3คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
1.(คณิตศาสตร O-Net ป2551)
ถากําหนดจํานวนสมาชิกของเซตตางๆตามตารางตอไปนี้
เซต A B∪ A C∪ B C∪ A B C∪ ∪ A B C∩ ∩
จํานวนสมาชิก 25 27 26 30 7
แลว จํานวนสมาชิกของ ( )A B C∩ ∪ เทากับขอใดตอไปนี้(1)
1. 23 2. 24 3. 25 4. 26
2. (คณิตศาสตรO-Net ป2551)
นักเรียนกลุมหนึ่งจํานวน 50 คนมี 32 คน ไมชอบเลนกีฬาและไมชอบฟงเพลง ถามี 6 คนชอบฟงเพลง
แตไมชอบเลนกีฬาและมี 1 คนชอบเลนกีฬาแตไมชอบฟงเพลง แลวนักเรียนในกลุมนี้ที่ชอบเลนกีฬาและ
ชอบฟงเพลงมีจํานวนเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1. 11 คน 2. 12 คน 3. 17 คน 4. 18 คน
3.(คณิตศาสตร O-Net ป2550)
กําหนดให A และ B เปนเซตซึ่ง ( ) 88n A B∪ = และ [ ]( ) ( ) 76n A B B A− ∪ − =
และ ( ) 45n A = แลว ( )n B เทากับขอใดตอไปนี้(4)
1. 45 2. 48 3. 53 4. 55
4. (คณิตศาสตร O-Net ป2550)
นักเรียนกลุมหนึ่งจํานวน 46 คนแตละคนมีเสื้อสีเหลืองหรือเสื้อสีฟาอยางนอยสีละหนึ่งตัว ถานักเรียน 39
คนมีเสื้อสีเหลืองและ 19 คนมีเสื้อสีฟา แลวนักเรียนกลุมนี้ที่มีทั้งเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีฟามีจํานวนเทากับ
ขอใดตอไปนี้ (4)
1. 9 2. 10 3. 11 4. 12
5.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ถา { }2, 4, 6A B− = , { }0,1, 3B A− = และ
{ }0,1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8A B∪ =
แลว A B∩ เปนสับเซตของเซตในขอใดตอไปนี้(3)
1. { }0,1, 4, 5, 6, 7 2. { }1, 2, 4, 5, 6, 8 3. { }0,1, 3, 5,7, 8 4. { }0, 2, 4, 5, 6, 8
6.(คณิตศาสตร O-Net ป2549) (ขอสอบแบบเติมคําตอบ)
ในการสอบถามพอบานจํานวน 300 คน พบวา มีคนที่ไมดื่มทั้งชาและกาแฟ 100 คน มีคนที่ดื่มชา
100 คนและมีคนที่ดื่มกาแฟ 150 คน พอบานที่ดื่มทั้งชาและกาแฟมีจํานวนเทาใด(50)
ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net
เรื่องเซต
1
4คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
7. จากการสอบถามผูดื่มกาแฟ 20 คน พบวา
ก.จํานวนผูที่ใสครีมในกาแฟนอยกวาสองเทาของจํานวนผูที่ใสน้ําตาลในกาแฟอยู 7 คน
ข.จํานวนผูที่ใสทั้งครีมและน้ําตาลในกาแฟเทากับจํานวนผูที่ไมใสครีมและไมใสน้ําตาลในกาแฟ
แลวจํานวนผูที่ใสครีมในกาแฟมีอยูกี่คน (11)
8. จากการสํารวจนักเรียนหองหนึ่งพบวา
ก.มี 20 คน ที่เลือกเรียนฝรั่งเศสหรือคณิตศาสตร
ข.ถาเลือกเรียนฝรั่งเศสแลวจะตองไมเรียนคณิตศาสตร
ค.มีอยู 17 คน ที่ไมเรียนคณิตศาสตร
ง. มีอยู 15 คนที่ไมเรียนฝรั่งเศส
แลวนักเรียนที่ไมเรียนทั้งสองวิชามีจํานวนเทากับขอใดตอไปนี้ (2)
1. 6 2. 12 3. 26 4. 32
9.ในการสํารวจความนิยมของผูที่ไปเที่ยวสวนสัตวจํานวน 100 คน พบวามี 50 คนชอบชาง
35 คนชอบลิง 25 คนชอบหมี 32คนชอบชางอยางเดียว 20 คนชอบหมีแตไมชอบลิง
10 คนชอบชางและลิงแตไมชอบหมี จงหาจํานวนคนที่ไมชอบสัตวสามชนิดนี้เลย (13)
10.หมูบานแหงหนึ่งมีครอบครัวทั้งหมด 800 ครอบครัว ประกอบอาชีพคาขายอยางเดียว 10
ครอบครัว นอกนั้นทําสวนเงาะ มังคุด ทุเรียน จากการสํารวจเฉพาะชาวสวนพบวามีครอบครัวที่ปลูกผลไม
ตั้งแต 2ชนิดขึ้นไป 110 ครอบครัว ปลูกเงาะและมังคุด70 ครอบครัวปลูกเงาะและทุเรียน 60
ครอบครัวปลูกมังคุดและทุเรียน 50 ครอบครัว ไมปลูกมังคุดเลย 290 ครอบครัว จงหาวามีกี่ครอบครัวที่
ปลูกแตมังคุดเพียงอยางเดียวเทานั้น(415)
11.ในการสํารวจความนิยมเกี่ยวกับเพลงโดยสอบถามจากนักเรียนโรงเรียนหนึ่งจํานวน 300 คน
พบวาแตละคนชอบเพลงลูกทุง เพลงลูกกรุงหรือเพลงไทยเดิมอยางนอยหนึ่งประเภทปรากฏวา
120 คนชอบเพลงลูกทุง 70 คนชอบเพลงลูกกรุงอยางเดียว
80 คนชอบเพลงไทยเดิมอยางเดียว 45 คนชอบทั้งเพลงลูกกรุงและเพลงไทยเดิม
30 คนชอบทั้งเพลงลูกทุงและเพลงลูกกรุง แตไมชอบเพลงไทยเดิม
50 คนไมชอบเพลงไทยเดิมและไมชอบเพลงลูกกรุง
จะมีคนชอบทั้งเพลงลูกทุงและไทยเดิมแตไมชอบเพลงลูกกรุงกี่คน (1)
1. 25 คน 2. 15 คน 3. 45 คน 4. 5 คน
12.จากการสํารวจผูฟงเพลงจํานวน180 คนพบวามีผูชอบเพลงไทยสากล 95คนเพลงไทยเดิม 92 คน
เพลงลูกทุง 125 คนเพลงไทยสากลและเพลงไทยเดิม 52คนเพลงไทยสากลและเพลงลูกทุง 43คน
เพลงไทยเดิมและเพลงลูกทุง 57 คนและทั้ง 180คนจะชอบฟงเพลงอยางนอยหนึ่งประเภทในสาม
ประเภทดังกลาวขางตน จํานวนคนที่ชอบฟงเพลงไทยสากลเพียงอยางเดียวเทากับขอใดตอไปนี้(1)
1. 20 2. 25 3. 30 4. 35
5คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
จากรูปแบบตอไปนี้
โดยการใหเหตุผลแบบอุปนัย 2a b c− + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4)
1. 11 2. 22 3. 33 4. 44
2. (คณิตศาสตรO-Net ป2550)
จงพิจารณาขอความตอไปนี้
(1)นักกีฬาทุกคนมีสุขภาพดี
(2)คนที่มีสุขภาพดีบางคนเปนคนดี
(3)ภราดรเปนนักกีฬา และเปนคนดี
แผนภาพในขอใดตอไปนี้ มีความเปนไปไดที่จะสอดคลองกับขอความทั้งสามขอขางตน เมื่อจุดแทนภราดร (4)
1. 2.
3. 4.
3.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
เหตุ (1)ไมมีคนขยันคนใดเปนคนตกงาน
(2) มีคนตกงานที่เปนคนใชเงินเกง
(3) คนขยันที่ไมเปนคนใชเงินเกง
ผล ในขอใดตอไปนี้เปนการสรุปผลจากเหตุขางตนที่เปนไปอยางสมเหตุสมผล (2)
1. มีคนขยันที่เปนคนใชเงินเกง 2. มีคนใชเงินเกงที่เปนคนตกงาน
3. มีคนใชเงินเกงที่เปนคนขยัน 4. มีคนตกงานที่เปนคนขยัน
7
2 41
14
4 82
21
6 123
77
b ca. . .
ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net
เรื่องการใหเหตุผล
2
6คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
4. (คณิตศาสตรO-Net ป2551)
จงพิจารณาขอความตอไปนี้
1.คนตีกอลฟเกงทุกคนเปนคนสายตาดี
2.คนที่ตีกอลฟไดไกลกวา 300 หลา บางคนเปนคนสายตาดี
3.ธงชัยตีกอลฟเกงแตตีไดไมไกลกวา 300 หลา
แผนภาพในขอใดตอไปนี้ มีความเปนไปไดที่จะสอดคลองกับขอความทั้งสามขางตนเมื่อจุดแทนธงชัย(4)
1. 2.
3. 4.
5. พิจารณาการใหเหตุผลตอไปนี้
ก. เหตุ 1)จํานวนเต็มที่หารดวย2ลงตัวทุกจํานวนเปนจํานวนคู
2)11หารดวย2ลงตัว
ผล 11เปนจํานวคู
ข. เหตุ 1) คนที่มีสุขภาพดีทุกคนเปนคนที่มีความสุข
2) ด.ช.วิริยะมีความสุข
ผล ด.ช.วิริยะ มีสุขภาพดี
ขอใดตอไปนี้ถูก (2)
1. ก.สมเหตุสมผล ข.สมเหตุสมผล 2. ก.สมเหตุสมผล ข.ไมสมเหตุสมผล
3. ก.ไมสมเหตุสมผล ข.สมเหตุสมผล 4. ก. ไมสมเหตุสมผล ข.ไมสมเหตุสมผล
6. จงพิจารณาจํานวนจุดจากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้
แลวแบบรูปที่ (9) มีจํานวนจุดทั้งหมดตรงกับขอใด(3)
1. 18 2. 26 3. 34 4. 38
(1) (2) (3)
⋅⋅⋅
7คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
7.จงพิจารณาจํานวน ,a bและ c จากแบบรูปของจํานวนที่กําหนดให โดยใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย
(1) 1, 4, 9, 16, 25, a (2) 1, 1, 3, 5, b− − − (3) 2, 5, 9, 14, 20, c
แลวคา a b c+ + มีคาตรงกับขอใด
1. 52 2. 56 3. 60 4. 70
8. นํากานไมขีดมาตอกันดังแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้
พิจารณาขอความตอไปนี้
ก. ในแบบรูปที่(7) จะตองใชกานไมขีดทั้งหมด 22 กาน
ข. ถามีกานไมขีด 44 กานสามารถตอกันเปนแบบรูปสี่เหลี่ยมดังกลาวไดพอดีโดยไมเหลือกานไมขีดเลย
ขอใดตอไปนี้จริง(2)
1. ก ถูก และ ข ถูก 2. ก ถูก แต ข ผิด 3. ก ผิด แต ข ถูก 4. ก ผิด และ ข ผิด
9.จํานวนสามเหลี่ยมที่ชาวกรีกโบราณเขียนแทนจํานวน 1, 3, 6, 10, 15, 21 โดยใชเปนสัญลักษณดังนี้
พิจารณาขอความตอไปนี้
ก.ถาจุดบนฐานดานลางของจํานวนสามเหลี่ยมมีจุดทั้งหมดสิบจุดแลวจํานวนสามเหลี่ยมนั้นแทนจํานวน 55
ข.จํานวน 72 เปนจํานวนสามเหลี่ยม
ขอใดตอไปนี้จริง(2)
1. ก ถูก และ ข ถูก 2. ก ถูก แต ข ผิด 3. ก ผิด แต ข ถูก 4. ก ผิด และ ข ผิด
10.ใหเลือกจํานวนนับมาหนี่งจํานวนสมมุติเปน x และปฏิบัติตามขั้นตอนตอไปนี้
ก.คูณจํานวนนับที่เลือกไวดวย 4 ข.บวกผลลัพธในขอก.ดวย 6
ค.หารผลบวกในขอข.ดวย 2 ง.ลบผลหารในขอค.ดวย 3
ถาเราทําตามวิธีที่กําหนดไวขางตน เมื่อใชวิธีการใหเหตุผลแบบอุปนัยจะมีขอสรุปผลลัพธสุดทายตรงกับ
ขอใดตอไปนี้ (3)
1. 1
2
x 2. x 3. 2x 4. 3x
(1) (2) (3)
⋅⋅⋅
•
••• •••
•
••
•••••••
•
••
••••••••••••
•
••
••••••
••••••••••••
•
••
1 3 6 10 15 21 K
8คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
เซตคําตอบของอสมการ 1 2 1
1 2
x
− ≤ + ≤
−
คือเซตในขอใดตอไปนี้ (3)
1. 2 1,1 −  2. 2 1,2 −  3. 3 2 2,1 −  4. 3 2 2,2 − 
2. (คณิตศาสตรO-Net ป2551)
สมการในขอใดตอไปนี้ มีคําตอบที่เปนจํานวนจริงมากกวา 2 คําตอบ (4)
1. 2
( 2) 1 0x − + = 2. 2 2
( 2)( 1) 0x x+ − =
3. 2 2
( 1) ( 2) 0x x− + = 4. 2 2
( 1)( 2) 0x x− + =
3. (คณิตศาสตรO-Net ป2551)
จํานวนสมาชิกของเซต
{ 2 21 1
( ) ( )x x a a
a a
= + − − เมื่อ a เปนจํานวนจริงซึ่งไมเทากับ }0
เทากับขอใดตอไปนี้ (2)
1. 1 2. 2 3. 3 4.มากกวาหรือเทากับ 4
4. (คณิตศาสตรO-Net ป2551)
ผลบวกของคําตอบทุกคําตอบของสมการ 3
2x x x− = เทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1. 0 2. 3 3. 3 1− 4. 3 1+
5. (คณิตศาสตรO-Net ป2550)
เซตของจํานวนจริง m ซึ่งทําใหสมการ 2
4 0x mx− + = มีรากเปนจํานวนจริง เปนสับเซตของ
เซตใดตอไปนี้ (4)
1. ( 5,5)− 2. ( , 4) [3, )−∞ − ∪ ∞ 3. ( ,0) [5, )−∞ ∪ ∞ 4. ( , 3) [4, )−∞ − ∪ ∞
6. (คณิตศาสตรO-Net ป2550)
กําหนดให a และ x เปนจํานวนจริงใดๆ ขอใดตอไปนี้ถูก (3)
1. ถา 0a < แลว 0x
a < 2.ถา 0a < แลว x
a a−
<
3.ถา 0a > แลว 0x
a−
> 4. ถา 0a > แลว x
a a>
ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net
เรื่องจํานวนจริง
3
9คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
7. (คณิตศาสตรO-Net ป2550)
ถา
1
2
x = − เปนรากของสมการ 2
3 1 0ax x+ − = แลวรากอีกรากหนึ่งของสมการนี้ มีคาเทากับ
ขอใดตอไปนี้ (3)
1. 5− 2.
1
5
− 3.
1
5
4. 5
8. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
กําหนดให ,a b เปนจํานวนจริงใดๆ ขอใดตอไปนี้ถูก(2)
1.ถา a b< แลว จะได 2 2
a b< 2.ถา 0a b< < แลว จะได 2
ab a<
3.ถา a b< แลว จะได a b< 4.ถา 2 2
a b< แลว จะได a b<
9. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
อสมการในขอใดตอไปนี้เปนจริง (3)
1. 1000 600 300
2 3 10< < 2. 600 1000 300
3 2 10< <
3. 600 300 1000
3 10 2< < 4. 300 1000 600
10 2 3< <
10. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ถา sin 65x = o
แลว อสมการในขอใดตอไปนี้เปนจริง (4)
1. 2
1
x
x x
x
< <
+
2.
2
21 1
x x
x
x x
< <
+ +
3.
2
2
2
1
x
x x
x
< <
+
4.
2
2
2
1
x
x x
x
< <
+
11. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
กําหนดให I เปนเซตของจํานวนเต็ม และ
1 1 2
1 3
x
A x I
x
 − − 
= ∈ ≤ 
−  
จํานวนสมาชิกของเซต A เทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1. 4 2. 5 3. 6 4. 7
12. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ถา 5x ≤ แลวขอใดตอไปนี้ถูก(3)
1. 2
25x ≤ 2. 5x ≤ 3. 25x x ≤ 4. 2
( ) 25x x− ≤
13.ให , ,A B C เปนชวงซึ่ง [ ]2,6 ,A = [ ]3,7 ,B = [ ]4,9C = และเอกภพสัมพัทธ
[ ]2,10U = แลว [ ]( )A C B′− − คือชวงในขอใดตอไปนี้ (1)
1. (7,10] 2. (9,10] 3. [2,3) (7,10]∪ 4. [2,3) (9,10]∪
10คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
14.กําหนดให 1x+ และ 1x- เปนตัวประกอบของพหุนาม 3 2
( ) 3p x x x ax b= + - + เมื่อ ,a b
เปนคาคงตัว เศษเหลือที่ไดจากการหาร ( )p x ดวย x a b- - เทากับขอใดตอไปนี้ (4)
1. 15 2. 17 3. 19 4. 21
15. กําหนดให 3 2
( ) 2P x x ax bx= + + + โดยที่ a และ b เปนจํานวนจริง ถา 1x- และ
3x+ ตางหาร ( )P x แลวเหลือเศษ 5 ดังนั้น 2a b+ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1. 11- 2. 1- 3. 1 4. 9
16.กําหนดให 3 2
( ) 4f x x kx mx= + + + เมื่อ k และ m เปนคาคงตัว ถา 2x- เปนตัวประกอบ
หนึ่งของ ( )f x และ เมื่อนํา 1x + ไปหาร ( )f x ไดเศษเหลือ 3 แลวคาสมบูรณของ k m+
เทากับเทาใด (1)
17.เซตในขอใดตอไปนี้เปนเซตคําตอบของสมการ 3 2
9 12 2 0x x x+ + - = (4)
1. { }31
3 2
2, ,- 2. { }2 1
3 2
1, ,- - 3. { }1 2
3 3
1, ,- 4. { }2 1
3 3
1, ,- -
18.คําตอบของสมการ 4 1x x− < + คือขอใดตอไปนี้ (2)
1.
3
2
x ณ 2.
3
2
x > 3.
3
2
x ฃ 4.
3
2
x <
19.ถา [ , ]a b เปนเซตคําตอบของอสมการ 7 5x x+ ≥ + แลว a b+ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(2)
1. 9 2. 11 3. 17 4. 19
20.เซตคําตอบของอสมการ
1
1
1 2
x
x
− ≤
−
คือเซตในขอใด(2)
1. เซตวาง 2. ( , 10) [ 10, 1] [3,10] [10, )−∞ − ∪ − − ∪ ∪ ∞
3. ( , 1] (3, )−∞ − ∪ ∞ 4. ขอ1, 2, 3ไมมีขอใดถูก
21.ขอใดตอไปนี้คือคําตอบของอสมการ 2
( 1)(2 1)
0
( 1)
x x
x
− −
≥
−
(4)
1.
1
( 1, ) (1, )
2
− ∪ ∞ 2.
1
( 1, ] (1, )
2
− ∪ ∞
3.
1
( , 1) ( ,1) (1, )
2
−∞ − ∪ ∪ ∞ 4.
1
( , 1) [ ,1) (1, )
2
−∞ − ∪ ∪ ∞
22.เซตคําตอบของอสมการ
2
1
x
x
x
>
+
เปนสับเซตของเซตในขอใดตอไปนี้ (3)
1. ( , 2)−∞ − 2. ( 10 , 1)− − 3. ( 2 ,1)− 4. (1, )∞
11คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
กําหนดให { }1, 2, 3, 4, 5, 6A = { }1, 2, 3, ,11,12B = K
( , ) 2
2
a
S a b A B b a
 
= ∈ × = + 
 
จํานวนสมาชิกของ S เทากับขอใดตอไปนี้ (2)
1. 1 2. 2 3. 3 4. 4
2.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
ทุก x ในชวงใดตอไปนี้ที่กราฟของสมการ 2
4 5 6y x x= − − + อยูเหนือแกน X (1)
1. ( )
2 1
,
3 3
− − 2. ( )
5 3
,
2 2
− − 3. ( )
1 6
,
4 7
4. ( )
1 3
,
2 2
3.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
ถาเสนตรง 3x = เปนเสนสมมาตรของกราฟของฟงกชัน
2 2
( ) ( 5) ( 10)f x x k x k= − + + + − เมื่อ k เปนจํานวนจริง
แลว f มีคาสูงสุดเทากับขอใดตอไปนี้ (2)
1. 4− 2. 0 3. 6 4. 14
4.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
กําหนดให 2
( ) 2 15f x x x= − − ขอใดตอไปนี้ผิด (4)
1. ( ) 17f x ≥ − ทุกจํานวนจริง x 2. ( 3 2 3) 0f − − − >
3. (1 3 5) (1 3 5)f f+ + = − − 4. ( 1 3 5) ( 1 3 5)f f− + + > − − −
5.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
พาราโบลารูปหนึ่งมีเสนสมมาตรขนานกับแกน Y และมีจุดสูงสุดอยูที่จุด ( , )a b ถาพาราโบลารูปนี้ตัด
แกน X ที่จุด ( 1,0)− และ (5,0) แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(3)
1. 0 2. 1 3. 2 4. 3
6.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
ถา { }1,2,3,4A = และ { }( , )r m n A A m n= ∈ × ≤ แลว
จํานวนสมาชิกในความสัมพันธ r เทากับขอใดตอไปนี้(2)
1. 8 2. 10 3. 12 4. 16
ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net
เรื่องความสัมพันธและฟงกชัน
4
12คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
7.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
กําหนดให { ( , ) ,r a b a A b B= ∈ ∈ และ b หารดวย a ลงตัว}
ถา { }2, 3, 5A = แลวความสัมพันธ r จะเปนฟงกชัน เมื่อ B เทากับเซตใดตอไปนี้(4)
1. { }3,4,10 2. { }2,3,15 3. { }0,3,10 4. { }4,5,9
8.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
กราฟของฟงกชันในขอใดตอไปนี้ ตัดแกน X มากกวา 1 จุด (2)
1. 2
1y x= + 2. 2y x= − 3. 1y x= − 4.
1
2
x
y
 
=  
 
9.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
ถากราฟของ 2
2 8y x x= − − ตัดแกน X ที่จุด ,A B และมี C เปนจุดวกกลับ แลวรูปสามเหลี่ยม
ABC มีพื้นที่เทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1. 21ตารางหนวย 2. 24 ตารางหนวย 3. 27 ตารางหนวย 4. 30 ตารางหนวย
10.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
กําหนดให { }, ,A a b c= และ { }0,1B = ฟงกชันในขอใดตอไปนี้ เปนฟงกชันจากB ไป A (4)
1. { }( ,1), ( ,0), ( ,1)a b c 2. { }(0, ), (1, ), (1, )b a c 3. { }( ,1), ( ,0)b c 4. { }(0, ), (1, )c b
11.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
กําหนดให 2
( ) 4 10f x x x= − + − ขอความในขอใดตอไปนี้ถูกตอง(4)
1. f มีคาต่ําสุดเทากับ 6− 2. f ไมมีคาสูงสุด 3. f มีคาสูงสุดเทากับ 6 4. 9
2
( ) 6f < −
12.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ถา P เปนจุดวกกลับของพาราโบลา 2
12 38y x x= − + − และ O เปนจุดกําเนิดแลวระยะทาง
ระหวางจุด P และจุด O เทากับขอใดตอไปนี้(2)
1. 10 หนวย 2. 2 10 หนวย 3. 13 หนวย 4. 2 13 หนวย
13.(คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ฟงกชัน ( )y f x= ในขอใดมีกราฟดังรูปตอไปนี้ (2)
x
y
gg
0 11−
(0,1)
( )y f x=
1. ( ) 1f x x= −
2. ( ) 1f x x= +
3. ( ) 1f x x= −
4. ( ) 1f x x= +
13คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
14. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
ถา { }(1,0), (2,1), (3,5), (4,3), (5,2)f = แลว (2) (3)f f+ มีคาเทาใด(6)
15. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
กําหนดให ( )n A แทนจํานวนสมาชิกของเซต A
ถา { }1 ( 1, 2), (0, 1), (1,2), (2, 3), (3,4)r = − − − −
และ { }2 ( , ) 1r x y y x= + = แลว 1 2( )n r r∩ เทากับเทาใด (2)
16. ถา { }4, 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3A = - - - -
{ }2
( , ) | 1r x y A A y x= ฮ ด = + และ { }( , )s x y A A y x= ฮ ด =
แลวจํานวนสมาชิกของเซต s rR D- เทากับขอใดตอไปนี้(4)
1. 1 2. 2 3. 3 4. 4
17. ถา ( ) 1f x x= - และ 2
( ) 32g x x= - แลวจํานวนสมาชิกที่เปนจํานวนเต็มของ
f gR Dว เทากับขอใดตอไปนี้(3)
1. 4 2. 5 3. 6 4. 7
18. ถา { 2, 1, 0,1, 2}A= - - และ { ( , ) | | |r a b A A a b= ฮ ด = หรือ 2
2 }a b= -
แลวจํานวนสมาชิกของ r เทากับขอใดตอไปนี้ (2)
1. 6 2. 7 3. 8 4. 9
19.กําหนดใหความสัมพันธ { }2
1 ( , ) 1r x y R R y x= ∈ × = − และ
2 2
1
( , ) 1
1
r x y R R y
x
 
= ∈ × = − 
+ 
ถา A = โดเมนของ 1r และ B = เรนจของ 2r แลวคา A B′∩ คือเซตในขอใดตอไปนี้(4)
1. ∅ 2. ( 0.5,0]− 3. ( 1,0)− 4. ( 1,0]−
20.กําหนด { }2
2 30A x x x= − − , { }( 1)( 2) 0B x x x x= − − =
ขอใดตอไปนี้เปนฟงกชันจาก A ไป B (1)
1. { }(3,0),( 1,1)− 2, { }(3,2),(1, 1)−
3. { }( 3,1),(1,2),(1,0)− 4. { }( 3,1),(1,2),( 3,0)− −
21.กําหนดให I เปนเซตของจํานวนเต็ม R เปนเซตของจํานวนจริง R+
เปนเซตของจํานวนจริงบวก(3)
1. { }( , ) 2x y I I y x∈ × = 2, { }
1
( , )x y I I y
xy
∈ × =
3. { }2 2
( , ) 1x y R R y x+
∈ × − = 4. { }2
( , ) ( 1)x y R R x y+
∈ × = −
14คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
2
5 2
6 15
 
−  
 
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1.
3
10
2.
7
10
3. 5 2− 4. 6 2−
2.(คณิตศาสตรO-Net ป2551)
3 4
( 18 2 125 3 4)+ − − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1. 10− 2. 10 3. 2 5 5 2− 4. 5 2 2 5−
3.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
1 1
2 2
2 2
− − − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4)
1.
3 2
2 2
− 2.
2 3
2 2
− 3.
5 3 2
2 2
− 4.
3 2 5
2 2
−
4.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
2 1
3 2
4
8 (18)
144 6
⋅ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1.
2
3
2.
3
2
3. 2 4. 3
5.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
ถา 2 2 3 3
(1 2) (2 8) (1 2) (2 8)− + + − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1. 32− 2. 24− 3. 32 16 2− − 4. 24 16 2− −
6.(คณิตศาสตรO-Net ป2550)
2 1
3 2
4
8 (18)
144 6
⋅ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1.
2
3
2.
3
2
3. 2 4. 3
7. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) ขอใดตอไปนี้ ผิด (2)
1. 0.9 10 0.9 10+ < + 2. ( )4
( 0.9) 0.9 0.9<
3. ( ) ( )3 3
( 0.9) 1.1 ( 1.1) 0.9< 4. 300 200
125 100<
ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net
เรื่องเลขยกกําลังและรากที่n ของจํานวนจริง
5
15คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary National Education Test
8. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
2
( 2 8 18 32)+ + + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4)
1. 60 2. 60 2 3. 100 2 4. 200
9. (คณิตศาสตรO-Net ป2549)
3
2
65
3
32 2
27 (64)
−
+ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(1)
1.
13
24
− 2.
5
6
− 3.
2
3
4.
19
24
10. ( 32 243) ( 72 27)
( 12 3 8) ( 75 48)
− + +
+ − −
เทากับปริมาณในขอใดตอไปนี้ (2)
1.
2
( 3 2)
3
- 2.
2 3
( 3 2)
3
- 3.
2
( 2 6)
3
- 4.
2
( 6 2)
3
-
11. ถา
6 3
6 3
x
+
=
−
และ
6 3
6 3
y
−
=
+
แลวคาของ 2 2
4x xy y− + จะมีคาเทากับ (4)
1. 2− 2. 4− 3. 6− 4. 30
12.
1 1 2 1 1 2
3 3 3 3 3 3
(10 2 )(10 10 2 2 )− + + มีคาเทากับเทาไร(1)
1. 8 2. 2 3. 12 4. 3
2 164
13. 3 8
3 2 5+ +
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1. 3 6 15+ − 2. 2 2 5+ − 3. 5 6 15− + 4. 1 2 5− +
14.กําหนดให
1
;
2 3
a =
−
1
;
2 3
b =
+
3 1.732= คาของ 2 2
7 11 7a ab b+ − เทากับเทาใด
(ขอสอบแบบเติมคําตอบ) (107.992)
15. 3 8
3 2 5+ +
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1)
1. 3 6 15+ − 2. 2 2 5+ − 3. 5 6 15− + 4. 1 2 5− +
16.ให a เปนคําตอบของสมการ 3 1x x− = −
และ
1 1 1 1 1 1
8 7 7 6 6 5 5 4 4 3 3 2
b = − + − + −
− − − − − −
2
( )b
a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3)
1. 2 2. 4 3. 16 4. 32

Ma mama11(2)

  • 1.
    3คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 1.(คณิตศาสตร O-Net ป2551) ถากําหนดจํานวนสมาชิกของเซตตางๆตามตารางตอไปนี้ เซต A B∪ A C∪ B C∪ A B C∪ ∪ A B C∩ ∩ จํานวนสมาชิก 25 27 26 30 7 แลว จํานวนสมาชิกของ ( )A B C∩ ∪ เทากับขอใดตอไปนี้(1) 1. 23 2. 24 3. 25 4. 26 2. (คณิตศาสตรO-Net ป2551) นักเรียนกลุมหนึ่งจํานวน 50 คนมี 32 คน ไมชอบเลนกีฬาและไมชอบฟงเพลง ถามี 6 คนชอบฟงเพลง แตไมชอบเลนกีฬาและมี 1 คนชอบเลนกีฬาแตไมชอบฟงเพลง แลวนักเรียนในกลุมนี้ที่ชอบเลนกีฬาและ ชอบฟงเพลงมีจํานวนเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 11 คน 2. 12 คน 3. 17 คน 4. 18 คน 3.(คณิตศาสตร O-Net ป2550) กําหนดให A และ B เปนเซตซึ่ง ( ) 88n A B∪ = และ [ ]( ) ( ) 76n A B B A− ∪ − = และ ( ) 45n A = แลว ( )n B เทากับขอใดตอไปนี้(4) 1. 45 2. 48 3. 53 4. 55 4. (คณิตศาสตร O-Net ป2550) นักเรียนกลุมหนึ่งจํานวน 46 คนแตละคนมีเสื้อสีเหลืองหรือเสื้อสีฟาอยางนอยสีละหนึ่งตัว ถานักเรียน 39 คนมีเสื้อสีเหลืองและ 19 คนมีเสื้อสีฟา แลวนักเรียนกลุมนี้ที่มีทั้งเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีฟามีจํานวนเทากับ ขอใดตอไปนี้ (4) 1. 9 2. 10 3. 11 4. 12 5.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) ถา { }2, 4, 6A B− = , { }0,1, 3B A− = และ { }0,1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8A B∪ = แลว A B∩ เปนสับเซตของเซตในขอใดตอไปนี้(3) 1. { }0,1, 4, 5, 6, 7 2. { }1, 2, 4, 5, 6, 8 3. { }0,1, 3, 5,7, 8 4. { }0, 2, 4, 5, 6, 8 6.(คณิตศาสตร O-Net ป2549) (ขอสอบแบบเติมคําตอบ) ในการสอบถามพอบานจํานวน 300 คน พบวา มีคนที่ไมดื่มทั้งชาและกาแฟ 100 คน มีคนที่ดื่มชา 100 คนและมีคนที่ดื่มกาแฟ 150 คน พอบานที่ดื่มทั้งชาและกาแฟมีจํานวนเทาใด(50) ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net เรื่องเซต 1
  • 2.
    4คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 7. จากการสอบถามผูดื่มกาแฟ 20 คน พบวา ก.จํานวนผูที่ใสครีมในกาแฟนอยกวาสองเทาของจํานวนผูที่ใสน้ําตาลในกาแฟอยู 7 คน ข.จํานวนผูที่ใสทั้งครีมและน้ําตาลในกาแฟเทากับจํานวนผูที่ไมใสครีมและไมใสน้ําตาลในกาแฟ แลวจํานวนผูที่ใสครีมในกาแฟมีอยูกี่คน (11) 8. จากการสํารวจนักเรียนหองหนึ่งพบวา ก.มี 20 คน ที่เลือกเรียนฝรั่งเศสหรือคณิตศาสตร ข.ถาเลือกเรียนฝรั่งเศสแลวจะตองไมเรียนคณิตศาสตร ค.มีอยู 17 คน ที่ไมเรียนคณิตศาสตร ง. มีอยู 15 คนที่ไมเรียนฝรั่งเศส แลวนักเรียนที่ไมเรียนทั้งสองวิชามีจํานวนเทากับขอใดตอไปนี้ (2) 1. 6 2. 12 3. 26 4. 32 9.ในการสํารวจความนิยมของผูที่ไปเที่ยวสวนสัตวจํานวน 100 คน พบวามี 50 คนชอบชาง 35 คนชอบลิง 25 คนชอบหมี 32คนชอบชางอยางเดียว 20 คนชอบหมีแตไมชอบลิง 10 คนชอบชางและลิงแตไมชอบหมี จงหาจํานวนคนที่ไมชอบสัตวสามชนิดนี้เลย (13) 10.หมูบานแหงหนึ่งมีครอบครัวทั้งหมด 800 ครอบครัว ประกอบอาชีพคาขายอยางเดียว 10 ครอบครัว นอกนั้นทําสวนเงาะ มังคุด ทุเรียน จากการสํารวจเฉพาะชาวสวนพบวามีครอบครัวที่ปลูกผลไม ตั้งแต 2ชนิดขึ้นไป 110 ครอบครัว ปลูกเงาะและมังคุด70 ครอบครัวปลูกเงาะและทุเรียน 60 ครอบครัวปลูกมังคุดและทุเรียน 50 ครอบครัว ไมปลูกมังคุดเลย 290 ครอบครัว จงหาวามีกี่ครอบครัวที่ ปลูกแตมังคุดเพียงอยางเดียวเทานั้น(415) 11.ในการสํารวจความนิยมเกี่ยวกับเพลงโดยสอบถามจากนักเรียนโรงเรียนหนึ่งจํานวน 300 คน พบวาแตละคนชอบเพลงลูกทุง เพลงลูกกรุงหรือเพลงไทยเดิมอยางนอยหนึ่งประเภทปรากฏวา 120 คนชอบเพลงลูกทุง 70 คนชอบเพลงลูกกรุงอยางเดียว 80 คนชอบเพลงไทยเดิมอยางเดียว 45 คนชอบทั้งเพลงลูกกรุงและเพลงไทยเดิม 30 คนชอบทั้งเพลงลูกทุงและเพลงลูกกรุง แตไมชอบเพลงไทยเดิม 50 คนไมชอบเพลงไทยเดิมและไมชอบเพลงลูกกรุง จะมีคนชอบทั้งเพลงลูกทุงและไทยเดิมแตไมชอบเพลงลูกกรุงกี่คน (1) 1. 25 คน 2. 15 คน 3. 45 คน 4. 5 คน 12.จากการสํารวจผูฟงเพลงจํานวน180 คนพบวามีผูชอบเพลงไทยสากล 95คนเพลงไทยเดิม 92 คน เพลงลูกทุง 125 คนเพลงไทยสากลและเพลงไทยเดิม 52คนเพลงไทยสากลและเพลงลูกทุง 43คน เพลงไทยเดิมและเพลงลูกทุง 57 คนและทั้ง 180คนจะชอบฟงเพลงอยางนอยหนึ่งประเภทในสาม ประเภทดังกลาวขางตน จํานวนคนที่ชอบฟงเพลงไทยสากลเพียงอยางเดียวเทากับขอใดตอไปนี้(1) 1. 20 2. 25 3. 30 4. 35
  • 3.
    5คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) จากรูปแบบตอไปนี้ โดยการใหเหตุผลแบบอุปนัย 2a b c− + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4) 1. 11 2. 22 3. 33 4. 44 2. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) จงพิจารณาขอความตอไปนี้ (1)นักกีฬาทุกคนมีสุขภาพดี (2)คนที่มีสุขภาพดีบางคนเปนคนดี (3)ภราดรเปนนักกีฬา และเปนคนดี แผนภาพในขอใดตอไปนี้ มีความเปนไปไดที่จะสอดคลองกับขอความทั้งสามขอขางตน เมื่อจุดแทนภราดร (4) 1. 2. 3. 4. 3.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) เหตุ (1)ไมมีคนขยันคนใดเปนคนตกงาน (2) มีคนตกงานที่เปนคนใชเงินเกง (3) คนขยันที่ไมเปนคนใชเงินเกง ผล ในขอใดตอไปนี้เปนการสรุปผลจากเหตุขางตนที่เปนไปอยางสมเหตุสมผล (2) 1. มีคนขยันที่เปนคนใชเงินเกง 2. มีคนใชเงินเกงที่เปนคนตกงาน 3. มีคนใชเงินเกงที่เปนคนขยัน 4. มีคนตกงานที่เปนคนขยัน 7 2 41 14 4 82 21 6 123 77 b ca. . . ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net เรื่องการใหเหตุผล 2
  • 4.
    6คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 4. (คณิตศาสตรO-Net ป2551) จงพิจารณาขอความตอไปนี้ 1.คนตีกอลฟเกงทุกคนเปนคนสายตาดี 2.คนที่ตีกอลฟไดไกลกวา 300 หลา บางคนเปนคนสายตาดี 3.ธงชัยตีกอลฟเกงแตตีไดไมไกลกวา 300 หลา แผนภาพในขอใดตอไปนี้ มีความเปนไปไดที่จะสอดคลองกับขอความทั้งสามขางตนเมื่อจุดแทนธงชัย(4) 1. 2. 3. 4. 5. พิจารณาการใหเหตุผลตอไปนี้ ก. เหตุ 1)จํานวนเต็มที่หารดวย2ลงตัวทุกจํานวนเปนจํานวนคู 2)11หารดวย2ลงตัว ผล 11เปนจํานวคู ข. เหตุ 1) คนที่มีสุขภาพดีทุกคนเปนคนที่มีความสุข 2) ด.ช.วิริยะมีความสุข ผล ด.ช.วิริยะ มีสุขภาพดี ขอใดตอไปนี้ถูก (2) 1. ก.สมเหตุสมผล ข.สมเหตุสมผล 2. ก.สมเหตุสมผล ข.ไมสมเหตุสมผล 3. ก.ไมสมเหตุสมผล ข.สมเหตุสมผล 4. ก. ไมสมเหตุสมผล ข.ไมสมเหตุสมผล 6. จงพิจารณาจํานวนจุดจากแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้ แลวแบบรูปที่ (9) มีจํานวนจุดทั้งหมดตรงกับขอใด(3) 1. 18 2. 26 3. 34 4. 38 (1) (2) (3) ⋅⋅⋅
  • 5.
    7คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 7.จงพิจารณาจํานวน ,a bและ c จากแบบรูปของจํานวนที่กําหนดให โดยใชการใหเหตุผลแบบอุปนัย (1) 1, 4, 9, 16, 25, a (2) 1, 1, 3, 5, b− − − (3) 2, 5, 9, 14, 20, c แลวคา a b c+ + มีคาตรงกับขอใด 1. 52 2. 56 3. 60 4. 70 8. นํากานไมขีดมาตอกันดังแบบรูปที่กําหนดใหตอไปนี้ พิจารณาขอความตอไปนี้ ก. ในแบบรูปที่(7) จะตองใชกานไมขีดทั้งหมด 22 กาน ข. ถามีกานไมขีด 44 กานสามารถตอกันเปนแบบรูปสี่เหลี่ยมดังกลาวไดพอดีโดยไมเหลือกานไมขีดเลย ขอใดตอไปนี้จริง(2) 1. ก ถูก และ ข ถูก 2. ก ถูก แต ข ผิด 3. ก ผิด แต ข ถูก 4. ก ผิด และ ข ผิด 9.จํานวนสามเหลี่ยมที่ชาวกรีกโบราณเขียนแทนจํานวน 1, 3, 6, 10, 15, 21 โดยใชเปนสัญลักษณดังนี้ พิจารณาขอความตอไปนี้ ก.ถาจุดบนฐานดานลางของจํานวนสามเหลี่ยมมีจุดทั้งหมดสิบจุดแลวจํานวนสามเหลี่ยมนั้นแทนจํานวน 55 ข.จํานวน 72 เปนจํานวนสามเหลี่ยม ขอใดตอไปนี้จริง(2) 1. ก ถูก และ ข ถูก 2. ก ถูก แต ข ผิด 3. ก ผิด แต ข ถูก 4. ก ผิด และ ข ผิด 10.ใหเลือกจํานวนนับมาหนี่งจํานวนสมมุติเปน x และปฏิบัติตามขั้นตอนตอไปนี้ ก.คูณจํานวนนับที่เลือกไวดวย 4 ข.บวกผลลัพธในขอก.ดวย 6 ค.หารผลบวกในขอข.ดวย 2 ง.ลบผลหารในขอค.ดวย 3 ถาเราทําตามวิธีที่กําหนดไวขางตน เมื่อใชวิธีการใหเหตุผลแบบอุปนัยจะมีขอสรุปผลลัพธสุดทายตรงกับ ขอใดตอไปนี้ (3) 1. 1 2 x 2. x 3. 2x 4. 3x (1) (2) (3) ⋅⋅⋅ • ••• ••• • •• ••••••• • •• •••••••••••• • •• •••••• •••••••••••• • •• 1 3 6 10 15 21 K
  • 6.
    8คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) เซตคําตอบของอสมการ 1 2 1 1 2 x − ≤ + ≤ − คือเซตในขอใดตอไปนี้ (3) 1. 2 1,1 −  2. 2 1,2 −  3. 3 2 2,1 −  4. 3 2 2,2 −  2. (คณิตศาสตรO-Net ป2551) สมการในขอใดตอไปนี้ มีคําตอบที่เปนจํานวนจริงมากกวา 2 คําตอบ (4) 1. 2 ( 2) 1 0x − + = 2. 2 2 ( 2)( 1) 0x x+ − = 3. 2 2 ( 1) ( 2) 0x x− + = 4. 2 2 ( 1)( 2) 0x x− + = 3. (คณิตศาสตรO-Net ป2551) จํานวนสมาชิกของเซต { 2 21 1 ( ) ( )x x a a a a = + − − เมื่อ a เปนจํานวนจริงซึ่งไมเทากับ }0 เทากับขอใดตอไปนี้ (2) 1. 1 2. 2 3. 3 4.มากกวาหรือเทากับ 4 4. (คณิตศาสตรO-Net ป2551) ผลบวกของคําตอบทุกคําตอบของสมการ 3 2x x x− = เทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 0 2. 3 3. 3 1− 4. 3 1+ 5. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) เซตของจํานวนจริง m ซึ่งทําใหสมการ 2 4 0x mx− + = มีรากเปนจํานวนจริง เปนสับเซตของ เซตใดตอไปนี้ (4) 1. ( 5,5)− 2. ( , 4) [3, )−∞ − ∪ ∞ 3. ( ,0) [5, )−∞ ∪ ∞ 4. ( , 3) [4, )−∞ − ∪ ∞ 6. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) กําหนดให a และ x เปนจํานวนจริงใดๆ ขอใดตอไปนี้ถูก (3) 1. ถา 0a < แลว 0x a < 2.ถา 0a < แลว x a a− < 3.ถา 0a > แลว 0x a− > 4. ถา 0a > แลว x a a> ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net เรื่องจํานวนจริง 3
  • 7.
    9คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 7. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) ถา 1 2 x = − เปนรากของสมการ 2 3 1 0ax x+ − = แลวรากอีกรากหนึ่งของสมการนี้ มีคาเทากับ ขอใดตอไปนี้ (3) 1. 5− 2. 1 5 − 3. 1 5 4. 5 8. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) กําหนดให ,a b เปนจํานวนจริงใดๆ ขอใดตอไปนี้ถูก(2) 1.ถา a b< แลว จะได 2 2 a b< 2.ถา 0a b< < แลว จะได 2 ab a< 3.ถา a b< แลว จะได a b< 4.ถา 2 2 a b< แลว จะได a b< 9. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) อสมการในขอใดตอไปนี้เปนจริง (3) 1. 1000 600 300 2 3 10< < 2. 600 1000 300 3 2 10< < 3. 600 300 1000 3 10 2< < 4. 300 1000 600 10 2 3< < 10. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) ถา sin 65x = o แลว อสมการในขอใดตอไปนี้เปนจริง (4) 1. 2 1 x x x x < < + 2. 2 21 1 x x x x x < < + + 3. 2 2 2 1 x x x x < < + 4. 2 2 2 1 x x x x < < + 11. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) กําหนดให I เปนเซตของจํานวนเต็ม และ 1 1 2 1 3 x A x I x  − −  = ∈ ≤  −   จํานวนสมาชิกของเซต A เทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 4 2. 5 3. 6 4. 7 12. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) ถา 5x ≤ แลวขอใดตอไปนี้ถูก(3) 1. 2 25x ≤ 2. 5x ≤ 3. 25x x ≤ 4. 2 ( ) 25x x− ≤ 13.ให , ,A B C เปนชวงซึ่ง [ ]2,6 ,A = [ ]3,7 ,B = [ ]4,9C = และเอกภพสัมพัทธ [ ]2,10U = แลว [ ]( )A C B′− − คือชวงในขอใดตอไปนี้ (1) 1. (7,10] 2. (9,10] 3. [2,3) (7,10]∪ 4. [2,3) (9,10]∪
  • 8.
    10คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 14.กําหนดให 1x+ และ 1x- เปนตัวประกอบของพหุนาม 3 2 ( ) 3p x x x ax b= + - + เมื่อ ,a b เปนคาคงตัว เศษเหลือที่ไดจากการหาร ( )p x ดวย x a b- - เทากับขอใดตอไปนี้ (4) 1. 15 2. 17 3. 19 4. 21 15. กําหนดให 3 2 ( ) 2P x x ax bx= + + + โดยที่ a และ b เปนจํานวนจริง ถา 1x- และ 3x+ ตางหาร ( )P x แลวเหลือเศษ 5 ดังนั้น 2a b+ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 11- 2. 1- 3. 1 4. 9 16.กําหนดให 3 2 ( ) 4f x x kx mx= + + + เมื่อ k และ m เปนคาคงตัว ถา 2x- เปนตัวประกอบ หนึ่งของ ( )f x และ เมื่อนํา 1x + ไปหาร ( )f x ไดเศษเหลือ 3 แลวคาสมบูรณของ k m+ เทากับเทาใด (1) 17.เซตในขอใดตอไปนี้เปนเซตคําตอบของสมการ 3 2 9 12 2 0x x x+ + - = (4) 1. { }31 3 2 2, ,- 2. { }2 1 3 2 1, ,- - 3. { }1 2 3 3 1, ,- 4. { }2 1 3 3 1, ,- - 18.คําตอบของสมการ 4 1x x− < + คือขอใดตอไปนี้ (2) 1. 3 2 x ณ 2. 3 2 x > 3. 3 2 x ฃ 4. 3 2 x < 19.ถา [ , ]a b เปนเซตคําตอบของอสมการ 7 5x x+ ≥ + แลว a b+ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(2) 1. 9 2. 11 3. 17 4. 19 20.เซตคําตอบของอสมการ 1 1 1 2 x x − ≤ − คือเซตในขอใด(2) 1. เซตวาง 2. ( , 10) [ 10, 1] [3,10] [10, )−∞ − ∪ − − ∪ ∪ ∞ 3. ( , 1] (3, )−∞ − ∪ ∞ 4. ขอ1, 2, 3ไมมีขอใดถูก 21.ขอใดตอไปนี้คือคําตอบของอสมการ 2 ( 1)(2 1) 0 ( 1) x x x − − ≥ − (4) 1. 1 ( 1, ) (1, ) 2 − ∪ ∞ 2. 1 ( 1, ] (1, ) 2 − ∪ ∞ 3. 1 ( , 1) ( ,1) (1, ) 2 −∞ − ∪ ∪ ∞ 4. 1 ( , 1) [ ,1) (1, ) 2 −∞ − ∪ ∪ ∞ 22.เซตคําตอบของอสมการ 2 1 x x x > + เปนสับเซตของเซตในขอใดตอไปนี้ (3) 1. ( , 2)−∞ − 2. ( 10 , 1)− − 3. ( 2 ,1)− 4. (1, )∞
  • 9.
    11คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) กําหนดให { }1, 2, 3, 4, 5, 6A = { }1, 2, 3, ,11,12B = K ( , ) 2 2 a S a b A B b a   = ∈ × = +    จํานวนสมาชิกของ S เทากับขอใดตอไปนี้ (2) 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 2.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) ทุก x ในชวงใดตอไปนี้ที่กราฟของสมการ 2 4 5 6y x x= − − + อยูเหนือแกน X (1) 1. ( ) 2 1 , 3 3 − − 2. ( ) 5 3 , 2 2 − − 3. ( ) 1 6 , 4 7 4. ( ) 1 3 , 2 2 3.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) ถาเสนตรง 3x = เปนเสนสมมาตรของกราฟของฟงกชัน 2 2 ( ) ( 5) ( 10)f x x k x k= − + + + − เมื่อ k เปนจํานวนจริง แลว f มีคาสูงสุดเทากับขอใดตอไปนี้ (2) 1. 4− 2. 0 3. 6 4. 14 4.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) กําหนดให 2 ( ) 2 15f x x x= − − ขอใดตอไปนี้ผิด (4) 1. ( ) 17f x ≥ − ทุกจํานวนจริง x 2. ( 3 2 3) 0f − − − > 3. (1 3 5) (1 3 5)f f+ + = − − 4. ( 1 3 5) ( 1 3 5)f f− + + > − − − 5.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) พาราโบลารูปหนึ่งมีเสนสมมาตรขนานกับแกน Y และมีจุดสูงสุดอยูที่จุด ( , )a b ถาพาราโบลารูปนี้ตัด แกน X ที่จุด ( 1,0)− และ (5,0) แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(3) 1. 0 2. 1 3. 2 4. 3 6.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) ถา { }1,2,3,4A = และ { }( , )r m n A A m n= ∈ × ≤ แลว จํานวนสมาชิกในความสัมพันธ r เทากับขอใดตอไปนี้(2) 1. 8 2. 10 3. 12 4. 16 ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net เรื่องความสัมพันธและฟงกชัน 4
  • 10.
    12คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 7.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) กําหนดให { ( , ) ,r a b a A b B= ∈ ∈ และ b หารดวย a ลงตัว} ถา { }2, 3, 5A = แลวความสัมพันธ r จะเปนฟงกชัน เมื่อ B เทากับเซตใดตอไปนี้(4) 1. { }3,4,10 2. { }2,3,15 3. { }0,3,10 4. { }4,5,9 8.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) กราฟของฟงกชันในขอใดตอไปนี้ ตัดแกน X มากกวา 1 จุด (2) 1. 2 1y x= + 2. 2y x= − 3. 1y x= − 4. 1 2 x y   =     9.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) ถากราฟของ 2 2 8y x x= − − ตัดแกน X ที่จุด ,A B และมี C เปนจุดวกกลับ แลวรูปสามเหลี่ยม ABC มีพื้นที่เทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 21ตารางหนวย 2. 24 ตารางหนวย 3. 27 ตารางหนวย 4. 30 ตารางหนวย 10.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) กําหนดให { }, ,A a b c= และ { }0,1B = ฟงกชันในขอใดตอไปนี้ เปนฟงกชันจากB ไป A (4) 1. { }( ,1), ( ,0), ( ,1)a b c 2. { }(0, ), (1, ), (1, )b a c 3. { }( ,1), ( ,0)b c 4. { }(0, ), (1, )c b 11.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) กําหนดให 2 ( ) 4 10f x x x= − + − ขอความในขอใดตอไปนี้ถูกตอง(4) 1. f มีคาต่ําสุดเทากับ 6− 2. f ไมมีคาสูงสุด 3. f มีคาสูงสุดเทากับ 6 4. 9 2 ( ) 6f < − 12.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) ถา P เปนจุดวกกลับของพาราโบลา 2 12 38y x x= − + − และ O เปนจุดกําเนิดแลวระยะทาง ระหวางจุด P และจุด O เทากับขอใดตอไปนี้(2) 1. 10 หนวย 2. 2 10 หนวย 3. 13 หนวย 4. 2 13 หนวย 13.(คณิตศาสตรO-Net ป2549) ฟงกชัน ( )y f x= ในขอใดมีกราฟดังรูปตอไปนี้ (2) x y gg 0 11− (0,1) ( )y f x= 1. ( ) 1f x x= − 2. ( ) 1f x x= + 3. ( ) 1f x x= − 4. ( ) 1f x x= +
  • 11.
    13คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 14. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) ถา { }(1,0), (2,1), (3,5), (4,3), (5,2)f = แลว (2) (3)f f+ มีคาเทาใด(6) 15. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) กําหนดให ( )n A แทนจํานวนสมาชิกของเซต A ถา { }1 ( 1, 2), (0, 1), (1,2), (2, 3), (3,4)r = − − − − และ { }2 ( , ) 1r x y y x= + = แลว 1 2( )n r r∩ เทากับเทาใด (2) 16. ถา { }4, 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3A = - - - - { }2 ( , ) | 1r x y A A y x= ฮ ด = + และ { }( , )s x y A A y x= ฮ ด = แลวจํานวนสมาชิกของเซต s rR D- เทากับขอใดตอไปนี้(4) 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 17. ถา ( ) 1f x x= - และ 2 ( ) 32g x x= - แลวจํานวนสมาชิกที่เปนจํานวนเต็มของ f gR Dว เทากับขอใดตอไปนี้(3) 1. 4 2. 5 3. 6 4. 7 18. ถา { 2, 1, 0,1, 2}A= - - และ { ( , ) | | |r a b A A a b= ฮ ด = หรือ 2 2 }a b= - แลวจํานวนสมาชิกของ r เทากับขอใดตอไปนี้ (2) 1. 6 2. 7 3. 8 4. 9 19.กําหนดใหความสัมพันธ { }2 1 ( , ) 1r x y R R y x= ∈ × = − และ 2 2 1 ( , ) 1 1 r x y R R y x   = ∈ × = −  +  ถา A = โดเมนของ 1r และ B = เรนจของ 2r แลวคา A B′∩ คือเซตในขอใดตอไปนี้(4) 1. ∅ 2. ( 0.5,0]− 3. ( 1,0)− 4. ( 1,0]− 20.กําหนด { }2 2 30A x x x= − − , { }( 1)( 2) 0B x x x x= − − = ขอใดตอไปนี้เปนฟงกชันจาก A ไป B (1) 1. { }(3,0),( 1,1)− 2, { }(3,2),(1, 1)− 3. { }( 3,1),(1,2),(1,0)− 4. { }( 3,1),(1,2),( 3,0)− − 21.กําหนดให I เปนเซตของจํานวนเต็ม R เปนเซตของจํานวนจริง R+ เปนเซตของจํานวนจริงบวก(3) 1. { }( , ) 2x y I I y x∈ × = 2, { } 1 ( , )x y I I y xy ∈ × = 3. { }2 2 ( , ) 1x y R R y x+ ∈ × − = 4. { }2 ( , ) ( 1)x y R R x y+ ∈ × = −
  • 12.
    14คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 1.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) 2 5 2 6 15   −     มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 3 10 2. 7 10 3. 5 2− 4. 6 2− 2.(คณิตศาสตรO-Net ป2551) 3 4 ( 18 2 125 3 4)+ − − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 10− 2. 10 3. 2 5 5 2− 4. 5 2 2 5− 3.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) 1 1 2 2 2 2 − − − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4) 1. 3 2 2 2 − 2. 2 3 2 2 − 3. 5 3 2 2 2 − 4. 3 2 5 2 2 − 4.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) 2 1 3 2 4 8 (18) 144 6 ⋅ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 2 3 2. 3 2 3. 2 4. 3 5.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) ถา 2 2 3 3 (1 2) (2 8) (1 2) (2 8)− + + − มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 32− 2. 24− 3. 32 16 2− − 4. 24 16 2− − 6.(คณิตศาสตรO-Net ป2550) 2 1 3 2 4 8 (18) 144 6 ⋅ มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 2 3 2. 3 2 3. 2 4. 3 7. (คณิตศาสตรO-Net ป2550) ขอใดตอไปนี้ ผิด (2) 1. 0.9 10 0.9 10+ < + 2. ( )4 ( 0.9) 0.9 0.9< 3. ( ) ( )3 3 ( 0.9) 1.1 ( 1.1) 0.9< 4. 300 200 125 100< ตัวอยางขอสอบคณิตศาสตรพื้นฐานO-Net เรื่องเลขยกกําลังและรากที่n ของจํานวนจริง 5
  • 13.
    15คณิตศาสตรพื้นฐานO-Net Ordinary NationalEducation Test 8. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) 2 ( 2 8 18 32)+ + + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (4) 1. 60 2. 60 2 3. 100 2 4. 200 9. (คณิตศาสตรO-Net ป2549) 3 2 65 3 32 2 27 (64) − + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้(1) 1. 13 24 − 2. 5 6 − 3. 2 3 4. 19 24 10. ( 32 243) ( 72 27) ( 12 3 8) ( 75 48) − + + + − − เทากับปริมาณในขอใดตอไปนี้ (2) 1. 2 ( 3 2) 3 - 2. 2 3 ( 3 2) 3 - 3. 2 ( 2 6) 3 - 4. 2 ( 6 2) 3 - 11. ถา 6 3 6 3 x + = − และ 6 3 6 3 y − = + แลวคาของ 2 2 4x xy y− + จะมีคาเทากับ (4) 1. 2− 2. 4− 3. 6− 4. 30 12. 1 1 2 1 1 2 3 3 3 3 3 3 (10 2 )(10 10 2 2 )− + + มีคาเทากับเทาไร(1) 1. 8 2. 2 3. 12 4. 3 2 164 13. 3 8 3 2 5+ + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 3 6 15+ − 2. 2 2 5+ − 3. 5 6 15− + 4. 1 2 5− + 14.กําหนดให 1 ; 2 3 a = − 1 ; 2 3 b = + 3 1.732= คาของ 2 2 7 11 7a ab b+ − เทากับเทาใด (ขอสอบแบบเติมคําตอบ) (107.992) 15. 3 8 3 2 5+ + มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (1) 1. 3 6 15+ − 2. 2 2 5+ − 3. 5 6 15− + 4. 1 2 5− + 16.ให a เปนคําตอบของสมการ 3 1x x− = − และ 1 1 1 1 1 1 8 7 7 6 6 5 5 4 4 3 3 2 b = − + − + − − − − − − − 2 ( )b a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ (3) 1. 2 2. 4 3. 16 4. 32