รายงาน วิชา วิทยาศาสตร์ พื้นฐาน เรื่อง เครื่องใช่ไฟฟ้า จัดทำโดย เด็กชายชาณุกริช ไชยศรี เลขที่  2 เด็กชายณัฐวุฒิ  นามบ้าน เลขที่  4 เด็กชายรัชชานนท์  จำปา เลขที่  10 เด็กชายวรัญญู  วาเพชร เลขที่  11 เด็กชายอนุวัตร  เมืองคำ เลขที่  13 เด็กชายอรรถพล  ผลงาม เลขที่  14 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3/2 เสนอ ครูจิราภรณ์  ไชยมงคล โรงเรียนฟากกว๊านวิมยาคม
รายงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นอาจมีหลายประเภทแต่เราควรคำนึงถึงการใช่เครื่องใช่ไฟฟ้าด้วย และสามารถนำเอาความรู้ข้างต้นนี้ไปใช่ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่ารายงานเล่มนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ คำนำ
เครื่องใช้ไฟฟ้าให้แสงสว่าง อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง ได้แก่ หลอดไฟฟ้า หลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอดไฟโฆษณา โธมัส แอลวา เอดิสัน  ( Thomas Alva Edison)  นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ  .  ศ  . 2422  โดยใช้คาร์บอนเส้นเล็ก ๆ เป็นไส้หลอดและต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้น จนเป็นหลอดไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบัน
ภาพ  การพัฒนารูปแบบของหลอดไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หลอดฟลูออเรสเซนต์ ลักษณะทั่วไป หลอดฟลูออเรสเซนต์  ( fluorescent)  หรือหลอดเรืองแสง เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่างที่นิยมใช้กันมาก มีรูปร่างหลายแบบเช่น ทรงกระบอกสั้น ยาว ครึ่งวงกลม หรือวงกลม หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีส่วนประกอบดังนี้
ภาพ  ส่วนประกอบของหลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนประกอบ ขั้วต่อไฟ เป็นจุดต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดฟลูออเรสเซนต์ ไส้หลอด ทำด้วยโลหะทังสเตนอยู่ที่ปลายหลอดทั้งสองข้าง หลอดแก้ว ภายในหลอดสูบอากาศออกจนหมด แล้วใส่ไอปรอทไว้เล็กน้อย ผิวหลอดแก้วด้านใน ฉาบด้วยสารวาวแสง  ( fluorescent coating )  ชนิดต่างๆซึ่งจะให้สีต่างๆกันออกไป
ภาพ  แบลลัสต์ และสตาร์ตเตอร์  สตาร์ตเตอร์  ( starter)  ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์อัตโนมัติในขณะหลอดฟลูออเรสเซนต์ยังไม่ติด และหยุดทำงานเมื่อหลอดติดแล้ว  แบลลัสต์  ( ballast)  ทำหน้าที่เพิ่มความต่างศักย์ เพื่อให้หลอดฟลูออเรสเซนต์ติดในตอนแรก และทำให้กระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟลดลงเมื่อหลอดติดแล้ว พร้อมทั้งควบคุมให้กระแสไฟฟ้าคงตัว
ภาพ  ก  .  การต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดฟลูออเรสเซนต์   ข  .  แผนภาพวงจรไฟฟ้าของรูป ก  หน้าที่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง เพื่อให้แสงสว่าง ใช้ตามบ้านเรือน สำนักงาน ตามที่สาธารณะ ตลอดไปจนถึงอุปกรณ์ให้แสงสว่างต่าง ๆ สำหรับงานทางด้านอุตสาหกรรม
ภาพ  การทำงานของหลอดฟลูออเรสเซนต์
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เตาไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า หม้อต้มน้ำไฟฟ้าเครื่องเป่าผม เครื่องปิ้งขนมปังไฟฟ้า เป็นต้น ภาพ  เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ลักษณะทั่วไป กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ในการต้มน้ำให้ร้อนเพื่อใช้ดื่ม และจัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูงตัวหนึ่งเช่นเดียวกับเตารีดไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงานเดียวกันคือ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนที่อยู่ภายในอุปกรณ์ แล้ว นำความร้อนนั้นไปใช้ประโยชน์ เช่น กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าใช้ต้มน้ำร้อน ส่วนเตารีดไฟฟ้าใช้ใน การรีดผ้าให้เรียบ ซึ่งกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าโดยทั่วไปจะมีขนาดที่ใช้กำลังไฟฟ้าระหว่าง  500-1,300  วัตต์ ดังนั้นหากเรารู้จักใช้อย่างถูกวิธีก็จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าลงได้
ส่วนประกอบหลักของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า  ประกอบด้วยขดลวดความร้อน  ( Heater)  อยู่ด้านล่างของตัวกระติก และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ  ( Thermostat)  เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน
หลักการทำงานของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า  คือ เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความ ร้อนจะเกิดความร้อน ความร้อนจะถ่ายเทไปยังน้ำภายในกระติก ซึ่งจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูง ขึ้นจนถึงจุดเดือด อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิจะตัดกระแสไฟฟ้าในวงจรหลักออกไป แต่ยังคงมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนบางส่วน โดยไหลผ่านหลอดไฟสัญญาณอุ่น ในช่วงนี้จะ เป็นการอุ่นน้ำ เมื่ออุณหภูมิของน้ำร้อนภายในกระติกลดลงจนถึงจุดๆ หนึ่ง อุปกรณ์ควบคุม อุณหภูมิจะทำงานโดยปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนเต็มที่ ทำให้น้ำเดือดอีกครั้ง การปล่อยน้ำออกจากกาทำได้โดยกดที่ฝากดอากาศซึ่งอยู่ทางด้านบนของกา อากาศ จะถูกอัดเข้าไปภายในกา โดยผ่านทางรูระบายอากาศของฝาปิดภายในของกา ดังนั้นภายในกาจึง มีแรงกดดันที่มากพอที่จะให้น้ำที่อยู่ภายในวิ่งขึ้นไปตามท่อและออกทางพวยกา ได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ให้พลังงานกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลได้ โดยต้องใช้มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องสูบน้ำ พัดลม จักรเย็บผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น  ภาพ  มอเตอร์ และเครื่องใช้ที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ
มอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานโดยอาศัยหลักการดังนี้ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดตัวนำทางวางงออยู่ระหว่างขั้นเหนือและขั้นใต้ของแท่งแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าขณะไหลผ่านขดลวดจะเกิดการเหนี่ยวนำเกิดสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวด ทำให้เส้นแรงแม่เหล็กของแท่นแม่เหล็กแบนไป ซึ่งเส้นแรงแม่เหล็กที่เบี่ยงเบนไปนี้จะยึดเส้นแรงออกให้ตรงด้วยเส้นแรงผลักขดลวด เป็นผลให้ขดลวดหมุนได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง เช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง  
เครื่องรับวิทยุ         เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยเครื่องรับวิทยุอาศัยการรับคลื่นวิทยุจากสถานีส่ง แล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นจนเพียงพอที่ทำให้ลำโพงเสียงสั่นสะเทือนเป็นเสียงให้เราได้ยิน ดังแผนผัง                                                                                                                                                      แผนผังการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียงของเครื่องรับวิทยุ
ที่มาของข้อมูล http :// dnfe5 . nfe . go . th / ilp / electric / Elec-4 . htm   http :// www . chontech . ac . th / ~electric / e - learn / unit2 / unit2 . htm   บรรณานุกรม

หลักการเครื่องใช่ไฟฟ้า

  • 1.
    รายงาน วิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง เครื่องใช่ไฟฟ้า จัดทำโดย เด็กชายชาณุกริช ไชยศรี เลขที่ 2 เด็กชายณัฐวุฒิ นามบ้าน เลขที่ 4 เด็กชายรัชชานนท์ จำปา เลขที่ 10 เด็กชายวรัญญู วาเพชร เลขที่ 11 เด็กชายอนุวัตร เมืองคำ เลขที่ 13 เด็กชายอรรถพล ผลงาม เลขที่ 14 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เสนอ ครูจิราภรณ์ ไชยมงคล โรงเรียนฟากกว๊านวิมยาคม
  • 2.
    รายงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นอาจมีหลายประเภทแต่เราควรคำนึงถึงการใช่เครื่องใช่ไฟฟ้าด้วย และสามารถนำเอาความรู้ข้างต้นนี้ไปใช่ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่ารายงานเล่มนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ คำนำ
  • 3.
    เครื่องใช้ไฟฟ้าให้แสงสว่าง อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง ได้แก่หลอดไฟฟ้า หลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอดไฟโฆษณา โธมัส แอลวา เอดิสัน ( Thomas Alva Edison) นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ . ศ . 2422 โดยใช้คาร์บอนเส้นเล็ก ๆ เป็นไส้หลอดและต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้น จนเป็นหลอดไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบัน
  • 4.
  • 5.
    หลอดฟลูออเรสเซนต์ ลักษณะทั่วไป หลอดฟลูออเรสเซนต์ ( fluorescent) หรือหลอดเรืองแสง เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่างที่นิยมใช้กันมาก มีรูปร่างหลายแบบเช่น ทรงกระบอกสั้น ยาว ครึ่งวงกลม หรือวงกลม หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีส่วนประกอบดังนี้
  • 6.
    ภาพ ส่วนประกอบของหลอดฟลูออเรสเซนต์ส่วนประกอบ ขั้วต่อไฟ เป็นจุดต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดฟลูออเรสเซนต์ ไส้หลอด ทำด้วยโลหะทังสเตนอยู่ที่ปลายหลอดทั้งสองข้าง หลอดแก้ว ภายในหลอดสูบอากาศออกจนหมด แล้วใส่ไอปรอทไว้เล็กน้อย ผิวหลอดแก้วด้านใน ฉาบด้วยสารวาวแสง ( fluorescent coating ) ชนิดต่างๆซึ่งจะให้สีต่างๆกันออกไป
  • 7.
    ภาพ แบลลัสต์และสตาร์ตเตอร์ สตาร์ตเตอร์ ( starter) ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์อัตโนมัติในขณะหลอดฟลูออเรสเซนต์ยังไม่ติด และหยุดทำงานเมื่อหลอดติดแล้ว แบลลัสต์ ( ballast) ทำหน้าที่เพิ่มความต่างศักย์ เพื่อให้หลอดฟลูออเรสเซนต์ติดในตอนแรก และทำให้กระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟลดลงเมื่อหลอดติดแล้ว พร้อมทั้งควบคุมให้กระแสไฟฟ้าคงตัว
  • 8.
    ภาพ ก . การต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดฟลูออเรสเซนต์ ข . แผนภาพวงจรไฟฟ้าของรูป ก หน้าที่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง เพื่อให้แสงสว่าง ใช้ตามบ้านเรือน สำนักงาน ตามที่สาธารณะ ตลอดไปจนถึงอุปกรณ์ให้แสงสว่างต่าง ๆ สำหรับงานทางด้านอุตสาหกรรม
  • 9.
  • 10.
    เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เตาไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า หม้อต้มน้ำไฟฟ้าเครื่องเป่าผม เครื่องปิ้งขนมปังไฟฟ้า เป็นต้น ภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
  • 11.
    กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ลักษณะทั่วไป กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ในการต้มน้ำให้ร้อนเพื่อใช้ดื่มและจัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูงตัวหนึ่งเช่นเดียวกับเตารีดไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงานเดียวกันคือ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนที่อยู่ภายในอุปกรณ์ แล้ว นำความร้อนนั้นไปใช้ประโยชน์ เช่น กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าใช้ต้มน้ำร้อน ส่วนเตารีดไฟฟ้าใช้ใน การรีดผ้าให้เรียบ ซึ่งกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าโดยทั่วไปจะมีขนาดที่ใช้กำลังไฟฟ้าระหว่าง 500-1,300 วัตต์ ดังนั้นหากเรารู้จักใช้อย่างถูกวิธีก็จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าลงได้
  • 12.
    ส่วนประกอบหลักของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ประกอบด้วยขดลวดความร้อน ( Heater) อยู่ด้านล่างของตัวกระติก และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ( Thermostat) เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน
  • 13.
    หลักการทำงานของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า คือเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความ ร้อนจะเกิดความร้อน ความร้อนจะถ่ายเทไปยังน้ำภายในกระติก ซึ่งจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูง ขึ้นจนถึงจุดเดือด อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิจะตัดกระแสไฟฟ้าในวงจรหลักออกไป แต่ยังคงมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนบางส่วน โดยไหลผ่านหลอดไฟสัญญาณอุ่น ในช่วงนี้จะ เป็นการอุ่นน้ำ เมื่ออุณหภูมิของน้ำร้อนภายในกระติกลดลงจนถึงจุดๆ หนึ่ง อุปกรณ์ควบคุม อุณหภูมิจะทำงานโดยปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนเต็มที่ ทำให้น้ำเดือดอีกครั้ง การปล่อยน้ำออกจากกาทำได้โดยกดที่ฝากดอากาศซึ่งอยู่ทางด้านบนของกา อากาศ จะถูกอัดเข้าไปภายในกา โดยผ่านทางรูระบายอากาศของฝาปิดภายในของกา ดังนั้นภายในกาจึง มีแรงกดดันที่มากพอที่จะให้น้ำที่อยู่ภายในวิ่งขึ้นไปตามท่อและออกทางพวยกา ได้
  • 14.
    เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ให้พลังงานกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลได้ โดยต้องใช้มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องสูบน้ำ พัดลม จักรเย็บผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ภาพ มอเตอร์ และเครื่องใช้ที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ
  • 15.
    มอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานโดยอาศัยหลักการดังนี้ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดตัวนำทางวางงออยู่ระหว่างขั้นเหนือและขั้นใต้ของแท่งแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าขณะไหลผ่านขดลวดจะเกิดการเหนี่ยวนำเกิดสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวดทำให้เส้นแรงแม่เหล็กของแท่นแม่เหล็กแบนไป ซึ่งเส้นแรงแม่เหล็กที่เบี่ยงเบนไปนี้จะยึดเส้นแรงออกให้ตรงด้วยเส้นแรงผลักขดลวด เป็นผลให้ขดลวดหมุนได้
  • 16.
    เครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานเสียง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง เช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง  
  • 17.
    เครื่องรับวิทยุ        เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยเครื่องรับวิทยุอาศัยการรับคลื่นวิทยุจากสถานีส่ง แล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นจนเพียงพอที่ทำให้ลำโพงเสียงสั่นสะเทือนเป็นเสียงให้เราได้ยิน ดังแผนผัง                                                                                                                                                  แผนผังการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียงของเครื่องรับวิทยุ
  • 18.
    ที่มาของข้อมูล http ://dnfe5 . nfe . go . th / ilp / electric / Elec-4 . htm http :// www . chontech . ac . th / ~electric / e - learn / unit2 / unit2 . htm บรรณานุกรม