•    เสี ย งเกิ ด จากการสั ่ น สะเทื อ นของอนุ ภ าควั ส ดุ ที ่ ส ่ ง ถ่ า ย
    พลั ง งานต่ อ เนื ่ อ งกั บ ไปในลั ก ษณะของคลื ่ น จะทำ า ให้ โ มเลกุ ล
    อากาศสั ่ น ตามไปด้ ว ยความถี ่ เ ท่ า กั บ การสั ่ น ของแหล่ ง กำ า เนิ ด
    เสี ย ง ซึ ่ ง พลั ง งานของการสั ่ น จะแผ่ อ อกไปรอบๆแหล่ ง กำ า เนิ ด
    เสี ย ง การเปลี ่ ย นความดั น อากาศนี ้ เ คลื ่ อ นที ่ ไ ปข้ า งหน้ า จนถึ ง
    หู ข อง ผู ้ ฟ ั ง ทำ า ให้ ไ ด้
•   ระบบการได้ ย ิ น ของมนุ ษ ย์
ความสามารถในการได้ ย ิ น เสี ย งของมนุ ษ ย์ จะอยู ่
  ในช่ ว ง 20-20,000 เฮิ ร ์ ซ โดยมี ค ่ า แตกต่ า งกั น
  เสี ย งพู ด ปกติ (125-8,000 เฮิ ร ์ ซ )
  เสี ย งเปี ย นโน (31.5-4,000 เฮิ ร ์ ซ )
  ความสามารถในการได้ ย ิ น ของคนหนุ ่ ม สาว
  (20-20,000เฮิ ร ์ ซ )
  ความสามารถในการได้ ย ิ น ของผู ้ ส ู ง อายุ
  (20-4,000เฮิ ร ์ ซ )
ระดับเสียง (Decibel   แหล่งกำำเนิด
A)       10           เสียงใบไม้สีกั นเสียงกระซิบ
         20           ห้องทำางาน
         30           การสนทนาทั่วไป
         40           สำานักงานทั่วไป
         50           ร้านค้าใหญ่, การสนทนา
         60           สำานักงานที่พลุกพล่าน
         70           เครื่องดูดฝุ่น, การสัญจรบน
         80           ถนน ดตำารวจ
                      นกหวี
         90           รถไฟใต้ดิน, เสียง
         100          เครื่องพิมพ์ า เสียงขุดถนน
                      รถไฟลอยฟ้
         120          ดิสโกเธค งปั๊มโลหะ เสียงปืน
                      เสียงเครื่อ
         140          ใหญ่ องบินไอพ่นขึน
                      เสียงเครื            ้
• เสี ย งพึ ง พอใจ (Sound) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ม นุ ษ ย์ พ ึ ง
  พอใจในการรั บ รู ้
• เสี ย งดั ง (Noise) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ร บกวนการรั บ รู ้
  เป็ น อั น ตรายต่ อ การได้ ย ิ น
• เสี ย งรนกวน คื อ ระดั บ เสี ย งที ่ ผ ู ้ ฟ ั ง ไม่ ต ้ อ งการ
  ได้ ย ิ น เพราะสามารถกระทบต่ อ อารมณ์ ความ
  รู ้ ส ึ ก แม้ ไ ม่ เ กิ น เก็ ณ ฑ์ อ ั น ตราย
• เสี ย งที ่ ม ี ร ะดั บ คงที ่ (Continuous Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี แ ถบ
  เสี ย งกว้ า ง มี ร ะดั บ เสี ย งและความถี ่ ค ่ อ นข้ า งคงที ่ มี
  การเปลี ่ ย บของระดั บ เสี ย งน้ อ ยกว่ า 1 วิ น าที
• เสี ย งดั ง เป็ น ครั ้ ง คราว (Intermittent Noise) เป็ น การได้ ย ิ น
  เลี ย งดั ง หลายๆครั ้ ง ในการทำ า งาน
• เสี ย งกระทบ (Impact-Type Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี ล ั ก ษณะ
  เสี ย งแหลมและดั ง เช่ น เสี ย งค้ อ นหรื อ เสี ย งระเบิ ด
  ระยะเวลาที ่ เ กิ ด เสี ย ง น้ อ ยกว่ า 0.5 วิ น าที ต่ อ ครั ้ ง
ที ่ เ กิ ด ขึ ้ น ต่ อ คนเราเกิ ด ขึ ้ น ได้ 3 ลั ก ษณะคื อ
• 1) เกิ ด ภาวะรำ า คาญ (Annoyance) อาทิ เสี ย งที ่ ด ั ง มี ค วามถี ่ ส ู ง
  และมี ก ารเปลี ่ ย นแปลงมาก
• 2) ประสิ ท ธิ ภ าพการทำ า งาน (Work Efficiency) เสี ย งดนตรี เ บาๆ
  จะช่ ว ยให้ ค นฟั ง จิ ต ใจสงบและมี ส มาธิ ใ นการทำ า งาน
• 3) มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพ (Health) หากคนเราฟั ง เสี ย งดั ง ๆเป็ น เวลา
  นาน อาจจะทำ า ให้ เ กิ ด อาการคลื ่ น ไส้ เวี ย นศี ร ษะ หรื อ หู
  หนวก ทำ า ให้ ร ะบบการไหลเวี ย นโลหิ ต ระบบประสาทและ
  ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ ทำ า งานผิ ด ปรกติ ทำ า ให้ ค วามดั น โลหิ ต สู ง
  กว่ า ปรกติ การเต้ น ของหั ว ใจและการหดตั ว ของเส้ น เลื อ ด
  ผิ ด ปรกติ
• อั น ตรายต่ อ ความปลอดภั บ ในการทำ า งาน
• ทำ า ให้ พ ฤติ ก รรมส่ ว นบุ ค คล (Individual behavior effects) เปลี ่
  ยแปลง เช่ น เกิ ด ความเชื ่ อ งช้ า และเกิ ด ความ
  วุ ่ น วายในการทำ า งาน
• ทำ า ให้ ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการทำ า งานลดลง
• รบการการนอนหลั บ พั ก ผ่ อ น
• รบกวนการสื ่ อ สาร
•   ความเข้ ม หรื อ ความดั ง ของเสี ย ง
•   ความถี ่ ข องเสี ย ง
•   ระยะการได้ ย ิ น เสี ย ง
•   จำ า นวนปี ท ี ่ ท ำ า งาน
•   อายุ ข องคนงาน
•   การสู ญ เสี ย การได้ ย ิ น และโรคที ่ เ กี ่ ย วกั บ หู
•   ลั ก ษณะสิ ่ ง แวดล้ อ ม
•   ระยะทางจากแหล่ ง กำ า เนิ ด
การควบคุ ม เสี ย งสำ า หรั บ อาคาร เพื ่ อ ให้ เ กิ ด
ความเหมาะสมในการใช้ ง าน ของแต่ ล ะพื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อย
เสี ย งที ่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ อาคารจะแบ่ ง ออกเป็ น 2 ชนิ ด
คื อ
•เสี ย งจากภายนอกอาคาร (External Noises)
•เสี ย งจากภายในอาคาร (Internal Noises)




                            Internal Noises              External Noises
การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ
ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ
3) การวางผั ง อาคาร โดยให้ พ ื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยส่ ว นที ่ ไ ม่
ต้ อ งการความเงี ย บมากเป็ น ตั ว ป้ อ งกั น เสี ย ง หรื อ
กำ า หนดตำ า แหน่ ง ช่ อ งเปิ ด ของอาคารหลี ก เลี ่ ย ง
แนวทางของเสี ย ง
 4) การเลื อ กใช้ ว ั ส ดุ ก ั น เสี ย งให้ ก ั บ กรอบอาคาร อาทิ
การบุ ฉ นวนใยแก้ ว ให้ ก ั บ ผนั ง รอบอาคาร การเลื อ กใช้
กระจกสองชั ้ น หรื อ การใส่ ฉ นวนกั น เสี ย งให้ ก ั บ ส่ ว น
หลั ง คา
การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายใน สามารถที ่ จ ะ
ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ
แบ่ ง เสี ย งภายในออกเป็ น 2 ประเภท คื อ
 1) เสี ย งโดยตรง(Direct Noise)
 2) เสี ย งสะท้ อ น (Reverberant Noise)
การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ
ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ
1) ลดเสี ย งจากแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย งโดยตรง ได้ ด ้ ว ยการ
ใช้ แ ผงกั ้ น ระหว่ า งต้ น กำ า เนิ ด เสี ย งกั บ ผู ้ ฟ ั ง เก็ บ ต้ น
กำ า เนิ ด เสี ย งไว้ ใ นกล่ อ ง /ห้ อ งที ่ ป ิ ด มิ ด ชิ ด ที ่ ท ำ า ด้ ว ย
วั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง / ห้ อ งที ่ ม ี ผ นั ง หนาทึ บ หรื อ ทำ า พื ้ น
สองชั ้ น ที ่ ม ี ค วามยื ด หยุ ่ น รองรั บ เครื ่ อ งกล เพื ่ อ ช่ ว ยลด
Structure-borne Sound
การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ
ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ
2) ลดเสี ย งที ่ ม าตกกระทบ โดยการวั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย ง
และวั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง อาทิ การใช้ แ ผ่ น ฉนวนใยแก้ ว บุ
เสริ ม ตรงผนั ง ด้ า นที ่ เ ป็ น ทางต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง หรื อ บุ
แผ่ น ชานอ้ อ ยเพื ่ อ ดู ด ซั บ เสี ย งในโรงแสดงมหรสพ
การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ
ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ
3) การวางผั ง อาคาร โดยการแยกบริ เ วณที ่ ม ี เ สี ย งดั ง
ออกจากบริ เ วณที ่ ต ้ อ งการความเงี ย บ หรื อ อาจจะกั ้ น
พื ้ น ที ่ ส องส่ ว นนี ้ ด ้ ว ยห้ อ งอื ่ น
ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4
     ลั ก ษณะ
• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ โ ปร่ ง เบาเป็ น ฝอยเป็ น รู พ รุ น (อาทิ
     ฉนวนใยแก้ ว ฉนวนใยหิ น ฉนวนเซลลู โ ลส โฟม
     ประเภทต่ า งๆ) และการใช้ ง าน เหมาะสำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี
     ความถี ่ ส ู ง
ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4
     ลั ก ษณะ
• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ ม ี ผ ิ ว ปรุ เ ป็ น รู (อาทิ แผ่ น ดู ด ซั บ
     เสี ย งยิ บ ซั บ บอร์ ด ที ่ ม ี ร ู แผ่ น ชานอ้ อ ยแผ่ น ไม้ ค อร์ ก )
     สำ า หรั บ เพิ ่ ม พื ้ น ที ่ ผ ิ ว ในการรั บ เสี ย ง
ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4
     ลั ก ษณะ
• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ เ ป็ น เยื ่ อ แผ่ น (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ห ลาย
     ชั ้ น กระจกสองชั ้ น หรื อ การติ ด ผ้ า ม่ า นให้ ก ั บ ผนั ง /
     ช่ อ งเปิ ด ) สำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า
ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4
     ลั ก ษณะ
• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ พ ื ้ น ผิ ว มาก ที ่ ช ่ ว ยลดเสี ย งสะท้ อ น
     (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ก ารออกแบบ เป็ น ช่ อ งๆ รู ป แบบต่ า งๆ)
     จะใช้ ว ั ส ดุ ท ี ่ ม ี พ ื ้ น ผิ ว มากประกอบกั บ วั ส ดุ ท ี ่ เ ป็ น รู
     พรุ น
จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ประเภทของอาคาร ประเภทของ
ห้ อ งหรื อ พื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยในแต่ ล ะส่ ว นตามการใช้ ง าน
เพื ่ อ ให้ ท ราบถึ ง ระดั บ ความดั ง ที ่ เ หมาะสม การออกแบบ
ระบบเสี ย งเป็ น เรื ่ อ งสำ า คั ญ อาทิ การออกแบบภายใน
โรงภาพยนตร์ , โรงละคร หรื อ ห้ อ งฟั ง ดนตรี ที ่ ต ำ า แหน่ ง
ของผู ้ ฟ ั ง ในทุ ก จุ ด ภายในห้ อ ง จะต้ อ งได้ ย ิ น เสี ย ง
ชั ด เจนและเท่ า เที ย มกั น มี ร ะยะเวลาการสะท้ อ นเสี ย งที ่
เหมาะสม
การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่
  สำ า คั ญ
• รู ป ร่ า งของห้ อ ง (Room Shape) ที ่ ค วรเป็ น รู ป สี ่ เ หลี ่ ย มผื น
  ผ้ า หรื อ สี ่ เ หลี ่ ย มคางหมู การแบ่ ง ผนั ง และเพดานเป็ น
  ส่ ว นจะช่ ว ยการกระจายเสี ย งที ่ ส มำ ่ า เสมอ
การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่
  สำ า คั ญ
• ขนาดของห้ อ ง (Room Size) การพู ด ธรรมดาจะได้ ย ิ น ได้
  ในระยะประมาณ 20-30 เมตร หรื อ ทิ ศ ทางด้ า นหน้ า
  ของผู ้ พ ู ด ประมาณ 13 เมตร จึ ง มี ผ ลต่ อ การกำ า หนด
  ขนาดของห้ อ ง
การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่
  สำ า คั ญ
• ตำ า แหน่ ง ของต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง (Sound Source Position) ต้ น
  กำ า เนิ ด เสี ย ง ควรอยู ่ ด ้ า นหน้ า ของแผ่ น แข็ ง สะท้ อ น
  เสี ย ง หากความสู ง ของห้ อ งสู ง มาก ควรมี แ ผ่ น สะท้ อ น
  เสี ย งเหนื อ ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง และปั จ จั ย สุ ด ท้ า ย
การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่
  สำ า คั ญ
• ช่ ว งเวลาเสี ย งสะท้ อ น (Reverberation Time)เ สี ย งสะท้ อ น
  เกิ ด จากการสะท้ อ นของเสี ย งตรงจากผนั ง และเพดาน
  ดั ง นั ้ น ช่ ว งเวลาที ่ ต ่ า งกั น มากระหว่ า งเสี ย งตรงกั บ
  เสี ย งสะท้ อ น จะทำ า ให้ เ กิ ด เสี ย งสะท้ อ น (Echo) ซึ ่ ง ต้ อ ง
  หลี ก เลี ่ ย ง
ลำ า โพง
• ทวี ท เตอร์ tweeter คื อ ลำ า โพง
  ที ่ ม ี เ สี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง ซึ ่ ง มี
  ความถี ่ 2,000 - 20,000 เฮิ ต ช์
  มาจากเสี ย งของนกทวี ต
  เตอร์ ท ี ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง
• มิ ด เรนจ์ mid range คื อ ลำ า โพง
  ขนาดกลางเสี ย งในช่ ว ง
  ความถี ่ เ ป็ น กลางๆ คื อ ไม่ ส ู ง
  หรื อ ไม่ ต ำ ่ า มากเกิ น ไป
• วู ฟ เฟอร์ คื อ ลำ า โพงที ่ ม ี ข นาด
  ใหญ่ ส ุ ด เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า
  จากเสี ย งของสุ น ั ข จากเสี ย ง
  วู ฟ วู ฟ
• ระบบเสี ย ง Dolby Pro Logic เป็ น ระบบเสี ย งที ่ ม ี ก ารส่ ง
  สั ญ ญาณเสี ย งแบบหลายช่ อ งทาง เสมื อ นระบบเสี ย งที ่ ไ ด้
  จากระบบโฮมเธี ย เตอร์ ซึ ่ ง จะทำ า การถอดรหั ส เสี ย งจาก
  ลำ า โพงทาง ด้ า นซ้ า ย ขวา เซ็ น เตอร์ แ ละเซอราวนด์
• ระบบ THX พั ฒ นาขึ ้ น โดย Lucasfilm มาจาก Tomlinson Holman's
  eXperiment ระบบเสี ย งนี ้ จ ากโรงภาพยนตร์ โ ดยทั ่ ว ไป เพราะ
  ว่ า ในโรงภาพยนตร์ ท ี ่ ต ่ า งที ่ ก ั น จึ ง กำ า หนดมาตรฐาน
  เพื ่ อ ให้ โ รงภาพยนตร์ ม ี ร ะบบเสี ย งที ่ เ หมื อ นๆ กั น
• ระบบ SDDS : Sony Dynamic Digital Sound คิ ด ค้ น และพั ฒ นาโดย
  บริ ษ ั ท โซนี ่ มี ท ั ้ ง หมด 8 Channel เพิ ่ ม เข้ า ไปอี ก 2 Channel
  โดยเพิ ่ ม เสี ย ง จากลำ า โพงด้ า นหน้ า ตำ า แหน่ ง กลางซ้ า ย
  และกลางขวา ทำ า ให้ เ สี ย งจากภาพยนตร์ จ อใหญ่ ม ี ค วาม
  ลึ ก และครอบคลุ ม บริ เ วณได้ ม ากกว่ า ซึ ่ ง ทำ า ให้ เ กิ ด ความ
  เร้ า ใจในการชมมากขึ ้ น
Sound2

Sound2

  • 2.
    เสี ย งเกิ ด จากการสั ่ น สะเทื อ นของอนุ ภ าควั ส ดุ ที ่ ส ่ ง ถ่ า ย พลั ง งานต่ อ เนื ่ อ งกั บ ไปในลั ก ษณะของคลื ่ น จะทำ า ให้ โ มเลกุ ล อากาศสั ่ น ตามไปด้ ว ยความถี ่ เ ท่ า กั บ การสั ่ น ของแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย ง ซึ ่ ง พลั ง งานของการสั ่ น จะแผ่ อ อกไปรอบๆแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย ง การเปลี ่ ย นความดั น อากาศนี ้ เ คลื ่ อ นที ่ ไ ปข้ า งหน้ า จนถึ ง หู ข อง ผู ้ ฟ ั ง ทำ า ให้ ไ ด้
  • 3.
    ระบบการได้ ย ิ น ของมนุ ษ ย์
  • 4.
    ความสามารถในการได้ ย ิน เสี ย งของมนุ ษ ย์ จะอยู ่ ในช่ ว ง 20-20,000 เฮิ ร ์ ซ โดยมี ค ่ า แตกต่ า งกั น เสี ย งพู ด ปกติ (125-8,000 เฮิ ร ์ ซ ) เสี ย งเปี ย นโน (31.5-4,000 เฮิ ร ์ ซ ) ความสามารถในการได้ ย ิ น ของคนหนุ ่ ม สาว (20-20,000เฮิ ร ์ ซ ) ความสามารถในการได้ ย ิ น ของผู ้ ส ู ง อายุ (20-4,000เฮิ ร ์ ซ )
  • 5.
    ระดับเสียง (Decibel แหล่งกำำเนิด A) 10 เสียงใบไม้สีกั นเสียงกระซิบ 20 ห้องทำางาน 30 การสนทนาทั่วไป 40 สำานักงานทั่วไป 50 ร้านค้าใหญ่, การสนทนา 60 สำานักงานที่พลุกพล่าน 70 เครื่องดูดฝุ่น, การสัญจรบน 80 ถนน ดตำารวจ นกหวี 90 รถไฟใต้ดิน, เสียง 100 เครื่องพิมพ์ า เสียงขุดถนน รถไฟลอยฟ้ 120 ดิสโกเธค งปั๊มโลหะ เสียงปืน เสียงเครื่อ 140 ใหญ่ องบินไอพ่นขึน เสียงเครื ้
  • 6.
    • เสี ยงพึ ง พอใจ (Sound) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ม นุ ษ ย์ พ ึ ง พอใจในการรั บ รู ้ • เสี ย งดั ง (Noise) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ร บกวนการรั บ รู ้ เป็ น อั น ตรายต่ อ การได้ ย ิ น • เสี ย งรนกวน คื อ ระดั บ เสี ย งที ่ ผ ู ้ ฟ ั ง ไม่ ต ้ อ งการ ได้ ย ิ น เพราะสามารถกระทบต่ อ อารมณ์ ความ รู ้ ส ึ ก แม้ ไ ม่ เ กิ น เก็ ณ ฑ์ อ ั น ตราย
  • 7.
    • เสี ยงที ่ ม ี ร ะดั บ คงที ่ (Continuous Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี แ ถบ เสี ย งกว้ า ง มี ร ะดั บ เสี ย งและความถี ่ ค ่ อ นข้ า งคงที ่ มี การเปลี ่ ย บของระดั บ เสี ย งน้ อ ยกว่ า 1 วิ น าที • เสี ย งดั ง เป็ น ครั ้ ง คราว (Intermittent Noise) เป็ น การได้ ย ิ น เลี ย งดั ง หลายๆครั ้ ง ในการทำ า งาน • เสี ย งกระทบ (Impact-Type Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี ล ั ก ษณะ เสี ย งแหลมและดั ง เช่ น เสี ย งค้ อ นหรื อ เสี ย งระเบิ ด ระยะเวลาที ่ เ กิ ด เสี ย ง น้ อ ยกว่ า 0.5 วิ น าที ต่ อ ครั ้ ง
  • 8.
    ที ่ เกิ ด ขึ ้ น ต่ อ คนเราเกิ ด ขึ ้ น ได้ 3 ลั ก ษณะคื อ • 1) เกิ ด ภาวะรำ า คาญ (Annoyance) อาทิ เสี ย งที ่ ด ั ง มี ค วามถี ่ ส ู ง และมี ก ารเปลี ่ ย นแปลงมาก • 2) ประสิ ท ธิ ภ าพการทำ า งาน (Work Efficiency) เสี ย งดนตรี เ บาๆ จะช่ ว ยให้ ค นฟั ง จิ ต ใจสงบและมี ส มาธิ ใ นการทำ า งาน • 3) มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพ (Health) หากคนเราฟั ง เสี ย งดั ง ๆเป็ น เวลา นาน อาจจะทำ า ให้ เ กิ ด อาการคลื ่ น ไส้ เวี ย นศี ร ษะ หรื อ หู หนวก ทำ า ให้ ร ะบบการไหลเวี ย นโลหิ ต ระบบประสาทและ ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ ทำ า งานผิ ด ปรกติ ทำ า ให้ ค วามดั น โลหิ ต สู ง กว่ า ปรกติ การเต้ น ของหั ว ใจและการหดตั ว ของเส้ น เลื อ ด ผิ ด ปรกติ
  • 9.
    • อั นตรายต่ อ ความปลอดภั บ ในการทำ า งาน • ทำ า ให้ พ ฤติ ก รรมส่ ว นบุ ค คล (Individual behavior effects) เปลี ่ ยแปลง เช่ น เกิ ด ความเชื ่ อ งช้ า และเกิ ด ความ วุ ่ น วายในการทำ า งาน • ทำ า ให้ ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการทำ า งานลดลง • รบการการนอนหลั บ พั ก ผ่ อ น • รบกวนการสื ่ อ สาร
  • 10.
    ความเข้ ม หรื อ ความดั ง ของเสี ย ง • ความถี ่ ข องเสี ย ง • ระยะการได้ ย ิ น เสี ย ง • จำ า นวนปี ท ี ่ ท ำ า งาน • อายุ ข องคนงาน • การสู ญ เสี ย การได้ ย ิ น และโรคที ่ เ กี ่ ย วกั บ หู • ลั ก ษณะสิ ่ ง แวดล้ อ ม • ระยะทางจากแหล่ ง กำ า เนิ ด
  • 11.
    การควบคุ ม เสีย งสำ า หรั บ อาคาร เพื ่ อ ให้ เ กิ ด ความเหมาะสมในการใช้ ง าน ของแต่ ล ะพื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อย เสี ย งที ่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ อาคารจะแบ่ ง ออกเป็ น 2 ชนิ ด คื อ •เสี ย งจากภายนอกอาคาร (External Noises) •เสี ย งจากภายในอาคาร (Internal Noises) Internal Noises External Noises
  • 12.
    การป้ อ งกัน เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ 3) การวางผั ง อาคาร โดยให้ พ ื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยส่ ว นที ่ ไ ม่ ต้ อ งการความเงี ย บมากเป็ น ตั ว ป้ อ งกั น เสี ย ง หรื อ กำ า หนดตำ า แหน่ ง ช่ อ งเปิ ด ของอาคารหลี ก เลี ่ ย ง แนวทางของเสี ย ง 4) การเลื อ กใช้ ว ั ส ดุ ก ั น เสี ย งให้ ก ั บ กรอบอาคาร อาทิ การบุ ฉ นวนใยแก้ ว ให้ ก ั บ ผนั ง รอบอาคาร การเลื อ กใช้ กระจกสองชั ้ น หรื อ การใส่ ฉ นวนกั น เสี ย งให้ ก ั บ ส่ ว น หลั ง คา
  • 13.
    การป้ อ งกัน เสี ย งจากภายใน สามารถที ่ จ ะ ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ แบ่ ง เสี ย งภายในออกเป็ น 2 ประเภท คื อ 1) เสี ย งโดยตรง(Direct Noise) 2) เสี ย งสะท้ อ น (Reverberant Noise)
  • 14.
    การป้ อ งกัน เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ 1) ลดเสี ย งจากแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย งโดยตรง ได้ ด ้ ว ยการ ใช้ แ ผงกั ้ น ระหว่ า งต้ น กำ า เนิ ด เสี ย งกั บ ผู ้ ฟ ั ง เก็ บ ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย งไว้ ใ นกล่ อ ง /ห้ อ งที ่ ป ิ ด มิ ด ชิ ด ที ่ ท ำ า ด้ ว ย วั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง / ห้ อ งที ่ ม ี ผ นั ง หนาทึ บ หรื อ ทำ า พื ้ น สองชั ้ น ที ่ ม ี ค วามยื ด หยุ ่ น รองรั บ เครื ่ อ งกล เพื ่ อ ช่ ว ยลด Structure-borne Sound
  • 15.
    การป้ อ งกัน เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ 2) ลดเสี ย งที ่ ม าตกกระทบ โดยการวั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย ง และวั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง อาทิ การใช้ แ ผ่ น ฉนวนใยแก้ ว บุ เสริ ม ตรงผนั ง ด้ า นที ่ เ ป็ น ทางต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง หรื อ บุ แผ่ น ชานอ้ อ ยเพื ่ อ ดู ด ซั บ เสี ย งในโรงแสดงมหรสพ
  • 16.
    การป้ อ งกัน เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะ ป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ 3) การวางผั ง อาคาร โดยการแยกบริ เ วณที ่ ม ี เ สี ย งดั ง ออกจากบริ เ วณที ่ ต ้ อ งการความเงี ย บ หรื อ อาจจะกั ้ น พื ้ น ที ่ ส องส่ ว นนี ้ ด ้ ว ยห้ อ งอื ่ น
  • 17.
    ที ่ ใช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ • วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ โ ปร่ ง เบาเป็ น ฝอยเป็ น รู พ รุ น (อาทิ ฉนวนใยแก้ ว ฉนวนใยหิ น ฉนวนเซลลู โ ลส โฟม ประเภทต่ า งๆ) และการใช้ ง าน เหมาะสำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี ความถี ่ ส ู ง
  • 18.
    ที ่ ใช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ • วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ ม ี ผ ิ ว ปรุ เ ป็ น รู (อาทิ แผ่ น ดู ด ซั บ เสี ย งยิ บ ซั บ บอร์ ด ที ่ ม ี ร ู แผ่ น ชานอ้ อ ยแผ่ น ไม้ ค อร์ ก ) สำ า หรั บ เพิ ่ ม พื ้ น ที ่ ผ ิ ว ในการรั บ เสี ย ง
  • 19.
    ที ่ ใช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ • วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ เ ป็ น เยื ่ อ แผ่ น (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ห ลาย ชั ้ น กระจกสองชั ้ น หรื อ การติ ด ผ้ า ม่ า นให้ ก ั บ ผนั ง / ช่ อ งเปิ ด ) สำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า
  • 20.
    ที ่ ใช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ • วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ พ ื ้ น ผิ ว มาก ที ่ ช ่ ว ยลดเสี ย งสะท้ อ น (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ก ารออกแบบ เป็ น ช่ อ งๆ รู ป แบบต่ า งๆ) จะใช้ ว ั ส ดุ ท ี ่ ม ี พ ื ้ น ผิ ว มากประกอบกั บ วั ส ดุ ท ี ่ เ ป็ น รู พรุ น
  • 21.
    จะต้ อ งคำา นึ ง ถึ ง ประเภทของอาคาร ประเภทของ ห้ อ งหรื อ พื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยในแต่ ล ะส่ ว นตามการใช้ ง าน เพื ่ อ ให้ ท ราบถึ ง ระดั บ ความดั ง ที ่ เ หมาะสม การออกแบบ ระบบเสี ย งเป็ น เรื ่ อ งสำ า คั ญ อาทิ การออกแบบภายใน โรงภาพยนตร์ , โรงละคร หรื อ ห้ อ งฟั ง ดนตรี ที ่ ต ำ า แหน่ ง ของผู ้ ฟ ั ง ในทุ ก จุ ด ภายในห้ อ ง จะต้ อ งได้ ย ิ น เสี ย ง ชั ด เจนและเท่ า เที ย มกั น มี ร ะยะเวลาการสะท้ อ นเสี ย งที ่ เหมาะสม
  • 22.
    การออกแบบระบบเสี ย งจะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ • รู ป ร่ า งของห้ อ ง (Room Shape) ที ่ ค วรเป็ น รู ป สี ่ เ หลี ่ ย มผื น ผ้ า หรื อ สี ่ เ หลี ่ ย มคางหมู การแบ่ ง ผนั ง และเพดานเป็ น ส่ ว นจะช่ ว ยการกระจายเสี ย งที ่ ส มำ ่ า เสมอ
  • 23.
    การออกแบบระบบเสี ย งจะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ • ขนาดของห้ อ ง (Room Size) การพู ด ธรรมดาจะได้ ย ิ น ได้ ในระยะประมาณ 20-30 เมตร หรื อ ทิ ศ ทางด้ า นหน้ า ของผู ้ พ ู ด ประมาณ 13 เมตร จึ ง มี ผ ลต่ อ การกำ า หนด ขนาดของห้ อ ง
  • 24.
    การออกแบบระบบเสี ย งจะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ • ตำ า แหน่ ง ของต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง (Sound Source Position) ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง ควรอยู ่ ด ้ า นหน้ า ของแผ่ น แข็ ง สะท้ อ น เสี ย ง หากความสู ง ของห้ อ งสู ง มาก ควรมี แ ผ่ น สะท้ อ น เสี ย งเหนื อ ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง และปั จ จั ย สุ ด ท้ า ย
  • 25.
    การออกแบบระบบเสี ย งจะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ • ช่ ว งเวลาเสี ย งสะท้ อ น (Reverberation Time)เ สี ย งสะท้ อ น เกิ ด จากการสะท้ อ นของเสี ย งตรงจากผนั ง และเพดาน ดั ง นั ้ น ช่ ว งเวลาที ่ ต ่ า งกั น มากระหว่ า งเสี ย งตรงกั บ เสี ย งสะท้ อ น จะทำ า ให้ เ กิ ด เสี ย งสะท้ อ น (Echo) ซึ ่ ง ต้ อ ง หลี ก เลี ่ ย ง
  • 30.
    ลำ า โพง •ทวี ท เตอร์ tweeter คื อ ลำ า โพง ที ่ ม ี เ สี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง ซึ ่ ง มี ความถี ่ 2,000 - 20,000 เฮิ ต ช์ มาจากเสี ย งของนกทวี ต เตอร์ ท ี ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง • มิ ด เรนจ์ mid range คื อ ลำ า โพง ขนาดกลางเสี ย งในช่ ว ง ความถี ่ เ ป็ น กลางๆ คื อ ไม่ ส ู ง หรื อ ไม่ ต ำ ่ า มากเกิ น ไป • วู ฟ เฟอร์ คื อ ลำ า โพงที ่ ม ี ข นาด ใหญ่ ส ุ ด เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า จากเสี ย งของสุ น ั ข จากเสี ย ง วู ฟ วู ฟ
  • 31.
    • ระบบเสี ยง Dolby Pro Logic เป็ น ระบบเสี ย งที ่ ม ี ก ารส่ ง สั ญ ญาณเสี ย งแบบหลายช่ อ งทาง เสมื อ นระบบเสี ย งที ่ ไ ด้ จากระบบโฮมเธี ย เตอร์ ซึ ่ ง จะทำ า การถอดรหั ส เสี ย งจาก ลำ า โพงทาง ด้ า นซ้ า ย ขวา เซ็ น เตอร์ แ ละเซอราวนด์
  • 32.
    • ระบบ THXพั ฒ นาขึ ้ น โดย Lucasfilm มาจาก Tomlinson Holman's eXperiment ระบบเสี ย งนี ้ จ ากโรงภาพยนตร์ โ ดยทั ่ ว ไป เพราะ ว่ า ในโรงภาพยนตร์ ท ี ่ ต ่ า งที ่ ก ั น จึ ง กำ า หนดมาตรฐาน เพื ่ อ ให้ โ รงภาพยนตร์ ม ี ร ะบบเสี ย งที ่ เ หมื อ นๆ กั น
  • 33.
    • ระบบ SDDS: Sony Dynamic Digital Sound คิ ด ค้ น และพั ฒ นาโดย บริ ษ ั ท โซนี ่ มี ท ั ้ ง หมด 8 Channel เพิ ่ ม เข้ า ไปอี ก 2 Channel โดยเพิ ่ ม เสี ย ง จากลำ า โพงด้ า นหน้ า ตำ า แหน่ ง กลางซ้ า ย และกลางขวา ทำ า ให้ เ สี ย งจากภาพยนตร์ จ อใหญ่ ม ี ค วาม ลึ ก และครอบคลุ ม บริ เ วณได้ ม ากกว่ า ซึ ่ ง ทำ า ให้ เ กิ ด ความ เร้ า ใจในการชมมากขึ ้ น