สื่อการเรียนรู ้
                สื่อการเรียนรู ้ หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์หรือวิธีการซึ่งอาจจาแนก
เป็ น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่ออิเล็กทรอนิ กส์ สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สื่อ
กิจกรรมหรือกระบวนการ
สื่อและแหล่งการเรียนรู ้
         สื่อและแหล่งการเรียนรู ้ คือ สิ่งที่เป็ นสื่อกลางให้ผสอนสามารถถ่ายทอด
                                                              ู้
ความรู ้ เจตคติและทักษะไปยังผูเ้ รียน สามรถมองเห็นเป็ นรูปธรรม ทาให้
ผูเ้ รียนรูอย่างมีประสิทธิภาพหรือทาให้บทเรียนง่ายขึ้ นการเขียนสื่อการเรียนรู ้
           ้
ให้เขียนเรียงตามลาดับกิจกรรมการเรียนที่กาหนด
สื่อการสอน
      สื่อการสอน หมายถึง ตัวกลางที่ถ่ายทอดสารสนเทศไปสู่ผเู้ รียนไม่วาจะ
                                                                    ่
เป็ นวัสดุเครื่องมือและเทคนิ ควิธีการที่ผสอนนามาประกอบการเรียนการสอน
                                          ู้
เพื่อผูเ้ รียนเกิดการเรียนรูได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
                            ้
๑.สื่อการสอน
      นักวิชาการและเทคโนโลยีการศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ให้
  ความหมายของสื่อการสอน ไว้หลายท่าน ดังนี้
เชอร์ส กล่าวว่า สื่อการสอนเป็ นเครื่องมือช่วยสื่อความหมายใดๆก็ตามที่จดโดยั
  ครูและนักเรียนเพื่อเสริมการเรียนรู ้ เครื่องมือการสอนทุกชนิ ดเป็ นสื่อการสอน
เกอร์ลชและอีลี ได้ให้ความว่า สื่อการสอน คือ บุคคล วัสดุหรืเหตุการณ์ต่างๆซึ่ง
      ั
  ทาให้นักเรียนได้รบความรู ้ ทักษะ ทัศนคติ ครู หนังสือและสิ่งแวดล้อม
                     ั
ชม ภูมิภาค กล่าวว่า สื่อการสอนนั้นเป็ นส่วนหนึ่ งของเทคโนโลยีการสอนเป็ น
   พาหนะที่จะนาสารหรือความรูไปยังผูเ้ รียน
                                ้
พิมพ์พรรณ เทพสุมาธานนท์ กล่าวว่า สื่อการสอนหมายถึงสิ่งต่างๆที่ใช้เป็ น
   เครื่องมือหรือช่องทางสาหรับ ให้การสอนของครูกบนักเรียนได้ตาม
                                                   ั
   วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายที่ผสอนวางไว้เป็ นอย่างดี
                                  ู้

สรุป
สื่อการสอน หมายถึงวัสดุเครื่องมือและเทคนิ ควิธีการที่ผสอนนามาใช้
                                                      ู้
    ประกอบการเรียนการสอนเพื่อให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                                                         ้
๒.ประเภทของสื่อการสอน
Dale ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็ น 11 ประเภท
๑ ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย เป็ นประสบการณ์ที่ผเู้ รียนได้รบจากความเป็ นจริง
                                                             ั
๒ ประสบการณ์จาลอง เป็ นสถานการณ์ที่จาลองแบบจากของจริง
๓ ประสบการณ์นาฎการ เป็ นการมีส่วนร่วมในการแสดงได้จากการศึกษาเนื้ อเรืองที่จะ
                                                                          ่
  แสดง
๔ การสาธิต เป็ นการให้ดตวอย่างประกอบการอธิบาย ทางที่ดีตองมีอุปกรณ์ประกอบ
                       ู ั                                 ้
๕ การศึกษานอกสถานที่ เพื่อให้ผเู้ รียนมีประสบการณ์และความรูกว้างขวางขึ้ น
                                                               ้
๖ นิ ทรรศการ การแสดงสิ่งของต่างๆ เพื่อให้ความรูแก่ผดู
                                               ้ ู้
๗ โทรทัศน์การศึกษา รายการโทรทัศน์จะทาให้ได้เห็นภาพและได้ยนเสียง ิ
  เหตุการณ์และความเป็ นไปต่างๆ
๘ ภาพยนตร์ เป็ นการจาลองมาให้ผเู้ รียนได้ดได้ฟังใกล้เคียงกับความเป็ นจริงแม้
                                          ู
  จะไม่ใช่เวลาเดียวกับเหตุการณ์จริง ณ ตอนนั้น
๙ ภาพนิ่ ง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด การบันทึกเสียงต่างๆ
๑๐ ทัศนสัญลักษณ์ ได้แก่ แผนภาพ แผนภูมิ ภาพโฆษณา ซึ่งมีลกษณะเป็ น
                                                             ั
  สัญลักษณ์สาหรับการถ่ายทอดความหมาย
๑๑ วจนสัญลักษณ์ ได้แก่ คาพูด ตัวหนังสือ ที่จะเข้าใจได้ตองอาศัยประสบการณ์
                                                        ้
  พื้ นฐานมากพอสมควร
๓.หลักการใช้สื่อการสอน
 การใช้สื่อการสอนแต่ละครั้ง จึงควรพิจารณาให้ถี่ถวน และวางแผนการใช้อย่าง
                                                ้
   รอบครอบ การใช้สื่อการสอนในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบติตาม
                                                                   ั
   หลักการ ดังนี้
 ๑ หลักการเลือก (Selection)
 ๒ หลักการเตรียม (Preparation)
 ๓ หลักการนาเสนอ (Presentation)
 ๔ หลักการประเมิน (Evaluation)
๑ หลักการเลือก
 เดล (dale) ได้ให้ขอเสนอแนะในการเลือกสื่อการสอน ดังนี้
                     ้
 ๑ สื่อการสอน จะสามารถให้แนวทางคิดที่ถกต้องได้เพียงใด
                                         ู
 ๒ สื่อการสอนนั้นจะสามารถสร้างความเข้าใจที่ถกต้องในสิ่งที่เรียนได้ดี เพียงใด
                                             ู
 ๓ สื่อการสอนนั้น เหมาะสมกับวัย สติปัญญาและประสบการณ์ต่างๆของผูเ้ รียน
   เพียงใด
 ๔ สภาพแวดล้อมเหมาะสมที่จะใช้สื่อการสอนนั้นหรือไม่
 ๕ มีขอเสนอแนะสั้นๆหรือไม่
        ้
 ๖ สื่อการสอนนั้นสามารถกระตุนให้ผเู้ รียนพัฒนาทางด้านความคิดได้หรือไม่
                            ้
 ๗ คุมค่ากับเวลาและการลงทุนหรือไม่
      ้
๒ หลักการเตรียม
อีริคสันและเคิรล ได้กล่าวถึงการเตรียมก่อนการใช้สื่อการสอนต้องเตรียมความ
                ์
    พร้อมให้กบผูเ้ รียน ดังนี้
             ั
๑ พัฒนาการสร้างความพร้อมเฉพาะ
๒ แนะนาผูเ้ รียนเพื่อเป็ นการเร้าให้เกิดการเรียนรูจากสื่อที่ครูเลือกมา
                                                  ้
๓ สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสื่อการสอน
๔ เลือกหาวิธีที่เหมาะสม ที่จะนาไปสู่การใช้สื่อการสอนนั้นๆ
๕ ใช้แหล่งการเรียนรูอื่นๆ เพื่อสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้ นกับตัวผูเ้ รียน
                       ้
๓ หลักการนาเสนอ
 อีริคสันและเคิรล ได้กล่าวว่า เพื่อให้การนาเสนอได้ผล ครูควรมีความรู ้
                   ์
     ความสามารถและทักษะพื้ นฐาน ดังนี้
 ๑ เลือกกิจกรรมการสอนที่กระตุนให้เรียนอยากเรียน
                                  ้
 ๒ ใช้คาถามเป็ นตัวกระตุนชี้ แนะ
                           ้
 ๓ ใช้คาอภิปรายเพื่อนาไปสู่เนื้ อหา
 ๔ จัดกลุ่มผูเ้ รียนให้เหมาะสม
 ๕ ใช้สื่ออย่างมีลาดับ
 ๖ จัดดาเนิ นการด้านการจัดสภาพการณ์ต่างๆ ในการใช้สื่อ
 ๗ สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมให้ผเู้ รียนหาความรูจากสื่อต่างๆ
                                              ้
๔ หลักการประเมินผล
การประเมินผลควรกระทาใน ๓ ลักษณะ ดังนี้
๑ การประเมินผลกระบวนการสอน
 เพื่อนเป็ นการตรวจสอบดูวาผูเ้ รียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด ทั้งในด้านผูสอน
                             ่                                              ้
  สื่อการสอน และวิธีการสอน
๒ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้ รียน
  ขึ้ นอยูกบวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้วามีเกณฑ์เท่าใด อยูกบการออกแบบและการวาง
          ่ ั                       ่                 ่ ั
  แผนการสอนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กาหนด
๓ การประเมินผลสื่อและวิธีใช้
   เป็ นการประเมินผลเพือหาประสิทธิ์ภาพของสื่อ ความคุมประโยชน์ของสื่อต่อ
                         ่                              ้
  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
การออกแบบสื่อ
   องค์ประกอบที่สาคัญในการเรียนการสอน คือ สิ่งที่ครูมกนาไปประกอบการเรียนการ
                                                           ั
   สอน สื่อการสอนนับว่ามีประโยชน์มากเพราะสื่อการสอนเปรียบเป็ นกุญแจสาคัญที่
   จะช่วยให้ผเู้ รียนได้เข้าใจในเนื้ อหา
ครูควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสื่อการสอนแต่ละชนิ ด ดังนี้
๑ ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้น้ันเหมาะสมกับเนื้ อหาการสอนหรือไม่
๒ ความถูกต้อง สื่อที่จะช่วยให้นักเรียนได้ขอสรุปที่ถกต้องหรือไม่
                                             ้       ู
๓ ความเข้าใจ สื่อที่ใช้น้ันช่วยให้นักเรียนรูจกคิดอย่างมีเหตุผล
                                            ้ั
๔ ประสบการณ์ที่ได้รบ ช่วยเพิ่มพูนให้แก่นักเรียน
                       ั
๕ เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้ อหาและความต้องการของนักเรียนหรือไม่
๖ เที่ยงตรงในเนื้ อหา สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรูเ้ นื้ อหาที่ถูกต้อง
๗ ใช้การได้ สื่อที่นามาควรมีประสิทธิ์ภาพ
๘ คุมค่ากับราคา เวลา เงิน และการจัดเตรียมสื่อนั้นหรือไม่
    ้
๙ ตรงกับความต้องการ สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนร่วมกิจกรรมตามที่ครูตองการ       ้
๑๐ สื่อนั้นช่วยกระตุนให้นักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่
                     ้
ประโยชน์ของสื่อ
 ๑ เปิ ดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรูจากวัตถุที่เป็ นรูปธรรม
                                  ้
 ๒ กระตุนให้นักเรียนเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียน
          ้
 ๓ ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรูได้ง่ายขึ้ น
                                ้
 ๔ ให้ประสบการณ์ที่ส่งเสริมต่างๆด้วยตัวเอง
 ๕ นาประสบการณ์นอกห้องเรียนมาให้นักเรียนศึกษาในห้องเรียนได้
การออกแบบผลิตสื่อใหม่
๑ จุดมุ่งหมายต้องพิจารณาว่าต้องการให้ผเู้ รียนได้เรียนอะไร
๒ ผูเ้ รียนควรได้พิจารณาโดยรวมว่าเป็ นใคร มีความรูพื้นฐานและทักษะอะไรมา
                                                     ้
  ก่อน
๓ ค่าใช้จายมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่
           ่
๔ ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิ คแต่ละด้านมาจากแหล่งใด
๕ เครื่องมืออุปกรณ์ที่จาเป็ นพอเพียงต่อการผลิตหรือไม่
๖ สิ่งอานวยความสะดวกมีอยูแล้วหรือสามารถจัดหาอย่างไร
                              ่
๗ เวลา พอสาหรับการออกแบบหรือไม่

บทที่7

  • 2.
    สื่อการเรียนรู ้ สื่อการเรียนรู ้ หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์หรือวิธีการซึ่งอาจจาแนก เป็ น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่ออิเล็กทรอนิ กส์ สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สื่อ กิจกรรมหรือกระบวนการ
  • 3.
    สื่อและแหล่งการเรียนรู ้ สื่อและแหล่งการเรียนรู ้ คือ สิ่งที่เป็ นสื่อกลางให้ผสอนสามารถถ่ายทอด ู้ ความรู ้ เจตคติและทักษะไปยังผูเ้ รียน สามรถมองเห็นเป็ นรูปธรรม ทาให้ ผูเ้ รียนรูอย่างมีประสิทธิภาพหรือทาให้บทเรียนง่ายขึ้ นการเขียนสื่อการเรียนรู ้ ้ ให้เขียนเรียงตามลาดับกิจกรรมการเรียนที่กาหนด
  • 4.
    สื่อการสอน สื่อการสอน หมายถึง ตัวกลางที่ถ่ายทอดสารสนเทศไปสู่ผเู้ รียนไม่วาจะ ่ เป็ นวัสดุเครื่องมือและเทคนิ ควิธีการที่ผสอนนามาประกอบการเรียนการสอน ู้ เพื่อผูเ้ รียนเกิดการเรียนรูได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ้
  • 5.
    ๑.สื่อการสอน นักวิชาการและเทคโนโลยีการศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ให้ ความหมายของสื่อการสอน ไว้หลายท่าน ดังนี้ เชอร์ส กล่าวว่า สื่อการสอนเป็ นเครื่องมือช่วยสื่อความหมายใดๆก็ตามที่จดโดยั ครูและนักเรียนเพื่อเสริมการเรียนรู ้ เครื่องมือการสอนทุกชนิ ดเป็ นสื่อการสอน เกอร์ลชและอีลี ได้ให้ความว่า สื่อการสอน คือ บุคคล วัสดุหรืเหตุการณ์ต่างๆซึ่ง ั ทาให้นักเรียนได้รบความรู ้ ทักษะ ทัศนคติ ครู หนังสือและสิ่งแวดล้อม ั
  • 6.
    ชม ภูมิภาค กล่าวว่าสื่อการสอนนั้นเป็ นส่วนหนึ่ งของเทคโนโลยีการสอนเป็ น พาหนะที่จะนาสารหรือความรูไปยังผูเ้ รียน ้ พิมพ์พรรณ เทพสุมาธานนท์ กล่าวว่า สื่อการสอนหมายถึงสิ่งต่างๆที่ใช้เป็ น เครื่องมือหรือช่องทางสาหรับ ให้การสอนของครูกบนักเรียนได้ตาม ั วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายที่ผสอนวางไว้เป็ นอย่างดี ู้ สรุป สื่อการสอน หมายถึงวัสดุเครื่องมือและเทคนิ ควิธีการที่ผสอนนามาใช้ ู้ ประกอบการเรียนการสอนเพื่อให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ้
  • 7.
    ๒.ประเภทของสื่อการสอน Dale ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็ น11 ประเภท ๑ ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย เป็ นประสบการณ์ที่ผเู้ รียนได้รบจากความเป็ นจริง ั ๒ ประสบการณ์จาลอง เป็ นสถานการณ์ที่จาลองแบบจากของจริง ๓ ประสบการณ์นาฎการ เป็ นการมีส่วนร่วมในการแสดงได้จากการศึกษาเนื้ อเรืองที่จะ ่ แสดง ๔ การสาธิต เป็ นการให้ดตวอย่างประกอบการอธิบาย ทางที่ดีตองมีอุปกรณ์ประกอบ ู ั ้ ๕ การศึกษานอกสถานที่ เพื่อให้ผเู้ รียนมีประสบการณ์และความรูกว้างขวางขึ้ น ้ ๖ นิ ทรรศการ การแสดงสิ่งของต่างๆ เพื่อให้ความรูแก่ผดู ้ ู้
  • 8.
    ๗ โทรทัศน์การศึกษา รายการโทรทัศน์จะทาให้ได้เห็นภาพและได้ยนเสียงิ เหตุการณ์และความเป็ นไปต่างๆ ๘ ภาพยนตร์ เป็ นการจาลองมาให้ผเู้ รียนได้ดได้ฟังใกล้เคียงกับความเป็ นจริงแม้ ู จะไม่ใช่เวลาเดียวกับเหตุการณ์จริง ณ ตอนนั้น ๙ ภาพนิ่ ง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด การบันทึกเสียงต่างๆ ๑๐ ทัศนสัญลักษณ์ ได้แก่ แผนภาพ แผนภูมิ ภาพโฆษณา ซึ่งมีลกษณะเป็ น ั สัญลักษณ์สาหรับการถ่ายทอดความหมาย ๑๑ วจนสัญลักษณ์ ได้แก่ คาพูด ตัวหนังสือ ที่จะเข้าใจได้ตองอาศัยประสบการณ์ ้ พื้ นฐานมากพอสมควร
  • 9.
    ๓.หลักการใช้สื่อการสอน การใช้สื่อการสอนแต่ละครั้ง จึงควรพิจารณาให้ถี่ถวนและวางแผนการใช้อย่าง ้ รอบครอบ การใช้สื่อการสอนในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบติตาม ั หลักการ ดังนี้ ๑ หลักการเลือก (Selection) ๒ หลักการเตรียม (Preparation) ๓ หลักการนาเสนอ (Presentation) ๔ หลักการประเมิน (Evaluation)
  • 10.
    ๑ หลักการเลือก เดล(dale) ได้ให้ขอเสนอแนะในการเลือกสื่อการสอน ดังนี้ ้ ๑ สื่อการสอน จะสามารถให้แนวทางคิดที่ถกต้องได้เพียงใด ู ๒ สื่อการสอนนั้นจะสามารถสร้างความเข้าใจที่ถกต้องในสิ่งที่เรียนได้ดี เพียงใด ู ๓ สื่อการสอนนั้น เหมาะสมกับวัย สติปัญญาและประสบการณ์ต่างๆของผูเ้ รียน เพียงใด ๔ สภาพแวดล้อมเหมาะสมที่จะใช้สื่อการสอนนั้นหรือไม่ ๕ มีขอเสนอแนะสั้นๆหรือไม่ ้ ๖ สื่อการสอนนั้นสามารถกระตุนให้ผเู้ รียนพัฒนาทางด้านความคิดได้หรือไม่ ้ ๗ คุมค่ากับเวลาและการลงทุนหรือไม่ ้
  • 11.
    ๒ หลักการเตรียม อีริคสันและเคิรล ได้กล่าวถึงการเตรียมก่อนการใช้สื่อการสอนต้องเตรียมความ ์ พร้อมให้กบผูเ้ รียน ดังนี้ ั ๑ พัฒนาการสร้างความพร้อมเฉพาะ ๒ แนะนาผูเ้ รียนเพื่อเป็ นการเร้าให้เกิดการเรียนรูจากสื่อที่ครูเลือกมา ้ ๓ สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสื่อการสอน ๔ เลือกหาวิธีที่เหมาะสม ที่จะนาไปสู่การใช้สื่อการสอนนั้นๆ ๕ ใช้แหล่งการเรียนรูอื่นๆ เพื่อสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้ นกับตัวผูเ้ รียน ้
  • 12.
    ๓ หลักการนาเสนอ อีริคสันและเคิรลได้กล่าวว่า เพื่อให้การนาเสนอได้ผล ครูควรมีความรู ้ ์ ความสามารถและทักษะพื้ นฐาน ดังนี้ ๑ เลือกกิจกรรมการสอนที่กระตุนให้เรียนอยากเรียน ้ ๒ ใช้คาถามเป็ นตัวกระตุนชี้ แนะ ้ ๓ ใช้คาอภิปรายเพื่อนาไปสู่เนื้ อหา ๔ จัดกลุ่มผูเ้ รียนให้เหมาะสม ๕ ใช้สื่ออย่างมีลาดับ ๖ จัดดาเนิ นการด้านการจัดสภาพการณ์ต่างๆ ในการใช้สื่อ ๗ สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมให้ผเู้ รียนหาความรูจากสื่อต่างๆ ้
  • 13.
    ๔ หลักการประเมินผล การประเมินผลควรกระทาใน ๓ลักษณะ ดังนี้ ๑ การประเมินผลกระบวนการสอน เพื่อนเป็ นการตรวจสอบดูวาผูเ้ รียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กาหนด ทั้งในด้านผูสอน ่ ้ สื่อการสอน และวิธีการสอน ๒ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้ รียน ขึ้ นอยูกบวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้วามีเกณฑ์เท่าใด อยูกบการออกแบบและการวาง ่ ั ่ ่ ั แผนการสอนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กาหนด ๓ การประเมินผลสื่อและวิธีใช้ เป็ นการประเมินผลเพือหาประสิทธิ์ภาพของสื่อ ความคุมประโยชน์ของสื่อต่อ ่ ้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
  • 14.
    การออกแบบสื่อ องค์ประกอบที่สาคัญในการเรียนการสอน คือ สิ่งที่ครูมกนาไปประกอบการเรียนการ ั สอน สื่อการสอนนับว่ามีประโยชน์มากเพราะสื่อการสอนเปรียบเป็ นกุญแจสาคัญที่ จะช่วยให้ผเู้ รียนได้เข้าใจในเนื้ อหา ครูควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสื่อการสอนแต่ละชนิ ด ดังนี้ ๑ ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้น้ันเหมาะสมกับเนื้ อหาการสอนหรือไม่ ๒ ความถูกต้อง สื่อที่จะช่วยให้นักเรียนได้ขอสรุปที่ถกต้องหรือไม่ ้ ู ๓ ความเข้าใจ สื่อที่ใช้น้ันช่วยให้นักเรียนรูจกคิดอย่างมีเหตุผล ้ั ๔ ประสบการณ์ที่ได้รบ ช่วยเพิ่มพูนให้แก่นักเรียน ั ๕ เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้ อหาและความต้องการของนักเรียนหรือไม่
  • 15.
    ๖ เที่ยงตรงในเนื้ อหาสื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรูเ้ นื้ อหาที่ถูกต้อง ๗ ใช้การได้ สื่อที่นามาควรมีประสิทธิ์ภาพ ๘ คุมค่ากับราคา เวลา เงิน และการจัดเตรียมสื่อนั้นหรือไม่ ้ ๙ ตรงกับความต้องการ สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนร่วมกิจกรรมตามที่ครูตองการ ้ ๑๐ สื่อนั้นช่วยกระตุนให้นักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่ ้
  • 16.
    ประโยชน์ของสื่อ ๑ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรูจากวัตถุที่เป็ นรูปธรรม ้ ๒ กระตุนให้นักเรียนเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียน ้ ๓ ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรูได้ง่ายขึ้ น ้ ๔ ให้ประสบการณ์ที่ส่งเสริมต่างๆด้วยตัวเอง ๕ นาประสบการณ์นอกห้องเรียนมาให้นักเรียนศึกษาในห้องเรียนได้
  • 17.
    การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ๑ จุดมุ่งหมายต้องพิจารณาว่าต้องการให้ผเู้ รียนได้เรียนอะไร ๒ผูเ้ รียนควรได้พิจารณาโดยรวมว่าเป็ นใคร มีความรูพื้นฐานและทักษะอะไรมา ้ ก่อน ๓ ค่าใช้จายมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ ่ ๔ ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิ คแต่ละด้านมาจากแหล่งใด ๕ เครื่องมืออุปกรณ์ที่จาเป็ นพอเพียงต่อการผลิตหรือไม่ ๖ สิ่งอานวยความสะดวกมีอยูแล้วหรือสามารถจัดหาอย่างไร ่ ๗ เวลา พอสาหรับการออกแบบหรือไม่