหนูกับเสี่ยทรงชัยแค่ไม่กินเส้นกันค่ะ ไม่กิน เส้นแบบอย่างแรงนะคะ มาแตกหัก จริงๆ ก็เพราะเรื่องคุณตั้มนี่ แหละค่ะ” “คุณตั้มเป็นลูกของเพื่อนสนิทที่เสี่ยธวัชชัยเอามาเลี้ยงเป็นลูก บุญธรรมครับ”ไม่ต้องรอให้ถาม ลุงสมก็เล่าสิ่งที่ปรานนท์กำาลังอยากรู้ พอดี “พอเสี่ยธวัชชัยตาย คุณตั้มก็ดูแลคุณหนูมาตลอด เพราะ คุณหนู เข้ากับเสี่ยทรงชัยไม่ได้เลย พอคุณหนูเรียนจบ เสี่ยทรงชัยเลยเลิกความ คิดขึ้นมาว่าน่าจะให้คุณ ตั้ม...” “อ้าว ทำาไมหยุดพูดไปเฉยๆ ล่ะคะ เล่าต่อสิคะ ฉันอยากรู้ คุณ ปู่ให้พี่ตั้มทำาอะไรคะ” ลุงสมที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอาแต่มองผ่านปรานนท์ไปด้านหลัง เขาจึงหันไปอยากรู้ว่าอะไรทำาให้ ลุงสมสนใจ คนที่ลุงกำาลังพูดถึงมายืนอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “ถ้าอยากรู้” พี่ตั้มยิ้มอ่อนโยน “มาถามพี่เองไม่ดีกว่าเหรอ” 111
  • 112.
    (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า291 -295) “ทำาไมคุณปู่ถึงทำาอย่างนั้นล่ะคะ เราเป็นพี่น้องกันเราจะ แต่งงานกันได้ยังไง” เขาทำาหน้าไม่ ถูก ไม่ใช่ในเชิงพรั่นพรึงแต่ เป็นเรื่องของความประหลาดใจมากกว่า “เพราะอย่างนี้เหรอคะ ฉันถึงจะ ฆ่าตัวตาย” “ใช่ เธอต่อต้านคุณปู่มาตลอด พี่ไม่รู้ว่าน้าสุเคยเล่าอะไรให้ เธอฟังบ้างแต่เห็นได้ชัดว่าเธอ เกลียดคุณปู่มาก พอน้าสุตาย เธอถูก บังคับให้มาอยู่ที่นี่โดยที่เธอไม่เต็มใจ เธอนับถอยหลังรอวันที่จะเป็น อิสระ เธอพูดอยู่เสมอว่าถ้าเธอเรียนจบเธอจะไปจากบ้านหลังนี้ เธอเป็น หลาน เป็นสายเลือดที่ เหลืออยู่คนเดียว เสี่ยทรงชัยทนความคิดที่เธอจะ ไปจากท่านไม่ได้” พี่ตั้มหยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “พี่เป็นแค่เด็ก ข้างถนนที่พ่อเธอเก็บมาเลี้ยง พี่สำานึกบุญคุณอยู่เสมอ เสี่ยทรงชัยรู้ว่าพี่ ไม่มีทาง ปฏิเสธท่านได้ ท่านคิดว่าพอเธอแต่งงานกับพี่แล้ว ท่านจะ ผูกมัดเธอไว้ได้” ปรานนท์เงียบไปครู่หนึ่ง ซึมซับเรื่องราวที่พี่ตั้มเล่า ถ้าปู่เป้ เข้าใจคุณปู่และไม่เกลียดท่านมากขนาดนี้ คุณปู่ก็คงจะไม่บังคับให้เธอ แต่งงานกับพี่ตั้มเพื่อที่จะผูกมัดไว้สินะเนี่ย “ต้องขอโทษพี่ตั้มด้วยนะคะ” เขาพูด “เพราะฉันกับคุณปู่ไม่ ลงรอยกันพี่ตั้มก็เลยถูกบังคับให้ แต่งงานกับฉันไปด้วย” พี่ตั้มหัวเราะ “พี่ไม่ได้รังเกียจที่จะแต่งงานกับเธอหรอกนะ” “พี่ตั้มไม่จำาเป็นต้องพูดเพื่อให้ฉันสบายใจหรอกค่ะ” ปราน นท์ยิ้ม พี่ตั้มเป็นคนดีเสมอเลย “เราเป็นพี่น้องกัน” แถมฉันยังเป็น ผู้ชายอีกต่างหาก “พี่ตั้มก็คงต้องฝืนใจเหมือนกันที่ต้องแต่งงาน กับฉัน” “ใช่” พี่ตั้มพูดเรียบๆ “เราเป็นพี่น้อง” วินาทีหนึ่งที่เขาคิดว่าพี่ ตั้มทำาหน้าเศร้าเหลือเกิน แต่พอกะพริบดา พี่ตั้มกลับยิ้มแพรวพราว “เธอ เป็นน้องสาวที่น่าปวดหัวที่สุด หนีออกจากบ้านเป็น ประจำา ทะเลาะกับ คุณปู่หงุดหงิดก็เอามาลงที่พี่ เธอไม่เคยให้อภัยพี่เลยที่ไปรับเธอมาอยู่กับ คุณปู่ เจอ พี่ทีไรเธอก็ครำ่าครวญเสมอว่าพี่ทำาให้เธอไม่มีความสุข ตอน น้าสุตายเธอยังเด็ก พี่ไม่พาเธอมาอยู่กับ คุณปู่แล้วพี่จะพาเธอไปอยู่ที่ไหนล่ะ ถ้าพี่แต่งงานกับเธอแล้วต้อง เห็นเธอเป็นอย่างนั้นตลอดไป...” พี่ตั้มทำาแกล้งหน้าสยองแบบ ตลกๆ “...พี่เองก็ยังนึกอยากฆ่าตัวตายหนีเธอบ้างเหมือนกัน” ปรานนท์หัวเราะ“นั่นมันอดีตค่ะ ต่อไปฉันจะเป็นน้องสาวที่ดี ไม่ทำาพี่ตั้มปวดหัวอีกแล้วค่ะ” “เธอดูจะรับเรื่องที่คุณปู่บังคับให้แต่งงานกับพี่ได้ดีกว่าที่พี่คิด ไว้นะ”พี่ตั้มพูดอย่างกังวล 112
  • 113.
    “เธอไม่เห็นตกใจเลย ตอนนี้คุณปู่อาจจะยังไม่พูดอะไรกับ เธอก็จริง แต่ไม่นานท่านต้องบอกเธอให้แต่งงานกับพี่แน่ๆ” “บอกตามตรงนะคะ ฉันไม่กลุ้มเลยสักนิด” “ทำาไมล่ะ” “เพราะพี่ตั้มไม่ได้อยากแต่งงานกับฉันด้วยเหมือนกันน่ะสิ คะ”ปรานนท์ยักไหล่น้อยๆ เรื่องนี้ เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โลก แตกอะไรเสียหน่อยเขายังงงๆอยู่เลยว่ายัยปูเป้คิดฆ่าตัวตายด้วย สาเหตุเล็กน้อยขนาดนี้จริงๆหรือนี่ ไม่ค่อยเข้าใจคนติสต์แตกเสีย ด้วยสิ “พี่ตั้มบอกว่าปฏิเสธคุณปู่ไม่ได้ เพราะสำานึกบุญคุณ เเต่ฉันว่า พอถึงเวลาจริงๆ พี่ตั้มก็ไม่ยอมแต่งหรอกค่ะ ถึงฉันจะพึ่งรู้จักพี่ตั้มได้ไม่ นานหมายถึงฉันที่ความจำาเสื่อมน่ะนะคะ แต่ฉันก็พอจะรู้ค่ะว่าพี่ตั้ม เป็นคนที่จะไม่ให้ใครมาบังคับ ง่ายๆ จริงมั้ยคะ” พี่ตั้มหลุบตาลง ซ่อนอารมณ์ไม่ให้เขาเห็น “เธอพูดถูกแล้ว ล่ะ” พี่ตั้มพูดเสียงนุ่ม“ถ้าพี่ไม่อยากทำา คุณปู่เธอก็บังคับพี่ไม่ได้” ครุ่นคิด และพูดต่อ “เอาล่ะถ้าต่อไปคุณปู่เธอบังคับให้เราแต่งงาน กันอีก ต่อให้ ท่านโกรธจัดไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม พี่จะบอกไปเลยว่าพี่ไม่แต่ง” พี่ตั้ม ยิ้มขบขัน “พี่ไม่เคย กล้าขัดแย้งเสี่ยทรงชัยเลยสักครั้ง อยากรู้จักว่า ท่านจะทำาหน้ายังไง คงตลกน่าดูเชียวล่ะ”ก่อนจะหยิก จมูกเขาเบาๆ “เพื่อความสุขของเธอนะเนี่ย พี่ถึงจำาใจต้องปฏิเสธผู้มีพระคุณ” “พี่ตั้มทำาเพื่อความสุขของฉันหรือว่าของตัวเองกันแน่คะเนี่ ย”ปรานนท์ถามยิ้มๆ พี่ตั้มจับมือเขาที่มีแหวนของพจน์ขึ้นมาโอบประคองไว้อย่าง อ่อนโยน”เอาเป็นว่าเพื่อความสุข ของเราทั้งสองคนก็แล้วกัน” (พิมพ์ผกา, 2552, หน้า 299 – 301) จากการที่ปรานนนท์ในร่างปูเป้ ทนไม่ไหวและออกมาจากบ้าน ของเสี่ยทรงชัยได้นำาปัญหามาสู่ธุรกิจของพจน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเสี่ยทรงชัยมีอิทธิพลมากพอที่จะทำาให้ธุรกิจของพจน์ขัดข้อง คืนก่อนโกดังกับห้องแล็บของโรงงานที่สระบุรีถูกคนร้ายลอบ วางเพลิงอย่างไรก็ตามตัวอาคาร ทั้งสองส่วนไม่ได้เสียหายมากนัก เพราะลูกบอลเคมีฝังไว้ในฝ้าเพดานแตกตัวออกมาดับไฟไว้ได้ก่อนที่ จะ ลุกลามจากจุดเริ่มต้นไปยังส่วนอื่น แต่สินค้าซึ่งก็คือแก้วกระดาษที่อยู่ใน โกดังติดไปและกลายเป็น ขี้เถ้าไปทั้งหมด เท่ากับว่าต้องผลิตแก้วกระ ดาษล็อตนี้ใหม่อีกครั้ง บริษัทต้องเจรจากับลูกค้าเพื่อเลื่อน กำาหนดการส่งสินค้าออกไป และต้องจ่ายค่าปรับในการล่าช้าอีก มากพอดู 113
  • 114.
    โรงงานอีกแห่งที่ปทุมธานีก็ถูกคนร้ายเข้ามาหวังจะลอบวาง เพลิงเช่นเดียวกันแต่ช่วงที่กำาลัง จะจุดไปนั้นยามของโรงงานเกิดพบ เข้าเสียก่อนคนร้ายจึงโกยแน่บไป ทิ้งไว้แต่ไฟแซ็กและถังนำ้ามัน เบนซิน ช่วงสองสามวันมานี้เกิดข่าวลือในตลาดขึ้นมาว่าบริษัทเขามี การยักยอกทุจริตภายใน ขาด สภาพคล่องมานานกำาลังจะต้องเลิก กิจการ และลูกค้าหลายรายไม่พอใจกับสินค้าล็อตหลังๆที่ไม่ได้ คุณภาพ ตามที่ตกลงกันไว้พอตรวจสอบไปก็หาต้นตอของข่าวลือไม่ได้ แต่ข่าว คาวเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับ บริษัทก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง หากเป็นนี้ต่อ ไป บริษัทอาจถูกปฏิเสธการต่อสัญญาจากลูกค้าบางราย ก็ได้ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อสองชั่วโมงก่อน สินค้าของเขาปล่อย ออกจากท่าเรือไม่ได้เพราะติดปัญหา เรื่องของใบอนุญาตและเอกสาร ที่ไม่ครบถ้วนฝ่ายลอจิสติกส์ได้รับแจ้งมาว่า ตามคิวในระบบธุรการของ ท่าเรือการดำาเนินการเรื่องเอกสารใหม่และตรวจสอบความถูกต้อง อาจต้องกินเวลาถึงสามสัปดาห์นั้น หมายถึงว่าระยะเวลากว่ายี่สิบวันที่ เรื่องเอกสารยังค้างเติ่ง บริษัทเขาส่งสินค้าออกนอกประเทศไม่ได้ สำาหรับลูกค้าบางรายที่รอไม่ได้อาจต้องใช้วิธีแอร์เฟรดจ์หลังจาก นั้นแทน ซึ่งก็ทำาให้ต้นทุนบานออก ไปอีก ระหว่างที่ฟังรองผู้จัดการรายงานสรุปมูลค่าความเสียหาย ทั้งหมด พจน์ก็ครุ่นคิด ไม่ต้องสงสัย เลยว่าบริษัทเขากำาลังถูก ก่อกวนกลั่นแกล้ง แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือโดยใครและสาเหตุอะไรเขาไม่มี ศัตรู คู่แข่ง และค้าขายมานานโดยไม่เคยไปขัดแข้งงขัดขาใคร แต่จะว่าไป ฉันไม่ได้ไปขัดแข้งงขัดขาใครแน่หรือ? อืม...เขาขมวดคิ้ว เป็นฝีมือเสี่ยทรงชัยกับเจ้าศราวุธรึเปล่านะ ถ้าเป็นสองคนนี้ มันจะไม่จบแค่นี้แน่ (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 364 -365) ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งสองลักษณะนี้ หากจะกล่าวเฉพาะการ สลับร่างของปูเป้กับปรานนท์ อาจเรียกได้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติได้ด้วย แต่เนื่องจากในเรื่องไม่กล่าวถึงอย่างชัดเจน เหมือนอย่างเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ที่มีธรรมจักรเป็นสื่อกลาง การดำาเนินเรื่อง 114
  • 115.
    แม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะมีขนาดยาว และหนากว่า 478หน้า แต่ เป็นการเล่าเรื่องแบบวันต่อวันเป็นส่วนมาก ดังนั้น ความไม่กระชับเหล่า นี้ ทำาให้เรื่องขาดรายละเอียดของเหตุการณ์ที่จะกระตุ้นความสนใจ และ การวางโครงเรื่องของเหตุการณ์จึงไม่เข้มข้นพอสำาหรับการคลี่คลายปม และที่สำาคัญ การเล่าเรื่องให้นำ้าหนักกับเพศสัมพันธ์และความรู้สึกของตัว ละครเอกคือ ปรานนท์ และพจน์ มากกว่าความพยายามที่จะสร้างเรื่อง ให้สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม ขั้นตอนการดำาเนินเรื่องของนวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับ ร่าง เป็นดังนี้ 1. การเปิดเรื่อง การเปิดเรื่องให้ภูมิหลังตัวละครเอกฝ่ายชายคือ ภาสกร ที่ประสบ ความสำาเร็จกับหน้าที่การงานเป็นอย่างดี มีเงินทอง และผู้หญิงตาม ต้องการ แต่เขากลับเบื่อและอยากหาความสุขให้ตนเองอีกครั้ง ด้วยการ ย้อนความทรงจำากลับไปหาวัยเด็กของตัวเอง ซึ่งทำาให้เขาตามหาเพื่อน คนหนึ่งซึ่งก็คือ ปรานนท์ “คุณเคินอะไรกัน เรามันนเพื่อนเก่าซี้ปึ๊กกานนะ!” ปรานนท์ขมวดคิ้ว คนอย่างฉันมีเพื่อนเก่าซี้ปึกกะเค้าด้วยเห รอเนี่ย “อะไร! เงียบไปเฉยเลย ”อย่าบอกนะว่าจำาฉันไม่ได้ “ขอโทษที ”ผมจำาไม่ได้จริงๆ “ลองนึกดูดีๆ ”ย้อนกลับไปสมัยประถม ผู้ชายในโทรศัพท์พูด “คนหล่อๆ ที่นั่งอยู่ติดกะ ”นายไง อืม คิด ๆ สมัยประถมผ่านมานานมากแล้วด้วยสินั่น จะว่าไปแล้ว มีเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้นที่นั่งติดกับเขา “เวรเอ๊ย! ฉันนึกออกแล้ว...” ตอนนั้นคนที่นั่งข้างเขาเป็นไอ้เด็กสารเลว ระยำาบรรลัย ศูนย์ รวมแห่งความซวย มันแกล้งเขา สารพัดวิธีที่ตั้งแต่ที่ย้ายโรงเรียนมา ป.สองยัน ป.หกทุกๆ วันเพราะโชคร้ายไม่เคยได้แยกห้องกันเลย พอสลับโต๊ะหนีไอ้เด็กบ้านี่ก็ตามไปราวีเขาทุกที ชีวิตมีแต่ความ อัปยศอดสู ยังดีที่ จบ ป.หกแล้วทุกคน แยกย้ายกันไป แค่คิดถึงเด็กชา ติชั่วอย่างนั้นเวลาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาก็ขนลุกผมตั้งไปทั้งหัวแล้ว เจ้าเด็กนรกผู้มีนามว่า “...ไอ้เด็กสารเลวเหลือขอ พจน์!” “ว้าว ”ไม่คิดว่านายจะจำาชื่อฉันได้นะเนี่ย ปลายสายหัวเราะ ร่า “อยากมาเจอะเจอเจ๊าะแจ๊ะ ”รำาลึกความหลังครั้งเก่าหน่อยมั้ย ความหลังโง่ๆ น่ะเหรอ “ ”ไม่มีทาง “ชิชะ ”ทำาเป็นหยิ่ง 115
  • 116.
    “เราแยกกันมาตั้งนานแล้ว ทางใครทางมันเถอะ “นี่ มาเจอกันดีกว่าน่าแป๊ปเดียวเอง ”เพื่อนเก่าหายากนะ “แป๊บเดียวก็ช่าง ฉันไม่อยากเจอคนอย่างนายอีกแล้ว แค่นี้ ”ละกันนะ “เดี๋ยวๆ ฉันแค่--“ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดปรานนท์วางสายเอา ดื้อๆแล้วดึงสายโทรศัพท์ออก จากเครื่องไม่สนใจว่าจะมีนักศึกษา โทร.มาอีกหรือไม่คนอย่างนี้มันต้องอยู่ห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด แต่ฝันร้ายวัยเด็ก มันกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งแล้ว พจน์ (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 13 -14) 2. การดำาเนินเรื่อง พจน์ ทำาให้ปรานนท์ตกใจที่พาเขาไปเที่ยวผู้หญิง ความรีบร้อนที่ จะหนีออกมาทำาให้ปรานนท์ถูกรถชนตาย และเมื่อวันงานฌาปนกิจ เขา ก็กลับมาอีกครั้ง แต่เป็นในร่างของหญิงสาวแสนสวย เซ็กซี่ ที่ชื่อว่า ปูเป้ พจน์ไม่มีทางเลือกจึงรับผิดชอบด้วยการให้ปรานนท์ไปพักอาศัยอยู่กับ เขา “เข้ามาสิ” พจน์เปิดไฟแล้วดันหลังให้เขาตามเข้ามาในห้อง ผายมือให้เขาดูรอบๆ มันดูโล่ง สบาย พจน์พาเขาเดินไปทั่ว ริต้า กระดิกหางเดินตามมาด้วย ห้องนอนสอง ห้องนำ้าสอง ห้องทำางาน ห้องรับแขกที่ใช้เป็นห้องนั่งเล่นไปด้วย ห้องครัว ระเบียง ลานซัก ล้าง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นแบบสั่งทำาเน้นโทนสีขาวดำาแบบผู้ชาย มัน หรูหราแต่มีชีวิตชีวาน่าอยู่ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกทั้งหมดมองเห็น ทิวทัศน์กรุงเทพยามคำ่าคืนมีแสงสีงดงาม ตอนกลางวันแสงที่ส่อง เข้ามาจากกระจกคงทำาให้อ่านหนังสือ ได้สบายตา สุดยอด! มันดีกว่าที่ เจ้านี่โม้ไว้ซะอีก “เป็นไง ที่ซุกหัวนอนฉัน” พจน์ถาม ยิ้มย่องทำาหน้าภูมิใจมาก จนน่าโมโห “ก็งั้นๆ” ปรานนท์โกหกเพื่อไม่ให้หมอนั่นได้ใจ “ที่นี่รกเป็น บ้า” “ขอบคุณที่ชม ฉันดีใจที่นายชอบ” พจน์ยิ้มแบบรู้ทันว่าเขา คิดอะไรโอ๊ยยย! ฉันเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด “ปรกติมีแม่บ้านมา ทำาความสะอาดทุกอาทิตย์ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเพิ่งขอลากลับบ้าน นอกน่ะ” ปรานนท์รู้สึกว่าได้กลิ่นอะไรบางอย่างเมื่อพจน์เปิดเครื่อง ปรับอากาศเขาสูดจมูกฟุดฟิตแล้วก็ พบว่า มันเป็นกลิ่นเหงื่อสกปรก จากตัวเขานั่นเอง 116
  • 117.
    “ให้ตายสิ! ทำาไมนายจึงไม่บอกว่าตัวฉันเหม็นเป็นบ้า” เขาด่า พจน์แล้วเดินเร็วๆ ไปที่ห้องนำ้า เจ้าบ้าพจน์เอาแต่หัวเราะเสียงดัง เดินตามเขามาด้วย แต่แล้วจู่ๆ ก็ ทำาหน้าเหมือนตกใจอะไรก็ไม่รู้ “เอ้ย! นั่นนายจะทำาอะไรน่ะ” เจ้าบ้านั่นโวยวายเสียงดัง “ก็ถอดเสื้อโรงพยาบาลเน่าๆ นี่ทิ้งไปน่ะสิ” เขาตอบขณะที่มือ ก็ปลดเชือกที่ผูกขอบเสื้อเข้า ด้วยกันไปด้วย “เสื้อตัวนี้สกปรกจะตาย” “ต่อหน้าฉันเนี่ยนะ! นายจะบ้าเรอะ นายเป็นผู้หญิงนะ” “อย่ามาตลก ฉันเป็นผู้ชาย” “นายเป็นผู้หญิง” พจน์เน้นเสียง “จะมาถอดเสื้อต่อหน้าผู้ชาย อย่างฉันไม่ได้” “ฉันเป็นผู้ชาย!” “ไม่ ตอนนี้นายเป็นผู้หญิง” “ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นผู้ชาย” “ยังไงก็ช่าง ห้ามถอดเสื้อตัวนั้นเด็ดชาด” “ฉันจะอาบนำ้านะ ไมให้ถอดเสื้อผ้าได้ไง” “โว้ย!” พจน์หน้าแดง ดูเงอะงะขัดเขินอย่างไรชอบกล “นายเป็นอะไรของนาย ทำายังกะไม่เคยเห็นผู้ชายถอดเสื้อ” เขาเหวี่ยงเสื้อเข้าไปในถังขยะ ตามด้วยกางเกง โชคดีที่เขามีแต่เสื้อ กับกางเกงเท่านั้นฉันคงบ้าตายแน่ถ้าต้องพบว่าตัวเองได้ใส่ชุด ชั้นใน ของผู้หญิง! เขาเปิดนำ้าและก้าวเข้าไปในอ่างจากุชซี่ อา นำ้าไหลเต็มอ่าง เร็วดี กดให้ระบบนวดตัวทำางาน แรงดันนำ้ากำาลังดีทำาให้เขาผ่อนคลาย เจ้าบ้าพจน์ยังคงยืนอึ้งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น “ ”นายจะเข้ามาอาบด้วยกันมั้ยล่ะ พจน์ผงะเหมือนตกใจกลัวอะไรบางอย่างแล้ววิ่งลนลานออก ไป ไม่เข้าใจเจ้าบ้านี่จริงๆ พจน์ยืนมองปรานนท์ในร่างสาวน้อยแสนสวยที่กำาลังนั่งดูทีวี อยู่บนโซฟากำามือทั้งสองข้างแน่น พยายามระงับอารมณ์ของตัว เองไปด้วย ที่ห้องนำ้าเธอเกือบทำาให้เขาหัวใจวายตาย เขาอยากจะ กระโจนเข้าไปในอ่างกับเธอมากจนแทบเป็นบ้า แต่เขาหนีไปอาบ นำ้าเย็น-ไม่สิ-นำ้าเย็นมากๆ ที่ห้องนำ้า อีกห้องหนึ่งแทน โอ๊ยยย! จะให้ฉันคิดว่าปรานนท์คนนี้เป็นผู้ชายได้ยังไงกัน! นี่มันผู้หญิงแท้ๆ เลย เธอสวมเสื้อเชิ้ตของเขา ชุดโรงพยาบาลที่เธอใส่มาสกปรก ยับเยินจนต้องทิ้งไป เธอช่าง 117
  • 118.
    เย้ายวนอวบอัดเซ็กซี่ น่ารักเป็นบ้า ในขณะเดียวกันก็ดูหวานไปทั้ง เนื้อทั้งตัวคอเสื้อข้างหนึ่งตกลงเผย ให้เห็นหัวไหล่ขาวนวลเนียนจะ โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่เธอเอวเล็กซะจนใส่กางเกงของเขาไม่ได้เลย เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กมากแต่หน้าอกอวบอัดของเธอนั้นตรง ข้ามอย่างสิ้นเชิงกับร่างกาย เขา เห็นยอดอกน่ารักของเธอดันผ่านเนื้อ ผ้าด้วย เธอไม่ได้สวมอะไรไว้ข้างในสักชิ้น.... เขาครางอ๋อย เสื้อของเขายาวพอที่จะปิดต้นขาเธอ แต่เธอนั่งขัดสมาธิเสื้อ จึงร่นขึ้นไปขาของเธอขาวอวบแต่ยาวได้รูปเซ็กซี่ที่สุด ริต้าหมาบ้า ค่าตัวห้าหมื่นนอนเอาหัวซบตักเธอ เขาอยากเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ มัน คิดดูสิ ได้นอนซบตักของเธอแล้วเธอก็เอามือสวยๆ นั่นลูบเขา เบาๆ แบบที่ทำากับริต้า หลังจากนั้น ก็ลูบไปตามหน้าอกเขาช้าๆ ตำ่า ลงมาเรื่อยๆ ไปที่หน้าท้องของเขา วนเล่นอ้อยอิ่งที่สะดือจนเขาซ่าน สะท้าน หลังจากนั้นเธอก็จะค่อยๆ สอดมือเข้าไปในกางเกง แล้วก็ ลูบ อ๋อยยยย... “นายเป็นบ้าอะไรของนาย” เธอหันมาถามแต่ยังไม่หยุดมือที่ ลูบหัวริต้าเจ้าหมาบ้าที่น่าอิจฉา เป็นที่สุดพยายามเลียหน้าเธอ เธอ หัวเราะเสียงหวานน่ารักแล้วยกตัวหนี “เปล่าซะหน่อย” เขายิ้ม ให้ตายสิ! แม้แต่ข้อเท้าของเธอยังน่า รัก “งั้นจะมายืนบื้ออะไรอยู่ตรงนี้” เธอกอดอก ว้า ไม่เห็นหน้าอก เธอแล้ว “จะไปทำาอะไรก็ไปทำาสิ ยืนจ้องกันเหมือนคนบ้าไปได้” เธอ พูดด้วยท่าทางแบบปรานนท์คน เดิมไม่ผิดแม้แต่น้อย โอ๊ย! น่าร๊ากกก นี่มันฝันที่เป็นจริงชัดๆเธอน่ารักมากเสียจนเขาอดใจแทบไม่ ไหว เข้าไปนั่งข้างเธอบนโซฟา ต้องขอบคุณเจ้าริต้าจริงๆ ที่มันกิน เนื้อที่ไปหมดจนเขาต้องเบียดกับเธอ เขาแอบสูดดมแก้มเธอ อา กลิ่นกายเนื้อสาวช่างหวานหอม “นายยิ้มอะไรของนาย” เธอขมวดคิ้วมองเขา “นายไม่อยากรู้หรอก” เธอสะบัดหน้าพรืดไปดูทีวีต่อ พวกเขานั่งดูละครนำ้าเน่าด้วยกันเพราะริต้าไม่ยอมให้เปลี่ยน ช่อง เพียงพักเดียวปรานนท์ก็ ผล็อยหลับไปเสียแล้ว เธอคงจะ เหนื่อยมากจริงๆ อย่างที่เธอพูด เขายิ้มอ่อนโยน เธอช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน “วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของนาย นายคงจะผ่านอะไรมามาก แต่ต่อไปนายคงปรับตัวได้เอง” พจน์กระซิบบอกแล้วค่อยๆ ช้อนตัว เธอขึ้น อุ้มเธอมาที่ห้องนอน น่าแปลกที่ริต้าไม่ตามเข้ามาด้วย 118
  • 119.
    เธอดูบอบบางเสียจนเขากลัวว่าเธอจะแตกหัก เขาห่มผ้าให้ อย่างทะนุถนอมแล้วก็ค่อยๆ สอดตัวนอนเคียงข้าง เขายันศอกข้างหนึ่งตะแคงข้างโน้มตัวจูบปากแดงเชอร์รี่น่า รักของเธอเบาๆ ระวังไม่ให้เธอตื่น “ฝันดีนะ” เขาโอบแขนรอบตัวเธอ เธอครางอย่างมีความสุข พลิกตัวเข้ามานอนซบอกเขา กอดเขาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัวราวกับ เธอนอนกอดเขาอย่างนี้มานานแสนนาน อา เธอให้ความรู้สึกดีเอา มากๆ ปาฏิหาริย์นำาปรานนท์กลับมาหาเขา เขาดีใจเหลือเกินที่ปรานนท์เป็นผู้หญิง หวังว่าเธอจะอยู่กับเขาตลอดไป เขาจะดูแลเธออย่างดีที่สุด (พิมพ์ผกา, 2552, หน้า 59-62) การไม่คุ้นชินกับร่างของผู้หญิง ทำาให้พจน์เป็นห่วงปรานนท์มาก และคอยระวังอันตรายให้แก่เธอแทบทุกฝีก้าว ดังตัวอย่าง ปรานนท์จัดการจนห้องนอนเรียบร้อยถูกใจ เปลี่ยน ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนใหม่ที่เขาพบบน หลังตู้เสื้อผ้า เอาอันเก่าไปลง เครื่อง แล้วเขาก็ย้ายมาทำาห้องนำ้าต่อ เขาจัดชั้นบนอ่างล้างหน้าใหม่ เช็ด กระจก ขณะที่กำาลังขัดพื้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก เขาโยนฟองนำ้า รีบ ล้างมือเร็วๆ เช็ดมือให้แห้งกับเสื้อ พร้อมกับวิ่งออกไปรับโทรศัพท์ “นายทำาอะไรอยู่น่ะ” เป็นพจน์โทร.มาอีกแล้ว ที่มารับช้าจัง ฉันนึกว่านายออกไปไหน ซะแล้ว” “ฉันบอกนายแล้วไงว่าวันนี้ฉันไม่ออกไปไหน” เขาตอบ พร้อมกับลูบหัวริต้าที่วิ่งตามมาด้วย “แล้วนายโทร.มาทำาไมอีก เนี่ย” “ฉันเป็นห่วง นายอยู่คนเดียวได้แน่นะ” “ฉันบอกนายตั้งหลายครั้งแล้วนะว่าฉันอยู่ได้” “อยู่ได้ก็ดีแล้ว ถ้านายมีปัญหาอะไร--” “ฉันจะโทร.หานายทันทีเลย” เขาพูดต่อประโยคให้พจน์เสีย เองเลย “นายคิดว่าฉันเป็นเด็กทารกพูดไม่รู้เรื่องรึไง!” “เปล่า ฉันเห็นว่านายเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวมันอันตราย” “ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันชักจะรำาคาญแล้วนะ เลิกโทรศัพท์ ไร้สาระได้แล้ว!” เสียงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง พจน์คงกำาลังคิดอะไรอยู่ “ก็ได้ ไม่โทร.ก็ไม่โทร. แต่ไม่ได้ หมายความว่าฉันไม่เป็นห่วงนายนะ” 119
  • 120.
    “เออ ๆ ซาบซึ้งนำ้าตาร่วงเลยแค่นี้ละกันนะ” เขากำาลังจะวาง สายแต่พึงนึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวๆ พจน์” “ฉันยังอยู่” เสียงพจน์ดูกระวนกระวาย “นายมีปัญหาอะไรรึ เปล่า” “ ”ฉันเป็นผู้ชาย “ ”ใช่เลย เขาได้ยินพจน์หัวเราะแล้วก็วางสายไป (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 67 – 68) น้องสาวและแม่ของพจน์ที่อยากให้ลูกชายแต่งงาน พอใจมากที่ พจน์ได้เจอหญิงสาวที่ดี ใสซื่อ และเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต่างพากัน สนับสนุนอย่างออกนอกหน้า แม้ว่าจะไม่พอใจที่พจน์พาเธอมาอยู่ก่อน แต่ง ผู้หญิงคนนั้นมองเขาอย่างพอใจ จิบนำ้าเย็นที่เขาพึ่งเอามา เสิร์ฟให้ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เขาเห็นมีตารางแบ่งเป็นช่องๆ กับดินสอขึ้นมาจากช่องเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้าของกระเป๋า “อืม...โดยรวมแล้วใช้ได้ กิริยามารยาท ”ผ่าน ผู้หญิงคนนั้น เอาดินสอทำาเครื่องหมายถูกบน ช่องในกระดาษ เป็นคนที่แปลกเสีย จริง ๆ เลย “ความประทับใจเมื่อแรกพบ ผ่าน การพูดการจา ผ่าน หน้าตาผิวพรรณผ่าน ยิ้มสวย ผ่าน ผมยาว ผ่าน ท่าทางไม่แรด ผ่าน แต่งตัวเรียบร้อย ผ่าน การบ้าน การเรือน ผ่าน ไม่ใช่ดารา ผ่าน รักสัตว์มีเมตตา ผ่าน เข้ากันได้ดีกับศิริและมงคล ผ่าน เข้ากับยัยแพร ได้ ดี ”ผ่าน ผู้หญิงคนนั้นมองเขาครั้งหนึ่งแล้วส่ายหน้าอย่างกังวล “เสียดายจังที่หนูตัวเล็กไปหน่อย ลูก ชายแม่ตัวเบ้อเริ่มเลย อย่างนี้จะ ”ไหวเหรอเนี่ย โอ๊ย! นี่พูดถึงฉันอยู่รึเนี่ย ฉันไม่ได้อยากตัวเล็กอย่างนี้ซะ หน่อย พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ด้วย ยังกะ จะส่งเขาไปประกวดนางงาม อย่างนั้นแหละ! ผู้หญิงคนนั้นมองเขาหัวจดเท้าอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตามา หยุดที่หน้าอกอยู่นาน “แต่ไม่ เป็นไร หนูมีขนาดหน้าอกมาทดแทน ข้อบกพร่อง หุ่นดีเซ็กซี่สมส่วน ”ผ่าน ผู้หญิงคนนั้นทำา เครื่องหมาย ในกระดาษอีก หันมายิ้มให้เขาเป็นพัก ๆ แล้วก็พูดอะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียว “อืม..คะแนนคุณสมบัติ ข้อละสิบคะแนน อยู่ด้วยกันก่อนแต่ง ติดลบสี่สิบ ที่ลบไม่มากเท่าไหร่ เพราะมาอยู่ด้วยกันแล้วคุณภาพชีวิต ของพจน์ดีขึ้น อืม... ”นอกนั้นแล้วก็ผ่านไม่มีติดลบอีก แม้จะชอบผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหนแต่เขาก็อึดอัดเหมือนกันที่ ถูกสายตาของเธอมองอย่าง ประเมินอย่างนี้ 120
  • 121.
    สักพักหนึ่งผู้หญิงคนนั้นก็พูด “โอ้โห รวมคะแนนออกมาแล้ว ดีมากเลยคะแนนความประทับใจแรกพบห้าร้อยแต้มหนูได้ตั้งสี่ร้อยเก้า สิบแปดเลยนะจ๊ะรู้มั้ย ขนาดยังไม่ได้คิดคะแนนชาติ ตระกูล นิสัย การ ศึกษา เลยนะนี่ อ้อ ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ” “ปรานนท์ค่ะ “แหม” ผู้หญิงคนนั้นโบกพัดเป็นจังหวะ ตรงปลายพัดขนนก ยูงสีเขียวจะเป็นลายสีแดงมนๆ เมื่อขยับพั่บๆ อย่างนี้ทำาให้เขาตาลาย “ชื่อเหมือนผู้ชายเลยนะจ๊ะ” ก็ชื่อผู้ชายน่ะสิ! “จะเรียกนนท์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ แล้วคุณคือใคร คะ” “อุ้ย! ฉันนี่เสียมารยาทจริง ๆ มาถึงก็ถามเอาๆ หนูคงตกใจ แย่เลย”ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ คิกคัก รวบพัดเก็บเป็นเส้นเดียว “ฉันชื่อพิรุณพรรณรายเป็นแม่ ของพจน์กับพัดแพรจ๊ะ” ปรานนท์อ้าปากค้าง ไม่น่าเชื่อเลย ผู้หญิงคนนี้ดูไม่น่าจะอายุ เกินสี่สิบเลยด้วยซำ้า หุ้นก็ยังเช้ง กระเด๊ะ ไม่น่าจะมีลูกโตอย่างพจน์กับ น้องแพรได้เลย “เอ่อ คุณน้า” เป็นแม่ของพจน์นี่ เรียกคุณน้าคงไม่เป็นไร นะ“สวยมากเลยค่ะ ฉันน่าจะคิด ออกได้ตั้งนานแล้วว่าคุณน้าเป็นแม่ ของพจน์กับน้องแพร น้องแพรได้เชื้อหน้าตาดีกับขาเรียวสวยมา จากคุณน้านี่เอง” “แหม อย่าชมกันอย่างนั้นเลยจ้ะ” คุณน้าพิรุณพรรณราย โบกมือห้ามแต่เขาเห็นว่าคุณน้าเขิน หน้าแดงพอใจอยู่ไม่น้อยที่เขา ชมอย่างนั้น “ยัยแพรเล่าให้แม่ฟังว่ามีผู้หญิงมาอยู่กับพจน์แม่ก็เลยเป็น ห่วงน่ะกลัวว่าจะเป็นคนไม่ดีก็เลยมาดู แม่ชอบหนูมากจ๊ะ หนูไม่ เป็นอย่างที่แม่คิดไว้เลย หนูน่ารักสม กับเป็นกุลสตรี ถูกใจ๊ถูกใจแม่ ที่สุดเลย อุ้ย! นี่ฉันเผลอเรียกตัวเองว่าแม่เหรอเนี่ยแสดงว่าฉันต้องมี ความผูกพันกับหนูมาก่อนแน่ๆ เลย ให้ฉันเรียกตัวเองว่าแม่เถอะ นะจ๊ะ หวังว่าหนูคงไม่รังเกียจนะ” (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 131 – 132) ปรานนท์เริ่มทำาใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงของตนเอง เขาเริ่มออก ซื้อหาเสื้อผ้า ไม่พยายามยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ชาย และใช้ชีวิตอยู่กับ พจน์ได้เป็นปกติมากขึ้น ขณะนี้พวกเขาทั้งสามคนกำาลังนั้งอยู่บนพื้นหัองนั่งเล่น ท่ามกลางข้าวของสารพัดที่ยัยแพรกับ ปรานนท์ซื้อมา เขาต้องทยอย 121
  • 122.
    ขนของทั้งหมดจากรถมาอยู่ห้ารอบ ถึงจะว่าเป็นของใช้จำาเป็นแต่เขาก็ อดคิดไม่ได้ว่ามันออกจะเยอะเกินไปสักหน่อย รองเท้ายี่สิบแปดคู่ กระเป๋าอีกสิบสองใบนี่มันสิ้นคิดแล้ว! คน เรามีมือกับเท้าแค่อย่างละสอง เองนะ เขารู้ดีว่าปรานนท์ของเขาไม่ใช่คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไร้สาระ แบบนี้ ของที่เยอะแยะมากมาย แบบนี้จะต้องมาจากลูกยุของยัยแพร แน่ๆ ดูได้จากเสื้อผ้าข้าวของแต่ละชิ้นเป็นยี่ห้อแบรด์เนมที่ยัย แพร ชอบทั้งนั้น เขาไม่คิดว่าปรานนท์จะรู้หรอกว่ากระเป๋าเดินตลาดติงต๊องที่ ยัยแพรเพิ่งเอาออกมา จากถุงราคาเกือบแสน หรือเสื้อแขนกุดตัวนั้น ราคาสองหมื่นกว่าบาท ปรานนท์ดูจะไม่ค่อยใส่ใจสนใจพวกเสื้อผ้าเท่าไหร่ด้วย ผิ ดกับยัยแพรที่เอาแต่กรี๊ดกร๊าดและรื้อถุงกระดาษออกมาอวดเขาอย่าง สนุกสนาน เชอะ! คนจ่ายเงินไม่สนุกหรอกนะ “ ”พี่นนท์เป็นผู้หญิงสวยหน้าหวาน ยัยแพรพูด “อะไรที่ดูคุณ หนู หรูหราแต่น่ารักเนี่ยเหมาะ ”กับพี่นนท์ที่สุด ยัยแพรชูเสื้อสีฟ้า อ่อนมีสายผูกที่เอวให้เขาดู เขาเห็นด้วยกับยัยแพร ปรานนท์เหมาะกับเสื้อผ้าที่ดู เรียบร้อยเป็นผู้ดีแต่เขาก็เสียดายนิดๆ เขาชอบเวลาที่เธอใส่เพียงเสื้อ เชิ้ตตัวเดียวแล้วเห็นข้างในได้รำาไร มันเซ็กซี่เร้าใจที่สุดเวลาผู้หญิงถูก โอบ ล้อมไปด้วยกลิ่นไอจากชายเสื้อของเขา “ ”น้องแพรไม่ยอมให้ฉันซื้อกางเกงเลย ปรานนท์เล่าบ้าง เขายิ้ม ชาตินี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้เธอใส่กางเกง! (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 103) ศราวุธ ขอเข้าพบพจน์เพื่อแจ้งว่าเขาเป็นคู่หมั้นของปูเป้ และเขา ต้องการรับตัวเธอกลับไปอยู่บ้าน พจน์หึงหวงแต่ทำาอะไรไม่ได้ เพราะ ปรานนท์เองก็สมัครจะกลับไปอยู่ครอบครัวของตนเองมากกว่าเพื่อเรียน รู้ความเป็นมาของตนเอง เสื้อผ้าของปูเป้ส่วนใหญ่เป็นสีดำาหรือไม่ก็เทา ซึ่งเขาไม่ชอบ เลย สีงานศพชวนหดหู่เป็นที่สุด เขาคิดว่าเธอยังคงไว้ทุกข์ให้คุณพ่อ กับคุณแม่ที่เสียชีวิตไป เขารู้สึกโศกเศร้าไปกับเธอด้วย แต่เวลาก็ ผ่านไปตั้งเจ็ดแปดปีแล้วเธอยังทำาใจกับความสูญเสียไม่ได้อีกหรือ ความเศร้าหมองทุกข์ระทมของเธอ คงทำาให้คุณปู่และพี่ตั้มปวดร้าว มากทีเดียว นอกจากเสื้อสีฟ้าลายดอกไม้เล็กๆ กับกระโปรงเข้าชุดกันที่ สวมอยู่และโทรศัพท์มือถือ ปรานนท์ก็มาที่นี่ตัวเปล่าไม่ได้เอาอะไรมา 122
  • 123.
    ด้วยอีก ตอนนี้เขาชักจะคิดถึงเสื้อผ้าของตัวเองทีทิ้งไว้ที่ คอนโดฯพจน์ ขึ้นมาตงิดๆ เขาเคยขนลุกสยองขวัญที่ต้องสวมเสื้อผ้าผู้หญิงหวานแหวว พวกนั้น แต่พอ ทำาความคุ้นเคยไปสักพัก กระโปรงบานๆใสแล้วโปร่ง สบายกว่ากางเกงเสียอีก สีหวานๆใส่แล้วสดใสดูมี ชีวิตชีวา เขายังใส่ เสื้อผ้าที่ไปซื้อกับน้องแพรไม่หมดเลย ความผิดเจ้าบ้าพจน์นั่นแหละ ที่ ไม่ยอมให้เขา ขนเสื้อผ้ามาด้วย เซ็งนะเนี่ย เขาเจอใบปริญญาบัตรของปูเป้ในลิ้นชักของโต๊ะเขียน หนังสือ ปูเป้จบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เธอพึ่งรับ ปริญญาไปได้สองเดือนที่แล้วนี้เอง มีแฟ้มพลาสติกกวางอยู่ข้างใต้ใบ ปริญญาด้วย ด้านในมีใบแสดงผลการศึกษาเขาไม่ค่อยรู้หรอกนะ ว่าปูเป้เป็นคนยังไง แต่เห็นได้ชัดเลย ว่าเรื่องการเรียนไม่ใช่ พรสวรรค์ของเธอ เธอเรียนอยู่สี่ปีกับอีกหนึ่งซัมเมอร์เกรดเฉลี่ยของเธอ ห่วยแตก แม้แต่วิชาเลือกง่ายๆ เธอยังติดเอฟ นี่อาจจะเป็นพรสวรรค์ ของเธอก็ได้ เรียนให้เกรดเฉลี่ยออกมาสอง จุดศูนย์เป๊ะน่ะ มันยาก กว่าได้สี่จุดศูนย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งหนึ่งเสียอีก! กระเป๋าสตางค์ของปูเป้วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เขาเปิดมัน ออกข้างในมีบัตรประชาชนรูปใน บัตรเป็นรูปที่ถ่ายเมื่ออายุสิบห้า เธอ เป็นเด็กสาวที่น่ารักทีเดียว หน้าดูอ่อนใสกว่าอายุสิบห้ามากๆ คง เป็นเพราะเธอเป็นเด็กตัวเล็กด้วยล่ะมั้ง เขาดูวันหมดอายุในบัตร อีกไม่กี่เดือนเธอ-ซึ่งหมายถึงเขา-ต้อง ทำาบัตรใบใหม่แล้ว มาอยู่ ร่างกายใหม่ก็มีข้อดีอย่างนี้เอง เขาลดอายุไปได้ตั้งหลายปี ฮ่าฮ่า เทียบ กัน แล้ว เจ้าบ้าพจน์กลายเป็นคนแก่ไปเลยนะนี่ นอกจากบัตรประชาชน กระเป๋าของเธอก็ว่างเปล่า ปูเป้ไม่ได้ มีพวกบัตรเคดิต บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรสมาชิกพวกห้างสรรพสินค้าต่างๆ แบบผู้หญิงสาวๆ ทั่วไป ไม่มีเงินเลยสักบาท สงสัยจริงๆ ว่า เวลาปูเป้ ไปไหนมาไหนเธอเอาเงินจากที่ไหนใช้ นี่ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์แล้ว แต่ มันคือกระเป๋าบัตร ประชาชนต่างหาก เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตาตัวเองในกระจกวิญญาณปูเป้ตอน นี้ไปอยู่ไหนเสียที่ไหนกันนะ เธอ กำาลังล่องลอยอยู่รอบๆ ตัวเขาอยู่หรือ ไม่ เขามาอยู่ในร่างกายของเธอ มาแทนที่เธอในทุก ๆทาง เธอ โกรธรึ เปล่าหากเขาเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เป็นของเธอ เธอโกรธเขารึเปล่า ที่มาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของ เธอไปแย่งชิงตัวตนของเธอ แย่งชิงความ รักความอาใจใส่ของทุกๆ คนที่เคยมีให้เธอมาทั้งหมด เป็นไปได้หรือไม่ที่วิญญาณเธอจะกลับมา แล้วเขาล่ะ เขาจะ ไปอยู่ที่ไหน... เขาถอนใจ พยายามเอาเรื่องนี้ออกไปจากความคิด กังวลไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา เขา ตายไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ควรจะมาอยู่ ที่นี่เลยด้วยซำ้าการมาอยู่ในร่างปูเป้ก็เหมือนเป็นกำาไรชีวิต เขา ไม่ได้ 123
  • 124.
    เลือกที่จะมาอยู่ในร่างเธอเสียหน่อย ถ้าปูเป้ไม่วิ่งเข้าไปในแสงสีขาวซึ่ง ควรจะเป็นที่ของเขา การที่วิญญาณมาอยู่ผิดร่างจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 244-245) 3. จุดสุดยอด ยิ่งนานวัน ปรานนท์ก็เริ่มตระหนักในความอึดอัดใจที่ปูเป้ต้อง ประสบ เพราะเขาตกอยู่ในสายตาของคนรอบข้าง ที่เสี่ยทรงชัยบังคับให้ จับตาดู เพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตาย ปรานนท์เบื่อและขาดอิสระ “คุณหนูเคยกระโดดบันไดนี้จริงๆ นะคะ แมวบอกเมื่อเขาทำา หน้าไม่อยากจะเชื่อว่ามีคน สิ้นคิดขนาดใช้วิธีนี้ฆ่าตัวตายด้วย“เกือบ สำาเร็จด้วยค่ะคุณหนูพุ่งเอาหัวลงกระแทกโต๊ะตรงนั้น” แมวชี้ โต๊ะไม้ สักขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากชั้นหนังสือ “แมวอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนะ คะ หัวคุณหนูกระแทกมุม โต๊ะเสียงดังมากค่ะ แล้วคุณหนูก็นอนนิ่งไป เลย” เขามองมุมโต๊ะที่ปูเป้เคยกระโดดลงไปเอาหัวกระแทก และ เปลี่ยนใจว่าเธอไม่ได้สิ้นคิดในการ เลือกวิธีฆ่าตัวตาย ขอบโต๊ะไม้ สักมองจากมุมนี้น่ากลัวมาก ทั้งใหญ่และแหลม เฮ้อ ยังอุตส่าห์รอดมาได้ อีกนะ จากนั้นแมวก็อ้อนวอน ขอให้เขาออกจากห้องไป ด้วย เหตุผลที่ว่า เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ คุณหนูเข้าใกล้ห้องหนังสือ “ถ้าคุณหนูอยากเข้ามาลองไปขออนุญาตคุณปู่ดูสิคะ แมวพูด เหมือนป้าแจงไม่ผิดเพี้ยน แน่นอน เขาวิ่งแจ้นไปขอคุณปู่ทันที และคำาตอบของท่านคือ “ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต ห้องหนังสืออันตรายเกินไปสำาหรับหนู” “คุณปู่คะ อนุญาตเถอะค่ะ” เขาอ้อนวอน “ฉันสัญญานะคะว่า จะไม่ปีนบันไดไม่ฆ่าตัวตายไม่ ไปยุ่งกับโต๊ะตัวนั้นขอแค่ไปเลือก หนังสือนิดๆ หน่อยๆจากนั้นฉันก็จะหยิบออกไปอ่านที่ห้องตัวเอง ไม่ ไป ที่ห้องหนังสืออีกเลยค่ะ” “อย่าเลยหลานรัก หนูรักปู่ไม่ใช่เหรอ อย่าทำาให้ปู่ไม่ สบายใจเลยนะ”ได้ยินคุณปู่พูดอย่างนี้ ใครจะไปกล้าคะยั้นคะยอท่าน ต่อล่ะ“ก็ได้ค่ะ”เขายิ้มฝืน ๆ โธ่เอ๋ย! คุณปู่กลัวฉันเอาสันหนังสือมาฟาดหัวแตกตายรึไง นะ ห้ามเข้าใกล้สระว่ายนำ้า ห้ามเข้าห้องครัว ห้ามเข้าห้อง หนังสือ ทั้งวันเขาแทบขยับตัวไม่ได้เลย ต้องมีคนมาห้ามนั้นห้ามนี่ตลอด “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่า ไม่ให้คุณหนูเอากรรไกรมา เล่น” 124
  • 125.
    โธ่เอ๋ย! กรรไกรอันแค่นี้ ตัดนิ้วยังไม่ขาดเลย “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่าไม่ให้คุณหนูเข้ามาในห้อง เก็บของ” โธ่เอ๋ย! ก็บอกหลายทีแล้วไงว่าไม่เอายาฆ่าแมลงมาดื่มหรอก น่า “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยครับว่า ไม่ให้คุณหนูเดินมาทางนี้” โธ่เอ๋ย! พื้นตรงนี้ลื่นหน่อยเดียวเองฉันไม่สะเหล่อขนาด หกล้มตายหรอก “เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดเลยค่ะว่าไม่ให้คุณหนูเข้าใกล้ห้องออก กำาลังกาย” โธ่เอ๋ย! คิดว่าฉันจะเอาดัมเบลล์นั่นมาทับตัวตายรึไง ยกยัง ไม่ขึ้นเลย และยังห้ามอะไรต่อมิอะไรมากมายจนเขาจำาไม่หวาดไม่ไหว ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนั้น ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูทำาอย่างนี้ ไม่ได้ค่ะ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนั้น ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณหนูเข้าห้องนี้ โธ่เอ๋ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว มีใครฟังฉันบ้า งมั้ย! ไม่มีเลยสักคน พวกลูกจ้างในบ้านปฏิบัติตามคำาสั่งคุณปู่อย่างเคร่งครัด อ้อนวอนขอร้องแค่ไหนก็ไม่ผ่อนปรน ให้เลยสักนิด เมื่อปรานนท์ถูก ห้ามทำาอะไรพวกเขาจะมองมาอย่างเห็นใจพร้อมกับแนะนำาให้มาขอ อนุญาตคุณปู่และทุกครั้งที่เขาขอคุณปู่ คำาตอบของท่านก็เหมือน เดิม คือ “ไม่ได้ ปู่ไม่อนุญาต มันอันตรายเกินไปสำาหรับหนูนะ หลาน รัก” เอาคำาสั่งห้ามของคุณปู่มา รวมกันทุกข้อ สุดท้ายแล้ว ในบ้าน หลังใหญ่มหึมาโอ่อ่าอลังการ เขาก็ได้รับอนุญาตเพียงแค่อยู่ในห้อง ตัว เอง เขาจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นได้เฉพาะเวลาที่คุณปู่อยู่ด้วยเท่านั้น จะ ไปคนเดียวไม่ได้ ส่วน ห้องอาหารจะไปได้เฉพาะเมื่อถึงเวลา คือแปด โมง สิบเอ็ดโมงครึ่ง และหนึ่งทุ่ม มันจะอันตรายอะไรกันนักหนา! เจ้าบ้าพจน์วิตกจริตเป็นห่วงเขาจนน่ารำาคาญ แต่ของพจน์ ยังแค่ระดับกวนประสาท มาเจอ คุณปู่น่ะ พจน์ชิดซ้ายไปเลย เท่านั้นยังไม่พอ การเป็นคุณหนูลูกผู้ดีไม่ได้สนุกอย่างที่คิด เวลาจะหยิบจับอะไรจะต้องมีคน มารองมือรองเท้าไปเสียหมด เขา เสนอตัวช่วยคนรับใช้ทำางานบ้าน ทุกคนก็ไม่ยอม 125
  • 126.
    คุณหนูอย่าค่ะ งานถูพื้นเป็นงานของคนใช้นะคะ คุณหนูไป นั่งตรงนั้นดีกว่า เดี๋ยวผมรดนำ้าต้นไม้พวกนี้เองข้างนอกแดดร้อน คุณหนูไป อยู่ในบ้านสบายๆ เถอะครับ คุณหนูขัดห้องนำ้าเองไม่ไหวหรอกค่ะ งานหนักแบบนี้ให้หนู ทำาเอง เขาไม่ได้ทำาอะไรเลย ไม่มีอะไรให้เขาทำา เขาเกลียดการอยู่เฉยๆที่สุด มันน่าเบื่อสิ้นดี (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 288-290) สุดท้ายเมื่อปรานนท์แวะออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาบ้านก็ต้อง ทะเลาะกับเสี่ยทรงชัยอย่างร้ายแรง “คุณปู่คะ ”เกิดอะไรขึ้น “อีปูเป้!” คุณปู่กันมาชี้หน้าปรานนท์ความโกรธย้ายจากพวก บอดี้การ์ดมาลงที่เขาทั้งหมด “กู บอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าถ้าคิดหนีออก จากบ้านอีกมึงจะต้องเจออะไรบ้าง นังเด็กระยำาไร้ค่า!” ปรานนท์ผงะ ชายแก่หยาบคายหน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัวนี่คือ คุณปู่จริงๆน่ะหรอ “ฉะ... ”ฉันแค่ออกไปกาเพื่อนเฉยๆค่ะ เขาพูดอึกอัก “ไม่ได้ ”คิดจะหนีออกจากบ้านเลยนะคะ “อย่าบังอาจเถียงกู!” โดยไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือของท่านฟาดลงบนใบหน้าเขาดังเพี ยะเต็มแรงปรานนท์หน้าหันปลิว ตามแรงตบลงไปกองบนพื้น พวกบอดี้การ์ดที่รายล้อมตกตะลึงอ้าปากค้าง ปรานนท์ตกตะลึงยิ่งกว่า เสียงหึ่งยังคงดังก้องในหูจากการ ถูกตบ แก้มซ้ายชาด้านไปทั้งแถบ ความเงียบตามมาหลังจากนั้น ศักดิ์ช่วยพุยงร่างเล็กๆ ของเขาขึ้นมา พูดด้วยนำ้าเสียงอย่าง คนที่กำาลังระงับความโกรธ “เสี่ยครับ คุณหนูความจำาเสื่อมนะครับ เสี่ยทำาอย่างนี้กับคุณ ”หนูได้ยังไง “กูเป็นปู่มัน กูทำาอะไรกับมันได้ทั้งนั้น ! ถ้ามึงไม่อยากเป็นคน ว่างงานอย่ามาเสือกเรื่อง ของกู!” คุณปู่ตวาดศักดิ์ซึ่งหน้าซีดเผือดลงไปทันที แล้วก็แบะปาก ให้ปรานนท์ “ความจำาเสื่อมแล้วไง สันดานเดิมแกก็ยังอยู่ครบถ้วน นั่นเเหละ ฉันกำาจัดแม่แกได้ แต่เห็นได้ชัดว่ากำาจัดสายเลือดชั้นตำ่าในตัว แกออกไปไม่ได้ แกเป็นหลาน เป็นสายเลือดของฉัน แต่แกไม่เคย 126
  • 127.
    เห็นหัวฉันเลยแกเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน หมด ฉันนึกว่าความจำาเสื่อม แล้วแกจะเป็นเด็กดีขึ้นบ้างแต่เปล่าเลยสั่งอะไรแกต้องเป็นปรปักษ์กับฉัน ทุกเรื่อง แกคิดว่าหนีฉันไปหาไอ้เพื่อนสวะนั่นแล้วแกจะเป็นอิสระ งั้นเหรอ นำ้าหน้าอย่างแกน่ะหรือจะหนีฉันพ้นฉันเลี้ยงแกมาอย่างคุณหนู เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ลืมไอ้ผู้ชายคนนั้นได้เลย มันไม่มีปัญญาเลี้ยงคน ไร้ ค่าทำามาหากินไม่ได้อย่างแกหรอกแกต้องพึ่งพาฉันตลอดไปและฉันสั่ง ให้ทำาอะไรแกก็ต้องทำา!” ความโกรธทำาให้คุณปู่หลุดพรั่งพรูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจออกมา ปรานนท์มองคุณปู่อย่างปวดร้าว ผิดหวัง หนาวเยือกกับสิ่งที่ท่านพูด คุณปู่คิดว่าการที่เขาขอร้องให้ผ่อนปรนกฎบังคับบ้าๆ ทั้งหลายนั้น เป็นการ ไม่เห็นหัวท่านงั้นเหรอ แล้วเขาต้องทำายังไงล่ะท่านถึง จะพอใจ “ฉันขอสั่งให้แกเลิกคบเลิกติดต่อกับไอ้เพื่อนคนนั้น” ท่านพูด ต่อด้วยเสียงกร้าวกระด้าง “อีสุ แม่แกมันกะหรี่ ยั่วยวนจนลูกชายฉัน หลงหัวปักหัวปำาแกมันก็ไม่ต่างอะไรจากแม่แกเลย แกสวมแหวน ของไอ้ตั้ม แต่แกก็ยังระงับความคันไม่ได้ ต้องแรดไปหาผู้ชายอีก คน” ตะโกนดังลั่น “ไอ้ตั้มกลับมา เมื่อไหร่แกต้องแต่งงานกับมันทันที!” ไปไหนไม่ได้ ทำาอะไรไม่ได้ มีเพื่อนไม่ได้ ตกอยู่ใต้อำานาจ ของคุณปู่โดยสิ้นเชิง ถูกท่านควบคุม ทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่ปูเป้เคยเผชิญมาตลอดชีวิตงั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่ฉันจะต้องเผชิญไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ ไม่มีทาง! ความกรุ่นโกรธของปรานนท์แผ่พุ่งออกมาจากทุกอณูโดย ฉับพลันคำาพูดของคุณปู่เหมอนฟาง เส้นสุดท้ายที่ทำาให้ความอัดอั้น ตันใจ ความเบื่อหน่ายหดหู่ และความหงุดหงิดที่เก็บสะสมมาหลายวัน ระเบิดออกโชคชะตาเล่นตลกให้เขากลายเป็นปูเป้ เขาตั้งใจไว้ว่า จะพยายามทำาให้ดีที่สุด เขายอม อดทนอดกลั้นกลำ้ากลืนฝืนทนอยู่กับ ความเบื่อหน่าย ไม่เคยฝ่าฝืนข้อห้ามของคุณปู่เลยสักครั้ง แต่พอกันที มันจบแล้ว! แม้แต่ตัวปูเป้เองยังทนไม่ไหว แล้วเรื่องอะไรที่เขาต้องทน ด้วยล่ะ! “ไม่!” เขาตวาดก้อง หน้าหวานใสแดงกำ่าด้วยความโกรธ เขา ไม่เคยโกรธมากเท่านั้นมาก่อน ความโกรธบดบังความนอบน้อมอ่อน หวานที่เขาเคยให้คุณปู่จนหมดสิ้น “ฉันจะไม่ทำาอะไรที่คุณปู่สั่ง ทั้งนั้น คุณปู่ไม่มีสิทธิ์บังคับ 127
  • 128.
    คุณปู่ชะงัก มองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา รวมถึงพวกบอดี้ การ์ดด้วยทุกทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง กันหมด ก็แน่ล่ะสิ คุณหนูปูเป้ คนเก่าไม่เคยเสียงดังกับคุณปู่เลยสักครั้ง แต่เขาไม่ใช่ปูเป้คนนั้น และจะไม่มีวันเป็นด้วย! “ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!” เขาตะโกนใส่หน้าท่าน “ฉันไม่ แปลกใจเลยที่ปูเป้จะอยากตาย ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจว่าทำาไมเธอถึง เกลียดชังคุณปู่เหลือเกินฉันมันโง่เองที่หลงทำาตามความต้องการของ คุณปู่มาตั้งนาน ฉันพยายามแล้วพยายามที่จะรักคุณปู่ พยายามที่ จะเป็นหลานสาวที่ดี แต่ฉันทำาไม่ได้ ไม่คิดจะทำาแล้วด้วย ต่อให้ปูเป้ เปลี่ยนวิญญาณไปสักสิบครั้ง ก็ไม่มีใครรักคุณปู่หรอกค่ะ และมันเป็น เพราะความโหดเหี้ยมร้ายกาจของคุณปู่นั่นแหละ!” “แก!” คุณปู่เงื้อมือขึ้นอีกครั้ง พวกบอดี้การ์ดกลั้นหายใจ “คุณปู่อาจจะได้รับความสะใจชั่วครู่ที่ทำาให้ฉันเจ็บ แต่คุณปู่ จะไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ” เขา มองเข้าไปในดวงตาท่านอย่าง ท้าทาย เลือดขึ้นหน้า ไม่สนอะไรแล้วทั้งนั้น “คุณปู่มันก็แค่คนเห็นแก่ตัว ที่ชอบวางอำานาจข่มเหง ฉันพยายามปรับตัว แต่คุณปู่ ไม่เคยคิดที่ จะปรับตัวเข้าหาฉันบ้างเลย ฉันอายุ ยี่สิบสอง โอ๊ย ไม่สิ ยี่สิบสองน่ะ แค่อายุร่างกาย ความจริงฉันแก่กว่านั้นอีก ฉันเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก สอง ขวบ ฉันมีความคิดเป็นของตัวเอง คุณปู่ปฏิบัติกับฉันราวกับ เป็นสิ่งของ ถ้าคุณปู่อยากได้หลานสาว น่ารักแบบที่คุณปู่ต้องการก็ไป ”ซื้อตุ๊กตามาสักตัวสิคะ “นี่ชักจะมากไปแล้ว!” คุณปู่ลดมือลงมากำาแน่น ในความ โกรธ ปรานนท์เห็นว่าท่านเจ็บปวด ด้วย แต่ท่านพูดต่อว่า “อย่า สำาคัญตัวผิดไป แกมันแค่เด็กไร้ค่า อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าไล่แกออกจาก บ้าน นะ ฉันตัดหางปล่อยวัดแกได้ทุกเมือ ไม่มีฉันแล้วแกไปไหนไม่รอด แน่” นี่คุณปู่คิดจริงๆ เหรอว่าหลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว เขาจะอยู่ บ้านหลังนี้ต่อไปน่ะ ชาติหน้า ตอนบ่ายๆ เถอะ! “ถึงคุณปู่ไม่ไล่ ฉันก็จะไปจากบ้านหลังนี้อยู่แล้ว!” (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 321-324) 4. จุดคลี่คลายเรื่อง 128
  • 129.
    เมื่อปรานนท์รู้ความจริงทั้งหมดและถูกเสี่ยทรงชัยทำาร้ายร่างกาย ความอดทนก็หมดลง ปรานนท์กลับมาใช้ชีวิตตามเดิม แม่และน้องสาว ของพจน์เตรียมจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งคู่แต่แล้วปมในใจของปราน นท์ก็ประทุอีกครั้ง ทำาให้เขาต้องทะเลาะกับพจน์อย่างรุนแรง “นายเป็นเมียฉัน สุดที่รัก” เขาจับมือเธอทั้งสองข้างมากุมไว้ “ฉันรักนายมากเหลือเกิน” “ไม่ ฉันไม่ใช่เมียนาย” ปรานนท์มองหน้าเขา เธอพูดอย่าง จริงจังเต็มที “และไม่ นายไม่ได้รักฉันที่เป็นฉัน แต่นายรักผู้หญิงคนนี้ต่าง หาก” เธอกวาดมือทั่วร่างตัวเอง “ถ้าฉันยังอยู่ในร่างผู้ชายคนเดิม นายจะรักฉันอย่างนี้มั้ย” คราวนี้พจน์เป็นฝ่ายอำ้าอึ้งไปบ้าง เขาไม่สามารถให้คำาตอบเธอในเรื่องนี้ได้ จึงเปลี่ยนประเด็น ไปว่า “นายจะถามไปเพื่ออะไรล่ะ นายไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก แล้วนี่” “ใช่” ท่าทางเธอดูเจ็บปวดอย่างเหลือแสน “และนายเป็นคน เพียงคนเดียวในโลกที่รู้จักตัวตน ที่แท้จริงของฉัน ฉันเคยหลงคิดไปว่า ถ้าฉันยังมีนายอยู่ตัวฉันคนเดิมจะไม่ถูกร่างกายใหม่ของปูเป้กลืน ให้ หายไป แต่แล้ว แม้แต่นายก็ยังปฏิเสธสิ่งที่ฉันเป็น” เธอพูดเบาหวิว “สำาหรับนาย ฉันคือผู้หญิงอีก คนหนึ่งที่ยังไงก็ไม่ใช่ปรานนท์คน เก่า แล้วอย่างนี้ฉันจะอยู่กับนายไปเพื่ออะไรสู้กลับไปอยู่กับคุณปู่และ พี่ ตั้มไม่ดีกว่าเหรอ” “นี่มันจะไปกันใหญ่แล้ว” พจน์โบกมืออย่างหงุดหงิด “นายก็ คือนายนั่นแหละ แล้วที่นายมา อยู่กับฉันก็เพราะว่านายรักฉันน่ะสิ!” “ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย” เธอแย้ง “ฉันแค่คิดว่าฉันรักนาย และ นายรู้อะไรมั้ย ฉันคิดผิด” เสียง เธอมั่นคงจนน่าใจหาย “ฉันเกลียด นายไอ้คนเฮงซวยฉันเกลียดนายที่สุด” “พอกันที” เขาลุกขึ้นจากโซฟา ยำ่าเท้าปึงปังไปทางห้องนอน “ฉันไม่อยากฟังนายพล่ามไร้สาระอีกต่อไปแล้ว” “หยุดนะ” เธอจับแขนเขาไว้ “เรายังพูดกันไม่จบเลย” เขาสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ถนอมแรงนัก “ถ้านายเกลียด ฉัน นายจะมาอยู่ในร่างผู้หญิงบ้าๆ นี่ให้ฉันสับสนวุ่นวายใจไป ทำาไม ถ้านายตายๆ ไปซะตั้งแต่แรก ชีวิตฉันคงเป็นสุขกว่านี้เยอะเลย!” (พิมพ์ผกา, 2554, หน้า 442) 129
  • 130.
    อย่างไรก็ตาม ปมสุดท้ายที่ผู้เขียนคลี่คลายคือ ต่างคนต่างก็ ยอมรับได้ว่าต่างรักที่ตัวตนของกันและกันไม่ใช่เพียงเพราะอีกฝ่ายหนึ่ง สลับเพศ 5.การจบเรื่อง จบลงอย่างมีความสุข ปรานนท์ยอมรับตัวเองในสถานะที่เป็นหญิง พจน์ยอมรับกับตัวเองว่าเขารักปรานนท์ที่นิสัยใจคอไม่ใช่ในร่างของผู้ หญิงเช่นปูเป้ และทั้งสองได้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความ สุข แก่นเรื่อง รูปแบบการสลับร่างของนวนิยายเรื่องนี้ แปลกและแหวกแนวที่สุด จากนวนิยายเรื่องอื่นที่รวบรวมและศึกษามาก่อนหน้านี้ เพราะเป็นการ สลับร่างต่างเพศเพื่อมารักกับคนเพศเดียวกับจิตที่อาศัยร่างอยู่ และ เนื่องจากการเล่าเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆ เกือบวันต่อวัน ดังนั้น จึงเน้นที่ ความรู้สึกและพฤติกรรมของตัวละครและการทำาให้ตัวละครเอกยอมรับ ตัวเอง ทั้งปรานนท์และพจน์ ดังนั้น แก่นที่ต้องการนำาเสนอจึงเป็นการ แสดงให้เห็นว่า ความรักนั้นไม่มีข้อจำากัดทางเพศ เหมือนอย่าง ปรานนท์และพจน์ที่ยอมรับตัวเองได้ในท้ายที่สุด และที่สำาคัญอีกประการหนึ่ง คือ การยอมรับตัวตนของตนเอง ซึ่ง เป็นสัจธรรมหนึ่งที่ทำาให้มนุษย์อยู่ได้อย่างมีความสุข หมายรวมถึง การ ยอมรับและพอใจในสิ่งที่ตนมี เช่นเดียวกับปรานนท์ที่ยอมรับได้ว่า ตนเองไม่มีทางกลับไปร่างเดิมแล้วก็ต้องพยายามอยู่กับสิ่งที่มีให้ดีที่สุด เป็นต้น กลวิธีการเล่าเรื่อง นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง มีการเล่าแบบนักเขียนรู้ทุก อย่าง เนื่องจากนวนิยายเรื่องนี้มีขนาดยาว การเล่าเรื่องโดยนัก เขียนรู้ทุกอย่างจึงเหมาะสมที่สุด และง่ายต่อการดำาเนินเรื่อง กล่าวโดยภาพรวม นวนิยายเรื่องนี้มีความโดดเด่นที่โครงเรื่องการ สลับร่างหญิงชายเพื่อมารักกับชาย เนื่องจากไม่ค่อยได้มีการวางโครง เรื่องลักษณะนี้เท่าใดนัก ส่วนการวางโครงเรื่อง/ปมปัญหาย่อยยังไม่มาก พอที่จะทำาให้คลี่คลายเรื่องได้อย่างเข้มข้นและน่าติดตามนัก หากเป็น เรื่องที่ไม่มีการสลับร่าง พจน์และปรานนท์อาจกลายเป็นพวกเบี่ยงเบน ทางเพศ ดังนั้น การวางโครงเรื่องดังนี้ จึงเป็นการหาทางออกให้กับตัว ละครทั้งสอง โดยใช้ปาฏิหาริย์เข้าช่วย 130
  • 131.
    บทที่ 4 สรุปและอภิปรายผล การวิเคราะห์โครงเรื่องในนวนิยายแนวสลับร่างเป็นแนวทางที่ดี ในการทบทวนและศึกษาแนวโน้มการสร้างสรรค์นวนิยาย เนื่องด้วย ปัจจุบันนวนิยายเกิดขึ้นใหม่จำานวนมากจากนักเขียนหน้าเก่าและใหม่ ทำาให้โครงเรื่องบางประเภท หลีกหนีกันไม่พ้น เช่น การปลอมตัวเป็น หญิง หรือชาย การสลับร่างระหว่างฝาแฝด การปลอมตัวเพื่อลดสถานะ ของตนเองเพื่อพิสูจน์รักแท้ เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความ แปลกใหม่อีกต่อไป แต่นักเขียนที่มีฝีมือย่อมต้องพยายามทำาสิ่งที่มีอยู่นั้น ให้มีความพิเศษเฉพาะตัวได้ งานวิจัยฉบับนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของโครงเรื่อง ในนวนิยายแนวสลับร่างตั้งแต่ พ.ศ. 2550 – 2554 ตลอดจนองค์ ประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การดำาเนินเรื่อง แก่นเรื่อง กลวิธีการเล่าเรื่อง 131
  • 132.
    เพื่อทำาความเข้าใจรูปแบบของวรรณกรรมแนวสลับร่างที่มีการผลิตใน ปัจจุบัน และเป็นแนวทางสำาหรับการศึกษาวิจัย หรือการสร้างสรรค์ผล งานในรูปแบบโครงเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไปในอนาคต วัตถุประสงค์ของการวิจัย งานวิจัยนี้เป็นไปเพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบโครงเรื่องบันเทิงคดี ไทยแนวสลับร่างพ.ศ. 2550-2554 ในประเด็นดังต่อไปนี้ 1. โครงเรื่องใหญ่/ โครงเรื่องย่อย 2. ความขัดแย้ง 3. การดำาเนินโครงเรื่อง 4. แก่นเรื่อง 5. กลวิธีการเล่าเรื่อง (มุมมอง) ความสำาคัญของการวิจัย งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาความเป็นไปในแวดวง วรรณกรรม อันได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของการนำาไป ประยุกต์เป็นละคร ภาพยนตร์ หรือสื่ออื่นๆ ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่านี้ เมื่อได้มีการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์วิจารณ์ ย่อมจะเป็นผลดีต่อ การศึกษาพัฒนาการวรรณกรรมปัจจุบันในอนาคต ขอบเขตของโครงการวิจัย ขอบเขตด้านข้อมูล งานวิจัยฉบับนี้ อาศัยข้อมูลจากนวนิยายในการวิเคราะห์โครง เรื่อง จำานวน 4 เรื่อง ดังนี้ 1. นวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง ของเจ้าปลาน้อย พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2550 2. นวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ของรอมแพง พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 3. นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ ของพิมลพัทธ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 และ 2 พ.ศ. 2553 4. นวนิยายเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ของพิมพ์ผกา พิมพ์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2554 สรุปและอภิปรายผล 132
  • 133.
    จากนวนิยายจำานวน 4 เรื่องที่ได้นำามาเป็นกลุ่มตัวอย่างสำาหรับการ วิเคราะห์รูปแบบของโครงเรื่องนั้นสรุปเป็นตารางได้ ดังนี้ ประเด็น พิจารณา/ เปรียบเทียบ ยุ่งนักเมื่อรัก สลับร่าง (เจ้าปลา น้อย) ป่วนรักสลับ ร่าง (รอมแพง) คือ...เธอ (พิมลพัทธ์) ปาฏิหาริย์รัก สลับร่าง (พิมพ์ผกา) เพศ ชาย/ชาย หญิง/ชาย หญิง/หญิง ชาย/หญิง วัย วัยรุ่นตอนต้น วัยทำางาน วัยรุ่นตอน ปลาย วัยทำางาน สถานะ พี่ชาย-คนรัก แฟน-เพื่อน คนแปลกหน้า เพื่อนร่วมชั้นที่ ไม่ถูกชะตากัน คนแปลกหน้า สื่อกลาง คำาอธิษฐาน/ อุบัติเหตุรถชน ธรรมจักร อุบัติเหตุรถชน อุบัติเหตุรถชน จำานวนการ สลับ 2 2 1 1 ร่างแท้จริง อัมพาต เสียชีวิต ปกติ เสียชีวิต เสียชีวิต เจ้าของร่าง แฝง เสียชีวิต เสียชีวิต ปกติ เสียชีวิต/กลับ ชาติมาเกิด ใหม่ เสียชีวิต ผลกระทบ จากการสลับ ร่าง สังคม ประณาม/ ไร้ปัญหา แก้ปัญหา ครอบครัว /เรียนรู้นิสัย กัน เรียนรู้ พฤติกรรม/ แก้ไขสิ่งที่ผิด พลาด ยอมรับตัวตน ที่เปลี่ยนแปลง ไป การคืนร่าง เดิม ไม่สำาเร็จ สำาเร็จ ไม่สำาเร็จ ไม่สำาเร็จ กลวิธีการ เล่าเรื่อง บุคคลที่สาม แบบมีข้อจำากัด นักเขียนรู้ทุก อย่าง นักเขียนรู้ทุก อย่าง นักเขียนรู้ทุก อย่าง ตารางที่ 1 ผลสรุปการวางโครงเรื่องแนวสลับร่างจากนวนิยายแนวสลับร่างจำานวน 4 เรื่อง จากตารางจะเห็นได้ว่านวนิยายแนวสลับร่างทั้ง 4 เรื่องที่ศึกษามี ลักษณะร่วมของการวางโครงเรื่อง ดังนี้ 1. โครงเรื่องมักกำาหนดให้ตัวละครเอกสลับร่างกับตัว ละครประกอบเป็นส่วนใหญ่ (75%) นวนิยายเพียงเรื่องเดียวที่กำาหนดให้ตัวละครเอกสลับร่างกัน คือ ป่วนรักสลับร่าง นอกนั้นเป็นการสลับร่างของตัวละครเอกกับตัวละคร ประกอบ 133
  • 134.
    2. โครงเรื่องมักกำาหนดให้เหตุการณ์ที่ทำาให้เกิดการสลับ ร่างมากที่สุด คืออุบัติเหตุรถชน (75%) มีเพียงนวนิยายเรื่อง ป่วนรักสลับร่าง เท่านั้นที่สลับร่างโดยใช้ การสบตาผ่านธรรมจักรในวันที่มีสุริยุปราคา และเป็นเรื่องเดียวที่ให้นำ้า หนักกับตัวละครที่สลับร่างทั้งสองตัว อีกทั้งตัวละครทั้งสองยังสามารถ สลับกลับคืนร่างเดิมได้สำาเร็จ รวมถึงควบคุมการสลับร่างได้อีกด้วย 3. โครงเรื่องมักกำาหนดให้ร่างของตัวละครเอกหมดลง และจิตย้ายไปอยู่ในร่างใหม่ โดยที่จิตของร่างใหม่มักจะไปอยู่ภพ อื่น ไม่กลับมาเข้าร่างอีก (75%) ผู้เขียนมักหาทางออกให้ตัวละครประกอบที่ถูกใช้ร่างนั้นเสียชีวิต ไป ดวงจิตไม่กลับเข้าร่างเดิม และร่างแท้จริงของตัวละครเอกก็มักจะเสีย ชีวิตในที่สุด เช่น 3.1 ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แพทใช้ร่างของโม ในขณะที่ จิตของโมไม่กลับเข้าร่างแล้ว ร่างกายของแพทเองก็เสียชีวิตไปและถูก เผาทำาลายในที่สุด ต่อมาดวงจิตของแพทก็ไปใช้ร่างของรอยด์ ส่วนจิต ของรอยด์ไม่มีการกล่าวถึง 3.2 คือ...เธอ อรกานต์ใช้ร่างของธีร์วรา ในขณะที่ร่างของ ตัวเองถูกเผาทำาลายไปแล้ว ต่อมาจิตของธีร์วราจึงขอกลับมาเป็นเกิด ใหม่ในครรภ์ของร่างเดิม 3.3 ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ปรานนท์ใช้ร่างของปูเป้ ใน ขณะที่ร่างของตัวเองถูกเผาทำาลายไปแล้ว ส่วนจิตของปูเป้นั้นไม่กลับมา อีก จะเห็นได้ว่าจากที่กล่าวมานวนิยายทั้ง 3 เรื่องที่หาทางออกให้แก่ ร่างของตัวละครเอกด้วยการกำาหนดให้ถูกเผาทำาลาย เพื่อบังคับให้จิต ของตัวละครเอกต้องหาทางอยู่ร่วมกับร่างใหม่ให้ได้ 4. โครงเรื่องมักกำาหนดให้การคืนร่างเดิมไม่สำาเร็จ จิตของ ตัวละครเอกต้องอยู่ในร่างใหม่ตลอดไป (75%) โครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่างยุคแรก มักกำาหนดให้การคืน ร่างเดิมสำาเร็จและทำาให้ตัวละครเอกตกหลุมรักกัน เช่น หวาน มันส์...ฉันคือเธอ พรพรหมอลเวง ในที่นี้ มีเพียงนวนิยายเรื่อง ป่วน รักสลับร่าง ที่ยังวางโครงเรื่องเช่นเดียวกับยุคแรก 5. โครงเรื่องแนวสลับร่างใช้การเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้ ทุกอย่างเป็นส่วนใหญ่ (75%) 134
  • 135.
    ข้อดีของการเล่าเรื่องแบบนักเขียนรู้ทุกอย่างคือ การเข้าถึงจิตใจ ของตัวละครได้ทุกตัว ทำาให้เดินเรื่องได้กระชับรวดเร็ว แต่ต้องอาศัย ฝีมือทางการเขียน จากนวนิยายที่ทำาการศึกษาทั้ง 4 เรื่อง นวนิยายเรื่อง คือ...เธอ ใช้มุมมองการเล่าเรื่องได้ราบรื่นที่สุด รองลงมาคือ ป่วนรัก สลับร่าง ส่วนเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ผู้เขียนยังมีความสับสน เรื่องการใช้ภาษาและมุมมอง ส่วนมุมมองแบบบุคคลที่สามแบบมีข้อจำากัดถูกใช้ในนวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แม้ว่าจะง่ายต่อการเล่าเรื่อง แต่ผู้เขียนต้อง อาศัยชั้นเชิงในการวางโครงเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้เรื่องราวที่นอก เหนือไปจากตนด้วย ดังนั้น ในเรื่องนี้ จึงมีการสลับมุมมองการเล่าเพิ่ม เติมโดยตัวละครอีก 2 ตัว คือ แพท และพี่พาย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความ รู้สึกของตัวละครได้ครบถ้วน คริสโตเฟอร์ แคมป์เบลล์ (2011, ONLINE) กล่าวถึง ภาพรวมของ การวางโครงเรื่องในนวนิยายแนวสลับร่างไว้ 10 ประเด็น ดังนี้ 1. มีวิธีการสลับร่างที่น่าขัน เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูปปั้น หรือคุกกี้ 2. มีการสลับร่างเด็กที่ไม่รู้จักโตให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ 3. มีการสลับร่างผู้ใหญ่ที่เคร่งเครียดมากไปให้กลายเป็นเด็ก 4. มีการสลับร่างหญิงชายเพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง 5. มีการปรับเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของตัวเองให้แก่ขึ้นหรือเด็กลง 6. มีการกำาหนดให้ตัวละครไปทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำาได้ดี 7. มีการแสดงพรสวรรค์/ลักษณะเฉพาะของร่างเดิมออกมาให้เห็น ในร่างใหม่ 8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทไว้รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง 9. มีการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมกับตัวละครเด็ก 10. มีการเปิดโอกาสให้ตัวละครอื่นเกิดการสลับร่างได้อีก ผลของการวิจัยนี้ สรุปลักษณะที่ปรากฏในนวนิยายทั้ง 4 เรื่องตาม แนวคิดของคริสโตเฟอร์ แคมป์เบลล์ ได้ดังตารางต่อไปนี้ ลักษณะร่วมของนวนิยาย แนวสลับร่าง ยุ่งนักเมื่อ รัก สลับร่าง ป่วนรัก สลับร่าง คือ...เธอ ปาฏิหาริย์ รัก สลับร่าง 1. มีวิธีการสลับร่างที่น่าขัน เช่น เซรุ่ม หัวกะโหลก รูป ปั้น หรือคุกกี้ - / - - 2. มีการสลับร่างเด็กที่ไม่รู้จัก / - - - 135
  • 136.
    โตให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิ ภาวะ 3. มีการสลับร่างผู้ใหญ่ที่ เคร่งเครียดมากไปให้กลาย เป็นเด็ก - -- * 4. มีการสลับร่างหญิงชาย เพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง * / * * 5. มีการปรับเปลี่ยน บุคลิกลักษณะของตัวเองให้ แก่ขึ้นหรือเด็กลง / * * * 6. มีการกำาหนดให้ตัวละคร ไปทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและ ทำาได้ดี * - / * 7. มีการแสดงพรสวรรค์/ ลักษณะเฉพาะของร่างเดิม ออกมาให้เห็นในร่างใหม่ / / / / 8. มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิท ไว้รับรู้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง / - / - 9. มีการแสดงออกที่ไม่เหมาะ สมกับตัวละครเด็ก - - - * 10. มีการเปิดโอกาสให้ตัว ละครอื่นเกิดการสลับร่างได้ อีก - / - - ตารางที่ 2 การปรากฏลักษณะร่วมของนวนิยายแนวสลับร่างตามแนวคิดของคริสโต เฟอร์ แคมป์เบลล์ * หมายถึง เหมือนอย่างมีเงื่อนไข จากประเด็นที่ใช้เป็นแนวเทียบข้างต้น นำามาอภิปรายกับผลการ วิจัยที่พบได้ดังนี้ 1. วิธีการสลับร่างของนวนิยายแนวสลับร่างของไทยใช้ อุบัติเหตุ เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย และง่ายที่สุด แต่ในนวนิยาย เรื่อง ป่วนรักสลับร่าง ใช้ช่องธรรมจักร เพื่อสร้างความแปลกใหม่ แต่ เป็นสิ่งที่ยอมรับได้เพราะโครงเรื่องสลับร่างนั้นวางบนพื้นฐานของการ เป็นนวนิยายเหนือจริง จึงทำาให้ผู้อ่านเชื่อและคล้อยตามเรื่องได้ 2. ผลของการสลับร่างจากนวนิยายทั้ง 4 เรื่อง มีเพียงเรื่อง ยุ่งนัก เมื่อรักสลับร่าง เท่านั้น ที่ตัวละครเอกต้องไปอาศัยร่างที่เป็นผู้ใหญ่ กว่า และกลายเป็นคนมีความคิดอ่านดีขึ้น กล่าวคือ แพท ยอมเสียสละ ร่างกายและบริจาคหัวใจให้แก่โม พี่ชายของเม เพื่อให้โม มีชีวิตต่อไป 136
  • 137.
    ได้ เพราะร่างกายของเขาเองทรุดโทรมลงไปทุกวันและยังไม่เห็น หนทางที่จะกลับเข้าร่างได้ อย่างไรก็ดี นวนิยายเรื่องอื่นๆอีก 3 เรื่องที่เหลือ ก็แสดงให้เห็นถึง วุฒิภาวะที่เปลี่ยนไปของตัวละคร เนื่องจากการได้เรียนรู้กันและกัน เช่น ป่วนรักสลับร่าง แต่เรื่อง คือ...เธอ นั้น เน้นการทำาความเข้าใจ พฤติกรรมของมนุษย์ และให้ข้อคิดเรื่อง การยอมรับความแตกต่าง เพราะอรกานต์มีจุดผูกพันกับธีร์วราเพียงอย่างเดียว คือ ความไม่ชอบใน ตัวตน นิสัย บุคลิกของธีร์วรา ดังนั้น อรกานต์จึงได้สลับร่างกับธีร์วรา เพื่อเรียนรู้ที่มาของธ๊ร์วราเพื่อทำาความเข้าใจ เช่นเดียวกับปรานนท์ใน เรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ที่เข้าใจความคับข้องของปูเป้จนถึงขั้นฆ่า ตัวตาย และปรานนท์ก็ยังยอมรับตัวตนในร่างของผู้หญิงและการมีความ รักกับเพื่อนผู้ชายของตนเอง 3. ผลของการสลับร่างในเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ถือ เป็นการแหวกแนวที่สุดในนวนิยายที่นำามาศึกษา เพราะเป็นสร้างพื้นที่ ให้แก่ตัวละครที่เบี่ยงเบนทางเพศ เพราะการยอมรับความรู้สึกของตัว ละครเอกฝ่ายชายทั้งสองตัวว่ารักกัน เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และ ผูกเรื่องได้อย่างน่าสนใจ 4. เพศของตัวละครที่นำามาสลับกันนั้น มีเพียงเรื่อง ป่วนรักสลับ ร่าง เท่านั้นที่ตัวละครเอกต่างเพศสลับร่างเพื่อเรียนรู้กัน ส่วนนวนิยาย เรื่อง คือ...เธอ เป็นการสลับร่างกับเพศเดียวกัน แต่มีเพียงตัวละครเอก เท่านั้นที่ได้เรียนรู้ความแตกต่างทางกายภาพ และสังคมของร่างที่มา อาศัยอยู่ เพื่อให้ตัวละครเอกเข้าใจถึงพฤติกรรมของคนที่ตนเองไม่ชอบ ส่วนนวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง แม้ไม่มีการเรียนรู้ระหว่าง ร่างที่สลับกัน แต่ตัวละครเอกกลับได้ตระหนักถึงความสำาคัญของ สถานภาพทางสังคมกับความรัก เช่นเดียวกับเรื่อง ปาฏิหาริย์รักสลับ ร่าง 5. การปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพเพื่อให้เข้ากับร่างใหม่ ปรากฏทั้ง 3 เรื่อง คือ ป่วนรักสลับร่าง (หญิง-ชาย) คือ..เธอ (สาวห้าว-สาวสวย) ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง (ชาย-หญิง) แต่ที่ไม่มีการปรับบุคลิกภาพเลย คือ นวนิยายเรื่อง ยุ่งนักเมื่อรักสลับร่าง (ชาย – ชาย) เพื่อให้คนรอบตัว สังเกตเห็นความแตกต่างของตัวละครเดิมกับจิตที่มาอาศัยอยู่ 6. การทำาในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและทำาได้ดี เห็นเด่นชัดในเรื่อง คือ...เธอ เพราะตัวละครต้องปรับเปลี่ยนบุคลิกจากสาวห้าว สดใส มั่นใจ มาเป็นสาวสวย รวย แต่ร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนเรื่อง ยุ่งนักเมื่อ รักสลับร่าง และ ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง ตัวละครเอกยังไม่สามารถ ทำาตัวได้อย่างกลมกลืนกับร่างใหม่ เช่น แพท ไม่สามารถเรียนรู้ภาษา 137
  • 138.
    อังกฤษได้ดีเท่าพี่โม และกลายเป็นสิ่งที่ทำาให้คนอื่นจับสังเกตได้ รวมถึง ไม่ระวังการแสดงออกที่มีต่อเมคนรักทำาให้ถูกมองว่าเป็นพี่น้องวิปริต ส่วนปรานนท์ไม่ระวังร่างกายของตนเอง คิดแต่ว่าตนเองเป็นผู้ชายจน พจน์ทนไม่ไหวและมีเพศสัมพันธ์กัน 7. ตัวละครเอกของทุกเรื่องแสดงออกถึงพรสวรรค์ของตัวเองเพื่อ แสดงอัตลักษณ์ เช่น แพททำากับข้าวได้และช่างประจบประแจง นิล กานต์/อรกานต์ ชอบวาดภาพ และปรานนท์รักความสะอาด เป็นระเบียบ และมองโลกในแง่ดี เป็นต้น 8. มีตัวละครเพียง 2 เรื่องที่มีเพื่อนสนิทไว้รับรู้เรื่องราว ได้แก่ ยุ่ง นักเมื่อรักสลับร่าง และ คือ...เธอ การมีเพื่อนสนิทช่วยคลี่คลายเรื่อง ได้ แต่การไม่มีตัวละครประกอบเป็นเพื่อนสนิทก็ช่วยทำาให้การสลับร่าง นั้นเป็นความลับได้ดียิ่งขึ้น 9. การแสดงออกของตัวละครที่ไม่เหมาะสมจากนวนิยายที่นำามา ศึกษา มีเพียงเรื่องเดียวคือ ปาฏิหาริย์รักสลับร่าง เพราะตัวละครใส่ เสื้อเชิ้ตยาวตัวเดียวลงไปเดินเล่นด้านล่างอพาร์ตเมนท์ ซึ่งเป็น พฤติกรรมที่ขัดกับพื้นฐานของตัวละครที่เป็นผู้ชายและเป็นอาจารย์ที่ ต้องรู้ทันอันตรายจากการถูกจ้องมองอย่างจาบจ้วงและแต่งกายเปิดเผย ยั่วยวนที่อาจเกิดขึ้นกับร่างที่เป็นหญิง 10. การสลับร่างซำ้า ปรากฏในนวนิยาย 2 เรื่อง คือ ยุ่งนักเมื่อรัก สลับร่าง และ ป่วนรักสลับร่าง แม้ว่านวนิยายจะมีการโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อในความมหัศจรรย์หรือ ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่การอาศัยปาฏิหาริย์พรำ่าเพรื่อเกินไป ย่อมทำาลายความน่าเชื่อถือของเรื่อง และยังแสดงให้เห็นความอ่อน ประสบการณ์ของผู้เขียนอีกด้วย ข้อเสนอแนะงานวิจัย งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะสำาหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ศึกษาโครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่าง : กรณีศึกษาตัวละคร ฝาแฝด 2. ศึกษาท่วงทำานองการเขียนของนักเขียนนวนิยายแนวสลับร่าง เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการถ่ายทอดและใช้ภาษา 3. ศึกษาเปรียบเทียบโครงเรื่องของนวนิยายแนวสลับร่างของไทย กับนวนิยายต่างประเทศ 138
  • 139.