สัตวปาสงวน( Reserved Animals ) หมายถึง สัตวปาที่หายาก กําหนดตามบัญชีทาย
พระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2503 จํานวน 9 ชนิด เปนสัตวปาเลี้ยงลูกดวยนม
ทั้งหมด ไดแก แรด กระซู กูปรี ควายปา ละองหรือละมั่ง สมัน เนื้อทราย เลียงผา และกวางผา

            สัตวปาสงวนเปนสัตวหายาก ,ใกลจะสูญพันธุ หรืออาจจะสูญพันธุไปแลว จึงจําเปนตอง
มีบทบัญญัติเขมงวดกวดขัน เพื่อปองกันไมใหเกิดอันตรายแกสัตวปาที่ยังมีชีวิตอยูหรือซากสัตว
ป า ซึ่ง อาจจะตกไปอยู ยั งต า งประเทศด ว ยการซื้ อขาย ต อ มาเมื่ อ สถานการณ ข องสัต ว ป าใน
ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป สัตวปาหลายชนิดมีแนวโนมถูกคุกคามเสี่ยงตอการสูญพันธุมาก
ยิ่ ง ขึ้ น ประกอบกั บ เพื่ อ ให เ กิ ด ความสอดคล อ งกั บ ความร ว มมื อ ระหว า งประเทศในการ
ควบคุมดูแลการคาหรือการลักลอบคาสัตวปาในรูปแบบตาง ๆ ตามอนุสัญญาวาดวยการคา
ระหวางประเทศวาดวยชนิดสัตวปาและพืชปาหรือ CITES ซึ่งประเทศไทยไดรวมลงนามรับรอง
อนุสัญญาในป พ.ศ. 2518 และไดใหสัตยาบัน เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2526 นับเปนสมาชิก
ลําดับที่ 80 จึงไดมีการพิจารณาแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับเดิมและตราพระราชบัญญัติ
สงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 ขึ้นใหมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ พ.ศ. 2535

         สัตวปาสงวนตามในพระราชบัญญัติฉบับใหม หมายถึง สัตวปาที่หายากตามบัญชีทาย
พระราชบั ญ ญั ติ ฉ บั บ นี้ แ ละตามที่ กํ า หนดโดยตราเป น พระราชกฤษฎี ก า ทํ า ให ส ามารถ
เปลี่ยนแปลงชนิดสัตวปาสงวนไดโดยสะดวกโดยออกเปนพระราชกฤษฎีกาแกไขหรือเพิ่มเติม
เทานั้น ไมตองถึงกับตองแกไขพระราชบัญญัติอยางของเดิม ทั้งนี้ไดมีการเพิ่มเติมชนิดสัตวปาที่
มีสภาพลอแหลมตอการสูญพันธุอยางยิ่ง 7 ชนิด และตัดสัตวปาที่ไมอยูในสถานะใกลจะสูญ
พันธุ เนื่องจากการที่สามารถเพาะเลี้ยงขยายพันธุไดมาก 1 ชนิด คือ เนื้อทราย รวมกับสัตวปา
สงวนเดิม 8 ชนิด รวมเปน 15 ชนิด ไดแก

       1.   นกเจาฟาหญิงสิรินธร
       2.   แรด
       3.   กระซู
       4.   กูปรี
5. ควายปา
6. ละองหรือละมั่ง
7. สมัน
8. เลียงผา
9. กวางผา
10. นกแตวแลวทองดํา
11. นกกระเรียน
12. แมวลายหินออน
13. สมเสร็จ
14. เกงหมอ
15. พะยูน
1. แมวลายหินออน




ชื่อสามัญ
        Marble Cat
ชื่อวิทยาศาสตร
        Pardofelis marmorata
ลักษณะ
        เปนแมวปาขนาดกลาง น้ําหนักประมาณ 4 - 5 ก.ก. อาศัยอยูในปาดงดิบและปาดิบชื้น
        สวนใหญมักอยูบนตนไม ชอบออกหากินในเวลากลางคืน อาหารไดแก แมลง งู นก หนู
        และลิงขนาดเล็ก
2. พะยูน




ชื่อสามัญ
        Dugong
ชื่อวิทยาศาสตร
        Dugong dugon
ลักษณะ
        ไมใชปลาแตเปนสัตวเลี้ยงลูกดวยนมชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยูตามทองทะเลชายฝง ไมมีครีบ
        หลัง น้ําหนักประมาณ 300 ก.ก. อยูรวมกันเปนครอบครัว หลายครอบครัวจะมาหากิน
                                           
        รวมกันเปนฝูงใหญ กินพืชจําพวกหญาทะเลตามชายฝง ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ใชเวลาตั้ง
        ทองประมาณ 1 ป
3. เกงหมอ




ชื่อสามัญ
        Fea's Barking Deer
ชื่อวิทยาศาสตร
        Muntiacus feai
ลักษณะ
        ลักษณะคลายเกงธรรมดา แตสลําตัวคล้ํากวา หางสั้น ดานบนสีดาตัดกับสีขาวดานลาง
                                     ี                               ํ
        ชัดเจน ชอบอาศัยอยูเดี่ยวในปาดงดิบตามลาดเขา จะอยูเปนคูเฉพาะในฤดูผสมพันธุ
        เทานั้น ชอบกินใบไม ใบหญาและผลไม ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 6 เดือน
4. นกกระเรียน




ชื่อสามัญ
        Sarus Crane
ชื่อวิทยาศาสตร
        Grus antigone
ลักษณะ
        เปนนกขนาดใหญที่เคยพบตามทองทุงที่ชื้นแฉะ และหนอง บึง เมื่อยืนมีความสูงราว
        150 ซ.ม. ออกหากินเปนคูและกลุมครอบครัว และจะจับคูอยูดวยกันตลอดชีวิต มีความ
        ผูกพันกับคูสูงมาก ชอบกินแมลง สัตวเลื้อยคลาน สัตวน้ํา เมล็ดขาว และหญาออน วาง
        ไข ครั้งละ 2 ฟอง
5. เลียงผา




ชื่อสามัญ
        Serow
ชื่อวิทยาศาสตร
        Capricornis sumatraensis
ลักษณะ
        เปนสัตวกีบคูมีเขาจําพวกแพะ ความสูงที่ไหล 85 - 94 ซ.ม. หนักประมาณ 85 - 140 ก.ก.
        อาศัยอยูตามภูเขาที่มีหนาผา หรือถ้ําตื้น วองไวและปราดเปรียวมาก สามารถวายน้ําขาม
        ระหวางเกาะ และแผนดินได มีประสาทตา หู และรับกลิ่นไดดมาก ชอบกินพืชตางๆ ออ
                                                                    ี
        กลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 7 - 8 เดือน
6. กวางผา




ชื่อสามัญ
        Goral
ชื่อวิทยาศาสตร
        Naemorhedus griseus
ลักษณะ
        มีลักษณะคลายแพะ ความสูงที่ไหล 50 - 70 ซ.ม. หนักประมาณ 22 - 32 ก.ก. มีขาที่
        แข็งแรง สามารถกระโดดตามชะงอนผาไดอยางวองไว พบตามยอดเขาสูงชันจาก
        ระดับน้ําทะเลมากกวา 1,000 เมตร ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดป อาหารไดแก พืช
        ตามสันเขาและหนาผาหิน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 6 - 8 เดือน มีอายุประมาณ 8
        - 10 ป
7. ละองหรือละมั่ง




       ชื่อสามัญ

        Eld's Deer
ชื่อวิทยาศาสตร
        Cervus eldi
ลักษณะ
        ความสูงที่ไหล 1.2 - 1.3 เมตร หนักประมาณ 95 - 150 ก.ก. ชอบอยูรวมกันเปนฝูง เล็ก ๆ
        ออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน กินใบหญาใบไมและผลไมเปนอาหาร
        ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนานประมาณ 7 - 8 เดือน
8. สมัน




ชื่อสามัญ
        Schomburgk's Deer
ชื่อวิทยาศาสตร
        Cervus schomburgki
ลักษณะ
        เปนกวางขนาดกลาง และไดชื่อวามีเขาสวยงามที่สุด ความสูงที่ไหล 1 เมตร การแตก
        แขนงของเขา แขนงทั้ง 2 จะทํามุมแยกออกไปเทากับลํากิ่งเดิม คลายสุม ชาวบานจึง
        เรียกวา "กวางเขาสุม" ชอบอยูรวมกันเปนฝูงเล็ก ๆ และอยูเฉพาะในทุงโลง ไมอยูตามปา
        ทึบ เพราะเขาจะเกี่ยวพันเถาวัลยไดงาย ชอบกินยอดหญาออน ผลไมและใบไม
9. กูปรี




ชื่อสามัญ
        Kouprey
ชื่อวิทยาศาสตร
        Bos sauveli
ลักษณะ
        เปนสัตวปาตระกูลเดียวกับกระทิงและวัวแดง ความสูงที่ไหล 1.7 - 1.9 เมตร หนัก
        ประมาณ 700 - 900 ก.ก. อยูรวมกันเปนฝูง 2 - 20 ตัว มีนิสัยปราดเปรียว ตัวเมียจะเปน
        ตัวนําฝูงหากินและหลบหนีศัตรู ตัวผูตัวใหญที่สุดจะเปนจาฝูง ชอบกินหญา ใบไม และ
        ดินโป งเปน ครั้งคราว ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 9 - 10 เดือน
10. ควายปา




ชื่อสามัญ
        Wild Water Buffalo
ชื่อวิทยาศาสตร
        Bubalus bubalis
ลักษณะ
        รูปรางปราดเปรียวและขนาดลําตัวใหญกวาควายบาน ความสูงที่ไหล 1.6 - 1.9 เมตร
        หนักประมาณ 800 - 1,200 ก.ก. ชอบนอนแชปลักใหดินโคลนพอกลําตัว เพื่อปองกัน
        แมลงรบกวน มีนิสัยชอบอยูเปนฝูง จะดุรายมากถาบาดเจ็บ กินใบไม หญา และหนอไม
        ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองประมาณ 10 เดือน
11. แรด




ชื่อสามัญ
        Javan Rhino
ชื่อวิทยาศาสตร
        Rhinoceros sondaicus
ลักษณะ
        เปนสัตวเลี้ยงลูกดวยนม ความสูงที่ไหล 1.60 - 1.75 เมตร น้ําหนัก 1,500 - 2,000 ก.ก.
        ชอบนอนในปลักโคลนตมหนองน้ํา เพื่อไมใหหนังแตกและถูกแมลงรบกวน มีสายตาไม
        คอยดีนัก แตมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีมาก ชอบกินยอดไม ใบไม และผลไม
        ออกลูกครั้งล ะ 1 ตัว ตั้งทองนานประมาณ 16 เดือน มีอายุยืนประมาณ 50 ป
12. กระซู




ชื่อสามัญ
        Sumatran Rhino
ชื่อวิทยาศาสตร
        Didermocerus sumatraensis
ลักษณะ
        จัดเปนแรดที่พันธุเล็กที่สุด ความสูงที่ไหล 1 - 1.4 เมตร น้ําหนัก 900 - 1,000 ก.ก. มี 2
        นอ ปนเขาไดเกง มีประสาทในการรับกลิ่นดีมาก เมื่อพบสิ่งกีดขวางจะไมขาม และมักใช
                                                                                     
        หัวดันใหพนทางเดิน ชอบกินกิ่งไม ใบไมและผลไม ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 7 -
        8 เดือน
13. สมเสร็จ




ชื่อสามัญ
        Malayan Tapir
ชื่อวิทยาศาสตร
        Tapirus indicus
ลักษณะ
        มีประสาทสัมผัสทางกลิ่นและเสียงดีมาก ชอบออกหากินในเวลากลางคืน มักมุดหากิน
        ตามที่รกทึบ ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 13 เดือน
14. นกแตวแลวทองดํา




ชื่อสามัญ
        Gurney's Pitta
ชื่อวิทยาศาสตร
        Pitta gurneyi
ลักษณะ
        ขนาดลําตัวยาว 21 ซ.ม. ชอบทํารังบนกอระกําและกอหวาย ซึ่งมีหนามแหลม ใกลลําธาร
        เล็ก ๆ เพื่อสะดวกตอการหาอาหาร กินไสเดือน ตัวออนดวง ปลวก จิ้งหรีด ตั๊กแตน หอย
        ทาก และกบ เมื่อตกใจหรือมีอันตรายจะรอง "แตว...แตว..." เพื่อเปนสัญญาณเตือนนก
        ตัวอื่น วางไขคราวละ 3 - 4 ฟอง
15. นกเจาฟาหญิงสิรินธร




ชื่อสามัญ
        White-eyed River-Martin
ชื่อวิทยาศาสตร
        Pseudochelidon sirintarae
ลักษณะ
        นกนางแอนชนิดลําตัวยาว 15 ซ.ม. พบครั้งแรกในประเทศไทย ป 2511 ในบริเวณ บึง
        บอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค จะเกาะนอนอยูในฝูงนกนางแอนชนิดอื่น ๆ ตามใบออ
        และ ใบสนุน โฉบจับแมลงเปนอาหาร



ที่มาจากเว็บไซต : www.ku.ac.th/AgrInfo/wild/index.html

Assignment 9-Digital Book

  • 2.
    สัตวปาสงวน( Reserved Animals) หมายถึง สัตวปาที่หายาก กําหนดตามบัญชีทาย พระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2503 จํานวน 9 ชนิด เปนสัตวปาเลี้ยงลูกดวยนม ทั้งหมด ไดแก แรด กระซู กูปรี ควายปา ละองหรือละมั่ง สมัน เนื้อทราย เลียงผา และกวางผา สัตวปาสงวนเปนสัตวหายาก ,ใกลจะสูญพันธุ หรืออาจจะสูญพันธุไปแลว จึงจําเปนตอง มีบทบัญญัติเขมงวดกวดขัน เพื่อปองกันไมใหเกิดอันตรายแกสัตวปาที่ยังมีชีวิตอยูหรือซากสัตว ป า ซึ่ง อาจจะตกไปอยู ยั งต า งประเทศด ว ยการซื้ อขาย ต อ มาเมื่ อ สถานการณ ข องสัต ว ป าใน ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป สัตวปาหลายชนิดมีแนวโนมถูกคุกคามเสี่ยงตอการสูญพันธุมาก ยิ่ ง ขึ้ น ประกอบกั บ เพื่ อ ให เ กิ ด ความสอดคล อ งกั บ ความร ว มมื อ ระหว า งประเทศในการ ควบคุมดูแลการคาหรือการลักลอบคาสัตวปาในรูปแบบตาง ๆ ตามอนุสัญญาวาดวยการคา ระหวางประเทศวาดวยชนิดสัตวปาและพืชปาหรือ CITES ซึ่งประเทศไทยไดรวมลงนามรับรอง อนุสัญญาในป พ.ศ. 2518 และไดใหสัตยาบัน เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2526 นับเปนสมาชิก ลําดับที่ 80 จึงไดมีการพิจารณาแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับเดิมและตราพระราชบัญญัติ สงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 ขึ้นใหมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ พ.ศ. 2535 สัตวปาสงวนตามในพระราชบัญญัติฉบับใหม หมายถึง สัตวปาที่หายากตามบัญชีทาย พระราชบั ญ ญั ติ ฉ บั บ นี้ แ ละตามที่ กํ า หนดโดยตราเป น พระราชกฤษฎี ก า ทํ า ให ส ามารถ เปลี่ยนแปลงชนิดสัตวปาสงวนไดโดยสะดวกโดยออกเปนพระราชกฤษฎีกาแกไขหรือเพิ่มเติม เทานั้น ไมตองถึงกับตองแกไขพระราชบัญญัติอยางของเดิม ทั้งนี้ไดมีการเพิ่มเติมชนิดสัตวปาที่ มีสภาพลอแหลมตอการสูญพันธุอยางยิ่ง 7 ชนิด และตัดสัตวปาที่ไมอยูในสถานะใกลจะสูญ พันธุ เนื่องจากการที่สามารถเพาะเลี้ยงขยายพันธุไดมาก 1 ชนิด คือ เนื้อทราย รวมกับสัตวปา สงวนเดิม 8 ชนิด รวมเปน 15 ชนิด ไดแก 1. นกเจาฟาหญิงสิรินธร 2. แรด 3. กระซู 4. กูปรี
  • 3.
    5. ควายปา 6. ละองหรือละมั่ง 7.สมัน 8. เลียงผา 9. กวางผา 10. นกแตวแลวทองดํา 11. นกกระเรียน 12. แมวลายหินออน 13. สมเสร็จ 14. เกงหมอ 15. พะยูน
  • 4.
    1. แมวลายหินออน ชื่อสามัญ Marble Cat ชื่อวิทยาศาสตร Pardofelis marmorata ลักษณะ เปนแมวปาขนาดกลาง น้ําหนักประมาณ 4 - 5 ก.ก. อาศัยอยูในปาดงดิบและปาดิบชื้น สวนใหญมักอยูบนตนไม ชอบออกหากินในเวลากลางคืน อาหารไดแก แมลง งู นก หนู และลิงขนาดเล็ก
  • 5.
    2. พะยูน ชื่อสามัญ Dugong ชื่อวิทยาศาสตร Dugong dugon ลักษณะ ไมใชปลาแตเปนสัตวเลี้ยงลูกดวยนมชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยูตามทองทะเลชายฝง ไมมีครีบ หลัง น้ําหนักประมาณ 300 ก.ก. อยูรวมกันเปนครอบครัว หลายครอบครัวจะมาหากิน  รวมกันเปนฝูงใหญ กินพืชจําพวกหญาทะเลตามชายฝง ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ใชเวลาตั้ง ทองประมาณ 1 ป
  • 6.
    3. เกงหมอ ชื่อสามัญ Fea's Barking Deer ชื่อวิทยาศาสตร Muntiacus feai ลักษณะ ลักษณะคลายเกงธรรมดา แตสลําตัวคล้ํากวา หางสั้น ดานบนสีดาตัดกับสีขาวดานลาง ี ํ ชัดเจน ชอบอาศัยอยูเดี่ยวในปาดงดิบตามลาดเขา จะอยูเปนคูเฉพาะในฤดูผสมพันธุ เทานั้น ชอบกินใบไม ใบหญาและผลไม ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 6 เดือน
  • 7.
    4. นกกระเรียน ชื่อสามัญ Sarus Crane ชื่อวิทยาศาสตร Grus antigone ลักษณะ เปนนกขนาดใหญที่เคยพบตามทองทุงที่ชื้นแฉะ และหนอง บึง เมื่อยืนมีความสูงราว 150 ซ.ม. ออกหากินเปนคูและกลุมครอบครัว และจะจับคูอยูดวยกันตลอดชีวิต มีความ ผูกพันกับคูสูงมาก ชอบกินแมลง สัตวเลื้อยคลาน สัตวน้ํา เมล็ดขาว และหญาออน วาง ไข ครั้งละ 2 ฟอง
  • 8.
    5. เลียงผา ชื่อสามัญ Serow ชื่อวิทยาศาสตร Capricornis sumatraensis ลักษณะ เปนสัตวกีบคูมีเขาจําพวกแพะ ความสูงที่ไหล 85 - 94 ซ.ม. หนักประมาณ 85 - 140 ก.ก. อาศัยอยูตามภูเขาที่มีหนาผา หรือถ้ําตื้น วองไวและปราดเปรียวมาก สามารถวายน้ําขาม ระหวางเกาะ และแผนดินได มีประสาทตา หู และรับกลิ่นไดดมาก ชอบกินพืชตางๆ ออ ี กลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 7 - 8 เดือน
  • 9.
    6. กวางผา ชื่อสามัญ Goral ชื่อวิทยาศาสตร Naemorhedus griseus ลักษณะ มีลักษณะคลายแพะ ความสูงที่ไหล 50 - 70 ซ.ม. หนักประมาณ 22 - 32 ก.ก. มีขาที่ แข็งแรง สามารถกระโดดตามชะงอนผาไดอยางวองไว พบตามยอดเขาสูงชันจาก ระดับน้ําทะเลมากกวา 1,000 เมตร ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดป อาหารไดแก พืช ตามสันเขาและหนาผาหิน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 6 - 8 เดือน มีอายุประมาณ 8 - 10 ป
  • 10.
    7. ละองหรือละมั่ง ชื่อสามัญ Eld's Deer ชื่อวิทยาศาสตร Cervus eldi ลักษณะ ความสูงที่ไหล 1.2 - 1.3 เมตร หนักประมาณ 95 - 150 ก.ก. ชอบอยูรวมกันเปนฝูง เล็ก ๆ ออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน กินใบหญาใบไมและผลไมเปนอาหาร ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนานประมาณ 7 - 8 เดือน
  • 11.
    8. สมัน ชื่อสามัญ Schomburgk's Deer ชื่อวิทยาศาสตร Cervus schomburgki ลักษณะ เปนกวางขนาดกลาง และไดชื่อวามีเขาสวยงามที่สุด ความสูงที่ไหล 1 เมตร การแตก แขนงของเขา แขนงทั้ง 2 จะทํามุมแยกออกไปเทากับลํากิ่งเดิม คลายสุม ชาวบานจึง เรียกวา "กวางเขาสุม" ชอบอยูรวมกันเปนฝูงเล็ก ๆ และอยูเฉพาะในทุงโลง ไมอยูตามปา ทึบ เพราะเขาจะเกี่ยวพันเถาวัลยไดงาย ชอบกินยอดหญาออน ผลไมและใบไม
  • 12.
    9. กูปรี ชื่อสามัญ Kouprey ชื่อวิทยาศาสตร Bos sauveli ลักษณะ เปนสัตวปาตระกูลเดียวกับกระทิงและวัวแดง ความสูงที่ไหล 1.7 - 1.9 เมตร หนัก ประมาณ 700 - 900 ก.ก. อยูรวมกันเปนฝูง 2 - 20 ตัว มีนิสัยปราดเปรียว ตัวเมียจะเปน ตัวนําฝูงหากินและหลบหนีศัตรู ตัวผูตัวใหญที่สุดจะเปนจาฝูง ชอบกินหญา ใบไม และ ดินโป งเปน ครั้งคราว ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 9 - 10 เดือน
  • 13.
    10. ควายปา ชื่อสามัญ Wild Water Buffalo ชื่อวิทยาศาสตร Bubalus bubalis ลักษณะ รูปรางปราดเปรียวและขนาดลําตัวใหญกวาควายบาน ความสูงที่ไหล 1.6 - 1.9 เมตร หนักประมาณ 800 - 1,200 ก.ก. ชอบนอนแชปลักใหดินโคลนพอกลําตัว เพื่อปองกัน แมลงรบกวน มีนิสัยชอบอยูเปนฝูง จะดุรายมากถาบาดเจ็บ กินใบไม หญา และหนอไม ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองประมาณ 10 เดือน
  • 14.
    11. แรด ชื่อสามัญ Javan Rhino ชื่อวิทยาศาสตร Rhinoceros sondaicus ลักษณะ เปนสัตวเลี้ยงลูกดวยนม ความสูงที่ไหล 1.60 - 1.75 เมตร น้ําหนัก 1,500 - 2,000 ก.ก. ชอบนอนในปลักโคลนตมหนองน้ํา เพื่อไมใหหนังแตกและถูกแมลงรบกวน มีสายตาไม คอยดีนัก แตมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีมาก ชอบกินยอดไม ใบไม และผลไม ออกลูกครั้งล ะ 1 ตัว ตั้งทองนานประมาณ 16 เดือน มีอายุยืนประมาณ 50 ป
  • 15.
    12. กระซู ชื่อสามัญ Sumatran Rhino ชื่อวิทยาศาสตร Didermocerus sumatraensis ลักษณะ จัดเปนแรดที่พันธุเล็กที่สุด ความสูงที่ไหล 1 - 1.4 เมตร น้ําหนัก 900 - 1,000 ก.ก. มี 2 นอ ปนเขาไดเกง มีประสาทในการรับกลิ่นดีมาก เมื่อพบสิ่งกีดขวางจะไมขาม และมักใช  หัวดันใหพนทางเดิน ชอบกินกิ่งไม ใบไมและผลไม ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 7 - 8 เดือน
  • 16.
    13. สมเสร็จ ชื่อสามัญ Malayan Tapir ชื่อวิทยาศาสตร Tapirus indicus ลักษณะ มีประสาทสัมผัสทางกลิ่นและเสียงดีมาก ชอบออกหากินในเวลากลางคืน มักมุดหากิน ตามที่รกทึบ ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งทองนาน 13 เดือน
  • 17.
    14. นกแตวแลวทองดํา ชื่อสามัญ Gurney's Pitta ชื่อวิทยาศาสตร Pitta gurneyi ลักษณะ ขนาดลําตัวยาว 21 ซ.ม. ชอบทํารังบนกอระกําและกอหวาย ซึ่งมีหนามแหลม ใกลลําธาร เล็ก ๆ เพื่อสะดวกตอการหาอาหาร กินไสเดือน ตัวออนดวง ปลวก จิ้งหรีด ตั๊กแตน หอย ทาก และกบ เมื่อตกใจหรือมีอันตรายจะรอง "แตว...แตว..." เพื่อเปนสัญญาณเตือนนก ตัวอื่น วางไขคราวละ 3 - 4 ฟอง
  • 18.
    15. นกเจาฟาหญิงสิรินธร ชื่อสามัญ White-eyed River-Martin ชื่อวิทยาศาสตร Pseudochelidon sirintarae ลักษณะ นกนางแอนชนิดลําตัวยาว 15 ซ.ม. พบครั้งแรกในประเทศไทย ป 2511 ในบริเวณ บึง บอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค จะเกาะนอนอยูในฝูงนกนางแอนชนิดอื่น ๆ ตามใบออ และ ใบสนุน โฉบจับแมลงเปนอาหาร ที่มาจากเว็บไซต : www.ku.ac.th/AgrInfo/wild/index.html