ความมีสติ ไมประมาท
สติ คือความไมประมาทนั่นเอง คนที่ประมาท คือ
คนที่ปราศจากสติ ความไมประมาทนี้เองเปนหลักยอ
แหงคําสอนของพระพุทธเจา

         ความไมประมาท คือ การมีสติกํากับตัวอยูเสมอ
ไมวาจะคิด จะพูด จะทําสิ่งใดๆไมยอมถลําลงไปในทาง
ที่เสื่อม และไมยอมพลาดโอกาสในการทําความดี
หนาที่ของสติ

๑. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความระมัดระวังตัว
๒. สติเปนเครื่องยับยั้ง เตือนไมใหตกไปในทางเสื่อม ไมใหมัวเมา
ลุมหลง ไมใหเพลิดเพลินไปในสิ่งที่เปนทุกขเปนโทษตอตนเอง
๓. สติเปนเครื่องกระตุนเตือนใหขวนขวายในการสรางความดีไมแช
เชือนหยุดอยูกับที่ ไมทอดธุระ ไมเกียจคราน ปองกันโรค
๔. สติเปนเครื่องเรงเราใหมีความขะมักเขมน
๕. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความสํานึกในหนาที่อยูเสมอ
๖. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความละเอียดรอบคอบในการทํางาน
พฤติกรรมของความมีสติไมประมาท
    ๑. ไมประมาทในเวลา
    ๒. ไมประมาทในวัย
    ๓. ไมประมาทในความไมมีโรค
    ๔. ไมประมาทในชีวิต
    ๕. ไมประมาทในการงาน
    ๖. ไมประมาทในการศึกษา
    ๗. ไมประมาทในการปฏิบัติธรรม
    ๘. ไมหลงลืมเปนผูความจําดี
    ๙. ไมทําผิดกฎระเบียบวินับ
๑๐. ไมเกิดอุบัติเหตุ
๑๑. ไมมีเหตุทะเลาะเบาะแวง
๑๒. มีภาวการณเปนผูนําผูตามที่ดี
๑๓. แกไขปญหาไดดี
๑๔. สุขุมรอบคอบ
ความเมตตา
เมตตากรุณา หมายถึง มีความเอื้อเฟอเผื่อแผ ชวยเหลือ
เกื้อกูล โอบออมอารีในลักษณะสงเคราะห อนุเคราะห หรือบูชา
คุณความดี แลวแตเวลา สถานที่ และบุคคล มีความรักและ
ความหวังดีเปนที่ตั้ง
         เมตตา คือ ความกรุณาปรานี การสงเคราะหชวยเหลือ
การใหดวยใจบริสุทธิ์โดยไมหวังผลตอบแทนใดๆ เอากิเลสออก
จากตัว มีความสุขทางใจจากการให เสียสละ เอื้อเฟอเจอจุนตอ
ผูอื่น
         เมตตา คือ ความรักที่บริสุทธิ์ผุดผอง ปราศจากกิเลส
โลภ โกรธ หลง ตัณหา อุปานทานใดๆทั้งสิ้น
พฤติกรรมของความเมตตา
1. ไมรังแกสัตวหรือผูที่ออนแอกวา
                       
2. ชวยเหลือผูอื่นดวยกําลังกาย การพูด การใชความคิดและ
สติปญญา และการแบงปนทรัพยสิน ใหอภัยและใหกําลังใจผูอื่น
3. บริจาคสิงของชวยเหลือผูประสบภัยเมื่อมีโอกาส
           ่
4. ชวยเหลือผูอื่นโดยไมหวังสิ่งตอบแทน
5. ชวยเหลือครูดวยความเต็มใจ
6. แบงปนอาหาร ขนมใหเพื่อน
7. ชวยแบงเบาภาระของครอบครัวตามโอกาส
8. ชวยเหลือเด็ก สตรีและคนชรา
9. ใหอภัยผูที่ทําความผิดและสํานึกผิด
10. ใหอาหารสตวั
11. ไมเบียดเบียนใครใหเดือดรอน
12. . ชวยพูดปลอบใจ เมื่อผูอื่นไดรับความเดือดรอนใจ
13. ใหความอนุเคราะหเกื้อกูล
14. มีความสลดใจเมื่อเห็นผูอื่นมีทุกข
15. มีอาการทางกาย วาจา ใจที่แสดงออกตอผูอื่น
16. เมตตาแมมีผูทําใหเดือดรอน
17. ไมฆา ทุบ ตี จําจองหรือทํารายดวยลักษณะตางๆ
การมีสติ
การมีสติ

การมีสติ

  • 1.
  • 2.
    สติ คือความไมประมาทนั่นเอง คนที่ประมาทคือ คนที่ปราศจากสติ ความไมประมาทนี้เองเปนหลักยอ แหงคําสอนของพระพุทธเจา ความไมประมาท คือ การมีสติกํากับตัวอยูเสมอ ไมวาจะคิด จะพูด จะทําสิ่งใดๆไมยอมถลําลงไปในทาง ที่เสื่อม และไมยอมพลาดโอกาสในการทําความดี
  • 3.
    หนาที่ของสติ ๑. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความระมัดระวังตัว ๒. สติเปนเครื่องยับยั้งเตือนไมใหตกไปในทางเสื่อม ไมใหมัวเมา ลุมหลง ไมใหเพลิดเพลินไปในสิ่งที่เปนทุกขเปนโทษตอตนเอง ๓. สติเปนเครื่องกระตุนเตือนใหขวนขวายในการสรางความดีไมแช เชือนหยุดอยูกับที่ ไมทอดธุระ ไมเกียจคราน ปองกันโรค ๔. สติเปนเครื่องเรงเราใหมีความขะมักเขมน ๕. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความสํานึกในหนาที่อยูเสมอ ๖. สติเปนเครื่องทําใหเกิดความละเอียดรอบคอบในการทํางาน
  • 4.
    พฤติกรรมของความมีสติไมประมาท ๑. ไมประมาทในเวลา ๒. ไมประมาทในวัย ๓. ไมประมาทในความไมมีโรค ๔. ไมประมาทในชีวิต ๕. ไมประมาทในการงาน ๖. ไมประมาทในการศึกษา ๗. ไมประมาทในการปฏิบัติธรรม ๘. ไมหลงลืมเปนผูความจําดี ๙. ไมทําผิดกฎระเบียบวินับ
  • 5.
    ๑๐. ไมเกิดอุบัติเหตุ ๑๑. ไมมีเหตุทะเลาะเบาะแวง ๑๒.มีภาวการณเปนผูนําผูตามที่ดี ๑๓. แกไขปญหาไดดี ๑๔. สุขุมรอบคอบ
  • 8.
  • 9.
    เมตตากรุณา หมายถึง มีความเอื้อเฟอเผื่อแผชวยเหลือ เกื้อกูล โอบออมอารีในลักษณะสงเคราะห อนุเคราะห หรือบูชา คุณความดี แลวแตเวลา สถานที่ และบุคคล มีความรักและ ความหวังดีเปนที่ตั้ง เมตตา คือ ความกรุณาปรานี การสงเคราะหชวยเหลือ การใหดวยใจบริสุทธิ์โดยไมหวังผลตอบแทนใดๆ เอากิเลสออก จากตัว มีความสุขทางใจจากการให เสียสละ เอื้อเฟอเจอจุนตอ ผูอื่น เมตตา คือ ความรักที่บริสุทธิ์ผุดผอง ปราศจากกิเลส โลภ โกรธ หลง ตัณหา อุปานทานใดๆทั้งสิ้น
  • 10.
    พฤติกรรมของความเมตตา 1. ไมรังแกสัตวหรือผูที่ออนแอกวา  2. ชวยเหลือผูอื่นดวยกําลังกาย การพูด การใชความคิดและ สติปญญา และการแบงปนทรัพยสิน ใหอภัยและใหกําลังใจผูอื่น 3. บริจาคสิงของชวยเหลือผูประสบภัยเมื่อมีโอกาส ่ 4. ชวยเหลือผูอื่นโดยไมหวังสิ่งตอบแทน 5. ชวยเหลือครูดวยความเต็มใจ 6. แบงปนอาหาร ขนมใหเพื่อน 7. ชวยแบงเบาภาระของครอบครัวตามโอกาส 8. ชวยเหลือเด็ก สตรีและคนชรา
  • 11.
    9. ใหอภัยผูที่ทําความผิดและสํานึกผิด 10. ใหอาหารสตวั 11.ไมเบียดเบียนใครใหเดือดรอน 12. . ชวยพูดปลอบใจ เมื่อผูอื่นไดรับความเดือดรอนใจ 13. ใหความอนุเคราะหเกื้อกูล 14. มีความสลดใจเมื่อเห็นผูอื่นมีทุกข 15. มีอาการทางกาย วาจา ใจที่แสดงออกตอผูอื่น 16. เมตตาแมมีผูทําใหเดือดรอน 17. ไมฆา ทุบ ตี จําจองหรือทํารายดวยลักษณะตางๆ