โครงการจัดท�าฐานข้อมูลเพื่อการศึกษาและพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ
                       และภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมอาชีพชุมชน
               พื้นที่กลุ่มป่าภูคา-แม่ยมและกลุ่มป่าศรีลานนา-ขุนตาล




สารานุกรมความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

   ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒
   ส�านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน
สารานุกรมความหลากหลายทางชีวภาพ
บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

พิมพ์ครั้งที่	      		 1	(พ.ศ.2554)

จ�ำนวน	             	 500	เล่ม

ISBN	               	 ...........................

พิมพ์เผยแพร่โดย		        ส�ำนักงำนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่ำน
	               	        ๙2	ถนนมหำวงศ์	ต�ำบลในเวียง	อ�ำเภอเมืองน่ำน
	               	        จังหวัดน่ำน	55000
	               	        โทรศัพท์	054	๗101๓๖	โทรสำร	054	๗101๓๖	ต่อ	21

สงวนลิขสิทธิ์	 	 ส�ำนักงำนปลัดกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม

ผู้เรียบเรียงและ	
ภำพประกอบ

ที่ปรึกษำโครงกำร	

ออกแบบพิมพ์	        	    หจก.ไอเดีย	กรุ๊ป	ปริ้นท์ติ้ง	แอนด์	แอดเวอร์ไทซิ่ง	 	 	
	                   	    ๓00/25๓	หมู่	10	ต�ำบลแม่เหียะ	อ�ำเภอเมืองเชียงใหม่	
	                   	    จังหวัดเชียงใหม่	50100
	                   	    โทรศัพท์	0	5๓80	441๓,	0	5๓80	5111,	08	๖42๙	554๓
ค�าน�า
	       จำกพนธกรณท่ภำคอนสญญำวำดวยควำมหลำกหลำยทำงชวภำพ	ตองดำเนน
               ั       ี ี ี ุั       ่ ้                          ี     ้ � ิ
งำนเพื่อกำรอนุรักษ์และด�ำรงรักษำทรัพยำกรอันทรงคุณค่ำไว้ให้คงอยู่ตลอดไป	โดย
มีเปำหมำยเพื่อหยุดยั้งกำรสูญเสียควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ	 กำรอนุรักษ์
ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ	 กำรใช้ประโยชน์องค์ประกอบควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพอย่ำงยั่งยืนและแบ่งปนผลประโยชน์อย่ำงเท่ำเทียมและยุติธรรม	
		 กลุมจังหวัดภำคเหนือตอนบน	2	ซึ่งประกอบด้วย	จังหวัดเชียงรำย	จังหวัดพะเยำ	
            ่
จังหวัดแพร่	และจังหวัดน่ำน	เป็นกลุมจังหวัดหนึ่งที่มพ้นที่เป็นปำต้นน�ำของแม่น้ำสำย
                                    ่              ี ื               ้        �
ส�ำคัญหลำยสำย	 กลุ่มปำที่ส�ำคัญในพื้นที่ได้แก่กลุ่มปำภูคำ-แม่ยมและกลุ่มปำ
ศรีลำนนำ-ขุนตำล	 เพื่อศึกษำสถำนกำรณ์กำรคุกคำมควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
ซึ่งเป็นพื้นฐำนของกำรส่งเสริมพัฒนำเศรษฐกิจจำฐำนชีวภำพโดยกำรน�ำทรัพยำกร
ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ	จึงมีควำมจ�ำเป็นอย่ำงยิ่งที่ต้องมีกำรส�ำรวจควำมหลำก
หลำยทำงชีวภำพเพื่อเป็นแนวทำงในกำรสงวน	 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่ำงยั่งยืน
ภำยใต้ภูมิปญญำท้องถิ่นมำใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจควบคู่ไปกับกำรอนุรักษ์
อย่ำงยั่งยืน	 อีกทั้งสร้ำงโอกำสให้เกิดกระบวนกำร	 กำรส่งเสริมอำชีพ	 กำรสร้ำงงำน	
กำรสร้ำงรำยได้	และใช้ฐำนจำกทรัพยำกรควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและภูมปญญำ          ิ 
ท้องถิ่นควบคู่กับวิทยำกำรใหม่ๆภำยใต้ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง	
	       ดังนั้น	 ส�ำนักงำนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในกลุ่มจังหวัด
ภำคเหนือตอนบน	 2	 ในฐำนะหน่วยงำนตัวแทนของกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติ
และสิ่งแวดล้อม	 มีภำรกิจจ�ำเป็นต้องด�ำเนินกำรอนุรักษ์และพัฒนำทรัพยำกรควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพอย่ำงเร่งด่วนและต่อเนื่อง	โดยเน้นกำรบูรณำกำรกำรด�ำเนินงำน
ของหน่วยงำนและกำรมีส่วนร่วมทุกภำคส่วน	 จึงได้ด�ำเนินกำรจัดท�ำโครงกำรจัดท�ำ
ฐำนข้อมูลเพื่อกำรศึกษำและพัฒนำควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและภูมิปญญำ
ท้องถิ่นและส่งเสริมอำชีพชุมชนพื้นที่กลุมปำภูคำ-แม่ยมและกลุมปำศรีลำนนำ-ขุนตำล
                                       ่                     ่
ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภำคเหนือตอนบน	2	ขึ้น	

                  ส�านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน
สารบัญ
รำยกำร	 	 	            	                                                     หน้ำ
บทที่		 1	 ข้อมูลพื้นฐำนบ้ำนดงปำสัก	                                         5	
	      	-	   ประวัติศำสตร์ชุมชน	                                              5		
	      	-	   ที่ตั้ง/อำณำเขต	                                                 ๖
	      	-	   กำรเมืองกำรปกครองปกครอง		                                        ๖	
	      	-	   ด้ำนเศรษฐกิจ			                                                  ๖
	      	-	   วัฒนธรรม	ประเพณีในชุมชน		                                        ๖
	      	-	   ด้ำนสำธำรณสุข			                                                 ๖
	      	-	   ด้ำนกำรศึกษำ			                                                  ๗
	      	-	   ด้ำนทรัพยำกรและสิ่งแวดล้อม	                                      ๗		
	      	-	   ผังเครือญำติ	                                                    8
	      	-	   ผังโครงสร้ำงองค์กรชุมชน	                                        ๙	
	      	-	   ปฏิทินชุมชน	ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน	                         10
	      	-	   จ�ำนวนประชำกรบ้ำนดงปำสัก		                                     12			
	      	-	   ข้อมูล	โรงเรียน	ศำสนสถำนในหมู่บ้ำน/ศูนย์เด็กเล็ก		              1๓	
	      	-	   ข้อมูลร้ำนค้ำ	ตลำดสด	ข้อมูลร้ำนขำยของช�ำและอื่นๆ	               14
	      	-	   ข้อมูลกลุ่มองค์กร	และกองทุนต่ำงๆในหมู่บ้ำน	                     15
	      	-	   ท�ำเนียบภูมิปญญำท้องถิ่น	                                      1๗
บทที่		2		 ข้อมูลควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพด้ำนพืช	                               25
	      	-	 โครงสร้ำงสังคมพืช	                                                28
	      	-	 พรรณพืชเด่น	(ไม้ต้น)	                                             ๓1
	      	-	 ไม้พันธุ์พื้นล่ำง	                                                45
บทที่	๓		ควำมหลำกหลำยชีวภำพของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน�้ำ	                        ๖๓
	      	-	   วิธีกำรด�ำเนินกำรและสถำนที่ท�ำกำรเก็บตัวอย่ำง	                  ๖๓
	      	-	   ผลกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยของทรัพยำกรประมงในพื้นที่	               ๖๖
	      		    บ้ำนดงปำสัก	อ�ำเภอภูเพียง	จ.น่ำน	
	      	-	   ชนิดปลำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก	              ๖๗
	      	-	   ชนิดของแพลงก์ตอนที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก	     ๗5
	      	-	   ชนิดของพรรณไม้น�้ำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก	   ๗๖
ภำคผนวก	ก	 	           	                                                     8๓
ภำคผนวก	ข	 	           	                                                     8๗
ด้ชนี	 		 	 	          	                                                     ๙๓
เอกสำรอ้ำงอิง			       	                                                     ๙5
บทที่ ๑
                   ข้อมูลพื้นฐานบ้านดงป่าสัก
๑. ขอมูลพื้นฐานบานดงปาสัก ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
      ๑.๑ ประวัติศาสตร์ชุมชน
	         คือกำรศึกษำถึงเรื่องรำวควำมเป็นมำของชุมชนในด้ำนต่ำงๆ	ทั้งทำงเศรษฐกิจ	
สังคม	วัฒนธรรมและกำรเมือง	เพรำะจะช่วยให้เข้ำใจถึงปรำกฏกำรณ์ต่ำงๆ	ที่เกิด
ขึ้นในชุมชนรวมถึงกำรลดอคติส่วนตัวที่จะเข้ำไปตัดสินเรื่องรำว	หรือปรำกฏกำรณ์
ต่ำงๆ	ที่เกิดขึ้นในชุมชน
		 บ้ำนดงปำสักหมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	มีหลักฐำน
ตั้งเป็นหมู่บ้ำน	เมื่อปี	 พ.ศ.	244๗	ห่ำงจำกที่ว่ำกำรอ�ำเภอภูเพียง	15	กม.	และ
อยหำงจำกตวจงหวดนำน	ประมำณ	20	กม.	สภำพพ้นท่เปนท่ลำดชนภเขำอยลอม
    ู่ ่       ั ั ั ่                              ื ี ็ ี ั ู            ู่ ้
รอบ	ภูมิล�ำเนำเดิม	รำษฎรบ้ำนฝำยแก้ว	หมู่ที่	๓	ต�ำบลฝำยแก้ว	โดยมีแกนน�ำคือ
นำยกำ	นำยครื้น	นำยแก้ว	ได้มำท�ำไร่	ท�ำสวน	ปลูกข้ำวที่ห้วยแหด	ต่อมำได้ย้ำย
มำปกหลักที่ท�ำกิน	บริเวณล�ำห้วยน�้ำเกี๋ยน	(ห้วยตำดน้อย)	หรือที่ชำวบ้ำนเรียกกัน
ว่ำ	ฮ่อง	บ้ำนห่ำง(บ้ำนร้ำง)	และต่อมำได้ย้ำยลงมำตำมเส้นทำงล�ำน�้ำเกี๋ยนมำปก
หลกทำมำหำกนท่หวยเหลำคำ(บำนดงปำสกปจจบน)	เหตผลท่ใหช่อบำนดงปำสก
      ั �        ิ ี ้        ่    ้       ั  ุ ั      ุ ี ้ื ้             ั
เพรำะมีต้นไม้ขนำดใหญ่อยู่เป็นจ�ำนวนมำก	 ไม้สักที่ถูกตัดหำยไปเกิดจำกกำร
สัมปทำนปำจำกภำครัฐ	ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ท่มตนสักทองขนำดใหญ่	ซึ่งสำมำรถสังเกต
                                           ี ี้
จำกร่องรอยที่เหลืออยู่ในปจจุบัน	
                              สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      5
                              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๒ ที่ตั้ง/อาณาเขต
	      บ้ำนดงปำสัก	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	ประกอบ
ด้วยบ้ำนดงปำสัก	และบ้ำนห้วยกวง	โดยที่บำนดงปำสักตั้งบ้ำนเรือนอยูบริเวณไหล่
                                              ้                          ่
เขำลุ่มน�้ำน�้ำเกี๋ยน	 มีล�ำน�้ำเกี๋ยนไหลผ่ำนหมู่บ้ำน	 ส่วนบ้ำนห้วยกวง	 ซึ่งเป็นบ้ำน
สำขำตั้งบ้ำนเรือนอยู่ในหุบเขำลุ่มน�้ำห้วยกวง	ซึ่งเป็นน�้ำสำขำของน�้ำแก่น	
	      ทิศเหนือ	            ติดต่อกับ	 บ้ำนห้วยค�ำ	ต�ำบลฝำยแก้ว
	      ทิศใต้	 	            ติดต่อกับ		 ต�ำบลน�้ำเกี๋ยน	อ�ำเภอภูเพียง
	      ทิศตะวันออก	 ติดต่อกับ		 อ�ำเภอแม่จริม
	      ทิศตะวันตก	 ติดต่อกับ		 บ้ำนฝำยแก้ว	บ้ำนทุ่งน้อย
       ๑.๓ การเมืองการปกครองปกครอง
	    ปจจุบันมีนำยด�ำรง	ใจเดช	ก�ำนันต�ำบลฝำยแก้ว	นำยแสวง	วะอินทร์	ผู้ใหญ่บ้ำน	
และนำยวุฒิไกร	ดวงพิกุล	นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลฝำยแก้ว	
       ๑.๔ ประชากร
	    ทั้งหมด	5๖๙	คน	ชำย	28๓	คน	หญิง	28๖	คน	1๓8	หลังคำเรือน	1๖2	
ครอบครัว
       ๑.๕ ด้านเศรษฐกิจ
	     อำชีพหลักท�ำกำรเกษตร	 ท�ำไร่ข้ำวโพด	 ปลูกยำงพำรำ	 สักทอง	 อำชีพรอง	
ค้ำขำย	รับจ้ำง	อำชีพเสริม	หำของปำ	ถักตอกหมวก
       ๑.๖ วัฒนธรรม ประเพณีในชุมชน
	     สวนใหญนบถอศำสนำพทธ	ประเพณท่สำคญ	ไดแก	หกเปง(ไหวสำพระบรม
        ่      ่ ั ื           ุ          ี ี� ั ้ ่              ็      ้
ธำตุแช่แห้ง)	สงกรำนต์	ยี่เป็ง	ตำนข้ำวใหม่	เลี้ยงผีปูผีย่ำ	และเลี้ยงผีเจ้ำหลวง	
       ๑.๗ ด้านสาธารณสุข
	      มีสถำนบริกำรสำธำรณสุขชุมชนดงปำสัก	 ได้รับงบประมำณจำกกระทรวง
สำธำรณสุข	ด�ำเนินกำรก่อสร้ำงในปี	พ.ศ.	25๓4	โดยได้รบบริจำคที่ดนของโรงเรียน
                                                   ั         ิ
ปำสัก	เปดให้บริกำรประชำชนเมื่อ	วันที่	1๗	พฤศจิกำยน	25๓5	จนถึงปจจุบัน	


        ๖     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๘ ด้านการศึกษา
	     ประชำชนสวนใหญจบช้นประถมศกษำ	มโรงเรยนบำนปำสกสงกดพนทกำร
                 ่        ่ ั         ึ     ี ี ้  ั ั ั ้ื ่ี
ศึกษำเขต(	2	)	1	โรง	ปีกำรศึกษำ	255๓	มีนักเรียน	1๓	คน	ครู	 ๖	คน	โดยมี
นำยธวัชชัย	แต้กุล	เป็นผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียน	
       ๑.๙ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
	       แบ่งออกเป็นพื้นที่ท�ำกินและที่อยู่อำศัยประมำณ	 5,000	 ไร่	 พื้นที่ชุมชน
แปลงที่	 1	เนื้อที่ประมำณ	๓1๗	ไร่	 แปลงที่	 2	เนื้อที่ประมำณ	4,000	ไร่	 และ
พื้นที่อนุรักษ์	เนื้อที่ประมำณ	5,000	ไร่	
               ๑) ลักษณะภูมิประเทศ
	      พื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในหุบเขำลุ่มน�้ำทั้งสองแห่ง	 ได้แก่	 ล�ำน�้ำเกี๋ยนและล�ำน�้ำ
ห้วยกวง	ประมำณร้อยละ	๙0	ของพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขำคลื่นชันสลับกันไป	
               ๒) ภูมิอากาศ
	      บ้ำนดงปำสัก	มีลักษณะอำกำศแบบฝนร้อนเฉพำะฤดู	ซึ่งในครึ่งปีแรกจะได้
รับควำมชื้นจำกอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้	 โดยมีฝนตกชุกระหว่ำง
กลำงเดือนพฤษภำคม	ถึงเดือนตุลำคม	ส่วนในครึ่งปีหลัง	ระหว่ำงเดือนพฤศจิกำยน	
ถึงเดือนกุมภำพันธ์	 จะมีอำกำศหนำวเย็นและแห้งแล้ง	 ซึ่งเป็นผลมำจำกอิทธิพล
ของควำมกดอำกำศสูงจำกประเทศจีน	และในช่วงเดือนมีนำคม	ถึงเดือนเมษำยน	
จะมีอำกำศร้อนมำกและแห้งแล้ง	
               ๓) ทรัพยากรป่าไม้
	       เดมมควำมอดมสมบรณมำก	ตอมำมกำรตดไมเพ่อใชสอยและจำหนำยของ
           ิ ี        ุ         ู ์      ่      ี ั ้ ื ้                   � ่
รำษฎรบ้ำนดงปำสักและหมูบำนใกล้เคียงจนเสื่อมโทรมไปมำก	ต่อมำมีกำรเพำะปลูก
                              ่ ้
พืชเชิงเดี่ยวที่ส�ำคัญซึ่งได้แก่	ข้ำวโพดเลี้ยงสัตว์	ซึ่งเป็นสำเหตุที่ส�ำคัญที่ท�ำให้ปำไม้
ที่เคยสมบูรณ์มำกในอดีตเสื่อโทรมไปมำก
               ๔) ทรัพยากรน�้า
	     บ้ำนดงปำสักมีแหล่งน�้ำที่ส�ำคัญได้แก่	 ล�ำน�้ำเกี๋ยน	 ซึ่งไหลผ่ำนหมู่บ้ำน
บ้ำนดงปำสักและล�ำน�้ำห้วยกวง	ซึ่งไหลผ่ำนบ้นห้วยกวง	ผลจำกกำรเพิ่มของจ�ำนวน

                                  สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       ๗
                                   บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ประชำกรและกำรท�ำไร่ข้ำวโพดในพื้นที่ที่มีควำมลำดชันสูง	 ท�ำให้ส่งผลต่อควำม
อุดมสมบูรณ์ของทรัพยำกรแหล่งน�้ำลดลง	ซึ่งในอดีตเคยมีควำมอุดมสมบูรณ์สงมำก
                                                                     ู
              ๕) การใช้ประโยชน์ที่ดิน
	       เนื่องจำกเป็นพื้นที่ที่ส่วนใหญ่สูงชันมีกำรท�ำกำรเกษตรพืชเชิงเดี่ยวที่ส�ำคัญ
ได้แก่	 ข้ำวโพดเลี้ยงสัตว์	 ปจจุบันเนื่องจำกรำคำของยำงพำรำมีรำคำสูง	เกษตรกร
จึงหันมำปลูกยำงพำรำกันมำกโดยเฉพำะอย่ำงยิ่งพื้นที่ที่มีควำมลำดชันสูง	
       ๑.๑๐ ผังเครือญาติ
	       ผังเครือญำติ	 คือกำรถอดควำมสัมพันธ์เชิงเครือญำติหรือเชิงสำยเลือด
ในชมชน	ผงเครอญำตมควำมสำคญเพรำะเปนควำมสมพนธท่เปนพ้นฐำนท่สำคญ
      ุ     ั ื       ิ ี    � ั          ็      ั ั ์ ี ็ ื       ี� ั
ที่สุดของชีวิตครอบครัวและจะมีควำมเกี่ยวข้องกันไปตลอดชีวิต	 โดยเฉพำะปญหำ
สุขภำพของสมำชิกในครอบครัว	 กำรท�ำผังเครือญำติจึงมีส่วนส�ำคัญในกำรท�ำ
ควำมเข้ำใจระบบควำมสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน	 ตลอดจนกำรอนุรักษ์
ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม	




       แผนที่บ้ำนดงปำสัก	ต.ฝำยแก้ว	อ.ภูเพียง	จ.น่ำน
       มำตรำส่วน		1	:		15,000
        8     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภำพถ่ำยบ้ำนดงปำสัก	
                                                                   ต.ฝำยแกว	อ.ภเู พยง	จ.นำน
                                                                          ้        ี     ่
                                                                   มำตรำส่วน		1	:		15,000
      ๑.๑๑ ผังโครงสร้างองค์กรชุมชน
	      โครงสรางองคกรชมชน	กำรศกษำโครงสรำงดำนตำง	ๆ	ในชมชนเปนกำร
                      ุ          ึ         ้ ้ ่           ุ      ็
ศึกษำควำมสัมพันธ์ทำงสังคมด้ำน	สถำบัน	องค์กร	และบุคคลทั้งแบบที่เป็นทำงกำร
และไม่เป็นทำงกำร	เพรำะจะช่วยให้เรำทรำบบทบำทและหน้ำที่	และควำมสัมพันธ์
เชิงอ�ำนำจระหว่ำงหน่วยงำนต่ำง	 ๆ	 ในชุมชนและที่ส�ำคัญเข้ำใจโครงสร้ำงทำง
เศรษฐกิจ	สังคมและกำรเมือง
	      การศึกษาโครงสรางองคกรชุมชน	ก็คอกำรท�ำควำมเข้ำใจกับระบบควำม
                                          ื
สมพนธตำง	ๆ	ท่มอยในชมชน	แนวทำงกำรศึกษำโครงสรำงองคกรชมชนอำจแยก
  ั ั ์่        ี ี ู่ ุ                          ้      ์ ุ
ได้สองขั้นตอน	คือ	กำรท�ำควำมเข้ำใจแบบแผนควำมสัมพันธ์ขององค์กรชุมชน	และ
กำรจัดท�ำผังโครงสร้ำงองค์กรชุมชน




                           สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       ๙
                            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๑๒ ปฏิทินชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน
	       เดือนมกราคม	(เดือน	4)	ประเพณีตำนเข้ำใหม่
	       เมื่อเสร็จสิ้นกำรท�ำนำแล้ว	 ชำวบ้ำนจะน�ำข้ำวใหม่ที่ได้มำท�ำบุญเลี้ยงพระ	
เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แก่เทวดำ	 ผีขุนน�ำ	 ปูย่ำตำยำย	 เรียกกันว่ำทำนข้ำวใหม่	
                                           ้
โดยชำวบ้ำนส่วนใหญ่จะนัดหมำยไปท�ำบุญทำนข้ำวใหม่พร้อมกัน	คือ	ในวันเพ็ญ
เดือน	4	โดยจะน�ำกรวยดอกไม้	ธูป	เทียน	น�้ำส�ำหรับกรวด	หมำกพลู	เมี่ยง	บุหรี่	
ข้ำวเหนียวนึ่ง	1	ถ้วย	พร้อมทั้งอำหำร	ไปถวำยพระสงฆ์ที่วัด	และในวันเดียวกันนี้
ก็จะมีพิธีปดทองครูบำ
	       เดือนกุมภาพันธ (เดือน	5)	ประเพณีมำฆบูชำ
	       วันมำฆบูชำ	เป็นวันที่เกิดสิ่งน่ำอัศจรรย์	4	ประกำรด้วยกันคือ
	       1.	 พระสงฆ์จ�ำนวน	1,250	รูปได้มำเฝำพระองค์โดยมิได้นัดหมำย
	       2.	 พระสงฆ์จ�ำนวนนี้ล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ขีณำสพ	 อุปสมบทโดย
เอหิภิกขุอุปสัมปทำ
	       ๓.	 วันที่พระสงฆ์มำพร้อมกันเป็นวันเพ็ญเดือนมำฆะ
	       4.	 พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวำทปำฎิโมกข์	 อันเป็นหัวใจของพระพุทธ
ศำสนำจึงเรียกสิ่งที่เกิดขึ้น	 4	 ประกำรนี้ว่ำ	 “จาตุรงคสันนิบาต”	 ในตอนเช้ำ
ชำวบ้ำนจะมีกำรท�ำบุญตักบำตรตอนบ่ำยมีกำรฟงเทศน์	 และตอนเย็นมีกำร
ไหว้พระสวดมนต์	แล้วเวียนเทียนประทักษิณรอบวิหำรหรือเจดีย์
	       เดือนเมษายน	(เดือน	๗)	ประเพณีปีใหม่เมือง
	       ประเพณีปีใหม่เมืองมีวันที่ส�ำคัญ	๓	วัน	คือ
	       1.	 วันสังขำนล่องตรงกับวันที่	 1๓	เมษำยน	ของทุกปี	 โดยหลังเที่ยงคืนวันที่	
12	 จะมีเสี่ยงตีเกรำะเคำะไม้	 จุดประทัด	 ยิงปน	 เพื่อไล่สังขำน	 ในวันนี้สมำชิกใน
ครอบครวจะชวยกนทำควำมสะอำดบำนเรอน	ในวนน้สวนใหญจะมกำรเผำขยะกนมำก
          ั ่ ั �                    ้ ื         ั ี่        ่ ี            ั
	       2.	 วันเน่ำ	ตรงกับวันที่	14	เมษำยน	ของทุกปี	วันนี้เป็นวันที่ชำวบ้ำน	จัด
เตรียมข้ำวปลำอำหำรทั้งคำวและหวำน	เพื่อน�ำไปท�ำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้น	เมื่อเสร็จ
จำกกำรเตรียมข้ำวปลำอำหำรแล้วจะขนทรำยเข้ำไปใส่ลำนวัด	อีกประกำรหนึ่งวัน
       10     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
นี้เป็นวันที่ชำวบ้ำนทุกคนจะมีกำรพูดดี	ไม่มีกำรด�ำกำรแช่งกัน	เพรำะเชื่อว่ำใครที่
ชอบด่ำชอบแช่งกันในวันนี้	ปำกของเขำจะเน่ำจะเหม็นไปตลอดทั้งปี
	       ๓.	 วันพญำวัน	ตรงกับวันที่	 15	เมษำยน	ของทุกปี	 ชำวบ้ำนจะตื่นกันแต่
เช้ำ	ท�ำอำหำร	เพื่อถวำยแด่พระสงฆ์ท่วด	และอุทศแด่บรรพชนที่ลวงลับไปแล้ว	เมื่อ
                                          ีั        ิ                ่
ถึงเวลำก่อนเที่ยง	ผู้สูงอำยุ	ปูย่ำ	ตำยำย	จะน�ำ	น�้ำส้มปอย	และตุงกระดำษ	ไปรวม
กันที่วัด	และเอำตุงไปปกที่กองทรำยที่ลำน	น�ำน�้ำส้มปอยขึ้นไปเทรวมกันสะหลุงที่
ตั้งไว้กลำงวิหำร	แล้วอยู่รอฟงธรรม	เมื่อฟงธรรมจบ	น�้ำน�้ำส้มปอยที่เทรวมกันใน
สะหลุง	ส่วนหนึ่งน�ำไปสรงพระพุทธรูป,	พระเจดีย์และต้นโพธิ์
	       เดือนกรกฎาคม	(เดือน	10)	ประเพณีเข้ำพรรษำ	
	       ประเพณีเข้ำพรรษำแบ่งเป็น	2	วัน	คือ
	       1.	 วันดำ	เป็นวันที่ชำวบ้ำนจัดเตรียมอำหำร	ผลไม้	ท�ำขนมต่ำงๆ	เช่น	ขนมจ็อก	
ข้ำวต้มมัด	ฯลฯ	มีกำรเก็บดอกไม้	มวนบุหรี่	ท�ำหมำก	ท�ำเมี่ยงเป็นค�ำๆ	เพื่อใส่ในส�ำรับ
	       2.	 วนเขำพรรษำ	เปนวนท่ชำวบำนจะยกขนขำวท่เตรยมไวถวำยไวถวำยใน
              ั ้              ็ ั ี ้                  ั ้ ี ี ้          ้
พระภิกษุที่วัดตั้งแต่เช้ำตรู่	 แล้วให้พระกรวดน�้ำให้พรอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่พ่อแม่
พี่น้องที่ล่วงลับไป
	       เดือนกันยายน	(เดือน	12)	ประเพณีกินข้ำวสลำก
	       เดือนนี้เป็นเดือนที่ข้ำวเปลือกที่เก็บไว้ใกล้จะหมด	 คนที่ต้องซื้อข้ำวสำร
จะหำซื้อยำกและมีรำคำแพง	 เมื่อคนอดอยำกก็พำกันคิดว่ำผีที่เป็นญำติพี่น้อง
ก็คงจะอดอยำกเช่นกัน	 เป็นห่วงคนที่ตำยไปว่ำจะขำดแคลน	 จึงรวมกันจัดท�ำบุญ
สลำกข้ึน	โดยจดหำขำวปลำอำหำรของกนของใชไปถวำยแกพระสงฆ	เพ่ืออทศสวน
                 ั ้                         ิ        ้          ่     ์     ุ ิ ่
บญใหแกญำตท่ลวงลบไป	โดยไมจำเพำะเจำะจงแกภกษหรอสำมเณรรปใดรปหน่ง	
   ุ ้ ่ ิ ี่ ั                     ่�                   ่ ิ ุ ื         ู ู ึ
จึงท�ำเป็นฉลำก	เขียนชื่อผู้เป็นเจ้ำของเครื่องไทยทำนไปรวมปะปนกันให้พระภิกษุ
สำมเณรจบฉลำก	เม่อพระภกษสสำมเณรจบ	ไดฉลำกของผใด	ผน้นกยก	กวยสลำก	
            ั         ื         ิ ุ            ั ้             ู้ ู้ ั ็ 
ของตนให้แก่พระภิกษุสำมเณรรูปนั้น
	       เดือนตุลาคม	(เดือน	2)	ประเพณีออกพรรษำ
	       ชำวบำนจะเตรยมอำหำร	เพอนำไปทำนขนขำวอทศใหญำตท่ลวงลบไป	และ
               ้        ี              ่ื �        ั ้ ุ ิ ้ ิ ี่ ั
ทุกคนจะต้องเอำข้ำวปลำอำหำรไปท�ำบุญรวมกันที่วัด
                               สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      11
                               บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เดือนพฤศจิกายน	(เดือน	2)	ประเพณียี่เป็ง
	       วนน้ชำวบำนจะตกแตงกระทงท่ทำจำกตนกลวยบชำคณรวมท้งขอขมำแมน้ำ
          ั ี ้             ่        ี �     ้ ้ ู ุ            ั        ่ �
ที่ได้ใช้น�้ำและทิ้งสิงสกปรกลงแม่น�้ำตลอดทั้งปีที่ผ่ำนมำและเพื่อเอำควำมทุกข์
                      ่
ควำมโศกให้ไหลน�้ำไปเสีย
          ๑.๑๓ จ�านวนประชากรบ้านดงป่าสัก
	         ประชำกรในเขตรับผิดชอบแยกตำมกลุ่มอำยุและเพศ	ปีงบประมำณ	255๓
                                                                  ประชำกร
     กลุ่มอำยุ                  ชำย                                   หญิง
       (ปี)                                                                                รวม   ร้อยละ
                จ�ำนวน	(คน)              ร้อยละ          จ�ำนวน	(คน)              ร้อยละ
    แรกเกิด	–	4      1๓                  2.28                24                   4.21     ๓๗    ๖.50
      5	–	๙            1๙                 ๓.๓๓                  20                ๓.51     ๓๙     ๖.85
     10	–	14           15                 2.๖๖                  22                ๓.8๖     ๓๗     ๖.50
     15	–	1๙           2๙                 5.0๙                  21                ๓.๖๙     50    8.๗8
     20	–	24           22                 ๓.8๖                  12                2.10     ๓4    5.๙๗
     25	–	2๙           2๖                 4.5๖                  21                ๓.๖๙     4๗     8.2๖
     ๓0	–	๓4           2๙                 5.0๙                  2๙                5.0๙     58    10.1๙
     ๓5	–	๓๙           2๖                 4.5๖                  ๓๖                ๖.๓2     ๖2    10.8๙
     40	–	44           2๗                 4.๗4                  24                4.21     51    8.๙๖
     45	–	4๙           1๙                 ๓.๓๓                  21                ๓.๖๙     40     ๗.02
     50	–	54           1๗                 2.๙8                  20                ๓.51     ๓๗     ๖.50
     55	–	5๙      1๓-1(ตำย)               2.28                  10                1.๗5     2๓     4.4
     ๖0	-	๖4           10                 1.๗5                   8                1.40     18     ๓.1๖
     ๖5	-	๖๙            8                 1.40                   ๖                1.05     14     2.4๖
     ๗0	-	๗5            ๖                 1.05                   5                0.8๗     11     1.๙๓
     ๗5	-	๗๙            ๓                 0.52              2-1(ตำย)              0.๓5      5    0.8๗
       80+              1                 0.1๗                   5                0.8๗      ๖     1.05
       รวม            28๓                4๙.๗๓                 28๖                50.2๖    5๖๙   100.00

                               ข้อมูล	Hos_Xp	ณ	1	เมษำยน	5๓
           12    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
                 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๑๔ ข้อมูล โรงเรียน ศาสนสถานในหมู่บ้าน/จ�านวนเด็ก ข้อมูล
ศูนย์เด็กเล็กจ�านวน1 แห่ง
	     โรงเรียนบ้ำนปำสัก	ผู้อ�ำนวยกำรนำย	ธวัชชัย	แต้กุล	ประกอบด้วย	ครูทั้งหมด	๖	คน	
นักกำรภำรโรง	1	คน	มีนักเรียนทั้งหมด	1๓	คน	แยกเป็นนักเรียนชำย	๗	คน	หญิง	๖	คน
                   ระดับชั้น                              ชำย                     หญิง                 รวม
    ชั้นอนุบำล	1                                             0                       0                  0
    ชั้นอนุบำล	2                                             0                       0                  0
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	1                                    0                       0                  0
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	2                                    0                       0                  0
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	๓                                    ๓                       0                   ๓
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	4                                    ๓                       1                  4
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	5                                    1                       2                  ๓
    ชั้นประถมศึกษำปีที่	๖                                    0                       ๓                  ๓
                        รวม                                  ๗                       ๖                  1๓

          ข้อมูลนักเรียน ปการศึกษา ๒๕๕๔
	     ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก	จ�ำนวน	1	แห่ง	ชื่อศูนย์เด็กเล็กศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก
บ้ำนดงปำสัก	มีครูพี่เลี้ยง	1	คน	(องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลฝำยแก้วสนับสนุนงบ
ประมำณให้กับครูพี่เลี้ยง)	มีเด็กเล็กอำยุ	๓-5	ปีทั้งหมด	24	คน
	         โรงเรียน		           																													จ�ำนวน	(คน)
	         	 	 	                	      	         ชำย	             	       หญิง	                   รวม
	         โรงเรียน		           	      	         ๗	               	        ๖	                     1๓
	         ศูนย์เด็กเล็ก	       	      	         12	              	       12	                     24
	         รวม		 	              	      	         1๙	              	       18	                     ๓๗

                                      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      1๓
                                      บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ขอมูลศาสนสถาน
ชื่อวัด/ส�ำนักสงฆ์/โบสถ์	 	                     	         												จ�ำนวน(รูป)
	      	 	 	                        	 				พระภิกษุ		                 สำมเณร	               อื่นๆ	          รวม
วัดบ้ำนดงปำสัก		                   	 			1	 	                          0	                     0	            1
รวม	 	 	 	                          	 			1	 	                          0	                     0	            0
             ๑.๑๕ ข้อมูลร้านค้า ตลาดสด ข้อมูลร้านขายของช�าและอื่นๆ
                                                                                                      ผลกำรตรวจประเมิน
    ล�ำดับ         ชื่อร้ำน              ชื่อ-สกุลเจ้ำของร้ำน             ประเภทของที่จ�ำหน่ำย
                                                                                                          /	วดป.
      1       ๓550100๗41401 นำงค�ำมั่น		สำรทอง                            ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                          ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ	ไบกอน
      2       ๓550100๗4๓510 นำงศิริพรรณ		กันธิยำ                          ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                        	ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน/ปอก10๙
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ
      ๓       ๓550100๗44184 นำยสวัสดิ์	ศรรบศึก                            ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                          ยำบรรจุเสร็จ
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ
      4       ๓550100๗41040 นำยสุชำติ		ค�ำรินทร์                          ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                          ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ
      5       ๓5502001๓284๙ นำงแดง		สมบูรณ์                               ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                          ยำ
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ
      ๖       ๓550100๗45๙๙๗ นำยสมผล		เขื่อนดิน                            ของช�ำทั่วไป               14	มกรำคม	5๓
                                                                          ยำ
                                                                          อำหำรสด
                                                                          อื่นๆ

             14    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
                   บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๑๖ ข้อมูลกลุ่มองค์กร และกองทุนต่างๆ ในหมู่บ้าน
	            1)	ข้อมูลกลุ่มองค์กรในชุมชน
                                                                                          จํานวน              ปพ.ศ.
    ลําดับ                     ชื่อกลุ่ม               ชื่อประธานกลุ่ม
                                                                                          สมาชิก              ที่ก่อตั้ง
      1      กลุ่มเยำวชน                           นำยกิตติศักดิ์		นำวงค์                    ๓5               2540
      2      กลุ่มแม่บ้ำน                          นำงค�ำมอญ		พรมดวงดี                       ๙2               2545
      ๓      กลุ่มฌำปนกิจสงเครำะห์หมู่บ้ำน         นำยมิ่ง		ทำอำจ                           ๗02               25๓5
      4      กลุ่มผู้สูงอำยุ                       นำยถนอม		นำโลกำ                           40               25๓5

	            2)	ข้อมูลกองทุนในชุมชน
                                                                                        จํานวนเงิน            ปพ .ศ .
    ลําดับ                ชื่อกองทุน                 ชื่อประธานกองทุน
                                                                                          กองทุน              ที่ก่อตั้ง
      1      กองทุนเงินล้ำน                        นำยมำตย์		ทำอำจ                     1๗800000                  44
      2      กองทุนวันละบำท                        นำยมำตย์		ทำอำจ                         82๖2                2552

ขอมูลกลุ่มสรางสุขภาพในชุมชน และ รายชื่อ แกนนําสุขภาพ
	     ๓)	กลุ่มสร้ำงสุขภำพในหมู่บ้ำน	มีจ�ำนวน	๓	กลุ่ม	ได้แก่
	     ชื่อกลุ่ม                                จํานวนสมาชิก(คน)
	     1.	กลุ่มท�ำน�้ำยำชีวภำพ	             	 		          18
	     2.	กลุ่มไม้พอง	                      	 	           15
	     ๓.	กลุ่มเปตอง	                       	 	           20
ขอมูลผูนําชุมชน	
                                            คณะกรรมการหมู่บาน
ที่ กรรมการ                                ชื่อ-สุกล                                         ตําแหน่ง
1.		ฝำยปกครอง	                            นำยแสวง	วะอินทร์	                                 ผู้ใหญ่บ้ำน		
2.	 ฝำยปองกัน	                           นำยพันจักษ์	พรมดวงดี	                             ผู้ช่วย	ผรส	                  	

                                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      15
                                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
คณะกรรมการหมู่บาน
ที่ กรรมการ                ชื่อ-สุกล                                          ตําแหน่ง
๓.		 ฝำยพัฒนำ	            นำยมำตย์		ทำอำจ	                                   สอ.บต.	 	          	
4.		 ฝำยกำรคลัง	          นำยสะอำด		วงค์หลอม	                                กรรมกำรหมู่บ้ำน	
5.		 ฝำยสำธำรณสุข		       นำยมำตย์		ทำอำจ	                                   ประธำนอสม.	 	
๖.		 ฝำยสวัสดิกำรสังคม		 นำยธีรพันธ์		ค�ำรินทร์	                             กรรมกำรหมู่บ้ำน	
๗.		 ฝำยศึกษำและวัฒนธรรม		นำยอ�ำนวย		นำโลกำ	                                 กรรมกำรหมู่บ้ำน
8.		 ฝำยสตรี	             นำงค�ำมอญ		พรมดวงดี	                               ประธำนแม่บ้ำน	 	
๙.		 ฝำยเยำวชน	           นำยกิตติศักดิ์		นำวงค์	                            ประธำนเยำวชน	 	
10.		ฝำยผู้สูงอำยุ		      นำยถนอม		นำโลกำ	                                   ประธำนผู้สูงอำยุ	
11.	 ฝำยประชำสัมพันธ์		 นำยเกตุ		ศรรบศึก	                                    สอ.บต.	 	          	
12.	 ฝำยปฏิคม		           นำยเมฆ		บุญคง	                                     ผู้ช่วยฝำยปกครอง	
1๓.	 เลขำนุกำร	
		                         นำยสะอำด		วงค์หลอม	                                ผู้ช่วยผู้ฝำยปกครอง	
                          คณะกรรมการที่ปรึกษา
1.	 ท่ำนพระครูสมำน		สุเมธะโส	 	     เจ้ำอำวำสวัดดงปำสัก
2.	 นำยธวัชชัย		แต้กุล	 	     	     ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียน
๓.	 นำยยุทธกำร		หิรัญวิทย์	 	       เจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข
4.	 นำยชัชพงษ์		กุลเทพพรม	 	        อดีตผู้ใหญ่บ้ำน
หัวหนาหมวด                                     สมาชิกองคการบริหารส่วนตําบล
1.	 นำยผดุง		ปญญำ                              1.	 นำยเกตุ		ศรรบศึก		 บ้ำนเลขที่	1	
2.	 นำยสุวิทย์		นำวงค์                          2.	นำยมำตร		ทำอำจ		 บ้ำนเลขที่	42	
๓.	 นำยสง่ำ		ศรรบศึก
4.	 นำยสงบ		มำขวำ
5.	 นำยเจริญ		บุญมี
๖.	 นำยธีรพันธ์		ค�ำรินทร์

       1๖    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ท�าเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น




                            หมอบายศรีสู่ขวัญ
ชื่อ :	 นำยถนอม	นำโลกำ	
ที่อยู่ :	 50	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 ๗2	ปี	
อาชีพ :	 ท�ำไร่	
พิกัด :	 UTM	4๗	Q	0๖๙8๙04	E	20๗41๗๓	N
     วิธีการ :	 กำรบำยศรีสู่ขวัญ	กำรสืบชะตำ	เป็นพิธีกรรมที่ชำวล้ำนนำมักจะ
กระท�ำเพื่อกำรสร้ำงขวัญและก�ำลังใจให้กบผูท่เรำต้องกำรที่จะบ�ำรุงขวัญ	หรือมีกำร
                                       ั ้ ี
เดินทำง	พลัดพรำก	มีกำรเตรียมสิ่งของมำกมำยเพื่อด�ำเนินกำร	ซึ่งมีท้งอำหำรคำว
                                                                    ั
หวำน	ขนม	ผลไม้	กล้วย	อ้อย	ข้ำวปลำอำหำร	หมำกพลู	เมี่ยง	ผ้ำแดง	ผ้ำขำว	ข้ำว
เปลือก	 ข้ำวสำร	 ดอกไม้	 ธูปเทียน	 ข้ำวต้มมัด	 ข้ำวของเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	
ส่วนพิธีกรรมนั้น	หมอบำยศรีสู่ขวัญจะเป็นผู้ด�ำเนินกำรซึ่งจะมีกำรกล่ำวเป็นภำษำ
พื้นเมืองล้ำนนำ	เพื่อเรียกขวัญและก�ำลังใจของผู้ที่ถูกจัดท�ำพิธีให้	
ถ่ายทอดจาก :	 บรรพบุรุษ
จักสานจากตอก
ชื่อ : นำงศรีลัย	ไชยเลิศ
ที่อยู่ : 85	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน
อายุ : ๖1	ปี
อาชีพ : จักสำน
พิกัด : UTM	4๗	Q	0๖๙8๙24	E	20๗4221	N
      วิธีการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง	โดย
กำรน�ำมำจักให้แบนเรียบ	ใช้มีดที่มีคมมำกเหลำให้เกลี้ยง	ผึ่งให้แห้งพอประมำณ	
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น	 กระ
ติ๊บข้ำว	 หมวก	 เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	 ฯลฯ	 สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	 ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของอุ
ปกรณ์นั้นๆ	 น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น�้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป
ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ



       18     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
จักสานจากตอก
ชื่อ :	 นำยแสน		สิทธิยศ	
ที่อยู่ :	 52		หมู่ที่	10		ต�ำบลฝำยแก้ว		อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 ๖๓	ปี	
อาชีพ :	 จักสำน	
พิกัด :	 UTM		4๗	Q	0๖๙8๙๓๓	E	20๗420๖	N
     วิธการ :	 เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง	
        ี
โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ	ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง	ผ่งใหแหงพอประมำณ	
          � ั ้          ี     ้ ี ี ี                 ี ึ ้ ้
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น	
กระติ๊บข้ำว	หมวก	เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	ฯลฯ	สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	 ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ
อุปกรณ์น้นๆ		น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
           ั                                         �
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป	
ถ่ายทอดจาก :	 บรรพบุรุษ



                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      1๙
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
จักสานจากตอก
ชื่อ :	 นำงอรุณ		สิทธิยศ	
ที่อยู่ :	 52		หมู่ที่	10		ต�ำบลฝำยแก้ว		อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 ๗๓	ปี	
อาชีพ :	 จักสำน	
พิกัด :	 UTM		4๗	Q	0๖๙8๙๓๓	E	20๗420๖	N
	 วิธการ :	 เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง
        ี
โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ	ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง	ผ่งใหแหงพอประมำณ	
          � ั ้          ี     ้ ี ี ี                 ี ึ ้ ้
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น
กระติ๊บข้ำว	หมวก	เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	ฯลฯ	สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	 ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ
อุปกรณ์น้นๆ		น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
           ั                                         �
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป	
ถ่ายทอดจาก :	 บรรพบุรุษ



       20    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
จักสานจากตอก
ชื่อ :	 นำยมัน	ทำอำจ	
ที่อยู่ :	 82	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 ๖๖	ปี
อาชีพ :	 จักสำน	
พิกัด :	 UTM	4๗	Q	0๖๙๙12๗	E	20๗4๖81	N
     วิธการ :	 เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง
        ี
โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ	ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง	ผ่งใหแหงพอประมำณ	
          � ั ้          ี     ้ ี ี ี                ี ึ ้ ้
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น	
กระติ๊บข้ำว	หมวก	เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	ฯลฯ	สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	 ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ
อุปกรณ์นั้นๆ	น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น�้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป	
ถ่ายทอดจาก :	 บรรพบุรุษ



                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      21
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
จักสานจากตอก
ชื่อ :		นำยศรีนวล		กันทะสอน	
ที่อยู่ :	 ๓8		หมู่ที่	10		ต�ำบลฝำยแก้ว		อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 80	ปี	
อาชีพ :	 จักสำน	
พิกัด :	 UTM		4๗	Q	0๖๙๙128	E	20๗4๗21	N
	 วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง
        ี
โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ	ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง	ผ่งใหแหงพอประมำณ	
          � ั ้          ี     ้ ี ี ี                  ี ึ ้ ้
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น	
กระติ๊บข้ำว	หมวก	เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	ฯลฯ	สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	 ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ
อุปกรณ์น้นๆ		น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
           ั                                          �
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป	
ถ่ายทอดจาก :	บรรพบุรุษ



       22    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
จักสานจากตอก
ชื่อ :	 นำยหมื่น	บุญมี	
ที่อยู่ :	 ๓๓	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 80	ปี
อาชีพ :	 จักสำน	
พิกัด : UTM	4๗	Q	0๖๙๙1๓4	E	20๗4๗๓๗	N
     วิธการ :	 เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่	 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง
        ี
โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ	ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง	ผ่งใหแหงพอประมำณ	
          � ั ้          ี     ้ ี ี ี                  ี ึ ้ ้
น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน	 เช่น
กระติ๊บข้ำว	หมวก	เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ	ฯลฯ	สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น	ขั้นตอน
กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่	 ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ
อุปกรณ์น้นๆ	น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆ	จำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ	
           ั                                          �
1	คืน	แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง	จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป	
ถ่ายทอดจาก :	บรรพบุรุษ



                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      2๓
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เลี้ยงผี
ชื่อ         :	 นำยศักดิ์			บุญยืน
ที่อยู่ :	 58		หมู่ที่	10		ต�ำบลฝำยแก้ว		อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	
อายุ :	 52	ปี	
อาชีพ :		 ท�ำไร่	
พิกัด :	 UTM		4๗	Q	0๖๙๙15๙	E	20๗4๖08	N
       วิธีการ :	 กำรเลี้ยงผี	เป็นพิธกรรมควำมเชื่อของชุมชน	ที่ชำวล้ำนนำมักมีควำม
                                     ี
เชื่อเรื่องวิญำณ	 มักจะท�ำเพื่อกำรสร้ำงขวัญและก�ำลังใจหรือกำรสรรหำหรือกำร
บนบำนวำตองกำรส่งใดส่งหน่งแลวเม่อไดตำมควำมตองกำรแลวจะมำทำกำรเล้ยง
            ่ ้       ิ ิ ึ ้ ื ้                      ้        ้      �      ี
ผี	ซึ่งต้องมีผท่มควำมเป็นผูนำทำงจิตวิญำณ	เชื่อว่ำสำมำรถสื่อสำรกับภูตผีได้	ท�ำกำร
               ู้ ี ี         ้ �
เลี้ยงเพื่อแก้บน	เป็นต้น	
ถ่ายทอดจาก :	 บรรพบุรุษ




       24     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
บทที่ ๒
       ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืช
	      ควำมหลำกหลำยทำงชวภำพดำนพชของบำนดงปำสก	หมท่	10	ตำบลฝำยแกว	
                            ี       ้ ื         ้      ั ู่ ี �            ้
อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน	ในพื้นที่ปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก	ได้ศึกษำแปลงตัวอย่ำง
ถำวรจ�ำนวน	1	แปลง	ขนำด	20	เมตร	x	50	เมตร	ตำมมำตรฐำนของกระทรวง
ทรพยำกรธรรมชำตและส่งแวดลอม	โดยแบงแปลงยอยขนำด	10	เมตร	x	50	เมตร	
   ั               ิ ิ         ้            ่       ่
จ�ำนวน	 10	 แปลง	 เพื่อศึกษำและส�ำรวจไม้ใหญ่	 (พันธุ์ไม้ที่มีขนำดเส้นรอบวง	
ณ	บริเวณอก	หรือสูงจำกพื้น	1๓0	เซนติเมตร	ตั้งแต่	๓0	เซนติเมตรขึ้นไป	และมี
ควำมสูงมำกกว่ำ	 ๓	 เมตร)	 ซึ่งภำยในแปลงย่อยดังกล่ำวยังแบ่งเป็นแปลงขนำด	
4	เมตร	x	4	เมตร	เพื่อศึกษำไม้หนุ่ม	(พันธุ์ไม้ที่มีขนำดเส้นรอบวง	ณ	บริเวณอก	
หรือสูงจำกพื้น	 1๓0	 เซนติเมตร	 ไม่ถึง	 ๓0	 เซนติเมตร	 และมีควำมสูงน้อยกว่ำ	
๓	เมตร	และรวมถึงไม้ไผ่ทุกชนิด)	และแปลงขนำด	1	เมตร	x	1	เมตร	เพื่อศึกษำ
และส�ำรวจกล้ำไม้	พื้นล่ำง	(พันธุ์ไม้ที่มีควำมสูงน้อยกว่ำ	1.๓0	เมตร)	โดยจำกกำร
ศึกษำและส�ำรวจพบ	พันธุ์ไม้ทั้งหมดจ�ำนวน	ชนิด	เป็นไม้ใหญ่จ�ำนวน	12	ชนิด	
ไม้หนุ่มจ�ำนวน	15	ชนิด	กล้ำไม้และไม้พื้นล่ำงจ�ำนวน	15	ชนิด	
                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      25
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
แปลงตัวอย่ำงเป็นปำชุมชนของหมู่บ้ำน	สภำพปำเป็นปำเบญจพรรณ	เหลือ
พื้นที่ปำไม้ไม่มำกนักเกิดจำกกำรที่ชุมชนมีกำรปองกันไม่ให้มีกำรบุกรุกเพื่อท�ำไร่	
เพรำะรอบๆบริเวณดังกล่ำว	ถูกรำษฎรบุกรุกจับจองเพื่อท�ำไร่ข้ำวโพดทั้งๆที่ควำม
ลำดชันสูงมำก	แปลงตัวอย่ำงมีไม้รัง	(Shorea siamensis Miq.)	เป็นไม้เด่นน�ำ	มี
พรรณไม้ใหญ่จ�ำนวน	12	ชนิด	จ�ำนวน	๙	วงศ์	มีกำรปกคลุมร้อยละ	๖0	ของพื้นที่	
ชั้นเรือนยอดแบ่งออกเป็น	๓	ชั้น	ชั้นบนสุดสูงประมำณ	15	–	20	เมตร	ได้แก่	รัง	
(Shorea siamensis Miq.)	ประดู่ปำ	(Pterocarpus macrocarpus Kurz)	ชั้นรอง
ลงไปมีควำมสูงประมำณ	10	–15	เมตร	ได้แก่	เต็ง	กระท่อมหมู	ก่อแพะ	ส่วนไม้
ใหญ่ที่มีควำมสูง	5	-	10	เมตร	ได้แก่	 มะกอกปำ	ปอยำบ	รักใหญ่	 ตำลเหลือง	
ตีนนก	ตำเสือ	
	        พรรณไม้ที่พบในแปลงตัวอย่ำงมีจ�ำนวน	๙๖	ต้น	มีค่ำควำมถี่เท่ำกับ	๓๙0	
มีค่ำควำมหนำแน่นเท่ำกับ	๙.๖	ต้น/แปลง	มีค่ำดัชนีควำมหลำกชนิดพันธุ์เท่ำกับ	
2.๖๖	 พบพันธุ์ไม้ใหญ่ที่มีควำมส�ำคัญอันดับแรกได้แก่	 รัง	 (Shorea siamensis
Miq.)	มีจ�ำนวน	50	ต้น	มีค่ำควำมถี่สัมพัทธ์เท่ำกับ	25.๖4	%	มีค่ำควำมอุดม
สมบูรณ์เท่ำกับ	5.00	ต้น/แปลง	มีค่ำควำมหนำแน่นสัมพัทธ์เท่ำกับ	52.08	%	
มีค่ำดัชนีควำมส�ำคัญทำงนิเวศ	(IVI)	เท่ำกับ	111.8๙	รองลงมำได้แก่	 ประดู่ปำ	
(Pterocarpus macrocarpus	Kurz)	ตำลเหลือง	(Ochna integerrima	(Lour.)
Merr.)	ก่อแพะ	(Quercus kerrii var.kerrii)	เต็ง	(Shorea obtusa)	
	




       2๖     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพด้ำนพืชของบ้ำนดงปำสัก	หมู่ที่	10	ต�ำบลฝำยแก้ว	อ�ำเภอภูเพียง	จังหวัดน่ำน
                                                                                                                                                                                                               2-2
                                                                                                                                                     ในพื้นที่ปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก


                                                                                                               ลําดับ       ชื่อ   ชื่อพื้นเมือง                      วงศ์                       ชื่อวิทยาศาสตร์




                                                                                                                                                                                                                                                    ความถี่



                                                                                                                                                                                                                       รวม(ต้น)
                                                                                                                                                                                                                                  จํานวนแปลงที่พบ
                                                                                                                                                                                                                                                              ความถี่สัมพัทธ์ (%)
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           ดัชนีความสําคัญทางนิเวศ




                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (%)

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 ความหนาแน่น (ต้น/แปลง)
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     ค่าดัชนีความหลากชนิดพันธุ์




                                                                                                                                                                                                                                                                                    ความอุดมสมบูรณ์ (ต้น/แปลง)
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    ความเด่นสัมพัทธ์(พื้นที่หน้าตัด) (%)




                                                                                                                   1 มะกอกป่า      มะกอก           Spondias pinnata (L.f) Kurz          ANACARDIACEAE                        3               2         20          5.13                   1.50                             0.3                  3.13                        0.98                                 9.23                      0.16
                                                                                                                   2 รัง           เปา             Shorea siamensis Miq.                DIPTEROCARPACEAE                   50             10          100     25.64                      5.00                                     5       52.08                      34.16                                 111.89                         0.48
                                                                                                                   3 กระพี้จั่น    ปี้             Millettia brandisiana Kurz           LEGUMINOSAE (Papilionoideae)         3                3        30         7.69                   1.00                              0.3                  3.13                         1.30                           12.12                         0.16
                                                                                                                   4 เต็ง          แงะ             Shorea obtusa                        DIPTEROCARPACEAE                     2               2         20          5.13                   1.00                             0.2                 2.08                         6.58                            13.79                          0.12
                                                                                                                   5 ประดู่ป่า     ประดู่          Pterocarpus macrocarpus              LEGUMINOSAE(Papilionoideae)        23                9         90     23.08                      2.56                              2.3            23.96                     28.03                                  75.06                          0.50
                                                                                                                   6 กระท่อมหมู ลองเลาะ            Mitragyna rotundifolia ( Roxb.) Kuntze RUBIACEAE                          2               2         20          5.13                   1.00                             0.2                 2.08                         0.97                                8.18                       0.12
                                                                                                                   7 ปอยาบ         ยาบ             Colana flagocarpa (C.B.Clake)Craib   TILTACEAE                            1                1         10        2.56                    1.00                             0.1                 1.04                         0.26                                 3.87                      0.07
                                                                                                                   8 รักใหญ่       ฮัก             Gluta usitata (Wall.) Dint Hou       ANACARDIACEAE                        4                3         30        7.69                     1.33                            0.4                  4.17                         1.03                           12.89                         0.20
                                                                                                                   9 ก่อแพะ        ก่อ             Quercus kerrii var.kerrii            FAGACEAE                             4                3         30        7.69                     1.33                            0.4                  4.17                         9.75                           21.61                         0.20




บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
                                                                 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
                                                                                                                 10 ตาลเหลือง ตาลเหลือง Ochna integerrima (Lour.)Merr.                  OCHNACEAE                            2               2         20          5.13                   1.00                             0.2                 2.08                  16.16                                  23.37                          0.12
                                                                                                                  11 ตีนนก         ตีนนก           Vitex pinnata Linn                   VERBENACEAE                          1                1         10        2.56                    1.00                             0.1                 1.04                         0.62                                4.22                       0.07




                                                                 2๗
                                                                                                                 12 ตาเสือ         ตาเสือ          Dysoxylum cochinchinense             MELIACEAE                            1                1         10        2.56                    1.00                             0.1                 1.04                         0.66                                4.27                       0.07
                                                                                                                                                                                                      รวม                  96                         390           100                         9.6                        9.6                   100                            100                                                        2.26
โครงสร้ำงสังคมพืช




ภำพ	2-1	โครงสร้ำงสังคมพืชตำมแนวดิ่ง




ภำพ	2-2	โครงสร้ำงสังคมพืชตำมแนวรำบ



      28    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
โครงสรำงสงคมพชในปำชมชนบำนดงปำสก	หมท่	10	ตำบลฝำยแกว	อำเภอ
               ้ ั      ื  ุ        ้         ั ู่ ี      �          ้ �
ภูเพียง	 จังหวัดน่ำน	 แปลงตัวอย่ำงเป็นปำเต็งรัง	 (Dipterocarp	 Forest)	 มีไม้รัง	
(Shorea siamensis	Miq..)	เป็นไม้เด่น	จัดว่ำเป็นปำไม้ที่มีควำมอุดมสมบูรณ์สูง
พอสมควร	มีค่ำดัชนีควำมหลำกของชนิดพันธุ์	(Shannon-Wiener	index)	เท่ำกับ	
2.2๖	ไม้ในวงศ์	ANACARDIACEAE,	DIPTEROCARPACEAE	และ	LEGUMINOSAE	
(Papilionoideae)	 พบมำกที่สุดจ�ำนวนวงศ์ละ	 2	 ชนิด	 โครงสร้ำงปำไม้เป็นไม้
ขนำดใหญ่สลับไม้ขนำดกลำง	 พื้นล่ำงประกอบด้วยไม้ขนำดขนำดเล็ก	 ไม้อำหำร
และสมุนไพรที่ส�ำคัญได้แก่	กระชำย	(Boesenbergia pandurata	Holtt.)	กระเจียว
ขำวหรอดอกอำกบ(Curcuma parviflora. Wall.)	ฯลฯ	นอกน้นพบเหดรำซ่งเปนกำร
       ื         ี                                        ั      ็ ึ ็
อยู่อำศัยในสังคมปำเต็งรังแบบไมครอไรซ่ำ(Micorrhyzas)	 พันธุ์ไม้มีกำรจัดเรียง
ตำมควำมสูงของพันธุ์ไม้ชนิดต่ำงๆ	มีช่องว่ำงระหว่ำงเรือนยอดน้อย	กล่ำวคือจำก
ภำพที่	 2-1	แสดงกำรปกคลุมเรือนยอดของพันธุ์ไม้	 กำรปกคลุมเรือนยอดไม้ชั้น
บน	(ข)	ซึ่งแสดงโดยเส้นทึบมีค่ำประมำณร้อยละ	๗0	พื้นที่ช่องว่ำงทั้งหมดที่ไม่ได้
ถูกปกคลุมด้วยเรือนยอดของไม้ชั้นบนและไม้ชั้นรองมีร้อยละ	๓0	ของพื้นที่	แสดง
ให้เห็นว่ำเรือนยอดของพันธุ์ไม้ในปำไม่ได้เชื่อมโยงกันตลอด	แต่มีกำรกระจำยกัน
หนำแน่นพอสมควร




                               สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      2๙
                               บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๓0   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
พรรณพิชเด่น
                   ( ไม้ต้น )




   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ประดู่ป่า
      ชื่อสามัญไทย        :	 ประดู่ปำ
      ชื่อทองถิ่น        :	 ประดู่
      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Pterocarpus macrocarpus	Kurz
      ชื่อวงศ            :		Caesalpiniaceae
      ชื่ออื่น ๆ          :		ประดู่เสน	จีต๊อง	ฉะนอง	ดู่	ดู่ปำ	ตะเลอ	เตอะเลอ
      วิสัย               :		ไม้ยืนต้น
      ลกษณะ
        ั                 :	 ไม้ผลัดใบขนำดใหญ่	 สูงถึง	 20	 เมตร	 เปลือกนอก
สีน�้ำตำลเทำ	 หนำ	 แตกหยำบ	 ๆ	 เป็นร่วงลึก	 เรือนยอดรูปคล้ำยทรงกระบอก	
ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก	มีใบย่อย	๗-1๓	ใบ	ใบย่อยรูปขอบขนำนแกมรูปไข่	
ผิวใบเกลี้ยง	 โคนใบกว้ำง	 มนกลม	 เละเรียมไปทำงปลำยใบ	 ดอก	 ออกเป็นช่อ	
ตำมซอกใบ	ใกล้ยอด	ผล	เป็นแผ่นกลมแบน	มีปีกโดยรอบ
      ประโยชน            :	 เนื้อไม้แข็ง	 มีลวดลำยสวยงำม	 ทนทำน	 ใช้ตกแต่ง	
และชักเงำได้ดี	ปจจุบันต้นขนำดใหญ่ถูกโค่นไปเกือบจนหมดแล้ว	
      สถานภาพ             :		ไม้หวงห้ำมประเภท	ก
      แหล่งอื่นที่พบ :	 พบในปำเบญจพรรณ	และปำเต็งรังทั่วไป

       ๓2    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
กระท่อมหมู
     ชื่อสามัญไทย      :	 กระท่อมหมู
     ชื่อทองถิ่น      :	 กระท่อมขี้หมู	กระทุ่มขี้หมู
     ชื่อวิทยาศาสตร :	 Mitragyna rotundifolia	(	Roxb.)	Kuntze
     ชื่อวงศ          :	 RUBIACEAE
     ลกษณะ
      ั                :	 กระท่อมหมูเป็นไม้ต้นขนำดกลำง	 ใบ	 เดี่ยว	 ออก
ตรงกันข้ำม	 ใบกลม	 โคนใบเว้ำ	 ยอดใบอ่อน	 และก้ำนใบ	 สีแดงเรื่อ	 ๆ	 ดอกช่อ	
แบ่งช่อกระจุกแน่นจ�ำนวนมำกออกตำมปลำยกิ่ง	 เมื่อดอกบำนเต็มที่	 เส้นผ่ำน
ศูนย์กลำงช่อ	1.8	-	๓	ซม.	ดอกเล็ก	สีนวล	ปำกหลอดดอกมีขนยำว	ผล	แห้ง	แตก	
ยำว	๓	-	๖	มม.
     การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด
     ประโยชน          :	 ใบ	แก้ท้องร่วง	บิดมูกเลือด	เปลือก	รักษำโรคผิวหนัง
     แหล่งอื่นที่พบ :	 พบทำงภำคเหนอ	ภำคกลำง	ภำคตะวนออกเฉยงเหนอ
                                         ื                  ั      ี     ื
และภำคตะวันตกเฉียงใต้	ขึ้นตำมปำเบญจพรรณปำเต็งรัง	และปำทุ่ง	




                            สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๓๓
                            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
มะกอก
	      ชื่อสามัญไทย :	 มะกอกปำ
	      ชื่อทองถิ่น    :	 กอกหมอง
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Spondias pinnata	(L.f)	Kurz
	      ชื่อวงศ        :	 ANACARDIACEAE
	      ชื่ออื่น ๆ      :	 กรำไพ้ย	ไพ้ย	กอกกุก	กูก	กอกเขำ	กอกหมอง	ไฟแซ
	      วิสัย           :	 ไม้ยืนต้นขนำดใหญ่
	      ลกษณะ
          ั            :	 ไม้ต้นขนำดใหญ่	 ผลัดใบ	 สูงถึง	 ๓0	 เมตร	 ล�ำต้น
เปลำตรง	โคนต้นเป็นพูพอน	เปลือกต้นสีนำตำลเทำ	ใบประกอบแบบขนนกชันเดียว	
                                       ้�                           ้
ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ำมกัน	ปลำยใบคี่	ใบอ่อนสีน�้ำตำลอมแดง	ใบแก่สีเขียวเข้ม
ดอก	ดอกออกเป็นช่อตำมง่ำมใบใกล้ปลำยกิ่ง
       ประโยชน        :	 ใบออน	ยอดออน	รบประทำนเปนผกสด	เน้อหมเมลด
                              ่           ่ ั            ็ ั    ื ุ้ ็
ใช้ต�ำน�้ำพริก	ส้มต�ำ
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 ปำเต็งรัง	,	ปำดิบแล้งและปำคืนสภำพ



      ๓4    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
รัง
      ชื่อสามัญไทย :	 รัง
	     ชื่อทองถิ่น     :	 เปำ
	     ชื่อวิทยาศาสตร :	 Shorea siamensis	Miq.
      ชื่อวงศ         :	 DIPTEROCARPACEAE
	     ชื่ออื่น ๆ       :	 เรียง		เรียงพนม		เปำ		เปำดอกแดง		ฮัง
	     ลักษณะ           :	 เป็นไม้ต้นผลัดใบ	สูง	15-20	เมตร	เปลือกล�ำต้นสี
เทำ	แตกเป็นร่องลึกตำมควำมยำวล�ำต้น	ใบเดี่ยวเรียงสลับ	แผ่นใบ	รูปไข่	 ปลำย
ใบมนโคนใบหยักเว้ำ	ดอกสีเหลือง	กลิ่นหอมอ่อน	ออกรวมกันเป็นช่อ	ผลแหลม
รูปกระสวย	มีปีกยำว	๓	ปีก	ปีกสั้น	2	ปีก
	     ประโยชน         :	 เนื้อไม้	 ใช้ในงำนก่อสร้ำงต่ำงๆ	 และท�ำเครื่องมือ
กำรเกษตร
	     สถานภาพ          :	 ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท	ก.
	     แหล่งอื่นที่พบ :	 ปำเบญจพรรณแล้งและปำเต็งรัง




                            สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       ๓5
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
รักใหญ่
        ชื่อสามัญไทย :	 รักใหญ่
        ชื่อทองถิ่น       :	 ฮัก
        ชื่อวิทยาศาสตร :	 Gluta usitata	(Wall.)	Ding	Hou
	       ชื่อวงศ           :	 ANACARDIACEAE
	       ชื่ออื่น ๆ         :	 ซู,	น�้ำเกลี้ยง,	รัก,ฮักขี้หมู,ฮักหลวง,ฮักหมู
        วิสัย              :	 ไม้ต้น
	       ลักษณะ             :	 เป็นไม้ต้นผลัดใบขนำดใหญ่	 สูง	 20	 ม.	 เรือนยอด
เป็นพุ่มค่อนข้ำงกลม	 ล�ำต้นปลำยตรง	 เปลือกต้นสีเทำเข้ม	 แตกเป็นร่องและเป็น
สะเก็ด	 ใบเดี่ยว	 เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มใกล้ปลำยกิ่งแผ่นใบรูปขอบขนำนหรือ
รูปไข่กลับ	ปลำยใบมน	โคนใบสอบเข้ำ	ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงเป็นกลุ่ม
ตำมซอกใบที่ปลำยกิ่ง	ดอกจะเปลี่ยนจำกสีขำวเป็นสีแดงเมื่อแก่	ผลแห้งแบบมีปีก	
ทรงกลมแข็ง
	       ประโยชน           :	 ใช้เป็นยำสมุนไพร	เช่น	ล�ำต้น	รำก	แก้อำเจียนเป็นเลือด
	       แหล่งอืนทีพบ :	 ปำเบญจพรรณที่แห้งและโล่งแจ้งตำมแนวสันเขำ
                 ่ ่
หรือปำดิบ

       ๓๖     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตีนนก
       ชื่อสามัญไทย :	 ตีนนก
       ชื่อทองถิ่น        : 	ตีนนก
	      ชื่อวิทยาศาสตร :		Vitex pinnata	Linn
	      ชื่อวงศ            :	 VERBENACEAE
	      ชื่ออื่น ๆ          :		กะพุน,ตะพรุน,กำนน,สมอกำนน,กำสำมปีก
	      วิสัย               :		ไม้ยืนต้น
	      ลักษณะ              :	 เป็นไม้ต้นสูง	10-24	เมตร	เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง
ถึงค่อนข้ำงกลม	 เปลือกสีเทำอมเหลือง	 แตกสะเก็ดล่อนเป็นแผ่นยำว	 ใบเป็นใบ
ประกอบรูปมือมีใบย่อย	๓-5	ใบ	ก้ำนใบยำว	5-10	เซนติเมตร	แผ่นใบย่อยรูปรี	
รูปไข่	ถึงรูปไข่กลับ	ผิวใบด้ำนบนเกลี้ยง	ผิวใบด้ำนล้ำงมีขนปลำยฟูถึงแหลม	ดอก
มีสีขำวอมฟำหรือแกมม่วงอ่อน	ออกเป็นช่อตำมปลำยกิ่ง
	      ประโยชน            :	 ใชทำไมหมอนรถไฟ	กอสรำงบำนเรอน	กระสวยทอผำ	
                                ้ � ้            ่ ้ ้ ื                   ้
พำนท้ำยปนและรำงปน
	      สถานภาพ             :	 ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท	ก
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 ปำเบญจพรรณชื้นและปำดิบแล้ง

                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๓๗
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
กระพี้จั่น
	      ชื่อสามัญไทย :	 กระพี้จั่น
	      ชื่อทองถิ่น    :	 ปีจั่น
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Millettia brandisiana	Kurz
	      ชื่อวงศ        :	 PAPILIONACEAE
	      ชื่ออื่น ๆ      :	 จั่น,ปีจั่น
	      วิสัย           :	 ไม้ต้น
       ลักษณะ          :	 ไม้ต้นขนำดกลำง	ผลัดใบ	สูง	8-20	เมตร	เรือนยอด
ทรงกลม	โคนต้นเป็นพูพอน	เปลือกสีน�้ำตำลหรือน�้ำตำลเทำแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ	
ใบประกอบรูปขนนกออกเวียนสลับ	มีใบย่อย	๗-21	ใบ	แผ่นใบย่อยรูปรีแกมขอบ
ขนำน	ปลำยใบเรียวแหลม	โคนมนหรือแหลม	แผ่นใบบำง	ดอกคล้ำยดอกถั่ว	ออก
เปนชอแยกแขนงตำมปลำยก่งสมวง-ขำว	ผลเป็นแบบฝกผิวเกลี้ยงแข็งสีน้ำตำล-เหลือง
   ็ ่                   ิ ี ่                               �
	      ประโยชน        :	 ไม้ท�ำเยื่อกระดำษ	 ด้ำมเครื่องมือ	 ของเล่นเด็ก
ท�ำดอกไม้ประดิษฐ์
	      สถานภาพ         :	 ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท	ก
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 ปำเบญจพรรณและปำเต็งรัง

      ๓8    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตาลเหลือง
	      ชื่อสามัญไทย :		ตำลเหลือง
	      ชื่อทองถิ่น      :		ตำลเหลือง
	      ชื่อวิทยาศาสตร :		Ochna integerrima	(Lour.)	Merr.
	      ชื่อวงศ          :		OCHNACEAE
	      ชื่ออื่น ๆ        :		ก�ำลังช้ำงสำร,ขมิ้นพระต้น,ช้ำงโหม,ช้ำงน้ำว,ตำนนก
กรด,แง่ง,กระแจะ
	      ลักษณะ            :	 เป็นไม้ยืนต้นขนำดเล็ก	เปลือกต้นสีน�้ำตำล	แตกเป็น
ร่องผิวเปลือกเป็นขุย	 ใบเดี่ยวรูปหอกและขอบขนำน	 ออกเรียงตรงข้ำมเป็นคู่	 ตั้ง
ฉำกกัน	ออกเป็นกระจุกที่ปลำยยอด	ใบกว้ำง	๓-๗	ซม.	ปลำยใบแหลม	โคนมน	
ขอบจักซี่ฟน	ผิวใบเรียบมัน	สีเขียวอ่อน
	      ประโยชน          :	 เป็นพืชสมุนไพร	 ล�ำต้นน�ำไปผ่ำหรือหั่นเป็นแว่นตำก
แหง	ใชตมน้ำด่ม	บำรงเลอด	บำรงกำลง	หรอนำเขำตำรบยำบำรงกำลง	แกปวดเม่อย
   ้ ้้ � ื � ุ ื � ุ � ั ื � ้ � ั                       � ุ � ั ้        ื
	      การขยายพันธุ :	เพำะเมล็ด	และปกช�ำกิ่ง
	      แหล่งอื่นที่พบ :	พบในปำดิบแล้งทั่วไป	เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปน
ทรำย	มีควำมชื้นปำนกลำง	แสงแดดส่องทั้งวัน	เจริญเติบโตในดินทุกชนิด

                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๓๙
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เต็ง
      ชื่อสามัญไทย :	 เต็ง
	     ชื่อทองถิ่น     :	 แงะ
	     ชื่อวิทยาศาสตร :	 Shorea	obtuse	Wall.	Ex	Blume
	     ชื่อวงศ         :	 DIPTEROCARPACEAE
	     ชื่ออื่นๆ        :	 เอื้อ,ชันตก,เต็งขำว,เน่ำใน
	     วิสัย            :	 ไม้ต้น
	     ลักษณะ           :	 ไม้ตน	สูง	10-20	เมตร	ใบเป็นใบเดี่ยว	รูปขอบขนำน	
                                ้
โคนและปลำยมน	ขอบใบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย	ดอกสีขำว	มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อ	
กลีบรองดอก	5	กลีบ	กลีบดอก	5	กลีบ	เกสรตัวผู้ขนำดเล็กจ�ำนวนมำก	ผลรูปไข
	     ประโยชน         :	 เนื้อไม้สีน�้ำตำลแก่	 แข็งแรงทนทำน	ใช้ท�ำหมอนรอง
รำงรถไฟ	เสำคำนที่ต้องรับน�้ำหนักมำก	
	     สถานภาพ          :	 ไม้หวงห้ำมประเภท	ก
	     แหล่งอื่นที่พบ :	 บริเวณปำเต็งรัง	ปำผลัดใบ	แห้งแล้ง



      40    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ปอหยาบ
       ชื่อสามัญไทย :	 ปอยำบ
       ชื่อทองถิ่น     :	 ปอยำบ
       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Colona	flagrocarpa	(C.B.Clarke)	Craib
       ชื่อวงศ         :	 TILIACEAE
       ชื่ออื่น ๆ       :	 มนเขำ,ยำบน้อย,หยำบ
       วิสัย            :	 ไม้ต้น
       ลักษณะ           :	 เป็นไม้ต้น	 เรือนยอดเป็นพุ่มกลม	 สูง	 ๗-12	 เมตร	
เปลือกสีน�้ำตำลเทำ	 ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนำนแกมรูปใบหอก	 ดอกสีเหลือง
แกมน�้ำตำล	ออกเป็นช่อตำมซอกใบและปลำยกิ่ง	กลีบเลี้ยง	5	กลีบ	รูปขอบขนำน	
ยำวเท่ำกลีบดอก	 รังไข่กลม	 มีขน	 ผลแห้งแตกรูปไข่หรือรูปไข่กลับมีปีก	 ๓	 ปีกสี
น�้ำตำล
       ประโยชน         :	 เปลือกใช้ในกำรท�ำเชือก
       แหล่งอื่นที่พบ :	 ปำเบญจพรรณ	ที่ระดับควำมสูง	๖00-800	เมตร




                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      41
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ก่อแพะ
	       ชื่อสามัญไทย :	 ก่อแพะ
	       ชื่อทองถิ่น       :	 ก่อแพะ
	       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Quercus kerrii var. kerrii
	       ชื่อวงศ           :	 FAGACEAE
	       วิสัย              :	 ไม้ต้น
	       ลักษณะ             :	 ไม้ผลัดใบ	สูงถึง	๖-15	เมตร	แตกหน่อได้	 เปลือก
ต้นสีน�้ำตำลแก่ถึงเทำ	หนำ	1.5-2	ซม.	แตกระแหงลึกเปลือกชั้นในสีแดง	ขอบใบ
ครึ่งบนมีซี่หยักแหลมคม	ใบอ่อนสีชมพูหรือม่วง	มีขนสีทองหนำแน่น	ใบแก่สีเขียว
หม่นเกลี้ยงทั้ง	 2	 ด้ำน	 ผล	 กำบผลหุ้ม	 รูปถ้วยหรือรูปจำน	 มีวงที่เป็นซี่ละเอียด	
๗-๙	วง	และขนสีน�้ำตำลต้ำนนอก	นัท	1.2-1.๖	ซม.	รูปขอบขนำน	แล้วเปลี่ยน
เป็นเกือบกลมปลำยสั้น	มีขนปกคลุมเมื่ออ่อนและขนหลุดไปภำยหลังท�ำให้ผดเกือบ    ิ
เกลี้ยง	ไม่หลุดออกจำกกำบ
	       ประโยชน           :	 เนื้อไม้	ใช้ท�ำฟน
	       แหล่งอื่นที่พบ :	 พบทั่วไปในปำกึ่งโล่งแจ้ง	บำงครั้งในปำเต็งรัง


       42     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตาเสือ
	       ชื่อสามัญไทย :		ตำเสือ
        ชื่อทองถิ่น        :		ตำเสือ
	       ชื่อวิทยาศาสตร :		Dysoxylum cochinchinense
	       ชื่อวงศ            :		MELIACEAE
	       ลกษณะ
          ั                 :	 ไม้ไม่ผลัดใบ	 สูงถึง	 20	 เมตร	 เปลือกต้นสีเทำแก่	
มีรอยแตกตื้น	ๆ	ใบ	18-40	ซม.	ใบประกอบแบบขนนกปลำยคี่	ใบย่อย	๓-5	คู่	
เรียงตัวแบบสลับ	หรือเกือบตรงกันข้ำม		ตำใบแหลมมีขนปกคลุมหนำแน่น	ใบแก่
มีสีเขียวเข้ม	 เรียบเกลี้ยงหรือมีขนเห็นไม่ชัดเจน	 ดอกสีเหลืองอ่อน	 กลุ่มช่อดอก
ไม่แตกแขนง	กลีบดอก	4	กลีบ	หลอดเกสรตัวผู้รูปทรงกระบอก	มีอับเรณู	 8	อัน	
ติดอยู่ด้ำนใน	ก้ำนเกสรตัวเมียมีหมอนรองแบน	ผลกลมมีฐำนแคบ	เหนียว	เมล็ดสีแดง	
1	เมล็ด	ไม่มีเนื้อหุ้ม
	       แหล่งอื่นที่พบ : ไม่ค่อยพบ




                              สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       4๓
                               บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
44   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
พรรณพิชเด่น
     ( พันธุ์ไม้พื้นล่าง )




   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
อีรอก
	      ชื่อสามัญไทย :	 อีรอก
	      ชื่อทองถิ่น          :	 ดอกก้ำน
	      ชื่อวิทยาศาสตร :		Amorphophallus brevispathus.	Gagnep		
	      ชื่อวงศ              :		ARACEAE
	      ลักษณะ                :	 ไม้หัวใต้ดิน	 จะโผล่ต้นออกมำพ้นดินเมื่อได้รับปจจัย
น�้ำฝน	เมื่อเข้ำสู่ฤดูแล้งต้นจะแห้งพับตำไว้ปองกันไฟปำ	
	      ประโยชน              :		ล�ำต้นใช้เป็นอำหำรโดยกำรน�ำมำแกง	
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 บริเวณปำเต็งรัง	ปำผลัดใบ	แห้งแล้ง




       4๖     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ส้านหิ่ง
       ชื่อสามัญไทย :	 ส้ำนหิ่ง
       ชื่อทองถิ่น     :	 ส้ำน
       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Dillenia parviflora.
       ชื่อวงศ         :	 DELLENIACEAE
	      ลักษณะ           :	 ใบผลัดใบเรือนยอดค่อนข้ำงโปร่ง	 มีกิ่งห้อยไม่เป็น
ระเบียบ	เปลือกต้นเรียบสีน�้ำตำลอ่อน	ใบ	รูปไข่กลับแคบ	ปลำยปำนค่อยๆสอบ	ที่
โคนยอดมีขนอ่อนปกคลุม	ใบแก่มีขนหยำบๆก้ำนใบยำว	ดอกสีเหลือง	ผลสีเหลือง
ถึงส้มอ่อน	
	      การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด
	      ประโยชน         : เป็นอำหำรของสัตว์ปำ	
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรังและปำทุ่ง




                            สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       4๗
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
หญ้าคมบาง
	   ชื่อสามัญไทย              :	 หญ้ำคมบำง
	   ชื่อทองถิ่น              :	 -
	   ชื่อวิทยาศาสตร           :	 -
	   ชื่อวงศ                  :	 -
	   ลักษณะ                    :	 ไม้พื้นล่ำง	เป็นพืชล้มลุก
	   การขยายพันธุ             :	 เมล็ด
	   ประโยชน                  :	 ใบ	แก้ท้องร่วง	บิดมูกเลือด		เปลือก	รักษำโรคผิวหนัง
	   แหล่งอื่นที่พบ            :	 ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




    48    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
          บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
หญ้ายุง
ชื่อสามัญไทย      :	 หญ้ำยุง
ชื่อทองถิ่น      : - 		
ชื่อวิทยาศาสตร   : -
ชื่อวงศ          : -
ลักษณะ            :	 ไม้พื้นล่ำง	เป็นพืชล้มลุก
การขยายพันธุ     :	 เพำะเมล็ด
ประโยชน          : -
แหล่งอื่นที่พบ    :	 ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




                      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      4๙
                      บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
หนอนตายอยาก
	        ชื่อสามัญไทย :	 หนอนตำยอยำก
	        ชื่อทองถิ่น           : 	โปงมด	โปงมดง่ำม	หัวสำมสิบ
	        ชื่อสามัญ              :	 Stemona
	        ชื่อวิทยาศาสตร :	 Stemona burkillii. Parin
	        ชื่อวงศ               :	 STEMMONACEAE
	        โปงสามสิบ             :	 เป็นไม้เถำล้มลุก	สูง	0.4-0.5	เมตร	ขณะต้นเล็กจะตั้ง
ตรง	 เมื่อสูงมำกจะพำดพันต้นไม้อื่น	 มีหัวใต้ดินเป็นกระจุก	 ลักษณะเป็นแท่งกลมยำว
ใบรูปหัวใจ	 ปลำยเรียวแหลม	 เส้นใบตำมยำวประมำณ	 10-12	 เส้น	 ผิวใบเป็นคลื่น
ขอบใบเรียบ	กิ่งที่ก�ำลังจะออกดอกเลื้อยพัน	ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ	กลีบดอก
ด้ำนนอกมีสีเขียว	ด้ำนในสีแดง	ผลเป็นผลแห้ง	แตกได้
	        สภาพนิเวศน :	 เป็นพืชพบมำกบริเวณปำชำยเขำทั่วไป	 สภำพร่มร�ำไร
ที่ระดับควำมสูงไม่มำกนัก	และในสภำพดินที่อุดมสมบูรณ์	ด้วยอินทรียวัตถุ	
	        การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด	และกำรแยกเหง้ำ
	        การใชประโยชน :	 เป็นพืชใช้สอย	รำกสดน�ำไปบดละเอียด	ผสมขุยมะพร้ำว
ตำกแห้ง	 ใช้ฆ่ำมด	 โดยน�ำไปใส่ที่รังมดในอดีตมีกำรใช้หัวของหนอนตำยอยำก	 ซึ่งมี
สรรพคุณในกำรขับไล่แมลง	 มีกลิ่นเหม็นใช้ปองกันไม่ให้มดง่ำมเข้ำมำหำข้ำวไร่
ที่เก็บเกี่ยวกองไว้จึงมีชื่อท้องถิ่นเรียกว่ำ	“โปงมดง่ำม”	
	        แหล่งอื่นที่พบ :	 พบตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง
       50     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เปรี้ยวปองฟา
	     ชื่อสามัญไทย :	 เปรี้ยวปองฟำ
	     ชื่อวิทยาศาสตร :	 Clausena harmandiana (	Pierre	)	Pierre	ex	Guill
	     ชื่อวงศ        :	 RUTECEAE
	     ลักษณะ          :	 เป็นไม่พุ่มขนำดเล็ก	สูง	20	–	50	ซม.	ใบประกอบ
แบบขนนก	เรียงสลับใบย่อยมี	 ๓	–	๗	ใบ	รูปไข่แกมวงรีแกมขอบขนำน	ใบกว้ำง	
2.5	–	4	ซม.	ยำว		4	–	8	ซม.	เนื้อใบมีจุดน�้ำมันกระจำย	ดอกเป็นช่อ	ออกที่
ปลำยกิ่ง	กลีบดอกสีขำวแกมเหลือง	ผลสด	ลูกทรงกลม
	     สภาพนิเวศน :	 เจรญเติบโตไดดในดนทกชนด	ท่มแสงแดดปำนกลำง	
                            ิ          ้ี ิ ุ ิ ี ี
	     การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด
	     การใชประโยชน :	 เป็นพืชสมุนไพร	 ต้นน�ำไปต้มน�้ำดื่มแก้ปวดเมื่อย
บริเวณเอวและหลัง




                           สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      51
                           บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เห็ดแดง
	        ชื่อสามัญไทย :	 เห็ดแดง
	        ชื่อทองถิ่น       :	 เห็ดแดง
	        ชื่อสามัญ          :	 Emetic	rusula	Sickener
	        ชื่อวิทยาศาสตร :	 Russula emetic	Schaeff
	        ชื่อวงศ           :	 RUSSULACEAE
	        เห็ดนํ้าหมาก :	 เปนเหดกลมเหดครบ	ดอกออนเปนรปคร่งวงกลม	เน้อบำง
                                  ็ ็ ุ่ ็ ี             ่ ็ ู ึ               ื
หมวกแผ่กำงออก	 ขอบหมวกยกสูงขึ้นท�ำให้กลำงหมวกเว้ำลงเล็กน้อย	 ด้ำนบนผิวค่อน
ข้ำงเรียบสีแดงสดจนถึงสีชมพูคล้ำยสีปูน	 ผิวสำมำรถฉีกลอกออกเป็นแผ่นได้	 เส้นผ่ำ
ศูนย์กลำง	2.5-๓	ซม.	ครีบใต้ดอกห่ำงมีสีขำวครีม	เรียงติดก้ำนเล็กน้อย	ก้ำนดอกรูป
ทรงกระบอก	ผิวเรียบสีขำว	ชำยกระโปรงขอบเขียว	เส้นผ่ำศูนย์กลำง	0.5-1.๗	ซม.	ยำว	
2-๓	ซม.	ในชุมชนมี	๓	ชนิดคือ	เห็ดน�้ำหมำกน้อย	เห็ดน�้ำหมำกหลวง	และเห็ดน�้ำหมำก
หน้ำด้ำน	ชำวบ้ำนใช้ประโยชน์ทั้ง	๓	ชนิด
	        สภาพนเวศน :	 ขึ้นตำมดินในปำดิบแล้ง	 ปำดิบเขำระดับต�่ำ	 ปำดิบเขำ
                  ิ
ปำเบญจพรรณ	ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม
	        การขยายพันธุ :	 เพำะสปอร์
	        การใชประโยชน :	 เปนพชอำหำร	ชำวบำนใชลวก	ตม	หรอน่ง	รบประทำนเปนเคร่อง
                                 ็ ื            ้ ้ ้ ื ึ ั                  ็ ื
เคียงน�้ำพริก	หรือน�ำไปประกอบอำหำร	เช่น	ต้มย�ำ	แกงใส่ชะอม	ผักแค	กอมก้อและปลำทูเค็ม
	        แหล่งที่พบ         :	 พบทั่วไปในปำเต็งรังและปำเบญจพรรณ	โดยเฉพำะฤดูฝน
       52     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
กระเจียวขาว
       ชื่อสามัญไทย :	 กระเจียวขำว
	      ชื่อทองถิ่น        :	 ดอกอำกีบ
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Curcuma rhomba	Mood	&	K.Larsen
	      ชื่อวงศ            :	 ZINGIBERACEAE
	      ดอกอากีบหรือดอกจ่อน :	เป็นพืชล้มลุก	ไม่มีล�ำต้นบนดิน	มีเหง้ำใต้ดิน	
มีลักษณะอวบน�้ำ	 ตรงกลำงพองกว้ำงกว่ำส่วนหัวและท้ำย	 ใบเดี่ยวเรียงสลับใน
ระนำบเดียวกัน	รูปขอบขนำนแกมรูปไข่	 กว้ำง	4.5-10	ซม.	ยำว	15-๓0	ซม.	
ตรงกลำงด้ำนในของด้ำนใบมีร่องลึก	 ช่อดอกออกแทรกระหว่ำงกำบใบที่โคนต้น	
กลีบดอกย่อยเป็นหลอดสีขำว	พองเป็นกระเปำะ	และปำกเปด	ส่วนปำกลีบดอกที่
เปดมีแถบสีเหลืองตรงกลำง	1	แถบ		
	      สภาพนิเวศน :	 พบได้ในปำดิบชื้น	เจริญเติบโตได้ดในดินร่วนปนทรำย
                                                            ี
ที่ระบำยน�้ำดี	และมีร่มร�ำไร
	      การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด	กำรแยกเหง้ำ
	      การใชประโยชน :	 เป็นพืชอำหำร	ดอกน�ำไปประกอบอำหำร	เช่น	แกง
ใสหน่อไม้	เป็นต้น	หรือน�ำไปลวกจิ้มเป็นเครื่องเคียงน�้ำพริก	
	      แหล่งที่พบ          :	 พบมำกปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก

                            สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      5๓
                            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เห็ดด่าน
	      ชื่อสามัญไทย :	 เห็ดหล่ม
       ชื่อทองถิ่น    :	 เห็ดด่ำน
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Russula virescens
	      ชื่อวงศ        :	 RUSSULACEAE
	      ลักษณะ          :	 เป็นเห็ดที่ออกจำกดิน	มีกลิ่นเฉพำะ	
	      การขยายพันธุ :	 เป็นเห็ดรำ	 มีกำรอยู่อำศัยแบบอิงอำศัยในปำเต็งรัง
แบบไมครอไรซ่ำ	(Microrrhiza)
	      ประโยชน        :	 ใช้แกงหรือนึ่งให้สกเป็นอำหำร	ส่วนใหญ่เมื่อท�ำให้สก
                                            ุ                              ุ
แล้วนิยมท�ำน�้ำพริก
	      แหล่งอื่นที่พบ :	 พบตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




       54    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เห็ดหน้าม่อย
       ชื่อสามัญ            :	 Green	russula
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Russula cyanoxantha	Schaeff.ex	Fr.
       ชื่อวงศ             :	 RUSSULACEAE
	      เห็ดหนาม่อย :	 เปนเหดกลมเหดครบ	ดอกออนรปกระจกนนเวำกลำง
                                   ็ ็ ุ่ ็ ี        ่ ู           ู ้
เล็กน้อย	เมื่อบำนขอบหมวกยกสูงขึ้น	ผิวเรียบ	มีหลำยสี	เช่น	สีเขียวอมม่วง	สีเขียว
ปนเหลืองหรือสีม่วงคล�้ำ	 มีขนำดเส้นผ่ำศูนย์กลำง	 2-๖	 ซม.	 ครีบใต้ดอกถี่สีขำว
เรียงติดก้ำนเล็กน้อย	 บำงครีบปลำยแยกบำนเป็นรูปส้อม	 ก้ำนดอกทรงกระบอก
สีเขียวผิวเรียบ	เส้นผ่ำศูนย์กลำง	1-2	ซม.	ยำว	5-10	ซม.	
	      สภาพนิเวศน :	 ข้นตำมดนในปำดบแลง	ปำดบเขำระดบต่ำ	ปำดบเขำ	
                                ึ      ิ     ิ ้  ิ           ั �  ิ
ปำเบญจพรรณ	ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม
	      การขยายพันธุ :	 เพำะสปอร์
	      การใชประโยชน :	 เปนพชอำหำร	ชำวบำนใชลวก	ตม	หรอน่ง	รบประทำน
                                  ็ ื          ้ ้       ้ ื ึ ั
เป็นเครื่องเคียงน�้ำพริก
	      แหลงทพบ่ ่ี          :	 พบทั่วไปในชุมชนโปงค�ำ	 โดยเฉพำะฤดูฝนเป็น
ส่วนใหญ่

                             สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      55
                             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
กระชายขาว
	       ชื่อสามัญไทย :	 กระชำยขำว
	       ชื่อทองถิ่น      :	 กระชำยขำว
	       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Boesenbergia rotunda	(L.)	Mansf.	A
	       ชื่อวงศ          :	 ZINGIBERACEAE
	       ลักษณะ            :	 ไม้พืนล่ำงวงศ์ขิง	 มีหัวอยู่ใต้ดิน	 จะโผล่งอกออกมำ
                                  ้
เมื่อได้รับน�้ำฝนและปจจัยที่พอเหมำะ
	       การขยายพันธุ :	 -
	       ประโยชน          :	 หัวใช้เป็นเครื่องเทศในกำรปรุงอำหำร
	       แหล่งอื่นที่พบ :	 พบตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




       5๖    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ส้มเสี้ยน
	    ชื่อสามัญไทย      :	 ส้มเสี้ยน
	    ชื่อทองถิ่น      :	 ส้มเสี้ยน
	    ชื่อวิทยาศาสตร   :	 Amalocalyx microlobus.	Pierre	ex	Spire
	    ชื่อวงศ          :	 APOCYNACEAE
	    ลักษณะ            :	 ไมเถำขนำดเลก	เล้อยข้นไม	ในรอบปจะออกผลขนำด
                             ้       ็ ื ึ ้              ี
พอเหมำะ	มีรสเปรี้ยว
	    การขยายพันธุ     :	 -
	    ประโยชน          :	 ผลรสเปรี้ยวใช้เป็นอำหำร
	    แหล่งอื่นที่พบ    :	 พบตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




                           สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      5๗
                           บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เม่าสร้อย
	      ชื่อสามัญไทย             :	 เม่ำสร้อย
	      ชื่อทองถิ่น             :	 หม่ำเม้ำ
	      ชื่อวิทยาศาสตร          :	 Antidesma acidum	Retz.
	      ชื่อวงศ                 :	 STILAGINACEAE
	      ลกษณะ
        ั                       :	 ไม้พื้นขนำดเล็ก	 สูงไม่เกิน	 2	 เมตร	 ผลขนำดเล็ก
เป็นพลวง	มีรสเปรี้ยว
	      การขยายพันธุ            :	 เมล็ด
	      ประโยชน                 :	 ผล	และใบใช้เป็นอำหำร	เหมำะส�ำหรับแกงใส่อำหำร
ให้มีรสเปรี้ยว
	      แหล่งอื่นที่พบ           :	 พบตำมปำเบญจพรรณ	ปำเต็งรัง




      58    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ติ้วแดง
	      ชื่อวิทยาศาสตร :	 Cratoxylum formosum jack	Dyer	subsp	pruniflorum	
	      	      	 	         	 Kurz	Gogel
	      ชื่อวงศ           :	 CLUSIACEAE
	      ติ้วแดง            :	 เป็นไม้ยืนต้นสูง	8-15	ซม.	มียำงน�้ำเหลือง	ใบเดี่ยว
รูปวงรีแกมไข่สลับ	 หรือรูปขอบขนำน	 เรียงตรงข้ำม	 ใบกว้ำง	 2.5-4.5	 ซม.	
ยำว	๓-1๓	ซม.	ผิวใบมีขนละเอียดทั้ง	2	ด้ำน	ช่อดอกออกเป็นกระจุกตำมกิ่งเหนือ
รอยแผลใบ	กลีบดอกสีชมพูอ่อน	ผลแห้ง	แตกได้	รูปไข่แกมกระสวย
	      สภาพนิเวศน :	 พบในปำเบญจพรรณทั่วไป	เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่
แห้งแล้ง	สภำพอำกำศร้อน
	      การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด
	      การใชประโยชน :	 เปนพชสมนไพร	น้ำยำงใชเปนยำสมำนแผล	ชวยหำม
                               ็ ื ุ           �    ้ ็                 ่ ้
เลือดได้	 ใบน�ำไปต้มน�้ำ	 ใช้อมแก้เหงือกบวม	 รักษำแผลในปำก	 รำกน�ำไปผสม
ต�ำหรับยำขับปสสำวะ	แก้ปสสำวะขัด
	      แหล่งที่พบ         :	 พบทั่วไปในปำรอบชุมชนโปงค�ำ	


                              สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      5๙
                              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ผักกูดง้อง
	          ชื่อสามัญ         :		String	fern
	          ชื่อวิทยาศาสตร :	 Lygodium flexgodium	L.	Sw.
	          ชื่อวงศ          :	 SCHIZAEACEAE
	          ผักกูดงอง        :	 เป็นไม้เถำ	มีเหง้ำสั้นอยู่ในดิน	มีขนสีน�้ำตำลปกคลุม	มีใบประกอบ	5	
ชั้น	ก้ำนใบชั้นแรกยำวได้มำกกว่ำ	50	ซม.	โคนก้ำนสีน�้ำตำลมีขนปกคลุม	แกนกลำงใบหรือก้ำนใบ
ชั้นที่	 2	มีครีบสันตลอดควำมยำว	มีขนปกคลุม	แกนย่อยชั้นแรกหรือก้ำนใบชั้นที่	 ๓	ยำว	5	มม.	มี
ขนปกคลุมและขนชี้ลง	 	 ก้ำนใบชั้นที่	 4	 เป็นใบประกอบแบบขนนก	 1-2	 ชั้น	 รูปขอบขนำนแกม
สำมเหลี่ยม	ปลำยแหลมกว้ำง	๗-12	ซม.	ยำว	10-25	ซม.	ก้ำนใบชั้นที่	5	เป็นใบประกอบแบบนิ้ว
มือ	๓	แฉก	หรือใบเดี่ยว	โคนใบแฉกเว้ำรูปหัวใจ	ขนำดใบกว้ำง	2.5	ซม.	ยำว	15	ซม.	ปลำยแหลม	
ขอบใบจักซี่ฟน	 เป็นครีบสันมีขนประปรำย	 ที่โคนและก้ำนใบไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม	 	 แผ่นใบบำงและ
เรียบ	อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่น	ออกจำกขอบใบย่อยชั้นสุดท้ำย
	          สภาพนิเวศน :	 พบทั่วไป	เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด	มีแสงแดดร�ำไร	
	          การขยายพันธุ :	 เพำะสปอร์	และแยกกอ
	          การใชประโยชน :	 เป็นพืชอำหำรและพืชสมุนไพร	 ยอดอ่อนน�ำไปลวกรับประทำนเป็น
                  
เครื่องเคียงน�้ำพริก	หรือน�ำไปประกอบอำหำรประเภทแกง	เช่น	แกงหน่อไม้ประเภทแกงเป็นต้น	รำก
น�ำไปต้มน�้ำดื่มเป็นยำแก้ถอนพิษ	แก้เบื่ออำหำร	แก้เบื่อเมำ		อำหำรเป็นพิษ	และใช้เข้ำต�ำรับยำแก้
ปสสำวะขัดน�ำใบไปต�ำพอกแผล	แก้อักเสบจำกพิษงู	 ตะขำบ	แมงปอง	แมลงมีพิษกัดต่อย	และใช้เข้ำ
ต�ำหรับยำรักษำแผลสด	ยำคัดเลือด	ล�ำต้นและใบใช้เข้ำต�ำรับยำแก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอำยุ	รำก	ล�ำต้น	
และเหง้ำ	น�ำไปต้มน�้ำดื่มเป็นยำแก้เจ็บคอ	รักษำกำรเสียงแหบ		แก้ปวดหลัง	ขับปสสำวะ		รักษำโรค
ทำงเดินปสสำวะ	แก้นิ่วในไต	แก้เลือดตกใน	
	          แหล่งที่พบ        :	 พบทั่วไปในปำผสมเต็งรัง
        ๖0      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เม่าสร้อย
	       ชื่อพื้นเมือง     :	 เม่ำสร้อย	มะเม่ำ
	       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Antidesma acidum	Retz.
	       ชื่อวงศ          :	 EUPHORBIACEAE
	       เม่า              :	 เป็นไม้พุ่มตั้งตรง	หรือไม้ยืนต้นขนำดเล็ก	สูง2-5เมตร	
ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ	 รูปขอบขนำน	 มีขนทั้ง2	 ด้ำน	 ปลำยและโคนใบแหลม	 ขอบใบ
เรียบ	กว้ำง	2-5	ซม.	ยำว	5-10	ซม.	ช่อดอกแยกแขนงเชิงลด	ออกที่ซอกใบและปลำย
กิ่ง	 ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น	 ไม่มีกลีบดอก	 ผลกลุ่มออกเป็นช่อยำว	 รูปทรงกระบอก	
ผลย่อยทรงกลม	 เนื้อผลฉ�่ำน�้ำ	 ผลดิบสีเขียว	 เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง	 เมื่อแก่จัด
จะเปลี่ยนเป็นด�ำ
	       สภาพนิเวศน :	 พบกระจำยพนธตำมธรรมชำตปำผลดใบ	และปำดบท่วไป	
                                            ั ์ุ           ิ  ั            ิ ั
เป็นไม้ระดับกลำง	ชอบแสงแดดปำนกลำง
	       การขยายพันธุ :	 เพำะเมล็ด		
        การใชประโยชน :	 เป็นพืชอำหำรและพืชสมุนไพร	ยอดอ่อนและผลอ่อนรับ
ประทำนเป็นผักสดคู่กับอำหำรรสจัด	 หรือน�ำไปใส่แกงเห็ด	 เพิ่มรสชำติให้กลมกล่อม	
ผลสุกรับประทำนเป็นผลไม้	มีรสชำติเปรี้ยวอมหวำน	รำกเอำไปต้มน�้ำดื่มแก้ฝในร่ำงกำย	
                                                                         ี
หรือฝนทำแก้พิษพุพอง	ฝีตำนซำง	และดับพิษร้อนต่ำงๆ
	       แหล่งที่พบ        :	 พบทั่วไปในปำผสมเต็งรัง	

                                สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๖1
                                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ว่านหอม
	        ชื่อพื้นเมือง       :	 ว่ำนหอม	ว่ำนตีนดิน	ว่ำนแผ่นดินเย็น
	        ชื่อวิทยาศาสตร :	 Kaempferia alangal	Linn.
	        ชื่อวงศ            :	 ZINGIBERACEAE
	        ว่านหอม             :	 เป็นไม้ลมลุกมีเหง้ำใต้ดนใบเป็นใบเดี่ยวแทงออกจำก
                                        ้              ิ
เหงำ	แผรำบไปบนดน	ทองใบมขน	เน้อคอนขำงหนำ	ชอดอกออกตรงกลำงระหวำง
    ้ ่                ิ ้         ี      ื ่ ้           ่                  ่
ใบ	สีขำวแต้มม่วงผลเป็นผลแห้ง	แตกได้	ในชุมชนมี	2	ชนิด	คือ	ว่ำหอมตัวผู้มีใบ
เรียวยำว	และว่ำนหอมใบมน	มีใบค่อนข้ำงกลม
	        สภาพนิเวศน : พบทั่วไปในปำดิบชื้น	 เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน	
ระบำยน�้ำดี	มีควำมชื้น
	        การขยายพันธุ :	 แยกหน่อ		
	        การใชประโยชน :	 เป็นพืชอำหำรและพืช	ใบสดรับประทำนเป็นผักเครื่อง
เคียงน�ำพริกและลำบ	 เหง้ำรับประทำนสดช่วยขับลมในล�ำไส้	 หรือน�ำไปต�ำพอก
       ้
ศีรษะเด็ก	แก้หวัดคัดจมูก	หรือน�ำไปต้มน�้ำดื่มขับโลหิตเสียของสตรี	 รักษำเลือดที่
เจือดวยลมพษ	ใบและเหงำนำไปค้นเอำน้ำปำยคอแกเจบคอ	สวนดอกใชในพธกรรม
     ้          ิ          ้ � ั            �        ้ ็    ่         ้ ิี
ตำมควำมเชื่อ	รักษำเด็กที่มีอำกำรนอนสะดุ้ง	ผวำตำเหลือก
	        แหล่งที่พบ          :	 พบทั่วไปในปำเบญจพรรณและปำเต็งรัง	
       ๖2    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
บทที่ ๓
ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน�้า
วิธีการด�าเนินการและสถานที่ท�าการเก็บตัวอย่าง
      ๑. วิธีการดําเนินการ
          ๑.๑ ศึกษาบริบทของชุมชนเปาหมาย
	 	 ศึกษำข้อมูลพื้นฐำนของชุมชน	ที่มผลต่อกำรใช้ทรัพยำกรประมงของคนใน
                                        ี
ชุมชนเปำหมำย	ด้วยวิธีใช้แบบสอบถำม	และเสวนำกลุ่ม	เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้น
น�ำไปสู่กำรวำงแผนเก็บรวบรวมตัวอย่ำงปลำ	แพลงก์ตอน	พืชน�้ำ	และสัตว์หน้ำดิน
	 	 ๑.๒ การสํารวจความหลากหลายของพันธุปลา	
	 	 เกบรวบรวมตวอยำงปลำในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำหมำยโดยใช้
            ็           ั ่           ่ �           ิ   ู่ ้ 
เครื่องมือประมง	แห	ข่ำย	และสวิง	ถ่ำยภำพปลำแต่ละชนิดไว้แล้วน�ำตัวอย่ำงปลำ
ท่เกบรวบรวมไดในแตละสถำนมำตรงสภำพในน้ำยำฟอรมำลนเขมขน	10	%	และ
  ี ็           ้     ่     ี ึ              �        ์ ี ้ ้
เขียนปำยก�ำกับตัวอย่ำงปลำไว้	 น�ำตัวอย่ำงปลำที่ตรึงสภำพในน�้ำยำฟอร์มำลีน	
มำท�ำกำรวิเครำะห์ชนิดปลำที่เก็บรวบรวมได้จำกสถำนีต่ำงๆ	 ในห้องปฏิบัติกำร	
โดยใช้เอกสำรวิชำกำรต่ำง	ๆ	ท�ำกำรจ�ำแนกชนิดด้ำนอนุกรมวิธำนของปลำน�้ำจืด	
และเขียนปำยก�ำกับไว้
                            สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๖๓
                            บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑.๓ การสํารวจความหลากหลายแพลงกตอนและพืชนํ้า
                 การเก็บรวบรวมตัวอย่างแพลงกตอน
	 	 	 เกบรวบรวมตวอยำงแพลงกตอนในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำ
                  ็           ั ่        ์            ่ �       ิ     ู่ ้ 
หมำย	หมู่บ้ำนละ	๓	สถำนีฯ	ละ	๓	ซ�้ำ	โดยเก็บตัวอย่ำงแพลงก์ตอน	ที่ระดับผิวน�้ำ	
โดยใชถงน้ำขนำด	10	ลตร	ตกน้ำปรมำตร	๓0	ลตร	กรองผำนถงกรองแพลงกตอน	
       ้ั �              ิ ั � ิ                  ิ       ่ ุ                ์
(Plankton	net)	ขนำดตำ10และ	20	ไมโครเมตร	แล้วเก็บตัวอย่ำงน�้ำทีเหลือปลำย
                                                                  ่
กระบอกของถงกรองแพลงกตอน	เทใสในขวดเกบตวอยำง	เตมสำรละลำยฟอรมำลน
               ุ            ์         ่          ็ ั ่ ิ                    ์ ี
ควำมเข้มข้น	 5	 %	 แล้วส่งมอบตัวอย่ำงแพลงก์ตอนทั้งหมดน�ำไปตรวจวิเครำะห์
จัดจ�ำแนกชนิดและนับปริมำณภำยใต้กล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติกำรต่อไป
	 	 	 การเก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไมนํ้า
	 	 	 เกบรวบรวมตวอยำงพรรณไมน้ำในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำ
                    ็          ั ่         ้ �       ่ �      ิ     ู่ ้ 
หมำย	จ�ำนวน	๓	สถำนี	โดยใช้	Sampling	Block	ขนำด	1	x	1	เมตร	จ�ำแนกชนิด
พรรณไม้น�้ำใน	Sampling	Block	แล้วน�ำตัวอย่ำงมำจ�ำแนกชนิดตำมหลักอนุกรม
วิธำน	บันทึกผล
	 	 ๑.๔ การสํารวจความหลากหลายสัตวหนาดิน	
	 	 	 เก็บรวบรวมตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินในแหล่งน�้ำธรรมชำติในหมูบำนเปำ     ่ ้
หมำยหมบำนละ	๓	สถำนฯๆ	ละ	๓	ซ้ำ	โดยใช	Ekman	drege	grab	ขนำด	15X15	
          ู่ ้            ี         �          ้
ตำรำงเซนติเมตร	หรือหำกในกรณีที่ใช้	Ekman	drege	grab	ไม่ได้จะใช้พลั่วตักดิน
สถำนีละ	 ๓	 ซ�้ำ	 แล้วตัวอย่ำงดินมำล้ำงท�ำควำมสะอำดผ่ำนตะแกรงร่อนสัตว์หน้ำ
ดินขนำดตำ	0.5,	1.0	และ	5	มิลลิเมตร	น�ำตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินที่เก็บรวบรวมได้
ในแต่ละสถำนีมำตรึงสภำพในน�้ำยำฟอร์มำลีนเข้มข้น	10	%	ในขวดเก็บตัวอย่ำง	
และเขียนปำยก�ำกับตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินแต่ละสถำนีไว้	 แล้วส่งมอบตัวอย่ำงสัตว์
หน้ำดินทั้งหมดน�ำไปตรวจวิเครำะห์จัดจ�ำแนกชนิดและนับปริมำณภำยใต้
กล้องจุลทรรศน์ต่อไป
     ๒. สถานที่ทําการเก็บตัวอย่าง
	 	 ก�ำหนดวิธีเก็บตัวอย่ำงเป็นแบบสุ่มตำมควำมเหมำะสมและสภำพล�ำน�้ำ	
หรือแม่น�้ำ	โดยแต่ละ
       ๖4    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
หมู่บ้ำนเก็บตัวอย่ำงจ�ำนวน	๓	สถำนีฯๆ	ละ	๓	ซ�้ำ	จะท�ำกำรสุ่มตัวอย่ำงทรัพยำกร
ประมงในแหล่งน�้ำธรรมชำติเป็นระยะทำงไม่น้อยกว่ำ	 20	 เมตรตำมล�ำน�้ำ	 และ
แต่ละสถำนีในแหล่งน�้ำเดียวกัน	 ต้องมีระยะหำงกันไม่น้อยกว่ำ	 500	 เมตรตำม
ล�ำน�้ำ
                      แผนที่แสดงสถานที่เก็บตัวอย่าง
                   ประเทศสำธำรณรัฐประชำธิปไตยประชำชนลำว




                  จังหวัดพะเยำ




                จังหวัดแพร่


                                                     จังหวัดอุตรดิตถ์

หมำยเหตุ	:		
	 1.	พื้นที่บ้ำนห้วยลอย	 หมู่ที่	 ๖	 ต�ำบลภูฟำ	 อ�ำเภอบ่อเกลือ	 จังหวัดน่ำน	
ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยลอย	จ�ำนวน	2	สถำนี	 และห้วยน�้ำหมำว	
จ�ำนวน	1	สถำนี
	 2.	พื้นที่บ้ำนดงปำสัก	 หมู่ที่	 10	 ต�ำบลฝำยแก้ว	 อ�ำเภอภูเพียง	 จังหวัดน่ำน	
ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยน�้ำเกี๋ยน	จ�ำนวน	๓	สถำนี	

                                 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๖5
                                 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๓.	พื้นที่บำนปำต้ำง	หมูท่	๖	ต�ำบลบ้ำนฟำ	อ�ำเภอบ้ำนหลวง	จังหวัดน่ำน	ท�ำกำร
             ้              ่ ี
ส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยลู่	จ�ำนวน	2	สถำนี	และห้วยสวด	จ�ำนวน	1	สถำนี	
	 4.	พื้นที่บ้ำนก้อ	หมู่ที่	 ๓	ต�ำบลแม่จริม	อ�ำเภอแม่จริม	จังหวัดน่ำน	ท�ำกำร
ส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยแม่จริม	จ�ำนวน	2	สถำนี	ห้วยก้อหลวง	1	สถำนี	
	 5.	พื้นที่บ้ำนห้วยเม่น	 หมู่ที่	 ๖	 ต�ำบลไหล่น่ำน	 อ�ำเภอเวียงสำ	 จังหวัดน่ำน	
ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกแม่น�้ำว้ำ	จ�ำนวน	2	สถำนี	ห้วยเม่น	1	สถำนี	
	 ๓. ระยะเวลาในการสํารวจเก็บขอมูล
	 	 ระหว่ำงเดือน	มิถุนำยน	2554	ถึงเดือน	กรกฎำคม	2554
ผลการสํารวจความหลากหลายของทรัพยากรประมงในพื้นที่บานดงปาสัก
                                อําเภอภูเพียง
	 ๑. ลักษณะทางกายภาพ
	 	 1.1	 ล�ำห้วยน�้ำเกี๋ยน	พบว่ำ	มีควำมกว้ำงของล�ำน�้ำเฉลี่ย	๖	เมตร	ควำม
ลึกของน�้ำเฉลี่ย	50	เซนติเมตร	สีน�้ำใส	กระแสน�้ำไหลเร็วและมีคุณภำพน�้ำ	ดังนี้	
อุณหภูมิอำกำศ	๓1	องศำเซลเซียส	อุณหภูมิน�้ำ	2๙	องศำเซลเซียส	ค่ำควำมเป็นก
รดเปนดำง	(pH)	8	คำออกซเจนละลำยในน้ำ	4.5	มลลกรม/ลตร	คำควำมกระดำง	
     ็ ่             ่     ิ             �        ิ ิ ั ิ ่                 ้
80	มิลลิกรัม/ลิตร	ค่ำควำมเป็นด่ำง	๗0	มิลลิกรัม/ลิตร	แอมโมเนีย	0	มิลลิกรัม/ลิตร
	 ๒. ความหลากชนิดของปลาในแหล่งนํ้าธรรมชาติ ท่พบในกำรสมตวอยำง
                                                         ี           ุ่ ั ่
ทุกสถำนีของบ้ำนดงปำสัก	 พบปลำ	 4	 วงศ์	 (Family)	 5	 สกุล	 (Genus)	 และ	
5	 ชนิด	 (Species)	 ปลำตะเพียนน�้ำตก	 (Puntius rhombeus)	 ปลำซิวควำย	
(Rasbora paviei)	ปลำจำด	(Poropuntius laoensis)	ปลำมอน	(Scaphionicthys
acanthopterus)	ปลำก้ำง	(Channa limbata)	แสดงดังภำพที่	2




                                                       ภาพที่ ๒ เปรียบเทียบชนิดและปริมาณของปลา
       ๖๖    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
             บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตำรำงที่	5	ชนิดปลำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก
                                                                      จ�ำนวนตัวอย่ำงปลำ	(ตัว)
                      ชนิดปลำ
                                                                      St.	1 St.	2 St.	๓
 Family	Cyprinidae                                                     10       ๖       11
 	1.	Puntius rhombeus                                                   8       5       1๖
 	2.	Rasbora paviei                                                     5       -        2
 	๓.	Poropuntius laoensis	                                              2       2        1
 	4.	Scaphionicthys acanthopterus Family
     Channidae                                                            ๓              ๖            -
 	5.	Channa limbata
หมายเหตุ : St. หมายถึง สถานีที่ทําการสํารวจ

พันธุปลาที่พบ
       Family Cyprinidae
	       	     วงศ์ปลำตะเพียนเป็นวงศ์ของปลำที่จัดว่ำเป็นปลำน�้ำจืดอย่ำงแท้จริง	
(Primary	freshwater	fishes)	คือ	วงจรชีวิตทั้งหมดอยู่ในน�้ำจืด	นอกจำกนี้เป็นปลำ
น้ำจืดท่มจ�ำนวนชนดมำกท่สดคอ	210	สกล	และมำกกวำ	2,010	ชนดมควำมหลำก
  � ี ี            ิ      ีุ ื         ุ            ่           ิ ี
ชนิดเป็นอันดับสำมของวงศ์ปลำในโลก	มีลักษณะส�ำคัญ	คือ	ไม่มีฟนที่ริมฝีปำก	แต่
มีฟนซี่ใหญ่อยู่ในคอ	เกล็ดเป็นแบบขอบเรียบและบำง	ครีบเป็นก้ำนครีบอ่อน	ครีบ
หำงส่วนมำกเป็นครีบเว้ำครีบท้องอยูคอนมำทำงกลำงของล�ำตัว	และมีกำรแพร่กระจำย
                                 ่่
พันธุ์ทุกทวีป	(Berra,2001;	Kottelat,	2001;	Nelson,	2001)	




                                สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๖๗
                                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๖8   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
สัตว์น�้าเด่น
      ( พันธุ์ปลาที่พบ )




   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น
บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

                      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๖๙
                      บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๑. ปลาตะเพียนน�้าตก
        ชื่อวิทยาศาสตร : Puntius rhombeus	(Kottelat,	2001)
        ชื่อทองถิ่น            : ปลำปก
        ขนาด                    : เมื่อโตเต็มที่ควำมยำว	ไม่เกิน	๖5	มิลลิเมตร
        อาหาร                   : พืช	และ	ตัวอ่อนแมลง
ลักษณะโดยทั่วไป :
	       ล�ำตัวปอมสั้น	มีแถบสีด�ำรำงๆ	บริเวณด้ำนบนจุดเริ่มต้นของเส้นข้ำงล�ำตัว		สีบน
เส้นข้ำงล�ำตัวเป็นสีเงินคล�้ำ	ด้ำนล่ำงล�ำตัวเป็นสีเงินปนสีเหลืองทอง	ครีบทุกครีบเป็นสี
แดง	และครีบหำงเป็นสีแดงปนน�้ำตำล	มีจุดสีด�ำกลมบริเวณคอดหำง	บริเวณจุดเริ่มของ
ครีบก้น	 และบริเวณใต้จุดเริมต้นของครีบหลัง	 ปลำขนำดเล็กอำจมีจุดสีด�ำหลำยๆ	 จุด
                              ่
ตำมแนวเส้นข้ำงล�ำตัว	มีหนวด	2	คู่	มีเกล็ดเส้นข้ำงล�ำตัว	24-25	เกล็ด	
	       ถิ่นอาศัย               :	 พบได้ทั่วไปตำม	แม่น�้ำ		ล�ำธำร	บนภูเขำ




       ๗0     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๒. ปลาซิวควาย
          ชื่อวิทยาศาสตร :	 Rasbora paviei	(Tirant,	1885)
	         ชื่อทองถิ่น         :		ปลำซิว
	         ขนาด                 :		ขนำดที่พบประมำณ	๓.2-11.๖	เซนติเมตร
	         อาหาร                :	 กินลูกน�้ำ	ตัวอ่อนของแมลง	และแมลงน�้ำ
	         	      	 	           	 รวมทั้งแมลงที่บินอยู่ตำมผิวน�้ำ
ลักษณะโดยทั่วไป :
	         ล�ำตัวยำวเรียว	หัวและปำกมีขนำดเล็ก	ตำโต	ไม่มีหนวด	รูจมูก	1	คู่	ริมฝีปำกอยู่
บริเวณหน้ำสุดในแนวเฉียง	มุมปำกยำวถึงขอบหน้ำของตำ	บริเวณปลำยหน้ำสุดของขำ
กรรไกรล่ำงเป็นสันยื่นออกมำเรียกว่ำ	Symphyseal	knob	ครีบหลังฐำนค่อนข้ำงสั้นมี
ก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง	2	อัน	และก้ำนครีบอ่อนที่แตกแขนง	8	อัน	ครีบอกมีก้ำน
ครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง	1	อัน	และครีบอ่อนที่แตกแขนง	1๓	อัน	จุดเริ่มต้นของครีบท้อง
อยู่หน้ำแนวครีบหลังเล็กน้อย	มีก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง	1	อันและก้ำนครีบอ่อนที่
แตกแขนง	๗	อัน	ครีบก้นมีก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง	2	อัน	และก้ำนครีบอ่อนที่แตก
แขนง	5	อัน	ครีบหำงเป็น	2	พู	เส้นข้ำงตัวสมบูรณ์อยู่ค่อนมำทำงด้ำนล่ำง	หัวและล�ำตัว
สีน�้ำตำลอ่อนอมสีทอง	 มีแถบสีด�ำทอดไปตำมควำมยำวของล�ำตัว	 ตังแต่หลังช่องเปด
                                                                    ้
เหงือกไปจนถึงบริเวณโคนครีบหำง	 และแถบสีขยำยใหญ่ขึ้นเป็นวงกว้ำงที่บริเวณคอด
หำง	ครีบสีเหลืองใส	
	         ถิ่นอาศัย            :	 พบในน้ำตกตอนลำงบรเวณท่พ้นทองน้ำเปนกรวดทรำย
                                         �           ่ ิ ี ื ้ � ็
ที่มีกิ่งไม้ทับถมกัน	ในน�้ำนิ่งและน�้ำไหล	ตำมแอ่งน�้ำบนน�้ำตก	พบได้ทั่วไปทุกแหล่งน�้ำ

                                สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๗1
                                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๓. ปลาจาด
       ชื่อวิทยาศาสตร :	 Poropuntius laoensis	(Gunther,	18๖8)
	      ชื่อทองถิ่น      :	 ปลำจำด
	      ขนาด              :	 10-15	เซนติเมตร
	      อาหาร             :	 ตัวอ่อนแมลง	ผลไม้	และเมล็ดพืช
	      ลักษณะโดยทั่วไป	
	      รูปร่ำงคล้ำยปลำตะเพียน	แต่ตัวเรียกว่ำ	ล�ำตัวแบนข้ำง	หัวเล็ก	มีหนวด	2	คู่	
ที่ปำกบน	และมุมปำกปลำยจมูกมีตุ้มสำก	ๆ	เกล็ดใหญ่
	      ถิ่นอาศัย         :	 พบได้ทั่วไปตำมล�ำธำรภูเขำ	ชำวบ้ำนนิยมจับมำบริโภค
เป็นอำหำร	อำศัยในล�ำธำรที่มีน�้ำลึก




       ๗2     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๔. ปลามอน
        ชื่อวิทยาศาสตร : Scaphionicthys acanthopterus	(Fowler,	1๙๓4)
        ชื่อทองถิ่น        : ปลำมอน
        ขนาด                : ประมำณ	10-	15	เซนติเมตร
        อาหาร               : ตัวอ่อนแมลง
ลักษณะโดยทั่วไป
        รูปร่ำงเรียวยำว	แบนข้ำง	ล�ำตัวกว้ำง	หำงตอดเรียว	หัวกลมและโต	จะงอยปำกงุ้ม	
ปำกอยูดำนล่ำง	ปำกล่ำงมีขอบเรียบเป็นสัน	ปลำยจะลอยปำกมีตมเล็กๆ	ครีบหลังมีกำน
        ่้                                                    ุ้                ้
ครีบแข็งและเป็นขอบหยัก	 ครีบหำงเว้ำลึก	 ตัวสีเงินเหลือบสีเขียวอ่อน	 และมีสีชมพูข้ำง
ล�ำตัว	ครีบทุกครีบมีสีเหลืองอ่อน
        ถิ่นอาศัย           : พบอำศัยอยู่ใกล้บริเวณน�้ำตก	ซึ่งเป็นน�้ำสะอำด




                               สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๗๓
                               บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
Famiry	Channidae
	        วงศ์ปลำช่อน		มีรูปร่ำงเรียวทรงกระบอก		ส่วนหัวโต		จะงอยปำกยื่น		ปำกกว้ำง	
                                                                                	
ตำโต		มีฟนเป็นเขี้ยวบนขำกรรไกร		หัวด้ำนบนรำบ		ถ้ำดูจำกตอนบนจะโค้งมนคล้ำย
หัวงู		ล�ำตัวค่อนข้ำงกลม		ครีบหลังละครีบก้นยำว		ครีบหำงปลำยมน	ครีบอกใหญ่		ครีบ
ท้องเล็ก		เกล็ดใหญ่มีขอบเรียบ	




๕. ปลาก้าง
          ชื่อวิทยาศาสตร : Channa	limbata	(Cuvier,	18๓1)
          ชื่อทองถิ่น       : ปลำกั้ง
          ขนาด               : 15-25	เซนติเมตร
          อาหาร              : ปลำ	กุ้ง	และแมลง
ลักษณะโดยทั่วไป
          ล�ำตัวค่อนข้ำงกลม	มีเลก็ดที่หัวและล�ำตัว	คล้ำยกับลักษณะของหัวงู	 จะงอยปำก
สั้นทู่	 ปำกกว้ำง	มีฟนแหลมคม	มีหนวดสั้น	1คู่	 อยู่ริมจมูก	บริเวณครีบหลัง	ครีบหำง
และครีบก้น	 มีสีแดงสด	 ตัวครีบเหล่ำนี้เป็นสีม่วง	ด้ำนหลังเป็นสีเทำเข้ม	 ท้องสีน�้ำตำล
และขำว
          ถิ่นอาศัย          : อำศัยในแม่น�้ำ	หนอง	บึง	คลอง	ล�ำธำรที่อยู่บนภูเขำสูง

       ๗4     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตำรำงที่	๖	ชนิดของแพลงก์ตอนที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก	
                                                                จ�ำนวนแพลงก์ตอน
          ชนิดของแพลงก์ตอนที่พบ                                ที่พบในแต่ละสถำนี
                                                           St.	1 St.	2        St.	๓
Phylum Cyanophyta (สีเขียวแกมนํ้าเงิน)
										Anabaena sp.                                                                       +
										Lyngbya sp.                                                                        ++
Phylum Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว)
          Cladophora spp.                                      +                             ++
          Closterium sp.                                                         +
          Eudorina sp.                                                                       +
          Volvox sp.                                                                         ++
Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด)
          Euglena sp.                                                            +
          Phacus sp.                                                                             +
Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)
									 Navicula sp.                                                                           +
Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต)
										Gymnodinium sp.                                                        +
Phylum Arthropoda
										Identified	cyclopoid	copepod                                                            +
หมายเหตุ : + พบนอย, ++ พบปานกลาง, +++ พบมาก

                           สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๗5
                           บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๓. ความหลากหลายของพรรณไมนํ้า	 ส�ำรวจพบพรรณไม้น�้ำทั้งหมด	
๖	วงศ์	(Family)	๖	สกุล	(Genus)	และ	๖	ชนิด	(Species)	โดยชนิดของพรรณไม้
น�้ำที่พบทั้งหมดแสดงไว้ดังตำรำงที่	๗
 ตำรำงที่	๗	ชนิดของพรรณไม้น�้ำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก
ลําดับ          ชื่อวงศ                        ชื่อไทย                        ชื่อวิทยาศาสตร
  ที่
   1     POLYGONACEAE                      ผักไผ่น�้ำ                 Polygonum tomentosum Willd.
   2     POACEAE                           หญ้ำไซ                     Leersia hexandra Sw.
   3     ARACEAE                           บอน                        Colocasia esculenta	(L.)	Schott
   4     ATHYRIACEAE                       ผักกูดขำว                  Diplazium esculentum	(Retz.)	Sw.
   5     MIMOSACEAE                        ไมยรำบยักษ์                Mimosa pigra	L.
   6     Poaceae                           อ้อ                        Arundo donax	L.

	      ๔. ความหลากหลายสัตวหนาดิน พบควำมหลำกหลำยของสัตว์หน้ำดิน	
๓	ไฟลัม	ได้แก่	 Phylum	Annelida	ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน	จ�ำนวน	1	Order	
และ	1	Family,	Phylum	Arthopoda	ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน	2	Order	และ	
2	Family	และส�ำหรับ	Phylum	Mollusca	ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน	2	Order	และ	
๓	Family	(ตำรำงที่	8)
	      กำรศึกษำครั้งนี้ได้	 จ�ำแนกควำมหลำกหลำยปริมำณสัตว์หน้ำดินถึงระดับ
ครอบครัว	(Family)	พบว่ำ	ควำมหลำกหลำยของสัตว์หน้ำดินพบมำกที่สถำนีกำร
เก็บตัวอย่ำงจุดที่	1,	๓	และ	2	ตำมล�ำดับ




         ๗๖   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตำรำงที่	8	แสดงกำรจ�ำแนกทำงอนุกรมวิธำนสัตว์หน้ำดินบ้ำนดงปำสัก
                                                                 จํานวนสัตวหนาดินที่พบในแต่ละสถานี
     Phylum, Class, Order                   Family
                                                                      ๑                 ๒             ๓
Phylum Annelida
 C. Clitallata
							O.	Haplotaxida                  Naididae                                                       4
Phylum Arthopoda
 C. Insecta
						O.	Ephemeroptera                 Potamanthidae                                     1
						O.	Odonata                       Gomphidae                                         2
Phylum Mollusca
 C. Gastropoda
							O.	Neogastropoda                Buccinidae                      ๓
							O.	Mesogastropoda               Thiaridae                       ๖                 2            ๓
                                       Viviparidae                     ๓
Taxa richness                                                          ๓                 ๓            2
Sum of Total individual in each Family                                12                 5            ๗

    ตำรำงที่	8	แสดงกำรจ�ำแนกทำงอนุกรมวิธำนสัตว์หน้ำดินบ้ำนดงปำสัก
                           แพลงก์ตอนพืชชนิดที่พบ
Phylum	Cyanophyta	(สำหร่ำยสีเขียวแกมน�้ำเงิน)
		1.	Anabaena sp.
		2.	Lyngbia sp.
Phylum	Chlorophyta	(สำหร่ำยสีเขียว)
		3.	Cladophora spp.
		4.	Closterium sp.
		5.	Eudorina sp.
		6.	Volvox sp.

                                สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๗๗
                                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด)
	7.	Euglena sp.
	8.	Phacus sp.
Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)
	9.	Navicula sp.
                                    แพลงก์ตอนพืชชนิดที่พบ
Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต)
	10.	Gymnodinium sp.

ชุดภำพที่	1	แสดงชนิดแพลงก์ตอนพืช	5	ไฟลัม	ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง	5	แห่ง
	 Phylum Cyanophyta (สาหร่ายสีเขียวแกมนํ้าเงิน)




 Anabaena sp.             Anabaena sp.

	 Phylum Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว)




     Cladophora spp.          Closterium sp.          Eudorina sp.               Volvox sp.

	 Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด)




        Cladophora spp.                Closterium sp.



       ๗8       สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
                บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)




     Navicula sp.

		Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต)




       Gymnodinium sp.


ตำรำงที่	22		ชนิดของแพลงก์ตอนสัตว์ทั้งหมดที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง	5	แห่ง
                                  แพลงกตอนสัตวชนิดที่พบ
Phylum Arthropoda
	1.	Identified	cyclopoid	copepod

ชุดภำพที่	2	แสดงชนิดแพลงก์ตอนสัตว์	2	ไฟลัม	ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง	5	แห่ง
		Phylum	Arthopoda




   Identified cyclopoid copepod




                                       สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๗๙
                                       บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ตำรำงที่	2๓		ชนิดของสัตว์หน้ำดินทั้งหมดที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง	5	แห่ง
                                        สัตวหนาดินที่พบ
Phylum ,Class ,Order                                        Family
Phylum	Annelida
			C.	Clitallata
							O.	Haplotaxida                                       Naididae
Phylum	Arthopoda
			C.	Insecta
                                                            Potamanthidae
						O.	Odonata                                            Gomphidae
Phylum	Mollusca
			C.	Gastropoda
							O.	Neogastropoda                                     Buccinidae
							O.	Mesogastropoda                                    Thiaridae
                                                            Viviparidae

ชุดภำพที่	๓	แสดงชนิดสัตว์หน้ำดิน	๓	ไฟลัม	ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง	5	แห่ง
    Phylum             Class                 Order                   Family    ภาพ
Phylum	Annelida      Clitallata        Haplotaxida               Naididae




Phylum	Arthopoda Insecta               Ephemeroptera Potamanthidae




      80      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
Phylum         Class        Order                   Family                            ภาพ
                            Odonata                Gomphidae




Phylum	Mollusca   Gastropoda Neogastropoda Buccinidae




                            Mesogastropoda Thiaridae




                                                   Viviparidae




                              สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      81
                              บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
82   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภาคผนวก ก




ประมวลภาพกิจกรรมในพื้นที่
84   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      85
บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
8๖   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภาคผนวก ข




 ภาพที่เกี่ยวข้อง
ภาพแสดงที่ตั้งของชุมชนบานดงปาสัก ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน




 ภาพแสดงปายของชุมชนที่มีการดําเนินการปองกันการตัดไมในพื้นที่ปาชุมชน

  88     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
         บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภาพแสดงปายของชุมชนที่มีการดําเนินการปองกันการตัดไมในพื้นที่ปาชุมชน




               สภาพทั่วไปของปาชุมชนบริเวณแปลงสํารวจ

                         สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      8๙
                         บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภาพแสดงไรขาวโพดเลี้ยงสัตว ซึ่งปจจุบันถือวาเปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญที่สุด

๙0      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
        บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ภาพแสดงการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตว เพื่อเตรียมปลูกยางพารา




          ภาพตัวอยางการปลูกยางพาราในพื้นที่ลาดเอียงสูง

                        สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๙1
                        บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
แสดงการชะลางพังทลายของดิน ซึ่งเปนผลมาจากการใชที่ดินลาดชันสูงทําการเกษตร




  รองรอยการหาอาหาร (หนอไม)                            ภาพการเก็บขอมูลของอาสาสมัครรวมสํารวจ
  ในบริเวณปาชุมชนบานดงปาสัก

    ๙2    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
          บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
ดัชนี
ก                ต                                          ม                             ส
ก่อตำหมู         ตะคร้อ                                     มอน                           ส้มเสี้ยน
ก่อแพะ           ตะแบกกนำ                                   มะกอก                         ส้ำนหิ่ง
กระเจียว         ตะเพียนน�้ำตก                              มะกอกปำ                      สำบเสือ
กระชำย           ตำเสือ                                     มะขำมปอม                     สำหร่ำยสีเขียว
กระท่อมเนิน      ตำลเหลือง                                  มะจิ้ม                        สำหร่ำยสีเขียวแกมน�้ำเงิน
กระท่อมหมู       ติ้ว                                       มะเย้ย                        แสลงใจ
กระพี้จั่น       ตีนนก                                      มะแตง
ก้ำง             เต็ง                                       มันเหลี่ยม                    ห
ก�ำบี้(แมลงปอ)   เต็งหนำม                                   ไม้ติ้ว                       หญ้ำกอนหมำ
                                                            ไมยรำบยักษ์                   (ขึงหำงม้ำ)
ข                บ                                          โมก                           หญ้ำคมบำง
ข้ำวโพด          บวบลม                                                                    หญ้ำคอตุง
                 บอน                                        ย                             หญ้ำยุง
ค                บุก                                        ยำงพำรำ                       หญ้ำสำมเหลี่ยม
แคทรำย                                                      ยำบ                           หญ้ำไซ
ค�ำมอก           ป                                          ยูกลีนอยด์                    หนอนตำย
                 ปอลำย                                                                    หัวข้ำวเย็น
ง                ปีพงษ์                                    ร                             เห็ด
งิ้วปำ          ประดู่ปำ                                  รำชพฤกษ์                      เห็ดด่ำน
                 เปลวปล่องฟำ                               รักใหญ่                       เห็ดแดง
ซ                เปำหลวง                                   รัง                           เหียง
ซิวควำย                                                                                   เหมือดจี้
                 ผ                                          ล                             เหมือดหอม
จ                ผักกูด                                     เลียง
จำด              ผักกูดง้อง                                                               อ
                 ผัก กูด ขำว																													   ว                             อ้อ
ด                ผักไผ่น�้ำ                                 ว่ำนเข้ำพรรษำ                 อินทนิลบก
ดอกก้ำน          ไผ่ไร่                                     ว่ำนแผ่นดินเย็น               เอื้องหมำยนำ
แดง                                                         ว่ำนหัวข้ำวเย็น
ไดโนแฟลกเจลแลต   พ
ไดอะตอม          พลวง
                 พฤกษ์


                                      สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                       ๙๓
                                       บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
๙4   สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
     บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เอกสารอ้างอิง
                                   ......................
กรมอทยำนแหงชำต	สตวปำและพนธพช,(2548)	พชถ่นเดยวและพชหำยำกของประเทศไทย.
       ุ          ่ ิ ั ์            ั ์ุ ื            ื ิ ี        ื
	        (พิมพ์ครั้งที่	2)	โรงพิมพ์กำรศำสนำ
กรมอุทยำนแห่งชำติ	สัตว์ปำและพันธุ์พืช.(ไม่ปรำกฏวันที่	เดือน	ปีที่เผยแพร่).	ควำมรู้เรื่องปำไม้.
	        สืบค้นเมื่อวันที่	12	สิงหำคม	2554.	จำก	http://www.dnp.go.th/
กรมปำไม้.(ไม่ปรำกฏวันที่	เดือน	ปีท่เผยแพร่).	ควำมรูเรื่องปำไม้.	สืบค้นเมื่อวันที่1๖	สิงหำคม	
                                         ี                ้
	        2554.	จำก	http://www.forest.go.th/Research/Knowledge/B_forest1.html	
กรมพัฒนำแพทย์แผนไทยและแพทย์ทำงเลือก.(ไม่ปรำกฏวันที่	เดือน	ปีท่เี ผยแพร่).สมุนไพรไทย.
	        สืบค้นเมื่อวันที่	11	สิงหำคม	2554.	จำก	http://www.dtam.moph.go.th/
เกษม	จันทร์แก้ว,(2545)	กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมแบบผสมผสำน.(พิมพ์ครั้งที่	1)	                    	
	        ส�ำนักพิมพ์มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์	
เกษม	จันทร์แก้ว	.	(25๓0).	วิทยำศำสตร์สิ่งแวดล้อม.	กรุงเทพฯ	:	อักษรสยำมพิมพ์.
ไซมอนด์	กำร์ดเนอร์,พินดำ	สิทธิสุนทรและวิไลวรรณ	อนุสำรสุนทร,	(2542).
	        ต้นไม้เมืองเหนือ	 คู่มือศึกษำพรรณไม้ยืนต้นในปำภำคเหนือ	 ประเทศไทย.	
	        ภำควิชำชีววิทยำ	คณะวิทยำศำสตร์	มหำวิทยำลัยเชียงใหม่.
ภำควชำชววทยำปำไม	คณะวนศำสตร	มหำวทยำลยเกษตรศำสตร	.นเวศวทยำปำไม.้ (ไมปรำกฏ
      ิ ี ิ           ้                   ์   ิ ั                ์ ิ ิ                ่
	        วันที่	เดือน	ปีที่เผยแพร่).สืบค้นเมื่อวันที่	10	สิงหำคม	2554
	        จำก	http://www.forest.ku.ac.th/forestbiology/ecology_homepage/	
สถำบนวจยและพฒนำพ้นท่สง(องคกรมหำชน).มปพ.	พืชอาหารและสมุนไพรทองถิ่นบนพื้นที่สง
     ั ิั          ั      ื ีู ์                                                              ู
         บานโปงคํา ต.ดู่พงษ อ.สันติสุข จ.น่าน.
สมศักดิ์	สุขวงศ์.	(ไม่ปรำกฏวันที่	เดือน	ปีที่เผยแพร่).	ปำเขตร้อนคุณค่ำควำมหลำกหลำยของ
	        สรรพชีวิต.	สืบค้นเมื่อวันที่	5	สิงหำคม	2554.	จำก	http://www.seub.or.th/datacenter/
สมุนไพรไทยและสมุนไพรพื้นบ้ำนล้ำนนำ.	(ไม่ปรำกฏวันที่	เดือน	ปีที่เผยแพร่).
	        ควำมรู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้ำนล้ำนนำ.สืบค้นเมื่อวันที่	1๖	สิงหำคม	2554.
	        จำก	http://www.thaimedicinalplant.com/Lanna1.html

                                    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น                      ๙5
                                    บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
เสวียน	 เปรมประสิทธิ์,(25๓8)	 กำรศึกษำเชิงนิเวศวิทยำเกี่ยวกับควำมสัมพันธ์ระหว่ำง
	       สังคมพืชในปำเต็งรังกับคุณสมบัติดิน	บริเวณอุทยำนแห่งชำติดอยอินทนนท์
	       จงหวดเชยงใหม.่ 	วทยำนพนธหลกสตรปรญญำวทยำศำสตรมหำบณฑต(เกษตรศำสตร)	
         ั ั ี           ิ     ิ ์ ั ู ิ             ิ               ั ิ               ์
	       สำขำปฐพีศำสตร์	บัณฑิตวิทยำลัย	มหำวิทยำลัยเชียงใหม่	
เสวียน	เปรมประสิทธิ์,(2545)	นิเวศวิทยำสิ่งแวดล้อม.	ภำควิชำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม	
	       คณะเกษตรศำสตร์	ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม	มหำวิทยำลัยนเรศวร	
	       กรุงเทพมหำนคร	:	แผนกธรรมชำติวิทยำ	สยำมสมำคม,	หน้ำ	22๗-254.
National	Park,	Wildlife	and	Plant	Conservation	Department.2005.	A Prelimimary
        Check-list of Threatened Plants in Thailand.	Bangkok,Thailand	
Soontorn	Khamyong.	(1๙๙๙)	Final	Report:	Ecology	of	the	Mixed	Deciduous	and	Dry	
	       Dipterocarp	Forest	in	Kaeng	Sua	Ten	Dam	Project	Area,	Phare	Province.	
	       Centre	of	Ecological	Economics	(CEE)	Faculty	of	Economics	Chulalongkorn	
	       University.

                              .........................................................




        ๙๖     สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น
               บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน

Bioosm

  • 1.
    โครงการจัดท�าฐานข้อมูลเพื่อการศึกษาและพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมอาชีพชุมชน พื้นที่กลุ่มป่าภูคา-แม่ยมและกลุ่มป่าศรีลานนา-ขุนตาล สารานุกรมความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒ ส�านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน
  • 2.
    สารานุกรมความหลากหลายทางชีวภาพ บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พิมพ์ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2554) จ�ำนวน 500 เล่ม ISBN ........................... พิมพ์เผยแพร่โดย ส�ำนักงำนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่ำน ๙2 ถนนมหำวงศ์ ต�ำบลในเวียง อ�ำเภอเมืองน่ำน จังหวัดน่ำน 55000 โทรศัพท์ 054 ๗101๓๖ โทรสำร 054 ๗101๓๖ ต่อ 21 สงวนลิขสิทธิ์ ส�ำนักงำนปลัดกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ผู้เรียบเรียงและ ภำพประกอบ ที่ปรึกษำโครงกำร ออกแบบพิมพ์ หจก.ไอเดีย กรุ๊ป ปริ้นท์ติ้ง แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ๓00/25๓ หมู่ 10 ต�ำบลแม่เหียะ อ�ำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์ 0 5๓80 441๓, 0 5๓80 5111, 08 ๖42๙ 554๓
  • 3.
    ค�าน�า จำกพนธกรณท่ภำคอนสญญำวำดวยควำมหลำกหลำยทำงชวภำพ ตองดำเนน ั ี ี ี ุั ่ ้ ี ้ � ิ งำนเพื่อกำรอนุรักษ์และด�ำรงรักษำทรัพยำกรอันทรงคุณค่ำไว้ให้คงอยู่ตลอดไป โดย มีเปำหมำยเพื่อหยุดยั้งกำรสูญเสียควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรอนุรักษ์ ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรใช้ประโยชน์องค์ประกอบควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพอย่ำงยั่งยืนและแบ่งปนผลประโยชน์อย่ำงเท่ำเทียมและยุติธรรม กลุมจังหวัดภำคเหนือตอนบน 2 ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดเชียงรำย จังหวัดพะเยำ ่ จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่ำน เป็นกลุมจังหวัดหนึ่งที่มพ้นที่เป็นปำต้นน�ำของแม่น้ำสำย ่ ี ื ้ � ส�ำคัญหลำยสำย กลุ่มปำที่ส�ำคัญในพื้นที่ได้แก่กลุ่มปำภูคำ-แม่ยมและกลุ่มปำ ศรีลำนนำ-ขุนตำล เพื่อศึกษำสถำนกำรณ์กำรคุกคำมควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ ซึ่งเป็นพื้นฐำนของกำรส่งเสริมพัฒนำเศรษฐกิจจำฐำนชีวภำพโดยกำรน�ำทรัพยำกร ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ จึงมีควำมจ�ำเป็นอย่ำงยิ่งที่ต้องมีกำรส�ำรวจควำมหลำก หลำยทำงชีวภำพเพื่อเป็นแนวทำงในกำรสงวน อนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่ำงยั่งยืน ภำยใต้ภูมิปญญำท้องถิ่นมำใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจควบคู่ไปกับกำรอนุรักษ์ อย่ำงยั่งยืน อีกทั้งสร้ำงโอกำสให้เกิดกระบวนกำร กำรส่งเสริมอำชีพ กำรสร้ำงงำน กำรสร้ำงรำยได้ และใช้ฐำนจำกทรัพยำกรควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและภูมปญญำ ิ  ท้องถิ่นควบคู่กับวิทยำกำรใหม่ๆภำยใต้ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น ส�ำนักงำนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในกลุ่มจังหวัด ภำคเหนือตอนบน 2 ในฐำนะหน่วยงำนตัวแทนของกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อม มีภำรกิจจ�ำเป็นต้องด�ำเนินกำรอนุรักษ์และพัฒนำทรัพยำกรควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพอย่ำงเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยเน้นกำรบูรณำกำรกำรด�ำเนินงำน ของหน่วยงำนและกำรมีส่วนร่วมทุกภำคส่วน จึงได้ด�ำเนินกำรจัดท�ำโครงกำรจัดท�ำ ฐำนข้อมูลเพื่อกำรศึกษำและพัฒนำควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและภูมิปญญำ ท้องถิ่นและส่งเสริมอำชีพชุมชนพื้นที่กลุมปำภูคำ-แม่ยมและกลุมปำศรีลำนนำ-ขุนตำล ่ ่ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภำคเหนือตอนบน 2 ขึ้น ส�านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน
  • 4.
    สารบัญ รำยกำร หน้ำ บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐำนบ้ำนดงปำสัก 5 - ประวัติศำสตร์ชุมชน 5 - ที่ตั้ง/อำณำเขต ๖ - กำรเมืองกำรปกครองปกครอง ๖ - ด้ำนเศรษฐกิจ ๖ - วัฒนธรรม ประเพณีในชุมชน ๖ - ด้ำนสำธำรณสุข ๖ - ด้ำนกำรศึกษำ ๗ - ด้ำนทรัพยำกรและสิ่งแวดล้อม ๗ - ผังเครือญำติ 8 - ผังโครงสร้ำงองค์กรชุมชน ๙ - ปฏิทินชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน 10 - จ�ำนวนประชำกรบ้ำนดงปำสัก 12 - ข้อมูล โรงเรียน ศำสนสถำนในหมู่บ้ำน/ศูนย์เด็กเล็ก 1๓ - ข้อมูลร้ำนค้ำ ตลำดสด ข้อมูลร้ำนขำยของช�ำและอื่นๆ 14 - ข้อมูลกลุ่มองค์กร และกองทุนต่ำงๆในหมู่บ้ำน 15 - ท�ำเนียบภูมิปญญำท้องถิ่น 1๗ บทที่ 2 ข้อมูลควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพด้ำนพืช 25 - โครงสร้ำงสังคมพืช 28 - พรรณพืชเด่น (ไม้ต้น) ๓1 - ไม้พันธุ์พื้นล่ำง 45 บทที่ ๓ ควำมหลำกหลำยชีวภำพของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน�้ำ ๖๓ - วิธีกำรด�ำเนินกำรและสถำนที่ท�ำกำรเก็บตัวอย่ำง ๖๓ - ผลกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยของทรัพยำกรประมงในพื้นที่ ๖๖ บ้ำนดงปำสัก อ�ำเภอภูเพียง จ.น่ำน - ชนิดปลำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก ๖๗ - ชนิดของแพลงก์ตอนที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก ๗5 - ชนิดของพรรณไม้น�้ำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก ๗๖ ภำคผนวก ก 8๓ ภำคผนวก ข 8๗ ด้ชนี ๙๓ เอกสำรอ้ำงอิง ๙5
  • 5.
    บทที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐานบ้านดงป่าสัก ๑. ขอมูลพื้นฐานบานดงปาสัก ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน ๑.๑ ประวัติศาสตร์ชุมชน คือกำรศึกษำถึงเรื่องรำวควำมเป็นมำของชุมชนในด้ำนต่ำงๆ ทั้งทำงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและกำรเมือง เพรำะจะช่วยให้เข้ำใจถึงปรำกฏกำรณ์ต่ำงๆ ที่เกิด ขึ้นในชุมชนรวมถึงกำรลดอคติส่วนตัวที่จะเข้ำไปตัดสินเรื่องรำว หรือปรำกฏกำรณ์ ต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน บ้ำนดงปำสักหมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน มีหลักฐำน ตั้งเป็นหมู่บ้ำน เมื่อปี พ.ศ. 244๗ ห่ำงจำกที่ว่ำกำรอ�ำเภอภูเพียง 15 กม. และ อยหำงจำกตวจงหวดนำน ประมำณ 20 กม. สภำพพ้นท่เปนท่ลำดชนภเขำอยลอม ู่ ่ ั ั ั ่ ื ี ็ ี ั ู ู่ ้ รอบ ภูมิล�ำเนำเดิม รำษฎรบ้ำนฝำยแก้ว หมู่ที่ ๓ ต�ำบลฝำยแก้ว โดยมีแกนน�ำคือ นำยกำ นำยครื้น นำยแก้ว ได้มำท�ำไร่ ท�ำสวน ปลูกข้ำวที่ห้วยแหด ต่อมำได้ย้ำย มำปกหลักที่ท�ำกิน บริเวณล�ำห้วยน�้ำเกี๋ยน (ห้วยตำดน้อย) หรือที่ชำวบ้ำนเรียกกัน ว่ำ ฮ่อง บ้ำนห่ำง(บ้ำนร้ำง) และต่อมำได้ย้ำยลงมำตำมเส้นทำงล�ำน�้ำเกี๋ยนมำปก หลกทำมำหำกนท่หวยเหลำคำ(บำนดงปำสกปจจบน) เหตผลท่ใหช่อบำนดงปำสก ั � ิ ี ้ ่ ้  ั  ุ ั ุ ี ้ื ้  ั เพรำะมีต้นไม้ขนำดใหญ่อยู่เป็นจ�ำนวนมำก ไม้สักที่ถูกตัดหำยไปเกิดจำกกำร สัมปทำนปำจำกภำครัฐ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ท่มตนสักทองขนำดใหญ่ ซึ่งสำมำรถสังเกต ี ี้ จำกร่องรอยที่เหลืออยู่ในปจจุบัน สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 5 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 6.
    ๑.๒ ที่ตั้ง/อาณาเขต บ้ำนดงปำสัก หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน ประกอบ ด้วยบ้ำนดงปำสัก และบ้ำนห้วยกวง โดยที่บำนดงปำสักตั้งบ้ำนเรือนอยูบริเวณไหล่ ้ ่ เขำลุ่มน�้ำน�้ำเกี๋ยน มีล�ำน�้ำเกี๋ยนไหลผ่ำนหมู่บ้ำน ส่วนบ้ำนห้วยกวง ซึ่งเป็นบ้ำน สำขำตั้งบ้ำนเรือนอยู่ในหุบเขำลุ่มน�้ำห้วยกวง ซึ่งเป็นน�้ำสำขำของน�้ำแก่น ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้ำนห้วยค�ำ ต�ำบลฝำยแก้ว ทิศใต้ ติดต่อกับ ต�ำบลน�้ำเกี๋ยน อ�ำเภอภูเพียง ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ�ำเภอแม่จริม ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้ำนฝำยแก้ว บ้ำนทุ่งน้อย ๑.๓ การเมืองการปกครองปกครอง ปจจุบันมีนำยด�ำรง ใจเดช ก�ำนันต�ำบลฝำยแก้ว นำยแสวง วะอินทร์ ผู้ใหญ่บ้ำน และนำยวุฒิไกร ดวงพิกุล นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลฝำยแก้ว ๑.๔ ประชากร ทั้งหมด 5๖๙ คน ชำย 28๓ คน หญิง 28๖ คน 1๓8 หลังคำเรือน 1๖2 ครอบครัว ๑.๕ ด้านเศรษฐกิจ อำชีพหลักท�ำกำรเกษตร ท�ำไร่ข้ำวโพด ปลูกยำงพำรำ สักทอง อำชีพรอง ค้ำขำย รับจ้ำง อำชีพเสริม หำของปำ ถักตอกหมวก ๑.๖ วัฒนธรรม ประเพณีในชุมชน สวนใหญนบถอศำสนำพทธ ประเพณท่สำคญ ไดแก หกเปง(ไหวสำพระบรม ่ ่ ั ื ุ ี ี� ั ้ ่ ็ ้ ธำตุแช่แห้ง) สงกรำนต์ ยี่เป็ง ตำนข้ำวใหม่ เลี้ยงผีปูผีย่ำ และเลี้ยงผีเจ้ำหลวง ๑.๗ ด้านสาธารณสุข มีสถำนบริกำรสำธำรณสุขชุมชนดงปำสัก ได้รับงบประมำณจำกกระทรวง สำธำรณสุข ด�ำเนินกำรก่อสร้ำงในปี พ.ศ. 25๓4 โดยได้รบบริจำคที่ดนของโรงเรียน ั ิ ปำสัก เปดให้บริกำรประชำชนเมื่อ วันที่ 1๗ พฤศจิกำยน 25๓5 จนถึงปจจุบัน ๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 7.
    ๑.๘ ด้านการศึกษา ประชำชนสวนใหญจบช้นประถมศกษำ มโรงเรยนบำนปำสกสงกดพนทกำร ่ ่ ั ึ ี ี ้  ั ั ั ้ื ่ี ศึกษำเขต( 2 ) 1 โรง ปีกำรศึกษำ 255๓ มีนักเรียน 1๓ คน ครู ๖ คน โดยมี นำยธวัชชัย แต้กุล เป็นผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียน ๑.๙ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็นพื้นที่ท�ำกินและที่อยู่อำศัยประมำณ 5,000 ไร่ พื้นที่ชุมชน แปลงที่ 1 เนื้อที่ประมำณ ๓1๗ ไร่ แปลงที่ 2 เนื้อที่ประมำณ 4,000 ไร่ และ พื้นที่อนุรักษ์ เนื้อที่ประมำณ 5,000 ไร่ ๑) ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในหุบเขำลุ่มน�้ำทั้งสองแห่ง ได้แก่ ล�ำน�้ำเกี๋ยนและล�ำน�้ำ ห้วยกวง ประมำณร้อยละ ๙0 ของพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขำคลื่นชันสลับกันไป ๒) ภูมิอากาศ บ้ำนดงปำสัก มีลักษณะอำกำศแบบฝนร้อนเฉพำะฤดู ซึ่งในครึ่งปีแรกจะได้ รับควำมชื้นจำกอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีฝนตกชุกระหว่ำง กลำงเดือนพฤษภำคม ถึงเดือนตุลำคม ส่วนในครึ่งปีหลัง ระหว่ำงเดือนพฤศจิกำยน ถึงเดือนกุมภำพันธ์ จะมีอำกำศหนำวเย็นและแห้งแล้ง ซึ่งเป็นผลมำจำกอิทธิพล ของควำมกดอำกำศสูงจำกประเทศจีน และในช่วงเดือนมีนำคม ถึงเดือนเมษำยน จะมีอำกำศร้อนมำกและแห้งแล้ง ๓) ทรัพยากรป่าไม้ เดมมควำมอดมสมบรณมำก ตอมำมกำรตดไมเพ่อใชสอยและจำหนำยของ ิ ี ุ ู ์ ่ ี ั ้ ื ้ � ่ รำษฎรบ้ำนดงปำสักและหมูบำนใกล้เคียงจนเสื่อมโทรมไปมำก ต่อมำมีกำรเพำะปลูก ่ ้ พืชเชิงเดี่ยวที่ส�ำคัญซึ่งได้แก่ ข้ำวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสำเหตุที่ส�ำคัญที่ท�ำให้ปำไม้ ที่เคยสมบูรณ์มำกในอดีตเสื่อโทรมไปมำก ๔) ทรัพยากรน�้า บ้ำนดงปำสักมีแหล่งน�้ำที่ส�ำคัญได้แก่ ล�ำน�้ำเกี๋ยน ซึ่งไหลผ่ำนหมู่บ้ำน บ้ำนดงปำสักและล�ำน�้ำห้วยกวง ซึ่งไหลผ่ำนบ้นห้วยกวง ผลจำกกำรเพิ่มของจ�ำนวน สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 8.
    ประชำกรและกำรท�ำไร่ข้ำวโพดในพื้นที่ที่มีควำมลำดชันสูง ท�ำให้ส่งผลต่อควำม อุดมสมบูรณ์ของทรัพยำกรแหล่งน�้ำลดลง ซึ่งในอดีตเคยมีควำมอุดมสมบูรณ์สงมำก ู ๕) การใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจำกเป็นพื้นที่ที่ส่วนใหญ่สูงชันมีกำรท�ำกำรเกษตรพืชเชิงเดี่ยวที่ส�ำคัญ ได้แก่ ข้ำวโพดเลี้ยงสัตว์ ปจจุบันเนื่องจำกรำคำของยำงพำรำมีรำคำสูง เกษตรกร จึงหันมำปลูกยำงพำรำกันมำกโดยเฉพำะอย่ำงยิ่งพื้นที่ที่มีควำมลำดชันสูง ๑.๑๐ ผังเครือญาติ ผังเครือญำติ คือกำรถอดควำมสัมพันธ์เชิงเครือญำติหรือเชิงสำยเลือด ในชมชน ผงเครอญำตมควำมสำคญเพรำะเปนควำมสมพนธท่เปนพ้นฐำนท่สำคญ ุ ั ื ิ ี � ั ็ ั ั ์ ี ็ ื ี� ั ที่สุดของชีวิตครอบครัวและจะมีควำมเกี่ยวข้องกันไปตลอดชีวิต โดยเฉพำะปญหำ สุขภำพของสมำชิกในครอบครัว กำรท�ำผังเครือญำติจึงมีส่วนส�ำคัญในกำรท�ำ ควำมเข้ำใจระบบควำมสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ตลอดจนกำรอนุรักษ์ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม แผนที่บ้ำนดงปำสัก ต.ฝำยแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่ำน มำตรำส่วน 1 : 15,000 8 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 9.
    ภำพถ่ำยบ้ำนดงปำสัก ต.ฝำยแกว อ.ภเู พยง จ.นำน ้ ี ่ มำตรำส่วน 1 : 15,000 ๑.๑๑ ผังโครงสร้างองค์กรชุมชน โครงสรางองคกรชมชน กำรศกษำโครงสรำงดำนตำง ๆ ในชมชนเปนกำร   ุ ึ ้ ้ ่ ุ ็ ศึกษำควำมสัมพันธ์ทำงสังคมด้ำน สถำบัน องค์กร และบุคคลทั้งแบบที่เป็นทำงกำร และไม่เป็นทำงกำร เพรำะจะช่วยให้เรำทรำบบทบำทและหน้ำที่ และควำมสัมพันธ์ เชิงอ�ำนำจระหว่ำงหน่วยงำนต่ำง ๆ ในชุมชนและที่ส�ำคัญเข้ำใจโครงสร้ำงทำง เศรษฐกิจ สังคมและกำรเมือง การศึกษาโครงสรางองคกรชุมชน ก็คอกำรท�ำควำมเข้ำใจกับระบบควำม ื สมพนธตำง ๆ ท่มอยในชมชน แนวทำงกำรศึกษำโครงสรำงองคกรชมชนอำจแยก ั ั ์่ ี ี ู่ ุ ้ ์ ุ ได้สองขั้นตอน คือ กำรท�ำควำมเข้ำใจแบบแผนควำมสัมพันธ์ขององค์กรชุมชน และ กำรจัดท�ำผังโครงสร้ำงองค์กรชุมชน สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 10.
    ๑.๑๒ ปฏิทินชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน เดือนมกราคม (เดือน 4) ประเพณีตำนเข้ำใหม่ เมื่อเสร็จสิ้นกำรท�ำนำแล้ว ชำวบ้ำนจะน�ำข้ำวใหม่ที่ได้มำท�ำบุญเลี้ยงพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แก่เทวดำ ผีขุนน�ำ ปูย่ำตำยำย เรียกกันว่ำทำนข้ำวใหม่ ้ โดยชำวบ้ำนส่วนใหญ่จะนัดหมำยไปท�ำบุญทำนข้ำวใหม่พร้อมกัน คือ ในวันเพ็ญ เดือน 4 โดยจะน�ำกรวยดอกไม้ ธูป เทียน น�้ำส�ำหรับกรวด หมำกพลู เมี่ยง บุหรี่ ข้ำวเหนียวนึ่ง 1 ถ้วย พร้อมทั้งอำหำร ไปถวำยพระสงฆ์ที่วัด และในวันเดียวกันนี้ ก็จะมีพิธีปดทองครูบำ เดือนกุมภาพันธ (เดือน 5) ประเพณีมำฆบูชำ วันมำฆบูชำ เป็นวันที่เกิดสิ่งน่ำอัศจรรย์ 4 ประกำรด้วยกันคือ 1. พระสงฆ์จ�ำนวน 1,250 รูปได้มำเฝำพระองค์โดยมิได้นัดหมำย 2. พระสงฆ์จ�ำนวนนี้ล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ขีณำสพ อุปสมบทโดย เอหิภิกขุอุปสัมปทำ ๓. วันที่พระสงฆ์มำพร้อมกันเป็นวันเพ็ญเดือนมำฆะ 4. พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวำทปำฎิโมกข์ อันเป็นหัวใจของพระพุทธ ศำสนำจึงเรียกสิ่งที่เกิดขึ้น 4 ประกำรนี้ว่ำ “จาตุรงคสันนิบาต” ในตอนเช้ำ ชำวบ้ำนจะมีกำรท�ำบุญตักบำตรตอนบ่ำยมีกำรฟงเทศน์ และตอนเย็นมีกำร ไหว้พระสวดมนต์ แล้วเวียนเทียนประทักษิณรอบวิหำรหรือเจดีย์ เดือนเมษายน (เดือน ๗) ประเพณีปีใหม่เมือง ประเพณีปีใหม่เมืองมีวันที่ส�ำคัญ ๓ วัน คือ 1. วันสังขำนล่องตรงกับวันที่ 1๓ เมษำยน ของทุกปี โดยหลังเที่ยงคืนวันที่ 12 จะมีเสี่ยงตีเกรำะเคำะไม้ จุดประทัด ยิงปน เพื่อไล่สังขำน ในวันนี้สมำชิกใน ครอบครวจะชวยกนทำควำมสะอำดบำนเรอน ในวนน้สวนใหญจะมกำรเผำขยะกนมำก ั ่ ั � ้ ื ั ี่ ่ ี ั 2. วันเน่ำ ตรงกับวันที่ 14 เมษำยน ของทุกปี วันนี้เป็นวันที่ชำวบ้ำน จัด เตรียมข้ำวปลำอำหำรทั้งคำวและหวำน เพื่อน�ำไปท�ำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้น เมื่อเสร็จ จำกกำรเตรียมข้ำวปลำอำหำรแล้วจะขนทรำยเข้ำไปใส่ลำนวัด อีกประกำรหนึ่งวัน 10 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 11.
    นี้เป็นวันที่ชำวบ้ำนทุกคนจะมีกำรพูดดี ไม่มีกำรด�ำกำรแช่งกัน เพรำะเชื่อว่ำใครที่ ชอบด่ำชอบแช่งกันในวันนี้ ปำกของเขำจะเน่ำจะเหม็นไปตลอดทั้งปี ๓. วันพญำวัน ตรงกับวันที่ 15 เมษำยน ของทุกปี ชำวบ้ำนจะตื่นกันแต่ เช้ำ ท�ำอำหำร เพื่อถวำยแด่พระสงฆ์ท่วด และอุทศแด่บรรพชนที่ลวงลับไปแล้ว เมื่อ ีั ิ ่ ถึงเวลำก่อนเที่ยง ผู้สูงอำยุ ปูย่ำ ตำยำย จะน�ำ น�้ำส้มปอย และตุงกระดำษ ไปรวม กันที่วัด และเอำตุงไปปกที่กองทรำยที่ลำน น�ำน�้ำส้มปอยขึ้นไปเทรวมกันสะหลุงที่ ตั้งไว้กลำงวิหำร แล้วอยู่รอฟงธรรม เมื่อฟงธรรมจบ น�้ำน�้ำส้มปอยที่เทรวมกันใน สะหลุง ส่วนหนึ่งน�ำไปสรงพระพุทธรูป, พระเจดีย์และต้นโพธิ์ เดือนกรกฎาคม (เดือน 10) ประเพณีเข้ำพรรษำ ประเพณีเข้ำพรรษำแบ่งเป็น 2 วัน คือ 1. วันดำ เป็นวันที่ชำวบ้ำนจัดเตรียมอำหำร ผลไม้ ท�ำขนมต่ำงๆ เช่น ขนมจ็อก ข้ำวต้มมัด ฯลฯ มีกำรเก็บดอกไม้ มวนบุหรี่ ท�ำหมำก ท�ำเมี่ยงเป็นค�ำๆ เพื่อใส่ในส�ำรับ 2. วนเขำพรรษำ เปนวนท่ชำวบำนจะยกขนขำวท่เตรยมไวถวำยไวถวำยใน ั ้ ็ ั ี ้ ั ้ ี ี ้ ้ พระภิกษุที่วัดตั้งแต่เช้ำตรู่ แล้วให้พระกรวดน�้ำให้พรอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่พ่อแม่ พี่น้องที่ล่วงลับไป เดือนกันยายน (เดือน 12) ประเพณีกินข้ำวสลำก เดือนนี้เป็นเดือนที่ข้ำวเปลือกที่เก็บไว้ใกล้จะหมด คนที่ต้องซื้อข้ำวสำร จะหำซื้อยำกและมีรำคำแพง เมื่อคนอดอยำกก็พำกันคิดว่ำผีที่เป็นญำติพี่น้อง ก็คงจะอดอยำกเช่นกัน เป็นห่วงคนที่ตำยไปว่ำจะขำดแคลน จึงรวมกันจัดท�ำบุญ สลำกข้ึน โดยจดหำขำวปลำอำหำรของกนของใชไปถวำยแกพระสงฆ เพ่ืออทศสวน ั ้ ิ ้ ่ ์ ุ ิ ่ บญใหแกญำตท่ลวงลบไป โดยไมจำเพำะเจำะจงแกภกษหรอสำมเณรรปใดรปหน่ง ุ ้ ่ ิ ี่ ั ่� ่ ิ ุ ื ู ู ึ จึงท�ำเป็นฉลำก เขียนชื่อผู้เป็นเจ้ำของเครื่องไทยทำนไปรวมปะปนกันให้พระภิกษุ สำมเณรจบฉลำก เม่อพระภกษสสำมเณรจบ ไดฉลำกของผใด ผน้นกยก กวยสลำก ั ื ิ ุ ั ้ ู้ ู้ ั ็  ของตนให้แก่พระภิกษุสำมเณรรูปนั้น เดือนตุลาคม (เดือน 2) ประเพณีออกพรรษำ ชำวบำนจะเตรยมอำหำร เพอนำไปทำนขนขำวอทศใหญำตท่ลวงลบไป และ ้ ี ่ื � ั ้ ุ ิ ้ ิ ี่ ั ทุกคนจะต้องเอำข้ำวปลำอำหำรไปท�ำบุญรวมกันที่วัด สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 11 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 12.
    เดือนพฤศจิกายน (เดือน 2) ประเพณียี่เป็ง วนน้ชำวบำนจะตกแตงกระทงท่ทำจำกตนกลวยบชำคณรวมท้งขอขมำแมน้ำ ั ี ้ ่ ี � ้ ้ ู ุ ั ่ � ที่ได้ใช้น�้ำและทิ้งสิงสกปรกลงแม่น�้ำตลอดทั้งปีที่ผ่ำนมำและเพื่อเอำควำมทุกข์ ่ ควำมโศกให้ไหลน�้ำไปเสีย ๑.๑๓ จ�านวนประชากรบ้านดงป่าสัก ประชำกรในเขตรับผิดชอบแยกตำมกลุ่มอำยุและเพศ ปีงบประมำณ 255๓ ประชำกร กลุ่มอำยุ ชำย หญิง (ปี) รวม ร้อยละ จ�ำนวน (คน) ร้อยละ จ�ำนวน (คน) ร้อยละ แรกเกิด – 4 1๓ 2.28 24 4.21 ๓๗ ๖.50 5 – ๙ 1๙ ๓.๓๓ 20 ๓.51 ๓๙ ๖.85 10 – 14 15 2.๖๖ 22 ๓.8๖ ๓๗ ๖.50 15 – 1๙ 2๙ 5.0๙ 21 ๓.๖๙ 50 8.๗8 20 – 24 22 ๓.8๖ 12 2.10 ๓4 5.๙๗ 25 – 2๙ 2๖ 4.5๖ 21 ๓.๖๙ 4๗ 8.2๖ ๓0 – ๓4 2๙ 5.0๙ 2๙ 5.0๙ 58 10.1๙ ๓5 – ๓๙ 2๖ 4.5๖ ๓๖ ๖.๓2 ๖2 10.8๙ 40 – 44 2๗ 4.๗4 24 4.21 51 8.๙๖ 45 – 4๙ 1๙ ๓.๓๓ 21 ๓.๖๙ 40 ๗.02 50 – 54 1๗ 2.๙8 20 ๓.51 ๓๗ ๖.50 55 – 5๙ 1๓-1(ตำย) 2.28 10 1.๗5 2๓ 4.4 ๖0 - ๖4 10 1.๗5 8 1.40 18 ๓.1๖ ๖5 - ๖๙ 8 1.40 ๖ 1.05 14 2.4๖ ๗0 - ๗5 ๖ 1.05 5 0.8๗ 11 1.๙๓ ๗5 - ๗๙ ๓ 0.52 2-1(ตำย) 0.๓5 5 0.8๗ 80+ 1 0.1๗ 5 0.8๗ ๖ 1.05 รวม 28๓ 4๙.๗๓ 28๖ 50.2๖ 5๖๙ 100.00 ข้อมูล Hos_Xp ณ 1 เมษำยน 5๓ 12 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 13.
    ๑.๑๔ ข้อมูล โรงเรียนศาสนสถานในหมู่บ้าน/จ�านวนเด็ก ข้อมูล ศูนย์เด็กเล็กจ�านวน1 แห่ง โรงเรียนบ้ำนปำสัก ผู้อ�ำนวยกำรนำย ธวัชชัย แต้กุล ประกอบด้วย ครูทั้งหมด ๖ คน นักกำรภำรโรง 1 คน มีนักเรียนทั้งหมด 1๓ คน แยกเป็นนักเรียนชำย ๗ คน หญิง ๖ คน ระดับชั้น ชำย หญิง รวม ชั้นอนุบำล 1 0 0 0 ชั้นอนุบำล 2 0 0 0 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 0 0 0 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 2 0 0 0 ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๓ ๓ 0 ๓ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 ๓ 1 4 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 5 1 2 ๓ ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๖ 0 ๓ ๓ รวม ๗ ๖ 1๓ ข้อมูลนักเรียน ปการศึกษา ๒๕๕๔ ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก จ�ำนวน 1 แห่ง ชื่อศูนย์เด็กเล็กศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก บ้ำนดงปำสัก มีครูพี่เลี้ยง 1 คน (องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลฝำยแก้วสนับสนุนงบ ประมำณให้กับครูพี่เลี้ยง) มีเด็กเล็กอำยุ ๓-5 ปีทั้งหมด 24 คน โรงเรียน จ�ำนวน (คน) ชำย หญิง รวม โรงเรียน ๗ ๖ 1๓ ศูนย์เด็กเล็ก 12 12 24 รวม 1๙ 18 ๓๗ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 1๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 14.
    ขอมูลศาสนสถาน ชื่อวัด/ส�ำนักสงฆ์/โบสถ์ จ�ำนวน(รูป) พระภิกษุ สำมเณร อื่นๆ รวม วัดบ้ำนดงปำสัก 1 0 0 1 รวม 1 0 0 0 ๑.๑๕ ข้อมูลร้านค้า ตลาดสด ข้อมูลร้านขายของช�าและอื่นๆ ผลกำรตรวจประเมิน ล�ำดับ ชื่อร้ำน ชื่อ-สกุลเจ้ำของร้ำน ประเภทของที่จ�ำหน่ำย / วดป. 1 ๓550100๗41401 นำงค�ำมั่น สำรทอง  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน  อำหำรสด  อื่นๆ ไบกอน 2 ๓550100๗4๓510 นำงศิริพรรณ กันธิยำ  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน/ปอก10๙  อำหำรสด  อื่นๆ ๓ ๓550100๗44184 นำยสวัสดิ์ ศรรบศึก  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำบรรจุเสร็จ  อำหำรสด  อื่นๆ 4 ๓550100๗41040 นำยสุชำติ ค�ำรินทร์  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำสำมัญประจ�ำบ้ำน  อำหำรสด  อื่นๆ 5 ๓5502001๓284๙ นำงแดง สมบูรณ์  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำ  อำหำรสด  อื่นๆ ๖ ๓550100๗45๙๙๗ นำยสมผล เขื่อนดิน  ของช�ำทั่วไป 14 มกรำคม 5๓  ยำ  อำหำรสด  อื่นๆ 14 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 15.
    ๑.๑๖ ข้อมูลกลุ่มองค์กร และกองทุนต่างๆในหมู่บ้าน 1) ข้อมูลกลุ่มองค์กรในชุมชน จํานวน ปพ.ศ. ลําดับ ชื่อกลุ่ม ชื่อประธานกลุ่ม สมาชิก ที่ก่อตั้ง 1 กลุ่มเยำวชน นำยกิตติศักดิ์ นำวงค์ ๓5 2540 2 กลุ่มแม่บ้ำน นำงค�ำมอญ พรมดวงดี ๙2 2545 ๓ กลุ่มฌำปนกิจสงเครำะห์หมู่บ้ำน นำยมิ่ง ทำอำจ ๗02 25๓5 4 กลุ่มผู้สูงอำยุ นำยถนอม นำโลกำ 40 25๓5 2) ข้อมูลกองทุนในชุมชน จํานวนเงิน ปพ .ศ . ลําดับ ชื่อกองทุน ชื่อประธานกองทุน กองทุน ที่ก่อตั้ง 1 กองทุนเงินล้ำน นำยมำตย์ ทำอำจ 1๗800000 44 2 กองทุนวันละบำท นำยมำตย์ ทำอำจ 82๖2 2552 ขอมูลกลุ่มสรางสุขภาพในชุมชน และ รายชื่อ แกนนําสุขภาพ ๓) กลุ่มสร้ำงสุขภำพในหมู่บ้ำน มีจ�ำนวน ๓ กลุ่ม ได้แก่ ชื่อกลุ่ม จํานวนสมาชิก(คน) 1. กลุ่มท�ำน�้ำยำชีวภำพ 18 2. กลุ่มไม้พอง 15 ๓. กลุ่มเปตอง 20 ขอมูลผูนําชุมชน คณะกรรมการหมู่บาน ที่ กรรมการ ชื่อ-สุกล ตําแหน่ง 1. ฝำยปกครอง นำยแสวง วะอินทร์ ผู้ใหญ่บ้ำน 2. ฝำยปองกัน นำยพันจักษ์ พรมดวงดี ผู้ช่วย ผรส สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 15 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 16.
    คณะกรรมการหมู่บาน ที่ กรรมการ ชื่อ-สุกล ตําแหน่ง ๓. ฝำยพัฒนำ นำยมำตย์ ทำอำจ สอ.บต. 4. ฝำยกำรคลัง นำยสะอำด วงค์หลอม กรรมกำรหมู่บ้ำน 5. ฝำยสำธำรณสุข นำยมำตย์ ทำอำจ ประธำนอสม. ๖. ฝำยสวัสดิกำรสังคม นำยธีรพันธ์ ค�ำรินทร์ กรรมกำรหมู่บ้ำน ๗. ฝำยศึกษำและวัฒนธรรม นำยอ�ำนวย นำโลกำ กรรมกำรหมู่บ้ำน 8. ฝำยสตรี นำงค�ำมอญ พรมดวงดี ประธำนแม่บ้ำน ๙. ฝำยเยำวชน นำยกิตติศักดิ์ นำวงค์ ประธำนเยำวชน 10. ฝำยผู้สูงอำยุ นำยถนอม นำโลกำ ประธำนผู้สูงอำยุ 11. ฝำยประชำสัมพันธ์ นำยเกตุ ศรรบศึก สอ.บต. 12. ฝำยปฏิคม นำยเมฆ บุญคง ผู้ช่วยฝำยปกครอง 1๓. เลขำนุกำร นำยสะอำด วงค์หลอม ผู้ช่วยผู้ฝำยปกครอง คณะกรรมการที่ปรึกษา 1. ท่ำนพระครูสมำน สุเมธะโส เจ้ำอำวำสวัดดงปำสัก 2. นำยธวัชชัย แต้กุล ผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียน ๓. นำยยุทธกำร หิรัญวิทย์ เจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข 4. นำยชัชพงษ์ กุลเทพพรม อดีตผู้ใหญ่บ้ำน หัวหนาหมวด สมาชิกองคการบริหารส่วนตําบล 1. นำยผดุง ปญญำ 1. นำยเกตุ ศรรบศึก บ้ำนเลขที่ 1 2. นำยสุวิทย์ นำวงค์ 2. นำยมำตร ทำอำจ บ้ำนเลขที่ 42 ๓. นำยสง่ำ ศรรบศึก 4. นำยสงบ มำขวำ 5. นำยเจริญ บุญมี ๖. นำยธีรพันธ์ ค�ำรินทร์ 1๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 17.
    ท�าเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น หมอบายศรีสู่ขวัญ ชื่อ : นำยถนอม นำโลกำ ที่อยู่ : 50 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : ๗2 ปี อาชีพ : ท�ำไร่ พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙8๙04 E 20๗41๗๓ N วิธีการ : กำรบำยศรีสู่ขวัญ กำรสืบชะตำ เป็นพิธีกรรมที่ชำวล้ำนนำมักจะ กระท�ำเพื่อกำรสร้ำงขวัญและก�ำลังใจให้กบผูท่เรำต้องกำรที่จะบ�ำรุงขวัญ หรือมีกำร ั ้ ี เดินทำง พลัดพรำก มีกำรเตรียมสิ่งของมำกมำยเพื่อด�ำเนินกำร ซึ่งมีท้งอำหำรคำว ั หวำน ขนม ผลไม้ กล้วย อ้อย ข้ำวปลำอำหำร หมำกพลู เมี่ยง ผ้ำแดง ผ้ำขำว ข้ำว เปลือก ข้ำวสำร ดอกไม้ ธูปเทียน ข้ำวต้มมัด ข้ำวของเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ส่วนพิธีกรรมนั้น หมอบำยศรีสู่ขวัญจะเป็นผู้ด�ำเนินกำรซึ่งจะมีกำรกล่ำวเป็นภำษำ พื้นเมืองล้ำนนำ เพื่อเรียกขวัญและก�ำลังใจของผู้ที่ถูกจัดท�ำพิธีให้ ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ
  • 18.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำงศรีลัย ไชยเลิศ ที่อยู่: 85 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : ๖1 ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙8๙24 E 20๗4221 N วิธีการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง โดย กำรน�ำมำจักให้แบนเรียบ ใช้มีดที่มีคมมำกเหลำให้เกลี้ยง ผึ่งให้แห้งพอประมำณ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระ ติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของอุ ปกรณ์นั้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น�้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ 18 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 19.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำยแสน สิทธิยศ ที่อยู่: 52 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : ๖๓ ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙8๙๓๓ E 20๗420๖ N วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง ี โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง ผ่งใหแหงพอประมำณ � ั ้ ี ้ ี ี ี ี ึ ้ ้ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ อุปกรณ์น้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ ั � 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 1๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 20.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำงอรุณ สิทธิยศ ที่อยู่: 52 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : ๗๓ ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙8๙๓๓ E 20๗420๖ N วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง ี โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง ผ่งใหแหงพอประมำณ � ั ้ ี ้ ี ี ี ี ึ ้ ้ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ อุปกรณ์น้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ ั � 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ 20 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 21.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำยมัน ทำอำจ ที่อยู่: 82 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : ๖๖ ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙๙12๗ E 20๗4๖81 N วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง ี โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง ผ่งใหแหงพอประมำณ � ั ้ ี ้ ี ี ี ี ึ ้ ้ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ อุปกรณ์นั้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น�้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 21 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 22.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำยศรีนวล กันทะสอน ที่อยู่ : ๓8 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : 80 ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙๙128 E 20๗4๗21 N วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง ี โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง ผ่งใหแหงพอประมำณ � ั ้ ี ้ ี ี ี ี ึ ้ ้ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ อุปกรณ์น้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆจำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ ั � 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ 22 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 23.
    จักสานจากตอก ชื่อ : นำยหมื่น บุญมี ที่อยู่: ๓๓ หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : 80 ปี อาชีพ : จักสำน พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙๙1๓4 E 20๗4๗๓๗ N วิธการ : เป็นหัตถกรรมที่ใช้ตอกจำกไม้ไผ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่บง ี โดยกำรนำมำจกใหแบนเรยบ ใชมดท่มคมมำกเหลำใหเ้ กล้ยง ผ่งใหแหงพอประมำณ � ั ้ ี ้ ี ี ี ี ึ ้ ้ น�ำมำสำนเพื่อขึ้นรูปของใช้ที่เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น กระติ๊บข้ำว หมวก เครื่องมือจับสัตว์น�้ำ ฯลฯ สำมำรถพบเห็นได้ในท้องถิ่น ขั้นตอน กำรเตรียมตอกเริ่มจำกน�ำไม้ไผ่ ที่มีชนิดและควำมแก่อ่อนตำมควำมประสงค์ของ อุปกรณ์น้นๆ น�ำมำฝำนเป็นเส้นบำงๆ จำกนั้นน�ำมำแช่น้ำซำวข้ำวเหนียวเป็นเวลำ ั � 1 คืน แล้วน�ำมำผึ่งแดดให้แห้ง จำกนั้นน�ำมำสำนขึ้นรูป ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 2๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 24.
    เลี้ยงผี ชื่อ : นำยศักดิ์ บุญยืน ที่อยู่ : 58 หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน อายุ : 52 ปี อาชีพ : ท�ำไร่ พิกัด : UTM 4๗ Q 0๖๙๙15๙ E 20๗4๖08 N วิธีการ : กำรเลี้ยงผี เป็นพิธกรรมควำมเชื่อของชุมชน ที่ชำวล้ำนนำมักมีควำม ี เชื่อเรื่องวิญำณ มักจะท�ำเพื่อกำรสร้ำงขวัญและก�ำลังใจหรือกำรสรรหำหรือกำร บนบำนวำตองกำรส่งใดส่งหน่งแลวเม่อไดตำมควำมตองกำรแลวจะมำทำกำรเล้ยง ่ ้ ิ ิ ึ ้ ื ้ ้ ้ � ี ผี ซึ่งต้องมีผท่มควำมเป็นผูนำทำงจิตวิญำณ เชื่อว่ำสำมำรถสื่อสำรกับภูตผีได้ ท�ำกำร ู้ ี ี ้ � เลี้ยงเพื่อแก้บน เป็นต้น ถ่ายทอดจาก : บรรพบุรุษ 24 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 25.
    บทที่ ๒ ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืช ควำมหลำกหลำยทำงชวภำพดำนพชของบำนดงปำสก หมท่ 10 ตำบลฝำยแกว ี ้ ื ้  ั ู่ ี � ้ อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน ในพื้นที่ปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก ได้ศึกษำแปลงตัวอย่ำง ถำวรจ�ำนวน 1 แปลง ขนำด 20 เมตร x 50 เมตร ตำมมำตรฐำนของกระทรวง ทรพยำกรธรรมชำตและส่งแวดลอม โดยแบงแปลงยอยขนำด 10 เมตร x 50 เมตร ั ิ ิ ้ ่ ่ จ�ำนวน 10 แปลง เพื่อศึกษำและส�ำรวจไม้ใหญ่ (พันธุ์ไม้ที่มีขนำดเส้นรอบวง ณ บริเวณอก หรือสูงจำกพื้น 1๓0 เซนติเมตร ตั้งแต่ ๓0 เซนติเมตรขึ้นไป และมี ควำมสูงมำกกว่ำ ๓ เมตร) ซึ่งภำยในแปลงย่อยดังกล่ำวยังแบ่งเป็นแปลงขนำด 4 เมตร x 4 เมตร เพื่อศึกษำไม้หนุ่ม (พันธุ์ไม้ที่มีขนำดเส้นรอบวง ณ บริเวณอก หรือสูงจำกพื้น 1๓0 เซนติเมตร ไม่ถึง ๓0 เซนติเมตร และมีควำมสูงน้อยกว่ำ ๓ เมตร และรวมถึงไม้ไผ่ทุกชนิด) และแปลงขนำด 1 เมตร x 1 เมตร เพื่อศึกษำ และส�ำรวจกล้ำไม้ พื้นล่ำง (พันธุ์ไม้ที่มีควำมสูงน้อยกว่ำ 1.๓0 เมตร) โดยจำกกำร ศึกษำและส�ำรวจพบ พันธุ์ไม้ทั้งหมดจ�ำนวน ชนิด เป็นไม้ใหญ่จ�ำนวน 12 ชนิด ไม้หนุ่มจ�ำนวน 15 ชนิด กล้ำไม้และไม้พื้นล่ำงจ�ำนวน 15 ชนิด สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 25 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 26.
    แปลงตัวอย่ำงเป็นปำชุมชนของหมู่บ้ำน สภำพปำเป็นปำเบญจพรรณ เหลือ พื้นที่ปำไม้ไม่มำกนักเกิดจำกกำรที่ชุมชนมีกำรปองกันไม่ให้มีกำรบุกรุกเพื่อท�ำไร่ เพรำะรอบๆบริเวณดังกล่ำว ถูกรำษฎรบุกรุกจับจองเพื่อท�ำไร่ข้ำวโพดทั้งๆที่ควำม ลำดชันสูงมำก แปลงตัวอย่ำงมีไม้รัง (Shorea siamensis Miq.) เป็นไม้เด่นน�ำ มี พรรณไม้ใหญ่จ�ำนวน 12 ชนิด จ�ำนวน ๙ วงศ์ มีกำรปกคลุมร้อยละ ๖0 ของพื้นที่ ชั้นเรือนยอดแบ่งออกเป็น ๓ ชั้น ชั้นบนสุดสูงประมำณ 15 – 20 เมตร ได้แก่ รัง (Shoreasiamensis Miq.) ประดู่ปำ (Pterocarpus macrocarpus Kurz) ชั้นรอง ลงไปมีควำมสูงประมำณ 10 –15 เมตร ได้แก่ เต็ง กระท่อมหมู ก่อแพะ ส่วนไม้ ใหญ่ที่มีควำมสูง 5 - 10 เมตร ได้แก่ มะกอกปำ ปอยำบ รักใหญ่ ตำลเหลือง ตีนนก ตำเสือ พรรณไม้ที่พบในแปลงตัวอย่ำงมีจ�ำนวน ๙๖ ต้น มีค่ำควำมถี่เท่ำกับ ๓๙0 มีค่ำควำมหนำแน่นเท่ำกับ ๙.๖ ต้น/แปลง มีค่ำดัชนีควำมหลำกชนิดพันธุ์เท่ำกับ 2.๖๖ พบพันธุ์ไม้ใหญ่ที่มีควำมส�ำคัญอันดับแรกได้แก่ รัง (Shorea siamensis Miq.) มีจ�ำนวน 50 ต้น มีค่ำควำมถี่สัมพัทธ์เท่ำกับ 25.๖4 % มีค่ำควำมอุดม สมบูรณ์เท่ำกับ 5.00 ต้น/แปลง มีค่ำควำมหนำแน่นสัมพัทธ์เท่ำกับ 52.08 % มีค่ำดัชนีควำมส�ำคัญทำงนิเวศ (IVI) เท่ำกับ 111.8๙ รองลงมำได้แก่ ประดู่ปำ (Pterocarpus macrocarpus Kurz) ตำลเหลือง (Ochna integerrima (Lour.) Merr.) ก่อแพะ (Quercus kerrii var.kerrii) เต็ง (Shorea obtusa) 2๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 27.
    ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพด้ำนพืชของบ้ำนดงปำสัก หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน 2-2 ในพื้นที่ปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก ลําดับ ชื่อ ชื่อพื้นเมือง วงศ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความถี่ รวม(ต้น) จํานวนแปลงที่พบ ความถี่สัมพัทธ์ (%) ดัชนีความสําคัญทางนิเวศ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (%) ความหนาแน่น (ต้น/แปลง) ค่าดัชนีความหลากชนิดพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ (ต้น/แปลง) ความเด่นสัมพัทธ์(พื้นที่หน้าตัด) (%) 1 มะกอกป่า มะกอก Spondias pinnata (L.f) Kurz ANACARDIACEAE 3 2 20 5.13 1.50 0.3 3.13 0.98 9.23 0.16 2 รัง เปา Shorea siamensis Miq. DIPTEROCARPACEAE 50 10 100 25.64 5.00 5 52.08 34.16 111.89 0.48 3 กระพี้จั่น ปี้ Millettia brandisiana Kurz LEGUMINOSAE (Papilionoideae) 3 3 30 7.69 1.00 0.3 3.13 1.30 12.12 0.16 4 เต็ง แงะ Shorea obtusa DIPTEROCARPACEAE 2 2 20 5.13 1.00 0.2 2.08 6.58 13.79 0.12 5 ประดู่ป่า ประดู่ Pterocarpus macrocarpus LEGUMINOSAE(Papilionoideae) 23 9 90 23.08 2.56 2.3 23.96 28.03 75.06 0.50 6 กระท่อมหมู ลองเลาะ Mitragyna rotundifolia ( Roxb.) Kuntze RUBIACEAE 2 2 20 5.13 1.00 0.2 2.08 0.97 8.18 0.12 7 ปอยาบ ยาบ Colana flagocarpa (C.B.Clake)Craib TILTACEAE 1 1 10 2.56 1.00 0.1 1.04 0.26 3.87 0.07 8 รักใหญ่ ฮัก Gluta usitata (Wall.) Dint Hou ANACARDIACEAE 4 3 30 7.69 1.33 0.4 4.17 1.03 12.89 0.20 9 ก่อแพะ ก่อ Quercus kerrii var.kerrii FAGACEAE 4 3 30 7.69 1.33 0.4 4.17 9.75 21.61 0.20 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 10 ตาลเหลือง ตาลเหลือง Ochna integerrima (Lour.)Merr. OCHNACEAE 2 2 20 5.13 1.00 0.2 2.08 16.16 23.37 0.12 11 ตีนนก ตีนนก Vitex pinnata Linn VERBENACEAE 1 1 10 2.56 1.00 0.1 1.04 0.62 4.22 0.07 2๗ 12 ตาเสือ ตาเสือ Dysoxylum cochinchinense MELIACEAE 1 1 10 2.56 1.00 0.1 1.04 0.66 4.27 0.07 รวม 96 390 100 9.6 9.6 100 100 2.26
  • 28.
    โครงสร้ำงสังคมพืช ภำพ 2-1 โครงสร้ำงสังคมพืชตำมแนวดิ่ง ภำพ 2-2 โครงสร้ำงสังคมพืชตำมแนวรำบ 28 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 29.
    โครงสรำงสงคมพชในปำชมชนบำนดงปำสก หมท่ 10 ตำบลฝำยแกว อำเภอ ้ ั ื  ุ ้  ั ู่ ี � ้ � ภูเพียง จังหวัดน่ำน แปลงตัวอย่ำงเป็นปำเต็งรัง (Dipterocarp Forest) มีไม้รัง (Shorea siamensis Miq..) เป็นไม้เด่น จัดว่ำเป็นปำไม้ที่มีควำมอุดมสมบูรณ์สูง พอสมควร มีค่ำดัชนีควำมหลำกของชนิดพันธุ์ (Shannon-Wiener index) เท่ำกับ 2.2๖ ไม้ในวงศ์ ANACARDIACEAE, DIPTEROCARPACEAE และ LEGUMINOSAE (Papilionoideae) พบมำกที่สุดจ�ำนวนวงศ์ละ 2 ชนิด โครงสร้ำงปำไม้เป็นไม้ ขนำดใหญ่สลับไม้ขนำดกลำง พื้นล่ำงประกอบด้วยไม้ขนำดขนำดเล็ก ไม้อำหำร และสมุนไพรที่ส�ำคัญได้แก่ กระชำย (Boesenbergia pandurata Holtt.) กระเจียว ขำวหรอดอกอำกบ(Curcuma parviflora. Wall.) ฯลฯ นอกน้นพบเหดรำซ่งเปนกำร ื ี ั ็ ึ ็ อยู่อำศัยในสังคมปำเต็งรังแบบไมครอไรซ่ำ(Micorrhyzas) พันธุ์ไม้มีกำรจัดเรียง ตำมควำมสูงของพันธุ์ไม้ชนิดต่ำงๆ มีช่องว่ำงระหว่ำงเรือนยอดน้อย กล่ำวคือจำก ภำพที่ 2-1 แสดงกำรปกคลุมเรือนยอดของพันธุ์ไม้ กำรปกคลุมเรือนยอดไม้ชั้น บน (ข) ซึ่งแสดงโดยเส้นทึบมีค่ำประมำณร้อยละ ๗0 พื้นที่ช่องว่ำงทั้งหมดที่ไม่ได้ ถูกปกคลุมด้วยเรือนยอดของไม้ชั้นบนและไม้ชั้นรองมีร้อยละ ๓0 ของพื้นที่ แสดง ให้เห็นว่ำเรือนยอดของพันธุ์ไม้ในปำไม่ได้เชื่อมโยงกันตลอด แต่มีกำรกระจำยกัน หนำแน่นพอสมควร สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 2๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 30.
    ๓0 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 31.
    พรรณพิชเด่น ( ไม้ต้น ) สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
  • 32.
    ประดู่ป่า ชื่อสามัญไทย : ประดู่ปำ ชื่อทองถิ่น : ประดู่ ชื่อวิทยาศาสตร : Pterocarpus macrocarpus Kurz ชื่อวงศ : Caesalpiniaceae ชื่ออื่น ๆ : ประดู่เสน จีต๊อง ฉะนอง ดู่ ดู่ปำ ตะเลอ เตอะเลอ วิสัย : ไม้ยืนต้น ลกษณะ ั : ไม้ผลัดใบขนำดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร เปลือกนอก สีน�้ำตำลเทำ หนำ แตกหยำบ ๆ เป็นร่วงลึก เรือนยอดรูปคล้ำยทรงกระบอก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย ๗-1๓ ใบ ใบย่อยรูปขอบขนำนแกมรูปไข่ ผิวใบเกลี้ยง โคนใบกว้ำง มนกลม เละเรียมไปทำงปลำยใบ ดอก ออกเป็นช่อ ตำมซอกใบ ใกล้ยอด ผล เป็นแผ่นกลมแบน มีปีกโดยรอบ ประโยชน : เนื้อไม้แข็ง มีลวดลำยสวยงำม ทนทำน ใช้ตกแต่ง และชักเงำได้ดี ปจจุบันต้นขนำดใหญ่ถูกโค่นไปเกือบจนหมดแล้ว สถานภาพ : ไม้หวงห้ำมประเภท ก แหล่งอื่นที่พบ : พบในปำเบญจพรรณ และปำเต็งรังทั่วไป ๓2 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 33.
    กระท่อมหมู ชื่อสามัญไทย : กระท่อมหมู ชื่อทองถิ่น : กระท่อมขี้หมู กระทุ่มขี้หมู ชื่อวิทยาศาสตร : Mitragyna rotundifolia ( Roxb.) Kuntze ชื่อวงศ : RUBIACEAE ลกษณะ ั : กระท่อมหมูเป็นไม้ต้นขนำดกลำง ใบ เดี่ยว ออก ตรงกันข้ำม ใบกลม โคนใบเว้ำ ยอดใบอ่อน และก้ำนใบ สีแดงเรื่อ ๆ ดอกช่อ แบ่งช่อกระจุกแน่นจ�ำนวนมำกออกตำมปลำยกิ่ง เมื่อดอกบำนเต็มที่ เส้นผ่ำน ศูนย์กลำงช่อ 1.8 - ๓ ซม. ดอกเล็ก สีนวล ปำกหลอดดอกมีขนยำว ผล แห้ง แตก ยำว ๓ - ๖ มม. การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด ประโยชน : ใบ แก้ท้องร่วง บิดมูกเลือด เปลือก รักษำโรคผิวหนัง แหล่งอื่นที่พบ : พบทำงภำคเหนอ ภำคกลำง ภำคตะวนออกเฉยงเหนอ ื ั ี ื และภำคตะวันตกเฉียงใต้ ขึ้นตำมปำเบญจพรรณปำเต็งรัง และปำทุ่ง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๓๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 34.
    มะกอก ชื่อสามัญไทย : มะกอกปำ ชื่อทองถิ่น : กอกหมอง ชื่อวิทยาศาสตร : Spondias pinnata (L.f) Kurz ชื่อวงศ : ANACARDIACEAE ชื่ออื่น ๆ : กรำไพ้ย ไพ้ย กอกกุก กูก กอกเขำ กอกหมอง ไฟแซ วิสัย : ไม้ยืนต้นขนำดใหญ่ ลกษณะ ั : ไม้ต้นขนำดใหญ่ ผลัดใบ สูงถึง ๓0 เมตร ล�ำต้น เปลำตรง โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกต้นสีนำตำลเทำ ใบประกอบแบบขนนกชันเดียว ้� ้ ใบย่อยออกเป็นคู่ตรงข้ำมกัน ปลำยใบคี่ ใบอ่อนสีน�้ำตำลอมแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ดอก ดอกออกเป็นช่อตำมง่ำมใบใกล้ปลำยกิ่ง ประโยชน : ใบออน ยอดออน รบประทำนเปนผกสด เน้อหมเมลด ่ ่ ั ็ ั ื ุ้ ็ ใช้ต�ำน�้ำพริก ส้มต�ำ แหล่งอื่นที่พบ : ปำเต็งรัง , ปำดิบแล้งและปำคืนสภำพ ๓4 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 35.
    รัง ชื่อสามัญไทย : รัง ชื่อทองถิ่น : เปำ ชื่อวิทยาศาสตร : Shorea siamensis Miq. ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่น ๆ : เรียง เรียงพนม เปำ เปำดอกแดง ฮัง ลักษณะ : เป็นไม้ต้นผลัดใบ สูง 15-20 เมตร เปลือกล�ำต้นสี เทำ แตกเป็นร่องลึกตำมควำมยำวล�ำต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบ รูปไข่ ปลำย ใบมนโคนใบหยักเว้ำ ดอกสีเหลือง กลิ่นหอมอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อ ผลแหลม รูปกระสวย มีปีกยำว ๓ ปีก ปีกสั้น 2 ปีก ประโยชน : เนื้อไม้ ใช้ในงำนก่อสร้ำงต่ำงๆ และท�ำเครื่องมือ กำรเกษตร สถานภาพ : ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท ก. แหล่งอื่นที่พบ : ปำเบญจพรรณแล้งและปำเต็งรัง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๓5 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 36.
    รักใหญ่ ชื่อสามัญไทย : รักใหญ่ ชื่อทองถิ่น : ฮัก ชื่อวิทยาศาสตร : Gluta usitata (Wall.) Ding Hou ชื่อวงศ : ANACARDIACEAE ชื่ออื่น ๆ : ซู, น�้ำเกลี้ยง, รัก,ฮักขี้หมู,ฮักหลวง,ฮักหมู วิสัย : ไม้ต้น ลักษณะ : เป็นไม้ต้นผลัดใบขนำดใหญ่ สูง 20 ม. เรือนยอด เป็นพุ่มค่อนข้ำงกลม ล�ำต้นปลำยตรง เปลือกต้นสีเทำเข้ม แตกเป็นร่องและเป็น สะเก็ด ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มใกล้ปลำยกิ่งแผ่นใบรูปขอบขนำนหรือ รูปไข่กลับ ปลำยใบมน โคนใบสอบเข้ำ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงเป็นกลุ่ม ตำมซอกใบที่ปลำยกิ่ง ดอกจะเปลี่ยนจำกสีขำวเป็นสีแดงเมื่อแก่ ผลแห้งแบบมีปีก ทรงกลมแข็ง ประโยชน : ใช้เป็นยำสมุนไพร เช่น ล�ำต้น รำก แก้อำเจียนเป็นเลือด แหล่งอืนทีพบ : ปำเบญจพรรณที่แห้งและโล่งแจ้งตำมแนวสันเขำ ่ ่ หรือปำดิบ ๓๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 37.
    ตีนนก ชื่อสามัญไทย : ตีนนก ชื่อทองถิ่น : ตีนนก ชื่อวิทยาศาสตร : Vitex pinnata Linn ชื่อวงศ : VERBENACEAE ชื่ออื่น ๆ : กะพุน,ตะพรุน,กำนน,สมอกำนน,กำสำมปีก วิสัย : ไม้ยืนต้น ลักษณะ : เป็นไม้ต้นสูง 10-24 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง ถึงค่อนข้ำงกลม เปลือกสีเทำอมเหลือง แตกสะเก็ดล่อนเป็นแผ่นยำว ใบเป็นใบ ประกอบรูปมือมีใบย่อย ๓-5 ใบ ก้ำนใบยำว 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบย่อยรูปรี รูปไข่ ถึงรูปไข่กลับ ผิวใบด้ำนบนเกลี้ยง ผิวใบด้ำนล้ำงมีขนปลำยฟูถึงแหลม ดอก มีสีขำวอมฟำหรือแกมม่วงอ่อน ออกเป็นช่อตำมปลำยกิ่ง ประโยชน : ใชทำไมหมอนรถไฟ กอสรำงบำนเรอน กระสวยทอผำ ้ � ้ ่ ้ ้ ื ้ พำนท้ำยปนและรำงปน สถานภาพ : ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท ก แหล่งอื่นที่พบ : ปำเบญจพรรณชื้นและปำดิบแล้ง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๓๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 38.
    กระพี้จั่น ชื่อสามัญไทย : กระพี้จั่น ชื่อทองถิ่น : ปีจั่น ชื่อวิทยาศาสตร : Millettia brandisiana Kurz ชื่อวงศ : PAPILIONACEAE ชื่ออื่น ๆ : จั่น,ปีจั่น วิสัย : ไม้ต้น ลักษณะ : ไม้ต้นขนำดกลำง ผลัดใบ สูง 8-20 เมตร เรือนยอด ทรงกลม โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกสีน�้ำตำลหรือน�้ำตำลเทำแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบประกอบรูปขนนกออกเวียนสลับ มีใบย่อย ๗-21 ใบ แผ่นใบย่อยรูปรีแกมขอบ ขนำน ปลำยใบเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม แผ่นใบบำง ดอกคล้ำยดอกถั่ว ออก เปนชอแยกแขนงตำมปลำยก่งสมวง-ขำว ผลเป็นแบบฝกผิวเกลี้ยงแข็งสีน้ำตำล-เหลือง ็ ่ ิ ี ่ � ประโยชน : ไม้ท�ำเยื่อกระดำษ ด้ำมเครื่องมือ ของเล่นเด็ก ท�ำดอกไม้ประดิษฐ์ สถานภาพ : ไม้หวงห้ำมธรรมดำประเภท ก แหล่งอื่นที่พบ : ปำเบญจพรรณและปำเต็งรัง ๓8 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 39.
    ตาลเหลือง ชื่อสามัญไทย : ตำลเหลือง ชื่อทองถิ่น : ตำลเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร : Ochna integerrima (Lour.) Merr. ชื่อวงศ : OCHNACEAE ชื่ออื่น ๆ : ก�ำลังช้ำงสำร,ขมิ้นพระต้น,ช้ำงโหม,ช้ำงน้ำว,ตำนนก กรด,แง่ง,กระแจะ ลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้นขนำดเล็ก เปลือกต้นสีน�้ำตำล แตกเป็น ร่องผิวเปลือกเป็นขุย ใบเดี่ยวรูปหอกและขอบขนำน ออกเรียงตรงข้ำมเป็นคู่ ตั้ง ฉำกกัน ออกเป็นกระจุกที่ปลำยยอด ใบกว้ำง ๓-๗ ซม. ปลำยใบแหลม โคนมน ขอบจักซี่ฟน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวอ่อน ประโยชน : เป็นพืชสมุนไพร ล�ำต้นน�ำไปผ่ำหรือหั่นเป็นแว่นตำก แหง ใชตมน้ำด่ม บำรงเลอด บำรงกำลง หรอนำเขำตำรบยำบำรงกำลง แกปวดเม่อย ้ ้้ � ื � ุ ื � ุ � ั ื � ้ � ั � ุ � ั ้ ื การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด และปกช�ำกิ่ง แหล่งอื่นที่พบ : พบในปำดิบแล้งทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปน ทรำย มีควำมชื้นปำนกลำง แสงแดดส่องทั้งวัน เจริญเติบโตในดินทุกชนิด สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๓๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 40.
    เต็ง ชื่อสามัญไทย : เต็ง ชื่อทองถิ่น : แงะ ชื่อวิทยาศาสตร : Shorea obtuse Wall. Ex Blume ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่นๆ : เอื้อ,ชันตก,เต็งขำว,เน่ำใน วิสัย : ไม้ต้น ลักษณะ : ไม้ตน สูง 10-20 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนำน ้ โคนและปลำยมน ขอบใบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกสีขำว มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อ กลีบรองดอก 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้ขนำดเล็กจ�ำนวนมำก ผลรูปไข ประโยชน : เนื้อไม้สีน�้ำตำลแก่ แข็งแรงทนทำน ใช้ท�ำหมอนรอง รำงรถไฟ เสำคำนที่ต้องรับน�้ำหนักมำก สถานภาพ : ไม้หวงห้ำมประเภท ก แหล่งอื่นที่พบ : บริเวณปำเต็งรัง ปำผลัดใบ แห้งแล้ง 40 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 41.
    ปอหยาบ ชื่อสามัญไทย : ปอยำบ ชื่อทองถิ่น : ปอยำบ ชื่อวิทยาศาสตร : Colona flagrocarpa (C.B.Clarke) Craib ชื่อวงศ : TILIACEAE ชื่ออื่น ๆ : มนเขำ,ยำบน้อย,หยำบ วิสัย : ไม้ต้น ลักษณะ : เป็นไม้ต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลม สูง ๗-12 เมตร เปลือกสีน�้ำตำลเทำ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนำนแกมรูปใบหอก ดอกสีเหลือง แกมน�้ำตำล ออกเป็นช่อตำมซอกใบและปลำยกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขอบขนำน ยำวเท่ำกลีบดอก รังไข่กลม มีขน ผลแห้งแตกรูปไข่หรือรูปไข่กลับมีปีก ๓ ปีกสี น�้ำตำล ประโยชน : เปลือกใช้ในกำรท�ำเชือก แหล่งอื่นที่พบ : ปำเบญจพรรณ ที่ระดับควำมสูง ๖00-800 เมตร สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 41 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 42.
    ก่อแพะ ชื่อสามัญไทย : ก่อแพะ ชื่อทองถิ่น : ก่อแพะ ชื่อวิทยาศาสตร : Quercus kerrii var. kerrii ชื่อวงศ : FAGACEAE วิสัย : ไม้ต้น ลักษณะ : ไม้ผลัดใบ สูงถึง ๖-15 เมตร แตกหน่อได้ เปลือก ต้นสีน�้ำตำลแก่ถึงเทำ หนำ 1.5-2 ซม. แตกระแหงลึกเปลือกชั้นในสีแดง ขอบใบ ครึ่งบนมีซี่หยักแหลมคม ใบอ่อนสีชมพูหรือม่วง มีขนสีทองหนำแน่น ใบแก่สีเขียว หม่นเกลี้ยงทั้ง 2 ด้ำน ผล กำบผลหุ้ม รูปถ้วยหรือรูปจำน มีวงที่เป็นซี่ละเอียด ๗-๙ วง และขนสีน�้ำตำลต้ำนนอก นัท 1.2-1.๖ ซม. รูปขอบขนำน แล้วเปลี่ยน เป็นเกือบกลมปลำยสั้น มีขนปกคลุมเมื่ออ่อนและขนหลุดไปภำยหลังท�ำให้ผดเกือบ ิ เกลี้ยง ไม่หลุดออกจำกกำบ ประโยชน : เนื้อไม้ ใช้ท�ำฟน แหล่งอื่นที่พบ : พบทั่วไปในปำกึ่งโล่งแจ้ง บำงครั้งในปำเต็งรัง 42 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 43.
    ตาเสือ ชื่อสามัญไทย : ตำเสือ ชื่อทองถิ่น : ตำเสือ ชื่อวิทยาศาสตร : Dysoxylum cochinchinense ชื่อวงศ : MELIACEAE ลกษณะ ั : ไม้ไม่ผลัดใบ สูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นสีเทำแก่ มีรอยแตกตื้น ๆ ใบ 18-40 ซม. ใบประกอบแบบขนนกปลำยคี่ ใบย่อย ๓-5 คู่ เรียงตัวแบบสลับ หรือเกือบตรงกันข้ำม ตำใบแหลมมีขนปกคลุมหนำแน่น ใบแก่ มีสีเขียวเข้ม เรียบเกลี้ยงหรือมีขนเห็นไม่ชัดเจน ดอกสีเหลืองอ่อน กลุ่มช่อดอก ไม่แตกแขนง กลีบดอก 4 กลีบ หลอดเกสรตัวผู้รูปทรงกระบอก มีอับเรณู 8 อัน ติดอยู่ด้ำนใน ก้ำนเกสรตัวเมียมีหมอนรองแบน ผลกลมมีฐำนแคบ เหนียว เมล็ดสีแดง 1 เมล็ด ไม่มีเนื้อหุ้ม แหล่งอื่นที่พบ : ไม่ค่อยพบ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 4๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 44.
    44 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 45.
    พรรณพิชเด่น ( พันธุ์ไม้พื้นล่าง ) สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
  • 46.
    อีรอก ชื่อสามัญไทย : อีรอก ชื่อทองถิ่น : ดอกก้ำน ชื่อวิทยาศาสตร : Amorphophallus brevispathus. Gagnep ชื่อวงศ : ARACEAE ลักษณะ : ไม้หัวใต้ดิน จะโผล่ต้นออกมำพ้นดินเมื่อได้รับปจจัย น�้ำฝน เมื่อเข้ำสู่ฤดูแล้งต้นจะแห้งพับตำไว้ปองกันไฟปำ ประโยชน : ล�ำต้นใช้เป็นอำหำรโดยกำรน�ำมำแกง แหล่งอื่นที่พบ : บริเวณปำเต็งรัง ปำผลัดใบ แห้งแล้ง 4๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 47.
    ส้านหิ่ง ชื่อสามัญไทย : ส้ำนหิ่ง ชื่อทองถิ่น : ส้ำน ชื่อวิทยาศาสตร : Dillenia parviflora. ชื่อวงศ : DELLENIACEAE ลักษณะ : ใบผลัดใบเรือนยอดค่อนข้ำงโปร่ง มีกิ่งห้อยไม่เป็น ระเบียบ เปลือกต้นเรียบสีน�้ำตำลอ่อน ใบ รูปไข่กลับแคบ ปลำยปำนค่อยๆสอบ ที่ โคนยอดมีขนอ่อนปกคลุม ใบแก่มีขนหยำบๆก้ำนใบยำว ดอกสีเหลือง ผลสีเหลือง ถึงส้มอ่อน การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด ประโยชน : เป็นอำหำรของสัตว์ปำ แหล่งอื่นที่พบ : ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรังและปำทุ่ง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 4๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 48.
    หญ้าคมบาง ชื่อสามัญไทย : หญ้ำคมบำง ชื่อทองถิ่น : - ชื่อวิทยาศาสตร : - ชื่อวงศ : - ลักษณะ : ไม้พื้นล่ำง เป็นพืชล้มลุก การขยายพันธุ : เมล็ด ประโยชน : ใบ แก้ท้องร่วง บิดมูกเลือด เปลือก รักษำโรคผิวหนัง แหล่งอื่นที่พบ : ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง 48 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 49.
    หญ้ายุง ชื่อสามัญไทย : หญ้ำยุง ชื่อทองถิ่น : - ชื่อวิทยาศาสตร : - ชื่อวงศ : - ลักษณะ : ไม้พื้นล่ำง เป็นพืชล้มลุก การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด ประโยชน : - แหล่งอื่นที่พบ : ขึ้นตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 4๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 50.
    หนอนตายอยาก ชื่อสามัญไทย : หนอนตำยอยำก ชื่อทองถิ่น : โปงมด โปงมดง่ำม หัวสำมสิบ ชื่อสามัญ : Stemona ชื่อวิทยาศาสตร : Stemona burkillii. Parin ชื่อวงศ : STEMMONACEAE โปงสามสิบ : เป็นไม้เถำล้มลุก สูง 0.4-0.5 เมตร ขณะต้นเล็กจะตั้ง ตรง เมื่อสูงมำกจะพำดพันต้นไม้อื่น มีหัวใต้ดินเป็นกระจุก ลักษณะเป็นแท่งกลมยำว ใบรูปหัวใจ ปลำยเรียวแหลม เส้นใบตำมยำวประมำณ 10-12 เส้น ผิวใบเป็นคลื่น ขอบใบเรียบ กิ่งที่ก�ำลังจะออกดอกเลื้อยพัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอก ด้ำนนอกมีสีเขียว ด้ำนในสีแดง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ สภาพนิเวศน : เป็นพืชพบมำกบริเวณปำชำยเขำทั่วไป สภำพร่มร�ำไร ที่ระดับควำมสูงไม่มำกนัก และในสภำพดินที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยอินทรียวัตถุ การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด และกำรแยกเหง้ำ การใชประโยชน : เป็นพืชใช้สอย รำกสดน�ำไปบดละเอียด ผสมขุยมะพร้ำว ตำกแห้ง ใช้ฆ่ำมด โดยน�ำไปใส่ที่รังมดในอดีตมีกำรใช้หัวของหนอนตำยอยำก ซึ่งมี สรรพคุณในกำรขับไล่แมลง มีกลิ่นเหม็นใช้ปองกันไม่ให้มดง่ำมเข้ำมำหำข้ำวไร่ ที่เก็บเกี่ยวกองไว้จึงมีชื่อท้องถิ่นเรียกว่ำ “โปงมดง่ำม” แหล่งอื่นที่พบ : พบตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง 50 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 51.
    เปรี้ยวปองฟา ชื่อสามัญไทย : เปรี้ยวปองฟำ ชื่อวิทยาศาสตร : Clausena harmandiana ( Pierre ) Pierre ex Guill ชื่อวงศ : RUTECEAE ลักษณะ : เป็นไม่พุ่มขนำดเล็ก สูง 20 – 50 ซม. ใบประกอบ แบบขนนก เรียงสลับใบย่อยมี ๓ – ๗ ใบ รูปไข่แกมวงรีแกมขอบขนำน ใบกว้ำง 2.5 – 4 ซม. ยำว 4 – 8 ซม. เนื้อใบมีจุดน�้ำมันกระจำย ดอกเป็นช่อ ออกที่ ปลำยกิ่ง กลีบดอกสีขำวแกมเหลือง ผลสด ลูกทรงกลม สภาพนิเวศน : เจรญเติบโตไดดในดนทกชนด ท่มแสงแดดปำนกลำง ิ ้ี ิ ุ ิ ี ี การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด การใชประโยชน : เป็นพืชสมุนไพร ต้นน�ำไปต้มน�้ำดื่มแก้ปวดเมื่อย บริเวณเอวและหลัง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 51 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 52.
    เห็ดแดง ชื่อสามัญไทย : เห็ดแดง ชื่อทองถิ่น : เห็ดแดง ชื่อสามัญ : Emetic rusula Sickener ชื่อวิทยาศาสตร : Russula emetic Schaeff ชื่อวงศ : RUSSULACEAE เห็ดนํ้าหมาก : เปนเหดกลมเหดครบ ดอกออนเปนรปคร่งวงกลม เน้อบำง ็ ็ ุ่ ็ ี ่ ็ ู ึ ื หมวกแผ่กำงออก ขอบหมวกยกสูงขึ้นท�ำให้กลำงหมวกเว้ำลงเล็กน้อย ด้ำนบนผิวค่อน ข้ำงเรียบสีแดงสดจนถึงสีชมพูคล้ำยสีปูน ผิวสำมำรถฉีกลอกออกเป็นแผ่นได้ เส้นผ่ำ ศูนย์กลำง 2.5-๓ ซม. ครีบใต้ดอกห่ำงมีสีขำวครีม เรียงติดก้ำนเล็กน้อย ก้ำนดอกรูป ทรงกระบอก ผิวเรียบสีขำว ชำยกระโปรงขอบเขียว เส้นผ่ำศูนย์กลำง 0.5-1.๗ ซม. ยำว 2-๓ ซม. ในชุมชนมี ๓ ชนิดคือ เห็ดน�้ำหมำกน้อย เห็ดน�้ำหมำกหลวง และเห็ดน�้ำหมำก หน้ำด้ำน ชำวบ้ำนใช้ประโยชน์ทั้ง ๓ ชนิด สภาพนเวศน : ขึ้นตำมดินในปำดิบแล้ง ปำดิบเขำระดับต�่ำ ปำดิบเขำ ิ ปำเบญจพรรณ ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม การขยายพันธุ : เพำะสปอร์ การใชประโยชน : เปนพชอำหำร ชำวบำนใชลวก ตม หรอน่ง รบประทำนเปนเคร่อง ็ ื ้ ้ ้ ื ึ ั ็ ื เคียงน�้ำพริก หรือน�ำไปประกอบอำหำร เช่น ต้มย�ำ แกงใส่ชะอม ผักแค กอมก้อและปลำทูเค็ม แหล่งที่พบ : พบทั่วไปในปำเต็งรังและปำเบญจพรรณ โดยเฉพำะฤดูฝน 52 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 53.
    กระเจียวขาว ชื่อสามัญไทย : กระเจียวขำว ชื่อทองถิ่น : ดอกอำกีบ ชื่อวิทยาศาสตร : Curcuma rhomba Mood & K.Larsen ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE ดอกอากีบหรือดอกจ่อน : เป็นพืชล้มลุก ไม่มีล�ำต้นบนดิน มีเหง้ำใต้ดิน มีลักษณะอวบน�้ำ ตรงกลำงพองกว้ำงกว่ำส่วนหัวและท้ำย ใบเดี่ยวเรียงสลับใน ระนำบเดียวกัน รูปขอบขนำนแกมรูปไข่ กว้ำง 4.5-10 ซม. ยำว 15-๓0 ซม. ตรงกลำงด้ำนในของด้ำนใบมีร่องลึก ช่อดอกออกแทรกระหว่ำงกำบใบที่โคนต้น กลีบดอกย่อยเป็นหลอดสีขำว พองเป็นกระเปำะ และปำกเปด ส่วนปำกลีบดอกที่ เปดมีแถบสีเหลืองตรงกลำง 1 แถบ สภาพนิเวศน : พบได้ในปำดิบชื้น เจริญเติบโตได้ดในดินร่วนปนทรำย ี ที่ระบำยน�้ำดี และมีร่มร�ำไร การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด กำรแยกเหง้ำ การใชประโยชน : เป็นพืชอำหำร ดอกน�ำไปประกอบอำหำร เช่น แกง ใสหน่อไม้ เป็นต้น หรือน�ำไปลวกจิ้มเป็นเครื่องเคียงน�้ำพริก แหล่งที่พบ : พบมำกปำชุมชนบ้ำนดงปำสัก สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 5๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 54.
    เห็ดด่าน ชื่อสามัญไทย : เห็ดหล่ม ชื่อทองถิ่น : เห็ดด่ำน ชื่อวิทยาศาสตร : Russula virescens ชื่อวงศ : RUSSULACEAE ลักษณะ : เป็นเห็ดที่ออกจำกดิน มีกลิ่นเฉพำะ การขยายพันธุ : เป็นเห็ดรำ มีกำรอยู่อำศัยแบบอิงอำศัยในปำเต็งรัง แบบไมครอไรซ่ำ (Microrrhiza) ประโยชน : ใช้แกงหรือนึ่งให้สกเป็นอำหำร ส่วนใหญ่เมื่อท�ำให้สก ุ ุ แล้วนิยมท�ำน�้ำพริก แหล่งอื่นที่พบ : พบตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง 54 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 55.
    เห็ดหน้าม่อย ชื่อสามัญ : Green russula ชื่อวิทยาศาสตร : Russula cyanoxantha Schaeff.ex Fr. ชื่อวงศ : RUSSULACEAE เห็ดหนาม่อย : เปนเหดกลมเหดครบ ดอกออนรปกระจกนนเวำกลำง ็ ็ ุ่ ็ ี ่ ู ู ้ เล็กน้อย เมื่อบำนขอบหมวกยกสูงขึ้น ผิวเรียบ มีหลำยสี เช่น สีเขียวอมม่วง สีเขียว ปนเหลืองหรือสีม่วงคล�้ำ มีขนำดเส้นผ่ำศูนย์กลำง 2-๖ ซม. ครีบใต้ดอกถี่สีขำว เรียงติดก้ำนเล็กน้อย บำงครีบปลำยแยกบำนเป็นรูปส้อม ก้ำนดอกทรงกระบอก สีเขียวผิวเรียบ เส้นผ่ำศูนย์กลำง 1-2 ซม. ยำว 5-10 ซม. สภาพนิเวศน : ข้นตำมดนในปำดบแลง ปำดบเขำระดบต่ำ ปำดบเขำ ึ ิ  ิ ้  ิ ั �  ิ ปำเบญจพรรณ ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม การขยายพันธุ : เพำะสปอร์ การใชประโยชน : เปนพชอำหำร ชำวบำนใชลวก ตม หรอน่ง รบประทำน ็ ื ้ ้ ้ ื ึ ั เป็นเครื่องเคียงน�้ำพริก แหลงทพบ่ ่ี : พบทั่วไปในชุมชนโปงค�ำ โดยเฉพำะฤดูฝนเป็น ส่วนใหญ่ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 55 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 56.
    กระชายขาว ชื่อสามัญไทย : กระชำยขำว ชื่อทองถิ่น : กระชำยขำว ชื่อวิทยาศาสตร : Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. A ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE ลักษณะ : ไม้พืนล่ำงวงศ์ขิง มีหัวอยู่ใต้ดิน จะโผล่งอกออกมำ ้ เมื่อได้รับน�้ำฝนและปจจัยที่พอเหมำะ การขยายพันธุ : - ประโยชน : หัวใช้เป็นเครื่องเทศในกำรปรุงอำหำร แหล่งอื่นที่พบ : พบตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง 5๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 57.
    ส้มเสี้ยน ชื่อสามัญไทย : ส้มเสี้ยน ชื่อทองถิ่น : ส้มเสี้ยน ชื่อวิทยาศาสตร : Amalocalyx microlobus. Pierre ex Spire ชื่อวงศ : APOCYNACEAE ลักษณะ : ไมเถำขนำดเลก เล้อยข้นไม ในรอบปจะออกผลขนำด ้ ็ ื ึ ้ ี พอเหมำะ มีรสเปรี้ยว การขยายพันธุ : - ประโยชน : ผลรสเปรี้ยวใช้เป็นอำหำร แหล่งอื่นที่พบ : พบตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 5๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 58.
    เม่าสร้อย ชื่อสามัญไทย : เม่ำสร้อย ชื่อทองถิ่น : หม่ำเม้ำ ชื่อวิทยาศาสตร : Antidesma acidum Retz. ชื่อวงศ : STILAGINACEAE ลกษณะ ั : ไม้พื้นขนำดเล็ก สูงไม่เกิน 2 เมตร ผลขนำดเล็ก เป็นพลวง มีรสเปรี้ยว การขยายพันธุ : เมล็ด ประโยชน : ผล และใบใช้เป็นอำหำร เหมำะส�ำหรับแกงใส่อำหำร ให้มีรสเปรี้ยว แหล่งอื่นที่พบ : พบตำมปำเบญจพรรณ ปำเต็งรัง 58 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 59.
    ติ้วแดง ชื่อวิทยาศาสตร : Cratoxylum formosum jack Dyer subsp pruniflorum Kurz Gogel ชื่อวงศ : CLUSIACEAE ติ้วแดง : เป็นไม้ยืนต้นสูง 8-15 ซม. มียำงน�้ำเหลือง ใบเดี่ยว รูปวงรีแกมไข่สลับ หรือรูปขอบขนำน เรียงตรงข้ำม ใบกว้ำง 2.5-4.5 ซม. ยำว ๓-1๓ ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้ง 2 ด้ำน ช่อดอกออกเป็นกระจุกตำมกิ่งเหนือ รอยแผลใบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย สภาพนิเวศน : พบในปำเบญจพรรณทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ แห้งแล้ง สภำพอำกำศร้อน การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด การใชประโยชน : เปนพชสมนไพร น้ำยำงใชเปนยำสมำนแผล ชวยหำม ็ ื ุ � ้ ็ ่ ้ เลือดได้ ใบน�ำไปต้มน�้ำ ใช้อมแก้เหงือกบวม รักษำแผลในปำก รำกน�ำไปผสม ต�ำหรับยำขับปสสำวะ แก้ปสสำวะขัด แหล่งที่พบ : พบทั่วไปในปำรอบชุมชนโปงค�ำ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 5๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 60.
    ผักกูดง้อง ชื่อสามัญ : String fern ชื่อวิทยาศาสตร : Lygodium flexgodium L. Sw. ชื่อวงศ : SCHIZAEACEAE ผักกูดงอง : เป็นไม้เถำ มีเหง้ำสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน�้ำตำลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้ำนใบชั้นแรกยำวได้มำกกว่ำ 50 ซม. โคนก้ำนสีน�้ำตำลมีขนปกคลุม แกนกลำงใบหรือก้ำนใบ ชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดควำมยำว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้ำนใบชั้นที่ ๓ ยำว 5 มม. มี ขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้ำนใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนำนแกม สำมเหลี่ยม ปลำยแหลมกว้ำง ๗-12 ซม. ยำว 10-25 ซม. ก้ำนใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้ว มือ ๓ แฉก หรือใบเดี่ยว โคนใบแฉกเว้ำรูปหัวใจ ขนำดใบกว้ำง 2.5 ซม. ยำว 15 ซม. ปลำยแหลม ขอบใบจักซี่ฟน เป็นครีบสันมีขนประปรำย ที่โคนและก้ำนใบไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบำงและ เรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่น ออกจำกขอบใบย่อยชั้นสุดท้ำย สภาพนิเวศน : พบทั่วไป เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด มีแสงแดดร�ำไร การขยายพันธุ : เพำะสปอร์ และแยกกอ การใชประโยชน : เป็นพืชอำหำรและพืชสมุนไพร ยอดอ่อนน�ำไปลวกรับประทำนเป็น  เครื่องเคียงน�้ำพริก หรือน�ำไปประกอบอำหำรประเภทแกง เช่น แกงหน่อไม้ประเภทแกงเป็นต้น รำก น�ำไปต้มน�้ำดื่มเป็นยำแก้ถอนพิษ แก้เบื่ออำหำร แก้เบื่อเมำ อำหำรเป็นพิษ และใช้เข้ำต�ำรับยำแก้ ปสสำวะขัดน�ำใบไปต�ำพอกแผล แก้อักเสบจำกพิษงู ตะขำบ แมงปอง แมลงมีพิษกัดต่อย และใช้เข้ำ ต�ำหรับยำรักษำแผลสด ยำคัดเลือด ล�ำต้นและใบใช้เข้ำต�ำรับยำแก้ปวดเมื่อยในผู้สูงอำยุ รำก ล�ำต้น และเหง้ำ น�ำไปต้มน�้ำดื่มเป็นยำแก้เจ็บคอ รักษำกำรเสียงแหบ แก้ปวดหลัง ขับปสสำวะ รักษำโรค ทำงเดินปสสำวะ แก้นิ่วในไต แก้เลือดตกใน แหล่งที่พบ : พบทั่วไปในปำผสมเต็งรัง ๖0 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 61.
    เม่าสร้อย ชื่อพื้นเมือง : เม่ำสร้อย มะเม่ำ ชื่อวิทยาศาสตร : Antidesma acidum Retz. ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE เม่า : เป็นไม้พุ่มตั้งตรง หรือไม้ยืนต้นขนำดเล็ก สูง2-5เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปขอบขนำน มีขนทั้ง2 ด้ำน ปลำยและโคนใบแหลม ขอบใบ เรียบ กว้ำง 2-5 ซม. ยำว 5-10 ซม. ช่อดอกแยกแขนงเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลำย กิ่ง ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ผลกลุ่มออกเป็นช่อยำว รูปทรงกระบอก ผลย่อยทรงกลม เนื้อผลฉ�่ำน�้ำ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อแก่จัด จะเปลี่ยนเป็นด�ำ สภาพนิเวศน : พบกระจำยพนธตำมธรรมชำตปำผลดใบ และปำดบท่วไป ั ์ุ ิ  ั  ิ ั เป็นไม้ระดับกลำง ชอบแสงแดดปำนกลำง การขยายพันธุ : เพำะเมล็ด การใชประโยชน : เป็นพืชอำหำรและพืชสมุนไพร ยอดอ่อนและผลอ่อนรับ ประทำนเป็นผักสดคู่กับอำหำรรสจัด หรือน�ำไปใส่แกงเห็ด เพิ่มรสชำติให้กลมกล่อม ผลสุกรับประทำนเป็นผลไม้ มีรสชำติเปรี้ยวอมหวำน รำกเอำไปต้มน�้ำดื่มแก้ฝในร่ำงกำย ี หรือฝนทำแก้พิษพุพอง ฝีตำนซำง และดับพิษร้อนต่ำงๆ แหล่งที่พบ : พบทั่วไปในปำผสมเต็งรัง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๖1 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 62.
    ว่านหอม ชื่อพื้นเมือง : ว่ำนหอม ว่ำนตีนดิน ว่ำนแผ่นดินเย็น ชื่อวิทยาศาสตร : Kaempferia alangal Linn. ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE ว่านหอม : เป็นไม้ลมลุกมีเหง้ำใต้ดนใบเป็นใบเดี่ยวแทงออกจำก ้ ิ เหงำ แผรำบไปบนดน ทองใบมขน เน้อคอนขำงหนำ ชอดอกออกตรงกลำงระหวำง ้ ่ ิ ้ ี ื ่ ้ ่ ่ ใบ สีขำวแต้มม่วงผลเป็นผลแห้ง แตกได้ ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่ำหอมตัวผู้มีใบ เรียวยำว และว่ำนหอมใบมน มีใบค่อนข้ำงกลม สภาพนิเวศน : พบทั่วไปในปำดิบชื้น เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบำยน�้ำดี มีควำมชื้น การขยายพันธุ : แยกหน่อ การใชประโยชน : เป็นพืชอำหำรและพืช ใบสดรับประทำนเป็นผักเครื่อง เคียงน�ำพริกและลำบ เหง้ำรับประทำนสดช่วยขับลมในล�ำไส้ หรือน�ำไปต�ำพอก ้ ศีรษะเด็ก แก้หวัดคัดจมูก หรือน�ำไปต้มน�้ำดื่มขับโลหิตเสียของสตรี รักษำเลือดที่ เจือดวยลมพษ ใบและเหงำนำไปค้นเอำน้ำปำยคอแกเจบคอ สวนดอกใชในพธกรรม ้ ิ ้ � ั �  ้ ็ ่ ้ ิี ตำมควำมเชื่อ รักษำเด็กที่มีอำกำรนอนสะดุ้ง ผวำตำเหลือก แหล่งที่พบ : พบทั่วไปในปำเบญจพรรณและปำเต็งรัง ๖2 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 63.
    บทที่ ๓ ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน�้า วิธีการด�าเนินการและสถานที่ท�าการเก็บตัวอย่าง ๑. วิธีการดําเนินการ ๑.๑ ศึกษาบริบทของชุมชนเปาหมาย ศึกษำข้อมูลพื้นฐำนของชุมชน ที่มผลต่อกำรใช้ทรัพยำกรประมงของคนใน ี ชุมชนเปำหมำย ด้วยวิธีใช้แบบสอบถำม และเสวนำกลุ่ม เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้น น�ำไปสู่กำรวำงแผนเก็บรวบรวมตัวอย่ำงปลำ แพลงก์ตอน พืชน�้ำ และสัตว์หน้ำดิน ๑.๒ การสํารวจความหลากหลายของพันธุปลา เกบรวบรวมตวอยำงปลำในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำหมำยโดยใช้ ็ ั ่ ่ � ิ ู่ ้  เครื่องมือประมง แห ข่ำย และสวิง ถ่ำยภำพปลำแต่ละชนิดไว้แล้วน�ำตัวอย่ำงปลำ ท่เกบรวบรวมไดในแตละสถำนมำตรงสภำพในน้ำยำฟอรมำลนเขมขน 10 % และ ี ็ ้ ่ ี ึ � ์ ี ้ ้ เขียนปำยก�ำกับตัวอย่ำงปลำไว้ น�ำตัวอย่ำงปลำที่ตรึงสภำพในน�้ำยำฟอร์มำลีน มำท�ำกำรวิเครำะห์ชนิดปลำที่เก็บรวบรวมได้จำกสถำนีต่ำงๆ ในห้องปฏิบัติกำร โดยใช้เอกสำรวิชำกำรต่ำง ๆ ท�ำกำรจ�ำแนกชนิดด้ำนอนุกรมวิธำนของปลำน�้ำจืด และเขียนปำยก�ำกับไว้ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๖๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 64.
    ๑.๓ การสํารวจความหลากหลายแพลงกตอนและพืชนํ้า การเก็บรวบรวมตัวอย่างแพลงกตอน เกบรวบรวมตวอยำงแพลงกตอนในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำ ็ ั ่ ์ ่ � ิ ู่ ้  หมำย หมู่บ้ำนละ ๓ สถำนีฯ ละ ๓ ซ�้ำ โดยเก็บตัวอย่ำงแพลงก์ตอน ที่ระดับผิวน�้ำ โดยใชถงน้ำขนำด 10 ลตร ตกน้ำปรมำตร ๓0 ลตร กรองผำนถงกรองแพลงกตอน ้ั � ิ ั � ิ ิ ่ ุ ์ (Plankton net) ขนำดตำ10และ 20 ไมโครเมตร แล้วเก็บตัวอย่ำงน�้ำทีเหลือปลำย ่ กระบอกของถงกรองแพลงกตอน เทใสในขวดเกบตวอยำง เตมสำรละลำยฟอรมำลน ุ ์ ่ ็ ั ่ ิ ์ ี ควำมเข้มข้น 5 % แล้วส่งมอบตัวอย่ำงแพลงก์ตอนทั้งหมดน�ำไปตรวจวิเครำะห์ จัดจ�ำแนกชนิดและนับปริมำณภำยใต้กล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติกำรต่อไป การเก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไมนํ้า เกบรวบรวมตวอยำงพรรณไมน้ำในแหลงน้ำธรรมชำตในหมบำนเปำ ็ ั ่ ้ � ่ � ิ ู่ ้  หมำย จ�ำนวน ๓ สถำนี โดยใช้ Sampling Block ขนำด 1 x 1 เมตร จ�ำแนกชนิด พรรณไม้น�้ำใน Sampling Block แล้วน�ำตัวอย่ำงมำจ�ำแนกชนิดตำมหลักอนุกรม วิธำน บันทึกผล ๑.๔ การสํารวจความหลากหลายสัตวหนาดิน เก็บรวบรวมตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินในแหล่งน�้ำธรรมชำติในหมูบำนเปำ ่ ้ หมำยหมบำนละ ๓ สถำนฯๆ ละ ๓ ซ้ำ โดยใช Ekman drege grab ขนำด 15X15 ู่ ้ ี � ้ ตำรำงเซนติเมตร หรือหำกในกรณีที่ใช้ Ekman drege grab ไม่ได้จะใช้พลั่วตักดิน สถำนีละ ๓ ซ�้ำ แล้วตัวอย่ำงดินมำล้ำงท�ำควำมสะอำดผ่ำนตะแกรงร่อนสัตว์หน้ำ ดินขนำดตำ 0.5, 1.0 และ 5 มิลลิเมตร น�ำตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินที่เก็บรวบรวมได้ ในแต่ละสถำนีมำตรึงสภำพในน�้ำยำฟอร์มำลีนเข้มข้น 10 % ในขวดเก็บตัวอย่ำง และเขียนปำยก�ำกับตัวอย่ำงสัตว์หน้ำดินแต่ละสถำนีไว้ แล้วส่งมอบตัวอย่ำงสัตว์ หน้ำดินทั้งหมดน�ำไปตรวจวิเครำะห์จัดจ�ำแนกชนิดและนับปริมำณภำยใต้ กล้องจุลทรรศน์ต่อไป ๒. สถานที่ทําการเก็บตัวอย่าง ก�ำหนดวิธีเก็บตัวอย่ำงเป็นแบบสุ่มตำมควำมเหมำะสมและสภำพล�ำน�้ำ หรือแม่น�้ำ โดยแต่ละ ๖4 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 65.
    หมู่บ้ำนเก็บตัวอย่ำงจ�ำนวน ๓ สถำนีฯๆ ละ ๓ ซ�้ำ จะท�ำกำรสุ่มตัวอย่ำงทรัพยำกร ประมงในแหล่งน�้ำธรรมชำติเป็นระยะทำงไม่น้อยกว่ำ 20 เมตรตำมล�ำน�้ำ และ แต่ละสถำนีในแหล่งน�้ำเดียวกัน ต้องมีระยะหำงกันไม่น้อยกว่ำ 500 เมตรตำม ล�ำน�้ำ แผนที่แสดงสถานที่เก็บตัวอย่าง ประเทศสำธำรณรัฐประชำธิปไตยประชำชนลำว จังหวัดพะเยำ จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ หมำยเหตุ : 1. พื้นที่บ้ำนห้วยลอย หมู่ที่ ๖ ต�ำบลภูฟำ อ�ำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่ำน ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยลอย จ�ำนวน 2 สถำนี และห้วยน�้ำหมำว จ�ำนวน 1 สถำนี 2. พื้นที่บ้ำนดงปำสัก หมู่ที่ 10 ต�ำบลฝำยแก้ว อ�ำเภอภูเพียง จังหวัดน่ำน ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยน�้ำเกี๋ยน จ�ำนวน ๓ สถำนี สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๖5 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 66.
    ๓. พื้นที่บำนปำต้ำง หมูท่ ๖ ต�ำบลบ้ำนฟำ อ�ำเภอบ้ำนหลวง จังหวัดน่ำน ท�ำกำร ้ ่ ี ส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยลู่ จ�ำนวน 2 สถำนี และห้วยสวด จ�ำนวน 1 สถำนี 4. พื้นที่บ้ำนก้อ หมู่ที่ ๓ ต�ำบลแม่จริม อ�ำเภอแม่จริม จังหวัดน่ำน ท�ำกำร ส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกห้วยแม่จริม จ�ำนวน 2 สถำนี ห้วยก้อหลวง 1 สถำนี 5. พื้นที่บ้ำนห้วยเม่น หมู่ที่ ๖ ต�ำบลไหล่น่ำน อ�ำเภอเวียงสำ จังหวัดน่ำน ท�ำกำรส�ำรวจควำมหลำกหลำยจำกแม่น�้ำว้ำ จ�ำนวน 2 สถำนี ห้วยเม่น 1 สถำนี ๓. ระยะเวลาในการสํารวจเก็บขอมูล ระหว่ำงเดือน มิถุนำยน 2554 ถึงเดือน กรกฎำคม 2554 ผลการสํารวจความหลากหลายของทรัพยากรประมงในพื้นที่บานดงปาสัก อําเภอภูเพียง ๑. ลักษณะทางกายภาพ 1.1 ล�ำห้วยน�้ำเกี๋ยน พบว่ำ มีควำมกว้ำงของล�ำน�้ำเฉลี่ย ๖ เมตร ควำม ลึกของน�้ำเฉลี่ย 50 เซนติเมตร สีน�้ำใส กระแสน�้ำไหลเร็วและมีคุณภำพน�้ำ ดังนี้ อุณหภูมิอำกำศ ๓1 องศำเซลเซียส อุณหภูมิน�้ำ 2๙ องศำเซลเซียส ค่ำควำมเป็นก รดเปนดำง (pH) 8 คำออกซเจนละลำยในน้ำ 4.5 มลลกรม/ลตร คำควำมกระดำง ็ ่ ่ ิ � ิ ิ ั ิ ่ ้ 80 มิลลิกรัม/ลิตร ค่ำควำมเป็นด่ำง ๗0 มิลลิกรัม/ลิตร แอมโมเนีย 0 มิลลิกรัม/ลิตร ๒. ความหลากชนิดของปลาในแหล่งนํ้าธรรมชาติ ท่พบในกำรสมตวอยำง ี ุ่ ั ่ ทุกสถำนีของบ้ำนดงปำสัก พบปลำ 4 วงศ์ (Family) 5 สกุล (Genus) และ 5 ชนิด (Species) ปลำตะเพียนน�้ำตก (Puntius rhombeus) ปลำซิวควำย (Rasbora paviei) ปลำจำด (Poropuntius laoensis) ปลำมอน (Scaphionicthys acanthopterus) ปลำก้ำง (Channa limbata) แสดงดังภำพที่ 2 ภาพที่ ๒ เปรียบเทียบชนิดและปริมาณของปลา ๖๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 67.
    ตำรำงที่ 5 ชนิดปลำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก จ�ำนวนตัวอย่ำงปลำ (ตัว) ชนิดปลำ St. 1 St. 2 St. ๓ Family Cyprinidae 10 ๖ 11 1. Puntius rhombeus 8 5 1๖ 2. Rasbora paviei 5 - 2 ๓. Poropuntius laoensis 2 2 1 4. Scaphionicthys acanthopterus Family Channidae ๓ ๖ - 5. Channa limbata หมายเหตุ : St. หมายถึง สถานีที่ทําการสํารวจ พันธุปลาที่พบ Family Cyprinidae วงศ์ปลำตะเพียนเป็นวงศ์ของปลำที่จัดว่ำเป็นปลำน�้ำจืดอย่ำงแท้จริง (Primary freshwater fishes) คือ วงจรชีวิตทั้งหมดอยู่ในน�้ำจืด นอกจำกนี้เป็นปลำ น้ำจืดท่มจ�ำนวนชนดมำกท่สดคอ 210 สกล และมำกกวำ 2,010 ชนดมควำมหลำก � ี ี ิ ีุ ื ุ ่ ิ ี ชนิดเป็นอันดับสำมของวงศ์ปลำในโลก มีลักษณะส�ำคัญ คือ ไม่มีฟนที่ริมฝีปำก แต่ มีฟนซี่ใหญ่อยู่ในคอ เกล็ดเป็นแบบขอบเรียบและบำง ครีบเป็นก้ำนครีบอ่อน ครีบ หำงส่วนมำกเป็นครีบเว้ำครีบท้องอยูคอนมำทำงกลำงของล�ำตัว และมีกำรแพร่กระจำย ่่ พันธุ์ทุกทวีป (Berra,2001; Kottelat, 2001; Nelson, 2001) สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๖๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 68.
    ๖8 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 69.
    สัตว์น�้าเด่น ( พันธุ์ปลาที่พบ ) สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านดงป่าสัก หมู่ที่ ๑๐ ต�าบลฝายแก้ว อ�าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๖๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 70.
    ๑. ปลาตะเพียนน�้าตก ชื่อวิทยาศาสตร : Puntius rhombeus (Kottelat, 2001) ชื่อทองถิ่น : ปลำปก ขนาด : เมื่อโตเต็มที่ควำมยำว ไม่เกิน ๖5 มิลลิเมตร อาหาร : พืช และ ตัวอ่อนแมลง ลักษณะโดยทั่วไป : ล�ำตัวปอมสั้น มีแถบสีด�ำรำงๆ บริเวณด้ำนบนจุดเริ่มต้นของเส้นข้ำงล�ำตัว สีบน เส้นข้ำงล�ำตัวเป็นสีเงินคล�้ำ ด้ำนล่ำงล�ำตัวเป็นสีเงินปนสีเหลืองทอง ครีบทุกครีบเป็นสี แดง และครีบหำงเป็นสีแดงปนน�้ำตำล มีจุดสีด�ำกลมบริเวณคอดหำง บริเวณจุดเริ่มของ ครีบก้น และบริเวณใต้จุดเริมต้นของครีบหลัง ปลำขนำดเล็กอำจมีจุดสีด�ำหลำยๆ จุด ่ ตำมแนวเส้นข้ำงล�ำตัว มีหนวด 2 คู่ มีเกล็ดเส้นข้ำงล�ำตัว 24-25 เกล็ด ถิ่นอาศัย : พบได้ทั่วไปตำม แม่น�้ำ ล�ำธำร บนภูเขำ ๗0 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 71.
    ๒. ปลาซิวควาย ชื่อวิทยาศาสตร : Rasbora paviei (Tirant, 1885) ชื่อทองถิ่น : ปลำซิว ขนาด : ขนำดที่พบประมำณ ๓.2-11.๖ เซนติเมตร อาหาร : กินลูกน�้ำ ตัวอ่อนของแมลง และแมลงน�้ำ รวมทั้งแมลงที่บินอยู่ตำมผิวน�้ำ ลักษณะโดยทั่วไป : ล�ำตัวยำวเรียว หัวและปำกมีขนำดเล็ก ตำโต ไม่มีหนวด รูจมูก 1 คู่ ริมฝีปำกอยู่ บริเวณหน้ำสุดในแนวเฉียง มุมปำกยำวถึงขอบหน้ำของตำ บริเวณปลำยหน้ำสุดของขำ กรรไกรล่ำงเป็นสันยื่นออกมำเรียกว่ำ Symphyseal knob ครีบหลังฐำนค่อนข้ำงสั้นมี ก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 2 อัน และก้ำนครีบอ่อนที่แตกแขนง 8 อัน ครีบอกมีก้ำน ครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 1 อัน และครีบอ่อนที่แตกแขนง 1๓ อัน จุดเริ่มต้นของครีบท้อง อยู่หน้ำแนวครีบหลังเล็กน้อย มีก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 1 อันและก้ำนครีบอ่อนที่ แตกแขนง ๗ อัน ครีบก้นมีก้ำนครีบอ่อนที่ไม่แตกแขนง 2 อัน และก้ำนครีบอ่อนที่แตก แขนง 5 อัน ครีบหำงเป็น 2 พู เส้นข้ำงตัวสมบูรณ์อยู่ค่อนมำทำงด้ำนล่ำง หัวและล�ำตัว สีน�้ำตำลอ่อนอมสีทอง มีแถบสีด�ำทอดไปตำมควำมยำวของล�ำตัว ตังแต่หลังช่องเปด ้ เหงือกไปจนถึงบริเวณโคนครีบหำง และแถบสีขยำยใหญ่ขึ้นเป็นวงกว้ำงที่บริเวณคอด หำง ครีบสีเหลืองใส ถิ่นอาศัย : พบในน้ำตกตอนลำงบรเวณท่พ้นทองน้ำเปนกรวดทรำย � ่ ิ ี ื ้ � ็ ที่มีกิ่งไม้ทับถมกัน ในน�้ำนิ่งและน�้ำไหล ตำมแอ่งน�้ำบนน�้ำตก พบได้ทั่วไปทุกแหล่งน�้ำ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗1 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 72.
    ๓. ปลาจาด ชื่อวิทยาศาสตร : Poropuntius laoensis (Gunther, 18๖8) ชื่อทองถิ่น : ปลำจำด ขนาด : 10-15 เซนติเมตร อาหาร : ตัวอ่อนแมลง ผลไม้ และเมล็ดพืช ลักษณะโดยทั่วไป รูปร่ำงคล้ำยปลำตะเพียน แต่ตัวเรียกว่ำ ล�ำตัวแบนข้ำง หัวเล็ก มีหนวด 2 คู่ ที่ปำกบน และมุมปำกปลำยจมูกมีตุ้มสำก ๆ เกล็ดใหญ่ ถิ่นอาศัย : พบได้ทั่วไปตำมล�ำธำรภูเขำ ชำวบ้ำนนิยมจับมำบริโภค เป็นอำหำร อำศัยในล�ำธำรที่มีน�้ำลึก ๗2 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 73.
    ๔. ปลามอน ชื่อวิทยาศาสตร : Scaphionicthys acanthopterus (Fowler, 1๙๓4) ชื่อทองถิ่น : ปลำมอน ขนาด : ประมำณ 10- 15 เซนติเมตร อาหาร : ตัวอ่อนแมลง ลักษณะโดยทั่วไป รูปร่ำงเรียวยำว แบนข้ำง ล�ำตัวกว้ำง หำงตอดเรียว หัวกลมและโต จะงอยปำกงุ้ม ปำกอยูดำนล่ำง ปำกล่ำงมีขอบเรียบเป็นสัน ปลำยจะลอยปำกมีตมเล็กๆ ครีบหลังมีกำน ่้ ุ้ ้ ครีบแข็งและเป็นขอบหยัก ครีบหำงเว้ำลึก ตัวสีเงินเหลือบสีเขียวอ่อน และมีสีชมพูข้ำง ล�ำตัว ครีบทุกครีบมีสีเหลืองอ่อน ถิ่นอาศัย : พบอำศัยอยู่ใกล้บริเวณน�้ำตก ซึ่งเป็นน�้ำสะอำด สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 74.
    Famiry Channidae วงศ์ปลำช่อน มีรูปร่ำงเรียวทรงกระบอก ส่วนหัวโต จะงอยปำกยื่น ปำกกว้ำง ตำโต มีฟนเป็นเขี้ยวบนขำกรรไกร หัวด้ำนบนรำบ ถ้ำดูจำกตอนบนจะโค้งมนคล้ำย หัวงู ล�ำตัวค่อนข้ำงกลม ครีบหลังละครีบก้นยำว ครีบหำงปลำยมน ครีบอกใหญ่ ครีบ ท้องเล็ก เกล็ดใหญ่มีขอบเรียบ ๕. ปลาก้าง ชื่อวิทยาศาสตร : Channa limbata (Cuvier, 18๓1) ชื่อทองถิ่น : ปลำกั้ง ขนาด : 15-25 เซนติเมตร อาหาร : ปลำ กุ้ง และแมลง ลักษณะโดยทั่วไป ล�ำตัวค่อนข้ำงกลม มีเลก็ดที่หัวและล�ำตัว คล้ำยกับลักษณะของหัวงู จะงอยปำก สั้นทู่ ปำกกว้ำง มีฟนแหลมคม มีหนวดสั้น 1คู่ อยู่ริมจมูก บริเวณครีบหลัง ครีบหำง และครีบก้น มีสีแดงสด ตัวครีบเหล่ำนี้เป็นสีม่วง ด้ำนหลังเป็นสีเทำเข้ม ท้องสีน�้ำตำล และขำว ถิ่นอาศัย : อำศัยในแม่น�้ำ หนอง บึง คลอง ล�ำธำรที่อยู่บนภูเขำสูง ๗4 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 75.
    ตำรำงที่ ๖ ชนิดของแพลงก์ตอนที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก จ�ำนวนแพลงก์ตอน ชนิดของแพลงก์ตอนที่พบ ที่พบในแต่ละสถำนี St. 1 St. 2 St. ๓ Phylum Cyanophyta (สีเขียวแกมนํ้าเงิน) Anabaena sp. + Lyngbya sp. ++ Phylum Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว) Cladophora spp. + ++ Closterium sp. + Eudorina sp. + Volvox sp. ++ Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) Euglena sp. + Phacus sp. + Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม) Navicula sp. + Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต) Gymnodinium sp. + Phylum Arthropoda Identified cyclopoid copepod + หมายเหตุ : + พบนอย, ++ พบปานกลาง, +++ พบมาก สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗5 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 76.
    ๓. ความหลากหลายของพรรณไมนํ้า ส�ำรวจพบพรรณไม้น�้ำทั้งหมด ๖ วงศ์ (Family) ๖ สกุล (Genus) และ ๖ ชนิด (Species) โดยชนิดของพรรณไม้ น�้ำที่พบทั้งหมดแสดงไว้ดังตำรำงที่ ๗ ตำรำงที่ ๗ ชนิดของพรรณไม้น�้ำที่ส�ำรวจพบในแหล่งน�้ำธรรมชำติบ้ำนดงปำสัก ลําดับ ชื่อวงศ ชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร ที่ 1 POLYGONACEAE ผักไผ่น�้ำ Polygonum tomentosum Willd. 2 POACEAE หญ้ำไซ Leersia hexandra Sw. 3 ARACEAE บอน Colocasia esculenta (L.) Schott 4 ATHYRIACEAE ผักกูดขำว Diplazium esculentum (Retz.) Sw. 5 MIMOSACEAE ไมยรำบยักษ์ Mimosa pigra L. 6 Poaceae อ้อ Arundo donax L. ๔. ความหลากหลายสัตวหนาดิน พบควำมหลำกหลำยของสัตว์หน้ำดิน ๓ ไฟลัม ได้แก่ Phylum Annelida ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน จ�ำนวน 1 Order และ 1 Family, Phylum Arthopoda ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน 2 Order และ 2 Family และส�ำหรับ Phylum Mollusca ประกอบด้วยสัตว์หน้ำดิน 2 Order และ ๓ Family (ตำรำงที่ 8) กำรศึกษำครั้งนี้ได้ จ�ำแนกควำมหลำกหลำยปริมำณสัตว์หน้ำดินถึงระดับ ครอบครัว (Family) พบว่ำ ควำมหลำกหลำยของสัตว์หน้ำดินพบมำกที่สถำนีกำร เก็บตัวอย่ำงจุดที่ 1, ๓ และ 2 ตำมล�ำดับ ๗๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 77.
    ตำรำงที่ 8 แสดงกำรจ�ำแนกทำงอนุกรมวิธำนสัตว์หน้ำดินบ้ำนดงปำสัก จํานวนสัตวหนาดินที่พบในแต่ละสถานี Phylum, Class, Order Family ๑ ๒ ๓ Phylum Annelida C. Clitallata O. Haplotaxida Naididae 4 Phylum Arthopoda C. Insecta O. Ephemeroptera Potamanthidae 1 O. Odonata Gomphidae 2 Phylum Mollusca C. Gastropoda O. Neogastropoda Buccinidae ๓ O. Mesogastropoda Thiaridae ๖ 2 ๓ Viviparidae ๓ Taxa richness ๓ ๓ 2 Sum of Total individual in each Family 12 5 ๗ ตำรำงที่ 8 แสดงกำรจ�ำแนกทำงอนุกรมวิธำนสัตว์หน้ำดินบ้ำนดงปำสัก แพลงก์ตอนพืชชนิดที่พบ Phylum Cyanophyta (สำหร่ำยสีเขียวแกมน�้ำเงิน) 1. Anabaena sp. 2. Lyngbia sp. Phylum Chlorophyta (สำหร่ำยสีเขียว) 3. Cladophora spp. 4. Closterium sp. 5. Eudorina sp. 6. Volvox sp. สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗๗ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 78.
    Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) 7. Euglenasp. 8. Phacus sp. Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม) 9. Navicula sp. แพลงก์ตอนพืชชนิดที่พบ Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต) 10. Gymnodinium sp. ชุดภำพที่ 1 แสดงชนิดแพลงก์ตอนพืช 5 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง 5 แห่ง Phylum Cyanophyta (สาหร่ายสีเขียวแกมนํ้าเงิน) Anabaena sp. Anabaena sp. Phylum Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว) Cladophora spp. Closterium sp. Eudorina sp. Volvox sp. Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) Cladophora spp. Closterium sp. ๗8 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 79.
    Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม) Navicula sp. Phylum Pyrrophyta (ไดโนแฟลกเจลแลต) Gymnodinium sp. ตำรำงที่ 22 ชนิดของแพลงก์ตอนสัตว์ทั้งหมดที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง 5 แห่ง แพลงกตอนสัตวชนิดที่พบ Phylum Arthropoda 1. Identified cyclopoid copepod ชุดภำพที่ 2 แสดงชนิดแพลงก์ตอนสัตว์ 2 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง 5 แห่ง Phylum Arthopoda Identified cyclopoid copepod สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๗๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 80.
    ตำรำงที่ 2๓ ชนิดของสัตว์หน้ำดินทั้งหมดที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง 5 แห่ง สัตวหนาดินที่พบ Phylum ,Class ,Order Family Phylum Annelida C. Clitallata O. Haplotaxida Naididae Phylum Arthopoda C. Insecta Potamanthidae O. Odonata Gomphidae Phylum Mollusca C. Gastropoda O. Neogastropoda Buccinidae O. Mesogastropoda Thiaridae Viviparidae ชุดภำพที่ ๓ แสดงชนิดสัตว์หน้ำดิน ๓ ไฟลัม ที่พบในพื้นที่เก็บตัวอย่ำง 5 แห่ง Phylum Class Order Family ภาพ Phylum Annelida Clitallata Haplotaxida Naididae Phylum Arthopoda Insecta Ephemeroptera Potamanthidae 80 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 81.
    Phylum Class Order Family ภาพ Odonata Gomphidae Phylum Mollusca Gastropoda Neogastropoda Buccinidae Mesogastropoda Thiaridae Viviparidae สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 81 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 82.
    82 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 83.
  • 84.
    84 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 85.
    สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 85 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 86.
    8๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 87.
  • 88.
    ภาพแสดงที่ตั้งของชุมชนบานดงปาสัก ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียงจังหวัดนาน ภาพแสดงปายของชุมชนที่มีการดําเนินการปองกันการตัดไมในพื้นที่ปาชุมชน 88 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 89.
    ภาพแสดงปายของชุมชนที่มีการดําเนินการปองกันการตัดไมในพื้นที่ปาชุมชน สภาพทั่วไปของปาชุมชนบริเวณแปลงสํารวจ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น 8๙ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 90.
    ภาพแสดงไรขาวโพดเลี้ยงสัตว ซึ่งปจจุบันถือวาเปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญที่สุด ๙0 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 91.
    ภาพแสดงการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตว เพื่อเตรียมปลูกยางพารา ภาพตัวอยางการปลูกยางพาราในพื้นที่ลาดเอียงสูง สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๙1 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 92.
    แสดงการชะลางพังทลายของดิน ซึ่งเปนผลมาจากการใชที่ดินลาดชันสูงทําการเกษตร รองรอยการหาอาหาร (หนอไม) ภาพการเก็บขอมูลของอาสาสมัครรวมสํารวจ ในบริเวณปาชุมชนบานดงปาสัก ๙2 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 93.
    ดัชนี ก ต ม ส ก่อตำหมู ตะคร้อ มอน ส้มเสี้ยน ก่อแพะ ตะแบกกนำ มะกอก ส้ำนหิ่ง กระเจียว ตะเพียนน�้ำตก มะกอกปำ สำบเสือ กระชำย ตำเสือ มะขำมปอม สำหร่ำยสีเขียว กระท่อมเนิน ตำลเหลือง มะจิ้ม สำหร่ำยสีเขียวแกมน�้ำเงิน กระท่อมหมู ติ้ว มะเย้ย แสลงใจ กระพี้จั่น ตีนนก มะแตง ก้ำง เต็ง มันเหลี่ยม ห ก�ำบี้(แมลงปอ) เต็งหนำม ไม้ติ้ว หญ้ำกอนหมำ ไมยรำบยักษ์ (ขึงหำงม้ำ) ข บ โมก หญ้ำคมบำง ข้ำวโพด บวบลม หญ้ำคอตุง บอน ย หญ้ำยุง ค บุก ยำงพำรำ หญ้ำสำมเหลี่ยม แคทรำย ยำบ หญ้ำไซ ค�ำมอก ป ยูกลีนอยด์ หนอนตำย ปอลำย หัวข้ำวเย็น ง ปีพงษ์ ร เห็ด งิ้วปำ ประดู่ปำ รำชพฤกษ์ เห็ดด่ำน เปลวปล่องฟำ รักใหญ่ เห็ดแดง ซ เปำหลวง รัง เหียง ซิวควำย เหมือดจี้ ผ ล เหมือดหอม จ ผักกูด เลียง จำด ผักกูดง้อง อ ผัก กูด ขำว ว อ้อ ด ผักไผ่น�้ำ ว่ำนเข้ำพรรษำ อินทนิลบก ดอกก้ำน ไผ่ไร่ ว่ำนแผ่นดินเย็น เอื้องหมำยนำ แดง ว่ำนหัวข้ำวเย็น ไดโนแฟลกเจลแลต พ ไดอะตอม พลวง พฤกษ์ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๙๓ บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 94.
    ๙4 สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 95.
    เอกสารอ้างอิง ...................... กรมอทยำนแหงชำต สตวปำและพนธพช,(2548) พชถ่นเดยวและพชหำยำกของประเทศไทย. ุ ่ ิ ั ์  ั ์ุ ื ื ิ ี ื (พิมพ์ครั้งที่ 2) โรงพิมพ์กำรศำสนำ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ปำและพันธุ์พืช.(ไม่ปรำกฏวันที่ เดือน ปีที่เผยแพร่). ควำมรู้เรื่องปำไม้. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 สิงหำคม 2554. จำก http://www.dnp.go.th/ กรมปำไม้.(ไม่ปรำกฏวันที่ เดือน ปีท่เผยแพร่). ควำมรูเรื่องปำไม้. สืบค้นเมื่อวันที่1๖ สิงหำคม ี ้ 2554. จำก http://www.forest.go.th/Research/Knowledge/B_forest1.html กรมพัฒนำแพทย์แผนไทยและแพทย์ทำงเลือก.(ไม่ปรำกฏวันที่ เดือน ปีท่เี ผยแพร่).สมุนไพรไทย. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 สิงหำคม 2554. จำก http://www.dtam.moph.go.th/ เกษม จันทร์แก้ว,(2545) กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมแบบผสมผสำน.(พิมพ์ครั้งที่ 1) ส�ำนักพิมพ์มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ เกษม จันทร์แก้ว . (25๓0). วิทยำศำสตร์สิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ : อักษรสยำมพิมพ์. ไซมอนด์ กำร์ดเนอร์,พินดำ สิทธิสุนทรและวิไลวรรณ อนุสำรสุนทร, (2542). ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษำพรรณไม้ยืนต้นในปำภำคเหนือ ประเทศไทย. ภำควิชำชีววิทยำ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยเชียงใหม่. ภำควชำชววทยำปำไม คณะวนศำสตร มหำวทยำลยเกษตรศำสตร .นเวศวทยำปำไม.้ (ไมปรำกฏ ิ ี ิ  ้ ์ ิ ั ์ ิ ิ  ่ วันที่ เดือน ปีที่เผยแพร่).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหำคม 2554 จำก http://www.forest.ku.ac.th/forestbiology/ecology_homepage/ สถำบนวจยและพฒนำพ้นท่สง(องคกรมหำชน).มปพ. พืชอาหารและสมุนไพรทองถิ่นบนพื้นที่สง ั ิั ั ื ีู ์ ู บานโปงคํา ต.ดู่พงษ อ.สันติสุข จ.น่าน. สมศักดิ์ สุขวงศ์. (ไม่ปรำกฏวันที่ เดือน ปีที่เผยแพร่). ปำเขตร้อนคุณค่ำควำมหลำกหลำยของ สรรพชีวิต. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 สิงหำคม 2554. จำก http://www.seub.or.th/datacenter/ สมุนไพรไทยและสมุนไพรพื้นบ้ำนล้ำนนำ. (ไม่ปรำกฏวันที่ เดือน ปีที่เผยแพร่). ควำมรู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้ำนล้ำนนำ.สืบค้นเมื่อวันที่ 1๖ สิงหำคม 2554. จำก http://www.thaimedicinalplant.com/Lanna1.html สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น ๙5 บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน
  • 96.
    เสวียน เปรมประสิทธิ์,(25๓8) กำรศึกษำเชิงนิเวศวิทยำเกี่ยวกับควำมสัมพันธ์ระหว่ำง สังคมพืชในปำเต็งรังกับคุณสมบัติดิน บริเวณอุทยำนแห่งชำติดอยอินทนนท์ จงหวดเชยงใหม.่ วทยำนพนธหลกสตรปรญญำวทยำศำสตรมหำบณฑต(เกษตรศำสตร) ั ั ี ิ ิ ์ ั ู ิ ิ ั ิ ์ สำขำปฐพีศำสตร์ บัณฑิตวิทยำลัย มหำวิทยำลัยเชียงใหม่ เสวียน เปรมประสิทธิ์,(2545) นิเวศวิทยำสิ่งแวดล้อม. ภำควิชำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศำสตร์ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม มหำวิทยำลัยนเรศวร กรุงเทพมหำนคร : แผนกธรรมชำติวิทยำ สยำมสมำคม, หน้ำ 22๗-254. National Park, Wildlife and Plant Conservation Department.2005. A Prelimimary Check-list of Threatened Plants in Thailand. Bangkok,Thailand Soontorn Khamyong. (1๙๙๙) Final Report: Ecology of the Mixed Deciduous and Dry Dipterocarp Forest in Kaeng Sua Ten Dam Project Area, Phare Province. Centre of Ecological Economics (CEE) Faculty of Economics Chulalongkorn University. ......................................................... ๙๖ สารานุกรมทรัพยากรชีวภาพและภูมิปญญาทองถิ่น บานดงปาสัก หมูที่ ๑๐ ตําบลฝายแกว อําเภอภูเพียง จังหวัดนาน