บทที่ 3
                               วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ

การวิจยครั้งนี้ผวจยได้ศึกษาค้นคว้าและกาหนดวิธีการ ดังนี้
      ั         ู้ ิ ั
             1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
             2. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
             3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
             4. เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
             5. การสร้างและหาคุณภาพเครื่ องมือ
             6. ขั้นตอนการดาเนิ นการศึกษาค้นคว้า
             7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ขอมูล
                                           ้


1. ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ ำง

             ประชำกร
             ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 2
ปี การศึกษา 2551 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา จานวน 7 ห้องเรี ยน
                                       ิ
จานวนนักเรี ยน 246 คน
             กลุ่มตัวอย่ ำง
             กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 2
ปี การศึกษา 2551 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/1
                                     ิ
จานวนนักเรี ยน 40 คน

2. ระยะเวลำทีใช้ ในกำรศึกษำค้ นคว้ำ
             ่
           ผูศึกษาค้นคว้าดาเนินการทดลองในภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2551 โดยใช้เวลาใน
               ้
การศึกษา 20 ชัวโมง ไม่รวมเวลาในการทดสอบก่อนและหลังเรี ยน ดังตารางที่ 1
                 ่
41

ตำรำงที่ 1 ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา

         ระยะเวลา                                     การจัดกิจกรรม
          2 ชัวโมง
              ่                               บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 1
    (29 ก.ย.-3 ต.ค.51)                 เรื่ อง ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์
          2 ชัวโมง
                ่                             บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 2
       (6-19 ต.ค.51)                    เรื่ อง การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
         10 ชัวโมง  ่                         บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 3
   ( 13 ต.ค.-14 พ.ย.51)                เรื่ อง สร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver
                                                                ้
          6 ชัวโมง่                           บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 4
    ( 17 พ.ย.-5 ธ.ค.51)                 เรื่ อง สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop


3. กำรเก็บรวบรวบข้ อมูล
            ผูศึกษาใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design
              ้
 (ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. 2538 : 249) ดังตารางที่ 2

ตำรำงที่ 2 แบบแผนการศึกษาค้นคว้า One Group Pretest – Posttest Design

    กลุ่มทดลอง            ทดสอบก่อนเรี ยน               ทดลอง               ทดสอบหลังเรี ยน
    กลุ่มทดลอง                 T1                         X                      T2

           สัญลักษณ์ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
              T1        แทน การทดสอบก่อนเรี ยน
              X         แทน การสอนโดยใช้บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
              T2        แทน การทดสอบหลังเรี ยน
42

4. เครื่องมือทีใช้ ในกำรศึกษำค้ นคว้ำ
               ่

             เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ประกอบด้วย
             1) บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ จานวน 4 เรื่ อง
             2) แผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ จานวน 4 แผน
             3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 40 ข้อ
             4) แบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
               เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ

5. กำรสร้ ำงและกำรหำคุณภำพเครื่องมือ

             1. บทเรียนบนระบบเครือข่ ำย เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ รหัส ง40214
วิชำ กำรประยุกต์ ใช้ งำนเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ที่ผศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น ได้ดาเนินการศึกษาและพัฒนาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
                 ู้
โดยได้ทาการสร้างตามลาดับ 5 ขั้นตอน ดังนี้
             ขั้นที่ 1 กำรศึกษำวิเครำะห์
                    1. ศึกษาหลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จากเอกสารหลักสู ตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สาระการเรี ยนรู้ มาตรฐานการเรี ยนรู้และผลการเรี ยนรู้
ที่คาดหวังของกลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสู ตรของสถานศึกษาของ
โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคมิ
                    2. ศึกษาเอกสาร ตารา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่
เกี่ยวข้องกับการสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
                    3. ศึกษาวิธีการ หลักการ แนวคิด การสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย วิธีการสอน
โดยใช้บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย จากหนังสื อ ตาราเรี ยน งานวิจยและเว็บไซต์แนวทางการผลิตสื่ อ
                                                                       ั
บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย และองค์ประกอบที่เหมาะสม จากบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ผอื่น           ู้
สร้างไว้ จากเว็บไซต์บนอินเทอร์ เน็ต
                    4. กาหนดโครงเรื่ อง เนื้ อหาของบทเรี ยน ภาระงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ
จัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ ตลอดจนแหล่งการเรี ยนรู ้บนเครื อข่ายที่จาเป็ น และเนื้ อหาการเรี ยนรู ้ใหม่ที่
นอกเหนือจากหลักสู ตรรายวิชา ซึ่งรวบรวมจากหนังสื อ ตาราที่เกี่ยวกับเนื้อหาของบทเรี ยนแต่ละ
หน่วยการเรี ยนรู ้ เพิ่มเติมให้นกเรี ยนได้เรี ยนรู ้เพิ่มเติมนอกเนื้อหาที่กาหนดในแผนการจัดการเรี ยนรู้
                                 ั
และทาการเลือกเนื้ อหาการสร้างเว็บไซต์ มาออกแบบและร่ างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย กาหนด
43

จุดประสงค์ โครงสร้างเนื้ อหา โดยผูศึกษาแบ่งบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
                                       ้
เป็ น 4 หน่วย ดังนี้
                 หน่วยที่ 1 เรื่ อง ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์
                 หน่วยที่ 2 เรื่ อง การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
                 หน่วยที่ 3 เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver
                                                        ้
                 หน่วยที่ 4 เรื่ อง สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop

                ขั้นที่ 2 ขั้นกำรออกแบบ
                     1. ออกแบบผังโครงสร้างของบทเรี ยน โดยใช้องค์ประกอบของเนื้ อหา ภาะงาน
และกิจกรรม จากแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้
                     2. ออกแบบเนื้อหาและองค์ประกอบโครงสร้างของบทเรี ยน ผูศึกษาได้ดาเนินการ
                                                                             ้
ศึกษาโครงสร้างหลักสู ตรของรายวิชาการประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ โดยการรวบรวมเอกสารและ
หนังสื อที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเว็บเพจ จากนั้นการทาการวิเคราะห์เนื้ อหาตามคาอธิ บายรายวิชา
                          1) ออกแบบหน้าจอของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์
                          2) ออกแบบการเชื่อมโยงของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์
                          3) กาหนดข้อกาหนดในการนาไปใช้เพื่อแสดงผลในการแสดงภาพกราฟิ กที่
เหมาะสม ได้แก่ ความละเอียดของหน้าจอที่ใช้งาน การเปิ ดเรี ยกใช้งานเอกสารประเภท PDF File
หรื อ SWF File ต้องดาวน์โหลดไฟล์สาหรับการอ่านไฟล์เอกสาร ได้แก่ Adobe Reader หรื อ
Flash Player เป็ นต้น

             ขั้นที่ 3 ขั้นกำรพัฒนำและประเมินคุณภำพของบทเรียน
                  กำรพัฒนำบทเรียน
                 เป็ นขั้นตอนการสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ โดยใช้
เครื่ องมือในการสร้างดังนี้
                       1) โปรแกรมระบบปฏิบติการ WindowsXP
                                                 ั
                       2) เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริ การอินเทอร์เน็ต
                       3) โปรแกรมที่ใช้เป็ นเครื่ องมือในการสร้างเว็บเพจ (Web Page)
                                1. Macromedia Dreamweaver8
                                2. Script Language เช่น Java script
                                3. Hot Potatoes 6
44

                    4) โปรแกรมตกแต่งภาพ
                          1. Adobe Photoshop CS2
                          2. ACDSee Pro
                          3. SnageIT
                    5) โปรแกรมช่วยสร้างสื่ อมัลติมีเดีย
                         1. Camtasia3
                         2. PowerPoint
                         3. Cool Edit Pro20
                    6) โปรแกรมบราวเซอร์

                     จัด ท าบทเรี ย นบนระบบเครื อข่ า ย โดยสร้ า งกิ จ กรรม เนื้ อ หา แบบฝึ กหัด
แบบทดสอบ พร้ อมเฉลย ให้สอดคล้องกับ จุ ดประสงค์ที่ก าหนดไว้ใ นแต่ ละบทเรี ย นบนระบบ
เครื อข่าย เพื่อหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) (ภาคผนวก ค หน้า 103-130)
และสร้างแบบทดสอบ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ไว้ทายบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายแต่ละชุ ด เพื่อ
                                                      ้
หาค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E2) (ภาคผนวก ค หน้า 131-150)

                    กำรประเมินผลคุณภำพบทเรียน
                    การประเมิ นคุ ณภาพของบทเรี ยน โดยผูเ้ ชี่ ย วชาญการออกแบบสื่ อเว็บเพจเพื่ อ
การศึ กษา และเป็ นครู ผูมีประสบการณ์ ด้านการสอน ระดับช่ วงชั้น 4 ด้วยการใช้แบบประเมิน
                         ้
คุณภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ผศึกษาพัฒนาขึ้น กาหนดเกณฑ์ระดับความ
                                                     ู้
คิดเห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญ และผูมีประสบการณ์ ไว้ ดังนี้
                              ้

                        ถ้าตอบ มีความคิดเห็นเหมาะสมมากที่สุด         ให้ 5 คะแนน
                               มีความคิดเห็นเหมาะสมมาก               ให้ 4 คะแนน
                               มีความคิดเห็นเหมาะสมปานกลาง           ให้ 3 คะแนน
                               มีความคิดเห็นเหมาะสมน้อย              ให้ 2 คะแนน
                               มีความคิดเห็นเหมาะสมน้อยที่สุด        ให้ 1 คะแนน

                  นาผลการประเมินของผูเ้ ชี่ ยวชาญแต่ละคนมาหาค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์คุณภาพ ถ้าได้
ค่าเฉลี่ย 3.15–5.00 จึงจะนาไปใช้ โดยกาหนดเกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 72-73)
45

                         คะแนนเฉลี่ย                ความหมาย
                         4.51 – 5.00              ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ     ดีมาก
                         3.15 – 4.50              ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ     ดี
                         2.15 – 3.50              ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ     ปานกลาง
                         1.15 – 2.50              ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ     พอใช้
                         1.00 – 1.50              ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ     ปรับปรุ ง
                      ผลการประเมินคุณภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้น จาก
                                ่
ผูเ้ ชี่ยวชาญ 3 คน ปรากฏว่า มีคาเฉลี่ยระหว่าง 33.67-4.67 ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.27 หมายความว่า
บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้นมีคุณภาพดี แล้วจึงทาการปรับปรุ งตามข้อเสนอแนะของ
ผูเ้ ชี่ยวชาญ คือ การปรับการใช้ภาษาขององค์ประกอบของบทเรี ยน การเชื่อมโยง การเพิ่มกิจกรรม
และแบบทดสอบ การปรับปรุ งภาพประกอบของบทเรี ยนบนเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ในบางส่ วนให้
เหมาะสมกับเรื่ อง (ภาคผนวก ค หน้า 93-97)

              ขั้นที่ 4 ขั้นกำรนำไปใช้
                        กำรทดลองครั้งที่ 1 นาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้น ไปทดลอง แบบ
กลุ่มเดี่ยว (One-to-one Tryout) กับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่ไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้มาก่อน
จานวน 3 คน แบ่งเป็ น กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหา
ประสิ ทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 60/60 ผลการทดลองหาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบ
เครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้
                        หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 65.83 / 63.33
                        หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.67 / 63.33
                        หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.12 / 65.00
                        หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.00 / 63.75
                   ค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 เท่ากับ 66.00/63.75
ทาการปรับปรุ งแก้ไขหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ผูศึกษาได้ทาการปรับปรุ ง
                                                                           ้
แก้ไขข้อบกพร่ องของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ดังนี้
                        1. ปรับปรุ งเนื้ อหาของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย รู ปภาพประกอบ
                        2. ปรับปรุ งกิจกรรม แผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ และสื่ อที่ใช้ประกอบ
                        3. เพิ่มเติมแบบทดสอบ ของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายทุกชุด ให้สอดคล้องกับ
เนื้อหา และจุดประสงค์การเรี ยน (ภาคผนวก ฉ หน้า 180-184)
46

                                                                              ่
                        กำรทดลองครั้งที่ 2 นาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ผานการหาประสิ ทธิภาพ
ครั้งที่ 1 และปรับปรุ งข้อบกพร่ องแล้วไปทดลองกับกลุ่มย่อย (Small group Tryout) จานวน 10 คน
ที่ไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้มาก่อน แบ่งออกเป็ น กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน เฉลี่ยเท่าๆกัน
ทดลองนาบทเรี ยนไปวางไว้บนระบบเครื อข่ายภายในของโรงเรี ยน (Intranet) ผ่านเว็บบราวเซอร์
(Web Browser) นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหาประสิ ทธิ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70 ผลการ
ทดลองหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้
                        หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 73.25 / 72.00
                        หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 71.43 / 71.00
                        หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 73.20 / 71.00
                        หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 70.96 / 70.50
ได้ผลค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 เท่ากับ 72.21 / 71.13
แล้วผูศึกษาได้ปรับปรุ งแก้ไขข้อบกพร่ องของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ดังนี้
        ้
                        1. เพิ่มการอธิ บายเนื้ อหา และปรับปรุ งบทเรี ยน ให้ชดเจน น่าสนใจ
                                                                            ั
                        2. ปรับปรุ งขนาดของตัวอักษรของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย และรายละเอียด
ภาพกราฟิ กให้ชดเจน เหมาะสม เพื่อให้นกเรี ยนสะดวกต่อการศึกษา
                   ั                        ั
                        3. การเชื่อมโยงบทเรี ยน และแบบทดสอบบางรายการ มีขอผิดพลาด ้
(ภาคผนวก ฉ หน้า 185-193)

             ขั้นที่ 5 ขั้นเผยแพร่ บทเรียน
                       เมื่ อบทเรี ย นบนระบบเครื อ ข่ า ยคอมพิ วเตอร์ มี คุ ณ ภาพเหมาะสมสามารถ
นาไปใช้ได้ ผูศึกษาได้วางแผนเพื่อทาการเผยแพร่ ดังนี้
               ้
                       1. ผ่านระบบเครื อข่ายอินทราเน็ตของโรงเรี ยน เพื่อให้นกเรี ยนสามารถ
                                                                                ั
เรี ยกใช้งานบทเรี ยนได้อย่างสะดวก โดยผูศึกษาได้เตรี ยมข้อมูลเครื่ องบริ การแม่ข่ายสาหรับการ
                                            ้
เรี ยกใช้งานผ่านระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ภายในโรงเรี ยน (Intranet) บน http://192.168.101.80/
                       2. ผ่านโฮมเพจของผูสอน http://www.dkt.ac.th/kruya/
                                              ้
                       3. ผ่านโฮมเพจ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ
                             URL : http://202.143.128.69/lms
47

                          กำรทดลองครั้งที่ 3 ทาการทดลองภาคสนาม (Field Truout) นาบทเรี ยนบน
                                                                           ั
ระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่แก้ไขปรับปรุ งแล้วไปทดลองใช้กบนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษา
ปี ที่ 6 ที่ยงไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้ จานวน 40 คน นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหาประสิ ทธิ ภาพตาม
             ั
เกณฑ์มาตรฐาน 80/80

                    ขณะที่นกเรี ยนเรี ยนจบแต่ละบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย นักเรี ยนทาแบบฝึ กหัด
                            ั
ระหว่างเรี ยน นาผลจากการทาแบบฝึ กหัดมาตรวจค่าคะแนนเฉลี่ยเพื่อวิเคราะห์หาประสิ ทธิ ภาพของ
บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) และนาผลจากการทดสอบหลังเรี ยนของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
แต่ละชุดมาวิเคราะห์หาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ( E2) ใช้สูตร E1/E2 วิเคราะห์
หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายตามเกณฑ์ 80 / 80 ผลการทดลองหาประสิ ทธิภาพ
ของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้
                    หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.69 / 81.50
                    หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.75 / 81.25
                    หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.64 / 83.25
                    หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 85.00 / 85.63

                     และเมื่อนักเรี ยนเรี ยนแต่ละหน่วยครบทั้ง 4 หน่วยแล้ว นาผลค่าคะแนนจาก
การทดสอบหลังเรี ยนของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายแต่ละชุดมาค่าคะแนนเฉลี่ย เพื่อวิเคราะห์หา
ประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) แล้วให้นกเรี ยนทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
                                                          ั
ทางการเรี ยน จานวน 40 ข้อ นาผลคะแนนมาวิเคราะห์หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบ
เครื อข่าย (E2) ผลการทดลองหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
ได้ผลค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 = 82.52/82.91
(ภาคผนวก ฉ หน้า 194-206)
48

             2. แผนกำรจัดกำรเรี ยนรู้ เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์
                    การพัฒนาแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การ
ประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 มีลาดับขั้นตอนการศึกษา ดังนี้
                    ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาหลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จากเอกสาร
หลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ศึกษาสาระการเรี ยนรู้ มาตรฐานการเรี ยนรู้และ
ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชี พและเทคโนโลยี หลักสู ตรของโรงเรี ยน
ดอกคาใต้วทยาคม
           ิ

                   ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาวิธีการ หลักการ แนวคิด ทฤษฎี การสอนบนระบบเครื อข่าย
การใช้เทคโนโลยีเว็บ จากหนังสื อ ตาราเรี ยน งานวิจย และเว็บไซต์ทางการศึกษา
                                                       ั
                   ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาสาระการเรี ยนรู ้ กลุ่ มสาระการงานอาชี พและเทคโนโลยี
ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 สาระสาคัญ มาตรฐานการเรี ยนรู้ ช่วงชั้น สาระที่ 4 เทคโนโลยี
สารสนเทศ กลุ่มสาระเพิ่มเติม รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ซึ่ งมีหน่วยการเรี ยนรู ้
ทั้งหมด 6 หน่วยการเรี ยนรู ้ ดังนี้
                        หน่วยที่ 1 ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์
                        หน่วยที่ 2 การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
                        หน่วยที่ 3 การสร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver
                                                         ้
                        หน่วยที่ 4 สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop
                        หน่วยที่ 5 สร้างภาพเคลื่อนไหวบนเว็บ
                        หน่วยที่ 6 การประยุกต์ใช้งาน
                        หน่วยที่ 7 การนาเสนอผลงานบนเครื อข่าย

                 ผูศึกษาเลือกเนื้ อหาหน่ วยการเรี ยนรู ้ ที่ 1-4 ซึ่ งเป็ นเนื้ อหาที่สาคัญซึ่ งเป็ นพื้นฐาน
                   ้
เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ มาใช้ในการศึกษาค้นคว้า

                  ขั้นตอนที่ 4 ศึกษารู ปแบบการจัดกิจกรรมบนระบบเครื อข่าย

                  ขั้นตอนที่ 5 ศึกษาวิธีการเขียนแผนการจัดการเรี ยนรู้ จากเอกสาร ตารา และ
รายงานวิจยที่เกี่ยวข้อง
         ั

               ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้ อหา สาระการเรี ยนรู ้ ผลการเรี ยนรู ้
ที่คาดหวัง หน่วยการเรี ยนรู ้ และเวลาเรี ยน ใช้เวลาทั้งหมด 20 ชัวโมง
                                                                ่
49

              ขั้นตอนที่ 7 เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ จานวน 4 แผน
โดยแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ ประกอบด้วยหัวข้อสาคัญ ดังนี้
                   1) สาระสาคัญ
                   2) ผลการเรี ยนรู้ที่คาดหวัง
                   3) สาระการเรี ยนรู้
                   4) กิจกรรมการเรี ยนรู้
                   5) สื่ อการเรี ยนรู ้/แหล่งการเรี ยนรู ้
                   6) กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
                   7) การวัดและประเมินผล
                   8) ข้อเสนอแนะของผูตรวจ/หัวหน้าสถานศึกษา หรื อผูที่ได้รับมอบหมาย
                                             ้                      ้
                   9) บันทึกผลการสอนของผูสอนหลังจากนาแผนการจัดกิจกรรมไปใช้แล้ว
                                                  ้

                  ขั้นตอนที่ 8 หาคุณภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่สร้างเสร็ จแล้วนาเสนอ
ผูมีประสบการณ์ ผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อประเมินและตรวจความเหมาะสมของแผนการจัดการเรี ยนรู้
  ้
จานวน 3 ท่าน
                  การตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
ได้รับคาแนะนาให้ปรับปรุ งกิจกรรม เวลาในการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการทากิจกรรม
ของนักเรี ยน ผูศึกษาได้ปรับปรุ งตามคาแนะนา
               ้

                   ขั้นตอนที่ 9 สร้างแบบประเมินแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
จานวน 25 ข้อ 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสาระสาคัญ ด้านจุดประสงค์ ด้านเนื้ อหา ด้านกิจกรรม
การเรี ยนรู้ ด้านสื่ อ/แหล่งการเรี ยนรู ้ และด้านการประเมินผลการเรี ยนรู ้ เป็ นมาตราส่ วนประมาณค่า
(Rating Scale) 5 ระดับ คือ เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย
และเหมาะสมน้อยที่สุด โดยศึกษาแนวคิดและหลักการสร้างแบบประเมินการเรี ยนรู้จากหนังสื อ
ทฤษฎีการวิจยเบื้องต้น นาผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญแต่ละคนมาหาค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์คุณภาพ
               ั
ถ้าได้ค่าเฉลี่ย 3.15–5.00 จึงจะนาไปใช้ โดยกาหนดเกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 72-73)
50

                        คะแนนเฉลี่ย                ความหมาย
                        4.51 – 5.00              เหมาะสมมากที่สุด
                        3.15 – 4.50              เหมาะสมมาก
                        2.15 – 3.50              เหมาะสมปานกลาง
                        1.15 – 2.50              เหมาะสมน้อย
                        1.00 – 1.50              เหมาะสมน้อยที่สุด

                   ผลการประเมินแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่สร้างขึ้น
จากผูเ้ ชี่ยวชาญ 3 คน ปรากฏว่า มีค่าเฉลี่ยของแผน อยูระหว่าง 4.00-5.00 ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.38
                                                     ่
หมายความว่า แผนการจัดการเรี ยนรู ้ที่สร้างขึ้นมีเหมาะสมมาก จึงทาการปรับปรุ งตามข้อเสนอแนะ
ของผูเ้ ชี่ยวชาญ คือ การใช้ภาษาในกิจกรรมการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ปรับจุดประสงค์
การเรี ยนรู ้ให้สอดคล้องกับเนื้ อหา การลาดับกิจกรรมให้เหมาะสม และการปรับปรุ งเครื่ องมือ
การวัดและประเมินผลบางส่ วนให้เหมาะสม (ภาคผนวก ค หน้า 98-102 )

                ขั้นตอนที่ 10 นาแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ และบทเรี ยนบน
ระบบเครื อข่าย ที่แก้ไขปรับปรุ งไปให้ผเู ้ ชี่ยวชาญชุดเดิมตรวจสอบอีกครั้ง แล้วประเมินบทเรี ยน
บนระบบเครื อข่ายว่ามีความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ แล้วจึงนาไปพิมพ์เพื่อนาไปทดลองใช้
51

             3. แบบทดสอบวัดผลสั มฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์
เป็ นข้ อสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ จำนวน 40 ข้ อ ชนิด 4 ตัวเลือกที่ผศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น
                                                                ู้
มีดาเนินการสร้างตามขั้นตอนดังนี้

               ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาขั้นตอนและวิธีการสร้างแบบทดสอบ การหาคุณภาพของ
แบบทดสอบด้านความเชื่อมัน ความเที่ยงตรง และค่าอานาจจาแนกของแบบทดสอบ
                       ่

                    ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์โครงสร้างเนื้ อหา ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง และจานวน
ข้อสอบ
                   ขั้นตอนที่ 3 สร้างแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนรู้ แบบเลือกตอบ
ชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 60 ข้อ

                       ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วนาข้อสอบไปเสนอต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ
เพื่อประเมินและตรวจความเหมาะสมของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และคุณภาพของข้อสอบ
                                                ั
ประเมินความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กบเนื้ อหา เพื่อหาคุณภาพของข้อสอบโดยมีเกณฑ์ คือ
(บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 63-65)
                       ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์
                       ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์
                       ให้คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้วดตามจุดประสงค์
                                                                ั

                                              ่
                    ขั้นตอนที่ 5 นาข้อสอบที่ผานการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคาถาม
ของแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรี ยนรู ้ จากผูเ้ ชี่ยวชาญ จานวน 3 ท่าน คัดเลือกข้อสอบที่มี
ความเที่ยงตรงตามเนื้อหาตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ได้ค่า IOC
ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 (ภาคผนวก ค หน้า 131-150)

                      ขั้นตอนที่ 6 นาแบบทดสอบที่ปรับปรุ งแก้ไขแล้วไปทดสอบ (Try out) กับ
                                                                                            ่
นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2552 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม ที่ผาน
                                                                                  ิ
การเรี ยนวิชานี้มาแล้ว จานวน 100 คน มาวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบ
52

                    ขั้นตอนที่ 7 นากระดาษคาตอบที่นกเรี ยนสอบเสร็ จแล้วมาตรวจให้คะแนน
                                                       ั
ข้อถูก 1 คะแนน ข้อผิดหรื อไม่ได้ทาหรื อตอบเกินกว่า 1 ข้อ ให้ 0 คะแนน นาผลมาวิเคราะห์ขอสอบ
                                                                                     ้
เป็ นรายข้อ ด้วยโปรแกรมวิเคราะห์ขอสอบ B-Index Version 7.0 ของ สาคร แสงผึ้ง เพื่อหาค่า
                                   ้
อานาจจาแนก (B) ของข้อสอบแต่ละข้อ โดยใช้วธีของ Brennan (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 90)
                                             ิ

                      ขั้นตอนที่ 8 คัดเลือกข้อสอบที่มีค่าอานาจจาแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป โดย
แบบทดสอบที่คดไว้มีค่าอานาจจาแนก (B) อยูระหว่าง 0.21 – 0.66 และ ค่าความยากง่าย (P)
                  ั                           ่
ตั้งแต่ 0.21 – 0.84 กาหนดคะแนนเกณฑ์ไว้ร้อยละ 50 ข้อสอบมีค่าความเชื่อมันเท่ากับ 0.85
                                                                          ่
(ภาคผนวก จ หน้า 169-170)

                     ขั้นตอนที่ 9 คัดข้อสอบที่ใช้ได้ รวมทั้งหมด 40 ข้อ และนาแบบทดสอบ
ที่คดเลือกไว้มาทดสอบหาค่าความเชื่อมัน ทาการวิเคราะห์โดยใช้สูตร K.R-21 กับนักเรี ยน
    ั                                    ่
กลุ่มตัวอย่าง ได้ค่าความเชื่ อมันเท่ากับ 0.71 (ภาคผนวก ช หน้า 208-209)
                                ่
53

                       วิเคราะห์เนื้ อหา ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง

                              สร้างแบบทดสอบข้อสอบ

                        ศึกษาขั้นตอนและวิธีการสร้างข้อสอบ

                  เสนอผูเ้ ชี่ยวชาญ ประเมินตรวจสอบค่าความเที่ยงตรง


                               คัดเลือกข้อสอบที่มีความ              ่
                                                                ไม่ผาน
                                                                              ตัดทิง
                                                                                   ้
                                  เที่ยงตรงผ่านเกณฑ์

                     ทดลองกับนักเรี ยนที่เรี ยนมาแล้วจานวน 100 คน


                             วิเคราะห์อานาจจาแนกของ                      ่
                                                                     ไม่ผาน
                                                                               ตัดทิ้ง
                                 ข้อคาถามผ่านเกณฑ์

                แบบทดสอบจานวน 40 ข้อ ทดลองกับนักเรี ยน 1 ห้องเรี ยน
                          และหาค่าความเชื่อมันทั้งฉบับ
                                             ่

                           จัดพิมพ์เป็ นแบบทดสอบฉบับจริ ง


ภาพประกอบที่ 1 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน
54

              4. แบบประเมินผลควำมพึงพอใจของนักเรียนทีมีต่อบทเรียนบนระบบเครือข่ ำย
                                                            ่
เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชำ กำรประยุกต์ ใช้ งำนเว็บเพจ กลุ่มสำระกำรเรี ยนรู้ กำร
งำนอำชีพและเทคโนโลยี ผูศึกษาค้นคว้าและดาเนินการสร้างตามขั้นตอนดังนี้
                               ้
                    ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยน และทาการ
สร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้าง
เว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี มีลกษณะเป็ นแบบมาตราส่ วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert)
                  ั
ซึ่งมี 5 ระดับ ได้แก่ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 67)
                            5         หมายถึง       มีความพึงพอใจมากที่สุด
                            4         หมายถึง       มีความพึงพอใจมาก
                            3         หมายถึง       มีความพึงพอใจปานกลาง
                            2         หมายถึง       มีความพึงพอใจน้อย
                            1         หมายถึง       มีความพึงพอใจน้อยที่สุด
                        กาหนดเกณฑ์แปลผลค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ ดังนี้
                            ค่าเฉลี่ย               ความหมาย
                            4.51 – 5.00             มีความพึงพอใจมากที่สุด
                            3.51 – 4.50             มีความพึงพอใจมาก
                            2.51 – 3.50             มีความพึงพอใจปานกลาง
                            1.51 – 2.50             มีความพึงพอใจน้อย
                            1.00 – 1.50             มีความพึงพอใจน้อยที่สุด

               ขั้นตอนที่ 2 นาแบบประเมินความพึงพอใจที่สร้างขึ้น เสนอต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ
ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม และเพิ่มเติมข้อความที่เข้าใจง่าย การใช้ภาษาถูกต้องและ
เหมาะสมกับวัยของผูเ้ รี ยน พร้อมทั้งประเมินความสอดคล้องของรายการประเมิน โดยมีเกณฑ์ คือ
(บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 63-65)
                    ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่ารายการที่ประเมินมีความเหมาะสม
                    ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจรายการที่ประเมินไม่ความเหมาะสม
                    ให้คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่ารายการที่ประเมินควรปรับปรุ ง

                 ผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
(ภาคผนวก ค หน้า 151-153)
55



              ขั้นตอนที่ 3 จัดพิมพ์แบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อการเรี ยน
บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี




                                   ศึกษาวิธีการสร้างและ
                             สร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจ

                             เสนอผูเ้ ชี่ยวชาญ ประเมินตรวจสอบ

                                                                       ่
                                                                   ไม่ผาน
                                      ความเหมาะสมของ                        ปรับปรุ ง
                                       แบบประเมินผล


                          ได้แบบประเมินผลความพึงพอใจที่สมบูรณ์
                 จัดพิมพ์เป็ นแบบประเมินผลฉบับจริ งเพื่อใช้กบกลุ่มประชากร
                                                            ั


ภาพประกอบที่ 2 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพของแบบประเมินผลความพึงพอใจของผูเ้ รี ยน
               ที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
56

6. ขั้นตอนกำรดำเนินกำรศึกษำค้ นคว้ำ

              การศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาได้ดาเนินการศึกษากับนักเรี ยนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/1
                                 ้
ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2551 จานวน 1 ห้องเรี ยน มีนกเรี ยนรวม 40 คน เวลาในการสอน
                                                         ั
20 ชัวโมง ทั้งนี้ไม่รวมเวลาในการทดสอบก่อนเรี ยน และหลังเรี ยน
     ่

            1. ปฐมนิ เทศชี้ แจง ข้อตกลงในการเรี ยนการสอน และทดสอบก่ อนเรี ยน (Pre-test)
โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนรู ้ ที่ผูศึกษาสร้ างขึ้น จานวน 40 ข้อ แล้วตรวจเก็บ
                                                  ้
คะแนนไว้เพื่อวิเคราะห์ขอมูลนักเรี ยน
                       ้

             2. ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ดวยตนเองตามแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้สื่อ
                                                ้
บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่พฒนาขึ้น จานวน 4 หน่วย แบบทดสอบ
                                                      ั
ก่อนเรี ยนแต่ละหน่วย แล้วปฏิบติกิจกรรม ท้ายหน่วยการเรี ยนให้ทาแบบทดสอบหลังเรี ยน
                                 ั
ครู บนทึกผล ใช้เวลารวม 20 ชัวโมง
     ั                         ่

           3. ทดสอบหลังเรี ยน หลังจากที่ศึกษาจากบทเรี ยนบนเครื อข่ายครบทั้ง 4 บทเรี ยน
แล้วใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนชุดเดิมกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรี ยน จานวน 40 ข้อ

              4. ให้นกเรี ยนทาแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง
                     ั
การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระ
การเรี ยนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

            6. นาผลการตรวจให้คะแนนมาวิเคราะห์หาค่าสถิติ
57

7. กำรวิเครำะห์ ข้อมูล

       ผูศึกษาค้นคว้า ได้ดาเนินการวิเคราะห์ขอมูลด้วยตนเอง โดยดาเนินการ ดังนี้
         ้                                  ้

            1. หาค่าสถิติพ้ืนฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน
ที่ได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 104-106)
            2. วิเคราะห์หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีประสิ ทธิภาพ 80/80 โดยหา
ค่า E1/ E2 (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2546 : 171)
            4. ทดสอบสมมติฐาน เพื่อเปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนก่อนและหลังเรี ยน โดย
ใช้ t–test (Dependent – Samples) คานวณตามวิธีการของ บุญชม ศรี สะอาด (2545: 112)

สถิติทใช้ ในกำรวิเครำะห์ ข้อมูล
      ี่
       สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ขอมูล มีดงนี้
                                 ้       ั
       1. การหาคุณภาพของเครื่ องมือที่ใช้ในการวิจย ประกอบด้วย
                                                 ั
           1.1 การหาความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน โดย
ใช้สูตรดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC (ล้วน และอังคณา สายยศ. 2538 :248-249)
                สู ตรหาค่าเฉลี่ยความสอดคล้อง

                  IOC      
                                  R
                                    N

       เมื่อ IOC                                                          ั
                        แทน ดัชนี ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุ ดประสงค์กบเนื้ อหาหรื อ
                            ระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์
           R           แทน ผลรวมของการประเมิน
              N         แทน จานวนผูประเมิน
                                     ้

           1.2 การหาค่าความยาก (P) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ใช้สถิติ
                                  R
                   P       
                                  N
58

               เมื่อ P      แทน จานวนคนที่ตอบรายข้อนั้นถูก
                     R      แทน ดัชนีความยากรายข้อ
                     N      แทน จานวนคนทั้งหมด

           1.3 การหาค่าอานาจจาแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ใช้เทคนิค
27% จากตารางวิเคราะห์ของ จุง เตห์ ฟาน (ล้วน และอังคณา สายยศ. 2538 :208-209; อ้างอิงจาก
จุง เตห์ ฟาน. ม.ป.ป.)

          1.4 การหาค่าความเชื่ อมันของแบบทดสอบ ใช้สูตรของ คูเดอร์ ริ ชาร์ ดสัน (Kuder
                                  ่
Richardson 21) (กาญจนา วัฒายุ. 2548 :197)
          สู ตร K.R-21
                                           n  X n  X 
                    ความเชื่อมัน rtt = 
                               ่              1
                                        n 1     nS 2t

                    เมื่อ   rtt     แทน          ความเชื่อมันของแบบทดสอบทั้งฉบับ
                                                            ่
                            n       แทน          จานวนข้อของเครื่ องมือวัด
                            X       แทน          คะแนนเฉลี่ย
                            St2     แทน          คะแนนความแปรปรวนของเครื่ องมือฉบับนั้น

          1.5 การหาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์
รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีประสิ ทธิภาพ 80/80
โดยหาค่า E1 และ E2 (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2546 : 171) ดังนี้

                                              X
                                                   100
                             E1               N
                                                   A

               เมื่อ E1     คือ ค่าประสิ ทธิ ภาพของกระบวนการเรี ยนรู้ที่จดไว้ใน
                                                                         ั
                                บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย คือเป็ นร้อยละ
                                จากการทาแบบฝึ กหัดและ/หรื อประกอบกิจกรรมการเรี ยน
59



                         X คือ คะแนนรวมของผูเ้ รี ยนจากการทากิจกรรมแบบฝึ กหัดและ/หรื อ
                                      การประกอบกิจกรรมการเรี ยน
                            N    คือ จานวนนักเรี ยนทั้งหมด
                            A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึ กหัดและ/หรื อกิจกรรมการเรี ยน
                                                    X
                                                            100
                                 E2                 N
                                                         B

               เมื่อ        E2 คือ ค่าประสิ ทธิภาพของผลลัพธ์ พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัวของ
                                นักเรี ยน จากการทาแบบทดสอบหลังเรี ยน และ/หรื อประกอบ
                                กิจกรรมหลังเรี ยน
                         X คือ    คะแนนรวมของนักเรี ยนจากการทดสอบหลังเรี ยนและ/หรื อ
                                การประกอบกิจกรรมหลังเรี ยน
                          N คือ จานวนผูเ้ รี ยนทั้งหมด
                            B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรี ยนและ/หรื อ
                                       กิจกรรมหลังเรี ยน

          1.6 เปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนก่อนและหลังเรี ยน โดยใช้ t–test
(Dependent – Samples) โดยใช้สูตร ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545: 112)

                                                   D
                        t        
                                              n  D 2  (  D) 2
                                                   ( n  1)

                เมื่อ        t        แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรี ยบเทียบกับค่าวิกฤตเพื่อทราบ
                                          ความมีนยสาคัญ
                                                   ั
                             D        แทน ค่าผลต่างระหว่างคู่คะแนน
                             n        แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างหรื อจานวนคู่คะแนน
60

       2. สถิติพ้ืนฐาน ได้แก่
          2.1 ค่าร้อยละ (percentage) มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 104)
                                        f
                       P                  100
                                        N
               เมื่อ           P          แทน ร้อยละ
                               f          แทน ความถี่ที่ตองการแปลงให้เป็ นร้อยละ
                                                         ้
                               N          แทน จานวนความถี่ท้ งหมด
                                                             ั

          2.2 ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean)มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 105)
                                       X
                       X       
                                        N
               เมื่อ           X          แทน ค่าเฉลี่ย
                              X          แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม
                               N          แทน จานวนนักเรี ยนทั้งหมด

           2.3 ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด.
2545 : 106)

                                        N X 2  ( X)2
                       S.D.    
                                           N ( N  1)

               เมื่อ           S.D. แทน          ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
                               X แทน             คะแนนแต่ละคน
                               N แทน             จานวนคะแนนในกลุ่ม
                                แทน             ผลรวม

บทที่ 3

  • 1.
    บทที่ 3 วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ การวิจยครั้งนี้ผวจยได้ศึกษาค้นคว้าและกาหนดวิธีการ ดังนี้ ั ู้ ิ ั 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 5. การสร้างและหาคุณภาพเครื่ องมือ 6. ขั้นตอนการดาเนิ นการศึกษาค้นคว้า 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ขอมูล ้ 1. ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ ำง ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2551 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา จานวน 7 ห้องเรี ยน ิ จานวนนักเรี ยน 246 คน กลุ่มตัวอย่ ำง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2551 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/1 ิ จานวนนักเรี ยน 40 คน 2. ระยะเวลำทีใช้ ในกำรศึกษำค้ นคว้ำ ่ ผูศึกษาค้นคว้าดาเนินการทดลองในภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2551 โดยใช้เวลาใน ้ การศึกษา 20 ชัวโมง ไม่รวมเวลาในการทดสอบก่อนและหลังเรี ยน ดังตารางที่ 1 ่
  • 2.
    41 ตำรำงที่ 1 ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ระยะเวลา การจัดกิจกรรม 2 ชัวโมง ่ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 1 (29 ก.ย.-3 ต.ค.51) เรื่ อง ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ 2 ชัวโมง ่ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 2 (6-19 ต.ค.51) เรื่ อง การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ 10 ชัวโมง ่ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 3 ( 13 ต.ค.-14 พ.ย.51) เรื่ อง สร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver ้ 6 ชัวโมง่ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ 4 ( 17 พ.ย.-5 ธ.ค.51) เรื่ อง สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop 3. กำรเก็บรวบรวบข้ อมูล ผูศึกษาใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design ้ (ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. 2538 : 249) ดังตารางที่ 2 ตำรำงที่ 2 แบบแผนการศึกษาค้นคว้า One Group Pretest – Posttest Design กลุ่มทดลอง ทดสอบก่อนเรี ยน ทดลอง ทดสอบหลังเรี ยน กลุ่มทดลอง T1 X T2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า T1 แทน การทดสอบก่อนเรี ยน X แทน การสอนโดยใช้บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย T2 แทน การทดสอบหลังเรี ยน
  • 3.
    42 4. เครื่องมือทีใช้ ในกำรศึกษำค้นคว้ำ ่ เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ จานวน 4 เรื่ อง 2) แผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ จานวน 4 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 40 ข้อ 4) แบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ 5. กำรสร้ ำงและกำรหำคุณภำพเครื่องมือ 1. บทเรียนบนระบบเครือข่ ำย เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชำ กำรประยุกต์ ใช้ งำนเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ที่ผศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น ได้ดาเนินการศึกษาและพัฒนาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ู้ โดยได้ทาการสร้างตามลาดับ 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 กำรศึกษำวิเครำะห์ 1. ศึกษาหลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จากเอกสารหลักสู ตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สาระการเรี ยนรู้ มาตรฐานการเรี ยนรู้และผลการเรี ยนรู้ ที่คาดหวังของกลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสู ตรของสถานศึกษาของ โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคมิ 2. ศึกษาเอกสาร ตารา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย 3. ศึกษาวิธีการ หลักการ แนวคิด การสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย วิธีการสอน โดยใช้บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย จากหนังสื อ ตาราเรี ยน งานวิจยและเว็บไซต์แนวทางการผลิตสื่ อ ั บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย และองค์ประกอบที่เหมาะสม จากบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ผอื่น ู้ สร้างไว้ จากเว็บไซต์บนอินเทอร์ เน็ต 4. กาหนดโครงเรื่ อง เนื้ อหาของบทเรี ยน ภาระงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ จัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ ตลอดจนแหล่งการเรี ยนรู ้บนเครื อข่ายที่จาเป็ น และเนื้ อหาการเรี ยนรู ้ใหม่ที่ นอกเหนือจากหลักสู ตรรายวิชา ซึ่งรวบรวมจากหนังสื อ ตาราที่เกี่ยวกับเนื้อหาของบทเรี ยนแต่ละ หน่วยการเรี ยนรู ้ เพิ่มเติมให้นกเรี ยนได้เรี ยนรู ้เพิ่มเติมนอกเนื้อหาที่กาหนดในแผนการจัดการเรี ยนรู้ ั และทาการเลือกเนื้ อหาการสร้างเว็บไซต์ มาออกแบบและร่ างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย กาหนด
  • 4.
    43 จุดประสงค์ โครงสร้างเนื้ อหาโดยผูศึกษาแบ่งบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ้ เป็ น 4 หน่วย ดังนี้ หน่วยที่ 1 เรื่ อง ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ หน่วยที่ 2 เรื่ อง การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ หน่วยที่ 3 เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver ้ หน่วยที่ 4 เรื่ อง สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop ขั้นที่ 2 ขั้นกำรออกแบบ 1. ออกแบบผังโครงสร้างของบทเรี ยน โดยใช้องค์ประกอบของเนื้ อหา ภาะงาน และกิจกรรม จากแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ 2. ออกแบบเนื้อหาและองค์ประกอบโครงสร้างของบทเรี ยน ผูศึกษาได้ดาเนินการ ้ ศึกษาโครงสร้างหลักสู ตรของรายวิชาการประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ โดยการรวบรวมเอกสารและ หนังสื อที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเว็บเพจ จากนั้นการทาการวิเคราะห์เนื้ อหาตามคาอธิ บายรายวิชา 1) ออกแบบหน้าจอของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ 2) ออกแบบการเชื่อมโยงของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ 3) กาหนดข้อกาหนดในการนาไปใช้เพื่อแสดงผลในการแสดงภาพกราฟิ กที่ เหมาะสม ได้แก่ ความละเอียดของหน้าจอที่ใช้งาน การเปิ ดเรี ยกใช้งานเอกสารประเภท PDF File หรื อ SWF File ต้องดาวน์โหลดไฟล์สาหรับการอ่านไฟล์เอกสาร ได้แก่ Adobe Reader หรื อ Flash Player เป็ นต้น ขั้นที่ 3 ขั้นกำรพัฒนำและประเมินคุณภำพของบทเรียน กำรพัฒนำบทเรียน เป็ นขั้นตอนการสร้างบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ โดยใช้ เครื่ องมือในการสร้างดังนี้ 1) โปรแกรมระบบปฏิบติการ WindowsXP ั 2) เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริ การอินเทอร์เน็ต 3) โปรแกรมที่ใช้เป็ นเครื่ องมือในการสร้างเว็บเพจ (Web Page) 1. Macromedia Dreamweaver8 2. Script Language เช่น Java script 3. Hot Potatoes 6
  • 5.
    44 4) โปรแกรมตกแต่งภาพ 1. Adobe Photoshop CS2 2. ACDSee Pro 3. SnageIT 5) โปรแกรมช่วยสร้างสื่ อมัลติมีเดีย 1. Camtasia3 2. PowerPoint 3. Cool Edit Pro20 6) โปรแกรมบราวเซอร์ จัด ท าบทเรี ย นบนระบบเครื อข่ า ย โดยสร้ า งกิ จ กรรม เนื้ อ หา แบบฝึ กหัด แบบทดสอบ พร้ อมเฉลย ให้สอดคล้องกับ จุ ดประสงค์ที่ก าหนดไว้ใ นแต่ ละบทเรี ย นบนระบบ เครื อข่าย เพื่อหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) (ภาคผนวก ค หน้า 103-130) และสร้างแบบทดสอบ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ไว้ทายบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายแต่ละชุ ด เพื่อ ้ หาค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E2) (ภาคผนวก ค หน้า 131-150) กำรประเมินผลคุณภำพบทเรียน การประเมิ นคุ ณภาพของบทเรี ยน โดยผูเ้ ชี่ ย วชาญการออกแบบสื่ อเว็บเพจเพื่ อ การศึ กษา และเป็ นครู ผูมีประสบการณ์ ด้านการสอน ระดับช่ วงชั้น 4 ด้วยการใช้แบบประเมิน ้ คุณภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ผศึกษาพัฒนาขึ้น กาหนดเกณฑ์ระดับความ ู้ คิดเห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญ และผูมีประสบการณ์ ไว้ ดังนี้ ้ ถ้าตอบ มีความคิดเห็นเหมาะสมมากที่สุด ให้ 5 คะแนน มีความคิดเห็นเหมาะสมมาก ให้ 4 คะแนน มีความคิดเห็นเหมาะสมปานกลาง ให้ 3 คะแนน มีความคิดเห็นเหมาะสมน้อย ให้ 2 คะแนน มีความคิดเห็นเหมาะสมน้อยที่สุด ให้ 1 คะแนน นาผลการประเมินของผูเ้ ชี่ ยวชาญแต่ละคนมาหาค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์คุณภาพ ถ้าได้ ค่าเฉลี่ย 3.15–5.00 จึงจะนาไปใช้ โดยกาหนดเกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 72-73)
  • 6.
    45 คะแนนเฉลี่ย ความหมาย 4.51 – 5.00 ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ ดีมาก 3.15 – 4.50 ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ ดี 2.15 – 3.50 ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ ปานกลาง 1.15 – 2.50 ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ พอใช้ 1.00 – 1.50 ระดับความคิดเห็นมีคุณภาพ ปรับปรุ ง ผลการประเมินคุณภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้น จาก ่ ผูเ้ ชี่ยวชาญ 3 คน ปรากฏว่า มีคาเฉลี่ยระหว่าง 33.67-4.67 ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.27 หมายความว่า บทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้นมีคุณภาพดี แล้วจึงทาการปรับปรุ งตามข้อเสนอแนะของ ผูเ้ ชี่ยวชาญ คือ การปรับการใช้ภาษาขององค์ประกอบของบทเรี ยน การเชื่อมโยง การเพิ่มกิจกรรม และแบบทดสอบ การปรับปรุ งภาพประกอบของบทเรี ยนบนเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ในบางส่ วนให้ เหมาะสมกับเรื่ อง (ภาคผนวก ค หน้า 93-97) ขั้นที่ 4 ขั้นกำรนำไปใช้ กำรทดลองครั้งที่ 1 นาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่สร้างขึ้น ไปทดลอง แบบ กลุ่มเดี่ยว (One-to-one Tryout) กับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่ไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้มาก่อน จานวน 3 คน แบ่งเป็ น กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหา ประสิ ทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 60/60 ผลการทดลองหาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบ เครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้ หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 65.83 / 63.33 หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.67 / 63.33 หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.12 / 65.00 หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 66.00 / 63.75 ค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 เท่ากับ 66.00/63.75 ทาการปรับปรุ งแก้ไขหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ผูศึกษาได้ทาการปรับปรุ ง ้ แก้ไขข้อบกพร่ องของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ดังนี้ 1. ปรับปรุ งเนื้ อหาของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย รู ปภาพประกอบ 2. ปรับปรุ งกิจกรรม แผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ และสื่ อที่ใช้ประกอบ 3. เพิ่มเติมแบบทดสอบ ของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายทุกชุด ให้สอดคล้องกับ เนื้อหา และจุดประสงค์การเรี ยน (ภาคผนวก ฉ หน้า 180-184)
  • 7.
    46 ่ กำรทดลองครั้งที่ 2 นาบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายที่ผานการหาประสิ ทธิภาพ ครั้งที่ 1 และปรับปรุ งข้อบกพร่ องแล้วไปทดลองกับกลุ่มย่อย (Small group Tryout) จานวน 10 คน ที่ไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้มาก่อน แบ่งออกเป็ น กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน เฉลี่ยเท่าๆกัน ทดลองนาบทเรี ยนไปวางไว้บนระบบเครื อข่ายภายในของโรงเรี ยน (Intranet) ผ่านเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหาประสิ ทธิ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70 ผลการ ทดลองหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้ หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 73.25 / 72.00 หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 71.43 / 71.00 หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 73.20 / 71.00 หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 70.96 / 70.50 ได้ผลค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 เท่ากับ 72.21 / 71.13 แล้วผูศึกษาได้ปรับปรุ งแก้ไขข้อบกพร่ องของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ดังนี้ ้ 1. เพิ่มการอธิ บายเนื้ อหา และปรับปรุ งบทเรี ยน ให้ชดเจน น่าสนใจ ั 2. ปรับปรุ งขนาดของตัวอักษรของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย และรายละเอียด ภาพกราฟิ กให้ชดเจน เหมาะสม เพื่อให้นกเรี ยนสะดวกต่อการศึกษา ั ั 3. การเชื่อมโยงบทเรี ยน และแบบทดสอบบางรายการ มีขอผิดพลาด ้ (ภาคผนวก ฉ หน้า 185-193) ขั้นที่ 5 ขั้นเผยแพร่ บทเรียน เมื่ อบทเรี ย นบนระบบเครื อ ข่ า ยคอมพิ วเตอร์ มี คุ ณ ภาพเหมาะสมสามารถ นาไปใช้ได้ ผูศึกษาได้วางแผนเพื่อทาการเผยแพร่ ดังนี้ ้ 1. ผ่านระบบเครื อข่ายอินทราเน็ตของโรงเรี ยน เพื่อให้นกเรี ยนสามารถ ั เรี ยกใช้งานบทเรี ยนได้อย่างสะดวก โดยผูศึกษาได้เตรี ยมข้อมูลเครื่ องบริ การแม่ข่ายสาหรับการ ้ เรี ยกใช้งานผ่านระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ภายในโรงเรี ยน (Intranet) บน http://192.168.101.80/ 2. ผ่านโฮมเพจของผูสอน http://www.dkt.ac.th/kruya/ ้ 3. ผ่านโฮมเพจ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ URL : http://202.143.128.69/lms
  • 8.
    47 กำรทดลองครั้งที่ 3 ทาการทดลองภาคสนาม (Field Truout) นาบทเรี ยนบน ั ระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่แก้ไขปรับปรุ งแล้วไปทดลองใช้กบนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษา ปี ที่ 6 ที่ยงไม่เคยเรี ยนเนื้อหานี้ จานวน 40 คน นาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนไปหาประสิ ทธิ ภาพตาม ั เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ขณะที่นกเรี ยนเรี ยนจบแต่ละบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย นักเรี ยนทาแบบฝึ กหัด ั ระหว่างเรี ยน นาผลจากการทาแบบฝึ กหัดมาตรวจค่าคะแนนเฉลี่ยเพื่อวิเคราะห์หาประสิ ทธิ ภาพของ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) และนาผลจากการทดสอบหลังเรี ยนของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย แต่ละชุดมาวิเคราะห์หาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย ( E2) ใช้สูตร E1/E2 วิเคราะห์ หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายตามเกณฑ์ 80 / 80 ผลการทดลองหาประสิ ทธิภาพ ของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย แต่ละชุด ได้ผลดังนี้ หน่วยที่ 1 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.69 / 81.50 หน่วยที่ 2 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.75 / 81.25 หน่วยที่ 3 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 81.64 / 83.25 หน่วยที่ 4 ได้ค่าประสิ ทธิ ภาพ E1 / E2 = 85.00 / 85.63 และเมื่อนักเรี ยนเรี ยนแต่ละหน่วยครบทั้ง 4 หน่วยแล้ว นาผลค่าคะแนนจาก การทดสอบหลังเรี ยนของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่ายแต่ละชุดมาค่าคะแนนเฉลี่ย เพื่อวิเคราะห์หา ประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย (E1) แล้วให้นกเรี ยนทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ั ทางการเรี ยน จานวน 40 ข้อ นาผลคะแนนมาวิเคราะห์หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบ เครื อข่าย (E2) ผลการทดลองหาประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ได้ผลค่าประสิ ทธิ ภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย มีค่า E1 / E2 = 82.52/82.91 (ภาคผนวก ฉ หน้า 194-206)
  • 9.
    48 2. แผนกำรจัดกำรเรี ยนรู้ เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ การพัฒนาแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การ ประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 มีลาดับขั้นตอนการศึกษา ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาหลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จากเอกสาร หลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ศึกษาสาระการเรี ยนรู้ มาตรฐานการเรี ยนรู้และ ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชี พและเทคโนโลยี หลักสู ตรของโรงเรี ยน ดอกคาใต้วทยาคม ิ ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาวิธีการ หลักการ แนวคิด ทฤษฎี การสอนบนระบบเครื อข่าย การใช้เทคโนโลยีเว็บ จากหนังสื อ ตาราเรี ยน งานวิจย และเว็บไซต์ทางการศึกษา ั ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาสาระการเรี ยนรู ้ กลุ่ มสาระการงานอาชี พและเทคโนโลยี ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 สาระสาคัญ มาตรฐานการเรี ยนรู้ ช่วงชั้น สาระที่ 4 เทคโนโลยี สารสนเทศ กลุ่มสาระเพิ่มเติม รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ซึ่ งมีหน่วยการเรี ยนรู ้ ทั้งหมด 6 หน่วยการเรี ยนรู ้ ดังนี้ หน่วยที่ 1 ความรู ้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ หน่วยที่ 2 การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ หน่วยที่ 3 การสร้างเว็บไซต์ดวย Dreamweaver ้ หน่วยที่ 4 สร้างเว็บให้สวยด้วย Photoshop หน่วยที่ 5 สร้างภาพเคลื่อนไหวบนเว็บ หน่วยที่ 6 การประยุกต์ใช้งาน หน่วยที่ 7 การนาเสนอผลงานบนเครื อข่าย ผูศึกษาเลือกเนื้ อหาหน่ วยการเรี ยนรู ้ ที่ 1-4 ซึ่ งเป็ นเนื้ อหาที่สาคัญซึ่ งเป็ นพื้นฐาน ้ เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ มาใช้ในการศึกษาค้นคว้า ขั้นตอนที่ 4 ศึกษารู ปแบบการจัดกิจกรรมบนระบบเครื อข่าย ขั้นตอนที่ 5 ศึกษาวิธีการเขียนแผนการจัดการเรี ยนรู้ จากเอกสาร ตารา และ รายงานวิจยที่เกี่ยวข้อง ั ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้ อหา สาระการเรี ยนรู ้ ผลการเรี ยนรู ้ ที่คาดหวัง หน่วยการเรี ยนรู ้ และเวลาเรี ยน ใช้เวลาทั้งหมด 20 ชัวโมง ่
  • 10.
    49 ขั้นตอนที่ 7 เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ จานวน 4 แผน โดยแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ ประกอบด้วยหัวข้อสาคัญ ดังนี้ 1) สาระสาคัญ 2) ผลการเรี ยนรู้ที่คาดหวัง 3) สาระการเรี ยนรู้ 4) กิจกรรมการเรี ยนรู้ 5) สื่ อการเรี ยนรู ้/แหล่งการเรี ยนรู ้ 6) กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) 7) การวัดและประเมินผล 8) ข้อเสนอแนะของผูตรวจ/หัวหน้าสถานศึกษา หรื อผูที่ได้รับมอบหมาย ้ ้ 9) บันทึกผลการสอนของผูสอนหลังจากนาแผนการจัดกิจกรรมไปใช้แล้ว ้ ขั้นตอนที่ 8 หาคุณภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่สร้างเสร็ จแล้วนาเสนอ ผูมีประสบการณ์ ผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อประเมินและตรวจความเหมาะสมของแผนการจัดการเรี ยนรู้ ้ จานวน 3 ท่าน การตรวจสอบคุณภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู ้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ได้รับคาแนะนาให้ปรับปรุ งกิจกรรม เวลาในการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการทากิจกรรม ของนักเรี ยน ผูศึกษาได้ปรับปรุ งตามคาแนะนา ้ ขั้นตอนที่ 9 สร้างแบบประเมินแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ จานวน 25 ข้อ 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสาระสาคัญ ด้านจุดประสงค์ ด้านเนื้ อหา ด้านกิจกรรม การเรี ยนรู้ ด้านสื่ อ/แหล่งการเรี ยนรู ้ และด้านการประเมินผลการเรี ยนรู ้ เป็ นมาตราส่ วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย และเหมาะสมน้อยที่สุด โดยศึกษาแนวคิดและหลักการสร้างแบบประเมินการเรี ยนรู้จากหนังสื อ ทฤษฎีการวิจยเบื้องต้น นาผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญแต่ละคนมาหาค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์คุณภาพ ั ถ้าได้ค่าเฉลี่ย 3.15–5.00 จึงจะนาไปใช้ โดยกาหนดเกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 72-73)
  • 11.
    50 คะแนนเฉลี่ย ความหมาย 4.51 – 5.00 เหมาะสมมากที่สุด 3.15 – 4.50 เหมาะสมมาก 2.15 – 3.50 เหมาะสมปานกลาง 1.15 – 2.50 เหมาะสมน้อย 1.00 – 1.50 เหมาะสมน้อยที่สุด ผลการประเมินแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่สร้างขึ้น จากผูเ้ ชี่ยวชาญ 3 คน ปรากฏว่า มีค่าเฉลี่ยของแผน อยูระหว่าง 4.00-5.00 ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.38 ่ หมายความว่า แผนการจัดการเรี ยนรู ้ที่สร้างขึ้นมีเหมาะสมมาก จึงทาการปรับปรุ งตามข้อเสนอแนะ ของผูเ้ ชี่ยวชาญ คือ การใช้ภาษาในกิจกรรมการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ปรับจุดประสงค์ การเรี ยนรู ้ให้สอดคล้องกับเนื้ อหา การลาดับกิจกรรมให้เหมาะสม และการปรับปรุ งเครื่ องมือ การวัดและประเมินผลบางส่ วนให้เหมาะสม (ภาคผนวก ค หน้า 98-102 ) ขั้นตอนที่ 10 นาแผนการจัดการเรี ยนรู้ เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ และบทเรี ยนบน ระบบเครื อข่าย ที่แก้ไขปรับปรุ งไปให้ผเู ้ ชี่ยวชาญชุดเดิมตรวจสอบอีกครั้ง แล้วประเมินบทเรี ยน บนระบบเครื อข่ายว่ามีความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ แล้วจึงนาไปพิมพ์เพื่อนาไปทดลองใช้
  • 12.
    51 3. แบบทดสอบวัดผลสั มฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ เป็ นข้ อสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ จำนวน 40 ข้ อ ชนิด 4 ตัวเลือกที่ผศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้น ู้ มีดาเนินการสร้างตามขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาขั้นตอนและวิธีการสร้างแบบทดสอบ การหาคุณภาพของ แบบทดสอบด้านความเชื่อมัน ความเที่ยงตรง และค่าอานาจจาแนกของแบบทดสอบ ่ ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์โครงสร้างเนื้ อหา ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง และจานวน ข้อสอบ ขั้นตอนที่ 3 สร้างแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนรู้ แบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 60 ข้อ ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วนาข้อสอบไปเสนอต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อประเมินและตรวจความเหมาะสมของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และคุณภาพของข้อสอบ ั ประเมินความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กบเนื้ อหา เพื่อหาคุณภาพของข้อสอบโดยมีเกณฑ์ คือ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 63-65) ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์ ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์ ให้คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้วดตามจุดประสงค์ ั ่ ขั้นตอนที่ 5 นาข้อสอบที่ผานการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคาถาม ของแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรี ยนรู ้ จากผูเ้ ชี่ยวชาญ จานวน 3 ท่าน คัดเลือกข้อสอบที่มี ความเที่ยงตรงตามเนื้อหาตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 (ภาคผนวก ค หน้า 131-150) ขั้นตอนที่ 6 นาแบบทดสอบที่ปรับปรุ งแก้ไขแล้วไปทดสอบ (Try out) กับ ่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2552 โรงเรี ยนดอกคาใต้วทยาคม ที่ผาน ิ การเรี ยนวิชานี้มาแล้ว จานวน 100 คน มาวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบ
  • 13.
    52 ขั้นตอนที่ 7 นากระดาษคาตอบที่นกเรี ยนสอบเสร็ จแล้วมาตรวจให้คะแนน ั ข้อถูก 1 คะแนน ข้อผิดหรื อไม่ได้ทาหรื อตอบเกินกว่า 1 ข้อ ให้ 0 คะแนน นาผลมาวิเคราะห์ขอสอบ ้ เป็ นรายข้อ ด้วยโปรแกรมวิเคราะห์ขอสอบ B-Index Version 7.0 ของ สาคร แสงผึ้ง เพื่อหาค่า ้ อานาจจาแนก (B) ของข้อสอบแต่ละข้อ โดยใช้วธีของ Brennan (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 90) ิ ขั้นตอนที่ 8 คัดเลือกข้อสอบที่มีค่าอานาจจาแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป โดย แบบทดสอบที่คดไว้มีค่าอานาจจาแนก (B) อยูระหว่าง 0.21 – 0.66 และ ค่าความยากง่าย (P) ั ่ ตั้งแต่ 0.21 – 0.84 กาหนดคะแนนเกณฑ์ไว้ร้อยละ 50 ข้อสอบมีค่าความเชื่อมันเท่ากับ 0.85 ่ (ภาคผนวก จ หน้า 169-170) ขั้นตอนที่ 9 คัดข้อสอบที่ใช้ได้ รวมทั้งหมด 40 ข้อ และนาแบบทดสอบ ที่คดเลือกไว้มาทดสอบหาค่าความเชื่อมัน ทาการวิเคราะห์โดยใช้สูตร K.R-21 กับนักเรี ยน ั ่ กลุ่มตัวอย่าง ได้ค่าความเชื่ อมันเท่ากับ 0.71 (ภาคผนวก ช หน้า 208-209) ่
  • 14.
    53 วิเคราะห์เนื้ อหา ผลการเรี ยนรู ้ที่คาดหวัง สร้างแบบทดสอบข้อสอบ ศึกษาขั้นตอนและวิธีการสร้างข้อสอบ เสนอผูเ้ ชี่ยวชาญ ประเมินตรวจสอบค่าความเที่ยงตรง คัดเลือกข้อสอบที่มีความ ่ ไม่ผาน ตัดทิง ้ เที่ยงตรงผ่านเกณฑ์ ทดลองกับนักเรี ยนที่เรี ยนมาแล้วจานวน 100 คน วิเคราะห์อานาจจาแนกของ ่ ไม่ผาน ตัดทิ้ง ข้อคาถามผ่านเกณฑ์ แบบทดสอบจานวน 40 ข้อ ทดลองกับนักเรี ยน 1 ห้องเรี ยน และหาค่าความเชื่อมันทั้งฉบับ ่ จัดพิมพ์เป็ นแบบทดสอบฉบับจริ ง ภาพประกอบที่ 1 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน
  • 15.
    54 4. แบบประเมินผลควำมพึงพอใจของนักเรียนทีมีต่อบทเรียนบนระบบเครือข่ ำย ่ เรื่อง กำรสร้ ำงเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชำ กำรประยุกต์ ใช้ งำนเว็บเพจ กลุ่มสำระกำรเรี ยนรู้ กำร งำนอำชีพและเทคโนโลยี ผูศึกษาค้นคว้าและดาเนินการสร้างตามขั้นตอนดังนี้ ้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยน และทาการ สร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้าง เว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี มีลกษณะเป็ นแบบมาตราส่ วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) ั ซึ่งมี 5 ระดับ ได้แก่ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 67) 5 หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก 3 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยที่สุด กาหนดเกณฑ์แปลผลค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ความหมาย 4.51 – 5.00 มีความพึงพอใจมากที่สุด 3.51 – 4.50 มีความพึงพอใจมาก 2.51 – 3.50 มีความพึงพอใจปานกลาง 1.51 – 2.50 มีความพึงพอใจน้อย 1.00 – 1.50 มีความพึงพอใจน้อยที่สุด ขั้นตอนที่ 2 นาแบบประเมินความพึงพอใจที่สร้างขึ้น เสนอต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม และเพิ่มเติมข้อความที่เข้าใจง่าย การใช้ภาษาถูกต้องและ เหมาะสมกับวัยของผูเ้ รี ยน พร้อมทั้งประเมินความสอดคล้องของรายการประเมิน โดยมีเกณฑ์ คือ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 63-65) ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่ารายการที่ประเมินมีความเหมาะสม ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจรายการที่ประเมินไม่ความเหมาะสม ให้คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่ารายการที่ประเมินควรปรับปรุ ง ผลการประเมินของผูเ้ ชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 (ภาคผนวก ค หน้า 151-153)
  • 16.
    55 ขั้นตอนที่ 3 จัดพิมพ์แบบประเมินผลความพึงพอใจของนักเรี ยนที่มีต่อการเรี ยน บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ศึกษาวิธีการสร้างและ สร้างแบบประเมินผลความพึงพอใจ เสนอผูเ้ ชี่ยวชาญ ประเมินตรวจสอบ ่ ไม่ผาน ความเหมาะสมของ ปรับปรุ ง แบบประเมินผล ได้แบบประเมินผลความพึงพอใจที่สมบูรณ์ จัดพิมพ์เป็ นแบบประเมินผลฉบับจริ งเพื่อใช้กบกลุ่มประชากร ั ภาพประกอบที่ 2 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพของแบบประเมินผลความพึงพอใจของผูเ้ รี ยน ที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย
  • 17.
    56 6. ขั้นตอนกำรดำเนินกำรศึกษำค้ นคว้ำ การศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาได้ดาเนินการศึกษากับนักเรี ยนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/1 ้ ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2551 จานวน 1 ห้องเรี ยน มีนกเรี ยนรวม 40 คน เวลาในการสอน ั 20 ชัวโมง ทั้งนี้ไม่รวมเวลาในการทดสอบก่อนเรี ยน และหลังเรี ยน ่ 1. ปฐมนิ เทศชี้ แจง ข้อตกลงในการเรี ยนการสอน และทดสอบก่ อนเรี ยน (Pre-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนรู ้ ที่ผูศึกษาสร้ างขึ้น จานวน 40 ข้อ แล้วตรวจเก็บ ้ คะแนนไว้เพื่อวิเคราะห์ขอมูลนักเรี ยน ้ 2. ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ดวยตนเองตามแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้สื่อ ้ บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ ที่พฒนาขึ้น จานวน 4 หน่วย แบบทดสอบ ั ก่อนเรี ยนแต่ละหน่วย แล้วปฏิบติกิจกรรม ท้ายหน่วยการเรี ยนให้ทาแบบทดสอบหลังเรี ยน ั ครู บนทึกผล ใช้เวลารวม 20 ชัวโมง ั ่ 3. ทดสอบหลังเรี ยน หลังจากที่ศึกษาจากบทเรี ยนบนเครื อข่ายครบทั้ง 4 บทเรี ยน แล้วใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนชุดเดิมกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรี ยน จานวน 40 ข้อ 4. ให้นกเรี ยนทาแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง ั การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 กลุ่มสาระ การเรี ยนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6. นาผลการตรวจให้คะแนนมาวิเคราะห์หาค่าสถิติ
  • 18.
    57 7. กำรวิเครำะห์ ข้อมูล ผูศึกษาค้นคว้า ได้ดาเนินการวิเคราะห์ขอมูลด้วยตนเอง โดยดาเนินการ ดังนี้ ้ ้ 1. หาค่าสถิติพ้ืนฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ที่ได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 104-106) 2. วิเคราะห์หาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีประสิ ทธิภาพ 80/80 โดยหา ค่า E1/ E2 (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2546 : 171) 4. ทดสอบสมมติฐาน เพื่อเปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนก่อนและหลังเรี ยน โดย ใช้ t–test (Dependent – Samples) คานวณตามวิธีการของ บุญชม ศรี สะอาด (2545: 112) สถิติทใช้ ในกำรวิเครำะห์ ข้อมูล ี่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ขอมูล มีดงนี้ ้ ั 1. การหาคุณภาพของเครื่ องมือที่ใช้ในการวิจย ประกอบด้วย ั 1.1 การหาความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน โดย ใช้สูตรดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC (ล้วน และอังคณา สายยศ. 2538 :248-249) สู ตรหาค่าเฉลี่ยความสอดคล้อง IOC  R N เมื่อ IOC ั แทน ดัชนี ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุ ดประสงค์กบเนื้ อหาหรื อ ระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมของการประเมิน N แทน จานวนผูประเมิน ้ 1.2 การหาค่าความยาก (P) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ใช้สถิติ R P  N
  • 19.
    58 เมื่อ P แทน จานวนคนที่ตอบรายข้อนั้นถูก R แทน ดัชนีความยากรายข้อ N แทน จานวนคนทั้งหมด 1.3 การหาค่าอานาจจาแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยน ใช้เทคนิค 27% จากตารางวิเคราะห์ของ จุง เตห์ ฟาน (ล้วน และอังคณา สายยศ. 2538 :208-209; อ้างอิงจาก จุง เตห์ ฟาน. ม.ป.ป.) 1.4 การหาค่าความเชื่ อมันของแบบทดสอบ ใช้สูตรของ คูเดอร์ ริ ชาร์ ดสัน (Kuder ่ Richardson 21) (กาญจนา วัฒายุ. 2548 :197) สู ตร K.R-21 n  X n  X  ความเชื่อมัน rtt =  ่   1  n 1  nS 2t เมื่อ rtt แทน ความเชื่อมันของแบบทดสอบทั้งฉบับ ่ n แทน จานวนข้อของเครื่ องมือวัด X แทน คะแนนเฉลี่ย St2 แทน คะแนนความแปรปรวนของเครื่ องมือฉบับนั้น 1.5 การหาประสิ ทธิภาพของบทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย เรื่ อง การสร้างเว็บไซต์ รหัส ง40214 วิชา การประยุกต์ใช้งานเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีประสิ ทธิภาพ 80/80 โดยหาค่า E1 และ E2 (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2546 : 171) ดังนี้ X 100 E1  N A เมื่อ E1 คือ ค่าประสิ ทธิ ภาพของกระบวนการเรี ยนรู้ที่จดไว้ใน ั บทเรี ยนบนระบบเครื อข่าย คือเป็ นร้อยละ จากการทาแบบฝึ กหัดและ/หรื อประกอบกิจกรรมการเรี ยน
  • 20.
    59  X คือ คะแนนรวมของผูเ้ รี ยนจากการทากิจกรรมแบบฝึ กหัดและ/หรื อ การประกอบกิจกรรมการเรี ยน N คือ จานวนนักเรี ยนทั้งหมด A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึ กหัดและ/หรื อกิจกรรมการเรี ยน X  100 E2  N B เมื่อ E2 คือ ค่าประสิ ทธิภาพของผลลัพธ์ พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัวของ นักเรี ยน จากการทาแบบทดสอบหลังเรี ยน และ/หรื อประกอบ กิจกรรมหลังเรี ยน  X คือ คะแนนรวมของนักเรี ยนจากการทดสอบหลังเรี ยนและ/หรื อ การประกอบกิจกรรมหลังเรี ยน N คือ จานวนผูเ้ รี ยนทั้งหมด B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรี ยนและ/หรื อ กิจกรรมหลังเรี ยน 1.6 เปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนก่อนและหลังเรี ยน โดยใช้ t–test (Dependent – Samples) โดยใช้สูตร ดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545: 112) D t  n  D 2  (  D) 2 ( n  1) เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรี ยบเทียบกับค่าวิกฤตเพื่อทราบ ความมีนยสาคัญ ั D แทน ค่าผลต่างระหว่างคู่คะแนน n แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างหรื อจานวนคู่คะแนน
  • 21.
    60 2. สถิติพ้ืนฐาน ได้แก่ 2.1 ค่าร้อยละ (percentage) มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 104) f P   100 N เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ตองการแปลงให้เป็ นร้อยละ ้ N แทน จานวนความถี่ท้ งหมด ั 2.2 ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean)มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 105) X X  N เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จานวนนักเรี ยนทั้งหมด 2.3 ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรดังนี้ (บุญชม ศรี สะอาด. 2545 : 106) N X 2  ( X)2 S.D.  N ( N  1) เมื่อ S.D. แทน ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละคน N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม  แทน ผลรวม