องคประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร

 ¡   ฮารดแวร (Hardware)
 ¡   ซอฟตแวร (Software)
 ¡   บุคลากร (Peopleware)
 ¡   ขอมูล (Data)
 ¡   กระบวนการทํางาน (Procedure)
ฮารดแวร (Hardware)
¡ ฮารดแวร (Hardware) หมายถึง ตัวเครือง
                                      ่
  คอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขาง (Peripheral)
  ที่สามารถสัมผัสได โดยจะประกอบดวย
  อุปกรณทางดานอิเล็กทรอนิกสทควบคุมการ
                               ี่
  ประมวลผลขอมูล การรับขอมูล การแสดงผล
  ขอมูลของเครืองคอมพิวเตอร
               ่
องคประกอบของฮารดแวร

¡ หนวยรับขอมูล   (Input Unit)
¡ หนวยประมวลผลขอมูล (Central Processing
  Unit : CPU)
¡ หนวยเก็บขอมูล (Memory Unit)

¡ หนวยติดตอสื่อสาร (Communication Unit)

¡ หนวยแสดงผล (Output Unit)
หนวยรับขอมูล (Input Unit)

ทําหนาที่รับขอมูลจากภายนอกคอมพิวเตอร
เข า สู ห น ว ยความจํ า แล ว เปลี่ ย นเป น
สั ญ ญาณในรู ป แบบที่ ค อมพิ ว เตอร ส ามารถ
เขาใจได
เมาส (Mouse)




  คียบอรด (Keyboard)



สแกนเนอร (Scanner)
หนวยประมวลผลกลาง
  (Central Processing Unit - CPU)

l หนวยควบคุม
  (Control Unit)
l หนวยคํานวณและตรรกะ
  (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
l หนวยความจํา
  (Memory Unit)
หนวยประมวลผลกลาง
   (Central Processing Unit - CPU)

l หนวยควบคุม     (Control Unit)
 ทําหนาที่ในการควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้ง
  ระบบ เปรียบเสมือนศูนยกลางของระบบประสาท หนาที่
  ของหนวยควบคุม คือ อานคําสั่งที่เก็บไวในหนวยความจํา
  ถอดรหัสคําสั่ง และทํางานตามคําสั่ง ที่ละคําสั่งจนหมด
  คําสั่งที่จะประมวลผล
หนวยประมวลผลกลาง
(Central Processing Unit - CPU)
หนวยคํานวณและตรรกะ
  (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
จะมีหนาที่ในการทํางาน 2 ลักษณะคือ
l 1. ประมวลผลการคํานวณเชิงคณิตศาสตร
  (Arithmetic Operation)
l 2. ประมวลผลเชิงตรรกวิทยา
    (Logical Operation)
หนวยความจํา (Memory Unit)


   คื อ ส ว นที่ ทํ า หน า ที่ เ ก็ บ ข อ มู ล หรื อ
      คํ า สั่ ง ที่ รั บ จากหน ว ยรั บ ข อ มู ล
      เพื่อเตรียมสงใหหนวยประมวลผล
      กลาง
หนวยความจํา (Memory Unit)

 หนวยความจําแบงออกเปน 2 ประเภท
  1) หนวยความจําหลัก (Main Memory Unit)
  หนวยความจําที่เก็บขอมูล และโปรแกรมคําสั่ง ที่อยู
  ระหวางการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร
  2) หนวยความจําสํารอง (Secondary Memory)
  หนวยความจําสํารองจึงมีหนาที่ในเก็บขอมูลและ
  โปรแกรมคําสั่งอยางถาวร
หนวยความจําหลัก
 (Main Memory Unit)
l หนวยความจําถาวร    (Permanent Memory)
  (Read Only Memory : ROM)
  เปนชิปที่บันทึกโปรแกรมคําสั่งอยางถาวรโดยผูผลิตคอมพิวเตอร
สามารถเรียกอานและใชงานไดแตไมสามารถแกไขหรือเพิ่มเติม
โปรแกรมคําสั่งในภายหลังได
หนวยความจําหลัก
 (Main Memory Unit)
l หนวยความจําชั่วคราว     (Non-Permanent
  Memory) (Random Access Memory-
  RAM)
l คือ หนวยความจําที่เก็บโปรแกรมคําสั่งและขอมูลขณะที่คอมพิวเตอร
  กําลังทํางานอยู จึงเปรียบเสมือนกระดาษทด แตถาปดเครื่องหรือ
                                                 
  ไฟดับขอมูลหรือโปรแกรมคําสั่งที่อยูภายในแรมจะสูญหาย
Random Access Memory-RAM
หนวยความจําสํารอง
(Secondary Memory)

l เนื่องจากหนวยความจําหลักไมสามารถเก็บขอมูลไดหมด
  และสามารถเก็ บ ข อ มู ล ได ชั่ ว คราวในขณะที่ ใ ช ง าน
  หน ว ยความจํ า สํ า รองจึ ง มี ห น า ที่ ใ นเก็ บ ข อ มู ล และ
  โปรแกรมคํ า สั่ งอย างถาวร นอกจากนั้น หน วยความจํ า
  สํารองยังเปนสื่อในการเรียกใชขอมูลและโปรแกรมคําสั่ง
  จากคอมพิวเตอรเครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอรอีกเครื่อง
  หนึ่งได
ซีดี (Compact Disk - CD)

lซีดีเพลง  (Audio CD)
lวีซีดี (Video CD)
lซีด-อาร (CD Recordable : CD-
       ี
 R)
lซีด-อารดับบลิว (CD-Rewritable :
     ี
 CD-RW)
หนวยแสดงผล (Output Unit)

  จอภาพ (Monitor)




จอภาพแบบ CRT        จอภาพแบบ LCD
คอมพิวเตอรฮารดแวร

     คอมพิวเตอรฮารดแวร หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร และ
อุปกรณรอบขางที่เกี่ยวของ ซึ่งประกอบดวยสวนสําคัญ คือ
       l   หนวยรับขอมูล (Input Unit)
       l   หนวยประมวลผล (Processing Unit)
       l   หนวยแสดงผล (Output Unit)
       l   หนวยเก็บขอมูลสํารอง (Secondary Storage
           Unit)
หนวยรับขอมูล (Input Unit)

    ทําหนาที่รับขอมูลจากผูใชเขาสูหนวยความจํา แบงเปน 6
ประเภท ไดแก
       1.   อุปกรณแบบกด (Keyed Device) เชน แปนพิมพ
            (Keyboard)
       2.   อุปกรณชี้ตําแหนง เชน เมาส (Mouse) , ลูกกลมควบคุม
            (Track ball), แทงชี้ควบคุม(Track point), แผนรอง
            สัมผัส(Touch pad) , จอยสติก (Joystick)
       3.   จอภาพระบบไวตอการสัมผัส เชน จอภาพระบบสัมผัส (Touch
            Screen)
หนวยรับขอมูล (ตอ)

     4.   ระบบปากกา (Pen-Based system) ไดแก ปากกาแสง
          (Light pen) เครื่องอานพิกัด (Digitizing tablet)
     5.   ระบบอุปกรณกวาดขอมูล (Data Scanning
          Device) ไดแก เอ็มไอซีอาร (MICR) เครื่องอานรหัสแทง
          (Bar code Reader) สแกนเนอร(Scanner)
          เครื่องรูจําอักขระดวยแสง (OCR) เครื่องอานเครื่องหมายดวยแสง
          (OMR) กลองถายภาพดิจิตอล (DigitalCamera) กลอง
          ถายทอดวิดีโอดิจิตอล (Digital Video)
     6.   อุปกรณรูจาเสียง (Voice Recognition Device)
                        ํ
          ไดแก อุปกรณวิเคราะหเสียงพูด (Speech
          Recognition Devide)
แปนพิมพ (Keyboard)

¡  เปนหนวยรับขอมูลที่นิยมใชกันมากที่สุด
¡ เปนอุปกรณมาตรฐานในการปอนขอมูลสําหรับเทอรมินอล และ PC

¡ มีลักษณะคลายกับแปนพิมพดีด แตมีจํานวนแปนมากกวา

¡ ใชรหัส 8 บิต ตอหนึ่งตัวอักษร (แทนตัวอักษรได 256 ตัว)

¡ ถูกแบงออกเปน 4 กลุมดวยกันคือ แปนอักขระ (Character
Keys) แปนควบคุม (Control Keys) แปนฟงกชั่น
(Function Keys) แปนตัวเลข (Numeric Keys)
แปนพิมพ (ตอ)

     แปนพิมพบางประเภทออกแบบมาเพื่อใชงานเฉพาะดาน เชน
แปนพิมพที่ใชในรานอาหารแบบเรงดวน (Fast Food
Restaurant) จะใชพิมพเฉพาะชื่ออาหาร หรือแปนพิมพที่ใช
กับเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic
Teller Machine) เปนตน
เออรโกโนมิกส (Ergonomics)

   เออรโกโนมิกส (Ergonomics) เปนศาสตรที่วาดวยเรื่อง
การออกแบบอุปกรณใหมีความปลอดภัย และสะดวก
สบายตอการใชงานของมนุษย
เมาส (Mouse)

¡   ขนาดและรูปรางตางกัน
¡   ดานลางมีลูกกลมกลิ้ง / ระบบแสง
¡   ดานบนมีปุมกด 2 / 3 / 4 หรือมีลอ (Wheel)
                                    
¡   Click / Double Click / Right Click /
    Drag and Drop
¡   ไมสามารถปอนตัวอักษรได
¡   ลดความผิดพลาดในการปอนขอมูล รวดเร็ว
ลูกกลมควบคุม (Track ball)

    เปนลูกบอลเล็กๆ อาจวางติดตัวเครื่อง (โนตบุก) หรือเปนอุปกรณ
แยกตางหาก เมือผูใชหมุนลูกบอลกลม ก็จะมีการเกิดการเลื่อนตําแหนง
               ่
ของตัวชี้ตําแหนงบนจอภาพ
มีหลักการทํางานเชนเดียวกับเมาส
แทงชี้ควบคุม (Track Point)

   เปนแทงพลาสติกเล็กๆ อยูตรงกลางแปนพิมพ ระหวางอักษร G
และ H บังคับโดยใชหัวแมมือเพื่อเลื่อนตําแหนงของตัวชีตําแหนงบน
                                                      ้
จอภาพเชนเดียวกับเมาส
แผนรองสัมผัส (Touch Pad)

       เปนแผนสีเหลี่ยมที่วางอยูหนา
แป น พิ ม พ สามารถใช นิ้ ววาดเพื่ อ
เ ลื่ อ น ตํ า แ ห น ง ข อ ง ตั ว ชี้
(Curser)                ตําแหนงบน
จอภาพเชนเดียวกับเมาส
จอภาพระบบสัมผัส (Touch Screen)

                        ผู ใ ช เ พี ย งแตะปลายนิ้ ว ลงบน
                  จอภาพในตํ าแหน ง ที่ กํ าหนดแทน
                  การใชเมาสหรือแปนพิมพ โดยจะ
                  มี ซ อฟต แ วร เ ป น ตั ว ค น หาว า ผู ใ ช
                  เลือกคําสั่งหรือปอนขอมูลใดและจะ
                  ทํ า ตามนั้ น นิ ย มใช ใ ห ข อ มู ล การ
                  ทองเที่ยว และในรานอาหารแบบ
                  เรงดวน
จอยสติก (Joy stick)

    เปนกานสําหรับใชโยกขึ้น-ลง ซาย-ขวา เพื่อยายตําแหนงบนจอภาพ
มีหลักการทํางานเชนเดียวกับเมาส แตจะมีแปนกดสําหรับสั่งงานพิเศษ
นิยมใชในการเลนเกมส
หรือควบคุมหุนยนต
ปากกาแสง (Light pen)

    ใชวาดลักษณะหรือรูปแบบของขอมูลใหปรากฏบนจอภาพ การใช
งานทําไดโดยการแตะปากกาแสงลงบนจอภาพตามตําแหนงที่ตองการ
                                                  
นิยมใชงานกับคอมพิวเตอรชวยออกแบบ
(Computer Aided Design: CAD)
รวมทั้งปอนขอมูลสําหรับ PDA
เครื่องอานพิกัด (Digitizing tablet)

      ประกอบดวยกระดาษที่มีเสน
แบง (Grid) ซึ่งสามารถใช
ปากกาเฉพาะเรี ย กว า สไตลั ส
(Stylus) ชี้ไปบนกระดาษ
เ พื่ อ ส ง ข อ มู ล
ตํ า แ ห น ง เ ข า ไ ป ยั ง เ ค รื่ อ ง
ค อ ม พิ ว เ ต อ ร นิ ย ม ใ ช ใ น ก า ร
ออกแบบรถยนต หุนยนต อาคาร
อุปกรณทางการแพทย
เอ็มไอซีอาร
(Magnetic Ink Character Recognition:
MICR)

    ใชในการตรวจสอบเช็คธนาคาร โดยเครื่องจะทําการเขารหัสธนาคาร
รหัสสาขา เลขที่บัญชี และเลขที่เช็ค ดานลางซายของเช็ค
รหัสแทง (Bar Code)

¡   เริ่มใชในป 1970 โดยพิมพเปนแถบสีดํา-ขาวตอเนื่องเรียงกันเรียกวา รหัส
    แทง (Bar code)
¡   ไมตองพิมพขอมูลดวยแปนพิมพจึงลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา
¡   มาตรฐานทีใชในปจจุบัน
                ่
     l   มาตรฐาน UPC (Universal Product Code) เปนการเขารหัส
         ตัวเลข 12 หลัก
     l   มาตรฐาน Code 39 (Three of Nine) สามารถทํารหัสไดทั้งตัวเลขและ
         ตัวอักษร
¡   ปจจุบันไดรับความนิยมอยางมาก เชน จุดเก็บเงิน ตามรานสะดวกซื้อ
    หางสรรพสินคา
รหัสแทงและเครื่องอาน
สแกนเนอร (Scanner)

¡   ใชอานหรือสแกน (Scan) ขอมูลที่เปนเอกสาร (ขอความหรือรูปภาพ) มี
    2 เทคโนโลยี คือ
     l   CCD: Charge Couple Device ใหความละเอียดและคุณภาพดี
     l   CIS: Contact Image Sensor อุปกรณขนาดเล็ก เบา คุณภาพดอย
         กวา
¡   แบงประเภทตามลักษณะการใชงานเปน 3 ประเภท
     l   สแกนเนอรมอถือ ขนาดเล็ก ผูใชถืออุปกรณกวาดไปบนภาพ
                   ื
     l   สแกนเนอรแบบสอดกระดาษ สอดภาพ/เอกสารยังชองสําหรับอานขอมูล
     l   สแกนเนอรแบบแทน ใชมากในปจจุบัน ทํางานคลายเครื่องถายเอกสาร
¡   สิ่งที่ไดจากการสแกนจะอยูในรูปของขอมูลดิจิตอล เก็บไวไดนาน
สแกนเนอร (Scanner)
เครื่องรูจําอักขระดวยแสง (โอซีอาร)
(Optical Character Recognition: OCR)

¡   เปนอุปกรณสําหรับอานขอมูลทีเ่ ปนตัวอักขระบนเอกสารตาง ๆ และ
    ทําการแปลงขอมูล
¡   แบบดิจิตอลทีอานไดไปเปนตัวอักษรโดยอัตโนมัติ
                  ่
¡   ซอฟตแวรสําหรับวิเคราะหตวอักษรจากขอมูลที่ไดจากสแกนเนอร
                               ั
¡   ยังพบขอผิดพลาดจากการตีความอักขระ
¡   ใชในงานที่เก็บเอกสารจํานวนมากเชน หองสมุดตาง ๆ
เครื่องอานเครื่องหมายดวยแสง (โอเอ็มอาร)
(Optical Mark Reader: OMR)

¡   เปนอุปกรณที่ใชหลักการอาน
¡   สัญลักษณหรือเครื่องหมายที่ระบายดวย
¡   ดินสอดําลงในตําแหนงที่กําหนด
¡   ดินสอดําที่ระบายตองมีสารแมเหล็ก
¡   (Magnetic particle) จํานวนหนึ่งเพื่อให
¡   เครื่องโอเอ็มอารสามารถรับรูได
กลองถายภาพดิจิตอล (Digital Camera)

¡   ไมตองใชฟลม เก็บภาพถายในลักษณะดิจิตอล
        
¡   ความละเอียดของรูปประมาณ 1-5 ลานจุด (pixel)
¡   รูปที่ถายไวสามารถนําเขาเครื่องคอมพิวเตอรไดทันที
กลองถายทอดวีดีโอ (Digital Video)

¡   เปนอุปกรณที่ใชสําหรับบันทึกภาพเคลื่อนไหวและเก็บเปนขอมูลแบบ
    ดิจิตอลนิยมใชในการประชุมทางไกลผานวิดีโอ (Video
    Teleconference)
อุปกรณรูจําเสียง (Voice Recognition)

¡   รับสัญญาณเสียงที่มนุษยพูดและแปลงเปนสัญญาณดิจิตอล
¡   ปญหา: คนพูดคนละคน / ตองใหคอมพิวเตอรเรียนรูระยะหนึ่งกอน
¡   ใชสําหรับผูพิการตาบอด หรือมือไมวางพอที่จะกดแปนพิมพ
                                       
หนวยประมวลผล (Central Processing
Unit)
      ซีพียู (CPU) เปรียบเสมือนสมองของคอมพิวเตอร ซึ่งมีความซับซอนมาก
ที่สุด หนวยประมวลผลกลางรุนใหม ๆ จะมีขนาดเล็กลงแตความเร็วสูงขึ้น
      ผูผลิตหนวยประมวลผลกลางสําหรับเครื่อง IBM PC ไดแก อินเทล
(Intel)เอเอ็มดี (AMD) ไซริกซ (Cyrix) และทรานสเมตา
(Transmeta) สําหรับเครื่องแอปเปลแมคอินทอช ไดแก โมโตโรลา
(Motorola)
      วงจรในหนวยประมวลผลกลางเรียกวา “ไมโครโปรเซสเซอร”
(Microprocessor) ซึ่งประกอบดวยหนวยสําคัญ 2 หนวย ไดแก
      l   หนวยควบคุม
      l   หนวยคํานวณและตรรกะ
หนวยประมวลผล (ตอ)

     หนวยประมวลผลทําหนาที่ในการคํานวณ เปนสวนที่มีความซับซอน
ซึ่งแบงออกเปน 2 สวน ไดแก
     l   หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit:
         CPU)
           - หนวยควบคุม (Control Unit)
           - หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit)
           - รีจิสเตอร (Register)
     l   หนวยความจําหลัก (Main memory Unit)
           - หนวยความจําหลักแบบอานไดอยางเดียว (Read Only
              Memory)
           - หนวยความจําหลักแบบแกไขได (Random Access
              Memory)
หนวยประมวลผล (ตอ)
ภายในหนวยประมวลผล
     หนวยควบคุม (Control Unit: CU) ทําหนาที่ควบคุมการทํางานของเครือง           ่
คอมพิวเตอรทงระบบ เชน ควบคุมการรับขอมูล ควบคุมการทํางานของ
                ั้
หนวยความจําหลัก เปรียบเสมือนศูนยกลางของระบบประสาท
     หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit: ALU)
     ทําหนาที่
ประมวลผลการคํานวณทางคณิตศาสตรและการเปรียบเทียบทางตรรกะ
     รีจิสเตอร (Register) ทําหนาที่เก็บและสงขอมูลหรือคําสั่งเขามาในซีพียู
     บัส (Bus) เปนเสนทางในการสงผานสัญญาณไฟฟา ภายในระบบคอมพิวเตอร
     หนวยประมวลผลเสริม (Math Coprocessor) เปนซีพียอีกตัวหนึงที่ทํา    ู      ่
     หนาที่เฉพาะ
ดานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครืองคอมพิวเตอร เชน ชวยคํานวณตัวเลข
                                ่
intel

¡ 286

¡ 386DX

¡ 486

¡ 586    ~P
¡ PII

¡ PIII

¡ P4
ภายในหนวยประมวลผล (ตอ)

         Main Memory System (RAM)


                     CPU


          Register         ALU


                     CU



             Input/Out Devices
ความเร็วของหนวยประมวลผล

¡   ความเร็วของซีพียหรือประมวลผลจะถูกควบคุมโดยสัญญาณนาฬิกา
                    ู
    (System Clock)
¡   หนวยวัดความเร็วของสัญญาณนาฬิกา เรียกวา เฮิรตซ (Hz:
    Hertz) ซึ่งเทียบเทากับ 1 ครั้งตอวินาที
¡   ความเร็วในยุคปจจุบนของเครื่องไมโครคอมพิวเตอรคือ
                       ั
    - Megahertz หรือ MHz = 1 000 000 ครั้งตอวินาที
    - Gigahertz หรือ GHz = 1 000 000 000 ครั้งตอ
      วินาที
หนวยความจําหลัก (Main Memory Unit)

       เปนอุปกรณที่ใชในการจดจําขอมูลและโปรแกรมตาง ๆ ที่อยูระหวางการ
                                                               
ประมวลผลของคอมพิวเตอร แบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก
       แบบอานไดอยางเดียว (Read Only Memory: ROM)
เปนหนวยความจําที่มีคุณสมบัตในการเก็บขอมูลไวไดตลอดเวลาโดยไมตองใชไฟฟา
                               ิ                                    
หลอเลี้ยง (Nonvolatile) นิยมใชเปนหนวยความจําสําหรับเก็บชุดคําสั่ง
เริ่มตนระบบ ขอเสียของ ROM คือ ไมสามารถแกไขหรือเพิ่มชุดคําสั่งไดใน
ภายหลัง
       แบบแกไขได (Random Access Memory: RAM)
เปนหนวยความจําความเร็วสูงที่ใชเก็บโปรแกรมและขอมูลในคอมพิวเตอร
เปรียบเสมือนกระดาษทด ถาคอมพิวเตอรมีหนวยความจํามากก็สามารถทํางานไดเร็ว
มาก
ประเภทของ ROM
      PROM (Programmable Read-Only
Memory) เปน ROM ทีสามารถบันทึกดวยเครื่องบันทึกพิเศษไดหนึ่ง
                                    ่
ครั้ง จากนั้นจะลบหรือแกไขไมได
      EPROM (Erasable PROM) เปน ROM ที่ใชแสง
อัลตราไวโอเลตในการเขียนขอมูล สามารถนําออกจากเครื่องคอมพิวเตอรไปลบโดย
ใชเครื่องมือพิเศษและบันทึกขอมูลใหมได
      EEPROM (Electrically Erasable PROM)
เปนการรวมขอดีของ ROM และ RAM เขาไวดวยกันไมตองใชไฟฟาหลอ
เลี้ยง สามารถแกไข ลบขอมูลที่เก็บไวไดดวยโปรแกรมพิเศษ ขอดอยคือ ราคาสูง
และเก็บขอมูลไดต่ํากวาหนวยเก็บขอมูลสํารอง ตัวอยางเชน หนวยความจําแบบ
แฟลช (Flash memory)
ประเภทของ ROM
ประเภทของ RAM

    DRAM (Dynamic RAM) เปนหนวยความจําที่มี
การใชงานกันมากที่สุดในปจจุบัน ใชวงจรคลายตัวเก็บประจุในการเก็บ
ขอมูลแตละบิต ทําใหตองมีการย้ําสัญญาณไฟฟาซึ่งเรียกวาการรีเฟรช
                         
(Refresh) ขอดีคอมีคาคาต่ํา แตขอเสียคือความเร็วในการเขาถึง
                       ื
ขอมูลไมสูงนัก ตัวอยางเชน FPM RAM, EDO RAM,
SDRAM, DDR SDRAM, RDRAM
    นอกจากนียังมี DRAM แบบพิเศษที่ใชสําหรับปรับปรุงความเร็ว
               ้
ของหนวยแสดงผลแบบกราฟก อีกดวย
ประเภทของ RAM
     SRAM (Static RAM) เปนหนวยความจําความเร็วสูงและใช
พลังงานนอยเนื่องจากขอมูลที่เก็บดวย SRAM จะคงอยูโดยไมตองทําการรีเฟรช
ขอเสียคือราคาสูง จึงนิยมนํา SRAM เปนหนวยความจําแคช (Cache
memory)
     หนวยความจําแคช (Cache Memory) เปนหนวยความจํา
(SRAM) ที่ออกแบบมาชวยเพิ่มความเร็วใหกับอุปกรณบางสวนที่ทางานชาให
                                                                  ํ
ทํางานเร็วขึ้น
     หนวยความจําเสมือน (Virtual Memory) เปนการนําพื้นที่ของ
หนวยเก็บขอมูลสํารอง (ฮารดดิสก) มาจําลองเปนหนวยความจํา เนื่องจาก
หนวยความจําของระบบมีจํากัดและมีราคาสูง
ประเภทของ RAM
หนวยแสดงผล (Output Unit)

      ทําหนาที่แสดงผลลัพธจากคอมพิวเตอรไปยังผูใช แบงไดเปน 2
ประเภท
¡ หนวยแสดงผลชั่วคราว (Soft copy) เปนการแสดงผลให
ผูใชไดรับทราบในขณะนั้น แตเมื่อเลิกการทํางานหรือเลิกใชแลวก็จะ
หายไป เชน จอภาพ(Monitor) อุปกรณฉายภาพ
(Projector) อุปกรณเสียง (Audio Output)
¡ หนวยแสดงผลถาวร (Hard copy) เปนการแสดงผลที่
สามารถจับตองไดและเคลือนยายไดตามความตองการ มักออกมาในรูป
                         ่
ของกระดาษ เชนเครื่องพิมพ (Printer) เครื่องพลอตเตอร
(Plotter)
จอภาพ (Monitor)

      ใชแสดงขอมูลหรือผลลัพธใหผใชเห็นไดทนที มีรูปรางคลายจอภาพ
                                  ู         ั
ของโทรทัศน ประกอบดวยจุด (Pixel) มากมาย ประเภทของจอมี 2
ประเภท
¡ จอซีอารที (Cathode Ray Tube: CRT) ใช
หลักการยิงแสงผานหลอดภาพคลายกับเครื่องรับโทรทัศน นิยมใชกับ
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร
¡ จอแอลซีดี (Liquid Crystal Display:
LCD) ใชหลักการเรืองแสงเมื่อผานกระแสไฟฟาเขาไปในผลึกเหลว
นิยมใชในเครืองคอมพิวเตอรแบบพกพาขอดีคือใชพื้นที่นอย น้ําหนักเบา
             ่
กินไฟต่ํา แผรังสีนอย
จอภาพ (Monitor)




  จอ LCD          จอ CRT
เรื่องนารูเกี่ยวกับจอภาพ
     ความละเอียดของจอภาพ (Resolution) ปจจุบันเปนจอภาพสีแบบ
ซูเปอรวีจีเอ ( Super Video Graphics Adapter:
Super VGA) ความละเอียดต่ําที่ 800 x 600 จุด (แนวนอนxแนวตั้ง)
ความละเอียดสูง XGA 1024 x 768, SXGA 1280 x 1024, UXGA
1600 x 1200 ซึ่งใหความคมชัดสูงตามลําดับ อีกปจจัยหนึ่งที่ทําใหภาพคมชัดมาก
ขึ้นไดแกระยะหางระหวางจุด (Dot pitch)
     จํานวนสี (Color) คาของสีที่แสดงจะแทนดวยตัวเลข 16 บิต แทนได
65,536 สี (High color) ถาใช 24 บิต จะแสดงได 16,777,216 สี
(True color)
     ขนาดของจอภาพปจจุบันเนนการแสดงภาพกราฟกมาก จึงนิยมใชจอภาพใน
ขนาด 15 หรือ 17 นิ้วขึ้นไป
เรื่องนารูเกี่ยวกับจอภาพ (ตอ)

     การเชื่อมตอ จะทําการเชื่อมตอกับ
การดวิดีโอ (Video Card) ซึ่งจะเสียบอยู
กับแผงวงจรหลักของคอมพิวเตอร
     อัตราการเปลี่ยนภาพ (Refresh rate) ของการดวิดีโอ
คืออัตราในการลบภาพเดิมและแสดงภาพใหม ซึ่งหากต่ํากวา 70 Hz
หรือ 70 ครั้งตอวินาทีจะทําใหผูชมเห็นภาพกระพริบและเกิดอาการปวด
ศีรษะได
อุปกรณฉายภาพ (Projector)

      เปนอุปกรณที่นิยมใชในการเรียนการสอนหรือการประชุม
เนื่องจากสามารถนําเสนอขอมูลใหผูชมจํานวนมากเห็นพรอมๆ กัน
อุปกรณฉายภาพจะมีขอแตกตางกันมากในเรื่อง
                        
กําลังสองสวาง
อุปกรณเสียง (Audio Output)
      ป ร ะ ก อ บ ขึ้ น จ า ก ลํ า โ พ ง
(Speaker) ซึ่ ง มี ห น า ที่ ใ น ก า ร
แปลงสั ญ ญาณจากคอมพิ ว เตอร ใ ห เ ป น
สั ญ ญ า ณ เ สี ย ง แ ล ะ ก า ร ด เ สี ย ง
(Sound card)ซึ่งเปนแผงวงจร
เพิ่มเติมที่นํามาเสียกับชองเสียบขยายบน
เมนบอรดเพื่อชวยใหคอมพิวเตอรสงเสียง
ผานลําโพงได
      ใช เ สี ย งเพื่ อ รายงานหรื อ เตื อ นถึ ง
ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด เ พื่ อ เ ล น เ ก ม ส ดู
ภาพยนตร ฟงเพลง
เครื่องพิมพ (Printer)

      เปนอุปกรณแสดงผลแบบถาวรที่ไดรับความนิยมมาก มีใหเลือก
หลายชนิดขึ้นอยูกับคุณภาพ ความละเอียด ความเร็ว ขนาดกระดาษ
และเทคโนโลยีเครื่องพิมพแบงตามวิธีการพิมพได 2 ชนิด คือ
เครื่องพิมพชนิดตอก (Impact printer) เครื่องพิมพชนิดไม
ตอก (Nonimpact printer)
เครื่องพิมพชนิดตอก (Impact Printer)
¡   ใชการตอกใหคารบอนบนผาหมึกติดบนกระดาษตามรูปแบบที่ตองการ
¡   สามารถพิมพสําเนาไดครั้งละหลายชุด ใชกระดาษตอเนื่องได
¡   ความเร็วในการพิมพมีหนวยเปนบรรทัดตอนาที (Line per minute:
    lpm)
¡   ขอเสีย คือ มีเสียงดัง และคุณภาพงานพิมพไมดีนัก
¡   แบงเปน 2 ประเภท
     – เครืองพิมพอักษรหรือเครื่องพิมพแบบจุด (Character printer หรือ Dot
             ่
          matrix printer)
     ซึ่งจะพิมพทีละหนึงตัวอักษร ตัวแตละตัวอักษรถูกสรางขึ้นจากจุดเล็ก ๆ จํานวนมาก
                        ่
     – เครืองพิมพบรรทัด (Line printer) พิมพทีละหนึงบรรทัด พิมพงานไดเร็ว แตจะ
               ่                                               ่
          มี
     ราคาสูง นิยมใชกบเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญ
                      ั
เครื่องพิมพชนิดตอก (ตอ)




Line printer                 Dot matrix printer
เครื่องพิมพชนิดไมตอก (Nonimpact Printer)
¡   ใชเทคนิคการพิมพจากวิธีการทางเคมี พิมพไดเร็วและคมชัดกวาชนิดตอก
¡   พิมพไดทั้งตัวอักษรและกราฟกไมมีเสียงขณะพิมพไมสามารถพิมพสําเนาได
¡   ความเร็ววัดเปนหนาตอนาที (page per minute: ppm)
¡   แบงเปน 3 ประเภท
     – เครื่องพิมพเลเซอร (Laser printer) ใชแสงเลเซอรสรางประจุไฟฟาทําให
     โทนเนอรสรางภาพที่ตองการและพิมพลงบนกระดาษ ความละเอียดวัดเปนจุดตอนิ้ว
                         
     (dpi)
     – เครื่องพิมพฉีดหมึก (Inkjet printer) พิมพภาพสีไดคณภาพใกลเคียงกับ
                                                                      ุ
     ภาพถาย ราคาถูกกวาชนิดเลเซอร ใชหมึกสามสี (น้ําเงิน, มวงแดง, เหลือง) และสีดํา
     – เครื่องพิมพความรอน (Thermal printer) คุณภาพสูง (พิมพไดใกลเคียง
     ภาพถาย)ราคาแพง
เครื่องพิมพชนิดไมตอก (ตอ)




Laser printer                        Inkjet printer
พลอตเตอร (Plotter)

     ใช เ ขี ย นภาพสํ า หรั บ งานที่
ตองการความละเอีย ดสูง เนื่อ งจาก
ใช ปากกาในการกวาดเส น จึ ง ได
เสนที่ตอเนื่องกันตลอดปจจุบันใช
ระ บ บ ฉี ด ห มึ ก แ ท น ใ ช ใ น ง า น
ออกแบบตองการความสวยงามและ
ความละเอี ย ดสู ง มี ราคาค อ นข า ง
แพง พิมพกระดาษไดใหญ
หนวยเก็บขอมูลสํารอง (Secondary Storage
Unit)
       สื่อสําหรับเก็บขอมูลจะเก็บไวในรูปเลขฐานสองคือ 0 กับ 1 ทั้งสิ้น เนื่องจาก
หนวยความจําหลักหรือแรมไมไดเก็บขอมูลอยางถาวร ถาปดเครื่องหรือไฟดับขอมูล
ก็จะหายไป จึงตองทําการจัดเก็บขอมูลโดยยายจากหนวยความจําหลักมาไวในหนวย
เก็บขอมูลสํารอง
       หนวยเก็บขอมูลสํารองในปจจุบันมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับหนวยความจําหลัก
ทําใหเก็บขอมูลไดมาก อยางไรก็ตามหนวยเก็บขอมูลจะมีความเร็วในการอานและ
บันทึกขอมูลต่ํากวาหนวยความจําหลัก
       หนวยเก็บขอมูลสํารองในปจจุบันมีหลายชนิด แบงเปนประเภทใหญ ๆ ได
ดังนี้เทป จานแมเหล็ก ออปติคัลดิสก และหนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช
เทปแมเหล็ก (Magnetic Tape)
¡   เปนสื่อเก็บขอมูลที่ใชมาตั้งแตคอมพิวเตอรยุคที่ 1 และ 2
¡   มีหลักการทํางานคลายเทปบันทึกเสียง จะอานขอมูลตามลําดับกอนหลังทีได ่
    บันทึกไว โดยเรียกหลักการนี้วา “การเขาถึงขอมูลตามลําดับ”
    (Sequential access)
¡   มวนเทป(Reel-to-reel) / คารทริดจเทป (Cartridge) / ตลับ
    เทป (Cassette)
¡   นิยมนําเทปแมเหล็กมาสํารองขอมูลที่สําคัญไมถูกเรียกใชบอย
¡   ความจุหรือความหนาแนนของเทปแมเหล็กมีหนวยเปน ไบตตอนิ้ว (Bpi)
¡   ขอดี อาน-ลบกี่ครั้งก็ได / ราคาต่า / บันทึกขอมูลมาก ๆ ไดอยางรวดเร็ว
                                        ํ
¡   ขอเสีย อานขอมูลไดชาเพราะตองอานเปนลําดับ
เทปแมเหล็ก (Magnetic Tape)
จานแมเหล็ก (Magnetic Disk)
¡   เปนสื่อที่สามารถเก็บขอมูลไดจํานวนมาก ทํางานไดเร็วกวาเทปมาก
¡   ใชคูกับหัวอานที่เรียกวา “ตัวขับจานแมเหล็ก” (Disk drive)
¡   สามารถเขาถึงขอมูลโดยตรง (Direct access) โดยใชหลักการของ
    การเขาถึงขอมูลแบบสุม (Random access) ซึ่งทําใหสามารถอาน
    ขอมูลมาใชไดทันที
¡   กอนใชงานจานแมเหล็กจะตองมีการฟอรแมต (Format) กอน
¡   ตารางแฟต (FAT table) / แทร็ก (Track) / เซกเตอร
    (Sector) /คลัสเตอร (Cluster)
¡   จานแมเหล็กที่ไดรับความนิยมไดแก ฟลอปปดิกส (Floppy disk) และ
    ฮารดดิสก (Hard disk)
ฟลอปปดิสก (Floppy Disk)

¡   บางครั้งเรียกวา ดิสกเก็ต (Diskette) เปนแผนพลาสติกวงกลม
    ขนาด 3.5 นิ้ว (วัดเสนผานศูนยกลาง) บรรจุอยูในพลาสติกแบบแข็ง
¡   อานและเขียนขอมูลผานดิสกไดรฟ (Disk drive)
¡   แถบปองกันการบันทึก (Write-Protection) ใชเพื่อ
    ปองกันการบันทึกขอมูล
¡   จํานวนขอมูลที่สามารถเก็บไดขึ้นอยูกับความหนาแนนของสาร
    แมเหล็กปจจุบันอยูอยูที่ 1.44 MB
                        
ฟลอปปดิสก (ตอ)
ฮารดดิสก (Hard Disk)

¡   ทําจากแผนโลหะแข็งเรียกวา Platters จํานวนหลายแผน ทําใหเก็บขอมูล
    ไดมากและอานเขียนขอมูลไดอยางรวดเร็ว
¡   บันทึกขอมูลไดทั้งสองหนาของผิวจานแมเหล็ก
¡   มีทั้งแบบยึดติดในเครื่องและแบบสามารถเคลื่อนยายได (Removable
    disk)
¡   สิ่งกีดขวางบางอยาง เชน ฝุน ควัน อาจสรางความเสียหายใหกับหัวอานได
¡   ปจจุบันมีความจุหลายกิกะไบต (GB) / หมุนไดเร็วตั้งแต 5,400 รอบตอนาที
¡   มาตรฐานการเชื่อมตอที่นิยมใชในปจจุบัน คือ EIDE และ SCSI
ฮารดดิสก (Hard Disk)
ออปติคัลดิสก (Optical Disk)

     ใชเทคโนโลยีแสงเลเซอร มีหลักการทํางานคลายกับการเลนซีดี
(CD) เพลงเก็บขอมูลไดจํานวนมากและราคาไมแพงมากนัก ใน
ปจจุบันจะมีออปติคอลอยูหลายประเภท ไดแก
                       
     l   ซีดีรอม (Compact Disk Read Only
         Memory: CD-ROM)
     l   เอ็มโอดิสก (Magneto Optical disk: MO)
     l   ดีวีดี (Digital Versatile Disk: DVD)
ซีดีรอม
(Compact Disk Read Only Memory: CD-
ROM)

¡   เก็บบันทึกขอมูลไดถึง 650 เมกะไบต / บันทึกดวยเครื่องมือเฉพาะ / ครั้งเดียว
¡   ใชซีดีรอมไดรฟ (CD-ROM Drive) ในการอานขอมูล
¡   ความเร็วในการอานเทียบกับ 150 กิโลไบตตอวินาที (1 เทาหรือ 1 X)
¡   ปจจุบันไดรับความนิยมมาก เนื่องจาก สะดวกและไมตองเปลี่ยนแผนบอยใน
    การติดตั้งโปรแกรมที่มากับแผนซีดรอม โอกาสเสียนอย ตนทุนต่า
                                     ี                           ํ
¡   ซีดีอาร (CD-R) เก็บขอมูลได 600-900 MB เหมาะสําหรับมัลติมีเดีย
¡   ซีดีอารดับเบิลยู (CD-RW) สามารถลบและบันทึกใหมได / ความเร็วใน
    การเขียนแผน CD-R ความเร็วในการเขียนแผน CD-RW ความเร็วใน
    การอาน
ซีดีรอม (ตอ)
เอ็มโอดิสก (Magneto Optical disk: MO)
¡   ใชหลักการของสื่อที่ใชสารแมเหล็กและสื่อที่ใชแสงเลเซอรรวมกัน
¡   ใชแสงเลเซอรในการบันทึกและอานขอมูล ลดความผิดพลาดจากการลมเหลว
    ของหัวอาน (หัวอานไมจําเปนตองเขาใกลดิสก) และปลอดภัยจากสนามแมเหล็ก
¡   มีความจุสูงมากตั้งแต 200 MB ขึ้นไป
¡   ความเร็วสูงกวา Floppy Disk และ CD-ROM แตต่ํากวา
    Hard disk
¡   มีอายุการใชงานกวา 30 ป
¡   ขอเสีย : ราคาสูง การอานเขียนตองทํา 2 ขั้นตอนคือลบขอมูลเดิมแลวเขียน
    ขอมูลใหม (จึงชากวาฮารดดิสกมาก)
เอ็มโอดิสก (ตอ)
ดีวีดี (Digital Versatile Disk: DVD)

¡   กําลังไดรับความนิยมอยางมากในปจจุบัน
¡   เก็บขอมูลไดตั้งแต 4.7 GB – 17 GB
¡   ความเร็วในการเขาถึง 600 KB – 1.3 MB ตอวินาที
¡   สามารถอานแผน CD-ROM แบบเกาได
¡   DVD – RW สามารถบันทึกและลบขอมูลไดหลายครั้ง
ดีวีดี (ตอ)
หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (Flash Storage)

      พัฒนามาจากหนวยความจําแบบแฟลช (Flash memory)
เพื่อนําไปใชในอุปกรณแบบพกพาตาง ๆ เชน กลองดิจิตอล กลองวิดีโอ
ซึ่งจะมีขนาดเล็กน้ําหนักเบา ไมตองใชแหลงพลังงานหลอเลี้ยง ปจจุบัน
                                
มีสื่อที่นิยมใชดังนี้
     l    การดคอมแพคแฟลช (Compact Flash)
     l    เมมโมรี่สติ๊ก (Memory stick)
     l    การดสมารทมีเดีย (SmartMedia)
     l    การดมัลติมีเดีย (Multimedia Card)
     l    การดซีเคียวดิจิตอล (Secure Digital)
หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (ตอ)

     การดคอมแพคแฟลช (Compact Flash) นิยมเรียกวา
CF Card พัฒนาโดยบริษัท ScanDisk ราคาต่ําสุดเมื่อเทียบ
กับหนวยเก็บขอมูลแฟลชอื่นๆ มีอายุการใชงานราว 100 ป โดยขอมูล
ไมเสียหาย ขนาดของความจุ 8 – 512MB
     เมมโมรี่สติ๊ก (Memory stick) ของบริษัทโซนี่ มี
ขนาดเทาหมากฝรั่ง ใชในอุปกรณตาง ๆ ของบริษัทโซนี่ เชน กลอง
ดิจิตอล ในปจจุบันมีความจุตั้งแต 4 –256 MB อานขอมูลดวย
ความเร็ว 2.45 MB/s เขียนดวยความ 1.8 MB/s จุดดอยคือ ราคา
คอนขางสูงและใชไดกับอุปกรณของโซนี่เทานั้น
หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (ตอ)
      การดสมารทมีเดีย (SmartMedia) มีความจุตั้งแต 8 – 128MB
มีการใชงานในอุปกรณกลองดิจิตอลและพีดีเอบางรุน ใชในกลองดิจิตอลและพีดีเอ
      การดมัลติมีเดีย (Multimedia Card: MMC) ขนาดเล็กเทา
แสตมป มีความจุสูงถึง 128 MB นิยมใชเก็บขอมูลประเภทเสียง MP3 ใน
เครื่องเลนแบบพกพาและมีการนํามาใชในอุปกรณ PDA ทั้งพ็อกเก็ตพีซีและ
ปาลม
      การดซีเคียวดิจิตอล (SD Card) พัฒนาตอจาก MMC โดยเพิ่มใน
สวนของการเขารหัสขอมูลที่บันทึกไว เพื่อปองกันการทําสําเนาโดยไมไดรับอนุญาต
ใชในการบันทึกเพลงและหนังสืออิเล็กทรอนิกส ความจุ 256 MB
หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (ตอ)
อุปกรณอื่นๆ
     นอกจากอุปกรณในการรับขอมูล การประมวลผล การแสดงผล และการเก็บ
ขอมูลสํารองแลว ระบบคอมพิวเตอรยังมีอุปกรณอื่นๆ ที่ทํางานรวมกันเพื่อให
สามารถทํางานไดหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ซึ่งอุปกรณที่จะกลาวถึง
ไดแก
      l    แผงวงจรหลัก (Main Board)
      l    สวนเชื่อมตออุปกรณ
             - ยูเอสบี (Universal Serial Bus: USB)
             - ไฟรไวร (FireWire, IEEE 1394)
             - อินฟราเรด (IrDA Port)
      l    อุปกรณสอสารขอมูล โมเด็ม (MODEM)
                    ื่
      l    ยูพีเอส (UPS)
แผงวงจรหลัก (Main Board)

      แผงวงจรหลัก (Main Board) หรือ แผงวงจรแม
(Mother Board) เปนแผงวงจรไฟฟาขนาดใหญเพื่อใชเชื่อม
อุปกรณ/องคประกอบตาง ๆ ของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร เชน ซีพียู
หนวยความจํา รวมทั้งมีชองสําหรับตออุปกรณปอนขอมูลและแสดงผล
                                                   
(I/O) และชองขยายเพิ่มเติม (Expansion slot) โดย
อุปกรณทั้งหมดจะถูกบรรจุอยูในตัวถัง (Case) ซึ่งมีลักษณะเปน
กลอง
      ในแผงวงจรหลักจะมีนาฬิการะบบ (System Clock) ของ
เครื่องคอมพิวเตอรซึ่งเปนปจจัยหนึ่งที่ทําใหเครื่องคอมพิวเตอรทางานชา
                                                                 ํ
หรือเร็ว
แผงวงจรหลัก (ตอ)
ยูเอสบี (Universal Serial Bus: USB)

      เปนสวนเชื่อมตอที่ใชหลักการของบัสแบบอนุกรม ซึ่งเปนมาตรฐานและกําลัง
ไดรับความนิยมอยางมากในปจจุบัน สวนเชื่อมตอยูเอสบีจะเปนบัสอเนกประสงค
สําหรับตออุปกรณความเร็วต่ําทั้งหมดเพียงชองเดียว เชน การตอเมาส หรือ
เครื่องพิมพ
      l    ตออุปกรณไดสูงสุด 127 อุปกรณ / สายเชือมระหวางอุปกรณยาวไดถึง 5 เมตร
                                                   ่
      l    สนับสนุนการถอดหรือเปลี่ยนอุปกรณโดยไมตองปดเครือง (Hot
                                                             ่
           Swapping)
      l    สนับสนุนการใชงานแบบเสียบแลวใชไดทันที (Plug and Play)
      l    มี 2 มาตรฐาน ไดแก USB 1.1 (ความเร็ว 1.5 Mbps, 12 Mbps) และ
           USB 2.0(ความเร็ว 480 Mbps)
ยูเอสบี (ตอ)
ไฟรไวร (FireWire)

    เปนมาตรฐานการเชื่อมตอความเร็วสูงมากจาก IEEE ปจจุบน   ั
นํามาใชในอุปกรณทตองการความเร็วสูงในการถายโอนขอมูล เชน
                   ี่
กลองดิจิตอล กลองวิดีโอ ฮารดดิสกแบบพกพา
     l   ความเร็วสูงสุด 400 Mbps
     l   สามารถเชื่อมตออุปกรณได 63 อุปกรณ / 1 พอรต
     l   สนับสนุนการสงขอมูลแบบรับประกันการสง (กันชองสัญญาณไวได)
     l   เหมาะกับงานแบบเวลาจริง (Real-time) เชน การสงภาพวิดีโอ
     l   สนับสนุน Hot Swapping และ Plug and Play
         เชนเดียวกับ USB
ไฟรไวร (FireWire)
อินฟราเรด (Infrared)

   ปจจุบันสวนเชื่อมตอแบบอินฟราเรดไดถูกติดตั้งในอุปกรณจํานวน
มาก เชน เครื่องพิมพ คอมพิวเตอรโนตบุค โทรศัพทเคลื่อนที่
     l   ไมตองใชสายในการเชื่อมตอจึงสะดวกกับอุปกรณแบบพกพา
     l   มีคาใชจายต่ํา
     l   ระยะหางระหวางอุปกรณที่จะเชื่อมตอกันตองอยูระหวาง 1 – 3 เมตร
     l   ตองไมมีสิ่งกีดขวางระหวางอุปกรณที่จะเชื่อมตอกัน
อินฟราเรด (ตอ)
โมเด็ม (MODEM)

     เปนอุปกรณที่ใชในการเชื่อมตอระบบเครือขายภายนอกผานสายโทรศัพท ซึ่ง
ปกติจะใชสงสัญญาณเสียงเทานั้น สงขอมูลเปนสัญญาณอนาลอก (Analog)
โดยแปลงจากสัญญาณดิจิตอล (Digital) ความเร็วสูงสุดในการสง 56
Kbps ตามมาตรฐาน V.90 ของ ITU โมเด็มสามารถแบงไดเปน 4 ประเภท
ไดแก
      l    แบบภายใน (Internal MODEM) อยูในเครื่อง / ราคาถูก / ไมตองตอ
           ไฟเพิ่ม
      l    แบบภายนอก (External MODEM) เคลือนยายไดสะดวก / มีไฟแสดง
                                            ่
           สถานะ
      l    แบบกระเปา (Pocket MODEM) ขนาดเล็ก / พกพาสะดวก / ตอพอรต
           อนุกรม
      l    แบบการด (PCMCIA MODEM) ขนาดเทาบัตรเครดิต / ใชกับโนตบุค
โมเด็ม (ตอ)
                          PCMCIA MODEM
      Internal MODEM




External MODEM
                       Pocket MODEM
ยูพีเอส (UPS)
     เปนอุปกรณสําหรับจายกระแสไฟฟาสํารองจากแบตเตอรรี เพื่อเปนแหลง
พลังงานฉุกเฉินในกรณีเกิดปญหากับระบบไฟฟาหลัก เชน ไฟดับ โดยปกติยูพีเอส
จะจายไฟเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานไดระยะหนึ่ง เพื่อใหผูใชจดเก็บขอมูลหรือปด
                                                             ั
ระบบ
        l    Standby power system เวลาปกติใชระบบไฟฟาหลัก
             โดยตรง แตจะคอยตรวจสอบพลังงานไฟฟาและจะเปลี่ยนไปใชพลังงานจาก
             แบตเตอรีทันทีที่ตรวจพบปญหา ขอดีคือราคาต่ํา สูญเสียพลังงานไฟฟานอย ขอเสีย
                      ่
             ชวงเวลาที่เปลี่ยนมาใชแบตเตอรีอาจทําใหคอมพิวเตอรไมไดรับพลังงานเนืองจากตอง
                                            ่                                      ่
             ใชเวลาระยะหนึ่ง
        l    On-line UPS system เปนระบบยูพเี อสที่จายพลังงานไฟฟาจาก
             แบตเตอรี่โดยตรงขอดีคอไดรับพลังงานไฟฟาที่มีคณภาพสูงตลอดเวลา ขอเสียคือ
                                     ื                      ุ
             ราคาแพง มีการสูญเสียพลังงานไฟฟากับการแปลงตลอดเวลา มีอายุการใชงานสั้น
             กวาดวย
ยูพีเอส (ตอ)
ซอฟตแวร (Software)

  ซอฟตแวร คือ ชุดคําสั่งหรือ โปรแกรมคําสั่งที่สั่งให
  คอมพิวเตอรทํางาน ซอฟตแวรเปนตัวเชื่อมระหวางเครื่อง
  คอมพิวเตอรและผูใชคอมพิวเตอร โดยผูใชระบุความ
  ตองการไวภายใตซอฟตแวรหลังจากนั้นซอฟตแวรจะทํา
  หนาที่สั่งการควบคุมการทํางานของฮารดแวรทั้งหมด
ซอฟตแวร (Software)

  ซอฟตแวร แบงได เปน 2 ประเภท
  l    ซอฟตแวรระบบ
    (System Software)
  l    ซอฟตแวรประยุกต
    (Application Software)
ซอฟตแวรระบบ
(System Software)

คือ โปรแกรมที่ทาหนาที่ควบคุมการทํางานพืนฐานของฮารดแวร
               ํ                        ้

      •ระบบปฏิบัติการ
      (Operation System : OS)
      •โปรแกรมแปลภาษา
      (Translation Program)
ระบบปฏิบัติการ
(Operation System)
 คือ โปรแกรมที่ควบคุมการปฏิบติงานของฮารดแวร และเปน
                             ั
    ตัวเชื่อมสนับสนุนคําสั่ง

หนาที่ของระบบปฏิบัติการ
           ควบคุมการปฏิบัติงานของระบบคอมพิวเตอร
           จัดสรรทรัพยากรซึ่งใชรวมกัน (Share Resource)

ตัวอยาง ประเภทของซอฟตแวรระบบ
           DOS (Disk Operation System)
           Microsoft Windows
           Linux
ซอฟตแวรประยุกต

 คือ โปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอร
 ปฏิบัติการตามที่ผูใชตองการ
 ซอฟตแวรประยุกต แบงออกเปน 2 ประเภท
 l ซอฟตแวรสําเร็จรูป (Package
       Program)
 l ซอฟตแวรใชงานเฉพาะ
ซอฟตแวรสําเร็จรูป
  (Package Program)
   1 ซอฟตแวรสําเร็จรูป
     (Package Program)
คือ โปรแกรมคําสั่งที่บริษัทซอฟตแวรพัฒนาขึ้น
แลวนําออกจําหนาย เพื่อนําไปใชงานไดเลย
ซอฟตแวรสําเร็จรูป
 (Package Program)
 1. ซอฟตแวรประมวลคํา
    (Word Processing Software)
   Microsoft Word
2.ซอฟตแวรตารางการทํางาน   (Spread Sheet Software)
   Microsoft Excel
3. ซอฟตแวรการจัดการฐานขอมูล    (Data Base Mangement
  Software)    Microsoft Access
ซอฟตแวรใชงานเฉพาะ

คือ โปรแกรมที่ใชกับงานเฉพาะดานโปรแกรมเมอร
จะพัฒนาขึ้นใชเฉพาะงานแตละประเภทใหตรงกับ
ความตองการของผูใชเชน โปรแกรมควบคุมสินคา
โปรแกรมจองหองพักของโรงแรม
ลักษณะการทํางานของซอฟตแวร
ซอฟตแวร (software) หมายถึง โปรแกรมหรือ
ชุดคําสั่งที่ควบคุมใหเครื่องคอมพิวเตอร ทํางานใหไดผล
ลัพธตามที่ตองการ

ซอฟตแวรแบงเปน 2 ประเภทคือ
1) ซอฟตแวรระบบ (system software)
2) ซอฟตแวรประยุกต (application software)
ซอฟตแวรระบบ
เปนสื่อกลางระหวางโปรแกรมประยุกตและอุปกรณคอมพิวเตอร

1) ระบบปฏิบัติการ (operating system)
    1.1 ระบบปฏิบติการเครื่องไมโครคอมพิวเตอร
                  ั
         uDOS
         uMicrosoft Windows
    1.2 ระบบปฏิบติการแบบเปด
                ั
        uUNIX
         uLinux
2) ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร
 2.1 คอมไพเลอร (compiler) เปนตัวแปลภาษาระดับสูง เชน
     ภาษาปาสคาล, โคบอลและภาษาฟอรแทรนใหเปนภาษาเครื่อง
  โปรแกรมตนฉบับ    คอมไพเลอร     โปรแกรมเรียกใชงาน    ผลลัพธ
 (Source program)    (Compiler)   (executable program)   (output)




                                   ขอมูลนําเขา
                                      (Input)
2.2 อินเตอรพรีเตอร (interpreter) เชน ภาษาเบสิก (BASIC)
          โปรแกรมตนฉบับ    อินเตอรพรีเตอร   ผลลัพธ
         (Source program)     (Interpreter)    (output)




                            ขอมูลนําเขา
                               (Input)



2.3 แอสแซมเบลอ (assembler) เปนตัวแปลภาษาแอสแซมบลี
    (Assembly) ใหเปนภาษาเครื่อง
ซอฟตแวรประยุกต
พัฒนาขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามความตองการของผูใช


¡   โปรแกรมประมวลผลคํา เชน โปรแกรม Microsoft Word,
    Word Perfect และ Lotus Word Pro


    การใชงาน
    ใชสําหรับจัดทําเอกสาร เชน รายงาน จดหมาย หนังสือ
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft Word
¡   โปรแกรมดานการคํานวณ เชน โปรแกรม Microsoft Excel,
    Lotus1-2-3 และ Quattro Pro เปนตน


การใชงาน
ใชสําหรับงานคํานวณตัวเลข ทํากราฟสถิติ เชน ทํางบกําไร-
ขาดทุน รายงานการขาย รายงานคะแนน ฯลฯ
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft Excel
¡   โปรแกรมการนําเสนอขอมูล เชน
    โปรแกรม Microsoft PowerPoint


    การใชงาน
    ใชสําหรับการนําเสนอขอมูลในการประชุม สัมมนา
    การบรรยายการเรียนการสอน
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft PowerPoint
¡   โปรแกรมจัดการฐานขอมูล
    เชน Microsoft Access, และ FoxPro เปนตน



    การใชงาน
    ใชสําหรับงานเก็บขอมูลจํานวนมาก เชน ขอมูลลูกคา สินคา
    คงคลัง ขอมูลบุคลากร
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft Access
¡ โปรแกรมดานงานพิมพ    เชน โปรแกรม Adobe PageMaker และ
  Microsoft Publisher



 การใชงาน
 ใชสําหรับจัดหนาสิ่งพิมพตาง ๆ เชน แผนพับ หนังสือ
 นามบัตร ใบประชาสัมพันธ
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft Publisher
โปรแกรมกราฟก จําแนกได 2 ประเภท
n   ประเภทที่ 1 เปนโปรแกรมสําหรับตกแตงภาพ
    เชน โปรแกรม Adobe PhotoShop, Microsoft Paint
    และ CorelDraw เปนตน
    การใชงาน
    ใชสําหรับตกแตงภาพใหสวยงาม มีเครื่อมือที่มีลกษณะเหมือน
                                                  ั
    ดินสอ แปรง พูกัน และอุปกรณที่เลียนแบบของจริง
ตัวอยางโปรแกรม Adobe Photoshop
n ประเภทที่ 2 เปนโปรแกรมสําหรับการออกแบบ
   เชน โปรแกรม AutoCAD และ Microsoft Visio


การใชงาน
ใชสําหรับชวยออกแบบงานดานสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เชน
ชวยออกแบบบาน รถยนต ระบบไฟฟา หรือแผงวงจร
ตัวอยางโปรแกรม Microsoft Visio
¡ โปรแกรมดานมัลติมีเดีย เชน Macromedia Authorware,
  Macromedia Director และ ToolBook



  การใชงาน
  เปนโปรแกรมที่ผสมผสานขอความ กราฟก เสียง วิดีโอ และ
  ภาพเคลื่อนไหวเขาดวยกัน ใชเพื่อสรางสื่อการเรียนการสอน
  และการนําเสนอผลงาน
ตัวอยางโปรแกรม Macromedia Authorware
¡   โปรแกรมดานติดตอสื่อสาร
    ftp (file transfer protocol), ICQ, MIRC, MS Chat
    มีหลายประเภทดังนี้

n     newgroup, webboard

       การใชงาน
       ใชในการแลกเปลี่ยนขาวสารและความคิดเห็นบนกระดาน
       ขาว
ตัวอยาง Web board
n   โปรแกรมเว็บเบราวเซอร เชน Internet Explorer และ Netscape



    การใชงาน
    ใชแสดงขอมูลบนเว็บเพจหรือใชติดตอสื่อสารผานอีเมล
ตัวอยางโปรแกรม Internet Explorer
n   โปรแกรมที่ชวยโอนยายโปรแกรมหรือแฟมขอมูล
    เชน File Transfer Protocol (FTP)


    การใชงาน
    ใชโอนยายโปรแกรมหรือแฟมขอมูลจากแหลงขอมูลใน
    เครือขายอินเทอรเน็ตมาใชงานที่เครื่องของตนเอง
ตัวอยางโปรแกรม FTP
n   โปรแกรมทีใชสนทนาพูดคุยโตตอบกัน เชน ICQ, MIRC,
              ่
    Microsoft Chat



    การใชงาน
    ใชสนทนากันโดยผานแปนพิมพหรือสื่อประสมอื่น ๆ
    สามารถโตตอบกันแบบคําตอคําไดทันที
ตัวอยางโปรแกรม ICQ
ตัวอยางโปรแกรม MSN
¡    โปรแกรมอรรถประโยชน เชน โปรแกรมตรวจสอบไวรัส (virus
    scan), Win Zip

        การใชงาน
        ใชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร
        ดูแลรักษาความปลอดภัย เชน สํารองขอมูล ตรวจสอบไวรัส
        หรือบีบอัดขอมูลใหมีขนาดเล็กลง
ตัวอยางโปรแกรม WinZip
ตัวอยางโปรแกรม Norton AntiVirus
¡   โปรแกรมดานสาระและบันเทิง เชน โปรแกรมตอสูจําลอง (fight
    simulator), โปรแกรมสรางเมือง หรือโปรแกรมเสริมสรางทักษะ
    ของเด็กวัยตาง ๆ


     การใชงาน
     ใชเปนแหลงความรูที่นาสนใจ ปจจุบันบรรจุอยูในแผน
     ซีดีรอมเพราะใชกันอยางแพรหลาย
ตัวอยางโปรแกรมคอมพิวเตอรชวยสอนเรื่องรามเกียรติ์
ตัวอยางโปรแกรมแปลไทย
ภาษาคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอรมีการสื่อสารโดยใชภาษาเชนเดียวกับมนุษย และภาษา
ที่ใชมีความแตกตางกันหรือเรียกวามีโครงสรางตางกันดังนี้
  n   ภาษาเครื่อง (machine language) หรือเรียกวาภาษายุคหนึ่ง เปน
      ชุดคําสั่งที่ประกอบดวยเลขฐานสอง (0 และ 1)
      ขอดี สื่อสารกับเครื่องโดยตรง ไมตองมีตัวแปลภาษา
      ขอเสีย ทํางานเฉพาะเครื่องที่พัฒนา และใชเวลานาน
n   ภาษาแอสแซมบลี (assembly language) พัฒนาขึ้นเปน
    ภาษายุคที่ 2 เนื่องจากภาษาเครื่องพัฒนายาก
    ขอดี เรียนรูงายและเร็วกวาพัฒนาดวยภาษาเครื่อง
    ขอเสีย ตองใชตัวแปลภาษาแอสแซมเบลอ
n   ภาษาระดับสูง(high-level languages) เปนภาษาที่งายตอ
                                                      
    การเรียนรูและนําไปประยุกตใชงาน
    ขอดี ทํางานบนเครื่องคอมพิวเตอรตางชนิดกันได
    ตัวอยางภาษา เชน เบสิก ปาสคาล โคบอล และ
    ฟอรแทรน
n ภาษาระดับสูงมาก (Very High-level Languages) หรือ
 ภาษายุคที่สี่ เปนภาษาที่เขียนงายเพราะไมตองมีโพรซีเยอร
n ภาษาธรรมชาติ (natural language) ไดแก ระบบผูเชี่ยวชาญ
 (expert system) และปญญาประดิษฐ (artificial intelligence)
  เปนภาษาทีอนุญาตใหผูใชสงขอความที่เปนภาษามนุษยใน
             ่
  โครงสรางภาษาอังกฤษในการสั่งคอมพิวเตอรได
โปรแกรมเชิงวัตถุ (object-oriented programming)



   การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ คือกระบวนการที่โปรแกรมถูก
   จัดการใหอยูในรูปของวัตถุ (objects) และวัตถุแตละประเภทจะ
  ประกอบดวยแอตทริบิวต และเมธอด หรือฟงกชันที่ประกอบดวยชุดคําสั่งที่
  เขียนขึ้นเพื่อการจัดการขอมูลของวัตถุชิ้นนั้นโดยเฉพาะ เมื่อผูใชตองการ
  ทํางานนั้น ๆ ก็เพียงแตเรียกใชเมธอดของวัตถุนั้น
ตัวอยางภาษาคอมพิวเตอร
¡ ภาษาเบสิก (BASIC)

¡ ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic)

¡ ภาษาโคบอล (COBOL)

¡ ภาษาปาสคาล (PASCAL)

¡ ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN)

¡ ภาษาซี (C)

¡ ภาษา HTML

¡ ภาษาจาวา (JAVA)

¡ ภาษา XML
ตัวอยางโปรแกรมภาษา GWBasic
ตัวอยางโปรแกรมภาษา JAVA
ตัวอยางโปรแกรมภาษา Pascal
ตัวอยางโปรแกรมภาษา Visual Basic
ตัวอยางโปรแกรมภาษา Visual Basic
การเลือกใชภาษาคอมพิวเตอร
1) ภาษามาตรฐานที่ใชในองคการ       ในหนวยงานควรมีภาษามาตรฐานใชพัฒนา
  เพราะทําใหเกิดความสะดวกในการดูแลระบบ
2) ความเหมาะสมและคุณสมบัติของภาษา เพราะภาษาแตละภาษาไดถูก
  ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะอยาง
3) การทํางานรวมกับโปรแกรมอื่น ควรเลือกภาษาที่ใกลเคียงกันเพื่อให
  โปรแกรมทํางานรวมกับโปรแกรมอื่น ๆ ไดอยางไมมีอุปสรรค
4) การทํางานรวมกับระบบอื่น ๆ ควรเลือกภาษาที่เปนพื้นฐานในการพัฒนา
  โปรแกรม จะทําใหโปรแกรมทํางานไดทุกระบบ
บุคลากร (Peopleware)

   บุคคลที่เกี่ยวของกับการจัดการและควบคุมระบบ
   คอมพิวเตอร รวมถึงผูใชเครื่องคอมพิวเตอร
    บุคลากรคอมพิวเตอร แบงออกเปน
บุคลากร (Peopleware)

1) หัวหนาหนวยงานคอมพิวเตอร (Electronic Data
   Processing Manager)
2) นักวิเคราะหระบบ (System Analyst :SA)
3) นักออกแบบระบบ (System Designer)
4) โปรแกรมเมอร (Programmer)
5) ผูบริหารและควบคุมฐานขอมูล (Database Administrator)
6) ผูควบคุมเครื่อง(Computer Operator)
7) ผูใช (Users)
ขอมูลและสารสนเทศ (Data/Information)


ขอมูล
คือ ขอเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยอาจเปนตัวเลขเชน ความสูง
ระยะทาง
สารสนเทศ
คือ ผลลัพธที่ไดจาการประมวลผลและสามารถนําไป
ใชประโยชนไดตรงกับความตองการของผูใช
กระบวนการทํางาน (Procedure)


    องคประกอบดานกระบวนการทํางาน คือ ขั้นตอน
    กระบวนการทํางานพื้นฐานของคอมพิวเตอรที่ผูใช
    คอมพิวเตอรทุกคนตองรู เพื่อสามารถใชงานไดอยาง
    ถูกตอง เชน คูมือสําหรับผูใช (User
    Manual) คูมือสําหรับผูควบคุมเครื่อง
    (Operation Manual)
สรุป

เครื่องคอมพิวเตอรเปนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่ไม
สามารถทํางานไดโดยลําพัง จําเปนตองมี
องคประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอรซึ่งมี
ลักษณะการทํางานที่ตองประสานกัน จึงจะทําให
ระบบคอมพิวเตอรสามารถทํางานไดอยางมี
ประสิทธิภาพ

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์

  • 1.
    องคประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร ¡ ฮารดแวร (Hardware) ¡ ซอฟตแวร (Software) ¡ บุคลากร (Peopleware) ¡ ขอมูล (Data) ¡ กระบวนการทํางาน (Procedure)
  • 2.
    ฮารดแวร (Hardware) ¡ ฮารดแวร(Hardware) หมายถึง ตัวเครือง ่ คอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขาง (Peripheral) ที่สามารถสัมผัสได โดยจะประกอบดวย อุปกรณทางดานอิเล็กทรอนิกสทควบคุมการ ี่ ประมวลผลขอมูล การรับขอมูล การแสดงผล ขอมูลของเครืองคอมพิวเตอร ่
  • 3.
    องคประกอบของฮารดแวร ¡ หนวยรับขอมูล (Input Unit) ¡ หนวยประมวลผลขอมูล (Central Processing Unit : CPU) ¡ หนวยเก็บขอมูล (Memory Unit) ¡ หนวยติดตอสื่อสาร (Communication Unit) ¡ หนวยแสดงผล (Output Unit)
  • 4.
    หนวยรับขอมูล (Input Unit) ทําหนาที่รับขอมูลจากภายนอกคอมพิวเตอร เขา สู ห น ว ยความจํ า แล ว เปลี่ ย นเป น สั ญ ญาณในรู ป แบบที่ ค อมพิ ว เตอร ส ามารถ เขาใจได
  • 5.
    เมาส (Mouse) คียบอรด (Keyboard) สแกนเนอร (Scanner)
  • 6.
    หนวยประมวลผลกลาง (CentralProcessing Unit - CPU) l หนวยควบคุม (Control Unit) l หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU) l หนวยความจํา (Memory Unit)
  • 7.
    หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit - CPU) l หนวยควบคุม (Control Unit) ทําหนาที่ในการควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้ง ระบบ เปรียบเสมือนศูนยกลางของระบบประสาท หนาที่ ของหนวยควบคุม คือ อานคําสั่งที่เก็บไวในหนวยความจํา ถอดรหัสคําสั่ง และทํางานตามคําสั่ง ที่ละคําสั่งจนหมด คําสั่งที่จะประมวลผล
  • 8.
    หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit- CPU) หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU) จะมีหนาที่ในการทํางาน 2 ลักษณะคือ l 1. ประมวลผลการคํานวณเชิงคณิตศาสตร (Arithmetic Operation) l 2. ประมวลผลเชิงตรรกวิทยา (Logical Operation)
  • 9.
    หนวยความจํา (Memory Unit) คื อ ส ว นที่ ทํ า หน า ที่ เ ก็ บ ข อ มู ล หรื อ คํ า สั่ ง ที่ รั บ จากหน ว ยรั บ ข อ มู ล เพื่อเตรียมสงใหหนวยประมวลผล กลาง
  • 10.
    หนวยความจํา (Memory Unit) หนวยความจําแบงออกเปน 2 ประเภท 1) หนวยความจําหลัก (Main Memory Unit) หนวยความจําที่เก็บขอมูล และโปรแกรมคําสั่ง ที่อยู ระหวางการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร 2) หนวยความจําสํารอง (Secondary Memory) หนวยความจําสํารองจึงมีหนาที่ในเก็บขอมูลและ โปรแกรมคําสั่งอยางถาวร
  • 11.
    หนวยความจําหลัก (Main MemoryUnit) l หนวยความจําถาวร (Permanent Memory) (Read Only Memory : ROM) เปนชิปที่บันทึกโปรแกรมคําสั่งอยางถาวรโดยผูผลิตคอมพิวเตอร สามารถเรียกอานและใชงานไดแตไมสามารถแกไขหรือเพิ่มเติม โปรแกรมคําสั่งในภายหลังได
  • 12.
    หนวยความจําหลัก (Main MemoryUnit) l หนวยความจําชั่วคราว (Non-Permanent Memory) (Random Access Memory- RAM) l คือ หนวยความจําที่เก็บโปรแกรมคําสั่งและขอมูลขณะที่คอมพิวเตอร กําลังทํางานอยู จึงเปรียบเสมือนกระดาษทด แตถาปดเครื่องหรือ  ไฟดับขอมูลหรือโปรแกรมคําสั่งที่อยูภายในแรมจะสูญหาย
  • 13.
  • 14.
    หนวยความจําสํารอง (Secondary Memory) l เนื่องจากหนวยความจําหลักไมสามารถเก็บขอมูลไดหมด และสามารถเก็ บ ข อ มู ล ได ชั่ ว คราวในขณะที่ ใ ช ง าน หน ว ยความจํ า สํ า รองจึ ง มี ห น า ที่ ใ นเก็ บ ข อ มู ล และ โปรแกรมคํ า สั่ งอย างถาวร นอกจากนั้น หน วยความจํ า สํารองยังเปนสื่อในการเรียกใชขอมูลและโปรแกรมคําสั่ง จากคอมพิวเตอรเครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอรอีกเครื่อง หนึ่งได
  • 15.
    ซีดี (Compact Disk- CD) lซีดีเพลง (Audio CD) lวีซีดี (Video CD) lซีด-อาร (CD Recordable : CD- ี R) lซีด-อารดับบลิว (CD-Rewritable : ี CD-RW)
  • 16.
    หนวยแสดงผล (Output Unit) จอภาพ (Monitor) จอภาพแบบ CRT จอภาพแบบ LCD
  • 17.
    คอมพิวเตอรฮารดแวร คอมพิวเตอรฮารดแวร หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร และ อุปกรณรอบขางที่เกี่ยวของ ซึ่งประกอบดวยสวนสําคัญ คือ l หนวยรับขอมูล (Input Unit) l หนวยประมวลผล (Processing Unit) l หนวยแสดงผล (Output Unit) l หนวยเก็บขอมูลสํารอง (Secondary Storage Unit)
  • 18.
    หนวยรับขอมูล (Input Unit) ทําหนาที่รับขอมูลจากผูใชเขาสูหนวยความจํา แบงเปน 6 ประเภท ไดแก 1. อุปกรณแบบกด (Keyed Device) เชน แปนพิมพ (Keyboard) 2. อุปกรณชี้ตําแหนง เชน เมาส (Mouse) , ลูกกลมควบคุม (Track ball), แทงชี้ควบคุม(Track point), แผนรอง สัมผัส(Touch pad) , จอยสติก (Joystick) 3. จอภาพระบบไวตอการสัมผัส เชน จอภาพระบบสัมผัส (Touch Screen)
  • 19.
    หนวยรับขอมูล (ตอ) 4. ระบบปากกา (Pen-Based system) ไดแก ปากกาแสง (Light pen) เครื่องอานพิกัด (Digitizing tablet) 5. ระบบอุปกรณกวาดขอมูล (Data Scanning Device) ไดแก เอ็มไอซีอาร (MICR) เครื่องอานรหัสแทง (Bar code Reader) สแกนเนอร(Scanner) เครื่องรูจําอักขระดวยแสง (OCR) เครื่องอานเครื่องหมายดวยแสง (OMR) กลองถายภาพดิจิตอล (DigitalCamera) กลอง ถายทอดวิดีโอดิจิตอล (Digital Video) 6. อุปกรณรูจาเสียง (Voice Recognition Device) ํ ไดแก อุปกรณวิเคราะหเสียงพูด (Speech Recognition Devide)
  • 20.
    แปนพิมพ (Keyboard) ¡ เปนหนวยรับขอมูลที่นิยมใชกันมากที่สุด ¡ เปนอุปกรณมาตรฐานในการปอนขอมูลสําหรับเทอรมินอล และ PC ¡ มีลักษณะคลายกับแปนพิมพดีด แตมีจํานวนแปนมากกวา ¡ ใชรหัส 8 บิต ตอหนึ่งตัวอักษร (แทนตัวอักษรได 256 ตัว) ¡ ถูกแบงออกเปน 4 กลุมดวยกันคือ แปนอักขระ (Character Keys) แปนควบคุม (Control Keys) แปนฟงกชั่น (Function Keys) แปนตัวเลข (Numeric Keys)
  • 21.
    แปนพิมพ (ตอ) แปนพิมพบางประเภทออกแบบมาเพื่อใชงานเฉพาะดาน เชน แปนพิมพที่ใชในรานอาหารแบบเรงดวน (Fast Food Restaurant) จะใชพิมพเฉพาะชื่ออาหาร หรือแปนพิมพที่ใช กับเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine) เปนตน
  • 22.
    เออรโกโนมิกส (Ergonomics) เออรโกโนมิกส (Ergonomics) เปนศาสตรที่วาดวยเรื่อง การออกแบบอุปกรณใหมีความปลอดภัย และสะดวก สบายตอการใชงานของมนุษย
  • 23.
    เมาส (Mouse) ¡ ขนาดและรูปรางตางกัน ¡ ดานลางมีลูกกลมกลิ้ง / ระบบแสง ¡ ดานบนมีปุมกด 2 / 3 / 4 หรือมีลอ (Wheel)  ¡ Click / Double Click / Right Click / Drag and Drop ¡ ไมสามารถปอนตัวอักษรได ¡ ลดความผิดพลาดในการปอนขอมูล รวดเร็ว
  • 24.
    ลูกกลมควบคุม (Track ball) เปนลูกบอลเล็กๆ อาจวางติดตัวเครื่อง (โนตบุก) หรือเปนอุปกรณ แยกตางหาก เมือผูใชหมุนลูกบอลกลม ก็จะมีการเกิดการเลื่อนตําแหนง ่ ของตัวชี้ตําแหนงบนจอภาพ มีหลักการทํางานเชนเดียวกับเมาส
  • 25.
    แทงชี้ควบคุม (Track Point) เปนแทงพลาสติกเล็กๆ อยูตรงกลางแปนพิมพ ระหวางอักษร G และ H บังคับโดยใชหัวแมมือเพื่อเลื่อนตําแหนงของตัวชีตําแหนงบน ้ จอภาพเชนเดียวกับเมาส
  • 26.
    แผนรองสัมผัส (Touch Pad) เปนแผนสีเหลี่ยมที่วางอยูหนา แป น พิ ม พ สามารถใช นิ้ ววาดเพื่ อ เ ลื่ อ น ตํ า แ ห น ง ข อ ง ตั ว ชี้ (Curser) ตําแหนงบน จอภาพเชนเดียวกับเมาส
  • 27.
    จอภาพระบบสัมผัส (Touch Screen) ผู ใ ช เ พี ย งแตะปลายนิ้ ว ลงบน จอภาพในตํ าแหน ง ที่ กํ าหนดแทน การใชเมาสหรือแปนพิมพ โดยจะ มี ซ อฟต แ วร เ ป น ตั ว ค น หาว า ผู ใ ช เลือกคําสั่งหรือปอนขอมูลใดและจะ ทํ า ตามนั้ น นิ ย มใช ใ ห ข อ มู ล การ ทองเที่ยว และในรานอาหารแบบ เรงดวน
  • 28.
    จอยสติก (Joy stick) เปนกานสําหรับใชโยกขึ้น-ลง ซาย-ขวา เพื่อยายตําแหนงบนจอภาพ มีหลักการทํางานเชนเดียวกับเมาส แตจะมีแปนกดสําหรับสั่งงานพิเศษ นิยมใชในการเลนเกมส หรือควบคุมหุนยนต
  • 29.
    ปากกาแสง (Light pen) ใชวาดลักษณะหรือรูปแบบของขอมูลใหปรากฏบนจอภาพ การใช งานทําไดโดยการแตะปากกาแสงลงบนจอภาพตามตําแหนงที่ตองการ  นิยมใชงานกับคอมพิวเตอรชวยออกแบบ (Computer Aided Design: CAD) รวมทั้งปอนขอมูลสําหรับ PDA
  • 30.
    เครื่องอานพิกัด (Digitizing tablet) ประกอบดวยกระดาษที่มีเสน แบง (Grid) ซึ่งสามารถใช ปากกาเฉพาะเรี ย กว า สไตลั ส (Stylus) ชี้ไปบนกระดาษ เ พื่ อ ส ง ข อ มู ล ตํ า แ ห น ง เ ข า ไ ป ยั ง เ ค รื่ อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร นิ ย ม ใ ช ใ น ก า ร ออกแบบรถยนต หุนยนต อาคาร อุปกรณทางการแพทย
  • 31.
    เอ็มไอซีอาร (Magnetic Ink CharacterRecognition: MICR) ใชในการตรวจสอบเช็คธนาคาร โดยเครื่องจะทําการเขารหัสธนาคาร รหัสสาขา เลขที่บัญชี และเลขที่เช็ค ดานลางซายของเช็ค
  • 32.
    รหัสแทง (Bar Code) ¡ เริ่มใชในป 1970 โดยพิมพเปนแถบสีดํา-ขาวตอเนื่องเรียงกันเรียกวา รหัส แทง (Bar code) ¡ ไมตองพิมพขอมูลดวยแปนพิมพจึงลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา ¡ มาตรฐานทีใชในปจจุบัน ่ l มาตรฐาน UPC (Universal Product Code) เปนการเขารหัส ตัวเลข 12 หลัก l มาตรฐาน Code 39 (Three of Nine) สามารถทํารหัสไดทั้งตัวเลขและ ตัวอักษร ¡ ปจจุบันไดรับความนิยมอยางมาก เชน จุดเก็บเงิน ตามรานสะดวกซื้อ หางสรรพสินคา
  • 33.
  • 34.
    สแกนเนอร (Scanner) ¡ ใชอานหรือสแกน (Scan) ขอมูลที่เปนเอกสาร (ขอความหรือรูปภาพ) มี 2 เทคโนโลยี คือ l CCD: Charge Couple Device ใหความละเอียดและคุณภาพดี l CIS: Contact Image Sensor อุปกรณขนาดเล็ก เบา คุณภาพดอย กวา ¡ แบงประเภทตามลักษณะการใชงานเปน 3 ประเภท l สแกนเนอรมอถือ ขนาดเล็ก ผูใชถืออุปกรณกวาดไปบนภาพ ื l สแกนเนอรแบบสอดกระดาษ สอดภาพ/เอกสารยังชองสําหรับอานขอมูล l สแกนเนอรแบบแทน ใชมากในปจจุบัน ทํางานคลายเครื่องถายเอกสาร ¡ สิ่งที่ไดจากการสแกนจะอยูในรูปของขอมูลดิจิตอล เก็บไวไดนาน
  • 35.
  • 36.
    เครื่องรูจําอักขระดวยแสง (โอซีอาร) (Optical CharacterRecognition: OCR) ¡ เปนอุปกรณสําหรับอานขอมูลทีเ่ ปนตัวอักขระบนเอกสารตาง ๆ และ ทําการแปลงขอมูล ¡ แบบดิจิตอลทีอานไดไปเปนตัวอักษรโดยอัตโนมัติ ่ ¡ ซอฟตแวรสําหรับวิเคราะหตวอักษรจากขอมูลที่ไดจากสแกนเนอร ั ¡ ยังพบขอผิดพลาดจากการตีความอักขระ ¡ ใชในงานที่เก็บเอกสารจํานวนมากเชน หองสมุดตาง ๆ
  • 37.
    เครื่องอานเครื่องหมายดวยแสง (โอเอ็มอาร) (Optical MarkReader: OMR) ¡ เปนอุปกรณที่ใชหลักการอาน ¡ สัญลักษณหรือเครื่องหมายที่ระบายดวย ¡ ดินสอดําลงในตําแหนงที่กําหนด ¡ ดินสอดําที่ระบายตองมีสารแมเหล็ก ¡ (Magnetic particle) จํานวนหนึ่งเพื่อให ¡ เครื่องโอเอ็มอารสามารถรับรูได
  • 38.
    กลองถายภาพดิจิตอล (Digital Camera) ¡ ไมตองใชฟลม เก็บภาพถายในลักษณะดิจิตอล  ¡ ความละเอียดของรูปประมาณ 1-5 ลานจุด (pixel) ¡ รูปที่ถายไวสามารถนําเขาเครื่องคอมพิวเตอรไดทันที
  • 39.
    กลองถายทอดวีดีโอ (Digital Video) ¡ เปนอุปกรณที่ใชสําหรับบันทึกภาพเคลื่อนไหวและเก็บเปนขอมูลแบบ ดิจิตอลนิยมใชในการประชุมทางไกลผานวิดีโอ (Video Teleconference)
  • 40.
    อุปกรณรูจําเสียง (Voice Recognition) ¡ รับสัญญาณเสียงที่มนุษยพูดและแปลงเปนสัญญาณดิจิตอล ¡ ปญหา: คนพูดคนละคน / ตองใหคอมพิวเตอรเรียนรูระยะหนึ่งกอน ¡ ใชสําหรับผูพิการตาบอด หรือมือไมวางพอที่จะกดแปนพิมพ 
  • 41.
    หนวยประมวลผล (Central Processing Unit) ซีพียู (CPU) เปรียบเสมือนสมองของคอมพิวเตอร ซึ่งมีความซับซอนมาก ที่สุด หนวยประมวลผลกลางรุนใหม ๆ จะมีขนาดเล็กลงแตความเร็วสูงขึ้น ผูผลิตหนวยประมวลผลกลางสําหรับเครื่อง IBM PC ไดแก อินเทล (Intel)เอเอ็มดี (AMD) ไซริกซ (Cyrix) และทรานสเมตา (Transmeta) สําหรับเครื่องแอปเปลแมคอินทอช ไดแก โมโตโรลา (Motorola) วงจรในหนวยประมวลผลกลางเรียกวา “ไมโครโปรเซสเซอร” (Microprocessor) ซึ่งประกอบดวยหนวยสําคัญ 2 หนวย ไดแก l หนวยควบคุม l หนวยคํานวณและตรรกะ
  • 42.
    หนวยประมวลผล (ตอ) หนวยประมวลผลทําหนาที่ในการคํานวณ เปนสวนที่มีความซับซอน ซึ่งแบงออกเปน 2 สวน ไดแก l หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit: CPU) - หนวยควบคุม (Control Unit) - หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit) - รีจิสเตอร (Register) l หนวยความจําหลัก (Main memory Unit) - หนวยความจําหลักแบบอานไดอยางเดียว (Read Only Memory) - หนวยความจําหลักแบบแกไขได (Random Access Memory)
  • 43.
  • 44.
    ภายในหนวยประมวลผล หนวยควบคุม (Control Unit: CU) ทําหนาที่ควบคุมการทํางานของเครือง ่ คอมพิวเตอรทงระบบ เชน ควบคุมการรับขอมูล ควบคุมการทํางานของ ั้ หนวยความจําหลัก เปรียบเสมือนศูนยกลางของระบบประสาท หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit: ALU) ทําหนาที่ ประมวลผลการคํานวณทางคณิตศาสตรและการเปรียบเทียบทางตรรกะ รีจิสเตอร (Register) ทําหนาที่เก็บและสงขอมูลหรือคําสั่งเขามาในซีพียู บัส (Bus) เปนเสนทางในการสงผานสัญญาณไฟฟา ภายในระบบคอมพิวเตอร หนวยประมวลผลเสริม (Math Coprocessor) เปนซีพียอีกตัวหนึงที่ทํา ู ่ หนาที่เฉพาะ ดานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครืองคอมพิวเตอร เชน ชวยคํานวณตัวเลข ่
  • 45.
    intel ¡ 286 ¡ 386DX ¡486 ¡ 586 ~P ¡ PII ¡ PIII ¡ P4
  • 46.
    ภายในหนวยประมวลผล (ตอ) Main Memory System (RAM) CPU Register ALU CU Input/Out Devices
  • 47.
    ความเร็วของหนวยประมวลผล ¡ ความเร็วของซีพียหรือประมวลผลจะถูกควบคุมโดยสัญญาณนาฬิกา ู (System Clock) ¡ หนวยวัดความเร็วของสัญญาณนาฬิกา เรียกวา เฮิรตซ (Hz: Hertz) ซึ่งเทียบเทากับ 1 ครั้งตอวินาที ¡ ความเร็วในยุคปจจุบนของเครื่องไมโครคอมพิวเตอรคือ ั - Megahertz หรือ MHz = 1 000 000 ครั้งตอวินาที - Gigahertz หรือ GHz = 1 000 000 000 ครั้งตอ วินาที
  • 48.
    หนวยความจําหลัก (Main MemoryUnit) เปนอุปกรณที่ใชในการจดจําขอมูลและโปรแกรมตาง ๆ ที่อยูระหวางการ  ประมวลผลของคอมพิวเตอร แบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก แบบอานไดอยางเดียว (Read Only Memory: ROM) เปนหนวยความจําที่มีคุณสมบัตในการเก็บขอมูลไวไดตลอดเวลาโดยไมตองใชไฟฟา ิ  หลอเลี้ยง (Nonvolatile) นิยมใชเปนหนวยความจําสําหรับเก็บชุดคําสั่ง เริ่มตนระบบ ขอเสียของ ROM คือ ไมสามารถแกไขหรือเพิ่มชุดคําสั่งไดใน ภายหลัง แบบแกไขได (Random Access Memory: RAM) เปนหนวยความจําความเร็วสูงที่ใชเก็บโปรแกรมและขอมูลในคอมพิวเตอร เปรียบเสมือนกระดาษทด ถาคอมพิวเตอรมีหนวยความจํามากก็สามารถทํางานไดเร็ว มาก
  • 49.
    ประเภทของ ROM PROM (Programmable Read-Only Memory) เปน ROM ทีสามารถบันทึกดวยเครื่องบันทึกพิเศษไดหนึ่ง ่ ครั้ง จากนั้นจะลบหรือแกไขไมได EPROM (Erasable PROM) เปน ROM ที่ใชแสง อัลตราไวโอเลตในการเขียนขอมูล สามารถนําออกจากเครื่องคอมพิวเตอรไปลบโดย ใชเครื่องมือพิเศษและบันทึกขอมูลใหมได EEPROM (Electrically Erasable PROM) เปนการรวมขอดีของ ROM และ RAM เขาไวดวยกันไมตองใชไฟฟาหลอ เลี้ยง สามารถแกไข ลบขอมูลที่เก็บไวไดดวยโปรแกรมพิเศษ ขอดอยคือ ราคาสูง และเก็บขอมูลไดต่ํากวาหนวยเก็บขอมูลสํารอง ตัวอยางเชน หนวยความจําแบบ แฟลช (Flash memory)
  • 50.
  • 51.
    ประเภทของ RAM DRAM (Dynamic RAM) เปนหนวยความจําที่มี การใชงานกันมากที่สุดในปจจุบัน ใชวงจรคลายตัวเก็บประจุในการเก็บ ขอมูลแตละบิต ทําใหตองมีการย้ําสัญญาณไฟฟาซึ่งเรียกวาการรีเฟรช  (Refresh) ขอดีคอมีคาคาต่ํา แตขอเสียคือความเร็วในการเขาถึง ื ขอมูลไมสูงนัก ตัวอยางเชน FPM RAM, EDO RAM, SDRAM, DDR SDRAM, RDRAM นอกจากนียังมี DRAM แบบพิเศษที่ใชสําหรับปรับปรุงความเร็ว ้ ของหนวยแสดงผลแบบกราฟก อีกดวย
  • 52.
    ประเภทของ RAM SRAM (Static RAM) เปนหนวยความจําความเร็วสูงและใช พลังงานนอยเนื่องจากขอมูลที่เก็บดวย SRAM จะคงอยูโดยไมตองทําการรีเฟรช ขอเสียคือราคาสูง จึงนิยมนํา SRAM เปนหนวยความจําแคช (Cache memory) หนวยความจําแคช (Cache Memory) เปนหนวยความจํา (SRAM) ที่ออกแบบมาชวยเพิ่มความเร็วใหกับอุปกรณบางสวนที่ทางานชาให ํ ทํางานเร็วขึ้น หนวยความจําเสมือน (Virtual Memory) เปนการนําพื้นที่ของ หนวยเก็บขอมูลสํารอง (ฮารดดิสก) มาจําลองเปนหนวยความจํา เนื่องจาก หนวยความจําของระบบมีจํากัดและมีราคาสูง
  • 53.
  • 54.
    หนวยแสดงผล (Output Unit) ทําหนาที่แสดงผลลัพธจากคอมพิวเตอรไปยังผูใช แบงไดเปน 2 ประเภท ¡ หนวยแสดงผลชั่วคราว (Soft copy) เปนการแสดงผลให ผูใชไดรับทราบในขณะนั้น แตเมื่อเลิกการทํางานหรือเลิกใชแลวก็จะ หายไป เชน จอภาพ(Monitor) อุปกรณฉายภาพ (Projector) อุปกรณเสียง (Audio Output) ¡ หนวยแสดงผลถาวร (Hard copy) เปนการแสดงผลที่ สามารถจับตองไดและเคลือนยายไดตามความตองการ มักออกมาในรูป ่ ของกระดาษ เชนเครื่องพิมพ (Printer) เครื่องพลอตเตอร (Plotter)
  • 55.
    จอภาพ (Monitor) ใชแสดงขอมูลหรือผลลัพธใหผใชเห็นไดทนที มีรูปรางคลายจอภาพ ู ั ของโทรทัศน ประกอบดวยจุด (Pixel) มากมาย ประเภทของจอมี 2 ประเภท ¡ จอซีอารที (Cathode Ray Tube: CRT) ใช หลักการยิงแสงผานหลอดภาพคลายกับเครื่องรับโทรทัศน นิยมใชกับ เครื่องไมโครคอมพิวเตอร ¡ จอแอลซีดี (Liquid Crystal Display: LCD) ใชหลักการเรืองแสงเมื่อผานกระแสไฟฟาเขาไปในผลึกเหลว นิยมใชในเครืองคอมพิวเตอรแบบพกพาขอดีคือใชพื้นที่นอย น้ําหนักเบา ่ กินไฟต่ํา แผรังสีนอย
  • 56.
    จอภาพ (Monitor) จอ LCD จอ CRT
  • 57.
    เรื่องนารูเกี่ยวกับจอภาพ ความละเอียดของจอภาพ (Resolution) ปจจุบันเปนจอภาพสีแบบ ซูเปอรวีจีเอ ( Super Video Graphics Adapter: Super VGA) ความละเอียดต่ําที่ 800 x 600 จุด (แนวนอนxแนวตั้ง) ความละเอียดสูง XGA 1024 x 768, SXGA 1280 x 1024, UXGA 1600 x 1200 ซึ่งใหความคมชัดสูงตามลําดับ อีกปจจัยหนึ่งที่ทําใหภาพคมชัดมาก ขึ้นไดแกระยะหางระหวางจุด (Dot pitch) จํานวนสี (Color) คาของสีที่แสดงจะแทนดวยตัวเลข 16 บิต แทนได 65,536 สี (High color) ถาใช 24 บิต จะแสดงได 16,777,216 สี (True color) ขนาดของจอภาพปจจุบันเนนการแสดงภาพกราฟกมาก จึงนิยมใชจอภาพใน ขนาด 15 หรือ 17 นิ้วขึ้นไป
  • 58.
    เรื่องนารูเกี่ยวกับจอภาพ (ตอ) การเชื่อมตอ จะทําการเชื่อมตอกับ การดวิดีโอ (Video Card) ซึ่งจะเสียบอยู กับแผงวงจรหลักของคอมพิวเตอร อัตราการเปลี่ยนภาพ (Refresh rate) ของการดวิดีโอ คืออัตราในการลบภาพเดิมและแสดงภาพใหม ซึ่งหากต่ํากวา 70 Hz หรือ 70 ครั้งตอวินาทีจะทําใหผูชมเห็นภาพกระพริบและเกิดอาการปวด ศีรษะได
  • 59.
    อุปกรณฉายภาพ (Projector) เปนอุปกรณที่นิยมใชในการเรียนการสอนหรือการประชุม เนื่องจากสามารถนําเสนอขอมูลใหผูชมจํานวนมากเห็นพรอมๆ กัน อุปกรณฉายภาพจะมีขอแตกตางกันมากในเรื่อง  กําลังสองสวาง
  • 60.
    อุปกรณเสียง (Audio Output) ป ร ะ ก อ บ ขึ้ น จ า ก ลํ า โ พ ง (Speaker) ซึ่ ง มี ห น า ที่ ใ น ก า ร แปลงสั ญ ญาณจากคอมพิ ว เตอร ใ ห เ ป น สั ญ ญ า ณ เ สี ย ง แ ล ะ ก า ร ด เ สี ย ง (Sound card)ซึ่งเปนแผงวงจร เพิ่มเติมที่นํามาเสียกับชองเสียบขยายบน เมนบอรดเพื่อชวยใหคอมพิวเตอรสงเสียง ผานลําโพงได ใช เ สี ย งเพื่ อ รายงานหรื อ เตื อ นถึ ง ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด เ พื่ อ เ ล น เ ก ม ส ดู ภาพยนตร ฟงเพลง
  • 61.
    เครื่องพิมพ (Printer) เปนอุปกรณแสดงผลแบบถาวรที่ไดรับความนิยมมาก มีใหเลือก หลายชนิดขึ้นอยูกับคุณภาพ ความละเอียด ความเร็ว ขนาดกระดาษ และเทคโนโลยีเครื่องพิมพแบงตามวิธีการพิมพได 2 ชนิด คือ เครื่องพิมพชนิดตอก (Impact printer) เครื่องพิมพชนิดไม ตอก (Nonimpact printer)
  • 62.
    เครื่องพิมพชนิดตอก (Impact Printer) ¡ ใชการตอกใหคารบอนบนผาหมึกติดบนกระดาษตามรูปแบบที่ตองการ ¡ สามารถพิมพสําเนาไดครั้งละหลายชุด ใชกระดาษตอเนื่องได ¡ ความเร็วในการพิมพมีหนวยเปนบรรทัดตอนาที (Line per minute: lpm) ¡ ขอเสีย คือ มีเสียงดัง และคุณภาพงานพิมพไมดีนัก ¡ แบงเปน 2 ประเภท – เครืองพิมพอักษรหรือเครื่องพิมพแบบจุด (Character printer หรือ Dot ่ matrix printer) ซึ่งจะพิมพทีละหนึงตัวอักษร ตัวแตละตัวอักษรถูกสรางขึ้นจากจุดเล็ก ๆ จํานวนมาก ่ – เครืองพิมพบรรทัด (Line printer) พิมพทีละหนึงบรรทัด พิมพงานไดเร็ว แตจะ ่ ่ มี ราคาสูง นิยมใชกบเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญ ั
  • 63.
  • 64.
    เครื่องพิมพชนิดไมตอก (Nonimpact Printer) ¡ ใชเทคนิคการพิมพจากวิธีการทางเคมี พิมพไดเร็วและคมชัดกวาชนิดตอก ¡ พิมพไดทั้งตัวอักษรและกราฟกไมมีเสียงขณะพิมพไมสามารถพิมพสําเนาได ¡ ความเร็ววัดเปนหนาตอนาที (page per minute: ppm) ¡ แบงเปน 3 ประเภท – เครื่องพิมพเลเซอร (Laser printer) ใชแสงเลเซอรสรางประจุไฟฟาทําให โทนเนอรสรางภาพที่ตองการและพิมพลงบนกระดาษ ความละเอียดวัดเปนจุดตอนิ้ว  (dpi) – เครื่องพิมพฉีดหมึก (Inkjet printer) พิมพภาพสีไดคณภาพใกลเคียงกับ ุ ภาพถาย ราคาถูกกวาชนิดเลเซอร ใชหมึกสามสี (น้ําเงิน, มวงแดง, เหลือง) และสีดํา – เครื่องพิมพความรอน (Thermal printer) คุณภาพสูง (พิมพไดใกลเคียง ภาพถาย)ราคาแพง
  • 65.
  • 66.
    พลอตเตอร (Plotter) ใช เ ขี ย นภาพสํ า หรั บ งานที่ ตองการความละเอีย ดสูง เนื่อ งจาก ใช ปากกาในการกวาดเส น จึ ง ได เสนที่ตอเนื่องกันตลอดปจจุบันใช ระ บ บ ฉี ด ห มึ ก แ ท น ใ ช ใ น ง า น ออกแบบตองการความสวยงามและ ความละเอี ย ดสู ง มี ราคาค อ นข า ง แพง พิมพกระดาษไดใหญ
  • 67.
    หนวยเก็บขอมูลสํารอง (Secondary Storage Unit) สื่อสําหรับเก็บขอมูลจะเก็บไวในรูปเลขฐานสองคือ 0 กับ 1 ทั้งสิ้น เนื่องจาก หนวยความจําหลักหรือแรมไมไดเก็บขอมูลอยางถาวร ถาปดเครื่องหรือไฟดับขอมูล ก็จะหายไป จึงตองทําการจัดเก็บขอมูลโดยยายจากหนวยความจําหลักมาไวในหนวย เก็บขอมูลสํารอง หนวยเก็บขอมูลสํารองในปจจุบันมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับหนวยความจําหลัก ทําใหเก็บขอมูลไดมาก อยางไรก็ตามหนวยเก็บขอมูลจะมีความเร็วในการอานและ บันทึกขอมูลต่ํากวาหนวยความจําหลัก หนวยเก็บขอมูลสํารองในปจจุบันมีหลายชนิด แบงเปนประเภทใหญ ๆ ได ดังนี้เทป จานแมเหล็ก ออปติคัลดิสก และหนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช
  • 68.
    เทปแมเหล็ก (Magnetic Tape) ¡ เปนสื่อเก็บขอมูลที่ใชมาตั้งแตคอมพิวเตอรยุคที่ 1 และ 2 ¡ มีหลักการทํางานคลายเทปบันทึกเสียง จะอานขอมูลตามลําดับกอนหลังทีได ่ บันทึกไว โดยเรียกหลักการนี้วา “การเขาถึงขอมูลตามลําดับ” (Sequential access) ¡ มวนเทป(Reel-to-reel) / คารทริดจเทป (Cartridge) / ตลับ เทป (Cassette) ¡ นิยมนําเทปแมเหล็กมาสํารองขอมูลที่สําคัญไมถูกเรียกใชบอย ¡ ความจุหรือความหนาแนนของเทปแมเหล็กมีหนวยเปน ไบตตอนิ้ว (Bpi) ¡ ขอดี อาน-ลบกี่ครั้งก็ได / ราคาต่า / บันทึกขอมูลมาก ๆ ไดอยางรวดเร็ว ํ ¡ ขอเสีย อานขอมูลไดชาเพราะตองอานเปนลําดับ
  • 69.
  • 70.
    จานแมเหล็ก (Magnetic Disk) ¡ เปนสื่อที่สามารถเก็บขอมูลไดจํานวนมาก ทํางานไดเร็วกวาเทปมาก ¡ ใชคูกับหัวอานที่เรียกวา “ตัวขับจานแมเหล็ก” (Disk drive) ¡ สามารถเขาถึงขอมูลโดยตรง (Direct access) โดยใชหลักการของ การเขาถึงขอมูลแบบสุม (Random access) ซึ่งทําใหสามารถอาน ขอมูลมาใชไดทันที ¡ กอนใชงานจานแมเหล็กจะตองมีการฟอรแมต (Format) กอน ¡ ตารางแฟต (FAT table) / แทร็ก (Track) / เซกเตอร (Sector) /คลัสเตอร (Cluster) ¡ จานแมเหล็กที่ไดรับความนิยมไดแก ฟลอปปดิกส (Floppy disk) และ ฮารดดิสก (Hard disk)
  • 71.
    ฟลอปปดิสก (Floppy Disk) ¡ บางครั้งเรียกวา ดิสกเก็ต (Diskette) เปนแผนพลาสติกวงกลม ขนาด 3.5 นิ้ว (วัดเสนผานศูนยกลาง) บรรจุอยูในพลาสติกแบบแข็ง ¡ อานและเขียนขอมูลผานดิสกไดรฟ (Disk drive) ¡ แถบปองกันการบันทึก (Write-Protection) ใชเพื่อ ปองกันการบันทึกขอมูล ¡ จํานวนขอมูลที่สามารถเก็บไดขึ้นอยูกับความหนาแนนของสาร แมเหล็กปจจุบันอยูอยูที่ 1.44 MB 
  • 72.
  • 73.
    ฮารดดิสก (Hard Disk) ¡ ทําจากแผนโลหะแข็งเรียกวา Platters จํานวนหลายแผน ทําใหเก็บขอมูล ไดมากและอานเขียนขอมูลไดอยางรวดเร็ว ¡ บันทึกขอมูลไดทั้งสองหนาของผิวจานแมเหล็ก ¡ มีทั้งแบบยึดติดในเครื่องและแบบสามารถเคลื่อนยายได (Removable disk) ¡ สิ่งกีดขวางบางอยาง เชน ฝุน ควัน อาจสรางความเสียหายใหกับหัวอานได ¡ ปจจุบันมีความจุหลายกิกะไบต (GB) / หมุนไดเร็วตั้งแต 5,400 รอบตอนาที ¡ มาตรฐานการเชื่อมตอที่นิยมใชในปจจุบัน คือ EIDE และ SCSI
  • 74.
  • 75.
    ออปติคัลดิสก (Optical Disk) ใชเทคโนโลยีแสงเลเซอร มีหลักการทํางานคลายกับการเลนซีดี (CD) เพลงเก็บขอมูลไดจํานวนมากและราคาไมแพงมากนัก ใน ปจจุบันจะมีออปติคอลอยูหลายประเภท ไดแก  l ซีดีรอม (Compact Disk Read Only Memory: CD-ROM) l เอ็มโอดิสก (Magneto Optical disk: MO) l ดีวีดี (Digital Versatile Disk: DVD)
  • 76.
    ซีดีรอม (Compact Disk ReadOnly Memory: CD- ROM) ¡ เก็บบันทึกขอมูลไดถึง 650 เมกะไบต / บันทึกดวยเครื่องมือเฉพาะ / ครั้งเดียว ¡ ใชซีดีรอมไดรฟ (CD-ROM Drive) ในการอานขอมูล ¡ ความเร็วในการอานเทียบกับ 150 กิโลไบตตอวินาที (1 เทาหรือ 1 X) ¡ ปจจุบันไดรับความนิยมมาก เนื่องจาก สะดวกและไมตองเปลี่ยนแผนบอยใน การติดตั้งโปรแกรมที่มากับแผนซีดรอม โอกาสเสียนอย ตนทุนต่า ี ํ ¡ ซีดีอาร (CD-R) เก็บขอมูลได 600-900 MB เหมาะสําหรับมัลติมีเดีย ¡ ซีดีอารดับเบิลยู (CD-RW) สามารถลบและบันทึกใหมได / ความเร็วใน การเขียนแผน CD-R ความเร็วในการเขียนแผน CD-RW ความเร็วใน การอาน
  • 77.
  • 78.
    เอ็มโอดิสก (Magneto Opticaldisk: MO) ¡ ใชหลักการของสื่อที่ใชสารแมเหล็กและสื่อที่ใชแสงเลเซอรรวมกัน ¡ ใชแสงเลเซอรในการบันทึกและอานขอมูล ลดความผิดพลาดจากการลมเหลว ของหัวอาน (หัวอานไมจําเปนตองเขาใกลดิสก) และปลอดภัยจากสนามแมเหล็ก ¡ มีความจุสูงมากตั้งแต 200 MB ขึ้นไป ¡ ความเร็วสูงกวา Floppy Disk และ CD-ROM แตต่ํากวา Hard disk ¡ มีอายุการใชงานกวา 30 ป ¡ ขอเสีย : ราคาสูง การอานเขียนตองทํา 2 ขั้นตอนคือลบขอมูลเดิมแลวเขียน ขอมูลใหม (จึงชากวาฮารดดิสกมาก)
  • 79.
  • 80.
    ดีวีดี (Digital VersatileDisk: DVD) ¡ กําลังไดรับความนิยมอยางมากในปจจุบัน ¡ เก็บขอมูลไดตั้งแต 4.7 GB – 17 GB ¡ ความเร็วในการเขาถึง 600 KB – 1.3 MB ตอวินาที ¡ สามารถอานแผน CD-ROM แบบเกาได ¡ DVD – RW สามารถบันทึกและลบขอมูลไดหลายครั้ง
  • 81.
  • 82.
    หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (Flash Storage) พัฒนามาจากหนวยความจําแบบแฟลช (Flash memory) เพื่อนําไปใชในอุปกรณแบบพกพาตาง ๆ เชน กลองดิจิตอล กลองวิดีโอ ซึ่งจะมีขนาดเล็กน้ําหนักเบา ไมตองใชแหลงพลังงานหลอเลี้ยง ปจจุบัน  มีสื่อที่นิยมใชดังนี้ l การดคอมแพคแฟลช (Compact Flash) l เมมโมรี่สติ๊ก (Memory stick) l การดสมารทมีเดีย (SmartMedia) l การดมัลติมีเดีย (Multimedia Card) l การดซีเคียวดิจิตอล (Secure Digital)
  • 83.
    หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (ตอ) การดคอมแพคแฟลช (Compact Flash) นิยมเรียกวา CF Card พัฒนาโดยบริษัท ScanDisk ราคาต่ําสุดเมื่อเทียบ กับหนวยเก็บขอมูลแฟลชอื่นๆ มีอายุการใชงานราว 100 ป โดยขอมูล ไมเสียหาย ขนาดของความจุ 8 – 512MB เมมโมรี่สติ๊ก (Memory stick) ของบริษัทโซนี่ มี ขนาดเทาหมากฝรั่ง ใชในอุปกรณตาง ๆ ของบริษัทโซนี่ เชน กลอง ดิจิตอล ในปจจุบันมีความจุตั้งแต 4 –256 MB อานขอมูลดวย ความเร็ว 2.45 MB/s เขียนดวยความ 1.8 MB/s จุดดอยคือ ราคา คอนขางสูงและใชไดกับอุปกรณของโซนี่เทานั้น
  • 84.
    หนวยเก็บขอมูลแบบแฟลช (ตอ) การดสมารทมีเดีย (SmartMedia) มีความจุตั้งแต 8 – 128MB มีการใชงานในอุปกรณกลองดิจิตอลและพีดีเอบางรุน ใชในกลองดิจิตอลและพีดีเอ การดมัลติมีเดีย (Multimedia Card: MMC) ขนาดเล็กเทา แสตมป มีความจุสูงถึง 128 MB นิยมใชเก็บขอมูลประเภทเสียง MP3 ใน เครื่องเลนแบบพกพาและมีการนํามาใชในอุปกรณ PDA ทั้งพ็อกเก็ตพีซีและ ปาลม การดซีเคียวดิจิตอล (SD Card) พัฒนาตอจาก MMC โดยเพิ่มใน สวนของการเขารหัสขอมูลที่บันทึกไว เพื่อปองกันการทําสําเนาโดยไมไดรับอนุญาต ใชในการบันทึกเพลงและหนังสืออิเล็กทรอนิกส ความจุ 256 MB
  • 85.
  • 86.
    อุปกรณอื่นๆ นอกจากอุปกรณในการรับขอมูล การประมวลผล การแสดงผล และการเก็บ ขอมูลสํารองแลว ระบบคอมพิวเตอรยังมีอุปกรณอื่นๆ ที่ทํางานรวมกันเพื่อให สามารถทํางานไดหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ซึ่งอุปกรณที่จะกลาวถึง ไดแก l แผงวงจรหลัก (Main Board) l สวนเชื่อมตออุปกรณ - ยูเอสบี (Universal Serial Bus: USB) - ไฟรไวร (FireWire, IEEE 1394) - อินฟราเรด (IrDA Port) l อุปกรณสอสารขอมูล โมเด็ม (MODEM) ื่ l ยูพีเอส (UPS)
  • 87.
    แผงวงจรหลัก (Main Board) แผงวงจรหลัก (Main Board) หรือ แผงวงจรแม (Mother Board) เปนแผงวงจรไฟฟาขนาดใหญเพื่อใชเชื่อม อุปกรณ/องคประกอบตาง ๆ ของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร เชน ซีพียู หนวยความจํา รวมทั้งมีชองสําหรับตออุปกรณปอนขอมูลและแสดงผล   (I/O) และชองขยายเพิ่มเติม (Expansion slot) โดย อุปกรณทั้งหมดจะถูกบรรจุอยูในตัวถัง (Case) ซึ่งมีลักษณะเปน กลอง ในแผงวงจรหลักจะมีนาฬิการะบบ (System Clock) ของ เครื่องคอมพิวเตอรซึ่งเปนปจจัยหนึ่งที่ทําใหเครื่องคอมพิวเตอรทางานชา ํ หรือเร็ว
  • 88.
  • 89.
    ยูเอสบี (Universal SerialBus: USB) เปนสวนเชื่อมตอที่ใชหลักการของบัสแบบอนุกรม ซึ่งเปนมาตรฐานและกําลัง ไดรับความนิยมอยางมากในปจจุบัน สวนเชื่อมตอยูเอสบีจะเปนบัสอเนกประสงค สําหรับตออุปกรณความเร็วต่ําทั้งหมดเพียงชองเดียว เชน การตอเมาส หรือ เครื่องพิมพ l ตออุปกรณไดสูงสุด 127 อุปกรณ / สายเชือมระหวางอุปกรณยาวไดถึง 5 เมตร ่ l สนับสนุนการถอดหรือเปลี่ยนอุปกรณโดยไมตองปดเครือง (Hot ่ Swapping) l สนับสนุนการใชงานแบบเสียบแลวใชไดทันที (Plug and Play) l มี 2 มาตรฐาน ไดแก USB 1.1 (ความเร็ว 1.5 Mbps, 12 Mbps) และ USB 2.0(ความเร็ว 480 Mbps)
  • 90.
  • 91.
    ไฟรไวร (FireWire) เปนมาตรฐานการเชื่อมตอความเร็วสูงมากจาก IEEE ปจจุบน ั นํามาใชในอุปกรณทตองการความเร็วสูงในการถายโอนขอมูล เชน ี่ กลองดิจิตอล กลองวิดีโอ ฮารดดิสกแบบพกพา l ความเร็วสูงสุด 400 Mbps l สามารถเชื่อมตออุปกรณได 63 อุปกรณ / 1 พอรต l สนับสนุนการสงขอมูลแบบรับประกันการสง (กันชองสัญญาณไวได) l เหมาะกับงานแบบเวลาจริง (Real-time) เชน การสงภาพวิดีโอ l สนับสนุน Hot Swapping และ Plug and Play เชนเดียวกับ USB
  • 92.
  • 93.
    อินฟราเรด (Infrared) ปจจุบันสวนเชื่อมตอแบบอินฟราเรดไดถูกติดตั้งในอุปกรณจํานวน มาก เชน เครื่องพิมพ คอมพิวเตอรโนตบุค โทรศัพทเคลื่อนที่ l ไมตองใชสายในการเชื่อมตอจึงสะดวกกับอุปกรณแบบพกพา l มีคาใชจายต่ํา l ระยะหางระหวางอุปกรณที่จะเชื่อมตอกันตองอยูระหวาง 1 – 3 เมตร l ตองไมมีสิ่งกีดขวางระหวางอุปกรณที่จะเชื่อมตอกัน
  • 94.
  • 95.
    โมเด็ม (MODEM) เปนอุปกรณที่ใชในการเชื่อมตอระบบเครือขายภายนอกผานสายโทรศัพท ซึ่ง ปกติจะใชสงสัญญาณเสียงเทานั้น สงขอมูลเปนสัญญาณอนาลอก (Analog) โดยแปลงจากสัญญาณดิจิตอล (Digital) ความเร็วสูงสุดในการสง 56 Kbps ตามมาตรฐาน V.90 ของ ITU โมเด็มสามารถแบงไดเปน 4 ประเภท ไดแก l แบบภายใน (Internal MODEM) อยูในเครื่อง / ราคาถูก / ไมตองตอ ไฟเพิ่ม l แบบภายนอก (External MODEM) เคลือนยายไดสะดวก / มีไฟแสดง ่ สถานะ l แบบกระเปา (Pocket MODEM) ขนาดเล็ก / พกพาสะดวก / ตอพอรต อนุกรม l แบบการด (PCMCIA MODEM) ขนาดเทาบัตรเครดิต / ใชกับโนตบุค
  • 96.
    โมเด็ม (ตอ) PCMCIA MODEM Internal MODEM External MODEM Pocket MODEM
  • 97.
    ยูพีเอส (UPS) เปนอุปกรณสําหรับจายกระแสไฟฟาสํารองจากแบตเตอรรี เพื่อเปนแหลง พลังงานฉุกเฉินในกรณีเกิดปญหากับระบบไฟฟาหลัก เชน ไฟดับ โดยปกติยูพีเอส จะจายไฟเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานไดระยะหนึ่ง เพื่อใหผูใชจดเก็บขอมูลหรือปด ั ระบบ l Standby power system เวลาปกติใชระบบไฟฟาหลัก โดยตรง แตจะคอยตรวจสอบพลังงานไฟฟาและจะเปลี่ยนไปใชพลังงานจาก แบตเตอรีทันทีที่ตรวจพบปญหา ขอดีคือราคาต่ํา สูญเสียพลังงานไฟฟานอย ขอเสีย ่ ชวงเวลาที่เปลี่ยนมาใชแบตเตอรีอาจทําใหคอมพิวเตอรไมไดรับพลังงานเนืองจากตอง ่ ่ ใชเวลาระยะหนึ่ง l On-line UPS system เปนระบบยูพเี อสที่จายพลังงานไฟฟาจาก แบตเตอรี่โดยตรงขอดีคอไดรับพลังงานไฟฟาที่มีคณภาพสูงตลอดเวลา ขอเสียคือ ื ุ ราคาแพง มีการสูญเสียพลังงานไฟฟากับการแปลงตลอดเวลา มีอายุการใชงานสั้น กวาดวย
  • 98.
  • 99.
    ซอฟตแวร (Software) ซอฟตแวร คือ ชุดคําสั่งหรือ โปรแกรมคําสั่งที่สั่งให คอมพิวเตอรทํางาน ซอฟตแวรเปนตัวเชื่อมระหวางเครื่อง คอมพิวเตอรและผูใชคอมพิวเตอร โดยผูใชระบุความ ตองการไวภายใตซอฟตแวรหลังจากนั้นซอฟตแวรจะทํา หนาที่สั่งการควบคุมการทํางานของฮารดแวรทั้งหมด
  • 100.
    ซอฟตแวร (Software) ซอฟตแวร แบงได เปน 2 ประเภท l ซอฟตแวรระบบ (System Software) l ซอฟตแวรประยุกต (Application Software)
  • 101.
  • 102.
    ระบบปฏิบัติการ (Operation System) คือโปรแกรมที่ควบคุมการปฏิบติงานของฮารดแวร และเปน ั ตัวเชื่อมสนับสนุนคําสั่ง หนาที่ของระบบปฏิบัติการ ควบคุมการปฏิบัติงานของระบบคอมพิวเตอร จัดสรรทรัพยากรซึ่งใชรวมกัน (Share Resource) ตัวอยาง ประเภทของซอฟตแวรระบบ DOS (Disk Operation System) Microsoft Windows Linux
  • 103.
    ซอฟตแวรประยุกต คือ โปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอร ปฏิบัติการตามที่ผูใชตองการ ซอฟตแวรประยุกต แบงออกเปน 2 ประเภท l ซอฟตแวรสําเร็จรูป (Package Program) l ซอฟตแวรใชงานเฉพาะ
  • 104.
    ซอฟตแวรสําเร็จรูป (PackageProgram) 1 ซอฟตแวรสําเร็จรูป (Package Program) คือ โปรแกรมคําสั่งที่บริษัทซอฟตแวรพัฒนาขึ้น แลวนําออกจําหนาย เพื่อนําไปใชงานไดเลย
  • 105.
    ซอฟตแวรสําเร็จรูป (Package Program) 1. ซอฟตแวรประมวลคํา (Word Processing Software) Microsoft Word 2.ซอฟตแวรตารางการทํางาน (Spread Sheet Software) Microsoft Excel 3. ซอฟตแวรการจัดการฐานขอมูล (Data Base Mangement Software) Microsoft Access
  • 106.
  • 107.
  • 108.
    ซอฟตแวร (software) หมายถึงโปรแกรมหรือ ชุดคําสั่งที่ควบคุมใหเครื่องคอมพิวเตอร ทํางานใหไดผล ลัพธตามที่ตองการ ซอฟตแวรแบงเปน 2 ประเภทคือ 1) ซอฟตแวรระบบ (system software) 2) ซอฟตแวรประยุกต (application software)
  • 109.
    ซอฟตแวรระบบ เปนสื่อกลางระหวางโปรแกรมประยุกตและอุปกรณคอมพิวเตอร 1) ระบบปฏิบัติการ (operatingsystem) 1.1 ระบบปฏิบติการเครื่องไมโครคอมพิวเตอร ั uDOS uMicrosoft Windows 1.2 ระบบปฏิบติการแบบเปด ั uUNIX uLinux
  • 110.
    2) ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร 2.1คอมไพเลอร (compiler) เปนตัวแปลภาษาระดับสูง เชน ภาษาปาสคาล, โคบอลและภาษาฟอรแทรนใหเปนภาษาเครื่อง โปรแกรมตนฉบับ คอมไพเลอร โปรแกรมเรียกใชงาน ผลลัพธ (Source program) (Compiler) (executable program) (output) ขอมูลนําเขา (Input)
  • 111.
    2.2 อินเตอรพรีเตอร (interpreter)เชน ภาษาเบสิก (BASIC) โปรแกรมตนฉบับ อินเตอรพรีเตอร ผลลัพธ (Source program) (Interpreter) (output) ขอมูลนําเขา (Input) 2.3 แอสแซมเบลอ (assembler) เปนตัวแปลภาษาแอสแซมบลี (Assembly) ใหเปนภาษาเครื่อง
  • 112.
    ซอฟตแวรประยุกต พัฒนาขึ้นเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามความตองการของผูใช ¡ โปรแกรมประมวลผลคํา เชน โปรแกรม Microsoft Word, Word Perfect และ Lotus Word Pro การใชงาน ใชสําหรับจัดทําเอกสาร เชน รายงาน จดหมาย หนังสือ
  • 113.
  • 114.
    ¡ โปรแกรมดานการคํานวณ เชน โปรแกรม Microsoft Excel, Lotus1-2-3 และ Quattro Pro เปนตน การใชงาน ใชสําหรับงานคํานวณตัวเลข ทํากราฟสถิติ เชน ทํางบกําไร- ขาดทุน รายงานการขาย รายงานคะแนน ฯลฯ
  • 115.
  • 116.
    ¡ โปรแกรมการนําเสนอขอมูล เชน โปรแกรม Microsoft PowerPoint การใชงาน ใชสําหรับการนําเสนอขอมูลในการประชุม สัมมนา การบรรยายการเรียนการสอน
  • 117.
  • 118.
    ¡ โปรแกรมจัดการฐานขอมูล เชน Microsoft Access, และ FoxPro เปนตน การใชงาน ใชสําหรับงานเก็บขอมูลจํานวนมาก เชน ขอมูลลูกคา สินคา คงคลัง ขอมูลบุคลากร
  • 119.
  • 120.
    ¡ โปรแกรมดานงานพิมพ เชน โปรแกรม Adobe PageMaker และ Microsoft Publisher การใชงาน ใชสําหรับจัดหนาสิ่งพิมพตาง ๆ เชน แผนพับ หนังสือ นามบัตร ใบประชาสัมพันธ
  • 121.
  • 122.
    โปรแกรมกราฟก จําแนกได 2ประเภท n ประเภทที่ 1 เปนโปรแกรมสําหรับตกแตงภาพ เชน โปรแกรม Adobe PhotoShop, Microsoft Paint และ CorelDraw เปนตน การใชงาน ใชสําหรับตกแตงภาพใหสวยงาม มีเครื่อมือที่มีลกษณะเหมือน ั ดินสอ แปรง พูกัน และอุปกรณที่เลียนแบบของจริง
  • 123.
  • 124.
    n ประเภทที่ 2เปนโปรแกรมสําหรับการออกแบบ เชน โปรแกรม AutoCAD และ Microsoft Visio การใชงาน ใชสําหรับชวยออกแบบงานดานสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เชน ชวยออกแบบบาน รถยนต ระบบไฟฟา หรือแผงวงจร
  • 125.
  • 126.
    ¡ โปรแกรมดานมัลติมีเดีย เชนMacromedia Authorware, Macromedia Director และ ToolBook การใชงาน เปนโปรแกรมที่ผสมผสานขอความ กราฟก เสียง วิดีโอ และ ภาพเคลื่อนไหวเขาดวยกัน ใชเพื่อสรางสื่อการเรียนการสอน และการนําเสนอผลงาน
  • 127.
  • 128.
    ¡ โปรแกรมดานติดตอสื่อสาร ftp (file transfer protocol), ICQ, MIRC, MS Chat มีหลายประเภทดังนี้ n newgroup, webboard การใชงาน ใชในการแลกเปลี่ยนขาวสารและความคิดเห็นบนกระดาน ขาว
  • 129.
  • 130.
    n โปรแกรมเว็บเบราวเซอร เชน Internet Explorer และ Netscape การใชงาน ใชแสดงขอมูลบนเว็บเพจหรือใชติดตอสื่อสารผานอีเมล
  • 131.
  • 132.
    n โปรแกรมที่ชวยโอนยายโปรแกรมหรือแฟมขอมูล เชน File Transfer Protocol (FTP) การใชงาน ใชโอนยายโปรแกรมหรือแฟมขอมูลจากแหลงขอมูลใน เครือขายอินเทอรเน็ตมาใชงานที่เครื่องของตนเอง
  • 133.
  • 134.
    n โปรแกรมทีใชสนทนาพูดคุยโตตอบกัน เชน ICQ, MIRC, ่ Microsoft Chat การใชงาน ใชสนทนากันโดยผานแปนพิมพหรือสื่อประสมอื่น ๆ สามารถโตตอบกันแบบคําตอคําไดทันที
  • 135.
  • 136.
  • 137.
    ¡ โปรแกรมอรรถประโยชน เชน โปรแกรมตรวจสอบไวรัส (virus scan), Win Zip การใชงาน ใชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร ดูแลรักษาความปลอดภัย เชน สํารองขอมูล ตรวจสอบไวรัส หรือบีบอัดขอมูลใหมีขนาดเล็กลง
  • 138.
  • 139.
  • 140.
    ¡ โปรแกรมดานสาระและบันเทิง เชน โปรแกรมตอสูจําลอง (fight simulator), โปรแกรมสรางเมือง หรือโปรแกรมเสริมสรางทักษะ ของเด็กวัยตาง ๆ การใชงาน ใชเปนแหลงความรูที่นาสนใจ ปจจุบันบรรจุอยูในแผน ซีดีรอมเพราะใชกันอยางแพรหลาย
  • 141.
  • 142.
  • 143.
    ภาษาคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรมีการสื่อสารโดยใชภาษาเชนเดียวกับมนุษย และภาษา ที่ใชมีความแตกตางกันหรือเรียกวามีโครงสรางตางกันดังนี้ n ภาษาเครื่อง (machine language) หรือเรียกวาภาษายุคหนึ่ง เปน ชุดคําสั่งที่ประกอบดวยเลขฐานสอง (0 และ 1) ขอดี สื่อสารกับเครื่องโดยตรง ไมตองมีตัวแปลภาษา ขอเสีย ทํางานเฉพาะเครื่องที่พัฒนา และใชเวลานาน
  • 144.
    n ภาษาแอสแซมบลี (assembly language) พัฒนาขึ้นเปน ภาษายุคที่ 2 เนื่องจากภาษาเครื่องพัฒนายาก ขอดี เรียนรูงายและเร็วกวาพัฒนาดวยภาษาเครื่อง ขอเสีย ตองใชตัวแปลภาษาแอสแซมเบลอ n ภาษาระดับสูง(high-level languages) เปนภาษาที่งายตอ  การเรียนรูและนําไปประยุกตใชงาน ขอดี ทํางานบนเครื่องคอมพิวเตอรตางชนิดกันได ตัวอยางภาษา เชน เบสิก ปาสคาล โคบอล และ ฟอรแทรน
  • 145.
    n ภาษาระดับสูงมาก (VeryHigh-level Languages) หรือ ภาษายุคที่สี่ เปนภาษาที่เขียนงายเพราะไมตองมีโพรซีเยอร n ภาษาธรรมชาติ (natural language) ไดแก ระบบผูเชี่ยวชาญ (expert system) และปญญาประดิษฐ (artificial intelligence) เปนภาษาทีอนุญาตใหผูใชสงขอความที่เปนภาษามนุษยใน ่ โครงสรางภาษาอังกฤษในการสั่งคอมพิวเตอรได
  • 146.
    โปรแกรมเชิงวัตถุ (object-oriented programming) การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ คือกระบวนการที่โปรแกรมถูก จัดการใหอยูในรูปของวัตถุ (objects) และวัตถุแตละประเภทจะ ประกอบดวยแอตทริบิวต และเมธอด หรือฟงกชันที่ประกอบดวยชุดคําสั่งที่ เขียนขึ้นเพื่อการจัดการขอมูลของวัตถุชิ้นนั้นโดยเฉพาะ เมื่อผูใชตองการ ทํางานนั้น ๆ ก็เพียงแตเรียกใชเมธอดของวัตถุนั้น
  • 147.
    ตัวอยางภาษาคอมพิวเตอร ¡ ภาษาเบสิก (BASIC) ¡ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ¡ ภาษาโคบอล (COBOL) ¡ ภาษาปาสคาล (PASCAL) ¡ ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN) ¡ ภาษาซี (C) ¡ ภาษา HTML ¡ ภาษาจาวา (JAVA) ¡ ภาษา XML
  • 148.
  • 149.
  • 150.
  • 151.
  • 152.
  • 153.
    การเลือกใชภาษาคอมพิวเตอร 1) ภาษามาตรฐานที่ใชในองคการ ในหนวยงานควรมีภาษามาตรฐานใชพัฒนา เพราะทําใหเกิดความสะดวกในการดูแลระบบ 2) ความเหมาะสมและคุณสมบัติของภาษา เพราะภาษาแตละภาษาไดถูก ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะอยาง 3) การทํางานรวมกับโปรแกรมอื่น ควรเลือกภาษาที่ใกลเคียงกันเพื่อให โปรแกรมทํางานรวมกับโปรแกรมอื่น ๆ ไดอยางไมมีอุปสรรค 4) การทํางานรวมกับระบบอื่น ๆ ควรเลือกภาษาที่เปนพื้นฐานในการพัฒนา โปรแกรม จะทําใหโปรแกรมทํางานไดทุกระบบ
  • 154.
    บุคลากร (Peopleware) บุคคลที่เกี่ยวของกับการจัดการและควบคุมระบบ คอมพิวเตอร รวมถึงผูใชเครื่องคอมพิวเตอร บุคลากรคอมพิวเตอร แบงออกเปน
  • 155.
    บุคลากร (Peopleware) 1) หัวหนาหนวยงานคอมพิวเตอร(Electronic Data Processing Manager) 2) นักวิเคราะหระบบ (System Analyst :SA) 3) นักออกแบบระบบ (System Designer) 4) โปรแกรมเมอร (Programmer) 5) ผูบริหารและควบคุมฐานขอมูล (Database Administrator) 6) ผูควบคุมเครื่อง(Computer Operator) 7) ผูใช (Users)
  • 156.
    ขอมูลและสารสนเทศ (Data/Information) ขอมูล คือ ขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยอาจเปนตัวเลขเชน ความสูง ระยะทาง สารสนเทศ คือ ผลลัพธที่ไดจาการประมวลผลและสามารถนําไป ใชประโยชนไดตรงกับความตองการของผูใช
  • 157.
    กระบวนการทํางาน (Procedure) องคประกอบดานกระบวนการทํางาน คือ ขั้นตอน กระบวนการทํางานพื้นฐานของคอมพิวเตอรที่ผูใช คอมพิวเตอรทุกคนตองรู เพื่อสามารถใชงานไดอยาง ถูกตอง เชน คูมือสําหรับผูใช (User Manual) คูมือสําหรับผูควบคุมเครื่อง (Operation Manual)
  • 158.