1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5
ปีการศึกษา 2562
ชื่อโครงงาน ตะคริว
ชื่อผู้ทาโครงงาน
ชื่อ นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 14
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) -
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
2
สมาชิกในกลุ่ม .……
1 นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ เลขที่ 18
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
ตะคริว
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
cramp
ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่อที่ปรึกษาร่วม -
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1-2ปีการศึกษา 2562
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
ปัจจุบันคนเป็นตะคริวกันมากเพราะเดินเยอะบ้างหรือมีการเกร็งของกล้ามเนื้อบ้างการทางานมากๆ จน
เมื่อยล้าหรือนั่งขดแขนขาอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ก็อาจทาให้เกิดตะคริวขึ้นได้เช่นกัน เพราะเลือดไม่สามารถ
ไหลเวียนไปเลี้ยงแขนขาได้สะดวก การที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยทั่วไปตะคริวมัก
เกิดไม่เกินสองนาที แต่อาจมีบางรายเกิดนานได้ถึงห้านาทีหรือนานกว่านั้น ในบางรายอาจเกิดบ่อยจนทาให้เกิดความ
ทุกข์ทรมานได้ โดยทั่วไปตะคริวมักเกิดในผู้สูงอายุและเกิดในตอนกลางคืน แต่ก็อาจเกิดในคนอายุน้อยและเกิดได้ทุก
เวลา อาการนี้ถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียถึงแก่ชีวิต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ถ้าเกิดระหว่างว่ายน้า หรือขับรถ อาจทาให้
เกิดอุบัติเหตุได้สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด มีหลายทฤษฎี อาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มี
การยืดตัวบ่อยๆ ทาให้มีการหดรั้ง เกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อนั้นมากเกินไป นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากเซลล์
ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป และประการสุดท้ายอาจเกิด
จากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอซึ่งมักพบในคนที่มีโรคที่ทาให้หลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน เป็น
ต้นถ้าเป็นบ่อยมากควรหาสาเหตุ ตรวจเช็คว่ายาที่รับประทานอยู่เป็นสาเหตุของตะคริวได้หรือไม่ อาจต้องตรวจหาโรค
ทางกายดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบสาเหตุ
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเกิดตะคริว
2.เพื่อศึกษาหาสาเหตุและรักษาการเกิดของตะคริว
3.เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตะคริว
3
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
1. ศึกษาความหมายของตะคริว
2. ศึกษาสาเหตุของการเกิดตะคริว
3. ศึกษาอาการและผลข้างเคียงของการเกิดตะคริว
4. ศึกษาผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นตะคริว
5. ศึกษาวิธีรักษาตะคริว
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลเรื่อง ตะคริว มีดังนี้
ตะคริว (Muscle cramps) หมายถึง อาการเกร็งตัวหรือหดเกร็งที่ทาให้มีอาการปวดและเป็นก้อนแข็งของ
กล้ามเนื้อ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เราไม่สามารถบังคับได้ ร่วมกับมีอาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการ
หดเกร็ง แต่จะเป็นอยู่เพียงชั่วขณะแล้วอาการจะทุเลาลงไปเอง ตะคริวอาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายก็ได้
อาจเกิดกับกล้ามเนื้อเพียงมัดเดียวหรือหลาย ๆ มัดพร้อมกันก็ได้ โดยมักเกิดขึ้นในขณะออกกาลังกาย ขณะเดิน หรือ
ในขณะนั่งพักหรือนอนพักเป็นเวลานาน ๆ
ตะคริวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และโอกาสเกิด
ในผู้หญิงและผู้ชายก็ใกล้เคียงกัน แต่สถิติการเกิดที่ชัดเจนยังไม่มี เพราะเป็นอาการที่หายได้เองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมักเคยเกิดอาการนี้ และ
ประมาณ 40% ของคนกลุ่มนี้ อาจเกิดอาการซ้าได้ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์
สาเหตุการเกิดตะคริวปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แท้จริงของการเกิดตะคริว แต่จากการศึกษาเชื่อว่าอาจเกิด
จากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อย ๆ จึงทาให้มีการหดรั้งหรือเกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น
มากเกินไป นอกจากนั้นยังเชื่อว่าอาจเกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของ
กล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี เป็นต้น
ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นตะคริว
- ผู้ที่ยืน เดิน นั่ง หรือนอนเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะส่งผลทาให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีพอ
- กลุ่มผู้สูงอายุ
- นักกีฬา ผู้ที่ชอบเล่นกีฬา หรือผู้ที่ทางานในอาชีพที่ต้องใช้แรงงานและอยู่กลางแดด
- หญิงตั้งครรภ์ เพราะน้าหนักของท้องจะไปกดทับหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง จึงส่งผลทาให้การไหลเวียนของ
เลือดไปยังกล้ามเนื้อต่าง ๆ ไม่ดีพอ อีกทั้งกล้ามเนื้อขายังต้องแบกรับน้าหนักของท้องที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิด
ได้จากฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะตั้งครรภ์ จึงส่งผลถึงการทางานของกล้ามเนื้อ
- เด็กอายุมากกว่า 12 ปี (ช่วงสูงสุดที่เกิดคือ 16-18 ปี)
- ผู้ที่ชอบห่มผ้าห่มจนรัดช่วงขามากเกินไป โดยเฉพาะการปูเตียงนอนแบบตะวันตก จึงทาให้การไหลเวียนของเลือด
บริเวณขาจึงลดลงและมักเป็นสาเหตุทาให้เป็นตะคริวในช่วงกลางคืน
- ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือภาวะต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา และไม่ได้รับการควบคุมและรักษาให้เป็นปกติ
อาการของตะคริว
ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น น่อง ต้นขา ฯลฯ มีการแข็งเกร็งและปวดมาก เมื่อเอามือ
ไปคลาดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ๆ ถ้าพยายามขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะทาให้ยิ่งแข็งตัวและปวดมากขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนของตะคริว
4
คนส่วนใหญ่มักเป็นตะคริวเพียงชั่วขณะแล้วทุเลาไปเอง ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด ยกเว้นอาการปวดในขณะที่
เกิดอาการหรือภายหลังจากเกิดอาการ ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่หากเป็นตะคริว
ในขณะว่ายน้า เล่นกีฬา หรือขับรถก็อาจทาให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายจากการจมน้า หกล้ม หรือขับรถเฉี่ยวชน
ได้
ตะคริวเป็นอาการไม่รุนแรงและมักหายไปได้เองโดยเฉพาะตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ในตะคริวที่เกิดโดยมีสาเหตุ
ถึงแม้จะเป็นอาการที่ดูแลให้หายเองได้ แต่ก็ต้องรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุด้วย มิฉะนั้นก็จะเกิดตะคริวได้บ่อย ๆ ซึ่งความ
รุนแรงของตะคริวในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิด เช่น เกิดจากโรคเบาหวาน เกิดโรคของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
วิธีรักษาตะคริว
1. ถ้าเป็นตะคริวที่น่อง ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรงและดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาหัวเข่าให้ได้มากที่สุดอย่างช้า ๆ
(ห้ามทาการกระตุกหรือกระชากอย่างรวดเร็ว เพราะจะทาให้เจ็บปวดจนกล้ามเนื้อฉีกขาดได้) และอาจเอื้อม
มือไปดึงปลายเท้าเข้าหาตัวด้วยก็ได้ โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาที
2. ถ้าเป็นตะคริวที่ต้นขา ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรง ยกเท้าขึ้นให้สูงจากพื้นเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไป
ทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า) โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาทีเช่นกัน
3. ในช่วงที่กล้ามเนื้อหดเกร็งมาก ให้ใช้วิธีประคบด้วยน้าอุ่นจัด ๆ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการลงได้ หรือเมื่อมี
อาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมาก การประคบเย็นอาจช่วยบรรเทาอาการนี้ได้
4. เมื่อมีอาการปวดหลังกล้ามเนื้อคลายตัวหรือหลังตะคริวหายแล้ว ให้กินยาแก้ปวดพาราเซตามอล
(Paracetamol) หรือทายานวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ยานี้ไม่สามารถช่วยลดอาการปวดในช่วง
กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ เพราะยายังออกฤทธิ์ไม่ทัน
5. าสาเหตุการเป็นตะคริวเกิดจากระดับโซเดียมในเลือดต่า เช่น เกิดจากอาการท้องเดิน อาเจียน ออกกาลังหรือ
ทางานในที่ที่มีอากาศร้อน เหงื่อออกมาก ให้ดื่มสารละลายน้าตาลเกลือแร่ แต่ถ้าดื่มไม่ได้ แพทย์อาจให้
น้าเกลือนอร์มัลทางหลอดเลือดดา
6. ถ้าเป็นตะคริวในขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ก่อนนอนควรดื่ม
นมให้มากขึ้นและยกขาให้สูงโดยใช้หมอนรองให้สูงขึ้นจากเตียงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือประมาณ 4 นิ้ว
และสาหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นตะคริวเป็นประจา แพทย์อาจให้กินยาเม็ดแคลเซียมแล็กเทตวันละ 1-3 เม็ด
7. ในรายที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ เป็นตะคริวแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นในขณะที่เดินเป็น
เวลานาน ๆ หรือในขณะนอนหลับ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาไปตาม
สาเหตุ เพราะอาการตะคริวอาจพบร่วมกับโรคหรือภาวะอื่น ๆ ได้ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน ภาวะ
น้าตาลในเลือดต่า โรคโลหิตจาง โรคของต่อมไทรอยด์ โรคตับและไต ฯลฯ ส่วนในรายเป็นตะคริวแล้วมี
อาการปวดมาก (อาการไม่ดีขึ้นหลังจากดูแลตนเองหรือหลังจากตะคริวหายไป) อาการตะคริวไม่ดีขึ้นหรือไม่
หายไปหลังจากดูแลตนเองเป็นเวลานานเกินกว่า 30 นาที หรือเมื่อมีความกังวลในอาการ ก็ควรไปพบแพทย์
เพื่อตรวจหาสาเหตุเช่นกัน
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจจะทา
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
3. จัดทาเค้าโครงของโครงงานที่จะทา
4. การลงมือทาโครงงาน
5. การเขียนรายงาน
6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
5
ที่มา :https://medthai.com/ตะคริว/
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
- คอมพิวเตอร์
งบประมาณ
- ไม่มี
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล
3 จัดทาโครงร่างงาน
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน
5 ปรับปรุงทดสอบ
6 การทาเอกสารรายงาน
7 ประเมินผลงาน
8 นาเสนอโครงงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
ข้าพเจ้าต้องการให้ความรู้ของตะคริวเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่าน ได้รู้และเข้าใจ สาเหตุ อาการ และการรักษา
ตะคริวมากขึ้น ข้าพเจ้าสามารถจัดทาสื่อนาเสนอได้ด้วยตนเองและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนรู้ของตนเองมาก
ยิ่งขึ้น และการนาเว็บบล็อกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ข้าพเจ้าหวังว่าเนื้อหาของตะคริวจะทาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่เกิด
อาการนี้
สถานที่ดาเนินการ
- โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
https://www.pobpad.com/ตะคริว/
https://www.honestdocs.co/muscle-spasm-prevention
6
https://medthai.com/ตะคริว/

2562 final-project 18

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5 ปีการศึกษา 2562 ชื่อโครงงาน ตะคริว ชื่อผู้ทาโครงงาน ชื่อ นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 14 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 2.
    2 สมาชิกในกลุ่ม .…… 1 นางสาวศศิกานต์รัตนวงค์ เลขที่ 18 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ตะคริว ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) cramp ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1-2ปีการศึกษา 2562 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ปัจจุบันคนเป็นตะคริวกันมากเพราะเดินเยอะบ้างหรือมีการเกร็งของกล้ามเนื้อบ้างการทางานมากๆ จน เมื่อยล้าหรือนั่งขดแขนขาอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ก็อาจทาให้เกิดตะคริวขึ้นได้เช่นกัน เพราะเลือดไม่สามารถ ไหลเวียนไปเลี้ยงแขนขาได้สะดวก การที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยทั่วไปตะคริวมัก เกิดไม่เกินสองนาที แต่อาจมีบางรายเกิดนานได้ถึงห้านาทีหรือนานกว่านั้น ในบางรายอาจเกิดบ่อยจนทาให้เกิดความ ทุกข์ทรมานได้ โดยทั่วไปตะคริวมักเกิดในผู้สูงอายุและเกิดในตอนกลางคืน แต่ก็อาจเกิดในคนอายุน้อยและเกิดได้ทุก เวลา อาการนี้ถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียถึงแก่ชีวิต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ถ้าเกิดระหว่างว่ายน้า หรือขับรถ อาจทาให้ เกิดอุบัติเหตุได้สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด มีหลายทฤษฎี อาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มี การยืดตัวบ่อยๆ ทาให้มีการหดรั้ง เกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อนั้นมากเกินไป นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากเซลล์ ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป และประการสุดท้ายอาจเกิด จากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอซึ่งมักพบในคนที่มีโรคที่ทาให้หลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน เป็น ต้นถ้าเป็นบ่อยมากควรหาสาเหตุ ตรวจเช็คว่ายาที่รับประทานอยู่เป็นสาเหตุของตะคริวได้หรือไม่ อาจต้องตรวจหาโรค ทางกายดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบสาเหตุ วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเกิดตะคริว 2.เพื่อศึกษาหาสาเหตุและรักษาการเกิดของตะคริว 3.เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตะคริว
  • 3.
    3 ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขตเงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) 1. ศึกษาความหมายของตะคริว 2. ศึกษาสาเหตุของการเกิดตะคริว 3. ศึกษาอาการและผลข้างเคียงของการเกิดตะคริว 4. ศึกษาผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นตะคริว 5. ศึกษาวิธีรักษาตะคริว หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลเรื่อง ตะคริว มีดังนี้ ตะคริว (Muscle cramps) หมายถึง อาการเกร็งตัวหรือหดเกร็งที่ทาให้มีอาการปวดและเป็นก้อนแข็งของ กล้ามเนื้อ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เราไม่สามารถบังคับได้ ร่วมกับมีอาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการ หดเกร็ง แต่จะเป็นอยู่เพียงชั่วขณะแล้วอาการจะทุเลาลงไปเอง ตะคริวอาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายก็ได้ อาจเกิดกับกล้ามเนื้อเพียงมัดเดียวหรือหลาย ๆ มัดพร้อมกันก็ได้ โดยมักเกิดขึ้นในขณะออกกาลังกาย ขณะเดิน หรือ ในขณะนั่งพักหรือนอนพักเป็นเวลานาน ๆ ตะคริวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และโอกาสเกิด ในผู้หญิงและผู้ชายก็ใกล้เคียงกัน แต่สถิติการเกิดที่ชัดเจนยังไม่มี เพราะเป็นอาการที่หายได้เองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมักเคยเกิดอาการนี้ และ ประมาณ 40% ของคนกลุ่มนี้ อาจเกิดอาการซ้าได้ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ สาเหตุการเกิดตะคริวปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แท้จริงของการเกิดตะคริว แต่จากการศึกษาเชื่อว่าอาจเกิด จากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อย ๆ จึงทาให้มีการหดรั้งหรือเกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น มากเกินไป นอกจากนั้นยังเชื่อว่าอาจเกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของ กล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี เป็นต้น ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นตะคริว - ผู้ที่ยืน เดิน นั่ง หรือนอนเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะส่งผลทาให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีพอ - กลุ่มผู้สูงอายุ - นักกีฬา ผู้ที่ชอบเล่นกีฬา หรือผู้ที่ทางานในอาชีพที่ต้องใช้แรงงานและอยู่กลางแดด - หญิงตั้งครรภ์ เพราะน้าหนักของท้องจะไปกดทับหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง จึงส่งผลทาให้การไหลเวียนของ เลือดไปยังกล้ามเนื้อต่าง ๆ ไม่ดีพอ อีกทั้งกล้ามเนื้อขายังต้องแบกรับน้าหนักของท้องที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิด ได้จากฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะตั้งครรภ์ จึงส่งผลถึงการทางานของกล้ามเนื้อ - เด็กอายุมากกว่า 12 ปี (ช่วงสูงสุดที่เกิดคือ 16-18 ปี) - ผู้ที่ชอบห่มผ้าห่มจนรัดช่วงขามากเกินไป โดยเฉพาะการปูเตียงนอนแบบตะวันตก จึงทาให้การไหลเวียนของเลือด บริเวณขาจึงลดลงและมักเป็นสาเหตุทาให้เป็นตะคริวในช่วงกลางคืน - ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ - ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือภาวะต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา และไม่ได้รับการควบคุมและรักษาให้เป็นปกติ อาการของตะคริว ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น น่อง ต้นขา ฯลฯ มีการแข็งเกร็งและปวดมาก เมื่อเอามือ ไปคลาดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ๆ ถ้าพยายามขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะทาให้ยิ่งแข็งตัวและปวดมากขึ้น ภาวะแทรกซ้อนของตะคริว
  • 4.
    4 คนส่วนใหญ่มักเป็นตะคริวเพียงชั่วขณะแล้วทุเลาไปเอง ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด ยกเว้นอาการปวดในขณะที่ เกิดอาการหรือภายหลังจากเกิดอาการซึ่งมักจะหายไปได้เองภายไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่หากเป็นตะคริว ในขณะว่ายน้า เล่นกีฬา หรือขับรถก็อาจทาให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายจากการจมน้า หกล้ม หรือขับรถเฉี่ยวชน ได้ ตะคริวเป็นอาการไม่รุนแรงและมักหายไปได้เองโดยเฉพาะตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ในตะคริวที่เกิดโดยมีสาเหตุ ถึงแม้จะเป็นอาการที่ดูแลให้หายเองได้ แต่ก็ต้องรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุด้วย มิฉะนั้นก็จะเกิดตะคริวได้บ่อย ๆ ซึ่งความ รุนแรงของตะคริวในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิด เช่น เกิดจากโรคเบาหวาน เกิดโรคของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น วิธีรักษาตะคริว 1. ถ้าเป็นตะคริวที่น่อง ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรงและดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาหัวเข่าให้ได้มากที่สุดอย่างช้า ๆ (ห้ามทาการกระตุกหรือกระชากอย่างรวดเร็ว เพราะจะทาให้เจ็บปวดจนกล้ามเนื้อฉีกขาดได้) และอาจเอื้อม มือไปดึงปลายเท้าเข้าหาตัวด้วยก็ได้ โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาที 2. ถ้าเป็นตะคริวที่ต้นขา ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรง ยกเท้าขึ้นให้สูงจากพื้นเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไป ทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า) โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาทีเช่นกัน 3. ในช่วงที่กล้ามเนื้อหดเกร็งมาก ให้ใช้วิธีประคบด้วยน้าอุ่นจัด ๆ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการลงได้ หรือเมื่อมี อาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมาก การประคบเย็นอาจช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ 4. เมื่อมีอาการปวดหลังกล้ามเนื้อคลายตัวหรือหลังตะคริวหายแล้ว ให้กินยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือทายานวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ยานี้ไม่สามารถช่วยลดอาการปวดในช่วง กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ เพราะยายังออกฤทธิ์ไม่ทัน 5. าสาเหตุการเป็นตะคริวเกิดจากระดับโซเดียมในเลือดต่า เช่น เกิดจากอาการท้องเดิน อาเจียน ออกกาลังหรือ ทางานในที่ที่มีอากาศร้อน เหงื่อออกมาก ให้ดื่มสารละลายน้าตาลเกลือแร่ แต่ถ้าดื่มไม่ได้ แพทย์อาจให้ น้าเกลือนอร์มัลทางหลอดเลือดดา 6. ถ้าเป็นตะคริวในขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ก่อนนอนควรดื่ม นมให้มากขึ้นและยกขาให้สูงโดยใช้หมอนรองให้สูงขึ้นจากเตียงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือประมาณ 4 นิ้ว และสาหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นตะคริวเป็นประจา แพทย์อาจให้กินยาเม็ดแคลเซียมแล็กเทตวันละ 1-3 เม็ด 7. ในรายที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ เป็นตะคริวแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นในขณะที่เดินเป็น เวลานาน ๆ หรือในขณะนอนหลับ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาไปตาม สาเหตุ เพราะอาการตะคริวอาจพบร่วมกับโรคหรือภาวะอื่น ๆ ได้ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน ภาวะ น้าตาลในเลือดต่า โรคโลหิตจาง โรคของต่อมไทรอยด์ โรคตับและไต ฯลฯ ส่วนในรายเป็นตะคริวแล้วมี อาการปวดมาก (อาการไม่ดีขึ้นหลังจากดูแลตนเองหรือหลังจากตะคริวหายไป) อาการตะคริวไม่ดีขึ้นหรือไม่ หายไปหลังจากดูแลตนเองเป็นเวลานานเกินกว่า 30 นาที หรือเมื่อมีความกังวลในอาการ ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุเช่นกัน วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจจะทา 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 3. จัดทาเค้าโครงของโครงงานที่จะทา 4. การลงมือทาโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
  • 5.
    5 ที่มา :https://medthai.com/ตะคริว/ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ - คอมพิวเตอร์ งบประมาณ -ไม่มี ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) ข้าพเจ้าต้องการให้ความรู้ของตะคริวเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่าน ได้รู้และเข้าใจ สาเหตุ อาการ และการรักษา ตะคริวมากขึ้น ข้าพเจ้าสามารถจัดทาสื่อนาเสนอได้ด้วยตนเองและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนรู้ของตนเองมาก ยิ่งขึ้น และการนาเว็บบล็อกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ข้าพเจ้าหวังว่าเนื้อหาของตะคริวจะทาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่เกิด อาการนี้ สถานที่ดาเนินการ - โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) https://www.pobpad.com/ตะคริว/ https://www.honestdocs.co/muscle-spasm-prevention
  • 6.