สื่อและแหล่งการเรียนรู้
สื่อและแหล่งการเรียนรู้   สื่อ  หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการ อาจจำแนกเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่อวัสดุ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แหล่งการเรียนรู้  หมายถึง แหล่งข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศและประสบการณ์ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
สื่อและแหล่งการเรียนรู้  คือ สิ่งที่ใช้เป็นสื่อกลางให้ผู้สอนสามารถถ่ายทอด ความรู้ เจตคติและทักษะไปยังผู้เรียน สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติของสื่อที่ดี  คือ น่าสนใจ ประหยัด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วและถูกต้อง การเขียนสื่อและแหล่งการเรียนรู้ให้เขียนเรียงตามลำดับกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนด
สื่อการสอน  หมายถึง ตัวกลางที่ถ่ายทอดสารสนเทศไปสู่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้  หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผู้เรียนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้นคว้าหรือการแสวงหาความรู้ด้วนตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังนั้นสื่อการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษาจึงเปรียบเสมือนมือไม้ของครูที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้ในการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน
สื่อการสอน นักวิชาการและนักเทคโนโลยีการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความหมายของสื่อการสอนไว้หลายท่าน พอสรุปได้ดังนี้ เชอร์ส   (Shores)   กล่าวว่า สื่อการสอนเป็นเครื่องมือช่วยสื่อความหมายใดๆก็ตามที่จัดโดยครูและนักเรียน ฮาสและแพกเกอร์   ( Hass and Packer )  กล่าวว่า สื่อการสอนคือเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดสิ่งต่างๆที่เป็นจริงไปยังผู้เรียน ได้แก่ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจและความซาบซึ้ง บราวน์และคนอื่นๆ ( Brown and other )   กล่าวว่าสื่อการสอนคือจำพวกอุปกรณ์ทั้งหลายที่สามารถเสนอความรู้ให้แก่ผู้เรียนจนเกิดการเรียนรู้รวมทั้งกิจกรรมต่างๆที่ไม่ใช่วัสดุหรือเครื่องมือ เช่น การศึกษานอกสถานที่ การสาธิต เป็นต้น
ไชยยศ เรืองสุวรรณ  กล่าวว่า สื่อการสอน คือ สิ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้  ซึ่งครูและนักเรียนเป็นผู้ใช้เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ชม ภูมิภาค  กล่าวว่า สื่อการสอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการสอนเป็นพาหนะที่นำสารหรือความรู้ไปยังผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ พิมพ์วรรณ เทพสุมาธานนท์  กล่าวว่า สื่อการสอนคือ สิ่งต่างๆที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับให้การสอนของครูกับนักเรียน และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ไปตามวัตถุประสงค์ สรุปได้ว่า สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของสื่อการสอน Dale   ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น  11   ประเภท โดยพิจารณาจากลักษณะของประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการสอน โดยยึดหลักความเป็นรูปธรรมและนามธรรม ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย  ( Direct and Purposeful Experiences )  เป็นประสบการณ์ทีผู้เรียนได้รับจากความเป็นจริงและประสบการณ์นั้นมีความหมายต่อผู้ได้รับประสบการณ์ ประสบการณ์จำลอง  ( Contrived Experiences  )  เป็นประสบการณ์ที่จำลองแบบจากของจริงหรือมีความซับซ้อนเกินไป เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง เป็นต้น ประสบการณ์นาฎการ  ( Dramatized Experiences )  การมีส่วนร่วมในการแสดงประสบการณ์ได้จากาการศึกษาเนื้อเรื่องที่จะแสดง การสาธิต ( Demonstrations )  ให้ดูตัวอย่างประกอบการอธิบายการสาธิตที่ดีต้องมีอุปกรณ์ ผุ้สาธิตควรรู้จักใช้อุปกรณ์นั้นด้วย
๕ .  การศึกษานอกสถานที่  ( Study Trips )  การพาผู้เรียนไปศึกษานอกสถานที่เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์และความรู้กว้างขวาง เป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนประสบกับบางสิ่งโดยตรง ๖ .  นิทรรศการ  ( Exhibitions )  การแสดงสิ่งของต่างๆเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ดู อาจรวมเอา หุ่นจำลอง การสาธิต แผนภูมิ ฯลฯ ไว้เพื่อให้ผู้ดูรับประสบการณ์ต่างๆจากสิ่งเหล่านั้น ๗ .  โทรทัศน์การศึกษา  ( Education Televition )  รายการโทรทัศน์จะทำให้ผู้เรียนได้เห็นภาพและได้ยินเสียงเหตุการณ์และความเป็นไปต่างๆ ๘ .  ภาพยนตร์  ( motionPicture )  เป็นการจำลองเหตุการณ์มาให้ผู้เรียนได้ดูได้ฟังใกล้เคียงกับความเป็นจริงแม้จะไม่ใช่เวลาเดียวกันกับเหตุการณ์จริงสามารถได้ดีในการประกอบการสาธิต เพราะเปิดโอกาสให้ผู้ดูได้เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ๙ .  ภาพนิ่ง  ( Recordings.Radio.And Still Picturess )  ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด แผ่นโปร่งใส สไลด์ การบันทึกเสียงต่างๆและวิทยุสามารถใช้กับการเรียนเป็นกลุ่ม วิทยุและการบันทึกเสียงให้ความรู้แก่ผู้ฟังโดยไม่ต้องอ่าน
๑๐ .  ทัศนสัญลักษณ์   ( Visul Symbols )  ได้แก่ แผนภาพ แผนภูมิ แผนสถิติ ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นสัญลักษณ์สำหรับการถ่ายทอดความหมาย นำมาใช้แทนความหมายที่เป็นข้อเท็จจริง ๑๑ .  วจนสัญลักษณ์  ( Verbal Symbols )  ได้แก่ คำพูด ตัวหนังสือ ตัวอักษร ผู้ที่จะเข้าใจสัญลักษณ์นี้ได้ต้องอาศัย ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐานมากพอสมควร นักเทคโนโลยีการศึกษาได้แบ่งประเภทของสื่อการสอน พอจะสรุปเป็น ๓ ประเภท ดังนี้ ๑ .  ประเภทวัสดุ  ( Material or Software )  เป็นสื่ออยู่ในรูปของภาพ เสียงหรือตัวอักษร แยกเป็น ๒ ชนิด ๑ . ๑ ชนิดที่สามารถสื่อความหมายได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น รูปภาพ แผนภูมิ ภาพวาด หนังสือ เป็นต้น ๑ . ๒ ชนิดที่ต้องอาศัยเครื่องมือเสนอเรื่องราวไปสู้ผู้เรียน เช่น สไลด์ ภาพโปร่งใส แถบบันทึกเสียง ฟิล์มภาพยนตร์ เป็นต้น
๒ .  ประเภทเครื่องมือ   ( Hardware or Equipment )  เครื่องมือที่เป็นตัวกลางส่งผ่านความรู้ไปสู่ผู้เรียน เช่น เครื่องฉายชนิดต่างๆ เครื่องเสียงชนิดต่างๆ เครื่องรับและส่งวิทยุและโทรทัศน์ ๓ .  ประแภทเทคนิคหรือวิธีการ  ( Technique or Method )  เทคนิคหรือวิธีการที่จะใช้ร่วมกับวัสดุและเครื่องมือ ๓ .  หลักการใช้สื่อการสอน การใช้สื่อการสอนนับว่ามีความสำคัญต่อการเรียนการสอน การใช้สื่อการสอนแต่ละครั้งจึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน และวางแผนการใช้อย่างรอบครอบ การใช้สื่อการสอนในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตามหลักการดังนี้ คือ ๑ .  หลักการเลือก  ( Selection )  ๒ .  หลักการเตรียม  ( Preparation ) ๓ .  หลักการนำเสนอ  ( Presentation )  ๔ .  หลักการประเมิน  ( Evaluation )
หลักการเลือก   ( Selection )  โนเอลและลีโอนาร์ด  ( Noel and Leonard )  ให้หลักการเลือกสื่อการสอนไว้ ดังนี้ ๑ .  มีความเหมาะสมกับระดับสติปัญญาของผู้เรียน ๒ .  เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ๓ .  เหมาะกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียน ๔ .  เหมาะสมกับเรื่องที่สอน ๕ .  มีลักษณะที่น่าสนใจ ฯลฯ อีริคสัน  ( Erickson )  แนะนำครูควรเลือกสื่อการสอนโดยพิจารณาจากคำถามต่อไปนี้ ๑ .  สื่อการสอนนั้นเป็นประโยชน์ต่อหน่วยการสอนและเป็นกิจกรรมในการแก้ปัญหาประสบการณ์เฉพาะหรือไม่ ๒ .  เนื้อหาที่ต้องใช้สื่อการสอนในการสื่อความหมายนั้นเป็นประโยชน์และสำคัญต่อผู้เรียน ชุมชนและสังคมหรือไม่
๓ .  สื่อการสอนนั้นเหมาะกับจุดประสงค์การสอนหรือเป้าหมายของผู้เรียนหรือไม่ ๔ .  มีการตรวจสอบระดับความยากของจุดประสงค์การสอนเกี่ยวกับความเข้าใจ ๕ .  สื่อการสอนนั้นให้ความสำคัญต่อประสบการณ์จากการคิด การโต้ตอบ การอภิปรายและการศึกษา ๖ .  เนื้อหาที่สอนในรูปของปัญหาและกิจกรรมของผู้เรียนหรือไม่ ๗ .  สื่อการสอนนั้นให้แนวคิดที่มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ๘ . สื่อการสอนนั้นให้เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับขนาด อุณหภูมิ น้ำหนัก ระยะทาง อารมณ์หรอไม่ ๙ .  สื่อการสอนนั้นให้ความแน่นอนและทันสมัยหรือไม่ ๑๐ .  สื่อการสอนนั้นปรับให้เข้ากับจุดประสงค์ที่พึงปรารถนาได้หรือไม่ ฯลฯ
๒ )  หลักการเตรียม   ( Preparation )  อีริคสัน และคิร์ล  ( Erickson and Curl )  ได้กล่าวถึงการเตรียมก่อนการใช่สื่อการสอนต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียน ดังนี้ ๑ .  พัฒนาการสร้างความพร้อมเฉพาะอย่าง ๒ .  แนะนำผู้เรียนเพื่อเป็นการเร้าให้เกิดการเรียนรู้จากสื่อที่ครูเลือกมา ๓ .  สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสื่อการสอน ๔ .  เลือกหาวิธีที่เหมาะสมที่จะนำไปสู้การใช้สื่อการสอนนั้นๆ ๕ .  ใช้แหล่งการเรียนรู้อื่นๆเพื่อสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน ครูควรมีความสามารถและทักษะพื้นฐานดังนี้ ๑ .  สามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาได้ ๒ .  สามารถป้องกันและแก้ไขข้อขัดข้องของเครื่องมือต่างๆได้ ๓ . สามารถติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆได้ดี
๓ )  หลักการนำเสนอ   ( Presentation )  อีริคสัน และคิร์ล  ( Erickson and Curl ) กล่าวเพื่อให้การนำเสนอได้ผลครูควรมีความรู้ความสารถและทักษะพื้รฐานดังนี้ ๑ .  เลือกกิจกรรมการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียน อยากรู้ตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน ๒ .  ใช้คำถมเป็นตัวกระตุ้นและชี้แนะ ๓ .  ใช้การอภิปรายเพื่อนำไปสู้เนื้อหาและการสร้างมโนมติ ๔ .  จัดกลุ่มผู้เรียนให้เหมาะสมและสร้างกิจกรรมท้าทายในการแก้ปัญหา ๕ .  ใช้สื่ออย่างมีลำดับ ๖ .  จัดดำเนินการด้านการจัดการสภาพการณ์ต่างๆในการใช้สื่อการสอนเพื่อการเรียนรู้ ๗ .  สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมให้ผู้เรียนหาความรู้จากสื่อต่างๆได้ เช่น จัดป้านนิเทศจัดมุมวิชาการ และการศึกษาค้นคว้ารายงานเพิ่มเติมเป็นต้น
๔ )  หลักการประเมินผล  ( Evaluation )  อีริคสัน และคิร์ล  ( Erickson and Curl ) ครูควรประเมินผลทั้งจากตัวสื่อและจากการใช้สื่อการสอนของครูเอง เพื่อนำไปปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมในโอกาสต่อไป ไฮนิกส์ . โมเลนดา และรัสเซล  ( heinch.Molenda and ussel )  กล่าวว่า การประเมินผลควรกระทำใน ๓ ลักษณะดังต่อไปนี้ ๑ .  การประเมินผลกระบวนการสอน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ทั้งในด้านผู้สอน สื่อการสอนและวิธีสอน ๒ .  ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ว่ามีเกณฑ์เท่าใด อย่างไรก็ตามการประเมินผลขึ้นอยู่กับการออกแบบและการวางแผนการสอนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ๓ .  การประเมินผลสื่อและวิธีใช้สื่อหรือวิธีการสอน เป็นการประเมินผลเพื่อหาประสิทธิภาพของสิ่อ เพื่อนำผลไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นสำหรับการนำไปใช้ครั้งต่อไป
การออกแบบสื่อ ในการพิจารณาเลือกสื่อการสอนแต่ละครั้งครูควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสื่อการสอนแต่ละชนิด ดังนี้ ๑ .  ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้เหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการสอนหรือไม่ ๒ .  ความถูกต้อง สื่อจะช่วยให้นักเรียนได้ข้อสรุปที่ถูกต้องหรือไม่ ๓ .  ความเข้าใจ สื่อที่จะใช้ช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักเรียน ๔ .  ประสบการณ์ที่ได้รับ สื่อที่ใช้นั้นช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่นักเรียน ๕ .  เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้อหาที่บรรจุในสื่อนั้นๆ ๖ .  เที่ยงตรงในเนื้อหา สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาที่ถูกต้องหรือไม่ ๗ .  ใช้การได้ดี สื่อที่นำมาใช้ควรทำให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ดี ๘ .  คุ้มค่ากับราคา ตรงกับความต้องการช่วยกระตุ้นนักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่
ประโยชน์ของสื่อ ๑ .  เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากวัตถุที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้แก่นักเรียนได้สร้างแนวความคิดด้วยตนเอง ๒ .  กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียนมากขึ้น ๓ .  ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและสามารถจดจำได้นาน ๔ .  ให้ประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง ๕ .  นำประสบการณ์นอกห้องเรียนมาให้นักเรียนศึกษาในห้องเรียนได้ การออกแบบสื่อ คือ การวางแผนสร้างสรรค์สื่อการสอนหรือการปรับปรุงสื่อการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการทางศิลปะรู้จักเลือกสื่อและวิธีการทำ เพื่อให้สื่อนั้นมีความสวยงาม มีประโยชน์และความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน
องค์ประกอบของการออกแบบ ๑ .  จุด  ( Dots ) ๒ .  เส้น  ( Line ) ๓ .  รูปร่าง รูปทรง  ( Shape-Form )  ๔ .  ปริมาตร  ( Volume ) ๕ .  ลักษณะพื้นผิว  ( Texture ) ๖ .  บริเวณว่าง  ( Space ) ๗ .  สี  ( Color ) ๘ .  น้ำหนักสื่อ  ( Value )
การเลือกสื่อ การดัดแปลง และการออกแบบสื่อ   ( Select,Modify or Design Materials ) การเลือกสื่อที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาหลัก ๓ ประการ ดังนั้น ๑ .  การเลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ในสถาบันการศึกษามักจะใช้ทรัพยากรที่สามารถใช้เป็นสื่อได้อยู่แล้ว สิ่งที่ผู้สอนต้องกระทำคือ ตรวจสอบดูว่ามีสิ่งใดที่จะใช้เป็นสื่อได้บ้าง โดยเลือกให้ตรงกับลักษณะผู้เรียนและวัตถุประสงค์ ๒ .  การดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ได้ดีและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับเวลาและงบประมาณในการดัดแปลงสื่อด้วย ๓ .  การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ถ้าสื่อนั้นมีอยู่แล้วและตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน เราก็สามารถนำมาใช้ได้เลยแต่ถ้ามีอยู่โดยไม่ตรงกับจุดมุ่งหมายเราก็ใช้วิธีดัดแปลงได้ แต่ถ้าไม่มีสื่อที่ต้องการก็ต้องผลิตสื่อใหม่
การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ๑ .  จุดมุ่งหมาย พิจารณาว่าต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนอะไร ๒ .  ผู้เรียน ควรได้พิจารณาผู้เรียนทั้งโดยรวมว่าเป็นใคร มีความรู้พื้นฐานและทักษะอะไรมาก่อน ๓ .  ค่าใช้จ่าย มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ ๔ .  ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ถ้าตนเองไม่มีทักษะจะหาผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาจากแหล่งใด ๕ .  เครื่องมืออุปกรณ์ มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นพอเพียงต่อการผลิตหรือไม่ ๖ .  สิ่งอำนวยความสะดวก มีอยู่แล้วหรือสามารถจะจัดหาอย่างไร ๗ .  เวลา มีเวลาพอสำหรับการออกแบบหรือไม่

สื่อและแหล่งการเรียนรู้

  • 1.
  • 2.
    สื่อและแหล่งการเรียนรู้ สื่อ หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการ อาจจำแนกเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่อวัสดุ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แหล่งการเรียนรู้ หมายถึง แหล่งข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศและประสบการณ์ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
  • 3.
    สื่อและแหล่งการเรียนรู้ คือสิ่งที่ใช้เป็นสื่อกลางให้ผู้สอนสามารถถ่ายทอด ความรู้ เจตคติและทักษะไปยังผู้เรียน สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติของสื่อที่ดี คือ น่าสนใจ ประหยัด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วและถูกต้อง การเขียนสื่อและแหล่งการเรียนรู้ให้เขียนเรียงตามลำดับกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนด
  • 4.
    สื่อการสอน หมายถึงตัวกลางที่ถ่ายทอดสารสนเทศไปสู่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้ หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผู้เรียนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้นคว้าหรือการแสวงหาความรู้ด้วนตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังนั้นสื่อการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษาจึงเปรียบเสมือนมือไม้ของครูที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้ในการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน
  • 5.
    สื่อการสอน นักวิชาการและนักเทคโนโลยีการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความหมายของสื่อการสอนไว้หลายท่าน พอสรุปได้ดังนี้เชอร์ส (Shores) กล่าวว่า สื่อการสอนเป็นเครื่องมือช่วยสื่อความหมายใดๆก็ตามที่จัดโดยครูและนักเรียน ฮาสและแพกเกอร์ ( Hass and Packer ) กล่าวว่า สื่อการสอนคือเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดสิ่งต่างๆที่เป็นจริงไปยังผู้เรียน ได้แก่ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจและความซาบซึ้ง บราวน์และคนอื่นๆ ( Brown and other ) กล่าวว่าสื่อการสอนคือจำพวกอุปกรณ์ทั้งหลายที่สามารถเสนอความรู้ให้แก่ผู้เรียนจนเกิดการเรียนรู้รวมทั้งกิจกรรมต่างๆที่ไม่ใช่วัสดุหรือเครื่องมือ เช่น การศึกษานอกสถานที่ การสาธิต เป็นต้น
  • 6.
    ไชยยศ เรืองสุวรรณ กล่าวว่า สื่อการสอน คือ สิ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งครูและนักเรียนเป็นผู้ใช้เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ชม ภูมิภาค กล่าวว่า สื่อการสอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการสอนเป็นพาหนะที่นำสารหรือความรู้ไปยังผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ พิมพ์วรรณ เทพสุมาธานนท์ กล่าวว่า สื่อการสอนคือ สิ่งต่างๆที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับให้การสอนของครูกับนักเรียน และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ไปตามวัตถุประสงค์ สรุปได้ว่า สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 7.
    ประเภทของสื่อการสอน Dale ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น 11 ประเภท โดยพิจารณาจากลักษณะของประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการสอน โดยยึดหลักความเป็นรูปธรรมและนามธรรม ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย ( Direct and Purposeful Experiences ) เป็นประสบการณ์ทีผู้เรียนได้รับจากความเป็นจริงและประสบการณ์นั้นมีความหมายต่อผู้ได้รับประสบการณ์ ประสบการณ์จำลอง ( Contrived Experiences ) เป็นประสบการณ์ที่จำลองแบบจากของจริงหรือมีความซับซ้อนเกินไป เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง เป็นต้น ประสบการณ์นาฎการ ( Dramatized Experiences ) การมีส่วนร่วมในการแสดงประสบการณ์ได้จากาการศึกษาเนื้อเรื่องที่จะแสดง การสาธิต ( Demonstrations ) ให้ดูตัวอย่างประกอบการอธิบายการสาธิตที่ดีต้องมีอุปกรณ์ ผุ้สาธิตควรรู้จักใช้อุปกรณ์นั้นด้วย
  • 8.
    ๕ . การศึกษานอกสถานที่ ( Study Trips ) การพาผู้เรียนไปศึกษานอกสถานที่เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์และความรู้กว้างขวาง เป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนประสบกับบางสิ่งโดยตรง ๖ . นิทรรศการ ( Exhibitions ) การแสดงสิ่งของต่างๆเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ดู อาจรวมเอา หุ่นจำลอง การสาธิต แผนภูมิ ฯลฯ ไว้เพื่อให้ผู้ดูรับประสบการณ์ต่างๆจากสิ่งเหล่านั้น ๗ . โทรทัศน์การศึกษา ( Education Televition ) รายการโทรทัศน์จะทำให้ผู้เรียนได้เห็นภาพและได้ยินเสียงเหตุการณ์และความเป็นไปต่างๆ ๘ . ภาพยนตร์ ( motionPicture ) เป็นการจำลองเหตุการณ์มาให้ผู้เรียนได้ดูได้ฟังใกล้เคียงกับความเป็นจริงแม้จะไม่ใช่เวลาเดียวกันกับเหตุการณ์จริงสามารถได้ดีในการประกอบการสาธิต เพราะเปิดโอกาสให้ผู้ดูได้เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ๙ . ภาพนิ่ง ( Recordings.Radio.And Still Picturess ) ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด แผ่นโปร่งใส สไลด์ การบันทึกเสียงต่างๆและวิทยุสามารถใช้กับการเรียนเป็นกลุ่ม วิทยุและการบันทึกเสียงให้ความรู้แก่ผู้ฟังโดยไม่ต้องอ่าน
  • 9.
    ๑๐ . ทัศนสัญลักษณ์ ( Visul Symbols ) ได้แก่ แผนภาพ แผนภูมิ แผนสถิติ ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นสัญลักษณ์สำหรับการถ่ายทอดความหมาย นำมาใช้แทนความหมายที่เป็นข้อเท็จจริง ๑๑ . วจนสัญลักษณ์ ( Verbal Symbols ) ได้แก่ คำพูด ตัวหนังสือ ตัวอักษร ผู้ที่จะเข้าใจสัญลักษณ์นี้ได้ต้องอาศัย ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐานมากพอสมควร นักเทคโนโลยีการศึกษาได้แบ่งประเภทของสื่อการสอน พอจะสรุปเป็น ๓ ประเภท ดังนี้ ๑ . ประเภทวัสดุ ( Material or Software ) เป็นสื่ออยู่ในรูปของภาพ เสียงหรือตัวอักษร แยกเป็น ๒ ชนิด ๑ . ๑ ชนิดที่สามารถสื่อความหมายได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น รูปภาพ แผนภูมิ ภาพวาด หนังสือ เป็นต้น ๑ . ๒ ชนิดที่ต้องอาศัยเครื่องมือเสนอเรื่องราวไปสู้ผู้เรียน เช่น สไลด์ ภาพโปร่งใส แถบบันทึกเสียง ฟิล์มภาพยนตร์ เป็นต้น
  • 10.
    ๒ . ประเภทเครื่องมือ ( Hardware or Equipment ) เครื่องมือที่เป็นตัวกลางส่งผ่านความรู้ไปสู่ผู้เรียน เช่น เครื่องฉายชนิดต่างๆ เครื่องเสียงชนิดต่างๆ เครื่องรับและส่งวิทยุและโทรทัศน์ ๓ . ประแภทเทคนิคหรือวิธีการ ( Technique or Method ) เทคนิคหรือวิธีการที่จะใช้ร่วมกับวัสดุและเครื่องมือ ๓ . หลักการใช้สื่อการสอน การใช้สื่อการสอนนับว่ามีความสำคัญต่อการเรียนการสอน การใช้สื่อการสอนแต่ละครั้งจึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน และวางแผนการใช้อย่างรอบครอบ การใช้สื่อการสอนในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตามหลักการดังนี้ คือ ๑ . หลักการเลือก ( Selection ) ๒ . หลักการเตรียม ( Preparation ) ๓ . หลักการนำเสนอ ( Presentation ) ๔ . หลักการประเมิน ( Evaluation )
  • 11.
    หลักการเลือก ( Selection ) โนเอลและลีโอนาร์ด ( Noel and Leonard ) ให้หลักการเลือกสื่อการสอนไว้ ดังนี้ ๑ . มีความเหมาะสมกับระดับสติปัญญาของผู้เรียน ๒ . เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ๓ . เหมาะกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียน ๔ . เหมาะสมกับเรื่องที่สอน ๕ . มีลักษณะที่น่าสนใจ ฯลฯ อีริคสัน ( Erickson ) แนะนำครูควรเลือกสื่อการสอนโดยพิจารณาจากคำถามต่อไปนี้ ๑ . สื่อการสอนนั้นเป็นประโยชน์ต่อหน่วยการสอนและเป็นกิจกรรมในการแก้ปัญหาประสบการณ์เฉพาะหรือไม่ ๒ . เนื้อหาที่ต้องใช้สื่อการสอนในการสื่อความหมายนั้นเป็นประโยชน์และสำคัญต่อผู้เรียน ชุมชนและสังคมหรือไม่
  • 12.
    ๓ . สื่อการสอนนั้นเหมาะกับจุดประสงค์การสอนหรือเป้าหมายของผู้เรียนหรือไม่ ๔ . มีการตรวจสอบระดับความยากของจุดประสงค์การสอนเกี่ยวกับความเข้าใจ ๕ . สื่อการสอนนั้นให้ความสำคัญต่อประสบการณ์จากการคิด การโต้ตอบ การอภิปรายและการศึกษา ๖ . เนื้อหาที่สอนในรูปของปัญหาและกิจกรรมของผู้เรียนหรือไม่ ๗ . สื่อการสอนนั้นให้แนวคิดที่มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ๘ . สื่อการสอนนั้นให้เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับขนาด อุณหภูมิ น้ำหนัก ระยะทาง อารมณ์หรอไม่ ๙ . สื่อการสอนนั้นให้ความแน่นอนและทันสมัยหรือไม่ ๑๐ . สื่อการสอนนั้นปรับให้เข้ากับจุดประสงค์ที่พึงปรารถนาได้หรือไม่ ฯลฯ
  • 13.
    ๒ ) หลักการเตรียม ( Preparation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl ) ได้กล่าวถึงการเตรียมก่อนการใช่สื่อการสอนต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียน ดังนี้ ๑ . พัฒนาการสร้างความพร้อมเฉพาะอย่าง ๒ . แนะนำผู้เรียนเพื่อเป็นการเร้าให้เกิดการเรียนรู้จากสื่อที่ครูเลือกมา ๓ . สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสื่อการสอน ๔ . เลือกหาวิธีที่เหมาะสมที่จะนำไปสู้การใช้สื่อการสอนนั้นๆ ๕ . ใช้แหล่งการเรียนรู้อื่นๆเพื่อสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน ครูควรมีความสามารถและทักษะพื้นฐานดังนี้ ๑ . สามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาได้ ๒ . สามารถป้องกันและแก้ไขข้อขัดข้องของเครื่องมือต่างๆได้ ๓ . สามารถติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆได้ดี
  • 14.
    ๓ ) หลักการนำเสนอ ( Presentation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl ) กล่าวเพื่อให้การนำเสนอได้ผลครูควรมีความรู้ความสารถและทักษะพื้รฐานดังนี้ ๑ . เลือกกิจกรรมการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียน อยากรู้ตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน ๒ . ใช้คำถมเป็นตัวกระตุ้นและชี้แนะ ๓ . ใช้การอภิปรายเพื่อนำไปสู้เนื้อหาและการสร้างมโนมติ ๔ . จัดกลุ่มผู้เรียนให้เหมาะสมและสร้างกิจกรรมท้าทายในการแก้ปัญหา ๕ . ใช้สื่ออย่างมีลำดับ ๖ . จัดดำเนินการด้านการจัดการสภาพการณ์ต่างๆในการใช้สื่อการสอนเพื่อการเรียนรู้ ๗ . สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมให้ผู้เรียนหาความรู้จากสื่อต่างๆได้ เช่น จัดป้านนิเทศจัดมุมวิชาการ และการศึกษาค้นคว้ารายงานเพิ่มเติมเป็นต้น
  • 15.
    ๔ ) หลักการประเมินผล ( Evaluation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl ) ครูควรประเมินผลทั้งจากตัวสื่อและจากการใช้สื่อการสอนของครูเอง เพื่อนำไปปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมในโอกาสต่อไป ไฮนิกส์ . โมเลนดา และรัสเซล ( heinch.Molenda and ussel ) กล่าวว่า การประเมินผลควรกระทำใน ๓ ลักษณะดังต่อไปนี้ ๑ . การประเมินผลกระบวนการสอน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ทั้งในด้านผู้สอน สื่อการสอนและวิธีสอน ๒ . ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ว่ามีเกณฑ์เท่าใด อย่างไรก็ตามการประเมินผลขึ้นอยู่กับการออกแบบและการวางแผนการสอนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ๓ . การประเมินผลสื่อและวิธีใช้สื่อหรือวิธีการสอน เป็นการประเมินผลเพื่อหาประสิทธิภาพของสิ่อ เพื่อนำผลไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นสำหรับการนำไปใช้ครั้งต่อไป
  • 16.
    การออกแบบสื่อ ในการพิจารณาเลือกสื่อการสอนแต่ละครั้งครูควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสื่อการสอนแต่ละชนิด ดังนี้๑ . ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้เหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการสอนหรือไม่ ๒ . ความถูกต้อง สื่อจะช่วยให้นักเรียนได้ข้อสรุปที่ถูกต้องหรือไม่ ๓ . ความเข้าใจ สื่อที่จะใช้ช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักเรียน ๔ . ประสบการณ์ที่ได้รับ สื่อที่ใช้นั้นช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่นักเรียน ๕ . เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้อหาที่บรรจุในสื่อนั้นๆ ๖ . เที่ยงตรงในเนื้อหา สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาที่ถูกต้องหรือไม่ ๗ . ใช้การได้ดี สื่อที่นำมาใช้ควรทำให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ดี ๘ . คุ้มค่ากับราคา ตรงกับความต้องการช่วยกระตุ้นนักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่
  • 17.
    ประโยชน์ของสื่อ ๑ . เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากวัตถุที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้แก่นักเรียนได้สร้างแนวความคิดด้วยตนเอง ๒ . กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียนมากขึ้น ๓ . ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและสามารถจดจำได้นาน ๔ . ให้ประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง ๕ . นำประสบการณ์นอกห้องเรียนมาให้นักเรียนศึกษาในห้องเรียนได้ การออกแบบสื่อ คือ การวางแผนสร้างสรรค์สื่อการสอนหรือการปรับปรุงสื่อการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการทางศิลปะรู้จักเลือกสื่อและวิธีการทำ เพื่อให้สื่อนั้นมีความสวยงาม มีประโยชน์และความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน
  • 18.
    องค์ประกอบของการออกแบบ ๑ . จุด ( Dots ) ๒ . เส้น ( Line ) ๓ . รูปร่าง รูปทรง ( Shape-Form ) ๔ . ปริมาตร ( Volume ) ๕ . ลักษณะพื้นผิว ( Texture ) ๖ . บริเวณว่าง ( Space ) ๗ . สี ( Color ) ๘ . น้ำหนักสื่อ ( Value )
  • 19.
    การเลือกสื่อ การดัดแปลง และการออกแบบสื่อ ( Select,Modify or Design Materials ) การเลือกสื่อที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาหลัก ๓ ประการ ดังนั้น ๑ . การเลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ในสถาบันการศึกษามักจะใช้ทรัพยากรที่สามารถใช้เป็นสื่อได้อยู่แล้ว สิ่งที่ผู้สอนต้องกระทำคือ ตรวจสอบดูว่ามีสิ่งใดที่จะใช้เป็นสื่อได้บ้าง โดยเลือกให้ตรงกับลักษณะผู้เรียนและวัตถุประสงค์ ๒ . การดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ได้ดีและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับเวลาและงบประมาณในการดัดแปลงสื่อด้วย ๓ . การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ถ้าสื่อนั้นมีอยู่แล้วและตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน เราก็สามารถนำมาใช้ได้เลยแต่ถ้ามีอยู่โดยไม่ตรงกับจุดมุ่งหมายเราก็ใช้วิธีดัดแปลงได้ แต่ถ้าไม่มีสื่อที่ต้องการก็ต้องผลิตสื่อใหม่
  • 20.
    การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ๑ . จุดมุ่งหมาย พิจารณาว่าต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนอะไร ๒ . ผู้เรียน ควรได้พิจารณาผู้เรียนทั้งโดยรวมว่าเป็นใคร มีความรู้พื้นฐานและทักษะอะไรมาก่อน ๓ . ค่าใช้จ่าย มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ ๔ . ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ถ้าตนเองไม่มีทักษะจะหาผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาจากแหล่งใด ๕ . เครื่องมืออุปกรณ์ มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นพอเพียงต่อการผลิตหรือไม่ ๖ . สิ่งอำนวยความสะดวก มีอยู่แล้วหรือสามารถจะจัดหาอย่างไร ๗ . เวลา มีเวลาพอสำหรับการออกแบบหรือไม่