ใบงานที่ 2 เรื่อง ความหมายและความสาคัญของโครงงาน
พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่ อไปนี้
         โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิ ดโอกาสให้ ผูเ้ รี ยนได้ทาการศึกษาค้นคว้าและฝึ กปฏิบติ     ั
ด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรื อ
กระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคาตอบ โดยมีครู ผสอนคอยกระตุนแนะนาและให้คาปรึ กษาแก่ผเู ้ รี ยน
                                                             ู้                ้
อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดาเนินงานตามแผน กาหนดขั้นตอนการดาเนินงานและการ
นาเสนอผลงาน ซึ่ งอาจทาเป็ นบุคคลหรื อเป็ นกลุ่ม
โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่ งใดสิ่ งหนึ่ง หรื อหลายๆสิ่ งที่อยากรู ้คาตอบให้ลึกซึ้ ง
หรื อเรี ยนรู ้ในเรื่ องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็ นขั้นตอน
มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ขอสรุ ปหรื อผลสรุ ปที่เป็ นคาตอบใน
                                                      ั                          ้
เรื่ องนั้นๆ
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
 1. โครงงานพัฒนาสื่ อเพื่อการศึกษา เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่ อเพื่อการศึกษา
เช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์
                                                                                           ่
2. โครงงานพัฒนาเครื่ องมือ เป็ นโครงงานที่สร้างเครื่ องมือ ใช้สร้ างงาน ส่ วนใหญ่จะอยูในรู ปของซอฟต์แวร์
เช่น ซอฟต์แวร์ วาดรู ป
3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ ในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ
4.โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุ ก
6.โครงงานพัฒนาสื่ อมัลติมีเดีย
ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์
การทาโครงงานคอมพิวเตอร์ และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึ กฝนให้นกเรี ยนมีความรู ้ ความ
                                                                                              ั
ชานาญ และมีความมันใจในการนาระบบคอมพิวเตอร์ ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหา
                            ่
ความรู ้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้
      1. สร้างความสานึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง
      2. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้พฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
                              ั           ั
      3. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรี ยนรู ้ในเรื่ องที่นกเรี ยนสนใจได้ลึกซึ้ งกว่าการเรี ยนในห้อง
                                ั                                        ั
ตามปกติ
      4. ส่ งเสริ มและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสิ นใจ รวมทั้งการสื่ อสารระหว่างกัน
      5. กระตุนให้นกเรี ยนมีความสนใจในการเรี ยนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพ
                ้       ั
ทางด้านนี้
      6. ส่ งเสริ มให้นกเรี ยนได้ใช้เวลาอย่างเป็ นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์
                          ั
      7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรี ยนกับครู และชุมชน รวมทั้งส่ งเสริ มให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และ
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
8. เป็ นการบูรณาการเอาความรู ้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทาผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็ น
โครงงานเพื่อนาเสนอต่อชุมชน
โครงงานคอมพิวเตอร์ เป็ นกิจกรรมการเรี ยนรู ้ที่ทาให้ผเู ้ รี ยนเกิดความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่สาคัญ 5 ประการ
ดังนี้
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด ซึ่ งผูเ้ รี ยนจะมีการคิดในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
2.1.การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุวาเกิดเนื่องจากอะไร
                                                                                      ่
2.2.การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนต้องนาความรู ้ต่าง ๆ ที่เรี ยนมา รวมทั้งความรู ้จากการค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการ
แก้ปัญหาหรื อการสร้างสรรค์โครงงาน
2.3.การคิดอย่างสร้ างสรรค์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนนาความรู ้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
2.5.การคิดอย่างมีวจารณญาณ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนได้มีการคิดไตร่ ตรองว่าควรทาโครงงานใดและไม่ควรทาโครง งานใด
                   ิ
2.6.การคิดอย่างเป็ นระบบ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็ นขั้นตอน โดยใช้ข้ นตอนในการพัฒนาโครงงาน
                                                                                       ั
3.ความสามารถในการแก้ ปัญหา เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจ และอธิบายปั ญหาทางด้านคอมพิวเตอร์
4.ความสามารถในการใช้ ทกษะชีวต เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนได้นาความรู ้และกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการพัฒนาโครงงาน
                      ั     ิ
5.ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหาได้ อย่าง
ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม


แหล่งที่มา :
http://krudarin.wordpress.com
http://sdf164647.wordpress.com

K2

  • 1.
    ใบงานที่ 2 เรื่องความหมายและความสาคัญของโครงงาน พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่ อไปนี้ โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิ ดโอกาสให้ ผูเ้ รี ยนได้ทาการศึกษาค้นคว้าและฝึ กปฏิบติ ั ด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรื อ กระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคาตอบ โดยมีครู ผสอนคอยกระตุนแนะนาและให้คาปรึ กษาแก่ผเู ้ รี ยน ู้ ้ อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดาเนินงานตามแผน กาหนดขั้นตอนการดาเนินงานและการ นาเสนอผลงาน ซึ่ งอาจทาเป็ นบุคคลหรื อเป็ นกลุ่ม โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่ งใดสิ่ งหนึ่ง หรื อหลายๆสิ่ งที่อยากรู ้คาตอบให้ลึกซึ้ ง หรื อเรี ยนรู ้ในเรื่ องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็ นขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ขอสรุ ปหรื อผลสรุ ปที่เป็ นคาตอบใน ั ้ เรื่ องนั้นๆ ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. โครงงานพัฒนาสื่ อเพื่อการศึกษา เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่ อเพื่อการศึกษา เช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ ่ 2. โครงงานพัฒนาเครื่ องมือ เป็ นโครงงานที่สร้างเครื่ องมือ ใช้สร้ างงาน ส่ วนใหญ่จะอยูในรู ปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์ วาดรู ป 3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ ในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ 4.โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน 5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุ ก 6.โครงงานพัฒนาสื่ อมัลติมีเดีย ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์ การทาโครงงานคอมพิวเตอร์ และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึ กฝนให้นกเรี ยนมีความรู ้ ความ ั ชานาญ และมีความมันใจในการนาระบบคอมพิวเตอร์ ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหา ่ ความรู ้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้ 1. สร้างความสานึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง 2. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้พฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง ั ั 3. เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรี ยนรู ้ในเรื่ องที่นกเรี ยนสนใจได้ลึกซึ้ งกว่าการเรี ยนในห้อง ั ั ตามปกติ 4. ส่ งเสริ มและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสิ นใจ รวมทั้งการสื่ อสารระหว่างกัน 5. กระตุนให้นกเรี ยนมีความสนใจในการเรี ยนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพ ้ ั ทางด้านนี้ 6. ส่ งเสริ มให้นกเรี ยนได้ใช้เวลาอย่างเป็ นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ั 7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรี ยนกับครู และชุมชน รวมทั้งส่ งเสริ มให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
  • 2.
    8. เป็ นการบูรณาการเอาความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทาผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็ น โครงงานเพื่อนาเสนอต่อชุมชน โครงงานคอมพิวเตอร์ เป็ นกิจกรรมการเรี ยนรู ้ที่ทาให้ผเู ้ รี ยนเกิดความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่สาคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการคิด ซึ่ งผูเ้ รี ยนจะมีการคิดในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ 2.1.การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุวาเกิดเนื่องจากอะไร ่ 2.2.การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนต้องนาความรู ้ต่าง ๆ ที่เรี ยนมา รวมทั้งความรู ้จากการค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาหรื อการสร้างสรรค์โครงงาน 2.3.การคิดอย่างสร้ างสรรค์ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนนาความรู ้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ 2.5.การคิดอย่างมีวจารณญาณ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนได้มีการคิดไตร่ ตรองว่าควรทาโครงงานใดและไม่ควรทาโครง งานใด ิ 2.6.การคิดอย่างเป็ นระบบ เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็ นขั้นตอน โดยใช้ข้ นตอนในการพัฒนาโครงงาน ั 3.ความสามารถในการแก้ ปัญหา เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจ และอธิบายปั ญหาทางด้านคอมพิวเตอร์ 4.ความสามารถในการใช้ ทกษะชีวต เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนได้นาความรู ้และกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการพัฒนาโครงงาน ั ิ 5.ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผเู ้ รี ยนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหาได้ อย่าง ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม แหล่งที่มา : http://krudarin.wordpress.com http://sdf164647.wordpress.com