โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 1
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกรมสรรพสามิต
Department of Excise
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อนําเสนอแนวทาง คุณสมบัติ และขอบเขตความรับผิดชอบ ของทีมที่ปรึกษา
ในโครงการจัดจางที่ปรึกษาเพื่อจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
องคประกอบโดยสังเขปของทีมที่ปรึกษา สามารถแบงออกไดดังนี้ :-
1. ทีมที่ปรึกษา (Consultant Team)
2. ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร (เอกสารเชิงนโยบาย Policy และเอกสารปฏิบัติการ Practice
Statement)
3. ทีมฝกอบรมและตอบปญญา (Training and Help-Desk Team)
4. ทีมปฏิบัติการณ (Workshop Team)
ทีมที่ปรึกษา (Consultant Team)
ทีมที่ปรึกษาเปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญ จากหลายสายงานและเปนทีมหลักในการกําหนด
ทิศทาง การเลือกใชเทคโนโลยีที่เหมาะแกองคกร รวมถึงกําหนดขอบเขตของระบบรักษาความ
ปลอดภัย เพื่อใหเกิดความคุมคาสูงสุดในการนําระบบและเทคโนโลยี่มาใชในการปองการบุกรุก
และเพื่อรักษาขอมูลสําคัญขององคกร
ทีมที่ปรึกษาอาจประกอบดวยผูเชี่ยวชาญ ตั้งแต 3 ทานขึ้นไป
โดยมีคุณสมบัติขั้นตนของทีมที่ปรึกษาดังนี้
1. ผูเชี่ยวชาญดานการสื่อสารและเครือขาย (Communication and Network Expert).
ผูเชี่ยวชาญดานการสื่อสาร จะดูแลรับผิดชอบในการออกแบบเครือขายคอมพิวเตอรและ
การสื่อสาร ใหมีความคลองตัวและสามารถรองรับการใชงานและการขยายตัวในอนาคต
ได ซึ่งจะคํานึงถึงความปลอดภัยเปนที่ตั้ง และเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณเครือขายที่
เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการสื่อสาร
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 2
2. ผูเชี่ยวชาญดานโปรแกรมและการออกแบบระบบ (Application and System Design
Expert).
ผูเชี่ยวชาญดานโปรแกรมและการออกแบบระบบ จะดูแลรับผิดชอบในการออกแบบการ
ทํางานรวมกันของระบบที่มีอยู ใหมีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถทํางานบนระบบ
เครือขายใหไดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการเลือกระบบมีสามารถตอบสนองตอความ
ตองการของผูใชงานไดสูงสุดเชนกัน
3. ผูเชี่ยวชาญดานความปลอดภัยในระบบเครือขาย และโปรแกรม (Network and
Application Security Expert).
ผูเชี่ยวชาญดานความปลอดภัยในระบบเครือขาย และโปรแกรม จะรับผิดชอบในการ
กําหนดนโยบายดานความปลอดภัย(Security Policy) และออกแบบระบบรักษาความ
ปลอดภัยของระบบเครือขาย โปรแกรม และขอมูลขององคกร โดยมุงเนนใหสามารถปอง
กันระบบตางๆและทรัพยากรในองคกร โดยผูใชงานยังคงสามารถเขาถึงขอมูลและใชงาน
ระบบไดดวยดี และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการปองกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยในทีมที่ปรึกษาจะออกแบบระบบเครือขาย ระบบรักษาความปลอดภัย และการใชงานที่สอด
คลองกัน ทั้งนี้ทีมที่ปรึกษาจะหารือและจัดทําขอสรุปและแบบในภาพรวมของระบบรักษาความ
ปลอดภัยในองคกร และกําหนดขอบเขต ทิศทางในการจัดทํานโยบายดานความปลอดภัยขององค
กร
โครงรางแผนดานความปลอดภัยในองคกร
1. การรักษาความปลอดภัยดานกายภาพ (Physical Security)
1.1. การความคุมการเขาออกอาคาร สํานักงาน (Access Control)
1.2. การบันทึกภาพและขอมูลการเขา-ออก และการเขาถึงและนําออกไปใช (CCTV
and Tracking System)
1.3. การกําหนดวิธีเก็บรักษาขอมูลสื่อนอกสถานที่ และสื่อในการสํารองขอมูล (Off-
Site Backup Media Storage)
1.4. การเตรียมสํารองพลังงาน และกระแสไฟฟา (Power Assurance /
Redundancy)
1.5. การกําหนดแผนสํารองขอมูลและระบบสํารองในกรณี เกิดภัยพิบัติ (Disaster
Recovery Plan and Procedure)
1.6. การกําหนดคุณสมบัติของหองนิรภัย ในการเก็บอุปกรณ สื่อสารและเครื่องแม
ขายที่สําคัญ (Site Preparation for Secure Room)
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 3
1.7. การแบงสวนพื้นที่ตามระดับความปลอดภัย และสิทธิของผูปฏิบัติงาน
(Workspace Segmentation / Zoning)
2. การรักษาความปลอดภัยดานเครือขาย (Network Security)
2.1. การกําหนดนโยบายและประเมินความเสี่ยง ในระบบเครือขายและบริการบน
เครือขายภายในองคกร (Network Security Based-
2.2. การควบคุมและกําหนดสิทธิในการใชเครือขายและเขาถึงบริการบนเครือขาย
(Access Control / Firewall)
2.3. การควบคุมทิศทางในการสงผานขอมูล(เขา-ออก) โดยแบงตามบริการที่เรียก
รองทั้งจากภาพในเครือขายและจากภายนอกเครือขาย (Packet Filtering –
Stateful Inspection / Firewall)
2.4. การควบคุมและกําหนดกรรมวิธีการเขารหัสในการสื่อสาร (Firewall-VPN)
2.5. การยืนยันสิทธิและผูใชงานสําหรับการเขารหัสในการสื่อสาร (User
Authentication for VPN Connection)
2.6. การตรวจสอบและเฝาระวังการบุกรุกผานการติดตอสื่อสารทั้งภายใน และภาย
นอกเครือขาย tเพื่อแจงเตือนผูดูแลระบบ (Intrusion Detection System)
2.7. การตรวจสอบและปองกันการบุกรุกผานเครือขาย ทั้งจากภายในและภายนอก
(Intrusion Prevention System)
2.8. การตรวจสอบและปองกันไวรัส ที่ลักลอบมากับไฟลและขอมูลผานเครือขาย ทั้ง
จากภายในและภายนอก (Virus Protection Gateway)
2.9. การตรวจสอบและปองกันไวรัส ที่ลักลอบมากับอีเมลและไฟลแนบ (Email Virus
Scan)
2.10. การตรวจสอบขอความและกรองขอความที่นําสง ผานเครือขาย (Email and
URL Filtering / Anti-Phishing / Anti-Popup)
2.11. การกําหนดขอบเขตและแบงสวนในเครือขายตามสิทธิและการใชบริการเครือ
ขาย และหรือรวมถึงบริการที่มีบนเครือขาย โดยแยกสวน IP ใหชัดเจน
(Network Segmentation)
2.12. การกําหนดลําดับความสําคัญของการสื่อสารตามสิทธิของผูใช และทิศทาง
การสื่อสาร (Quality of Service / Traffic Shaping)
2.13. การเพิ่มความเสถียร และการใหบริการเครือขายโดยระบบเครือขายสํารอง
(Backup [Active-Standby) และหรือ ระบบแบงภาระรวมกันทํางาน (Load
Balancing)
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 4
3. การรักษาความปลอกภัยดานขอมูล (Information Security)
3.1. การกําหนดนโยบายและประเมินความเสี่ยง ขอมูลขององคกร (Information
Security Based-line)
3.2. การสํารองขอมูล สื่อสําหรับการสํารองขอมูล และแผนการสํารองขอมูล (Data
backup)
3.3. กําหนดขั้นตอนการเขาถึงขอมูล และสิทธิของผูใช รวมถึงสิทธิในการเปลี่ยน
แปลงขอมูล (Access Control / Authorization)
3.4. การกําหนดระดับชั้นของความลับของขอมูล และการเขารหัสเพื่อเปนความลับ
(Confidentiality and Data Encryption)
3.5. การยืนยันสิทธิและลําดับขั้นตอนการยืนยันตัวตนของผูใชงานขอมูล (User
Authentication)
3.6. การยืนยันความถูกตองของขอมูล ทั้งกอนและหลังการเก็บรักษาขอมูล (Data
Integrity / Data Verification)
3.7. การปองกันการปฏิเสธความรับผิดชอบในขอมูลของผูใช และจากเจาของขอมูล
นั้นๆ (Non-Repudiation)
3.8. การยืนยันและรับรองความถูกตองของขอมูลของผูใช รวมถึงขั้นตอนในการยืน
ยันรับรองขอมูล (Digital Signature)
3.9. การกําหนดมาตรฐาน และรูปแบบในการจัดเก็บขอมูลโดยใหเปนไปโดยสอด
คลองกันทั้งองคกร(Data Formation / Migration)
3.10. กําหนดลําดับขั้นตอนในการกูขอมูล และรวมถึงบุคคลผูรับผิดชอบดูแล ในการ
กูและนํากลับคืนของขอมูล ที่เสียหายหรือสูญหาย (Data Recovery
Procedure)
4. การรักษาความปลอดภัยดานการออกแบบระบบและโปรแกรม (System and
Application Design
4.1. การกําหนดขั้นตอนในการออกแบบและติดตั้งระบบปฏิบัติการณ เพื่อความ
ปลอดภัยของระบบตั้งแตการติดตั้ง (Security Designed Application and
Hardening Operation System)
4.2. การกําหนดลําดับความสําคัญของการสื่อสาร ตามความสําคัญของบริการแม
ขาย บนเครือขาย (Quality of Service / Service Availability Guarantee)
4.3. การกําหนดความสามารถในการปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลง ระบบเพื่อรองรับ
คุณสมบัติและความสามารถใหมๆ ในอนาคต (Upgrade and Update Ability)
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 5
4.4. การกําหนดระบบและขั้นตอนในการควบคุม และติดตั้ง การปรับเปลี่ยนและ
เปลี่ยนแปลง จากศูนยกลาง(Patch Management)
ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร (เอกสารเชิงนโยบาย Policy และเอกสารปฏิบัติ
การ Practice Statement)
ทีมประมวลและจัดทําเอกสารเปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานที่มีประสบการณ ใน
การออกแบบและจัดทําเอกสารเชิงนโยบาย และหรือจัดทําเอกสารคูมือ การปฏิบัติงานเพื่อใหเปนคู
มือในการปฏิบัติงานของผูใชในองคกรขนาดใหญ
ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร มีหนาที่รางและจัดทําเอกสาร ทั้งเชิงนโยบาย และเอกสารคูมือ
ปฏิบัติงานโดยจะรางตามนโยบายขององคกร ที่ทีมที่ปรึกษาและผูบริหารอนุมัติเรียบรอยแลว และ
รวมถึงกําหนดรูปแบบมาตรฐาน ของเอกสาร และแบบฟอรมในองคกร ใหสอดคลองกันโดยภาพ
รวม
ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร ประกอบดวยบุคลากร ซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้
1. ผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบเอกสาร และจัดทํารางนโยบายดานความปลอดภัย
2. ผูเชี่ยวชาญหรือผูมีประสบการณดานกฎขอบังคับ และกฎหมาย
3. ผูเชี่ยวชาญที่มีความรู ความสามารถดานการรักษาความปลอดภัย
4. ผูเชี่ยวชาญดานการควบคุมดูแล การปฏิบัติงาน และการฝกอบรม
องคประกอบของเอกสารมีดังนี้
1. เอกสารนโยบาย (Policy Document)
1.1. เอกสารนโยบาย ที่กําหนดเปาหมายและจุดประสงค ขององคกรในการรักษา
ความปลอดภัย
1.2. เอกสารนโยบาย ขอบขายความรับผิดชอบ ในตําแหนงหนาที่ตางๆ
1.3. เอกสารนโยบาย ขอบขายการปฏิบัติงาน
2. เอกสารปฏิบัติงาน (Practice Statement / Manual Document)
2.1. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานกายภาพ
2.2. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานเครือขาย
2.3. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานขอมูล
2.4. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานการออกแบบโปรแกรม
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 6
ทีมฝกอบรมและตอบปญญา (Training and Help-Desk Team)
เปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญในการฝกอบรมและคณาจารยจากสถาบันการศึกษา เพื่อจัดทํา
สื่อการสอนและอบรม เพื่อใชในการฝกอบรมผูใช โดยใหสอดคลองกับนโยบายและเอกสารปฏิบัติ
งานที่ไดจัดทําไวงานในองคกร
ทีมฝกอบรมและตอบปญหา มีหนาที่จัดทําคูมือการฝกอบรม กําหนดสื่อและอุปกรณในการฝกอบ
รม จัดเตรียมสถานที่และบุคลากรในการฝกอบรม รวมถึงการจัดตารางฝกอบรมใหสอดคลองตอ
ความตองการของผูใชงานในองคกร
ทีมฝกอบรมและตอบปญหา ประกอบดวยบุคลากรซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้
1. ผูเชี่ยวชาญหรือคณาจารยผูมีประสบการณในการจัดฝกอบรม
2. ผูชํานาญการณดานการทําเอกสารฝกอบรมและคูมือ
3. ผูชํานาญการณดานการจัดการสัมมนาและฝกอบรม
4. ทีมงานผูฝกอบรมพรอมทีมงานจัดทําเอกสาร
หนาที่รับผิดชอบของทีมงาน
1. การจัดทําสื่อและเอกสารประกอบการฝกอบรม
1.1. สื่อสําหรับนําเสนอในการฝกอบรม
1.2. เอกสารประกอบการฝกอบรม สําหรับผูเขารับการอบรม
1.3. เอกสารทดสอบ และวัดผลการฝกอบรม
1.4. เอกสารฝกหัดเพื่อทบทวนและอางอิง
2. การวางแผนการฝกอบรม และตารางเวลาการฝกอบรม
2.1. แผนการฝกอบรม ระยะเวลาและขั้นตอนการฝกอบรม
2.2. การจัดหาทีมงาน และการจัดตารางเวลาใหเหมาะสม
2.3. รวบรวมความตองการ และประเมินระดับผูเขาอบรม ใหเหมาะกับเนื้อหาในกา
รอบรม โดยแบงเปน 3 ระดับ
2.3.1. ระดับผูปฏิบัติงาน หรือผูใชงานเบื้องตน
2.3.2. ระดับผูดูแลระบบ และผูมีหนาที่รับผิดชอบดานความปลอดภัยโดยตรง
2.3.3. ระดับผูบริหาร ซึ่งจะกําหนดนโยบายดานความปลอดภัย
3. การจัดเตรียมอุปกรณ และสถานที่ฝกอบรม
2.1. จัดทํารายการอุปกรณที่จําเปนในการจัดการฝกอบรม
2.2. มอบหมายและสงความตองการใหทีมปฏิบัติการณทําการจัดหา
2.3. จัดหาและเตรียมสถานที่สําหรับจัดฝกอบรม
โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย
ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต
Written by: Avirot M. Liangsiri
[Mita29@gmail.com]
http://www.excise.go.th/ 7
ทีมปฏิบัติการณ (Workshop Team)
เปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญดานตางๆ ในการติดตั้ง และกําหนดตั้งคาการใชงานระบบ รวม
ถึงการปรับเปลี่ยนระบบใหสามารถทํางาน สอดคลองกับนโยบาย และเอกสารปฏิบัติการณได
ทีมปฏิบัติการณ มีหนาที่จัดชุดระบบจําลองขนาดยอ เพื่อชวยทีมฝกอบรมในการฝกอบรม ภาค
ปฏิบัติและยังสามารถจําลองสถานะการณและปญหาของผูใชเพื่อใหไดมาซึ่งทางแกปญหา เพื่อ
ชวยเพิ่มพูนทักษะของผูใชงาน
ทีมปฏิบัติการณ ประกอบดวยบุคลากร ซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้
1. ผูเชี่ยวชาญหรือผูมีประสบการณในดานการติดตั้ง กําหนดคาเริ่มตนระบบ และการตั้ง
คาใหระบบโดยรวมทํางานรวมกันอยางสมบูรณ
2. ผูเชี่ยวชาญหรือคณาจารยผูมีประสบการณในการฝกอบรม
3. ผูเชี่ยวชาญดานการจัดการและติดตั้งอุปกรณเครือขายคอมพิวเตอร
4. ทีมงานผูชวยฝกอบรม
หนาที่รับผิดชอบของทีมงาน
1. จัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณชุดจําลอง สําหรับการฝกอบรม
2. จัดเตรียมและติดตั้งระบบ และจําลองการติดตั้งในการฝกอบรม
3. จําลองขอมูลและจําลองสถานะการณ การปฏิบัติงานจริง
4. จําลองสถานะการณวิกฤต ดานความปลอดภัย
5. จัดทําแบบทดสอบเพื่อวัดผลการจําลองสถานะการณในการฝกอบรม

Excise department project_fin

  • 1.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 1 โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกรมสรรพสามิต Department of Excise เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อนําเสนอแนวทาง คุณสมบัติ และขอบเขตความรับผิดชอบ ของทีมที่ปรึกษา ในโครงการจัดจางที่ปรึกษาเพื่อจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร กรมสรรพสามิต องคประกอบโดยสังเขปของทีมที่ปรึกษา สามารถแบงออกไดดังนี้ :- 1. ทีมที่ปรึกษา (Consultant Team) 2. ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร (เอกสารเชิงนโยบาย Policy และเอกสารปฏิบัติการ Practice Statement) 3. ทีมฝกอบรมและตอบปญญา (Training and Help-Desk Team) 4. ทีมปฏิบัติการณ (Workshop Team) ทีมที่ปรึกษา (Consultant Team) ทีมที่ปรึกษาเปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญ จากหลายสายงานและเปนทีมหลักในการกําหนด ทิศทาง การเลือกใชเทคโนโลยีที่เหมาะแกองคกร รวมถึงกําหนดขอบเขตของระบบรักษาความ ปลอดภัย เพื่อใหเกิดความคุมคาสูงสุดในการนําระบบและเทคโนโลยี่มาใชในการปองการบุกรุก และเพื่อรักษาขอมูลสําคัญขององคกร ทีมที่ปรึกษาอาจประกอบดวยผูเชี่ยวชาญ ตั้งแต 3 ทานขึ้นไป โดยมีคุณสมบัติขั้นตนของทีมที่ปรึกษาดังนี้ 1. ผูเชี่ยวชาญดานการสื่อสารและเครือขาย (Communication and Network Expert). ผูเชี่ยวชาญดานการสื่อสาร จะดูแลรับผิดชอบในการออกแบบเครือขายคอมพิวเตอรและ การสื่อสาร ใหมีความคลองตัวและสามารถรองรับการใชงานและการขยายตัวในอนาคต ได ซึ่งจะคํานึงถึงความปลอดภัยเปนที่ตั้ง และเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณเครือขายที่ เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการสื่อสาร
  • 2.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 2 2. ผูเชี่ยวชาญดานโปรแกรมและการออกแบบระบบ (Application and System Design Expert). ผูเชี่ยวชาญดานโปรแกรมและการออกแบบระบบ จะดูแลรับผิดชอบในการออกแบบการ ทํางานรวมกันของระบบที่มีอยู ใหมีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถทํางานบนระบบ เครือขายใหไดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการเลือกระบบมีสามารถตอบสนองตอความ ตองการของผูใชงานไดสูงสุดเชนกัน 3. ผูเชี่ยวชาญดานความปลอดภัยในระบบเครือขาย และโปรแกรม (Network and Application Security Expert). ผูเชี่ยวชาญดานความปลอดภัยในระบบเครือขาย และโปรแกรม จะรับผิดชอบในการ กําหนดนโยบายดานความปลอดภัย(Security Policy) และออกแบบระบบรักษาความ ปลอดภัยของระบบเครือขาย โปรแกรม และขอมูลขององคกร โดยมุงเนนใหสามารถปอง กันระบบตางๆและทรัพยากรในองคกร โดยผูใชงานยังคงสามารถเขาถึงขอมูลและใชงาน ระบบไดดวยดี และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการปองกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยในทีมที่ปรึกษาจะออกแบบระบบเครือขาย ระบบรักษาความปลอดภัย และการใชงานที่สอด คลองกัน ทั้งนี้ทีมที่ปรึกษาจะหารือและจัดทําขอสรุปและแบบในภาพรวมของระบบรักษาความ ปลอดภัยในองคกร และกําหนดขอบเขต ทิศทางในการจัดทํานโยบายดานความปลอดภัยขององค กร โครงรางแผนดานความปลอดภัยในองคกร 1. การรักษาความปลอดภัยดานกายภาพ (Physical Security) 1.1. การความคุมการเขาออกอาคาร สํานักงาน (Access Control) 1.2. การบันทึกภาพและขอมูลการเขา-ออก และการเขาถึงและนําออกไปใช (CCTV and Tracking System) 1.3. การกําหนดวิธีเก็บรักษาขอมูลสื่อนอกสถานที่ และสื่อในการสํารองขอมูล (Off- Site Backup Media Storage) 1.4. การเตรียมสํารองพลังงาน และกระแสไฟฟา (Power Assurance / Redundancy) 1.5. การกําหนดแผนสํารองขอมูลและระบบสํารองในกรณี เกิดภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan and Procedure) 1.6. การกําหนดคุณสมบัติของหองนิรภัย ในการเก็บอุปกรณ สื่อสารและเครื่องแม ขายที่สําคัญ (Site Preparation for Secure Room)
  • 3.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 3 1.7. การแบงสวนพื้นที่ตามระดับความปลอดภัย และสิทธิของผูปฏิบัติงาน (Workspace Segmentation / Zoning) 2. การรักษาความปลอดภัยดานเครือขาย (Network Security) 2.1. การกําหนดนโยบายและประเมินความเสี่ยง ในระบบเครือขายและบริการบน เครือขายภายในองคกร (Network Security Based- 2.2. การควบคุมและกําหนดสิทธิในการใชเครือขายและเขาถึงบริการบนเครือขาย (Access Control / Firewall) 2.3. การควบคุมทิศทางในการสงผานขอมูล(เขา-ออก) โดยแบงตามบริการที่เรียก รองทั้งจากภาพในเครือขายและจากภายนอกเครือขาย (Packet Filtering – Stateful Inspection / Firewall) 2.4. การควบคุมและกําหนดกรรมวิธีการเขารหัสในการสื่อสาร (Firewall-VPN) 2.5. การยืนยันสิทธิและผูใชงานสําหรับการเขารหัสในการสื่อสาร (User Authentication for VPN Connection) 2.6. การตรวจสอบและเฝาระวังการบุกรุกผานการติดตอสื่อสารทั้งภายใน และภาย นอกเครือขาย tเพื่อแจงเตือนผูดูแลระบบ (Intrusion Detection System) 2.7. การตรวจสอบและปองกันการบุกรุกผานเครือขาย ทั้งจากภายในและภายนอก (Intrusion Prevention System) 2.8. การตรวจสอบและปองกันไวรัส ที่ลักลอบมากับไฟลและขอมูลผานเครือขาย ทั้ง จากภายในและภายนอก (Virus Protection Gateway) 2.9. การตรวจสอบและปองกันไวรัส ที่ลักลอบมากับอีเมลและไฟลแนบ (Email Virus Scan) 2.10. การตรวจสอบขอความและกรองขอความที่นําสง ผานเครือขาย (Email and URL Filtering / Anti-Phishing / Anti-Popup) 2.11. การกําหนดขอบเขตและแบงสวนในเครือขายตามสิทธิและการใชบริการเครือ ขาย และหรือรวมถึงบริการที่มีบนเครือขาย โดยแยกสวน IP ใหชัดเจน (Network Segmentation) 2.12. การกําหนดลําดับความสําคัญของการสื่อสารตามสิทธิของผูใช และทิศทาง การสื่อสาร (Quality of Service / Traffic Shaping) 2.13. การเพิ่มความเสถียร และการใหบริการเครือขายโดยระบบเครือขายสํารอง (Backup [Active-Standby) และหรือ ระบบแบงภาระรวมกันทํางาน (Load Balancing)
  • 4.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 4 3. การรักษาความปลอกภัยดานขอมูล (Information Security) 3.1. การกําหนดนโยบายและประเมินความเสี่ยง ขอมูลขององคกร (Information Security Based-line) 3.2. การสํารองขอมูล สื่อสําหรับการสํารองขอมูล และแผนการสํารองขอมูล (Data backup) 3.3. กําหนดขั้นตอนการเขาถึงขอมูล และสิทธิของผูใช รวมถึงสิทธิในการเปลี่ยน แปลงขอมูล (Access Control / Authorization) 3.4. การกําหนดระดับชั้นของความลับของขอมูล และการเขารหัสเพื่อเปนความลับ (Confidentiality and Data Encryption) 3.5. การยืนยันสิทธิและลําดับขั้นตอนการยืนยันตัวตนของผูใชงานขอมูล (User Authentication) 3.6. การยืนยันความถูกตองของขอมูล ทั้งกอนและหลังการเก็บรักษาขอมูล (Data Integrity / Data Verification) 3.7. การปองกันการปฏิเสธความรับผิดชอบในขอมูลของผูใช และจากเจาของขอมูล นั้นๆ (Non-Repudiation) 3.8. การยืนยันและรับรองความถูกตองของขอมูลของผูใช รวมถึงขั้นตอนในการยืน ยันรับรองขอมูล (Digital Signature) 3.9. การกําหนดมาตรฐาน และรูปแบบในการจัดเก็บขอมูลโดยใหเปนไปโดยสอด คลองกันทั้งองคกร(Data Formation / Migration) 3.10. กําหนดลําดับขั้นตอนในการกูขอมูล และรวมถึงบุคคลผูรับผิดชอบดูแล ในการ กูและนํากลับคืนของขอมูล ที่เสียหายหรือสูญหาย (Data Recovery Procedure) 4. การรักษาความปลอดภัยดานการออกแบบระบบและโปรแกรม (System and Application Design 4.1. การกําหนดขั้นตอนในการออกแบบและติดตั้งระบบปฏิบัติการณ เพื่อความ ปลอดภัยของระบบตั้งแตการติดตั้ง (Security Designed Application and Hardening Operation System) 4.2. การกําหนดลําดับความสําคัญของการสื่อสาร ตามความสําคัญของบริการแม ขาย บนเครือขาย (Quality of Service / Service Availability Guarantee) 4.3. การกําหนดความสามารถในการปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลง ระบบเพื่อรองรับ คุณสมบัติและความสามารถใหมๆ ในอนาคต (Upgrade and Update Ability)
  • 5.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 5 4.4. การกําหนดระบบและขั้นตอนในการควบคุม และติดตั้ง การปรับเปลี่ยนและ เปลี่ยนแปลง จากศูนยกลาง(Patch Management) ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร (เอกสารเชิงนโยบาย Policy และเอกสารปฏิบัติ การ Practice Statement) ทีมประมวลและจัดทําเอกสารเปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานที่มีประสบการณ ใน การออกแบบและจัดทําเอกสารเชิงนโยบาย และหรือจัดทําเอกสารคูมือ การปฏิบัติงานเพื่อใหเปนคู มือในการปฏิบัติงานของผูใชในองคกรขนาดใหญ ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร มีหนาที่รางและจัดทําเอกสาร ทั้งเชิงนโยบาย และเอกสารคูมือ ปฏิบัติงานโดยจะรางตามนโยบายขององคกร ที่ทีมที่ปรึกษาและผูบริหารอนุมัติเรียบรอยแลว และ รวมถึงกําหนดรูปแบบมาตรฐาน ของเอกสาร และแบบฟอรมในองคกร ใหสอดคลองกันโดยภาพ รวม ทีมประมวลและจัดทําเอกสาร ประกอบดวยบุคลากร ซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้ 1. ผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบเอกสาร และจัดทํารางนโยบายดานความปลอดภัย 2. ผูเชี่ยวชาญหรือผูมีประสบการณดานกฎขอบังคับ และกฎหมาย 3. ผูเชี่ยวชาญที่มีความรู ความสามารถดานการรักษาความปลอดภัย 4. ผูเชี่ยวชาญดานการควบคุมดูแล การปฏิบัติงาน และการฝกอบรม องคประกอบของเอกสารมีดังนี้ 1. เอกสารนโยบาย (Policy Document) 1.1. เอกสารนโยบาย ที่กําหนดเปาหมายและจุดประสงค ขององคกรในการรักษา ความปลอดภัย 1.2. เอกสารนโยบาย ขอบขายความรับผิดชอบ ในตําแหนงหนาที่ตางๆ 1.3. เอกสารนโยบาย ขอบขายการปฏิบัติงาน 2. เอกสารปฏิบัติงาน (Practice Statement / Manual Document) 2.1. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานกายภาพ 2.2. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานเครือขาย 2.3. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานขอมูล 2.4. เอกสารปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยดานการออกแบบโปรแกรม
  • 6.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 6 ทีมฝกอบรมและตอบปญญา (Training and Help-Desk Team) เปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญในการฝกอบรมและคณาจารยจากสถาบันการศึกษา เพื่อจัดทํา สื่อการสอนและอบรม เพื่อใชในการฝกอบรมผูใช โดยใหสอดคลองกับนโยบายและเอกสารปฏิบัติ งานที่ไดจัดทําไวงานในองคกร ทีมฝกอบรมและตอบปญหา มีหนาที่จัดทําคูมือการฝกอบรม กําหนดสื่อและอุปกรณในการฝกอบ รม จัดเตรียมสถานที่และบุคลากรในการฝกอบรม รวมถึงการจัดตารางฝกอบรมใหสอดคลองตอ ความตองการของผูใชงานในองคกร ทีมฝกอบรมและตอบปญหา ประกอบดวยบุคลากรซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้ 1. ผูเชี่ยวชาญหรือคณาจารยผูมีประสบการณในการจัดฝกอบรม 2. ผูชํานาญการณดานการทําเอกสารฝกอบรมและคูมือ 3. ผูชํานาญการณดานการจัดการสัมมนาและฝกอบรม 4. ทีมงานผูฝกอบรมพรอมทีมงานจัดทําเอกสาร หนาที่รับผิดชอบของทีมงาน 1. การจัดทําสื่อและเอกสารประกอบการฝกอบรม 1.1. สื่อสําหรับนําเสนอในการฝกอบรม 1.2. เอกสารประกอบการฝกอบรม สําหรับผูเขารับการอบรม 1.3. เอกสารทดสอบ และวัดผลการฝกอบรม 1.4. เอกสารฝกหัดเพื่อทบทวนและอางอิง 2. การวางแผนการฝกอบรม และตารางเวลาการฝกอบรม 2.1. แผนการฝกอบรม ระยะเวลาและขั้นตอนการฝกอบรม 2.2. การจัดหาทีมงาน และการจัดตารางเวลาใหเหมาะสม 2.3. รวบรวมความตองการ และประเมินระดับผูเขาอบรม ใหเหมาะกับเนื้อหาในกา รอบรม โดยแบงเปน 3 ระดับ 2.3.1. ระดับผูปฏิบัติงาน หรือผูใชงานเบื้องตน 2.3.2. ระดับผูดูแลระบบ และผูมีหนาที่รับผิดชอบดานความปลอดภัยโดยตรง 2.3.3. ระดับผูบริหาร ซึ่งจะกําหนดนโยบายดานความปลอดภัย 3. การจัดเตรียมอุปกรณ และสถานที่ฝกอบรม 2.1. จัดทํารายการอุปกรณที่จําเปนในการจัดการฝกอบรม 2.2. มอบหมายและสงความตองการใหทีมปฏิบัติการณทําการจัดหา 2.3. จัดหาและเตรียมสถานที่สําหรับจัดฝกอบรม
  • 7.
    โครงการจางที่ปรึกษาจัดทําระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพสามิต Written by:Avirot M. Liangsiri [Mita29@gmail.com] http://www.excise.go.th/ 7 ทีมปฏิบัติการณ (Workshop Team) เปนทีมที่ประกอบดวยผูเชี่ยวชาญดานตางๆ ในการติดตั้ง และกําหนดตั้งคาการใชงานระบบ รวม ถึงการปรับเปลี่ยนระบบใหสามารถทํางาน สอดคลองกับนโยบาย และเอกสารปฏิบัติการณได ทีมปฏิบัติการณ มีหนาที่จัดชุดระบบจําลองขนาดยอ เพื่อชวยทีมฝกอบรมในการฝกอบรม ภาค ปฏิบัติและยังสามารถจําลองสถานะการณและปญหาของผูใชเพื่อใหไดมาซึ่งทางแกปญหา เพื่อ ชวยเพิ่มพูนทักษะของผูใชงาน ทีมปฏิบัติการณ ประกอบดวยบุคลากร ซึ่งมีคุณสมบัติขั้นตนดังนี้ 1. ผูเชี่ยวชาญหรือผูมีประสบการณในดานการติดตั้ง กําหนดคาเริ่มตนระบบ และการตั้ง คาใหระบบโดยรวมทํางานรวมกันอยางสมบูรณ 2. ผูเชี่ยวชาญหรือคณาจารยผูมีประสบการณในการฝกอบรม 3. ผูเชี่ยวชาญดานการจัดการและติดตั้งอุปกรณเครือขายคอมพิวเตอร 4. ทีมงานผูชวยฝกอบรม หนาที่รับผิดชอบของทีมงาน 1. จัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณชุดจําลอง สําหรับการฝกอบรม 2. จัดเตรียมและติดตั้งระบบ และจําลองการติดตั้งในการฝกอบรม 3. จําลองขอมูลและจําลองสถานะการณ การปฏิบัติงานจริง 4. จําลองสถานะการณวิกฤต ดานความปลอดภัย 5. จัดทําแบบทดสอบเพื่อวัดผลการจําลองสถานะการณในการฝกอบรม