61 สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว   เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เรวัต แสงส
บาร์โค้ด 2 มิติ คือ
อะไร ?
           • เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์
           โค้ด 1
           • บรรจุข้อมูลได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน
           • บรรจุข้อมูลมากได้ประมาณ 4,000 ตัว
           อักษรหรือประมาณ 200
              เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติในพื้นที่เท่ากัน
           • มีลักษณะเป็นแถบมีความหนา-บาง
           • การอ่านข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสง
           • เข้าไปเก็บใน คอมพิวเตอร์โดยตรง
           • ไม่ต้องผ่านการกดปุ่มที่แป้นพิมพ์
           • ระบบ Barcode เป็นมาตรฐานสากลที่นิยม
           ใช้ทั่วโลก
บาร์โค้ด 1 มิติ VS บาร์
              โค้ด 2 มิติ
     Barcode 1 มิติ                   Barcode 2 มิติ

• สัญลักษณ์รหัสแท่งที่ใช้แทน     • พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์โค้ด 1
ข้อมูลตัวเลข                     มิติ
• มีลักษณะเป็นแถบเส้นสีดำา       • ออกแบบให้บรรจุข้อมูลได้ทั้ง
สลับเส้นสีขาว                    แนวนอนและ
• ใช้แทนรหัสตัวเลขหรือตัว          แนวตั้ง
อักษร                            • บรรจุข้อมูลได้ 4,000 ตัว
• บรรจุข้อมูลได้ประมาณ 20 ตัว    อักษร จากเดิม 200
อักษร                              เท่าในพื้นที่เท่ากันหรือเล็ก
•พบทั่วไปที่ซเปอร์มาร์เกต ห้าง
             ู                   กว่า
สรรพสินค้า                       • ข้อมูลที่บรรจุนั้นสามารถใช้
  หรือบนหนังสือต่างๆ             ภาษาอื่นนอกจาก
                                   ภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาญีปุ่น   ่
ความเป็นมา

• บาร์โค้ดสองมิตินับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกคิดค้น โดยบริษัท
ของญีปุ่น ชือว่า Denso-Wave
         ่    ่
    ในปี พ.ศ. 2537
• มีลักษณะพื้นฐานเป็นเพียงรูปภาพสองมิติที่ใช้แถบสีขาวดำา
แทนข้อความ หรือข้อมูลที่มี
    ความหลากหลายได้ถึง 4,296 - 7,089 ตัวอักษร
• ปัจจุบันมีการนำาบาร์โค้ดสองมิติมาประยุกต์ใช้งานอย่างแพร่
หลาย เนื่องจากความง่ายและ
    สะดวกในการเข้ารหัสเพื่อให้ข้อมูลที่ต้องการอยูในรูปแบบ
                                                 ่
บาร์โค้ด หรือการถอดรหัสจาก
    บาร์โค้ดเป็นข้อความด้วยคอมพิวเตอร์ทั่วไปหรือโทรศัพท์มือ
ถือ
    ที่มีกล้องดิจตอลและโปรแกรมถอดรหัสซึ่งสามารถหามาติด
                 ิ
ตั้งได้ฟรี
คุณสมบัติของบาร์โค้ด 2 มิติ
• มีความสามารถในการเก็บข้อมูลได้มากกว่า
     * บาร์โค้ด 2 มิติสามารถพิมพ์ในพื้นที่ว่างขนาดเล็กได้ ขณะที่บาร์
โค้ดแบบเดิมทำาไม่ได้
• สามารถบันทึกข้อมูลได้มาก
     * ประสิทธิภาพในการรองรับการบันทึกข้อมูลได้มากถึง 1 KB.
หรือประมาณ 7,000 ตัวอักษร
• สามารถพิมพ์โค้ดลงไปที่ชนงานโดยตรงได้
                              ิ้
     * พิมพ์ข้อมูลด้วยการใช้เลเซอร์เจาะลงไปบนผิวเหล็กตามรูปร่าง
ของบาร์โค้ดที่ต้องการได้โดยตรง
• ฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อป้องกันการสูญหายของ
ข้อมูลจากการขูดขีด
     * กรณีบาร์โค้ดมีรอยขูดขีดหรือชำารุด สามารถเรียกรหัสเข้าไป
ใหม่ได้ด้วยฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไข
      ข้อผิดพลาด
     * สามารถติดตั้งฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไขข้อผิดพลาดขณะป้อนรหัส
เมือตั้งค่าไว้แล้วสามารถป้อน
   ่
ประเภทของบาร์โค้ด 2 มิติ
บาร์โค้ด 2 มิติ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. บาร์โค้ดแบบสแต็ก (Stacked Barcode)
• มีลักษณะคล้ายกับการนำาบาร์โค้ด 1 มิติมาวางซ้อนกันหลาย
แถว
• มีการทำางานโดยอ่านภาพถ่ายบาร์โค้ดแล้วปรับความกว้างของ
บาร์โค้ดก่อนทำาการถอดรหัส ซึ่ง
    การปรับความกว้างนี้ทำาให้สามารถถอดรหัสจากภาพที่เสีย
หายบางส่วนได้ โดยส่วนที่เสียหาย
    นั้นต้องไม่เสียหายเกินขีดจำากัดหนึ่งที่กำาหนดไว้
• การอ่านบาร์โค้ดแบบสแต็กสามารถอ่านได้ทิศทางเดียว เช่น
อ่านจากทางซ้ายไปขวาหรือ
    ทางขวาไปซ้าย และอ่านจากด้านบนลงล่างหรือจากด้านล่าง
ขึ้นบน เป็นต้น

ตัวอย่างบาร์โค้ดแบบสแต๊ก
• เป็นแถบสีดำาและสีขาวเรียงตัวกันหลายๆ แถว แถวแนวตั้งและแนว
 นอน ซึ่งประกอบด้วย 3 ถึง 90
    แถว และ 1 ถึง 30 คอลัมน์ สามารถบรรจุข้อมูลได้มากที่สุด 2,710
 ตัวเลข 1,850 ตัวอักษร หรือคันจิ
    554 ตัวอักษร
 • เครื่องอ่านบาร์โค้ดจะสามารถอ่านได้ในทิศทางเดียว เช่น อ่านจาก
 ทางซ้ายไปขวาหรือทางขวาไปซ้าย
    และอ่านจากด้านบนลงล่างหรือจากด้านล่างขึ้นบน
 • โดยส่วนใหญ่บาร์โค้ดแบบ PDF417 จะนำาไปใช้กับงานที่ต้องการ
 ความละเอียด และถูกต้องมากเป็น
     พิเศษ




                        แสดงส่วนประกอบของบาร์โค้ด 2 มิติแบบ PDF4
ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ PDF417
2. บาร์โค้ดแบบเมตริกซ์ (Matrix Barcode)

• มีลักษณะหลากหลายและมีความเป็นสองมิติมากกว่าบาร์โค้ด
แบบแสต็กที่เหมือนนำาบาร์โค้ด 1
     มิติไปซ้อนกัน
• ลักษณะเด่นของบาร์โค้ดแบบเมตริกซ์คือมีรูปแบบค้นหา (Finder
Pattern) ทำาหน้าที่เป็นตัวอ้างอิง
     ตำาแหน่งในการอ่านและถอดรหัสข้อมูล
• ตัวอย่างบาร์โค้อมูลได้รวดเร็ซ์และสามารถอ่านบาร์โค้ดได้แม้บาร์
    ช่วยให้อ่านข้ ดแบบเมตริก ว
โค้ดเอียง โค้ดแบบอกลับหัว
  2.1 บาร์ หมุน หรื MaxiCode




           ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ MaxiCode
2.1 บาร์โค้ดแบบ MaxiCode (ต่อ)

• MaxiCode เป็นบาร์โค้ด 2 มิติแบบเมตริกซ์ ซึ่งพัฒนาโดย
บริษัท Oniplanar และนำาไปใช้โดย
   บริษัท ขนส่ง UPS (United Parcel Service)ประเทศ
สหรัฐอเมริกาในปี 2530
• ลักษณะบาร์โค้ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1.11 x 1.054 นิ้วส่วน
แทนรหัสข้อมูลมีลักษณะเป็นรูปหก
    เหลี่ยมทั้งหมด 866 โมดูล เรียงตัวกันใน 33 แถวรอบรูปแบบ
ค้นหา
• รูปแบบค้นหาของ MaxiCode มีลักษณะเป็นวงกลมซ้อนกันสาม
วงอยู่กลาง
   บาร์โค้ด MaxiCode
• สามารถบรรจุข้อมูลได้ 138 ตัวเลขหรือ 93 ตัวอักษร
• ถูกออกแบบให้สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็ว จึงนำาไปประยุกต์ใช้
กับงานที่
    ต้องการความเร็วในการอ่านสูงเป็นส่วนใหญ่
2.2 บาร์โค้ดแบบ Data Matrix




           ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ Data Matrix

• Data Matrix ถูกพัฒนาโดยบริษัท RVSI Acuity CiMatrix
ประเทศสหรัฐอเมริกาเมือปี 2532
                        ่
• ลักษณะบาร์โค้ดมีทั้งรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า
• สามารถบรรจุข้อมูลได้มากที่สุด 3,116 ตัวเลขหรือ 2,355 ตัว
อักษร แต่สำาหรับข้อมูล
    ประเภทอื่นได้แก่ขอมูลเลขฐานสองบรรจุได้ 1,556 ไบต์ (1 ไบต์
                      ้
เท่ากับเลขฐานสอง 8 หลัก) และ
    ตัวอักษรภาษาญีปุ่นบรรจุได้ 778 ตัวอักษร
                    ่
• รูปแบบค้นหาของบาร์โค้ดแบบ Data Matrix อยู่ที่ตำาแหน่งขอบ
ซ้ายและด้านล่างของบาร์โค้ด
• บาร์โค้ด Data Matrix ส่วนใหญ่ใช้ในงานที่มีพื้นที่จำากัดและต้อ
2.3 บาร์โค็ดแบบ QR Code (Quick Response Code)




             ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ QR Code

• QR Code เป็นบาร์โค้ด 2 มิติแบบเมตริกซ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย
บริษัท Nippon Denso ประเทศญีปุ่นใน
                               ่
   ปี 2537
• ลักษณะของบาร์โค้ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สามารถบรรจุข้อมูลได้
มากที่สุด 7,089 ตัวเลขหรือ 4,296
   ตัวอักษร ข้อมูลเลขฐานสอง 2,953 ไบต์ และตัวอักษรญี่
   ปุ่น 1,817 ตัวอักษร
• รูปแบบค้นหาของ QR Code อยู่ที่มมทั้งสามของบาร์โค้ด คือ มุม
                                    ุ
ซ้ายบน มุมซ้ายล่าง และมุมขวา
   บน QR Code
ระบบบาร์โค้ดแบบสองมิติ (2D
Barcode)

• ระบบบาร์โค้ดแบบสองมิติ เป็น
ผลผลิตของบริษัท
    ของญีปุ่น ชื่อว่า Denso-Wave
           ่
คิดขึ้นในปี พ.ศ.
    2537
• ต่อมาได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จนมีลักษณะที่
    แตกต่างกัน 5 แบบ
ตารางแสดงลักษณะและคุณสมบัติของบาร์โค้ด
สองมิติในแต่ละประเภท
                            DATA         MAXI                      AZTEC
               PDF417                                QR CODE
                           MATRIX        CODE                      CODE

                                                              Han Held
   ผู้พัฒนา     Symbol     CI Matrix
                                         UPS ()      DENSO () Products
  (ประเทศ)         ()         ()
                 Multi-                                          ()
  ชนิดโค้ด                  Matrix       Matrix       Matrix   Matrix
ขนาดความจุ        low
    ข้อมูล
                 1,850      2,355          93         4,296         3,067
(ตัวอักษรและ
   ตัวเลข)
               - ความจุ
                      - ความจุ         -อ่านข้อมูล - ความจุ       -ความจุ
  ลักษณะ       ข้อมูลสูง
                      ข้อมูลสูง        ได้อย่าง    ข้อมูลสูง      ข้อมูลสูง
   เฉพาะ              - ขนาด           รวดเร็ว     - ขนาดเล็ก
                      เล็ก                         - อ่านข้อมูล
            -         -โรงงาน          -           -
                                                   ได้อย่าง       -
การประยุกต์ สำานักงาน -                อุตสาหกรร รวดเร็ว
                                                   อุตสาหกรร      อุตสาหกร
     ใช้              อุตสาหกรร        มขนส่ง      มทุก           รมการบิน
                      มทางการ          สินค้า นำา  ประเภท         -
 มาตรฐาน      -AIMI, แพทย์
                        -AIMI,         เข้า และส่ง
                                          -AIMI,      -AIMI,      อุตสาหกร
                                                                    - AIMI
การประยุกต์ใช้กับการท่อง
         เที่ยว
     • ประยุกต์ใช้ในด้านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
       สถานที่ท่องเที่ยว เช่น หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์
       อินเทอร์เน็ต แผ่นพับ หรือใบปลิว เป็นต้น มีการนำา
       บาร์โค้ดเข้ามาเป็นส่วนหนึงในสื่อโฆษณา เพื่อให้
                                  ่
       ผูพบเห็นเกิดความสนใจในสถานที่ทองเทียว และ
         ้                                ่     ่
       สามารถใช้มือถือที่มีกล้องอ่านบาร์โค้ดเพื่อเชื่อม
       ต่อลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์ได้

     • การนำาบาร์โค้ดมาพิมพ์ลงบนนามบัตร นำาบาร์
       โค้ดมาใช้ในการบันทึกข้อมูลติดต่อลงมือถือ
       โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนามบัตรที่เกี่ยวกับ
       ทีพัก ผูที่ได้รับจะสามารถแสกนบาร์โค้ดแล้วลิงค์
         ่       ้                                ้
       เข้าสู่เว็บไซด์ได้เช่นกัน

     • เพือนำาทางมาสู่สถานที่ท่องเที่ยว สามารถ
          ่
ข้อดีของการใช้บาร์โค้ด


•   ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำางาน
•   ประหยัดเวลา
•   ประหยัดทรัพยากรบุคคล
•   ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำางาน
•   ลดค่าใช้จาย
              ่
ปัญหาหรือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการ
             ใช้งานบาร์โค้ด 2 มิติ

การปลอมแปลง (Spoofing)

    เทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่าง
แพรหลายจนอาจนำาบาร์โค้ด 2 มิตินี้มาใช้แทนนามบัตรในการให้
ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อี-เมล์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือชื่อ
เว็บไซต์ เป็นต้น การปลอมแปลงอาจเกิดขึ้นในลักษณะการปลอม
แปลงข้อมูลที่เข้ารหัสเป็นบาร์โค้ด 2มิติด้วยค่าที่ผิดๆเช่น
• เว็บไซต์ปลอมที่แฮกเกอร์ตั้งขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงชื่อเพียงเล็ก
น้อยจากเว็บไซต์จริง (ตัวอย่างการใช้
     ชื่อเว็บไซต์ www.thalcert.org แทน www.thaicert.org)
• ชื่อเว็บไซต์ปลอมที่ยาวเกินขนาดช่องที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ จน
การตรวจสอบทำาได้ยาก เป็นต้น
• การปลอมแปลงที่อาศัยข้อจำากัดของโทรศัพท์มือถือที่จะแสดงแต่
หัวเรื่องเว็บไซต์ (Title) ที่
    ถอดรหัสมาได้โดยไม่แสดงชือเว็บไซต์จริง (Uniform Resource
                                ่
Locators หรือ URL)
ฟิชชิ่ง (Phishing)

• ลักษณะฟิชชิงด้วยบาร์โค้ด 2 มิติที่อาจเกิดขึ้นคือ แฮกเกอร์ทำา
                 ่
การตั้งเว็บไซต์ปลอมขึนมาจากนั้นก็
                        ้
    สร้างบาร์โค้ด 2 มิติที่บรรจุชื่อเว็บไซต์ปลอมแนบไปพร้อมกับใบ
ประกาศหรือสื่อต่างๆโดย
    ข้อความในใบประกาศหรือสื่อต่างๆนั้น อาจบอกให้ต้องเข้าไป
เว็บไซต์ปลอมดังกล่าวเพื่ออัพเดต
    ข้อมูลหรือขอรับบริการกับทางบริษัท
• เมื่อเหยื่อทำาการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ปลอม ข้อมูลของโทรศัพท์
มือถือของเหยื่อ เช่น หมายเลข
   โทรศัพทมือถือ รุ่นหรือ ยีห้อของโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จะถูกส่ง
                             ่
โดยอัตโนมัติไปพร้อมกับข้อมูล
   ส่วนต้น (Header) ในการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์และถ้าเหยือ่
กรอกข้อมูลความลับของตัวเองแล้ว
   ส่งกลับไป ก็จะทำาให้แฮกเกอร์ได้ข้อมูลความลับไปทั้งหมด
                           ภาพแสดงแบบจำาลองการโจมตีของฟิชชิ่ง
ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax)

• โดยทั่วไปมักเป็นข้อความข่าวที่ส่งผ่านกันทางอี-เมล์ หรือห้อง
สนทนาต่างๆ เพือก่อความ
                    ่
    วุ่นวายซึ่งข้อความเหล่านั้นไม่เป็นความจริงและไม่มอันตราย
                                                     ี
ตามที่ข้อความอ้างถึง แต่อาจมี
    บางข้อความที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูลหรือเครื่องของผู้
หลงเชื่อไม่
• ข่าวไวรัสหลอกลวงเกี่ยวกับไฟล์ Jdbgmgr.EXE
• ข่าวไวรัสหลอกลวงเกี่ยวกับไฟล์ SULFNBK.EXE ที่หลอกลวง
ให้ผู้ใช้ที่หลงเชือลบไฟล์ที่
                  ่
    จำาเป็นต่อการทำางานของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทิ้ง
• อาจเป็นข้อความของข่าวไวรัสหลอกลวงเอง หลอกลวงที่เป็น
อันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้น เช่น

     1) โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ “รวมเทคนิค เคล็ดลับสำาห
รับโทรศัพท์มือถือ” -- ข้อความในบาร์โค้ด 2 มิติ “ลดค่าใช้บริการ
โทรศัพท์ต่อครั้งมากสุด 80% กด *#XXXX#” โดย *#XXXX#
มาลแวร์ (Malicious Software หรือ Malware)

• ในปี 2547 เริ่มมีการแพร่กระจายของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือ
ในรูปแบบต่างๆ
• ส่วนมากจะเป็นพวกโทรจัน เช่น โทรจันที่ทำาการเปลี่ยนไอคอน
บนหน้าจอเครืองโทรศัพท์มือถือ
              ่
    โทรจันที่ส่งตัวเองออกทางบลูทูธ (Bluetooth)
• มีข้อจำากัดอย่างเช่นต้องเปิดการใช้งานบลูทูธ รองรับบริการส่ง
ข้อความมัลติมีเดีย (Multimedia
    Messaging Serviceหรือ MMS)หรือต้องรู้ที่อยู่เว็บไซต์ที่จะ
ดาวน์โหลดข้อมูล (ที่ไม่รู้ว่าเป็นมาล
    แวร์) เป็นต้น
• มีการแพร่กระจายมีอยูในวงที่จากัด แต่หากมีเทคโนโลยีของ
                             ่      ำ
บาร์โค้ด 2 มิติ การแพร่กระจายของ
    มาลแวร์บนโทรศัพท์มือถืออาจขยายวงกว้างขึ้นเทียบเท่า
มาลแวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้


        ตัวอย่างวิธีการแพร่กระจาย บาร์โค้ด 2 มิติของมาลแวร์
วิธีการป้องกันภัยคุกคามจากบาร์โค้ด 2 มิติ

1. ตรวจสอบแหล่งที่มาของบาร์โค้ดให้แน่ใจก่อนทำาการถอดรหัส
ทุกครั้ง
2. ใช้โปรแกรมในการถอดรหัสจากผู้ให้บริการหรือแหล่งที่น่า
เชื่อถือ
3. ปิดโปรแกรมถอดรหัสบาร์โค้ด 2 มิติทุกครั้งหลังการใช้งาน
เนื่องจากหากนำากล้องผ่าน
   บาร์โค้ดโดยไม่ตั้งใจ อาจทำาให้เกิดการเชื่อมต่ออัตโนมัติโดยที่
ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว
4. หลังจากที่ถอดรหัสได้แล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้ให้ครบ
ถ้วนก่อน เช่น ชื่อเว็บไซต์ เป็นต้น
5. ไม่ควรเข้าเว็บไซต์ที่ได้จากการถอดรหัสบาร์โค้ดที่ไม่ทราบ
แหล่งที่มา หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่า
   ไว้วางใจ
6. ระงับการดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรม ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
หรือมีที่มาที่ไม่น่าไว้วางใจ
ข้อเสนอแนะ



• บาร์โค้ดสองมิตินั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยูในตัวเอง ผู้ใช้งาน
                                             ่
ควรพิจารณาในการเลือกใช้ให้
   เป็นไปในทางที่ถูกต้อง
• จำาเป็นหาแนวทางในการป้องกันภัยคุกคามต่างๆที่จะเกิดขึ้น
เรียกได้ว่า
   ต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างมากในการใช้งานเพราะปัจจุบัน
บาร์โค้ด
   สองมิติได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำาวันของ
มนุษย์ เรียกได้
   ว่าสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น การสแกนบาร์โค้ดสินค้าต่างๆ
เป็นต้น
อ้างอิง


• http://r64.wikidot.com/qr-code
• http://www.nstda.or.th/nstda-
knowledge/2866-2d-barcode
• https://docs.google.com/viewer?
a=v&q=cache:HQkn8mdz8LEJ:seminar-

anucha.googlecode.com/svn/trunk-5210121
097.doc
•
http://muangchum.blogspot.com/2010/08/
2-assignment1.html
จัดทำาโดย


52020024   นางสาวเสาวลักษณ์ ทองปลื้ม   มส.สารสนเทศศึกษา
52020329   นางสาวกรรณิกาย์ พรหมณี      มส.สารสนเทศศึกษา
52020571   นางสาวณัฐธิดา    คล้ายสุขโข    มส.สารสนเทศศึกษา
52020574   นางสาวธนัฎฐา     วัฒนศิริ    มส.สารสนเทศศึกษา
52020586   นายภูริต      เนตรดี      มส.สารสนเทศศึกษา
52020590   นางสาวรทินี      กั้นปลูก   มส.สารสนเทศศึกษา

IST-25542 บาร์โค้ด 2 มิติ

  • 1.
    61 สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เรวัต แสงส
  • 2.
    บาร์โค้ด 2 มิติคือ อะไร ? • เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์ โค้ด 1 • บรรจุข้อมูลได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน • บรรจุข้อมูลมากได้ประมาณ 4,000 ตัว อักษรหรือประมาณ 200 เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติในพื้นที่เท่ากัน • มีลักษณะเป็นแถบมีความหนา-บาง • การอ่านข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสง • เข้าไปเก็บใน คอมพิวเตอร์โดยตรง • ไม่ต้องผ่านการกดปุ่มที่แป้นพิมพ์ • ระบบ Barcode เป็นมาตรฐานสากลที่นิยม ใช้ทั่วโลก
  • 3.
    บาร์โค้ด 1 มิติVS บาร์ โค้ด 2 มิติ Barcode 1 มิติ Barcode 2 มิติ • สัญลักษณ์รหัสแท่งที่ใช้แทน • พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์โค้ด 1 ข้อมูลตัวเลข มิติ • มีลักษณะเป็นแถบเส้นสีดำา • ออกแบบให้บรรจุข้อมูลได้ทั้ง สลับเส้นสีขาว แนวนอนและ • ใช้แทนรหัสตัวเลขหรือตัว แนวตั้ง อักษร • บรรจุข้อมูลได้ 4,000 ตัว • บรรจุข้อมูลได้ประมาณ 20 ตัว อักษร จากเดิม 200 อักษร เท่าในพื้นที่เท่ากันหรือเล็ก •พบทั่วไปที่ซเปอร์มาร์เกต ห้าง ู กว่า สรรพสินค้า • ข้อมูลที่บรรจุนั้นสามารถใช้ หรือบนหนังสือต่างๆ ภาษาอื่นนอกจาก ภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาญีปุ่น ่
  • 4.
    ความเป็นมา • บาร์โค้ดสองมิตินับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกคิดค้น โดยบริษัท ของญีปุ่นชือว่า Denso-Wave ่ ่ ในปี พ.ศ. 2537 • มีลักษณะพื้นฐานเป็นเพียงรูปภาพสองมิติที่ใช้แถบสีขาวดำา แทนข้อความ หรือข้อมูลที่มี ความหลากหลายได้ถึง 4,296 - 7,089 ตัวอักษร • ปัจจุบันมีการนำาบาร์โค้ดสองมิติมาประยุกต์ใช้งานอย่างแพร่ หลาย เนื่องจากความง่ายและ สะดวกในการเข้ารหัสเพื่อให้ข้อมูลที่ต้องการอยูในรูปแบบ ่ บาร์โค้ด หรือการถอดรหัสจาก บาร์โค้ดเป็นข้อความด้วยคอมพิวเตอร์ทั่วไปหรือโทรศัพท์มือ ถือ ที่มีกล้องดิจตอลและโปรแกรมถอดรหัสซึ่งสามารถหามาติด ิ ตั้งได้ฟรี
  • 5.
    คุณสมบัติของบาร์โค้ด 2 มิติ •มีความสามารถในการเก็บข้อมูลได้มากกว่า * บาร์โค้ด 2 มิติสามารถพิมพ์ในพื้นที่ว่างขนาดเล็กได้ ขณะที่บาร์ โค้ดแบบเดิมทำาไม่ได้ • สามารถบันทึกข้อมูลได้มาก * ประสิทธิภาพในการรองรับการบันทึกข้อมูลได้มากถึง 1 KB. หรือประมาณ 7,000 ตัวอักษร • สามารถพิมพ์โค้ดลงไปที่ชนงานโดยตรงได้ ิ้ * พิมพ์ข้อมูลด้วยการใช้เลเซอร์เจาะลงไปบนผิวเหล็กตามรูปร่าง ของบาร์โค้ดที่ต้องการได้โดยตรง • ฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อป้องกันการสูญหายของ ข้อมูลจากการขูดขีด * กรณีบาร์โค้ดมีรอยขูดขีดหรือชำารุด สามารถเรียกรหัสเข้าไป ใหม่ได้ด้วยฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไข ข้อผิดพลาด * สามารถติดตั้งฟังก์ชั่นการตรวจแก้ไขข้อผิดพลาดขณะป้อนรหัส เมือตั้งค่าไว้แล้วสามารถป้อน ่
  • 6.
    ประเภทของบาร์โค้ด 2 มิติ บาร์โค้ด2 มิติ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. บาร์โค้ดแบบสแต็ก (Stacked Barcode) • มีลักษณะคล้ายกับการนำาบาร์โค้ด 1 มิติมาวางซ้อนกันหลาย แถว • มีการทำางานโดยอ่านภาพถ่ายบาร์โค้ดแล้วปรับความกว้างของ บาร์โค้ดก่อนทำาการถอดรหัส ซึ่ง การปรับความกว้างนี้ทำาให้สามารถถอดรหัสจากภาพที่เสีย หายบางส่วนได้ โดยส่วนที่เสียหาย นั้นต้องไม่เสียหายเกินขีดจำากัดหนึ่งที่กำาหนดไว้ • การอ่านบาร์โค้ดแบบสแต็กสามารถอ่านได้ทิศทางเดียว เช่น อ่านจากทางซ้ายไปขวาหรือ ทางขวาไปซ้าย และอ่านจากด้านบนลงล่างหรือจากด้านล่าง ขึ้นบน เป็นต้น ตัวอย่างบาร์โค้ดแบบสแต๊ก
  • 7.
    • เป็นแถบสีดำาและสีขาวเรียงตัวกันหลายๆ แถวแถวแนวตั้งและแนว นอน ซึ่งประกอบด้วย 3 ถึง 90 แถว และ 1 ถึง 30 คอลัมน์ สามารถบรรจุข้อมูลได้มากที่สุด 2,710 ตัวเลข 1,850 ตัวอักษร หรือคันจิ 554 ตัวอักษร • เครื่องอ่านบาร์โค้ดจะสามารถอ่านได้ในทิศทางเดียว เช่น อ่านจาก ทางซ้ายไปขวาหรือทางขวาไปซ้าย และอ่านจากด้านบนลงล่างหรือจากด้านล่างขึ้นบน • โดยส่วนใหญ่บาร์โค้ดแบบ PDF417 จะนำาไปใช้กับงานที่ต้องการ ความละเอียด และถูกต้องมากเป็น พิเศษ แสดงส่วนประกอบของบาร์โค้ด 2 มิติแบบ PDF4 ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ PDF417
  • 8.
    2. บาร์โค้ดแบบเมตริกซ์ (MatrixBarcode) • มีลักษณะหลากหลายและมีความเป็นสองมิติมากกว่าบาร์โค้ด แบบแสต็กที่เหมือนนำาบาร์โค้ด 1 มิติไปซ้อนกัน • ลักษณะเด่นของบาร์โค้ดแบบเมตริกซ์คือมีรูปแบบค้นหา (Finder Pattern) ทำาหน้าที่เป็นตัวอ้างอิง ตำาแหน่งในการอ่านและถอดรหัสข้อมูล • ตัวอย่างบาร์โค้อมูลได้รวดเร็ซ์และสามารถอ่านบาร์โค้ดได้แม้บาร์ ช่วยให้อ่านข้ ดแบบเมตริก ว โค้ดเอียง โค้ดแบบอกลับหัว 2.1 บาร์ หมุน หรื MaxiCode ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ MaxiCode
  • 9.
    2.1 บาร์โค้ดแบบ MaxiCode(ต่อ) • MaxiCode เป็นบาร์โค้ด 2 มิติแบบเมตริกซ์ ซึ่งพัฒนาโดย บริษัท Oniplanar และนำาไปใช้โดย บริษัท ขนส่ง UPS (United Parcel Service)ประเทศ สหรัฐอเมริกาในปี 2530 • ลักษณะบาร์โค้ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1.11 x 1.054 นิ้วส่วน แทนรหัสข้อมูลมีลักษณะเป็นรูปหก เหลี่ยมทั้งหมด 866 โมดูล เรียงตัวกันใน 33 แถวรอบรูปแบบ ค้นหา • รูปแบบค้นหาของ MaxiCode มีลักษณะเป็นวงกลมซ้อนกันสาม วงอยู่กลาง บาร์โค้ด MaxiCode • สามารถบรรจุข้อมูลได้ 138 ตัวเลขหรือ 93 ตัวอักษร • ถูกออกแบบให้สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็ว จึงนำาไปประยุกต์ใช้ กับงานที่ ต้องการความเร็วในการอ่านสูงเป็นส่วนใหญ่
  • 10.
    2.2 บาร์โค้ดแบบ DataMatrix ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ Data Matrix • Data Matrix ถูกพัฒนาโดยบริษัท RVSI Acuity CiMatrix ประเทศสหรัฐอเมริกาเมือปี 2532 ่ • ลักษณะบาร์โค้ดมีทั้งรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า • สามารถบรรจุข้อมูลได้มากที่สุด 3,116 ตัวเลขหรือ 2,355 ตัว อักษร แต่สำาหรับข้อมูล ประเภทอื่นได้แก่ขอมูลเลขฐานสองบรรจุได้ 1,556 ไบต์ (1 ไบต์ ้ เท่ากับเลขฐานสอง 8 หลัก) และ ตัวอักษรภาษาญีปุ่นบรรจุได้ 778 ตัวอักษร ่ • รูปแบบค้นหาของบาร์โค้ดแบบ Data Matrix อยู่ที่ตำาแหน่งขอบ ซ้ายและด้านล่างของบาร์โค้ด • บาร์โค้ด Data Matrix ส่วนใหญ่ใช้ในงานที่มีพื้นที่จำากัดและต้อ
  • 11.
    2.3 บาร์โค็ดแบบ QRCode (Quick Response Code) ภาพแสดงบาร์โค้ด 2 มิติแบบ QR Code • QR Code เป็นบาร์โค้ด 2 มิติแบบเมตริกซ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท Nippon Denso ประเทศญีปุ่นใน ่ ปี 2537 • ลักษณะของบาร์โค้ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สามารถบรรจุข้อมูลได้ มากที่สุด 7,089 ตัวเลขหรือ 4,296 ตัวอักษร ข้อมูลเลขฐานสอง 2,953 ไบต์ และตัวอักษรญี่ ปุ่น 1,817 ตัวอักษร • รูปแบบค้นหาของ QR Code อยู่ที่มมทั้งสามของบาร์โค้ด คือ มุม ุ ซ้ายบน มุมซ้ายล่าง และมุมขวา บน QR Code
  • 12.
    ระบบบาร์โค้ดแบบสองมิติ (2D Barcode) • ระบบบาร์โค้ดแบบสองมิติเป็น ผลผลิตของบริษัท ของญีปุ่น ชื่อว่า Denso-Wave ่ คิดขึ้นในปี พ.ศ. 2537 • ต่อมาได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมีลักษณะที่ แตกต่างกัน 5 แบบ
  • 13.
    ตารางแสดงลักษณะและคุณสมบัติของบาร์โค้ด สองมิติในแต่ละประเภท DATA MAXI AZTEC PDF417 QR CODE MATRIX CODE CODE Han Held ผู้พัฒนา Symbol CI Matrix UPS () DENSO () Products (ประเทศ) () () Multi- () ชนิดโค้ด Matrix Matrix Matrix Matrix ขนาดความจุ low ข้อมูล 1,850 2,355 93 4,296 3,067 (ตัวอักษรและ ตัวเลข) - ความจุ - ความจุ -อ่านข้อมูล - ความจุ -ความจุ ลักษณะ ข้อมูลสูง ข้อมูลสูง ได้อย่าง ข้อมูลสูง ข้อมูลสูง เฉพาะ - ขนาด รวดเร็ว - ขนาดเล็ก เล็ก - อ่านข้อมูล - -โรงงาน - - ได้อย่าง - การประยุกต์ สำานักงาน - อุตสาหกรร รวดเร็ว อุตสาหกรร อุตสาหกร ใช้ อุตสาหกรร มขนส่ง มทุก รมการบิน มทางการ สินค้า นำา ประเภท - มาตรฐาน -AIMI, แพทย์ -AIMI, เข้า และส่ง -AIMI, -AIMI, อุตสาหกร - AIMI
  • 14.
    การประยุกต์ใช้กับการท่อง เที่ยว • ประยุกต์ใช้ในด้านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ สถานที่ท่องเที่ยว เช่น หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ อินเทอร์เน็ต แผ่นพับ หรือใบปลิว เป็นต้น มีการนำา บาร์โค้ดเข้ามาเป็นส่วนหนึงในสื่อโฆษณา เพื่อให้ ่ ผูพบเห็นเกิดความสนใจในสถานที่ทองเทียว และ ้ ่ ่ สามารถใช้มือถือที่มีกล้องอ่านบาร์โค้ดเพื่อเชื่อม ต่อลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์ได้ • การนำาบาร์โค้ดมาพิมพ์ลงบนนามบัตร นำาบาร์ โค้ดมาใช้ในการบันทึกข้อมูลติดต่อลงมือถือ โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนามบัตรที่เกี่ยวกับ ทีพัก ผูที่ได้รับจะสามารถแสกนบาร์โค้ดแล้วลิงค์ ่ ้ ้ เข้าสู่เว็บไซด์ได้เช่นกัน • เพือนำาทางมาสู่สถานที่ท่องเที่ยว สามารถ ่
  • 16.
    ข้อดีของการใช้บาร์โค้ด • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำางาน • ประหยัดเวลา • ประหยัดทรัพยากรบุคคล • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำางาน • ลดค่าใช้จาย ่
  • 17.
    ปัญหาหรือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการ ใช้งานบาร์โค้ด 2 มิติ การปลอมแปลง (Spoofing) เทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่าง แพรหลายจนอาจนำาบาร์โค้ด 2 มิตินี้มาใช้แทนนามบัตรในการให้ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อี-เมล์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือชื่อ เว็บไซต์ เป็นต้น การปลอมแปลงอาจเกิดขึ้นในลักษณะการปลอม แปลงข้อมูลที่เข้ารหัสเป็นบาร์โค้ด 2มิติด้วยค่าที่ผิดๆเช่น • เว็บไซต์ปลอมที่แฮกเกอร์ตั้งขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงชื่อเพียงเล็ก น้อยจากเว็บไซต์จริง (ตัวอย่างการใช้ ชื่อเว็บไซต์ www.thalcert.org แทน www.thaicert.org) • ชื่อเว็บไซต์ปลอมที่ยาวเกินขนาดช่องที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ จน การตรวจสอบทำาได้ยาก เป็นต้น • การปลอมแปลงที่อาศัยข้อจำากัดของโทรศัพท์มือถือที่จะแสดงแต่ หัวเรื่องเว็บไซต์ (Title) ที่ ถอดรหัสมาได้โดยไม่แสดงชือเว็บไซต์จริง (Uniform Resource ่ Locators หรือ URL)
  • 18.
    ฟิชชิ่ง (Phishing) • ลักษณะฟิชชิงด้วยบาร์โค้ด2 มิติที่อาจเกิดขึ้นคือ แฮกเกอร์ทำา ่ การตั้งเว็บไซต์ปลอมขึนมาจากนั้นก็ ้ สร้างบาร์โค้ด 2 มิติที่บรรจุชื่อเว็บไซต์ปลอมแนบไปพร้อมกับใบ ประกาศหรือสื่อต่างๆโดย ข้อความในใบประกาศหรือสื่อต่างๆนั้น อาจบอกให้ต้องเข้าไป เว็บไซต์ปลอมดังกล่าวเพื่ออัพเดต ข้อมูลหรือขอรับบริการกับทางบริษัท • เมื่อเหยื่อทำาการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ปลอม ข้อมูลของโทรศัพท์ มือถือของเหยื่อ เช่น หมายเลข โทรศัพทมือถือ รุ่นหรือ ยีห้อของโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จะถูกส่ง ่ โดยอัตโนมัติไปพร้อมกับข้อมูล ส่วนต้น (Header) ในการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์และถ้าเหยือ่ กรอกข้อมูลความลับของตัวเองแล้ว ส่งกลับไป ก็จะทำาให้แฮกเกอร์ได้ข้อมูลความลับไปทั้งหมด ภาพแสดงแบบจำาลองการโจมตีของฟิชชิ่ง
  • 19.
    ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax) • โดยทั่วไปมักเป็นข้อความข่าวที่ส่งผ่านกันทางอี-เมล์หรือห้อง สนทนาต่างๆ เพือก่อความ ่ วุ่นวายซึ่งข้อความเหล่านั้นไม่เป็นความจริงและไม่มอันตราย ี ตามที่ข้อความอ้างถึง แต่อาจมี บางข้อความที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูลหรือเครื่องของผู้ หลงเชื่อไม่ • ข่าวไวรัสหลอกลวงเกี่ยวกับไฟล์ Jdbgmgr.EXE • ข่าวไวรัสหลอกลวงเกี่ยวกับไฟล์ SULFNBK.EXE ที่หลอกลวง ให้ผู้ใช้ที่หลงเชือลบไฟล์ที่ ่ จำาเป็นต่อการทำางานของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทิ้ง • อาจเป็นข้อความของข่าวไวรัสหลอกลวงเอง หลอกลวงที่เป็น อันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้น เช่น 1) โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ “รวมเทคนิค เคล็ดลับสำาห รับโทรศัพท์มือถือ” -- ข้อความในบาร์โค้ด 2 มิติ “ลดค่าใช้บริการ โทรศัพท์ต่อครั้งมากสุด 80% กด *#XXXX#” โดย *#XXXX#
  • 20.
    มาลแวร์ (Malicious Softwareหรือ Malware) • ในปี 2547 เริ่มมีการแพร่กระจายของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือ ในรูปแบบต่างๆ • ส่วนมากจะเป็นพวกโทรจัน เช่น โทรจันที่ทำาการเปลี่ยนไอคอน บนหน้าจอเครืองโทรศัพท์มือถือ ่ โทรจันที่ส่งตัวเองออกทางบลูทูธ (Bluetooth) • มีข้อจำากัดอย่างเช่นต้องเปิดการใช้งานบลูทูธ รองรับบริการส่ง ข้อความมัลติมีเดีย (Multimedia Messaging Serviceหรือ MMS)หรือต้องรู้ที่อยู่เว็บไซต์ที่จะ ดาวน์โหลดข้อมูล (ที่ไม่รู้ว่าเป็นมาล แวร์) เป็นต้น • มีการแพร่กระจายมีอยูในวงที่จากัด แต่หากมีเทคโนโลยีของ ่ ำ บาร์โค้ด 2 มิติ การแพร่กระจายของ มาลแวร์บนโทรศัพท์มือถืออาจขยายวงกว้างขึ้นเทียบเท่า มาลแวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ ตัวอย่างวิธีการแพร่กระจาย บาร์โค้ด 2 มิติของมาลแวร์
  • 21.
    วิธีการป้องกันภัยคุกคามจากบาร์โค้ด 2 มิติ 1.ตรวจสอบแหล่งที่มาของบาร์โค้ดให้แน่ใจก่อนทำาการถอดรหัส ทุกครั้ง 2. ใช้โปรแกรมในการถอดรหัสจากผู้ให้บริการหรือแหล่งที่น่า เชื่อถือ 3. ปิดโปรแกรมถอดรหัสบาร์โค้ด 2 มิติทุกครั้งหลังการใช้งาน เนื่องจากหากนำากล้องผ่าน บาร์โค้ดโดยไม่ตั้งใจ อาจทำาให้เกิดการเชื่อมต่ออัตโนมัติโดยที่ ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว 4. หลังจากที่ถอดรหัสได้แล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้ให้ครบ ถ้วนก่อน เช่น ชื่อเว็บไซต์ เป็นต้น 5. ไม่ควรเข้าเว็บไซต์ที่ได้จากการถอดรหัสบาร์โค้ดที่ไม่ทราบ แหล่งที่มา หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่า ไว้วางใจ 6. ระงับการดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรม ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือมีที่มาที่ไม่น่าไว้วางใจ
  • 22.
    ข้อเสนอแนะ • บาร์โค้ดสองมิตินั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยูในตัวเอง ผู้ใช้งาน ่ ควรพิจารณาในการเลือกใช้ให้ เป็นไปในทางที่ถูกต้อง • จำาเป็นหาแนวทางในการป้องกันภัยคุกคามต่างๆที่จะเกิดขึ้น เรียกได้ว่า ต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างมากในการใช้งานเพราะปัจจุบัน บาร์โค้ด สองมิติได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำาวันของ มนุษย์ เรียกได้ ว่าสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น การสแกนบาร์โค้ดสินค้าต่างๆ เป็นต้น
  • 23.
    อ้างอิง • http://r64.wikidot.com/qr-code • http://www.nstda.or.th/nstda- knowledge/2866-2d-barcode •https://docs.google.com/viewer? a=v&q=cache:HQkn8mdz8LEJ:seminar- anucha.googlecode.com/svn/trunk-5210121 097.doc • http://muangchum.blogspot.com/2010/08/ 2-assignment1.html
  • 24.
    จัดทำาโดย 52020024 นางสาวเสาวลักษณ์ ทองปลื้ม มส.สารสนเทศศึกษา 52020329 นางสาวกรรณิกาย์ พรหมณี มส.สารสนเทศศึกษา 52020571 นางสาวณัฐธิดา คล้ายสุขโข มส.สารสนเทศศึกษา 52020574 นางสาวธนัฎฐา วัฒนศิริ มส.สารสนเทศศึกษา 52020586 นายภูริต เนตรดี มส.สารสนเทศศึกษา 52020590 นางสาวรทินี กั้นปลูก มส.สารสนเทศศึกษา