Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
SasikarnRattanawong
37 views
2562 final-project 18
Activity 1
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 6
2
/ 6
3
/ 6
4
/ 6
5
/ 6
6
/ 6
More Related Content
PDF
2562 final-project 22
by
Napisa22
PDF
โรคซึมเศร้า
by
Mai Natthida
DOC
2562 final-project
by
ssuser9e401a1
PDF
2562 final-project
by
duangdeunnkamhanghan
PDF
2562-final-project
by
mew46716
PDF
2561 project com
by
PittakamonPetai
PDF
2562 final-project social-addict
by
duangdeunnkamhanghan
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
2562 final-project 22
by
Napisa22
โรคซึมเศร้า
by
Mai Natthida
2562 final-project
by
ssuser9e401a1
2562 final-project
by
duangdeunnkamhanghan
2562-final-project
by
mew46716
2561 project com
by
PittakamonPetai
2562 final-project social-addict
by
duangdeunnkamhanghan
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
ปราณปริยา สุขเสริฐ
What's hot
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
pimrapat_55
PDF
Oh good
by
Film_jeera
PDF
โครงงาน สมุนไพรลดความอ้วน
by
Mai Natthida
PDF
2562 final-project 12-matave
by
MataveChaimaneewan
PDF
2560 project
by
DT_sim
DOC
สมุนไพรไทย
by
Narrongdej3110
PDF
Daniellll
by
great46540
PDF
Great
by
great46540
PDF
Punisa
by
Pusanisa Khowtrakul
PDF
Fill
by
Pattaranan Duangin
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
Papitchaya_19
PDF
กิจกรรมที่1 โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
barbeesati
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
pimrapat_55
DOC
2562 final-project 23-40
by
mearnfunTamonwan
PDF
Rabies
by
ppchanoknan
PDF
Final project
by
ppchanoknan
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
pimrapat_55
Oh good
by
Film_jeera
โครงงาน สมุนไพรลดความอ้วน
by
Mai Natthida
2562 final-project 12-matave
by
MataveChaimaneewan
2560 project
by
DT_sim
สมุนไพรไทย
by
Narrongdej3110
Daniellll
by
great46540
Great
by
great46540
Punisa
by
Pusanisa Khowtrakul
Fill
by
Pattaranan Duangin
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
Papitchaya_19
กิจกรรมที่1 โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
barbeesati
แบบเสนอโครงร่างโครงงานชิ้นที่ 5
by
pimrapat_55
2562 final-project 23-40
by
mearnfunTamonwan
Rabies
by
ppchanoknan
Final project
by
ppchanoknan
2562 final-project 18
1.
1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201 ชื่อวิชา
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5 ปีการศึกษา 2562 ชื่อโครงงาน ตะคริว ชื่อผู้ทาโครงงาน ชื่อ นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ เลขที่ 18 ชั้น ม.6 ห้อง 14 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 62 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
2.
2 สมาชิกในกลุ่ม .…… 1 นางสาวศศิกานต์
รัตนวงค์ เลขที่ 18 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ตะคริว ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) cramp ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศศิกานต์ รัตนวงค์ ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1-2ปีการศึกษา 2562 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ปัจจุบันคนเป็นตะคริวกันมากเพราะเดินเยอะบ้างหรือมีการเกร็งของกล้ามเนื้อบ้างการทางานมากๆ จน เมื่อยล้าหรือนั่งขดแขนขาอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ก็อาจทาให้เกิดตะคริวขึ้นได้เช่นกัน เพราะเลือดไม่สามารถ ไหลเวียนไปเลี้ยงแขนขาได้สะดวก การที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยทั่วไปตะคริวมัก เกิดไม่เกินสองนาที แต่อาจมีบางรายเกิดนานได้ถึงห้านาทีหรือนานกว่านั้น ในบางรายอาจเกิดบ่อยจนทาให้เกิดความ ทุกข์ทรมานได้ โดยทั่วไปตะคริวมักเกิดในผู้สูงอายุและเกิดในตอนกลางคืน แต่ก็อาจเกิดในคนอายุน้อยและเกิดได้ทุก เวลา อาการนี้ถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียถึงแก่ชีวิต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ถ้าเกิดระหว่างว่ายน้า หรือขับรถ อาจทาให้ เกิดอุบัติเหตุได้สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด มีหลายทฤษฎี อาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มี การยืดตัวบ่อยๆ ทาให้มีการหดรั้ง เกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อนั้นมากเกินไป นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากเซลล์ ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป และประการสุดท้ายอาจเกิด จากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอซึ่งมักพบในคนที่มีโรคที่ทาให้หลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน เป็น ต้นถ้าเป็นบ่อยมากควรหาสาเหตุ ตรวจเช็คว่ายาที่รับประทานอยู่เป็นสาเหตุของตะคริวได้หรือไม่ อาจต้องตรวจหาโรค ทางกายดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบสาเหตุ วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเกิดตะคริว 2.เพื่อศึกษาหาสาเหตุและรักษาการเกิดของตะคริว 3.เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตะคริว
3.
3 ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต
เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) 1. ศึกษาความหมายของตะคริว 2. ศึกษาสาเหตุของการเกิดตะคริว 3. ศึกษาอาการและผลข้างเคียงของการเกิดตะคริว 4. ศึกษาผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นตะคริว 5. ศึกษาวิธีรักษาตะคริว หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลเรื่อง ตะคริว มีดังนี้ ตะคริว (Muscle cramps) หมายถึง อาการเกร็งตัวหรือหดเกร็งที่ทาให้มีอาการปวดและเป็นก้อนแข็งของ กล้ามเนื้อ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เราไม่สามารถบังคับได้ ร่วมกับมีอาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมัดที่เกิดการ หดเกร็ง แต่จะเป็นอยู่เพียงชั่วขณะแล้วอาการจะทุเลาลงไปเอง ตะคริวอาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายก็ได้ อาจเกิดกับกล้ามเนื้อเพียงมัดเดียวหรือหลาย ๆ มัดพร้อมกันก็ได้ โดยมักเกิดขึ้นในขณะออกกาลังกาย ขณะเดิน หรือ ในขณะนั่งพักหรือนอนพักเป็นเวลานาน ๆ ตะคริวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และโอกาสเกิด ในผู้หญิงและผู้ชายก็ใกล้เคียงกัน แต่สถิติการเกิดที่ชัดเจนยังไม่มี เพราะเป็นอาการที่หายได้เองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมักเคยเกิดอาการนี้ และ ประมาณ 40% ของคนกลุ่มนี้ อาจเกิดอาการซ้าได้ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ สาเหตุการเกิดตะคริวปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แท้จริงของการเกิดตะคริว แต่จากการศึกษาเชื่อว่าอาจเกิด จากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อย ๆ จึงทาให้มีการหดรั้งหรือเกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น มากเกินไป นอกจากนั้นยังเชื่อว่าอาจเกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของ กล้ามเนื้อทางานผิดปกติไป หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี เป็นต้น ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นตะคริว - ผู้ที่ยืน เดิน นั่ง หรือนอนเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะส่งผลทาให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีพอ - กลุ่มผู้สูงอายุ - นักกีฬา ผู้ที่ชอบเล่นกีฬา หรือผู้ที่ทางานในอาชีพที่ต้องใช้แรงงานและอยู่กลางแดด - หญิงตั้งครรภ์ เพราะน้าหนักของท้องจะไปกดทับหลอดเลือดขนาดใหญ่ในช่องท้อง จึงส่งผลทาให้การไหลเวียนของ เลือดไปยังกล้ามเนื้อต่าง ๆ ไม่ดีพอ อีกทั้งกล้ามเนื้อขายังต้องแบกรับน้าหนักของท้องที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิด ได้จากฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะตั้งครรภ์ จึงส่งผลถึงการทางานของกล้ามเนื้อ - เด็กอายุมากกว่า 12 ปี (ช่วงสูงสุดที่เกิดคือ 16-18 ปี) - ผู้ที่ชอบห่มผ้าห่มจนรัดช่วงขามากเกินไป โดยเฉพาะการปูเตียงนอนแบบตะวันตก จึงทาให้การไหลเวียนของเลือด บริเวณขาจึงลดลงและมักเป็นสาเหตุทาให้เป็นตะคริวในช่วงกลางคืน - ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ - ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือภาวะต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา และไม่ได้รับการควบคุมและรักษาให้เป็นปกติ อาการของตะคริว ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น น่อง ต้นขา ฯลฯ มีการแข็งเกร็งและปวดมาก เมื่อเอามือ ไปคลาดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ๆ ถ้าพยายามขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะทาให้ยิ่งแข็งตัวและปวดมากขึ้น ภาวะแทรกซ้อนของตะคริว
4.
4 คนส่วนใหญ่มักเป็นตะคริวเพียงชั่วขณะแล้วทุเลาไปเอง ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด ยกเว้นอาการปวดในขณะที่ เกิดอาการหรือภายหลังจากเกิดอาการ
ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่หากเป็นตะคริว ในขณะว่ายน้า เล่นกีฬา หรือขับรถก็อาจทาให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายจากการจมน้า หกล้ม หรือขับรถเฉี่ยวชน ได้ ตะคริวเป็นอาการไม่รุนแรงและมักหายไปได้เองโดยเฉพาะตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ในตะคริวที่เกิดโดยมีสาเหตุ ถึงแม้จะเป็นอาการที่ดูแลให้หายเองได้ แต่ก็ต้องรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุด้วย มิฉะนั้นก็จะเกิดตะคริวได้บ่อย ๆ ซึ่งความ รุนแรงของตะคริวในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิด เช่น เกิดจากโรคเบาหวาน เกิดโรคของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น วิธีรักษาตะคริว 1. ถ้าเป็นตะคริวที่น่อง ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรงและดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาหัวเข่าให้ได้มากที่สุดอย่างช้า ๆ (ห้ามทาการกระตุกหรือกระชากอย่างรวดเร็ว เพราะจะทาให้เจ็บปวดจนกล้ามเนื้อฉีกขาดได้) และอาจเอื้อม มือไปดึงปลายเท้าเข้าหาตัวด้วยก็ได้ โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาที 2. ถ้าเป็นตะคริวที่ต้นขา ให้เหยียดหัวเข่าให้ตรง ยกเท้าขึ้นให้สูงจากพื้นเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไป ทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า) โดยให้ทาค้างไว้ประมาณ 1-2 นาทีเช่นกัน 3. ในช่วงที่กล้ามเนื้อหดเกร็งมาก ให้ใช้วิธีประคบด้วยน้าอุ่นจัด ๆ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการลงได้ หรือเมื่อมี อาการปวดหรือเจ็บกล้ามเนื้อมาก การประคบเย็นอาจช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ 4. เมื่อมีอาการปวดหลังกล้ามเนื้อคลายตัวหรือหลังตะคริวหายแล้ว ให้กินยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือทายานวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ยานี้ไม่สามารถช่วยลดอาการปวดในช่วง กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ เพราะยายังออกฤทธิ์ไม่ทัน 5. าสาเหตุการเป็นตะคริวเกิดจากระดับโซเดียมในเลือดต่า เช่น เกิดจากอาการท้องเดิน อาเจียน ออกกาลังหรือ ทางานในที่ที่มีอากาศร้อน เหงื่อออกมาก ให้ดื่มสารละลายน้าตาลเกลือแร่ แต่ถ้าดื่มไม่ได้ แพทย์อาจให้ น้าเกลือนอร์มัลทางหลอดเลือดดา 6. ถ้าเป็นตะคริวในขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ก่อนนอนควรดื่ม นมให้มากขึ้นและยกขาให้สูงโดยใช้หมอนรองให้สูงขึ้นจากเตียงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือประมาณ 4 นิ้ว และสาหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นตะคริวเป็นประจา แพทย์อาจให้กินยาเม็ดแคลเซียมแล็กเทตวันละ 1-3 เม็ด 7. ในรายที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ เป็นตะคริวแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นในขณะที่เดินเป็น เวลานาน ๆ หรือในขณะนอนหลับ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาไปตาม สาเหตุ เพราะอาการตะคริวอาจพบร่วมกับโรคหรือภาวะอื่น ๆ ได้ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน ภาวะ น้าตาลในเลือดต่า โรคโลหิตจาง โรคของต่อมไทรอยด์ โรคตับและไต ฯลฯ ส่วนในรายเป็นตะคริวแล้วมี อาการปวดมาก (อาการไม่ดีขึ้นหลังจากดูแลตนเองหรือหลังจากตะคริวหายไป) อาการตะคริวไม่ดีขึ้นหรือไม่ หายไปหลังจากดูแลตนเองเป็นเวลานานเกินกว่า 30 นาที หรือเมื่อมีความกังวลในอาการ ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุเช่นกัน วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจจะทา 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 3. จัดทาเค้าโครงของโครงงานที่จะทา 4. การลงมือทาโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
5.
5 ที่มา :https://medthai.com/ตะคริว/ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ - คอมพิวเตอร์ งบประมาณ -
ไม่มี ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) ข้าพเจ้าต้องการให้ความรู้ของตะคริวเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่าน ได้รู้และเข้าใจ สาเหตุ อาการ และการรักษา ตะคริวมากขึ้น ข้าพเจ้าสามารถจัดทาสื่อนาเสนอได้ด้วยตนเองและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนรู้ของตนเองมาก ยิ่งขึ้น และการนาเว็บบล็อกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ข้าพเจ้าหวังว่าเนื้อหาของตะคริวจะทาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่เกิด อาการนี้ สถานที่ดาเนินการ - โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) https://www.pobpad.com/ตะคริว/ https://www.honestdocs.co/muscle-spasm-prevention
6.
6 https://medthai.com/ตะคริว/
Download