วิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมธานี
ข้อสอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ (รหัสวิชา 3204 - 2001)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558
คาสั่ง จงทำเครื่องหมำยกำกบำท ลงหน้ำข้อที่ถูกต้องที่สุด
1. Computer หมายถึงข้อใด
ก. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ
ข. เครื่องคานวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือ
เครื่องไฟฟ้า
ค. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลอดสุญญากาศขนาด
ใหญ่
ง. หน่วยความจาสาหรับเก็บข้อมูล
2. ทรานซิสเตอร์จานวนหลายแสนตัวบรรจุบนชิ้นซิลิกอน
เล็ก ๆ เป็นวงจรรวมที่เรียกว่าอะไร
ก. CPU
ข. microprocessor
ค. Notebook
ง. microchip
3. การนาเอา แผ่นซิลิกอนขนาดเล็ก มาผลิตเป็นหน่วย
ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนเรียกว่าอะไร
ก. Microprocessor
ข. Multitasking
ค. Multimedia
ง. Microcomputer
4. Microcomputer เรียกอีกอย่างว่าอะไร
ก. Personal Computer
ข. Desktop Computer
ค. Laptop Computer
ง. Palmtop Computer
5.คอมพิวเตอร์ชนิดใดทาหน้าที่เป็น Terminal
ก. Engineering Workstation
ข. mini computer
ค. Microcomputer
ง. mainframe computer
6. คอมพิวเตอร์ประเภทใดใช้ในงานพยากรณ์อากาศ
ก. mainframe computer
ข. mini computer
ค. super computer
ง. Microcomputer
7. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
ก. mouse
ข. Microsoft Word
ค. ROM
ง. RAM
8. ข้อใดคือ Memory Unit
ก. CPU
ข. Scanner
ค. Keyboard
ง. RAM
9. ข้อใดคือความหมายของ Interpreter
ก. แปลทีละคาสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ทาตามคาสั่งนั้น
ข. แปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงให้เป็น
ภาษาเครื่องก่อน
ค. ระบบที่จะอานวยความสะดวกในการใช้เครื่อง
ง. โปรแกรมที่จัดทาขึ้นเฉพาะงานใดงานหนึ่ง
10.ข้อใดเป็นบุคคลที่มีความรู้ทางฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
ก. Computer Technicians
ข. Web Masters
ค. DBA
ง. Programmer
11. . ผลลัพธ์ที่จัดว่าเป็นข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลและ
เรียบเรียงแล้ว จะเรียกอะไร
ก. Data
ข. Information
ค. Electronic
ง. Device
12. ยุคที่ 2 ของคอมพิวเตอร์อยู่ในช่องปีใด
ก. ปี ค.ศ. 1971 – 1980
ข. ปี ค.ศ. 1965 – 1970
ค. ปี ค.ศ. 1959 – 1964
ง. ปี ค.ศ. 1951 – 1958
13. ยุคใดใช้บัตรเจาะรูในการเก็บข้อมูล
ก. ยุคที่ 1
ข. ยุคที่ 2
ค. ยุคที่ 3
ง. ยุคที่ 4
14. ยุคที่ 3 ใช้หน่วยวัดความเร็วข้อใด
ก. Nanosecond
ข. Picosecond
ค. Millisecond
ง. Microsecond
15. คอมพิวเตอร์ประเภทใดใช้ในงานธนาคาร
ก. mainframe computer
ข. mini computer
ค. super computer
ง. Microcomputer
16. ข้อใดคือหน่วยแสดงผลถาวร
ก. Monitor
ข. Projector
ค. Plotter
ง. Audio Output
17. DBA คือข้อใด
ก.บุคคลที่มีความ เชี่ยวชาญทางด้านฐานข้อมูล
ข.บุคคลที่มีความรู้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต การ
เขียนโฮมเพจ
ค.บุคคลที่มีความรู้ทางฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
ง.บุคคลที่มีหน้าที่เขียนโปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์
ทางาน
18.ข้อใดคือที่ต้องเตรียมข้อมูลเพื่อทาการประมวลผล
ก. Computer Technicians
ข. Web Masters
ค. Programmer
ง. End User
19. System Call เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ก. Interrupt call
ข. Monitor Call
ค. Signal call
ง. Vector call
20. การออกแบบยุคใหม่นั้นจะทาโดยการจัดเก็บตาแหน่ง
แอดเดรสที่จะย้อนกลับมาทาต่อเอาไว้ในที่ใด
ก. UNIX
ข. Index
ค. Stack
ง. Counter
21. OS เป็นซอฟแวร์ประเภทหนึ่งเป็นโปรแกรมควบคุม
อะไร
ก. โปรแกรม
ข. ระบบ
ค. หน้าจอ
ง. CPU
22. ข้อใดไม่หน้าที่ของ OS
ก. ดูแลรักษาเครื่องคอมฯ
ข. ควบคุมการทางานของโพรเซสเซอร์ ดิสก์ไดร์ฟ
ค. ควบคุมอุปกรณ์รับคาสั่งข้อมูล
ง. ควบคุมการทางานของหน่วยความจา
23. ส่วนใดของระบบปฏิบัติการที่จัดการเกี่ยวกับอุปกรณ์
ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทางานต่าง ๆ
ก. Memory Management
ข. I/O Management
ค. Process Management
ง. Device Management
24.ข้อใดไม่ใช่การทางานของ Multi-Programming
ก. running
ข. ready
ค. waiting
ง. end
25.ระบบปฏิบัติการใดที่ความสามารถทางานด้าน Multi-
tasking และ Multi-user
ก. Windows
ข. System/Finger
ค. UNIX
ง. MS-DOS
26. ระบบปฏิบัติการใดที่เป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสารกัน
ระหว่างผู้ใช้กับระบบปฏิบัติการดอส
ก. Windows
ข. System/Finger
ค. UNIX
ง. MS-DOS
27. CPU ทางานตลอดเวลาโดยให้ทางานหลาย ๆ อย่าง
พร้อมกัน เรียกว่าอะไร
ก. Buffering
ข. Batch System
ค. Multiprogramming
ง. Spooling
28.ข้อใดคือความหมายของ Virtual Machine System
ก.สามารถจาลองตัวเองให้เสมือนว่าเป็นคอมพิวเตอร์หลาย
เครื่อง
ข. ระบบที่มีตัวประมวลผล หรือ CPU หลายตัวอยู่ในเครื่อง
เดียวกัน
ค. ระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องเข้าด้วยกัน
ง. เป็นระบบที่สามารถตอบสนองการทางานได้ทันทีทันใด
29. Process Management หมายความว่าอย่างไร
ก. งานที่เราจะทาการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นการแบ่ง
เวลา การสพูล
ข. ตัดสินใจว่าจะโหลดโปรเซสใดเข้าไปยังหน่วยความจา
ส่วนที่ว่าง
ค. สนับสนุนการจัดการไฟล์ในรูปแบบเดิม ๆ ที่ผ่านมา
ง. ระบบปฏิบัติมีหน้าที่ในการควบคุมการรับข้อมูล
30. การเอกซีคิวซ์โปรแกรม คือข้อใด
ก. ระบบปฏิบัติการจะต้องจัดหาวิธีการในการติดต่อกับ
I/O
ข. โพรเซสจาเป็นต้องมีการติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร
ระหว่างกัน
ค. ระบบปฏิบัติการจะต้องมีการดาเนิน การที่เหมาะสมต่อ
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ง. ระบบจะต้องสามารถโหลดโปรแกรมลงไปที่
หน่วยความจาและทาการรันได้
31.ซิสเต็มคอล (System Call) เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่ใน
ข้อใด
ก. แบ็คอัพหรือสร้างไฟล์สารอง
ข. ติดต่อระหว่างโพรเซสกับระบบปฏิบัติการ
ค.การจัดการหน่วยความจาที่รวมทั้งบัฟเฟอร์ แคชและสพูล
ง.อินเตอร์เฟตพื้นฐานของดีไวซ์ไดร์เวอร์
32. ซิสเต็มคอลมักเขียนขึ้นด้วยคาสั่งภาษาใด
ก. โคบอล
ข. แอสเซมบลี
ค. แอสเซมเบอร์
ง. ซี
33. การพอร์ต (Port) คือข้อใด
ก. การย้ายโปรแกรมไปใช้กับฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกัน
ข. การออกแบบโครงสร้างข้อมูลได้ดี
ค.การตรวจหารูทีนที่มีผลสมรรถนะ
ง. การเปลี่ยนแปลงแค่พารามิเตอร์บางประการของระบบ
34. โปรเซสถูกใช้ครั้งแรกโดยผู้ออกแบบระบบมัลติกส์
(Multics) ในทศวรรษที่เท่าไร
ก. 1980
ข. 1960
ค. 1690
ง. 1890
35. Program Code คือข้อใด
ก. หมายเลขประจาโปรเซส
ข. คาสั่งที่เป็นภาษาเครื่อง
ค. ตัวแปรโกลบอล
ง. เนื้อที่ของหน่วยความจา
36. ข้อใดบอกสภาวะของโพรเซสขณะนั้นเป็นอะไร
ก. Process State
ข. Prgram Counter
ค. CPU Registers
ง. CPU Scheduling Information
37.เนื่องจากข้อจากัดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทาให้เกิดปัญหา
คอขวดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงมีการเพิ่มประสิทธิภาพ
โครงสร้างใหม่ที่เรียกว่าอะไร
ก. Thread
ข. Llimit
ค. Segment
ง. Base
38. Pipe Mailbox คือการทางานข้อใด
ก. การดึงข้อมูลออกตามลาดับก่อนหลังของการนาเข้า
ข. ถ้าคิวเต็มจะไม่สามารถรับข้อมูลเข้ามาในคิวได้อีก
ค. งานใดที่มาทีหลังจะถูกส่งออกไปก่อน
ง. FIFO
39. ข้อใดคือความหมายของความจุแบบมีขอบเขต
ก.ไม่มีการเก็บแมสเสจไว้ในคิวเลน
ข. เมื่อคิวได้รับแมสเสจแล้วจะส่งไปยังเป้าหมายทันที
ค.บัฟเฟอร์จะรับข้อมูลมาอยู่ในคิวจนกว่าจะเต็ม
ง. เป็นคิวที่มีความจุไม่คงที่
40 Throughput คือข้อใด
1. จะต้องมีจานวนมากที่เสร็จมากที่สุดต่อหนึ่งหน่วยเวลา
2. การใช้สอยหน่วยประมวลผลกลาง
3. เวลาต่อรอบของงาน
4. เวลารอคอยต่อรอบในการโปรเซสงานต่าง ๆ
41.หน่วยความจาขนาดใดเป็นหน่วยความจาที่ไม่ลบเลือน
ก. หน่วยความจาขนาดเล็ก
ข. หน่วยความจาขนาดกลาง
ค. หน่วยความจาขนาดใหญ่
ง. หน่วยความจาพิเศษ
42.การกาหนดตาแหน่งจริงจะเกิดขึ้นขณะที่นาโปรแกรมลง
สู่หน่วยความจาหลักคือข้อใด
ก. Execution Time
ข. Compile Time
ค. Absolute Time
ง. Load Time
43. หน่วยความจาหลักได้แก่ RAMอยู่ในกระบวนการในการ
จัดการหน่วยความจาข้อใด
ก. การย้ายตาแหน่ง
ข. การป้องกันพื้นที่
ค. การใช้พื้นที่ร่วมกัน
ง. การจัดแบ่งทางกายภาพ
44. วิธีใดจะทาให้เกิดการสูญเปล่าของพื้นที่ย่อยภายใน
ก. Multiprogramming With Fixed Partition
ข. Monoprogramming
ค. Dynamic Partition
ง. Buddy System
45. ในการตรวจสอบเนื้อที่ของหน่วยความจาโดยการจัดการ
แบบบิตแมพถ้ายูนิตนั้นว่างจะมีค่าเท่าไร
ก. a
ข. z
ค. 0
ง. 1
46.เมื่อมีการนาโปรเซสเข้ามาในหน่วยความจา จะมีการเลือก
ว่าโปรเซสใดควรจะเข้าไปอยู่ในพื้น ที่ว่างส่วนใดวิธีแบบ
First Fit คือข้อใด
ก. การหาที่ว่างจะเริ่มต้นจากโหนดที่หยุดลงจากการ
ค้นหาครั้งก่อนหน้านั้น
ข. เลือกเอาพื้นที่ ๆ อยู่แรกสุดที่สามารถนาโปรเซสเข้า
ไปใส่ได้
ค. เป็นการสร้างลิงค์ลิสต์ขึ้นมามากกว่า 1 ลิงค์ลิสต์
ง. จะทาการค้นหาพื้นที่ว่างที่มีทั้งหมด แล้วเลือกเอาอัน
ที่พอดีที่สุด
47.เพื่อความสะดวกในการค้นหาหน้าจึงต้องมีการแมพหน้า
ทั้งหมด โดยสร้างข้อใด47
ก. Paging
ข. Virtual Memory
ค. Page Frame
ง. Page Table
48.การสับเปลี่ยนหน้า (Page Replacement) เป็นเทคนิค
พื้นฐานของการจัดสรรหน้าตามข้อใด48
ก. Demand Paging
ข. Virtual Memory
ค. Backing Store
ง. Swap Space
49.สื่อที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลในอดีตคือข้อใด49
ก. บัตรเจาะรู
ข. เทปแม่เหล็ก
ค. ดิสก์
ง. การ์ด
50. หน่วยที่เล็กที่สุดในโครงสร้างของดิสก์ คือข้อใด
ก. Sector
ข. Block
ค. Cylinder
ง. Track

ข้อสอบปลายภาค5ข้อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • 1.
    วิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมธานี ข้อสอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ (รหัสวิชา3204 - 2001) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 คาสั่ง จงทำเครื่องหมำยกำกบำท ลงหน้ำข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. Computer หมายถึงข้อใด ก. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ข. เครื่องคานวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือ เครื่องไฟฟ้า ค. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลอดสุญญากาศขนาด ใหญ่ ง. หน่วยความจาสาหรับเก็บข้อมูล 2. ทรานซิสเตอร์จานวนหลายแสนตัวบรรจุบนชิ้นซิลิกอน เล็ก ๆ เป็นวงจรรวมที่เรียกว่าอะไร ก. CPU ข. microprocessor ค. Notebook ง. microchip 3. การนาเอา แผ่นซิลิกอนขนาดเล็ก มาผลิตเป็นหน่วย ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนเรียกว่าอะไร ก. Microprocessor ข. Multitasking ค. Multimedia ง. Microcomputer 4. Microcomputer เรียกอีกอย่างว่าอะไร ก. Personal Computer ข. Desktop Computer ค. Laptop Computer ง. Palmtop Computer 5.คอมพิวเตอร์ชนิดใดทาหน้าที่เป็น Terminal ก. Engineering Workstation ข. mini computer ค. Microcomputer ง. mainframe computer 6. คอมพิวเตอร์ประเภทใดใช้ในงานพยากรณ์อากาศ ก. mainframe computer ข. mini computer ค. super computer ง. Microcomputer 7. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ก. mouse ข. Microsoft Word ค. ROM ง. RAM 8. ข้อใดคือ Memory Unit ก. CPU ข. Scanner ค. Keyboard ง. RAM 9. ข้อใดคือความหมายของ Interpreter ก. แปลทีละคาสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ทาตามคาสั่งนั้น ข. แปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงให้เป็น ภาษาเครื่องก่อน ค. ระบบที่จะอานวยความสะดวกในการใช้เครื่อง ง. โปรแกรมที่จัดทาขึ้นเฉพาะงานใดงานหนึ่ง 10.ข้อใดเป็นบุคคลที่มีความรู้ทางฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ก. Computer Technicians ข. Web Masters ค. DBA ง. Programmer
  • 2.
    11. . ผลลัพธ์ที่จัดว่าเป็นข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลและ เรียบเรียงแล้วจะเรียกอะไร ก. Data ข. Information ค. Electronic ง. Device 12. ยุคที่ 2 ของคอมพิวเตอร์อยู่ในช่องปีใด ก. ปี ค.ศ. 1971 – 1980 ข. ปี ค.ศ. 1965 – 1970 ค. ปี ค.ศ. 1959 – 1964 ง. ปี ค.ศ. 1951 – 1958 13. ยุคใดใช้บัตรเจาะรูในการเก็บข้อมูล ก. ยุคที่ 1 ข. ยุคที่ 2 ค. ยุคที่ 3 ง. ยุคที่ 4 14. ยุคที่ 3 ใช้หน่วยวัดความเร็วข้อใด ก. Nanosecond ข. Picosecond ค. Millisecond ง. Microsecond 15. คอมพิวเตอร์ประเภทใดใช้ในงานธนาคาร ก. mainframe computer ข. mini computer ค. super computer ง. Microcomputer 16. ข้อใดคือหน่วยแสดงผลถาวร ก. Monitor ข. Projector ค. Plotter ง. Audio Output 17. DBA คือข้อใด ก.บุคคลที่มีความ เชี่ยวชาญทางด้านฐานข้อมูล ข.บุคคลที่มีความรู้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต การ เขียนโฮมเพจ ค.บุคคลที่มีความรู้ทางฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ง.บุคคลที่มีหน้าที่เขียนโปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทางาน 18.ข้อใดคือที่ต้องเตรียมข้อมูลเพื่อทาการประมวลผล ก. Computer Technicians ข. Web Masters ค. Programmer ง. End User 19. System Call เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร ก. Interrupt call ข. Monitor Call ค. Signal call ง. Vector call 20. การออกแบบยุคใหม่นั้นจะทาโดยการจัดเก็บตาแหน่ง แอดเดรสที่จะย้อนกลับมาทาต่อเอาไว้ในที่ใด ก. UNIX ข. Index ค. Stack ง. Counter 21. OS เป็นซอฟแวร์ประเภทหนึ่งเป็นโปรแกรมควบคุม อะไร ก. โปรแกรม ข. ระบบ ค. หน้าจอ ง. CPU 22. ข้อใดไม่หน้าที่ของ OS ก. ดูแลรักษาเครื่องคอมฯ ข. ควบคุมการทางานของโพรเซสเซอร์ ดิสก์ไดร์ฟ ค. ควบคุมอุปกรณ์รับคาสั่งข้อมูล ง. ควบคุมการทางานของหน่วยความจา
  • 3.
    23. ส่วนใดของระบบปฏิบัติการที่จัดการเกี่ยวกับอุปกรณ์ ต่าง ๆของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทางานต่าง ๆ ก. Memory Management ข. I/O Management ค. Process Management ง. Device Management 24.ข้อใดไม่ใช่การทางานของ Multi-Programming ก. running ข. ready ค. waiting ง. end 25.ระบบปฏิบัติการใดที่ความสามารถทางานด้าน Multi- tasking และ Multi-user ก. Windows ข. System/Finger ค. UNIX ง. MS-DOS 26. ระบบปฏิบัติการใดที่เป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างผู้ใช้กับระบบปฏิบัติการดอส ก. Windows ข. System/Finger ค. UNIX ง. MS-DOS 27. CPU ทางานตลอดเวลาโดยให้ทางานหลาย ๆ อย่าง พร้อมกัน เรียกว่าอะไร ก. Buffering ข. Batch System ค. Multiprogramming ง. Spooling 28.ข้อใดคือความหมายของ Virtual Machine System ก.สามารถจาลองตัวเองให้เสมือนว่าเป็นคอมพิวเตอร์หลาย เครื่อง ข. ระบบที่มีตัวประมวลผล หรือ CPU หลายตัวอยู่ในเครื่อง เดียวกัน ค. ระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องเข้าด้วยกัน ง. เป็นระบบที่สามารถตอบสนองการทางานได้ทันทีทันใด 29. Process Management หมายความว่าอย่างไร ก. งานที่เราจะทาการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นการแบ่ง เวลา การสพูล ข. ตัดสินใจว่าจะโหลดโปรเซสใดเข้าไปยังหน่วยความจา ส่วนที่ว่าง ค. สนับสนุนการจัดการไฟล์ในรูปแบบเดิม ๆ ที่ผ่านมา ง. ระบบปฏิบัติมีหน้าที่ในการควบคุมการรับข้อมูล 30. การเอกซีคิวซ์โปรแกรม คือข้อใด ก. ระบบปฏิบัติการจะต้องจัดหาวิธีการในการติดต่อกับ I/O ข. โพรเซสจาเป็นต้องมีการติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ระหว่างกัน ค. ระบบปฏิบัติการจะต้องมีการดาเนิน การที่เหมาะสมต่อ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ง. ระบบจะต้องสามารถโหลดโปรแกรมลงไปที่ หน่วยความจาและทาการรันได้ 31.ซิสเต็มคอล (System Call) เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่ใน ข้อใด ก. แบ็คอัพหรือสร้างไฟล์สารอง ข. ติดต่อระหว่างโพรเซสกับระบบปฏิบัติการ ค.การจัดการหน่วยความจาที่รวมทั้งบัฟเฟอร์ แคชและสพูล ง.อินเตอร์เฟตพื้นฐานของดีไวซ์ไดร์เวอร์ 32. ซิสเต็มคอลมักเขียนขึ้นด้วยคาสั่งภาษาใด ก. โคบอล ข. แอสเซมบลี ค. แอสเซมเบอร์ ง. ซี 33. การพอร์ต (Port) คือข้อใด ก. การย้ายโปรแกรมไปใช้กับฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกัน
  • 4.
    ข. การออกแบบโครงสร้างข้อมูลได้ดี ค.การตรวจหารูทีนที่มีผลสมรรถนะ ง. การเปลี่ยนแปลงแค่พารามิเตอร์บางประการของระบบ 34.โปรเซสถูกใช้ครั้งแรกโดยผู้ออกแบบระบบมัลติกส์ (Multics) ในทศวรรษที่เท่าไร ก. 1980 ข. 1960 ค. 1690 ง. 1890 35. Program Code คือข้อใด ก. หมายเลขประจาโปรเซส ข. คาสั่งที่เป็นภาษาเครื่อง ค. ตัวแปรโกลบอล ง. เนื้อที่ของหน่วยความจา 36. ข้อใดบอกสภาวะของโพรเซสขณะนั้นเป็นอะไร ก. Process State ข. Prgram Counter ค. CPU Registers ง. CPU Scheduling Information 37.เนื่องจากข้อจากัดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทาให้เกิดปัญหา คอขวดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงมีการเพิ่มประสิทธิภาพ โครงสร้างใหม่ที่เรียกว่าอะไร ก. Thread ข. Llimit ค. Segment ง. Base 38. Pipe Mailbox คือการทางานข้อใด ก. การดึงข้อมูลออกตามลาดับก่อนหลังของการนาเข้า ข. ถ้าคิวเต็มจะไม่สามารถรับข้อมูลเข้ามาในคิวได้อีก ค. งานใดที่มาทีหลังจะถูกส่งออกไปก่อน ง. FIFO 39. ข้อใดคือความหมายของความจุแบบมีขอบเขต ก.ไม่มีการเก็บแมสเสจไว้ในคิวเลน ข. เมื่อคิวได้รับแมสเสจแล้วจะส่งไปยังเป้าหมายทันที ค.บัฟเฟอร์จะรับข้อมูลมาอยู่ในคิวจนกว่าจะเต็ม ง. เป็นคิวที่มีความจุไม่คงที่ 40 Throughput คือข้อใด 1. จะต้องมีจานวนมากที่เสร็จมากที่สุดต่อหนึ่งหน่วยเวลา 2. การใช้สอยหน่วยประมวลผลกลาง 3. เวลาต่อรอบของงาน 4. เวลารอคอยต่อรอบในการโปรเซสงานต่าง ๆ 41.หน่วยความจาขนาดใดเป็นหน่วยความจาที่ไม่ลบเลือน ก. หน่วยความจาขนาดเล็ก ข. หน่วยความจาขนาดกลาง ค. หน่วยความจาขนาดใหญ่ ง. หน่วยความจาพิเศษ 42.การกาหนดตาแหน่งจริงจะเกิดขึ้นขณะที่นาโปรแกรมลง สู่หน่วยความจาหลักคือข้อใด ก. Execution Time ข. Compile Time ค. Absolute Time ง. Load Time 43. หน่วยความจาหลักได้แก่ RAMอยู่ในกระบวนการในการ จัดการหน่วยความจาข้อใด ก. การย้ายตาแหน่ง ข. การป้องกันพื้นที่ ค. การใช้พื้นที่ร่วมกัน ง. การจัดแบ่งทางกายภาพ 44. วิธีใดจะทาให้เกิดการสูญเปล่าของพื้นที่ย่อยภายใน ก. Multiprogramming With Fixed Partition ข. Monoprogramming ค. Dynamic Partition ง. Buddy System 45. ในการตรวจสอบเนื้อที่ของหน่วยความจาโดยการจัดการ แบบบิตแมพถ้ายูนิตนั้นว่างจะมีค่าเท่าไร
  • 5.
    ก. a ข. z ค.0 ง. 1 46.เมื่อมีการนาโปรเซสเข้ามาในหน่วยความจา จะมีการเลือก ว่าโปรเซสใดควรจะเข้าไปอยู่ในพื้น ที่ว่างส่วนใดวิธีแบบ First Fit คือข้อใด ก. การหาที่ว่างจะเริ่มต้นจากโหนดที่หยุดลงจากการ ค้นหาครั้งก่อนหน้านั้น ข. เลือกเอาพื้นที่ ๆ อยู่แรกสุดที่สามารถนาโปรเซสเข้า ไปใส่ได้ ค. เป็นการสร้างลิงค์ลิสต์ขึ้นมามากกว่า 1 ลิงค์ลิสต์ ง. จะทาการค้นหาพื้นที่ว่างที่มีทั้งหมด แล้วเลือกเอาอัน ที่พอดีที่สุด 47.เพื่อความสะดวกในการค้นหาหน้าจึงต้องมีการแมพหน้า ทั้งหมด โดยสร้างข้อใด47 ก. Paging ข. Virtual Memory ค. Page Frame ง. Page Table 48.การสับเปลี่ยนหน้า (Page Replacement) เป็นเทคนิค พื้นฐานของการจัดสรรหน้าตามข้อใด48 ก. Demand Paging ข. Virtual Memory ค. Backing Store ง. Swap Space 49.สื่อที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลในอดีตคือข้อใด49 ก. บัตรเจาะรู ข. เทปแม่เหล็ก ค. ดิสก์ ง. การ์ด 50. หน่วยที่เล็กที่สุดในโครงสร้างของดิสก์ คือข้อใด ก. Sector ข. Block ค. Cylinder ง. Track