อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
Computer Networking
What is computer networking?
คือ ระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และ
สามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทาให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละ
เครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมกันได้ เช่นเครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ เป็น
ต้น
เมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็น
เครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ก็ทาให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร
ได้กับคนทั่วโลก โดยใช้แอพพลิเคชั่น เช่น เว็บ อีเมลล์ เป็นต้น
องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2 เครื่อง
- เน็ตเวิร์คการ์ด(NIC : Network Interface Card)
- สายสัญญาณและอุปกรณ์รับส่งข้อมูล เช่น เราท์เตอร์ เกตเวย์ เป็นต้น
- โปรโตคอล(Protocol) หรือ ภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารผ่านเครือข่าย
คอมพิวเตอร์
- ระบบปฏิบัติการเครือข่าย(NOS: Network Operating System)
อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
การ์ด LAN
เครื่องพีซีจะเชื่อต่อกันเป็นระบบ LAN ขึ้นมา
นั้น แต่ละเครื่องต้องติดตั้งการ์ด LAN เครื่อง
รุ่นใหม่ๆอาจจะมีการ์ด LAN ฝังตัวอยู่ใน
บอร์ดให้แล้ว (Lan Onboard) หรือใน
โน๊ตบุ๊คใหม่ๆก็มักจะมีพอร์ต LAN มาให้แล้ว
โดยส่วนใหญ่จะมีความเร็ว 1000หรือ100
เมกกะบิต เรียกว่าเป็น Fast Ethernet
ฮับ(hub)
ฮับ(hub) เป็นอุปกรณ์ที่รวมสัญญาณที่มาจาก
อุปกรณ์รับส่งหลายๆ สถานี เข้าด้วยกัน ฮับ
เปรียบเสมือนเป็นบัสที่รวมอยู่ที่จุดเดียวกัน ฮับที่ใช้
งานอยู่ภายใต้มาตรฐานการรับส่งแบบอีเทอร์เน็ต หรือ
IEEE802.3 ข้อมูลที่รับส่งผ่านฮับจากเครื่องหนึ่งจะ
กระจายไปยังทุกสถานีที่ต่ออยู่บนฮับนั้น ดังนั้น ทุก
สถานีจะรับสัญญาณข้อมูลที่กระจายมาได้ทั้งหมด แต่
จะเลือกคัดลอกเฉพาะข้อมูลที่ส่งมาถึงตนเท่านั้น การ
ตรวจสอบข้อมูลจึงต้องดูที่แอดเดรส(address)ที่
กากับมาในกลุ่มของข้อมูลหรือแพ็กเก็ต
สวิตซ์(switch)
สวิตซ์(switch) เป็นอุปกรณ์รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์
รับส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ แต่มีข้อแตกต่างจากฮับ
กล่าวคือ การรับส่งข้อมูลจากสถานี (อุปกรณ์) ตัวหนึ่ง จะไม่
กระจายไปยังทุกสถานี (อุปกรณ์) เหมือนฮับ ทั้งนี้เพราะ
สวิตช์จะรับกลุ่มข้อมูล(แพ็กเก็ต) มาตรวจสอบก่อน แล้วดูว่า
มา แอดเดรสของสถานีปลายทางไปที่ใด สวิตช์จะนาแพ็กเก็ต
หรือกลุ่มข้อมูลนั้นส่งต่อไปยังสถานี (อุปกรณ์) เป้ าหมายให้
อย่างอัตโนมัติ สวิตช์จะลดปัญหาการชนกันของข้อมูลเพราะ
ไม่ต้องกระจายข้อมูลไปทุกสถานี และยังมีข้อดีในเรื่องการ
ป้ องกันการดักจับข้อมูลที่กระจายไปในเครือข่าย
เราเตอร์ (router)
เราเตอร์ (router) ในการเชื่อมโยงเครือข่าย
หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน หรือเชื่อมโยงอุปกรณ์
หลายอย่างเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงมีเส้นทางการเข้า
ออกของข้อมูลได้หลายเส้นทาง และแต่ละเส้นทาง
อาจใช้เทคโนโลยีเครือข่ายที่ต่างกัน อุปกรณ์จัด
เส้นทางจะหาเส้นทางที่เหมาะสมให้การที่อุปกรณ์
จัดหาเส้นทางเลือกเส้นทางได้ถูกต้องเพราะแต่ละ
สถานีภายในเครือข่ายมีแอดเดรสกากับ อุปกรณ์จัด
เส้นทางต้องรับรู้ตาแหน่งและสามารถนาข้อมูลออก
ทางเส้นทางได้ถูกต้อง
สาย UTP (Unshield Twisted Pair)
สาย UTP (Unshield Twisted Pair) สายที่
ใช้กับ LAN เรียกว่าสาย UTP (Unshield
Twisted Pair) ซึ่งใช้หัวต่อแบบ RJ-45 ซึ่งมี
ทั้งหมด 8 ขา สายแบบนี้ที่เข้าหัวไว้แล้วจะหาซื้อได้
ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือจะซื้อ
แบบเป็นม้วนมาตัดเข้าหัวเองก็ได้ แต่ต้องมี
เครื่องมือหรือคีมเข้าหัว RJ-45 โดยเฉพาะ มี
ข้อจากัดคือ จะต้องยาวไม่เกิน 100 เมตร จาก
เครื่องไปยัง Switch และแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
ตามลักษณะการใช้งาน
สายตรง (Straight-through Cable) คือสายปกติที่ใช้เชื่อมระหว่าง
การ์ด LAN และ Hub / Switch
สายไขว้ (Crossover Cable) ใช้ต่อการ์ด LAN บนคอมพิวเตอร์ 2
เครื่องหรือพอร์ตของ Hub หรือ Switch 2 ตัวโดยตรง เพื่อเพิ่มขยาย
พอร์ต ซึ่งวิธีการเข้าหัวจะต่างจากปกติ
MAN (Metropolitan Area Network)
ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่าย
การสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือ
การสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง
เช่น เครื่องเวิร์กสเตชั่นอยู่ที่สุขุมวิท มีการติดต่อสื่อสารกับ
เครื่องเวิร์กสเตชั่นที่บางรัก
WAN (Wide Area Network)
ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide
ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้าม
ทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการสื่อสารของ
องค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย
(คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line /
ISDN) (lntegrated Service Digital Network
สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพในเวลาเดียวกัน)ระบบ
เครือข่ายระยะไกล หรือ Wide Area Network เป็นระบบ
เครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง โดยมีการส่งข้อมูลใน
ลักษณะเป็นแพ็คเก็ต (Packet) ซึ่งต้องเดินทางจากเครื่อง
คอมพิวเตอร์ต้นทางไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง
ประเภทของระบบเครือข่าย
Peer To Peer
เป็นระบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนระบบเครือข่ายมี
ฐานเท่าเทียมกัน คือทุกเครื่องสามารถจะใช้ไฟล์ในเครื่องอื่น
ได้ และสามารถให้เครื่องอื่นมาใช้ไฟล์ของตนเองได้เช่นกัน
ระบบ Peer To Peerมีการทางานแบบดิสทริบิวท์
(Distributed System) โดยจะกระจายทรัพยากร
ต่างๆ ไปสู่เวิร์กสเตชั่นอื่นๆ แต่จะมีปัญหาเรื่องการรักษา
ความปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลที่เป้ นความลับจะถูก
ส่งออกไปสู่คอมพิวเตอร์อื่นเช่นกันโปรแกรมที่ทางานแบบ
Peer To Peer คือ Windows for
Workgroup และ Personal Netware
Client / Server
เป็นระบบการทางานแบบ Distributed Processing
หรือการประมวลผลแบบกระจาย โดยจะแบ่งการประมวลผล
ระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์กับเครื่องไคลเอ็นต์ แทนที่
แอพพลิเคชั่นจะทางานอยู่เฉพาะบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ก็แบ่ง
การคานวณของโปรแกรมแอพพลิเคชั่น มาทางานบนเครื่อง
ไคลเอ็นต์ด้วย และเมื่อใดที่เครื่องไคลเอ็นต์ต้องการผลลัพธ์
ของข้อมูลบางส่วน จะมีการเรียกใช้ไปยัง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้
นาเฉพาะข้อมูลบางส่วนเท่านั้นส่งกลับ มาให้เครื่องไคลเอ็นต์
เพื่อทาการคานวณข้อมูลนั้นต่อไป
รูปแบบการเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย LAN Topology
แบบBus
การเชื่อมต่อแบบบัสจะมีสายหลัก 1 เส้น เครื่อง
คอมพิวเตอร์ทั้งเซิร์ฟเวอร์ และไคลเอ็นต์ทุกเครื่อง
จะต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ลหลักเส้นนี้ โดยเครื่อง
คอมพิวเตอร์จะถูกมองเป็น Node เมื่อเครื่อง
ไคลเอ็นต์เครื่องที่หนึ่ง (Node A) ต้องการส่งข้อมูล
ให้กับเครื่องที่สอง (Node C) จะต้องส่งข้อมูล และ
แอดเดรสของ Node C ลงไปบนบัสสายเคเบิ้ลนี้ เมื่อ
เครื่องที่ Node C ได้รับข้อมูลแล้วจะนาข้อมูล ไป
ทางานต่อทันที
แบบ Ring
การเชื่อมต่อแบบวงแหวน เป็นการเชื่อมต่อจากเครื่อง
หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง จนครบวงจร ในการส่งข้อมูลจะ
ส่งออกที่สายสัญญาณวงแหวน โดยจะเป็นการส่งผ่าน
จากเครื่องหนึ่ง ไปสู่เครื่องหนึ่งจนกว่าจะถึงเครื่อง
ปลายทาง ปัญหาของโครงสร้างแบบนี้คือ ถ้าหากมีสาย
ขาดในส่วนใดจะทา ให้ไม่สามารถส่งข้อมูลได้ ระบบ
Ring มีการใช้งานบนเครื่องตระกูล IBM กันมาก เป็น
เครื่องข่าย Token Ring ซึ่งจะใช้รับส่งข้อมูลระหว่าง
เครื่องมินิหรือเมนเฟรมของ IBM กับเครื่องลูกข่ายบน
ระบบ
แบบ Star
การเชื่อมต่อแบบสตาร์นี้จะใช้อุปกรณ์ Hub เป็น
ศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ โดยที่ทุกเครื่องจะต้อง
ผ่าน Hub สายเคเบิ้ลที่ใช้ส่วนมากจะเป็น UTP
และ Fiber Optic ในการส่งข้อมูล Hub จะเป็น
เสมือนตัวทวนสัญญาณ (Repeater) ปัจจุบันมี
การใช้ Switch เป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อซึ่งมี
ประสิทธิภาพการทางานสูงกว่า
แบบ Hybrid
เป็นการเชื่อมต่อที่ผสมผสานเครือข่ายย่อยๆ
หลายส่วนมารวมเข้าด้วยกัน เช่น นาเอาเครือข่าย
ระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มา
เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เหมาะสาหรับบางหน่วยงานที่มี
เครือข่ายเก่าและใหม่ให้สามารถทางานร่วมกันได้
ซึ่งระบบ Hybrid Network นี้จะมีโครงสร้าง
แบบ Hierarchical หรือ Tre ที่มีลาดับชั้นใน
การทางาน
รายชื่อ
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558
คอม 2-2558

คอม 2-2558

  • 1.
  • 2.
    What is computernetworking? คือ ระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และ สามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทาให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละ เครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมกันได้ เช่นเครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ เป็น ต้น เมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็น เครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ก็ทาให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ได้กับคนทั่วโลก โดยใช้แอพพลิเคชั่น เช่น เว็บ อีเมลล์ เป็นต้น
  • 3.
    องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ - คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2เครื่อง - เน็ตเวิร์คการ์ด(NIC : Network Interface Card) - สายสัญญาณและอุปกรณ์รับส่งข้อมูล เช่น เราท์เตอร์ เกตเวย์ เป็นต้น - โปรโตคอล(Protocol) หรือ ภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารผ่านเครือข่าย คอมพิวเตอร์ - ระบบปฏิบัติการเครือข่าย(NOS: Network Operating System)
  • 4.
    อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ การ์ด LAN เครื่องพีซีจะเชื่อต่อกันเป็นระบบ LANขึ้นมา นั้น แต่ละเครื่องต้องติดตั้งการ์ด LAN เครื่อง รุ่นใหม่ๆอาจจะมีการ์ด LAN ฝังตัวอยู่ใน บอร์ดให้แล้ว (Lan Onboard) หรือใน โน๊ตบุ๊คใหม่ๆก็มักจะมีพอร์ต LAN มาให้แล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีความเร็ว 1000หรือ100 เมกกะบิต เรียกว่าเป็น Fast Ethernet
  • 5.
    ฮับ(hub) ฮับ(hub) เป็นอุปกรณ์ที่รวมสัญญาณที่มาจาก อุปกรณ์รับส่งหลายๆ สถานีเข้าด้วยกัน ฮับ เปรียบเสมือนเป็นบัสที่รวมอยู่ที่จุดเดียวกัน ฮับที่ใช้ งานอยู่ภายใต้มาตรฐานการรับส่งแบบอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE802.3 ข้อมูลที่รับส่งผ่านฮับจากเครื่องหนึ่งจะ กระจายไปยังทุกสถานีที่ต่ออยู่บนฮับนั้น ดังนั้น ทุก สถานีจะรับสัญญาณข้อมูลที่กระจายมาได้ทั้งหมด แต่ จะเลือกคัดลอกเฉพาะข้อมูลที่ส่งมาถึงตนเท่านั้น การ ตรวจสอบข้อมูลจึงต้องดูที่แอดเดรส(address)ที่ กากับมาในกลุ่มของข้อมูลหรือแพ็กเก็ต
  • 6.
    สวิตซ์(switch) สวิตซ์(switch) เป็นอุปกรณ์รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ รับส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ แต่มีข้อแตกต่างจากฮับ กล่าวคือการรับส่งข้อมูลจากสถานี (อุปกรณ์) ตัวหนึ่ง จะไม่ กระจายไปยังทุกสถานี (อุปกรณ์) เหมือนฮับ ทั้งนี้เพราะ สวิตช์จะรับกลุ่มข้อมูล(แพ็กเก็ต) มาตรวจสอบก่อน แล้วดูว่า มา แอดเดรสของสถานีปลายทางไปที่ใด สวิตช์จะนาแพ็กเก็ต หรือกลุ่มข้อมูลนั้นส่งต่อไปยังสถานี (อุปกรณ์) เป้ าหมายให้ อย่างอัตโนมัติ สวิตช์จะลดปัญหาการชนกันของข้อมูลเพราะ ไม่ต้องกระจายข้อมูลไปทุกสถานี และยังมีข้อดีในเรื่องการ ป้ องกันการดักจับข้อมูลที่กระจายไปในเครือข่าย
  • 7.
    เราเตอร์ (router) เราเตอร์ (router)ในการเชื่อมโยงเครือข่าย หลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน หรือเชื่อมโยงอุปกรณ์ หลายอย่างเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงมีเส้นทางการเข้า ออกของข้อมูลได้หลายเส้นทาง และแต่ละเส้นทาง อาจใช้เทคโนโลยีเครือข่ายที่ต่างกัน อุปกรณ์จัด เส้นทางจะหาเส้นทางที่เหมาะสมให้การที่อุปกรณ์ จัดหาเส้นทางเลือกเส้นทางได้ถูกต้องเพราะแต่ละ สถานีภายในเครือข่ายมีแอดเดรสกากับ อุปกรณ์จัด เส้นทางต้องรับรู้ตาแหน่งและสามารถนาข้อมูลออก ทางเส้นทางได้ถูกต้อง
  • 8.
    สาย UTP (UnshieldTwisted Pair) สาย UTP (Unshield Twisted Pair) สายที่ ใช้กับ LAN เรียกว่าสาย UTP (Unshield Twisted Pair) ซึ่งใช้หัวต่อแบบ RJ-45 ซึ่งมี ทั้งหมด 8 ขา สายแบบนี้ที่เข้าหัวไว้แล้วจะหาซื้อได้ ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือจะซื้อ แบบเป็นม้วนมาตัดเข้าหัวเองก็ได้ แต่ต้องมี เครื่องมือหรือคีมเข้าหัว RJ-45 โดยเฉพาะ มี ข้อจากัดคือ จะต้องยาวไม่เกิน 100 เมตร จาก เครื่องไปยัง Switch และแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการใช้งาน
  • 9.
    สายตรง (Straight-through Cable)คือสายปกติที่ใช้เชื่อมระหว่าง การ์ด LAN และ Hub / Switch สายไขว้ (Crossover Cable) ใช้ต่อการ์ด LAN บนคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องหรือพอร์ตของ Hub หรือ Switch 2 ตัวโดยตรง เพื่อเพิ่มขยาย พอร์ต ซึ่งวิธีการเข้าหัวจะต่างจากปกติ
  • 10.
    MAN (Metropolitan AreaNetwork) ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่าย การสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง เช่น เครื่องเวิร์กสเตชั่นอยู่ที่สุขุมวิท มีการติดต่อสื่อสารกับ เครื่องเวิร์กสเตชั่นที่บางรัก
  • 11.
    WAN (Wide AreaNetwork) ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้าม ทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการสื่อสารของ องค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line / ISDN) (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพในเวลาเดียวกัน)ระบบ เครือข่ายระยะไกล หรือ Wide Area Network เป็นระบบ เครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง โดยมีการส่งข้อมูลใน ลักษณะเป็นแพ็คเก็ต (Packet) ซึ่งต้องเดินทางจากเครื่อง คอมพิวเตอร์ต้นทางไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง
  • 12.
    ประเภทของระบบเครือข่าย Peer To Peer เป็นระบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนระบบเครือข่ายมี ฐานเท่าเทียมกันคือทุกเครื่องสามารถจะใช้ไฟล์ในเครื่องอื่น ได้ และสามารถให้เครื่องอื่นมาใช้ไฟล์ของตนเองได้เช่นกัน ระบบ Peer To Peerมีการทางานแบบดิสทริบิวท์ (Distributed System) โดยจะกระจายทรัพยากร ต่างๆ ไปสู่เวิร์กสเตชั่นอื่นๆ แต่จะมีปัญหาเรื่องการรักษา ความปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลที่เป้ นความลับจะถูก ส่งออกไปสู่คอมพิวเตอร์อื่นเช่นกันโปรแกรมที่ทางานแบบ Peer To Peer คือ Windows for Workgroup และ Personal Netware
  • 13.
    Client / Server เป็นระบบการทางานแบบDistributed Processing หรือการประมวลผลแบบกระจาย โดยจะแบ่งการประมวลผล ระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์กับเครื่องไคลเอ็นต์ แทนที่ แอพพลิเคชั่นจะทางานอยู่เฉพาะบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ก็แบ่ง การคานวณของโปรแกรมแอพพลิเคชั่น มาทางานบนเครื่อง ไคลเอ็นต์ด้วย และเมื่อใดที่เครื่องไคลเอ็นต์ต้องการผลลัพธ์ ของข้อมูลบางส่วน จะมีการเรียกใช้ไปยัง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้ นาเฉพาะข้อมูลบางส่วนเท่านั้นส่งกลับ มาให้เครื่องไคลเอ็นต์ เพื่อทาการคานวณข้อมูลนั้นต่อไป
  • 14.
    รูปแบบการเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย LAN Topology แบบBus การเชื่อมต่อแบบบัสจะมีสายหลัก1 เส้น เครื่อง คอมพิวเตอร์ทั้งเซิร์ฟเวอร์ และไคลเอ็นต์ทุกเครื่อง จะต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ลหลักเส้นนี้ โดยเครื่อง คอมพิวเตอร์จะถูกมองเป็น Node เมื่อเครื่อง ไคลเอ็นต์เครื่องที่หนึ่ง (Node A) ต้องการส่งข้อมูล ให้กับเครื่องที่สอง (Node C) จะต้องส่งข้อมูล และ แอดเดรสของ Node C ลงไปบนบัสสายเคเบิ้ลนี้ เมื่อ เครื่องที่ Node C ได้รับข้อมูลแล้วจะนาข้อมูล ไป ทางานต่อทันที
  • 15.
    แบบ Ring การเชื่อมต่อแบบวงแหวน เป็นการเชื่อมต่อจากเครื่อง หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งจนครบวงจร ในการส่งข้อมูลจะ ส่งออกที่สายสัญญาณวงแหวน โดยจะเป็นการส่งผ่าน จากเครื่องหนึ่ง ไปสู่เครื่องหนึ่งจนกว่าจะถึงเครื่อง ปลายทาง ปัญหาของโครงสร้างแบบนี้คือ ถ้าหากมีสาย ขาดในส่วนใดจะทา ให้ไม่สามารถส่งข้อมูลได้ ระบบ Ring มีการใช้งานบนเครื่องตระกูล IBM กันมาก เป็น เครื่องข่าย Token Ring ซึ่งจะใช้รับส่งข้อมูลระหว่าง เครื่องมินิหรือเมนเฟรมของ IBM กับเครื่องลูกข่ายบน ระบบ
  • 16.
    แบบ Star การเชื่อมต่อแบบสตาร์นี้จะใช้อุปกรณ์ Hubเป็น ศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ โดยที่ทุกเครื่องจะต้อง ผ่าน Hub สายเคเบิ้ลที่ใช้ส่วนมากจะเป็น UTP และ Fiber Optic ในการส่งข้อมูล Hub จะเป็น เสมือนตัวทวนสัญญาณ (Repeater) ปัจจุบันมี การใช้ Switch เป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อซึ่งมี ประสิทธิภาพการทางานสูงกว่า
  • 17.
    แบบ Hybrid เป็นการเชื่อมต่อที่ผสมผสานเครือข่ายย่อยๆ หลายส่วนมารวมเข้าด้วยกัน เช่นนาเอาเครือข่าย ระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มา เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เหมาะสาหรับบางหน่วยงานที่มี เครือข่ายเก่าและใหม่ให้สามารถทางานร่วมกันได้ ซึ่งระบบ Hybrid Network นี้จะมีโครงสร้าง แบบ Hierarchical หรือ Tre ที่มีลาดับชั้นใน การทางาน
  • 18.